STARK – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 25 Dec 2025 10:32:46 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ‘ยกคำร้องฟื้นฟูกิจการ’ JKN ชี้บริหารล้มเหลว-ไร้ธรรมาภิบาล ปมปล่อยกู้กรรมการก่อนใช้หนี้ https://thestandard.co/jkn-rehabilitation-rejected/ Thu, 25 Dec 2025 10:32:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1158257 ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ‘ยกคำร้องฟื้นฟูกิจการ’ JKN ชี้บริหารล้มเหลว-ไร้ธรรมาภิบาล ปมปล่อยกู้กรรมการก่อนใช้หนี้

วันนี้ (25 ธันวาคม) เวลา 10.00 น. ที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญ […]

The post ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ‘ยกคำร้องฟื้นฟูกิจการ’ JKN ชี้บริหารล้มเหลว-ไร้ธรรมาภิบาล ปมปล่อยกู้กรรมการก่อนใช้หนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ‘ยกคำร้องฟื้นฟูกิจการ’ JKN ชี้บริหารล้มเหลว-ไร้ธรรมาภิบาล ปมปล่อยกู้กรรมการก่อนใช้หนี้

วันนี้ (25 ธันวาคม) เวลา 10.00 น. ที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีล้มละลาย ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ 2894–2895/2568 กลับคำสั่งศาลชั้นต้น โดยให้ “ยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ” ของ บมจ.เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป (JKN) ชี้ปัญหาสภาพคล่องเกิดจากการบริหารงานผิดพลาดภายใน และไม่ปรากฏช่องทางที่ชัดเจนในการฟื้นฟูกิจการ

 

ศาลพิเคราะห์งบการเงินแล้วชี้ว่า การเติบโตของ JKN ในช่วงที่ผ่านมา เกิดจากการก่อหนี้สินด้วยการออกหุ้นกู้หมุนเวียนเพื่อนำมาขยายธุรกิจต่อเนื่องถึง 17 ครั้ง ระหว่างปี 2559-2566 มิได้เกิดจากความสามารถในการทำกำไรของกิจการอย่างแท้จริง

 

เมื่อเกิดการผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้รุ่น JKN239A ส่งผลให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้รุ่นอื่นๆ (Cross Default) ตามมา รวมมูลค่าหนี้ที่ถึงกำหนดชำระทันทีสูงถึง 3,212.15 ล้านบาท จนนำไปสู่ภาวะขาดสภาพคล่อง

 

นอกจากนี้ กรณีที่ JKN อ้างว่าได้รับผลกระทบจากวิกฤตความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นกู้จากกรณี STARK ผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ ศาลเห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลัง และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบริหารงานหรือการผิดนัดชำระหนี้ของลูกหนี้แต่อย่างใด ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงมาจากปัจจัยภายในองค์กรเอง

 

ประเด็นสำคัญที่ศาลหยิบยกขึ้นมาคือ ปัญหาธรรมาภิบาลในการบริหารงาน โดยพบข้อเท็จจริงว่า JKN ได้นำเงินทุนไปให้กรรมการผู้มีอำนาจบริหารยืมเป็นจำนวนเงินถึง 300 ล้านบาท ก่อนที่จะนำมาชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้รายอื่น พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการขาดธรรมาภิบาล

 

นอกจากนี้ การจำหน่ายธุรกิจองค์กรนางงามจักรวาล (MUO) เพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่อง ก็ยังได้รับชำระเงินไม่ครบถ้วน โดยได้รับเพียง 3.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังค้างชำระอีกกว่า 10.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษวินิจฉัยว่า ปัญหาทั้งหมดเกิดจากการบริหารงานของลูกหนี้ และลูกหนี้ไม่สามารถแสดงให้เห็นช่องทางในการหาเงินมาชำระหนี้หรือบรรเทาความเสียหายแก่เจ้าหนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม กรณีจึงไม่มีเหตุอันสมควรและไม่มีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการได้ตามกฎหมาย

 

จึงพิพากษากลับให้ ยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ และจำหน่ายคดีในส่วนการตั้งผู้ทำแผนออกจากสารบบความ (แม้ก่อนหน้านี้ผู้คัดค้านจะยื่นขอถอนอุทธรณ์แต่ศาลไม่อนุญาต)

The post ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ‘ยกคำร้องฟื้นฟูกิจการ’ JKN ชี้บริหารล้มเหลว-ไร้ธรรมาภิบาล ปมปล่อยกู้กรรมการก่อนใช้หนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เปิดความคืบหน้าคดี STARK หลังแบงก์ฟ้องล้มละลาย ‘วนรัชต์’ | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-08112024-3/ Fri, 08 Nov 2024 06:02:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1006219 คดี STARK

เปิดความคืบหน้าคดี STARK หลังแบงก์ฟ้องล้มละลาย ‘วนรัชต์ […]

The post ชมคลิป: เปิดความคืบหน้าคดี STARK หลังแบงก์ฟ้องล้มละลาย ‘วนรัชต์’ | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
คดี STARK

เปิดความคืบหน้าคดี STARK หลังแบงก์ฟ้องล้มละลาย ‘วนรัชต์’ พูดคุยกับ จิณณะ แย้มอ่วม อนุกรรมการด้านการเงินและการธนาคาร สภาผู้บริโภค และทนายความของผู้เสียหายในคดีหุ้น บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น หรือ STARK

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: เปิดความคืบหน้าคดี STARK หลังแบงก์ฟ้องล้มละลาย ‘วนรัชต์’ | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ STARK ชดใช้เงินหุ้นกู้ 4 รุ่น กว่า 5 พันล้านบาท ให้ KBANK https://thestandard.co/stark-repays-bond-money-to-kbank/ Thu, 25 Apr 2024 03:54:25 +0000 https://thestandard.co/?p=926526 STARK

ศาลแพ่งสั่งให้ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น หรือ STARK จ่าย […]

The post ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ STARK ชดใช้เงินหุ้นกู้ 4 รุ่น กว่า 5 พันล้านบาท ให้ KBANK appeared first on THE STANDARD.

]]>
STARK

ศาลแพ่งสั่งให้ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น หรือ STARK จ่ายเงินให้กับธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK โดยต้องชดใช้หุ้นกู้ 4 รุ่น กว่า 5,000 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยและค่าเสียหายอีก 1 ใน 4 โดยกำหนดให้จ่ายภายใน 30 วัน ไม่เกินวันที่ 23 พฤษภาคม 2567

 

วานนี้ (24 เมษายน) ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK ในฐานะผู้แทนผู้ถือหุ้นสำหรับหุ้นกู้ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น หรือ STARK ได้แก่ STARK239A, STARK249A, STARK245A และ STARK255A ชี้แจงความคืบหน้าในคดีที่ธนาคารได้มีการฟ้องร้องให้ STARK (ผู้ออกหุ้นกู้) ชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยของหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2564 ต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ซึ่งศาลได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา

 

ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ได้มีคำพิพากษาโดยสรุปดังนี้

 

  1. ให้ชำระเงินตามหุ้นกู้ชุดที่ 1 และชุดที่ 2 จำนวน 2,268.94 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 4 กรกฎาคม 2566) เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

 

  1. ให้ชำระเงินตามหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2565 ชุดที่ 2 และชุดที่ 3 จำนวน 3,045.64 บาท พร้อมดอกเบี้ย นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 21 กรกฎาคม 2566) เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

 

  1. ให้ชำระค่าเสียหายเพื่อการลงโทษอีก 1 ใน 4 ของค่าเสียหายที่ศาลกำหนด

 

  1. ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมของทั้งสองคดีแก่โจทก์

 

  1. ให้จำเลยชำระค่าทนายความให้แก่โจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 400,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี

 

โดยศาลได้ออกคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษา ซึ่งจะครบกำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติตามคำพิพากษาในวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 คู่ความที่ไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาดังกล่าวมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษา หรือภายในระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตจากศาล

 

ทั้งนี้ หากผู้ออกหุ้นกู้ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาภายในระยะเวลาข้างต้น ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้จะดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษาโดยเร็ว และหากมีความคืบหน้าที่สำคัญประการใด ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้จะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นกู้ทราบต่อไป

 

นอกจากนี้ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ขอเรียนแจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้เพิ่มเติมดังต่อไปนี้

 

การดำเนินการลงทะเบียนผู้เสียหายต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)

 

– หลังจากผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ได้ลงทะเบียนผู้เสียหายในคดีพิเศษที่ 57/2566 ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 ปัจจุบันพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้อง บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น กับพวก ต่อศาลอาญา เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.90/2567 โดยศาลได้กำหนดวันนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2567

 

การดำเนินการยื่นคำร้องขอคุ้มครองสิทธิต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

 

– หลังจากผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ได้ยื่นคำร้องขอคุ้มครองสิทธิต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2567 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

 

ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าที่สำคัญเป็นประการใด ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้จะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นกู้ทราบต่อไป

The post ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ STARK ชดใช้เงินหุ้นกู้ 4 รุ่น กว่า 5 พันล้านบาท ให้ KBANK appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลไม่ให้ประกัน วนรัชต์ คดีโกงหุ้น STARK ชี้เสียหายต่อเศรษฐกิจ-สังคมมหาศาล เจ้าตัวปฏิเสธข้อหาพร้อมสู้คดี https://thestandard.co/not-grant-wanarat-bail-in-the-stark-case/ Mon, 12 Feb 2024 10:00:07 +0000 https://thestandard.co/?p=898839

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) ภายหลังพนักงานอัยการยื่นฟ้อง วนร […]

The post ศาลไม่ให้ประกัน วนรัชต์ คดีโกงหุ้น STARK ชี้เสียหายต่อเศรษฐกิจ-สังคมมหาศาล เจ้าตัวปฏิเสธข้อหาพร้อมสู้คดี appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) ภายหลังพนักงานอัยการยื่นฟ้อง วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ อดีตผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ธุรกิจสี เป็นจำเลยในคดีทุจริตในบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 

 

โดยศาลพิจารณาคำร้องอัยการโจทก์แล้วมีคำสั่งประทับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.441/2567 สอบคำให้การ จำเลยให้การปฏิเสธขอต่อสู้คดี จึงให้นัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 10 มิถุนายน 2567 

 

ภายหลังจำเลยยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีมีลักษณะเป็นการสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม ทั้งก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน และมีมูลค่าความเสียหายเป็นจำนวนมาก โจทก์คัดค้านการปล่อยชั่วคราว จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวจำเลยไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯระหว่างพิจารณาคดี

 

ทั้งนี้ วนรัชต์มีความผิดฐานเป็นกรรมการหรือผู้บริหารบริษัทกระทำโดยทุจริต ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต ตามมาตรา 89/7 จนเป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหาย หรือทำให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว, ในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการบริษัทย่อยและผู้บริหารบริษัทย่อย, กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใด ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลใดตาม พ.ร.บ.นี้โดยทุจริต ร่วมกันหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่ประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากประชาชนผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ประชาชนผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ, กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใด ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลใดตาม พ.ร.บ.นี้ กระทำหรือยินยอมให้กระทำ

 

(1) ทำให้เสียหาย ทำลาย เปลี่ยนแปลง ตัดทอน หรือปลอมบัญชีเอกสาร หรือหลักประกันของนิติบุคคลดังกล่าว หรือที่เกี่ยวกับนิติบุคคลดังกล่าว (2) ลงข้อความเท็จหรือไม่ลงข้อความสำคัญในบัญชีหรือเอกสารของนิติบุคคลหรือที่เกี่ยวกับนิติบุคคลนั้น หรือ (3) ทำบัญชีไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน หรือไม่ตรงต่อความเป็นจริง ถ้ากระทำหรือยินยอมให้กระทำเพื่อลวงให้นิติบุคคลดังกล่าวหรือผู้ถือหุ้นขาดประโยชน์อันควรได้หรือลวงบุคคลใดๆ, ร่วมกันโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 41 และ 343

The post ศาลไม่ให้ประกัน วนรัชต์ คดีโกงหุ้น STARK ชี้เสียหายต่อเศรษฐกิจ-สังคมมหาศาล เจ้าตัวปฏิเสธข้อหาพร้อมสู้คดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: จับตาผลสอบคดี ‘STARK’ DSI จ่อเช็กบิลผู้สอบบัญชีเพิ่ม | Morning Wealth 20 พ.ย. 2566 https://thestandard.co/morning-wealth-20112023/ Mon, 20 Nov 2023 02:14:54 +0000 https://thestandard.co/?p=867476 STARK

DSI เร่งเครื่องสอบสวนคดีทุจริต STARK จ่อฟันผู้สอบบัญชีเ […]

The post ชมคลิป: จับตาผลสอบคดี ‘STARK’ DSI จ่อเช็กบิลผู้สอบบัญชีเพิ่ม | Morning Wealth 20 พ.ย. 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>
STARK

DSI เร่งเครื่องสอบสวนคดีทุจริต STARK จ่อฟันผู้สอบบัญชีเพิ่ม พร้อมจับมือ ปอศ. ตั้งคณะทำงานลุยเช็กบิลคดีหุ้น MORE รายละเอียดเป็นอย่างไร

หุ้นสหรัฐฯ จะฟื้นได้ระดับไหน? หลังปัจจัยมหภาคผ่อน-เงินเฟ้อแผ่ว พูดคุยกับ ภคสุนาท จิตมั่นชัยธรรม Director, ฝ่ายการลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศ กลุ่มจัดสรรสินทรัพย์และกองทุนต่างประเทศ บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

 

The post ชมคลิป: จับตาผลสอบคดี ‘STARK’ DSI จ่อเช็กบิลผู้สอบบัญชีเพิ่ม | Morning Wealth 20 พ.ย. 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>
DSI เร่งเครื่องสอบสวนคดีทุจริต STARK จ่อฟันผู้สอบบัญชีเพิ่มหากพบหลักฐานทำผิด พร้อมจับมือ บก.ปอศ. ตั้งคณะทำงานลุยเช็กบิลคดีหุ้น MORE https://thestandard.co/dsi-expedites-investigation-into-stark-corruption-case/ Mon, 20 Nov 2023 01:29:19 +0000 https://thestandard.co/?p=867464

DSI จับตาผลสอบสวนผู้สอบบัญชี STARK จากสภาวิชาชีพบัญชีฯ […]

The post DSI เร่งเครื่องสอบสวนคดีทุจริต STARK จ่อฟันผู้สอบบัญชีเพิ่มหากพบหลักฐานทำผิด พร้อมจับมือ บก.ปอศ. ตั้งคณะทำงานลุยเช็กบิลคดีหุ้น MORE appeared first on THE STANDARD.

]]>

DSI จับตาผลสอบสวนผู้สอบบัญชี STARK จากสภาวิชาชีพบัญชีฯ ต้องพิสูจน์หาหลักฐานว่ามีเอี่ยวด้วยหรือไม่ หากพบหลักฐานว่ากระทำผิดพร้อมแยกดำเนินคดีเพิ่ม ระบุเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาเพิ่มอีก 1 ราย พร้อมสั่งอายัดทรัพย์สินเพิ่ม

 

พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH ว่า ในวันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ตนเองได้รับมอบหมายจากอธิบดี DSI ให้ร่วมแถลงข่าวกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ถึงความคืบหน้าในการดำเนิน 2 คดีสำคัญที่ DSI รับไว้เป็นคดีพิเศษแล้ว คือ คดีการทุจริตของ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น หรือ STARK ที่ตรวจหลักฐานว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้ร่วมกันปลอมตกแต่งบัญชีและงบการเงินซึ่งมีผู้ถูกหลอกลวง รวมเป็นความเสียหายจำนวน 14,778 ล้านบาท และคดีการสร้างราคาหุ้น บมจ.มอร์ รีเทิร์น หรือ MORE 

 

โดยในส่วนความคืบหน้าของคดี STARK หลังจากเร่งการสอบสวน DSI จะมีการแจ้งข้อหาผู้ต้องหาเพิ่มอีกจำนวน 1 ราย จากก่อนหน้านี้ที่ DSI แจ้งข้อหาผู้ต้องหาไปแล้วจำนวน 10 ราย ได้แก่ ชนินทร์ เย็นสุดใจ ผู้ต้องหาที่ 1 ที่กำลังหลบหนี, วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ ผู้ต้องหาที่ 2, ชินวัฒน์ อัศวโภคี ผู้ต้องหาที่ 3, ศรัทธา จันทรเศรษฐเลิศ ผู้ต้องหาที่ 4, กิตติศักดิ์ จิตต์ประเสริฐงาม ผู้ต้องหาที่ 5, บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น ผู้ต้องหาที่ 6, บริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ต้องหาที่ 7, บริษัท อดิสรสงขลา จำกัด ผู้ต้องหาที่ 8, บริษัท ไทยเคเบิ้ล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ต้องหาที่ 9, บริษัท เอเชีย แปซิฟิก ดริลลิ่ง เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ผู้ต้องหาที่ 10 และ ยสบวร อำมฤต ผู้ต้องหาที่ 11 

 

นอกจากนี้ DSI จะมีการอายัดทรัพย์สินของผู้ต้องหาเพิ่มเติมจากก่อนหน้านี้ที่ได้อายัดทรัพย์สินของ ชนินทร์ เย็นสุดใจ ผู้ต้องหาที่ 1 ไปแล้ว เป็นมูลค่ารวม 349.32 ล้านบาท ซึ่งไม่รวมที่ดินจำนวนรวม 11 แปลง และรถยนต์จำนวน 4 คัน ยี่ห้อ Rolls-Royce 2 คัน Bentley 1 คัน และ Mercedes-Benz 1 คัน โดยในส่วนของทรัพย์สินได้มีการส่งข้อมูลให้สำนักงาน ปปง. เพื่อพิจารณาดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 

 

อีกทั้งอยู่ระหว่างผลการสอบสวนผู้สอบบัญชีของ STARK คือ บริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ สอบบัญชี จำกัด ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบโดยสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ คือในช่วงที่มีการกระทำผิดผู้สอบบัญชีมีส่วนเกี่ยวด้วย ทั้งนี้ DSI มีความมั่นใจว่าจะดำเนินการส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษไปยังพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไปภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ได้ทันกำหนดการอย่างแน่นอน

 

“อยากให้รอฟังในการแถลงข่าวซึ่งน่าจะสามารถให้รายละเอียดได้มากกว่านี้ ส่วนเรื่องการสอบสวนผู้สอบบัญชีของ STARK สภาวิชาชีพบัญชีฯ อยู่ระหว่างสอบสวน แต่คดีที่ DSI กำลังเตรียมส่งสำนวนใหญ่ให้อัยการเป็นคดีที่เร่งรัด คงไม่รอผลตรวจสอบของสภาวิชาชีพบัญชีฯ ให้เสร็จ เพราะหากพบหลักฐานว่ามีการกระทำผิดก็สามารถแยกออกมาเป็นอีกคดีได้ เนื่องจาก DSI ตั้งใจจะพิสูจน์อยู่แล้วว่าผู้สอบบัญชีของ STARK มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือจงใจ หรือเป็นการบกพร่องในเรื่องนี้อย่างไร”

 

สำหรับในส่วนของคดี MORE กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้ดำเนินการสอบสวนคืบหน้าอย่างมาก โดยได้ส่งสำนวนการสอบสวนต่อมาที่ DSI ซึ่งปัจจุบันได้ทยอยออกหมายเรียกผู้ต้องหาแล้วประมาณ 30 ราย เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาที่พบหลักฐานว่ามีการกระทำผิด โดย DSI มีแผนตั้งคณะทำงานร่วมกับ บก.ปอศ. เพื่อเดินหน้าการสอบสวนคดีต่อ เพื่อเร่งการสอบสวนให้รวดเร็วขึ้น 

The post DSI เร่งเครื่องสอบสวนคดีทุจริต STARK จ่อฟันผู้สอบบัญชีเพิ่มหากพบหลักฐานทำผิด พร้อมจับมือ บก.ปอศ. ตั้งคณะทำงานลุยเช็กบิลคดีหุ้น MORE appeared first on THE STANDARD.

]]>
คดีทุจริต STARK คืบหน้า! DSI แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาเพิ่มเป็น 11 ราย รวม ‘วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ’ พบหลักฐานเอี่ยวปลอมบัญชี-แต่งงบการเงิน เตรียมส่งสำนวนให้อัยการภายในเดือน พ.ย. นี้ https://thestandard.co/wealth-in-depth-stark-case/ Mon, 06 Nov 2023 12:08:41 +0000 https://thestandard.co/?p=862994

DSI เผยหลังสอบปากคำ ก.ล.ต., สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น และพยา […]

The post คดีทุจริต STARK คืบหน้า! DSI แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาเพิ่มเป็น 11 ราย รวม ‘วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ’ พบหลักฐานเอี่ยวปลอมบัญชี-แต่งงบการเงิน เตรียมส่งสำนวนให้อัยการภายในเดือน พ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

DSI เผยหลังสอบปากคำ ก.ล.ต., สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น และพยาน จำนวน 135 ราย ลุยกล่าวโทษผู้ต้องหาเพิ่มรวมเป็น 11 ราย พบหลักฐาน ‘วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ’ มีเอี่ยว หลังตรวจพบหลักฐานชัดร่วมกันปลอมบัญชี-แต่งบการเงิน จ่อสรุปสำนวนส่งอัยการภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ มีผู้ถูกหลอกลวงเสียหายรวม 14,778 ล้านบาท 

 

พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้สัมภาษณ์ THE STANDARD WEATH ว่า คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษของ DSI ได้ดำเนินการสอบปากคำผู้กล่าวโทษจำนวน 3 ราย ได้แก่ สำนักงาน ก.ล.ต. และ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น และดำเนินการสอบปากคำพยาน จำนวน 135 ราย ได้แก่ พยานกลุ่มผู้บริหาร บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น หรือ STARK, พยานกลุ่มกรรมการตรวจสอบ/กรรมการอิสระ พยานกลุ่มผู้สอบบัญชี จำนวน 2 ราย, พยานกลุ่มพนักงานบริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท ไทยเคเบิ้ล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท อดิสรสงขลา จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น, พยานกลุ่มบริษัทลูกหนี้บริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท อดิสรสงขลา จำกัด และบริษัท ไทยเคเบิ้ล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่มีการสร้างรายการปลอม, พยานกลุ่มผู้รับโอนเงินจาก บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น, พยานกลุ่มนายทะเบียนและตัวแทนผู้ถือหุ้นกู้ พยานกลุ่มผู้ถือหุ้นกู้เฉพาะราย คือ ผู้ลงทุนสถาบัน และกองทุนส่วนบุคคล

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


 

อีกทั้งพยานกลุ่มผู้ถือหุ้นกู้, พยานกลุ่มผู้แทนจำหน่ายหลักทรัพย์หุ้นกู้ (Arranger), พยานกลุ่มผู้จัดอันดับความน่าเชื่อถือหุ้นกู้, พยานบริษัทที่ปรึกษากฎหมายการลงทุนซื้อกิจการ LEONI, พยานกลุ่มผู้ถือหุ้นสามัญ, พยานกลุ่มที่ปรึกษาทางการเงินในการจัดทำรายงานทางการเงิน, พยานบริษัท กุดั่น แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด บริษัทที่ปรึกษากฎหมายที่ดำเนินการเรื่อง Backdoor Listing และพยานเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

 

สำหรับในส่วนการแจ้งข้อกล่าวหา DSI ได้แจ้งข้อกล่าวหาบุคคลธรรมดากับนิติบุคคลเพิ่มจำนวน 10 ราย ได้แก่ วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ ผู้ต้องหาที่ 2, ชินวัฒน์ อัศวโภคี ผู้ต้องหาที่ 3, ศรัทธา จันทรเศรษฐเลิศ ผู้ต้องหาที่ 4, กิตติศักดิ์ จิตต์ประเสริฐงาม ผู้ต้องหาที่ 5, บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น ผู้ต้องหาที่ 6, บริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ต้องหาที่ 7, บริษัท อดิสรสงขลา จำกัด ผู้ต้องหาที่ 8, บริษัท ไทยเคเบิ้ล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ต้องหาที่ 9, บริษัท เอเชีย แปซิฟิก ดริลลิ่ง เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ผู้ต้องหาที่ 10 และ ยสบวร อำมฤต ผู้ต้องหาที่ 11 ส่วน ชนินทร์ เย็นสุดใจ ผู้ต้องหาที่ 1 หลบหนี 

 

ทั้งนี้ วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ ผู้ต้องหาที่ 2, ชินวัฒน์ อัศวโภคี ผู้ต้องหาที่ 3, ศรัทธา จันทรเศรษฐเลิศ ผู้ต้องหาที่ 4 และ กิตติศักดิ์ จิตต์ประเสริฐงาม ผู้ต้องหาที่ 5 อยู่ระหว่างการยื่นคำให้การแก้ข้อกล่าวหาเพิ่มเติม 

 

โดยสำนักงาน ก.ล.ต. ได้กล่าวหา วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ ตามมาตรา 312 และมาตรา 281/2 วรรค 2 ประกอบมาตรา 89/7 และมาตรา 89/7 ประกอบมาตรา 89/24 มาตรา 278 มาตรา 281/10 ประกอบมาตรา 300 และมาตรา 306 พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กล่าวหาตามมาตรา 307, 308, 311 และ 312 พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343, 352 และ 353

 

ขณะที่มีทรัพย์สินที่มีการอายัดโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ คิดเป็นมูลค่ารวม 349.32 ล้านบาท ซึ่งไม่รวมที่ดินและรถยนต์ แบ่งเป็นบัญชีธนาคารจำนวนเงินรวม 127.65 ล้านบาท, บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ บล.เครดิต สวิส (ประเทศไทย) จำกัด ของชนินทร์ เย็นสุดใจ คิดเป็นเงินไทยจำนวน 218.43 ล้านบาท, เงินสดจำนวนเงินรวม 1.75 ล้านบาท, บัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลคิดเป็นเงินไทยจำนวน 1.55 ล้านบาท, ที่ดินจำนวนรวม 11 แปลง และรถยนต์ของชนินทร์ เย็นสุดใจ จำนวน 4 คัน ยี่ห้อ Rolls-Royce 2 คัน Bentley 1 คัน และ Mercedes-Benz 1 คัน โดยในส่วนของทรัพย์สินได้มีการส่งข้อมูลให้สำนักงาน ปปง. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 

 

ขณะนี้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษอยู่ระหว่างการสอบปากคำพยานบุคคลเพิ่มเติม ได้แก่ พยานกลุ่มกรรมการตรวจสอบ/กรรมการอิสระ, พยานพนักงานบริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด รวมทั้งอยู่ระหว่างการพิจารณาบุคคลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเพิ่มเติม และจะดำเนินการส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษไปยังพนักงานอัยการ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไปภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

 

โดยจากพยานหลักฐานมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้ร่วมกันลงข้อความอันเป็นเท็จในบัญชีและงบการเงิน เพื่อให้ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น มีผลประกอบการที่ดี และมีการนำงบการเงินที่มีการตกแต่งดังกล่าวมาใช้สำหรับการออกหุ้นกู้เพื่อเสนอขายแก่ประชาชนจำนวน 3 ชุด ในปี 2564-2565 รวมเป็นเงิน 9,198 ล้านบาท รวมทั้งยังใช้ดำเนินการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (PP) ในปี 2565 อีกจำนวน 5,580 ล้านบาท ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำโดยทุจริต หลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดความจริง และทำให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง รวมเป็นความเสียหายรวมจำนวน 14,778 ล้านบาท

The post คดีทุจริต STARK คืบหน้า! DSI แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาเพิ่มเป็น 11 ราย รวม ‘วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ’ พบหลักฐานเอี่ยวปลอมบัญชี-แต่งงบการเงิน เตรียมส่งสำนวนให้อัยการภายในเดือน พ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหนี้ 4 รายของ ‘เฟ้ลปส์ ดอดจ์ อินเตอร์เนชั่นแนล’ บริษัทย่อย STARK ร่วมกันยื่นขอฟื้นฟูกิจการ ศาลนัดไต่สวน 18 ธ.ค. นี้ https://thestandard.co/pditl-request-for-business-rehabilitation/ Wed, 25 Oct 2023 01:46:28 +0000 https://thestandard.co/?p=858140 STARK

บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK แจ […]

The post เจ้าหนี้ 4 รายของ ‘เฟ้ลปส์ ดอดจ์ อินเตอร์เนชั่นแนล’ บริษัทย่อย STARK ร่วมกันยื่นขอฟื้นฟูกิจการ ศาลนัดไต่สวน 18 ธ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
STARK

บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า เจ้าหนี้ทางการเงินจำนวน 4 รายของบริษัท เฟ้ลปส์ ดอดจ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ PDITL ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ STARK ได้ร่วมกันยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของ PDITL ต่อศาลล้มละลายกลาง เป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟฟ 24/2566 เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2566

 

ต่อมาในวันที่ 23 ตุลาคม 2566 PDITL ได้รับสำเนาคำสั่งของศาลล้มละลายกลาง ฉบับลงวันที่ 17 ตุลาคม 2566 ซึ่งแจ้งว่า ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการดังกล่าว และกำหนดนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการในวันที่ 18 ธันวาคม 2566 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


 

ในการนี้ บริษัทได้ชี้แจงสรุปรายละเอียดของการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของ PDITL ดังนี้

 

  1. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) และธนาคารไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะเจ้าหนี้ของ PDITL เป็นผู้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการร่วมกันต่อศาลล้มละลายกลาง (ผู้ร้องขอฯ)

 

  1. ผู้ร้องขอฯ ได้เสนอให้บริษัท อีวาย คอร์ปอเรท แอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส จำกัด (บริษัท อีวายฯ) เป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งหากศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของ PDITL และตั้งบริษัท อีวายฯ เป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ บรรดาอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการกิจการและทรัพย์สินของ PDITL จะตกเป็นของผู้ทำแผนที่ได้รับการแต่งตั้งจากศาลตามกฎหมาย

 

  1. การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการจะช่วยให้ PDITL สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของแผนฟื้นฟูธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามขั้นตอนต่างๆ ซึ่งมีกฎหมายรองรับ อีกทั้ง PDITL ยังสามารถประกอบธุรกิจปกติต่อไปได้ในระหว่างที่อยู่ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการ ซึ่งจะดำเนินการควบคู่ไปกับการฟื้นฟูองค์กร เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในขั้นตอนการดำเนินงาน การควบคุมภายใน และพัฒนาการบริหารงานให้ดียิ่งขึ้นไป

 

ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของ PDITL ประการใด บริษัทจะดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไป

The post เจ้าหนี้ 4 รายของ ‘เฟ้ลปส์ ดอดจ์ อินเตอร์เนชั่นแนล’ บริษัทย่อย STARK ร่วมกันยื่นขอฟื้นฟูกิจการ ศาลนัดไต่สวน 18 ธ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลท. จี้ STARK ส่งงบการเงิน 1Q66 ขีดเส้นตายภายใน 15 พ.ย. นี้ ขู่หากไม่ทัน จ่อประกาศให้เข้าข่ายถูกเพิกถอนจากตลาดหุ้น https://thestandard.co/set-pressured-for-stark-1q66-financial-statements/ Thu, 12 Oct 2023 03:39:02 +0000 https://thestandard.co/?p=853768 STARK

ตลาดหลักทรัพย์ฯ สั่งให้ STARK เร่งส่งงบการเงิน 1Q66 ภาย […]

The post ตลท. จี้ STARK ส่งงบการเงิน 1Q66 ขีดเส้นตายภายใน 15 พ.ย. นี้ ขู่หากไม่ทัน จ่อประกาศให้เข้าข่ายถูกเพิกถอนจากตลาดหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
STARK

ตลาดหลักทรัพย์ฯ สั่งให้ STARK เร่งส่งงบการเงิน 1Q66 ภายในวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ เนื่องจากยังไม่ส่งข้อมูลมา หลังเลยกำหนดส่งภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2566 เพื่อเผยแพร่ให้นักลงทุนได้รับทราบ

 

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น หรือ STARK ไม่ได้นำส่งงบการเงินไตรมาส 1 ปี 2566 มายังตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในระยะเวลาที่กำหนดคือ ภายในวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งหาก STARK ยังไม่นำส่งงบการเงินไตรมาส 1 ปี 2566 มายังตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนดระยะเวลานำส่งงบการเงิน หรือภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะประกาศให้ STARK มีเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนเพิ่มเติม

 

ดังนั้นตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขอให้ STARK เร่งนำส่งงบการเงินดังกล่าวภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 เพื่อเผยแพร่ให้ผู้ลงทุนได้รับทราบ

 

The post ตลท. จี้ STARK ส่งงบการเงิน 1Q66 ขีดเส้นตายภายใน 15 พ.ย. นี้ ขู่หากไม่ทัน จ่อประกาศให้เข้าข่ายถูกเพิกถอนจากตลาดหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกสภาวิชาชีพบัญชีคนใหม่เร่งสอบจรรยาบรรณผู้สอบบัญชี STARK หากพบทำผิดจ่อลงดาบพัก-ถอนใบอนุญาต https://thestandard.co/stark-auditor-code-of-conduct/ Mon, 04 Sep 2023 01:59:42 +0000 https://thestandard.co/?p=837043 ผู้สอบบัญชี STARK

นายกสภาวิชาชีพบัญชีเดินหน้าสางปม ส่งคณะกรรมการจรรยาบรรณ […]

The post นายกสภาวิชาชีพบัญชีคนใหม่เร่งสอบจรรยาบรรณผู้สอบบัญชี STARK หากพบทำผิดจ่อลงดาบพัก-ถอนใบอนุญาต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้สอบบัญชี STARK

นายกสภาวิชาชีพบัญชีเดินหน้าสางปม ส่งคณะกรรมการจรรยาบรรณสอบจรรยาบรรณผู้สอบบัญชี STARK หากพบว่าทำผิดจ่อลงดาบพัก-ถอนใบอนุญาต ชงแผนแก้ พ.ร.บ.การบัญชี เพิ่มอำนาจกฎหมายวิชาชีพบัญชีคุมผู้สอบบัญชี

 

วินิจ ศิลามงคล นายกสภาวิชาชีพบัญชี เปิดเผยว่า หลังจากได้รับเลือกตั้งให้เป็นนายกสภาวิชาชีพบัญชีและกรรมการคณะใหม่ของสภาวิชาชีพบัญชีเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2566 ในฐานะนายกสภาวิชาชีพบัญชีมีความเป็นกังวลต่อคำถามเกี่ยวกับกรณีของ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น หรือ STARK ที่เข้ามาค่อนข้างมาก โดยสภาวิชาชีพบัญชีในฐานะที่มีบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบต่อผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาต จึงมีความจำเป็นต้องทำความเข้าใจต่อสาธารณชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง

 

สำหรับความคืบหน้ากรณีของ STARK ปัจจุบันคณะกรรมการจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี มีขั้นตอนเร่งรัดการทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงของผู้สอบบัญชีของ STARK ตามที่มีผู้เสียหายและได้รับความเดือดร้อนยื่นเรื่องร้องเรียนเข้ามา โดยประสานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่อยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวด้วยเช่นกัน

 

โดยคณะกรรมการจรรยาบรรณฯ เป็นหน่วยงานอิสระของของสภาวิชาชีพบัญชี มีบทบาท หน้าที่ และกระบวนการทำงานที่เป็นอิสระ หากมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทำงานและจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีเข้ามา ก็จะมีหน้าที่สอบสวนกรณีที่มีการร้องเรียน ซึ่งสามารถตั้งคณะทำงานหรืออนุกรรมการเพื่อสอบสวนกรณีที่มีการร้องเรียน และพิจารณาโทษต่อผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีโดยอิสระ 

 

ทั้งนี้ หากพบว่าผู้สอบบัญชีมีการทำผิดจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี คณะกรรมการจรรยาบรรณฯ จะมีอำนาจหน้าที่และจะมีการดำเนินการลงโทษตามหลักเกณฑ์สภาวิชาชีพบัญชี ซึ่งบทลงโทษมีตั้งแต่การพักใบอนุญาตไปจนถึงการเพิกถอนใบอนุญาต ขณะที่กรอบเวลาในการดำเนินการตรวจสอบนั้นจะขึ้นอยู่กับการทำงานของคณะกรรมการจรรยาบรรณฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระที่สภาวิชาชีพฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้

 

สำหรับผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทั่วไปเป็นสมาชิกอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสภาวิชาชีพบัญชี ในขณะที่ผู้ทำบัญชีเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสภาวิชาชีพบัญชีและกระทรวงพาณิชย์ สำหรับอดีตประธานเจ้าหน้าที่บัญชีและการเงินของ STARK นั้นไม่ได้เป็นผู้ทำบัญชีที่ลงทะเบียนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์และสภาวิชาชีพบัญชี แต่อยู่ในฐานะผู้บริหารระดับสูงของบริษัทในขณะนั้น 

 

ทั้งนี้ ผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาตให้ทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องสังกัดสำนักงานที่สำนักงาน ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบ และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. ดังนั้นผู้สอบบัญชีที่มีคุณสมบัติตรวจสอบงบการเงินของบริษัทจดทะเบียนได้ จึงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของทั้งสำนักงาน ก.ล.ต. และสภาวิชาชีพบัญชี 

 

วินิจกล่าวต่อว่า สภาวิชาชีพบัญชีอยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อแก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การบัญชี เพื่อให้มีความทันสมัยมากขึ้น โดยจะมีแก้ไขเพิ่มอำนาจสภาวิชาชีพบัญชีในการกำกับตรวจสอบได้มากขึ้นในอนาคต

 

แนะนักลงทุนตั้งข้อสังเกตป้องกันความเสี่ยงซ้ำรอย STARK 

 

  1. การทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในธุรกิจของบริษัทที่จะลงทุน ตลอดจนรวมโครงสร้างของกลุ่มบริษัททั้งในและต่างประเทศ 
  2. เข้าใจพื้นฐานและที่มา รวมถึงประวัติของผู้ถือหุ้น กรรมการ ผู้บริหาร และที่ปรึกษา 
  1. ทิศทางและความชัดเจนของการลงทุน และการใช้เงินจากการระดมทุนในแต่ละครั้ง
  2. ความเข้าใจในรายละเอียดของหนังสือชี้ชวนการลงทุน ได้แก่ งบการเงินและข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่น 
  3. พื้นฐานของสำนักงานสอบบัญชีและผู้สอบบัญชีที่ได้รับการแต่งตั้งจากกรรมการและผู้ถือหุ้น 

 

เปิดแผนสภาวิชาชีพบัญชีป้องกันและติดตามปัญหา STARK

 

  1. ทำงานใกล้ชิดกับหน่วยกำกับดูแล เช่น สำนักงาน ก.ล.ต. และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเสริมแนวปฏิบัติงานของผู้ประกอบวิชาชีพให้ยึดมาตรฐานการทำงานและจรรยาบรรณมากขึ้น 
  2. เผยแพร่รูปแบบและวิธีการปฏิบัติงาน เพื่อคุณค่างานที่สูง มีคุณภาพ และมีจรรยาบรรณที่ดี 
  3. เน้นย้ำความสำคัญของคุณภาพงานและการทำงานตามมาตรฐานที่กำหนด ให้ผู้ประกอบวิชาชีพได้ตระหนักอย่างต่อเนื่อง 
  4. สื่อสารอย่างใกล้ชิดกับผู้ประกอบการและผู้บริหารที่ต้องให้ความสำคัญต่อคุณค่างานสอบบัญชีและผลตอบแทนที่เป็นธรรม
  5. มีหน่วยงานเฉพาะ เพื่อส่งเสริมและปรับปรุงคุณภาพสำนักงานของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีและผู้ประกอบวิชาชีพ 
  6. ทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี เพื่อเปิดทางให้สภาวิชาชีพบัญชีสามารถกำหนดมาตรการเชิงป้องกันและติดตามให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น 

 

The post นายกสภาวิชาชีพบัญชีคนใหม่เร่งสอบจรรยาบรรณผู้สอบบัญชี STARK หากพบทำผิดจ่อลงดาบพัก-ถอนใบอนุญาต appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรรมการ STARK ลาออกอีก 3 ราย รวม ‘สมชัย สวัสดีผล’ ที่นั่งตำแหน่งประธานบอร์ดแค่ 3 วัน https://thestandard.co/stark-corporation-announces-resignation/ Sat, 08 Jul 2023 03:20:54 +0000 https://thestandard.co/?p=814012 กรรมการ STARK ลาออก

อภิชาติ ตั้งเอกจิต กรรมการ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น หรื […]

The post กรรมการ STARK ลาออกอีก 3 ราย รวม ‘สมชัย สวัสดีผล’ ที่นั่งตำแหน่งประธานบอร์ดแค่ 3 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรรมการ STARK ลาออก

อภิชาติ ตั้งเอกจิต กรรมการ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น หรือ STARK แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์เรื่องการลาออกของกรรมการ จำนวน 3 ราย โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป ดังรายนามต่อไปนี้

 

  1. อภิวุฒิ ทองคำ ลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท ประธานกรรมการตรวจสอบ และกรรมการอิสระ เนื่องจากภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้เร่งดำเนินการและผลักดันให้บริษัทสามารถนำส่งงบการเงินประจำปี 2565 ให้ได้โดยเร็วที่สุด รวมทั้งช่วยให้ความเห็นและแนวทางในการแก้ปัญหาของบริษัทและให้คำแนะนำต่อคณะกรรมการบริษัท ได้เสร็จลุล่วงแล้ว

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


 

 

  1. สมชัย สวัสดีผล ลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท ประธานกรรมการบริษัท และกรรมการอิสระ เนื่องจากติดภารกิจส่วนตัว

 

  1. ภูมิพัฒน์ สินาเจริญ ลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท เนื่องจากปัญหาและภารกิจส่วนตัว ซึ่งอาจส่งผลให้ไม่สามารถปฏิบัติงานแก่บริษัทในฐานะกรรมการได้อย่างเต็มที่

 

ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการสรรหาและแต่งตั้งผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อดำรงตำแหน่งดังกล่าวข้างต้นต่อไป

 

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา STARK ได้แจ้งมติที่สำคัญของที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 13/2566 ดังนี้

 

  1. รับทราบการลาออกของ พ.ต.ท. ปกรณ์ สุชีวกุล จากการเป็นกรรมการ ประธานกรรมการและกรรมการอิสระของบริษัท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป

 

  1. อนุมัติการแต่งตั้งกรรมการเข้าใหม่แทนกรรมการที่ลาออก โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป ดังนี้

  • สมชัย สวัสดีผล เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการแทน พ.ต.ท. ปกรณ์ สุชีวกุล โดยให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการบริษัทที่ตนเข้าดำรงตำแหน่งแทนที่ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทและกรรมการอิสระ

 

  • มนตรี ศรีสกูล เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการแทน เสนธิป ศรีไพพรรณ ที่ได้ลาออกจากการดำรงตำแหน่งไปเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2566 โดยให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการบริษัทที่ตนเข้าดำรงตำแหน่งแทนที่และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระ

  • ภูมิพัฒน์ สินาเจริญ เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการแทน สุวัฒน์ เชวงโชติ ที่ได้ลาออกจากการดำรงตำแหน่งไปเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2566 โดยให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการบริษัทที่ตนเข้าดำรงตำแหน่งแทนที่

 

  1. อนุมัติเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท จากเดิมคือ วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ และอภิชาติ ตั้งเอกจิต ลงลายมือชื่อร่วมกัน และประทับตราสำคัญของบริษัท เป็นอภิชาติ ตั้งเอกจิต และภูมิพัฒน์ สินาเจริญ ลงลายมือชื่อร่วมกัน และประทับตราสำคัญของบริษัท

 

The post กรรมการ STARK ลาออกอีก 3 ราย รวม ‘สมชัย สวัสดีผล’ ที่นั่งตำแหน่งประธานบอร์ดแค่ 3 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: DSI จ่อออกหมายจับผู้ต้องหาคดี STARK พบคนผิดมีเกิน 4 ราย | Morning Wealth 6 ก.ค. 2566 https://thestandard.co/morning-wealth-06072023/ Thu, 06 Jul 2023 02:57:24 +0000 https://thestandard.co/?p=812956 คดี STARK

DSI ชี้แจงคดี STARK คืบหน้า เจอหลักฐานพบผู้ต้องหาร่วมทำ […]

The post ชมคลิป: DSI จ่อออกหมายจับผู้ต้องหาคดี STARK พบคนผิดมีเกิน 4 ราย | Morning Wealth 6 ก.ค. 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>
คดี STARK

DSI ชี้แจงคดี STARK คืบหน้า เจอหลักฐานพบผู้ต้องหาร่วมทำผิดแล้ว 4 ราย ด้านผู้ถือหุ้นรายย่อยเตรียมร้อง DSI ดำเนินคดีผู้ต้องสงสัย 7 ราย รวม ‘วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ’ และประสาน ปปง. อายัดทรัพย์ผู้ร่วมขบวนการ รายละเอียดเป็นอย่างไร

วิเคราะห์กลยุทธ์การลงทุนในไตรมาส 3 พูดคุยกับ สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

 

The post ชมคลิป: DSI จ่อออกหมายจับผู้ต้องหาคดี STARK พบคนผิดมีเกิน 4 ราย | Morning Wealth 6 ก.ค. 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Exclusive: DSI สอบพบผู้ต้องหาคดี STARK มีเกิน 4 ราย จ่อออกหมายจับหากไม่มาตามหมายเรียก พร้อมสอบปากคำ ‘วนรัชต์’ หลังเข้ามาร้องทุกข์ https://thestandard.co/dsi-investigates-suspects-in-stark-case/ Thu, 06 Jul 2023 01:27:04 +0000 https://thestandard.co/?p=812927 คดี STARK

DSI ชี้แจงคดี STARK คืบหน้าต่อเนื่อง ล่าสุดสอบสวนและพบผ […]

The post Exclusive: DSI สอบพบผู้ต้องหาคดี STARK มีเกิน 4 ราย จ่อออกหมายจับหากไม่มาตามหมายเรียก พร้อมสอบปากคำ ‘วนรัชต์’ หลังเข้ามาร้องทุกข์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คดี STARK

DSI ชี้แจงคดี STARK คืบหน้าต่อเนื่อง ล่าสุดสอบสวนและพบผู้ร่วมกระทำความผิดมากกว่า 4 ราย เล็งออกหมายจับผู้ต้องหา 2 รายแรก คือ ‘ชนินทร์-ศรัทธา’ หากไม่มารับทราบข้อกล่าวหา เล็งออกหมายเรียกผู้ต้องหาเพิ่มอีก 2 ราย ชี้มีข้อมูลยังมีผู้ร่วมกระทำผิดอีกหลายราย พร้อมสอบปากคำ ‘วนรัชต์’ เก็บหลักฐานเพิ่มหลังเข้ามาร้องทุกข์

 

พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH ว่า ความคืบหน้าล่าสุดในการดำเนินการสอบสวนคดีทุจริตของ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น หรือ STARK หลังจากเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม DSI ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาซึ่งเป็นอดีตผู้บริหาร STARK จำนวน 2 ราย ได้แก่ ชนินทร์ เย็นสุดใจ อดีตประธานกรรมการบริษัท และ ศรัทธา จันทรเศรษฐเลิศ อดีตกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่การเงิน หลังพบหลักฐานที่เชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 รายต้องเข้ามารับทราบข้อกล่าวหากับ DSI ภายในสัปดาห์นี้ 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


 

โดยกำหนดให้ชนินทร์ต้องมารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 6 กรกฎาคมนี้ และศรัทธาต้องรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 7 กรกฎาคมนี้ แต่หากไม่เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาตามระยะเวลาที่กำหนด ก็จะเข้าเงื่อนไขให้ DSI ดำเนินการออกหมายจับผู้ต้องหา 2 รายดังกล่าวต่อไป

 

นอกจากนี้ ในสัปดาห์หน้า DSI เตรียมที่จะออกหมายเรียกผู้ต้องหาใหม่เพิ่มอีกจำนวน 2 ราย เพื่อให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา หลังจากผลการสอบสวนพบหลักฐานว่ามีความเกี่ยวข้องในการกระทำผิดกรณีการทุจริตภายในของ STARK รวมกับที่ออกหมายเรียกไปก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ล่าสุดจะมีผู้ต้องหาในคดีนี้รวมเพิ่มเป็นจำนวน 4 ราย 

 

อีกทั้งขณะนี้พบข้อมูลว่ามีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดอีกจำนวนหลายราย ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวนพยานและรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งหากมีหลักฐานเพียงพอ DSI ก็จะทยอยออกหมายเรียกผู้ต้องหาให้มารับทราบข้อกล่าวเพิ่มเติม หากไม่มาตามกำหนดก็จะออกหมายจับในลำดับต่อไป

 

“คดีนี้ต้องใช้เวลาในการสอบสวนพอสมควรในการตรวจสอบให้เจอผู้ต้องหาทั้งหมดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดในครั้งนี้ เพราะต้องใช้เวลาตรวจสอบรวบรวมข้อมูลเอกสารบัญชีของ STARK ว่าใครเป็นคนเซ็นรับรองบ้าง”

 

สำหรับกรณีที่ช่วงเช้าวานนี้ (5 กรกฎาคม) ที่ วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ ผู้ถือหุ้นใหญ่, รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ กรรมการ STARK ได้เข้ามาพบคณะพนักงานสอบสวนของ DSI เพื่อเป็นตัวแทนของบริษัทมาร้องทุกข์กล่าวโทษบุคคลเพิ่มเติม ซึ่งพนักงานสอบสวนก็จะสอบปากคำเพื่อรวบรวมข้อมูลหลักฐานเพื่อใช้ในการสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

 

“คุณวนรัชต์เข้ามาพบพนักงานสอบสวนในฐานะตัวแทนนิติบุคคลที่อ้างว่าได้รับความเสียหายจากกรณีปัญหาการทุจริตของ STARK เราก็รับฟังข้อมูลไว้ แต่หาก DSI พบหลักฐานว่าใครที่มีส่วนเกี่ยวกับการกระทำผิดในคดีนี้ DSI ยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมาย แจ้งข้อหาดำเนินคดีทั้งหมดทุกราย”

 

ทั้งนี้ รายงานข่าวจาก DSI ระบุว่า ในช่วงเช้าวานนี้เวลา 09.30 น. วนรัชต์ได้มาพบพนักงานสอบสวน DSI โดยจะเป็นตัวแทนของบริษัทเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษบุคคลเพิ่มเติมในกรณีคดีทุจริตของ STARK 

The post Exclusive: DSI สอบพบผู้ต้องหาคดี STARK มีเกิน 4 ราย จ่อออกหมายจับหากไม่มาตามหมายเรียก พร้อมสอบปากคำ ‘วนรัชต์’ หลังเข้ามาร้องทุกข์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
STARK ถอดชื่อ วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ ออกจากกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท ฟาก ปกรณ์ สุชีวกุล ไขก๊อกลาออกจากประธานบอร์ด https://thestandard.co/stark-removes-vanarat/ Wed, 05 Jul 2023 03:12:58 +0000 https://thestandard.co/?p=812432 STARK ถอดชื่อ

‘ปกรณ์ สุชีวกุล’ ประธานบอร์ด แจ้งลาออกจากทุกตำแหน่งของบ […]

The post STARK ถอดชื่อ วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ ออกจากกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท ฟาก ปกรณ์ สุชีวกุล ไขก๊อกลาออกจากประธานบอร์ด appeared first on THE STANDARD.

]]>
STARK ถอดชื่อ

‘ปกรณ์ สุชีวกุล’ ประธานบอร์ด แจ้งลาออกจากทุกตำแหน่งของบริษัท STARK – ถอดชื่อ ‘วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ’ ออกจากกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท พร้อมแต่งตั้ง 3 บอร์ดใหม่แทนตำแหน่งเดิมที่ลาออก มีผลวันที่ 4 กรกฎาคม 2566

 

อภิชาติ ตั้งเอกจิต กรรมการ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น หรือ STARK แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม มีมติรับทราบการลาออกของ พ.ต.ท. ปกรณ์ สุชีวกุล จากการเป็นกรรมการ ประธานกรรมการ และกรรมการอิสระของบริษัท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป

 

พร้อมอนุมัติการแต่งตั้งกรรมการเข้าใหม่แทนกรรมการที่ลาออก โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป มีรายชื่อดังนี้ 

 

  1. สมชัย สวัสดีผล เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ แทน พ.ต.ท. ปกรณ์ สุชีวกุล โดยให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการบริษัทที่ตนเข้าดำรงตำแหน่งแทนที่ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท และกรรมการอิสระ

 

  1. มนตรี ศรีสกูล เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ แทน เสนธิป ศรีไพพรรณ ที่ได้ลาออกไปเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2566 โดยให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการบริษัทที่ตนเข้าดำรงตำแหน่งแทนที่ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระ

 

  1. ภูมิพัฒน์ สินาเจริญ เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ แทน สุวัฒน์ เชวงโชติ ที่ได้ลาออกไปเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2566 โดยให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการบริษัทที่ตนเข้าดำรงตำแหน่งแทนที่

 

นอกจากนี้ คณะกรรมการได้อนุมัติเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท เดิม วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ และ อภิชาติ ตั้งเอกจิต ลงลายมือชื่อร่วมกัน และประทับตราสำคัญของบริษัท แก้ไขเป็น อภิชาติ ตั้งเอกจิต และ ภูมิพัฒน์ สินาเจริญ ลงลายมือชื่อร่วมกัน และประทับตราสำคัญของบริษัท

The post STARK ถอดชื่อ วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ ออกจากกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท ฟาก ปกรณ์ สุชีวกุล ไขก๊อกลาออกจากประธานบอร์ด appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรรพากรเล็งฟ้อง STARK หากพบทำความผิดยื่นเอกสารปลอมเสียภาษี พร้อมจี้ ‘ก.ล.ต.- ตลท.’ ยกระดับคุมเข้มกำกับป้องกันปัญหาซ้ำรอย https://thestandard.co/irs-aims-to-sue-stark-stock/ Fri, 30 Jun 2023 12:45:28 +0000 https://thestandard.co/?p=810103 ฟ้อง STARK

อธิบดีกรมสรรพากร ยืนยันเตรียมดำเนินการฟ้อง STARK หากพบว […]

The post สรรพากรเล็งฟ้อง STARK หากพบทำความผิดยื่นเอกสารปลอมเสียภาษี พร้อมจี้ ‘ก.ล.ต.- ตลท.’ ยกระดับคุมเข้มกำกับป้องกันปัญหาซ้ำรอย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฟ้อง STARK

อธิบดีกรมสรรพากร ยืนยันเตรียมดำเนินการฟ้อง STARK หากพบว่าสร้างเอกสารและรายได้เท็จ ยืนยันกรมยังไม่คืนเงินภาษีที่ STARK จ่ายมา พร้อมจี้ ‘ก.ล.ต.- ตลท.’ ควรยกระดับคุมเข้มกำกับดูแลป้องกันปัญหาซ้ำรอย

 

วันนี้ (30 มิถุนายน) ลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับกรณีการฟ้องร้อง บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น (STARK) ในความผิดฐานยื่นเอกสารรายได้เท็จเพื่อเสียภาษีว่า ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบ โดยหากพบว่ากระทำผิดจริง กรมสรรพากรจะต้องดำเนินการตามกฎหมายแน่นอนกับทุกบริษัทไม่ใช่แค่ STARK

 

นอกจากนี้ อธิบดีกรมสรรพากร ยังเปิดเผยความคืบหน้าอีกว่า กรมสรรพากรกำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรอื่นๆ เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ตำรวจเศรษฐกิจ) อย่างเต็มที่

 

โดยเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงแนวทางป้องกันการเกิดเหตุซ้ำรอยในอนาคต อธิบดีกรมสรรพากรระบุว่า “สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ควรต้องดูมากกว่านี้ เนื่องจาก ปัจจุบันผู้คนเชื่อระบบว่า งบการเงินของบริษัทจดทะเบียนมีความน่าเชื่อถือ เพราะผ่านผู้ตรวจสอบบัญชีที่มีชื่อเสียง”

 

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังถามต่อว่า กรมสรรพากรจำเป็นต้องคืนภาษีให้ STARK ซึ่งสร้างรายได้เท็จหรือไม่ ลวรณตอบว่า “ณ วันนี้ กรมสรรพากรยังไม่คืน จนกว่าจะผ่านกระบวนการว่ามีความผิดฐานใดบ้าง ต้องเสียค่าปรับใดบ้าง และมีมูลค่าความเสียหายเท่าไร”

The post สรรพากรเล็งฟ้อง STARK หากพบทำความผิดยื่นเอกสารปลอมเสียภาษี พร้อมจี้ ‘ก.ล.ต.- ตลท.’ ยกระดับคุมเข้มกำกับป้องกันปัญหาซ้ำรอย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถอดชุดเกราะไอรอนแมนของ STARK ภาคมัชฌิมเหตุ ตอนที่ 1 https://thestandard.co/stocks-stark-ep-1/ Fri, 30 Jun 2023 05:29:33 +0000 https://thestandard.co/?p=809799 STARK

“ข้าพเจ้าไม่สามารถแสดงความเห็นต่องบการเงินรวมของบริษัท […]

The post ถอดชุดเกราะไอรอนแมนของ STARK ภาคมัชฌิมเหตุ ตอนที่ 1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
STARK

“ข้าพเจ้าไม่สามารถแสดงความเห็นต่องบการเงินรวมของบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (บริษัท) และบริษัทย่อย (กลุ่มกิจการ) และงบการเงินเฉพาะของกิจการของบริษัท สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เนื่องจากเรื่องที่กล่าวไว้ในวรรคเกณฑ์ในการไม่แสดงความเห็นมีนัยสำคัญ ข้าพเจ้าไม่สามารถหาหลักฐานการสอบบัญชีที่เหมาะสมอย่างเพียงพอเพื่อเป็นเกณฑ์ในการแสดงความเห็น”

 

เหมือนฟ้าฟาดนักลงทุน (ไม่ใช่บริษัท!) อีกรอบ ตามหลังหลายๆ เหตุการณ์ของ STARK ที่เขย่าโสตประสาทของนักลงทุนมาราวๆ สามสี่เดือน สาเหตุที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจากสำนักงาน PwC ซึ่งเป็นสำนักงานสอบบัญชี 1 ใน 4 ยักษ์ใหญ่ของวงการต้องแสดงความเห็นแบบไม่แสดงความเห็นแบบนี้ ก็เพราะว่ามันมีหลายเรื่องราวที่ทำให้ผู้สอบบัญชีกินไม่ได้นอนไม่หลับ โดยเฉพาะเรื่องของการทุจริตทางบัญชี (Accounting Fraud) จนนำไปสู่การบิดเบือนงบการเงิน (Financial Misstatement) และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ตลาดทุนของประเทศไทยจนยากจะคาดเดามูลค่าความเสียหาย

 

การปั้นมูลค่าของ STARK ด้วยการสร้างเรื่องราวการเติบโต (Growth Story) และสนับสนุนด้วยหลักฐานจากตัวเลขทางการบัญชี (Accounting Numbers) ที่ปรากฏในงบการเงินของบริษัท ก็จูงใจให้นักลงทุนทุกประเภทและตัวกลางเชิงข้อมูลอย่างนักวิเคราะห์และบริษัทจัดอันดับเครดิตต่างก็เชื่อมั่นในบริษัทอย่างหามีข้อกังขาไม่ ความมุ่งมั่นที่จะรักษาสัญญาบนเรื่องราวการเติบโตก็นำไปสู่การตกแต่งกำไรกันอย่างเอิกเกริก และข้ามก้าวพรมแดนของการใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณไปสู่การทุจริตทางบัญชีในที่สุด

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

คงไม่เกินไปนักที่จะกล่าวว่าเทคนิคของการทุจริตทางบัญชีของ STARK เป็นเรื่องพื้นฐานที่ไม่มีความสลับซับซ้อนแต่ประการใด กล่าวคือ STARK ใช้บริษัทในเครือสร้างยอดขายปลอม ชำระหนี้ปลอม สินค้าคงคลังปลอม เพื่อสร้างงบกำไรขาดทุนปลอม และนำไปสู่กำไรสุทธิปลอม มิหนำซ้ำ STARK ยังลากเอากรมสรรพากรมาประทับตราความถูกต้องปลอมๆ ด้วยการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มให้เสียด้วย

 

ผู้เขียนเชื่อว่าขณะนี้หลายๆ สำนักข่าวหรือบุคคลต่างๆ คงออกมาวิเคราะห์วิธีการตกแต่งกำไรของ STARK โดยละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ผู้เขียนจึงขอคิดว่าการให้ความรู้ทางวิชาการว่าเพราะเหตุใด STARK จึงห่วงใยใคร่ดีในกำไรของตนเป็นอย่างยิ่ง และทำไม ‘กำไร’ จึงเป็นหัวใจของทุกบริษัทที่ต่างก็พยายามรักษาไว้ให้ดีที่สุด

 

หากกล่าวถึงความสำคัญของ ‘กำไร’ แล้ว หลากหลายเหตุผลที่บ่งชี้ว่ากำไรเป็นเรื่องสำคัญสำหรับบริษัทและผู้บริหารอย่างยิ่ง

 

ประการแรก กำไรเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับผู้ถือหุ้นในการควบคุมการบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากกำไรเป็นเสมือนการสรุปผลการดำเนินงานของบริษัทและสามารถใช้กำไรเพื่อประเมินกระแสเงินสดในอนาคตได้อีกด้วย หรือกล่าวได้ว่ากำไรถือเป็นตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพของผลประกอบการ ในทำนองเดียวกัน ผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท เช่น นักลงทุน คณะกรรมการ และเจ้าหนี้ ต่างก็ใช้กำไรเป็นเกณฑ์ในการประเมินผลการดำเนินงานของบริษัท งานวิจัยจำนวนมากเสนอแนะว่า กำไรถูกใช้เป็นเครื่องมือในการวัดความสำเร็จของการบริหารกิจการ เช่น งานวิจัยของ Francis et al. (2003) และงานวิจัยของ Fortuin (1988) แสดงให้เห็นว่า อัตราส่วนทางการเงินที่มีกำไรเป็นส่วนประกอบ เช่น  Gross Profit, Net Profit Margin, Profitability, Earnings Per Share, Sales Growth, and Earnings before Interest, Taxes, Depreciation, and Amortization (EBITDA) เป็นต้น สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพในการประเมินผลประกอบการของบริษัทได้ ตัวอย่างเช่น Net Profit Margin หมายถึงอัตราส่วนของกำไรสุทธิต่อรายได้บ่งชี้ว่ารายได้ที่บริษัทได้รับแต่ละบาทสามารถเปลี่ยนเป็นกำไรได้เท่าใด ดังนั้นบริษัทที่มี Net Profit Margin สูงแสดงถึงผลการดำเนินงานที่ดี หรืองานวิจัยของ Dewi (2015) เน้นว่าความสามารถในการทำกำไร (Profitability) สามารถใช้อธิบายถึงผลการดำเนินงานทางการเงินของบริษัท ในขณะเดียวกัน งานวิจัยของ Dichev et al. (2013) ระบุว่า ข้อมูลรายได้เป็นประโยชน์ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของบริษัท ตัวอย่างเช่น EBITDA สูงเป็นตัวบ่งชี้ที่ดีต่อสุขภาพทางการเงินของบริษัท ดังนั้นลูกค้าอาจใช้ EBITDA เพื่อประกอบการประเมินว่าบริษัทจะมีความสามารถดำเนินธุรกิจในอนาคตและสามารถให้บริการหลังการขายได้ดีหรือไม่

 

ประการที่สอง กำไรสามารถใช้เป็นเกณฑ์ในการจัดทำสัญญาที่มีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น สัญญาการให้โบนัส บริษัทอาจกำหนดว่าบริษัทจะไม่จ่ายโบนัสให้กับผู้บริหารหรือพนักงานหากกำไรต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือสัญญาหนี้สิน (Debt Contracts) อาจมีการกำหนดเงื่อนไขของสัญญาโดยใช้กำไรเป็นเกณฑ์ เช่น บริษัทจะไม่จ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นหากกำไรต่ำกว่าปีก่อน เป็นต้น

 

ประการที่สาม ตัวเลขกำไรเป็นข้อมูลที่สำคัญในการตัดสินใจลงทุน เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่มุ่งเน้นที่กำไรเพื่อใช้ในการคาดการณ์กระแสเงินสดในอนาคตของบริษัทและเพื่อประเมินความเสี่ยงในการตัดสินใจลงทุน นอกจากนี้เจ้าหนี้ก็ให้ความสนใจกับกำไรเพื่อใช้ในการประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับหนี้สูญหรือการล้มละลายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตของบริษัท พนักงานเองก็สนใจต่อตัวเลขกำไรของบริษัทเพื่อใช้ในการประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับการถูกเลิกจ้างหรือใช้ในการประเมินการจ่ายโบนัสและยังสามารถใช้กำไรสำหรับการเจรจาต่อรองค่าแรงงานได้อีกด้วย งานวิจัยของ Dichev et al. (2013) ที่สำรวจความเห็นของประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินเกี่ยวกับคุณภาพกำไรพบว่า 94.67% ของจำนวนประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมดคิดว่ากำไรเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุนในการประเมินมูลค่าของบริษัท

 

แต่กระนั้นก็ตาม แค่ ‘กำไร’ เพียงอย่างเดียวหาได้เพียงพอต่อการนำไปใช้งานไม่ แต่นักลงทุนหรือผู้ใช้งบการเงินควรประเมิน ‘คุณภาพ’ ของกำไรด้วย หากมิได้คำนึงถึงคุณภาพกำไรแล้ว STARK ลำดับที่สอง สาม และสี่ คงจะเกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่นานนัก

 

ดังนั้นคุณภาพกำไรจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับนักลงทุน เนื่องจากคุณภาพกำไรที่สูงจะสะท้อนถึงผลการดำเนินงานในปัจจุบันหรือการกำหนดมูลค่าของบริษัทได้อย่างถูกต้องและเป็นตัวบ่งชี้ที่ดีต่อผลการดำเนินงานในอนาคตได้อีกด้วย

 

นอกจากนี้งานวิจัยของ Dichev et al. (2013) ชี้ให้เห็นว่า หน่วยงานกำกับดูแล (Regulators) มักให้ความสนใจต่อคุณภาพกำไรที่สูงมากกว่าตัวเลขกำไรที่สูง เนื่องจากกำไรที่มีคุณภาพสูงจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานเชิงเศรษฐกิจที่แท้จริงของบริษัทมากกว่าบริษัทที่มีกำไรสูง และต้องตระหนักว่าผู้บริหารเป็นผู้รับผิดชอบหลักเกี่ยวกับคุณภาพกำไรของบริษัท เพราะพวกเขาต้องใช้ดุลพินิจในการเลือกวิธีการประมาณการตัวเลขในรายงานทางการเงินภายใต้กฎเกณฑ์ที่มาตรฐานการบัญชีกำหนด กำไรเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินผลการดำเนินงานของบริษัท การจัดทำสัญญาที่มีประสิทธิภาพ และการตัดสินใจเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าหรือการลงทุนของบริษัท ดังนั้นผู้บริหารอาจตัดสินใจที่จะตกแต่งกำไรเพื่อให้บรรลุหรือเกินข้อตกลงที่กำหนดไว้ หรือเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เฉพาะเจาะจงก็เป็นได้

 

กล่าวโดยสรุปแล้ว นักลงทุน ผู้เล่นในตลาดทุน และหน่วยงานกำกับดูแลจะให้ความสำคัญกับคุณภาพกำไรเพื่อประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลทางการเงินก่อนที่พวกเขาจะประเมินหรือตัดสินใจลงทุน

 

แล้วผู้ใช้งบการเงิน ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุน นักวิเคราะห์ บริษัทจัดอันดับเครดิต หรือหน่วยงานกำกับดูแล จะประเมินคุณภาพกำไรอย่างไร ขอยกไปไว้ในตอนหน้าครับ

The post ถอดชุดเกราะไอรอนแมนของ STARK ภาคมัชฌิมเหตุ ตอนที่ 1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ผวาวิกฤต STARK ลาม บริษัทประกัน-บจ.ขาดทุน ฉุดหุ้นไทยดิ่งนิวโลว์ | Morning Wealth 29 มิ.ย. 2566 https://thestandard.co/morning-wealth-29062023/ Thu, 29 Jun 2023 03:03:16 +0000 https://thestandard.co/?p=809047

กังวลวิกฤต STARK ลามไม่จบ เสี่ยงทำบริษัทประกัน บริษัทจด […]

The post ชมคลิป: ผวาวิกฤต STARK ลาม บริษัทประกัน-บจ.ขาดทุน ฉุดหุ้นไทยดิ่งนิวโลว์ | Morning Wealth 29 มิ.ย. 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>

กังวลวิกฤต STARK ลามไม่จบ เสี่ยงทำบริษัทประกัน บริษัทจดทะเบียนที่ ลงทุนหุ้น-หุ้นกู้ STARK ขาดทุน นักลงทุนสูญเสียความเชื่อมั่น ฉุดหุ้นไทยดิ่งต่อนิวโลว์ในรอบ 29 เดือน รายละเอียดเป็นอย่างไร

รับมืออย่างไรกับความผันผวนในการลงทุนครึ่งหลังของปี: What’s your plan B for 2H23 investment outlook? พูดคุยกับ ดร.กำพล อดิเรกสมบัติ ผู้อำนวยการอาวุโส และหัวหน้าทีมฝ่าย SCB Chief Investment Office ธนาคารไทยพาณิชย์

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: ผวาวิกฤต STARK ลาม บริษัทประกัน-บจ.ขาดทุน ฉุดหุ้นไทยดิ่งนิวโลว์ | Morning Wealth 29 มิ.ย. 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้นไทยดิ่งเหวทำนิวโลว์ในรอบ 29 เดือน ผวาวิกฤต ‘STARK’ ลามไม่จบ เสี่ยงทำบริษัทประกัน-บจ. ลงทุนหุ้น-หุ้นกู้ STARK ขาดทุนใน 2Q66 https://thestandard.co/thai-stocks-plummet-to-new-lows/ Thu, 29 Jun 2023 01:26:35 +0000 https://thestandard.co/?p=809016 หุ้นไทยดิ่ง

กังวลวิกฤต ‘STARK’ ลามไม่จบ เสี่ยงทำบริษัทประกัน-บจ. ลง […]

The post หุ้นไทยดิ่งเหวทำนิวโลว์ในรอบ 29 เดือน ผวาวิกฤต ‘STARK’ ลามไม่จบ เสี่ยงทำบริษัทประกัน-บจ. ลงทุนหุ้น-หุ้นกู้ STARK ขาดทุนใน 2Q66 appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้นไทยดิ่ง

กังวลวิกฤต ‘STARK’ ลามไม่จบ เสี่ยงทำบริษัทประกัน-บจ. ลงทุนหุ้น-หุ้นกู้ STARK ขาดทุนใน 2Q66 แถมนักลงทุนสูญเสียความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทย หวั่นยังมี บจ. มีปัญหาซ้ำรอยเพิ่ม

 

SET Index เมื่อวานนี้ (28 มิถุนายน) ปิดการซื้อ-ขายที่ 1,466.93 จุด ลดลง 11.17 จุด หรือ 0.76% ระหว่างการซื้อ-ขายดัชนีปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ทำจุดต่ำสุดในรอบประมาณ 29 เดือนที่ 1,465.45 จุด โดยดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลง 7 วันทำการติดต่อกัน SET Index จากปัจจัยกดดันจากเทขายหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ส่งผลให้ราคาหุ้นติดลบไป 2.00% และหุ้นกลุ่มประกันที่ราคาปรับตัวลดลง 1.50% 

 

ขณะที่เมื่อเปรียบเทียบ SET Index จากช่วงต้นปีถึงวันที่ 28 มิถุนายน ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลง 212.04 จุด หรือติดลบ 12.63% 

 

กิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยที่ระหว่างการซื้อ-ขายปรับตัวลดลงต่อเนื่องทำจุดต่ำสุดในรอบประมาณ 29 เดือนนั้น คาดว่าเกิดจากแรงขายหุ้นออกมา เพื่อลดความเสี่ยงจากความกังวลต่อกรณีปัญหาวิกฤตที่เกิดขึ้นกับ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น หรือ STARK ที่ตรวจสอบว่ามีการตกแต่งบัญชีงบการเงิน มีความเสี่ยงจะลุกลามขยายวงกว้างไปสู่ผู้เกี่ยวข้อง 

 

โดยเฉพาะบริษัทกลุ่มบริษัทประกันที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งคาดว่าบางส่วนมีการลงทุนทั้งในหุ้นของ STARK ทางตรง รวมถึงหุ้นกู้ของ STARK ที่มีมูลค่ารวมประมาณ 9 พันล้านบาท ที่ปัจจุบันเป็นหุ้นกู้ที่ผิดชำระหนี้ (Default) เพราะถือเป็นตราสารที่มีคุณสมบัติที่บริษัทประกันสามารถลงทุน อีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่จะมีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) อื่นๆ จะลงทุนในหุ้นกู้ดังกล่าวของ STARK ด้วย 

 

ดังนั้น จึงมีความเสี่ยงที่บริษัทประกันหรือ บจ. ที่ลงทุนในหุ้น STARK หรือหุ้นกู้ของ STARK ดังกล่าวจะต้องตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์เงินลงทุนเกิดขึ้น ส่งผลให้ต้องมีการบันทึกผลการขาดทุนในงบการเงินไตรมาส 2/66 ซึ่งจะมีการรายงานออกมาในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ โดยแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นกลุ่มประกัน

 

อีกทั้งนักลงทุนยังสูญเสียความเชื่อมั่นในภาพรวมของการลงทุนว่า อาจมีความสงสัยว่าจะยังมี บจ. อื่นๆ ที่จะเกิดปัญหาคล้ายกับ STARK ขึ้นได้อีกในอนาคต

 

“ความน่ากลัวตอนนี้คือ ปัญหา STARK เสี่ยงจะกระทบกับบริษัทประกัน หรือมี บจ. ที่ลงทุนตรงในหุ้นหรือหุ้นกู้ของ STARK แต่ประเมินผลกระทบได้ยาก เพราะไม่มีการเปิดเผยข้อมูล ซึ่งน่าจะได้รู้ตอนที่งบการเงินไตรมาส 2/66 ประกาศออกมาว่ามีใครเข้าไปลงทุนบ้าง

 

“ส่วน บลจ. ที่มีการลงทุนด้วยไม่ได้มีผลกระทบกับตัว บลจ. หรือแบงก์ที่เป็นบริษัทแม่ แต่จะไปกระทบกับผู้ลงทุนที่เข้าลงทุนถือหน่วยลงทุนผ่าน บลจ. แห่งนั้น ส่วนราคาหุ้นแบงก์ที่ลงมาแรงด้วยนั้น นักลงทุนอาจเข้าใจผิดว่าแบงก์เสี่ยงที่จะต้องขาดทุนด้วย แต่จริงๆ แล้วแบงก์จะไม่มีผลขาดทุนจากกรณีนี้”

 

นอกจากนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมายังมีแรงขายออกมาในหุ้นกลุ่มเครือ บมจ.เจมาร์ท (JMART) ที่หลุดจากการได้รับเลือกการคำนวณ SET50 กับ SET100 กดดันให้ราคาหุ้นในกลุ่ม JMART และตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงแรงในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

 

ขณะที่ปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศที่เริ่มกลับมาเคลื่อนไหวมากขึ้นหลายประเด็นในช่วงนี้ มองว่าความเสี่ยงดังกล่าวได้สะท้อนไปยังราคาหุ้นในตลาดแล้ว

 

อย่างไรก็ดี ล่าสุด บล.ยูโอบี เคย์เฮียน ได้ปรับลดเป้าหมาย SET Index สิ้นปี 2566 ลดลงจากเดิมที่ทำไว้ที่ 1,740 จุด ลงมาเหลือ 1,630 จุด หรือลดลงจากเดิม 110 จุด เพื่อให้สอดคล้องกับตัวเลขกำไรต่อหุ้น (EPS) ในปีนี้ ที่มีการปรับประมาณการลงจากเดิมที่ 105 บาทต่อหุ้น เหลือ 102 บาทต่อหุ้น รวมถึงปรับลดอัตราราคาปิดต่อกำไร (P/E Ratio) จาก 16.5 เท่า ลงเหลือ 16 เท่า เนื่องจากมีผลกระทบจากหุ้นกลุ่มที่อ้างอิงกับเศรษฐกิจโลกซึ่งมีความเสี่ยงชะลอ เช่น กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี จะมีกำไรลดลง และได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ยโลกที่มีโอกาสขึ้นต่อและทรงตัวในระดับที่สูง

The post หุ้นไทยดิ่งเหวทำนิวโลว์ในรอบ 29 เดือน ผวาวิกฤต ‘STARK’ ลามไม่จบ เสี่ยงทำบริษัทประกัน-บจ. ลงทุนหุ้น-หุ้นกู้ STARK ขาดทุนใน 2Q66 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘STARK’ จ่อยื่นศาลล้มละลายฟื้นฟูกิจการ นัดชี้แจง 19 ก.ค. นี้ เผยอยู่ระหว่างพิจารณา 4 แนวทางแก้ไขเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน https://thestandard.co/stark-bankruptcy-court-rehabilitates-business/ Thu, 29 Jun 2023 00:43:47 +0000 https://thestandard.co/?p=808982 หุ้น STARK

STARK เผยอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางดำเนินการแก้ไขเหตุเ […]

The post ‘STARK’ จ่อยื่นศาลล้มละลายฟื้นฟูกิจการ นัดชี้แจง 19 ก.ค. นี้ เผยอยู่ระหว่างพิจารณา 4 แนวทางแก้ไขเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น STARK

STARK เผยอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางดำเนินการแก้ไขเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน ใน 4 แนวทาง ‘เจรจากับเจ้าหนี้-จำหน่ายทรัพย์สิน-เพิ่มทุน-ยื่นล้มละลายฟื้นฟูกิจการ’ นัดแจง 19 ก.ค. 66

 

วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ กรรมการ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น หรือ STARK แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ตามที่บริษัทได้นำส่งงบการเงินประจำปี 2565 ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชี และปรากฏว่าส่วนของผู้ถือหุ้นปี 2564 (ปรับปรุงใหม่) และปี 2565 มีค่าน้อยกว่าศูนย์ และ ตลท. ได้ประกาศให้หลักทรัพย์ของบริษัทมีเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์ฯ เรื่องการเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียนนั้น 

 

บริษัทขอเรียนชี้แจงว่า บริษัทมิได้นิ่งนอนใจ และจะดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขเหตุเพิกถอนดังกล่าว บริษัทมีความตั้งใจที่จะปรับโครงสร้างทุนและโครงสร้างหนี้ ทั้งของบริษัทและบริษัทย่อยซึ่งดำเนินธุรกิจหลัก เพื่อทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทมีค่ามากกว่าศูนย์ และมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานตามปกติของบริษัทย่อยซึ่งดำเนินธุรกิจหลัก โดยบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางดำเนินการแก้ไข ดังต่อไปนี้

 

  1. เจรจากับเจ้าหนี้ที่สำคัญทั้งหมด เพื่อให้เจ้าหนี้ต่างๆ ระงับการใช้สิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้โดยพลัน สนับสนุนแผนการปรับโครงสร้างทุนและโครงสร้างหนี้ของบริษัท รวมถึงให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อวางแผนการบริหารการชำระหนี้ และวางแผนธุรกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

 

  1. จำหน่ายทรัพย์สิน (เช่น หุ้นในบริษัทย่อยที่ไม่ได้ดำเนินธุรกิจหลักของบริษัท สิทธิเรียกร้องในสัญญาที่สำคัญ) และปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณธุรกิจ เพื่อเพิ่มรายได้และลดต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) และค่าใช้จ่ายของบริษัท

 

  1. เพิ่มทุนจดทะเบียนเพื่อจัดสรรหุ้นสามัญ เพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในปัจจุบัน หรือพิจารณาหานักลงทุนรายใหม่ เพื่อเพิ่มส่วนของผู้ถือหุ้นและเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินของบริษัท

 

  1. ยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายเพื่อดำเนินการฟื้นฟูกิจการ เพื่อปรับโครงสร้างทุนและโครงสร้างหนี้ของบริษัท รวมถึงให้สิทธิการแปลงหนี้เป็นทุนแก่เจ้าหนี้ภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการ

 

ทั้งนี้ ในการจะพิจารณาเลือกแนวทางแก้ไขส่วนของผู้ถือหุ้นมีค่าน้อยกว่าศูนย์ บริษัทจะต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงเงื่อนไขและข้อจำกัดต่างๆ ภายใต้สัญญาทางการเงินและสัญญาที่สำคัญต่างๆ ความต้องการของตลาดในการเข้าซื้อทรัพย์สินของบริษัท และปัจจัยในการกำหนดราคาที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความร่วมมือและการสนับสนุนของเจ้าหนี้ที่เกี่ยวข้อง การให้การสนับสนุนของผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท ตลอดจนผลกระทบต่างๆ เพื่อคงไว้ซึ่งคุณสมบัติในการดำรงสถานะของบริษัทจดทะเบียน เพื่อรักษาประโยชน์สูงสุดของบริษัท ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกรายของบริษัท

 

โดยคณะกรรมการและผู้บริหารชุดปัจจุบันของบริษัทมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะแก้ไขเหตุดังกล่าว เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ภายใต้กรอบของกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และบริษัทจะแจ้งให้ทราบถึงแนวทางดำเนินการแก้ไขเหตุเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน และกำหนดเวลาของการดำเนินการดังกล่าวแก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนภายในวันที่ 19 กรกฎาคม 2566

The post ‘STARK’ จ่อยื่นศาลล้มละลายฟื้นฟูกิจการ นัดชี้แจง 19 ก.ค. นี้ เผยอยู่ระหว่างพิจารณา 4 แนวทางแก้ไขเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถอดชุดเกราะไอรอนแมนของ STARK ภาคปฐมเหตุ https://thestandard.co/stocks-stark-crisis/ Thu, 22 Jun 2023 03:03:52 +0000 https://thestandard.co/?p=806420 หุ้น STARK

เรื่องอื้อฉาวคาววงการตลาดทุนไทยในรอบไม่กี่วันมานี้คงจะห […]

The post ถอดชุดเกราะไอรอนแมนของ STARK ภาคปฐมเหตุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น STARK

เรื่องอื้อฉาวคาววงการตลาดทุนไทยในรอบไม่กี่วันมานี้คงจะหนีไม่พ้นเรื่องราวของบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือตัวย่อในกระดานซื้อ-ขายว่า STARK

 

ความน่าสนใจของกรณีของ STARK เป็นเหตุการณ์ศึกษาว่า บริษัทยักษ์ใหญ่ดูดีมีอนาคตในสายตาของนักลงทุน ทั้งนักลงทุนสถาบัน นักลงทุนต่างประเทศ และนักลงทุนรายย่อย กลับล้มครืนลงมาด้วยการเป่าลมเข้าไปในผลประกอบการของบริษัทที่ข้อเท็จจริงถูกเปิดเผยเมื่อสายไปเสียแล้ว 

 

อย่างไรก็ดี แม้ว่าความสูญเสียจะเกิดขึ้นแล้ว แต่กรณีนี้ก็ยังนับว่ามีประโยชน์อยู่ไม่น้อยสำหรับแวดวงการศึกษา โดยเฉพาะการศึกษาทางด้านการบัญชีและการกำกับดูแลกิจการ บทความชุดนี้จึงไล่เรียงความเป็นมาเกี่ยวกับการถือกำเนิดขึ้นของ STARK แรงจูงใจที่ขับเคลื่อนผลประโยชน์ทางการเงินและมิใช่การเงิน วิธีการตกแต่งกำไรและการทุจริตทางการบัญชีที่บริษัทเลือกใช้ รวมถึงแนวทางป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าวในอนาคต ตลอดจนบทบาทที่คาดหวังจากหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนไทยอย่างคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยลำดับ

 

ทุกคนจำเป็นต้องตระหนักว่าจุดเริ่มต้นของ STARK มิได้ผิดกฎหมายหรือจริยธรรมแต่ประการใด เพราะ STARK ใช้วิธีการในการเข้าซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยผ่านวิธีที่เรียกว่า ‘การจดทะเบียนทางอ้อม’ หรือ Backdoor Listing และไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจเช่นเดียวกัน เพราะหลายกิจการทั่วโลกต่างก็เลือกใช้วิธีการประเภทนี้ เพราะเหมาะสมกับกลยุทธ์ทางธุรกิจและทางการเงินของตนเอง เป้าหมาย หรือ Target ที่ถูกครอบงำกิจการสำหรับกรณีนี้คือ บริษัท สยามอินเตอร์มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ SMM

 

ไม่ว่าใครต่างก็รู้ว่าธุรกิจของ SMM เป็นธุรกิจตะวันตกดิน เพราะรายได้หลักมาจากการผลิตและจำหน่ายหนังสือประเภทการ์ตูน นวนิยายจีนประเภทกำลังภายใน และพ็อกเกตบุ๊กประปราย SMM มีรายได้จากธุรกิจอื่นบ้าง แต่ก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรเท่าไรนัก เช่น การเปิดเว็บไซต์กีฬาสยามสปอร์ต และรับจ้างผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ เป็นต้น มิพักต้องกล่าวถึงราคาหุ้นที่เป็นตัวชี้วัดการคาดการณ์อนาคตในสายตานักลงทุน หุ้น SMM ดำดิ่งไปตามความมืดมนของธุรกิจเช่นเดียวกัน เว้นเสียแต่ในช่วงที่มีข่าวว่า SMM กำลังจะถูก Backdoor จากกลุ่มธุรกิจผลิตสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ล หรือสตาร์ค คอร์เปอเรชั่น นั่นเอง

 

ท่วงท่าของการเข้ายึดบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของกลุ่มธุรกิจผลิตสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลคือ การทำสัญญาโอนกิจการผลิตสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลระหว่าง SMM กับบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ โดยการให้บริษัท ทีม เอ โฮลดิ้ง 2 จำกัด (TAH2) โอนหุ้นที่ TAH2 มีอยู่ในบริษัท เฟล้ปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ PDITL และบริษัท พีดีทีแอล เทรดดิ้ง จำกัด (PDTL Trading) และโอนหนี้สินของ PDITL ให้แก่ SMM 

 

แต่ SMM มิได้มีเงินสดมากพอที่จะชำระเงินตามสัญญา SMM จึงชำระโดยการออกหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทมูลค่ากว่าหมื่นล้าน ผลลัพธ์ที่เห็นต่อมาคือ ผู้ถือหุ้นเดิมของ SMM ก็หมดความเป็นเจ้าของไป และเจ้าของธุรกิจผลิตสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลก็ได้กลายมาเป็นเจ้าของที่แท้จริงของ SMM หลังดีลการ Backdoor เสร็จสิ้น

 

คนในวงการการเงินต่างรู้กันดีว่า การทำ Backdoor เป็นวิธีการหาเงินอย่างหนึ่ง หากจะอธิบายให้เห็นภาพมากขึ้นก็คงได้ความว่า แต่เดิมนั้นหุ้นของ SMM หาได้มีราคาค่างวดในตลาด แต่ทันทีที่มีธุรกิจใหม่เข้ามา ราคาหุ้นของ SMM ก็จะกลายเป็นสินค้าราคาถูกในทันที และก็ไม่ใช่เรี่องที่น่าแปลกใจว่านักลงทุนจำนวนไม่น้อยจะวิ่งกระโจนเข้าซื้อหุ้นของ SMM จนราคากระโดดพรวดพราดอย่างทันทีทันใด มิหนำซ้ำกลเกมทางการเงินที่มุ่งตีข่าวเล่นสตอรีเพื่อให้หุ้นของ SMM น่าสนใจ ก็ยิ่งโหมกระหน่ำแรงซื้อหุ้นให้เด้งจนนับกันเป็นเท่า ฉากนี้ใครมีหุ้นราคาต่ำก็กวาดกำไรที่เป็นเงินสดรอบที่หนึ่งไปแล้ว

 

ขณะที่สถานการณ์หลังจากนี้จะเป็นเรื่องของการรักษาชื่อเสียงและความน่าสนใจของบริษัทเอาไว้ หากถามว่ามูลเหตุจูงใจของบทละครที่ STARK สร้างขึ้น แท้จริงแล้วคืออะไร คำตอบก็คงเดาได้ไม่ยาก และนี่คือ ‘เกมแห่งผลประโยชน์’ ของผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้บริหารจริงๆ ที่อาศัยวิธีการและเทคนิคทางการบัญชี เสกคาถาให้นักลงทุนทั้งหลายหลงในมายาภาพที่วาดขึ้นบนพื้นฐานแห่งความกลวงหรือความว่างเปล่า

 

โดยทฤษฎีแล้ว พฤติกรรมของผู้บริหารที่มีเป้าหมายที่จะรายงานผลประกอบการและฐานะทางการเงินของบริษัทให้แตกต่างไปจากเรื่องราวที่แท้จริง ก็เพราะเหตุด้วยผู้บริหารมีแรงจูงใจที่จะกระทำการดังกล่าว แรงจูงใจของการตกแต่งกำไรถูกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม อันได้แก่ ความคาดหวังของตลาด (Market Expectations), ข้อตกลงตามสัญญา (Contractual Arrangement), ตลาดหนี้ (Debt Market) และแรงกดดันจากสาธารณะ (Public Scrutiny or Pressure)

 

หากกล่าวเฉพาะเจาะจงแล้ว กรณีของ STARK เป็นเรื่องของการสร้างและตอบสนองต่อความคาดหวังหรือการคาดการณ์ของตลาดหรือนักลงทุนที่ STARK พยายามฉายภาพมาตั้งแต่ต้น งานวิจัยที่เกี่ยวกับการตกแต่งกำไรเสนอว่า ผู้บริหารพยายามที่จะประกาศกำไรให้เป็นไปตามเป้าหมายแต่ละขั้นตามลำดับ กล่าวคือ ขั้นแรกผู้บริหารจะตกแต่งกำไรสูงขึ้น และลดการใช้นโยบายตามหลักความระมัดระวังในการรายงานผลประกอบการ เพื่อหลีกเลี่ยงผลขาดทุนในปีที่มีผลประกอบการแย่ โดยผู้บริหารมีแนวโน้มที่จะหลีกเลี่ยงผลประกอบการขาดทุน โดยเปลี่ยนผลขาดทุนจำนวนเล็กน้อยไปเป็นผลกำไรจำนวนเล็กน้อยแทน 

 

การตกแต่งกำไรลำดับขั้นถัดไปเกิดขึ้นหลังจากการที่บริษัทรายงานกำไรในปีก่อนหน้าคือ การตกแต่งกำไรเพื่อต้องการแสดงกำไรที่เพิ่มขึ้นจากเดิมเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นข่าวดีและทำให้บริษัทมีมูลค่าเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ผู้บริหารยังมีแนวโน้มที่จะตกแต่งกำไรเพื่อแสดงรายได้ที่ราบรื่นหรือรักษากำไรได้อย่างต่อเนื่อง การตกแต่งกำไรลำดับสุดท้าย ได้แก่ บริษัทมีแรงจูงใจในการตกแต่งกำไรเพื่อให้สอดคล้องกับความคาดหวังของนักวิเคราะห์ เพื่อการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัท

 

ข้อเสนอทางทฤษฎีที่เกี่ยวกับการตกแต่งกำไรสามารถนำไปอธิบายแรงจูงใจในการตกแต่งกำไรของ STARK ได้อย่างเป็นรูปธรรม กล่าวคือ ผู้บริหารของ STARK พยายามสร้างภาพว่า STARK เป็นบริษัทที่มีอนาคตและน่าลงทุน พวกเขาจึงพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะรายงานว่า STARK มีกำไร และกำไรนั้นเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกำไรที่ประกาศยังเป็นไปตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์อีกด้วย

 

คำถามถัดมา การตอบสนองต่อความคาดหวังของตลาดหรือนักลงทุนจะให้ผลลัพธ์อย่างไรกับบริษัท หลักฐานทางวิชาการพบว่า บริษัทที่มีกำไรบรรลุหรือเกินเกณฑ์การคาดการณ์ของนักวิเคราะห์จะมีผลตอบแทนสูงกว่าบริษัทที่ไม่บรรลุเป้าหมาย ในทำนองเดียวกัน เมื่อระดับกำไรตรงกับความคาดหวังของนักวิเคราะห์ทางการเงิน หรือนักลงทุนจะทำให้บริษัทมีอิทธิพลต่อผลตอบแทนของหุ้นสูงขึ้น ดังนั้นผู้บริหารจึงมีแรงจูงใจที่จะบรรลุการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์และหลีกเลี่ยงปฏิกิริยาเชิงลบของตลาด โดยการเลือกวิธีการทางการบัญชีหรือการเปลี่ยนแปลงในกิจกรรมที่แท้จริงเพื่อตกแต่งกำไร 

 

นอกจากนี้บริษัทที่แสดงกำไรเกินหรือบรรลุกับเกณฑ์ที่คาดหวังไว้มักจะได้รับการจัดอันดับเครดิตที่สูงขึ้น โดยสาเหตุหลักประการหนึ่งของการตกแต่งกำไรคือ เพื่อให้ได้รับการจัดอันดับเครดิตที่น่าพอใจ ไม่เพียงเท่านั้นการที่บริษัทมีกำไรที่บรรลุหรือเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้อย่างสม่ำเสมอมีความสำคัญ เนื่องจากบริษัทที่มีกำไรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหรือเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนอย่างต่อเนื่อง จะมีราคามูลค่าหุ้นที่สูงกว่าหรือได้รับการประเมินมูลค่าที่สูงขึ้นกว่าบริษัทที่มีกำไรบรรลุหรือเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ครั้งแรก หลังจากการควบคุมการเจริญเติบโตและความเสี่ยง

 

แรงจูงใจที่นำไปสู่การตกแต่งกำไรและการทุจริตทางการบัญชี นำมาซึ่งผลประโยชน์ที่ชัดเจนสำหรับผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ของ STARK อย่างชัดเจน นั่นคือราคาหุ้นที่เพิ่มสูงขึ้นที่สร้างกำไรจากผลต่างระหว่างราคาตลาดกับราคาต้นทุนในหุ้น STARK ความน่าสนใจในเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ ที่ผูกกับราคาหุ้น เช่น การเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้น การออกใบแสดงสิทธิการซื้อหุ้นล่วงหน้า เป็นต้น และการเพิ่มระดับหนี้สินผ่านเงินกู้ยืมและหุ้นกู้ที่อาศัยอันดับเครดิตเป็นข้อมูลพื้นฐาน

โดยสรุปแล้ว เหตุเบื้องแรกที่นำไปสู่การตกแต่งกำไรของ STARK ก็เป็นเรื่องเดิมๆ หรือเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่ใครๆ ก็เข้าใจได้ไม่ยาก การบรรลุความคาดหวังของตลาดที่สร้างขึ้นจากสตอรีที่บริษัทสร้างขึ้น ก็ย้อนกลับมาเป็นแรงกดดันที่ผู้บริหารย่อมเลือกที่จะใช้วิธีการทางการบัญชีที่จะรักษาความมั่งคั่งของพวกเขาไว้ แต่จะเลือกใช้วิธีการแบบใด ขอยกไปตอนหน้านะครับ

The post ถอดชุดเกราะไอรอนแมนของ STARK ภาคปฐมเหตุ appeared first on THE STANDARD.

]]>