TH-AI Passport Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/th-ai-passport/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 27 Jul 2026 07:49:24 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 การดียื่นข้อเรียกร้องถึง รมว. ดีอี ขอให้ยุติโครงการ TH-AI Passport หวังสร้างความโปร่งใสยั่งยืน https://thestandard.co/karndee-de-thai-ai-passport-cancel/ Mon, 27 Jul 2026 07:49:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1235568 การดี เลียวไพโรจน์ สส. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวประเด็นโครงการ TH-AI Passport

การดี เลียวไพโรจน์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคปร […]

The post การดียื่นข้อเรียกร้องถึง รมว. ดีอี ขอให้ยุติโครงการ TH-AI Passport หวังสร้างความโปร่งใสยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
การดี เลียวไพโรจน์ สส. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวประเด็นโครงการ TH-AI Passport

การดี เลียวไพโรจน์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ เดินทางเข้ายื่นหนังสือเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) เพื่อขอให้พิจารณาดำเนินการแก้ไขหรือยกเลิกโครงการดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการดำเนินการเพื่อปกป้องภาษีของประชาชน

 

และเพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของประเทศเกิดประโยชน์สูงสุด ดร.การดีได้เสนอข้อสังเกต 5 ประเด็นเพื่อให้ทางกระทรวงนำไปพิจารณา

 

  • กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งพบความเร่งรัดในการอนุมัติโครงการ มีการแก้ไขเงื่อนไขสำคัญในเอกสารประกวดราคา (TOR) ในช่วงรัฐบาลรักษาการ รวมถึงการกำหนดเงื่อนไขที่อาจเอื้อประโยชน์แก่ผู้รับจ้างเฉพาะกลุ่ม โดยมีการเสนอให้ตรวจสอบกระบวนการดังกล่าวอย่างโปร่งใสก่อนขั้นตอนการตรวจรับหรือเบิกจ่ายงบประมาณ
  • ความคุ้มค่าและคุณภาพของระบบ โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบสิทธิ์การใช้งาน AI ระดับมืออาชีพ (Pro หรือ Premium) แก่ประชาชน 5 ล้านคน แต่จากการทดสอบระบบโปรแกรม Generative AI (Ai Pass) กลับพบว่ามีคุณภาพต่ำกว่าโปรแกรมที่เปิดให้ใช้งานฟรีทั่วไปในปัจจุบัน

 

เมื่อเปรียบเทียบกับโครงการของสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (OKMD) ที่ใช้งบประมาณ 2.4 ล้านบาทแต่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ใกล้เคียงกัน จึงเกิดการตั้งข้อสังเกตว่าการใช้งบประมาณ 1,621 ล้านบาทในโครงการนี้เป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า และไม่เกิดการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมทิ้งไว้หลังจบโครงการ

 

  • ความไม่โปร่งใสในเกณฑ์การจ่ายเงินตามการใช้งานจริง (Pay per Use หรือ Pay per Active User) โดยระบุว่ายังขาดความชัดเจนในเกณฑ์การนับจำนวนหน่วย (Token) นิยามของ Active User การตรวจสอบผู้ใช้งานจริง และราคากลางต่อหน่วย หากไม่มีระบบตรวจสอบที่รัดกุมอาจนำไปสู่การเบิกจ่ายเกินจริงและการทุจริตเชิงนโยบาย จึงจำเป็นต้องระบุรายละเอียดให้เกิดการตรวจสอบได้ในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างฉบับปรับปรุง
  • การขัดต่อเงื่อนไข TOR และผลกระทบต่ออธิปไตยทางข้อมูล ข้อกำหนด TOR ข้อ 2.2 ระบุให้จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและพฤติกรรมการใช้งานภายในประเทศไทย แต่ในการปฏิบัติจริงเมื่อเรียกใช้โมเดลต่างชาติ ข้อมูลจะถูกส่งไปประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ในต่างประเทศ ซึ่งขัดต่อเงื่อนไขและกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในระยะยาว

 

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาตาม TOR ข้อ 4.2.2.1 ที่ระบุให้ระบบ Generative AI มีคุณสมบัติระดับ Pro หรือ Premium อย่างน้อย 8 ผลิตภัณฑ์ แต่ระบบ Ai Pass ที่นำมาทดสอบกลับมีคุณสมบัติด้อยกว่า

 

ประเด็นสุดท้ายคือโครงการขาดตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ที่ชัดเจนและวัดผลได้จริงในเรื่องการยกระดับทักษะ AI ของคนไทย ทำให้การลงทุนในโครงการขาดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์

 

สำหรับการดำเนินการยกเลิกโครงการ ดร.การดีระบุว่าสามารถทำได้ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 97 ที่เปิดช่องให้หน่วยงานภาครัฐสามารถแก้ไขข้อตกลงในสัญญาเพื่อประโยชน์สาธารณะ

 

ประกอบกับข้อสงวนสิทธิ์ในสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง (TOR) ข้อ 15.4 ที่ระบุให้ภาครัฐสามารถปรับปรุงขอบเขตงาน ลดวงเงิน หรือยกเลิกโครงการได้ หากเห็นว่ากระทบต่อประโยชน์สาธารณะ โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือค่าปรับแก่แผ่นดิน

 

ดร.การดีระบุในช่วงท้ายว่า การยื่นหนังสือและข้อสังเกตในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อร่วมกันปกป้องงบประมาณจากภาษีประชาชน และเพื่อให้มั่นใจว่าการใช้งบประมาณจะมีความคุ้มค่าสำหรับการสร้างอนาคตด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ

The post การดียื่นข้อเรียกร้องถึง รมว. ดีอี ขอให้ยุติโครงการ TH-AI Passport หวังสร้างความโปร่งใสยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.ยุติธรรม ยันไม่กดดัน ‘ภาวุธ’ ปมอวย TH-AI Passport คาดเข้าชี้แจงดีเอสไอสัปดาห์หน้า https://thestandard.co/pawut-dsi-th-ai-passport/ Tue, 21 Jul 2026 03:46:45 +0000 https://thestandard.co/pawut-dsi-th-ai-passport/ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (21 กรกฎาคม) เวลา 09.35 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต […]

The post รมว.ยุติธรรม ยันไม่กดดัน ‘ภาวุธ’ ปมอวย TH-AI Passport คาดเข้าชี้แจงดีเอสไอสัปดาห์หน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (21 กรกฎาคม) เวลา 09.35 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเรียกผู้ถูกกล่าวหาในคดี Forex เข้าชี้แจงต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า ได้รับแจ้งจากดีเอสไอว่า กลางสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจง 20 กว่าคน รวมถึงภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ด้วย โดยคาดว่าจะทยอยเข้าชี้แจงในช่วงสัปดาห์หน้า

 

เมื่อถามว่า ขณะนี้ภาวุธมีท่าทีทางการเมืองเปลี่ยนแปลงไป โดยออกมาให้ความเห็นสนับสนุนโครงการ TH-AI Passport ได้รับแรงกดดันจากฝ่ายรัฐบาลหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ไม่มีการพูดคุย และไม่มีการดำเนินการอะไรทั้งสิ้น

 

เมื่อถามว่า ดีเอสไอเล็งจะแจ้งข้อกล่าวหาผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดได้เมื่อใด พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ รวมถึงการเข้าพบของพยานและผู้ถูกกล่าวหาด้วย

The post รมว.ยุติธรรม ยันไม่กดดัน ‘ภาวุธ’ ปมอวย TH-AI Passport คาดเข้าชี้แจงดีเอสไอสัปดาห์หน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้เชี่ยวชาญทดลองใช้ TH-AI Passport ชี้จุดเด่นด้านโมเดลและต้นทุน แต่ยังต้องพิสูจน์ความคุ้มค่าเมื่อเปิดใช้จริง https://thestandard.co/th-ai-passport-expert-review/ Tue, 21 Jul 2026 02:24:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1233116 ภาพประกอบแสดงแนวคิด TH-AI Passport แพลตฟอร์ม AI ของไทย

ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหลายรายเปิดเผยผลการทดลองใช้ TH […]

The post ผู้เชี่ยวชาญทดลองใช้ TH-AI Passport ชี้จุดเด่นด้านโมเดลและต้นทุน แต่ยังต้องพิสูจน์ความคุ้มค่าเมื่อเปิดใช้จริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแสดงแนวคิด TH-AI Passport แพลตฟอร์ม AI ของไทย

ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหลายรายเปิดเผยผลการทดลองใช้ TH-AI Passport ผ่านระบบ Whitelist โดยเห็นว่าแพลตฟอร์มมีจุดเด่นจากการรวมโมเดลปัญญาประดิษฐ์หลายประเภท ทั้งการประมวลผลข้อความ การเขียนโปรแกรม การสร้างภาพ และวิดีโอไว้ในระบบเดียว ขณะที่การปรับรูปแบบการจ่ายเงินตามจำนวนผู้ใช้งานจริงได้รับการประเมินว่า ช่วยลดความเสี่ยงด้านงบประมาณได้มากกว่าการจ่ายแบบเหมารวม

 

อย่างไรก็ตาม ความเห็นดังกล่าวยังมาจากการทดลองในกลุ่มผู้ใช้งานช่วงแรก ขณะที่ประสิทธิภาพของระบบเมื่อต้องรองรับผู้ใช้จำนวนมาก เงื่อนไขการใช้เครดิต การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และความคุ้มค่าของงบประมาณโดยรวม ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป

 

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุภายหลังทดลองใช้ระบบว่า การเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินเป็น Pay-per-Active User หรือการจ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานจริง ถือเป็นแนวทางที่สมเหตุสมผลขึ้น เพราะภาครัฐจะจ่ายเงินตามการใช้งานที่เกิดขึ้น หากจำนวนผู้ใช้ต่ำกว่าเป้าหมาย งบประมาณส่วนที่เหลือก็ควรถูกส่งคืนคลัง

 

ภาวุธมองว่า จุดแข็งของแพลตฟอร์มอยู่ที่การรวบรวมเครื่องมือ AI หลายรูปแบบไว้ในที่เดียว ตั้งแต่ข้อความ ภาพ วิดีโอ เพลง ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูล รวมทั้งมีระบบการเรียนรู้สำหรับผู้เริ่มต้น ซึ่งอาจช่วยเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น

 

อย่างไรก็ดี เขาเห็นว่าระบบยังควรเพิ่มความยืดหยุ่นสำหรับผู้ใช้งานระดับสูง สนับสนุนโมเดลภาษาไทยให้มากขึ้น และเปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระ สมาคมวิชาชีพ หรือนักวิชาการเข้ามามีส่วนร่วมตรวจสอบด้านเทคนิค เพื่อให้การประเมินโครงการไม่จำกัดอยู่เฉพาะหน่วยงานเจ้าของโครงการและผู้พัฒนาระบบ

 

ด้านโดม เจริญยศ ผู้ก่อตั้ง DomeCloud และผู้พัฒนาบล็อกเชน ThaiChain เห็นว่า การเปรียบเทียบ TH-AI Passport กับบริการ AI ที่เปิดให้ใช้ฟรีเพียงอย่างเดียวอาจไม่สะท้อนความแตกต่างทั้งหมด เพราะต้องพิจารณาทั้งคุณภาพของโมเดล ปริมาณเครดิต และเครื่องมือที่ผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้

 

โดมระบุว่า แพลตฟอร์มเปิดให้ใช้โมเดลสำหรับงานหลายประเภท ทั้งการใช้เหตุผล การเขียนโปรแกรม และการสร้างภาพ โดยความคุ้มค่าจะขึ้นอยู่กับจำนวนเครดิตที่ผู้ใช้ได้รับ รวมถึงอัตราการหักเครดิตของแต่ละฟังก์ชัน

 

อย่างไรก็ตาม เขาตั้งข้อสังเกตว่า ระบบในปัจจุบันยังมีรูปแบบใกล้เคียงบริการสนทนาผ่านเว็บไซต์เป็นหลัก ขณะที่บริการ AI เชิงพาณิชย์หลายรายกำลังพัฒนาไปสู่แอปพลิเคชันบนคอมพิวเตอร์ ระบบตัวแทนอัตโนมัติ หรือ Agent รวมถึงการเชื่อมต่อกับเครื่องมือและระบบภายนอก

 

ดังนั้น หากโครงการต้องการรองรับการใช้งานในระดับวิชาชีพหรือการพัฒนานวัตกรรม อาจต้องเปิดให้ผู้ใช้และนักพัฒนาสามารถนำโมเดลไปเชื่อมต่อกับบริการอื่นผ่าน API หรือเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาได้มากขึ้น

 

ขณะที่ธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชนและซอฟต์แวร์ ประเมินว่า หากคำนวณจากงบประมาณส่วนบริการ AI จำนวน 1,500 ล้านบาท และเป้าหมายผู้ใช้งาน 5 ล้านคน ต้นทุนเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 300 บาทต่อคนต่อปี หรือประมาณ 25 บาทต่อคนต่อเดือน

 

ธนารัตน์เห็นว่า ตัวเลขดังกล่าวอาจถือว่าคุ้มค่า หากประชาชนสามารถเข้าถึงโมเดลระดับสูง รวมถึงเครื่องมือสร้างภาพและวิดีโอได้จริงตามเงื่อนไขที่กำหนด เนื่องจากบริการลักษณะดังกล่าวมักมีต้นทุนการประมวลผลสูง

 

อย่างไรก็ตาม การประเมินต้นทุนดังกล่าวยังตั้งอยู่บนสมมติฐานว่ามีผู้ใช้ถึงเป้าหมาย 5 ล้านคน และจำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมว่า งบประมาณครอบคลุมค่าใช้จ่ายส่วนใดบ้าง รวมถึงมีข้อจำกัดหรือเพดานการใช้งานต่อคนอย่างไร

 

จากการทดลองในช่วงแรก ธนารัตน์ระบุว่า ยังไม่พบข้อจำกัดที่บังคับให้ผู้ใช้ต้องกลับไปเรียนหลังส่งคำสั่งจำนวนหนึ่งตามที่เคยมีการตั้งข้อสังเกต และสามารถใช้งานระบบได้อย่างต่อเนื่อง แต่ยังต้องทดสอบฟังก์ชันอื่นเพิ่มเติม โดยเฉพาะการเชื่อมต่อผ่าน API และการทำงานของระบบเมื่อมีผู้ใช้จำนวนมากพร้อมกัน

 

ผลการทดลองของผู้เชี่ยวชาญกลุ่มแรกสะท้อนว่า TH-AI Passport มีศักยภาพมากกว่าการเป็นเพียงระบบสนทนากับ AI เนื่องจากรองรับทั้งการเขียน การวิเคราะห์ข้อมูล การเขียนโปรแกรม และการสร้างสื่อหลายรูปแบบ

 

แต่การพิจารณาคุณภาพของผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะสรุปความสำเร็จหรือความคุ้มค่าของโครงการ เพราะยังต้องตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เงื่อนไขการจ่ายเงิน การบริหารเครดิต มาตรการคุ้มครองข้อมูล และประโยชน์ที่ประชาชนได้รับจริง

 

บททดสอบสำคัญหลังจากนี้คือ การรักษาคุณภาพของบริการเมื่อเปิดให้ประชาชนใช้งานในวงกว้าง การเปิดเผยจำนวนผู้ใช้และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ตลอดจนการพัฒนาระบบให้รองรับทั้งผู้เริ่มต้น นักพัฒนา ภาคการศึกษา ผู้ประกอบการ และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อพิสูจน์ว่า TH-AI Passport สามารถสร้างประโยชน์ได้เหมาะสมกับงบประมาณที่ใช้ไปหรือไม่

The post ผู้เชี่ยวชาญทดลองใช้ TH-AI Passport ชี้จุดเด่นด้านโมเดลและต้นทุน แต่ยังต้องพิสูจน์ความคุ้มค่าเมื่อเปิดใช้จริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชาธิปัตย์เปิดเกมตรวจสอบ TH-AI Passport ชี้ 3 ปม ตั้งคำถามงบ 1.6 พันล้าน https://thestandard.co/democrat-thai-passport-probe-budget/ Mon, 20 Jul 2026 09:53:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1232950 ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport

‘ดร.การดี’ จี้รัฐบาลทบทวนโครงการ TH-AI Passport งบ 1.6 […]

The post ประชาธิปัตย์เปิดเกมตรวจสอบ TH-AI Passport ชี้ 3 ปม ตั้งคำถามงบ 1.6 พันล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport

‘ดร.การดี’ จี้รัฐบาลทบทวนโครงการ TH-AI Passport งบ 1.6 พันล้านบาท ชี้มีช่องโหว่หลายด้าน ตั้งแต่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ความคุ้มค่าของงบประมาณ ไปจนถึงความมั่นคงด้านข้อมูล พร้อมเตรียมยื่นหนังสือถึง ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขอใช้อำนาจสั่งยุติโครงการ หวั่นกลายเป็น ‘ค่าโง่’ ชิ้นใหม่ของประเทศ

 

วันนี้ (20 กรกฎาคม) ที่รัฐสภา ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม จัดเวทีเสวนาและพบปะสื่อมวลชนในรูปแบบ Q&A เพื่อวิเคราะห์โครงการ TH-AI Passport ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัล โดยมี วรพจน์ ธาราศิริสกุล ผู้อำนวยการสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินรายการ

 

ดร.การดี กล่าวว่า แม้ล่าสุดโครงการจะปรับรูปแบบการเบิกจ่ายจากการเหมาจ่ายมาเป็นการจ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานจริง (Pay per Active User) แต่ยังมีช่องโหว่สำคัญ เพราะนิยาม Active User สามารถนับจากการที่ผู้ใช้เพียงล็อกอินเดือนละครั้ง หรือกดเข้าระบบจากการแจ้งเตือน (Notification) โดยไม่มีตัวชี้วัดที่สะท้อนว่าประชาชนได้รับการพัฒนาทักษะด้าน AI หรือไม่ จึงไม่ตอบโจทย์การยกระดับทักษะ (Up-skill และ Re-skill) อย่างแท้จริง

 

พร้อมกันนี้ได้ตั้งข้อสังเกตหลัก 3 ประเด็น ได้แก่

 

ประเด็นแรก กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ที่ยังมีข้อสงสัยเรื่องการล็อกสเปก แม้ภาครัฐยืนยันว่าดำเนินการตามกฎหมาย แต่ฝ่ายค้านยังเห็นว่ามีข้อกังวลเรื่องความโปร่งใส

 

ประเด็นที่สอง ความคุ้มค่าของงบประมาณ 1,600 ล้านบาท โดยระบุว่าหลายรายการมีราคาสูงผิดปกติ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจำนวนมากมองว่าโครงการมีต้นทุนสูงเกินจริง (Overpriced) และอาจเข้าข่ายใช้เงินกองทุนดิจิทัลอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งที่มีแพลตฟอร์มฟรีหรือโครงการของรัฐที่มีอยู่แล้ว เช่น OKMD ซึ่งใช้งบประมาณเพียงไม่กี่ล้านบาท

 

ประเด็นสุดท้าย คือความมั่นคงและอธิปไตยของข้อมูล (Data Sovereignty) เนื่องจาก TOR ยังไม่มีความชัดเจนว่าการประมวลผลข้อมูลจะดำเนินการภายในประเทศไทยทั้งหมดหรือไม่ ซึ่งอาจกระทบต่ออธิปไตยทางเทคโนโลยี (AI Sovereignty)

 

ดร.การดี กล่าวว่า ไม่เข้าใจว่ารัฐบาลปล่อยให้โครงการนี้เดินหน้าต่อได้ ทั้งที่งบประมาณของประเทศมีจำกัด แต่กลับทุ่มให้กับ Signature Project ที่ไม่จำเป็น พร้อมเตือนว่าเงิน 1,600 ล้านบาทอาจกลายเป็น ‘ค่าโง่’ ชิ้นใหม่ หากโครงการใช้งานได้เพียงช่วงสั้นแล้วไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ

 

หลังจากนี้จะยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการถึง ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อขอให้ใช้อำนาจทบทวนและยุติโครงการ

 

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบัน IMC กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยี AI พัฒนาไปสู่การเป็นผู้ช่วยการทำงาน (Co-pilot) สามารถสรุปเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล และสร้างสื่อได้แล้ว จึงเห็นว่าประชาชนสามารถใช้โมเดลฟรีที่มีอยู่ในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากเลือกให้เหมาะกับลักษณะงาน

 

รศ.ดร.ธนชาติ ระบุว่า จากการทดลองใช้งาน AI-Pass พบว่าคุณสมบัติยังด้อยกว่าโมเดลฟรีหลายด้าน เช่น จำกัดการอัปโหลดไฟล์เพียง 3 ไฟล์ ขณะที่ ChatGPT เวอร์ชันฟรีสามารถอัปโหลดได้มากกว่า รวมถึงยังขาดความสามารถในการประมวลผลไฟล์ขนาดใหญ่ วิเคราะห์ข้อมูลเสียง วิดีโอ และสร้างเอกสารในรูปแบบต่างๆ ซึ่งเป็นฟังก์ชันสำคัญสำหรับการพัฒนาทักษะของประชาชน

 

ขณะที่ ดร.พิชชาเพ็ญ ประทีปะวณิช ผู้ก่อตั้ง Bangkok AI Builder Hub กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้าน AI สูง แต่การใช้งบประมาณ 1,600 ล้านบาทไปกับการเปิดให้ประชาชนใช้ AI ฟรี และตั้ง KPI ที่ไม่ชัดเจน อาจไม่ใช่การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า พร้อมเสนอให้เปลี่ยนการลงทุนไปสู่การสร้างระบบนิเวศ AI ของประเทศ สนับสนุนสตาร์ทอัพไทย และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากกว่า.

The post ประชาธิปัตย์เปิดเกมตรวจสอบ TH-AI Passport ชี้ 3 ปม ตั้งคำถามงบ 1.6 พันล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ณัฐพงษ์’ ปัดขัดแย้งในพรรคปมโพสต์ TH-AI Passport ชี้ ‘ภาวุธ’ ขอโทษแล้ว ลั่นจุดยืนต้านล็อกสเปกเอื้อกลุ่มทุน https://thestandard.co/natthaphong-denies-thai-passport-conflict/ Sat, 18 Jul 2026 11:08:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1232286 ภาพ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์

วันนี้ (18 กรกฎาคม) ที่จังหวัดนราธิวาส ณัฐพงษ์ เรืองปัญ […]

The post ‘ณัฐพงษ์’ ปัดขัดแย้งในพรรคปมโพสต์ TH-AI Passport ชี้ ‘ภาวุธ’ ขอโทษแล้ว ลั่นจุดยืนต้านล็อกสเปกเอื้อกลุ่มทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์

วันนี้ (18 กรกฎาคม) ที่จังหวัดนราธิวาส ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้สัมภาษณ์ชี้แจงถึงกรณีข้อวิพากษ์วิจารณ์โครงการ TH-AI Passport สืบเนื่องจากกรณีที่ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความในลักษณะที่คล้ายกับการสนับสนุนโครงการดังกล่าว จนนำมาสู่การแสดงความคิดเห็นตอบโต้ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของ รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเดียวกัน ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยว่าอาจเป็นประเด็นความขัดแย้งภายในพรรคหรือไม่

 

ณัฐพงษ์ ยืนยันว่า ส่วนตัวไม่ได้มองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความขัดแย้งภายในพรรค และขอไม่ขยายความเพิ่มเติมไปมากกว่าที่ภาวุธได้โพสต์ข้อความขอโทษต่อสาธารณะไปแล้ว ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่านายภาวุธและ สส. ของพรรคประชาชนทุกคนที่ติดตามเรื่องนี้ ต่างมีความมุ่งหวังตรงกันที่จะเห็นการใช้จ่ายงบประมาณของแผ่นดินเป็นไปอย่างโปร่งใสมากที่สุด และต้องการตรวจสอบไม่ให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมีการล็อกสเปกเพื่อเอื้อผลประโยชน์หรือตอบแทนกลุ่มทุนที่มีความยึดโยงกับรัฐบาล ส่วนปัญหาเรื่องการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนในช่วงที่ผ่านมานั้น ตนขอไม่ออกความเห็นเพิ่มเติม

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่สมาชิกพรรคเลือกที่จะสื่อสารปัญหาผ่านโลกออนไลน์แทนการพูดคุยกันภายในพรรค ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคประชาชนหรือไม่ ณัฐพงษ์ ชี้แจงว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทางพรรคได้ทำความเข้าใจร่วมกันมาโดยตลอด พร้อมขอยืนยันว่า ตัวตนและหลักการพื้นฐานที่สำคัญของพรรคประชาชน คือการให้ความสำคัญกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน รวมถึง สส. ทุกคน

 

ณัฐพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การที่บางครั้งอาจมีการสื่อสารที่ไม่รัดกุมถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่ท้ายที่สุดแล้ว นายภาวุธก็ได้พยายามแสดงเจตนาให้เห็นชัดเจนว่า การสื่อสารที่เกิดขึ้นไม่ได้ละทิ้งประเด็นสำคัญหลัก นั่นคือการตรวจสอบความไม่ชอบธรรมและความถูกต้องของโครงการ TH-AI Passport โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความโปร่งใสของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโดยตรง

The post ‘ณัฐพงษ์’ ปัดขัดแย้งในพรรคปมโพสต์ TH-AI Passport ชี้ ‘ภาวุธ’ ขอโทษแล้ว ลั่นจุดยืนต้านล็อกสเปกเอื้อกลุ่มทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์ ติงภาวุธ สื่อสารไม่รอบคอบปม TH-AI Passport เชื่อไม่ได้แลกคดี เดินหน้าตรวจสอบ https://thestandard.co/natthaphong-phawut-ai-pass-investigate/ Fri, 17 Jul 2026 09:27:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1231977 ภาพ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

วันนี้ (16 กรกฎาคม) เวลา 14.00 น. ที่จังหวัดปัตตานี ณัฐ […]

The post ณัฐพงษ์ ติงภาวุธ สื่อสารไม่รอบคอบปม TH-AI Passport เชื่อไม่ได้แลกคดี เดินหน้าตรวจสอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

วันนี้ (16 กรกฎาคม) เวลา 14.00 น. ที่จังหวัดปัตตานี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์แสดงความคิดเห็นในเชิงบวกต่อโครงการ AI Pass (ชื่อเดิม TH-AI Passport) จนถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกับคดีความหรือไม่นั้น

 

ณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนเชื่อว่า ภาวุธไม่ได้เจตนาแลกกับผลกระทบที่ได้รับเรื่องคดี แต่การสื่อสารอาจจะไม่ได้ระมัดระวังมากพอ เราเสนอมาโดยตลอดว่าโครงการดังกล่าวเป็นเรื่องการล็อกสเปก เพราะทราบจากคนในแวดวงสายเทค ที่ไปรีวิวแอปพลิเคชัน ซึ่งบอกว่าแอปดูใช้ได้แต่ใจความสำคัญไม่ใช่เรื่องนี้มันคือการล็อกสเปกนำงบประมาณของรัฐที่เป็นเงินนอกงบประมาณไปเอื้อให้กับกลุ่มทุนที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาล

 

ณัฐพงษ์ ยืนยันว่า จะเดินหน้าตรวจสอบอย่างเข้มข้น ซึ่งขณะนี้คณะกรรมาธิการหลายคณะ โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณฯ ก็ยังติดตามเรื่องนี้อยู่ ส่วนกรณีที่ผ่านมา ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี) ก็ไม่ได้เข้าชี้แจงตามคำเชิญของคณะกรรมาธิการ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ฝ่ายบริหารไม่รับผิดชอบต่อสภา ไม่ได้เห็นว่าสภาศักดิ์สิทธิ์และคิดว่าตนเองมีหน้าที่ต้องมาตอบชี้แจงในคณะกรรมาธิการ

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ภาวุธได้เข้าร่วมทดลองใช้งาน AI Pass ที่ร้าน Open Craft ร่วมกับ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ก่อนระบุว่า โครงการมีการปรับรูปแบบจากการใช้งบประมาณแบบเหมาจ่ายประมาณ 1,600 ล้านบาท มาเป็นระบบ Pay-per-Active User หรือจ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานจริง ซึ่งมองว่าเป็นการใช้เงินภาษีอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากมีผู้ใช้งานต่ำกว่าที่คาด งบประมาณส่วนที่เหลือจะต้องส่งคืนคลัง

 

ภาวุธยังประเมินว่า AI Pass เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน AI เนื่องจากรวบรวมโมเดล AI หลายค่ายไว้ในแพลตฟอร์มเดียว และมีระบบ Learn to Earn ที่ให้ผู้ใช้เรียนรู้และทำภารกิจเพื่อรับเครดิตใช้งาน พร้อมเสนอให้เพิ่มสัดส่วนโมเดล AI ที่พัฒนาโดยคนไทย เชื่อมโยงการใช้งานกับภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และภาครัฐ รวมถึงเปิดให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระเข้าร่วมตรวจสอบระบบ เพื่อสร้างความโปร่งใสในการใช้งบประมาณและการดำเนินโครงการ

 

ด้านณัฐพงษ์ยืนยันว่า แม้ภาวุธจะเห็นว่ารูปแบบโครงการมีการปรับปรุงในบางประเด็น แต่พรรคประชาชนจะยังคงเดินหน้าตรวจสอบโครงการอย่างเข้มข้น โดยขณะนี้คณะกรรมาธิการหลายคณะ โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณ ยังติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

 

ณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงกรณี ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ไม่เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการตามคำเชิญหลายครั้ง ว่า เป็นตัวอย่างของฝ่ายบริหารที่ไม่รับผิดชอบต่อรัฐสภา และไม่เห็นความสำคัญของการชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการตามกลไกตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ.

The post ณัฐพงษ์ ติงภาวุธ สื่อสารไม่รอบคอบปม TH-AI Passport เชื่อไม่ได้แลกคดี เดินหน้าตรวจสอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ภาวุธ’ ชี้ AI Pass ปรับโมเดลใช้งบแบบ Pay-per-Active User ดีกว่าเดิม เสนอเปิดตรวจสอบเทคนิค-ดันเป็นโครงสร้างพื้นฐาน AI ของประเทศ https://thestandard.co/pawut-ai-pass-budget-audit-infrastructure/ Fri, 17 Jul 2026 08:08:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1231891 ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.พรรคประชาชน ขณะให้สัมภาษณ์

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ติดตา […]

The post ‘ภาวุธ’ ชี้ AI Pass ปรับโมเดลใช้งบแบบ Pay-per-Active User ดีกว่าเดิม เสนอเปิดตรวจสอบเทคนิค-ดันเป็นโครงสร้างพื้นฐาน AI ของประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.พรรคประชาชน ขณะให้สัมภาษณ์

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ติดตามความคืบหน้าโครงการแอปพลิเคชัน AI Pass (ชื่อเดิม TH-AI Passport) และพบว่ามีการปรับโมเดลธุรกิจในทิศทางที่เหมาะสมมากขึ้น หลังจากที่เคยตั้งข้อสังเกตและอภิปรายในรัฐสภาเกี่ยวกับที่มาและงบประมาณของโครงการนี้

 

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมทดลองใช้งานแอปพลิเคชัน AI Pass (ชื่อเดิม TH-AI Passport) ที่ร้าน Open Craft ร่วมกับ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ เพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการเมื่อวานนี้ (16 กรกฎาคม) โดยระบุว่า หลังจากที่ผ่านมาได้ตั้งข้อสังเกตและอภิปรายในรัฐสภาเกี่ยวกับที่มาและงบประมาณของโครงการ ล่าสุดพบว่ามีการปรับโมเดลธุรกิจในทิศทางที่เหมาะสมมากขึ้น

 

ภาวุธระบุว่า จุดเปลี่ยนสำคัญคือการเปลี่ยนจากแนวคิดใช้งบประมาณแบบเหมาจ่ายวงเงินประมาณ 1,600 ล้านบาท มาเป็นระบบ Pay-per-Active User หรือจ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานจริง ในอัตราประมาณ 25 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งเป็นหลักการ ‘ใช้เท่าไร จ่ายเท่านั้น’ หากมีผู้ใช้งานต่ำกว่าที่คาด งบประมาณส่วนที่เหลือจะต้องส่งคืนคลัง ช่วยลดความเสี่ยงในการใช้งบประมาณแผ่นดินโดยไม่จำเป็น

 

สำหรับการทดลองใช้งาน AI Pass ภาวุธประเมินว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมโมเดลปัญญาประดิษฐ์จากหลายค่ายไว้ในระบบเดียว ทั้งการสร้างข้อความ สร้างภาพ วิดีโอ เพลง และการวิเคราะห์ข้อมูล

 

เขามองว่า สำหรับผู้ใช้งาน AI ระดับสูงหรือสายเทคโนโลยี แพลตฟอร์มอาจยังไม่ตอบโจทย์เท่ากับบริการของผู้ให้บริการรายใหญ่ที่มีอยู่ในตลาด แต่สำหรับผู้เริ่มต้นถือว่าเหมาะสม เนื่องจากมีระบบ Learn to Earn ที่กำหนดให้ผู้ใช้เรียนรู้และทำภารกิจเพื่อรับเครดิตสำหรับใช้งาน AI ซึ่งช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และขยายโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยี

 

ภาวุธยังเสนอว่า โครงการควรเพิ่มสัดส่วนโมเดล AI ที่พัฒนาโดยคนไทย พร้อมสนับสนุนการติดตั้งระบบภายในประเทศและเปิดให้ใช้งานฟรีในวงกว้าง เพื่อสร้างระบบนิเวศด้าน AI ของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

 

นอกจากนี้ ภาวุธเสนอให้รัฐบาลมอง AI Pass เป็น โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI (AI Infrastructure) ของประเทศ โดยเชื่อมโยงการใช้งานกับหลายภาคส่วน ได้แก่

 

  • กลุ่มนักเรียนและนักศึกษา ผ่านความร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือเรียนรู้ AI ในสถานศึกษา
  • กลุ่มผู้ประกอบการ SME ผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และเครือข่ายผู้ประกอบการ เพื่อพัฒนาหลักสูตร AI สำหรับธุรกิจ
  • กลุ่มข้าราชการ ผ่านสำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อพัฒนาหลักสูตรการใช้ AI ในงานราชการ โดยเฉพาะงานบริการประชาชนและการจัดการเอกสาร

 

ภาวุธระบุด้วยว่า สิ่งสำคัญที่ควรดำเนินการควบคู่กันคือการสร้างกลไกตรวจสอบความโปร่งใสด้านเทคนิค เนื่องจากคณะกรรมการตรวจรับของภาครัฐอาจไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมระบบไอทีเชิงลึก จึงเสนอให้เปิดโอกาสให้ สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย หรือผู้เชี่ยวชาญอิสระเข้ามาเป็นผู้ตรวจสอบร่วม (Co-auditor) เพื่อตรวจสอบการใช้งานจริงของระบบ ทั้งปริมาณ Token ที่ใช้ สเปกของโมเดล AI และมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลประชาชน

 

ภาวุธกล่าวว่า เมื่อโครงการได้รับการอนุมัติและเดินหน้าต่อแล้ว สิ่งสำคัญคือการทำให้เงินภาษีที่ลงทุนไปเกิดประโยชน์สูงสุด โดยต้องวัดผลจากการใช้งานจริง ไม่ใช่เพียงการเปิดให้ลงทะเบียนหรือจัดกิจกรรมส่งเสริม พร้อมย้ำว่า บทบาทของฝ่ายค้านคือการตรวจสอบและเสนอแนวทางปรับปรุง เพื่อให้โครงการภาครัฐมีประสิทธิภาพและสร้างประโยชน์แก่ประชาชนมากที่สุด

 

พร้อมระบุว่า นี่คือตัวอย่างของการเมืองที่ควรเป็น คือรัฐบาลริเริ่มโครงการ ฝ่ายค้านตรวจสอบและเสนอแนะ ก่อนนำข้อสังเกตไปปรับปรุงร่วมกัน โดยท้ายที่สุดต้องยึดประโยชน์ของประชาชนและความคุ้มค่าของการใช้เงินภาษีเป็นสำคัญ

The post ‘ภาวุธ’ ชี้ AI Pass ปรับโมเดลใช้งบแบบ Pay-per-Active User ดีกว่าเดิม เสนอเปิดตรวจสอบเทคนิค-ดันเป็นโครงสร้างพื้นฐาน AI ของประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไชยชนก แจงงบดีอีปี 70 แม้เพิ่มแต่ยังน้อย ย้ำ TH-AI Passport คุ้มกว่า TOR https://thestandard.co/chaiyanok-de-budget-thai-ai-passport/ Wed, 01 Jul 2026 13:19:43 +0000 https://thestandard.co/chaiyanok-de-budget-thai-ai-passport/ ภาพ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กำลังชี้แจงในรัฐสภา

วันนี้ (1 กรกฎาคม) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร […]

The post ไชยชนก แจงงบดีอีปี 70 แม้เพิ่มแต่ยังน้อย ย้ำ TH-AI Passport คุ้มกว่า TOR appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กำลังชี้แจงในรัฐสภา

วันนี้ (1 กรกฎาคม) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี โสภณ ซารัมย์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานการประชุม วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570

 

ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ชี้แจงงบประมาณในส่วนของกระทรวงดีอีว่า ก่อนอื่นตนขอใช้เวลาสักครู่เพื่อชื่นชมเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ที่ร่วมกันพิจารณางบประมาณปี 2570 อย่างขยันขันแข็งตลอดระยะเวลา 3 วัน มีทั้งความคิดเห็นที่สร้างสรรค์และเป็นสีสันของการอภิปราย จึงขอขอบคุณและจะเก็บทุกความคิดเห็นไปพิจารณา

 

ไชยชนก กล่าวว่า ตนขออนุญาตชี้แจงถึงโครงการ TH-AI Passport ซึ่งไม่ได้อยู่ในเล่มงบประมาณ โดยมี 3 เหตุผล คือ 1. เราได้ตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างละเอียด และได้รับรายงานว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกประการ 2. ได้มีการเจรจากับคู่สัญญา ทำให้ภาครัฐและประชาชนได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างมาก และ 3. เราได้ตรวจสอบและทดลองใช้แล้ว พบว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสูงกว่า TOR อย่างมาก จึงมั่นใจว่าคุ้มค่าแน่นอน พร้อมขอให้ประชาชนที่รอใช้งานฟรี 31 โมเดล อดใจรออีกไม่นาน

 

ส่วนงบประมาณของกระทรวงดีอีที่เพิ่มขึ้น 31.18% นั้น มีสมาชิกหลายคนอภิปรายไปแล้ว ตนจึงไม่ขออธิบายเรื่องโครงสร้างและการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลในอนาคตซ้ำ สิ่งที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากการจัดซื้อจัดจ้างแบบรวมศูนย์ ซึ่งมีข้อดีคือสามารถจัดซื้อในปริมาณมาก ทำให้ราคาถูกลง แม้งบประมาณจะเพิ่มขึ้น แต่สามารถจัดซื้อบริการคลาวด์ได้ในราคาลดลงถึง 30%

 

นอกจากนี้ ยังสามารถลดจำนวนบุคลากรและงบประมาณในการประชุม รวมถึงงบจัดซื้อจัดจ้างลงได้กว่า 100 ล้านบาท อีกทั้งหากปล่อยให้แต่ละหน่วยงานดำเนินการแยกกัน ต้องยอมรับว่าปัจจุบันยังมีหลายหน่วยงานที่ขาดความชำนาญและประสบการณ์ในการจัดซื้อจัดจ้างระบบคลาวด์ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาในอนาคตได้ เพราะที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าการจัดซื้อจัดจ้างแบบรวมศูนย์มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์มากกว่า

 

ส่วนที่มีคำถามว่า หากระบบนี้ดี เหตุใดจึงยังไม่รวมการจัดซื้อทั้งหมดนั้น มี 3 เหตุผล คือ 1. บางหน่วยงานมีการจัดซื้อไว้ก่อนแล้วและเป็นงบผูกพัน 2. บางหน่วยงานมีความจำเป็นเฉพาะด้านและใช้ฟังก์ชันที่แตกต่าง เช่น กระทรวงการคลัง ซึ่งมีระบบคลาวด์และระบบความปลอดภัยเฉพาะ และ 3. ข้อมูลบางประเภทมีความจำเป็นต้องจัดเก็บในระบบที่แยกต่างหากเพื่อความมั่นคงปลอดภัย เช่น กรมการปกครอง กระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม ในอนาคตมีเป้าหมายที่จะรวมการจัดซื้อให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน

 

สำหรับความจริงใจและความจริงจังของรัฐบาลในการยกระดับรัฐบาลดิจิทัลและพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลนั้น แม้งบประมาณของกระทรวงจะเพิ่มขึ้น แต่เมื่อเทียบกับงบประมาณภาพรวมของประเทศแล้ว ยังถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก ตนขอขอบคุณสมาชิกที่อภิปรายในประเด็นนี้ เพราะเป็นเรื่องที่ตนอึดอัดใจเช่นกัน และเห็นด้วยว่าหากต้องการขับเคลื่อนประเทศให้รวดเร็วมากกว่านี้ ก็ควรได้รับงบประมาณมากกว่านี้ แต่ด้วยสถานการณ์วิกฤตที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ ยังมีอีกหลายเรื่องจำเป็นที่ต้องใช้งบประมาณ จึงต้องกระจายงบไปยังภารกิจที่เร่งด่วนกว่า

 

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยืนยันว่าทำเต็มที่ภายใต้งบประมาณที่ได้รับ และขอยืนยันกับประชาชนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการวางรากฐานรัฐบาลดิจิทัลและเศรษฐกิจดิจิทัล ไม่ได้มีเพียงเรื่องของงบประมาณเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการผลักดันกฎหมายเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน การนำเทคโนโลยีเอไอมาประมวลผลกฎหมายและร่างกฎหมาย ซึ่งประสบผลสำเร็จตามมาตรฐาน OECD รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาลดขั้นตอน เพิ่มความโปร่งใสในการออกใบอนุญาต ตลอดจนการปรับบทบาทหน่วยงานด้านข้อมูลของรัฐ และการผลักดันกฎหมายธรรมาภิบาลเอไอ

 

ไชยชนก ยังกล่าวถึงการที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมด้านธรรมาภิบาลเอไอร่วมกับนานาประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและพัฒนากฎหมายด้านเอไอร่วมกัน รวมถึงการผลักดันกฎหมาย Data Center ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจเอไอในอนาคต โดยประเทศไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก

 

รัฐบาลต้องการให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทยโดยคำนึงถึงความยั่งยืน ทั้งด้านพลังงาน น้ำ สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ ไม่ใช่เพียงเข้ามาลงทุนแล้วนำผลประโยชน์ออกนอกประเทศ แต่ต้องมีส่วนร่วมในการจ้างงานคนไทยและพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรมในฐานะพันธมิตร

 

สิ่งที่กล่าวมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลงานรัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า แม้งบประมาณของกระทรวงดีอีจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและรัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย

 

ไชยชนก กล่าวถึงงบประมาณของกรมอุตุนิยมวิทยาที่เพิ่มขึ้น 1,209 ล้านบาท ว่าส่วนใหญ่ใช้ใน 2 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าและการยกระดับระบบพยากรณ์อากาศ โดยยอมรับว่าปัจจุบันทั่วโลกยังไม่มีหน่วยงานใดสามารถพยากรณ์แผ่นดินไหวล่วงหน้าได้ แต่ไทยจะติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมเพื่อให้สามารถส่งสัญญาณแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ แม้จะเป็นเวลาเพียงไม่กี่นาที แต่ทุกวินาทีมีคุณค่าต่อการรักษาชีวิตประชาชน

 

อีกส่วนหนึ่ง คือ การยกระดับความแม่นยำและความรวดเร็วในการพยากรณ์อากาศ รวมถึงการติดตามสถานการณ์ไฟป่า โดยรัฐบาลได้บูรณาการข้อมูลร่วมกับหลายหน่วยงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแจ้งเตือน และตั้งเป้าขยายระบบให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคโดยเร็ว

 

ไชยชนก ยกตัวอย่างกรณีน้ำท่วมจังหวัดกระบี่เมื่อเดือนที่ผ่านมา ว่า จากการบูรณาการข้อมูลร่วมกัน ทำให้สามารถตรวจพบกลุ่มเมฆฝนตั้งแต่อยู่ในทะเล ก่อนประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยส่งข้อความแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast และเตรียมศูนย์อพยพล่วงหน้า เมื่อเกิดน้ำท่วมจึงมีประชาชนเข้าศูนย์อพยพเพียง 40-50 คน เพราะส่วนใหญ่ได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าและสามารถย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยได้ทัน ส่งผลให้ทุกคนกลับเข้าที่พักได้อย่างปลอดภัยภายในคืนเดียว

 

“รัฐบาลชุดนี้ นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสำคัญกับทั้งรัฐบาลดิจิทัล เศรษฐกิจดิจิทัล และการรับมือภัยพิบัติอย่างจริงจัง ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ผมรู้สึกมีความหวังจากการอภิปรายตลอด 3 วันที่ผ่านมา เพราะสมาชิกให้ความสำคัญกับการพัฒนาดิจิทัลและบุคลากรของประเทศมากขึ้น เชื่อว่าภายใน 4 ปี ประเทศไทยจะเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจและรัฐบาลดิจิทัลอย่างแน่นอน” ไชยชนก กล่าว

 

ภายหลังการชี้แจง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี พยายามขอซักถามตามข้อบังคับ แต่โสภณไม่อนุญาต พร้อมย้ำว่าเป็นสิทธิของรัฐมนตรีว่าจะชี้แจงหรือไม่ก็ได้ ก่อนตัดบทเข้าสู่การชี้แจงของรัฐมนตรีคนถัดไปทันที

The post ไชยชนก แจงงบดีอีปี 70 แม้เพิ่มแต่ยังน้อย ย้ำ TH-AI Passport คุ้มกว่า TOR appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิสริยะชำแหละงบดีอี ชวนจับตา TH-AI Passport เฟส 2 คืนชีพผ่านเงินนอกงบฯ https://thestandard.co/isariya-de-budget-thai-ai-passport/ Mon, 29 Jun 2026 09:47:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1224643 อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส. พรรคประชาชน กำลังอภิปรายในสภา

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ […]

The post อิสริยะชำแหละงบดีอี ชวนจับตา TH-AI Passport เฟส 2 คืนชีพผ่านเงินนอกงบฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส. พรรคประชาชน กำลังอภิปรายในสภา

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 1 อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมอภิปรายในส่วนของงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัล

 

อิสริยะระบุว่า งบประมาณด้านดิจิทัลทั้งหมดเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในรัฐบาลชุดนี้ ตัวเลขรวมกันสูงกว่า 33,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2569 ถึง 28% โดยในภาพรวมทุกกระทรวงถูกลดงบประมาณเกี่ยวกับดิจิทัลลงไปกันเกือบหมด มีกระทรวงเดียวที่ได้รับงบประมาณด้านดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 114% นั่นคือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)

 

ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศ โครงการเกี่ยวกับดิจิทัลที่คนสนใจมากที่สุดหนีไม่พ้นโครงการด้าน AI โดยเฉพาะโครงการ TH-AI Passport ซึ่งเต็มไปด้วยข้อกังขามากมาย แต่ที่ผ่านมารัฐบาลก็ยืนยันแข็งขันว่าสัญญาแก้ไม่ได้ ยกเลิกไม่ได้ แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาก็เริ่มมีการปรับแก้สัญญากับทางเอกชนแล้ว นับเป็นสัญญาณที่ดี

 

“แต่โครงการเฟสแรกยังไม่ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ ปลัดกระทรวงดีอีก็พูดไว้ก่อนแล้วว่าเตรียมงบประมาณสำหรับเฟสสองไว้แล้ว 900 ล้านบาทในงบประมาณปี 2570”

 

อิสริยะกล่าวต่อไปว่า ข่าวดีก็คือในเล่มงบประมาณปี 2570 นี้ ไม่มีโครงการ TH-AI Passport เฟสสอง โดยเหตุผลมาจากสำนักงบประมาณที่เป็นคนหั่นงบประมาณก้อนนี้ทิ้ง แต่สิ่งที่ต้องระวังอย่างมากคือ โครงการ TH-AI Passport อาจกลับมาในรูปแบบของเงินนอกงบประมาณ เฟสหนึ่งก็มาจากเงินนอกงบประมาณ ก็คือเงินของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (สดช.) ซึ่งทั้งคณะกรรมการบริหารกองทุน และคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ มีทั้งปลัดดีอีและเลขาธิการ สดช. นั่งอยู่ หรือก็คือ สดช. ขอเอง กินเอง ชงเอง ตบเองจบในตัว เป็นสิ่งที่จะต้องจับตาดูกันต่อไป

 

“นอกจากโครงการ TH-AI Passport ที่ทุกคนจับตา แผนในปี 70 ก็เป็นไปตามคาด เรามีงบประมาณที่แปะชื่อ AI เนี่ยอยู่เต็มไปหมด 81 หน่วยงาน 176 โครงการ งบประมาณราวๆ 2,200 ล้านบาท ถ้าลองดูรายชื่อที่ยกมา จะเห็นว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นหน่วยงานกรมกระทรวงใดก็ตาม คุณมีโปรเจกต์มา คุณแปะคำว่า AI เข้าไปต่อท้ายเสร็จเรียบร้อย”

 

อิสริยะชี้ว่า มีบางโครงการที่จั่วหัวมาเป็น AI แต่ของจริงคืองบประมาณก่อสร้างอาคาร โครงการที่ใหญ่ที่สุดมูลค่า 164 ล้านบาท ของมหาวิทยาลัยมหิดล อีกโครงการหนึ่งที่น่าสนใจคือ ‘โครงการการบูรณาการเอไอสองระบบ (มนุษย์และปัญญาประดิษฐ์) เพื่อพัฒนาระบบฮาลาลบล็อกเชนสร้างกลไกการทวนสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์ฮาลาลเพิ่มความเชื่อมั่นผู้บริโภคระดับท้องถิ่นและนานาชาติ’ ซึ่งอิสริยะบอกว่า อ่านจบแล้วก็ยังไม่เข้าใจว่าจะใช้มนุษย์หรือปัญญาประดิษฐ์กันแน่

 

อิสริยะกล่าวต่อไปว่า AI เป็นเรื่องดี แต่เงินส่วนใหญ่ไหลออกนอกประเทศ คำถามคือ ประเทศไทยอยากเป็นผู้ซื้อหรือผู้สร้าง ในทั้งหมด 176 โครงการ มีโครงการเดียวที่เป็นผู้สร้างคือโครงการศูนย์ความเป็นเลิศด้านปัญญาประดิษฐ์สำหรับโมเดลภาษาไทย (ThaiLLM) ของสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ แต่งบประมาณแค่ 52 ล้านบาท คิดเป็นแค่ 2.6% ของโครงการ AI ทั้งหมดของประเทศ

 

“ถ้ารัฐบาลอยากให้คนไทยไม่เป็นแค่ผู้ซื้อแต่เป็นผู้สร้าง ก็ควรจะใส่งบประมาณด้านการสร้างมาให้มากกว่านี้”

 

ขณะเดียวกัน งบประมาณด้าน Cloud เป็นส่วนที่ได้รับงบประมาณเพิ่มมากที่สุด มากกว่า AI ด้วยซ้ำ รัฐบาลมีโครงการ Cloud ภาครัฐที่เรียกว่า GDCC อยู่ภายใต้ สดช. ซึ่งโครงการนี้ทำมาหลายปีแล้ว เพื่อรวมศูนย์การเช่า Cloud ของหน่วยงานภาครัฐมาไว้ที่เดียว เพื่อให้เกิดความประหยัด ลดขนาด ราคาถูกลง ปลอดภัย และดูแลง่ายกว่า

 

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ งบประมาณของ GDCC เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จาก 1,600 ล้านบาทในปี 2568 มาเป็น 2,200 ล้านบาทในปี 2569 และในปีล่าสุดเกือบแตะ 5,000 ล้านบาท โตขึ้นถึง 2.19 เท่า นับเป็นโครงการดิจิทัลที่เติบโตเยอะที่สุดในปี 2570 โดยงบประมาณเกือบ 5,000 ล้านบาทคิดเป็นค่า Cloud เกือบทั้งหมดของงบประมาณคลาวด์ประเทศไทย 6,300 ล้านบาท

 

อิสริยะกล่าวต่อไปว่า GDCC ในปีก่อนๆ ออกรายงานว่าค่า Cloud ไม่เพียงพอใช้กับความต้องการที่หน่วยงานต่างๆ ขอมา ซึ่งอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ปีนี้ GDCC ได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ก็หวังว่าหน่วยงานไทยจะใช้ค่า Cloud ที่เพิ่มขึ้นเกือบ 5,000 ล้านบาทอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าจับตามองคือยังมีหน่วยงานอื่นขอค่าคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์มาอีก 3,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขอที่ซ้ำซ้อน หลายหน่วยงานเป็นหน่วยงานของกระทรวงดีอีเองด้วยซ้ำ ทำให้เกิดคำถามว่าถ้าค่าคลาวด์ของ GDCC เพิ่ม ค่าคลาวด์ของคนอื่นก็ขอเพิ่ม แล้วแบบนี้จะมีคลาวด์กลางภาครัฐไปทำไม

 

อีกโครงการที่โตขึ้นอย่างเงียบๆ คือโครงการที่เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ มี 71 หน่วยงาน ของบประมาณรวมกัน 2,300 ล้านบาท คำถามคือขอเงินไปทำไมตั้งเยอะแต่หน่วยงานภาครัฐยังโดนแฮ็ก ข้อมูลประชาชนยังรั่วไหลอยู่ การซื้อระบบความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เยอะขนาดนี้ไว้เพื่อป้องกันการโดนแฮ็ก หรือนี่คือช่องทางกอบโกยช่องทางใหม่กันแน่ เพราะค่าใช้จ่ายด้านนี้ไม่มีราคากลาง สามารถพิสูจน์ความคุ้มค่าได้ยาก

 

อิสริยะกล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม งบประมาณด้านดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศก็คือเรื่องพื้นฐานอย่างครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ มูลค่ารวม 11,000 ล้านบาท คิดเป็น 1 ใน 3 ของงบประมาณดิจิทัลทั้งประเทศ

 

“มีหน่วยงานขอซื้อคอมพิวเตอร์ 254 หน่วยงาน หลายหน่วยก็ขอเงินเป็นหลักหลายร้อยล้านบาทนะครับ มันก็พอเข้าใจได้ว่าชื่อหน่วยที่ออกมาเป็นหน่วยงานที่มีสาขาทั่วประเทศ ให้บริการประชาชนจำนวนมาก อาจจะต้องใช้คอมพิวเตอร์เยอะ แต่มีอยู่หน่วยงานหนึ่งนะครับ คือรัฐสภาแห่งนี้ ขอเงินค่าไอทีรวมกันนะครับทั้งฝั่ง สส. ทั้งฝั่ง สว. มากกว่า 500 ล้านบาท แทบจะเทียบเท่ากับหน่วยงานอื่นขอซื้อทั้งประเทศ”

 

อิสริยะตั้งข้อสังเกตด้วยว่า บริษัทที่ประมูลงานไอทีของรัฐสภาได้ อยู่ในเครือข่ายเดียวกับที่ได้งาน TH-AI Passport

 

“รัฐบาลมีนโยบายเกี่ยวกับดิจิทัลเขียนไว้ตอนแถลงนโยบายต่อรัฐสภาอย่างสวยหรู ต้องการยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัล พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน บูรณาการข้อมูล มียุทธศาสตร์ด้าน AI แต่พอไปดูงบประมาณจริง งบประมาณซ้ำซ้อน ไร้ทิศทาง ต่างเป็นเบี้ยหัวแตก” อิสริยะกล่าว

 

อิสริยะยังระบุอีกว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะมาพูดเรื่องประสิทธิภาพของการใช้เงินซื้อเทคโนโลยีของประเทศไทย ในบริษัทเอกชนทั่วไปมีตำแหน่งที่เรียกว่า Chief Technology Officer (CTO) ไว้คอยกำหนดทิศทางทางเทคโนโลยีว่าจะใช้ จะซื้อ และจะทำอะไร ถ้าเป็นประเทศไทยก็คงจะเป็นรัฐมนตรีดีอี ที่มีความพยายามผลักดัน AI อยู่หลายครั้ง แต่อย่าลืมว่า ปัจจุบันยังไม่มีการตั้งบอร์ด AI ถ้าจริงใจกับเรื่อง AI ก็ขอให้รีบเร่งตั้งบอร์ด AI แห่งชาติขึ้นมาโดยเร็ว

 

“รัฐบาลในอดีตอาจจะมีวิธีการทุจริตผ่านโครงการก่อสร้าง เพราะหาเงินทอนส่วนต่างง่าย โลกกำลังเปลี่ยน สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือรัฐบาลยุคใหม่อาจจะหาขุมทรัพย์ใหม่เจอจากงบดิจิทัล ที่หาส่วนต่างง่ายกว่า ราคากลางไม่ชัดเจนตายตัว ประเมินความคุ้มค่ายาก ขอฝากถึงรัฐบาลให้มองดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการยกระดับประสิทธิภาพของประเทศ ขอให้ลงทุนให้คุ้มค่า ถ้าใช้อย่างไม่ระมัดระวัง เน้นเงินทอน งบดิจิทัลจะเปลี่ยนจากก่อสร้างพลัส มาสู่ดิจิทัลพลัส” อิสริยะกล่าว

The post อิสริยะชำแหละงบดีอี ชวนจับตา TH-AI Passport เฟส 2 คืนชีพผ่านเงินนอกงบฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รักชนก-อาสพลธ์ ศึกอำนาจ กมธ. ตรวจสอบ TH-AI Passport https://thestandard.co/rakchanok-asapon-committee-power-struggle/ Mon, 22 Jun 2026 12:43:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1221583 ภาพประกอบแสดง รักชนก ศรีนอก และ อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ

สืบเนื่องจากกรณี คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและต […]

The post รักชนก-อาสพลธ์ ศึกอำนาจ กมธ. ตรวจสอบ TH-AI Passport appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแสดง รักชนก ศรีนอก และ อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ

สืบเนื่องจากกรณี คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ โดย รักชนก ศรีนอก สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน โดย รังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ประชุมร่วมกัน เพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายนนั้น

 

ต่อมาเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส. ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ได้โพสต์ข้อความ เรียกร้องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร กำชับและตักเตือนประธานกรรมาธิการทุกคณะ ให้ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบอำนาจตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรอย่างเคร่งครัด

 

หลังพบว่าช่วงที่ผ่านมา มีการประชุมของกรรมาธิการบางคณะที่หยิบยกประเด็นซึ่งอาจไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่โดยตรงของคณะตนเองขึ้นมาพิจารณา รวมถึงกรณีที่ 2 คณะกรรมาธิการร่วมกันตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport

 

อาสพลธ์ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่เพื่อขัดขวางการตรวจสอบ แต่เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบมีความถูกต้อง ไม่ซ้ำซ้อน ไม่ก้าวล่วงอำนาจหน้าที่ระหว่างกัน และรักษาความศักดิ์สิทธิ์ในการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ พร้อมยืนยันว่า สำหรับทุกเรื่องร้องเรียนที่มีประเด็นส่อไปในทางทุจริต ประพฤติมิชอบ หรือมีเจ้าหน้าที่รัฐละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ พร้อมรับเรื่องและดำเนินการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะมาจากประชาชน หน่วยงานภาครัฐ หรือกรรมาธิการคณะใดก็ตาม

 

“การปราบปรามการทุจริตต้องดำเนินการอย่างจริงจัง แต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอนและอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด โดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ” อาสพลธ์ กล่าว

 

ต่อมาวันที่ 22 มิถุนายน รักชนก ได้โพสต์แสดงความเห็นโต้แย้งคำชี้แจงของอาสพลธ์ โดยระบุว่า เป็น สส. มากี่สมัย แต่ไม่รู้ว่าคณะกรรมาธิการสามารถประชุมร่วมกันได้ และยกตัวอย่างการทำงานร่วมกันของกรรมาธิการในสภาชุดที่ผ่านมา พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการอ้างเหตุผลเรื่องความซ้ำซ้อนในการตรวจสอบไม่ใช่แนวปฏิบัติใหม่ของรัฐสภา

 

จากนั้น อาสพลธ์ ได้ชี้แจงอีกครั้งว่า ตนไม่เคยบอกว่า กรรมาธิการประชุมร่วมกันไม่ได้ และไม่เคยขัดขวางการตรวจสอบ หลักการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 129 คือ กรรมาธิการมีหน้าที่สอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องต่างๆ ได้ แต่ต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภา และต้องดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมสภา

 

อาสพลธ์ระบุต่อว่า ประเด็นที่ตนต้องการสื่อสาร คือ การตรวจสอบต้องไม่ซ้ำซ้อน และต้องชัดเจนว่าเรื่องนั้นอยู่ในอำนาจของกรรมาธิการคณะใด เนื่องจากข้อบังคับการประชุมสภาก็กำหนดไว้ชัดว่า เมื่อกรรมาธิการจะพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใด ต้องรายงานให้ประธานสภาทราบ และการพิจารณาเรื่องหนึ่งต้องไม่ซ้ำซ้อนกัน หากเรื่องนั้นเกี่ยวข้องหลายคณะ ก็เป็นหน้าที่ของประธานสภาที่จะดำเนินการให้กรรมาธิการที่เกี่ยวข้องร่วมกันทำงาน

 

ดังนั้น การประชุมร่วมทำได้ แต่ต้องทำให้ถูกต้องตามข้อบังคับ มีกรอบอำนาจชัดเจน ไม่ใช่เรื่องเดียวกันถูกหยิบไปหลายคณะจนหน่วยงานราชการต้องมาชี้แจงซ้ำไปซ้ำมา และประชาชนไม่ได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น หากประเด็นเป็นเรื่องงบประมาณ ก็ให้คณะที่ดูแลงบประมาณตรวจสอบ หากประเด็นเป็นเรื่องกฎหมาย ก็ให้คณะด้านกฎหมายตรวจสอบ แต่หากมีประเด็นทุจริต ประพฤติมิชอบ หรือเจ้าหน้าที่รัฐละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ก็พร้อมตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา

 

“นี่ไม่ใช่การปกป้องใคร และไม่ใช่การขัดขวางการตรวจสอบแต่คือการยืนยันว่า การตรวจสอบของสภาต้องตรวจสอบให้ถูกทาง ถูกอำนาจ ถูกข้อบังคับ และเกิดประโยชน์กับประชาชนจริง” อาสพลธ์กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ข้อถกเถียงระหว่าง รักชนก และ อาสพลธ์ ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเห็นที่แตกต่างกันต่อบทบาทและขอบเขตอำนาจของคณะกรรมาธิการในการตรวจสอบโครงการภาครัฐ

 

ข้อถกเถียงจึงไม่ได้อยู่เพียงว่า การตรวจสอบควรเกิดขึ้นหรือไม่ แต่อยู่ที่การตีความว่ากลไกการตรวจสอบควรดำเนินการผ่านช่องทางใด และอยู่ภายใต้ขอบเขตอำนาจของกรรมาธิการคณะใด รวมถึงความเสี่ยงของการทำงานที่อาจซ้ำซ้อนกันระหว่างกลไกต่าง ๆ ของสภา

 

ท้ายที่สุด สิ่งที่สังคมจับตาอาจไม่ใช่ข้อสรุปเรื่องเขตอำนาจของกรรมาธิการ แต่คือผลการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ว่าจะนำไปสู่ความชัดเจน โปร่งใส และคำตอบต่อข้อสงสัยของสาธารณะได้มากเพียงใด

The post รักชนก-อาสพลธ์ ศึกอำนาจ กมธ. ตรวจสอบ TH-AI Passport appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์ จี้ ป.ป.ช. สอบ TH-AI Passport เอง ไม่ต้องรอคนร้อง ชี้นิ่งเฉยอาจเข้าข่ายละเว้นหน้าที่ https://thestandard.co/natthaphong-pacc-th-ai-passport-probe/ Sun, 21 Jun 2026 11:30:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1221200 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา

วันนี้ (21 มิถุนายน) ที่รัฐสภา ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส […]

The post ณัฐพงษ์ จี้ ป.ป.ช. สอบ TH-AI Passport เอง ไม่ต้องรอคนร้อง ชี้นิ่งเฉยอาจเข้าข่ายละเว้นหน้าที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา

วันนี้ (21 มิถุนายน) ที่รัฐสภา ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport โดยณัฐพงษ์ยืนยันถึง พ.ร.บ.ฮั้วประมูล มาตรา 14 วรรคสอง ซึ่งเขียนไว้ค่อนข้างชัดมาก ว่าไม่จำเป็นต้องรอให้พฤติการณ์มีมูล ถ้า ป.ป.ช. เห็นพฤติกรรมที่ส่อเค้าว่าจะมีการฮั้วประมูล เช่น การล็อกสเปก การตกลงการยื่นใบเสนอราคามาก่อนหน้า ที่ทำให้เห็นว่าราคาใกล้เคียงกัน แล้วสามารถล็อกได้เลยว่า ควรจะใช้ตรงไหนเป็นราคากลาง รวมถึงมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น เพียงแค่มีพฤติการณ์ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องสอบสวนตามกฎหมาย และเมื่อสอบสวนออกมาแล้ว ถ้ามีมูลก็ต้องดำเนินคดีต่อ

 

โดยจากการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม 2 คณะที่ผ่านมา มีตัวแทน ป.ป.ช. นั่งอยู่ในห้องประชุมด้วย ซึ่งตนเองก็ได้มีการพยายามสอบถาม ไม่ต้องดูตามข้อกฎหมาย แต่ดูตามความประพฤติ พฤติการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าเห็นว่ามีพฤติการณ์ที่ส่อเค้า ต้องดำเนินการสอบสวนทันที โดยไม่ต้องมีคนร้องด้วยซ้ำ ถ้า ป.ป.ช. ไม่ทำ แปลว่าทำผิดต่อกฎหมาย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เสียเอง ขอยืนยันว่า ป.ป.ช. สามารถดำเนินการได้ในทันที

 

ณัฐพงษ์ ระบุอีกว่า รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามงบฯ สภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวในที่ประชุมว่า จะมีการส่งข้อสังเกตจากคณะกรรมาธิการไปยัง ป.ป.ช. ซึ่งเชื่อว่าในตัวข้อสังเกตดังกล่าว จะต้องมีการไล่เรียงบันทึกในที่ประชุมซึ่งทำให้เห็นพฤติการณ์ดังกล่าว ดังนั้น ในเชิงการให้ถ้อยคำ และลายลักษณ์อักษรที่ส่งไป จะเป็นตัวตั้งต้น ป.ป.ช. ต้องสามารถดำเนินการได้เลยทันที ในส่วนของเราก็จะดำเนินการควบคู่ขนานกันไป แต่ยังคงต้องใช้เวลาอีกเกือบหนึ่งเดือน

 

ณัฐพงษ์ย้ำด้วยว่า ป.ป.ช. มีหน้าที่ในการทำงานเชิงรุก เมื่อได้รับข้อสังเกต ต้องสามารถดำเนินการได้ในทันทีโดยไม่ต้องรอคำร้อง

 

ส่วนกรณีไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ท้าให้ยื่นตรวจสอบได้เลยนั้น ณัฐพงษ์มองว่าเป็นเรื่องปกติที่จะต้องมีการออกมาแสดงข้อคิดเห็นแบบนั้น และยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่ตนเองคิดว่าสิ่งที่รัฐมนตรีจะสามารถยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองได้มากกว่านี้ นอกเหนือจากเรื่องที่ออกมาบอกว่ายินดีให้ตรวจสอบทุกอย่าง ก็คือการเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างให้โปร่งใส และมีการทบทวนการดำเนินโครงการนี้ใหม่ ในเมื่อสังคมตั้งคำถามขนาดนี้ การจัดซื้อจัดจ้างที่ผ่านมา ซึ่งมีเหตุผิดปกติเยอะ ทำไมไม่ยกเลิกไปก่อน เนื่องจากมีช่องทางตามสัญญาอยู่แล้ว ตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง หากทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือต่อประโยชน์สาธารณะ ก็ยกเลิกและเปิดประมูลใหม่ได้ตามทีโออาร์ เพื่อคลายข้อสงสัยต่อสังคมมากกว่านี้

 

เมื่อถามว่าเป็นผลให้เกิดคดีของภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนด้วยหรือไม่ หลังจากออกมาเปิดเผยเรื่อง TH-AI Passport ณัฐพงษ์ ระบุว่า ตนเคยให้ข้อสังเกตส่วนนี้ไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าการออกมาแถลงข่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นการแถลงข่าวที่ไม่ค่อยปกติมากเท่าไหร่ กลายเป็นว่าผู้ต้องสงสัยถูกเปิดชื่อ แต่ผู้ต้องหาไม่มีใครถูกเปิดชื่อเลยสักคน เป็นเรื่องที่แปลก ตนอยากให้ดีเอสไอทำทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา

 

เมื่อถามว่าจะดำเนินคดีกลับหรือไม่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีการพูดคุยกันในฝ่ายกฎหมายของพรรคว่า ถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ดำเนินการไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือทำให้ตัวเองกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการโจมตีทำลายล้างฝั่งตรงข้าม เราเองก็พร้อมที่จะเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่าง และยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ

 

ส่วนที่ภาวุธขาดการประชุมสภาในวันพฤหัสบดี ทั้งที่ก่อนหน้าบอกว่ามีประชุมเยอะมากนั้น ณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปถามภาวุธเอง ว่าทำไมวันนั้นถึงเดินทางมาที่สภาด้วย ตนคงไปตอบแทนไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าวันนั้นทำธุระอะไรตรงไหน

 

เมื่อถามว่าพรรคประชาชนได้มีการพูดคุยอะไรกับภาวุธเพิ่มเติมหรือไม่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนคงไม่ใช้คำว่าสอบสวน แต่จากกระบวนการสอบถามภายใน มีการสอบถามข้อมูลเบื้องต้น เข้าใจว่าการทำธุรกรรมออนไลน์อาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องการโอนเงินอยู่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ไม่ได้มีเรื่องของเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์เสมอไป ตนและพวกเราทุกคนก็ต้องคิดว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับภาวุธด้วยเช่นเดียวกัน

 

เมื่อถามว่าพรรคต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบหรือไม่ เหมือนกับกรณีที่ต้องสงสัยหลายกรณีก่อนหน้า ณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรามีการตั้งคณะกรรมการเสาะหาข้อเท็จจริง ตนได้หารือกับพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากรูปการณ์ที่เราเห็นตอนนี้ ยังไม่มีหมายเรียกมาเหมือนกรณีสมาชิกพรรคคนอื่น ดังนั้นคงไม่ได้เข้าสู่กระบวนการทางวินัย จะเรียกว่าสอบสวนอาจจะไม่ถูก ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา แต่เราเองก็ไม่ได้นิ่งเฉย ก็มีการยกระดับการตรวจสอบภายในของเรา เพราะฉะนั้น เรื่องนี้คงจะตั้งทีมงานขึ้นมาเสาะหาข้อเท็จจริง และให้ภาวุธเข้ามาชี้แจง

 

เมื่อถามว่าเงินจำนวน 28 ล้านบาทที่เข้ามาในบัญชีภาวุธ ได้มีการสอบถามหรือไม่ว่ามีที่มาอย่างไร ณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากคำชี้แจงของภาวุธ เขาเองก็เป็นคนที่เทรดอยู่แล้ว เช่น ทองคำ หรืออะไรต่าง ๆ ตนคิดว่ารายละเอียดเรื่องนี้ เงินมีที่มาที่ไปอย่างไร ให้ภาวุธชี้แจงด้วยตัวเองน่าจะดีที่สุด

The post ณัฐพงษ์ จี้ ป.ป.ช. สอบ TH-AI Passport เอง ไม่ต้องรอคนร้อง ชี้นิ่งเฉยอาจเข้าข่ายละเว้นหน้าที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘อาสพลธ์’ จี้ประธานสภาฯ เบรก กมธ. ล้ำเส้นอำนาจหน้าที่ หลังพบจับมือสอบโครงการ TH-AI Passport ซ้ำซ้อน https://thestandard.co/asapon-speaker-committees-thai-passport/ Sat, 20 Jun 2026 09:14:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1220988 อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.พรรคภูมิใจไทย แถลงข่าว

วันนี้ (20 มิถุนายน) อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทน […]

The post ‘อาสพลธ์’ จี้ประธานสภาฯ เบรก กมธ. ล้ำเส้นอำนาจหน้าที่ หลังพบจับมือสอบโครงการ TH-AI Passport ซ้ำซ้อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.พรรคภูมิใจไทย แถลงข่าว

วันนี้ (20 มิถุนายน) อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาร้องเรียนและเรียกร้องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ดำเนินการกำชับและตักเตือนประธานคณะกรรมาธิการสามัญทุกคณะ ให้ปฏิบัติภารกิจและหน้าที่ภายใต้กรอบอำนาจที่บัญญัติไว้ในข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรอย่างเคร่งครัด

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสืบเนื่องมาจากในช่วงที่ผ่านมา พบพฤติการณ์การดำเนินงานของคณะกรรมาธิการบางคณะ ที่มีการหยิบยกประเด็นปัญหาซึ่งอาจไม่อยู่ในขอบข่ายอำนาจหน้าที่โดยตรงของตนเองขึ้นมาพิจารณา โดยอาสพลธ์ได้หยิบยกกรณีตัวอย่างจากการประชุมร่วมกันระหว่าง คณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ และคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งมีวาระเดินหน้าตรวจสอบโครงการ ‘TH-AI Passport’ ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)

 

อาสพลธ์ ชี้แจงว่า การออกมาเรียกร้องในครั้งนี้ มิได้มีเจตนาที่จะขัดขวางกระบวนการตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานภาครัฐแต่อย่างใด หากแต่ต้องการให้กระบวนการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติมีความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ไม่เกิดความซ้ำซ้อนในการทำงาน และที่สำคัญคือต้องไม่ก้าวล่วงอำนาจหน้าที่ระหว่างคณะกรรมาธิการด้วยกันเอง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรักษาความศักดิ์สิทธิ์และมาตรฐานในการปฏิบัติหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร

 

นอกจากนี้ ประธาน กมธ.ป.ป.ช. ยังได้กล่าวยืนยันถึงจุดยืนของคณะกรรมาธิการฯ ว่า สำหรับทุกเรื่องร้องเรียนที่มีมูลเหตุหรือข้อบ่งชี้ว่าส่อไปในทางทุจริต ประพฤติมิชอบ หรือมีพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทาง กมธ.ป.ป.ช. มีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะรับเรื่องและเดินหน้าตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา

 

โดยไม่ได้จำกัดว่าข้อมูลดังกล่าวจะมาจากภาคประชาชน หน่วยงานภาครัฐ หรือเป็นการส่งต่อมาจากคณะกรรมาธิการคณะใดก็ตาม พร้อมเน้นย้ำทิ้งท้ายว่า การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง แต่จำเป็นต้องดำเนินไปตามขั้นตอนและกรอบอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลางสำคัญที่สุด

The post ‘อาสพลธ์’ จี้ประธานสภาฯ เบรก กมธ. ล้ำเส้นอำนาจหน้าที่ หลังพบจับมือสอบโครงการ TH-AI Passport ซ้ำซ้อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
10 คำตอบ สางความจริงปมร้อน TH-AI Passport จากปลัดดีอี https://thestandard.co/th-ai-passport-de-answers/ Thu, 18 Jun 2026 10:22:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1220221 ภาพประกอบข่าว ปลัดกระทรวงดีอี และ ส.ส. ร่วมประชุมชี้แจงโครงการ TH-AI Passport

ประมวลคำถาม-คำชี้แจงของ พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิท […]

The post 10 คำตอบ สางความจริงปมร้อน TH-AI Passport จากปลัดดีอี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบข่าว ปลัดกระทรวงดีอี และ ส.ส. ร่วมประชุมชี้แจงโครงการ TH-AI Passport

ประมวลคำถาม-คำชี้แจงของ พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในการเข้าชี้แจงต่อที่ประชุมร่วมของคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ และคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อตอบข้อซักถามและข้อสงสัยของสังคมเกี่ยวกับความเร่งรีบและ ความโปร่งใสในการดำเนินโครงการ TH-Al Passport

 

ประเด็นสำคัญ

 

 

THE STANDARD ไล่เลียงประเด็นจากการประชุมราว 3 ชั่วโมง ออกมาในรูปแบบ Q&A ดังนี้

 

1. โครงการ TH-AI Passport ดำเนินการอย่างเร่งรีบผิดปกติในเวลาเพียง 31 วันตามกระแสข่าวจริงหรือไม่?

 

ตอบ: พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวง DE ยืนยันว่ากระบวนการทำงานทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นศึกษา ยกร่าง จนถึงวันลงนามในสัญญาจ้างเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 นั้นใช้เวลารวมกันเกือบ 1 ปีเต็ม ไม่ใช่ 31 วัน โดยแผนงานนี้มีการหารือและจัดทำมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2565 ในสมัยรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา และดำเนินงานต่อเนื่องเรื่อยมา

 

2. กรอบเป้าหมายที่ต้องการให้ประชาชนเข้าถึง AI จำนวน 20 ล้านคน มีที่มาที่ไปอย่างไร?

 

ตอบ: เป้าหมายเชิงรุกให้มีผู้ใช้งานหรือรู้จัก AI จำนวน 20 ล้านคนภายในปี 2570 ถูกกำหนดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ในสมัยรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน แต่เมื่อเปลี่ยนผ่านรัฐบาลทำให้ขาดความต่อเนื่อง กระทรวงดีอีจึงได้ผลักดันจัดตั้งคณะกรรมการ AI ให้เป็นคณะกรรมการถาวรระดับชาติได้สำเร็จในปี 2569 โดยยังคงยึดกรอบเป้าหมายเดิมคือ 20 ล้านคนเช่นเดิม

 

3. แหล่งเงินทุนโครงการมาจากไหน และเหตุใดจึงใช้เงินนอกงบประมาณโดยไม่ผ่านการพิจารณาของสภาฯ?

 

ตอบ: ปลัดกระทรวงดีอีชี้แจงว่า เนื่องจากงบประมาณปกติประจำปีของกระทรวงเหลืออยู่ไม่มาก จึงพิจารณาใช้เงินทุนหมุนเวียนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) ซึ่งมีเงินหน้าตักพร้อมใช้งานอยู่เกือบ 2,000 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ กระบวนการอนุมัติเงินนอกงบประมาณต้องผ่านการคัดสรรและกลั่นกรองอย่างเข้มงวดเป็นลำดับชั้นจากคณะกรรมการกลาง ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากหน่วยงานกลางและผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกด้านไอที ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของกระทรวงดีอี

 

4. เหตุใดจึงมีการปรับแก้กรอบเวลาในทีโออาร์ (TOR) จาก 90 วัน เหลือ 30 วัน ในช่วงทำประชาพิจารณ์เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568?

 

ตอบ: การนำเสนอต่อ ครม. เศรษฐกิจในตอนแรกเป็นการเสนอภาพรวมโครงการเพื่อเป็นกรอบการทำงาน ไม่ใช่การเสนอทีโออาร์ ส่วนการร่นระยะเวลาทำงานลงเหลือ 30 วัน เกิดจากแนวนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ประกอบกับกระทรวงมีความมั่นใจจากการทดสอบตลาดว่ามีผู้สนใจในระดับหนึ่ง จึงปรับกรอบเวลาเพื่อให้โครงการสำเร็จได้เร็วขึ้น

 

5. การเพิ่มเงื่อนไข “จอโฆษณาในร้านสะดวกซื้อ” เข้าไปในทีโออาร์ มีเจตนาล็อกสเปกเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายใดรายหนึ่งหรือไม่?

 

ตอบ: ปลัดดีอีและคณะผู้ร่างทีโออาร์ปฏิเสธข้อครหา โดยชี้แจงว่าจอโฆษณาเป็นเพียงกิจกรรมหนึ่งในส่วนออฟไลน์เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของประชาชนตามสาระสำคัญของโครงการ

 

โดยคณะผู้ร่างได้นำข้อมูลรูปแบบที่กระทรวง อว. เคยประกาศประกวดราคาและได้ผู้ชนะมาปรับใช้ เนื่องจากเห็นว่ามีความเหมาะสมในการสื่อสารกับประชาชนทุกกลุ่มที่เข้าร้านสะดวกซื้อซึ่งมีจำนวนวันละ 20 ล้านคน ยืนยันว่าเปิดกว้างให้มีผู้เข้าประกวดราคาได้หลายราย

 

6. ข้อสังเกตที่ว่าทีโออาร์โครงการนี้ลอกเลียนแบบข้อความจากกระทรวง อว. มาถึง 99.99% จริงหรือไม่?

 

ตอบ: รักชนก ศรีนอก ตั้งข้อสังเกตว่ามีข้อความซ้ำกันเป๊ะถึง 7-8 บรรทัด ต่างกันเพียงคำว่า “จอ” และ “จุด” แต่ทางพชร ปลัดดีอี ชี้แจงตอบกลับว่า ข้อความที่ซ้ำกันนั้นเป็นเพียงรายละเอียดไม่กี่ข้อจากทีโออาร์ทั้งหมดที่มีความหนาถึง 40 หน้า และจุดดังกล่าวไม่ใช่คุณสมบัติมาตรฐานของโครงการ

 

7. กรณีที่มีผู้พบแอปพลิเคชันชื่อเดียวกัน 100% ใน App Store ก่อนมีทีโออาร์ และถูกลบออกไป ส่อถึงการดีลผลประโยชน์เบื้องหลังหรือไม่?

 

ตอบ: ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ได้ตั้งคำถามจี้ไปยัง ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบไทม์ไลน์นี้ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ขณะที่ปลัดดีอีชี้แจงว่าคำว่า AI หรือพาสปอร์ต มีการใช้ในโครงการลักษณะนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566–2567 อยู่แล้ว โดยบริษัทที่ปรึกษารายใหญ่ของโลก 1 ใน 4 ก็เคยทำโครงการที่ใช้ชื่อลักษณะนี้เช่นกัน

 

8. เหตุใดกระทรวงดีอีจึงไม่แยกการจัดซื้อระบบ AI กับงานประชาสัมพันธ์ออกจากกัน เพื่อป้องกันการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง?

 

ตอบ: ปลัดดีอีระบุว่า ในทางราชการไม่สามารถแยกงานเดียวกันไปจัดซื้อระบบ AI จากหลายเจ้าพร้อมกันได้ และความสำเร็จของโครงการนี้จำเป็นต้องพึ่งพาภาพรวม ทั้งระบบ AI หลักสูตร และการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ควบคู่กัน จึงต้องจัดทำเป็นโครงการภาพรวมขนาดใหญ่ หากเอกชนรายใดเข้ามาบิดแข่งแล้วทำไม่ได้ตามที่เสนอก็จะถูกตัดคะแนน

 

9. คณะกรรมาธิการฯ มีสิทธิขอตรวจสอบตัวสัญญาจ้างเพื่อดูข้อกฎหมายเรื่องการฮั้วประมูลหรือไม่?

 

ตอบ: มีสิทธิ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง กรรมาธิการฯ และ รังสิมันต์ โรม ประธานกรรมาธิการการกฎหมายฯ ยืนยันว่าอำนาจของกรรมาธิการตามรัฐธรรมนูญสามารถขอตรวจสอบสัญญาจ้างได้ ด้านปลัดดีอีชี้แจงว่าเอกสารดังกล่าวไม่ใช่ความลับและเป็นสัญญาซื้อจ้างมาตรฐาน แต่อยู่ในขั้นตอนระบบราชการที่ต้องแจ้งให้บริษัทเอกชนคู่สัญญารับทราบก่อน และรับปากจะจัดส่งเอกสารให้สภาฯ ทันที

 

10. ในเมื่อมีข้อครหาและข้อสังเกตเรื่องความไม่โปร่งใสมากมาย เหตุใดกระทรวงดีอีจึงไม่ยอมยกเลิกโครงการตามที่กรรมาธิการเสนอ?

 

ตอบ: ปลัดกระทรวงดีทียืนยันว่าทุกอย่างดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายและกระบวนการราชการทุกประการ และโครงการนี้ได้ถูกนำไปตั้งคำขอในงบประมาณปี 2570 ด้วยเช่นกัน หากอยู่ๆ กระทรวงประกาศยกเลิกโดยไม่มีเหตุผลรองรับทางกฎหมายที่ชัดเจน บริษัทเอกชนคู่สัญญาจะฟ้องร้องดำเนินคดีกับกระทรวง ซึ่งข้าราชการประจำต้องเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงทางกฎหมายเอง

The post 10 คำตอบ สางความจริงปมร้อน TH-AI Passport จากปลัดดีอี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประมวลเหตุการณ์ กมธ. สางปมร้อน TH-AI Passport ปลัด DE เปิดใจทำตามขั้นตอน “จะให้เรายกเลิกด้วยเหตุอะไร” ขณะ สส. ภูมิใจไทย ประท้วงวุ่น https://thestandard.co/committee-th-ai-passport-de-protest/ Thu, 18 Jun 2026 07:14:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1220066 ภาพบรรยากาศการประชุมกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport

การประชุมร่วมกันของกรรมาธิการสามัญ 2 คณะ กลายเป็นเวทีวิ […]

The post ประมวลเหตุการณ์ กมธ. สางปมร้อน TH-AI Passport ปลัด DE เปิดใจทำตามขั้นตอน “จะให้เรายกเลิกด้วยเหตุอะไร” ขณะ สส. ภูมิใจไทย ประท้วงวุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศการประชุมกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport

การประชุมร่วมกันของกรรมาธิการสามัญ 2 คณะ กลายเป็นเวทีวิวาทะย่อมๆ ในประเด็นร้อนเรื่องการตรวจสอบงบประมาณของโครงการ TH-AI Passport ที่กรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ประชุมร่วมกับ กรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร โดยมีฝ่ายข้าราชการประจำของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) เป็นผู้มาชี้แจง

 

 
ดูภาพข่าว ▼ 

ในช่วงหนึ่ง พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวง DE ชี้แจงถึงข้อครหาเรื่องความเร่งรีบในการจัดทำโครงการและเงื่อนไข TOR โดยยืนยันว่าโครงการนี้มีฐานงานเดิมรองรับผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการขับเคลื่อนระดับชาติมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 และ พ.ศ. 2568 กระบวนการศึกษา ยกร่าง จนถึงลงนามสัญญาใช้เวลารวมเกือบ 1 ปีเต็ม ไม่ใช่ 31 วันตามกระแสข่าว

 

ส่วนการใช้เงินนอกงบประมาณจากกองทุน DE ได้รับการกลั่นกรองจากคณะกรรมการกลางซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก การปรับสเปกและเพิ่มจอโฆษณาในร้านสะดวกซื้อเป็นไปเพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของประชาชน

 

ในช่วงท้ายของการประชุม พชรได้ชี้แจงด้วยความตึงเครียดหลังจากถูกซักถามประเด็นเดิมซ้ำหลายครั้ง

 

“เรายืนยันว่าทำตามกระบวนการทุกอย่าง แล้วจะให้ทำอย่างไรอีก แล้วอยู่ๆ จะให้เรายกเลิกด้วยเหตุอะไร แล้วบริษัทก็จะมาฟ้องกระทรวง จะให้พวกผมทำอย่างไร ท่านต้องเข้าใจบริบทความเป็นราชการด้วย ให้ผมบอกยกเลิกด้วยเหตุอะไร เหตุที่ถูกกล่าวหาว่าไม่โปร่งใส ก็ยังเดินตามขั้นตอนทุกอย่าง แล้วจะให้เราทำอย่างไร”

 

ผู้นำฝ่ายค้านเซอร์ไพรส์ร่วมวงประชุม จี้ ป.ป.ช. ดำเนินการสอบฮั้ว

 

ขณะที่ รักชนก ศรีนอก สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการติดตามงบฯ ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความโปร่งใส โดยนำข้อกำหนด TOR ของโครงการนี้ไปเปรียบเทียบกับโครงการ National Credit Bank ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติทางเอกสาร

 

“หากบอกว่าไม่ได้ก๊อป ดิฉันจะตกใจ เพราะว่ามีการซ้ำกัน 7-8 บรรทัด ที่มีตัวหนังสือเป๊ะ 99.99% ต่างแค่คำว่าจอและจุด นี่คือการหลักการทั่วไปของการเขียน 2 TORโครงการที่คนละวัตถุประสงค์หรือไม่”

 

รักชนกยังเสนอให้กระทรวงยอมพับโครงการรอบนี้ไปก่อนแล้วค่อยนำกลับมาเสนอใหม่ตามกระบวนการงบประมาณปกติ

 

เมื่อการประชุมดำเนินไปได้ระยะหนึ่ง เวลา 11.15 น. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ขอใช้สิทธิความเป็น สส. เข้าร่วมการประชุมด้วย พร้อมตั้งคำถามไปยังผู้แทนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า จากข้อมูลไทม์ไลน์ที่พบแอปพลิเคชันของเอกชนลักษณะเดียวกันปรากฏในระบบก่อนที่จะมี TOR และความสัมพันธ์ทางอ้อมของกลุ่มทุน หากพิจารณาด้วยสามัญสำนึกจะสามารถตั้งข้อสงสัยได้หรือไม่ว่ามีการพูดคุยกันเบื้องหลังหรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน

 

ภูมิใจไทยประท้วงวุ่น ชาดาแนะหากมีหลักฐานจริง รวมส่ง ป.ป.ช. ดำเนินการ

 

บรรยากาศในห้องประชุมส่งผลให้กรรมาธิการฯ ในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทยแสดงความไม่พอใจ โดย ศุภชัย ใจสมุทร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ประกาศขอไม่เข้าร่วมสังฆกรรมและเดินออกจากห้องประชุมทันที เนื่องจากมองว่ากรรมาธิการมีการจัดฉากนัดแนะเพื่อโจมตีทางการเมือง

 

ด้าน ชาดา ไทยเศรษฐ์ สส. อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ได้ยกมือขอออกจากที่ประชุมเพื่อไปพบแพทย์ ภายหลังได้แสดงทัศนะต่อกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า ตนเองไม่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์และมองว่าพรรคประชาชนกำลังด้อยค่าโครงการรัฐ

 

“ถ้าโครงการนี้มีเงื่อนงำจริง และมีการทำผิดหรือทุจริตจริง ไม่ต้องเรียกมาประชุม ไม่ต้องตั้งคำถาม ให้รวบรวมไปยื่น ป.ป.ช. และก่อนยื่นขอให้แถลงต่อสังคม ทำให้เต็มที่”

 

ทั้งนี้ ชาดายังยอมรับว่า ผู้บริหารบริษัทผลิตสื่อโฆษณาชื่อดัง รู้จักกับพรรคภูมิใจไทยจริง “ความจริงหนีไม่พ้น” แต่หากมีหลักฐานว่าทุจริต ก็พร้อมให้ความร่วมมือตรวจสอบ

 

การประชุมร่วมครั้งนี้จบลงด้วยการที่ รังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการการกฎหมายฯ กล่าวสรุปเพื่อลดความตึงเครียด โดยแสดงความเข้าใจในข้อจำกัดของฝ่ายข้าราชการประจำ แต่ยันยันว่า ฝ่ายค้านจำเป็นต้องทำหน้าที่ตรวจสอบงบประมาณแผ่นดินและรักษาผลประโยชน์ของประชาชนอย่างเข้มงวดที่สุดต่อไป

 

 

ภาพบรรยากาศการประชุมกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport 1

ภาพบรรยากาศการประชุมกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport 2

ภาพบรรยากาศการประชุมกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport 3

ภาพบรรยากาศการประชุมกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport 4

ภาพบรรยากาศการประชุมกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport 5

ภาพบรรยากาศการประชุมกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport 6

ภาพบรรยากาศการประชุมกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport 7

ภาพบรรยากาศการประชุมกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport 8

ภาพบรรยากาศการประชุมกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport 9

ภาพบรรยากาศการประชุมกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport 10

ภาพบรรยากาศการประชุมกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport 11

ภาพบรรยากาศการประชุมกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport 12

ภาพบรรยากาศการประชุมกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport 13

ภาพบรรยากาศการประชุมกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport 14

ภาพบรรยากาศการประชุมกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport 15

ภาพบรรยากาศการประชุมกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport 16

ภาพบรรยากาศการประชุมกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport 17

ภาพบรรยากาศการประชุมกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport 18

ภาพบรรยากาศการประชุมกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport 19

ภาพบรรยากาศการประชุมกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport 20

The post ประมวลเหตุการณ์ กมธ. สางปมร้อน TH-AI Passport ปลัด DE เปิดใจทำตามขั้นตอน “จะให้เรายกเลิกด้วยเหตุอะไร” ขณะ สส. ภูมิใจไทย ประท้วงวุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
“หากผิดกฎหมายยินดียกเลิก” ไชยชนก-รักชนก คุยอะไรกันในห้องประชุมรัฐสภา ท่ามกลางปมร้อน TH-AI Passport https://thestandard.co/chaiyanok-rakchanok-th-ai-passport-cancel/ Wed, 17 Jun 2026 08:35:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1219559 ภาพไชยชนก ชิดชอบ และรักชนก ศรีนอก กำลังพูดคุยกันในห้องประชุมรัฐสภา

สังคมจับตาภาพที่ปรากฏขึ้นในระหว่างการประชุมร่วมกันของรั […]

The post “หากผิดกฎหมายยินดียกเลิก” ไชยชนก-รักชนก คุยอะไรกันในห้องประชุมรัฐสภา ท่ามกลางปมร้อน TH-AI Passport appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพไชยชนก ชิดชอบ และรักชนก ศรีนอก กำลังพูดคุยกันในห้องประชุมรัฐสภา

สังคมจับตาภาพที่ปรากฏขึ้นในระหว่างการประชุมร่วมกันของรัฐสภาวาระพิจารณาพิธีสารและกรอบความตกลงทางการค้าเสรีระหว่างประเทศ เมื่อ ไชยชนก ชิดชอบ สส. บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ได้เข้าไปพูดคุยกับ รักชนก ศรีนอก สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร

ดูภาพข่าว ▼ 

การพูดคุยกันระหว่าง สส. ต่างพรรคดังกล่าว เป็นที่สนใจเนื่องจากเกิดขึ้นท่ามกลางข้อครหาต่อโครงการ TH-AI Passport ภายใต้กระทรวง DE ที่พรรคประชาชนกำลังเดินหน้าตรวจสอบอย่างเข้มข้น โดยชี้ให้เห็นถึงพิรุธหลายประการ ทั้งความผิดปกติของ TOR ที่ส่อให้เกิดการเอื้อบางบริษัท รวมถึงความคุ้มค่าของโครงการ

 

เอกราช อุดมอำนวย สส. กทม. พรรคประชาชน ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์เปิดเผยว่า การสนทนาดังกล่าวใช้เวลาประมาณ 2 นาที เนื่องจากวันพรุ่งนี้ (18 มิถุนายน) จะมีการประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมาธิการการติดตามบประมาณฯ กับคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ที่รังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เป็นประธาน

 

เอกราชระบุว่า รักชนกได้สอบถามไชยชนกว่าจะเข้าร่วมชี้แจงตามคำเชิญของกรรมาธิการหรือไม่ ซึ่งไชยชนกตอบว่า ได้มอบหมายปลัดกระทรวง DE เข้าชี้แจงแทน

 

ขณะที่ต่อมาในวันเดียวกัน (17 มิถุนายน) รักชนกได้เปิดเผยสาระของการสนทนาดังกล่าวด้วยตนเอง โดยชี้แจง ได้ตั้งคำถามกับไชยชนกรวม 3 ประเด็น คือเรื่องการมาชี้แจงต่อกรรมาธิการฯ ตามด้วยประเด็นคำถามขอให้ทบทวนและยกเลิกโครงการ TH-AI Passport ซึ่งไชยชนกเองไม่ได้ตอบคำถามนี้

 

ส่วนประเด็นที่ 3 สอบถามว่า ได้เห็นหลักฐานล่าสุดที่ทางพรรคประชาชนเปิดเผย กรณีโครงการเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนตุลาคมก่อนที่จะมีการออก TOR หรือไม่ ซึ่งไชยชนกชี้แจงว่ายังไม่เห็นข้อมูลดังกล่าว รักชนกจึงได้เปิดโทรศัพท์มือถือให้ไชยชนกดูภาพโพสต์เฟซบุ๊กที่แสดงรายละเอียดและข้อสังเกตเกี่ยวกับความผิดปกติของโครงการ

 

เธอระบุด้วยว่า การเริ่มดำเนินโครงการก่อนมี TOR ไม่ใช่เรื่องปกติและเป็นพฤติกรรมที่ส่อไปในทางคอร์รัปชัน เมื่อไชยชนกได้ดูข้อมูล จึงรับปากว่าขอตรวจสอบก่อน หากผิดกฎหมายยินดียกเลิกโครงการ

 

รักชนกยังยืนยันว่า ไม่มีข้อตกลงหรือดีลทางการเมืองแต่อย่างใด การพูดคุยกลางห้องประชุมเกิดขึ้นเนื่องจากรัฐมนตรีเป็นบุคคลที่เข้าถึงตัวได้ยาก ที่ผ่านมาการตั้งกระทู้ถามในสภาผู้แทนราษฎรมักไม่ได้รับการชี้แจงตอบคำถาม และการเชิญเข้าประชุมกรรมาธิการก็ไม่เดินทางมา จึงต้องใช้โอกาสในการประชุมร่วมรัฐสภาสอบถามโดยตรง

 

 

ภาพไชยชนก ชิดชอบ และรักชนก ศรีนอก กำลังพูดคุยกันในห้องประชุมรัฐสภา 1ภาพไชยชนก ชิดชอบ และรักชนก ศรีนอก กำลังพูดคุยกันในห้องประชุมรัฐสภา 2ภาพไชยชนก ชิดชอบ และรักชนก ศรีนอก กำลังพูดคุยกันในห้องประชุมรัฐสภา 3

The post “หากผิดกฎหมายยินดียกเลิก” ไชยชนก-รักชนก คุยอะไรกันในห้องประชุมรัฐสภา ท่ามกลางปมร้อน TH-AI Passport appeared first on THE STANDARD.

]]>
4 เรื่อง ที่ฝ่ายค้านชวนสังคมต้องจับตา https://thestandard.co/parit-wacharasindhu-4-issues-watch/ Wed, 17 Jun 2026 07:24:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1219501 ภาพ พริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม สส.พรรคประชาชน

วันนี้ (17 มิถุนายน) พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พ […]

The post 4 เรื่อง ที่ฝ่ายค้านชวนสังคมต้องจับตา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ พริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม สส.พรรคประชาชน

วันนี้ (17 มิถุนายน) พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ในรายการ ‘กรรมการข่าวคุยนอกจอ’ ในฐานะฝ่ายค้าน ชวนประชาชนจับตา 4 เรื่องสำคัญ ที่สังคมกำลังจับตาว่ากลไกตรวจสอบของรัฐจะทำงานอย่างไร

 


 

ภาพ พริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม สส.พรรคประชาชน 1

 

ภาพประกอบ: ยุทธพล ธไนศวรรย์

The post 4 เรื่อง ที่ฝ่ายค้านชวนสังคมต้องจับตา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไชยชนก ชี้ฝ่ายค้านตรวจสอบ TH-AI Passport ได้ทันที ไม่ต้องรอเปิดลงทะเบียน ความรับผิดชอบต้องแยกตามหน้าที่ รัฐมนตรีไม่ใช่ผู้จัดซื้อ https://thestandard.co/chaiyanok-th-ai-passport-inspection/ Wed, 17 Jun 2026 02:36:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1219353 ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กำลังให้สัมภาษณ์

วันนี้ (17 มิถุนายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล ไชยชนก ชิดชอบ รัฐ […]

The post ไชยชนก ชี้ฝ่ายค้านตรวจสอบ TH-AI Passport ได้ทันที ไม่ต้องรอเปิดลงทะเบียน ความรับผิดชอบต้องแยกตามหน้าที่ รัฐมนตรีไม่ใช่ผู้จัดซื้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กำลังให้สัมภาษณ์

วันนี้ (17 มิถุนายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านจะยื่นตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ทันทีที่มีการเปิดให้ลงทะเบียนว่า สามารถยื่นได้เลย ไม่ต้องรอให้โครงการเริ่ม โดยตนได้ให้ปลัดกระทรวงดีอีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแล้ว พบว่าถูกต้องตามระเบียบทุกอย่าง จึงถือเป็นเรื่องที่ตนไม่กังวล

 

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่าโครงการลักษณะนี้ หากมีข้อผิดพลาด ผู้ที่รับผิดชอบคือข้าราชการประจำ แต่ในโครงการนี้รัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบด้วยหรือไม่ ไชยชนก กล่าวว่า ต้องดูตามสัดส่วนที่มีความเกี่ยวข้อง สำหรับตนเองได้เข้ามาดูเรื่องการมอบนโยบาย พร้อมตรวจสอบและรับฟังความเห็นเพิ่มเติม แม้กระทั่งมีการทำประชาพิจารณ์แล้ว รวมถึงแนะนำข้อมูลไปเจรจากับภาครัฐ เพื่อให้มั่นใจว่าภาครัฐได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น งบประมาณถูกใช้อย่างคุ้มค่า และโครงการเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ส่วนประเด็นอื่นที่มีความกังวล ก็ต้องเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ

 

“ส่วนตัวคิดว่า รัฐมนตรีไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างได้ แล้วจะให้รัฐมนตรีมาร่วมรับผิดชอบด้วย ผมว่าสิ่งนี้ต้องดูตามความเหมาะสม แต่ผมยืนยันว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ข้อสงสัยต่างๆ ได้มีการสั่งการให้ตรวจสอบ และข้าราชการที่เกี่ยวข้องก็ยืนยันแล้ว ผมก็เชื่อมั่นตามที่เขายืนยัน” ไชยชนก กล่าว

 

เมื่อถามย้ำว่า หากฝ่ายค้านจะเดินหน้าตรวจสอบโครงการนี้ ก็ยินดีใช่หรือไม่ ไชยชนก กล่าวว่า ต้องมีการตรวจสอบอยู่แล้ว และจริง ๆ ต้องขอบคุณฝ่ายค้าน เพราะทุกอย่างต้องได้รับการตรวจสอบ แต่ไม่มีทางเป็นไปได้ที่รัฐมนตรีจะรู้ทุกขั้นตอนและทุกรายละเอียดของโครงการ จึงเห็นด้วยกับการตรวจสอบ เพื่อให้ทุกโครงการที่ดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

 

เมื่อถามว่าที่ผ่านมาถูกโจมตีในประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง มองว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ ไชยชนก กล่าวว่า ตอนแรกคิดว่าเป็นประเด็นทางการเมืองอย่างเดียว เพราะเริ่มจากคำถามว่าใช้งบประมาณคุ้มค่าหรือไม่ และผลิตภัณฑ์มีคุณภาพหรือไม่ แต่เมื่อมาถึงจุดนี้ก็เห็นแล้วว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพและใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า สุดท้ายจึงเปลี่ยนไปตั้งคำถามที่ TOR และเมื่อเห็นว่าดำเนินการตามระเบียบ ก็ไปพูดถึงภาคเอกชนแทน

 

จึงต้องติดตามดูต่อไป แต่ยังยืนยันว่า นโยบายที่มอบไปยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเรื่องราคา เพื่อให้จ่ายตามการใช้งานจริง หากมีผู้ลงทะเบียน 5 ล้านสิทธิ์ แต่มีบางส่วนไม่ได้ใช้งาน ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายงบประมาณเต็มจำนวน 1,600 ล้านบาท จึงมองว่าทุกอย่างเป็นไปในทิศทางที่รัฐและประชาชนได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น

 

เมื่อถามย้ำว่า มีข้อกังวลว่าไม่อยากให้รัฐมนตรีโยนหรือผลักภาระให้ข้าราชการประจำ หากต้องมีผู้รับผิดชอบ ไชยชนก กล่าวว่า ไม่ใช่การโยนความรับผิดชอบ เพราะแต่ละฝ่ายมีสัดส่วนความรับผิดชอบที่แตกต่างกัน สำหรับรัฐมนตรีคือการมอบนโยบายและติดตามให้โครงการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล พร้อมย้ำว่า ในเมื่อรัฐมนตรีไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ก็ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องในส่วนนั้น

The post ไชยชนก ชี้ฝ่ายค้านตรวจสอบ TH-AI Passport ได้ทันที ไม่ต้องรอเปิดลงทะเบียน ความรับผิดชอบต้องแยกตามหน้าที่ รัฐมนตรีไม่ใช่ผู้จัดซื้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Global Edition – Thailand News Brief 17 June 2026 https://thestandard.co/thailand-ai-passport-semiconductor-hub/ Wed, 17 Jun 2026 01:06:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1219327 ภาพประกอบโครงการ AI Passport และวิสัยทัศน์ไทยฮับชิป

This week, Thailand is vowing to push ahead with its ad […]

The post Global Edition – Thailand News Brief 17 June 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบโครงการ AI Passport และวิสัยทัศน์ไทยฮับชิป

This week, Thailand is vowing to push ahead with its advanced technological ambitions, underscoring the recognition that the country risks falling behind if it fails to accelerate the adoption of deep tech.

 

Government Vows to Push Ahead with AI Passport

 

The government has been knee-deep in defending its 1.6 billion baht AI Passport scheme, a project that aims to provide five million Thais, only 10% of the working population, with a year’s access to Pro and Premium-tier AI tools. This week, Prime Minister Anutin Charnvirakul has said the project will proceed and that Thailand needs to remain competitive by catching up with AI advancements. The PM vows that the project will operate with transparency and in accordance with regulations, and says that the Ministry of Digital Economy and Society (DE) is responsible for the rollout.

 

PM shares ‘Made in Thailand’ chip vision for 2050

 

Separately, Prime Minister Anutin has also unveiled an ambitious vision for a ‘Made in Thailand’ semiconductor hub by 2050, aiming to produce homegrown chips to capture rising global demand.

 

The PM has signed an order to establish the National Semiconductor and Advanced Electronics Policy Committee to accelerate the government’s ambitions.

 

The scheme currently targets investment worth 2.5 trillion baht, and the upskilling of over 230,000 highly skilled workers in the field.

 

Pimjai Lee-issaranukul, Chair of the Federation of Thai Industries (FTI), says that promoting the home-grown semiconductor industry is key to sustaining Thailand’s competitiveness and to retaining investment demand for the country’s manufacturing industry.

 


 

ภาพประกอบโครงการ AI Passport และวิสัยทัศน์ไทยฮับชิป 1

ภาพประกอบโครงการ AI Passport และวิสัยทัศน์ไทยฮับชิป 2

 

The post Global Edition – Thailand News Brief 17 June 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไชยชนก คุยคู่สัญญา TH-AI Passport พรุ่งนี้ ย้ำแก้ไข TOR ไม่ได้ แต่แนบท้ายสัญญาได้ ไม่กังวลฝ่ายค้านยื่นร้ององค์กรอิสระ หากผิดกฎหมาย พร้อมรีเซ็ทโครงการ https://thestandard.co/chaichanok-thai-passport-project-reset/ Mon, 15 Jun 2026 11:22:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1218663 ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ กำลังให้สัมภาษณ์

วันนี้ (15 มิถุนายน) ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรว […]

The post ไชยชนก คุยคู่สัญญา TH-AI Passport พรุ่งนี้ ย้ำแก้ไข TOR ไม่ได้ แต่แนบท้ายสัญญาได้ ไม่กังวลฝ่ายค้านยื่นร้ององค์กรอิสระ หากผิดกฎหมาย พร้อมรีเซ็ทโครงการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ กำลังให้สัมภาษณ์

วันนี้ (15 มิถุนายน) ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเปิดรับฟังความเห็นโครงการ TH-AI Passport ว่า ในวันพรุ่งนี้ (16 มิถุนายน) จะมีการเจรจากับคู่สัญญา ต้องรอดูว่าผลจะเป็นอย่างไร

 

เมื่อถามว่า จะยืนยันหรือไม่ว่าจะไม่ชะลอหรือพักโครงการไปก่อน ไชยชนก กล่าวว่า หากจะพักโครงการจะต้องเข้า 3 เงื่อนไข 1. ผิดกฎหมาย 2. ใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า และ 3. ไม่เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล หากเป็นหนึ่งในสามเงื่อนไขนี้ โครงการจะถูกยกเลิกอย่างแน่นอน วันนี้ข้าราชการประจำยืนยันแล้วว่าถูกต้องตามกระบวนการ จึงได้สั่งการปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมติดตามทุกข้อมูลและต้องชี้แจงข้อเท็จจริง

 

สำหรับรายละเอียดของเงื่อนไข TOR จะมีการปรับแก้หรือไม่ ไชยชนก กล่าวว่า เงื่อนไข TOR ปรับไม่ได้ แต่ตัวสัญญาสามารถแนบท้ายได้ หากเจรจาแล้วคู่สัญญายอม ดังนั้น ขอให้รอการประชุมในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเป็นการประชุมนัดแรก

 

ส่วนการแนบท้ายนั้นจะมีการแก้ไขหรือไม่ ไชยชนก กล่าวว่า ต้องมีการแก้ไขอยู่แล้ว เหมือนที่เรารวบรวมข้อมูล หากจะเดินต่อ เช่น การจ่ายตามการใช้งานจริง ซึ่งส่วนนี้จะทำให้มีการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า หากไม่มีการใช้งานจริงรัฐก็ไม่ต้องจ่าย ดังนั้น ทุกข้อการเจรจาที่เราจะนำเสนอ ล้วนเป็นสิ่งที่จะทำให้รัฐและประชาชนได้ประโยชน์ ซึ่งยังมีอีกหลายเรื่อง แต่ขอให้มีการประชุมระหว่างหน่วยงานในวันพรุ่งนี้ก่อน

 

ส่วนพรรคฝ่ายค้านและสังคมยังกังขาเกี่ยวกับรายละเอียดในเงื่อนไขการประกวดราคา มั่นใจหรือไม่ว่าจะทำให้โปร่งใสได้ ไชยชนก กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ฝ่ายปฏิบัติการและข้าราชการประจำต้องออกมาชี้แจง

 

ส่วนกรณีที่ รักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ระบุว่า ที่นายกรัฐมนตรีไม่กล้ายกเลิกโครงการเพราะเป็นโครงการลูกนายนั้น ไชยชนก กล่าวว่า “ไม่เกี่ยวครับ” เรายืนยันเรื่องกฎระเบียบและข้อบังคับ ซึ่งต้องยืนหยัดแบบนั้น หากมีเรื่องผิดกฎหมายหรือผิดระเบียบเมื่อใด พร้อมที่จะรีเซ็ต แต่สิ่งที่ได้รับคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าทุกอย่างยังถูกต้องตามกระบวนการ และขอให้เป็นไปตามนี้

 

ส่วนกังวลหรือไม่หากฝ่ายค้านจะยื่นองค์กรอิสระ ไชยชนก กล่าวว่า ส่วนตัวไม่กังวลเพราะตนคือผู้มอบนโยบาย แต่หากฝ่ายที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าไม่ได้กังวล ก็ต้องไปถามฝ่ายข้าราชการประจำ

 

ส่วนที่โลกออนไลน์มีการเปิดเผยข้อมูลว่าโครงการดังกล่าวเริ่มก่อนที่จะมีการประมูล ไชยชนก ยืนยันว่าตนไม่ทราบ เพราะเป็นผู้มอบนโยบายอย่างเดียว

The post ไชยชนก คุยคู่สัญญา TH-AI Passport พรุ่งนี้ ย้ำแก้ไข TOR ไม่ได้ แต่แนบท้ายสัญญาได้ ไม่กังวลฝ่ายค้านยื่นร้ององค์กรอิสระ หากผิดกฎหมาย พร้อมรีเซ็ทโครงการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ยืนยันเดินหน้า TH-AI Passport ประชาชนรอใช้งาน ต้องโตไปพร้อมโลก ไม่ให้ประเทศล้าหลัง https://thestandard.co/anutin-confirms-th-ai-passport/ Mon, 15 Jun 2026 07:27:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1218544 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงยืนยันเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport

วันนี้ (15 มิถุนายน) เวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุ […]

The post นายกฯ ยืนยันเดินหน้า TH-AI Passport ประชาชนรอใช้งาน ต้องโตไปพร้อมโลก ไม่ให้ประเทศล้าหลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงยืนยันเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport

วันนี้ (15 มิถุนายน) เวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านท้วงติงโครงการ TH-AI Passport ว่า ประเทศไทยต้องเติบโตไปพร้อมกับโลกเทคโนโลยี AI หากวันนี้ใครเข้าไม่ถึง AI แม้จะไม่ถึงขั้นถึงขั้นดับดิ้นสิ้นใจ แต่ก็จะกลายเป็นคนล้าหลังและไม่ทันโลก

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การดำรงชีวิตในปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัยหลายปัจจัยประกอบกัน เพื่อให้สามารถแข่งขันและยืนอยู่บนเวทีโลกได้ ประเทศไทยมีความมั่นคงด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีการสื่อสาร ซึ่งอยู่ในลำดับต้น ๆ ของโลก เรามีทั้งบุคลากรที่สามารถพัฒนาโปรแกรมเองได้ และผู้ที่สามารถพัฒนาระบบต่าง ๆ ได้เอง แทบไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ จึงต้องส่งต่อและกระจายการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงเหล่านี้ให้กับประชาชน

 

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านไม่ได้ท้วงติงเรื่องแนวคิดของโครงการ แต่ท้วงติงเรื่อง TOR ที่อาจมีความเกี่ยวพันกับบุคคลในตระกูลชิดชอบ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นผู้รับผิดชอบ และได้ชี้แจงรายละเอียดโครงการต่อสาธารณะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญคือ การดำเนินการอย่างสุจริต โปร่งใส และเป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด หากทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบ ก็ถือว่าผู้ดำเนินการได้ปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล จึงไม่มีปัญหาในเรื่องของผลงานหรือการประเมินผลการทำงาน

 

เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่าโครงการนี้จะไม่นอกไม่มีใน หรือไม่โปร่งใส นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่รู้จักคำว่า มีนอกมีใน มีแต่การทำงานเพื่อประชาชน คณะรัฐมนตรีเข้ามาทำงานโดยไม่สนใจเรื่องผลประโยชน์เหล่านั้น เพราะไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้นแต่อย่างใด

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ทุกวันนี้ตนก็ใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี ประชาชนทั่วไป หรือแม้แต่ในฐานะนายกรัฐมนตรี ชีวิตไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องเกรงใจหรือเกรงกลัวใครในการปราบปรามการทุจริต โดยเฉพาะในรัฐบาลที่ตนเป็นผู้นำ

 

เมื่อถามว่า พร้อมให้หน่วยงานต่างๆ เข้ามาตรวจสอบหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทั้งตนเองและรัฐมนตรีทุกคนในรัฐบาลรังเกียจการทุจริตทุกรูปแบบ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง แต่รวมถึงการโยกย้าย การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และการกระทำผิดกฎหมายทุกประเภท

 

“หากมีการทุจริต จะต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ รัฐบาลของผมเพิ่งยึดทรัพย์สแกมเมอร์มูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาท รวมทั้งสามารถยึดยาเสพติดได้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ มีการเร่งปราบปรามและขยายผลไปยังเครือข่าย รวมถึงดำเนินคดีด้านการฟอกเงินอย่างจริงจัง”

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว และไม่มีความกังวลต่ออิทธิพลใด ๆ แม้แต่คำว่าผู้มีอิทธิพลตนยังเปลี่ยนให้เรียกว่า อันธพาล เพื่อแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่ารัฐบาลถือว่าคนกลุ่มนี้เป็นศัตรูของสังคม

 

เมื่อถามว่า จะพูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือไม่ หลังหลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการทบทวน TOR นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่มีความจำเป็น เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ หากไม่ถูกต้อง ระบบก็จะทำให้โครงการล้มไปเอง แต่หากเป็นไปตามกฎหมาย ระบบก็จะทำให้โครงการเดินหน้าต่อได้

 

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่ายืนยันเดินหน้าโครงการต่อใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “แน่นอนครับ ประชาชนรอ AI อยู่ AI ต้องตอบสนองได้ทันที ไม่ใช่ตอบได้เพียงไม่กี่คำถามแล้วค่อย ๆ ช้าลง เวลาทำมาหากินเราไม่ได้ถามวันนี้แล้วรอคำตอบพรุ่งนี้ ถามวันนี้ก็ต้องได้คำตอบตั้งแต่เมื่อวาน”

The post นายกฯ ยืนยันเดินหน้า TH-AI Passport ประชาชนรอใช้งาน ต้องโตไปพร้อมโลก ไม่ให้ประเทศล้าหลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>