Subscription Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/subscription/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 21 Mar 2026 09:45:39 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 เจาะลึกค่าใช้จ่าย WFH ยุคน้ำมัน-ค่าไฟพุ่ง ประหยัดกว่าไปออฟฟิศจริงไหม? พร้อมแชร์เทคนิคคุมงบไม่ให้บานปลาย https://thestandard.co/work-home-costs-saving-tips/ Fri, 20 Mar 2026 05:57:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1189479 ผู้หญิงกำลังคำนวณค่าใช้จ่าย WFH พร้อมหาทางประหยัดเงิน

หนีค่าน้ำมันแพง มาเจอค่าไฟพุ่ง สรุปแล้ว WFH ประหยัดเงิน […]

The post เจาะลึกค่าใช้จ่าย WFH ยุคน้ำมัน-ค่าไฟพุ่ง ประหยัดกว่าไปออฟฟิศจริงไหม? พร้อมแชร์เทคนิคคุมงบไม่ให้บานปลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้หญิงกำลังคำนวณค่าใช้จ่าย WFH พร้อมหาทางประหยัดเงิน

หนีค่าน้ำมันแพง มาเจอค่าไฟพุ่ง สรุปแล้ว WFH ประหยัดเงินจริงหรือจกตา?

 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้วิกฤตพลังงานทำเอาราคาน้ำมันโลกพุ่งปรี๊ด เป็นโดมิโนมาถึงค่าครองชีพ อาหารการกิน และของใช้ต่างๆ ก็แพงขึ้นเป็นเงาตามตัว จนรัฐบาลและหลายองค์กรเริ่มงัดนโยบาย Work From Home กลับมาใช้อีกรอบเพื่อช่วยชาติประหยัดพลังงานและเซฟค่าเดินทางให้พนักงาน

 

 

แต่ชาวออฟฟิศซินโดรมอย่างเราๆ รู้ดีว่า การขลุกตัวทำงานอยู่บ้านทั้งวันในประเทศที่อากาศร้อนเหมือนซ้อมตกนรกแบบนี้ แลกมาด้วยบิลค่าไฟที่เห็นแล้วแทบเป็นลม กลายเป็นว่านโยบายให้ประหยัด แต่เราต้องมารับผิดชอบค่าไฟที่พุ่งกระฉูดเองซะงั้น แล้วแบบนี้เราจะเอาชีวิตรอดในยุคที่ทุกอย่างแพงไปหมดได้ยังไง?

 

WFH ประหยัดกว่าจริงมั้ย?

 

ถ้ามองเผินๆ หลายคนอาจจะบอกว่า ‘ประหยัดกว่าสิ’ เพราะเราตัดรายจ่ายรายวันไปได้เพียบ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมันรถที่แพงหูฉี่ ค่าทางด่วน ค่าตั๋วรถไฟฟ้า ค่าพี่วินมอเตอร์ไซค์ รวมถึงค่ากาแฟแก้วละร้อยหน้าออฟฟิศ หรือค่าปาร์ตี้หมูกระทะหลังเลิกงานกับแก๊งเพื่อน

 

ในมุมของการ ‘ตัดรายจ่ายนอกบ้าน’ การ WFH ถือว่าช่วยหั่นรายจ่ายรายวันได้มาก แต่ความจริงก็คือ การทำงานอยู่บ้านไม่ได้แปลว่ารายจ่ายเราจะกลายเป็นศูนย์ แต่มันคือการ ‘ย้ายภาระค่าใช้จ่าย’ จากบริษัทกลับมาโปะอยู่ที่บ้านของเราเองต่างหาก

 

ลองเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายดู จะเห็นว่าเราก็มีค่าใช้จ่ายเหมือนเดิม หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ

 

  • โหมดไปออฟฟิศ: ค่าเดินทาง/รถไฟฟ้า (วันละ 150 บ.) + ค่าอาหารและกาแฟ (วันละ 250 บ.) = เฉลี่ย 8,000 บาท/เดือน
  • โหมด WFH: ค่าเดินทาง (0 บ.) + ค่าไฟที่พุ่งขึ้นจากการเปิดแอร์ 8-10 ชั่วโมง (เพิ่มขึ้น 1,500 – 2,000 บ.) + ค่า Food Delivery ที่บวกค่าส่งตามราคาน้ำมัน (วันละ 350 บ.) = เฉลี่ย 8,500 – 9,000 บาท/เดือน

 

ส่องบิลค่าใช้จ่ายฉบับคน WFH ทำไมอยู่บ้านแต่เงินยังหาย?

 

ทำไม WFH แล้วกระเป๋าตังค์เราถึงยังแฟบอยู่ดี หลักๆ แล้วมาจากปัจจัย 2 เด้งที่ประสานงากันพอดีในช่วงนี้

 

  • โดนหางเลขจาก ‘น้ำมันแพง’ ทำข้าวของแพงทั้งแผ่นดิน

 

วิกฤตสงครามในตะวันออกกลางทำให้น้ำมันขาดแคลน พอน้ำมันแพง ต้นทุนโลจิสติกส์และการขนส่งก็พุ่งทะยาน สิ่งที่ตามมาคือพ่อค้าแม่ค้าและผู้ผลิตต้องขอปรับขึ้นราคาสินค้า ไม่ว่าจะเป็นของสดในตลาด ของใช้ในซูเปอร์มาร์เก็ต หรือแม้แต่ค่าส่งอาหารเดลิเวอรี สรุปคือแม้เราจะอยู่ติดบ้าน แต่ต้นทุนการใช้ชีวิตเราดันแพงขึ้นแบบหนีไม่พ้น

 

  • ‘ค่าไฟ’ ตัวมารสามัญประจำบ้าน

 

คอมพิวเตอร์หรือแล็ปท็อปที่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จไฟวันละ 8-10 ชั่วโมง ไหนจะเราเตอร์ Wi-Fi ที่ต้องเปิดทิ้งไว้ พัดลม และตัวการฟาดค่าไฟอันดับหนึ่งอย่าง ‘เครื่องปรับอากาศ’ ยิ่งเดือน มี.ค.-เม.ย. อากาศร้อนจัด แอร์ก็ยิ่งกินไฟดุเดือดขึ้นหลายเท่าตัว เท่ากับว่าค่าไฟในบ้านที่เพิ่มขึ้นกลายเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหม่ที่เราต้องแบกรับเองเต็มจำนวน

 

แชร์ 4 เทคนิค WFH แบบเซฟเงินรอดตายในยุคของแพง

 

เมื่อรู้แล้วว่ารูรั่วทางการเงินอยู่ตรงไหน เราก็ต้องมาหาทางอุดรอยรั่วนั้นกัน

 

1. สู้รบกับ ‘แอร์’ ตัวการใหญ่สูบค่าไฟ

 

ค่าไฟเกินครึ่งมาจากแอร์แน่นอน แม้ว่าเราจะอยากนั่งทำงานแบบสบายตัว แต่ไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์เย็นฉ่ำถึงระดับ 18 องศา ลองปรับอุณหภูมิมาอยู่ที่ 26-27 องศาเซลเซียสดู แล้วเปิดพัดลมส่ายเบาๆ ควบคู่ไปด้วย พัดลมจะช่วยกระจายความเย็นให้เรารู้สึกสบายตัวขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานลงได้ถึง 10-20% ที่สำคัญอย่าลืมล้างแอร์เป็นประจำทุกๆ 6 เดือน เพื่อล้างฝุ่นที่อุดตัน แอร์จะเย็นไวและทำงานเบาลงเยอะเลย

 

2. ลดการสั่ง Food Delivery

 

พออยู่บ้านนานๆ แอปพลิเคชันสั่งอาหารมักจะกลายเป็นเพื่อนซี้ แต่จำเรื่องราคาน้ำมันแพงได้ไหม เมื่อต้นทุนขนส่งแพง ค่าส่งอาหารและราคาเมนูในแอปฯ ก็มักจะถูกบวกเพิ่มตามไปด้วย การกดสั่งเดลิเวอรีหรือกาแฟแก้วละเกือบร้อยทุกบ่าย คือการรั่วไหลของเงินก้อนเล็กๆ ที่รวมกันเป็นก้อนใหญ่ตอนสิ้นเดือน

 

วิธีแก้: เปลี่ยนมาใช้เทคนิค Bulk Buying หรือการวางแผนซื้อของสดเข้าตู้เย็นทีเดียวปริมาณมากๆ เพื่อทำอาหารกินเองง่ายๆ และลองลงทุนซื้ออุปกรณ์ดริปกาแฟราคาหลักร้อยมาทำโฮมคาเฟ่ดื่มเองที่บ้าน นอกจากจะช่วยคุมสุขภาพแล้ว ยังเซฟเงินค่าส่งและค่าอาหารไปได้เดือนละหลายพันบาท เอาไปโปะค่าไฟได้สบายๆ

 

3. ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้า

 

หลายคนไม่รู้ว่า อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราปิดสวิตช์หรือ Shut down ไปแล้ว แต่ยังเสียบปลั๊กทิ้งไว้ มันยังคงดึงกระแสไฟไปเลี้ยงระบบอยู่ตลอดเวลา ซึ่งศัพท์เทคนิคเรียกว่า Phantom Load หรือพลังงานแวมไพร์ ไม่ว่าจะเป็นทีวี ไมโครเวฟ เราเตอร์ หรือสายชาร์จแล็ปท็อป

 

วิธีแก้: สร้างวินัยใหม่ให้ตัวเอง หากไม่ได้ใช้งานให้ ‘ถอดปลั๊ก’ ออกเสมอ หรือเพื่อความสะดวก ลองลงทุนใช้ปลั๊กพ่วงแบบมีสวิตช์แยกแต่ละช่อง เลิกงานปุ๊บกดปิดปั๊บ การจัดการกับ Phantom Load พร้อมๆ กันทั่วบ้าน สามารถหั่นบิลค่าไฟลงได้เกือบ 10% โดยที่เราไม่ต้องเหนื่อยอะไรเลย

 

4. รีวิวรายรับรายจ่าย & หั่น Subscription ที่ไม่ได้ใช้ทิ้ง

 

วิกฤตเศรษฐกิจคือช่วงเวลาที่เหมาะเจาะในการมานั่ง ‘รีวิวรายจ่าย’ หรือการกางบัญชีรายจ่ายทั้งหมดออกมาดูใหม่ ลองเช็กประวัติการตัดบัตรเครดิตรายเดือนดู เราอาจพบว่าตัวเองกำลังจ่ายเงินเงียบๆ ให้กับแอปพลิเคชันสตรีมมิ่ง โปรแกรมซอฟต์แวร์ หรือสมาชิกฟิตเนสที่สมัครทิ้งไว้แต่ไม่ได้ใช้งานมาหลายเดือนแล้ว

 

วิธีแก้: จัดการกดยกเลิกบริการเหล่านี้ซะ มันคือการตัดรายจ่ายคงที่ที่เห็นผลทันที แล้วนำเงินส่วนนี้มาหยอดกระปุกเป็นเงินสำรองฉุกเฉินแทน อย่าลืม จดบันทึกทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย เพื่อเบรกอาการช้อปปิ้งออนไลน์แก้เครียดเวลาอยู่บ้านนานๆ ด้วย เท่านี้ก็จะช่วยให้เรามีเงินเหลือเก็บมากขึ้น

 

สุดท้ายนี้ เราอาจต้องเตรียมรับมือความเป็นไปได้ว่าสงครามนี้อาจจะยืดเยื้อ ถ้าปัญหาน้ำมันขาดแคลนกินเวลานานกว่าที่คิด เราจะต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อและของแพงหูฉี่ขึ้นไปอีกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ดังนั้น การรัดเข็มขัดการเงินให้แน่นตั้งแต่ตอนนี้ สร้างวินัยในการใช้จ่าย และมีสติทุกครั้งที่ต้องควักเงินออกจากกระเป๋า คือทางรอดที่ดีที่สุด เงินหลักสิบหลักร้อยที่เซฟได้จากค่าไฟหรือค่าอาหารในแต่ละวัน เมื่อสะสมรวมกัน มันจะกลายเป็นเบาะนุ่มๆ ที่คอยซัปพอร์ตเราในยามฉุกเฉินแน่นอน เป็นกำลังใจให้ชาว WFH ทุกคนผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน

 

ภาพ: Sandra Milisavljevic / Getty Images

 

อ้างอิง:

 

The post เจาะลึกค่าใช้จ่าย WFH ยุคน้ำมัน-ค่าไฟพุ่ง ประหยัดกว่าไปออฟฟิศจริงไหม? พร้อมแชร์เทคนิคคุมงบไม่ให้บานปลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจาะลึก ‘Rental Economy’ ทำไมคนรุ่นใหม่เลือก ‘เช่า’ มากกว่า ‘ซื้อ’ และโอกาสทองของธุรกิจยุคใหม่ https://thestandard.co/rental-economy-explained/ Mon, 26 Jan 2026 07:45:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1169589 ภาพประกอบบทความเศรษฐกิจการเช่า (Rental Economy) ที่คนรุ่นใหม่นิยมเช่ามากกว่าซื้อและโอกาสทางธุรกิจ

ในอดีตสำหรับคนรุ่น Baby Boomer, Gen X หรือ Gen Y ความมั […]

The post เจาะลึก ‘Rental Economy’ ทำไมคนรุ่นใหม่เลือก ‘เช่า’ มากกว่า ‘ซื้อ’ และโอกาสทองของธุรกิจยุคใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบบทความเศรษฐกิจการเช่า (Rental Economy) ที่คนรุ่นใหม่นิยมเช่ามากกว่าซื้อและโอกาสทางธุรกิจ

ในอดีตสำหรับคนรุ่น Baby Boomer, Gen X หรือ Gen Y ความมั่นคงในชีวิตมักถูกผูกติดอยู่กับการเป็นเจ้าของทรัพย์สินชิ้นใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือรถยนต์ แต่สำหรับโลกยุคปัจจุบัน ‘การครอบครอง’ อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของความสำเร็จอีกต่อไป เมื่อคนรุ่นใหม่หันมาให้ความสำคัญกับ ‘การเข้าถึง’ มากกว่าการเป็นเจ้าของ ก่อให้เกิดเทรนด์เศรษฐกิจที่น่าจับตามองอย่าง ‘Rental Economy’ หรือ เศรษฐกิจการเช่า ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด

 

ชญานิศ สมสุข นักวิเคราะห์จากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB EIC ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Morning Wealth ถึงเบื้องหลังพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป โอกาสทางธุรกิจ และความท้าทายที่ผู้ประกอบการต้องรับมือ

 

ทั้งนี้จาก ‘สัญลักษณ์ความสำเร็จ’ สู่ ‘ความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต’ หากลองสำรวจดูในปัจจุบัน คำถามที่ว่า ‘ชุดที่ใส่ไปงานแต่งครั้งล่าสุดซื้อหรือเช่า’ หรือ ‘กล้อง Action Camera สำหรับทริปดำน้ำ 3 วัน ซื้อมาเก็บหรือเช่าแค่ช่วงที่ใช้?” คำตอบของคำถามเหล่านี้กำลังเปลี่ยนไป

 

ชญานิศชี้ให้เห็นว่า Mindset ของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Millennials และ Gen Z เปลี่ยนไปจากเดิมที่มองว่าการมีบ้าน มีรถ หรือมีของใช้เยอะๆ คือสัญลักษณ์ของความมั่นคง แต่คนรุ่นใหม่มองว่า การเข้าถึงสำคัญกว่าการเป็นเจ้าของ’ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลัก 4 ประการ ได้แก่

 

  • ความยืดหยุ่นทางการเงิน (Financial Flexibility) การเช่าช่วยให้เข้าถึงสินค้าคุณภาพสูงได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ในครั้งเดียว เช่น สินค้าหลักหมื่นอาจจ่ายค่าเช่าเพียงหลักพันเพื่อใช้งานชั่วคราว
  • ความสะดวกสบาย (Convenience) หมดกังวลเรื่องการดูแลรักษา การจัดเก็บ หรือการกำจัดซากเมื่อเลิกใช้ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในคอนโดมิเนียมที่มีพื้นที่จำกัด,
  • ความทันสมัย (Keep up to date) สินค้าเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงเร็ว การเช่าทำให้ได้ใช้รุ่นล่าสุดเสมอโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการตกรุ่น
  • ความยั่งยืน (Sustainability) การเช่าช่วยยืดอายุการใช้งานสินค้า ลดการผลิตใหม่ และลดขยะ ซึ่งตอบโจทย์เทรนด์รักษ์โลกของคนรุ่นใหม่

 

ตลาดเช่าสินค้าไลฟ์สไตล์โตวันโตคืน ข้อมูลจาก SCB EIC ระบุว่า มูลค่าการเช่าสินค้าไลฟ์สไตล์ของโลกมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยราว 21% ต่อปีในช่วงปี 2022-2026 โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ เครื่องมือช่างและอุปกรณ์ DIY เนื่องจากมีราคาสูงแต่ใช้งานไม่บ่อย รองลงมาคือสินค้ากลุ่มงานอดิเรก วิดีโอเกม และกลุ่มแฟชั่น เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า Accessories ที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ราว 22%

 

ภาพประกอบบทความเศรษฐกิจการเช่า (Rental Economy) ที่คนรุ่นใหม่นิยมเช่ามากกว่าซื้อและโอกาสทางธุรกิจ 1

 

สำหรับประเทศไทย ผลสำรวจผู้บริโภคกว่า 2,300 คน พบว่าสินค้าที่คนไทยนิยมเช่ามากที่สุดคือ

 

  • อันดับ 1 สินค้าแฟชั่น หรือมีสัดส่วน 62%
  • อันดับ 2 อุปกรณ์จัดงาน เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เครื่องเสียง
  • อันดับ 3 อุปกรณ์กีฬาและสินค้าเทคโนโลยี ที่มีราคาสูง

 

ภาพประกอบบทความเศรษฐกิจการเช่า (Rental Economy) ที่คนรุ่นใหม่นิยมเช่ามากกว่าซื้อและโอกาสทางธุรกิจ 2

 

เหตุผลหลักที่ผู้บริโภคเลือกเช่าคือ ความคุ้มค่าในการใช้เงิน ประหยัดค่าใช้จ่ายในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน และต้องการลดภาระการจัดเก็บและการดูแลรักษา,

 

โมเดลธุรกิจ ‘Subscription’ โอกาสใหม่ที่น่าจับตา เทรนด์ Rental Economy ไม่ใช่เพียงทางเลือกของผู้บริโภค แต่คือ “โอกาสทางธุรกิจ” ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวสู่โมเดล Hybrid คือขายควบคู่กับการให้เช่า หรือใช้โมเดล Subscription หรือ ระบบสมาชิก เพื่อสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอ

 

ชญานิศ ยกตัวอย่างความสำเร็จของ ‘Nuuly’ แพลตฟอร์มเช่าเสื้อผ้าในเครือ Urban Outfitters สหรัฐอเมริกา ที่คิดค่าบริการสมาชิก 98 ดอลลาร์ต่อเดือน แลกกับการเช่าสินค้าได้ 6 ชิ้น ซึ่งประหยัดกว่าค่าใช้จ่ายซื้อเสื้อผ้าเฉลี่ยของคนอเมริกัน โมเดลนี้ทำให้ Nuuly มีรายได้ในปี 2024 มากกว่า 378 ล้านดอลลาร์ มีกำไร 13 ล้านดอลลาร์ และมีสมาชิกกว่า 300,000 คน

 

นอกจากรายได้แล้ว ประโยชน์ที่ธุรกิจจะได้รับคือ การจัดการสต๊อกสินค้า ที่มีประสิทธิภาพ สินค้าตกรุ่นยังสามารถสร้างรายได้ซ้ำๆ และที่สำคัญคือ การเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก (Data Insight) ของลูกค้าจากการลงทะเบียนเช่า ซึ่งละเอียดกว่าการขายขาด ทำให้สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าได้แม่นยำยิ่งขึ้น

 

อุปสรรคที่ต้องก้าวข้าม ราคาและความสะอาด แม้แนวโน้มจะสดใส แต่ธุรกิจเช่าก็ยังมีความท้าทาย โดยเฉพาะเรื่อง ‘ราคาเช่า’ ที่ผู้บริโภคมองว่าสูงเกินไปเมื่อเทียบกับราคาซื้อตอนโปรโมชั่น รวมถึงความกังวลเรื่องต้นทุนแฝง และ สุขอนามัย

 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลระบุว่าผู้ที่เคยใช้บริการเช่าแล้วเกือบ 90% มีแนวโน้มจะเช่าซ้ำ แสดงให้เห็นว่าหากผู้บริโภคได้ลองเปิดใจจะเกิดความพึงพอใจ ขณะที่คนที่ไม่เคยเช่าอีกกว่า 62% ก็สนใจที่จะทดลองเช่าในอนาคต โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี

 

ภาพประกอบบทความเศรษฐกิจการเช่า (Rental Economy) ที่คนรุ่นใหม่นิยมเช่ามากกว่าซื้อและโอกาสทางธุรกิจ 3

 

ชญานิศ สรุปทิ้งท้ายว่า Rental Economy ไม่ใช่กระแสชั่วคราว แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านพฤติกรรมผู้บริโภคที่เน้นการเข้าถึงมากกว่าการครอบครองอย่างแท้จริง ซึ่งนำไปสู่สถานการณ์ที่ได้ประโยชน์ทุกฝ่าย (Win-Win Situation)

 

  • ผู้บริโภค ได้ความยืดหยุ่นและความสะดวก
  • ผู้ประกอบการ ได้โอกาสธุรกิจใหม่และข้อมูลลูกค้า
  • สังคม ได้ความยั่งยืนจากการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

 

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเจาะตลาดนี้ กุญแจสำคัญคือการสร้างความโปร่งใสเรื่องราคา รักษามาตรฐานความสะอาด และสร้างความสะดวกสบายในการรับ-ส่งสินค้า เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง

The post เจาะลึก ‘Rental Economy’ ทำไมคนรุ่นใหม่เลือก ‘เช่า’ มากกว่า ‘ซื้อ’ และโอกาสทองของธุรกิจยุคใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนไทยยุคใหม่ ‘เลือกเช่า’ หรือ ‘เลือกซื้อ’ (EP.2) : ส่องแนวโน้มธุรกิจ ‘เช่าใช้’ หมัดเด็ดปลุกตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ยั่งยืน https://thestandard.co/rent-vs-buy-appliances-thailand/ Tue, 09 Dec 2025 04:16:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1152605 คนไทยยุคใหม่ ‘เลือกเช่า’ หรือ ‘เลือกซื้อ’ (EP.2) : ส่องแนวโน้มธุรกิจ ‘เช่าใช้’ หมัดเด็ดปลุกตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ยั่งยืน

จุดเริ่มต้นของธุรกิจเช่าใช้…เมื่อรักคือการไม่ครอบ […]

The post คนไทยยุคใหม่ ‘เลือกเช่า’ หรือ ‘เลือกซื้อ’ (EP.2) : ส่องแนวโน้มธุรกิจ ‘เช่าใช้’ หมัดเด็ดปลุกตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนไทยยุคใหม่ ‘เลือกเช่า’ หรือ ‘เลือกซื้อ’ (EP.2) : ส่องแนวโน้มธุรกิจ ‘เช่าใช้’ หมัดเด็ดปลุกตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ยั่งยืน

จุดเริ่มต้นของธุรกิจเช่าใช้…เมื่อรักคือการไม่ครอบครอง

 

จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ให้ความใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ได้เป็นที่มาของ ‘เศรษฐกิจแบ่งปัน’ หรือ Sharing economy ที่เน้นหลักการเข้าถึงการใช้งานมากกว่าการครอบครองเป็นเจ้าของ ยกตัวอย่างเช่น สหรัฐฯ ที่ได้เริ่มพัฒนาระบบการนำสินค้าหรือบริการมาเสนอให้ผู้อื่นได้ ‘เช่าใช้’ เพื่อแลกกับค่าบริการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Netflix และ YouTube โดยการให้บริการจะอยู่ในรูปแบบการสมัครสมาชิก (Subscription Economy) โดย SCB EIC คาดว่ารูปแบบธุรกิจ Subscription Economy ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องจากตัวเลือกของผู้ให้บริการที่หลากหลายมากขึ้น สอดคล้องกับข้อมูลของ Grandview Research ที่คาดว่ามูลค่าตลาดของธุรกิจ Subscription Economy ของโลกมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 13.3% ต่อปี ในช่วงระหว่างปี 2025-2033 หรืออยู่ที่ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2033

 

ธุรกิจ ‘เช่าใช้’ สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้ามีแนวโน้มขยายตัวตามความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่สนใจการ ‘เช่าใช้’ มากขึ้น

 

ปัจจุบันแนวคิด Subscription Economy ได้ขยายขอบเขตที่กว้างขึ้นมาสู่ การ ‘เช่าใช้สินค้าในครัวเรือน’ ซึ่งรวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากกำลังซื้อที่ลดลงและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ผู้บริโภคยุคใหม่มีความต้องการเป็นเจ้าของสินค้าลดลงและต้องการใช้งานสินค้าที่ยืดหยุ่นมากขึ้น จึงเป็นแรงผลักดันให้ธุรกิจ ‘เช่าใช้’ เครื่องใช้ไฟฟ้าขยายตัวและเป็นคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตา โดยจากข้อมูลของ Grandview Research คาดการณ์ว่า ตลาดเช่าใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าของโลกมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 9.2% ต่อปี (ระหว่างปี 2025-2030) ขณะเดียวกันในส่วนของผู้บริโภคชาวไทยก็เริ่มให้ความสนใจการ ‘เช่าใช้’ สินค้าในครัวเรือนมากขึ้น สะท้อนได้จากข้อมูล

 

ผลสำรวจของ SCB EIC Consumer Survey ภายใต้หัวข้อ สำรวจใจคนไทยยุคใหม่ ‘เลือกเช่า’ หรือ ‘เลือกซื้อ’ โดยพบว่า ผู้บริโภคราว 42% สนใจการเช่าใช้สินค้าในครัวเรือน โดยเฉพาะผู้บริโภคที่อาศัยอยู่ในคอนโด ทาวน์เฮาส์/ทาวน์โฮม และหอพัก โดยแรงจูงใจหลักคือไม่ต้องการจ่ายการซ่อมบำรุง และต้องการทดลองใช้สินค้าพรีเมียมหลายยี่ห้อมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสำรวจยังให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคบางส่วนยังคงไม่สนใจการเช่าใช้เนื่องจากข้อจำกัด/เงื่อนไขของสัญญาเช่าและยังมีตัวเลือกค่อนข้างจำกัด

 

ผู้ประกอบการธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในต่างประเทศได้มองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากความต้องการเช่า จึงเพิ่มรูปแบบการขายให้ครอบคลุมถึงการ ‘เช่าใช้’ มากขึ้น

 

นอกจากการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยส่งเสริมพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผู้ประกอบการได้เริ่มวางกลยุทธ์ใหม่ๆ ที่ครอบคลุมถึงการ ‘เช่าใช้’ เพื่อให้ผู้บริโภคยุคใหม่สามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจเช่าเครื่องใช้ไฟฟ้า LG ในเกาหลีใต้ที่โตเฉลี่ย 30%CAGR (2020-2024) ดันรายได้ในปี 2020 จาก 5.9 แสนล้านวอน เพิ่มขึ้นเป็น 1.67 ล้านล้านวอนในปี 2024 หรือมีสัดส่วนรายได้ที่มาจากการ ‘เช่าใช้’ เพิ่มขึ้นจาก 1% ของรายได้ทั้งหมดในปี 2020 มาอยู่ที่ 2% ในปี 2024 แม้ว่า LG จะมีสัดส่วนรายได้ที่มาจากธุรกิจเช่าใช้มากขึ้น

 

อย่างไรก็ดี คาดว่าธุรกิจให้เช่าเครื่องใช้ไฟฟ้าของ LG ในเกาหลีใต้ จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่สร้างรายได้ให้กับ LG ควบคู่ไปกับการขายขาดในระยะข้างหน้า สะท้อนได้จากรายได้จากยอดขายของ LG Electronics ที่ยังมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 10%CAGR (2020-2024)

 

สำหรับไทย SCB EIC มองว่า ธุรกิจ ‘เช่าใช้’ อาจเป็นกลยุทธ์เสริมที่ช่วยทำให้ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทยเติบโตได้ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนมากขึ้น

 

SCB EIC มองว่า รูปแบบธุรกิจ Subscription Economy ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าอาจเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ต้องพึ่งพารายได้จากการซื้อขาดเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันก็ถือได้ว่าเป็นการแบ่งเบาภาระทางการเงินสำหรับลูกค้ากลุ่มที่ไม่ต้องการใช้เงินก้อน หรือไม่มีความสามารถทางการเงินที่จะซื้อขาด และเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าเพื่อนำความคิดเห็นไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยส่งเสริมความยั่งยืนด้วยการลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์อีกด้วย อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้ายังเผชิญความท้าทายอีกหลากหลายมิติ ทั้งการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากผู้เล่นใหม่ และความต้องการซื้อสินค้าใหม่ที่ลดลง แม้โมเดล Subscription จะเป็นช่องทางเพิ่มรายได้ แต่ก็มีโจทย์ท้าทายด้านการบริหารต้นทุนและการจัดการสินทรัพย์/ค่าเสื่อมราคา รวมถึงปัญหาสินค้าตกรุ่นหรือการยกเลิกสัญญา ผู้ประกอบการจึงต้องปรับกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

 

อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สนใจโมเดลธุรกิจในรูปแบบการ ‘เช่าใช้’ ควรเร่งปรับ
กลยุทธ์เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ดังนี้

 

  • วางแผนพัฒนาการให้บริการหลังการขายเพื่อใช้เป็นกลยุทธ์หลักในการมัดใจผู้บริโภค โดยออกแบบโปรแกรมเพื่อให้บริการลูกค้าแบบครบวงจร ทั้งการซ่อมบำรุง การตรวจสอบสภาพสินค้า ซึ่งการใส่ใจการให้บริการหลังการขายอาจเป็นหมัดเด็ดของการ ‘เช่าใช้’ ที่การ ‘ซื้อขาด’ ทำได้ค่อนข้างจำกัด เช่น การเปลี่ยนหรือคืนสินค้าในระยะเวลาที่พ้นกำหนดการรับประกัน การให้บริการซ่อมบำรุงสินค้าที่การซื้อขาดอาจมีการเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • การออกแบบโปรโมชันที่จูงใจ โดยนำเสนอระดับราคาที่หลากหลาย มีราคาเริ่มต้นที่คุ้มค่าและจัดโปรแกรมพิเศษสำหรับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมที่เหมาะกับประเภทที่อยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ไปจนถึงจัดโปรแกรมสินค้าพรีเมียมสำหรับผู้ที่สนใจสินค้านวัตกรรมที่มีมูลค่าสูง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคที่ยังไม่ต้องการจ่ายเงินจำนวนมากสามารถเข้าถึงสินค้าเหล่านี้
  • เสนอทางเลือกของสัญญาให้มีความยืดหยุ่น มีการจัดโปรแกรมระยะสั้น 6 เดือนถึง 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ต้องการทดลองใช้บริการสินค้า
  • สร้างแพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันที่มีการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อทำให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าและบริการได้ง่ายขึ้น เช่น โปรแกรมวิเคราะห์ไลฟ์สไตล์เพื่อเลือกสินค้าที่เหมาะกับลูกค้า การเปรียบเทียบราคาหรือรุ่นที่สนใจ เป็นต้น
  • ให้ความสำคัญเรื่องการบริโภคแบบยั่งยืน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์ ด้วยการสื่อสารให้ผู้บริโภคเข้าใจถึงการใช้บริการ ‘เช่าใช้’ ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการช่วยลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ในระยะข้างหน้า

 

อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังเผชิญความเสี่ยงรอบด้านทั้งจากแนวโน้มการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้เล่นที่หลากหลายมากขึ้น รวมไปถึงจากการทะลักเข้ามาของสินค้านำเข้าราคาถูกจากจีน ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจที่ส่งผลให้กำลังซื้อลดลง รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นการเข้าถึงสินค้าและบริการมากกว่า
การครอบครองเป็นเจ้าของมากขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการต่างต้องงัดไม้เด็ดเพื่อทำให้ธุรกิจสามารถไปต่อได้

 

โดย SCB EIC มองว่า รูปแบบธุรกิจเช่าใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอาจเป็นโอกาสใหม่ทางธุรกิจที่ช่วยเสริมทัพให้ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เติบโตได้ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนมากขึ้น

 

อ่านบทวิเคราะห์ฉบับออนไลน์ได้ที่:

https://www.scbeic.com/th/detail/product/Buy-or-Rent-EP2-081225?utm_source=Influencer&utm_medium=Influencer

The post คนไทยยุคใหม่ ‘เลือกเช่า’ หรือ ‘เลือกซื้อ’ (EP.2) : ส่องแนวโน้มธุรกิจ ‘เช่าใช้’ หมัดเด็ดปลุกตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Disney+ ขึ้นราคาค่าสมาชิกอีกรอบ หลังธุรกิจสตรีมมิงเริ่มทำกำไรได้ https://thestandard.co/disney-plus-subscription-price-increase/ Wed, 24 Sep 2025 07:46:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1122249 โลโก้ Disney+ พร้อมข้อความแจ้งปรับขึ้นราคาสมาชิก

Disney ประกาศปรับขึ้นราคาค่าสมาชิกของแพลตฟอร์มสตรีมมิง […]

The post Disney+ ขึ้นราคาค่าสมาชิกอีกรอบ หลังธุรกิจสตรีมมิงเริ่มทำกำไรได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้ Disney+ พร้อมข้อความแจ้งปรับขึ้นราคาสมาชิก

Disney ประกาศปรับขึ้นราคาค่าสมาชิกของแพลตฟอร์มสตรีมมิง Disney+ ในอเมริกา โดยแพ็กเกจแบบมีโฆษณา จะปรับขึ้นราคา 2 ดอลลาร์ เป็น 11.99 ดอลลาร์ต่อเดือน ตามด้วยแพ็กเกจพรีเมียมแบบไม่มีโฆษณา จะปรับขึ้นอีก 3 ดอลลาร์ เป็น 18.99 ดอลลาร์ (ราว 606 บาทต่อเดือน) และแพ็กเกจรายปีแบบพรีเมียม จะปรับขึ้น 30 ดอลลาร์ (ราว 958 บาทต่อปี) เป็น 189.99 ดอลลาร์ (ราว 6,068 บาทต่อปี)

 

รวมถึงแพ็กเกจที่รวม Disney+ เข้ากับ Hulu และ ESPN+ ก็จะมีการขึ้นราคาด้วยเช่นกัน ซึ่งมีผลตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป การปรับขึ้นดังกล่าวต้องการผลักดันให้ธุรกิจดิจิทัลสร้างกำไรได้มากขึ้น

 

ทั้งนี้ Disney+ เปิดตัวครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน ปี 2019 ด้วยราคาเริ่มต้น 6.99 ดอลลาร์ (ราว 223 บาทต่อเดือน) และค่อยๆ ปรับขึ้นราคามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เพื่อหยุดการขาดทุน และทำให้ธุรกิจสตรีมมิงเพิ่งทำกำไรได้เป็นครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมา

 

ที่จริงแล้ว Disney เคยส่งสัญญาณถึงการขึ้นราคาล่วงหน้าแล้ว ในการประชุมผลประกอบการไตรมาส 3 ที่ผ่านมา และถือเป็นการปรับขึ้นราคาต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 หลังจากเคยขึ้นราคาในเดือนธันวาคม ปี 2022 สูงถึง 38% และเพิ่งปรับขึ้นค่าบริการแพ็กเกจ 1–2 ดอลลาร์ต่อเดือน ไปอีกเมื่อเดือนตุลาคม 2024 ที่ผ่านมา โดยคาดว่า ในไตรมาส 4 จะมีจำนวนผู้สมัครสมาชิกเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

 

อย่างไรก็ตาม การขึ้นราคาครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงวิจารณ์หนักเกี่ยวกับการจัดการกรณีรายการ Jimmy Kimmel Live! หลังจากสถานีโทรทัศน์ ABC ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Disney ตัดสินใจถอดรายการออกจากผังเมื่อสัปดาห์ก่อน เนื่องจากพิธีกรออกมาแสดงความเห็นที่สร้างความขัดแย้งเกี่ยวกับผู้ต้องหาฆ่า Charlie Kirk นักกิจกรรมอนุรักษ์นิยม

 

ต่อมาเกือบหนึ่งสัปดาห์ Disney จึงประกาศว่าสามารถนำรายการกลับมาออกอากาศตามปกติในวันอังคาร หลังจากที่ผู้ชมและพิธีกรรายการรอบดึกคนอื่นๆ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจดังกล่าว และในระหว่างที่รายการยังไม่ได้กลับมาออกอากาศ แฟนคลับบางส่วนได้ออกมาโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่าจะยกเลิกการสมัครสมาชิก Disney+ เพื่อแสดงจุดยืนว่าสนับสนุน Jimmy Kimmel

 

​​หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ เท่ากับ 31.93 บาท ณ วันที่ 24 กันยายน 2568

 

ภาพ: Diego Thomazini / shutterstock

อ้างอิง:

The post Disney+ ขึ้นราคาค่าสมาชิกอีกรอบ หลังธุรกิจสตรีมมิงเริ่มทำกำไรได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบื้องหลังโมเดลธุรกิจ ‘ซับสคริปชัน’ หรือ ‘จ่ายเป็นงวด’ ตัวช่วยดันยอดขาย Coway โตทุกปีไม่เคยติดลบ https://thestandard.co/coway-subscription-business-model/ Thu, 28 Aug 2025 11:28:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1112797 Coway Subscription Model

โมเดลการสร้างรายได้แบบ ‘ซับสคริปชัน’ (subscription) หรื […]

The post เบื้องหลังโมเดลธุรกิจ ‘ซับสคริปชัน’ หรือ ‘จ่ายเป็นงวด’ ตัวช่วยดันยอดขาย Coway โตทุกปีไม่เคยติดลบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Coway Subscription Model

โมเดลการสร้างรายได้แบบ ‘ซับสคริปชัน’ (subscription) หรือการสมัครสมาชิกรายเดือน กำลังกลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ธุรกิจที่มาแรงในยุคนี้ ด้วยรูปแบบการสร้างรายได้ต่อเนื่องเป็นรอบเดือนหรือรายปี ไม่เพียงแต่ช่วยให้บริษัทมีรายได้ที่มั่นคงหรือคาดการณ์ได้ แต่ยังเปิดโอกาสให้สร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ในระยะยาว

 

ขณะเดียวกันผู้บริโภคเองก็ได้รับความสะดวกและความคุ้มค่า ทำให้หลายๆธุรกิจ เริ่มตั้งแต่ สตรีมมิ่ง และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ นำโมเดลนี้มาใช้สร้างรายได้กันมากขึ้น

 

เช่นเดียวกับ Coway บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องกรองน้ำ-เครื่องฟอกอากาศรายใหญ่ สัญชาติเกาหลีใต้ ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1989 ภายใต้กลุ่ม Woongjin ก็ได้นำโมเดลซับสคริปชันเข้ามาช่วยสร้างรายได้ ก่อนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในเกาหลีใต้ โดย Coway ถือครองส่วนแบ่งการตลาดที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีและได้ขยายธุรกิจเข้าไปในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยก็ถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้หลักให้กับบริษัท

 

คิรยง ชอย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โคเวย์ ประเทศไทย เปิดเผยกับสื่อมวลชนในระหว่างการเยี่ยมชมศูนย์วิจัยและพัฒนาสินค้าที่สำนักงานใหญ่ ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ว่า หัวใจสำคัญที่ทำให้ Coway เติบโตต่อเนื่อง มาจากจุดแข็งของศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) ภายใต้ชื่อ Coway Research and Development Center อยู่บนพื้นที่กว่า 4,165 ตารางเมตร

 

 

 

ในศูนย์วิจัยมีทีมประมาณ 300 คน ครอบคลุมงานวิจัยตั้งแต่เทคโนโลยี การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการทดสอบคุณภาพที่เข้มงวด จากนักวิจัยด้านคุณภาพน้ำที่มีมากกว่า 50 คน โดยทุกๆ ทีมมีหน้าที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

 

และอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการทำธุรกิจในรูปแบบซับสคริปชัน หรือเรียกง่ายๆ ว่า ‘จ่ายเงินเป็นงวด’ ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี 1998 จนกลายเป็นโมเดลที่ทำให้ผู้บริโภคที่ไม่มีเงินก้อน เข้าถึงสินค้าได้ง่าย ทำให้ในปี 2024 มีบัญชีผู้เช่าในเกาหลี 7.13 ล้านราย และต่างประเทศ 3.77 ล้านราย

 

และภายใต้โมเดลนี้ ยังมีทีมเอาไว้เซอร์วิสลูกค้า ภายใต้ชื่อ โคดี้ (Cody) มีหน้าที่เข้ามาช่วยดูแลด้านการบำรุงรักษาเครื่องให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง 

 

ปัจจุบัน Coway ไม่ได้มีแค่เครื่องกรองน้ำ แต่ยังมีผลิตภัณฑ์อีกหลายรายการ เช่น เครื่องกรองอากาศ, เก้าอี้นวด, เครื่องนอน และเครื่องปรับอากาศที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ เรียกได้ว่าตลาดไหนที่ยังมีช่องว่างในการทำตลาดก็พร้อมจะเข้าไปหาโอกาสใหม่ๆอยู่เสมอ

 

 

 

“จากความเคลื่อนไหวทั้งหมด ทำให้ Coway ที่อยู่ในตลาดมานานกว่า 40 ปี สามารถสร้างการเติบโตทุกปี โดยไม่เคยมีตัวเลขติดลบเลย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในยุคที่ธุรกิจต้องเผชิญความท้าทายต่างๆ รอบด้าน และยังสะท้อนให้เห็นอีกว่าเทรนด์การดูแลสุขภาพเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด” คิรยง ย้ำ

 

คิรยงให้ข้อมูลต่อไปว่า นอกจากตลาดเกาหลีที่เป็นน่านน้ำหลักในการสร้างรายได้แล้ว Coway ยังขยายโมเดลธุรกิจไปสู่ตลาดต่างประเทศ เช่น อเมริกา, ยุโรป และในเอเชีย เช่น อินโดนีเซีย, เวียดนาม, ญี่ปุ่น, จีน, มาเลเซีย และไทย

 

โดยตลาดที่สร้างยอดขายอันดับต้นๆ คือ มาเลเซีย โดย Coway ได้นำเครื่องกรองน้ำที่ได้รับรองมาตรฐานฮาลาล (Halal) และโมเดลการขายแบบซับสคริปชัน เข้าไปในมาเลเซียครั้งแรกในปี 2007 พร้อมทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวาง

 

แม้ประชากรในมาเลเซียจะไม่ได้มีจำนวนมาก แต่เป็นประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือมุสลิม การที่สินค้ามีเครื่องหมายฮาลาลก็ได้รับตอบรับค่อนข้างดี บวกกับประชากรยังให้ความสำคัญกับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ

 

รวมถึงประเทศไทย ในช่วงระหว่างปี 2023 และปี 2024 ตลาดเครื่องกรองน้ำในไทยขยายตัวขึ้นถึง 24% ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการทำโมเดลธุรกิจแบบซับสคริปชัน โดย Coway ได้เริ่มนำโมเดลนี้มาใช้ตั้งแต่ปี 2020 โดยยอดขายในประเทศไทยเติบโตเกือบ 50% ในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

สัญญาณบวกของยอดขายนั้น เป็นเพราะบริษัทให้ความสำคัญกับการสื่อสาร ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจมากขึ้นว่า การซื้อสินค้าแบบซับสคริปชันคืออะไร รวมไปถึงไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่เริ่มให้ความสำคัญในการบริโภคน้ำกันมากขึ้น

 

ซีอีโอโคเวย์ ประเทศไทย ย้ำว่า ยังมองเห็นศักยภาพตลาดประเทศไทยว่ายังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ด้วยจำนวนประชากรที่มากกว่ามาเลเซียหลายเท่า และล่าสุด บริษัทเตรียมขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ไปสู่ ‘เครื่องปรับอากาศ’ พร้อมเสริมบริการหลังการขายแบบครบวงจร รวมถึงการเปิดพื้นที่ทดลองสินค้า ให้ได้สัมผัสประสบการณ์จริงก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งมั่นใจว่าอนาคต Coway ในประเทศไทยจะสามารถก้าวขึ้นมาเติบโตใกล้เคียงกับประเทศมาเลเซียได้แน่นอน

The post เบื้องหลังโมเดลธุรกิจ ‘ซับสคริปชัน’ หรือ ‘จ่ายเป็นงวด’ ตัวช่วยดันยอดขาย Coway โตทุกปีไม่เคยติดลบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘LG Subscribe’ แนวคิดใหม่ของการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/lg-subscribe-home-appliance-subscription-thailand/ Mon, 16 Jun 2025 02:00:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1084264

ถ้าเราคุ้นเคยกับการ Subscribe Netflix, Spotify หรือแม้แ […]

The post ‘LG Subscribe’ แนวคิดใหม่ของการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

ถ้าเราคุ้นเคยกับการ Subscribe Netflix, Spotify หรือแม้แต่แอปทำบัญชีรายรับรายจ่าย แล้ววันหนึ่งมีคนมาบอกว่า “คุณสามารถ Subscribe เครื่องซักผ้าได้เหมือนกันนะ”

 

คุณจะรู้สึกอย่างไร?

 

นั่นคือสิ่งที่แอลจีกำลังทำอยู่จริงๆ กับบริการที่ชื่อว่า LG Subscribe — โมเดลการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบจ่ายรายเดือนที่เริ่มต้นจากเกาหลีใต้ และตอนนี้เดินทางมาถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว

 

 

“LG has Everything” ไม่ใช่สโลแกน แต่คือวิธีคิด

 

ซองฮันจอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) เล่าว่า แนวคิดของ LG Subscribe นั้นเชื่อมโยงกับปรัชญาหลักของแบรนด์ที่ว่า “Life’s Good.” โดยสโลแกนหลักของ LG Subscribe เอง ก็คือ “LG has Everything”

 

“LG มุ่งมั่นที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ทั้งในด้านของผลิตภัณฑ์ที่ดี (Good Product), ราคาที่คุ้มค่า (Good Price), และบริการดูแลรักษาที่ครบครัน (Good Care/Service) โดยใช้ประสบการณ์ในการเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผู้บริโภคไว้วางใจมาเป็นเวลานาน เราจึงเป็นพาร์ตเนอร์ที่รู้ใจของผู้บริโภคชาวไทยที่มองหาแบรนด์ที่จะช่วยให้สามารถใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าได้อย่างสมาร์ทและยั่งยืน

 

เพราะ ‘LG Has Everything, Good Product, Good Price, Good Care’ – ซับ LG รวมคุ้มให้คุณครบ จ่ายคุ้ม คุ้มครองครบ ครบเครื่องคุณภาพ และเราจะใช้ ‘ทุกสิ่งที่เรามี’ เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภค”

 

นี่คือหัวใจของแบรนด์ที่ถูกนำมาต่อยอดในบริการ LG Subscribe อย่างเต็มรูปแบบ

 

เครื่องใช้ไฟฟ้าแบบจ่ายรายเดือน ไม่ต้องซื้อขาดก็ใช้ของดีได้

 

ซองฮันจอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) ยังอธิบายแนวคิดของ LG Subscribe แบบง่ายๆ ว่า

 

“LG Subscribe คือการเป็นเจ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ง่ายและยืดหยุ่นขึ้น โดยเปลี่ยนจากการ ‘ซื้อขาด’ ในคราวเดียว แบบเดิมๆ มาเน้นที่การ ‘ใช้งาน’ ที่ยืดหยุ่นขึ้น โดยลูกค้าไม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ตั้งแต่แรก”

 

บริการนี้ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับพรีเมียมของแอลจีได้ในการจ่ายเงินแบบรายเดือน โดยรวมทุกอย่างไว้หมดแล้ว — ทั้งตัวเครื่อง การรับประกัน บริการซ่อม และการดูแลรักษาเป็นประจำจากทีมผู้เชี่ยวชาญของแอลจี

 

เหมาะกับคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่อยากมีอิสระและความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต

 

จากมุมมองของแอลจี ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้ต้องการเป็นเจ้าของทุกอย่างอีกต่อไป แต่ต้องการความคุ้มค่า ยืดหยุ่น ไม่ยุ่งยาก และไม่ผูกพันระยะยาว

 

แอลจีจึงออกแบบบริการนี้มาให้ตอบโจทย์ทุกจังหวะชีวิต เช่น

 

  • First Jobber ที่เริ่มทำงานและต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้าดีๆ สักเครื่องสองเครื่อง เพื่อความสะดวกสบายในการเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิต โดยไม่จำเป็นต้องเก็บเงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าในคราวเดียว 
  • คู่แต่งงานใหม่ ที่กำลังจัดบ้านใหม่ทั้งหลัง หรือพ่อแม่มือใหม่ที่เวลาส่วนใหญ่อาจจะหมดไปกับการดูแลลูก บริการ LG Subscribe ไม่เพียงช่วยให้การซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชิ้นทำได้อย่างยืดหยุ่นขึ้นด้วยการแบ่งชำระรายเดือน แต่บริการดูแลซ่อมบำรุงแบบรายเดือนหรือรายปียังช่วยลดความยุ่งยาก ไม่ต้องจำรอบการทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้าเอง และยังไม่ต้องเปลืองแรงเปลืองเวลาในการหาช่างมาซ่อมบำรุงเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยตัวเอง
  • ครอบครัวที่กำลังย้ายบ้าน และต้องการปรับเปลี่ยนขนาดหรือชนิดของเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เข้ากับพื้นที่ใหม่
  • กลุ่มคนที่สนใจและอยากลองใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ก็สามารถเอ็นจอยกับเทคโนโลยีล้ำๆ จากเครื่องใช้ไฟฟ้าแอลจีผ่าน LG Subscribe ได้ง่ายขึ้น เพราะสามารถจัดการค่าใช้จ่ายสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ได้ยืดหยุ่นขึ้น และสามารถเปลี่ยนรุ่นให้ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ชีวิตมากขึ้นได้อีกด้วย

 

นอกจากนี้ แอลจียังมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาแบบเข้าใจชีวิตจริง รวมถึงโปรโมชันคอมโบที่ยิ่งสมัครมากก็ยิ่งคุ้ม

 

มีครบตั้งแต่ตู้เย็นยันจอมอนิเตอร์

 

จุดเด่นของ LG Subscribe คือการมีสินค้าให้เลือกอย่างหลากหลาย โดยตอนนี้ LG Subscribe มีสินค้ามากกว่า 14 หมวดหมู่ และมากกว่า 70 โมเดล ตั้งแต่เครื่องกรองน้ำ เครื่องดูดฝุ่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า โทรทัศน์ จอมอนิเตอร์ ซึ่งแอลจีเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าเจ้าแรกของโลกที่มีสินค้าหลายประเภท ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ ให้เลือกใช้ในรูปแบบบริการ Subscription 

 

ดังนั้นลูกค้าจึงเลือกได้เลยว่าจะใช้แบบไหน จ่ายเท่าไรต่อเดือน โดยมีแผนการ Subscribe หลากหลายที่มาพร้อมการรับประกันตั้งแต่ 5-7 ปี และทีมดูแลจากผู้ผลิตโดยตรง ให้คุณได้อุ่นใจว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าของคุณจะพร้อมใช้งานอยู่เสมอ และจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานอีกด้วย

 

ทำไมแอลจีถึงกล้าทำแบบนี้?

 

“เรายึดมั่นในแนวคิด Life’s Good. มาเสมอ ดังนั้นเราจึงมองหาทางขยายขอบเขตการใช้ความเชี่ยวชาญของเราในการทำให้ชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนดีขึ้น ประกอบกับเทรนด์ Subscription ที่ยังมาแรง ไม่เพียงในไทยแต่รวมถึงในประเทศเกาหลีและในระดับโลก เราจึงเอาความเชี่ยวชาญของเรามาตอบรับกับเทรนด์นี้ เพื่อนำเสนอโซลูชันที่จะตรงกับความต้องการของผู้บริโภคได้ตรงจุดและทันใจ”

 

จากความมุ่งมั่นในการนำเสนอโซลูชันเพื่อผู้บริโภค แอลจีเริ่มต้นบริการนี้ที่เกาหลีใต้ และได้รับความนิยมทันที แม้จะอยู่ในช่วงที่ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าชะลอตัว แต่ยอดผู้ใช้ LG Subscribe ก็พุ่งทะลุ 3 ล้านราย และในปีที่ผ่านมา สามารถทำรายได้คิดเป็นราว 20% ของรายได้รวมของบริษัท

 

หลังจากเปิดตัวที่เกาหลี บริการนี้ก็ถูกขยายไปยังมาเลเซีย ไต้หวัน และล่าสุดในประเทศไทย ซึ่งเปิดตัวมาแล้ว 8 เดือน และขยายการบริการครอบคลุมทั่วประเทศ

 

“ผลตอบรับที่ดีในประเทศไทยทำให้เรามั่นใจว่า LG Subscribe คือส่วนหนึ่งที่เข้ามาเติมเต็มและช่วยให้การใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคไทยสะดวก สมาร์ท และยืดหยุ่นขึ้นได้จริง เราตั้งเป้าให้ LG Subscribe เป็นหนึ่งในธุรกิจหลัก ที่จะสร้างรายได้ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ใน 3 ปีนับตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทยด้วย” — ซองฮันจองกล่าว

 

ไม่ได้แค่จ่ายรายเดือน แต่ได้เวลาและความสบายใจคืนมา

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ แอลจีไม่ได้มองบริการนี้แค่เรื่องเงิน แต่ยังมองว่าเป็นตัวช่วยสำหรับคนที่ต้องจัดการหลายอย่างในชีวิต

 

บริการนี้ช่วยให้ลูกค้า…

 

  • จัดการค่าใช้จ่ายรายเดือนได้อย่างยืดหยุ่น ลดความตึงเครียดเรื่องค่าใช้จ่าย
  • ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าซ่อมหรือค่าเปลี่ยนอะไหล่พื้นฐาน
  • ไม่ต้องเสียเวลาหาช่างเอง แต่มีช่างผู้เชี่ยวชาญจากแอลจีคอยตรวจเช็กเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เป็นประจำ
  • อุ่นใจด้วยการรับประกันสินค้าในระยะยาว

 

ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในค่าบริการรายเดือนเรียบร้อยแล้ว

 

แล้วถ้า LG Subscribe เป็นเพื่อน…

 

“ถ้า LG Subscribe เป็นเพื่อนคนหนึ่ง เขาจะเป็นเพื่อนแบบไหน?”

 

ซองฮันจองยิ้มแล้วตอบทันทีว่า “เขาคือเพื่อนที่ไว้ใจได้ เป็นคนที่ช่วยแบ่งเบาทุกอย่างในชีวิต ตั้งแต่เรื่องเงิน เวลา ไปจนถึงเรื่องจุกจิกในบ้าน”

 

ฟังดูแล้ว…อาจไม่ใช่แค่บริการจ่ายรายเดือนธรรมดา แต่คือโมเดลใหม่ของการใช้ชีวิต ที่ใครหลายคนกำลังมองหาอยู่

 

ไม่ว่าจะเป็นคนเริ่มทำงาน คนเพิ่งสร้างครอบครัว หรือคนที่อยากจัดสรรเวลาและเงินให้ชีวิตดีขึ้น — LG Subscribe คือ “เพื่อนคนหนึ่ง” ที่พร้อมอยู่เคียงข้างคุณจริงๆ

The post ‘LG Subscribe’ แนวคิดใหม่ของการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
OpenAI คำนวณพลาดไปหน่อย ขนาดตั้ง ChatGPT Pro ราคา 7 พันต่อเดือน แต่ยังขาดทุนเพราะคนใช้มากเกินไป https://thestandard.co/openai-chatgpt-pro-pricing-loss/ Mon, 06 Jan 2025 09:03:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1027533 OpenAI ChatGPT

แซม อัลต์แมน ซีอีโอของ OpenAI โพสต์บน X ของตนเมื่อเช้าว […]

The post OpenAI คำนวณพลาดไปหน่อย ขนาดตั้ง ChatGPT Pro ราคา 7 พันต่อเดือน แต่ยังขาดทุนเพราะคนใช้มากเกินไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
OpenAI ChatGPT

แซม อัลต์แมน ซีอีโอของ OpenAI โพสต์บน X ของตนเมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา (6 มกราคม) ตามเวลาประเทศไทย ว่า “เรา (OpenAI) กำลังขาดทุนกับแผน Pro Subscription เพราะมีคนใช้งานมากเกินกว่าที่เราคาดไว้”

 

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคม 2024 OpenAI ประกาศเปิดตัวแพ็กเกจใหม่สำหรับ ChatGPT ที่มีชื่อว่า ‘ChatGPT Pro’ ซึ่งสนนราคามากถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7,000 บาทต่อเดือน โดย ChatGPT Pro เป็นแพ็กเกจที่อัปเกรดมากที่สุด ด้วยการเข้าถึงโมเดลที่หลากหลาย เช่น o1 Pro Mode ซึ่งเหมาะสำหรับงานที่ซับซ้อน และ Sora เครื่องมือสร้างวิดีโอด้วย AI ที่ผู้ใช้ซึ่งยอมจ่าย 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน จะได้สิทธิ์ใช้งานเพิ่มขึ้น

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ราคา 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน คือตัวเลขที่แซมเป็นคนเลือกเอง เพราะเขามองว่าราคาประมาณนี้น่าจะทำให้บริษัทสามารถทำเงินได้บ้าง แต่ดูเหมือนว่าความต้องการใช้งาน ChatGPTจะมีสูงเกินกว่าที่เขาและ OpenAIพยากรณ์เอาไว้

 

TechCrunch รายงานว่าแม้ OpenAIจะสามารถระดมทุนได้แล้วกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถพลิกมาทำกำไรได้ โดยก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ว่าปี 2024 จะเป็นปีที่ OpenAIขาดทุนราว 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

สำหรับค่าใช้จ่ายหลักที่บริษัทจำเป็นต้องใช้คือค่าพนักงาน ค่าเช่าสำนักงาน ค่าโครงสร้างพื้นฐานเพื่อฝึก AI ซึ่งมีการรายงานตัวเลขจาก Y Combinator ว่า แค่ค่าพลังงานในการทำงานของChatGPT 3.5 ก็ต้องใช้เงินกว่า 7 แสนดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 24 ล้านบาทต่อ 1 วันแล้ว

 

นอกจากนี้ OpenAIยังระบุไว้ในจดหมายแถลงการณ์เกี่ยวกับการปรับโครงสร้างขององค์กรที่กำลังมุ่งไปสู่การเป็นบริษัทที่แสวงหาผลกำไรว่า พวกเขา ‘ต้องการเงินทุนในจำนวนที่มากกว่าที่เคยคิดไว้’ ซึ่งหนึ่งในตัวเลือกในการหาเงินเพิ่มก็มาจากการเพิ่มค่าบริการในปัจจุบัน

 

The New York Times รายงานว่าภายในอีก 5 ปี ราคาChatGPT Plus ที่ตอนนี้ 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน อาจพุ่งขึ้นเป็น 44 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน

 

ภาพ: Thomas Trutschel / Getty Images

อ้างอิง:

The post OpenAI คำนวณพลาดไปหน่อย ขนาดตั้ง ChatGPT Pro ราคา 7 พันต่อเดือน แต่ยังขาดทุนเพราะคนใช้มากเกินไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
โมเดล LG Subscribe หรือ ‘เช่าซื้อ’ ผ่อนจ่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าเริ่ม 399 บาท นาน 7 ปี ตั้งใจนำมาจับคนรายได้น้อย แม้แพงกว่าซื้อสดแต่คุ้ม! https://thestandard.co/lg-subscribe-aim-low-income-audience/ Fri, 18 Oct 2024 05:59:59 +0000 https://thestandard.co/?p=997573 LG Subscribe

ไม่มีเงินก้อนก็มีเครื่องใช้ไฟฟ้าพรีเมียมได้! LG เปิดตัว […]

The post โมเดล LG Subscribe หรือ ‘เช่าซื้อ’ ผ่อนจ่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าเริ่ม 399 บาท นาน 7 ปี ตั้งใจนำมาจับคนรายได้น้อย แม้แพงกว่าซื้อสดแต่คุ้ม! appeared first on THE STANDARD.

]]>
LG Subscribe

ไม่มีเงินก้อนก็มีเครื่องใช้ไฟฟ้าพรีเมียมได้! LG เปิดตัวโมเดลธุรกิจ Subscribe หรือเรียกง่ายๆ ว่าเช่าซื้อ ยกทัพตู้เย็น แอร์ เครื่องซักผ้า เครื่องฟอกอากาศ เครื่องกรองน้ำ ให้ผ่อนจ่ายเริ่มต้น 399 บาท นานถึง 5-7 ปี แม้ราคาจะสูงกว่าซื้อสด 25% แต่คุ้ม เพราะรวมค่าเซอร์วิสแล้ว 

 

“ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีมากนัก มีส่วนทำให้ผู้คนต้องประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งการจะตัดสินใจซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชิ้นในงบหลักแสนบาทแต่ละครั้งยากขึ้นกว่าเดิม LG จึงต้องการนำโมเดลดังกล่าวเข้ามาตอบโจทย์คนที่มีรายได้น้อยให้เข้าถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า” อำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

จริงๆ แล้ว LGเริ่มต้นธุรกิจLG Subscribe ครั้งแรกในปี 2009 ที่เกาหลีใต้ ซึ่งได้รับการตอบรับดี โดยมีลูกค้าเลือกใช้บริการนี้กว่า 3 ล้านคน และสร้างยอดขายได้ถึง 866 ล้านดอลลาร์ต่อปี จากนั้นในปี 2019 เปิดตัวในประเทศมาเลเซีย ปัจจุบันมีลูกค้ากว่า 1 แสนคน สร้างยอดขายได้กว่า 20 ล้านดอลลาร์ต่อปี ตามด้วยไต้หวัน และไทยถือเป็นประเทศที่ 4 

 

สำหรับธุรกิจ Subscribe ในไทยต้องยอมรับว่าค่อนข้างใหม่LG ถือเป็นแบรนด์แรกที่ทำธุรกิจในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งหากถามว่าทำไมแบรนด์อื่นไม่ทำ เพราะมีความยากในแง่ของบริการหลังการขาย 

 

“หัวใจหลักของโมเดลนี้ไม่ใช่แค่การแบ่งจ่ายเป็นรายเดือน แต่ต้องมองเรื่องของเซอร์วิสด้วย ดังนั้นสิ่งที่จะตามมาคือต้องมีพนักงานเพิ่มขึ้นจำนวนมาก เพื่อบริการกลุ่มลูกค้าได้อย่างครอบคลุม”

 

สิ่งที่น่าสนใจของโมเดลธุรกิจLG Subscribe จะมีกลุ่มสินค้าครอบคลุม 9 หมวด 36 รุ่น เริ่มตั้งแต่เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ทีวี เครื่องฟอกอากาศ เครื่องกรองน้ำ และเครื่องดูดฝุ่น ในแต่ละรุ่นมีหลากหลายราคา ตั้งแต่รุ่นพื้นฐานไปจนถึงพรีเมียม สินค้าทุกรุ่นสามารถผ่อนในราคาเริ่มต้น 399-2,999 บาทต่อเดือน โดยบางรายการสินค้าอย่างกลุ่มทีวีจะต้องชำระล่วงหน้า 6 เดือน 

 

สำหรับสินค้าทั้งหมดเลือกได้ว่าจะผ่อนกี่ปี เริ่มระยะสัญญา 5-7 ปี และตลอดอายุการใช้งานจะมีเซอร์วิสรับประกันสินค้าตลอดระยะสัญญา ทั้งนี้ ลูกค้าที่จะซื้อสินค้าLG Subscribe ได้จะต้องมีบัตรเครดิตเท่านั้น โดยบริษัทตั้งใจเจาะลูกค้าวัยทำงานเป็นหลัก

 

หัวหน้าฝ่ายการตลาด LGย้ำว่า มองเห็นศักยภาพการเติบโต แม้เครื่องใช้ไฟฟ้า 1 เครื่อง จะมีอายุการใช้งานเกิน 10 ปี แต่ในความเป็นจริงเมื่อเครื่องใช้ไฟฟ้ามีอายุการใช้งานถึง 7 ปี ลูกค้าหลายๆ คนก็เปลี่ยนแล้ว 

 

LGจึงตั้งใจผลักดันธุรกิจนี้ให้มียอดขาย 1 พันล้านบาท ภายใน 3 ปีข้างหน้า และรายได้จากธุรกิจใหม่จะคิดเป็น 5% ของรายได้รวมLG ทั้งหมด 

The post โมเดล LG Subscribe หรือ ‘เช่าซื้อ’ ผ่อนจ่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าเริ่ม 399 บาท นาน 7 ปี ตั้งใจนำมาจับคนรายได้น้อย แม้แพงกว่าซื้อสดแต่คุ้ม! appeared first on THE STANDARD.

]]>
เช่าใช้คุ้มกว่าซื้อ? LG ดัน Subscription เครื่องใช้ไฟฟ้าในไทยและอินเดีย สู้เกมราคาของแบรนด์จีน https://thestandard.co/lg-pushes-home-appliance-subscription-in-thailand-and-india/ Wed, 16 Oct 2024 11:46:32 +0000 https://thestandard.co/?p=996767

LG Electronics เตรียมขยายบริการสมัครสมาชิก (Subscriptio […]

The post เช่าใช้คุ้มกว่าซื้อ? LG ดัน Subscription เครื่องใช้ไฟฟ้าในไทยและอินเดีย สู้เกมราคาของแบรนด์จีน appeared first on THE STANDARD.

]]>

LG Electronics เตรียมขยายบริการสมัครสมาชิก (Subscription) เครื่องใช้ไฟฟ้าไปยังประเทศไทย อินเดีย และตลาดอื่นๆ เพื่อรับมือกับการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้นจากผู้ผลิตจีน

 

ปัจจุบัน LG ให้บริการเช่าเครื่องใช้ไฟฟ้า 23 ประเภท เช่น โทรทัศน์, เครื่องซักผ้า, เครื่องดูดฝุ่น และเครื่องฟอกอากาศ เป็นระยะเวลา 3-6 ปี โดยมีตัวเลือกให้เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์หลังจากสิ้นสุดสัญญาเช่า จากข้อมูลพบว่าเครื่องล้างจานเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างมากในบริการสมัครสมาชิก โดยคิดเป็น 70% ของยอดขายในแง่มูลค่า

 

แม้ว่ารายได้จากการสมัครสมาชิกจะคิดเป็นเพียง 4% ของรายได้ต่อปีในธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้บริโภคของ LG ในปีที่แล้ว แต่บริษัทก็พร้อมที่จะผลักดันให้ตัวเลขนี้เติบโตขึ้น

 

โดยเปิดตัวบริการนี้ในมาเลเซียและไต้หวันแล้ว และมีแผนที่จะเริ่มให้บริการในประเทศไทย อินเดีย และตลาดอื่นๆ ในเอเชียภายในปีนี้ นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะขยายไปยังสหรัฐอเมริกาและยุโรปในอนาคตอันใกล้นี้

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

บริการสมัครสมาชิกของ LG มาพร้อมกับสิทธิประโยชน์มากมาย เช่น การติดตั้ง การเปลี่ยนอะไหล่ฟรี และการทำความสะอาดแผ่นกรอง นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกแบบชำระเงินสำหรับบริการจัดส่งของชำ

 

Nikkei Asia รายงานว่า แม้ว่าในระยะยาวแล้ว การสมัครสมาชิกจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยตรง แต่บริการนี้ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวเกาหลีใต้ เนื่องจากค่าธรรมเนียมรายเดือนที่สมเหตุสมผลและการบำรุงรักษาฟรี

 

LG เป็นผู้บุกเบิกบริการสมัครสมาชิกเครื่องใช้ไฟฟ้าในเกาหลีใต้ โดยเริ่มต้นในปี 2009 ด้วยเครื่องกรองน้ำ และขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์อย่างมากตั้งแต่ปี 2022

 

ในปีที่แล้วรายได้จากการสมัครสมาชิกอยู่ที่ 1.13 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้นประมาณ 30% จากปี 2022 และคาดว่าจะสูงถึง 1.8 ล้านล้านวอนในปีนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้น 60%

 

การมุ่งเน้นไปที่บริการเป็นผลมาจากอัตรากำไรที่ลดลงในธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า LG Electronics ทำยอดขายรวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 22.18 ล้านล้านวอนในไตรมาส 3 แต่กำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มลดลง 21% จากปีก่อนหน้า เหลือ 7.51 แสนล้านวอน

 

ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้บริโภคได้รับผลกระทบจากต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น และการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากแบรนด์จีน การบริการสมัครสมาชิกคาดว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายของอุปกรณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งมีราคาสูง

 

อย่างไรก็ตาม LG อาจต้องเผชิญกับการแข่งขันในตลาดบริการสมัครสมาชิกในอนาคต โดยมีรายงานว่า Samsung Electronics กำลังพิจารณาที่จะเข้าสู่ธุรกิจนี้เช่นกัน

 

อ้างอิง:

The post เช่าใช้คุ้มกว่าซื้อ? LG ดัน Subscription เครื่องใช้ไฟฟ้าในไทยและอินเดีย สู้เกมราคาของแบรนด์จีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Eazy Car บริการ Car Subscription สัญชาติไทย ตั้งเป้าเข้า IPO ภายในปี 67 https://thestandard.co/eazy-car-thai-car-subscription/ Tue, 11 Apr 2023 10:49:07 +0000 https://thestandard.co/?p=775729 Car Subscription ไทย

บริการ Car Subscription คือการใช้รถแบบใหม่ที่คนทั่วโลกก […]

The post Eazy Car บริการ Car Subscription สัญชาติไทย ตั้งเป้าเข้า IPO ภายในปี 67 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Car Subscription ไทย

บริการ Car Subscription คือการใช้รถแบบใหม่ที่คนทั่วโลกกำลังนิยมกันมาก ซึ่งในไทย Eazy Car ได้นำมาปรับใช้ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนไทย

 

Eazy Car เป็นบริการ Car Subscription สัญชาติไทย ภายใต้กลุ่มไทยรุ่งฯ ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานปี 2565 ว่า บริษัททำรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 150% จากปีก่อน คิดเป็นสินเชื่อมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการทำแคมเปญที่มุ่งเน้นนำเสนอบริการแก่กลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพ และเปิดรับแนวคิดที่เปลี่ยนไปของการใช้รถยนต์

 

“จากมูลค่าสินเชื่อที่เราปล่อยไปในช่วง 2 ปีแรก ก็พิสูจน์แล้วว่าบริการนี้กำลังประสบความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ ในเมืองไทย” อติคุณ เผอิญโชค แมคโดนัลด์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Eazy Car บริษัท ไทย วี.พี. คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าว

 

สำหรับทิศทางการตลาดในปี 2566 Eazy Car จะบุกตลาดลีสซิ่งรถยนต์ที่เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายในตลาดรถป้ายแดงให้กว้างขึ้น ทั้งส่วนของบุคคลทั่วไปและนิติบุคคล 

 

โดยชูจุดเด่นในการเลือกออกรถใหม่ได้ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ใช้เงินดาวน์เริ่มต้น 0 บาท ค่าบริการคงที่ตลอดสัญญา รวมทุกค่าใช้จ่ายทั้งซ่อมและบำรุงรักษา และเมื่อครบสัญญาสามารถซื้อหรือคืนรถให้บริษัทดูแลได้ทันที

 

อติคุณระบุว่า ตอนนี้คนไทยเบื่อกับการออกรถกับไฟแนนซ์แบบเดิมมากแล้ว เพราะต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว ปัจจุบันคนไทยออกรถป้ายแดงเฉลี่ยปีละ 700,000-800,000 คัน รถเหล่านี้ก็จะมีค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามมามากมาย ซึ่งบางคนอาจจะคิดไม่ถึง

 

“สิ่งที่ Eazy Car ทำคือการดิสรัปต์ตลาดรถยนต์ และทำให้การมีรถนั้นง่ายขึ้น สบายขึ้น ไม่ต้องเสียเงินไปกับเรื่องจุกจิกต่างๆ เหมือนเดิม ผมเชื่อว่าแคมเปญนี้จะขยายฐานสมาชิกของเราได้เพิ่มขึ้นอีกมาก เป้าหมายของเราคือการได้ส่วนแบ่งตลาดรถป้ายแดงราว 5% หรือราว 35,000 คันต่อปีในที่สุด”

 

นอกจากนี้ Eazy Car มองตลาดรถ EV น่าสนใจเหมือนกัน แต่อติคุณยอมรับว่า EV ยังเป็นของใหม่ รถในรุ่นแรกๆ ยังมีความไม่แน่นอนในเรื่องสมรรถนะ คุณภาพ และอะไหล่ ในระยะยาว ความเสี่ยงเรื่องพวกนี้สูงมาก ซึ่งดูได้จากค่าประกันที่แพงกว่ารถปกติ ฉะนั้นถ้าผู้บริโภคไม่อยากจะรับความเสี่ยงนี้ ต้องเปลี่ยนรถตามรอบการใช้งานคือ 3-5 ปี 

 

เป้าหมายถัดไปของ Eazy Car คือการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเสนอขายหุ้นในนามบริษัท ไทย วี.พี. คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในเครือไทยรุ่งฯ ภายในปี 2567

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

The post Eazy Car บริการ Car Subscription สัญชาติไทย ตั้งเป้าเข้า IPO ภายในปี 67 appeared first on THE STANDARD.

]]>
คุ้มสุดๆ! รู้จัก ‘SOMPO ตามใจ’ จากซมโปะ ประกันภัย ประกันรถยนต์แบบ Subscription และแบบรายวัน พร้อมให้บริการแล้วเจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทย [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/sompo-subscription/ Wed, 29 Mar 2023 02:40:33 +0000 https://thestandard.co/?p=765260 SOMPO

สำหรับผู้ใช้รถยนต์ทุกคน การมี ‘ประกันภัยรถยนต์’ ถือเป็น […]

The post คุ้มสุดๆ! รู้จัก ‘SOMPO ตามใจ’ จากซมโปะ ประกันภัย ประกันรถยนต์แบบ Subscription และแบบรายวัน พร้อมให้บริการแล้วเจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทย [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
SOMPO

สำหรับผู้ใช้รถยนต์ทุกคน การมี ‘ประกันภัยรถยนต์’ ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ในกรณีที่เราประสบอุบัติเหตุอันเกี่ยวข้องกับรถยนต์ ทำให้ผู้ใช้รถไม่ต้องกังวลว่าถ้าเกิดความสูญเสียใดๆ ไม่ว่าจะกับตัวรถยนต์ ผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือแม้กระทั่งบุคคลที่สาม จะมี ‘ประกันรถยนต์’ เป็นผู้ช่วยดูแลทั้งด้านค่าใช้จ่าย การซ่อมแซมรถยนต์ หรือการประสานงานช่วยเหลืออื่นๆ

 

แต่สังเกตกันไหมว่า ปัจจุบันพฤติกรรมการใช้รถยนต์ของเราเปลี่ยนแปลงไปแล้ว วันนี้พวกเราโดยเฉพาะคนทำงานไม่ได้ใช้รถยนต์เยอะเหมือนเมื่อก่อน เพราะรูปแบบการทำงานในวันนี้ได้เปลี่ยนมาเป็นแบบไฮบริด ที่ไม่ต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน เพราะสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ โดยเฉพาะอย่างการทำงานจากที่บ้าน (Work from Home)

 

SOMPO

 

คำถามคือ จะดีกว่าไหม? หากเรามีประกันรถยนต์ทางเลือกใหม่ที่สามารถเลือกซื้อได้เฉพาะวันที่เราต้องการใช้รถเท่านั้น รวมไปถึงให้เราเลือกวงเงินความคุ้มครองได้เองอย่างอิสระ

 

ซมโปะ ประกันภัย จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์ที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันอย่างแท้จริง นั่นคือ SOMPO ตามใจ ประกันรถยนต์แบบใหม่ ที่นอกจากจะให้เราเลือกปรับเปลี่ยนวงเงินความคุ้มครองได้ตามใจแล้ว ยังมีให้เราเลือกได้ทั้งแบบ ‘ประกันรถยนต์รายวัน’ คือซื้อเฉพาะวันที่ต้องการจริงๆ หรือถ้าเราเป็นคนขับรถบ่อย ก็สามารถเลือก ‘ประกันรถยนต์แบบ Subscribe’ ก็ได้ โดยที่เราจะจ่ายค่าเบี้ยประกันเป็นรายเดือน ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องดอกเบี้ย หรือมีข้อผูกมัดระยะยาวแบบประกันรายปี ซึ่งวันนี้เราจะชวนคุณมาทําความรู้จัก กับ SOMPO ตามใจ จาก ซมโปะ ประกันภัย ให้มากขึ้น

 

‘ซมโปะ ประกันภัย’ คุณภาพที่ยึดถือมานานกว่าศตวรรษ

 

ก่อนอื่นเราขอแนะนำให้รู้จัก ‘ซมโปะ ประกันภัย’ ซึ่งแค่ชื่อก็บ่งบอกอยู่แล้วว่านี่คือบริษัทประกันภัยจากประเทศญี่ปุ่น ที่เราวางใจได้ในเรื่องคุณภาพ และความใส่ใจลูกค้า

 

“ซมโปะ ประกันภัย คือบริษัทที่ทำธุรกิจประกันอัคคีภัยเป็นแห่งแรกในญี่ปุ่นก่อตั้งมากว่า 135 ปี และเข้ามามาดําเนินธุรกิจในประเทศไทยกว่า 25 ปีแล้วพร้อมกับกลุ่มโรงงานและธุรกิจยานยนต์ที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย” ผศ.ดร. ชญณา ศิริภิรมย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซมโปะ ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เกริ่นนำที่มาของบริษัท

 

SOMPO

 

ในช่วงแรกลูกค้าในไทยจะเป็นลูกค้าองค์กร ซึ่งเราจะเน้นในด้านการให้บริการด้วยคุณภาพและความใส่ใจแบบญี่ปุ่น ผ่านการสำรวจภัยที่ถือเป็นจุดโดดเด่น ที่ช่วยบริหารความเสี่ยงของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าปลอดภัยจากอุบัติภัยต่างๆ อันเป็นสิ่งที่ทางญี่ปุ่นให้ความสำคัญมาก

 

ลูกค้าองค์กรถือเป็นลูกค้าหลักที่สร้างรากฐานทั้งในแง่ของแบรนด์ โนว์ฮาว และการสร้างบุคลากรให้กับ ‘ซมโปะ ประกันภัย (ประเทศไทย)’ จากนั้นเมื่อ 5-6 ปีก่อน จึงได้ขยับมาสู่กลุ่มลูกค้าส่วนบุคคลมากขึ้น

 

ภาพจำของ ‘ซมโปะ’ คือประกันการเดินทาง โดยเฉพาะคนที่อยากเดินทางไปท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่น ซึ่งแต่ละปีมีคนไทยเดินทางไปเยือนถึงปีละกว่า 1.5 ล้านคน (อ้างอิงข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น 2022)

 

“เราตอบโจทย์ลูกค้าประกันการเดินทาง เพราะสามารถซื้อได้ง่าย บางครั้งการ

เดินทางมักจะเกิดขึ้นกะทันหัน ลูกค้าก็สามารถซื้อประกันได้เลยผ่านระบบออนไลน์ และเราก็ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุม ตั้งแต่เดินออกจากบ้าน และกลับมาถึงบ้านนับไปอีก 24 ชั่วโมง หากเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุเราก็มีเครือข่ายโรงพยาบาลที่ครอบคลุม ทำให้ลูกค้าไม่ต้องสำรองเงินจ่ายเอง รวมถึงมีล่ามคอยช่วยแปลภาษาเพื่อสื่อสารทางการแพทย์ให้อีกด้วย”

 

จากการขายประกันเดินทาง ทำให้ซมโปะได้เรียนรู้พฤติกรรมของลูกค้า ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนา ‘SOMPO ตามใจ’ ทำให้เรารู้ว่า วันนี้พฤติกรรมของผู้บริโภคต้องการความยืดหยุ่น และที่สำคัญคือ ‘ความแฟร์’

 

สร้างความ ‘แฟร์’ ให้ลูกค้า

 

“คนยังใช้รถยนต์อยู่แต่บางคนไม่ได้ใช้มากเหมือนเมื่อก่อน เพราะตอนนี้สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้”ผศ.ดร. ชญณา ศิริภิรมย์กล่าว “วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปทำให้ผู้ใช้รถอยากได้ประกันที่เหมาะสมกับพวกเขาด้วย ซึ่ง SOMPO ตามใจ จะเข้ามาตอบโจทย์จากความแฟร์ที่จ่ายตามการใช้งานจริง รวมไปถึงความคุ้มค่าและความอิสระไม่ผูกมัด”

 

SOMPO

ผศ.ดร. ชญณา ศิริภิรมย

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซมโปะ ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

 

ความแตกต่างของ ‘SOMPO ตามใจ’ กับประกันรถยนต์แบบทั่วไปคือ ประกันปกติจะขายเป็นแผนที่จัดชุดไว้แล้ว แต่สำหรับประกันรถยนต์ SOMPO ตามใจ เราให้ลูกค้าเลือกวงเงินความคุ้มครองแต่ละอย่างได้เองเลย เช่น ถ้าลูกค้ากังวลเรื่องอุบัติเหตุมาก ก็เลือกเพิ่มวงเงินคุ้มครองสูงๆ เฉพาะเรื่องได้ ถ้าไม่กังวลเรื่องรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ ก็เลือกปรับวงเงินคุ้มครองเฉพาะส่วนนั้นให้น้อยลงได้เพื่อประหยัดค่าเบี้ยประกัน

 

นอกจากนี้ ‘SOMPO ตามใจ’ ยังโดดเด่นด้วยแนวคิดนอกกรอบจากประกันรถยนต์แบบเดิมๆ ที่มีให้บริการอยู่ทั่วไปในหลากหลายมิติ และจะกลายเป็นตัวเลือกที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าสำหรับลูกค้าทุกไลฟ์สไตล์ โดย ‘SOMPO ตามใจ’ แบ่งเป็น 2 รูปแบบดังนี้

 

 

 

แบบที่ 1: ประกันรถยนต์ SOMPO ตามใจ แบบ Subscription

 

ประกันรถยนต์สำหรับคนยุคใหม่ที่รักความอิสระและความคุ้มค่า เพราะซมโปะให้ลูกค้าจ่ายค่าเบี้ยประกันเป็นรายเดือนได้แบบไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีข้อผูกมัดใดๆ และยังการันตีว่าค่าเบี้ยประกันไม่เพิ่ม แม้ลูกค้าจะมีการเคลมประกัน ถ้าการเคลมไม่เกินจำนวนที่บริษัทกำหนด

 

เทียบให้เห็นภาพคือ ประกันรถยนต์ SOMPO ตามใจ แบบ Subscription เป็นเหมือนบริการ Streaming ที่เราคุ้นเคย เช่น Netflix และ Spotify ที่ลูกค้าสมัครออนไลน์ครั้งเดียว จ่ายค่าเบี้ยเป็นรายเดือนทุกเดือน หายห่วงสบายใจด้วยบริการแจ้งเตือนก่อนตัดบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตรายเดือนโดยอัตโนมัต ทำให้ไม่มีดอกเบี้ย และประหยัดค่าใช้จ่ายเพราะไม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่

 

ที่สำคัญในระหว่าง Subscribe อยู่ ถ้าลูกค้าเปลี่ยนใจเมื่อไรก็สามารถยกเลิกในรอบเดือนไหนก็ได้ เพราะไม่มีสัญญาผูกมัดเป็นรายปี จึงมีความยืดหยุ่นมากกว่าประกันรายปีแบบปกติ แต่ถ้าหากลูกค้า Subscribe ต่อเนื่องครบทุกๆ 6 เดือน ซมโปะก็จะมอบส่วนลดค่าเบี้ยประกันให้ 10% ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 รอบ

 

ยกตัวอย่างเช่น ค่าเบี้ยประกันเดือนแรก 600 บาท เมื่อใช้ไปครบ 6 เดือน ในเดือนที่ 7-12 ก็จะลดเหลือเดือนละ 540 บาท และเมื่อถึงเดือนที่ 13-18 ก็จะลดเหลือเพียงเดือนละ 486 บาท

 

SOMPO

 

นั่นหมายความว่ายิ่งลูกค้าสมัครเร็ว ยิ่งใช้นาน ก็ยิ่งคุ้ม เพราะค่าเบี้ยประกันจะมีราคาถูกลงเรื่อยๆ ซึ่งการการันตีว่าลูกค้าจะได้รับส่วนลดทุกๆ 6 เดือนนี้ แม้ว่าลูกค้าจะมีเคลมก็ยังได้ส่วนลดตามปกติ และซมโปะจะไม่ขึ้นค่าเบี้ยประกัน หากลูกค้ามีเคลมไม่เกินจำนวนที่บริษัทกำหนด

 

 

แบบที่ 2: ประกันรถยนต์ SOMPO ตามใจ แบบรายวัน 

 

เริ่มจากการมองในมุมลูกค้าว่าทำไมต้องเสียค่าเบี้ยประกันในวันที่เราไม่ได้ใช้รถ? ประกันรถยนต์ SOMPO ตามใจ แบบรายวัน จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคนใช้รถน้อย ในยุค New Normal เช่นนี้ เพราะว่าซมโปะให้เราเลือกซื้อประกันรถยนต์เฉพาะวันที่ต้องการใช้รถได้ โดยเริ่มต้นที่ 1 วัน และสูงสุด 7 วันต่อหนึ่งกรมธรรม์ ในขณะเดียวกัน ลูกค้าก็ได้รับความคุ้มครองแบบจัดเต็ม เทียบเท่ากับประกันรถยนต์แบบรายปี

 

ดังนั้น ไม่ว่าเราจะอยู่ในโหมด Work from Home หรือจะขับรถคันโปรดเฉพาะโอกาสพิเศษๆ เช่น ขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัดในช่วงวันหยุด ก็ช่วยให้เราประหยัดได้มากกว่าที่เคย เพราะค่าเบี้ยประกันเริ่มต้นเพียงวันละ 59 บาทเท่านั้น

 

ทีมงาน THE STANDARD เลยขอสรุปจุดเด่นของผลิตภัณฑ์เป็น 2 เรื่องคือ

 

อิสระกว่า

 

‘ประกันรถยนต์ SOMPO ตามใจ’ ให้เราเลือกปรับเปลี่ยนความคุ้มครองได้อย่างอิสระ อยากจะเพิ่มลดตรงไหนก็เลือกปรับได้เอง จึงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับความคุ้มครองที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป

 

คุ้มกว่า

 

ประกันรถยนต์ SOMPO ตามใจ มีให้เลือกทั้งแบบรายวันและแบบ Subscription ทำให้เราได้ค่าเบี้ยประกันที่ประหยัดกว่าการซื้อประกันรถยนต์แบบเดิมๆ

 

นอกจากนี้ ‘ประกันรถยนต์ SOMPO ตามใจ’ ยังมีจุดเด่นอื่นๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นก็คือเรื่องการบริการ

 

มั่นใจกว่า.. 

 

ขึ้นชื่อว่าเป็นบริษัทญี่ปุ่น อีกสิ่งหนึ่งที่เราไว้ใจได้คือเรื่องการบริการ โดยซมโปะ ประกันภัย มีศูนย์รับแจ้งเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่ให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

 

ในกรณีผู้เอาประกันภัยประสบอุบัติเหตุรถยนต์ ซมโปะการันตีจัดส่งเจ้าหน้าที่สำรวจภัยถึงจุดเกิดเหตุภายใน 30 นาที สำหรับในพื้นที่ กทม. และอำเภอเมือง ใน 3 จังหวัดปริมณฑล ได้แก่ สมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี

 

โดยเจ้าหน้าที่ของซมโปะพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้า ทั้งการประสานงานกับคู่กรณี ฝ่ายสินไหม อู่ซ่อม รวมถึงบริการรถยก-ลาก ในกรณีรถยนต์ได้รับความเสียหายหนัก

 

สะดวกกว่า.. 

 

ไม่ว่าจะเป็นการซื้อประกันหรือการสอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ สามารถติดต่อกับซมโปะประกันภัยได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้ง LINE Official Account @SompoThailand และเว็บไซต์ https://tamjai.sompo.co.th/ หรือโทรศัพท์ติดต่อศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์เบอร์ 0 2119 3000 ก็ได้เช่นกัน

 

ในด้านการเคลมประกัน หลังจากลูกค้านำรถเข้าซ่อมที่อู่ ก็สามารถตรวจสอบสถานะการซ่อมได้ใน LINE Official Account เช่นกัน และจะมี SMS เพื่อแจ้งรายการอัปเดตที่สำคัญให้ลูกค้าทราบ เราจึงไม่ต้องคอยโทรตามเพื่อขออัปเดตสถานะงานซ่อมด้วยตัวเอง

 

“บริการทั้งหมดของเราเกิดขึ้นจากการตั้งโจทย์ว่าลูกค้าจะได้อะไร ดังนั้นทุกบริการของเราพัฒนาเพื่อลูกค้าจริงๆ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่เข้ามายืนยันความตั้งใจของเราคือ การได้รับรางวัล ‘Thailand Most Customer-centric Non-Life Insurance Company’ จาก The Global Economics Awards 2022 ซึ่งถือเป็นสิ่งที่เราภาคภูมิใจ”

 

SOMPO

 

สำหรับผู้ใช้รถยนต์ท่านใดสนใจ ‘ประกันรถยนต์ SOMPO ตามใจ’ จากซมโปะ ประกันภัย สามารถเข้าไปเช็กเบี้ยประกันง่ายๆ ด้วยตัวเองได้ที่ https://hi.switchy.io/Cmci

 

หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ‘ประกันรถยนต์ SOMPO ตามใจ’ ได้ที่ https://hi.switchy.io/Cmcp

 

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กําหนด ผู้ซื้อควรทําความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทําประกันภัย

The post คุ้มสุดๆ! รู้จัก ‘SOMPO ตามใจ’ จากซมโปะ ประกันภัย ประกันรถยนต์แบบ Subscription และแบบรายวัน พร้อมให้บริการแล้วเจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทย [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Twitter พรีเมียม? ‘อีลอน มัสก์’ เตรียมเปิดตัว Subscription รูปแบบใหม่บน Twitter ซึ่งจะช่วยให้สมาชิกใช้งานได้โดยไม่มีโฆษณาคั่น https://thestandard.co/new-twitter-subscription/ Sun, 22 Jan 2023 03:18:03 +0000 https://thestandard.co/?p=740384

อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีซีอีโอชื่อดัง ออกมาระบุว่า เขามีแผ […]

The post Twitter พรีเมียม? ‘อีลอน มัสก์’ เตรียมเปิดตัว Subscription รูปแบบใหม่บน Twitter ซึ่งจะช่วยให้สมาชิกใช้งานได้โดยไม่มีโฆษณาคั่น appeared first on THE STANDARD.

]]>

อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีซีอีโอชื่อดัง ออกมาระบุว่า เขามีแผนจะเปิดตัวการสมัครสมาชิก หรือ Subscription รูปแบบใหม่ที่มีราคาสูงขึ้นบน Twitter ซึ่งจะอนุญาตให้สมาชิกสามารถใช้งานแพลตฟอร์มได้โดยไม่มีโฆษณาคั่น นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะปรับปรุงขนาดและความถี่ของโฆษณาที่ปรากฏบน Twitter ให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งานมากขึ้นอีกด้วย

 

“โฆษณาบน Twitter ในปัจจุบันมีความถี่และขนาดที่ใหญ่เกินไป ปัญหาดังกล่าวกำลังจะถูกแก้ไขในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า” มัสก์ทวีตข้อความเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (21 มกราคม) โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบการสมัครสมาชิกใหม่และราคาที่ต้องการเรียกเก็บจากผู้ใช้งาน

 

นับตั้งแต่เข้าซื้อกิจการ Twitter ในเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา มัสก์ได้พยายามกระจายช่องทางการหารายได้ของบริษัทนอกเหนือจากการพึ่งพาเงินค่าโฆษณา โดยหนึ่งในช่องทางที่เขาตั้งความหวังเอาไว้คือรายได้ที่เรียกเก็บจากการสมัครสมาชิก Twitter Blue

 

การปรับเปลี่ยนนโยบายหลายๆ ด้านใน Twitter ของมัสก์ เช่น ยกเลิกการแบนโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ทำให้ธุรกิจจำนวนไม่น้อยตัดสินใจถอนงบโฆษณาของตัวเองออกจาก Twitter ซึ่งส่งผลต่อผลประกอบการของบริษัท

 

ข้อมูลจาก Bloomberg ยังระบุว่า ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา Twitter มีการเลิกจ้างวิศวกรและ Data Scientists ไปเป็นจำนวน 40 คน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อ้างอิง:

The post Twitter พรีเมียม? ‘อีลอน มัสก์’ เตรียมเปิดตัว Subscription รูปแบบใหม่บน Twitter ซึ่งจะช่วยให้สมาชิกใช้งานได้โดยไม่มีโฆษณาคั่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Netflix จะอนุญาตให้มี ‘บ้าน’ เพียง 1 แห่งต่อบัญชีเท่านั้น และเก็บเงิน ‘การแชร์รหัสผ่าน’ โดยเริ่มแล้วใน 5 ประเทศ ต้องจ่ายเพิ่มอีกราว 100 บาท https://thestandard.co/netflix-account/ Wed, 26 Oct 2022 10:53:27 +0000 https://thestandard.co/?p=700413 Netflix

แพลตฟอร์มสตรีมมิงชื่อดังอย่าง Netflix เตรียมเปลี่ยนแปลง […]

The post Netflix จะอนุญาตให้มี ‘บ้าน’ เพียง 1 แห่งต่อบัญชีเท่านั้น และเก็บเงิน ‘การแชร์รหัสผ่าน’ โดยเริ่มแล้วใน 5 ประเทศ ต้องจ่ายเพิ่มอีกราว 100 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Netflix

แพลตฟอร์มสตรีมมิงชื่อดังอย่าง Netflix เตรียมเปลี่ยนแปลงนโยบายเกี่ยวกับการแชร์รหัสผ่าน และจะเริ่มเก็บเงินกับคนที่ต้องการแชร์รหัสด้วยกัน จากตอนนี้ที่สามารถสร้างโปรไฟล์ได้ถึง 5 โปรไฟล์ แต่ภายในต้นปี 2023 โปรไฟล์เหล่านี้จะกลายเป็น ‘บัญชีย่อย’ ที่มีค่าใช้จ่าย

 

โดยหลังจากนี้จะอนุญาตให้ 1 บ้าน มีเพียง 1 บัญชีเท่านั้น และจะต้องจ่ายเพิ่มหากต้องการเข้าถึงบัญชีเพิ่มภายในบ้านเดิม ทั้งนี้ ผู้ใช้ (User) จะยังสามารถใช้ Netflix นอกบ้านจริงๆ (นอกสถานที่) ได้ แต่ในเงื่อนไขของการใช้บัญชีเดียวกับที่บ้าน อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้สามารถจ่ายเงินเพิ่มเพื่อสร้างบัญชีย่อยได้

 

บริษัทจะเริ่มเปิดตัวฟีเจอร์นี้ในวงกว้างมากขึ้นภายในต้นปี 2023 โดยขณะนี้เปิดตัวแล้วใน 5 ประเทศ ประกอบด้วยอาร์เจนตินา สาธารณรัฐโดมินิกัน ฮอนดูรัส เอลซัลวาดอร์ และกัวเตมาลา ซึ่งทำให้ผู้ใช้ในประเทศเหล่านี้ต้องจ่ายเพิ่มอีก 2.99 ดอลลาร์ เพื่อเพิ่ม ‘บ้าน’ ในบัญชีของตน

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ทั้งนี้ สำหรับผู้ใช้ที่มีการแชร์รหัสผ่านอยู่ก็จะสามารถโอนโปรไฟล์ไปยังบัญชีใหม่ได้ ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้จะสามารถนำประวัติการดูและการแนะนำเนื้อหาไปยังบัญชีใหม่ด้วยได้

 

ส่วนคนที่แชร์รหัสผ่านกับคนอื่น สามารถสร้างและจัดการบัญชีย่อยได้อย่างง่ายดายด้วยรูปแบบใหม่นี้

 

“องค์ประกอบอีกอย่างคือการอนุญาตให้เจ้าของบัญชีจ่ายค่าบริการให้เพื่อนหรือครอบครัวได้ ใครก็ตามที่พวกคุณอยากแบ่งปันบริการด้วย… ดังนั้นพวกเขาสามารถสร้างบัญชีย่อยหรือที่เราเรียกว่าสมาชิกพิเศษ เพื่อเปิดใช้งานรูปแบบใหม่ได้อีกด้วย” Gregory Peters ซีอีโอและหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์กล่าว

 

ทั้งนี้ การเรียกเก็บเงินจากบัญชีย่อยไม่ใช่ช่องทางรายได้ใหม่เพียงแห่งเดียวของ Netflix ในปีหน้า อีกแผนการคือผู้ใช้จะสามารถจ่ายเงินเพื่อสมัครแพ็กเกจ ‘ขั้นพื้นฐาน’ ที่ถูกลงแต่มีโฆษณาแทรกได้ โดย Peters กล่าวว่า แพ็กเกจนี้ “จะทำให้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นและนำไปสู่รายได้และกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล”

 

แพ็กเกจมีโฆษณานี้ในสหรัฐฯ จะมีราคา 7 ดอลลาร์ หรือราว 266 บาทต่อเดือน ซึ่งถูกกว่าแพ็กเกจที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ 15.5 ดอลลาร์ต่อเดือน และไม่มีโฆษณา

 

อ้างอิง:

The post Netflix จะอนุญาตให้มี ‘บ้าน’ เพียง 1 แห่งต่อบัญชีเท่านั้น และเก็บเงิน ‘การแชร์รหัสผ่าน’ โดยเริ่มแล้วใน 5 ประเทศ ต้องจ่ายเพิ่มอีกราว 100 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
หากอยากใช้งาน ‘หลายบ้าน’ จ่ายเพิ่มมา 110 บาท! Netflix เริ่มทดสอบแผนจัดการ ‘แชร์รหัส’ ในหลายประเทศ https://thestandard.co/netflix-share-password-package/ Wed, 20 Jul 2022 05:04:00 +0000 https://thestandard.co/?p=656263 Netflix

บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านสตรีมมิงอย่าง Netflix กำลังทดลองวิธี […]

The post หากอยากใช้งาน ‘หลายบ้าน’ จ่ายเพิ่มมา 110 บาท! Netflix เริ่มทดสอบแผนจัดการ ‘แชร์รหัส’ ในหลายประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Netflix

บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านสตรีมมิงอย่าง Netflix กำลังทดลองวิธีใหม่ เพื่อจัดการการแชร์รหัสในประเทศอาร์เจนตินา, เอลซัลวาดอร์, กัวเตมาลา, ฮอนดูรัส และสาธารณรัฐโดมินิกัน

 

โดยหน้าซัพพอร์ตของ Netflix ในฮอนดูรัสบอกไว้อย่างชัดเจนว่า การทดสอบนี้จะแจ้งให้ผู้ใช้จ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมหากบัญชีของพวกเขาเชื่อมต่อกับอุปกรณ์นอกบ้าน ‘นานเกินสองสัปดาห์’ ทั้งนี้ หากผู้ใช้ต้องการเพิ่ม ‘บ้าน’ จะต้องจ่ายเงินประมาณ 1.17 ดอลลาร์ (ประมาณ 43 บาท) ในประเทศอาร์เจนตินา และ 2.99 ดอลลาร์ (ประมาณ 110 บาท) ในทุกประเทศที่เหลือ

 

จากรายงานของ Netflix ในส่วนของแอปเวอร์ชันทดสอบ บัญชีของผู้ใช้มี ‘บ้านหลัก’ หนึ่งบ้าน ซึ่งสามารถดู Netflix จากอุปกรณ์ใดก็ได้ภายในบ้าน รวมถึงเวลาที่ไปท่องเที่ยวและใช้แอปบนโทรศัพท์หรือโน้ตบุ๊กโดยไม่มีขั้นตอนเพิ่มเติม

 

ทั้งนี้ ในประเทศข้างต้น บริษัทก็กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยให้ผู้ใช้ติดตามได้ว่า ‘บัญชีกำลังถูกใช้จากที่ไหน’ และสามารถจำกัดการเข้าถึงได้

 

บริษัทอธิบายว่า การใช้ Netflix นอกบ้านโดยไม่มีค่าธรรมเนียมขณะ ‘ท่องเที่ยว’ ใช้ได้ถึงสองสัปดาห์ตราบใดที่บัญชีของคุณไม่เคยใช้ใน ‘สถานที่นั้นมาก่อน’ โดยหนึ่งที่จะได้รับอนุญาตหนึ่งครั้งต่อปี

 

Netflix จำกัดความคำว่า ‘บ้าน’ ไว้ว่า ‘ตำแหน่งทางกายภาพ ซึ่งคือบ้านของคุณ เป็นที่ที่สามารถดู Netflix บนอุปกรณ์ใดก็ได้’

 

“มันดีมากนะที่สมาชิกของเรารักรายการบน Netflix มากขนาดที่ว่าอยากแบ่งปันอย่างกว้างขวาง” เชงยี่หลง ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ของ Netflix กล่าว “แต่การแชร์บัญชีในปัจจุบันกำลังทำลายความสามารถในการลงทุนระยะยาวและการปรับปรุงบริการของเรา”

 

โดยบริษัทแถลงการณ์ทดลองเพิ่มราคาจากการใช้บัญชีร่วมกันครั้งแรกในเดือนมีนาคม ไม่กี่สัปดาห์หลังประกาศขึ้นราคาสำหรับผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ บริษัทกำลังพัฒนาตัวเลือกการสมัครบริการที่มีโฆษณาคั่นแต่ลดราคาลง และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ประกาศร่วมมือกับ Microsoft เพื่อพัฒนาคุณภาพการโฆษณาของบริษัท

 

สุดท้ายนี้ Netflix มีเหตุผลมากพอในการหาวิธีเพิ่มรายได้ของบริษัท โดยเมื่อเดือนเมษายนบริษัทประกาศว่ายอดสมัครบริการลดลงเป็นครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ หลังการเพิ่มขึ้นของยอดสมัครบริการในช่วงต้นของการระบาดของโควิด

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post หากอยากใช้งาน ‘หลายบ้าน’ จ่ายเพิ่มมา 110 บาท! Netflix เริ่มทดสอบแผนจัดการ ‘แชร์รหัส’ ในหลายประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ของเล่น ผ้าอ้อม และอาหารแบบ Subscription ตัวเลือกที่เข้ามาช่วยลดความยุ่งยากให้กับพ่อแม่ชาวญี่ปุ่น https://thestandard.co/subscription-model-helps-new-japanese-families/ Mon, 18 Jul 2022 07:22:36 +0000 https://thestandard.co/?p=655165 Subscription

เทรนด์ Subscription หรือการสมาชิก กำลังมาแรงในหลายๆ อุต […]

The post ของเล่น ผ้าอ้อม และอาหารแบบ Subscription ตัวเลือกที่เข้ามาช่วยลดความยุ่งยากให้กับพ่อแม่ชาวญี่ปุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Subscription

เทรนด์ Subscription หรือการสมาชิก กำลังมาแรงในหลายๆ อุตสาหกรรม รวมไปถึงในญี่ปุ่น ที่บริษัทต่างๆ ออกมาให้บริการ ไม่ว่าจะเป็น อาหาร ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ไปจนถึงของเล่นเพื่อการศึกษา และหนังสือสำหรับเด็ก เพื่อให้ผู้ปกครองที่มีงานยุ่งสามารถประหยัดเวลาและความยุ่งยากได้

 

การสมัครสมาชิกเช่าของเล่น Toysub มีค่าธรรมเนียมรายเดือน 3,674 เยน หรือราว 970 บาท โดยผู้สมัครสามารถยืมของเล่นกว่า 95,000 รายการใน 1,800 หมวดหมู่ จากประเทศต่างๆ ได้ทั่วโลก

 

แต่ละกล่องมีของเล่นเพื่อการศึกษา 5-6 ชิ้น ที่สมาชิกสามารถเช่าได้ประมาณ 2 เดือน โดยของเล่นนั้นได้รับการปรับแต่งให้เหมาะกับวัยของเด็กและพัฒนาการ ซึ่งหากลูกๆ ชอบจนไม่อยากคืน ผู้ปครองก็ขยายเวลาเช่าหรือซื้อได้ บริการนี้ทำให้ผู้ปกครองมีโอกาสประหยัดเงินด้วยการเช่ามากกว่าซื้อ

 

โนริมิตสึ ชิดะ หัวหน้าของ Toysub กล่าวว่า การเช่าและแบ่งปันของเล่นเป็นวิธีหนึ่งสำหรับผู้ปกครองที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ในการหาของเล่นล่าสุดให้ลูกๆ ของพวกเขา โดยไม่ทำให้บ้านรก

 

อีกหนึ่งบริการที่แบ่งเบาภาระผู้ปกครองได้มากคือ การสมัครสมาชิกผ้าอ้อม เนื่องจากศูนย์รับเลี้ยงเด็กในประเทศญี่ปุ่นขอให้ผู้ปกครองนำผ้าอ้อมมาด้วยในแต่ละวัน Baby Job ในโอซาก้าจึงเสนอจัดส่งผ้าอ้อมด้วยราคาค่าบริการรายเดือน 2,508 เยน หรือ 3,278 เยน ขึ้นอยู่กับรูปแบบผ้าอ้อม

 

พนักงานรับเลี้ยงเด็กที่ใช้บริการกล่าวว่า เธอไม่ต้องกังวลว่าผ้าอ้อมจะหมดอีกต่อไป ในขณะที่คุณแม่กล่าวว่า “ตอนนี้การเก็บของลงกระเป๋าของลูกง่ายขึ้นมาก”

 

นอกจากนี้ยังมีการสมัครสมาชิกคอร์สอาหารสำหรับทารกที่เรียกว่า The Kindest ซึ่งมอบอาหารที่สดใหม่และดีต่อสุขภาพ 20 มื้อ ให้ทารกและเด็กเล็กทุกๆ 4 สัปดาห์ ในราคา 10,000 เยนต่อเดือน

 

อาหารถูกปรับให้เข้ากับอายุและความต้องการทางโภชนาการของเด็กๆ โดยไม่ใส่สารกันบูดและสารเคมี ใช้ผักที่ปลูกในญี่ปุ่น และพัฒนาด้วยความช่วยเหลือจากกุมารแพทย์และนักโภชนาการ

 

อ้างอิง:

The post ของเล่น ผ้าอ้อม และอาหารแบบ Subscription ตัวเลือกที่เข้ามาช่วยลดความยุ่งยากให้กับพ่อแม่ชาวญี่ปุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจาะลูกค้าที่ไม่อยากจ่ายเงินเป็นก้อน? Apple กำลังวางแผนเปิดตัวการขาย iPhone แบบ ‘Subscription’ ที่ชำระเงินแบบ ‘รายเดือน’ https://thestandard.co/apple-iphone-subscription/ Fri, 25 Mar 2022 04:26:12 +0000 https://thestandard.co/?p=609784 เจาะลูกค้าที่ไม่อยากจ่ายเงินเป็นก้อน? Apple กำลังวางแผนเปิดตัวการขาย iPhone แบบ ‘Subscription’ ที่ชำระเงินแบบ ‘รายเดือน’

บางครั้งการหยิบเงินเป็นหมื่นๆ ออกจากกระเป๋าเพื่อจ่ายค่า […]

The post เจาะลูกค้าที่ไม่อยากจ่ายเงินเป็นก้อน? Apple กำลังวางแผนเปิดตัวการขาย iPhone แบบ ‘Subscription’ ที่ชำระเงินแบบ ‘รายเดือน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจาะลูกค้าที่ไม่อยากจ่ายเงินเป็นก้อน? Apple กำลังวางแผนเปิดตัวการขาย iPhone แบบ ‘Subscription’ ที่ชำระเงินแบบ ‘รายเดือน’

บางครั้งการหยิบเงินเป็นหมื่นๆ ออกจากกระเป๋าเพื่อจ่ายค่าสมาร์ทโฟน 1 เครื่องก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราใจหวิวๆ ได้เหมือนกัน บางคนจึงเลือกใช้โปรโมชันของบัตรเครดิตที่ให้ผ่อน 0% เป็นระยะเวลา 10 เดือนแทน แต่ล่าสุดนั้น Apple ได้ปิ๊งไอเดีย โดยกำลังวางแผนเปิดตัวการขาย iPhone แบบ Subscription ที่ชำระเงินแบบ ‘รายเดือน’

 

ตามรายงานของ Bloomberg ค่าใช้จ่ายรายเดือนจะไม่ใช่แค่ราคาของอุปกรณ์หารด้วย 12 หรือ 24 เดือนเท่านั้น แต่ยังเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ยังไม่ทราบแน่ชัด ซึ่งอาจมีตัวเลือกในการอัปเกรดเป็นฮาร์ดแวร์ใหม่เมื่อเปิดตัว

 

ที่ผ่านมา iPhone เป็นแหล่งสร้างรายได้หลักของ Apple โดยมียอดขายเกือบ 1.92 แสนล้านดอลลาร์ หรือ 6.4 ล้านล้านบาทในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของรายรับของ Apple ดังนั้นการเพิ่มบริการใหม่นี้ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเร่งในการกระตุ้นยอดขายของ  iPhone ได้

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

Apple ได้หารือเป็นการภายในเบื้องต้นเกี่ยวกับการแนบโปรแกรมการสมัครสมาชิกฮาร์ดแวร์เข้ากับชุด Apple One และแผนการสนับสนุนด้านเทคนิคของ AppleCare โดย Apple เปิดตัวชุดรวมในปี 2020 เพื่อให้ผู้ใช้สมัครใช้บริการต่างๆ เช่น TV+, Arcade, Music, Fitness+ และที่เก็บข้อมูล iCloud โดยมีค่าธรรมเนียมรายเดือนที่ถูกกว่า

 

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Apple ได้ให้ความสำคัญกับการสมัครรับข้อมูลแบบประจำมากขึ้น เช่น Apple Music, Apple TV+, Apple News+, Apple Fitness+ และ Apple Arcade ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่สำคัญของ Apple 

 

รายงานของ The Verge วิเคราะห์ถึงทิศทางดังกล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการว่า Apple จะให้ยืมอุปกรณ์เป็นรายเดือน คุณจะสามารถชำระเงินเพื่อ ‘สมัครสมาชิก’ iPhone เป็นเวลา 1 เดือนได้จริงหรือไม่

 

กระนั้นเป็นไปได้ว่า Apple ต้องการเพียงแค่ตัดพ่อค้าคนกลางออก และขยายข้อเสนอการชำระเงินแบบผ่อนชำระไปยังผลิตภัณฑ์อื่นๆ ซึ่งนอกจาก iPhone แล้ว บริการดังกล่าวก็สามารถทำกับ iPad หรือคอมพิวเตอร์ Mac ด้วยเช่นกัน

 

ยังไม่ชัดว่าบริการดังกล่าวจะคลอดออกมาเมื่อไร ปลายปี 2022 แต่อาจล่าช้าไปถึงปี 2023 หรืออาจถูกยกเลิกได้ ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีใครสามารถตอบคำถามได้อย่างชัดเจน

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post เจาะลูกค้าที่ไม่อยากจ่ายเงินเป็นก้อน? Apple กำลังวางแผนเปิดตัวการขาย iPhone แบบ ‘Subscription’ ที่ชำระเงินแบบ ‘รายเดือน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Loki’ และ ‘Luca’ ช่วยดันยอดสมาชิก Disney+ โตกว่าเท่าตัว นักวิเคราะห์คาดจำนวน Subscribers พุ่งแตะ 230-260 ล้านภายในปี 2024 https://thestandard.co/loki-and-luca-boosted-disney-plus-subscribers-rate/ Fri, 13 Aug 2021 08:43:58 +0000 https://thestandard.co/?p=524791 loki

Disney+ แพลตฟอร์มบริการด้านสตรีมมิงของค่าย Disney ประกา […]

The post ‘Loki’ และ ‘Luca’ ช่วยดันยอดสมาชิก Disney+ โตกว่าเท่าตัว นักวิเคราะห์คาดจำนวน Subscribers พุ่งแตะ 230-260 ล้านภายในปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
loki

Disney+ แพลตฟอร์มบริการด้านสตรีมมิงของค่าย Disney ประกาศผลดำเนินงานในไตรมาสล่าสุด โดยระบุว่าจำนวน Subscribers หรือสมาชิกที่จ่ายเงินรายเดือนให้กับบริษัทมีการเติบโตขึ้นมากกว่า 100% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเพิ่มขึ้นจาก 57.5 ล้านบัญชีเป็น 116 ล้านบัญชี ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เอาไว้ถึง 1.5 ล้านบัญชี

 

ตัวเลขจำนวน Subscribers ที่ออกมาดีเกินคาด ส่งผลให้ราคาหุ้น Disney ดีดตัวขึ้น 6% ทันทีหลังจากที่ตลาดเปิดการซื้อขาย ทั้งนี้ หากรวมจำนวนบัญชีสมาชิกบนแพลตฟอร์มสตรีมมิงอื่นๆ ภายใต้สังกัด Disney ได้แก่ ESPN+ และ Hulu จำนวนยอด Subscribers รวมของ Disney จะอยู่ที่ 174 ล้านบัญชี

 

แม้ว่าล่าสุด Disney จะเปิดเผยว่า ค่าบริการเฉลี่ยรายเดือนที่สมาชิกจ่ายให้กับ Disney+ จะปรับตัวลดลงจาก 4.62 ดอลลาร์ต่อคน มาอยู่ที่ 4.16 ดอลลาร์ต่อคน แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของ Disney+ โดยยังเชื่อว่าจำนวน Subscribers จะเพิ่มขึ้นเป็น 230-260 ล้านบัญชีได้ในปี 2024 ตามเป้าหมายของบริษัท เนื่องจาก Disney+ ยังมีแผนที่จะปล่อย Exclusive Content ออกมาอย่างต่อเนื่อง

 

ตัวอย่างของ Exclusive Content ของ Disney+ ที่มีผลตอบรับดี และช่วยเพิ่มจำนวน Subscribers ได้มากในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ ซีรีส์ The Falcon and the Winter Soldier และ Loki ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับจักรวาลของ Marvel รวมถึง Luca ภาพยนตร์จากค่าย Pixar 

 

อย่างไรก็ดี การใช้ Exclusive Content เพื่อเพิ่มยอด Subscribers ของ Disney ก็สร้างปัญหาให้กับบริษัทอยู่บ้างเช่นกัน โดยล่าสุด Disney ได้ถูก Scarlett Johansson นักแสดงจากภาพยนตร์ ‘Black Widow’ ฟ้องร้องกรณีที่บริษัทเปิดตัวภาพยนตร์พร้อมกันทั้งในโรงภาพยนตร์และบนแพลตฟอร์ม Disney+ ซึ่งส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งรายได้ของนักแสดง

 

อ้างอิง:

The post ‘Loki’ และ ‘Luca’ ช่วยดันยอดสมาชิก Disney+ โตกว่าเท่าตัว นักวิเคราะห์คาดจำนวน Subscribers พุ่งแตะ 230-260 ล้านภายในปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Netflix ต้องระวัง! เมื่อ YouTube กำลังเป็น ‘ม้ามืด’ ในสงครามสตรีมมิง ด้วยรายได้ที่เติบโตอย่างน่าเหลือเชื่อ และเบียดเข้าไปแย่งชิงพื้นที่ใน ‘ทีวี’ https://thestandard.co/youtube-is-real-streaming-rival-of-netflix/ Fri, 30 Jul 2021 04:26:15 +0000 https://thestandard.co/?p=519199 Youtube

หากเราพูดถึง ‘สงครามสตรีมมิง’ เราอาจโฟกัสว่านี่เป็นสงคร […]

The post Netflix ต้องระวัง! เมื่อ YouTube กำลังเป็น ‘ม้ามืด’ ในสงครามสตรีมมิง ด้วยรายได้ที่เติบโตอย่างน่าเหลือเชื่อ และเบียดเข้าไปแย่งชิงพื้นที่ใน ‘ทีวี’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Youtube

หากเราพูดถึง ‘สงครามสตรีมมิง’ เราอาจโฟกัสว่านี่เป็นสงครามของ ‘บริการแบบสมัครสมาชิก’ (Subscription Services) อย่าง Disney+, Netflix และ HBO Max เป็นหลัก แต่รายงานจาก CNBC กำลังชี้ให้เห็นว่า YouTube ต่างหากที่กำลังเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว

 

CNBC ชี้ว่า YouTube ไม่ได้เป็นเพียงผู้นำด้านสตรีมมิงวิดีโอที่ยังคงรายงานการเติบโตที่น่าเหลือเชื่อ แต่ยังกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของบริการแบบชำระเงิน แถม YouTube กำลังเบียดเข้าไปใน ‘ทีวี’ และยังมีพื้นที่มากมายให้เติบโต

 

จุดที่น่าจับตาคือ รายได้รายไตรมาสของ YouTube ได้เบียดเข้ามาเทียบเท่ากับ Netflix แถมกำลังเติบโตในอัตราที่เร็วขึ้น ข้อมูลนี้ได้รับการยืนยันจาก Alphabet บริษัทแม่ของ YouTube ที่รายงานว่า YouTube นั้นมีรายได้โฆษณา 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสที่แล้ว ซึ่งเพิ่มขึ้น 83% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว เปรียบเทียบกับรายได้ 7.34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่ Netflix ทำได้ในช่วงเวลาเดียวกัน ขณะที่รายได้ของ Netflix เพิ่มขึ้นเพียง 19.4% เท่านั้น 

 

นอกจากนี้ รายได้ของ Netflix เกือบทั้งหมดมาจากการสมัครรับข้อมูล ขณะที่ Alphabet รายงานเฉพาะรายได้จากการโฆษณาของ YouTube ไม่ใช่รายได้จากผลิตภัณฑ์ที่ต้องสมัครสมาชิก เช่น YouTube TV และ YouTube Premium

 

อีกจุดที่มองข้ามไม่ได้คือ การดูโทรทัศน์ของ YouTube เติบโตขึ้นเร็วกว่าที่เคย แม้ส่วนใหญ่ผู้คนจะชม YouTube จาก ทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ และแท็บเล็ต แต่ Alphabet รายงานว่า มีผู้รับชมรายการโทรทัศน์เพิ่มขึ้นอย่างมากในปีที่ผ่านมา 

 

โดยผู้คน 120 ล้านคนดู YouTube ทางทีวีเมื่อเดือนที่แล้ว เพิ่มขึ้นจาก 100 ล้านคนต่อเดือนในปีที่แล้ว ซึ่ง Philipp Schindler ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจของ Google ระบุว่า YouTube on TV เป็น “พื้นที่เติบโตเร็วที่สุดที่เรามี”

 

นี่จึงเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า YouTube กำลังรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ของ Netflix ซึ่งมีสมาชิก 209 ล้านคน ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2021 และ Disney+ ซึ่งมีสมาชิก 103.6 ล้านคน ณ วันที่ 3 เมษายน 2021

 

ขณะเดียวกันข้อมูลจาก Nielsen กล่าวว่า ผู้คนรับชม YouTube และ Netflix มากกว่าบริการสตรีมมิงอื่นๆ ทั้งคู่เป็น 2 อันดับแรกที่ยืนอยู่หัวตาราง โดยแต่ละบริการคิดเป็น 6% ของเวลาที่ใช้ในการดูทีวี อย่างไรก็ตาม การสตรีมยังคงเป็นเพียงหนึ่งในสี่ของการดูทีวี ดังนั้นจึงมีพื้นที่ให้ YouTube อีกมาก แต่ไม่แปลกหากวันหนึ่ง YouTube จะแซง Netflix ซึ่งเกิดขึ้นได้ไม่ช้าก็เร็วต่อจากนี้ 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 

ภาพ: Gettyimages

อ้างอิง: 

The post Netflix ต้องระวัง! เมื่อ YouTube กำลังเป็น ‘ม้ามืด’ ในสงครามสตรีมมิง ด้วยรายได้ที่เติบโตอย่างน่าเหลือเชื่อ และเบียดเข้าไปแย่งชิงพื้นที่ใน ‘ทีวี’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: จิบกาแฟสดระดับพรีเมียมที่บ้าน เสิร์ฟแบบรายเดือน ไม่ต้องง้อคาเฟ่ [Advertorial] https://thestandard.co/video-nescafe-dolce-gusto/ Mon, 21 Jun 2021 10:05:04 +0000 https://thestandard.co/?p=502963 NESCAFE Dolce Gusto

หากคุณคุ้นเคยกับคำว่า Subscription จากการดูหนัง ฟังเพลง […]

The post ชมคลิป: จิบกาแฟสดระดับพรีเมียมที่บ้าน เสิร์ฟแบบรายเดือน ไม่ต้องง้อคาเฟ่ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
NESCAFE Dolce Gusto

หากคุณคุ้นเคยกับคำว่า Subscription จากการดูหนัง ฟังเพลง หรือดูซีรีส์ แบม-ปีติภัทร คูตระกูล จะพาคุณไปรู้จักกับอีกหนึ่งรูปแบบของ Subscription อย่างการสมัครบริการดื่มกาแฟแบบรายเดือนจาก NESCAFE Dolce Gusto

 

ที่จะทำให้คุณได้ดื่มด่ำกับรสชาติกาแฟสดระดับพรีเมี่ยมได้จากที่บ้าน สะดวกจนไม่ต้องออกไปข้างนอก แต่ยังได้บรรยากาศและความรู้สึกแบบครบถ้วนเหมือนได้ไปคาเฟ่ร้านโปรด ตอบโจทย์หลายๆ คนที่ยังต้อง Work from Home อยู่ในช่วงนี้ เหมือนได้เป็นบาริสต้าเองที่บ้าน

 

Subscription Package ที่แบมเลือกคือ Standard package สำหรับบ้านหรือออฟฟิศที่มีสมาชิก 2-5 คนขึ้นไป พิเศษ! รับฟรีเครื่องชง Nescafe Dolce Gusto Genio S พร้อมส่วนลดแคปซูล 5% เริ่มต้นเพียงแคปซูล 3 กล่องต่อเดือนเท่านั้น ส่งฟรีทั่วประเทศ

 

สมัครแพ็กเกจ NESCAFE Dolce Gusto แบบรายเดือนได้ที่ 

แพ็กเกจเครื่องชงกาแฟและแคปซูลรายเดือน | Nescafe dolce gusto

 

 ใส่โค้ด “KLSTD5” รับส่วนลด on top ไปเลยอีก 5% ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2564

 

สิทธิ์มีจำนวนจำกัด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข

The post ชมคลิป: จิบกาแฟสดระดับพรีเมียมที่บ้าน เสิร์ฟแบบรายเดือน ไม่ต้องง้อคาเฟ่ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
จ่อเต็มทน ‘Twitter Blue’ บริการ Twitter รายเดือน 95 บาท ใช้ฟีเจอร์พิเศษ เปลี่ยนสีธีมได้ตามใจ https://thestandard.co/twitter-blue-service-95-baht-monthly-with-special-features/ Fri, 28 May 2021 06:23:18 +0000 https://thestandard.co/?p=493754 Twitter Blue

ถึงทางฝั่ง Twitter จะยังไม่ออกมาเคลื่อนไหวให้ข้อมูลใดๆ […]

The post จ่อเต็มทน ‘Twitter Blue’ บริการ Twitter รายเดือน 95 บาท ใช้ฟีเจอร์พิเศษ เปลี่ยนสีธีมได้ตามใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Twitter Blue

ถึงทางฝั่ง Twitter จะยังไม่ออกมาเคลื่อนไหวให้ข้อมูลใดๆ เพิ่มเติมอย่างเป็นทางการในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบริการ Subscription หรือ ‘Twitter Blue’ เลย แต่สุดท้ายข้อมูลทั้งหมดของบริการในโมเดล Subscription นี้ก็ยังคงหลั่งไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งลูกเล่นพิเศษต่างๆ และราคาค่าใช้บริการรายเดือน ซึ่งล่าสุดมีการนำข้อมูลออกมาเปิดเผยกันเองแล้วว่า ค่าใช้บริการน่าจะอยู่ที่ราว 2.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน หรือประมาณ 95 บาท (ราคาประมาณการอย่างไม่เป็นทางการ)

 

ราคาดังกล่าวปรากฏในข้อมูลการยื่นลงทะเบียนแอปฯ กับแพลตฟอร์ม iOS โดยพบว่ามีค่าใช้บริการเพิ่มเติมในแอปฯ หรือ In App Purchase ที่ 2.99 ดอลลาร์สหรัฐ

 

ด้าน Jane Manchun Wong (@wongmjane) นักวิจัยแอปฯ เผยข้อมูลบนแอ็กเคานต์ทวิตเตอร์ส่วนตัวของเธอว่า เธอได้เข้าร่วมเป็นผู้ทดลองใช้งาน Twitter Blue กลุ่มแรกๆ ที่เสียเงินจ่ายค่าบริการเช่นกัน โดยพบข้อมูลเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากฟีเจอร์ Undo Tweets และ Collections ที่หลากหลายมากขึ้นแล้วนั้น ผู้ใช้งาน Twitter Blue ยังจะสามารถเปลี่ยนสีตัวไอคอนแอปฯ และธีมสีต่างๆ ในตัวแอปฯ ได้ด้วยตัวเองอีกด้วย

 

ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายยังคาดการณ์กันอีกด้วยว่า Twitter Blue จะเป็นช่องทางการสร้างรายได้นอกเหนือจากรายได้หลักจากโฆษณาของ Twitter ซึ่งมีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โดยที่บน Twitter Blue ผู้สมัครใช้บริการจะไม่ต้องมาพบเจอกับโฆษณาต่างๆ ที่จะเข้ามากวนใจให้วุ่นวายระหว่างใช้งาน Twitter

 

อ้างอิง:

The post จ่อเต็มทน ‘Twitter Blue’ บริการ Twitter รายเดือน 95 บาท ใช้ฟีเจอร์พิเศษ เปลี่ยนสีธีมได้ตามใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>