Small AI Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/small-ai/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 16 Oct 2026 10:08:21 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 เกษตรแอฟริกาวิกฤตหนัก ผู้เชี่ยวชาญชู ‘Small AI’ ในเป้สะพายหลัง ดึงคนรุ่นใหม่ ช่วยเกษตรกรรายย่อยโดยไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ต https://thestandard.co/small-ai-backpack-africa-agriculture/ Fri, 16 Oct 2026 10:08:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1269102 งานเสวนาสภาผู้ว่าการ IMF และ World Bank Group ประจำปี 2026 นำเสนอโมเดล Small AI ในเป้สะพายหลังเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร

ในช่วงระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2026 ประเทศไทยได้รับเก […]

The post เกษตรแอฟริกาวิกฤตหนัก ผู้เชี่ยวชาญชู ‘Small AI’ ในเป้สะพายหลัง ดึงคนรุ่นใหม่ ช่วยเกษตรกรรายย่อยโดยไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ต appeared first on THE STANDARD.

]]>
งานเสวนาสภาผู้ว่าการ IMF และ World Bank Group ประจำปี 2026 นำเสนอโมเดล Small AI ในเป้สะพายหลังเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร

ในช่วงระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2026 ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญ (16 ตุลาคม) คือเสวนาหัวข้อ ‘Knowledge Café – One Agent, Thousands of Farmers: Can Small AI Close the Advice Gap.’ ท่ามกลางวิกฤตความเหลื่อมล้ำและข้อจำกัดเชิงโครงสร้างในภาคการเกษตรทั่วโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น

 

 
 

เกษตรแอฟริกาวิกฤตหนัก เจ้าหน้าที่ไม่พอ เกษตรกรสูงวัย ดึงคนรุ่นใหม่ด้วยเทคโนโลยี

 

ANUP JAGWANI ผู้อำนวยการด้านการเกษตรและธุรกิจการเกษตรของกลุ่มธนาคารโลก กล่าวเปิดเวทีโดยชี้ให้เห็นถึงวิกฤตบริการส่งเสริมการเกษตรที่น่าวิตกกังวล โดยปัจจุบันจำนวนเจ้าหน้าที่ภาครัฐเมื่อเทียบกับจำนวนเกษตรกรในทวีปแอฟริกายังมีสัดส่วนที่ไม่สมดุลอย่างมาก ขณะเดียวกัน ภาครัฐก็ขาดแคลนงบประมาณสำหรับจ้างบุคลากรให้เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น

 

สอดคล้องกับ SRIRAM BHARATAM ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาหลักของบริษัท Kuza Biashara จำกัด ได้ขยายความถึงความท้าทายในพื้นที่แอฟริกาตะวันออกว่า ปัจจุบันเกษตรกรรายย่อยส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ยสูงถึง 60–63 ปี ซึ่งสวนทางกับโครงสร้างประชากรส่วนใหญ่ของทวีปที่มีอายุเฉลี่ยเพียง 18–19 ปีเท่านั้น

 

ขณะเดียวกัน DR. NADI ALBINO รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Generation Unlimited ขององค์การยูนิเซฟ ได้เสริมในมุมมองของเยาวชนว่า การจะดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้กลับมาสู่ภาคการเกษตรนั้น ต้องไม่ใช่แค่การยื่นโอกาสทางอาชีพ แต่คือการสร้างศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจ ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ใช้งานง่าย จับต้องได้ และตอบโจทย์วิถีชีวิตจริง

 

ถอดบทเรียน Small AI ทางออกที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง

 

จากปัจจัยข้างต้น เพื่อตอบโจทย์เกษตรกรรายย่อยที่ต้องเผชิญปัญหาขาดแคลนทั้งอินเทอร์เน็ต ไฟฟ้า และไม่มีกำลังซื้ออุปกรณ์ราคาแพง SRIRAM จึงนำเสนอโมเดลนวัตกรรม ‘Small AI in a backpack’ หรือเป้สะพาย Small AI ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบบออฟไลน์ที่ซุ่มพัฒนามานานกว่า 7 ปี โดยมีจุดเด่นสำคัญคือ เกษตรกรและเยาวชนสามารถเรียนรู้วิธีการใช้งานจนคล่องแคล่วได้ภายในเวลาเพียง 3–4 นาทีเท่านั้น

 

สำหรับหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีนี้ ขับเคลื่อนด้วยระบบ ‘AgriBites’ หรือคลิปวิดีโอสั้นสไตล์ TikTok ความยาว 1–3 นาที ที่บรรยายด้วยภาษาท้องถิ่น ทำหน้าที่เสมือนครูผู้เชี่ยวชาญประจำชุมชน คอยให้คำแนะนำและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างตรงจุด

 

ความสำเร็จของนวัตกรรมดังกล่าวได้รับการยืนยันผ่านกรณีศึกษาของโครงการ READY ที่จัดตั้งศูนย์บ่มเพาะเยาวชนเพื่อนำเป้สะพาย Small AI ลงพื้นที่จัดฉายวิดีโอให้เกษตรกร สามารถเรียนรู้วิธีการจัดการศัตรูพืชได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ Nadi ยังได้ยกตัวอย่างการใช้งานแอปพลิเคชัน PlantVillage ในประเทศเคนยาและแทนซาเนีย ที่ช่วยให้เยาวชนใช้สมาร์ทโฟนถ่ายรูปเพื่อวินิจฉัยโรคพืชได้อย่างแม่นยำ

 

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการต่อยอดสู่โมเดลฟาร์มโรงเรียน ซึ่งใช้พื้นที่ภายในโรงเรียนเป็นฟาร์มสาธิตการเกษตรฟื้นฟู โดยมีเยาวชนประจำการคอยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างโดรนเกษตร มาสาธิตให้ชุมชนดู ซึ่งโครงการนี้นับเป็นก้าวสำคัญเพราะเกิดจากการบูรณาการความร่วมมือข้ามกระทรวงมากถึง 7 แห่ง ขยายผลไปแล้วกว่า 250 แห่งทั่วเคนยา และสามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนให้แก่ชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

พลัง DPI-เครือข่ายเกษตรเปิด ช่วยเกษตรกรได้จริงหรือ?

 

แม้นวัตกรรมจะทรงประสิทธิภาพ แต่การขยายผลในวงกว้างยังคงต้องก้าวผ่านอุปสรรคสำคัญ นั่นคือปัญหาการทำงานแบบแยกส่วน โดย Anup และ Shriram ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองว่า ธนาคารโลกกำลังเร่งผลักดันโครงการ Digital Public Infrastructure (DPI) และเครือข่ายเปิดสำหรับภาคเกษตร (Open Networks for Agriculture) เพื่อรวบรวมบริการทางการเงิน การประกันภัย และการเข้าถึงตลาดมาไว้ในจุดเดียว

 

อย่างไรก็ดี DR. NADI ได้ตั้งข้อสังเกตว่า โมเดลการส่งมอบบริการในปัจจุบันมักมองข้ามการดึงเยาวชน และ ผู้หญิงมาร่วมออกแบบโครงการตั้งแต่ต้น ขณะที่ Shriram ย้ำเตือนว่า แม้ AI จะให้คำแนะนำได้ดี แต่สิ่งที่เกษตรกรยังขาดแคลนอยู่คือ การเข้าถึงตลาดและสินเชื่อ รวมถึงการทำงานในระดับพื้นที่ต้องเน้นการปรับเนื้อหาให้เข้ากับบริบทท้องถิ่นเป็นสำคัญ เนื่องจากสภาพดินและภูมิอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในทุกๆ 100 กิโลเมตร

 

ผนึกพลังรัฐ-เอกชน-คนรุ่นใหม่ ตั้งเป้าหนุนเกษตรกร 300 ล้านคน

 

ในช่วงการแลกเปลี่ยน Q&A มีประเด็นที่น่าสนใจเกิดขึ้น เมื่อตัวแทนจากประเทศไทยได้สอบถามถึงแนวทางการสนับสนุนสตาร์ตอัป ซึ่ง ANUP ได้ให้คำแนะนำว่า ธนาคารโลก โดยบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (IFC) ได้เข้าไปร่วมลงทุนในกองทุน Incubators ต่างๆ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในช่วงเริ่มต้นของการทำธุรกิจ

 

ส่วนประเด็นการสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ AI นั้น Shriram ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ Lena บัณฑิตสาวที่นำเทคโนโลยีมาพัฒนาฟาร์มและดูแลเกษตรกรกว่า 1,000 ราย โดยใช้แนวคิดจิตวิญญาณผู้เริ่มต้น ซึ่งมุ่งเน้นการแก้ปัญหาให้เกษตรกรทีละรายอย่างจริงใจโดยไม่มีเรื่องการโฆษณาแอบแฝง

 

ก้าวต่อไปในอีก 12 เดือนข้างหน้า เตรียมขับเคลื่อนไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง Generation Unlimited และ Kuza ได้เสนอแผนงานเพื่อขอรับทุนขยายผลโครงการ Youth-led AI Advisory ในระดับชาติ พร้อมทั้งเตรียมจัดทำคู่มือการทำงาน ร่วมกับธนาคารโลก เพื่อวางแนวทางการขยายผลและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลให้กับภาครัฐในประเทศต่างๆ โดยตั้งเป้าหมายสูงสุดในการเข้าถึงและช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้ถึง 300 ล้านคนทั่วโลก

 

เรียกได้ว่า การเสวนาพิเศษในครั้งนี้จึงไม่เป็นเพียงแค่การนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ แต่คือการประกาศถึงพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ตามด้วยเอกชน และคนรุ่นใหม่ ในการเปลี่ยนผ่านเกษตรกรรมดั้งเดิมไปสู่ความยั่งยืน ผ่าน Small AI นวัตกรรมที่เข้าถึงทุกคนอย่างเท่าเทียมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

The post เกษตรแอฟริกาวิกฤตหนัก ผู้เชี่ยวชาญชู ‘Small AI’ ในเป้สะพายหลัง ดึงคนรุ่นใหม่ ช่วยเกษตรกรรายย่อยโดยไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ต appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘อุกฤษ อุณหเลขกะ’ 1 ใน 13 คนไทยขึ้นเวที AM2026 ชี้ 3 ทักษะรอดยุค AI เสนอรัฐช่วยจ่ายค่าจ้างเด็กจบใหม่แบบ ‘คนละครึ่ง’ https://thestandard.co/ukrit-ai-skills-new-grads-copay/ Mon, 12 Oct 2026 08:50:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1267642 อุกฤษ อุณหเลขกะ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Thara Green

คนรุ่นใหม่ไม่ต้องกลัว AI แต่ต้องมีทักษะที่ AI ทำแทนไม่ไ […]

The post ‘อุกฤษ อุณหเลขกะ’ 1 ใน 13 คนไทยขึ้นเวที AM2026 ชี้ 3 ทักษะรอดยุค AI เสนอรัฐช่วยจ่ายค่าจ้างเด็กจบใหม่แบบ ‘คนละครึ่ง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อุกฤษ อุณหเลขกะ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Thara Green

คนรุ่นใหม่ไม่ต้องกลัว AI แต่ต้องมีทักษะที่ AI ทำแทนไม่ได้ คือข้อสรุปของ อุกฤษ อุณหเลขกะ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Thara Green หนึ่งในตัวแทนคนรุ่นใหม่ของไทยที่ได้ขึ้นเวที Youth Dialogue with First Deputy Managing Director ในการประชุมประจำปี IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ในวันนี้ (12 ตุลาคม) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานระหว่างวันที่ 12 – 18 ตุลาคมนี้

 

 
 

อุกฤษให้สัมภาษณ์พิเศษกับ THE STANDARD ภายในงาน ถึงสิ่งที่เขาสะท้อนบนเวที ตั้งแต่ความเสี่ยงของเด็กจบใหม่ ทักษะที่ต้องมี ไปจนถึงข้อเสนอถึงรัฐบาลไทย

 

3 ทักษะอยู่รอด ในยุคที่บริษัทเลือก AI ก่อนเด็กจบใหม่

 

อุกฤษมองว่าความเสี่ยงใหญ่ของคนรุ่นใหม่คือจังหวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี เมื่อบริษัทต้องคุมต้นทุนและมุ่งทำกำไรสูงสุด การใช้ AI จะคุ้มกว่าการจ้างคนใหม่ งานระดับเริ่มต้นที่เคยเป็นประตูแรกของเด็กจบใหม่กำลังถูก AI ทำแทน ส่วนทักษะที่ยังมีค่าคืองานที่ต้องใช้คน เช่น งานขาย งานพัฒนาธุรกิจ และความสัมพันธ์กับคน

 

เมื่อถูกถามว่าคนรุ่นใหม่ต้องมีทักษะอะไร อุกฤษตอบเป็น 3 ข้อ (3C)

 

  1. Creativity หรือ ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อคิดไอเดียและโมเดลธุรกิจใหม่ๆ
  2. Critical Thinking หรือ การคิดเชิงวิพากษ์ เพื่อประเมินสิ่งที่ AI ตอบมาได้ว่าถูกหรือผิด
  3. Craft หรือ งานคราฟต์ ข้อที่คนมักมองข้าม เขามองว่าสองข้อแรกอาจไม่พอ เพราะโลกยุคต่อไปจะหวนกลับมาให้คุณค่ากับงานที่ทำด้วยมือและงานศิลปะมากขึ้น

 

อุกฤษเปรียบเทียบว่า การให้คนไทยไปแข่งบาสเกตบอล NBA หรืออเมริกันฟุตบอล NFL คงสู้ฝรั่งได้ยาก เช่นเดียวกับการพยายามสร้างบริษัทเทคแบบ Silicon Valley ไทยควรหันมาเน้นสิ่งที่เก่งอยู่แล้ว ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร (Food Industry) สุขภาพ (Wellness) การท่องเที่ยว (Tourism) และงานคราฟต์ (Craft)

 

เขามองว่าทักษะด้านงานคราฟต์จะช่วยสร้างประสบการณ์ที่เป็นจุดขายของประเทศ และทำให้ไทยมีสินค้าที่คนอื่นลอกเลียนได้ยาก

 

เสนอรัฐช่วยจ่ายค่าจ้างเด็กจบใหม่แบบ ‘คนละครึ่ง’

 

ข้อเสนอหลักที่อุกฤษฝากถึงรัฐบาลคือ ให้รัฐช่วยอุดหนุนค่าจ้างเด็กจบใหม่ในรูปแบบคล้ายโครงการคนละครึ่ง เพราะในภาวะเศรษฐกิจตอนนี้ บริษัทไม่อยากแบกต้นทุนจ้างคนใหม่เองทั้งหมด หากรัฐช่วยจ่ายส่วนหนึ่ง เด็กจบใหม่จะมีโอกาสได้งานแรก และได้ประสบการณ์ทำงานจริง

 

เขาเสนอด้วยว่าภาคเอกชนไม่ควรรับภาระฝึกคนอยู่ฝ่ายเดียว รัฐและเอกชนควรร่วมกันออกแบบโปรแกรมฝึกทักษะที่ใช้ได้จริงในที่ทำงาน

 

ข้อเสนอนี้สอดคล้องกับสิ่งที่ Tharman Shanmugaratnam ประธานาธิบดีสิงคโปร์ พูดบนเวที Small AI เช้าวันเดียวกัน ว่ารัฐต้องจูงใจเอกชนให้รับบัณฑิตจบใหม่เข้าทำงาน เพื่อไม่ให้คนรุ่นนี้หลุดจากบันไดขั้นแรกของอาชีพ

 

อุกฤษยกตัวอย่าง Small AI ในภาคเกษตรไทยจากสวนทุเรียน ซึ่งเขามองว่า AI จะกลายเป็นเครื่องมือช่วยวางขั้นตอนการทำงาน (SOP) ของชาวสวน ใน 3 ด้าน ได้แก่

 

ด้านแรกคือ การวางแผนการปลูก โดยใช้ GPT ถามได้ว่าควรฉีดปุ๋ยทุเรียนช่วงไหนตามสภาพอากาศ

 

ด้านที่สองคือ งานเอกสาร เมื่อก่อนงานเอกสารอย่างการขึ้นทะเบียนหรือสมัครรับรองมาตรฐานเป็นของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีลูกน้องเยอะ ตอนนี้ชาวสวนคนเดียวก็ให้ AI ช่วยเขียนได้

 

และด้านที่สามคือ การสร้างแบรนด์ ใช้ AI ทำคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียเพื่อขายผลผลิตได้เอง

 

อุกฤษเล่าถึงเทรนด์ Mass Timber หรือการใช้ไม้เป็นโครงสร้างอาคาร ซึ่งเริ่มเกิดขึ้นแล้วในยุโรป ต้นไม้ในยุโรปต้องใช้เวลาเติบโต 100-200 ปี ขณะที่ไทยไม่มีหน้าหนาว แดดและฝนมาก ต้นไม้จึงโตเร็วกว่า แต่ได้คุณภาพใกล้เคียงกัน เขามองว่านี่คืออีกหนึ่งจุดแข็งตามธรรมชาติที่ไทยยังใช้ประโยชน์ได้อีกมาก

 

ปลดล็อก ‘คนตัวเล็ก’ ใบอนุญาตไม่ควรต้องรอ 3 เดือน

 

อุกฤษสังเกตว่าหลายเวทีในงานนี้ไม่ได้พูดถึงแต่ผู้เล่นรายใหญ่ แต่พูดถึงคนตัวเล็ก ทั้ง Small AI ผู้หญิง และเยาวชน เพราะเศรษฐกิจจะเดินหน้าไม่ได้หากคนตัวเล็กไปต่อไม่ได้

 

อุปสรรคที่เขาหยิบยกคือการขอใบอนุญาตทำธุรกิจในไทย ซึ่งบางกรณีต้องรอนานถึง 3 เดือน หากรัฐลดขั้นตอนเหล่านี้ได้ จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่และสร้างงานได้มากขึ้น

 

สุดท้าย อุกฤษมองว่าการที่ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้ ซึ่งมีผู้บริหารต่างชาติและธนาคารกลางจากหลายประเทศมารวมตัวกัน เป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะบอกโลกว่าเรามีอะไรดี

The post ‘อุกฤษ อุณหเลขกะ’ 1 ใน 13 คนไทยขึ้นเวที AM2026 ชี้ 3 ทักษะรอดยุค AI เสนอรัฐช่วยจ่ายค่าจ้างเด็กจบใหม่แบบ ‘คนละครึ่ง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เอกนิติ’ ชู 3 แนวทางประยุกต์ใช้ AI บนเวทีโลก ‘พัฒนางานเดิม-สร้างงานใหม่-เพิ่มผลิตภาพคนไทยแบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’ https://thestandard.co/ekniti-ai-jobs-thailand/ Mon, 12 Oct 2026 07:41:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1267618 ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ กล่าวปาฐกถาบนเวทีโลกเรื่องการประยุกต์ใช้ AI เพื่อสร้างงานที่ดีขึ้น

‘เอกนิติ’ ชู 3 แนวทางประยุกต์ใช้ AI บนเวทีโลก ‘พัฒนางาน […]

The post ‘เอกนิติ’ ชู 3 แนวทางประยุกต์ใช้ AI บนเวทีโลก ‘พัฒนางานเดิม-สร้างงานใหม่-เพิ่มผลิตภาพคนไทยแบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ กล่าวปาฐกถาบนเวทีโลกเรื่องการประยุกต์ใช้ AI เพื่อสร้างงานที่ดีขึ้น

‘เอกนิติ’ ชู 3 แนวทางประยุกต์ใช้ AI บนเวทีโลก ‘พัฒนางานเดิม-สร้างงานใหม่-เพิ่มผลิตภาพคนไทยแบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’ พร้อมเตรียมรับมือความเสี่ยงการหลอกลวงทางออนไลน์ และผลักดันความร่วมมือกับองค์กรระดับโลก

 

 
 

วันนี้ (12 ตุลาคม) ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาบนเวที ‘Small AI: More and Better Jobs’ ในงาน IMF-World Bank Annual Meetings 2026 โดยระบุว่า AI และการจ้างงาน เป็นประเด็นที่ดีในการเริ่มงานประชุมครั้งนี้ เนื่องจาก AI กำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงานและการดำเนินธุรกิจทั่วโลก

 

สำหรับประเทศไทย ดร.เอกนิติระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการนำ AI มาใช้ เพื่อเพิ่มโอกาส และเพิ่มตำแหน่งงานที่ดีขึ้นให้ประชาชนในประเทศ ผ่าน 3 แกนสำคัญ คือ 1) พัฒนาตำแหน่งงานเดิม 2) สร้างตำแหน่งงานใหม่ และ 3) สร้างความมั่นใจว่าผลประโยชน์จะตกอยู่กับทุกคน โดยมีหลักการดังนี้

 

AI in All: เพิ่มผลิตภาพงาน-ธุรกิจดั้งเดิม

 

ในด้านแรก ‘AI in All’ ดร.เอกนิติระบุว่า รัฐบาลต้องการใช้ AI เพื่อเพิ่มผลิตภาพของตำแหน่งงานและภาคธุรกิจเดิมที่มีอยู่ พร้อมยกตัวอย่างว่า ในมาตรการล่าสุดเพื่อบรรเทาวิกฤตพลังงานอย่าง ‘ไทยช่วยไทย พลัส 60/40’ ภาครัฐไม่เพียงให้ความสนับสนุนทางการคลังเท่านั้น แต่ยังมีการเสริม AI บนแอป ‘ถุงเงิน’ ที่เรียกว่า ‘นกกระซิบ AI’ มาช่วยร้านค้ารายย่อยในการดำเนินธุรกิจ

 

โดย ‘นกกระซิบ AI’ จะทำหน้าที่ให้คำปรึกษาทางธุรกิจ เช่น การจัดการสต็อกสินค้า และการคำนวณกำไร ซึ่งปัจจุบันมี ร้านค้ารายย่อยใช้งาน ‘นกกระซิบ AI’ แล้วเกือบ 1 ล้านราย

 

ไม่เพียงเท่านั้น ดร.เอกนิติยังระบุด้วยว่า ในระยะต่อไป รัฐบาลจะนำข้อมูลธุรกรรมที่ได้รับความยินยอมจากร้านค้ามาต่อยอด เพื่อให้ภาคธนาคารเข้าใจธุรกิจของร้านค้ารายย่อยมากขึ้น ซึ่งอาจช่วยแก้ข้อจำกัดของผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันหรือประวัติเครดิตอย่างเป็นทางการ

 

All in AI: สร้างการจ้างงานใหม่ พร้อมโครงสร้าง AI

 

ในด้านที่สอง ‘All in AI’ ดร.เอกนิติกล่าวว่า รัฐบาลต้องการสร้างการจ้างงานใหม่และทักษะใหม่ให้เกิดขึ้นในประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา ประเทศไทยสามารถดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น Data Center, Semiconductor, Cloud Services และ Advanced Electronics ได้

 

อย่างไรก็ตาม ดร.เอกนิติมองว่า เป้าหมายสำคัญของรัฐบาลไม่ได้มีเพียงแค่การดึงเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเท่านั้น แต่ต้องทำให้การลงทุนเหล่านี้สร้างงานให้กับคนไทยด้วย ซึ่งดร.เอกนิติได้ยกตัวอย่างถึงโครงการ ‘Skill Bridge’ ที่ภาครัฐทำงานร่วมกันกับนักลงทุน โดยจับมือกับสถาบันการศึกษาเพื่อจัดฝึกอบรมตามทักษะที่นักลงทุนต้องการ และเชื่อมคนที่ผ่านการฝึกอบรมเข้ากับตำแหน่งงานจริง

 

มากกว่านั้น ดร.เอกนิติยังกล่าวว่า ไทยไม่ต้องการทุ่มเม็ดเงินลงทุนมหาศาล เพียงเพื่อสร้าง ‘ทางด่วน AI’ ให้บริษัทขนาดใหญ่ไม่กี่แห่งได้ใช้ประโยชน์ ท่ามกลางการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน Computing และ Cloud ที่กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้น รัฐบาลต้องการให้เม็ดเงินการลงทุนเหล่านั้น ช่วยลดต้นทุนในการใช้ AI ได้จริง เช่น ลดอัตราการใช้ Token เพื่อเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพ, SME และมหาวิทยาลัยสามารถพัฒนาและใช้งาน AI ได้มากขึ้น แทนที่จะเก็บไว้

 

AI for All: AI สำหรับทุกคน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

 

ส่วนที่สาม ‘AI for All’ ดร.เอกนิติระบุว่า คนแต่ละกลุ่มสามารถปรับตัวต่อ AI ได้ไม่เท่ากัน บางคนจำเป็นต้องได้รับการอบรมทักษะเพิ่มเติม หรือธุรกิจบางภาคส่วนอาจต้องการเวลาและการสนับสนุนเพิ่มเติม ดังนั้น หน้าที่สำคัญของรัฐบาลคือ ทำให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

 

ดร.เอกนิติระบุว่า รัฐบาลจะช่วยให้ประชาชนสามารถเปลี่ยนผ่านเข้าสู่โลกยุคใหม่ได้อย่างราบรื่น พร้อมมองว่า AI จะช่วยภาครัฐบริการความช่วยเหลือเหล่านี้ได้

 

ปัจจุบัน ภาครัฐกำลังเชื่อมโยงข้อมูลมาตรการทางการคลังผ่าน Digital Public Infrastructure เพื่อทำความเข้าใจลักษณะของกลุ่มคนที่ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งจะนำไปสู่การช่วยเหลือที่ตรงเป้าหมายมากขึ้น ผ่านการสนับสนุนด้านรายได้ และการเข้าถึงการฝึกอบรม (Reskill)

 

พร้อมย้ำว่า หัวใจสำคัญของเรื่องทั้งหมดคือ ‘การเพิ่มศักยภาพให้กับประชาชน’ ซึ่งเป็นหนึ่งในธีมสำคัญของการประชุม Annual Meetings ปีนี้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง แต่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจาก ธนาคารโลก และสถาบันระดับโลกอื่นๆ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนบทเรียนที่จะช่วยให้ผู้คนนานาประเทศได้รับประโยชน์จาก AI ได้อย่างแท้จริง

 

ขณะเดียวกัน ไทยยังต้องเตรียมรับมือความเสี่ยงใหม่ที่เกิดขึ้นจากการใช้ AI ไม่ว่าจะเป็น การหลอกลวงทางออนไลน์ (Online Scams) และการปลอมแปลงตัวตน (Deepfake) ซึ่งจำเป็นต้องมีความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อให้เกิดการกำกับดูแล AI อย่างมีความรับผิดชอบ

 

“ผมหวังว่าเราจะผลักดันประเด็นทั้งหมดนี้ร่วมกันในระยะต่อไป โดยเริ่มต้นที่นี่ ที่กรุงเทพมหานครฯ” ดร.เอกนิติกล่าว

The post ‘เอกนิติ’ ชู 3 แนวทางประยุกต์ใช้ AI บนเวทีโลก ‘พัฒนางานเดิม-สร้างงานใหม่-เพิ่มผลิตภาพคนไทยแบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>