ฟุตบอลทีมชาติสเปน (Spain national football team) Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/spain-national-football-team/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 27 May 2026 06:19:55 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 LOEWE เซ็นสัญญาพาร์ตเนอร์ชิป ระยะเวลา 4 ปี กับทีมฟุตบอลทีมชาติสเปน https://thestandard.co/loewe-spain-football-team-partnership/ Wed, 27 May 2026 06:19:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1211445 ภาพนักฟุตบอลทีมชาติสเปนในชุดเดินทางที่ออกแบบโดย LOEWE

LOEWE ยกระดับการเข้าสู่โลกแห่งกีฬาฟุตบอลไปอีกขั้น เมื่อ […]

The post LOEWE เซ็นสัญญาพาร์ตเนอร์ชิป ระยะเวลา 4 ปี กับทีมฟุตบอลทีมชาติสเปน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพนักฟุตบอลทีมชาติสเปนในชุดเดินทางที่ออกแบบโดย LOEWE

LOEWE ยกระดับการเข้าสู่โลกแห่งกีฬาฟุตบอลไปอีกขั้น เมื่อพวกเขาเซ็นสัญญาเป็นพาร์ตเนอร์ชิประยะเวลา 4 ปีกับทีมฟุตบอลทีมชาติสเปน หรือประเทศบ้านเกิดของแบรนด์ โดยจะเป็นผู้ออกแบบเสื้อผ้าให้กับนักกีฬาชายและนักกีฬาหญิงตั้งแต่ในปีนี้ที่การแข่งขัน FIFA World Cup 2026 จะเริ่มต้นในวันที่ 11 มิถุนายน ณ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และ เม็กซิโก ไปจนถึงปี 2030 ที่มีสเปน โปรตุเกส และ โมร็อกโกเป็นเจ้าภาพงานดังกล่าว

 

ภายใต้สัญญาการเป็นพาร์ตเนอร์ชิปกันในครั้งนี้ LOEWE จะทำหน้าที่ดีไซน์ชุดเดินทางสำหรับนักกีฬาทั้งชายและหญิงในทุกการแข่งขันระดับโลก ภายใต้วิสัยทัศน์ของสองครีเอทีฟไดเรกเตอร์อย่าง Jack McCollough และ Lázaro Hernández โดยคอลเล็กชันที่พวกเขาจะรังสรรค์ให้นักฟุตบอลทีมชาติสเปนก็มีทั้งชุดลำลอง, ชุดสูทไปจนถึงเสื้อเบลเซอร์ที่ได้รับการตัดเย็บอย่างประณีต, รองเท้า และเครื่องหนังต่างๆ ที่ LOEWE ผสมผสานความลักชัวรีกับกลิ่นอายและจิตวิญญาณของนักกีฬาเข้าด้วยกันอย่างสมดุล

 

ไอเท็มไฮไลต์ท่ามกลางคอลเล็กชันเหล่านี้ก็คือชุดสูทที่ได้รับการพัฒนาอย่างพิถีพิถันจากเวิร์กช็อปของแบรนด์ ที่มาพร้อมกับลายปักสัญลักษณ์ Anagram ของ LOEWE แฝงอยู่ด้านในแขนเสื้อ

 

ซึ่งในวาระแห่งการประกาศข่าวเป็นพาร์ตเนอร์ชิประหว่าง LOEWE กับฟุตบอลทีมชาติสเปน ทั้งสองได้มีการปล่อยซีรีส์ภาพพอร์เทรตของนักฟุตบอลสัญชาติสเปนในเสื้อผ้าจาก LOEWE ที่ถ่ายทอดโดยช่างภาพ Bruno Staub ทั้ง Unai Simón, Nico Williams, Pedri, Pau Cubarsí และ Rodri Hernández ให้แฟนๆ ได้เห็นเป็นครั้งแรกออกมาด้วย

 

ภาพ: Loewe

 

อ้างอิง https://th.fashionnetwork.com/news/Loewe-to-dress-spain-s-national-football-teams-until-2030,1835143.html

The post LOEWE เซ็นสัญญาพาร์ตเนอร์ชิป ระยะเวลา 4 ปี กับทีมฟุตบอลทีมชาติสเปน appeared first on THE STANDARD.

]]>
หลุยส์ รูเบียเลส ถูกตัดสินว่ามีความผิดกรณีจูบ เจนนี เอร์โมโซ ในสนาม https://thestandard.co/luis-rubiales-fined-world-cup-kiss/ Thu, 20 Feb 2025 13:52:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1044309

หลุยส์ รูเบียเลส อดีตประธานสหพันธ์ฟุตบอลสเปน ถูกตัดสินว […]

The post หลุยส์ รูเบียเลส ถูกตัดสินว่ามีความผิดกรณีจูบ เจนนี เอร์โมโซ ในสนาม appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลุยส์ รูเบียเลส อดีตประธานสหพันธ์ฟุตบอลสเปน ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศจากการจูบ เจนนี เอร์โมโซ นักเตะทีมชาติสเปน โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเธอ 

 

เขาถูกศาลสูงของสเปนตัดสินให้จ่ายค่าปรับ 10,800 ยูโร หรือราว 380,000 บาท เป็นการลงโทษ

 

เขาพ้นผิดจากข้อหาที่พยายามกดดันให้เอร์โมโซพูดต่อสาธารณะว่า การจูบดังกล่าวเกิดจากความยินยอมของทั้งสองฝ่าย 

 

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่สเปนเอาชนะอังกฤษ คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกหญิง 2023 ที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ขณะที่สเปนกำลังเดินขึ้นไปรับรางวัล รูเบียเลสก็จับศีรษะเอร์โมโซและจูบเธอ

 

ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทำให้เกิดการเคลื่อนไหวแบบ ‘Me Too’ ในเกมฟุตบอลหญิงของสเปน ซึ่งผู้เล่นพยายามต่อสู้กับการแบ่งแยกทางเพศและบรรลุความเท่าเทียมกับเพื่อนชาย

 

เหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดการประท้วงและเรียกร้องให้รูเบียเลสลาออก คำตัดสินดังกล่าวยังห้ามรูเบียเลสไม่ให้เข้าใกล้เอร์โมโซในรัศมี 200 เมตร และห้ามติดต่อกับเธอเป็นเวลา 1 ปีด้วย

 

ขณะที่อดีตเพื่อนร่วมงานของรูเบียเลสอีก 3 คนที่ถูกกล่าวหาในข้อหาพยายามใช้อำนาจบังคับและกดดันเอร์โมโซ ได้แก่ ฆอร์เก บิลดา โค้ชทีมชาติสเปนในเวลานั้น, รูเบน ริเวรา อดีตหัวหน้าฝ่ายการตลาดของสหพันธ์ฟุตบอลสเปน และ อัลเบิร์ต ลูเก้ ก็พ้นผิดทั้งหมดเช่นกัน

 

ภาพ: Europa Press News / Getty Images

อ้างอิง:

The post หลุยส์ รูเบียเลส ถูกตัดสินว่ามีความผิดกรณีจูบ เจนนี เอร์โมโซ ในสนาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Football Fact of the Year 2024 โลกฟุตบอลเกิดอะไรขึ้นบ้าง…ในปี 2024 https://thestandard.co/football-fact-of-the-year-2024/ Sun, 29 Dec 2024 03:00:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1025148

ในวันที่โลกกำลังโคจรเข้าสู่ปี 2025   หากได้นั่งคิด […]

The post Football Fact of the Year 2024 โลกฟุตบอลเกิดอะไรขึ้นบ้าง…ในปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในวันที่โลกกำลังโคจรเข้าสู่ปี 2025

 

หากได้นั่งคิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกฟุตบอล (ระดับโลก) ตลอดปี 2024 จะเห็นว่าตลอดปีที่ผ่านมามีเหตุการณ์สำคัญๆ เกิดขึ้นมากมาย เช่น

 

  • เลเวอร์คูเซนคว้าแชมป์ลีกสมัยแรกแบบไร้พ่าย
  • แมนฯ ซิตี้ แชมป์ลีก 4 สมัยติด…ก่อนเผชิญวิกฤตหนักในปัจจุบัน
  • เมสซียังท็อปฟอร์มกับอาร์เจนตินา
  • โรดรีได้บัลลงดอร์ไปครอง

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงโมเมนต์สำคัญบางส่วนเท่านั้น เพราะเหตุการณ์สำคัญๆ ที่น่าสนใจ THE STANDARD SPORT มัดรวมเอาไว้ให้ทุกท่านแล้ว

 

แมนฯ ซิตี้

 

แมนฯ ซิตี้ ทีมแรกของอังกฤษคว้าแชมป์ลีก 4 สมัยติด

 

ย้อนกลับไปช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา แมนฯ ซิตี้ ในฐานะแชมป์เก่า ถูกอาร์เซนอลของ มิเกล อาร์เตตา ท้าทายบัลลังก์แชมป์ลีกอย่างหนัก จนกระทั่งถึง MatchDay ที่ 33 ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่ท็อปฟอร์มมาตลอดนับตั้งแต่เดือนมกราคม มาแซงขึ้นจ่าฝูงได้ในที่สุด

 

แม้ต้องไปลุ้นแชมป์ถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาล แต่ชัยชนะของแมนฯ ซิตี้ เหนือเวสต์แฮม 3-1 ทำให้พวกเขาได้ชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก และนับเป็นทีมแรกแห่งเกาะอังกฤษที่ได้แชมป์สมัยที่ 4 ติดต่อกัน

 

อย่างไรก็ตาม ถัดจากวันชื่นคืนสุขไม่กี่เดือน… แมนฯ ซิตี้ในทีมงานเดียวกันนี้ กลับไม่สามารถเร่งเครื่องทำผลงานได้ดีเหมือนเก่า หลังจากไร้ชัยชนะเป็นเวลาหลายนัด จนสร้างสถิติที่ไม่น่าจดจำมากมาย ซึ่งยังต้องติดตามต่อไปว่าในระยะยาวนี้ เป๊ปที่เพิ่งสลัดน้ำหมึกต่อสัญญากับทีมไป จะทำทัพเรือใบให้กลับมาแล่นฉิวเหมือนเดิมได้หรือไม่

 


 

ชาบี อลอนโซ

 

ชาบี อลอนโซ เสกให้เลเวอร์คูเซนกลายเป็นแชมป์ไร้พ่าย

 

การกระชากแชมป์มาจากพี่เสือ ‘บาเยิร์น มิวนิก’ หนึ่งในทีมดังที่ครองแชมป์บุนเดสลีกามายาวนานกว่า 11 ฤดูกาลนั้นเป็นเรื่องยากมาก

 

แต่ ชาบี อลอนโซ ทำได้! และไม่ได้ทำแค่การพาไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ครองแชมป์ลีก ซึ่งนับเป็นแชมป์สมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ชาบียังทำให้ทัพนายห้างขายยาทีมนี้กลายเป็นทีมไร้พ่าย กับผลงานชนะ 28 เสมอ 6 จากทั้งหมด 34 แมตช์ นับว่าสุดยอดมากๆ

 


 

สเปน

 

สเปนกลับมาทวงบัลลังก์เจ้าแห่งยุโรป!

 

ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ยูโร 2024 ทีมชาติสเปนในมือของ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ เป็นม้านอกสายตาของแฟนบอลพอสมควร จนถูกยกให้เป็นตัวเต็งแชมป์ลำดับ 5-6 ตั้งแต่ก่อนการแข่งขันจะเริ่ม

 

แต่เมื่อเกมเริ่ม…และผ่านรอบแบ่งกลุ่มมา สเปนกลับมาอยู่ในความสนใจของแฟนๆ อีกครั้ง จนหลายคนยกให้ทัพกระทิงดุที่โดดเด่นไม่น้อยในทัวร์นาเมนต์นี้ มีโอกาสเป็นแชมป์สูงไม่แพ้ทีมใด

 

จนในที่สุดทีมชาติสเปนหักด่านอังกฤษในเกมรอบชิงฯ 2-1 พร้อมคว้าแชมป์ยูโรไปครองสุดยิ่งใหญ่

 


 

โธมัส ทูเคิล

 

โธมัส ทูเคิล นายใหญ่คนใหม่แห่งทีมชาติอังกฤษ

 

หลังจากพลาดโอกาสพาทีมชาติอังกฤษคว้าแชมป์ยูโรอย่างน่าผิดหวัง ทั้งที่มาถึงนัดชิงฯ ได้ 2 ครั้งติดต่อกัน สำหรับทัพสิงโตคำรามในมือของ แกเร็ธ เซาท์เกต ซึ่งเจ้าตัวเลือกก้าวลงจากตำแหน่งกุนซือในเวลาต่อมา

 

และนับจากนั้นไม่กี่เดือน ทีมชาติอังกฤษได้สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ด้วยการแต่งตั้ง โธมัส ทูเคิล เข้ามารับงานกุนซือคนใหม่ของทีม ทำให้กลายเป็นกุนซือชาวเยอรมนีคนแรกที่จะได้คุมทีมชาติอังกฤษ และเป็นชาวต่างชาติในรอบ 12 ปี ถัดจาก ฟาบิโอ คาเปลโล ที่ได้ขึ้นหลังสิงโตในฐานะกุนซือของทีม

 

โดยภารกิจใหญ่ของทูเคิลกับทัพสิงโตคำราม (เบื้องต้น) คือการพาทีมฝ่าด่านรอบคัดเลือกเพื่อไปเล่นในศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เป็นเจ้าภาพร่วม

 


 

เอ็มบัปเป

 

สานฝันประธานเป้! ในที่สุดเอ็มบัปเปก็ได้สวมเสื้อราชันชุดขาว

 

เคสนี้เป็นเหตุการณ์ที่น่าสนใจ แต่เกิดขึ้นกับตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ 2024/25 เมื่อ คีเลียน เอ็มบัปเป ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศส ได้ฤกษ์เปิดตัวกับเรอัล มาดริด สุดยิ่งใหญ่ ในสนามซานติอาโกเบร์นาเบว หลังปฏิเสธต่อสัญญากับปารีส แซงต์ แชร์กแมง นั่นทำให้การย้ายทีมครั้งนี้ของเขาเป็นการย้ายแบบไร้ค่าตัว พร้อมเซ็นสัญญายาว 5 ปี (ถึงปี 2029) ฟันค่าเหนื่อย 15 ล้านยูโรต่อปี

 


 

เจอร์เกน คล็อปป์ อำลาลิเวอร์พูล

 

ปิดฉาก 9 ปี เจอร์เกน คล็อปป์ อำลาลิเวอร์พูล เปิดทางสู่ยุคสมัยแห่งความร้อนแรงของ อาร์เน สลอต

 

นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในถิ่นแอนฟิลด์ช่วงปีที่ผ่านมา นั่นคือการอำลาทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ นายใหญ่ชาวเยอรมนีที่ตัดสินใจพักงานจากวงการฟุตบอล หลังคุมทีมหงส์แดงมายาวนานกว่า 9 ปี พาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก และแชมป์พรีเมียร์ลีกที่สโมสรรอคอยกันมานานกว่า 30 ปี

 

อย่างไรก็ตาม อาร์เน สลอต กุนซือชาวดัตช์วัย 46 ปี ที่ตัดสินใจแยกทางกับเฟเยนูร์ด เพื่อมาเซ็นสัญญารับงานคุมทีมลิเวอร์พูลแบบไม่ได้ถูกคาดหวัง กลับทำผลงานได้อย่างร้อนแรง ชนิดที่กลายเป็นทีมที่ยากต่อการต่อกรในเวลานี้

 

เพราะอาร์เนพาทีมบินสูงด้วยการยึดอันดับ 1 ใน UCL และพรีเมียร์ลีก กับฟอร์มขั้นเทพ ทั้งที่เสริมทัพในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ไม่กี่คนเท่านั้น แต่ขุมกำลังที่เป็นมรดกจากคล็อปป์ อาร์เนสามารถปลูกปั้นและเรียกศักยภาพนักเตะในภาพรวมให้ทำผลงานอย่างยอดเยี่ยม และกลายเป็นทีมเต็งแชมป์พรีเมียร์ลีกในเวลานี้

 


 

ดราม่าบัลลงดอร์

 

ดราม่าบัลลงดอร์ ที่สุดท้ายตกเป็นของโรดรี และวินิได้นักเตะยอดเยี่ยมฟีฟ่าท้ายปี

 

นับเป็นอีกหนึ่งการประกาศผลรางวัลบัลลงดอร์ที่มีดราม่าใหญ่ครั้งหนึ่งเลยก็ว่าได้

 

ท่ามกลางการลุ้นอย่างหนักว่าใครจะได้รางวัลลูกบอลทองคำไปครอง ระหว่าง ‘วินิซิอุส จูเนียร์’ แห่งเรอัล มาดริด และ ‘โรดรี’ จอมทัพผู้เป็นหัวใจของแมนฯ ซิตี้และทีมชาติสเปน

 

ที่สุดท้ายแล้วบัลลงดอร์ปี 2024 ตกเป็นของโรดรี ที่ได้รับผลโหวตเหนือวินิเพียง 41 คะแนนเท่านั้น โดยตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา กองกลางรายนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่พาแมนฯ ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก (สมัยที่ 4 ติดต่อกัน), แชมป์ยูฟ่าซูเปอร์คัพ, แชมป์สโมสรโลก และพาทีมชาติสเปนคว้าแชมป์ยูโร รวมถึงรางวัลส่วนบุคคลอย่างนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์

 

และจากเหตุการณ์นี้พบปมที่ทำให้เห็นเหตุดราม่าตั้งแต่ก่อนงานประกาศรางวัล เพราะฝั่งเรอัล มาดริด ไม่ส่งนักเตะหรือคนของสโมสรเข้าร่วมแม้แต่คนเดียว เหตุเพราะไม่พอใจในเกณฑ์ตัดสิน และมองว่าผู้จัดไม่ให้เกียรติกับทีม เพราะสโมสรมองว่าหากวินิไม่ได้เป็นผู้ชนะ รางวัลนี้ก็ควรจะตกเป็นของ ดานี การ์บาฆาล ที่ประสบความสำเร็จไม่น้อยไปกว่าโรดรี ทั้งในนามสโมสรและทีมชาติสเปน

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นานมานี้ วินิซิอุส จูเนียร์ เป็นผู้ชนะรางวัลนักฟุตบอลชายยอดเยี่ยมจากเวที The Best FIFA Football Awards 2024 เช่นเดียวกับ คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือของเรอัล มาดริด ที่ซิวรางวัลโค้ชยอดเยี่ยมไปครอง

 


 

เทนฮากไป อโมริมมา และวิกฤตทางผลงานที่รอวันแก้ไขของแมนฯ ยูไนเต็ด

 

เทนฮากไป อโมริมมา และวิกฤตทางผลงานที่รอวันแก้ไขของแมนฯ ยูไนเต็ด

 

นับจาก เอริก เทน ฮาก พาทีมโค่นอริร่วมเมืองคว้าแชมป์เอฟคัพ 2023/24 ไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมา พร้อมได้สัญญาจาก INEOS และเงินเสริมทัพจำนวนหนึ่งสำหรับคุมทัพต่อในฤดูกาลนี้

 

ผลงานของทัพปีศาจแดงในฤดูกาล 2024/25 กลับไม่สู้ดี แทบจะไม่ได้ขยับตัวออกจากโซนครึ่งล่างของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก จน เทน ฮาก ไปไม่รอด…ถูกปลดพ้นตำแหน่งหลังเกมแพ้เวสต์แฮม 1-2 เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

 

นั่นทำให้ไม่กี่วันต่อมาทีมหันไปเซ็นสัญญากับกุนซือหนุ่มไฟแรงจากแดนฝอยทองอย่าง รูเบน อโมริม ที่กำลังไปได้สวยกับสปอร์ติง ลิสบอน เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ของทีม ท่ามกลางความคาดหวังของแฟนบอล ไม่ต่างจากฉากที่ซูเปอร์แมนอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่รอคอยความหวังแห่งการเปลี่ยนแปลง

 

ทว่า…การเปลี่ยนแปลงทีมที่ดูเหมือนอยู่ในวงล้อมของปัญหาหลายๆ มิติจะยังเป็นงานหินไม่น้อยสำหรับอโมริม กับแผน 3-4-3 ที่หยิบมาใช้แบบไม่เผื่อใจ

 

เพราะหลังผ่านไป 9 นัดพวกเขาทำผลงานชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 4 เกม ยังหาความลงตัวไม่เจอ และทำให้อันดับในลีกจมอยู่ที่ 13 ของตารางในปัจจุบัน

 


 

แฮร์รี เคน ราชาไร้บัลลังก์

 

แฮร์รี เคน ราชาไร้บัลลังก์ ได้ทุกอย่างยกเว้นถ้วยแชมป์ และโคมันเสียสถิติชูถ้วยแชมป์ต่อเนื่อง

 

44 ประตูจาก 45 นัดในทุกรายการ นี่คือผลงานในฤดูกาลแรกของ แฮร์รี เคน กับบาเยิร์น มิวนิก ที่เจ้าตัวมาอยู่กับทีมได้เพียงฤดูกาลแรกเท่านั้น และทำให้เขาได้รางวัลส่วนตัวอย่างรองเท้าทองคำแห่งทวีปยุโรปและดาวซัลโวของบุนเดสลีกา

 

แต่จะด้วยวาสนาหรืออะไรก็ตามที่เล่นตลกกับเขา เพราะผลงานอันยอดเยี่ยมนี้ไม่สามารถทำให้เคนคว้าแชมป์กับทีมได้เลยสักรายการเดียว

 

ขณะเดียวกัน คิงสเลย์ โคมัน แนวรุกของบาเยิร์น มิวนิก เป็นอีกคนที่เสียสถิติกับทีมเมื่อฤดูกาล 2023/24 เพราะนั่นนับเป็นครั้งแรกในอาชีพการค้าแข้งของเจ้าตัวที่เขาไม่สามารถคว้าแชมป์ลีกได้ หลังแชมป์บุนเดสลีกาตกเป็นไบเออร์ เลเวอร์คูเซน

 

โดยก่อนหน้านี้โคมันทำสถิติเป็นนักเตะคนแรกของ 5 ลีกใหญ่ยุโรปที่คว้าแชมป์ลีกได้ทุกปี นับตั้งแต่เล่นฟุตบอลอาชีพครั้งแรกกับปารีส แซงต์ แชร์กแมง เมื่อฤดูกาล 2012/13 ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาลงเล่นให้ 3 ทีมดังอย่างปารีส แซงต์ แชร์กแมง, ยูเวนตุส และบาเยิร์น มิวนิก พร้อมกวาดถ้วยแชมป์ลีกต่อเนื่องได้มากถึง 12 ใบ

 


 

เมสซี และ อาร์เจนตินา

 

ลิโอเนล เมสซี ยังไม่แผ่ว พาอาร์เจนตินาป้องกันแชมป์โคปาอเมริกาสุดยิ่งใหญ่

 

แม้จะปล่อยใจ ค้าแข้งแบบชิลๆ กับอินเตอร์ ไมอามี พร้อมด้วยผองเพื่อน (อดีตนักเตะบาร์ซา) ที่ขนทัพไปเล่นในลีกลุงแซม จนช่วยทีมคว้าแชมป์ซัพพอร์เตอร์สชิลด์ (ทีมที่มีอันดับดีที่สุดในช่วงฤดูกาลปกติ)

 

แต่ ลิโอเนล เมสซี ในสีเสื้อทีมชาติอาร์เจนตินา ยังเป็นที่พึ่งของทีมอยู่เสมอแม้อายุจะล่วงเข้าวัย 37 ปี ภายหลังสวมปลอกแขนกัปตันนำทีมป้องกันแชมป์โคปาอเมริกาได้สำเร็จในช่วงกลางปีที่ผ่านมา และนับเป็นแชมป์สมัยที่ 16 ของทัพฟ้าขาว

 

และถึงนาทีนี้เหลือเวลาไม่ถึง 2 ปีเท่านั้น ก่อนฟุตบอลโลก 2026 จะเวียนกลับมาฟาดแข้งอีกครั้ง เมสซีที่ยังคงเล่นกับสโมสรและทีมชาติต่อเนื่องแบบนี้ ทำให้แฟนๆ เริ่มมีใจและคาดหวังว่าจะได้เห็นเขาในฟุตบอลโลกอีกครั้ง แม้เจ้าตัวจะเคยประกาศว่าเล่นครั้งสุดท้ายตอนได้แชมป์โลกที่กาตาร์เมื่อปี 2022 ไปแล้วก็ตาม

The post Football Fact of the Year 2024 โลกฟุตบอลเกิดอะไรขึ้นบ้าง…ในปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโอลิมปิก 2024 หลังทุบฝรั่งเศสช่วงต่อเวลา 5-3 https://thestandard.co/paris2024-10082024-6/ Sat, 10 Aug 2024 02:56:20 +0000 https://thestandard.co/?p=969685 สเปน

การแข่งขันฟุตบอลชายโอลิมปิกเกมส์ ที่ Parc des Princes ใ […]

The post สเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโอลิมปิก 2024 หลังทุบฝรั่งเศสช่วงต่อเวลา 5-3 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สเปน

การแข่งขันฟุตบอลชายโอลิมปิกเกมส์ ที่ Parc des Princes ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส รอบชิงชนะเลิศ เป็นการพบกันของเจ้าภาพฝรั่งเศสกับทีมชาติ สเปน

 

ครึ่งแรก มีประตูถึง 4 ลูก โดยฝรั่งเศสนำก่อนจาก เอ็นโซ มิโยต์ นาทีที่ 11 ก่อนที่สเปนจะมาทวงคืน 3 ลูกรวดจาก เฟร์มิน โลเปซ, นาทีที่ 18 และนาทีที่ 25 ก่อนที่ อเล็กซ์ บาเอนา จะมายิงอีก 1 ประตูในนาทีที่ 28 ทำให้จบครึ่งแรก สเปนนำ 3-1

 

ครึ่งหลัง ฝรั่งเศสมาทวงคืนได้ 2 ประตูแบบปาฏิหาริย์ โดยไล่มา 2-3 จาก แม็กเนส อคิลูเช นาทีที่ 78 ก่อนที่ในนาทีที่ 90+3 ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตตา มายิงตีเสมอให้เจ้าภาพ ทำให้จบ 90 นาที ด้วยสกอร์ 3-3 ต้องต่อเวลาออกไปเพื่อตัดสิน

 

ในการต่อเวลา เซร์คิโอ กาเมโย ยิง 2 ประตู ในนาทีที่ 100 และนาทีที่ 120+1 ทำให้จบเกม สเปนเอาชนะฝรั่งเศส 5-3 คว้าเหรียญทองไปครอง โดยที่เจ้าภาพได้แค่เหรียญเงิน ส่วนเหรียญทองแดงเป็นของโมร็อกโก ที่ถล่มอียิปต์ไป 6-0 ในแมตช์ชิงที่ 3 ก่อนหน้านี้

 


 

ติดตามการแข่งขัน โอลิมปิก ปารีส 2024 – Paris 2024 Olympic Games ได้ที่

The post สเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโอลิมปิก 2024 หลังทุบฝรั่งเศสช่วงต่อเวลา 5-3 appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรีวิวภาพรวมการแข่งขัน ‘ฟุตบอล’ โอลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024 https://thestandard.co/preview-football-competition-olympic-games-paris-2024/ Wed, 24 Jul 2024 08:14:25 +0000 https://thestandard.co/?p=962253 ฟุตบอล โอลิมปิกเกมส์

วันนี้ (24 กรกฎาคม) โอลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024 จะเริ่มการ […]

The post พรีวิวภาพรวมการแข่งขัน ‘ฟุตบอล’ โอลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฟุตบอล โอลิมปิกเกมส์

วันนี้ (24 กรกฎาคม) โอลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024 จะเริ่มการแข่งขัน (ไม่เป็นทางการ) วันแรกกับกีฬาฟุตบอล ที่จะลงสนามกันในช่วง 20.00 น. ตามเวลาประเทศไทยเป็นต้นไป

 

THE STANDARD SPORT ขอถือโอกาสนี้พาแฟนกีฬาไปอุ่นเครื่องก่อนรับชมการแข่งฟุตบอลนัดแรกในช่วงค่ำวันนี้ เพื่อดูว่าทีมใดบ้างที่เป็นตัวเต็งเหรียญทองครั้งนี้ และไทม์ไลน์การแข่งขันเป็นอย่างไร…เราไปอ่านพร้อมๆ กันเลย

 

 

ทีมไหนเข้าร่วมบ้าง การแบ่งกลุ่มเป็นอย่างไร?

 

การแข่งขันฟุตบอลชายในโอลิมปิกเกมส์ 2024 มีทั้งหมด 16 ทีม แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

  • กลุ่ม A: ฝรั่งเศส (เจ้าภาพ), สหรัฐอเมริกา, กินี และนิวซีแลนด์
  • กลุ่ม B: อาร์เจนตินา, โมร็อกโก, อิรัก และยูเครน
  • กลุ่ม C: อุซเบกิสถาน, สเปน, อียิปต์ และโดมินิกัน
  • กลุ่ม D: ญี่ปุ่น, ปารากวัย, มาลี และอิสราเอล

 

ไทม์ไลน์การแข่งขันฟุตบอลชาย โอลิมปิกเกมส์ 2024

 

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลชาย มีโปรแกรมในช่วงวันที่ 24 กรกฎาคม ถึง 9 สิงหาคม ดังนี้

  • รอบแบ่งกลุ่ม: วันที่ 24-31 กรกฎาคม
  • รอบ 8 ทีมสุดท้าย: วันที่ 2-3 สิงหาคม
  • รอบรองชนะเลิศ: วันที่ 5-6 สิงหาคม
  • รอบชิงเหรียญทองแดง: วันที่ 8 สิงหาคม
  • รอบชิงเหรียญทอง: วันที่ 9 สิงหาคม

 

 

สนามที่ใช้จัดการแข่งขัน

 

การแข่งขันฟุตบอลโอลิมปิกเกมส์จะแข่งขันในสนามกีฬา 7 แห่ง โดยมี 6 สนามตั้งอยู่นอกเมืองเจ้าภาพอย่างปารีส ดังนี้

 

  • ปาร์กเดส์แพร็งซ์
  • น็องต์สเตเดียม
  • ลียงสเตเดียม
  • สนามกีฬาแซงต์-เอเตียน
  • มาร์กเซยสเตเดียม
  • นีซสเตเดียม
  • บอร์กโดซ์สเตเดียม

 

 

ทีมเต็งเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2024

 

อาร์เจนตินา

 

อาร์เจนตินาชุด U23 นำทัพโดย ฮาเวียร์ มาสเคราโน กุนซือทีมชาติอาร์เจนตินา รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี มาพร้อมมาดีกรีอดีตเหรียญทองโอลิมปิก 2 สมัย (2004, 2008)

 

โดยทัพฟ้าขาวชุดนี้มีดาวดังอย่าง ฮูเลียน อัลวาเรซ กองหน้าวัย 24 ปี ของแมนฯ ซิตี้ และ นิโกลัส โอตาเมนดี กองหลังตัวเก๋าวัย 36 ปี เป็นกำลังสำคัญในโควตานักเตะอายุเกินของทีม

 

ล่าสุดทีมชุดใหญ่ของพวกเขาประสบความสำเร็จในเวทีใหญ่แบบต่อเนื่อง โดยไปได้แชมป์โคปาอเมริกามาครองเป็นสมัยที่ 16 และคุณภาพของทีมชุด U23 ก็เปี่ยมไปด้วยผู้เล่นอนาคตไกล

 

อีกทั้งการได้อยู่ร่วมสายกับ โมร็อกโก อิรัก และยูเครน ถือเป็นงานที่ไม่ยากเกินกำลัง คาดการณ์ว่าพวกเขาจะผ่านเข้ารอบ 8 ทีมได้ และมีโอกาสเข้ารอบลึกๆ เพื่อลุ้นเหรียญทองในครั้งนี้

 

สเปน

 

ทัพกระทิงดุรุ่น U23 ชุดนี้ได้รับการดูแลโดย ซานติเดเนีย โค้ชชาวสเปนวัย 50 ปี ที่คร่ำหวอดกับทีมชุดเยาวชนของสเปนมาอย่างยาวนาน 14 ปี

 

ถึงแม้สเปนชุดนี้จะไม่มีนักเตะตัวหลักจากชุดแชมป์ยูโร 2024 แต่พวกเขายังมีขุมกำลังคนหนุ่มที่มีฝีเท้าฉกาจหลายราย เช่น เฟอร์มิน โลเปซ อีกหนึ่งกองกลางดาวรุ่งของบาร์เซโลนา ที่อยู่เป็นกำลังเสริมและได้ชูถ้วยยูโรไปล่าสุด, เอริค การ์เซีย ของบาร์เซโลนา, เซอร์จิโอ โกเมซ ของแมนฯ ซิตี ที่จะตบเท้าเข้ามาเป็นกำลังหลักให้ทีม

 

ครั้งล่าสุดที่พวกเขาได้เหรียญทองคือตอนที่ เป๊ป กวาร์ดิโอลา สวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติสเปน ในโอลิมปิกเกมส์ 1992 หรือ 32 ปีที่แล้วที่บาร์เซโลนา ซึ่งสเปนเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน

 

และหนนี้ด้วยขุมกำลังที่เชื่อได้ว่าจัดอยู่ในอันดับท็อปๆ ของทีมลุ้นเหรียญทอง และการอยู่ร่วมสายในรอบแบ่งกลุ่มกับ อุซเบกิสถาน อียิปต์ และโดมินิกัน ดูจะไม่ใช่งานยากที่จะกรุยทางเข้ารอบน็อกเอาต์เพื่อไปถึงรอบชิงลุ้นเหรียญทองในปีนี้

 

ฝรั่งเศส (เจ้าภาพ)

 

เธียร์รี อองรี รับหน้าที่เป็นโค้ชของทีมชาติฝรั่งเศสชุด U23 ลุยล่าเหรียญทอง ท่ามกลางกลุ่มผู้เล่นดาวรุ่งที่น่าสนใจ อย่าง ไมเคิล โอลิเซ แนวรุกที่เพิ่งเซ็นสัญญากับบาเยิร์น มิวนิก, อาแล็กซ็องเดร์ ลากาแซ็ต และ ไรอัน แชร์กี ของโอลิมปิก ลียง, ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า กองหน้าตัวจี๊ดของคริสตัล พาเลซ และ มานู โคเน กองกลางอนาคตไกลของโบรุสเซียมึนเชนกลัดบัค

 

รายชื่อเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ฝรั่งเศสในฐานะเจ้าภาพมีความมุ่งมั่นเป็นอย่างมากที่ต้องการคว้าเหรียญทองในกีฬาชนิดใหญ่อย่างฟุตบอล ที่พวกเขาไม่ได้สัมผัสมานานกว่า 40 ปี

 

การอยู่ร่วมกลุ่มกับสหรัฐอเมริกา กินี และนิวซีแลนด์ คือโอกาสดีที่จะเร่งทำผลงานผ่านเข้ารอบ 8 ทีม และไปลุ้นหักด่านบิ๊กทีมด้วยกันในรอบลึกๆ ซึ่งต้องบอกว่าทัพตราไก่คือหนึ่งในทีมเต็งมีลุ้นได้เหรียญทองครั้งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

 


 

ติดตามการแข่งขัน โอลิมปิก ปารีส 2024 – Paris 2024 Olympic Games ได้ที่

 

 

The post พรีวิวภาพรวมการแข่งขัน ‘ฟุตบอล’ โอลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
จูด เบลลิงแฮม ขึ้นปก EA FC 25 Ultimate Edition ร่วมกับตำนานอีกหลายคน https://thestandard.co/jude-bellingham-fc-25-ultimate-edition-cover/ Tue, 16 Jul 2024 03:46:59 +0000 https://thestandard.co/?p=958430 จูด เบลลิงแฮม FC 25

ฤดูกาลฟุตบอลเปลี่ยนผ่านไป ฤดูกาลใหม่กำลังจะเข้ามาแทน แล […]

The post จูด เบลลิงแฮม ขึ้นปก EA FC 25 Ultimate Edition ร่วมกับตำนานอีกหลายคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
จูด เบลลิงแฮม FC 25

ฤดูกาลฟุตบอลเปลี่ยนผ่านไป ฤดูกาลใหม่กำลังจะเข้ามาแทน และฤดูกาลของเกมก็เช่นเดียวกัน เมื่อ EA FC เกมฟุตบอลชื่อดัง มีข่าวลือว่ากำลังจะออกภาคใหม่ในวันที่ 27 กันยายนนี้ ทำให้พวกเขาออกปกเวอร์ชันพิเศษที่เรียกว่า Ultimate Edition ออกมาพร้อมกันด้วย

 

โดยในปกนี้มี จูด เบลลิงแฮม แนวรุกทีมชาติอังกฤษจากเรอัล มาดริด นั่งอยู่ตรงกลาง โดยรายล้อมด้วยนักฟุตบอลหญิงอย่าง ไอตานา บอนมาติ นักเตะทีมชาติสเปน และตำนานลูกหนังอีก 3 คน ได้แก่ จานลุยจิ บุฟฟอน อดีตนายทวารเบอร์ 1 ของโลกจากอิตาลี, ซีเดดีน ซีดาน อดีตนักเตะบัลลงดอร์จากฝรั่งเศส และ เดวิด เบ็คแฮม ตำนานจอมปั่นฟรีคิกจากอังกฤษ

 

รายงานระบุว่า ตัวเกมเวอร์ชัน Ultimate Edition จะมีราคาที่ 99.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,620 บาท โดยผู้ซื้อตัวเกมเวอร์ชันนี้จะได้รับสิทธิ์ Early Access เข้าเล่นเกมได้ก่อนใครในวันที่ 20 กันยายนด้วย ขณะที่สมาชิกของ EA Play จะได้รับสิทธิ์ทดลองเล่น 10 ชั่วโมงเช่นกัน

 

แม้ยังไม่มีการยืนยัน แต่เชื่อว่า FC 25 จะสามารถเล่นได้ทั้ง PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X และ S รวมไปถึงในคอมพิวเตอร์และ Nintendo Switch ด้วย

 

ภาพ: EA SPORTS FC / Facebook

อ้างอิง:

 

The post จูด เบลลิงแฮม ขึ้นปก EA FC 25 Ultimate Edition ร่วมกับตำนานอีกหลายคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลามีน ยามาล กับ ลิโอเนล เมสซี จะเผชิญหน้ากันในศึกฟินาลิสซิมา 2025 https://thestandard.co/yamal-and-messi-will-face-finalissima-2025/ Mon, 15 Jul 2024 10:51:50 +0000 https://thestandard.co/?p=958173 ลามีน ยามาล

ลามีน ยามาล กับ ลิโอเนล เมสซี จะเผชิญหน้ากันในศึก ฟินาล […]

The post ลามีน ยามาล กับ ลิโอเนล เมสซี จะเผชิญหน้ากันในศึกฟินาลิสซิมา 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลามีน ยามาล

ลามีน ยามาล กับ ลิโอเนล เมสซี จะเผชิญหน้ากันในศึก ฟินาลิสซิมา 2025

 

ฟินาลิสซิมาไฟนอล หรือ CONMEBOL–UEFA คัพออฟแชมเปียนส์ เป็นการนำแชมป์ทวีปอเมริกากับยุโรปมาพบกันในฐานะ 2 ทวีปมหาอำนาจแห่งวงการฟุตบอล

 

โดยหลังจากยูโร 2024 และโคปาอเมริกา 2024 จบลง และรู้ตัวแชมป์เป็นที่เรียบร้อย เราก็ได้รู้ว่าฟินาลิสซิมา 2025 จะเป็นการเจอกันของสเปน แชมป์ยุโรป พบกับอาร์เจนตินา แชมป์โคปาอเมริกา

 

ซึ่งนี่จะเป็นการเจอกันของ ลามีน ยามาล เด็กชายผู้ถูกเลือก กับ ลิโอเนล เมสซี ตำนานผู้ยังอยู่ในวงการด้วย

 

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post ลามีน ยามาล กับ ลิโอเนล เมสซี จะเผชิญหน้ากันในศึกฟินาลิสซิมา 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สิ่งที่สเปนทำได้แต่อังกฤษไม่ได้ทำ ความแตกต่างสู่แชมป์ยูโร 2024 https://thestandard.co/difference-to-euro-2024-champion/ Mon, 15 Jul 2024 09:40:36 +0000 https://thestandard.co/?p=958100

จบลงไปอย่างสมบูรณ์แล้วสำหรับฟุตบอลยูโร 2024 กับชัยชนะที […]

The post สิ่งที่สเปนทำได้แต่อังกฤษไม่ได้ทำ ความแตกต่างสู่แชมป์ยูโร 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>

จบลงไปอย่างสมบูรณ์แล้วสำหรับฟุตบอลยูโร 2024 กับชัยชนะที่คู่ควรของทีมชาติสเปน ซึ่งเฉือนเอาชนะทีมชาติอังกฤษได้อย่างหวุดหวิด 2-1 ได้ครองแชมป์ยุโรปสมัยที่ 4 สูงที่สุดในทำเนียบ และเป็นแชมป์ใหญ่รายการแรกนับตั้งแต่ที่ได้แชมป์ยูโร 2012 เมื่อ 12 ปีที่แล้ว

 

ในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่นี้ มีสิ่งที่น่าสนใจในการทำงานของทีมชาติสเปน ไม่ว่าจะเป็นตัวของ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต ในฐานะโค้ชใหญ่, สหพันธ์ฟุตบอลสเปน ไปจนถึงบรรดาผู้เล่นที่ทำหน้าที่ในสนาม


อะไรคือสิ่งที่สเปนทำแต่อังกฤษไม่ได้ทำในนัดชิงชนะเลิศครั้งนี้ และทำให้ทีม ‘กระทิงดุ’ เป็นฝ่ายได้รับชัยชนะที่ทุกคนเห็นตรงกันว่า ‘คู่ควร’

 

ต้องบอกว่าทีมของ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต ไม่ได้เป็นตัวเก็งเต็งหนึ่งของรายการยูโร 2024 ด้วยซ้ำไปครับ เพียงแต่พวกเขาพิสูจน์ผลงานให้เห็นตลอดทั้งรายการด้วยการคว้าชัยชนะรวด 7 นัดติดต่อกันตั้งแต่เกมแรกจนถึงเกมสุดท้าย

 

มีเพียงแค่เกมเดียวที่ต้องสู้กันถึงช่วงของการต่อเวลา คือวันที่ส่งเจ้าภาพเยอรมนีตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่มาได้ประตูชัยแบบไม่ให้ใครต้องแก้ตัวจาก มิเกล เมริโน ก่อนหมดช่วงการต่อเวลาพิเศษแค่นาทีเดียว

 

ทีมที่ไม่ได้เป็นตัวเต็ง ไม่ได้มีตัวแบก มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? และต่างจากอังกฤษอย่างไร?

 

 

กลยุทธ์การเล่นที่ชัดเจน

 

สิ่งที่สเปนในยุคของเด ลา ฟวนเต ได้รับการชื่นชมอย่างมากคือ สไตล์การเล่นที่ต้องบอกว่าแปลกและแตกต่างจากสเปนในยุคก่อนหน้านี้พอสมควร

 

ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สเปนประสบปัญหาติดอยู่ในวังวนของสไตล์ฟุตบอลแบบ ‘Tiki-Taka’ ที่เน้นการครองเกมเป็นหลัก ซึ่งก็เข้าใจได้ เพราะเป็นสไตล์ที่ทำให้พวกเขากวาดแชมป์ระดับเมเจอร์แบบ ‘แฮตทริก’ ในช่วงปี 2008-2012 กับแชมป์ยูโร 2 สมัย และแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยแรกอีก 1 สมัย

 

ปัญหาคือ ไม่เพียงแต่คู่แข่งชาติอื่นจะหาทางรับมือได้ดีขึ้น แต่ผู้เล่นที่เป็นหัวใจของระบบการเล่นสไตล์นี้ก็โรยราลงไปมากหลังจบศึกฟุตบอลยูโร 2012 สเปนจึงไม่เคยประสบความสำเร็จใดๆ อีกเลย

 

ตรงนี้เป็นจุดสำคัญที่เด ลา ฟวนเต ทำคือ การตัดสินใจรื้อระบบ ล้างสไตล์การเล่นกันใหม่ สเปนยุคของเขาครองบอลเป็นแต่ไม่เน้น สิ่งที่เน้นคือการเฉียบคมในการเข้าทำ ใช้ความเร็วของผู้เล่นที่จัดจ้านทางริมเส้น พูดง่ายๆ คือพูดน้อยต่อยหนัก ไม่ป้อไปป้อมาอย่างเดียวแต่ไม่ทำอะไรเหมือนช่วงก่อน

 

ในขณะที่อังกฤษเป็นทีมที่ขาดความชัดเจน แกเร็ธ เซาท์เกต ประสบปัญหาแบบ ‘ทุกขลาภ’ เพราะมีผู้เล่นที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์มากมายไปหมดและอยากจะใช้งานทุกคน จนทำให้ไป Compromise กับผู้เล่นมากกว่าจะยึดติดกับระบบ

 

จะเห็นได้จาก 3 นัดในรอบแรกอังกฤษมีปัญหาอย่างมาก จนมาเริ่มดีขึ้นเมื่อเซาท์เกตยอมใช้ ค็อบบี ไมนู กองกลางห้องเครื่องดาวรุ่ง ลงมาช่วยทีม และให้ ฟิล โฟเดน มาสร้างสรรค์เกมด้านในแทน จูด เบลลิงแฮม ที่มีอิสระไปตรงไหนก็ได้

 

แต่ถามว่านี่เป็นระบบหรือผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดของอังกฤษตอนนี้ไหม? ยากที่จะตอบ

 

 

โอกาสเป็นของทุกคน

 

จากด้านบน ในขณะที่เซาท์เกตลังเลใจที่จะใช้ผู้เล่นอย่างไมนูหรือแม้แต่ โคล พาลเมอร์ ที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมา 

 

แต่สำหรับเด ลา ฟวนเต เขาไม่มีความลังเลใจที่จะให้โอกาสผู้เล่นที่เลือกมาได้ลงสนาม

 

เริ่มจาก ลามีน ยามาล ดาวรุ่งที่ออกสตาร์ทรายการด้วยการเป็นนักเตะวัยเพียง 16 ปี ซึ่งเด็กที่สุดในประวัติศาสตร์ การเลือกเด็กอายุขนาดนี้ไม่ได้หมายความว่านักเตะต้องเก่งและมีพรสวรรค์อย่างเดียว แต่โค้ชก็ต้องกล้าที่จะเดิมพันด้วย

 

เด ลา ฟวนเต ยังให้โอกาส นิโก วิลเลียมส์, มาร์ก กูกูเรยา ไปจนถึงนักเตะที่กลายเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับสเปนอย่าง ดานี โอลโม ซึ่งเริ่มต้นด้วยการเป็นตัวสำรองทีเด็ด แต่ต้องลงมาปั้นเกมแทน เปดรี ที่โชคร้ายได้รับบาดเจ็บ

 

ตัวสำรองก็เช่นกัน มิเกล เมริโน, มิเกล โอยาร์ซาบาล หรือแม้แต่ มาร์ติน ซูบิเมนดี กองกลางตัวรับที่ต้องลงแทนโรดรี เสาหลักหินที่บาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหวในช่วงครึ่งหลัง กุนซือชาวสเปนกล้าที่จะให้โอกาสลงสนามทุกคน

 

เพราะเขาเลือกมาแล้ว

 

ขณะที่ม้านั่งสำรองของอังกฤษ นักเตะอย่าง แอนโธนี กอร์ดอน หรือ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้แต่นั่งเหงาอยู่ข้างสนาม

 

 

Resilient ล้มลุกบุกต่อ

 

ช่วงหนึ่งของเกมที่โมเมนตัมทำท่าจะพลิกผันคือช่วงนาทีที่ 73 หลังจากที่อังกฤษตามตีเสมอได้จากลูกยิงที่ ‘คลีน’ เหมือนอกไก่ของ โคล พาลเมอร์ 

 

ลูกยิงของเขาทำให้สเปน ‘COLD’ ได้แล้ว เพราะในช่วงเวลานั้นอังกฤษเริ่มที่จะเป็นฝ่ายบุกกดดันได้มากขึ้น หนักขึ้น หลังจากที่พาลเมอร์ถูกส่งลงสนามมาแค่ 3 นาทีเท่านั้น ในขณะที่สเปน การเสียโรดรีที่บาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ต้องให้ซูบิเมนดีลงมาแทน ก็ทำให้เกิดความหวั่นไหวอยู่พอสมควร

 

ในสถานการณ์ตอนนั้นที่สเปนกำลังเสียหลัก อังกฤษควรจะใช้การเปลี่ยนของโมเมนตัมเกมบุกต่อเพื่อชัยชนะ

 

แต่ทีมของเด ลา ฟวนเต ได้พิสูจน์ธาตุทรหดและความเยือกเย็นให้เห็น ด้วยการค่อยๆ ดึงเกมกลับมาเข้าทางของตัวเองอีกครั้ง ค่อยๆ ต่อบอลไปมาจนกลับมาเป็นฝ่ายครองเกม 

 

ส่วนหนึ่งเพราะอังกฤษของเซาท์เกตเป็นทีมที่ ‘ระวังมากเกินไป’ ในการเล่น จนไม่กล้าที่จะเปิดฉากรุกไล่ใส่คู่แข่ง ซึ่งไม่ได้เพิ่งเป็นในเกมนี้ แต่เป็นมาตลอด 

 

แต่ส่วนสำคัญก็ต้องยกเครดิตให้กับสเปนที่ล้มแต่กลับมาลุกใหม่ได้อีกครั้ง

 

 

Step Up รับผิดชอบร่วมกัน

 

ในช่วง 15 นาทีสุดท้ายของเกม เป็นช่วงสำคัญที่สุดที่ถึงตรงนั้นคำสั่งของโค้ชจากข้างสนามมันแทบจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้น้อยแล้ว เพราะสู้กันมาขนาดนี้นักเตะเหนื่อยและอ่อนล้ากันหมด

 

แต่ลูกทีมของเด ลา ฟวนเต ทำให้เห็นว่า พวกเขาพร้อมที่จะกัดฟันเฮือกสุดท้ายเพื่อพยายามให้ถึงที่สุด

 

อย่างที่บอกครับว่า การเล่นกับอังกฤษนั้นไม่ง่ายเลยทั้งเกม พวกเขาตั้งรับลึกพอสมควร ไม่เปิดพื้นที่ คุณภาพของผู้เล่นก็สูง บางจุดของสนามดูจะสูงกว่าสเปนด้วย แต่สิ่งที่สเปนทำในช่วงท้ายคือ การที่นักเตะแต่ละคน Step Up ตัวเองขึ้นมา

 

ตัวอย่างแรกคือ นิโก วิลเลียมส์ ที่อาจจะไม่ได้โดดเด่นตลอดเวลานัก แต่เมื่อกัปตันทีม อัลวาโร โมราตา ถูกเปลี่ยนตัวออกไปแล้ว (ก่อนเสียประตูตีเสมอนิดเดียว) ปีกจากแอธเลติก บิลเบา ที่คาดว่าจะมียักษ์ใหญ่แย่งตัวกันหลังจบยูโร ได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามมากขึ้นที่จะเจาะแผงหลังของอังกฤษ หรืออย่างน้อยสร้างความปั่นป่วนพะวงให้ด้วยการเล่นที่ทั้งแข็งแรงและกล้าหาญ

 

ตัวอย่างต่อมาคือ แบ็กที่มีหน้าที่ในเกมรับและเชื่อมเกมเป็นหลักอย่าง มาร์ก กูกูเรยา พยายามขยับที่จะดันเกมขึ้นมาเพื่อสนับสนุนเกมรุก

 

อีกคนคือ มิเกล โอยาร์ซาบาล กองหน้าตัวสำรองที่เหมือนจะบอบบาง อ่อนแอ และช้าเกินกว่าจะเล่นงานแนวรับอังกฤษที่ต้องบอกว่ายอดเยี่ยมอย่างมากทั้ง จอห์น สโตนส์ และ มาร์ก เกฮี 

 

ประตูชัยของสเปนมาจากจังหวะการเล่นสอดประสานที่สวยงาม และเป็นกูกูเรยาที่เติมขึ้นมาตบเข้ากลางให้โอยาร์ซาบาลชิงจังหวะเอาชนะสโตนส์ได้

 

และคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ ฟาเบียน รูอิซ กองกลางตัวขับเคลื่อนเกมที่เป็น ‘MVP’ ของผม (และของใครอีกหลายคน) ในรายการนี้ ที่เมื่อไม่มีโรดรีอยู่ก็พยายามมากขึ้น อีกทั้งในการทำหน้าที่เกมรับและการขับเคลื่อนแดนกลาง

 

ในขณะที่นักเตะทีมชาติอังกฤษที่อยู่ในสนามเวลานั้นไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความร้อนแรงในแบบเดียวกัน

 

และโอกาสที่ดีที่สุดคือลูกโหม่งชุลมุนในกรอบเขตโทษที่ออลโมไม่ยอมให้บอลผ่านเส้นประตู ซึ่งกลายเป็นการเซฟแห่งทัวร์นาเมนต์

 

 

เวอร์ชันที่ดีที่สุด

 

สุดท้ายสำหรับสเปนคือพวกเขาทำทุกอย่างอย่างดีที่สุด เต็มที่ที่สุดเท่าที่ความสามารถจะทำได้ เป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของพวกเขา

 

มันเริ่มตั้งแต่สหพันธ์ฟุตบอลสเปนที่ให้โอกาสและสนับสนุนเด ลา ฟวนเต ซึ่งความจริงช่วงแรกที่รับงานในปี 2022 ผลงานก็ไม่ดีนัก แต่เพราะเชื่อในระบบและโครงสร้างของฟุตบอลภายในประเทศ ซึ่งโค้ชคนนี้เป็นคนที่พาทีมชาติสเปนชุดเยาวชนคว้าแชมป์ได้ถึง 2 รุ่นมาก่อน (U15 และ U19) รู้จักนักเตะหลายคนในทีมเป็นอย่างดี

 

ขณะที่เด ลา ฟวนเต ใช้เซลล์สมองทุกเซลล์คิด วางแผน และจัดการ ทำให้สเปนเล่นได้ในเวอร์ชันที่ดีที่สุด ซึ่งมันถูกถ่ายทอดลงมาถึงลูกทีมทุกคน

 

ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของแท็กติก แต่เป็นเรื่องของระบบความคิดและจิตใจ (Mentality) ด้วย

 

จุดนี้คือสิ่งที่หลายคนเสียดายทีมชาติอังกฤษชุดนี้มากที่สุด เพราะเต็มไปด้วยผู้เล่นพรสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่มากมาย จูด เบลลิงแฮม, บูกาโย ซากา, ฟิล โฟเดน, ดีแคลน ไรซ์ ไปจนถึงกัปตันจอมอาภัพ แฮร์รี เคน และตัวสำรองสุดอดทนอย่าง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

 

ทุกคนอยากเห็นว่าถ้าทีมชุดนี้เล่นแบบเต็มศักยภาพจริงๆ เล่นฟุตบอลเกมรุกที่มีสไตล์และประสิทธิภาพในเวลาเดียวกันจะทำได้ขนาดไหน

 

ขนาดเล่นกันแบบตู้ๆ ยังถูๆ ไถๆ มาถึงรอบชิงชนะเลิศได้

 

What if…

 

น่าเสียดายที่เราไม่ได้คำตอบในเวลานี้ครับ ส่วนจะได้คำตอบหรือไม่ ในอนาคตยังเป็นเรื่องที่ต้องรอดูกัน

 

แต่ผู้รู้ในวงการฟุตบอลเชื่อว่าอังกฤษกับเซาท์เกตมาสุดทางรักแล้ว

 

ไปมากกว่านี้ไม่ได้ เจ็บมากกว่านี้ก็ไม่ไหว คำถามอะไรก็ตามทดไว้ในใจไปก่อน

 

ท้ายที่สุดขอแสดงความยินดีกับแฟนบอลทีมชาติสเปนด้วยครับ สุดยอดและคู่ควรกับตำแหน่งแชมป์อย่างแท้จริง

The post สิ่งที่สเปนทำได้แต่อังกฤษไม่ได้ทำ ความแตกต่างสู่แชมป์ยูโร 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประมวลภาพ ‘สเปน’ เถลิงแชมป์ยุโรปสมัยที่ 4 สุดยิ่งใหญ่ https://thestandard.co/spain-european-championship-4th-time/ Mon, 15 Jul 2024 05:57:00 +0000 https://thestandard.co/?p=957885 สเปน แชมป์ยุโรปสมัยที่ 4

วันนี้ (15 กรกฎาคม) การแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 นัดชิงชนะ […]

The post ประมวลภาพ ‘สเปน’ เถลิงแชมป์ยุโรปสมัยที่ 4 สุดยิ่งใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สเปน แชมป์ยุโรปสมัยที่ 4

วันนี้ (15 กรกฎาคม) การแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 นัดชิงชนะเลิศ ระหว่างทีมชาติสเปนที่ฟอร์มร้อนแรงที่สุดในรายการนี้ พบกับทีมชาติอังกฤษที่ตีตั๋วเข้ารอบชิงชนะเลิศได้ 2 ครั้งติดต่อกัน

 

โดยผลปรากฏว่า เป็นสเปนที่ออกนำก่อนในช่วงต้นครึ่งหลังจาก นิโก วิลเลียมส์ ก่อนที่ทัพสิงโตคำรามจะทวงประตูตีเสมอจาก โคล พาลเมอร์ ที่ลุกจากม้านั่งสำรองมายิงในนาทีที่ 73

 

ทว่าในช่วงท้ายเกม ทัพกระทิงดุมาได้ มิเกล โอยาร์ซาบัล พังประตูชัยในนาทีที่ 86 ส่งผลให้สเปนเอาชนะอังกฤษในเวลา 90 นาทีไปได้ 2-1 พร้อมคว้าแชมป์ยูโร 2024 ซึ่งนับเป็นแชมป์ยุโรปสมัยที่ 4 (ต่อจากปี 1964, 2008 และ 2012) และเป็นจำนวนแชมป์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของยุโรป

 

นอกจากนั้นทีมของ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต ยังเป็นทีมแรกที่ชนะรวด 7 นัดติดต่อกันในทัวร์นาเมนต์ยูโร 2024 หนนี้

 

ขณะที่รางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำรายการตกเป็นของ ลามีน ยามาล เจ้าหนูวัย 17 ปีของสเปนที่โชว์ฟอร์มเก่งเกินวัยได้อย่างโดดเด่น และรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำรายการเป็นของ โรดรี หัวใจแดนกลางของทัพกระทิงดุชุดนี้

 

สเปน แชมป์ยุโรปสมัยที่ 4

สเปน แชมป์ยุโรปสมัยที่ 4

สเปน แชมป์ยุโรปสมัยที่ 4

สเปน แชมป์ยุโรปสมัยที่ 4

สเปน แชมป์ยุโรปสมัยที่ 4

 

The post ประมวลภาพ ‘สเปน’ เถลิงแชมป์ยุโรปสมัยที่ 4 สุดยิ่งใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ มั่นใจ อังกฤษแชมป์ยูโร 2024 พร้อมเชียร์แบบไม่เผื่อใจ https://thestandard.co/pm-srettha-predicts-england/ Sun, 14 Jul 2024 08:07:36 +0000 https://thestandard.co/?p=957671

วันนี้ (14 กรกฎาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง […]

The post นายกฯ มั่นใจ อังกฤษแชมป์ยูโร 2024 พร้อมเชียร์แบบไม่เผื่อใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (14 กรกฎาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 นัดชิงชนะเลิศ โดยกล่าวว่า “ผมเชียร์อังกฤษอยู่แล้ว ถึงสเปนจะเป็นต่อเล็กน้อย แต่ผมว่าเรื่องของความสด เรื่องของดวง ดูแล้วน่าจะเป็นใจให้กับอังกฤษ แต่ผมว่าอย่างหนึ่งที่เขาอาจไม่ต้องพึ่งดวง ก็คือเรื่องการดวลจุดโทษที่น่าจะเตรียมพร้อมมาดี น่าจะเฉียบ ค่อนข้างมั่นใจในอังกฤษ ไม่มีเผื่อใจครับชนะแน่นอน”

 

เมื่อถามต่อว่าแฟนบอลส่วนใหญ่เชียร์อังกฤษเหมือนกันหรือไม่นั้น นายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่ทุกคนที่เชียร์อังกฤษ “เมื่อวานมีเพื่อนที่ไม่เชียร์อังกฤษเขาส่งแผนที่ยุโรปมา ทุกที่เป็นสีธงชาติสเปนหมดเลย ยกเว้นแค่อังกฤษ ขนาดสกอตแลนด์และเวลส์ยังเชียร์สเปนเลย” ส่วนแฟนบอลไทยจะเชียร์อังกฤษใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น

 

ทั้งนี้ ฟุตบอลยูโร 2024 นัดชิงชนะเลิศระหว่างทีมชาติอังกฤษพบสเปน ที่สนามโอลิมปิกสเตเดียม กรุงเบอร์ลิน จะแข่งขันในเวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทาง PPTV HD ช่อง 36 และ True Premier Football HD 3

The post นายกฯ มั่นใจ อังกฤษแชมป์ยูโร 2024 พร้อมเชียร์แบบไม่เผื่อใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สเปน vs อังกฤษ : พรีวิว ฟุตบอล EURO 2024 รอบชิงชนะเลิศ https://thestandard.co/spain-vs-england-euro-2024-final/ Sun, 14 Jul 2024 04:00:56 +0000 https://thestandard.co/?p=957335 ลามีน ยามาล และ จูด เบลลิงแฮม จาก สเปน และ อังกฤษ ตามลำดับ

สเปน vs อังกฤษ : พรีวิว ฟุตบอล ยูโร 2024 (EURO 2024) รอ […]

The post สเปน vs อังกฤษ : พรีวิว ฟุตบอล EURO 2024 รอบชิงชนะเลิศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลามีน ยามาล และ จูด เบลลิงแฮม จาก สเปน และ อังกฤษ ตามลำดับ

สเปน vs อังกฤษ : พรีวิว ฟุตบอล ยูโร 2024 (EURO 2024) รอบชิงชนะเลิศ – ถ่ายทอดสด

 

วันนี้ 15 กรกฎาคม การแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 เดินทางเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง สเปน ที่ฟอร์มร้อนแรงสุดๆ และอดีตแชมป์ 3 สมัย พบกับ อังกฤษ อีกหนึ่งทีมเต็งแชมป์ของรายการ ที่กำลังไล่ล่าแชมป์สมัยแรก โดยจะแข่งกันที่สนามโอลิมปิก สเตเดียม กรุงเบอร์ลิน เวลา 02.00 น. ถ่ายทอดสดทาง PPTV HD ช่อง 36 และ True Premier Football HD 3

 

และเช่นเคย THE STANDARD SPORT รวบรวมข้อมูลสำคัญ เพื่อพาแฟนบอลไปดูความพร้อม รวมถึงสถิติต่างๆ ของทั้งสองทีมที่เตรียมลงแข่งในรอบชิงชนะเลิศ ที่มีแชมป์ยุโรปเป็นเดิมพัน!

 

ทีมชาติ สเปน ยูโร 2024

 

ความพร้อมทีมชาติสเปน (อันดับ 8 ของโลก)

 

กลายเป็น ‘เต็งแชมป์’ ของรายการนี้อย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับทีมชาติสเปนของ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต หลังจากพวกเขาถือครองสถิติชนะรวด 6 นัดทีมเดียวในรายการนี้ และผลงานล่าสุดคือการเขี่ยเจ้าภาพเยอรมนีตกรอบ 8 ทีม และฝรั่งเศส ที่เป็นทีมดังของทัวร์ตกรอบรองฯ ที่ผ่านมา

 

เกมรุกที่เล่นด้วยแท็กติกที่หลากหลายและหวือหวายังคงเป็นจุดขายของทัพกระทิงดุชุดนี้ รวมถึงเกมรับที่ไว้ใจได้พอสมควร ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่แกร่งทั่วแผ่นในทัวร์นาเมนต์นี้

 

ขณะที่สภาพความพร้อมเกมนี้ สเปนจะไม่มีเปดรี ที่มีอาการบาดเจ็บจากนัดชนะเยอรมนี และยังต้องเช็กความฟิตของ อัลบาโร โมราตา เช่นกัน ส่วนผู้เล่นที่เหลือพร้อมเป็นตัวสอดแทรกเพื่อลงสนามไล่ล่าแชมป์สมัย 4 ในเกมนัดนี้

 

คาดการณ์ 11 ผู้เล่นตัวจริง

 

อูไน ซิมอน (ผู้รักษาประตู), ดานี การ์บาฆาล, โรบิน เลอ นอร์ม็อง, เอเมอริก ลาปอร์ต, มาร์ก กูกูเรยา, โรดรี, ฟาเบียน รุยซ์, ดานี โอลโม, นิโก วิลเลียมส์, ลามีน ยามาล และ อัลบาโร โมราตา

 

ผลงาน 5 นัดหลังสุด | ชนะ 5 นัดรวด

 

  • ชนะฝรั่งเศส 2-1
  • ชนะเยอรมนี 2-1
  • ชนะจอร์เจีย 4-1
  • ชนะแอลเบเนีย 1-0
  • ชนะอิตาลี 1-0

 

ทีมชาติ อังกฤษ ยูโร 2024

 

ความพร้อมทีมชาติอังกฤษ (อันดับ 5 ของโลก)

 

ทีมชาติอังกฤษในมือของ แกเร็ธ เซาท์เกต แม้จะตะลุยเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศตามความคาดหมาย แต่เมื่อมองไปถึงรายละเอียดในสนาม อาจไม่เป็นที่น่าพอใจสำหรับแฟนบอลมากนัก ด้วยรูปแบบการเล่นที่ไม่หวือหวาและมีช็อตหวาดเสียวด้วยการตกเป็นรองคู่แข่งในเกมหลายต่อหลายครั้ง แต่ทุกครั้งทีมของเซาท์เกตก็ยังเอาตัวรอดมาถึงเกมนี้ได้

 

เรื่องของคุณภาพผู้เล่นในภาพรวมไม่ใช่สิ่งที่เป็นปัญหาของทีมแต่อย่างใด หากแต่ยังติดที่เรื่องของกลยุทธ์ที่ยังจูนกันไม่ติด และบ่อยครั้งยังต้องอาศัยความสามารถส่วนตัวของนักเตะที่การลุ้นประตูเสมอ

 

ส่วนสภาพความพร้อมของทีมในเกมนี้ ทัพสิงโตคำรามไร้ปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ โดยคาดว่าเซาท์เกตจะยังยึดผู้เล่นชุดเดิมที่นำโดยเกมรุกอย่าง เคน, เบลลิงแฮม และโฟเดน โดยมีเจ้าหนู ค็อบบี ไมนู ยึดตัวจริงคู่กับไรซ์ในแดนกลาง และ โคล พาลเมอร์ อาจมีเซอร์ไพรส์ได้ลงตัวจริงในเกมนี้

 

คาดการณ์ 11 ผู้เล่นตัวจริง

 

จอร์แดน พิกฟอร์ด (ผู้รักษาประตู), ไคล์ วอล์กเกอร์, จอห์น สโตนส์, มาร์ค เกฮี, บูกาโย ซากา, ค็อบบี ไมนู, ดีแคลน ไรซ์, ลุค ชอว์, ฟิล โฟเดน, จูด เบลลิงแฮม และ แฮร์รี เคน

 

ผลงาน 5 นัดหลังสุด | ชนะ 3 เสมอ 2

 

  • ชนะเนเธอร์แลนด์ 2-1
  • ชนะสวิตเซอร์แลนด์ 1-1 (จุดโทษ 5-3)
  • ชนะสโลวาเกีย 2-1
  • เสมอสโลวีเนีย 0-0
  • เสมอเดนมาร์ก 1-1

 

ทีมชาติสเปน ทีมชาติอังกฤษ นัดล่าสุด

 

สเปน vs. อังกฤษ : ผลการดวลกัน 5 นัดหลังสุด 

 

ผลการดวลกัน 5 นัดหลังที่พบกันของทั้งสองทีมถือว่าสูสีเป็นอย่างมาก โดยต่างฝ่ายผลัดกันแพ้-ชนะมาโดยตลอด และนี่คือผลการแข่งขันที่ดวลกัน 5 นัดหลังสุด

 

  • สเปน 2-3 อังกฤษ (2018)
  • อังกฤษ 1-2 สเปน (2018)
  • อังกฤษ 2-2 สเปน (2016)
  • สเปน 2-0 อังกฤษ (2015)
  • อังกฤษ 1-0 สเปน (2011)

 

โปรแกรม ถ่ายทอดสด

 

โปรแกรมฟุตบอล ยูโร 2024 รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง สเปน vs อังกฤษ แข่งกันที่สนามโอลิมปิก สเตเดียม กรุงเบอร์ลิน เวลา 02.00 น. ถ่ายทอดสด ทาง PPTV HD ช่อง 36 และ True Premier Football HD 3

The post สเปน vs อังกฤษ : พรีวิว ฟุตบอล EURO 2024 รอบชิงชนะเลิศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สเปน หรือ อังกฤษ? ฉากสุดท้าย ยูโร 2024 ที่ เบอร์ลิน https://thestandard.co/opinion-spain-england-euro-2024/ Sun, 14 Jul 2024 02:30:09 +0000 https://thestandard.co/?p=957439

เผลอใจไม่นาน ฟุตบอล ‘ยูโร 2024’ กำลังจะเดินทางมาถึงฉากส […]

The post สเปน หรือ อังกฤษ? ฉากสุดท้าย ยูโร 2024 ที่ เบอร์ลิน appeared first on THE STANDARD.

]]>

เผลอใจไม่นาน ฟุตบอล ‘ยูโร 2024’ กำลังจะเดินทางมาถึงฉากสุดท้ายแล้วนะครับ

 

ตลอดระยะเวลาร่วม 1 เดือนที่ผ่านมา แม้ว่ารายการครั้งนี้จะไม่ได้เป็นฟุตบอลที่สนุกหรือมีคุณภาพดีที่สุด แต่ระหว่างทางก็มีเรื่องราวและความทรงจำเกิดขึ้นมากมาย

 

เกมสุดเร้าใจของตุรกีและจอร์เจียท่ามกลางสายฝนที่หล่นลงมาจากฟ้าใส่หลังคาสนามเวสต์ฟาเลนสตาดิโอน, ลูกยิงมหัศจรรย์ของ จูด เบลลิงแฮม, ดวงดาวพราวแสงที่ถูกค้นพบใหม่อย่าง อาร์ดา กูเลอร์, นิโก วิลเลียมส์ และ ลามีน ยามาล

 

เสียงแซกโซโฟนของ อังเดร ชนูรา ที่เป็นหนึ่งในสีสันที่สวยงามที่สุดเคียงคู่กับคลื่นสีส้มของกองทัพ ‘ออรานเย’ 

 

ที่สุดแล้วเรากำลังเดินมาถึงปลายสายของเส้นทางกับคำถามสุดท้าย

 

ระหว่างทีมที่เล่นได้ดีที่สุดในรายการอย่างสเปน กับทีมที่เหมือนจะมีดวงวาสนาอย่างอังกฤษ ใครจะเป็นผู้พิชิตดินแดนลูกหนังยุโรปในศึกครั้งนี้

 

เกมนัดชิงชนะเลิศของยูโร 2024 จะมีขึ้นที่สนามโอลิมเปียสตาดิโอน ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นสนามที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของเยอรมนีครับ

 

 

สนามแห่งนี้อยู่ยั้งยืนยงเหนือกาลเวลามาร่วม 100 ปี โดยเป็นผลงานการออกแบบของ แวร์เนอร์ เมิร์ช สถาปนิกชาวเยอรมัน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้สำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนในปี 1936 

 

ปีเดียวกับที่ เจสซี โอเวนส์ นักวิ่งทีมชาติสหรัฐอเมริกา สร้างตำนานคว้า 4 เหรียญทองในการแข่งขัน ‘นาซีโอลิมปิก’ นักวิ่งเชื้อสายแอฟริกันที่มาทำให้ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำแห่งอาณาจักรไรช์ที่ 3 ต้องขุ่นเคือง 

 

โดยความลับของนักวิ่งอยู่ที่รองเท้าของโอเวนส์ ​ซึ่งเป็นผลงานของ อดอล์ฟ และ รูดอล์ฟ ดาสเลอร์ สองพี่น้องช่างทำรองเท้าด้วย

 

เรื่องของโอเวนส์ รองเท้าของเขา และโอลิมปิกเกมส์ในครั้งนั้น เดี๋ยวคงมีให้ติดตามกันในช่วงกีฬาโอลิมปิกที่ THE STANDARD จะเกาะติดเหมือนเดิมครับ และผมเองคงมีโอกาสได้ขีดๆ เขียนๆ เรื่องราวที่น่าสนใจให้ได้อ่านกันบ้างเช่นเคย

 

กลับมาที่นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลยูโรในครั้งนี้ จับกระแสลมของข่าวแล้ว ทิศทางค่อนข้างชัดเจนว่าเกือบทั้งหมดเชื่อว่า ‘สเปน’ เป็นตัวเต็งจะคว้าแชมป์

 

เรื่องนี้แม้แต่ แกเร็ธ เซาท์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ก็บอกเช่นเดียวกันครับว่า “สเปนคือตัวเต็ง” 

 

เหตุผลนั้นชัดเจน ทีมของ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต เป็นทีมที่ทำผลงานได้ดีและโดดเด่นที่สุดในรายการครั้งนี้ เป็นทีมเดียวที่ชนะในเวลา 6 นัดรวด ไม่ต้องเล่นต่อเวลาพิเศษเลยแม้แต่เกมเดียว โดยทีมที่เอาชนะได้ก็ล้วนเป็น ‘ของแข็ง’ ทั้งสิ้น

 

ไม่ว่าจะเป็นอิตาลี, โครเอเชีย, แอลเบเนีย ในรอบแรก ต่อด้วยจอร์เจีย (ที่อาจจะดูเบาที่สุด แต่ก็เกือบทำแสบเหมือนกัน), เยอรมนี และฝรั่งเศส โดยเฉพาะสองทีมหลังที่สามารถบอกได้ว่าแทบจะเป็นนัดชิงชนะเลิศกลายๆ เลยทีเดียว

 

 

สเปนชุดนี้เป็นชุดที่มีสไตล์ แนวคิด และวิธีการเล่น ที่แตกต่างจากหลายชุดที่ผ่านมา พวกเขาละทิ้งแนวทางการครองเกมเป็นหลักด้วยการต่อบอลสั้นที่เรียกขานกันว่า ‘Tiki-Taka’ และหันมาเล่นด้วยความรวดเร็วและเฉียบคมแทน

 

ไม่จำเป็นต้องครองบอลเยอะ แค่ขอให้ออกอาวุธได้หนักแน่นและคมก็พอ

 

ที่สำคัญคือ เป็นทีมที่ทุกคนเล่นเพื่อกันและกัน ไม่มีใครเป็นสตาร์แบกทีมคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นคนที่โดดเด่นอย่าง ลามีน ยามาล, นิโก วิลเลียมส์, ดานี โอลโม ไปจนถึงคนที่ปิดทองหลังพระอย่าง ฟาเบียน รูอิซ, โรดรี, มาร์ก กูกูเรยา และตัวสำรองอย่าง มิเกล เมริโน หรือ มิเกล โอยาร์ซาบาล ทุกคนเล่นเพื่อทีมหมด

 

จุดนี้อาจจะตรงข้ามกับอังกฤษภายใต้ แกเร็ธ เซาท์เกต นิดหน่อย เพราะทีม ‘สิงโตคำราม’ มาถึงจุดนี้ได้ก็ต้องยอมรับว่าความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นมีส่วนสำคัญอย่างมากที่ทำให้พลิกสถานการณ์กลับมาได้ตลอด

 

จูด เบลลิงแฮม กับการทำประตูด้วยลูกจักรยานอากาศในช่วงทดเวลาบาดเจ็บในนาทีสุดท้าย เปลี่ยนโชคชะตาของอังกฤษไปอย่างสิ้นเชิง

 

ต่อด้วยลูกยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษในเกมกับสวิตเซอร์แลนด์ของ บูกาโย ซากา และลูกยิงจับยัดของ โอลลี วัตกินส์ ในรอบตัดเชือกกับเนเธอร์แลนด์

 

เรียกว่าถึงทีมเวิร์กและวิธีการเล่นจะไม่ได้ดูดีและน่าดึงดูดเท่าไรนัก แต่อังกฤษมีความ Resilient ตายยากตายเย็นไม่พอ ยังหาทางกลับมาได้เสมอด้วย 

 

 

แต่ต้องให้เครดิตกับเซาท์เกตที่ค่อยๆ ปรับแต่งอังกฤษจนมีคำตอบที่ใช่มากขึ้นเรื่อยๆ จากทีมที่โดนแฟนบอลโห่ใส่ตลอดเวลา ถึงขั้นขว้างปาแก้วเบียร์ลงมาใส่ผู้จัดการทีมและนักเตะ หลังจบเกมสุดท้ายของรอบแรกที่เสมอสโลวีเนียแบบน่าผิดหวัง ตอนนี้พวกเขาดีขึ้นตามลำดับทั้งวิธีการเล่นและผลงาน

 

ดังนั้นถึงสเปนจะเป็นตัวเต็ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะประมาททีมอย่างอังกฤษที่มี ‘ทีเด็ด’ ที่พร้อมจะเล่นงานทีมอื่นได้ตลอดเวลา และมีตัวสำรองเป็นอาวุธลับอีกเพียบที่ข้างสนามไม่ว่าจะเป็น เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โคล พาลเมอร์, โอลลี วัตกินส์ หรือ ไอแวน โทนีย์

 

ก่อนเกมนัดนี้จึงมีบทวิเคราะห์ออกมามากมายครับ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการตั้งคำถามว่า ‘อังกฤษจะพิชิตสเปนได้อย่างไร?’ โดย The Analyst วิเคราะห์เอาไว้แบบนี้ครับ

 

  • สเปนมีจุดอ่อนที่เกมรับยังมีความเปราะบางให้เห็นอยู่ เพียงแต่ในหลายนัดพวกเขาเอาตัวรอดได้ด้วยความเหนียวของ อูไน ซิมอน ผู้รักษาประตู
  • คู่เซ็นเตอร์แบ็กของสเปนยังมีเครื่องหมายคำถามว่าคู่ไหนดีที่สุด? ระหว่าง โรบิน เลอ นอร์มานด์, เอเมอริก ลาปอร์ต หรือ นาโช 
  • เมื่อสเปนขึ้นนำคู่แข่งมักจะถอนลงมาตั้งรับ ไม่ได้บดขยี้เพื่อทำประตูหนีห่าง
  • สเปนเป็นทีมที่มีเกมเพรสซิงดีที่สุด เพราะมี โรดรี, ฟาเบียน รูอิซ และ ดานี โอลโม แต่ถ้าคู่แข่งแก้ลำแกะเกมเพรสซิงได้ จะผ่านไปเจอแนวรับที่เปราะบางได้ทันที
  • ตัวสำรองที่ลงมาเพื่อเปลี่ยนเกมไม่ได้โดดเด่นมากนัก

 

ในขณะที่ The Telegraph วิเคราะห์จุดสำคัญเอาไว้ดังนี้ครับ

 

  • การดวลกันระหว่าง บูกาโย ซากา กับ มาร์ก กูกูเรยา จะเป็นหนึ่งในจุดชี้ขาดเกม ถ้าปีกจากอาร์เซนอลเอาชนะแบ็กจากเชลซีได้ อังกฤษจะมีโอกาส
  • อังกฤษต้องตัดโรดรีออกจากเกมให้ได้ เพราะนี่คือกองกลางตัวรับที่ดีที่สุดของโลกที่ทำได้ทุกอย่างตั้งแต่ตัดเกม ทำลายเกม ไปจนถึงคุมจังหวะเกม สร้างเกม และจบสกอร์ด้วยตัวเองได้ด้วย คนที่จะต้องเจอกับโรดรีก็คือ ฟิล โฟเดน รุ่นน้องในทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้
  • ดึงกุญแจรถสปอร์ตสองคันของสเปนอย่าง ลามีน ยามาล และ นิโก วิลเลียมส์ ให้ได้ เพราะนี่คือเครื่องจักรสำคัญในการทำเกมรุกของสเปน ถ้าหยุดสองตัวอันตรายที่สุดได้ สเปนก็ลดความน่ากลัวลงไปมาก
  • อังกฤษต้องเล่นอย่างอดทน รับให้เหนียวแน่น แล้วรอจังหวะสวนกลับที่ต้องเข้าทำให้เฉียบคมที่สุด

 

 

ส่วนถ้าใครถามว่าสเปนจะชนะอังกฤษได้อย่างไร? ผมคิดว่าเรื่องนี้คิดอ่านง่ายกว่ามากครับ 

 

พวกเขาแค่เล่นให้เป็นตัวเอง เล่นในเกมของตัวเอง และถ้าให้ดีควรขึ้นนำ 2 ประตูให้ได้ เพราะเราได้เห็นแล้วใน 3 นัดของรอบน็อกเอาต์ว่าสโลวาเกีย, ​สวิตเซอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ มีชะตากรรมอย่างไรเมื่อนำแค่ 1 ประตู

 

ท้ายที่สุดแล้วจะเป็นสเปนที่คว้าแชมป์สมัยที่ 4 เป็นทีมที่คว้าแชมป์ยูโรมากที่สุดทีมเดียว

 

หรือจะเป็น ‘It’s coming home’ ของอังกฤษ การคว้าแชมป์ที่ไม่น่าเชื่อแต่ต้องเชื่อที่สุด

 

คืนนี้เราจะได้รู้กัน ขอให้เป็นฟุตบอลที่มัน เป็นเกมที่ดี เพื่อปิดฉากยูโรครั้งนี้อย่างสวยงามไปด้วยกันครับ

The post สเปน หรือ อังกฤษ? ฉากสุดท้าย ยูโร 2024 ที่ เบอร์ลิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
MATCHDAY: ฟุตบอล ยูโร 2024 วันที่ 15 ก.ค. 2024 (นัดชิงชนะเลิศ) https://thestandard.co/matchday-15-07-2024/ Sun, 14 Jul 2024 01:00:45 +0000 https://thestandard.co/?p=957447

สเปน ดวล อังกฤษ ยูโร 2024 นัดชิงชนะเลิศ 🔥   ศึกฟุต […]

The post MATCHDAY: ฟุตบอล ยูโร 2024 วันที่ 15 ก.ค. 2024 (นัดชิงชนะเลิศ) appeared first on THE STANDARD.

]]>

สเปน ดวล อังกฤษ

ยูโร 2024 นัดชิงชนะเลิศ 🔥

 

ศึกฟุตบอลยูโร 2024 ดำเนินมาถึงเกมรอบชิงชนะเลิศ โดยการแข่งขันคืนนี้ (เช้ามืดวันที่ 15 กรกฎาคม) เป็นการพบกันระหว่างทีมชาติสเปนที่กำลังร้อนแรงสุดๆ ดวลกับทีมชาติอังกฤษ ที่พุ่งเข้ารอบชิงชนะเลิศหนที่ 2 ติดต่อกัน แข่งขันในเวลา 02.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง True Premier Football HD 3 และ PPTV HD 36

 

สเปน อังกฤษ

 

ภาพประกอบ: กริน วสุรัฐกร

The post MATCHDAY: ฟุตบอล ยูโร 2024 วันที่ 15 ก.ค. 2024 (นัดชิงชนะเลิศ) appeared first on THE STANDARD.

]]>
นัดชิงชนะเลิศ ศึกชิงแชมป์ฟุตบอล 2 ทวีป https://thestandard.co/championship-football-match-2-continents/ Thu, 11 Jul 2024 08:20:49 +0000 https://thestandard.co/?p=956397 แชมป์ฟุตบอล

ในที่สุดเราก็ได้เห็นโฉมหน้า 2 คู่ชิงชนะเลิศของศึกฟุตบอล […]

The post นัดชิงชนะเลิศ ศึกชิงแชมป์ฟุตบอล 2 ทวีป appeared first on THE STANDARD.

]]>
แชมป์ฟุตบอล

ในที่สุดเราก็ได้เห็นโฉมหน้า 2 คู่ชิงชนะเลิศของศึกฟุตบอลชิงแชมป์ยูโร และโคปาอเมริกา 2024

 

โดยคู่ชิงฯ ยูโร 2024 เป็นการดวลกันของทีมชาติอังกฤษ ที่เข้าชิงฯ เป็นหนที่ 2 ติดต่อกัน พบกับสเปน อดีตแชมป์ 3 สมัย มีคิวแข่งกันช่วงเช้ามืดวันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

 

ส่วนคู่ชิงฯ โคปาอเมริกา 2024 เป็นเกมระหว่างทีมชาติอาร์เจนตินา แชมป์เก่าและอดีตแชมป์ 15 สมัย ดวลกับโคลอมเบียที่ผ่านเข้ารอบชิงได้ในรอบ 23 ปี โดยจะแข่งกันในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม เวลา 07.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

 

 

ภาพประกอบ: กริน วสุรัฐกร

The post นัดชิงชนะเลิศ ศึกชิงแชมป์ฟุตบอล 2 ทวีป appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดาวซัลโว ยูโร 2024 ยังคงเป็นการทำเข้าประตูตัวเอง! https://thestandard.co/top-euro-scorer-2024-still-own-goal/ Thu, 11 Jul 2024 03:42:37 +0000 https://thestandard.co/?p=956250 ดาวซัลโว ยูโร 2024

ฟุตบอลยูโร 2024 เดินทางมาถึงรอบรองชิงชนะเลิศแล้ว แต่ที่ […]

The post ดาวซัลโว ยูโร 2024 ยังคงเป็นการทำเข้าประตูตัวเอง! appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดาวซัลโว ยูโร 2024

ฟุตบอลยูโร 2024 เดินทางมาถึงรอบรองชิงชนะเลิศแล้ว แต่ที่น่าแปลกใจคือในยูโรครั้งนี้มีการทำเข้าประตูตัวเองมากถึง 11 ครั้ง ซึ่งห่างจากดาวซัลโวร่วมถึง 8 ประตู

 

อย่างไรก็ตาม หากตัดการทำเข้าประตูตัวเองออกไปแล้ว การชิงชัยในตำแหน่งดาวซัลโวครั้งนี้ยังคงสนุก โดยผู้นำอยู่ที่ 3 ประตูเท่ากันมีถึง 5 คน แต่ ดานี โอลโม อาจจะได้เปรียบอยู่เล็กน้อย เพราะยังมีเกมรอบชิงฯ ให้ลงสนามอีก 1 นัด

 

ขณะที่ จูด เบลลิงแฮม และ แฮร์รี เคน ที่ปัจจุบันยิงได้ 2 ประตู ร่วมกับนักเตะอีกหลายคน ยังมีโอกาสเป็นดาวซัลโวเช่นกัน เพราะยังมีเกมในรอบชิงฯ ให้เล่นอีก 1 นัด

 

 

ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

The post ดาวซัลโว ยูโร 2024 ยังคงเป็นการทำเข้าประตูตัวเอง! appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลามีน ยามาล เด็กในคำทำนาย กับภาพถ่ายคู่เมสซี https://thestandard.co/picture-of-lamine-yamal-and-messi/ Wed, 10 Jul 2024 06:54:59 +0000 https://thestandard.co/?p=955950

จากภาพถ่ายที่สร้างความฮือฮาให้แก่คนทั้งโลกฟุตบอล ที่มีเ […]

The post ลามีน ยามาล เด็กในคำทำนาย กับภาพถ่ายคู่เมสซี appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากภาพถ่ายที่สร้างความฮือฮาให้แก่คนทั้งโลกฟุตบอล ที่มีเรื่องราว ‘ข้างหลังภาพ’​ สุดเหลือเชื่อ เมื่อเด็กทารกที่อยู่ในภาพกับ ลิโอเนล เมสซี คือ ลามีน ยามาล เจ้าหนูมหัศจรรย์ของทีมชาติสเปน

 

เมื่อคืนที่ผ่านมา ยามาลได้แสดงอภินิหารให้ทุกคนได้เห็นในเกมรอบรองชนะเลิศฟุตบอลยูโร 2024 ด้วยประตูสุดมหัศจรรย์ ที่มีส่วนสำคัญทำให้สเปนพลิกกลับมาเอาชนะฝรั่งเศสได้อย่างยอดเยี่ยม

 

เรื่องราวของ ‘เด็กในคำทำนาย’ คนนี้ รวมถึงเรื่องที่อยู่ข้างหลังภาพถ่ายคู่กับเมสซีนั้นเป็นมาอย่างไรกัน?

 

ภาพถ่ายสุดฮือฮาของโลกฟุตบอลในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาคือ ภาพของเมสซีในวัยหนุ่มฟ้อที่กำลังอาบน้ำให้กับหนูน้อยคนหนึ่งที่นอนอย่างสบายใจในอ่างสีฟ้าสดใส (และมีเป็ดยางสีเหลืองวางใกล้ๆ กัน)​

 

ภาพนี้ถูกโพสต์ขึ้นครั้งแรกโดย มูเนียร์ นาสราอุย ผู้เป็นพ่อของเจ้าหนูยามาล ที่มาพร้อมกับข้อความว่า “จุดเริ่มต้นของตำนานที่ยิ่งใหญ่ทั้งสอง”

 

ในทีแรกนั้นผู้คนต่างตั้งข้อสงสัยว่าเด็กในรูปคือใคร ก่อนที่จะได้รับการยืนยันว่าเด็กในรูปคนนั้นคือยามาล เจ้าหนูมหัศจรรย์ของทีมชาติสเปน ที่กำลังเขย่ารายการฟุตบอลยูโร 2024 ในเวลานี้ด้วยวัยเพียง 16 ปีเท่านั้น

 

 

เท่านั้นเองที่ผู้คนบนโลกโซเชียลมีเดียต่างฮือฮา ภาพถ่ายถูกส่งต่อไปมาอย่างมากมายไม่รู้จักที่สิ้นสุด

 

“นี่เหมือนกับเด็กคนนี้ได้รับพลังวิเศษจากเมสซีเลย”

 

“หรือนี่คือภาพที่บอกว่านี่คือทายาทที่แท้จริงของเมสซี ทั้งในบาร์เซโลนาและในโลกลูกหนัง”

 

เสียงในความคิดแลกเปลี่ยนผ่านตัวอักษรกันอย่างอื้ออึง

 

แต่คนที่อึ้งที่สุดคือคนที่ถ่ายภาพนี้ด้วยตัวเองอย่าง โจน มอนฟอร์ต ที่ไม่รู้มาก่อนเลยว่าการลั่นชัตเตอร์ของเขาในวันนั้นจะกลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ และกำลังกลายเป็นหนึ่งในภาพระดับไอคอนิกของวงการฟุตบอลยุคโมเดิร์น

 

มอนฟอร์ตคือช่างภาพมากฝีมือที่ปัจจุบันทำงานให้กับหนังสือพิมพ์ Diario AS สื่อกีฬาระดับชั้นนำของสเปน เพียงแต่ในตอนที่เขาถ่ายภาพนี้ยังเป็นช่วงที่ทำงานให้กับอีกที่อย่าง Diario SPORT สื่อท้องถิ่นของแคว้นกาตาลุญญา

 

ที่มาที่ไปของภาพนี้นั้นแท้จริงแล้วเป็นหนึ่งในโปรเจกต์การถ่ายปฏิทินปี 2008 เพื่อหารายได้เข้าการกุศล ที่สโมสรบาร์เซโลนาทำร่วมกับหนังสือพิมพ์ Diario SPORT โดยรายได้ทั้งหมดจะมอบให้แก่ UNICEF ซึ่งเป็นองค์กรที่จับมือกับสโมสรดังแห่งกาตาลันในเวลานั้น รวมถึงองค์กรการกุศลอื่นๆ ร่วมแคว้น ซึ่งนัดถ่ายภาพกันในช่วงเดือนธันวาคม ปี 2007 หรือเมื่อเกือบ 17 ปีที่แล้ว

 

ปฏิทินนี้มีนักฟุตบอลบาร์ซาหลายคนที่ร่วมถ่ายภาพด้วย ซึ่งหลายๆ คน ด้วยความเป็นมืออาชีพทำให้การถ่ายทำเป็นไปอย่างง่ายดาย บางคนออกแนวรีบถ่ายรีบไปด้วยซ้ำ

 

แต่ไม่ใช่สำหรับเมสซีที่ขณะนั้นยังเป็นหนุ่มน้อยวัยเพียงแค่ 20 ปี อยู่ในระหว่างการเริ่มต้นเส้นทางสู่ความเป็นนิรันดร์ในอาชีพลูกหนัง

 

“มันเป็นภาพที่ถ่ายได้ยากมากทีเดียว” มอนฟอร์ตให้สัมภาษณ์กับ The Athletic “ผมบอกได้เลยว่าผมแทบจะรีดทุกอย่างในตัวออกมาเพื่อถ่ายภาพนี้ให้ได้”

 

 

เหตุผลที่ทำให้ภาพนี้ถ่ายยากนั้น เป็นเพราะเมสซีเป็นคนที่มีบุคลิกขี้อายมากในเวลานั้น ซึ่งสำหรับช่างภาพ การจะเก็บภาพที่เป็นธรรมชาติจากคนขี้อายเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย มอนฟอร์ตบอกว่า ในทีแรกนั้นเมสซีแทบไม่มีปฏิสัมพันธ์ใดๆ กับนายแบบร่วมตัวน้อยเลย

 

แต่โชคดีที่แม่ของหนูน้อยยามาลอยู่ด้วยในวันนั้น และความรักความอบอุ่นของแม่ลูกคู่นี้ค่อยๆ หลอมละลายสิ่งที่เคลือบหัวใจบางๆ ของเมสซีได้อย่างช้าๆ

 

“ที่สุดแล้วเราก็ได้ภาพที่สวยจนได้”

 

ความจริงแล้วมอนฟอร์ตจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเด็กในภาพคนนี้คือใคร

 

คนที่ช่วยเปิดกล่องความทรงจำให้เขาคือเพื่อนร่วมงานเก่าที่ส่งภาพมาพร้อมกับคำถามว่า “นี่ภาพที่นายถ่ายหรือเปล่า?” ก่อนที่มอนฟอร์ตจะตอบว่า “ใช่” แล้วนึกขึ้นได้จึงถามว่า “เด็กน้อยในภาพนี่ใครเหรอ”

 

คำถามของมอนฟอร์ตทำให้เพื่อนกลั้นขำไม่ไหว ก่อนจะเฉลยว่า “ยามาล ยามาลไง” แล้วจึงเล่าต่อว่า พ่อของยามาลโพสต์ภาพนี้บนโซเชียลมีเดีย ที่หนังสือพิมพ์ Diario SPORT แทบไม่มีใครอยากเชื่อเลยว่าจะเป็นเด็กคนนี้จริง แต่ทุกคนก็จำเรื่องราวได้ทันที

 

เช่นกันกับมอนฟอร์ตที่กล่องความทรงจำของเขาถูกเปิดขึ้น และจำได้ว่าเมื่อเสร็จสิ้นโปรเจกต์ในครั้งนั้น เขาได้อัดภาพและส่งไฟล์ให้กับบรรดาพ่อแม่ของเด็กๆ ที่ได้มาเป็นนายแบบรับเชิญให้

 

ความตั้งใจในเวลานั้นของเขาแค่เพียงอยากให้ทุกคนได้มีภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก

 

 

ไม่ได้คิดเลยว่าในวันนี้ภาพนี้จะกลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ เพราะไม่มีใครรู้ว่าเมสซีในวันนั้นจะกลายเป็นราชาลูกหนังโลกคนใหม่ได้ในวันนี้

 

และเด็กทารกน้อยคนนั้นจะกลายมาเป็นยามาล ผู้ประกาศให้ทุกคนบนโลกได้รู้

 

ว่าเด็กในคำทำนายคนนี้พร้อมแล้วที่จะเป็นความมหัศจรรย์คนต่อไปของโลกฟุตบอล

 

อ้างอิง:

The post ลามีน ยามาล เด็กในคำทำนาย กับภาพถ่ายคู่เมสซี appeared first on THE STANDARD.

]]>
สเปน vs. ฝรั่งเศส ฟุตบอล EURO 2024 รอบรองชนะเลิศ https://thestandard.co/spain-vs-france-football-euro-2024/ Tue, 09 Jul 2024 08:58:58 +0000 https://thestandard.co/?p=955484 สเปน ฝรั่งเศส EURO 2024

ในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ ฟุตบอลยูโร 2024 เป็นเกมรอบรองชนะเ […]

The post สเปน vs. ฝรั่งเศส ฟุตบอล EURO 2024 รอบรองชนะเลิศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สเปน ฝรั่งเศส EURO 2024

ในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ ฟุตบอลยูโร 2024 เป็นเกมรอบรองชนะเลิศระหว่างสเปนที่ฟอร์มร้อนแรงสุดๆ พบกับฝรั่งเศส อีกหนึ่งทีมเต็งแชมป์ของรายการ โดยจะแข่งกันที่สนามอลิอันซ์อารีนา เวลา 02.00 น. ถ่ายทอดสดทาง PPTV HD ช่อง 36 และ True Premier Football HD 3 

 

และเช่นเคย THE STANDARD SPORT รวบรวมข้อมูลสำคัญ เพื่อพาแฟนบอลไปดูความพร้อม รวมถึงสถิติต่างๆ ของทั้งสองทีมที่เตรียมลงแข่งในรอบรองชนะเลิศ โดยมีตั๋วรอบชิงชนะเลิศเป็นเดิมพัน!

 

 

ความพร้อมทีมชาติสเปน (อันดับ 8 ของโลก)

 

ขึ้นแท่น ‘เต็งแชมป์’ ของรายการนี้อย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับทีมชาติสเปนของ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต หลังจากพวกเขาถือครองสถิติชนะรวด 5 นัดทีมเดียวในรายการนี้ และผลงานล่าสุดคือการเขี่ยเจ้าภาพเยอรมนีตกรอบทีมสุดท้ายในนัดที่ผ่านมา

 

ทัพกระทิงดุชุดนี้ดุสมชื่อ หลังกดประตูคู่แข่งไป 11 ลูก จากเกมรุกที่เล่นด้วยแท็กติกที่หลากหลายและหวือหวา ภายใต้การเดินเกมรุกของนักเตะอย่าง นิโก วิลเลียม, ลามีน ยามาล, ฟาเบียน รุยซ์ และ โมราตา

 

อย่างไรก็ตาม ความน่ากังวลของเกมนี้ไม่ได้อยู่ที่แนวรุก แต่เป็นแผงกองหลังที่พวกเขาจะขาดผู้เล่นคนสำคัญอย่าง ดานี การ์บาฆาล และ โรบิน เลอ นอร์ม็องด์ ที่ติดโทษแบน รวมถึงแดนกลางที่จะไม่มี เปดรี ที่มีอาการบาดเจ็บจากนัดชนะเยอรมนี ส่วนผู้เล่นที่เหลือพร้อมเป็นตัวสอดแทรกเพื่อลงสนามในเกมนัดนี้

 

คาดการณ์ 11 ผู้เล่นตัวจริง

 

อูไน ซิมอน (ผู้รักษาประตู), เชซุส นาบาส, นาโช เฟร์นานเดซ, เอเมอริก ลาปอร์ต, มาร์ก กูกูเรยา, โรดรี, ฟาเบียน รุยซ์, ดานี โอลโม, นิโก วิลเลียมส์, ลามีน ยามาล และ อัลบาโร โมราตา

 

ผลงาน 5 นัดหลังสุด | ชนะ 5 นัดรวด

 

  • ชนะ เยอรมนี 2-1
  • ชนะ จอร์เจีย 4-1
  • ชนะ แอลเบเนีย 1-0
  • ชนะ อิตาลี 1-0
  • ชนะ โครเอเชีย 3-0

 

 

ความพร้อมทีมชาติฝรั่งเศส (อันดับ 2 ของโลก)

 

ทีมชาติฝรั่งเศสในมือของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ แม้จะตะลุยเข้ามาถึงรอบรองชนะเลิศตามความคาดหมาย แต่เมื่อมองไปถึงรายละเอียดในสนาม อาจไม่เป็นที่น่าพอใจสำหรับแฟนบอลมากนัก

 

เนื่องจากตลอด 5 นัดในยูโร 2024 ครั้งนี้ พวกเขาไม่สามารถทำประตูด้วยการเล่นแบบ Open Play ได้เลย โดยประตูเดียวที่พวกเขาทำได้ในทัวร์นาเมนต์นี้มาจากลูกจุดโทษของ คีเลียน เอ็มบัปเป และอีก 2 ลูกมาจากการทำเข้าประตูของคู่แข่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในแผงแนวรุกที่ต้องเร่งแก้ไข ขณะที่แผงเกมรับยังไว้ใจได้ จากผลงานเสียเพียง 1 ประตูจากการเล่น 5 นัดในรายการนี้

 

ส่วนสภาพความพร้อมของทีมในเกมนี้ ทัพตราไก่ไร้ปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบน โดยคาดว่าเดส์ชองส์จะยังยึดผู้เล่นชุดเดิมที่นำโดยเอ็มบัปเป, กรีซมันน์, ก็องเต และ ซาลิบา ลงสนามในเกมนัดนี้

 

คาดการณ์ 11 ผู้เล่นตัวจริง

 

ไมค์ เมญอง (ผู้รักษาประตู), ฌูลส์ กุนเด, วิลเลียม ซาลิบา, ดาโยต์ อูปาเมกาโน, เตโอ แอร์น็องเดซ, เอ็นโกโล ก็องเต, โอเรเลียง ชูอาเมนี, อาเดรียง ราบิโอต์, อองตวน กรีซมันน์, มาร์คัส ตูราม และ คีเลียน เอ็มบัปเป

 

ผลงาน 5 นัดหลังสุด | ชนะ 3 เสมอ 2

 

  • ชนะ โปรตุเกส 0-0 (จุดโทษ 5-3)
  • ชนะ เบลเยียม  1-0
  • เสมอ โปแลนด์ 1-1
  • เสมอ เนเธอร์แลนด์ 0-0
  • ชนะ ออสเตรีย 1-0

 

 

ผลการดวลกัน 5 นัดหลังสุด

 

ผลการดวลกัน 5 นัดหลังที่พบกันของทั้งสองทีมถือว่าสูสีเป็นอย่างมาก โดยต่างฝ่ายผลัดกันแพ้-ชนะมาโดยตลอด และเมื่อยืดสถิติออกไปดูอีกนิดจะพบว่า สเปนดูมีภาษีดีกว่าเล็กน้อย โดยเฉพาะในช่วงปี 2008-2012 ที่พวกเขาได้แชมป์โลกและแชมป์ยูโร 2 สมัยติดกัน

 

และนี่คือผลการแข่งขันที่ดวลกัน 5 นัดหลังสุด

 

  • สเปน 1-2 ฝรั่งเศส (2021)
  • ฝรั่งเศส 0-2 สเปน (2017)
  • ฝรั่งเศส 1-0 สเปน (2014)
  • ฝรั่งเศส 0-1 สเปน (2013)
  • สเปน 1-1 ฝรั่งเศส (2012)

 

โปรแกรมถ่ายทอดสด

 

โปรแกรมฟุตบอลยูโร 2024 รอบรองชนะเลิศ ระหว่างสเปนพบฝรั่งเศส แข่งกันที่สนามอลิอันซ์อารีนา เวลา 02.00 น. ถ่ายทอดสดทาง PPTV HD ช่อง 36 และ True Premier Football HD 3

The post สเปน vs. ฝรั่งเศส ฟุตบอล EURO 2024 รอบรองชนะเลิศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
MATCHDAY: ฟุตบอลยูโร 2024 วันที่ 9 ก.ค. 2024 https://thestandard.co/matchday-euro-2024-090724/ Tue, 09 Jul 2024 00:20:47 +0000 https://thestandard.co/?p=955163

กระทิงดุ ดวล ตราไก่ 🔥   ศึกฟุตบอล ยูโร 2024 เดินทา […]

The post MATCHDAY: ฟุตบอลยูโร 2024 วันที่ 9 ก.ค. 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>

กระทิงดุ ดวล ตราไก่ 🔥

 

ศึกฟุตบอล ยูโร 2024 เดินทางเข้าสู่รอบรองชนะเลิศกันแล้ว โดยการแข่งขันคืนนี้ (9 กรกฎาคม) เป็นการพบกันระหว่างทีมชาติสเปนดวลกับทีมชาติฝรั่งเศส โดยจะแข่งขันในเวลา 02.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง True Premier Football HD 3 ส่วนช่องฟรีทีวีถ่ายทอดสดทางช่อง PPTV HD 36

 

ยูโร 9 กรกฎาคม

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

The post MATCHDAY: ฟุตบอลยูโร 2024 วันที่ 9 ก.ค. 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Talent and Hard Work: ถอดความลับการคุมทีมชาติสเปนของ เด ลา ฟวนเต https://thestandard.co/the-secrets-of-managing-spanish-football-team/ Fri, 05 Jul 2024 03:00:09 +0000 https://thestandard.co/?p=954190

ทีมชาติสเปน เป็นหนึ่งในทีมที่ทำผลงานได้ดีและน่าประทับใจ […]

The post Talent and Hard Work: ถอดความลับการคุมทีมชาติสเปนของ เด ลา ฟวนเต appeared first on THE STANDARD.

]]>

ทีมชาติสเปน เป็นหนึ่งในทีมที่ทำผลงานได้ดีและน่าประทับใจที่สุดในฟุตบอลยูโร 2024 

 

เป็นทีมเดียวที่ชนะในรอบแรก 3 นัดรวด และในรอบ 16 ทีมสุดท้ายพวกเขาไล่ถล่มจอร์เจียขาดลอยถึง 4-1 ทั้งๆ ที่โดนยิงไปก่อนด้วย

 

ก่อนที่ทีม ‘กระทิงดุ’ จะต้องพบกับศึกหนักที่สุดในการเจอกับเจ้าภาพเยอรมนีในรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่แทบจะเป็น ‘ดรีม (ควอเตอร์) ไฟนอล’ อยากให้ได้มาลองถอดรหัสในการทำงานของโค้ชทีมชาติสเปน หลุยส์ เด ลา ฟวนเต ที่อาจจะไม่ได้โดดเด่นมากนักเมื่อเทียบกับกุนซือชื่อดังคนอื่น แต่มีแนวทางในการทำงานดีที่สุดคนหนึ่ง

 

โค้ชที่เชื่อว่าพรสวรรค์เพียงอย่างเดียวไม่เคยเพียงพอ และที่สุดแล้วถ้าพรสวรรค์ไม่พยายามให้มากพอ คนที่ทำงานหนักกว่าก็จะเป็นผู้ชนะเสมอ

 

เรื่องราวของ เด ลา ฟวนเต ที่กำลังจะเล่านี้ไม่ได้มาจากจินตนาการของผมเองนะครับ แต่มาจากบทความที่ชื่อว่า Talent and Hard Work ของ The Coaches’ Voice สื่อสายฟุตบอลที่โฟกัสเรื่องการทำงานของโค้ช, Insight ต่างๆ จากประสบการณ์ในการทำงานของคนตัวจริง

 

แน่นอนว่าคนที่มาบอกเล่าก็คือตัวของโค้ชคนนั้นเอง

 

 

บทความ Talent and Hard Work นี้จึงมาจากการถ่ายทอดของ เด ลา ฟวนเต โดยตรง ซึ่งเผยแพร่ครั้งแรกในปี 2022 ในช่วงที่เขายังไม่ได้เข้ารับตำแหน่งโค้ชทีมชาติสเปนชุดใหญ่ แต่เพิ่งจะพาทีมชาติสเปนชุดเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี คว้าแชมป์ยุโรปได้ (และก่อนนั้นก็พาทีมชาติสเปนชุด U-19 คว้าแชมป์ยุโรปได้เช่นเดียวกัน)

 

เด ลา ฟวนเต บอกเล่าถึงการทำงานของเขาเอาไว้แบบนี้ครับ

 

“เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงโดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งสไตล์ของเราเอง”

 

คำพูดนี้คือสิ่งที่อยู่ในใจของเด ลา ฟวนเต และเป็นคำตอบที่เขาตอบกับสื่อที่ถามถึงแนวทางในการทำงานของเขาในช่วงที่เข้ารับตำแหน่งโค้ชทีมชาติสเปนรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีเมื่อปี 2018

 

เด ลา ฟวนเต อยากให้ทีมมีเครื่องมือหลากหลายรูปแบบ เพื่อที่จะรับมือกับทุกสถานการณ์ที่ต้องเผชิญในระหว่างเกม

 

เพราะพรสวรรค์อย่างเดียวไม่เคยเพียงพอ

 

และเขาบอกกับลูกทีมทุกคนเสมอว่า ถ้าคนมีพรสวรรค์แต่ไม่พยายาม คนที่ทำงานหนักกว่า ทุ่มเทกว่า ก็จะเป็นผู้ชนะเสมอ

 

โค้ชสเปนชุดเล็กในวันนั้น (ก่อนจะเป็นโค้ชชุดใหญ่ในวันนี้) บอกว่าเขาโชคดีครับที่ ‘ข้อความ’ นี้ส่งตรงถึงใจของนักเตะภายในทีม สเปนจึงไม่ได้มีเพียงแค่ผู้เล่นที่มีพรสวรรค์เท่านั้น (ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว) แต่สเปนยังเป็นทีมที่ทุ่มเททำงานหนักด้วย

 

ในเกมฟุตบอลไม่ต่างอะไรจากชีวิตจริง สิ่งที่ทุกคนหวังในตอนท้ายที่สุดคือ การประสบความสำเร็จให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

แต่ความสำเร็จของทีมชาติสเปนที่คว้าแชมป์ยุโรปรุ่น U-21 ในการแข่งขันที่อิตาลีเมื่อปี 2019 ไม่ใช่ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน

 

มันเกิดขึ้นจาก ‘กระบวนการที่ยาวนาน’ (Long Process) ซึ่งต้องย้อนกลับไปถึงปี 2015 ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรปรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปีที่ประเทศกรีซ

 

ในศึกชิงเจ้ายุทธจักรยุโรปรุ่นละอ่อนน้อยครั้งนั้น สเปนจัดเป็นตัวเก็งเต็งหามของรายการก็ว่าได้ และผลงานในเกมแรกก็ถือว่าสวยงามเลยทีเดียวด้วยการถล่มเยอรมนีขาดลอยถึง 3-0 

 

แต่พอถึงเกมต่อมากลับต้องช็อกไปตามๆ กัน เพราะไปแพ้ให้กับรัสเซีย 3-1 ความพ่ายแพ้เกมนี้ทำให้เกิดสถานการณ์ที่ตึงเครียดภายในทีมสูงมาก 

 

เด ลา ฟวนเต เล่าให้ฟังครับว่า ที่เป็นแบบนี้เพราะปกติแล้วนักเตะภายในทีมล้วนมาจากทีมสโมสรระดับชั้นนำของประเทศ พวกเขาแทบไม่ค่อยได้สัมผัสกับความพ่ายแพ้ เพราะลงเล่นทีไรก็ชนะแทบทั้งหมด 

 

การพ่ายแพ้และเผชิญกับสถานการณ์สุ่มเสี่ยงที่จะตกรอบจึงเป็นบททดสอบที่หนักหนาเอาการ โดยเฉพาะเมื่อคิดถึงสภาพจิตใจของเด็กที่ยังไม่โตมากในเวลานั้น

 

แต่สเปนก็ผ่านเข้ารอบได้หลังจากยันเสมอกับเนเธอร์แลนด์ในเกมสุดท้ายของรอบแรก 0-0 โดยเข้ารอบด้วยผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่าคู่แข่งแค่ลูกเดียว ก่อนที่จะทะลุเข้ารอบรองชนะเลิศไปเจอกับฝรั่งเศส ดาวเด่นของทีมชุดนั้นอย่าง มาร์โก อเซนซิโอ เหมาคนเดียว 2 ประตูในชัยชนะ 2-0

 

แล้วปิดท้ายด้วยการล้างตาเอาชนะรัสเซีย 2-0 ในรอบชิงชนะเลิศ ได้แชมป์ไปครอง

 

บทเรียนจากรายการนี้ที่เด ลา ฟวนเต ได้คือ เขาคิดว่าในฐานะโค้ชแล้วเขาต้องสื่อสาร ‘อย่างชัดเจน’ ด้วยข้อความที่ ‘เข้าใจง่าย’ 

 

 

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากปี 2015 ได้ถูกนำมาใช้ในปี 2019 กับทีมชาติสเปนชุด U-21 ที่เจ้าตัวได้ขยับขึ้นชั้นมาคุมทีมที่สูงกว่าแทนครับ

 

ข้อความที่เด ลา ฟวนเต บอกกับลูกทีมทุกคนก่อนจะไปลุยศึกใหญ่ด้วยกันคือ “ใส่ใจ ทำหน้าที่ ทุ่มเท และเหนือสิ่งอื่นใดคือความสามัคคี”

 

ในความหมายของเขาคือ ทุกคนทีมไม่ว่าใครก็ตาม รวมถึงคนที่โดดเด่นเหนือคนอื่น ต้องทุ่มเทเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมของทีม ถ้าทำได้ เด ลา ฟวนเต มั่นใจว่าพวกเขามีโอกาสที่จะเป็นแชมป์ในรายการนี้

 

และความหมายโดยนัยของข้อความนี้แปลได้ว่า “เราจะเป็นแชมป์ให้ได้” ซึ่งมีการพูดย้ำแล้วย้ำอีกภายในทีม เพราะเขาต้องการให้มันติดตรึงในใจของทุกคน

 

แต่ลึกๆ แล้วปัญหาสำหรับตัวของเด ลา ฟวนเต คือการที่เขาติดนิสัยชอบพูดยาว ลงรายละเอียดเยอะ จนถูกล้อเลียนเรื่อง Teamtalk (การพูดคุยก่อนลงสนาม) ที่นานจนลิงแทบหลับ 

 

นักเตะบางคนหัวเราะเขาในบางทีที่เขาเริ่มพูดจาดุดัน ร้อนแรง

 

เด ลา ฟวนเต ยอมรับปัญหาเรื่องนี้และพยายามกระชับเวลาในการพูด เพราะนักฟุตบอลจะมีสมาธิไม่เกิน 20 นาที สื่อสารให้ชัดเจน เข้าใจง่าย แต่ก็ยังคงรักษาแนวทางของตัวเองคือ พยายามลงรายละเอียดต่างๆ โดยจะคุยกับผู้เล่นแต่ละคนแยกไป

 

ที่ทำแบบนั้นเพราะการได้รู้ว่าแต่ละคนคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไรในช่วงเวลานั้น เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับคนทำงานเป็นโค้ช

 

สมัยที่เป็นนักเตะ เด ลา ฟวนเต ที่เคยเล่นให้กับแอธเลติก บิลเบา, เซบียา และเดปอร์ติโบ อลาเบส ชอบที่จะดูปฏิกิริยาของเพื่อนร่วมทีมในเวลาที่โค้ชพยายามใส่ Input ต่างๆ ให้ ซึ่งเขาเก็บประสบการณ์เหล่านั้นมาใช้ในการเป็นโค้ช

 

เพื่อให้เข้าถึงใจได้ง่าย ต้องพยายามหาทางที่ใช่ที่สุดที่จะ ‘เชื่อมจิต กับนักฟุตบอลเพื่อให้เขาตอบสนองได้ มันอาจจะไม่สำเร็จกับทุกคนหรือทุกทีม แต่เด ลา ฟวนเต จะพยายามหาทางที่ดีที่สุดให้ได้

 

หนึ่งในตัวอย่างที่ดีสำหรับผู้เล่นที่อยู่ในสโมสรแต่ไม่ค่อยได้โอกาสลงเล่นมากนัก เด ลา ฟวนเต เลือกจะหยิบมุมดีๆ มาบอก เช่น “การลงเล่นไม่เยอะแปลว่านายจะสดกว่าคนที่เขาเล่นมามากกว่า 50 นัดนะ”

 

นักเตะได้ยินแบบนี้ก็รู้สึกดีขึ้น มีกำลังใจ พอได้โอกาสลงสนามเรียกจังหวะสัก 2-3 นัดก็กลับมาเล่นได้ดีอีกครั้ง และด้วยสภาพร่างกายที่ยังสดทำให้เล่นได้ดี

 

เพียงแต่สเปนเริ่มต้นรายการนั้นได้ไม่ดีนัก พวกเขาแพ้อิตาลีในเกมประเดิมก่อนเลย

 

แต่ว่าในเกมต่อมาพวกเขาเอาชนะเบลเยียมในสภาพอากาศที่ร้อนจัดได้ ก่อนจะถล่มโปแลนด์ 5-0 ได้ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปเจอกับฝรั่งเศส ซึ่งโดนนำไปก่อนแต่แซงกลับมาชนะได้

 

 

สเปนต้องเจอกับเยอรมนีในนัดชิงชนะเลิศครั้งนั้น ซึ่งสำหรับเด ลา ฟวนเต เขามองว่าเกมนี้คือช่วงเวลาที่สำคัญ ไม่ได้สำคัญแค่กับทีมชุดนี้ แต่สำคัญกับยุคสมัยของวงการฟุตบอลสเปนเลยทีเดียว

 

Teamtalk ของเกมนัดนี้จึงต้องเข้าเป้าและตรงใจที่สุด

 

เด ลา ฟวนเต บอกกับทีมในวันนั้นว่า “นี่คือโอกาสของเรา นี่คือรางวัลสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เราได้ร่วมกันสร้างขึ้นมา” เขาบอกแค่นี้

 

เกมวันนั้นเป็นเกมที่ยากลำบากมาก ถึงสเปนจะนำ 2-0 แต่เยอรมนีก็สู้ได้อย่างน่าประทับใจ สุดท้ายพวกเขาเฉือนเอาชนะไป 2-1

 

ชัยชนะในเกมวันนั้นไม่ได้เป็นความสำเร็จของเด ลา ฟวนเต คนเดียว แต่มันพลิกชีวิตของเด็กๆ ในทีมด้วย เด็กๆ หลายคนเล่นให้สโมสรใหญ่อยู่แล้ว แต่การไปคว้าแชมป์รายการนี้ได้ทำให้ทุกคนมองเห็น ‘คุณค่า’ ในตัวของเด็กๆ เหล่านี้มากขึ้น

 

ที่สำคัญที่สุดคือ มันคือแชมป์ที่แสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ของนักเตะเยาวชนของสเปน ซึ่งเป็นสิ่งที่เด ลา ฟวนเต มองเห็นและเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่าเหล่านักเตะเยาวชนภายในประเทศนั้นเก่งไม่น้อยไปกว่าใครที่ไหนเลย

 

และโดยส่วนตัวแล้ว เด ลา ฟวนเต ก็ได้เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับเด็กๆ เหล่านี้ด้วย

 

โรดรี แกนหลักของทีมในชุดแชมป์ยุโรป U-17 เมื่อปี 2015

 

ดานี โอลโม และ ฟาเบียน รูอิซ แกนหลักของทีมชุดแชมป์ยุโรป U-19 ในปี 2019

 

พวกเขาเหล่านี้เติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติสเปน พร้อมๆ กับโค้ชอย่างเด ลา ฟวนเต และพวกเขากำลังจะไล่ล่าแชมป์ยูโร 2024 ไปด้วยกัน

 

อ้างอิง:

The post Talent and Hard Work: ถอดความลับการคุมทีมชาติสเปนของ เด ลา ฟวนเต appeared first on THE STANDARD.

]]>
MATCHDAY: ฟุตบอลยูโร 2024 วันที่ 5 ก.ค. 2024 https://thestandard.co/matchday-05072024/ Fri, 05 Jul 2024 02:30:12 +0000 https://thestandard.co/?p=953840 5 ก.ค. 2024

โปรแกรมศึกยูโร 2024 (วันที่ 5 กรกฎาคม) รอบสู่ 8 ทีมสุดท […]

The post MATCHDAY: ฟุตบอลยูโร 2024 วันที่ 5 ก.ค. 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 ก.ค. 2024

โปรแกรมศึกยูโร 2024 (วันที่ 5 กรกฎาคม) รอบสู่ 8 ทีมสุดท้าย โดยการแข่งขันคืนนี้มีทั้งหมด 2 คู่ ดังนี้

 

  • สเปน พบ เยอรมนี เวลา 23.00 น.
  • โปรตุเกส พบ ฝรั่งเศส เวลา 02.00 น.

 

ทุกคู่ถ่ายทอดสดทางช่อง True Premier Football HD 3 ส่วนช่องฟรีทีวีถ่ายทอดสดทางช่อง PPTV HD 36

The post MATCHDAY: ฟุตบอลยูโร 2024 วันที่ 5 ก.ค. 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>