Sony Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/sony/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 08 Apr 2026 11:10:25 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Nothing Phone (4a) Series และ Headphone (a) ขายในไทยแล้ว ชูดีไซน์โปร่งใส กล้องเทเลโฟโต และ AI เคาะราคาเริ่มต้น 5,999 บาท https://thestandard.co/nothing-phone-4a-headphone-thailand/ Wed, 08 Apr 2026 11:02:04 +0000 https://thestandard.co/nothing-phone-4a-headphone-thailand/ ภาพผลิตภัณฑ์ Nothing Phone (4a) Series และ Headphone (a) พร้อมข้อความเน้นดีไซน์โปร่งใส กล้องเทเลโฟโต AI และราคาเริ่มต้น 5,999 บาท

Nothing แบรนด์เทคโนโลยีจากลอนดอน เปิดตัวสินค้าใหม่ 3 รุ […]

The post Nothing Phone (4a) Series และ Headphone (a) ขายในไทยแล้ว ชูดีไซน์โปร่งใส กล้องเทเลโฟโต และ AI เคาะราคาเริ่มต้น 5,999 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผลิตภัณฑ์ Nothing Phone (4a) Series และ Headphone (a) พร้อมข้อความเน้นดีไซน์โปร่งใส กล้องเทเลโฟโต AI และราคาเริ่มต้น 5,999 บาท

Nothing แบรนด์เทคโนโลยีจากลอนดอน เปิดตัวสินค้าใหม่ 3 รุ่นในประเทศไทย ได้แก่ สมาร์ตโฟน Phone (4a) Pro, Phone (4a) และหูฟังครอบหู Headphone (a) โดยเปิดขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา

 

แนวคิดหลักของรอบนี้คือการนำฟีเจอร์ที่มักอยู่ในสมาร์ตโฟนระดับบนลงมาอยู่ในช่วงราคาหมื่นต้นถึงหมื่นปลาย ทั้งเลนส์เทเลโฟโตแบบ Periscope, หน้าจอ AMOLED ความละเอียด 1.5K และระบบ AI ที่ทำงานบนตัวเครื่อง ภายใต้คอนเซปต์ ‘Built Different’

 

ดีไซน์โปร่งใสกับ Glyph Matrix 137 จุด

 

Phone (4a) Series ยังคงเอกลักษณ์ดีไซน์โปร่งใสของ Nothing แต่เพิ่มสีสันให้หลากหลายขึ้น โดย Phone (4a) Pro ใช้โครงสร้าง Aluminium Metal Unibody บางเพียง 7.95 มม. น้ำหนัก 210 กรัม ส่วน Phone (4a) ใช้กระจกด้านหลังคู่กับเฟรม Polycarbonate หนาราว 8.5 มม. น้ำหนัก 205 กรัม

 

ด้านหลังของทั้งสองรุ่นมาพร้อม Glyph Matrix จำนวน 137 จุด LED ที่ควบคุมแยกจุดได้ Nothing ระบุว่ามีขนาดใหญ่กว่า Phone (3) ถึง 57% และความสว่างเพิ่มขึ้นเท่าตัว สูงสุดราว 3,000 นิต ทำหน้าที่เป็นมากกว่าไฟแจ้งเตือน โดยแสดงสถานะสายเรียกเข้า เพลงที่กำลังเล่น สถานะการถ่ายวิดีโอ รวมถึงปรับแต่งแพตเทิร์นแสงตามความต้องการของผู้ใช้ได้

 

Phone (4a) Pro มาพร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP65, กระจก Gorilla Glass 7i และระบบระบายความร้อน VC Cooling ขนาด 5,300 ตร.มม. ซึ่ง Nothing ระบุว่าใหญ่ที่สุดที่เคยใส่ในสมาร์ตโฟนของแบรนด์

 

Phone (4a) Pro กับเลนส์ Periscope ซูมสูงสุด 140 เท่า

 

ระบบกล้องของ Phone (4a) Pro ประกอบด้วยกล้อง 4 ตัว ได้แก่ กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ Sony ขนาด 1/1.56 นิ้ว พร้อม OIS, กล้อง Periscope 50 ล้านพิกเซล ซูมออปติคัล 3.5 เท่าและซูมดิจิทัลสูงสุด 140 เท่า, กล้อง Ultra-wide 8 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 120 องศา และกล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล

 

กล้องหลักใช้ระบบโฟกัส All-Pixel PDAF ของ Sony ซึ่ง Nothing ระบุว่าเพิ่มความเร็วโฟกัสขึ้น 20% พร้อมลดการใช้พลังงานลง 3% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ทั้งหมดทำงานร่วมกับระบบประมวลผลภาพ TrueLens Engine 4 และ Ultra XDR

 

ขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon 7 Gen 4 พร้อม RAM 12GB และ ROM 256GB หน้าจอ Flexible AMOLED ขนาด 1.5K รีเฟรชเรต 144Hz ขอบบางเพียง 1.85 มม. ความสว่างสูงสุด 5,000 นิต มาพร้อมลำโพงคู่ Dynamic Adaptive Dual Speakers

 

Phone (4a) สเปกใกล้เคียง ในราคาที่ต่ำกว่า

 

Phone (4a) ใช้ระบบกล้องที่ใกล้เคียงกับรุ่น Pro ประกอบด้วยกล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล, กล้อง Periscope 50 ล้านพิกเซลซูมสูงสุด 70 เท่า, กล้อง Ultra-wide 8 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล

 

ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon 7s Gen 4 มีให้เลือก 2 สเปก คือ RAM 8GB/ROM 256GB และ RAM 12GB/ROM 256GB หน้าจอ AMOLED 1.5K ขนาด 6.78 นิ้ว รีเฟรชเรต 120Hz ความสว่างสูงสุด 4,500 นิต แบตเตอรี่ 5,080 mAh รองรับชาร์จเร็ว 50W

 

AI ที่ฝังตั้งแต่กล้องถึงระบบปฏิบัติการ

 

สิ่งที่ Nothing พยายามวางตำแหน่งในรุ่นนี้คือการนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการถ่ายภาพตั้งแต่ต้นทาง โดยมีฟีเจอร์อย่าง AI Preset ที่ให้ผู้ใช้เลือกโทนภาพได้ก่อนกดชัตเตอร์ และสามารถบันทึกหรือแชร์พรีเซ็ตกับผู้ใช้คนอื่นผ่านระบบ Community ได้ด้วย

 

นอกจากนี้ยังมี AI Best Shot สำหรับคัดเลือกภาพที่ดีที่สุดจากหลายช็อตโดยอัตโนมัติ, AI Erase สำหรับลบวัตถุรบกวนในภาพ, AI Cutout สำหรับแยกตัวแบบออกจากฉากหลัง และ AI Tone Sync สำหรับปรับโทนสีและแสงแบบเรียลไทม์

 

ในฝั่งระบบปฏิบัติการ ทั้งสองรุ่นใช้ Nothing OS 4.1 บน Android พร้อมระบบ Essential AI ที่ครอบคลุมหลายด้าน ตั้งแต่ Essential Space สำหรับจัดระเบียบข้อมูล, Essential Memory สำหรับจดจำพฤติกรรมผู้ใช้, Essential Search สำหรับค้นหาข้อมูลทั้งในเครื่องและออนไลน์ ไปจนถึง Essential Recorder ที่บันทึกเสียงพร้อมสรุปเนื้อหาอัตโนมัติ ทั้งหมดประมวลผลแบบ on-device

 

Nothing ระบุว่ารองรับการอัปเดต Android 3 เวอร์ชัน และ Security Patch นาน 6 ปี

 

Headphone (a) หูฟังครอบหูดีไซน์โปร่งใส

 

Nothing ยังเปิดตัว Headphone (a) หูฟังครอบหู (Over-ear) ที่ยังคงดีไซน์โปร่งใสเป็นเอกลักษณ์ โครงสร้างหลักผลิตจาก Aluminium Alloy ส่วนแผ่นรองหูใช้ Memory Foam หุ้มหนังสังเคราะห์ PU

 

ด้านเสียงรองรับ Hi-Res Audio, LDAC และ USB-C Lossless Audio พร้อมช่องเสียบ 3.5 มม. ระบบตัดเสียงรบกวนมีทั้ง Adaptive ANC ที่ปรับระดับอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม และ Transparency Mode สำหรับเปิดรับเสียงรอบข้าง ใช้ไมโครโฟน 3 ตัวสำหรับแยกเสียงพูดจากเสียงรบกวน

 

ฟีเจอร์เสริมที่น่าสนใจคือ Camera Shutter Mode ที่ใช้หูฟังเป็นรีโมตถ่ายภาพได้ เชื่อมต่อพร้อมกันสูงสุด 2 อุปกรณ์ รองรับทั้ง iOS และ Android แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 135 ชั่วโมงเมื่อปิด ANC

 

อย่างไรก็ตาม Nothing ได้วางราคาไว้ดังนี้

 

  • Phone (4a) Pro (12+256GB) ราคา 18,999 บาท มี 3 สี ได้แก่ ขาว ดำ และชมพู
  • Phone (4a) มี 2 สเปก ได้แก่ 12+256GB ราคา 16,999 บาท และ 8+256GB ราคา 14,999 บาท มี 4 สี ได้แก่ ขาว ดำ ชมพู และน้ำเงิน
  • Headphone (a) ราคา 5,999 บาท มีสีขาว ดำ และชมพู ส่วนสีเหลือง Limited Edition จะเข้าไทยในภายหลัง

The post Nothing Phone (4a) Series และ Headphone (a) ขายในไทยแล้ว ชูดีไซน์โปร่งใส กล้องเทเลโฟโต และ AI เคาะราคาเริ่มต้น 5,999 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
เครื่อง 5 ปีแต่ราคาพุ่ง! Sony หักอกเกมเมอร์ อัปราคา PlayStation 5 ทั่วโลกสูงสุด 4.92 พันบาท สวนทางวงจรสินค้าไอทีที่ควรจะถูกลง https://thestandard.co/sony-playstation-5-price-increase/ Sun, 29 Mar 2026 08:19:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1192496 ภาพเครื่องเล่นเกม PlayStation 5 และข้อความประกาศปรับขึ้นราคา

Sony Group ประกาศปรับขึ้นราคาเครื่องเล่นเกม PlayStation […]

The post เครื่อง 5 ปีแต่ราคาพุ่ง! Sony หักอกเกมเมอร์ อัปราคา PlayStation 5 ทั่วโลกสูงสุด 4.92 พันบาท สวนทางวงจรสินค้าไอทีที่ควรจะถูกลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเครื่องเล่นเกม PlayStation 5 และข้อความประกาศปรับขึ้นราคา

Sony Group ประกาศปรับขึ้นราคาเครื่องเล่นเกม PlayStation 5 ทั่วโลก โดยในสหรัฐอเมริกาปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 150 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.92 พันบาท) ในบางรุ่น

 

การขยับราคาครั้งใหญ่นี้ถือเป็นการปรับขึ้นครั้งที่สองในรอบไม่ถึงหนึ่งปี หลังจากที่บริษัทเคยปรับราคามาก่อนหน้านี้ โดยให้เหตุผลว่าเป็นผลมาจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจโลกที่ดำเนินอย่างต่อเนื่อง

 

ราคาใหม่จะมีผลในวันที่ 2 เมษายน โดยรุ่นมาตรฐานในสหรัฐอเมริกาจะขยับจาก 549.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.80 หมื่นบาท) ขึ้นเป็น 649.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.13 หมื่นบาท)

 

สำหรับรุ่นดิจิทัลจะปรับขึ้นเป็น 599.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.97 หมื่นบาท) ขณะที่รุ่นท็อปอย่าง PlayStation 5 Pro จะมีราคาสูงถึง 899.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.95 หมื่นบาท) อุปกรณ์เสริมสำหรับเล่นเกมพกพาอย่าง PlayStation Portal ก็ถูกปรับเพิ่มราคาจาก 199.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.57 พันบาท) เป็น 249.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8.21 พันบาท) ด้วยเช่นกัน

 

การปรับราคายังครอบคลุมไปถึงยุโรป สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น โดยในสหราชอาณาจักรราคาเครื่องรุ่นต่างๆ จะเพิ่มขึ้นราว 13 – 21 เปอร์เซ็นต์ ส่วนตลาดยุโรปเครื่องรุ่นมาตรฐานจะมีราคา 649.99 ยูโร (หรือ 2.46 หมื่นบาท)

 

ทางบริษัทได้ออกแถลงการณ์ว่า “เราพบว่านี่เป็นขั้นตอนที่จำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะสามารถส่งมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่มีนวัตกรรมและคุณภาพสูงให้กับผู้เล่นทั่วโลกต่อไปได้”

 

ต้นตอมาจากวิกฤตห่วงโซ่อุปทาน

 

การที่ราคาเครื่องคอนโซลปรับตัวสูงขึ้นถือเป็นแนวโน้มที่ ‘ผิดปกติอย่างมาก’ เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้วราคาอุปกรณ์ไอทีเหล่านี้ควรจะค่อยๆ ลดลงเมื่อวงจรชีวิตของสินค้าผ่านไปหลายปี

 

ปัจจัยหลักที่ผลักดันให้เกิดปรากฏการณ์นี้คือเรื่องกำแพงภาษีที่สหรัฐอเมริกากำหนด รวมถึงการที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีต่างแข่งขันกันสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์กันอย่างดุเดือด

 

ส่งผลให้ผู้ผลิตหน่วยความจำหันไปให้ความสำคัญกับการผลิตชิปสำหรับศูนย์ข้อมูลที่สร้างกำไรได้สูงกว่า ทำให้ชิ้นส่วนสำคัญอย่างหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสำหรับอุปกรณ์ทั่วไปเกิดภาวะตึงตัว

 

เพียร์ส ฮาร์ดิง-โรลส์ (Piers Harding-Rolls) นักวิเคราะห์จาก Ampere Analysis มองว่า “เมื่อไม่มีวี่แววว่าราคาจะลดลงเนื่องจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านเอไอ Sony จึงต้องตัดสินใจเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องส่วนต่างกำไรของฮาร์ดแวร์ที่บางเฉียบ”

 

นอกจากนี้เขายังประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อที่เป็นผลพวงจากสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิสราเอลและอิหร่าน อาจยิ่งเข้ามาซ้ำเติมผลกระทบจากราคาชิ้นส่วนที่สูงขึ้น และเพิ่มความยากลำบากให้กับบริษัทคอนโซลมากยิ่งขึ้น

 

ปัญหานี้ยังลุกลามไปถึง Valve ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Steam ซึ่งประกาศฮาร์ดแวร์ตัวใหม่ไปเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยบริษัทยอมรับว่ายังไม่สามารถเปิดเผยราคาและวันวางจำหน่ายได้ เนื่องจากปัญหาหน่วยความจำขาดแคลนทวีความรุนแรงขึ้น

 

ฮาร์ดิง-โรลส์กล่าวเสริมว่าคงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจหากคู่แข่งอย่าง Microsoft และ Nintendo จะทำตามในอนาคตอันใกล้ ซึ่งปัจจุบันเครื่อง Xbox Series X ก็ขยับราคาจากตอนเปิดตัวมาอยู่ที่ 650 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.13 หมื่นบาท) แล้ว

 

ทางด้าน Nintendo ก็ได้ปรับขึ้นราคาเครื่อง Switch รุ่นแรกไปเมื่อปีที่แล้ว แม้จะยังคงราคาเครื่อง Switch 2 ไว้ที่ 450 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.47 หมื่นบาท) แต่ก็ออกโรงเตือนว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน

 

แรงกระเพื่อมต่ออุตสาหกรรมและผู้บริโภค

 

นักวิเคราะห์ต่างประเมินว่าการปรับราคาคอนโซลให้แพงขึ้น มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ฉุดรั้งการเติบโตของตลาดวิดีโอเกมโดยรวมในปีนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

สัญญาณเตือนเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อยอดขายเครื่อง PlayStation 5 ในช่วงไตรมาสวันหยุดปลายปีที่ผ่านมาร่วงลงถึง 16 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยทำยอดขายไปได้เพียง 8 ล้านเครื่องเท่านั้น

 

ความซบเซานี้ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยัง Epic Games ผู้สร้างเกม Fortnite ที่กลายเป็นบริษัทล่าสุดที่ประกาศลดพนักงาน 1,000 คน โดยอ้างเหตุผลเรื่องยอดขายคอนโซลที่ชะลอตัวและรายจ่ายที่สูงกว่ารายรับ

 

การตัดสินใจของ Sony เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมเกมกำลังเผชิญมรสุม ทั้งจากการเลิกจ้างพนักงานกะทันหัน การปรับขึ้นราคาบริการ และการเปลี่ยนแปลงตัวผู้บริหารระดับสูงที่สร้างความขัดแย้ง

 

การเพิ่มราคาเครื่องคอนโซลที่มีอายุในตลาดมานานถึง 5-6 ปี ได้สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้กับบรรดาเกมเมอร์ ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นการผลักภาระมาให้กับผู้บริโภค

 

ผู้ใช้งานรายหนึ่งได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นใต้บล็อกโพสต์ของ Sony อย่างดุเดือดว่า “ราคา 650 ยูโรสำหรับเครื่องคอนโซลรุ่นพื้นฐานที่มีอายุ 5 ปีนั้นเป็นเรื่องที่บ้ามาก”

 

ขณะที่ผู้ใช้อีกคนวิพากษ์วิจารณ์การกระทำนี้ว่า ‘น่ารังเกียจ’ และกล่าวเสริมว่า “ราคาควรจะลดลง ไม่ใช่เพิ่มขึ้นในช่วงท้ายของเจเนอเรชันแบบนี้” ผู้ใช้งานอีกรายยังได้เข้ามาแสดงความเห็นปิดท้ายด้วยความผิดหวังอย่างหนักว่า “นี่เป็นเจเนอเรชันเดียวที่ราคาเครื่องคอนโซลปรับตัวสูงขึ้นและไม่ยอมลดลงเลย”

 

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน

 

  • 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.86 บาท ณ วันที่ 28 มีนาคม 2569
  • 1 ยูโร เท่ากับ 37.87 บาท ณ วันที่ 28 มีนาคม 2569

 

ภาพ : Wongsakorn 2468 / Shutterstock

อ้างอิง:

 

The post เครื่อง 5 ปีแต่ราคาพุ่ง! Sony หักอกเกมเมอร์ อัปราคา PlayStation 5 ทั่วโลกสูงสุด 4.92 พันบาท สวนทางวงจรสินค้าไอทีที่ควรจะถูกลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้กำกับ KPop Demon Hunters เซ็นสัญญาระยะเวลา 5 ปีกับ Netflix https://thestandard.co/netflix-kpop-directors-deal/ Wed, 25 Mar 2026 00:36:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1190925 Maggie Kang และ Chris Appelhans ผู้กำกับ KPop Demon Hunters

ด้วยความสำเร็จของภาพยนตร์แอนิเมชัน KPop Demon Hunters ท […]

The post ผู้กำกับ KPop Demon Hunters เซ็นสัญญาระยะเวลา 5 ปีกับ Netflix appeared first on THE STANDARD.

]]>
Maggie Kang และ Chris Appelhans ผู้กำกับ KPop Demon Hunters

ด้วยความสำเร็จของภาพยนตร์แอนิเมชัน KPop Demon Hunters ที่สร้างปรากฏการณ์ไปทั่วโลกทั้งตัวภาพยนตร์และเพลงประกอบหนัง ล่าสุดผู้กำกับทั้งสองอย่าง Maggie Kang และ Chris Appelhans จึงได้เซ็นสัญญาทำข้อตกลงครั้งยิ่งใหญ่กับทาง Netflix เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

สื่อ PUCK News รายงานว่า Netflix ปิดสัญญามูลค่าสูงเกินความคาดหมายกับ Maggie Kang และ Chris Appelhans โดยทั้งสองจะทำงานร่วมกับ Netflix เพียงบริษัทเดียวเป็นระยะเวลา 5 ปี และได้รับค่าตอบแทนเป็นจำนวนเงินปีละ 10 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 326 ล้านบาท ซึ่งทางสื่อตอกย้ำด้วยว่า ข้อตกลงนี้มีความยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับสัญญาของโชว์รันเนอร์ระดับท็อปแห่งวงการเลยทีเดียว

 

เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วทาง Netflix กับ Sony คอนเฟิร์มการสร้าง K-Pop Demon Hunters ภาค 2 อย่างเป็นทางการและกำหนดเปิดตัวในปี 2029 ซึ่งหลังจากที่ผู้กำกับทั้งสองได้เซ็นสัญญาระยะเวลา 5 ปีกับ Netflix แล้ว พวกเขาจะได้ขยายการทำงานด้านครีเอทีฟอย่างครอบคลุมมากขึ้น อย่างการทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทีมพัฒนาสินค้าที่ระลึกและโปรเจกต์สปินออฟต่างๆ นอกจากนั้นสองผู้กำกับจะได้รับเงินส่วนแบ่งจากกำไรของสินค้าที่ระลึกเหล่านั้น รวมไปถึงรายได้จากเพลงประกอบภาพยนตร์ซึ่งจะเริ่มต้นตั้งแต่ภาคต่อเป็นต้นไป

 

ข้อตกลงดังกล่าวนี้มีความคล้ายคลึงกับสัญญาที่ Netflix เคยทำกับพี่น้อง Duffer Brothers สำหรับการสร้างซีรีส์ Stranger Things ที่ทำให้พวกเขามีอิทธิพลต่อทรัพย์สินทางปัญญาของตัวเองมากกว่าเดิม โดยปัจจัยที่ทำให้ Maggie Kang และ Chris Appelhans ได้ทำสัญญามูลค่าสูงระดับนี้ก็เป็นเพราะความสำเร็จของหนังภาคแรก บวกกับการที่เดิมทีทางสตูดิโอก็ไม่ได้วางแผนผลิตภาคต่อแต่อย่างใด มีการรายงานด้วยว่า Maggie Kang ได้รับข้อเสนอให้ทำโปรเจกต์ใหญ่มากมายนับไม่ถ้วน จนกระทั่งเธอคิดถอนตัวจากการทำข้อตกลงใดๆ กับแพลตฟอร์ม ซึ่งก็ทำให้การเจรจาทำข้อตกลงระหว่างเธอกับ Netflix มีความเข้มข้นขึ้นไปอีก

 

ภาพ: Getty Images

 

อ้างอิง https://www.allkpop.com/article/2026/03/k-pop-demon-hunters-directors-land-mega-deal-with-netflix-after-global-success

The post ผู้กำกับ KPop Demon Hunters เซ็นสัญญาระยะเวลา 5 ปีกับ Netflix appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถอยเพื่อรุก? เจาะลึกดีล Sony x TCL เมื่อญี่ปุ่นยอมทิ้ง ‘โรงงาน’ ให้จีน แลกความอยู่รอดในสมรภูมิราคา https://thestandard.co/sony-tcl-tv-business-strategy/ Mon, 26 Jan 2026 07:21:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1169566 โลโก้ Sony สีขาวบนพื้นหลังสีดำ

Sony Corporation ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส […]

The post ถอยเพื่อรุก? เจาะลึกดีล Sony x TCL เมื่อญี่ปุ่นยอมทิ้ง ‘โรงงาน’ ให้จีน แลกความอยู่รอดในสมรภูมิราคา appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้ Sony สีขาวบนพื้นหลังสีดำ

Sony Corporation ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำจากญี่ปุ่น ได้เปิดเผยแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2026 โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และรับมือกับสภาวะตลาดที่มีการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น

 

แผนดังกล่าวประกอบด้วยการประกาศแยก ‘ธุรกิจทีวี’ ออกมา เพื่อจัดตั้งเป็นบริษัทร่วมทุนกับ TCL Technology ผู้ผลิตทีวียักษ์ใหญ่จากประเทศจีน

 

ในกิจการร่วมทุนดังกล่าว TCL จะถือหุ้นในบริษัท 51% ส่วน Sony จะถือหุ้น 49%

 

TCL ถือหุ้น 51% จะเข้ามาดูแลการดำเนินงานทั้งหมด ตั้งแต่กระบวนการผลิต การจัดการซัพพลายเชน จนถึงโลจิสติกส์ โดย TCL มีข้อได้เปรียบสำคัญในด้าน Economies of Scale และต้นทุนการผลิตจอภาพที่ต่ำกว่า

 

Sony ถือหุ้น 49% จะเปลี่ยนจากการเป็นเพียงผู้ผลิต มาเป็นผู้กำหนดทิศทางของแบรนด์และเทคโนโลยี โดยยังคงเป็นเจ้าของสิทธิ์ในแบรนด์ BRAVIA และมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีหลัก (Core Technology) เช่น โปรเซสเซอร์ประมวลผลภาพและเสียง รวมถึงการเพิ่มมูลค่าของแบรนด์ใน กลุ่มสินค้าระดับพรีเมี่ยม

 

นักวิเคราะห์มองว่า นี่คือกลยุทธ์ ‘ถอยเพื่อรุก’ ของ Sony เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในตลาดโลก

 

ลดต้นทุนคงที่ (Fixed Cost): การโอนถ่ายโรงงานและการผลิตไปให้ TCL ช่วยให้ Sony ปลดภาระสินทรัพย์หนัก และลดความเสี่ยงจากสงครามราคาในตลาด Mass Market ที่แบรนด์จีนและเกาหลีตีตลาดอย่างหนัก

 

โฟกัสที่ High Value: Sony จะสามารถทุ่มทรัพยากรด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อสร้างสรรค์เทคโนโลยีภาพและเสียงระดับพรีเมียม (High-end) เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าพรีเมียมที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพเหนือราคา (Quality over Price) โดยไม่ต้องเข้าสู่การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในตลาดทั่วไป

 

การปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ: นี่คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนถึงการเปลี่ยนแปลงสถานะของแบรนด์ญี่ปุ่น จาก ‘ผู้ผลิต’ ไปสู่การเป็น ‘เจ้าของ’ สินทรัพย์ทางปัญญาและ แบรนด์ อย่างเต็มตัว ซึ่งเป็นรูปแบบธุรกิจที่พบเห็นได้ทั่วไปในอุตสาหกรรมอื่น ๆ

 

ทั้งสองบริษัทจะบรรลุ ข้อตกลงขั้นสุดท้าย ภายในเดือนมีนาคม ปี 2026 โดยคาดว่าบริษัทร่วมทุนแห่งใหม่จะเริ่มดำเนินงาน อย่างเป็นทางการ ในเดือนเมษายน ปี 2027

 

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือ การรักษามาตรฐานคุณภาพของแบรนด์ BRAVIA ภายใต้ฐานการผลิตใหม่ ซึ่งการปรับตัวนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มในอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการบริหารแบรนด์และความเชี่ยวชาญเฉพาะ มากกว่าการเป็นผู้ผลิตเอง เพื่อให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโทรทัศน์ทั่วโลก แม้ว่าความต้องการหน้าจอขนาดใหญ่และความละเอียดสูงจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงผลักดันจากบริการสตรีมมิ่งที่กำลังเติบโต ผู้ผลิตชาวจีน เช่น TCL, Hisense และ Xiaomi ได้ขยายธุรกิจไปต่างประเทศอย่างแข็งขัน โดยใช้ขนาดและประสิทธิภาพด้านต้นทุนเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด

 

การเติบโตที่ชะลอตัวในตลาดที่เติบโตเต็มที่ได้ทำให้การแข่งขันด้านราคาทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้กำไรของแบรนด์ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่ก่อตั้งมานานลดลง สิ่งนี้บังคับให้หลายบริษัทต้องทบทวนรูปแบบธุรกิจและปรับโครงสร้างการดำเนินงานเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน

 

ผู้ผลิตชาวญี่ปุ่นซึ่งเคยครองตลาดโทรทัศน์ระดับโลกได้ทยอยออกจากธุรกิจไปเรื่อยๆ เนื่องจากมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นและกำไรลดลงอย่างมาก บริษัท Sharp ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัท Hon Hai Precision Industry ของไต้หวัน หรือที่รู้จักกันในชื่อ Foxconn ในปี 2016 หลังจากประสบปัญหาในธุรกิจโทรทัศน์ ขณะที่ Toshiba ขายหน่วยธุรกิจโทรทัศน์ให้กับ Hisense ของจีนในปี 2018

 

Hitachi ถอนตัวจากการขายโทรทัศน์ในประเทศในปี 2018 เช่นกัน Panasonic ก็ตัดสินใจลดการผลิตโทรทัศน์ลง โดยถอนตัวจากการผลิตในญี่ปุ่น อินเดีย เวียดนาม และบราซิลในปี 2021 และในยุโรปภายในปี 2022

 

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Sony ได้ปรับเปลี่ยนตัวเองจากผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบดั้งเดิมไปสู่บริษัทด้านความบันเทิงและคอนเทนต์ระดับโลก เนื่องจากอัตรากำไรจากฮาร์ดแวร์ลดลง โดยใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาในด้านเกม ภาพยนตร์ และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเพื่อขับเคลื่อนการเติบโต

 

ภาพ: Sony

 

อ้างอิง:

The post ถอยเพื่อรุก? เจาะลึกดีล Sony x TCL เมื่อญี่ปุ่นยอมทิ้ง ‘โรงงาน’ ให้จีน แลกความอยู่รอดในสมรภูมิราคา appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kpop Demon Hunters ภาค 2 เตรียมเปิดตัวในปี 2029 https://thestandard.co/kpop-demon-hunters-season/ Thu, 06 Nov 2025 06:42:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1140284 Kpop Demon Hunters ภาค 2 เตรียมเปิดตัวในปี 2029

Netflix และ Sony จับมือเซ็นสัญญากันเรียบร้อยแล้วสำหรับก […]

The post Kpop Demon Hunters ภาค 2 เตรียมเปิดตัวในปี 2029 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kpop Demon Hunters ภาค 2 เตรียมเปิดตัวในปี 2029

Netflix และ Sony จับมือเซ็นสัญญากันเรียบร้อยแล้วสำหรับการสร้าง Kpop Demon Hunters ภาค 2 โดยพวกเขาวางแผนจะปล่อยแอนิเมชันเรื่องนี้ในปี 2029 เนื่องจากภาพยนตร์แอนิเมชันจะใช้เวลาผลิตค่อนข้างนาน และกำหนดฉายก็อาจจะเปลี่ยนแปลงได้จากความคืบหน้าของงานสร้างเช่นกัน

 

โดยผู้กำกับของเรื่อง Maggie Kang เคยพูดไว้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาว่า เธออยากทำภาคต่อในเรื่องนี้ เพราะภาพยนตร์ก็มีเวลาไม่มาก แต่ภายในหนังก็มีการวางปมและเรื่องราวต่างๆ ของตัวละครที่สามารถขยายต่อได้อีก ซึ่งน่าจะทำให้แฟนๆ หลายคนอยากรู้เรื่องราวเพิ่มเติมด้วย ดังนั้นการทำภาคต่อจะเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้ทีมงานได้พัฒนาโลกของ Kpop Demon Hunters ให้ดีขึ้นและเล่าเรื่องได้ลึกซึ้งมากขึ้นเช่นกัน

 

Kpop Demon Hunters เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันแฟนตาซีที่เล่าเรื่องเกิร์ลกรุ๊ป K-Pop ซึ่งใช้เสียงเพลงต่อสู้กับปีศาจ โดยหลังจากที่ปล่อยออกมา ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็กลายเป็นหนังที่มาแรงที่สุดเป็นอันดับ 1 ของ Netflix ส่วนเพลงประกอบอย่าง Golden, Your Idol หรือ Soda Pop ก็เป็นเพลงฮิตติดชาร์ต Billboard และยังมีสิทธิ์ที่จะเข้าชิงรางวัล GRAMMY ในปีที่กำลังจะถึงนี้อีกด้วย ดังนั้นก็เป็นที่น่าจับตามองว่าภาพยนตร์ภาคต่อนี้จะออกมาเป็นอย่างไร และพวกเขาจะสามารถสร้างปรากฏการณ์ได้อีกครั้งหรือไม่

 

ภาพ: Netflix

อ้างอิง:

The post Kpop Demon Hunters ภาค 2 เตรียมเปิดตัวในปี 2029 appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลเปิดทำเนียบต้อนรับ 31 บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก ดึงลงทุนสร้างศูนย์วิจัย-เสริมทักษะบุคลากรไทย https://thestandard.co/govt-welcomes-31-global-giants/ Wed, 06 Aug 2025 05:16:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1104260

วันนี้ (6 สิงหาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภูมิธรรม เวชยชัย รอ […]

The post รัฐบาลเปิดทำเนียบต้อนรับ 31 บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก ดึงลงทุนสร้างศูนย์วิจัย-เสริมทักษะบุคลากรไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (6 สิงหาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการหารือระหว่างผู้นำรัฐบาลกับผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่มบริษัทชั้นนำของโลกที่มีการลงทุนขนาดใหญ่ในประเทศไทย ในงาน ‘Prime Minister Meets Investors: Confidence in Thailand’s Future-Prime Minister’s Dialogue with Global Investors’

 

มีผู้บริหาร 30 บริษัทชั้นนำระดับโลก เข้าร่วมจาก 4 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง แผงวงจรพิมพ์ (PCB), ยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่, ดิจิทัล และอุตสาหกรรมอาหารและเทคโนโลยีชีวภาพ อาทิ บริษัท Sony, Samsung, Unimicron, BYD, Hyundai, Google, TikTok และ Nestlé โดยทุกบริษัทมีการลงทุน รวมถึงการขยายการลงทุนขนาดใหญ่ในไทยช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 5.5 แสนล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงานรวมกว่า 53,000 ตำแหน่ง

 

การหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นของภาคเอกชนต่อศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย พร้อมยืนยันถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ภาคเอกชนในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

 

ภูมิธรรมกล่าวต้อนรับนักลงทุน โดยระบุว่า ประเทศไทยถูกเรียกเก็บในอัตรา 19% รัฐบาลไทยตระหนักถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและกติกาการค้าระหว่างประเทศ จึงใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงกลไกต่างๆ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยสอดคล้องกับมาตรฐานสากล และสามารถลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ รวมถึงรักษาและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจของทุกบริษัทสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

 

นอกจากนี้ ไทยจะเดินหน้าพัฒนากฎระเบียบที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ พัฒนาทักษะแรงงาน เตรียมความพร้อมด้านพลังงานสะอาด และเร่งเจรจาเปิดตลาดการค้ากับประเทศต่างๆ ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ประเทศไทยมีความตกลงทางการค้า 17 ฉบับ กับ 24 ประเทศ และอยู่ระหว่างการเจรจาเพิ่มเติมกับอีกหลายประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความได้เปรียบให้กับผู้ประกอบการไทยในการส่งออกไปยังกว่า 50 ประเทศทั่วโลก

 

ภูมิธรรมยังกล่าวถึงการเดินหน้ากลไกพลังงานสะอาด รองรับแนวทาง ESG ว่าได้เปิดให้บริการกลไก Utility Green Tariff (UGT1) ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดพร้อมเอกสารรับรองการใช้พลังงานหมุนเวียน มีบริษัทสนใจยื่นขอใช้บริการแล้วกว่า 40 ราย และมีแผนเปิดตัว UGT2 ซึ่งสามารถระบุแหล่งพลังงานที่มาได้อย่างชัดเจน

 

นอกจากนี้ รัฐบาลยังอยู่ระหว่างเตรียมเปิดกลไก Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA) ที่ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถทำสัญญาซื้อพลังงานสะอาดโดยตรงจากผู้ผลิตผ่านสายส่งของรัฐ โดยในระยะแรกจะให้บริการกับกลุ่มธุรกิจ Data Center จำนวน 2,000 เมกะวัตต์ และหากประสบผลสำเร็จจะขยายไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยกลไกพลังงานเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาพลังงานแห่งชาติ ซึ่งกระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการปรับแผน เพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดจาก 26% เป็น 51% ภายในปี 2580

 

ที่สำคัญ รัฐบาลจะเร่งพัฒนาบุคลากรไทยให้มีทักษะตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งมหาวิทยาลัย 15 แห่งร่วมมือกับภาคเอกชน 8 ราย เปิดหลักสูตรใหม่ 5 หลักสูตร พร้อมจัดตั้งศูนย์พัฒนากำลังคนเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติอีก 3 แห่ง ตั้งเป้าผลิตบุคลากรกว่า 80,000 คน ภายใน 5 ปี นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและดิจิทัลควบคู่กันไป

 

ด้าน นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวว่า วัตถุประสงค์สำคัญของการจัดงานนี้ คือ การที่ทีมไทยแลนด์ได้ประสบความสำเร็จในขั้นแรกที่ได้เจรจามาตรการภาษีกับสหรัฐอเมริกา รัฐบาลจึงจะใช้โอกาสนี้ในการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน และเชิญชวนให้นักลงทุนกลุ่มเป้าหมายนี้ขยายการลงทุนต่อเนื่องประเทศไทย ซึ่งการลงทุนของบริษัทเหล่านี้ไม่เพียงมาตั้งโรงงานการผลิต แต่รัฐบาลได้เชิญชวนให้มาตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา มาช่วยพัฒนาบุคลากร รวมทั้งใช้ประเทศไทยเป็นสำนักงานประจำภูมิภาคหรือ Regional Headquarter อีกด้วย

 

ภายหลังการหารือกับนักลงทุนทั้ง 30 บริษัท ภูมิธรรมร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา BOI และผู้ผลิตแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ชั้นนำระดับโลก 6 ราย ซึ่งมีเงินลงทุนรวมกว่า 51,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษาให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรม โดยความร่วมมือนี้จะก่อให้เกิดการจ้างงานทันที 1,880 อัตรา รวมกันไม่น้อยกว่า 3,000 อัตราภายใน 5 ปี เกิดการพัฒนาหลักสูตรร่วมกันระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษาและภาคอุตสาหกรรม

 

The post รัฐบาลเปิดทำเนียบต้อนรับ 31 บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก ดึงลงทุนสร้างศูนย์วิจัย-เสริมทักษะบุคลากรไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
จาก Walkman สู่จักรวาลคอนเทนต์ Sony ผงาดคืนบัลลังก์ ทุบสถิติมูลค่าสูงสุดในรอบ 24 ปี! https://thestandard.co/sony-from-walkman-to-content-universe-record-value/ Thu, 26 Dec 2024 03:23:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1023963 Sony

Sony บริษัทผู้ให้กำเนิด Walkman และ PlayStation กำลังกล […]

The post จาก Walkman สู่จักรวาลคอนเทนต์ Sony ผงาดคืนบัลลังก์ ทุบสถิติมูลค่าสูงสุดในรอบ 24 ปี! appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sony

Sony บริษัทผู้ให้กำเนิด Walkman และ PlayStation กำลังกลับมาผงาดอีกครั้งด้วยมูลค่าบริษัทที่สูงที่สุดในตลาดหุ้นนับตั้งแต่ปี 2000 ในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา Sony เผชิญกับความยากลำบาก พลาดโอกาสในยุคสมาร์ทโฟน และประสบปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น

 

แต่ Sony กำลังพยายามเปลี่ยนจากบริษัทอิเล็กทรอนิกส์สู่บริษัทคอนเทนต์และความบันเทิง โดยใช้ประโยชน์จากโอกาสในธุรกิจสตรีมมิ่ง กลยุทธ์นี้ได้ผลในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา หุ้นของ Sony เริ่มฟื้นตัวจากภาวะตกต่ำ โดยราคาหุ้นในญี่ปุ่นปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2000

 

“ถ้าคุณย้อนกลับไป 30 ปีที่แล้ว มันเป็นบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ขายฮาร์ดแวร์ แต่วันนี้บริษัทสร้างกำไรจากความบันเทิงเป็นหลัก ซึ่งก็คือเกม เพลง ทีวี และภาพยนตร์” Damian Thong นักวิเคราะห์กล่าว

 

Sony Group บริษัทที่มีมูลค่าตลาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น พลิกธุรกิจด้วยการสร้างสรรค์ธุรกิจเกมนอกเหนือจากคอนโซล และเข้าซื้อกิจการเพื่อขยายทรัพย์สินทางปัญญา (IP) โดยเข้าซื้อ Crunchyroll แพลตฟอร์มอนิเมะในปี 2021 และ Bungie บริษัทวิดีโอเกมในปี 2022 ด้วยมูลค่า 3.6 พันล้านดอลลาร์

 

Sony พยายามสร้าง Synergy ระหว่างบริษัทในเครือ เพื่อผลิตคอนเทนต์ความบันเทิงสำหรับผู้บริโภค กลยุทธ์นี้ชัดเจนขึ้นในงาน Emmy Awards ครั้งที่ 75 เมื่อซีรีส์ The Last of Us คว้า 8 รางวัล Sony เผยแพร่เกมนี้ครั้งแรกในปี 2013 ก่อนสร้างเป็นซีรีส์ในปี 2023 ทาง HBO และ Max

 

Sony ใช้การขายลิขสิทธิ์ IP และคอนเทนต์ดั้งเดิมเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการแข่งขันกับ Netflix, Disney และ Amazon โดย Robert Lawson ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารกล่าวว่า Sony ลงทุนประมาณ 1.5 ล้านล้านเยนใน IP “Sony Group เปลี่ยนกลยุทธ์ไปสู่การเสริมความแข็งแกร่งให้กับสินทรัพย์สร้างสรรค์และความบันเทิง”

 

ในปีงบประมาณล่าสุด ธุรกิจความบันเทิงของ Sony ซึ่งรวมถึงดนตรี ภาพยนตร์ และเกม คิดเป็น 60% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจาก 10 ปีก่อน จากจุดเริ่มต้นที่เป็น Tokyo Telecommunications Engineering Corporation ในปี 1946 Sony พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง

 

ในช่วงทศวรรษที่ 1990 Sony เข้าสู่โลกของคอนโซลเกมด้วย PlayStation ในปี 1994 จนกลายเป็นผู้เล่นหลักในธุรกิจนี้ โดยในปี 2020 PlayStation 5 มียอดขายแซง Xbox Series X ของ Microsoft และ Switch ของ Nintendo

 

ในเดือนพฤศจิกายน Sony ประกาศกำไรสุทธิรายไตรมาสเพิ่มขึ้น 69% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากธุรกิจเกม บริษัทกำลังเจรจาเพื่อเข้าซื้อ Kadokawa ผู้สร้าง Elden Ring และกำลังมองหาผู้ชมและวิธีการจัดจำหน่ายแบบใหม่

 

Kenichiro Yoshida ซีอีโอของ Sony กล่าวว่า บริษัทกำลังโอบรับ “วิสัยทัศน์ความบันเทิงที่สร้างสรรค์” หลังจากความสำเร็จของ ‘The Last of Us’ และ ‘Uncharted’ Sony ยังคงดำเนินธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เซ็นเซอร์รับภาพและกล้องระดับไฮเอนด์ แต่ในปี 2025 ตั้งใจจะแยกธุรกิจธนาคารออนไลน์และประกันภัย เพื่อมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจความบันเทิง

 

อ้างอิง:

The post จาก Walkman สู่จักรวาลคอนเทนต์ Sony ผงาดคืนบัลลังก์ ทุบสถิติมูลค่าสูงสุดในรอบ 24 ปี! appeared first on THE STANDARD.

]]>
Canon หวัง EOS R1 กู้บัลลังก์! หลัง Sony Alpha 9 III ครองใจช่างภาพมืออาชีพในศึกกล้อง Mirrorless https://thestandard.co/canon-eos-r1-mirrorless/ Tue, 23 Jul 2024 06:03:43 +0000 https://thestandard.co/?p=961496

Canon เตรียมเปิดตัวกล้อง Mirrorless เรือธงรุ่นใหม่ EOS […]

The post Canon หวัง EOS R1 กู้บัลลังก์! หลัง Sony Alpha 9 III ครองใจช่างภาพมืออาชีพในศึกกล้อง Mirrorless appeared first on THE STANDARD.

]]>

Canon เตรียมเปิดตัวกล้อง Mirrorless เรือธงรุ่นใหม่ EOS R1 ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ เพื่อรักษาฐานลูกค้ามืออาชีพและรับมือกับความท้าทายจากคู่แข่งอย่าง Nikon และ Sony ซึ่งแบรนด์หลังได้ถูกยกขึ้นมากลายเป็น ‘คู่แข่งที่ใหญ่ที่สุด’ ในตลาดกล้อง Mirrorless

 

EOS R1 มาพร้อมกับเทคโนโลยีออโต้โฟกัสขั้นสูงที่สามารถจับภาพใบหน้าของนักกีฬาวอลเลย์บอลได้แม้จะถ่ายผ่านตาข่าย และยังสามารถล็อกเป้าหมายได้แม้จะมีคนอื่นเดินผ่านหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาเซ็นเซอร์รับภาพและเอนจินประมวลผลภาพของ Canon ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ได้ภาพที่คมชัดและมีคุณภาพสูงสุด

 

นอกจากประสิทธิภาพแล้ว Canon ยังเน้นย้ำถึงความทนทานของ EOS R1 ที่สามารถใช้งานได้แม้ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย เช่น สภาพอากาศที่มีฝนตก ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับช่างภาพมืออาชีพที่ต้องทำงานในสภาวะต่างๆ

 

หลังจากเปิดตัวในญี่ปุ่นในเดือนพฤศจิกายนนี้ Canon วางแผนที่จะผลิต EOS R1 จำนวน 3,700 เครื่องต่อเดือน โดยตั้งราคาไว้ที่ 1,089,000 เยน หรือราว 250,000 บาท ซึ่งสูงกว่ารุ่นเรือธงของ Sony และ Nikon ที่มีราคาราว 800,000-900,000 เยนเท่านั้น แต่ Canon มั่นใจว่าจะสามารถสร้างความต้องการในตลาดมืออาชีพได้

 

การเปิดตัว EOS R1 นับเป็นการตอบโต้ Sony ที่เปิดตัวกล้อง Mirrorless เรือธง Alpha 9 III ในปี 2021 และได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ช่างภาพมืออาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ภาพถ่ายเหตุการณ์ลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ถูกถ่ายด้วยกล้องรุ่นนี้ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพและความนิยมของกล้อง Sony ในหมู่ช่างภาพมืออาชีพ

 

แม้ว่า Canon จะยังคงเป็นผู้นำตลาดกล้อง Mirrorless ทั่วโลกในปี 2023 ด้วยส่วนแบ่ง 41% แต่ Sony ก็ไล่ตามมาติดๆ ด้วยส่วนแบ่ง 32% และในญี่ปุ่น Sony ยังสามารถแซงหน้า Canon ในด้านยอดขายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ด้วยสถานการณ์ที่ตลาดกล้องดิจิทัลโดยรวมกำลังหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการเข้ามาของสมาร์ทโฟน ทำให้ผู้ผลิตกล้องต้องปรับกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอด โดย Canon เลือกที่จะมุ่งเน้นไปที่ตลาดมืออาชีพและกล้องระดับไฮเอนด์ ในขณะที่ Sony ก็ให้ความสำคัญกับการพัฒนากล้องระดับกลางและระดับสูงเช่นกัน

 

การแข่งขันในตลาดกล้อง Mirrorless รุ่นเรือธง ระหว่าง Canon, Sony และ Nikon จะทวีความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต และ EOS R1 จะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะชี้วัดความสำเร็จของ Canon ในการรักษาความเป็นผู้นำในตลาดนี้

 

อ้างอิง:

The post Canon หวัง EOS R1 กู้บัลลังก์! หลัง Sony Alpha 9 III ครองใจช่างภาพมืออาชีพในศึกกล้อง Mirrorless appeared first on THE STANDARD.

]]>
อีลอน มัสก์ กลับคำพูด! ขอโทษแบรนด์ดัง หลังเคย ‘วีน’ ใส่ ปมเลิกซื้อโฆษณา X ย้ำเสรีภาพในการพูด แต่ไม่ทิ้งเงินจากแบรนด์ https://thestandard.co/elon-musk-apologizes-brands/ Thu, 20 Jun 2024 07:32:18 +0000 https://thestandard.co/?p=947541

อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ X (Twitter) ได้ออกมาขอโทษแบรนด์ต่ […]

The post อีลอน มัสก์ กลับคำพูด! ขอโทษแบรนด์ดัง หลังเคย ‘วีน’ ใส่ ปมเลิกซื้อโฆษณา X ย้ำเสรีภาพในการพูด แต่ไม่ทิ้งเงินจากแบรนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ X (Twitter) ได้ออกมาขอโทษแบรนด์ต่างๆ ที่เคยขู่ว่าจะเลิกซื้อโฆษณาบนแพลตฟอร์มของเขาเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยก่อนหน้านี้เขาได้พูดแรงใส่ว่า ‘Go f— yourself’ หรือ ‘ไปตายซะ’ ซึ่งเป็นคำพูดที่ไม่สุภาพและก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

 

ในงานเทศกาลโฆษณา Cannes Lions ที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส มัสก์ได้กล่าวว่า คำพูดดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาจะต่อว่าผู้ลงโฆษณาทั้งหมด แต่เป็นการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเสรีภาพในการพูด 

 

โดยเขาเชื่อว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะมีแพลตฟอร์มที่มีเสรีภาพในการพูดระดับโลก ที่ซึ่งผู้คนที่มีความคิดเห็นหลากหลายสามารถแสดงความคิดเห็นของตนได้

 

มัสก์ยังกล่าวอีกว่า มีผู้ลงโฆษณาบางรายที่ยืนกรานที่จะให้เซ็นเซอร์เนื้อหาบางอย่างบนแพลตฟอร์ม X ซึ่งเขาไม่เห็นด้วย และยืนยันว่าจะเลือกสนับสนุนเสรีภาพในการพูดมากกว่าที่จะยอมเซ็นเซอร์เพื่อแลกกับเงิน

 

มัสก์ได้เดินทางไปยังเมืองคานส์ในสัปดาห์นี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มโฆษณาและแบรนด์ระดับโลกเกี่ยวกับอนาคตของ X โดยมี ลินดา ยัคคาริโน ซีอีโอของ X และอดีตประธานฝ่ายโฆษณาและพันธมิตรระดับโลกของ NBCUniversal ร่วมเดินทางไปด้วย

 

ก่อนหน้านี้ ผู้ลงโฆษณารายใหญ่ของโลกหลายราย เช่น Apple, IBM, Disney และ Sony ได้ถอนโฆษณาออกจาก X หลังจากที่มัสก์ได้แสดงความคิดเห็นที่เป็นประเด็นถกเถียง รวมถึงกรณีที่โฆษณาของพวกเขาปรากฏอยู่ข้างๆ โพสต์ที่มีเนื้อหาเป็นพิษ

 

อย่างไรก็ตาม ในการให้สัมภาษณ์ล่าสุด มัสก์ได้กลับลำและกล่าวว่า ผู้ลงโฆษณามีสิทธิ์ที่จะปรากฏอยู่ข้างๆ เนื้อหาที่พวกเขาเห็นว่าเข้ากันได้กับแบรนด์ของพวกเขา แต่สิ่งที่ไม่ถูกต้องคือการยืนยันว่าจะต้องไม่มีเนื้อหาที่พวกเขาไม่เห็นด้วยบนแพลตฟอร์ม

 

มัสก์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้ X เป็นจัตุรัสสาธารณะสำหรับโลก มันจะต้องเป็นแพลตฟอร์มเสรีภาพในการพูดอย่างแท้จริง ซึ่งไม่ได้หมายความว่าผู้คนสามารถพูดสิ่งที่ผิดกฎหมายได้ แต่เป็นเสรีภาพในการพูดภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย

 

ภาพ: Marc Piasecki / Getty Images

อ้างอิง:

The post อีลอน มัสก์ กลับคำพูด! ขอโทษแบรนด์ดัง หลังเคย ‘วีน’ ใส่ ปมเลิกซื้อโฆษณา X ย้ำเสรีภาพในการพูด แต่ไม่ทิ้งเงินจากแบรนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ หารือ 5 บริษัทยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่น ดึงตั้งฐานการผลิตในไทย ชวนบริษัท Sony จัดทัวร์นาเมนต์ E-Sports https://thestandard.co/pm-discusses-5-major-japanese-companies/ Thu, 23 May 2024 10:58:21 +0000 https://thestandard.co/?p=936889

วันนี้ (23 พฤษภาคม) ที่ห้อง Sky Room ชั้น 24 โรงแรม The […]

The post นายกฯ หารือ 5 บริษัทยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่น ดึงตั้งฐานการผลิตในไทย ชวนบริษัท Sony จัดทัวร์นาเมนต์ E-Sports appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (23 พฤษภาคม) ที่ห้อง Sky Room ชั้น 24 โรงแรม The Peninsula Tokyo ประเทศญี่ปุ่น เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังการหารือกับบริษัทเอกชนรายใหญ่ของญี่ปุ่น 5 ราย ได้แก่ บริษัท Mitsui & Co., บริษัท Ajinomoto,บริษัท Sony Group Corporation, บริษัท MUFG & Softbank และบริษัท Nidec Corporation

 

โดยบริษัทแรกพบกับบริษัท Mitsui & Co. ซึ่งมีความคืบหน้าจากการหารือรอบที่แล้วในช่วงเดือนธันวาคม 2566 ที่ประเทศญี่ปุ่น และมีความคืบหน้าในการเตรียมลงนาม MOU ที่อาจมีการตั้งฐานการผลิตเชื้อเพลิงพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน (SAF) ที่ใช้ในเครื่องบินที่ประเทศไทย ซึ่งทำมาจากซากพืชที่เหลือใช้จากภาคเกษตรกร เช่น ซากอ้อย เชื่อว่าเรื่องนี้จะสามารถลด PM2.5 ได้อย่างดี โดยต้องมีการทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นก่อน

 

นอกจากนี้กลุ่มบริษัท Mitsui & Co. ยังทำธุรกิจที่เกี่ยวกับการขุดเจาะหาน้ำมัน มีการหารือในเรื่องของปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา (OCA) ที่มีความคืบหน้า โดยสัปดาห์หน้าจะมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อเดินหน้าต่อ

 

นายกรัฐมนตรีระบุว่า เราเพิ่งทราบว่าบริษัท Mitsui & Co. มีโรงงานบรรจุภัณฑ์ในมาเลเซีย จึงเชิญชวนให้มาที่ประเทศไทยด้วย ซึ่งบริษัทกำลังพิจารณา นอกจากนี้บริษัท Mitsui & Co ยังมีบริษัทในเครืออีกหลายบริษัท โดยทุกเดือนผู้บริหารบริษัทในเครือจะมีการพูดคุยหารือกัน ตนจึงฝากข้อความไปว่า ให้มั่นใจว่าประเทศไทยเปิดแล้ว ไม่มีเวลาไหนเหมาะสมในการลงทุนเท่าเวลานี้

 

ขณะที่บริษัทที่สองได้หารือกับบริษัท Ajinomoto ซึ่งอยู่ในเมืองไทยมานาน จะมีการขยายโครงการในอนาคตอีกกว่า 10 โครงการ มีมูลค่าประมาณ 4,400 ล้านบาท

 

ต่อมาได้พูดคุยกับบริษัท Sony Group Corporation ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำที่ผลิตเทคโนโลยีและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รวมถึงภาพยนตร์ จึงอยากเชื้อเชิญให้มาตั้งสาขาในภูมิภาคที่ประเทศไทย เพราะโรงงานของบริษัท Sony ไม่ได้ขายในประเทศเพียงอย่างเดียว ยังมีการส่งออกไปทั่วโลกด้วย ซึ่งจะเป็นการตอกย้ำในเรื่องของการทำ FTA ที่รัฐบาลกำลังจะมีการลงนามร่วมกันเร็วๆ นี้ในหลายประเทศ จึงให้ความมั่นใจในเรื่องนี้ไป หลังรัฐบาลพยายามลงนาม FTA กับสหภาพยุโรป (EU) ภายในสิ้นปีหน้า

 

นอกจากนี้นายกฯ ระบุว่า ได้เชิญบริษัท Sony เข้ามาจัดทัวร์นาเมนต์ E-Sports ที่ประเทศไทย ซึ่งจะสอดคล้องในเรื่องของการท่องเที่ยวและเฟสติวัล

 

ส่วนการหารือกับบริษัททางการเงิน 2 บริษัท คือ MUFG & Softbank และ Nidec Corporation เป็นบริษัทที่ลงทุนในประเทศจีน และอยากย้ายฐานการผลิตมาที่ประเทศไทย เชื่อว่าประเทศไทยมีการส่งเสริมการลงทุนที่แข็งแกร่ง บวกกับความเป็นกลางทางการเมือง จึงเป็นจุดดึงดูดที่ทำให้บริษัทต่างชาติย้ายฐานการผลิตเข้ามา ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และมีความต้องการที่อยากให้เข้ามาทำ Start-up จึงอยากให้ประเทศไทยเป็นฐานในการปลุกปั้นให้แข็งแกร่งขึ้นมาได้

 

นายกฯ กล่าวต่อว่า ในส่วนของบริษัท Nidec Corporation ซึ่งเป็นบริษัทที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตการส่งออกอุตสาหกรรมไฮเทค โดยเฉพาะมอเตอร์ที่ใช้ในรถยนต์ EV และโดรน และจะมีการลงทุนในปีนี้อีก 1,700 ล้านบาท ถือเป็นนิมิตหมายอันดี เพราะเจ้าของมาเอง และทุกคนก็รักประเทศไทยมาก อย่างไรก็ตามยังมีความต้องการให้ขยายระยะเวลาในการฝึกงานจาก 3 เดือนให้นานกว่านั้น เพื่อให้มีความรู้ความสามารถเชิงลึก ซึ่งบริษัทต้องกลับไปพิจารณาเรื่องนี้ว่าจะทำให้หรือไม่

 

The post นายกฯ หารือ 5 บริษัทยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่น ดึงตั้งฐานการผลิตในไทย ชวนบริษัท Sony จัดทัวร์นาเมนต์ E-Sports appeared first on THE STANDARD.

]]>
7-Eleven ญี่ปุ่น จับมือ Sony ติดตั้งกล้อง AI ส่องพฤติกรรมลูกค้าในร้าน นำมาวิเคราะห์ความต้องการให้แม่นยำขึ้น https://thestandard.co/7-eleven-japan-sony-ai-monitor-customers/ Mon, 29 Apr 2024 09:57:31 +0000 https://thestandard.co/?p=928077 Sony 7-Eleven

ยักษ์ค้าปลีก 7-Eleven ญี่ปุ่น จับมือ Sony ติดตั้งกล้อง […]

The post 7-Eleven ญี่ปุ่น จับมือ Sony ติดตั้งกล้อง AI ส่องพฤติกรรมลูกค้าในร้าน นำมาวิเคราะห์ความต้องการให้แม่นยำขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sony 7-Eleven

ยักษ์ค้าปลีก 7-Eleven ญี่ปุ่น จับมือ Sony ติดตั้งกล้อง AI ส่องพฤติกรรมลูกค้าในร้านสะดวกซื้อ 500 สาขา หวังนำมาวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภคให้แม่นยำมากขึ้นกว่าเดิม

 

Nikkei Asia รายงานว่า ยักษ์ค้าปลีก 7-Eleven จับมือกับ Sony เตรียมติดตั้งกล้องระบบ AI ในร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven จำนวน 500 แห่งในประเทศญี่ปุ่น เพื่อใช้ติดตามพฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้า เพื่อจะนำมาวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภคได้แม่นยำมากขึ้น 

 

สำหรับฟังก์ชันระบบกล้อง AI Camera จะมีขนาดเท่ากับกล้องวงจรปิดทั่วไป มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ภาพ AI ติดตั้งไว้ภายในร้าน เริ่มตั้งแต่แคชเชียร์ไปจนถึงชั้นวางสินค้าและเครื่องดื่ม โดยกล้องจะเน้นจับภาพในตำแหน่งระหว่างลูกค้าและป้ายราคา

 


 

 ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ทั้งนี้ ก็เพื่อดูว่าก่อนเลือกซื้อสินค้า ลูกค้าได้ดูจอโฆษณาหรือไม่ และหลังจากนั้นตัดสินใจเลือกซื้อนานแค่ไหน โดยตัวกล้องจะจับภาพพร้อมดึงข้อมูลและส่งไปยังระบบคลาวด์ได้อย่างรวดเร็ว แถมยังช่วยลด Data ที่ต้องโหลดเข้าเซิร์ฟเวอร์ และลดความเสี่ยงของข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล

 

สอดคล้องกับกลยุทธ์ของบรรดาร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ที่หันมาให้ความสำคัญกับสื่อโฆษณาดิจิทัลภายในร้าน เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้อย่างรวดเร็ว แต่ที่ผ่านมาการทำโฆษณาดังกล่าวมีความยากในการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค แน่นอนว่ากล้อง AI จะช่วยวัดประสิทธิภาพทั้งก่อนและหลังการขายได้เป็นอย่างดี 

 

7-Eleven ญี่ปุ่น เครือร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ กล่าวว่า ตอนนี้เราสามารถเห็นภาพผู้บริโภคที่เข้ามาในร้านแล้วดูโฆษณาสินค้าทุกรายการ จากนี้เราจะเห็นพฤติกรรมการซื้อทั้งก่อนและหลังดูจอโฆษณา ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่จะนำไปต่อยอดใช้กับกลยุทธ์สร้างการเติบโตต่อไป 

 

อย่างไรก็ตาม 7-Eleven จะต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับ Sony ครอบคลุมทั้งค่าติดตั้งและค่าธรรมเนียม Flat Rate สำหรับการใช้ระบบ และ Sony ยังมีแผนขยายการบริการดังกล่าวไปยังร้านค้าปลีกรายอื่นๆ รวมถึงภาคการขนส่งด้วย

 

อ้างอิง:

The post 7-Eleven ญี่ปุ่น จับมือ Sony ติดตั้งกล้อง AI ส่องพฤติกรรมลูกค้าในร้าน นำมาวิเคราะห์ความต้องการให้แม่นยำขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ค่าแรงไทยถูก ปัจจัยที่ Sony เลือกขยายโรงงานผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์สำหรับระบบขับขี่อัตโนมัติ https://thestandard.co/cheap-thai-labor-is-a-factor-that-sony-chose/ Sat, 30 Mar 2024 08:13:36 +0000 https://thestandard.co/?p=917385

ด้วยเม็ดเงินกว่า 10,000 ล้านเยน หรือราว 2,400 ล้านบาท S […]

The post ค่าแรงไทยถูก ปัจจัยที่ Sony เลือกขยายโรงงานผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์สำหรับระบบขับขี่อัตโนมัติ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ด้วยเม็ดเงินกว่า 10,000 ล้านเยน หรือราว 2,400 ล้านบาท Sony Group ประกาศว่า บริษัทจะลงทุนขยายกำลังการผลิตเซ็นเซอร์ตรวจจับภาพสำหรับรถยนต์ที่โรงงานชิปเซมิคอนดักเตอร์ในเขตปทุมธานี ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ โดยเซ็นเซอร์ภาพตัวนี้กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากสำหรับการใช้งานภายในระบบช่วยเหลือการขับขี่รถยนต์ เพื่อตรวจจับสภาพถนนว่ามีสิ่งกีดขวางหรือไม่ รวมทั้งคนเดินถนนอีกด้วย

 

Nikkei Asia รายงานว่า โรงงานชิปเซมิคอนดักเตอร์แห่งใหม่ของ Sony Group สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้สูงขึ้นราว 70% โดยบริษัทคาดว่าการลงทุนดังกล่าวจะสร้างงานใหม่กว่า 2,000 ตำแหน่งภายในปี 2026 ซึ่งจะมี 400 ตำแหน่งในจำนวนนี้ที่เป็นงานสายวิศวกรรม

 

โรงงานใหม่แห่งนี้ในไทยจะมีหน้าที่ตัดประกอบชิ้นส่วนและบรรจุแผ่นที่ผลิตแล้วจากทางญี่ปุ่น เพื่อทำให้สินค้าเสร็จสมบูรณ์ นอกจากนี้โรงงานจะถูกใช้เพื่อผลิต Laser Diode ที่จะถูกส่งไปยังบริษัทอย่าง Seagate Technology ในสหรัฐอเมริกา สำหรับใช้งานในฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการใช้งานร่วมกับศูนย์รวมข้อมูล (Data Center) 

 

 

การขยายตัวของการขับขี่รถยนต์อัตโนมัติมีแนวโน้มทำให้ดีมานด์ของเซ็นเซอร์ตรวจจับภาพของ Sony เพิ่มขึ้น ซึ่งเป้าหมายที่บริษัทวางไว้ภายในปีงบประมาณ 2025 คือการได้ส่วนแบ่งตลาดที่ 39% หรือเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบันที่ 14%

 

ส่วนสาเหตุของการขยายโรงงานใหม่ในไทยแห่งนี้มาจากอานิสงส์ด้านค่าแรงที่ค่อนข้างถูก ถึงแม้ว่ารัฐบาลของ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะมีแผนการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแล้วก็ตาม “เรามองว่าต้นทุนค่าแรงที่ไม่สูงมากเป็นปัจจัยที่ให้ประโยชน์กับเรา” ทาเคชิ มัตสึดะ ผู้อำนวยการ Sony Device Technology (ประเทศไทย) กล่าว พร้อมทั้งเตรียมแผนที่จะร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในประเทศและพันธมิตร เพื่อดึงตัววิศวกรเก่งๆ เข้าร่วมทีม

 

“เราคาดหวังการเติบโตในระยะกลางถึงระยะยาว และจะเดินหน้าผลิตเซ็นเซอร์ตรวจจับภาพที่ได้มาตรฐานและคุณภาพสูง” เทรุชิ ชิมิซุ ประธาน Sony Semiconductor Solutions Group กล่าวเสริมในงานแถลงเปิดตัวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

 

ภาพ: Sony

อ้างอิง:

The post ค่าแรงไทยถูก ปัจจัยที่ Sony เลือกขยายโรงงานผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์สำหรับระบบขับขี่อัตโนมัติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Nikon, Sony และ Canon ต่อสู้กับภาพปลอมที่สร้างจาก AI ด้วยเทคโนโลยีกล้องแบบใหม่ที่ฝัง ‘ลายเซ็นดิจิทัล’ https://thestandard.co/nikon-sony-canon-digital-signatures/ Wed, 24 Jan 2024 08:05:26 +0000 https://thestandard.co/?p=891554

Nikon, Sony Group และ Canon กำลังพัฒนาเทคโนโลยีกล้องที่ […]

The post Nikon, Sony และ Canon ต่อสู้กับภาพปลอมที่สร้างจาก AI ด้วยเทคโนโลยีกล้องแบบใหม่ที่ฝัง ‘ลายเซ็นดิจิทัล’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Nikon, Sony Group และ Canon กำลังพัฒนาเทคโนโลยีกล้องที่ฝังลายเซ็นดิจิทัลลงในภาพ เพื่อให้สามารถแยกแยะจากภาพปลอมที่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น

 

Nikon จะเสนอกล้อง Mirrorless พร้อมเทคโนโลยีการตรวจสอบสำหรับช่างภาพข่าวและมืออาชีพอื่นๆ ลายเซ็นดิจิทัลที่ป้องกันการแก้ไขจะรวมข้อมูล เช่น วันที่, เวลา, สถานที่ และชื่อผู้ถ่ายภาพ

 

ความพยายามเช่นนี้เกิดขึ้นเนื่องจากภาพปลอมที่ดูเหมือนจริงมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้เนื้อหาต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบาก ภาพปลอมของ โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และ ฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้รับความนิยมในปีนี้

 

พันธมิตรขององค์กรข่าวทั่วโลก บริษัทเทคโนโลยี และผู้ผลิตกล้อง ได้เปิดตัวเครื่องมือที่ใช้งานผ่านเว็บชื่อ Verify เพื่อตรวจสอบภาพฟรี หากภาพมีลายเซ็นดิจิทัล เว็บไซต์จะแสดงข้อมูลวันที่ สถานที่ และข้อมูลอื่นๆ

 

ลายเซ็นดิจิทัลในปัจจุบันเป็นมาตรฐานสากลที่ Nikon, Sony และ Canon ใช้ร่วมกัน ซึ่งบริษัทญี่ปุ่นครองส่วนแบ่งประมาณ 90% ของตลาดกล้องดิจิทัลทั่วโลก โดยหากภาพถูกสร้างขึ้นด้วยปัญญาประดิษฐ์หรือมีการแก้ไข เครื่องมือ Verify จะทำเครื่องหมายว่า ‘ไม่มีข้อมูลการตรวจสอบ’

 

Sony จะเปิดตัวเทคโนโลยีในฤดูใบไม้ผลิปี 2024 เพื่อใส่ลายเซ็นดิจิทัลในกล้อง Mirrorless 3 รุ่นระดับมืออาชีพผ่านการอัปเดตเฟิร์มแวร์ บริษัทกำลังพิจารณาทำให้เทคโนโลยีนี้เข้ากันได้กับวิดีโอด้วย

 

เมื่อช่างภาพส่งภาพถ่ายไปยังองค์กรข่าว Sony จะตรวจจับลายเซ็นดิจิทัลด้วยเซิร์ฟเวอร์การตรวจสอบของตนเอง และตัดสินว่าภาพนั้นถูกสร้างขึ้นด้วย AI หรือไม่ Sony และ The Associated Press ได้ทดสอบเครื่องมือนี้ในเดือนตุลาคม ขณะเดียวกัน Sony จะขยายกลุ่มกล้องที่สามารถใช้งานได้ และเรียกร้องให้องค์กรข่าวอื่นๆ นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ด้วย

 

Canon จะเปิดตัวกล้องที่มีคุณสมบัติทำนองเดียวกันในช่วงต้นปี 2024 บริษัทยังพัฒนาเทคโนโลยีที่เพิ่มลายเซ็นดิจิทัลในวิดีโอ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาร่วมกับ Thomson Reuters และ Starling Lab for Data Integrity ซึ่งเป็นสถาบันที่ก่อตั้งโดยมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด นอกจากนี้ Canon ยังเปิดตัวแอปพลิเคชันจัดการภาพ เพื่อตรวจสอบว่าภาพถ่ายนั้นถ่ายโดยมนุษย์หรือไม่

 

ความสามารถในการสร้างภาพปลอมกำลังเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน Google ได้เปิดตัวเครื่องมือในเดือนสิงหาคมที่ฝังลายน้ำดิจิทัลที่มองไม่เห็นในภาพที่สร้างด้วย AI ในปี 2022 Intel พัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถตรวจสอบว่าภาพเป็นของแท้หรือไม่ โดยการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงสีผิวที่บ่งบอกถึงการไหลเวียนของเลือดใต้ผิวหนังของผู้ถูกถ่าย ส่วน Hitachi กำลังพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันการปลอมแปลงสำหรับการตรวจสอบตัวตนออนไลน์

 

อ้างอิง:

The post Nikon, Sony และ Canon ต่อสู้กับภาพปลอมที่สร้างจาก AI ด้วยเทคโนโลยีกล้องแบบใหม่ที่ฝัง ‘ลายเซ็นดิจิทัล’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sony ปรับเพิ่มเป้ายอดขายปี 2023 หลังยอดขาย PlayStation 5 โตแข็งแกร่ง และเงินเยนอ่อนค่า https://thestandard.co/sony-raises-sales-target-for-2023/ Wed, 09 Aug 2023 09:19:03 +0000 https://thestandard.co/?p=827485 sony เพิ่มเป้า

Sony Group เพิ่มระดับการคาดการณ์ผลประกอบการปีงบประมาณ 2 […]

The post Sony ปรับเพิ่มเป้ายอดขายปี 2023 หลังยอดขาย PlayStation 5 โตแข็งแกร่ง และเงินเยนอ่อนค่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
sony เพิ่มเป้า

Sony Group เพิ่มระดับการคาดการณ์ผลประกอบการปีงบประมาณ 2023 หลัง PlayStation และธุรกิจบันเทิงยังสามารถรักษาความแข็งแกร่งท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา นอกจากนี้ เงินเยนที่อ่อนค่ายังผลักดันให้บริษัททำยอดขายได้มากขึ้น

 

Sony เพิ่มการคาดการณ์ว่า ปีนี้ยอดขายจะอยู่ที่ 12.2 ล้านล้านเยน (8.6 หมื่นล้านดอลลาร์) เพิ่มขึ้นจาก 11.5 ล้านล้านเยน และรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 8.60 แสนล้านเยน ขณะที่แนวโน้มกำไรจากการดำเนินงานทั้งปียังไม่เปลี่ยนแปลง

 

ยอดขายในธุรกิจเกม เพลง และภาคการเงินกำลังเพิ่มขึ้นสูงกว่าที่ Sony คาดไว้ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยเงินเยนที่อ่อนค่าลงมีส่วนสนับสนุนเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันบริษัทได้ลดความคาดหวังจากธุรกิจภาพยนตร์และเซ็นเซอร์ภาพ

 

ในไตรมาสแรกของปีงบการเงิน 2023 บริษัทได้รายงานกำไรจากการดำเนินงานดีกว่าที่คาดที่ 2.53 แสนล้านเยน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.42 แสนล้านเยน ด้านรายได้อยู่ที่ 2.96 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้น 33% จากในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีที่แล้วที่ 2.2 ล้านล้านเยน

 

PlayStation 5 (PS 5) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ของ Sony กลายเป็นคอนโซลที่ขายดีที่สุดในสหรัฐฯ ในปีนี้ ข้อจำกัดด้านอุปทานที่ขัดขวางอุตสาหกรรมเกมตั้งแต่ปี 2020 กลายเป็นอดีตไปแล้ว และ Sony กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อชดเชยเวลาที่เสียไป บริษัทยังคงต้องสร้างฐานผู้ใช้ PS5 เพื่อดึงดูดนักพัฒนาจำนวนมากสำหรับแพลตฟอร์มนี้โดยเฉพาะ

 

นอกเหนือจากธุรกิจเกมแล้ว ธุรกิจเซ็นเซอร์ภาพบนสมาร์ทโฟนของ Sony ต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญจากตลาดมือถือทั่วโลกที่อ่อนแอลง ลูกค้าสำคัญอย่าง Apple กล่าวในรายงานผลประกอบการล่าสุดว่า ผลิตภัณฑ์ iPhone กำลังเผชิญกับการถดถอยในอุปสงค์เช่นกัน นอกจากนี้ ปัญหาการผลิตบางส่วนจากเซ็นเซอร์กล้องของ Sony ยังคงเป็นอุปสรรคในการผลิต iPhone 15 

 

ขณะที่กลุ่มธุรกิจบันเทิงของบริษัทได้เพิ่มการนำเสนอเนื้อหาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้ว่าความนิยมส่วนใหญ่จะมาจากคู่แข่งก็ตาม ตั้งแต่ Diablo IV ของ Activision Blizzard ไปจนถึง Barbie ของ Warner Bros. Pictures การเข้าซื้อกิจการ Activision ของคอนโซลคู่แข่ง Microsoft ก็ใกล้ถึงบทสรุปเช่นกัน ถึงอย่างนั้น ผลกระทบจากข้อตกลงดังกล่าวส่งผลต่อ Sony เพียงเล็กน้อย เนื่องจาก Activision ได้ตกลงที่จะปล่อยให้ Call of Duty อยู่บนคอนโซล PlayStation เป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งทศวรรษ

 

อ้างอิง:

The post Sony ปรับเพิ่มเป้ายอดขายปี 2023 หลังยอดขาย PlayStation 5 โตแข็งแกร่ง และเงินเยนอ่อนค่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
จากนี้ Sony ‘ไม่ใช่บริษัทอิเล็กทรอนิกส์อีกต่อไป’ แต่กำลังก้าวสู่การเป็น ‘ผู้ให้บริการความบันเทิงครบวงจร’ https://thestandard.co/sony-no-longer-electronics-company/ Thu, 18 May 2023 10:29:49 +0000 https://thestandard.co/?p=792368

Sony บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียง กำลังจะมีการเปล […]

The post จากนี้ Sony ‘ไม่ใช่บริษัทอิเล็กทรอนิกส์อีกต่อไป’ แต่กำลังก้าวสู่การเป็น ‘ผู้ให้บริการความบันเทิงครบวงจร’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Sony บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียง กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

 

ที่ผ่านมา Sony เป็นบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ที่โด่งดังจากการสร้างผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ที่โดดเด่น เช่น เครื่องเล่นเพลง Walkman และกลุ่มผลิตภัณฑ์โทรทัศน์ Bravia อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังเปลี่ยนโฟกัสจากฮาร์ดแวร์และมุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการความบันเทิงครบวงจร

 

การเปลี่ยนแปลงนี้นำโดย Kenichiro Yoshida ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Sony ซึ่งอธิบายว่าบริษัทกำลังพัฒนาเป็น ‘บริษัทบันเทิงที่สร้างสรรค์’

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

สิ่งนี้หมายความว่าแทนที่จะผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก แต่ตอนนี้ Sony จะเน้นไปที่การสร้างเนื้อหามากขึ้น เช่น เพลง เกม และอนิเมะ ซึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา Sony ได้ลงทุนกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือกว่า 3 แสนล้านบาท ในด้านเหล่านี้เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจ

 

การเปลี่ยนแปลงของ Sony ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การผลิตเนื้อหาเพียงอย่างเดียว บริษัทยังเป็นพันธมิตรกับ Honda ในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าที่จะแสดงถึงความเชี่ยวชาญด้านความบันเทิง เกม และเทคโนโลยีเซ็นเซอร์กล้องของ Sony

 

ยานพาหนะดังกล่าวคาดว่าจะเข้าถึงผู้บริโภคภายในปี 2026 และสร้างรายได้จากการสมัครรับข้อมูลแบบประจำเช่นเดียวกับบริการเนื้อหาอื่นๆ

 

การเปลี่ยนแปลงของ Sony เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือและการสื่อสารที่เพิ่มขึ้นระหว่างผู้บริหาร พวกเขาแสวงหาวิธีการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และใช้ประโยชน์จากการผสมผสานสินทรัพย์ที่เป็นเอกลักษณ์ของบริษัท

 

แทนที่จะแข่งขันโดยตรงกับสตรีมมิงยักษ์ใหญ่อย่าง Netflix ทาง Sony ได้เลือกที่จะสร้างพันธมิตรเพื่อให้บริการภาพยนตร์และซีรีส์สำหรับ Netflix, Disney+, HBO, Amazon และ Apple TV+

 

การมุ่งเน้นด้านความบันเทิงแบบใหม่ของ Sony ได้ผลดี โดย 2 ใน 3 ของกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทในขณะนี้มาจากเกม ดนตรี และการผลิตภาพยนตร์

 

Sony Pictures ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนกของ Sony ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ แม้ว่า Sony Pictures จะประสบปัญหาหลังจากความล้มเหลวในบ็อกซ์ออฟฟิศหลายครั้ง แต่ตอนนี้กำลังใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่หลากหลายของบริษัท ซึ่งรวมถึงโทรทัศน์, ภาพยนตร์, เพลง, PlayStation และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาเนื้อหาที่มีเอกลักษณ์และน่าสนใจ

 

อ้างอิง:

The post จากนี้ Sony ‘ไม่ใช่บริษัทอิเล็กทรอนิกส์อีกต่อไป’ แต่กำลังก้าวสู่การเป็น ‘ผู้ให้บริการความบันเทิงครบวงจร’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
4 มีนาคม 2000 – PlayStation 2 วางจำหน่ายครั้งแรกในญี่ปุ่น https://thestandard.co/onthisday04032000/ Sat, 04 Mar 2023 01:00:02 +0000 https://thestandard.co/?p=756448 4 มีนาคม 2000

วันที่ 4 มีนาคม 2000 หรือวันนี้เมื่อ 23 ปีที่แล้ว Sony […]

The post 4 มีนาคม 2000 – PlayStation 2 วางจำหน่ายครั้งแรกในญี่ปุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
4 มีนาคม 2000

วันที่ 4 มีนาคม 2000 หรือวันนี้เมื่อ 23 ปีที่แล้ว Sony วางจำหน่ายเครื่องเล่นวิดีโอเกม PlayStation 2 หรือ PS2 ครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น ก่อนออกวางจำหน่ายทั่วโลกในเวลาต่อมา 

 

PlayStation 2 ถือเป็นเครื่องเล่นวิดีโอเกมยอดนิยมและเป็นความทรงจำของใครหลายคนในยุค 2000 ซึ่งยังเป็นเวอร์ชันเครื่องหนา และต่อมาพัฒนาเป็นเวอร์ชันบางเบา ด้วยฟังก์ชันและราคาที่สามารถเข้าถึงได้ ผสานกับเกมยอดฮิตในยุคนั้นคือ Grand Theft Auto หรือ GTA ทำให้เครื่องเล่นวิดีโอเกมรุ่นนี้ครองใจคนทั่วโลก

 

Sony วางจำหน่าย PlayStation 2 อย่างเป็นทางการยาวนานกว่า 13 ปี และยุติการวางจำหน่ายในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2012 และยุติการจำหน่ายทั่วโลกเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2013 ทำยอดขายได้ราวๆ 155 ล้านเครื่อง


อ้างอิง: 

The post 4 มีนาคม 2000 – PlayStation 2 วางจำหน่ายครั้งแรกในญี่ปุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมื่อ ‘กล้องสมาร์ทโฟน’ ไม่สามารถตอบโจทย์ช่างภาพได้ทั้งหมด ‘กล้องดิจิทัล’ จึงกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง! สะท้อนจากราคาที่เพิ่มเฉลี่ย 2 เท่าในช่วง 3 ปี https://thestandard.co/digital-cameras-come-back-popularity/ Mon, 27 Feb 2023 04:20:14 +0000 https://thestandard.co/?p=755816

ราคากล้องดิจิทัลดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งหลักๆ มาจากร […]

The post เมื่อ ‘กล้องสมาร์ทโฟน’ ไม่สามารถตอบโจทย์ช่างภาพได้ทั้งหมด ‘กล้องดิจิทัล’ จึงกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง! สะท้อนจากราคาที่เพิ่มเฉลี่ย 2 เท่าในช่วง 3 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

ราคากล้องดิจิทัลดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งหลักๆ มาจากรุ่นที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และคุณสมบัติขั้นสูงอื่นๆ ที่ดึงดูดช่างภาพที่ต้องการรายละเอียดคมชัด ซึ่งกล้องสมาร์ทโฟนไม่สามารถตอบโจทย์ได้

 

Nikkei Asia รายงานว่า ราคาเฉลี่ยของกล้องดิจิทัลทั่วโลกในปี 2022 อยู่ที่ 85,000 เยน หรือราว 21,835 บาท ตามรายงานของ Camera & Imaging Products Association (CIPA) ซึ่งนี่เป็นราคาที่เพิ่มขึ้น 2 เท่าในช่วง 3 ปี 

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

สมาร์ทโฟนซึ่งทำให้การถ่ายภาพเป็นเรื่องง่ายเพียงแค่แตะหน้าจอ ได้เข้ามาชิงพื้นที่จากกล้องดิจิทัลระดับล่างไป แต่ 2 ปีที่ผ่านมาได้เห็นการฟื้นตัวครั้งใหญ่ในการจัดส่งกล้องดิจิทัลทั่วโลก สร้างกระแสให้ Canon, Nikon และแบรนด์ญี่ปุ่นอื่นๆ ออกมาผลักดันกล้องรุ่นไฮเอนด์

 

ล่าสุดได้มีการจัดงาน CP+ Camera & Photo Imaging Show ในโยโกฮามา งานดังกล่าวได้รับการขนานนามว่าเป็นงานแสดงอุปกรณ์ถ่ายภาพและวิดีโอที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งนี่ถือเป็นการจัดขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 ปี 

 

หนึ่งในไฮไลต์ของบูธ Canon คือกล้อง EOS R8 ซึ่งเป็นกล้องมิลเรอร์เลสฟูลเฟรมที่จะวางจำหน่ายปลายเดือนเมษายน โดยเป็นกล้องรุ่นเล็ก น้ำหนักเบา มาพร้อมกับเทคโนโลยีโฟกัสอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งสามารถติดตามวัตถุที่เคลื่อนไหวเร็วได้หลากหลาย ตั้งแต่คน สัตว์ ไปจนถึงยานพาหนะ สามารถถ่ายภาพได้ 40 เฟรมต่อวินาที ซึ่งเป็นอัตราที่เร็วที่สุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Canon

 

ราคาที่วางขายก็ไม่ได้ถูก เพราะราคาแนะนำเฉพาะตัวเครื่องอยู่ที่ 264,000 เยน หรือราว 68,000 บาทในญี่ปุ่น และ 1,499 ดอลลาร์สหรัฐในสหรัฐอเมริกา ถึงกระนั้น Canon กล่าวว่าได้รับคำสั่งซื้อมากกว่าที่คาดไว้

 

“มีความต้องการกล้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่เพียงแต่สำหรับกิจกรรมพิเศษเท่านั้น แต่ยังสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย รวมถึงการบันทึกชีวิตประจำวันด้วย” รองหัวหน้าแผนก Imaging Group ของ Canon กล่าว

 

ด้านคู่แข่งอย่าง Sony ได้เปิด Creators’ Cloud ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มจัดเก็บและแบ่งปันภาพถ่ายและวิดีโอสำหรับผู้ใช้แต่ละคน โดยจะเปิดตัวฟังก์ชันใหม่ที่ช่วยให้ผู้คนทั่วโลกสามารถแชร์ผลงานและเชื่อมต่อถึงกันได้

 

ส่วน Fujifilm กำลังมุ่งเน้นไปที่วิดีโอ โดยกล้องมิลเรอร์เลส X-H2S ที่เพิ่งได้รับการอัปเดตเฟิร์มแวร์ในเดือนมกราคม ทำให้สามารถตรวจจับได้แม้กระทั่งแมลงและโดรน โดยใช้เทคโนโลยีโฟกัสอัตโนมัติแบบ Deep Learning

 

กล้องรุ่นใหม่ที่เข้าสู่ตลาดเหล่านี้ได้มาถึงในขณะที่ตลาดกล้องดิจิทัลฟื้นตัวหลังจากดิ่งลงเหวในช่วงที่ผ่านมา ตลาดกล้องดิจิทัลทั่วโลกมีมูลค่ารวมประมาณ 2.16 ล้านล้านเยน และ 120 ล้านหน่วยในปี 2008 ขณะที่ในปี 2020 ตัวเลขดังกล่าวลดลง 93% และ 81% ตามลำดับ ตามข้อมูลของ CIPA

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ ราคาเฉลี่ยของกล้องดิจิทัลเพิ่มขึ้น 6 เท่าในช่วงเวลาประมาณ 10 ปี นับตั้งแต่ผู้ผลิตเริ่มมุ่งเน้นไปที่รุ่นระดับไฮเอนด์ ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวเป็นประโยชน์สำหรับผู้ผลิตกล้อง สะท้อนได้จากกำไรจากการดำเนินงานโดยรวมในกลุ่มผลิตภัณฑ์การถ่ายภาพของ Canon, Nikon และ Fujifilm สูงสุดในรอบ 7 ปี ด้วยตัวเลขประมาณ 220,000 ล้านเยน

 

“เด็กรุ่นใหม่เริ่มสนใจการถ่ายภาพมากขึ้นจากการโต้ตอบกับรูปภาพจำนวนมากบนโซเชียลมีเดีย ในขณะที่แฟนรุ่นเก่าที่คุ้นเคยกับกล้องสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยวมีความสนใจในเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่อยู่เบื้องหลังกล้องมิลเรอร์เลส” ฮิโรยูกิ อิเคกามิ ผู้จัดการทั่วไปของ Nikon’s Imaging Business Unit กล่าว

 

ผู้ผลิตญี่ปุ่นครองส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 90% ในตลาดกล้องดิจิทัล แต่ถึงแม้จะฟื้นตัวเมื่อเร็วๆ นี้ แต่การจัดส่งทั่วโลกในปีที่แล้วยังคงเป็นเพียง 1 ใน 3 ของยอดสูงสุดที่เคยทำได้ ในขณะที่สมาร์ทโฟนมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้นี่ถือเป็นคู่แข่งตัวฉกาจที่กล้องดิจิทัลยังต้องระมัดระวังต่อไป

 

ภาพ: Tomohiro Ohsumi / Getty Images

อ้างอิง:

The post เมื่อ ‘กล้องสมาร์ทโฟน’ ไม่สามารถตอบโจทย์ช่างภาพได้ทั้งหมด ‘กล้องดิจิทัล’ จึงกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง! สะท้อนจากราคาที่เพิ่มเฉลี่ย 2 เท่าในช่วง 3 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถึงคราวผู้ผลิตเลิกพึ่งพาแดนมังกร ‘Sony’ ย้ายฐานผลิตกล้องถ่ายรูป จากจีนมาไทย หวังปกป้องซัพพลายเชนส่งออกตลาดอเมริกา-ยุโรป https://thestandard.co/sony-cameras-china-to-thailand/ Sun, 29 Jan 2023 10:13:36 +0000 https://thestandard.co/?p=743311

ผู้ผลิตเลิกพึ่งพาแดนมังกร ‘Sony’ ย้ายฐานผลิตกล้องถ่ายรู […]

The post ถึงคราวผู้ผลิตเลิกพึ่งพาแดนมังกร ‘Sony’ ย้ายฐานผลิตกล้องถ่ายรูป จากจีนมาไทย หวังปกป้องซัพพลายเชนส่งออกตลาดอเมริกา-ยุโรป appeared first on THE STANDARD.

]]>

ผู้ผลิตเลิกพึ่งพาแดนมังกร ‘Sony’ ย้ายฐานผลิตกล้องถ่ายรูปจากจีนมาประเทศไทย หวังปกป้องซัพพลายเชน ลดการพึ่งพาจีน พร้อม ส่งออกตลาดอเมริกา-ยุโรป-ญี่ปุ่น  

 

Nikkei Asia รายงานว่า Sony Group บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ได้ย้ายฐานการผลิตกล้องถ่ายรูปจากจีนมายังประเทศไทย เพื่อส่งออกไปจำหน่ายในตลาดอเมริกาและทวีปยุโรป 

 

ต้องยอมรับว่าธุรกิจต่างๆ เริ่มลดการพึ่งพาจีน หลังจากมีการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานที่เกิดจากนโยบายปลอดโควิดของปักกิ่ง

 

โดยจากเดิมแล้วโรงงาน Sony ในประเทศจีน ยังมีการผลิตผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้แก่ ทีวี เกม และเลนส์กล้อง เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ขณะที่ไลน์ผลิตกล้องจะยังเหลือไว้บางส่วนเพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน และยังให้ความสำคัญกับช่องทางขายในตลาดจีนเช่นเดิม 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

จากรายงานของยูโรมอนิเตอร์ ระบุว่า หากย้อนไปในช่วงที่เริ่มเกิดสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เป็นเหตุให้ Sony ได้ย้ายฐานการผลิตกล้องถ่ายรูปไปยังอเมริกาเป็นแห่งแรก โดยการถ่ายโอนสายการผลิตกล้องในญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่งแล้วเสร็จเมื่อปลายปี 2022 

 

สำหรับภาพรวมของ Sony หลังจากได้เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์กล้อง Mirrorless ระดับไฮเอนด์ของ Alpha ในปี 2022 บริษัทขายได้ประมาณ 2.11 ล้านเครื่องทั่วโลก ตามข้อมูลของ Euromonitor ในจำนวนนี้คิดเป็นสัดส่วนการขายที่มาจากจีน 150,000 เครื่อง ซึ่งสัดส่วนที่เหลืออีก 90% เป็นยอดขายจากประเทศอื่น นั่นหมายความว่าการผลิตส่วนใหญ่ของ Sony ในจีนได้ย้ายไปที่ประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว 

 

อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแต่ Sony ที่ลดฐานการผลิตที่จีนเท่านั้น แต่ในปี 2022 Canon ได้ปิดฐานการผลิตกล้องบางส่วนในจีนและย้ายกลับไปที่ญี่ปุ่น รวมถึง ไดกิ้นอินดัสทรีส์ ก็มีแผนสร้างซัพพลายเชนเพื่อผลิตเครื่องปรับอากาศ โดยไม่ต้องพึ่งพาชิ้นส่วนที่ผลิตในจีนภายในปี 2023 

 

ทั้งนี้ ปัจจุบัน Sony มีส่วนแบ่งการตลาดกล้องทั่วโลกเป็นอันดับ 2 รองจาก Canon ที่ยังครองตลาดอันดับหนึ่ง

 

อ้างอิง:

The post ถึงคราวผู้ผลิตเลิกพึ่งพาแดนมังกร ‘Sony’ ย้ายฐานผลิตกล้องถ่ายรูป จากจีนมาไทย หวังปกป้องซัพพลายเชนส่งออกตลาดอเมริกา-ยุโรป appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sony เปิดตัว Walkman รุ่นใหม่ ด้วยราคา 14,000 บาท จนถูกมองว่าแพงกว่าสมาร์ทโฟนบางรุ่น แต่โทรออกไม่ได้ https://thestandard.co/sony-launches-new-walkman/ Thu, 19 Jan 2023 08:34:08 +0000 https://thestandard.co/?p=739365 Sony เปิดตัว Walkman

Sony บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติญี่ปุ่น เปิดตัวเครื่อง […]

The post Sony เปิดตัว Walkman รุ่นใหม่ ด้วยราคา 14,000 บาท จนถูกมองว่าแพงกว่าสมาร์ทโฟนบางรุ่น แต่โทรออกไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sony เปิดตัว Walkman

Sony บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติญี่ปุ่น เปิดตัวเครื่องเล่นเพลงระดับตำนานอย่าง ‘Sony Walkman’ 2 รุ่น คือ NW-A306 และ NW-ZX707 

 

“เพลิดเพลินกับเสียงคุณภาพสูงจากเครื่องเล่นเพลงที่มีสไตล์และกะทัดรัดนี้ ที่ช่วยให้คุณโหลดและสตรีมเพลงที่คุณชื่นชอบได้มากขึ้น” Sony กล่าว

 

NW-A306 มีจอแสดงผล Touch Screen ขนาด 3.6 นิ้ว และปุ่มควบคุมด้านข้าง พร้อม WiFi เต็มรูปแบบที่ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาและสตรีมเพลงโปรดจาก YouTube หรือ Spotify ที่ใดก็ได้ที่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต แบตเตอรี่สามารถใช้ได้นานสุด 36 ชั่วโมง และทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 12 โดยมีสีน้ำเงินและสีดำให้เลือก

 

“ด้วยระบบ WiFi เต็มรูปแบบ แบตเตอรี่ที่อึดขึ้นกว่าเดิม มาพร้อมกับการออกแบบที่มีสไตล์และโฉบเฉี่ยว คุณสามารถค้นหาและเล่นเพลงใหม่ที่ไหนก็ได้ตามต้องการ” บริษัทกล่าว

 

ตัวเครื่องสามารถเชื่อมกับคอมพิวเตอร์ผ่านสาย USB-C ได้หากผู้ใช้ต้องการถ่ายโอนเพลงจากคอมพิวเตอร์ไปยังอุปกรณ์ Sony ยังบอกอีกว่าเจ้าตัว NW-A306 นี้ใช้ AI ในการประมวลผล เพื่อ ‘ยกระดับ’ ไฟล์เพลงดิจิทัลที่ถูกบีบอัดเพื่อให้มันมีคุณภาพสูงขึ้น

 

Sony อ้างว่านี่คืออุปกรณ์สำหรับคนรักดนตรีอย่างแท้จริง เนื่องจากให้คุณภาพเสียงในระดับที่ไม่มีในสมาร์ทโฟนเรือธงส่วนใหญ่ โดยในปัจจุบันผู้ผลิตสมาร์ทโฟนให้ความสำคัญกับกล้องและคุณภาพของรูปภาพมากขึ้น โดยมักมองข้ามคุณภาพเสียงไป

 

ทั้งนี้อุปกรณ์มีราคาสูงถึง 349 ปอนด์ (ราว 14,000 บาท) ซึ่งแพงกว่าสมาร์ทโฟนบางรุ่นในตลาด และไม่สามารถโทรออกหรือส่งข้อความได้ บริษัทอ้างว่ามันมีราคาไม่แพง แม้โทรศัพท์หลายๆ รุ่นจะมีฟีเจอร์มากกว่านั้นในราคาใกล้เคียงกันก็ตาม

 

อ้างอิง:

The post Sony เปิดตัว Walkman รุ่นใหม่ ด้วยราคา 14,000 บาท จนถูกมองว่าแพงกว่าสมาร์ทโฟนบางรุ่น แต่โทรออกไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sony พร้อมสร้าง ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์’ อย่างรวดเร็ว แต่ก่อนอื่นต้องพิสูจน์ก่อนว่า จะใช้อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร https://thestandard.co/sony-humanoid/ Wed, 14 Dec 2022 10:59:06 +0000 https://thestandard.co/?p=723766

กลุ่มบริษัทอิเล็กทรอนิกส์และความบันเทิงของญี่ปุ่น Sony […]

The post Sony พร้อมสร้าง ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์’ อย่างรวดเร็ว แต่ก่อนอื่นต้องพิสูจน์ก่อนว่า จะใช้อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>

กลุ่มบริษัทอิเล็กทรอนิกส์และความบันเทิงของญี่ปุ่น Sony Group Corp. เผยว่า บริษัทมีเทคโนโลยีที่จะสร้างหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robots) ได้อย่างรวดเร็วเมื่อระบุได้ว่าจะใช้มันอย่างมีประสิทธิภาพอย่างไร

 

“ในแง่ของเทคโนโลยี หลายบริษัทในโลกรวมถึงบริษัทเรามีเทคโนโลยีที่สะสมไว้มากพอที่จะสร้างพวกมันได้อย่างรวดเร็ว เมื่อมันชัดเจนแล้วว่าการใช้งานในรูปแบบใดจะเป็นแนวโน้มที่ดี” ฮิโรอากิ คิตาโนะ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Sony กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Reuters 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

“เราจะลงทุนก็ต่อเมื่อมันมีความจำเป็น เรามองเห็นศักยภาพของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ แต่เราก็เชื่อว่าหุ่นยนต์ในรูปแบบอื่นๆ ก็มีความสำคัญเช่นกัน”

 

ทั้งนี้ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ได้รับการพัฒนามานานหลายทศวรรษแล้วโดยบริษัท Honda Motor และ Hyundai Motor และล่าสุดในเดือนกันยายนที่ผ่านมา อีลอน มัสก์ ได้แสดงต้นแบบของหุ่นยนต์ที่คล้ายหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของบริษัทที่มีชื่อว่า Optimus 

 

บริษัทของมัสก์กำลังวางแผนที่จะติดตั้งหุ่นยนต์หลายพันตัวในโรงงานของตัวเอง และขยายไปสู่หลายล้านทั่วโลกในท้ายสุด

 

ขณะเดียวกันคิตาโนะกล่าวว่า Sony ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีภาพ เสียง และเนื้อหาความบันเทิงมากมายอยู่แล้ว รวมถึงเพลงและวิดีโอเกม อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะมีบทบาทสำคัญใน Metaverse

 

“สำหรับ Metaverse นั้น ไม่ใช่ว่าผู้คนจะเข้าถึงเพียงเพราะคุณสร้างสถานที่…เนื้อหาต่างหากคือสิ่งที่ทำให้ Metaverse แพร่หลาย” เขากล่าว

 

อ้างอิง:

The post Sony พร้อมสร้าง ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์’ อย่างรวดเร็ว แต่ก่อนอื่นต้องพิสูจน์ก่อนว่า จะใช้อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>