Supreme เปิดตัวโปรดักต์ที่พร้อมจะยกระดับซัมเมอร์นี้ โดย […]
The post Supreme จับมือ Coppertone เปิดตัวสเปรย์กันแดดป้องกันผิวจากทั้งรังสี UVA และ UVB appeared first on THE STANDARD.
]]>
Supreme เปิดตัวโปรดักต์ที่พร้อมจะยกระดับซัมเมอร์นี้ โดยจับมือกับแบรนด์ครีมกันแดด Coppertone ในการเปิดตัวสเปรย์กันแดดที่ถูกรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษให้ออกมาเป็นไอเทมไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมที่ควรค่าแก่การสะสม
Supreme x Coppertone Sunscreen Spray เป็นโปรดักต์เอ็กซ์คลูซีฟสำหรับฤดูร้อนที่มีคุณสมบัติ Broad Spectrum SPF 50 หรือความสามารถในการป้องกันผิวจากทั้งรังสี UVA และ UVB ได้อย่างครอบคลุม โดยกระป๋องสเปรย์ทรงสูงเพรียวมีขนาดบรรจุ 5.5 oz และ มาในโทนสีขาวตัดกับสีแดง ด้านหน้ากระป๋องประทับตรา โลโก้ Coppertone ที่ชวนให้นึกถึงกลิ่นอายแห่งความคลาสสิกของแบรนด์ พร้อมด้วยโลโก้ Supreme ตัวหนังสือขยายใหญ่แนวตั้งที่ปรากฏอยู่ด้านล่าง ซึ่งทำให้ดีไซน์ของโปรดักต์ดูมีความทันสมัยอย่างเป็นเอกลักษณ์ ในขณะที่ด้านหลังกระป๋องสเปรย์เป็นฉลากแสดงข้อมูลต่างๆ ของโปรดักต์
มีการรายงานว่าสเปรย์กันแดดตัวนี้ใช้สูตรกันแดดขั้นสูงสำหรับการเล่นกีฬา โดยมีเนื้อสัมผัสบางเบาสบายผิวที่พร้อมมอบความชุ่มชื้น แต่ยังคงสามารถปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถกันน้ำได้นานถึง 80 นาที นอกจากนั้นโปรดักต์กันแดดที่มาในรูปแบบสเปรย์ยังทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ทั่วถึงไม่ว่าจะฉีดในองศาใดก็ตาม
นับว่าเป็นอีกหนึ่งโปรดักต์ที่ Supreme สามารถผสมผสานสตรีทแฟชั่นเข้ากับไอเทมไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว โดย Supreme x Coppertone Sunscreen Spray วางจำหน่ายแล้วที่เว็บไซต์ของทั้ง Supreme และ Copperton รวมไปถึงทาง Amazon ในสนนราคา 18 ดอลลาร์ หรือประมาณ 600 บาท
ภาพ: Supreme
อ้างอิง: https://hypebeast.com/2026/6/supreme-coppertone-spf-50-sunscreen-spray-collab
The post Supreme จับมือ Coppertone เปิดตัวสเปรย์กันแดดป้องกันผิวจากทั้งรังสี UVA และ UVB appeared first on THE STANDARD.
]]>
หนึ่งในศิลปินป๊อปอาร์ตที่ครองใจ Gen Z ได้มากที่สุดในยุค […]
The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT KAWS FASHION COLLABORATIONS คอลเล็กชันไอคอนิกของศิลปินป๊อปอาร์ตและแบรนด์แฟชั่น appeared first on THE STANDARD.
]]>
หนึ่งในศิลปินป๊อปอาร์ตที่ครองใจ Gen Z ได้มากที่สุดในยุคนี้ต้องมีชื่อของ KAWS คาแรกเตอร์หน้าตาประหลาดที่มีหัวเป็นกะโหลกและนัยน์ตาเป็นรูปกากบาท (XX) ในชื่อ ‘Companion’ ซึ่งคาแรกเตอร์นี้เป็นการผสมผสานระหว่างไฟน์อาร์ตและป๊อปคัลเจอร์อย่างลงตัว คาแรกเตอร์ Companion สร้างอัตลักษณ์อันเป็นสากล สามารถเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย จนทำให้ชื่อของ KAWS ขึ้นแท่นกลายเป็นงานอาร์ตที่โด่งดังและเป็นที่ปรารถนาของใครหลายคน
จุดเริ่มต้นของ KAWS มาจากชายที่ชื่อว่า Brian Donnelly เขาจบปริญญาด้านไฟน์อาร์ต และเริ่มต้นอาชีพสายงานอาร์ตจากการร่วมงานกับสตูดิโอ Walt Disney ในการวาดแบ็กกราวด์ให้กับแอนิเมชันชื่อดังอย่าง 101 Dalmatians และ Daria and Doug ก่อนจะผันตัวเองมาสู่สายกราฟฟิตี้ และนั่นเองเป็นจุดกำเนิดของคาแรกเตอร์ KAWS สิ่งสำคัญที่ทำให้ชื่อของ KAWS เป็นที่โด่งดังจนถึงทุกวันนี้มาจากการใช้งานศิลปะเชิงพาณิชย์ นั่นก็คือคอลลาบอเรชันนั่นเอง
วันนี้ THE STANDARD POP จะพาทุกคนไปย้อนชมผลงานคอลลาบอเรชันระหว่าง KAWS และแบรนด์ต่างๆ ที่สร้างกระแสระดับป๊อปคัลเจอร์ได้
ภาพ: Getty Images, Courtesy of Brands
คอลเล็กชันเปิดตัวของ Kim Jones ที่ Dior Men ในปี 2019 เขาเลือกงานจาก KAWS มาเป็นศิลปินคนแรกในการสร้างผลงานคอลลาบอเรชันสำหรับคอลเล็กชันแรกของเขา ซึ่ง Jones นำคาแรกเตอร์ Companion มาสร้างความไฮบริดเข้ากับผึ้ง เพื่อสร้างเป็นคาแรกเตอร์ใหม่สำหรับคอลเล็กชันนี้โดยเฉพาะ ซึ่งคาแรกเตอร์ดังกล่าวถูกนำไปใช้บนไอเท็มมากมาย เช่น กระเป๋าหลากหลายแบบ, เสื้อผ้า, พวงกุญแจ และตุ๊กตาเวอร์ชันพิเศษ ซึ่งอย่างหลังยังถูกนำมาใช้บนรันเวย์แรกของเขาด้วยเช่นกันในเวอร์ชันที่ทำขึ้นจากดอกไม้

ไม่ใช่แค่แบรนด์แฟชั่นอย่างเดียว แต่ KAWS ยังมีผลงานร่วมกับแบรนด์กึ่งไลฟ์สไตล์อย่าง UNIQLO อีกด้วย การคอลแลบกันคราวนี้สร้างชื่อให้ KAWS เป็นที่รู้จักเป็นวงกว้างจากความนิยมของแบรนด์ UNIQLO อยู่แล้ว ซึ่งภายในคอลเล็กชัน KAWS x UNIQLO มีจุดเด่นอยู่ที่การใช้ลวดลายพิเศษต่างๆ จากแอนิเมชันอื่นๆ ที่ทาง KAWS นำมาใช้ร่วมกันในงานดีไซน์ เช่น Andy Warhol, Snoopy และ Sesame Street คอลเล็กชันนี้ประกอบไปด้วยไอเท็มอย่างเสื้อยืด, กระเป๋าผ้าแคนวาส, ตุ๊กตา และรองเท้าสำหรับใส่ในบ้าน

รันทุกวงการไม่ใช่แค่แฟชั่น เมื่อไม่นานมานี้แบรนด์ Audemars Piguet เปิดตัวคอลเล็กชันพิเศษที่ร่วมทำขึ้นกับ KAWS โดยนำเสนอผ่านเรือนเวลาที่มีชื่อว่า Royal Oak Concept Tourbillon “COMPANION” ซึ่งจะผลิตเพียงแค่ 250 เรือนทั่วโลกเท่านั้น ก่อนหน้านี้ในปี 2012 KAWS จับมือร่วมกับ Ikepod ออกแบบนาฬิการุ่นพิเศษมาแล้ว นี่จึงถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ KAWS ได้กลับมาร่วมงานกับแบรนด์นาฬิกาอีกครั้ง สำหรับนาฬิการุ่นนี้นำเสนอผ่านงานดีไซน์อันหรูหราของ Audemars Piguet ผสมผสานเข้ากับงานป๊อปอาร์ตสุดจี๊ดของ KAWS โดยความพิเศษของเรือนเวลารุ่นก็คือคาแรกเตอร์ Companion จะปรากฏอยู่บนหน้าปัดของนาฬิการุ่นนี้นั่นเอง

งานคอลลาบอเรชันที่สร้างไวรัลให้กับสายสตรีทแวร์ระหว่าง sacai, Nike และ KAWS โดยจุดเริ่มต้นมาจาก sacai และ Nike ที่ทั้งสองแบรนด์ร่วมออกแบบคอลเล็กชันสนีกเกอร์รุ่น sacai Blazer Low หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง Chitose Abe ดีไซเนอร์แบรนด์ sacai ได้ชวน KAWS มาร่วมออกแบบรองเท้ารุ่นดังในเวอร์ชันพิเศษ โดยการมาของ KAWS มาพร้อมคู่สีพิเศษที่ตั้งใจสร้างคอนทราสต์กันและกัน ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากงานก่อนๆ ของ KAWS อย่าง Urge อีกหนึ่งจุดเด่นของงานคอลลาบอเรชันนี้คือด้านข้างของรองเท้าแต่ละข้างจะมีเอกลักษณ์ XX อยู่ด้วย แน่นอนว่าใครเห็นก็รู้ทันทีว่าสนีกเกอร์คู่นี้มาจากคอลเล็กชันไหน

หนึ่งในคอลเล็กชันนำร่องงานคอลลาบอเรชันเกิดขึ้นในปี 2007 เป็นการร่วมงานกันระหว่าง KAWS และ COMME des GARÇONS แบรนด์แฟชั่นจากประเทศญี่ปุ่น โดย KAWS ผลิตลายกราฟิกพิเศษขึ้นมาใหม่เพื่อใช้เป็นลายพิมพ์บนไอเท็มอย่างกระเป๋าคลัตช์รวมถึงกระเป๋าสตางค์ คอลเล็กชันนี้ได้รับความนิยมอย่างมากจากความเรียบง่ายแต่สร้างอิมแพ็กต์จากลายกราฟิกสุดพิเศษ ไม่เพียงแค่นั้น ในปี 2014 ทั้ง KAWS และ COMME des GARÇONS กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้มี Pharrell Williams มาร่วมด้วยในการออกแบบคอลเล็กชันน้ำหอมยูนิเซ็กซ์ในชื่อว่า GIRL โดย KAWS เป็นคนออกแบบลายกราฟิกและขวดเองทั้งหมด

มีเหรอที่แบรนด์สตรีทแวร์สุดคูลอย่าง Supreme จะพลาดร่วมงานกับ KAWS อีกหนึ่งคอลเล็กชันระดับไวรัลที่ขึ้นแท่นไอเท็มหายากสุดๆ มาจากการคอลแลบของทั้งสองแบรนด์ ความพิเศษของคอลเล็กชันนี้อยู่ที่ลายกราฟิกที่ KAWS นำแรงบันดาลตัวตนและ DNA ของ Supreme อย่างสีแดงมาใช้ในการออกแบบคาแรกเตอร์ Companion ให้มาอยู่ในไอเท็มเรียบง่ายอย่างเสื้อยืด เสื้อฮู้ดดี้ และอื่นๆ ไม่ใช่แค่นั้น ลายดังกล่าวยังถูกนำไปใช้ในรูปแบบอื่นๆ เช่น ตุ๊กตาเวอร์ชันพิเศษ, สเกตบอร์ด, กล่องรองเท้า หรือแม้แต่พรม ที่ทุกไอเท็มกลายเป็นของหายากและมีราคารีเซลสูงมาก

แบรนด์แฟชั่นของสายลุยที่ขยันสร้างคอลลาบอเรชันอย่าง The North Face ดึง KAWS มาร่วมออกแบบคอลเล็กชันพิเศษกับเขาด้วยเช่นกัน โดยเน้นไปที่กีฬาฤดูหนาวอย่างสกีและสโนว์บอร์ด ซึ่ง KAWS เข้ามามีส่วนร่วมในการผลิตลายต่างๆ ที่นำมาใช้บนไอเท็มอย่างเสื้อยืดแขนยาว, แจ็กเก็ตผ้านวม, เลกกิ้ง, หมวก, ถุงมือ และกระเป๋า และยังมีซิกเนเจอร์ XX สัญลักษณ์นัยน์ตาของ Companion ที่ถูกนำมาใช้บนไอเท็มแทบจะเกือบทุกชิ้นในคอลเล็กชันนี้

The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT KAWS FASHION COLLABORATIONS คอลเล็กชันไอคอนิกของศิลปินป๊อปอาร์ตและแบรนด์แฟชั่น appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในโลกของสตรีทแฟชั่น คงไม่มีแบรนด์ไหนจะได้รับความนิยมมาก […]
The post ชมคลิป: SUPREME จะก้าวข้ามการเป็น ‘แบรนด์ปั่นราคา’ ได้หรือไม่? | 7 Things We Love About… EP.28 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในโลกของสตรีทแฟชั่น คงไม่มีแบรนด์ไหนจะได้รับความนิยมมากไปว่า SUPREME จากจุดเริ่มต้นร้านเล็กๆ ในนิวยอร์กกับคอมมูนิตี้สเกตบอร์ด สู่แบรนด์ที่คนรู้จักไปทั่วโลก โดยเฉพาะโลโก้กล่องสีแดงที่จำได้ในทันที และการร่วมงานกับ Louis Vuitton ที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์แฟชั่นว่าเป็นหนึ่งในการร่วมงานที่ประสบความสำเร็จที่สุด
แต่ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาแบรนด์มีการเปลี่ยนแปลงภายในที่สำคัญหลายครั้ง จนเสน่ห์ของแบรนด์เริ่มเสื่อมคลาย สัปดาห์นี้เราเลยมาชวนคุยถึงแบรนด์สตรีทแฟชั่นที่โด่งดังที่สุด และชวนทุกคนตั้งคำถามว่า SUPREME จะเป็นมากกว่าแค่แบรนด์สำหรับซื้อขายปั่นราคาได้หรือไม่
ติดตามฟังและชมรายการ 7 Things We Love About… ได้ในวันจันทร์ เวลา 19.00 น. ทุกช่องทางสตรีมมิงและ YouTube ของ THE STANDARD POP
The post ชมคลิป: SUPREME จะก้าวข้ามการเป็น ‘แบรนด์ปั่นราคา’ ได้หรือไม่? | 7 Things We Love About… EP.28 appeared first on THE STANDARD.
]]>
Supreme เพิ่งปล่อยตัวอย่างของคอลเล็กชันในช่วงฤดูใบไม้ร่ […]
The post Supreme เปิดตัวคอลเล็กชันใหม่ โดยมีชุดวอร์มจากฟุตบอลย้อนยุค appeared first on THE STANDARD.
]]>
Supreme เพิ่งปล่อยตัวอย่างของคอลเล็กชันในช่วงฤดูใบไม้ร่วง / ฤดูหนาว 2024 ออกมา และคอลเล็กชันนี้จะทำให้เราเห็นชุดที่ได้แรงบันดาลใจจากฟุตบอลอีกครั้ง โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากชุดวอร์มของนักฟุตบอลในปี 2006
แบรนด์แฟชั่นสไตล์สตรีทของนิวยอร์กออกแบบชุดวอร์มที่ชวนให้นึกถึงชุดของนักฟุตบอลแบบคลาสสิกในช่วงกลางทศวรรษ 2000 ที่กำลังจะออกวางจำหน่าย โดยชุดวอร์มชุดนี้มาในทรงโอเวอร์ไซส์ และมีสีให้เลือก 3 สี ได้แก่ ดำ ขาว และน้ำเงิน
โดยตรงหน้าอกจะมีโลโก้ที่ออกแบบเองโดย Supreme เป็นคำว่า World Famous Team โดยมีตัวอักษร ‘S’ ขนาดใหญ่ของ Supreme พิมพ์อยู่ด้านหน้า และยังมีหมายเลข 11 สกรีนอยู่บนแจ็กเก็ตและกางเกง
โดย Supreme หวังให้ผู้สวมใส่ได้รับความรู้สึกว่าเขาเป็นผู้เล่นตำแหน่งปีก ซึ่งมีความรวดเร็ว และกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเล่นในคืนของการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก
คอลเล็กชันใหม่ชุดนี้จะวางจำหน่ายครั้งแรกในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ บนเว็บไซต์ของ Supreme

ภาพ: supreme.com
อ้างอิง:
The post Supreme เปิดตัวคอลเล็กชันใหม่ โดยมีชุดวอร์มจากฟุตบอลย้อนยุค appeared first on THE STANDARD.
]]>
กลุ่มบริษัทผลิตแว่นตายักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง EssilorLuxott […]
The post EssilorLuxottica เตรียมเข้าซื้อกิจการของ Supreme ด้วยมูลค่าราว 5.38 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.
]]>
กลุ่มบริษัทผลิตแว่นตายักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง EssilorLuxottica เตรียมเข้าซื้อกิจการของ Supreme ต่อจากเจ้าของเดิมอย่าง VF Corporation ด้วยมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5.38 หมื่นล้านบาท
โดยการเจรจาซื้อขายครั้งนี้คาดว่าจะสำเร็จในปลายปีนี้ ซึ่งจากประกาศที่ทางเว็บไซต์ WWD รายงานว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่ EssilorLuxottica จะถือครองแบรนด์เสื้อผ้าและไลฟ์สไตล์เป็นครั้งแรก จากเดิมมีเพียง Ray-Ban, Oakley หรือ Oliver People เป็นต้น และเพื่อเข้าถึงกลุ่มตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มคนในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
อย่างไรก็ตามการซื้อขายนี้เป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าที่ VF Corporation ผู้เป็นเจ้าของแบรนด์ดังทั้ง Vans, The North Face, Dickies และอีกมากมาย ซื้อต่อมาจากแบรนด์ดั้งเดิมที่ก่อโดย James Jebbia เมื่อปี 2020 ด้วยมูลค่า 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือว่า 7.5 หมื่นล้านบาท แต่ไม่สามารถทำกำไรได้เท่าที่คาดไว้ เนื่องจากรูปแบบธุรกิจที่จำกัดซึ่งเน้นไปที่หน้าร้านค้าและออกสินค้าจำนวนจำกัด
ภาพ: Costfoto / NurPhoto via Getty Images
อ้างอิง:
The post EssilorLuxottica เตรียมเข้าซื้อกิจการของ Supreme ด้วยมูลค่าราว 5.38 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.
]]>
จากข้อมูลของบริษัทที่ปรึกษา Bain & Company ภายในปี […]
The post นิยามใหม่คำว่า ‘หรูหรา’ ของ Gen Z กำหนดอนาคตตลาดของสะสม appeared first on THE STANDARD.
]]>
จากข้อมูลของบริษัทที่ปรึกษา Bain & Company ภายในปี 2035 Gen Z จะกลายเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ในตลาดสินค้าหรูหราถึง 40% ขณะเดียวกันมุมมองของคนรุ่นนี้ต่อคำว่าหรูหราก็แตกต่างจากเดิม โดยเน้นไปที่ค่านิยม สำนึกต่อสังคม และวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับพวกเขา ยิ่งไปกว่านั้น ตามรายงานของ thredUP 82% ของกลุ่ม Gen Z จะพิจารณามูลค่าการขายต่อของสินค้าหรูหราก่อนที่ซื้อ ซึ่งจะมีผลต่อตลาดของสะสมในอนาคตอย่างแน่นอน
ในอดีตนิยามคำว่าสินค้าหรูหราสร้างขึ้นจากสองปัจจัย นั่นคือความพิเศษเฉพาะตัวและราคาที่สูง อย่างที่แบรนด์แฟชั่นดังๆ ทั้ง GUCCI, Louis Vuitton, Dior และ CHANEL สร้างความต้องการให้มากขึ้นด้วยการผลิตสินค้าที่ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะเข้าถึงได้ง่ายๆ อย่างไรก็ตาม Gen Z อาจจะไม่ได้มองแค่มุมนั้น เพราะจากการวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้ ระบุว่า 77% คำนึงถึงจิตสำนึกต่อสังคมของแบรนด์ในการตัดสินใจซื้อด้วย เนื่องจาก Gen Z สามารถเข้าถึงยุคแฟชั่นและวัฒนธรรมอื่นๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ตั้งแต่ยังเล็กๆ ดังนั้นแค่มียี่ห้อว่าเป็นแบรนด์หรูก็อาจจะไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นสักเท่าไร แต่การเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมย่อย ความยั่งยืน และการอัปไซเคิล รวมไปถึงแฟชั่นหรือเทรนด์โซเชียลมีเดียต่างหากที่น่าสนใจสำหรับพวกเขา ที่สำคัญคือต้องคำนึงถึงประเด็นเรื่องการ ‘ไม่แบ่งแยก’ ในที่นี้หมายถึงการโอบรับความหลากหลายเข้าไว้ด้วย

ตัวอย่างที่สำคัญคือการแจ้งเกิดของแบรนด์อย่าง TELFAR ด้วยสโลแกน “ไม่เหมาะแค่เฉพาะคุณ แต่เหมาะสำหรับทุกคน” ด้วยกระเป๋าช้อปปิ้ง ‘Bushwick Birkin’ ในราคาขายปลีกระหว่าง 150-300 ดอลลาร์ ทำให้ทุกคนสามารถซื้อได้ แต่ก็ผลิตในจำนวนจำกัด จึงมีมูลค่าสูงมากในตลาดขายต่อ รวมทั้งเรื่องราวของแบรนด์ที่เน้นความเป็นตัวจริงและเป็นตัวของตัวเอง
ถึงแม้ว่าแบรนด์จะไม่ได้ใช้วัสดุที่ดีที่สุดหรืองานฝีมือที่ดีที่สุด แต่ด้วยเรื่องราวเหล่านี้ก็อาจจะทำให้กลายเป็นความหรูหราแบบใหม่สำหรับ Gen Z ได้เหมือนกัน ในขณะที่แบรนด์หรูอย่าง CHANEL เคยเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์จากการใช้ระบบโควตาสำหรับซื้อกระเป๋ารุ่นคลาสสิกที่ดันไปคล้ายกับวิธีการของ Hermès ในการเข้าถึงกระเป๋า Birkin และ Kelly ทำให้แอ็กเคานต์กอสซิปแฟชั่นในอินสตาแกรมอย่าง Diet Prada นิยามว่านี่คือการลอกเลียนแบบกลยุทธ์การตลาด เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม แบรนด์หรูหลายๆ แบรนด์ก็เริ่มปรับตัวให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้นผ่านความร่วมมือกับกลุ่มวัฒนธรรมย่อย ทั้งสตรีทสไตล์และวงการกีฬา เช่น Louis Vuitton x Supreme หรือความร่วมมือระหว่าง Dior กับ Air Jordan จนเกิดเป็นรองเท้า Air Dior ที่มีเพียง 8,000 คู่เท่านั้น สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับลูกค้าอายุน้อยและเข้าไปอยู่ในตู้เสื้อผ้าของพวกเขาแบบเนียนๆ

คนรุ่นใหม่มักเลือกของที่เหมาะกับแต่ละบุคคลมากกว่าตามเทรนด์ และเลือกซื้อจากอิทธิพลของกลุ่มเพื่อนหรือวัฒนธรรมกลุ่มย่อยที่ตัวเองสังกัดอยู่ ดังนั้นเสื้อผ้าแบบ Fast Fashion อาจไม่ใช่คำตอบ แต่ของมือสองที่มีเรื่องราวของวัฒนธรรมป๊อป หรือมาจากยุคแฟชั่นอื่นที่ได้เรียนรู้ผ่านโซเชียลมีเดียกลับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากกว่า โดยแนวโน้มของ Gen Z ที่มีต่อการช้อปปิ้งของมือสองสะท้อนให้เห็นจากความนิยมของเว็บไซต์ขายต่อ เช่น Depop ที่มุ่งเน้นไปที่สินค้าวินเทจและสินค้าทำมือ โดย 90% ของผู้ที่ใช้งานมีอายุต่ำกว่า 25 ปี

นอกจากนี้คน Gen Z ยังเข้าใจเรื่องการลงทุนด้วยข้อมูลที่มีมากมายในโลกออนไลน์ ทำให้พวกเขาสนใจสิ่งของที่มีแหล่งที่มาและมุ่งเน้นไปสะสมของที่เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างเช่น iPod รุ่นแรกที่ตอนนี้ขายได้ในราคา 29,000 ดอลลาร์ ขณะที่รองเท้า Birkenstocks ของ Steve Jobs ขายได้ 218,000 ดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนถึงการมองเห็นคุณค่าของสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
อีกส่วนที่สำคัญสำหรับ Gen Z นั่นคือความเรียล ดังที่เราจะเห็นได้จากความนิยมที่ลดลงของอินสตาแกรมในหมู่คนรุ่นใหม่ จากการประดิดประดอยสร้างภาพลักษณ์สวยหรูที่ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ของกลุ่มมิลเลนเนียล แต่คนรุ่นใหม่กลับมองหา ‘ตัวตนที่แท้จริง’ มากกว่า นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม TikTok จึงกลายเป็นที่นิยม เพราะมันมีความเป็นกันเองมากกว่านั่นเอง

นอกจากนี้ยังรวมไปถึงภาพลักษณ์ของอินฟลูเอ็นเซอร์ที่มีอิทธิพลด้วย อย่างเช่น เจค พอล ยูทูเบอร์ที่ผันตัวเองมาเป็นนักมวยและสร้างเรื่องอื้อฉาวจนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์มากมาย แต่กลับได้รับความนิยม โดยการชกครั้งล่าสุดของเขาทำลายสถิติยอดขายการเข้าชมการชกมวยชั้นนำด้วยยอดซื้อต่อการชมมากถึง 800,000 ครั้ง ในขณะเดียวกัน การท้าต่อยกันไปมาของมหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยีอย่าง อีลอน มัสก์ กับ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ก็สร้างกระแสฮือฮาในโลกโซเชียล เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการความบันเทิงที่เรียลโดยไม่มีการกรองอย่างชัดเจน
ทั้งหมดนี้คงพอสรุปได้ว่าอนาคตของตลาดสินค้าหรูหราและของสะสมต้องมีทั้งความจริงใจ ตัวตน และการเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมกลุ่มย่อยควบคู่ไปกับปัจจัยเดิม จึงจะดึงดูดใจผู้บริโภครายใหญ่ในอนาคต ซึ่งการพึ่งพาความเก่าแก่และชื่อเสียงในอดีตเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพออีกต่อไป และต่อให้แบรนด์ใดๆ ก็ตามที่ไม่สามารถส่งมอบสิ่งเหล่านี้ได้ ไม่ว่าจะมีชื่อเสียงมากแค่ไหนก็อาจไม่ดึงดูดคน Gen Z เลย
อ้างอิง:
The post นิยามใหม่คำว่า ‘หรูหรา’ ของ Gen Z กำหนดอนาคตตลาดของสะสม appeared first on THE STANDARD.
]]>
Supreme แบรนด์สตรีทแวร์ชื่อดังจากนิวยอร์ก อาจกำลังเผชิญ […]
The post Supreme กำลังสูญเสียความได้เปรียบหรือไม่? เมื่อผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการแฟชั่นสตรีทแวร์เผชิญกับ ‘ความเจ๋ง’ ที่ลดลง appeared first on THE STANDARD.
]]>
Supreme แบรนด์สตรีทแวร์ชื่อดังจากนิวยอร์ก อาจกำลังเผชิญกับ ‘ความเจ๋ง’ ที่ลดลง ตามคำกล่าวของนักสะสมและผู้ค้าปลีกบางราย
แบรนด์ที่ครั้งหนึ่งแทบจะเป็นตำนานของวงการสตรีทแวร์ เพราะมีผู้คนแย่งชิงสินค้า ทำอะไรก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แต่ปัจจุบันกำลังผ่านช่วงเวลาที่ผลิตภัณฑ์ขายออกไม่เร็วอย่างที่เคยเป็น ซึ่งบ่งบอกถึงความน่าสนใจที่ลดลง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
Supreme ก่อตั้งในปี 1994 โดย James Jebbia เป็นร้านสเกตเล็กๆ ในย่าน Soho ของนิวยอร์ก Supreme ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว แบรนด์นี้มีชื่อเสียงในด้านแม่เหล็กดึงดูดนักสเกต
เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์นี้ ลองย้อนกลับไปดูการเดินทางของ Supreme กัน แบรนด์ก่อตั้งขึ้นในปี 1994 โดย James Jebbia เป็นร้านสเกตเล็กๆ ในย่าน Soho ของนิวยอร์ก ภายในหนึ่งปีแบรนด์นี้มีชื่อเสียงในด้านแม่เหล็กดึงดูดนักสเกตและนิตยสาร Vogue ถึงกับเปรียบเทียบแรงดึงดูดกับเสน่ห์ของ CHANEL เลยทีเดียว
เมื่อแบรนด์เติบโตขึ้น ชื่อเสียงและอิทธิพลของแบรนด์ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย Supreme มีชื่อเสียงในด้านกลยุทธ์การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งเรียกว่า ‘Drop Day’ หรือวันวางจำหน่าย
เวลาเหล่านี้เป็นเวลาเฉพาะ โดยปกติจะเป็นวันพฤหัสบดี เวลา 11.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ผลิตภัณฑ์ใหม่เปิดตัวบนเว็บไซต์ ความต้องการสูงมากจนสินค้าเหล่านี้ขายหมดภายในไม่กี่วินาที ทำให้การได้มาสักชิ้น เรียกว่านอกจากมีเงินแล้วต้องดวงดีด้วย
อย่างเช่น ซื้อเสื้อยืดราคา 40 ดอลลาร์ หรือราว 1,400 บาท จะต้องป้อนรายละเอียดบัตรเครดิตของคุณด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ เหล่านี้ช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับ Supreme ในฐานะแบรนด์แห่งความพิเศษและน่าปรารถนา
ทว่าภูมิทัศน์ดูเหมือนจะเปลี่ยนไป เมื่อเร็วๆ นี้ สินค้าของ Supreme จำนวนมากยังคงมีให้ซื้อหลังจากวันวางจำหน่าย ตัวอย่างเช่น สินค้า 53 รายการ จาก 55 รายการ ยังคงอยู่ในสต๊อกในวันต่อมา ทำให้บางคนถึงกับเสนอว่าแบรนด์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้อยู่เบื้องหลังสินค้าขายดีกำลังหมด ‘มนตร์เสน่ห์’
ความต้องการที่ลดลงนี้ส่งผลกระทบต่อตลาดขายต่อของ Supreme ก่อนหน้านี้ ความขาดแคลนและการโฆษณาเกินจริงของ Supreme ทำให้สินค้าสามารถขายต่อได้หลายเท่าของราคาเดิม ตอนนี้ความสามารถในการทำกำไรจากการขายต่อดูเหมือนจะลดลง
ความเท่ที่ลดลงนี้มาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นตลาดสตรีทแวร์เองมีการแข่งขันสูงขึ้นมาก ตัวอย่างเช่น ในปี 2020 มีแบรนด์เพียง 122 แบรนด์ แต่ตอนนี้ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าเป็น 260 แบรนด์
นอกจากนี้ แบรนด์แฟชั่นชั้นสูงแบบดั้งเดิม เช่น Louis Vuitton และ Gucci ก็เริ่มเข้าสู่ตลาดสตรีทแวร์เช่นกัน และทำให้เส้นแบ่งระหว่างความหรูหราและแฟชั่นแนวสตรีทจางลง
อีกปัจจัยหนึ่งอาจมาจากการเข้าซื้อกิจการของ Supreme โดย VF ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Vans และ Timberland ในปี 2020 การเปลี่ยนแปลงนี้นำไปสู่การเปิดสาขาของ Supreme มากขึ้นและขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ แม้ว่าสิ่งนี้จะเพิ่มการมองเห็นและการเข้าถึงของแบรนด์ แต่นักวิจารณ์บางคนแย้งว่าสิ่งนี้ได้ลดทอนความดึงดูดเฉพาะตัวของแบรนด์ไป
แม้จะมีอุปสรรคเหล่านี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า Supreme ยังคงยิ่งใหญ่ในโลกของสตรีทแวร์ โดยมีฐานลูกค้าที่ยังคงซื้อและชื่นชมเสื้อผ้าที่ติดแบรนด์ Supreme
ขณะเดียวกันในตลาดที่มีผู้คนหนาแน่นและมีการแข่งขันสูง และแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่บีบให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น อนาคตของ Supreme อาจขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัวและเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ ซึ่งตอนนี้ Supreme ที่ครั้งหนึ่งเคยขับเคลื่อนกระแสนี้ กำลังเผชิญกับความท้าทายในการตามให้ทัน
ภาพ: Edward Berthelot / Getty Images
อ้างอิง:
The post Supreme กำลังสูญเสียความได้เปรียบหรือไม่? เมื่อผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการแฟชั่นสตรีทแวร์เผชิญกับ ‘ความเจ๋ง’ ที่ลดลง appeared first on THE STANDARD.
]]>
Supreme แบรนด์สตรีทแวร์ผู้ปฏิวัติวงแฟการชั่น เปิดตัวโปร […]
The post Supreme ตอกย้ำกระแส Y2K เปิดตัวโปรเจกต์คอลลาบอเรชันกับ Tamagotchi appeared first on THE STANDARD.
]]>
Supreme แบรนด์สตรีทแวร์ผู้ปฏิวัติวงแฟการชั่น เปิดตัวโปรดักต์ใหม่อย่าง Tamagotchi ของเล่นสัตว์เลี้ยงดิจิทัลยอดนิยมที่ผู้คนคลั่งไคล้ตั้งแต่ช่วงยุค 90 ตอกย้ำกระแส Y2K ที่ยังคงมาแรงในโลกป๊อปคัลเจอร์อย่างต่อเนื่อง
Tamagotchi จาก Supreme เป็นส่วนหนึ่งของแอ็กเซสซอรีในคอลเล็กชัน Spring/Summer 2023 ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้ โดยทางแบรนด์ยังคงไว้ซึ่งดีไซน์สุดคลาสสิกของตัว Tamagotchi ที่น่าจะทำให้หลายคนหวนกลับไปคิดถึงช่วงเวลาเก่าๆ ได้เป็นอย่างดี
Tamagotchi ของ Supreme มาพร้อมกับแพตเทิร์นลายทหาร และมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี นั่นคือสีขาว-ดำ, ขาว-ชมพู และเขียว-เหลือง แน่นอนว่าตัว Tamagotchi ยังมีโลโก้ Supreme สีขาวบนพื้นหลังสีแดงสุดคลาสสิกอันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของแบรนด์แปะอยู่ที่ด้านหน้าของตัวของเล่น นอกจากนั้นตัวโลโก้ยังปรากฏให้เห็นบางๆ อยู่ที่พื้นหลังหน้าจอ Tamagotchi อีกด้วย
ช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ทางด้าน Tamagotchi ได้ร่วมงานกับหลากหลายบริษัทและหลากหลายวงการเนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปีของแบรนด์แฟรนไชส์ เช่น การจับมือเปิดตัวคอลเล็กชันร่วมกับวง BTS หรือการปล่อยคอลเล็กชันร่วมกับการ์ตูนยอดฮิตอย่าง One Piece
ภาพ: Supreme
อ้างอิง:
The post Supreme ตอกย้ำกระแส Y2K เปิดตัวโปรเจกต์คอลลาบอเรชันกับ Tamagotchi appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา Supreme แบรนด์สตรีทที่ทุกคนหลงรัก […]
The post Supreme เปิดร้านใหม่ใจกลางลอสแอนเจลิส ซึ่งเดิมทีเป็นที่ตั้งร้านสุดไอคอนิกของ Tower Records appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา Supreme แบรนด์สตรีทที่ทุกคนหลงรัก ได้บอกลาร้านเก่าซึ่งตั้งอยู่ที่ Fairfax Avenue ของลอสแอนเจลิส ที่มีมายาวนานกว่า 19 ปี และพร้อมเปิดร้านใหม่ในย่าน West Hollywood แทน โดยเดิมทีเป็นที่ตั้งของร้านขายแผ่นเสียงในตำนานอย่าง Tower Records
สำหรับร้าน Supreme แห่งนี้ตกแต่งร้านภายนอกด้วยแบ็กดร็อปสีขาวสว่าง ที่มีโลโก้ Supreme ขนาดใหญ่อันคุ้นตาปรากฏอยู่ 3 จุด ส่วนภายในร้านก็แบ่งออกเป็นส่วนๆ โดยฝั่งหนึ่งเป็นส่วนที่ขายเสื้อผ้า ทั้งสเวตเชิ้ต เสื้อยืด หมวก และกางเกง
แน่นอนว่าภายในร้านยังมีสเกตบอร์ดให้เลือกอีกมากมายหลายแบบ ซึ่งตรงกลางร้านยังมีพื้นที่หลุมขนาดใหญ่สำหรับการเล่นสเกตที่ออกแบบโดย Steven Badgett จากกลุ่ม Simparch และความพิเศษอีกอย่างของร้านใหม่นี้ก็คือการที่ Supreme ได้เหล่าศิลปินอย่าง Mark Gonzales, Nate Lowman, Josh Smith, Fuck This Life และ Neckface มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะแบบอินสตอลเลชันทั่วทั้งร้าน
ร้าน Supreme ใน West Hollywood เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ โดยตั้งอยู่ที่ 8801 West Sunset Blvd., West Hollywood, CA, 90069
ภาพ: Supreme
อ้างอิง:
The post Supreme เปิดร้านใหม่ใจกลางลอสแอนเจลิส ซึ่งเดิมทีเป็นที่ตั้งร้านสุดไอคอนิกของ Tower Records appeared first on THE STANDARD.
]]>
7 Things We Love About Supreme แบรนด์สตรีทแวร์มูลค่า 2. […]
The post 7 Things We Love About Supreme แบรนด์สตรีทแวร์มูลค่า 2.1 พันล้านดอลลาร์ที่ปฏิวัติวงการแฟชั่น appeared first on THE STANDARD.
]]>
7 Things We Love About Supreme แบรนด์สตรีทแวร์มูลค่า 2.1 พันล้านดอลลาร์ที่ปฏิวัติวงการแฟชั่น
จากแบรนด์สตรีทแวร์เล็กๆ ที่มีฐานแฟนเฉพาะกลุ่ม ปัจจุบัน Supreme ก้าวเข้าสู่สถานะของแบรนด์ระดับโลกด้วยมูลค่าแบรนด์ที่สูงถึง 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โลโก้พื้นหลังสีแดงสดกลายเป็นภาพจำสุดไอคอนิก ที่ไม่ว่าจะไปอยู่บนโปรดักต์ประเภทไหนก็ตาม สามารถขายได้หมดเกลี้ยงภายในพริบตา
ไม่เพียงแค่นั้น Supreme ยังเป็นแบรนด์สตรีทแวร์เพียงไม่กี่แบรนด์ที่ลักชัวรีแบรนด์อยากร่วมงานคอลลาบอเรชันด้วยมากที่สุด จากความสำเร็จอันล้นหลามของ Louis Vuitton x Supreme ที่พลิกโฉมหน้าการคอลแลบระหว่างลักชัวรีแบรนด์และสตรีทแวร์ไปตลอดกาล ส่งผลให้ Supreme ขึ้นแท่นแบรนด์ที่ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็ตาม มักสร้างกระแสให้คนพูดถึงได้อยู่เสมอโดยไม่ต้องโฆษณาตัวเองเลยด้วยซ้ำ
วันนี้ THE STANDARD POP จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับแบรนด์นี้กันให้มากขึ้น กับ 7 ปัจจัยหลักที่ทำให้ Supreme ประสบความสำเร็จ และเป็นที่ต้องการของใครหลายคน
Supreme เปิดตัวแบรนด์ครั้งแรกในปี 1994 โดยดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง James Jebbia สาเหตุที่เขาตัดสินใจทำแบรนด์ของตัวเองเริ่มมาจากที่เขามีโอกาสได้ทำงานในแวดวงสเกตบอร์ด และเขารู้สึกหลงใหลในเสน่ห์เท่ๆ ของกีฬาชนิดนี้ รวมถึงการที่เขาได้รู้จักกับนักสเกตหลายคน ยิ่งต่อยอดให้เขาอยากทำเสื้อผ้าให้กับกลุ่มคนเหล่านั้น James Jebbia เคยทำงานให้กับ Shawn Stussy มาก่อน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่หยิบเอากีฬาล้อสเกตมาเป็นแรงบันดาลใจ ไม่แปลกเลยที่หลังจากเขาเปิดแบรนด์เสื้อผ้า กลิ่นอายทั้งหมดล้วนได้แรงบันดาลใจมาจากกีฬาสเกตบอร์ดทั้งนั้น นอกจากเสื้อผ้าที่เขาดีไซน์แล้ว Supreme ยังเป็นร้านกึ่งมัลติสโตร์ที่รับสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์แนวสเกตบอร์ดเข้ามาขายด้วย แถมที่สำคัญ Supreme ยังเข้าร่วมเป็นสปอนเซอร์หลักในการแข่งขันสเกตบอร์ด ที่จัดขึ้นเพื่อเน้นย้ำตัวตนและ DNA ของแบรนด์มาโดยตลอด

ไม่มีใครลืมคอลลาบอเรชันไอคอนิกระหว่างแบรนด์หรู Louis Vuitton กับ Supreme คอลเล็กชัน Fall/Winter 2017 ได้แน่ๆ คอลแลบสะเทือนวงการระหว่างแบรนด์หรูที่หันมาจับมือดีไซน์ร่วมกับสตรีทแวร์สุดคูล คอลเล็กชันนี้ต้องใช้คำว่า ‘เกลี้ยง’ ตลาดแบบทุกไอเท็ม Sold Out ทุกที่ และยังมีราคารีเซลสูงมากจวบจนทุกวันนี้
นี่คือจุดเริ่มต้นทำให้ Supreme เป็นที่รู้จักระดับแมสไปทั่วโลก และยังจุดประกายให้แบรนด์เริ่มหันมาทำคอลแลบอื่นๆ ร่วมกับแบรนด์อีกมากมาย เช่น Rimowa, The North Face, Burberry, Jacob & co. หรือแม้กระทั่งกับแบรนด์บิวตี้อย่าง Pat McGrath ก็ทำมาแล้ว
Supreme ขึ้นแท่นแบรนด์สตรีทที่แบรนด์ทุกระดับอยากร่วมงานและออกคอลเล็กชันด้วยมากที่สุด เพราะทุกครั้งที่ผลงานคอลแลบออกมามักสร้างกระแสให้คนพูดถึงตลอดเวลา จึงไม่แปลกที่ Supreme จะกลายเป็นแบรนด์ที่ทรงอิทธิพลต่อคน Gen ใหม่อย่างมาก

ด้วยงบประมาณการผลิตที่จำกัด รวมถึงไม่อยากมีสินค้าค้างสต๊อกมากเกินไป ทำให้ Supreme ได้ไอเดียการขายสินค้าแบบ Drop หรือการปล่อยสินค้าเป็นรอบๆ ซึ่ง Supreme จะใช้กลยุทธ์ ‘Supreme Thursday’ ในการปล่อยสินค้าใหม่ทุกๆ เช้าวันพฤหัสบดีของทุกอาทิตย์ โดยแต่ละชิ้นจะขายในจำนวนจำกัด เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ารู้สึกตื่นตัวและอยากได้สินค้าตลอดเวลา กลยุทธ์นี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก สินค้าทุกชิ้นของ Supreme ขายหมดในเวลาอันรวดเร็ว และวิธีการปล่อยคอลเล็กชันแบบ Drop นี้ยังถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายกับแบรนด์แฟชั่นมากมายในปัจจุบัน เป็นกลยุทธ์สร้างความอยากให้ลูกค้าโดยไม่ต้องใช้โฆษณาสื่อสาร แต่เป็นการสร้าง ‘อุปนิสัย’ ให้กับผู้ซื้อแทน

เคล็ดลับกลยุทธ์การตลาดของ Supreme คือการไม่ทำการตลาดใดๆ เลย Supreme ไม่ซื้อหน้าโฆษณาตามนิตยสารหรือแม้กระทั่งโปรโมตใดๆ เกี่ยวกับแบรนด์เลย James Jebbia ใช้หลักการผูกแบรนด์เข้ากับคัลเจอร์ของคน เช่น การเล่นสเกต เพื่อสร้างแรงดึงดูดในการเข้าหาโดยธรรมชาติของ ‘กลุ่มคน’ มากกว่าบังคับด้วยการอัดภาพจำโฆษณา และกลุ่มคนเหล่านั้นจะเป็นตัวกระจายข่าวแบบปากต่อปากจากคัลเจอร์หนึ่งสู่อีกคัลเจอร์หนึ่ง
แน่นอนว่าการมาซื้อของที่ร้าน Supreme เปรียบได้กับการสร้างประสบการณ์ของผู้ซื้อ ตั้งแต่การต่อคิว รับบัตรคิว ไปจนถึงขั้นตอนการรับของ ล้วนสร้างประสบการณ์บางอย่างให้กับผู้ซื้อได้เป็นส่วนร่วมกับคัลเจอร์ของ Supreme
ที่สำคัญ Supreme มักใช้โปรดักต์ของตัวเองเป็นตัวสร้างกระแสมากกว่าการทำโฆษณาชวนเชื่อ เซอร์ไพรส์ตั้งแต่คอลลาบอเรชันไปจนถึงไอเท็มที่ไม่มีใครคาดคิดว่า Supreme จะทำขาย ตรงนี้เองได้ก่อให้เกิดชุมชนเล็กๆ ที่ชื่นชอบและภักดีต่อแบรนด์ Supreme เป็นอย่างมาก ดูได้จากประเทศญี่ปุ่นที่มีร้าน Supreme มากกว่าที่ไหนในโลก เพราะความต้องการในคัลเจอร์ของ Supreme ที่ญี่ปุ่นนั้นสุดยอดมากๆ

อีกหนึ่งเทรดมาร์กที่ทำให้คนจดจำแบรนด์ Supreme ได้เป็นอย่างดีนั่นก็คือ ‘โลโก้’ กรอบสีแดงสดที่มีคำว่า Supreme สีขาวอยู่ตรงกลาง กลายเป็นภาพจำและโลโก้สุดไอคอนิก ที่ไม่ว่าจะไปวางลงบนโปรดักต์ประเภทไหนก็ตาม สามารถขายหมดทันที จริงๆ แล้วโลโก้สุดไอคอนิกนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากงาน Propaganda Arts ของศิลปิน Barbara Kruger ซึ่งงานของเธอมีลักษณะใกล้เคียงกับโลโก้ของ Supreme คือเป็นกรอบสีแดงและใช้ตัวอักษรสีขาววางบนพื้นสีแดง ปัจจุบันโลโก้นี้ถูกก๊อบปี้เยอะมาก แต่ไม่มีแบรนด์ไหนจะสร้างภาพจำของโลโก้ได้ดีเท่า Supreme

เห็นว่ากระแสถล่มทลายขนาดนี้ แต่ Supreme กลับมีสโตร์หรือร้านสแตนด์อโลนของตัวเองเพียง 14 สาขาทั่วโลกเท่านั้น โดยที่อเมริกาจะมีทั้งหมด 4 สาขา ได้แก่ นิวยอร์ก, ลอสแอนเจลิส, บรูกลิน และซานฟรานซิสโก และอีก 4 สาขาในยุโรป คือ ปารีส, ลอนดอน, มิลาน และเบอร์ลิน ขณะที่เอเชียมีอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นเพียงประเทศเดียวเท่านั้น แต่กลับมีมากถึง 6 สาขา ได้แก่ ฮาราจูกุ, ชิบูย่า, นาโงย่า, ไดคังยามะ, โอซาก้า และฟุกุโอกะ
การที่ Supreme ทำเช่นนี้ก็เพื่อจะควบคุมปริมาณการผลิตสินค้า รวมถึงการให้ร้านของ Supreme กลายเป็นแลนด์มาร์กของนักท่องเที่ยวหรือนักช้อป เมื่อมาถึงเมืองนั้นๆ จะต้องอยากมาที่ร้าน Supreme ด้วยเช่นกัน ในอนาคตอันใกล้นี้ Supreme กำลังมีแผนจะขยายสาขาเพิ่มอีกในอเมริกา

ในปี 2017 เครือบริษัท Carlyle Group เข้าซื้อหุ้นมากกว่า 50% ของ Supreme ด้วยตัวเลขสูงกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไม่กี่ปีผ่านไป VF Group อีกหนึ่งเครือบริษัทผู้ดูแลแบรนด์ดังอย่าง The North Face, Vans และ Timberland ปิดดีลซื้อ Supreme ด้วยยอดเงินสูงกว่าเดิมไปอีกที่ 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การกว้านซื้อครั้งนี้ทำให้แฟนๆ หลายคนกังวลว่า Supreme จะสูญเสียตัวตนคูลๆ และเข้าสู่สถานะแมสแบรนด์
อย่างไรก็ตามทาง VF Group ได้เข้ามาเพื่อมาต่อยอดทิศทางการขายเชิงออนไลน์ของแบรนด์ มากกว่าเข้ามาเปลี่ยนภาพลักษณ์ยกเครื่อง และ James Jebbia ผู้ก่อตั้งแบรนด์ จะยังคงตำแหน่งในการดูแลภาพรวมของแบรนด์ต่อไป นั่นหมายความเราจะมีโอกาสเห็น Supreme ในทิศทางที่อาจจะสุดโต่งกว่าเดิม ด้วยเม็ดเงินที่มากขึ้นน่าจะช่วยให้คัลเจอร์ของชาว Supreme ใหญ่ขึ้นด้วยเช่นกัน
ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าจับตามองมากๆ ของแบรนด์สุดคัลต์อย่าง Supreme ว่าในอนาคตจะไปในทิศทางใดหลังถูกซื้อไปแล้ว

The post 7 Things We Love About Supreme แบรนด์สตรีทแวร์มูลค่า 2.1 พันล้านดอลลาร์ที่ปฏิวัติวงการแฟชั่น appeared first on THE STANDARD.
]]>
แบรนด์เครื่องสำอาง Pat McGrath Labs ที่ก่อตั้งโดยเมกอัพ […]
The post Pat McGrath Labs จับมือแบรนด์แฟชั่น Supreme ร่วมกันเปิดตัวชุด Kit ยาทาเล็บสุดเท่ Pat McGrath Labs x Supreme appeared first on THE STANDARD.
]]>
แบรนด์เครื่องสำอาง Pat McGrath Labs ที่ก่อตั้งโดยเมกอัพอาร์ทิสต์มืออาชีพ ผู้อยู่เบื้องหลังความงามสุดปังจากแฟชั่นวีคดังๆ ระดับโลกมากมาย จับมือแบรนด์แฟชั่นแนวสตรีทสุดเฟี้ยวอย่าง Supreme ร่วมกันเปิดตัวชุด Kit ยาทาเล็บ Pat McGrath Labs x Supreme ที่มาพร้อมยาทาเล็บ 3 เฉดสี ได้แก่ สีแดง สีดำ และสีขาว ซึ่งเป็นการเบลนด์เสน่ห์แห่งสีสันของทั้งสองแบรนด์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว
แต่บอกก่อนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แบรนด์ Pat McGrath Labs มาคอลแลบกับแบรนด์ Supreme เพราะทั้งสองแบรนด์นี้เขาเคยร่วมมือกันมาแล้วเมื่อปี 2020 ตอนนั้นทั้งสองบริษัทได้เปิดตัวคอลเล็กชันพิเศษ Mattetrance Lipstick ของ Pat McGrath Labs รุ่น Supreme-red ซึ่งก็ขายหมดในทันที มาปีนี้ทั้งสองแบรนด์ร่วมมือกันอีกครั้ง เปิดตัวยาทาเล็บสุดเท่ที่เน้นความติดทนนาน และสามารถสร้างความเปล่งประกายให้กับเรียวเล็บของทุกคนได้อย่างสวยงาม (โดยไม่จำกัดว่าจะเป็นเพศใด ใครๆ ก็ทาเล็บได้) จุดเด่นของคอลเล็กชันนี้นอกจากจะมาพร้อมคุณสมบัติติดทนแล้ว สีทั้ง 3 สีอย่าง สีแดง สีดำ และสีขาว ก็เป็นเฉดสีที่สามารถออกแบบการทาได้หลากหลาย จะทาสีเดี่ยวๆ หรือจะทาสลับสีกันในแต่ละนิ้วก็ได้ ทางแบรนด์ยังมีกิมมิกเป็นสติกเกอร์ติดเล็บที่จะเพิ่มการตกแต่งเล็บให้สนุกขึ้นอีก โดยคอลเล็กชันนี้มาในกล่องสีแดงที่เห็นปุ๊บก็รู้เลยว่าเป็นสีของ Supreme และเด่นด้วยตัวฟอนต์สีทองที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ความงาม Pat McGrath Labs ก็ทำให้การจับคู่ครั้งนี้สวยงามและลงตัวที่สุด
แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับวันเปิดตัวและราคาจำหน่าย แต่แฟนๆ สามารถติดตามข่าวอัปเดตผ่านอินสตาแกรมของ Pat McGrath Labs ได้เลย หากมีวางจำหน่ายบนเว็บไซต์เมื่อไร ความโชคดีคือแบรนด์ Pat McGrath Labs มีจัดส่งมาที่ประเทศไทยของเราด้วย
ภาพ: Courtesy of Brands
อ้างอิง:
The post Pat McGrath Labs จับมือแบรนด์แฟชั่น Supreme ร่วมกันเปิดตัวชุด Kit ยาทาเล็บสุดเท่ Pat McGrath Labs x Supreme appeared first on THE STANDARD.
]]>
Supreme ได้ดีไซเนอร์ชาวอเมริกันจากมหานครนิวยอร์กอย่าง T […]
The post ทำความรู้จัก Tremaine Emory ครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่ของ Supreme appeared first on THE STANDARD.
]]>
Supreme ได้ดีไซเนอร์ชาวอเมริกันจากมหานครนิวยอร์กอย่าง Tremaine Emory จากแบรนด์เสื้อผ้าสตรีทแวร์ Denim Tears มาเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่ของแบรนด์ ต่อจาก Angelo Baque ที่อำลาตำแหน่งไปตั้งแต่ปี 2017 โดยเขาจะเริ่มทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่ James Jebbia ผู้ก่อตั้ง Supreme และทีมออกแบบของแบรนด์
ประวัติด้านการทำงานของ Tremaine Emory ถือว่าไม่ธรรมดา เขาเริ่มต้นเส้นทางวงการแฟชั่นจากฝั่งรีเทลของ Marc Jacobs และเขยิบขึ้นมากเป็นแบรนด์ไดเรกเตอร์ทั่วไป (Director-at-large) ของ Stüssy รวมไปถึงคลุกคลีกับบุคคลในวงการคัลเจอร์ทั้ง Virgil Abloh, Frank Ocean และ Kanye West
ส่วนผลงานการดีไซน์ที่ Denim Tears แบรนด์สตรีทที่เขาก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2019 ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือเสื้อผ้ายีนส์พิมพ์ลายดอกไม้ และองค์ประกอบของวัฒนธรรมแอฟริกันอเมริกัน ทั้งสีหลักอย่างเขียวและแดง และธงชาติอเมริกา ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จในหมู่คนรักเสื้อผ้าสตรีทแวร์ จนได้ร่วมงานกับแบรนด์ใหญ่ทั้ง Champion, Levi’s, Off-White, Ugg, Converse และ New Balance ซึ่งน่าจะทำให้แบรนด์ที่มีแฟนคลับแน่นหนาอย่าง Supreme มีเสื้อผ้าเรดี้ทูแวร์มากขึ้น ควบคู่ไปกับสินค้าชิ้นสะสมที่แบรนด์ทำมาตลอด
การมาถึงของ Tremaine Emory ถือว่าเป็นดีไซเนอร์ใหญ่คนแรกนับตั้งแต่ที่ Supreme เข้ามาอยู่ในเครือบริษัท VF Corporation เมื่อปี 2020 ด้วยมูลค่า 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีแบรนด์สายสตรีทและสายเอาต์ดอร์รวมอยู่มากมาย ทั้ง Vans, Dickies, The North Face, Kipling, Jansport และ Timberland
ภาพ: Stuart C. Wilson/Getty Images for Prada
อ้างอิง:
The post ทำความรู้จัก Tremaine Emory ครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่ของ Supreme appeared first on THE STANDARD.
]]>
VF Corporation บริษัทแม่ของแบรนด์สินค้าเสื้อผ้าและแฟชั่ […]
The post บริษัทแม่ของ Supreme และ Vans เตรียมปลดพนักงานในสหรัฐฯ ที่ไม่ยอมฉีดวัคซีนโควิด appeared first on THE STANDARD.
]]>
VF Corporation บริษัทแม่ของแบรนด์สินค้าเสื้อผ้าและแฟชั่นทั้ง Vans, Supreme, The North Face และ Timberland เตรียมออกกฎปลดพนักงานของบริษัทในสหรัฐอเมริกาที่ไม่ยอมฉีดวัคซีนป้องกันโควิดภายในสิ้นเดือนมกราคมนี้
คำสั่งฉีดวัคซีนโควิดของบริษัทเริ่มต้นมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2021 โดยพนักงานของบริษัทได้รับอีเมลภายในแจ้งเตือนว่า พนักงานที่ทำงานอยู่ในสำนักงานจะต้องได้รับวัคซีนป้องกันโควิดทุกคน หากผู้ใดไม่ประสงค์จะรับวัคซีนด้วยสาเหตุทางสุขภาพ ความเชื่อทางศาสนา จะต้องมีใบรับรองจากแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเท่านั้น
Colin Wheeler ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกิจการบริษัทของ VF Corporation เปิดเผยกับวารสาร Outside Business Journal ถึงมาตรการขั้นบันไดต่อพนักงานที่ไม่ประสงค์จะรับวัคซีนว่า “ถ้าพนังานไม่มีหลักฐานการยกเว้นภายในวันที่ 1 มกราคม ทางบริษัทจะไม่ให้เข้ามาใช้พื้นที่ของสำนักงาน และจะต้องทำงานจากที่บ้าน พร้อมกับเข้าพบผู้จัดการเพื่อพิจารณาลำดับขั้นต่อไป และหากยังไม่มีหลักฐานการยกเว้นภายในวันที่ 31 มกราคม 2022 พนักงานจำเป็นต้องออกจากบริษัทโดยจะไม่มีการจ่ายเงินชดเชย”
เมื่อต้นเดือธันวาคม 2021 มีพนักงานของบริษัทราว 30 คน ออกมาประท้วงที่สำนักงานใหญ่ในเมืองคอสตาเมซา รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยอ้างว่าเป็นการแบ่งแยก และเป็นการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมต่อพนักงานที่มีความจงรักภักดีต่อบริษัทมาโดยตลอด
VF Corporation เป็นอีกหนึ่งบริษัทเสื้อผ้ายักษ์ใหญ่ที่ใช้มาตรการบังคับฉีดวัคซีนโควิดกับพนักงานบริษัท โดยเฉพาะพนักงานที่ประจำอยู่ในสำนักงาน ตามหลัง Nike และ Columbia Sportswear ที่ต่างก็มีสำนักงานใหญ่อยู่ในรัฐโอเรกอนที่เริ่มปลดพนักงานที่ไม่แสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนหรือหลักฐานการได้รับการยกเว้นเป็นลายลักษณ์อักษรจากแพทย์และทางการตั้งแต่วันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา
ภาพ: Alex Tai / SOPA Images / LightRocket via Getty Images
อ้างอิง:
The post บริษัทแม่ของ Supreme และ Vans เตรียมปลดพนักงานในสหรัฐฯ ที่ไม่ยอมฉีดวัคซีนโควิด appeared first on THE STANDARD.
]]>
Supreme เปิดตัวโมเดลตัวต่อพลาสติกร่วมกับ Gundam รุ่นใหม […]
The post Supreme เปิดตัวโมเดลร่วมกับ Gundam พร้อมปล่อยทีเซอร์แอนิเมชันขนาดสั้นเอาใจแฟนๆ appeared first on THE STANDARD.
]]>
Supreme เปิดตัวโมเดลตัวต่อพลาสติกร่วมกับ Gundam รุ่นใหม่ชื่อว่า Supreme®/MG 1/100 RX-78-2 GUNDAM เวอร์ชัน 3.0 ในคอลเล็กชันสินค้า Fall/Winter 2021 พร้อมปล่อยทีเซอร์ที่เป็นแอนิเมชันเรียกน้ำย่อยก่อนวางขายจริง
ในวิดีโอความยาว 1 นาทีทาง Supreme ได้ร่วมงานกับ Gunpla และ Bandai บริษัทผลิตของเด็กเล่นชื่อดังจากญี่ปุ่น ทำวิดีโอแบบสต๊อปโมชันโดยใช้หุ่นรุ่นดังกล่าวที่มีดีไซน์สีแดงล้วน พร้อมกับโลโก้แบรนด์ติดอยู่ที่โล่ยืนอยู่ในชั้นวางของร่วมกับสินค้าอื่นๆ ของแบรนด์ ภายในโลกที่สมมติขึ้นมาใหม่ว่า Gundam Town ที่ล้อไปกับวัฒนธรรมฮู้ดหรือย่านของมหานครนิวยอร์ก
View this post on Instagram
ต่อมาได้มีการสู้กับหุ่นรบ Zaku ตัวสีส้ม และพากย์เสียงโดย AC หรือนักพากย์เสียงเจ้าของนาม Crimefaces จากนิวยอร์ก ที่แรปบรรยายการต่อสู้แบบติดตลก เช่นท่อนว่า “เขาเหมือน Don Cheadle (War Machine จากเรื่อง Iron Man) แต่ตัวเป็นขนม Cheetos”
ภาพ: Supreme
อ้างอิง:
The post Supreme เปิดตัวโมเดลร่วมกับ Gundam พร้อมปล่อยทีเซอร์แอนิเมชันขนาดสั้นเอาใจแฟนๆ appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากที่ Supreme ได้ปล่อยวิดีโอเรียกน้ำย่อยผ่านอินสตา […]
The post Supreme เปิดตัวคอลลาบอเรชันกับ Tiffany & Co. อีกหนึ่งการร่วมงานครั้งสำคัญระหว่างแบรนด์สตรีทแวร์และจิวเวลรี appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากที่ Supreme ได้ปล่อยวิดีโอเรียกน้ำย่อยผ่านอินสตาแกรมของแบรนด์เป็น Sean Pablo นักสเกตชื่อดัง ในเสื้อยืดสีขาวกำลังสวมสร้อยมุกสีขาวห้อยแท็กเงิน ผลงานการกำกับของ William Strobeck ผู้กำกับและตากล้องจากนิวยอร์ก ที่โดดเด่นในการถ่ายภาพและวิดีโอของกลุ่มนักสเกต
ล่าสุดทางแบรนด์ได้ยืนยันพร้อมเผยภาพสินค้าจากการคอลลาบอเรชันกับ Tiffany & Co. อีกหนึ่งการร่วมงานครั้งสำคัญระหว่างแบรนด์สตรีทแวร์และจิวเวลรีที่มีจุดกำเนิดในมหานครนิวยอร์กทั้งคู่
สินค้าในคอลเล็กชัน Supreme® x Tiffany & Co. จะประกอบไปด้วยเครื่องประดับและเสื้อยืด โดยมีพระเอกเป็นการกลับมาของไลน์จิวเวลรีที่มีชื่อว่า Return to Tiffany แท็กรูปหัวใจห้อยสร้อยคอและพวงกุญแจที่ทำมาจากเงินสเตอร์ลิงสลักคำว่า Please Return to Supreme New York ล้อไปกับเวอร์ชันที่แบรนด์เครื่องประดับปล่อยออกมาตั้งแต่ปี 1969
นอกจากนั้นยังมีเครื่องประดับอื่นๆ ทั้งสร้อยไข่มุกน้ำจืดกับจี้แท็กทรงรีแบบเดียวกันกับในวิดีโอ สร้อยข้อมือรูปดาว ต่างหูรูปหัวใจ ตัวล็อกและพวงกุญแจ และที่ขาดไม่ได้สำหรับสาวกสตรีทแวร์คือเสื้อยืดสีขาวสกรีนลายโลโก้กล่องสีแดงของ Supreme ซึ่งถูกเปลี่ยนให้เป็นสีฟ้าไข่นกโรบิน ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าสำคัญของ Tiffany & Co.
สำหรับราคาของสินค้าแต่ละชิ้นทางแบรนด์จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ และวางขายในวันถัดมา ยกเว้นประเทศญี่ปุ่นที่จะตามมาในวันที่ 13 พฤศจิกายน
ตั้งแต่ที่ Tiffany & Co. มาอยู่ใต้ร่มของ LVMH เครือแฟชั่นยักษ์ใหญ่ก็ได้ทำการเปลี่ยนทิศทางของภาพลักษณ์แบรนด์เครื่องประดับเก่าแก่ของสหรัฐฯ ให้ทันสมัยและเข้ากับยุคปัจจุบันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการคว้า Beyonce และ Jay-Z มาเป็นพรีเซนเตอร์ ไปจนถึงแคมเปญโฆษณาแนวขบถชื่อว่า ‘Not Your Mother’s Tiffany’ เพื่อให้คนรุ่นใหม่รู้สึกเข้าถึงตัวแบรนด์ได้ง่ายขึ้นโดยที่ยังไม่ละทิ้งคุณค่าของเครื่อง ประดับ ส่วนการร่วมงานกับ Supreme น่าจะทำให้ผู้ชายสายสตรีทหันมาสนใจเครื่องประดับไม่มากก็น้อย และสลัดคราบภาพจำของผู้หญิงอย่าง Audrey Hepburn ในภาพยนตร์ Breakfast at Tiffany’s
ภาพ: Tiffany & Co.
อ้างอิง:
The post Supreme เปิดตัวคอลลาบอเรชันกับ Tiffany & Co. อีกหนึ่งการร่วมงานครั้งสำคัญระหว่างแบรนด์สตรีทแวร์และจิวเวลรี appeared first on THE STANDARD.
]]>
นับเป็นข่าวที่น่าจับตามองในแวดวงแฟชั่นเป็นอย่างมาก เมื่ […]
The post ‘บิ๊กดีล’ แห่งวงการสตรีทแฟชั่น VF Corp เจ้าของแบรนด์ Vans และ Timberland ทุ่ม 6.4 หมื่นล้านบาท เข้าซื้อ Supreme appeared first on THE STANDARD.
]]>
นับเป็นข่าวที่น่าจับตามองในแวดวงแฟชั่นเป็นอย่างมาก เมื่อ VF Corp ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแบรนด์เสื้อผ้าและรองเท้าที่คุ้นหูอย่าง The North Face, Vans, Timberland, Eastpak, Napapijri และ Dickies ได้ทุ่มเม็ดเงินกว่า 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 6.4 หมื่นล้านบาทในการเข้าซื้อ Supreme แบรนด์แฟชั่นแนวสตรีทระดับท็อปสตาร์
การเข้าซื้อในครั้งนี้ถือเป็นการเข้าซื้อกิจการครั้งใหญ่ที่สุดของ VF นับตั้งแต่ซื้อ Timberland ในปี 2011 ด้วยมูลค่า 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7 หมื่นล้านบาท และหลังจากที่มีการเปิดเผยดีลยังทำให้หุ้นของ VF เพิ่มขึ้น 17% พุ่งทะยานมากที่สุดในรอบ 33 ปีด้วยกัน
“เราอยู่ระหว่างการพัฒนาพอร์ตโฟลิโอให้สอดคล้องกับโอกาสในตลาดที่เรามองเห็น และที่สำคัญกว่าคือทิศทางที่ผู้บริโภคกำลังจะเดินไป ซึ่ง Supreme เข้ากันได้ดีกับพอร์ตโฟลิโอของเรา” สตีฟ เรนเดิล (Steve Rendle) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ VF กล่าวในการให้สัมภาษณ์
เป็นที่น่าสังเกตว่า การเข้าซื้อในครั้งนี้เกิดขึ้นในระหว่างที่อุตสาหกรรมเครื่องแต่งกาย กำลังได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ขณะเดียวกันโรคระบาดยังทำให้บริษัทต่างๆ กำลังมองหาการเข้าซื้อกิจการในบริษัทที่แข็งเกร่ง และสามารถเข้าซื้อด้วยราคาที่ลดลง แต่ผู้ซื้อที่มีศักยภาพกลับไม่ได้มองเรื่องดังกล่าวเป็นหลัก “พวกเขาอยากจะซื้อทรัพย์สินที่คิดว่าสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นและบ่มเพาะได้” ไซเมียน ซีเกล (Simeon Siegel) นักวิเคราะห์การค้าปลีกของ BMO Capital Markets กล่าว
Supreme ก่อตั้งขึ้นในปี 1994 โดยเป็นที่รู้จักจากผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายที่มีโลโก้สีแดงและสีขาว แรกเริ่มประเดิมด้วยการขายเสื้อยืด หมวก และแจ็คเก็ตที่มีฮู้ดสำหรับวัยรุ่นที่เล่นสเกตบอร์ด โดยมีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งแตกต่างจากเครือข่ายค้าปลีกแบบดั้งเดิม ซึ่งมุ่งหวังที่จะขายสินค้าให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ขณะเดียวกัน Supreme ได้อาศัยการขายสินค้าในจำนวนไม่มาก และใช้การโฆษณาแบบแบบปากต่อปาก จนในที่สุดก็กลายเป็นแบรนด์ขวัญใจวัยรุ่น
การเข้ามาของ Supreme จะช่วยขยายช่องทางดิจิทัลของ VF ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกการเติบโตของบริษัทในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาด แม่ทัพของ VF ตั้งข้อสังเกตถึง ‘ความคล่องตัว’ ของ Supreme ในการเชื่อมต่อกับลูกค้าในหน้าร้านที่มี 12 สาขาทั่วโลก ตั้งแต่นิวยอร์ก ปารีส ไปจนถึงโตเกียว และผ่านช่องทางโซเชียล ซึ่งสร้างยอดขายมากกว่า 60% ด้วยกัน
อีกทั้ง VF ยังวางแผนที่จะเรียนรู้โมเดลธุรกิจของ Supreme ซึ่งอาศัยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกสัปดาห์ ตลอดจนเข้าไปทำงานกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก ซึ่งที่ผ่านมาภายใต้เครือของ VF นั้น Supreme เคยทำงานร่วมกันกับแบรนด์ The North Face, Vans และ Timberland มาหลายปีแล้ว
ดีลนี้เรียกได้ว่า Win-Win เพราะในขณะเดียวกัน Supreme จะสามารถใช้ประโยชน์จากห่วงโซ่อุปทาน แพลตฟอร์มระหว่างประเทศ ความสามารถด้านดิจิทัลและความเข้าใจของผู้บริโภค อย่างไรก็ตามแม้จะต้องไปอยู่ภายใต้เงาของคนใหม่ แต่ เจมส์ เจบเบีย (James Jebbia) ผู้ก่อตั้ง Supreme ก็ยังยืนยันว่า แบรนด์นั้นจะยัง “รักษาวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์และความเป็นอิสระของเรา ในขณะเดียวกันก็ทำให้เราเติบโตบนเส้นทางเดียวกับที่เราดำเนินมาตั้งแต่ปี 1994” โดยตัวเขาและผู้บริหารระดับสูงจะทำหน้าที่บริหารแบรนด์ และดูแลงานด้านครีเอทีฟต่อไป
VF นั้นมียอดขายประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9.1 หมื่นล้านบาท โดยมีการประเมินว่า ภายในปี 2022 Supreme จะสามารถสร้างยอดขายให้กับบริษัทได้ราว 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.5 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ VF ประเมินว่า ดีลเข้าซื้อกิจการจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้
พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์
อ้างอิง:
The post ‘บิ๊กดีล’ แห่งวงการสตรีทแฟชั่น VF Corp เจ้าของแบรนด์ Vans และ Timberland ทุ่ม 6.4 หมื่นล้านบาท เข้าซื้อ Supreme appeared first on THE STANDARD.
]]>
Pat McGrath แบรนด์เครื่องสำอางชื่อดังจากฝั่งอังกฤษ ที่ก […]
The post Sold Out แน่นอน! Supreme จับมือกับ Pat McGrath ออกลิปสติกครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.
]]>
Pat McGrath แบรนด์เครื่องสำอางชื่อดังจากฝั่งอังกฤษ ที่ก่อตั้งโดยช่างแต่งหน้าอันดับต้นๆ ของวงการ ได้จับมือกับแบรนด์แฟชั่นและสเกตบอร์ดอย่าง Supreme ออกลิปสติกสีแดงสดที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์สตรีทแห่งยุค
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แบรนด์เครื่องสำอางที่ก่อตั้งโดย Pat McGrath ได้ปล่อยวิดีโอทีเซอร์สำหรับโปรเจกต์ใหม่ของแบรนด์ ที่เผยให้เห็นถึงภาพนางแบบและวัยรุ่นในช่วงยุค 80-90 และอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ทางแบรนด์ได้เผยให้เห็นถึงวิดีโอแคมเปญลิปสติกรุ่นพิเศษที่ทำกับแบรนด์ Supreme ถึง 9 คลิป และนับเป็นครั้งแรกที่แบรนด์สายสตรีทแบรนด์นี้ร่วมงานกับแบรนด์เครื่องสำอาง
โดยตัวลิปสติกรุ่นใหม่นี้ทำมาสีเดียวเท่านั้น คือสีที่มีชื่อว่า Supreme โดยดึงเอาเอกลักษณ์ของกล่องโลโก้แดงที่เป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมที่กำเนิดมาจากมหานครนิวยอร์กที่ใครเห็นก็ต้องจำได้ มาอยู่ในลิปสติกเนื้อแมตต์รุ่น MatteTrance เฉดสีแดงสดเนื้อแน่น บรรจุใส่ในหลอดลิปสติกสีแดงที่ตกแต่งด้วยรูปปากสีทองดีไซน์เอกลักษณ์ของ Pat McGrath สกรีนคำว่า Supreme สีขาว ที่มาพร้อมด้วยกล่องบรรจุพิเศษแบบผูกเชือก ซึ่งการร่วมงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในคอลเล็กชัน Fall/Winter 2020 ของ Supreme นั่นเอง
Supreme New York เป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1994 จากร้านสเกตบอร์ดในนิวยอร์ก จนสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งและขับเคลื่อนวัฒนธรรมซับคัลเจอร์และสตรีทแฟชั่น จนตอนหลังได้ร่วมงานกับแบรนด์แฟชั่น ขนม ของใช้ อุปกรณ์กีฬาและอีกมากมาย
อย่างเช่นการร่วมงานกับ Louis Vuitton ออกกระเป๋าและเสื้อผ้าที่ทำราคาสูงถึงหลักแสน จนเป็นที่ต้องการของนักสะสมมากมายทั่วโลก หรือหีบเดินทางรุ่น Monogram Malle Courrier 90 จาก Supreme x Louis Vuitton ที่ถูกประมูลในนิวยอร์กไปด้วยราคา 1.25 แสนดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.79 ล้านบาทไทย
ตอนนี้ยังไม่มีกำหนดวันขายและราคาอย่างแน่ชัด แต่สำหรับใครที่สนใจสามารถเข้าไปชมได้ที่เว็บไซต์ของ PatMcGrath.com และ supremenewyork.com
ภาพ: Pat McGrath
พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
อ้างอิง:
The post Sold Out แน่นอน! Supreme จับมือกับ Pat McGrath ออกลิปสติกครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.
]]>
ศึกแย่งชิงโลโก้กล่องสีแดงระหว่าง Supreme ต้นฉบับจากนิวย […]
The post Supreme ชนะคดีในประเทศจีน หลังถูกแบรนด์ Supreme Italia ลอกเลียนเครื่องหมายการค้า appeared first on THE STANDARD.
]]>
ศึกแย่งชิงโลโก้กล่องสีแดงระหว่าง Supreme ต้นฉบับจากนิวยอร์ก กับ Supreme Italia แบรนด์ลอกเลียน ที่มีสาขาในประเทศจีน ได้มาถึงจุดสิ้นสุด เมื่อ Chinese Trade Mark Office ได้คุ้มครองเครื่องหมายการค้าของ Supreme New York เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งส่งผลให้ Supreme Italia ต้องปิดกิจการหน้าร้านในเมืองเซี่ยงไฮ้เป็นการถาวร
โดยคดีการฟ้องร้องนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2017 เมื่อ Supreme ต้นตำรับจากนิวยอร์ก ได้ยื่นฟ้อง Supreme Italia ฐานลอกเลียนเครื่องหมายการค้า กระทั่งในปี 2019 สำนักงานจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้เพิกถอนการจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าโดยบริษัท International Brand Firm Limited ของ Supreme Italia ทาง Supreme New York จึงแจ้งข้อหาหลอกลวงลูกค้าในจีน จนทำให้เกิดความสับสนและกระทบต่อธุรกิจ
เมื่อย้อนกลับไปในปี 2018 ความโกลาหลของความสับสนในแบรนด์ Supreme ทำให้แบรนด์เทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Samsung ที่ได้เข้าไปร่วมงานกับ Supreme (แบรนด์ลอกเลียน) และต่อมาไม่นาน ทาง Supreme New York ได้ออกมาบอกว่า ทางแบรนด์ไม่ได้มีโปรเจกต์นี้เกิดขึ้น และทั้งหมดเป็นการร่วมงานกับองค์กรที่ลอกเลียนแบรนด์
นอกจากนี้แบรนด์ลอกเลียนยังมีการวางแผนเปิดร้านแฟลกชิปสโตร์ในกรุงปักกิ่ง และจัดแฟชั่นโชว์ร่วมกับ Mercedes-Benz อีกด้วย
ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา สำนักงานจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้รับรองการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของ Supreme New York ในจีนแผ่นดินใหญ่ ส่งผลให้ Supreme Italia ต้องปิดร้านในเมืองเซี่ยงไฮ้ และคุ้มครองสินค้าประเภทเสื้อ, กางเกง, แจ็กเก็ต, กางเกงใน, เข็มขัด, รองเท้า, หมวก, ผ้าโพกหัว และรองเท้า
ทำให้ปัจจุบันแบรนด์สินค้าประเภทสตรีทแบรนด์นี้ครอบครองเครื่องหมายการค้ารวมทั้งหมด 251 ทะเบียน ในเขตคุ้มครองกฎหมาย 106 พื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา, ฮ่องกง, อิตาลี, สเปน, ออสเตรเลีย, รัสเซีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมไปถึงร้านค้าที่แบรนด์ดำเนินธุรกิจเป็นพิเศษในประเทศอังกฤษ, ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น
Supreme New York ก่อตั้งเมื่อปี 1994 โดย เจมส์ เจบเบีย จากการเป็นร้านสเกตบอร์ดและขยายมาสู่สินค้าอื่นๆ อย่างเสื้อผ้า ของใช้ และร่วมงานกับแบรนด์ดัง ไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Rimowa, Vans และอีกมากมาย ซึ่งส่งให้ Supreme เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่มีสินค้าลอกเลียนแบบออกมาเยอะที่สุด จนทางผู้ก่อตั้งต้องออกมาจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศ เพื่อป้องกันการผลิตสินค้าโดยไม่รับอนุญาต
ภาพ: Shutterstock / Tobias Steinert
พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล
อ้างอิง:
The post Supreme ชนะคดีในประเทศจีน หลังถูกแบรนด์ Supreme Italia ลอกเลียนเครื่องหมายการค้า appeared first on THE STANDARD.
]]>
Supreme แบรนด์สตรีทชื่อดัง ประกาศปิดร้านทุกสาขาท่ามกลาง […]
The post Supreme ปิดร้านทุกสาขา ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์โควิด-19 ในอเมริกา appeared first on THE STANDARD.
]]>
Supreme แบรนด์สตรีทชื่อดัง ประกาศปิดร้านทุกสาขาท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะสาขาหลักของแบรนด์ในนิวยอร์กที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อถึง 1 ใน 3 ของประเทศ
จากรายงานของเว็บไซต์ Business of Fashion ทางแบรนด์ได้ติดป้ายที่หน้าร้านพร้อมข้อความว่า “เราขอปิดทำการเป็นการชั่วคราว เพื่อรักษาความปลอดภัยและสุขภาพของลูกค้าและพนักงาน”
โดยเบื้องต้นยังไม่มีประกาศออกมาอย่างเป็นทางการในช่องทางโซเชียลมีเดียหรือเว็บไซต์แต่อย่างใดในเรื่องนโยบายการทำงานของพนักงานและความเคลื่อนไหวในอนาคต
นอกจากนี้ทางแบรนด์ได้ปิดสาขาทั้งในลอสแอนเจลิส ซานฟรานซิสโก ลอนดอน ปารีส และโตเกียว โดยจะยังคงเปิดให้บริการทางออนไลน์เช่นเดิม เพื่อให้คอลเล็กชัน Spring/Summer 2020 ดำเนินต่อไป
สำหรับสถานการณ์ในสหรัฐอเมริกาตอนนี้ มียอดผู้ติดเชื้ออย่างเป็นทางการสูงถึง 3,719 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 68 ราย โดย 3 รัฐที่มียอดผู้ติดเชื้อสูงสุดได้แก่ วอชิงตัน นิวยอร์ก และแคลิฟอร์เนีย ทำให้มีการออกมาประกาศปิดร้านค้าแบรนด์แฟชั่นและเสื้อผ้าในสหรัฐอเมริกาที่เป็นตลาดสำคัญของหลายแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Nike, Urban Outfitters และอีกมากมาย
ภาพ: Alex Tai / SOPA Images / LightRocket via Getty Images
พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
อ้างอิง:
The post Supreme ปิดร้านทุกสาขา ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์โควิด-19 ในอเมริกา appeared first on THE STANDARD.
]]>
หิวไหม ทานอะไรมาหรือยัง ถ้ายัง ทาน Supreme x Oreo หน่อย […]
The post Add To Basket? Supreme x Oreo appeared first on THE STANDARD.
]]>
หิวไหม ทานอะไรมาหรือยัง ถ้ายัง ทาน Supreme x Oreo หน่อยไหม… Add To Basket? วันนี้ขอเสนอ Oreo ขนมจุ่มนมสุดคลาสสิก ที่คราวนี้ไม่ได้มาในรูปแบบคุกกี้สีดำ แต่มาในรูปแบบสีแดงของแบรนด์สตรีทแห่งยุคอย่าง Supreme พร้อมปั๊มโลโก้กล่องแดงบนชิ้นขนม
หลังจากที่แบรนด์ปล่อยเสื้อ เครื่องประดับ และการร่วมงานกับแบรนด์ต่างๆ ที่เรารอคอยประจำฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2020 ที่มีทั้งจักรยาน เครื่องเล่นแผ่นเสียง กล้องส่องทางไกล ถุงซิปล็อก ฯลฯ แต่สิ่งที่เราสนใจและน่าจะซื้อได้มากที่สุดคงหนีไม่พ้น Supreme x Oreo ที่ขายแพ็กละ 3 ชิ้น ในห่อสีแดงร้อนแรง ถึงแม้ยังไม่มีวันกำหนดขายและราคาอย่างเป็นทางการ แต่เว็บไซต์ Hybebeast รายงานว่าอยู่ที่ 8 ดอลลาร์สหรัฐ และตอนนี้มีปล่อยขายทาง eBay แล้ว และราคาพุ่งสูงถึง 4,000 ดอลลาร์ เห็นราคาแบบนี้แล้ว… ไม่หิวก็ได้

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
The post Add To Basket? Supreme x Oreo appeared first on THE STANDARD.
]]>