tennis Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/tennis/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 04 Aug 2026 07:06:41 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ชัยชนะที่อาจเปลี่ยนอนาคตเทนนิสอาเซียนของ อเล็กซานดรา เอียลา https://thestandard.co/alexandra-eala-historic-tennis-win-asean/ Tue, 04 Aug 2026 07:06:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1237949 อเล็กซานดรา เอียลา นักเทนนิสสาวชาวฟิลิปปินส์ ถือถ้วยแชมป์ WTA

ในฐานะสื่อมวลชนสายกีฬา ทำให้รู้แทบจะทันทีว่าวันนี้จะเป็ […]

The post ชัยชนะที่อาจเปลี่ยนอนาคตเทนนิสอาเซียนของ อเล็กซานดรา เอียลา appeared first on THE STANDARD.

]]>
อเล็กซานดรา เอียลา นักเทนนิสสาวชาวฟิลิปปินส์ ถือถ้วยแชมป์ WTA

ในฐานะสื่อมวลชนสายกีฬา ทำให้รู้แทบจะทันทีว่าวันนี้จะเป็นวันที่วุ่นวายและยิ่งใหญ่ขนาดไหน สำหรับสื่อมวลชนในฟิลิปปินส์ หลังจากที่ อเล็กซานดรา เอียลา นักเทนนิสสาว ซึ่งเป็นมือดีที่สุดในประเทศของพวกเขา คว้าแชมป์ WTA ทัวร์รายการแรกในอาชีพพร้อมกลายเป็นนักเทนนิสจากฟิลิปปินส์คนแรกที่คว้าแชมป์ประเภทเดี่ยวในทัวร์หญิงระดับสูงสุด

 

ประเด็นสำคัญ

 

 
 

เอียลา พลิกสถานการณ์จากการเสียเซตแรกมาแซงชนะ เจสสิกา เปกูลา มือ 3 ของโลก 4-6, 6-4, 6-0 คว้าแชมป์ระดับ WTA รายการแรกในชีวิต แม้การแข่งขันต้องกินเวลายาวนานเกือบ 24 ชั่วโมง จากการที่มีฝนที่ตกลงมาเหนือกรุงวอชิงตันอาจทำให้รอบชิงชนะเลิศของ ดีซี โอเพน ต้องยืดออกไปอีกหนึ่งวัน แต่มันก็ไม่สามารถหยุดช่วงเวลาที่กำลังจะกลายเป็นประวัติศาสตร์ได้

 

ชัยชนะครั้งนี้ทำให้เอียลา เก็บเพิ่ม 500 คะแนน และขยับจากอันดับ 28 ขึ้นสู่มือ 20 ของโลก ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดในอาชีพ และเปลี่ยนสถานะของเธอจากดาวรุ่งที่น่าจับตามอง ให้กลายเป็นหนึ่งในนักเทนนิสระดับแนวหน้าของโลกอย่างเต็มตัว

 

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวอชิงตันมีความหมายมากกว่าถ้วยแชมป์หนึ่งใบ เพราะมันอาจเป็นหลักฐานสำคัญว่านักเทนนิสจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถเดินทางไปถึงจุดสูงสุดของกีฬาที่ภูมิภาคนี้แทบไม่เคยมีตัวแทนอยู่ในแถวหน้าได้เช่นกัน

 

รอบชิงชนะเลิศที่ยาวนานกว่าสองวัน

 

รอบชิงชนะเลิศเริ่มต้นในวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น ท่ามกลางพายุฝนและฟ้าคะนองที่ทำให้การแข่งขันล่าช้าไปเกือบสามชั่วโมง โดยตอนแรกเปกูลาเป็นฝ่ายเก็บเซตแรก ก่อนเอียลาขึ้นนำ 2-1 ในเซตสอง และฝนก็กลับมาอีกครั้ง

 

นักกีฬาทั้งสองต้องรออยู่ในห้องแต่งตัวนานหลายชั่วโมง ก่อนฝ่ายจัดการแข่งขันตัดสินใจเลื่อนเกมไปเล่นต่อในวันจันทร์ การแข่งขันที่ใช้เวลาบนคอร์ต 1 ชั่วโมง 45 นาที แต่กินเวลาจริงเกือบ 24 ชั่วโมง และกลายเป็นบททดสอบทั้งด้านร่างกาย สมาธิ และการจัดการอารมณ์ที่หนักกว่ารอบชิงชนะเลิศทั่วไป

 

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในวันจันทร์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในเทนนิส แต่ทั้งที่เป็นวันทำงาน ทว่าที่สนาม วิลเลียม เอชจี ฟิตซ์เจอรัลด์ เทนนิส เซนเตอร์ กลับเต็มไปด้วยธงชาติฟิลิปปินส์ พร้อมกับเสียงเชียร์ “Let’s go, Alex” ที่ดังขึ้นแทบทุกเกมเสิร์ฟ

 

มาร์ก ไอน์ เจ้าของรายการถึงกับกล่าวว่า นี่อาจเป็นบรรยากาศรอบชิงวันจันทร์ที่ดีที่สุดเท่าที่วงการเทนนิสเคยเห็นมา ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า เอียลาไม่ได้เป็นเพียงนักเทนนิสที่กำลังชนะการแข่งขัน แต่เป็นนักกีฬาที่สามารถดึงชุมชนทั้งประเทศให้เดินทางตามเธอไปทุกสนาม

 

การกลับมาที่เริ่มจากความนิ่ง

 

เมื่อการแข่งขันกลับมาเล่นต่อหลังจากพักไปเกือบ 24 ชั่วโมง เอียลาไม่ได้เร่งเกมอย่างไร้ทิศทาง เธอรักษาเกมเสิร์ฟของตัวเอง รอให้เปกูลาเริ่มกดดันตัวเอง และฉวยโอกาสเบรกในเกมที่สิบของเซตสองเพื่อปิดเซต 6-4

 

จากนั้นทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เอียลาชนะติดต่อกันแปดเกม และกวาดเซตตัดสิน 6-0 โดยเสียเพียงแปดแต้ม พร้อมกับที่เปกูลาจบการแข่งขันด้วยความผิดพลาดที่นับเป็นอันฟอร์ซเออร์เรอร์ มากถึง 50 ครั้ง

 

แต่ความผิดพลาดเหล่านั้นไม่ได้ลอยมาเอง หากถูกสร้างจากการคืนลูกที่ลึก ความเร็วของลูกจากท้ายคอร์ต และแรงกดดันที่เอียลาส่งกลับไปทุกครั้ง

 

การเอาชนะเปกูลาอาจเป็นชัยชนะที่ใหญ่ที่สุดในอาชีพของเอียลา แต่เมื่อมองตลอดเส้นทางในวอชิงตัน ดีซี จะเห็นได้ว่ามันไม่ได้เกิดจากโชค

 

เธอผ่านทั้งแชมป์โอลิมปิกอย่าง เจิ้ง ฉินเหวิน, แชมป์เก่าอย่าง เลย์ลาห์ เฟอร์นันเดซ, มือ 10 ของโลกอย่าง เอลินา สวิโตลินา และแชมป์แกรนด์สแลมสี่สมัยอย่าง นาโอมิ โอซากะ ก่อนโค่นมือวางอันดับหนึ่งในรอบชิง

 

เธอเอาชนะมือวางสามอันดับแรกของรายการครบทั้งหมด เส้นทางเช่นนี้ทำให้ถ้วยแชมป์รายการนี้มีน้ำหนักมากขึ้น เพราะเอียลาไม่ได้หลบคู่แข่งระดับโลก แต่เดินผ่านพวกเขาทีละคน

 

เกมเสิร์ฟที่เริ่มเปลี่ยนจากจุดอ่อนเป็นอาวุธ และการรีเทิร์นที่พลิกเกม

 

ตลอดช่วงที่ผ่านมา นักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยตั้งคำถามว่า เอียลาจะไปได้ไกลแค่ไหน หากเกมเสิร์ฟยังไม่มีพลังเทียบเท่าผู้เล่นระดับท็อป

 

แต่ในดีซี เธอเริ่มแสดงให้เห็นว่า การเสิร์ฟที่ดีไม่จำเป็นต้องมีความเร็วแตะ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเสมอไป เอียลาใช้ทิศทาง การหมุนของลูก และความหลากหลายเพื่อทำให้คู่แข่งอ่านเกมยาก

 

โดยเฉพาะแมตช์กับโอซากะที่เธอเก็บแต้มจากลูกเสิร์ฟสองได้เกือบ 79 เปอร์เซ็นต์ จุดแข็งของเธอจึงไม่ได้อยู่ที่อาวุธชิ้นเดียว แต่คือการรวมอาวุธหลายแบบเข้าด้วยกันจนคู่แข่งไม่รู้ว่าจะถูกโจมตีจากมุมใด

 

หากเกมเสิร์ฟคือส่วนที่เอียลากำลังพัฒนา การรีเทิร์นคืออาวุธที่พาเธอมาถึงระดับนี้ เพราะนักเทนนิสถนัดซ้ายจากฟิลิปปินส์ยืนรับลูกอย่างดุดัน อ่านทิศทางได้เร็ว และสามารถเปลี่ยนลูกเสิร์ฟของคู่แข่งให้กลายเป็นจังหวะรุกของตัวเองทันที

 

สิ่งนี้ทำให้แม้แต่ผู้เล่นประสบการณ์สูงอย่างเปกูลาไม่สามารถเล่นเกมเสิร์ฟได้อย่างสบายใจ เมื่อถูกบีบให้ต้องเสิร์ฟใกล้เส้นมากขึ้น ความผิดพลาดก็เพิ่มตามมา เอียลาจึงเป็นนักเทนนิสที่ทำให้คู่แข่งรู้สึกว่า ไม่มีแต้มใดง่าย แม้ในเกมที่พวกเขาควรเป็นฝ่ายเริ่มต้นด้วยความได้เปรียบ

 

มือ 20 ของโลก กับความหมายที่มากกว่าตัวเลข

 

หนึ่งปีก่อน เอียลาเคยเข้าใกล้แชมป์ WTA ครั้งแรกที่อีสต์บอร์น เธอมีโอกาสปิดการแมตช์ถึงสี่ครั้ง แต่กลับพ่าย มายา จอยต์ ในเกมสามเซตที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด

 

ความพ่ายแพ้ครั้งนั้นอาจเป็นหนึ่งในบทเรียนที่สำคัญที่สุดของเธอ เพราะเมื่อกลับมาอยู่ในสถานการณ์ชิงแชมป์อีกครั้งที่วอชิงตัน เอียลาดูสงบนิ่งกว่าเดิม

 

ในเกมที่ดีซี เธอไม่รีบปิดแต้ม ไม่หลุดจากแผน และเมื่อได้เปรียบในเซตตัดสินก็ไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่งกลับมา บางครั้งนักกีฬาไม่ได้เติบโตจากวันที่ชนะ แต่เติบโตจากวันที่เข้าใกล้ความสำเร็จแล้วปล่อยให้มันหลุดมือ

 

แชมป์ดีซี โอเพน ทำให้เอียลาได้รับคะแนนสะสม 500 คะแนน ขยับจากอันดับ 28 ขึ้นสู่อันดับ 20 ของโลก พร้อมกระโดดขึ้นสู่อันดับ 14 ในการแข่งขันสะสมคะแนนเพื่อไป WTA ไฟนอลส์

 

ตัวเลขเหล่านี้ยืนยันว่า เธอไม่ได้เป็นเพียงนักเทนนิสที่มีช่วงเวลาร้อนแรงชั่วคราว แต่กำลังสร้างฤดูกาลที่มีความต่อเนื่อง

 

การติดท็อป 20 ยังช่วยให้เธอได้สถานะมือวางในรายการใหญ่ ลดโอกาสเจอคู่แข่งอันดับสูงตั้งแต่รอบแรก และเปิดประตูสู่การแข่งขันในรอบลึกมากขึ้น จากนี้ทุกชัยชนะจึงมีโอกาสต่อยอดอย่างเป็นระบบกว่าเดิม

 

นักกีฬาหนึ่งคนที่แบกความหวังของทั้งประเทศ

 

เอียลาพูดอยู่เสมอว่า ความสำเร็จนี้เป็นผลจากการทำงานหนักของตัวเอง แต่เธอก็รับรู้ชัดเจนว่า ทุกครั้งที่ลงสนามเธอมีความหวังของชาวฟิลิปปินส์ติดตามไปด้วย

 

แฟนเทนนิสถือธงชาติ เดินทางมายังสหรัฐฯ และติดตามการแข่งขันในช่วงเวลาที่ไม่เอื้ออำนวย เพราะพวกเขาไม่ได้เห็นเพียงนักกีฬาคนหนึ่ง หากเห็นตัวแทนของประเทศที่แทบไม่เคยมีพื้นที่ในเทนนิสระดับโลก

 

เปกูลาเองยังยอมรับว่า บรรยากาศเช่นนี้อาจไม่สนุกสำหรับคู่แข่ง แต่มีคุณค่าต่อการเติบโตของกีฬา เพราะเอียลากำลังทำให้คนกลุ่มใหม่รู้สึกว่า เทนนิสเป็นกีฬาของพวกเขาเช่นกัน

 

อาเซียนมีประชากรมากกว่า 680 ล้านคน แต่แทบไม่เคยมีนักเทนนิสประเภทเดี่ยวที่ยืนระยะในระดับท็อป 20 ของโลกได้อย่างต่อเนื่อง

 

ความสำเร็จของเอียลาจึงมีความหมายต่อทั้งภูมิภาค เพราะมันทำลายข้อจำกัดทางจินตนาการว่า นักกีฬาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เหมาะกับกีฬาบางประเภทเท่านั้น

 

เด็กในมะนิลา กรุงเทพฯ จาการ์ตา หรือฮานอย อาจเริ่มจับแร็กเกตพร้อมความเชื่อใหม่ว่า เส้นทางสู่ WTA ทัวร์ ไม่ได้ไกลจนเป็นไปไม่ได้ เมื่อมีใครสักคนจากภูมิภาคเดียวกันยืนถือถ้วยแชมป์ให้เห็นอยู่ตรงหน้า

 

ความสำเร็จที่ต้องต่อยอดด้วยระบบ ไม่ใช่ความรู้สึก

 

อย่างไรก็ตาม แรงบันดาลใจเพียงอย่างเดียวไม่สามารถสร้างนักเทนนิสรุ่นใหม่ได้ ความสำเร็จของเอียลาควรผลักให้สมาคมกีฬา รัฐบาล และภาคเอกชนในอาเซียนกลับมามองโครงสร้างเทนนิสอย่างจริงจัง

 

ตั้งแต่จำนวนคอร์ตที่เข้าถึงได้ ระบบฝึกสอน การแข่งขันเยาวชน ทุนเดินทาง และการส่งนักกีฬาไปแข่งขันในต่างประเทศ เพราะเทนนิสเป็นกีฬาที่มีต้นทุนสูงและต้องสะสมประสบการณ์ระดับนานาชาติเป็นเวลาหลายปี

 

หากภูมิภาคต้องการให้มี ‘เอียลาคนต่อไป’ ความตื่นเต้นหลังชัยชนะต้องถูกเปลี่ยนเป็นการลงทุนที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่จบลงพร้อมกระแสข่าวไม่กี่วัน

 

เส้นทางของเอียลาไม่ได้เกิดจากการตื่นขึ้นมาแล้วกลายเป็นผู้เล่นท็อป 20 เธอเติบโตผ่านการแข่งขันเยาวชนระดับสูง การฝึกซ้อมนอกประเทศ และการเผชิญหน้ากับผู้เล่นที่แข็งแกร่งกว่ามาตั้งแต่อายุยังน้อย

 

ความสำเร็จที่วอชิงตันดีซี จึงเป็นผลลัพธ์ของระบบสนับสนุน ครอบครัว ทีมโค้ช และการตัดสินใจลงทุนกับอาชีพระยะยาว เรื่องราวนี้ควรเป็นบทเรียนว่า อาเซียนอาจมีพรสวรรค์มากมาย แต่พรสวรรค์จะไปไม่ถึงระดับโลก หากไม่มีเส้นทางที่ชัดเจนตั้งแต่เยาวชนถึงอาชีพ

 

เอียลาเป็นข้อพิสูจน์ว่า เมื่อความสามารถได้พบกับโครงสร้างที่เหมาะสม เพดานของนักกีฬาจากภูมิภาคนี้อาจสูงกว่าที่เคยคิด

 

ชัยชนะที่อาจเป็นจุดเริ่มต้น ไม่ใช่ตอนจบ

 

หลังรับถ้วยแชมป์ เอียลากล่าวว่า เธอรู้สึกถึงความรักจากครอบครัว เพื่อนร่วมทัวร์ และชาวฟิลิปปินส์ทั่วโลก จนเชื่อว่าไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาอย่างไร มันก็เป็นชัยชนะของเธออยู่แล้ว แต่ประโยคสำคัญยิ่งกว่าคือการบอกว่า “ไม่ใช่โอกาสชิงแชมป์ครั้งสุดท้าย”

 

ความมั่นใจดังกล่าวไม่ได้ฟังดูเกินจริงอีกต่อไป เพราะเธอพิสูจน์ด้วยผลงานแล้วว่า สามารถชนะนักเทนนิสที่ดีที่สุดได้ต่อเนื่อง และสามารถกลับมาจากความผิดหวังในอดีตได้อย่างแข็งแกร่งกว่าเดิม

 

ถ้วยแชมป์ที่วอชิงตันดีซี จึงอาจเป็นเพียงแชมป์แรกของอเล็กซานดรา เอียลา แต่สำหรับฟิลิปปินส์และอาเซียน มันอาจเป็นมากกว่านั้น

 

มันคือภาพของนักกีฬาจากภูมิภาคที่เคยอยู่ชายขอบของวงการเทนนิส กำลังยืนอยู่กลางสนามระดับโลก พร้อมอันดับ 20 ข้างชื่อของตัวเอง

 

และกำลังบอกคนรุ่นต่อไปโดยไม่ต้องใช้คำพูดว่า เส้นทางนี้อาจยาก อาจไกล และอาจเต็มไปด้วยวันที่ฝนตก แต่ไม่ได้หมายความว่าไปไม่ถึง

 

อ้างอิง

 

ภาพ: Scott Taetsch / Getty Images

The post ชัยชนะที่อาจเปลี่ยนอนาคตเทนนิสอาเซียนของ อเล็กซานดรา เอียลา appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาเธอร์ เฟรี – จากไวลด์การ์ดโนเนม สู่เทพนิยายบทใหม่ของวิมเบิลดัน https://thestandard.co/arthur-fery-wimbledon-wildcard-fairytale/ Thu, 09 Jul 2026 03:09:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1228537 อาเธอร์ เฟรย์ นักเทนนิสชาวอังกฤษกำลังฉลองแต้มระหว่างการแข่งขันวิมเบิลดัน

ก่อนที่วิมเบิลดันปีนี้จะเริ่มต้นขึ้น ชื่อของ อาเธอร์ เฟ […]

The post อาเธอร์ เฟรี – จากไวลด์การ์ดโนเนม สู่เทพนิยายบทใหม่ของวิมเบิลดัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาเธอร์ เฟรย์ นักเทนนิสชาวอังกฤษกำลังฉลองแต้มระหว่างการแข่งขันวิมเบิลดัน

ก่อนที่วิมเบิลดันปีนี้จะเริ่มต้นขึ้น ชื่อของ อาเธอร์ เฟรี แทบไม่ได้อยู่ในสารบบของคนที่ถูกพูดถึงในฐานะตัวแปรสำคัญของฝ่ายชาย 

 

เฟรี ไม่ใช่มือวาง ไม่ใช่แชมป์แกรนด์สแลม ไม่ใช่ดาวรุ่งที่ถูกโหมกระแสระดับโลก และไม่ได้มีโปรไฟล์แบบนักเทนนิสที่ใครเห็นแล้วต้องรีบวงชื่อไว้บนตารางการแข่งขัน 

 

แต่เมื่อวิมเบิลดันเดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศ นักเทนนิสไวลด์การ์ดวัย 23 ปีจากสหราชอาณาจักรคนนี้กลับกลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่งดงามที่สุดของทัวร์นาเมนต์ 

 

เขานับเป็นความหวังสุดท้ายของเจ้าถิ่น และเป็นคำตอบว่าทำไมกีฬาเทนนิสจึงยังมีพื้นที่ให้เทพนิยายเกิดขึ้นได้เสมอ แม้ในยุคที่ทุกอย่างดูเหมือนจะถูกวัดด้วยอันดับโลก สถิติ ขนาดร่างกาย และความพร้อมทางวิทยาศาสตร์กีฬา

 

เฟรีเป็นนักเทนนิสที่มีเรื่องราวต่างจากภาพจำของผู้เล่นชายยุคใหม่อย่างชัดเจน ในบรรดานักเทนนิสชาย 128 คนของเมนดรอว์ เขาสูงเพียง 5 ฟุต 9 นิ้ว หรือประมาณ 175 เซนติเมตร ซึ่งถือว่าเล็กมากสำหรับเทนนิสชายระดับสูงในปัจจุบัน 

 

เกมของเขาจึงไม่ได้ตั้งอยู่บนพลังเสิร์ฟอันหนักหน่วงหรือแรงปะทะจากท้ายคอร์ตแบบนักหวดรูปร่างใหญ่ แต่ตั้งอยู่บนความฉลาด การอ่านเกม ความเร็วเท้า การขึ้นหน้าเน็ต การใช้มุม การเปลี่ยนจังหวะ และความสามารถในการอยู่รอดในแต้มที่ดูเหมือนจะเสียไปแล้ว 

 

นี่คือเทนนิสของคนที่ต้องหาทางชนะด้วยสมองพอๆ กับร่างกาย และบางทีนี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาเหมาะกับวิมเบิลดันมากกว่าที่หลายคนคิด

 

ภูมิหลังของเขาก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เฟรีเกิดที่เซฟวร์ ชานกรุงปารีส ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่อังกฤษตั้งแต่ยังเด็ก เคยเป็นตัวแทนฝรั่งเศสมาก่อน แล้วจึงเปลี่ยนมารับใช้สหราชอาณาจักรในภายหลัง 

 

พ่อของเขา โลอิก เฟรี เป็นนักการเงินและประธานสโมสรฟุตบอลลอริยองต์ ส่วนแม่ โอลิเวีย เคยเป็นนักเทนนิสอาชีพในฝรั่งเศส และเป็นสมาชิกของออลอิงแลนด์คลับมานาน 

 

เฟรีจึงไม่ได้เป็นเด็กที่เพิ่งรู้จักวิมเบิลดันจากหน้าจอโทรทัศน์ แต่เติบโตมากับพื้นที่แห่งนี้ เขาเคยเล่นเทนนิสที่นี่ตั้งแต่เด็ก เคยอยู่ในคอร์ต 18 ตอนแมตช์ระดับตำนานระหว่าง จอห์น อิสเนอร์ กับ นิโกลาส์ มาอูต์ ที่ลากยาวถึง 70-68 ในเซตตัดสิน 

 

และวันนี้ เด็กคนนั้นกลับมายืนอยู่บนเซ็นเตอร์คอร์ตในฐานะนักเทนนิสที่คนทั้งประเทศลุกขึ้นปรบมือให้

 

สิ่งที่ทำให้เส้นทางของเฟรีมีเสน่ห์มากขึ้น คือเขาไม่ได้เลือกเส้นทางลัดสู่เทนนิสอาชีพ เขาเรียนที่ คิงส์ คอลเลจ ในวิมเบิลดัน ก่อนเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อเล่นเทนนิสระดับมหาวิทยาลัยกับสแตนฟอร์ด 

 

ที่นั่นเขาได้ฝึกภายใต้บรรยากาศที่ต่างออกไป และได้เรียนรู้จากตำนานประเภทคู่ บ็อบ และ ไมค์ ไบรอัน ซึ่งมีอิทธิพลต่อเกมของเขาอย่างชัดเจน 

 

เฟรีกลายเป็นนักเทนนิสที่ไม่ได้เล่นเพื่อชนะด้วยอาวุธเดียว แต่มีเครื่องมือหลายอย่างในกระเป๋า เขารู้ว่าจะต้องเข้าหน้าเน็ตเมื่อไร รู้ว่าจะตัดจังหวะคู่แข่งอย่างไร และรู้ว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องเล่นเหมือนคนตัวใหญ่เพื่อชนะคนตัวใหญ่

 

ก่อนวิมเบิลดันครั้งนี้ เขาอยู่เพียงอันดับ 114 ของโลก เคยจบปี 2025 ในอันดับ 198 และไม่เคยผ่านรอบสองของแกรนด์สแลมมาก่อน 

 

เขายังต้องเผชิญปัญหาบาดเจ็บ โดยเฉพาะอาการกระดูกช้ำที่แขน ซึ่งทำให้เส้นทางของเขาหยุดๆ เดินๆ หลายครั้ง แม้หลังจากชนะ ฟลาวิโอ โคบอลลี ในออสเตรเลียนโอเพนเมื่อต้นปี เขาก็ยังไม่สมบูรณ์และต้องพักเกือบสองเดือน 

 

แต่แทนที่ช่วงเวลานั้นจะทำลายความเชื่อมั่น มันกลับค่อยๆ สร้างความอดทนในตัวเขา เฟรีจึงไม่ได้มาถึงรอบรองชนะเลิศด้วยฟอร์มที่พุ่งขึ้นอย่างไร้ที่มา แต่เป็นผลลัพธ์ของการสะสมรายละเอียดเล็กๆ การรอเวลา และการไม่ยอมปล่อยให้เส้นทางของตัวเองถูกกำหนดโดยอาการบาดเจ็บหรืออันดับโลก

 

หนึ่งในภาพจำของเฟรีในวิมเบิลดันปีนี้คืออาการเลือดกำเดาไหลระหว่างแมตช์ ซึ่งเกิดขึ้นหลายครั้ง โดยเฉพาะเกมห้าชั่วโมงกับ ซิซู แบร์กส์ ที่เขาต้องใช้เวลานอกทางการแพทย์เพื่อดูอาการ และลงเล่นต่อพร้อมสำลีอุดจมูก 

 

ภาพนั้นอาจดูแปลกในสายตาคนดู แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันทำให้เรื่องราวของเขามีความเป็นมนุษย์มากขึ้น เขาไม่ได้เป็นนักกีฬาที่ดูไร้รอยร้าวหรือสมบูรณ์แบบทุกมิติ แต่เป็นคนที่กำลังต่อสู้กับร่างกาย ความกดดัน และสถานการณ์ตรงหน้าแบบแต้มต่อแต้ม 

 

เฟรีเองยอมรับว่ามันน่ารำคาญสำหรับคู่แข่ง และบางครั้งก็เกิดขึ้นในจังหวะที่เขาไม่อยากหยุดเกม แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เขาควบคุมไม่ได้ 

 

เหมือนหลายอย่างในกีฬา สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การไม่มีปัญหา แต่คือการเล่นต่อไปทั้งที่ปัญหายังอยู่ตรงนั้น

 

ชัยชนะเหนือ กริกอร์ ดิมิตรอฟ บนเซ็นเตอร์คอร์ต คือจุดที่ทำให้ชื่อของเขากระโดดออกจากหน้าข่าวเทนนิสสู่พื้นที่ของความทรงจำที่ยากจะลืม

 

เขาเจอกับอดีตมือ 3 โลก ต่อหน้า โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ในรอยัลบ็อกซ์ และยังสามารถกลับมาจากสถานการณ์ที่เสียเปรียบในเซตสี่ ก่อนชนะในไทเบรกเซตตัดสิน 

 

นี่ไม่ใช่แค่ชัยชนะทางเทคนิค แต่มันคือชัยชนะทางจิตใจ เพราะเขาไม่หลุดจากเกม ไม่ยอมแพ้ต่อโมเมนตัมของคู่แข่ง และไม่กลัวเวทีใหญ่ 

 

โค้ชของเขา เยโรน เบนาร์ด บอกว่าเฟรีรักความกดดัน ขณะที่ เกร็ก รูเซดสกี ชื่นชมเรื่องความทรหด และความเชื่อมั่นที่ไม่ยอมปล่อยมือจากแมตช์ นั่นคือคุณสมบัติของม้ามืดที่ไม่ได้มาเพราะโชค แต่เพราะมีหัวใจที่พร้อมอยู่ในเกมให้นานกว่าคนอื่น

 

แล้วเทพนิยายก็เดินทางไปไกลกว่านั้น เมื่อเฟรีเอาชนะ โคบอลลี มือวางอันดับ 9 ของรายการ 6-4, 7-6, 6-0 กลายเป็นไวลด์การ์ดชาวอังกฤษคนแรกในยุค Open Era ที่เข้าถึงรอบรองชนะเลิศวิมเบิลดัน 

 

ชัยชนะนี้ทำให้เขาไม่ใช่แค่ “เรื่องน่ารักของสัปดาห์แรก” อีกต่อไป แต่เป็นนักเทนนิสที่พิสูจน์ว่าตัวเองสามารถเล่นงานผู้เล่นระดับท็อปได้จริง และทำได้บนคอร์ตที่กดดันที่สุดแห่งหนึ่งของโลก 

 

คามิลลา พระราชินีแห่งสหราชอาณาจักรลุกขึ้นปรบมือให้ เจ้าหญิงเคทโพสต์ชื่นชม นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ ร่วมแสดงความยินดี และแฟนเทนนิสอังกฤษได้พบฮีโร่คนใหม่ในจังหวะที่พวกเขาแทบไม่เหลือใครให้ฝากความหวัง

 

สิ่งที่เฟรีทำได้จึงมีความหมายมากกว่าการเข้ารอบรองชนะเลิศ เขาช่วยกอบกู้ทัวร์นาเมนต์ของเจ้าภาพในปีที่ แจ็ค เดรเปอร์ และ เอ็มมา ราดูคานู ถอนตัวก่อนแข่ง และนักเทนนิสอังกฤษคนอื่นๆ ตกรอบเร็วเกินคาด 

 

เขาทำให้วิมเบิลดันปีนี้ไม่ใช่เรื่องของความผิดหวังของเจ้าถิ่น แต่กลายเป็นเรื่องของเด็กหนุ่มที่บ้านอยู่ห่างจากออลอิงแลนด์คลับเพียง 5-10 นาที ขับรถกลับไปนอนที่บ้านหลังแข่ง และตื่นขึ้นมาเล่นแมตช์สำคัญที่สุดในชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

จากอันดับ 114 ของโลก เฟรีจะขยับเข้าสู่ท็อป 100 เป็นครั้งแรก การันตีเงินรางวัลอย่างน้อย 480,000 ปอนด์ และอาจเปลี่ยนชีวิตในทัวร์ไปตลอดกาล เพราะอันดับใหม่จะช่วยให้เขาหลีกเลี่ยงการต้องลงเล่น Challenger หรือรอบคัดเลือกบ่อยครั้ง 

 

แต่ตัวเลขเหล่านี้อธิบายได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น สิ่งที่สำคัญกว่าคือเขาทำให้ทุกคนเห็นว่าในเทนนิสยุคที่ดูเหมือนจะถูกครอบงำโดยพลังและร่างกาย ยังมีที่ว่างให้กับความคิด ความกล้า ความละเอียด และความเชื่อ

 

อาเธอร์ เฟรี อาจยังไม่ใช่แชมป์วิมเบิลดัน และเส้นทางข้างหน้ากับ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ ย่อมยากกว่าทุกด่านที่ผ่านมา แต่ถึงตรงนี้ เขาได้กลายเป็นหนึ่งในเรื่องเล่าของวิมเบิลดันปี 2026 ไปแล้ว 

 

เขาคือเด็กชายที่เคยนั่งดูประวัติศาสตร์บนคอร์ต 18 แล้วเติบโตขึ้นมาเขียนประวัติศาสตร์ของตัวเองบนเซ็นเตอร์คอร์ต เขาคือไวลด์การ์ดที่ไม่มีใครคาดหวัง แต่ไม่เคยหยุดเชื่อในตัวเอง 

 

และในกีฬาที่บางครั้งความฝันต้องต่อสู้กับความจริงอย่างหนักหน่วง เรื่องราวของเขาเตือนเราว่า ม้ามืดไม่ได้เกิดขึ้นจากการไม่มีใครรู้จัก แต่เกิดขึ้นจากการพร้อมจะให้โลกได้รู้จักในวันที่โอกาสมาถึง

 

อ้างอิง

 

ภาพ: Clive Brunskill / Getty Images

The post อาเธอร์ เฟรี – จากไวลด์การ์ดโนเนม สู่เทพนิยายบทใหม่ของวิมเบิลดัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สนามเทนนิสที่สวยที่สุดในโลก? Stadio Nicola Pietrangeli มนต์เสน่ห์แห่งโรม มาสเตอร์ส https://thestandard.co/stadio-nicola-pietrangeli-rome-masters-tennis/ Fri, 08 May 2026 07:15:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1205120 ภาพรวมของสนามเทนนิส Stadio Nicola Pietrangeli ในกรุงโรม

“ฟอโร อิตาลิโก” ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่จัดการแข่งขันเทนน […]

The post สนามเทนนิสที่สวยที่สุดในโลก? Stadio Nicola Pietrangeli มนต์เสน่ห์แห่งโรม มาสเตอร์ส appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรวมของสนามเทนนิส Stadio Nicola Pietrangeli ในกรุงโรม

“ฟอโร อิตาลิโก” ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่จัดการแข่งขันเทนนิสระดับโลกอย่าง อินเตอร์นาซิโอนาลี ดิตาเลีย เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ซึ่งประวัติศาสตร์ ศิลปะ และกีฬาหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยมี “สตาดิโอ นิโคลา ปิเอตรานเจลี” เป็นหัวใจสำคัญของบรรยากาศอันคลาสสิกนี้

 

สนามแห่งนี้ถูกออกแบบโดยสถาปนิก เอนรีโก เดล เด็บบิโอ และเปิดใช้งานครั้งแรกในปี 1934 สำหรับการแข่งขันเดวิสคัพระหว่าง อิตาลี กับ สวิตเซอร์แลนด์ ก่อนจะกลายเป็นหนึ่งในสนามเทนนิสที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในโลก

 

ภายในสนามซึ่งจุผู้ชมได้เกือบ 4,000 คน รายล้อมด้วยประติมากรรมหินอ่อนรวม 18 ชิ้น กลายเป็นภาพสะท้อนการผสมผสานระหว่างศิลปะแบบคลาสสิกกับกีฬาเทนนิสยุคใหม่ได้อย่างน่าทึ่ง

 

โดยสนามแห่งนี้เคยถูกขนานนามว่า “โอลิมปิกแห่งกีฬาแร็กเกต” และยังคงเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของศึก อินเตอร์นาซิโอนาลี ดิตาเลีย มาจนถึงปัจจุบัน

 

สตาดิโอ นิโคลา ปิเอตรานเจลี ยังถือเป็นสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์เทนนิสอิตาลี โดยเฉพาะในปี 1957 เมื่อ นิโคลา ปิเอตรานเจลี ตำนานนักหวดชาวอิตาเลียน คว้าแชมป์ต่อหน้าแฟนกีฬาในกรุงโรม ก่อนที่สนามแห่งนี้จะถูกตั้งชื่อตามเขาในเวลาต่อมา

 

ด้วยบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศิลปะ สนามแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีแข่งขันกีฬา แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความงดงามเหนือกาลเวลาของวงการเทนนิสโลก

 

 

อ้างอิง

 

ภาพรวมของสนามเทนนิส Stadio Nicola Pietrangeli ในกรุงโรม 1ภาพรวมของสนามเทนนิส Stadio Nicola Pietrangeli ในกรุงโรม 2ภาพรวมของสนามเทนนิส Stadio Nicola Pietrangeli ในกรุงโรม 3ภาพรวมของสนามเทนนิส Stadio Nicola Pietrangeli ในกรุงโรม 4ภาพรวมของสนามเทนนิส Stadio Nicola Pietrangeli ในกรุงโรม 5ภาพรวมของสนามเทนนิส Stadio Nicola Pietrangeli ในกรุงโรม 6

 

The post สนามเทนนิสที่สวยที่สุดในโลก? Stadio Nicola Pietrangeli มนต์เสน่ห์แห่งโรม มาสเตอร์ส appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยานนิก ซินเนอร์ กับโอกาสครั้งใหญ่ใน โรม มาสเตอร์ส https://thestandard.co/jannik-sinner-rome-masters-chance/ Thu, 07 May 2026 11:12:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1204830 ยานนิก ซินเนอร์ กำลังแข่งขันเทนนิส โดยมีโลโก้การแข่งขัน โรม มาสเตอร์ส ประกอบอยู่

ยานนิก ซินเนอร์ มีโอกาสเป็นนักเทนนิสคนที่ 2 ในประวัติศา […]

The post ยานนิก ซินเนอร์ กับโอกาสครั้งใหญ่ใน โรม มาสเตอร์ส appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยานนิก ซินเนอร์ กำลังแข่งขันเทนนิส โดยมีโลโก้การแข่งขัน โรม มาสเตอร์ส ประกอบอยู่

ยานนิก ซินเนอร์ มีโอกาสเป็นนักเทนนิสคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ ที่กวาดแชมป์เทนนิส ATP 1000 หรือที่เรียกว่า แชมป์มาสเตอร์ส ครบทั้ง 9 รายการ เพราะเขาขาดแค่ โรม มาสเตอร์ส รายการเดียวเท่านั้น

 

อย่างไรก็ตาม นักเทนนิสคนแรกที่ทำ Career Golden Masters หรือกวาดแชมป์มาสเตอร์สครบทั้ง 9 รายการ ไม่ใช่ใครที่ไหน เพราะเขาคือไอดอลของซินเนอร์ อย่างโนวัค ยอโควิช

 

และชายผู้เป็นตำนานคนนี้ ก็มีโอกาสจะไปยืนขวางเขาในรอบชิงชนะเลิศด้วย

 

ยานนิก ซินเนอร์

The post ยานนิก ซินเนอร์ กับโอกาสครั้งใหญ่ใน โรม มาสเตอร์ส appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยานนิก ซินเนอร์ คนแรกในประวัติศาสตร์ คว้า Masters 1000 5 รายการติด https://thestandard.co/jannik-sinner-masters-1000-record/ Mon, 04 May 2026 05:04:08 +0000 https://thestandard.co/jannik-sinner-masters-1000-record/ ยานนิก ซินเนอร์ นักเทนนิสชายเดี่ยว ถือถ้วยแชมป์ Masters 1000 หลังสร้างประวัติศาสตร์คว้า 5 รายการติดต่อกัน

ยานนิก ซินเนอร์ จารึกชื่อเป็นนักเทนนิสชายคนแรกที่คว้าแช […]

The post ยานนิก ซินเนอร์ คนแรกในประวัติศาสตร์ คว้า Masters 1000 5 รายการติด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยานนิก ซินเนอร์ นักเทนนิสชายเดี่ยว ถือถ้วยแชมป์ Masters 1000 หลังสร้างประวัติศาสตร์คว้า 5 รายการติดต่อกัน

ยานนิก ซินเนอร์ จารึกชื่อเป็นนักเทนนิสชายคนแรกที่คว้าแชมป์ ATP Masters 1000 ได้ 5 รายการติดต่อกัน หลังระเบิดฟอร์มถล่ม อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ 2 เซตรวด (6-1, 6-2) ผงาดคว้าแชมป์ Madrid Open 2026 ได้สำเร็จ

 

นักหวดมือ 1 ของโลก วัย 24 ปี โชว์ฟอร์มดุ ใช้เวลาเพียง 58 นาทีในการปิดเกมนัดชิง โดยไม่เสียแม้แต่เบรกพอยต์เดียว พร้อมยืดสถิติข่มขวัญ ชนะซเวเรฟเป็นแมตช์ที่ 9 ติดต่อกัน ชัยชนะครั้งนี้ ส่งให้ซินเนอร์ทำลายสถิติเดิมของทั้ง โนวัก ยอโควิช และ ราฟาเอล นาดาล ที่เคยทำไว้สูงสุด 4 รายการติดต่อกันลงอย่างราบคาบ

 

เป้าหมายต่อไปของซินเนอร์ คือการสร้างประวัติศาสตร์ ‘Golden Masters’ (คว้าแชมป์ Masters 1000 ครบทั้ง 9 รายการ) ซึ่งเหลือเพียงรายการที่กรุงโรมในสัปดาห์หน้าเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย

 

นอกจากนี้ เขายังถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งในศึก French Open เดือนหน้า ซึ่งหากคว้าแชมป์ได้ เขาจะจารึกชื่อเป็นคนที่ 10 ของโลกที่ทำ ‘Career Grand Slam’ ได้สำเร็จ

 

หมายเหตุ: แม้ในปี 2011 โนวัค ยอโควิช จะเคยคว้าแชมป์ Masters 1000 ได้ 5 รายการในฤดูกาลเดียว แต่ในทางสถิติของ ATP ไม่นับเป็นการชนะ ‘ติดต่อกัน’ เนื่องจากยอโควิชถอนตัวจากการแข่งขันมอนติคาร์โล มาสเตอร์ส ในปีนั้น ทำให้สถิติของ ยานนิก ซินเนอร์ (2025-2026) ที่ลงแข่งต่อเนื่องและชนะรวดครบทุกรายการตามลำดับปฏิทิน กลายเป็นสถิติใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนในยุค Open Era

 

ยานนิก ซินเนอร์ นักเทนนิสชายเดี่ยว ถือถ้วยแชมป์ Masters 1000 หลังสร้างประวัติศาสตร์คว้า 5 รายการติดต่อกัน 1ยานนิก ซินเนอร์ นักเทนนิสชายเดี่ยว ถือถ้วยแชมป์ Masters 1000 หลังสร้างประวัติศาสตร์คว้า 5 รายการติดต่อกัน 2ยานนิก ซินเนอร์ นักเทนนิสชายเดี่ยว ถือถ้วยแชมป์ Masters 1000 หลังสร้างประวัติศาสตร์คว้า 5 รายการติดต่อกัน 3ยานนิก ซินเนอร์ นักเทนนิสชายเดี่ยว ถือถ้วยแชมป์ Masters 1000 หลังสร้างประวัติศาสตร์คว้า 5 รายการติดต่อกัน 4ยานนิก ซินเนอร์ นักเทนนิสชายเดี่ยว ถือถ้วยแชมป์ Masters 1000 หลังสร้างประวัติศาสตร์คว้า 5 รายการติดต่อกัน 5

The post ยานนิก ซินเนอร์ คนแรกในประวัติศาสตร์ คว้า Masters 1000 5 รายการติด appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำรวจ Crystal Sports G คอร์ตเทนนิสมาตรฐาน ITF กับการยกระดับประสบการณ์สู่ Social Space https://thestandard.co/crystal-sports-g-tennis-itf-social-space/ Thu, 30 Apr 2026 03:40:26 +0000 https://thestandard.co/crystal-sports-g-tennis-itf-social-space/ ภาพบรรยากาศ Crystal Sports G คอร์ตเทนนิสมาตรฐาน ITF แห่งใหม่ที่ยกระดับสู่ Social Space

THE STANDARD SPORT ได้ไปร่วมวันเปิดของ Crystal Sports G […]

The post สำรวจ Crystal Sports G คอร์ตเทนนิสมาตรฐาน ITF กับการยกระดับประสบการณ์สู่ Social Space appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศ Crystal Sports G คอร์ตเทนนิสมาตรฐาน ITF แห่งใหม่ที่ยกระดับสู่ Social Space

THE STANDARD SPORT ได้ไปร่วมวันเปิดของ Crystal Sports G ที่เปิดเพิ่มอีกฝั่งของถนนประดิษฐ์มนูธรรม จากเดิมที่มี Crystal Sports 8 คอร์ตก่อนหน้านี้

 

ที่นี่มีทั้งหมด 9 คอร์ต ตามมาตรฐาน International Tennis Federation รวมถึงคอร์ตที่ใช้พื้นเดียวกับระดับแกรนด์สแลมแบบ US Open รายละเอียดเล็กๆ อย่างแสงไฟ ความสูงของหลังคา หรือระยะจากขอบสนามสู่กำแพง ถูกวัดมาตามแบบสนามแข่งขันจริงตามมาตรฐาน ITF

 

แต่สิ่งที่รู้สึกได้ชัดกว่าคือบรรยากาศ ที่เติมเต็มคำว่า social space มากกว่าสนามแรก รวมถึงได้ทำการแก้ไขเส้นทางการเดินในสนามที่จะไม่มีการเดินตัดเข้าสนามอีกต่อไป แต่มีช่องทางเดินเข้าสู่ทุกสนามอย่างชัดเจน

 

ชื่อ G มาจาก 3 อย่าง

 

Green พื้นที่สีเขียว

 

Game การแข่งขัน

 

และ Greatest of All Time ความตั้งใจที่จะยกระดับประสบการณ์เทนนิสในบ้านเรา

 

รอบๆ คอร์ตมีทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร ไปจนถึงโซนดูแลร่างกายอย่าง spa, stretch, yoga และ pilates ที่ทำให้เป็นพื้นที่ที่มีบริการหลากหลายรูปแบบ

 

ที่น่าสนใจคือ เสียงจากคนที่มาในวันนี้หลายคนบอกกับเราว่า ตอนนี้ก็เริ่ม จองยากแล้วด้วยคนจองเข้าใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

 

ภาพบรรยากาศ Crystal Sports G คอร์ตเทนนิสมาตรฐาน ITF แห่งใหม่ที่ยกระดับสู่ Social Space 1ภาพบรรยากาศ Crystal Sports G คอร์ตเทนนิสมาตรฐาน ITF แห่งใหม่ที่ยกระดับสู่ Social Space 2ภาพบรรยากาศ Crystal Sports G คอร์ตเทนนิสมาตรฐาน ITF แห่งใหม่ที่ยกระดับสู่ Social Space 3ภาพบรรยากาศ Crystal Sports G คอร์ตเทนนิสมาตรฐาน ITF แห่งใหม่ที่ยกระดับสู่ Social Space 4ภาพบรรยากาศ Crystal Sports G คอร์ตเทนนิสมาตรฐาน ITF แห่งใหม่ที่ยกระดับสู่ Social Space 5ภาพบรรยากาศ Crystal Sports G คอร์ตเทนนิสมาตรฐาน ITF แห่งใหม่ที่ยกระดับสู่ Social Space 6ภาพบรรยากาศ Crystal Sports G คอร์ตเทนนิสมาตรฐาน ITF แห่งใหม่ที่ยกระดับสู่ Social Space 7ภาพบรรยากาศ Crystal Sports G คอร์ตเทนนิสมาตรฐาน ITF แห่งใหม่ที่ยกระดับสู่ Social Space 8ภาพบรรยากาศ Crystal Sports G คอร์ตเทนนิสมาตรฐาน ITF แห่งใหม่ที่ยกระดับสู่ Social Space 9ภาพบรรยากาศ Crystal Sports G คอร์ตเทนนิสมาตรฐาน ITF แห่งใหม่ที่ยกระดับสู่ Social Space 10ภาพบรรยากาศ Crystal Sports G คอร์ตเทนนิสมาตรฐาน ITF แห่งใหม่ที่ยกระดับสู่ Social Space 11ภาพบรรยากาศ Crystal Sports G คอร์ตเทนนิสมาตรฐาน ITF แห่งใหม่ที่ยกระดับสู่ Social Space 12ภาพบรรยากาศ Crystal Sports G คอร์ตเทนนิสมาตรฐาน ITF แห่งใหม่ที่ยกระดับสู่ Social Space 13ภาพบรรยากาศ Crystal Sports G คอร์ตเทนนิสมาตรฐาน ITF แห่งใหม่ที่ยกระดับสู่ Social Space 14ภาพบรรยากาศ Crystal Sports G คอร์ตเทนนิสมาตรฐาน ITF แห่งใหม่ที่ยกระดับสู่ Social Space 15ภาพบรรยากาศ Crystal Sports G คอร์ตเทนนิสมาตรฐาน ITF แห่งใหม่ที่ยกระดับสู่ Social Space 16ภาพบรรยากาศ Crystal Sports G คอร์ตเทนนิสมาตรฐาน ITF แห่งใหม่ที่ยกระดับสู่ Social Space 17ภาพบรรยากาศ Crystal Sports G คอร์ตเทนนิสมาตรฐาน ITF แห่งใหม่ที่ยกระดับสู่ Social Space 18ภาพบรรยากาศ Crystal Sports G คอร์ตเทนนิสมาตรฐาน ITF แห่งใหม่ที่ยกระดับสู่ Social Space 19

The post สำรวจ Crystal Sports G คอร์ตเทนนิสมาตรฐาน ITF กับการยกระดับประสบการณ์สู่ Social Space appeared first on THE STANDARD.

]]>
Moments from WILSON BLADE V10 Demo Sessions ไม้ที่ให้ฟีลเข้ามือง่ายขึ้น แต่ยังคุมเกมได้ในแบบ Blade https://thestandard.co/wilson-blade-v10-demo-sessions/ Wed, 29 Apr 2026 01:48:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1202140 ภาพบรรยากาศงานทดลองไม้เทนนิส Wilson Blade V10 ที่ AlphaTennis Academy พร้อมผู้เข้าร่วมและผู้เล่นตัวจริง

เมื่อคืนเราได้ลอง Wilson Blade V10 แบบเต็ม ๆ ในงานที่ A […]

The post Moments from WILSON BLADE V10 Demo Sessions ไม้ที่ให้ฟีลเข้ามือง่ายขึ้น แต่ยังคุมเกมได้ในแบบ Blade appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศงานทดลองไม้เทนนิส Wilson Blade V10 ที่ AlphaTennis Academy พร้อมผู้เข้าร่วมและผู้เล่นตัวจริง

เมื่อคืนเราได้ลอง Wilson Blade V10 แบบเต็ม ๆ ในงานที่ AlphaTennis Academy จากคนที่เคยใช้ Wilson Blade V8 รู้สึกว่าเป็น V10 เข้ามือง่ายขึ้น ตั้งแต่ตีไม่กี่ลูกแรก

 

 

หลายคนในงานพูดตรงกันเลยว่า sweet spot ของตัวนี้มันชัดขึ้นมาก จังหวะที่ตีโดนเต็ม ๆ คือแรงมันมาเอง ลูกพุ่งขึ้นและมีน้ำหนักมากขึ้นแบบไม่ต้องฝืน

 

แต่ที่ชอบคือ ต่อให้ตีไม่เป๊ะ ไม้มันยังช่วยอยู่ ฟีล forgiving กว่ารุ่นก่อนอย่างชัดเจน เลยทำให้เล่นง่ายขึ้น แต่ยังได้ความคุมแบบ Blade อยู่ครบ

 

 

พอรวมกับเฟรมที่นิ่งขึ้น จังหวะ rally ยาว ๆ ทำให้ความมั่นใจดีขึ้น อีกอย่างที่คนพูดถึงกันเยอะคือสี Championship Green รอบนี้ทำออกมาดีมาก เป็นเขียวเข้ม ๆ ที่ดูนิ่ง

 

 

บรรยากาศในงานก็ไม่ได้แค่เปิดตัว แต่ได้ลองจริง ตั้งแต่ mini match ไปจน open play ได้เห็นทั้งอดีตทีมชาติและเยาวชนทีมชาติลงตี ตลอดช่วงค่ำที่ผ่านมา

 

 

The post Moments from WILSON BLADE V10 Demo Sessions ไม้ที่ให้ฟีลเข้ามือง่ายขึ้น แต่ยังคุมเกมได้ในแบบ Blade appeared first on THE STANDARD.

]]>
Italian Sports’ Golden Week F1 – เบสบอล – เทนนิส สัปดาห์แห่งชัยชนะของนักกีฬาอิตาลี https://thestandard.co/italian-sports-golden-week/ Mon, 16 Mar 2026 06:24:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1188076 ภาพประกอบแสดงถึงความสำเร็จของวงการกีฬาอิตาลีใน F1, เบสบอล และเทนนิส ในช่วงสัปดาห์ทองแห่งชัยชนะ

ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน โลกกีฬาต่างพากันพูดถึงชื่อของน […]

The post Italian Sports’ Golden Week F1 – เบสบอล – เทนนิส สัปดาห์แห่งชัยชนะของนักกีฬาอิตาลี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแสดงถึงความสำเร็จของวงการกีฬาอิตาลีใน F1, เบสบอล และเทนนิส ในช่วงสัปดาห์ทองแห่งชัยชนะ

ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน โลกกีฬาต่างพากันพูดถึงชื่อของนักกีฬาอิตาลีอย่างต่อเนื่อง เมื่อผลงานระดับท็อปเกิดขึ้นพร้อมกันในหลายชนิดกีฬา ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะในสนาม F1, ความสำเร็จบนคอร์ตเทนนิสระดับโลก หรือผลงานสุดเซอร์ไพรส์ของทีมเบสบอลอิตาลีบนเวที World Baseball Classic

 

สัปดาห์นี้จึงกลายเป็นเหมือน ‘Golden Week’ ของวงการกีฬาอิตาลี ที่สะท้อนพลังของนักกีฬาแดนมะกะโรนี ทั้งดาวรุ่งที่กำลังก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด และทีมชาติที่กำลังสร้างประวัติศาสตร์ใหม่บนเวทีโลก

 

ภาพประกอบแสดงถึงความสำเร็จของวงการกีฬาอิตาลีใน F1, เบสบอล และเทนนิส ในช่วงสัปดาห์ทองแห่งชัยชนะ 1ภาพประกอบแสดงถึงความสำเร็จของวงการกีฬาอิตาลีใน F1, เบสบอล และเทนนิส ในช่วงสัปดาห์ทองแห่งชัยชนะ 2ภาพประกอบแสดงถึงความสำเร็จของวงการกีฬาอิตาลีใน F1, เบสบอล และเทนนิส ในช่วงสัปดาห์ทองแห่งชัยชนะ 3ภาพประกอบแสดงถึงความสำเร็จของวงการกีฬาอิตาลีใน F1, เบสบอล และเทนนิส ในช่วงสัปดาห์ทองแห่งชัยชนะ 4ภาพประกอบแสดงถึงความสำเร็จของวงการกีฬาอิตาลีใน F1, เบสบอล และเทนนิส ในช่วงสัปดาห์ทองแห่งชัยชนะ 5ภาพประกอบแสดงถึงความสำเร็จของวงการกีฬาอิตาลีใน F1, เบสบอล และเทนนิส ในช่วงสัปดาห์ทองแห่งชัยชนะ 6

The post Italian Sports’ Golden Week F1 – เบสบอล – เทนนิส สัปดาห์แห่งชัยชนะของนักกีฬาอิตาลี appeared first on THE STANDARD.

]]>
10 สนามเทนนิส ที่มูลค่าสูงสุดในโลก https://thestandard.co/10-most-valuable-tennis-courts-world/ Sun, 01 Mar 2026 01:27:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1182927 ภาพมุมสูงของสนามเทนนิส Arthur Ashe Stadium หนึ่งในสนามเทนนิสที่มูลค่าสูงสุดในโลก

สำหรับสนามกีฬา ‘เทนนิส’ ในปี 2026 จะไม่ได้เป็นเพียงสังเ […]

The post 10 สนามเทนนิส ที่มูลค่าสูงสุดในโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพมุมสูงของสนามเทนนิส Arthur Ashe Stadium หนึ่งในสนามเทนนิสที่มูลค่าสูงสุดในโลก

สำหรับสนามกีฬา ‘เทนนิส’ ในปี 2026 จะไม่ได้เป็นเพียงสังเวียนแข่งขันธรรมดาอีกต่อไป หากเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยมูลค่าทางเศรษฐกิจ มรดกทางสถาปัตยกรรม และหลายแห่งมีการลงทุนระดับหลายร้อยล้านดอลลาร์

 

THE STANDARD SPORT ขอพาไปดู 10 สนามเทนนิสที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ณ เวลานี้ว่าแต่ละแห่งมีมูลค่าประมาณเท่าไรบ้าง?

 

หมายเหตุ: มูลค่าสนามเป็นตัวเลขโดยประมาณ อ้างอิงจากการรายงานของ Sports Render และอาจแตกต่างกันไปตามช่วงเวลาการประเมินหรือการปรับปรุงเพิ่มเติมในแต่ละโครงการ

 

ภาพมุมสูงของสนามเทนนิส Arthur Ashe Stadium หนึ่งในสนามเทนนิสที่มูลค่าสูงสุดในโลก 1ภาพมุมสูงของสนามเทนนิส Arthur Ashe Stadium หนึ่งในสนามเทนนิสที่มูลค่าสูงสุดในโลก 2ภาพมุมสูงของสนามเทนนิส Arthur Ashe Stadium หนึ่งในสนามเทนนิสที่มูลค่าสูงสุดในโลก 3ภาพมุมสูงของสนามเทนนิส Arthur Ashe Stadium หนึ่งในสนามเทนนิสที่มูลค่าสูงสุดในโลก 4ภาพมุมสูงของสนามเทนนิส Arthur Ashe Stadium หนึ่งในสนามเทนนิสที่มูลค่าสูงสุดในโลก 5ภาพมุมสูงของสนามเทนนิส Arthur Ashe Stadium หนึ่งในสนามเทนนิสที่มูลค่าสูงสุดในโลก 6ภาพมุมสูงของสนามเทนนิส Arthur Ashe Stadium หนึ่งในสนามเทนนิสที่มูลค่าสูงสุดในโลก 7ภาพมุมสูงของสนามเทนนิส Arthur Ashe Stadium หนึ่งในสนามเทนนิสที่มูลค่าสูงสุดในโลก 8ภาพมุมสูงของสนามเทนนิส Arthur Ashe Stadium หนึ่งในสนามเทนนิสที่มูลค่าสูงสุดในโลก 9ภาพมุมสูงของสนามเทนนิส Arthur Ashe Stadium หนึ่งในสนามเทนนิสที่มูลค่าสูงสุดในโลก 10

The post 10 สนามเทนนิส ที่มูลค่าสูงสุดในโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Emma Raducanu ขึ้นแท่น Global Brand Ambassador คนใหม่ของ UNIQLO https://thestandard.co/emma-raducanu-uniqlo-ambassador/ Tue, 24 Feb 2026 05:54:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1181248 เอ็มมา ราดูคานู นักเทนนิสชื่อดังในชุดยูนิโคล่ พร้อมเป็น Global Brand Ambassador คนใหม่

UNIQLO ประกาศแต่งตั้ง เอ็มมา ราดูคานู นักเทนนิสหญิงมือห […]

The post Emma Raducanu ขึ้นแท่น Global Brand Ambassador คนใหม่ของ UNIQLO appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอ็มมา ราดูคานู นักเทนนิสชื่อดังในชุดยูนิโคล่ พร้อมเป็น Global Brand Ambassador คนใหม่

UNIQLO ประกาศแต่งตั้ง เอ็มมา ราดูคานู นักเทนนิสหญิงมือหนึ่งของสหราชอาณาจักร และมือ 25 ของโลก เป็น Global Brand Ambassador คนใหม่อย่างเป็นทางการ โดยเธอเตรียมประเดิมสวมชุดแข่งขันของแบรนด์ในศึก BNP Paribas Open ที่อินเดียนเวลส์

 

รายงานระบุว่าสัญญาฉบับนี้มีมูลค่าราว 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 125 ล้านบาท) ไม่รวมโบนัสตามผลงาน และคาดว่าเป็นดีลระยะยาว 4 ปี ถือเป็นการอำลาสปอนเซอร์เดิมอย่าง Nike อย่างเป็นทางการ เพื่อก้าวสู่บทบาทใหม่กับแบรนด์ดังจากญี่ปุ่น

 

การร่วมงานครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นดีลสำคัญของทั้งสองฝ่าย โดยยูนิโคล่จะได้แรงสนับสนุนจากสไตล์และฐานแฟนคลับระดับโลกของนักหวดสาววัย 23 ปี ในขณะที่ราดูคานูเองจะกลายเป็นหนึ่งในไอคอนหลักในแคมเปญ LifeWear ต่อไป

 

อ้างอิง:

 

The post Emma Raducanu ขึ้นแท่น Global Brand Ambassador คนใหม่ของ UNIQLO appeared first on THE STANDARD.

]]>
The King of Aussie Open ออสเตรเลียน โอเพน 2008 เมเจอร์แรกของ ‘โนเล’ ที่ไม่มีวันลืม https://thestandard.co/novak-djokovic-australian-open-2008-first-major/ Sun, 01 Feb 2026 04:00:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1171960 ภาพ โนวัค ยอโควิช ชนะเลิศ ออสเตรเลียน โอเพน 2008 แกรนด์สแลมแรกในชีวิต

“ผมรู้แหละว่าทุกๆ คนคงอยากให้เขาชนะมากกว่าผม”   เส […]

The post The King of Aussie Open ออสเตรเลียน โอเพน 2008 เมเจอร์แรกของ ‘โนเล’ ที่ไม่มีวันลืม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ โนวัค ยอโควิช ชนะเลิศ ออสเตรเลียน โอเพน 2008 แกรนด์สแลมแรกในชีวิต

“ผมรู้แหละว่าทุกๆ คนคงอยากให้เขาชนะมากกว่าผม”

 

เสียงหัวเราะของผู้ชมในเมลเบิร์น พาร์ค ดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มนิดๆ ที่ใบหน้าของแชมป์แกรนด์สแลมรายการแรกของปี 2008 คนใหม่

 

โนวัค ยอโควิช นักเทนนิสหนุ่มชาวเซิร์บ หมายถึงโจ-วิลฟรีด ซองกา คู่ชิงชาวฝรั่งเศสของเขาที่ไม่อาจต้านทานความยอดเยี่ยมและเฉียบคมของมืออันดับ 3 ของโลกในเวลานั้นได้

 

โดยที่ไม่มีใครในเวลานั้นจะล่วงรู้ว่าในอีก 18 ปีต่อมา เขาคนนี้จะกลายเป็นผู้ที่พิชิตแกรนด์สแลมได้มากที่สุดในโลก เหนือยิ่งกว่าโรเจอร์ เฟเดอเรอร์ และราฟาเอล นาดาล ที่ครองวงการในเวลานั้น และยังคงยืนหยัดเป็นภูผาใหญ่ไม่ยอมล้มของโลกเทนนิสจนถึงวันนี้

 

‘โนเล’ ในวันนั้นเป็นอย่างไรนะ?

 

ภาพ โนวัค ยอโควิช ชนะเลิศ ออสเตรเลียน โอเพน 2008 แกรนด์สแลมแรกในชีวิต 2

 

นัดชิงชายเดี่ยว ออสเตรเลียน โอเพน 2008 ถูกจับตามองอย่างมากในช่วงเวลานั้น

 

เหตุผลเพราะนี่เป็นแกรนด์สแลมแรกนับตั้งแต่ปี 2005 ที่ไม่มีชื่อของ เฟเดอเรอร์ หรือนาดาล ผ่านเข้ามาจนถึงรอบนี้

 

นาดาล เสียท่าให้กับโจ-วิลฟรีด ซองกา นักเทนนิสหนุ่มเลือดน้ำหอมที่สยบเขาได้อย่างขาดลอย 3 เซตรวดในรอบรองชนะเลิศ 6-2, 6-3, 6-2

 

เพียงแต่ ‘เอล มาทาดอร์’ ไม่ได้ช้ำใจคนเดียวเพราะเฟเดอเรอร์ ก็เผชิญชะตากรรมที่ไม่แตกต่างกันเมื่อพ่ายให้กับยอโควิช ที่ยังเป็นหนุ่มน้อยอายุแค่ 20 ปีในเวลานั้น 3 เซ็ตรวดเหมือนกัน 7-5, 6-3, 7-6. (7-5)

 

นั่นทำให้นัดชิงครั้งดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการขึ้นมาของกลุ่มคลื่นลูกใหม่ที่อาจจะท้าทายการครองวงการของสองคู่ปรับตลอดกาล โดยที่ไม่ว่านัดชิงจะจบลงอย่างไรเราจะได้แชมป์แกรนด์สแลมคนใหม่ของรายการอย่างแน่นอน

 

และโอกาสนั้นถูกมองว่าสูสีทีเดียว สำหรับคู่ชิงที่เป็นการพบกันระหว่างสายพลังและนักพลิกแพลง (Improviser) อย่างซองกากับจอมเทคนิครุ่นเยาว์ (Young master technician) อย่างยอโควิช

 

น่าสนุกดีไหมละครับ

 

ภาพ โนวัค ยอโควิช ชนะเลิศ ออสเตรเลียน โอเพน 2008 แกรนด์สแลมแรกในชีวิต 3

 

ซองกา ในเวลานั้นอยู่ในฟอร์มและสภาพร่างกายที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก ลุคของเขาที่ทำให้เราเหมือนได้เห็น มูฮัมหมัด อาลี ลงไปตีเทนนิส ด้วยความแข็งแกร่ง พละกำลัง ทำให้เขากลายเป็นนักเทนนิสที่เป็นขวัญใจของแฟนๆ เจ้าถิ่นชาวออสเตรเลียน รวมถึงแฟนเทนนิสทั่วโลกที่มาชมการแข่งขันไปโดยปริยาย

 

ที่มาที่ไปของฟอร์มอันร้อนแรงในเวลานั้นมาจากการเตรียมความพร้อมอย่างหนักของเจ้าตัว ที่เดินทางมาเตรียมตัวก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มนานร่วมเดือน

 

ความสด ความกระหายมีอัดแน่นอยู่เต็มตัว ที่สำคัญคือเขาไม่รู้สึกวิตกกังวลเลยแม้แต่นิด เป็นช่วงที่ไม่มีความเคลือบแคลงสงสัยใดๆทั้งต่อเรื่องของสภาพร่างกายและฟอร์มการตีของตัวเอง และนั่นทำให้ซองกาทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่มีใครหยุดได้

 

แอนดี มาร์รีย์ เป็นเหยื่อรายแรกในรอบแรกที่ถูกเขาจัดการ แม้ว่านักเทนนิสชาวสหราชอาณาจักรจะเป็นต่อก็ตาม

 

ก่อนที่จะมีเหยื่อรายอื่นๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็น ริชาร์ด กาสเกต์ – ผู้ที่เจอกันมาก่อนในช่วงการเตรียมตัวก่อนถึงออสซี โอเพน – ในรอบ 16 คน จากนั้นคือมิคาอิล ยุซนี ที่ความจริงก็อยู่ในฟอร์มร้อนแรง ไล่อัดนาดาลมา 6-1, 6-0 ในรายการอุ่นเครื่องที่โดฮา แต่ก็ไม่สามารถจะต้านทานซองกาได้ในตอนนั้น

 

รวมถึงนาดาลเองก็ไม่อาจจะหยุดซองกาได้ในรอบตัดเชือก

 

วันนั้นเหมือนเขาได้ใจของคนเมลเบิร์นไปด้วย เพราะเราล้วนต่างพร้อมจะรักเรื่อง Underdog story อยู่แล้ว ซองกาจึงกลายเป็นที่รักของแฟนๆในปีนั้นอย่างช่วยไม่ได้

 

ภาพ โนวัค ยอโควิช ชนะเลิศ ออสเตรเลียน โอเพน 2008 แกรนด์สแลมแรกในชีวิต 4

 

แต่ในอีกด้านหนึ่งยอโควิช เองก็อยู่ในช่วงของฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมจนน่ากลัวเหมือนกันครับ

 

ถึงแม้ว่าก่อนหน้านั้นเขาผ่านความผิดหวังมาในการเข้าชิงแกรนด์สแลมครั้งแรกของชีวิตให้กับ เฟเดอเรอร์ ในรายการยูเอส โอเพน 2007 ถึง 3 เซ็ตรวด

 

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ความพ่ายแพ้ในครั้งนั้นเหมือนเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับเส้นทางที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต เพราะเราย้อนกลับไปให้ไกลกว่านัดชิงยูเอส โอเพน เราจะได้เห็นว่ายอโควิช ค่อยๆ ก้าวผ่านกำแพงของตัวเองมาทีละขั้น

 

จากการติดอยู่ที่ด่านรอบรองชนะเลิศในโรลังด์ การ์รอส และวิมเบิลดัน ก็มาถึงรอบชิงยูเอส โอเพน – ซึ่งในความหมายอีกด้านคือเขากำลังทำผลงานทั้งสม่ำเสมอและมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างสม่ำเสมอ

 

เปรียบเป็น ‘เกมภาษา’ ยอโควิช ก็เหมือนตัวละครในเกมที่ค่อยๆ เก็บสะสมประสบการณ์ของตัวเองขึ้นมาเรื่อยๆ จากที่เคยแพ้ก็เริ่มชนะ และอยู่ในจุดที่เริ่มพร้อมที่จะสู้กับใครก็ได้แล้วในเวลานั้น

 

การสยบ ‘Fedex’ ซึ่งเป็นแชมป์เก่าของรายการนี้เมื่อปี 2007 ได้สำเร็จจึงไม่ใช่เรื่องของความบังเอิญแต่อย่างใด แต่เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ (Inevitable) ถึงแม้จะมีการวิจารณ์ว่าในวันนั้นเฟเดอเรอร์ หลุดฟอร์มการเล่นอย่างน่าตกใจก็ตาม

 

“Djokovic fells the giant and prepares for unknown” พาดหัวข่าวของ The Guardian ถึงชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของเด็กใหม่ที่น่าจับตามองของวงการ ที่กำลังจะก้าวไปสู่ ‘ดินแดน’ (Territory) ที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน

 

ปัญหาใหญ่ของยอโควิชในเวลานั้นคือ ‘เวลา’

 

เขามีเพียงแค่วันเดียวเท่านั้นสำหรับทั้งการพักฟื้นร่างกายและเตรียมสภาพจิตใจของตัวเองให้พร้อมสำหรับการต่อสู้ในนัดชิงชนะเลิศ

 

อย่างที่บอกไปตอนต้น ซองกาไม่ใช่ว่าธรรมดา

 

และเราคาดหวังว่าจะได้ชมนัดชิงที่สุดสูสีของยุคสมัยใหม่

 

ภาพ โนวัค ยอโควิช ชนะเลิศ ออสเตรเลียน โอเพน 2008 แกรนด์สแลมแรกในชีวิต 5

 

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับเป็นตรงกันข้ามครับ

 

ไม่สิ – ความจริงก็เกือบจะเป็นอย่างที่แฟนเจ้าถิ่นแอบหวังไว้เหมือนกัน – เมื่อซองกา แสดงให้เห็นถึงฟอร์มการตีอันยอดเยี่ยมเหมือนตลอดรายการที่ผ่านมา พลังการตีอันหนักหน่วงของเขาอัดยอโควิชจนอยู่หมัดในเซ็ตแรก 6-4

 

มันเป็นฟอร์มที่ทำให้แฟนๆ ของซองกา ไม่ว่าจะเป็นคนที่ติดตามมานานหรือแอบปันใจเชียร์ตามบรรยากาศและสถานการณ์ชวนคิดว่า นี่แหละอีกหนึ่งเรื่องราว Underdog ที่จะต้องจดจำกำลังจะเกิดขึ้นในนัดชิงชนะเลิศของปีนี้แล้ว

 

น่าเสียดายสำหรับซองกา ที่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นไม่เป็นไปอย่างที่เขาหวังเลย และมันน่าจะเป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นความร้ายกาจแบบรอบด้านของยอโควิช ที่ต้องใช้คำว่าสำแดงเดชออกมา

 

3 เซ็ตหลังจากนั้นคือผลงานในระดับ Masterclass ของผู้เล่นที่ไม่ใช่แค่ครบเครื่องในเรื่องของการตี แต่ยังแสดงให้เห็นถึงจิตใจที่ผ่านการขัดเกลามาอย่างดี ซึ่งก็มาจากประสบการณ์ความพ่ายแพ้ในรอบตัดเชือกของโรลังด์ การ์รอสและวิมเบิลดัน รวมถึงการแพ้ต่อเฟเดอเรอร์ในรอบชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมหนแรกของชีวิต

 

‘ประสบการณ์’ ตรงนี้คือความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างเขากับซองกา ที่นักเทนนิสชาวฝรั่งเศสเปิดเผยในภายหลังว่า ในขณะที่ยอโควิชคุ้นเคยกับเกมใหญ่ๆ ระดับนี้มาบ้างแล้ว แต่สำหรับเขานี่เป็นครั้งแรกจริงๆ ที่ต้องลงสนามต่อหน้าผู้ชมมากมายขนาดนี้และเผชิญกับแรงกดดันและความคาดหวังอย่างสูง

 

ไม่ใช่แค่จากคนอื่น แต่รวมถึงตัวเองด้วย

 

เพราะหลังจากนัดชิงในครั้งนั้น ซองกาเอาชนะยอโควิชในการพบกันรายการอื่นได้ถึง 4-5 ครั้งติดต่อกัน

 

แต่มันไม่มีความหมายแล้วเพราะนัดที่สำคัญที่สุดคือนัดนี้ที่เมลเบิร์น พาร์ค

 

3 เซ็ตหลังจากนั้นยอโควิช เข้าฝักไล่เก็บชัยชนะรวด 6-4, 6-3, 7-6 (7-2) ก่อนที่จะคว้าแชมป์แกรนด์สแลมแรกของเขาได้สำเร็จ

 

พร้อมกับเผยนิสัยจอมเสียดสีเบาๆ ด้วยการเหน็บแกมหยอกกองเชียร์

 

“อยากให้ซองกาชนะล่ะสิ เสียใจด้วยนะ” เสียงในหัวถูกแปลงออกมาให้เป็นถ้อยคำที่อ่อนโยนกว่านั้น

 

แต่ในโมเมนต์ของชีวิตยอโควิช บอกถึงความรู้สึกตัวเองว่า

 

“ผมฝันถึงมันมานานแล้ว ผมเคยเห็นเหล่าตำนานได้ชูถ้วยแชมป์แกนด์สแลม มันทำให้ผมหวังมาตลอดว่าผมจะได้อยู่ในสถานการณ์นี้เหมือนกัน”

 

“มันคือฝันที่เป็นจริงของผม”

 

พร้อมกับเผยสิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้เขามาถึงจุดนี้ได้

 

“ผมมีความเชื่อเสมอ คุณก็รู้ผมมีความเชื่อเสมอ”

 

และแน่นอนแรงสนับสนุนจากครอบครัวโดยเฉพาะพ่อที่นอกจากจะเป็นทุกอย่างแล้วยังเป็นคนที่ ‘เชื่อ’ ในตัวของเขามากกว่าที่ยอโควิชจะเคยเชื่อในตัวเองเสียอีก ซึ่งสิ่งเหล่านี้สั่งสมผ่านนเรื่องราวการเดินทางจากในระดับเยาวชนจนถึงการเทิร์นโปร ที่ทำให้เขามั่นใจว่าสักวันเขาจะได้เป็นแชมป์แกรนด์สแลมอย่างแน่นอน

 

[Error: Image 5 not found in Drive folder]

 

สิ่งที่ไม่มีใครรู้ในวันนั้นคือยอโควิช จะไม่ได้กลายเป็นเพียงเจ้าของสถิติผู้คว้าแชมป์แกรนด์สแลมรวมกันสูงสุดถึง 24 ครั้ง หากแต่เขายังเป็นราชาแห่งออสเตรเลียน โอเพนด้วย

 

ยอโควิชครองแชมป์รายการนี้ถึง 10 สมัย (2008, 2011, 2012, 2013, 2015, 2016, 2019, 2020, 2021, 2023)

 

ถ้าเฟเดอเรอร์คือราชาของวิมเบิลดัน และนาดาลคือราชาของโรลังด์ การ์รอส

 

นอกจากร็อด เลเวอร์แล้ว ราชาของออสเตรเลียน โอเพน ย่อมไม่มีใครที่คู่ควรกว่ายอโควิชอีกแล้ว ถึงแม้จะเคยมีช่วงเวลาของความผิดใจกันในประเด็นอ่อนไหวเรื่องการฉีดวัคซีนในช่วงโควิด-19 ระบาด ที่เคยทำให้ยอโควิชต้องถูกกักตัวอยู่นานก่อนจะถูกส่งตัวกลับอย่างเจ็บช้ำ

 

แต่เขาไม่ได้ติดใจอะไร เพราะความรักที่มีที่นี่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

 

“มันเป็นการเดินทางที่ยาวนาน แต่ก็เป็นการเดินทางที่แสนพิเศษ” ยอโควิชกล่าวในวันนั้น ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องของแฟนๆ ที่ยังรักและชื่นชมเขาเหมือนเดิม

 

โดยที่ในวันนี้ทุกคนแอบหวังว่าเขาจะคว้าแชมป์ออสซี สแลมได้อีกสักครั้ง

 

แชมป์แกรนด์สแลมที่ 25 ที่อาจจะเป็นการปิดฉากตำนานพร้อมยกสถานะของเขาสู่การเป็นนักเทนนิสผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลได้สักที

The post The King of Aussie Open ออสเตรเลียน โอเพน 2008 เมเจอร์แรกของ ‘โนเล’ ที่ไม่มีวันลืม appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ยากแต่ไม่ได้แปลว่าเป็นไปไม่ได้” โนวัค ยอโควิช เข้าชิงฯ ออสเตรเลียนโอเพ่น ลุ้นแชมป์สมัยที่ 11 https://thestandard.co/novak-djokovic-australian-open-final/ Sat, 31 Jan 2026 03:45:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1171734 โนวัค ยอโควิช กำลังแข่งขันเทนนิสในรายการออสเตรเลียนโอเพ่น

“ยากแต่ไม่ได้แปลว่าเป็นไปไม่ได้”   ไม่เคยมีครั้งไห […]

The post “ยากแต่ไม่ได้แปลว่าเป็นไปไม่ได้” โนวัค ยอโควิช เข้าชิงฯ ออสเตรเลียนโอเพ่น ลุ้นแชมป์สมัยที่ 11 appeared first on THE STANDARD.

]]>
โนวัค ยอโควิช กำลังแข่งขันเทนนิสในรายการออสเตรเลียนโอเพ่น

“ยากแต่ไม่ได้แปลว่าเป็นไปไม่ได้”

 

ไม่เคยมีครั้งไหนที่ โนวัค ยอโควิช จะถูกมองเป็นรองมากเท่านี้ ในเกมที่มีความหมายระดับนี้ ก่อนหน้านี้ โนวัคเองก็ถูกสื่อตั้งคำถามว่ารู้สึกอย่างไรที่กำลังไล่ล่า นักเทนนิสที่สุดของยุคปัจจุบันทั้ง คาร์​ลอส อัลการาซ และ ยานนิก ซินเนอร์ นักเทนนิส มือหนึ่งและมือสองของโลกที่เขามักจะโคจรมาพบในรอบรองชนะเลิศในศึกแกรนด์สแลม และ ส่งเขาตกรอบ จนทำให้เขาไม่ได้เข้าชิงเทนนิสระดับแกรนด์สแลมมาตั้งแต่ปลายปี 2023 แล้ว

 

แต่ในช่วงเย็นวันศุกร์ตามเวลาประเทศไทย แชมป์ผู้ยิ่งใหญ่ในวัย 38 ปี ได้สร้างชัยชนะที่ยิ่งใหญ่และเหนือความคาดหมายที่สุดครั้งหนึ่งในอาชีพ

 

ยอโควิช พลิกสถานการณ์จากการตามหลัง 2 เซตต่อ 1 กลับมาโค่นแชมป์เก่า 2 สมัยและมือวางอันดับ 2 อย่าง ยานนิก ซินเนอร์ ด้วยสกอร์ 3-6, 6-3, 4-6, 6-4, 6-4 กลับเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศออสเตรเลียนโอเพ่นได้อย่างเหลือเชื่อ ด้วยเวลายาวนานถึง 4 ชั่วโมง 9 นาที

 

หลังเกม ยอโควิช ยอมรับว่าเขาแทบไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกนี้อย่างไร

 

“ผมแทบไม่รู้จะพูดอะไร มันรู้สึกเหมือนฝัน แข่งจบเกือบตีสอง หลังจากเล่นกันเกินสี่ชั่วโมง”

 

“ผมบอกแล้วว่าจะเป็นสิ่งที่ยาก (เอาชนะยานนิก ซินเนอร์ และ เข้าไปลุ้นแชมป์สมัยที่ 11) แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นไปไม่ได้”

 

เขาย้อนความทรงจำไปถึงหนึ่งในแมตช์ระดับตำนานของตัวเอง.

 

“มันทำให้ผมนึกถึงรอบชิงปี 2012 กับราฟา เกมนั้นยาวเกือบหกชั่วโมง ความเข้มข้นและคุณภาพของเทนนิสสูงมาก และผมรู้ว่านั่นเป็นทางเดียวที่จะมีโอกาสเอาชนะเขาได้”

 

ยอโควิช ยังพูดถึงความยากลำบากในการเผชิญหน้ากับ ซินเนอร์ ซึ่งเอาชนะเขามา 5 นัดติดต่อกัน ก่อนเกมนี้

 

“เขาชนะผมมา 5 แมตช์ติด เขามีเบอร์โทรผม ผมเลยต้องเปลี่ยนเบอร์สำหรับคืนนี้!”

 

ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังมากขึ้น

 

“ล้อเล่นนะ แต่ผมบอกเขาหลังเกมว่า ‘ขอบคุณที่อย่างน้อยก็เปิดโอกาสให้ผมชนะหนึ่งครั้ง’ ผมเคารพเขามาก เขาเป็นนักกีฬาที่ยอดเยี่ยม และผลักดันคุณไปถึงขีดจำกัดจริงๆ เขาสมควรได้รับเสียงปรบมือสำหรับฟอร์มในคืนนี้”

 

ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ ยอโควิช กลายเป็น ผู้เล่นอายุมากที่สุดในยุค Open Era ที่ผ่านเข้าสู่รอบชิง Australian Open

 

พร้อมกับสถิติที่ตอกย้ำความยิ่งใหญ่

 

– รอบชิง Australian Open ครั้งที่ 11

 

– รอบชิงแกรนด์สแลมครั้งที่ 38

 

ทั้งสองรายการคือสถิติสูงสุดตลอดกาล

 

รอบชิงชนะเลิศครั้งนี้ เขาจะกลับมาปะทะกับ คาร์ลอส อัลการาซ นักเทนนิสมือหนึ่งของโลก

 

หนึ่งคนไล่ล่าโอกาสเป็น แชมป์แกรนด์สแลมมากที่สุดที่ 25 รายการ

 

อีกหนึ่งคนไล่ล่าการเป็น นักเทนนิสอายุน้อยที่สุดที่คว้า Career Grand Slam

 

คำพูดของโนวัค หลังเกมอาจอธิบายทุกอย่างได้ดีที่สุด ถึงความเชื่อมั่นที่เขายังมีต่อร่างกาย และ ความมุ่งมั่นในวัย 38 ปี ว่า

 

“ผมยังอยู่ตรงนี้ เพราะผมเชื่อว่าผมยังสามารถเล่นในระดับนี้ได้”

 

และนั่นคือเหตุผลที่ อย่านับ โนวัค ยอโควิช ออกจากประวัติศาสตร์…จนกว่าเกมสุดท้ายจะจบลงจริงๆ

The post “ยากแต่ไม่ได้แปลว่าเป็นไปไม่ได้” โนวัค ยอโควิช เข้าชิงฯ ออสเตรเลียนโอเพ่น ลุ้นแชมป์สมัยที่ 11 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kith ร่วมมือกับ Wilson ออกแบบไม้เทนนิสรุ่นพิเศษ 3 สี https://thestandard.co/kith-wilson-tennis-rackets/ Fri, 13 Jun 2025 00:53:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1084544 kith-wilson-tennis-rackets

ความร่วมมือระหว่าง Kith แบรนด์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ชื่อดัง แล […]

The post Kith ร่วมมือกับ Wilson ออกแบบไม้เทนนิสรุ่นพิเศษ 3 สี appeared first on THE STANDARD.

]]>
kith-wilson-tennis-rackets

ความร่วมมือระหว่าง Kith แบรนด์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ชื่อดัง และ Wilson แบรนด์อุปกรณ์กีฬาระดับโลก เดินหน้าต่อเนื่อง โดยล่าสุด Kith ได้รับเกียรติให้ออกแบบไม้เทนนิส 3 รุ่นยอดนิยมของ Wilson ได้แก่ Pro Staff 97 V14, Shift 99 V1 และ Blade 98 (16×19) V9 ด้วยโทนสีพิเศษที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์พวกเขาในซีซันนี้

 

Kith เปิดเผยว่า การออกแบบในครั้งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเฉดสีประจำคอลเล็กชันฤดูกาลล่าสุดของแบรนด์ ซึ่งนำมาปรับใช้กับไม้เทนนิสทั้ง 3 รุ่นให้โดดเด่นไม่ซ้ำใคร โดยใช้โทนสีเขียวเข้ม, สีขาว และสีเงิน ตัดด้วยสีเขียว ให้ความรู้สึกคลาสสิก ผสมผสานกับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

 

ไม้เทนนิสทั้ง 3 รุ่นพิเศษนี้จะถูกจัดจำหน่ายผ่านช่องทางของ Kith ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ผ่านทาง EU.Kith.com, Kith.com, CA.Kith.com และแอป Kith

 

 ไม้เทนนิส Wilson ที่มีดีไซน์ Kith  ไม้เทนนิส Wilson ที่มีดีไซน์ Kith  ไม้เทนนิส Wilson ที่มีดีไซน์ Kith  ไม้เทนนิส Wilson ที่มีดีไซน์ Kith  ไม้เทนนิส Wilson ที่มีดีไซน์ Kith  ไม้เทนนิส Wilson ที่มีดีไซน์ Kith

 

ภาพ: kith / Instagram

The post Kith ร่วมมือกับ Wilson ออกแบบไม้เทนนิสรุ่นพิเศษ 3 สี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Monte-Carlo Masters 2025: ความคลาสสิกบนคอร์ตดินแห่งเมดิเตอร์เรเนียน https://thestandard.co/monte-carlo-masters-2025/ Sat, 12 Apr 2025 00:00:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1063656 monte-carlo-masters-2025

Monte-Carlo Masters 2025 เป็นการแข่งขันสนามดินที่เก่าแก […]

The post Monte-Carlo Masters 2025: ความคลาสสิกบนคอร์ตดินแห่งเมดิเตอร์เรเนียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
monte-carlo-masters-2025

Monte-Carlo Masters 2025 เป็นการแข่งขันสนามดินที่เก่าแก่และทรงเกียรติที่สุดรายการหนึ่งในโลกกีฬา ซึ่งกำลังแข่งขันกันระหว่างวันที่ 5-13 เมษายนนี้ 

 

สนามนี้จัดขึ้นท่ามกลางทัศนียภาพของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและมนตร์เสน่ห์ของ French Riviera และเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูกาลคอร์ดดินในยุโรป 

 

ราฟาเอล นาดาล คือผู้ครองสถิติคว้าแชมป์มากที่สุดของรายการนี้ ด้วยผลงานแชมป์ 11 สมัย ตอกย้ำสถานะ ‘ราชันแห่งคอร์ตดิน’ อย่างไร้ข้อกังขา

 

Monte-Carlo Masters 2025 Monte-Carlo Masters 2025 Monte-Carlo Masters 2025

 

ภาพ: Julian Finney / Michael Steele / Clive Brunskill / Getty Images 

The post Monte-Carlo Masters 2025: ความคลาสสิกบนคอร์ตดินแห่งเมดิเตอร์เรเนียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: กษิดิศ สำเร็จ จากก้าวแรกในแกรนด์สแลมสู่ก้าวต่อไปในฐานะนักเทนนิส | THE STANDARD SPORT https://thestandard.co/kasidit-grand-slam/ Sun, 02 Feb 2025 06:39:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1037304

บูม-กษิดิศ สำเร็จ นักเทนนิสชาวไทยคนแรกในรอบ 13 ปี ที่ได […]

The post ชมคลิป: กษิดิศ สำเร็จ จากก้าวแรกในแกรนด์สแลมสู่ก้าวต่อไปในฐานะนักเทนนิส | THE STANDARD SPORT appeared first on THE STANDARD.

]]>

บูม-กษิดิศ สำเร็จ นักเทนนิสชาวไทยคนแรกในรอบ 13 ปี ที่ได้ไปเล่นในศึกเทนนิสระดับแกรนด์สแลมในรายการออสเตรเลียนโอเพน รอบเมนดรอว์ โดยพบกับ ดานีล เมดเวเดฟ

 

แม้กษิดิศจะพลาดท่าพ่ายไปในเกมนั้น แต่นั่นก็ถือเป็นแมตช์เปิดตัวในระดับนานาชาติของนักเทนนิสชาวไทยที่ไม่เคยไปแม้แต่เอทีพีทัวร์มาก่อน

 

THE STANDARD SPORT มีโอกาสพูดคุยกับเขาหลังกลับมาจากการสานความฝันครั้งแรกในฐานะนักเทนนิสที่ได้ไปเล่นในแกรนด์สแลม พร้อมกับพูดคุยถึงความฝันต่อไปของความหวังใหม่ในวงการเทนนิสไทยรายนี้

The post ชมคลิป: กษิดิศ สำเร็จ จากก้าวแรกในแกรนด์สแลมสู่ก้าวต่อไปในฐานะนักเทนนิส | THE STANDARD SPORT appeared first on THE STANDARD.

]]>
10 คอร์ตเทนนิสที่น่าไปเยือนสักครั้งในชีวิต https://thestandard.co/top-10-must-visit-tennis-courts/ Mon, 09 Dec 2024 14:30:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1017865 10 คอร์ตเทนนิสที่น่าไปเยือนสักครั้งในชีวิต

หากกล่าวถึงสนามเทนนิสที่มีชื่อเสียง หลายคนคงคิดถึง 4 สน […]

The post 10 คอร์ตเทนนิสที่น่าไปเยือนสักครั้งในชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
10 คอร์ตเทนนิสที่น่าไปเยือนสักครั้งในชีวิต

หากกล่าวถึงสนามเทนนิสที่มีชื่อเสียง หลายคนคงคิดถึง 4 สนามแกรนด์สแลมอย่าง Rod Laver Arena, Roland-Garros, All England Lawn Tennis Club หรือ USTA Billie Jean King National Tennis Center

 

แต่ในโลกนี้ยังมีสนามเทนนิสที่งดงามและน่าไปเยือนอีกหลายแห่ง ซึ่งนี่เป็นส่วนหนึ่งของสนามเทนนิสมากมายเหล่านั้น

 

San Paolo Converso Church Milan, Italy

San Paolo Converso Church 

Milan, Italy

 

Singita Sabora Tented Camp & Singita Sasakwa Lodge Serengeti National Park, Tanzania

Singita Sabora Tented Camp & Singita Sasakwa Lodge

Serengeti National Park, Tanzania

 

Hudson River Park New York, USA

Hudson River Park 

New York, USA

 

Il San Pietro Positano, Italy

Il San Pietro

Positano, Italy

 

Enchantment Resort Arizona, USA

Enchantment Resort

Arizona, USA

 

Ocnele Mari Salt Mine Vâlcea, Romania

Ocnele Mari Salt Mine

Vâlcea, Romania

 

All Iowa Lawn Tennis Club Iowa, USA

All Iowa Lawn Tennis Club

Iowa, USA

 

Grand Hotel Tremezzo Lake Como, Italy

Grand Hotel Tremezzo

Lake Como, Italy

 

Bürgenstock Diamond Domes Obbürgen, Switzerland

Bürgenstock Diamond Domes

Obbürgen, Switzerland

 

Bunabhainneadar Tennis Court Isle of Harris, Scotland

Bunabhainneadar Tennis Court

Isle of Harris, Scotland

 

The post 10 คอร์ตเทนนิสที่น่าไปเยือนสักครั้งในชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
แอชลีย์ บาร์ตี้ คว้าแชมป์หญิงเดี่ยววิมเบิลดันสมัยแรกได้สำเร็จ หลังเอาชนะ คาโรลินา พลิสโควา 2-1 เซ็ต https://thestandard.co/wimbledon-2021-womens-final-ashleigh-barty-wins-karolina-pliskova/ Sun, 11 Jul 2021 03:21:16 +0000 https://thestandard.co/?p=511072 Ashleigh Barty

วันนี้ (10 กรกฎาคม) ศึกเทนนิสวิมเบิลดัน 2021 รอบชิงชนะเ […]

The post แอชลีย์ บาร์ตี้ คว้าแชมป์หญิงเดี่ยววิมเบิลดันสมัยแรกได้สำเร็จ หลังเอาชนะ คาโรลินา พลิสโควา 2-1 เซ็ต appeared first on THE STANDARD.

]]>
Ashleigh Barty

วันนี้ (10 กรกฎาคม) ศึกเทนนิสวิมเบิลดัน 2021 รอบชิงชนะเลิศประเภทหญิงเดี่ยว ที่ออล อิงแลนด์ ลอนเทนนิส คลับ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นการพบกันระหว่าง แอชลีย์ บาร์ตี้ มือ 1 ของโลกจากออสเตรเลีย พบกับ คาโรลินา พลิสโควา จากสาธารณรัฐเช็ก

 

ออกสตาร์ทในเซ็ตแรก แอชลีย์ บาร์ตี้ โชว์ฟอร์มเก่งนำไปก่อนถึง 5-1 เกม หลังจากผ่านการแข่งขันไปเพียง 20 นาที โดยทางพลิสโควาดูกดดันและเกร็งจนไม่สามารถเก็บแต้มได้ สุดท้ายบาร์ตี้เก็บชัยชนะในเซ็ตแรกไปก่อน 6-3 เกม

 

ในเซ็ตที่ 2 พลิสโควาเร่งฟอร์มเก่งขึ้นมาได้ ทำคะแนนได้สูสีจนถึง 5-5 เกม แต่ช่วงท้ายเป็นบาร์ตี้ที่เบรกเกมเสิร์ฟได้ก่อนขึ้นแท่นที่ 6-5 เกม แต่พลิสโควายังไม่ยอมแพ้ เบรกเสิร์ฟได้สำเร็จทำสกอร์ขึ้นมาที่ 6-6 เกม และเธอเอาชนะในเซ็ตที่ 2 ไปได้ 7-6 (ไทเบรก 7-4) ตีเสมอขึ้นมาได้เป็น 1-1 เซ็ต ต้องไปตัดสินกันในเซตที่ 3

 

เซ็ตที่ 3 ฝั่งของบาร์ตี้ขึ้นนำไปก่อนถึง 5-2 เกม ก่อนที่จะเอาชนะในเซตสุดท้ายไปได้ 6-3 เกม คว้าแชมป์หญิงเดี่ยววิมเบิลดันไปครองเป็นสมัยแรกได้สำเร็จด้วยการเอาชนะ คาโรลินา พลิสโควา ไป 2-1 เซ็ต สกอร์ 6-3, 6-7 (ไทเบรก 4-7) และ 6-3

 

สำหรับการคว้าแชมป์วิมเบิลดันครั้งนี้ของ แอชลีย์ บาร์ตี้ ยังเป็นแชมป์แกรนด์สแลมรายการที่ 2 ในชีวิต หลังจากที่เธอเคยคว้าแชมป์เฟรนช์โอเพ่นมาแล้วเมื่อปี 2019

The post แอชลีย์ บาร์ตี้ คว้าแชมป์หญิงเดี่ยววิมเบิลดันสมัยแรกได้สำเร็จ หลังเอาชนะ คาโรลินา พลิสโควา 2-1 เซ็ต appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘It’s O.K. to Not Be O.K.’ เสียงจากหัวใจของ นาโอมิ โอซากะ ที่อยากให้ทุกคนได้ลองเงี่ยหูฟัง https://thestandard.co/naomi-osaka-2/ Sat, 10 Jul 2021 07:38:15 +0000 https://thestandard.co/?p=510924 Naomi Osaka

หลายวันที่ผ่านมาอยู่ๆ ผมก็นึกถึงเรื่องบางเรื่องขึ้นมาโด […]

The post ‘It’s O.K. to Not Be O.K.’ เสียงจากหัวใจของ นาโอมิ โอซากะ ที่อยากให้ทุกคนได้ลองเงี่ยหูฟัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Naomi Osaka

หลายวันที่ผ่านมาอยู่ๆ ผมก็นึกถึงเรื่องบางเรื่องขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ

 

พอดีแค่รู้สึกว่ามนุษย์เรา – ไม่ว่าจะยุคสมัยใดก็ตาม – มักจะตัดสินคนอื่นอย่างรีบร้อน ทั้งๆ ที่เราไม่เคยได้รู้จักตัวตนจริงๆ ของเขาสักหน่อย

 

ก็แค่เพียงรู้จักอย่างผิวเผิน ก็แค่เพียงเคยเห็นด้วยหางตา หรือก็แค่เพียงได้ยินเสียงเล่าแว่วมาทางสายลม

 

ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วหากเราอยากจะรู้จักใครสักคนจริงๆ – ไม่ว่าเขาคนนั้นจะดีเลิศเลอหรือแย่เลวร้ายสักแค่ไหน – สิ่งที่เราควรจะทำคือการได้ลองพูดคุย ทำความรู้จัก

 

หรืออย่างน้อยที่สุดคือการให้เขาได้พูด ได้เล่าในสิ่งที่เขาคิดในสมองและรู้สึกในหัวใจ

 

เป็นจังหวะบังเอิญดีนะครับที่จู่ๆ ก็ได้เห็นว่า นาโอมิ โอซากะ นักเทนนิสสาวชาวญี่ปุ่นมืออันดับ 2 ของโลก (ที่ดังกว่ามืออันดับ 1) ซึ่งมีกรณีอ่อนไหวเกิดขึ้นในช่วงของการแข่งขันเทนนิสเฟรนช์โอเพ่น เกี่ยวกับการไม่ทำหน้าที่ของนักเทนนิสในการให้สัมภาษณ์กับสื่อในช่วงก่อนและหลังเกมการแข่งขัน ก่อนที่เธอจะขอถอนตัวและพักการแข่งมาเป็นระยะเวลาหลายสัปดาห์ – เธอได้กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งแล้ว

 

และการปรากฏตัวครั้งนี้ไม่ธรรมดา เพราะเป็นบทความในนิตยสาร Time ที่เปิดเผยความรู้สึกจริงๆ ของเธอผ่านตัวอักษร ซึ่งผมได้อ่านแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจอย่างมาก และขออนุญาตถ่ายทอดสิ่งที่เธอเขียนออกมาโดยไม่ตัดทอนเลย 

 

Naomi Osaka

ที่มา: Time.com

 

Naomi Osaka: ‘It’s O.K. to Not Be O.K.’ (นิตยสาร Time)

 

ชีวิตคือการเดินทาง

 

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาฉันได้เดินทางผ่านเส้นทางที่ไม่คาดฝัน แต่ก็เป็นเส้นทางหนึ่งที่ได้สอนฉันอย่างมากมายและทำให้ฉันได้เติบโตขึ้น ฉันได้เรียนรู้บทเรียนที่สำคัญๆ อยู่ 2 อย่างด้วยกัน

 

บทเรียนที่หนึ่ง ไม่มีวันที่เราจะทำให้ทุกคนพอใจได้ทั้งหมด โลกใบนี้นั้นมีความแตกต่าง นับตั้งแต่ที่ฉันจำความได้ในช่วงชีวิตสั้นๆ 23 ปีของฉัน ประเด็นที่ชัดเจนสำหรับฉันในเรื่องคุณค่าที่แท้จริง เช่น การสวมหน้ากาก (ที่มีชื่อของคนผิวดำที่เสียชีวิตเพราะการเหยียดสีผิว) หรือการคุกเข่าเพื่อสนับสนุนการต่อต้านการเหยียดสีผิวนั้น ก็มีการต่อต้านอย่างรุนแรง ซึ่งฉันรู้สึกประหลาดใจ ดังนั้นในตอนที่ฉันแถลงข่าวในเฟรนช์โอเพ่นเพื่อดูแลสภาพจิตใจของตัวฉันเอง ฉันก็ควรที่จะเตรียมตัวสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา

 

บทเรียนที่สองนั้นดูจะยิ่งมีคุณค่ามากกว่า สำหรับฉันมันชัดเจนอย่างแท้จริงว่าทุกคนต่างก็เจ็บปวดจากประเด็นเกี่ยวกับปัญหาทางจิตของตัวเองหรือรู้จัก ใครสักคนที่กำลังเจ็บปวดอยู่ ข้อความที่ฉันได้รับจากผู้คนมากมายนั้นเป็นเครื่องยืนยันในเรื่องนี้ ฉันคิดว่าเราน่าจะเห็นพ้องต้องกันได้ว่าเราทุกคนต่างเป็นมนุษย์ มนุษย์ที่มีความรู้สึกและอารมณ์

 

บางทีการแสดงออกของฉันอาจจะทำให้หลายคนสับสน เพราะมันมี 2 ประเด็นย่อยในเวลาเดียวกัน ในจิตใจของฉันพวกเขาล้ำเส้น และนั่นคือเหตุผลที่ฉันพูดเรื่องทั้งหมดพร้อมกัน แต่เราลองมาแยกประเด็นนี้เพื่อมาพูดคุยกัน

 

เรื่องแรกคือเรื่องของสื่อ แต่ปัญหาไม่ใช่สื่อหรอก แต่มันเป็นเรื่องของรูปแบบในการแถลงข่าวที่มีมาแต่ดั้งเดิม ฉันอยากพูดอีกครั้งสำหรับคนที่ทำงานอยู่ข้างหลังว่าฉันรักสื่อ แต่ฉันไม่รักการแถลงข่าว

 

ฉันสนุกเสมอกับความสัมพันธ์อันน่ามหัศจรรย์กับสื่อ และฉันได้เคยให้สัมภาษณ์ในเชิงลึกแบบตัวต่อตัวจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน ถ้าไม่นับบรรดาซูเปอร์สตาร์ที่อยู่ในวงการนี้มานานกว่าฉัน (โนวัค ยอโควิช, โรเจอร์ เฟเดอเรอร์, ราฟาเอล นาดาล, เซเรนา วิลเลียมส์) ฉันคิดว่าฉันน่าจะเป็นคนที่มีเวลาให้สื่อมากกว่านักกีฬาคนไหนๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

 

ฉันพยายามที่จะตอบคำถามด้วยความจริงจากส่วนลึกของใจเสมอ ฉันไม่เคยได้รับการฝึกเรื่องการรับมือกับสื่อมาก่อน ดังนั้นสิ่งที่คุณเห็นก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด จากที่ฉันเห็น นักกีฬากับสื่อนั้นเราต่างพึ่งพาและเคารพซึ่งกันและกัน

 

อย่างไรก็ดีในความคิดเห็นของฉัน (และฉันอยากจะย้ำว่านี่เป็นแค่ความเห็นของฉันคนเดียว ไม่ได้หมายถึงนักกีฬาทุกคนที่เล่นในทัวร์) รูปแบบของการแถลงข่าวนั้นมันล้าสมัยเกินไปแล้ว และต้องการการเปลี่ยนแปลงเพื่อความสดใหม่ ฉันเชื่อว่าเราจะทำให้มันดีขึ้นได้ น่าสนใจขึ้นได้อีก และสนุกมากกว่านี้ได้อีกสำหรับทั้งสองฝ่าย ลดเรื่องการตั้งคำถาม การหาคำตอบ แต่เป็นการพูดคุยกันตรงไปตรงมาอย่างแท้จริง

 

จากปฏิกริยาตอบรับที่เกิดขึ้น ฉันได้เห็นว่านักเขียนเทนนิสส่วนใหญ่จะไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เกิดขึ้น สำหรับพวกเขาเกือบทุกคน การแถลงข่าวในรูปแบบดั้งเดิมนั้นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และไม่ควรมีใครตั้งคำถาม หนึ่งในสิ่งที่พวกเขากังวลมากที่สุดคือฉันอาจจะเป็นอันตรายต่อทุกสิ่งที่เคยมีมา แต่ตามที่ฉันรู้มาก็ไม่มีใครในวงการเทนนิสที่งดแถลงข่าวอีก ฉันไม่เคยตั้งใจที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการปฏิวัติ แต่ก็แค่อยากจะพิจารณาอย่างจริงจังในพื้นที่การทำงานของเรา และตั้งคำถามว่าเราจะสามารถทำมันให้ดีกว่านี้ได้อีกไหม

 

ฉันได้สื่อสารไปว่าฉันอยากจะของดการแถลงข่าวในโรลังด์ การ์รอส เพื่อดูแลตัวเองและปกป้องสุขภาพจิตของฉันเอง ฉันขอยืนกรานเช่นนั้น นักกีฬาทุกคนคือมนุษย์ เทนนิสคืออาชีพของเราที่มีสิทธิพิเศษ และแน่นอนว่ามันก็ย่อมต้องมีสิ่งผูกมัดในเรื่องนอกสนามที่เกี่ยวข้องกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ฉันจินตนาการไม่ออกว่าจะมีนักกีฬาอาชีพคนอื่นที่มีสถิติในการแถลงข่าวสม่ำเสมอ (ฉันพลาดการแถลงข่าวแค่ครั้งเดียวใน 7 ปีตลอดการทัวร์ของฉัน) จะต้องถูกสอบสวนหนักขนาดนี้ไหม

 

บางทีเราอาจจะให้นักกีฬามีสิทธิ์ที่จะได้พักใจจากการตอบคำถามของสื่อแบบนานๆ ครั้งโดยที่ไม่ต้องถูกลงโทษอย่างเข้มงวด

 

ในสายอาชีพอื่น คุณสามารถจะลากิจได้โดยไม่มีความผิด ตราบใดที่มันไม่ได้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นนิจ คุณไม่จำเป็นต้องมาเปิดเผยเรื่องโรคส่วนตัวของคุณกับนายจ้าง ซึ่งน่าจะมีมาตรการของฝ่ายบุคคลที่ปกป้องคุณอย่างน้อยในระดับความเป็นส่วนตัว

 

ในกรณีของฉัน ฉันรู้สึกว่าฉันตกอยู่ใต้ความกดดันมหาศาลในการเปิดเผยอาการป่วยของฉัน เพียงเพราะสื่อและผู้จัดไม่เชื่อฉัน ฉันไม่ได้ปรารถนาให้ใครต้องมาพบเจอสิ่งนี้เหมือนกัน และหวังว่าเราจะสามารถหามาตรการที่จะปกป้องนักกีฬาได้ โดยเฉพาะคนที่มีความเปราะบาง และฉันก็ไม่อยากที่จะต้องมาตอบเรื่องประวัติการรักษาของฉันอีกแล้ว ดังนั้นฉันอยากขอร้องสื่อว่าช่วยเห็นแก่ความเป็นส่วนตัวและมีความเห็นอกเห็นใจฉันบ้างในครั้งหน้าที่เราพบกัน

 

ทุกคนมีช่วงเวลาที่เราจะต้องจัดการกับบางเรื่องราวที่เกิดขึ้นเบื้องหลังได้ทั้งนั้น เราทุกคนต่างเป็นมนุษย์ที่ต้องผ่านบางเรื่องราวในบางระดับ ฉันเองมีคำแนะนำมากมายที่อยากจะเสนอต่อคนระดับสูงในวงการเทนนิส แต่คำแนะนำอันดับ 1 ที่ฉันอยากจะเสนอคืออยากให้อนุญาตให้มีจำนวนวัน ‘ลาป่วย’ ได้นิดหน่อยต่อปี ที่เราจะสามารถใช้เลี่ยงการทำงานใต้ข้อตกลงกับสื่อได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยเหตุผลส่วนตัว ฉันเชื่อว่านี่จะทำให้วงการกีฬานั้นอยู่ในระดับที่เทียบเท่ากับวงการอื่นของสังคม

 

สุดท้ายนี้ฉันอยากขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจฉัน ซึ่งมีมากมายจริงๆ แต่ฉันอยากเริ่มที่ครอบครัวและเพื่อนของฉันที่มหัศจรรย์อย่างมาก ไม่มีสิ่งใดที่สำคัญมากกว่าความสัมพันธ์เหล่านี้แล้ว ฉันอยากขอบคุณบุคคลสาธารณะที่ให้การสนับสนุน ให้กำลังใจ และให้คำปลอบใจที่อบอุ่น

 

มิเชล โอบามา, ไมเคิล เฟลป์ส, สตีเฟน เคอร์รี, โนวัค ยอโควิช, เมแกน มาร์เคิล คือชื่อส่วนน้อยที่ฉันขอเอ่ยถึง ยิ่งกว่านั้นคือฉันรู้สึกซาบซึ้งต่อเหล่าพันธมิตรของฉันทุกเจ้า แม้ว่าฉันจะไม่ประหลาดใจเลย เพราะแบรนด์พันธมิตรที่ฉันเลือกนั้นต่างเป็นอิสระ มีความเห็นอกเห็นใจ และมีความคิดก้าวหน้า ฉันขอขอบคุณอย่างสูงจริงๆ

 

หลังจากที่ได้พักในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเติมพลังและได้ใช้เวลากับคนที่รัก ฉันได้มีเวลาที่จะทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นและคิดถึงอนาคตข้างหน้า ฉันตื่นเต้นมากที่จะได้ลงเล่นในโตเกียว ลำพังกีฬาโอลิมปิกก็เป็นสิ่งมหัศจรรย์ในตัวมันเองอยู่แล้ว แต่การได้มีโอกาสเล่นต่อหน้าแฟนชาวญี่ปุ่นนั้นคือความฝันที่เป็นจริง ฉันหวังว่าฉันจะทำให้พวกเขาภูมิใจ

 

พวกคุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แต่ฉันเป็นคนที่มีบุคลิกภาพแบบเก็บตัวโดยธรรมชาติ (Naturally Introverted) และไม่ชอบการเป็นจุดสนใจ ฉันพยายามเสมอในการจะผลักดันตัวเองให้พูดในสิ่งที่ฉันเชื่อและคิดว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่บ่อยครั้งที่มันก็ทำให้ฉันเกิดความวิตกกังวล ฉันรู้สึกไม่สบายใจนักที่จะต้องเป็นเหมือนโฆษกหรือเป็นตัวแทนในเรื่องปัญหาสุขภาพจิตของนักกีฬา เพราะเรื่องนี้ยังใหม่มากสำหรับฉัน และฉันก็ไม่ได้มีคำตอบทั้งหมด ฉันหวังว่าผู้คนจะเชื่อมโยงและเข้าใจได้ว่า มันโอเคหากเราจะบอกว่าเราไม่โอเค และมันก็โอเคที่เราจะพูดมันออกมาด้วย เพราะมีคนที่พร้อมจะช่วยเราเสมอ และมันมีแสงสว่างอยู่ที่ปลายอุโมงค์จริงๆ

 

ไมเคิล เฟลป์ส (ตำนานนักว่ายน้ำสหรัฐฯ ที่เคยประสบปัญหาทางจิตใจอย่างรุนแรง) เคยบอกกับฉันว่า แค่การได้พูด ฉันอาจจะได้ช่วยชีวิตไปแล้วก็ได้ ถ้ามันเป็นจริง ดังนั้นก็ถือว่าคุ้มค่ามากพอแล้ว

 

Naomi Osaka

ที่มา: Time.com

 

ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะว่าเธอได้แรงบันดาลใจจากซีรีส์ดังที่ฮิตอย่างมากเมื่อปีกลายหรือไม่ (เดาเอาว่าใช่) และผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเมื่อคุณอ่านเรื่องของเธอจบทั้งหมดแล้วจะมีความเห็นหรือความรู้สึกอย่างไร

 

แต่ไม่ว่าจะรู้สึก หรือเคยรู้สึกอย่างไรต่อกรณีปัญหาของเธอ (ซึ่งผมก็มีสิ่งที่ผมคิดในใจเหมือนกัน) ผมคิดว่าอย่างน้อยที่สุดคือการได้ ‘รับฟัง’ เธอด้วยความตั้งใจสักครั้ง

 

ส่วนฟังแล้วจะรู้สึกอย่างไร เข้าใจหรือไม่ นั่นไม่ใช่ปัญหา และผมก็เชื่อว่าโอซากะเองก็ไม่คิดว่ามันเป็นปัญหาเช่นกัน

 

หวังว่าเธอจะเข้มแข็งขึ้น และหวังว่าเรื่องของเธอจะทำให้คนที่มีปัญหาแบบเดียวกับเธออีกมากมายเข้มแข็งขึ้น และสำคัญที่สุดคือคนที่ไม่มีปัญหาจะเข้าใจคนที่เป็นแบบเธอมากขึ้น

 

คนเราไม่ต้องโอเคกับทุกเรื่องก็ได้ – จริงๆ นะ

 

อ้างอิง:

The post ‘It’s O.K. to Not Be O.K.’ เสียงจากหัวใจของ นาโอมิ โอซากะ ที่อยากให้ทุกคนได้ลองเงี่ยหูฟัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ผมขอทุ่มเททั้งหมดนี้ให้กับเธอ” ซิตซิปาสเผยหลังจบแมตช์ชิงเฟรนช์โอเพ่น ย่าของเขาเสียชีวิต 5 นาทีก่อนลงหวดรอบชิงชนะเลิศ https://thestandard.co/stefanos-tsitsipas-grandmother-died-5-minutes-before-the-final/ Tue, 15 Jun 2021 06:15:25 +0000 https://thestandard.co/?p=500328 stefanos

สเตฟานอส ซิตซิปาส นักเทนนิสชาวกรีก ได้กล่าวคำอำลาและยกย […]

The post “ผมขอทุ่มเททั้งหมดนี้ให้กับเธอ” ซิตซิปาสเผยหลังจบแมตช์ชิงเฟรนช์โอเพ่น ย่าของเขาเสียชีวิต 5 นาทีก่อนลงหวดรอบชิงชนะเลิศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
stefanos

สเตฟานอส ซิตซิปาส นักเทนนิสชาวกรีก ได้กล่าวคำอำลาและยกย่องย่าของเขา ที่เสียชีวิต 5 นาทีก่อนที่เขาจะลงหวดในรอบชิงชนะเลิศชายเดี่ยวศึกเฟรนช์​โอเพ่น 2021 ที่เขาพ่ายให้กับ โนวัค ยอโควิช ไป 2-3 เซ็ต เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา

 

โดยในรอบชิงชนะเลิศดังกล่าว ซิตซิปาสขึ้นนำยอโควิชก่อนใน 2 เซ็ตแรก ก่อนที่ยอโควิชจะเร่งฟอร์มเก่งกลับมาเอาชนะได้ใน 3 เซ็ตหลัง ส่งผลให้ยอโควิชชนะไป 3-2 เซ็ต สกอร์ 6-7 (ไทเบรก 6-8), 2-6, 6-3, 6-2 และ 6-4 

 

หลังจบการแข่งขัน ซิตซิปาสได้โพสต์ถึงย่าของเขาที่เสียชีวิตเพียง 5 นาทีก่อนการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศใน Instagram ว่า 

 

“ผู้หญิงที่เต็มไปด้วยปัญญา ซึ่งมีความศรัทธาในชีวิต และมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้ให้แบบที่ไม่มีมนุษย์คนไหนที่ผมเคยพบเจอสามารถเปรียบเทียบได้

 

“เป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องมีคนแบบเธอมากขึ้นในโลกใบนี้ เพราะผู้คนแบบเธอทำให้คุณรู้สึกมีชีวิต และทำให้คุณกล้าฝัน 

 

“ผมอยากจะกล่าว แม้ว่าสถานการณ์วันนี้จะไม่เป็นใจ แต่ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ผมทุ่มเทให้กับเธอ และเธอเพียงคนเดียว ขอบคุณที่เลี้ยงดูพ่อของผมมา เพราะหากไม่มีเขา ทั้งหมดนี้ก็คงไม่มีทางเป็นไปได้” 

 

สำหรับการที่ซิตซิปาสพลาดโอกาสคว้าแชมป์ชายเดี่ยวเฟรนช์โอเพ่น 2021 เจ้าตัวในวัย 22 ปี ได้เปิดเผยความรู้สึกใน Instagram ว่า 

 

“ชีวิตไม่ใช่เรื่องของชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ แต่คือการมีความสุขกับทุกโมเมนต์ในชีวิต ไม่ว่าจะอยู่เพียงลำพังหรือกับผู้อื่น 

 

“การใช้ชีวิตที่มีความหมายโดยไม่มีความโศกเศร้า การชูถ้วยแชมป์หรือการฉลองชัยชนะก็เป็นเพียงสิ่งหนึ่งในชีวิต แต่มันไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต” 

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

อ้างอิง: 

The post “ผมขอทุ่มเททั้งหมดนี้ให้กับเธอ” ซิตซิปาสเผยหลังจบแมตช์ชิงเฟรนช์โอเพ่น ย่าของเขาเสียชีวิต 5 นาทีก่อนลงหวดรอบชิงชนะเลิศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดทำเนียบแชมป์เทนนิสแกรนด์สแลม ประเภทชายเดี่ยว https://thestandard.co/grand-slam-tennis-championships-single-male/ Mon, 14 Jun 2021 05:47:07 +0000 https://thestandard.co/?p=499910 Novak Djokovic Golden Slam

โนวัค ยอโควิช นักเทนนิสมือหนึ่งของโลกชาวเซอร์เบีย ขยับเ […]

The post เปิดทำเนียบแชมป์เทนนิสแกรนด์สแลม ประเภทชายเดี่ยว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Novak Djokovic Golden Slam

โนวัค ยอโควิช นักเทนนิสมือหนึ่งของโลกชาวเซอร์เบีย ขยับเข้าใกล้นักเทนนิสชายที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลมสูงสุดตลอดกาล หลังจากที่คว้าแชมป์เฟรนช์โอเพ่น 2021 มาครองได้สำเร็จ เมื่อคืนวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา 

 

โดยยอโควิชพลิกสถานการณ์ที่ตามหลัง สเตฟานอส ซิตซิปาส อยู่ใน 2 เซ็ตแรก แล้วพลิกกลับมาเอาชนะไปได้ 3-2 เซ็ต คว้าแชมป์ชายเดี่ยวเฟรนช์โอเพ่นสมัยที่ 2 ในอาชีพได้สำเร็จ และนับเป็นแชมป์แกรนด์สแลมสมัยที่ 19 ซึ่งมากอันดับ 2 สำหรับเทนนิสประเภทชายเดี่ยว รองจาก โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ และ ราฟาเอล นาดาล ที่ทำไว้เท่ากันที่ 20 สมัย 

 

หลังจบการแข่งขัน นักเทนนิสเซอร์เบียวัย 34 ปี ตั้งเป้าทำ ‘Golden Slam’ ด้วยการคว้าแชมป์ทั้งวิมเบิลดัน โตเกียว โอลิมปิก และปิดท้ายด้วยยูเอสโอเพ่นในช่วงท้ายปี หลังจากที่ปีนี้เขาคว้าไปแล้วทั้งแชมป์ออสเตรเลียนโอเพ่น และเฟรนช์โอเพ่นไปแล้ว 

 

“ผมอยู่ในจุดที่ดีที่จะทำ Golden Slam” ยอโควิช กล่าว “ทุกอย่างเป็นไปได้ ผมได้ทำในสิ่งที่หลายคนมองว่าเป็นไปไม่ได้สำหรับผม

 

“ผมจะใช้เวลามีความสุขกับชัยชนะนี้ และคิดถึงการแข่งขันวิมเบิลดันในช่วงเวลาอีกไม่กี่วัน ผมไม่มีปัญหาอะไรที่จะบอกว่า ผมจะไปเพื่อคว้าแชมป์วิมเบิลดัน หวังว่าผมจะใช้ความมั่นใจที่ผมมีในตอนนี้ต่อยอดไปสู่วิมเบิลดัน”

 

นอกจากนี้แชมป์เฟรนช์โอเพ่นสมัยที่ 2 ของยอโควิชต่อจากปี 2016 ยังทำให้เขากลายเป็นนักเทนนิสชายคนแรกที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลมทั้ง 4 รายการมาครองได้สำเร็จ อย่างน้อยรายการละ 2 สมัยในยุค Open Era ตั้งแต่ปี 1968 อย่างเป็นทางการ 

 

สำหรับนักเทนนิสทั้ง 3 คนที่ครองความยิ่งใหญ่ในยุคปัจจุบันของวงการเทนนิส ทั้ง โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ราฟาเอล นาดาล และ โนวัค ยอโควิช มีเพียงนาดาลที่เคยคว้าเหรียญทองโอลิมปิกประเภทชายเดี่ยวได้สำเร็จเมื่อปี 2008 ขณะที่เฟเดอเรอร์คว้าเหรียญทองได้ในประเภทชายคู่ และเคยได้เหรียญเงินในประเภทชายเดี่ยวเมื่อปี 2012 ส่วนยอโควิชเคยคว้าได้เพียงเหรียญทองแดงเมื่อปี 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน 

 

Novak Djokovic Golden Slam

 

ภาพประกอบ: กริน วสุรัฐกร

The post เปิดทำเนียบแชมป์เทนนิสแกรนด์สแลม ประเภทชายเดี่ยว appeared first on THE STANDARD.

]]>