Street Bite Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/street-bite/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 05 Oct 2021 14:26:25 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Street Bite: ‘ข้าวต้มแห้งเฮียหนวด’ ข้าวแห้งเครื่องแน่นตำรับแปดริ้ว ความอร่อยที่ไม่จบแค่ชามเดียว https://thestandard.co/khao-tom-haeng-hea-nuad/ Wed, 07 Aug 2019 13:40:22 +0000 https://thestandard.co/?p=277171 ข้าวต้มแห้งเฮียหนวด

หากเอ่ยคำว่า ‘ข้าวแห้ง’ หรือ ‘ข้าวต้ม […]

The post Street Bite: ‘ข้าวต้มแห้งเฮียหนวด’ ข้าวแห้งเครื่องแน่นตำรับแปดริ้ว ความอร่อยที่ไม่จบแค่ชามเดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ข้าวต้มแห้งเฮียหนวด

หากเอ่ยคำว่า ‘ข้าวแห้ง’ หรือ ‘ข้าวต้มแห้ง’ เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยิน ข้าวต้มแห้งคือข้าวสวยทรงเครื่องที่เสิร์ฟแยกมาพร้อมน้ำซุป เป็นวัฒนธรรมการกินโบราณที่ชาวจีนหอบข้ามน้ำข้ามทะเลมาพร้อมกับเสื่อผืนหมอนใบ ปัจจุบันขึ้นชื่อในแถบจังหวัดสมุทรสงคราม ราชบุรี ชลบุรี และภูเก็ต แต่หากจะหาเจ้าในกรุงเทพฯ ที่ทำข้าวต้มแห้งได้อร่อยจริงจัง บอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องง่าย 

 

แต่ ข้าวต้มแห้งเฮียหนวด คือร้านที่ทำข้าวต้มแห้งได้อร่อยจริงจัง จะให้สั่งมากินแค่ชามเดียวก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน

 

ร้านนี้มีที่มาจาก พรเศก ภาคสุวรรณ ชายหนุ่มหนวดงามผู้หลงใหลในอาหารชนิดนี้ ได้เดินทางตระเวนชิมข้าวต้มแห้งตามร้านมีชื่อทั่วประเทศ กระทั่งไปเจอสูตรเด็ดของญาติที่แปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา จึงพกเอาสูตรที่ถูกปากนี้เข้ากรุงเทพฯ แล้วเปิดร้านของตัวเองที่ถนนสี่พระยาใกล้วัดหัวลำโพง ใช้สูตรจากแปดริ้วมาเป็นตำรับของทางร้าน

 

ข้าวต้มแห้งเฮียหนวด

ข้าวต้มแห้งเฮียหนวด

 

ข้าวต้มแห้งเฮียหนวดให้เครื่องแทบท่วมข้าว วัตถุดิบที่ใช้ก็คัดสรรมาอย่างดี เน้นความสดและสะอาดเป็นสำคัญ เฮียหนวดเลือกหมูจากเขียงหมูอนามัย ใช้ผักปลอดสาร รวมถึงเครื่องปรุงคุณภาพเยี่ยม ดังนั้น ข้าวต้มแห้งทุกชามจึงมั่นใจได้ถึงความอร่อย พื้นที่ปรุงหน้าร้านก็ดูสะอาดสะอ้าน ชวนเข้าไปนั่ง

 

การทำความรู้จักกับข้าวต้มแห้งเฮียหนวด ขอแนะนำให้เริ่มที่เมนู ข้าวต้มแห้งกระดูกหมู (50 บาท) ทางร้านใช้ข้าวเสาไห้ผสมกับข้าวหอมมะลิหุงอย่างดี โปะด้วยหมูบะช่อ กระดูกหมูอ่อน กระเพาะหมู และลูกชิ้น ราดด้วยน้ำมันกระเทียมเจียว โรยทับด้วยกากหมูสูตรเด็ดของทางร้าน เสิร์ฟมาพร้อมน้ำซุปตำรับแปดริ้ว เวลากินให้คลุกเคล้าเครื่องจนเข้ากัน จากนั้นใครสะดวกจะกินแบบแห้งแล้วซดน้ำซุปตาม หรือจะเติมน้ำซุปลงไปให้พอขลุกขลิกเพื่อความคล่องคอ ก็ตามอัธยาศัย

 

ข้าวต้มแห้งเฮียหนวด

 

นอกจากวัตถุดิบดีมีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว เคล็ดลับความอร่อยของทางร้านคือ ความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน หมูบะช่อต้องผสมเนื้อปลาอินทรีเค็มเพื่อความหอมและกลมกล่อม กระดูกหมูอ่อนนำมารวนกับเต้าเจี้ยวและซีอิ๊ว กระเพาะหมูล้างและลวกอย่างสะอาด ไร้กลิ่นกวนใจ

 

ข้าวต้มแห้งเฮียหนวด

 

ส่วนน้ำซุปที่เป็นสูตรเฉพาะจากทางแปดริ้ว ใช้กระดูกหมูปริมาณมากลงไปเคี่ยวเพื่อความเข้มข้น ได้ความหวานจากหัวไชเท้า และความเผ็ดร้อนโล่งคอจากพริกไทยที่ทางร้านเลือกใส่ทั้งชนิดป่นและชนิดเม็ด

 

ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ กากหมูสูตรเด็ดที่ทางร้านทำต่อวัน เฮียหนวดอยากให้ลูกค้าได้รสสัมผัสจากกากหมูแบบเต็มคำ จึงเลือกใช้มันหมูแข็งหรือหมูสามชั้นแบบไม่ติดหนัง นำมาหั่นเป็นชิ้นหนาแล้วทอดถึงสองครั้งเพื่อความฟูกรอบ แล้วนำไปคลุกเกลือเป็นการปิดท้าย เรียกว่าอร่อยเคลิ้มจนต้องแยกสั่งเฉพาะกากหมูมาเคี้ยวเล่น

 

ข้าวต้มแห้งเฮียหนวด

 

กลับมาที่เมนู ใครที่ชอบแบบเครื่องเน้นๆ สั่ง เกาเหลาแห้ง (50 บาท) ที่เสิร์ฟมาแบบแยกเครื่องแยกข้าวได้ ชามนี้หมูบะช่อต้องมี ลูกชิ้น กากหมู ขาดไม่ได้ ประเภทเครื่องในมีตับหมู กระเพาะหมู และเลือดหมู มีซุปร้อนๆ เสิร์ฟมาด้วยเช่นเคย

 

ข้าวต้มแห้งเฮียหนวด

 

พ้นจากข้าวต้มแห้งประเภทหมู ยังมีเมนูเอาใจคนรักซีฟู้ดคือ ข้าวต้มแห้งทะเลเกยตื้น (90 บาท) ความอร่อยอยู่ที่ความสดของเนื้อปลากะพงและกุ้ง แถมด้วยฮือก้วยที่ลวกอย่างพอดี สมทบด้วยปลาหมึกที่นำไปรวนกับกระเทียม กินคู่กับเต้าหู้แผ่นทอด และน้ำจิ้มรสแซ่บที่มีส่วนผสมของเต้าเจี้ยว ขิงอ่อน และพริกขี้หนูซอย 

 

ข้าวต้มแห้งเฮียหนวด

ข้าวต้มแห้งเฮียหนวด

 

ถ้าเบื่อข้าวแต่ไม่เบื่อเครื่อง ลองสั่งเมนู เกี้ยมอี๋น้ำ (50 บาท) ราดซุปมาสมใจ Soup Lover ชามนี้ใส่เครื่องเช่นเดียวกับเกาเหลาแห้ง แต่ใส่ใบตำลึงเพิ่มมาให้ด้วย เสิร์ฟพร้อมกับเกี๊ยวทอดกรอบ เวลากินให้ใส่เกี๊ยวลงในชาม จะเสริมรสให้ทั้งเกี๊ยวและเกี้ยมอี๋ให้หอมอร่อย 

 

ข้าวต้มแห้งเฮียหนวด

 

หากติดใจเกี๊ยวกรอบ สั่งแยกเฉพาะ เกี๊ยวกรอบ (20 บาท) ได้ ไส้เกี๊ยวทำจากหมูบดปรุงรสกลมกล่อม จิ้มกับน้ำจิ้มหวาน

 

ข้าวต้มแห้งเฮียหนวด

 

ในใบสั่งอาหาร เฮียหนวดบอกว่า “ร้านเราทุกอย่างเล็กๆ แต่คุณภาพไม่เล็กนะครับ ทุกคนเท่ากัน ไม่มีพิเศษครับ” ไม่มีพิเศษในที่นี้ รวมถึงทุกเมนูของข้าวต้มแห้ง เฮียหนวดไม่มีขนาด ‘พิเศษ’ ให้สั่ง เพราะทางร้านคิดสัดส่วนที่ลงตัวกับความอร่อย ดังนั้น หากยังไม่อิ่มหรืออยากอร่อยต่อให้หนำใจอีกสักหน่อย เห็นทีคงต้องสั่งเพิ่มอีกชาม

 

ข้าวต้มแห้งเฮียหนวด (แปดริ้ว)

Open: วันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-22.00 น.

Address: 95 ถนนสี่พระยา แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ (ห่างจากวัดหัวลำโพง 120 เมตร)

Budget: 50-80 บาท

Contact: 0 2038 6964

Page: www.facebook.com/Heanuad

Map: 

 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post Street Bite: ‘ข้าวต้มแห้งเฮียหนวด’ ข้าวแห้งเครื่องแน่นตำรับแปดริ้ว ความอร่อยที่ไม่จบแค่ชามเดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Street Bite: มะยอดผัก ยอดแห่งราดหน้าในย่านราชวัตร https://thestandard.co/street-bites-ma-yod-pak-radna-ratchawat/ https://thestandard.co/street-bites-ma-yod-pak-radna-ratchawat/#respond Thu, 14 Feb 2019 06:42:33 +0000 https://thestandard.co/?p=198110

เป็นที่รู้กันว่า ‘ราชวัตร’ เป็นหนึ่งในย่านที่สายสตรีทฟู […]

The post Street Bite: มะยอดผัก ยอดแห่งราดหน้าในย่านราชวัตร appeared first on THE STANDARD.

]]>

เป็นที่รู้กันว่า ‘ราชวัตร’ เป็นหนึ่งในย่านที่สายสตรีทฟู้ดคนเก่าคนแก่ต้องรู้จักเป็นอย่างดี เพราะที่นี่เต็มไปด้วยเมนูเด็ดๆ ที่เชื่อมโยงคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่าด้วยความอร่อยที่ยังเหมือนเดิม เช่นเดียวกับร้าน ‘มะยอดผัก’ หรือราดหน้าราชวัตรที่หลายคนรู้จักชื่อนี้ดี

 

เสน่ห์ของมะยอดผัก แน่นอนว่าต้องเป็นยอดคะน้าที่ทำให้ราดหน้าราชวัตรแห่งนี้เป็นที่โด่งดัง ตัวผู้เขียนเองที่สมัยเด็กๆ ไม่ชอบกินใบคะน้าในก๋วยเตี๋ยวราดหน้ายังยอมเปิดใจกับผักชนิดนี้เพราะได้มากินที่นี่นั่นเอง สิ่งที่ทำให้ยอดคะน้าของ ‘มะ’ แตกต่างจากร้านอื่นๆ ไม่เพียงแค่การใส่ใจเลือกยอดคะน้าที่ใบอ่อนๆ แต่เป็นศิลปะการปรุงที่นำเอายอดคะน้ามาผัดเป็นอย่างแรก และรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทายาทรุ่นลูกของตำนานแห่งมะยอดผักยังคงสืบทอดมาไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นน้ำซุปที่ใส่พริกเหลืองลงไปตุ๋นกับกระดูกซี่โครงเพื่อดับคาว หรือน้ำปลาสูตรพิเศษที่หอมสุดๆ ทำให้น้ำราดหน้าของที่นี่มีกลิ่นเฉพาะตัว นอกจากกลิ่นหอมๆ ของเตาถ่านแบบที่นักชิมหลงใหล

 

บริเวณหน้าร้าน

 

เคล็ดลับอยู่ที่การใช้ไฟ

 

ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าหมู (90-120 บาท ตามแต่เส้นที่เลือกหรือจะกินเป็นเกาเหลาก็มี)​ ถึงแม้ว่ามะยอดผักจะมีเพียงแค่ราดหน้าหมูเท่านั้น แต่ความดีงามของที่นี่คือเส้นที่มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งเส้นมาตรฐานอย่างเส้นใหญ่นุ่มๆ เส้นหมี่ที่ผัดได้พอดีๆ บะหมี่เหลืองกรอบ รวมไปถึงเส้นหมี่ขาวกรอบ (แบบที่นำมาโรยโจ๊ก) ซึ่ง ‘มะ’ ได้เอาความกรอบละเอียดลออของเส้นหมี่สั้นๆ ที่ทอดจนแห้งดี ไม่อมน้ำมัน เสิร์ฟแยกให้ลูกค้ามาทยอยโรยเองตามใจชอบเลย หรือถ้าใครสองจิตสองใจ จะสั่งเส้นใหญ่ ใส่เส้นหมี่ แล้วโรยด้วยหมี่ขาวทอดกรอบอีกก็ไม่แปลก แต่ถ้าใครลดคาร์บอยู่ เขาก็มีเกาเหลาสำหรับมื้อหนักโปรตีนและผักของคุณ ซึ่งอร่อยไปอีกแบบ

 

ยอดคะน้ากรอบๆ

 

เพิ่มเท็กซ์เจอร์ในปาก

 

 

ผัดซีอิ๊ว (90-130 บาท) ใครชอบผัดซีอิ๊วที่ไม่แห้งจนเกินไป นี่คือแบบฉบับของมะยอดผัก สำหรับผู้เขียนคิดว่าผัดซีอิ๊วเป็นเมนูที่พิสูจน์คุณภาพของยอดผักและฝีมือการผัดได้จริงๆ เพราะความอร่อยของยอดคะน้าอ่อนๆ ที่เลื่องชื่อ เมื่อผัดที่อุณหภูมิพอดีๆ ทำให้คะน้ายังกรอบ ใบสุก แต่ไม่มีรสขม ผัดซีอิ๊วที่นี่จะมีเพียงรูปแบบเดียวคือแบบเส้นใหญ่ใส่หมู มีให้เลือกว่าจะใส่ไข่หรือไม่ เช่นเดียวกับเมนูก๋วยเตี๋ยวราดหน้า ผัดซีอิ๊วที่นี่ก็มีแบบเกาเหลาเช่นกัน

 

ผัดซีอิ๊วเส้นเหนียวหนึบตัดความกรุบกรอบของคะน้า

 

 

พะแนงเนื้อ (ถ้วยละ 130 บาท) พะแนงเนื้อของที่นี่หอมเครื่องแกงที่ผัดกับกะทิได้พอดิบพอดี และพะแนงหมูที่นี่เป็นหนึ่งในเมนูแกงรสเด็ดที่มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแกงเขียวหวาน (มีทั้งแบบไก่และเนื้อ) แกงคั่วหน่อไม้ดองหมูสามชั้น แกงส้ม และแกงอื่นๆ โดยมีหมูปั้นทอดก้อนกลมเนื้อแน่นแบบเน้นๆ ให้กินแนม หลายคนติดอกติดใจแกงของที่นี่เพราะความอร่อยรสเข้มแบบไม่ใส่ผงชูรส  

 

พะแนงพริกแกงรสร้อนแรง

 

น้ำคะน้า (ขวดละ 75 บาท)​ ชื่ออาจจะฟังดูไม่เป็นมิตรกับคนไม่ชอบกินผัก แต่บอกเลยว่าน้ำคะน้าของที่นี่รสกลมกล่อมดีทีเดียว เพราะเขาใส่น้ำสับปะรดและเลมอน รวมถึงผักชีเพื่อดับกลิ่นเขียวของคะน้า นำมาสกัดแยกกากกลายเป็นน้ำสีเขียว เนื้อสัมผัสไม่ข้นจนเหมือนอาหารสุขภาพเกินไป เป็นรสชาติที่แม้กระทั่งเด็กๆ ก็ดื่มได้ ใครชิมแล้วติดใจอยากซื้อกลับไปตุนที่บ้านต้องบอกว่าเสียใจด้วย เพราะเขาเสิร์ฟเฉพาะเมื่อดื่มที่ร้านเท่านั้น

 

น้ำคะน้าแก้วนี้ไม่เหม็นเขียว

 

มะยอดผัก

Open: เปิดบริการทุกวันในสองช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงกลางวัน เวลา 11.00-14.00 น. และช่วงเย็น เวลา 17.00-24.00 น.
Address: ถนนนครไชยศรี ใกล้กับแยกราชวัตร (จอดรถได้ริมถนน)

Contact: 0 2241 1860

Map: 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post Street Bite: มะยอดผัก ยอดแห่งราดหน้าในย่านราชวัตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/street-bites-ma-yod-pak-radna-ratchawat/feed/ 0
Street Bite: ลุงกี้ ก๋วยเตี๋ยวเรือบางกร่าง: ความอร่อยแบบปรุงชามต่อชาม https://thestandard.co/street-bites-uncle-mikey-noodle/ https://thestandard.co/street-bites-uncle-mikey-noodle/#respond Fri, 14 Dec 2018 12:06:11 +0000 https://thestandard.co/?p=165209

เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็รู้ว่าเมืองนนท์ไม่ได้มีดีแค่ทุเรียน โดย […]

The post Street Bite: ลุงกี้ ก๋วยเตี๋ยวเรือบางกร่าง: ความอร่อยแบบปรุงชามต่อชาม appeared first on THE STANDARD.

]]>

เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็รู้ว่าเมืองนนท์ไม่ได้มีดีแค่ทุเรียน โดยเฉพาะย่านสะพานพระรามห้าที่เต็มไปด้วยของกินอร่อยๆ เรียงรายอยู่สองข้างทาง แต่หนึ่งในร้านที่คนมาย่านนี้ห้ามพลาด ก็ต้องเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเรือของลุงกี้ที่อยู่เชิงสะพานพระรามห้าฝั่งขาออก ที่คนแถบนนทบุรีรู้จักเป็นอย่างดี

 

จริงๆ ก๋วยเตี๋ยวเรือเป็นสิ่งที่หากินได้ไม่ยากนัก ดังนั้น สำหรับร้านก๋วยเตี๋ยวเรือเจ้าดังหลายแห่งจึงจะต้องมีอะไรพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียงที่โด่งดังยาวนาน และเอกลักษณ์ที่ทำให้คนติดใจ ซึ่งก๋วยเตี๋ยวเรือบางกร่างของลุงกี้ที่คนแน่นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นวันธรรมดาหรือวันหยุด ก็มีรสชาติเป็นสิ่งที่การันตีได้ว่าดีงามอยู่แล้ว ที่นี่ไม่มีเมนูอื่นมากมาย จะมีเพียงก๋วยเตี๋ยวเรือที่เด่นตรงน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวสูตรเข้มข้นที่ลุงกี้ได้สูตรจากเพื่อนรัก และฝีมือการปรุงที่ลูกค้ายกนิ้วให้ แต่อย่างหนึ่งที่เราสังเกตได้คือ ความใส่ใจ เพราะจะมีแต่เพียงลุงกี้และครอบครัวเท่านั้นที่จะประจำสเตชันการปรุง เพื่อให้แน่ใจว่าทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือ ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก ก๋วยเตี๋ยวแห้ง และก๋วยเตี๋ยวต้มยำทุกชามที่ออกไป ตรงตามออร์เดอร์ที่ลูกค้าระบุรายละเอียดเอาไว้  

 

ไกด์ไลน์ประกอบการสั่ง

 

ความใส่ใจที่ว่านี้ครอบคลุมถึงลูกค้าที่สั่งกลับบ้านด้วย จะมีร้านก๋วยเตี๋ยวสักกี่เจ้าที่เมื่อสั่งก๋วยเตี๋ยวแห้งใส่ถุง นอกจากทางร้านจะคลุกเส้นกับเครื่องปรุงให้รสชาติความอร่อยเคลือบจนทั่วถึง และไม่ให้เส้นกอดกันเป็นก้อนเมื่อเวลาผ่านไปแล้ว หลังจากรัดปากถุงเรียบร้อย ยังต้องคว่ำถุงค้างไว้ก่อนจะส่งลูกค้า เพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องปรุงรสต่างๆ ที่อาจจะยังไม่ละลายดีจะไม่ไปกองรวมกันอยู่ที่ก้นถุงดังที่เรามักจะเจอ ถือว่าเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่แสดงถึงความใส่ใจส่งมอบความอร่อยอย่างแท้จริง

 

ปรุงชามต่อชามโดยคนในครอบครัวเท่านั้น

 

เนื้อเปื่อยทางร้านก็มี

 

ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก (15-35 บาท ตามขนาด)​ มีหมูและเนื้อให้เลือกทั้งแบบสดหรือเปื่อย ลูกชิ้น และตับเท่านั้น ใครชอบน้ำซุปแบบน้ำตก ที่นี่เป็นสูตรน้ำข้นแบบอยุธยาที่ไม่ใส่กะทิ จุดเด่นจึงอยู่ที่น้ำซุปหอมเครื่องเทศ ที่แม้จะใส่มาพอขลุกขลิกก็เพียงพอที่จะทำให้รสเข้ม ปรุงเผ็ดระดับมาตรฐานของร้าน นอกจากนี้หลายคนยังติดใจพริกน้ำส้มสูตรพิเศษที่ทำให้แทบไม่ต้องปรุงเพิ่ม แต่ถ้าใครอยากลองราดน้ำจิ้มเต้าหู้ยี้เพิ่มรสชาติเค็มๆ มันๆ ก็สามารถตักได้จากพวงเครื่องปรุงเลย

 

ก๋วยเตี๋ยวเรือสูตรอยุธยามาในน้ำขลุกขลิกเข้มข้นถึงใจ

 

ก๋วยเตี๋ยวเรือต้มยำ (15-30 บาท ตามขนาด) ก๋วยเตี๋ยวแบบอยุธยาที่ไม่ได้ใส่พริกเผา แต่โรยพริกป่นหอมๆ แม้หน้าตาดูไม่เผ็ดมาก ก็อย่าเพิ่งปรุงเพิ่มจนกว่าจะลองชิม เพราะพริกเขาจะค่อยๆ ทวีความเผ็ดขึ้น เมื่อรับประทานไปเรื่อยๆ และแม้จะลองสั่งแบบแห้งโดยลดระดับความเผ็ดมาชิม ก็ถือว่าปรุงได้กลมกล่อม จัดจ้านด้วยมะนาวแท้ รสชาติเปรี้ยวเค็มหวานลงตัวทั่วถึง เพราะคลุกเส้นกับเครื่องปรุงมาให้เลย สามารถสั่งเกี๊ยวทอดมารับประทานคู่เพิ่มเทกซ์เจอร์ได้

 

ชามนี้เส้นเล็กแห้งต้มยำหมู

 

ลวกจิ้มสูตรพิเศษ (25-35 บาท ตามขนาด) อย่าลืมแจ้งว่าเป็นลวกจิ้มสูตรพิเศษตอนเขียนออร์เดอร์ เพราะสูตรพิเศษที่ว่านี้คือ การนำลวกจิ้มธรรมดามาคลุกซีอิ๊วดำ ถั่วบด และปรุงพริกน้ำส้ม บวกกับพริกแห้งป่นลงไปเล็กน้อย ให้มีรสชาติจัด แต่ถ้าใครชอบรสชาติออริจินัลของหมูหรือเนื้อสด เปื่อย ลูกชิ้น เครื่องใน ก็จะมีลวกจิ้มแบบธรรมดาเช่นกัน และอย่านึกว่าเขาลืมเสิร์ฟน้ำจิ้ม เพราะลุงกี้อยากให้ทุกคนได้ปรุงตามความชอบด้วยนานาเครื่องปรุงที่อยู่บนโต๊ะอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นพริกน้ำส้ม พริกแห้งป่น และแน่นอนว่าเต้าหู้ยี้ก็สามารถนำมาปรุงได้เช่นกัน

 

ลวกจิ้มสูตรพิเศษที่ปรุงมาให้แล้ว แต่เพิ่มเต้าหู้ยี้สักหน่อย

 

ลูกชิ้นปิ้ง (ไม้ละ 10 บาท)​ ไฮไลต์ของที่นี่ นอกจากตัวลูกชิ้นคุณภาพดีเนื้อแน่นแล้ว ยังมีน้ำจิ้มที่ตักมะเขือเทศเป็นชิ้นๆ มาให้ด้วย รับประกันความถูกปากดังที่ได้ยินโต๊ะข้างๆ เอ่ยปากขอน้ำจิ้มเยอะๆ เลยลองไปพูดคุยกับลูกสาวของลุงกี้ ว่าอะไรคือเบื้องหลังน้ำจิ้มที่ลูกค้าชื่นชอบ จึงได้รู้ว่าเธอทดลองจากหลายสูตร จนลงตัวที่การผสมสับปะรดลงไป เพื่อให้รสชาตินุ่มนวล และนอกจากมะเขือเทศสีดาที่ใส่เพื่อให้มีสีสันแล้ว ยังใส่มะเขือเทศราชินีเพื่อให้ได้รสอมเปรี้ยวอมหวานเป็นอีกเนื้อสัมผัสให้เคี้ยวเพลินๆ อีกด้วย

 

สั่งมาเคี้ยวเพลินๆ ระหว่างรอ

 

ลุงกี้ ก๋วยเตี๋ยวเรือบางกร่าง

เวลาเปิด: ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. หยุดทุกวันพุธ

ที่ตั้ง: ถนนนครอินทร์เชิงสะพานพระรามห้าฝั่งขาออก ให้ลงสะพานแล้วใช้ทางออกแรก เพื่อวิ่งทางคู่ขนานประมาณ 300 เมตร ก็จะถึงร้าน

โทรศัพท์: 08 2444 5492

ที่จอดรถ: ริมถนน

Map: 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post Street Bite: ลุงกี้ ก๋วยเตี๋ยวเรือบางกร่าง: ความอร่อยแบบปรุงชามต่อชาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/street-bites-uncle-mikey-noodle/feed/ 0
Street Bite: โรตีนุ่มๆ และมะตะบะไส้อร่อย ที่ Karim โรตีมะตะบะ ถนนพระอาทิตย์ https://thestandard.co/karim-roti-mataba/ https://thestandard.co/karim-roti-mataba/#respond Wed, 14 Nov 2018 03:04:00 +0000 https://thestandard.co/?p=147204

“มาถนนพระอาทิตย์ กินอะไรดีนะ”​   พอมีใครถามคำถามนี […]

The post Street Bite: โรตีนุ่มๆ และมะตะบะไส้อร่อย ที่ Karim โรตีมะตะบะ ถนนพระอาทิตย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

“มาถนนพระอาทิตย์ กินอะไรดีนะ”​

 

พอมีใครถามคำถามนี้ เชื่อว่าหนึ่งในร้านแรกที่แล่นเข้ามาในสมองของหลายคน คือร้านโรตีมะตะบะ ที่เป็นห้องแถวเก่าแก่ขนาด 1 คูหา ตรงทางโค้งหน้าป้อมพระสุเมรุเรื่องความโด่งดังของร้านนี้คงเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องพูดถึง เพราะตั้งแต่ยุคสมัยที่ทางร้านยังไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ (ก่อนตั้งชื่อตามผู้ก่อตั้งในภายหลัง) เพียงเอ่ยถึงโรตีมะตะบะ สายกินก็จะนึกถึงร้านนี้แทบทันทีทันใด จนกล่าวได้ว่า ‘โรตีมะตะบะ ถนนพระอาทิตย์’ ได้กลายมาเป็นเครื่องหมายการค้าอย่างไม่เป็นทางการของร้านอาหารอิสลามแห่งนี้ไปเสียแล้ว  

 

ย้อนกลับไป 3 ปีที่แล้ว ร้านโรตีมะตะบะ ถนนพระอาทิตย์ แห่งนี้ได้ตกแต่งร้านใหม่ และจดทะเบียนชื่อร้านว่า ‘การิม โรตีมะตะบะ’ เพื่อรำลึกถึงคุณอับดุล การิม บรรพบุรุษผู้เป็นตำนานความอร่อย ที่คนเก่าคนแก่ย่านท่าพระจันทร์คุ้นตากันดีจากโรตีนุ่มๆ และมะตะบะไส้อร่อย

 

โรตีนุ่มๆ ที่เป็นได้ทั้งอาหารคาวและหวาน

 

“มะตะบะของคุณพ่อปรับสูตรให้คนไทยถูกปากค่ะ” นภา กัลยาณสุต ลูกสาวของคุณการิมเล่าให้เราฟัง “สมัยนั้นคุณพ่อไปขายแถวท่าพระจันทร์ ถ้าทำรสจัดลูกค้าก็จะบ่น คุณพ่อก็สังเกตจากตรงนั้น” นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมเมนูต่างๆ ทั้งโรตีมะตะบะ ข้าวหมก หรือแกงต่างๆ ที่ร้านการิมจึงถูกปากชาวไทยและชาวต่างชาติ ด้วยรสชาติไม่จัดจนเกินไป “ถ้าเป็นลูกค้าที่มาจากทางตะวันออกกลางจะบอกรสอ่อนไปหน่อย เพราะเราไม่อยากให้รสและกลิ่นฉุนเกินไปสำหรับคนไทยและลูกค้าต่างชาติอื่นๆ ค่ะ”

 

 

ด้วยปัญหาในช่วงฤดูน้ำหลากที่ทำให้ท่าพระจันทร์น้ำท่วมอยู่หลายเดือน ทำให้คุณการิมตัดสินใจเปิดบ้านของเขาเป็นร้านโรตีมะตะบะที่ทุกคนรู้จักในปี พ.ศ. 2527 และหนึ่งในสิ่งที่ดึงดูดให้ผู้คนติดอกติดใจร้านนี้ นอกจากโรตีและมะตะบะขึ้นชื่อของเขาแล้ว เมนูอื่นๆ ก็มาจากไอเดียของลูกสาวของคุณการิมนี่เอง “สมัยก่อน พวกแกงกะหรี่ หรือแกงมัสมั่นยังไม่มีขายตามท้องตลาดแบบทุกวันนี้ ชาวมุสลิมจะทำกินกันเองเฉพาะเวลามีงานใหญ่ๆ แต่พอมีร้าน ลูกค้าเริ่มอยากทานข้าวก็เลยลองทำดู ปรากฏว่าลูกค้าชอบมาก ตอนนี้ร้านเรามีแกง 12 ชนิด มีซุปให้ลูกค้าเลือกราดไปบนข้าวโดยอิงรสชาติแบบไทยๆ”

 

จะกินแกงกับข้าวหมกหรือโรตีก็ได้ไม่ผิด

 

เมื่อมาถึงการิม โรตีมะตะบะ จะไม่สั่ง มะตะบะไก่ (44 บาท) เมนูเด็ดนี้ก็เหมือนมาไม่ถึง ที่นี่มีมะตะบะให้เลือกตั้งแต่ไส้ไก่ ไส้เนื้อ หรือไส้มังสวิรัติ เสิร์ฟขนาดพอรับประทานให้เหลือพื้นที่กระเพาะไว้รองรับของอร่อยอื่นๆ แต่แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ภายในแป้งโรตีเนื้อนุ่มก็อัดไปด้วยไส้แน่นๆ ใครที่ไม่ชอบเครื่องเทศหนักๆ ไส้มะตะบะของที่นี่หอมเครื่องเทศแบบพอดีๆ เสิร์ฟกับอาจาด และน้ำแกงเขียวหวานเพื่อเพิ่มความเข้มข้นให้รสชาติ

 

มะตะบะของที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้หลายคนรู้จักเมนูนี้

 

ใครชอบรับประทานเนื้อแพะ แนะให้ลอง แกงกุรุหม่าแพะ (115 บาท) เพราะกุรุหม่าที่นี่ใช้เครื่องแกงเคอมาในปริมาณที่พอเหมาะ ทำให้ไม่ฉุนจนเกินไป แต่ก็หอมพอที่จะทำให้เนื้อแพะไม่มีกลิ่นสาบ เหลือไว้แต่กลิ่นเอกลักษณ์ของเนื้อแพะเบาๆ ส่วนเนื้อสัมผัสนั้นเอาไปเลยห้าดาว เพราะเคี่ยวจนน้ำแกงเข้าเนื้อจนนุ่ม แทบจะละลายในปาก แนะนำให้รับประทานคู่ข้าวสวยเพื่อรับรสชาติของเครื่องแกงดีๆ ได้เต็มที่ รับรองว่างานนี้มีอร่อยจนลืมเขินตอนยกมือขอเพิ่มข้าวจานที่สองแบบผู้เขียนแน่ๆ

 

ข้าวหมกกับเครื่องแกงก็เข้าท่า

 

ต่อด้วย ไก่ทันดูรี (40 บาท)​ หรือไก่หมักโยเกิร์ตกับเครื่องเทศมาซาลา ก่อนนำมาย่างบนเตาถ่าน เป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด อย่างที่บอกว่าเมนูที่นี่ได้รับการปรับสูตรให้ถูกปากคนไทย ไก่ทันดูรีจึงโดดเด่นด้วยรสชาติที่จัดกว่าไก่ทันดูรีแบบอินเดียทั่วไป ร้านนี้เลือกเสิร์ฟมาแบบน่องทำให้เนื้อนุ่มแต่ไม่ชุ่มหรือไม่แห้งจนเกินไป มาพร้อมน้ำจิ้มให้รับประทานคู่กัน

 

ไก่ย่างหอมเครื่องเทศและแกงแพะรสเข้มข้น

 

ตระกูลข้าวหมกของที่นี่ก็ทำได้ถูกปากคนไทย เมื่อ ข้าวหมกนานาชนิด (ราคาตั้งแต่ 60-134 บาท) ใช้ข้าวหอมมะลิหุงเรียงเป็นเม็ดดี ไม่แฉะ โรยหอมแดงเจียวหอมๆ ส่วนเนื้อสัตว์มีให้เลือกตั้งแต่เนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อปลา และเนื้อแพะ ที่ทำได้ดีไม่มีกลิ่นสาบ ข้อดีของการเสิร์ฟข้าวแล้วตักเนื้อสัตว์ราดไปบนข้าวร้อนๆ ทำให้ได้น้ำที่ใช้ผัดเนื้อสัตว์พอขลุกขลิกจาน เพิ่มความเข้มข้นของรสชาติเข้าไปอีกขั้น รับประกันได้ว่าเนื้อจะไม่แห้งอย่างแน่นอน จานนี้เสิร์ฟกับน้ำจิ้มรสชาติเยี่ยมเพื่อเพิ่มความกลมกล่อม

 

เปลี่ยนจากข้าวราดแกงแบบไทยๆ มาเป็นแกงอิสลามกันบ้าง

 

นอกจากสี่เมนูนี้แล้ว ที่นี่ก็เสิร์ฟของว่างอย่าง ซาโมซ่า ไก่ก้อนมันฝรั่ง ซุปหางวัวรสเข้มข้นซี้ดซ้าด อาหารคาวมื้อหลักประเภทแกงไม่ว่าจะเป็นแกงมัสมั่น แกงกะหรี่ สตูลิ้นวัว เสิร์ฟกับโรตีนุ่มๆ กินพร้อมเครื่องดื่มที่หลากหลาย และหากใครยังไม่อิ่มก็ต้องลองโรตีกล้วย-นูเทลล่า เป็นการตบท้าย เอาเป็นว่ามาถึงร้านแล้วอิ่มครบตั้งแต่คาวยันหวานแน่ๆ

 

การิม โรตีมะตะบะ

Open: วันอังคารถึงวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 9.00-22.30 น. หยุดทุกวันจันทร์

Address: อาคารพาณิชย์ หัวโค้งถนนพระอาทิตย์ เยื้องป้อมพระสุเมรุ

Contact: 0 2282 2119

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post Street Bite: โรตีนุ่มๆ และมะตะบะไส้อร่อย ที่ Karim โรตีมะตะบะ ถนนพระอาทิตย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/karim-roti-mataba/feed/ 0
Street Bite: พูลสิน 5 ทศวรรษของเป็ดย่างระดับตำนานแห่งย่านวิสุทธิกษัตริย์ https://thestandard.co/poonsinn/ https://thestandard.co/poonsinn/#respond Thu, 25 Oct 2018 04:09:09 +0000 https://thestandard.co/?p=136900

อาคารพาณิชย์ที่หัวมุมแยกวิสุทธิกษัตริย์ ติดกับวัดตรีทศเ […]

The post Street Bite: พูลสิน 5 ทศวรรษของเป็ดย่างระดับตำนานแห่งย่านวิสุทธิกษัตริย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

อาคารพาณิชย์ที่หัวมุมแยกวิสุทธิกษัตริย์ ติดกับวัดตรีทศเทพวรวิหาร คือสถานที่แห่งความสุขและความทรงจำของใครหลายคน เพราะตลอดเวลากว่า 50 ปีของภัตตาคารพูลสิน ที่นี่ได้ต้อนรับลูกค้าตั้งแต่รุ่นคุณทวดไล่มาจนถึงรุ่นเหลนด้วยอาหารจีนเรียบง่าย แต่คงรายละเอียดดั้งเดิม เพื่อรักษากลิ่นอายความเป็นพูลสินที่ไม่เคยเปลี่ยน

 

ความเก่าแก่ของภัตตาคารพูลสินมาพร้อมกับความท้าทาย เพราะลูกค้าดั้งเดิมที่ก้าวเข้ามาในร้านตั้งแต่วัยหนุ่มสาวยังคงกลับมารับประทานพร้อมลูกหลาน (หรืออาจจะมีรุ่นเหลนตัวน้อยมาด้วย) ทุกคนล้วนคาดหวังรสชาติที่ประทับใจดังเช่นครั้งแรกที่พวกเขาเคยสัมผัส ซึ่งพูลสินก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะตัวผู้เขียนเองที่พาลูกสาวมาอร่อยที่นี่เมื่อวันก่อนก็ยังคงยิ้มกับคุณภาพของอาหาร ​รวมถึงงานบริการจากบริกรอาวุโสที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี

 

เป็ดย่างพูลสิน (85 / 170 / 340 บาท) คือสิ่งที่ยังคงเห็นอยู่ทุกโต๊ะ (ป็นเมนูที่มีลูกค้าสั่งกลับบ้านและมีฟู้ดแมสเซนเจอร์มานั่งรอซื้อหน้าเขียงอยู่เสมอ) เสน่ห์ของเป็ดย่างที่นี่คือความนุ่มของเนื้อเป็ดชิ้นหนาและผิวสัมผัสหนังที่บางเป็นเอกลักษณ์ เมื่อบวกกับรสชาติของน้ำราดที่ออกรสเค็มติดหวานนิดหน่อยก็ทำให้เป็ดทุกชิ้นชุ่มฉ่ำแบบที่รับประทานกับข้าวก็ได้หรือกินคู่กับบะหมี่ก็ดี ในจานจะเสิร์ฟมากับผักกวางตุ้งลวกแบบดั้งเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือมีผักดองอร่อยๆ อย่างไชเท้าและแตงกวาหั่นแว่นที่มีรสเปรี้ยวอมหวานสำหรับตัดเลี่ยน

 

เป็ดย่างในตำนาน

 

เมนูเป็ดอีกจานที่ลือชื่อสุดๆ ของที่นี่คือ เป็ดตุ๋นมะนาวดอง (65 / 130 บาท) ที่ให้เนื้อและน้ำซุปเน้นๆ เสิร์ฟใส่ถ้วยกระเบื้องแบบไม่โรยหน้าด้วยอะไรทั้งสิ้น เพราะจุดขายของเขาคือเป็ดตุ๋นเนื้อแน่น ที่แม้ว่าอาจจะไม่เปื่อยยุ่ยจนเนื้อหลุดจากกระดูกได้ทันทีที่ช้อนตัก แต่รับรองว่าปริมาณเนื้อที่ให้มาไม่หวงกันเลย บวกกับน้ำซุปที่การันตีได้ว่าจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง ด้วยรสชาติของน้ำซุปใสกลมกล่อม ไม่เค็มหรือจืดจนเกินไป ไม่มีรสขมของมะนาวดอง แต่มีกลิ่นหอมแบบพอดีๆ

 

ซดร้อนๆ คล่องคอ

 

ตระกูลอบหม้อดินของที่ร้านก็ลือชื่อเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นกุ้งอบวุ้นเส้น หรือบะหมี่ขาห่าน (140 / 210 / 280 บาท) ที่ห้ามพลาด เพราะใครๆ ก็บอกว่าที่นี่ตุ๋นขาห่านได้เปื่อยดีทีเดียว รสชาติเข้มข้น ไม่เค็มจนเกินพอดี บะหมี่ไข่ที่เลือกใช้ก็เนื้อนุ่ม เส้นไม่กอดกันเป็นก้อนด้วยเทคนิคการอบและปริมาณซอสที่ลงตัว แถมยังหอมขิงหั่นแว่นที่ใส่อบมาในหม้อดินด้วย เหยาะจิ๊กโฉ่วสักนิด เผลอแป๊บเดียวอาจหมดหม้อได้

 

เมนูโปรดสำหรับคนชอบห่าน   

 

กุ้งเด้งกรุบกรอบ

 

นอกจากนั้นยังมีเมนูสลัดให้เลือกสรร แต่เท่าที่สังเกตเห็นจากหลายโต๊ะ สลัดกุ้ง (เริ่มต้น 95 บาท) เป็นอีกเมนูยอดฮิตของหลายครอบครัว การจัดวางสลัดกุ้งทอดของพูลสินเป็นไปแบบเรียบง่าย คือมีกุ้งชุบเกล็ดขนมปังทอดกรอบกินเคียงกับสลัดผักกาดแก้วราดเดรสซิ่งแบบครีมมาให้ ภายใต้ความเรียบง่ายนี้เองที่ทำให้สลัดกุ้งเป็นอีกเมนูที่ไม่เพียงแต่จะถูกใจสมาชิกวัยเยาว์ประจำโต๊ะ แต่ก็ยังทำให้ผู้ใหญ่หลายท่านปฏิเสธไม่ลง และจำต้องสั่งทุกครั้งที่กลับมาเยือนร้านอาหารแห่งนี้

 

พูลสิน

Open: เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.30-21.30 น.

Address: ถนนประชาธิปไตย หัวมุมแยกวิสุทธิกษัตริย์ ติดกับวัดตรีทศเทพวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

Budget: 200-500 บาท

Contact: 0 2282 2728

Map: 

 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post Street Bite: พูลสิน 5 ทศวรรษของเป็ดย่างระดับตำนานแห่งย่านวิสุทธิกษัตริย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/poonsinn/feed/ 0
Street Bite: พี่อยู่ไกลถึงท่าฉลอม แต่พี่ไม่ตรอมเพราะพี่มี ‘ก๋วยเตี๋ยวหนังหมู’ สุดคลาสสิกแสนอร่อย! https://thestandard.co/street-bite-jay-kae-noodle-thachalom/ https://thestandard.co/street-bite-jay-kae-noodle-thachalom/#respond Thu, 23 Aug 2018 03:12:44 +0000 https://thestandard.co/?p=115625

“พี่อยู่ไกลถึงท่าฉลอม…แต่พี่ไม่ตรอมเพราะรักพยอม บ […]

The post Street Bite: พี่อยู่ไกลถึงท่าฉลอม แต่พี่ไม่ตรอมเพราะพี่มี ‘ก๋วยเตี๋ยวหนังหมู’ สุดคลาสสิกแสนอร่อย! appeared first on THE STANDARD.

]]>

“พี่อยู่ไกลถึงท่าฉลอม…แต่พี่ไม่ตรอมเพราะรักพยอม บลาบลา…”

 

เสียงของ เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ ในบทเพลง ท่าฉลอม ดังแว่วมาจากเครื่องเสียงติดรถยนต์ที่กำลังขับมุ่งหน้าออกจากเมืองหลวงออกไปไม่ใกล้ไม่ไกลนัก บทเพลงที่เรากำลังเปิดฟังนั้นเป็นหนึ่งบทเพลงในความทรงจำที่พี่เบิร์ดหยิบยกขึ้นมาร้องในอัลบั้ม ธงไชย แมคอินไตย์ พ.ศ. 2501 ที่เราเองได้รับฟังมาตั้งแต่เพิ่งจะจำความได้ และการเปิดคลอเพลงดังกล่าวเพื่อให้เราคิดถึงบรรยากาศของเมืองเล็กๆ ติดทะเลนั้นก็ช่วยเรียกน้ำย่อยในช่องปากได้มากโข ในเวลาเดียวกันกับที่สมองและกระเพาะพร้อมจินตนาการถึงรสชาติแสนคลาสสิกของร้านก๋วยเตี๋ยวขวัญใจชาวท่าฉลอมที่เรากำลังจะมุ่งหน้าไปชิมรสชาติ – ถึงพี่จะอยู่ไกลถึงท่าฉลอม น้องก็จะไปหา!

 

https://www.youtube.com/watch?v=sFeeaAs9YB4

 

ขับรถลงทางด่วนดาวคะนองตามเส้นถนนพระรามที่ 2 มาราวๆ 40 กิโลเมตร พอข้ามสะพานขนาดใหญ่ที่ข้ามแม่น้ำท่าจีนให้คุณรีบชิดซ้ายทันทีเพื่อเข้าสู่บริเวณ ‘ท่าฉลอม’ ซึ่งขับตามป้ายไปง่ายๆ ไม่ยากเลย (หรือขับตามแผนที่ที่เราให้ไว้ด้านล่าง ยังไงก็ไม่หลง!) ซึ่งคนในพื้นที่ท่าฉลอมละแวกนี้จะรู้จักร้านก๋วยเตี๋ยวนี้ในชื่อ ‘ก๋วยเตี๋ยวหนังหมูเจ๊เก๋’ อันเป็นชื่อของเจ้าของร้านผู้ซึ่งกำลังยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดจัดทำอาหารลงชามตามออร์เดอร์อย่างเคร่งเครียดพร้อมกับญาติๆ ของเธอ และขณะที่เราเดินทางไปถึงร้านนั้นก็พบว่าเป็นช่วงเวลาพักเที่ยงพอดี เราจึงได้เห็นวิถีชีวิตของคนละแวกนี้แวะเวียนมาฝากท้องที่หิวโหยที่นี่กันอย่างเนืองแน่น

 

เคาน์เตอร์บาร์เล็กๆ เชฟและผู้ช่วยเชฟทั้ง 4 ท่านที่กำลังรังสรรค์เมนูก๋วยเตี๋ยวอย่างขันแข็ง

 

แต่เรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องน่าเสียดายคือเราไม่ได้มีโอกาสคุยกับเจ๊เก๋ผู้เป็นเจ้าของร้านอย่างออกรส เนื่องด้วยปริมาณผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาที่ร้านตลอดเวลาจนทำให้แกไม่มีเวลามาพูดคุยกับเรา แต่เจ๊แกก็ยังมีใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม พร้อมกล่าวทักทายแกมเขินอายกับเราตั้งแต่เริ่มสั่งจนถึงเวลาเช็กบิลกลับบ้าน โดยร้านของเจ๊เก๋นี้ไม่ได้เปิดให้บริการความอร่อยมายาวนานอะไรมาเป็นสิบปีทำนองนั้น แต่เปิดมาได้สักระยะหนึ่งแล้วตามคำบอกเล่าของแก โดยแกตั้งใจเปิดร้านเล็กๆ นี้ไว้ทำมาหากินเท่านั้น ไม่ได้คาดหวังว่าร้านจะมีชื่อเสียงหรือมีคนแห่แหนมาชิมกันจนร้านแตก

 

ก๋วยเตี๋ยวต้มยำที่ใส่กระเทียมเจียวเข้มๆ ลงไปเยอะๆ และรสชาติของถั่วมันๆ อร่อยล้ำทีเดียวเชียว!

 

ความพิเศษของก๋วยเตี๋ยวหนังหมูร้านนี้ดูจะไม่ได้หวือหวาอะไรมากมาย เพราะตัวร้านเองก็เป็นเพียงหน้าร้านเล็กๆ ในบ้านสองชั้นที่บังเอิญเขาถมถนนสูงไปสักหน่อย เคาน์เตอร์บริการก๋วยเตี๋ยวของเจ๊เก๋จึงโผล่ขึ้นมาให้เห็นเพียงครึ่งตัว ภายในซอยศาลเจ้าปุนเถ้ากงเองก็เป็นชุมชนเล็กๆ เงียบๆ ที่นานๆ จะมีรถบรรทุกขนาดใหญ่ขับผ่านมา พร้อมทั้งพกพากลิ่นกะปิและกลิ่นคาวทะเลผ่านจมูกไปอยู่เป็นนิจ สัมผัสได้ถึงความเป็นเมืองทะเลอย่างแท้จริง

 

เย็นตาโฟรสเข้ม หวานนิดเปรี้ยวหน่อย ที่คุณอาจจะไม่คุ้นเคยกับเครื่องที่ใส่ลงไป เพราะร้านนี้เขาใส่เครื่องในทุกชามเหมือนกันหมด

 

เมนูของที่นี่ก็ไม่ได้มีความพิเศษอะไร แค่เพียงเลือกเส้นก๋วยเตี๋ยวที่คุณโปรดปรานทั้งเส้นเล็ก เส้นใหญ่ เส้นหมี่ หรือบะหมี่เหลือง พร้อมเลือกรสชาติที่คุณปลาบปลื้ม ไม่ว่าจะเป็นน้ำใส ต้มยำ หรือเย็นตาโฟ เพราะไม่ว่าจะสั่งน้ำซุปรสชาติไหนหรือเส้นแบบไหน คุณจะได้เครื่องก๋วยเตี๋ยวที่เหมือนกันทุกชามอันเป็นเครื่องแบบก๋วยเตี๋ยวโบราณ กล่าวคือมีหมูบะช่อแพใหญ่ลวกสุก ลูกชิ้นปลา หมูแดง พร้อมทั้งสีสันที่โดดเด่นของไข่เจียวซอย กุ้งแห้ง และหนังหมูสีสวยใส ที่สำคัญคือราคาเป็นมิตรจำง่าย ธรรมดา 30 บาท พิเศษ 35 บาท – รู้เรื่องนะ!

 

 

ส่วนที่เราปลาบปลื้มที่สุดคงหนีไม่พ้นรสชาติของน้ำซุปหวานหอมด้วยซี่โครงหมูที่ให้ความหวานปะแล่มๆ บางๆ แต่มีความเข้มข้นอยู่ในที ส่วนเครื่องที่โรยมาด้านบนนั้นก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งไข่เจียวซอยที่หากรับประทานเวอร์ชันที่โรยมาบนก๋วยเตี๋ยวแห้งก็จะออกรสชาติของความมันและเค็มบางๆ ส่วนกุ้งแห้งฝอยสีชมพูระเรื่อก็เป็นตัวละลายที่ทำให้น้ำซุปเปลี่ยนสีเล็กน้อยและเพิ่มรสชาติความเข้มข้นให้กับน้ำซุปได้อย่างดี

 

 

ดีเทลในการรับประทานที่เด่นชัดที่สุดคือ ‘หนังหมู’ ที่ใส่มาค่อนข้างเยอะในชามหนึ่ง สิ่งแรกที่เราปรามาสไว้คือความกรุบกรอบของหนังหมูอย่างที่เคยรับประทานในชามก๋วยจั๊บ แต่กลับไม่ใช่เลย เพราะหนังหมูของที่นี่หั่นซอยมาขนาดเล็กพอดีคำ และต้มสุกใสจนเปลี่ยนดีเทลความกรุบกรอบเป็นความหนึบหนับและนุ่มมากอย่างน่าประทับใจ และนี่น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ใครต่อใครก็ต่างติดใจในรสชาติก๋วยเตี๋ยวของเจ๊เก๋

 

หากมีโอกาสขับรถลงใต้ผ่านเส้นนี้ ลองขับรถวนเวียนเข้าไปที่ท่าฉลอมเพื่อชิมฝีมือและรสชาติอันแสนเรียบง่ายทว่าเข้มข้นด้วยเครื่องและความอร่อยได้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวหนังหมูท่าฉลอมแห่งนี้ แล้วอย่าลืมฮัมเพลง ท่าฉลอม ไปพลางด้วยล่ะ

 

“แม่คุณขวัญใจคนยาก รับของฝากจากพี่ได้ไหม”

 

 

ก๋วยเตี๋ยวหนังหมูเจ๊เก๋ ท่าฉลอม

Open: ทุกวัน เวลา 09.30-16.30 น.

Address: ซอยศาลเจ้าปุนเถ้ากง ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000

Budget: เริ่มต้นที่ 30 บาท

Contact: 09 4806 9656

Map: 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post Street Bite: พี่อยู่ไกลถึงท่าฉลอม แต่พี่ไม่ตรอมเพราะพี่มี ‘ก๋วยเตี๋ยวหนังหมู’ สุดคลาสสิกแสนอร่อย! appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/street-bite-jay-kae-noodle-thachalom/feed/ 0
Street Bite: เจ๊ฮ้ง วรจักร ตำนานความอร่อยของยุทธจักรคั่วไก่ https://thestandard.co/street-bite-kuakai-vorrajak/ https://thestandard.co/street-bite-kuakai-vorrajak/#respond Tue, 26 Jun 2018 06:51:19 +0000 https://thestandard.co/?p=101070

แม้ก๋วยเตี๋ยวจะเป็นอาหารจานเดียวง่ายๆ ที่คนไทยคุ้นเคย โ […]

The post Street Bite: เจ๊ฮ้ง วรจักร ตำนานความอร่อยของยุทธจักรคั่วไก่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

แม้ก๋วยเตี๋ยวจะเป็นอาหารจานเดียวง่ายๆ ที่คนไทยคุ้นเคย โดยเฉพาะในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่มีการสร้างกระแสก๋วยเตี๋ยวนิยมขึ้นมา ทว่าคนส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับก๋วยเตี๋ยวลวกใส่น้ำซุปร้อนๆ มากกว่าก๋วยเตี๋ยวที่ใช้เทคนิคการคั่วจนเส้นแห้งเกรียม หอมกลิ่นไหม้ของกระทะและเตาถ่าน ซึ่งถ้าย้อนเวลาไปราว 60 ปีที่แล้ว ก็นับว่าก๋วยเตี๋ยวคั่วเป็นเมนูที่หากินได้ไม่ง่ายนัก และนั่นจึงทำให้ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ร้านเล็กๆ ใจกลางตลาดวรจักรคึกคักไปด้วยลูกค้าขาประจำมานานกว่า 2 ชั่วอายุคน

 

เจ๊ฮ้งประจำการหน้าเตาที่ไฟลุกโชน

 

“ร้านเราอยู่ที่ตลาดวรจักรมา 60 กว่าปีแล้ว ขายมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ตอนนั้นไม่ค่อยมีใครรู้จักก๋วยเตี๋ยวคั่วว่าคืออะไร เอาก๋วยเตี๋ยวมาใส่กระทะทอดเหรอ ผัดซีอิ๊วหรือเปล่า มันไม่เหมือนกันเลย เราใช้หม้อค่อยๆ คั่วให้เส้นก๋วยเตี๋ยวสุกและแห้ง มีให้เลือกเครื่องแค่หมู ไก่ กุ้ง แต่คุณพ่อจะเน้นเรื่องการใช้ของดีเท่านั้น เพราะเราขายเฉพาะตอนเย็น ตลาดปิดหมด ไม่มีที่จอดรถหน้าร้าน ลูกค้าต้องเดินผ่านตลาดมืดๆ มาหาเรา ดังนั้นเราต้องเน้นเรื่องคุณภาพ ของดีจริง เขาถึงเดินเข้ามา”

 

เจ๊ฮ้ง-ไปรยา พรศวัสกร วัย 58 ปี รุ่นที่ 2 ของ ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่วรจักร หรือที่รู้จักดีในชื่อ เจ๊ฮ้งก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ บอกเล่าความแตกต่างของก๋วยเตี๋ยวคั่ว ซึ่งยังคงมีให้เห็นในชุมชนชาวจีนเช่นที่ย่านวรจักร โดยในรุ่นพ่อ หรือ เตียยี้ แซ่โค้ว นั้น ก๋วยเตี๋ยววรจักรจะเปิดขายหลัง 6 โมงเย็น หลังตลาดวรจักรปิดไปจนถึงเที่ยงคืน ส่วนปัจจุบันเมื่อกลุ่มลูกค้าเปลี่ยน ทางร้านจึงได้ขยับเวลามาเป็น 4 โมงเย็น

 

ด้านสูตรเด็ดแห่งรสอร่อยของก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่วรจักรนั้น เจ๊ฮ้งย้ำว่านอกจากจะเลือกใช้ไก่บ้านแน่นเคี้ยวหนุบมาโดยตลอดแล้ว ไฟ ถ่าน และจังหวะการสะบัดข้อมืออย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เส้นก๋วยเตี๋ยวแห้งแต่ไม่ไหม้เกรียมก็เป็นสิ่งที่จะลืมไม่ได้

 

 

“ตอนเจ๊มาช่วยพ่อใหม่ๆ ก็ยังไม่รู้เทคนิคหรอกว่าการคั่วนี่มันต้องทำอย่างไร เห็นพ่อเอาเส้นก๋วยเตี๋ยวใส่หม้อ ไฟแรงๆ ให้ท่วมหม้อ เอาช้อนเล็กๆ ค่อยๆ คน เราเห็นเท่านั้นแต่ไม่เคยทำ ปรากฏมีลูกค้าประจำคนหนึ่งเดินมาบอกตรงๆ เลยว่า ‘หมาไม่แดก’ ทั้งอมน้ำมัน เส้นแฉะ กินไม่ได้เลย ตอนนั้นไม่โกรธนะ ยังนึกขอบคุณลูกค้าคนนี้อยู่เลยที่กล้าบอก มันทำให้เจ๊ฮึด ไม่ยอม ต้องทำให้ได้ ก็เลยสังเกต อ๋อ ต้องให้หม้อร้อนมากๆ ก่อนนะจึงค่อยใส่เส้นลงไป ไฟต้องแรงตลอด รีดน้ำมันออกบ้าง ด้วยความที่ใช้หม้อคั่ว ด้ามจับจะสั้น ฝึกจนนิ้วที่จับด้ามหม้อเป็นไตด้านไปเลย”

 

คั่วไก่ที่นี่อาศัยการคั่วในหม้อ แทนที่จะผัดกับกระทะเหมือนเจ้าอื่น

 

มาถึงตรงนี้เจ๊ฮ้งก็หงายมือที่เต็มไปด้วยรอยแผลจากการฝึกฝน ซึ่งในยุคแรกนั้นใช้หม้ออย่างหนา ซึ่งมีน้ำหนักเกือบ 1 กิโลกรัมในการคั่ว ปัจจุบันด้วยอายุที่มากขึ้น และกำลังแขนที่น้อยลง เจ๊ฮ้งจึงเปลี่ยนรูปแบบของหม้อให้บางลง ทว่าด้วยไฟที่ลุกท่วมหม้อตลอดเวลาการคั่ว ทางร้านจึงต้องมีหม้อสำรองเตรียมอยู่ไม่น้อย

 

นอกจากไก่บ้านและถ่านไม้คุณภาพดีแล้ว เรื่องของเส้นก๋วยเตี๋ยวก็เป็นอีกหัวใจความอร่อยที่จะขาดไม่ได้ โดยทางร้านเลือกใช้เส้นก๋วยเตี๋ยวที่มีส่วนผสมของแป้งข้าวจ้าวมากกว่าแป้งมัน เวลาผัดเส้นใหญ่จึงไม่จับตัวเละเป็นก้อน และถ้าใครอยากลิ้มรสต้นตำรับต้องบอกทางร้านว่าใส่ตั้งฉ่ายรสเค็มลงไปด้วย และถ้าเป็นลูกค้าประจำตั้งแต่รุ่นแรกห้ามพลาดกับ ‘สังขยา’ รหัสลับระหว่างลูกค้ารุ่นแรกกับทางร้านที่รู้กันดีว่าหมายถึงก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ที่ใส่ทั้งเส้นใหญ่และเส้นหมี่ลงไปผัดรวมกัน    

 

จานนี้ใส่ครบเครื่องทั้งไก่บ้าน กุ้งตัวโต และเบคอน

 

และถ้าใครอยากลิ้มรสความหอมอร่อยของคั่วไก่แบบต้นตำรับ แนะนำว่าอย่าเพิ่งเหยาะซอสพริกลงไป เพราะแม้จะใส่เพียงน้ำปลา น้ำตาล ไม่มีผงชูรส ทว่ารสกลับกลมกล่อมแทบไม่ต้องปรุงเพิ่มแต่อย่างใด สำหรับคนที่ไม่นิยมคั่วไก่ ทางร้านยังมีเมนูข้าวผัดที่ผัดข้าวได้แห้ง หอมกลิ่นกระทะตามตำรับครัวจีนแท้ นอกจากนี้ยังมีก๋วยเตี๋ยวน้ำที่ใช้น้ำซุปจากกระดูกไก่แท้ที่ไม่ต้องปรุงเพิ่มเช่นกัน และใหม่ล่าสุดคือเมนูกินเล่น ไก่แช่น้ำปลาทอด กับก๋วยเตี๋ยวคั่วใส่เบคอนสำหรับลูกค้ารุ่นใหม่ๆ ที่อาจไม่ถูกปากกับเนื้อที่เหนียวแน่นของไก่บ้าน

 

ข้าวผัดตามตำรับครัวจีนแท้

 

น้ำซุปจากกระดูกไก่แท้แทบไม่ต้องปรุงเพิ่ม

 

ไก่แช่น้ำปลาทอดที่สั่งกันแทบทุกโต๊ะ

 

ตลอดเวลาที่พูดคุยและได้เฝ้าสังเกตท่วงท่าการสะบัดหม้อคั่วก๋วยเตี๋ยวของเจ๊ฮ้ง เราบอกได้เลยว่าการทำก๋วยเตี๋ยวคั่วไม่ใช่ทักษะที่ง่าย นอกจากจะต้องยืนตลอดแล้ว การยืนอยู่หน้าเตาถ่านที่ไฟลุกท่วมอยู่ตลอดไม่ใช่เรื่องสนุกแต่อย่างใด ทว่ายังโชคดีที่เจ๊ฮ้งมีหลานชาย บิ๊ก-วรพล พรศวัสกร วัย 29 ปี เป็นทายาทรุ่นใหม่ที่เข้ามาสานต่อความอร่อยระดับตำนาน แม้ในตอนแรกบิ๊กจะเจอบททดสอบเรื่องความร้อนเข้ามาทดสอบจนมือพอง นิ้วล็อกกำมือไม่ได้จากการจับหม้อ และสะบัดข้อมือคั่วเส้นก๋วยเตี๋ยวกว่า 5 ชั่วโมง ทว่าเมื่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือความทุ่มเทที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น บิ๊กก็ไม่ถอดใจแต่อย่างใด

 

เจ๊ฮ้ง และ บิ๊ก-วรพล พรศวัสกร ทายาทรุ่นปัจจุบันสู่รุ่นใหม่

 

What You Should Know

 

  • หากมาถึงตลาดให้สังเกตป้ายบอกทางด้านหน้า
  • ทางร้านไม่มีที่จอดรถ ต้องจอดริมถนน

 

 

Open: เปิดบริการวันจันทร์ถึงเสาร์ เวลา 16.00-22.00 น.

Address: ตลาดวรจักร ซอยบ้านดอกไม้ 1 ถนนวรจักร กรุงเทพฯ สังเกตป้ายร้านหน้าทางเข้าตลาด ใครเอารถมาต้องจอดริมถนน

Budget: ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ราคา 60-80 บาท

Contact: 0 2224 6644, 08 5826 7765

Map: 

The post Street Bite: เจ๊ฮ้ง วรจักร ตำนานความอร่อยของยุทธจักรคั่วไก่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/street-bite-kuakai-vorrajak/feed/ 0
Street Bite: ทำไมเชลล์ถึงลืมชิม ก๋วยเตี๋ยวเนื้อบิ๊กสุ ราชวัตร https://thestandard.co/street-bite-big-su-beef-noodle/ https://thestandard.co/street-bite-big-su-beef-noodle/#respond Thu, 14 Jun 2018 10:17:10 +0000 https://thestandard.co/?p=97843

นั่งนับนิ้ววนไปวนมาดูแล้ว เราเองก็เพิ่งค้นพบว่าตัวเองนั […]

The post Street Bite: ทำไมเชลล์ถึงลืมชิม ก๋วยเตี๋ยวเนื้อบิ๊กสุ ราชวัตร appeared first on THE STANDARD.

]]>

นั่งนับนิ้ววนไปวนมาดูแล้ว เราเองก็เพิ่งค้นพบว่าตัวเองนั้นเติบโตมาพร้อมๆ กับย่าน ‘ราชวัตร’ อย่างน่าประหลาดใจตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา ทั้งการที่น้าสาวทำงานอยู่ในบริษัททีวีดาวเทียมชื่อดังซึ่งเคยมีสำนักงานอยู่ตรงหัวมุมแยกราชวัตร หรือการที่มีพ่อบังเกิดเกล้าเป็นทหารอยู่ในกรมทหารละแวกนั้น ความทรงจำอันน้อยนิดคือหลายครั้งในเวลาช่วงพักกลางวันของพ่อ เราจะต้องถูกหิ้วขึ้นท้ายมอเตอร์ไซค์เพื่อบึ่งมากินก๋วยเตี๋ยวร้านหนึ่งที่มีกลิ่นหอมเตะจมูกมาแต่ไกล และมันยังคงติดอยู่ในความทรงจำมาเนิ่นนาน ร้านก๋วยเตี๋ยวขนาดย่อมที่พ่อเคยบอกลางๆ ว่าเขาใช้ชื่อนายทหารมาเป็นชื่อร้าน และรสชาติอร่อยลิ้นจนเชลล์ลืมมาชิม

 

ป้ายหน้าร้านอันโดดเด่น ทั้งวลีเด็ด ‘เชลล์ลืมชิม’ และชื่อ ‘บิ๊กสุ’ ตัวเขื่อง

 

บรรยากาศภายในร้าน

 

มองผ่านๆ แล้ว ก๋วยเตี๋ยวเนื้อบิ๊กสุ ราชวัตร อาจจะเป็นเพียงร้านที่ขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อธรรมดาๆ ทั่วไปภายในห้องแถวสองคูหา โดยที่คูหาแรกดั้งเดิมนั้นถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ในปี 2500 และปัจจุบันตัวอาคารก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์ไว้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะบันไดวนที่ลดพื้นที่สิ้นเปลืองและประดับเหล็กดัดโครงสวย แต่สิ่งที่ทำให้เราสะดุดหูและสะดุดตาที่สุดดูจะเป็นข้อความแกมน้อยอกน้อยใจกึ่งประชดที่ว่า ‘เชลล์ลืมชิม’ ตัวเบ้อเริ่มอยู่บนป้ายทั้งหน้าร้านและในร้าน ซึ่งคุณๆ เองก็อาจจะพอคุ้นเคยว่าข้อความดังกล่าวเป็นการยั่วล้อกับสัญลักษณ์ความอร่อยในอดีตที่ชื่อว่า ‘เชลล์ชวนชิม’ อย่างตั้งใจ

 

วลี ‘เชลล์ลืมชิม’ อันลือลั่น

 

และจากการบอกเล่าของทางร้าน พวกเขาก็ต่างเล่าให้ฟัง (ซึ่งก็เล่าต่อๆ กันมาอีกที) ว่าที่ต้องเขียนข้อความดังกล่าวไว้นั้นเป็นเพราะตั้งแต่เปิดร้านมาเมื่อราว 70 ปีก่อน ร้านนี้ไม่เคยมีชื่อร้านเลย ลูกค้าจะรู้จักที่นี่ในฐานะร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านหนึ่งเท่านั้น และเมื่อมีลูกค้าประจำมากขึ้น ประกอบกับการเข้ามาของตราสัญลักษณ์เชลล์ชวนชิมในปี 2504 ลูกค้าบางส่วนจึงเกิดอาการแซวเจ้าของร้านอยู่เรื่อยว่า ‘อร่อยขนาดนี้ เชลล์ลืมชิมหรือเปล่า’ คำว่า ‘เชลล์ลืมชิม’ จึงกลายมาเป็นเสมือนชื่อร้านไปโดยปริยาย

 

บรรยากาศภายในร้าน 

 

ช่างเชลล์ที่กล้าลืมชิมก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ไปเสียก่อน เพราะถึงแม้เชลล์จะไม่มาชิม แต่ผู้ใหญ่ระดับใหญ่โตของบ้านเมืองเรากลับนิยมและโปรดปรานก๋วยเตี๋ยวร้านนี้อย่างมาก อันเป็นที่มาของอีกคำที่อยู่บนป้ายร้านที่ว่า ‘ก๋วยเตี๋ยวบิ๊กสุ’ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องที่เดาได้ยากเลยว่าชื่อนี้ได้แต่ใดมา เพราะว่าร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งนี้คือร้านโปรดของอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 19 ของประเทศไทยอย่าง พลเอก สุจินดา คราประยูร หรือในชื่อที่ใครๆ ก็รู้จักกันในชื่อ ‘บิ๊กสุ’ ซึ่งเขาเองก็เป็นแฟนประจำตั้งแต่ครั้งยังเป็นเพียงนักเรียนทหารเท่านั้น และทุกครั้งที่ผู้คนในกองพันละแวกนั้นจะหาอะไรสักอย่างไว้กินให้อิ่มอร่อยท้อง พวกเขาก็มักจะนึกถึงก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านนี้เสมอ แต่ด้วยความที่ร้านไม่มีชื่อเรียกจริงๆ จังๆ ลูกค้าจึงได้แต่บอกปากต่อปากกันไปว่าร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่อร่อยๆ นั้นคือร้านที่บิ๊กสุไปกินบ่อยๆ ยังไงล่ะ!

 

 

ในเรื่องของรสชาตินั้นต้องบอกว่าก๋วยเตี๋ยวเนื้อบิ๊กสุจะมอบประสบการณ์การกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่เข้มข้นให้กับคุณในทุกๆ ภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการปรุงน้ำซุปข้นตามสูตรของจีน โดยการนำเอาเนื้อส่วนพื้นท้องไปเคี่ยวกับเครื่องเทศของจีนนานกว่า 6 ชั่วโมง ปรุงด้วยรสชาติของซีอิ๊วดำ กระเทียม และน้ำตาล ให้ความเข้มข้นของรสชาติเนื้อและเครื่องปรุงอย่างครบถ้วน และคุณหายกังวลได้เรื่องหนึ่งสำหรับคนที่แพ้ง่าย เพราะที่นี่เขาไม่ใช้ผงชูรสเลย!

 

 

ส่วนทางด้านโปรตีนหลักอย่างเนื้อนั้น ที่นี่เขามีให้คุณเลือกหลายส่วนมากมายตั้งแต่เนื้อสด เนื้อเปื่อย ไส้ พื้นท้อง ลิ้น เอ็น และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่ได้รับการปรุงรสจนเข้าเนื้อ ไม่คาวแม้แต่น้อย และส่วนที่เรารักมากเป็นพิเศษคงจะเป็นเนื้อพื้นท้องที่ได้รับรสชาติของเนื้อแบบแน่นๆ บางส่วนที่เป็นมันเองก็ให้รสสัมผัสที่ยอดเยี่ยม และอีกสิ่งหนึ่งที่ถือเป็นไฮไลต์ความอร่อยของบิ๊กสุ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเชลล์ลืมชิมนี้คือน้ำซุปที่เราแอบชะเง้อชะแง้แอบมองในหม้อต้มของทางร้านเพื่อพบว่าไม่มันแผล็บสมคำร่ำลือจริงๆ เพราะทางร้านเขาต้มน้ำซุปอย่างต่อเนื่องจนไม่มีไขมันลอยขึ้นมา เวลากินคุณจะไม่รู้สึกเหนอะหนะปากแม้แต่น้อย และถึงแม้ราคาเริ่มต้นจะรุนแรง เช่น ก๋วยเตี๋ยวแบบธรรมดาในราคา 70 บาท แต่เชื่อเถอะว่าคุ้มค่าทุกคำ!

 

 

หากคุณเป็นนักชิมก๋วยเตี๋ยวเนื้อตัวยง ที่นี่คืออีกหนึ่งรสชาติที่คุณไม่ควรพลาด ถึงเชลล์จะลืมชิม แต่คุณต้องห้ามลืมนะ!

 

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อบิ๊กสุ ราชวัตร

Open: ทุกวัน เวลา 07.00-17.00 น.

Address: เลขที่ 1232 ถนนนครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 ขับรถเลยแยกราชวัตร มุ่งหน้าไปทางศรีย่านเพียง 200 เมตร ร้านอยู่ทางซ้ายมือ

Budget: เริ่มต้นที่ 70 บาท

Contact: 0 2241 4192

Map: 

 

The post Street Bite: ทำไมเชลล์ถึงลืมชิม ก๋วยเตี๋ยวเนื้อบิ๊กสุ ราชวัตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/street-bite-big-su-beef-noodle/feed/ 0
Street Bite: เซี่ยงกี่ ข้าวต้มปลาเตาถ่าน 90 ปีแห่งตำนานความอร่อย https://thestandard.co/siang-ki-khao-tom-pla/ https://thestandard.co/siang-ki-khao-tom-pla/#respond Thu, 08 Mar 2018 09:54:25 +0000 https://thestandard.co/?p=75739

    สังเกตไหมว่าร้านอร่อยในตำนานทั้งหลายที่เร […]

The post Street Bite: เซี่ยงกี่ ข้าวต้มปลาเตาถ่าน 90 ปีแห่งตำนานความอร่อย appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

 

สังเกตไหมว่าร้านอร่อยในตำนานทั้งหลายที่เราเคยกินตั้งแต่ยังเด็กมักจะปิดตัวไปในรุ่นที่ 3 และแม้หลายร้านจะยังคงขายดี มีลูกค้ามาต่อคิวยาว แต่สุดท้ายกลับไร้ผู้สืบทอด ทว่าทฤษฎีที่กล่าวมานี้ใช้ไม่ได้กับ เซี่ยงกี่ ร้านข้าวต้มปลาขนาดหนึ่งคูหาที่อยู่คู่กับย่านคลองถม สำเพ็ง มากว่า 90 ปี แน่นอนว่าคนรุ่นพ่อย่อมไม่อยากจะให้ลูกหลานต้องมาเหนื่อยกับการเตรียมเครื่องข้าวต้มที่ต้องใช้ความพิถีพิถันเป็นเวลาครึ่งค่อนวัน ทว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้ทั้งลูกและหลานต่างเลือกที่จะกลับบ้านมาสานต่อกิจการก็ด้วยประโยคที่ว่า

 

“ร้านข้าวต้มเล็กๆ นี่แหละที่เลี้ยงพวกเราให้โตมา แล้วเราจะทิ้งสิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจของครอบครัวได้อย่างไร”

 

ตำนานของเซี่ยงกี่เริ่มต้นจากรุ่นที่ 1 ของครอบครัวคืออากงที่โล้สำเภาจากซัวเถามาอยู่เมืองไทยในชุมชนชาวจีนเยาวราช จากนั้นจึงสร้างตัวด้วยการขายข้าวต้มปลากะพงในราคาชามละ 1 สตางค์ จากนั้นจึงเพิ่มมาเป็นปลาเต๋าเต้ย หรือปลาจะละเม็ดเทา และหอยนางรม มีเครื่องเคียงเป็นหมูบะเต็ง หรือหมูผัดซีอิ๊ว พร้อมด้วยกุ้งแห้งตัวอวบอ้วน และน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวที่สั่งทำสูตรพิเศษขึ้นมา

 

วัตถุดิบคุณภาพชั้นดี

 

“เราขายข้าวต้มปลากะพง เต๋าเต้ย และหอยนางรมแบบนี้มาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ ไม่เคยเปลี่ยนสูตร รวมทั้งคนที่ส่งของให้เราก็ไม่เคยเปลี่ยน ร้านที่ส่งถ่านให้เราก็เปิดร้านมานานพอๆ กัน เขาจึงรู้ว่าข้าวต้มของเราต้องใช้ถ่านแบบไหน ต้องเป็นถ่านไม้ท่อนใหญ่เท่านั้น น้ำจิ้มเต้าเจี้ยวก็เหมือนกัน คุณพ่อสั่งร้านเพื่อนทำสูตรพิเศษให้เฉพาะร้านเรา และเราก็ใช้สูตรนั้นจากร้านเก่าแก่ที่ทำให้เรามาโดยตลอด”

 

คุณสุรเดช สินธ์วุรวัฒน์ วัย 82 ปี เล่าถึงความพิเศษของข้าวต้มปลาที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น โดยในรุ่นที่ 2 นั้นมีพี่น้องผู้ชายทั้ง 3 คนเป็นผู้สืบทอดตำนาน ซึ่งแต่ละคนก็ต้องแบ่งหน้าที่กันไปตามความชำนาญ ส่วนปัจจุบันเหลือเพียงคุณสุรเดช และคุณเน่ยเอ็ง แซ่นิ้ม วัย 80 ปี ภรรยาของพี่ชายเท่านั้นที่เป็นคนถ่ายทอดเทคนิคการทำข้าวต้มปลาให้รุ่นลูกและหลาน

 

“เมื่อก่อนที่ร้านจะมีโต๊ะเตรียมปลาอยู่ด้านในสุด ในทายาทของอากง 3 คนก็จะมี 2 คนที่ทำหน้าที่แล่ปลา แบ่งกันไปตามชนิด คนหนึ่งแล่ปลากะพง คนหนึ่งแล่ปลาเต๋าเต้ย เขาจะชำนาญไม่เหมือนกัน ปลาหมดปุ๊บจึงค่อยเอาตัวใหม่มาวางแล่ให้ลูกค้าเห็น เพราะถ้าแล่ทีเดียวแล้วแช่ทิ้งไว้ในน้ำแข็ง ความสดและความหวานของเนื้อปลาก็จะหมดไป”

 

คุณสุรเดช สินธ์วุรวัฒน์ รุ่นที่ 2 และคุณเน่ยเอ็ง แซ่นิ้ม ผู้ถ่ายทอดเทคนิคการทำข้าวต้มปลาให้รุ่นลูกและหลาน

 

คุณจิราภรณ์ สินธ์วุรวัฒน์ ทายาทรุ่นที่ 3 ขยายความถึงหัวใจความอร่อยของการทำข้าวต้มปลา สำหรับคุณนุสรานั้นเป็นคนเดียวของรุ่นนี้ที่สามารถแล่ปลาได้ ซึ่งเธอยอมรับว่านี่คือความยากที่สุดในการทำข้าวต้มปลา เพราะต้องใช้สมาธิและมีดที่คมมาก เผลอนิดเดียวอาจเกิดอุบัติเหตุได้ทันที

 

“นอกจากคุณภาพของปลาที่จะต้องสดแล้ว การแล่ก็สำคัญและยากที่สุดในการทำข้าวต้มปลา ปลาจะละเม็ดจะแล่อย่างหนึ่ง ปลากะพงต้องแล่อีกแบบ แม้แต่ปลาชนิดเดียวกัน แต่ละตัวก็ต้องแล่ต่างกันไป คนแล่ต้องดูปลาให้เป็นว่าเนื้อตรงนี้ต้องแล่ทิ้ง ตรงนี้เก็บไว้ ซึ่งหลานคุณพ่ออีก 2 คนที่มาช่วยกันทำในรุ่นนี้ก็แล่ไม่ได้ น้ำซุปก็เช่นกัน นี่เป็นอีกสิ่งที่ยาก เพราะต้องเคี่ยวกระดูกหมูทั้งวันด้วยเตาถ่าน เคี่ยวใช้แบบวันต่อวัน แต่เคี่ยวอย่างไรไม่ให้น้ำซุปขุ่นนี่ล่ะที่เป็นทักษะเฉพาะตัว ซึ่งต้องคลุกคลีเรียนรู้ไปเรื่อยๆ จึงจะทำได้”

 

อย่างที่บอกว่าร้านนี้คัดเฉพาะวัตถุดิบที่ดีที่สุด ดังนั้นจึงทำให้ปลาเต๋าเต้ยมีไม่พอที่จะขายลูกค้าในหน้ามรสุม

 

ยังคงใช้เตาถ่านและเลือกชนิดของถ่านไม้

เนื้อปลาจะต้องหั่นและต้มให้ถูกวิธี

 

“เราจะบอกลูกค้าเสมอว่า ไม่มีของดี เราไม่ขาย ดีกว่ากินของคุณภาพไม่ดี ซึ่งลูกค้าประจำก็จะเข้าใจ ข้าวต้มเรามีตั้งแต่ราคา 300, 400, 500 บาท แล้วแต่ลูกค้าสั่ง แต่วันไหนปลามีน้อย ราคาสูง กิโลกรัมละหลายพัน เราก็ไม่เคยขึ้นราคานะ ก็ยังขายราคาเท่าเดิม อย่างถ่านที่ใช้ก็ต้องใช้ถ่านไม้ใหญ่กระสอบละเกือบพันอีกเหมือนกัน ถามว่าทำไมไม่ใช้แก๊ส ถ้าใช้แก๊สแล้วน้ำซุปไม่หอม ข้าวไม่ร้อนระอุข้างใน ข้าวต้มจะอร่อยต้องซดน้ำซุปแล้วร้อนจนคำสุดท้าย”

 

รุ่นที่ 2 และรุ่นลูกรุ่นหลานของทางร้าน

แม้จะผ่านมาหลายสิบปี แต่ข้าวต้มปลาของเซี่ยงกี่

ยังคงใช้วัตถุดิบและกรรมวิธีเช่นเดิม

 

คุณวรพรรณ สินธ์วุรวัฒน์ หนึ่งในทายาทรุ่นที่ 3 ให้นิยามความอร่อยในแบบฉบับเซี่ยงกี่ ซึ่งนอกจากเรื่องปลา ถ่าน และน้ำซุปแล้ว เมล็ดข้าวก็เป็นอีกสิ่งที่ต้องเลือกในทุกรอบ โดย คุณนุสรา สินธ์วุรวัฒน์ อีกหนึ่งทีมรุ่นใหม่เล่าว่าข้าวที่เลือกใช้ต้องเป็นข้าวหอมมะลิเก่าเท่านั้น และในแต่ละล็อต โรงสีเจ้าประจำที่เลือกใช้มาตั้งแต่รุ่นอากงก็จะนำข้าวมาให้เลือกหลายชนิด เพื่อให้ทางร้านลองต้มจนกว่าจะเจอข้าวที่ต้มแล้วยังเรียงเป็นเม็ดสวย ไม่นิ่มเกินไปจนเมล็ดแตก

 

 

ทั้งหมดนี้คือความพิถีพิถันที่ทำให้ลูกค้าต่างก็พร้อมที่จะจ่าย แม้ราคาข้าวต้มปลาในร้านไร้เครื่องปรับอากาศข้างทางจะเริ่มที่ 300 บาท ทว่าหากเทียบกับปลาเนื้อแน่นชิ้นใหญ่ หอยนางรมตัวอวบอ้วน วัตถุดิบที่มีคุณภาพทุกอย่าง และค่าทักษะบวกด้วยความชำนาญ ราคานี้จึงไม่สูงเกินไปเลยจริงๆ

 

Photo: ศรัณยู นกแก้ว

The post Street Bite: เซี่ยงกี่ ข้าวต้มปลาเตาถ่าน 90 ปีแห่งตำนานความอร่อย appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/siang-ki-khao-tom-pla/feed/ 0
Street Bite: 7 พิกัดอร่อยเด็ดย่านลาดพร้าวที่ไม่อยากให้พลาด ทั้งอาหารไทย ไอศกรีม และหมูกระทะ https://thestandard.co/street-bite-latphrao/ https://thestandard.co/street-bite-latphrao/#respond Fri, 12 Jan 2018 17:01:46 +0000 https://thestandard.co/?p=61961

นอกจากจะขึ้นชื่อว่าเป็นถนนที่รถติดที่สุดเส้นหนึ่งในกรุง […]

The post Street Bite: 7 พิกัดอร่อยเด็ดย่านลาดพร้าวที่ไม่อยากให้พลาด ทั้งอาหารไทย ไอศกรีม และหมูกระทะ appeared first on THE STANDARD.

]]>

นอกจากจะขึ้นชื่อว่าเป็นถนนที่รถติดที่สุดเส้นหนึ่งในกรุงเทพมหานครแล้ว ลาดพร้าวยังเป็นย่านที่มีที่อยู่อาศัยหนาแน่นที่เต็มไปด้วยของอร่อยๆ มากมาย แถมยังหลากหลาย และมีให้เลือกสรรตลอดแนวเส้นถนนลาดพร้าวเองก็ดี หรือย่านชุมชนใหญ่ๆ ที่เชื่อมต่อกับเส้นลาดพร้าวอย่าง โชคชัย 4 หรือวังหินเองก็ดี

 

THE STANDARD ขออนุญาตทำตัวประหนึ่งเป็นผู้ที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในย่านนี้เพื่อค้นหาความอร่อยละแวกบ้าน ใครจะไปคิดว่าในซอยเล็กซอยน้อยของลาดพร้าวจะซ่อนรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์และเมนูน่าลิ้มลองไว้มากมาย เรารวบรวมมาให้แล้วทั้งอาหารไทยสูตรต้นตำรับ ของหวาน หรือแม้แต่หมูกระทะ เตรียมตัวจดพิกัดและหากระดาษทิชชู่กันน้ำลายสอมาไว้ด้วย เดี๋ยวจะหิวขึ้นมา!

 

 

เขียวไข่กา

ต้องบอกว่า เขียวไข่กา เป็นหนึ่งร้านอาหารไทยในย่านลาดพร้าวที่เราแทบจะยกหัวใจทั้งดวงให้ เพราะมันอร่อยเหลือเกิน กับอาหารไทยท้องถิ่นสุดคลาสสิกหลากหลายจากทั่วทุกมุมประเทศไม่ว่าจะเป็นน้ำพริก แกงคั่ว ยำ หรือข้าวผัด นั่งทานท่ามกลางบรรยากาศการตกแต่งแบบไทยโมเดิร์นในเรือนกระจกหลังคาสูงโปร่ง ความน่าประทับใจนอกจากจะให้บริการที่ยอดเยี่ยมสมราคาแล้ว รสชาติอาหารนั้นถึงเครื่องทุกจานตามตำรับไทย

 

สั่งอะไรดี: หากคุณชอบอาหารใต้ เราแนะนำให้ลอง ขนมจีนน้ำยาปู เข้มข้นและจัดจ้าน เสิร์ฟมาพร้อมกับไข่ต้มและพริกคั่ว สะใจคนชอบทานอาหารรสจัด หากอยากทานอาหารแบบคนเหนือ แกงฮังเลสูตรแม่คำมี คือคำตอบ แกงฮังเลน้ำล้นที่คุณอาจไม่คุ้นตา พ่วงด้วยพริกแกงที่เลือกใช้รสชาติของกระเทียมดองได้โดดเด่นมากๆ และที่เรารักที่สุดคงหนีไม่พ้น ข้าวผัดกากหมู รสชาติแบบดั้งเดิมออกเค็มนิดหวานหน่อย เสิร์ฟมาคู่กับพริกซอย หอมแดงซอย และมะนาวหั่นเต๋า ถูกปาก ถูกใจ

 

Open: ทุกวัน 11.00-23.00 น.

Address: ถนนนาคนิวาส ปากซอยนาคนิวาส 3

Budget: เริ่มต้นที่ 120 บาท

Contact: 0 2102 6388

Page: www.facebook.com/kiewkaika

Map: 

 


 

 

สุกี้กองปราบ

หนึ่งในร้านที่ชื่อเสียงกระฉ่อนละแวกย่านโชคชัย 4 แถวกองปราบฯ กับร้านที่เน้นขายแต่สุกี้และสุกี้เท่านั้น สุกี้กองปราบ มีให้คุณเลือกสรรทั้งสุกี้น้ำ สุกี้แห้ง ข้าวไก่อบ เนื้ออบ หรือแม้แต่หมูกระทะ และที่น่าประทับใจที่สุดคงจะเป็นน้ำจิ้มสุกี้สูตรเฉพาะที่ครบเครื่องรสเข้ม มาโชคชัย 4 ไม่กินสุกี้ร้านนี้เหมือนมาไม่ถึงอย่างนั้นเชียว

 

 

สั่งอะไรดี: เมนูที่เราปลาบปลื้มที่สุดก็คือ สุกี้แห้งเบคอน วุ้นเส้นและผักกาดขาวหั่นชิ้นพอดีคำ ผัดกับเบคอนชิ้นเป้งและไข่ ก่อนทานเหยาะน้ำจิ้มบางๆ ก็ทำให้อร่อยเหาะ

 

Open: ทุกวัน 16.00-02.00 น.

Address: ริมถนนโชคชัย 4 ตรงข้ามกับโชคชัย 4 ซอย 16

Budget: เริ่มต้นที่ 60 บาท

Contact: 08 5935 9493

Map: 

 

 

 

เฮียเปียวหมูเกาหลี โชคชัย 4

อย่าเพิ่งเบือนหน้าว่าเป็นหมูกระทะบ้านๆ แล้วคุณจะไม่อยากลิ้มลอง ใครใคร่ลองใครไม่ใคร่ลอง เลื่อนไปที่จานต่อไปได้เลย เฮียเปียวหมูเกาหลี หนึ่งร้านเด็ดคู่ย่านโชคชัย 4 ในซอย 18 ที่คนเยอะและโต๊ะเต็มเกือบตลอดเวลา (ต้องโทรจองโต๊ะแต่หัววันนะถึงจะได้กิน ถ้าไม่อยากไปนั่งรอ) นั่นอาจเป็นเพราะความโดดเด่นที่บริการที่ใส่ใจ น้ำจิ้มรสเด็ดที่เผ็ดบางๆ จากรสกระเทียม และราคาที่น่ารักสบายกระเป๋า ที่สำคัญที่นี่ไม่ได้เสิร์ฟแบบบุฟเฟต์ต่อคนต่อหัว แต่เป็นหมูกระทะแบบอะลาคาร์ต ไม่ต้องเดินไปแย่งตักกับใคร!

 

 

สั่งอะไรดี: ลองสั่งหมูกระทะชุดเล็กของเขามาทานดู จัดให้เพียบพร้อมทั้งหมูนุ่ม เบคอน ตับหมู ปลาหมึกกรอบ และผักนานาชนิด อิ่มกำลังดีสำหรับสองท่าน และที่ไม่อยากให้พลาดคือบรรดาน้ำหวานบรรจุขวดที่ทางร้านมีบริการทั้ง น้ำเก๊กฮวย ชามะนาว รสชาติดี เข้มข้นและไม่หวานเกินไป

 

Open: ทุกวัน 16.00-00.00 น.

Address: ถนนโชคชัย 4 ซอย 18 ข้างกองปราบฯ ตรงเข้ามาราว 300 เมตร

Budget: เริ่มต้นที่ 99 บาท

Contact: 06 2569 7946

Page: www.facebook.com/herepeawchokchai4

Map: 

 

 

 

Organic Supply

หนุ่มสาวรักสุขภาพต้องมาลองทางด้านนี้กับ Organic Supply ที่เน้นขายแต่ของมีประโยชน์จากธรรมชาติอย่าง สลัด หรือสมูทตี้ แม้ผู้เขียนเองก็ไม่ใช่ผู้นิยมกินใบผักใบหญ้าสักเท่าไร แต่พอได้เห็นร้านที่ตกแต่งคล้ายจะเป็นห้องนั่งเล่นของบ้านสักหลังในแถบสแกนดิเนเวียภายใต้โทนสีเขียวพาสเทล และเฟอร์นิเจอร์ไม้ เราก็ค่อยๆ เปิดใจรับร้านนี้ไว้ในอ้อมใจได้ไม่ยากเลย

 

 

สั่งอะไรดี: สมูทตี้รสชาติต่างๆ คืออีกหนึ่งความโดดเด่นที่เราชอบ อย่าง Super Berry สมูทตี้ที่มีส่วนผสมของบลูเบอร์รี กล้วย และสตรอว์เบอร์รีเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

 

Open: ทุกวัน 10.00-20.00 น.

Address: ตั้งอยู่ริมถนนนาคนิวาสตรงข้ามซอยนาคนิวาส 7

Budget: เริ่มต้นที่ 140 บาท

Contact: 0 2101 6410

Page: www.facebook.com/organicsupply.bkk

Map:

 


 

 

เฝอ 54

อีกหนึ่งร้านในย่านวังหินที่คนเยอะตลอดเวลากับ เฝอ 54 หม้อไฟสไตล์เวียดนามที่คุณเลือกสรรความอร่อยได้ด้วยตัวเองตั้งแต่หมูสไลด์ สันคอสไลด์ เนื้อน่องโคขุน หมูยอ และอื่นๆ อีกมากมาย คล้ายๆ กับการไปกินสุกี้ทั่วไป แต่ความพิเศษอยู่ตรงน้ำจิ้มสองสูตรสองรสที่เข้มข้นทั้งน้ำจิ้มสีน้ำตาลเข้มและซอสพริก โดยเมื่อนำมาผสมรวมกันก็จะได้รสชาติที่แปลกลิ้น รวมรสเค็มหวานเผ็ดไว้อย่างน่าประหลาดใจ

 

 

อีกสิ่งที่น่าประทับใจในร้านนี้คือสีสันของการตกแต่งร้านที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เสียจนแสบตา กับการเลือกใช้โทนสีฉูดฉาดที่แตกต่างให้มาอยู่ด้วยกัน เช่นเก้าอี้สีเขียว โต๊ะสีชมพู ชามสีเหลือง จานสีน้ำเงิน และแก้วน้ำสีฟ้า

 

สั่งอะไรดี: หากไม่เอ็นจอยจะทานหม้อไฟเพราะเกรงจะอิ่มเกินไป ที่นี่มีบริการก๋วยเตี๋ยวสไตล์เวียดนามแบบชามให้ ทางเราแนะนำ เฝอเนื้อน่อง เส้นเล็กเหนียวนุ่มพอดิบพอดี น้ำซุปที่ได้กลิ่นพริกไทยบางๆ และเนื้อน่องคุณภาพดีที่ปรุงสุกกำลังดี อร่อยลงตัว รวมไปถึง หมูสะดุ้งไฟ เนื้อหมูสไลด์แล่บางพอดีคำนำไปผ่านไฟอย่างรวดเร็วจนสุก จิ้มกับน้ำจิ้มสองรส เผลอสั่งเพิ่มไม่รู้ตัวเชียวละ

 

Open: ทุกวัน 17.00-23.00 น. (ส่วนสาขาโชคชัย 4 ซอย 54 เปิดให้บริการ 11.00-22.00 น.)

Address: ในย่านลาดพร้าวนี้มีเฝอ 54 ถึงสองสาขาทั้งสาขาลาดพร้าววังหินซอย 60 และสาขาโชคชัย 4 ซอย 54 แต่เราแนะนำสาขาลาดพร้าววังหินเพราะมีพื้นที่มากกว่า โต๊ะเยอะกว่า จะได้ไม่ต้องรอนาน

Budget: เริ่มต้นที่ 60 บาท

Contact: 08 9770 2682 (สำหรับสาขาลาดพร้าววังหินซอย 60)

Page: www.facebook.com/herepeawchokchai4

Map:

 

 

 

เฮงเฮงอี๊

ข้ามมาที่โซนของหวาน เฮงเฮงอี๊ คือหนึ่งร้านในย่านโชคชัย 4 ที่มีคนเข้าคิวรอแน่นตลอด กับร้านขายขนมหวานที่มีให้คุณเลือกจนตาลายตั้งแต่ ซาหริ่ม เผือก ลอดช่อง รวมมิตร เฉาก๊วยนมสด แปะก๊วย ทับทิบกรอบ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งคุณสามารถเลือกมิกซ์แอนด์แมตช์ได้ตามใจชอบ สั่งเสร็จสรรพรอรับด้านข้างร้านแล้วเดินไปหาโต๊ะนั่งกินให้สบายใจแล้วค่อยเดินกลับมาจ่ายเงิน ข้อสำคัญต้องอย่าโอ้เอ้ เพราะลูกค้าร้านนี้หนาแน่น ถ้าไม่ทันมีเวลาคิดว่าจะกินอะไร ชี้นิ้วตามสัญชาตญาณไปเลย

 

สั่งอะไรดี: สั่งเลยตามใจคุณ เพราะความโดดเด่นอยู่ที่น้ำกะทิและน้ำเชื่อมของเขาที่กลมกล่อม ไม่หวานเลี่ยน ส่วนตัวน้ำแข็งก็บดละเอียดระดับเดียวกับบิงซูเชียว

 

Open: ทุกวัน 16.00-02.00 น.

Address: ปากซอยโชคชัย 4 ซอย 19 ตรงข้ามกับกองปราบฯ

Budget: เริ่มต้นที่ 30 บาท

Contact: 08 4113 6060

Page: www.facebook.com/HenghengeiCC4

Map: 

 


  

 

Freeze Frozen Yogurt

ปิดท้ายด้วยร้านไอศกรีมรสเยี่ยมสีสันสดใสอย่าง Freeze Frozen Yogurt ในย่านนาคนิวาส ร้านที่ตกแต่งคล้ายกับบาร์ไอศกรีมสไตล์อเมริกัน บุผนังด้วยกระเบื้องสี่เหลี่ยมสีสด พร้อมทั้งไฟนีออนหลอดดัดที่เพิ่มความเก๋ของร้านให้มากขึ้นไปอีก ส่วนใครที่รักการช้อปปิ้ง ภายในร้านมี Thieve Studio ร้านเสื้อผ้าและเครื่องประดับให้ได้เลือกชมอีกด้วย

 

สั่งอะไรดี: ลอง ไอศกรีมโยเกิร์ตรสธรรมชาติ มาชิมก่อน ซึ่งมันจะถูกใจคุณได้ไม่ยาก เพราะความเข้มข้นของเนื้อไอศกรีมนั้นติดลิ้นติดปาก หรือ Soda Float มาเพื่อเพิ่มความสดชื่น ลิ้มรสความซ่าของน้ำหวานพร้อมกับไอศกรีมรสที่คุณชอบที่โปะไว้ข้างบน เพอร์เฟกต์!

 

Open: ทุกวัน 11.00-20.00 น.

Address: ถนนนาคนิวาส ตรงข้ามกับซอยนาคนิวาส 7

Budget: เริ่มต้นที่ 100 บาท

Contact: 0 2101 9364

Page: www.facebook.com/freezefroyo

Map: 

 

 

Photo: อรัณย์ หนองพล

The post Street Bite: 7 พิกัดอร่อยเด็ดย่านลาดพร้าวที่ไม่อยากให้พลาด ทั้งอาหารไทย ไอศกรีม และหมูกระทะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/street-bite-latphrao/feed/ 0
Street Bite: อร่อยมาตั้งแต่รุ่นพ่อ เอี่ยมน้อย ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ จุฬาฯ 32 https://thestandard.co/street-bite-eiamnoi2517/ https://thestandard.co/street-bite-eiamnoi2517/#respond Mon, 01 Jan 2018 17:00:28 +0000 https://thestandard.co/?p=58943

จะหาร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำอร่อยๆ ได้ที่ไหนบ้างนะ เป็นคำถาม […]

The post Street Bite: อร่อยมาตั้งแต่รุ่นพ่อ เอี่ยมน้อย ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ จุฬาฯ 32 appeared first on THE STANDARD.

]]>

จะหาร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำอร่อยๆ ได้ที่ไหนบ้างนะ เป็นคำถามชวนกลุ้มใจมาพักใหญ่ จนเมื่อไม่นานมานี้บังเอิญผ่านไปแถวบรรทัดทองตอนดึกๆ เพราะตั้งใจจะไปร้านข้าวต้มเจ๊โอว แต่ต้องตกตะลึงกับจำนวนคนมหาศาลที่มานั่งรอหน้าร้าน จึงยอมแพ้ ถอยดีกว่า แล้วพอดีเลยผ่านไปตรงถนนบรรทัดทอง เห็นร้านก๋วยเตี๋ยวเปิดไฟสว่าง แถมถนนแถวนั้นตอนดึกๆ ก็โล่ง สามารถจอดรถริมถนนได้อย่างสบาย ก็ตัดสินใจแวะฝากท้องกับร้านก๋วยเตี๋ยวแปลกหน้าที่ชื่อว่า เอี่ยมน้อย

 

 

The Vibe

บรรยากาศของร้านเป็นห้องแถวหนึ่งคูหา มีโต๊ะเก้าอี้รองรับลูกค้าทั้งบริเวณริมฟุตปาธและในร้าน มีสเตชันทำก๋วยเตี๋ยวอยู่ด้านหน้า เป็นตู้กระจกและโต๊ะสเตนเลสที่ดูใหม่มาก แต่จากการสอดส่ายสายตาดูเครื่องเคราแล้ว สัญชาตญาณบอกเลยว่าร้านนี้อร่อยแน่ แล้วก็แอบหัวเราะหึๆ ในใจ ขับรถมาไม่เสียเที่ยวแล้ว

 

 

The Dishes

 

ก๋วยเตี๋ยวต้มยำแห้ง ของเด็ดประจำร้าน

 

เมนูหลักของร้านก็คือก๋วยเตี๋ยวแห้ง น้ำ ต้มยำ เย็นตาโฟ มีเส้นให้เลือก ได้แก่ บะหมี่ เส้นหมี่ เส้นเล็ก เส้นใหญ่ เกี้ยมอี๋ วุ้นเส้น นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูกินเล่น ได้แก่ ลวกจิ้ม ยำเครื่องรวม ยำเครื่องหมู ยำหมู ยำหนังปลา ยำไข่มะตูม ยำวุ้นเส้น ราคาและขนาดจะมีให้เลือกหลายระดับตั้งแต่ธรรมดา 50 บาท พิเศษ 60 บาท สุดสุด 70 บาท ผิดปกติ 80 บาท มหาเทพ 100 บาท ไซส์หลังสุดนี่ใหญ่โตประมาณว่าสั่งชามเดียวกินได้ 3-4 คน

 

 (บน) ซุปกระดูกหมู, (ล่าง) ยำไข่มะตูม

 

ทั้งหมดคือเมนูเบื้องต้นของก๋วยเตี๋ยวร้านเอี่ยมน้อย ซึ่งใช้วัตถุดิบชั้นดี พิถีพิถันในการจัดเตรียม แต่ส่วนสำคัญอีกอย่างของความอร่อยก็คือฝีมือการปรุงรส โดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ซึ่งจะต้องครบรส เปรี้ยว หวาน เผ็ด เค็ม จัดจ้านกำลังดีแบบไม่หวงเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นน้ำมะนาวแท้ๆ พริกป่นใหม่ๆ น้ำปลาดีๆ บอกเลยว่าถ้าคุณมาอยู่หน้าชามก๋วยเตี๋ยวตอนนี้จะต้องน้ำลายสออย่างแน่นอน

 

 

The Story

หลังจากที่อิ่มอก อิ่มใจ อิ่มท้องกันดีแล้ว เราจึงเงยหน้าจากชามก๋วยเตี๋ยวเพื่อพูดคุยกับ เฮียหนุ่ม-พิชิต ประสานพานิชกุล เจ้าของร้านรุ่นที่สอง ซึ่งดูแลร้านก๋วยเตี๋ยวของครอบครัวร่วมกับพี่ชาย เฮียแอ๊ด-พิชัย ประสานพานิชกุล เมื่อได้พูดคุยกันแล้วต้องบอกเลยว่าเฮียหนุ่มอัธยาศัยดีมาก ทั้งทำก๋วยเตี๋ยวให้เรากิน ทั้งเล่าประวัติของร้านและชุมชนรอบๆ ให้ฟัง โดยแรกเริ่มนั้นพ่อของเฮียเปิดกิจการขายข้าวสาร แต่ไปได้ไม่ค่อยดี จึงลองเปลี่ยนมาขายอาหาร เริ่มจากขายก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเป็นรถเข็นริมถนน ต่อมาก็เริ่มเพิ่มเครื่องต่างๆ และพัฒนาสูตรมาเรื่อยๆ มีช่วงที่ย้ายร้านจากตำแหน่งเดิม จนเพิ่งย้ายมาอยู่ห้องแถวเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมานี้เอง

 

ต้มหมูบะช่อในน้ำซุป

 

ด้วยความผูกพันกับชุมชนจุฬาฯ บรรทัดทอง ตั้งแต่เปิดร้านแรกเริ่มเมื่อปี 2517 ลูกค้าของร้านจึงเป็นสมาชิกครอบครัวชาวชุมชนที่อยู่ในละแวกนี้ และบรรดานิสิตจุฬาฯ ที่เรียนจบแล้วกลับมากินบ่อยๆ ไปจนถึงนิสิตปัจจุบันที่มาฝากท้องยามดึกหลังเหน็ดเหนื่อยจากการเรียนและทำกิจกรรม ถึงแม้ว่าชุมชนแถวนี้จะเริ่มเปลี่ยนไปเพราะผู้ค้าขายเจ้าเดิมๆ เริ่มย้ายออกไป แต่เฮียหนุ่มก็ยืนยันว่าจะลงหลักปักฐานเช่าตึกแถบนี้ต่อไป แม้ว่าจะไม่ใช่ทำเลที่คนพลุกพล่าน และราคาค่าเช่าที่ถีบตัวสูงขึ้นก็ตาม เพราะไม่อยากให้ลูกค้าเก่าๆ ต้องผิดหวัง

 

What Else You Should Know

  • เอี่ยมน้อย มาจากชื่อของพ่อเฮียหนุ่มที่ชื่อว่า เอี่ยมจุ๊น เฮียหนุ่มก็เลยปรับนิดหน่อยเพื่อนำมาตั้งชื่อร้าน จากเดิมที่ไม่เคยมีชื่อร้านอย่างเป็นทางการ สุดแท้แต่ลูกค้าจะเรียก
  • ก่อนที่จะมาเป็นพ่อค้าก๋วยเตี๋ยวเต็มตัว เฮียหนุ่มทำงานเป็นมัณฑนากร และตัดสินใจลาออกมาช่วยกิจการที่บ้าน โดยเฮียหนุ่มดูแลเรื่องความคิดสร้างสรรค์และการตลาด ส่วนเฮียแอ๊ดดูแลเรื่องร้าน การจัดหาวัตถุดิบ
  • นอกจากเมนูหลักที่เรานำเสนอแล้ว ทางร้านกำลังพัฒนาเมนูใหม่ๆ เพื่อเอาใจลูกค้าอย่างเต็มที่ รับรองว่าจะประทับใจทั้งอาหารและอัธยาศัยของเจ้าของร้านจนต้องกลับมาอีกครั้งอย่างแน่นอน ส่วนใครที่ไม่สะดวกเดินทาง สามารถสั่งแบบเดลิเวอรี หรือจะสั่งผ่าน LINE Man ก็ได้

 

 

Open: วันจันทร์-เสาร์ เวลา 18.30-01.30 น. ปิดวันอาทิตย์

Address: ฝั่งตรงข้ามจุฬาฯ ซอย 32 ถนนบรรทัดทอง ปทุมวัน กรุงเทพฯ

Contact: 08 1910 6283

Budget: เริ่มต้นที่ 50 บาท

Page: เอี่ยมน้อย

Map: 

The post Street Bite: อร่อยมาตั้งแต่รุ่นพ่อ เอี่ยมน้อย ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ จุฬาฯ 32 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/street-bite-eiamnoi2517/feed/ 0
Street Bite: เชลล์ชวนชิม 2 สมัย บะหมี่ก้ามปู ตั้งเลียกเส็ง เจ้าเด็ดบางขุนนนท์ https://thestandard.co/street-bite-tang-leak-seng/ https://thestandard.co/street-bite-tang-leak-seng/#respond Fri, 22 Dec 2017 07:51:01 +0000 https://thestandard.co/?p=57201

  ร้านบะหมี่ปูเจ้าเก่าแห่งบางขุนนนท์ร้านนี้มีประวั […]

The post Street Bite: เชลล์ชวนชิม 2 สมัย บะหมี่ก้ามปู ตั้งเลียกเส็ง เจ้าเด็ดบางขุนนนท์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

ร้านบะหมี่ปูเจ้าเก่าแห่งบางขุนนนท์ร้านนี้มีประวัติความเป็นมานับย้อนหลังไปได้ถึง 85 ปีเลยทีเดียว เดิมทีนั้น ตั้งเลียกเส็ง ดำเนินกิจการอยู่ในย่านสะพานพุทธฯ​ ตั้งแต่รุ่นคุณพ่อของ คุณลุงสุรินทร์ นุชจิรสุวรรณ วัย 70 ปี เคยได้รับตราสัญลักษณ์ความอร่อยจาก เชลล์ชวนชิม ของหม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ มาแล้วถึง 2 ครั้ง

 

เชลล์ชวนชิมสองสมัย

 

ร้านเก่าแก่ดูคลาสสิก กับรูปถ่ายของเจ้าของร้าน และ ม.ร.ว.ถนัดศรี ผู้มอบตราเชลล์ชวนชิม

 

โดยครั้งแรกที่ทางร้านได้รับตราเชลล์ชวนชิมคือในรุ่นของคุณพ่อของคุณลุงสุรินทร์ เมื่อปี พ.ศ. 2498 และต่อมาก็เป็นรุ่นที่ 2 ที่พี่ชายของลุงสุรินทร์สืบต่อ จนมาถึงยุคที่ 3 คือลุงสุรินทร์ ซึ่งได้ย้ายร้านมาอยู่ที่บางขุนนนท์ และหลังจากที่เพิ่งย้ายร้านมาได้เพียงไม่กี่เดือน ตั้งเลียกเส็ง ณ​ บางขุนนนท์ก็ได้รับตราสัญลักษณ์เชลล์ชวนชิมซำ้อีกรอบ เป็นการการันตีความอร่อยได้เป็นอย่างดี

 

บะหมี่เกี๊ยวก้ามปูแห้ง

 

เคล็ดลับความอร่อยของบะหมี่ก้ามปูตำรับเชลล์ชวนชิม

คุณลุงสุรินทร์เล่าย้อนอดีตให้ฟังว่าเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว ตั้งแต่สมัยที่ร้านตั้งเลียกเส็งยังตั้งอยู่ที่สะพานพุทธฯ นั้น ราคาของบะหมี่ปูเริ่มต้นเพียงชามละ 2 บาท หลังจากนั้นจึงขยับขึ้นราคาเรื่อยมาตามสภาพเศรษฐกิจ เป็น 3 บาท และ 5 บาท ตามลำดับ จนเมื่อร้านย้ายมาอยู่ที่บางขุนนนท์ราคาอยู่ที่ 7 บาท ปรับราคาเรื่อยมาจนกลายเป็น 40 บาทในปัจจุบัน

เส้นบะหมี่ที่เราทำเองนั้นใส่แป้งน้อย ใช้ไข่เยอะ ส่วนเนื้อปูนี่เป็นปูดำทะเล ที่เราคัดขนาดและซื้อมาแกะกันเอง มีเนื้อตรงก้ามที่แน่น ไม่ได้เสิร์ฟเศษปูเหมือนร้านอื่นๆ ส่วนน้ำซุปเราใช้ไก่ 2 ตัวกับกระดูกไก่อีก 7 กิโลกรัมมาต้มซุป เคี่ยวตั้งแต่เช้า จึงหวานน้ำต้มกระดูก

และเมื่อถามถึงเคล็ดลับความอร่อยที่อยู่ยั้งยืนยงมากว่า 80 ปี ก็ได้รับคำตอบว่า “ที่บะหมี่ของเราอร่อย และหลายคนมากันแล้วติดใจ ก็เพราะเส้นบะหมี่ที่เราทำเองนั้นใส่แป้งน้อย ใช้ไข่เยอะ ส่วนเนื้อปูนี่เป็นปูดำทะเล ที่เราคัดขนาดและซื้อมาแกะกันเอง มีเนื้อตรงก้ามที่แน่น ไม่ได้เสิร์ฟเศษปูเหมือนร้านอื่นๆ ส่วนน้ำซุปเราใช้ไก่ 2 ตัวกับกระดูกไก่อีก 7 กิโลกรัมมาต้มซุป เคี่ยวตั้งแต่เช้า จึงหวานน้ำต้มกระดูก เราไม่ใช้ผงชูรส ความอร่อยมันอยู่ที่ฝีมือ และมันพูดยาก จะให้พูดมันก็ลำบาก คุณต้องไปถามคนกินเขาเอาเอง แต่ถ้าพูดถึงเรื่องราคานี่เราขายไม่แพงเลย อย่างบะหมี่ปูชามหนึ่งนี่เริ่มต้นที่ 40 บาท ถ้าใส่ก้ามปูก็ราคา 60 บาท ซึ่งถ้าเป็นที่อื่นสมัยนี้ก็อาจจะราคาแพงกว่านี้ แต่เราก็ยังอยากที่จะยืนพื้นไว้ที่ราคาเพียงเท่านี้”

 

หมูแดงและหมูกรอบทำเองแขวนอยู่หน้าร้าน

 

จานอร่อยอื่นๆ

ด้วยราคาที่เป็นมิตรกับผู้คนในคุณภาพที่คับแก้วเช่นนี้เอง ตลอด 2 ชั่วโมงที่เรามาเยือนร้านตั้งเลียกเส็งจึงมีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาตลอด จนบางจังหวะพนักงานที่มีอยู่เพียงไม่กี่คนภายในร้านไม่สามารถที่จะรับรองลูกค้าได้ทัน ลุงสุรินทร์จึงต้องขอตัวลุกออกไปช่วยลูกชายลวกบะหมี่ และเมื่อเราได้ลองชิมบะหมี่ปูแห้งของทางร้านก็พบว่า เส้นบะหมี่นั้นลวกมาได้อย่างเหนียวนุ่ม ส่วนน้ำซุปก็แสนจะหวานกลมกล่อมซดคล่องคอ เมื่อเติมรสทะเลจากก้ามปูเนื้อแน่นก็ยิ่งเป็นชาม 60 บาทที่รสชาติวิเศษเหลือหลาย

 

หมูแดงย่างถ่านก่อนแล้วนำไปทอด

 

นอกจากบะหมี่ก้ามปูที่สร้างชื่อให้กับทางร้านเจ้าเก่าแก่แล้ว ตั้งเลียกเส็งยังมีข้าวหมูแดงต้นตำรับ ซึ่งทางร้านทำเอง โดยย่างกับเตาถ่านเพื่อให้ได้กลิ่นหอม แล้วจึงนำไปทอดต่อเพื่อให้หมูเด้งและผิวสวยน่ารับประทาน ส่วนน้ำราดหมูแดงก็เป็นสูตรโบราณที่หอมหวานกำลังดี ไม่ได้หวานจนเลี่ยน ทางร้านยังมีหมูกรอบที่ทอดเอง ซึ่งลูกค้าสามารถสั่งทั้งหมูแดงและหมูกรอบแยกมาเป็นจานเดี่ยวในราคาขีดละ 60 บาท และไฮไลต์อีกอย่างที่เป็นหน้าเป็นตาของร้านก็คือ ปอเปี๊ยะปู จานเบาๆ ที่สั่งมากินเคียงได้เพลินๆ

 

ปอเปี๊ยะปูรสชาติดี

 

สำหรับใครที่หมายใจจะไปชิม เราขอให้ข้อมูลว่าทางร้านมักจะแน่นขนัดในช่วงเวลาสายๆ ตั้งแต่เวลา 11.00-14.00 น. และจะเริ่มซาลงแล้วเก็บร้านเวลา 16.00 น. แต่แนะนำให้คุณไปก่อนจะเริ่มซาน่าจะดีกว่า เพราะจำนวนวัตถุดิบที่มีอยู่อย่างจำกัดนั้น บะหมี่ก้ามปูของตั้งเลียกเส็งจึงมีให้บริการเพียงวันละไม่ถึง 100 ชามเท่านั้น

 

 

Open: เปิดบริการทุกวัน 08.00-16.00 น.

Address: 23/48 ถนนบางขุนนนท์ แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700

Budget: เริ่มต้นที่ 40 บาท

Contact: 0 2434 4533

Map:

The post Street Bite: เชลล์ชวนชิม 2 สมัย บะหมี่ก้ามปู ตั้งเลียกเส็ง เจ้าเด็ดบางขุนนนท์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/street-bite-tang-leak-seng/feed/ 0
Street Bite: อร่อยทุกจาน! ‘ไก่กะลามะพร้าว’ จานเด่นพื้นบ้านจาก ลุงเลียง-ป้ามาลี ร้านดังแห่งบางละมุง https://thestandard.co/loongliang-pamalee/ https://thestandard.co/loongliang-pamalee/#respond Thu, 09 Nov 2017 03:40:23 +0000 https://thestandard.co/?p=41916

     นอกเหนือจากอาหารใต้ อาหารอีสาน ก็มี […]

The post Street Bite: อร่อยทุกจาน! ‘ไก่กะลามะพร้าว’ จานเด่นพื้นบ้านจาก ลุงเลียง-ป้ามาลี ร้านดังแห่งบางละมุง appeared first on THE STANDARD.

]]>

     นอกเหนือจากอาหารใต้ อาหารอีสาน ก็มี ‘อาหารป่า’ นี่แหละที่รสชาติรสจัดจ้านเผ็ดร้อน แสบทรวง ถึงรสถึงเครื่อง สมใจคนกินอาหารรสจัด

     ‘อาหารป่า’ คือสารพัดเมนูพิสดาร หากินได้ยาก ลักษณะเด่นคือมีรสชาติเผ็ดร้อน และปรุงขึ้นจากเนื้อสัตว์อื่นๆ ที่ไม่ใช่เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ ที่เรากินกันในชีวิตประจำวัน แต่ใช้เนื้องู เนื้อเก้ง กวาง กระต่าย และอื่นๆ เป็นส่วนประกอบ ปัจจุบันแม้ร้านอาหารป่าจะใช้วัตถุดิบที่คุ้นเคยมากขึ้น แต่เอกลักษณ์ความป่าจากรสมือและเครื่องปรุงแบบบ้านๆ ที่หาได้ตามท้องถิ่นก็ทำให้อาหารป่ายังคงเป็นที่ต้องการและต้องใจนักชิมเช่นเคย

     THE STANDARD ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของร้านอาหารป่าร้านหนึ่งในละแวกอำเภอบางละมุงนามว่า ลุงเลียง-ป้ามาลี มาตั้งนานแล้ว และพยายามหาเวลาไปลองให้ได้สักครั้งหนึ่ง สบโอกาสไปทำข่าวแถวภาคตะวันออก เลยปักหมุดกินแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง และเราก็พบว่ารสอาหารของที่นี่ช่างอร่อย จัดจ้าน และน่ามาแนะนำให้ชาว THE STANDARD ปักหมุดตามไปชิม

 

 

The Vibe

     ตั้งอยู่ริมถนนตะเคียนเตี้ย ในเขตตำบลตะเคียนเตี้ย ซึ่งอยู่ห่างจากถนนหลักหมายเลข 7 เพียง 10 นาทีเศษ เป็นร้านแบบง่ายๆ ขนาดไม่เกิน 10 โต๊ะ ลักษณะเป็นเพิงทรงเหลี่ยมที่สร้างขึ้นจากเหล็กและปูน พื้นที่ครัวเปิดเปลือยให้เห็นทุกรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมวัตถุดิบไปจนถึงการปรุง ทุกครั้งที่มีการผัด ทอด หรือคั่ว ก็จะมีกลิ่นหอมๆ ลอยมาตามลมชวนน้ำลายสอ โซนที่นั่งเปิดโล่งรับลมเย็น มองเห็นสวนมะพร้าวและมันสำปะหลังอยู่รายรอบ

 

 

The Dish

     วิวัฒน์ ศรีขำ เชฟร่างหมี หนึ่งในพ่อครัวและเจ้าของร้านเล่าให้เราฟังว่า ร้านนี้เปิดมานานแล้วถึง 19 ปี ตั้งแต่รุ่นคุณพ่อแม่ของภรรยา จนมารับช่วงต่อเป็นรุ่นที่ 2 ในช่วง 6 ปีให้หลัง ซึ่งสูตรอาหารทุกอย่างก็รับช่วงต่อมาทั้งหมด ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบไปจนถึงขั้นตอนโขลกพริกแกง ซึ่งของที่ร้านโขลกด้วยครกหินเองกับมือทุกวัน

 

     เมนูแนะนำที่เราอยากให้คุณชิมไม่ได้พิสดาร แต่รับรองว่าอร่อยมากและไม่ผิดหวัง จานแรกคือจานขึ้นชื่อ ไก่กะลา หรือ ไก่ผัดกะลามะพร้าว (100 บาท) ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิดหรอก เพราะจานนี้เอาเนื้อไก่ไปผัดกับพริกแกงและกะลาอ่อนของลูกมะพร้าว ซึ่งเป็นวัตถุดิบและอาหารพื้นถิ่นที่ชาวตะเคียนเตี้ยทำกินกันทุกบ้าน แต่ที่ทำขายออกร้านเริ่มต้นที่นี่ที่แรก แต่ถ้าหากคุณไม่อยากกินไก่ จะสั่งเป็นเนื้อวัว เนื้อเก้ง เนื้อกวางก็ตามสะดวก ซึ่งตอนที่ไปเราสั่ง หมูป่าผัดกะลามะพร้าว (120 บาท) รสชาติเผ็ดร้อน เค็มนำกำลังดี ถึงพริกแกง หอมสมุนไพรและกลิ่นกระทะ กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยเหาะ ส่วนรสชาติกะลามะพร้าวเป็นอย่างไร เราว่ารสคล้ายหน่อไม้ผสมยอดมะพร้าวอ่อน

 

ไข่เจียวอร่อยที่สุดในโลก

 

     จานถัดไปเป็นเมนูง่ายๆ ทำกินได้ทุกครอบครัว ไข่เจียวอร่อยที่สุดในโลก (60 บาท) ชื่อนี้จริงๆ เราไม่ได้ตั้งให้เอง ไข่เจียวเครื่องแน่น ไส้เต็ม กรอบนอก แต่นุ่มใน รสชาติเค็มกำลังดี อร่อยสมราคาคุยสุดๆ เชฟร่างหมีแอบเผยเคล็ดลับว่าให้เอาน้ำมันออกช่วงท้าย และใช้เทคนิคการเขย่ากระทะเพื่อกลับไข่แทนตะหลิว ไข่จะได้รูปสวย ไม่แตกง่าย และกรอบนอกนุ่มใน

 

ปลาหมึกน้ำดำต้มใบชะมวง (ภาพจากเฟซบุ๊ก วิวัฒน์ ศรีขำ)

 

     ปลาหมึกน้ำดำต้มใบชะมวง (150 บาท) เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ไม่อยากให้พลาด ด้วย ‘ใบชะมวง’ เองซึ่งเป็นพืชพื้นถิ่นที่หากินได้แถบภาคตะวันออกเท่านั้น รวมไปถึงหมึกสดๆ และการปรุง ซึ่งแทบไม่บรรจุลงที่ไหน ปลาหมึกสดๆ หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ นำไปต้มคู่กับใบชะมวงซอยหยาบ ใส่ดีหมึก ปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าวและน้ำปลา รสเปรี้ยวนำ เค็มตาม หวานทิ้งท้าย หอมกลิ่นน้ำตาลมะพร้าวเล็กๆ ซดคล่องคอนักแล

     จานสุดท้ายที่อยากให้ลองคือ ทอดมันโบราณ (80 บาท) ทอดมันปลาสูตรไร้แป้งที่นำเนื้อปลาข้างเหลืองมาตำจนเนียนละเอียด ผสมเข้ากับเครื่องแกงสูตรเฉพาะ ปรุงด้วยเกลือ น้ำตาลมะพร้าว ปั้นเป็นก้อนแล้วนำไปทอดจนเหลืองกรอบ เสิร์ฟใส่จานแบบดื้อๆ ไร้น้ำจิ้ม นำไปกินกับข้าวก็ได้ หรือจะกินเล่นก็เหมาะ ตอนแรกเราว่ามันคงแห้งที่จะกินกับข้าว แต่พอลองแล้วชอบมาก โดยเฉพาะสัมผัสหนึบสู้ฟันเล็กๆ ที่เกิดจากการตำเนื้อปลาจนเนียนละเอียดและไร้แป้งผสม แนะนำ!

 

ซ้าย: อาหารหลากเมนู ขวา: ทอดมันโบราณ

 

     จริงๆ มีอีกหลายเมนูที่อยากให้ลอง ทั้งแกงเกลือ แกงเนื้อสูตรโบราณที่เครื่องพริกแกงทำจากเครื่องสดบวกกับเกลือ ไม่ใช้กะปิ ผัดเผ็ดเก้ง ต้มกะทิปลาช่อน ปลาดุกทอดพริกเกลือ หมูชุบน้ำปลา ฯลฯ

 

What You Should Know

  • ทุกเมนูที่นี่สามารถเปลี่ยนชนิดเนื้อได้หมด อย่างแกงไก่กะลา ก็สามารถเปลี่ยนเป็นหมูหรือปลากะลาอย่างที่เราสั่ง หรือเปลี่ยนเป็นเก้ง เนื้อวัว ได้หมดตามใจอยาก
  • ราคาอาหารจะผกผันตามวัตถุดิบ เช่น เมนูที่ปรุงจากหมูป่า 120 บาท ถ้าเป็นปลาดุก 100 บาท เนื้อหมู 100 บาท ปลาหมึก 150 บาท
  • อาหารจานค่อนข้างใหญ่ในบางเมนู แนะนำให้ไปหลายคนเพื่ออรรถรสในการกินและความหลากหลายในการลิ้มรสอาหาร

 

Open: ทุกวันอาทิตย์-ศุกร์ (ปิดวันเสาร์) เวลา 08.00-16.00 น. (ปิดครัว 15.30 น.)

Address: ริมถนนตะเคียนเตี้ย (ตรงข้ามซอยตะเคียนเตี้ย 28) ตำบลตะเคียนเตี้ย อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

Budget: เริ่มต้นที่ 60 บาท

Contact: 08 7029 4376, 08 1290 8490

Map

 

 

Photo: พลอยจันทร์ สุขคง

The post Street Bite: อร่อยทุกจาน! ‘ไก่กะลามะพร้าว’ จานเด่นพื้นบ้านจาก ลุงเลียง-ป้ามาลี ร้านดังแห่งบางละมุง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/loongliang-pamalee/feed/ 0
Street Bite: ชวนชิม ฟ้ามุ่ย ร้านอาหารท้องถิ่นรสเลิศในตรอกลึกลับที่สุดของหัวหิน https://thestandard.co/fahmui-huahin/ https://thestandard.co/fahmui-huahin/#respond Fri, 20 Oct 2017 12:23:10 +0000 https://thestandard.co/?p=36343

      หัวหินเป็นอีกหนึ่งเมืองที่มากี่ครั […]

The post Street Bite: ชวนชิม ฟ้ามุ่ย ร้านอาหารท้องถิ่นรสเลิศในตรอกลึกลับที่สุดของหัวหิน appeared first on THE STANDARD.

]]>

      หัวหินเป็นอีกหนึ่งเมืองที่มากี่ครั้งก็ไม่รู้จักเบื่อ เพราะที่นี่เขายังมีอะไรให้เราได้ค้นหาอีกมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของกินที่ของเด็ดของดียังมีอีกเพียบ! เช่นกันในครั้งนี้ที่เรามีโอกาสได้ลิ้มลองรสชาติที่ ฟ้ามุ่ย ร้านอาหารท้องถิ่นชื่อแปร่งหูที่เพื่อนคนท้องถิ่นต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “พลาดไม่ได้”

 

 

      “แต่อาจจะหาร้านยากหน่อยนะ” อาจเป็นอีกประโยคที่เพื่อนเราลืมบอก เพราะร้านที่ว่านั้นหากคุณขับรถผ่านหรือเดินผ่านไปดื้อๆ คุณก็แทบจะไม่รู้เลยว่าสถานที่ตรงนั้นได้แอบซ่อนความอร่อยไว้ในซอกหลืบลึก สิ่งเดียวที่คุณจะต้องสังเกตก็คือตรอกขนาดหนึ่งคนผ่านที่ประดับไฟสีฟ้านีออนไว้ตรงทางเข้า และความยากเย็นในการค้นหาก็นำมาซึ่งความคุ้มค่าของรสชาติและราคาที่เราอยากให้คุณได้ลองสักครั้ง!

 

The Vibe

      เมื่อคุณเดินทะลุตรอกเล็กๆ ที่เข้าออกได้ทีละคน (ซึ่งถ้าเดินสวนกันจะเบียดมาก) ระหว่างทางประดับประดาหลอดไฟดวงเล็กดวงน้อยไว้ คุณจะพบกับร้านอาหารธรรมดาสามัญที่สร้างขึ้นจากไม้ทาสีหลากสี จัดสัดส่วนของครัวให้หลบซ่อนสายตาจากทางเข้า และหลังจากพ้นบริเวณทางเข้าคุณจะพบกับ Open Kitchen ที่เปิดโล่งให้เห็นทุกขั้นตอนการทำอาหารของ ‘ป้ามุ่ย’ เจ้าของร้านอย่างใกล้ชิด ได้สัมผัสทุกกลิ่นความหอมที่คุณป้าละเลงลงกระทะเชียวแหละ!

 

 

      ส่วนภายในร้าน ประดับประดาไปด้วยสิ่งของแปลกตาชวนงุนงง ทั้งภาพพระสงฆ์ ภาพวงดนตรีร็อกยุคเก่า กีตาร์เก่า ผ้าเรกเก้ หรือแม้แต่พระพิฆเนศ รวมไปถึงหลอดไฟสีฟ้า ชมพู และเหลืองหลอดยาวที่สร้างสีสันประหลาดๆ ให้กับสถานที่ ทั้งยังเป็นความรู้สึกที่แปลกแยกจากความเป็นร้านอาหารอื่นๆ ในหัวหินไปมาก

 

 

      ฟ้ามุ่ยมีบริการโต๊ะอยู่ไม่ถึง 10 โต๊ะ เพราะฉะนั้นเราแนะนำอย่างยิ่งให้โทรเข้ามาจองโต๊ะก่อนแต่หัววันจะเป็นการดี ซึ่งแต่ละโต๊ะก็จะมีความเป็นส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะต่างถูกจัดวางกระจัดกระจายอยู่ตามมุมต่างๆ ของร้าน ซึ่งถ้าคุณอยากชิลล์มากขึ้นสักนิดหนึ่ง เราขอแนะนำโต๊ะด้านในสุดที่คุณจะได้ชมทะเลหัวหินในบรรยากาศดีๆ ลมโกรกๆ หากมาตอนค่ำๆ คุณก็จะมีแสงเขียวของเรือไดหมึกลิบๆ เป็นเพื่อนไประหว่างมื้อได้ด้วย

 

The Dishes

      ฟ้ามุ่ยเป็นร้านอาหารที่แสนจะเป็นมิตรกับคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว เป็นร้านอาหารบ้านๆ ที่ไม่มีจริตอะไรมากมาย และเราขอยืนยันว่าเมนูทุกเมนูนั้นถูกปากและถูกใจได้อย่างไม่ยากเลย

      เริ่มต้นง่ายๆ ด้วย ของทานเล่น หรือจะทานจริงจังก็ได้แล้วแต่สะดวกอย่าง ไข่ปลาทอดกระเทียม (80-100 บาท) ทางร้านใช้ไข่ปลาน้ำดอกไม้และปลาอินทรีย์ผสมปนเปลงไปบ้าง นำไปทอดในน้ำมันร้อนๆ กับกระเทียมจนเหลืองหอม กินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสชาติเดิมๆ ก็เพิ่มเติมให้ดีเทลความกรอบมันของไข่ปลาอร่อยยิ่งขึ้น!

 

 

      ปลาเก๋าสามรส (350 บาท) น้องเก๋าตัวเขื่องถูกบั้งและทอดจนกรอบพอดีฟันเคี้ยว ราดด้วยซอสสามรสร้อนๆ ที่ทางร้านปรุงสดใหม่ทุกจาน ให้ความครบรสและส่งเสริมรสชาติของปลาเก๋าได้อย่างดี ใครที่ติดทานเผ็ดนิดๆ น่าจะชื่นชอบ

 

 

      ไฮไลต์เด็ดของร้านอยู่ที่ แกงพริกนก (150-200 บาท) อาหารท้องถิ่นของคนหัวหินที่คุณอาจจะไม่คุ้นชื่อและจินตนาการว่ามันรสชาติและหน้าเป็นอย่างไร แกงพริกนกคือแกงที่มีส่วนผสมของพริกแกงป่าและพริกแกงส้ม ดังนั้นรสชาติจะควบรวมความเผ็ดร้อนและเปรี้ยวหวานรวมอยู่ด้วยกันภายในหนึ่งคำ โดยคุณสามารถเลือกเนื้อสัตว์ได้ตามใจชอบ และราคาก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณเลือกใส่เข้าไป ถ้านึกอะไรไม่ออกก็ลองเริ่มต้นที่แกงพริกนกทะเลที่ใส่กุ้งตัวพอดีคำ ลูกชิ้นปลากราย และเนื้อปลาหมึกชิ้นเบิ้ม ครบเครื่องถึงใจ!

 

 

      นอกจากนี้ทางร้านยังมีบริการอาหารตามสั่งให้คุณรังสรรค์เมนูจากวัตถุดิบที่ทางร้านมีทีเด็ดอยู่ตรง ‘ไข่ปู’ ที่สดใหญ่เต็มคำ หากวันไหนคุณโชคดีคุณจะได้ลิ้มรส น้ำพริกไข่ปู (100-150 บาท) แกล้มกับผักสด รสชาติเปรี้ยวเผ็ดเข็ดฟัน! หรือคุณอาจจะลองลิ้มรสเมนูใหม่อย่าง ผัดกะเพราไข่ปู (100-150 บาท) ผัดกะเพรารสชาติดั้งเดิมไม่เติมผักอื่น และความเข้มข้นของไข่ปูชิ้นโต สร้างรสชาติควบคู่ไปกับซอสผัดกะเพราได้อย่างลงตัว จนเราไม่อยากให้พลาดแม้แต่คำเดียวจริงๆ!

 

 

Open: เปิดบริการทุกวัน (ปิดวันจันทร์) เวลา 10.00-22.00 น. (หากเป็นวันธรรมดาป้ามุ่ยอาจจะเปิดร้านช่วงหลัง 17.00 น. โทรเช็กก่อนจะดีมาก)

Address: คุณต้องจดสิ่งนี้ไว้ให้ดี เพราะร้านตั้งอยู่บริเวณซอยนเรศดำริห์ หากขับรถมาคุณต้องเข้าทางซอยหัวหิน 55 ตรงเข้ามาสุดซอย หาที่จอดรถให้เรียบร้อย ก่อนจะค่อยๆ เดินตามถนนไปเรื่อยๆ จนถึงร้าน Panama Grill & Lounge มองไปฝั่งตรงข้ามร้านดังกล่าวจะมีป้ายเล็กๆ เขียนว่า ‘ร้านอาหารต้นมะยม (ฟ้ามุ่ย) ติดอยู่ เดินเข้าไปในซอกหลืบเล็กๆ ก็จะพบกับร้าน

Contact: 08 2587 4659 หรือ 09 5737 4941

Budget: 60-350 บาท

Map: 

 

 

The post Street Bite: ชวนชิม ฟ้ามุ่ย ร้านอาหารท้องถิ่นรสเลิศในตรอกลึกลับที่สุดของหัวหิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/fahmui-huahin/feed/ 0
Street Bite: ประจักษ์เป็ดย่าง ตำนานโอชา ความอร่อยกว่าร้อยปีแห่งย่านบางรัก https://thestandard.co/prachak-roasted-duck/ https://thestandard.co/prachak-roasted-duck/#respond Wed, 13 Sep 2017 10:05:32 +0000 https://thestandard.co/?p=26689

     ประจักษ์เป็ดย่าง เป็นร้านอาหารเก่าแ […]

The post Street Bite: ประจักษ์เป็ดย่าง ตำนานโอชา ความอร่อยกว่าร้อยปีแห่งย่านบางรัก appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ประจักษ์เป็ดย่าง เป็นร้านอาหารเก่าแก่ขนาดเพียงแค่ 1 คูหาในย่านบางรัก ซึ่งมีความเป็นมาย้อนอดีตกลับไปได้ตั้งแต่เมื่อ พ.ศ. 2452 รวมแล้วมีประวัติยาวนานถึง 108 ปีเลยทีเดียว การที่ร้านอาหารสักร้านจะอยู่ยั้งยืนยงมาได้เนิ่นนานขนาดนี้ ความอร่อยย่อมจะต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่

 

 

เปิดตำนานความอร่อยกว่า 100 ปี

     ร้านเป็ดย่างโอชา กิจการครอบครัวที่เปิดดำเนินการมาจนถึงรุ่นที่ 4 แห่งนี้ก่อตั้งโดยบรรพบุรุษชาวจีนโพ้นทะเล ‘คุณทวด’ หรือ นายโช้ย กว๋อง จากมณฑลกวางตุ้ง ผู้มีฝีมือในการทำอาหารจีนทั้งตำรับกวางเจาและกวางตุ้ง เริ่มแรกที่อพยพมายังประเทศไทย ‘อากว๋อง’ และครอบครัวบุกเบิกกิจการด้วยการทำอาหารหาบเร่ขาย หลังจากเก็บหอมรอมริบจนมีทุนรอนเพียงพอแล้วจึงได้เปิดร้านแห่งแรกขึ้นมา โดยอาศัยเช่าอาคารพาณิชย์บริเวณถนนเจริญกรุงตรงข้ามตลาดบางรัก หลังจากนั้นไม่นานนักจึงได้ย้ายมาเซ้งร้านอยู่บริเวณที่ร้านตั้งอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งไม่ไกลจากร้านเดิมมากนัก ปัจจุบันดำเนินกิจการโดยลูกหลานรุ่นที่ 4

 

 

ห้องแถว 1 คูหาที่ผู้คนแวะเวียนมาตลอดทั้งวัน

      แม้ THE STANDARD จะมาถึงร้านในเวลาบ่ายแก่ๆ เลยเวลาหลังอาหารเที่ยงมาได้สักพักแล้ว และก็ยังไม่ใกล้จะถึงเวลาอาหารเย็น แต่ถัดจากตู้เป็ดย่างที่ตั้งแขวนโชว์อยู่ด้านหน้า เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในร้านก็ต้องพบกับบรรดาลูกค้าที่ยังคงแน่นขนัดจนเราต้องพาตัวเองขึ้นไปยังชั้นบนจึงพอจะมีโต๊ะว่างให้ได้นั่งอยู่บ้าง แน่นอนว่าเมื่อมาถึงร้านประจักษ์แล้ว เราไม่พลาดที่จะสั่ง ‘เป็ดย่าง’ (จานเล็ก 100 บาท) แล้วก็ไม่แปลกใจถึงความเลื่องชื่อลือชาเลย เพราะย่างได้หอมมาก ทั้งน้ำซอสก็รสดี เนื้อเป็ดนุ่ม หนังกรอบไร้มัน จนทีมงานที่ติดตามไปด้วยกันต่างชมกันเป็นเสียงเดียว เคล็ดลับทีเด็ดคือเลือกเป็ดคัดเกรด การหมักด้วยเครื่องเทศและเครื่องปรุงรส แล้วราดด้วยน้ำผึ้งก่อนจะนำไปย่าง

 

 

     อีกหนึ่งเมนูขึ้นชื่อนั้นเป็นเมนูโปรดที่ ‘เชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร’ กรรมการผู้ตัดสินรายการ Top Chef Thailand แนะนำกับเราว่ามาแล้วต้องสั่งให้ได้คือ ‘ขาหมูยัดไส้’ ซึ่งนำเนื้อหมูส่วนขาหน้า มาหมักกับเครื่องเคราต่างๆ จนได้ที่ นำกลับไปยัดไส้ในขาหมูแล้วนำไปนึ่งจนสุก เวลากินให้รสสัมผัสนุ่ม แต่ก็กรอบกรุบอยู่ในที เคี้ยวสนุกปากนักแล สำหรับใครที่มาเพียงคนเดียวหรือน้อยคน แต่ประสงค์จะกินทุกอย่างให้ครบ แนะนำให้สั่งเมนู ‘เฉโป’ (100 บาท) ที่รวมเอาทุกอย่างตั้งแต่เป็ดย่าง ขาหมูยัดไส้ หมูแดง หมูกรอบ และกุนเชียงไว้ด้วยกันภายในจานเดียว

 

 

     แต่ถ้าอยากจะกินเป็นแบบจานเดียวแล้วอิ่มหนักท้องหน่อยก็สามารถสั่ง ‘บะหมี่เฉโป’ (80 บาท) ขอบอกว่าเส้นบะหมี่ไข่เส้นแบนเล็กที่ร้านประจักษ์ทำเองก็เหนียวนุ่มไม่น้อย แต่หากอยากกินเป็นข้าวก็สั่งเป็น ‘ข้าวเฉโป’ (70/100 บาท) แทนได้ หากเป็นสาวกเกี๊ยวก็สามารถสั่ง ‘เกี๊ยวกุ้งเป็ด’ (70 บาท)  มาลองได้เหมือนกัน ส่วนจานสุดท้ายที่เราได้ชิมกันก็คือ ‘ปลากะพงน้ำแดง’ (100 บาท) ซุปปลากะพงรสชาตินุ่มนวลกำลังดี อร่อยโดยแทบไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่มเติมเลย

 

 

     นอกจากอาหารดังกล่าวที่เราได้ลองชิมแล้ว ด้วยอายุอานามกว่าร้อยปีของร้านประจักษ์ยังมีเมนูอร่อยน่าลองประดับร้านอยู่อีกมากมาย อย่างปีก ขา และลิ้น เป็ดพะโล้ ติ่มซำ และอาหารตามสั่งอื่นๆ อีกหลายรายการ

     ร้านประจักษ์นับเป็นร้านอาหารชั้นดีในราคาย่อมเยา จึงไม่แปลกใจเลยที่อยู่คู่กับย่านบางรักมาช้านานขนาดนี้

 

What Else You Should Know

  • ชื่อของร้าน ‘ประจักษ์’ นั้นเป็นชื่อของคุณประจักษ์ มหาศิริมงคล ผู้เป็น ‘อาเหยี่ย’ (คุณปู่ ในภาษากวางตุ้ง) รุ่นที่ 2 ของร้านนี้
  • ความจริงแล้วร้านประจักษ์ยังมีชื่อจีนอีกชื่อคือ ‘ซั้นกี่’ ซึ่งแปลว่า ‘ร้านใหม่’ หมายถึงร้านที่ตั้งอยู่ในปัจจุบัน หลังจากที่คุณทวดของครอบครัวเซ้งตึกแถวและย้ายร้านมาอยู่ที่นี่ ปัจจุบันยังปรากฏชื่อภาษาจีนนี้อยู่บนป้ายชื่อหน้าร้าน ถุงห่ออาหาร และนามบัตรของร้าน

 

Open: ทุกวัน 8.00-20.30 น.

Address: 1415 ถนนเจริญกรุง แขวงสีลม บางรัก กรุงเทพมหานคร

Contact: 0 2234 3755, 0 2235 6324

Budget: เริ่มต้นที่ 40 บาท

Map:  

The post Street Bite: ประจักษ์เป็ดย่าง ตำนานโอชา ความอร่อยกว่าร้อยปีแห่งย่านบางรัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/prachak-roasted-duck/feed/ 0
Street Bite: ส้มตำเจ๊โส ศาสตร์แห่งรสแซ่บ ของดีสาทร https://thestandard.co/som-tam-jay-so/ https://thestandard.co/som-tam-jay-so/#respond Tue, 22 Aug 2017 08:45:13 +0000 https://thestandard.co/?p=21734

     ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมานานเกี […]

The post Street Bite: ส้มตำเจ๊โส ศาสตร์แห่งรสแซ่บ ของดีสาทร appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมานานเกี่ยวกับเมนูไก่ย่างแสนอร่อย และความแซ่บลืมของส้มตำรสเด็ดจากรสมือของป้าโส เจ้าของร้าน ‘ส้มตำเจ๊โส’ ของดีย่านสาทร ที่ถ้าใครมาเยือนตอนเที่ยงวัน อย่าได้คิดเดินดุ่มๆ เข้าไปเชียว เพราะโต๊ะเต็มแน่นขนัด รอกันนับสิบคิวกว่าจะได้ ต้องโทรมาจองโต๊ะ จองไก่ย่างเท่านั้น ถึงมีสิทธิ์ได้ลิ้มชิมรสให้เปรมกระเพาะ

 

บรรยากาศหน้าร้าน

 

The Vibe

     เราได้กลิ่นไก่ย่างลอยหอมฉุยมาตามอากาศ ตั้งแต่ยังไม่ทันเยื้องย่างเข้ารัศมี ร้าน 50 เมตรเสียด้วยซ้ำ จากปากซอยพิพัฒน์ 2 เดินเข้ามาประมาณ 5 นาที ก็จะเห็นร้านบ้านๆ ริมทาง ที่คึกคักไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา บ้างก็กำลังปรึกษาหารือเลือกเมนูอาหาร หรือไม่ก็เอร็ดอร่อยกับมื้อแซ่บที่ตนหมายตาเอาไว้

     ‘ส้มตำเจ๊โส’ เริ่มต้นจากร้านรถเข็นเล็กๆ ก่อนขยับขยายกลายเป็นร้านถาวร ขนาด 1 คูหา ภายในเวลา 15 ปี ตัวร้านมีขนาดไม่ใหญ่นัก จุคนได้ประมาณ 30 ที่นั่ง และสามารถเพิ่มจำนวนที่นั่งบริเวณหน้าร้าน และพื้นที่ใกล้เคียงอีก 20 ที่นั่ง

     เวลามากิน แนะนำให้สั่งเมนูจากใบสั่งอาหารซึ่งอยู่บริเวณหน้าร้านเสียก่อน แล้วค่อยไปจับจองที่นั่ง เพราะแม้คุณจะยังไม่ได้โต๊ะประจำมื้อ แต่อย่างน้อยก็ยังไม่ต้องรอคิวอาหารนานเกินไป อย่าลืมว่าไม่ใช่แค่นักชิมในร้านที่คุณต้องสู้รบ แต่ยังมีนักชิมจากทางบ้านที่โทรสั่งใส่ถุงเรียงคิวอีกเป็นตับ

 

‘เจ๊โส’ เจ้าของร้าน กับที่ประจำตำแหน่ง

เตาย่างไก่ เริ่มย่างตั้งแต่ก่อนเปิดร้านติดต่อกันจนถึงหัวบ่าย ไก่น่ากินมาก

 

The Dishes

     เสิร์ฟเมนูส้มตำและอาหารอีสานรสจัดจ้าน มีครบทั้งส้มตำ ลาบ ยำ และเมนูต้ม

 

 

     เมนูแรกแนะนำ ‘ปีกไก่ย่าง’ (19 บาท) จานเด็ดประจำร้านที่อร่อยและหมดเร็วที่สุด ปีกไก่สดเนื้อแน่น นำมาหมักด้วยกระเทียม พริกไทย และซอสปรุงรส ย่างบนเตาถ่านไฟกลาง การันตีรสชาติด้วยกลิ่นที่หอมฟุ้งกระจายไปทั่วร้าน และจำนวนเตาย่างที่มากถึง 4 เตา เนื้อไก่แห้งกำลังดี หนังไก่กรอบ รสเค็มกลมกล่อม หอมพริกไทยและกลิ่นไหม้นิดๆ หม่ำคู่กับข้าวเหนียวและส้มตำจานโปรด อร่อยนัก!

 

 

     ถัดมา คือ ‘ส้มตำป่า’ (60 บาท) จานตำประยุกต์แดนอีสาน ที่รวมทั้งหน่อไม้ต้ม ผักกาดดอง หอยเชอร์รี นำมาตำรวมกับมะละกอสับ มะเขือเทศ ปูนาดองเค็ม ปรุงรสด้วยมะนาว น้ำปลา น้ำปลาร้า น้ำตาลมะพร้าว ราดด้วยเมล็ดกระถิน ทีเด็ดเคล็ดลับอยู่ที่น้ำปลาร้าสูตรเฉพาะของทางร้าน ที่หอมนัวคลุ้งอยู่ในปาก ยิ่งรวมกับความเผ็ดนิ่ง และล้ำลึกของพริกแห้ง ยิ่งแซ่บ

 

 

     คนที่ไม่กินปลาร้าไม่ต้องเสียใจ เรามีจาน ‘ส้มตำข้าวโพดผลไม้’ (60 บาท) มาฝาก ข้าวโพดต้มสุก นำมาตำรวมกับผลไม้สด ที่มีทั้งองุ่น ฝรั่ง และแอปเปิ้ล ใส่มะเขือเทศราชินี และแครอตเพิ่มสีสัน จานนี้เป็นแบบตำไทย ครบรสเปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ดเล็กๆ กำลังดี กินเดี่ยวหรือกินรวมกับอย่างอื่นก็ได้เช่นกัน

 

 

     หันมาดูจานเคียง ‘ต้มแซ่บกระดูกหมู’ (60 บาท) ของที่นี่ใช้ชิ้นกระดูกหมูอ่อนหั่นพอดีคำ ต้มในน้ำซุปไฟอ่อนถึงปานกลางจนเปื่อยแต่ไม่ยุ่ย ปรุงรสด้วยมะนาว น้ำปลา และพริกป่น รสชาติจัดจ้าน เปรี้ยวนำ เค็มตาม มีรสหวานเล็กๆ จากหัวไชเท้า ซดคล่องคอนัก

 

 

     สำหรับจานลาบ เราแนะนำ ‘ลาบเป็ด’ (65 บาท) จริงๆ ลาบปลาดุกก็อร่อยเช่นกัน แต่ลาบเป็ดอร่อยๆ นั้นหากินได้ยากกว่า ใครที่เป็นคอ ‘ซุปหน่อไม้’ (45 บาท) สั่งกินได้เลยไม่มีผิดหวัง จานนี้มีแต่ยอดหน่อไม้อ่อนทั้งนั้น ไม่มีเสี้ยนให้ระคายคอแต่อย่างใด

 

ซุปหน่อไม้ (45 บาท)

What You Should Know

  • ปลาร้าที่นี่ เจ๊โสปรุงและต้มสุกเรียบร้อยแล้ว
  • ถั่วและพริกป่นในร้านคั่วเอง หอมมาก
  • 60 กิโลกรัม คือ ปริมาณปีกไก่ย่างที่เจ๊โสต้องหมักขาย และ 100 ครก คือปริมาณส้มตำโดยเฉลี่ยที่ขายได้ทุกวัน

 

Open: ทุกวัน เวลา 10.30-18.30 น.

Budget: เริ่มต้น 50 บาท

Map:  

The post Street Bite: ส้มตำเจ๊โส ศาสตร์แห่งรสแซ่บ ของดีสาทร appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/som-tam-jay-so/feed/ 0
Street Bite: หมูต่ำ สุดยอดหมูย่างและแจ่วบองเต็มรสปลาร้า อร่อยติดดินความฟินติดดาว https://thestandard.co/lifestyle-restaurant-and-bar-street-bite-plara-pork/ https://thestandard.co/lifestyle-restaurant-and-bar-street-bite-plara-pork/#respond Tue, 25 Jul 2017 07:27:02 +0000 https://thestandard.co/?p=16182

     แม้อาหารรถเข็นริมทางจะเป็นเสน่ห์ที่ […]

The post Street Bite: หมูต่ำ สุดยอดหมูย่างและแจ่วบองเต็มรสปลาร้า อร่อยติดดินความฟินติดดาว appeared first on THE STANDARD.

]]>

     แม้อาหารรถเข็นริมทางจะเป็นเสน่ห์ที่สามารถพบเจอได้ทุกมุมเมืองในบางกอก แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกร้านที่เดินเข้าไปปุ๊บจะสามารถสั่งได้ตามใจปั๊บ แล้วรอรับออร์เดอร์ในทันที ที่เมืองกรุงเทพฯ ของเรานั้นยังมีร้านรถเข็นข้างทางอีกมากมายที่ไม่ต้องรอให้มิชลินมาประดับดาว ไม่ต้องลุ้นให้มีชื่ออยู่ในลิสต์ไกด์ทัวร์ แต่คิวลูกค้ากลับเหยียดยาวข้ามกาลเวลา โทรจองกลางวันได้กินกลางคืน โทรตอนเย็นได้กินค่อนคืน ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้คิวอันหฤโหดที่ว่า ไม่มีร้านไหนเกิน หมูปลาร้า ขวัญใจชาวประชาแยกคอกวัว

 

 

‘หมูปลาร้า’ คือชื่อจริง ส่วน ‘หมูต่ำ’ เป็นชื่อเล่น

     ที่ลูกค้านิยมเรียกกันว่าหมูต่ำก็เพราะติดปากมาจากระดับความต่ำของที่นั่งวีไอพี ซึ่งครั้งหนึ่งเมื่อคราที่ยังไม่ได้มีการจัดระเบียบทางเท้าอย่างจริงจัง ทางร้านเคยแจกจ่ายเสื่อให้ลูกค้าได้ปูนั่งรอและกินหมูปิ้งริมฟุตปาธกันตามแต่ใครจะสะดวก ทว่าในปัจจุบันเมื่อไร้ซึ่งเสื่อเป็นจุดขาย แต่ด้วยรสชาติอันจัดจ้านของแจ่วบองที่คนเมืองหลวงอาจไม่ค่อยได้ลิ้มรสในร้านส้มตำหรือหมูย่างทั่วไป ทำให้ทั้งลูกค้าขาประจำและขาเซลฟีไม่ได้ลดน้อยลงเลยสักนิด หลายคนมารอคิวซื้อกลับ บ้างซื้อมานั่งกินหลังกระบะ ถ้ามาเป็นกลุ่มก็อาจจะแบ่งปันที่นั่งกันตามขอบกระถางต้นไม้ หรืออย่างพี่แท็กซี่ขาประจำก็จะยืนกินกันในมุมมืดๆ คุยกันเบาๆ อยู่ในตรอก เติมพลังระหว่างการทำงานรอบดึก

“หมูย่างและแจ่วบองเต็มรสปลาร้าที่ขายอยู่นั้นสืบทอดสูตรและกิจการมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ รวมเวลาตั้งแต่เปิดขายครั้งแรกไม่ต่ำกว่า 20 ปี”

 

แจ่วบองเต็มรส เปิดขายมากว่า 20 ปี

     “อร่อย ถูก เติมผักได้ไม่อั้น ปลาร้าฟรี”

     นี่คือหนึ่งในเสียงของพี่แท็กซี่ขาประจำที่มายืนกินหมูปลาร้าตั้งแต่สมัยรุ่นหนุ่ม ซึ่งนั่นแปลว่าแม้ร้านนี้จะเป็นรถเข็น แต่ก็มีตำนานเช่นเดียวกับหลายร้านในย่านเมืองเก่า โดย คุณหนุ่ย-นิตยา หงษ์ศรี หนึ่งในทีมหมูปลาร้าบอกเล่าว่า

     “หมูย่างและแจ่วบองเต็มรสปลาร้าที่ขายอยู่นั้นสืบทอดสูตรและกิจการมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ รวมเวลาตั้งแต่เปิดขายครั้งแรกไม่ต่ำกว่า 20 ปี”

 

 

     โดยยังคงคอนเซปต์ร้านรถเข็นกินไม่อั้นแบบเดิมทุกอย่าง ที่สำคัญยังคงรักษาไลน์โปรดักต์เฉพาะทางที่มีเพียงหมูย่าง เนื้อย่าง กินคู่แจ่วบองปลาร้า ข้าวเหนียว และผักบุฟเฟต์ที่มีเพียงแตงกวา พริก และหอมแดง ส่วนสิ่งที่แตกต่างและเพิ่มเข้ามาจากรุ่นแรกคือจำนวนเตาถ่านที่ขยายเพิ่มเป็น 3 เตา พร้อมทีมงานอีก 10-15 คน ซึ่งต้องตื่นมาเตรียมของกันตั้งแต่บ่าย เปิดขาย 2 ทุ่ม ขายหมดราวตี 3 จากนั้นจึงเก็บร้าน และไปจ่ายของที่ตลาด ก่อนจะได้กลับมานอนอีกทีราว 8 นาฬิกาของวันใหม่

     “สมัยพ่อขายไม้ละ 10 บาท ตอนนี้หมูราคาขึ้นก็ขยับมาเป็น 15 บาท ข้าวเหนียว 5 บาท ส่วนผักกับแจ่วบองฟรี ใครกินหมดแล้วก็มาเติมใหม่ได้ ทำอย่างนี้มาตั้งแต่แรก” และแม้เครื่องเคียงและปลาร้าจะเป็นบุฟเฟต์ แต่ลูกค้าหลายคนแทบไม่เดินไปเติมเป็นครั้งที่สอง เพราะทางร้านให้ในปริมาณที่มากโขอยู่แล้ว

“บรรยากาศมันดีกว่านั่งกินอยู่บ้าน ค่ำๆ ก็ชวนลูกๆ มานั่งกินเป็นประจำ บ้านพี่อยู่บางลำพูตรงนี้เอง แต่มานั่งกินตรงนี้วิวมันดีกว่า ยิ่งตอนถนนราชดำเนินติดไฟนี่ยอดเยี่ยมมาก ยิ่งช่วงหน้าหนาวอากาศดีๆ นี่ออกมานั่งแทบทุกวัน”

 

ความอร่อยสำหรับทุกคนที่รู้จักการรอคอย

     ด้านความอร่อยนั้นต้องบอกว่าที่นี่ทำปลาร้าค่อนข้างสะอาด กลิ่นละมุน แต่จัดจ้านแบบที่คนภาคกลางพอจะกินได้ ทว่ากว่าจะได้กินนั้นลูกค้าก็ต้องฝึกสกิลในการสั่งอยู่บ้าง มิฉะนั้นอาจจะต้องใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำในการรอ โดยอย่างแรกที่ลูกค้าต้องเรียนรู้คือ ต่อให้มายืนคอยหน้าร้านตั้งแต่เตาถ่านยังไม่ได้จุดก็ไม่ได้แปลว่าจะได้กินคิวแรก เหตุผลเพราะลูกค้าส่วนหนึ่งจะโทรไปจองกับทางร้านตั้งแต่ช่วงบ่าย อย่างในวันที่เราไปนั้น เสียงโทรศัพท์ของลูกค้าคนแรกดังขึ้นราว 14.00 น. และได้รับออร์เดอร์ราว 21.00 น. ซึ่งเหตุผลของความล่าช้ามาจากการย่างหมูที่ต้องใช้ไฟอ่อนๆ จากเตาขนาดเล็กเพียง 3 เตา

 

 

     ผ่านไปใกล้ 4 ทุ่ม คิวเพิ่งวิ่งมาถึงเลข 20 แต่ละคนสั่งกันไม่ต่ำกว่า 20 ไม้ กินไปคุยไป ชมวิวถนนราชดำเนินไปอย่างไม่รีบร้อน และแม้ลูกค้าหลายคนจะเป็นลูกค้าประจำในละแวกบางลำพู แต่ก็ยังขอออกมานั่งล้อมวงกินแจ่วบองกันริมทางจนทำให้บรรยากาศของร้านหมูปลาร้ารถเข็นขึ้นแท่นแหล่งแฮงก์เอาต์ที่ไม่ต่างจากร้านขนมปังนมสดเลยทีเดียว

     “บรรยากาศมันดีกว่านั่งกินอยู่บ้าน ค่ำๆ ก็ชวนลูกๆ มานั่งกินเป็นประจำ บ้านพี่อยู่บางลำพูตรงนี้เอง แต่มานั่งกินตรงนี้วิวมันดีกว่า ยิ่งตอนถนนราชดำเนินติดไฟนี่ยอดเยี่ยมมาก ยิ่งช่วงหน้าหนาวอากาศดีๆ นี่ออกมานั่งแทบทุกวัน”

     หนึ่งในลูกค้าประจำกล่าวทิ้งท้ายถึงเหตุผลที่ยกครอบครัวมาเป็นแฟนประจำร้านหมูปลาร้าที่สามารถเดินไปหยิบข้าวเหนียว ผัก และแจ่วบองมากินรอหมูปิ้งจนกว่าจะอิ่มกันไปข้าง เรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์การขายที่ได้ใจลูกค้าไปแบบเต็มๆ

 

 

Open: ทุกวัน เวลา 20.00-3.00 น.

Address: ริมถนนราชดำเนินกลาง ในตรอกระหว่างธนาคารไทยพาณิชย์และศึกษาภัณฑ์

Budget: เริ่มต้นตั้งแต่ 15 บาทขึ้นไป คนละไม่เกิน 100 บาทก็อิ่มได้แล้ว

Contact: 08 9225 5811

Map : 

 

The post Street Bite: หมูต่ำ สุดยอดหมูย่างและแจ่วบองเต็มรสปลาร้า อร่อยติดดินความฟินติดดาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/lifestyle-restaurant-and-bar-street-bite-plara-pork/feed/ 0