Suntur Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/suntur/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 26 Nov 2025 09:46:59 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (27 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2568) https://thestandard.co/life/calendar-27-november-3-december-2568/ Wed, 26 Nov 2025 09:46:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1148041 CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (27 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม 2568)

แม้ช่วงนี้สถานการณ์บ้านเมืองจะน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะหลายพ […]

The post CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (27 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2568) appeared first on THE STANDARD.

]]>
CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (27 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม 2568)

แม้ช่วงนี้สถานการณ์บ้านเมืองจะน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะหลายพื้นที่ทางภาคใต้ แต่ทุกคนต้องอย่าลืมพักจากหน้าจอ และเสพข่าวอย่างพอดีเพื่อไม่ให้จิตใจเราย่ำแย่เกินไปด้วยนะ เพราะเราเชื่อว่าหลายๆ คนกำลังกังวลไม่น้อยและอยากช่วยเหลือทุกคนในประเทศเท่าที่จะทำได้

 

สัปดาห์นี้เราจึงมีกิจกรรมมาแนะนำให้ออกไปพักผ่อนกายใจ เพื่อให้ทุกคนออกไปชาร์จพลังกันสักหน่อย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมเพื่อคนรักน้องหมา นิทรรศการน่าเดินเล่น เวิร์กช็อปงานคราฟต์ หรืองานดนตรีส่งท้ายเดือนแบบฟีลกู๊ดสุดๆ

 

ถ้าหากพร้อมกันแล้ว ก็มาดูกันเลยว่าสัปดาห์นี้มีกิจกรรมอะไรน่าไปบ้าง

 

CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (27 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม 2568) 1

 

Pawfect Gathering

 

ใครที่เป็นคนรักน้องหมาเตรียมตัวให้พร้อม! เพราะงาน Pawfect Gathering จะพาทุกคนไปพบปะ พูดคุย และทำกิจกรรมสนุกๆ ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการช็อปปิ้งสินค้าสำหรับเพื่อนรักสี่ขา พร้อมมีโฟโต้บูธให้เก็บภาพความทรงจำ รวมถึงกิจกรรม Dog Training และ Dog Sound Bath ที่จะทำให้ทั้งทุกคนและเพื่อนรักได้ผ่อนคลายไปพร้อมกัน

 

When: วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00-20.00 น.
Where: โครงการ Slowcombo สามย่าน

More Info: Slowcombo

 

CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (27 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม 2568) 2

 

EAST TOKYO CRAFT POP-UP EVENT 2025

 

กลับมาอีกครั้งกับ ‘EAST TOKYO CRAFT POP-UP EVENT 2025’ อีเวนต์งานคราฟต์จากโตเกียวที่จะพาทุกคนมาดู เรียนรู้ และลงมือทำผ่าน 2 เวิร์กช็อปพิเศษ เช่น อย่างการทำสบู่แบบญี่ปุ่นที่เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความละเอียด

 

When: วันที่ 26-28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00-18.00 น.
Where: โครงการ Slowcombo สามย่าน

More Info: Slowcombo

 

CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (27 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม 2568) 3

 

Float

 

นิทรรศการ ‘Float’ จะพาทุกคนดำดิ่งสู่ช่วงเวลาในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งเรื่องงาน ชีวิต และความสัมพันธ์ ราวกับกำลัง ‘ล่องลอยไร้หลักยึด’ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ใจไม่มั่นคงในใจ แต่ก็ชวนให้เราเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกันอย่างอ่อนโยน

 

พร้อมพาทุกคนมาสำรวจ ‘เงามืด’ หรือด้านลึกของตัวเอง ผ่านลายเส้นและอารมณ์อันละเอียดอ่อนที่เข้าถึงง่ายและลึกซึ้งไปพร้อมกัน

 

When: วันนี้ – 2 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00-20.00 น. ของทุกวัน

Where: ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก

More Info: River City Bangkok

 

CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (27 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม 2568) 4

 

SUNTUR Store x Moreover & You

 

ใครจะคิดว่าศิลปะจะอยู่ในชีวิตประจำวันเราตลอดเวลาขนาดนี้ งาน ‘SUNTUR Store x Moreover & You’ ทำให้เห็นว่าลายเส้นมินิมอลอบอุ่น ก็สามารถกลายเป็นของใช้และของแต่งบ้านที่ใช้งานจริงได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Master Piece Board, Landscape Board, บอร์ดแม่เหล็กดีไซน์ต่างๆ นาฬิกา หรือ Magnet Set น่ารักๆ

 

พร้อมช็อปปิ้ง 3 คอลเลกชันพิเศษ ทั้ง Special, Exclusive และ Limited Collection ที่มีจำนวนจำกัดอีกด้วย หากใครถูกใจชิ้นไหน ก็อย่าลืมช็อปกลับไปเติมสีสันให้บ้านกันเลย

 

When: วันนี้ – 30 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00-22.00 น.

Where: โซน Beacon 4 ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิลด์

More Info: CentralWorld

 

CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (27 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม 2568) 5

 

Winter Sound Festival 2025

 

ดื่มด่ำบรรยากาศอบอุ่นยามค่ำคืนไปกับงาน Winter Sound Festival 2025 ที่จะพาทุกคนมาผ่อนคลาย ฟังเพลงเพลินๆ ตลอด 3 วัน ด้วยแนวเพลงบอสซาโนวา แซมบ้า ร็อกแอนด์โรล และบลูส์ ที่ผสมเข้าด้วยกันอย่างลงตัวพอดี

 

พร้อมโชว์สวิงแดนซ์ และสองวงดนตรีสดที่จะพาย้อนกลับสู่บรรยากาศวินเทจสุดอบอุ่น ให้ทุกคนได้ปล่อยใจจอยๆ ไปกับเครื่องดื่มและเสียงเพลง

 

สามารถซื้อบัตรได้ที่ https://www.ticketmelon.com/th/siwilaisoundclub/WinterSoundFestival

 

When: วันที่ 27-29 พฤศจิกายน 2568 เวลา 21.00 น. เป็นต้นไป

Where: Live Room ชั้น 1 ร้าน Siwilai Sound Club ซอยเจริญกรุง 36

More Info: SIWILAI SOUND CLUB

 

CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (27 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม 2568) 6

 

SIWILAI RADICAL CLUB PRESENTS ERIC DUNCAN

 

มาปล่อยตัวปล่อยใจให้ร่างกายขยับไปตามบีตส์และกรูฟสุดมัน กับปาร์ตี้ของ Eric Duncan ดีเจตัวพ่อแห่งแดนซ์ฟลอร์ยุค 90s ที่มาพร้อมจังหวะดิสโก้-เฮาส์สุดเท่ และ Takamichi ดีเจจากญี่ปุ่นที่จะวอร์มด้วยดนตรีสุดอบอุ่นในสไตล์เฉพาะตัว ก่อนส่งต่อให้ Eric พาคืนนี้สนุกยาวจนดึก

 

วอร์มร่างกายให้พร้อม แล้วมาเต้นกันเลย! สามารถซื้อบัตรได้ที่ https://www.ticketmelon.com/siwilairadicalclub

 

When: วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 เวลา 23.30 น. เป็นต้นไป

Where: SIWILAI RADICAL CLUB ซอยทองหล่อ

More Info: SIWILAI RADICAL CLUB

The post CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (27 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2568) appeared first on THE STANDARD.

]]>
Conjunction Collection เมื่อ SUNTUR มาทำเฟอร์นิเจอร์กับ Vertier https://thestandard.co/vertier-suntur-conjunction-collection/ Fri, 04 Oct 2024 04:39:35 +0000 https://thestandard.co/?p=991611

เฟอร์นิเจอร์ทรงเรียบง่าย แต่แมตช์กันแล้วสนุก   ล่า […]

The post Conjunction Collection เมื่อ SUNTUR มาทำเฟอร์นิเจอร์กับ Vertier appeared first on THE STANDARD.

]]>

เฟอร์นิเจอร์ทรงเรียบง่าย แต่แมตช์กันแล้วสนุก

 

ล่าสุด SUNTUR ศิลปินไทยชื่อดัง ออกแบบเฟอร์นิเจอร์คอลเล็กชันใหม่ร่วมกับแบรนด์ Vertier ชื่อว่า Conjunction Collection ที่เป็นเหมือนงานศิลปะที่ใช้งานได้จริง พอนึกถึงงานของ SUNTUR เราก็จะนึกถึงภาพที่ดูเรียบง่าย แต่มีรายละเอียด แถมซ่อนความหมายที่ลึกซึ้งเอาไว้

 

 

ซึ่งพอมาเป็นเฟอร์นิเจอร์คอลเล็กชันนี้ เขายังคงหยิบเอาความเรียบง่ายมาเป็นจุดเด่น และใส่ใจในรายละเอียดทั้งความเนี้ยบของงานประกอบและวัสดุที่เลือกใช้ แต่ถึงภายนอกจะดูเรียบ แต่เขาแอบซ่อนความสนุกเอาไว้ที่สี คือมีสีสันให้เลือกเยอะมาก ไม่ว่าบ้านคุณจะแต่งเรียบๆ หรือมีสีสันขึ้นมาหน่อย คอลเล็กชันนี้ก็ตอบโจทย์ทั้งหมด และด้วยความที่มีรูปทรงเรียบง่าย สีสันสนุก มันทำให้เฟอร์นิเจอร์ไม่ว่าจะประเภทไหนก็หยิบมามิกซ์แอนด์แมตช์ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ โต๊ะ หรือตู้ แถมช่วยทำให้ห้องคุณดูมีลูกเล่นมากขึ้นด้วย 

 

 

ใครสนใจอยากได้เฟอร์นิเจอร์เรียบๆ แต่มีลูกเล่นเล็กๆ สไตล์ SUNTUR ก็สามารถไปดูของจริงได้ที่โชว์รูม Vertier ราชดำริ ได้แล้วตั้งแต่วันนี้

 

ภาพ: Vertier

The post Conjunction Collection เมื่อ SUNTUR มาทำเฟอร์นิเจอร์กับ Vertier appeared first on THE STANDARD.

]]>
4 HOURS in ตลาดน้อย รสชาติกลมกล่อมของย่านเก่าแต่ยังเก๋าอยู่ https://thestandard.co/life/4-hours-in-talat-noi/ Tue, 18 Apr 2023 02:00:58 +0000 https://thestandard.co/?p=777562 ตลาดน้อย เจริญกรุง

ตลาดน้อย หนึ่งในย่านเก่าแก่ที่มีส่วนผสมของความหลากหลายท […]

The post 4 HOURS in ตลาดน้อย รสชาติกลมกล่อมของย่านเก่าแต่ยังเก๋าอยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาดน้อย เจริญกรุง

ตลาดน้อย หนึ่งในย่านเก่าแก่ที่มีส่วนผสมของความหลากหลายทางวัฒนธรรม ท่ามกลางกาลเวลาที่เปลี่ยนผ่าน ตลาดน้อย กลับกลมกล่อมขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ความเก่าแก่ของตึกรามบ้านช่อง ร้านอาหารฝีมือเก๋า แกลเลอรีสุดฮิป หรือจะเป็นร้านกาแฟเพื่อนบ้านหน้าใหม่แม้อาจจะดูแตกต่างกันไปบ้าง แต่ทุกๆ การเกิดใหม่และเปลี่ยนแปลงก็ช่วยเติมสีสันให้ย่านตลาดน้อยยังคงมีเสน่ห์และน่าค้นหาอยู่เสมอ แล้วรสชาติตลาดน้อยที่คุณเคยรู้จักล่ะเป็นแบบไหน จะเหมือนหรือต่างออกไป คงต้องไปลองกันชิมกันดูพร้อมกับทริป 4 HOURS: ตลาดน้อย และผองเพื่อนที่กำลังรอคอยให้คุณเข้าไปทักทาย

 

Walk 


River City Bangkok ตลาดน้อย เจริญกรุง

 

River City Bangkok 

 

เริ่มทริปด้วยการเดินเสพงานอาร์ตเติมพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ก่อนจะก้าวเท้าเข้าย่านตลาดน้อยอย่างเต็มตัว เราขอเริ่มวอร์มอัพร่างกายกันที่ River City Bangkok พื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะของทั้งศิลปินไทยและต่างประเทศโดยรวมเอาไว้ในที่เดียว แต่จะมีนิทรรศการไหนน่าสนใจบ้างนั้นตามไปอัปเดตด้วยกันเลย

 

River City Bangkok ตลาดน้อย เจริญกรุง

 

นิทรรศการแรก Take Your Time จาก SUNTUR กับเรื่องราวการเดินทางและสิ่งที่พบเจอ ผ่านนาฬิกาชีวิตในระยะเวลา 33 ปี ถ้าลองอ่านคำบรรยายภาพพร้อมฟังเสียงดนตรีไปเรื่อยๆ ก็แอบน้ำตาคลออยู่เหมือนกัน

 

River City Bangkok ตลาดน้อย เจริญกรุง


และอีกหนึ่งงานที่น่าสนใจไม่แพ้กันนั่นคือผลงานจากศิลปินสาว Juli Baker and Summer ที่ครั้งนี้มาในคอนเซปต์ She’s too much เรื่องราวของการสำรวจ บันทึก เฉลิมฉลอง ผลักไส และโอบกอด ทุกห้วงอารมณ์ความรู้สึก ตลอดช่วงเวลา 28 วัน หรือ 1 รอบประจำเดือน ซึ่งถูกถ่ายทอดผ่านสีสันสดใสและลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

 

อ่านต่อ : CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ ณ River City Bangkok

 


 


 

Eat 

 

Citizen Tea Canteen of nowhere

 

หลังจากเสพงานศิลป์แล้วสำหรับคนรักชาต้องไม่พลาดที่จะแวะไป ‘Citizen Tea Canteen of nowhere’ คาเฟ่ที่เชี่ยวชาญในเรื่องชา ไม่ว่าจะเป็นชาร้อนหรือชาเย็นก็พร้อมเสิร์ฟ โดยเอกลักษณ์ของชาที่นี่มีรสชาติและกลิ่นเยอะมากจนเลือกไม่ถูก 

 

Citizen Tea Canteen of nowhere ตลาดน้อย เจริญกรุง

 

ครั้งนี้ เราได้มีโอกาสลอง ชาร้อนเป็ดตุ๋นเจ้าท่า (250 บาท) ที่ส่งกลิ่นหอมของเครื่องเทศสมุนไพรจีน ดื่มแล้วชุ่มคอมากๆ และอีกเมนูคือ ชานมเย็น No.3 (150 บาท) ชื่นใจรสชาติเข้มข้นสไตล์ชาใต้ นอกจากความหลากหลายของรสชาติชาแล้ว ที่นี่ยังโดดเด่นด้วยการตกแต่งร้านโทนสีส้มแดง รวมถึงภาพวาดลวดลายมงคล เช่น น้ำเต้า ดอกกุหลาบ เสือ 

 

Citizen Tea Canteen of nowhere ตลาดน้อย เจริญกรุง

Citizen Tea Canteen of nowhere ตลาดน้อย เจริญกรุง

Citizen Tea Canteen of nowhere ตลาดน้อย เจริญกรุง

 

ทั้งยังเป็นพื้นที่ขายงานคราฟต์ที่ทางร้านออกแบบเอง มิกซ์แอนด์แมตช์กับผลิตภัณฑ์ในชุมชนตลาดน้อย เรียกว่าผสมผสานวัฒนธรรมเก่า-ใหม่ได้ลงตัวมากๆ

 

Citizen Tea Canteen of nowhere ตลาดน้อย เจริญกรุง

Citizen Tea Canteen of nowhere ตลาดน้อย เจริญกรุง

 

อ่านต่อ : อัปเดต 26 คาเฟ่สเปเชียลตี้มัทฉะทั่วกรุงเทพฯ 2023 ฮีลใจและเติมคาเฟอีนไปพร้อมกัน

 


 

Hong Sieng Kong ฮงเซียงกง ตลาดน้อย เจริญกรุง

 

Hong Sieng Kong (ฮงเซียงกง)


ย่านตลาดน้อยถือเป็นย่านเก่าที่ยังคงร่องรอยของอาคารในสมัยเก่าเอาไว้หลายแห่ง และหนึ่งในนั้นก็คือ ‘ฮงเซียงกง’ ที่รีโนเวตจากอาคาร 200 ปีริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้กลายเป็นคาเฟ่และร้านอาหารย้อนยุคสไตล์จีน ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ของสะสมโบราณให้ลูกค้าเข้าชมได้ด้วย

 

Hong Sieng Kong ฮงเซียงกง ตลาดน้อย เจริญกรุง

 

โดยในแต่ละเมนูของทางร้านจะผสมผสานกลิ่นอายของย่านตลาดน้อยเข้าไป เช่น Sieng Kong Pudding Tea (180 บาท) ชาไทยใส่น้ำเชื่อมมาพร้อมพุดดิ้งเต้าหู้ออร์แกนิกและปาท่องโก๋จิ๋วกรอบ หรือจะเติมความสดชื่นด้วย Hong Lychee Frappe (160 บาท) รวมถึงของคาวเมนูยอดนิยมของทางร้านอย่างเปาะเปี๊ยะกุ้งสด (200 บาท) และสปาเกตตีซอสทรัฟเฟิล (240 บาท) 

 

Hong Sieng Kong ฮงเซียงกง ตลาดน้อย เจริญกรุง

 

ภายในร้านมีหลายมุมให้เลือกนั่งตามใจชอบ แอบกระซิบว่าถ้าอยากมานั่งชิลบรรยากาศยามเย็นริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่นี่ก็โรแมนติกไม่เบาเลยนะ

 


 

Timo and Tintin ตลาดน้อย เจริญกรุง

 

Timo and Tintin

 

ออกเดินจาก ‘ฮงเซียงกง’ มานิดหน่อยก็เจอกับคาเฟ่และอาร์ตแกลเลอรี ‘Timo and Tintin’ ที่ไม่ว่าจะเดินผ่านกี่ครั้งก็เป็นอันต้องสะดุดกับความน่ารักของร้านทุกครั้งไป บรรยากาศในร้านที่นี่เหมือนเป็นโลกอีกใบหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านตลาดน้อย ภาพอาคาร 5 ชั้นตกแต่งสไตล์ Modern Contemporary เสริมด้วยความลอฟต์นิดหน่อย แถมด้วยภาพกราฟิกแสนเท่ที่ออกแบบโดยเจ้าของร้าน รับรองถ้ามาแล้วต้องได้รูปสวยๆ กลับไปแน่นอน

 

Timo and Tintin ตลาดน้อย เจริญกรุง

Timo and Tintin ตลาดน้อย เจริญกรุง

 

เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านสำหรับสายกาแฟต้องลองคือ Dirty Dirty (130 บาท) หรือถ้าไม่ถนัดกาแฟ Matcha Latte (120 บาท) ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ชาวมัทฉะเลิฟเวอร์ต้องลอง อีกสิ่งหนึ่งที่เราคิดว่าน่ารักมากๆ คือการเลือกใส่ภาพกราฟิกน่ารักๆ ลงไปบนแก้วด้วย เล่นเอาเราไม่กล้าทิ้งเลยล่ะ

 

Timo and Tintin ตลาดน้อย เจริญกรุง

 

อ่านต่อ : 5 คาเฟ่ที่มาพร้อมแกลเลอรีศิลปะ ชมงานชิลได้ในที่เดียว

 


 

The House by Hongkong House ตลาดน้อย เจริญกรุง

 

The House by Hongkong House

 

หากพูดถึงตลาดน้อยสิ่งที่บ่งบอกตัวตนของย่านตลาดน้อยได้อย่างชัดเจนคือวัฒนธรรมการกินอาหารจีน เราเลยไม่พลาดที่จะไปลิ้มรสอาหารจีนตำรับกวางตุ้งกันที่ ‘The House by Hongkong House’ ซึ่งส่งต่อความอร่อยจากรุ่นสู่รุ่นมากว่า 17 ปี


The House by Hongkong House ตลาดน้อย เจริญกรุง

 

หลังจากเราเข้ามานั่งในร้านไม่นานเมนูเด็ดของทางร้านก็พร้อมเสิร์ฟ เมนูแรกเป็ดปักกิ่งกับซอสสูตรเด็ดและเนื้อเป็ดผัดพริกไทยดำ (750 บาท) ตามด้วยเซ็ตติ่มซำอย่าง ขนมจีบกุ้ง (69 บาท) ฮะเก๋า (69 บาท) ก๋วยเตี๋ยวหลอดทรงเครื่อง (49 บาท) และคะน้าฮ่องกงทิปโป้ (250 บาท) ถ้าใครยังไม่คุ้นเคยกับอาหารจีนสักเท่าไร เราอยากแนะนำให้ลองเปิดใจดู เพราะแต่ละเมนูเป็นรสชาติอาหารที่อร่อยและกินง่ายมาก

 

The House by Hongkong House ตลาดน้อย เจริญกรุง

The House by Hongkong House ตลาดน้อย เจริญกรุง

The House by Hongkong House ตลาดน้อย เจริญกรุง

 


 

La Cabra ตลาดน้อย เจริญกรุง

 

La Cabra (ตลาดน้อย)

 

พักอาหารหนักไปจิบกาแฟกันที่ ‘La Cabra’ ร้านกาแฟสัญชาติเดนมาร์กจากกรุงโคเปนเฮเกน ที่มาพร้อมเมล็ดกาแฟคุณภาพที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีจากหลากหลายประเทศ รวมถึงวัตถุดิบในประเทศไทยก็มากับเขาด้วย 

 

La Cabra ตลาดน้อย เจริญกรุง

 

ทางร้านแนะนำให้เราลองชิม Hand Brewed coffee-Mae Chedi (220 บาท) เมล็ดกาแฟจากจังหวัดเชียงใหม่ โดยกินคู่กับ Brownie Cube (220 บาท) ที่เป็นซิกเนเจอร์ของทางร้านซึ่งมี 4 รสชาติ ได้แก่ Rich Dark Chocolate, Yuzu Charcoal, Nutella และ Acai Velvet พอกินคู่กันแล้วยิ่งทำให้รสชาติเสริมกันลงตัว หรือถ้าไม่ดื่มกาแฟเราขอแนะนำเมนู Chocolate-Chanthaburi (160 บาท) โกโก้แท้จากจังหวัดชุมพร รสชาติกลมกล่อม ดื่มเย็นๆ ดับร้อน เหมาะกับอากาศช่วงนี้สุดๆ


La Cabra ตลาดน้อย เจริญกรุง

La Cabra ตลาดน้อย เจริญกรุง

La Cabra ตลาดน้อย เจริญกรุง

 

อ่านต่อ : 7 ร้านกาแฟ Slow Bar ย่านตลาดน้อย-เจริญกรุง น่าชวนกันไปนั่งชิลจิบกาแฟ

 


 

Recordoffee ตลาดน้อย เจริญกรุง

 

Recordoffee


หลบแดดร้อนๆ มาพักฟังเพลงจากร้านแผ่นเสียงพร้อมจิบกาแฟที่ชื่อเมนูไม่ค่อยคุ้นหูกันที่ร้าน ‘Recordoffee (เรคคอดอฟฟี่)’ บรรยากาศในร้านผ่อนคลายเป็นกันเอง และยังมีพี่เจ้าของร้านคอยแนะนำแผ่นเสียงพร้อมเปิดเพลงจากแผ่นให้ฟังกันสดๆ แถมยังเล่าถึงที่มาที่ไปแบบไม่มีกั๊ก 

 

Recordoffee ตลาดน้อย เจริญกรุง

 

ระหว่างที่เรากำลังเอ็นจอยกับเสียงเพลง เมนูประจำร้านก็มาเสิร์ฟอยู่ตรงหน้า Rock Bottom (165 บาท) เมนูกาแฟที่ใช้ชื่อเพลงฮิตของวง UFO เป็นตัวแทน ซึ่งมีส่วนผสมของฟองครีมด้านบน ตามด้วยกาแฟเข้มข้น เมื่อสองรสชาติมาเจอกันแล้วลงตัวกำลังดี มาพร้อมกิมมิกเล็กๆ คือรสชาติที่ได้จากการกินกาแฟคล้ายกันกับอารมณ์เพลงที่ถูกนำมาตั้งเป็นชื่อเมนูเสิร์ฟพร้อม Danish Raisin (120 บาท) ที่ช่วยเสริมให้รสชาติกลมกล่อมเข้ากัน

 

Recordoffee ตลาดน้อย เจริญกรุง

Recordoffee ตลาดน้อย เจริญกรุง

 


 

Drink 

 

Very Nice Bar 

 

เดินไปเดินมาในย่านตลาดน้อยจนพระอาทิตย์ตกแต่ยังไม่อยากกลับบ้าน ย่านนี้ก็ยังมีพื้นที่บรรยากาศสบายๆ ให้ความรู้สึกเหมือนไปกินดื่มที่บ้านเพื่อนอย่าง Very Nice Bar บาร์ที่เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มเพื่อนที่อยากจะมีร้านนั่งชิลแบบเรียบง่าย เปิดเพลงเบาๆ ไม่ต้องตะโกนคุยกัน ด้านในตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น แต่ให้กลิ่นอายความโมเดิร์นมากขึ้นเสริมด้วยไฟสลัวๆ ทำให้รู้สึกสบายตาและผ่อนคลาย

 

Very Nice Bar ตลาดน้อย เจริญกรุง


สำหรับอาหารและเครื่องดื่มที่นี่จะเน้นไปทางโมเดิร์นอิซากายะตำรับญี่ปุ่นเพื่อให้กินง่ายมากขึ้น มีครบทั้งของกินเล่นไปจนถึงอาหารจานหลัก เหมาะกับคนที่อยากหาบาร์นั่งสบายๆ ไม่ว่าจะคนเดียว มาเป็นคู่ หรือจะมากันเป็นกลุ่มที่นี่ก็มีที่นั่งให้เลือก ถ้าไม่อยากพลาดแนะนำให้จองมาก่อนนะ เพราะร้านค่อนข้างมีพื้นที่จำกัด 

 

Very Nice Bar ตลาดน้อย เจริญกรุง

Very Nice Bar ตลาดน้อย เจริญกรุง

Very Nice Bar ตลาดน้อย เจริญกรุง

 

วันหยุดนี้ยังไม่มีแพลนจะไปไหน ลองเลือกสักร้านที่โดนใจแล้วออกไปเดินชิลๆ ที่ย่านตลาดน้อยกันดู รับรองว่าจะต้องหลงเสน่ห์และอยากกลับมาอีกแน่นอน

 

ติดตาม THE STANDARD LIFE คู่มือด้านกิน ดื่ม เที่ยว และ Well-being ของคนเมือง ได้แล้ววันนี้ 

 

ภาพ: ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์

The post 4 HOURS in ตลาดน้อย รสชาติกลมกล่อมของย่านเก่าแต่ยังเก๋าอยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
SUNTUR ออกคอลเล็กชัน NFTs เต็มรูปแบบ ‘8,760 Hours’ ที่ได้แรงบันดาลใจจากช่วงเวลาต่างๆ ในรอบ 1 ปี https://thestandard.co/suntur-nft-collection-8760-hours/ Tue, 11 Jan 2022 06:49:05 +0000 https://thestandard.co/?p=581160 SUNTUR

SUNTUR หรือ ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล ศิลปินแนวมินิมัลชื่ […]

The post SUNTUR ออกคอลเล็กชัน NFTs เต็มรูปแบบ ‘8,760 Hours’ ที่ได้แรงบันดาลใจจากช่วงเวลาต่างๆ ในรอบ 1 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
SUNTUR

SUNTUR หรือ ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล ศิลปินแนวมินิมัลชื่อดังชาวไทย เตรียมปล่อยงานชุดใหม่ในรูปแบบ NFTs กับคอลเล็กชัน ‘8,760 Hours’ นำเอาเรื่องราวแต่ละช่วงโมงยามในรอบระยะเวลา 1 ปี บนโลกดิจิทัลคู่ขนานมาถ่ายทอด

 

คอลเล็กชัน ‘8,760 Hours’ ประกอบด้วย Digital Art จำนวน 8,760 ชิ้น โดยร่วมกับ Opn และ DoseArt ผลิตชิ้นงานแบบ Generative Art ซึ่งใช้ระบบ AI เข้าร่วม ทำให้เกิดชิ้นงานที่น่าตื่นเต้นที่แตกต่างกันในแต่ละชิ้น

 

ผลงาน ‘8,760 Hours’ จะเปิดให้ประมูลเป็นครั้งแรกในวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2565 จำกัดสิทธิ์ครอบครอง 1 ท่าน / 1 สิทธิ์ / 1 ชิ้นงาน ผ่านแพลตฟอร์ม 1b1 แกลเลอรีงานศิลปะ NFTs ใหม่ล่าสุดจากความร่วมมือของ Opn และ DoseArt ที่ตั้งใจสร้างพื้นที่ให้ศิลปินและนักสะสมเข้ามาเชื่อมต่อเพื่อการซื้อขาย NFTs

 

“สำหรับการทำ NFTs คอลเล็กชัน ‘8,760 Hours’ นี้ ผมรู้สึกว่ามันน่าตื่นเต้นมาก เพราะมันเหมือนสิ่งที่เหนือจินตนาการกลายมาเป็นเรื่องจริง นอกจากที่ NFTs จะเป็นนวัตกรรมของการส่งต่อผลงานศิลปะในรูปแบบใหม่ที่ช่วยให้เราสามารถถ่ายทอดเรื่องราวและสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้ชมงานของเราได้กว้างและลึกซึ้งมากขึ้นแล้ว ในขั้นตอนของการพัฒนาชิ้นงานทั้ง 8,760 ชิ้น เรายังได้มีการนำเทคโนโลยี AI ที่เรียกว่า Generative Art เข้ามาช่วย ก็ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ในการสร้างงานศิลปะ

 

“ส่วนตัวผมมองว่างานศิลปะมีความลื่นไหล สามารถเปลี่ยนแปลง พัฒนาได้ตลอดเวลา และทุกคนสามารถมีส่วนร่วมกับมันได้ จะว่าไปก็เหมือนกับโลกดิจิทัลอยู่เหมือนกัน เราเชื่อว่าตอนนี้ทั้งโลกศิลปะและโลกดิจิทัลได้เดินทางมาถึงจุดที่เชื่อมต่อกันได้แล้ว ต่อจากนี้น่าจะมีประสบการณ์ใหม่ๆ สนุกๆ ให้พวกเราได้ร่วมสัมผัสกันอีกแน่นอน” SUNTUR กล่าว

 

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://1b1.art

The post SUNTUR ออกคอลเล็กชัน NFTs เต็มรูปแบบ ‘8,760 Hours’ ที่ได้แรงบันดาลใจจากช่วงเวลาต่างๆ ในรอบ 1 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
SUNTUR และ Gongkan เปิดตัว NFT แรกในชีวิต พร้อมจัดประมูลใน ‘Bangkok Art Auction Center’ https://thestandard.co/suntur-gongkan-nft-on-bangkok-art-auction-center/ Tue, 07 Dec 2021 09:47:09 +0000 https://thestandard.co/?p=568639 SUNTUR และ Gongkan

จัดงานยิ่งใหญ่ในรอบ 15 ปี กับ Bangkok Art Auction Cente […]

The post SUNTUR และ Gongkan เปิดตัว NFT แรกในชีวิต พร้อมจัดประมูลใน ‘Bangkok Art Auction Center’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
SUNTUR และ Gongkan

จัดงานยิ่งใหญ่ในรอบ 15 ปี กับ Bangkok Art Auction Center งานประมูลครั้งสำคัญของประเทศไทย ที่รวมเอาผลงานศิลปะจากศิลปินชั้นนำของไทยมากกว่า 100 ชิ้นมาจัดแสดงและเปิดประมูลในวันที่ 18 ธันวาคมนี้ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใหญ่ชั้นครูอย่าง ถวัลย์ ดัชนี, จักรพันธุ์ โปษยกฤต, ช่วง มูลพินิจ, ปัญญา วิจินธนสาร, ประเทือง เอมเจริญ, ชาติชาย ปุยเปีย, ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี ไปจนถึงศิลปินร่วมสมัยที่กำลังได้รับการจับตามองอย่าง ยุรี เกนสาคู, Alex Face, Gongkan, LINECENSOR และ SUNTUR 

 

ความน่าสนใจของการจัดประมูลผลงานศิลปะครั้งนี้ คือการเปิดตัวผลงาน NFT ชุดแรกพร้อมเปิดประมูล ของ SUNTUR และ Gongkan และยังมีงานของ LINECENSOR ศิลปิน NFT ที่ได้รับความนิยมระดับโลกร่วมประมูลด้วย ซึ่งการประมูลนี้ทำให้ Bangkok Art Auction Center กลายเป็นงานแรกที่เปิดประมูลผลงานศิลปะแบบ NFT ร่วมกับผลงานศิลปะรูปแบบ Physical เต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

 

Bangkok Art Auction Center จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง วันที่ 8-17 ธันวาคม 2564 เป็นงานจัดแสดงให้ผู้เข้าชม ณ ห้องจัดแสดงงาน RCB Galleria 1 ชั้นสอง River City Bangkok 

 

ส่วนงานประมูลจัดขึ้น ณ วันที่ 18 ธันวาคม เริ่มลงทะเบียนเข้าร่วมงานประมูล ตั้งแต่เวลา 13.00-14.00 น. และเริ่มประมูลผลงาน เวลา 14.00 น. ณ RCB Auctions ห้อง 459-460 ชั้น 4 River City Bangkok

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bangkokartauctioncenter.com หรือ โทร. 08 2694 9563

The post SUNTUR และ Gongkan เปิดตัว NFT แรกในชีวิต พร้อมจัดประมูลใน ‘Bangkok Art Auction Center’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบื้องหลังคอลเล็กชันสุดชิค ‘Design Collaboration’ การจับมือกันระหว่าง SB และ 4 ดีไซเนอร์จาก 4 วงการ ถ่ายทอดประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟเอาใจคนรักบ้าน [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/sb-design-square-four-collaborations/ Thu, 25 Nov 2021 03:00:38 +0000 https://thestandard.co/?p=563088 SB Design Square

ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งใหม่ของวงการเฟอร์นิเจอร์และของแต่ […]

The post เบื้องหลังคอลเล็กชันสุดชิค ‘Design Collaboration’ การจับมือกันระหว่าง SB และ 4 ดีไซเนอร์จาก 4 วงการ ถ่ายทอดประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟเอาใจคนรักบ้าน [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
SB Design Square

ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งใหม่ของวงการเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน เมื่อแบรนด์ยักษ์ใหญ่ในตลาดเฟอร์นิเจอร์เมืองไทยอย่าง SB Design Square จับมือกับ 4 ดีไซเนอร์จาก 4 วงการ ร่วมกันสร้างสรรค์ประสบการณ์แห่งดีไซน์ที่แตกต่าง ผ่านผลงานระดับมาสเตอร์พีซถ่ายทอดแนวคิดและตัวตนของดีไซเนอร์ในคอลเล็กชันสุดพิเศษ ‘Design Collaboration’ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรักบ้านสามารถออกแบบดีไซน์ที่เป็นตัวเองได้ที่ SB Design Square ตามแนวคิด This’s Your Design Square

 

 

แค่เห็นชื่อของ 4 ดีไซเนอร์จาก 4 วงการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็น แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา เจ้าของแบรนด์ Vatanika แฟชั่นแบรนด์ดังระดับโลกที่สาวๆ ทุกคนต้องรู้จัก, เบญญาภา ศิริโสภณ เจ้าของ Vair สตูดิโอออกแบบตกแต่งภายในที่มีซิกเนเจอร์แห่งดีไซน์เป็นที่น่าจับตามอง, วสุ วิรัชศิลป์ สถาปนิกและผู้ก่อตั้ง Vaslab Architecture บริษัทสถาปนิกยุคใหม่ที่มีแนวคิดในการออกแบบที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร และ ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล หรือ Suntur ศิลปินและนักวาดภาพประกอบรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีผลงานโดดเด่นทั้งในไทยและต่างประเทศ ก็พอจะเห็นเค้าโครงของงานดีไซน์ระดับมาสเตอร์พีซแล้ว แต่ปรากฏการณ์ความพิเศษของแคมเปญนี้คือ การที่ผู้บริโภคจะได้มีประสบการณ์ร่วมไปกับแบรนด์ในรูปแบบที่ต่างไปจากเดิม ตั้งแต่การออกแบบพื้นที่จัดแสดงงานให้สามารถสัมผัสประสบการณ์อย่างใกล้ชิด หรือเฟอร์นิเจอร์คอลเล็กชันพิเศษที่จะปลุกจิตวิญญาณดีไซเนอร์ในตัวคุณ และเปิดโอกาสให้ทุกคนออกแบบเฟอร์นิเจอร์หรือพื้นที่ที่ตรงใจในสไตล์ที่เป็นตัวเองได้ที่ SB Design Square ศูนย์รวมการแต่งบ้านที่มีศักยภาพด้านการนำเข้าวัสดุชั้นเยี่ยมจากทั่วโลกและเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ไปจนถึงบริการช่วยออกแบบทุกไอเดียเฟอร์นิเจอร์และพื้นที่ในฝันแบบครบวงจร

 

เพื่อให้คุณเห็นภาพชัดยิ่งขึ้นว่าใครก็สามารถใส่ตัวตนเข้าไปในการแต่งบ้านได้อย่างสนุกสนานและออกแบบดีไซน์ที่เป็นตัวเองได้ที่ SB Design Square ไปกระตุ้นไอเดียสร้างสรรค์ผ่าน Design Collaboration ของ 4 ดีไซเนอร์ในครั้งนี้กัน  

 

แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา เจ้าของแบรนด์ Vatanika

 

Vatanika x SB Design Square

ถือเป็นครั้งแรกที่ แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา เจ้าของแบรนด์ Vatanika ได้เปลี่ยนบทบาทจากแฟชั่นดีไซเนอร์มาเป็นเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เนอร์ ถ่ายทอดแนวคิดงานดีไซน์ผ่านเสน่ห์แบบ Old World Charm ที่สวย อ่อนหวาน ชวนหลงใหล ผสานความโมเดิร์นเพื่อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว

 

คีย์หลักในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ในคอลเล็กชันนี้ ไม่ว่าจะเป็น เตียงนอน โซฟา โต๊ะเครื่องแป้งและเก้าอี้ คือสินค้าทุกชิ้นเมื่อนำไปจัดวาง ‘รวมกันก็สวย แยกกันก็สวย’ และยังมาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์สาวๆ 

 

แพร วทานิกา ยังบอกด้วยว่า “มีการผสมผสานระหว่างคาแรกเตอร์ของแบรนด์ Vatanika และมองไปถึงความต้องการของคนยุคใหม่ที่ต้องการความผ่อนคลายเมื่อกลับมาถึงบ้าน อย่างเตียงนอน นอกจากจะออกแบบ Unisex ผสานความ Feminine, Masculine และ Functionality เข้าไว้ด้วยกัน ยังมองไปถึงผู้ใช้งานให้เขากลับมาสัมผัสกับเตียงที่เขาได้ผ่อนคลายจริงๆ 

 



“หรืออย่างโต๊ะเครื่องแป้งซึ่งเป็นไฮไลต์ของคอลเล็กชันนี้ แพรก็มองว่าเดี๋ยวนี้พื้นที่ใช้สอยภายในของคนเมืองโดยเฉพาะคนที่อยู่คอนโดค่อนข้างกะทัดรัด เชื่อว่ามีผู้หญิงอีกหลายคนที่อยากได้โต๊ะเครื่องแป้งที่มีกระจกรอบด้านเพื่อมองเห็นตัวเองได้จากทุกมุม แพรก็ผสมผสานกับโต๊ะเครื่องแป้งในฝัน เลยดีไซน์ออกมาเป็นโต๊ะเครื่องแป้งที่มีกระจก 3 ด้าน กระจกด้านข้างสามารถปรับสวิงได้ มีไฟ LED บิวต์อิน เปิด-ปิดด้วยระบบสัมผัส หรือมีที่เก็บไดร์เป่าผม ซึ่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ผู้หญิงด้วยกันจะเข้าใจ ที่สำคัญคือเก้าอี้ยังออกแบบมาให้แมตช์กัน หรือจะปรับเปลี่ยนไปใช้นั่งมุมๆ อื่นของห้องก็ได้” 

 

แพร วทานิกา ยังเล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้เคยออกแบบเฟอร์นิเจอร์ใช้เอง แต่ก็ยังไม่โดนใจ เพราะวัสดุยังไม่ตอบโจทย์ แต่ครั้งนี้ถือว่าโดนใจมาก เพราะ SB Design Square ตอบโจทย์ทั้งด้านวัสดุและเทคนิคงานช่างได้อย่างสมบูรณ์แบบ 

 



“โต๊ะเครื่องแป้ง เราต้องการท็อปโต๊ะเป็นหินสังเคราะห์ เพราะจะให้ทำความสะอาดคราบเครื่องสำอางได้ง่าย ซึ่งเราเซอร์ไพรส์มากๆ ที่ SB Design Square มีทุกอย่างที่ต้องการ หรือแม้กระทั่งกุ้นของหมอนอิงโซฟา แพรรู้ว่ามันหายากมาก ปกติจะต้องไปซื้อที่ฝรั่งเศส แต่ SB Design Square มี และเป็นวัสดุคุณภาพดีจริงๆ ซึ่งแพรให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัสดุมากๆ เพราะสวยอย่างเดียวไม่พอ เตียงเวลานอนแล้วต้องผ่อนคลาย โซฟานั่งแล้วต้องสัมผัสได้ถึงความสบายในทุกสัมผัส
 

“สำหรับแพร SB Design Square คือแบรนด์ที่มีความหลากหลาย คุณภาพดี โต๊ะที่แพรซื้อใช้ในออฟฟิศตอนนี้เกือบ 10 ปีแล้วก็ยังใช้อยู่ ยิ่งพอได้มาร่วมงาน Design Collaboration ก็พบว่า SB Design Square มีเรื่องเซอร์ไพรส์ไม่รู้จบ ไม่ว่าใครก็สามารถดีไซน์เฟอร์นิเจอร์ที่คุณต้องการได้” 

 

แอ-เบญญาภา ศิริโสภณ อินทีเรียร์ดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้ง Vair สตูดิโอออกแบบ

 

Vair x SB Design Square

มีเฟอร์นิเจอร์ที่ชอบ แต่ยังไม่รู้ว่าจะออกแบบพื้นที่อย่างไรให้สอดรับกับสิ่งที่คิด เราอยากให้คุณได้มาเยี่ยมชมพื้นที่จัดแสดงสินค้า Special Collection Designed by Vatanika ที่ออกแบบโดย แอ-เบญญาภา ศิริโสภณ อินทีเรียร์ดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้ง Vair สตูดิโอออกแบบชื่อดังที่มีเอกลักษณ์ดีไซน์ไม่เหมือนใคร เอกลักษณ์ในงานของเธอ คือเน้นการใช้วัสดุที่หลากหลายเพื่อสร้างอารมณ์ที่แตกต่าง 

 

 

การ Design Collaboration ในครั้งนี้เธอพยายามสะท้อนความเป็นผู้หญิงที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของ แพร วทานิกา ผ่านโทนสีชมพูอมแดง แสดงถึงความอ่อนหวานและเซ็กซี่ไปพร้อมๆ กัน ภายใต้บรรยากาศที่มีความ Classic & Classy สวยหรูดูแพง 

 

แอ เบญญาภา เล่าถึงขั้นตอนการทำงานครั้งนี้ว่า “นอกจากจะถ่ายทอดตัวตนของ Vatanika บนพื้นที่แห่งนี้ แอยังมองไปถึงเทรนด์ผู้บริโภคยุคนี้ที่ชอบสไตล์โมเดิร์น-คลาสสิก สอดแทรกความเป็นยุโรปเข้ามาในดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งจริงๆ ก็ตรงกับสิ่งที่คุณแพรชอบด้วย”

 

สิ่งที่คุณจะได้เห็นเมื่อเดินเข้ามาในพื้นที่แห่งนี้คือ ผนังโปร่งโล่งที่มีลวดลายเหมือนการถักทอของเส้นด้ายที่อยู่ในเสื้อผ้า ก่อนจะพบกับผนังที่ตกแต่งด้วย Curva Collection จาก Zelection Built-in “เราพยายามดีไซน์แต่ละมุมให้โปรดักต์ของ Vatanika โดดเด่น และพอได้ Zelection Built-in ของ SB Design Square มาช่วยทำให้เราสนุกกับการทำงานมากขึ้น เพราะเป็นแบรนด์สินค้าบิวต์อินที่มีจุดเด่นเรื่องวัสดุนำเข้าจากต่างประเทศ มีให้เลือกหลากหลายดีไซน์ ทั้งพื้นไม้ลายพิเศษ, ผนังตกแต่ง, โคมไฟขนนก, Auto LED Fireplace และ Smart Lighting ที่ซุ้มประตู สามารถออกแบบเพื่อสร้างงานดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างเตาผิง เราก็บอก SB ว่าอยากให้ออกมาดูโมเดิร์นมากๆ ซึ่งความโมเดิร์นต้องขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ด้วย เซอร์ไพรส์มากที่ SB ทำได้”  

 

 

“การทำงานครั้งนี้เราอยากดีไซน์สิ่งที่ทุกคนเข้าถึงง่ายและนำไปต่อยอดไอเดียได้จริง แน่นอนว่าคุณเข้ามาต้องสัมผัสถึงเซนส์ของผู้หญิงที่มีสเน่ห์และน่าค้นหาแบบ Vatanika แต่ก็อยากให้เขาลองไปค้นหาเซนส์ของตัวเอง และให้พื้นที่แห่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับเขา

 

“ในฐานะที่เราทำงานด้านอินทีเรียร์ดีไซน์ก็จะรู้ว่าตอนนี้ทางเลือกในการตกแต่งบ้านมีเยอะมากๆ แต่ SB Design Square ยังเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่คนรักบ้านต้องนึกถึงค่ะ”  

 

วสุ วิรัชศิลป์ สถาปนิกและผู้ก่อตั้ง Vaslab Architecture

 

Vaslab x SB Design Square

โจทย์ของ วสุ วิรัชศิลป์ สถาปนิกและผู้ก่อตั้ง Vaslab Architecture ในครั้งนี้คือ การออกแบบพื้นที่ภายใต้คอนเซปต์ Personalized & Customized Design ซึ่งพื้นที่ได้ถูกออกแบบให้สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับกิจกรรมอันหลากหลายตามการใช้งานและความชื่นชอบของแต่ละคน แน่นอนว่าวัสดุหลักที่ใช้ในงานออกแบบมาจากแบรนด์ Zelection Built-in เช่นกัน 

 

วสุมองว่าโจทย์นี้ยังสอดคล้องไปกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีความ Personalized มากขึ้น “ความยูนีกของคนยุคนี้ไม่ได้อยู่ที่ความชอบอย่างเดียว แต่อยู่ที่พฤติกรรมด้วย บางทีผู้บริโภคก็ชอบอะไรที่ต่างกัน ซึ่งตัวผมเองชอบเรื่องบริบท และบริบทไม่ได้จำกัดด้วยสัดส่วนของห้อง สูง กว้าง ลึก แต่อยู่ที่ประสบการณ์ด้วย สิ่งที่ท้าทายคือจะทำอย่างไรให้พื้นที่แห่งนี้มีชีวิต เราไม่อยากให้มันเป็นโชว์รูม เพราะคนจะแค่เข้ามาดูสินค้า แต่เรานำโชว์รูมมาผสมผสานกับกิจกรรมก็คือคาเฟ่ มานั่งคุย ดื่มกาแฟ ทำงาน และถ้าเติมเวิร์กช็อปเพื่อให้พื้นที่มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น ก็ไปนึกถึง Terrarium ถ้าสังเกตจะเห็น Terrarium ตกแต่งอยู่ตามจุดต่างๆ อีกสิ่งที่จะช่วยให้พื้นที่แห่งนี้เคลื่อนไหวตลอดเวลาคือโปรเจกเตอร์ เพราะภาพที่ปรากฏมันช่วยสร้างไดนามิกให้กับพื้นที่ และตอบโจทย์เรื่องกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย”  

 

 

ไม่เพียงแต่สร้างพื้นที่ให้มีชีวิตชีวาในทุกขณะ แต่วสุยังนำเรื่องราวของแบรนด์ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง “หลายคนอาจไม่รู้ว่าจุดกำเนิดของ SB มาจากงานไม้ Craftsmanship จากบางโพ ผมจึงนำเสน่ห์ตรงนี้มาใส่ไว้ในการออกแบบเคาน์เตอร์ ดีเทลด้านหน้าโชว์ Craftsmanship ซึ่งเป็นจุดเด่นของแบรนด์ ด้วยการผสานงานบัวและงานไม้กลึงเข้าไปผ่านการนำเสนอรูปแบบใหม่ โดยวัสดุหลักที่ใช้ในงานออกแบบมาจากแบรนด์ Zelection Built-in ของ SB Design Square

 

 

“ด้วยความที่ผมเป็นสถาปนิกที่ชอบทำงานสไตล์โมเดิร์น มินิมัล ชอบวัสดุธรรมชาติอย่าง ไม้ หิน เหล็ก กระจก คราวนี้ตอนทำงานเราก็อยากลอง Wrap ทั้งพื้นที่ด้วยวัสดุแผ่นเดียวกัน เลยท้าทายทีม SB อยากใช้วัสดุลายไม้สีอ่อนทำเป็นพื้น ผนัง และฝ้าได้ไหม ให้พื้นที่ทั้งหมดหลอมรวมด้วยวัสดุชิ้นเดียว ปรากฏว่าทำได้ ที่สำคัญคือความแข็งแรง เพราะโดยทั่วไปข้อจำกัดของวัสดุบางประเภทเหมาะทำผนัง ไม่เหมาะทำพื้น หรือทำพื้นได้ ทำฝ้าไม่ได้ วัสดุที่หลากหลายและมีศักยภาพของ Zelection Built-in ช่วยทลายข้อจำกัดในงานออกแบบไปได้เลย
 

“ผมมองว่า SB ค่อนข้างตอบโจทย์เรื่องฟังก์ชัน ความยืดหยุ่น และดีไซน์ ยิ่งพอเราได้มาสัมผัสและรู้ว่าวัสดุของ SB มีศักยภาพที่ตอบโจทย์งานดีไซน์มากๆ ผมว่าจะยิ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคนี้ ความหลากหลายคืออาวุธหลักของ SB” 

 

ซันเต๋อ-ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล ศิลปินนักวาดภาพประกอบรุ่นใหม่

 

Suntur x SB Design Square

ซันเต๋อ-ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล ศิลปินนักวาดภาพประกอบรุ่นใหม่ ผู้โดดเด่นเรื่องการวาดรูปตัวการ์ตูนคาแรกเตอร์สดใสน่ารักในลายเส้นมินิมัล ผ่านผลงานภาพแบบ 2D ทั้งภาพวาดและภาพพิมพ์ นี่จะเป็นครั้งแรกที่แฟน Suntur จะได้พบกับผลงานในรูปแบบของ 3D กับ CACTOUCH Collection ที่นำแรงบันดาลใจจากความชื่นชอบกระบองเพชรมาถ่ายทอดเป็นหมอนกระบองเพชรดีไซน์น่ารักน่ากอด หนามไม่ทิ่ม เหมาะกับการทิ้งตัวลงนอน มีให้เลือกกว่า 20 ดีไซน์ หลายสีสัน หลากพันธุ์ เพิ่มความสนุกในการแต่งบ้าน ด้วยการเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะ สร้างองค์ประกอบภาพที่สวยงามในพื้นที่ส่วนตัว

 

“ผมเชื่อว่าทุกคนมีความเป็นเด็กอยู่ในตัว จึงดีไซน์งานที่ทุกเพศทุกวัยสามารถเข้าถึงได้ พยายามออกแบบให้รู้สึกสนุก ไม่ได้เป็นเฟอร์นิเจอร์จริงจัง จะมองเป็นของเล่นก็ได้ งานอาร์ตก็ได้ ด้วยฟอร์มของหมอนกระบองเพชรที่หลากไซส์ หลายพันธุ์ ยังสามารถเปลี่ยนการจัดได้ทุกวัน เหมือนได้สนุกไปกับการจัดกระถางต้นไม้ แค่วางหมอนชิ้นหนึ่งบนโซฟามันก็มีความสดชื่นเหมือนเอาต้นไม้เข้าไปในบ้านแล้ว”  

 

 

ซันเต๋อยังบอกด้วยว่า ก่อนจะมาร่วมงานกับ SB Design Square เข้าใจว่าแบรนด์นี้มีแค่เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์สำเร็จรูป “ผมเพิ่งรู้ว่า SB สามารถ Customized สิ่งที่เราต้องการได้ จะเห็นว่า CACTOUCH Collection ผมดีไซน์ให้มีหลายพันธุ์ จึงต้องใช้ลายผ้าเยอะมาก เราต้องใช้ทั้งงานพิมพ์ งานผ้า และการตัดเย็บ เพื่อให้เห็นถึงความแตกต่าง ซึ่ง SB มีทุกอย่างที่ต้องการ ถ่ายทอดไอเดียของผมให้ออกมาเป็น CACTOUCH Collection ได้เหมือนที่คิดจริงๆ หรือในขั้นตอนการทำงานจริง ผมว่าเทคนิคและกระบวนการผลิตเฟอร์นิเจอร์ก็เป็นมืออาชีพมากๆ นั่นหมายความว่าคุณเองก็สามารถดีไซน์เฟอร์นิเจอร์ที่เป็นคุณได้ที่ SB” 


ถ้าบทสนทนาของ 4 ดีไซเนอร์และภาพถ่ายจากสถานที่จริงยังกระตุ้นไอเดียการแต่งบ้านไม่พอ ควรออกไปสัมผัสประสบการณ์แห่งดีไซน์ที่แตกต่างจากคอลเล็กชันสุดพิเศษของ ‘Design Collaboration’ ด้วยตัวเอง บอกก่อนว่าอินทีเรียร์ดีไซน์ที่คุณได้เห็นทั้งหมดในโซน Vaslab x SB Design Square และ Vair x SB Design Square ตั้งแต่พื้นจรดฝ้า เฟอร์นิเจอร์บิวต์อินและของตกแต่งต่างๆ ถูกใจชิ้นไหนช้อปได้ทันที หรือจะ Customized เปลี่ยนวัสดุ ปรับรูปแบบให้เป็นสไตล์ของตัวเองมากขึ้นก็คุยกับทีมนักออกแบบของ SB Design Square ได้เลย

 

ส่วนใครที่เล็ง Special Collection Designed by Vatanika และ CACTOUCH Collection Designed by Suntur สามารถชมและช้อปผ่านเว็บไซต์ https://www.sbdesignsquare.com/designcollab หรือไปสัมผัสสินค้าจริงได้ที่ SB Design Square สาขา CDC 

The post เบื้องหลังคอลเล็กชันสุดชิค ‘Design Collaboration’ การจับมือกันระหว่าง SB และ 4 ดีไซเนอร์จาก 4 วงการ ถ่ายทอดประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟเอาใจคนรักบ้าน [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
จดหมายจากที่ไหนสักแห่ง ผ่านเสียงของใครสักคน ‘A Letter From Someone Somewhere’ นิทรรศการใหม่ของ Suntur https://thestandard.co/a-letter-from-someone-somewhere-suntur/ Mon, 26 Oct 2020 10:25:22 +0000 https://thestandard.co/?p=412603 จดหมายจากที่ไหนสักแห่ง ผ่านเสียงของใครสักคน ‘A Letter From Someone Somewhere’ นิทรรศการใหม่ของ Suntur

A Letter From Someone Somewhere นิทรรศการศิลปะครั้งใหม่ […]

The post จดหมายจากที่ไหนสักแห่ง ผ่านเสียงของใครสักคน ‘A Letter From Someone Somewhere’ นิทรรศการใหม่ของ Suntur appeared first on THE STANDARD.

]]>
จดหมายจากที่ไหนสักแห่ง ผ่านเสียงของใครสักคน ‘A Letter From Someone Somewhere’ นิทรรศการใหม่ของ Suntur

A Letter From Someone Somewhere นิทรรศการศิลปะครั้งใหม่ของ Suntur หรือซันเต๋อ-ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล ศิลปินและนักวาดภาพประกอบรุ่นใหม่ที่มีผลงานโดดเด่นคนหนึ่งในยุคนี้ หลังจากที่เขาได้จัดนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของตัวเองไปเมื่อ 2 ปีก่อนในชื่อ Zero Decibel นี่คือนิทรรศการเดี่ยวครั้งที่ 2 อย่างเป็นทางการของเขาที่เล่นใหญ่ขึ้น และนำเอาศาสตร์ของศิลปะทั้งภาพวาดและดนตรีมาควบรวมไว้ในงานเดียว กลายมาเป็นนิทรรศการศิลปะที่เงียบเชียบ เพราะทุกคนต่างตั้งใจฟังสิ่งที่ภาพและเสียงในหูกำลังนำเสนอ

 

โดยในงานนี้จะเป็นการแสดงภาพวาดบนแคนวาสจำนวนกว่า 26 ชิ้นที่ Suntur ได้นำเสนอเรื่องราวของสถานที่ บรรยากาศ และความรู้สึกที่เป็นเสมือนจดหมายไร้ที่มาจากสถานที่ใดสถานที่หนึ่งผ่านลายเส้นและการใช้สีที่เป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งยังมีความพิเศษที่แต่ละภาพจะมีการทำงานร่วมกับศิลปินและบุคคลจากหลากหลายวงการมาร่วมกันรังสรรค์ ‘เสียง’ จากภาพเหล่านี้

 

ศิลปินที่มาร่วมกันทำงานนี้ก็มีตั้งแต่ พงษ์สิทธิ์ คำภีร์, แสตมป์ อภิวัชร์, ลุลา, สิงโต นำโชค, อิ้งค์ วรันธร, เขียนไขและวานิช รวมถึงยังมีบางภาพที่เป็นบทสนทนาเสียงจากผู้กำกับ บอส-นฤเบศ กูโน อีกด้วย ซึ่งนับว่าน่าสนใจมากๆ และส่งเสริมให้ตัวงานศิลปะมีความรู้สึกมากขึ้นไปอีก และหากคุณต้องการจะเดินทางมาชมงานนี้ สิ่งที่คุณต้องพกมาคือหูฟังนั่นเอง โดยสามารถสแกน QR Code จากภาพและฟังได้ทันที

 

นอกจากนี้ภายในงานยังมีงานประเภท Diorama หรือแบบจำลองสามมิติในพื้นที่เล็กๆ ซึ่ง Suntur เองก็ได้นำเสนอบรรยากาศของฤดูกาลและความรู้สึกไว้อย่างน่าสนใจ

 

ไฮไลต์ที่ควรค่าแก่การไปชมมากๆ คือการมีโปสการ์ดไว้ให้คุณได้เขียนจดหมายหาตัวเองในอีก 10 ปีข้างหน้า และนำไปหย่อนในตู้จดหมายที่ตั้งไว้ภายใต้การฉายภาพผ่านโปรเจกเตอร์ และใน 10 ปีข้างหน้าจดหมายเหล่านี้จะถูกส่งกลับไปหาคุณ ก็นับเป็นความรู้สึกดีๆ ที่ศิลปินตั้งใจให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมกับงานและได้ความประทับใจกลับไปด้วย

 

A Letter From Someone Somewhere โดย Suntur จะจัดตั้งแต่วันนี้จนถึง 24 พฤศจิกายนนี้ที่ JWD Art Space ซอยจุฬาลงกรณ์ 16 (แกลเลอรีปิดทำการทุกวันจันทร์)

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post จดหมายจากที่ไหนสักแห่ง ผ่านเสียงของใครสักคน ‘A Letter From Someone Somewhere’ นิทรรศการใหม่ของ Suntur appeared first on THE STANDARD.

]]>
Suntur ชวนศิลปิน 26 ชีวิตมาร่วมออกแบบเสียงให้กับภาพวาดในงานใหม่ A Little Letter From Someone Somewhere ที่ต้องพกหูฟังไปด้วย https://thestandard.co/suntur-a-little-letter-from-someone-somewhere/ Thu, 22 Oct 2020 09:45:41 +0000 https://thestandard.co/?p=411458 Suntur ชวนศิลปิน 26 ชีวิตมาร่วมออกแบบเสียงให้กับภาพวาดในงานใหม่ A Little Letter From Someone Somewhere ที่ต้องพกหูฟังไปด้วย

A Little Letter From Someone Somewhere คือนิทรรศการศิลป […]

The post Suntur ชวนศิลปิน 26 ชีวิตมาร่วมออกแบบเสียงให้กับภาพวาดในงานใหม่ A Little Letter From Someone Somewhere ที่ต้องพกหูฟังไปด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Suntur ชวนศิลปิน 26 ชีวิตมาร่วมออกแบบเสียงให้กับภาพวาดในงานใหม่ A Little Letter From Someone Somewhere ที่ต้องพกหูฟังไปด้วย

A Little Letter From Someone Somewhere คือนิทรรศการศิลปะครั้งใหม่ของ Suntur ที่พาศิลปินกว่า 26 ชีวิตมาร่วมออกแบบเสียง แต่งเพลง ประกอบกับภาพวาดของเขาที่จะเริ่มจัดแสดงในวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคมนี้ และเขายังกำชับทุกคนว่างานนี้คุณผู้ชมต้องพกหูฟังไปด้วย

 

Suntur หรือ ซันเต๋อ-ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล ศิลปินและนักวาดภาพประกอบรุ่นใหม่ที่มีผลงานโดดเด่นคนหนึ่งในยุคนี้ หลังจากที่เขาได้จัดนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของตัวเองไปเมื่อ 2 ปีก่อนในชื่อ Zero Decibel และนี่จะเป็นนิทรรศการเดี่ยวครั้งที่ 2 อย่างเป็นทางการของเขาที่เล่นใหญ่ขึ้น และนำเอาศาสตร์ของศิลปะทั้งภาพวาดและดนตรีมาควบรวมไว้ในงานเดียวที่ชื่อ A Little Letter From Someone Somewhere ส่งต่องานศิลปะใหม่ 26 ชิ้นที่เปรียบเสมือนจดหมายจากใครสักคน ส่งถึงผู้ชมทั้งผ่านสายตาและผ่านเสียงจากเพลงประกอบที่ทำขึ้นมาจาก 26 ศิลปิน

 

รายชื่อของศิลปินทั้ง 26 คนที่มาร่วมบรรเลงสุ้มเสียงจากภาพวาดของ Suntur ในครั้งนี้ก็มีตั้งแต่ พงษ์สิทธิ์ คำภีร์, ป๊อด-ธนชัย อุชชิน, อะตอม ชนกันต์, แสตมป์ อภิวัชร์, อิ้งค์ วรันธร, Safeplanet, Zweed n’ Roll, เขียนไขและวานิช ฯลฯ ซึ่งหลายๆ ศิลปินเองก็ได้ปล่อยเพลงเหล่านั้นออกมาให้ฟังกันแล้ว ซึ่งเป็นเพลงแต่งใหม่ทั้งหมดและมีซาวด์ดีไซน์เจ๋งๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งศิลปินก็กำชับอย่างชัดเจนว่าคุณจะต้องพกหูฟังของตัวเองไปด้วยขณะเข้าชมงานนี้ เพื่อจะได้เสพทั้งภาพและเสียงไปพร้อมกัน

 

A Little Letter From Someone Somewhere จะเริ่มนิทรรศการวันแรกในวันที่ 24 ตุลาคมนี้ และจะจัดยาวไปอีก 1 เดือนเต็มที่ JWD Art Space ซอยจุฬาลงกรณ์ 16

 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของงานนี้ได้ที่ https://www.facebook.com/suntur.studio 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post Suntur ชวนศิลปิน 26 ชีวิตมาร่วมออกแบบเสียงให้กับภาพวาดในงานใหม่ A Little Letter From Someone Somewhere ที่ต้องพกหูฟังไปด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Suntur x O.D.S. เปิดมุมมองของชีวิตศิลปินไทยที่ชื่อ ‘ซันเต๋อ’ https://thestandard.co/suntur-x-ods/ https://thestandard.co/suntur-x-ods/#respond Wed, 21 Nov 2018 02:09:36 +0000 https://thestandard.co/?p=150683

ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล หรือ ซันเต๋อ (Suntur) เริ่มต้นจ […]

The post Suntur x O.D.S. เปิดมุมมองของชีวิตศิลปินไทยที่ชื่อ ‘ซันเต๋อ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล หรือ ซันเต๋อ (Suntur) เริ่มต้นจากการเป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่หลงใหลในการวาดภาพประกอบสนุกๆ และเติบโตเป็นศิลปินที่มีงานสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ ลายเส้นที่มีความมินิมัลและเข้าใจง่าย

 

ก่อนหน้านี้ THE STANDARD เคยคุยกับเขาช่วงนิทรรศการ ‘Zero Decibel’ ที่ซันเต๋อขนผลงาน 30 กว่าชิ้นจากนิวยอร์กมาแสดงงานครั้งแรกที่ประเทศไทย พบกันอีกครั้งในวันนี้ ซันเต๋อพัฒนางานจนหลุดออกมาอยู่นอกกระดาษและเฟรมผ้าใบ ได้ออกมาเป็นไอเท็มและของใช้ในชีวิตประจำวันภายใต้แบรนด์ชื่อ ‘Suntur Store’

 

โดยล่าสุด Suntur Store ได้จับมือกับ Object of Desire Store (O.D.S.) มัลติแบรนด์โฮมเดคอเรทีฟสโตร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ออกคอลเล็กชันสุดพิเศษส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยใช้ชื่อว่า ‘Give Me a Chance’ หรือ ‘ขอให้ฉันโชคดี’

 

โชคดีเช่นกันที่ THE STANDARD ได้พูดคุยกับเขาเกี่ยวกับงานคอลเล็กชันพิเศษครั้งนี้

 

 

ย้อนกลับไปตั้งแต่จุดเริ่มต้น ซันเต๋อรู้ตัวว่าชอบงานศิลปะตั้งแต่เมื่อไร

รู้ตัวว่าชอบวาดรูปตั้งแต่ประถม ตอนที่เราได้รางวัลตอนเข้าแข่งขันประกวดวาดภาพ ทำให้รู้ว่าชอบและถนัดทางด้านนี้ เพราะก็ไม่เคยได้รางวัลอะไรมาก่อนเลย ประกอบกับชอบเรียนวิชาศิลปะและครูก็คอยให้การสนับสนุน ก็เลยทำให้ยิ่งชอบการวาดรูปไปอีก คือการวาดรูปของเราเองมันดีตรงที่ไม่ต้องพยายามเหมือนการสอบเลขให้ผ่าน สอบภาษาอังกฤษให้ผ่าน เราแค่รู้สึกว่าเวลาเราวาดรูป เราจะทำออกมาให้มันสวยเพราะเราชอบมันมาก แค่นั้นเอง

 

 

ก่อนหน้าที่จะมาวาดภาพประกอบ ซันเต๋อได้ลองทำงานด้านอื่นอะไรมาบ้าง

ก่อนหน้านี้เคยอยากทำโฆษณา เลยได้ไปลองทำเป็นครีเอทีฟที่เอเจนซีโฆษณาอยู่ประมาณ 5 ปี จริงๆ แล้วที่ไปทำงานในบริษัทเพราะว่าตอนเด็กๆ เราคิดมาเสมอว่าอาชีพวาดรูปไม่สามารถหาเลี้ยงชีวิตได้ แต่เราก็ทำไปพร้อมๆ กันทั้ง 2 แบบ ซึ่งสุดท้ายก็พบว่าจริงๆ แล้วงานวาดรูปมันหาเลี้ยงชีพได้

 

แล้วทำไมถึงตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศ

หลังจากที่เราเรียนจบและทำงานออฟฟิศมานานพอสมควร และก็มีความคิดเหมือนคนทั่วไปคืออยากลองไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศ อยากลองหาประสบการณ์ใหม่ อยากใช้ชีวิตแบบอิสระ และคิดว่าควรไปตอนนี้ เพราะถ้าแก่กว่านี้คงจะไปยาก

 

ตอนแรกก็เริ่มจากเรียนภาษา จากนั้นก็ไปลงคอร์สศิลปะที่เราสนใจเป็นคอร์สสั้นๆ พวกงานภาพพิมพ์ งานเพนต์ ทำควบคู่กับงานฟรีแลนซ์ภาพประกอบ

 

ใช้ชีวิตอยู่ที่นิวยอร์กประมาณ 2 ปีครึ่ง ก็คิดว่าเพียงพอแล้วกับความสนุกและอิสระที่ได้ ถึงจะชอบนิวยอร์กขนาดไหน ยังไงก็ต้องกลับบ้านอยู่ดี จึงตัดสินใจกลับบ้านและมาเริ่มทำ Suntur Store อย่างจริงจัง

 

 

Suntur Store เกิดขึ้นได้อย่างไร

มันเริ่มตั้งแต่เราไปอยู่นิวยอร์กใหม่ๆ แล้วเพื่อนที่ศิลปากรชื่อ รัน และ ปุ๊กปิ๊ก ก็ไปอยู่ที่นั่นด้วย สองคนนั้นก็มาชวนทำของขาย เราเองก็สนใจอยู่พอดี เพราะอยากต่อยอดงานศิลปะของเราอยู่แล้ว เริ่มจากคุยกันง่ายๆ จนเริ่มทำกันมาเรื่อยๆ จากวันนั้นถึงวันนี้ก็น่าจะ 2 ปีแล้ว

 

Suntur Store คือแบรนด์ที่เอาภาพวาดของเรามาต่อยอดเป็นโปสต์การ์ด กระเป๋า งานปรินต์ต่างๆ เพราะบางครั้งเราเสียดายที่รูปออริจินัลมันจะไปอยู่กับแค่คนคนเดียว เราเลยอยากทำให้หลายคนได้มีผลงานของเราอยู่ในชีวิตประจำวันของพวกเขาได้ด้วย

 

จาก Suntur Store มาร่วมงานกับ O.D.S ได้อย่างไร

จริงๆ ของ Suntur Store มีขายอยู่ใน O.D.S อยู่แล้ว พอทาง O.D.S ติดต่อมาอยากทำคอลเล็กชันพิเศษ ก็เลยออกมาเป็นคอลเล็กชันชื่อ ‘ขอให้ฉันโชคดี’ ซึ่งคอลเล็กชันนี้พิเศษกว่าที่เคยทำ มันหลุดมาจากภาพประกอบที่เราเคยวาด

 

เริ่มจากตอนที่ไปอยู่นิวยอร์กและเราชอบไปเสี่ยงโชค พอเราเห็นพวกอิลิเมนต์ของไพ่ ลูกเต๋า เราก็รู้สึกว่ามันเอามาต่อยอดได้ เราเลยมองมันให้เป็นไทยในฉบับน้ำเต้า ปู ปลา ประจวบเหมาะกับกำลังจะขึ้นปีใหม่ คำว่า ‘ขอให้ฉันโชคดี’ ก็เป็นคำที่ดีสำหรับการบอกตัวเองอีกด้วย และตอนนั้นที่คิดไว้เหมือนเป็นการจะลาจากนิวยอร์ก เลยบอกตัวเองว่า ‘ขอให้เราโชคดีที่เมืองไทย’

 

 

อยากให้เล่าถึงนิทรรศการที่ผ่านมาก่อนหน้านี้หน่อย

เรามีนิทรรศการที่เพิ่งผ่านไปช่วงเดือนมีนาคม ชื่อ Zero Decibel เป็นงานแสดงภาพเพนต์เดี่ยวครั้งแรกในชีวิต ก่อนหน้านี้เคยมีนิทรรศการที่ฮ่องกงครั้งหนึ่งชื่อ Picnic with Suntur ที่ดึงงานของเราออกมาสร้างให้เป็นอินสตอลเลชัน

 

นิทรรศการ Zero Decibel เป็นอีกหนึ่งงานที่เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตเหมือนกัน เป็นงานที่เราตั้งใจอยากทำมานานแล้ว และมีโอกาสดีที่ได้จัดขึ้น งานนี้ทำให้เราเจอสิ่งที่ทำให้เรามีแพสชันอีกครั้ง ตอนนี้เราเตรียมทำนิทรรศการครั้งที่ 2 ซึ่งน่าจะได้โชว์ในปีหน้า

 

แนวความคิดแต่ละงานมาจากไหน

แต่ละครั้งที่เริ่มวาดมันมาจากรอบตัวเลย ทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องเพื่อน ฉากในหนังที่เราประทับใจ ทุกอย่างดึงออกมาเป็นภาพในมุมมองของเราให้เข้าใจง่าย คืองานเราจะดูออกเลยว่าเราวาดอะไร ไม่ต้องไปตีความมาก แต่จะลงลึกเรื่องราวในภาพ

 

ปกติแล้วใช้เทคนิคไหนมาทำงานศิลปะมากที่สุด

สไตล์และของที่ใช้มันเปลี่ยนไปตามอายุของเรานะ จริงๆ ก่อนหน้านี้เราใช้สีน้ำวาดเป็นหลัก แต่หลังจากที่ไปอยู่นิวยอร์ก เราชอบกับการเพนต์อะคริลิกลงเฟรมมากๆ เราค้นพบว่าการวาดรูปบนเฟรมผ้าใบสำหรับเรามันมีความสุขมากกว่าการวาดลงในคอมพิวเตอร์หรือวาดลงกระดาษเสียอีก แต่มีอีกอย่างที่เราอยากลองทำมากๆ คือ สีน้ำมัน แต่ว่ายังไม่ได้ทำ เพราะว่ามันแห้งช้า บางสีใช้เวลาเป็นเดือนเลยกว่าจะแห้งเลยทำให้เคลื่อนย้ายยาก รอมีสตูดิโอก่อนแล้วเราจะลองทำดู

 

เคยหมดแพสชันกับงานตัวเองบ้างไหม

ไม่เคยหมดแพสชันเลยสักครั้ง แต่ถ้าขี้เกียจก็มีบ้าง เพราะเรารู้ว่ายังไงก็จะวาดรูปไปจนตายอยู่แล้ว เราไม่ทิ้งมันแน่นอน แค่บางช่วงมันเหนื่อยอย่างเช่นช่วงนี้ เราต้องมาทำคอลเล็กชันกับ O.D.S เลยไม่ค่อยได้วาดรูปเหมือนกัน

 

 

เป้าหมายในชีวิตการเป็นศิลปินของซันเต๋อคืออะไร

เป้าหมายของชีวิตคืออยากมีงานอยุ่ในมิวเซียมต่างประเทศ เพราะตอนที่เราไปอยู่นิวยอร์ก เรารู้สึกว่าการที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้มันเล็กมากเลย อยากให้งานเราได้ไปอยู่ในมิวเซียม เพราะตอนที่เดินในแกลเลอรีจะมีความคิดขึ้นมาจริงๆ ว่า งานเราก็สวยนะ ทำไมเราถึงไม่ได้เอามาโชว์บ้าง เราเลยอยากมีผลงานโชว์ในมิวเซียมให้ได้

 

ในทางกลับกัน ถ้าไม่ได้วาดรูปหรือทำงานศิลปะ ซันเต๋อจะไปทำอะไร

ถ้าไม่ได้วาดรูปคงไปทำอาหาร เพราะมันให้ความรู้สึกใกล้เคียงกัน เครื่องปรุงของอาหารมันก็เปรียบเสมือนสีที่เอาไปปรุงแต่งให้อร่อยและสวยงาม รูปเรามีความสุขยังไง อาหารก็มีความสุขอย่างนั้น

 

 

ภาพ: Instagram @suntur

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post Suntur x O.D.S. เปิดมุมมองของชีวิตศิลปินไทยที่ชื่อ ‘ซันเต๋อ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/suntur-x-ods/feed/ 0
THE STANDARD Art Fest: รวมลิสต์นิทรรศการศิลปะที่ไม่ควรพลาดตลอดเดือนพฤษภาคม 2561 https://thestandard.co/the-standard-art-fest-may-2561/ https://thestandard.co/the-standard-art-fest-may-2561/#respond Thu, 03 May 2018 08:01:11 +0000 https://thestandard.co/?p=88133

THE STANDARD Art Fest ชวนคุณไปพบเจอมุมมองและประสบการณ์ใ […]

The post THE STANDARD Art Fest: รวมลิสต์นิทรรศการศิลปะที่ไม่ควรพลาดตลอดเดือนพฤษภาคม 2561 appeared first on THE STANDARD.

]]>

THE STANDARD Art Fest ชวนคุณไปพบเจอมุมมองและประสบการณ์ใหม่ๆ ผ่านนิทรรศการศิลปะที่เรารวบรวมมาให้คุณ ทั้งงานที่คุณควรรีบไปชมก่อนหมดโอกาส หรืองานน่าสนใจที่จะเกิดขึ้นตลอดเดือนพฤษภาคมนี้ และเราไม่อยากให้คุณพลาดแม้แต่งานเดียว!

 

Highly Recommend: งานน่าชมที่เราแนะนำเป็นอย่างยิ่ง

 

 

Life is too Short to Hate

What: ดูเหมือนว่าจะเป็นช่วงบูมของศิลปินไทยที่ต่างเดินทางกลับกันมาจากนิวยอร์กเพื่อแสดงงานในบ้านเกิดในช่วงปีที่ผ่านมา ไหนจะทั้ง SUNTUR, Monsieur Poppi หรือ ป๊อก ไพโรจน์ และครั้งนี้เป็นทีของ ‘Gongkan’ หรือ ก้อง-กันตภณ เมธีกุล ศิลปินสตรีทอาร์ตที่วนเวียนอยู่ในแวดวงของนักวาดภาพประกอบมาสักพักใหญ่ และการกลับมาเมืองไทยครั้งนี้เขาเลือกแสดงงานของเขาถึงสองงานพร้อมๆ กัน โดยงานแรกนั้นคือ ‘Life is too short to hate’ ที่ค่อนข้างจะป๊อปเข้าถึงง่าย โดยนำเสนอการสะท้อนปัญหาสังคมในปัจจุบัน ในเรื่องของความขัดแย้ง ความไม่เท่าเทียม และความวุ่นวายของสังคม ก้องกานถ่ายทอดปัญหาเหล่านี้ออกมาผ่านผลงานในรูปแบบต่างๆ ทั้งภาพวาด ภาพพิมพ์ รวมถึง Sticker Bomb ซึ่งเป็นงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขาขณะอยู่ในนิวยอร์ก

When: วันนี้ถึง 15 กรกฎาคม 2561

Where: ลาน ODS ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่

How: www.facebook.com/events/846970692160415

Stop: BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ หรือสถานีสยาม

 

 

Black Door

What: ส่วนอีกงานของ Gongkan นั้นจัดอยู่ในอีกมุมเมืองหนึ่ง ซึ่งงานนี้ถือว่าเป็นงานแสดงเดี่ยวครั้งแรกของเขา ซึ่งก็ยังคงความเป็นสตรีทอาร์ตที่ก้องกานถนัดนำเสนอผ่านหัวข้อ ‘Teleport’ ที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวที่ศิลปินได้เผชิญปัญหาความย่ำแย่ในสังคมตั้งแต่เด็ก ทั้งทางตรงและทางอ้อม เขานำเสนอความเหลื่อมล้ำในสังคม ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งแยกเชื้อชาติ เพศ ฐานะทางสังคม ความไม่ยุติธรรมของคนและกฎหมายที่พ่ายแพ้ต่ออำนาจและเงินทอง ถ่ายทอดออกมาผ่านงานวาดที่ก้องกานเรียกมันว่าประตูสีดำ ที่พาผู้ชมไปสู่โลกแห่งอุดมคติอีกครั้ง อันเป็นเอกลักษณ์ในงานของเขาที่น่าสนใจ

When: 15 พฤษภาคม ถึง 13 มิถุนายน 2561

Where: Warehouse 30 ซอยเจริญกรุง 30

Stop: BTS สถานีสะพานตากสิน หรือเรือด่วนเจ้าพระยาท่าสี่พระยา

 

Photo: BACC

 

Caravaggio Classy Classic

What: งานนิทรรศการศิลปะที่น่าสนใจที่สุดงานหนึ่งในเดือนนี้คือ การที่สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย ร่วมกับ Rai Com รวบรวมผลงานของศิลปินอิตาเลียนชื่อดัง มีเกลันเจโล เมรีซี ดา คาราวัจโจ (Michelangelo Merisi da Caravaggio) มาจัดแสดงในนิทรรศการ ‘Caravaggio OPERA OMNIA’ โดยรวบรวมผลงานกว่า 40 ชิ้นมาจากพิพิธภัณฑ์สำคัญทั่วโลก เช่น จากหอศิลป์อุฟฟิซิ เมืองฟลอเรนซ์ พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ กรุงปารีส พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ในกรุงลอนดอน เป็นต้น เพื่อให้คุณได้สัมผัสวิวัฒนาการของงานวาดอันละเมียดละไมของเขา

When: วันนี้ถึง 10 มิถุนายน 2561

Where: ห้องนิทรรศการหลักชั้น 7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

How: www.bacc.or.th/event/1966.html

Stop: BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ

 

Your Last Chance: โอกาสสุดท้ายก่อนปิดงาน

 

Photo: Courtesy of Chin’s Gallery

 

Running with Sam Friedman

What: การแสดงผลงานของ แซม ฟรีด์แมน ศิลปินผู้เป็นมือขวาให้กับ KAWS ศิลปินชื่อดังระดับโลก ครั้งนี้เขาเชิญชวนให้ผู้ชมมาร่วมสังเกตความเคลื่อนไหวและความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติกับเขาในงาน ‘Running’ งานศิลปะรูปแบบแอ็บสแตรกต์ที่โดดเด่นด้วยสีสันและลวดลาย มีความป๊อปที่ฉูดฉาดจากการเล่นสีและการเล่าเรื่องโดยมีชายหาดและท้องทะเลเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งคุณควรไปชมสักครั้ง เพราะนี่เป็นการแสดงผลงานของเขาครั้งแรกในเอเชีย!

When: วันนี้ถึง 6 พฤษภาคม 2561

Where: Chin’s Gallery เลขที่ 58 โครงการ Arden พระราม 3

How: www.facebook.com/chinsgallery

Stop: BRT สถานีวัดด่าน ต่อมอเตอร์ไซค์หรือแท็กซี่เข้าไปยังโครงการหมู่บ้าน Arden ถนนยานนาวา Chin’s Gallery จะอยู่ภายในบ้านเลขที่ 58

 

Photo: Courtesy of I AM YOU Exhibition

 

I AM YOU

What: นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยที่รวบรวมผลงานของ วสันต์ สิทธิเขตต์ ศิลปินผู้มีความโดดเด่น ดึงดูด และท้าทาย สร้างภาษาศิลปะผ่านการเสียดสี ล้อเลียน และการเปรียบเปรยอย่างเป็นนัย เขาตั้งใจนำเสนอความเวียนว่ายของวัฏจักรชีวิตและความทุกข์ผ่านผลงานที่สร้างไว้ตั้งแต่ปี 2518 จนถึงปัจจุบัน ลองอ่านบทสัมภาษณ์ศิลปินก่อนไปชมงานเพื่อให้รู้สึกถึงพลังงานที่มากยิ่งขึ้น

When: วันนี้ถึง 27 พฤษภาคม 2561

Where: หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

How: www.facebook.com/IAmYouBACCExhibition/

Stop: BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ

 

Photo: นิทรรศการ Outside In อารี สุทธิพันธุ์

 

The Outside In

What: อาจารย์อารี สุทธิพันธุ์ คือศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ปี 2555 อาจารย์ผู้ผลิตแบบเรียนศิลปศึกษา บุกเบิก และสร้างสรรค์ศิลปะรูปแบบพิพัฒนาการนิยม (Progressivism) ในบ้านเรา นิทรรศการ ‘Outside In อารี สุทธิพันธุ์’ คือการรวบรวมผลงานของอาจารย์ไว้ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน กับแนวคิดที่ว่าด้วยเรื่องของการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่ง ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลาและสังคมแวดล้อม ลองไปทำความรู้จักตัวตน วิธีคิด และจิตใจผ่านผลงานของอาจารย์กันดูสักครั้ง

When: วันนี้ถึง 13 พฤษภาคม 2561

Where: หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

How: goo.gl/EesWkK

Stop: BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ

 

Photo: Case Space Revolution

 

Do Not Wasted Your Things

What: นิทรรศการ ‘Objectivland’ โดยศิลปินจากเชียงใหม่อย่าง Tua Pen Not เป็นอีกงานที่น่าชม โดยนำเสนอการฉีกรื้อชิ้นส่วนและชำแหละข้าวของเครื่องใช้ที่ใช้กันในชีวิตประจำวัน รวมถึงวัตถุที่หมดสภาพการใช้สอยเพื่อนำมาประกอบขึ้นเป็นสิ่งใหม่ ความหมายใหม่ สร้างมูลค่าให้กับมัน เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงสภาวะหรือคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่อย่างแท้จริงบนโลกใบนี้

When: วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2561

Where: Case Space Revolution ชั้น 2 ร้าน Broccoli Revolution ปากซอยสุขุมวิท 49 กรุงเทพฯ

How: www.facebook.com/events/167446217404483

Stop: BTS สถานีพร้อมพงษ์

 

 

Behind the Frame

What: นิทรรศการภาพถ่าย ‘Crossing The Appearances by Deborah Metsch’ โดยช่างภาพสาว เดโบราห์ เมตช์ ซึ่งเธอบันทึกภาพไว้ขณะออกเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ทั้งในแอฟริกา เวียดนาม และกรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 1997 ความเก๋ของภาพถ่ายเหล่านี้คือถูกบันทึกโดยกล้อง Canon Dial 35 Half-Frame ซึ่งเป็นกล้องที่มีลักษณะพิเศษ เพราะแต่ละเฟรมจะเป็นการกดชัตเตอร์ 2 ครั้ง จึงทำให้มี 2 ภาพที่ต่างกันใน 1 เฟรม โดยมีเส้นแบ่งสีดำตรงกลางเฟรม สร้างเรื่องราวที่น่าสนใจอย่างน่าดูชม

When: วันนี้ถึง 6 พฤษภาคม 2561

Where: The Jam Factory คลองสาน กรุงเทพฯ

How: www.facebook.com/events/821146078077008

Stop: BTS สถานีกรุงธนบุรี หรือท่าเรือท่าดินแดง

 

More to See: เดือนนี้ยังมีงานอีกเพียบ!

 

Photo: TP Gallery

 

What: งานวาดเรียบนิ่งที่กลั่นกรองมาจากมุมมองของศิลปินอย่าง ‘สมบูรณ์ หอมเทียนทอง’ ศิลปินไทยที่โดดเด่นเรื่องการใช้สีและเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ในการทำงาน ครั้งนี้เขาได้จัด ‘นิทรรศการจิตรกรรมไม่มีชื่อ’ ซึ่งเป็นการรวบรวมผลงานของเขามาจัดแสดงกว่า 13 ชิ้น และมี 3 ชิ้นงานพิเศษที่เคยได้รับเกียรติจัดแสดงที่งาน Venice Biennale เมื่อปีที่ผ่านมาให้ชมอีกด้วย

When: วันนี้ถึง 19 มิถุนายน 2561

Where: PT Gallery ภายในอาคาร Warehouse 30 ซอยเจริญกรุง 30

How: www.facebook.com/events/524371677963312

Stop: BTS สถานีสะพานตากสิน หรือเรือด่วนเจ้าพระยาท่าสี่พระยา

 

Photo: ARDEL Gallery of Modern Art

 

What: นิทรรศการ ‘Tadayoshi NAKABAYASHI – SEA OF CORROSION / FROM GROUND TO LIGHT’ นำเสนอผลงานภาพพิมพ์โลหะร่องลึกของศิลปินชั้นครูชาวญี่ปุ่น ทาดาโยชิ นากาบายาชิ ด้วยแนวความคิดเกี่ยวกับสองสิ่งที่อยู่ตรงกันข้ามอย่างคู่ขนาน อาทิ ชีวิตและความตาย กลางวันกับกลางคืน แสงสว่างและความมืด หรือ สีขาวกับสีดำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นปกติของทุกชีวิตที่มีความผันแปรเสมอ โดยศิลปินใช้รูปทรงสัญลักษณ์ของกิ่งไม้ ดอกไม้ สิ่งมีชีวิต น้ำหนักอ่อนเข้ม และองค์ประกอบในแต่ละชิ้นงานเพื่อสร้างบรรยากาศของพื้นที่ จึงเป็นที่มาของงานศิลปะที่ยากจะเลียนแบบในเรื่องของความละเอียดและมุมมองที่สวยงาม

When: 22 พฤษภาคม ถึง 24 มิถุนายน 2561

Where: หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล (ถนนบรมราชชนนี)

How: www.facebook.com/events/221839175235926

 

Photo: Central Embassy

 

What: อีกหนึ่งงานที่คุณไม่ควรพลาด เพราะนี่คือนิทรรศการศิลปะครั้งแรกอย่างเป็นทางการของ Madsaki ศิลปินดาวรุ่งชาวญี่ปุ่นผู้มีผลงานที่ได้รับการยอมรับไปทั่ว กับการดัดแปลงสตรีทอาร์ตและลายเส้นที่เขาถนัดเข้ากับงานของศิลปินคลาสสิกอื่นๆ ระดับโลก อาทิ ปีกัสโซ หรือ ลีโอนาร์โด ดา วินชี งานครั้งนี้จะมาในเรื่องราวของ ‘Platter Combination’ อันเป็นภาพแทนของการผสมผสานวัฒนธรรมบ้านเกิดของศิลปินอย่างประเทศญี่ปุ่น มารวมกับสไตล์และเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสิ่งที่ศิลปินอธิบายว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างช่วงวัยเด็กของเขาขณะเติบโตมาได้น่าสนใจทีเดียวเชียว!

When: 8 พฤษภาคม ถึง 3 มิถุนายน 2561

Where: ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

How: www.facebook.com/events/1894327967308429

Stop: BTS สถานีเพลินจิต

 

Photo: Humble Projects

 

What: นิทรรศการครั้งแรกในกรุงเทพฯ จากศิลปินชาวเบลเยียมอย่าง Ephameron เธอคือนักวาดภาพประกอบและศิลปินที่เดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลก โดยในงาน ‘Better Days’ ครั้งนี้ของเธอคือการแสดงงานภาพวาดสีน้ำที่มีมิติเกี่ยวกับภาพชีวิตในแง่มุมต่างๆ ในเมืองกรุงแห่งนี้ ตัวงานนั้นเกิดจากการตกตะกอนและผสมผสานเรื่องราวจากประสบการณ์ของเธอเอง

When: 29 พฤษภาคม ถึง 28 มิถุนายน 2561

Where: Humble Projects ซอยสุนทรพิมล ถนนรองเมือง

How: www.facebook.com/events/2022418331347180

Stop: MRT สถานีหัวลำโพง

The post THE STANDARD Art Fest: รวมลิสต์นิทรรศการศิลปะที่ไม่ควรพลาดตลอดเดือนพฤษภาคม 2561 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/the-standard-art-fest-may-2561/feed/ 0
“ผู้ชมบอกว่างานผมเหงา” เยี่ยมเยือนความรู้สึกนึกคิดของ SUNTUR ในวันที่เขาไม่ได้เหงาเท่าไร https://thestandard.co/zero-decibel-solo-exhibition-by-suntur/ https://thestandard.co/zero-decibel-solo-exhibition-by-suntur/#respond Thu, 01 Mar 2018 05:24:11 +0000 https://thestandard.co/?p=74116

หากผมเอ่ยชื่อ ‘SUNTUR’ (ซันเต๋อ) แล้วถามคุณว่ารู้จักชื่ […]

The post “ผู้ชมบอกว่างานผมเหงา” เยี่ยมเยือนความรู้สึกนึกคิดของ SUNTUR ในวันที่เขาไม่ได้เหงาเท่าไร appeared first on THE STANDARD.

]]>

หากผมเอ่ยชื่อ ‘SUNTUR’ (ซันเต๋อ) แล้วถามคุณว่ารู้จักชื่อนี้ไหม คุณอาจจะต้องนั่งงง เพราะคิดว่าอาจจะเป็นชื่อจริงๆ ของเต๋อ ฉันทวิชช์ หรือเต๋อ นวพล หรือเปล่า แต่ถ้าเราพูดถึงคนชื่อ ‘เต๋อ’ ให้แคบลงมาอีกหน่อยในวงการศิลปินไทย เต๋อคือบุรุษผู้วาดภาพประกอบได้โดดเด่นคนหนึ่ง นอกจากจะมีลายเส้น เรื่องราว ฝีมือ และคาแรกเตอร์ที่เป็นตัวของตัวเองมากๆ ในงานแล้ว เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าหนุ่มตี๋พิมพ์นิยมนี้มีดีที่ภาพลักษณ์และรูปร่างหน้าตาอยู่มากโขทีเดียว

 

 

ผมคุ้นเคยกับชื่อ ‘ซันเต๋อ’ ในฐานะรุ่นพี่ร่วมสถาบันย่านท่าช้าง สนามหลวง ผมจะจำภาพของผู้ชายยิ้มหวานคนหนึ่งที่ไม่ค่อยมีมาด พูดคุยและดริงก์เก่งผ่านทางการสนทนาและพบปะเขา คุ้นเคยกับเขาในฐานะเพื่อนของเพื่อน พี่ของเพื่อน น้องของเพื่อนผ่านไทม์ไลน์บนเฟซบุ๊ก และวันนี้เป็นโอกาสแสนดีที่ ‘พี่ซันเต๋อ’ ของผมบินกลับมาจากนิวยอร์ก หลังจากไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นหลายปีดีดัก และความพิเศษคือเขากลับมาพร้อมผลงานใหม่กว่า 30 ชิ้น หอบสิ่งที่เขาฟูมฟักและประคบประหงมประหนึ่งลูกเมียแหม่มกลับมาเพื่อเปิดนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในชีวิต อันว่าด้วยความเงียบที่ชื่อ ‘Zero Decibel’

 

 

ทำไมต้องเป็นนิทรรศการที่ชื่อว่า ‘ศูนย์เดซิเบล’ ชีวิตซันเต๋อเงียบเหงาขนาดไหนกันเชียว

ไม่ได้เหงาขนาดนั้น (หัวเราะ) คือเราเริ่มวาดงานเซตนี้มาประมาณ 3-4 ชิ้น และมันพอดีกับที่ทาง Yelo House ติดต่ออยากให้มาแสดงงาน ซึ่งต้องแสดงตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่เราเองทำไม่ทัน เลยขอเลื่อนมาช่วงนี้แทน และจริงๆ แล้วก็ไม่ได้เหงานะ ใช้ชีวิตปกติ แต่ที่ใช้ชื่อว่า Zero Decibel มันเกิดจากงานที่เราวาดชิ้นหนึ่งเป็นรูปแมวเดินอยู่ในห้อง แล้วพอวาดเสร็จเราก็นั่งมองงานเราอยู่อย่างนั้น นั่งอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง

 

 

ไม่เหงาจริงๆ ใช่ไหม เพราะคุณถึงขนาดนั่งคุยกับงานตัวเองแล้ว

ไม่เหงาจริงๆ แต่มันก็เป็นครั้งแรกที่เรานั่งคุยกับงานตัวเองเหมือนกันนะ เพราะปกติเราแทบไม่เคยจะมีเวลามามองมันอย่างจริงจัง เราก็เลยนั่งมองและวิเคราะห์ว่างานเรามันเป็นอย่างไร สรุปได้ว่า ถ้างานของเราเป็นคนก็คงเป็นคนที่เงียบ ดูนิ่ง ไม่อยากจะพูดอะไร ไม่ชอบพูดตรงๆ อาจจะขี้เหงาบ้างบางที แต่เราคิดว่าเอาคำว่า ‘เงียบ’ มาเป็นแกนหลักดีกว่า มันอธิบายได้ดีที่สุด

 

 

เพื่อนรอบตัวและผู้ชมส่วนหนึ่งที่ได้ชมงานนี้ก่อนเขารู้สึกอย่างไรเมื่อได้ชมงาน เพราะผมเองก็รู้สึกว่างานของคุณนั้นดูเงียบเหงามากจริงๆ

เรารู้สึกไม่ได้รู้สึกว่างานตัวเองเหงา แต่ทุกคนที่ดูจะบอกว่าเหงา (หัวเราะ) จริงๆ เรามีรูปที่ผ่อนคลาย แต่พอมันยึดมาจากคำว่าเงียบ เราเลยตั้งใจวาดให้มันเข้ากับโจทย์ที่เราตั้งขึ้นมา

 

เหมือนว่างานของคุณค่อนข้างโตขึ้นมาก จากเทคนิคและลายเส้นแบบใหม่ที่แฟนๆ อาจไม่คุ้นเคยว่าเป็นงานของซันเต๋อ

จริงๆ เพราะเราโตขึ้นด้วยแหละครับ ส่วนหนึ่งนะ แต่ถ้าถามว่าเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน เราว่าเราอยากทำอะไรสักอย่างให้คนเห็นอีกแง่มุมหนึ่งว่าเราไม่ได้ทำได้แค่วาดรูปแบ๊วๆ วาดภาพสีน้ำ มีตัวการ์ตูนเท่านั้น เราใช้เทคนิคใหม่ๆ อย่างสีอะคริลิก เปลี่ยนจากกระดาษมาวาดลงบนแคนวาส สร้างงานใหม่ๆ และมันคืองานใหม่ที่เราชอบที่สุดในชีวิตเลยนะ

 

 

อาจเป็นเพราะคุณเริ่มเบื่อกับแนวทางเก่าๆ ของตัวเองหรือเปล่า

หลังๆ มาเราลองวาดงานรูปแบบใหม่นี้ไปขายลูกค้า ปรากฏว่ามันขายไม่ผ่าน เขาบอกว่ามันไม่ใช่ซันเต๋อ พูดตรงๆ ว่าเราไม่ได้รังเกียจงานเหล่านั้น แต่เรารู้สึกโตขึ้น มันเหมือนมีเสื้อผ้าที่ซื้อมา 2-3 ปีที่แล้ว ใส่บ่อยแล้ว เราก็ไม่อยากใส่แล้ว และเราก็ไม่ได้เบื่อหรือเกลียดงานเก่าๆ เพราะมันคืองานที่ทำให้เรามีชื่อเสียง ทำให้เด็กคนหนึ่งโตขึ้นมาได้ทุกวันนี้ บางทีคนอาจมองว่าเป็นศิลปินแม่งต้องติสท์ ต้องมีแนวทางชัดเจน หรือมีอารมณ์ศิลปินอยากจะทำแต่งานแบบที่ชอบ แต่เราไม่ได้ติสท์ขนาดนั้น อาจเป็นเพราะว่าเราโตมากับโฆษณามั้ง เหมือนทำงานโฆษณามา เราจะรู้ว่างานแบบไหนจะเข้าถึงคนได้ง่าย และเราว่างานที่เราวาดขึ้นมานี้มันเข้าใจง่าย มันใหม่สำหรับเรา ม้าเป็นม้า คนเป็นคน ไม่ต้องไปตีความเยอะ เพราะเราเชื่อว่าแต่ละคนจะมองเรื่องราวในภาพไม่เหมือนกันอยู่แล้ว

 

 

อ่อนไหวกับงานของตัวเองบ้างหรือเปล่า เพราะมันอาจมีเรื่องราวบางอย่างที่ผู้ชมอาจไม่รู้สึก มีแต่คุณที่รู้สึก

อย่างบางภาพ เราไปเจอรูปถ่ายแล้วเราชอบ อย่างภาพทหารพิการอยู่กับหมาตัวหนึ่ง เราก็เอามาเล่าในแบบของเรา จริงๆ ก็รู้สึกอ่อนไหวบ้างนะ โดยเฉพาะเรื่องคนแก่หรือสัตว์เลี้ยง หรืออย่างภาพคนแก่สองคนที่เราวาดออกมาแล้วรู้สึกว่าแฮปปี้ไป เราก็วาดภาพเล็กเสริมเรื่องราวขึ้นมา อยากให้มาลองดูที่งาน แต่เอาตรงๆ เราก็ค่อนข้างรู้สึกอะไรกับงานตัวเองเหมือนกันนะ คือเราวาดเสร็จก็จะเอากลับมาบ้าน เราก็จะนั่งมองมัน ชอบก็เก็บไว้ บางภาพพังมากก็ยกให้เพื่อนหรือทิ้งไปก็มี

 

 

จากการใช้ชีวิตอยู่ที่นิวยอร์ก คุณได้แรงบันดาลใจหรือเรื่องราวใหม่ๆ ที่นำมาพัฒนาชิ้นงานของตัวเองบ้างหรือไม่

บางรูปเราได้แรงบันดาลใจมาจากเพื่อน เพื่อนไปส่งแฟนที่เลิกกันไปแล้วที่สนามบิน เขาก็กอดกันร้องไห้ เราก็เอาเรื่องนี้ขึ้นมาวาด และภาพของเราตัดทุกอย่างที่ไม่จำเป็นออกหมด อะไรที่รก อะไรที่มันไม่จำเป็นจริงๆ แล้วคอมโพสภาพแบบที่เราชอบเป็นแบบเรียบง่าย เรารู้สึกว่าความเรียบง่ายมันมีพลังมากๆ สำหรับเรา แล้วตอนที่อยู่ที่นิวยอร์ก เราเองก็ชอบไปดูงานของศิลปินท่านนั้นท่านนี้ และที่เราประทับใจที่สุดคืองานของเดวิด ฮอกนีย์ (David Hockney) เพราะเราชอบงานเขามาตั้งนานแล้ว และโชคดีที่มีงานไปจัดที่โน่นพอดี ก็เลยไปดู มันยิ่งทำให้เราอยากมีงานเป็นของตัวเองบ้าง และวันนี้ก็ได้มีงานเล็กๆ ของตัวเองจริงๆ แล้ว

 

Photo: Noth Thongsripong

The post “ผู้ชมบอกว่างานผมเหงา” เยี่ยมเยือนความรู้สึกนึกคิดของ SUNTUR ในวันที่เขาไม่ได้เหงาเท่าไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/zero-decibel-solo-exhibition-by-suntur/feed/ 0
THE STANDARD Calendar: กิจกรรมน่าทำระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2561 https://thestandard.co/calendar-24-february-2-march-2561/ https://thestandard.co/calendar-24-february-2-march-2561/#respond Thu, 22 Feb 2018 07:49:25 +0000 https://thestandard.co/?p=72334

สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์แล้ว ใครย […]

The post THE STANDARD Calendar: กิจกรรมน่าทำระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2561 appeared first on THE STANDARD.

]]>

สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์แล้ว ใครยังไม่รู้จะไปเที่ยวหรือฉลองส่งท้ายเดือนที่ไหน มาดูกิจกรรมน่าสนใจของสัปดาห์นี้กัน

 

 

Black Sunset

What: The Lucky Black Sunset คืองานคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบเอาใจสายอินดี้ เราจะได้ฟังวงอินดี้จาก 4 ประเทศในงานเดียว ได้แก่ วง Lucky Tapes จากประเทศญี่ปุ่น วง The Black Skirts จากประเทศเกาหลีใต้ วง Sunset Rollercoaster จากไต้หวัน และ Plastic Plastic จากประเทศไทย

When: 24 กุมภาพันธ์ 2561

Where: Voice Space อาคารบีบีดี ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ

Why: คอนเสิร์ตสุดคุ้มที่ไม่ควรพลาด รีบไปจองบัตรก่อนจะขายเกลี้ยงไม่รู้ด้วยนะ!

How: www.facebook.com/events/1718020874922495

Stop: BTS สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หรือ BTS สถานีอารีย์ ต่อด้วยรถเมล์สาย 24, 69, 92, 538, 504, 555

 

 

Cocktail Carnival

What: เทศกาลค็อกเทลของ The Bar Awards ที่มาพร้อมกิจกรรมสุดสนุกมากมายตั้งแต่กลางวันถึงกลางคืน มาจิบค็อกเทลรสชาติดีจาก 12 บาร์ชั้นนำของเอเชีย พร้อมเล่นเกม ฟังเพลง หรือเล่นเซิร์ฟ! นักดื่มทั้งหลายไม่ควรพลาด

When: 24 กุมภาพันธ์ 2561

Where: Flow House Bangkok ถนนสุขุมวิท 26 กรุงเทพฯ

Why: บาร์ค็อกเทลชั้นดีของเอเชียมาถึงที่ขนาดนี้จะพลาดได้อย่างไร รีบจองตั๋วที่ thebarawards.com/tickets แล้วออกไปสนุกกันสิ

How: www.facebook.com/events/1819974451408324

Stop: BTS สถานีพร้อมพงษ์

 

 

The Face

What: งานศิลปะจากสีน้ำมันโดย ตะวัน วัตุยา รวบรวมงานศิลปะใบหน้าบุคคลบนหน้าหนังสือพิมพ์จากช่วงปี 2005 มาจัดแสดงรวมกับภาพใบหน้าของบุคคลที่เป็นข่าวในสื่ออินเทอร์เน็ตตั้งแต่ปี 2017 เราจะเห็นความแตกต่างหรือความเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นบ้าง

When: 25 กุมภาพันธ์ ถึง 25 มีนาคม 2561

Where: Artist+Run Gallery ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ยานนาวา กรุงเทพฯ

Why: ผลงานศิลปะที่มีอายุต่างกัน 12 ปีนี้กำลังจะบอกอะไรเรา แล้วตลอด 12 ปีที่ผ่านมาสังคมเราเปลี่ยนไปแค่ไหน ลองไปหาคำตอบกัน

How: www.facebook.com/events/404830486624651

Stop: BTS สถานีช่องนนทรี

 

 

Only You

What: กิจกรรม Readrink ครั้งที่ 21 ชวนคนรักการอ่านหนังสือมาร่วมอ่านและพูดคุยกันกับนิยายแปลยอดฮิตจากประเทศจีน ที่งานอ่านหนังสือ ฉันไม่ชอบทั้งโลก ฉันชอบแค่เธอคนเดียว เรื่องราวความรักที่อาจทำให้คุณอ่านไปยิ้มไป ถ้าใครกำลังลังเล ลองอ่านตัวอย่างหนังสือที่นี่ดูก่อนได้

When: 25 กุมภาพันธ์ 2561

Where: ห้องสมุด The Reading Room สีลม ซอย 19 กรุงเทพฯ

Why: มาอ่านและแบ่งปันความรู้สึกกันได้ที่งานนี้ แถมได้เจอเพื่อนใหม่ที่รักการอ่านเหมือนกันด้วย

How: www.facebook.com/events/418574391919200

Stop: BTS สถานีสุรศักดิ์

 

 

ZERO Decibel

What: นิทรรศการเดี่ยวของศิลปินอิลลัสเตรชัน Suntur ในชื่อนิทรรศการ ZERO Decibel ที่นำผลงานจากประสบการณ์ ความตั้งใจ และตัวตนของเขามาจัดแสดงให้ทุกคนได้ชม

When: 28 กุมภาพันธ์ ถึง 7 เมษายน 2561

Where: YELO House เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

Why: นิยามความเงียบของคุณคืออะไร มาร่วมชมคำตอบได้ที่นี่

How: www.facebook.com/events/177506339647302

Stop: BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ

 

 

Eat Well, Travel Often

What: งานท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับคนรักการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ในงานมีทั้งหมด 1,300 บูธ รวมโปรโมชันจากโรงแรม รีสอร์ต สายการบิน ทัวร์ รถเช่า สวนน้ำ ร้านอาหาร และสินค้าท่องเที่ยวอื่นๆ ให้เลือก

When: 1-4 มีนาคม 2561

Where: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

Why: ใครกำลังวางแผนจะไปเที่ยวต้องลองไปเดินงานนี้ อาจจะได้โปรโมชันดีๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วยนะ

How: www.facebook.com/pkexhibition

Stop: MRT สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 

 

WTF = Where’s the Food?

What: คนรักเรื่องกินต้องมา Mad Face Food Week เทศกาลอาหารที่ชวนคนคลั่งไคล้อาหารมารวมตัวกัน ไม่ว่าคุณจะชอบทำ ชอบกิน หรือชอบดื่ม มาร่วมแชร์และชิมรสชาติอาหารที่แปลกใหม่กันได้ที่งานนี้ รับรองว่าอาจถูกปากจนเก็บสีหน้าไว้ไม่อยู่!

When: 2-4 มีนาคม 2561

Where: โกดังเสริมสุข ท่าเรือเป๊ปซี่ แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพฯ

Why: สายกินอย่างเราจะพลาดงานอาหารน่าตื่นเต้นเช่นนี้ได้อย่างไร มาหม่ำอาหารอร่อยๆ บรรยากาศสบายริมแม่น้ำเจ้าพระยากัน

How: www.facebook.com/events/976864592465910

Stop: BTS สถานีสะพานตากสิน หรือ BTS สถานีกรุงธนบุรี

 

The post THE STANDARD Calendar: กิจกรรมน่าทำระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2561 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/calendar-24-february-2-march-2561/feed/ 0