SpaceX Falcon 9 Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/spacex-falcon-9/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 08 Oct 2024 07:46:44 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ยุโรปส่งยาน Hera ไปสำรวจดาวเคราะห์น้อย หลังถูกยานอวกาศของ NASA พุ่งชน https://thestandard.co/europe-sends-hera-spacecraft-to-explore-asteroid/ Tue, 08 Oct 2024 07:46:44 +0000 https://thestandard.co/?p=993237

วันที่ 7 ตุลาคม เวลา 21.52 น. จรวด Falcon 9 ของ SpaceX […]

The post ยุโรปส่งยาน Hera ไปสำรวจดาวเคราะห์น้อย หลังถูกยานอวกาศของ NASA พุ่งชน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันที่ 7 ตุลาคม เวลา 21.52 น. จรวด Falcon 9 ของ SpaceX ประสบความสำเร็จในการนำส่งยาน Hera ขององค์การอวกาศยุโรป หรือ ESA ออกเดินทางไปศึกษาผลกระทบที่เกิดกับดาวเคราะห์น้อย หลังถูกยานอวกาศของ NASA พุ่งชน

 

ภารกิจของยานอวกาศ Hera คือการศึกษาระบบดาวเคราะห์น้อย Didymos และดวงจันทร์บริวาร Dimorphos ที่ถูกยานอวกาศ DART (Double Asteroid Redirection Test) ของ NASA เดินทางไปพุ่งชนเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2022 ด้วยความเร็ว 21,900 กิโลเมตรต่อวินาที

 

การพุ่งชนของยาน DART เป็นครั้งแรกที่มนุษยชาติมีแผนพิทักษ์โลกจากดาวเคราะห์น้อยแบบเชิงรุก และทำให้คาบการโคจรของดาว Dimorphos สั้นลงไป 33 นาที อย่างไรก็ตาม นักดาราศาสตร์ยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติมของระบบดาวเคราะห์น้อยดังกล่าว เพื่อให้เข้าใจผลกระทบหลังจากการพุ่งชนได้ละเอียดและแม่นยำกว่าเดิม

 

ยานอวกาศ Hera มีกำหนดเดินทางไปบินผ่านดาวอังคารในเดือนมีนาคม 2025 เพื่อใช้แรงโน้มถ่วงดาวอังคารเหวี่ยงยานไปถึงระบบดาวเคราะห์น้อย Didymos ในเดือนธันวาคม 2026 และเริ่มภารกิจศึกษาคุณสมบัติของระบบดาวดังกล่าว เช่น การวัดมวล, ตรวจสอบองค์ประกอบภายใน, ทำแผนที่แบบละเอียด รวมถึงตรวจสอบลักษณะของวงโคจรใหม่ว่าเบี่ยงเบนไปจากเดิมมากน้อยเพียงใด

 

นอกจากนี้ ภารกิจ Hera ยังนำดาวเทียมแบบ CubeSat สองลำ ได้แก่ Juventas และ Milani เดินทางไปร่วมสำรวจอย่างละเอียด โดย ESA เผยว่า มีแผนการสิ้นสุดภารกิจของยาน Hera ด้วยการลงจอดอย่างนุ่มนวลเหนือขั้วของดาว Didymos ในขณะที่ดาวเทียม Juventas และ Milani จะไปลงจอดบนดวงจันทร์ Dimorphos

 

ดาวเคราะห์น้อย Didymos เป็นดาวเคราะห์น้อยใกล้โลก มีขนาดใหญ่ 780 เมตร และพบเป็นครั้งแรกในปี 1996 โดยมีดวงจันทร์บริวาร Dimorphos ขนาด 151 เมตร ซึ่งการพุ่งชนของยาน DART เกิดขึ้นที่ระยะห่างประมาณ 11,000,000 กิโลเมตรจากโลก เป็นการทดสอบจากระยะปลอดภัย โดยไม่มีผลทำให้ดาวเคราะห์น้อยเสี่ยงมาเฉียดใกล้โลกจนเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

 

ภาพ: ESA-Science Office

อ้างอิง:

The post ยุโรปส่งยาน Hera ไปสำรวจดาวเคราะห์น้อย หลังถูกยานอวกาศของ NASA พุ่งชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อวกาศไร้พรมแดน ทีมนักบินอวกาศจากสหรัฐฯ-รัสเซีย เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันบนวงโคจร https://thestandard.co/us-russia-astronaut-expedition-69/ Sun, 05 Mar 2023 02:40:53 +0000 https://thestandard.co/?p=758753

แม้สงครามรัสเซีย-ยูเครนจะก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างปร […]

The post อวกาศไร้พรมแดน ทีมนักบินอวกาศจากสหรัฐฯ-รัสเซีย เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันบนวงโคจร appeared first on THE STANDARD.

]]>

แม้สงครามรัสเซีย-ยูเครนจะก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐอเมริกากับรัสเซีย มานานนับปี แต่เหนือขึ้นไป 400 กิโลเมตรจากผิวโลกภายในสถานีอวกาศนานาชาติ ทีมงานจากทั้งสองประเทศยังคงปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์

 

จรวด Falcon 9 ของบริษัท SpaceX ทำหน้าที่บรรทุกยาน Crew Dragon Endeavour ทะยานออกจากฐานปล่อย LC-39A ศูนย์อวกาศเคนเนดี รัฐฟลอริดา เมื่อเวลา 12.34 น. วันที่ 2 มีนาคม​ที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย เพื่อนำทีมนักบินอวกาศ 4 คนในภารกิจ Crew-6 เดินทางขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่ระยะยาวบนสถานีอวกาศนานาชาติ

 

หลังโคจรรอบโลกกว่า 24 ชั่วโมงเพื่อปรับระดับความสูงและองศาโคจร จนถึงเวลา 13.40 น. ของวันที่ 3 มีนาคม​ ตามเวลาประเทศไทย ยาน Dragon ก็ได้เข้าต่อเชื่อมกับช่องฮาโมนี ซีนิท (Harmony Zenith) ของสถานีอวกาศนานาชาติได้เรียบร้อย จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการปรับแรงดันจนถึงเวลา 15.45 น. ประตูยานก็เปิดออก ทีมนักบินอวกาศทั้ง 4 คน (เสื้อฟ้าในภาพ)​ อันประกอบด้วย ผู้บัญชาการ​ภารกิจ สตีเฟน โบเวน​ และนักบิน วอร์เรน ‘วู้ดดี’ โฮเบิร์ก​ จากองค์การ NASA ของสหรัฐฯ ผู้เชี่ยวชาญ ​/ วิศวกร​การบิน สุลต่าน อัล เนยาดี ​จาก MBRSC ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และผู้เชี่ยวชาญ ​/ วิศวกร​การบิน อันเดรย์ เฟดเยฟ จาก Roscosmos ของรัสเซีย ก็ได้ลอยตัวแบบไร้แรงโน้มถ่วงผ่านช่องประตูเข้าไปพบกับเจ้าหน้าที่ทั้ง 7 คนจาก Expedition 68​ ที่รอต้อนรับอยู่ก่อนแล้วด้วยความตื่นเต้น (เสื้อดำในภาพ) 

 

 

เจ้าหน้าที่ทั้ง 7 คนที่รอต้อนรับอยู่นั้นประกอบด้วย​ทีมงานจาก 3 ประเทศ เริ่มจาก แฟรงค์ รูบิโอ, นิโคล มันน์ และ จอช เอ. กาสซาดา จากองค์การ NASA ของสหรัฐฯ โคอิจิ วากาตะ จากองค์การอวกาศ JAXA ของญี่ปุ่น และสุดท้ายคือ เซอร์เกรย์ ปราโกเยฟ, ดีมิทรี เพเทริน และ อันนา กิกินา จากองค์การอวกาศ Roscosmos ของรัสเซีย

 

สาเหตุที่กลายเป็นทีมใหญ่ขนาดนี้มีจำนวนเจ้าหน้าที่ถึง 11 คน เพราะก่อนหน้านี้ได้เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นมา นั่นคือการรั่วไหลของสารทำความเย็นบริเวณยาน Soyuz MS-22 ที่ต่อเชื่อมอยู่อีกด้านของสถานีอวกาศ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ 3 คนที่เดินทางมากับยานลำนี้นั่นคือ เซอร์เกรย์ ปราโกเยฟ, ดีมิทรี เพเทริน และ แฟรงค์ รูบิโอ ที่ความจริงถึงกำหนดกลับโลกแล้ว ต้องเลื่อนเวลาออกไปอีกนานถึง 180 วัน เพื่อรอยานลำใหม่มารับ

 

เวลา 180 วันที่ทั้ง 3 คนต้องอยู่ต่อไปนี้ ก็สอดคล้องกับระยะเวลาที่ทีมเจ้าหน้าที่ 4 คนที่มาใหม่ในภารกิจ Crew-6 ต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่บนสถานีอวกาศนานาชาติพอดี

 

เจ้าหน้าที่ในภารกิจ Crew-6 ทั้ง 4 คน 

(จากซ้าย) อันเดรย์ เฟดเยฟ, วู้ดดี โฮเบิร์ก, สตีเฟน โบเวน​ และ สุลต่าน อัล เนยาดี ภาพนี้เป็นภาพภายในยาน Dragon ก่อนออกเดินทาง

 

มีโครงการทดลองทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากถึง 200 โครงการที่ถูกนำขึ้นมาพร้อมเจ้าหน้าที่ทั้ง 4 คนในภารกิจ Crew-6 นี้ ที่เด่นๆ ได้แก่ การศึกษาการเผาไหม้ของวัสดุบางชนิดในสภาพแรงโน้มถ่วงต่ำ การวิจัยชิปเนื้อเยื่อที่จะเข้ามากำกับการทำงานของหัวใจ สมอง และกระดูกอ่อนของมนุษย์ รวมไปถึงการนำตัวอย่างจุลินทรีย์ที่อาจรอดชีวิตอยู่ภายนอกสถานีอวกาศมาตรวจสอบ เป็นต้น โดยทั้ง 4 คนจะกลายเป็นเจ้าหน้าที่ชุดแรกของ Expedition 69 ที่จะต้องคอยต้อนรับเจ้าหน้าที่รุ่นใหม่ที่จะขึ้นมาประจำการในวันข้างหน้า หลังเจ้าหน้าที่อื่นกลับลงไปหมดแล้ว (เจ้าหน้าที่ 4 คนของ Expedition 68 จากภารกิจ Crew-5 จะกลับโลกก่อนสิ้นเดือนมีนาคมนี้)

 

นอกจากหน้าที่หลักดังที่กล่าวมาแล้ว ถ้าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลง ทีมและเจ้าหน้าที่ทั้ง 4 คนในภารกิจ Crew-6 จะได้ต้อนรับนักท่องอวกาศเอกชนจากยาน Axiom Mission-2 รวมทั้งต้องคอยดูแลการทดสอบยานอวกาศคู่แข่งของ SpaceX นั่นคือยาน Starliner จากบริษัท Boeing ที่มีกำหนดเดินทางมาสถานีอวกาศนานาชาติในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้อีกด้วย

 

ภาพ: NASA

The post อวกาศไร้พรมแดน ทีมนักบินอวกาศจากสหรัฐฯ-รัสเซีย เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันบนวงโคจร appeared first on THE STANDARD.

]]>
เที่ยวบินประวัติศาสตร์ของ SpaceX Crew Dragon กับอนาคตของภารกิจสำรวจอวกาศยุคใหม่ https://thestandard.co/spacex-crew-dragon/ Mon, 16 Nov 2020 10:14:57 +0000 https://thestandard.co/?p=421547 เที่ยวบินประวัติศาสตร์ของ SpaceX Crew Dragon กับอนาคตของภารกิจสำรวจอวกาศยุคใหม่

หลังการสิ้นสุด​ของโครงการกระสวย​อวกาศ​​ในเดือน​กรกฎาคม​ […]

The post เที่ยวบินประวัติศาสตร์ของ SpaceX Crew Dragon กับอนาคตของภารกิจสำรวจอวกาศยุคใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เที่ยวบินประวัติศาสตร์ของ SpaceX Crew Dragon กับอนาคตของภารกิจสำรวจอวกาศยุคใหม่

หลังการสิ้นสุด​ของโครงการกระสวย​อวกาศ​​ในเดือน​กรกฎาคม​ 2554 เป็นต้นมา นับเป็นเวลานานกว่า 9 ปีที่ทางองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ NASA ของสหรัฐ​ฯ จำเป็น​ต้อง​อาศัยการซื้อที่นั่งในยานโซยูซของรัสเซียในการส่งทีมนักบินอวกาศ​ของตนสู่สถานี​อวกาศ​นานาชาติอย่างไม่มีทางเลือก​ จวบจนกระทั่ง​เช้านี้ วันเวลาที่ต้องพึ่งพา​ชาติคู่แข่งก็สิ้นสุดลง

 

จรวด Falcon​ 9 ของ SpaceX นำยานลูกเรือดรากอน (Crew Dragon) พร้อมนักบินอวกาศ​จำนวน 4 นายในเที่ยวบินปฐมฤกษ์​ Crew-1 พุ่งทะยานจากฐานปล่อย​หมายเลข​ LC-39A​ ศูนย์​อวกาศ​เคน​เนดี​ รัฐ​ฟลอริดา​ 07.27 น. ตามเวลาในประเทศไทย ​ขึ้นสู่วงโคจรตามกำห​นด​เวลา

 

ยานลูกเรือดรากอนลำนี้ มีชื่อเรียกเฉพาะ​ที่ตั้งขึ้นตามธรรมเนียมจากการโหวดของทีมลูกเรือว่า “Resilience” เป็นผลงานทางเทคโนโลยี​ล่าสุดของบริษัท SpaceX ที่เข้ามารับช่วงการรับส่งนักบินอวกาศ​อเมริกัน​ไปและกลับจากสถานีอวกาศจาก NASA ​ในราคาต่อที่นั่งที่ถูกกว่ายานโซยูซ​ค่อนข้างมาก นั่นคือเพียง 55 ล้านดอลลาร์​สหรัฐ​ต่อที่นั่ง เทียบกับ 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ​ต่อที่นั่งของฝั่งรัสเซีย​ และที่สำคัญคือได้การออกเดินทางไปและกลับจากแผ่นดินตนเอง ทำให้ประหยัดเวลา และยังสามารถรักษาข้อมูลข่าวสาร​ที่อาจเป็นความลับของฝั่งตนได้ด้วย

 

ตามแผนการเดินทางครั้งนี้ หากไม่มีข้อผิดพลาด​ใดๆ ยาน “Resilience” จะไปถึงสถานีอวกาศ​นานาชาติ​ราว 11.00 น. ของวันที่ 17 พฤศจิกายน ​ตามเวลา​ใน​ประเทศไทย​ เพื่อเข้าเทียบท่า (Docking)​ ที่จุดต่อเชื่อม Harmony Forward ของสถานี​อวกาศ​ จากนั้นนักบินอวกาศ​ทั้ง 4 นาย ซึ่งทั้งหมดเป็นสมาชิกทีมหลังของคณะสำร​วจ​ที่ 64 (Expedition 64) ก็จะเข้าไปสมทบกับสมาชิกทีมแรกของคณะนี้อีก 3 นาย ที่เวลานี้ประจำการอยู่ก่อนแล้วบนสถานี​

 

เที่ยวบินประวัติศาสตร์ของ SpaceX Crew Dragon กับอนาคตของภารกิจสำรวจอวกาศยุคใหม่

 

นักบินอวกาศ​ทั้ง 4 นายที่เดินทางไปกับยานในเที่ยวบินปฐมฤกษ์​นี้ได้แก่ ไมเคิล เอส ฮอปกินส์ (Michael S. Hopkins) จาก NASA ทำหน้าที่เป็นผู้บังคับการเที่ยวบินร่วมกับผู้เชี่ยวชาญประจำภารกิจอีก 3 นาย คือ วิกเตอร์ เจ. โกลเวอร์​ (Victor J. Glover) และแชนนอน วอล์กเกอร์ (Shannon Walker) รวมทั้ง​ โซอิชิ โนกูชิ (野口 聡一) จากองค์การอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) 

 

นักบินอวกาศทั้ง 4 นายจะอยู่ประจำการจนถึงเดือนพฤษภา​คม 2564 โดยก่อนหน้านั้นหนึ่งเดือน นักบินอวกาศชาวรัสเซีย​ 3 นายจากทีมแรกของคณะ​สำรวจที่ 65 จะเดินทางด้วยยานโซยูซ เอ็มเอส-18 ขึ้นมาสมทบ จากนั้นนักบินอวกาศ​ 3 นายเดิมจากทีมแรกของคณะ​สำรวจที่ 64 ก็จะเดินทางกลับโลก โดยจะมอบให้ทีมของฮอปกินส์ ซึ่งเป็นทีมหลังของคณะ​สำรวจที่ 64 รับช่วงเป็นผู้นำภารกิจต่อไป

 

เที่ยวบินปฐมฤกษ์​ Crew-1 นี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ NASA ในภารกิจสำรวจอวกาศยุคใหม่ และนับเป็นครั้งแรกที่นักบินอวกาศ​สหรัฐ​ฯ เดินทางไปกับยานอวกาศ​ของ​บริษัทเอกชนอย่างเป็นทางการ​ นอกจาก Space​X แล้ว ทาง NASA ยังทำสัญญา​กับบริษัท Boeing ด้วย เพื่อให้เกิดการแข่งขันกันทั้งด้านราคาและคุณภาพ โดยในระหว่างนี้ ยานสตาร์​ไล​เนอร์​ของโบอิ้งยังไม่ผ่านการทดสอบครบทุกขั้นตอน ยานลูกเรือดรากอนของ SpaceX จึงได้ชื่อเป็นเที่ยวบินแรกนำหน้าไปก่อน

 

ไม่เพียงแต่ชาวอเมริกัน​ที่ตื่นเต้นกับการที่ยานอวกาศ​ได้กลับมาออกเดินทาง​จากแผ่นดินแม่อีกครั้ง ชาวไทยเราเองก็ได้คว้าโอกาสสำคัญครั้งประวัติศาสตร์​นี้ไว้ด้วย ในโครงการ Asian Herb in Space (AHiS) นั่นคือการส่งต้นโหระพาและราชพฤกษ์ไปกับยานดรากอนเที่ยวบิน Crew-1 นี้ด้วย

 

 

โครงการ AHiS นี้เป็นผลงานของ Kibo Utilization initiative (Kibo-ABC) ภายใต้การดูแล​ของ JAXA ที่มีแนวคิดที่จะทดลองส่งพืชสมุนไพรของประเทศ​ต่างๆ ในเอเชียขึ้นไปปลูกให้เติบโต​ในสภาพ​แรงโน้มถ่วง​ต่ำ และทาง สวทช. ของไทยร่วมกับ ม.มหิดล ก็เป็นหนึ่งในผู้รับเลือกในโครงการนี้

 

ทางหน่วยงานร่วมได้เลือกต้นโหระพาซึ่งเป็นพืชที่คนไทยรู้จักกันดีมาเป็นพืชที่จะใช้ในการทดลองครั้งนี้ โดยมีชุดทดลองจากแหล่งที่มาเดียวกัน แจกจ่ายไปยังโรงเรียน มหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยต่างๆ​ ที่สนใจไปพร้อมกันด้วย เพื่อเปรียบเทียบการเจริญเติบโต​ของโหระพาที่มีอายุเท่ากันในสภาพแวดล้อม​ที่แตกต่าง​กัน คือบนโลกและบนอวกาศ​ ถือเป็นการทดลองที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ​เกี่ยวกับการมองหาแหล่งอาหารสำหรับ​โครงการ​อวกาศ​ในอนาคต​

 

นอกจากนี้ยังมีการส่งเมล็ดพันธุ์ราชพฤกษ์ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำชาติของไทย​ขึ้นไปกับยานดรากอนในเที่ยวบิน Crew-1 นี้ด้วย ​ซึ่งคล้ายกับธรรมเนียมปฏิบัติที่ทำกันมาตั้งแต่สมัยยานอพอลโล ​ที่ทาง NASA จะแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์​ต้นไม้ใหญ่จากอวกาศไปปลูกตามโรงเรียน​และ​มหาวิทยาลัยต่างๆ ในสหรัฐ​ฯ ครั้งนี้ก็เช่นกัน ทางหน่วยงานร่วมมีแผนที่จะแจกจ่าย “เมล็ดพันธุ์ราชพฤกษ์อวกาศ” นี้ไปปลูกตามสถานที่ต่างๆ ในประเทศไทย​ ​เพื่อเป็นการสร้างความตื่นตัวให้แก่เยาวชน นักวิจัย และสาธารณชน เกี่ยวกับความรู้ด้านวิทยาศาสตร์อวกาศ ใครจะรู้ว่าในอนาคต ประเทศไทยของ​เราอาจมีบุคลากร​ที่ทรงคุณค่า​ทางด้านอวกาศ​เกิดขึ้นมากมายจากแรงบันดาลใจ​ครั้งนี้​ก็ได้​

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

อ้างอิง: 

The post เที่ยวบินประวัติศาสตร์ของ SpaceX Crew Dragon กับอนาคตของภารกิจสำรวจอวกาศยุคใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
SpaceX พานักบินอวกาศ NASA ทะยานขึ้นสู่ห้วงอวกาศได้สำเร็จ สร้างประวัติศาสตร์ในวงการเทคโนโลยีอวกาศโลก https://thestandard.co/nasa-astronauts-launch-from-america-in-historic-test-flight-of-spacex-crew-dragon/ Sun, 31 May 2020 07:21:56 +0000 https://thestandard.co/?p=368390

เมื่อวานนี้ (30 พฤษภาคม) ยานอวกาศ Crew Dragon ของ Space […]

The post SpaceX พานักบินอวกาศ NASA ทะยานขึ้นสู่ห้วงอวกาศได้สำเร็จ สร้างประวัติศาสตร์ในวงการเทคโนโลยีอวกาศโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อวานนี้ (30 พฤษภาคม) ยานอวกาศ Crew Dragon ของ SpaceX นำ โรเบิร์ต เบห์นเคน และดักลาส เฮอร์ลีย์ สองนักบินอวกาศสัญชาติอเมริกันทะยานขึ้นสู่ห้วงอวกาศได้สำเร็จ ด้วยจรวด SpaceX Falcon 9 ที่ถูกปล่อยตัวจากสถานีปล่อยจรวด Launch Complex 39A ที่ Kennedy Space Center ในรัฐฟลอริดา เมื่อเวลา 15.22 น. ตามเวลาท้องถิ่น นับเป็นการเดินทางสู่นอกโลกโดยนักบินอวกาศอเมริกัน ด้วยจรวดอวกาศสัญชาติอเมริกันจากพื้นแผ่นดินสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี 

 

ทั้งเบห์นเคนและเฮอร์ลีย์ไม่เพียงแต่จะได้ขึ้นไปท่องอวกาศด้วยยานขนส่งใหม่ แต่ยังเป็นผู้ได้ทดลองใช้ระบบธุรกิจขนส่งเชิงพาณิชย์โมเดลใหม่ที่ SpaceX จับมือร่วมกับ NASA เพื่อให้การเดินทางไปมาระหว่างสถานีอวกาศและภาคพื้นโลกไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป 

 

ด้าน อีลอน มัสก์ ระบุว่า ความสำเร็จครั้งนี้ เหมือนความฝันที่กลายเป็นจริงสำหรับเขาและคนในทีม SpaceX ทุกคน โดยการขึ้นบินครั้งประวัติศาสตร์นี้มีกำหนดการลงจอดที่สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ในวันที่ 31 พฤษภาคม เวลา 10.29 น. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ

 

ภาพ: Joe Raedle / Getty Images

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์ 

อ้างอิง:

The post SpaceX พานักบินอวกาศ NASA ทะยานขึ้นสู่ห้วงอวกาศได้สำเร็จ สร้างประวัติศาสตร์ในวงการเทคโนโลยีอวกาศโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลอยอังคารไม่พอต้องลอยอวกาศ จรวด SpaceX นำอัฐิคนนับร้อยโคจรรอบโลกนาน 4 ปี https://thestandard.co/spacex-launch-will-carry-the-ashes-of-100-people-into-space/ https://thestandard.co/spacex-launch-will-carry-the-ashes-of-100-people-into-space/#respond Wed, 05 Dec 2018 06:49:32 +0000 https://thestandard.co/?p=159591

เมื่อ 2 ปีก่อน เจมส์ เอเบอร์ลิน ชาวอเมริกัน วัย 36 ปี ไ […]

The post ลอยอังคารไม่พอต้องลอยอวกาศ จรวด SpaceX นำอัฐิคนนับร้อยโคจรรอบโลกนาน 4 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อ 2 ปีก่อน เจมส์ เอเบอร์ลิน ชาวอเมริกัน วัย 36 ปี ได้เผยความปรารถนาสุดท้ายไว้กับครอบครัวก่อนที่จะเสียชีวิตว่า อยากให้นำเอาเถ้ากระดูกของเขาส่งขึ้นไปอยู่บนอวกาศ จนท้ายที่สุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (3 ธ.ค.) ความฝันของเขาก็เป็นจริง หลังอัฐิของเขาและของคนอื่นๆ อีกนับร้อยได้ทะยานขึ้นห้วงอวกาศผ่านการโดยสารกระสวยอนุสรณ์จากบริษัท Elysium Space

 

ข้อมูลจากบริษัทผู้ให้บริการเปิดเผยว่า แต่ละครอบครัวต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 2,500 เหรียญ หรือราว 81,780 บาท เพื่อนำเอาอัฐิของคนที่พวกเขารักขึ้นไปกับพ่วงจรวดอวกาศ Falcon 9 ของ SpaceX

 

 

Thomas Civeit ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร Elysium Space กล่าวว่า เถ้ากระดูกของเจมส์และคนอื่นๆ ต่างถูกบรรจุอยู่ในลูกบาศก์ขนาด 4 นิ้ว ที่เรียกว่า Cubesat

 

สำหรับครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของกระสวยได้ทันทีตั้งแต่การเดินทางขึ้นและการโคจรรอบโลกเป็นเวลา 4 ปี ก่อนที่จะกลับลงมาบนโลกอีกครั้ง

 

เบฟเวอร์ลี เอเบอร์ลิง แม่ของเจมส์ให้ข้อมูลกับ CNN ว่า ตอนที่เขายังมีชีวิต เจมส์ชื่นชอบจรวดและดาวเทียมอย่างมาก และบอกอีกว่า หลายครั้งเขาใช้โอกาสเดินทางไปฐานทัพอากาศในแคลิฟอร์เนียเพื่อถ่ายภาพการปล่อยจรวดขึ้นสู่อวกาศ

 

ภายหลังเจมส์เสียชีวิตได้ 1 เดือน ครอบครัวของเขาก็ทราบถึงภารกิจของบริษัท Elysium Space และได้ติดต่อไป แต่การดำเนินการใช้เวลานับ 2 ปี ก่อนที่พวกเขาจะได้รับเมลแจ้งว่าจะมีการส่งจรวดขึ้นในวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่กลับต้องเลื่อนออกไป ซึ่งทางครอบครัวเอเบอร์ลิงไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด

 

“เรารู้สึกดีใจอย่างมากที่ได้ทำตามคำขอสุดท้าย มันมีความหมายมากเหลือเกินสำหรับทั้งฉันและสามี” แม่ของเจมส์กล่าว “ฉันคิดว่าเจมส์ก็คงจะมีความสุขมากที่ได้เห็นว่ามันจะเกิดขึ้นจริงในที่สุด”

 

ทั้งนี้ นี่ไม่ใช่ภารกิจแรกที่ทำขึ้นเพื่อส่งอัฐิของมนุษย์ขึ้นไปบนอวกาศ ในปี 2541 หลอดบรรจุเถ้ากระดูกของนักบินอวกาศอย่าง Eugene Shoemaker ได้ถูกนำไปที่ดวงจันทร์พร้อมกับภารกิจขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NASA)

 

นอกจากนี้เมื่อปี 2555 อัฐิของ James Doohan ผู้รับบท Scotty ในภาพยนตร์เลื่องชื่ออย่าง Star Trek ได้ถูกส่งไปพร้อมกับคนอื่นๆ อีก 320 คน ซึ่งในภารกิจนี้ก็มีอัฐิของนักบินอวกาศอย่าง Gordon Cooper ด้วย

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post ลอยอังคารไม่พอต้องลอยอวกาศ จรวด SpaceX นำอัฐิคนนับร้อยโคจรรอบโลกนาน 4 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/spacex-launch-will-carry-the-ashes-of-100-people-into-space/feed/ 0
SpaceX จับมือกับ Nasa ส่งดาวเทียมสำรวจดาวเคราะห์เข้าสู่วงโคจรด้วยจรวด Falcon 9 สำเร็จ https://thestandard.co/watch-spacex-launch-nasa-tess-on-a-falcon-9-rocket/ https://thestandard.co/watch-spacex-launch-nasa-tess-on-a-falcon-9-rocket/#respond Thu, 19 Apr 2018 05:36:14 +0000 https://thestandard.co/?p=84900

SpaceX จับมือกับนาซาส่ง TESS ดาวเทียมสำรวจดาวเคราะห์เข้ […]

The post SpaceX จับมือกับ Nasa ส่งดาวเทียมสำรวจดาวเคราะห์เข้าสู่วงโคจรด้วยจรวด Falcon 9 สำเร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>

SpaceX จับมือกับนาซาส่ง TESS ดาวเทียมสำรวจดาวเคราะห์เข้าสู่วงโคจรด้วยจรวด Falcon 9 สำเร็จ หวังสำรวจสิ่งมีชีวิตและดาวเคราะห์อื่นๆ ในอวกาศ เชื่อมีศักยภาพเพียงพอต่อการพบดาวเคราะห์กว่า 20,000 ดวง!

 

ช่วงเย็นของพุธที่ 18 เมษายนที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ บริษัทเทคโนโลยีอวกาศ SpaceX และองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติหรือนาซา ได้ร่วมกันปฏิบัติภารกิจนำส่งดาวเทียมสำรวจดาวเคราะห์ TESS มูลค่ากว่า 337 ล้านเหรียญสหรัฐเข้าสู่วงโคจรในอวกาศสำเร็จ ก่อนนำจรวด Falcon 9 ที่ใช้ลำเลียงดาวเทียมลงจอดลงบนผืนโลกได้อย่างไร้อุปสรรค

 

ดาวเทียม TESS ที่ว่ากันว่ามีขนาดเท่าเครื่องซักผ้าดวงนี้จะถูกใช้สำรวจสิ่งมีชีวิต และดาวเคราะห์นอกระบบสุริยจักรวาล ซึ่งนาซาคาดการณ์ว่า TESS จะมีศักยภาพมากกว่ายานอวกาศเคปเลอร์ (Kepler) กล้องโทรทรรศน์อวกาศรุ่นเดิมของนาซาที่ถูกปล่อยในปี 2009 โดยจะใช้ระบบการตรวจจับดาวเคาะห์หรือเงาของพวกมันที่เคลื่อนผ่านดวงดาวเหมือนกัน

 

นาซาเช่ือว่า TESS จะสามารถค้นพบดาวเคราะห์ได้มากถึง 20,000 ดวงที่อยู่ห่างออกไปราว 30-300 ปีแสง ในจำนวนนี้จำแนกเป็นดาวเคราะห์ขนาดเท่าโลกมากกว่า 50 ดวง และดาวเคราะห์ที่เล็กกว่าโลก 2 เท่าจำนวนกว่า 500 ดวงขึ้นไป ก่อนนำการค้นพบมาศึกษาความเป็นไปได้ในการตั้งถิ่นฐานในอนาคตเพิ่มเติมในลำดับต่อไป

 

แพทริเซีย บอยด์ ผู้อำนวยการโครงการ TESS guest investigator กล่าวว่า “หนึ่งในหลายๆ สิ่งที่น่าทึ่งซึ่งเคปเลอร์ได้บอกกับเราคือ มีดาวเคราะห์อยู่ทั่วทุกหนแห่ง และมีดาวเคราะห์หลากหลายชนิดกระจัดกระจายอยู่ข้างนอกนั้น ดังนั้น TESS จะปฏิบัติการในขั้นตอนต่อไป หากดาวเคราะห์มีอยู่ทุกที่ มันก็ถึงเวลาที่เราจะต้องค้นหาดาวเคราะห์ที่ใกล้เคียงกับโลกของเราที่สุด

 

อ้างอิง:

The post SpaceX จับมือกับ Nasa ส่งดาวเทียมสำรวจดาวเคราะห์เข้าสู่วงโคจรด้วยจรวด Falcon 9 สำเร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/watch-spacex-launch-nasa-tess-on-a-falcon-9-rocket/feed/ 0
SpaceX ปล่อย Falcon 9 สำเร็จอีกครั้ง เตรียมทดลองกำจัดขยะอวกาศ หลังพบลอยเกลื่อนกว่า 500,000 ชิ้น https://thestandard.co/spacex-falcon-9-nasa-crs-14-launch/ https://thestandard.co/spacex-falcon-9-nasa-crs-14-launch/#respond Tue, 03 Apr 2018 08:29:24 +0000 https://thestandard.co/?p=81749

บริษัทเทคโนโลยีอวกาศ SpaceX ประสบความสำเร็จในการปล่อยจร […]

The post SpaceX ปล่อย Falcon 9 สำเร็จอีกครั้ง เตรียมทดลองกำจัดขยะอวกาศ หลังพบลอยเกลื่อนกว่า 500,000 ชิ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>

บริษัทเทคโนโลยีอวกาศ SpaceX ประสบความสำเร็จในการปล่อยจรวด Falcon 9 เป็นครั้งที่ 7 ของบริษัทในปี 2018 โดยภารกิจครั้งนี้ของ SpaceX คือการลำเลียงส่งสัมภาระที่จำเป็นไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station) รวมถึงอุปกรณ์ติดตั้งระบบทดลอง RemoveDEBRIS ที่นักวิทยาศาสตร์หวังใช้กำจัดขยะบนชั้นบรรยากาศด้านบนสุดของโลกในอวกาศ

 

SpaceX ปล่อย Falcon 9 ออกจากแหลมคะแนเวอรัล รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ของช่วงเย็นวันจันทร์ที่ 2 เมษายน (ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ) ก่อนปล่อยยานอวกาศ Dragon ที่ใช้บรรทุกสัมภาระขนาด 3 ตันออกจาก Falcon 9 เพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานีอวกาศนานาชาติของ NASA มีตั้งแต่เสบียงอาหาร, ผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์, ผลการศึกษาเพื่อปรุงตัวยา, เครื่องปรินต์รุ่นใหม่,​ ผลการทดสอบทางชีววิทยาที่สัมพันธ์กับสุขภาพของนักบินอวกาศ และระบบกำจัดขยะในอวกาศ

 

จากการเปิดเผยของ Time ระบุว่า นักวิทยาศาสตร์หวังนำระบบ RemoveDEBRIS นี้ที่พัฒนาขึ้นโดยมหาวิทยาลัยศูนย์อวกาศเซอร์เรย์ (SSC) ในสหราชอาณาจักรไปใช้กำจัดขยะจำนวนกว่า 500,000 ชิ้นที่ลอยเคว้งในวงโคจรที่ต่ำที่สุดของโลกที่กำลังเป็นสาเหตุของปัญหาที่กำลังทวีความรุนแรงในขณะนี้ ซึ่งมีที่มาจากดาวเทียมเสื่อมสภาพ บูสเตอร์จรวดที่ใช้แล้วทิ้ง รวมถึงขยะในชั้นอวกาศชนิดอื่นๆ

 

โดยนักบินอวกาศประจำสถานีอวกาศนานาชาติจะเป็นผู้ติดตั้งระบบนี้เพื่อทดสอบว่ามันจะปฏิบัติหน้าที่ดูดเศษซากดาวเทียมและบูสเตอร์จรวดออกจากชั้นโคจรของโลกได้หรือไม่ เพื่อให้นักวิจัยสามารถเก็บข้อมูลนำไปพัฒนาระบบให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นในลำดับต่อไป

 

ประเด็นขยะอวกาศกำลังได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากทั่วโลก โดยเฉพาะเมื่อเร็วๆ นี้ที่มีข่าวว่าสถานีอวกาศเทียนกง-1 ของจีน ซึ่งขาดการติดต่อกับรัฐบาลตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคมปีที่แล้วอาจจะร่วงหล่นพุ่งชนพื้นโลกที่ใดสักแห่ง ก่อนที่เช้าวันนี้จะมีการยืนยันออกมาว่า ชิ้นส่วนบางชิ้นของเทียนกงที่เหลือจากการถูกเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศได้ตกลงไปยังบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้เป็นที่เรียบร้อย โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บและความเสียหายแต่อย่างใด

 

อ้างอิง:

The post SpaceX ปล่อย Falcon 9 สำเร็จอีกครั้ง เตรียมทดลองกำจัดขยะอวกาศ หลังพบลอยเกลื่อนกว่า 500,000 ชิ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/spacex-falcon-9-nasa-crs-14-launch/feed/ 0
SpaceX เลื่อนปล่อยดาวเทียม 5G เป็น 21 ก.พ. นี้ เพื่อเช็กความเรียบร้อย https://thestandard.co/spacex-delays-starlink-launch-to-february-21/ https://thestandard.co/spacex-delays-starlink-launch-to-february-21/#respond Mon, 19 Feb 2018 05:01:44 +0000 https://thestandard.co/?p=71431

เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ขยันปล่อยจรวดกันแบบไม่รู้จักเหน็ดเ […]

The post SpaceX เลื่อนปล่อยดาวเทียม 5G เป็น 21 ก.พ. นี้ เพื่อเช็กความเรียบร้อย appeared first on THE STANDARD.

]]>

เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ขยันปล่อยจรวดกันแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย สำหรับ ‘SpaceX’ โดยล่าสุดได้เลื่อนกำหนดการปล่อยจรวด Falcon 9 เพื่อลำเลียงดาวเทียมปรับคุณภาพอินเทอร์เน็ตเข้าสู่วงโคจรในห้วงอวกาศเป็นวันพุธ 21 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อเช็กความเรียบร้อยของระบบต่างๆ

 

เดิมที SpaceX ตั้งใจจะปล่อยจรวดลำเลียงดาวเทียมภาพถ่ายเรดาร์ของสเปน (Spanish Radar Imaging Satellite: อินเดียใช้ดาวเทียมประเภทนี้เฝ้าระวังสภาพอากาศ) และดาวเทียมอินเทอร์เน็ต Microsat-2a, Microsat-2b ของ SpaceX เอง ออกจากฐานทัพอากาศแวนเดนเบิร์ก เมื่อวันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่สุดท้ายกำหนดการต่างๆ ก็ถูกเลื่อนออกไปเป็นวันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์แทน เนื่องจากบริษัทต้องการตรวจเช็กให้แน่ใจว่าระบบต่างๆ จะทำงานได้โดยไร้ปัญหา เพราะคราวนี้ต้องลำเลียงดาวเทียมมากกว่าปกติเป็นพิเศษ ซึ่งล่าสุด SpaceX ได้อัปเดตเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ว่า ดาวเทียมและจรวดยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดี

 

เชื่อกันว่าดาวเทียม Microsat-2a และ Microsat-2b ของ SpaceX นั้นเป็นดาวเทียมเพื่อปรับปรุงคุณภาพการสื่อสารของระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งถ้ากระบวนการปล่อยดาวเทียมทั้ง 2 ดวงเข้าสู่วงโคจรดำเนินไปด้วยความราบรื่นก็จะช่วยเปิดโอกาสให้การพัฒนาระดับความเร็วอินเทอร์เน็ตทั่วโลกเป็นไปในระดับ Gigabit หรือโครงข่ายสัญญาณแบบ 5G ได้ไม่ยาก

 

ด้านสำนักข่าว CNBC ในสหรัฐอเมริกาเชื่อว่า SpaceX ตั้งเป้าจะสร้างวงโคจรดาวเทียมสื่อสารของตัวเองให้มีจำนวนมากกว่า 4,425 ดวงภายในปี 2019 นี้ ก่อนจะตามมาอีก 7,518 ดวงหลังจากนั้น

 

อ้างอิง:

The post SpaceX เลื่อนปล่อยดาวเทียม 5G เป็น 21 ก.พ. นี้ เพื่อเช็กความเรียบร้อย appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/spacex-delays-starlink-launch-to-february-21/feed/ 0
SpaceX ปล่อยจรวดทำภารกิจลับสุดยอดร่วมกับรัฐบาลสหรัฐฯ ประเดิมปี 2018 ได้อย่างสวยหรู https://thestandard.co/spacex-zuma-launch/ https://thestandard.co/spacex-zuma-launch/#respond Mon, 08 Jan 2018 05:37:46 +0000 https://thestandard.co/?p=60831

เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม (ตา […]

The post SpaceX ปล่อยจรวดทำภารกิจลับสุดยอดร่วมกับรัฐบาลสหรัฐฯ ประเดิมปี 2018 ได้อย่างสวยหรู appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม (ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐอเมริกา) SpaceX ประสบความสำเร็จในการปล่อยจรวด Falcon9 ออกจากฐานปล่อย SLC-40 ที่แหลมคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา เพื่อปฏิบัติภารกิจลับสุดยอดภารกิจแรกประเดิมปี 2018 ‘Zuma’ ร่วมกับรัฐบาลสหรัฐฯ

 

สาเหตุที่บอกว่าเป็นภารกิจลับเนื่องจาก SpaceX และรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดแน่ชัดว่าคลังสินค้าที่บรรทุกออกไปในยานอวกาศครั้งนี้มีอะไรบ้าง นอกจากนี้ SpaceX ยังเลือกถ่ายทอดสดจนถึงแค่เฉพาะช่วงนำ Falcon9 ส่วนแรกกลับคืนสู่ฐานการปล่อยเท่านั้น ซึ่งผิดวิสัยปกติที่ทางบริษัทเทคโนโลยีอวกาศมักจะเปิดเผยทุกๆ รายละเอียดและถ่ายทอดสดกระทั่งเสร็จสิ้นภารกิจทุกกระบวนท่า

 

เดิมที SpaceX ตั้งใจจะปฏิบัติภารกิจ Zuma มาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แต่ด้วยสาเหตุของความปลอดภัยและความเรียบร้อยของลูกค้ารายอื่น จึงจำเป็นที่จะต้องเลื่อนกำหนดการมาเป็นเดือนมกราคมปี 2018 แทน โดยปีที่ผ่านมา SpaceX ประสบความสำเร็จในการปล่อยจรวดมากถึง 18 ครั้งทำสถิติเป็นประวัติการณ์ของบริษัท

 

ส่วนแนวทางหลังจากนี้เชื่อกันว่า SpaceX เตรียมจะปล่อยจรวด Falcon Heavy ที่เคลมว่าทรงประสิทธิภาพที่สุดของบริษัทเป็นภารกิจลำดับที่ 2 ของปี 2018

 

อ้างอิง:

The post SpaceX ปล่อยจรวดทำภารกิจลับสุดยอดร่วมกับรัฐบาลสหรัฐฯ ประเดิมปี 2018 ได้อย่างสวยหรู appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/spacex-zuma-launch/feed/ 0
วัตถุประหลาดคล้าย UFO ลอยเหนือท้องฟ้า! แท้จริงแล้วคือจรวด SpaceX https://thestandard.co/spacex-falcon-9/ https://thestandard.co/spacex-falcon-9/#respond Mon, 25 Dec 2017 04:59:08 +0000 https://thestandard.co/?p=57816

วันศุกร์ที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นประเทศสหร […]

The post วัตถุประหลาดคล้าย UFO ลอยเหนือท้องฟ้า! แท้จริงแล้วคือจรวด SpaceX appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันศุกร์ที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นประเทศสหรัฐอเมริกา ชาวอเมริกันจำนวนไม่น้อยที่อาศัยอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียต้องตกอกตกใจไปตามๆ กัน เมื่อแหงนหน้ามองดูท้องฟ้าแล้วพบวัตถุประหลาดที่ถูกปกคลุมด้วยแสงสีขาวกำลังพุ่งตรงออกไปยังนอกโลก

 

ทันทีที่เห็นปรากฏการณ์สุดพิลึกนี้ ผู้คนก็ไม่ลืมที่จะถ่ายรูปและคลิปวิดีโอเก็บไว้เป็นหลักฐานก่อนนำมาแชร์บนโลกออนไลน์จนได้รับการพูดถึงเป็นจำนวนมาก ขณะที่บางส่วนก็ตีความแบบติดตลกว่าวัตถุดังกล่าวอาจจะเป็นยานพาหนะของผู้มาเยือนจากนอกโลกก็ได้!

 

ที่สุดแล้วปริศนาดังกล่าวก็ได้รับการเฉลย เพราะวัตถุในลำแสงสีขาวที่พุ่งตรงออกไปยังนอกโลกคือ ‘จรวด Falcon 9’ จากบริษัท SpaceX ที่ถูกปล่อยออกจากฐานทัพอากาศแวนเดอร์เบิร์ก (Vandenberg) รัฐแคลิฟอร์เนียเพื่อไปปฏิบัติภารกิจครั้งที่ 18 (ของปี 2017) ส่งท้ายปีในคืนดังกล่าว ด้วยการลำเลียงดาวเทียมอิริเดียม-4 (ชุดที่ 4) จำนวน 10 ดวงเข้าสู่วงโคจรเครือข่ายดาวเทียม ‘อิริเดียม เน็กซ์’ นั่นเอง

 

ด้านอีลอน มัสก์ ซีอีโอบริษัท SpaceX ที่เห็นกระแสฮือฮาบนโซเชียลมีเดียก็ได้ทียียวนกวนประสาทผู้พบเห็นลำแสงดังกล่าวด้วยการทวีตข้อความพร้อมคลิปว่า ‘นิวเคลียร์ เอเลี่ยน UFO จากเกาหลีเหนือ’

The post วัตถุประหลาดคล้าย UFO ลอยเหนือท้องฟ้า! แท้จริงแล้วคือจรวด SpaceX appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/spacex-falcon-9/feed/ 0
SpaceX ส่งจรวด-ยานอวกาศรีไซเคิล ไปสถานีอวกาศพร้อมกันครั้งแรก แถมพกเมล็ดข้าวบาร์เลย์ไปศึกษาเพื่อผลิตเบียร์! https://thestandard.co/spacex-budweiser/ https://thestandard.co/spacex-budweiser/#respond Sun, 17 Dec 2017 13:04:24 +0000 https://thestandard.co/?p=55875

SpaceX ประสบความสำเร็จในการนำจรวดและยานอวกาศรีไซเคิลกลั […]

The post SpaceX ส่งจรวด-ยานอวกาศรีไซเคิล ไปสถานีอวกาศพร้อมกันครั้งแรก แถมพกเมล็ดข้าวบาร์เลย์ไปศึกษาเพื่อผลิตเบียร์! appeared first on THE STANDARD.

]]>

SpaceX ประสบความสำเร็จในการนำจรวดและยานอวกาศรีไซเคิลกลับมาใช้อีกครั้ง และส่งไปยังสถานีอวกาศพร้อมๆ กัน โดยภารกิจในครั้งนี้ SpaceX ได้นำเมล็ดข้าวบาร์เลย์ขึ้นไปวิจัยเพื่อใช้ในการผลิตเบียร์อีกด้วย

 

วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา เป็นอีกครั้งที่ SpaceX ประสบความสำเร็จในการนำยานพาหนะและอุปกรณ์ใช้แล้วกลับมารีไซเคิลใช้ใหม่ แต่ครั้งนี้พิเศษกว่าตรงที่พวกเขาได้นำยานอวกาศที่ผ่านการใช้งานแล้วอย่าง Dragon มาปฏิบัติภารกิจคู่กับ Falcon 9 จรวดที่ผ่านการใช้งานมาแล้วเช่นกัน ก่อนปล่อยออกจากฐานทัพอากาศแหลมคานาเวอรัล (Canaveral) ได้อย่างไร้ปัญหา เพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ และคาดว่าจะถึงจุดหมายปลายทางในวันอาทิตย์

 

 

ภารกิจในครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ SpaceX และ Nasa ที่ต้องการลำเลียงนำส่งคลังสินค้าน้ำหนัก 2,177 กิโลกรัม (4,800 ปอนด์) ประกอบไปด้วยอุปกรณ์การทดลองทางวิทยาศาสตร์ และอุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ ของลูกเรือบนสถานี รวมถึงเมล็ดข้าวบาร์เลย์ที่ทาง Budweiser เป็นผู้สนับสนุนในการใช้ทดลองงานวิจัยผลิตเบียร์อวกาศ

 

เมล็ดข้าวบาร์เลย์ทั้งหมดจะถูกส่งขึ้นไปยังสถานีอวกาศเป็นระยะเวลาหนึ่งเดือนก่อนถูกส่งกลับมาบนโลกเพื่อศึกษาและวิเคราะห์ว่าเมล็ดมีปฏิกิริยาและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายหลังต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมไร้แรงโน้มถ่วงในอวกาศอย่างไร ซึ่งประโยชน์ที่เกิดขึ้นนอกจากการศึกษาเพื่อการผลิตเบียร์ คือการที่นักวิทยาศาสตร์จะได้ข้อมูลล้ำค่าของการปลูกพันธ์ุพืชบนโลกให้เจริญเติบโตออกดอกออกผลแข็งแรง ผ่านการศึกษาชีววิทยาของเมล็ดข้าวบาร์เลย์

 

ริคาร์โด มาร์เควส (Ricardo Marques) รองประธานฝ่ายบริหารด้านการตลาดประจำบริษัท Budweiser ให้สัมภาษณ์กับ CNNMoney ว่า “ภายใต้การทดลองในครั้งนี้ มันคือการขับเคลื่อนทางวิทยาศาตร์ขนาดมหาศาล”

 

แนวคิดการพัฒนานวัตกรรมทางอวกาศของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) และ SpaceX นอกจากการพามนุษย์เดินทางท่องอวกาศ คือการนำอุปกรณ์และยานพาหนะทั้งหมดที่ใช้แล้วกลับมารีไซเคิลประยุกต์ใช้ใหม่อีกครั้ง เพื่อประหยัดต้นทุนทางเทคโนโลยี โดยในปีนี้ SpaceX ประสบความสำเร็จในการปล่อยยานและจรวดมากกว่า 17 ครั้งแล้ว และยังมีแพลนจะเริ่มครั้งที่ 18 ในวันที่ 22 ธันวาคมนี้เป็นภารกิจส่งท้ายปี

 

อ้างอิง:

The post SpaceX ส่งจรวด-ยานอวกาศรีไซเคิล ไปสถานีอวกาศพร้อมกันครั้งแรก แถมพกเมล็ดข้าวบาร์เลย์ไปศึกษาเพื่อผลิตเบียร์! appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/spacex-budweiser/feed/ 0
SpaceX ปล่อยจรวด Falcon 9 สำเร็จครั้งที่ 14 ในรอบปี https://thestandard.co/spacex-successfully-launches-14th-falcon-9-rocket-in-2017/ https://thestandard.co/spacex-successfully-launches-14th-falcon-9-rocket-in-2017/#respond Tue, 10 Oct 2017 05:13:31 +0000 https://thestandard.co/?p=33699

     ช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 9 ตุลาคมที่ […]

The post SpaceX ปล่อยจรวด Falcon 9 สำเร็จครั้งที่ 14 ในรอบปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศสหรัฐอเมริกา บริษัทเทคโนโลยีอวกาศสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ประสบความสำเร็จเป็นครั้งที่ 14 ในปีนี้กับการปล่อยจรวด Falcon 9 มุ่งหน้าไปยังอวกาศจากฐานทัพอากาศแวนเดนเบิร์ก ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อปฏิบัติภารกิจปล่อยดาวเทียมเข้าสู่วงโคจร


     Falcon 9 มุ่งตรงออกจากโลกพร้อมหอบหิ้วเอาดาวเทียมสื่อสารอิริเดียม (Iridium satellite) จำนวนทั้งสิ้น 10 ดวงของโครงข่ายสัญญาณดาวเทียม NEXT ไปด้วย

 

 


     ให้หลังเพียง 57 นาทีหลังจากที่ Falcon 9 ถูกปล่อยออกจากฐานทัพ พวกเขาก็ปล่อยดาวเทียมที่ถูกว่าจ้างจากลูกค้าทั้ง 10 ดวงไปสู่วงโคจรระดับต่ำของโลกได้เรียบร้อย ซึ่งหลังจากนั้น SpaceX ก็ได้รับการยืนยันว่าดาวเทียม 10 ดวงดังกล่าวสามารถรับ-ส่งสัญญาณได้เป็นอย่างดี


     นับเป็นครั้งที่ 17 แล้วที่ SpaceX ประสบความสำเร็จในการปล่อยจรวด Falcon 9 และลงจอดจรวดบูสเตอร์ส่วนแรกสู่ฐานปล่อยได้โดยไม่เสียหายนับตั้งแต่เริ่มโครงการ เช่นเดียวกับการที่พวกเขาปฏิบัติภารกิจปล่อยดาวเทียมสู่วงโคจรได้เป็นครั้งที่ 3

 


     และในวันพุธที่ 11 ตุลาคมที่จะถึงนี้ พวกเขาก็เตรียมปล่อยจรวด Falcon 9 อีกครั้งเพื่อปฏิบัติภารกิจปล่อยดาวเทียมของบริษัทโครงข่ายสื่อสาร EchoStar และ SES โดยจะใช้อาคารปล่อยจรวด 39A ของนาซ่าในศูนย์อวกาศเคนเนดี รัฐฟลอริดา เป็นที่มั่นในการปล่อยจรวด และจะนำส่วนแรกของจรวด Falcon 9 ที่เคยผ่านการใช้งานมาปรับปรุงอีกครั้งเพื่อใช้ในการปฏิบัติภารกิจนี้

 

อ้างอิง:

The post SpaceX ปล่อยจรวด Falcon 9 สำเร็จครั้งที่ 14 ในรอบปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/spacex-successfully-launches-14th-falcon-9-rocket-in-2017/feed/ 0