Spacebar Design Studio Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/spacebar-design-studio/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 01 Jul 2021 02:09:08 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Sundae Kids ชวนไปอินเลิฟกับหลายโปรเจกต์สุดน่ารักต้อนรับวาเลนไทน์นี้ https://thestandard.co/sundae-kids/ https://thestandard.co/sundae-kids/#respond Tue, 13 Feb 2018 07:17:54 +0000 https://thestandard.co/?p=69895

สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักหรืออาจจะแค่เคยเห็นงานของพวกเขา […]

The post Sundae Kids ชวนไปอินเลิฟกับหลายโปรเจกต์สุดน่ารักต้อนรับวาเลนไทน์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักหรืออาจจะแค่เคยเห็นงานของพวกเขาผ่านตากันมาบ้าง เราอยากชวนมาทำความรู้จักและชวนชมโปรเจกต์ที่อบอวลด้วยความรักที่ทั้งสนุกและอบอุ่นไปกับ Sundae Kids เจ้าของลายเส้นสุดน่ารักสีสันสดใสที่โดดเด่นด้วยทักษะการเล่าเรื่องเล็กๆ ในชีวิตและความสัมพันธ์ได้อย่างโดดเด่น  

 

Sundae Kids เป็นผลงานร่วมกันของ โป๊ยเซียน-ปราชญา มหาเปารยะ และเพื่อนหนุ่ม กวิน เทียนวุฒิชัย สองเพื่อนที่รวมตัวกันสมัยเรียน เปิดเฟซบุ๊กเพจ Sundae Kids ซึ่งเริ่มต้นจากความรักในการวาดและเลือกเรื่องที่ชอบและอิน หรือ quote สั้นๆ ที่รู้สึกว่าโดนใจแล้วหยิบจับมาเล่าเป็น comic essay ในสถานการณ์ต่างๆ

โดยกวินจะเป็นคนร่างโครงภาพ วางโครงเรื่อง รวมถึงฉากต่างๆ ส่วนโป๊ยเซียนเป็นคนวาดภาพและนำมาจบงานร่วมกันจนออกมาเป็น comic essay ทั้งแบบการ์ตูนช่องและการ์ตูนเรื่องยาวที่เราเห็นในปัจจุบัน

 

 

ผลงานล่าสุดของพวกเขาซึ่งน่าสนใจมากคือ Zine (สิ่งพิมพ์อิสระ) ที่มาในธีม LOVE เป็นการร่วมงานกับ Spacebar Design Studio ที่มีวางจำหน่ายในงาน Art Ground 03 ที่ผ่านมา เล่าเรื่องความความสัมพันธ์ผ่านภาพคอลลาจที่วาดออกมาเป็นตัวอักษร A-Z

 

 

โดย Sundae Kids ได้เล่าถึงที่มาของชิ้นงานต่างๆ ให้ฟังว่า จริงๆ แล้วตัวงานของพวกเขาไม่ได้มีแค่ความรักและความสัมพันธ์เท่านั้น มันมีทั้งเรื่องราวในโมเมนต์อื่นๆ ของชีวิต quote จากผู้คนที่เขาพบเจอ หรือแม้แต่เรื่องราวที่ได้ยินจากวิทยุ ถ้าเป็นสิ่งที่พวกเขาชอบและอินกับมันก็จะหยิบจับมาเล่าอย่างไม่ลังเลในรูปแบบของ comic essay เราจึงอาจได้เห็นการพัฒนางานจากทั้งหนังที่ดู เพลงที่ฟัง หรือแม้แต่ปัญหาเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน เพียงแต่ว่าเรื่องราวของความรักและความสัมพันธ์มันเป็นสิ่งที่เข้าถึงกับพวกเขาและผู้คน จึงกลายเป็นเรื่องราวที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเล่าบ่อยครั้ง

 

 

เมื่อเราถามถึงความกดดันและปัญหาที่มักเกิดขึ้นบ่อยกับการทำ comic essay ที่ผู้สร้างสรรค์งานมักจะต้องยก quote หรือประเด็นบางอย่างขึ้นมาเล่า โดยที่ประเด็นนั้นอาจจะไม่ถูกใจหรือไม่ใช่ ‘แนว’ ของคนที่เห็นงานทุกคน ยิ่งในเรื่องความรักที่ละเอียดอ่อนแล้ว การจะพูดถึงมุมมองความรักในแบบของตัวเองที่ชอบก็อาจจะเป็นเรื่องยาก โป๊ยเซียนตอบในประเด็นนี้ว่า

 

“เราทำ comic ขึ้นมาโดยไม่ได้อยากให้คนเชื่อตามสิ่งที่เราพูด เราแค่อยากถ่ายทอดสิ่งที่เราเห็นมา โมเมนต์ที่เราได้สัมผัส สิ่งที่บางคนอาจจะมองว่าน้ำเน่า แต่บางคนก็ชอบและอินกับมัน อย่างเรื่องความสัมพันธ์มันไม่ได้มีคำตอบตายตัว ขึ้นอยู่กับมุมมองของคนมากกว่า”

 

ทั้งหมดนี้พวกเขาได้พิสูจน์ด้วยการออกผลงานล่าสุดอย่าง ‘Close to you’ Graphic Novel การ์ตูนรักเรื่องยาวเรื่องแรกที่มีกลิ่นอายโรแมนติก ว่าด้วยเรื่องของชายหนุ่มที่ผิดหวังจากความสัมพันธ์และประสบอุบัติเหตุจนเจอกับประตูวิเศษภายในบ้านที่พาเขาไปเจอกับหญิงสาวอีกซีกโลกที่ไม่รู้จัก พร้อมเปิดตัวเว็บไซต์ readsundaekids.com ที่ฉีกแนวทางผู้เสพงานปัจจุบันที่ชอบงานสั้น อ่านเร็วๆ ไปอีกทาง

 

 

นอกเหนือจากนั้นในช่วงเทศกาลแห่งความรัก Sundae Kids ยังมีโปรเจกต์สุดเจ๋งที่ร่วมงานกับแบรนด์ต่างๆ โดยตัวงานฟุ้งไปด้วยกลิ่นอายความรักที่อบอุ่นและสนุกสนานไปกับช่วงเวลาต่างๆ ของความสัมพันธ์ เช่น Lifted by Love เป็นโปรเจกต์ที่ Sundae Kids ร่วมกับสยามดิสคัฟเวอรี่ และสตูดิโอ Slow Motion ทำแอนิเมชันและงานอินสตอลเลชันเพื่อให้ผู้คนกล้าส่งต่อและแสดงความรู้สึกต่อกันผ่านวัตถุน่ารักๆ อย่างเครื่องบินกระดาษ ซึ่งจะจัดแสดงภายในและโดยรอบของสยามดิสคัฟเวอรี่ โดยใครที่ไปเที่ยวช่วงนี้จะได้เจอแอนิเมชันน่ารักๆ วิ่งโลดแล่นส่งต่อความรู้สึกลอยไปกับเครื่องบินกระดาษภายในห้าง และยังมีสแตนดี้คู่รักให้ถ่ายรูปเล่นกันด้วย

 


 

 

หรืองานที่ร่วมกับ Marvis แบรนด์ยาสีฟันจากประเทศอิตาลี สร้างเป็นแอนิเมชันในโปรเจกต์ของ Seasonal Products อย่าง Wonders of the World Collection ที่ Sundae Kids ตีโจทย์จากการให้ความสำคัญกับกลิ่นของสถานที่และความทรงจำ

Don’t let your memory fade away,
Fresh it up by Wonders of the World Collection

 

 

 

นอกจากหลากหลายโปรเจกต์ของ Sundae Kids เร็วๆ นี้แฟนๆ ยังจะได้พบกับเว็บไซต์ใหม่อย่างเป็นทางการในชื่อ sundaekids.com ที่รวมงานทุกแขนงของพวกเขาตลอดการทำงาน 3 ปีที่ผ่านมา รวมถึงออนไลน์ช็อปที่จะมีสินค้าต่างๆ มากมายในช่วงกลางปี 2018 นี้อีกด้วย

 

 

Photo: Sundae Kids

อ้างอิง:

The post Sundae Kids ชวนไปอินเลิฟกับหลายโปรเจกต์สุดน่ารักต้อนรับวาเลนไทน์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/sundae-kids/feed/ 0
ART GROUND 03 ชวนมาสร้างหนังสือทำมือ (Zine) ร่วมกับศิลปินที่คุณชื่นชอบ https://thestandard.co/artground03/ https://thestandard.co/artground03/#respond Mon, 29 Jan 2018 09:40:14 +0000 https://thestandard.co/?p=65997

การกลับมาของงานศิลปะประชาชนและตลาดนัดงานศิลปะประจำปีอย่ […]

The post ART GROUND 03 ชวนมาสร้างหนังสือทำมือ (Zine) ร่วมกับศิลปินที่คุณชื่นชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

การกลับมาของงานศิลปะประชาชนและตลาดนัดงานศิลปะประจำปีอย่าง ‘ART GROUND 03’ ในครั้งนี้น่าตื่นเต้นมาก ปีนี้พวกเขาเติบโตขึ้นและยังนำทัพศิลปินฝีมือดีระดับประเทศมาออกบูธแสดงงานศิลปะกันอย่างเต็มที่เหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคือมีศิลปินจากต่างประเทศมาร่วมแสดงงานศิลปะด้วย เช่น Kendra Ahimsa  (อินโดนีเซีย), Akimoto (ญี่ปุ่น),  Lau Chi-Chung (ฮ่องกง) ฯลฯ

 


 

นอกจากผู้เข้าร่วมงานจะได้เพลิดเพลินกับ 6 โซนศิลปะ ได้แก่ Art Now, Art Found, Art How, Art Sound, Art Wow, Book Town แล้ว ยังมีอีก 1 โซนอาหาร Food Town จาก The Knack Market ให้ได้อิ่มอร่อย ทั้งยังมีกิจกรรมสนุกๆ ที่แต่ละโซนขนมาแบบไม่อั้น

 

 

แต่ไฮไลต์ที่ทางเราอยากจะแนะนำอยู่ที่โซน Book Town ซึ่งไม่ได้ขายเพียงแค่หนังสือเท่านั้น เพราะด้วยความร่วมมือกับ Spacebar Design Studio ซึ่งเป็น Studio ออกแบบแห่งใหม่สำหรับผู้ที่สนใจในงานสิ่งพิมพ์และงานดีไซน์ โซนหนังสือในปีนี้จึงได้จัดให้มีกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจสามารถสร้างหนังสือทำมือ สิ่งพิมพ์ศิลปะอิสระ หรือ Zine ของตัวเอง ร่วมกับศิลปินที่ชื่นชอบกันภายในงานกับโปรเจกต์ Make & Collaborate Zine with Artists

 

 

โดยในโปรเจกต์ดังกล่าวจะจัดให้มี One Stop Zine Service เพื่อให้ทุกคนได้ทดลองและร่วมสร้างสรรค์ Zine ด้วยตัวเอง โดยทาง Spacebar จะทำการเตรียมกระดาษ อุปกรณ์ และวัตถุดิบอื่นๆ ภาพผลงานจากกลุ่มศิลปินที่คุณสามารถเลือกและนำไปตัดแปะลงใน Zine ของคุณเอง พร้อมโซนจัดแสดง Zine ของกลุ่มศิลปินที่ร่วม collaborate งานในธีม ‘LOVE’ รวมถึงซุ้มวาดภาพสดที่บรรดาศิลปินทั้ง 10 ท่านจะวนเวียนมาวาดรูปและแวะมาทักทายกับผู้ร่วมกิจกรรมกันตลอดทั้งงาน

ศิลปินทั้ง 10 ท่านที่เข้าร่วมในโปรเจกต์นี้ ได้แก่

 

 

ORN THONGTHAI
JIRANARONG
SUNDAE KIDS
TUNA DUNN
JULI BAKER & SUMMER
LOVESYRUP
MONSTY PLANET
WHITE HAT
PHUPHU
MIDORI TOWN

 


นอกจากจะได้ Zine ดีๆ กลับบ้านไปแล้วยังได้ใกล้ชิดศิลปินมากฝีมือ เชื่อเลยว่าจะได้รับความประทับใจกันแบบเต็มๆ และโอกาสแบบนี้มีไม่บ่อยจริงๆ

หากคุณมีไอเดีย เตรียมไอเดียของคุณเอาไว้ให้พร้อม แล้วไปสร้าง Zine ดีๆ สักเล่มของตัวเองที่ ART GROUND 03 ได้เลย

 

 

 

และจากความสำเร็จที่เกิดขึ้นของงาน ART GROUND ทั้งสองครั้งที่ผ่านมา ทำให้เราเชื่อว่าความตั้งใจที่ The Jam Mag. อยากทำให้ศิลปะกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนไทยจะเกิดขึ้นได้ไม่ยากอย่างแน่นอน

The post ART GROUND 03 ชวนมาสร้างหนังสือทำมือ (Zine) ร่วมกับศิลปินที่คุณชื่นชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/artground03/feed/ 0
Bangkok Art Book Fair เทศกาลที่จะทำให้คนใกล้ชิดและหลงรักหนังสือ/สิ่งพิมพ์ศิลปะมากยิ่งขึ้น https://thestandard.co/bangkokartbookfair/ https://thestandard.co/bangkokartbookfair/#respond Fri, 08 Sep 2017 12:17:42 +0000 https://thestandard.co/?p=25731

  1.      บรรยากาศวันแรกของงาน Bang […]

The post Bangkok Art Book Fair เทศกาลที่จะทำให้คนใกล้ชิดและหลงรักหนังสือ/สิ่งพิมพ์ศิลปะมากยิ่งขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

1.

     บรรยากาศวันแรกของงาน Bangkok Art Book Fair ทำให้เราส่ายหัวกับประโยคที่ว่า ‘Print is dead.’

     จากการเข้าร่วมงาน Bangkok Art Book Fair เมื่อวานนี้ ซี่งจัดขึ้นเป็นปีแรกที่ บางกอก ซิตี้ ซิตี้ แกลเลอรี ย่านสาทร เราพบว่านี่คือเทศกาลหนังสือ/สิ่งพิมพ์ศิลปะที่คึกคักและสนุกมากที่สุดงานหนึ่ง ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาในงานตลอดเวลาตั้งแต่ก่อนหกโมงเย็นจนถึงสามทุ่ม ต่างคนต่างเลือกหนังสือกันสนุก ฟังเจ้าของผลงานอธิบายที่มาที่ไปของงานแต่ละชิ้น เดินเวียนเข้าออกบูธร้านแล้วร้านเล่า สลับกับชมผลงานบนพื้นที่โชว์เคสภายในงาน หรือไม่ก็สนทนากันออกรส

 


2.

     หากใครรู้จักหรือเคยไปเที่ยวชมงานอาร์ตบุ๊กแฟร์ในต่างประเทศมาบ้าง เช่น นิวยอร์ก โตเกียว ชิคาโก สิงคโปร์ ฯลฯ น่าจะตื่นเต้นกันไม่น้อยจะมีเทศกาลเช่นนี้เกิดขึ้นในบ้านเราบ้าง และผู้อยู่เบื้องหลังการจัดงานก็คือ บางกอก ซิตี้ซิตี้ แกลเลอรี ร่วมกับ Studio 150 สตูดิโอออกแบบกราฟิกของ ปิยกรณ์ ชัยวีรพันธ์เดช และ พัชร ลัดดาพันธ์ ที่ต้องการเปิดพื้นที่กลางให้คนในแวดวงศิลปะ การออกแบบ และการพิมพ์ ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ผ่านงานเสวนา เวิร์กช็อป และเทศกาล ตลอดจนเปิดโอกาสให้นักสะสมและบุคคลทั่วไปที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วมจุดประกายบทสนทนาและสร้างชุมชนหนังสือ/สิ่งพิมพ์ศิลปะ

     อันที่จริง เราเห็นทีมงานจัดกิจกรรมเล็กๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลนี้ตั้งแต่ช่วงต้นปีมาจนถึงกลางปี เริ่มจากงานเสวนาหัวข้อ The Art Book Makers: Examining the Current Local & International Art Book Landscape* ที่จัดร่วมกับศิลปิน นักเขียน ภัณฑารักษ์ สำนักพิมพ์ ช่างพิมพ์ และนักเย็บหนังสือ ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตามมาด้วยการประกาศเชิญผู้สนใจมาผลิตหนังสือ/สิ่งพิมพ์ศิลปะเพื่อจำหน่ายในเทศกาลฯ ปรากฏว่ามีทั้งศิลปินไทยและเทศจองพื้นที่จนเต็มกันอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีเวิร์กช็อป Data / Storytelling & Book Workshop กับ The Rambutan และ 2520 cm2 กับ The Archivist ซึ่งทั้งหมดนี้ปูทางมาสู่เทศกาล Bangkok Art Book Fair ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-10 กันยายนนี้

 

 

3.

     หลายคนอาจคิดว่านี่เป็น ‘งานอินดี้’ ซึ่งใช่ แต่ก็ไม่เชิง เพราะศิลปิน นักออกแบบ และสำนักพิมพ์ที่มาออกร้านและนำเสนอผลงานจัดพิมพ์กันเองเป็นสำนักพิมพ์อิสระ (Indie Publishing) แม้ว่าตัวเทศกาลจะเฉพาะเจาะจงไปทางหนังสือและสิ่งพิมพ์ศิลปะ แต่ก็เข้าถึงได้ไม่ยาก ด้วยผู้สร้างสรรค์ผลงานที่มาร่วมตั้งโต๊ะออกร้านกว่า 30 รายทำให้มีความหลากหลายทั้งในแง่เนื้อหา รูปแบบ การนำเสนอ บวกกับราคา (ในระดับที่จับต้องและจับจองเป็นเจ้าของได้) เช่น Art4D, Anon x Tammarat x Pojai, Aperture Brought Me Here, DOOR to ASIA, LIKAYBINDERY, ManaStudio, P. Library และ The Uni_form Design Studio

     แค่เดินชมผลงานหนังสือสวยๆ แปลกตาก็เพลิดเพลินประหนึ่งเสพงานศิลปะแล้ว นอกจากนี้รูปแบบพื้นที่การจัดงาน (ออกแบบโดย THINKK Studio) และบรรยากาศเป็นกันเองในงานยังทำให้เราพูดคุยสอบถามเจ้าของผลงานได้โดยไม่รู้สึกเก้อเขิน หรือแอบยืนฟังโต๊ะข้างๆ คุยกันเรื่องเทคนิค/เดดไลน์ส่งโรงพิมพ์ก็ยิ่งสนุกขึ้นไปอีก

 

 

4.

     สำหรับใครที่ไม่ถนัดคุย หรืออยากใช้เวลาเลือกหยิบจับ อ่านหนังสือ เดินชม ก็ทำได้ตามใจสะดวก เพราะนอกจากโซนออกร้านแล้วยังมีพื้นที่โชว์เคสขนาดย่อมที่นำผลงานของผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อปมาจัดแสดง และยังมีโซนจัดแสดงหนังสือ/สิ่งพิมพ์ศิลปะที่เป็น Archive รวบรวมผลงานของศิลปินไทย บางเล่มหาดูได้ยาก หลายชิ้นเป็นผลงานสร้างชื่อของศิลปิน เช่น Primitive หนังสือเนื่องในงานแสดงนิทรรศการศิลปะ ‘Apichatpong Weerasethakul: Primitive’ ซึ่งจัดทำขึ้นในโอกาสที่นิทรรศการปลุกผีจัดแสดงเป็นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา ในเล่มประกอบด้วยบทสัมภาษณ์ว่าด้วยแนวคิดการสร้างสรรค์ผลงานของ เจ้ย-อภิชาติพงศ์  วีระเศรษฐกุล และตำราอาหารของ ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช ศิลปินไทยร่วมสมัยที่รวบรวม 23 เมนูคลาสสิกสัญชาติไทย สวีเดน เยอรมัน ที่เขาเคยแสดงในเยอรมนี ซึ่งดูเหมือนกับหนังสือศิลปะ

 

5.

     และนี่คือผลงานของศิลปินบางส่วนที่เข้าร่วมงานนี้ซึ่งเราคัดสรรมาฝากกัน

 

 

P. Library

     พีรพัฒน์ กิตติสุวัฒน์ ศิลปินสตูดิโอออกแบบ P. Library ได้นำคำศัพท์เทคนิคของการวาดภาพแอนิเมชันมาขยายต่อสู่งานหนังสือภาพขนาด 15×180 ซม.

     “จริงๆ แล้ว in-between เป็นศัพท์เทคนิคทางแอนิเมชัน เวลาวาดรูปแอนิเมชันต่อกันแบบโบราณๆ ภาพที่วาดตรงกลางระหว่างส่วนหัวกับส่วนท้ายเรียกว่า in-between จริงๆ แล้วมันคือเรื่องสโคปเวลาซึ่งแต่ละช่วงไม่เท่ากัน ไอเดียหลักของหนังสือเล่มนี้ก็คือการนำภาพแอนิเมชันมาคลี่ออก ทำให้เกิดภาพวาดต่อกัน หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องของชีวิตที่วนเวียนอยู่ภายใต้เวลา”

www.facebook.com/P.Library

 

Photo: Studio Marketing Materials

 

Studio Marketing Materials

     สตูดิโอออกแบบกราฟิก เจ้าของสารพัดโปรเจกต์ เช่น AS IS รวบรวมงานออกแบบที่ลูกค้าปฏิเสธ แต่มีความน่าสนใจไม่น้อยไปกว่างานอื่นๆ มาจัดทำเป็นหนังสือศิลปะ, Miscellaneous Art Machine หนังสือบันทึกเกี่ยวกับโปรเจกต์ที่หยิบผลงานของศิลปินมาใส่ตู้หนีบตุ๊กตา ด้วยความตั้งใจให้คนเข้าถึงศิลปะได้ง่ายขึ้น

www.marketingmaterials.info

 

 

สำรับสำหรับไทย

     หนังสืองานศพอาหารริมทาง จัดทำโดยกลุ่มเชฟไทยที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสืองานศพ เพื่อบอกเล่าที่มาและส่งต่อความรู้ของอาหารริมทางจากอดีตถึงปัจจุบัน ซึ่งถูกผลกระทบจากการจัดระเบียบของภาครัฐ

     “มันเป็นหนังสืองานศพ ช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้จัดระเบียบพื้นที่ร้านอาหารริมทางมากขึ้น ร้านเหล่านี้ก็เลยอยู่ยากมากขึ้น มันเหมือนกับถูกฆ่า เลยทำหนังสืองานศพขึ้นมาสำหรับอาหารริมทาง

     “เนื้อหาก็จะเป็นลักษณะเหมือนกับหนังสืองานศพเมื่อก่อน ข้างหน้าจะเป็นคำนิยมว่าท่านนี้เป็นอย่างไร เกิดเมื่อไร ตายเมื่อไร ข้างหลังเป็นตำรับอาหารริมทางต่างๆ

     “จริงๆ แล้วสตรีทฟู้ดมันไม่ใช่ปัญหา มันอยู่ที่การจัดการ แทนที่จะมาทำลายมัน และเราก็มีตำรับอาหารเยอะ ก็เลยเอารูปแบบนี้มาใช้”

www.facebook.com/samrubforthai

 

 

Spacebar Design Studio

     ใครเป็นแฟนหนังสือทำมือ (Zine) หนังสือศิลปะ และโฟโต้บุ๊กไม่ควรพลาด เพราะ Spacebar Design Studio ชวนเหล่าศิลปินมาร่วมงานด้วยกันภายใต้ธีม Work & Travel ในโปรเจกต์ Spacebar Zine เช่น Sundae Kids, TUNA Dunn, jirabell, FAI KANTA, Husband & Wife, KRUTOM, aberabbit และอื่นๆ อีกเพียบ

www.facebook.com/gospacebar

 

 

Wide & Narrow

     A Glimpse into Modern Symbolism in 20th Century Siam หนังสือที่หยิบยกสัญลักษณ์ต่างๆ ในช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2745 มาตีความเชิงสัญญะและนำเสนอเป็นภาษาภาพ เช่น เพลงชาติ ตัวอักษร และโฆษณาชวนเชื่อ

www.facebook.com/WideAndNarrow

 

 

6. 

     ลำพังแค่การจัดเทศกาลหนังสือ/สิ่งพิมพ์ศิลปะในเมืองคงไม่สามารถการันตีได้ชัดว่าสื่อสิ่งพิมพ์จะอยู่รอดได้จริงหรือไม่ แต่อย่างน้อยก็สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการ ‘อ่าน’ หรือเป็นเจ้าของสื่อเหล่านี้ยังมีอยู่ และทำให้เราตั้งคำถามกับทางเลือกใหม่ในการเชื่อมโลกของคนทำหนังสือกับกลุ่มคนอ่านที่ไม่ใช่แค่งานสัปดาห์หนังสือประจำปีอย่างเดียว

The post Bangkok Art Book Fair เทศกาลที่จะทำให้คนใกล้ชิดและหลงรักหนังสือ/สิ่งพิมพ์ศิลปะมากยิ่งขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/bangkokartbookfair/feed/ 0