Starlink Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/starlink/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 25 Sep 2026 11:48:28 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Vietjet จับมือ Starlink ให้บริการอินเทอร์เน็ตบนเครื่องฟรี ติดตั้ง 120 ลำ เป็นสายการบินเวียดนามรายแรก https://thestandard.co/vietjet-starlink-free-internet-flights-vietnam/ Fri, 25 Sep 2026 11:45:57 +0000 https://thestandard.co/vietjet-starlink-free-internet-flights-vietnam/ เครื่องบินของสายการบิน Vietjet กำลังบินอยู่บนท้องฟ้า

Vietjet สายการบินต้นทุนต่ำของเวียดนาม ลงนามข้อตกลงกับ S […]

The post Vietjet จับมือ Starlink ให้บริการอินเทอร์เน็ตบนเครื่องฟรี ติดตั้ง 120 ลำ เป็นสายการบินเวียดนามรายแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เครื่องบินของสายการบิน Vietjet กำลังบินอยู่บนท้องฟ้า

Vietjet สายการบินต้นทุนต่ำของเวียดนาม ลงนามข้อตกลงกับ Starlink บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมของ SpaceX เพื่อเป็นสายการบินเวียดนามรายแรกที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตบนเครื่องบินแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย

 

ข้อตกลงนี้เป็นหนึ่งในหลายดีลที่ประกาศระหว่างการเยือนสหรัฐฯ และแคนาดาของ โต เลิม ประธานาธิบดีและเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม โดยมีการแลกเปลี่ยนเอกสารที่นครนิวยอร์กเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน ต่อหน้าผู้นำระดับสูงและตัวแทนภาคธุรกิจจากทั้ง 2 ประเทศ
Vietjet ยังเป็นบริษัทแรกที่ประกาศสัญญาทางธุรกิจกับ Starlink นับตั้งแต่บริการนี้เข้าสู่เวียดนามเมื่อเดือนสิงหาคม ซึ่งส่งสัญญาณถึงโอกาสในการขยายไปยังลูกค้าองค์กรและชุมชนห่างไกลที่ยังเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ไม่ดี ขณะที่ทั้งสองฝ่ายไม่ได้เปิดเผยมูลค่าของดีล

ติดตั้ง 120 ลำในระยะแรก

ในระยะแรก Starlink จะติดตั้งบนเครื่องบินของ Vietjet 120 ลำ แบ่งเป็นเครื่อง Airbus A321 และ Boeing 737 รวม 100 ลำ และ Airbus A330 อีก 20 ลำ พร้อมมีแผนติดตั้งบนเครื่องบินทุกลำที่จะรับมอบในอนาคตด้วย
บริการนี้จะครอบคลุมทั้งเที่ยวบินในประเทศและระหว่างประเทศ รวมถึงเส้นทางที่บินผ่านมหาสมุทรและพื้นที่ห่างไกล โดยนอกจาก Vietjet แล้ว ผู้ร่วมลงนามยังมี Galaxy Holdings และ Galaxy Telecom ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน
เหงียน ถิ เฟือง ถาว ประธานกรรมการของ Vietjet ระบุว่า “ด้วย Starlink เวลาที่อยู่บนเครื่องบินไม่จำเป็นต้องหมายถึงการตัดขาดจากโลกออนไลน์อีกต่อไป” โดยผู้โดยสารจะสามารถทำงาน, ดูความบันเทิง และติดต่อกับครอบครัวและเพื่อนได้ตลอดการเดินทาง
ด้าน ทิม ฮิวส์ รองประธานอาวุโสฝ่ายธุรกิจระดับโลกและกิจการภาครัฐของ SpaceX ระบุว่าการนำ Starlink ขึ้นไปบนเครื่องบินของ Vietjet จะต่อยอดจากบริการที่เชื่อมต่อบ้านเรือนและธุรกิจบนภาคพื้นดินในเวียดนามอยู่แล้ว
ทั้งนี้ Vietjet ระบุว่าข้อตกลงนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระยะยาวกับ SpaceX และสายการบินจะลงทุนต่อเนื่องทั้งเรื่องข้อมูล, ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีดิจิทัลอื่นๆ

โอกาสของ Starlink ไปไกลกว่าการบิน

เวียดนามกลายเป็นตลาดที่ 6 ของ Starlink ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อเดือนสิงหาคม ซึ่งในภูมิภาคนี้บริการของบริษัทถูกใช้งานในหลายอุตสาหกรรม ทั้งการเดินเรือ, การแพทย์ และโทรคมนาคม
หอการค้าอเมริกันในเวียดนามมองว่าบริษัทสหรัฐฯ รายนี้มีโอกาสที่ดีในหลายภาคเศรษฐกิจ โดย แดน มาร์ติน ผู้แทนอาวุโสประจำกรุงฮานอย บอกกับ Nikkei Asia ว่า “สิ่งที่เราได้ยินจากภาคธุรกิจอเมริกันไปไกลกว่าการบิน”
เขาอธิบายว่า “บริษัทเดินเรือ, ผู้ประกอบการด้านพลังงาน, ผู้ส่งออกสินค้าเกษตร และธุรกิจในพื้นที่ที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ตที่เชื่อถือได้ ต่างเห็นโอกาสแบบเดียวกัน”
รัฐบาลเวียดนามเองก็เคยระบุว่าภาคการแพทย์และการศึกษาจะใช้บริการ Starlink รวมถึงลูกค้าในพื้นที่ที่สัญญาณอ่อน ซึ่งตอนนี้ขยายไปถึงบนน่านฟ้าด้วย
นอกจากนี้กระทรวงวิทยาศาสตร์ของเวียดนามระบุว่า Starlink ได้บริจาคอุปกรณ์รับสัญญาณแล้ว 254 ชุดให้ 13 เมืองและจังหวัด และมีแผนจะมอบให้ครบ 1,000 ชุด
อย่างไรก็ตาม Starlink อาจต้องเจอคู่แข่งรายใหญ่ เพราะสื่อที่รัฐควบคุมรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่าเวียดนามได้ออกใบอนุญาตให้ Amazon คู่แข่งที่ก่อตั้งโดย เจฟฟ์ เบโซส ทดสอบบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมแล้ว

เซ็นดีลอื่นอีกหลายฉบับระหว่างการเยือนสหรัฐฯ

Vietjet ใช้โอกาสการเยือนของประธานาธิบดีปิดดีลอีกหลายฉบับ ทั้งการจัดหาเงินทุนสำหรับเครื่องบิน Boeing 5 ลำ และข้อตกลงด้านการซ่อมบำรุงอีกหลายฉบับ
หนึ่งในนั้นคือข้อตกลงกับ Pratt & Whitney ผู้ผลิตเครื่องยนต์อากาศยาน เพื่อร่วมกันดูแลเครื่องบินของ Vietjet และอาจขยายไปรับงานเครื่องบินของสายการบินคู่แข่งในอนาคต
อีกฉบับคือข้อตกลงกับ FTAI Aviation เพื่อศึกษาการตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงที่ท่าอากาศยานนานาชาติลองแถ่ง ใกล้นครโฮจิมินห์
นอกจากธุรกิจการบินแล้ว Vietjet ยังมองไปที่ธุรกิจการเงินด้วย โดยบริษัทเคยบอกกับ Nikkei Asia ว่าให้ความสำคัญกับศูนย์การเงินระหว่างประเทศของเวียดนามเป็นลำดับต้นๆ และสนใจเป็นพิเศษเรื่องการเงินสำหรับธุรกิจการบิน ซึ่งหมายถึงการจัดหาเงินทุนเพื่อซื้อหรือเช่าเครื่องบิน
สายการบินทำงานใกล้ชิดกับ HDBank ธนาคารในเครือ ซึ่งก็ประกาศดีลระหว่างการเยือนครั้งนี้เช่นกัน โดยจะร่วมมือกับ Citi ด้านตราสารอนุพันธ์และการเงินเพื่อการค้า และร่วมมือกับ Standard Chartered ด้านการระดมทุนและการชำระราคาระหว่างประเทศ
ภาพ: Thanhliemnguyen / Shutterstock

**อ้างอิง:**

• https://asia.nikkei.com/business/transportation/vietjet-signs-deal-with-starlink-for-free-in-flight-wifi-on-vietnam-airline

• https://www.thestar.com.my/aseanplus/aseanplus-news/2026/09/24/vietjet-to-install-starlink-internet-on-120-aircraft#goog_rewarded

• https://en.vietnamplus.vn/vietjet-partners-with-starlink-to-offer-free-high-speed-wi-fi-on-flights-post352512.vnp

 

The post Vietjet จับมือ Starlink ให้บริการอินเทอร์เน็ตบนเครื่องฟรี ติดตั้ง 120 ลำ เป็นสายการบินเวียดนามรายแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
อธิปไตย vs. เทคโนโลยี ผ่าปม ทำไม SpaceX ต้องการบุกไทย ปลดล็อกกฎหมายต่างชาติถือหุ้น 100% ในธุรกิจเทเลคอมไทย จำเป็นหรืออันตราย ผ่านเลนส์ 2 อดีต กสทช. https://thestandard.co/spacex-thailand-foreign-telecom-law/ Mon, 17 Aug 2026 03:38:26 +0000 https://thestandard.co/spacex-thailand-foreign-telecom-law/ ภาพประกอบแสดงธงชาติไทยผสมผสานกับเทคโนโลยีสื่อสารดาวเทียม และรูปบุคคล 2 ท่าน

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีการสื่อสารครั้งส […]

The post อธิปไตย vs. เทคโนโลยี ผ่าปม ทำไม SpaceX ต้องการบุกไทย ปลดล็อกกฎหมายต่างชาติถือหุ้น 100% ในธุรกิจเทเลคอมไทย จำเป็นหรืออันตราย ผ่านเลนส์ 2 อดีต กสทช. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแสดงธงชาติไทยผสมผสานกับเทคโนโลยีสื่อสารดาวเทียม และรูปบุคคล 2 ท่าน

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีการสื่อสารครั้งสำคัญของโลก ประเด็นการเข้ามาลงทุนของ SpaceX ของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) เพื่อให้บริการดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit หรือ LEO) ภายใต้ชื่อ Starlink ในประเทศไทย กำลังกลายเป็นที่สนใจ หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์แสดงจุดยืนชัดเจนว่า ธุรกิจโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำเป็นเรื่องของ ‘อธิปไตย’ และเป็นธุรกิจที่สงวนไว้สำหรับคนไทย โดยไม่อนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้น 100%

 

ประเด็นสำคัญ

 

 

ขณะเดียวกัน การประกาศความสนใจของ อีลอน มัสก์ ในการนำบริการดาวเทียมวงโคจรต่ำภายใต้แบรนด์ ‘Starlink’ เข้ามาลงทุนในประเทศไทย กำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย ท่ามกลางคำถามสำคัญว่า ประเทศไทยมีความพร้อมเชิงโครงสร้างพื้นฐานอย่างไร และอะไรคืออุปสรรคเชิงกฎหมายที่ทำให้บิ๊กดีลระดับโลกนี้ยังต้องหยุดชะงัก

 

เพื่อร่วมหาทางออก วิเคราะห์ผลกระทบในมิติต่างๆ และค้นหากุญแจสำคัญในการปลดล็อกประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลแห่งอาเซียน THE STANDARD WEALTH ได้พูดคุยและสัมภาษณ์พิเศษกับ 2 คีย์แมนสำคัญในวงการโทรคมนาคมไทย ได้แก่ พันเอก ดร.นที ศุกลรัตน์ อดีตรองประธานกรรมการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และ ฐากร ตัณฑสิทธิ์ อดีตเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

 

โดยพันเอก ดร.นที อธิบายว่า วัตถุประสงค์การเข้ามาของ SpaceX มี 2 ส่วนสำคัญด้วยกันคือ

 

  • การให้บริการในพื้นที่ห่างไกล ที่โครงข่ายโทรคมนาคมภาคพื้นดินปกติยังไปไม่ถึง ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์พื้นฐานของระบบดาวเทียม LEO ในปัจจุบัน
  • การให้บริการ ‘Direct-to-Cell’ ซึ่งเป็นฟีเจอร์สำคัญที่สุดและเป็นทิศทางหลักที่ SpaceX มุ่งไป

 

บริการ Direct-to-Cell นี้คือแกนหลักของเทคโนโลยี 6G ในอนาคตที่เรียกว่า NTN (Non-Terrestrial Network) ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อไม่ให้มีจุดอับสัญญาณใดๆ บนโลก ไม่ว่าผู้ใช้งานจะอยู่ในป่า อุทยาน ทะเล หรือพื้นที่ทุรกันดาร โดยเป็นการประสานการทำงานระหว่างโครงข่ายภาคพื้นดินเข้ากับดาวเทียมวงโคจรต่ำ

 

เทคโนโลยี LEO นี้เป็นเทคโนโลยีข้ามพรมแดน (Cross-Border Technology) ที่ประเทศใดประเทศหนึ่งไม่สามารถลงทุนได้เองเพียงลำพัง เปรียบเสมือนอินเทอร์เน็ต, Facebook หรือ Google ซึ่งเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้บริการ และคงไม่อาจกล่าวได้ว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้ละเมิด ‘อธิปไตย’ ของประเทศ

 

ภาพประกอบแสดงธงชาติไทยผสมผสานกับเทคโนโลยีสื่อสารดาวเทียม และรูปบุคคล 2 ท่าน 1

 

พันเอก ดร.นที ศุกลรัตน์ อดีตรองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

 

โครงสร้างพื้นฐานไทย ‘เกือบดีที่สุดในโลก’ แต่เสี่ยง ‘กินบุญเก่า’ หากไม่รีบวิ่ง

 

ด้าน ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานทางด้านโทรคมนาคมที่แข็งแกร่งมากและเรียกได้ว่าเกือบดีที่สุดในโลก โดยในช่วงที่เขาพ้นจากตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. เมื่อเดือนมิถุนายน 2563 ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในกลุ่มอาเซียนที่เปิดให้บริการ 5G ก่อนสิงคโปร์ด้วยซ้ำ ส่งผลให้โครงข่ายโทรศัพท์มือถือและการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทยมีประสิทธิภาพสูงมาก มีการต่อยอดใช้งานแพลตฟอร์ม OTT (Over-the-Top) เช่น Facebook และ YouTube สูงกว่าทุก ๆ ประเทศในภูมิภาคอย่างเห็นได้ชัด นอกเหนือจากระบบโทรคมนาคมแล้ว ประเทศไทยยังมีระบบสาธารณสุขและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ดีควบคู่กันมา

 

อย่างไรก็ตาม ฐากรตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วง 6 ปีหลังจากที่เขาพ้นตำแหน่งมา ประเทศไทยแทบจะไม่มีการก้าวหน้าเพิ่มเติมเท่าที่ควรและกำลังอยู่ในสภาวะ “กินบุญเก่า” ซึ่งในโลกยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีหมุนไปอย่างรวดเร็ว หากเราหยุดนิ่งอยู่กับที่ก็เท่ากับการเดินถอยหลัง

 

“ถ้าเราวันเนี้ยเราอยู่เฉย ๆ ก็เหมือนกับเราเดินถอยหลัง แต่ถ้าเราอยากจะเดินไปข้างหน้าให้เร็วกว่าประเทศอื่นเค้า เราต้องวิ่งแล้วตอนนี้” ฐากรกล่าวเน้นย้ำ

 

เขาระบุว่า ประเทศไทยไม่ควรเปรียบเทียบตัวเองกับสิงคโปร์ซึ่งเป็นประเทศขนาดเล็กที่มีข้อจำกัดทางพื้นที่ แต่เราควรเปรียบเทียบกับประเทศขนาดใหญ่ในภูมิภาค เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย และโดยเฉพาะเวียดนามที่กำลังพัฒนาตัวเลขและก้าวหน้าอย่างรวดเร็วมาก ซึ่งไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อหนีคู่แข่งเหล่านี้ให้พ้น

 

ล็อกใหญ่ ‘กฎหมายถือหุ้นต่างชาติ 49:51’ และข้ออ้างเรื่อง ‘อธิปไตย’

 

เงื่อนไขสำคัญที่ทำให้การลงทุนของ Starlink ในไทยยังไม่เกิดขึ้น คือข้อกำหนดของ อีลอน มัสก์ ที่ต้องการเข้ามาลงทุนและ ถือหุ้นในบริษัทเอง 100% เต็ม ขณะที่กฎหมายการประกอบกิจการโทรคมนาคมของไทยในปัจจุบันยังคงจำกัดสัดส่วนการถือครองหุ้นของคนต่างด้าวไว้ที่สัดส่วน 49:51 (ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% และฝ่ายไทยต้องถือหุ้นอย่างน้อย 51%)

 

เมื่อมองย้อนไปในอดีต ฐากรเล่าว่าประเทศไทยเคยอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติถือหุ้นในสัดส่วน 75% และไทยถือ 25% แต่ต่อมาในยุคอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร (ซึ่งเป็นยุคของ AIS สมัยก่อน) ได้มีการปรับแก้เกณฑ์ลดลงมาเหลือ 49:51 เพื่อความสะดวกในการกำกับดูแลด้านความมั่นคง ส่งผลให้ผู้ประกอบการค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น AIS, True หรืออดีต DTAC ล้วนอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ 49:51 นี้ทั้งหมด

 

ทว่าเมื่อเทียบกับ ภาคส่วนการเงินและระบบธนาคาร ในอดีตก็เคยถูกจำกัดสัดส่วนการถือหุ้นไว้ที่ 49:51 เช่นเดียวกัน แต่ปัจจุบันภาคการเงินได้รับการเปิดเสรีจนต่างชาติสามารถเข้ามาซื้อหุ้นและถือครองได้ 100% แล้ว (เช่น กรณีธนาคารต่างชาติเข้ามาซื้อกิจการของธนาคารกรุงศรีอยุธยา) ในขณะที่ภาคโทรคมนาคมของไทยยังไม่ได้รับการเปิดเสรีในลักษณะนี้

 

ดังนั้น ฐากรระบุว่าเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับ แนวนโยบายของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว หากรัฐบาลต้องการดึงดูดการลงทุนจาก Starlink ก็จำเป็นต้องมีการเจรจาปรับปรุงหรือแก้ไขข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม หรือพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เพื่อให้เปิดช่องให้สัดส่วนต่างชาติขยับขึ้นไปเป็น 75% หรือ 100% ตามความเหมาะสม ควบคู่ไปกับกลไกการเจรจาทางการค้า

 

ภาพประกอบแสดงธงชาติไทยผสมผสานกับเทคโนโลยีสื่อสารดาวเทียม และรูปบุคคล 2 ท่าน 2

 

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ อดีตเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

 

สอดคล้องกับมุมมองของ พันเอก ดร.นที ที่เตือนว่า ปัญหาสำคัญของประเทศไทยในขณะนี้คือ การนำกฎหมายของโลกยุคเก่ามาบังคับใช้กับเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน การใช้ประเด็นเรื่อง ‘อธิปไตย’ มาเป็นข้ออ้างเพื่อสกัดกั้นเทคโนโลยี จะส่งผลให้ข้อเสนอต่างๆ ถูกปัดตกจากโต๊ะเจรจาทันที และทำให้ประเทศไทยเป็นผู้เสียประโยชน์เอง ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและเวียดนามต่างยอมรับเงื่อนไขและข้อเสนอเพื่อเดินหน้าเทคโนโลยีนี้แล้ว

 

หากเราปฏิเสธการร่วมมือนี้เนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมาย ในอีก 3-4 ปีข้างหน้าเมื่อโลกเข้าสู่ยุค 6G ประเทศไทยจะสามารถใช้ประสิทธิภาพของเทคโนโลยี 6G ได้เพียง 70% เท่านั้น เนื่องจากจะขาดบริการส่วน NTN ที่ช่วยกระจายสัญญาณครอบคลุมทั่วประเทศ ส่งผลให้รัฐบาลสูญเสียโอกาสที่จะลดต้นทุนการจัดให้บริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง (USO) ในพื้นที่ห่างไกลให้แทบกลายเป็นศูนย์

 

ความเข้าใจ ‘ดาวเทียม LEO’ ทำงานอย่างไร และพร้อมแค่ไหนในไทย?

 

สำหรับข้อกังวลว่าบริการดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) จะเข้ามารุกคืบทำลายล้าง (Disrupt) ธุรกิจผู้ให้บริการเครือข่ายเดิมของไทยหรือไม่นั้น ฐากรให้ความเห็นว่า ดาวเทียม LEO จะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบเสียง (Voice) มากนัก เนื่องจากถูกออกแบบมาเพื่อส่งผ่านข้อมูลหรือให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Data) เป็นหลัก

 

ปัจจุบัน พฤติกรรมผู้บริโภคหันไปใช้การโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตหรือบริการ OTT (เช่น การโทรผ่านแอปพลิเคชัน Line) เกือบทั้งหมดแล้ว ซึ่งราคาประหยัดกว่ามาก แม้ว่าความคมชัดของเสียงระบบดาต้าอาจจะอยู่ที่ประมาณ 80% เมื่อเทียบกับระบบเสียงดั้งเดิมที่ชัดเจนเต็ม 100% ก็ตาม

 

การทำงานของดาวเทียม LEO มีความต่างจากดาวเทียมวงโคจรสูงดั้งเดิมอย่าง ‘ไทยคม’ (Thaicom) ซึ่งเป็นดาวเทียมที่ลอยอยู่สูงมากและมีตำแหน่งวงโคจรเป็นดวง ๆ แต่ดาวเทียม LEO จะลอยอยู่ใกล้โลกมากกว่า และต้องอาศัยสถานีรับส่งสัญญาณภาคพื้นดิน (Earth Station/Gateway) ในการส่งผ่านข้อมูลลงมา ก่อนจะส่งต่อไปยังเสาสัญญาณพื้นดินที่มีอยู่เพื่อกระจายสัญญาณต่อ

 

ปัจจุบัน ประเทศไทยได้รับการออกใบอนุญาตดาวเทียม LEO และมีการเปิดให้บริการไปแล้ว 1 ราย ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัทสัญชาติอังกฤษ ร่วมกับ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT โดยมีการจัดตั้งสถานีรับสัญญาณภาคพื้นดินขนาดใหญ่อยู่ที่ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อทำหน้าที่รับข้อมูลจากดาวเทียมและกระจายไปทั่วทั้งประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการโทรคมนาคมของไทย เช่น NT, AIS หรือแม้แต่ไทยคม ต่างมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานเสาส่งพื้นดินในการรองรับระบบเทคโนโลยีนี้อยู่แล้ว

 

ฐากรย้ำว่า หากการเปิดให้บริการนี้จะเข้ามา Disrupt หรือสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อธุรกิจดั้งเดิมจริง ค่ายโทรคมนาคมรายใหญ่ในไทยคงไม่ยอมให้ NT เปิดบริการดาวเทียม LEO จากอังกฤษไปก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน

 

เปิดทางออก 2 ระยะ ปรับ พ.ร.บ. หลัก และการตั้ง ‘Regulatory Sandbox’

 

เพื่อไม่ให้ประเทศไทยต้องตกขบวนเทคโนโลยีและสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดด้านกฎหมาย พันเอก ดร.นที ได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่ปฏิบัติได้จริงและถูกต้องตามกฎหมายไว้ 3 ขั้นตอนสำคัญ ดังนี้

 

1. หลีกเลี่ยงการแก้กฎหมายรอง แต่ให้แก้ไข พ.ร.บ. หลักอย่างโปร่งใส

 

พันเอก ดร.นที ย้ำว่า ไม่ควรแก้ไขกฎหมายรองระดับประกาศของ กสทช. เพื่อเอื้อประโยชน์เป็นรายกรณี เพราะอาจนำไปสู่การฟ้องร้องทางกฎหมายจากผู้เสียประโยชน์ จนทำให้การพัฒนา 6G ล่าช้าออกไปอีก สิ่งที่รัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลต้องทำคือการแก้ไข พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ซึ่งเป็นกฎหมายหลักให้มีความชัดเจนและโปร่งใส โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการโครงข่ายภาคพื้นดินในไทย สามารถทำสัญญากับบริษัทดาวเทียมต่างชาติเพื่อให้บริการร่วมกันได้ โดยอยู่ภายใต้ใบอนุญาตและการประกอบกิจการของบริษัทไทย

 

2. กำหนดให้มี ‘ผู้รับผิดชอบทางกฎหมาย’ ในไทย

 

แทนที่จะบังคับให้ตั้งนิติบุคคลร่วมทุนแบบเดิม ควรเปลี่ยนมากำหนดเงื่อนไขให้บริษัทต่างชาติที่มาเชื่อมต่อโครงข่าย ต้องมีตัวแทนหรือผู้รับผิดชอบทางกฎหมายในประเทศไทย (Legal Representative) เพื่อให้ภาครัฐยังคงสามารถควบคุม ดูแล และบังคับใช้กฎหมายได้หากเกิดกรณีที่ขัดต่อกฎหมายของประเทศ

 

3. ประกาศพื้นที่ทดลอง ‘Regulatory Sandbox’ ในระหว่างรอแก้ไขกฎหมาย

 

เนื่องจากกระบวนการแก้ไขกฎหมายหลักต้องใช้เวลา เพื่อไม่ให้ไทยเสียโอกาส พันเอก ดร.นที เสนอให้จัดตั้ง Regulatory Sandbox ในพื้นที่จำกัด เพื่อเปิดโอกาสให้ค่ายดาวเทียมต่างๆ สามารถร่วมมือกับผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในไทย ทดลองให้บริการระบบ Direct-to-Cell (ซึ่งปัจจุบันเริ่มทดสอบใช้งานได้แล้วในยุค 5G-Advanced หรือ 5.5G)

 

ที่สำคัญ Sandbox นี้จะต้องเปิดกว้าง ให้กับผู้ให้บริการทุกรายอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่เพียงแค่ SpaceX เท่านั้น เนื่องจากในอนาคตจะมีคู่แข่งอีกหลายราย ทั้งจากฝั่งยุโรป จีน หรือแม้กระทั่งโครงการ Kuiper ของ Amazon ซึ่งการเปิดกว้างนี้จะช่วยให้ไทยได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนสำหรับใช้ยกร่างกติกาถาวรในอนาคต

 

ทำไมไทย จึงต้องพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ และความเสี่ยงที่ต้องระวัง

 

สำหรับคำถามที่ว่า ทำไมผู้ประกอบการไทยหรือดาวเทียมไทยจึงไม่ลงทุนระบบดาวเทียม LEO เอง พันเอก ดร.นที อธิบายว่า ระบบ LEO จำเป็นต้องใช้เม็ดเงินลงทุนมหาศาลเกินกว่าศักยภาพของประเทศจะรับไหว ปัจจุบัน SpaceX ส่งดาวเทียมขึ้นไปแล้วกว่า 10,000 ดวง และมีแผนจะส่งถึง 30,000 ดวงในอนาคต การลงทุนนี้เปรียบเสมือนการพัฒนา AI Foundation Model ขนาดใหญ่ ซึ่งไทยไม่มีความจำเป็นต้องสร้างขึ้นเองตั้งแต่ต้น แต่เราสามารถเลือกลงทุน On Top เพื่อใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกเหล่านั้นมาสร้างมูลค่าเพิ่มได้

 

ในแง่ของอธิปไตย หากพิจารณาการทำงานจะพบว่าดาวเทียมทำงานโดยใช้สัญญาณเฉพาะจุด (Spot beam) ครอบคลุมเฉพาะพื้นที่เท่านั้น การให้ผู้ให้บริการอย่าง LEO เข้ามาเติมเต็มการบริการร่วมกับค่ายมือถือไทยในพื้นที่จำกัด (เช่น ในอุทยาน เกาะ หรือทะเล) จึงไม่ใช่การละเมิดอธิปไตย แต่เป็นการร่วมมือเพื่อเติมเต็มศักยภาพการบริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งจะเอื้อประโยชน์โดยตรงต่อภาคประชาชน เศรษฐกิจ และสังคม

 

อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดและความเสี่ยงที่ภาครัฐต้องระมัดระวัง คือความเข้มงวดในการกำกับดูแลระบบ Sandbox ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์เพื่อการทดสอบในพื้นที่จำกัดอย่างแท้จริง ไม่ปล่อยให้มีการลักลอบให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบในพื้นที่อื่นที่กฎหมายปัจจุบันยังไม่รองรับ เนื่องจากจะเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายไทย

 

โอกาสทอง สู่ศูนย์กลางโทรคมนาคมอาเซียน และเป้าหมาย ‘เศรษฐกิจดิจิทัลสมบูรณ์’

 

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ วิเคราะห์เชิงบวกว่า หากรัฐบาลขับเคลื่อนให้มีผู้ให้บริการดาวเทียม LEO เข้ามาลงทุนได้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นภายใต้กรอบการถือหุ้น 49:51 หรือการยอมปลดล็อกกฎหมาย 100% จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาล

 

การเข้ามาแข่งขันกันของผู้ให้บริการหลากหลายราย ทั้งรายเดิมที่เป็นค่ายอังกฤษ สหรัฐอเมริกา (Starlink) หรือแม้กระทั่งค่ายจากประเทศจีน จะช่วยยกระดับให้ไทยกลายเป็น ศูนย์กลางทางด้านโทรคมนาคม (Telecom Hub) ของภูมิภาคทันที โดยประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับประกอบด้วย

 

  • อินเทอร์เน็ตราคาถูกลง: การแข่งขันจะช่วยเพิ่มปริมาณดาต้าและทำให้ราคาอินเทอร์เน็ตถูกลง ประชาชนสามารถนำอินเทอร์เน็ตไปขับเคลื่อนต่อยอดทำธุรกิจดิจิทัลส่วนตัวได้อย่างกว้างขวาง
  • การลงทุนและการจ้างงาน: จะเกิดเม็ดเงินลงทุนและการจ้างงานในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก
  • การเติบโตของ Data Center สู่ยุค 6G: ปริมาณข้อมูลมหาศาลจากระบบดาวเทียมวงโคจรต่ำจะช่วยสะสมข้อมูลเพื่อป้อนเข้าสู่ระบบ Data Center ในประเทศ รองรับการก้าวเข้าสู่ยุค 6G ในอนาคตอันใกล้

 

ภาพประกอบแสดงธงชาติไทยผสมผสานกับเทคโนโลยีสื่อสารดาวเทียม และรูปบุคคล 2 ท่าน 3

 

สถานีโครงการดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit หรือ LEO) ภายใต้ชื่อ Starlink ของของ อีลอน มัสก์ ในประเทศสเปน

 

บริการดาวเทียม LEO และระบบข้อมูลภาคพื้นดินเปรียบเสมือน ‘จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ’ ที่จะเชื่อมต่อให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุค ‘เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างสมบูรณ์’ (Complete Digital Economy) ได้สำเร็จ หลังจากที่เราตั้งเป้าหมายนี้มานานแต่ยังเกิดขึ้นไม่ได้เต็มพื้นที่และเต็มรูปแบบเสียที

 

บทเรียนประวัติศาสตร์จากยุค 2G สู่ 3G ที่ไทยไม่ควรซ้ำรอย

 

พันเอก ดร.นที ได้ย้อนบทเรียนในอดีตเพื่อเตือนสติทุกฝ่ายว่า ความพยายามที่จะดึงดันใช้กฎหมายเก่าหรืออ้างเหตุผลด้านอธิปไตยโดยไม่ปรับตัวตามเทคโนโลยี อาจทำให้ประเทศชาติตกเป็นผู้เสียประโยชน์เอง

 

ดังเช่นในอดีตที่ประเทศไทยประสบปัญหาล็อกทางกฎหมายในการเปลี่ยนผ่านจากยุค 2G ไปสู่ 3G ส่งผลให้การพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศล่าช้าไปนานนับสิบปี ครั้งนี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญของทั้งรัฐบาล กสทช. และกระทรวงพาณิชย์ ว่าจะสามารถปรับตัวทันความเร็วของเทคโนโลยีอวกาศยุคใหม่ เพื่อรักษาสิทธิของประชาชนไทยในการเข้าถึงโครงข่ายที่ดีที่สุดของโลกได้หรือไม่

 

“ผมอยากเห็นประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางด้านโทรคมนาคมอีกครั้งหนึ่ง” ฐากรกล่าวทิ้งท้าย

 

ความพร้อมในด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ระบบสาธารณสุข และการบริการของไทยยังคงเป็นโอกาสทองที่รอคอยการขับเคลื่อนเชิงนโยบายเพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ แต่ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับว่า รัฐบาลจะมีนโยบายที่กล้าหาญ ชัดเจน และปรับตัวเร่งสปีดหนีคู่แข่งในอาเซียนได้เร็วเพียงใดในขณะนี้

The post อธิปไตย vs. เทคโนโลยี ผ่าปม ทำไม SpaceX ต้องการบุกไทย ปลดล็อกกฎหมายต่างชาติถือหุ้น 100% ในธุรกิจเทเลคอมไทย จำเป็นหรืออันตราย ผ่านเลนส์ 2 อดีต กสทช. appeared first on THE STANDARD.

]]>
Starlink ลงสนามเวียดนามเป็นตลาดที่ 6 ในอาเซียน เคาะค่าบริการเริ่ม 1,472 บาทต่อเดือน แต่ถูกจำกัดผู้ใช้ไม่เกิน 6 แสนราย https://thestandard.co/starlink-vietnam-launch/ Fri, 14 Aug 2026 11:58:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1242053 ภาพแอปพลิเคชัน Starlink บนสมาร์ทโฟน

Starlink บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมของ SpaceX บริษั […]

The post Starlink ลงสนามเวียดนามเป็นตลาดที่ 6 ในอาเซียน เคาะค่าบริการเริ่ม 1,472 บาทต่อเดือน แต่ถูกจำกัดผู้ใช้ไม่เกิน 6 แสนราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแอปพลิเคชัน Starlink บนสมาร์ทโฟน

Starlink บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมของ SpaceX บริษัทของ อีลอน มัสก์ เปิดรับคำสั่งซื้อในเวียดนามแล้ว ถือเป็นการเริ่มให้บริการอย่างเป็นทางการ หลังรัฐบาลเวียดนามอนุมัติให้ทดลองดำเนินการมานานกว่า 1 ปี

 

การเข้ามาของ Starlink ทำให้เวียดนามกลายเป็นตลาดที่ 6 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีบริการนี้ ต่อจากอินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์ และติมอร์-เลสเต ตามข้อมูลบนแผนที่พื้นที่ให้บริการของบริษัท

 

แม้เวียดนามจะมีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตครอบคลุมอยู่แล้ว แต่จุดขายของ Starlink อยู่ที่การให้บริการในพื้นที่ห่างไกล และการช่วยกู้คืนการสื่อสารเมื่อโครงข่ายภาคพื้นดินถูกตัดขาดจากพายุไต้ฝุ่น, น้ำท่วม และดินถล่ม ซึ่งเป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นบ่อยในประเทศแถบนี้

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

แพ็กเกจเริ่ม 1,472 บาทต่อเดือน ยังไม่รวมค่าอุปกรณ์

 

สำหรับลูกค้าทั่วไป Starlink เปิดให้บริการ 2 แพ็กเกจ คือ แพ็กเกจความเร็ว 100 Mbps ราคา 1,131,990 ดง (ราว 1,472 บาท) ต่อเดือน และแพ็กเกจความเร็ว 400 Mbps ราคา 1,711,100 ดง (ราว 2,224 บาท) ต่อเดือน ส่วนลูกค้าองค์กรจะคิดราคาตามปริมาณการใช้ข้อมูล โดยเริ่มต้นที่ 1,480,000 ดง (ราว 1,924 บาท) ต่อเดือน

 

นอกจากค่าบริการรายเดือนแล้ว ลูกค้ายังต้องซื้อชุดอุปกรณ์แยกต่างหาก โดยรุ่นเล็กที่มีเราเตอร์ในตัวราคา 8,655,300 ดง (ราว 11,252 บาท) ส่วนรุ่นใหญ่ Standard 4X ราคา 10,269,900 ดง (ราว 13,351 บาท)

 

ตามเว็บไซต์ของบริษัทระบุว่าไม่มีการผูกสัญญา มีระยะทดลองใช้ 30 วัน และจัดส่งอุปกรณ์ภายใน 1-2 สัปดาห์ ขณะที่เพจ Facebook อย่างเป็นทางการกำลังโฆษณาว่าให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและเสถียร ที่ความเร็วมากกว่า 340 Mbps

 

เพดาน 600,000 ราย สะท้อนท่าทีระมัดระวังของฮานอย

 

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคม 2025 รัฐบาลเวียดนามประกาศอนุญาตให้ SpaceX เปิดให้บริการ Starlink ในลักษณะโครงการนำร่อง 5 ปี พร้อมยกเว้นเพดานการถือหุ้นของต่างชาติสำหรับบริการนี้ ซึ่งถือเป็นการเปิดประตูที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก ในภาคโทรคมนาคมที่เวียดนามควบคุมอย่างเข้มงวด

 

การอนุมัติดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่เวียดนามจะถูกประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าตอบโต้ในอัตราสูงสุดกลุ่มหนึ่ง ระหว่างการแถลง ‘Liberation Day’ เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว ซึ่งขณะนั้นมัสก์ยังทำงานให้รัฐบาลทรัมป์ ในฐานะผู้นำของกระทรวงประสิทธิภาพของรัฐบาล หรือ Department of Government Efficiency (DOGE)

 

ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 Starlink ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมในเวียดนาม แต่ถูกจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการไว้ไม่เกิน 600,000 ราย ซึ่งคิดเป็นราว 2.5% ของฐานผู้ใช้บรอดแบนด์แบบมีสายทั้งหมดในประเทศ โดยโครงการนำร่องนี้จะดำเนินไปจนถึงสิ้นปี 2030

 

บริการในเวียดนามดำเนินการโดย Starlink Services Vietnam ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ SpaceX ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2025 ด้วยทุนจดทะเบียน 3 หมื่นล้านดง (ราว 39 ล้านบาท) ขณะที่รัฐบาลเวียดนามอนุญาตให้ตั้งสถานีภาคพื้นดินได้ 4 แห่ง

 

สวนทางไทย ที่ปิดประตูการถือหุ้น 100%

 

ขณะที่เวียดนามเลือกเปิดประตูแบบมีเงื่อนไข อีกหนึ่งประเทศในอาเซียนอย่างไทยกลับมีท่าทีต่างออกไป โดยเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2026 Bloomberg รายงานว่า ไทยจะไม่อนุญาตให้บริษัทสหรัฐฯ จัดตั้งกิจการโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมที่ต่างชาติถือหุ้นทั้งหมด ในฐานะส่วนหนึ่งของการเจรจาการค้ากับรัฐบาลทรัมป์ โดยให้เหตุผลเรื่องอธิปไตย

 

กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ประเด็นนี้จะอยู่ในวาระการหารือเมื่อการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ กลับมาเริ่มต้นอีกครั้งในช่วงปลายเดือนนี้

 

“มีภาคส่วนเดียวที่คิดว่าเราไม่ต้องการให้เขาเข้ามาลงทุนจริงๆ คือบริการโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ เพราะเป็นเรื่องอธิปไตย และโดยพื้นฐานแล้วมีบริษัทเดียวในสหรัฐฯ ที่ต้องการเรื่องนี้จริงจัง ก็คือ SpaceX” กิริฎากล่าว

 

ปัจจุบันไทยกำหนดให้ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% ในโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมบางประเภท ขณะที่ SpaceX ซึ่งเพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเมื่อเดือนมิถุนายน พยายามผลักดันเพื่อให้ได้สิทธิ์เข้าถึงตลาดไทยมากขึ้น ทั้งนี้ สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) และ SpaceX ไม่ได้ตอบคำขอความเห็นในเรื่องนี้

 

โจทย์ใหญ่คือราคา เมื่อคนส่วนใหญ่พอใจกับบริการเดิม

 

เวียดนามเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี 1997 ซึ่งขณะนั้นมีผู้ใช้บริการราว 200,000 ราย ปัจจุบันประเทศมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตราว 85.6 ล้านคน หรือคิดเป็นราว 85% ของประชากรทั้งหมด

 

จุดแข็งของ Starlink คือการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียมในวงโคจรต่ำ แทนที่จะพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานภาคพื้นดินเป็นหลัก ทำให้สามารถให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้ทั้งกลางทะเล, บนอากาศ และในพื้นที่ห่างไกลที่โครงข่ายแบบมีสายและมือถือเข้าไม่ถึง

 

แต่ข้อจำกัดสำคัญคือราคา เพราะค่าบริการสูงกว่าอินเทอร์เน็ตในประเทศหลายเท่า และยังต้องจ่ายค่าอุปกรณ์ก้อนใหญ่ตั้งแต่เริ่มใช้งาน ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจของ VnExpress ที่สอบถามผู้คน 8,500 คนเมื่อต้นปีนี้ พบว่า 74% ไม่มีแผนจะใช้ Starlink เพราะบริการโทรคมนาคมภาคพื้นดินที่มีอยู่ตอบโจทย์การใช้งานได้อยู่แล้ว ขณะที่ 15% ระบุว่าต้องการใช้ และอีก 11% อยู่ระหว่างพิจารณา

 

ปัจจุบัน Starlink ให้บริการในกว่า 160 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก โดยแผนที่พื้นที่ให้บริการแสดงสถานะว่าเปิดให้บริการแล้วหรือกำลังจะเปิด ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลก ยกเว้นบางประเทศอย่างจีนและรัสเซีย

 

หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดงเวียดนาม เท่ากับ 0.0013 บาท ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2569

 

ภาพ: Zulfugar Graphics / Shutterstock

 

อ้างอิง:

The post Starlink ลงสนามเวียดนามเป็นตลาดที่ 6 ในอาเซียน เคาะค่าบริการเริ่ม 1,472 บาทต่อเดือน แต่ถูกจำกัดผู้ใช้ไม่เกิน 6 แสนราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยปิดประตูไม่ให้ SpaceX ตั้งบริษัทและถือหุ้น 100% ในไทย ชี้ดาวเทียมวงโคจรต่ำเป็นเรื่องอธิปไตย ไม่ยอมแลกในโต๊ะเจรจาการค้า https://thestandard.co/thailand-rejects-spacex-ownership-sovereignty/ Thu, 06 Aug 2026 05:49:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1238792 อีลอน มัสก์ ซีอีโอ SpaceX พร้อมโลโก้ SpaceX และข้อความเกี่ยวกับการที่ไทยไม่ให้ SpaceX ถือหุ้น 100%

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ไทยจะไม่อนุญาตให้บริษัทสห […]

The post ไทยปิดประตูไม่ให้ SpaceX ตั้งบริษัทและถือหุ้น 100% ในไทย ชี้ดาวเทียมวงโคจรต่ำเป็นเรื่องอธิปไตย ไม่ยอมแลกในโต๊ะเจรจาการค้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
อีลอน มัสก์ ซีอีโอ SpaceX พร้อมโลโก้ SpaceX และข้อความเกี่ยวกับการที่ไทยไม่ให้ SpaceX ถือหุ้น 100%

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ไทยจะไม่อนุญาตให้บริษัทสหรัฐฯ จัดตั้งกิจการโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมที่ต่างชาติถือหุ้นทั้งหมด ในฐานะส่วนหนึ่งของการเจรจาการค้ากับรัฐบาลทรัมป์ โดยปฏิเสธการลงทุนลักษณะนี้ในภาคดังกล่าวด้วยเหตุผลเรื่องอธิปไตย ตามการเปิดเผยของการกระทรวงพาณิชย์ของไทย

 

 

 

 
 

กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ระบุในการให้สัมภาษณ์ว่า ประเด็นนี้จะอยู่ในวาระการหารือเมื่อการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ กลับมาเริ่มต้นอีกครั้งในช่วงปลายเดือนนี้

 

“มีอยู่สาขาเดียวที่คิดว่าเราไม่ต้องการให้เขาเข้ามาลงทุนจริงๆ คือบริการโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ มันเป็นเรื่องอธิปไตย และโดยพื้นฐานแล้วมีบริษัทเดียวในสหรัฐฯ ที่ต้องการเรื่องนี้จริงจัง ก็คือ SpaceX” กิริฎากล่าว

 

สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) และ SpaceX ไม่ได้ตอบคำขอความเห็นในเรื่องนี้

 

SpaceX บริษัทด้านดาวเทียม อวกาศ และปัญญาประดิษฐ์ของอีลอน มัสก์ ซึ่งเพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเมื่อเดือนมิถุนายน พยายามผลักดันเพื่อให้ได้สิทธิ์เข้าถึงตลาดมากขึ้นในการให้บริการอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink ในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีข้อจำกัดให้ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% ในโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมบางประเภท

 

กิริฎาระบุว่าไทยพร้อมจัดซื้อเครื่องบิน ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ถั่วเหลือง และข้าวโพดจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น รวมถึงจะลดภาษีลงเหลือศูนย์และยอมรับมาตรฐานของสหรัฐฯ สำหรับการนำเข้าเนื้อวัว เนื้อแกะ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ตาม ไทยจะไม่ให้การปฏิบัติแบบเดียวกันกับเนื้อหมูจากสหรัฐฯ

 

เป้าหมายคือรักษาเพดานภาษีให้ต่ำกว่า 19%

 

กิริฎาระบุว่าเป้าหมายหลักของไทยในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ คือการรักษาภาษีรวมให้อยู่ต่ำกว่าอัตรา 19% ที่ไทยเคยตกลงไว้เมื่อปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราที่ไทยเผชิญอยู่ก่อนที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ จะมีคำวินิจฉัยล้มแนวทางการใช้มาตรการภาษีของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

 

ปัจจุบันไทยถูกเก็บภาษีในอัตรา 12.5% อยู่แล้ว ภายใต้คำวินิจฉัยของ USTR ที่ครอบคลุม 60 ประเทศ ด้วยเหตุผลว่าดำเนินการไม่เพียงพอในการจำกัดการค้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับ นอกจากนี้ไทยยังอยู่ระหว่างการไต่สวนอีกกรณีหนึ่งที่แยกต่างหาก เกี่ยวกับกำลังการผลิตส่วนเกิน

 

อ้างอิง:

 

The post ไทยปิดประตูไม่ให้ SpaceX ตั้งบริษัทและถือหุ้น 100% ในไทย ชี้ดาวเทียมวงโคจรต่ำเป็นเรื่องอธิปไตย ไม่ยอมแลกในโต๊ะเจรจาการค้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
SpaceX พักฐาน แต่กำลังเติบโตไกลกว่าธุรกิจจรวด https://thestandard.co/opinion-spacex-growth-beyond-rockets/ Sat, 18 Jul 2026 07:53:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1232245 ภาพจรวด Starship ของ SpaceX บนฐานปล่อย

หลังสร้างประวัติศาสตร์ด้วย IPO ที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งข […]

The post SpaceX พักฐาน แต่กำลังเติบโตไกลกว่าธุรกิจจรวด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพจรวด Starship ของ SpaceX บนฐานปล่อย

หลังสร้างประวัติศาสตร์ด้วย IPO ที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของโลก หุ้น SpaceX ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากนักลงทุนทั่วโลก ก่อนราคาจะค่อย ๆ ปรับฐานลงจนกลับมาใกล้ระดับ IPO ท่ามกลางแรงขายทำกำไรและความกังวลต่อการลงทุนมหาศาลที่บริษัทกำลังเร่งเดินหน้า

 

 

สำหรับนักลงทุนระยะสั้น การย่อตัวของราคาหุ้นอาจสะท้อนว่าโมเมนตัมเริ่มชะลอลง แต่สำหรับนักลงทุนระยะยาว คำถามสำคัญคือ SpaceX กำลังสร้างธุรกิจอะไรที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตในอีก 10-20 ปีข้างหน้า

 

หลายคนยังจดจำ SpaceX ในฐานะบริษัทจรวด เจ้าของ Falcon 9 และ Starship แต่เมื่อพิจารณาโครงสร้างรายได้ จะเห็นว่าบริษัทไม่ได้พึ่งพาธุรกิจจรวดเพียงอย่างเดียว

 

ในปี 2568 SpaceX มีรายได้รวม 18.7 พันล้านดอลลาร์ เติบโต 33% YoY โดยรายได้ 61% มาจากธุรกิจ Starlink เครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม ขณะที่ Launch Services คิดเป็น 22% และอีก 17% มาจากธุรกิจ AI Infrastructure ที่บริษัทกำลังเร่งลงทุน

 

โครงสร้างรายได้ดังกล่าวสะท้อนว่า SpaceX กำลังเปลี่ยนผ่านสู่บริษัทเทคโนโลยีที่มีธุรกิจสร้างรายได้ประจำ (Recurring Revenue) พร้อมวางรากฐานการเติบโตในยุค AI

 

หัวใจสำคัญคือ Starlink ซึ่งเป็นธุรกิจแบบ Subscription ที่สร้างรายได้ประจำจากผู้ใช้งานทั่วโลก ปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากกว่า 10 ล้านราย และหลายสำนักวิจัยคาดว่าฐานลูกค้าอาจเพิ่มเป็น 16-17 ล้านรายในปี 2569 พร้อมสร้างรายได้แตะ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี

 

กระแสเงินสดจาก Starlink จึงเป็นเสมือน ‘เครื่องจักรผลิตเงินสด’ ที่ช่วยให้ SpaceX เดินหน้าลงทุนในโครงการระยะยาว เช่น Starship การสำรวจอวกาศ และเทคโนโลยีแห่งอนาคต ได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องพึ่งพารายได้จากการปล่อยจรวดเพียงอย่างเดียว

 

อีกหนึ่งธุรกิจที่น่าจับตาคือ AI Infrastructure แม้ปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ราว 17% แต่ถูกมองว่าเป็นเครื่องยนต์การเติบโตรอบใหม่ของบริษัท

 

ตลอดปีที่ผ่านมา SpaceX เร่งลงทุนใน AI Data Center ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ระบบประมวลผล และ Compute Infrastructure เพื่อรองรับการพัฒนาโมเดล AI ขนาดใหญ่ รวมถึงเชื่อมต่อ AI เข้ากับเครือข่ายดาวเทียมและโครงสร้างพื้นฐานของบริษัท โดยโครงการ Colossus และ Colossus II ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจนี้

 

แม้รายได้จาก AI จะยังไม่ใช่ธุรกิจหลักในปัจจุบัน แต่ตลาดให้ความสำคัญกับศักยภาพระยะยาว เนื่องจาก AI เป็น Mega Trend ที่อาจเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน การใช้ชีวิต และโครงสร้างเศรษฐกิจโลก ไม่ต่างจากการเปลี่ยนแปลงที่อินเทอร์เน็ตเคยสร้างไว้เมื่อกว่าสองทศวรรษก่อนด้วยเหตุนี้ SpaceX จึงไม่ได้แข่งขันอยู่เพียงในอุตสาหกรรมอวกาศ แต่กำลังวางตำแหน่งตัวเองบน 3 เมกะเทรนด์สำคัญ ได้แก่

 

  1. Space Economy ผ่านธุรกิจปล่อยจรวดและระบบขนส่งอวกาศ
  2. Global Connectivity ผ่าน Starlink ที่สร้างรายได้ประจำจากผู้ใช้งานทั่วโลก
  3. AI Infrastructure ซึ่งมีศักยภาพเป็นเครื่องยนต์การเติบโตแห่งทศวรรษถัดไป

 

ข้อมูลจากทีม Global Investing หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่าในมุมนี้ การที่ราคาหุ้นปรับฐานลงมาใกล้ระดับ IPO อาจสะท้อนเพียงการปรับความคาดหวังของตลาดในระยะสั้น มากกว่าการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐาน เพราะหาก SpaceX ยังขยายฐานผู้ใช้ Starlink เดินหน้าลงทุนด้าน AI และรักษาความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอวกาศได้ตามแผน การเติบโตของบริษัทอาจยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

 

สำหรับนักลงทุนระยะยาว คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่ ‘ราคาหุ้นลงมาแล้วหรือยัง’ แต่คือ ‘อีก 10 ปีข้างหน้า SpaceX จะมีมูลค่าใหญ่กว่าวันนี้หรือไม่’

 

สำหรับนักลงทุนไทย ปัจจุบันสามารถลงทุนใน SpaceX ผ่าน DR SPACEX01 ซึ่งซื้อขายบนตลาดหุ้นไทยด้วยเงินบาท ผ่านแอป Streaming ทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน โดยไม่ต้องเปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศ

 

ท้ายที่สุด ความผันผวนของราคาหุ้นอาจเป็นเพียงปัจจัยระยะสั้น แต่สิ่งที่น่าจับตาคือการเปลี่ยนผ่านของ SpaceX จาก ‘บริษัทจรวด’ สู่ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร อวกาศ และ AI ซึ่งอาจเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจโลกในอนาคต

 

ภาพ: Findaview / Shutterstock

The post SpaceX พักฐาน แต่กำลังเติบโตไกลกว่าธุรกิจจรวด appeared first on THE STANDARD.

]]>
SpaceSail คืออะไร ทำไมถึงถูกมองเป็นคู่แข่ง Starlink ของอีลอน มัสก์ https://thestandard.co/spacesail-starlink-china-competitor/ Thu, 25 Jun 2026 08:45:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1222807 ภาพจรวด Long March 6A กำลังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

ในอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมที่ Starlink ของอีล […]

The post SpaceSail คืออะไร ทำไมถึงถูกมองเป็นคู่แข่ง Starlink ของอีลอน มัสก์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพจรวด Long March 6A กำลังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

ในอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมที่ Starlink ของอีลอน มัสก์ ครองความยิ่งใหญ่มาอย่างยาวนาน กำลังจะต้องเผชิญกับผู้ท้าชิงรายใหม่ที่เตรียมก้าวเข้ามาเขย่าบัลลังก์ เมื่อมหาอำนาจอย่างจีนได้ซุ่มพัฒนาโปรเจกต์เครือข่ายดาวเทียมวงโคจรต่ำอย่าง ‘SpaceSail’ คำถามที่น่าจับตามองก็คือ ยักษ์ใหญ่จากจีนรายนี้มีไม้ตายอะไรซ่อนอยู่อีกบ้าง และเส้นทางสู่การโค่นบัลลังก์ของ Starlink จะเป็นไปได้จริงหรือไม่

 

 

SpaceSail คืออะไร

 

SpaceSail Constellation หรือรู้จักกันในชื่อ Qianfan (เชียนฟาน) คือ โปรเจกต์ให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit) ของประเทศจีน ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2023 ภายใต้การบริหารของบริษัท Shanghai Spacecom Satellite Technology – SSST

 

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนอย่างเต็มที่ ทั้งจากสถาบันวิจัยของรัฐ (Chinese Academy of Sciences) และรัฐบาลท้องถิ่นเซี่ยงไฮ้ ซึ่งให้เงินทุนสนับสนุนตั้งต้นถึง 6.7 พันล้านหยวน โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการสร้างเครือข่ายดาวเทียมกว่า 15,000 ดวง เพื่อให้บริการครอบคลุมทั่วโลก

 

ทำไมถึงถูกมองเป็น ‘คู่แข่ง’ Starlink

 

SpaceSail ถูกสร้างขึ้นมาและรับรู้ในวงกว้างในฐานะเป็น ‘ผู้ท้าชิง’ อำนาจนำของอีลอน มัสก์ในอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตดาวเทียม โดย SpaceSail ใช้กลยุทธ์จงใจพุ่งเป้าไปที่ประเทศซึ่ง Starlink กำลังเผชิญกับปัญหาทางการเมืองหรือเรื่องกฎระเบียบข้อบังคับ

 

ปัจจุบันบริษัทกำลังเจรจากับ 30 ประเทศ และประสบความสำเร็จแล้วในหลายพื้นที่ที่ข้อตกลงกับ Starlink ล้มเหลว เช่น ในประเทศบราซิล SpaceSail ได้รับอนุญาตให้บริการเชิงพาณิชย์ หลังจากที่มัสก์มีความขัดแย้งกับทางการบราซิลเรื่องการควบคุมเนื้อหาบนแพลตฟอร์ม X รวมถึงในประเทศคาซัคสถาน ที่สามารถเข้าไปตั้งสาขาได้สำเร็จ ภายหลังการเจรจากับ Starlink ต้องยุติลง เนื่องจากข้อกำหนดด้านการจัดเก็บข้อมูลและความปลอดภัย

 

นอกจากนี้ทั้ง SpaceSail และ Starlink ยังแข่งขันกันในธุรกิจการบิน โดย SpaceSail ได้ทำสัญญากับบริษัท Airbus เพื่อเข้าไปเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับการให้บริการ Wi-Fi บนเครื่องบิน ซึ่งถือเป็นการแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดโดยตรง

 

ประเด็นสำคัญอื่นๆ เกี่ยวกับ SpaceSail

 

ขณะนี้ SpaceSail มีดาวเทียมในวงโคจรที่ทำงานอยู่อย่างน้อย 200 ดวง ซึ่งบริษัทระบุว่ามีจำนวนเพียงพอที่จะเริ่มเปิดใช้งานเชิงพาณิชย์ครั้งแรกแล้ว โดยเริ่มจากการติดตามเรือเดินสมุทร แต่ยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับ Starlink ที่มีกว่า 10,413 ดวง

 

SpaceSail ตั้งเป้าที่จะขยายบริการเชิงพาณิชย์ในวงกว้างโดยมีดาวเทียม 648 ดวงภายในสิ้นปี 2026 และตั้งเป้าจะมีดาวเทียมให้บริการในวงโคจรมากกว่า 10,000 ดวงภายในสิ้นปี 2030 ก่อนจะขยายไปถึง 15,000 ดวง

 

SpaceSail กำลังเปิดระดมทุนรอบใหม่ เพื่อนำเงินไปใช้สร้างกลุ่มดาวเทียม พัฒนาเทคโนโลยี และขยายตลาด โดยปล่อยสัดส่วนหุ้นไม่เกิน 20% ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ SpaceX บริษัทแม่ของ Starlink ทำสถิติเสนอขายหุ้น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยมูลค่า 8.57 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า ความสำเร็จของ SpaceSail ยังไม่เป็นที่แน่นอนนัก เนื่องจากในประเทศจีนเอง SpaceSail ต้องเผชิญกับการแข่งขัน เพื่อแย่งชิงทรัพยากรจรวดและเงินทุนสนับสนุนกับ SatNet (Guowang) ซึ่งเป็นโครงการดาวเทียมของรัฐบาลจีนอีกโครงการหนึ่ง แม้ว่า SpaceSail จะมีภาพลักษณ์ความเป็นคู่แข่งในระดับนานาชาติกับ Starlink ที่ชัดเจนกว่าก็ตาม

 

แฟ้มภาพ: VCG via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post SpaceSail คืออะไร ทำไมถึงถูกมองเป็นคู่แข่ง Starlink ของอีลอน มัสก์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 ข้อควรรู้ SpaceX จะไปต่อได้แค่ไหน? โอกาสเข้าถึงหุ้นอวกาศระดับโลกผ่านตลาดหุ้นไทย https://thestandard.co/opinion-spacex-ipo-space-stock-future/ Sun, 21 Jun 2026 06:22:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1221131 โลโก้ SpaceX บนหน้าจอสมาร์ทโฟน

หลังเข้าเทรด หุ้น SpaceX ยังคงได้รับความสนใจอย่างมากจาก […]

The post 5 ข้อควรรู้ SpaceX จะไปต่อได้แค่ไหน? โอกาสเข้าถึงหุ้นอวกาศระดับโลกผ่านตลาดหุ้นไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้ SpaceX บนหน้าจอสมาร์ทโฟน

หลังเข้าเทรด หุ้น SpaceX ยังคงได้รับความสนใจอย่างมากจากตลาด โดยราคาหุ้นปรับขึ้นเหนือราคา IPO อย่างมีนัยสำคัญ และผลักดันให้มูลค่าตลาดของบริษัททะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้ SpaceX ไม่ใช่เพียงหนึ่งใน IPO ขนาดใหญ่ที่สุดของตลาด แต่กลายเป็นบททดสอบสำคัญว่า นักลงทุนควรตีมูลค่า ‘อนาคตของอวกาศ’ อย่างไร

 

ความยากคือ SpaceX ไม่ได้เป็นธุรกิจมิติเดียว ด้านหนึ่ง บริษัทยังมีรายได้เพียง 18.7 พันล้านดอลลาร์ และยังขาดทุนสุทธิ แต่อีกด้านหนึ่ง SpaceX คือผู้นำด้านจรวดนำกลับมาใช้ซ้ำ มี Starlink เป็นโครงข่ายดาวเทียมระดับโลก มีธุรกิจด้านความมั่นคง และมีโอกาสเติบโตเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจอวกาศในระยะยาว

 

ข้อที่ 1 SpaceX เป็นแค่หุ้นจรวด หรือเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของโลก?

 

หากมองแบบผิวเผิน SpaceX คือบริษัทที่ปล่อยจรวดขึ้นสู่วงโคจร แต่ในมุมของตลาดทุน เรื่องราวใหญ่กว่านั้นมาก SpaceX กำลังถูกมองเป็นแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจอวกาศ ตั้งแต่บริการปล่อยดาวเทียมและขนส่งนักบินอวกาศ ไปจนถึงอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม ธุรกิจด้านกลาโหม และโอกาสในอนาคตอย่าง direct-to-cell หรือโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลบนวงโคจร

 

จุดแข็งสำคัญคือ SpaceX ไม่ได้มีเพียงไอเดีย แต่มีขนาดธุรกิจจริงรองรับ บริษัททำภารกิจปล่อยจรวดจำนวนมากในแต่ละปี มีจรวด reusable ที่ช่วยเปลี่ยนเศรษฐศาสตร์ของการเข้าถึงอวกาศ และมี Starlink เป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ ต่างจากบริษัทอวกาศจำนวนมากที่ยังอยู่ในช่วงพิสูจน์โมเดลธุรกิจ

 

นี่คือเหตุผลที่ตลาดไม่ได้ตีมูลค่า SpaceX เหมือนบริษัทอุตสาหกรรมอวกาศแบบดั้งเดิม แต่ให้ค่ากับบริษัทในฐานะผู้เล่นที่อาจทำให้อวกาศกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ คล้ายกับยุค AI ที่ตลาดไม่ได้ให้มูลค่าเฉพาะบริษัทที่สร้างแอปพลิเคชันปลายทาง แต่ให้ค่ากับผู้เล่นที่เป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ตั้งแต่ชิป ดาต้าเซ็นเตอร์ ไปจนถึงเครือข่ายที่ทำให้เทคโนโลยีทั้งหมดขยายตัวได้

 

ข้อที่ 2 ระยะสั้นหุ้นยังมีแรงส่งเหลืออยู่หรือไม่?

 

ในมุมมองของทีม BLS Global Investing ภาพระยะสั้นของ SpaceX ยังมีโอกาสเป็นบวกในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังเข้าเทรด หนึ่งในแรงหนุนสำคัญไม่ใช่แค่กระแสความตื่นเต้นหลัง IPO แต่คือโอกาสที่หุ้นขนาดใหญ่ระดับนี้จะถูกนำเข้าดัชนีสำคัญเร็วกว่าหุ้น IPO ทั่วไป

 

จากข้อมูลเกณฑ์ดัชนีที่เกี่ยวข้อง FTSE Russell และ CRSP อาจเป็นกลุ่มแรกที่เปิดทางให้ SpaceX เข้าดัชนีได้เร็วที่สุดภายในราว 5 วันทำการ ตามด้วย MSCI ในราว 10 วันทำการ และ Nasdaq-100 ในราว 15 วันทำการ หากผ่านเงื่อนไขที่กำหนด ขณะที่ S&P 500 ยังเป็นข้อยกเว้นสำคัญ เพราะไม่มี fast-track สำหรับ mega-IPO และยังต้องใช้ประวัติการซื้อขาย รวมถึงเงื่อนไขด้านกำไรตามเกณฑ์ปกติ

 

ความหมายคือ SpaceX อาจได้แรงซื้อจากกองทุน ETF และกองทุน Passive ที่ต้องปรับพอร์ตเมื่อหุ้นถูกเพิ่มเข้าดัชนี กองทุนที่อ้างอิงดัชนีนั้นก็จำเป็นต้องซื้อ

 

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องระวังว่าแรงซื้อจากดัชนีเป็นแรงส่งที่มีกรอบเวลา หากตลาดรับรู้ล่วงหน้าและมีแรงซื้อดักหน้าไปแล้ว วันที่เข้าดัชนีจริงอาจไม่ได้สร้างแรงหนุนมากเท่าที่คาด ดังนั้น ระยะสั้นของ SpaceX อาจยังดูแข็งแรง แต่ไม่น่าจะเป็นการปรับขึ้นแบบไร้แรงต้าน

 

ข้อที่ 3 เมื่อแรงซื้อช่วงแรกจางลง ใครจะเป็นแรงขายรอบถัดไป?

 

หลังผ่านช่วงแรกของ IPO ตลาดจะเริ่มเปลี่ยนโฟกัสจากฝั่ง demand ไปสู่ฝั่ง supply นั่นคือ ‘หุ้นของผู้ถือหุ้นเดิมที่ทยอยพ้นช่วง Lockup’

 

SpaceX เป็นบริษัทที่อยู่ในตลาด private มายาวนาน ผู้ถือหุ้นเดิมจำนวนมาก ทั้งพนักงาน นักลงทุนยุคแรก venture capital และกองทุน private market อาจถือหุ้นมาหลายปี และมีต้นทุนต่ำกว่าราคาตลาดอย่างมีนัยสำคัญ

 

จาก timeline ที่เปิดเผย การปลดล็อกหุ้นของ SpaceX ไม่ได้เกิดขึ้นทั้งหมดในคราวเดียว แต่ทยอยเป็นหลายรอบ ตั้งแต่ช่วงหลังประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 เดือน ก.ค. ต่อเนื่องไปตามช่วงเวลาหลัง IPO และมีก้อนใหญ่ตามมาในช่วงหลังประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 รวมถึงส่วนที่เหลือในช่วง 180 วันหลัง IPO ซึ่งคือช่วงต้นเดือน ธ.ค.

 

นี่ทำให้แนวโน้มหุ้นอาจแบ่งออกได้เป็น 2 ช่วง ช่วงแรกคือช่วงที่ตลาดโฟกัสแรงซื้อจาก IPO และการเข้าดัชนี ส่วนช่วงถัดไปคือช่วงที่ตลาดต้องประเมินว่าแรงซื้อใหม่แข็งแรงพอจะรับแรงขายจากหุ้นที่ทยอยปลดล็อกได้หรือไม่ หากราคาหุ้นยังอยู่สูงกว่าราคา IPO มาก แรงขายทำกำไรจากผู้ถือหุ้นเดิมก็อาจเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ

 

ข้อที่ 4 มูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สมเหตุสมผลแค่ไหน?

 

ถ้าตอบด้วยตัวเลขปัจจุบัน SpaceX ไม่ใช่หุ้นถูก บริษัทมีรายได้ปี 2025 ราว 18.7 พันล้านดอลลาร์ และยังขาดทุนสุทธิ ขณะที่มูลค่าตลาดหลังวันแรกทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ที่ราคา IPO หุ้นซื้อขายบน price-to-sales ราว 95 เท่า ซึ่งสูงกว่าบริษัทเทคโนโลยี mega-cap หลายแห่ง

 

แต่เหตุผลที่ตลาดยอมจ่าย valuation สูงขนาดนี้ เพราะ SpaceX มีคุณสมบัติที่หาได้ยากในตลาดหุ้น

 

  • หนึ่งคือ scarcity นักลงทุนมีทางเลือกน้อยมากในการลงทุนโดยตรงกับเศรษฐกิจอวกาศขนาดใหญ่
  • สองคือ market leadership บริษัทมีความได้เปรียบด้านจรวด reusable และความถี่ในการปล่อยจรวด สามคือ Starlink ที่อาจถูกมองเป็น global connectivity platform มากกว่าธุรกิจดาวเทียมแบบเดิม
  • สี่คือ ธุรกิจกลาโหมและโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์
  • และห้าคือ Musk factor ที่ทำให้นักลงทุนบางส่วนยอมจ่ายแพงเพื่อซื้อภาพอนาคต

 

คล้ายกับกรณี Tesla ที่ตลาดไม่เคยมองเป็นเพียงบริษัทรถยนต์ แต่ให้มูลค่าบริษัทในฐานะแพลตฟอร์มของ EV, battery, software, autonomy และ energy SpaceX เองก็อาจกำลังถูกตลาดมองในกรอบเดียวกัน คือไม่ใช่แค่บริษัทจรวด แต่เป็นแพลตฟอร์มของ launch, broadband, defence, direct-to-cell, AI infrastructure และเศรษฐกิจวงโคจรในอนาคต

 

ประเด็นคือ valuation สูงไม่ใช่เรื่องผิดโดยอัตโนมัติ หากบริษัทสามารถเติบโตทันความคาดหวังได้จริง แต่ valuation สูงทำให้พื้นที่สำหรับความผิดพลาดลดลงมาก หากรายได้โตช้ากว่าคาด margin ไม่ดีขึ้น หรือ capex ยังสูงต่อเนื่อง ราคาหุ้นอาจถูกกดดันได้ง่าย เพราะความสำเร็จในอนาคตจำนวนมากถูกสะท้อนเข้าไปในราคาแล้ว

 

ข้อที่ 5 SpaceX จะเปลี่ยนความฝันให้เป็นตัวเลขได้เร็วแค่ไหน?

 

นี่อาจเป็นคำถามสำคัญที่สุดในระยะยาว เพราะมูลค่าระดับ 2 ล้านล้านดอลลาร์ไม่ได้สะท้อนแค่ธุรกิจที่มีอยู่ในวันนี้ แต่สะท้อนความคาดหวังว่า SpaceX จะกลายเป็นแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจอวกาศในอนาคต

 

ตัวเลขที่ตลาดจะจับตามากที่สุดคือ Starlink เพราะเป็นธุรกิจที่ทำให้ SpaceX เปลี่ยนจากบริษัทที่มีรายได้จากโครงการหรือสัญญา เป็นธุรกิจที่มีรายได้ประจำจากผู้ใช้งานทั่วโลก หาก Starlink เติบโตต่อได้ ทั้งในกลุ่มผู้บริโภค องค์กร การบิน เรือเดินสมุทร รัฐบาล และ direct-to-cell ตลาดก็อาจยอมให้ multiple สูงต่อไปได้

 

แต่ Starlink ไม่ใช่คำตอบเดียว SpaceX ยังต้องพิสูจน์ว่าธุรกิจ launch สามารถรักษาความได้เปรียบด้านต้นทุนได้ Starship สามารถเดินหน้าจากโครงการที่ใช้เงินลงทุนมหาศาลไปสู่สินทรัพย์ที่สร้างมูลค่าจริงได้ ธุรกิจกลาโหมสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงได้ และภาพรวมบริษัทสามารถค่อยๆ เปลี่ยนจากการเติบโตที่ใช้เงินลงทุนสูง ไปสู่กำไรและกระแสเงินสดที่ยั่งยืน

 

นี่คือจุดที่ตลาดจะเข้มงวดขึ้นหลัง IPO เพราะบริษัทจดทะเบียนต้องถูกประเมินทุกไตรมาส ความฝันระยะยาวยังสำคัญ แต่ตัวเลขรายได้ margin cash flow และ capex จะสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ

 

ดังนั้น ภาพรวมของ SpaceX หลังเข้าเทรดอาจสรุปได้ว่า ระยะสั้นยังมีแรงส่งจาก IPO และการเข้าดัชนี ระยะกลางต้องระวังแรงขายจากหุ้นที่ทยอยปลดล็อก ส่วนระยะยาวจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการเปลี่ยนความเป็นผู้นำด้านอวกาศให้กลายเป็นผลประกอบการที่สมกับมูลค่าตลาด

 

SpaceX อาจเป็นหนึ่งในหุ้นที่สำคัญที่สุดของทศวรรษนี้ เพราะเป็นบริษัทที่ทำให้เศรษฐกิจอวกาศกลายเป็นธีมลงทุนกระแสหลักของตลาดทุนโลก แต่หุ้นที่ยิ่งใหญ่มักมาพร้อมคำถามที่ใหญ่ไม่แพ้กัน คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า SpaceX เป็นบริษัทที่น่าตื่นเต้นหรือไม่ เพราะคำตอบชัดเจนว่าใช่ แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ ราคาหุ้นวันนี้สะท้อนอนาคตที่น่าตื่นเต้นนั้นไปมากแค่ไหนแล้ว

 

สำหรับนักลงทุนไทยที่อยากมีส่วนร่วมกับโอกาสของ SpaceX ผ่านตลาดหุ้นไทย รอติดตาม DR อ้างอิงหุ้น SpaceX ที่ออกโดยหลักทรัพย์บัวหลวงเร็วๆ นี้ ในฐานะ DR ตัวแรกของไทยที่พานักลงทุนเข้าถึงหุ้นโครงสร้างพื้นฐานอวกาศระดับโลกได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ

 

ภาพกราฟหุ้น SpaceX ราย 15 นาที

 

โลโก้ SpaceX บนหน้าจอสมาร์ทโฟน 1

 

ภาพ: Below the Sky / Shutterstock

 

อ้างอิง:

  • BLS Global Investing, Bloomberg, SpaceX
  • แอป Trading View As of 19/06/2569

 

The post 5 ข้อควรรู้ SpaceX จะไปต่อได้แค่ไหน? โอกาสเข้าถึงหุ้นอวกาศระดับโลกผ่านตลาดหุ้นไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจาะปรากฏการณ์หุ้น SpaceX พุ่งแซง Amazon สู่ Top 5 โลก ท่ามกลางคำเตือน ‘แชร์ลูกโซ่ในร่างมนุษย์’ ที่รายย่อยถูกบังคับให้เล่น https://thestandard.co/spacex-elon-musk-ponzi-scheme/ Wed, 17 Jun 2026 09:20:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1219619 อีลอน มัสก์ ยืนอยู่หน้าจรวด SpaceX พร้อมข้อความเกี่ยวกับหุ้น SpaceX และคำถามเรื่องแชร์ลูกโซ่

หุ้นของ SpaceX ภายใต้การนำของ อีลอน มัสก์ กำลังสร้างปรา […]

The post เจาะปรากฏการณ์หุ้น SpaceX พุ่งแซง Amazon สู่ Top 5 โลก ท่ามกลางคำเตือน ‘แชร์ลูกโซ่ในร่างมนุษย์’ ที่รายย่อยถูกบังคับให้เล่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
อีลอน มัสก์ ยืนอยู่หน้าจรวด SpaceX พร้อมข้อความเกี่ยวกับหุ้น SpaceX และคำถามเรื่องแชร์ลูกโซ่

หุ้นของ SpaceX ภายใต้การนำของ อีลอน มัสก์ กำลังสร้างปรากฏการณ์สั่นสะเทือนวอลล์สตรีท หลังจากการเสนอขายหุ้น IPO ครั้งประวัติศาสตร์บนกระดาน Nasdaq หุ้นของบริษัทพุ่งทะยานไปแล้วกว่า 50% ดันมูลค่าตลาดพุ่งแตะ 2.78 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 90 ล้านล้านบาท แซงหน้าอาณาจักรค้าปลีกอย่าง Amazon ที่มีมูลค่า 2.66 ล้านล้านดอลลาร์ ขึ้นแท่นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดอันดับ 5 ของโลกเป็นที่เรียบร้อย

 

 
 

ความร้อนแรงล่าสุดนี้ เกิดขึ้นพร้อมกับการที่ SpaceX ประกาศทุ่มเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์เข้าซื้อกิจการ Cursor สตาร์ทอัพด้าน AI สำหรับการเขียนโค้ด เพื่อนำมาผสานเข้ากับขุมพลังซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Colossus ยกระดับธุรกิจ AI อย่าง xAI ในการสร้างโมเดลที่มีประโยชน์ที่สุดในโลก รวมถึงวิสัยทัศน์สุดล้ำอย่างการส่งศูนย์ข้อมูล AI ขึ้นสู่อวกาศ

 

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความตื่นเต้นที่ส่งให้มัสก์กลายเป็น “เศรษฐีล้านล้านดอลลาร์” (Trillionaire) คนแรกของโลก กลับมีเสียงเตือนจากนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง เจ้าของรางวัลโนเบลเมื่อปี 2008 ดังขึ้นมาว่า หรือ ‘อีลอน มัสก์ คือแชร์ลูกโซ่ในร่างมนุษย์’

 

เมื่อความศรัทธาสวนทางปัจจัยพื้นฐาน

 

แม้ SpaceX จะแซงหน้า Amazon ในแง่มูลค่าตลาด แต่หากกางงบการเงินดูจะพบความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ในไตรมาสแรกของปี 2026 Amazon ทำกำไรสุทธิได้ถึง 3.03 หมื่นล้านดอลลาร์ จากยอดขายมหาศาลกว่า 7.169 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2025 ในขณะที่ SpaceX กลับรายงานผลขาดทุน 4.3 พันล้านดอลลาร์ จากยอดขายเพียง 1.867 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีเดียวกัน

 

ปีเตอร์ บุกวาร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ One Point BFG Wealth Partners กล่าวว่า นักลงทุนในตอนนี้กำลัง “ซื้อขายกับเรื่องราว ความตื่นเต้น และความเป็นอีลอน มัสก์” แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง ปัจจัยพื้นฐานจะต้องเติบโตให้สอดคล้องกับความตื่นเต้นเหล่านั้น ซึ่งบริษัทจะต้องใช้เวลาอีกหลายปีเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้คู่ควรกับมูลค่าอันมหาศาลนี้

 

สอดคล้องกับ ไอลีน เบอร์บริดจ์ นักลงทุน (VC) ที่มองว่า เทรดเดอร์จำนวนมากกำลังซื้อหุ้นตาม “โอกาสทางการตลาดที่ถูกนำเสนอมาอย่างดี” เพื่อลงทุนในวิสัยทัศน์ของมัสก์ มากกว่าจะดูจากปัจจัยพื้นฐานทางการเงินจริงๆ ของ SpaceX

 

พอล ครุกแมน ชี้ อีลอน มัสก์ คือแชร์ลูกโซ่ในร่างมนุษย์

 

พอล ครุกแมน นักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกัน เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ เมื่อปี 2008 เปิดเผยผ่านบทความบนเว็บไซต์ส่วนตัว โดยจั่วหัวว่า Elon Musk, Human Ponzi Scheme หรือแปลเป็นไทยได้ว่า อีลอน มัสก์ แชร์ลูกโซ่ในร่างมนุษย์

 

ครุกแมนบอกว่า นักลงทุนกำลังถูกบังคับให้ซื้อหุ้น SpaceX ด้วยกลไกของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และประเด็นสำคัญที่ครุกแมนกำลังตั้งคำถามคือ “จริงอยู่ว่า มัสก์ก็ประสบความสำเร็จจริงๆ อยู่บ้าง Tesla เป็นผู้นำในเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และ Starlink ก็เป็นบริการที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดรวมถึงเป็นธุรกิจที่สามารถทำกำไรได้จริง แต่ความสำเร็จเหล่านี้ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้มัสก์กลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกได้”

 

ในทางกลับกัน ความมั่งคั่งของเขามักจะตั้งอยู่บน Self-fulfilling faith นั่นคือ การที่นักลงทุนเชื่อมั่นในความอัจฉริยะของมัสก์ต่างพากันแห่ซื้อหุ้นในบริษัทที่เขาควบคุมอยู่ และมูลค่าที่เพิ่มสูงขึ้นของบริษัทเหล่านี้ก็ยิ่งเสริมสร้างชื่อเสียงความเป็นอัจฉริยะของเขาให้มากขึ้นไปอีก

 

เรามีคำเรียกสำหรับกิจการที่ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จ เพราะพวกเขาสามารถดึงดูดนักลงทุนรายใหม่ๆ เข้ามาได้เรื่อยๆ และที่ดึงดูดนักลงทุนรายใหม่ได้เรื่อยๆ ก็เพราะมันดูเหมือนจะประสบความสำเร็จ สิ่งนี้เรียกว่า ‘แชร์ลูกโซ่’ (Ponzi schemes) และโดยพื้นฐานแล้ว อีลอน มัสก์ ก็คือแชร์ลูกโซ่ในร่างมนุษย์นี่เอง

 

ยิ่งไปกว่านั้น การทำ IPO ของ SpaceX ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ ยิ่งทำให้เห็นชัดเจนกว่าที่เคยว่า ทักษะที่ยอดเยี่ยมที่สุดของมัสก์ไม่ใช่การพัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งอนาคต แต่มันคือความเชี่ยวชาญในการเล่นกลลวงทางการเงิน และความสามารถของเขาในการใช้ประโยชน์จากอิทธิพลของคนวงใน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอิทธิพลที่เขามีต่อคณะบริหารของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

 

ครุกแมนยังได้ชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดจากการเข้าซื้อ Twitter หรือ X ในปัจจุบัน ซึ่ง Wall Street Journal เคยบอกไว้ในเดือนสิงหาคม 2024 ว่าเป็น “การเข้าซื้อกิจการ Twitter ของอีลอน มัสก์ กลายเป็นการซื้อกิจการที่เลวร้ายที่สุดสำหรับธนาคารนับตั้งแต่วิกฤตการเงิน”

 

สำหรับ SpaceX บริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลกในปัจจุบัน กำลังถูกตั้งคำถามโดยนักลงทุนทั่วโลก รวมถึงตัวของครุกแมนว่า มูลค่าประเมินที่สูงลิ่วทะลุอวกาศขนาดนี้ มันจะสมเหตุสมผลได้อย่างไร? การทำ IPO ในครั้งนี้ส่วนหนึ่งตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า นักลงทุนรายย่อยจะเข้ามาซื้อหุ้น ไม่ใช่เพราะพวกเขาได้ประเมินมูลค่าของ SpaceX ในฐานะธุรกิจอย่างมีเหตุมีผล แต่เป็นเพราะพวกเขาเชื่อว่าพวกเขากำลังซื้อส่วนแบ่งในความอัจฉริยะของอีลอน มัสก์ ต่างหาก

 

แต่แค่จำนวนของผู้ศรัทธาอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้เกมกลลวงนี้ดำเนินต่อไปได้ ดังนั้น พันธมิตรในวอลล์สตรีทของมัสก์จึงเข้ามาช่วยจัดฉากในเกมนี้ด้วย ดัชนีหุ้นหลักบางตัว โดยเฉพาะ Nasdaq 100 และ FTSE Russell เพิ่งได้ทำการเปลี่ยนกฎเกณฑ์ของตนเพื่ออนุญาตให้ SpaceX เข้าคำนวณในดัชนีได้แทบจะในทันที

 

สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าการนำหุ้นของบริษัทไปรวมอยู่ในดัชนีหุ้นหลักๆ นั้นนำมาซึ่งผลตอบแทนทางการเงินอย่างมหาศาล สัดส่วนการถือครองหุ้นจำนวนมากถูกถือครองโดย ‘กองทุนดัชนี’ (Index funds) ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่ถือพอร์ตการลงทุนที่ออกแบบมาเพื่อเลียนแบบพฤติกรรมของดัชนีหลักๆ ดังนั้น มันจึงมีความต้องการหุ้นของบริษัทเหล่านั้นเกิดขึ้นมาในทันทีที่หุ้นของพวกเขาถูกเพิ่มเข้าไปในดัชนีหลัก เนื่องจากบรรดากองทุนดัชนีจำเป็นจะต้องเพิ่มหุ้นเหล่านั้นเข้าไปในพอร์ตการลงทุนของพวกเขาด้วย

 

ในอดีตที่ผ่านมา ดัชนีหลักๆ มักจะรออย่างน้อย 1 ปีหลังจากการทำ IPO ของบริษัท ก่อนที่จะพิจารณานำเข้าไปรวมอยู่ในมาตรวัดของตลาด เพื่อให้เวลาหุ้นได้เติบโตเต็มที่ การยอมบิดเบือนกฎเกณฑ์เพื่อ SpaceX ในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า มัสก์กำลังใช้อำนาจความสามารถของเขาเพื่อครอบงำและบ่อนทำลายสถาบันสำคัญๆ อีกครั้ง

 

ซึ่งนั่นก็นำผมมาสู่ประเด็นสุดท้าย แชร์ลูกโซ่มนุษย์ขนาดมหึมาที่เป็นตัวตนของ อีลอน มัสก์ ท้ายที่สุดแล้วมันก็จะต้องล่มสลายลง แต่แชร์ลูกโซ่แบบดั้งเดิมจะเอาเปรียบเฉพาะนักลงทุนที่เลือกจะเข้ามามีส่วนร่วมเท่านั้น ทว่าในครั้งนี้ เงินส่วนใหญ่ที่ช่วยพยุงการหลอกลวงของมัสก์จะมาจากคนอเมริกันธรรมดาทั่วไปที่ในทางปฏิบัติแล้วถูกบังคับให้ต้องซื้อหุ้น

 

ประมาณ 52% ของสินทรัพย์ในกองทุนรวมในขณะนี้ถูกนำไปลงทุนในกองทุนดัชนีหรือกองทุนที่อิงตามดัชนี และกว่า 50% ของครัวเรือนในอเมริกาล้วนมีการลงทุนในกองทุนรวม ด้วยการสมรู้ร่วมคิดระหว่างมัสก์และวอลล์สตรีท ซึ่งได้รับการอำนวยความสะดวกจากการรับรู้ที่ว่าฝ่ายบริหารของทรัมป์คอยหนุนหลังมัสก์อยู่ ทำให้นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากหรืออาจจะส่วนใหญ่ จะต้องถูกลากเข้าไปเป็นเชื้อเพลิงให้กับเครื่องจักรทำเงินขนาดยักษ์ของมัสก์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

การเดิมพันที่ ‘แพง’ และ ‘อันตราย’

 

ความเสี่ยงนี้สะท้อนชัดเจนในตลาดออปชัน (Options) คริส เมอร์ฟี นักกลยุทธ์จากบริษัทการลงทุน Susquehanna ระบุว่า การซื้อขายออปชันของ SpaceX ในวันแรก แสดงให้เห็นถึงโอกาสประมาณ 15% ที่ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นอีก 50% ในเดือนกันยายน แต่ในขณะเดียวกันก็มีโอกาสถึง 13% ที่มูลค่าหุ้นจะร่วงลงครึ่งหนึ่งเช่นกัน

 

“คำสั่งซื้อ Call Options (เก็งกำไรขาขึ้น) สะท้อนความหวังว่าราคาจะพุ่งขึ้นอีก ขณะที่ Put Options (เก็งกำไรขาลง) สะท้อนความกังวลเรื่องอุปทานหุ้นที่จะถูกปลดล็อก ความเสี่ยงด้านมูลค่า และภาวะหมดความตื่นเต้น” เมอร์ฟีกล่าว

 

นอกจากนี้ การที่ปัจจุบันมีหุ้นเพียง 4% เท่านั้นที่เปิดให้ซื้อขายอย่างอิสระในตลาด ทำให้แดน ชีแฮน จาก Telos Wealth Advisors เตือนว่า รายย่อยอาจกำลังจ่ายราคาพรีเมียมที่แพงเกินจริง และอาจเผชิญภาวะมูลค่าหุ้นเจือจาง (Diluted) ทันทีที่นักลงทุนสถาบันเริ่มเทขาย

 

ปรากฏการณ์ SpaceX จึงเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของตลาดทุนโลก ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการบุกเบิกอนาคตแห่งเทคโนโลยีและอวกาศ หรือเป็นเพียงเกมกลลวงทางการเงินที่อาศัยศรัทธาของมวลชนตามคำเตือนของนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์

 

อ้างอิง:

 

The post เจาะปรากฏการณ์หุ้น SpaceX พุ่งแซง Amazon สู่ Top 5 โลก ท่ามกลางคำเตือน ‘แชร์ลูกโซ่ในร่างมนุษย์’ ที่รายย่อยถูกบังคับให้เล่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น SpaceX พุ่ง 42% หลังเข้าเทรดสองวันแรก มูลค่าเพิ่ม 4.1 แสนล้านดอลลาร์ จ่อแซง Amazon ขึ้น Top 5 หุ้นมูลค่าสูงสุดของโลก https://thestandard.co/spacex-stock-surge-amazon-top5/ Tue, 16 Jun 2026 03:40:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1218849 จรวด SpaceX กำลังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

หุ้น SpaceX พุ่งขึ้นในการซื้อขายเป็นวันที่สอง (15 มิถุน […]

The post หุ้น SpaceX พุ่ง 42% หลังเข้าเทรดสองวันแรก มูลค่าเพิ่ม 4.1 แสนล้านดอลลาร์ จ่อแซง Amazon ขึ้น Top 5 หุ้นมูลค่าสูงสุดของโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
จรวด SpaceX กำลังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

หุ้น SpaceX พุ่งขึ้นในการซื้อขายเป็นวันที่สอง (15 มิถุนายน) โดยปรับตัวขึ้นต่อเนื่องอีก 20% หลังจากพุ่งขึ้นมาแล้ว 19% ในวันศุกร์ (14 มิถุนายน) ซึ่งเป็นวันแรกของการซื้อขาย ส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) เพิ่มขึ้น 4.12 แสนล้านดอลลาร์ หรือราว 13.4 ล้านล้านบาท

 

 
 

ล่าสุด ราคาหุ้น SpaceX ปิดที่ 192.46 ดอลลาร์ สูงกว่าราคา IPO ที่ 135 ดอลลาร์มากกว่า 42% การเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยดันมูลค่าตลาดของบริษัทให้ทะลุ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ หรือกว่า 81 ล้านล้านบาท ส่งผลให้บริษัทติดอันดับ 1 ใน 6 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

ด้วยมูลค่าตามราคาตลาดในปัจจุบัน ทำให้บริษัทมีมูลค่าน้อยกว่าอันดับ 5 อย่าง Amazon.com ซึ่งมีมูลค่าราว 2.64 ล้านล้านดอลลาร์ อยู่ไม่ถึง 1.4 แสนล้านดอลลาร์

 

ทั้งนี้ SpaceX ได้ใช้สิทธิการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Over-allotment option) ของการทำ IPO ซึ่งเปิดทางให้ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย (Underwriters) สามารถขายหุ้นเพิ่มเติมได้อีก 83.3 ล้านหุ้น ตามแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ สิทธิดังกล่าว หรือที่เรียกกันว่า Greenshoe ทำให้ยอดการระดมทุนเพิ่มขึ้นเป็น 8.62 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 8.57 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ 500 ล้านดอลลาร์ที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนออกไปแล้ว

 

ข้อมูลจาก Vanda Research ระบุว่า นักลงทุนรายย่อยเข้าซื้อหุ้น SpaceX ในช่วง 2 วันแรกของการซื้อขายมากเท่ากับที่ซื้อหุ้นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งตลาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

 

การทำ IPO ครั้งนี้ส่งผลให้ Elon Musk ผู้ก่อตั้ง กลายเป็นเศรษฐีล้านล้านดอลลาร์ (Trillionaire) คนแรกของโลก โดยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิมากกว่า Larry Page ผู้ร่วมก่อตั้ง Google ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีอันดับสองของโลกถึงกว่า 3 เท่า

 

เทรดสนั่น 500 ล้านหุ้น ในวันแรก!

 

การซื้อขายหุ้น SpaceX ในวันแรกที่เข้าซื้อขาย มีหุ้นถูกเปลี่ยนมือไปราว 244 ล้านหุ้น ปริมาณการซื้อขายเมื่อวันศุกร์ทะลุ 500 ล้านหุ้น เข้าใกล้สถิติการเปิดตัวของ Facebook ในปี 2012 ซึ่งมีการซื้อขายเกือบ 580 ล้านหุ้น

 

Elon Musk ซีอีโอของ SpaceX โพสต์บนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอาทิตย์ว่า บริษัท ‘อาจจะสามารถทำรายได้แตะระดับประมาณ’ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2030

 

“และผมคงจะแปลกใจถ้ารายได้ไม่มากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2031”

 

ทั้งนี้ SpaceX รายงานรายได้ 1.87 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2025 โดยมีธุรกิจหลักจากการให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink และดำเนินงานกองยานจรวดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ในเดือนกุมภาพันธ์ Musk ได้ควบรวมบริษัทเข้ากับ xAI ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ของเขา SpaceX ขาดทุนเกือบ 5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 และการทำ IPO ที่ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ได้จุดประกายให้เกิดการถกเถียงกันว่า มูลค่าอันมหาศาลของบริษัทนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทวิจัย CFRA ได้เริ่มต้นให้คำแนะนำ ‘ขาย’ (Sell) และให้ราคาเป้าหมายในระยะ 12 เดือนที่ 115 ดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นความเสี่ยงราว 40% จากราคาปิดล่าสุด เนื่องจากกลยุทธ์การเติบโตที่ทะเยอทะยานอย่างมาก ความคาดหวังต่อการประเมินมูลค่าที่สูงลิ่ว และความเข้มข้นในการใช้เงินทุนอย่างมีนัยสำคัญของบริษัท

 

ขณะที่ค่าใช้จ่ายฝ่ายทุน (Capital expenditures) ของ SpaceX ในช่วง 3 เดือนสิ้นสุดเดือนมีนาคม มีมูลค่ารวม 1.01 หมื่นล้านดอลลาร์ เทียบกับ 4.1 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนใหญ่ของเม็ดเงินดังกล่าวถูกนำไปใช้เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์

 

Nicolas Owens นักวิเคราะห์จาก Morningstar ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน โดยเขาระบุว่าทางบริษัทประเมินมูลค่าของ SpaceX ไว้ที่ 63 ดอลลาร์ต่อหุ้น และอธิบายว่าหุ้นตัวนี้มีมูลค่าสูงเกินจริง (Overvalued)

 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์รายอื่นๆ มีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นตัวนี้มากกว่า เช่น NewStreet Research เริ่มต้นให้คำแนะนำครอบคลุม SpaceX ด้วยราคาเป้าหมายที่ 165 ดอลลาร์

 

James Ratzer หุ้นส่วนและนักวิเคราะห์อาวุโสจาก NewStreet Research กล่าวกับ CNBC ว่า คุณต้องมองข้ามไปในกรอบเวลาประมาณ 20 – 25 ปี ผมคิดว่าองค์ประกอบหลายอย่างถูกวางไว้เพื่อความสำเร็จแล้ว แต่มันเป็นเรื่องราวของหุ้นที่มีระยะเวลายาวนานกว่าปกติทั่วไปมากอย่างแน่นอน

 

Ratzer กล่าวว่า SpaceX มีความได้เปรียบอย่างน้อย 10 ปี เหนือคู่แข่งในแง่ของขีดความสามารถในการปล่อยจรวด ศูนย์ข้อมูลในวงโคจร ทุกสิ่งล้วนต้องเชื่อมโยงกลับไปสู่ความสำเร็จในการปล่อยจรวด และคุณดูในสิ่งที่พวกเขากำลังสร้างด้วย Starship ความได้เปรียบที่พวกเขาจะมีจากสิ่งนั้น มวลที่พวกเขาสามารถส่งขึ้นสู่วงโคจรได้ถือเป็นข้อได้เปรียบมหาศาล

 

ภาพ: berni0004 / Shutterstock

 

อ้างอิง:

 

The post หุ้น SpaceX พุ่ง 42% หลังเข้าเทรดสองวันแรก มูลค่าเพิ่ม 4.1 แสนล้านดอลลาร์ จ่อแซง Amazon ขึ้น Top 5 หุ้นมูลค่าสูงสุดของโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทุบสถิติโลก! หุ้น SpaceX ปิดพุ่ง 19% ดันมาร์เก็ตแคปทะลุ 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ ส่ง ‘อีลอน มัสก์’ ขึ้นแท่นเศรษฐีระดับ ‘ล้านล้าน’ คนแรกของโลก https://thestandard.co/spacex-elon-musk-trillionaire/ Sat, 13 Jun 2026 05:28:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1217944 อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ SpaceX

การก้าวเข้าสู่ตลาดหุ้นวันแรกของ SpaceX (Space Explorati […]

The post ทุบสถิติโลก! หุ้น SpaceX ปิดพุ่ง 19% ดันมาร์เก็ตแคปทะลุ 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ ส่ง ‘อีลอน มัสก์’ ขึ้นแท่นเศรษฐีระดับ ‘ล้านล้าน’ คนแรกของโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ SpaceX

การก้าวเข้าสู่ตลาดหุ้นวันแรกของ SpaceX (Space Exploration Technologies Corp.) ได้จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับตลาดทุนโลก ไม่เพียงแต่เปลี่ยนสถานะจากสตาร์ทอัพสู่หนึ่งในบริษัทมหาชนที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก และสร้างผลตอบแทนวันแรกให้ผู้จองซื้อสูงถึง 19% แต่ยังส่งให้ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ผู้ก่อตั้ง กลายเป็น ‘เศรษฐีระดับล้านล้านดอลลาร์’ (Trillionaire) คนแรกของโลกอย่างเป็นทางการ

 

 

ยิ่งไปกว่านั้น การเสนอขายหุ้น IPO มูลค่า 75,000 ล้านดอลลาร์ที่ทุบสถิติโลกในครั้งนี้ ยังช่วยให้ตลาดหุ้นในภาพรวมได้ ‘หายใจทั่วท้อง’ หลังจากที่ตลาดถูกขับเคลื่อนด้วยกระแสความคาดหวังในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาอย่างต่อเนื่องตลอดปีนี้

 

การที่ SpaceX ตัดสินใจควบรวมกิจการกับ xAI (บริษัทสตาร์ทอัพด้าน AI ของมัสก์) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้การเข้าตลาดหุ้นครั้งนี้เปรียบเสมือน ‘บททดสอบ’ ของตลาด และเป็นตัวชี้วัดสำคัญสำหรับบริษัทคู่แข่งอย่าง Anthropic PBC และ OpenAI ที่มีแผนจะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในปีนี้เช่นกัน

 

“นี่เป็นสัญญาณที่ดีมากสำหรับตลาด และสำหรับ IPO ขนาดใหญ่ตัวอื่นๆ ที่กำลังจะตามมา” โรเบิร์ต กรูเอนไดค์ (Robert Gruendyke) ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโออาวุโสของ Allspring Global Investments กล่าว

 

“พวกเขาตั้งราคา IPO ได้ถูกต้อง อย่างน้อยก็สำหรับวันแรก ซึ่งมันช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นเติบโตสูง (Growth Stocks)”

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

เทรดวันแรก ‘SPCX’ ร้อนแรงเทียบชั้น Facebook

 

หุ้น SpaceX เริ่มต้นซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ภายใต้ชื่อย่อหลักทรัพย์ ‘SPCX’ โดยเปิดตลาดที่ราคา 150 ดอลลาร์ จากราคา IPO ที่ตั้งไว้ 135 ดอลลาร์ ระหว่างวันราคาหุ้นทะยานขึ้นไปสูงสุดถึง 176.52 ดอลลาร์ (พุ่งขึ้นราว 31%) ก่อนจะย่อตัวลงมาปิดตลาดปกติที่ราว 161 ดอลลาร์ (หรือ 160.95 ดอลลาร์) เพิ่มขึ้น 19%

 

ราคาปิดดังกล่าวส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ของบริษัทอยู่ที่ 2.1 – 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ รั้งตำแหน่งบริษัทมหาชนที่มีมูลค่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 6 ของโลกในปัจจุบัน และความร้อนแรงยังไม่หยุดแค่นั้น เพราะในการซื้อขายนอกเวลาทำการ ราคาหุ้นยังคงปรับตัวขึ้นต่อ ดันมาร์เก็ตแคปเพิ่มขึ้นอีกราว 100,000 ล้านดอลลาร์

 

อีกหนึ่งสถิติที่น่าสนใจคือ ในวันแรกมีหุ้น SPCX เปลี่ยนมือกันมากกว่า 500 ล้านหุ้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับสถิติวันแรกของ Facebook ในปี 2012 ที่ทำไว้ราว 580 ล้านหุ้น

 

มัสก์ยอมรับ ‘เคยคิดว่าจะเจ็บตัว’

 

ที่ผ่านมา มีนักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากที่แสดงความไม่มั่นใจในวิสัยทัศน์ที่ดูเกินตัวของมัสก์ อย่างไรก็ตาม คนที่ยอมรับว่าเซอร์ไพรส์ที่สุดกลับเป็นตัวของมัสก์เอง

 

“มันยากที่จะเชื่อจริงๆ ว่าบริษัทเล็กๆ ที่เริ่มต้นในโกดังที่เมืองเอล เซกุนโด (El Segundo) วันนี้จะกลายมาเป็นบริษัทมหาชนผ่านการ IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์” มัสก์กล่าวระหว่างการถ่ายทอดสดเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมาผ่านแพลตฟอร์ม X

 

สำหรับบรรยากาศที่ Nasdaq MarketSite ในย่านไทม์สแควร์ นครนิวยอร์ก เต็มไปด้วยความคึกคัก โดยมี กวินน์ ช็อตเวลล์ (Gwynne Shotwell) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ, เบรต จอห์นเซน (Bret Johnsen) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน และเมย์ มัสก์ (Maye Musk) มารดาของอีลอน มัสก์ เดินฝ่าฝูงชนและช่างภาพเพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดการซื้อขาย

 

ขณะที่ตัวของ อีลอน มัสก์ เลือกที่จะอยู่ที่สำนักงานใหญ่ Starbase ในรัฐเท็กซัส และทำการสั่นระฆังเปิดตลาดจากระยะไกล ส่วนพนักงานคนอื่นๆ ก็ไม่ได้หยุดนิ่ง เพราะเพียง 1 ชั่วโมงก่อนตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดทำการ SpaceX ได้ทำการปล่อยจรวด Falcon 9 นำดาวเทียม Starlink จำนวน 29 ดวงขึ้นสู่วงโคจรจากฐานยิงที่ฟลอริดา

 

ดีมานด์ถล่มทลาย 3.5 แสนล้านดอลลาร์ รายย่อยแย่งชิง-ระบบโรบินฮู้ดล่ม

 

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การ IPO ครั้งนี้ดึงดูดเม็ดเงินความต้องการซื้อ (Demand) จากทั้งสถาบันและนักลงทุนรายย่อยรวมกันสูงกว่า 350,000 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้สถาบันเกือบ 1 ใน 3 ที่ยื่นความจำนงนั้น ไม่ได้รับจัดสรรหุ้นเลยแม้แต่หุ้นเดียว

 

ขณะที่นักลงทุนรายย่อยสร้างปรากฏการณ์ส่งคำสั่งซื้อเข้ามามากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ (ตามรายงานของ Bloomberg) แต่เนื่องจากโควตาที่จัดสรรให้รายย่อยมีเพียง 15,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้ส่วนใหญ่ต้องผิดหวัง

 

ข้อมูลเบื้องต้นจาก Vanda Research ระบุว่า SpaceX กลายเป็นหุ้นที่นักลงทุนรายย่อยเข้าซื้อสุทธิมากที่สุดในวันศุกร์ โดยมีปริมาณซื้อขายมากกว่าอันดับสองอย่าง Nvidia Corp. ถึง 3.5 เท่า ความร้อนแรงนี้ส่งผลให้ระบบของแอปพลิเคชันเทรดหุ้นชื่อดังอย่าง Robinhood เกิดการขัดข้องชั่วคราวในช่วงนาทีแรกๆ ของการซื้อขาย โดยมีรายงานระบบล่มกว่า 5,000 ครั้งบนเว็บไซต์ Downdetector

 

นักลงทุนทั่วโลกจับตา ‘ราคาแพงเกินไป’

 

แม้จะมีความยินดีทั่วตลาด แต่นักลงทุนอีกฟากหนึ่งยังคงมองว่า ราคาหุ้นในปัจจุบัน ‘เกินมูลค่าพื้นฐาน’ ไปมากสำหรับบริษัทที่ยังไม่มีผลกำไรเป็นกอบเป็นกำ โดยในไตรมาสแรกของปี 2026 SpaceX รายงานผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 4,280 ล้านดอลลาร์

 

“ถ้าดูจากปัจจัยพื้นฐาน นักลงทุนกำลังซื้ออนาคตที่ไกลเกินไป” อะแมนดา ไลออนส์ (Amanda Lyons) หัวหน้าฝ่ายวิจัยจาก Energy Group Capital กล่าว พร้อมประเมินว่าหากคำนวณมูลค่าแบบแยกส่วนธุรกิจ มูลค่าที่แท้จริงควรจะอยู่ที่ราว 600,000 ล้านดอลลาร์ หรือเพียง 1 ใน 3 ของมาร์เก็ตแคปปัจจุบัน

 

“แต่คำว่า ‘แพงเกินไป’ ไม่เคยใช้ได้ผลกับ อีลอน มัสก์ และการเดิมพันฝั่งตรงข้ามกับเขาก็เป็นบทเรียนที่เจ็บปวดของนักลงทุนมาตลอดทศวรรษ” ไลออนส์ กล่าวย้ำ

 

ด้าน จิม เชนอส (Jim Chanos) นักลงทุนขาชอร์ตระดับตำนาน ออกมาเตือนผ่าน Bloomberg Television ว่าประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเตือนให้เราต้องระวัง “ในศตวรรษที่ 20 และ 21 ทุกครั้งที่คุณเห็นการ IPO หรือการระดมทุนรอบสองที่มีขนาดใหญ่ยักษ์เมื่อเทียบกับขนาดของตลาดหรือเศรษฐกิจ มันคือสัญญาณที่เตือนให้นักลงทุนควรระมัดระวังหรือลดความเสี่ยง”

 

นอกจากนี้ การขึ้นแท่นเป็นเศรษฐีล้านล้านคนแรกของโลกของมัสก์ ยังจุดชนวนให้แกนนำพรรคเดโมแครต อย่าง สว. เอลิซาเบธ วอร์เรน (Elizabeth Warren) และ สส. โร คันนา (Ro Khanna) ออกมาเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบภาษีความมั่งคั่ง (Wealth Tax) กับกลุ่มคนรวยที่สุดในอเมริกาอีกครั้งด้วยเช่นกัน

 

บทพิสูจน์ที่เพิ่งเริ่มต้น

 

การพุ่งขึ้นในวันแรกของหุ้น IPO ขนาดใหญ่ไม่ได้เป็นเครื่องค้ำประกันอนาคตเสมอไป ข้อมูลจาก Bloomberg ชี้ว่า Figma Inc. ที่เคยทำสถิติหุ้น IPO พันล้านที่พุ่งแรงที่สุดในวันแรกถึง 250% เมื่อปี 2025 ปัจจุบันราคาหุ้นกลับร่วงลงต่ำกว่าราคา IPO ถึง 45%

 

ขณะที่รายงานจาก Trivariate Research ระบุว่า บริษัทที่เข้าตลาดทั้งที่ยังมีผลประกอบการติดลบ มักจะมีผลตอบแทนตามหลังกลุ่มบริษัทที่มีกำไรอยู่ราว 10% ในช่วง 18 เดือนแรก

 

หลังจากนี้ SpaceX ยังคงต้องพิสูจน์ตัวเองภายใต้แรงกดดันของตลาดทุน ทั้งการทำกำไรจากเทคโนโลยี AI, ภารกิจนำมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์และดาวอังคาร รวมถึงโครงสร้างการบริหารที่เบ็ดเสร็จให้อำนาจมัสก์อย่างสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางเสียงเชียร์ของวอลล์สตรีทที่เริ่มทยอยปรับเป้าหมายราคาหุ้นของ SpaceX ขึ้นไปสูงถึง 190 ดอลลาร์แล้ว

 

ภาพ: Spencer Platt / Staff / Getty Images

อ้างอิง:

The post ทุบสถิติโลก! หุ้น SpaceX ปิดพุ่ง 19% ดันมาร์เก็ตแคปทะลุ 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ ส่ง ‘อีลอน มัสก์’ ขึ้นแท่นเศรษฐีระดับ ‘ล้านล้าน’ คนแรกของโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
อุตสาหกรรม ‘อวกาศ’ กำลังจะโตขึ้น 3 เท่า สู่มูลค่า 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ พร้อมความคาดหวังต่อ SpaceX ที่กำลังจะเทรดวันแรก 12 มิ.ย. นี้ https://thestandard.co/space-industry-growth-spacex-ipo/ Fri, 12 Jun 2026 13:33:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1217780 ภาพจรวดกำลังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

ในทศวรรษข้างหน้า อุตสาหกรรมด้าน ‘อวกาศ’ มีแนวโน้มจะเป็น […]

The post อุตสาหกรรม ‘อวกาศ’ กำลังจะโตขึ้น 3 เท่า สู่มูลค่า 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ พร้อมความคาดหวังต่อ SpaceX ที่กำลังจะเทรดวันแรก 12 มิ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพจรวดกำลังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

ในทศวรรษข้างหน้า อุตสาหกรรมด้าน ‘อวกาศ’ มีแนวโน้มจะเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตสูงกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลก จากปี 2023 ที่มีมูลค่า 630,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 20.8 ล้านล้านบาท ถูกคาดการณ์โดย World Economic Forum ว่าจะเติบโตไปเป็น 1.79 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 60 ล้านล้านบาท ภายในปี 2035 คิดเป็นการเติบโตเฉลี่ยปีละ 9% ต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยการเติบโตของ GDP โลกที่น่าจะอยู่ที่ 5% ต่อปี

 

SpaceX (SPCX) บริษัทเอกชนด้านการขนส่งและเทคโนโลยีทางอวกาศภายใต้การบริหารของ Elon Musk ถือเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนที่สำคัญของอุตสาหกรรมอวกาศ ซึ่งมาพร้อมกับความคาดหวังที่ค่อนข้างสูง สะท้อนจาก Market Cap. ของธุรกิจที่กำลังจะเติบไปสู่ระดับ 60 ล้านล้านบาท จากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และจะเข้าเทรดวันแรกในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ โดยคาดว่าจะระดมเงินทุนให้กับบริษัทได้มากถึง 2.4 ล้านล้านบาท

 

การเข้ามาจดทะเบียนของ SpaceX นั้นกำลังจะเปลี่ยนภาพของอุตสาหกรรมอวกาศไปพอสมควร จากที่อดีตเป็นธุรกิจที่ดำเนินการโดยรัฐบาลเพียงส่วนเดียว แต่ SpaceX จะเป็นบริษัทเอกชนที่กำลังจะกลายเป็นบริษัทมหาชน ที่นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้ามาเป็นเจ้าของ

 

ไม่เพียงเท่านั้น SpaceX ยังจะทำให้ตลาดมุ่งความสนใจไปยังธุรกิจอื่นๆในกลุ่มเทคโนโลยีด้านอวกาศและการบินมากยิ่งขึ้น ทำให้อาจเกิดการลงทุนเชิงโมเมนตัม และมีการไหลของเม็ดเงินไปยังหุ้นอื่นๆในกลุ่มเดียวกันได้อีก

 


 

ภาพจรวดกำลังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า 1

 

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย

The post อุตสาหกรรม ‘อวกาศ’ กำลังจะโตขึ้น 3 เท่า สู่มูลค่า 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ พร้อมความคาดหวังต่อ SpaceX ที่กำลังจะเทรดวันแรก 12 มิ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
3 เครื่องยนต์ธุรกิจ SpaceX ทำเงินอย่างไร IPO แพงเพราะเดิมพัน ‘อนาคตอวกาศ’ หรือ ‘อุ้มธุรกิจ AI’ https://thestandard.co/spacex-ipo-business-ai-space/ Fri, 05 Jun 2026 08:13:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1214918 อินโฟกราฟิกแสดง 3 เครื่องยนต์ธุรกิจของ SpaceX ได้แก่ ธุรกิจอวกาศ อินเทอร์เน็ตดาวเทียม และ AI พร้อมตัวเลขรายได้ กำไร และกระแสเงินสด

ใกล้เข้ามาแล้วกับดีล IPO ที่ทั่วโลกให้การจับตามองมากที่ […]

The post 3 เครื่องยนต์ธุรกิจ SpaceX ทำเงินอย่างไร IPO แพงเพราะเดิมพัน ‘อนาคตอวกาศ’ หรือ ‘อุ้มธุรกิจ AI’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อินโฟกราฟิกแสดง 3 เครื่องยนต์ธุรกิจของ SpaceX ได้แก่ ธุรกิจอวกาศ อินเทอร์เน็ตดาวเทียม และ AI พร้อมตัวเลขรายได้ กำไร และกระแสเงินสด

ใกล้เข้ามาแล้วกับดีล IPO ที่ทั่วโลกให้การจับตามองมากที่สุด สำหรับ ‘SpaceX’ บริษัทเทคโนโลยีอวกาศและโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ก่อตั้งโดย อีลอน มัสก์ (Elon Musk) มหาเศรษฐีผู้มีวิสัยทัศน์อยากสร้างอาณาจักรมนุษย์บนดาวอังคาร

 

 
 

โดย SpaceX เตรียมเข้า IPO บนตลาดหุ้น Nasdaq ภายใต้ชื่อ SPCX ในวันที่ 12 มิถุนายน 2026 นี้ ตั้งเป้าระดมทุน 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วยมูลค่าบริษัท 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถ้าทำได้สำเร็จจะขึ้นแท่นเป็น IPO ที่มูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ แซงหน้า Saudi Aramco ที่เคยทำมูลค่า IPO ไว้ที่ 26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2019

 

บนมูลค่าธุรกิจที่ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้ SpaceX ติด Top 10 บริษัทที่มี Market Cap ใหญ่ที่สุดในโลกทันที จุดกระแสความสนให้นักลงทุน

 

ทั้งสถาบันและรายย่อย พยายามหาเหตุผลและ Story มารองรับ Valuation ที่สูงขนาดนี้

 

โดยมีทั้งฝ่ายที่มองว่า การขายหุ้น IPO ที่ราคาระดับนี้ เป็นการซื้ออนาคตธุรกิจ ที่มีศักยภาพเติบโตเป็นเจ้าตลาดโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจอวกาศ และโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและการประมวลผลยุค AI

 

ในขณะที่บางส่วนมองว่า การตั้งราคาขาย IPO ที่สูงขนาดนี้ เป็นความตั้งใจของ SpaceX ที่ต้องการระดมเงิน มาพยุงธุรกิจ AI ที่ยังขาดทุนหนัก จาก CAPEX ที่โตเร็วกว่ากระแสเงินสดที่สร้างได้ในปัจจุบัน เสมือนเครื่องเผาเงินที่กดดัน margin ภาพรวม

 

THE STANDARD WEALTH พาส่องงบการเงิน 3 เครื่องยนต์ธุรกิจ SpaceX

 

ก่อนเข้า IPO อะไรคือโอกาสและความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องจับตา

 

space x ipo

 

Morningstar ประเมินมูลค่าบริษัท SpaceX ไว้ที่ 7.8 แสนล้านดอลลาร์ ต่ำกว่ามูลค่าที่ประเมินใน private market ถึง 48% โดยใช้หลักการกระแสเงินสดคิดลด (DCF) ทำให้มูลค่า IPO ที่บริษัทประเมินไว้ตอนนี้ แพงเกินพื้นฐาน แม้จะมีความได้เปรียบทางธุรกิจ (Economic Moat) จาก 2 ธุรกิจหลักที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง คือ ธุรกิจปล่อยจรวดและธุรกิจอินเทอร์เน็ตดาวเทียม

 

ซึ่งมีความได้เปรียบด้านต้นทุน จากการลงทุนวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขยายขนาดธุรกิจอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง แต่การที่ SpaceX เข้าซื้อกิจการ xAI เพื่อวางรากฐานธุรกิจ AI เร่งลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการประมวลผลขั้นสูง เพิ่มความเสี่ยงให้กับ Moat ธุรกิจในภาพรวม เนื่องจากโมเดลหารายได้ยังไม่นิ่ง และใช้ CAPEX สูง หากไม่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ ธุรกิจ AI จะเป็นตัวฉุดมูลค่าบริษัทอย่างรุนแรง

 

สำหรับธุรกิจปล่อยจรวด และธุรกิจอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Morningstar ประเมินว่า

 

จะมีมูลค่ารวมกันราว 6.11 แสนล้านดอลลาร์ แต่หาก Starlink เติบโตช้าลงหลังปี 2028 มูลค่าธุกิจอาจลดลงอีก 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์

 

ส่วนธุรกิจ AI อาจเพิ่มมูลค่าให้ SpaceX ได้ราว 1.7 แสนล้านดอลลาร์ แม้จะขาดทุนหนัก แต่ตลาดยังให้พรีเมียมมองว่าเป็น “เดิมพันแห่งอนาคต” โดยธุรกิจอาจเป็น cash engine ตัวใหม่ที่สร้างมูลค่ามหาศาลในอนาคต หากสามารถต่อยอดเทคโนโลยี ให้สร้างรายได้ได้จริง

 

4 ปัจจัยดันราคาหุ้น แม้ IPO แพงเกินพื้นฐาน?

 

Morning star มองว่าหุ้น SpaceX อาจแพงเกินมูลค่าพื้นฐาน แต่ราคาหุ้นหลัง IPO ยังมีโอกาสปรับขึ้นในช่วงแรก จาก 4 ปัจจัยหลัก

 

1. หุ้นหมุนเวียนในตลาดมีน้อย
เมื่อหุ้นที่ขายในตลาดมีไม่มาก แต่ดีมานด์สูง ราคาจึงถูกดันขึ้นได้ง่าย

 

2. ความต้องการซื้อหุ้นธีม AI Infrastructure แข็งแกร่ง
ตลาดยังให้พรีเมียมกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน AI ไม่ว่าจะเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ ชิป พลังงาน รวมถึง SPCX ที่ผสานโครงสร้างพื้นฐาน AI เข้ากับเทคโนโลยีอวกาศ

 

3. investment bank  หนุนแรงซื้อ 

การมีวาณิชธนกิจรายใหญ่รับประกันการจัดจำหน่าย จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันในช่วง IPO

 

4. เข้าคำนวณในดัชนี Nasdaq 100 เร็วกว่าปกติ

Nasdaq ได้ปรับกฎเกณฑ์บางส่วน เพื่อเปิดทางให้ SpaceX เข้าคำนวณในดัชนี ได้ภายใน 15 วัน หลังการ IPO หากเป็นไปตามแผน กองทุน Passive และ ETF จะต้องเข้าซื้อหุ้น SPCX อัตโนมัติ เพื่อปรับน้ำหนักการลงทุนตามดัชนี

 

อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาความเสี่ยงหลัง IPO ผ่านไปสักระยะ โดยราคาหุ้น SPCX อาจเผชิญแรงเทขาย เมื่อหุ้นในมือของกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร นักลงทุนสถาบัน หรือพนักงานของบริษัท ทยอยเข้าสู่ตลาดหลังได้รับการปลดล็อกจากช่วง Lock-up Period

 

โดยทั่วไป เมื่อมีการเสนอขายหุ้น IPO ผู้ถือหุ้นเดิมจะถูกจำกัด ห้ามขายหุ้นเป็นเวลา 6 เดือน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเทขายหุ้นทันที หลังเข้าตลาด แต่ในกรณี SpaceX ได้ยกเว้นการห้ามขายหุ้นสำหรับนักลงทุนบางกลุ่ม โดยใช้ระบบ Phased Lock-up ทำให้ผู้ถือหุ้นบางกลุ่มทยอยขายหุ้นได้เป็นช่วงๆ ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทจะต้องมีผลประกอบการ และราคาหุ้นถึงเป้าที่กำหนด โดยหุ้นบางส่วนอาจเริ่มขายได้หลังประกาศงบไตรมาสแรก และทยอยขายจนพ้นช่วงห้ามขาย

 

สำหรับอีลอน มัสก์ ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ SpaceX โดยถือหุ้นราว 42% และกุมสิทธิการออกเสียงในบริษัมากถึง 85% ยังไม่สามารถขายหุ้นออกมาได้ จนกว่าจะครบ Lock-up Period ที่ 1 ปี

 

จับตา 3 เดือนอันตราย หุ้น SPCX จ่อติดลบหนัก

 

ด้านกรรณ์ หทัยศรัทธา, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัยลูกค้ารายย่อย และนักเศรษฐศาสตร์ บริษัทหลักทรัพย์ CGS International ประเทศไทย ให้มุมมองกับ THE STANDARD WEALTH ว่า หลังการ IPO หุ้น SPCX มีแนวโน้ม ให้ผลตอบแทนเป็นบวก ในช่วง 1 สัปดาห์ ถึง 1 เดือนแรก และจะเริ่มให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ ตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป

 

เมื่อผ่านไป 1 ปี อาจมีโอกาสเห็นผลตอบแทนติดลบหนักถึง 50% เมื่ออ้างอิงสถิติผลตอบแทนในอดีตของหุ้น IPO ขนาดใหญ่ (เช่น Facebook, ARM Holdings, Robinhood และ Coinbase)

 

IPO elon

 

อย่างไรก็ตาม แม้ SpaceX จะแบ่งระยะเวลาปลดล็อกการขายหุ้น (Phased Lock-up) ให้กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมทยอยขายหุ้นได้เป็นช่วงๆ เพื่อลดแรงกดดันต่อราคาหุ้น จากการถล่มเทขายในคราวเดียว แต่วิธีนี้เป็นเพียงการสร้างความเชื่อมั่น ให้กับนักลงทุนเท่านั้น ไม่ใช่การรับประกันว่าราคาหุ้นจะไม่ปรับตัวลงแรงในอนาคต

 

ภาพประกอบ: พรวลี จ้วงพุฒซา

The post 3 เครื่องยนต์ธุรกิจ SpaceX ทำเงินอย่างไร IPO แพงเพราะเดิมพัน ‘อนาคตอวกาศ’ หรือ ‘อุ้มธุรกิจ AI’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
SpaceX ตั้งเป้ามูลค่าบริษัททะลุ 65 ล้านล้านบาท เตรียมทำ IPO ใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ แซงหน้า Meta และ Tesla ของมัสก์เอง https://thestandard.co/spacex-ipo-2-trillion/ Sun, 05 Apr 2026 08:27:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1194976 SpaceX เตรียมทำ IPO ครั้งใหญ่ มูลค่าทะลุ 65 ล้านล้านบาท

SpaceX ได้ปรับเพิ่มเป้าหมาย ‘มูลค่าบริษัท’ […]

The post SpaceX ตั้งเป้ามูลค่าบริษัททะลุ 65 ล้านล้านบาท เตรียมทำ IPO ใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ แซงหน้า Meta และ Tesla ของมัสก์เอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
SpaceX เตรียมทำ IPO ครั้งใหญ่ มูลค่าทะลุ 65 ล้านล้านบาท

SpaceX ได้ปรับเพิ่มเป้าหมาย ‘มูลค่าบริษัท’ ที่จะใช้ในการเสนอขายหุ้น IPO ให้สูงทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 65.26 ล้านล้านบาท) ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดตัวในตลาดหุ้นที่อาจยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

 

Bloomberg News รายงานว่า อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทจรวด ดาวเทียม และเทคโนโลยี AI พร้อมด้วยทีมที่ปรึกษา กำลังนำเสนอตัวเลขดังกล่าวแก่นักลงทุน โดยการนำเสนอข้อมูลเบื้องต้นนี้น่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการประเมินมูลค่า ก่อนที่จะมีการประชุมอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

 

ใหญ่กว่า Magnificent 7

 

มูลค่าบริษัทที่พุ่งสูงกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐนี้ถือเป็นการเพิ่มขึ้นเกือบ 2 ใน 3 ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน หลังจากที่ Bloomberg News เคยรายงานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่าการเข้าซื้อกิจการ xAI ทำให้บริษัทควบรวมมีมูลค่าอยู่ที่ 1.25 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 40.78 ล้านล้านบาท)

 

หากประเมินจากตัวเลขนี้ SpaceX จะมีมูลค่าแซงหน้าบริษัทเกือบทั้งหมดในดัชนี S&P 500 โดยเป็นรองเพียง 5 บริษัทเท่านั้น ซึ่งได้แก่ Nvidia Corp, Apple Inc, Alphabet Inc, Microsoft Corp และ Amazon.com Inc ทำให้บริษัทมีขนาดใหญ่กว่า Meta Platforms Inc และ Tesla Inc ของมัสก์เอง ซึ่งทั้งสองบริษัทนี้เป็นสมาชิกในกลุ่มหุ้นที่เรียกว่า Magnificent 7 เช่นกัน

 

SpaceX ได้ยื่นเอกสารการทำ IPO แบบเป็น ‘ความลับ’ กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกาแล้ว คาดว่าการจดทะเบียนอาจเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน ซึ่งอาจทำให้บริษัทกลายเป็นรายแรกในกลุ่ม ‘เมกะไอพีโอ’ ตามมาด้วย OpenAI และ Anthropic PBC

 

ส่วนในแง่ของตัวเลข ‘การระดมทุน’ ซึ่งแยกต่างหากจากมูลค่าบริษัทนั้น การ IPO ครั้งนี้อาจกวาดเม็ดเงินได้สูงถึง 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.44 ล้านล้านบาท) หากเป็นไปตามเป้า ตัวเลขนี้จะทำให้การ IPO ของ SpaceX ใหญ่กว่าสถิติเดิมของ Saudi Aramco ที่เคยระดมทุนได้ 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9.46 แสนล้านบาท) ในปี 2019 อย่างมาก

 

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของการเสนอขายหุ้นยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เนื่องจากกระบวนการพิจารณายังคงดำเนินอยู่

 

เชื่อมโยง AI เข้ากับอวกาศ

 

บริษัทตั้งเป้าที่จะนำเงินทุนที่ได้ไปต่อยอดวิสัยทัศน์ของมัสก์ในการสร้างศูนย์ข้อมูล AI บนอวกาศรวมถึงการตั้งฐานผลิตบนดวงจันทร์ นอกจากนี้เขายังมักพูดถึงความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นอย่างการสร้างเมืองที่พึ่งพาตนเองได้บนดาวอังคาร แม้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนจะมองว่าอาจเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้เกิดขึ้นจริงก็ตาม

 

มัสก์ได้กล่าวเมื่อเดือนมีนาคมว่าโครงการ Terafab ซึ่งจะผลิตชิปสำหรับหุ่นยนต์ AI และศูนย์ข้อมูลบนอวกาศ จะถูกบริหารงานร่วมกันระหว่าง Tesla และ SpaceX โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา Tesla เปิดเผยว่าได้ลงทุนมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.52 หมื่นล้านบาท) ใน xAI

 

จอร์จ เฟอร์กูสัน และ เวย์น แซนเดอร์ส นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Intelligence ชี้ว่า SpaceX เป็นผู้นำด้านการปล่อยจรวดและบริการบรอดแบนด์วงโคจรต่ำ ธุรกิจปล่อยจรวดและ Starlink ยังคงเป็นแหล่งรายได้หลัก โดยคาดว่าจะทำรายได้เข้าใกล้ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.52 แสนล้านบาท) ในปี 2026 ขณะที่ xAI น่าจะทำรายได้น้อยกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.26 หมื่นล้านบาท)

 

เอมิลี เจิ้ง นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Pitchbook มองว่าการดึง xAI เข้ามาอยู่ภายใต้ร่มเงาเดียวกันช่วยให้มัสก์สามารถแสดงเรื่องการรวมศูนย์ต้นทุนต่อนักลงทุน

 

ขณะเดียวกันการนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นยังอาจทำให้มัสก์อยู่ในเส้นทางที่จะก้าวขึ้นเป็น ‘เศรษฐีล้านล้าน’ คนแรกของโลก หากมูลค่าของบริษัททะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 32.63 ล้านล้านบาท) ตามความคาดหมาย

 

หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.63 บาท ณ วันที่ 5 เมษายน 2569

 

ภาพ: Samuel Boivin / Shutterstock

 

อ้างอิง:

 

The post SpaceX ตั้งเป้ามูลค่าบริษัททะลุ 65 ล้านล้านบาท เตรียมทำ IPO ใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ แซงหน้า Meta และ Tesla ของมัสก์เอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
SpaceX ยื่นขอปล่อยดาวเทียม 1 ล้านดวง สร้าง ‘Data Center ลอยฟ้า’ หวังแก้โจทย์ AI กินพลังงานโลกจนรับไม่ไหว https://thestandard.co/spacex-orbital-data-center-ai/ Mon, 02 Feb 2026 01:19:02 +0000 https://thestandard.co/?p=1172394 ภาพจำลองแนวคิด 'ศูนย์ข้อมูลลอยฟ้า' ของ SpaceX ที่ประกอบด้วยดาวเทียมจำนวนมากในวงโคจรโลก

SpaceX บริษัทขนส่งอวกาศของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ได้ย […]

The post SpaceX ยื่นขอปล่อยดาวเทียม 1 ล้านดวง สร้าง ‘Data Center ลอยฟ้า’ หวังแก้โจทย์ AI กินพลังงานโลกจนรับไม่ไหว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพจำลองแนวคิด 'ศูนย์ข้อมูลลอยฟ้า' ของ SpaceX ที่ประกอบด้วยดาวเทียมจำนวนมากในวงโคจรโลก

SpaceX บริษัทขนส่งอวกาศของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ได้ยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ (FCC) เพื่อขออนุญาตปล่อยดาวเทียมจำนวนมหาศาลถึง 1 ล้านดวงขึ้นสู่วงโคจรโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อรองรับความต้องการพลังการประมวลผลสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดจนระบบบนพื้นโลกเริ่มจะรับมือไม่ไหว ล่าสุดมีรายงานว่า SpaceX สรา้ง Data Center ขนาดใหญ่เพื่อรองรับความต้องการด้านนี้โดยเฉพาะ

 

ในเอกสารคำร้องที่เพิ่งยื่นไปเมื่อวันศุกร์ (30 ม.ค.) ระบุว่า การปล่อยกลุ่มดาวเทียมจำนวน 1 ล้านดวงนี้ จะเป็นการสร้างเครือข่าย ‘ศูนย์ข้อมูลในวงโคจร’ (Orbital Data Centers) ซึ่ง SpaceX เชื่อว่าเป็นวิธีที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพที่สุดในการบริหารจัดการทรัพยากร

 

บริษัทอ้างว่าโครงการนี้เปรียบเสมือนก้าวแรกของการมุ่งสู่การเป็น ‘อารยธรรมระดับ 2’ (Kardashev II-level civilization) ตามมาตรวัดสมมติฐานที่นักดาราศาสตร์ชื่อ Nikolai Kardashev ได้เสนอไว้ในช่วงทศวรรษ 1960 ซึ่งหมายถึงอารยธรรมที่ก้าวหน้าจนสามารถควบคุมและใช้พลังงานจากดวงอาทิตย์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

SpaceX ชี้แจงว่าการย้ายฐานข้อมูลไปไว้ในอวกาศเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า เพราะไม่ต้องใช้น้ำจำนวนมหาศาลในการระบายความร้อนเหมือนศูนย์ข้อมูลบนพื้นโลก แต่จะใช้การแผ่รังสีความร้อนในอวกาศแทน รวมถึงลดการใช้แบตเตอรี่เพราะสามารถรับพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้โดยตรงเกือบตลอดเวลา โดยจะโคจรอยู่ที่ความสูงระหว่าง 500 ถึง 2,000 กิโลเมตร (310-1,242 ไมล์)

 

เมื่อข่าวนี้แพร่สะพัดออกไป มัสก์ได้ออกมาตอบโต้ผ่านแพลตฟอร์ม X ด้วยข้อความทีเล่นทีจริงเมื่อเช้าวันเสาร์ (31 ม.ค.) ว่า “ผมคิดว่าเราจะเริ่มจากเล็กๆ ก่อน แล้วค่อยขยับขยายขึ้นไป”

 

ก่อนหน้านี้มัสก์ได้แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนในงาน World Economic Forum โดยเขากล่าวว่า “การสร้างศูนย์ข้อมูล AI ในอวกาศเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลที่สุด เพราะอวกาศจะเป็นสถานที่ที่มีต้นทุนต่ำที่สุดสำหรับการวางระบบ และเรื่องนี้จะเกิดขึ้นจริงภายใน 2 ปี หรืออย่างช้าที่สุดไม่เกิน 3 ปี”

 

อย่างไรก็ตาม สื่อเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง The Verge วิเคราะห์ว่าตัวเลข 1 ล้านดวงนั้น ไม่น่าจะได้รับการอนุมัติในคราวเดียว แต่อาจเป็นเพียงกลยุทธ์การเจรจาต่อรองเสียมากกว่า

 

ข้อสังเกตนี้สอดคล้องกับการตัดสินใจของ FCC เมื่อเร็วๆ นี้ ที่เพิ่งอนุญาตให้ SpaceX ปล่อยดาวเทียม Starlink เพิ่มเติมได้เพียง 7,500 ดวง พร้อมกับระบุว่าจะ “ชะลอการอนุมัติสำหรับดาวเทียมที่เหลืออีก 14,988 ดวง” ที่เสนอไปก่อนหน้านี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการจะขอปล่อยถึง 1 ล้านดวงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

 

ในอีกด้านหนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญได้ให้สัมภาษณ์กับ BBC ถึงความกังวลในทางปฏิบัติ โดยระบุว่าการส่งฮาร์ดแวร์ขึ้นสู่วงโคจรนั้นยังมีต้นทุนที่สูงลิ่ว อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐานในการป้องกัน ระบายความร้อน และจ่ายพลังงานให้กับระบบเหล่านี้มีความซับซ้อนมาก ในขณะที่ปริมาณขยะอวกาศที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้ตัวฮาร์ดแวร์เสี่ยงต่อความเสียหาย

 

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญอีกรายยังเตือนผ่าน BBC ด้วยว่า การเพิ่มจำนวนยานอวกาศในวงโคจรต่ำจะยิ่งเพิ่มโอกาสที่วัตถุจะพุ่งชนกัน ซึ่งอาจทำให้อุปกรณ์เสียหาย หรือร้ายแรงถึงขั้นทำให้ชิ้นส่วนต่างๆ ร่วงหล่นกลับลงมายังพื้นโลกได้

 

ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในปี 2024 นักดาราศาสตร์เคยออกมาร้องเรียนว่า คลื่นวิทยุจากเครือข่าย Starlink ของ SpaceX ที่มีอยู่เกือบ 10,000 ดวง กำลัง ‘บดบังทัศนวิสัย’ ของกล้องโทรทรรศน์และเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการทำงานวิจัย

 

แต่มัสก์ก็ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าดาวเทียมของเขากินพื้นที่มากเกินไป โดยระบุว่า “ดาวเทียมแต่ละดวงจะอยู่ห่างกันมากจนแทบมองไม่เห็นกัน อวกาศนั้นกว้างใหญ่ไพศาลเกินกว่าที่จะจินตนาการได้”

 

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางข่าวลือที่ว่า SpaceX กำลังพิจารณาแผนการเสนอขายหุ้น IPO รวมถึงความเป็นไปได้ในการควบรวมกิจการกับ xAI หรือ Tesla เพื่อระดมทุนและรวมศูนย์เทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ในขณะที่คู่แข่งอย่าง Amazon ยังคงประสบปัญหาขาดแคลนจรวดและต้องขอขยายเวลาจาก FCC ในการส่งดาวเทียมอีก 1,600 ดวง ออกไป

 

ภาพ : Austin DeSisto/NurPhoto via Getty Images

อ้างอิง:

The post SpaceX ยื่นขอปล่อยดาวเทียม 1 ล้านดวง สร้าง ‘Data Center ลอยฟ้า’ หวังแก้โจทย์ AI กินพลังงานโลกจนรับไม่ไหว appeared first on THE STANDARD.

]]>
SpaceX เตรียมขายหุ้น IPO ปีหน้า คาดมูลค่าสูงถึง 26 ล้านล้านบาท นักวิเคราะห์ชวนจับตาภารกิจอวกาศที่ยังต้องพิสูจน์ https://thestandard.co/spacex-ipo-trillion-analysts-watch/ Sat, 13 Dec 2025 08:21:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1154291 SpaceX เตรียมขายหุ้น IPO ปีหน้า คาดมูลค่าสูงถึง 26 ล้านล้านบาท นักวิเคราะห์ชวนจับตาภารกิจอวกาศที่ยังต้องพิสูจน์

SpaceX บริษัทผลิตจรวดและดาวเทียมของ Elon Musk ได้แจ้งพน […]

The post SpaceX เตรียมขายหุ้น IPO ปีหน้า คาดมูลค่าสูงถึง 26 ล้านล้านบาท นักวิเคราะห์ชวนจับตาภารกิจอวกาศที่ยังต้องพิสูจน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
SpaceX เตรียมขายหุ้น IPO ปีหน้า คาดมูลค่าสูงถึง 26 ล้านล้านบาท นักวิเคราะห์ชวนจับตาภารกิจอวกาศที่ยังต้องพิสูจน์

SpaceX บริษัทผลิตจรวดและดาวเทียมของ Elon Musk ได้แจ้งพนักงานเมื่อวันศุกร์ (12 ธันวาคม) ว่า บริษัทจะรับซื้อหุ้นคืนจากคนวงใน (Insider Shares) ซึ่งข้อตกลงนี้จะส่งผลให้บริษัทมีมูลค่าประเมินสูงถึงประมาณ 8 แสนล้านดอลลาร์ หรือ ราว 26 ล้านล้านบาท นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า บริษัทกำลังเตรียมตัวสำหรับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ที่อาจเกิดขึ้นในปีหน้า

 

เบรต จอห์นเซน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของ SpaceX ระบุในจดหมายถึงพนักงานว่า บริษัทมีแผนจะรับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเป็นมูลค่ารวม 2.56 พันล้านดอลลาร์ ในราคาหุ้นละ 421 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าราคาประเมินภายในครั้งก่อนเกือบสองเท่า โดย The New York Times ได้รับมา ระบุว่า ในจดหมายฉบับดังกล่าวที่ได้รับมานั้น จอห์นเซนยังได้กล่าวเป็นนัยถึงความเป็นไปได้ในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อีกด้วย

“ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เกิดขึ้นเมื่อใด และที่ระดับมูลค่าเท่าไหร่นั้น ยังคงมีความไม่แน่นอนสูงมาก แต่แนวคิดก็คือ หากเราดำเนินการได้อย่างยอดเยี่ยมและสภาพตลาดเอื้ออำนวย การทำ IPO ก็น่าจะช่วยระดมเงินทุนได้มหาศาล” จอห์นเซนระบุ

ข้อเสนอในการรับซื้อหุ้นจากพนักงานครั้งนี้ จะทำให้ SpaceX กลายเป็นบริษัทเอกชน (Private Company) ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก แซงหน้าบริษัท AI อย่าง OpenAI ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 5 แสนล้านดอลลาร์ และหาก SpaceX ตัดสินใจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จริง ก็คาดว่าจะเป็นหนึ่งในการทำ IPO ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และจะเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความมั่งคั่งอย่างมหาศาลให้กับบรรดาผู้ถือหุ้น
ขณะที่ Bloomberg ได้ระบุว่า บริษัทตั้งเป้าระดมทุนเงินจำนวนมหาศาล สำหรับการพัฒนายานสตาร์ชิป (Starship) และการตั้งฐานดาต้าเซ็นเตอร์ปัญญาประดิษฐ์ในอวกาศ และดวงจันทร์

ภารกิจดาวอังคาร บททดสอบนักลงทุน

 

แม้การ IPO ของ SpaceX จะถูกจับตาอย่างมากโดยนักลงทุน แต่ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนได้ออกมาเตือนว่า SpaceX เป็นบริษัทที่เน้นการวิจัยและพัฒนามาโดยตลอด ซึ่งนักลงทุนบางส่วนอาจยอมรับไม่ได้ หากบริษัทไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การขยายกิจการเครือข่ายอินเทอร์เน็ต Starlink ให้มากขึ้น

 

โดยราคาหุ้นของ Tesla เคยร่วงมาแล้ว เมื่อครั้งหนึ่ง Musk บอกว่า Tesla ไม่ใช่บริษัทยานยนต์ แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เกี่ยวกับหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์

 

ทางฝั่งของ Caleb Henry นักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัยด้านอวกาศ Quilty Analytics กล่าวว่า SpaceX ลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในโครงการที่มีความเสี่ยงสูงมาโดยตลอด และบางโครงการต้องใช้เวลาในการทดลองที่ยาวนาน ซึ่งนักลงทุนต้องยอมรับให้ได้

 

ขณะที่ด้าน Justus Parmar ซีอีโอของ Fortuna Investments บริษัทร่วมทุนที่ลงทุนใน SpaceX คาดว่า การ IPO จะเกิดขึ้นหลังจาก SpaceX สามารถนำยานสตาร์ชิปไปยังดาวอังคารได้สำเร็จ ซึ่งเป็นการลดปัจจัยเสี่ยงชิ้นใหญ่ออกไปจากกิจการ โดยกล่าวว่า “จะเกิดผลเสียต่อราคาหุ้นอย่างมาก หาก SpaceX ส่งยานอวกาศไปดาวอังคารไม่สำเร็จ แต่ถ้ายังเป็นบริษัทเอกชน ก็จะไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น”

 

อย่างไรก็ตาม Abhi Tripathi อดีตผู้อำนวยการหน่วยแคปซูลบรรทุกนักบินอวกาศ ‘ดรากอน’ ของสเปซเอ็กซ์ มองว่า นักลงทุนจะยอมรับความล้มเหลวของยานอวกาศได้ เมื่อเทียบกับรายได้มหาศาลที่ Starlink สร้างให้กับบริษัท

 

เดิมพันอนาคตกับโจทย์รายได้ที่ยังต้องพิสูจน์

 

นอกเหนือจากความเสี่ยงของโครงการสำรวจอวกาศแล้ว นักวิเคราะห์บางรายยังกังขาต่อการประเมินมูลค่ากิจการของ SpaceX ว่าสูงเกินจริง ซึ่งปัจจุบัน SpaceX คาดการณ์รายได้ประจำปีไว้ที่ 15,000 ล้านดอลลาร์ แม้ขนาดตลาดของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมความเร็วสูงจะยังไม่ชัดเจนก็ตาม

 

ทั้งนี้ ในทางทฤษฎี SpaceX สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของโลก โดยนำพลังงานจากดวงอาทิตย์มารองรับการตั้งฐานดาต้าเซ็นเตอร์ในอวกาศ แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ต้องมีการระบายความร้อนที่ดีขึ้น และต้นทุนการปล่อยจรวดที่ต่ำลงอย่างมาก ขณะที่ขยะอวกาศ (Space Debris) ยังเป็นความท้าทายสำคัญที่จะทำให้ปัญหาซับซ้อนขึ้น

 

แม้จะมีความเสี่ยงมากมาย แต่ Shay Boloor หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ Futurum Equities Research เชื่อว่า นักลงทุนจะอดทนกับความผันผวนของ SpaceX ได้เช่นเดียวกับที่อดทนกับ Tesla

 

อ้างอิง:

The post SpaceX เตรียมขายหุ้น IPO ปีหน้า คาดมูลค่าสูงถึง 26 ล้านล้านบาท นักวิเคราะห์ชวนจับตาภารกิจอวกาศที่ยังต้องพิสูจน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศป.กฉ. รายงานผู้เสียชีวิตน้ำท่วมสงขลา 55 ราย เยียวยาศพละ 2 ล้าน ปฏิเสธตอบ ถึงเวลายอมรับ รัฐประเมินผิดพลาด https://thestandard.co/songkhla-flood-deaths-2m/ Thu, 27 Nov 2025 10:49:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1148640 ศป.กฉ. รายงานผู้เสียชีวิตน้ำท่วม สงขลา 55 ราย เยียวยาศพละ 2 ล้าน ปฏิเสธตอบ ถึงเวลา ยอมรับ รัฐประเมินผิดพลาด

วันนี้ (27 พฤศจิกายน) เวลา 16.10 น. ภราดร ปริศนานันทกุล […]

The post ศป.กฉ. รายงานผู้เสียชีวิตน้ำท่วมสงขลา 55 ราย เยียวยาศพละ 2 ล้าน ปฏิเสธตอบ ถึงเวลายอมรับ รัฐประเมินผิดพลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศป.กฉ. รายงานผู้เสียชีวิตน้ำท่วม สงขลา 55 ราย เยียวยาศพละ 2 ล้าน ปฏิเสธตอบ ถึงเวลา ยอมรับ รัฐประเมินผิดพลาด

วันนี้ (27 พฤศจิกายน) เวลา 16.10 น. ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) แถลงว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้เชิญ 4 กระทรวงที่เกี่ยวข้องมาหารือมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน ทั้งนี้ ศป.กฉ. ได้แต่งตั้ง รัชดา ธนาดิเรก เป็นโฆษก ศป.กฉ. อีกหนึ่งคนด้วย

 

สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษก ศป.กฉ. ระบุถึงจำนวนผู้เสียชีวิตจากกระทรวงสาธารณสุข ข้อมูลถึงวันที่ 27 พฤศจิกายนจากโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 85 ราย เฉพาะในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยแบ่งเป็นเคส ที่เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วม 55 ราย และอีก 30 รายไม่ใช่สาเหตุจากน้ำท่วม โดยรัฐบาลขอแสดงความเสียใจจากเหตุการณ์นี้ด้วย

 

พร้อมทั้งยอมรับว่า อาจจะมีตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม แต่จะรายงานตัวเลขที่เป็นทางการจากกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น และยืนยันจะให้ตัวเลขอย่างตรงไปตรงมา จะไม่กดตัวเลขให้ต่ำหรือสูงเพราะไม่เป็นประโยชน์ สิ่งที่รัฐบาลต้องการคือการสื่อสารถึงประชาชนอย่างครบถ้วน และตรงไปตรงมา ขณะที่เรื่องการเยียวยา เม็ดเงินจำนวนมากนับหมื่นล้านบาท

 

สิริพงศ์ กล่าวอีกว่า ศป.กฉ. ส่วนหลังประสานข้อมูลมายังส่วนหน้าที่ต้องการช่วยเหลือรวม 4,010 เคสเร่งด่วนจาก 2 แพลตฟอร์มคือ Traffy Fondue และ Hatyai Flood ส่วน Call Center ช่วยได้ 3,492 เคส คิดเป็น 87% ส่วนที่ส่งมอบอาหารให้ประชาชนที่ยังออกมาไม่ได้ประมาณ 10,000 ชุด และสามารถผลิตได้ 60,000 ชุด ดูแลผู้ที่อยู่ในศูนย์ และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ

 

ขณะที่เย็นวันนี้คาดว่าวันนี้ระดับน้ำจะลดลงต่ำกว่าตลิ่งทุกจุด ซึ่งจะต้องมีการเร่งระบายน้ำโดยใช้อุปกรณ์อื่นช่วย เพื่อให้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้สะดวกขึ้น และการเตรียมเยียวยาและฟื้นฟูจะมีการแบ่งโซนรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานคุ้นชินกับสถานที่ และสามารถดำเนินการได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ซึ่งรัฐบาลหวังว่าจะสามารถฟื้นฟูสถานที่ สิ่งแวดล้อม และสาธารณูปโภคต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

 

สิริพงศ์ กล่าวอีกว่า เมื่อวานนี้ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ลงนามกับ SpaceX ในการนำเข้าอุปกรณ์สื่อสาร คาดว่า Starlink จะเดินทางถึงไทยไม่เกินพรุ่งนี้ และยังมีประโยชน์ในการทำงานช่วยเหลือพื้นที่ แม้ระดับน้ำลดลงแล้ว แต่อุปกรณ์เหล่านี้จะยังเป็นประโยชน์ในการดำเนินการ

 

ส่วนมาตรการลดดอกเบี้ย นอกจากลดต้นลดดอกแล้ว รัฐบาลยังได้เจรจากับบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติว่า เวลานี้จะไม่ทำให้เสียเครดิตสกอร์ สำหรับผู้ที่ไม่มีความสามารถจ่าย จะไม่ติดแบล็กลิสต์ในช่วงนี้ รวมถึงประกันที่ยังไม่สะดวกไปต่อหรือเพิ่งขาดไป รัฐบาลได้เจรจากับบริษัทประกันให้ต่ออัตโนมัติไปอีก 90 วัน ถ้าไม่ทันก็จะขยายต่ออีก 90 วันเพื่ออำนวยความสะดวกให้ พร้อมให้คนจังหวัดสงขลาไปผูกธนาคารออมสินหรือกรุงไทยเพื่อให้รอรับเงินโอนได้

 

นอกจากนี้รัฐบาลกำลังพิจารณาวงเงินสำหรับสนับสนุนการทำความสะอาดบ้านเพิ่มเติมให้ด้วย และยังได้อนุมัติเงินปลงศพสำหรับผู้เสียชีวิตศพละ 2 ล้านบาทด้วย

 

ขณะที่ รัชดา กล่าวว่าในระยะเร่งด่วนรัฐบาลดำเนินการอย่างต่อเนื่อง นายกรัฐมนตรีกำชับให้ผู้ที่อยู่ในศูนย์อพยพ หรือผู้ที่เตรียมกลับบ้านจะต้องได้รับอาหาร ยา และสิ่งของจำเป็นครบถ้วน รวมถึงแพมเพิร์สและผ้าอนามัย ทั้งนี้ได้รับแจ้งจากกองทัพว่าได้ลำเลียงสิ่งของจำเป็นบุคลากรทางการแพทย์ทาง C130 ไปในพื้นที่ภาคใต้ ดังนั้นสิ่งที่บอกว่าขาดตรงจุดนั้นจุดนี้ ศป.กฉ. รับเรื่องประสานส่งทางกองทัพ ขอให้เบาใจ

 

รัชดา กล่าวอีกว่า ระดับลดลงแล้ว สัปดาห์หน้าประชาชนบางส่วนทยอยกลับเข้าบ้านได้ แต่ก็มีหลายครอบครัวที่อาจจะยังกลับไม่ได้ ดังนั้นมาตรการที่รัฐบาลกำลังพิจารณาคือเตรียมพื้นที่ราชพัสดุให้เป็นพื้นที่พักพิงระยะยาวของประชาชนในกรณีที่ไม่สามารถกลับบ้านได้

 

ส่วนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และศูนย์พักพิง ผู้นำรัฐบาลกำชับให้งบประมาณที่ต้องดูแลผู้ประสบภัยจำนวนมาก ใช้กลไกกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดใช้งบทดรองจังหวัดไปให้คล่อง เพราะได้ขยายกรอบวงเงินไปแล้ว งบเดิม 50 ล้านบาทเป็น 100 ล้านบาท ทำให้เบิกจ่ายสะดวกขึ้น

 

ภราดร กล่าวเสริมว่า ได้รับการประสานงานจากรัฐมนตรีอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ว่ามีการร้องเรียนสำหรับนักศึกษาที่อยู่ในมหาวิทยาลัย ซึ่งอยู่ในช่วงก่อนสอบ จึงมีนโยบายสั่งเลื่อนการสอบไปก่อน แม้นักศึกษาจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย แต่อาจมีญาติอยู่ในพื้นที่

 

ทั้งนี้จะมีศูนย์ที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศเปิดรับของบริจาค และจะนำเครื่องบิน C130 ขนไปให้ รวมถึงมีรถจากกองทัพอากาศและกองทัพบกขนของไปช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

 

ภราดร กล่าวว่า สิ่งที่จำเป็นหลังจากนี้คือไม้กวาดทางมะพร้าวซึ่งในพื้นที่หาซื้อไม่ได้และมีความต้องการเป็นจำนวนมาก

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะจัดการเรื่องศพผู้เสียชีวิตอย่างไร สิริพงศ์กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ที่โรงพยาบาล ขณะที่ภราดรกล่าวว่า ผู้นำรัฐบาลได้สั่งให้พิสูจน์อัตลักษณ์ที่โรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน และสั่งให้รัฐมนตรีสาธารณสุขเตรียมสถานที่

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าถึงเวลาที่รัฐบาลจะยอมรับหรือยังว่าประเมินสถานการณ์ผิดพลาดจนทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตประชาชนจำนวนมาก ภราดรไม่ตอบคำถาม กล่าวขอบคุณ กดปิดไมค์ และลุกเดินออกจากวงแถลงทันที

The post ศป.กฉ. รายงานผู้เสียชีวิตน้ำท่วมสงขลา 55 ราย เยียวยาศพละ 2 ล้าน ปฏิเสธตอบ ถึงเวลายอมรับ รัฐประเมินผิดพลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไชยชนก ประสาน SpaceX ใช้งาน Starlink แก้ปัญหาระบบเครือข่ายสื่อสารล่ม พื้นที่สถานการณ์ฉุกเฉิน สงขลา https://thestandard.co/chaichanok-starlink-fixes-songkhla/ Wed, 26 Nov 2025 13:42:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1148157 ไชยชนก ประสาน SpaceX ใช้งาน Starlink แก้ปัญหาระบบเครือข่ายสื่อสารล่ม พื้นที่สถานการณ์ฉุกเฉิน สงขลา

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทร […]

The post ไชยชนก ประสาน SpaceX ใช้งาน Starlink แก้ปัญหาระบบเครือข่ายสื่อสารล่ม พื้นที่สถานการณ์ฉุกเฉิน สงขลา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไชยชนก ประสาน SpaceX ใช้งาน Starlink แก้ปัญหาระบบเครือข่ายสื่อสารล่ม พื้นที่สถานการณ์ฉุกเฉิน สงขลา

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เห็นชอบให้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่จังหวัดสงขลา ที่มี พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า หรือ ศป.กฉ.ส่วนหน้า

 

ทั้งนี้จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ทำให้ระบบสื่อสารโทรคมนาคมไม่สามารถใช้งานได้ในพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ประสบภัย ดังนั้นจึงมีความจำเป็นจะต้องวางระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียมขึ้นใหม่ เพื่อใช้ในภาวะวิกฤติอำนวยความสะดวกให้กับหน่วยงานและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่ ในการให้ความช่วยเหลืออพยพประชาชน โดยตนได้ดำเนินการประสานงานกับ บริษัท SpaceX เพื่อขอความร่วมมือวางระบบสื่อสารอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมความเร็วสูง (satellite internet broadband) โดยใช้อุปกรณ์ดาวเทียม Starlink ในการเชื่อมต่อระบบ

 

จากการหารือร่วมระหว่าง บริษัท SpaceX และ กสทช. ได้ข้อสรุปว่า ทาง SpaceX ยินดีสนับสนุนดาวเทียม Starlink เพื่อใช้งานในสถานการณ์ฉุกเฉิน และ กสทช. จะดำเนินการออกใบอนุญาตนำเข้า พร้อมเงื่อนไขหลักเกณฑ์การใช้งานเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น หลังจากที่นายกรัฐมนตรี หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจให้ลงนามแทน ได้ลงนามอนุญาตนำเข้าแล้ว

 

“รัฐบาล และกระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ที่ยังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แต่ติดขัดอุปสรรคระบบการสื่อสารในภาคพื้นดินล่ม ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจึงมีข้อสั่งการให้กระทรวงดีอี ดำเนินการกู้ระบบสื่อสารอย่างเร่งด่วน เพื่อให้หน่วยงานช่วยเหลือและทีมกู้ภัยสามารถช่วยเหลืออพยพประชาชนผู้ประสบภัยได้ โดยกระทรวงดีอีขอขอบคุณความร่วมมือจากบริษัท SpaceX และ กสทช. ในการติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink เฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉิน พื้นที่ จ.สงขลา เท่านั้น ตามอำนาจของ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่ง ศป.กฉ.ส่วนหน้า จะดำเนินการกำหนดจุดติดตั้งต่อไป” ไชยชนก กล่าว

The post ไชยชนก ประสาน SpaceX ใช้งาน Starlink แก้ปัญหาระบบเครือข่ายสื่อสารล่ม พื้นที่สถานการณ์ฉุกเฉิน สงขลา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศป.กฉ. อัปเดตแบ่ง 4 พื้นที่ช่วยน้ำท่วมใต้ ให้กำลังพลดูแล เคสสีแดงยังรอช่วยเหลืออีก 3,000 ชีวิต ภราดรชี้ไม่ใช่เวลาโทษ เป็นบทเรียนทุกฝ่าย https://thestandard.co/southern-flood-aid-3000-wait/ Wed, 26 Nov 2025 12:03:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1148105 ศป.กฉ. อัปเดตแบ่ง 4 พื้นที่ช่วยน้ำท่วมใต้ ให้กำลังพลดูแล. เคสสีแดงยังรอช่วยเหลืออีก 3,000 ชีวิต ภราดร ชี้ไม่ใช่เวลาโทษ เป็นบทเรียนทุกฝ่าย

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) เวลา 17.45 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ […]

The post ศป.กฉ. อัปเดตแบ่ง 4 พื้นที่ช่วยน้ำท่วมใต้ ให้กำลังพลดูแล เคสสีแดงยังรอช่วยเหลืออีก 3,000 ชีวิต ภราดรชี้ไม่ใช่เวลาโทษ เป็นบทเรียนทุกฝ่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศป.กฉ. อัปเดตแบ่ง 4 พื้นที่ช่วยน้ำท่วมใต้ ให้กำลังพลดูแล. เคสสีแดงยังรอช่วยเหลืออีก 3,000 ชีวิต ภราดร ชี้ไม่ใช่เวลาโทษ เป็นบทเรียนทุกฝ่าย

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) เวลา 17.45 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) พร้อมสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นโฆษกศูนย์ ศป.กฉ. และ พล.ท. วันชนะ สวัสดี โฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย ส่วนหน้า แถลงรายงานสถานการณ์อุทกภัยประจำวัน

 

สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย รายงานสถานการณ์ทั้งจากส่วนหน้า และส่วนหลังนั้น ได้รวบรวมข้อมูลจากการร้องขอของประชาชนรวมทั้งสิ้น 40,000 เคส เป็นจำนวนประชาชนทั้งหมด 77,000 คน แบ่งเป็นผู้สูงอายุ 2,000 คน เด็กเล็กประมาณ 1,000 คน

 

ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ครบถ้วนเพียงพอ เพราะขณะลงทะเบียนนั้น การใช้ชื่อมีความซับซ้อนและแตกต่างกัน ข้อมูลที่ให้มาอาจมีความคลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะใส่อัลกอริทึมใหม่เพื่อให้ได้ข้อมูลมากที่สุด และจะส่งข้อมูลนี้ให้ส่วนหน้าทุก 1 ชั่วโมง ส่วนผลการดำเนินการของส่วนหน้าจะรวบรวมผลช่วงเวลา 19.00 น. ของทุกวัน และรายงานให้ทราบในวันถัดไป

 

ส่วนรายงานสถานการณ์ปริมาณฝน 24 ชั่วโมงย้อนหลังจากการคาดการณ์จาก สทนช. (เวลา 15.00 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน – เวลา 15.00 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน) 5 อันดับสูงสุดคือ อำเภอนาหม่อม 208 มิลลิเมตร, อำเภอสิงหนคร 159 มิลลิเมตร, อำเภอจะนะ 151 มิลลิเมตร, อำเภอเทพา 148 มิลลิเมตร, อำเภอสะบ้าย้อย 119 มิลลิเมตร แนวโน้มสถานการณ์แบ่งเป็น 3 จุดดังนี้

 

1. คลองอู่ตะเภา-อำเภอสะเดา ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 0.33 เมตร มีแนวโน้มลดลง คาดว่าจะต่ำกว่าตลิ่งคืนนี้ ช่วง 20.00–22.00 น.

 

2. คลองอู่ตะเภา-อำเภอหาดใหญ่ สูงกว่าตลิ่ง 0.99 เมตร แนวโน้มลดลง คาดว่าจะต่ำกว่าตลิ่งคืนนี้ 24.00–02.00 น.

 

3. คลองวัดสูง–ตลาดสูง สูงกว่าตลิ่ง 1.43 เมตร แนวโน้มลดลง คาดว่าจะต่ำกว่าตลิ่งในวันที่ 27 พฤศจิกายน เวลา 15.00–17.00 น.

 

ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีสั่งการให้นำกำลังพลของ กองอาสารักษาดินแดน (อส.) เข้าไปสมทบช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพิ่มเติมตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา ภราดร ได้รับแจ้งจากกองทัพอากาศว่าจะจัดเครื่องบิน C-130 อำนวยความสะดวกให้ประชาชน ซึ่งในวันพรุ่งนี้ C-130 จะออกเดินทางเวลา 08.00 น., 09.00 น. และ 11.00 น. รวม 3 เที่ยว

 

อย่างไรก็ตาม สิริพงศ์กล่าวว่า สำหรับ 40,000 เคส ที่ได้จำแนก ทีมแบ่งตามความต้องการ เช่น อาหาร ยา เพื่อให้ส่งสิ่งของได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยเคสสีแดงมีประมาณ 3,000 เคส ซึ่งทั้งหมดจำเป็นต้องอพยพ ส่วนสีเหลือง และสีเขียวสามารถทยอยออกได้

 

เมื่อถามว่า รัฐบาลต้องมีการปรับแผนการปรับอพยพกรณีพบผู้เสียชีวิตหรือไม่ สิริพงศ์กล่าวว่า รัฐบาลได้วางแผนตั้งแต่วันแรก แต่วันนี้ข้อมูลส่วนหลังที่มีความละเอียดมากขึ้นจะช่วยให้ส่วนหน้าทำงานตรงจุดมากกว่าเดิม จากเดิมที่ต้องตระเวนค้นหาอย่างกว้าง ตอนนี้ใช้ข้อมูลจำเพาะช่วยเจาะพื้นที่ให้แม่นยำขึ้น เช่น เคสช่วยเหลือเร่งด่วนช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะนี้ได้มีการนำเรือส่งอาหารเข้าไปช่วยแล้ว และล่าสุด Starlink ได้ติดต่อเข้ามาเพื่ออำนวยความสะดวกด้านสัญญาณ ทีมจึงพยายามนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาเพิ่มศักยภาพให้เร็วขึ้น

 

เมื่อถามว่า จะต้องปรับแผนหรือไม่ เนื่องจากการแถลงข่าวของโฆษกรัฐบาลยืนยันว่าไม่ได้ผิดพลาด ขณะที่บวรศักดิ์ อุวรรณโน รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป็นความผิดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ภราดรกล่าวเสริมว่า วันนี้ไม่ควรโทษใคร หน้าที่หลักของรัฐบาล และทุกศูนย์ ทั้งส่วนหน้าและส่วนหลัง คือการช่วยเหลือประชาชน ส่วนข้อผิดพลาดทุกฝ่าย ทั้งประชาชน รัฐบาล และหน่วยปฏิบัติ จะถอดบทเรียนและทบทวนหลังเหตุการณ์ร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำอีก

 

สำหรับกรณีฝ่ายค้านเสนอให้ขอความร่วมมือจากต่างประเทศ สิริพงศ์กล่าวว่า รัฐบาลไม่ปิดรับ ถือเป็นข้อเสนอที่ดี แต่ขณะนี้การดำเนินงานของไทยยังเพียงพอ ยังไม่เกินศักยภาพของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา

 

ขณะที่ พล.ท.วันชนะ สวัสดี โฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ส่วนหน้า แถลงถึงการแบ่งพื้นที่ช่วยเหลือเหตุอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ โดยแบ่งเป็น 4 เขตพื้นที่ คือ เขต 1 รับผิดชอบโดย กองบัญชาการกองทัพไทย เขต 2 รับผิดชอบโดย กองพันที่ 1 กรมทหารราบที่ 5 เขต 3 รับผิดชอบโดย กองพันที่ 5 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 เขต 4 รับผิดชอบโดย กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 42

 

ทั้งนี้ กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะเป็นหน่วยงานที่ช่วยเหลือทั้ง 4 เขต ในภาพรวม ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์อพยพชั่วคราวทั้งหมด 9 ศูนย์ ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (รับได้ 3,000 ปัจจุบัน 5,000) สำนักงานเทศบาลเมืองบ้านพรุ (รับได้ 100 ปัจจุบัน 600) วัดเทพชุมนุม (รับได้ 600 ปัจจุบัน 1,500) โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองบ้านพรุ (รับได้ 200 ปัจจุบัน 800) วัดชินวงศ์ประดิษฐ์ (รับได้ 400 ปัจจุบัน 100) วัดภูผาเบิก (รับได้ไม่จำกัด ปัจจุบัน 200) บริษัทหาดทิพย์ (รับได้ไม่จำกัด 200) ศูนย์บริการ (ปัจจุบัน 15 เน้นผู้ป่วยติดเตียง) และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่สาม (รับได้ 200 ปัจจุบัน 200)

 

พล.ท. วันชนะ ยังกล่าวถึงจำนวนกำลังพลทหารในการช่วยเหลือครั้งนี้มีทั้งหมด มีจำนวน 3,091 นาย, รถสัมภาระ 180 คัน, เรือ 85 ลำอากาศยานปีกหมุน 12 ลำ, ชุดแพทย์เคลื่อนที่ 3 ชุด, ชุดสื่อสารดาวเทียม 2 ชุด, รถสนามสองคันรถสนาม 2 คันรถสูบน้ำ 3 เครื่อง, เครื่องวัดชีพจร 1 เครื่อง, เครื่องบินลำเลียง C-130 5 ลำ และเรือหลวงจักรีนฤเบศร ด้านพลเรือนได้เข้ามาช่วยมีกำลังพลทั้งหมด 444 นาย มีรถยกสูง 24 คัน เรือทั้งหมด 107 ลำเจ็ตสกี 81 ลำ

 

พล.ท. วันชนะ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวภายหลังการสัมภาษณ์ว่าอาจจะมีโอกาสในการตั้งศูนย์พักพิงผู้อพยพเพิ่มเติม หากสถานการณ์ที่คลายลง เนื่องจากก่อนหน้านี้มีเพียง 5 ศูนย์ แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็น 9 ศูนย์

The post ศป.กฉ. อัปเดตแบ่ง 4 พื้นที่ช่วยน้ำท่วมใต้ ให้กำลังพลดูแล เคสสีแดงยังรอช่วยเหลืออีก 3,000 ชีวิต ภราดรชี้ไม่ใช่เวลาโทษ เป็นบทเรียนทุกฝ่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดีอีเอส ตั้ง War Room 24 ชม. รับมือน้ำท่วมหาดใหญ่ ระดม Starlink-โดรน-ปณท. ช่วยกู้ภัย เน้นแก้ปัญหาเครือข่ายสื่อสาร https://thestandard.co/des-war-room-hat-yai-flood/ Wed, 26 Nov 2025 08:10:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1147922

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทร […]

The post ดีอีเอส ตั้ง War Room 24 ชม. รับมือน้ำท่วมหาดใหญ่ ระดม Starlink-โดรน-ปณท. ช่วยกู้ภัย เน้นแก้ปัญหาเครือข่ายสื่อสาร appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่าจากกรณีสถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบสร้างความเสียหายให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตนได้สั่งการระดมความช่วยเหลือจากหน่วยงานในสังกัดไปยังพื้นที่ประสบภัย โดยให้ใช้ศักยภาพของแต่ละหน่วยงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งการสนับสนุนด้านระบบการสื่อสาร และการขนส่งถุงยังชีพ และสิ่งของเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย

 

ทั้งนี้กระทรวงดีอีเอส ได้จัดตั้ง War Room เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์สภาพอากาศ-น้ำ และศูนย์กลางระบบสื่อสารโทรคมนาคม เตรียมความพร้อมและมาตรการรับมือในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยบูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานสถิติแห่งชาติ และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. รายงานสถานการณ์สภาวะอากาศและสถานการณ์น้ำได้ตลอด 24 ชม. โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.หาดใหญ่

 

ขณะเดียวกันตนได้มอบหมายให้ พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอีเอส ลงพื้นที่ อำเภอหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เพื่อติดตามการให้ความช่วยเหลือ โดยประสานงานร่วมกับ กสทช. ผู้ให้บริการเครือข่าย และหน่วยงานในสังกัดในพื้นที่ร่วมบูรณาการข้อมูลและการทำงาน ดังนี้

 

1. การบริหารจัดการระบบสื่อสารและเครือข่าย ให้ดำเนินการย้ายหน่วยโครงสร้างเครือข่าย (Node) ที่มีปัญหาไปยัง Node ที่ใช้งานได้ (branching) และเตรียมการเรื่องเครื่องปั่นไฟ พร้อมกับการเตรียมความพร้อมติดตั้งระบบสื่อสารในพื้นที่ศูนย์พักพิง โดยประสาน กสทช. และผู้ให้บริการเครือข่าย ตรวจสอบเสาสัญญาณที่มีศักยภาพ เพิ่มความแรงสัญญาณ และปรับทิศทางของเสาสัญญาณจากพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อปล่อยสัญญาณให้ประชาชนให้พื้นที่สามารถรับสัญญาณได้โดยไม่จำกัดเครือข่าย

 

2. การปฏิบัติงานและการเตรียมพร้อมรับมือของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ โดยกำหนดหน้าที่ พร้อมการสนับสนุนหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือประชาชน รวมถึงการจัดทำแผนฉุกเฉินบูรณาการการรับมือ

 

3. การพัฒนาระบบงานกู้ภัยและการสื่อสาร เร่งจัดทำระบบการรับข้อมูล พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูล เนื่องจากบริการ Digital Trunk Radio Service DTRS ของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ในพื้นที่ อำเภอหาดใหญ่ ยังสามารถให้บริการ จึงมอบหมายให้ NT นำรถโมบายของบริการ DTRS จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปสนับสนุนเพิ่มเติม และเตรียมเครื่องลูกข่ายไว้สนับสนุนการประสานงานของ กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเบื้องต้นจำนวน 50 เครื่อง เพื่อใช้ในการประสานงานให้ความช่วยเหลือประชาชน

 

นอกจากนี้ NT จะดำเนินการประสานงานเครือข่ายอาสาสมัครผู้ใช้งานโดรนเข้าร่วมให้ความช่วยเหลือใน 2 รูปแบบ คือ 1. การใช้โดรนสำรวจ ค้นหาผู้ประสบภัยที่ยังติดอยู่ในพื้นที่ และต้องการความช่วยเหลือ 2.ใช้โดรนเพื่อการขนส่งสิ่งของ อาหาร และน้ำดื่ม เข้าสู่พื้นที่ซึ่งเข้าถึงได้ยาก

 

ด้านบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) จะสนับสนุนการขนส่งสิ่งของให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง โดยสามารถติดต่อได้ THP Contact Center 1545 เพื่อประสานรายละเอียดการรวบรวมและรับส่งสิ่งของเพื่อส่งต่อให้กับประชาชนผู้ประสบอุทกภัยได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงที่สุด

 

“ขณะนี้กระทรวงดีอีเอส จัดตั้ง War Room ติดตามสถาการณ์อุทกภัยพื้นที่หาดใหญ่ และใกล้เคียงตลอด 24 ชม. เพื่อบูรณาการข้อมูลให้กับหน่วยงานรัฐ และหน่วยงานที่ปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ โดยตนได้ร่วมหารือ และประสานงานกับภาคเอกชน อาทิ SpaceX เรื่องการเชื่อมต่อสัญญาณในพื้นที่ผ่านดาวเทียม Starlink และ Line Thailand ซึ่งเบื้องต้น Line ได้เปิดบริการ LineAlert แจ้งเตือนสถานการณ์ฉุกเฉิน และ Open Chat หัวข้อประสานงานน้ำท่วมหาดใหญ่ เพื่อให้ประชาชน หรือญาติของผู้ประสบภัย ได้ระบุพิกัดที่อยู่ และจำนวนคนที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อส่งต่อข้อมูลให้กับหน่วยงานกู้ภัยได้ดำเนินการอย่างทันท่วงที” ไชยชนก กล่าว

The post ดีอีเอส ตั้ง War Room 24 ชม. รับมือน้ำท่วมหาดใหญ่ ระดม Starlink-โดรน-ปณท. ช่วยกู้ภัย เน้นแก้ปัญหาเครือข่ายสื่อสาร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทหารเมียนมาบุกเคเคปาร์ค กวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จับพนักงานรวม 2,198 คน พร้อมอุปกรณ์ Starlink 30 ชุด https://thestandard.co/myanmar-military-raids-kk-park/ Mon, 20 Oct 2025 10:41:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1133008 COVER - Myanmar military raids KK Park

วันนี้ (20 ตุลาคม) สื่อท้องถิ่นในรัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมี […]

The post ทหารเมียนมาบุกเคเคปาร์ค กวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จับพนักงานรวม 2,198 คน พร้อมอุปกรณ์ Starlink 30 ชุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
COVER - Myanmar military raids KK Park

วันนี้ (20 ตุลาคม) สื่อท้องถิ่นในรัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา รายงานว่า กองทัพเมียนมาได้เปิดปฏิบัติการบุกเข้ากวาดล้างพื้นที่ฐานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนที่รู้จักกันในชื่อ เคเคปาร์ค ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตรงข้ามบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง ตำบลแม่กุ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา

 

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทหารเมียนมาสามารถยึดฐานที่มั่นบริเวณ เลเกก่อ คืนจากฝ่ายสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ได้ โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากแหล่งสแกมเมอร์ชาวจีนเพียง 4 กิโลเมตร

 

รายงานระบุว่า ทหารเมียนมาได้ดำเนินการปิดล้อมและจับกุมพนักงานของเคเคปาร์คได้ถึง 2,198 คน โดยแบ่งเป็นพนักงานชาย 645 คน พนักงานหญิง 455 คน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 98 คน

 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถยึดอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink (สตาร์ลิงค์) ได้จำนวน 30 ชุด ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่กลุ่มอาชญากรไซเบอร์มักใช้ในการดำเนินงานข้ามชาติ

 

การดำเนินการดังกล่าวมีข้อสังเกตว่า ฝ่ายทหารเมียนมาได้มีการทำความเข้าใจกับทหารกะเหรี่ยง BGF (กองกำลังพิทักษ์ชายแดน) และทหารกะเหรี่ยง DKBA (กองกำลังกะเหรี่ยงประชาธิปไตยฝ่ายพุทธ) ซึ่งเป็นพันธมิตรของกองทัพเมียนมาก่อนการบุกกวาดล้าง ซึ่งทำให้เกิดการตั้งคำถามในหมู่กลุ่มกะเหรี่ยงบางส่วนว่า ปฏิบัติการครั้งนี้อาจเป็นการสร้างภาพ หรือไม่

 

CONTENT 1 CONTENT 2  CONTENT 4

The post ทหารเมียนมาบุกเคเคปาร์ค กวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จับพนักงานรวม 2,198 คน พร้อมอุปกรณ์ Starlink 30 ชุด appeared first on THE STANDARD.

]]>