Streaming Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/streaming/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 30 Jul 2026 10:32:52 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เจาะรายละเอียด บอนด์ ‘ออมพลัส’ ลงทุนผ่านบัญชีหุ้นครั้งแรกในไทย! เริ่มต้นเพียง 1,000 บาท ผ่านแพลตฟอร์ม Bond Connect ก่อนเปิดจองซื้อ 3-5 ส.ค.นี้ https://thestandard.co/aom-plus-bond-invest-stock-account/ Fri, 31 Jul 2026 01:00:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1236221 ภาพประกอบรายละเอียดการลงทุนพันธบัตรรัฐบาล 'ออมพลัส' ผ่าน Bond Connect Platform

รวม 36 คำถาม-คำตอบ พันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’ แบ่งจำหน่าย […]

The post เจาะรายละเอียด บอนด์ ‘ออมพลัส’ ลงทุนผ่านบัญชีหุ้นครั้งแรกในไทย! เริ่มต้นเพียง 1,000 บาท ผ่านแพลตฟอร์ม Bond Connect ก่อนเปิดจองซื้อ 3-5 ส.ค.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบรายละเอียดการลงทุนพันธบัตรรัฐบาล 'ออมพลัส' ผ่าน Bond Connect Platform

รวม 36 คำถาม-คำตอบ พันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’ แบ่งจำหน่ายผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่ วอลเล็ต สบม. วงเงิน 2,000 ล้านบาท และ Bond Connect Platform วงเงิน 2,000 ล้านบาท

 

นับเป็นครั้งแรกที่สามารถจองพันธบัตรรัฐบาลผ่านบัญชีหุ้นได้ ลงทุนเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท ผ่านแพลตฟอร์ม Bond Connect เปิดจองระหว่างวันที่ 3-5 สิงหาคมนี้

 

ครั้งแรกในไทย! ก้าวหน้าสุดในอาเซียน เตรียมปูทางไปสู่ตลาดหุ้นกู้เอกชน

 

พันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’ มาจากความร่วมมือระหว่าง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน Bond Connect เพื่อยกระดับการเข้าถึงการลงทุนในตราสารหนี้ผ่านตลาดทุน หวังเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลได้ง่ายขึ้น

 

โดยใช้หลักการจัดสรรแบบ Small Lot First เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ลงทุนในวงกว้างได้รับการจัดสรรอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

 

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ผ่านแพลตฟอร์ม Bond Connect เริ่มเปิดรับจองซื้อตั้งแต่เวลา 8.30 น. ของวันที่ 3 สิงหาคม 2569 จนถึงเวลา 15.00 น. ของวันที่ 5 สิงหาคม 2569 รวม 2 รุ่น คือ รุ่นอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ 1.8% และรุ่นอายุ 10 ปี อยู่ที่ 2.8% ต่อปี โดยผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากประจำ และอัตราผลตอบแทนอ้างอิง ซึ่งผู้ลงทุนสามารถจองซื้อผ่านบัญชีหลักทรัพย์กับผู้จัดจำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการ 24 ราย (6 ธนาคารพาณิชย์ และ 18 บริษัทหลักทรัพย์) ทั้งช่องทางดิจิทัลและสาขา รวมถึงแอปพลิเคชัน Streaming และจะมีการจัดสรรในวันที่ 6 สิงหาคม 2569

 

ตรีวิทย์ วังวรวุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการ รักษาการ รองหัวหน้าสายงาน ดูแลงานด้านการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวย้ำว่า ‘ออมพลัส’ เป็นพันธบัตรรัฐบาลที่สามารถซื้อขายผ่านบัญชีหุ้นได้ครั้งแรกในประเทศ นอกจากนี้ ในด้านการนำพันธบัตรรัฐบาลมากระจายสู่ประชาชนผ่าน Bond Connect นี้ถือว่าไทยค่อนข้างก้าวหน้ากว่าเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นผลมาจากการบูรณาการระหว่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

 

สอดคล้องกับอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า โครงการ Bond Connect Platform เกิดจากความร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชน ในการนำโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุนไทยมาต่อยอด เพื่อสนับสนุนนโยบายภาครัฐ และขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงพันธบัตรรัฐบาลได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมถึงวางรากฐานสำหรับการพัฒนาบริการด้านตราสารหนี้ผ่านตลาดทุนในอนาคต เป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ในการเป็น “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” เส้นทางแห่งความเชื่อมั่นสู่โอกาสของทุกคน

 

สำหรับความเป็นไปได้ที่จะขยายไปสู่ตลาดหุ้นกู้เอกชน จินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) มีความเป็นไปได้ที่จะมีการพัฒนาแพลตฟอร์ม Bond Connect และการซื้อขายในตลาดรองไปสู่การซื้อขายหุ้นกู้ของภาคเอกชนในอนาคต เนื่องจากที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศ และมักจะเป็นผู้นำร่องโครงการใหม่ๆ ให้กับภาคเอกชนนำไปต่อยอดอยู่เสมอ เช่น การเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือการออกพันธบัตรเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) ซึ่งทั้งภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจก็ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับโครงการนี้ ทางหน่วยงานจะมีการประมวลผลและพิจารณากันอีกครั้งในช่วงปลายเดือน

 

“เช่นเดียวกับครั้งนี้ การจำหน่ายแพลตฟอร์ม Bond Connect ก็อาจจะมีเอกชนสนใจและพัฒนาต่อยอดในภายหลัง” จินดารัตน์กล่าว

 

ขณะที่ตรีวิทย์กล่าวว่า การขยายแพลตฟอร์ม Bond Connect ไปสู่ตลาดหุ้นกู้เอกชนต้องพิจารณาหลายด้าน เช่น ความต้องการ ความเหมาะสม และความสามารถในการกระจายไปสู่รายย่อย

 

“สุดท้ายก็ต้องกลับมาดูกันว่า จริงๆ แล้ว Bond Connect เป็นช่องทางที่เหมาะสมและสามารถกระจายได้หรือไม่ เพราะว่าถ้าเกิดเราไปดูหุ้นกู้เอกชน (Corporate Bond) หลายๆ ตัวยังเป็นบุคคลที่มีความมั่งคั่งสูง (High-Net-Worth Individual) ซื้อเป็นหลัก หรือเป็นการซื้อในวงจำกัด” ตรีวิทย์กล่าว

 

รวม 36 คำถาม-คำตอบ รายละเอียดพันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’

 

1. พันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’ ต่างจากพันธบัตรออมทรัพย์อย่างไร

 

คำตอบ: โดยพันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’ แตกต่างจากพันธบัตรออมทรัพย์ในด้านช่องทางการจองซื้อและการเข้าถึง ซึ่งผู้ลงทุนสามารถจองซื้อผ่านผู้จัดจำหน่ายได้ทั้งธนาคารพาณิชย์และบริษัทหลักทรัพย์ ทำให้สามารถเข้าถึงพันธบัตรรัฐบาลผ่านบัญชีหลักทรัพย์และช่องทางที่หลากหลายมากขึ้น จากเดิมที่สามารถจองซื้อผ่านธนาคารพาณิชย์เท่านั้น

 

2. พันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’ สามารถซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ หมายความว่าอย่างไร

 

คำตอบ: พันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’ สามารถซื้อขายผ่านบัญชีหลักทรัพย์ (บัญชีหุ้น) ได้ เสมือนการซื้อขายหุ้น ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกการลงทุน ทำให้การบริหารพอร์ตการลงทุนง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

รวมคำถาม-คำตอบ ‘การจำหน่าย-การจองซื้อ’ พันธบัตรรัฐบาลออมพลัส

 

3. ผู้ลงทุนสามารถจองซื้อหรือซื้อขายพันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’ ผ่านช่องทางใดบ้าง

 

คำตอบ: แบ่งเป็นการจำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม. วงเงิน 2,000 ล้านบาท และผ่าน Bond Connect Platform วงเงิน 2,000 ล้านบาท

 

  • ผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง
  • วันจำหน่าย: 31 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2569
  • วงเงินซื้อขั้นต่ำ-ขั้นสูงต่อราย: 100 บาท – 50,000,000 บาท โดยวงเงินซื้อขั้นสูงต่อครั้ง ไม่เกิน 3,000,000 บาท และไม่จำกัดจำนวนครั้งที่เข้าซื้อ
  • วิธีการจัดสรรพันธบัตร: First-Come, First-Served (มาก่อนได้รับสิทธิ์ก่อน)

 

  • ผ่าน Bond Connect Platform
  • วันจองซื้อ 3 – 5 สิงหาคม 2569 จองซื้อผ่านช่องทางและวิธีการของผู้จัดจำหน่าย และจองซื้อผ่านแอปพลิเคชัน Streaming ตั้งแต่เวลา 08.30 น. – 15.00 น.
  • วงเงินซื้อขั้นต่ำ-ขั้นสูงต่อราย:จองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท (1 หน่วย) – ไม่จำกัดวงเงินซื้อขั้นสูง
  • หน่วยละ 1,000 บาท ซื้อเพิ่มเป็นจำนวนเท่าของ 1,000 บาท และไม่จำกัดจำนวนครั้งที่เข้าซื้อ
  • วิธีการจัดสรรพันธบัตร: Small Lot First (ทยอยจัดสรร)
  • วันจัดสรรพันธบัตร: 6 สิงหาคม 2569

 

พันธบัตรออมพลัส

 

4. คุณสมบัติผู้ลงทุนที่สามารถจองซื้อพันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’ ผ่าน Bond Connect Platform ได้

 

คำตอบ: คุณสมบัติผู้จองซื้อพันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’ ผ่าน Bond Connect Platform

 

1. บุคคลธรรมดา สัญชาติไทย

 

2. มีบัญชีหลักทรัพย์ (บัญชีหุ้น) ของบริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าร่วมโครงการ

 

5. ถ้ามีบัญชีหลักทรัพย์ (บัญชีหุ้น) แต่อายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์สามารถจองซื้อพันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’ ได้หรือไม่

 

คำตอบ: สามารถจองซื้อพันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’ ได้

 

6. การเปิดบัญชีหลักทรัพย์ (บัญชีหุ้น) สามารถดำเนินการได้อย่างไรบ้าง ใช้เวลากี่วัน

 

คำตอบ: ผู้ลงทุนสามารถเปิดบัญชีหลักทรัพย์ (บัญชีหุ้น) ได้ 3 ช่องทาง ดังนี้

 

1. ผ่านแอปพลิเคชัน Streaming

 

2. ผ่านช่องทาง Online (Website / Application) และ Offline ของแต่ละบริษัทหลักทรัพย์

 

3. ผ่านสาขาของผู้จัดจำหน่าย

 

โดยระยะเวลาการเปิดบัญชีขึ้นอยู่กับกระบวนการและวิธีการที่ผู้จัดจำหน่ายแต่ละรายกำหนด โดยจะไม่

 

เกิน 2-5 วันทำการ

 

7. หากซื้อพันธบัตรผ่านช่องทางวอลเล็ต สบม. หรือธพ. เดิม ไปแล้ว สามารถซื้อผ่าน Bond Connect ได้ด้วยหรือไม่

 

คำตอบ: สำหรับผู้ลงทุนที่มีรายการลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์ผ่านช่องทางวอลเล็ต สบม หรือธนาคารพาณิชย์เดิมอยู่แล้ว สามารถจองซื้อพันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’ ผ่าน Bond Connect ได้ โดยการดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการลงทุนแยกต่างหากจากรายการเดิม ทั้งนี้ ผู้ลงทุนต้องปฏิบัติตามขั้นตอนและเงื่อนไขการจองซื้อที่กำหนด

 

พันธบัตรออมพลัส

 

รวมคำถาม-คำตอบ ‘การจัดสรร’ พันธบัตรรัฐบาลออมพลัส

 

8. การจัดสรรแบบ Small Lot First แตกต่างจากการจัดสรรแบบ First Come, First Served อย่างไร

 

คำตอบ: การจัดสรรพันธบัตรด้วยวิธี Small Lot First มุ่งเน้นการจัดสรรให้แก่ผู้จองซื้อทุกรายอย่างทั่วถึง โดยจะทำการรวบรวมยอดการจองซื้อของผู้ลงทุนทุกรายนำมาจัดสรรเป็นรอบๆ ขั้นต่ำที่ 1,000 บาท และเพิ่มขึ้นทีละ 1,000 บาท ตามลำดับจนครบวงเงินจัดสรร (ทยอยจัดสรรพันธบัตรเป็นรอบๆ เวียนจนครบผู้ซื้อทุกราย) ส่งผลให้ผู้จองซื้อรายย่อยที่จองซื้อด้วยวงเงินไม่สูงมากจะมีโอกาสได้รับจัดสรรครบตามจำนวนที่จองไว้ตั้งแต่รอบแรกๆ ส่วนผู้ที่จองซื้อด้วยวงเงินสูงกว่าจะได้รับการจัดสรรเพิ่มในรอบถัดไปตามสัดส่วนการทวีคูณ

 

ซึ่งแตกต่างจากการจัดสรรพันธบัตรด้วยวิธี First Come, First Served ที่จะทำการจัดสรรให้ผู้ลงทุนที่ทำการจองซื้อเข้ามาก่อนได้รับการจัดสรรก่อน ส่งผลให้ผู้ที่ทำการจองซื้อภายหลังจะไม่ได้รับการจัดสรรหากมีการจองซื้อเต็มวงเงินแล้ว

 

9. การจำหน่ายพันธบัตรในครั้งนี้ไม่มีการจำกัดวงเงินขั้นสูงสุดในการจองซื้อพันธบัตร จะส่งผลให้นักลงทุนรายย่อยได้รับจัดสรรพันธบัตรลดลงหรือไม่

 

คำตอบ: ไม่มีผล เพราะการจัดสรรพันธบัตรโดยใช้วิธีการ Small Lot First มุ่งเน้นการกระจายพันธบัตรอย่างครอบคลุมและทั่วถึงที่สุด

 

10. ทำไมการจำหน่ายพันธบัตรให้กับบุคคลธรรมดา ผู้จองซื้ออาจจะได้รับจัดสรรพันธบัตรน้อยกว่าวงเงินที่จองซื้อ

 

คำตอบ:

 

  • จำนวนผู้จองซื้อสูงเกินวงเงินที่เสนอขาย (Oversubscription): หากความต้องการ (Demand) ในการซื้อพันธบัตรรุ่นนั้นๆ มีมากกว่าจำนวนพันธบัตรที่ขาย (Supply) เพื่อให้พันธบัตรกระจายไปสู่มือผู้ลงทุนจำนวนมากที่สุด จึงไม่สามารถให้ทุกคนได้รับครบตามจำนวนที่จองมาได้
  • การจัดสรรรูปแบบ Small Lot First มุ่งเน้นการจัดสรรให้แก่ผู้จองซื้อทุกรายอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ซึ่งการจัดสรรทยอยจัดสรรพันธบัตรเป็นรอบๆ เวียนจนครบผู้ซื้อทุกราย เริ่มต้นจัดสรรจากยอดขั้นต่ำ 1,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 1,000 บาท ดังนั้น หากมีผู้จองซื้อจำนวนมากอาจทำให้ผู้ที่จองซื้อด้วยวงเงินจำนวนมากอาจได้รับไม่ครบตามจำนวนที่ตั้งเป้าไว้

 

11. กรณีจองซื้อจากหลายตัวแทนจำหน่าย จะมีกระบวนการจัดสรรพันธบัตรอย่างไร

 

คำตอบ: ระบบจะนำยอดจองซื้อทั้งหมดของผู้ลงทุนจากทุกผู้จัดจำหน่ายมารวมเป็น “ยอดเดียว” เพื่อคำนวณการจัดสรรแบบ Small Lot First โดยมีหลักการดังนี้:

 

  • หากยอดรวมจองซื้อของท่าน ไม่เกินสิทธิที่ได้รับจัดสรร: จะได้รับพันธบัตรครบตามจำนวนที่จองซื้อไว้ในทุกผู้จัดจำหน่าย
  • หากยอดรวมจองซื้อของท่าน เกินกว่าสิทธิที่ได้รับจัดสรร: จะได้รับพันธบัตรตามสัดส่วน (Pro-rata)

 

ของยอดรวม โดยจะถูกเฉลี่ยจัดสรรไปยังผู้จัดจำหน่ายแต่ละแห่งที่ผู้ลงทุนจองซื้อไว้ตามสัดส่วนของเงินที่จองในแต่ละที่

 

12. สามารถตรวจสอบผลการจัดสรรได้อย่างไร

 

คำตอบ: ผู้จองซื้อสามารถตรวจสอบผลการจัดสรรได้ที่ www.settrade.com หรือติดต่อผู้จัดจำหน่ายเพื่อขอตรวจสอบผลการจัดสรร

 

พันธบัตรออมพลัส

 

รวมคำถาม-คำตอบ ‘บริการหลังจากจองซื้อ’ พันธบัตรรัฐบาลออมพลัส

 

13. การไถ่ถอนคืนเงินต้นพันธบัตรเมื่อครบกำหนดต้องดำเนินการอย่างไร

 

คำตอบ: ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะนายทะเบียนจะจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นของพันธบัตร โดยโอนเข้าบัญชีเงินฝากของผู้ลงทุน ทั้งนี้ รายชื่อเป็นไปตามรายชื่อ ณ สิ้นสุดวันทำการสุดท้ายก่อนวันปิดสมุดทะเบียน

 

14. ถ้าต้องการไถ่ถอนก่อนครบกำหนด สามารถทำรายการผ่านสาขาธนาคารได้หรือไม่

 

คำตอบ: พันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ไม่สามารถไถ่ถอนก่อนกำหนดได้ อย่างไรก็ตามผู้ลงทุนสามารถซื้อขายผ่านบริษัทหลักทรัพย์ฯ (ตลาดรอง) ได้ ทั้งนี้ ราคาซื้อขายพันธบัตรขึ้นอยู่กับกลไกราคาตลาดในขณะนั้น

 

15. พันธบัตรรุ่นนี้สามารถโอนให้กับบุคคลอื่นได้หรือไม่

 

คำตอบ: สำหรับพันธบัตรที่พ้นระยะเวลาถือครอง (Silent Period) แล้วนั้น จะสามารถโอนให้แก่บุคคลอื่นได้ โดยมีเงื่อนไขการโอนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

 

16. สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือ หรือโอนกรรมสิทธิ์ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่

 

คำตอบ: ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายเปลี่ยนมือในตลาดรองได้ทันทีเมื่อพ้นระยะเวลาถือครอง (Silent Period) ที่กำหนด โดยสามารถส่งคำสั่งซื้อ-ขายผ่านบริษัทหลักทรัพย์ที่ท่านใช้บริการได้ด้วยตนเอง

 

รวมคำถาม-คำตอบ รายละเอียดพันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’ อื่นๆ

 

17. การซื้อพันธบัตรรุ่นนี้สามารถออกเป็นใบพันธบัตร (Scrip) ได้หรือไม่

 

คำตอบ: ไม่สามารถทำได้ ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดสิทธิของพันธบัตร

 

18. ข้อดีของการเป็นพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) คืออะไร

 

คำตอบ: ผู้ลงทุนไม่ต้องมีภาระในการเก็บรักษาใบพันธบัตร และเมื่อพันธบัตรครบกำหนดไถ่ถอน ธปท. จะจ่ายคืนเงินต้นพันธบัตรโดยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝาก (ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) ของผู้ถือกรรมสิทธิ์ หรือผู้รับหลักประกันตามที่ตกลงกัน หรือผู้รับตามที่ ธปท. กำหนด โดยอัตโนมัติ

 

19. พันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’ สามารถนำไปใช้วางหลักประกันหรือทำธุรกรรมอื่นใด ได้เช่นเดียวกับพันธบัตรออมทรัพย์หรือไม่

 

คำตอบ: พันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’ สามารถใช้เป็นหลักประกันเพื่อต่อยอดการลงทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถบริหารพอร์ตการลงทุน (Asset Allocation) ได้ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

ซึ่งเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทหลักทรัพย์กำหนด

 

20. อายุและอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’ จะเท่ากันทุกเดือนที่ออกจำหน่ายหรือไม่

 

คำตอบ: การกำหนดอัตราผลตอบแทนและอายุของพันธบัตรในแต่ละรุ่น พิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาด เพื่อให้เงื่อนไขการลงทุนมีความสอดคล้องกับสภาวะตลาดเงินและตลาดทุน ณ ช่วงเวลาการออกพันธบัตรนั้นๆ

 

21. ความเสี่ยงของพันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’

 

คำตอบ: ผู้ลงทุนในพันธบัตรไม่มีความเสี่ยงจากการสูญเงินต้น แต่อาจมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนในพันธบัตรอาจเสียโอกาสที่จะลงทุนในทางเลือกอื่นๆ ที่มีผลตอบแทนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับจากพันธบัตร เช่น อัตราดอกเบี้ยเงินฝากในอนาคตสูงขึ้นมากกว่าอัตราดอกเบี้ยพันธบัตร เป็นต้น อย่างไรก็ตามผู้ลงทุนในพันธบัตรจะได้รับดอกเบี้ยคงที่ตามอัตราที่กำหนดไว้บนหน้าพันธบัตร ตลอดอายุพันธบัตร

 

ในกรณีที่นำพันธบัตรไปขายในตลาดรองก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอน มีความเป็นไปได้ที่จะได้รับเงินต้นคืนไม่เท่ากับ 1,000 บาทต่อหน่วยตามที่ตราไว้ โดยราคาที่ได้อาจมากกว่าหรือน้อยกว่าก็ได้ ทั้งนี้ ขึ้นกับอัตราดอกเบี้ยในตลาด ณ ขณะนั้นๆ อย่างไรก็ดีหากผู้ลงทุนถือพันธบัตรจนถึงวันครบกำหนดแล้ว จะได้รับคืนเงินต้นเต็มจำนวนเสมอ

 

22. พันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’ มีการจัดทำ Bond Book หรือไม่

 

คำตอบ: พันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’ ไม่มีการออกสมุดพันธบัตร (Bond Book) ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดสิทธิของพันธบัตร

 

23. สามารถนำพันธบัตรออมทรัพย์ที่ขายผ่าน ธพ. / วอลเล็ต สบม. (ที่ไม่ได้ซื้อผ่าน Bond Connect Platform) มาซื้อขายบนตลาดรองบน Streaming ได้ไหม

 

คำตอบ: พันธบัตรออมทรัพย์ ธพ. หรือวอลเล็ต สบม. ไม่สามารถนำมาซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ เนื่องจากเป็นคนละประเภทกัน และอาจมีเงื่อนไขและข้อกำหนดในการซื้อขายที่แตกต่างกัน

 

24. พันธบัตรออมทรัพย์ที่เคยซื้อผ่าน ธพ. / วอลเล็ต สบม. สามารถโอนมาอยู่รวมกันที่บัญชี บล. ได้ไหม

 

คำตอบ: พันธบัตรออมทรัพย์ ธพ. หรือ วอลเล็ต สบม. ไม่สามารถทำการโอนมายังบัญชี บล. ได้ เนื่องจากพันธบัตรแต่ละประเภทมีเงื่อนไขและข้อกำหนดในการโอนสิทธิแยกออกจากกันและมีความที่แตกต่างกัน

 

อ้างอิง

The post เจาะรายละเอียด บอนด์ ‘ออมพลัส’ ลงทุนผ่านบัญชีหุ้นครั้งแรกในไทย! เริ่มต้นเพียง 1,000 บาท ผ่านแพลตฟอร์ม Bond Connect ก่อนเปิดจองซื้อ 3-5 ส.ค.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก ‘บอนด์ออมพลัส’ พันธบัตรรัฐบาลเปิดขายให้ประชาชน ดอกเบี้ยสูงกว่าตลาด ซื้อได้ทุกเดือน ขายผ่านตลาดรอง แอปฯ Streaming ได้ https://thestandard.co/bond-aomplus-government-savings-streaming/ Tue, 07 Jul 2026 09:19:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1227795 ภาพธนบัตรไทยจำนวนหนึ่งซ้อนกัน

มาแน่! คลังเตรียมออก ‘พันธบัตรออมทรัพย์’ สำหรับประชาชน […]

The post รู้จัก ‘บอนด์ออมพลัส’ พันธบัตรรัฐบาลเปิดขายให้ประชาชน ดอกเบี้ยสูงกว่าตลาด ซื้อได้ทุกเดือน ขายผ่านตลาดรอง แอปฯ Streaming ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพธนบัตรไทยจำนวนหนึ่งซ้อนกัน

มาแน่! คลังเตรียมออก ‘พันธบัตรออมทรัพย์’ สำหรับประชาชน รุ่นอายุ 3 และ 10 ปี การันตีดอกเบี้ยสูงกว่าตลาด ผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่ วอลเล็ต สบม. เริ่ม 31 ก.ค.นี้ วงเงิน 2 พันล้านบาท ขั้นต่ำ 100 บาท และ Bond Connect เริ่ม 3 ส.ค.นี้ วงเงิน 2 พันล้านบาท ขั้นต่ำ 1,000 บาท จ่ายผลตอบแทนทุก 3 เดือน เพิ่มความสะดวกการซื้อทั้งตลาดแรกและตลาดรองด้วย ‘Bond Connect Platform’

 

ประเด็นสำคัญ

 

 

วันนี้ (7 กรกฎาคม) จินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาลออมทรัพย์สำหรับประชาชน โดยใช้ชื่อว่า ‘ออมพลัส’ วงเงินรวม 8,000 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2569 นี้

 

รู้จัก ‘พันธบัตรออมพลัส’

 

พันธบัตร ‘ออมพลัส’ คือพันธบัตรรัฐบาลที่เปิดขายให้กับประชาชนทั่วไป โดยในครั้งนี้รัฐบาลได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการขาย โดยมี 4 จุดเด่นหลัก ได้แก่

 

  • พลัสทุกเดือน: มีจำหน่ายทุกเดือน เข้าถึงการออมได้ง่ายและทั่วถึง (จากก่อนหน้านี้มักขายเป็นล็อตใหญ่ๆ นานๆ ครั้ง)
  • พลัสผลตอบแทน: การันตีดอกเบี้ยสูงกว่าตลาด
  • พลัสตลาดรอง: เพิ่ม ‘กลไกตลาด’ รองรับ หวังช่วยสะท้อนราคาซื้อขายที่แท้จริงและโปร่งใส
  • พลัสช่องทางจำหน่าย: เพิ่มช่องทางจำหน่ายที่มากขึ้นผ่านทั้ง วอลเล็ต สบม. ธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ และแอปพลิเคชัน Streaming

 

เริ่มขายงวดแรกเมื่อไหร่?

 

การจำหน่ายจะแบ่งออกเป็น 2 รอบ รอบละ 4,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเปิดจำหน่ายในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคม 2569 ประกอบด้วย พันธบัตร 2 รุ่นอายุ ได้แก่ 3 ปี และ 10 ปี และมีการจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือนจนกว่าจะครบกำหนดไถ่ถอน

 

จ่ายดอกเบี้ยถี่แค่ไหน? อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่เท่าไหร่?

 

จินดารัตน์ยืนยันว่า อัตราดอกเบี้ยที่เสนอจะดีกว่าดอกเบี้ยเฉลี่ยในตลาด โดยรัฐบาลจะประกาศอัตราดอกเบี้ย ในวันแถลงข่าวที่ 16 กรกฎาคมนี้ อย่างไรก็ตาม สบน.จะระมัดระวังอัตราดอกเบี้ยไม่ให้สูงเกินไป จนส่งผลกระทบต่อการออกหุ้นกู้ของบริษัทเอกชน

 

“แม้หักภาษีแล้ว ผลตอบแทนยังอยู่ในระดับที่ดีกว่า” จินดารัตน์กล่าว

 

ทั้งนี้ สบน.เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) อายุ 3 ปี และ 10 ปี อยู่ที่ 1.24% และ 1.97% ตามลำดับ

 

เปิด 2 ช่องทางซื้อ ‘เป๋าตัง’ และ ‘Bond Connect Platform’

 

สำหรับการจำหน่ายในแต่ละรอบ สบน. จะแบ่งวงเงินจำหน่ายผ่าน 2 ช่องทาง ช่องทางละ 2,000 ล้านบาท ได้แก่

 

  • ช่องทางแรก คือ ‘วอลเล็ต สบม.’ บนแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ ซึ่งเป็นช่องทางเดิมที่ประชาชนคุ้นเคย โดยจัดสรรแบบ First-come, First serve เปิดให้ซื้อขั้นต่ำ 100 บาท จำกัดวงเงินจองซื้อสูงสุด 3 ล้านบาทต่อครั้ง และจำกัดวงเงินซื้อสูงสุด 50 ล้านบาทต่อคน ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นี้ เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป
  • ช่องทางที่ 2 คือ ‘Bond Connect Platform’ ซึ่งเป็นช่องทางใหม่ที่พัฒนาร่วมกันระหว่าง สบน. บริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม จำกัด (Settrade) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD)

 

โดยกำหนดวงเงินจำหน่าย 2,000 ล้านบาทต่อรอบ จัดสรรแบบ Small Lot First เปิดให้จองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท และไม่มีการกำหนดเพดานการซื้อ

 

ซึ่งผู้ที่มีบัญชีหุ้นไทยสามารถจองซื้อพันธบัตรออมพลัสผ่านช่องทางดังกล่าวได้ทันที โดยจะเปิดจองซื้อตลาดแรกในวันที่ 3 สิงหาคม 2569 และใช้เวลาจัดสรรแบบ Small Lot First รวม 3 วัน

 

เปิดทางซื้อขายตลาดรองครั้งแรก! ผ่าน Streaming

 

จินดารัตน์ ระบุว่า Bond Connect Platform จะช่วยให้ผู้ลงทุนรายย่อยสามารถจองซื้อพันธบัตรผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารได้ ขณะที่การซื้อขายในตลาดรองจะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน Streaming เท่านั้น โดยจะมีการกำหนดราคา Ceiling และ Floor ตามหลักเกณฑ์ปกติของตลาด

 

ทั้งนี้การจองซื้อพันธบัตรในตลาดแรกผ่านแพลตฟอร์ม Streaming จะไม่มีค่าธรรมเนียม เนื่องจากการออกพันธบัตรมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามปกติอยู่แล้ว

 

เปิดรายชื่อผู้จัดจำหน่ายภายใต้โครงการ ‘Bond Connect Platform’

 

ผู้จัดจำหน่ายที่เป็นธนาคาร

 

  • ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารออมสิน

 

ผู้จัดจำหน่ายที่เป็นบริษัทหลักทรัพย์

 

  • บริษัทหลักทรัพย์กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด
  • บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด (มหาชน)
  • บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
  • บริษัทหลักทรัพย์โกลเบล็ก จำกัด
  • บริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ จำกัด (มหาชน)
  • บริษัทหลักทรัพย์ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
  • บริษัทหลักทรัพย์บียอนด์ จำกัด (มหาชน)
  • บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
  • บริษัทหลักทรัพย์แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
  • บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด
  • บริษัทหลักทรัพย์ไอร่า จำกัด (มหาชน)
  • บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน)
  • บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ จำกัด
  • บริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
  • บริษัทหลักทรัพย์อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด
  • บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด
  • บริษัทหลักทรัพย์ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด
  • บริษัทหลักทรัพย์ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

The post รู้จัก ‘บอนด์ออมพลัส’ พันธบัตรรัฐบาลเปิดขายให้ประชาชน ดอกเบี้ยสูงกว่าตลาด ซื้อได้ทุกเดือน ขายผ่านตลาดรอง แอปฯ Streaming ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Man I Need ของ Olivia Dean มียอดสตรีมแตะ 1 พันล้านครั้งบน Spotify https://thestandard.co/olivia-dean-spotify-billion-streams/ Thu, 23 Apr 2026 05:47:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1200404 โอลิเวีย ดีน แสดงสดบนเวทีงาน Brit Awards 2026

ซิงเกิลฮิต Man I Need ของ Olivia Dean สร้างประวัติศาสตร […]

The post Man I Need ของ Olivia Dean มียอดสตรีมแตะ 1 พันล้านครั้งบน Spotify appeared first on THE STANDARD.

]]>
โอลิเวีย ดีน แสดงสดบนเวทีงาน Brit Awards 2026

ซิงเกิลฮิต Man I Need ของ Olivia Dean สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ด้วยการมีจำนวนยอดสตรีมมิ่งเพลงแตะ 1 พันล้านครั้งบนสตรีมมิ่ง Spotify ส่งผลให้เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของคลับ Spotify’s Billions Club ไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งก็มีเพลงแค่ 1,255 เพลง เท่านั้น ที่ทำยอดสตรีมหลักนี้สำเร็จ

 

นอกจากจะประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามบนสตรีมมิ่งแล้ว Man I Need ยังครองอันดับ 1 นานถึง 20 สัปดาห์ (ไม่ติดต่อกัน) บนชาร์ตเพลงออสเตรเลีย ซึ่งกลายเป็นซิงเกิลที่ครองอันดับ 1 ยาวนานที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ในประวัติศาสตร์ชาร์ตออสเตรเลีย

 

ส่วนชาร์ตเพลงในสหราชอาณาจักร เธอก็เป็นศิลปินเดี่ยวหญิงคนแรกที่มีเพลงติด Top 10 ถึง 4 เพลง เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งนั่นก็รวมทั้งเพลงอันดับ 1 อย่าง Man I Need และเพลงอื่นๆ จาก The Art of Loving ในขณะที่ Billboard ก็ยกให้เธอเป็น Rookie of the Year (ศิลปินหน้าใหม่แห่งปี) ด้วยเช่นกัน

 

สำหรับเพลง Man I Need เป็นซิงเกิลป๊อป-โซลจากอัลบั้ม The Art of Loving ที่ปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2025 โดยเธอมีส่วนร่วมในการเขียนเพลงนี้ และเธอก็พยายามเล่าถึงความรู้สึกของผู้หญิงที่รู้ว่าตัวเองคู่ควรกับการถูกรักแบบไหน โดยไม่กลัวที่จะร้องขอในความต้องการของตัวเอง ดังนั้นเพลงนี้จึงถูกออกแบบมาให้ความรู้สึกที่มั่นใจ เซ็กซี่ แต่ก็ยังมีความสนุกสนาน และสะท้อนตัวตนของความเป็นผู้หญิงรุ่นใหม่เช่นกัน

 

ภาพ: Grant Buchanan/Dave Benett/Getty Images

 

อ้างอิง:

 

The post Man I Need ของ Olivia Dean มียอดสตรีมแตะ 1 พันล้านครั้งบน Spotify appeared first on THE STANDARD.

]]>
ROCK CODE ฟีเจอร์จาก Spotify ที่ออกแบบมาเพื่อสายฟังเพลงร็อกโดยเฉพาะ https://thestandard.co/spotify-rock-code-feature/ Wed, 25 Mar 2026 12:19:23 +0000 https://thestandard.co/spotify-rock-code-feature/ ภาพหน้าจอแอปพลิเคชัน Spotify แสดงฟีเจอร์ ROCK CODE พร้อมโลโก้

Spotify เปิดตัว ‘ROCK CODE’ พื้นที่ทางดนตรีที่ออกแบบมาเ […]

The post ROCK CODE ฟีเจอร์จาก Spotify ที่ออกแบบมาเพื่อสายฟังเพลงร็อกโดยเฉพาะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพหน้าจอแอปพลิเคชัน Spotify แสดงฟีเจอร์ ROCK CODE พร้อมโลโก้

Spotify เปิดตัว ‘ROCK CODE’ พื้นที่ทางดนตรีที่ออกแบบมาเพื่อเพลงร็อกโดยเฉพาะ เพื่อต่อยอดพลังของการแสดงสดและคอมมูนิตี้แฟนเพลง ให้กลายเป็นประสบการณ์การฟังในชีวิตประจำวัน พร้อมช่วยให้ผู้ฟังค้นพบศิลปินและดนตรีใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น โดยรวบรวมเพลงร็อกที่ตอบโจทย์ทุกอารมณ์และทุกช่วงเวลาไว้ในที่เดียว

 

โดย ROCK CODE ก็ได้มาพร้อมเพลย์ลิสต์หลัก 3 รูปแบบ ได้แก่ ROCK CODE ที่รวมเพลงร็อกฮิตและเป็นตัวแทนของแนวเพลง, ROCK CODE Selected: G27 เพลย์ลิสต์เฉพาะบุคคลที่ต่อยอดจากพลังการแสดงสด พร้อมคอนเทนต์ Editorial Watch Feed เจาะลึกวงการ และ Mood-Based Rock Playlist ที่ถ่ายทอดทุกอารมณ์ผ่านเพลงร็อก ไม่ว่าจะรัก เหงา มัน หรือเหนื่อย

 

ขณะเดียวกัน เพลงร็อกไทยยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดสตรีมทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และได้รับความนิยมในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร สเปน และเกาหลีใต้ สะท้อนถึงกระแสของแนวเพลงที่ขยายสู่ผู้ฟังในระดับสากลมากขึ้น ซึ่งสายฟังเพลงร็อกก็ห้ามพลาดไปลองฟังเพลย์ลิสต์ ROCK CODE กันได้ในสตรีมมิง

The post ROCK CODE ฟีเจอร์จาก Spotify ที่ออกแบบมาเพื่อสายฟังเพลงร็อกโดยเฉพาะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
oneD ขยายฐานสมาชิก ‘oneD PREMIUM’ ผนึก AIS สร้างปรากฏการณ์ https://thestandard.co/oned-premium-ais-streaming-partnership/ Tue, 24 Mar 2026 02:01:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1189640 โลโก้ oneD PREMIUM และ AIS บนภาพประชาสัมพันธ์ความร่วมมือขยายฐานสมาชิกบริการสตรีมมิง

ดูเหมือนว่าพฤติกรรมการชมคอมเทนต์ผ่านสตริมมิงของผู้ชมชาว […]

The post oneD ขยายฐานสมาชิก ‘oneD PREMIUM’ ผนึก AIS สร้างปรากฏการณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้ oneD PREMIUM และ AIS บนภาพประชาสัมพันธ์ความร่วมมือขยายฐานสมาชิกบริการสตรีมมิง

ดูเหมือนว่าพฤติกรรมการชมคอมเทนต์ผ่านสตริมมิงของผู้ชมชาวไทยมีแต่จะเพิ่มสูงขึ้น จากผลการศึกษาโดย Magnite บริษัทเทคโนโลยีโฆษณาดิจิทัลสัญชาติอเมริกัน ได้ทำการสำรวจพฤติกรรมการรับชมสตริมมิงของคนไทยในหัวข้อ “Streams and Screens: Thailand” พบว่า 80% ของผู้ชมวางแผนที่จะสมัครบริการสตรีมมิงใหม่ ทั้งที่พวกเขาใช้งานแพลตฟอร์มเฉลี่ยอยู่แล้วถึงหกแพลตฟอร์ม

 

ข้อมูลจากรายงาน Digital 2026: Thailand โดย We Are Social ย้ำชัดว่าสตรีมมิ่งกลายเป็นป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันคนไทยไปแล้ว เพราะกว่า 70.7% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต อายุ 16 ขึ้นไป เสพคอนเทนต์ผ่านสตรีมมิ่งเฉลี่ยเกือบ 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และยินดีจ่ายเงินให้กับบริการนี้สูงถึง 33.2% เมื่อเทียบกับคอนเทนต์ออนไลน์ประเภทอื่นๆ

 

ข้อมูลนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่าถ้าคอนเทนต์ ‘ถูกจริต’ เท่าไร ผู้ชมก็ยินดีจ่ายเพื่อเข้าถึงคอนเทนต์มากขึ้นเท่านั้น และถ้ามาพร้อมความเสถียรของสัญญาณและคุณภาพที่คมชัด รับรองว่ามัดใจสายเสพคอนเทนต์สตริมมิ่งชาวไทยได้อย่างแน่นอน

 

โลโก้ oneD PREMIUM และ AIS บนภาพประชาสัมพันธ์ความร่วมมือขยายฐานสมาชิกบริการสตรีมมิง 1

 

แอปพลิเคชัน ‘oneD’ ศูนย์รวมคอนเทนต์ไทยมากที่สุดในประเทศ ภายใต้ ‘The One Enterprise’ หนึ่งในผู้ผลิตและบริหารคอนเทนต์ไทยที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ จึงยกระดับความร่วมมือสู่การเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ AIS ผู้นำด้านดิจิทัลไลฟ์สไตล์ รวมพลังขยายฐานผู้ชมคอนเทนต์ไทยทั่วประเทศ ดัน Local Content ไทยให้เข้าถึงคนดูได้มากขึ้น มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าเอไอเอส ด้วยราคาสุดพิเศษ ‘oneD PREMIUM’ ดูฟรีเดือนแรก! (เดือนถัดไปเดือนละ 49 บาท) เพื่อยกระดับการรับชมที่เหนือกว่า ดูได้ครบทุกตอน และไม่มีโฆษณาคั่นกับละคร-ซีรีส์จัดเต็มเข้าใหม่ทุกวัน ตอกย้ำแอปพลิเคชันที่รวมคอนเทนต์จริตไทยที่เยอะที่สุด

 

โลโก้ oneD PREMIUM และ AIS บนภาพประชาสัมพันธ์ความร่วมมือขยายฐานสมาชิกบริการสตรีมมิง 2

 

อัปเกรดเป็น ‘oneD PREMIUM’ คุ้มกว่ายังไง?

 

ทำไมต้องยอมให้โฆษณามาขัดจังหวะความฟิน? ลองจินตนาการถึงวินาทีที่กำลังอินกับฉากอารมณ์สุดพีค หรือซีนโรแมนติกที่รอคอยมาทั้งซีซัน แล้วจู่ๆ มีโฆษณาโผล่มาช็อตฟีลกลางคัน

 

หรือคนที่เคยรับชมแบบ Freemium แล้วเจอประสบการณ์ล็อกไม่ให้ดูตอนต่อไป อยากรู้ว่าใครเป็นฆาตกรจะแย่ การยกระดับสู่ oneD PREMIUM จะช่วยปลดล็อกประสบการณ์ที่เหนือกว่าในทุกมิติกับคอนเทนต์โปรดได้แบบยาวๆ ไม่มีสะดุด ดูได้ครบทุกตอน และไม่มีโฆษณาคั่น มาพร้อมความคมชัดระดับ Full HD ได้ทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นมือถือ, แท็บเล็ต, คอมพิวเตอร์ หรือ Smart TV ที่สำคัญดูพร้อมกันได้ 2 จอ แชร์ความฟินกับคนใกล้ชิดได้ในเวลาเดียวกัน

 

โลโก้ oneD PREMIUM และ AIS บนภาพประชาสัมพันธ์ความร่วมมือขยายฐานสมาชิกบริการสตรีมมิง 3

 

อัดฉีดไลน์อัปคอนเทนต์ใหม่ จัดเต็มกว่าเดิม 10 เท่า

 

ปี 2569 นี้ แอป oneD เตรียมเสิร์ฟคอนเทนต์ใหม่ทุกสัปดาห์ รวมถึงคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟ กว่า 40 คอนเทนต์ที่ดูได้เฉพาะบน oneD เท่านั้น ทั้งละคร ซีรีส์วัยรุ่น ซิตคอมสุดฮา วาไรตี้ยอดฮิต จากสตูดิโอชั้นนำอย่าง oneD ORIGINAL, one31, GMMTV, CHANGE2561, ATIME และ GingerX

 

รวมถึงเปิดตัว oneD SHORTS ละครแนวตั้งมาแรงที่ถูกจริตคนไทย โดยมีทั้งละครแนวตั้งไทยและจีน เพื่อให้ผู้ชมที่เป็นสมาชิก oneD PREMIUM ‘ปลดล็อกทุกตอน และไม่มีโฆษณาคั่น’

 

ตัวอย่าง Exclusive Contents ที่ดูได้ทางแอป oneD ที่เดียว

  • oneD ORIGINAL:  หงสาวดี, สกุณาซ่อนรัก, แดง ไบเล่ย์, คลึง, โกโบริ
  • one31 Exclusive: แรงเงา, วิมานอากาศ, สอดสร้อยมาลา
  • GingerX: เด็กใหม่ The Reset
  • Boy Love และ Girl Love: ม่อนเมิงมาง, อรุณรุ่ง, Flower Boy, Juliet & Juliet, Only Friends Dream On, รักครูเท่าโลกเลย, คุณแฟนบ้านนอก
  • oneD SHORTS (ละครแนวตั้ง): กุหลาบซ่อนพิษ, รักผิดล็อค, เล่ห์ร้ายสายโลหิต

 

 

โลโก้ oneD PREMIUM และ AIS บนภาพประชาสัมพันธ์ความร่วมมือขยายฐานสมาชิกบริการสตรีมมิง 4

 

ดีลสุดพิเศษเฉพาะลูกค้า AIS ดูฟรีเดือนแรก!

 

สิทธิพิเศษแบบเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้า AIS ทั้งลูกค้ามือถือและเน็ตบ้าน ได้รับชมคอนเทนต์มากขึ้น แต่ราคาพิเศษกว่าเดิม ดูฟรีเดือนแรก! เพียงสมัครก่อนวันที่ 31 พ.ค. 69 และเดือนถัดไปเพียงเดือนละ 49 บาท (จากราคาปกติ 149 บาทต่อเดือน) หรือเลือกรับชมแบบรายปี ในราคาเพียง 499 บาท

 

สมัครง่ายๆ แพ็กเกจรายเดือน กด *559# แล้วโทรออก สำหรับสมัครแพ็กเกจรายปี กด *559*1# แล้วโทรออก

 

โลโก้ oneD PREMIUM และ AIS บนภาพประชาสัมพันธ์ความร่วมมือขยายฐานสมาชิกบริการสตรีมมิง 5

 

สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ รักษาการ หัวหน้าหน่วยธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนท์ เอไอเอส กล่าวว่า ความร่วมมือนี้ยังช่วยเติมพอร์ตคอนเทนต์ของ AIS ให้แข็งแรงขึ้น ด้วยการเพิ่ม Local Content ครบ พร้อมเสริมไลบรารีคอนเทนต์ไทยให้แน่นยิ่งขึ้น 

 

“AIS PLAY ยังคงเดินหน้าเติมคอนเทนต์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบความบันเทิงที่ ‘สุดทุกความบันเทิง’ ให้ลูกค้า AIS ได้เลือกชมอย่างครบครันและคุ้มค่าในราคาที่ดีที่สุด ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การดูแบบสตรีมมิงอย่างแท้จริง พร้อมรับชมได้อย่างลื่นไหลและเต็มอรรถรสบนเครือข่ายที่ดีที่สุดของ AIS ทั้งมือถือและเน็ตบ้าน”

 

ระฟ้า ดำรงชัยธรรม ประธานเจ้าหน้าที่การตลาดกลุ่มบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) มองว่า “การผนึกกำลังกับ AIS ครั้งนี้ จะสามารถยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงไทย  ด้วยฐานผู้ชมผ่านโครงการดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดของ AIS พร้อมต่อยอดการทำงานร่วมกันด้านประสบการณ์ผู้ใช้และการสื่อสารให้ตรงกับพฤติกรรมผู้ชม โดยเฉพาะคนเมืองและกลุ่มแฟนด้อม สามารถดูย้อนหลัง Exclusive ได้ที่เดียว และยังมีคอนเทนต์ไทยอีกมากกว่า 4,000 ชั่วโมงที่ให้ผู้ชมได้เลือกชมทุกที่ ทุกเวลา ทางแอป oneD การผสานพลังกับโครงข่ายที่แข็งแกร่ง จะส่งผลให้การเติบโตของ MAU (Monthly Active Users) และจำนวนสมาชิก oneD PREMIUM เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ”  

 

อ้างอิง

The post oneD ขยายฐานสมาชิก ‘oneD PREMIUM’ ผนึก AIS สร้างปรากฏการณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น HYBE ร่วง 15% รับวันคัมแบ็ก BTS เจาะเบื้องหลังยอดคนดูหน้างานพลาดเป้า ขณะที่ยอดสตรีมมิงบน Netflix พุ่งสวนทาง https://thestandard.co/hybe-bts-stock-drop-netflix-surge/ Tue, 24 Mar 2026 01:14:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1190422 วง K-Pop BTS แสดงคอนเสิร์ตคัมแบ็กบนเวที

หุ้นของ HYBE ต้นสังกัดของซูเปอร์สตาร์ K-pop อย่าง BTS ร […]

The post หุ้น HYBE ร่วง 15% รับวันคัมแบ็ก BTS เจาะเบื้องหลังยอดคนดูหน้างานพลาดเป้า ขณะที่ยอดสตรีมมิงบน Netflix พุ่งสวนทาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
วง K-Pop BTS แสดงคอนเสิร์ตคัมแบ็กบนเวที

หุ้นของ HYBE ต้นสังกัดของซูเปอร์สตาร์ K-pop อย่าง BTS ร่วงลงอย่างหนักในช่วงต้นสัปดาห์ โดยปรับตัวลดลงมากถึง 15% ซึ่งถือเป็นการร่วงลงระหว่างวันครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2022 ทั้งนี้หุ้นของ HYBE เคยปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนก่อนหน้า จากความคาดหวังต่อทัวร์คัมแบ็กและอัลบั้มใหม่

 

 

ราคาหุ้นตกลงมาเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 2.94 แสนวอน ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 4 เดือนนับตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2025 สาเหตุหลักมาจากจำนวนผู้เข้าร่วมชมคอนเสิร์ตคัมแบ็กที่น้อยกว่าที่เจ้าหน้าที่คาดการณ์ไว้

 

คอนเสิร์ตคัมแบ็กและยอดผู้เข้าชมที่ผิดคาด

 

คอนเสิร์ตครั้งนี้ซึ่งได้รับการโปรโมตอย่างหนัก จัดขึ้นแบบไม่มีค่าใช้จ่ายที่จัตุรัส Gwanghwamun ในกรุงโซลเมื่อวันเสาร์ (21 มี.ค.) ที่ผ่านมา ถือเป็นการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของสมาชิกวงทั้ง 7 คน

 

ทั้ง Jin, Suga, J-Hope, RM, Jimin, V และ Jung Kook ได้กลับมาขึ้นเวทีพร้อมหน้าพร้อมตากันเป็นครั้งแรก หลังจากที่พวกเขาต้องพักวงไปตั้งแต่ปี 2022 เพื่อเข้ารับการเกณฑ์ทหารตามข้อบังคับของเกาหลีใต้

 

สื่อท้องถิ่นอย่าง Chosun Ilbo รายงานว่ามีแฟนคลับเข้าร่วมงานประมาณ 1.04 แสนคน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเคยประเมินตัวเลขผู้เข้าร่วมไว้สูงถึง 2.6 แสนคน ซึ่งหมายความว่าจำนวนคนดูจริงน้อยกว่าครึ่งของที่คาดไว้

 

ตัวเลขผู้เข้าชมที่ต่ำกว่าคาดอาจมีปัจจัยมาจากมาตรการควบคุมฝูงชนอย่างเข้มงวดของทางการ ซึ่งเป็นผลสะท้อนจากความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหตุการณ์ Itaewon

 

นอกจากนี้การถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตผ่าน Netflix ไปยังผู้ชมกว่า 190 ประเทศทั่วโลก รวมถึงเกาหลีใต้เอง ก็อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อจำนวนผู้เข้าร่วมชมในสถานที่จริง

 

สำหรับการแสดงสดความยาว 1 ชั่วโมง วงได้นำเสนอเพลงทั้งหมด 12 เพลง ซึ่งผสมผสานทั้งผลงานจากอัลบั้มใหม่อย่าง Arirang รวมถึงเพลงฮิตอย่าง Butter และ Dynamite

 

แม้ตัวเลขคนดูหน้างานจะไม่ตรงตามเป้า แต่งานนี้กลับดึงดูดผู้ชมบน Netflix ได้ดี โดยขึ้นสู่อันดับต้นๆ ของชาร์ตรายวันในหลายประเทศ รวมถึงเกาหลีใต้ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทาง Netflix เตรียมเปิดเผยตัวเลขยอดผู้ชมอย่างเป็นทางการในช่วงปลายสัปดาห์นี้

 

กระแสตอบรับเบื้องต้นสำหรับผลงานใหม่ถือว่าแข็งแกร่ง อัลบั้ม Arirang ขึ้นสู่อันดับต้นๆ บนชาร์ต Spotify อย่างรวดเร็วหลังจากเปิดตัว โดยหลายเพลงในอัลบั้มขึ้นอันดับหนึ่งทั้งบน Spotify และ iTunes ทางด้าน Big Hit Music ซึ่งเป็นค่ายเพลงในเครือ HYBE เปิดเผยว่าอัลบั้มใหม่ทำยอดขายได้ประมาณ 4 ล้านชุดตั้งแต่วันแรกของการวางจำหน่าย

 

พวกเขากำลังกลับมาสู่เวทีระดับโลกหลังจากพักวงไปเกือบ 4 ปี โดยเตรียมจัดทัวร์คอนเสิร์ตที่ใหญ่ที่สุดของวง ซึ่งตั๋วการแสดงทั้ง 82 รอบถูกจำหน่ายหมดแล้ว

 

ความท้าทายและเดิมพันครั้งสำคัญของค่ายเพลง

 

ความสำเร็จของการกลับมาในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่มีเดิมพันสูงมากสำหรับทั้งตัวศิลปินและค่ายเพลง เนื่องจากผลงานของวงจะเป็นตัวกำหนดทิศทางและอนาคตของ HYBE ในระยะยาว

 

แม้ว่า HYBE จะพยายามขยายธุรกิจในระดับโลกผ่านการเข้าซื้อกิจการค่ายเพลงต่างๆ ตั้งแต่ฝั่งฮอลลีวูดไปจนถึงละตินอเมริกา แต่ BTS ก็ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้หลักของบริษัท ในช่วงที่ศิลปินต้องหยุดพักงาน อัตราการเติบโตของกำไรก็อยู่ในภาวะซบเซา

 

ในขณะเดียวกัน ตลาดเพลง K-pop ในระดับโลกก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ทัวร์คอนเสิร์ตครั้งล่าสุดของวงจบลงเมื่อปี 2019

 

นั่นหมายความว่าพวกเขาจะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้นเพื่อแย่งชิงความสนใจจากกลุ่มแฟนคลับ โดยมีคู่แข่งทั้งศิลปินระดับแนวหน้าอย่าง Blackpink, Seventeen และ Stray Kids รวมถึง Kpop Demon Hunters วงจากจักรวาลภาพยนตร์ของ Netflix

 

ทั้งนี้ Netflix กำลังมีแผนจัดทัวร์คอนเสิร์ตระดับโลกให้กับวง Kpop Demon Hunters เพื่อต่อยอดความสำเร็จของภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาลของแพลตฟอร์ม โดยทัวร์ดังกล่าวอาจจัดขึ้นในช่วงปีหน้าเพื่อโปรโมตภาคต่อของภาพยนตร์ ตามรายงานของ Reuters และ Bloomberg

 

ภาพ : Kim Min-Hee – Pool/Getty Images

 

อ้างอิง:

 

 

 

The post หุ้น HYBE ร่วง 15% รับวันคัมแบ็ก BTS เจาะเบื้องหลังยอดคนดูหน้างานพลาดเป้า ขณะที่ยอดสตรีมมิงบน Netflix พุ่งสวนทาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรีเมียร์ลีก เตรียมเปิดตัวแอปสตรีมมิง ‘Premier League Plus’ เริ่มทดลองที่สิงคโปร์ https://thestandard.co/premier-league-plus-streaming-singapore/ Fri, 27 Feb 2026 01:51:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1182215 ลูกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก วางอยู่บนสนามหญ้าในระหว่างการแข่งขัน

Premier League เตรียมเปิดตัวบริการสตรีมมิงของตัวเองภายใ […]

The post พรีเมียร์ลีก เตรียมเปิดตัวแอปสตรีมมิง ‘Premier League Plus’ เริ่มทดลองที่สิงคโปร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลูกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก วางอยู่บนสนามหญ้าในระหว่างการแข่งขัน

Premier League เตรียมเปิดตัวบริการสตรีมมิงของตัวเองภายใต้ชื่อ Premier League Plus ก่อนฤดูกาลหน้า โดยแฟนบอลในสิงคโปร์จะสามารถรับชมการแข่งขันสดครบทั้ง 380 นัดตลอดฤดูกาลได้โดยตรงผ่านแอป นับเป็นครั้งแรกที่ลีกขายลิขสิทธิ์แบบส่งตรงถึงผู้บริโภค (direct-to-consumer)

 

ริชาร์ด มาสเตอร์ส ซีอีโอพรีเมียร์ลีก ระบุว่านี่คือ ก้าวแห่งการเรียนรู้ เพื่อทดลองโมเดลธุรกิจใหม่ แม้จะยังเป็นเพียงตลาดเดียว แต่ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ลีกสูงสุดของอังกฤษเริ่มควบคุมรายได้และฐานลูกค้าด้วยตัวเอง โดยจะร่วมมือกับผู้ถือสิทธิ์เดิมในสิงคโปร์อย่าง StarHub และให้บริการแบบ 24 ชั่วโมง (และตอนนี้พรีเมียร์ลีกยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเรื่องค่าบริการและแพ็กเกจสมาชิกอย่างเป็นทางการ)

 

สำหรับแนวคิด ‘Premflix’ ถูกพูดถึงมาหลายปี โดยเจ้าของสโมสรบางรายเคยเสนอให้ขายสิทธิ์ทั่วโลกผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิงรายใหญ่ แต่อย่างไรก็ตาม พรีเมียร์ลีกเลือกใช้แนวทางทดลองตลาดก่อน ขณะที่รายได้ลิขสิทธิ์ต่างประเทศในรอบสัญญา 3 ปีล่าสุดเติบโตขึ้น 27%

 

ขณะเดียวกัน ในเวทีเดียวกันยังมีการถกเถียงเรื่องการกระจายรายได้ระหว่างพรีเมียร์ลีกกับลีกฟุตบอลอังกฤษ (EFL) โดยเฉพาะประเด็น ‘parachute payments’ หรือเงินช่วยเหลือทีมตกชั้น ซึ่งยังเป็นหัวข้อที่ต้องหารือในรายงาน State of the Game ที่กำลังจะจัดทำ โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันต้องการโครงสร้างฟุตบอลที่แข็งแรง แต่ยังต้องหาทางออกร่วมกันในระยะยาว

The post พรีเมียร์ลีก เตรียมเปิดตัวแอปสตรีมมิง ‘Premier League Plus’ เริ่มทดลองที่สิงคโปร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Leonardo DiCaprio แสดงความกังวลต่ออนาคตของวัฒนธรรมการดูหนังในโรงภาพยนตร์ https://thestandard.co/leonardo-dicaprio-movie-theater-future/ Sat, 07 Feb 2026 13:16:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1175299 ภาพ Leonardo DiCaprio นักแสดงชื่อดัง แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับอนาคตของโรงภาพยนตร์

อนาคตของวัฒนธรรมการดูหนังในโรงภาพยนตร์กลายเป็นสิ่งไม่แน […]

The post Leonardo DiCaprio แสดงความกังวลต่ออนาคตของวัฒนธรรมการดูหนังในโรงภาพยนตร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ Leonardo DiCaprio นักแสดงชื่อดัง แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับอนาคตของโรงภาพยนตร์

อนาคตของวัฒนธรรมการดูหนังในโรงภาพยนตร์กลายเป็นสิ่งไม่แน่นอน เมื่อปัจจุบันผู้คนหันไปให้ความสนใจกับคลิปไวรัลในอินเทอร์เน็ตและใช้แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่ง Leonardo DiCaprio ผู้เป็นนักแสดงชั้นนำแห่งวงการฮอลลีวูดก็มีความกังวลต่อเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

 

Leonardo DiCaprio ให้สัมภาษณ์ผ่าน The Times of London ถึงประเด็นที่ว่า “ผู้คนยังอยากรับชมภาพยนตร์ในโรงหนังกันอยู่ไหม?” โดยสำหรับเขาแล้ว สถานการณ์ดังกล่าวกำลังอยู่ในขั้นวิกฤต เพราะการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของกระแส แต่เป็นวิถีการเสพศิลปะของผู้คนที่เกิดการเปลี่ยนแปลงจากโครงสร้างเชิงลึก

 

“เรากำลังมองดูการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ เริ่มแรก สารคดีหายไปจากโรงหนังแล้ว ตอนนี้ภาพยนตร์แนวดราม่าโดนจำกัดเวลาฉายและผู้ชมก็รอดูมันในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแทน”

 

Leonardo DiCaprio มองชะตากรรมของวัฒนธรรมการดูหนังที่โรงภาพยนตร์ในอนาคตว่ามันอาจจะกลายเป็นสิ่งเฉพาะกลุ่มเหมือนกับบาร์แจ๊ส ซึ่งการเปรียบเทียบนี้หมายถึงในอนาคตอันใกล้การไปดูหนังอาจจะไม่ใช่กิจกรรมในตลาดกระแสหลักอีกต่อไป และคนที่ชอบดูหนังในโรงภาพยนตร์ก็อาจกลายเป็นคนชนกลุ่มน้อยในสังคม เป็นผู้เชี่ยวชาญ หรือเป็นคนชอบเสพหนังจริงๆ ที่หายาก เหมือนกับบาร์แจ๊สที่เคยเป็นเพลงกระแสหลักในรายการวิทยุก่อนที่มันจะกลายเป็นประสบการณ์พิเศษเฉพาะทางที่หาได้ในคลับแจ๊ส

 

อย่างไรก็ตาม Leonardo DiCaprio ยังคงมีความหวังให้เหล่านักสร้างภาพยนตร์ได้ทำผลงานเพื่อฉายในจอใหญ่ต่อไปเรื่อยๆ “ผมแค่หวังว่าจะยังมีนักสร้างหนังผู้มีวิสัยทัศน์อย่างแท้จริงจำนวนมากพอ ที่มีโอกาสในการทำสิ่งที่ไม่เหมือนใครเพื่อฉายในโรงภาพยนตร์ต่อไปในอนาคต”

 

ภาพ: Lexie Moreland/WWD via Getty Images

 

อ้างอิง https://hypebeast.com/2026/1/leonardo-dicaprio-on-uncertain-future-of-movie-theater-cutlure

The post Leonardo DiCaprio แสดงความกังวลต่ออนาคตของวัฒนธรรมการดูหนังในโรงภาพยนตร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยอดสตรีมเพลงของ Bad Bunny เพิ่มขึ้น 117% หลังคว้ารางวัล Grammy Awards 2026 https://thestandard.co/bad-bunny-grammy-streaming-increase/ Thu, 05 Feb 2026 09:38:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1174222 Bad Bunny ถือรางวัล Grammy Awards 2026 สาขาอัลบั้มแห่งปี

Bad Bunny ตอกย้ำความเป็นพระเอกของงาน Grammy Awards 2026 […]

The post ยอดสตรีมเพลงของ Bad Bunny เพิ่มขึ้น 117% หลังคว้ารางวัล Grammy Awards 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bad Bunny ถือรางวัล Grammy Awards 2026 สาขาอัลบั้มแห่งปี

Bad Bunny ตอกย้ำความเป็นพระเอกของงาน Grammy Awards 2026 อีกครั้ง เพราะนอกจากอัลบั้ม Debí Tirar Más Fotos จะสามารถคว้ารางวัลอัลบั้มแห่งปีแล้ว ชาร์ตเพลงอย่าง Billboard ก็เพิ่งรายงานว่ายอดสตรีมเพลงของเขาพุ่งทะยานขึ้นอย่างมหาศาลจากการชนะรางวัลครั้งนี้ด้วย

 

ผลงานเพลงทั้งหมดของเขาทำยอดสตรีมออนดีมานด์ไปทั้งหมด 36 ล้านครั้ง (เพิ่มขึ้น 117%) มียอดขายดิจิทัลซิงเกิลอีก 3,000 ก๊อปปี้ (เพิ่มขึ้น 591%) ซึ่งในจำนวนเหล่านี้มียอดสตรีม 16 ล้านครั้ง กับยอดขายอีก 2,000 ก๊อปปี้ จากอัลบั้ม Debí Tirar Más Fotos ที่คิดเป็นจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 240% และ 903% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับวันจันทร์ของสัปดาห์ก่อนหน้า

 

เพลงที่ทำสถิติโดดเด่นที่สุดก็คือเพลง DtMF ที่พิธีกร Trevor Noah นำมาร้องกับเขาในช่วงพูดคุยกับแขกในงาน โดยเพลงดังกล่าวทำยอดสตรีมจาก 733,000 ครั้ง เป็น 2.7 ล้านครั้ง (เพิ่มขึ้น 273%) ในขณะเดียวกันก็มีการคาดการณ์ว่ากระแสของเขาจะยังคงติดลมบนไปจนถึงช่วงอาทิตย์หน้า เพราะเขากำลังแสดงโชว์พักครึ่งบนเวทีของ Super Bowl Halftime Show อีกด้วย

 

ผลงานเพลงของศิลปินคนอื่นๆ ที่ได้รางวัลหรือเป็นการแสดงโชว์บนเวทีก็มียอดสตรีมเพลงเพิ่มขึ้นเช่นกัน เช่น Olivia Dean ศิลปินหญิงเจ้าของรางวัล Best New Artist มียอดสตรีมเพลงทั้งหมดเพิ่มขึ้น 14.9 ล้านครั้ง (เพิ่มขึ้น 65%) โดยเฉพาะกับอัลบั้ม The Art of Loving ส่วนเพลง Man I Need เพิ่มขึ้น 67% และมีโอกาสลุ้นขึ้นอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 ในสัปดาห์หน้า

 

ส่วนอัลบั้ม GNX ของ Kendrick Lamar มียอดสตรีมพุ่งแรงถึง 1,583% ขณะที่ Lola Young เจ้าของเพลง Messy ก็มียอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้น 1,578% ส่วนเพลง WILDFLOWER ของ Billie Eilish ที่คว้ารางวัล Song of the Year ก็มียอดสตรีมเพิ่มขึ้น 127%

 

การแสดงเพลงสุดฮือฮาของ Justin Bieber กับเพลง YUKON ก็มียอดสตรีมเพิ่มขึ้น 227% และโชว์เพลง Manchild ในธีมสนามบินก็ทำยอดสตรีมเพิ่มขึ้น 65% และปิดท้ายด้วยโชว์สุดทรงพลังของ Lady Gaga กับเพลง Abracadabra ก็ทำยอดสตรีมเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวด้วยจำนวน 97%

 

ภาพ: Matt Winkelmeyer/Getty Images for The Recording Academy

 

อ้างอิง:

The post ยอดสตรีมเพลงของ Bad Bunny เพิ่มขึ้น 117% หลังคว้ารางวัล Grammy Awards 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Jimin วง BTS เป็นศิลปินเคป๊อปคนแรกที่มียอดสตรีมเพลงเดี่ยวบน Spotify ทะลุ 6.5 พันล้านครั้ง https://thestandard.co/jimin-bts-spotify-solo-streams-record/ Tue, 27 Jan 2026 01:24:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1169836 ภาพ จีมิน (Jimin) วง BTS ศิลปินเคป๊อปผู้สร้างสถิติยอดสตรีมเพลงเดี่ยวบน Spotify ทะลุ 6.5 พันล้านครั้ง

Jimin วง BTS สร้างสถิติใหม่ กลายเป็นศิลปินเดี่ยวของเคป๊ […]

The post Jimin วง BTS เป็นศิลปินเคป๊อปคนแรกที่มียอดสตรีมเพลงเดี่ยวบน Spotify ทะลุ 6.5 พันล้านครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ จีมิน (Jimin) วง BTS ศิลปินเคป๊อปผู้สร้างสถิติยอดสตรีมเพลงเดี่ยวบน Spotify ทะลุ 6.5 พันล้านครั้ง

Jimin วง BTS สร้างสถิติใหม่ กลายเป็นศิลปินเดี่ยวของเคป๊อปที่มียอดสตรีมสูงสุดบน Spotify หลังจากที่ผลงานเพลงโซโล่ของเขาทั้งหมดมียอดสตรีมทะลุเกิน 6.5 พันล้านครั้ง โดยไม่ได้มีการนับยอดของเพลงที่เขาไปร่วมคอลแลบต่างๆ

 

ยอดสตรีมมิ่งบนแพลตฟอร์มฟังเพลง Spotify กว่า 6.5 พันล้านครั้งนี้ของ Jimin มีทั้งหมดเพียง 22 เพลงเท่านั้น ซึ่งถ้ารวมกับเพลงที่ได้ไปฟีเจอริงกับศิลปินคนอื่นก็จะมีทั้งหมด 34 เพลง และมียอดสตรีมมิ่งรวมกันทั้งหมด 7.945 พันล้านครั้งแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นมากกว่า 80% ของยอดสตรีมนี้ก็มาจากผลงานเพลงเดี่ยวของเขาอยู่ดี

 

ผลงานโซโล่ของ Jimin ที่มียอดสตรีมบน Spotify สูงสุดก็คือเพลง Who ไตเติลแทร็กจากอัลบั้ม MUSE ที่มียอดสตรีม 2.25798 พันล้านครั้งในวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา โดยเพลงนี้ติดชาร์ต Billboard Hot 100 ถึง 33 สัปดาห์ ตามมาด้วยเพลง Like Crazy จากอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกอย่าง FACE ที่ขณะนี้มียอดสตรีมทะลุ 1.41979 พันล้านครั้งไปแล้ว ซึ่งเพลงดังกล่าวนี้ยังเคยส่งให้ Jimin กลายเป็นศิลปินเดี่ยวจากเกาหลีคนแรกที่มีผลงานท็อปชาร์ต Billboard Hot 100 อีกด้วย

 

ภาพ: Marc Piasecki/WireImage

 

อ้างอิง https://www.allkpop.com/article/2026/01/btss-jimin-surpasses-65-billion-spotify-streams-with-solo-songs-only-setting-new-k-pop-record

The post Jimin วง BTS เป็นศิลปินเคป๊อปคนแรกที่มียอดสตรีมเพลงเดี่ยวบน Spotify ทะลุ 6.5 พันล้านครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลิกจ่ายแพง! 9 เทคนิคประหยัดค่าสตรีมมิ่งให้อยู่หมัด https://thestandard.co/9-tips-save-streaming-costs/ Sat, 20 Dec 2025 12:54:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1156552 เลิกจ่ายแพง 9 เทคนิคประหยัดค่าสตรีมมิ่งให้อยู่หมัด

เคยเป็นไหม? เรื่องนั้นก็กำลังฮิต เรื่องนี้เพื่อนก็ป้ายย […]

The post เลิกจ่ายแพง! 9 เทคนิคประหยัดค่าสตรีมมิ่งให้อยู่หมัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลิกจ่ายแพง 9 เทคนิคประหยัดค่าสตรีมมิ่งให้อยู่หมัด

เคยเป็นไหม? เรื่องนั้นก็กำลังฮิต เรื่องนี้เพื่อนก็ป้ายยา ซีรีส์เกาหลีเข้าใหม่ อนิเมะเรื่องดังก็มา พอรู้ตัวอีกทีเราก็กดสมัครแอปดูหนังไปแล้ว 3-4 เจ้าพร้อมกัน

 

แต่ความน่ากลัวอยู่ที่ตอนสิ้นเดือน พอเห็นเงินคงเหลือในบัญชีแล้วถึงกับช็อก เพราะ ‘เงินหายไปไหนหมด?’ คำตอบก็คือ มันละลายไปกับค่าสมาชิกรายเดือนที่เราจ่ายทิ้งไว้โดยไม่รู้ตัวนั่นเอง

 

เพื่อให้เรายังมีความสุขกับความบันเทิงได้โดยไม่ต้องกุมขมับเรื่องค่าใช้จ่าย ลองนำ 9 วิธีบริหารจัดการค่าสตรีมมิ่งเหล่านี้ไปปรับใช้ดู รับรองว่าช่วยเซฟเงินได้จริง

 

1. สลับหมุนเวียนบริการสตรีมมิ่ง

 

อย่าสมัครทุกแอปพร้อมกัน นี่คือเทคนิคที่ประหยัดเงินได้มากที่สุด แทนที่จะสมัครทุกแอปพร้อมกัน ให้ใช้วิธี ‘ดูทีละเจ้า’ เลือกสมัครเฉพาะแอปที่มีคอนเทนต์ที่เราอยากดูที่สุดในตอนนั้น

 

เมื่อดูจบครบแล้วให้ยกเลิกหรือพักการเป็นสมาชิกไว้ก่อน แล้วค่อยย้ายไปสมัครแอปอื่นที่มีเรื่องใหม่รออยู่ การทำแบบนี้จะทำให้เสียเงินแค่เดือนละแอปเดียว แทนที่จะต้องจ่ายพร้อมกันหลายแอป

 

เคล็ดลับ: ตั้งการแจ้งเตือนในปฏิทินเพื่อยกเลิกก่อนวันเรียกเก็บเงินรอบถัดไป

 

2. เลือกแผนแบบกลุ่มหรือครอบครัว

 

การเป็น Lone Wolf หรือฉายเดี่ยว มักจะแพงเสมอในโลกสตรีมมิ่ง หากมีสมาชิกในบ้านหรือกลุ่มเพื่อนที่ไว้ใจได้ การหารค่าสมาชิกคือทางออกที่คุ้มค่าที่สุด

 

แผน Family ของหลายๆ ค่ายเมื่อนำมาหารเฉลี่ยรายหัวแล้ว มักจะมีราคาถูกกว่าการสมัครแยกคนเดียวเกินครึ่ง

 

ดังนั้นลองสำรวจดูว่าคนรอบข้างใช้แอปไหนอยู่บ้าง แล้วรวมกลุ่มกันเพื่อแชร์ค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ตรวจสอบเงื่อนไขของแอปให้ดี บางแอปเคร่งครัดเรื่องที่อยู่ (ต้องอยู่บ้านเดียวกัน) บางแอปยืดหยุ่นกว่า ควรทำให้ถูกต้องตามกฎเพื่อป้องกันบัญชีถูกระงับ

 

Apple Music (เฉพาะเพลง)

 

แบบเดี่ยว (Individual): ราคา 139 บาท/เดือน

 

แบบครอบครัว (Family) – ได้สูงสุด 6 คน: ราคา 219 บาท/เดือน

 

ตกคนละ: ประมาณ 37 บาท

 

ประหยัดกว่าแบบเดี่ยว: 102 บาทต่อคน/เดือน

 

3. สมัครรายปีแทนรายเดือน

 

ถ้ามีแอปไหนที่มั่นใจแล้วว่าเป็น ‘แอปสามัญประจำบ้าน’ ที่ต้องเปิดดูแทบทุกวัน หรือมีรายการที่ต้องติดตามยาวๆ ตลอดทั้งปี

 

การยอมจ่ายเงินก้อนเพื่อสมัครแผนรายปีมักจะมาพร้อมส่วนลดที่คำนวณออกมาแล้วประหยัดกว่าการจ่ายทีละเดือนไปเรื่อยๆ อาจจะประหยัดลงไปประมาณ 15-20% เลย

 

WeTV VIP

 

แบบรายเดือน

 

ราคา: 129 บาท/เดือน รวม 1 ปี จ่ายประมาณ: 1,548 บาท

 

แบบรายปี – คุ้มกว่ามาก

 

ราคาปกติในแอป: ประมาณ 1200 บาท/ปี (เหมือนดูฟรี 5 เดือน)

 

ราคาโปรโมชั่น (ผ่านค่ายมือถือ AIS/True/Dtac): มักจะอยู่ที่ 599 บาท/ปี (เหมือนดูฟรี 7 เดือน)

 

4. ใช้ประโยชน์จากการทดลองใช้ฟรี

 

อย่ามองข้ามปุ่ม Free Trial หรือทดลองใช้ฟรี แพลตฟอร์มส่วนใหญ่มักเปิดโอกาสให้เราเข้าไปลองใช้งานก่อน 7 วัน หรือ 1 เดือน ช่วงเวลานี้เหมาะมากที่เราจะเข้าไปสำรวจว่ามีหนังที่ชอบไหม หรือใช้ดูเรื่องสั้นๆ ให้จบ

 

แต่กฎเหล็กคือ ทันทีที่กดสมัครทดลองใช้ ให้ตั้งนาฬิกาปลุกหรือแจ้งเตือนในปฏิทิน ไว้ก่อนวันหมดเขต 1 วัน เพื่อกดยกเลิกได้ทันท่วงทีหากเรารู้สึกว่าแอปนี้ยังไม่ตอบโจทย์

 

เหมาะสำหรับลูกค้าใหม่หรือลูกค้าที่กลับมาใช้บริการอีกครั้ง (ใครมีหลายอีเมล ลองเปลี่ยนอีเมลที่ใช้ล็อกอินก็จะได้สิทธิลองฟรีหลายครั้งนะ)

 

5. ดาวน์เกรดแพ็กเกจให้เหมาะกับการใช้งาน

 

ลองถามตัวเองดูว่า เราจำเป็นต้องดูความคมชัดระดับ 4K บนหน้าจอมือถือเล็กๆ หรือไม่ หรือเราดูคนเดียวแต่กลับสมัครแพ็กเกจที่ดูพร้อมกันได้ 4 จอหรือเปล่า?

 

การลดระดับแพ็กเกจลงมาเป็นระดับมาตรฐาน หรือแพ็กเกจสำหรับมือถือ จะช่วยลดรายจ่ายส่วนเกินที่ไม่จำเป็นออกไปได้ทันที ถ้าส่วนใหญ่แล้วเราดูคนเดียวบนโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต

 

Netflix (ประเทศไทย)

 

1. แพ็กเกจ Mobile – 99 บาท/เดือน

 

ความคมชัด 480p-High ดูได้ทีละ 1 จอ และ ไม่สามารถ ดูบนทีวีหรือคอมพิวเตอร์ได้ (Cast ขึ้นจอไม่ได้)

 

2. แพ็กเกจ Basic – 169 บาท/เดือน

 

ความคมชัด 720p ดูได้ทุกอุปกรณ์ ทั้งมือถือ ทีวี และคอมพิวเตอร์ ดูได้ทีละ 1 จอเท่านั้น

 

3. แพ็กเกจ Standard – 349 บาท/เดือน

 

ความคมชัด 1080p ภาพคมชัดมาตรฐาน ดูได้พร้อมกัน 2 จอ

 

4. แพ็กเกจ Premium – 419 บาท/เดือน

 

ความคมชัด 4K HDR (Ultra HD) ดูได้พร้อมกัน 4 จอ

 

6. สมัครสตรีมมิ่งผ่านผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต

 

ลองเช็กโปรโมชั่นกับค่ายมือถือหรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านของเรา บ่อยครั้งที่แพ็กเกจรายเดือนที่เราใช้อยู่ อาจจะมีสิทธิ์ดูแอปสตรีมมิ่งฟรีแถมมาให้ หรือมีส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าเก่า การใช้สิทธิ์ตรงนี้ช่วยให้เราไม่ต้องควักเงินจ่ายค่าสมาชิกเต็มจำนวน

 

iQIYI

 

สมัครเองโดยตรง (ผ่านแอป/เว็บ)

 

Premium VIP (4 จอ / 4K) รายเดือน: 199 บาท / รายปี: 2,000 บาท

 

สมัครผ่านค่ายมือถือ (AIS / True / Dtac) – คุ้มกว่า

 

Premium ราคาโปรโมชั่นมักอยู่ที่ 119 บาท/เดือน และ 1,200 บาท/ปี

 

7. พิจารณาแผนที่มีโฆษณาคั่น

 

แอปสตรีมมิ่งบางเจ้ามีตัวเลือกแผนที่ราคาถูกลงหรือฟรี แต่จะมีโฆษณาคั่น หากเราไม่ได้กังวลเรื่องโฆษณา นี่เป็นวิธีที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มาก

 

8. คอยเฝ้าโปรโมชั่นและดีลพิเศษ

 

แอปสตรีมมิ่งก็เหมือนสินค้าทั่วไปที่มีช่วงลดราคา โดยเฉพาะช่วงเทศกาลอย่าง 12.12, Payday

 

หรือแม้แต่ข้อเสนอพิเศษทางอีเมลเพื่อดึงลูกค้าเก่ากลับไปใช้บริการ การรอจังหวะดีๆ เหล่านี้จะทำให้เราได้ราคาที่ถูกลงกว่าปกติมาก

 

Spotify

 

โปรโมชั่น Premium Individual 3 เดือน 149 บาท จากปกติเดือนละ 149 บาท (หารเฉลี่ยตกเดือนละ 49 บาท) หมดเขต 31 ธันวาคม 2025

 

9. หมั่นตรวจสอบและยกเลิกบริการที่ไม่ได้ใช้

 

ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุด คือการตรวจสอบสมาชิกรายเดือนตัวเองเป็นประจำ เพื่อดูว่าเราจ่ายเงินไปกับแอปไหนบ้าง

 

หากพบว่าแอปไหนที่ไม่ได้กดเข้าไปดูเลยตลอด 1-2 เดือนที่ผ่านมา นั่นคือสัญญาณเตือนว่ามัน ‘ไม่คุ้ม’ อีกต่อไป ให้รีบกดยกเลิกทันที

 

จำไว้ว่าเราสามารถกลับมาสมัครใหม่ได้เสมอเมื่อมีหนังที่อยากดู อย่าปล่อยให้มันตัดเงินเราเล่นๆ ไปเรื่อยๆ

 

สุดท้ายแล้ว ‘ความบันเทิง’ ไม่ควรเป็นภาระ การประหยัดค่าสมาชิกไม่ได้แปลว่าเราต้องอดดูสิ่งที่ชอบ แต่แปลว่าเรารู้จักเลือก ‘จ่าย’ ให้กับสิ่งที่ ‘ใช่’ ในเวลาที่เหมาะสม เพราะอิสระทางการเงินที่แท้จริง เริ่มต้นจากการอุดรอยรั่วเล็กๆ เหล่านี้… เพื่อให้เงินทุกบาทที่ประหยัดได้ กลายเป็นตั๋วพาเราไปหาความสุขที่ใหญ่กว่าเดิม

 

หมายเหตุ: ราคาและโปรโมชั่นแต่ละสตรีมมิ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลง

 

ภาพ: Catherine Falls Commercial

อ้างอิง:

 

The post เลิกจ่ายแพง! 9 เทคนิคประหยัดค่าสตรีมมิ่งให้อยู่หมัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปไลน์อัป WeTV Always More 2026 พร้อมเปิดตัว Ding Yuxi ในฐานะ Global Ambassador https://thestandard.co/wetv-always-more-2026/ Thu, 06 Nov 2025 12:11:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1140452 สรุปไลน์อัป WeTV Always More 2026 พร้อมเปิดตัว Ding Yuxi ในฐานะ Global Ambassador

WeTV แพลตฟอร์มสตรีมมิงชื่อดังจากประเทศจีน ประกาศเปิดตัว […]

The post สรุปไลน์อัป WeTV Always More 2026 พร้อมเปิดตัว Ding Yuxi ในฐานะ Global Ambassador appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปไลน์อัป WeTV Always More 2026 พร้อมเปิดตัว Ding Yuxi ในฐานะ Global Ambassador

WeTV แพลตฟอร์มสตรีมมิงชื่อดังจากประเทศจีน ประกาศเปิดตัว Ding Yuxi (ติงอวี่ซี) ขึ้นแท่น Global Ambassador ในงานใหญ่ส่งท้ายปี WeTV Always More 2026 พร้อมประกาศไลน์อัปคอนเทนต์ทั้งฝั่งไทยและจีน งานนี้ซีรีส์ Boy’s และ Girl’s Love ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง

 

งานแถลงข่าวในครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ณ ยูเนียนฮอลล์ 1 ศูนย์การค้ายูเนียนมอลล์ พร้อมยกทัพเหล่าศิลปินดาราร่วมเดินพรมส้ม ก่อนเข้าสู่การอัปเดตคอนเทนต์ซีรีส์ที่น่าจับตามองตลอดปี 2026 นี้

 

ภายในงานประกาศไลน์อัป ติงอวี่ซี นักแสดงผู้เป็นโกลบอลแอมบาสเดอร์ของสตรีมมิ่งยังเผยความรู้สึกในการร่วมงานกับ WeTV ว่า เขารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งและหวังว่าจะได้เป็นสะพานเชื่อมให้แฟนๆ ในจีนและแฟนๆ ทั่วโลกได้รู้จักและเข้าใจกันมากขึ้นผ่านคอนเทนต์ที่หลากหลายบน WeTV ทั้งยังฝากให้รอติดตามผลงานใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น ภูผาอิงนที (Fight For Love) ที่กำลังออกอากาศอยู่และ Escape to Your Heart ที่จะออกอากาศบน WeTV ในอนาคต

 

สรุปไลน์อัป WeTV Always More 2026 พร้อมเปิดตัว Ding Yuxi ในฐานะ Global Ambassador 1

ติงอวี่ซี / WeTV

 

จากนั้นถึงเวลากับ 12 ไลน์อัปคอนเทนต์ จาก WeTV Always More 2026 ประเดิมด้วย WeTV Exclusive ที่จะเริ่มกันตั้งแต่ปลายปี 2025 รักไร้ขอบเขต LOVE (X) รายการ Dating Reality Show เฟ้นหาคนโสดทั้ง 12 คน มาใช้ชีวิตร่วมกัน ตามหาความรักแบบไร้ขอบเขต โดยมี 4 LOVE (X)PERT คริส หอวัง, รัศมีแข, ธามไท และเจนเย่ เมธิกา มาเป็น ผู้สังเกตการณ์ความรักประจำรายการ

 

ต่อกันที่ฝั่งซีรีส์ ประเดิมด้วย Girl’s Love อย่าง Love For Hire รับจ้าง(เลิก)รัก นำแสดงโดย เอนจอย ธิดารัตน์ และ จูน ณัณณิริณ กับบทบาทที่ต่างออกไปจากเดิม ด้วยเนื้อเรื่องเล่าถึงผู้หญิงที่มีอาชีพรับจ้างให้คนเลิกรัก แต่สุดท้ายดันแพ้หัวใจตัวเอง ก่อนส่งไม้ต่อให้กับ Frozen Valentine ปิ๊งรักคุณพี่เย็นชา ซีรีส์ที่สร้างจากนิยายยูริชื่อเดียวกัน นำแสดงโดย นัตตี้ นัทธมณ และ ญี่ปุ่น ภูริชญา

 

สรุปไลน์อัป WeTV Always More 2026 พร้อมเปิดตัว Ding Yuxi ในฐานะ Global Ambassador 2

รักไร้ขอบเขต LOVE (X) / WeTV

 

สรุปไลน์อัป WeTV Always More 2026 พร้อมเปิดตัว Ding Yuxi ในฐานะ Global Ambassador 3

Love For Hire รับจ้าง(เลิก)รัก / WeTV

 

มาถึงซีรีส์ฝั่ง Boy’s Love ที่ยังคงอัดแน่นจากหลากหลายค่าย หลากหลายรสชาติ ไม่ว่าจะเป็น Be My Player Two ซอโซ่ล่ามธีร์ ซีรีส์แนว E-Sport ที่สร้างมาจากนิยายดัง และได้รับความร่วมมือจากเกมฮิตอย่าง RoV ทั้งยังเป็นการกลับมาแสดงร่วมกันอีกครั้งของ แม็กกี้ รชต และ บาส หัสณัฐ

 

มาต่อกันที่ Police in Love ที่รักสารวัตรเธียร์ ซีรีส์แนวโรแมนติกคอมเมดี้ นำแสดงโดย หยิ่น อานันท์ และวอร์ วนรัตน์ กับบทบาทตำรวจหนุ่ม 2 คน ที่ต้องแต่งงานเพื่อแก้เคล็ด ก่อนไปต่อกับอีกหนึ่งซีรีส์เกี่ยวกับความรักระหว่างตำรวจกับหนุ่มบาร์โฮสผ่านฉากหลังย่านสีลม Love of Silom รักแห่งสีลม ที่เป็นการกลับมาร่วมงานกันของ อัพ ภูมิพัฒน์ และ ภูมิ ภูริพันธ์ อีกด้วย

 

ปิดท้ายด้วย Magic Lover Series พ่อมดลุ้นรัก ซีรีส์แฟนตาซีที่มาพร้อม 3 คู่นักแสดงสุดฮ็อต เก่ง หฤษฎ์, น้ำปิง นภัสกร, โทมัส ธีร์ทัศน์, ก้อง ก้องภพ, จิมมี่ กานต์ และโอม ธนกฤต การันตีความสนุกด้วยยอดรับชม Pilot ทะลุ 4 ล้านวิว

 

สรุปไลน์อัป WeTV Always More 2026 พร้อมเปิดตัว Ding Yuxi ในฐานะ Global Ambassador 4
Be My Player Two ซอโซ่ล่ามธีร์ / WeTV

 

สรุปไลน์อัป WeTV Always More 2026 พร้อมเปิดตัว Ding Yuxi ในฐานะ Global Ambassador 5

Magic Lover Series พ่อมดลุ้นรัก / WeTV

 

นอกจากนี้ฝั่งซีรีส์ Boy’s Love ยังมีอีกหลายเรื่องให้รับชม ไม่ว่าจะเป็น My Romance Scammer รักจริงหลังแต่ง นำแสดงโดย โอม ฐิติวัฒน์, ปูน มิตรภักดี จูเนียร์ ปณชัย และ มาร์ค จิรันธนิน หรือซีรีส์เรื่องที่ 3 ของ ฟอร์ด ฐิติพงศ์ และ พีท วสุธร อย่าง Yesterday รอยรักวันวาน

 

ในส่วนของซีรีส์ภาคต่ออย่าง Fourever You เพราะรักนำทาง Part 2 ก็จะกลับมาเช่นกัน ทั้งยังมีซีรีส์ที่เป็นผลงานต่อเนื่องจากทีมผู้สร้าง Top Form the Series อย่าง Akina รวมถึง Never Forget Your Enemy ซีรีส์ WeTV ORIGINAL สัญชาติเกาหลีเรื่องแรก ซึ่งจะมีการประกาศรายชื่อนักแสดงในเร็วๆ นี้

 

เท่านั้นยังไม่พอ WeTV ยังคงนำเสนอคอนเทนต์หลากหลายทั้งจีน ไทย รวมถึงเกาหลี และญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ อนิเมะ และรายการวาไรตี้ต่างๆ พร้อมเตรียมเติมคลังซีรีส์จีนเกรด S+ ผลงานจากนักแสดงแถวหน้าของประเทศจีน อาทิ ไป๋ลู่, ตี๋ลี่เร่อปา, ติงอวี่ซี, เมิ่งจื่ออี้, ซ่งเวยหลง, โจวอี้หราน และจางหลิงเฮ่อ พร้อมเดินหน้าสู่ปี 2026 อย่างยิ่งใหญ่ต่อไป

 

สรุปไลน์อัป WeTV Always More 2026 พร้อมเปิดตัว Ding Yuxi ในฐานะ Global Ambassador 6

WeTV Always More 2026

 

ภาพ: WeTV

The post สรุปไลน์อัป WeTV Always More 2026 พร้อมเปิดตัว Ding Yuxi ในฐานะ Global Ambassador appeared first on THE STANDARD.

]]>
Disney+ ขึ้นราคาค่าสมาชิกอีกรอบ หลังธุรกิจสตรีมมิงเริ่มทำกำไรได้ https://thestandard.co/disney-plus-subscription-price-increase/ Wed, 24 Sep 2025 07:46:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1122249 โลโก้ Disney+ พร้อมข้อความแจ้งปรับขึ้นราคาสมาชิก

Disney ประกาศปรับขึ้นราคาค่าสมาชิกของแพลตฟอร์มสตรีมมิง […]

The post Disney+ ขึ้นราคาค่าสมาชิกอีกรอบ หลังธุรกิจสตรีมมิงเริ่มทำกำไรได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้ Disney+ พร้อมข้อความแจ้งปรับขึ้นราคาสมาชิก

Disney ประกาศปรับขึ้นราคาค่าสมาชิกของแพลตฟอร์มสตรีมมิง Disney+ ในอเมริกา โดยแพ็กเกจแบบมีโฆษณา จะปรับขึ้นราคา 2 ดอลลาร์ เป็น 11.99 ดอลลาร์ต่อเดือน ตามด้วยแพ็กเกจพรีเมียมแบบไม่มีโฆษณา จะปรับขึ้นอีก 3 ดอลลาร์ เป็น 18.99 ดอลลาร์ (ราว 606 บาทต่อเดือน) และแพ็กเกจรายปีแบบพรีเมียม จะปรับขึ้น 30 ดอลลาร์ (ราว 958 บาทต่อปี) เป็น 189.99 ดอลลาร์ (ราว 6,068 บาทต่อปี)

 

รวมถึงแพ็กเกจที่รวม Disney+ เข้ากับ Hulu และ ESPN+ ก็จะมีการขึ้นราคาด้วยเช่นกัน ซึ่งมีผลตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป การปรับขึ้นดังกล่าวต้องการผลักดันให้ธุรกิจดิจิทัลสร้างกำไรได้มากขึ้น

 

ทั้งนี้ Disney+ เปิดตัวครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน ปี 2019 ด้วยราคาเริ่มต้น 6.99 ดอลลาร์ (ราว 223 บาทต่อเดือน) และค่อยๆ ปรับขึ้นราคามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เพื่อหยุดการขาดทุน และทำให้ธุรกิจสตรีมมิงเพิ่งทำกำไรได้เป็นครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมา

 

ที่จริงแล้ว Disney เคยส่งสัญญาณถึงการขึ้นราคาล่วงหน้าแล้ว ในการประชุมผลประกอบการไตรมาส 3 ที่ผ่านมา และถือเป็นการปรับขึ้นราคาต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 หลังจากเคยขึ้นราคาในเดือนธันวาคม ปี 2022 สูงถึง 38% และเพิ่งปรับขึ้นค่าบริการแพ็กเกจ 1–2 ดอลลาร์ต่อเดือน ไปอีกเมื่อเดือนตุลาคม 2024 ที่ผ่านมา โดยคาดว่า ในไตรมาส 4 จะมีจำนวนผู้สมัครสมาชิกเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

 

อย่างไรก็ตาม การขึ้นราคาครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงวิจารณ์หนักเกี่ยวกับการจัดการกรณีรายการ Jimmy Kimmel Live! หลังจากสถานีโทรทัศน์ ABC ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Disney ตัดสินใจถอดรายการออกจากผังเมื่อสัปดาห์ก่อน เนื่องจากพิธีกรออกมาแสดงความเห็นที่สร้างความขัดแย้งเกี่ยวกับผู้ต้องหาฆ่า Charlie Kirk นักกิจกรรมอนุรักษ์นิยม

 

ต่อมาเกือบหนึ่งสัปดาห์ Disney จึงประกาศว่าสามารถนำรายการกลับมาออกอากาศตามปกติในวันอังคาร หลังจากที่ผู้ชมและพิธีกรรายการรอบดึกคนอื่นๆ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจดังกล่าว และในระหว่างที่รายการยังไม่ได้กลับมาออกอากาศ แฟนคลับบางส่วนได้ออกมาโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่าจะยกเลิกการสมัครสมาชิก Disney+ เพื่อแสดงจุดยืนว่าสนับสนุน Jimmy Kimmel

 

​​หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ เท่ากับ 31.93 บาท ณ วันที่ 24 กันยายน 2568

 

ภาพ: Diego Thomazini / shutterstock

อ้างอิง:

The post Disney+ ขึ้นราคาค่าสมาชิกอีกรอบ หลังธุรกิจสตรีมมิงเริ่มทำกำไรได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Netflix ฝ่าวิกฤตสตรีมมิ่ง รายได้โตโดย ‘ไม่ขึ้นราคา’ แต่จะคุมได้อีกนานแค่ไหน? https://thestandard.co/netflix-streaming-revenue-strategy/ Thu, 24 Oct 2024 05:26:31 +0000 https://thestandard.co/?p=999493 Netflix

Netflix รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ที่แข็งแกร่ง สร้างกำไ […]

The post Netflix ฝ่าวิกฤตสตรีมมิ่ง รายได้โตโดย ‘ไม่ขึ้นราคา’ แต่จะคุมได้อีกนานแค่ไหน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
Netflix

Netflix รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ที่แข็งแกร่ง สร้างกำไรจากการดำเนินงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 30% ขณะที่คู่แข่งในฮอลลีวูดกำลังประสบปัญหาขาดทุนหรือมีกำไรเพียงเล็กน้อย Netflix จึงเป็นดาวเด่นในตลาดสตรีมมิ่งที่กำลังเผชิญกับความท้าทาย

 

หลังจากการประกาศผลประกอบการ ราคาหุ้นของ Netflix เพิ่มขึ้น 5% ซึ่งเป็นการปรับตัวที่ดีสำหรับหุ้นที่เพิ่มขึ้น 41% ในปีนี้ และมีประสิทธิภาพเหนือกว่าผู้เล่นรายอื่นๆ ในตลาดสตรีมมิ่ง

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

อย่างไรก็ตาม รายงานนี้อาจสร้างความผิดหวังเล็กน้อยให้กับนักลงทุนที่คาดหวังว่า Netflix จะขึ้นราคาในเร็วๆ นี้ เนื่องจากปัจจุบัน Netflix มีแผนสมัครสมาชิกแบบมีโฆษณาที่ถูกที่สุดในบรรดาผู้ให้บริการสตรีมมิ่งรายใหญ่

 

โดยมีราคาเพียง 6.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน หรือราว 233 บาท ในขณะที่ Disney+, Hulu และ Max คิดค่าบริการ 9.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน หรือประมาณ 335 บาท

 

แม้ว่า Netflix จะมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ เช่น การเปิดตัวแผนแบบมีโฆษณาในปี 2022 หลังจากที่เคยต่อต้านมาเป็นเวลานาน แต่ในปัจจุบันบริษัทดูเหมือนจะยังไม่ต้องการขึ้นราคา

 

Greg Peters ผู้บริหารร่วมของ Netflix กล่าวว่า “เราชอบราคาที่เป็นอยู่ และการเข้าถึงที่เพิ่มขึ้นที่มาพร้อมกับแผนแบบมีโฆษณาของเรา”

 

Netflix คาดการณ์ว่ารายได้ในปีหน้าจะอยู่ที่ประมาณ 4.3-4.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.43-1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากที่คาดการณ์ไว้ในปีนี้

หากไม่มีการขึ้นราคาและรายได้จากโฆษณาไม่ได้มีส่วนสำคัญ การเติบโตนี้จะต้องมาจากการเพิ่มจำนวนสมาชิกที่ชำระเงิน

 

The Wall Street Journal คาดการณ์ว่า Netflix จะมีสมาชิกใหม่ที่ชำระเงินเพิ่มขึ้น 24 ล้านรายในปี 2025 จาก 289 ล้านรายในปีนี้ ซึ่งเป็นไปได้ เนื่องจาก Netflix มีคอนเทนต์ที่แข็งแกร่งและมีซีรีส์ดังหลายเรื่อง เช่น Squid Game ที่กำลังจะกลับมาในซีซันใหม่

 

ความสำเร็จของ Netflix ในไตรมาสนี้ยิ่งโดดเด่นมากขึ้น เมื่อพิจารณาถึงสภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรมสตรีมมิ่งที่กำลังเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากผู้เล่นรายใหม่ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคหลังยุคโควิด และผลกระทบจากการประท้วงหยุดงานในฮอลลีวูด

 

อย่างไรก็ตาม Netflix สามารถเอาชนะอุปสรรคเหล่านี้ได้ด้วยกลยุทธ์ เช่น การลงทุนในคอนเทนต์คุณภาพสูง การขยายตลาดไปยังต่างประเทศ และการนำเสนอแผนการสมัครสมาชิกที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ชมที่แตกต่างกัน

 

แต่เนื่องจากคาดว่าจำนวนสมาชิกแบบชำระเงินจะทะลุหลัก 300 ล้านคนในเร็วๆ นี้ การหาผู้ชมใหม่ๆ ที่ยังไม่ได้ดู Netflix จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ Netflix ยังมีแผนที่จะหยุดรายงานตัวชี้วัดจำนวนสมาชิกในปีหน้า ซึ่งจะทำให้ผู้ลงทุนติดตามความคืบหน้าในด้านนี้ได้ยากขึ้นมาก

 

รายได้และกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งมีความสำคัญอย่างมากต่อการสตรีมในปัจจุบัน ดังนั้น Netflix เพียงต้องเพิ่มจำนวนผู้ชมก็จะต้านทานพายุที่รุนแรงได้แล้ว

 

อ้างอิง:

The post Netflix ฝ่าวิกฤตสตรีมมิ่ง รายได้โตโดย ‘ไม่ขึ้นราคา’ แต่จะคุมได้อีกนานแค่ไหน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธุรกิจสตรีมมิงช่วยดันรายได้ Disney ไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 17% ฟากสวนสนุกและการผลิตรายการยังทรงตัว จนฉุดราคาหุ้นร่วง 10% https://thestandard.co/disney-q2-revenue-up-17-percent/ Mon, 13 May 2024 06:05:40 +0000 https://thestandard.co/?p=932758 ผลประกอบการ รายได้ Disney Q2

Disney รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ทำรายได้เพิ่มขึ้น 17% […]

The post ธุรกิจสตรีมมิงช่วยดันรายได้ Disney ไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 17% ฟากสวนสนุกและการผลิตรายการยังทรงตัว จนฉุดราคาหุ้นร่วง 10% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลประกอบการ รายได้ Disney Q2

Disney รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ทำรายได้เพิ่มขึ้น 17% เอาชนะการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยรายได้มาจากแพลตฟอร์มสตรีมมิง Disney+ ส่วนสวนสนุกและการผลิตรายการความบันเทิงยังทรงตัว จนฉุดราคาหุ้นร่วง 10%

 

สำหรับภาพรวมธุรกิจสตรีมมิง Disney+ มีรายได้เพิ่มขึ้น 13% ส่วนใหญ่มาจากการออกนโยบายห้ามแชร์รหัสผ่านที่เริ่มแล้วในบางประเทศ ก่อนประกาศใช้ทั่วโลกเดือนกันยายนนี้ ทำให้มีจำนวนสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น โดยในไตรมาสดังกล่าวสมาชิก Disney+ เพิ่มขึ้นมากกว่า 6 ล้านราย

 

ขณะที่สวนสนุก จากเดิมที่เคยเป็นธุรกิจเรือธงที่ทำรายได้หลัก ในไตรมาส 2 อัตราการเติบโตยังทรงตัวอยู่ สวนทางกับปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าหลังโควิดคลี่คลายจำนวนนักท่องเที่ยวกลับมามีจำนวนมากจนรายได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ Shanghai Disney Resort และ Hong Kong Disneyland โดยปัจจุบันรายได้รวมจากสวนสนุกทั้งในประเทศและต่างประเทศคิดเป็น 52% ของกำไรจากการดำเนินงานทั้งหมด 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง:


 

กระนั้นตัวเลขดังกล่าวยังไม่โตได้ตามเป้าหมายที่ บ็อบ ไอเกอร์ ซีอีโอ กำหนดเอาไว้ ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากบริษัทรายงานผลประกอบการธุรกิจ ก็ได้สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนอย่างมาก จนเกิดปรากฏการณ์นักลงทุนเทขายหุ้นจำนวนมาก 

 

แต่ธุรกิจสวนสนุกก็ยังสำคัญอย่างมาก ก่อนหน้านี้ซีอีโอ Disney ได้ประกาศลงทุน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือกว่า 2.2 ล้านล้านบาท เพื่อขยายสวนสนุกให้มีอาณาจักรและพื้นที่ใหญ่ขึ้นถึงสองเท่า เพื่อดึงดูดทั้งกลุ่มที่เป็นแฟนคลับ Disney และคนที่ยังไม่เคยมาเที่ยว Disney Land

 

รวมไปถึงการขยายธุรกิจบริการเรือสำราญท่องเที่ยว Disney Treasure ที่นอกจากจะมาพร้อมเครื่องเล่นและโซนความบันเทิงต่างๆ แล้ว ยังชูโรงด้วยการตกแต่งตามธีมการ์ตูนและภาพยนตร์ดังของค่าย ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างดี จนทำให้ปัจจุบันธุรกิจนี้ทำรายได้เติบโตขึ้นอย่างมาก 

 

แน่นอนว่าสวนทางกับการผลิตรายการความบันเทิง บริษัทเตรียมลดปริมาณการผลิตภาพยนตร์และซีรีส์ของ Marvel ลง และหันมาเน้นการเพิ่มคุณภาพในแต่ละโปรเจกต์มากขึ้น

 

อ้างอิง:

The post ธุรกิจสตรีมมิงช่วยดันรายได้ Disney ไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 17% ฟากสวนสนุกและการผลิตรายการยังทรงตัว จนฉุดราคาหุ้นร่วง 10% appeared first on THE STANDARD.

]]>
NASA เปิดตัวแพลตฟอร์มสตรีมมิง NASA+ ถ่ายทอดสดการสำรวจอวกาศ-สารคดี ชูจุดแข็งไร้โฆษณาและค่าใช้จ่าย เปิดให้บริการปลายปีนี้ https://thestandard.co/nasa-is-launching-its-own-streaming-service/ Tue, 01 Aug 2023 08:08:20 +0000 https://thestandard.co/?p=824217

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดสตรีมมิงแข่งขันกันอย่างรุนแ […]

The post NASA เปิดตัวแพลตฟอร์มสตรีมมิง NASA+ ถ่ายทอดสดการสำรวจอวกาศ-สารคดี ชูจุดแข็งไร้โฆษณาและค่าใช้จ่าย เปิดให้บริการปลายปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดสตรีมมิงแข่งขันกันอย่างรุนแรง เรียกได้ว่าใครไม่แกร่งพออยู่ในตลาดนี้ไม่ได้ แต่ก็มีผู้เล่นหน้าใหม่กระโดดเข้ามาเรื่อยๆ ไม่เว้นแม้แต่ NASA หรือองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ที่ล่าสุดได้ประกาศเปิดตัว NASA+ แพลตฟอร์มสตรีมมิงที่ให้บริการแบบไม่มีค่าใช้จ่าย

 

สิ่งที่น่าสนใจของแพลตฟอร์มสตรีมมิง NASA+ จะอยู่ในรูปแบบออนดีมานด์ ซึ่งรวบรวมคอนเทนต์หลากหลาย ทั้งซีรีส์ รายการถ่ายทอดสด และสารคดี ระยะแรกจะให้บริการแบบไม่มีโฆษณาและไม่มีค่าใช้จ่ายไปก่อน และอนาคตจะมีค่าใช้จ่ายตามมา

 

สำหรับแพลตฟอร์มดังกล่าวจะสามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงปลายปีนี้ โดยเปิดให้ใช้งานบนอุปกรณ์มือถือและแท็บเล็ต iOS และ Android พร้อมกับเครื่องเล่นสื่อสตรีมมิง เช่น Roku, Apple TV และ Fire TV

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

มาร์ก เอ็ตไคด์ รองผู้ดูแลระบบการสื่อสารของ NASA กล่าวว่า เรากำลังวางแผนการทำตลาด และเชื่อว่าแพลตฟอร์มสตรีมมิง NASA+ จะช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงและช่วยให้เราบอกเล่าเรื่องราวที่ NASA ลงพื้นที่ไปสำรวจอากาศและอวกาศได้ดีขึ้น เพื่อสร้างแรงบันดาลใจผ่านการค้นพบและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติต่อไป

 

ทั้งนี้ ปัจจุบัน NASA ได้มีการเผยแพร่เนื้อหาวิดีโอ 24 ชั่วโมงทุกวันทั้งบนเว็บไซต์ NASA และ YouTube แต่แพลตฟอร์มสตรีมมิง NASA+ จะมีความแตกต่างจากการสร้างพื้นที่ใหม่ เจาะลึกให้เฉพาะผู้ชมในช่องทางนี้โดยเฉพาะ

 

ด้าน เจฟฟ์ ซีตัน ผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงของ NASA กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเร็วๆ นี้ NASA เตรียมปรับปรุงเว็บไซต์หลักของหน่วยงานให้ทันสมัย และปรับวิธีการใช้งานให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมกับเนื้อหาออนไลน์ได้ ซึ่งจะทำให้ข้อมูลของ NASA เข้าถึงได้มากขึ้นและปลอดภัยมากขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ตลาดสตรีมมิงนั้นมีความท้าทายอย่างมาก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจะเห็นว่ามีบริษัทใหญ่ๆ ได้ลงทุนอย่างมากในบริการสตรีมมิง โดยมีเป้าหมายเพื่อจับตลาดผู้บริโภคที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว 

 

อ้างอิง:

 

The post NASA เปิดตัวแพลตฟอร์มสตรีมมิง NASA+ ถ่ายทอดสดการสำรวจอวกาศ-สารคดี ชูจุดแข็งไร้โฆษณาและค่าใช้จ่าย เปิดให้บริการปลายปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เซ็ทเทรด’ แจงแก้ไข Streaming แสดงผลล่าช้าแล้ว ยืนยันระบบไม่ได้ล่มในช่วงเกิดปัญหา https://thestandard.co/settrade-streaming-issue-explain/ Mon, 24 Jul 2023 06:12:27 +0000 https://thestandard.co/?p=821333 settrade

จากกรณีที่ระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ของ Settrade Streamin […]

The post ‘เซ็ทเทรด’ แจงแก้ไข Streaming แสดงผลล่าช้าแล้ว ยืนยันระบบไม่ได้ล่มในช่วงเกิดปัญหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
settrade

จากกรณีที่ระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ของ Settrade Streaming เกิดปัญหาแสดงผลล่าช้ากว่าปกติในช่วงแรกหลังจากเปิดตลาดซื้อขายช่วงเช้านี้ (24 กรกฎาคม) ล่าสุดผู้บริหารของบริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม จำกัด (Settrade) ยืนยันว่าปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว

 

ตรีวิทย์ วังวรวุฒิ กรรมการผู้จัดการ Settrade เปิดเผยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการแสดงผลล่าช้ากว่าปกติเฉพาะในส่วนของ Push Mode อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการส่งคำสั่งซื้อขายและความถูกต้องข้อมูล 

 

“ในความเป็นจริงแล้วระบบของ Streaming ไม่ได้ล่ม ซึ่งหลังจากเกิดปัญหาเราได้ส่งข้อความภายในให้โบรกเกอร์ทุกรายเพื่อชี้แจงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยปัญหาได้รับการแก้ไขเรียบร้อยในเวลาประมาณ 10.30 น.”

The post ‘เซ็ทเทรด’ แจงแก้ไข Streaming แสดงผลล่าช้าแล้ว ยืนยันระบบไม่ได้ล่มในช่วงเกิดปัญหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
สตรีมมิงส่อแววอิ่มตัว! เป็นเหตุให้ ‘Netflix’ ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายให้ได้ 1 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2023 https://thestandard.co/netflix-to-cut-300m-in-2023/ Mon, 15 May 2023 11:41:00 +0000 https://thestandard.co/?p=790751

ว่ากันว่ายักษ์ใหญ่แห่งวงการสตรีมมิงอย่าง Netflix ต้องฝ่ […]

The post สตรีมมิงส่อแววอิ่มตัว! เป็นเหตุให้ ‘Netflix’ ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายให้ได้ 1 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ว่ากันว่ายักษ์ใหญ่แห่งวงการสตรีมมิงอย่าง Netflix ต้องฝ่าฟันอุปสรรคอย่างหนัก กระทั่งล่าสุดถึงขั้นต้องวางแผนลดค่าใช้จ่ายลงกว่า 300 ล้านดอลลาร์ (1 หมื่นล้านบาท) ให้ได้ภายในปี 2023

 

The Wall Street Journal รายงานว่า ท่ามกลางสถานการณ์การแข่งขันสูง ประกอบกับตลาดที่เริ่มอิ่มตัวมากขึ้น ทำให้ Netflix พยายามลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรมากขึ้น แต่ยังยืนยันว่าจะไม่มีการเลิกจ้างพนักงานอีกแน่นอน เพียงแต่อาจจะเปลี่ยนแปลงบทบาทการทำงาน รวมไปถึงพิจารณาอัตราค่าจ้างใหม่ให้กับบางตำแหน่ง

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

โดยในปี 2022 บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ประมาณ 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำให้ประกาศปลดพนักงาน 300 คนในเดือนมิถุนายน โดยคิดเป็น 4% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการปรับลดค่าใช้จ่าย

 

จากนี้บริษัทจะใช้กลยุทธ์หาวิธีการสร้างรายได้ผ่านบริการใหม่ๆ เข้ามารองรับธุรกิจโฆษณา และที่สำคัญยังได้เลื่อนแผนปราบปรามการแบ่งปันรหัสผ่านในลาตินอเมริกาออกไปเป็นไตรมาส 2 เพื่อให้มีเวลาศึกษาแนวทางใหม่ให้กับสมาชิก

 

สำหรับปีนี้ Netflix ตั้งเป้าสร้างกระแสเงินสดให้ได้อย่างน้อย 3.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายก่อนหน้านี้อยู่ที่ 3 พันล้านดอลลาร์

 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาบริษัทต่างๆ ในอุตสาหกรรมสตรีมมิงได้ให้ความสำคัญกับการทำกำไรมากขึ้น หลังจากที่ผ่านมาได้โฟกัสสร้างการเติบโตของฐานสมาชิกเป็นหลัก 

 

อ้างอิง:

The post สตรีมมิงส่อแววอิ่มตัว! เป็นเหตุให้ ‘Netflix’ ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายให้ได้ 1 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ในยุคสตรีมมิงเบ่งบาน แต่ทำไมค่าจ้างลดลง? จุดชนวน ‘นักเขียนบทโทรทัศน์และภาพยนตร์ในฮอลลีวูด’ นัดหยุดงานประท้วงเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี https://thestandard.co/streaming-rises-why-wages-drop/ Tue, 02 May 2023 06:58:16 +0000 https://thestandard.co/?p=784044 นักเขียนบท ประท้วง

นักเขียนบทโทรทัศน์และภาพยนตร์ในฮอลลีวูดได้นัดหยุดงานประ […]

The post ในยุคสตรีมมิงเบ่งบาน แต่ทำไมค่าจ้างลดลง? จุดชนวน ‘นักเขียนบทโทรทัศน์และภาพยนตร์ในฮอลลีวูด’ นัดหยุดงานประท้วงเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักเขียนบท ประท้วง

นักเขียนบทโทรทัศน์และภาพยนตร์ในฮอลลีวูดได้นัดหยุดงานประท้วงเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี ซึ่งมีศักยภาพที่จะสร้างความวุ่นวายอย่างมากในอุตสาหกรรมบันเทิง เนื่องจากพวกเขาต้องการต่อสู้เพื่อค่าจ้างที่ดีขึ้นในยุคทองของบริการสตรีมมิง

 

สมาคมนักเขียนบทแห่งอเมริกา (WGA) เป็นตัวแทนของนักเขียนบทภาพยนตร์สหภาพแรงงาน 11,500 คน ซึ่งตัดสินใจหยุดงานประท้วงหลังจากที่พวกเขาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในสัญญาฉบับใหม่กับ Alliance of Motion Picture and Television Producers (AMPTP) ซึ่งเป็นตัวแทนของสตูดิโอขนาดใหญ่ เช่น Disney, Netflix และอื่นๆ

 

WGA อ้างว่า การเติบโตของบริการสตรีมมิงทำให้ค่าจ้างลดลง และนักเขียนมีสภาพการทำงานที่ยากขึ้น แม้ว่าปัจจุบันจะมีการสร้างซีรีส์และภาพยนตร์มากขึ้นทุกปี ซึ่งหมายถึงงานที่เพิ่มขึ้นสำหรับนักเขียน แต่สมาชิก WGA กล่าวว่า โดยรวมแล้วพวกเขาทำเงินได้น้อยลง พวกเขาโต้แย้งว่านักเขียนสำหรับซีรีส์สตรีมมิงได้รับค่าจ้างเพียง 46% ของค่าจ้างที่นักเขียนซีรีส์ได้รับจากการออกอากาศทางโทรทัศน์

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ข้อกังวลอย่างหนึ่งสำหรับ WGA คือการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการเขียนบท พวกเขาต้องการมาตรการป้องกันเพื่อป้องกันไม่ให้สตูดิโอใช้ AI เพื่อสร้างสคริปต์ใหม่ตามผลงานก่อนหน้าของนักเขียน พวกเขายังต้องการให้แน่ใจว่าจะไม่ถูกขอให้เขียนสคริปต์ฉบับร่างก่อนที่จะถูกเขียนขึ้นมาใหม่โดย AI

 

การนัดหยุดงานอาจส่งผลกระทบทันทีต่อรายการทอล์กโชว์ตอนดึกและละครต่างๆ นอกจากนี้การนัดหยุดงานอาจส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจของลอสแอนเจลิส ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศที่กำลังเผชิญกับปัญหาต่างๆ เช่น ยอดขายบ้านที่ลดลงและการหยุดชะงักของแรงงานที่ท่าเรือ

 

ขณะเดียวกัน การนัดหยุดงาน WGA ครั้งล่าสุดในปี 2007-2008 ซึ่งกินเวลานาน 3 เดือน ส่งผลให้มีการสูญเสียงาน 37,700 ตำแหน่ง และแคลิฟอร์เนียตอนใต้สูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจถึง 2.1 พันล้านดอลลาร์ ตามรายงานของ Milken Institute

 

ความขัดแย้งครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สตูดิโอกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากวอลล์สตรีทในการทำให้บริการสตรีมมิงของพวกเขามีกำไร บริษัทต่างๆ เช่น Netflix และ Disney ทุ่มเงินมหาศาลไปกับการสร้างโปรแกรมใหม่สำหรับบริการสตรีมมิง แต่ตอนนี้พวกเขากำลังเผชิญกับผลที่ตามมาของการลงทุน

 

สิ่งนี้นำไปสู่การลดงบประมาณและการสูญเสียงานในอุตสาหกรรม ตัวอย่างเช่น Disney กำลังอยู่ในขั้นตอนการเลิกจ้างพนักงาน 7,000 คน ซึ่งหลายคนทำงานด้านการสร้างหรือการตลาดของรายการ ดังนั้นการทำให้นักเขียนได้รับค่าจ้างและมีสภาพการทำงานที่ดีขึ้นนั้นเป็นความท้าทายมาก

 

อีกเรื่องที่ต้องจับตาคือสัญญาของ Director Guild of America (DGA) และ SAG-AFTRA ซึ่งเป็นสหภาพนักแสดงที่กำลังจะหมดสัญญาลงในเดือนมิถุนายน หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใหม่ได้ อาจทำให้สถานการณ์ในวงการบันเทิงนั้นซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีก

 

ภาพ: Silas Stein / picture alliance via Getty Images

อ้างอิง:

The post ในยุคสตรีมมิงเบ่งบาน แต่ทำไมค่าจ้างลดลง? จุดชนวน ‘นักเขียนบทโทรทัศน์และภาพยนตร์ในฮอลลีวูด’ นัดหยุดงานประท้วงเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
GDH ย้ำ ให้ความสำคัญกับการฉายภาพยนตร์ในโรงเป็นหลัก เร่งสร้างคอนเทนต์ที่แปลกใหม่และโปรดักชันจัดเต็ม เพื่อทำให้คนอยากมาดูมากขึ้น https://thestandard.co/gdh-pay-attention-to-theaters/ Thu, 23 Mar 2023 11:34:02 +0000 https://thestandard.co/?p=767512

GDH ทุ่มทุนสร้างภาพยนตร์และซีรีส์จากผู้กำกับมือฉมัง เสิ […]

The post GDH ย้ำ ให้ความสำคัญกับการฉายภาพยนตร์ในโรงเป็นหลัก เร่งสร้างคอนเทนต์ที่แปลกใหม่และโปรดักชันจัดเต็ม เพื่อทำให้คนอยากมาดูมากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>

GDH ทุ่มทุนสร้างภาพยนตร์และซีรีส์จากผู้กำกับมือฉมัง เสิร์ฟตลาดไทย-ต่างประเทศ พร้อมเดินหน้าโปรโมตภาพยนตร์ ดึงคนรุ่นใหม่เข้าโรงภาพยนตร์มากขึ้น แย้มเดือนตุลาคมเตรียมนำ แฟนฉัน กลับมาฉายใหม่ในโอกาสครบรอบ 20 ปี เชื่อมั่นตลาดเริ่มกลับมาฟื้นตัว มองเป้าหมายระยะยาวต้องการสร้างรายได้แตะ 1,000 ล้านบาท

 

หากพูดถึงธุรกิจภาพยนตร์ของไทย หลายคนคงนึกถึง ‘จีดีเอช’ (GDH) ค่ายภาพยนตร์ที่มีการผลิตภาพยนตร์ ซีรีส์ ที่คงไว้ด้วยเอกลักษณ์ของภาพยนตร์ในแบบฉบับของตัวเอง จากผู้กำกับและโปรดิวเซอร์มืออาชีพที่สร้างภาพยนตร์ออกมาตอบโจทย์กลุ่มคนดูอยู่เป็นระยะๆ ที่ผ่านมาเรียกว่ามีภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จและสามารถทำรายได้อยู่หลายเรื่อง เริ่มตั้งแต่ พี่มาก…พระโขนง, ฉลาดเกมส์โกง และ บุพเพสันนิวาส

 

จินา โอสถศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด ฉายภาพว่า หลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลายลง อุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั้งไทยและต่างประเทศที่เคยสร้างรายได้รวมกว่า 4,000 ล้านบาท เริ่มกลับมาฟื้นตัว ทั้งช่องทางโรงภาพยนตร์และสตรีมมิง ซึ่งถ้าเทียบกับช่วงโควิดระบาดตลาดต้องหยุดชะงักไป แต่เรายังมีการฉาย ร่างทรง ที่ร่วมทุนกับเกาหลีใต้ ซึ่งทำรายได้ไปกว่า 112 ล้าน

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

แม้กระทั่งปีที่ผ่านมา GDH ได้ร่วมทุนกับ บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น ผลิตภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ บุพเพสันนิวาส 2 ที่ได้เปิดตัว Token ลักษณะคล้ายๆ หุ้นกู้ออกมาด้วย ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

 

เช่นเดียวกับปี 2566 ได้ประเดิมภาพยนตร์เรื่องแรก เธอกับฉันกับฉัน จากฝีมือผู้กำกับ โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล โดยเพิ่งฉายในโรงภาพยนตร์ไปเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับค่อนข้างดีในรอบ 5 ปี และทำรายได้ทั่วประเทศ 60 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการฉายในต่างประเทศ

 

ตามด้วยภาพยนตร์เรื่องที่ 2 บ้านเช่า..บูชายัญ หนังผีฟอร์มใหญ่ เตรียมฉายในวันที่ 6 เมษายนนี้ ซึ่งโปรเจกต์นี้เป็นการร่วมทุนกับ เอ็นเอท สตูดิโอ ที่จะมาช่วยจัดจำหน่ายภาพยนตร์ไปฉายยังตลาดอเมริกาและยุโรป จากจุดแข็งของพาร์ตเนอร์อย่างเอ็นเอทที่มีแพสชันและคอนเนกชัน จะสามารถสร้างการเติบโตในตลาดยุโรปได้แน่นอน

 

ส่วนเรื่องที่ 3 จะเป็นภาพยนตร์รักวัยรุ่น เพื่อน (ไม่) สนิท ร่วมทุนกับ Houseton Film ผลงานจากผู้กำกับหน้าใหม่ และโปรดิวเซอร์จากภาพยนตร์ ฉลาดเกมส์โกง มีแผนจะฉายในช่วงเดือนพฤศจิกายน และเรื่องที่ 4 คือ Project D (Working Title) ภาพยนตร์สะท้อนสังคม โดยได้ พีพี กฤษฏ์ และ อิงฟ้า วราหะ มาร่วมแสดง และต้นปี 2567 เตรียมเปิดตัวภาพยนตร์ The Chinese Family ที่นำแสดงโดย บิวกิ้น พุฒิพงศ์

 

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีโปรเจกต์ครบรอบ 20 ปี ภาพยนตร์ แฟนฉัน โดยเตรียมนำภาพยนตร์เรื่อง แฟนฉัน กลับมาฉายใหม่ในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นการรีมาสเตอร์เพื่อให้คุณภาพของภาพและเสียงดีขึ้นกว่าต้นฉบับที่เป็นวิดีโอฟิล์ม ที่สำคัญยังมีการเพิ่มฉากพิเศษเข้ามาเสริมในช่วงท้ายของภาพยนตร์

 

รวมไปถึงซีรีส์ DELETE ที่ทำร่วมกับ Netflix โดยมีเป้าหมายขยายคอนเทนต์ให้ไปถึงกลุ่มคนดูที่กว้างขึ้น และยังเตรียมจัดงานเฟสติวัลในช่วงปลายปีด้วยเช่นกัน

 

จินากล่าวต่อไปว่า โดยรวมทั้งปีบริษัทใช้งบลงทุนมากกว่า 200 ล้านบาท ทั้งการสร้างและการโปรโมตทำการตลาด ไม่รวมกับงบจัดงานเฟสติวัลอีก 10 ล้านบาท และจากนี้ตั้งใจจะสร้างภาพยนตร์ประมาณ 4 เรื่องต่อปี

 

“ต้องยอมรับว่าโจทย์ปี 2566 ยากขึ้นหลายเท่า ด้วยยุคสมัยและไลฟ์สไตล์ของคนที่เปลี่ยนไป ประกอบกับการแข่งขันจากแพลตฟอร์มใหม่ๆ ที่นำเสนอคอนเทนต์ที่หลากหลายเข้ามาดึงดูดฐานคนดู ซึ่งอาจเป็นตัวแปรทำให้ผู้คนเข้าโรงภาพยนตร์ลดลง”

 

ดังนั้น GDH ที่ให้ความสำคัญกับการฉายภาพยนตร์ในโรงเป็นหลัก จะต้องเพิ่มน้ำหนักการพัฒนากระบวนการทำงาน และมีทีมที่มีประสบการณ์ทั้งคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ ซึ่งยังมีคาแรกเตอร์เดิม แต่จะเน้นสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่แปลกใหม่และโปรดักชันให้มีคุณภาพ ควบคู่กับการทำตลาดสร้างการรับรู้มากขึ้น เพื่อทำให้คนอยากมาดูหนังในโรงภาพยนตร์

 

แม้บริษัทเน้นโฟกัสช่องทางโรงภาพยนตร์เป็นหลัก แต่ก็ต้องขยายไปช่องทางใหม่ๆ อย่างสตรีมมิง ที่เราต้องป้อนคอนเทนต์เข้าไป โดยปัจจุบัน GDH ได้ร่วมมือกับ Netflix นำภาพยนตร์ทุกเรื่องที่ออกจากโรงเข้าไปฉาย และในอนาคตอาจมีการรับจ้างผลิตหากสามารถทำให้เราเติบโตได้

 

ด้านตลาดต่างประเทศ ปัจจุบันเราส่งภาพยนตร์ไปฉายในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอาเซียน โดยต้องพิจารณาว่าภาพยนตร์เรื่องไหนจะสามารถตอบโจทย์กับคนดูในประเทศนั้นๆ ที่ผ่านมาภาพยนตร์เรื่อง บุพเพสันนิวาส สามารถขึ้นแท่นภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้ในตลาดเวียดนามสูงถึง 3.2 ล้านดอลลาร์ หลังจากนี้บริษัทจะพยายามให้โรงภาพยนตร์ในต่างประเทศฉายไปพร้อมกับไทย

 

หากย้อนดูผลประกอบการ บริษัทยังไม่เคยขาดทุนแม้แต่ปีเดียว โดยปี 2564 ทำรายได้ 258 ล้านบาท มีผลกำไรอยู่ 40 กว่าล้านบาท ขณะที่ปี 2565 มีรายได้ 504 ล้านบาท เติบโตขึ้น 95% โดยสัดส่วนรายได้มาจากโรงภาพยนตร์ ตามด้วยการนำภาพยนตร์ไปฉายในต่างประเทศ ถัดมาคือรายไ้ด้ลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ในช่องทางสตรีมมิงต่างๆ และการรับจ้างผลิต

 

ทั้งนี้ ภาพยนตร์ 3 อันดับต้นๆ ที่ทำรายได้รวมสูงสุด ได้แก่ บุพเพสันนิวาส ตามด้วย ฉลาดเกมส์โกง และ น้อง.พี่.ที่รัก

 

จากกลยุทธ์ทั้งหมดนี้ จินาเชื่อมั่นว่าในปี 2566 GDH จะสามารถสร้างรายได้ 510 ล้านบาท และยังมีเป้าหมายในระยะยาว ต้องการสร้างรายได้แตะ 1,000 ล้านบาท ในอนาคต จากการฟื้นตัวของตลาดที่กลับมาคึกคักมากขึ้น จากความเคลื่อนไหวของผู้เล่นทั้งไทยและต่างประเทศที่เตรียมป้อนหนังเข้าโรงภาพยนตร์ไม่ต่ำกว่า 40 เรื่อง

The post GDH ย้ำ ให้ความสำคัญกับการฉายภาพยนตร์ในโรงเป็นหลัก เร่งสร้างคอนเทนต์ที่แปลกใหม่และโปรดักชันจัดเต็ม เพื่อทำให้คนอยากมาดูมากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>