Somerset Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/somerset/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 03 Oct 2026 08:40:04 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Mandarin Oriental, Bangkok โรงแรมระดับตำนานในวัย 150 ปี ที่ยังสง่างามในปัจจุบัน https://thestandard.co/life/mandarin-oriental-bangkok-150-years/ Sat, 03 Oct 2026 08:40:04 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1263722 ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม

เวลาได้ยินว่าโรงแรมหนึ่งมีอายุถึง 150 ปี ภาพแรกที่นึกถึ […]

The post Mandarin Oriental, Bangkok โรงแรมระดับตำนานในวัย 150 ปี ที่ยังสง่างามในปัจจุบัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม

เวลาได้ยินว่าโรงแรมหนึ่งมีอายุถึง 150 ปี ภาพแรกที่นึกถึงอาจเป็นความขรึม ความเก่า หรือสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์จนให้ความรู้สึกเหมือนเข้าไปชมมากกว่าเข้าไปพัก แต่ความรู้สึกนั้นกลับไม่ค่อยเกิดขึ้นกับ Mandarin Oriental Bangkok หรือ ‘โอเรียนเต็ล’ ที่คนไทยเรียกกันติดปาก โรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1876 ผ่านการเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพฯ มาหลายยุค ทั้งยังเคยต้อนรับแขกคนสำคัญหลายคน ตั้งแต่นักเขียนอย่าง Joseph Conrad และ Somerset Maugham ไปจนถึงคนดังจากหลากหลายวงการ แต่สิ่งที่น่าสนใจสำหรับเราไม่ใช่เพียงรายชื่อคนดังที่เคยมาพัก หากเป็นคำถามที่ว่าโรงแรมที่มีอดีตมากขนาดนี้จะทำอย่างไรให้คนยังรู้สึกว่าน่าพัก และอยากกลับมาอีกในยุคปัจจุบัน

 

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 1

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 2

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 3

 

Why here?

 

หนึ่งในเหตุผลที่น่ากลับมาโอเรียนเต็ลในปีนี้คือการเผยโฉม Garden Wing หลังการปรับโฉมใหม่ โดยได้ Jeffrey Wilkes จาก DESIGNWILKES มาดูแลงานออกแบบ และตีความความคลาสสิกของโรงแรมให้ร่วมสมัยขึ้น

 

สีที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้นคือ Celadon Green หรือสีเขียวศิลาดล เฉดสีเขียวอ่อนซึ่งมีต้นทางจากสีเคลือบของเครื่องศิลาดลโบราณในเอเชีย และกลายเป็นหนึ่งในการออกแบบของ Mandarin Oriental ในช่วงที่ผ่านมา

 

แต่สิ่งที่เราชอบคือ แม้โรงแรมจะมีเหตุผลมากมายให้ตัดสินใจปรับปรุงใหม่ในวาระ 150 ปี ทว่าพื้นที่ที่เป็นภาพจำอย่าง Authors’ Lounge ยังคงทำหน้าที่เป็นห้องรับแขกช่วงบ่ายสำหรับนั่งจิบน้ำชา

 

ส่วน Bamboo Bar พอตกกลางคืนก็ยังเต็มไปด้วยเสียงดนตรีแจ๊ส คนนั่งดื่ม และบรรยากาศแบบเดิมเหมือนตอนมากับครอบครัว เราว่านั่นทำให้การเดินอยู่ในโรงแรมมีทั้งความรู้สึกคุ้นเคยและความรู้สึกใหม่เกิดขึ้นพร้อมกัน และอาจเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สถานที่อายุ 150 ปีแห่งนี้ยังไม่รู้สึกล้าสมัย

 

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 4

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 5

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 6

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 7

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 8

 

Worth it

 

ครั้งนี้เราพักยัง Chao Phraya Suite ห้องสวีตหนึ่งห้องนอนขนาด 83 ตารางเมตร ซึ่งหลังจากใช้เวลาอยู่จริงแล้ว สิ่งที่ชอบไม่ใช่เพียงเรื่องขนาด แต่เป็นวิธีการแบ่งพื้นที่ที่ทำให้ห้องมีความรู้สึกคล้ายบ้านพักมากกว่าห้องโรงแรม

 

ภายในแยกพื้นที่นั่งเล่น ห้องนอน และมุมรับประทานอาหารสำหรับ 4 คนออกจากกัน มี Service Pantry สำหรับรองรับการเสิร์ฟอาหาร รวมถึง Walk-in Dressing Area ส่วนห้องน้ำใช้หินอ่อนและมีทั้ง Walk-in Shower กับอ่างสำหรับแช่ตัว เป็นห้องที่ต่อให้พักหลายคืนก็ยังมีพื้นที่ให้แต่ละกิจกรรม แบบที่ไม่ต้องใช้ชีวิตทุกอย่างอยู่รอบเตียง

 

ส่วนที่เราชอบที่สุดคงเป็นหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดานและระเบียงส่วนตัว ที่หันออกไปทางแม่น้ำเจ้าพระยา วิวตรงนี้ไม่ได้หยุดนิ่งเลย ตั้งแต่ช่วงเช้าที่เรือเริ่มวิ่งไปมา กลางวันที่แม่น้ำคึกคัก ไปจนถึงช่วงเย็นที่แสงที่ตรงกับทิศตะวันตกพอดี และการมีระเบียงทำให้ห้องไม่ได้แค่เห็นวิวแม่น้ำผ่านกระจก แต่สามารถออกไปนั่งใช้เวลากับวิวตรงหน้าได้จริงๆ รายละเอียดการตกแต่งยังคงอิงกับความเป็นไทย ทั้งงานศิลปะ ลวดลาย และสีของผ้า แต่ตีความออกมาแบบร่วมสมัยขึ้น จึงไม่รู้สึกเหมือนห้องโรงแรมไทยแบบดั้งเดิม

 

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 9

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 10

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 11

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 12

 

อีกสิ่งที่ทำให้การพัก 3 วัน 2 คืน รอบนี้รู้สึกเต็มขึ้นมาก คือเราแทบไม่ได้ออกจากโรงแรมเลย เพราะตั้งใจใช้เวลาเก็บประสบการณ์ห้องอาหารให้ครบ ตั้งแต่มื้อที่ Anne-Sophie Pic at Le Normandie ซึ่งเป็นบทใหม่ของ Le Normandie ร้านอาหารฝรั่งเศสเก่าแก่ของโรงแรม ปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของ Anne-Sophie Pic และได้รับ 2 ดาวมิชลิน เมนูยังคงยึดพื้นฐานอาหารฝรั่งเศส แต่ตีความผ่านแนวคิดแบบที่เป็นลายเซ็นของเชฟ ทำให้ร้านนี้ไม่ได้รู้สึกเหมือนแค่การรีแบรนด์ของ Le Normandie เดิม แต่เป็นการพาร้านเก่าเข้าสู่บทใหม่อย่างจริงจัง

 

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 13

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 14

 

อีกมื้อเราเลือกข้ามเรือไปที่ Baan Phraya ห้องอาหารไทยในเรือนไม้อายุกว่าร้อยปีฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ ซึ่งเดิมเคยเป็นบ้านของพระยามไหสวรรย์และคุณหญิงเลื่อน มไหสวรรย์ ก่อนถูกนำกลับมาใช้เป็นพื้นที่เล่าเรื่องอาหารไทยร่วมสมัยผ่านฝีมือของ เชฟป้อม-พัชรา พิระภาค ที่หยิบทั้งอาหารพื้นถิ่นและอาหารชาววังมาตีความใหม่ จุดที่ทำให้มื้อนี้ต่างจากห้องอาหารอื่นไม่ใช่แค่อาหาร แต่เป็นการนั่งกินอยู่ในบ้านเก่าริมน้ำที่ยังเก็บโครงสร้างไม้สักและรายละเอียดดั้งเดิมเอาไว้ ทำให้บรรยากาศของมื้ออาหารมีเรื่องราวไปพร้อมกับรสชาติ

 

ส่วนอีกห้องที่เราแวะคือ The China House by Chef Fei ซึ่งมาในทิศทางอาหารจีนกวางตุ้งและเฉาซานมากขึ้น ภายใต้การดูแลของ Chef Fei เมนูเน้นรสชาติแบบดั้งเดิม แต่ปรับให้ร่วมสมัยขึ้น พร้อมทั้งมี Tea Bar และ Cocktail Bar แยกเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ทำให้มื้อนี้มีคาแรกเตอร์ต่างจากสองร้านแรกค่อนข้างชัด

 

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 15

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 16

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 17

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 18

 

เรายังแวะไป The Oriental Spa ที่อยู่ในเรือนไม้ ซึ่งยังคงหยิบศาสตร์การดูแลสุขภาพแบบเอเชียมาผสมกับเทคนิคสมัยใหม่อยู่ในบรรยากาศที่สงบมาก

 

เราว่าจุดแข็งของโอเรียนเต็ลวันนี้คือการที่โรงแรมไม่ได้มีแค่ของเก่าให้กลับไปคิดถึง แต่มีเหตุผลใหม่ๆ ให้ใช้เวลาอยู่ที่นี่ได้ทั้งวัน ตั้งแต่ห้องพัก ร้านอาหาร ไปจนถึงสปา โดยทั้งหมดก็ยังเชื่อมกลับไปหาบุคลิกเดิมของโรงแรมได้อย่างเป็นธรรมชาติ

 

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 19

 

Good for

 

ใครที่ชอบโรงแรมซึ่งมี sense of place ชัดเจน และอยากให้สถานที่ที่พักมีเรื่องราวมากกว่าแค่ห้องสวย รวมถึงคนที่กำลังมองหาการ Staycation ริมแม่น้ำสำหรับโอกาสพิเศษ และตั้งใจใช้เวลาอยู่ในโรงแรมจริงๆ

 

ส่วนใครที่ไม่ได้กลับมาโอเรียนเต็ลมาหลายปี ปีที่โรงแรมมีอายุครบ 150 ปี อาจเป็นช่วงที่ดีที่จะกลับมาอีกครั้ง เพราะความน่าสนใจของที่นี่ไม่ได้อยู่ที่การพยายามทำทุกอย่างให้ดูใหม่ แต่อยู่ที่การรู้ว่า อะไรควรเปลี่ยน และอะไรดีอยู่แล้วจนไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปซะหมด

 

Mandarin Oriental Bangkok

Location: ซอยเจริญกรุง 40 กรุงเทพฯ

Budget: เริ่มต้นที่ 25,000++ บาทต่อคืน (ราคาปรับเปลี่ยนตามประเภทห้องพักและช่วงเวลา)

Website: https://www.mandarinoriental.com/en/bangkok/chao-phraya-river

Facebook: https://www.facebook.com/MandarinOrientalBangkok

Instagram: https://www.instagram.com/mo_bangkok/

 


 

 

The post Mandarin Oriental, Bangkok โรงแรมระดับตำนานในวัย 150 ปี ที่ยังสง่างามในปัจจุบัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอล ซอยสวนพลู ทีเด็ดทาร์ตไข่และครัวซองต์ https://thestandard.co/life/sunny-chan-bakery-suanplu/ Mon, 31 Aug 2026 12:07:14 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1249012 หน้าร้าน Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอลในซอยสวนพลู

หากใครติดตามวงการขนมอบในกรุงเทพฯ ย่อมคุ้นเคยชื่อของ Sun […]

The post Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอล ซอยสวนพลู ทีเด็ดทาร์ตไข่และครัวซองต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หน้าร้าน Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอลในซอยสวนพลู

หากใครติดตามวงการขนมอบในกรุงเทพฯ ย่อมคุ้นเคยชื่อของ Sunny Chan มาตั้งแต่ช่วงเปิดป๊อปอัปที่ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ ก่อนจะย้ายมาปักหลักอย่างอบอุ่นในซอยสวนพลู ย่านสาทร และค่อยๆ สร้างชื่อจากขนมอบ โดยเฉพาะทาร์ตไข่และครัวซองต์ที่กลายเป็นสองเมนูหลักของร้าน

 

ประเด็นสำคัญ

 

 

ล่าสุด Sunny Chan ปรับโฉมหน้าร้านและรีแบรนด์ใหม่ กลับมาครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนสิ่งที่อยู่ในตู้ขนมทั้งหมด แต่เป็นการปรับบุคลิกของ Sunny Chan ให้ชัดขึ้นผ่านแนวคิด ‘Bring Out Your Inner Child’ ชวนให้เรากลับไปหาโมเมนต์เล็กๆ แบบตอนเด็ก ที่แค่ได้กินของอร่อยสักชิ้นก็มีความสุขได้แล้ว

 

หน้าร้าน Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอลในซอยสวนพลู 1

 

จริงๆ แล้วเรื่องราวของ Sunny Chan เริ่มต้นก่อนจะมีหน้าร้านในสวนพลู เมื่อราว 2-3 ปีก่อน จากการทำครัวซองต์ที่บ้านย่านดอนเมือง ด้วยความชอบครัวซองต์และความสนใจในเบเกอรีสไตล์ยุโรปของเจ้าของร้าน ก่อนจะพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ฝั่งใจกลางเมือง จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำและย้ายมาเปิดร้านอย่างจริงจังในย่านสาทร

 

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อทีมลองนำแป้งครัวซองต์ของร้านมาทำทาร์ตไข่ แล้วเพิ่มคาราเมลสูตรของตัวเองเข้าไป จากเมนูทดลองกลับกลายเป็นขนมที่ทำให้คนรู้จัก Sunny Chan มากขึ้น จนนำไปสู่การเปิดป๊อปอัปที่ EmQuartier และมีอยู่ช่วงหนึ่งที่กระแสของทาร์ตไข่แรงจนร้านผลิตแทบไม่ทัน

 

แม้คนจำนวนมากจะรู้จัก Sunny Chan จากทาร์ตไข่ แต่สิ่งที่ร้านให้ความสำคัญมาตั้งแต่แรกยังคงเป็นเรื่องของ Pastry วัตถุดิบ และกระบวนการทำขนม การรีแบรนด์ครั้งนี้จึงเหมือนเป็นการพา Sunny Chan เข้าสู่บทต่อไป ที่ยังมี Egg Tart เป็นเมนูหลัก แต่ขณะเดียวกันก็อยากให้คนได้รู้จักโลกของขนมอบที่กว้างขึ้น ตั้งแต่ Croissant ไปจนถึง Sourdough และขนมใหม่ๆ ที่จะค่อยๆ เพิ่มเข้ามา

 

หน้าร้าน Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอลในซอยสวนพลู 2หน้าร้าน Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอลในซอยสวนพลู 3

 

The Vibe

 

ตัวร้านซ่อนอยู่ในซอยย่อยแรกฝั่งขวามือของซอยสวนพลู เดินเข้าไปเกือบสุดซอยก็จะเจอกับร้านขนาดกะทัดรัดที่ปรับหน้าตาใหม่ให้มีความมินิมอลผสมกับดีไซน์ร่วมสมัย และด้วยตำแหน่งที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางตึกสูงของย่านสาทร บรรยากาศบางมุมจึงชวนให้นึกถึงร้านเบเกอรี่เล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ตามตรอกในนิวยอร์ก

 

และร้านเพิ่มที่นั่งด้านหน้าร้านอีก ซึ่งเข้ากับคาแรกเตอร์ของสวนพลูดี โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือวันที่อากาศไม่ร้อนเกินไป ซื้อกาแฟกับขนมแล้วนั่งกินด้านนอก ก่อนจะเดินไปต่อ

 

หน้าร้าน Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอลในซอยสวนพลู 4หน้าร้าน Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอลในซอยสวนพลู 5หน้าร้าน Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอลในซอยสวนพลู 6

 

The Taste

 

สำหรับใครถ้ามาเป็นครั้งแรกเราว่าเริ่มจาก Caramel Egg Tart (85 บาท) ก่อนง่ายที่สุด เพราะเป็นหนึ่งในเมนูที่อยู่กับร้านมานาน ตัวแป้งเป็นแนวครัวซองต์ที่มีความบางและกรอบ ส่วนด้านในเป็นคัสตาร์ดเนื้อนุ่ม มีรสคาราเมลเข้ามาเพิ่มความหวานและกลิ่นไหม้บางๆ จับคู่กับ Ice Latte (115 บาท) ก็บาลานซ์รสชาติได้ดีขึ้น

 

ส่วนรสใหม่อย่าง Earl Grey Marmalade Egg Tart (105 บาท) เปลี่ยนคาแรกเตอร์ไปอีกทางด้วยกลิ่นของชา Earl Grey และ Marmalade ส้มที่เข้ามาเพิ่มทั้งความหอมและรสเปรี้ยวเล็กๆ พร้อมวานิลลา ก่อนประกบทั้งหมดไว้บนฐานแป้งทาร์ตแบบครัวซองต์ ใครที่รู้สึกว่า Egg Tart แบบปกติหวานหรือหนักไป รสนี้จะมีมิติของชาและซิตรัสเข้ามาตัดมากขึ้น

 

หน้าร้าน Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอลในซอยสวนพลู 7

 

ฝั่งของคาวมี Mushroom Paprika Croissant (155 บาท) ครัวซองต์ทรงสี่เหลี่ยมที่ใส่เห็ด ครีมปาปริกา และ Parmesan Cheese ทำให้ได้ทั้งความหอมของเนยและรสเค็มมัน เหมาะกับคนที่อยากกิน Pastry เป็นมื้อเช้ามากกว่าจะจบด้วยของหวานอย่างเดียว

 

หน้าร้าน Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอลในซอยสวนพลู 8

 

นอกจากนี้ยังมีขนมให้เลือกอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะ Plain Croissant (100 บาท) ที่ถ้าอยากลองคาแรกเตอร์ของแป้งและเนยแบบตรงไปตรงมา เราว่าเริ่มจากชิ้นนี้ได้เลย

 

ส่วนเครื่องดื่มก็มีให้เลือกตั้งแต่ Coffee, Non-Coffee ไปจนถึง Cold-Pressed Juice จึงไม่จำเป็นต้องเป็นคอกาแฟก็แวะมากินขนมที่นี่ได้

 

หน้าร้าน Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอลในซอยสวนพลู 9

 

Good for

 

ถ้าได้มาแถวสาทร-สวนพลู แล้วอยากหาร้านขนมเล็กๆ แวะกินระหว่างวัน เราว่า Sunny Chan เหมาะเลย เพราะร้านไม่ได้ใหญ่และไม่ใช่คาเฟ่สำหรับมานั่งทำงานยาวๆ แต่เป็นฟีลร้านขนมประจำย่าน ที่แวะเข้ามาซื้อทาร์ตไข่หรือครัวซองต์ สั่งกาแฟสักแก้ว แล้วถ้ามีเวลาก็นั่งเล่นด้านหน้าร้านสักพัก ก่อนออกไปเดินเล่นสวนพลูต่อ

 

Sunny Chan

 

Location: ซอยสวนพลู เข้าซอยย่อยแรกทางขวามือ เยื้องบ้านปิยะสาทร

Open: เปิดทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น.

Contact: Sunny Chan 

Parking: Somerset Park Suanplu Bangkok (30 บาท/ชั่วโมง)

Budget: ราคา 85-300 บาทต่อคน

Map: https://maps.app.goo.gl/iVCnAdL4bejzbNBy7

 

The post Sunny Chan ร้านขนมอบมินิมอล ซอยสวนพลู ทีเด็ดทาร์ตไข่และครัวซองต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
White Cafe x Black Bar คาเฟ่หยางกับบาร์หยินแห่งการดื่มกินอันแสนจะกลมกลืน https://thestandard.co/white-cafe-x-black-bar/ https://thestandard.co/white-cafe-x-black-bar/#respond Fri, 15 Sep 2017 23:00:10 +0000 https://thestandard.co/?p=27491

     หยินหยาง ขาวและดำ ต่างต้องอยู่คู่กั […]

The post White Cafe x Black Bar คาเฟ่หยางกับบาร์หยินแห่งการดื่มกินอันแสนจะกลมกลืน appeared first on THE STANDARD.

]]>

     หยินหยาง ขาวและดำ ต่างต้องอยู่คู่กันเพื่อสร้างสมดุลให้กับจักรวาล ซึ่งการสร้างสมดุลคือสิ่งที่ทาง White Cafe x Black Bar (ไวท์ คาเฟ่ แอนด์ x แบล็ค บาร์) ต้องการนำเสนอภาพและรสชาติของเครื่องปรุงที่มีความแตกต่าง แต่กลับอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืนและกลมกล่อม ยิ่งทุกวันนี้คนเราขาดสมดุลในชีวิตกันมาก ทำไมไม่ลองหาร้านอาหารที่เติมเต็มสมดุลให้กับตัวเองดูบ้าง?

 

The Vibe

     เมื่อเดินเข้ามาที่ตึก Somerset และกดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้น 9 ก็จะพบกับทางเดินเล็กๆ ที่เมื่อมองออกไปจะเห็นสระว่ายน้ำก่อนเป็นอันดับแรก ระหว่างทางเดินที่จะไปถึงสระว่ายน้ำอันชื่นฉ่ำขนาบข้างด้วย White Cafe และ Black Bar

 

 

     สำหรับ White Cafe จะมีส่วนของอินดอร์และเอาต์ดอร์ ด้านในตกแต่งด้วยมู่ลี่กับฉากกั้นสีขาวทำจากเชือกที่ถักทอเป็นเส้นสายระโยงระยางตัดกับรูปทรงเรขาคณิตของกำแพงและเฟอร์นิเจอร์ และเนื่องจากตัวห้องอาหารใช้กระจกกั้นเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้พื้นที่แลดูกว้างขวางโปร่งสบาย ส่วนด้านนอกนั้นก็เป็นเหมือนลานกว้างๆ ติดกับสระว่ายน้ำ ทำให้รับไอเย็นได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศ

 

 

     ในขณะที่อีกฟากหนึ่งนั้นเป็นที่ตั้งของ Black Bar ค็อกเทลบาร์ที่บรรยากาศดูมืดทึมขึงขังกว่ามาก แม้มุมนั้นจะเป็นบาร์เปิดที่ไร้สิ่งใดก้ันขวางก็ตามที นั่นก็เพราะโทนสีของวัสดุที่ใช้ล้วนเป็นโทนสีดำ

 

The Food

     เนื่องจากอาหารของที่นี่ผสมผสานวัฒนธรรมการกินอันหลากหลาย แต่โดยหลักแล้วจะเน้นไปที่อาหารประเภทวาฟุ (Wafu) ซึ่งเมนูขึ้นชื่อที่น่าสนใจมีดังนี้

 

 

     ‘เบนโตะไทย’ ซึ่งบรรจุข้าวผัดปลาสลิด แกงส้ม ไข่เจียวหัวไชโป๊กระเทียมดอง (260บาท)  ข้าวผัดปลาสลิดผัดมาอย่างดี คลุกเคล้ากับชิ้นปลาสลิดทอดส่งกลิ่นหอม ปรุงรสด้วยน้ำปลา โรยหน้าด้วยมะม่วงดิบ ได้รสชาติเข้มข้นแบบไทยแท้ ที่คนไทยทานได้ ชาวต่างชาติทานดี แกงส้มน้ำใสแต่รสชาติเปรี้ยวหวานถึงใจ น้ำแกงมีกุ้งสดชิ้นโต บร็อกโคลีดอกกะหล่ำและเห็ดได้รสชาติกลมกล่อม ไข่เจียวชิ้นหนาตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมน่ารับประทาน เมื่อตักเข้าปากรสชาติของไข่เจียวช่างเข้ากันได้ดีกับไชโป๊และกระเทียมดองเปี่ยมด้วยสมดุล กินเคียงกับผักสดที่ติดมาด้วยยิ่งดี ถือว่าจานนี้ครบรสและให้สารอาหารครบ 5 หมู่

 

 

     ‘ยำถั่วพูไข่ออนเซน’ (180 บาท) นอกจากไข่ออนเซนที่ดูนุ่มนิ่มเป็นก้อนกลมขนาดใหญ่ราวกับเป็นองค์ประทาน ตัวถั่วพูชิ้นโตก็สดเขียวน่าหม่ำ อีกทั้งยังกรอบหวานได้ใจ เข้ากับหอมแดงเจียวและกุ้งแห้งยิ่งนัก คลุกเคล้ากับน้ำยำรสเปรี้ยว หวานและเค็มกำลังดี ยิ่งรับประทานพร้อมกับไข่ออนเซนจะได้ความมันจากไข่แดงและสัมผัสนุ่มนิ่มของไข่ขาวที่ยังไม่สุกดี

 

 

     ‘สปาเกตตีไข่กุ้งกับครีมมิโซะ’ (280 บาท) เส้นต้มจนสุกแต่ไม่นิ่มจนเกินไป คลุกเคล้ากับครีมมิโซะรสเข้มข้น ราดด้วยไข่กุ้งพูนๆ อย่างไม่เกรงใจ เพิ่มรสชาติและเท็กซ์เจอร์ในปากได้อย่างดี ก่อนจะตบท้ายด้วยเส้นสาหร่ายญี่ปุ่นที่หั่นอย่างพิถีพิถันมอบรสอูมามิให้กับอาหารจานนี้เป็นอย่างยิ่ง

 

 

The Drinks

     ที่นี่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับไม่มีแอลกอฮอล์ เอาใจทั้งคนรักสุขภาพและคนที่รักการสังสรรค์ เริ่มจาก ‘Watermelon Smoothie’ (100 บาท) ที่ปั่นอย่างละเอียด ได้รสชาติแตงโมอย่างแท้จริง ‘Lemon Ice Tea’ (70 บาท) รสฝาดของแทนนินจากชาช่วยสร้างบาลานซ์ที่ดีให้กับความเปรี้ยวของมะนาวและความหวานของน้ำเชื่อมได้เป็นอย่างดี เติมกาเฟอีนให้กับร่างกายเล็กน้อยสำหรับใครที่ต้องออกไปทำงานตอนเช้าๆ หรือใครที่อยากอยู่ปาร์ตี้ดึกๆ ที่ต้องการตัวช่วยที่ไม่แรงจนเกินไป

     Orange Juice (60 บาท) วิตามินซีเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย แถมยังช่วยต้านอนุมูลอิสระ รสชาติส้มแท้ๆ ไม่ใช่ส้มจากน้ำส้มกล่อง

 

 

     ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของที่นี่ไม่เน้นการสร้างค็อกเทลซิกเนเจอร์ แต่เน้นอะตอมมิกคลาสสิกค็อกเทล (Atomic Classic Cocktail) ประเดิมด้วย Mojito (190 บาท) ที่ใช้ใบมินต์สด มะนาว และน้ำเชื่อมมาบดพร้อมๆ กันก่อนจะเติมรัมขาวและโซดา คนจนเข้ากันดีจะได้รสชาติและกลิ่นของมินต์อย่างชัดเจนแต่ไม่เหม็นเขียว ได้ความเปรี้ยวจากมะนาวแต่ไม่ขมลิ้น ส่วนความหวานนั้นก็เสริมให้ดริงก์มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น

     Mai Tai (250 บาท) เป็นอะตอมมิกค็อกเทลรสเปรี้ยวหวานที่ได้ความหวานจากไซรัปกำลังดี นอกจากนี้ยังได้เหล้าหวานรสส้มมาช่วยเสริมให้ดริงก์เหมาะกับเมืองร้อนมากยิ่งขึ้น เพิ่มความเปรี้ยวด้วยน้ำมะนาว เติมความกระปรี้กระเปร่าแบบคิวบายกกำลัง 2 ด้วยรัมขาวและดาร์กรัม

 

Open: ทุกวัน 5.00-10.30 น. และ 17.00-00.00 น.

Address: ชั้น 9 ตึก Somerset อยู่ระหว่างซอยทองหล่อ 5 และ 7

Contact: 0 2381 1561

Budget: 60-500 บาท

Page: www.facebook.com/whitecafexblackbar

Map:


 

The post White Cafe x Black Bar คาเฟ่หยางกับบาร์หยินแห่งการดื่มกินอันแสนจะกลมกลืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/white-cafe-x-black-bar/feed/ 0