The Letter Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/the-letter/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 15 Mar 2023 01:47:42 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 16 ปี เดอะ เลตเตอร์ จดหมายรักที่ไม่มีวันลืม https://thestandard.co/14-years-the-letter/ https://thestandard.co/14-years-the-letter/#respond Sat, 23 Jun 2018 17:01:48 +0000 https://thestandard.co/?p=99843

24 มิถุนายน 2547 คือวันแรกที่ภาพยนตร์ เดอะ เลตเตอร์ จดห […]

The post 16 ปี เดอะ เลตเตอร์ จดหมายรักที่ไม่มีวันลืม appeared first on THE STANDARD.

]]>

24 มิถุนายน 2547 คือวันแรกที่ภาพยนตร์ เดอะ เลตเตอร์ จดหมายรัก เข้าฉายอย่างเป็นทางการ หลังจากเปิดฉายรอบพิเศษหนึ่งสัปดาห์ล่วงหน้าเพื่อหวังกระแสปากต่อปาก เพราะอย่างที่รู้กันดีว่าหนังรักดราม่าสำหรับคนไทยมักไม่ใช่หนังทำเงิน

 

แต่เมื่อ เดอะ เลตเตอร์ เข้าฉายก็กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ ล้างอาถรรพ์หนังรักที่มักไม่รุ่งได้อย่างราบคาบด้วยรายได้เปิดตัว 4 วันแรก 15.4 ล้านบาท และทำรายได้รวมทั้งสิ้น 43.7 ล้านบาท นับเป็นหนังทำเงินอันดับ 5 ของปี 2547 (รองจาก ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ 110 ล้านบาท, บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 74.4 ล้านบาท, โหมโรง 52.7 ล้านบาท และ สายล่อฟ้า 47.1 ล้านบาท)

 

เดอะ เลตเตอร์ เป็นผลงานกำกับเรื่องแรกของ ผอูน จันทรศิริ อำนวยการสร้างโดย นนทรีย์ นิมิบุตร และดวงกมล ลิ่มเจริญ ถึงแม้ว่าดวงกมลจะเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่ผอูนเพื่อนรักของเธอยังคงรักษาสัญญาเดินหน้าทำหนังจนจบ และส่งเข้าฉายจนกลายเป็นหนังไทยที่จะอยู่ในหัวใจใครที่ได้ดูไปตลอดกาล

 

ผอูน จันทรศิริ เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “เพื่อนสนิทพี่เป็นโปรดิวเซอร์ คือคุณอ้อม ดวงกมล รวมทั้งรู้จักกับคุณอุ๋ย นนทรีย์ ด้วย ตอนคุณอ้อมชวนมาทำก็คิดอยู่ประมาณหนึ่ง เพราะเราอยู่ในวงการโทรทัศน์จนคุ้นชินกับมัน ไม่อยากไปเริ่มอะไรใหม่ แต่พอคุณอ้อมขอร้องให้ทำเลยตัดสินใจว่า เอาวะ ยังไงก็ลองกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกนี้ดู”

 

ต้นบ๊วยที่ยอดดอย พ่อของต้นปลูกต้นบ๊วยนี้ไว้ และเมื่อพ่อกับแม่จากโลกนี้ไปแล้ว ต้นจึงมีต้นบ๊วยเป็นญาติคนเดียวที่เหลืออยู่

 

เดอะ เลตเตอร์ จดหมายรัก เล่าถึงเรื่องราวของ ดิว โปรแกรมเมอร์สาวที่พักอยู่กับ เกด เพื่อนสนิทที่กรุงเทพฯ ดิวต้องเดินทางไปเชียงใหม่เพื่อร่วมงานศพยายเล็ก ญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ และการไปครั้งนั้นทำให้เธอได้พบกับ ต้น นักวิจัยหนุ่มของโครงการหลวง และเริ่มผูกพันกลายเป็นความรัก เมื่อกลับมาถึงกรุงเทพฯ ดิวพบว่าเกด เพื่อนสาวเพียงคนเดียวถูกฆาตกรรมหลังไปนัดบอดทางอินเทอร์เน็ต ทำให้ดิวตัดสินใจย้ายไปอยู่บ้านยายเล็กที่เชียงใหม่และแต่งงานกับต้น ทั้งคู่พบจดหมายรักที่ผู้ชายคนหนึ่งเขียนหายายเล็ก ความประทับใจในถ้อยความในจดหมายทำให้ต้นหวังว่าวันหนึ่งเขาจะเขียนจดหมายได้แบบนี้บ้าง จนเมื่อเขาล้มป่วย แพทย์ตรวจพบว่าเขามีเนื้องอกในสมองและจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน

 

หลังจากที่ต้นเสียชีวิต ดิวกำลังคิดจะย้ายกลับมาอยู่กรุงเทพฯ แต่ก็ได้รับจดหมายลึกลับเสียก่อน นั่นคือจดหมายจากชายคนรักที่ตั้งใจเขียนมาหาทุกวันเพื่อเป็นกำลังใจให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ และนี่คือความรักแสนบริสุทธิ์ที่เขามอบให้ในวาระสุดท้าย

 

 

“หนังเรื่องนี้มันสะท้อนให้เห็นความรักในอุดมคติ คนสองคนอยู่ต่างที่กัน ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนหรือยังไงก็ตาม ถ้ามันเป็นความรักที่บริสุทธิ์ ถ้ามันอยู่บนความคิดว่าผมอยากทำให้คุณมีความสุขที่สุดในโลก มันไม่เห็นแก่ตัว มันคือความรักที่ให้จริงๆ ให้ทั้งชีวิตทั้งใจทุกอย่าง” หนุ่ม-อรรถพร ธีมากร เคยให้สัมภาษณ์ไว้

 

 

หลายคนอาจจะสับสนจากชื่อเรื่องที่คล้ายกับภาพยนตร์ Love Letter ของญี่ปุ่น แต่จริงๆ แล้ว เดอะ เลตเตอร์ มีต้นทางมาจากภาพยนตร์เกาหลีใต้ Pyeon Ji (1997) ซึ่งดวงกมล โปรดิวเซอร์ของหนังชื่นชอบมากจนซื้อลิขสิทธิ์มาสร้างใหม่ และนอกจากเรื่องราวความรักสุดซาบซึ้ง โลเคชันการถ่ายทำที่สวยงาม จุดเด่นที่สุดของเรื่องต้องยกให้การแสดงของ แอน ทองประสม และอรรถพร ธีมากร ที่เคมีเข้ากันจนแสดงได้ราวกับเฝ้ามองชีวิตจริงที่เกิดขึ้น เชื่อเถอะว่าใครที่ใจแข็งแค่ไหนได้ดูก็ต้องเสียน้ำตาตามแน่ๆ

 

 

ผอูน จันทรศิริ ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ในช่วงที่หนังเข้าฉายว่า “แอนร้องไห้กี่ซีน อันนี้เกินความสามารถที่จะนับ เพราะครึ่งเรื่องหลังเธอร้องไห้เกือบทุกซีน มันจะมีร้องมาก ร้องน้อย น้ำตาคลอ ร้องนิ่งๆ น้ำตาไหลอยู่ข้างใน… สำหรับแอนเป็นนักแสดงที่ทำงานด้วยแล้วสบายใจมาก แล้วหนังเรื่องนี้เทกไม่ค่อยบ่อย ขออวดว่าใช้ฟิล์มน้อยมาก เพราะนักแสดงทุกคนเก่งมาก”

 

หลังจาก เดอะ เลตเตอร์ จดหมายรัก เข้าฉายและกลายเป็นปรากฏการณ์ หนังเรื่องนี้ยังส่งให้แอน ทองประสม ได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเวทีใหญ่ถึง 3 รางวัล ได้แก่ รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี, รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ และรางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง

 

“แอนเชื่อว่าคนที่เดินออกไปจากโรงภาพยนตร์ก็คงจะกลับไปรักแฟนตัวเองให้มากขึ้น จากที่เคยทะเลาะ เคยไม่ดีต่อกันไว้ ก็อาจจะรู้สึกว่าเวลามันสั้นนะ เรากลับไปดีกันดีกว่า” แอน ทองประสม ให้สัมภาษณ์เอาไว้

The post 16 ปี เดอะ เลตเตอร์ จดหมายรักที่ไม่มีวันลืม appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/14-years-the-letter/feed/ 0
ส่งต่อแรงบันดาลใจจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ผ่านภาพยนตร์เรื่อง ‘ของขวัญ’ ชมฟรีทั้งประเทศตั้งแต่วันนี้ https://thestandard.co/pay-it-forward-movie/ https://thestandard.co/pay-it-forward-movie/#respond Fri, 27 Oct 2017 16:29:11 +0000 https://thestandard.co/?p=38782

       28 ตุลาคม 2560 วันนี้เป็นวัน […]

The post ส่งต่อแรงบันดาลใจจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ผ่านภาพยนตร์เรื่อง ‘ของขวัญ’ ชมฟรีทั้งประเทศตั้งแต่วันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

     28 ตุลาคม 2560 วันนี้เป็นวันแรกที่บริษัทสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมมือกับโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ จัดฉายภาพยนตร์เรื่อง ‘ของขวัญ’ 4 ภาพยนตร์สั้น จาก 4 ผู้กำกับ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจนั้นในฐานะ ‘ของขวัญ’ ที่จะหล่อเลี้ยงพลังใจให้คนไทยทั้งประเทศก้าวเดินต่อไปอย่างเข้มแข็ง แม้ในวันที่พระองค์ทรงจากพวกเราไปแสนไกล

 

 

     ภาพยนตร์สั้นทั้ง 4 เรื่อง ประกอบด้วย The Letter กำกับโดย ปรัชญา ปิ่นแก้ว เลือกเล่าเรื่องการผจญภัยอันล้ำค่าของเด็กน้อยบ้านไกลที่อยากจะส่งจดหมายถึงพ่ออันเป็นที่รักยิ่ง (อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของ ปรัชญา ปิ่นแก้ว ได้ที่นี่)

 

 

     ดอกไม้ในกองขยะ กำกับโดย นนทรีย์ นิมิบุตร ที่เชื่อว่าความรักและความอบอุ่นของครอบครัวสามารถจรรโลงสังคมให้ดีขึ้นได้ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะหรืออาชีพใด (อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของ นนทรี นิมิบุตร ได้ที่นี่)

 

 

     สัจจะธรณี กำกับโดย ก้องเกียรติ โขมศิริ นำเสนอปัญหาของความขัดแย้งผ่านหญิงสาวกับการเดินทางตามหารากเหง้าของผู้เป็นพ่อและศรัทธาแห่งชีวิตของตัวเธอเอง พร้อมกับคำตอบยิ่งใหญ่ที่ได้รับว่า ‘ดิน’ นั้นจริงแท้และไม่เคยโกหกใคร (อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของ ก้องเกียรติ โขมศิริ ได้ที่นี่)

 

 

     เมฆฝนบนป่าเหนือ กำกับโดย ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ว่าด้วยการออกค่ายของกลุ่มนักศึกษาไฟแรงที่ต้องเผชิญหน้ากับความขัดแย้งของชาวบ้านในพื้นที่ (อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ได้ที่นี่)

 

     ภาพยนตร์เรื่อง ของขวัญ จะจัดฉายเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน สำหรับผู้ที่สนใจมีเงื่อนไขในการรับบัตรชมภาพยนตร์ดังนี้

  1. รับบัตรได้ที่โต๊ะลงทะเบียนบริเวณหน้าโรงภาพยนตร์ทุกสาขาทั่วประเทศ
  2. 1 ท่าน รับบัตรชมภาพยนตร์ได้ไม่เกิน 2 ที่นั่ง
  3. ขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกรอบเวลา โดยทางโรงภาพยนตร์จะแจกรอบที่เร็วที่สุดก่อนตามลำดับจนครบจำนวนรอบ
  4. ขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกที่นั่ง โดยทางโรงภาพยนตร์จะเป็นผู้กำหนดที่นั่ง โดยเริ่มจากบริเวณด้านหลังสุดก่อน
  5. บัตรชมภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่สามารถนำไปจำหน่ายต่อได้

*** เพื่อป้องกันความผิดพลาด โปรดตรวจสอบข้อมูลรอบฉาย และสาขาโรงภาพยนตร์ที่ท่านสะดวกก่อนชมภาพยนตร์ ***

ชมตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง ของขวัญ

The post ส่งต่อแรงบันดาลใจจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ผ่านภาพยนตร์เรื่อง ‘ของขวัญ’ ชมฟรีทั้งประเทศตั้งแต่วันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/pay-it-forward-movie/feed/ 0
Pay It Forward ตอนที่ 3 จดหมายจากความรู้สึกของ ปรัชญา ปิ่นแก้ว https://thestandard.co/pay-it-forward-03/ https://thestandard.co/pay-it-forward-03/#respond Sat, 14 Oct 2017 01:57:38 +0000 https://thestandard.co/?p=34764

       ตลอดชีวิตการเป็น ‘พ่อ’ ของคน […]

The post Pay It Forward ตอนที่ 3 จดหมายจากความรู้สึกของ ปรัชญา ปิ่นแก้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

     ตลอดชีวิตการเป็น ‘พ่อ’ ของคนไทยทั้งแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมอบของขวัญให้กับพสกนิกรชาวไทยเอาไว้มากมายผ่านพระราชกรณียกิจและพระราชดำรัสของพระองค์ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ค่ายหนังดังอย่าง ‘สหมงคลฟิล์ม’ ได้เลือกส่งต่อแรงบันดาลใจที่ได้รับนั้นกลับสู่ประชาชนของพระองค์อีกครั้งผ่านโปรเจกต์ ‘ของขวัญ’

     ของขวัญ โปรเจกต์หนังสั้น 4 เรื่องจาก 4 ผู้กำกับฝีมือดี ประกอบด้วย นนทรีย์ นิมิบุตร, ปรัชญา ปิ่นแก้ว, ก้องเกียรติ โขมศิริ และชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ที่จะนำเสนอความประทับใจที่มีต่อรัชกาลที่ 9 ในมุมมองของตัวเอง ทั้งหมดเพื่อเป็นของขวัญและแรงบันดาลใจให้คนไทยทุกคนได้ดำรงชีวิตต่อไปอย่างเข้มแข็ง เพราะถึงแม้พระองค์จะจากเราไปแสนไกล แต่คำสอนและคุณความดีที่พระองค์ทรงสร้างไว้จะยังอยู่ในใจของคนไทยทุกคนตราบนานเท่านาน

 

“เราไม่ต้องมองพระองค์เป็นพระราชาก็ได้ มองพระองค์เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ทำอะไรเพื่อส่วนรวม จะเห็นว่าพระองค์ทรงงานหนักมาก เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทำงานทุกๆ คน ถ้าเขียนจดหมายถึงพระองค์ได้ ผมก็จะบอกว่าผมขอบคุณและซาบซึ้งพระองค์มากๆ ในเรื่องนี้”

 

The Letter กำกับโดย ปรัชญา ปิ่นแก้ว

           The Letter นำเสนอความไร้เดียงสาของเด็กชายชาวอีสานที่เขียนจดหมายถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และตัดสินใจออกเดินทางตามจดหมายฉบับนั้นด้วยความหวังที่จะได้พบกับ ‘พ่อ’ ที่เขารักมากที่สุดรออยู่ที่ปลายทาง

           จากการ์ตูนขายหัวเราะที่เคยอ่านเมื่อสิบปีที่แล้ว ปรัชญา ปิ่นแก้ว เลือกนำไอเดียนั้นมาปัดฝุ่นอีกครั้งด้วยการเล่าเรื่องราวความฝันและการเดินทางที่ยิ่งใหญ่ (สำหรับเด็กตัวเล็กๆ) เพื่อส่งต่อกำลังใจและความรู้สึกดีๆ ให้ทุกคนสามารถก้าวเดินต่อไปได้อย่างแข็งแรง อย่างที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงคาดหวังเอาไว้

 

 

จุดเริ่มต้นการเดินทางของจดหมายจากเด็กน้อย

           ก่อนเริ่มโปรเจกต์ ผมมีประสบการณ์ทั้งเป็นผู้ชมและคนทำหนังเกี่ยวกับพระองค์มาเยอะมากจนรู้สึกว่าเรื่องราวแทบของพระองค์ได้ถูกนำมาเล่าไปหมดแล้ว โดยเฉพาะกับคนไทยทุกคนที่รู้จักพระองค์เป็นอย่างดีโดยที่แทบไม่ต้องพูดเลยด้วยซ้ำ ผมเลยอยากหาอะไรที่แตกต่าง เป็นมุมอื่นที่ไม่ค่อยได้เห็นจากหนังเฉลิมพระเกียรติเรื่องอื่นๆ ประกอบกับคอนเซปต์ของโปรเจกต์ Pay It Forward คือการเดินไปข้างหน้าโดยมีพระองค์เป็นแรงบันดาลใจ ผมเลยอยากเล่าเรื่องของคนตัวเล็กๆ ที่ไม่จำเป็นต้องมีภารกิจที่ยิ่งใหญ่ แต่เขาก็ก้าวเดินไปข้างหน้าตามความฝันในแบบของตัวเองอย่างตั้งใจ

           เลยเลือกที่จะเล่าถึงเด็กคนหนึ่งที่เขียนจดหมายถึงพระองค์ แล้วคิดว่าถ้าเดินทางตามจดหมายฉบับนั้นไป เขาจะสามารถพบกับพระมหากษัตริย์ที่เขาเคารพได้ ผมได้ไอเดียเรื่องนี้มาจากการ์ตูนขายหัวเราะเมื่อสิบกว่าปีมาแล้ว เขียนโดยคุณนิค (นิพนธ์ เสงี่ยมศักดิ์) เป็นเรื่องของคุณตาคนหนึ่งที่บอกกับหลานว่าถ้าอยากเจอแม่ ให้ตามจดหมายฉบับนี้ไป ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้น่าสนใจและปิ๊งขึ้นมาเมื่อต้องทำโปรเจกต์นี้

           ส่วนหนึ่งเพราะผมเชื่อว่าเรื่องเล่าของเด็กน่าสนใจ ตัวละครเด็กมีพลังบางอย่างที่ผู้ใหญ่ไม่มี เวลาเล่าเรื่องผู้ใหญ่ต้องมีความเป็นเหตุเป็นผลมากๆ ทำให้คนดูตั้งแง่เอาไว้ เวลาเห็นตัวละครนั้นทำเรื่องที่เป็นไปได้ยาก แต่ความฝันของเด็กไม่มีกรอบอะไรมาบังคับ เด็กสามารถทำอะไรก็ได้อย่างที่ใจเขาคิด ถ้ามองตามเหตุผลอาจเห็นว่าการเดินทางตามจดหมายของเด็กเป็นเรื่องเล็ก แต่ความรู้สึกในใจของเขายิ่งใหญ่มาก ผมว่าคนดูก็น่าจะสัมผัสในจุดนี้ได้เหมือนกัน

 

 

ของขวัญและจดหมายของนายปรัชญา

           ผมคงเล่าเนื้อหาในจดหมายของเด็กในเรื่องไม่ได้ เพราะทุกคนต้องไปดูด้วยตัวเอง แต่ถ้าผมเขียนจดหมายถึงพระองค์ได้ ใจความจะเป็นเรื่องที่ง่ายมากๆ เหมือนที่ทุกคนรู้สึก อยากเขียนถึงตอนที่พระองค์ทรงงานหนัก อย่างผมเองก็เป็นคนทำงานที่รู้สึกว่าเรามีพันธกิจบางอย่างที่ต้องทำอะไรเพื่อส่วนรวม ซึ่งจุดนี้ของพระองค์ชัดเจนมากๆ เราไม่ต้องมองพระองค์เป็นพระราชาก็ได้ มองพระองค์เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ทำอะไรเพื่อส่วนรวม จะเห็นว่าพระองค์ทรงงานหนักมาก เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทำงานทุกๆ คน ถ้าเขียนจดหมายถึงพระองค์ได้ ผมก็จะบอกว่าผมขอบคุณและซาบซึ้งพระองค์มากๆ ในเรื่องนี้

           ส่วนถ้าจะมีอะไรสักอย่างที่มอบให้พระองค์ได้ ผมคิดว่าพระองค์อยากเห็นคนไทยแข็งแรง การที่คนหนึ่งยอมทำอะไรเพื่อคนหนึ่ง นั่นเป็นเพราะเราเป็นห่วงคนคนนั้น พระองค์ทรงเป็นห่วงพวกเรามากๆ จึงได้ทรงงานหนักเพื่อพวกเราขนาดนี้ เพราะฉะนั้นพวกเราเองไม่ควรทำให้พระองค์ต้องเป็นห่วงเราอีก เราควรแข็งแรง ลุกขึ้นมาเดินได้ด้วยตัวของเรา สู้ได้ด้วยตัวของเรา โดยน้อมนำคำสอนของพระองค์มาเป็นแรงบันดาลใจเพื่อเดินต่อไปอย่างแข็งแรง

 

 

การทำงานที่เบา สบาย และมีความสุข

           การทำงานอะไรก็ตามเกี่ยวกับพระองค์เป็นเรื่องของความรู้สึกล้วนๆ ทุกคนที่รักพระองค์ไม่เคยมีคำถามหรือข้อสงสัยเวลาขอความร่วมมือเพื่อให้งานชิ้นนี้เกิดขึ้น  มันไม่ใช่แค่การทำงานให้ออกมาดี แต่เป็นความพิเศษ เป็นความโชคดีที่มีโอกาสได้ทำงานแบบนี้ นักแสดงและทีมงานทุกภาคส่วนพร้อมจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อให้งานของเราออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ความตั้งใจและความเต็มใจของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนจะแสดงออกมาชัดเจนมาก มากกว่าการทำหนังแบบปกติที่เคยทำมา     

     ผมเคยทำงานโปรดักชันยากๆ มาเยอะ เวลาทำเสร็จเราจะรู้สึกว่าหายเหนื่อย แต่งานชิ้นนี้ไม่มีอะไรยากเลย ทีมงานทุกคนเห็นภาพชัด โปรดักชันไม่ใหญ่ ใช้เวลา 4 วันในการถ่ายทำ  

     ถ่ายเสร็จผมยังคิดอยู่เลยว่า อ้าว เสร็จแล้วเหรอ ไม่เหมือนกับการทำงานของตัวเองชิ้นอื่นๆ …คงเป็นอย่างที่เขาบอกกันว่าช่วงเวลาแห่งความสุขจะผ่านไปเร็ว การทำหนังเรื่องนี้ก็ให้ความรู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน

           แม้กระทั่งนักแสดงอย่าง น้องธรรมะ (ฐิรพจน์ ต่วนสวัสดิ์) ซึ่งยังเด็กมาก แต่เขาก็สามารถถ่ายทอดความรักที่มีพระองค์ออกมาได้จนทุกคนเชื่อจริงๆ ผมว่าตรงนี้มันอยู่นอกเหนือจากฝีมือด้านการแสดง แต่เป็นความรู้สึกที่ต้องมีความรู้สึกรักจริงๆ จึงจะแสดงออกมาได้

 

 

ทุกอย่างของพระองค์ต้องอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง

           ผมเคยได้รับโปรเจกต์ทำหนังเฉลิมพระเกียรติครั้งหนึ่ง แล้วคิดว่าอยากทำเรื่องเกี่ยวกับพระอารมณ์ขันของพระองค์ โดยรวบรวมเรื่องเล่าที่เราได้ยินมาเล่าไว้ในหนังเรื่องเดียว ซึ่งโปรเจกต์นั้นพระองค์ต้องทรงตรวจสคริปต์ด้วยพระองค์เอง ซึ่งเมื่อตรวจ พระองค์ทรงมีรับสั่งมาว่าเหตุการณ์นี้จริงๆ แล้วเกิดขึ้นอีกทีหนึ่ง ทำไมถึงบอกว่าเกิดขึ้นตรงนี้ คือด้วยมุมของคนทำหนัง เราพยายามบิดองค์ประกอบบางอย่างเพื่อให้สามารถถ่ายทำออกมาได้ แต่สำหรับพระองค์ ทุกอย่างต้องถูกต้องตรงตามข้อเท็จจริง จะบิดเบือนอะไรไม่ได้เป็นอันขาด

The post Pay It Forward ตอนที่ 3 จดหมายจากความรู้สึกของ ปรัชญา ปิ่นแก้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/pay-it-forward-03/feed/ 0