The Rapper Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/the-rapper/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 20 Feb 2020 01:29:07 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 The Rapper 2020 Civil War เปิดตัวผู้เข้ารอบทั้ง 24 คน ก่อนเปิดศึก ‘ของจริง’ พร้อมกันวันที่ 2 มีนาคม https://thestandard.co/the-rapper-2020-civil-war/ Thu, 20 Feb 2020 01:29:07 +0000 https://thestandard.co/?p=332926

หลังจากปล่อยทีเซอร์และเอ็มวีเพลงใหม่อย่าง ‘Rapปล่อยให้เ […]

The post The Rapper 2020 Civil War เปิดตัวผู้เข้ารอบทั้ง 24 คน ก่อนเปิดศึก ‘ของจริง’ พร้อมกันวันที่ 2 มีนาคม appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากปล่อยทีเซอร์และเอ็มวีเพลงใหม่อย่าง ‘Rapปล่อยให้เด็กมันRap’ ออกมาเรียกน้ำย่อยให้สาวกฮิปฮอปชาวไทยได้ชมกัน เพื่อเตรียมตัวต้อนรับการกลับมาของ The Rapper 2020 Civil War เวทีการแข่งขันเพื่อค้นหาแรปเปอร์ฝีมือดีมา ‘รันวงการ’ ฮิปฮอปให้ก้าวไปไกลกว่าเดิม

 

และล่าสุดเพจ The Rapper ได้เปิดเผยผู้เข้าแข่งขันทั้ง 24 คน พร้อมทีมที่สังกัดทั้ง 4 ทีม ซึ่งยังคงได้โค้ชทั้ง 4 คนผู้เป็นแรปเปอร์แถวหน้าของเมืองไทยอย่าง F.Hero (กอล์ฟ-ณัฐวุฒิ ศรีหมอก), Twopee (โต้ง-พิทวัส พฤกษกิจ), UrboyTJ (ลูกเต๋า-จิรายุทธ ผโลประการ) และ PMC ปู่จ๋าน ลองไมค์ (เปรม-พิษณุ บุญยืน) พร้อมด้วยสองโปรดิวเซอร์ที่ฝีมือชั้นเซียนอย่าง KH (ขัน-ขันเงิน เนื้อนวล) และ Joey Boy (โจ้-อภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต) มารับหน้าที่ปั้นเหล่าแรปเปอร์เช่นเดิม

 

โดยสมาชิกทั้ง 4 ทีมก็ถือเป็นการรวบรวมเหล่าแรปเปอร์ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่มาเปิดศึกให้ลุกเป็นไฟ 

 

เริ่มด้วยสมาชิกทีม F.Hero ที่นำโดย PP’Dreams แรปเปอร์ผู้ก่อตั้งค่ายเพลงอย่าง La’zaro Records พร้อมด้วย Blacksheep ผู้เข้าแข่งขันที่โดดเด่นมากๆ ในรายการ The Rapper ซีซันที่ 1 ตามด้วยศิลปินอย่าง EP$ON, Snoopking, Dondy และ M-PEE

 

ทีม Twopee ที่ครั้งนี้เขาพา IG Southside อีกหนึ่งสมาชิกจากวงฮิปฮอปอย่าง Southside มาร่วมระเบิดเวทีแรป พร้อมด้วย Saran อีกหนึ่งผู้เข้าแข่งขันจาก The Rapper ซีซันที่ 2 และ K6Y, Chun Wen, Oubre, Babyrocky 

 

ทีม UrboyTJ ที่นำโดย THISISMC อดีตผู้เข้าแข่งขันจาก The Rapper ซีซันที่ 2 ที่มาพร้อมกับ NLHz แรปเปอร์ขวัญใจแฟนฮิปฮอปที่ยังคงเอกลักษณ์ของตัวเองด้วยผ้าปิดปากประจำตัว พร้อมด้วย Ninja, Dreamhigh, Samuel D.A และ Lil Getthy 

 

และทีมสุดท้ายกับทีม PMC ที่มาพร้อมกับ Jahrom ผู้เข้าแข่งขันจาก The Rapper ซีซันที่ 1 ที่เล่าเรื่องราวของยาเสพติดผ่านการแรปได้อย่างคมคาย ตามด้วย Aezy Red, Jonin, Santi, Flamingam และ Santa Chord 

 

โดยรูปแบบรายการใน The Rapper 2020 Civil War ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดออกมามากนัก ยกเว้นคำพูดน่าสนใจในวิดีโอโปรโมตของโจอี้บอยที่บอกว่า

 

“ซีซัน 1 ซีซัน 2 The Rapper คือการกำลังเริ่มต้น ของจริงกำลังจะมา” เป็นการขยายกิ่งก้านสาขา และผลผลิตของวงการฮิปฮอปกันได้แบบเต็มๆ พร้อมกันใน The Rapper 2020 Civil War วันที่ 2 มีนาคมนี้ ทางช่องเวิร์คพอยท์ 23

 

สามารถรับชมตัวอย่างรายการได้ที่

 

 

ภาพประกอบโดย

https://www.facebook.com/TheRapperTH/

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง

The post The Rapper 2020 Civil War เปิดตัวผู้เข้ารอบทั้ง 24 คน ก่อนเปิดศึก ‘ของจริง’ พร้อมกันวันที่ 2 มีนาคม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Milli แรปเปอร์หญิงน่าจับตา และ ‘พักก่อน’ เมื่อในรั้วโรงเรียนมีทั้งเรื่องรักใคร่และซุบซิบนินทา https://thestandard.co/milli-rapper/ Fri, 14 Feb 2020 07:39:44 +0000 https://thestandard.co/?p=331214

Milli น่าจะเป็นแรปเปอร์ผู้หญิงคนแรกๆ ในยุคนี้ที่มีลักษณ […]

The post Milli แรปเปอร์หญิงน่าจับตา และ ‘พักก่อน’ เมื่อในรั้วโรงเรียนมีทั้งเรื่องรักใคร่และซุบซิบนินทา appeared first on THE STANDARD.

]]>

Milli น่าจะเป็นแรปเปอร์ผู้หญิงคนแรกๆ ในยุคนี้ที่มีลักษณะการร้อง แรป และการไรม์ที่สะใจมากๆ อีกทั้งยังเป็นศิลปินที่น่าจับตามองไม่ใช่แค่ความเก่งของเธอ แต่ยังเป็นมุมมองของเด็กสาววัย 16 ย่าง 17 ที่มีต่อสังคม และพฤติกรรมของคนในสังคมได้อย่างตรงไปตรงมา ทั้งยังมีจริตจก้านที่สนุกสนาน คุณอาจจะหลงชอบเธอได้โดยไม่รู้ตัว และตอนนี้ซิงเกิลแรกของเธอที่ชื่อว่า พักก่อน ก็กำลังมาแรงมากๆ บนอันดับ 1 Trending ใน YouTube

 

พักก่อน คือซิงเกิลแรกของ Milli หรือ มินนี่-ดนุภา คณาธีรกุล เด็กสาวที่โด่งดังมาจากการประกวดรายการ The Rapper ซีซัน 2 ทางช่อง Workpoint ปัจจุบันเธออยู่ภายใต้สังกัด YUPP! และเป็นแรปเปอร์สาวเบอร์แรกของค่ายนี้ 

 

 

ต้องยอมรับเรื่องหนึ่งว่า Milli เป็นศิลปินที่น่าสนใจมากๆ ตั้งแต่เธอเริ่มประกวดในรายการ และมักจะทำผลงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะการนำเสนอประเด็นทางสังคมผ่านมุมมองในวัยของเธอ ทั้งเรื่องความรัก ความสัมพันธ์ หรือแม้แต่ประเด็นการตั้งท้องในวัยเรียนที่ทำให้เราได้มองสังคมปัจจุบันในมุมกว้างๆ จากสายตาของในวัยนั้น อีกทั้งการแรปของเธออย่างตรงไปตรงมา ดุ เด็ด เผ็ดซี้ด ก็ทำให้เราคิดถึง นิกกี้ มินาจ เหลือเกิน และแน่นอนว่านั่นคือศิลปินที่ Milli ชื่นชอบ

 

พักก่อน เล่าเรื่องคร่าวๆ ถึงตัวเธอที่กำลังมีประเด็นกับเพื่อนผู้หญิงอีกคน หรืออีกกลุ่ม ซึ่งดูจะเป็นปัญหาสากลมากที่เกิดขึ้นในรั้วโรงเรียน โดยเฉพาะเรื่องช่วงเปลี่ยนผ่านวัย การซุบซิบนินทา การเริ่มมีแฟน หรือการบูชาความรักของเด็กมัธยมบางส่วน ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ดูเหมือนว่าจะได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวในรั้วโรงเรียนของเธอเอง ที่ว่าด้วยเหตุการณ์ที่เธอลงสมัครประธานนักเรียน และการดำรงตำแหน่งดังกล่าวทำให้เธอได้เห็นความเป็นไปและความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากรในโรงเรียนได้ชัดเจนมากขึ้น

 

ในเพลงนี้เราได้เห็นศักยภาพและเสน่ห์ของเธอที่ค่อนข้างโดดเด่น ทั้งการร้องและการเต้น โดยเฉพาะการร้องที่เธอมีจังหวะที่เท่และสนุกมากๆ บวกกับการแทรกภาษาอีสานและภาษาลูเข้าไปด้วย ก็ช่วยเพิ่มความแปลกใหม่เข้าไปให้เพลงดูแตกต่างมากขึ้น ซึ่งได้โปรดิวเซอร์มือทองแห่งยุคอย่าง NINO มาดูแลตรงนี้ รวมถึงสังคมไฮสคูลที่เราเห็นในมิวสิกวิดีโอ ก็ทำให้เพลงยิ่งดูประชดแดกดันหนักเข้าไปอีกเกี่ยวกับสังคมเด็กนักเรียนในปัจจุบัน และในเพลงนี้มันไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการที่เราได้ฟังเรื่องราวของเธอที่กำลังเล่าเรื่องสังคมของเธอ ด้วยมุมมองของเธอเองว่า ในปัจจุบันเด็กวัยรุ่นหญิงไทยต้องประสบพบเจอกับอะไรบ้าง

 

แม้เนื้อร้องบางส่วนจะถูกตั้งข้อกังขาว่าเป็นการดูถูกดูแคลนเพศหญิงด้วยกันเองมากไปหรือเปล่า เช่น การบอกว่าอีกฝ่ายทำตัวเหมือนเมายาคุม, แต่งตัวมิดชิดแต่จริงๆ แรดมาก เป็นต้น อันนี้ก็แล้วแต่มุมมองของผู้ฟัง แต่ถ้าหากมองมุมมองของเรื่องราวที่ Milli พยายามเล่าให้กลมที่สุด เราก็น่าจะพอเข้าใจได้ง่ายๆ ว่านี่เป็นการประชันฝีปากของเด็กผู้หญิงในวัยมัธยมที่กำลังหมั่นไส้กันและกัน ที่ยังอุตส่าห์มีน้ำใจให้ข้อคิดเตือนใจแก่เพื่อนสาวถึงความสัมพันธ์ในวัยเรียนอยู่เป็นนัยๆ ซึ่งจริงๆ มันก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เรานั่งดูบางฉากของละครไทยหลังข่าวที่มีตัวละครมายืนด่ากันด้วยคำคมเท่าไรหรอก ซึ่งตรงนี้ต้องชื่นชมทางผู้กำกับอย่าง โจ้-ทิชากร ภูเขาทอง จากทีม Trasher Bangkok ด้วยที่ทำให้เรื่องราวด้านภาพมันดูสนุกและไม่ซีเรียสจนเกินไป อีกทั้งยังทำให้เห็นคาแรกเตอร์ของ Milli ออกมาค่อนข้างชัดเจนมากๆ เห็นแล้วอยากแกะท่ามาเต้นบ้าง!

 

รู้จัก Milli ให้มากขึ้นได้ที่นี่

 

 

หรืออินสตาแกรม @phuckitol และหากอยากพิสูจน์ความสามารถในการแรปไฟแล่บของเธอ คุณสามารถฟังได้ทุกช่องทางสตรีมมิงและชมมิวสิกวิดีโอได้ที่นี่ 

 

 

 

 

ภาพ: YUPP!

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post Milli แรปเปอร์หญิงน่าจับตา และ ‘พักก่อน’ เมื่อในรั้วโรงเรียนมีทั้งเรื่องรักใคร่และซุบซิบนินทา appeared first on THE STANDARD.

]]>
Ironboy ชีวิตที่โดน bully โดดเดี่ยว ถูกแบน แต่พิสูจน์ตัวเองจนกลายเป็นแชมป์ The Rapper https://thestandard.co/ironboy-the-rapper-1st-champion/ https://thestandard.co/ironboy-the-rapper-1st-champion/#respond Thu, 26 Jul 2018 15:47:26 +0000 https://thestandard.co/?p=110353

    ถ้ามองเผินๆ จากการแรปรัวไม่มีหยุด มุกตลก […]

The post Ironboy ชีวิตที่โดน bully โดดเดี่ยว ถูกแบน แต่พิสูจน์ตัวเองจนกลายเป็นแชมป์ The Rapper appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

 

ถ้ามองเผินๆ จากการแรปรัวไม่มีหยุด มุกตลก ท่าเต้นกวนๆ และภาพลักษณ์สบายๆ ที่ เอนัน-ศิริศักดิ์ เลขวัฒนะโรจน์ หรือ Ironboy นำเสนอออกมาในทุกๆ รอบ ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์รายการ The Rapper คนแรกของประเทศไทย ภาพที่เราพอจะคิดออกคงหนีไม่พ้น เด็กวัยรุ่นอายุ 19 ที่เติบโตมาพร้อมกับพรสวรรค์ มั่นใจในความสามารถ ไม่ยี่หระกับสิ่งต่างๆ รอบตัว

 

แต่ถ้าได้รู้จักตัวตนของเขาจริงๆ เอนันไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนอย่างชื่อ Ironboy ที่เขาเลือกมาใช้เพื่อปกปิดความอ่อนไหวในตัว แถมยังเป็นเด็กหนุ่มผู้แสนโดดเดี่ยว ที่เลือกก้าวเท้าเข้าสู่วงการแรปเปอร์ตั้งแต่อายุ 11 ปี ท่ามกลางเพื่อนร่วมรุ่นที่ไม่มีใครเข้าใจในสิ่งที่เขาทำอยู่แม้แต่คนเดียว

 

เขาถูก bully มาตั้งแต่เด็ก เคยถูกโดนแบนจากวงการฮิปฮอป เคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และเกือบจะสละสิทธิ์การแข่งขันรายการ The Rapper ไปแล้ว โชคดีที่เขาตัดสินใจคว้าโอกาสนี้ไว้และกลับมาพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนได้เห็นในที่สุด

 

THE STANDARD มีนัดคุยกับ Ironboy ในเช้าวันต่อมาหลังจากที่เขาเพิ่งขึ้นไปชูถ้วยแชมป์ The Rapper มาหมาดๆ หน้าตาของเขายังมีความอ่อนล้าปรากฏให้เห็น แต่ในหัวใจของแรปเปอร์ช่างฝัน พร้อมแล้วที่จะเดินทางสู่เป้าหมายต่อไป ด้วยการเป็นวัยรุ่นที่ ‘เฟี้ยว’ กว่าทุกคนให้ได้

 

ชีวิตวัยเด็กของคุณเป็นอย่างไรบ้าง ก่อนจะมาเป็นแชมป์ The Rapper ที่ชื่อว่า Ironboy อย่างทุกวันนี้

ต้องย้อนไปก่อนว่าผมเป็นคนแปลกแยกจากสังคม คือผมพยายามเข้าหาเพื่อนนะ เช่น ไปเตะฟุตบอล แต่โดนบอลอัดหน้าผมก็เล่นต่อไม่ได้ พอมา ม.ต้น อายุ 12-13 ก็เปลี่ยนมาเล่นบาสเกตบอล พยายามไปลองเพราะอยากโชว์สาว แต่สกิลการเล่นกีฬาผมไม่ได้จริงๆ เวลาเห็นผู้หญิงไปนั่งดูคนเล่นบาส ผมเข้าไปเล่นไม่ได้ก็มานั่งเขียนเพลงอยู่ข้างสนามแทน หรือเวลาเขาคุยเรื่องบาสเรื่องบอลกัน ผมแค่รู้ว่าเขาแข่งกันอย่างไร แต่ไม่ได้รู้ว่าใครอยู่ทีมไหน แถมผมเป็นผู้ชายไม่เล่นเกมอีก ซึ่งเด็กๆ ก็จะมีอยู่ประมาณนี้ เลยทำให้ผมค่อนข้างแปลกแยก ไม่มีสังคมกลุ่มเพื่อนตรงนี้เท่าไร  

 

รู้ไหมว่าปีนี้ทีมไหนได้เป็นแชมป์ฟุตบอลโลก

ไม่รู้ครับ (หัวเราะ)

 

 

รู้สึกอย่างไรบ้างเวลาเห็นเพื่อนๆ มีสาวมากรี๊ดข้างสนามบาส แต่เราต้องนั่งเขียนเพลงเงียบๆ อยู่คนเดียว

มันก็เหงานะครับ คนอื่นเขาอาจจะจีบสาวด้วยการเล่นบาส เพราะเล่นแล้วเท่ แต่ผมเชื่อว่าจะเขียนเพลงไปจีบสาว เชื่อว่าวันหนึ่งจะทำได้ ช่วงอายุ 13-14 ปีเป็นช่วงที่ผมเขียนเอาไว้เยอะมาก แต่ละเพลงอาจจะฟังไม่ได้ แต่มันคือการฝึกฝนที่ดี เหมือนเป็นสมุดการบ้านที่ผมได้ฝึกทำทุกวัน  

 

ยังรู้สึกอยู่เลยว่าตอนนั้นพัฒนาการของผมก้าวกระโดดกว่าตอนนี้มาก ตอนนี้ต้องรอมีอารมณ์ก่อนแล้วค่อยเขียน แต่ตอนนั้นแค่คิดว่าอยากเขียนอะไรก็เขียน พักกลางวันก็เข้าห้องสมุดไปนั่งเขียนเพลง ภาษาอังกฤษยังไม่ได้ เราก็พยายามเขียนในแบบที่เราเข้าใจ ไม่ได้สนใจว่ามันจะต้องดีหรือดัง แค่อยากร้องเพลง อยากมีเพลงของตัวเองเท่ๆ แค่นั้นเลย

 

นอกจากเรื่องบาสเกตบอล ฟุตบอล เกมที่คุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง แต่กับเรื่องเพลงคุณยังพอมีกลุ่มเพื่อนที่แลกเปลี่ยนเรื่องนี้กันได้ไหม

มีประมาณหนึ่งคนครับ (หัวเราะ) แต่จะเป็นอารมณ์ฟังอย่างเดียว ผมบอกว่ามีไอดอลเป็นพี่โต้ง Twopee เขาก็บอกว่า เออเท่ดีนะ ชอบฟังเพลง แต่งตัวเป็นวง Thaitanium แต่ไม่จริงจังถึงขั้นมาเขียนเพลง เรียกว่าผมเป็นเด็กคนเดียวที่แรปในโรงเรียนตอนนั้นเลยก็ว่าได้

 

เขียนเพลงเสร็จแล้วให้ใครฟังบ้าง

ฟังเองแล้วก็สาวที่ชอบ (หัวเราะ)

 

เคยจีบสาวสำเร็จเพราะเพลงที่เราแต่งขึ้นมาบ้างไหม

ไม่สำเร็จเลยครับ บางคนก็จะพิมพ์มาว่า อืม เพราะดีนะ แต่บางคนหายไปเลยก็มี (หัวเราะ) ผมเขียนไปเยอะมากจริงๆ นะครับ เรียกว่าเป็นท่าไม้ตายเดียวในการจีบผู้หญิงเลย แต่ตามประสาเด็กๆ มันเป็นความรู้สึกที่เพียวมาก มีอารมณ์เพ้อฝันดีนะครับ แอบชอบอยู่นะ รู้สึกอะไรก็เขียนไปเลย เวลาร้องก็ใส่ออโต้จูนหนักๆ ร้องตามอารมณ์ไม่ได้สนว่าจะเพี้ยนหรืออะไรทั้งนั้น (หัวเราะ)

 

เริ่มเขียนเพลงแรปมาตั้งแต่ตอนนั้นเลยหรือเปล่า

จริงๆ ก็เริ่มมาจากเพลงทั่วไปก่อน แต่แรปก็เริ่มมาพร้อมๆ กัน ตอนนั้นรู้สึกว่าพอฟังเพลงฮิปฮอปแล้วน่าจะใช้จีบสาวได้ตรงกว่า แล้วเสียงผมเริ่มแตกพอดี ร้องเพลงไม่เพราะ เลยคิดว่ามาเอาดีทางแรปดีกว่า ไอดอลผมมีอยู่ 2 โต้ง คือพี่โต้ง Twopee กับ พี่โต้ง Illslick ตอนนั้นเขามีเพลง Thug luv ที่ร้องว่า “เราแม่งโคตรชอบเธอเลยวะ เราแม่งโคตรชอบเธอเลยวะ ไม่รู้จะพูดยังไง แต่เราแม่งโคตรชอบเธอเลยวะ” ฟังแล้วรู้สึกว่าถ้าส่งให้ผู้หญิงแล้วน่าจะชอบ แต่ปรากฏว่าหายหมดเลย (หัวเราะ)

 

 

การเป็นแรปเปอร์เด็กคนเดียวในสมัยนั้นทำให้โดนคนอื่นมองว่าเป็นคนแปลกๆ บ้างหรือเปล่า

ใช่ครับ ตอนนั้นแรปกับฮิปฮอปเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่มมาก ตอนนั้นใครใส่หมวก ใส่เสื้อ ใส่กางเกงตัวใหญ่ๆ แค่นั้นก็ถือว่าแปลกมากแล้ว แล้วช่วง 2-3 ปีนั้นก็ทำเพลงอยู่คนเดียวตลอด ไปดูคอนเสิร์ต Thaitanium คนเดียว พยายามไปขอถ่ายรูป ไปยื่นแผ่นเพลงให้ แล้วก็เริ่มมีความฝันขึ้นมาว่าถ้าวันหนึ่งเราได้เป็นส่วนหนึ่งของวง Thaitanium มันจะเท่มาก แต่ก็เหมือนจะมีแค่เราคนเดียวที่คิดแบบนั้น

 

แค่โดนมองว่าแปลก แต่ไม่ถึงขนาดโดน bully ใช่ไหม

bully ครับ ตั้งแต่ช่วง ป.6 ที่แรปคนเดียว จนขึ้น ม.1 อารมณ์เด็กช่างฝัน ก็โดนรุ่นพี่มาล้อ อย่างเอา a.k.a. แรกของผม Anan The Rapper กลางแถวลูกเสือ แล้วทุกคนก็ขำกันหมด ความรู้สึกตอนนั้นเราอยากตอบโต้มาก แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะเดี๋ยวโดนกระทืบเปล่าๆ (หัวเราะ) ก็เลยเก็บเอาไว้มาใช้เป็นแรงผลักดันเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ว่ากูจะต้องเป็นแรปเปอร์ให้ได้ แล้วมันก็เป็นเรื่องตลกดี เพราะวันนี้ผมก็ได้กลายเป็น Anan The Rapper จริงๆ  

 

สำหรับผมเรื่องนี้สำคัญมากเลยนะครับ ไม่ใช่แค่ผม แต่ยังมีเด็กอีกหลายคนที่มีความฝัน แต่โดนสังคมรอบข้างสร้างกำแพงปิดกั้นเขาไว้ แต่เรื่องที่น่าเศร้าก็คือ ถึงแม้เรารู้ว่าการ bully เป็นสิ่งไม่ดี แต่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ เพราะฉะนั้นสิ่งเดียวที่เราทำได้ คือการสร้างเกราะให้ตัวเอง ด้วยการไม่ต้องสน ไม่ต้องแคร์ ถึงแม้ว่ามันจะยากแค่ไหน แต่ก็ต้องทนอยู่ให้ได้ ต้องเชื่อในสิ่งที่คุณรักให้มากที่สุด และเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งคุณจะทำสิ่งที่ฝันเอาไว้ให้สำเร็จ อาจใช้เวลานานหน่อยไม่เป็นไร แต่ผมเชื่อว่าทุกคนทำได้เหมือนกัน

 

 

ช่วงโดนล้อหนักๆ เคยคิดถึงขนาดว่าจะเลิกแรปแล้วกลับไปใช้ชีวิตในสังคมตามปกติบ้างไหม

เลิกใช้ชื่อนั้นไปเลย แล้วเปลี่ยนเป็น Ironboy แทนไงครับ (หัวเราะ) แต่ไม่เคยคิดเลิกแรป ให้ไปทำอย่างอื่นก็ไม่รู้จะทำอะไร คนอื่นเขายังมีที่ยึดเหนี่ยว บางคนเล่นเกมเก่ง บางคนเล่นกีฬา วาดรูปเก่ง แต่ผมทำอะไรพวกนั้นไม่ได้เลย ผมแรปได้อย่างเดียว ถ้าผมเลิกแรปผมก็ไม่เหลืออะไรแล้ว  

 

ซึ่งไอ้ที่แรปมาก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเก่งหรือดีอะไรนะครับ คนอื่นคงมองว่าเพลงผมกากแหละ แต่ผมมั่นใจว่ามันเท่ (หัวเราะ) ผมว่าอันนี้เป็นจุดสำคัญนะ คนเราต้องมีความมั่นหน้า ไม่เก่งไม่เป็นไร แต่ต้องมั่นใจไว้ก่อนว่าเราทำได้

 

ก่อนจะมีความฝันเป็นศิลปิน เป็นแรปเปอร์ เคยมีความฝันอย่างอื่นมาก่อนบ้างไหม

ไม่มีเลยครับ ผมเริ่มร้องเพลงตั้งแต่อนุบาล ทั้งชีวิตอยากเป็นนักร้องมาตลอด อย่างชื่อเล่นของผม ตอนแรกแม่ตั้งว่าอนัน ก็มาจากอนัน อันวา เพราะอยากให้เป็นนักร้อง แต่ผมรู้สึกว่ามันโหลไปหน่อย เลยเปลี่ยนเป็นเอนัน ตอนเริ่มตั้ง a.k.a. Anan The Rapper แล้วผมเริ่มเรียนร้องเพลง เรียนเต้นตั้งแต่ 7 ขวบ แล้วโชคดีมากที่แม่ผมสนับสนุนทุกอย่าง เขาไม่เคยถามเรื่องความฝันของเรา นอกจากถามว่า เอาจริงใช่ไหมลูก ถ้าเอาจริงงั้นเดี๋ยวแม่ส่งไปให้

 

ต่อให้ครอบครัวสนับสนุน แต่น่าจะต้องมีเสียงจากคนรอบข้าง ที่ไม่เห็นด้วยเวลาตอบว่า โตขึ้นเราอยากเป็นแรปเปอร์

มีอยู่แล้วครับ อย่างเพื่อนก็จะบอกว่ามึงมาทำอะไรบ้าๆ บอๆ แบบนี้ทำไม หรือพ่อแม่บางคนก็ไม่ให้มาเล่นกับผม วันแรกยังเล่นกันดีๆ อยู่เลย วันต่อมาเขาบอกว่า เฮ้ย พ่อเราไม่ให้มาเล่นกับนายแล้ว มันเป็นมุมที่เศร้าสำหรับเด็ก ป.6 เหมือนกันนะครับที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้ แต่ก็พยายามไม่คิดอะไรมาก

 

 

ลึกๆ ในใจคุณเข้มแข็งเหมือน a.k.a. Ironboy ที่ใช้แบบนั้นเลยไหม

ผมเป็นคนอ่อนไหวเลยนะครับ อาจจะเรียกว่าอ่อนแอเลยแหละ ชอบคิดมากกับอะไรหลายๆ อย่าง ถ้าพูดกันจริงๆ ที่บอกว่าพยายามไม่คิดอะไรมาก แต่ผมไม่โอเคเลยนะ พูดง่ายๆ คือผมเกลียดโรงเรียนตอนนั้นมาก คือไม่ได้เกลียดการศึกษานะครับ แต่เกลียดสิ่งที่ผมต้องเจอในโรงเรียนอย่างที่บอกไป  

 

แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ผลักดันให้ผมพิสูจน์ตัวเองด้วยตัวคนเดียวต่อมาเรื่อยๆ จนพออายุ 16 เริ่มเปลี่ยนจากการเขียนเพลงแบบไม่สนใจอะไร มาพัฒนาเรื่องการทำเพลงอย่างจริงจัง เริ่มคิดว่าคนฟังเขาจะเข้าใจเพลงของเราไหม เป็นเพลงที่คนอื่นก็พอฟังได้ ไม่ใช่แค่เก็บเอาไว้ฟังคนเดียว

 

ผมเคยคุยกับรุ่นพี่คนหนึ่งว่า ต้องทำยังไงผมถึงจะทำเพลงได้หนึ่งแสนวิว ซึ่งตอนนั้นเพลงของผมมีแค่ประมาณ 100 วิว เขาบอกกลับมาว่า มึงก็ทำเพลงออกมาอีก 100 เพลงดิ แค่นั้นก็ครบหนึ่งแสนวิว แล้วผมก็ยึดหลักการนั้นมาตลอด คือทำเพลงออกมาเยอะมาก ตั้งแต่อายุ 13-14 จนพออายุ 17 เป็นช่วงที่ผมปล่อยเพลงใหม่แทบทุกอาทิตย์เลย

 

จากแรปเปอร์ตัวคนเดียว คุณเริ่มพาตัวเองเข้าไปสู่วงการแรปเปอร์ที่กว้างขึ้นได้ตั้งแต่เมื่อไร

ตอน Rap Is Now ซีซัน 2 ที่ผมเข้าไปดูพวกเขาแรปแบตเทิลกัน แล้วตื่นเต้นมาก เราไม่เคยเห็นสังคมนี้แบบชัดๆ มาก่อน เจอกลุ่มที่ชอบแรป ชอบฮิปฮอปเหมือนกัน ได้เห็นน้าเก่ง Repaze ที่ตอนนั้นรู้สึกว่าเท่มาก จนมาวันนี้ได้มาสนิทกันจากรายการ The Rapper ก็เป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มาก เขาเป็นคนจุดไฟให้ผมเหมือนกันนะ ที่ทำให้รู้สึกว่าอยากขึ้นไปยืนบนจุดนั้นบ้าง จุดที่มีการแข่งขันและมีคนยอมรับในตัวเรา

 

แต่ผ่านไปแป๊บเดียว พออายุประมาณ 18 ผมมีปัญหาและเริ่มโดนแบนจากกลุ่มฮิปฮอป มีหลายอย่างทำให้เครียดจนผมป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ต้องกินยารักษา จนคิดว่าจะสละสิทธิ์จากรายการ The Rapper ไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะคิดว่าทำอะไรไปคนก็คงไม่ยอมรับในตัวเรา ซึ่งโชคดีมากที่ผมตัดสินใจไปต่อ เพราะไม่อย่างนั้นการสละสิทธิ์จะเป็นการตัดสินใจที่โง่ที่สุดในชีวิตของผมเลย

 

 

อะไรทำให้ตัดสินใจได้ว่าเราจะเลือกเดินทางนี้ต่อ ถึงแม้ว่าจะมีคนไม่ยอมรับในตัวเราแล้วก็ตาม

เพราะมันยังมีคนอื่นอีกเยอะที่ต้องการโอกาสแบบที่เราได้ และมันไม่ใช่เรื่องง่ายกว่าที่จะมายืนอยู่ตรงนี้ พอจะตัดสินใจไปต่อ ก็เลือกเพลง น้ำลาย ขึ้นไปร้อง เพราะต้องการตอบโต้น้ำลายจากกลุ่มคนที่ไม่ยอมรับและสบประมาทเราไว้ ตอนนั้นยอมรับว่าอารมณ์ผมแรงมาก อยากถ่ายทอดผ่านเพลงนี้ว่า ทำไมต้องฟังคนอื่นว่าเราไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ โดยที่ไม่ยอมคุยกับเราก่อน

 

เพลง น้ำลาย ที่ Ironboy ใช้ในรอบออดิชันรายการ The Rapper

 

ในรอบแรกคุณขึ้นไปร้องเพลง ‘น้ำลาย’ เพราะความโกรธ ความไม่เข้าใจ แต่หลังจากนั้นแนวเพลงของ Ironboy ก็เปลี่ยนไปอีกแบบเลย

อันนี้พูดแบบไม่ได้เอาใจรายการนะครับ แต่อาการซึมเศร้าของผมค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ รอบที่ผ่านไปจากรายการนี้ พอผ่านเข้ารอบไปเรื่อยๆ เป้าหมายมันเปลี่ยนจากความโกรธเป็นเรากำลังแบกชื่อ The Rapper อยู่ เราจะย่ำอยู่กับที่ไม่ได้ มันบอกตัวเองโดยอัตโนมัติว่าเราต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา พอเปลี่ยนโฟกัสไปที่เรื่องอื่น ความทรงจำแย่ๆ มันก็ค่อยๆ หายไปเรื่อยๆ กลายเป็นอยากทำเพลงที่มันสร้างสรรค์ ให้เหมาะกับชื่อ The Rapper ของเราขึ้นมาแทน

 

จนทุกวันนี้ผมไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้าแล้วนะ เหลือแค่อาการวิตกกังวลที่ต้องกินยาบรรเทาอาการเป็นบางครั้ง อันนี้เป็นโรคประจำตัวตั้งแต่อาการกลัวที่แคบ กลัวลิฟต์ กลัวเครื่องบิน แล้วพอเข้ารอบลึกขึ้น มันมีความคาดหวังจากคนอื่น มีความกดดันตัวเองว่าต้องทำผลงานให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดอาการประหม่าจนควบคุมความวิตกกังวลไม่ได้ ทุกวันนี้ก็ยังต้องพกยาเอาไว้อยู่ เป็นยาชนิดเดียวกับที่บรรเทาอาการซึมเศร้านั่นแหละ แต่ว่าใช้ในการบรรเทาอาการวิตกกังวลแทน แต่โชคดีมากตอนรอบสุดท้ายผมไม่เป็นนะ

 

ทั้งๆ ที่รอบสุดท้ายควรจะเป็นรอบที่กดดันและควรจะวิตกกังวลมากที่สุดหรือเปล่า

ตอนแรกก็คิดว่าจะต้องกิน แต่ผมคิดว่าผมซ้อมมาอย่างหนัก พยายามคิดบวก บอกตัวเองว่า เฮ้ย มึงต้องทำได้ดิวะ อย่าลน ต่อให้ผิดพลาดยังไงแต่ทุกอย่างจะโอเค

 

ยอมรับว่าเวลาเห็นท่าทางกวนๆ ของคุณบนเวที สามารถแรปรัวได้อย่างสบายๆ ทำให้เราคิดว่าคุณคือแรปเปอร์ที่มาพร้อมกับพรสวรรค์ แต่ฟังจากที่บอก กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้คุณน่าจะผ่านการฝึกฝนตัวเองอย่างหนักมากเหมือนกัน

ต้องบอกก่อนเลยครับว่าผมเป็นคนไม่มีพรสวรรค์ อันนี้คือเรื่องจริงเลย ถ้าย้อนให้เห็นภาพเรื่องแรปรัว คือผมเริ่มฝึกครั้งแรกตอนอายุ 14 จากเพลง Rap God ของ Eminem ที่พอฟังจบแล้วผมอยากฝึกแรปเพลงนี้ให้ได้ ทั้งๆ ที่อ่านภาษาอังกฤษยังไม่แตกด้วยนะ ไม่สามารถอ่านและร้องเร็วๆ ได้ ก็เลยไปหาเวอร์ชันสโลว์โมชันมาฝึกร้อง แล้วก็นั่งฝึกบ่นๆๆๆ เหมือนคนบ้าทุกวันอยู่ประมาณ 3 อาทิตย์เต็มๆ กว่าจะสามารถร้องได้ทั้งเพลงด้วยความเร็วปกติ

 

หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกแรปรัวมาตลอด แต่ยังไม่ได้คิดว่ามันคือสไตล์ของตัวเองนะ แค่คิดว่าแรปได้แล้วมันเฟี้ยวดีเฉยๆ แล้วน่าจะโชคดีที่เป็นคนชอบทำอะไรซ้ำๆ จำเจได้แบบไม่เบื่อ แล้วการทำซ้ำๆ ทุกครั้งจะทำให้เราได้รายละเอียดในสิ่งที่ทำเพิ่มมากขึ้น พอฝึกมากขึ้นมันเลยซึมซับกลายเป็นสไตล์ที่ถนัดของตัวเองขึ้นมา

 

ลิงก์เพลง Rap God ของ Eminem

 

สำหรับคนวิตกกังวลอย่างคุณ ต้องซ้อมหนักขนาดไหนกว่าจะขึ้นเวที The Rapper ได้ในแต่ละรอบ

การฝึกซ้อมของผมคือ ไปอัดเพลงมาก่อน แล้วเอามานั่งฟังวนไปวนมาทั้งวัน หลับก็เปิดทิ้งไว้ เพราะเชื่อว่าซาวด์มันจะซึมเข้าไปในสมองโดยอัตโนมัติ แล้วก็เอามาฝึกร้องทั้งวันทั้งคืน อย่างรอบสุดท้ายที่ร้องเพลง รางวัลแด่คนช่างฝัน ผมมีเวลาฝึกซ้อมประมาณ 2 อาทิตย์ ผมก็ฟังแต่เพลงนี้อย่างเดียวเลย ฟังเพลงอื่นน้อยมากแค่เวลารู้สึกอยากผ่อนคลายเท่านั้น

 

เพลง รางวัลแด่คนช่างฝัน ที่ Ironboy ใช้ประกวดในรอบตัดสินรายการ The Rapper

 

สำหรับเด็กหนุ่มช่างฝัน ที่เอาเพลง ‘รางวัลแด่คนช่างฝัน’ ขึ้นไปร้องในรอบสุดท้าย คิดว่าตอนนี้อะไรคือ ‘รางวัล’ ที่ดีที่สุดที่คุณได้รับมาในตอนนี้

คือการหาเงินเลี้ยงตัวเองและแม่ให้ได้ครับ ถ้าไม่นับเงินรางวัลที่ได้ ผมอยากหาเงินให้ได้ในหลักล้านด้วยตัวเอง ผมรู้ว่ามันยาก แต่ก็มีศิลปินคนอื่นที่เขาทำได้ ผมอยากเป็นคนหนึ่งที่ทำได้เหมือนกัน สำหรับผมการเป็นแชมป์ The Rapper คือการทำความฝันอย่างหนึ่งสำเร็จ แต่มันยังไม่จบแค่นั้น เพราะการเดินทางของผมเพิ่งเริ่มต้น

 

ผมคิดว่าเกิดมาเรามีโอกาสเป็นวัยรุ่นได้แค่ครั้งเดียว ผมอยากใช้ชีวิตช่วงนี้ให้คุ้มที่สุด คุ้มของผมคือสามารถสนุกและหารายได้จากสิ่งที่ผมรักให้ได้ คำว่าสนุกของบางคนอาจถึงไปเที่ยวผับ ติดยา แล้วก็จบกันไป แต่ของผมคือการไปผับเพื่อร้องเพลง เพื่อทำงาน เพื่อหาเงินจากการร้องเพลงที่ผมรัก ถึงตอนนี้รายได้ของผมจะไม่มากเท่าคนอื่น แต่ผมดีใจที่ผมทำได้ อย่างน้อยเราต้องเป็นวัยรุ่นที่เฟี้ยวกว่าคนอื่นให้ได้

 

นิยามคำว่า ‘เฟี้ยว’ ของคุณคืออะไร

ใช้ชีวิตแบบที่เราชอบ โดยที่ไม่ต้องเป็นแบบที่คนอื่นบอกให้เป็น ผมเป็นเด็กอายุ 19 ที่ไม่ต้องเดินตามความฝันคนอื่นว่าอยากเป็นวิศวกร อยากเป็นหมอ หรืออาชีพอื่นๆ ที่มีความมั่นคง แต่เราสามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวจากสิ่งที่ผมรักได้ คนอื่นจะนิยามไว้อย่างไรไม่รู้นะ แต่สำหรับผมทำได้แบบนี้คือเฟี้ยวแล้ว แล้วก็จะพยายามทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ

 

Photo: ณัฐพงษ์ กุลพันธ์ และพนาธร ไชยกุล

The post Ironboy ชีวิตที่โดน bully โดดเดี่ยว ถูกแบน แต่พิสูจน์ตัวเองจนกลายเป็นแชมป์ The Rapper appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/ironboy-the-rapper-1st-champion/feed/ 0
Ironboy ผู้เปลี่ยนทุกพลังลบในชีวิตมาเป็นพลังในการสร้างสรรค์ จนกลายเป็นแชมป์ The Rapper คนแรกของประเทศไทย https://thestandard.co/ironboy-the-rapper/ https://thestandard.co/ironboy-the-rapper/#respond Tue, 24 Jul 2018 10:30:33 +0000 https://thestandard.co/?p=109658

ทำความรู้จักแชมป์คนแรกของรายการ The Rapper เด็กหนุ่มวัย […]

The post Ironboy ผู้เปลี่ยนทุกพลังลบในชีวิตมาเป็นพลังในการสร้างสรรค์ จนกลายเป็นแชมป์ The Rapper คนแรกของประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

ทำความรู้จักแชมป์คนแรกของรายการ The Rapper เด็กหนุ่มวัย 19 ที่เชื่อว่าเกิดมาเป็นวัยรุ่นได้ครั้งเดียว ต้องตั้งใจจะทำชีวิตให้เต็มที่ที่สุดเพื่อตัวเองและครอบครัว

 

Ironboy หรือ ศิริศักดิ์ เลขวัฒนะโรจน์ มีชื่อเล่นตั้งแต่เกิดว่า ‘อนัน’ โดยแม่ของเขาตั้งชื่อลูกชายสุดที่รักตาม อนัน อันวา เจ้าของเพลง ‘ตะลึง’ ที่กำลังโด่งดังสุดๆ ในตอนนั้น แต่เขารู้สึกว่าชื่ออนัน โหลเกินไป เลยเปลี่ยนชื่อเป็นเอนันในเวลาต่อมา

 

ในวัยเด็ก Ironboy รู้สึกแปลกแยกจากกลุ่มเพื่อน หลังจากเคยพยายามเล่นฟุตบอลและบาสฯ กับเพื่อนๆ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ แถมยังเป็นคนไม่เล่นเกมทุกชนิด เขาเลยตัดสินใจใช้เวลาช่วงที่เพื่อนๆ กำลังเล่นสนุก มานั่งเขียนเพลงคนเดียวอยู่ข้างหลังสนามบาสฯ หรือไม่ก็ในห้องสมุดแทน  

 

ตอนแรกความคิดในการแต่งเพลงของ Ironboy ไม่ได้มีอะไรมากกว่าเอาไว้ใช้จีบสาว (แต่ไม่เคยสำเร็จ) จนกระทั่งเขาแต่งเพลงมากขึ้น และเริ่มคิดที่จะพัฒนาฝีมือของตัวเองอย่างจริงจัง ในช่วงอายุ 13-14 คือช่วงเวลาที่เขาใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการแต่งเพลง และมีผลงานเก็บเอาไว้หลายร้อยเพลง

 

Ironboy เริ่มฝึกแรปมาตั้งแต่อายุ 11 ปี แต่เพิ่งมาฝึกแรปแบบรัวๆ (Chopper) ตอนอายุ 14 จากเพลง Rap God ของ Eminem เขาต้องใช้เวลาถึง 2 อาทิตย์ไปกับการเล่นเพลงนี้แบบสโลว์ แล้วค่อยๆ เพิ่มความเร็วจนร้องได้ทั้งหมดในที่สุด

 

ในช่วงฝึกแรปใหม่ๆ Ironboy ถูกเพื่อนๆ มองว่าเป็นคนประหลาด ถูกบุลลีกลางค่ายลูกเสือ ตอนนั้นเขาโกรธอยากสู้ แต่ทำอะไรไม่ได้ เลยเปลี่ยนความเจ็บใจเป็นพลังเพื่อพิสูจน์ตัวเอง รวมไปถึงช่วงก่อนประกวดรายการ The Rapper เขาเคยมีปัญหากับวงการฮิปฮอป คิดมากจนเป็นโรคซึมเศร้า ต้องกินยาเพื่อบรรเทาอาการ และเกือบสละสิทธิ์ในการแข่งขันไปแล้ว

 

ด้วยความโกรธและไม่เข้าใจ เขาเลือกเพลงน้ำลาย มาใช้ในรอบออดิชัน เพื่อตอบโต้ทุกคำตัดสินที่พุ่งมาหาตัวเขา แต่เมื่อผ่านรอบนั้นไป ความคิดเขาก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป เขาใจเย็นขึ้น หันมาทำเพลงที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์แทนการโจมตีในรอบต่อมา จนสุดท้ายอาการซึมเศร้าของเขาค่อยๆ ดีขึ้นจนหายเป็นปกติในที่สุด

 

ถึงแม้ภายนอกจะดูเป็นคนขี้เล่น สบายๆ แต่ Ironboy เป็นคนจริงจังและทุ่มเทให้กับการฝึกฝนเป็นอย่างมาก ทุกๆ ครั้งก่อนขึ้นเวทีเขาจะซ้อมร้องเพลงนั้นๆ ซ้ำไปซ้ำมาจนขึ้นใจ อย่างเพลงรางวัลแด่คนช่างฝัน ที่ใช้คว้าแชมป์รายการ The Rapper เขาก็ใช้เวลาสองอาทิตย์เต็มๆ ไปกับการฟังและฝึกซ้อมร้องเพลงนี้อย่างเดียว จนแทบไม่ฟังเพลงอื่น นอกจากเปิดฟังเป็นครั้งคราวเพื่อผ่อนคลายเท่านั้น

 

Ironboy แรปเปอร์วัย 19 ปี มีความเชื่อว่าหนึ่งชีวิตมีสิทธิ์เป็นวัยรุ่นได้เพียงครั้งเดียว และเขาจะใช้เวลาช่วงนี้ให้เต็มที่ที่สุด แต่ความเต็มที่ของเขาไม่ใช่แค่ใช้ชีวิตโลดโผนสนุกสนานไปวันๆ แต่หมายถึงการทำสิ่งที่เขารักมากที่สุดเพื่อเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวให้ได้ไปพร้อมๆ กัน

 

ติดตามบทสัมภาษณ์ทุกช่วงเวลาในชีวิตที่ทำให้เอนันกลายเป็น Ironboy แชมป์รายการ The Rapper คนแรกของประเทศไทยแบบเต็มได้ที่ THE STANDARD เร็วๆ นี้

The post Ironboy ผู้เปลี่ยนทุกพลังลบในชีวิตมาเป็นพลังในการสร้างสรรค์ จนกลายเป็นแชมป์ The Rapper คนแรกของประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/ironboy-the-rapper/feed/ 0
Ironboy คว้าแชมป์ The Rapper คนแรกของเมืองไทย https://thestandard.co/ironboy-1st-the-rapper-thailand-champion/ https://thestandard.co/ironboy-1st-the-rapper-thailand-champion/#respond Tue, 24 Jul 2018 01:04:36 +0000 https://thestandard.co/?p=109464

หลังจากใช้ไรม์ (Rhyme) คมๆ เป็นอาวุธต่อสู้ดุเดือดมาตลอด […]

The post Ironboy คว้าแชมป์ The Rapper คนแรกของเมืองไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากใช้ไรม์ (Rhyme) คมๆ เป็นอาวุธต่อสู้ดุเดือดมาตลอดหลายอาทิตย์ ที่สุดการแข่งขัน The Rapper Thailand เดินทางมาถึงรอบ Final Rhyme ซึ่งเป็นการแข่งขันรอบตัดสินเพื่อค้นหาสุดยอดแรปเปอร์เพียงหนึ่งเดียวเพื่อขึ้นไปสู่ตำแหน่งแชมป์ด้วยการโหวตจากคนไทยทั้งประเทศ โดยเป็นการพบกันของแรปเปอร์ชั้นนำ 6 คน ที่ต่างออกมาโชว์ด้วยไรม์ที่คิดและเขียนออกมาอย่างสร้างสรรค์ตามสไตล์ของตัวเอง

 

 

Chitswift เลือกใช้เพลง เด็กเอ๋ยเด็กน้อย ออกมาวิพากษ์สังคม ซึ่งเป็นทางถนัดของตนเอง

 

 

Ironboy ก็ออกมาโชว์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดครั้งหนึ่งของเขาในรายการ ด้วยเพลง รางวัลแด่คนช่างฝัน ต้นฉบับโดยศิลปินชั้นครู จรัล มโนเพ็ชร ที่ได้ทั้งพลังและแรงบันดาลใจ

 

 

Poppa เลือกเพลง ขอบฟ้า ขอบฝั่ง ความหวัง แผ่นดิน ขึ้นมาใช้โชว์ครั้งสุดท้าย

 

 

Darkface หรือ อภิรักษ์ พิณทอง แรปหนุ่มจากแดนใต้ ที่เลือกโชว์เพลง ตื่นเถิดชาวไทย

 

 

Repaze เลือกเพลง OneMic มาเป็นโชว์ที่แสดงความเรียลของแรปเปอร์อย่างแท้จริง

 

 

Urius เองก็ไม่ยอมแพ้ เขาเลือกเพลง คิดฮอด ขึ้นมาโชว์แรปที่ผสมผสานความเป็นไทย

 

 

ที่สุดแชมป์แรกของรายการ The Rapper ตกเป็นของ Ironboy จากทีม Twopee หรือ โต้ง-พิทวัส พฤกษกิจ ที่คว้าเงินรางวัล 1,000,000 บาทไปอย่างสมศักดิ์ศรี

 

THE STANDARD ขอแสดงความยินดีกับแชมป์แรกของ The Rapper Thailand ในปีนี้ และติดตามบทสัมภาษณ์ของเขากับเราเร็วๆ นี้

The post Ironboy คว้าแชมป์ The Rapper คนแรกของเมืองไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/ironboy-1st-the-rapper-thailand-champion/feed/ 0
กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่ ในวันที่ก้าวออกจาก ‘ก้านคอคลับ’ เพื่อเติบโตด้วยตัวเอง https://thestandard.co/golf-fukkinghero/ https://thestandard.co/golf-fukkinghero/#respond Sat, 21 Jul 2018 13:55:11 +0000 https://thestandard.co/?p=109120

ถ้านับจากวันแรกที่เราได้ยินชื่อ Fucking Hero ในฐานะแรปเ […]

The post กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่ ในวันที่ก้าวออกจาก ‘ก้านคอคลับ’ เพื่อเติบโตด้วยตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>

ถ้านับจากวันแรกที่เราได้ยินชื่อ Fucking Hero ในฐานะแรปเปอร์สุดคะนองที่พร้อมพุ่งชนกับทุกอย่าง วันนี้มีหลายอย่างในตัวเขาเปลี่ยนไป ตั้งแต่การวางอีโก้ในการทำงาน การเรียนรู้จากแรปเปอร์รุ่นใหม่ การทดลองล้มแล้วลุกด้วยตัวเอง ไปจนถึงลูกสาววัย 3 ขวบ ที่ทำให้เขาใจเย็นและเรียนรู้ที่จะพูดคำว่า ‘ขอโทษ’ มากขึ้น

 

ถ้าดูจากงานโชว์ การพูดจาหยอกล้อกันในรายการ The Rapper รวมทั้งรอยสักบนแขนที่ กอล์ฟ-ณัฐวุฒิ ศรีหมอก หรือฟักกลิ้ง ฮีโร่ ตัดสินใจสลักคำว่า ‘JOEY BOY’ เอาไว้ ทำให้เรานึกภาพไม่ออกว่าวันหนึ่งเขาจะตัดสินใจขอลาออกจากค่ายก้านคอคลับ และบอกลาหนึ่งในผู้ชายที่เขารักและเคารพที่สุดในชีวิต เพื่อออกมาทำเพลงด้วยตัวเองโดยไม่มี ‘เฮียโจ้’ คอยประคองเป็นครั้งแรกในชีวิต อีกทั้งยังตัดสินใจเปลี่ยนชื่อ (ภาษาอังกฤษ) ที่ใช้มาตลอด 15 ปี เป็น F.HERO เพื่อความสบายใจของทุกคน

 

นี่คือการตัดสินใจครั้งสำคัญ เพื่อเดินจาก ‘คอมฟอร์ตโซน’ อันแสนสะดวกสบายโดยที่ไม่มีอะไรการันตีความสำเร็จ และทันทีที่เขาก้าวขาออกมา เขาก็ล้มแล้วล้มอีกมานับครั้งไม่ถ้วน แต่กลับเป็นการล้มที่สนุก และอยากล้มให้ได้มากที่สุด เพื่อสักวันจะได้ยืนอย่างมั่นคงด้วยขาของตัวเอง

 

ล่าสุดเขาตัดสินใจย้ายเข้าสู่ค่าย What The Duck ค่ายขนาดเล็กพอดีตัวที่เขารู้สึกปลอดโปร่งเมื่อได้ร่วมงานกัน และเพิ่งปล่อยเพลง Alarms (สวัสดีวันจันทร์) ออกมาทักทายคนฟังเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา

 

 

จุดประสงค์หลักๆ ที่ทำให้คุณตัดสินใจเข้ามาร่วมในรายการ The Rapper คืออะไร

ที่ผมเข้ามารายการนี้ จุดประสงค์หลักใหญ่คือ ผมอยากเห็นทุกคนไปด้วยกัน ผมน่าจะเป็นคนเดียวในรายการนี้ที่รู้จักทุกตำแหน่ง ผมเคยร่วมกับบริษัทโต๊ะกลม เคยร่วมงานกับ Rap is Now และคิดว่าผมต้องอยู่ในรายการ เพราะผมอยากให้ 2 ทีมนี้มาเจอกัน เพราะมันน่าจะได้เคมีอะไรที่แปลกใหม่

 

มีภาพในใจเอาไว้หรือเปล่าว่าต้องไปไกลถึงขนาดไหน

อย่างน้อยอยากให้การเป็นศิลปินฮิปฮอป เป็นแรปเปอร์ที่พวกเขาทำอยู่คือเป็นอาชีพได้ ในยุคแรกๆ มีเพื่อนของผมหลายคนที่อาจจะเก่งกว่าผมด้วยซ้ำ แต่ว่าไม่มีที่ซัพพอร์ต ทุกครั้งที่จัดคอนเสิร์ตเราจะเจอแต่หน้าซ้ำๆ เดิมๆ เป็นเพื่อนแล้วชวนกันมาดู วนๆ อยู่แค่นี้ คนอื่นก็ไม่ได้รับการเปิดประตูให้เข้าไป เพราะคิดว่าอยู่กันแค่นี้ก็พอแล้ว ใครไม่เข้าใจก็ช่างมัน แล้วก็อยู่กันแบบคนชายขอบ ทำเป็นอาชีพไม่ได้ ต้องเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น ด้วยวัยและเวลา สุดท้ายก็ทำให้เขาเลิกแรปไปเอง ซึ่งมันน่าเสียดายบุคลากรพวกนี้มากๆ เลยนะ

 

ผมเคยไปคุยกับหลุยส์ Rap is Now (ธชา คงคาเขต a.k.a. 1-Flow ผู้ต่อตั้ง Rap is Now และพิธีกรรายการ The Rapper) เขาบอกว่า พวกเราเป็นหมาป่าพี่ เราเข้าใจกันแค่นี้แหละ แต่สิ่งที่ผมพยายามบอกหลุยส์คือ เราจะเป็นหมาป่าอย่างนี้ต่อไปไม่ได้ เพราะเมื่อเรายึดอีโก้แล้วไม่ยอมเปิดประตูให้คนอื่นเข้ามา เราจะอยู่ในประเทศนี้แบบคนชายขอบ สุดท้ายต้องเลิกแรปไปทีละคนสองคน เพราะไม่สามารถทำอาชีพนี้ได้

 

แรปเปอร์คนไหนที่รู้สึกว่าน่าเสียดายที่สุดที่เขาต้องเลิกแรปไปในยุคนั้น

ผมเสียดายวงชื่อ เอเซี่ยน (AZN) เสียดาย DC Clan โอ้ พรรคพวกอันเดอร์กราวด์หลายคน ที่บางคนก็ไปเป็นตากล้อง บางคนก็เลิกทำเพลงไปเลย ซึ่งถ้ามาอยู่ในยุคนี้ผมว่าพวกมันมาแข่ง The Rapper แน่ๆ แล้วตอนนี้น่าจะมีงานเยอะมาก เพราะมันเก่งมากเลยนะ

 

นอกจากประสบการณ์ที่ใช้ในการโค้ชผู้เข้าแข่งขันในทีม มีเรื่องไหนบ้างที่ตัวคุณเองก็ได้รับกลับมาจากแรปเปอร์รุ่นใหม่ด้วยเหมือนกัน

เยอะแยะเต็มไปหมดครับ ผมได้เห็นวิธีการสื่อสารละครเวทีแบบแรปเป็นครั้งแรกจาก Puppup (ปุ๊บปั๊บ-กชกร เสน่หา) ผมได้เห็นวิธีการแรปใหม่ๆ ของ CD Guntee (กันต์ธีร์ ปิติธัญ) และ Poppa (อภิวัฒน์ ชินอักษร) ที่ผมไม่มีทางแรปแบบนั้นได้ เพราะผมเป็นโอลด์สคูล ส่วนเขาคือรุ่นใหม่ มันจะมีวิธีการโฟลว์อีกแบบ แม้กระทั่ง Diamond (วรัญญ์ เครือบุตร) ที่เป็นเด็กมากๆ ก็ทำให้ผมเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานแรปเปอร์ที่เด็กมากๆ อายุแค่ 15 ปี เขาก็จะมีวิธีการทำงานที่แตกต่างไป จะใช้วิธีเดียวกับที่โค้ชรุ่นพี่เขาไม่ได้ เพราะความรับผิดชอบเขาอาจจะยังไม่ได้โตเต็มที่ขนาดนั้น เราก็ต้องมีวิธีการวางแผนอีกแบบ ทำให้เข้าใจวิธีคิดของแรปเปอร์รุ่นใหม่มากขึ้น

 

มีผู้เข้าแข่งขันคนไหนในรายการบ้างที่มองเห็นภาพของตัวเองคุณเองสมัยเด็กๆ ซ้อนทับขึ้นมา

มีวิธีเขียนไรม์ของต๊อบ Blacksheep เป็นวิธีคิดที่ผมชอบใจ และวัยหนุ่มเคยคิดว่าจะทำแบบเขา แต่ ณ ขณะนี้ก็ไม่ได้คิดแบบนั้นทั้งหมดแล้ว แต่ต๊อบคือภาพวัยหนุ่มของผม อีกคนคือ เก่ง Repaze ที่รู้สึกว่าใกล้เคียงกันทั้งอุปลักษณะและนิสัยใจคอ

 

มีเรื่องไหนที่เป็นห่วงคนเหล่านี้บ้างไหม เมื่อเขาต้องใช้การแรปและเพลงฮิปฮอปเป็นอาชีพจริงๆ ในอนาคต

ไม่ห่วงคนเหล่านี้แต่ห่วงรุ่นต่อไป เพราะรุ่นนี้เขารู้หมดแล้ว เขาคือฝูงหมาป่าที่ไม่ได้มาจากรายการ เขาทำมาก่อนแล้วค่อยเข้ามาในรายการเท่านั้นเอง แต่จากนี้ไปที่มันกำลังจะเป็นกระแสเข้าสู่ความแมส รุ่นต่อไปที่กำลังจะมาต่างหากที่น่าเป็นห่วง เพราะมันมีความเป็นกระแสนิยมมากๆ มันก็จะยิ่งหาตัวตนกันยากมากขึ้น แต่ผมเชื่อนะว่าถ้าเรารักในสิ่งนี้จริงๆ สุดท้ายไม่ว่าอย่างไรเขาจะหาตัวตนที่แท้จริงของตัวเองเจอแน่ๆ

 

 

ในฐานะแรปเปอร์ที่เริ่มต้นจากอันเดอร์กราวด์มากๆ คุณรู้สึกอย่างไรกับการที่การแรปกำลังจะกลายเป็นแมสขึ้นมา

บางคนเขาไม่ชอบรายการ The Rapper เพราะว่ามันไม่ใช่แค่รายการประกวดร้องเพลงที่จะมาร้องเพลงอะไรก็ได้ พอเป็นแรปมันเลยมีคัลเจอร์ มีเรื่องราว มีประวัติศาสตร์อยู่ในนั้น รุ่นที่โตหน่อยเขาก็กลัวว่า เอ๊ะ เอาแรปมาทำเป็นตลก เอามาดราม่า ร้องไห้ มันผิดคัลเจอร์ไปไหม แต่สำหรับผมนะ สิ่งที่ปลื้มปีติดีใจที่สุดคือ การเปิดประตูให้ฝูงหมาป่าได้เข้าไปใกล้คน และคนได้เข้าใกล้ฝูงหมาป่า มันอาจจะมีเรื่องที่ผิดไปจากคัลเจอร์เดิมบ้าง แต่สุดท้ายต้องยอมรับว่า ที่นี่คือประเทศไทย เราก็ควรจะต้องอยู่อย่างที่เราเป็น

 

คำว่า Keep It Real ของผมคือการเป็นตัวเรา ไม่ได้ปลอมเป็นใคร สุดท้ายผมอยากให้คนเข้าใจว่า เด็กฮิปฮอปไทยเจอกัน เขาทักทายกันด้วยการยกมือไหว้ สวัสดีครับพี่เหมือนกับคนทั่วไป ไม่ได้มา Hey! Yo! What’s Up! แบบนั้น แล้วประตูบานนี้มันกำลังเปิด คนเริ่มเข้าใจมากขึ้นว่าไรม์คืออะไร 8 บาร์คืออะไร อะไรคือไซเฟอร์ (Cypher การแรปต่อกันไปเรื่อยๆ แบบฟรีสไตล์) คนเข้าใจว่าฮิปฮอปไม่ได้แรปสดได้ทุกคน ผมยินดีมากที่เรากำลังพูดภาษาเดียวกันมากขึ้น ผมเห็นภาพแม่ผมเปิดยูทูบดูเคนน้อย (ธีรศานติ์ ปวงกันทะ) แล้วก็เชียร์เคนน้อยมากๆ ผมเลยรู้สึกว่าสุดท้ายแล้วยังไงวะ เราจะ Keep It Real ในแบบที่เขาเป็น หรือจะ Keep It Real ในแบบที่เราเป็นกันแบบนี้

 

กลัวไหมว่าเมื่อฝูงหมาป่าเพิ่มจำนวนมากขึ้น จะเกิดปรากฏการณ์กัดกินกันเอง หรือต่อสู้กันเองขึ้นมา

ณ ขณะที่มีน้อย มันก็ต้องสู้กันเองอยู่แล้ว หมาป่าเป็นสัตว์ต้องสู้ หมาป่าไม่ได้รักสงบ และจริงๆ หมาไม่ได้อยู่เป็นฝูงด้วยซ้ำ หมาป่าชอบอยู่ตัวเดียว มันเลยอีโก้โคตรๆ คนจะมาอยู่ในวงการนี้ได้ต้องมีอีโก้ แน่นอนว่าทำงานกับคนอีโก้มากเข้า มันต้องมีอีโง่ขึ้นมา ในบางเรื่องมันก็กัดกันฉิบหายวายป่วง เขาถึงบอกว่า วงการนี้มันสามัคคีกันยาก ภาพที่เห็นว่าเรารักกันขนาดนี้ บางกลุ่มที่ไม่รักกับเราก็มี มันเป็นเรื่องปกติอยู่ในสังคมทั่วไปอยู่แล้ว ผมว่าการเปลี่ยนให้ทุกคนมารักกันเป็นเรื่องในอุดมคติ เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่อย่างน้อยตอนนี้แค่ให้ทุกคนมีงานทำก่อน ผมโอเคแล้ว

 

คุณมีวิธีจัดการอย่างไร เมื่อวันหนึ่งอีโก้ของคุณเปลี่ยนเป็นอีโง่ขึ้นมา  

อย่างแรก เราจำเป็นต้องมีอีโก้ครับ อีโก้เป็นเรื่องจำเป็นมากสำหรับการทำงาน แต่ ณ อายุหนึ่งที่ผมโตพอที่ต้องไปทำเพลงโฆษณา ตอนนี้ผมเปิด House Music ที่เอาเพลงฮิปฮอปมาทำเพลงโฆษณา ผมก็จำเป็นต้องเอาอีโก้วางไว้ข้างๆ ตัว อีโง่กับอีโก้ต้องแยกจากกันตรงนี้ ต้องดูว่าตำแหน่ง ณ ตอนนั้นของเราคืออะไร เล่นไปตามตำแหน่ง อีโก้จะดีเมื่อเราเล่นตามตำแหน่งที่เหมาะสม

 

ยกตัวอย่างทำงานโฆษณาลูกค้าเป็นคนเคาะทุกอย่าง เราคือโปรดิวเซอร์เพลงโฆษณา หน้าที่ของเราคือบรรลุโจทย์ที่ลูกค้าต้องการ อีโก้ของเราตอนนี้คือ ต้องทำยังไงก็ได้ให้ทำตามโจทย์นั้น ไม่ใช่บอกว่า เฮ้ย อันนี้คือเพลงของกู ลูกค้ามาเกี่ยวอะไรวะ อ้าว ถ้าคิดแบบนี้มึงก็อย่าไปรับงานมาตั้งแต่แรกสิ ถ้าคิดแบบนั้นสิ่งที่เรายึดจะกลายเป็นอีโง่ทันทีเลย ถ้าเราอยู่ในตำแหน่งที่ต้องทำเพื่อคนอื่นแต่ดันอยากทำเพื่อตัวเอง  

 

ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะวางอีโก้ของตัวเองกับการทำเพลงโฆษณาได้

ก็เอาเรื่องอยู่ ใช้เวลาทะเลาะกับลูกค้าอยู่พักใหญ่เหมือนกันนะ แต่ตอนนี้คือบรรลุแล้ว

 

 

เคยคุยกับยอดฝีมือในการทำเพลงโฆษณา 2 คน คือ ตุล อพาร์ตเม้นต์คุณป้า และต้า Paradox คนหนึ่งบอกว่า การทำเพลงโฆษณาคือการทำลายวรยุทธ แต่อีกคนหนึ่งบอกว่า การทำเพลงโฆษณาคือการพัฒนาวรยุทธของตัวเอง สำหรับคุณเป็นแบบไหนมากกว่ากัน

ผมขอคิดโจทย์นี้ให้รอบคอบก่อน ต้องดูว่าทั้ง 2 คน พูดด้วยนัยแบบไหน 2 คนนี้ คือยอดฝีมือและคืออาจารย์ของผมด้วยนะ และที่ทั้งคู่พูดมาน่าสนใจมาก (คิดนาน) สำหรับผมนะ การทำเพลงโฆษณาคือการทำให้หนังจีนดูเป็นรูปธรรมมากขึ้น คนมักจะถามว่าพวกจอมยุทธเขาทำมาหากินอะไร ทำไมสามารถท่องไปทั่วยุทธภพได้โดยมีเงินดื่มสุราไปได้เรื่อยๆ ผมว่าเพลงโฆษณาคือสิ่งที่ทำให้จอมยุทธทำแบบนั้นได้ในโลกของความเป็นจริง แล้วถ้าจะเปรียบนะ เพลงโฆษณานี่คือสุดยอดคัมภีร์การทำมาหากินของจอมยุทธ เพราะในโลกที่เพลงขายไม่ได้อีกต่อไปแล้ว คุณจะมีกินได้ก็จากเพลงโฆษณานี่แหละ

 

กลับมาตอบโจทย์ยอดฝีมือพูดไว้ จริงๆ แล้วสิ่งที่ทั้ง 2 คนพูดคือจุดเดียวกัน คนหนึ่งคือการทำลายวรยุทธที่หมายถึงการล้างอัตตาตัวเอง ในการทำเพลงโฆษณาเราจำเป็นต้องลืมว่าเราเคยเป็นใครให้ได้ก่อน เพื่อบรรลุวรยุทธขั้นต่อไปให้ได้ สุดท้ายการทำลายวรยุทธของพี่ตุลกับการพัฒนาวรยุทธของพี่ต้ามันมีจุดเริ่มต้นเหมือนกันเลยคือลืมอัตตา วางตัวตน เพื่อบรรลุสุดยอดเคล็ดวิชาให้ได้

 

เชื่อว่าก่อนจะบรรลุเคล็ดวิชาการทำเพลงโฆษณาแบบนี้ ตามวิถีของจอมยุทธคุณต้องเคยผ่านช่วงธาตุไฟแตกซ่านมาก่อน

ช่วงธาตุไฟแตกคือ ผมไม่สามารถกลับมาทำเพลงได้เลย เพราะผมไม่มีโจทย์จากตัวเองอีกต่อไป ผมทำเพลงโฆษณาเยอะจนเรียกร้องหาโจทย์จากลูกค้าอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในการทำงานมันง่ายมากเลยนะ โปรดักต์คุณคืออะไร อยากพูดเรื่องไหน คีย์เวิร์ดคืออะไร เดี๋ยวผมเอาไปแทรกในเพลงให้ พอวันหนึ่งอยากทำเพลงของตัวเองขึ้นมา ธาตุไฟแตกเลยจริงๆ เว้ย มันกลับมาเป็นตัวเองไม่ได้ เขียนเพลงไม่ออก เพราะตั้งโจทย์ให้ตัวเองไม่ได้แล้ว

 

อยู่มาวันหนึ่งไปเจอ The TOYS (ธันวา บุญสูงเนิน) ช่วงที่ผมกำลังงงๆ ว่าจะทำยังไงดี แล้วเหมือนมันมาจี้จุดหยิมต๊ก (จุดชีพจรสำคัญที่มีผลต่อการเดินลมปราณ) ผมเว้ย คือทอยเป็นคนพูดไม่เก่ง สื่อสารก็ไม่เข้าใจ แต่อย่างเดียวที่ทอยเป็นฮีโร่คือเวลานั่งอยู่หลังคอมแล้วทำเพลงแม่งเก่งสัตว์ๆ

 

ผมบอกทอยว่า กูกำลังเขียนเพลงไม่ได้ กูขอเพลงอะไรก็ได้ของมึง แล้วทอยเปิดเพลง  นอนได้แล้ว (Sleep Now) ให้ฟัง แล้วผมบอกทอยแค่ว่า กำหนดจังหวะมาให้หน่อย อยากให้แรปแบบไหน ปกติผมจะเป็นคนกำหนดเอง แต่คราวนี้อยากลอง ทอยก็บอกเอาปึ้กๆๆ ตะดื่ดๆ แล้วให้มีเสียงก๊อกๆ อ่ะพี่ ฉิบหายแล้ว อะไรของมันวะ (หัวเราะ) แต่เอาเว้ย ไม่เคยทำงานอย่างนี้ ลองดู เขียนตามจังหวะที่มันบอก ปรากฏว่าเราสนุกกับการเขียนเพลงอีกครั้ง แทนที่เราจะไปห่วงว่าลูกค้าจะให้ความหมายอะไร ไปห่วงเรื่องจังหวะอย่างเดียวดูบ้าง แล้วมันคิดขึ้นมาได้ง่ายมากเลย ง่ายแบบ เฮ้ย อย่างนี้ก็ได้เหรอวะ หรือที่ผ่านมามันคือการกังวลของเราไปเองทั้งหมดเลย เรายึดมั่นถือมั่นในเรื่องนี้มากเกินไป พอกลับมาที่ตัวเราจริงๆ ลองไม่ได้ต้องคิดถึงอย่างอื่น คิดแค่จังหวะ ปล่อยให้มันไหลไปตามธรรมชาติ สุดท้ายก็กลับมาทำงานได้ตามปกติ

 

เพลง นอนได้แล้ว (Sleep Now)

 

ก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์ธาตุไฟแตกเกิดขึ้นมาในชีวิตคุณกี่ครั้ง และทะลวงจุดผ่านมาได้อย่างไร

น่าจะมีอีกหนึ่งครั้งคือ ตอนทำอัลบั้มสอง (สิงห์เหนือเสือใต้ II พ.ศ. 2548) ก่อนนั้นผมอยู่เชียงราย รู้จักฮิปฮอปว่าคือแรปไทย คือโจอี้ บอย ไม่รู้จักฮิปฮอปเมืองนอกเลย ไม่รู้จัก Dr. Dre ไม่รู้จัก Snoop Dogg ไม่รู้จักการแต่งตัว ไม่รู้จักวัฒนธรรม ตอนทำอัลบั้มหนึ่งก็ทำแบบแก้วเปล่ามากๆ พออัลบั้มสองเริ่มมีชื่อเสียง เริ่มไปศึกษาเพิ่มเติม แล้วเห็น Bone Thugs-n-Harmony ดูดปุ๊น คิดว่าการดูดปุ๊นทำให้เขียนเพลงดี ปุ๊นคือแก่นแท้ของฮิปฮอป ปรากฏว่าดูดไปดูดมาติด แต่เขียนเพลงยังไงก็เขียนออกมาไม่ได้ ทำไมวะ Snoop Dogg เขียนได้เราก็ต้องเขียนได้ดิ สุดท้ายอัลบั้มสองไม่เสร็จตามเวลา เพราะผมเขียนเพลงไม่ได้

 

วันหนึ่งก็โทร.ไปบอกแม่ สารภาพกับแม่ว่าผมดูดกัญชา แต่จากนี้สัญญาว่าจะไม่ดูด แล้วก็เลิกกัญชากลับมาเขียนอัลบั้มสองได้ เป็นการธาตุไฟแตกเพราะพยายามเดินตามเขา เพราะคิดว่านั่นคือเรียล แต่จริงๆ แล้วการพยายามเรียลก็คือการปลอมอย่างหนึ่ง เราเข้าใจแล้วว่าธรรมชาติเราไม่ใช่คนดูดกัญชา ดูดแล้วไม่สนุกจะดูดทำไมวะ เพราะฉะนั้นเรียลที่สุดคือการเป็นตัวเอง ถ้าอ่านหนังสือแล้วเขียนเพลงได้ ทำไมต้องกลัวว่าคนอื่นจะมองว่าเป็นแรปเปอร์กระจอก แรปเปอร์บ้าหนังจีนแล้วต้องดูกระจอกเหรอวะ อะไรที่ทำให้เราทำงานง่าย สิ่งนั้นย่อมดีกว่าอยู่แล้ว ก็ค่อยๆ ฟื้นฟูธาตุไฟตัวเองกลับมาได้

 

 

ตอนอัลบั้มสองคิดว่าแก่นแท้ฮิปฮอปคือกัญชา แล้วหลังจากนั้นพบว่าแก่นแท้ของฮิปฮอปคืออะไรอีกบ้าง

ก่อนหน้านั้นเห็น Eminem ทำเพลงด่าคนอื่น ก็คิดว่าแก่นแท้ของฮิปฮอปคือการด่า เราก็ทำเพลงด่าคนอื่นเละเทะเลย ซึ่งพอมาคิดตอนนี้แม่งคือเด็กมากอะ ด่านักการเมืองทั้งที่เราไม่ได้เข้าใจอะไรเลย แต่คิดว่าด่าแล้วเท่ พูดคำหยาบบนเวทีแล้วเท่ แจกอวัยวะ รวยๆๆๆ เราก็ทำ ต่อมาคิดว่าแก่นแท้คือกัญชาก็ดูดกัญชาตามเขา สุดท้ายแม่งก็ไม่ใช่

 

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เพลง ราตรีสวัสดิ์ เป็นที่รู้จัก คิดว่าแก่นแท้ของฮิปฮอปคือการเมืองเว้ย เราต้องเลือกข้างการเมืองอะไรสักอย่าง แล้วก็ทำเพลงเพื่อปฏิวัติ เรียกร้องประชาธิปไตย ทำแต่เพลงการเมือง พอไปถึงจุดหนึ่งก็ไปเจอว่าจริงๆ แล้วมึงไม่ได้เข้าใจอะไรเกี่ยวกับการเมืองเลย มึงไม่รู้ด้วยซ้ำว่านโยบายเขามีอะไรแล้วก็เฮตามเขาไป เข้าใจว่าตัวเองเท่มาก และสิ่งที่ไปเข้าข้างเขาน่ะ มึงรู้ได้ยังไงว่ามันถูก สุดท้ายเรารู้ว่าทุกอย่างมีนัยซ่อนเร้นหมด โอเค แก่นแท้ของฮิปฮอปไม่ใช่การเมือง 

 

เพลง บทกวีของลูกปืน

 

ต่อมาแก่นแท้ของฮิปฮอปต้องเป็นการจรรโลงโลกเว้ย ยุคหนึ่งก็ทำเพลงแบบสวยสดงดงาม เรารักกันเถอะ อย่าไปหาเงินเลย ความรักสำคัญที่สุด คิดว่าต้องทำเพลงเพื่อจรรโลงจิตใจคน พอเวลาผ่านไปก็ไม่ใช่อีก โลกไม่ได้สวยขนาดนั้น จน ณ ขณะนี้ผมคิดว่าแก่นแท้ของฮิปฮอปคือการทำสิ่งที่เราเห็น เข้าใจและอธิบายมันออกมา ทุกอย่างมาจากสิ่งที่ตัวเรารู้สึกจริงๆ เท่านั้นเอง

 

ย้อนกลับไปที่รายการ The Rapper ที่บอกว่า รู้สึกยินดีกับแรปเปอร์รุ่นใหม่ที่มีโอกาสมากขึ้น นอกเหนือจากนั้นแอบมีความรู้สึกอิจฉาคนเหล่านี้แทรกอยู่บ้างไหม ในฐานะคนที่ต้องพยายามเปิดโอกาสให้ตัวเองมาตลอด

ถ้าเรื่องนั้นไม่อิจฉาเลย เพราะรู้ว่าทุกอย่างเป็นไปตามครรลองของมัน ยุคผมมีความดีที่ยุคนี้ไม่มี ยุคนี้ก็มีความดีที่ยุคก่อนไม่มี ยุคผมถึงเรฟเฟอเรนซ์ไม่เยอะอย่างเขา ไม่ได้เสิร์ชหายูทูบได้ทุกอย่าง แต่ตอนนั้นผมมีความสุขกับการได้นั่งอ่านปกเทป ดูว่าใครเป็นโปรดิวเซอร์ ใครเป็นคนแต่งเพลง ผมถึงได้วิชาอย่างที่เด็กยุคนี้ไม่มีทางได้รับ ผมศึกษางานของพี่โป้ โยคีเพลย์บอย ศึกษางานของ Zentrady (หนึ่งในนามปากกาของ บอย-ตรัย ภูมิรัตน) ฯลฯ ผมรู้จักนักแต่งเพลงเยอะมาก เพราะฉะนั้นเราโชคดีขนาดไหนที่ได้รู้พวกนี้

 

ถ้ามีเรื่องที่อิจฉาก็คือ ผมดันเริ่มต้นที่จะทำอัลบั้มเองช้ากว่า น้องๆ เขาแซงเราไปไกลมากแล้ว มีรอบหนึ่งในรายการ The Rapper ที่ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งร้องเพลงปู่จ๋านได้ ร้องเพลง UrBoyTJ ได้ ร้องเพลงโต้ง Twopee ได้ แต่เขาร้องเพลงเราไม่ได้ เพราะเขาไม่รู้ว่าเรามีเพลงอะไร มันตกใจที่ได้รู้ว่า ฉิบหายแล้ว เราเป็นโค้ชคนเดียวที่มานั่งอยู่ตรงนี้ แต่ไม่มีเพลงประสบความสำเร็จเลย แล้วจะเอาอะไรมาสอนเขา เลยเริ่มคิดว่าไม่ได้ว่ะ ต้องเริ่มทำอะไรบางอย่างที่เป็นของเราบ้างแล้ว

 

แต่ก่อนหน้านั้นคุณก็มีเพลงที่ทำมาตลอด และประสบความสำเร็จหลายเพลงอยู่เหมือนกัน

ก่อนหน้านั้นผมทำเพลงเยอะ ฟีเจอริงเยอะ แต่ไม่เคยมีอะไรชัดเจนเลย เหมือนต้นไม้ที่มีใบ้ไม้เต็มไปหมด แต่ไม่มีราก จุดยืนของเราคืออะไร ผมฟีเจอริงได้ทุกแนวเพลง ลูกทุ่ง ฮิปฮอป ป๊อป ร็อก ฮิปฮอป เรกเก้ ธรรมชาติของเราคือแรปตรงไหนก็ได้ แต่รากฐานคืออะไรล่ะ อยากแรปพรีเซนต์อะไร TwoPee มีเพลงแบบเขา TJ ก็มีเพลงคือ TJ ปู่จ๋านคือเหนือปนลูกทุ่ง แล้วเราล่ะคือใคร

 

 

ซึ่งเราจะได้เห็นรากของคุณในอัลบั้มที่กำลังทำอยู่ตอนนี้

จะได้เห็นในอัลบั้มที่สามครับ ตอนนี้คืออัลบั้มแรก (หัวเราะ) อัลบั้มนี้จะมี 20 เพลง เป็นอัลบั้มที่ผมจะทำผิดพลาด อยากทำอะไรทำไปก่อน แต่มีสลอตให้ 20 เพลง อย่างน้อยมันต้องมีสักเพลงที่ทำงานให้ค่าย What The Duck เขาบ้างล่ะวะ (หัวเราะ) เลยเพิ่มชอยส์ให้ตัวเองว่าอยากทำอะไรทำ อยากทำงานที่เลือกมา แล้วล้มให้เยอะที่สุด การล้มจะเป็นครูที่ดีมากในการสอนว่า อัลบั้มที่สองต้องทำอะไร แล้วค่อยๆ ปอกเปลือกมันออกให้เหลือรูปทรงที่งดงาม แล้วค่อยตกตะกอนเป็นรากฐานจริงๆ ในอัลบั้มที่สาม นี่คือสิ่งที่วางแผนไว้ตอนนี้

 

แต่จากที่ผ่านมาทั้งหมด คุณเองก็น่าจะผ่านการล้มมาหลายครั้ง ยังไม่รู้สึกเบื่อกับการที่จะต้องมาล้มอีกบ้างเหรอ

ใครบอกว่าผมเคยล้ม ผมเพิ่งจะมาล้มตอนนี้เอง เมื่อก่อนอยู่ก้านคอคลับ มีเฮียโจ้คอยประคองตลอด เราเป็นสมาชิกในวง เฮียมีงานให้ตลอดทุกเดือน โจอี้บอยอยู่มา 20 ปี ไม่เคยกระแสดับ เฮียให้ค่าจ้างงานหนึ่งเท่าเงินเดือนถ้าเราทำงานประจำเลยนะ เพราะฉะนั้นเราจะห่วงอะไรล่ะ อยากทำอะไรก็ไปทำสิ อยากฟีเจอริงกับใครก็ไป อย่างนี้เรียกว่าล้มไม่ได้ ตอนนี้ต่างหากที่ผมเพิ่งกระโดดออกมาล้มเองจริงๆ

 

ผมเริ่มล้มมาสักพักแล้วเหมือนกันนะ ผมตัดสินใจลาออกโดยไม่บอกใคร และไม่รู้จะไปไหนมานาน วันหนึ่งขึ้นไปโชว์กับเฮียตามปกติ มองคนเฮกันลั่น ร้องเพลงของเฮีย แล้วรู้สึกว่า เฮ้ย เพลงเราอยู่ตรงไหนวะ มันมาช่วงเดียวกับรายการ The Rapper ที่คนนั้นร้องเพลงเราไม่ได้ นี่กูทำอะไรอยู่วะ ปีนี้ 36 แล้ว จะเริ่มเมื่อไร ต้องเริ่มตอนนี้เท่านั้น

 

แล้วก็เริ่มวางแผนว่าต้องทำอะไร อ๋อ ต้องมีโชว์ของตัวเอง จะเล่นเพลงอะไรดีวะ มีเพลงของมึงกี่เพลงที่คนจะสนุกไปด้วยได้ แอบรวบรวมทีมไปเล่นเอง ล้มแล้วล้มอีก บางงานคนเดินออกจนเหลือแค่ 3 คน ไม่ได้เว้ย ต้องปรับ แก้แล้วแก้อีกให้ได้โชว์ 1 ชั่วโมงที่เป็นของตัวเองจริงๆ

 

ส่วนอัลบั้มเคยทำเองที่ไหนล่ะ ก็คิดวิธีมีสลอต 20 เพลง ใช่ไหม เอาอย่างนี้แล้วกันเปิด Studio28 สตูดิโอทำเพลงที่ใหญ่มาก วางเงินไว้วันละ 60,000 บาท เรียกโปรดิวเซอร์เข้ามา เรียกคนแต่งเพลงเข้ามา เรียกนักร้องเข้ามา จ่ายสด ณ วันนั้น ยกตัวอย่างวันนี้อยากให้ลิเดียมาร้อง ให้เวลาตั้งแต่เที่ยง ลิเดียมา 2 ทุ่ม ต้องมีเพลงให้ลิเดียร้อง เหมือนการพนัน แล้วปรากฏว่าวันนั้นเสียพนัน เพลงที่ได้ออกมาก็ไม่ใช่เพลงที่ชอบ เสียเงินไปหมดเลย แต่บางวันมันก็เวิร์กเว้ย อย่างเพลง Alarms (สวัสดีวันจันทร์) ที่พี่ปู (พงษ์สิทธิ์ คำภีร์) มาร้องให้ก็ทดลองวิธีใหม่แล้วก็เวิร์กจริงๆ

 

อย่าบอกนะว่ากับคนอย่างปู พงษ์สิทธิ์ คุณก็โทร.บอกให้เขามาร้อง โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีเพลงให้เราจริงๆ หรือเปล่า

ไม่ครับๆ ของพี่ปูเป็นเคสแบบนี้ คือทางค่ายวอร์เนอร์ มิวสิคเรียกให้ผมเป็นหนึ่งในทีมทำเพลงให้พี่ปู แต่เพลงไม่ผ่าน แล้ววันหนึ่งไปร้องเพลงที่นครปฐม บังเอิญเจอพี่ปู แกเดินมาคุยบอกว่า “ไม่ต้องเสียใจนะที่เพลงไม่ผ่าน เราคุยแบบตัวผู้กับตัวผู้คุยกัน น้องไปทำเพลงมาหนึ่งเพลง เดี๋ยวพี่ไปร้องให้” โจทย์มันมาจากแค่นั้นเลย คืออัลบั้มนี้ต้องมีเพลงที่เราต้องร้องกับพี่ปู ก็บอกแม็ก (ธิติวัฒน์ รองทอง) นักแต่งเพลงไปแบบนี้ พอแม็กส่งเพลงมาปุ๊บ โคตรโดนเลย วันรุ่งขึ้นนัดพี่ปูมาร้อง พี่ปูบอกว่าอาจจะมาได้ตีหนึ่งจะรอไหม เรารอ ก็เปิดห้องที่สตูดิโอรอไว้ตั้งแต่เที่ยง ทำเพลง ทำอย่างอื่นรอไปก่อน เพิ่มเงินขยายเวลาห้องอัดไปถึงตีหนึ่งให้พี่ปูมาร้อง มันเป็นวิธีการทำงานแบบไหนก็ไม่รู้ แต่เรากำลังสนุกกับการทำแบบนี้ สนุกกับการล้ม และการทำอะไรแบบที่ไม่เคยทำมากๆ

 

ตอนนี้อัตราการเดิมพัน ชนะกับแพ้ เดิมพันฝั่งไหนมากกว่ากัน

ตอนนี้ชนะเยอะกว่า ผมมีเพลงในมือประมาณ 6 เพลง มีไม่สำเร็จแค่ 2 เพลง เพราะส่วนใหญ่คนที่เลือกมาทำงานด้วย เรารู้จักเขาดีอยู่แล้ว  

 

ตอนที่เสียเดิมพัน เงินค่าห้อง 60,000 บาท รวมทั้งค่าทีมงานในวันนั้นที่หายไปฟรี ทำให้หน้าภรรยาหรือน้องชูใจลอยขึ้นมาบ้างหรือเปล่า  

เสียวสิ แต่สุดท้ายมันเป็นเงินที่เรากันไว้สำหรับเรื่องนี้ เราไม่ได้ใช้เงินที่บ้าน เงินก้อนนี้เราเก็บไว้สำหรับงานนี้โดยเฉพาะ ซึ่งสุดท้ายมันจะกลายเป็นสมบัติของที่บ้านด้วยในที่สุด แต่อย่างที่บอกว่า เราไม่ได้วางแผนแค่ชั่วข้ามคืน เราวางแผนมานานแล้ว

 

 

เรื่องลาออกจากก้านคอคลับได้บอกให้โจอี้บอยรู้เป็นคนแรกหรือเปล่า

บันทึกไว้ ณ วันให้สัมภาษณ์คือ 18 กรกฎาคม 2561 ผมยังไม่ได้ไปคุยกับเฮียโจ้เรื่องการลาออกแบบนั่งคุยกันอย่างเป็นทางการเลยนะ มีแต่ไลน์คุยกันเรื่องนี้บ้าง คิดว่าอย่างน้อยวันที่ 23 กรกฎาคม ที่เป็นวันสุดท้ายของการแข่ง The Rapper อาจจะมีโอกาสได้คุย

 

คิดนานไหมกว่าจะกล้าไลน์ไปบอกเขาว่าเราอยากขอลาออก

ไม่ได้ไลน์ไปบอก แต่แกไลน์มาถาม คือแกรู้เรื่องอยู่แล้ว แกรู้ทุกอย่าง แล้วถามว่าเมื่อไรมึงถึงจะบอกกู แต่เรารู้สึกว่าเราทำใจไม่ได้ที่จะพูดออกมาว่าขอลาออก เราเดินไปพูดกับแกไม่ได้ เราพยายามแล้ว เคยพยายามนัดกินข้าวกับแก 2 คน แต่ก็มีเรื่องให้คลาดกันตลอด แต่สุดท้ายทุกคนก็รู้ เพราะผมไม่ได้คุยกับแก แต่ก็คุยกับผู้จัดการ คุยกับทุกคนว่าผมจะลาออก ตอนนี้ผมเซ็นกับค่าย What The Duck นะ

 

วันที่พี่โจ้ไลน์มาถามรู้สึกอย่างไร

โล่งใจครับ เพราะแกไม่ได้ด่าหรือว่าอะไรเราแม้แต่คำเดียว เสียใจไหมอันนี้ผมไม่รู้นะ แต่ถามว่าคิดร้ายไหม ไม่มีความร้ายอยู่ในนั้นเลยสักนิดเดียว มีแต่ความหวังดี มีแต่ความเป็นห่วง มีแต่ความรักอยู่ในนั้น

 

สำหรับเราคิดว่ามันต้องเป็นเรื่องใหญ่มากเหมือนกันนะ กับการที่คนที่เคารพคนคนหนึ่งถึงกับยอมสักชื่อของเขาเอาไว้บนแขน แล้วต้องตัดสินใจเดินออกมาเพื่อเติบโตด้วยตัวเอง

สุดท้ายแล้วรอยสักชื่อพี่โจ้ก็ยังอยู่ ผมไม่ได้เดินออกมาแบบต้องลบรอยสักปานแดงปานดำ เช่นเดียวกับที่พี่โจ้ก็จะยังอยู่ในใจของเราเหมือนเดิม ตอนจะลาออกเมียผมก็บอกว่าจะบ้าเหรอ อยู่กับเฮียสบายจะตาย มั่นคงอยู่แล้วจะออกมาทำไม ทำไมไม่คิดถึงลูกบ้าง แต่ผมกลับรู้สึกว่า การเกาะเฮียแดกไปตลอดอย่างนั้นต่างหากที่ไม่มั่นคง

 

การไม่สามารถยืนได้ด้วยตัวเองต่างหากคือความไม่มั่นคงของจริง มึงไม่มีสมบัติพัสถานอะไรที่หามาได้เองโดยไม่มีเฮียช่วย ทุกบาททุกสตางค์เฮียช่วยหาหมด เพราะฉะนั้นสิ่งที่มั่นคงที่สุดคือมึงต้องหาแดกด้วยตัวเอง แล้วถ้าเรายังทำกับเฮียอยู่ มันจะไม่สำเร็จ เรามีความรู้สึกอย่างนั้น เพราะอยู่กับเฮียแล้วทุกอย่างสบายไปหมด เราจะไม่ได้ลองทำอะไรแบบนี้ อย่างเรื่องเอาเงินไปวางเพื่อทำเพลงแบบนั้น เฮียคงด่าฉิบหาย ว่าทำไมไม่วางแผนให้ดีก่อน มึงจะบ้าเหรอ ทำไมทำแบบนั้น ซึ่งผมกำลังสนุกกับวิธีแบบนี้ ผมคงเป็นเหมือนลูกคนเล็กที่ชอบเอาแต่ใจตัวเอง คราวนี้แหละจะได้เอาแต่ใจตัวเองให้ถึงที่สุด วันหนึ่งอาจจะได้รู้ว่า นี่ไงสิ่งที่เขาพูดมันถูกนะ ที่มึงคิดมาทั้งหมดมันผิดจริงๆ

 

ถ้าวันหนึ่งรู้แล้วว่าความคิดของเรามันผิดจริงๆ วันนั้นจะกลับไปหาเฮียอีกครั้งได้หรือเปล่า

ผมคิดว่าเมื่อออกมาแล้วทางเดียวที่ผมจะไปต่อคือต้องสำเร็จ ผิดในที่นี้คือล้ม และต้องเรียนรู้จนกว่าจะทำสำเร็จ ไม่ใช่ล้มแล้วบอกว่า เฮียครับ ผมผิดไปแล้ว ผมขอกลับมาหาเฮีย ไม่ใช่ จากนี้ไปทางเส้นเดียวคือต้องสำเร็จเท่านั้น ล้มแล้วปรับปรุง เฮียคอยบอกเอาไว้แล้วไงว่ามันผิด เข้าใจแล้วปรับปรุง เดินเอง ล้มเอง ลุกเอง แล้วไปต่อด้วยตัวเอง

 

 

ทำไมถึงต้องเป็นค่าย What The Duck

ก่อนหน้านี้มีหลายที่คิดว่าเขาก็พร้อมจะรับเรา แต่ที่เป็น What The Duck เริ่มจากวันที่มาคุยกับทอยเรื่องทำเพลงไม่ได้ แล้วได้คุยกับพี่บอล Scrubb (ต่อพงศ์ จันทบุบผา ผู้บริหารค่าย What The Duck) เรื่องลาออก เล่าเหตุการณ์ให้เขาฟัง พี่บอลก็นัดให้ไปคุยกับพี่มอย (สามขวัญ ตันสมพงษ์ ผู้บริหารอีกคนหนึ่งของค่าย What The Duck) แล้วทุกอย่างง่ายมาก ปลอดโปร่งมากเลย เขาไม่ถามในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ ไม่ได้ถามว่าถ้าบ้านผมเป็นพรีเซนเตอร์ต้องแบ่งให้ค่ายเท่าไร เขาถามแค่เรื่องเพลง เรื่องงานโชว์ นอกนั้นอะไรที่เป็นชื่อเสียง สมบัติพัสถานเขาไม่ยุ่งเลย แล้วที่นี่ทำงานกันเร็ว ทีมงานอายุน้อยแต่ขยันและมีประสิทธิภาพ แล้วเรารู้สึกว่าที่นี่พอดีตัว เราไม่ต้องการใหญ่กว่านี้ ไม่ต้องการเล็กกว่านี้

 

จุดเริ่มต้นของเพลง Alams (สวัสดีวันจันทร์) ที่ใช้เปิดตัวกับค่าย What The Duck มาจากอะไร

แม็ก ธิติวัฒน์ คนแต่งเพลงเป็นคนคิดมาจากวันหนึ่งเขาเห็นตารางงานของผมที่มีงานแทบทุกวัน บางวันไม่ได้นอน แต่ก็ต้องอดหลับอดนอนทำ เขาเลยคิดว่าเรื่องนาฬิกาปลุกนี่แหละสำคัญ เราเชื่อว่าไม่มีใครที่ชอบนาฬิกาปลุก เกลียดเสียงมันทุกคน เพราะทุกคนอยากหลับต่อให้สบาย แต่เราต้องยอมแลกความสบายกับอะไรสักอย่าง ซึ่งบางครั้งมันไม่ใช่เพื่อเรา แต่เพื่อคนที่เรารักที่รออยู่ข้างหลัง

 

ปกติคุณเกลียดเสียงนาฬิกาปลุกมากขนาดไหน

เกลียดฉิบหายเลยครับ เกลียดการทำงานตอนเช้ามากๆ แต่เลือกไม่ค่อยได้ วันที่แม็กส่งเพลงมาให้ฟัง ผมกำลังนั่งรถไปทำงานแล้วผมนั่งร้องไห้ มันใช่มากเลย ยิ่งตรงกับช่วงลาออกมันยิ่งต้องพยายาม จากนี้ไปจะไม่สบายเหมือนเดิม ยิ่งมีลูกเมียที่ต้องรับผิดชอบ ทำยังไงถึงจะออกมาได้โดยที่ลูกเมียไม่ลำบาก ก็ต้องพยายามเข้าไปอีก พยายามล้ม พยายามลอง พยายามรู้ทุกอย่างจนเราเหนื่อยมาก แต่ลูกเมียต้องสบาย

 

เพลง Alarms (สวัสดีวันจันทร์)

 

ลูกสาวอย่างน้องชูใจ มีโอกาสได้รับรู้ความลำบากที่คุณพยายามทำทุกอย่างเพื่อเขามากขนาดไหน

ผมเชื่อว่าคนที่มีครอบครัวจะเข้าใจตรงกันคือ ส่วนมากผู้ชายจะไม่เอาเรื่องทุกข์ร้อนเข้าบ้าน ตอนพ่อผมเสีย แล้วรู้สึกว่าพ่อเสียเพราะเรา ตอนนั้นผมอยากฆ่าตัวตายมาก อยากเอาชีวิตคืนให้พ่อ แต่หันไปดูแม่ที่ยังอยู่ หันไปเจอลูกเมียที่ยังอยู่ ถ้าเราแสดงความอ่อนแอให้ทุกคนเห็น บ้านจะไม่สามารถอยู่ได้ เพราะเราเป็นเสาหลักของครอบครัว

 

ทุกวันผมต้องแอบไปนั่งร้องไห้ในห้องน้ำ ออกมาร่าเริงเหมือนว่า พ่อตายเหรอ ไม่เป็นไร ทุกคนลุกขึ้นมา ทุกคนไม่เป็นไร แต่ในใจมันดิ่งมาก บางวันก่อนเข้าบ้านก็นั่งร้องไห้คนเดียว พอเข้าบ้านก็ต้องยิ้ม ไม่ให้ใครเห็นว่าเศร้า คิดอย่างเดียวว่าต้องทำให้แม่รู้สึกดีขึ้น ต้องทำให้เมียที่กำลังเสียขวัญดีขึ้น เราล้มไม่ได้ เราต้องประคองทุกคน และจากนี้ไปถ้าล้มต้องรีบลุก

 

ในภาวะซึมเศร้ามากๆ การต้องแสดงออกว่าเข้มแข็ง ในทางหนึ่งมันคือการไดรฟ์ให้ความรู้สึกในใจของคนนั้นยิ่งแย่ลงไปกว่าเดิม

ใช่ครับ แต่ถ้ามันทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ผมยอมนะ มันมีอะไรที่ผมยอมมากกว่านั้นอีกเยอะแยะมากมาย สุดท้ายต่อให้ชีวิตเราจะพังแค่ไหน แต่ชีวิตคนในบ้านต้องดี

 

คุณมักจะเขียนเรื่องของน้องชูใจลงในเฟซบุ๊กอยู่บ่อยๆ ว่าคนเป็นพ่อไม่ใช่แค่สอนลูกอย่างเดียว แต่ในขณะเดียวกันเราก็จะได้เติบโตไปพร้อมๆ กับลูกด้วย

ทั้งเติบโตขึ้นแล้วก็ผิดพลาดไปพร้อมๆ กับลูกด้วย อย่างที่บอกว่าผมเป็นคนชอบล้ม เพราะฉะนั้นคุณสมบัติที่จำเป็นคือการขอโทษ ผมเป็นคนขอโทษลูกบ่อย ถ้ารู้ว่าเราเลี้ยงเขามาแบบผิดหรือทำผิด เราไม่อายที่จะขอโทษ และเขาก็ได้เรียนรู้ความสำคัญของคำคำนี้ ตอนนี้เขาพูดเป็นด้วยนะว่า “ป๊ะป๋าทำผิดกับแม่ ป๊ะป๋าขอโทษแม่หรือยัง” เราก็ต้องขอโทษ เพราะนี่คือลูกคนแรก และนี่คือการเป็นพ่อครั้งแรกของเรา มันมีหลายเรื่องที่เราไม่เคยรู้มาก่อน

 

ยกตัวอย่าง ผมเคยเลี้ยงชูใจแบบให้ขนมตลอด อยากหยิบอะไรก็หยิบ วันหนึ่งพอเราไม่ให้แล้วเขางอแง ก็ต้องมาดูว่า อ๋อ เพราะเราเคยให้เขามาตลอดไง วันหนึ่งพอเราไม่ให้จะไปบอกว่าเขาเอาแต่ใจไม่ได้ อันนี้เราผิด เราก็ยอมรับด้วยการขอโทษ “โอเค ป๊ะป๋าเคยให้หนูหยิบอะไรก็ได้ไปกินเอง แต่จากนี้ไปหนูเห็นว่าหนูกำลังอ้วนขึ้น สุขภาพกำลังไม่ดี เอาอย่างนี้นะ จากนี้ป๊ะป๋าจะจัดเรียงการกินใหม่ ที่ผ่านมาป๊ะป๋าเลี้ยงไม่ดีเอง ป๊ะป๋าขอโทษ”

 

 

จากคนที่เคยใช้ชื่อ ‘HERO’ มาตลอด 15 ปี เมื่อก่อนคุณเคยนิยามคำนี้ไว้ว่าอย่างไร แล้วเมื่อเวลาผ่านไปนิยามของคำนี้เปลี่ยนไปบ้างหรือเปล่า

เมื่อก่อนฮีโร่คือคนที่เหนือมนุษย์ แล้วมาช่วยคุ้มครองมนุษย์อีกที แต่ขณะนี้ฮีโร่คือมนุษย์ธรรมดาที่เสียสละให้คนอื่น เมื่อก่อนผมก็เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นฮีโร่ เพลงกูต้องเปลี่ยนโลก ทำไมกูจะหยุดสงครามด้วยเพลงไม่ได้ แต่โตขึ้นมาก็รู้ว่าเราหยุดคนอื่นไม่ได้หรอก การเป็นฮีโร่ต้องเริ่มจากตัวเอง ไม่ใช่ผดุงความยุติธรรมด้วยการชี้หน้าด่าว่า เฮ้ย มึงเป็นคนเลว นักการเมืองขี้โกง ตำรวจขี้โกง แต่ในขณะเดียวกัน พอกลับบ้านไปเรายังขับรถบนทางเท้า เรายังดูหนังโป๊ในเว็บเถื่อน แบบนี้ไม่ใช่แล้ว ไม่ต้องเริ่มจากที่ไหน ง่ายๆ เลย เมื่อไรก็ตามที่เลิกดูหนังจากเว็บเถื่อน เมื่อไรก็ตามที่แยกขยะแล้วทิ้งลงถัง แค่นั้นก็เป็นฮีโร่แล้ว

 

ทำไมถึงตัดสินใจเปลี่ยนชื่อที่เคยใช้มาตลอดเหลือแค่ F.HERO

มันเริ่มจากคลิปรีแอ็กชันของฝรั่งที่เปิดมาเจอชื่อผมแล้วเขาบอกว่า ทำไมผมถึงใช้ชื่อนี้ ชื่อไม่ดี ถ้าเป็นเขาจะไม่ใช้ชื่อนี้เด็ดขาด เลยรู้สึกว่า เออว่ะ ตอนเด็กๆ เราคิดแค่ว่าคำนี้มันคะนองปากดี ไม่คิดว่าชื่อเราจะไปไกลและส่งผลเสียให้คนอื่น วันหนึ่งผมไปเล่นที่ห้างแห่งหนึ่ง เขาปิดลานไอซ์สเกตแล้วขึ้นป้ายว่าจะมีคอนเสิร์ตของ Fucking Hero สิ่งที่เขาได้รับคือมีผู้ปกครองโทรศัพท์มาบอกว่า ผมพาลูกมาที่นี่ประจำ คุณคิดยังไงถึงเอาคำว่า Fuck ขึ้นแบบนี้ มันมีผลกระทบจริงๆ เหมือนให้ลูกสาวเราไปพูดคำว่า ‘รวย’ เราก็ไม่อยากเหมือนกัน เมื่อก่อนเราคิดว่าควรมีอิสระ อยากใช้ชื่ออะไรต้องได้ใช้ แต่ตอนนี้ถ้าอิสระของเรามันไปเบียดเบียนความรู้สึกคนอื่น เราเปลี่ยนเป็น F.Hero เฉยๆ ก็ได้ เรายอม

 

ถ้าเป็นเมื่อก่อน มีคนมาบอกให้คุณเปลี่ยนชื่อล่ะ

ก็ ‘รวย’ เลยครับ (หัวเราะ)

The post กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่ ในวันที่ก้าวออกจาก ‘ก้านคอคลับ’ เพื่อเติบโตด้วยตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/golf-fukkinghero/feed/ 0
ALARMS (สวัสดีวันจันทร์) ซิงเกิลล่าสุดจาก F.HERO ที่จะทำให้การตื่นเช้าในทุกวันไม่เหมือนเดิม https://thestandard.co/f-hero-new-single-alarms/ https://thestandard.co/f-hero-new-single-alarms/#respond Thu, 19 Jul 2018 07:40:41 +0000 https://thestandard.co/?p=108659

“มีอยู่วันหนึ่งในรายการ The Rapper ที่ผู้เข้าแข่งขันคนห […]

The post ALARMS (สวัสดีวันจันทร์) ซิงเกิลล่าสุดจาก F.HERO ที่จะทำให้การตื่นเช้าในทุกวันไม่เหมือนเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>

“มีอยู่วันหนึ่งในรายการ The Rapper ที่ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งแรปเพลงโค้ชทั้ง 3 คน (ปู่จ๋าน, Twopee และ UrboyTJ) ได้หมด แต่ร้องเพลงผมไม่ได้ ทำให้เริ่มคิดว่า เออว่ะ เรามีเพลงเยอะ แต่ไม่เคยมีเพลงที่มีสไตล์ชัดเจนเป็นของตัวเองจริงๆ เลยนี่หว่า ประกอบกับก่อนหน้านั้นคิดว่าตัวเองสบายมาก อยู่กับก้านคอคลับ ทำอะไรก็มีเฮียโจ้ (โจอี้ บอย) คอยประคอง จนคิดว่าเราอยากทำอะไรเป็นของตัวเอง จะเกาะเฮียกินไปตลอดไม่ได้แล้ว ”

 

นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น F.HERO) ตัดสินใจออกเดินทางครั้งใหญ่ในชีวิต ด้วยการย้ายออกจากบ้านก้านคอคลับที่อยู่ร่วมกันมา 15 ปีเต็ม สู่บ้านหลังใหม่ในการเป็นศิลปินเดี่ยวเต็มตัวของค่าย What The Duck เป็นการก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซนครั้งแรกในชีวิต ด้วยการทดลองทำเพลงในรูปแบบใหม่ด้วยตัวเอง และเป็นช่วงเวลาที่เขาบอกว่ากำลังสนุกกับการ ‘ล้ม’ ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

กอล์ฟวางแผนไว้ว่าจะมีเพลงมากกว่า 20 เพลงในอัลบั้มใหม่ที่ทุกคนน่าจะได้ฟังกันทั้งหมดในช่วงปลายปีนี้ โดยตัดสินใจส่งเพลง Alarms (สวัสดีวันจันทร์) ที่มาจากใจของคนที่เกลียดเสียงนาฬิกาปลุกเป็นที่สุด แต่จำเป็นต้องตื่นเช้าออกมาสู้ชีวิตในทุกๆ วัน เพื่อทำให้คนอยู่ข้างหลังได้สบาย

 

ความพิเศษอีกหนึ่งอย่างคือการได้ ปู-พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ มาฟีเจอริง โดยจุดเริ่มต้นมาจากกอล์ฟเคยทำเพลงให้ปูแต่ไม่ผ่านการพิจารณาจากค่าย วันหนึ่งทั้ง 2 คนได้กลับมาเจอกันอีกครั้งโดยบังเอิญ รุ่นพี่อย่างปูเดินมาบอกว่า “ไม่ต้องเสียใจไปนะ ถ้ามีเพลงอะไรบอกมา เดี๋ยวพี่ไปร้องให้ใหม่” ทำให้กอล์ฟได้โจทย์ใหม่ขึ้นมาว่าจะทำเพลงอะไรก็ได้ เพื่อให้มีเสียงของตำนานเพลงเพื่อชีวิตคนนี้อยู่ในเพลงนั้น

 

เพลง Alarms (สวัสดีวันจันทร์) 

 

และติดตามบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มในทุกเรื่องราวของ F.HERO ตั้งแต่เหตุผลในการเปลี่ยนชื่อ บทบาทการเป็นโค้ชในรายการ The Rapper การตัดสินใจเดินทางออกจากคอมฟอร์ตโซนที่อยู่มา 15 ปี การถูกทะลวงจุดให้กลับมาแต่งเพลงให้อีกครั้งจากศิลปินรุ่นน้องอย่าง The TOYS การทดลองทำงานแบบใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน และการเติบโตขึ้นในทุกๆ วันพร้อมกับลูกสาวตัวน้อย ที่ทำให้เขาเรียนรู้ที่จะพูดคำว่า ‘ขอโทษ’ ออกมา ได้ที่ THE STANDARD เร็วๆ นี้

The post ALARMS (สวัสดีวันจันทร์) ซิงเกิลล่าสุดจาก F.HERO ที่จะทำให้การตื่นเช้าในทุกวันไม่เหมือนเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/f-hero-new-single-alarms/feed/ 0
ฝึกเป็น The Rapper กับโค้ชโต้ง Twopee Southside https://thestandard.co/thestandarddaily-tong-twopee/ https://thestandard.co/thestandarddaily-tong-twopee/#respond Tue, 17 Jul 2018 09:34:55 +0000 https://thestandard.co/?p=108238

The post ฝึกเป็น The Rapper กับโค้ชโต้ง Twopee Southside appeared first on THE STANDARD.

]]>

The post ฝึกเป็น The Rapper กับโค้ชโต้ง Twopee Southside appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thestandarddaily-tong-twopee/feed/ 0
คุยสด แรปสด! เปิดใจโค้ชสุดฮอตแห่ง The Rapper โต้ง-พิทวัส พฤกษกิจ – THE STANDARD Daily 20 มิถุนายน 2561 https://thestandard.co/thestandarddaily20062561/ https://thestandard.co/thestandarddaily20062561/#respond Thu, 21 Jun 2018 01:18:55 +0000 https://thestandard.co/?p=99477

  THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 20 มิถุนายน 2561 […]

The post คุยสด แรปสด! เปิดใจโค้ชสุดฮอตแห่ง The Rapper โต้ง-พิทวัส พฤกษกิจ – THE STANDARD Daily 20 มิถุนายน 2561 appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 20 มิถุนายน 2561 เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป

  • คุยสด แรปสด! เปิดใจโค้ชสุดฮอตแห่ง The Rapper โต้ง-พิทวัส พฤกษกิจ อะไรทำให้แรปเปอร์ใต้ดินจากแดนใต้กลายมาเป็นแรปเปอร์แถวหน้าของเมืองไทยในวันนี้
  • พร้อมประเด็นน่าสนใจ จับตาไทยแก้ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ เตรียมยกเลิกการนำเข้า / ใช้ ม.44 จัดการโรงงาน

 

สามารถติดตาม THE STANDARD Daily ได้เป็นประจำทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ที่ Facebook Live และ Youtube Live ของ thestandardth

 

 

The post คุยสด แรปสด! เปิดใจโค้ชสุดฮอตแห่ง The Rapper โต้ง-พิทวัส พฤกษกิจ – THE STANDARD Daily 20 มิถุนายน 2561 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thestandarddaily20062561/feed/ 0
สิ้นสุดการรอคอยกับเทปแรกรายการ The Rapper วันนี้! https://thestandard.co/the-rapper-thailand/ https://thestandard.co/the-rapper-thailand/#respond Mon, 09 Apr 2018 06:29:28 +0000 https://thestandard.co/?p=82844

หลังจากเปิดตัวเรียกน้ำย่อยตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ในที่สุด […]

The post สิ้นสุดการรอคอยกับเทปแรกรายการ The Rapper วันนี้! appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากเปิดตัวเรียกน้ำย่อยตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ในที่สุดเราจะได้พบกับรายการค้นหาแรปเปอร์รุ่นใหม่มาประดับวงการฮิปฮอปกับรายการ The Rapper ที่ได้ อภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต (a.k.a. Joey Boy) และขันเงิน เนื้อนวล (a.k.a. ‘K.H.’ King of da Hustle) 2 ตัวพ่อแห่งวงการฮิปฮอปกลับมายืนอยู่บนเวทีเดียวกันอีกครั้งในฐานะโปรดิวเซอร์ที่มาร่วมเฟ้นหาและพัฒนาเหล่าแรปเปอร์รุ่นน้องที่มีความฝันจะขึ้นมาเดินบนเส้นทางเดียวกัน

 

ย้อนไปเมื่อ 18 ปีก่อนนี้ทั้งคู่เคยเป็นสมาชิกของ AA Crew กลุ่มฮิปฮอปอันเดอร์ที่รวมตัวจี๊ดแห่งวงการในยุคร่วมกับ เดย์-จำรัส ทัศนละวาด (a.k.a. ‘S.D.’ Sunny Day), เวย์-ปริญญา อินทชัย (a.k.a. ‘P. Cess’), J.R.O.C และ อภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต (a.k.a. Joey Boy) เป็นเสมือนพี่ใหญ่ในวงการตอนนั้น รวมทั้งอีกหลายคนที่มาร่วมกันทำอัลบั้มใต้ดินและช่วยกันบุกเบิกเพลงแรปให้เริ่มเป็นที่รู้จัก จนทำให้เพลง Hea Woy!, FLIP และ YED ของพวกเขากลายเป็นเพลงประจำชาติของงานปาร์ตี้และคนรักเพลงฮิปฮอปไปโดยปริยาย และกลายเป็นหนึ่งในตำนานแห่งยุค 2000

 

ก่อนที่ในปี 2002 จะเกิดปัญหาภายในระหว่างทั้ง 2 คน จนทั้งคู่ต้องแยกกันออกมาทำค่ายเพลงของตัวเองอย่างจริงจังตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดย โจอี้ บอย ไปเปิดก้านคอคลับ ส่วนขันเงินและเพื่อนๆ ก็ไปพัฒนาวงและค่าย Thaitanium Entertainment ต่อไป ถึงแม้ทั้ง 2 คนจะไม่ได้กลับมาร่วมงานกันอีก แต่สิ่งที่ทั้ง 2 คน ยังไม่เคยหยุดคือการสร้างสรรค์ผลงานเพลงดีๆ และสนับสนุนศิลปินฮิปฮอปรุ่นใหม่ๆ ออกมาให้คนได้รู้จักในวงกว้าง

 

และในรายการ The Rapper พวกเขาจะร่วมมือกับแรปเปอร์รุ่นน้องอีก 4 คน อย่าง กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่, UrboyTJ, Twopee Southside และปู่จ๋าน ลองไมค์ ที่รับหน้าที่โค้ชประจำทีม โดยมีเหล่าแรปเปอร์ที่เคยสร้างชื่อปลุกให้เวที Rap is Now ลุกเป็นไฟทั้ง KQ, Kennoi, Repaze, Darkface, Hassadin, Blacksheep ฯลฯ และเหล่าแรปเปอร์ที่ผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศมาร่วมกันจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ร่วมกันบนเวทีนี้

 

 

รายการ The Rapper จะเริ่มออกอากาศตอนแรกในวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2561 ทางช่อง Workpoint 23 เวลา 20.15 น. ชมตัวอย่างรายการได้ที่ www.facebook.com/TheRapperTH/videos/379146369225436/?t=10

The post สิ้นสุดการรอคอยกับเทปแรกรายการ The Rapper วันนี้! appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/the-rapper-thailand/feed/ 0
การกลับมาเจอกันในรอบ 17 ปี ของขันเงิน และโจอี้ บอย บนเวที The Rapper https://thestandard.co/therapperu/ https://thestandard.co/therapperu/#respond Tue, 07 Nov 2017 03:00:35 +0000 https://thestandard.co/?p=41270

     กลิ่นบรรยากาศเก่าๆ ลอยมาเตะจมูกทันท […]

The post การกลับมาเจอกันในรอบ 17 ปี ของขันเงิน และโจอี้ บอย บนเวที The Rapper appeared first on THE STANDARD.

]]>

     กลิ่นบรรยากาศเก่าๆ ลอยมาเตะจมูกทันทีที่เห็นรูปของ 2 แรปเปอร์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการฮิปฮอปไทยอย่าง ขันเงิน เนื้อนวล และ โจอี้ บอย กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งบนเวที The Rapper หลังจากที่ทั้งคู่เคยเป็นเสมือนเพื่อนรักและเคยมีผลงานร่วมกันมาตั้งแต่สมัย 17 ปีก่อน ในฐานะ AA Crew โปรเจกต์ฮิปฮอปในตำนานแห่งปี 2000

     AA Crew คือการรวมตัวของศิลปินฮิปฮฮปวัยรุ่นในยุคนั้นอย่าง ขันเงิน (a.k.a. ‘K.H.’ King of da Hustle), เดย์-จำรัส ทัศนละวาด (a.k.a. ‘S.D.’ Sunny Day), เวย์-ปริญญา อินทชัย (a.k.a. ‘P. Cess’), J.R.O.C และ อภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต (a.k.a. Joey Boy) ที่เป็นเสมือนพี่ใหญ่ในวงการตอนนั้น รวมทั้งอีกหลายคนที่มาร่วมกันทำอัลบั้มใต้ดินและช่วยกันบุกเบิกเพลงแรปให้เริ่มเป็นที่รู้จัก จนทำให้เพลง HEA WOY!, FLIP และ YED ของพวกเขากลายเป็นเพลงประจำชาติของงานปาร์ตี้และคนรักเพลงฮิปฮอปไปโดยปริยาย

     ก่อนที่ในปี 2002 จะเกิดปัญหาภายในระหว่างทั้ง 2 คน จนทั้งคู่ต้องแยกกันออกมาทำค่ายเพลงของตัวเองอย่างจริงจังตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยโจอี้ บอย ไปเปิดก้านคอคลับ ส่วนขันเงินและเพื่อนๆ ก็ไปพัฒนาวงและค่าย Thaitanium Entertainment ต่อไป ถึงแม้ทั้ง 2 คนจะไม่ได้กลับมาร่วมงานกันอีก แต่สิ่งที่ทั้ง 2 คน ยังไม่เคยหยุดคือการสร้างสรรค์ผลงานเพลงดีๆ และสนับสนุนศิลปินฮิปฮอปรุ่นใหม่ๆ ออกมาให้คนได้รู้จักในวงกว้าง

     และในปี 2017 พวกเขาได้มายืนข้างกันอีกครั้ง ในฐานะกรรมการรายการ The Rapper ของช่อง Workpoint ที่นับเป็นเวทีการประกวดแรปเปอร์ครั้งแรกอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยจะร่วมมือกับศิลปินฮิปฮอปรุ่นน้องอย่าง กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่, UrboyTJ, Twopee Southside และปู่จ๋าน ลองไมค์ ค้นหาคนที่จะมาเป็น The Rapper ในครั้งนี้

     ตัวรูปแบบรายการยังไม่มีการเปิดเผย เรายังบอกไม่ได้ว่าจะมีโอกาสได้เห็นทั้ง 2 คน ร้องเพลงด้วยกันบนเวทีหรือมีผลงานด้วยกันจริงๆ หรือเปล่า แต่จากแคปชันในอินสตาแกรมของโจอี้ บอย ที่บอกว่า “Nice to meet you, Rapper! ดีใจที่ได้เจอมึงอีก..KH”

     ก็ทำให้พวกเราได้แต่หวังว่าจะได้เห็นภาพบรรยากาศเก่าๆ แบบนั้นอีกครั้ง และบอกได้แค่ว่าพวกเราเองก็ดีใจที่ได้เห็นทั้ง 2 คนกลับมาเจอกันจริงๆ

     หมายเหตุ: สำหรับแรปเปอร์รุ่นใหม่ ตอนนี้ทางรายการได้ขยายเวลาออดิชันไปถึงวันอาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/TheRapperTH

 

Photo: joeybangkokboy/Instagram

The post การกลับมาเจอกันในรอบ 17 ปี ของขันเงิน และโจอี้ บอย บนเวที The Rapper appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/therapperu/feed/ 0