The Guardian Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/the-guardian/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 03 Sep 2026 08:02:21 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ทหารสหรัฐฯ เปิดใจ หลัง USS Abraham Lincoln เทียบท่าไทย ทำไมพัทยาจึงเป็นจุดพักสำคัญ? https://thestandard.co/uss-abraham-lincoln-thailand-pattaya/ Thu, 03 Sep 2026 08:02:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1250373 ภาพเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln เทียบท่าที่พัทยา ประเทศไทย

หลังใช้ชีวิตกลางทะเลต่อเนื่องนานหลายเดือนโดยแทบไม่ได้ขึ […]

The post ทหารสหรัฐฯ เปิดใจ หลัง USS Abraham Lincoln เทียบท่าไทย ทำไมพัทยาจึงเป็นจุดพักสำคัญ? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln เทียบท่าที่พัทยา ประเทศไทย

หลังใช้ชีวิตกลางทะเลต่อเนื่องนานหลายเดือนโดยแทบไม่ได้ขึ้นฝั่ง กำลังพลบนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ของสหรัฐฯ เดินทางถึงประเทศไทย พร้อมเปิดใจกับสื่อต่างประเทศถึงความรู้สึกหลังภารกิจที่ยาวนาน ท่ามกลางกระแสข่าวเรื่องความเครียด การขาดแคลนอาหาร และสภาพความเป็นอยู่บนเรือที่ถูกตั้งคำถามในสหรัฐฯ

 

 
 

อนึ่ง สื่อต่างประเทศจับตาการแวะพักครั้งนี้ว่า มีความหมายสำหรับกำลังพลเกือบ 5,000 นาย หลังต้องอยู่กลางทะเลต่อเนื่องกว่า 250 วัน ขณะที่จุดแวะพักของเหล่าทหารอเมริกัน ยังสะท้อนบทบาทของไทยในฐานะพันธมิตรทางทหารเก่าแก่ของสหรัฐฯ ไปจนถึงภาพจำของพัทยาในฐานะจุดพักผ่อนของทหารอเมริกันที่มีมาตั้งแต่ยุคสงครามเวียดนาม

 

THE STANDARD รวบรวมเสียงจากกำลังพลและรายงานของสื่อต่างประเทศ เพื่อย้อนดูภารกิจอันยาวนานของเรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้ รวมถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดแวะพักของหนึ่งในเรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

ทหารอเมริกันคิดอย่างไรต่อการเทียบท่าครั้งนี้?

 

ในสัปดาห์นี้ สื่อต่างประเทศหลายแห่งจับตามองการเดินทางมาประเทศไทยของ USS Abraham Lincoln เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ หลังปฏิบัติภารกิจกลางทะเลโดยไม่ได้แวะเทียบท่าเป็นระยะเวลามากกว่า 250 วัน หรือกว่า 8 เดือน

 

ทั้งนี้ New York Times รายงานว่า กัปตัน แดน คีเลอร์ ผู้บังคับการ USS Abraham Lincoln กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ลูกเรือดีใจมากๆ ที่ได้มาถึงประเทศไทย พร้อมระบุว่า การพักผ่อนครั้งนี้เป็นช่วงเวลาที่กำลังพลทุกคนสมควรได้รับ หลังปฏิบัติภารกิจต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน

 

ส่วน The Guardian รายงานว่า ลูกเรือหลายคนที่เดินทางมาถึงพัทยาต่างรอคอยที่จะได้กลับมาเหยียบพื้นดิน ได้นอนพัก และกลับบ้าน หลังจากไม่ได้ขึ้นฝั่งมาเกือบ 9 เดือน

 

“ตอนนี้มันเหมือนอยู่ในความฝัน” บรีส ทหารเรือรายหนึ่งของ USS Abraham Lincoln กล่าวกับ The Guardian พร้อมระบุว่า สิ่งที่เขาตั้งตารอคือการได้ลองอาหารไทยเป็นครั้งแรก รวมถึงการออกไปพบปะผู้คนใหม่ๆ

 

ขณะที่ AFP รายงานว่า เมื่อพูดถึงสิ่งที่กำลังพลบางส่วนต้องการหลังได้ขึ้นฝั่ง พวกเขาตอบสั้นๆ ว่า อาหาร การนอน และน้ำ อย่างไรก็ตาม สื่อต่างประเทศกลับตั้งคำถามถึงรายงานปัญหาสภาพความเป็นอยู่บนเรือในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่คีเลอร์ระบุว่า สิ่งที่ถูกนำเสนอในสหรัฐฯ กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงบนเรือไม่ตรงกัน

 

ผู้บังคับการ USS Abraham Lincoln ระบุว่า ลูกเรือที่ออกปฏิบัติภารกิจเป็นครั้งแรกอาจบ่นเรื่องอาหารหรือสภาพความเป็นอยู่ได้ เช่นเดียวกับคนหนุ่มสาวที่ต้องออกจากบ้านไปใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยเป็นครั้งแรก

 

อนึ่ง The Guardian ยังรายงานว่า ทหารอเมริกันที่เดินทางมาถึงพัทยาอาจได้รับคำแนะนำไม่ให้พูดกับผู้สื่อข่าวถึงสภาพความเป็นอยู่บน USS Abraham Lincoln โดยตรง

 

กว่า 8 เดือนกลางทะเล USS Abraham Lincoln เจออะไรบ้าง?

 

ก่อนการเดินทางมาถึงประเทศไทย USS Abraham Lincoln ตกเป็นข่าวในสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง หลังได้รับคำสั่งให้เปลี่ยนเส้นทางไปยังตะวันออกกลาง เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในสงครามกับอิหร่าน จากเดิมที่ต้องประจำการอยู่ในภูมิภาคแปซิฟิกและทะเลจีนใต้

 

New York Times รายงานว่า ระหว่างปฏิบัติภารกิจ เรือเผชิญการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่านหลายครั้ง แต่ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกระทรวงสงครามสหรัฐฯ ระบุว่า USS Abraham Lincoln สามารถยิงสกัดการโจมตีเหล่านั้นได้ทั้งหมด

 

อย่างไรก็ตาม สงครามอิหร่านยังส่งผลต่อการสนับสนุนเรือโดยตรง เมื่อขีปนาวุธและโดรนของเตหะรานโจมตีฐานทัพเรือสำคัญของสหรัฐฯ ในบาห์เรนอย่างหนักในช่วงต้นสงคราม ส่งผลให้การส่งเสบียงและซ่อมบำรุง USS Abraham Lincoln ทำได้ยากขึ้น

 

ขณะเดียวกัน การเมืองภายในสหรัฐฯ เริ่มมีคำถามถึงผลกระทบจากการประจำการที่ยาวนานผิดปกติ โดย ริชาร์ด บลูเมนธาล วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครต และสมาชิกคณะกรรมาธิการด้านกองทัพของวุฒิสภาสหรัฐฯ ส่งจดหมายถึงเฮกเซธและ ฮุง เกา รักษาการรัฐมนตรีทบวงทหารเรือว่า เขามีความกังวลต่อระยะเวลาการประจำการของทหารบนเรือบรรทุกเครื่องบินที่ยาวนานขึ้น

 

ในจดหมายดังกล่าว บลูเมนธาลระบุว่า มีรายงานจากลูกเรือถึงปัญหาการขาดแคลนสิ่งของจำเป็น น้ำปนเปื้อน ระบบประปาขัดข้อง ความปลอดภัยบนดาดฟ้าเรือ สุขภาพจิตที่ย่ำแย่ลง รวมถึงปัญหาการส่งไปรษณีย์ที่ทำให้พัสดุจากครอบครัวสูญหายหรือล่าช้าเป็นเวลาหลายเดือน

 

“ชายและหญิงบนเรือได้ตอบรับเสียงเรียกให้รับใช้ประเทศแล้ว” บลูเมนธาลระบุ พร้อมย้ำว่า กระทรวงสงครามสหรัฐฯ มีหน้าที่ต้องจัดหาเสบียง การบำรุงรักษา และความช่วยเหลือที่เพียงพอแก่พวกเขาระหว่างการปฏิบัติภารกิจ

 

CNN ยังรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า เมื่อเดือนก่อนมีลูกเรือรายหนึ่งตกจาก USS Abraham Lincoln ลงทะเล ก่อนจะได้รับการช่วยเหลือและนำตัวไปประเมินทางการแพทย์ แต่ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นได้อย่างไร หรือเจ้าตัวกลับไปปฏิบัติหน้าที่ต่อหรือไม่

 

ด้าน The Guardian ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวยิ่งสร้างความกังวลให้กับฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ รวมถึงครอบครัวของกำลังพลกว่า 5,000 นายที่ประจำอยู่บนเรือ พร้อมระบุว่า ระหว่างปฏิบัติการ ลูกเรือบนเรือบรรทุกเครื่องบินอาจทำงานมากกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน

 

เจสัน โครว์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต รัฐโคโลราโดวิจารณ์ว่า ภาระที่กำลังตกอยู่กับลูกเรือและครอบครัวของพวกเขาเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง โดยย้ำว่า ปัญหาไม่ได้กระทบเพียงสุขภาพและความเป็นอยู่ของกำลังพล แต่ยังบั่นทอนความพร้อมทางทหาร และทำให้สหรัฐฯ มีความปลอดภัยลดลง

 

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯ ปฏิเสธภาพดังกล่าว โดยเฮกเซธระบุว่า รายงานดังกล่าว ‘บิดเบือน’ สถานการณ์อย่างสิ้นเชิง พร้อมยืนยันว่า กระทรวงสงครามพยายามทำให้เรือทุกลำ ลูกเรือทุกคน และผู้บังคับการทุกนายได้รับทุกสิ่งที่สามารถจัดหาให้ได้ในทุกช่วงเวลา

 

โดยปกติ กองทัพเรือสหรัฐฯ วางแผนการประจำการของเรือบรรทุกเครื่องบินไว้ราว 6-7 เดือน แม้ภารกิจจะกินเวลาหลายเดือน แต่ไม่ได้หมายความว่า กำลังพลจะต้องอยู่กลางทะเลต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาดังกล่าว เพราะโดยทั่วไปจะมีการแวะท่าเรือ เพื่อให้ลูกเรือได้พักจากการใช้ชีวิตและทำงานกลางทะเล

 

ทำไมการมาถึงประเทศไทยจึงมีความหมาย?

 

นอกจากการเป็นจุดพักหลังภารกิจที่ยาวนาน การเดินทางเข้าไทยของ USS Abraham Lincoln ยังถูกนำเสนอในอีกมิติหนึ่ง คือ ความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ที่มีมายาวนานโดยสถานทูตสหรัฐฯ ประจำไทยระบุว่า USS Abraham Lincoln เป็นส่วนหนึ่งของกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีที่ 3 ขณะที่เรืออีก 2 ลำในกองเรือเดียวกัน เข้าเทียบท่าในพื้นที่ใกล้เคียงด้วย

 

ทั้งนี้ พลเรือตรี โรเบิร์ต อี. ลอห์แกรน ผู้บัญชาการกองเรือระบุว่า ไทยเป็นหนึ่งในพันธมิตรเก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯ ถือเป็น ‘พันธมิตรตามสนธิสัญญา’ เพียงประเทศเดียวของสหรัฐฯ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นทวีป

 

ลอห์แกรนยังระบุว่า การแวะเทียบท่าครั้งนี้ตอกย้ำความเป็นหุ้นส่วนและพันธมิตรที่แข็งแกร่งและยั่งยืนระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศไทย

 

ในอีกด้านหนึ่ง BBC และ The Guardian ต่างเชื่อมโยงการมาเยือนครั้งนี้เข้ากับประวัติศาสตร์ของพัทยา ซึ่งเคยเป็นสถานที่พักผ่อนของทหารอเมริกันจำนวนมากในช่วงสงครามเวียดนาม

 

โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าว BBC ประจำประเทศไทย ระบุในรายงานเรื่อง US sailors arrive in Thailand’s Pattaya after record 250 days at sea ว่า การเดินทางครั้งนี้อาจเป็นครั้งที่มีกำลังพลสหรัฐฯ จำนวนมากเดินทางตรงจากพื้นที่สงครามมายังพัทยามากที่สุด นับตั้งแต่การล่มสลายของไซ่ง่อนในปี 1975

 

ประวัติศาสตร์ดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับภาพจำของพัทยาในฐานะเมืองท่องราตรีและแหล่งท่องเที่ยวทางเพศ โดย BBC รายงานว่า พัทยาเติบโตขึ้นอย่างมากในช่วงสงครามเวียดนาม หลังกลายเป็นจุดพักผ่อนของทหารอเมริกันจำนวนมาก ขณะที่ The Guardian ระบุว่า การเข้ามาของทหารสหรัฐฯ ในยุคนั้นมีส่วนเปลี่ยนพัทยาจากหมู่บ้านชาวประมงให้กลายเป็นจุดหมายด้านสถานบันเทิงและการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ

 

อย่างไรก็ตาม การมาเยือนของกำลังพลสหรัฐฯ ครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมความพยายามของเมืองพัทยาที่ต้องการนำเสนอภาพของเมืองในมิติอื่นนอกเหนือจากสถานบันเทิงและการค้าบริการ

 

ก่อนหน้านี้ ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยาระบุว่า การมาเยือนครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการถ่ายทอดภาพลักษณ์ของพัทยาสู่สายตาชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นด้านการพัฒนาเมือง ความสะอาด ทางเท้า ภูมิทัศน์ รวมถึงกิจกรรมด้านกีฬา การประชุมสัมมนา และการท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว

 

ปรเมศวร์ยอมรับกับ BBC ด้วยว่า พัทยายังคงมีภาพจำเรื่องบาร์และผู้หญิงที่ทำงานในสถานบันเทิง และเมืองไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาพเหมารวมดังกล่าวได้ แต่สิ่งที่สามารถทำได้คือแสดงให้เห็นว่า ปัจจุบันพัทยามีมากกว่านั้น

 

อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้กำหนดพื้นที่และกิจกรรมบางประเภทให้ทหารอเมริกัน โดยช่างภาพข่าวของ THE STANDARD รายงานว่า มีคำสั่งห้ามเข้าพื้นที่สุ่มเสี่ยง เช่น ซอย 6, ซอย 6/1 และซอย 7 ซึ่งเป็นย่านที่มีสถานบันเทิงและบาร์จำนวนมาก รวมถึงร้านจำหน่ายกัญชา ขณะที่กำลังพลยังไม่ได้รับอนุญาตให้ทำกิจกรรมทางน้ำบางประเภทเพื่อความปลอดภัย

 

ข้อจำกัดดังกล่าวยังรวมถึงเรื่องการใช้สารเสพติดอย่างกัญชา รวมถึงกิจกรรมอย่างเจ็ตสกีและพาราเซลลิง ขณะที่ทางการไทยเพิ่มกำลังตำรวจในย่านสถานบันเทิง พร้อมกำชับผู้ประกอบการให้คิดราคาที่เป็นธรรมและดูแลความปลอดภัยของผู้มาเยือน

 

อนึ่ง การเดินทางมาของกำลังพลเกือบ 5,000 นายยังถูกจับตามองในมิติทางเศรษฐกิจ โดยนายกเมืองพัทยาประเมินว่า การใช้จ่ายของกำลังพลสหรัฐฯ ตลอดช่วงพักอาจสร้างเงินหมุนเวียนในเมืองได้สูงถึง 100 ล้านบาท ท่ามกลางช่วงเวลาที่ภาคธุรกิจและการท่องเที่ยวซบเซา หลังได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่าน

 

อ้างอิง:

 

 

The post ทหารสหรัฐฯ เปิดใจ หลัง USS Abraham Lincoln เทียบท่าไทย ทำไมพัทยาจึงเป็นจุดพักสำคัญ? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เหตุน้ำท่วมใหญ่เนปาล ตายแล้วกว่า 500 คน สูญหาย 2,500 คน เสี่ยงเกิดระลอกสอง https://thestandard.co/nepal-flood-deaths-missing/ Sat, 29 Aug 2026 06:09:39 +0000 https://thestandard.co/nepal-flood-deaths-missing/ ภาพมุมสูงแสดงพื้นที่ในเนปาลที่ถูกน้ำท่วมอย่างหนัก

วันนี้ (29 สิงหาคม) เหตุน้ำท่วมฉับพลันครั้งใหญ่ในเนปาล […]

The post เหตุน้ำท่วมใหญ่เนปาล ตายแล้วกว่า 500 คน สูญหาย 2,500 คน เสี่ยงเกิดระลอกสอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพมุมสูงแสดงพื้นที่ในเนปาลที่ถูกน้ำท่วมอย่างหนัก

วันนี้ (29 สิงหาคม) เหตุน้ำท่วมฉับพลันครั้งใหญ่ในเนปาล ใกล้กับชายแดนจีน มียอดผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 500 คน สูญหายอีกราว 2,500 คน โดยทีมกู้ภัยต้องปฏิบัติภารกิจภายใต้ความกดดันและแข่งกับเวลา หลังมีการตรวจพบการก่อตัวขึ้นของมวลน้ำในพื้นที่บริเวณดังกล่าว ซึ่งเสี่ยงต่อการพังทลายและอาจส่งผลให้เกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันระลอกสองได้

 

สภากาชาดระบุว่า จนถึงขณะนี้มีผู้ได้รับการช่วยเหลือในเนปาลแล้วมากกว่า 3,700 คน แต่คาดว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้อย่างน้อย 93,000 คน เบื้องต้น เนปาลยินยอมให้ทีมกู้ภัยและผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาช่วยเหลือปฏิบัติการกู้ภัย ซึ่งคาดว่า เป็นผลจากแรงกดดันของนานาประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีพลเมืองสูญหาย

 

อ้างอิง:

ภาพมุมสูงแสดงพื้นที่ในเนปาลที่ถูกน้ำท่วมอย่างหนัก 1ภาพมุมสูงแสดงพื้นที่ในเนปาลที่ถูกน้ำท่วมอย่างหนัก 2ภาพมุมสูงแสดงพื้นที่ในเนปาลที่ถูกน้ำท่วมอย่างหนัก 3ภาพมุมสูงแสดงพื้นที่ในเนปาลที่ถูกน้ำท่วมอย่างหนัก 4ภาพมุมสูงแสดงพื้นที่ในเนปาลที่ถูกน้ำท่วมอย่างหนัก 5ภาพมุมสูงแสดงพื้นที่ในเนปาลที่ถูกน้ำท่วมอย่างหนัก 6

The post เหตุน้ำท่วมใหญ่เนปาล ตายแล้วกว่า 500 คน สูญหาย 2,500 คน เสี่ยงเกิดระลอกสอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
งานวิจัยชี้ การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ทำให้เอลนีโญรุนแรง คาดเดาได้ยากขึ้น https://thestandard.co/fossil-fuels-supercharge-el-nino/ Fri, 28 Aug 2026 04:06:43 +0000 https://thestandard.co/fossil-fuels-supercharge-el-nino/ ภาพมุมสูงโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก

เมื่อวานนี้ (27 สิงหาคม) งานวิจัยใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร […]

The post งานวิจัยชี้ การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ทำให้เอลนีโญรุนแรง คาดเดาได้ยากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพมุมสูงโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก

เมื่อวานนี้ (27 สิงหาคม) งานวิจัยใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science ค้นพบว่า ภาวะโลกร้อนและการเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) กำลังส่งผลกระทบและทวีความรุนแรงซึ่งกันและกัน โดยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลโดยฝีมือมนุษย์ ได้กลายเป็นตัวการสำคัญที่เข้าไป ‘ซูเปอร์ชาร์จ’ (Supercharge) หรือเร่งปฏิกิริยาให้เอลนีโญมีความแปรปรวน รุนแรงสุดขั้วและคาดเดาได้ยากมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับในอดีต

 

ในงานวิจัยชิ้นนี้ จากการวิเคราะห์โครงสร้างทางเคมีของซากฟอสซิลปะการังอายุกว่า 1,000 ปีที่หมู่เกาะกาลาปาโกส พบว่า รูปแบบของเอลนีโญเริ่มเปลี่ยนแปลงไป นับตั้งแต่โลกเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วในรอบ 40 ปีที่ผ่านมา โดยมีความผันผวน ‘สูงกว่า’ ยุคก่อนอุตสาหกรรมถึง 37%

 

นอกจากนี้ หลังปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 1982 เป็นต้นมา ความรุนแรงของระบบภูมิอากาศนี้ได้พุ่งสูงขึ้นจนไม่มีรูปแบบใดในรอบ 1,000 ปีที่ผ่านมาเทียบเคียงได้

 

การสะสมของความร้อนทั่วโลก ทำให้เกิดเหตุการณ์เอลนีโญที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ในปี 1998, 2016, 2024 และล่าสุดคือ เหตุการณ์ระดับ ‘ก็อดซิลลา เอลนีโญ’ (Godzilla El Niño) ที่กำลังก่อตัวขึ้น ซึ่งคาดว่า จะเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเผชิญมาในความทรงจำของมนุษย์

 

ความรุนแรงของเอลนีโญรอบนี้คาดว่า จะผลักดันให้ประชากรโลกกว่า 50 ล้านคน ต้องเผชิญกับภาวะอดอยากรุนแรงก่อนสิ้นปี 2027 เนื่องจากกระทบต่อภาคการเกษตรและการผลิตอาหาร ขณะเดียวกัน สภาพอากาศในแต่ละพื้นที่ของโลกจะแปรปรวนอย่างหนัก โดยพื้นที่ในอเมริกาใต้และตอนใต้ของสหรัฐฯ จะเจอกับฝนตกหนักและน้ำท่วมขัง ส่วนในอินเดียจะมีมรสุมลดลง ขณะที่อินโดนีเซียและออสเตรเลียจะเจอกับภัยแล้งที่รุนแรง

 

ผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย มองประเด็นนี้อย่างไร

 

จูเลีย โคล นักวิจัยด้านภูมิอากาศจาก University of Michigan ผู้นำการวิจัยในครั้งนี้ เปิดเผยกับ The Guardian ว่า ข้อมูลชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เอลนีโญกับภาวะโลกร้อนส่งผล ‘เสริมความรุนแรงซึ่งกันและกัน’ สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลกระทบที่มีทิศทางแน่นอน โดยเธอเตือนว่า นอกเหนือจากการเตรียมตัวรับมือและปรับตัวแล้ว ประเทศต่างๆ จำเป็นต้องเร่งแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ นั่นคือ “การยุติการพึ่งพาพลังงานและเทคโนโลยีที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลให้เร็วที่สุด”

 

ขณะที่ ซาแมนทา สตีเวนสัน-คาร์ล นักวิทยาศาสตร์จาก University of California, Santa Barbara และผู้ร่วมเขียนงานวิจัย ระบุว่า ข้อค้นพบนี้เป็นเครื่องบ่งชี้อันหนักแน่นว่า สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไปกำลังขยายความรุนแรงของเอลนีโญ ซึ่งหากทฤษฎีนี้เป็นจริง ปรากฏการณ์เอลนีโญขนาดใหญ่มากเช่นที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ก็อาจกลายเป็น ‘ความปกติใหม่’ หรือ ‘เรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้น’ ในอนาคต

 

ด้าน แอนดรูว์ เดสสเลอร์ นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศจาก Texas A&M University ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานวิจัยชิ้นนี้ มองว่า การศึกษานี้ช่วย ‘ยืนยันความถูกต้อง’ ของแบบจำลองสภาพภูมิอากาศที่เคยคาดการณ์ไว้ พร้อมกับย้ำว่า ความเสียหายส่วนใหญ่ที่เรากำลังจะเผชิญจากเอลนีโญรอบนี้ แท้จริงแล้วควรจัดว่าเป็น ‘ผลพวง’ จากระบบเศรษฐกิจของมนุษย์ที่พึ่งพาและขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงฟอสซิล

 

ท่ามกลางสถานการณ์ที่เลวร้ายลงนี้ ข้อสรุปที่เร่งด่วนที่สุดจากเหล่านักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญคือ นอกเหนือจากการเตรียมตัวรับมือและปรับตัวเฉพาะหน้าแล้ว ทางออกเดียวที่ยั่งยืนคือ การแก้ไขที่ต้นเหตุอย่างจริงจัง ด้วยการเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่ ‘พลังงานหมุนเวียนที่ปลอดภัยต่อสภาพภูมิอากาศ’ และยุติการใช้เทคโนโลยีที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยเร็วที่สุด เพื่อปกป้องประชากรกลุ่มเปราะบางทั่วโลกจากการล่มสลายทางภูมิอากาศที่อาจรุนแรงเกินกว่าจะรับมือได้

 

แฟ้มภาพ: 24Novembers / Shutterstock

 

อ้างอิง:

The post งานวิจัยชี้ การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ทำให้เอลนีโญรุนแรง คาดเดาได้ยากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Data Center อังกฤษ อาจปล่อยคาร์บอนเท่าเที่ยวบินลอนดอน-นิวยอร์ก 8.5 พันเที่ยว ใช้ไฟเท่าบ้าน 1 ล้านหลัง https://thestandard.co/uk-data-center-carbon-power/ Sat, 22 Aug 2026 05:58:57 +0000 https://thestandard.co/uk-data-center-carbon-power/ ภาพดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่ใช้พลังงานและปล่อยคาร์บอนจำนวนมาก

จับตาแผนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ชานกรุงลอนดอน ประเทศ […]

The post Data Center อังกฤษ อาจปล่อยคาร์บอนเท่าเที่ยวบินลอนดอน-นิวยอร์ก 8.5 พันเที่ยว ใช้ไฟเท่าบ้าน 1 ล้านหลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่ใช้พลังงานและปล่อยคาร์บอนจำนวนมาก

จับตาแผนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ชานกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ หลังเอกสารของโครงการระบุว่า หากเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ อาจปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 1.2 ล้านตันต่อปี หรือคิดเป็นตัวเลขเทียบเท่าเที่ยวบินไปกลับลอนดอน-นิวยอร์กเกือบ 8,500 เที่ยว ขณะที่ยังใช้ไฟมากพอๆ กับบ้านในอังกฤษกว่า 1 ล้านหลัง

 

เมื่อวานนี้ (21 สิงหาคม) The Guardian รายงานผลการศึกษาของโครงการ East Havering Data Centre Campus (EHDCC) ที่ตั้งอยู่ North Ockendon ทางตะวันออกของกรุงลอนดอน ถือเป็นหนึ่งในดาต้าเซนเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป โดยใช้พื้นที่ประมาณ 218 เฮกตาร์ เพื่อรองรับเซิร์ฟเวอร์และระบบข้อมูลที่รองรับ AI และบริการคลาวด์ ซึ่งมีมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 14.7 พันล้านปอนด์

 

ทั้งนี้ เอกสารของโครงการประเมินว่า ตลอดอายุการใช้งานราว 60 ปี ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งนี้อาจปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมมากกว่า 72 ล้านตัน หรือคิดเป็นตัวเลขสูงสุดถึง 1.2 ล้านตันต่อปี หากมีเปิดใช้งานเต็มที่

 

ขณะที่ The Guardian ระบุว่า ปริมาณคาร์บอนที่ปล่อยออกมาในแต่ละปี เทียบได้กับเที่ยวบินไปลอนดอน-นิวยอร์กราว 8,480 เที่ยว ส่วน Digital Reef บริษัทผู้พัฒนาโครงการก็ออกมายอมรับว่า ตัวเลขดังกล่าวไม่สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของอังกฤษในปี 2050 หรือ การจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส

 

อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือการใช้ไฟฟ้า โดยบริษัทประเมินว่า แม้ดาต้าเซ็นเตอร์ทำงานเพียงครึ่งหนึ่งของกำลังทั้งหมด ก็อาจใช้ไฟสูงถึง 2.65 พันล้านหน่วยต่อปี เทียบเท่ากับการใช้ไฟของครัวเรือนอังกฤษมากกว่า 1 ล้านหลัง

 

อย่างไรก็ตาม Digital Reef ระบุว่า โครงการมีแผนลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น สร้างพื้นที่ธรรมชาติขนาด 113 เฮกตาร์ โดยนำความร้อนที่เหลือจากดาต้าเซ็นเตอร์กลับมาใช้ประโยชน์ และจัดพื้นที่สำหรับปลูกพืช ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นของ Havering ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนไปแล้วในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมา

 

ที่ผ่านมา ชาวบ้านใน North Ockendon ออกมาคัดค้านโครงการดังกล่าว โดยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีการรวมตัวประท้วง พร้อมก่อตั้งกลุ่ม No to East Havering Data Centre พร้อมขยายเหตุผลว่า พวกเขากังวลถึงผลกระทบต่อพื้นที่เกษตร สัตว์ป่า รวมถึงการใช้น้ำและไฟฟ้าของโครงการ

 

อนึ่ง ประเด็นนี้เกิดขึ้นในช่วงที่อังกฤษกำลังเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI โดยรัฐบาลอังกฤษประกาศให้ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ท่ามกลางการขยายตัวของอุตสาหกรรม AI และบริการคลาวด์ ที่ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

เบื้องต้น รัฐบาลอังกฤษประเมินว่า ในช่วงต้นปี 2025 ดาต้าเซ็นเตอร์ใช้ไฟฟ้าราว 2.5% ของการใช้ไฟทั้งหมดในประเทศ ขณะที่ยังคาดว่า ความต้องการไฟฟ้าจากอุตสาหกรรมนี้อาจเพิ่มขึ้นประมาณ 4 เท่าภายในปี 2030 โดยด้านผู้ดูแลระบบไฟฟ้าของอังกฤษระบุว่า ผู้พัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ยื่นขอเชื่อมต่อไฟฟ้ารวมแล้วถึง 72.8 กิกะวัตต์ภายในปี 2039

 

อ้างอิง:

ภาพ: Digital Reef

The post Data Center อังกฤษ อาจปล่อยคาร์บอนเท่าเที่ยวบินลอนดอน-นิวยอร์ก 8.5 พันเที่ยว ใช้ไฟเท่าบ้าน 1 ล้านหลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยูเครนเผย เกาหลีเหนือส่ง ‘ทหาร-หน่วยโดรน’ หนุนรัสเซีย สร้างสะพานข้ามแดนส่อใช้ลำเลียงอาวุธ https://thestandard.co/north-korea-russia-bridge-weapons/ Sat, 22 Aug 2026 05:49:38 +0000 https://thestandard.co/north-korea-russia-bridge-weapons/ คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ

หน่วยข่าวกรองยูเครนเผย เกาหลีเหนือส่งกำลังพลช่วยรัสเซีย […]

The post ยูเครนเผย เกาหลีเหนือส่ง ‘ทหาร-หน่วยโดรน’ หนุนรัสเซีย สร้างสะพานข้ามแดนส่อใช้ลำเลียงอาวุธ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ

หน่วยข่าวกรองยูเครนเผย เกาหลีเหนือส่งกำลังพลช่วยรัสเซียในสงครามยูเครน 8,500 นาย ขณะที่มีเจ้าหน้าที่ควบคุมโดรนถึง 400 นาย ขณะที่หลายอาทิตย์ก่อน มีการเปิดเผยว่า ทั้งสองประเทศกำลังยกระดับความร่วมมือด้วยการสร้าง ‘สะพานข้ามแม่น้ำ’ ซึ่งเชื่อว่า อาจถูกใช้เป็นโครงสร้างลำเลียงกำลังพลและยุทโธปกรณ์

 

 

เกาหลีเหนือส่งทหารช่วยรัสเซียในสงครามเกือบหมื่นนาย

 

เมื่อวานนี้ (21 สิงหาคม) CNN รายงานข้อมูลจาก พล.ต.วาดิม สกิบิตสกี รองหัวหน้าหน่วยข่าวกรองกลาโหมยูเครนว่า มีกำลังพลเกาหลีเหนือชุดใหม่ประจำการอยู่ในแคว้นคูร์สก์ของรัสเซีย ซึ่งประกอบด้วยวิศวกรและเจ้าหน้าที่เก็บกู้ทุ่นระเบิดประมาณ 1,000 นาย รวมถึงเจ้าหน้าที่ควบคุมโดรนประมาณ 400 นาย

 

สกิบิตสกีระบุว่า เจ้าหน้าที่ควบคุมโดรนหลายคนมีประสบการณ์รบจากการส่งกำลังพลครั้งก่อน โดยคาดว่า โดรนเหล่านี้จะถูกใช้ลาดตระเวนและโจมตีเป้าหมายภายในยูเครน

 

อย่างไรก็ตาม หน่วยข่าวกรองประเมินว่า ทหารเกาหลีเหนือจะยังไม่ถูกส่งเข้าไปสู้รบบนแผ่นดินยูเครนโดยตรง แต่อาจทำหน้าที่สนับสนุนแนวหลังในรัสเซีย ซึ่งอาจช่วยให้กองทัพรัสเซียโยกกำลังพลของตัวเองไปใช้ในแนวหน้าได้มากขึ้น

 

อนึ่ง สกิบิตสกีประเมินว่า รัสเซียอาจขอให้เกาหลีเหนือส่งกำลังพลเพิ่มเติมอีกมากถึง 5 หมื่นนาย หลังมีรายงานว่า วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เตรียมพบกับ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือในเดือนกันยายนนี้ ขณะที่ คิม โยจอง น้องสาวของผู้นำเกาหลีเหนือ ปฏิเสธรายงานดังกล่าวว่า ไม่เป็นความจริง

 

ก่อนหน้านี้ ยูเครนเคยเตือนในเดือนตุลาคมปี 2025 ว่า ทหารเกาหลีเหนือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้โดรนโจมตีในสงคราม ขณะที่รายงานฉบับนี้เป็นครั้งแรกที่มีข้อมูลชัดเจนว่า กำลังพลระลอกใหม่ที่ถูกส่งเข้ารัสเซียมีหน่วยโดรนรวมอยู่ด้วย

 

นับตั้งแต่ปลายปี 2024 เกาหลีเหนือเริ่มส่งทหารเข้าไปช่วยรัสเซียในสงครามยูเครน หลังสองประเทศลงนามข้อตกลงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และป้องกันร่วมกันในปีเดียวกัน โดยสกิบิตสกีระบุว่า จนถึงขณะนี้มีชาวเกาหลีเหนือประมาณ 25,000 คนที่เคยถูกส่งไปประจำการหรือหมุนเวียนกำลังผ่านกองทัพรัสเซีย

 

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้น่าจับตามอง เพราะยูเครนกำลังขาดแคลนระบบป้องกันภัยทางอากาศ ทำให้ต้องรับมือกับการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง ขณะที่บทบาทของหน่วยโดรนเกาหลีเหนือได้รับความสนใจว่า อาจเพิ่มขีดความสามารถของรัสเซียในการโจมตียูเครนจากแนวหลังได้มากขึ้น

 

รัสเซีย-เกาหลีเหนือสร้างสะพานถนนเชื่อมสองประเทศแห่งแรก

 

ก่อนหน้านี้ The Guardian รายงานว่า รัสเซียและเกาหลีเหนือกำลังยกระดับความร่วมมือ ด้วยการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำตูเมน ถือเป็นถนนเชื่อมสองประเทศแห่งแรกในประวัติศาสตร์ โดยมีข้อกังวลว่า เส้นทางดังกล่าวอาจถูกใช้สนับสนุนความร่วมมือทางทหาร และการลำเลียงกำลังพลหรือยุทโธปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับสงครามยูเครน

 

สะพานดังกล่าวเชื่อมเมืองคาซานในภูมิภาคตะวันออกไกลของรัสเซียกับเมืองตูมังกังของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นบริเวณชายแดนที่มีประชากรเบาบางใกล้ชายฝั่งทะเล โดยขณะนี้ ภาพถ่ายจากดาวเทียมเผยให้เห็นว่า การก่อสร้างสะพานเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว

 

แต่เดิม ทั้งสองประเทศวางแผนเปิดใช้งานสะพานในวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยฝั่งเกาหลีเหนือก่อสร้างสะพาน รวมถึงด่านศุลกากรและพื้นที่กักกันโรคเสร็จแล้ว แต่โครงการฝั่งรัสเซียยังล่าช้ากว่ากำหนด ทำให้ปัจจุบัน ยังไม่มีการประกาศวันเปิดใช้งานใหม่

 

อนึ่ง ทางการรัสเซียและเกาหลีเหนือระบุว่า สะพานแห่งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการค้า การท่องเที่ยว และการเดินทางระหว่างสองประเทศ ขณะที่ Truth Hounds กลุ่มสิทธิมนุษยชนของยูเครนที่ศึกษาภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลแบบโอเพนซอร์ส ตั้งข้อสังเกตว่า สะพานดังกล่าวอาจมีความสำคัญในฐานะเส้นทางโลจิสติกส์ทางทหารด้วย

 

Truth Hounds ประเมินว่า เมื่อเปิดใช้งาน สะพานแห่งนี้อาจช่วยให้การเคลื่อนย้ายทหาร เจ้าหน้าที่ และทรัพยากรจากเกาหลีเหนือเข้าสู่รัสเซียทำได้รวดเร็วและติดตามได้ยากขึ้น ขณะที่เทคโนโลยีและทรัพยากรจากรัสเซีย ก็สามารถถูกส่งกลับไปยังเกาหลีเหนือผ่านเส้นทางเดียวกันได้

 

อย่างไรก็ตาม ทางการรัสเซียและเกาหลีเหนือยังคงยืนยันว่า โครงการสะพานมีเป้าหมายด้านการค้า การท่องเที่ยว และการพัฒนาพื้นที่ชายแดน ขณะที่เครมลินยังไม่ได้ตอบข้อสังเกตของ Truth Hounds เกี่ยวกับการใช้สะพานเป็นเส้นทางโลจิสติกส์ทางทหาร

 

ภาพ: Korean Central News Agency. KCNA via REUTERS

 

อ้างอิง:

The post ยูเครนเผย เกาหลีเหนือส่ง ‘ทหาร-หน่วยโดรน’ หนุนรัสเซีย สร้างสะพานข้ามแดนส่อใช้ลำเลียงอาวุธ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราคาที่ต้องจ่ายของการออกกำลังกายอย่างหนัก (เกินไป) https://thestandard.co/heavy-exercise-cost-injuries/ Wed, 05 Aug 2026 03:41:29 +0000 https://thestandard.co/heavy-exercise-cost-injuries/ ชายวัยกลางคนแสดงอาการปวดขาจากการออกกำลังกายหนักเกินไป

แม้การออกกำลังกายจะเป็นส่วนสำคัญในเทรนด์รักสุขภาพที่กำล […]

The post ราคาที่ต้องจ่ายของการออกกำลังกายอย่างหนัก (เกินไป) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชายวัยกลางคนแสดงอาการปวดขาจากการออกกำลังกายหนักเกินไป

แม้การออกกำลังกายจะเป็นส่วนสำคัญในเทรนด์รักสุขภาพที่กำลังดำเนินอยู่ในตอนนี้ แต่การออกกำลังกายที่หนักหน่วงเกินไป อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามกัน และนี่คือเรื่องราวน่าสนใจที่ THE STANDARD SPORT นำมาฝากกัน

 

ภาพ: Lars Baron / Getty Images

 

ชายวัยกลางคนแสดงอาการปวดขาจากการออกกำลังกายหนักเกินไป 1ชายวัยกลางคนแสดงอาการปวดขาจากการออกกำลังกายหนักเกินไป 2ชายวัยกลางคนแสดงอาการปวดขาจากการออกกำลังกายหนักเกินไป 3ชายวัยกลางคนแสดงอาการปวดขาจากการออกกำลังกายหนักเกินไป 5ชายวัยกลางคนแสดงอาการปวดขาจากการออกกำลังกายหนักเกินไป 6ชายวัยกลางคนแสดงอาการปวดขาจากการออกกำลังกายหนักเกินไป 7ชายวัยกลางคนแสดงอาการปวดขาจากการออกกำลังกายหนักเกินไป 8

The post ราคาที่ต้องจ่ายของการออกกำลังกายอย่างหนัก (เกินไป) appeared first on THE STANDARD.

]]>
แผ่นดินไหวคู่เขย่าเวเนซุเอลา รัฐประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน USGS เตือน อาจมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก https://thestandard.co/venezuela-earthquake-emergency-usgs-deaths/ Thu, 25 Jun 2026 02:49:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1222529 ประชาชนในกรุงคารากัสอพยพออกจากอาคารหลังแผ่นดินไหวรุนแรง

เกิดเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ขนาด 7.2 และ 7.5 แมกนิจูด ทางตะวั […]

The post แผ่นดินไหวคู่เขย่าเวเนซุเอลา รัฐประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน USGS เตือน อาจมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชาชนในกรุงคารากัสอพยพออกจากอาคารหลังแผ่นดินไหวรุนแรง

เกิดเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ขนาด 7.2 และ 7.5 แมกนิจูด ทางตะวันตกของกรุงคารากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา โดยสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่า ผลกระทบอาจทำให้มีผู้เสียชีวิตและเกิดความเสียหายในวงกว้าง ขณะที่รัฐบาลเวเนซุเอลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนตั้งสติและร่วมมือกันรับมือกับสถานการณ์

 

เมื่อคืนนี้ (24 มิถุนายน) เวเนซุเอลาเผชิญแผ่นดินไหวใหญ่ขนาด 7.2 และ 7.5 แมกนิจูด โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ทางตะวันตกของกรุงคารากัส เมืองหลวงของประเทศ โดย USGS ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นแผ่นดินไหวคู่ (Doublet Earthquake) หลังเกิดแผ่นดินไหวนำ (Foreshock) ขนาด 7.2 แมกนิจูด ขณะที่ไม่ถึง 1 นาทีต่อมา เกิดแผ่นดินไหวครั้งที่สอง ซึ่งเป็นแผ่นดินไหวหลัก (Mainshock) ขนาด 7.5 แมกนิจูด

 

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ศูนย์เตือนภัยสึนามิสหรัฐฯ ได้ออกประกาศเตือนภัยประเทศสุ่มเสี่ยงอย่างเปอร์โตริโก หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร พร้อมเตือนว่า คลื่นอันตรายอาจส่งผลถึง อารูบา คูราเซา และโบแนร์ ก่อนจะยกเลิกประกาศดังกล่าวประมาณ 1 ชั่วโมงต่อมา

 

เบื้องต้น USGS ประเมินว่า เหตุการณ์ครั้งนี้อาจมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากและเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง โดยแบบจำลองประเมินว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจอยู่ระหว่าง 10,000-100,000 คน ขณะที่ทางการเวเนซุเอลายังไม่ประกาศยอดผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างเป็นทางการ

 

ปัจจุบัน Reuters และ The Guardian รายงานตรงกันว่า ประชาชนในกรุงคารากัสต้องอพยพออกจากอาคารและรวมตัวอยู่ด้านนอก ขณะที่อาคารหลายแห่งพังถล่มจนสามารถมองเห็นภายในอาคารจากภายนอก

 

ท่าทีของทางการต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหว

 

ด้าน ดิโอสดาโด กาเบโย (Diosdado Cabello) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของเวเนซุเอลา เปิดเผยผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า มีอาคาร บ้านเรือน และสิ่งปลูกสร้างหลายแห่งพังถล่ม โดยรัฐบาลได้ระดมเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ตำรวจ และหน่วยกู้ภัยเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง

 

ขณะที่ กุสตาโว ดูเก (Gustavo Duque) นายกเทศมนตรีเขตชาเกา พื้นที่ทางตะวันออกของกรุงคารากัส ระบุว่า มีอาคารอย่างน้อย 2 แห่ง พังถล่ม ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 16 คน และมีผู้เสียชีวิตแล้ว แต่ยังไม่เปิดเผยจำนวน

 

ส่วน เดลซี โรดริเกซ (Delcy Rodríguez) รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนตั้งสติและร่วมมือกันรับมือสถานการณ์

 

โรดริเกซระบุว่า สนามบินนานาชาติหลักของประเทศถูกปิดให้บริการ หลังได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่ยังระงับการเดินรถไฟฟ้าใต้ดินและระบบรถไฟ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเสียหายและความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานอีกด้วย

 

ภาพ: Juan Carlos Hernandez, Fausto Torrealba, Gaby Oraa / Reuters

 

อ้างอิง:

ประชาชนในกรุงคารากัสอพยพออกจากอาคารหลังแผ่นดินไหวรุนแรง 1ประชาชนในกรุงคารากัสอพยพออกจากอาคารหลังแผ่นดินไหวรุนแรง 2ประชาชนในกรุงคารากัสอพยพออกจากอาคารหลังแผ่นดินไหวรุนแรง 3

The post แผ่นดินไหวคู่เขย่าเวเนซุเอลา รัฐประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน USGS เตือน อาจมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจาะคำให้การ บิล เกตส์ ปม ‘เอปสตีนไฟล์’ ย้ำไม่เคยร่วมก่ออาชญากรรม เผยถูกนำเรื่องส่วนตัวมากดดัน https://thestandard.co/bill-gates-epstein-files-testimony/ Thu, 11 Jun 2026 03:02:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1216973 บิล เกตส์ มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Microsoft ให้การต่อสภาคองเกรส

บิล เกตส์ มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Microsoft ให้การปม ‘เอปสต […]

The post เจาะคำให้การ บิล เกตส์ ปม ‘เอปสตีนไฟล์’ ย้ำไม่เคยร่วมก่ออาชญากรรม เผยถูกนำเรื่องส่วนตัวมากดดัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บิล เกตส์ มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Microsoft ให้การต่อสภาคองเกรส

บิล เกตส์ มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Microsoft ให้การปม ‘เอปสตีนไฟล์’ ต่อหน้าสภาคองเกรส ชี้ไม่เคยร่วมก่ออาชญากรรมล่วงละเมิดทางเพศร่วมกับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ย้ำตนถูกนำเรื่องชีวิตส่วนตัวในครอบครัวมาใช้กดดันให้ติดต่อพูดคุย

 

 

บิล เกตส์ ให้การในสภาคองเกรสอย่างไร

 

เมื่อคืนนี้ (10 มิถุนายน) เกตส์เข้าให้การต่อหน้าคณะกรรมาธิการกำกับดูแลและปฏิรูปสภาผู้แทนราษฎร (House Committee on Oversight and Reform) ซึ่งอยู่ภายใต้การสอบสวนของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา หลังถูกเชื่อมโยงว่า มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรกับเอปสตีน อาชญากรล่วงละเมิดทางเพศและค้ามนุษย์

 

ก่อนหน้านี้ เจมส์ โคเมอร์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ขอเกตส์ออกมาให้การปมเอปสตีนไฟล์เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เหมือนกับคนอื่นๆ เช่น บิล และฮิลลารี คลินตัน โดยเป็นผลสืบเนื่องจากการที่กระทรวงยุติธรรมเปิดเผยเอกสารหลายล้านหน้า ซึ่งเกี่ยวข้องกับเอปสตีน และเนื้อหาบางส่วนกล่าวถึงเกตส์ในหลายครั้ง

 

ตามรายงานของ New York Times เกตส์ใช้เวลา 4 ชั่วโมงในการไต่สวน แต่ก่อนหน้านั้น มีการเผยแพร่แถลงการณ์ตอกย้ำว่า เขารู้สึกเสียใจที่ข้องเกี่ยวกับเอปสตีน แต่ไม่ได้มีส่วนร่วมในอาชญากรรมใดๆ พร้อมย้ำว่า เขาไม่เคยล่วงละเมิดทางเพศใคร

 

“ในงานที่ผมทำ ชื่อเสียงคือรากฐานสำหรับการพัฒนาความร่วมมือที่ช่วยชีวิตผู้คน การพบกับเอปสตีนเป็นความผิดพลาดร้ายแรงในการตัดสินใจ และทำให้งานนี้ตกอยู่ในความเสี่ยง” เกตส์ระบุในแถลงการณ์ว่า พฤติกรรมของเอปสตีนตรงกันข้ามกับเขา รวมถึงความพยายามทั้งหมดที่จะสร้างโลกที่ทุกคนมีโอกาส มีชีวิตที่ดี และคุณภาพ

 

จากบทสัมภาษณ์ของ The Guardian เกตส์ให้การกับสภาคองเกรสว่า เขาได้รับคำแนะนำให้รู้จักกับเอปสตีนในปี 2011 จากบุคคลในแวดวงการทำงานและการกุศล โดยมีการอ้างว่า เอปสตีนสามารถระดมทุนหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อทำงานด้านสาธารณสุข

 

มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Microsoft เล่าว่า เขารู้เรื่องที่เอปสตีนเคยเผชิญคดีทางกฎหมาย (ซึ่งคาดว่า เป็นคดีในปี 2008 หรือความผิดการชักชวนผู้เยาว์ค้าประเวณีในรัฐฟลอริดา) แต่ไม่ทราบถึงขอบเขตอาชญากรรมที่เกิดขึ้น โดยยอมรับว่า ตนไม่ได้เป็นฝ่ายตรวจสอบให้ถี่ถ้วนอย่างที่ควรทำ

 

เกตส์และเอปสตีนคุยกันแค่ 3 ครั้งในปี 2011 และ 2 ครั้งในปี 2012 โดยเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการทำงาน ก่อนจะเริ่มมาพูดคุยลึกซึ้งยิ่งขึ้นในปี 2013 และ 2014 ซึ่งเน้นเรื่องการให้บริจาคเงิน

 

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ฉันมิตรยุติลงในปี 2014 หลังไม่มีผู้สนใจโครงการบริจาคทางกุศล เกตส์ชี้ว่า เอปสตีนทำตามสัญญาไม่ได้ พร้อมยื่นคำขาดไปว่า จะไม่ร่วมมือด้วยอีกต่อไป พร้อมทั้งขอให้หยุดการติดต่อสื่อสารและการพบปะ

 

เกตส์ระบุว่า ความสัมพันธ์ควรจะสิ้นสุดในเดือนธันวาคมปี 2014 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พนักงานคนหนึ่งกำลังลาออก แต่ปรากฏว่า เอปสตีนเข้ามายุ่งเกี่ยวชีวิตพนักงานคนนั้น ทั้งมีการแลกอีเมล เบอร์โทร การประชุม และให้คำปรึกษาเรื่องลาออก จนสุดท้ายเหมือนกับว่า เกตส์ยังติดต่อเขาอยู่

 

“หลังจากนี้นี่เองที่ผมได้รู้ว่า เอปสตีนได้รับรู้ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของผม รวมถึงความจริงที่ว่าผมเคยนอกใจในชีวิตแต่งงาน” เกตส์เล่ากับคณะกรรมการสภาคองเกรส พร้อมย้ำว่า เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องชู้สาวของเอปสตีนเลย แต่ถูกแบล็กเมลซ้ำเพื่อให้กลับไปติดต่อ

 

ผู้ก่อตั้ง Microsoft ยังเผยกลลวงว่า เอปสตีนพยายามสร้างภาพลักษณ์ที่ชอบธรรมให้กับตนเอง โดยใช้คอนเนกชันและความมีอิทธิพลเพื่อเบี่ยงเบนการตรวจสอบจากสาธารณะ พร้อมยอมรับผิดว่า ตนเองสนใจการระดมทุนระดับโลกมากเกินไป จนยอมให้เรื่องดังกล่าวอยู่เหนือการใช้วิจารณญาณ

 

ความเห็นสภาคองเกรสต่อคำให้การ บิล เกตส์

 

เบื้องต้น มีรายงานว่า เนื้อหาที่เกตส์ให้การต่อหน้าคณะกรรมาธิการจะออกมาในภายหลัง โดย โรเบิร์ต การ์เซีย สส.พรรคเดโมแครต และแกนนำในคณะกรรมาธิการฯ ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า เกตส์ให้ความร่วมมือดี พร้อมทั้งตอบคำถามให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลอื่นในแวดวงเอปสตีน

 

ส่วน สตีเฟน ลินช์ สส.พรรคเดโมแครตกล่าวเสริมว่า คณะกรรมการฯ พยายามจี้ถามในประเด็นที่ว่า ความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างเขากับเอปสตีน โดยเฉพาะในช่วงหลังจากอาชญากรค้ามนุษย์ถูกจับในฐานะผู้กระทำความผิดทางเพศในปี 2008 ไปแล้ว

 

อนึ่ง แมกซ์เวลล์ ฟรอสต์ สส.พรรคเดโมแครตอีกคนกล่าวว่า เกตส์ตรงไปตรงมามาก และเตรียมพร้อมมาอย่างดี ถือว่าดีกว่ากรณี แพม บอนดี อดีตรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมที่อ้างว่า เธอไม่รู้เลยและโยนความผิดเรื่องการปล่อยเอปสตีนไฟล์ให้ ท็อดด์ บลานช์ รัฐมนตรีคนปัจจุบัน โดยย้ำว่า ในการสอบปากคำ ไม่ใช่ว่าจะได้ข้อมูลใหญ่เสมอ แต่เป็นการได้ชิ้นส่วนมาประติดประต่อจากข้อมูลก่อนหน้านี้

 

นอกจากนี้ ซูฮาส ซูบรามาเนียม สส.พรรคเดโมแครตเล่าว่า เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า คำให้การของเกตส์บ่งชี้ว่า เอปสตีนไม่ได้มีความสำคัญกับชีวิตของเขาเท่าไรนัก เป็นเพียง ‘ตัวละครรอง’ ในโลกทั้งหมดด้วยซ้ำ หากแต่เกตส์รู้ปูมหลังของเอปสตีน แต่เลือกที่จะทำสัญญากับปีศาจด้วยความคิดที่ว่า อาจจะช่วยริเริ่มโครงการสาธารณสุขได้จริง

 

ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา The Wall Street Journal เคยรายงานว่า เกสต์ออกมาขอโทษพนักงานในการประชุมทาวน์ฮอลล์ แต่ปฏิเสธว่า ไม่มีส่วนรู้เห็น ไม่เคยทำผิดกฎหมาย และไม่เคยไปเกาะลิตเติลเซนต์เจมส์ (Little St. James) หรือพื้นที่ค้ามนุษย์และล่วงละเมิดของเอปสตีน แต่ยอมรับว่า เคยมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับหญิงสาวรัสเซีย 2 คนเพียง 2 ครั้งเท่านั้น

 

ในเอปสตีนไฟล์ที่ถูกเปิดเผย ปรากฏอีเมลที่เอปสตีนส่งให้ตัวเองในเดือนพฤษภาคม 2013 โดยฉบับแรก คือ ร่างจดหมายลาออกของ บอริส นิโคลิช ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของเกตส์ ส่วนอีเมลฉบับสองมีเนื้อหาปัญหาการสมรสของเกตส์และเมลินดา โดยระบุว่า เอปสตีนเป็นฝ่ายอำนวยความสะดวกใน ‘การนัดพบที่ผิดศีลธรรม’

 

ภาพ: Elizabeth Frantz / Reuters

อ้างอิง:

The post เจาะคำให้การ บิล เกตส์ ปม ‘เอปสตีนไฟล์’ ย้ำไม่เคยร่วมก่ออาชญากรรม เผยถูกนำเรื่องส่วนตัวมากดดัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รอดอีก 4 ชีวิต! กู้ภัยนานาชาติช่วยชาวลาวติดถ้ำสำเร็จ เร่งลุยค้นหาผู้สูญหายอีก 2 ราย https://thestandard.co/lao-cave-rescue-update/ Sun, 31 May 2026 03:19:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1212872 อาสาสมัครกู้ภัยนำตัวผู้ประสบภัยชาวลาวที่เปื้อนโคลนออกมาจากถ้ำ

ทีมกู้ภัยนานาชาติช่วยชีวิตชาวลาวที่ติดอยู่ในถ้ำอีก 4 คน […]

The post รอดอีก 4 ชีวิต! กู้ภัยนานาชาติช่วยชาวลาวติดถ้ำสำเร็จ เร่งลุยค้นหาผู้สูญหายอีก 2 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาสาสมัครกู้ภัยนำตัวผู้ประสบภัยชาวลาวที่เปื้อนโคลนออกมาจากถ้ำ

ทีมกู้ภัยนานาชาติช่วยชีวิตชาวลาวที่ติดอยู่ในถ้ำอีก 4 คนได้สำเร็จ แต่ยังมีผู้สูญหายอีก 2 คน คาดวางแผนเข้าไปในถ้ำลึกอีก 20-25 เมตร แม้จะยังมีน้ำท่วมขังหนัก และแนวโน้มที่ฝนอาจตกจนเป็นอุปสรรคให้กับนักประดาน้ำ

 

เมื่อคืนนี้ (30 พฤษภาคม) ชาวลาวที่ติดอยู่ในถ้ำ 4 คน ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยกู้ภัยนานาชาติได้สำเร็จ หลังจากติดถ้ำเป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์ ขณะที่ยังมีผู้สูญหาย 2 คน โดยปรากฏคลิปวิดีโออาสาสมัครนำตัวผู้ประสบภัย 4 คนที่เปื้อนโคลนออกมา

 

อุปสรรคสำคัญที่ทีมกู้ภัยต้องเผชิญยังเหมือนกับช่วงเวลาที่นำตัวชาวลาวคนแรกออกมา คือ ทัศนวิสัยของน้ำที่มีลักษณะขุ่นจนเหมือน ‘กาแฟ’ ขณะที่เส้นทางบางจุดยังแคบมาก โดยมีขนาดเพียง 60 เซนติเมตร ทำให้การลำเลียงผู้ประสบภัยที่ไม่มีประสบการณ์ดำน้ำมาก่อนเป็นไปอย่างยากลำบากและมีความเสี่ยงสูง

 

อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการนี้ดำเนินควบคู่ไปกับการสูบน้ำตลอดทั้งคืน ทำให้ระดับน้ำลดลงอย่างเห็นได้ชัด จนผู้ประสบภัยบางส่วนสามารถค่อยๆ พยุงตัวและปีนป่ายพ้นอุโมงค์แคบออกมาได้เองในที่สุด

 

ปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างทางการลาวและทีมกู้ภัยนานาชาติ ได้แก่ ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส อินโดนีเซีย มาเลเซีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย โดยบางส่วนเป็นหน่วยกู้ภัยที่มีประสบการณ์สูงจากภารกิจกู้ภัยทีมหมูป่าที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงเมื่อปี 2018

 

สำหรับแผนการทำงานในวันนี้ ทีมกู้ภัยเตรียมเดินหน้าลุยต่อเพื่อค้นหาผู้สูญหายอีก 2 คนที่เหลือ โดยคาดว่า จะมุ่งเน้นไปที่การสำรวจพื้นที่ที่ลึกเข้าไปในถ้ำอีกประมาณ 20-25 เมตรจากจุดที่พบผู้รอดชีวิตกลุ่มแรก แม้ว่าบริเวณดังกล่าวจะยังมีน้ำท่วมขังอย่างหนัก หรืออาจเกิดพายุฝนรอบใหม่ก็ตาม โดยทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นจนเป็นอันตรายต่อการทำงานของนักประดาน้ำได้ทุกเมื่อ

 

ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์ที่แล้ว ชายชาวลาวทั้ง 7 คนได้เข้าไปในถ้ำของแขวงไชยสมบูรณ์เพื่อค้นหาขุดหาทองคำ ทว่าเกิดฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก พัดพาทรายและกรวดเข้ามาปิดกั้นทางออก เป็นเหตุให้พวกเขาถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

 

ภาพ: Chakkrit Taengtang / Reuters

อ้างอิง:

The post รอดอีก 4 ชีวิต! กู้ภัยนานาชาติช่วยชาวลาวติดถ้ำสำเร็จ เร่งลุยค้นหาผู้สูญหายอีก 2 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
อดีตนายกเทศมนตรีในแคลิฟอร์เนีย เป็น ‘สายลับจีน’ ช่วยเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อ จ่อเผชิญโทษจำคุก 10 ปี https://thestandard.co/former-mayor-california-china-spy/ Tue, 12 May 2026 07:31:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1206297 ไอลีน หวัง อดีตนายกเทศมนตรีเมืองอาร์เคเดีย แคลิฟอร์เนีย ผู้ยอมรับสารภาพว่าเป็นสายลับให้รัฐบาลจีน

ไอลีน หวัง (Eileen Wang) อดีตนายกเทศมนตรีเมืองอาร์เคเดี […]

The post อดีตนายกเทศมนตรีในแคลิฟอร์เนีย เป็น ‘สายลับจีน’ ช่วยเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อ จ่อเผชิญโทษจำคุก 10 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไอลีน หวัง อดีตนายกเทศมนตรีเมืองอาร์เคเดีย แคลิฟอร์เนีย ผู้ยอมรับสารภาพว่าเป็นสายลับให้รัฐบาลจีน

ไอลีน หวัง (Eileen Wang) อดีตนายกเทศมนตรีเมืองอาร์เคเดียในรัฐแคลิฟอร์เนีย ออกมายอมรับว่า เป็น ‘สายลับ’ ให้รัฐบาลจีน ชี้เคยทำโฆษณาชวนเชื่อสนับสนุนรัฐบาลปักกิ่ง โดยยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง และอาจเผชิญโทษจำคุกสูงสุด 10 ปีเต็ม

 

 
 

เมื่อคืนนี้ (11 พฤษภาคม) สื่อต่างประเทศหลายแห่งรายงานถึงกรณีกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DoJ) ประกาศตั้งข้อหานายกเทศมนตรีเมืองอาร์เคเดียในรัฐแคลิฟอร์เนียว่า ปฏิบัติหน้าที่เป็น ‘สายลับต่างชาติ’ ของจีนอย่างผิดกฎหมาย โดยในเวลาต่อมา เธอยื่นใบลาออกจากตำแหน่งและรับสารภาพในข้อหาความผิดร้ายแรง ซึ่งอาจเผชิญโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี

 

ไอลีน หวัง สารภาพอะไรบ้าง?

 

หวังยอมรับว่า เธอ และ เหยาหนิง ซุน (Yaoning Sun) เผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อที่เป็นประโยชน์ต่อจีน โดยมีเจ้าหน้าที่ปักกิ่งคอยควบคุมเนื้อหาตั้งแต่ปี 2020-2022 ภายใต้เว็บไซต์ US News Center ที่พุ่งเป้าไปยังชาวอเมริกันเชื้อสายจีน

 

เช่น ในเดือนมิถุนายน 2021 เธอได้เผยแพร่บทความของกงสุลใหญ่จีนที่ตีพิมพ์ใน Los Angeles Times ลงบนเว็บไซต์ของตนเอง หลังเจ้าหน้าที่ปักกิ่งได้ส่งลิงก์มาให้ ซึ่งมีเนื้อหาปฏิเสธเรื่องการกดขี่ การใช้แรงงานบังคับ และการทารุณกรรมชาวอุยกูร์ในมณฑลซินเจียง

 

“ไม่เคยมีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในซินเจียง หรือการบังคับใช้แรงงานในทุ่งฝ้ายหรือภาคส่วนอื่นใดในภูมิภาคนี้” รายงานของ CNN ระบุว่า หวังได้แชร์ลิงก์ดังกล่าวลงบนเว็บไซต์ข่าวของเธอภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

 

ขณะที่ซุนยอมรับสารภาพในข้อหาเดียวกันในเดือนตุลาคม 2025 ซึ่งขณะนี้กำลังรับโทษจำคุกเป็นเวลา 4 ปี โดยหวังระบุว่า ซุนเคยเป็นคู่หมั้นของเธอ รวมถึงเคยเป็นเหรัญญิกในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของเธอเมื่อปี 2022 อีกด้วย

 

นอกจากนี้ อัยการยังระบุว่า หวังมีการติดต่อกับ จอห์น เฉิน บุคคลสำคัญในพรรคคอมมิวนิสต์จีน และสมาชิกหน่วยข่าวกรองระดับสูงที่สามารถติดต่อกับ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนได้โดยตรง ซึ่งถูกศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ตัดสินจำคุก 20 เดือนในข้อหาเป็นสายลับเมื่อปี 2024

 

ประกาศลาออกและยอมรับความผิด

 

ล่าสุด หวังได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม โดยทนายความส่วนตัวระบุว่า อดีตนายกเทศมนตรีหญิงต้องการขอโทษในความผิดพลาดส่วนตัวครั้งนี้

 

ทนายความระบุว่า หวังเคยหมั้นกับซุน ก่อนความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะสิ้นสุดลงในปี 2024 ช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งระบุตรงไปตรงมาในแถลงการณ์ว่า ความรักและความเชื่อใจที่มีให้ซุน คือความผิดพลาด และนำไปสู่ความหลงผิดครั้งใหญ่ของเธอ

 

“พฤติกรรมดังกล่าวเกี่ยวข้องกับชีวิตส่วนตัวของเธอเพียงอย่างเดียว คือแพลตฟอร์มสื่อที่เธอเคยทำร่วมกับคนที่เธอเชื่อว่าเป็นคู่หมั้น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐที่ได้รับเลือกตั้งแต่อย่างใด” ทนายความระบุว่า หวังขอให้ชาวอาร์เคเดียเข้าใจ พร้อมย้ำว่า ความรักของเธอต่อชุมชนยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

 

อย่างไรก็ตาม จอห์น เอ. ไอเซนเบิร์ก (John A. Eisenberg) ผู้ช่วยอัยการสูงสุดฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติแสดงความกังวลอย่างยิ่ง โดยเฉพาะข้อเท็จจริงที่ว่า หวังอยู่ในตำแหน่งที่ได้รับความไว้วางใจจากพลเมืองสหรัฐฯ แต่กลับปฏิบัติตามคำสั่งของทางการจีน

 

ปัจจุบัน สถานทูตจีนในสหรัฐฯ ยังไม่ตอบกลับความคิดเห็นในทันที ขณะที่การดำเนินคดีครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเดินทางไปพบกับสีในการประชุมสุดยอดจีน-สหรัฐฯ ในวันที่ 14-15 พฤษภาคม

 

แฟ้มภาพ: City of Arcadia

 

อ้างอิง:

 

The post อดีตนายกเทศมนตรีในแคลิฟอร์เนีย เป็น ‘สายลับจีน’ ช่วยเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อ จ่อเผชิญโทษจำคุก 10 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์เตือน สหรัฐฯ จะไม่ปล่อยให้อิหร่านเข้าถึงแร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับสูง https://thestandard.co/trump-us-warns-iran-uranium-access/ Mon, 11 May 2026 03:18:11 +0000 https://thestandard.co/trump-us-warns-iran-uranium-access/ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงการณ์เกี่ยวกับอิหร่าน

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศเตือนเมื่ […]

The post ทรัมป์เตือน สหรัฐฯ จะไม่ปล่อยให้อิหร่านเข้าถึงแร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับสูง appeared first on THE STANDARD.

]]>
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงการณ์เกี่ยวกับอิหร่าน

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศเตือนเมื่อวานนี้ (10 พฤษภาคม) ว่า สหรัฐฯ จะมุ่งเป้าโจมตีชาวอิหร่านทุกคนที่พยายามเข้าถึงแร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับสูง โดยระบุว่ากองทัพสหรัฐฯ กำลังเฝ้าระวังวัสดุนิวเคลียร์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

 

ในการสัมภาษณ์กับรายการ Full Measure ทรัมป์ได้ลดทอนความสำคัญของการที่ยูเรเนียมยังคงหลงเหลืออยู่ในอิหร่าน โดยเชื่อว่าแร่ดังกล่าวถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังของศูนย์นิวเคลียร์ ทรัมป์กล่าวว่ากองทัพอวกาศ (Space Force) กำลังเฝ้าดูอยู่ และหากมีใครพยายามเข้าใกล้พื้นที่ดังกล่าว สหรัฐฯ จะรู้และจะโจมตีพวกเขาทันที

 

ประเด็นหลักของความขัดแย้ง

 

ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับสูงถือเป็นประเด็นความขัดแย้งหลักในการเจรจาหยุดยิง เพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านที่ยืดเยื้อมานานถึง 10 สัปดาห์ สหรัฐฯ ต้องการให้อิหร่านส่งมอบยูเรเนียมออกนอกประเทศและยุติโครงการนิวเคลียร์ทั้งหมด แต่อิหร่านยืนกรานว่าจะไม่ยอมทิ้งสิทธิในโครงการเสริมสมรรถนะของตนเอง

 

สื่อหลายสำนักรายงานว่า ยูเรเนียมยังคงอยู่ใต้ซากศูนย์นิวเคลียร์ที่สหรัฐฯ ทิ้งระเบิดเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2025 แต่อิหร่านยังไม่ได้ยืนยันตำแหน่งของวัสดุนิวเคลียร์ดังกล่าว ทรัมป์อ้างว่า อิหร่าน ‘ตกลง’ ให้สหรัฐฯ นำเครื่องจักรขนาดใหญ่เข้าไปขุดแร่ยูเรเนียมเพื่อนำกลับสหรัฐฯ แต่อิหร่าน ‘ปฏิเสธ’ ข้อกล่าวอ้างนี้อย่างสิ้นเชิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านระบุว่า ยูเรเนียมมีความศักดิ์สิทธิ์เทียบเท่ากับแผ่นดินอิหร่านและจะไม่ถูกโอนย้ายไปที่ใดทั้งสิ้นในทุกกรณี

 

ปัจจุบันคาดว่า อิหร่านครอบครองยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ 60% ในปริมาณมากกว่า 400 กิโลกรัม ซึ่งหากได้รับการเสริมสมรรถนะต่อไปจนถึงระดับความบริสุทธิ์ 90% จะสามารถใช้สร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้ ในปี 2015 อิหร่านเคยตกลงจำกัดการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมไว้ที่ 3.67% เพื่อแลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรตามข้อตกลง JCPOA

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากทรัมป์ยกเลิกข้อตกลงและนำมาตรการคว่ำบาตรกลับมาใช้ อิหร่านก็เริ่มพัฒนาโครงการนิวเคลียร์เกินขีดจำกัดที่เคยตกลงกันไว้ ทรัมป์อ้างว่าการทำสงครามในปัจจุบันมีจุดประสงค์ เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองระเบิดนิวเคลียร์

 

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันในสหรัฐฯ ได้พุ่งสูงขึ้นเป็นกว่า 4.50 ดอลลาร์ต่อแกลลอนจากเดิมที่ต่ำกว่า 3 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นผลมาจากปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่เกิดจากการที่อิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ยังคงมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่องจากการที่สหรัฐฯ เข้าปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน ท่ามกลางสถานการณ์ปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ

 

ล่าสุด สื่อที่มีความเชื่อมโยงกับรัฐอิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้ส่งคำตอบรับข้อเสนอยุติสงครามฉบับล่าสุดของสหรัฐฯ ผ่านทางปากีสถานซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางแล้ว แม้ทรัมป์จะมองว่าอิหร่าน ‘พ่ายแพ้’ ไปแล้ว แต่เขาย้ำว่าสงครามยังไม่จบลง โดยขู่ว่าสหรัฐฯ ได้ทำลายเป้าหมายไปแล้ว 70% และสามารถใช้เวลาอีก 2 สัปดาห์เดินหน้าโจมตีเป้าหมายอื่นๆ ที่เหลือได้หากต้องการ

 

แฟ้มภาพ: Kevin Lamarque / Reuters

อ้างอิง:

 

The post ทรัมป์เตือน สหรัฐฯ จะไม่ปล่อยให้อิหร่านเข้าถึงแร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับสูง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฟุตบอลบนความขัดแย้ง! อิหร่านจะได้ไปฟุตบอลโลก 2026 หรือไม่ https://thestandard.co/iran-world-cup-2026-politics-safety/ Sat, 09 May 2026 05:56:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1205419 นักฟุตบอลทีมชาติอิหร่านฉลองชัยชนะ

ทีมชาติอิหร่านยืนยันจะเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 […]

The post ฟุตบอลบนความขัดแย้ง! อิหร่านจะได้ไปฟุตบอลโลก 2026 หรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักฟุตบอลทีมชาติอิหร่านฉลองชัยชนะ

ทีมชาติอิหร่านยืนยันจะเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา แม้จะมีความตึงเครียดทางการเมืองและปัญหาด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง โดย จานนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA ยืนยันว่า “กีฬาต้องอยู่เหนือการเมือง” และนักเตะพร้อมที่จะลงแข่งขันในฐานะตัวแทนของประชาชน

 

 
 

สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ส่งผลต่อการเข้าร่วมการแข่งขันของราชสีห์แห่งเปอร์เซียในสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้ เมห์ดี ทาจ นายกสมาคมฟุตบอลอิหร่าน ถูกปฏิเสธวีซ่าเนื่องจากความเชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC

 

ความขัดแย้งที่เกิดนำไปสู่คำขอย้ายสถานที่แข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มของอิหร่าน ต่อ FIFA จากสหรัฐอเมริกาไปเม็กซิโก แต่ทางองค์กรลูกหนังโลกยืนยันให้อิหร่าน ลงแข่งขันตามกำหนดการเดิม

 

ผ่านไปรอบคัดเลือก แต่ไม่แน่จะได้ไปบอลโลก?

 

อิหร่านผ่านเข้ารอบสุดท้ายเป็นทีมแรกๆ แต่ความขัดแย้งที่เริ่มต้นขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ทำให้รัฐมนตรีกระทรวงกีฬาของอิหร่านประกาศว่าพวกเขาไม่ต้องการไปแข่งขันในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้ง

 

สถานการณ์นี้เป็นการทดสอบอำนาจของ FIFA ในการควบคุมฟุตบอลโลกท่ามกลางความขัดแย้งทางการทูต และเป็นการวัดใจว่าอุดมการณ์ของกีฬาที่ต้องการ “สร้างสะพานเชื่อมโยงผู้คน” จะทำได้จริงหรือไม่ในภาวะสงคราม

 

เรื่องนี้กระทบต่อความปลอดภัยของนักกีฬา และการยอมรับในสัญลักษณ์ของชาติ โดยเฉพาะเงื่อนไขของอิหร่านที่ต้องการให้เกียรติกองกำลัง IRGC ระหว่างการแข่งขัน ซึ่งเป็นองค์กรที่สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำ

 

นับตั้งแต่เริ่มสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ทางอิหร่านขอย้ายสนามฟุตบอลโลก เพื่อไปเล่นที่ประเทศเม็กซิโกแต่ถูกปฏิเสธ ทำให้มีความไม่แน่ชัดในการไปเล่นฟุตบอลโลกของพวกเขาตามมา

 

ฟุตบอลไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง?

 

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ (พฤษภาคม 2026) อิหร่านก็ยังเตรียมทีมและเก็บตัวเพื่อไปฟุตบอลโลกอยู่ที่ตุรกี และมีโปรแกรมอุ่นเครื่อง 3 นัดก่อนฟุตบอลโลก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพวกเขายังต้องการที่จะไปเล่นในฟุตบอลโลก 2026 ครั้งนี้อยู่

 

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ FIFA ถูกตั้งคำถามพอสมควรถึงความเป็นกลางในการจัดการแข่งขัน เพราะในระยะหลัง จานนี อินฟานติโน มีภาพคู่กับประธานาธิบดีสหรัฐฯ บ่อยครั้ง และมักกล่าวโดนัลด์ ทรัมป์ ในแง่บวก

 

การที่พวกเขาให้อิหร่านต้องลงสนามในดินแดนของสหรัฐอเมริกา ทั้งที่อาจจะเกิดเหตุการณ์ตึงเครียดขึ้น และอาจเป็นอันตรายต่อบรรดานักเตะได้ทำให้มีแรงวิจารณ์มาถึงพวกเขาพอสมควร

 

แต่ในทางกลับกัน บางฝ่ายก็มองว่านี่เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลแล้วที่ FIFA ไม่ยอมปรับโปรแกรมเพื่อชาติใดชาติหนึ่ง โดยย้ำว่าฟุตบอลต้องอยู่เหนือการเมือง ซึ่งนั่นก็เป็นคำถามที่ต้องรอดดูคำตอบว่าการบริหารจัดการให้อิหร่านไปแข่งขันในสหรัฐฯ จะทำได้ดีแค่ไหน และอันที่จริงแล้ว นักเตะอิหร่านจะยอมเดินทางไปหรือไม่?

 

พังพาบหรือผ่านพ้น? จับตาการเดินทางของอิหร่านสู่สหรัฐฯ

 

การเดินทางของนักเตะอิหร่านไปสู่ลอสแอนเจลิสของทีมชาติอิหร่านในเดือนมิถุนายนนี้ น่าจะเป็นที่จับตามองอย่างมากว่าจะมีการประท้วงหรือปัญหาด้านวีซ่าเพิ่มเติมสำหรับนักเตะและทีมงานหรือไม่

 

ปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันว่าอิหร่านจะเดินทางไปยังแดนลุงแซมเมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆ พวกเขาต้องแข่งขันนัดแรกในวันที่ 15 มิถุนายน โดยจะพบนิวซีแลนด์ที่ลอสแอนเจลิส

 

ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แม้จะความกังวลเรื่องความปลอดภัยในตอนแรก แต่ภายหลังระบุว่า “โอเค” หากให้อิหร่านเดินทางมาแข่งขันในสหรัฐอเมริกา ตามคำยืนยันของ อินฟานติโน ประธาน FIFA แม้จะจะเคยมีตัวแทนของเขา เสนอให้เปลี่ยนอิหร่านเป็นอิตาลีให้มาแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้แทนก็ตาม

 

ในตอนนี้ แม้จะยังไม่สามารถยืนยันแบบ 100% ว่าอิหร่านจะได้ไปแข่งขันฟุตบอลโลกในสหรัฐอเมริกา หรือไม่ แต่ที่สิ่งที่รู้ตอนนี้คือพวกเขา ‘อยากไป’ และทางการสหรัฐฯ ก็ ‘ไม่ว่าอะไร’ หากพวกเขาจะมา

 

เจตจำนงของอิหร่านพยายามแสดงให้ทุกฝ่ายเห็นว่า ต่อให้กำแพงทางการการเมืองและความขัดแย้งจะสูงชันเพียงใด แต่ปัจจุบัน ทีมพวกเขากำลังพยายามพิสูจน์ว่าเสียงแห่งแฟนบอลและความฝันของโลกกีฬาอาจจะดังกว่าเสียงของความขัดแย้งทางการเมือง

 

อ้างอิง

The post ฟุตบอลบนความขัดแย้ง! อิหร่านจะได้ไปฟุตบอลโลก 2026 หรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รูปปั้นใหม่ของ Banksy กลางลอนดอน ก้าวพลาด เพราะธงชาติบังตา https://thestandard.co/banksy-london-sculpture-nationalism/ Sat, 02 May 2026 07:36:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1203257 รูปปั้น Banksy กลาง ลอนดอน เป็นชายสวมสูทถือธงชาติผืนใหญ่บังหน้า

เช้ามืดของวันที่ 30 เมษายน 2026 กลาง Waterloo Place ลอน […]

The post รูปปั้นใหม่ของ Banksy กลางลอนดอน ก้าวพลาด เพราะธงชาติบังตา appeared first on THE STANDARD.

]]>
รูปปั้น Banksy กลาง ลอนดอน เป็นชายสวมสูทถือธงชาติผืนใหญ่บังหน้า

เช้ามืดของวันที่ 30 เมษายน 2026 กลาง Waterloo Place ลอนดอน มี “รูปปั้นปริศนา” ถูกนำมาติดตั้งโดยไม่มีการประกาศล่วงหน้า ก่อนที่ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน Banksy จะออกมายืนยันผ่าน Instagram ว่าเป็นผลงานของเขาเอง และเพียงแค่ข้ามคืน เช้าวันที่ 1 พฤษภาคม พื้นที่ตรงนี้ก็กลายเป็นจุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวทันที ผู้คนจำนวนมากเริ่มหลั่งไหลเข้ามาถ่ายรูป ยืนดู และถกเถียงกันว่า “มันกำลังสื่ออะไร”

 

THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจ ตัวรูปปั้นเป็นชายสวมสูท กำลังก้าวเดินไปข้างหน้า แต่มีจุดที่สะดุดตา เขาถือธงผืนใหญ่ที่ปลิวปิดหน้าจนมองไม่เห็นอะไรเลย ภาพที่ดูเรียบง่ายนี้กลับทำให้หลายคนตีความไปในทิศทางเดียวกันว่า มันกำลังพูดถึง “การเดินไปข้างหน้าโดยไม่เห็นความจริง” หรือในอีกมุมหนึ่งคือ “ชาตินิยมที่มากเกินไปจนบังสายตา”

 

สื่ออังกฤษอย่าง BBC และ The Guardian มองคล้ายกันว่างานชิ้นนี้เป็นการวิจารณ์ “blind patriotism” ขณะที่ผู้ชมบางคนที่ยืนอยู่หน้างานบอกว่า ชายในชุดสูทดูเหมือนนักการเมือง มีความมั่นใจ เดินไปข้างหน้า แต่กลับไม่เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเลย ภาพแบบนี้ทำให้คนดูเข้าใจได้ทันที โดยไม่ต้องมีคำอธิบายยาว

 

Banksy เองเป็นศิลปินที่ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือพูดเรื่องสังคมและการเมืองมาโดยตลอด เขาเริ่มจาก graffiti ตามท้องถนนในอังกฤษ ก่อนจะกลายเป็นศิลปินระดับโลกที่ผลงานมักปรากฏแบบไม่บอกล่วงหน้า จุดเด่นคือการใช้ภาพที่เรียบง่าย แต่สื่อสารประเด็นใหญ่ได้คมชัด โดยที่ตัวเขายังคงไม่เปิดเผยตัวตนจนถึงวันนี้

 

ในโลกที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดทางการเมืองและการกลับมาของกระแสชาตินิยม รูปปั้นนี้อาจไม่ได้พูดถึงแค่ลอนดอน แต่กำลังตั้งคำถามกับทุกสังคม วันนี้เรากำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างมีสติจริงๆ หรือแค่เดินต่อไป…โดยที่มองไม่เห็นอะไรเลย

 

รูปปั้น Banksy กลาง ลอนดอน เป็นชายสวมสูทถือธงชาติผืนใหญ่บังหน้า 1รูปปั้น Banksy กลาง ลอนดอน เป็นชายสวมสูทถือธงชาติผืนใหญ่บังหน้า 2รูปปั้น Banksy กลาง ลอนดอน เป็นชายสวมสูทถือธงชาติผืนใหญ่บังหน้า 3รูปปั้น Banksy กลาง ลอนดอน เป็นชายสวมสูทถือธงชาติผืนใหญ่บังหน้า 4รูปปั้น Banksy กลาง ลอนดอน เป็นชายสวมสูทถือธงชาติผืนใหญ่บังหน้า 5รูปปั้น Banksy กลาง ลอนดอน เป็นชายสวมสูทถือธงชาติผืนใหญ่บังหน้า 6

The post รูปปั้นใหม่ของ Banksy กลางลอนดอน ก้าวพลาด เพราะธงชาติบังตา appeared first on THE STANDARD.

]]>
อังกฤษสั่ง ‘ปิดห้องคุย’ คิงชาร์ลส์-ทรัมป์ เลี่ยงเผชิญหน้าสื่อ หวั่นซ้ำรอยเซเลนสกี https://thestandard.co/king-charles-trump-media-fears/ Tue, 28 Apr 2026 03:18:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1201796 พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และ โดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างการพบปะพูดคุยส่วนตัว

พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงมีกำหนดการพบปะ โดนัลด์ ทรัมป์ ปร […]

The post อังกฤษสั่ง ‘ปิดห้องคุย’ คิงชาร์ลส์-ทรัมป์ เลี่ยงเผชิญหน้าสื่อ หวั่นซ้ำรอยเซเลนสกี appeared first on THE STANDARD.

]]>
พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และ โดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างการพบปะพูดคุยส่วนตัว

พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงมีกำหนดการพบปะ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ณ ห้องทำงานรูปไข่ ทำเนียบขาวในสัปดาห์นี้ ขณะที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรตกลงให้การหารือเกิดขึ้น ‘นอกสายตา’ สื่อมวลชนส่วนใหญ่เพื่อป้องกันไม่ให้กษัตริย์แห่งอังกฤษ ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์จากทรัมป์ หรือเผชิญกับสถานการณ์ที่น่ากระอักกระอ่วน เหมือนกับเหตุการณ์ที่ผู้นำหลายประเทศเคยพบเจอมา

 

พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และพระราชินีคามิลลา เริ่มต้นการเสด็จฯ เยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการเป็นเวลา 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 27-30 เมษายน นับเป็นครั้งแรกในรอบ 19 ปีที่ประมุขแห่งสหราชอาณาจักร เสด็จฯ เยือนสหรัฐฯ นับตั้งแต่การเสด็จฯ เยือนครั้งล่าสุดของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เมื่อปี 2007

 

อย่างไรก็ตาม The Guardian รายงานว่า เจ้าหน้าที่อังกฤษผลักดันให้การพบปะระหว่างทรัมป์กับคิงชาร์ลส์เกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนตัว เพราะกลัวว่า ผู้นำสหรัฐฯ จะทำให้กษัตริย์อังกฤษลำบากใจเหมือนเหตุการณ์ในอดีต เช่น ทรัมป์วิพากษ์วิจารณ์ โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนในต้นปี 2025 จนทำให้เกิดกระแสฮือฮาไปทั่วโลก

 

ทั้งนี้ แหล่งข่าวที่มีส่วนร่วมในการวางแผนการเยือนสหรัฐฯ ระบุว่า คิงชาร์ลส์ทรงเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนถ่ายภาพในช่วงเริ่มต้นของการประชุม แต่จะไม่มีการบันทึกภาพระหว่างที่พระองค์ทรงพูดคุยในเนื้อหาสำคัญกับทรัมป์

 

นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังระบุว่า หากทรัมป์เริ่มวิพากษ์วิจารณ์ เคียร์ สตาร์เมอร์ หรือสหราชอาณาจักรต่อหน้าคิงชาร์ลส์ อีเวตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ พร้อมเป็น ‘โล่มนุษย์’ ให้ประมุขของประเทศ และยินดีเข้ามาจัดการสถานการณ์ที่น่ากระอักกระอ่วนใจ

 

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวอีกรายระบุว่า คิงชาร์ลส์มีทักษะทางการทูตรับมือกับทรัมป์ได้ดี เพราะในอดีต พระองค์เคยเผชิญเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว ขณะที่ยังทรงเตรียมพร้อม อ่านเอกสารรายงานและทราบเป็นอย่างดีว่ากำลังเผชิญกับอะไรอยู่

 

อนึ่ง ภายในสหราชอาณาจักรหวังว่า การเยือนสหรัฐฯ ของคิงชาร์ลส์จะช่วยรื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ แต่ก็กลัวว่า ทรัมป์อาจวิจารณ์สตาร์เมอร์ หรือ ราเชล รีฟส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอังกฤษที่วิจารณ์ทรัมป์ในสงครามอิหร่าน

 

ขณะเดียวกัน กษัตริย์ชาร์ลส์จะทรงเข้าร่วมงานอื่นๆ ร่วมกับทรัมป์ โดยจะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักพระราชวังและคูเปอร์ ร่วมเดินทางไปด้วย

 

ภาพ: Ian Vogler / Reuters

อ้างอิง:

 

The post อังกฤษสั่ง ‘ปิดห้องคุย’ คิงชาร์ลส์-ทรัมป์ เลี่ยงเผชิญหน้าสื่อ หวั่นซ้ำรอยเซเลนสกี appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตาท่าทีสหรัฐฯ-อิหร่าน ก่อนเจรจาสันติภาพรอบสอง คืบหน้าอย่างไร? https://thestandard.co/us-iran-peace-talks-vance/ Tue, 21 Apr 2026 04:38:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1199526 เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้นำทีมเจรจา ในการหารือกับอิหร่าน

อิหร่านกำลังพิจารณาเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพรอบสองในปากี […]

The post จับตาท่าทีสหรัฐฯ-อิหร่าน ก่อนเจรจาสันติภาพรอบสอง คืบหน้าอย่างไร? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้นำทีมเจรจา ในการหารือกับอิหร่าน

อิหร่านกำลังพิจารณาเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพรอบสองในปากีสถาน ขณะที่สหรัฐอเมริกาส่ง เจ.ดี.แวนซ์ รองประธานาธิบดีเป็นผู้นำการเจรจา ด้านทำเนียบขาวระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ปิดโอกาสขยายเวลาดีลหยุดยิงระยะสั้น 2 สัปดาห์ที่จะหมดเวลาในวันที่ 22 เมษายน

 

สัญญาณเชิงบวก อิหร่านมีท่าทีอย่างไร?

 

เมื่อคืนนี้ (20 เมษายน) เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยกับ Reuters ว่า กำลังพิจารณาเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐฯ ในกรุงอิสลามาบัด หลังรัฐบาลปากีสถานพยายามผลักดันให้รัฐบาลทรัมป์ยุติการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน

 

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านเปิดเผยว่า ยังไม่มีการตัดสินใจใดๆ เกิดขึ้น แต่รัฐบาลกำลังทบทวนเรื่องนี้ ซึ่งมีนัยในเชิงบวก ถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีจากแถลงการณ์ในช่วงที่ผ่านมา หลังอิหร่านปฏิเสธการเข้าร่วมและประกาศจะตอบโต้การรุกรานของสหรัฐฯ

 

เจ้าหน้าที่ดังกล่าวยังระบุต่อว่า ปากีสถานในฐานะคนกลางกำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อยุติการปิดล้อมของสหรัฐฯ รวมถึงรับประกันว่า อิหร่านจะสามารถเข้าร่วมการเจรจาได้

 

สำหรับท่าทีของทางการอิหร่าน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า สหรัฐฯ ยังละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการดำเนินกระบวนการทางการทูตต่อไป พร้อมพูดคุยทางโทรศัพท์กับ อิสฮาค ดาร์ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศปากีสถานว่า อิหร่านกำลังพิจารณาสถานการณ์ทุกแง่มุม แต่ไม่ได้ตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ

 

ด้าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ คาลิบัฟ หัวหน้าคณะผู้เจรจาของอิหร่านได้โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า ทรัมป์กำลังเพิ่มแรงกดดันอิหร่าน ผ่านการปิดล้อมและละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดยย้ำว่า อิหร่านขอปฏิเสธการเจรจาใดๆ ที่อยู่ภายใต้การคุกคามของสหรัฐฯ

 

สหรัฐฯ ส่งแวนซ์นำทีมเจรจา

 

ขณะที่แวนซ์จะเป็นหัวหน้าทีมเจรจาสหรัฐฯ โดยเดินทางร่วมกับ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษ และ จาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์ไปกรุงอิสลามาบัดในวันที่ 21 เมษายนตามเวลาท้องถิ่น ถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีครั้งสำคัญ หลังทรัมป์ออกมาปฏิเสธว่า รองประธานาธิบดีจะไม่เดินทางไปเข้าร่วมเจรจา เพราะเหตุผลเรื่องความมั่นคง

 

ความสับสนในการสื่อสารของทางการสหรัฐฯ ยังเกิดขึ้นในสถานการณ์ล่าสุด หลังทรัมป์สัมภาษณ์กับ New York Post ว่า แวนซ์กำลังเดินทางไปปากีสถานในวันที่ 20 เมษายน ซึ่งคาดว่า จะถึงช่วงเย็นตามเวลาท้องถิ่น แต่ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ออกมาแก้ข่าวในภายหลังว่า มีการหารือให้เดินทางในวันที่ 20 เมษายนจริง แต่แวนซ์จะไปปากีสถานวันที่ 21 เมษายนตามเวลาเดิม

 

อนึ่ง ทรัมป์กล่าวว่า ข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์กับอิหร่านจะสิ้นสุดลงในวันที่ 22 เมษายน เวลา 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือวันที่ 23 เมษายน เวลา 07.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

 

ผู้นำสหรัฐฯ ยังให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg อีกว่า เป็นไปได้ยากที่เขาจะขยายเวลาออกไป พร้อมกับส่งสัญญาณว่า สหรัฐฯ ยังมีทางเลือกอย่างการทิ้งระเบิด แต่ก็ย้ำว่า จะไม่ยอมถูกเร่งรัดให้ทำข้อตกลงที่ย่ำแย่และมีเวลาเหลือเฟือมากพอ

 

ก่อนหน้านี้ แวนซ์เคยนำทีมสหรัฐฯ เข้าร่วมเจรจาสันติภาพกับอิหร่านรอบแรกนานถึง 21 ชั่วโมง แต่ล้มเหลวลง เพราะเตหะรานไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องที่ต้องยุติการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียม และส่งมอบแร่ดังกล่าวให้สหรัฐฯ สูงถึง 440 กิโลกรัม

 

อิหร่านยังระบุว่า รัฐบาลขาดความไว้วางใจสหรัฐฯ พร้อมต้องการหลักประกันว่า จะไม่ถูกโจมตีอีก หากบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายสำเร็จ

 

ปากีสถานเตรียมการอย่างไร

 

แหล่งข่าวความมั่นคงของปากีสถานระบุว่า จอมพล อาซิม มูเนียร์ ตัวกลางสำคัญของปากีสถานได้แจ้งกับทรัมป์ว่า การปิดล้อมทางทะเลกำลังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเจรจา ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ รับปากว่าจะพิจารณายุติเรื่องนี้

 

ปัจจุบันมีรายงานว่า ปากีสถานกำลังเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจา แม้จะมีความไม่แน่นอน โดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงระบุว่า มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ 2 หมื่นนายทั่วกรุงอิสลามาบัด

 

นอกจากนี้ ทางการยังยกระดับการรักษาความปลอดภัย ปิดกั้นพื้นที่ และระงับบริการขนส่งสาธารณะในเมืองหลวง ขณะที่การไฟฟ้านครหลวงของปากีสถานยังให้คำมั่นว่า จะระงับการตัดไฟระหว่างที่การเจรจาดำเนินอยู่ หลังประเทศต้องตัดไฟนานถึง 6-7 ชั่วโมง เพื่อประหยัดพลังงาน หลังวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซทำให้ปากีสถานขาดแคลนน้ำมันและก๊าซ

 

ภาพ: Jacquelyn Martin / Reuters

 

อ้างอิง:

 

The post จับตาท่าทีสหรัฐฯ-อิหร่าน ก่อนเจรจาสันติภาพรอบสอง คืบหน้าอย่างไร? appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ่นยนต์ ‘Lightning’ วิ่งฮาล์ฟมาราธอนที่ปักกิ่ง เร็วกว่าสถิติโลกถึง 7 นาที https://thestandard.co/robot-lightning-half-marathon-record-2/ Mon, 20 Apr 2026 07:07:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1199096 หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ‘Lightning’ วิ่งเข้าเส้นชัยฮาล์ฟมาราธอนท่ามกลางผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่ปักกิ่ง

การแข่งขันฮาล์ฟมาราธอนที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน กลายเป็น […]

The post หุ่นยนต์ ‘Lightning’ วิ่งฮาล์ฟมาราธอนที่ปักกิ่ง เร็วกว่าสถิติโลกถึง 7 นาที appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ‘Lightning’ วิ่งเข้าเส้นชัยฮาล์ฟมาราธอนท่ามกลางผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่ปักกิ่ง

การแข่งขันฮาล์ฟมาราธอนที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน กลายเป็นหมุดหมายใหม่ของวงการวิ่ง เมื่อมีการจัดอีเวนต์พิเศษแยกย่อยออกมาเพื่อเป็นเวทีประลองเทคโนโลยีให้กับบรรดาผลิตหุ่นยนต์โดยเฉพาะ

 

โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ ‘Lightning’ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จากบริษัท Honor ที่วิ่งเข้าเส้นชัยด้วยเวลาเพียง 50 นาที 26 วินาที ซึ่งตัวเลขนี้ ‘เร็วกว่า’ สถิติโลกของมนุษย์ที่ Jacob Kiplimo นักวิ่งชาวยูกันดา เคยทำไว้ (57 นาที 20 วินาที) ถึงเกือบ 7 นาที เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

 

แม้ในเชิงสถิติจะไม่ถูกนับเป็นการทำลายสถิติโลกของสมาคมกรีฑาโลก (World Athletics) เนื่องจากเป็นการแข่งขันคนละประเภท แต่ผลลัพธ์ของ Lightning คือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า เทคโนโลยีหุ่นยนต์ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดความเร็วสูงสุดมนุษย์ไปเรียบร้อยแล้ว

 

ในภาพรวมปีนี้มีหุ่นยนต์มากกว่า 100 ตัว ลงสนามร่วมกับนักวิ่งมนุษย์กว่า 12,000 คน โดยมีการแยกเลนวิ่งเพื่อความปลอดภัย ซึ่งไฮไลต์สำคัญอยู่ที่หุ่นยนต์เกือบครึ่งหนึ่งสามารถวิ่งแบบ Autonomous หรือขับเคลื่อนด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้การควบคุมจากระยะไกล

 

ผลงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวกระโดดที่น่าทึ่ง เมื่อเทียบกับปีแรกที่หุ่นยนต์ส่วนใหญ่ยังวิ่งไม่จบการแข่งขัน และผู้ชนะทำเวลาได้มากกว่า 2 ชั่วโมง แต่ในปีนี้หุ่นยนต์หลายตัวไม่เพียงแค่วิ่งจนจบ แต่ยังทำเวลาได้เร็วกว่านักวิ่งหลายคนด้วย

 

.

 

#THESTANDARDSport #Robot #HumanoidRobot #HalfMarathon #Running

 

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ‘Lightning’ วิ่งเข้าเส้นชัยฮาล์ฟมาราธอนท่ามกลางผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่ปักกิ่ง 1หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ‘Lightning’ วิ่งเข้าเส้นชัยฮาล์ฟมาราธอนท่ามกลางผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่ปักกิ่ง 2หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ‘Lightning’ วิ่งเข้าเส้นชัยฮาล์ฟมาราธอนท่ามกลางผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่ปักกิ่ง 3หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ‘Lightning’ วิ่งเข้าเส้นชัยฮาล์ฟมาราธอนท่ามกลางผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่ปักกิ่ง 4หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ‘Lightning’ วิ่งเข้าเส้นชัยฮาล์ฟมาราธอนท่ามกลางผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่ปักกิ่ง 5

 

อ้างอิง:

 

The post หุ่นยนต์ ‘Lightning’ วิ่งฮาล์ฟมาราธอนที่ปักกิ่ง เร็วกว่าสถิติโลกถึง 7 นาที appeared first on THE STANDARD.

]]>
คลื่นความร้อนโลกพุ่งระดับอันตราย มนุษย์เสี่ยงอยู่ไม่ได้ ‘กรุงเทพฯ’ ติดโผพื้นที่เสี่ยงปี 2024 https://thestandard.co/global-heatwave-human-survival-risk/ Fri, 10 Apr 2026 07:19:53 +0000 https://thestandard.co/global-heatwave-human-survival-risk/ ภาพแสดงผลกระทบจากคลื่นความร้อนในเมืองกรุงเทพฯ ปี 2024

โลกกำลังเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรง มนุษย์เสี่ยงอยู่ไม่รอด […]

The post คลื่นความร้อนโลกพุ่งระดับอันตราย มนุษย์เสี่ยงอยู่ไม่ได้ ‘กรุงเทพฯ’ ติดโผพื้นที่เสี่ยงปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแสดงผลกระทบจากคลื่นความร้อนในเมืองกรุงเทพฯ ปี 2024

โลกกำลังเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรง มนุษย์เสี่ยงอยู่ไม่รอดในสภาพอากาศสุดขั้วจากภาวะโลกรวน โดย ‘กรุงเทพฯ’ ติดโผพื้นที่เสี่ยงในปี 2024 ร่วมกับเมืองเมกกะในซาอุดีอาระเบีย

 

เมื่อวานนี้ (9 เมษายน) The Guardian รายงานอ้างอิงถึงงานวิจัยของ Nature Communications ที่ผ่านการวิเคราะห์คลื่นความร้อนตั้งแต่ปี 2003-2024 ว่า โลกกำลังเผชิญคลื่นความร้อนระดับอันตรายที่มนุษย์ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ โดยผ่านการคำนวณอุณหภูมิ ความชื้น และความสามารถของร่างกาย พร้อมกับศึกษาสภาพอากาศในหลายประเทศ

 

ปรากฏว่า ผลการศึกษาครั้งนี้ตั้งคำถามไปยังความเชื่อเดิมทางวิทยาศาสตร์ คือ มนุษย์มีขีดจำกัดในการทนความร้อนชื้นหรืออุณหภูมิกะเปาะเปียก (Wet-bulb Temperature) ได้ที่ 35 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 6 ชั่วโมง โดยพบว่า ระดับอันตรายอาจเกิดขึ้นในอุณหภูมิต่ำกว่านั้น เพราะสภาพอากาศร้อนจัดในปัจจุบันสามารถคร่าชีวิตมนุษย์ได้แล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งมีความสามารถในการระบายความร้อนลดลง ทำให้ร่างกายไม่สามารถปรับตัวได้ทัน และเสี่ยงต่อภาวะฮีตสโตรกจนถึงเสียชีวิต

 

นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า ในบางพื้นที่ของโลก ได้แก่ เมืองเมกกะในซาอุดีอาระเบีย, กรุงเทพฯ, เมืองฟีนิกซ์ในสหรัฐฯ, เมืองลาร์คานาในปากีสถาน และเมืองเซบีญาในสเปน เผชิญคลื่นความร้อนรุนแรง จนมีช่วงเวลาที่อยู่ในระดับเสี่ยงต่อชีวิตมนุษย์

 

ขณะที่ในบางกรณี เช่น เมืองลาร์คานาในปากีสถานและฟีนิกซ์ในสหรัฐฯ มีช่วงเวลาคลื่นความร้อนพุ่งสูงผิดปกติ แม้บางครั้งจะอยู่ในที่ร่ม ก็ยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้

 

ทั้งนี้ เพอร์กินส์-เคิร์กแพทริก ศาสตราจารย์และหัวหน้าทีมวิจัยจาก Australian National University ระบุว่า ผลลัพธ์ดังกล่าวน่าตกใจมาก โดยไม่คาดคิดว่า ภาวะดังกล่าวจะเกิดขึ้นชัดเจนในระดับเมือง พร้อมตั้งคำถามต่อว่า หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปัจจุบัน แล้วโลกในอนาคตที่ร้อนขึ้นอีก 2-3 องศาจะเป็นอย่างไรต่อ

 

อนึ่ง นักวิทยาศาสตร์ยังระบุว่า การที่มนุษย์กำลังเข้าใกล้ขีดจำกัดทางสรีรวิทยาเช่นนี้ ทำให้การลดภาวะโลกร้อนเป็นสิ่งจำเป็น หากมนุษย์ยังต้องการอาศัยอยู่ในพื้นที่ร้อนชื้น เช่น เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และเขตร้อนทั่วโลก

 

ภาพ: ฐานิส สุดโต

อ้างอิง:

 

The post คลื่นความร้อนโลกพุ่งระดับอันตราย มนุษย์เสี่ยงอยู่ไม่ได้ ‘กรุงเทพฯ’ ติดโผพื้นที่เสี่ยงปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักช็อปรุ่นใหม่กำลังนิยมซื้อสินค้าจากร้านมือสองเพื่อการกุศลมากขึ้น https://thestandard.co/youth-thrift-shopping-charity-boom/ Sun, 29 Mar 2026 02:12:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1192399 ภาพร้านค้ามือสองเพื่อการกุศล สะท้อนเทรนด์นักช็อปรุ่นใหม่

ขณะนี้เว็บไซต์ขายสินค้ามือสองและเหล่านักช็อปอังกฤษรุ่นใ […]

The post นักช็อปรุ่นใหม่กำลังนิยมซื้อสินค้าจากร้านมือสองเพื่อการกุศลมากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพร้านค้ามือสองเพื่อการกุศล สะท้อนเทรนด์นักช็อปรุ่นใหม่

ขณะนี้เว็บไซต์ขายสินค้ามือสองและเหล่านักช็อปอังกฤษรุ่นใหม่กำลังช่วยให้ร้านค้าเพื่อการกุศลมียอดขายพุ่งสูงขึ้น ถึงแม้ว่าปัจจุบันประเทศจะยังคงเผชิญวิกฤตค่าครองชีพอันยืดเยื้ออยู่ โดย Allison Awaine-Hughes ผู้ดำรงตำแหน่ง CCO แห่ง British Heart Foundation หนึ่งในองค์กรการกุศลที่ใหญ่ที่สุดของอังกฤษ ให้สัมภาษณ์ผ่านหนังสือพิมพ์ The Guardian ว่า

 

“แพลตฟอร์มอย่าง eBay, Vinted และ Depop มีส่วนช่วยให้ความสนใจในการซื้อสินค้ามือสองเพิ่มมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์นำกลับมาใช้ใหม่ทั้งหมด และในฐานะของผู้ขายสินค้าเพื่อการกุศลที่ใหญ่ที่สุดของ eBay รวมไปถึงผู้ขายแถวหน้าของ Depop เราจึงทราบดีถึงความต้องการระดับสูงที่ผู้คนมีต่อสินค้ามือสองคุณภาพเยี่ยม ยอดขายผ่านทางหน้าร้านของเราก็สูงขึ้นกว่าปีก่อน มันแสดงให้เห็นว่าความต้องการสินค้าในธุรกิจของเรายังคงมั่นคงอยู่”

 

ทางด้านร้านค้าเพื่อการกุศลขององค์กร Save the Children ก็มียอดขายเพิ่มขึ้น 3% จากปีที่แล้ว โดยเฉพาะในเดือนธันวาคมปีก่อนที่ยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 11% ส่งผลให้พวกเขาสามารถระดมเงินทุนได้ในจำนวนมากกว่า 1 ล้านปอนด์ ในการนำไปช่วยเหลือโครงการต่างๆ และยอดขายก็ยังคงมีจำนวนตัวเลขที่น่าพึงพอใจยาวต่อเนื่องไปถึงเดือนมกราคมที่ผ่านมา

 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าผลิตภัณฑ์หมวดหมู่นี้จะมียอดขายเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยปัจจัยเรื่องการขึ้นราคา อย่างเช่นค่าประกันสังคม National Insurance ของลูกจ้างและค่าแรงขั้นต่ำ ล้วนส่งผลให้ร้านค้าเพื่อการกุศลในอังกฤษมีจำนวนลดลงเกือบ 80 ร้าน คงเหลืออยู่ที่ 4,304 แห่งในปี 2025 นอกจากนั้น การเติบโตของสินค้า Fast Fashion ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้เกิดการบริจาคผลิตภัณฑ์ไม่ได้คุณภาพ จึงทำให้ยากต่อการซื้อขายด้วยเช่นกัน

 

ภาพ: Nick Lachance/Toronto Star via Getty Images

 

อ้างอิง https://th.fashionnetwork.com/news/Young-shoppers-increasingly-buying-at-charity-shops-inspired-by-ebay-vinted-depop-report,1812485.html

The post นักช็อปรุ่นใหม่กำลังนิยมซื้อสินค้าจากร้านมือสองเพื่อการกุศลมากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิหร่านพิจารณาแผนสันติภาพ 15 ข้อสหรัฐฯ แต่ย้ำ ‘ไม่เจรจา’ พร้อมยื่นข้อเสนอ 5 ข้อกลับ https://thestandard.co/iran-us-peace-plan/ Thu, 26 Mar 2026 02:54:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1191432 ธงชาติอิหร่านและสหรัฐฯ ในการพิจารณาแผนสันติภาพ

อิหร่านกำลังพิจารณาแผนสันติภาพ 15 ข้อของสหรัฐฯ เพื่อยุต […]

The post อิหร่านพิจารณาแผนสันติภาพ 15 ข้อสหรัฐฯ แต่ย้ำ ‘ไม่เจรจา’ พร้อมยื่นข้อเสนอ 5 ข้อกลับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธงชาติอิหร่านและสหรัฐฯ ในการพิจารณาแผนสันติภาพ

อิหร่านกำลังพิจารณาแผนสันติภาพ 15 ข้อของสหรัฐฯ เพื่อยุติสงครามในอ่าวเปอร์เซีย แต่ระบุว่า ไม่มีความตั้งใจจะเปิดการเจรจาเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลาง ขณะที่มีรายงานว่า ทางการเตหะรานยื่นแผนสันติภาพฉบับตนเองให้สหรัฐฯ พิจารณา

 

เมื่อคืนนี้ (26 มีนาคม) อับบาส อารักชี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า อิหร่านได้รับข้อเสนอจากสหรัฐฯ แล้ว โดยแผนดังกล่าวถูกส่งต่อไปยังผู้มีอำนาจระดับสูงของประเทศ แต่ยังไม่มีความตั้งใจเจรจาตอนนี้ พร้อมย้ำว่า การแลกเปลี่ยนข้อความผ่านคนกลาง ไม่ได้หมายความว่า เตหะรานต้องการเจรจากับสหรัฐฯ

 

ทั้งนี้ The Guardian ยังรายงานว่า ทางการอิหร่านได้ยื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยน 5 ข้อกับทางการสหรัฐฯ ซึ่งมีสาระสำคัญ 4 ข้อที่ปรากฏคือ

 

  • สหรัฐฯ ต้องยุติการสู้รบ และยุติการลอบสังหารเจ้าหน้าที่อิหร่าน
  • รับประกันว่าจะไม่มีสงครามใหม่เกิดขึ้นกับอิหร่าน
  • สหรัฐฯ ต้องชดใช้ความเสียหายจากสงครามครั้งนี้
  • สหรัฐฯ ต้องยอมให้อิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ

 

ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวในงานที่กรุงวอชิงตันว่า ผู้นำอิหร่าน กำลังเจรจาอยู่และอยากทำข้อตกลงอย่างมาก แต่กลัวที่จะพูดออกมา เพราะอาจถูกประชาชนของตนเองสังหาร

 

เช่นเดียวกับ แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวที่ยืนยันต่อหน้าสื่อว่า การหารือยังคงมีความคืบหน้าและดำเนินต่อไป โดยสหรัฐฯ ยังยึดกรอบเวลา 4-6 สัปดาห์ในการยุติสงคราม พร้อมชี้ว่า ปฏิบัติการที่ผ่านมาเป็นชัยชนะอย่างถล่มทลาย

 

“หากพวกเขาไม่เข้าใจว่า ตนเองพ่ายแพ้ทางทหารแล้ว และยังคงจะพ่ายแพ้ต่อไป ประธานาธิบดีทรัมป์จะทำให้พวกเขาถูกโจมตีหนักยิ่งกว่าที่เคย” โฆษกทำเนียบขาวกล่าว

 

ขณะที่สหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดแผนสันติภาพ 15 ข้อ ส่วนเจ้าหน้าที่อิหร่านหลายรายให้สัมภาษณ์กับ Al Jazeera ว่า ข้อเสนอของสหรัฐฯ สุดโต่งเกินไปและไม่สมเหตุสมผล รวมถึงเอนเอียงไปทางผลประโยชน์สหรัฐฯ มากเกินไป

 

แฟ้มภาพ: Dado Ruvic / Reuters

อ้างอิง:

 

The post อิหร่านพิจารณาแผนสันติภาพ 15 ข้อสหรัฐฯ แต่ย้ำ ‘ไม่เจรจา’ พร้อมยื่นข้อเสนอ 5 ข้อกลับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์ขอเลื่อนประชุมสุดยอดจีน-สหรัฐฯ ชี้ต้องอยู่คุมสถานการณ์ ‘สงครามอิหร่าน’ https://thestandard.co/trump-postpones-china-visit-iran-war/ Tue, 17 Mar 2026 03:41:30 +0000 https://thestandard.co/trump-postpones-china-visit-iran-war/ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงข่าวประเด็นสงครามอิหร่านและการเยือนจีน

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ส่งสัญญาณขอเลื่ […]

The post ทรัมป์ขอเลื่อนประชุมสุดยอดจีน-สหรัฐฯ ชี้ต้องอยู่คุมสถานการณ์ ‘สงครามอิหร่าน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงข่าวประเด็นสงครามอิหร่านและการเยือนจีน

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ส่งสัญญาณขอเลื่อนการเยือนจีนออกไปอีก 1 เดือน หลังสงครามกับอิหร่านทวีความตึงเครียด โดยก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐฯ เคยส่งสัญญาณว่าอาจเลื่อนการเดินทาง หากจีนไม่ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ

 

เมื่อวานนี้ (16 มีนาคม) ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า เขามีแผนจะเลื่อนการเดินทางไปเยือนจีนในวันที่ 31 มีนาคม – 2 เมษายน ออกไป 1 เดือน เนื่องจากกำลังติดพันอยู่กับสงครามอิหร่าน

 

“เพราะสงคราม ผมอยากอยู่ที่นี่ ผมจำเป็นต้องอยู่ที่นี่ ผมรู้สึกแบบนั้น ดังนั้นเราจึงขอเลื่อนออกไปประมาณหนึ่งเดือน” ทรัมป์ระบุ

 

ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาเสนอเลื่อนการเดินทางเพื่อให้แน่ใจว่า ตนจะสามารถบริหารในสถานการณ์เช่นนี้ แม้ตั้งหน้าตั้งตารอพบสีจิ้นผิง โดยย้ำว่า เขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำสูงสุดจีนมาก

 

“มันไม่มีอะไรซับซ้อนเลย มันง่ายมาก เรากำลังอยู่ในภาวะสงคราม ผมคิดว่า การที่ผมอยู่ที่นี่เป็นสิ่งสำคัญ” ผู้นำสหรัฐฯ ย้ำ

 

ขณะที่ หลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า การทูตระดับผู้นำไม่สามารถถูกแทนที่ได้ โดยทั้งสองประเทศยังคงติดต่อกันอยู่ ส่วน BBC รายงานว่า สถานเอกอัครราชทูตจีนในกรุงวอชิงตันรับทราบประเด็นดังกล่าว แต่ยังไม่ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติม

 

ก่อนหน้านี้ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า การเลื่อนการประชุมสุดยอดจีน-สหรัฐฯ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ขอให้จีนช่วยแก้ไขปัญหาในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียหรือความขัดแย้งทางการค้า

 

“ประธานาธิบดีต้องการอยู่ในวอชิงตันเพื่อประสานงานความพยายามด้านสงคราม…การเดินทางไปต่างประเทศในช่วงเวลาเช่นนี้อาจไม่เหมาะสม” เบสเซนต์กล่าว

 

แฟ้มภาพ: Evelyn Hockstein / Reuters

 

อ้างอิง:

 

 

The post ทรัมป์ขอเลื่อนประชุมสุดยอดจีน-สหรัฐฯ ชี้ต้องอยู่คุมสถานการณ์ ‘สงครามอิหร่าน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>