Super Bowl Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/super-bowl/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 29 May 2026 03:43:35 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ไม่ได้แค่ขาย ‘ของ’ แต่กำลังขาย ‘ชีวิตใหม่’ https://thestandard.co/transformation-economy-luxury/ Fri, 29 May 2026 03:43:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1212267 ไม่ได้แค่ขาย ‘ของ’ แต่กำลังขาย ‘ชีวิตใหม่’

สมมตินะครับว่าคุณมีเงิน 1 ล้านบาท คุณจะเลือก Rolex หรือ […]

The post ไม่ได้แค่ขาย ‘ของ’ แต่กำลังขาย ‘ชีวิตใหม่’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไม่ได้แค่ขาย ‘ของ’ แต่กำลังขาย ‘ชีวิตใหม่’

สมมตินะครับว่าคุณมีเงิน 1 ล้านบาท คุณจะเลือก Rolex หรือ Hermès หรือจะเลือกที่นั่ง VIP แถวหน้าคอนเสิร์ต BLACKPINK หรือฟุตบอลโลกนัดชิงครับ?

 

เมื่อก่อนคำตอบอาจจะชัดเจนว่า ‘ของต้องอยู่กับเรา’ แต่วันนี้ โดยเฉพาะถ้าคุณไปถามคนในกลุ่มรายได้สูง พวกเขาจะเริ่มเลือก ‘ช่วงเวลา’ มากกว่า ‘วัตถุ’ เยอะขึ้น

 

และนี่ไม่ใช่แค่ความรู้สึกนะครับ The Economist ชี้ว่าตั้งแต่ปี 2023 ยอดขายสินค้าหรูเริ่มชะลอ แต่ ‘ประสบการณ์ระดับพรีเมียม’ (premium experiences) โตแรงมาก

 

ราคาประสบการณ์ระดับหรูพิเศษ (ultra-luxury experiences) เพิ่มขึ้นราว 90% จากปี 2019 ตั้งแต่ตั๋วการแข่งขันอเมริกันฟุตบอล Super Bowl ถึง Met Gala ที่ราคาเพิ่มขึ้นเท่าตัวในช่วงไม่กี่ปี

 

ขณะที่การใช้จ่ายในตลาดบริการระดับหรูหรา (luxury hospitality) กำลังขยายจาก 240,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2023 ไปเกือบ 400,000 ล้านในปี 2028

 

เมื่อเงินไม่ใช่ข้อจำกัด สถานะจึงขยับไปสู่สิ่งที่ ‘เงินอย่างเดียวซื้อไม่ได้’ แต่ต้องมีการเข้าถึงแบบพิเศษ (exclusive access)

 

B. Joseph Pine II ผู้ให้กำเนิดคำว่า experience economy บอกว่า วันนี้ ‘experience’ ก็ไม่พอ โลกกำลังไปสู่ ‘transformation economy’

 

นี่คือจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจมากครับ

 

เพราะที่ผ่านมา เราเข้าใจว่าเศรษฐกิจพัฒนาจากการขายสินค้า (goods) สู่บริการ (services) สู่ประสบการณ์ (experiences)

 

Starbucks ไม่ได้ขายกาแฟ แต่ขายบรรยากาศ Disneyland ไม่ได้ขายเครื่องเล่น แต่ขายความทรงจำ ทุกอย่างถูกออกแบบให้ ‘รู้สึกดี’

 

แต่ Pine บอกว่า วันนี้ลูกค้าไม่ได้อยากแค่ ‘รู้สึกดี’

 

เขาอยาก ‘เปลี่ยนชีวิต’ (transformation)

 

ลองดูตัวอย่างง่ายๆ ฟิตเนส ถ้ามองแบบ experience คุณจ่ายเงินเพื่อเข้าไปออกกำลังกาย มีคลาส มีเพลง มีโค้ช แต่ถ้ามองแบบ transformation คุณไม่ได้อยากแค่ออกกำลังกาย คุณอยากผอมลง สุขภาพดีขึ้น มี six-pack ได้ร่างทอง หรือมีวินัยมากขึ้น

 

คุณไม่ได้ซื้อกิจกรรม คุณกำลัง ‘จ้างผลลัพธ์’ (outcome)

 

บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำของโลกอย่าง McKinsey & Company เริ่มทดลองทำบ้างแล้ว โดยผูกค่าบริการกับผลลัพธ์ (outcome-based pricing) มากขึ้น ถ้าลูกค้าธุรกิจไม่โตขึ้นหรือลดรายจ่ายไม่ได้ เขาก็อาจจะไม่คิดค่าบริการ ซึ่งต่างจากแต่ก่อนมากที่แค่ส่งมอบสไลด์ก็จบ โดยเฉพาะในยุค AI ที่ลูกค้าเองก็ไม่แน่ใจว่าอะไรจะได้ผลจริง

 

ถ้าเราหันกลับไปดูฝั่ง luxury ภาพก็ชัดขึ้นไปอีกครับ

 

เมื่อก่อนความหรูหราคือ ‘การครอบครอง’ (ownership) แต่วันนี้มันกลายเป็น ‘การเข้าถึง’ (access) คนที่รวยที่สุดในโลกเริ่มลดการสะสมของ เพราะของถูกผลิตซ้ำได้ง่ายขึ้น กระเป๋าหรูมีอยู่ทุกเมือง นาฬิกาหรูมีคนใส่เหมือนกัน เทคโนโลยีอย่างเพชรสังเคราะห์ ทำให้สิ่งที่เคยหายากกลายเป็นผลิตซ้ำได้ (reproducible)

 

ความพิเศษของ ‘วัตถุ’ ถูกเจือจาง แต่สิ่งที่ยังจำกัดอยู่จริงๆ คือ ‘เวลา’ และ ‘สถานที่’

 

นี่คือสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์อย่าง Thorstein Veblen เคยพูดถึงเรื่องความหรูหรา ว่ามันไม่ได้อยู่ที่ราคาอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความขาดแคลน และการที่คนอื่น ‘ไม่มีสิทธิ์ได้มัน’ ในเชิงเศรษฐศาสตร์ เราเรียกสิ่งนี้ว่าความแย่งกันใช้ (rivalrousness)

 

โต๊ะหนึ่งในร้านมิชลิน 3 ดาวในคืนหนึ่ง มีได้แค่คนเดียว

 

ที่นั่ง courtside ใน Wimbledon มีจำนวนจำกัด

 

และช่วงเวลานั้นจะไม่เกิดขึ้นซ้ำ

 

นี่คือ zero-sum game ของ ‘ประสบการณ์’

 

การจ่ายเงินหลักแสนเพื่อทาน fine dining กับเชฟชื่อดัง หรือคอนเสิร์ตแถวหน้า ไม่ใช่แค่ความบันเทิง แต่คือ ‘สิทธิ์ในการอยู่ตรงนั้น’ และยิ่งมีค่าในโลกโซเชียลเพราะมันถูกมองเห็นได้

 

ในไทย เราเห็นชัด คอนเสิร์ต T-Pop ขายหมดภายในไม่กี่นาที บัตร VIP แพงกว่าปกติหลายเท่ายังมีความต้องการ ฝั่งสุขภาพและการดูแลตัวเอง wellness ก็โตแรง โปรแกรมพักฟื้นหรือรีทรีตราคาหลักหมื่นถึงหลักแสนยังขายได้ เพราะคนไม่ได้ไปพักผ่อนอย่างเดียว แต่ไป ‘รีเซ็ตชีวิต’

 

นี่คือ transformation economy ใกล้ตัว

 

และ AI กำลังเร่งทุกอย่างให้เร็วขึ้นอีก

 

ด้านหนึ่ง AI ทำให้ทุกอย่าง ‘ธรรมดา’ ลง ใครๆ ก็ทำคอนเทนต์ได้ ใครๆ ก็สร้างบริการได้ คุณภาพเฉลี่ยสูงขึ้น แต่ความแตกต่างลดลง ทุกอย่างกำลังถูกทำให้เหมือนๆ กันไปหมด (commoditized)

 

แต่อีกด้านหนึ่ง AI ทำให้เราสามารถเข้าใจแต่ละคนได้ลึกขึ้น และสร้างสิ่งที่ ‘เหมาะกับเขาโดยเฉพาะ’ (personalized) ได้มากขึ้น ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นของ transformation เพราะประสบการณ์ที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละคนมากพอ จะไม่ใช่แค่ประสบการณ์ แต่จะกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงโดยอัตโนมัติ

 

นี่อาจเป็นโอกาสของบริการแบบไทยที่มีทุนเดิมทั้งอาหาร ธรรมชาติ และการบริการที่หาไม่ได้ง่ายๆ จากที่ไหนในโลก

 

สุดท้ายแล้ว ลองมองรอบตัว สำรวจธุรกิจของคุณเอง ในโลกที่ของหรูหรือวัตถุผลิตซ้ำได้ คำถามที่สำคัญที่สุดสำหรับทุกธุรกิจวันนี้อาจไม่ใช่ว่า คุณขายอะไร แต่คือ คุณมีบริการอะไรที่คู่แข่งไม่มี หลังจากลูกค้าเจอคุณแล้ว เขา ‘กลายเป็นคนแบบไหน’

 

แล้วคุณจะทำอย่างไรได้บ้าง ให้เปลี่ยนจากการขายแค่สินค้า มาสู่สิ่งที่เรียกว่า ‘ช่วงเวลาที่เปลี่ยนชีวิตคน’

The post ไม่ได้แค่ขาย ‘ของ’ แต่กำลังขาย ‘ชีวิตใหม่’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Shakira เผยความรู้สึกถึงการที่จะได้แสดงโชว์พักครึ่งของ FIFA World Cup ร่วมกับ BTS และ Madonna https://thestandard.co/shakira-fifa-world-cup-halftime-show/ Sun, 24 May 2026 07:45:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1210440 Shakira กำลังพูดบนเวที

Shakira เพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์กับ Billboard ถึงความรู้สึ […]

The post Shakira เผยความรู้สึกถึงการที่จะได้แสดงโชว์พักครึ่งของ FIFA World Cup ร่วมกับ BTS และ Madonna appeared first on THE STANDARD.

]]>
Shakira กำลังพูดบนเวที

Shakira เพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์กับ Billboard ถึงความรู้สึกของเธอที่กำลังจะได้แสดงในโชว์พักครึ่งของฟุตบอลโลก FIFA World Cup ร่วมกับ BTS และ Madonna ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 19 กรกฎาคม 2026 ณ MetLife Stadium รัฐนิวเจอร์ซีย์​ สหรัฐอเมริกา

 

เธอกล่าวว่า “อย่างแรกเลยคือฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากที่จะได้ร่วมแสดงไปกับ Madonna และ BTS ฉันคิดว่านั่นจะเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างไปจาก Super Bowl โดยสิ้นเชิงเลย ซึ่งก็ต้องบอกว่าประสบการณ์นั้นก็เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับฉันเลยนะ”

 

การแสดงโชว์ช่วงพักครึ่งนี้ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลโลก และรายได้จากโชว์ครั้งนี้ก็จะถูกนำไปบริจาคให้กับ FIFA Global Citizen Education Fund เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาและส่งเสริมกีฬาฟุตบอลให้กับเด็กๆ ทั่วโลกอีกด้วย

 

ดังนั้นในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ Shakira ยังพูดถึงความภาคภูมิใจในการเป็นตัวแทนของชุมชนคนละตินและได้เป็นกระบอกเสียงให้ผู้คนสนใจเรื่องโอกาสทางการศึกษาของเด็กๆ ทั่วโลก เธอยังย้ำว่าเหล่านักฟุตบอลหลายคนก็เคยผ่านความยากลำบากมาเหมือนกัน แต่พวกเขาไม่ยอมแพ้เพราะมีคนยังเชื่อมั่นในตัวพวกเขาอยู่ ดังนั้นเธอจึงหวังว่าผู้คนจะเชื่อมั่นในตัวเด็กๆ ที่กำลังทำตามความฝัน รวมทั้งผลักดันเรื่องการลงทุนกับการศึกษาและสร้างโอกาสให้กับเด็กเหล่านั้นเช่นกัน

 

ภาพ: Noam Galai/Getty Images for Global Citizen

อ้างอิง:

The post Shakira เผยความรู้สึกถึงการที่จะได้แสดงโชว์พักครึ่งของ FIFA World Cup ร่วมกับ BTS และ Madonna appeared first on THE STANDARD.

]]>
Spider-Man: Brand New Day เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ตัวอย่างหนังมียอดวิวทะลุ 1 พันล้านครั้ง https://thestandard.co/spider-man-brand-new-day-trailer/ Thu, 26 Mar 2026 07:35:37 +0000 https://thestandard.co/spider-man-brand-new-day-trailer/ โลโก้ Sony Pictures ประกอบข่าวภาพยนตร์ Spider-Man: Brand New Day

ไม่กี่วันที่ผ่านมาทาง Sony Pictures ปล่อยตัวอย่างภาพยนต […]

The post Spider-Man: Brand New Day เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ตัวอย่างหนังมียอดวิวทะลุ 1 พันล้านครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้ Sony Pictures ประกอบข่าวภาพยนตร์ Spider-Man: Brand New Day

ไม่กี่วันที่ผ่านมาทาง Sony Pictures ปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์ตัวเต็มของ Spider-Man: Brand New Day ออกมาให้รับชมกันแล้ว และภายในเวลาเพียง 4 วัน ตัวอย่างหนังเรื่องนี้ก็มียอดวิวทะลุ 1 พันล้านครั้งเป็นที่เรียบร้อย นับเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่สามารถทำได้

 

ในวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมาตัวอย่างหนังภาคต่อของ Spider-Man มียอดวิวไปถึง 1.1 พันล้านครั้งตามการรายงานของ WaveMetrix โดยภายในเวลา 24 ชั่วโมงหลังการเปิดตัว เทรเลอร์ภาพยนตร์ Spider-Man: Brand New Day ก็มีคนเข้าไปรับชมกันถึง 718.6 ล้านครั้ง ขึ้นแท่นเป็นการเปิดตัวตัวอย่างหนัง รวมไปถึงตัวอย่างวิดีโอเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เมื่อผ่านไป 8 ชั่วโมง คลิปวิดีโอดังกล่าวก็มียอดวิวจากผู้ชมทั่วโลกเพิ่มขึ้นอีก 373 ล้านครั้ง ตอกย้ำความตื่นเต้นของแฟนๆ ที่รอคอยรับชมเรื่องราวอนาคตของ Peter Parker กันมานานหลายปี

 

นอกจากนั้น Spider-Man: Brand New Day ยังทุบสถิติกลายเป็นหนังที่ตัวอย่างภาพยนตร์มียอดวิวภายใน 24 ชั่วโมงสูงสุดตลอดกาล โค่นสถิติเก่าอย่างตัวอย่างวิดีโอเกม Grand Theft Auto VI ได้สำเร็จ ในขณะที่ตัวอย่างภาพยนตร์ Deadpool and Woverine ก็เคยครองแชมป์ด้วยยอดวิว 365 ล้านครั้งภายใน 24 ชั่วโมง หลังเปิดตัวครั้งแรกที่งาน Super Bowl 2024 ซึ่งก่อนหน้านั้น ตัวอย่าง Spider-Man: No Way Home ก็เคยทำสถิติเอาไว้ด้วยยอดวิว 355.5 ล้านครั้งภายใน 1 วันหลังเปิดตัว ก่อนที่จะกวาดรายได้ทั่วโลกไปถึง 1.9 พันล้านดอลลาร์ในที่สุด

 

ภาพ: Sony Pictures

อ้างอิง: https://variety.com/2026/film/news/spider-man-brand-new-day-trailer-1-billion-views-first-history-1236697959/

 

The post Spider-Man: Brand New Day เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ตัวอย่างหนังมียอดวิวทะลุ 1 พันล้านครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Bad Bunny’ ศิลปินลาตินคนแรกบนเวทีโชว์พักครึ่ง Super Bowl LX (2026) ที่เปลี่ยนรากเหง้าวัฒนธรรมเป็น Pop Culture ระดับโลก https://thestandard.co/the_secret_sauce/bad-bunny-super-bowl-2026-social-media-record/ Wed, 18 Feb 2026 12:05:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1179781 bad-bunny-super-bowl-2026-social-media-record

128.2 ล้าน คือยอดผู้ชมสดผ่านทางโทรทัศน์และสตรีมมิ่งในช่ […]

The post ‘Bad Bunny’ ศิลปินลาตินคนแรกบนเวทีโชว์พักครึ่ง Super Bowl LX (2026) ที่เปลี่ยนรากเหง้าวัฒนธรรมเป็น Pop Culture ระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
bad-bunny-super-bowl-2026-social-media-record

128.2 ล้าน คือยอดผู้ชมสดผ่านทางโทรทัศน์และสตรีมมิ่งในช่วงโชว์พักครึ่งของการแข่งกีฬาอเมริกันฟุตบอลระดับโลก Super Bowl LX (2026) แม้จะยังไม่ทำลายสถิติเดิมของ Kendrick Lamar ในปี 2025 ซึ่งมียอดชมสด 133.5 ล้านคน ทว่าได้ทุบสถิติยอดวิวในโซเชียลมีเดียสูงสุดในประวัติศาสตร์ถึง 4 พันล้านครั้งภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังจบโชว์

 

และเจ้าของโชว์ในวันนั้น คือ ‘Bad Bunny’ ศิลปินชาวเปอร์โตริโกที่ประกาศชัยชนะทางวัฒนธรรมของศิลปินลาตินเดี่ยวคนแรกที่ขึ้นครองบัลลังก์นี้ด้วยภาษาสเปน 100% แม้จะถูกวิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนจากฝั่งอนุรักษนิยม แต่ในสายตาคนรุ่นใหม่ นี่คือโชว์ที่จริงใจและทรงอิทธิพลที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

 

Bad Bunny มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร และอะไรคืออาวุธลับที่ใช้พังกำแพงภาษาจนครองใจอเมริกันชนและคนทั่วโลกได้ขนาดนี้?

 

Bad Bunny คือใคร โด่งดังมาจากไหน

 

ก่อนที่คนทั้งโลกจะรู้จักเขาในนาม Bad Bunny ชายหนุ่มคนนี้คือ เบนิโต อันโตนิโอ มาร์ติเนซ โอคาซิโอ (Benito Antonio Martínez Ocasio) อายุ 31 ปี เขาเติบโตในย่าน Vega Baja เปอร์โตริโก เคยเป็นเด็กร้องเพลงในโบสถ์ ก่อนเติบโตเป็นนักศึกษานิเทศศาสตร์ที่หารายได้พิเศษด้วยการเป็นพนักงานแพ็คของในซูเปอร์มาร์เก็ต Econo

 

เขาเริ่มเส้นทางดนตรีจากการทำเพลงในห้องนอนและอัปโหลดลง SoundCloud จนเพลง ‘Diles’ กลายเป็นไวรัลสะดุดตาค่ายเพลง Hear This Music เขาถูกจับเซ็นสัญญา ปล่อยเพลง Diles เวอร์ชันรีมาสเตอร์ และทยอยปล่อยซิงเกิลระหว่างปี 2016-2018 

 

แต่แล้ว Bad Bunny ก็ตัดสินใจออกจาก Hear This Music ในปี 2018 แม้จะกำลังรุ่งสุดๆ เพราะค่ายไม่ยอมให้เขาออกอัลบั้มเต็ม และอยากให้เขาวิ่งรอกออกแค่ซิงเกิลหรือไปร่วมฟีเจอริ่งกับคนอื่นไปเรื่อยๆ ความอัดอั้นนี้เองที่ทำให้เขาเลือกไปร่วมงานกับ Noah Assad เพื่อทำอัลบั้มแรกอย่าง X 100PRE และร่วมก่อตั้ง Rimas Entertainment ซึ่งให้สิทธิ์เขาในการถือครองผลงาน และอิสระในการทดลองแนวดนตรีใหม่ๆ ไร้ขีดจำกัด

 

ทำไมความ ‘บ้านๆ’ แบบเปอร์โตริโกถึงชนะใจคนทั้งโลก และตีตลาด USA ได้สำเร็จ?

 

หลายคนอาจเชื่อว่า  ‘ต้องปรับตัวตามกระแสหลักถึงจะรอด’ แต่ Bad Bunny เลือกทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม เขาปฏิเสธการร้องเพลงภาษาอังกฤษเพื่อเข้าหาตลาดอเมริกา แต่กลับดึงเอาสำเนียงสเปนท้องถิ่นและดนตรีแนว Reggaeton มาเป็นอาวุธหลัก 

 

Bad Bunny ได้สร้างอาณาจักรบนโลกดิจิทัลไว้อย่างบ้าคลั่ง เขาทำสถิติเป็นศิลปินที่มียอดวิวบน YouTube รวมกันมากกว่าพันล้านครั้งภายในเวลาไม่กี่ปี และมีฐานแฟนคลับชาวลาติน (Hispanic) ในอเมริกากว่า 65 ล้านคน (เกือบ 20% ของประชากรทั้งหมด) ที่พร้อมจะ ‘ปั่นสตรีม’ จนชาร์ตแตก Bad Bunny จึงไม่ได้เดินไปขอส่วนแบ่งตลาดจากศิลปินอเมริกัน แต่เขาคือ ‘ขวัญใจมวลชน’ ที่แบรนด์และศิลปินยักษ์ใหญ่โหยหา 

 

ไม่แปลกที่หลังจากนั้น เขาจะได้ไปปรากฏตัวในเพลง ‘I Like It’ ร่วมกับ Cardi B เจ้าแม่แร็ปเปอร์แห่งยุค และทำให้ศิลปินเบอร์ใหญ่อย่าง Drake ต้องยอมร้องภาษาสเปนในเพลง ‘Mia’ จนในที่สุดอัลบั้ม Un Verano Sin Ti ของเขากลายเป็นอัลบั้มภาษาสเปนชุดแรกที่ขึ้นอันดับ 1 Billboard 200 ได้สำเร็จ 

 

Bad Bunny สร้างชุมชนอย่างไรให้เหนียวแน่นขนาดนี้

 

Bad Bunny ไม่ได้สร้างแฟนคลับ แต่เขาสร้าง ‘ชุมชน’ ที่มีความเชื่อร่วมกัน เขารักษาความสัมพันธ์กับรากเหง้าอย่างเหนียวแน่นจนแฟนๆ รู้สึกว่าเขาคือเพื่อนบ้าน มากกว่า ‘ซุปตาร์’ อย่างการจัดงาน Listen Party ในบ้านเกิดเพื่อให้คนท้องถิ่นได้ฟังเพลงใหม่ก่อนใครในโลก การให้เกียรติคนกลุ่มแรกที่สนับสนุนเขาเป็น Loyalty ที่เงินซื้อไม่ได้

 

นอกจากนี้เขายังขยายอาณาจักรธุรกิจไปสู่สิ่งที่เขาและแฟนเพลงหลงใหลร่วมกัน ทั้งการก่อตั้ง Rimas Sports เพื่อดูแลนักกีฬาชาวลาติน และก้าวเข้าสู่วงการมวยปล้ำ WWE ความสำเร็จของเขาจึงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขสตรีมมิ่ง แต่เป็นความสำเร็จของวัฒนธรรมที่เขาเป็นตัวแทน การเป็นคนที่ไม่เคยลืมรากเหง้า คือหัวใจสำคัญที่ทำให้คนรุ่นใหม่ยอมทุ่มเทใจให้เขาอย่างไม่มีเงื่อนไข

 

จุดยืนแบบ Bad Bunny ที่ซื้อใจคนรุ่นใหม่คืออะไร 

 

เหตุผลที่ Bad Bunny กลายเป็นไอคอนของยุคสมัยไม่ใช่แค่เรื่องเพลง แต่คือการที่เขาใช้ชื่อเสียงเป็นกระบอกเสียงให้สังคมมาตลอด

 

เขาทำลายกรอบความเชื่อเรื่องเพศสภาพผ่านมิวสิกวิดีโอเพลง ‘Caro’ ที่มีฉากการทาสีเล็บและการสื่อถึงความงามที่ไม่มีขีดจำกัดทางเพศ และใส่เดรสยาวใน MV เพื่อต่อต้านค่านิยม Toxic Masculinity

 

แต่ที่ดุเดือดที่สุดคือการประกาศจุดยืนทางการเมือง ในงานประกาศผลรางวัลแกรมมี่ อวอร์ดส์ ครั้งที่ 68 ที่ลอสแอนเจลิส Bad Bunny คว้ารางวัล Album of the Year จากอัลบั้มชุด ‘Debí Tirar Mas Fotos’ ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เพลงภาษาสเปนได้รับรางวัลยิ่งใหญ่ที่สุดของแกรมมี่ทั้งอัลบั้ม เขาใช้โอกาสนี้พูดถึงพี่น้องชาวลาตินในอเมริกาที่ต้องเผชิญกับการคุกคามจากนโยบายตรวจคนเข้าเมือง พร้อมประกาศก้องว่า “พวกเราไม่ใช่คนต่างด้าว พวกเราคือมนุษย์” ซึ่งเป็นการฟาดกลับนโยบายการไล่ล่าผู้อพยพของ ICE โดยตรง ทำให้ชนะใจชาว Hispanic ทั่วอเมริกา

 

และบนเวที Super Bowl 2026 ก็ยังปรากฎซีนจำลองเสาไฟฟ้าที่พังทลาย เพื่อเสียดสีความล้มเหลวของรัฐบาลในการจัดการวิกฤตพลังงานในเปอร์โตริโก การกล้าเอาชื่อเสียงไปเสี่ยงเพื่อพูดแทนคนที่ไม่มีเสียงทำให้เขาไม่ใช่แค่ศิลปิน แต่เป็นผู้นำทางความคิดที่คนรุ่นใหม่ทั่วโลกพร้อมจะยืนเคียงข้าง

 

Secret Sauce ของ Bad Bunny คือการเปลี่ยนอัตลักษณ์ที่เคยถูกมองว่าเป็นกำแพงให้กลายเป็นสะพานเชื่อมคนทั้งโลกเข้าด้วยกัน และสอนเราว่าถ้าคุณอยากจะชนะใจคนในยุคนี้ ‘การรู้จักตัวเอง และเป็นตัวเองอย่างถึงที่สุด’ คือเดิมพันที่คุ้มค่าที่สุดในการสร้างความสำเร็จที่ยั่งยืน

The post ‘Bad Bunny’ ศิลปินลาตินคนแรกบนเวทีโชว์พักครึ่ง Super Bowl LX (2026) ที่เปลี่ยนรากเหง้าวัฒนธรรมเป็น Pop Culture ระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปรากฏการณ์ Bad Bunny จากคอนเสิร์ตเปิดบ้านที่กู้ชีพเศรษฐกิจปวยร์โตริโก สู่โชว์ซูเปอร์โบวล์ระดับตำนาน https://thestandard.co/bad-bunny-super-bowl-puerto-rico-economy/ Wed, 18 Feb 2026 03:13:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1179573 Bad Bunny กำลังแสดงบนเวที แสดงถึงรากเหง้าและวัฒนธรรมของปวยร์โตริโก

แม้จะผ่านมาหลายวันแล้วแต่การแสดงช่วงพักครึ่งเวลา ‘Halft […]

The post ปรากฏการณ์ Bad Bunny จากคอนเสิร์ตเปิดบ้านที่กู้ชีพเศรษฐกิจปวยร์โตริโก สู่โชว์ซูเปอร์โบวล์ระดับตำนาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bad Bunny กำลังแสดงบนเวที แสดงถึงรากเหง้าและวัฒนธรรมของปวยร์โตริโก

แม้จะผ่านมาหลายวันแล้วแต่การแสดงช่วงพักครึ่งเวลา ‘Halftime Show’ ของ ‘Bad Bunny’ ในการแข่งขันศึกอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล ซูเปอร์โบวล์ ยังคงเป็นโชว์ที่ตราตรึงในความรู้สึกของผู้ที่ได้ชม

 

ไม่ใช่เพียงแค่ความสนุกสนานของการแสดงที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี แต่ไปจนถึงแนวคิดและสิ่งละอันพันละน้อยที่ถูกซ่อนเอาไว้ในรายละเอียดทุกช่วงของการแสดง ที่แม้จะกินเวลาระยะเวลาเพียงแค่ 13 นาที (ทดให้ 7 นาทีสำหรับการเสกไร่อ้อยกลางสนาม!) แต่มันอาจจะกลายเป็น 13 นาทีที่มีความหมายอย่างมากสำหรับคนมากมาย

 

ไม่ใช่แค่เฉพาะเหล่าผู้คนที่เกี่ยวข้องกับการโชว์สุดมหัศจรรย์ในสนาม Levi’s Stadium วันนั้น แต่ผลดีนั้นย้อนกลับไปถึงบ้านเกิดปวยร์โตริโกที่ศิลปินวัยแค่ 31 ปีคนนี้พยายามที่จะพลิกฟื้นคืนชีวิตให้กลับคืนมาอีกครั้งผ่านเสียงดนตรีของตัวเอง

 


บทความที่เกี่ยวข้อง:


 

Halftime-Show ประวัติศาสตร์

 

การแสดงของ Bad Bunny ศิลปินเพลงแร็ปชาวปวยร์โตริกัน คือการแสดงครั้งประวัติศาสตร์อย่างไม่ต้องสงสัย

 

ประวัติศาสตร์อย่างแรกคือนี่เป็นการแสดงเป็นภาษาสเปนทั้งหมดผ่านบทเพลงและบทพูดของเขารวมถึงศิลปินแขกพิเศษอย่าง Lady Gaga และ Ricky Martin โดยที่ตลอดการแสดง 13 นาที Bad Bunny พูดภาษาอังกฤษเพียงแค่คำเดียวคือ “God Bless America”

 

เรื่องนี้ทำให้โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนปัจจุบันประณามการแสดงครั้งนี้ว่าเป็น “การแสดงที่เลวร้ายที่สุด” และขัดต่อหลักการแนวทางในการจะทำให้ ‘อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง’ (Make America Great Again)

 

อย่างไรก็ดีในกระแสตอบรับของแฟนกีฬาและแฟนเพลงทั่วโลกที่จับตาดูการแสดงครั้งนี้ การแสดงของ Bad Bunny เป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยม สนุก และสร้างสรรค์ รวมถึงสร้างความรู้สึกคะนึงหาอดีต (Nostalgia) ได้อย่างร้ายกาจ

 

เพราะสิ่งที่ศิลปินที่เพิ่งได้รับรางวัล Grammy Awards เล่าผ่านการแสดงคือ ‘ฉากชีวิต’ ของชาวปวยร์โตริโก ในไร่อ้อยซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศในช่วงศตวรรษที่ 18-20 ทั้งการแต่งกาย การใช้ชีวิต การละเล่นร้องรำทำเพลงไปจนถึงอย่าง La Casita หรือการจำลองบ้านหลังน้อยของชาวปวยร์โตริกัน และ El Morro ป้อมปราการหินผาที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ

 

Bad Bunny กำลังแสดงบนเวที Super Bowl แสดงถึงรากเหง้าและวัฒนธรรมของปวยร์โตริโก 1

ภาพ: Ishika Samant/Getty Images

 

บ้างว่านี่คือ ‘จดหมายรัก’ ที่ Bad Bunny เขียนถึงบ้านเกิดของตัวเอง ที่เป็นดินแดนในการปกครองของสหรัฐอเมริกาแต่ก็ไม่เคยมีสถานะเป็นรัฐเฉกเช่นเดียวกับอีก 50 รัฐ ซึ่งในมุมมองของเขาคำว่า ‘อเมริกา’ ไม่ได้หมายถึงแค่สหรัฐฯ แต่รวมถึงทุกประเทศในทวีปอเมริกาตั้งแต่เหนือจรดใต้

 

นอกเหนือจากนั้นคือการส่งสารถึงผู้มีอำนาจที่พยายามจัดระเบียบโลกใหม่ด้วยความกลัวและความเกลียดชัง

 

“ความเกลียดชังเป็นสิ่งที่ทรงพลังอย่างมาก แต่สิ่งที่ทรงพลังมากกว่าคือความรัก”

 

ความสำเร็จในทางตัวเลข

 

สำหรับการแสดงพักครึ่งซูเปอร์โบวล์ นอกเหนือจากเรื่องความสนุกสนานของการแสดงที่จะเป็นประเด็นใหญ่ของเหล่าแฟนๆที่เฝ้ารอแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่จะเป็น ‘ดัชนี’ ไว้ชี้วัดว่าเป็นการแสดงที่ประสบความสำเร็จหรือไม่คือเรื่องของตัวเลขสถิติ

 

สิ่งที่น่าเสียดายสำหรับ Bad Bunny คือการแสดงของเขาในปี 2026 ไม่สามารถทำลายสถิติใหม่ตลอดกาลอย่างที่มีการคาดการณ์ไว้ โดยตัวเลขสถิติผู้ชมที่มีการบันทึกไว้อย่างเป็นทางการว่ามีจำนวนผู้ชม 128.2 ล้านคนที่ชมการถ่ายทอดสดผ่าน NBC, Peacock, Telemundo, NBC Sports Digital และ NFL+

 

ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นรองสถิติตลอดกาล Kendrick Lamar (133.5 ล้านคนในปี 2025, Michael Jackson (133.4 ล้านคนในปี 1993) และ Usher (129.3 ล้านคนในปี 2024)

 

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะจำนวนผู้ชมคู่ชิง ‘Super Bowl’ ในปีนี้ซึ่งเป็นการแข่งขันกันระหว่างทีมนิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์พบกับซีแอทเทิล ซีฮอว์กส์ มีจำนวน 124.9 ล้านคนน้อยกว่าปีที่แล้วที่ ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์พบกับแคนซัส ซิตี ชีฟส์ ที่มีจำนวนผู้ชม 127.7 ล้านคน

 

จำนวนผู้ชมในปีนี้ยังนับเป็นปีแรกที่มีจำนวนผู้ชมลดลงครั้งแรกหลังจากที่ทำสถิติผู้ชมสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 4 ปีติดต่อกัน แม้ว่าในช่วง ‘พีค’ ที่มีจำนวนผู้ชมพร้อมกันมากที่สุดจะเป็นสถิติใหม่โดยมีจำนวนผู้ชมพร้อมกัน 137.8 ล้านคนในช่วงควอเตอร์ที่ 2 ก็ตาม และอย่างน้อยที่สุดก็เป็นปีที่ 5 ติดต่อกันที่มีจำนวนผู้ชมเกินกว่า 100 ล้านคน

 

อย่างไรก็ดีสิ่งที่ Bad Bunny ดีใจได้คือสถิติตัวเลขทางโซเชียลมีเดียสูงอย่างน่าตกใจ โดยมีจำนวนผู้ชมการแสดงของเขาในช่วงพักครึ่งเวลารวมกันสูงสุดถึง 4 พันล้านครั้งในช่วงระยะเวลา 24 ชั่วโมง ตามการรวบรวมข้อมูลของ NFL และ Ripple Analytics ซึ่งถือว่าสูงกว่าปีกลายถึง 137 เปอร์เซ็นต์

 

ขณะที่ตัวเลขสถิติของผู้ชมการแสดงแบบเต็มๆจากทั่วโลกคาดว่าจะออกมาในช่วงต้นสัปดาห์หน้า

 

Benito Bowl Effect

 

แต่การแสดงของ Bad Bunny ไม่ได้เกิดขึ้นและจบลงแค่ในสนามเท่านั้น เพราะมันมีผลกระทบที่ไปไกลกว่านั้นมาก โดยเฉพาะกับชาวละตินอเมริกา

 

เพราะด้วยกระแสความคลั่งไคล้ในตัวของศิลปินที่กำลังก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับ Mega Star ของโลกยุคใหม่ ข่าวการเลือก Bad Bunny ซึ่งเป็น ‘ที่สุด’ ของชาวละตินอเมริกาได้สร้างความคึกคักให้เกิดขึ้นอย่างยิ่ง

 

สถานีโทรทัศน์ NBC รายงานในช่วงก่อนที่จะถึงสุดสัปดาห์ที่มีการแข่งขันซูเปอร์โบวล์ว่า ร้านอาหารปวยร์โตริกันในรัฐแคลิฟอร์เนียอย่างร้าน Rincorita ได้เปิดประตูต้อนรับการมาเยือนของบรรดาคนที่ประทับใจในศิลปิน Headliner อย่าง Bad Bunny ที่มากันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งทำให้ยอดขายอาหารในช่วงที่ผ่านมาเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก และทำให้บรรยากาศในร้าน ซึ่งรวมถึงร้านอาหารปวยร์โตริกันแห่งอื่นๆคึกคักตามไปด้วย

 

แม้กระทั่งนักแสดงประกอบในการแสดงซูเปอร์โบวล์อย่าง บิคตอร์ บิลยาส ซึ่งขายทาโก้ (Tacos) อาหารในสไตล์เม็กซิกันที่เป็นส่วนหนึ่งของฉากการแสดงก็ได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย

 

โดยทันทีที่การแสดงจบลงและมีการเปิดเผยว่าเจ้าของร้านทาโก้ในโชว์มีตัวตนและมีร้านจริงๆคือร้าน Villa’s Tacos ก็ทำให้แฟนๆที่ประทับใจกับโชว์ต่างแห่กันไปอุดหนุนที่ร้านกันอย่างคับคั่งทั้ง 3 สาขาในลอสแองเจอลีส

 

บิลยาสได้โพสต์แสดงความขอบคุณต่อ Bad Bunny หรือ เบนิโต อันโตนิโอ มาร์ติเนซ โอกาซิโอ ที่มอบโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตให้ได้เป็นตัวแทนของครอบครัว ของธุรกิจ และของวัฒนธรรมของผู้ที่อพยพมาเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสหรัฐอเมริกา แม้ว่าในปัจจุบันผู้อพยพจะถูกจัดการอย่างเด็ดขาดในยุคของประธานาธิบดีทรัมป์ จนเป็นประเด็นใหญ่ทางสังคมก็ตาม

 

อีกคนที่ได้แสงสาดส่องมาด้วยคือแบรนด์ Lunar ห้องเสื้อจากย่านบรู๊คลิน ในเมืองนิวยอร์ก ซึ่งไม่เคยรู้ตัวมาก่อนว่าชุดที่ได้รับออร์เดอร์ในการสั่งตัดมาซึ่งเป็นชุดสำหรับเต้นซัลซ่าสีฟ้าสวยสดใส จะเป็นชุดที่ให้ศิลปินระดับโลกอย่าง Lady Gaga สวมใส่ในโชว์ซูเปอร์โบวล์ด้วย

 

Bad Bunny และ Lady Gaga

ภาพ: Kindell Buchanan/PA Images via Getty Images

 

ราอูล โลเปซ เจ้าของแบรนด์ Lunar ซึ่งเป็นชาวโดมินิกันโดยสายเลือด เปิดเผยว่าเมื่อได้รับการติดต่อว่าจ้างให้ออกแบบชุดไม่รู้มาก่อนว่าจะถูกใช้ในการแสดงของ Bad Bunny โดยมารู้อีกทีคือนั่งดูซูเปอร์โบวล์กับเพื่อนและได้เห็นชุดที่ออกแบบเองปรากฏต่อหน้าสายตาผู้ชมนับร้อยล้านคนทั่วโลก ซึ่งแน่นอนว่าเป็นผลดีต่อแบรนด์อย่างมากมายมหาศาล

 

เรียกได้ว่าเป็นผลกระทบในเชิงบวกที่เกิดขึ้นจากการแสดงในซูเปอร์โบวล์ของศิลปินหนุ่มที่ได้รับการเรียกขานกันอย่างน่ารักว่า ‘Benito Bowl’ ซึ่งก็มาจากชื่อหน้าของเขาเอง

 

อย่างไรก็ดีนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Bad Bunny ได้สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ เพราะความจริงเขาได้จัดคอนเสิร์ตระดับตำนานมาแล้วครั้งหนึ่ง ด้วยกระบวนการคิดแบบย้อนกลับ

 

คอนเสิร์ตเปิดบ้าน

 

สำหรับศิลปินนักร้องระดับโลกแล้ว จุดสูงสุดที่ทุกคนใฝ่ฝันคือการได้ออกทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลกเพื่อไปพบกับแฟนเพลงยังประเทศต่างๆ

 

Bad Bunny เองก็ไม่แตกต่างกัน เพียงแต่สิ่งที่เขาต้องการทำก่อนและอยากทำมากกว่าคือการทำอะไรก็ได้เพื่อบ้านเกิดอย่างปวยร์โตริโก

 

ดังนั้นแทนที่จะทัวร์คอนเสิร์ตไปยังสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาที่สามารถตระเวนไปได้หลายรัฐ สิ่งที่เขาตัดสินจะทำคือการเปลี่ยนจากการเดินทางออกไปเพื่อพบกับแฟนเพลง เป็นการเชิญชวนให้แฟนๆเดินทางมายังปวยร์โตริโก มายัง ‘บ้าน’ ของเขาแทน

 

ในปี 2025 Bad Bunny ประกาศการแสดงทัวร์รอบโลกของเขาที่ยังไม่มีรายชื่อเมืองในสหรัฐอเมริกา ที่ถูกเปลี่ยนเป็นการแสดงในปวยร์โตริโกจำนวน 30 รอบแทนในระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน โดยการแสดง 9 รอบแรกจัดขึ้นสำหรับชาวปวยร์โตริโกให้ได้มาสนุกกับเขาเท่านั้นในบัตรราคาถูกตั้งแต่ 35-250 ดอลลาร์ แต่หลังจากนั้นอีก 21 รอบไม่ว่าจะเป็นแขกเหรื่อมาจากไหนก็ขอยินดีต้อนรับทุกท่าน ซึ่งบัตรจำนวน 400,000 ใบถูกจำหน่ายหมดภายในเวลาแค่ 4 ชั่วโมง

 

การจัดคอนเสิร์ตแบบ ‘เปิดบ้าน’ ของเขาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับปวยร์โตริโกได้อย่างมหัศจรรย์ เพราะผู้ชมนอกจากจะเดินทางมาเพื่อชมการแสดงแล้ว พวกเขายังได้มาท่องเที่ยว ดื่มกิน เต้นรำ และสำคัญที่สุดคือการเรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรมของชาวปวยร์โตริกัน

 

ได้มาเห็นกับตา สัมผัสกับมือ ลิ้มรสกับลิ้น ว่าชีวิตในแบบเดียวกับ Bad Bunny นั้นเป็นอย่างไร

 

Bad Bunny ขึ้นแสดงบนเวทีในคืนแรกของทัวร์ "No Me Quiero Ir De Aqui" Residencia En El Choli

Bad Bunny ขึ้นแสดงบนเวทีในคืนแรกของทัวร์ “No Me Quiero Ir De Aqui” Residencia En El Choli
ที่ Coliseo de Puerto Rico José Miguel Agrelot เมืองซานฮวน ประเทศปวยร์โตริโก
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2025
ภาพ : Kevin Mazur/Getty Images

 

โดยมีการประเมินว่าจะมีจำนวนผู้มาเยือนปวยร์โตริโกกว่า 600,000 คน ทั้งๆที่ปกติแล้วเป็นฤดูของพายุเฮอร์ริเคนที่ทำให้การท่องเที่ยวซบเซาอย่างหนักก็ตาม และทำให้เกิดรายได้โดยตรงจากคอนเสิร์ตมากถึง 250 ล้านดอลลาร์ (7.7 พันล้านบาท) และหากรวมรายได้ส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการแสดงจะสูงมากกว่า 400 ล้านดอลลาร์ (1.2 หมื่นล้านบาท)

 

ที่สุดคือทำให้ตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจของปวยร์โตริโกขยับจาก 0.3 เป็น 0.4 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

 

แต่ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้สำคัญมากไปกว่าคุณค่าของสิ่งที่ Bad Bunny พยายามนำเสนอ คือตัวตน รากเหง้า ชีวิต และวัฒนธรรมของปวยร์โตริโก ที่เป็นเหมือนโบรชัวร์เชื้อเชิญให้คนทั้งโลกได้มองเห็น ได้รู้จัก และหากเป็นไปได้มีโอกาสอยากให้ลองมาเยือนสักครั้ง

 

เป็นความพยายามที่จะคืนชีวิตและชีวาให้กับบ้านเกิดที่เขารักในแบบที่ไม่เคยมีศิลปินระดับสุดยอดของโลกคนใดทำมาก่อน

 

แต่จากการแสดงในซูเปอร์โบวล์ ดูเหมือนเวลานี้เป้าหมายของ Bad Bunny อาจจะไม่ได้หยุดอยู่แค่บ้านเกิดเท่านั้น แต่เป็นการเปิดมิติใหม่ให้แก่คำว่า ‘อเมริกา’ ที่รวมทุกชาติทั้งในทวีปอเมริกาเหนือและกลาง และอเมริกาใต้

 

รวมถึงภารกิจใหญ่กว่านั้นคือการทำให้ทุกคนได้นึกออกอีกครั้งว่าสิ่งที่มนุษย์ควรมีให้แก่กันไม่ใช่ความเกลียดชัง

 

แต่คือความรัก

 

ภาพปก: Kindell Buchanan/PA Images via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post ปรากฏการณ์ Bad Bunny จากคอนเสิร์ตเปิดบ้านที่กู้ชีพเศรษฐกิจปวยร์โตริโก สู่โชว์ซูเปอร์โบวล์ระดับตำนาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Backstreet Boys อยากแสดงงาน Super Bowl Halftime Show ปี 2027 https://thestandard.co/backstreet-boys-super-bowl-halftime-2027/ Mon, 16 Feb 2026 08:53:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1179005 Backstreet Boys บอยแบนด์ระดับโลกถ่ายภาพโปรโมต

ช่วงที่ Backstreet Boys ได้กลับมารวมตัวกันและกำลังแสดงค […]

The post Backstreet Boys อยากแสดงงาน Super Bowl Halftime Show ปี 2027 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Backstreet Boys บอยแบนด์ระดับโลกถ่ายภาพโปรโมต

ช่วงที่ Backstreet Boys ได้กลับมารวมตัวกันและกำลังแสดงคอนเสิร์ตระยะยาวที่โดม Sphere แห่งลาสเวกัสและได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากแฟนๆ ในขณะนี้ พวกเขาก็เริ่มมองหาโปรเจกต์ต่อไปที่วงจะได้ทำร่วมกันแล้ว และโปรเจกต์นั้นก็คือการขึ้นแสดงบนเวท Super Bowl Halftime Show

 

Backstreet Boys ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ People โดย AJ McLean เผยว่า “ผมเริ่มยื่นคำร้องทางออนไลน์ในนามของวง เพื่อให้เราได้แสดงช่วงพักครึ่งงาน Super Bowl ปี 2027 กันแล้ว คุณควรเข้ามาโหวตให้เราได้แสดงด้วยนะ โดยเฉพาะเมื่อปีหน้างานจะจัดขึ้นที่สเตเดียม SoFi ในลอสแอนเจลิส นั่นคือบ้านของผมกับ Kevin Richardson เพราะฉะนั้นมันจะต้องยอดเยี่ยมมากแน่ๆ”

 

ทางด้าน Nick Carter ให้คำมั่นอีกว่าโชว์ของพวกเขาจะเป็นเสมือน ‘ระเบิดพลังแห่งเพลงป๊อป’ และจะเต็มไปด้วยเหล่าไอคอนแห่งวงการเพลงจากยุค 90 และต้นยุค 2000 “เราจะนำ Britney Spears กลับมา และเราจะนำวง *NSYNC กลับมาด้วย” ก่อนที่ AJ McLean จะเสริมว่าทั้งสองเคยขึ้นเวที Super Bowl Halftime Show กันมาแล้ว

 

Britney Spears กับ *NSYNC เคยแสดงที่เวทีงาน Super Bowl XXXV Halftime Show เมื่อปี 2001 ซึ่งในปีนั้น Backstreet Boys ได้เป็นศิลปินที่ร้องเพลงชาติในงาน โดย Nick Carter เผยว่า “เราจะพา 98 Degrees กลับมา ผมไม่สนหรอก เพราะเราเป็นศิลปินหลัก เราจะนำเพื่อนป๊อปของเรากลับมาทั้งหมด อาจจะดูลำเอียงหน่อย แต่เราคิดว่ายุคเพลงของพวกเรามีจุดเริ่มต้นจากปลายยุค 90 และต้นยุค 2000 ซึ่งมันน่าจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่ผู้คนรู้สึกโหยหาและทำให้พวกเขารู้สึกดีมากที่สุด เราเป็นส่วนหนึ่งของศิลปินที่หลายคนอยากให้กลับมาขึ้นเวที”

 

ภาพ: Backstreet Boys

 

อ้างอิง https://people.com/backstreet-boys-make-petition-for-2027-super-bowl-halftime-show-exclusive-11905653

The post Backstreet Boys อยากแสดงงาน Super Bowl Halftime Show ปี 2027 appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิจารณ์ Bad Bunny สะเทือนฐานเสียงฮิสแปนิก? รีพับลิกันหวั่นเสียที่นั่งมิดเทอม 2026 เพราะทรัมป์โจมตีโชว์ Super Bowl https://thestandard.co/bad-bunny-trump-super-bowl-republicans-midterms/ Mon, 16 Feb 2026 04:18:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1178837 ภาพศิลปิน Bad Bunny แสดงบนเวที Super Bowl ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จาก โดนัลด์ ทรัมป์

รีพับลิกันกังวลกรณี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา วิ […]

The post วิจารณ์ Bad Bunny สะเทือนฐานเสียงฮิสแปนิก? รีพับลิกันหวั่นเสียที่นั่งมิดเทอม 2026 เพราะทรัมป์โจมตีโชว์ Super Bowl appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพศิลปิน Bad Bunny แสดงบนเวที Super Bowl ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จาก โดนัลด์ ทรัมป์

รีพับลิกันกังวลกรณี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา วิจารณ์ Bad Bunny ศิลปินชื่อดังชาวเปอร์โตริโกในการแสดงพักครึ่ง Super Bowl อาจเป็นเหตุทำให้พรรคเสียคะแนนเลือกตั้งมิดเทอม 2026 จากกลุ่มฮิสแปนิก ชี้คะแนนสนับสนุนเริ่มหดตัว ขณะที่มีเสียงไม่พอใจต่อการจัดการวิกฤตค่าครองชีพเป็นทุนเดิม

 

เมื่อวานนี้ (15 กุมภาพันธ์) Reuters รายงานความเคลื่อนไหวภายในพรรครีพับลิกัน ต่อการเลือกตั้งสหรัฐฯ กลางเทอมปี 2026 โดยระบุว่า นักยุทธศาสตร์เชื้อสายฮิสแปนิก นักการเมือง และผู้นำธุรกิจบางส่วนในพรรค ออกโรงเตือนต่อการที่ทรัมป์วิจารณ์การแสดงของ Bad Bunny ในงาน Super Bowl

 

เกิดอะไรขึ้นในการแสดงพักครึ่ง Super Bowl ทำไมทรัมป์จึงวิจารณ์ Bad Bunny?

 

ย้อนกลับไปในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ Bad Bunny ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการแสดงพักครึ่งของ Super Bowl เขากลายเป็นนักร้องคนแรกที่ร้องเพลงภาษาสเปนล้วนตลอดโชว์ 14 นาที โดยนำเสนอเรื่องราวของเปอร์โตริโกและทวีปอเมริกา ทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความเจ็บปวดในอาณานิคม

 

Bad Bunny ทิ้งสัญญะและวิจารณ์ประเด็นทางสังคมผ่านบทเพลง เช่น การแสดงเพลง El Apagón (Power Outage) ที่เล่าเรื่องราวว่า เปอร์โตริโกต้องเผชิญเหตุไฟดับเป็นเวลาหลายเดือน จากพายุเฮอริเคนมารีอาในปี 2017 ทำให้ประชาชนรู้สึกว่า รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ให้ความช่วยเหลือไม่มากพอ ขณะที่การฟื้นฟูเป็นอย่างล่าช้าและไม่เท่าเทียม มีการไล่ที่ พลเมืองเผชิญความเหลื่อมล้ำ

 

ขณะที่ตอนจบของการแสดง Bad Bunny ตะโกนคำว่า ‘God bless America’ และถือลูกอเมริกันฟุตบอลที่เขียนว่า ‘Together, We Are America’ โดยไม่ได้หมายถึงสหรัฐฯ อย่างเดียว แต่กลับไล่ชื่อประเทศในทั้งทวีป ถือเป็นการสร้างนิยามคำว่าอเมริกา ที่ไม่ได้ผูกติดกับสหรัฐฯ เพียงอย่างเดียว

 

จากการแสดงครั้งนั้น ทรัมป์วิจารณ์นักร้องชาวเปอร์โตริโกบน Truth Social ว่า ทำโชว์ที่ ‘แย่ที่สุด’ เท่าที่เคยมีมา ถือเป็นการดูหมิ่นความยิ่งใหญ่ของอเมริกา ซึ่งไม่มีใครเข้าใจว่า เขาพูดอะไรอยู่

 

ขณะที่ฝ่ายอนุรักษนิยมออกโรงวิจารณ์ โดยกลุ่ม Turning Point USA จัดกิจกรรมคู่ขนานอย่าง All-American Halftime Show ซึ่งมี Kid Rock นักร้องที่สนับสนุนทรัมป์ขึ้นแสดงเป็นศิลปินหลัก

 

นอกจากนี้ TIME ยังรายงานว่า แอนดี โอเกิลส์ สส.รีพับลิกันจากรัฐเทนเนสซี ส่งจดหมายถึงคณะกรรมาธิการพลังงานและพาณิชย์ ให้สอบสวน NFL และ NBCUniversal ที่อนุมัติการแสดงครั้งนี้ โดยอ้างว่า เนื้อเพลงมีเนื้อหาทางเพศโจ่งแจ้งและท่าเต้นยั่วยุ โดยเรียกว่า ‘สื่อลามกบริสุทธิ์’

 

วิจารณ์ Bad Bunny อาจทำให้รีพับลิกันแพ้เลือกตั้งมิดเทอม?

 

ตามรายงานของ Reuters พันธมิตรเชื้อสายลาตินของทรัมป์มองว่า การโจมตี Bad Bunny รวมถึงการแสดงที่เฉลิมฉลองวัฒนธรรมลาติน ถือเป็นความผิดพลาดทางการเมือง เพราะรีพับลิกันกำลังเผชิญความลำบากต่อการรักษาเสียงข้างมากในการเลือกตั้งมิดเทอม 2026 โดยเฉพาะกลุ่มฮิสแปนิก

 

เวียนกา โรดริเกซ อดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์ ผู้เคยดูแลการสื่อสารชุมชนฮิสแปนิก แสดงความคิดเห็นว่า ท่าทีของทรัมป์สร้างความเสียหายมากกว่าผลดี เพราะการแสดงบนเวทีไม่ควรเป็นประเด็นทางวัฒนธรรมที่ต้องหยิบมาปะทะกัน

 

ขณะที่ ฮาเวียร์ ปาโลมาเรซ ประธานสภาธุรกิจฮิสแปนิกสหรัฐฯ ระบุว่า ขณะนี้ เจ้าของธุรกิจชาวฮิสแปนิกจำนวนมากต้องเผชิญปัญหาค่าครองชีพ เพราะราคาสินค้ายังไม่ลดลง การที่ทรัมป์แสดงความเห็นถึง Bad Bunny อาจยิ่งซ้ำเติมความผิดหวังให้กับผู้ลงคะแนนเสียง

 

นอกจากนี้ เดนิส กัลเวซ ตูร์รอส ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Latinas for Trump เปิดเผยว่า ชาวลาตินหลายคนอยากให้ทรัมป์ระงับคำพูด อารมณ์ และลดความหุนหันพลันแล่น แม้เธอจะเห็นด้วยกับคำวิจารณ์ของทรัมป์เรื่องภาษาสเปนเข้าใจยาก โดยเฉพาะสำเนียงแบบชาวเปอร์โตริโก

 

อนึ่ง แหล่งข่าวใกล้ชิดทำเนียบขาวรายหนึ่งเตือนว่า ทรัมป์ควรสื่อสารกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวลาตินและคนผิวดำให้ดีกว่านี้ เพราะการวิจารณ์ Bad Bunny อาจทำให้ผู้ลงคะแนนเสียงกลับไปสนับสนุนพรรคเดโมแครต

 

แหล่งข่าวยังระบุด้วยว่า กำลังวางแผนให้ทรัมป์เดินทางไปยังเขตเลือกตั้งบริเวณชายแดนหรือพื้นที่ที่มีประชากรลาตินจำนวนมาก ก่อนศึกเลือกตั้งกลางเทอม

 

“อย่าทำผิดพลาดแบบเดียวกับที่เดโมแครตเคยทำ จนชาวลาตินรู้สึกว่าถูกมองข้าม” อดีตเจ้าหน้าที่ใกล้ชิดกับทรัมป์กล่าว

 

ย้อนกลับไปในการเลือกตั้งสหรัฐฯ ปี 2024 ทรัมป์ได้รับคะแนนเสียงจากชาวฮิสแปนิก 48% ในปี 2024 นับเป็นตัวเลขสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ผู้สมัครรีพับลิกัน เพิ่มจาก 36% ในปี 2020 ตามข้อมูลของ Pew Research Center

 

อย่างไรก็ตาม แบบสำรวจเดียวกันระบุว่า คะแนนสนับสนุนทรัมป์ในกลุ่มชาวลาตินลดลงจาก 93% เหลือ 81% ขณะที่ Reuters รายงานว่า สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะทรัมป์แก้ปัญหาค่าครองชีพไม่ตก มาตรการภาษี และนโยบายกวาดล้างผู้อพยพ

 

ปัจจุบัน เดโมแครตและรีพับลิกันกำลังขับเคี่ยวดึงคะแนนเสียงจากหลายเขตเลือกตั้งที่มีชาวฮิสแปนิก รวมถึงบางพื้นที่รัฐแคลิฟอร์เนีย แอริโซนา และโคโลราโด

 

ภาพ: Elizabeth Frantz & Mike Blake / Reuters

อ้างอิง:

The post วิจารณ์ Bad Bunny สะเทือนฐานเสียงฮิสแปนิก? รีพับลิกันหวั่นเสียที่นั่งมิดเทอม 2026 เพราะทรัมป์โจมตีโชว์ Super Bowl appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชีวิตคนเราก็เหมือนละคร วอล์คเกอร์ เอ็มวีพีทีม ซีฮอว์คส ก็เช่นเดียวกัน https://thestandard.co/walker-mvp-seahawks-life-story/ Sun, 15 Feb 2026 07:04:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1178692 เคนเน็ธ วอล์คเกอร์ ผู้เล่นตำแหน่งรันนิ่งแบ็คของ ซีแอตเทิ่ล ซีฮอว์คส ในชุดแข่ง

ชีวิตคนเราก็เหมือนละคร วอล์คเกอร์ เอ็มวีพีทีม ซีฮอว์คส […]

The post ชีวิตคนเราก็เหมือนละคร วอล์คเกอร์ เอ็มวีพีทีม ซีฮอว์คส ก็เช่นเดียวกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เคนเน็ธ วอล์คเกอร์ ผู้เล่นตำแหน่งรันนิ่งแบ็คของ ซีแอตเทิ่ล ซีฮอว์คส ในชุดแข่ง

ชีวิตคนเราก็เหมือนละคร วอล์คเกอร์ เอ็มวีพีทีม ซีฮอว์คส ก็เช่นเดียวกัน

 

ซูเปอร์ โบว์ล ครั้ง 60 อาจไม่ใช่ ซูเปอร์ โบว์ล ในความทรงจำของใครหลายต่อหลายคน เนื่องจากว่า ตลอดทั้งเกม แทบไม่มีดราม่าใดๆ

 

ซีแอตเทิ่ล ซีฮอว์คส อาศัย เกมป้องกัน ยุคใหม่ ฉายา ดาร์ค ไซด์ ปิดความหวังใส่ นิว อิงแลนด์ เพเทรียตส์ จนมืดมน

 

ครึ่งแรกยังพอไหว ครึ่งหลังนี่พอเลย เก็บชัยชนะ 29-13 ครองแชมป์สมัยสองของแฟรนไชส์

 

จากนั้น เรื่องราวชีวิต ของผู้เล่นแต่ละคน ก็ถูกหยิบยกขึ้นมาสร้างแรงบันดาลใจ

 

แน่นอนชีวิตของ แซม ดาร์โนลด์ จะถูกจับจ้องกันมากสุด

 

ไม่เคยมีควอร์เตอร์แบ็ค ตัวจริงคนไหนในประวัติศาสตร์ NFL ที่พเนจรถึงห้าทีม จนได้แชมป์มาก่อน

 

นับจากเป็นตัวตลกของลีก เมื่อถูกดราฟต์สูงถึงอันดับ 3 โดย นิว ยอร์ค เจ๊ตส์ แล้วฟอร์มสุดบู่ ออกมาล้มเหลว กับ แคโรไลน่า แพนเธอร์ส

 

สะสมประสบการณ์ล้ำค่า เมื่ออยู่กับ ซาน ฟรานซิสโก โฟร์ตี้นายเนอร์ส

 

แจ้งเกิดในเส้นทางอาชีพ กับ มินนิโซต้า ไวกิ้งส์ พร้อมเครื่องหมายคำถามว่า เป็นทองแท้ไม่กล้วไฟ หรือแค่ทองปลอมที่รอวันลอก

 

ผลงานตลอดฤดูกาล เมื่อย้ายขึ้นสู่ ซีแอตเทิ่ล พิสูจน์ ออกมาเป็นอย่างดี

 

เขายอมรับว่า”มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อ กับทุกอย่างที่เกิดขึ้นตลอดอาชีพ แต่การทำมันได้กับทีมนี้ ผมก็ไม่อยากให้มันเกิดในเส้นทางอื่นแล้ว”

 

มันจะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้า ปราศจาก ผลงาน MVP ของ เจ้าเคนาย(K9) เคนเน็ธ วอล์คเกอร์ ที่สาม

 

นี่คือ รันนิ่งแบ็ค ซึ่งได้ เอ็มวีพี ซูเปอร์ โบว์ล คนแรก ตั้งแต่ 1998 สมัย เทอร์เรลล์ เดวิส เป็นม้าศึกของ เดนเวอร์ บรองโก้ส์ ระหว่างแข่ง ซูเปอร์ โบว์ล ครั้ง 22

 

วอล์คเกอร์ ถือบอล 27 ครั้ง 135 หลา รับอีกสองหน 26 หลา

 

เขาน่าจะมีบิ้กเพลย์ท้ายเกม ด้วยการทะลวงพรวด 49 หลา ทัชดาวน์ ด้วยซ้ำ แต่โดนเรียกกลับ เพราะ เซ็นเตอร์ เจเลน ซันเดลล์ เสียโทษดึงซะก่อน

 

ทรงเกมของ วอล์คเกอร์ เต็มไปด้วยความหวือหวา อย่างการคัตแบ็ค หรือ ทะลวงใส่คู่แข่งจนเสียหลัก มี สปีดระดับ โฮมรัน และความแข็งแกร่งของร่างกายอย่างคาดไม่ถึง

 

ขณะที่ เพื่อนร่วมทีมและโค้ช ส่วนใหญ่ ของ ซีฮอว์คส ออกไป ปาร์ตี้ ฟังเพลง ลูเดคริส กับ ที-เพน ดังกระหึ่ม

 

วอล์คเกอร์ เลือกจะปลีกตัวออกมา แฮ้งค์เอ้าท์ พร้อมพ่อแม่ และน้องชาย ในมุมเงียบๆ

 

เพื่อนร่วมทีม ไม่แปลกใจ เพราะรู้นิสัย พูดน้อยต่อยหนักของเขา เป็นอย่างดี

 

ดังนั้น เมื่อถูกถามว่า การเป็น เอ็มวีพี ซูเปอร์ โบว์ล จะทำให้ตัวเขาเกิดการเปลี่ยนแปลง หรือเปล่า?

 

วอล์คเกอร์ ก็งงๆ เมื่อถูกถามยังงี้?

 

“หมายถึง นิสัย ผมเหรอ? ไม่มีทาง ผมไม่คิดยังงั้น ผมยังรู้สึก เหมือนเดิม ผมไม่คิด ว่ามันเปลี่ยนอะไรไปหรอก”

 

รางวัลเอ็มวีพี ที่ได้ ทำให้ วอล์คเกอร์ ต้องไป ดิสนี่ย์แลนด์ พร้อมครอบครัว นี่คือ ประเพณี ยาวนานของ ซูเปอร์ โบว์ล

 

วอล์คเกอร์ ไม่เคยไป ดิสนี่ย์ มาก่อน”แต่ผมก็เคยดู ดิสนี่ย์ นะ”พูดแล้วก็หัวเราะ บอกด้วยว่า”ตื่นเต้นที่จะไป”

 

จากนั้น ก็ต้อง บินกลับมาร่วมพาเหรด ฉลองแชมป์ ซูเปอร์ โบว์ล ใน ซีแอตเทิ่ล อีก

 

เขายิ้ม”อ๋อ ผมทราบแหละครับ ถ้าไม่ต้องพูดเยอะ ผมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”

 

เห็นมั้ยว่า เรื่องราวของ วอล์คเกอร์ ถือว่าน่าสนใจ

 

หลายคนอาจจะเอ๊ะ…

 

ใช่แล้วครับ ทิ้ง เรื่องดาร์โนลด์ เอาไว้กลางทางแบบนั้นแหละ

 

วอล์คเกอร์ เกือบ เลิกแข่งฟุตบอล ตั้งแต่ มัธยม ถึงสองหน

 

ครั้งแรก ทะเลาะกับ โค้ชตัวเอง เมื่อกลับมาบ้าน ก็บอกพ่อแม่ ว่า ไม่เอาแล้ว อยากเลิก

 

พวกเขาจึงสอนลูกว่า อย่าตัดสินใจอะไรก็ตาม จาก อารมณ์

 

รุ่งขึ้น วอล์คเกอร์ เคลียร์ใจกับ โค้ช แล้วก็ยอมแข่งต่อ

 

กลายเป็น โค้ชคนนี้ ที่ช่วยขับรถ เป็น 10 ชั่วโมง เพื่อไปส่งและรับกลับจาก ม.เว้ก ฟอเรสต์ ตอนได้ข้อเสนอทุนเรียนที่นั่น

 

ก่อนจะถึงจุดดังกล่าว

 

ซัมเมอร์ 2018 วอล์คเกอร์ กำลังจะขึ้นเรียน มัธยมหก

 

จู่ๆ กลับสะดุ้งตื่น เพราะ หายใจไม่ออก

 

เมื่อถูกนำส่ง โรงพยาบาล อย่างเร่งด่วน

 

หมอตรวจพบว่า มีลิ่มเลือดเข้าไปอยู่ในปอดทั้งสองข้าง พร้อมยังบอกข่าวร้าย อาจไม่สามารถกลับมาแข่งฟุตบอล ได้อีกแล้ว

 

“ตอนหมอบอกผมเรื่องนั้น ผมคิดว่า ฟุตบอล มันคงต้องจบลง นั่นคือสิ่งที่ผมทำมาตลอดชีวิต จึงเป็น โมเม้นท์ที่ช็อคมาก”

 

“แต่พ่อ คือคนที่ช่วย ผมผ่านขั้นตอนทั้งหมด รวมทั้ง คอยเฝ้าผมที่ โรงพยาบาล อยู่ดูแลผม พร้อมกับ แม่”

 

“ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ ผมรู้สึกขอบคุณ กับทุกวัน และยังตั้งใจที่จะแข่งต่อ พร้อมกับมีชีวิตรอด”

 

วอล์คเกอร์ อยู่ โรงพยาบาล สี่วัน และ ใช้เวลารักษาตัวด้วยการฉีด ยาละลายลิ่มเลือด นานสามเดือน จึง เคลียร์ กลับลงแข่ง ปีสุดท้ายในชีวิต มัธยม

 

แข่งให้ เว้ก ฟอเรสต์ สองฤดูกาล วอล์คเกอร์ ย้ายไป เติบโต กับ มิชิแกน สเตท

 

เพียงซีซั่นเดียวที่นั่น ผลงานร้อนแรง จนได้ รางวัล ตัววิ่งสุดยอดแห่งปีของ คอลเลจ มีผลงานโดดเด่น หลายเกม รวมทั้ง ห้าทัชดาวน์ ใส่ มิชิแกน ทีมคู่แค้น

 

ซีฮอว์คส เลือกตัวเข้ามาอยู่ด้วยกันสูงถึง รอบสอง ปี 2022

 

ปีต่อมา ฝ่ายบริหาร ยังเลือก แซ็ค ชาร์บอนเนต์ ตัววิ่งเช่นกันแต่คนละสไตล์ เข้ามาในรอบสอง

 

วอล์คเกอร์ ไม่เคยปริปากบ่น แม้มีคน มาแบ่งการถือบอล และสถิติส่วนตัว ยังคง ก้มหน้าก้มตา ทำหน้าที่ ของตัวเอง

 

ทั้งสองคนกลายเป็น หมัดหนึ่งสอง ให้ เกมบุก ซีฮอว์คส และยังสนิทกันเป็นอย่างดี

 

เมื่อ ชาร์บอนเนต์ โชคร้าย เอ็นไขว้หน้าเข่าขวา พักยาวหลายเดือน ตั้งแต่ แข่งเพลย์ออฟ รอบ ดิวิชันน่อล

 

เท่ากับ วอล์คเกอร์ ต้องรับบทบาท ม้าศึกตัวหลัก เหมือนตอนเป็นรุคกี้ อีกครั้ง

 

“คุณไม่อยากเห็น คนที่เหมือน น้องตัวเอง บาดเจ็บหรอก แต่ ผมก็ต้องทำงานแทน และช่วยทีมตัวเองให้ดีสุดเท่าที่ทำได้”

 

ระหว่างเกม ซูเปอร์ โบว์ล วอล์คเกอร์ ยังเขียนเบอร์แข่งของ ชาร์บอนเนต์ เอาไว้ที่ข้อมือ ตัวเอง ด้วยซ้ำ

 

เรื่องแปลกอีกอย่างก็คือ เคนเน็ธ วอล์คเกอร์ จูเนียร์ พ่อของเขา อาจเคยบินไป ซีแอตเทิ่ล เพื่อดูลูกชายแข่ง

 

แต่ช้าก่อน เขาไปนั่งดู ผ่านจอทีวี เพราะไม่ชอบ อยู่ท่ามกลางคนมากมาย

 

กระทั่งเมื่อ ซูเปอร์ โบว์ลที่ผ่านมา วอล์คเกอร์ ผู้พ่อตัดสินใจ เข้าไปดู ลูกชายแข่ง เกมใหญ่สุดของอาชีพกับตาตัวเอง

 

“มันมีความหมายอย่างมาก โดยเฉพาะ มีน้องกับพ่อมาดู นี่คือ เอ็นเอฟแอล เกมแรกของเขา และเราก็ได้ แชมป์ ซูเปอร์ โบว์ล”

 

“มันมีความหมายกับผมเยอะเลย ผมรู้ว่า พ่อภูมิใจ ในตัวผมมาก”

 

เอเจ้นต์ กลุ่มใหม่ ของ วอล์คเกอร์ มีบทบาท กล่อม วอล์คเกอร์ ผู้พ่อ ให้ยอมเข้าสนามดู ซูเปอร์ โบว์ล

 

และเอเจ้นต์ กลุ่มนี้ซึ่งมีสามคน ก็จะต้องมีบทบาทสำคัญ เพราะ วอล์คเกอร์

 

เขาหมดสัญญารุคกี้ รับค่าจ้างไม่ถึง 2.7 ล้านเหรียญ(86.4 ล้านบาท) พอดี

 

ในอดีต เคยมี เอ็มวีพี ซูเปอร์ โบว์ล ย้ายทีมตอนปิดฤดูกาล สามราย

 

ล่าสุดก็คือ เด็กซ์เตอร์ แจ็คสัน กองหลัง แทมป้า เบย์ บัคคาเนียร์ส ตั้งแต่ปี 2003

 

ระหว่าง สัปดาห์ ซูเปอร์ โบว์ล วอล์คเกอร์ พยายามเอาตัวเองออกจากแสงไฟ

 

ปล่อยให้ นักข่าวรุมคุยกับ ดาร์โนลด์ หรือ แจ็คสัน สมิธ-เอ็นจิ๊กบ้า ยอดปีกนอก อันดับหนึ่ง NFL

 

เมื่อสื่อพยายามหันแสงมาถามถึง อนาคต เขาก็ยืนยันว่า อยากอยู่ ซีแอตเทิ่ล ต่อ

 

“ผมอยากให้คนที่ เคยมองข้าม รันนิ่งแบ็ค ได้รู้ว่า รันนิ่งแบ็ค ยังมีความสำคัญ ไม่ใช่เป็นแค่ตำแหน่งนึง”

 

“รันนิ่งแบ็ค ยังมีบทบาทส่งผลกับเกม, สมัยก่อน ผู้คนก็เคยรัก รันนิ่งแบ็ค ผมหวังว่า พลังงานแบบนั้น คงจะกลับมาอีก”

 

จอห์น ชไนเดอร์ ผู้จัดการทีม ซีฮอว์คส รู้ดีว่า เขาต้องเตรียมเงินก้อนโต ถ้าหวังให้ วอล์คเกอร์ อยู่ด้วยกัน

 

“ผมดีใจแทนเขา คุณย่อมต้องอยากเห็น ผู้เล่น เลี้ยงดู ครอบครัวตัวเอง และทำสิ่งใดๆ ก็ตามที่พวกเขาทำได้ เพื่อให้ มีอำนาจเพิ่มขึ้น”

 

“แน่นอน เราอยากให้ เคน อยู่ต่อ โดยอีกราวสองสัปดาห์ คงทราบผล เราจะเข้าคอมบายน์ (เวทีที่เด็กคอลเลจมา ซ้อมแสดงศักยภาพ) เริ่มต้นคุยกับทุกคน และดูว่า ภาพรวมที่จะออกมาช่วงใบไม้ผลิ เป็นยังไง”

 

วอล์คเกอร์ เพิ่งอายุ 25 ชีวิตของเขายังมีอะไรท้าทาย รออยู่ข้างหน้ามากมาย

 

เรามารอดูกันว่า วอล์คเกอร์ จะกลายเป็น เอ็มวีพี ซูเปอร์ โบว์ล คนแรกในรอบ 23 ปีที่ย้ายทีม หรือ ซีฮอว์คส จะยอมทุ่มสัญญาเพื่อรั้งตัวเอาไว้ใช้งานต่อ

The post ชีวิตคนเราก็เหมือนละคร วอล์คเกอร์ เอ็มวีพีทีม ซีฮอว์คส ก็เช่นเดียวกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Cadillac F1 ถูกฟ้องโดย Michael Bay ฐานละเมิดแนวคิดโฆษณาใน Super Bowl https://thestandard.co/cadillac-f1-super-bowl-ad-lawsuit/ Wed, 11 Feb 2026 07:27:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1177346 รถแข่ง Cadillac F1 ในโฆษณา Super Bowl ที่ถูก Michael Bay ยื่นฟ้องละเมิดแนวคิด

Cadillac เปิดตัวลวดลายรถแข่งคันแรกของทีม Formula 1 ผ่าน […]

The post Cadillac F1 ถูกฟ้องโดย Michael Bay ฐานละเมิดแนวคิดโฆษณาใน Super Bowl appeared first on THE STANDARD.

]]>
รถแข่ง Cadillac F1 ในโฆษณา Super Bowl ที่ถูก Michael Bay ยื่นฟ้องละเมิดแนวคิด

Cadillac เปิดตัวลวดลายรถแข่งคันแรกของทีม Formula 1 ผ่านโฆษณาในศึก Super Bowl ซึ่งถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาโฆษณาที่แพงที่สุดในโลก โดยทีมเผยว่าอาจใช้งบสูงถึง 20 ล้านดอลลาร์ เพื่อโปรโมตก่อนเปิดตัวในฤดูกาล 2026

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนโฆษณาจะออกอากาศไม่นาน ผู้กำกับฮอลลีวูดชื่อดัง Michael Bay ได้ยื่นฟ้อง Cadillac มูลค่า 1.5 ล้านดอลลาร์ โดยกล่าวหาว่าทีมใช้แนวคิดโฆษณาของเขาโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน

 

โฆษณาดังกล่าวนำเสนอแนวคิดเปรียบการสร้างรถ F1 คันแรกของ Cadillac กับการแข่งขันส่งมนุษย์ขึ้นดวงจันทร์ ผ่านเสียงสุนทรพจน์ของอดีตประธานาธิบดี John F. Kennedy เพื่อสะท้อนความทะเยอทะยานของทีมหน้าใหม่

 

อย่างไรก็ตาม Cadillac ชี้แจงว่าพวกเขาเคยพูดคุยกับ Bay เพื่อให้กำกับโฆษณา แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ พร้อมยืนยันว่าแนวคิดโฆษณาถูกพัฒนาขึ้นก่อนการเจรจา โดยโฆษณาถูกกำกับโดย Sam Piling แทน

 

หลังโฆษณาออกอากาศ Cadillac ยังนำรถจำลองไปจัดแสดงที่ Times Square ในนิวยอร์ก เพื่อสร้างกระแสต่อเนื่อง ขณะที่ก่อนหน้านั้น ทีมได้จัดงานเปิดตัวลวดลายเวอร์ชันต้นแบบที่สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ในดีทรอยต์

 

แม้จะมีคดีความเกิดขึ้น แต่ Dan Towriss ซีอีโอของทีม ยืนยันว่าทีมยังเคารพในผลงานของ Bay และหวังว่าคดีจะได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม พร้อมย้ำว่า จากมุมมองของเรา ค่ำคืนที่ผ่านมาเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ (ในการเปิดตัวรถ F1 คันแรก)

 

.

 

#TheStandardSport #CadillacF1 #F1 #MichaelBay

The post Cadillac F1 ถูกฟ้องโดย Michael Bay ฐานละเมิดแนวคิดโฆษณาใน Super Bowl appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bad Bunny กับ Halftime-Show สุดมหัศจรรย์ และความหมายที่ซ่อนอยู่หลังม่าน https://thestandard.co/bad-bunny-super-bowl-halftime-meaning/ Tue, 10 Feb 2026 08:48:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1176963 แบด บันนี่ ในชุดขาวแสดง Halftime Show ท่ามกลางฉากไร่อ้อยจำลองและ La Casita ที่สะท้อนชีวิตชาวเปอโตริโกใน Super Bowl

ชายชุดขาวในไร่อ้อย   นี่คือการเปิดตัวที่ทำให้ผู้ชม […]

The post Bad Bunny กับ Halftime-Show สุดมหัศจรรย์ และความหมายที่ซ่อนอยู่หลังม่าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบด บันนี่ ในชุดขาวแสดง Halftime Show ท่ามกลางฉากไร่อ้อยจำลองและ La Casita ที่สะท้อนชีวิตชาวเปอโตริโกใน Super Bowl

ชายชุดขาวในไร่อ้อย

 

นี่คือการเปิดตัวที่ทำให้ผู้ชมมากกว่า 115 ล้านคนทั่วโลก (ซึ่งเป็นยอดสถิติสูงสุดครังใหม่) ที่เฝ้ารอการแสดงในช่วงพักครึ่งเวลา Halftime-Show ของศึกอเมริกันฟุตบอลคู่ชิงซูเปอร์โบวล์ (Super Bowl) ทางบ้านอดสงสัยไม่ได้ ว่าสิ่งเห็นนั้นคืออะไร

 

ก่อนที่ เบนิโต อันโตนิโอ มาร์ติเนซ โอคาซิโอ aka ‘Bad Bunny’ จะเริ่มต้นการแสดงครั้งประวัติศาสตร์ของเขา เพราะตลอดทั้งโชว์เป็นการร้องรำทำเพลงในภาษาสเปนทั้งหมด อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความลึกซึ้งในความหมายเชิง ‘สัญญะ’ ที่ถูกซุกซ่อนไว้อย่างละนิดละหน่อยตลอดการแสดง 14 นาที

 

การแสดงที่ถูกตำหนิอย่างรุนแรงจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าเป็น “หนึ่งในโชว์ที่เลวร้ายที่สุด” และ “ไม่มีใครเข้าใจว่าไอ้หมอนี่มันพูดอะไรสักคำ”

 

แต่ท่านประธานาธิบดีครับ ได้โปรดเถอะ

 

นี่มันตรงกันข้ามเลย เพราะนี่แหละคือหนึ่งในโชว์ที่คู่ควรกับคำว่าดีที่สุดตลอดกาลของซูเปอร์โบวล์

 

แบด บันนี่ ในชุดขาวแสดง Halftime Show ท่ามกลางฉากไร่อ้อยจำลองและ La Casita ที่สะท้อนชีวิตชาวเปอโตริโกใน Super Bowl 1

 

ความมหัศจรรย์ในสนามลีไวส์ สเตเดียม เริ่มต้นที่การเนรมิตฉากการแสดงสุดอลังการขึ้นมาใหม่กลางสนาม

 

ฉากนั้นไม่ได้เป็นแค่ฉากธรรมดา แต่เป็นการจำลองฉากชีวิตของชาวแคริบเบียนผ่าน ‘ไร่อ้อย’ ไปจนถึง ‘La Casita’ สิ่งปลูกสร้างเล็กๆที่เป็น ‘บ้าน’ ในฉบับของชาวเปอโตริโกขึ้นมา โดยทั้งหมดใช้เวลาอันน้อยนิดเพียงแค่ 7 นาทีเท่านั้น

 

แต่มันเป็น 7 นาทีที่ผ่านกระบวนการทางความคิดสร้างสรรค์ในระดับสุดยอดของโลก ที่เก็บทุกรายละเอียดสำคัญต่างๆเอาไว้อย่างมากมาย เป็นการจำลองฉากชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเปอโตริโก บ้านเกิดเมืองนอนของ Bad Bunny ศิลปินที่มาแรงที่สุดในเวลานี้เอาไว้อย่างครบถ้วน

 

ก่อนที่การแสดงจะเริ่มต้นด้วยการปรากฏตัวของชายคนหนึ่งที่บอกว่า “ได้เป็นคนละตินมันสุดยอดจริง คืนนี้เราจะมาดื่มฉลองกัน”

 

แล้ว Bad Bunny ก็ปรากฏตัว

 

แบด บันนี่ ในชุดขาวแสดง Halftime Show ท่ามกลางฉากไร่อ้อยจำลองและ La Casita ที่สะท้อนชีวิตชาวเปอโตริโกใน Super Bowl 2

 

สิ่งแรกที่หลายคนสังเกตเห็นคือศิลปินหนุ่มในวัย 31 ปี (ผู้เตือนสาวๆทุกคนแบบหยิกแกมหยอกว่าอย่าได้มาตกหลุมรักเขาอีกเลย เขามีแฟนหลายคนแล้ว) อยู่ในชุดสีขาวล้วนตั้งแต่หัวจรดเท้า ซึ่งเป็นสไตล์การแต่งกายในแบบของชาวแคริบเบียน

 

แต่ในชุดนั้นเต็มไปด้วยรายละเอียด ตั้งแต่รองเท้า ‘BadBo 1.0’ ที่เป็นงานคอลแลบระหว่าง Bad Bunny x adidas ซึ่งเตรียมจะออกวางจำหน่ายในเร็วๆนี้ ไปจนถึงชุดที่ไม่ได้มาจากห้องเสื้อหรูหราอะไร แต่เป็นเสื้อผ้าของ Zara แบรนด์ Fast Fashion จากสเปน

 

ด้านหลังเสื้อ Jersey ของเขามีการปักชื่อไว้ว่า OCASIO อันนี้เดาไม่ยาก เพราะเป็นนามสกุลของเขาเอง

 

แต่ด้านหน้าเสื้อที่มีหมายเลข ’64’ นี่สิ สื่อถึงอะไร? ซึ่งแค่นี้ก็ถูกนำไปตีความกันอย่างสนุกสนานแล้ว

 

ตามทฤษฎีแล้วบ้างก็ว่าเป็นปีเกิดคุณแม่ของเขา หรืออาจจะเป็นการคารวะให้กับอัลบั้ม ‘El Último Tour del Mundo’ อัลบั้มเพลงภาษาสเปนอัลบั้มแรกที่ติดอันดับสูงสุดของ Bilboard 200 เมื่อ 64 ปีที่แล้ว

 

บ้างก็ว่าหมายถึงการประชุมสภาครองเกรสสมัยที่ 64 ที่อนุมัติสัญชาติอเมริกาให้กับประชาชนชาวเปอโตริโก

 

ไปจนถึงอาจจะเป็นจำนวนตัวเลขผู้เสียชีวิตเบื้องต้นจากมหาวาตภัย เฮอร์ริเคน มาเรีย ที่รัฐบาลเปอโตริโกระบุในตอนแรกว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวน 64 คน ก่อนที่จะมีการปรับตัวเลขใหม่เป็น 1,427 คน

 

อย่างไรก็ดีมีการยืนยันในเวลาต่อมาว่าเลข 64 นี้มาจากปี 1964 ปีเกิดคุณลุงของเขา คูติโอ ซึ่งเป็นคนที่สอนสั่ง Bad Bunny ในสารพันเรื่องราวของ NFL มากกว่าที่เขาเคยรู้และควรจะรู้ เบอร์เสื้อนี้จึงเป็นการยกย่องคุณลุงผู้จากไปแล้วว่าวันนี้หลานได้มาแสดงโชว์ในซูเปอร์โบวล์แล้วนะนั่นเอง

 

แบด บันนี่ ในชุดขาวแสดง Halftime Show ท่ามกลางฉากไร่อ้อยจำลองและ La Casita ที่สะท้อนชีวิตชาวเปอโตริโกใน Super Bowl 3

 

แล้วไร่อ้อยมีความหมายอะไรไหม?

 

จริงๆเรื่องนี้เดาได้ไม่ยาก อย่างที่บอกฉากในไร่อ้อยซึ่งเต็มไปด้วยตัวละครมากมายที่ Bad Bunny เดินผ่าน (เช่น พ่อค้า) คือฉากชีวิตจริงของชาวเปอโตริโกที่ทำงานในไร่ ซึ่งแม้จะเป็นงานที่หนักแต่ก็มีความสุข มีรอยยิ้ม และที่สำคัญคือมีจังหวะดนตรีอยู่ในหัวใจ

 

เนื้อร้องไม่ใช่ปัญหา เพราะท่วงทำนองคือสิ่งที่จะพาทุกคนให้มาสนุกด้วยกัน เต้นด้วยกัน ร้องรำทำเพลงไปด้วยกัน

 

แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่น่าประทับใจที่ซ่อนอยู่ในไร่อ้อยไม่ใช่ต้นอ้อย แต่เป็น ‘มนุษย์พุ่มหญ้า’ เหล่านักแสดงสมทบที่แปลงกายเป็นหญ้าเขียวๆในไร่ซึ่งเหมือนจะเป็นรายละเอียดปลีกย่อยแต่ก็สำคัญไม่น้อยและเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่น่าประทับใจที่สุดของการแสดงในชุดนี้ด้วย

 

นักแสดงมนุษย์พุ่มหญ้าเหล่านี้ถูกคัดเลือกมาให้ร่วมแสดงโดยมีเงื่อนไขเล็กน้อย

 

“คุณต้องแบกของน้ำหนัก 30-40 ปอนด์เอาไว้กับตัวได้ (ซึ่งแน่นอนว่าตอนที่สมัครเขาก็ไม่ได้บอกหรอกว่าจะให้แบกอะไร) ส่วนหน้าที่ของพวกเขาไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า “ยืนนิ่งๆ แต่ต้องอยู่ให้ถูกที่ถูกเวลาเสมอ” เรื่องนี้ฟังดูเหมือนง่ายแต่ไม่ง่ายเลยเพราะในเวลาแสดงจริงชุดแต่งกายที่แปลงโฉมพวกเขาให้เป็นกอหญ้านั้นจะบดบังสายตาจนแทบจะมองอะไรไม่เห็น โดยที่ไม่สามารถจะเอามือแหวกให้เห็นทอง หรือไม่สามารถโผล่หน้าออกมาได้ด้วย

 

การซักซ้อมที่ดีเพื่อจำการเดินและตำแหน่งของตัวเองให้ได้อย่างแม่นยำ

 

ขณะที่ La Casita อาคารหลังน้อยที่เป็นที่พักหลับนอนของชาวเปอโตริโก เป็นส่วนประกอบสำคัญในฉากการแสดงเช่นกัน ซึ่งเป็นการฉายให้ผู้คนทั่วโลกได้เห็นภาพความเป็นอยู่ในแบบของพวกเขา ที่ถึงจะน้อยแต่มากด้วยความรักและความอบอุ่น

 

ตลอดการโชว์ระยะเวลา 14 นาทีซึ่งรวมถึงการแสดงร่วมของศิลปินระดับสุดยอดอย่าง Lady Gaga และ Ricky Martin พร้อมด้วยตัวละครประกอบฉากระดับ A-List อย่าง Pedro Pascal, Cardi B, Karol G, Jessica Alba

 

 

 

แบด บันนี่ ในชุดขาวแสดง Halftime Show ท่ามกลางฉากไร่อ้อยจำลองและ La Casita ที่สะท้อนชีวิตชาวเปอโตริโกใน Super Bowl 4

 

ประเด็นกระทบกระเทียบทางการเมืองนั้นเป็นหนึ่งในเรื่องที่มีการหยิบยกขึ้นมาพูดถึงไม่น้อยสำหรับโชว์ของ Bad Bnny

 

ความจริงเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่ถึงกับเหนือความคาดหมายเพราะก่อนหน้านี้จุดยืนของศิลปินสุดฮอตคนนี้ก็ชัดเจนในการต่อต้านนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ ในระดับที่พูดบนเวทีระหว่างการรับรางวัล Grammy สาขาอัลบั้มยอดเยี่ยมแห่งปีว่า “ICE ออกไป พวกเราไม่ใช่คนต่างด้าว พวกเราเป็นมนุษย์”

 

นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ทรัมป์ออกมากล่าวโจมตีศิลปินผู้นี้อย่างรุนแรง ไม่นับความพยายามในการจัดคอนเสิร์ตท้าชนอย่าง ‘The All-American Halftime Show’ ซึ่งมีจุดประสงค์ชัดเจนคือต่อต้านการแสดงของ Bad Bunny และเชิดชูความเป็นอเมริกันชนแท้ๆ

 

โดยคอนเสิร์ตนำมาโดยศิลปินอย่าง Kid Rock ที่เป็นผู้สนับสนุนที่เข้มแข็งของประธานาธิบดีทรัมป์ (แต่ก็เคยเป็นผู้ต้องหาคดีอื้อฉาว…)

 

แต่ในความเป็นจริงแล้ว Bad Bunny ไม่ได้ต้องการที่จะสร้างความเกลียดชังอะไรเลย

 

การแสดง Halftime-Show ของเขาครั้งนี้เต็มไปด้วย ‘ความรัก’ ที่ถูกซุกซ่อนอยู่ในทุกอณู และหนึ่งในสารที่สำคัญที่อยู่ในนั้นคือ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ แคนาดา ไล่เรียงเรื่อยมาจนถึงเปอโตริโกบ้านเกิดของเขา

 

ทุกที่ก็คือ ‘อเมริกา’

 

ทุกคนล้วนเป็น ‘อเมริกันชน’

 

รวมถึงข้อความสำคัญที่สุดที่อยากจะบอกเอาไว้ให้รู้กัน

 

“สิ่งเดียวที่ทรงพลังมากกว่าความเกลียดชัง ก็คือความรัก”

 

ถ้าท่านประธานาธิบดีใช้หูแล้วจะฟังไม่เข้าใจก็ไม่แปลก เพราะสิ่งนี้ถ้าอยากจะเข้าใจต้องใช้ใจฟัง

 

 

อ้างอิง:

The post Bad Bunny กับ Halftime-Show สุดมหัศจรรย์ และความหมายที่ซ่อนอยู่หลังม่าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bad Bunny ใส่ชุดของ Zara ขึ้นแสดง​ Super Bowl Halftime Show 2026 https://thestandard.co/bad-bunny-zara-super-bowl-halftime/ Mon, 09 Feb 2026 04:46:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1176272 Bad Bunny ในชุดสีขาวครีมจาก Zara ขึ้นแสดง Super Bowl Halftime Show 2026

ก่อนหน้านี้ทำเอาหลายคนเดากันไปต่างๆ ว่า Bad Bunny จะใส่ […]

The post Bad Bunny ใส่ชุดของ Zara ขึ้นแสดง​ Super Bowl Halftime Show 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bad Bunny ในชุดสีขาวครีมจาก Zara ขึ้นแสดง Super Bowl Halftime Show 2026

ก่อนหน้านี้ทำเอาหลายคนเดากันไปต่างๆ ว่า Bad Bunny จะใส่ชุดของแบรนด์อะไรขึ้นโชว์ Super Bowl Halftime ครั้งประวัติศาสตร์ และสุดท้ายก็เปิดเผยแล้วว่าศิลปินชาวปวยร์โตรีโกได้เลือกใส่ชุดสั่งตัดพิเศษจาก Zara

 

โดยตลอดการแสดงความยาวกว่า 13 นาที Bad Bunny เปิดมาด้วยเพลง Tití Me Preguntó ในชุดสีขาวครีมจากแบรนด์แฟชั่นสเปน ที่เสื้อท่อนบนได้แรงบันดาลใจมาจากเสื้ออเมริกันฟุตบอล พร้อมกับเลข 64 ที่กลางเสื้อ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเลขปี 1964 ปีเกิดของ Lysaurie Ocasio แม่ของเขา ทับเสื้อเชิ้ตและเนตไท และกางเกงสีขาวคู่กับรองเท้าผ้าใบรุ่น Adidas BadBo 1.0 หลังจากนั้นเปลี่ยนมาใส่สูทสีขาวในช่วงที่แสดงกับ Lady Gaga

 

นอกจากเสื้อผ้าแล้ว ยังมีฝั่งเครื่องประดับที่เขาเลือกใส่ ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกา Audemars Piguet รุ่น Royal Oak สีทองหน้าปัดขนาด 37 มม. ตัวเรือนทอง 18k พร้อมดีเทลเข็มนาฬิกาทำจากมาลาไคต์ ซึ่งทั้งหมดนี้สไตล์โดยสองสไตลิสต์คู่ใจ Storm Pablo และ Marvin Douglas Linare

 

โมเมนต์แฟชั่นของ Bad Bunny ที่เป็นที่พูดถึงในช่วงที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นชุดสูทสั่งตัดของ Schiaparelli ที่เขาขึ้นรับรางวัลใหญ่อัลบั้มแห่งปีที่เวที Grammy Awards 2026 ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบของ Daniel Roseberry ซึ่งเป็นชุดพรมแดงฝั่งผู้ชายครั้งแรกของแบรนด์กูตูร์แห่งนี้ด้วย

 

ภาพ: Bob Kupbens/Icon Sportswire via Getty Images)

 

อ้างอิง:

The post Bad Bunny ใส่ชุดของ Zara ขึ้นแสดง​ Super Bowl Halftime Show 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ROSÉ ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ของ Levi’s https://thestandard.co/rose-levi-brand-ambassador/ Mon, 09 Feb 2026 03:13:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1176199 ภาพ ROSÉ ในเสื้อยีนส์ Levi’s จากแคมเปญโฆษณา

แบรนด์ยีนส์สุดคลาสสิก Levi’s เปิดตัวโฆษณาแคมเปญใหม่ที่ก […]

The post ROSÉ ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ของ Levi’s appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ ROSÉ ในเสื้อยีนส์ Levi’s จากแคมเปญโฆษณา

แบรนด์ยีนส์สุดคลาสสิก Levi’s เปิดตัวโฆษณาแคมเปญใหม่ที่การแข่งขัน Super Bowl วันนี้ (9 กุมภาพันธ์) โดยมีศิลปินสาวสุดฮอตอย่าง ROSÉ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโฆษณานี้ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ และเธอก็ยังมาร่วมชมการแข่งขันในวันนี้ที่ Levi’s Stadium เช่นเดียวกัน

 

แบรนด์ยังเผยภาพอื่นๆ ของ ROSÉ ผ่านอินสตาแกรมของพวกเขาพร้อมกับแคปชันว่า Behind every original is the nerve to push boundaries (เบื้องหลังความเป็นต้นแบบคือความกล้าที่จะก้าวข้ามขีดจำกัด)

 

โดยก่อนหน้านี้เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ROSÉ เพิ่งขึ้นคอนเสิร์ต BLACKPINK ที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในลุคสั่งตัดพิเศษจาก Levi’s ทั้ง 3 วัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดปักลาย Tokyo ‘26 เสื้อยืดวินเทจ เสื้อฮู้ด กระโปรงเดนิม รวมทั้งแจ็กเก็ตอื่นๆ ซึ่งก็คงเป็นการบอกใบ้ได้เล็กๆ น้อยๆ ว่าเธอจับมือร่วมงานกับแบรนด์อย่างเป็นทางการแล้วนั่นเอง

 

นอกจากจะมี ROSÉ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่แล้ว ในแคมเปญนี้ยังมีแอมบาสเดอร์อีกหลายคนมาร่วมแจม อาทิ แรปเปอร์หญิง Doechii, นักกีฬาบาสเก็ตบอล Shai Gilgeous-Alexander, นางแบบชาวเยอรมนี Stefanie Giesinger และโปรดิวเซอร์ชาวอเมริกัน Questlove เช่นเดียวกัน

 

ภาพ: Levi’s

 

อ้างอิง:

The post ROSÉ ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ของ Levi’s appeared first on THE STANDARD.

]]>
3 ตำนานร่วมเวที Super Bowl Bad Bunny, Ricky Martin และ Lady Gaga จุดไฟ Halftime Show ด้วยพลังวัฒนธรรมข้ามรุ่น https://thestandard.co/super-bowl-icons-halftime-show/ Mon, 09 Feb 2026 02:47:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1176196 ภาพศิลปิน Bad Bunny, Ricky Martin และ Lady Gaga แสดงบนเวที Super Bowl Halftime Show ที่เต็มไปด้วยพลังและความหลากหลายทางวัฒนธรรม

เวที Super Bowl Halftime LX Show ปีนี้เป็นเฉลิมฉลองวัฒน […]

The post 3 ตำนานร่วมเวที Super Bowl Bad Bunny, Ricky Martin และ Lady Gaga จุดไฟ Halftime Show ด้วยพลังวัฒนธรรมข้ามรุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพศิลปิน Bad Bunny, Ricky Martin และ Lady Gaga แสดงบนเวที Super Bowl Halftime Show ที่เต็มไปด้วยพลังและความหลากหลายทางวัฒนธรรม

เวที Super Bowl Halftime LX Show ปีนี้เป็นเฉลิมฉลองวัฒนธรรมโลก ผ่าน 3 ศิลปินจากต่างเจเนอเรชันและพลังแห่งความหลากหลาย:

 

นำโดย Bad Bunny ไอคอนรุ่นใหม่ของวัฒนธรรมลาติน ที่พาเสียงของ Puerto Rico และเพลง trap/Reggaeton ขึ้นสู่เมนสตรีมโลก

 

Ricky Martin เจ้าของเพลง “Livin’ la Vida Loca” ที่ปูทางให้ศิลปินลาตินเข้ามาเขย่าวงการเพลงอเมริกันในยุค 90s การกลับมาครั้งนี้คือการคืนชีพพลังลาตินรุ่นบุกเบิกให้เวทีนี้กลายเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำ

 

Lady Gaga กลับมาอีกครั้งหลังเคยสร้างตำนานโชว์ Halftime ปี 2017 ที่พูดถึง diversity และเสรีภาพอย่างชัดเจน

 

ภาพศิลปิน Bad Bunny, Ricky Martin และ Lady Gaga แสดงบนเวที Super Bowl Halftime Show ที่เต็มไปด้วยพลังและความหลากหลายทางวัฒนธรรม 1ภาพศิลปิน Bad Bunny, Ricky Martin และ Lady Gaga แสดงบนเวที Super Bowl Halftime Show ที่เต็มไปด้วยพลังและความหลากหลายทางวัฒนธรรม 2ภาพศิลปิน Bad Bunny, Ricky Martin และ Lady Gaga แสดงบนเวที Super Bowl Halftime Show ที่เต็มไปด้วยพลังและความหลากหลายทางวัฒนธรรม 3ภาพศิลปิน Bad Bunny, Ricky Martin และ Lady Gaga แสดงบนเวที Super Bowl Halftime Show ที่เต็มไปด้วยพลังและความหลากหลายทางวัฒนธรรม 4ภาพศิลปิน Bad Bunny, Ricky Martin และ Lady Gaga แสดงบนเวที Super Bowl Halftime Show ที่เต็มไปด้วยพลังและความหลากหลายทางวัฒนธรรม 5

The post 3 ตำนานร่วมเวที Super Bowl Bad Bunny, Ricky Martin และ Lady Gaga จุดไฟ Halftime Show ด้วยพลังวัฒนธรรมข้ามรุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Lady Gaga สร้างเซอร์ไพร์ส ขึ้นแสดง Super Bowl Halftime Show กับ Bad Bunny https://thestandard.co/lady-gaga-bad-bunny-super-bowl-halftime-show/ Mon, 09 Feb 2026 02:03:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1176177 เลดี้ กาก้า และ Bad Bunny กำลังแสดงร่วมกันบนเวที Super Bowl Halftime Show

Lady Gaga สร้างเซอร์ไพรส์ให้แฟนเพลงทั่วโลกอีกครั้ง หลัง […]

The post Lady Gaga สร้างเซอร์ไพร์ส ขึ้นแสดง Super Bowl Halftime Show กับ Bad Bunny appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลดี้ กาก้า และ Bad Bunny กำลังแสดงร่วมกันบนเวที Super Bowl Halftime Show

Lady Gaga สร้างเซอร์ไพรส์ให้แฟนเพลงทั่วโลกอีกครั้ง หลังเธอได้ขึ้นแสดงช่วง Super Bowl Halftime Show 2026 กับ Bad Bunny ณ Levi’s Stadium

 

โดย Lady Gaga ได้แสดงเพลง Die With A Smile เวอร์ชัน Salsa แบบเดี่ยวในชุดเดรสสีฟ้าบนเวที ก่อนที่เธอจะลงมาเต้นกับ Bad Bunny และ สร้างเสียงเชียร์ไปทั่วสนาม ซึ่งนอกเหนือจาก Lady Gaga แล้ว แขกรับเชิญคนอื่นๆ ในช่วงการแสดง Super Bowl Halftime Show ของ Bad Bunny ก็มี Ricky Martin รวมถึง Karol G, Cardi B และ Pedro Pascal ที่ปรากฏตัว เต้นกันในซีน House Party

 

Lady Gaga เคยแสดง Super Bowl Halftime Show มาแล้วในปี 2017 รวมถึงเคยมีร้องเพลงชาติอเมริกาในปี 2016

 

ภาพ: Christopher Polk/Billboard via Getty Images

The post Lady Gaga สร้างเซอร์ไพร์ส ขึ้นแสดง Super Bowl Halftime Show กับ Bad Bunny appeared first on THE STANDARD.

]]>
King of Pop x Super Bowl สุดยอดการแสดงของ ‘Michael Jackson’ ที่เปลี่ยนโฉม Halftime Show และ NFL ไปตลอดกาล https://thestandard.co/michael-jackson-biopic-trailer-super-bowl-legend/ Sun, 08 Feb 2026 02:00:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1175092 michael-jackson-biopic-trailer-super-bowl-legend

ภาพของ Jaafar Jackson สวมบทบาทของ Michael Jackson ในตัว […]

The post King of Pop x Super Bowl สุดยอดการแสดงของ ‘Michael Jackson’ ที่เปลี่ยนโฉม Halftime Show และ NFL ไปตลอดกาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
michael-jackson-biopic-trailer-super-bowl-legend

ภาพของ Jaafar Jackson สวมบทบาทของ Michael Jackson ในตัวอย่างภาพยนตร์ชีวประวัติ ‘Michael’ สร้างปรากฏการณ์ด้วยจำนวนยอดผู้ชม 116.2 ล้านครั้งภายในระยะเวลาเพียงแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้น

 

สำหรับคนที่เกิดทันยุคสมัยของ ‘King of Pop’ เชื่อว่าหลายคนน่าจะใจสั่นไหวพอสมควรที่ได้ชมตัวอย่างนี้ เพราะเผลอแค่ไม่นาน นี่ใกล้จะครบ 20 ปีที่ศิลปินเพลงป๊อปผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของโลกจากพวกเราไป

 

แล้วในห้วงหนึ่งของความรู้สึก จู่ๆผมก็นึกถึงภาพของการแสดงคอนเสิร์ตครั้งหนึ่งขึ้นมา

 

ความละเอียดของวีดีโอนั้นต่ำตามยุคสมัย แต่ความทรงจำชัดเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

 

Michael Jackson ปรากฏตัวในจอ ‘จัมโบตรอน’ ขนาดยักษ์ภายในสนามกีฬาโรส โบวล์ ในเมืองพาซาเดนา รัฐแคลิฟอร์เนีย ก่อนที่เขาจะหมุนตัวในจอแล้วไปโผล่อยู่ด้านบนของจอ สร้างเสียงฮือฮาอื้ออึงทั้งสนาม และความประหลาดใจเพราะในสนามไม่ได้มีจอแค่จอเดียวแต่มีถึง 2 จอ และบนนั้นก็มี ‘MJ’ ทั้งสองจอ

 

ทำไมมี ‘MJ’ สองคน? คนดูสงสัย

 

ใครบอกว่ามีแค่นั้น! ว่าแล้วลิฟต์ไฮโดรลิคใต้เวทีกลางสนามก็ส่ง Michael Jackson ที่กระโดดขึ้นมาในชุดเก่งของเขาที่ใช้ในการโปรโมตอัลบั้ม Dangerous

 

ทันใดนั้นผู้ชมในสนามต่างรีบกรูกันเข้าไปที่เวทีกลางทันที พร้อมส่งเสียงกรี๊ดสนั่นเป็นการต้อนรับราชาเพลงป๊อปผู้ที่ไม่ได้ทำอะไร แค่ยืนนิ่งเฉยๆอยู่แบบนั้นเป็นเวลาเกือบ 2 นาทีเต็มๆกว่าที่จะยกมือเพื่อจะถอดแว่นของเขาออก

 

นี่คือฉากเปิดของ Halftime-Show ที่ยิ่งใหญ่และตราตรึงที่สุด ที่ไม่เพียงแค่เปลี่ยนแปลงการแสดงช่วงพักครึ่งของคู่ชิงซูเปอร์โบวล์ (Super Bowl) ตลอดไป

 

แต่ยังเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของอเมริกันฟุตบอล NFL ไปตลอดกาลด้วย

 

หนัง Michael Jackson 2026

 

ที่ต้องบอกแบบนี้เพราะในเวลานั้น NFL แม้จะเป็นการแข่งขันดังที่ได้รับความสนใจจากแฟนกีฬาทั่วโลกแต่ก็อยู่ในกลุ่มเล็กๆ ยังไม่ได้เป็นกีฬาระดับ Global sensation เหมือนยุค 20 ปีที่ผ่านมา

 

ส่วนการแสดงในช่วงพักครึ่งเวลา ที่เรียกกันในเวลาต่อมาว่า Halftime-Show นั้นไม่ต้องพูดถึง ไม่มีอะไรให้น่าจดจำเลย

 

นับตั้งแต่มีการมีการแข่งขันซูเปอร์โบวล์ (Super Bowl) เป็นครั้งแรกในปี 1967 การแสดงในช่วงพักครึ่งเวลานั้นโดยส่วนใหญ่เป็นการแสดงของเหล่าวงโยธวาทิตของเด็กๆในรั้วมหาวิทยาลัยเท่านั้น ซึ่งแม้จะเป็นโชว์ที่ดีแต่ก็ไม่ใช่โชว์ที่น่าสนใจอะไรพิเศษ

 

ไม่ต่างอะไรจากของ ‘คั่นเวลา’ 

 

มันเป็นแบบนี้เรื่อยมาจนถึงปี 1992 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการเปลี่ยนการแสดงช่วงพักครึ่งให้มีความน่าสนใจมากขึ้น โดยเป็นการแสดงชุด ‘Winter Magic’ (มนต์คิมหันต์ ถ้าอยากจะลองให้เรียกตามภาษาสมัยนั้น) เพื่อล้อไปกับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 1992 ที่เมืองอัลแบร์วิลล์ ในประเทศฝรั่งเศส

 

เรื่องนี้เหมือนจะดี แต่กลับกลายเป็นโอกาสของสถานีคู่แข่งอย่าง Fox ที่ตัดสินใจแก้เกมดึงคนดูที่ชมการถ่ายทอดสดอยู่ทั่วสหรัฐฯ ให้กดรีโมทมาชมช่องของตัวเองด้วยการฉายตอนพิเศษของซีรีส์ ‘In Living Color’ แทน

 

การแก้เกมครั้งนี้ได้ผล เกิดเป็นแผลฉกรรจ์สำหรับ CBS เจ้าของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดในเวลานั้นที่เจ็บปวดกับการเสียเหลี่ยม

 

“ทำอะไรก็ได้ที่ทำให้คนดูจะอยู่กับเราไปจนกว่าช่วงครึ่งหลังของซูเปอร์โบวล์จะเริ่ม”

 

นี่คือโจทย์ง่ายๆชัดๆ แต่ยากมหันต์

 

เพราะพวกเขาไม่มีงบในเรื่องนี้มากนัก

 

แต่การตัดสินใจเกิดขึ้นแล้ว ไม่ต่างอะไรจากโชว์ที่เริ่มต้นขึ้นแล้ว มีแค่ต้องเดินหน้าต่อเท่านั้นครับ

 

หนัง Michael Jackson 2026

 

ว่าแล้วการระดมสมองเพื่อหาโชว์ที่ดีที่สุดก็เกิดขึ้น ก่อนที่จะได้คำตอบเดียว คนที่จะมาขึ้นเวทีต้องเป็นสุดยอดศิลปินที่ดีที่สุดเท่านั้น

 

และในเวลานั้นไม่มีใครเกินไปกว่า Michael Jackson อีกแล้ว

 

ถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพชัดมากขึ้น ความโด่งดัง ความนิยมของ MJ ในยุคนั้นคือเป็นหนึ่งไม่มีสอง ไม่มีใครเทียบได้ ทุกโชว์ ทุกการแสดง ไม่ว่าจะที่ใดก็ตามได้รับการตอบรับในระดับสูงสุดเสมอ เป็นสุดยอดศิลปินผู้ที่มีแฟนเพลงมากที่สุดของโลกจริงๆ

 

ให้เทียบกับยุคนี้อาจจะยาก ใกล้เคียงที่สุดอาจจะเป็น Taylor Swift แต่ระดับการยอมรับในความรู้สึกแล้ว MJ ในยุคสมัยนั้นจะไปไกลและกว้างกว่า ซึ่งเป็นผลจากผลงานตลอดชีวิตตั้งแต่เป็นสมาชิกของวง Jackson Five ก่อนจะผันตัวเป็นศิลปินเดี่ยวและโด่งดังเป็นพลุแตกจากอัลบั้ม Thriller ต่อด้วย Bad และ Dangeros

 

มีแม้กระทั่งหนังส่วนตัวในเรื่อง ‘Moonwalker’ ซึ่งมาจากชื่อท่าเต้นประจำตัวอันเป็นเอกลักษณ์ (แม้ว่าจะมีคนบอกว่ามีศิลปินผิวสีที่เต้นท่านี้มาก่อนหลายปี) 

 

คำถามคือ NFL จะไปชวนเขามาอย่างไร?

 

การเจรจานั้นเกิดขึ้นหลังจบการแข่งซูเปอร์โบวล์ในปี 1992 (วอชิงตัน เรดสกินส์คว้าแชมป์ด้วยการล้มบัฟฟาโล บิลส์) ได้ไม่นาน โดยจิม สตีฟ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งแผนกกิจกรรมพิเศษของ NFL ได้ติดต่อไปยังทีมงานของ Michael Jackson

 

แต่ด้วยระยะเวลาที่ห่างไกลเกินไป อีกทั้งยังเป็นการแสดงโชว์สั้นๆในสนามกีฬาทำให้ทาง Team MJ ไม่ได้สนใจมากนัก มิหนำซ้ำ NFL ยังไม่มีงบที่จะจ้างศิลปินเป็นการเฉพาะด้วย ทำให้การเจรจาค้างเติ่งอยู่แบบนี้

 

จนกระทั่งดอน มินเชอร์ โปรดิวเซอร์ของสถานีได้บอกว่า “โชว์นี้จะมีผู้ชมใน 120 ประเทศทั่วโลก”

 

นั่นทำให้ราชาเพลงป๊อปหยุดคิดตาม

 

“คุณกำลังจะบอกว่าโชว์นี้จะถ่ายทอดสดไปในที่ที่ผมไม่เคยไปจัดคอนเสิร์ตเหรอ”

 

MJ ตอบตกลงที่จะแสดงโชว์นี้ทันที

 

หนัง Michael Jackson 2026

 

เวลาผ่านมาถึงวันที่ 31 มกราคม 1993 บนเวทีกลางที่สนามโรส โบวล์ ราชาเพลงป๊อปเริ่มเคลื่อนไหว เสียงดนตรีดังขึ้นโดยเฉพาะเสียงริฟฟ์กีตาร์ที่แสบหูแต่หนักแน่นของ Jennifer Batten มือกีตาร์คู่ใจกรีดลึกถึงหัวใจ

 

ก่อนที่บทเพลงฮิตของ MJ ในเวลานั้นอย่าง ‘Jam’ (แทรกด้วยท่อนแรกของเพลง Why You Wanna Trip on Me), ‘Billie Jean’ และ ‘Black or White’ (แทรกด้วยท่อนแรกของเพลง Another Part of Me) จะถูกประเคนใส่ผู้ชม – ที่ไม่ได้อยู่แค่ในสนามโรส โบวล์ แต่รวมถึงอีก 120 ประเทศทั่วโลก – แบบไม่ยั้ง

 

แต่ในช่วงท้ายเขาขอปิดฉากการแสดงวันนั้นด้วยบทเพลงประโลมโลกอย่าง ‘We Are the World’ และ ‘Heal the World’ เพื่อตอกย้ำจุดยืนของศิลปินผู้ทรงพลังที่สุดในโลกต่อเรื่องของมนุษยธรรม ต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ และสิ่งที่มนุษย์ทุกคนควรทำเพื่อช่วยกันเยียวยาโลกที่กำลังเจ็บป่วยในตอนนั้น (ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่กี่ปีเกิดสงครามอ่าวเปอร์เซียขึ้น และยังคงมีสงครามทั่วโลก)

 

เป็น 12 นาทีที่ไม่ได้ถึงกับยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตของ MJ ด้วยข้อจำกัดของเวทีการแสดง ระยะเวลา และตัวของเขาเองก็ถูกจับว่าร้องแบบลิปซิงค์แทนการร้องสด 

 

แต่การแสดงของเขาได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนของการแสดงโชว์พักครึ่งซูเปอร์โบวล์ จากการแสดงที่ไม่มีใครสนใจ กลายเป็นเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับศิลปินทุกคนและทุกวงที่จะมีเวลาราว 15 นาทีในการโปรโมตตัวเองให้แก่แฟนกีฬาที่อาจจะเป็นแฟนเพลงของพวกเขาได้ในอนาคต

 

โชว์อะไรก็ได้ ขอให้ดีและน่าประทับใจที่สุดในช่วงเวลาที่มี คือคอนเซปต์หลักและหัวใจของ Halftime-Show

 

และนั่นทำให้เราได้ชมโชว์ระดับพระกาฬอีกมากมาย ไม่ว่าจะ Prince, Bruno Mars, The Weekend, Lady Gaga, Beyoncé หรือ U2 ในเวลาต่อมา

 

แม้กระทั่งในฟุตบอลโลกเองก็เตรียมจะมีการแสดงพักครึ่งเวลาแบบเดียวกันด้วยในนัดชิงชนะเลิศปีนี้

 

อย่างที่บอกครับว่า NFL ไม่มีงบและไม่มีนโยบายจ้างศิลปิน แต่กรณีนี้มีการบริจาคเงินสมทบกองทุน Heal the World เป็นจำนวน 100,000 เหรียญสหรัฐฯ ให้กับ Michael Jackson ที่ตอนแรกขอค่าตัว 1 ล้านเหรียญ

 

แต่จริงๆแล้ว MJ ได้มากกว่านั้น

 

หนัง Michael Jackson 2026

 

อัลบั้ม Dangerous ของเขาที่ออกวางแผงมาตั้งแต่ปี 1991 หรือ 2 ปีก่อนหน้ากลับมาทำยอดขายดีอีกครั้ง โดยยอดสูงขึ้นกว่าในช่วงก่อนหน้าถึง 83 เปอร์เซ็นต์ และในสัปดาห์แรกหลังขึ้นแสดง Halftime-Show ในซูเปอร์โบวล์ ยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 21,000 ก็อปปี้ ก่อนที่ยอดขายรวมจะทะลุ 5 ล้านก็อปปี้ในเวลาต่อมา

 

ขณะที่ยอดผู้ชมการถ่ายทอดสดเฉพาะในสหรัฐฯมากมายมหาศาลถึง 133.4 ล้านคน ไม่นับผู้ชมจากทั่วโลกอีกรวม 120 ประเทศ ซึ่ง NFL ก็ใช้จุดขายของศิลปินใน Halftime-Show ช่วยทำให้ไปถึงกลุ่มเป้าหมายอื่นๆที่นอกเหนือจากแฟนประจำด้วย

 

นี่แหละครับคือเรื่องราวของการแสดงโชว์ 12 นาที (ที่ตัดไป 2 นาทีเพราะพี่แกขึ้นมายืนนิ่งๆ) ที่สามารถเปลี่ยนแปลง Perception ของการแสดงพักครึ่งเวลาที่ไม่มีใครสนใจมาก่อน

 

Halftime-Show ในตำนาน ที่ยังกังวานในใจตลอดไป

 

อ้างอิง

The post King of Pop x Super Bowl สุดยอดการแสดงของ ‘Michael Jackson’ ที่เปลี่ยนโฉม Halftime Show และ NFL ไปตลอดกาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซูเปอร์ โบว์ล ครั้งที่ 60 คู่ชิงที่ผิดฝาผิดตัวที่สุดตลอดกาล https://thestandard.co/super-bowl-60-underdog-finalists/ Fri, 30 Jan 2026 11:04:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1171580 ภาพกราฟิกการแข่งขัน ซูเปอร์ โบว์ล ครั้งที่ 60 ที่สองทีมม้านอกสายตา นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ และ ซีแอตเทิ่ล ซีฮอว์คส โคจรมาพบกัน

คำจำกัดความสำหรับ ซูเปอร์ โบว์ล ครั้งที่ 60 คงต้องบอกว่ […]

The post ซูเปอร์ โบว์ล ครั้งที่ 60 คู่ชิงที่ผิดฝาผิดตัวที่สุดตลอดกาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกการแข่งขัน ซูเปอร์ โบว์ล ครั้งที่ 60 ที่สองทีมม้านอกสายตา นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ และ ซีแอตเทิ่ล ซีฮอว์คส โคจรมาพบกัน

คำจำกัดความสำหรับ ซูเปอร์ โบว์ล ครั้งที่ 60 คงต้องบอกว่าเป็นคู่ชิง ผิดฝาผิดตัวที่สุดตลอดกาล

 

ถ้าเดือนกันยายน 2025 มีใครบอกคุณว่า คู่ชิงจะกลายเป็น นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ พบ ซีแอตเทิ่ล ซีฮอว์คส

 

คุณก็ต้องมองว่า คนนั้นไม่บ้าก็เพี้ยน หรือไม่ก็คงดู NFL ไม่เป็น

 

มีเป็นสิบทีมที่ทั้งผู้เชี่ยวชาญหรือ ลาสเวกัส ต่างมองก่อนเปิดซีซั่นว่าจะคว้าแชมป์

 

ฟิลาเดลเฟีย อีเกิ้ลส์, บัฟฟาโล่ บิลล์ส, บัลติมอร์ เรฟเว่นส์ +700

 

แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ +800

 

ดีทรอยท์ ไลอ้อนส์, กรีนเบย์ แพคเกอร์ส +1200

 

วอชิงตัน คอมมานเดอร์ส +1800

 

ซินซินเนติ เบงกอลส์, แอลเอ แรมส์, ซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้นายเนอร์ส +2000

 

คุณต้องกวาดตามองลงไป กลุ่มล่างโน่นแหละ ถึงค่อยเห็นชื่อ เพเทรียตส์ (+8000) กับ ซีฮอว์คส (+6000)

 

ซูเปอร์ โบว์ล สมัยก่อน อาจมีประเภท ซินเดอเรลล่า อย่าง เซงต์ลุยส์ แรมส์(+15000) เมื่อ ฤดูกาล 1999 แต่คู่ชนพวกเขาคือ เทนเนสซี่ ไททั่นส์(+3000) ก็ยังอยู่กลุ่มตัวเต็งด้านบน

 

ไม่เคยมีคู่ชิงแบบม้านอกสายตาทั้งคู่

 

มันมีเหตุผลที่พวกเขาจะถูกมองข้าม

 

ในเมื่อ เพเทรียตส์ เพิ่งเปลี่ยน เฮดโค้ช รายสามในรอบสามปีมาเป็น ไมค์ วเรเบ้ล

 

ควอร์เตอร์แบ็ค ชื่อ เดร้ก เมย์ ก็ยังละอ่อนซะเหลือเกิน เพิ่งหัดตั้งไข่ เพียงฤดูกาลที่สอง

 

ซีฮอว์คส ก็คล้ายกัน โค้ช ไมค์ แม็คโดนัลด์ คุมทีมปีที่สอง แล้วตัดสินใจ ล้างบางเกมบุกตัวเอง โละตัวสำคัญออกไปเกือบหมด รวมทั้งปลด ไรอัน กรับบ์ โค้ชเกมบุกด้วย

 

แต่งตั้ง คลินท์ คูบิแอ็ค เข้าแทน เขาเปลี่ยนงาน หนห้าในรอบห้า ปี ชื่อเสียงไม่ค่อยเป็นที่ประจักษ์

 

ควอร์เตอร์แบ็กคนใหม่ แซม ดาร์โนลด์ อาจเพิ่ง แจ้งเกิดรอบสอง กับ มินนิโซต้า ไวกิ้งส์ ยังโดนตราหน้าว่าเป็น ของปลอมทำเหมือนหรือเปล่า?

 

จากควอร์เตอร์แบ็ก ดราฟต์ อันดับ 3 ปี 2018 กลับต้องพเนจร รวมห้าทีมในอาชีพ

 

ท้ายสุด สองทีมเหลือเชื่อ ดันได้มาเจอกัน หน้าเส้นชัย

 

หลายคนคงทราบกันแล้วว่า นี่เป็นรีแมตช์ ซูเปอร์ โบว์ล ครั้ง 49 หรือเมื่อ 11 ปีก่อน

 

ตอนนั้น ทอม เบรดี้ ปาสองทัชดาวน์ พา เพเทรียตส์ คัมแบ็ก จากตามหลัง 14-24 ในควอร์เตอร์สุดท้าย ปล้นชัยชนะ ซีฮอว์คส แชมป์เก่า ต่อหน้าต่อตา แฟนทั้งโลก

 

มัลคอล์ม บัตเลอร์ ลงดาบสุดท้ายด้วยการ โฉบอินเทอร์เซปต์ จาก ริคาร์โด้ ล็อคเก็ตต์ ปีกคู่แข่ง เส้น 1 หน้าเอนด์โซนตัวเอง ก่อนหมดเวลาเพียง 20 วินาที

 

เพเทรียตส์ จึงเข้าป้าย ราวปาฏิหาริย์ 28-24

 

ถ้า บัตเลอร์ อินเทอร์เซ็ปต์ ลูกดังกล่าว ไม่สำเร็จ ซีฮอว์คส ยังเหลือโอกาสให้แก้ตัว อีกถึงสองดาวน์

 

แน่นอน ทุกคนต่างเชื่อว่า มาร์ชอว์น ลินช์ รันนิ่งแบ็ก ทรงพลังจะเป็นคนได้ถือบอลกระทุ้งสกอร์

 

ซีฮอว์คส ผู้ปราชัย อย่างบอบช้ำ อาจรักษาระดับทีมชั้นนำแต่ไม่เคยกลับเข้าสู่เวทีสูงสุดของวงการ อีกเลย

 

ปี 2024 ครบรอบทศวรรษจากที่เคยถล่ม เดนเวอร์ บรองโก้ส์ กระจุย 43-8 ใน ซูเปอร์ โบว์ล ครั้ง 48

 

ฝ่ายบริหาร ตัดสินใจ เชิญ พีท คาร์โรลล์ ออกจากตำแหน่ง เฮดโค้ช ให้ขึ้นไปรับงานที่ปรึกษาอาวุโส เพื่อถนอมน้ำใจ

 

แม็คโดนัลด์ โค้ชทีมรับจาก บัลติมอร์ เรฟเว่นส์ เข้ามาสานต่อ โดยไม่เคยมีประสบการณ์ คุมทีมที่ไหน

 

เขา กับ ดาร์โนลด์ พาทีมไหลลื่นเกินคาด

 

สถิติ 14-3 ยึดอันดับหนึ่งของ NFC โดยมีเกมบุก ระดับท็อปทรี, เกมป้องกันอันดับหนึ่ง และทีมพิเศษ ทีเด็ดสร้างเพลย์สำคัญ หลายครั้ง

 

นี่คือ การเข้า ซูเปอร์ โบว์ล สมัยสี่ ของ ซีฮอว์คส และลุ้นการครองแชมป์ หนที่สอง

 

ส่วน เพเทรียตส์ หลังจากแชมป์ ครั้งนั้น ยังอาศัย เบรดี้ จอมทัพระดับตำนาน ครองลีก อีกพักใหญ่ เข้าชิงซูเปอร์ โบว์ล อีกสามสมัย ได้สองแชมป์

 

กระทั่ง เขาออกไปจากทีม เมื่อต้นปี 2020

 

ขณะนั้น โลกเกิดความวุ่นวาย จากโควิด แม้ซีซั่นจะเดินหน้า เช่นเดียวกับ เพเทรียตส์ ท่ามกลางเสียงปรามาสว่า คงต้องตกต่ำไปอีกยาวนาน

 

เบลิเช็ค ขาดจอมทัพคู่ใจ พยายามลองผิดลองถูก กับ แคม นิวตั้น, ไบรอัน ฮอยเออร์

 

ดราฟต์ เอา แม็ก โจนส์ มาตั้งแต่อันดับ 15 ปี 2021 สลับใช้ เบลี่ย์ แซปปี้ อีกคน

 

ท้ายสุดก็ยังล้มเหลว และ เบลิเช็ค ก็ต้องออกจากงาน เหมือนการปิดฉากสุดท้ายของ มหาอำนาจที่เคยยึด หัวแถวลีก ยาวนานสองทศวรรษ

 

พ้นจาก เบรดี้ พวกเขามีปัญญา ชนะมากกว่าแพ้ ซีซั่นเดียว

 

เจร็อด เมโย่ หนึ่งในลูกหม้อตั้งแต่สมัยเป็นผู้เล่น และโค้ชทีมรับ ถูกดันขึ้นคุมทีมแทน

 

พวกเขาตัดสินใจ เปลี่ยนควอร์เตอร์แบ็คใหม่ด้วย แยกทาง โจนส์ อย่างรวดเร็ว

 

หันไปคว้า เมย์ จาก ม.นอร์ธ แคโรไลน่า แล้วโยนลงน้ำ ทันที ผลงานจึงเหลวเป๋ว แทบไม่เห็นแววคนที่เลือกสูงถึงอันดับสาม

 

ทีมลงเอยเท่าเดิม แค่ 4-13 เมโย่ โดนปลดทั้งๆ เพิ่งทำงานเพียงหนึ่งฤดูกาล

 

การมาของ วเรเบ้ล อดีตกองกลางชุดสามแชมป์ ยุค 2000 พ่วงด้วย จอช แม็คแดเนี่ยล อดีตโค้ชเกมบุกคู่บุญ เบรดี้

 

ช่วยกันหันหัวเรือ เมย์ กลับฝั่ง อย่างไม่ธรรมดา

 

ฤดูกาลนี้ เมย์ ปาเข้าเป้า 72% กลายเป็นสถิติใหม่ของ เพเทรียตส์ ลบที่ เบรดี้ เคยทำเอาไว้ 68.9% เมื่อซีซั่น 2007

 

เท่านั้นไม่พอ เขายังขว้าง 4,394 หลา 31 ทัชดาวน์ เสียเพียง 8 อินเทอร์เซ็ปต์ และวิ่งเอง 103 หลา สี่สกอร์

 

ขึ้นมาเป็น หนึ่งในตัวเต็งเอ็มวีพี หรือ ผู้เล่นทรงคุณค่า ลีก พร้อมช่วย เพเทรียตส์ ครองอันดับสอง AFC จากผลงาน 14-3

 

เมย์ หลุดมาเข้าชิง ซูเปอร์ โบว์ล ในฐานะควอร์เตอร์แบ็คละอ่อนสุดลำดับสองตลอดกาล (23 ปี 162 วัน) เป็นรองแค่ แดน มาริโน่ ตำนานดอลฟินส์ (23 ปี 127 วัน)

 

เขายังเป็น ควอร์เตอร์แบ็คปีสอง รายสี่ ในรอบ 7 ปี ที่นำทัพ เข้าชิงชนะเลิศ ต่อจาก แพทริก มาโฮมส์ (2018, ได้แชมป์), โจ เบอร์โรว์ (2021, แพ้) และ บร็อก เพอร์ดี้ (2023, แพ้)

 

ประวัติศาสตร์ รอเขียนขึ้นใหม่ ถ้า เมย์ ยังคงมีปาฏิหารย์ ไม่หยุด ช่วยเพเทรียตส์ คว้าชัย 9 กุมภาพันธ์ นี้

 

วเรเบ้ล ก็จะกลายเป็น คนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ คว้า ซูเปอร์ โบว์ล ทั้งในฐานะ โค้ช กับ ผู้เล่น ให้กับทีมเดียว

 

ทั้ง ทอม ฟลอร์ส, ไมค์ ดิตก้า, โทนี่ ดังจี้ และ ดั้ก พีเดอร์สัน อาจได้แชมป์ ซูเปอร์โบว์ล แต่ก็ เป็นผู้เล่นให้ทีมนึง และมาโค้ช อีกทีมนึง

 

“ผมไม่รู้จะอธิบายยังไงดี มันเป็นความภูมิใจ ที่ได้ทำงานกับ พวกเขาเหล่านี้ และองค์กรนี้”วเรเบ้ล หนึ่งในเต็งโค้ช ยอดเยี่ยม กล่าว

 

“ผมไม่ใช่คนชนะ แต่จะเป็นผู้เล่นที่ชนะเกม และผมจะทำทุกอย่าง รวมทั้งสตาฟของเรา เพื่อเตรียมให้พวกเขาพร้อมกับเกมมากสุด”

 

ไม่มี ทีมไหน ประสบการณ์ ซูเปอร์ โบว์ล โชกโชนไปกว่า เพเทรียตส์ นี่จะเป็นสมัย 12 ของ แฟรนไชส์ โดยได้แชมป์มาทั้งสิ้น 6 ครั้ง มากสุดเท่ากับ พิตต์สเบิร์ก สตีลเลอร์ส

 

อย่างไรก็ตาม เพเทรียตส์ ผ่านเพลย์ออฟ มาในสภาพเกมบุก ตุปัดตุเป๋ เฉลี่ยแค่ 18 คะแนน ต่อเกม แย่สุดของ ทีม ซูเปอร์ โบว์ล ตั้งแต่ แรมส์ (เฉลี่ย 15 คะแนน) เมื่อ 1979

 

อาศัย มีเกมป้องกันเหนียวมาก เสียเพียง 26 แต้มจากสามเกม หรือ 8.7 คะแนน ต่อเกม

 

ทีมเดียวที่เข้าชิง โดยแข่งเพลย์ออฟสามเกม แล้ว เสียแต้มน้อยกว่า ก็คือ เรฟเว่นส์ ปี 2000 โดนไปแค่ 16 แต้ม

 

คนอเมริกันเก่าแก่ มักบอกกันว่า เกมบุกเอาไว้ขายตั๋ว แต่ เกมป้องกันเอาไว้เป็นแชมป์

 

แม้ เพเทรียตส์ กับ ซีฮอว์คส อาจไม่มี เกมบุก ระดับเอาไว้ขายตั๋ว แต่ท้ายสุด ไม่ว่า เกมป้องกันฝ่ายไหน ทำให้ทีมกลายเป็นแชมป์ เรื่องราวของพวกเขาก็คงยังน่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะควอร์เตอร์แบ็คละอ่อน อย่าง เมย์ หรือ ควอร์เตอร์แบ็คพเนจร อย่าง ดาร์โนลด์

 

เกร็ดน่าสนใจปิดท้าย

 

ซูเปอร์ โบว์ล ครั้ง 60 จะเป็น หนที่สาม ที่ เฮดโค้ช คู่ชิงชื่อเดียวกัน และทั้งหมด ต่างชื่อ ไมค์

 

ครั้งที่ 32 ไมค์ เชเนแฮน คุมทีม เดนเวอร์ บรองโก้ส์ สยบ ไมค์ โฮล์มเกร็น โค้ช กรีน เบย์ แพคเกอร์ส

 

ครั้งที่ 45 ไมค์ แม็คคาร์ธี่ คุมทีม แพคเกอร์ส สยบ ไมค์ ทอมลิ่น โค้ช พิตต์สเบิร์ก สตีลเลอร์ส

 

ไมค์ แม็คโดนัลด์ ปะทะ ไมค์ วเรเบ้ล ผลจะออกมายังไง?

The post ซูเปอร์ โบว์ล ครั้งที่ 60 คู่ชิงที่ผิดฝาผิดตัวที่สุดตลอดกาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
Cadillac F1 เตรียมเผยโฉมลวดลายรถ ในการแข่ง Super Bowl 2026 https://thestandard.co/cadillac-f1-unveils-livery-super-bowl-2026/ Thu, 04 Dec 2025 02:23:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1151212 Cadillac F1 เตรียมเผยโฉมลวดลายรถ ในการแข่ง Super Bowl 2026

Cadillac เดินหน้าเตรียมเข้าร่วมศึกฟอร์มูลาวันเต็มตัวในฤ […]

The post Cadillac F1 เตรียมเผยโฉมลวดลายรถ ในการแข่ง Super Bowl 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Cadillac F1 เตรียมเผยโฉมลวดลายรถ ในการแข่ง Super Bowl 2026

Cadillac เดินหน้าเตรียมเข้าร่วมศึกฟอร์มูลาวันเต็มตัวในฤดูกาล 2026 ล่าสุดทีมใหม่สัญชาติอเมริกันประกาศผ่านโซเชียลมีเดียว่า เตรียมเปิดตัว livery รถแข่ง F1 คันประวัติศาสตร์ของพวกเขาในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ระหว่างการถ่ายทอดสด Super Bowl งานกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ

 

ทีม Cadillac F1 ภายใต้การสนับสนุนของ General Motors และนำโดย เกรแฮม โลว์ดอน (อดีต Sporting Director ของ Marussia) จะเป็นทีมที่ 11 ของกริดในปี 2026 พร้อมสองนักขับตัวจริงอย่าง วาลท์เทรี บ็อตตาส และ เซร์คิโอ เปเรซ ขณะที่ คอลตัน เฮอร์ตา นักซิ่งสาย IndyCar จะมารับบทเป็นนักขับทดสอบ

 

ก่อนเผยโฉมรถอย่างเป็นทางการ Cadillac จะลงทดสอบรถรุ่นปี 2026 ภายใต้กฎใหม่ครั้งแรกในช่วง 26-30 มกราคม ที่สนามบาร์เซโลนา ต่อด้วยเทสต์ที่บาห์เรนในวันที่ 11-13 กุมภาพันธ์ และ 18-20 กุมภาพันธ์

 

จากนั้น ทีมจะเตรียมตัวสำหรับการแข่งขัน F1 รายการแรกในประวัติศาสตร์ของพวกเขา ที่ออสเตรเลีย วันที่ 6-8 มีนาคม 2026

The post Cadillac F1 เตรียมเผยโฉมลวดลายรถ ในการแข่ง Super Bowl 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Taylor Swift เผยเหตุผลที่ยังไม่แสดงงาน Super Bowl Halftime Show https://thestandard.co/taylor-swift-halftime-show-reason/ Thu, 09 Oct 2025 10:00:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1128653 Taylor Swift เผยเหตุผลที่ยังไม่แสดงงาน Super Bowl Halftime Show

แม้ว่าจะเป็นศิลปินตัวเต็งที่ผู้คนคาดเดาว่าจะได้ขึ้นเวที […]

The post Taylor Swift เผยเหตุผลที่ยังไม่แสดงงาน Super Bowl Halftime Show appeared first on THE STANDARD.

]]>
Taylor Swift เผยเหตุผลที่ยังไม่แสดงงาน Super Bowl Halftime Show

แม้ว่าจะเป็นศิลปินตัวเต็งที่ผู้คนคาดเดาว่าจะได้ขึ้นเวที Super Bowl Halftime Show มาตลอดหลายปี แต่สุดท้ายแล้ว Taylor Swift ก็ยังไม่เคยแสดงงานดังกล่าว และเธอก็ได้เปิดใจถึงเหตุผลเบื้องหลังที่แท้จริงผ่านรายการ The Tonight Show Starring Jimmy Fallon แล้ว

 

พิธีกร Jimmy Fallon เป็นผู้จุดประเด็นโดยตั้งคำถามว่า จริงหรือไม่ที่ Taylor Swift ปฏิเสธไม่แสดงงาน Super Bowl ช่วงพักครึ่ง เพราะเธอจะไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ฟุตเทจการแสดงของตัวเอง ซึ่งเธอตอบอย่างชัดเจนว่าไม่เป็นความจริง เพราะแท้จริงแล้วเธอยังไม่เคยได้รับข้อเสนอจาก Roc Nation บริษัทโปรดักชันของ Jay-Z ผู้จัดงานอย่างเป็นทางการเลย และแม้ว่าจะได้รับข้อเสนอในปีนี้เธอก็จะปฏิเสธอยู่ดีด้วยเหตุผลเกี่ยวกับคู่หมั้น Travis Kelce

 

Taylor Swift เผยว่า “Jay-Z ดีกับฉันมาตลอด ทีมงานของเราก็สนิทกันมากด้วยเหมือนกัน บางทีพวกเขาโทรมาและบอกว่า ‘เธอรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับการแสดงเวที Super Bowl’ ซึ่งนั่นไม่ใช่การให้ข้อเสนออย่างเป็นทางการหรือการพูดคุยกันจริงจังในห้องประชุม แต่ถึงอย่างนั้นเราก็สามารถบอกความจริงกับเขาได้เสมอ นั่นคือฉันตกหลุมรักผู้ชายที่แข่งขันกีฬาบนสนามนั้นจริงๆ”

 

Taylor Swift อธิบายว่า มีความเป็นไปได้ที่ Travis Kelce ผู้เล่นตำแหน่งไทต์เอนด์แห่งทีม Kansas City Chiefs จะได้ลงแข่งขันอเมริกันฟุตบอลรอบชิงชัยที่งาน Super Bowl ในปีนี้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเธอคงไม่สามารถตั้งสมาธิกับการแสดงของตัวเองได้ แม้ว่า Travis Kelce จะสนับสนุนให้เธอขึ้นแสดงก็ตาม

 

“มันเหมือนหมากรุกที่รุนแรง เป็นกลาดิเอเตอร์ฉบับไร้ดาบและอันตราย ตลอดทั้งซีซันฉันจะจดจ่อกับสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นทำบนสนามแข่ง คุณนึกภาพเขาออกไปแข่งขันโดยเอาชีวิตเข้าเสี่ยงขณะเล่นกีฬาที่ทั้งอันตราย และมีความกดดันเข้มข้นสูงขนาดนั้น ในขณะที่ฉันมานั่งคิดว่า ‘ท่าเต้นจะออกมาเป็นแบบไหน’ หรือ ‘เราน่าจะเล่น Shake It Off 2 ท่อนต่อด้วย Blank Space และ Cruel Summer นะ แบบนั้นคงดี’ ฉันคงทำไม่ได้เพราะจดจ่อกับเขาเกินไป”

 

ภาพ: TAS2024/Getty Images

 

อ้างอิง
https://deadline.com/2025/10/taylor-swift-jimmy-fallon-super-bowl-1236572129/

The post Taylor Swift เผยเหตุผลที่ยังไม่แสดงงาน Super Bowl Halftime Show appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kith x NFL เปิดตัวคอลเล็กชัน Road to Victory รำลึกการคว้าซูเปอร์โบวล์ ของ ไจแอนท์ส https://thestandard.co/kith-nfl-road-to-victory-giants/ Thu, 09 Oct 2025 04:44:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1128414 Kith x NFL

Kith พร้อมต้อนรับฤดูใบไม้ร่วงด้วยคอลเล็กชันใหม่ล่าสุดกั […]

The post Kith x NFL เปิดตัวคอลเล็กชัน Road to Victory รำลึกการคว้าซูเปอร์โบวล์ ของ ไจแอนท์ส appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kith x NFL

Kith พร้อมต้อนรับฤดูใบไม้ร่วงด้วยคอลเล็กชันใหม่ล่าสุดกับ NFL ภายใต้ชื่อ “Road to Victory” ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากชัยชนะในซูเปอร์โบวล์ปี 1991 ของ นิวยอร์ก ไจแอนท์ส

 

คอลเล็กชันนี้ไม่เพียงฉลองให้ทีม ไจแอนท์ส เท่านั้น แต่ยังมีไอเทมที่ระลึกถึงสามทีมที่ พวกเขาเอาชนะในเพลย์ออฟปีนั้น ได้แก่ ชิคาโก แบร์ส, ซานฟรานซิสโก โฟร์ตีไนเนอร์ส และ บัฟฟาโล บิลล์ส

 

นอกจากนี้ยังให้เกียรติผู้เล่นระดับตำนานอย่าง ไมค์ ดิตกา, จิม เคลลี, เจอร์รี ไรซ์ และ ลอว์เรนซ์ เทย์เลอร์ ผ่านแจ็กเก็ตซาตินบอมเบอร์ เสื้อสเวตเตอร์ และเสื้อยืดวินเทจด้วย

 

นอกจากนี้ Kith ยังมีการทำไอเทมอื่นๆ อย่าง Nelson Rugby Sweater และ Sweatpant ก็ได้รับกราฟิกแนว ’90s ส่วนอุปกรณ์กีฬาได้ร่วมมือกับ Riddell ผลิตหมวกกันน็อก Speed Replica แบบพิเศษสำหรับแต่ละทีม พร้อมลูกฟุตบอลพรีเมียมจาก Wilson ที่ระลึกชัยชนะ Super Bowl ของ New York Giants รวมถึงถุงมือ Wide Receiver

 

คอลเล็กชัน Road to Victory จะวางจำหน่ายที่ร้าน Kith เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการในวันที่ 10 ตุลาคมนี้

 

Kith x NFL Kith x NFL

 

อ้างอิง:

The post Kith x NFL เปิดตัวคอลเล็กชัน Road to Victory รำลึกการคว้าซูเปอร์โบวล์ ของ ไจแอนท์ส appeared first on THE STANDARD.

]]>
Cardi B เผยเหตุผลที่ปฏิเสธแสดงงาน Super Bowl Halftime Show https://thestandard.co/cardi-b-why-turned-down-super-bowl/ Sat, 06 Sep 2025 10:18:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1116343

Super Bowl Halftime Show อาจเป็นเวทีที่ศิลปินส่วนใหญ่ใฝ […]

The post Cardi B เผยเหตุผลที่ปฏิเสธแสดงงาน Super Bowl Halftime Show appeared first on THE STANDARD.

]]>

Super Bowl Halftime Show อาจเป็นเวทีที่ศิลปินส่วนใหญ่ใฝ่ฝันจะได้ขึ้นไปแสดงทันทีที่ได้รับโอกาส แต่สำหรับ Cardi B แล้ว เธอคิดว่ายังไม่ถึงเวลาที่ใช่ที่จะแสดงบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเช่นนี้

 

Cardi B ให้สัมภาษณ์ผ่าน Billboard ถึงเหตุผลที่ทำให้เธอเคยปฏิเสธการแสดงงาน Super Bowl Halftime Show ว่า “มีคนเสนอให้ฉันแสดงงาน Super Bowl แต่ฉันปฏิเสธไป เพราะฉันรู้สึกว่าอีกไม่นานถ้าหากฉันได้ทำมันจริงๆ ฉันจะต้องมีเพลงฮิตมากกว่านี้ และมีประสบการณ์มากกว่านี้ แล้วฉันจะต้องทำมันออกมาได้ดีมากแน่ๆ”

 

ย้อนกลับไปในปี 2019 แร็ปเปอร์คนดัง Cardi B เคยพูดถึงประเด็นนี้มาแล้ว โดยเธอเผยผ่าน Associated Press ว่าเธอปฏิเสธที่จะแสดงงาน Super Bowl Halftime Show เพื่อที่จะสนับสนุนอดีตนักอเมริกันฟุตบอลแห่ง NFL อย่าง Colin Kaepernick ที่ก่อนหน้านั้นในปี 2016 ได้สร้างแรงกระเพื่อมต่อสังคม ด้วยการปฏิเสธที่จะลุกขึ้นยืนในช่วงเพลงชาติ เพื่อสร้างความตระหนักเรื่องการเหยียดเชื้อชาติอย่างเป็นระบบและการใช้ความรุนแรงอย่างโหดร้ายของตำรวจ เขากล่าวว่า “ผมจะไม่ยืนแสดงความภาคภูมิใจต่อธงชาติของประเทศที่กดขี่คนผิวดำและคนสีผิวอื่นๆ” ซึ่ง Cardi B เผยว่าเธอซัพพอร์ตเขาเพราะเขายืนหยัดเพื่อคนชนกลุ่มน้อย

 

ภาพ: Theo Wargo/Getty Images for MTV)

 

อ้างอิง:

The post Cardi B เผยเหตุผลที่ปฏิเสธแสดงงาน Super Bowl Halftime Show appeared first on THE STANDARD.

]]>