Skincare – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 25 Dec 2025 06:23:24 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 Beauty Wrap-Up 2025: สรุปเทรนด์ความงามที่โดดเด่นในไทย https://thestandard.co/beauty-wrap-up-2025-trends-thailand/ Thu, 25 Dec 2025 06:23:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1158133 Beauty Wrap-Up 2025: สรุปเทรนด์ความงามที่โดดเด่นใน ไทย

ปลายปี 2025 วงการเมกอัพส่งสัญญาณชัดว่า “ความสวย” ไม่ได้ […]

The post Beauty Wrap-Up 2025: สรุปเทรนด์ความงามที่โดดเด่นในไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Beauty Wrap-Up 2025: สรุปเทรนด์ความงามที่โดดเด่นใน ไทย

ปลายปี 2025 วงการเมกอัพส่งสัญญาณชัดว่า “ความสวย” ไม่ได้ถูกนิยามด้วยความเนี้ยบหรือการแต่งจัดเต็มอีกต่อไป แต่ขยับเข้าใกล้ความเป็นมนุษย์มากขึ้น ทั้งผิว อารมณ์ และตัวตน เมกอัพตลอดปีนี้จึงไม่ใช่การปกปิด แต่คือการเผยผิวและบุคลิกจริงให้ดูดีอย่างเป็นธรรมชาติ

 

หนึ่งในภาพจำสำคัญคือโทน Mocha Mousse สี Pantone ประจำปี 2025 น้ำตาลอบอุ่นที่สื่อถึงความสงบและความสบายใจ ถูกใช้ตั้งแต่ตา แก้ม ถึงปาก กลายเป็นสีกลางที่แต่งง่ายและเข้ากับทุกโทนผิว

 

ขณะเดียวกัน งานผิวก็พัฒนาไปสู่แนวคิด Cloud Skin ผิวนุ่ม ฟู ชุ่มชื้นกำลังดี แสงซอฟต์ ดูละมุนแบบยังเห็นผิวจริง ไม่ฉ่ำหรือแมตต์จนเกินไป

 

ปีนี้ยังเป็นปีที่ T-Beauty โดดเด่นอย่างชัดเจน แบรนด์ไทยอย่าง Laglace, Srichand, Her Hyness, Mizumi, Fyne, INGU, Skinsista แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจผิวเอเชีย ผสานความสนุกกับความใช้งานจริง จนเริ่มกลายเป็นแรงบันดาลใจของภูมิภาค รวมถึงกระแสหัตถการที่เน้น “ดูดีแบบยังเป็นตัวเอง” ไม่ว่าจะเป็นโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ หรือทรีตเมนต์ยกกระชับ ภายใต้แนวคิด Less but Better ภาพรวมความงามปี 2025 คือการบรรจบกันของความงาม เทคโนโลยี และสุขภาพใจ เมกอัพจึงไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อให้เรารู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น

The post Beauty Wrap-Up 2025: สรุปเทรนด์ความงามที่โดดเด่นในไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
PDRN คืออะไร? ทำไมคนรักผิวควรรู้จัก https://thestandard.co/life/what-is-pdrn/ Tue, 16 Dec 2025 06:12:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1155266 The original headline already adheres to the specified spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb). Heres why: 1. **PDRN คืออะไร?** * PDRN is a proper noun, but it *precedes* the verb คือ (is). The rule requires the proper noun to *follow* a verb. * อะไร (what) is not a proper noun. 2. **ทำไมคนรักผิวควรรู้จัก** * ทำไม (why) is not a verb. * คนรักผิว (people who love skin) is a common noun phrase, not a proper noun (like a specific name or brand). * ควร (should) is a verb, but it is not followed by a proper noun. * รู้จัก (know) is a verb. While PDRN is the implied object, it is not explicitly present in the text following รู้จัก. The rule states add a space *before proper nouns that follow* a verb, and since the proper noun PDRN is not *after* รู้จัก in the written text, no space is added here. Therefore, the reformatting based on the *strict application of the provided rule* results in no changes to the headline. **Original Headline (already adheres to the rule):** PDRN คืออะไร? ทำไมคนรักผิวควรรู้จัก

ตอนนี้หลายคนเริ่มเห็นคำว่า PDRN มากขึ้น แล้วมันคืออะไร? […]

The post PDRN คืออะไร? ทำไมคนรักผิวควรรู้จัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
The original headline already adheres to the specified spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb). Heres why: 1. **PDRN คืออะไร?** * PDRN is a proper noun, but it *precedes* the verb คือ (is). The rule requires the proper noun to *follow* a verb. * อะไร (what) is not a proper noun. 2. **ทำไมคนรักผิวควรรู้จัก** * ทำไม (why) is not a verb. * คนรักผิว (people who love skin) is a common noun phrase, not a proper noun (like a specific name or brand). * ควร (should) is a verb, but it is not followed by a proper noun. * รู้จัก (know) is a verb. While PDRN is the implied object, it is not explicitly present in the text following รู้จัก. The rule states add a space *before proper nouns that follow* a verb, and since the proper noun PDRN is not *after* รู้จัก in the written text, no space is added here. Therefore, the reformatting based on the *strict application of the provided rule* results in no changes to the headline. **Original Headline (already adheres to the rule):** PDRN คืออะไร? ทำไมคนรักผิวควรรู้จัก

ตอนนี้หลายคนเริ่มเห็นคำว่า PDRN มากขึ้น แล้วมันคืออะไร? ทำไมคนรักผิวควรรู้จักให้มากขึ้น? ถ้าความงามในอดีตคือการ “เติม” ความงามในวันนี้กำลังขยับไปสู่การ “ฟื้นฟู” หนึ่งในสารที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในวงการ Beauty & Wellness ช่วงนี้คือ PDRN สารที่ไม่ได้มาเพื่อเปลี่ยนผิวในชั่วข้ามคืน แต่ช่วยให้ผิวค่อยๆ กลับมาแข็งแรง ดูดี และมีชีวิตชีวาในแบบของตัวเอง

 


 

PDRN คืออะไร

 

PDRN ย่อมาจาก Polydeoxyribonucleotide เป็นสารที่ได้จากชิ้นส่วน DNA ขนาดเล็ก ซึ่งมักสกัดจากปลาแซลมอนหรือปลาเทราต์ เพราะมีโครงสร้างใกล้เคียงกับ DNA ของมนุษย์ จึงเข้ากันได้ดีกับผิว ในทางการแพทย์ PDRN ถูกใช้มานานในการช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ลดการอักเสบ และเร่งการฟื้นตัวของแผล ก่อนจะถูกนำมาประยุกต์ใช้ในวงการผิวหนังและความงาม

 

PDRN ทำงานกับผิวยังไง?

 

หัวใจของ PDRN คือการ “ปลุกกลไกซ่อมแซมของผิว”

 

สารนี้ช่วยกระตุ้นตัวรับในเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟู ลดการอักเสบ และสนับสนุนการสร้างคอลลาเจนใหม่ ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่การยกกระชับหรือเติมเต็มแบบเห็นผลทันที แต่เป็นการช่วยให้ผิว แข็งแรงขึ้น สงบขึ้น ฟื้นตัวได้ดีขึ้นในระยะยาว

 

ทำไม PDRN ถึงเหมาะกับคนรักผิว?

 

เพราะการดูแลผิวไม่ใช่แค่เรื่องความสวย แต่คือเรื่องสุขภาพผิว PDRN จึงเหมาะกับคนที่มีผิวอ่อนแอ แพ้ง่าย หรือระคายเคืองง่าย คนที่ผ่านการทำเลเซอร์ เมโส หรือทรีตเมนต์หนักๆ คนที่มีปัญหารอยแดง ผิวบาง หรือผิวโทรมจากความเครียดและมลภาวะ คนที่อยากได้ผิวที่ดูอิ่มฟู สุขภาพดี แบบไม่ต้องพึ่งเมกอัพหนัก หลายคนสังเกตว่าหลังใช้ PDRN อย่างต่อเนื่อง ผิวจะดูแน่นขึ้น ฉ่ำขึ้น และมีความเสถียรมากขึ้น เหมือนผิว “กลับมาทำงานได้ดี” อีกครั้ง

 

PDRN พบได้ในรูปแบบไหนบ้าง?

 

ปัจจุบัน PDRN ถูกนำมาใช้ทั้งในคลินิกและสกินแคร์ในคลินิก มักอยู่ในรูปแบบสกินบูสเตอร์หรือเมโส เพื่อฟื้นฟูผิวลึก ในสกินแคร์ จะพบในกลุ่มเวชสำอางหรือเซรั่มฟื้นฟู ที่เน้นการซ่อมแซมผิวและเสริม Skin Barrier ไม่ว่ารูปแบบไหน แนวคิดหลักเหมือนกัน คือการดูแลผิวจากภายใน ไม่เร่ง ไม่ฝืนธรรมชาติ

 

PDRN ต่างจากสารบำรุงอื่นยังไง?

 

ถ้าเปรียบง่ายๆ PDRN ไม่ใช่สารที่ “สั่งให้ผิวสวย” แต่เป็นสารที่ “ช่วยให้ผิวดูแลตัวเองได้ดีขึ้น” ต่างจากสารที่เน้นผลลัพธ์ไว PDRN ให้ผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ยั่งยืน และเหมาะกับคนที่อยากลงทุนกับสุขภาพผิวในระยะยาว จริงๆ แล้ว PDRN ไม่ใช่เทรนด์ที่มาเพราะคำว่าใหม่ แต่มาเพราะโลกความงามกำลังให้คุณค่ากับคำว่า ฟื้นฟู แข็งแรง และยั่งยืน ถ้าคุณเชื่อว่าผิวที่ดี คือผิวที่สมดุล ดูสุขภาพดี และไม่ต้องพยายามมากเกินไป PDRN คือหนึ่งในสารที่ควรรู้จัก และอาจเป็นเพื่อนที่ดีของผิวในระยะยาว

 

The original headline already adheres to the specified spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb). Heres why: 1. **PDRN คืออะไร?** * PDRN is a proper noun, but it *precedes* the verb คือ (is). The rule requires the proper noun to *follow* a verb. * อะไร (what) is not a proper noun. 2. **ทำไมคนรักผิวควรรู้จัก** * ทำไม (why) is not a verb. * คนรักผิว (people who love skin) is a common noun phrase, not a proper noun (like a specific name or brand). * ควร (should) is a verb, but it is not followed by a proper noun. * รู้จัก (know) is a verb. While PDRN is the implied object, it is not explicitly present in the text following รู้จัก. The rule states add a space *before proper nouns that follow* a verb, and since the proper noun PDRN is not *after* รู้จัก in the written text, no space is added here. Therefore, the reformatting based on the *strict application of the provided rule* results in no changes to the headline. **Original Headline (already adheres to the rule):** PDRN คืออะไร? ทำไมคนรักผิวควรรู้จัก 1The original headline already adheres to the specified spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb). Heres why: 1. **PDRN คืออะไร?** * PDRN is a proper noun, but it *precedes* the verb คือ (is). The rule requires the proper noun to *follow* a verb. * อะไร (what) is not a proper noun. 2. **ทำไมคนรักผิวควรรู้จัก** * ทำไม (why) is not a verb. * คนรักผิว (people who love skin) is a common noun phrase, not a proper noun (like a specific name or brand). * ควร (should) is a verb, but it is not followed by a proper noun. * รู้จัก (know) is a verb. While PDRN is the implied object, it is not explicitly present in the text following รู้จัก. The rule states add a space *before proper nouns that follow* a verb, and since the proper noun PDRN is not *after* รู้จัก in the written text, no space is added here. Therefore, the reformatting based on the *strict application of the provided rule* results in no changes to the headline. **Original Headline (already adheres to the rule):** PDRN คืออะไร? ทำไมคนรักผิวควรรู้จัก 2The original headline already adheres to the specified spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb). Heres why: 1. **PDRN คืออะไร?** * PDRN is a proper noun, but it *precedes* the verb คือ (is). The rule requires the proper noun to *follow* a verb. * อะไร (what) is not a proper noun. 2. **ทำไมคนรักผิวควรรู้จัก** * ทำไม (why) is not a verb. * คนรักผิว (people who love skin) is a common noun phrase, not a proper noun (like a specific name or brand). * ควร (should) is a verb, but it is not followed by a proper noun. * รู้จัก (know) is a verb. While PDRN is the implied object, it is not explicitly present in the text following รู้จัก. The rule states add a space *before proper nouns that follow* a verb, and since the proper noun PDRN is not *after* รู้จัก in the written text, no space is added here. Therefore, the reformatting based on the *strict application of the provided rule* results in no changes to the headline. **Original Headline (already adheres to the rule):** PDRN คืออะไร? ทำไมคนรักผิวควรรู้จัก 3The original headline already adheres to the specified spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb). Heres why: 1. **PDRN คืออะไร?** * PDRN is a proper noun, but it *precedes* the verb คือ (is). The rule requires the proper noun to *follow* a verb. * อะไร (what) is not a proper noun. 2. **ทำไมคนรักผิวควรรู้จัก** * ทำไม (why) is not a verb. * คนรักผิว (people who love skin) is a common noun phrase, not a proper noun (like a specific name or brand). * ควร (should) is a verb, but it is not followed by a proper noun. * รู้จัก (know) is a verb. While PDRN is the implied object, it is not explicitly present in the text following รู้จัก. The rule states add a space *before proper nouns that follow* a verb, and since the proper noun PDRN is not *after* รู้จัก in the written text, no space is added here. Therefore, the reformatting based on the *strict application of the provided rule* results in no changes to the headline. **Original Headline (already adheres to the rule):** PDRN คืออะไร? ทำไมคนรักผิวควรรู้จัก 4The original headline already adheres to the specified spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb). Heres why: 1. **PDRN คืออะไร?** * PDRN is a proper noun, but it *precedes* the verb คือ (is). The rule requires the proper noun to *follow* a verb. * อะไร (what) is not a proper noun. 2. **ทำไมคนรักผิวควรรู้จัก** * ทำไม (why) is not a verb. * คนรักผิว (people who love skin) is a common noun phrase, not a proper noun (like a specific name or brand). * ควร (should) is a verb, but it is not followed by a proper noun. * รู้จัก (know) is a verb. While PDRN is the implied object, it is not explicitly present in the text following รู้จัก. The rule states add a space *before proper nouns that follow* a verb, and since the proper noun PDRN is not *after* รู้จัก in the written text, no space is added here. Therefore, the reformatting based on the *strict application of the provided rule* results in no changes to the headline. **Original Headline (already adheres to the rule):** PDRN คืออะไร? ทำไมคนรักผิวควรรู้จัก 5The original headline already adheres to the specified spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb). Heres why: 1. **PDRN คืออะไร?** * PDRN is a proper noun, but it *precedes* the verb คือ (is). The rule requires the proper noun to *follow* a verb. * อะไร (what) is not a proper noun. 2. **ทำไมคนรักผิวควรรู้จัก** * ทำไม (why) is not a verb. * คนรักผิว (people who love skin) is a common noun phrase, not a proper noun (like a specific name or brand). * ควร (should) is a verb, but it is not followed by a proper noun. * รู้จัก (know) is a verb. While PDRN is the implied object, it is not explicitly present in the text following รู้จัก. The rule states add a space *before proper nouns that follow* a verb, and since the proper noun PDRN is not *after* รู้จัก in the written text, no space is added here. Therefore, the reformatting based on the *strict application of the provided rule* results in no changes to the headline. **Original Headline (already adheres to the rule):** PDRN คืออะไร? ทำไมคนรักผิวควรรู้จัก 6The original headline already adheres to the specified spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb). Heres why: 1. **PDRN คืออะไร?** * PDRN is a proper noun, but it *precedes* the verb คือ (is). The rule requires the proper noun to *follow* a verb. * อะไร (what) is not a proper noun. 2. **ทำไมคนรักผิวควรรู้จัก** * ทำไม (why) is not a verb. * คนรักผิว (people who love skin) is a common noun phrase, not a proper noun (like a specific name or brand). * ควร (should) is a verb, but it is not followed by a proper noun. * รู้จัก (know) is a verb. While PDRN is the implied object, it is not explicitly present in the text following รู้จัก. The rule states add a space *before proper nouns that follow* a verb, and since the proper noun PDRN is not *after* รู้จัก in the written text, no space is added here. Therefore, the reformatting based on the *strict application of the provided rule* results in no changes to the headline. **Original Headline (already adheres to the rule):** PDRN คืออะไร? ทำไมคนรักผิวควรรู้จัก 7The original headline already adheres to the specified spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb). Heres why: 1. **PDRN คืออะไร?** * PDRN is a proper noun, but it *precedes* the verb คือ (is). The rule requires the proper noun to *follow* a verb. * อะไร (what) is not a proper noun. 2. **ทำไมคนรักผิวควรรู้จัก** * ทำไม (why) is not a verb. * คนรักผิว (people who love skin) is a common noun phrase, not a proper noun (like a specific name or brand). * ควร (should) is a verb, but it is not followed by a proper noun. * รู้จัก (know) is a verb. While PDRN is the implied object, it is not explicitly present in the text following รู้จัก. The rule states add a space *before proper nouns that follow* a verb, and since the proper noun PDRN is not *after* รู้จัก in the written text, no space is added here. Therefore, the reformatting based on the *strict application of the provided rule* results in no changes to the headline. **Original Headline (already adheres to the rule):** PDRN คืออะไร? ทำไมคนรักผิวควรรู้จัก 8The original headline already adheres to the specified spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb). Heres why: 1. **PDRN คืออะไร?** * PDRN is a proper noun, but it *precedes* the verb คือ (is). The rule requires the proper noun to *follow* a verb. * อะไร (what) is not a proper noun. 2. **ทำไมคนรักผิวควรรู้จัก** * ทำไม (why) is not a verb. * คนรักผิว (people who love skin) is a common noun phrase, not a proper noun (like a specific name or brand). * ควร (should) is a verb, but it is not followed by a proper noun. * รู้จัก (know) is a verb. While PDRN is the implied object, it is not explicitly present in the text following รู้จัก. The rule states add a space *before proper nouns that follow* a verb, and since the proper noun PDRN is not *after* รู้จัก in the written text, no space is added here. Therefore, the reformatting based on the *strict application of the provided rule* results in no changes to the headline. **Original Headline (already adheres to the rule):** PDRN คืออะไร? ทำไมคนรักผิวควรรู้จัก 9

The post PDRN คืออะไร? ทำไมคนรักผิวควรรู้จัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบรนด์ความงามของ Dua Lipa กำลังไปได้สวยหลังเปิดตัวได้ไม่ถึงเดือน https://thestandard.co/dua-lipa-beauty-brand-soars/ Tue, 25 Nov 2025 08:18:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1147331 แบรนด์ความงามของ Dua Lipa กำลังไปได้สวยหลังเปิดตัวได้ไม่ถึงเดือน

หลังจาก Dua Lipa เปิดตัวแบรนด์สกินแคร์ Dua by AB Scienc […]

The post แบรนด์ความงามของ Dua Lipa กำลังไปได้สวยหลังเปิดตัวได้ไม่ถึงเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบรนด์ความงามของ Dua Lipa กำลังไปได้สวยหลังเปิดตัวได้ไม่ถึงเดือน

หลังจาก Dua Lipa เปิดตัวแบรนด์สกินแคร์ Dua by AB Science ได้เพียงไม่ถึงเดือน กระแสตอบรับจากสื่อบิวตี้ต่างประเทศถือว่า ‘แรงและไปได้สวย’ ทั้งในเชิงคุณภาพผลิตภัณฑ์และทิศทางของแบรนด์ที่จับกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการสกินแคร์ที่ใช้ง่ายแต่มีพื้นฐานวิทยาศาสตร์รองรับ

 

สิ่งที่ทำให้ DUA ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง คือการจับมือกับ Augustinus Bader แบรนด์วิทยาศาสตร์ผิวระดับไฮเอนด์ที่โด่งดังเรื่องเทคโนโลยี TFC8™ และพัฒนาสูตรรุ่นใหม่ TFC5™ ให้เหมาะกับกลุ่มผิวที่อายุน้อยกว่าและต้องการความเบาสบาย การเลือกเปิดตัวด้วยแนวทาง “clean, science-driven, fragrance-free” ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในตลาดที่คนดังเปิดแบรนด์ใหม่กันถี่มาก

 

รีวิวจากสื่อบิวตี้ใหญ่ ๆ เช่น Harper’s Bazaar, Coveteur, Byrdie และ Who What Wear ต่างพูดไปในทิศทางเดียวกันว่า สกินแคร์ของ DUA มีความเบาสบาย ใช้ง่าย และให้ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับสิ่งที่แบรนด์เคลม เช่น โฟมล้างหน้าที่ทำความสะอาดได้ดีแต่ไม่แห้งตึง หรือมอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะกับผิวทุกวัน โดยเฉพาะคนที่มีไลฟ์สไตล์ตารางแน่นแบบเดียวกับ Dua Lipa เอง

 

แม้จะมีเสียงตั้งคำถามเรื่องราคาที่ยังถือว่าสูงสำหรับกลุ่ม Gen Z และประเด็นความอิ่มตัวของตลาดสกินแคร์คนดัง แต่เสียงชื่นชมด้าน “ความโปร่งใสทางสูตร” และ “พื้นฐานวิทยาศาสตร์ที่แข็งแรง” กลับทำให้แบรนด์ของ Dua Lipa ถูกมองว่าแตกต่างจากไลน์บิวตี้ของคนดังทั่วไป และมีโอกาสเติบโตได้ต่อเนื่อง ถือว่า Dua by AB Science เป็นการเปิดตัวที่ประสบความสำเร็จ ทั้งด้านภาพลักษณ์ ฟีดแบ็กเชิงบวก และการสร้าง positioning ที่ชัดเจนในตลาดสกินแคร์ระดับพรีเมียม ซึ่งทำให้หลายสื่อคาดว่าแบรนด์นี้อาจเป็นหนึ่งในแบรนด์คนดังที่ “ไปได้ไกลจริง” ไม่ใช่แค่กระแสวูบวาบในระยะสั้น

The post แบรนด์ความงามของ Dua Lipa กำลังไปได้สวยหลังเปิดตัวได้ไม่ถึงเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Olive Young เตรียมเปิดร้านแรกในสหรัฐอเมริกา เดือนพฤษภาคมปี 2026 https://thestandard.co/olive-young-first-store-usa/ Thu, 20 Nov 2025 07:27:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1145446 Olive Young เตรียมเปิดร้านแรกในสหรัฐอเมริกา เดือนพฤษภาคมปี 2026

Olive Young ร้านรีเทลที่ครอบคลุมโปรดักต์เครื่องสำอางกับ […]

The post Olive Young เตรียมเปิดร้านแรกในสหรัฐอเมริกา เดือนพฤษภาคมปี 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Olive Young เตรียมเปิดร้านแรกในสหรัฐอเมริกา เดือนพฤษภาคมปี 2026

Olive Young ร้านรีเทลที่ครอบคลุมโปรดักต์เครื่องสำอางกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและสุขภาพสัญชาติเกาหลีใต้ชื่อดัง ประกาศเตรียมเปิดร้านแห่งแรกในสหรัฐอเมริกา ในเดือนพฤษภาคม ปี 2026 นับว่าเป็นการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดโลกก้าวสำคัญของบริษัท

 

Olive Young แห่งแรกในสหรัฐอเมริกาจะตั้งอยู่ที่แพซาดีนา แคลิฟอร์เนีย โดยการประกาศเปิดร้านครั้งนี้เกิดขึ้นหลังการเปิดบริษัทย่อยสาขาอเมริกาในนาม CJ Olive Young USA เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยทางบริษัทเผยว่า พวกเขาจะบุกตลาดที่อเมริกาในโลเคชั่นที่มีคนพลุกพล่าน เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าอายุน้อยผู้ติดตามเทรนด์ความงาม เริ่มต้นจากแพซาดีนา อันเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของลอสแอนเจลิส ก่อนที่จะเปิดสาขาเพิ่มในแคลิฟอร์เนีย รวมไปถึงในห้างสรรพสินค้า Westfield ทั่วพื้นที่แอลเอ

 

แน่นอนว่าสโตร์ Olive Young ในอเมริกาจะมาพร้อมกับโปรดักต์ K-Beauty มากกว่า 400 แบรนด์ โดยมีทั้งเครื่องสำอางค์และสกินแคร์สัญชาติเกาหลีอันเป็นที่เลื่องลือในเรื่องของเทรนด์และคุณภาพอยู่แล้ว ทางบริษัทจะนำเสนอทั้งบริการและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคัดสรรมาแล้วอย่างดีภายใต้คอนเซ็ปต์เทรนด์ความงามฉบับเกาหลีที่กำลังได้รับความนิยมอย่างไม่ตกกระแส นอกจากนั้นยังมีแบรนด์ที่ได้รับเลือกสัญชาติอื่นๆ ที่จะวางจำหน่ายในร้าน Olive Young ด้วยเช่นกัน และยังมีการเพิ่มสินค้าหมวดหมู่อื่น อย่างผลิตภัณฑ์ด้าน Wellness อีกด้วย

 

ในโอกาสที่ Olive Young ขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดในสหรัฐอเมริกา พร้อมกันนั้นทางบริษัทยังได้ตั้งฐานสำหรับการปฏิบัติงานของร้าน ตั้งแต่การจัดหาทรัพยากรในพื้นที่ท้องถิ่นไปจนถึงการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาด โดยมีเป้าหมายในการเชื่อมโยงการทำงานของสโตร์และช่องทางออนไลน์เข้าด้วยกันอย่างครบวงจร ตามโมเดลธุรกิจแบบ Omni Channel ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อกระตุ้นยอดขายของทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์

 

ภาพ: Olive Young

 

อ้างอิง: https://m.koreaherald.com/article/10619455

The post Olive Young เตรียมเปิดร้านแรกในสหรัฐอเมริกา เดือนพฤษภาคมปี 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hailey Bieber ตั้งใจจะไม่ขายแบรนด์ Rhode ยกเว้นได้ข้อเสนอมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ https://thestandard.co/hailey-bieber-rhode-1-billion/ Sun, 16 Nov 2025 02:57:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1143806 Hailey Bieber ตั้งใจจะไม่ขาย แบรนด์ Rhode ยกเว้นได้ข้อเสนอมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์

Hailey Bieber ไม่ได้คิดเปิด Rhode แบรนด์บิวตีสกินแคร์เป […]

The post Hailey Bieber ตั้งใจจะไม่ขายแบรนด์ Rhode ยกเว้นได้ข้อเสนอมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hailey Bieber ตั้งใจจะไม่ขาย แบรนด์ Rhode ยกเว้นได้ข้อเสนอมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์

Hailey Bieber ไม่ได้คิดเปิด Rhode แบรนด์บิวตีสกินแคร์เป็นของตัวเองเพียงเล่นๆ เท่านั้น แต่เธอยังตั้งใจรังสรรค์โปรดักต์และสร้างแบรนด์อย่างมุ่งมั่น ตั้งเป้าหมายเอาไว้ด้วยว่าจะไม่มีทางขายธุรกิจของตัวเองในราคาที่ต่ำกว่า 1 พันล้านดอลลาร์โดยเด็ดขาด

 

หลังจากที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2022 และประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของยอดขายและแบรนดิ้งภายในเวลาอันรวดเร็ว ในที่สุดบริษัทบิวตี้ยักษ์ใหญ่อย่าง e.l.f. Beauty ก็ประกาศเข้าซื้อกิจการแบรนด์ Rhode เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ในมูลค่าสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์ นับเป็นการลงทุนซื้อแบรนด์ราคาสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท ซึ่ง Hailey Bieber เล่าถึงความตั้งใจในการจัดการธุรกิจของตัวเองผ่าน GQ ว่า “ฉันพูดมาตลอดว่าจะไม่มีวันขายบริษัทนอกเสียจากว่ามันจะขายได้ในราคามากกว่าพันล้านดอลลาร์ ฉันแค่คิดว่าถ้ามันไม่ได้มีมูลค่าเท่านั้นฉันก็จะไม่ขาย นั่นคือความตั้งใจของฉัน”

 

อย่างไรก็ตาม ตอนแรก Hailey Bieber ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะขายบริษัทของตัวเอง และเมื่อเปลี่ยนใจเธอก็เช็กข้อตกลงต่างๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนที่จะเซ็นสัญญาในที่สุด เธอเผยว่า
“แต่ก่อนฉันคิดว่าถ้าเจอโอกาสที่ใช่และบ้านที่คู่ควรสำหรับ Rhode ฉันถึงจะพิจารณาเรื่องการขายธุรกิจ และ e.l.f. ก็ตรงตามคุณสมบัติที่ฉันต้องการทุกข้อ”

 

แม้จะขายกิจการไปแล้วแต่ Hailey Bieber ก็ไม่ได้ทิ้ง Rhode ไปโดยสิ้นเชิง เพราะปัจจุบันเธอยังคงดำรงตำแหน่งเป็น Chief Creative Officer และ Head of Innovation ที่ทำหน้าที่ดูภาพรวมทั้งหมด ตั้งแต่เรื่องการครีเอทีฟ นวัตยกรรมโปรดักต์ และมาร์เก็ตติ้ง รวมไปถึงเป็นที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ของแบรนด์ด้วย ซึ่งเธอพูดถึงความพิเศษที่ Rhode มีต่อเธอว่า “สำหรับฉันแล้ว ฉันมีทุกอย่างที่หวังกับ Rhode ทั้งหมด และฉันรู้สึกว่ามันสำเร็จเกินกว่าที่คิดเอาไว้มากเสมอ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับแบรนด์นี้มันอยู่เหนือไปกว่าสิ่งที่ฉันจะวาดฝันถึงได้”

 

ภาพ: Stefanie Keenan/Getty Images for GQ

 

อ้างอิง: https://people.com/hailey-bieber-planned-never-sell-rhode-unless-billion-dollars-11847325

The post Hailey Bieber ตั้งใจจะไม่ขายแบรนด์ Rhode ยกเว้นได้ข้อเสนอมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนรุ่นใหม่เมิน Sewa ชี้เป็น แบรนด์แก่-ไม่น่าเชื่อถือ ทำยอดขายทรุด 50% ต้องเร่งรีแบรนด์ครั้งใหญ่ ฟื้นภาพลักษณ์ให้กลับมาโตอีกครั้ง https://thestandard.co/sewa-sales-drop-needs-rebrand/ Tue, 11 Nov 2025 03:10:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1141892 คนรุ่นใหม่เมิน Sewa ชี้เป็น แบรนด์แก่-ไม่น่าเชื่อถือ ทำยอดขายทรุด 50% ต้องเร่งรีแบรนด์ครั้งใหญ่ ฟื้นภาพลักษณ์ให้กลับมาโตอีกครั้ง

ปฎิเสธไม่ได้ว่า ตลาดสกินแคร์ในบ้านเราเป็นตลาดที่หอมหวาน […]

The post คนรุ่นใหม่เมิน Sewa ชี้เป็น แบรนด์แก่-ไม่น่าเชื่อถือ ทำยอดขายทรุด 50% ต้องเร่งรีแบรนด์ครั้งใหญ่ ฟื้นภาพลักษณ์ให้กลับมาโตอีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนรุ่นใหม่เมิน Sewa ชี้เป็น แบรนด์แก่-ไม่น่าเชื่อถือ ทำยอดขายทรุด 50% ต้องเร่งรีแบรนด์ครั้งใหญ่ ฟื้นภาพลักษณ์ให้กลับมาโตอีกครั้ง

ปฎิเสธไม่ได้ว่า ตลาดสกินแคร์ในบ้านเราเป็นตลาดที่หอมหวาน จากพฤติกรรมของคนไทยที่ไม่เคยหยุดสวย แต่ในอีกทางหนึ่งก็เปิดโอกาสให้แบรนด์ใหม่ๆ เดินหน้าเข้ามาแบ่งก้อนเค้กอยู่เรื่อยๆ กลายเป็นสงครามที่ทำให้แบรนด์ที่เข้ามาก่อน ต้องปรับตัวไม่อย่างนั้นอาจจะอยู่ไม่ได้เหมือนกับ Sewa ที่ประกาศรีแบรนด์ครั้งใหญ่

เบญจกิติ เมฆแสน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซวา จำกัด กล่าวว่า สัญญาณการรีแบรนด์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการประเมินธุรกิจ ซึ่งพบว่ายอดขายในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมาลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้จะยังสามารถรักษาคุณภาพผลิตภัณฑ์ได้ แต่การไม่ปรับตัวด้านภาพลักษณ์และการสื่อสารด้านการตลาด ทำให้แบรนด์ค่อย ๆ สูญเสียผู้บริโภค โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีพฤติกรรมการซื้อที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

 

จุดเริ่มต้นของแบรนด์ Sewa ก่อตั้งขึ้นในปี 2559 จากแนวคิดผสมผสานศาสตร์ความงามของไทยและเทคโนโลยีสกินแคร์จากเกาหลี ซึ่งถือเป็นดีเอ็นเอสำคัญของแบรนด์ โดยในช่วงเริ่มต้น Sewa กลายเป็นแบรนด์ฮีโร่ ทำยอดขายทะลุหลักร้อยล้านภายในปีแรก

 

ในยุคนั้น Sewa ยังได้แรงสนับสนุนจากพรีเซ็นเตอร์คนดัง ‘วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์’ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ ทำให้ภาพลักษณ์ Sewa กลายเป็นแบรนด์ของดาราที่โดดเด่นในตลาดพรีเมียมแมสอย่างรวดเร็ว

 

แต่เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 9 ปี ตลาดสกินแคร์มีการเปลี่ยนแปลงไป ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาซื้อผ่านออนไลน์ การเติบโตของอินฟลูเอนเซอร์ และการเกิดขึ้นของแบรนด์ใหม่ ๆ ออกมาเคลื่อนไหวตลาดและมีราคาเข้าถึงง่ายสวนทางกับแบรนด์ Sewa ที่ยังคงสื่อสารด้วยภาพลักษณ์เดิม ๆ จนทำให้ยอดขายลดลงกว่า 50%

 

เมื่อยอดขายเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง ทีมบริหารจึงตัดสินใจลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภค ทั้งกลุ่มลูกค้าเดิมและกลุ่มเป้าหมายใหม่ เพื่อหาสาเหตุดังกล่าว จึงพบว่าผู้บริโภคจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงาน มองว่า Sewa ดูเป็นแบรนด์ของคนสูงอายุ หรือบางคนถึงกับใช้คำว่าแบรนด์ดูแก่ เพราะภาพลักษณ์ยังคงเป็นแนวพรีเมียมแบบผู้ใหญ่ ทำให้ขาดการเชื่อมโยงกับกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่

 

นอกจากนี้ จากการลงพื้นที่สำรวจเพิ่มเติมในย่านสยาม ซึ่งเป็นโซนศูนย์รวมของกลุ่มเจน Z และมิลเลนเนียล ก็ได้ผลลัพธ์ไปในทิศทางเดียวกัน หลายคนมองว่าแบรนด์ดูไกลตัว และเข้าใจว่าเป็นแบรนด์ของดารา ซึ่งทำให้ไม่มั่นใจในคุณภาพสินค้ามากเท่ากับแบรนด์สกินแคร์สมัยใหม่ที่ใช้วิทยาศาสตร์และรีเสิร์ชเป็นจุดขาย คำตอบเหล่านี้สะท้อนให้เห็นทันทีว่าถ้าไม่รีแบรนด์ตอนนี้ อีกไม่นานแบรนด์ Sewa จะหายไปจากตลาดแน่นอน

 

ทั้งนี้ หลังได้ข้อมูลเชิงลึกจากผู้บริโภค บริษัทจึงเริ่มเดินหน้ารีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 9 ปี โดยปรับทุกมิติ ตั้งแต่ โทนสี บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงแนวทางการสื่อสารใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายที่อายุน้อยลง ปีนี้บริษัทจึงทุ่มงบการตลาดกว่า 50 ล้านบาท เพื่อเปิดตัวแคมเปญใหม่ภายใต้แนวคิด ‘Sewa New Chapter’ ซึ่งจะเน้นการสื่อสารแบรนด์ให้ดูสดใส ทันสมัย และเข้าถึงง่าย

 

พร้อมดึง เจนเย่ เมธิกา อินฟลูเอนเซอร์และนักแสดงรุ่นใหม่มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อสะท้อนลุคความอ่อนเยาว์แต่ยังคงความพรีเมียม โดยการเลือกเจนเย่เป็นพรีเซ็นเตอร์ครั้งนี้ ไม่ได้มองแค่เรื่องความดัง แต่มองถึงคาแรกเตอร์ที่ตรงกับแบรนด์ เจนเย่มีความสดใส มีพลัง และเป็นตัวแทนของผู้หญิงยุคใหม่

 

เบญจกิติ มองว่า ผลิตภัณฑ์บางรายการไม่จำเป็นต้องมีดาราเข้ามาเป็นพรีเซนเตอร์ แม้ในยุคหนึ่งการใช้ดาราเป็นกลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์จะเคยได้ผลมาก แต่วันนี้ผู้บริโภคต้องการความจริงใจและรีวิวจริงจากผู้ใช้จริงมากกว่า

 

และถึงแม้จะปรับภาพลักษณ์ใหม่ทั้งหมด แต่ Sewa ยังคงรักษาหัวใจของแบรนด์ คือการเป็นสกินแคร์ที่ผลิตจากเกาหลีใต้ โดยโรงงานหลักของ Sewa เป็นหนึ่งในผู้ผลิตให้กับแบรนด์สกินแคร์ระดับโลก และใช้เทคโนโลยีการสกัดที่ทันสมัยเพื่อให้ได้เนื้อผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวชาวเอเชีย

 

ในอนาคต Sewa เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มเซรั่มและไวเทนนิ่ง ซึ่งยังคงเป็นตลาดใหญ่และเติบโตสูงสุดในกลุ่มสกินแคร์ พร้อมเล็งขยายไลน์สินค้าครอบคลุมกลุ่มมอยส์เจอไรเซอร์ ครีมกันแดด และมาส์กหน้า เพื่อสร้างความครบวงจรและขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น

 

อีกหนึ่งบทเรียนจากตลาดครีมซอง เป็นหนึ่งในจุดที่ Sewa ได้เรียนรู้จากประสบการณ์คือการขยับลงมาทดลองตลาดครีมซองในช่วง 1–2 ปีก่อน แม้จะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น แต่เสียงสะท้อนจากลูกค้ากลับบอกว่า Sewa ดูไม่พรีเมียมเหมือนเดิม ซึ่งทำให้ตระหนักได้ว่าเรื่องของแบรนด์ดิ้งมีค่ามากกว่ายอดขาย
จึงได้หยุดทำครีมซองไป เน้นโฟกัสที่ฮีโร่โปรดักต์ อย่าง Ultimate Recovery Treatment Essence และ Brightening Treatment Essence

 

พร้อมย้ำว่าจะไม่ลงไปแข่งเรื่องราคา เนื่องจากตลาดสกินแคร์ในไทยมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง แต่จะชูเรื่องคุณภาพและผลลัพธ์เป็นจุดขาย แม้ผลิตภัณฑ์ Sewa จะอยู่ในกลุ่มพรีเมียมแมส ราคาประมาณ 800–1,000 บาท แต่มั่นใจว่าผู้บริโภคจะให้การตอบรับเป็นอย่างดี

 

เบญจกิติ ยังกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการบริหาร ว่าครั้งหนึ่ง ‘วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์’ ดารา-นักแสดงชื่อดังเคยร่วมกันบริหารแบรนด์ แต่ปัจจุบันได้ถอนการถือหุ้นในบริษัทไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่าการแยกทางเกิดขึ้นด้วยความเข้าใจและเป็นไปด้วยดี เนื่องจากทั้งสองฝ่ายมีแนวทางธุรกิจที่ต่างกัน

 

ทั้งนี้ หลังจากรีแบรนด์เต็มรูปแบบ บริษัทตั้งเป้าฟื้นยอดขายกลับมาที่ระดับ 500–600 ล้านบาทภายในปี 2569 หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% จากยอดปัจจุบันราว 200 ล้านบาท โดยช่วงครึ่งปีแรกจะมุ่งเน้นสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นให้แบรนด์ก่อน จากนั้นจึงจะเร่งทำตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์

 

สุดท้ายแล้วแม้เศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่ยังเชื่อมั่นว่าตลาดสกินแคร์ในประเทศไทยยังมีศักยภาพสูง ความงามไม่ใช่เทรนด์ชั่วคราว แต่คนไทยยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเอง โดยเฉพาะผู้หญิงไม่ยอมหยุดสวย ทำให้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว

The post คนรุ่นใหม่เมิน Sewa ชี้เป็น แบรนด์แก่-ไม่น่าเชื่อถือ ทำยอดขายทรุด 50% ต้องเร่งรีแบรนด์ครั้งใหญ่ ฟื้นภาพลักษณ์ให้กลับมาโตอีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Lancôme x Thank You Cup คอลแลบสุดปัง! ชวน Eat Your Skincare https://thestandard.co/life/lancome-thank-you-cup-skincare-collab/ Sat, 18 Oct 2025 09:11:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1132283 Lancôme x Thank You Cup คอลแลบสุดปัง ชวน Eat Your Skincare

ครั้งแรกในประเทศไทย Lancôme จับมือร้าน Thank You Cup สร […]

The post Lancôme x Thank You Cup คอลแลบสุดปัง! ชวน Eat Your Skincare appeared first on THE STANDARD.

]]>
Lancôme x Thank You Cup คอลแลบสุดปัง ชวน Eat Your Skincare

ครั้งแรกในประเทศไทย Lancôme จับมือร้าน Thank You Cup สร้างปรากฏการณ์ใหม่ของวงการบิวตี้ กับคอนเซ็ปต์ Eat Your Skincare ที่จะให้ทุกคนได้สัมผัสความงามจากภายในสู่ภายนอกอย่างแท้จริง ด้วยเมนูซอฟต์เสิร์ฟสูตรพิเศษ BETA-GLUCANS-The Ultimate Skin Repair ที่ได้แรงบันดาลใจจากผลิตภัณฑ์ขายดีระดับตำนาน LANCÔME Génifique Ultimate ที่มี 98% Pure Beta-Glucans ส่วนผสมสำคัญในการฟื้นฟูผิวล้ำลึก และจัดการสัญญาณแห่งวัยตั้งแต่จุดเริ่มต้น ถ่ายทอดสู่ซอฟต์เสิร์ฟที่ให้ทั้งความอร่อยและบำรุงผิวพรรณไปพร้อมกัน

 

พิเศษสำหรับลูกค้าที่สั่งเมนูคอลแลบบอเรชัน หรือมียอดซื้อครบ 350 บาทขึ้นไป จะได้รับทันที Lancôme Génifique Ultimate Repair Gift Set มูลค่า 2,690 บาท ประกอบด้วย Génifique Ultimate Repair Serum 1 ml., Génifique Ultimate Repair Treatment และ Gift Voucher มูลค่า 500 บาท พบกันได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 14 พฤศจิกายน 2568 ที่ Thank You Cup ทุกสาขา ได้แก่ สยามพารากอน, เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลลาดพร้าว, เซ็นทรัลเมกาบางนา, วัน แบงค็อก, ชาน ดิอเวนิว แจ้งวัฒนะ 14 และคิงส์แควร์ คอมมูนิตี้มอลล์ อย่าพลาดโอกาสพิเศษนี้ที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการดูแลผิว ที่ให้คุณได้ทั้งความอร่อยและความงามในเวลาเดียวกัน#LancomexThankYouCup

 

ภาพ: Lancôme

The post Lancôme x Thank You Cup คอลแลบสุดปัง! ชวน Eat Your Skincare appeared first on THE STANDARD.

]]>
Cloud Skin หรือ Glow Skin คุณเหมาะกับเทรนด์ผิวแบบไหน? https://thestandard.co/life/cloud-skin-vs-glow-skin/ Fri, 17 Oct 2025 06:15:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1131825 COVER - Cloud Skin Versus Glow Skin

เทรนด์ผิวสวย 2 แบบที่กำลังครองใจสาวๆ ทั่วโลกในขณะนี้ก็ค […]

The post Cloud Skin หรือ Glow Skin คุณเหมาะกับเทรนด์ผิวแบบไหน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
COVER - Cloud Skin Versus Glow Skin

เทรนด์ผิวสวย 2 แบบที่กำลังครองใจสาวๆ ทั่วโลกในขณะนี้ก็คือเทรนด์ใหม่มาแรงอย่าง Cloud Skin และเทรนด์ผิวยอดนิยม Glow Skin แต่ละแบบก็มีเอกลักษณ์และเสน่ห์ที่แตกต่างกัน วันนี้ LIFE จะพาสาวๆ มาทำความรู้จักกับทั้งสองเทรนด์อย่างละเอียด เพื่อช่วยคุณค้นหาว่าลุคไหนเหมาะกับคุณมากที่สุด

 

Cloud Skin คืออะไร? 

 

Cloud Skin เป็นเทรนด์ผิวที่เน้นความนุ่มละมุน เนียนเรียบ เหมือนกับการสัมผัสเมฆที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า ลุคนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากผิวที่ดูมีสุขภาพดีตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องการความเงางามมากเกินไป แต่ก็ไม่แห้งเกินไปเช่นกัน จุดเด่นของ Cloud Skin คือผิวจะดูมีเนื้อสัมผัสที่ละเอียดอ่อน ไม่มีรูขุมขนหยาบ หรือความไม่สม่ำเสมอของผิว สัมผัสได้ถึงความเนียนนุ่ม เปรียบเหมือนก้อนเมฆที่บางเบา

 

ทั้งนี้ Cloud Skin ความสมดุลระหว่างแมตต์และดิวอี้ จะไม่ใช่ผิวแมตต์ที่แห้งด้าน แต่เป็นการผสมผสานระหว่างฟินิชแมตต์กับความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูมีมิติ มีชีวิตชีวา แต่ไม่มันวาวจนเกินไป ช่วยให้เผยความเปล่งประกายจากภายใน แม้จะไม่มีความมันวาวบนผิว แต่ Cloud Skin จะมีความเปล่งประกายที่แผ่ออกมาจากชั้นผิวภายใน ทำให้ดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ

 

ใครเหมาะกับ Cloud Skin? 

 

Cloud Skin เหมาะกับคุณถ้า

 

  • ชอบลุคธรรมชาติที่ไม่หวือหวา
  • มีผิวมันหรือผิวผสมที่ต้องการควบคุมความมัน
  • ทำงานในสภาพแวดล้อมที่เป็นทางการ ต้องการลุคสุภาพเรียบร้อย
  • ชอบเมกอัพแบบ Soft Makeup ที่ดูเป็นธรรมชาติ
  • อาศัยอยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนชื้น ไม่อยากให้หน้ามัน

 

ผลิตภัณฑ์หลักสำหรับ Cloud Skin 

 

ครีมบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้น เลือกเนื้อครีมที่ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดี ไม่หนักหน้า ให้ความชุ่มชื้นแต่ไม่ทิ้งความมันบนผิว แนะนำเนื้อ Gel-Cream หรือ Lotion เบาบางส่วนรองพื้นเลือกแบบเนื้อเบาที่มอบการปกปิดปานกลางถึงสูง (Medium to Full Coverage) แต่ยังคงให้ผิวดูเป็นธรรมชาติ ไม่หนาเกินไป

 

แป้งฝุ่นแบบโปร่งแสง (Soft Powder) ใช้เซ็ตเมกอัพให้คงทน โดยไม่ทำให้ผิวดูแห้งหรือหนาเกินไป เลือกแป้งที่มีคุณสมบัติควบคุมความมันเล็กน้อย

 

เทคนิคการแต่งหน้าแบบ Cloud Skin 

 

เริ่มต้นด้วยการเตรียมผิวให้ชุ่มชื้นด้วยสกินแคร์ที่เหมาะสมกับสภาพผิว จากนั้นใช้ไพรเมอร์ที่ช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน ทารองพื้นแบบบางเบาด้วยฟองน้ำหรือแปรงผสมด้วยมือเบาๆ เพื่อให้ได้ฟินิชที่เป็นธรรมชาติ สุดท้ายเซ็ตด้วยแป้งฝุ่นเฉพาะบริเวณ T-zone หรือบริเวณที่มันง่าย

 

Glow Skin คืออะไร? 

 

Glow Skin เป็นเทรนด์ผิวที่เน้นความเปล่งประกาย สดใส ดูฉ่ำแบบมีชีวิตชีวา เหมือนผิวที่มีสุขภาพดีที่ได้รับการบำรุงอย่างดี ลุคนี้ได้รับอิทธิพลมาจาก K-Beauty โดยเฉพาะเทรนด์ Glass Skin หรือผิวใสดั่งกระจกที่เป็นที่นิยมในเกาหลีใต้

 

จุดเด่นของ Glow Skin 

 

จะเป็นลักษณะผิวดิวอี้ชุ่มชื้นอย่างเห็นได้ชัดเจน ผิวจะดูเปียกฉ่ำวาว เหมือนเพิ่งทาสกินแคร์เสร็จใหม่ๆ ให้ความรู้สึกสดชื่น อิ่มน้ำ

 

ใครเหมาะกับ Glow Skin? Glow Skin เหมาะกับคุณถ้า

 

  • ชอบลุคสดใส เปล่งประกาย
  • มีผิวแห้งหรือผิวปกติที่ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้น
  • อยากให้ผิวดูอ่อนเยาว์ สดชื่น
  • ชอบเทรนด์ K-Beauty และลุค Glass Skin
  • ต้องการลุคที่เหมาะกับการถ่ายภาพ โดยเฉพาะในงานพิเศษต่างๆ
  • อาศัยอยู่ในสภาพอากาศที่แห้งหรือหนาวเย็น

 

ผลิตภัณฑ์หลักสำหรับ Glow Skin 

 

ไฮไลท์เตอร์ เป็นผลิตภัณฑ์สำคัญที่สุดสำหรับการสร้าง Glow Skin เลือกไฮไลท์เตอร์ที่ให้ความเงางามแบบ Radiant ไม่เป็นกากเกินไป Glow Oil หรือ Facial Oil น้ำมันบำรุงผิวจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและความเงางามให้กับผิว สามารถผสมกับรองพื้นหรือทาทับหน้าเมกอัพได้ Dewy Setting Spray สเปรย์เซ็ตเมกอัพแบบดิวอี้จะช่วยให้เมกอัพคงทนและรักษาความเปล่งประกายไว้ตลอดวัน Hydrating Primer ไพรเมอร์ที่เน้นความชุ่มชื้นจะช่วยเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับเมกอัพแบบโกลว

 

เทคนิคการแต่งหน้าแบบ Glow Skin 

 

เริ่มต้นด้วยการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นสุดๆ ด้วยเซรั่มและครีมบำรุงที่เน้นไฮยาลูโรนิกแอซิด ใช้ไพรเมอร์แบบดิวอี้ก่อนทารองพื้น เลือกรองพื้นสูตรน้ำหรือคุชชั่นที่ให้ความชุ่มชื้น ทาไฮไลท์เตอร์บนโหนกแก้ม สันจมูก และคาง สุดท้ายพ่นดิวอี้เซ็ตติ้งสเปรย์เพื่อล็อกความเงางามไว้
คุณเหมาะกับสไตล์ไหน?

 

ทั้ง Cloud Skin และ Glow Skin ล้วนเป็นเทรนด์ที่สวยงามในแบบของตัวเอง การเลือกขึ้นอยู่กับ

 

  • สภาพผิวของคุณ
  • ไลฟ์สไตล์และงานที่ทำ
  • สภาพอากาศในพื้นที่ที่อาศัยอยู่
  • ความชอบส่วนบุคคล

 

สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีผิวที่สุขภาพดีเป็นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเลือกเทรนด์ไหน การดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ กินอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำเพียงพอ และพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยให้คุณได้ผิวสวยที่ต้องการ

 

ภาพ: Shutterstock

The post Cloud Skin หรือ Glow Skin คุณเหมาะกับเทรนด์ผิวแบบไหน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมอโจ้-นพ.ดิสพงศ์ ปณิฐาภรณ์ ชูเทรนด์ Cloud Skin นิยามใหม่ของผิวสุขภาพดี https://thestandard.co/life/longevity-beauty-cloud-skin-dr-joe-the-demis/ Wed, 15 Oct 2025 05:45:11 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1130774 longevity-beauty-cloud-skin-dr-joe-the-demis

หมอโจ้ หรือ แพทย์ผิวหนังชื่อดังจาก The Demis ชี้ทิศทางใ […]

The post หมอโจ้-นพ.ดิสพงศ์ ปณิฐาภรณ์ ชูเทรนด์ Cloud Skin นิยามใหม่ของผิวสุขภาพดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
longevity-beauty-cloud-skin-dr-joe-the-demis

หมอโจ้ หรือ แพทย์ผิวหนังชื่อดังจาก The Demis ชี้ทิศทางใหม่ของวงการความงามว่า เรากำลังก้าวข้ามจากยุค Anti-aging สู่ Longevity Beauty อย่างเต็มตัว ซึ่งเน้นการดูแลแบบ Proactive เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน และเผยนิยามผิวสุขภาพดีที่มาแรงที่สุดในยุคนี้อย่าง Cloud Skin ซึ่งจะเป็นคำตอบของผิวสวยนุ่มฟู ที่ไม่ใช่แค่เทรนด์เมกอัพ แต่ต้องมาพร้อม Skin Quality ที่สมบูรณ์แบบจากภายในนั่นเอง


นอกจากนี้หมอโจ้ยังเปิดเผยถึงเทรนด์ใหม่ล่าสุดในวงการความงามที่กำลังจะพลิกโฉมโลกของเรา ซึ่งไม่ได้พูดถึงแค่เครื่องมือใหม่ๆ แต่กำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ครั้งใหญ่ จากเทรนด์ที่เคยเน้น “การแก้ไขและซ่อมแซม” ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว สู่การเน้น “การป้องกันและสร้าง” สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนแทน


Movement ใหม่ของเทรนด์สุขภาพโลก จาก “สู้แก่” สู่ “อายุยืนอย่างสุขภาพดี”

 

“จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงนี้มาจากเทรนด์สุขภาพครับ เรากำลังเห็นปรากฏการณ์ Keyword Shifting ครั้งสำคัญ จากคำว่า Anti-aging ที่หมายถึงการต่อต้านหรือซ่อมแซมความแก่ มาสู่คำว่า Longevity ซึ่งจะเป็นเทรนด์หลักที่มาแรงในปีนี้และปีต่อๆ ไป Longevity ไม่ได้มีความหมายเพียงผิวเผิน แต่ประกอบด้วยแนวคิดสำคัญ 3 ประการที่กำลังขับเคลื่อนตลาดโลก ซึ่งประกอบด้วย 

 

  1. Global Trend: Longevity กำลังกลายเป็นเทรนด์ระดับโลกอย่างแท้จริง
  2. Health Span แทน Life Span หากในอดีตเราเชื่อว่าเป้าหมายคือ Life Span หรือการมีอายุที่ยืนยาวที่สุด แต่ปัจจุบันนี้แนวคิดได้เปลี่ยนไปแล้วครับ เรามุ่งเน้นที่ Health Span คือการมีอายุที่มีสุขภาพดีให้ยาวนานที่สุด ไม่ใช่แค่อายุยืนอย่างเดียว แต่ต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีควบคู่ไปด้วย 
  3. Proactive แทน Reactive  นี่คือหัวใจสำคัญ ในอดีตเราคือ Reactive (ตั้งรับ) คือเจออะไรก็ซ่อมตรงนั้น มีปัญหาอะไรก็ฉีดหรือแก้ไขตรงนั้น แต่แนวทางใหม่คือ Proactive (เชิงรุก) ซึ่งหมายถึงการที่เราไม่เพียงแต่แก้ไขอย่างเดียว แต่เราเน้นการป้องกันและสร้างสุขภาพผิวที่ดีอย่างเป็นระบบตั้งแต่เนิ่นๆ 

 

Longevity Skin การค้นหานิยามใหม่ของผิวสุขภาพดี

 

“เมื่อเทรนด์สุขภาพเปลี่ยน ผิวหนังของเราก็ต้องก้าวเข้าสู่ยุคของ Longevity Skin เช่นกัน และนี่นำไปสู่การเปลี่ยนผ่านของนิยามความสวยบนใบหน้าครับ เราเคยคุ้นเคยกับเทรนด์หลัก 2 คำ คือ Glow Skin ที่เน้นผิวเงาฉ่ำวาว และ Matte Skin ที่เน้นความด้านเพื่อควบคุมความมัน อย่างไรก็ตามเทรนด์ปัจจุบันที่ตอบโจทย์ Longevity Skin ได้อย่างลงตัวที่สุดคือ Cloud Skin ครับ 

 

“แล้ว Cloud Skin คืออะไร? นี่คือนิยามใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมทั่วโลก Cloud Skin คือผิวที่อยู่ตรงกลางระหว่าง Glow Skin และ Matte Skin มันคือผิวที่ไม่วาวจนเกินไป (ไม่มัน) ไม่แห้งจนเกินไป (ไม่ด้าน) แต่เป็นผิวที่สัมผัสได้ถึงความ นุ่มฟูเหมือนเมฆ และดูสุขภาพดี Cloud Skin จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการแต่งหน้า แต่เป็นเรื่องของการดูแลผิวให้โกลวสุขภาพดีจากข้างในนะครับ เพราะการจะได้ลุค Cloud Skin ที่สมบูรณ์แบบได้นั้น ผู้คนต้องมีผิวสุขภาพดีอย่างแท้จริง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราดูแลแบบ Proactive คือการป้องกันมากกว่าการซ่อมแซมครับ”

 

เทคนิคการดูแลผิวครบ 3 มิติ สู่เทรนด์ Cloud Skin

 

“เพื่อให้เกิดผิวสุขภาพดีแบบ Cloud Skin เราต้องเข้าใจการเสื่อมสภาพของผิวในทุกมิติ โดยเฉพาะ 3 องค์ประกอบหลักที่ใช้ในการประเมิน Skin Quality โดยประกอบด้วย Epidermal Aging, Dermal Aging, และ Pigmentation ดังนั้น การดูแลผิวแบบ Proactive จึงต้องครอบคลุมทั้ง 3 ส่วนนี้ และนี่คือบทบาทของนวัตกรรมความงามใหม่ๆ ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ”



สรุปแล้วการดูแลผิวยุคนี้จึงเป็นการยกระดับการรักษาความงามไปอีกขั้น นั่นคือการเข้าสู่ Cloud Skin Concept ที่เน้นการป้องกันและคงไว้ซึ่งผิวสุขภาพดีจากภายใน ตามแนวคิดของ Longevity Beauty อย่างแท้จริง

The post หมอโจ้-นพ.ดิสพงศ์ ปณิฐาภรณ์ ชูเทรนด์ Cloud Skin นิยามใหม่ของผิวสุขภาพดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
BEAUTY ROUNDUP อัปเดตบิวตี้ไอเท็มใหม่น่าลองจากรักสโตร์ https://thestandard.co/beauty-roundup-16/ Fri, 03 Oct 2025 10:37:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1126087

อีกหนึ่งพิกัดรวมไอเท็มเด็ดที่ถูกใจคนทุกวัย คงหนีไม่พ้นร […]

The post BEAUTY ROUNDUP อัปเดตบิวตี้ไอเท็มใหม่น่าลองจากรักสโตร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

อีกหนึ่งพิกัดรวมไอเท็มเด็ดที่ถูกใจคนทุกวัย คงหนีไม่พ้นร้านดรักสโตร์ที่แวะเวียนได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะหมุดหมายใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมอย่างร้าน Boots ประเทศไทย ที่เพิ่งครบรอบ ณ One Bangkok แลนด์มาร์กสุดปังใจกลางกรุงเทพฯ  ซึ่งจัดเต็มโซนใหม่น่าช้อป ไม่ว่าจะเป็น Derma Skincare และโซนปรึกษาความงามและวิตามิน แฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่นี้จึงถือเป็นการตอกย้ำพันธกิจในการเป็นผู้นำด้านเภสัชกรรม สุขภาพ และความงามระดับโลก ที่พร้อมดูแลสุขภาพผ่านคำแนะนำจากทีมเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ และตอบอินไซต์ความต้องการของนักช้อปไทยที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แถมยังมีการอัปเกรด Boots Mobile App และเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ในราคาที่คุ้มค่ายิ่งขึ้น BEAUTY ROUNDUP สัปดาห์นี้เราเลยขอรวม 6 ไอเท็มเด็ดฉบับ Must Have มาให้ทุกคนได้อัปเดตกัน

 


 

 

1. No.7 Pro Artist Luxe Liquid Blush บลัชออนเนื้อลิควิด

 

ที่เป็นมากกว่าเมคอัพ! ด้วยเนื้อสัมผัสที่ เกลี่ยง่ายเหมือนฝัน แม้ในเวลาเร่งรีบ เพียงแค่ปาดแล้วเบลนด์ ก็ได้สีสันสดใสบนพวงแก้มในไม่กี่วินาที ไม่ต้องง้อแปรง เหมาะสำหรับลุคสดใสดูเป็นธรรมชาติได้ทุกวัน

 

 

2. Cerave Hydrating Cream-to-Foam Cleanser

 

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าสุดล้ำที่ เริ่มต้นเป็นเนื้อครีม และเปลี่ยนเป็น เนื้อโฟม เพื่อชะล้างสิ่งสกปรก น้ำมัน และเครื่องสำอางได้อย่างหมดจด เหมาะสำหรับผิวบอบบางในโซน Derma Skincare อุดมไปด้วยส่วนผสมหลักที่ช่วยบำรุงผิว Amino Acids: ช่วยเสริมการให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของผิว Hyaluronic Acid ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในผิว Ceramides ช่วยฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง

 

 

3. Umberto Giannini Curl Jelly

 

สุดยอดไอเท็ม TikTok-viral ที่ครองตำแหน่ง No.1 curl styler ทั่วโลก! ตอนนี้กลับมาพร้อมขนาดใหม่ 500ml แบบหัวปั๊ม ที่ให้ปริมาณจุใจและใช้งานง่าย ไม่เลอะเทอะ สูตรนี้เป็น สูตรปราศจากซิลิโคนและน้ำหนักเบา ให้การอยู่ทรงปานกลางที่ยาวนาน โดย ไม่ทำให้ผมแข็งกระด้าง ช่วยให้ลอนผมทุกรูปแบบ (Wavy, Curls & Coils) มีความคมชัด เงางาม และ ปราศจากความชี้ฟู

 

 

4. Soap & Glory The Righteous Butter

 

โลชั่นบำรุงผิวสุดคลาสสิกที่ช่วย ขจัดความแห้งกร้านไม่พึงประสงค์ ได้อย่างอยู่หมัด แนะนำให้ลูบไล้ทั่วร่างกายหลังอาบน้ำ โดยเฉพาะบริเวณที่มีปัญหาผิวแห้งแตก เช่น ข้อศอก ส้นเท้า และหัวเข่า เนื้อบัตเตอร์จะช่วยปรับสภาพผิวให้ เนียนนุ่มน่าสัมผัสยิ่งขึ้น

 

 

5. 17 Cosmetics Shadow Pop Shade Eyeshadow

 

อายแชโดว์เนื้อกำมะหยี่สีสันสดใสและติดทนนาน ที่มาพร้อมสูตรวีแกน อ่อนโยน และ ผ่านการทดสอบทางผิวหนัง เนื้อสัมผัส เรียบเนียน ทำให้เกลี่ยและผสมผสานได้อย่างง่ายดาย อุดมไปด้วย วิตามินอีและน้ำมันอัลมอนด์หวาน ช่วยบำรุงผิวเปลือกตาไปพร้อมกับการแต่งแต้มสีสัน เม็ดสีสวยติดทนตลอดวัน เพื่อลุคที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

 

 

6. Vichy Dercos Aminexil Anti-hair Loss Shampoo

 

แชมพูเพื่อการดูแลเส้นผมที่ขายดีในโซน Derma Skincare สำหรับผู้มีปัญหาผมขาดหลุดร่วงโดยเฉพาะ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเส้นผมและหนังศีรษะ ให้คุณมีผมที่ดูหนาขึ้น สุขภาพดีขึ้นได้อย่างมั่นใจ

The post BEAUTY ROUNDUP อัปเดตบิวตี้ไอเท็มใหม่น่าลองจากรักสโตร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจาะลึกนวัตกรรมความงามสุดล้ำ FOREO FAQ™ 202 NIR LED Mask https://thestandard.co/life/foreo-faq-202-nir-led-mask/ Mon, 29 Sep 2025 09:08:06 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1124383

ยุคของการเดินทางไปคลินิกเพื่อทรีตเมนต์ผิวหน้ากำลังเปลี่ […]

The post เจาะลึกนวัตกรรมความงามสุดล้ำ FOREO FAQ™ 202 NIR LED Mask appeared first on THE STANDARD.

]]>

ยุคของการเดินทางไปคลินิกเพื่อทรีตเมนต์ผิวหน้ากำลังเปลี่ยนไป เมื่อเทคโนโลยีความงามระดับมืออาชีพถูกนำมาปรับให้ใช้งานได้ง่ายที่บ้าน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และไม่ต้องจองคิวรอนาน การดูแลผิวจึงกลายเป็นกิจวัตรส่วนตัวที่ทำได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นหลังเลิกงาน ระหว่างดูซีรีส์ หรือแม้แต่ขณะ Work From Home นี่คือเทรนด์ At-Home Beauty Tech ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และ FOREO ก็เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกที่ทำให้เทคโนโลยีระดับคลินิกเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เพราะล่าสุดเพิ่งเปิดตัว FOREO FAQ™ 202 NIR LED Mask ใหม่ ที่เตรียมเข้าไทย 10 ตุลาคมนี้

 


 

เทรนด์ Beauty Tech ที่บ้านไม่ใช่แค่กระแส แต่เป็นอนาคตความงาม 

 

ตลาดอุปกรณ์ความงามใช้ที่บ้านกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะหลังสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองที่บ้านมากขึ้น จากข้อมูลของตลาดโลก อุปกรณ์ความงามที่ใช้เทคโนโลยีมีมูลค่าเติบโตเฉลี่ยปีละกว่า 20%

 

ทำไม Beauty Tech ถึงได้รับความนิยม?

 

  • ประหยัดเวลา ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องจองคิว ทำได้ตอนไหนก็ได้ที่ต้องการ
  • คุ้มค่าในระยะยาว เมื่อเทียบกับค่าทรีตเมนต์ซ้ำๆ ที่คลินิก
  • ความเป็นส่วนตัว สะดวกสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องการนัดหมายหรือเวลาเปิด-ปิดของคลินิก
  • เทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ แบรนด์ชั้นนำนำนวัตกรรมระดับมืออาชีพมาปรับให้ใช้งานง่าย

 

เมื่อแบรนด์บิวตี้เทคชื่อดังจากสวีเดนอย่าง FOREO ทุ่มงานวิจัยกว่า 10 ปี วิเคราะห์โครงสร้างใบหน้ากว่า 10,000 เคส ผลลัพธ์ที่ได้คือ FAQ™ 202 NIR LED Mask นวัตกรรมมาสก์ LED ที่อาจเปลี่ยนเกมการดูแลผิวต้านริ้วรอยที่บ้านไปตลอดกาล

 

จุดเด่นที่น่าสนใจ

 

1. เทคโนโลยี NIR ที่ต่างจากมาสก์ LED ทั่วไป

 

สิ่งที่ทำให้ FAQ™ 202 โดดเด่นคือการใช้เทคโนโลยี Near-Infrared (NIR) LED ที่สามารถทะลุลึกถึง 850 นาโนเมตร ซึ่งลึกกว่ามาสก์ LED ทั่วไปในตลาด ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้จากชั้นผิวลึก ไม่ใช่แค่ผิวชั้นนอก นี่คือจุดแตกต่างสำคัญที่ทำให้ผลลัพธ์มองเห็นได้ชัดเจนกว่า

 

2. ครบครันด้วย 8 สเปกตรัมแสง ตอบโจทย์หลายปัญหาผิว

 

ไม่หยุดแค่ NIR เพราะมาสก์เครื่องนี้ครอบคลุมแสง LED ครบ 8 สี (แดง, น้ำเงิน, เขียว, ส้ม, ม่วง, ฟ้า, เหลือง และ NIR) พร้อมจุดกำเนิดแสงกว่า 600 จุดที่กระจายสม่ำเสมอทั่วใบหน้า ตอบโจทย์ปัญหาผิวได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอย สิว ความหมองคล้ำ หรือการฟื้นฟูผิว

 

3. ได้รับการรับรองจาก FDA ในไทย

 

นี่คือจุดสำคัญที่สร้างความน่าเชื่อถือ เพราะ FAQ™ 202 เป็นมาสก์ LED เพียงหนึ่งเดียวที่ผ่านการรับรองจาก FDA ในประเทศไทย ยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่ผ่านมาตรฐานสากล

 

4. ดีไซน์ที่ใส่ใจผู้ใช้

 

น้ำหนักเบาเพียง 179 กรัม ดีไซน์ไร้สาย ทำจากซิลิโคน Flexi-fit ที่โอบกระชับใบหน้าได้พอดี เปิดรอบดวงตาและปาก สวมใส่สบาย สายคาดศีรษะกันลื่นเนื้อนุ่ม สามารถใช้งานได้ขณะทำงาน ออกกำลังกาย หรือพักผ่อน นี่คือตัวอย่างของการออกแบบที่เข้าใจไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ต้องการ Multi-tasking

 

4.ปรับแต่งโปรแกรมใช้งานได้ผ่านแอป

 

FAQ™ Swiss App ช่วยให้ผู้ใช้ปรับโปรแกรมได้ตามความต้องการของผิวแต่ละคน ทำให้การดูแลผิวเป็นเรื่องส่วนตัวมากขึ้น สะท้อนเทรนด์ Personalization ที่กำลังเป็นที่ต้องการในวงการความงาม

 

หากจะให้วิเคราะห์ความคุ้มค่า เรามองว่าด้วยราคา 34,100 บาท อาจดูสูงในแวบแรก แต่เมื่อเทียบกับค่าทรีตเมนต์ LED ที่คลินิกซึ่งอยู่ที่ประมาณ 2,000-5,000 บาทต่อครั้ง หากใช้สัปดาห์ละ 3-5 ครั้งตามแนะนำ ภายใน 3-4 เดือนก็คุ้มทุนแล้ว แถมยังใช้ได้ระยะยาว ทั้งนี้แบรนด์ FOREO อ้างว่าจะเห็นผลลัพธ์ภายใน 4 สัปดาห์เมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง (15 นาทีต่อครั้ง สัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง) ควบคู่กับ FAQ™ Red Light Peptide Serum ที่อุดมด้วย Peptides, Hyaluronic Acid, และสารสกัดธรรมชาติ

 

The post เจาะลึกนวัตกรรมความงามสุดล้ำ FOREO FAQ™ 202 NIR LED Mask appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถอดสูตร ‘Miracle Broth™’ สารสกัดเข้มข้นฟื้นบำรุงผิว จุดเริ่มต้นของ ‘La Mer Gives Skin Life’ ศาสตร์ Bioenergetic Skincare สู่การคิดค้นสกินแคร์ไอคอนิกที่ใครก็ปรารถนา [Advertorial] https://thestandard.co/la-mer-gives-skin-life/ Wed, 03 Sep 2025 11:30:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1112347

อายุ มลพิษ และความเครียด ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เซลล์ผิว […]

The post ถอดสูตร ‘Miracle Broth™’ สารสกัดเข้มข้นฟื้นบำรุงผิว จุดเริ่มต้นของ ‘La Mer Gives Skin Life’ ศาสตร์ Bioenergetic Skincare สู่การคิดค้นสกินแคร์ไอคอนิกที่ใครก็ปรารถนา [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>

อายุ มลพิษ และความเครียด ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เซลล์ผิวสูญเสียความสามารถในการปรับตัว ส่งผลให้ผิวดูแก่ก่อนวัย

 

การดูแลผิวที่เน้นการเสริมสร้างและรักษาระบบพลังงานของเซลล์ผิวเพื่อให้ผิวสามารถซ่อมแซมและปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือที่ La Mer (ลาแมร์) แบรนด์ลัคชัวรี่สกินแคร์อันดับ1 เรียกว่า ‘Bioenergetic Skincare’ ศาสตร์ฟื้นพลังผิวที่เสื่อมตามวัย บนแนวคิด ‘La Mer Gives Skin Life’ ด้วยการเชื่อมพลังงานจากผิว (Skin Energy) และวิทยาศาสตร์ (Energy in Science) ผ่าน Miracle Broth™ สารสกัดเข้มข้นทรงคุณค่าที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวได้อย่างสมบูรณ์ เป็นความมหัศจรรย์ที่ลาแมร์ค้นพบมาตั้งแต่ปี 1965

 

 

นอกจาก Miracle Broth™ จะถูกใช้เป็นส่วนผสมหลักใน Crème de la Mer มอยส์เจอไรเซอร์ในตำนานที่ใครก็ปรารถนา สารสกัดอันทรงคุณค่านี้ยังกลายเป็นหัวใจหลักของลาแมร์ในทุกผลิตภัณฑ์ 

 

ความลับของสกินแคร์ที่ใครก็ปรารถนาถือกำเนิด ‘ใต้ท้องทะเล’ 

 

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตที่นำไปสู่จุดเริ่มต้นของตำนาน ‘มอยส์เจอไรเซอร์ที่ใครก็ปรารถนา’ เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุการระเบิดในห้องปฎิบัติการของ ดร. แมกซ์ ฮูเบอร์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ลาแมร์ อดีตนักฟิสิกส์อวกาศที่เคยทำงานกับ NASA 

 

 

ความพยายามที่จะคิดค้นสารสกัดที่ช่วยรักษาบาดแผลผุพองจากไฟไหม้และฟื้นฟูผิวได้อย่างสมบูรณ์ให้กับตัวเขาเอง นำไปสู่การค้นพบศาสตร์ Bioenergetic Skincare จากสาหร่ายซีเคลป์ (Giant Sea Kelp) สิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังใต้ท้องทะเลลึก 

 

ฮูเบอร์ค้นพบว่าป่าใต้ทะเลเป็นแหล่งพลังงานเข้มข้นที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินที่ดีต่อผิว โดยเฉพาะพลังความมหัศจรรย์ของสาหร่ายซีเคลป์ (Giant Sea Kelp) พืชที่เจริญเติบโตเร็วที่สุดชนิดหนึ่งของโลก สามารถฟื้นสภาพตัวเองและเจริญเติบโตได้ถึง 2 ฟุตต่อวัน อีกทั้งมีประสิทธิภาพในการฟื้นบำรุงผิว

 

เขาใช้เวลา 12 ปี ทำการทดลองกว่า 6,000 ครั้ง จนค้นพบกรรมวิธีการหมักบ่มที่สามารถปลดปล่อยพลังฟื้นฟูตามธรรมชาติของสาหร่ายซีเคลป์และส่วนผสมอื่นๆ ให้กลายเป็น Miracle Broth™ สารสกัดเข้มข้นทรงคุณค่าที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวได้อย่างสมบูรณ์ 

 

ต้นกำเนิด Miracle Broth™ หัวใจหลักของลาแมร์ในทุกผลิตภัณฑ์

 

กว่าจะได้สารสกัดเข้มข้น Miracle Broth™ ต้องเริ่มต้นตั้งแต่การเก็บเกี่ยวสาหร่ายซีเคลป์ที่เติบโตตามธรรมชาติในทะเลที่เกาะแวนคูเวอร์ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ ส่งผลให้สาหร่ายซีเคลป์บริเวณนี้อุดมด้วยสารอาหารตามธรรมชาติ สามารถดูดซับวิตามินที่จำเป็นอย่าง วิตามิน C, K, A และ E รวมถึงแมกนีเซียม แคลเซีย ธาตุเหล็ก และสารต้านอนุมูลอิสระ

 

 

ถูกเก็บเกี่ยวด้วยมือจากผู้เชี่ยวชาญเพียงปีละ 2 ครั้ง นำมาตัดแต่งเล็กน้อย แล้วนำไปแช่แข็งทันทีเพื่อรักษาจุลินทรีย์ธรรมชาติให้สดใหม่อยู่เสมอ ก่อนส่งถึงมือนักวิทยาศาสตร์ของลาแมร์ที่ Max Huber Research Labs 

 

ใช้เวลากว่า 4 เดือน สาหร่ายซีเคลป์ที่ผ่านกระบวนการหมักบ่มทางชีวภาพในกระบอกสูญญากาศ คลื่นเสียงจากแผ่นทองแดง และคลื่นแสงสเปคตรัมจากดวงอาทิตย์จะเสริมพลังให้กับสาหร่ายซีเคลป์ วิตามินแร่ธาตุนานาชนิด และสารสกัดต่างๆ จนเกิดเป็นสารสกัดอันทรงคุณค่า Miracle Broth™ น้ำสกัดเข้มข้นที่ทำหน้าที่เสมือนปราการเก็บกักความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิวอย่างอ่อนโยน ส่วนผสมอันเลอค่าและความลับที่อยู่เบื้องหลังความอัศจรรย์ของลาแมร์

 

 

หนึ่งในความลับที่ทำให้ลาแมร์ยังรักษาความมหัศจรรย์ให้คงอยู่ตลอดกาลคือ การนำ Miracle Broth™ ที่สกัดขึ้นจากครั้งก่อนมาผสมรวมกับครั้งใหม่ เหมือนเป็นการเชื่อมโยงทุกหยดให้กลับสู่ต้นกำเนิด 

 

4 รูปแบบแห่งความมหัศจรรย์ของ Miracle Broth™ 

 

ทีมนักวิทยาศาสตร์ของ Max Huber Research Labs ไม่เคยหยุดสำรวจความเป็นไปได้ของ Bioenergetic พัฒนาศิลปะการหมักบ่มและปลดล็อกศักยภาพอันทรงพลังของส่วนผสม

 

 

จากการทดลองอย่างต่อเนื่องกว่า 50 ปี จนสามารถปลดล็อกขุมพลัง 4 รูปแบบของ Miracle Broth™ โดยแต่ละรูปแบบต่างก็มอบพลังแห่งการฟื้นฟูบำรุงผิวที่แตกต่างกัน

 

  • The Original Miracle Broth™ เสริมพลังการฟื้นบำรุงตามธรรมชาติ ปลอบประโลมผิวและช่วยให้ผิวสมดุล พร้อมต่อสู่กับริ้วรอยและสัญญาณแห่งวัย เป็นส่วนผสมที่เป็นหัวใจในทุกผลิตภัณฑ์ของ La Mer
  • Concentrated Miracle Broth™ ด้วยกระบวนการสกัดเย็นที่ใช้เวลา 3 วัน 3 คืน ก่อนเข้าสู่กระบวนการหมักบ่มอันเป็นเอกลักษณ์ กลายเป็น Concentrated Miracle Broth™ ที่มีความเข้มข้นสูงเป็นพิเศษ ช่วยดูแลปลอบประโลมผิวบอบบางได้อย่างอ่อนโยน อยู่ในกลุ่ม The Concentrate Collection เหมาะกับเตรียมผิวก่อนและหลังทำหัตถการ
  • Encapsulated Miracle Broth™ ส่วนผสม Miracle Broth™ ในรูปแบบแคปซูลที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อปลดปล่อยพลังแห่งการฟื้นบำรุงเพื่อบำรุงผิวที่บอบบาง เช่น ผิวรอบดวงตา 
  • Crystal Miracle Broth™ การตกผลึกของน้ำสกัดเข้มข้น Miracle Broth™ ในบีกเกอร์ทดลอง ก่อให้เกิดผลึกคริสตัลอันทรงคุณค่าที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยให้ดูจางลงอย่างเห็นได้ชัดและเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Genaissance de la Mer เพื่อรับมือกับสัญญาณแห่งวัย 

 

นอกจากนี้ การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของลาแมร์เกี่ยวกับพลังของน้ำสกัดเข้มข้น Miracle Broth™ ในการเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวและเร่งการฟื้นบำรุงผิว ยังได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการชั้นนำหลายฉบับ อาทิ Journal of Clinical and Methectic Dermatology รวมถึงการนำเสนอผลงานในการประชุมทางวิชาการด้านผิวหนังระดับนานาชาติอย่าง Annual Meeting of The Society for Investigative Dermatology 

 

La Mer Gives Skin Life

 

ล่าสุดลาแมร์สร้างปรากฎการณ์ครั้งสำคัญให้แบรนด์สกินแคร์จากความร่วมมือระดับโลกกับ The Salk Institute ผ่านโครงการ The La Mer Fellowship in Healthy Aging มอบทุนวิจัย 3 ปีให้แก่นักวิจัยปริญญาเอกที่เพิ่งจบการศึกษาในเดือนกรกฎาคม ปี 2025 

 

เมื่อสิ้นสุดโครงการ ลาแมร์จะนำเสนอผลงานวิจัยในการประชุมวิทยาศาสตร์และวารสารวิชาการระดับนานาชาติ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการค้นพบใหม่ๆ ด้านการชะลอวัยอย่างยั่งยืน  

 

The Salk Institute คือหนึ่งในองค์กรวิจัยอิสระระดับโลกที่รวมนักวิทยาศาสตร์ระดับแนวหน้าและผู้มีวิสัยทัศน์จากทั่วโลกมาร่วมกันทำงานเพื่อขยายขอบเขตความรู้ทางวิทยาศาสตร์และยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ ที่ผ่านมา The Salk Institute ไม่เคยร่วมมือกับแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมาก่อน แต่ด้วยด้วยจุดยืนร่วมกันในความเคารพต่อธรรมชาติและความเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์ อันเป็นศาสตร์และศิลป์แห่งการสร้างสรรค์ การร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการผนึกพลังแห่งนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์ที่เกิดขึ้นครั้งแรก 

 

จาก Miracle Broth™ แหล่งพลังสำคัญของความชุ่มชื้นสู่ The Moisture Collection

 

มีความเป็นไปได้ที่นักวิทยาศาสตร์ของลาแมร์จะยังคงค้นพบคุณประโยชน์ใหม่ๆ ที่ Miracle Broth™ มอบให้แก่ผิว ขณะเดียวกันในทุกผลิตภัณฑ์ของลาแมร์ยังถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของที่ต่างกัน โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ผ่านเนื้อสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ ช่วยฟื้นบำรุงและคืนความอร่อยเยาว์ให้กับทุกสีผิวและทุกสภาพผิวอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น

 

 

  • Crème de la Mer

 

มอยส์เจอไรเซอร์สูตรเข้มข้น มอบความชุ่มชื้นขั้นสุด ช่วยฟื้นบำรุงผิวใน 4 ชั่วโมง ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และเปล่งปลั่ง เนียนละเอียดขึ้น 43% เหมาะกับคนผิวแห้งถึงแห้งมาก และคนที่มีปัญหาริ้วรอย ร่องลึก

 

 

  • The Moisturizing Soft Cream

 

มอยส์เจอไรเซอร์เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม บางเบามลภาวะ จึงช่วยปลอบประโลมผิวพร้อมมอบความชุ่มชื้นทุกครั้งที่ใช้ ให้ผิวดูอิ่มฟู เปล่งปลั่ง เนียนนุ่มเมื่อสัมผัส มาพร้อม Lime Tea Concentrate สารต้านอนุมูลอิสระเอกสิทธิ์ของ La Mer ช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายที่เกิดจากมลภาวะ เหมาะกับผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง

 

 

  • The Rejuvenating Night Cream 

 

เนื้อครีมเข้มข้น ออกแบบให้เหมาะสำหรับใช้ตอนกลางคืน เพื่อปลุกผิวสู่การฟื้นฟูบำรุงล้ำลึกคืนความอ่อนเยาว์ 8 ประการ มาพร้อมส่วนผสมสุดพิเศษ MRA-3™ (MARINE RETINOL ALTERNATIVE) เสริมกระบวนการสร้างผิวใหม่อย่างเห็นได้ชัด ช่วยให้ผิวดูอิ่มเอิบ แน่นกระชับ ลดเลือนริ้วรอยแรกเริ่มและร่องลึก โดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองเหมือนการใช้เรตินอล เหมาะกับทุกสภาพผิว อ่อนโยนต่อผิว ผิวแพ้ง่าย

 

La Mer Gives Skin Life

 

  • The Moisturizing Fresh Cream

 

มอยส์เจอไรเซอร์เนื้อเจลบางเบาราวขนนก โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Moisture Matrix เก็บกักและคงสมดุลความชุ่มชื้น มอบผิวสดชื่น เบาสบายตลอดวัน ช่วยปรับสมดุลความมันของผิวให้ดูสดใส เปล่งประกายและสุขภาพดี จึงเหมาะกับคนผิวมันและผิวธรรมดา 

 

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม ‘ลาแมร์’ ถึงรักษาตำแหน่ง ‘แบรนด์ลัคชัวรี่สกินแคร์อันดับ 1’ ได้อย่างยาวนาน เพราะตลอด 50 ปี ลาแมร์ไม่ได้สรรสร้างแค่ผลิตภัณฑ์ แต่ยังสร้าง ‘ความเชื่อมั่น’ ผ่านข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้ และสร้าง ‘ความไว้วางใจ’ ใน Mission ตั้งต้นของแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดค้นหาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดตลอดมาและตลอดไป 

The post ถอดสูตร ‘Miracle Broth™’ สารสกัดเข้มข้นฟื้นบำรุงผิว จุดเริ่มต้นของ ‘La Mer Gives Skin Life’ ศาสตร์ Bioenergetic Skincare สู่การคิดค้นสกินแคร์ไอคอนิกที่ใครก็ปรารถนา [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำรวจ The Ordinary: เมื่อวิทยาศาสตร์ทำให้สกินแคร์ไม่ต้องซับซ้อน https://thestandard.co/life/the-ordinary-skincare/ Tue, 26 Aug 2025 05:00:57 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1111253

หากคุณเป็นคนที่มองหาสกินแคร์ที่ตรงไปตรงมา ไม่มี กิมมิกเ […]

The post สำรวจ The Ordinary: เมื่อวิทยาศาสตร์ทำให้สกินแคร์ไม่ต้องซับซ้อน appeared first on THE STANDARD.

]]>

หากคุณเป็นคนที่มองหาสกินแคร์ที่ตรงไปตรงมา ไม่มี กิมมิกเยอะแยะ แต่ทำงานได้จริง The Ordinary อาจเป็นคำตอบที่คนรักผิวกำลังค้นหา นี่คือแบรนด์สกินแคร์จากแคนาดาที่เกิดขึ้นในปี 2016 โดยเข้ามาเปลี่ยนเกมสกินแคร์โลกด้วยแนวคิดง่ายๆ ที่อยากให้การบำรุงผิวเป็นอะไรที่ง่ายและไม่จำเป็นต้องซับซ้อน สิ่งที่ทำให้ The Ordinary โดดเด่นคือความซื่อสัตย์ต่อส่วนผสม แต่ละขวดจะบอกชัดเจนว่าข้างในมีอะไร เปอร์เซ็นต์เท่าไหร่ และทำงานอย่างไร ไม่มีการซ่อนเร้นหรือใช้คำแปลกๆ ให้งงงวย บวกกับราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสกินแคร์ระดับคลินิกได้โดยไม่ต้องกระเป๋าฉีก 

 

อีกหนึ่งจุดแข็งที่น่าสนใจคือการเน้นความรู้แก่ผู้บริโภคด้วย เพื่อให้เข้าใจว่าแต่ละ Active Ingredient ทำงานอย่างไร ใช้เมื่อไหร่ และผสมกับอะไรได้บ้าง นี่คือเหตุผลที่ทำให้ The Ordinary กลายเป็นมากกว่าแบรนด์สกินแคร์ แต่เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับ Skincare Enthusiasts ทั่วโลก

 

ดาวเด่นที่ต้องรู้จัก Glycolic Acid 7% Exfoliating Toner

 

หากจะเรียกว่าเป็น Superstar  ของแบรนด์ คงหนีไม่พ้น Glycolic Acid 7% Exfoliating Toner โทนเนอร์ตัวนี้ไม่ใช่แค่โทนเนอร์ธรรมดา แต่เป็นเหมือน Skincare Multitasker ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่ที่กระจ่างใส เรียบเนียน

 

ความพิเศษของ Glycolic Acid คือเป็น AHA (Alpha Hydroxy Acid) ที่มีโมเลกุลเล็กที่สุด ทำให้แทรกซึมเข้าผิวได้ดีที่สุด ช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของเซลล์ผิว ลดการอุดตันของรูขุมขน และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น แต่ที่น่าสนใจคือผู้ใช้ได้ค้นพบเคล็ดลับ  การใช้ที่เกินคาด ไม่ใช่แค่ใช้เป็นโทนเนอร์ แต่ยังใช้เป็น Spot Treatment หรือแม้แต่ Body Exfoliant ได้อีกด้วย

 

รูทีน The Ordinary แบบไหนดี?

 

The Ordinary มี Skincare Philosophy ที่เรียกว่า Prep, Treat, Seal  ซึ่งเป็นการแบ่งขั้นตอนการดูแลผิวที่เข้าใจง่าย เริ่มจาก

 

Prep: เตรียมผิวด้วยการทำความสะอาด และใช้ตัวช่วยให้ Active Ingredients ซึมดีขึ้น Treat: ใช้ Active Ingredients เพื่อแก้ไขปัญหาผิวเฉพาะ Seal: ปิดท้ายด้วยการบำรุงความชุ่มชื้นและป้องกันผิว

 

สำหรับคนไทยที่ต้องเผชิญกับความร้อนและความชุ่มชื้น แบรนด์ยังมี Thai Most-Loved  ซีรีส์ที่คัดสรรสูตรที่เหมาะกับสภาพอากาศและปัญหาผิวของคนไทยโดยเฉพาะ

 

พบกับ The Ordinary แบบใหม่ที่ Reveal What’s Underneath  Pop-Up

 

หากคุณอยากสัมผัส The Ordinary แบบใกล้ชิด อย่าพลาดป๊อปอัพพิเศษ Reveal What’s Underneath  ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในไทย ณ Beans Coffee Roaster สาขาทรงวาด ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม ถึง 3 กันยายน 2025

 

การไปที่นั่นคุณจะได้เรียนรู้เรื่องราวและปรัชญาของแบรนด์ ค้นพบเคล็ดลับการใช้ Glycolic Acid ที่หลากหลาย ได้ลองปรึกษา Beauty Advisor แบบเจาะลึก และลิ้มลองเมนูเครื่องดื่มพิเศษที่พัฒนาร่วมกับ Beans รวมถึงลุ้นของรางวัล Exclusive ด้วย

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่ www.theordinary.com

 

 

ภาพ: Courtesy of The Ordinary

The post สำรวจ The Ordinary: เมื่อวิทยาศาสตร์ทำให้สกินแคร์ไม่ต้องซับซ้อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
HER HYNESS เอาชนะคู่แข่งอย่างไร ในสมรภูมิสกินแคร์เดือด https://thestandard.co/key-takeaway-her-hyness-skincare/ Wed, 13 Aug 2025 12:18:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1106820

ตลาดสกินแคร์ไทยกำลังเติบโตอย่างดุเดือด โดยเฉพาะในปี 202 […]

The post HER HYNESS เอาชนะคู่แข่งอย่างไร ในสมรภูมิสกินแคร์เดือด appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตลาดสกินแคร์ไทยกำลังเติบโตอย่างดุเดือด โดยเฉพาะในปี 2025 ที่แบรนด์จากจีนยกทัพบุกตลาดไทย พร้อมกวาดส่วนแบ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แบบไม่ทันตั้งตัว

 

ท่ามกลางสมรภูมิ Red Ocean แห่งการแข่งขัน HER HYNESS กลับเอาชนะคู่แข่ง และสร้างยอดขายแตะหลักพันล้านได้ในปีนี้ การเติบโตอย่างมั่นคงของแบรนด์ เป็นผลลัพธ์จากกลยุทธ์ของ กัญญฉัชฌ์ เลิศธนไพบูลย์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ HER HYNESS ซึ่งสะสมประสบการณ์จากการทำงานในอุตสาหกรรมความงามกับ L’Oréal และ Estée Lauder ทั้งในไทย สิงคโปร์ และจีน และนี่คือสูตรลับที่เธอใช้เพื่อลงสนามในตลาดสกินแคร์ในเวลานี้

 

🎯กำหนดจุดยืนของแบรนด์ให้ชัดเจน

 

เคล็บลับแรกของกัญญฉัชฌ์ คือ ตั้งคำถามกับตัวเองก่อนว่า “เรากำลังสร้างแบรนด์แบบไหน และจะยืนตรงไหนในตลาด”

 

สำหรับ HER HYNESS เลือกตอบคำถามอย่างชัดเจนตั้งแต่วันแรก ด้วยการวางตำแหน่งแบรนด์เป็น ‘Clinically Proven Clean Beauty’ หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ปลอดภัย อ่อนโยน ผ่านการทดสอบทางคลินิก โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากปัญหาสุขภาพผิวของกัญญฉัชฌ์ในอดีต ที่เธอแพ้สกินแคร์หลายตัวอย่างรุนแรง จึงพัฒนาสกินแคร์ที่ทั้งปลอดภัยและเห็นผล เพื่อช่วยคนที่มีผิวบอบบางแบบเดียวกัน

 

🎯หาคู่แข่งให้เจอ

 

HER HYNESS ศึกษาว่าแบรนด์กำลังอยู่ในสนามไหน แข่งกับใคร และผู้บริโภคคาดหวังอะไรจากสินค้าประเภทเดียวกัน การเข้าใจบริบทของตลาดอย่างรอบด้าน ทำให้แบรนด์สามารถพัฒนาสินค้าที่แตกต่างและตรงใจผู้บริโภค แต่ขณะเดียวกัน กัญญฉัชฌ์เตือนว่า ต้องไม่หวั่นไหวไปกับเทรนด์ หรือคู่แข่ง จนเสียความเป็นตัวเองของแบรนด์ไป

 

🎯วางเกมยาว ปั้นแบรนด์ให้ยั่งยืน

 

กัญญฉัชฌ์แนะนำว่า หากอยากสร้างแบรนด์ที่ไม่ใช่แค่สร้างกระแส เติบโตในระยะสั้น และออกจากตลาดไป จะต้องวางกลยุทธ์ระยะยาว (Long-term Business Strategy) ที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด การดำเนินงาน ไปจนถึงการเงิน รวมถึงการเปิดตัว SKU ใหม่ ๆ ที่ไม่ได้มีแค่ความหลากหลาย แต่ต้อง ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อในรูปแบบที่ต่างกัน

 

🎯อย่ามองแต่ความสำเร็จของคนอื่น

 

โซเซียลมีเดียทำให้ทุกคนพบเจอความสำเร็จของคนอื่นง่าย ๆ กัญญฉัชฌ์ย้ำเตือนว่า อย่าหลงเชื่อว่าเส้นทางของทุกแบรนด์จะราบรื่นเหมือนภาพที่เห็น

 

เพราะเบื้องหลังทุกความสำเร็จ ล้วนเต็มไปด้วยการลองผิดลองถูก ความล้มเหลว และช่วงเวลาที่ท้าทาย สิ่งสำคัญคือ การไม่เอาความสำเร็จของคนอื่น มาตัดสินธุรกิจของตัวเองอย่างรวดเร็วและยอมแพ้ไปก่อน

 

หากคุณคือคนหนึ่งที่อยากสร้างแบรนด์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ไปเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของ กัญญฉัชฌ์ เลิศธนไพบูลย์ ผู้ก่อตั้ง HER HYNESS บนเวที The Secret Sauce Summit BKK 2025 วันที่ 16-17 กันยายนนี้!

The post HER HYNESS เอาชนะคู่แข่งอย่างไร ในสมรภูมิสกินแคร์เดือด appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้ไหมผิวหน้าก็มีจุลินทรีย์? รู้จัก ‘Skin Microbiome’ และการสร้างสมดุล ระบบนิเวศผิวจาก INGU [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/ingu-biome-skincare/ Wed, 09 Jul 2025 10:30:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1092940 ingu-biome-skincare

หลังจาก ‘INGU’ เปิดตัวแคมเปญ STOP SKINCARE OVERDOSE ไปเ […]

The post รู้ไหมผิวหน้าก็มีจุลินทรีย์? รู้จัก ‘Skin Microbiome’ และการสร้างสมดุล ระบบนิเวศผิวจาก INGU [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ingu-biome-skincare

หลังจาก ‘INGU’ เปิดตัวแคมเปญ STOP SKINCARE OVERDOSE ไปเมื่อปีที่แล้ว ก็กลายเป็นแบรนด์สกินแคร์ขวัญใจสายมินิมอลที่เชื่อในความเข้าใจผิวมากกว่าการใช้ ผลิตภัณฑ์มากเกินความจำเป็น

 

ปีนี้ INGU กลับมาอีกครั้งพร้อมเซตใหม่ที่อัปเกรดขึ้นจากสูตรเดิมอย่าง ‘INGU Essential Series +Biome Balance’ โฟกัสการดูแลผิวจากต้นตอของปัญหา ด้วยการฟื้นฟูและสร้างสมดุลของระบบนิเวศจุลินทรีย์บนผิวหน้า หรือที่เรียกว่า Skin Microbiome

 

แล้ว Skin Microbiome คืออะไร?

 

หลายคนคงรู้จักพรีไบโอติก โพรไบโอติก และโพสต์ไบโอติกในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อดูแลลำไส้กันมานาน แต่เชื่อไหมว่า สิ่งเหล่านี้สามารถใช้เป็นส่วนผสมสกินแคร์เพื่อดูแลจุลินทรีย์บนผิวหน้าได้เช่นเดียวกัน

 

INGU สกินแคร์ microbiome ปรับสมดุลผิวอย่างอ่อนโยน

 

เพราะในผิวของมนุษย์มีสิ่งที่เรียกว่า ‘Skin Microbiome’ หรือระบบนิเวศผิวที่มีจุลินทรีย์อาศัยอยู่เป็นล้านตัว ซึ่งมีบทบาทในการปกป้องผิวจากสิ่งแปลกปลอม ลดการอักเสบ และเสริมเกราะป้องกันตามธรรมชาติให้ผิวแข็งแรงจากภายใน

 

ปัญหาคือ หลายครั้งที่การดูแลผิวในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการล้างหน้าด้วยโฟมแรง ๆ การใช้โทนเนอร์ที่มีแอลกอฮอล์ หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารระคายเคือง  อาจทำลายสมดุลของ Skin Microbiome จนเกิดปัญหาผิวตามมาแบบไม่รู้ตัว

 

Biome Balance คืนสมดุลให้ผิวหน้า แก้ปัญหาผิวที่ต้นตอ

 

INGU มองว่าปัญหาผิวส่วนใหญ่จริง ๆ แล้วมีจุดร่วมเดียวกันคือ ‘ผิวเสียสมดุล’


ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้ง สิว ผื่น หรือแพ้ง่ายขึ้นเรื่อย ๆ ล้วนเกิดจากการที่ผิวขาดความแข็งแรงจากภายใน

 

INGU จึงเป็นแบรนด์ไทยแรก ๆ ที่พัฒนาสกินแคร์ที่มี Biome Balance สร้างความสมดุลของระบบนิเวศจุลินทรีย์บนผิว ด้วยส่วนผสมของพรีไบโอติก และโพสต์ไบโอติก

 

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ ‘INGU Essential Series +Biome Balance’ เซตผลิตภัณฑ์ 3 ขั้นตอนที่ออกแบบมาเพื่อดูแลผิวอย่างอ่อนโยน ตั้งแต่ล้าง บำรุง ไปจนถึงปกป้อง โดย การใช้ครบทั้ง 3 ขั้นตอนร่วมกัน จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการฟื้นฟูสมดุลผิวให้ค่อย ๆ กลับมาแข็งแรง โดยไม่ไปรบกวนจุลินทรีย์ดีที่ผิวต้องการ

 

INGU สกินแคร์ microbiome ปรับสมดุลผิวอย่างอ่อนโยน

 

ดูแลผิว 3 ขั้นตอนด้วย INGU Essential Series +Biome Balance

 

Step 1: ล้างผิวให้สะอาดโดยไม่ทำร้ายจุลินทรีย์ดี ด้วย ‘Hydrating Gentle Cleanser + Biome Balance’

 

คลีนเซอร์ล้างหน้าสูตรอ่อนโยน ทำความสะอาดได้ล้ำลึก แต่ยังคงความชุ่มชื้นให้กับผิว ล้างแล้วไม่ทำลายจุลินทรีย์ตัวดีบนผิวหน้า และช่วยให้ระบบนิเวศบนผิวหน้ามีความสมดุล แข็งแรงด้วย Prebiotic ที่เป็นอาหารของจุลินทรีย์ตัวดี และช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อที่เป็นสาเหตุของปัญหาสิว สร้างสมดุลให้แข็งแรง พร้อมเติมความชุ่มชื้นทันทีที่ล้างหน้า ด้วยส่วนผสมเด่น ๆ ได้แก่

 

INGU สกินแคร์ microbiome ปรับสมดุลผิวอย่างอ่อนโยน

 

  • Fermented Jasmine Rice สารสกัดจากข้าวหอมมะลิหมัก 30 วัน และนำมาเก็บกักในโมเลกุลนาโน เพื่อช่วยนำพาสารสกัดเข้าผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ผิวชุ่มชื้นและกระจ่างใสขึ้น
  • มีค่า pH 5.5 ใกล้เคียงกับเกราะป้องกันผิวมากที่สุด จะช่วยทำความสะอาดผิวได้โดยไม่รบกวนเกราะป้องกันผิว
  • คงความชุ่มชื้นยาวนานถึง 72 ชั่วโมง เพราะมี PENTAVITIN® ช่วยดึงน้ำเข้าสู่ผิว ทำให้คงความชุ่มชื้นให้ผิวยาวนาน

 

Step 2: เติมความชุ่มชื้นให้ผิวแข็งแรงจากภายใน ด้วย ‘Green Tea Calming Cream + Biome Balance’

 

มอยเจอร์ไรเซอร์ เติมความชุ่มชื้น และเสริมสมดุลจุลินทรีย์ผิว ช่วยลดการระคายเคือง และลดการอักเสบของผิวจากมลภาวะ พร้อมบำรุงล้ำลึกด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

 

INGU สกินแคร์ microbiome ปรับสมดุลผิวอย่างอ่อนโยน

 

  • Forest Green Tea สารสกัดจากชาอัสสัมอายุกว่า 200 ปี มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมการปกป้องผิวจากแสง UV และมลภาวะ
  • Ceramide Liposomes 2.0% เซราไมด์ 5 ชนิด ที่ช่วยเสริมไขมันดีในชั้นผิว ทำให้เกราะป้องกันผิวแข็งแรงและลดการสูญเสียน้ำออกจากผิว
  • Niacinamide 3.0% ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวและเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิว
  • Aquaxyl™ 1.5% ช่วยเพิ่มช่องทางการส่งน้ำเข้าผิว ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นยาวนาน

 

Step 3: ปกป้องผิวจากแสง UV พร้อมรักษาสมดุลผิว ด้วย ‘Super-Light Soothing Sunscreen SPF50 PA++++ +Biome Balance

 

กันแดดเนื้อบางเบาสำหรับผิวแพ้ง่าย ผ่านการทดสอบแบบ In-Vivo มีนวัตกรรมขนาดนาโนที่ห่อหุ้มและช่วยนำพาส่วนประกอบสำคัญของใบบัวบกเข้าสู่ผิว มี Prebiotic เป็นอาหารของจุลินทรีย์ตัวดี เสริมเกราะป้องกันผิว ช่วยยับยั้งแบคทีเรีย และรักษาสมดุลผิวให้แข็งแรงขึ้น

 

INGU สกินแคร์ microbiome ปรับสมดุลผิวอย่างอ่อนโยน

 

  • Encapsulated Cica สารสกัดจากใบบัวบก ช่วยต้านอนุมูลอิสระและปลอบประโลมผิวจากการอักเสบ
  • 7x Hybrid Filters 16.1% สารกันแดดผสมระหว่าง Physical และ Chemical ทั้งหมด 7 ตัว ช่วยปกป้องผิวจากแสง UV ได้อย่างครอบคลุม
  • Liposhield™HEV Melanin 0.2% เมลานินสังเคราะห์จากพืช ช่วยปกป้องผิวจากแสงสีฟ้าหรือ HEV ที่มาจากดวงอาทิตย์

 

ดูแลผิวให้ตรงจุด ด้วยความเข้าใจระบบนิเวศผิว

 

เพราะการใช้สกินแคร์ซ้ำ ๆ แต่ปัญหาผิวยังเหมือนเดิม นั่นหมายความว่า ต้นตอของปัญหายังไม่ถูกแก้ไข 

 

INGU Essential Series +Biome Balance จึงเป็นทางเลือกของคนที่อยากเริ่มต้นใหม่ด้วยการดูแลผิวอย่างอ่อนโยน แต่ตรงจุด เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวที่แพ้ง่ายและต้องการการฟื้นฟูระยะยาว

 

INGU สกินแคร์ microbiome ปรับสมดุลผิวอย่างอ่อนโยน

 

เริ่มต้นคืนสมดุลให้ผิว ด้วย INGU Essential Series +Biome Balance 3 ขั้นตอนง่าย ๆ ที่เข้าใจผิวอย่างแท้จริง

 

สำหรับใครที่อยากรู้ว่า Biome Balance คืออะไร และช่วยให้ผิวแข็งแรงอย่างไร มาดูคำตอบได้ใน TVC ตัวนี้เลย The Balanced Story | Microbiome เรื่องยากที่เข้าใจง่าย | INGU

 

สั่งซื้อสินค้าได้ที่

Shopee: https://th.shp.ee/2WZJHQa

Lazada: https://s.lazada.co.th/s.ycVeu

Tiktok Shop: https://vt.tiktok.com/ZSBMfwwFE/

Line Shopping: https://shop.line.me/@inguskin/product/1007457350

The post รู้ไหมผิวหน้าก็มีจุลินทรีย์? รู้จัก ‘Skin Microbiome’ และการสร้างสมดุล ระบบนิเวศผิวจาก INGU [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนไทย Gen Z ลงทุนผิว วัยทำงานเน้นสุขภาพ วัยกลางคนติด Derma Skincare วัตสันเผยเทรนด์สุขภาพ-ความงาม ‘คลิกก่อนนอน’ คือเวลาทองนักช้อปไทย https://thestandard.co/thai-gen-z-invests-in-skin-health/ Sun, 29 Jun 2025 05:15:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1090642

เมื่อพูดถึงการช้อปปิงออนไลน์ หลายคนอาจนึกถึงสงครามราคาแ […]

The post คนไทย Gen Z ลงทุนผิว วัยทำงานเน้นสุขภาพ วัยกลางคนติด Derma Skincare วัตสันเผยเทรนด์สุขภาพ-ความงาม ‘คลิกก่อนนอน’ คือเวลาทองนักช้อปไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อพูดถึงการช้อปปิงออนไลน์ หลายคนอาจนึกถึงสงครามราคาและโปรโมชันลดแหลก แต่ข้อมูลเชิงลึกล่าสุดจาก วัตสัน กลับเผยภาพที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น เมื่อเบื้องหลังตะกร้าของนักช้อปไทยไม่ได้มีแค่ของถูก แต่เต็มไปด้วยพฤติกรรมการดูแลตัวเองอย่างมีเป้าหมาย จนกลายเป็นภาพสะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่

 

ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจคือเรื่องสุขภาพและความงามได้กลายเป็นเส้นทางที่ผู้คนทุกวัยใส่ใจในรูปแบบที่ต่างกันออกไป เริ่มจากกลุ่ม Gen Z ที่มองการณ์ไกลและจริงจังกับการดูแลตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อย โดยมองว่าสกินแคร์และเครื่องสำอางคือ ‘การลงทุนเพื่ออนาคต’ ของตัวเอง ครอบคลุมทั้งเรื่องรูปลักษณ์และสุขภาพผิวที่ดีในระยะยาว

 

ขณะที่กลุ่มวัยทำงาน (21-45 ปี) จะมีแนวทางการดูแลตัวเองที่สมดุลรอบด้านมากขึ้น โดยให้ความสำคัญทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลและเครื่องสำอาง ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพจากภายใน ซึ่งเห็นได้ชัดจากการที่ 15% ของยอดซื้อในกลุ่มนี้เป็นสินค้าเพื่อสุขภาพและอาหารเสริม

 

ส่วนกลุ่มวัยกลางคน (46-55 ปี) จะยิ่งโฟกัสการดูแลผิวอย่างลึกซึ้งและไว้วางใจในผลิตภัณฑ์กลุ่ม ‘Derma Skincare’ เป็นพิเศษ

 

ท่ามกลางความต้องการที่หลากหลายในแต่ละช่วงวัย มีแบรนด์ที่สามารถครองใจนักช้อปได้สำเร็จในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น L’oreal, Cerave, In2it, Eucerin, Anessa ไปจนถึงสินค้าตราวัตสัน ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม

 

เมื่อส่องดูเทรนด์การค้นหายอดนิยมจะพบไอเทมที่คนไทยขาดไม่ได้ เริ่มจาก ‘กันแดด’ ที่ยืนหนึ่งในทุกสภาวะอากาศ ตามมาด้วย ‘ลิป’ ไอเทมที่ช่วยเติมความสดใสได้ทันทีในทุกๆ วัน

 

และที่น่าสนใจคือสินค้ากลุ่มป้องกันและดูแลสุขภาพยังคงติดอันดับต้นๆ จากความกังวลเรื่องโควิด-19 ที่กลับมาอีกครั้งในช่วงกลางปี 2025 นี้

 

พฤติกรรมการช้อปปิงก็มีช่วงเวลาทองซ่อนอยู่ โดยช่วงเวลาที่พีคที่สุดคือ ‘21.00 น.’ หรือสามทุ่มตรง ตอกย้ำเทรนด์ ‘ช้อปก่อนนอน’ ที่กลายเป็นช่วงเวลาส่วนตัวหลังเสร็จสิ้นภารกิจตลอดวัน เป็นโมเมนต์ผ่อนคลายที่ได้เลือกสรรของที่ใช่ในราคาที่ชอบอย่างสบายใจ

 

ส่วนแชมป์นักช้อปยังคงเป็นกรุงเทพมหานคร แต่จังหวัดรองลงมาอย่างนนทบุรี เชียงใหม่ และขอนแก่น ก็ไล่ตามมาติดๆ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าตลาดในหัวเมืองใหญ่กำลังเติบโตและมีกำลังซื้อที่แข็งแกร่งไม่แพ้เมืองหลวงเลยทีเดียว

 

นี่คือภาพสะท้อนของนักช้อปไทยยุคใหม่ ที่รู้จักตัวเอง รู้ใจ และรู้จักดูแลตัวเองมากขึ้น ทำให้สุขภาพ ความงาม และความคุ้มค่า ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่ได้หลอมรวมเป็นไลฟ์สไตล์และกลายเป็นหัวใจสำคัญของการช้อปปิงในยุคนี้

The post คนไทย Gen Z ลงทุนผิว วัยทำงานเน้นสุขภาพ วัยกลางคนติด Derma Skincare วัตสันเผยเทรนด์สุขภาพ-ความงาม ‘คลิกก่อนนอน’ คือเวลาทองนักช้อปไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
MGallery จับมือแบรนด์ฝรั่งเศส Typology เปิดตัวไลน์สกินแคร์วีแกน สะท้อนนิยามใหม่ของความหรูหราที่ยั่งยืน https://thestandard.co/life/mgallery-typology-vegan-skincare/ Sun, 22 Jun 2025 23:30:36 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1087779 mgallery-typology-vegan-skincare

MGallery คอลเล็กชันโรงแรมบูติกระดับโลก จับมือแบรนด์สกิน […]

The post MGallery จับมือแบรนด์ฝรั่งเศส Typology เปิดตัวไลน์สกินแคร์วีแกน สะท้อนนิยามใหม่ของความหรูหราที่ยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
mgallery-typology-vegan-skincare

MGallery คอลเล็กชันโรงแรมบูติกระดับโลก จับมือแบรนด์สกินแคร์ธรรมชาติจากฝรั่งเศสอย่าง ‘Typology’ เปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์วีแกนสุดหรูที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับแขกผู้เข้าพักในโรงแรม MGallery เท่านั้น สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันในนิยามใหม่ของความหรูหราที่ยั่งยืน

 

MGallery ร่วมกับ Typology เปิดตัวสกินแคร์วีแกนหรูเพื่อความยั่งยืน

 

Typology ก่อตั้งและผลิตที่กรุงปารีสในปี 2019 โดยยึดหลักการลดสิ่งที่ไม่จำเป็นในผลิตภัณฑ์ ใช้เฉพาะส่วนผสมสำคัญที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าดีต่อผิว ได้รับการรับรองจาก PETA และ B-Corp ในด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม 

 

แขกผู้เข้าพักจะได้สัมผัสกลิ่นหอมละมุนและความอ่อนโยนจากธรรมชาติจากชุดของใช้ในห้องน้ำใหม่นี้ที่ผลิตขึ้นโดยเฉพาะสำหรับ MGallery เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเจลอาบน้ำ แชมพู ครีมนวดผม สบู่ล้างมือ และโลชั่นบำรุงผิวกาย อุดมไปด้วยวิตามินอีและสารสกัดจากดอกคาเมลเลียที่ช่วยปลอบประโลมผิว เหมาะสำหรับผู้ใช้ทุกประเภท รวมถึงผู้ที่มีผิวบอบบาง และตัวผลิตภัณฑ์เองก็ยังได้รับการออกแบบให้สามารถรีฟิลได้อีกด้วย

 

MGallery ร่วมกับ Typology เปิดตัวสกินแคร์วีแกนหรูเพื่อความยั่งยืน

 

ผลิตภัณฑ์ชุดนี้จะเริ่มใช้งานครั้งแรกในโรงแรม MGallery แห่งใหม่สองแห่งใน Albania และ Biarritz ช่วงฤดูร้อนนี้ ก่อนจะทยอยเปิดตัวในโรงแรม MGallery มากกว่า 30 แห่งทั่วโลก เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าพักด้วยผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่ยั่งยืน ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

The post MGallery จับมือแบรนด์ฝรั่งเศส Typology เปิดตัวไลน์สกินแคร์วีแกน สะท้อนนิยามใหม่ของความหรูหราที่ยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
e.l.f. Beauty ทุ่มซื้อแบรนด์ rhode ของ Hailey Bieber ในดีลมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ https://thestandard.co/elf-beauty-acquires-haileys-rhode/ Thu, 29 May 2025 02:30:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1079803

วงการบิวตี้ฮือฮากับข่าวที่ e.l.f. Beauty ประกาศซื้อกิจก […]

The post e.l.f. Beauty ทุ่มซื้อแบรนด์ rhode ของ Hailey Bieber ในดีลมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วงการบิวตี้ฮือฮากับข่าวที่ e.l.f. Beauty ประกาศซื้อกิจการแบรนด์สกินแคร์ rhode ของ Hailey Bieber ในดีลมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นดีลที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ e.l.f. Beauty

 

ทางฝั่งของ Hailey Bieber เธอเปิดเผยว่าเธอจะยังคงดำรงตำแหน่ง Chief Creative Officer และ Head of Innovation ของ rhode ซึ่งจะมีบทบาทในการควบคุมงานสร้างสรรค์ นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และการตลาด พร้อมทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ของบริษัทต่อไป ส่วน e.l.f. Beauty จะให้การสนับสนุนแบรนด์และผลักดันวิสัยทัศน์ของแบรนด์ต่อไป

 

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะช่วยให้แบรนด์ได้เข้าสู่ตลาด Sephora สหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก โดย rhode จะประเดิมวางจำหน่ายในร้าน Sephora ทุกสาขาในสหรัฐฯ และแคนาดาในฤดูใบไม้ร่วง และขยายไปยังสหราชอาณาจักรภายในสิ้นปี สำหรับดีลนี้คาดว่าจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของทั้งสองแบรนด์และสร้างการเปลี่ยนแปลงใหม่ในอุตสาหกรรมบิวตี้อย่างต่อเนื่อง

 

ภาพ: rhode

อ้างอิง:

The post e.l.f. Beauty ทุ่มซื้อแบรนด์ rhode ของ Hailey Bieber ในดีลมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พีพี กฤษฏ์ และ บิวกิ้น พุฒิพงศ์ ชวนอัปลุคความงามกับเทรนด์ Natural Beauty ที่มาแรง https://thestandard.co/pp-krit-billkin-natural-beauty/ Thu, 29 May 2025 02:02:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1079764

บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล และ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร […]

The post พีพี กฤษฏ์ และ บิวกิ้น พุฒิพงศ์ ชวนอัปลุคความงามกับเทรนด์ Natural Beauty ที่มาแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>

บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล และ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร ในฐานะพรีเซนเตอร์ Oligio ปรากฏตัวในงาน The Way of Lift with Oligio เพื่อร่วมถ่ายทอดแนวคิดการสะท้อนตัวตนสู่ The Best Version ผ่านนวัตกรรมด้านความงามใหม่ที่ตอบโจทย์ลุคธรรมชาติกับเทรนด์ Natural Beauty ที่มาแรง

 

โดยในปี 2025 เทรนด์ความงามเน้น Personalized Beauty หรือการดูแลแบบเฉพาะบุคคล คำนึงถึงผิวพรรณ รูปร่าง หน้าตา อายุ รวมถึงไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ไม่เพียงเน้นผลลัพธ์ สวยหรือหล่อขึ้น แต่เป็นการทำให้เป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุด ซึ่งด้านของ พญ.วรนรี วินะยานุวัติคุณ กล่าวว่า ความงามของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การดูแลต้องออกแบบเฉพาะบุคคล สอดคล้องกับเทรนด์ The Ordinary Natural Look ที่เน้นการปรับปรุงให้ตรงจุด เสริมจุดเด่นเฉพาะตัว ให้ดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ปัญหาที่คนไทยปรึกษาบ่อย ได้แก่ ริ้วรอย รูขุมขนกว้าง รูปหน้าหย่อนคล้อย และไขมันส่วนเกินบริเวณใบหน้า ซึ่งการใช้เครื่องมือยกกระชับกระตุ้นคอลลาเจนจากผิวชั้นในจะช่วยให้ผิวกระชับและอ่อนเยาว์

 

จึงแนะนำให้ดูแลผิวด้วยสกินแคร์ที่เหมาะสม ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ เลือกหัตถการที่เหมาะกับปัญหาของแต่ละคน พร้อมปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ และดูแลสุขภาพกาย-ใจควบคู่กัน เพราะความงามไม่ใช่แค่เรื่องภายนอก แต่เป็นการดูแลสุขภาพโดยรวม ผู้บริโภคควรศึกษาข้อมูลก่อนเข้ารับบริการ เลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรอง เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับโปรแกรม Oligio ที่พีพีกับบิวกิ้นเป็นพรีเซนเตอร์นั้น ได้รับความนิยมทั้งในประเทศเกาหลีใต้และในไทยจนกลายเป็นกระแสร้อนแรง ด้วยเทคโนโลยีคลื่นวิทยุแบบขั้วเดี่ยวที่ลงลึกถึงชั้นไขมัน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างล้ำลึก ให้ผิวกระชับและดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

 

ภาพ: Courtesy of Brand

The post พีพี กฤษฏ์ และ บิวกิ้น พุฒิพงศ์ ชวนอัปลุคความงามกับเทรนด์ Natural Beauty ที่มาแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กินดี นอนดี ชีวิตแฮปปี้ แต่ทำไมผิวยังดูโทรมหมอง? https://thestandard.co/life/skin-health-lifestyle-factors-2025/ Tue, 13 May 2025 06:19:08 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1073647 skin-health-lifestyle-factors-2025

ทุกวันนี้ก็นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ การกินก็ใส่ใจดูแล ออกก […]

The post กินดี นอนดี ชีวิตแฮปปี้ แต่ทำไมผิวยังดูโทรมหมอง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
skin-health-lifestyle-factors-2025

ทุกวันนี้ก็นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ การกินก็ใส่ใจดูแล ออกกำลังกายสม่ำเสมอ สกินแคร์ก็ไม่เคยขาด แถมยังไม่มีเรื่องให้กังวลจนฮอร์โมนปั่นป่วน แต่ทำไมผิวถึงยังดูเหี่ยว โทรม หมองคล้ำ ไม่สดใสเอาเสียเลย? ความจริงก็คือ แม้ว่าคุณจะมีไลฟ์สไตล์ที่ดีแล้ว แต่บางครั้งปัจจัยภายนอก หรือความไม่สมดุลเล็กๆ น้อยๆ ในผิว ก็อาจเป็นสิ่งที่บดบังความเปล่งประกายตามธรรมชาติของผิวคุณได้ วันนี้เราเลยนำเช็กลิสต์การบำรุงผิวมาให้ลองสำรวจดูว่า คุณกำลังทำข้อไหนอยู่บ้าง 

 

ไม่ปรับสภาพผิวหลังล้างหน้า

 

หลังล้างหน้า แม้ผิวจะดูสะอาดหมดจด แต่สิ่งที่มักถูกมองข้ามคือ สมดุลตามธรรมชาติของผิวที่อาจเสียไป โทนเนอร์จึงเป็นปราการด่านแรกที่ขาดไม่ได้บนโต๊ะเครื่องแป้ง เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวในระดับเริ่มต้น ปรับสมดุลผิว และยังเป็นเหมือนปุ่มสวิตช์ที่ช่วยเปิดผิวให้พร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนถัดไปอย่างเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

Seohaesol Glow Repair Bakuchiol Toner Pad

 

Seohaesol Glow Repair Bakuchiol Toner Pad (1,650 บาท/60 แผ่น)

 

โทนเนอร์แพดที่รวมขั้นตอนโทนเนอร์ เอสเซนส์ และพรีเซรั่มไว้ในหนึ่งเดียว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ กระจ่างใสยิ่งขึ้น 

 

ละเลยการเติมน้ำให้ผิว 

 

‘ยิ่งแก่ทำไมผิวยิ่งดูแห้ง!? ยิ้มทีเห็นเป็นริ้ว’ เมื่ออายุมากขึ้น ผิวจะผลิตน้ำมันน้อยลง ทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลงจนส่งผลให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายขึ้น ดังนั้นให้นึกถึงคีย์เวิร์ด ‘Hydration’ ไว้ก่อน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ความชุ่มชื้นต้องห้ามขาด!

 

การเติมน้ำและความชุ่มชื้นให้ผิวจึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้คุณรับมือกับทุกปัญหาผิวที่จะตามมาได้อย่างดียิ่งขึ้น 

 

Jurlique Herbal Recovery Bi-Phase Serum (4,900 บาท/50 มล.) 

 

เซรั่ม Bi-phase ไซส์ใหม่ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างล้ำลึก และฟื้นฟูความเปล่งปลั่งตามธรรมชาติด้วยสูตรผสมใหม่จากสมุนไพร 4 ชนิด ‘The Jurlique Recovery Blend’

 

Jurlique Herbal Recovery Bi-Phase Serum

 

Dior Capture Day Creme (5,450 บาท/50 มล.)

 

เดย์ครีมที่ควรใช้หลังเซรั่มเพื่อล็อกความชุ่มชื้นอีกระดับ ฟื้นบำรุงให้ผิวดูอิ่มเอิบ ชุ่มชื้น เปล่งประกาย พร้อมฟื้นฟูริ้วรอยร่องลึกให้ดูตื้นขึ้น

 

Dior Capture Day Creme

 

ไม่ดูแลปัญหาผิวเฉพาะจุด

 

ลองสังเกตว่าปัญหาผิวที่ชัดเจนและกวนใจที่สุดคืออะไร หากเป็นความหมองคล้ำ วิตามินซี คือคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม แม้จะเป็นส่วนผสมที่ฟังดูธรรมดา แต่มันคือสารต้านอนุมูลอิสระชั้นยอดที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดเลือนจุดด่างดำ และเสริมเกราะป้องกันผิวจากมลภาวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

อย่างไรก็ตาม วิตามินซีมีหลายรูปแบบและเลือกที่เหมาะกับสภาพผิว เช่น L-Ascorbic Acid ที่ทรงพลังที่สุด แต่ค่อนข้างไม่เสถียร เสื่อมสภาพง่ายเมื่อสัมผัสกับแสงและอากาศ ในขณะที่อนุพันธ์ของวิตามินซี เช่น Magnesium Ascorbyl Phosphate หรือ Ascorbyl Glucoside มีความเสถียรมากกว่า อ่อนโยนต่อผิว แต่จะออกฤทธิ์ช้ากว่า 

 

Mesoestetic Aox Ferulic (4,900 บาท/30 มล.)

 

Mesoestetic Aox Ferulic (4,900 บาท/30 มล.)

 

วิตามินซีสูตรเข้มข้นพิเศษที่มาพร้อม 2 สารต้านอนุมูลอิสระใหม่อย่าง Glutathione 0.5% และ Astaxanthin 0.1% ที่ช่วยต้านอาการอักเสบและริ้วรอย ลดเลือนจุดด่างดำและปรับสภาพผิวที่หมองคล้ำให้ดูกระจ่างใสขึ้น

 

อีกหนึ่งส่วนผสมที่น่าจับตาคือ เรตินอล ซึ่งช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เร่งการผลัดเซลล์ผิว ให้ผิวเรียบเนียน ลดเลือนริ้วรอย ปรับโทนสีผิวดูสม่ำเสมอและกระจ่างใสยิ่งขึ้น

 

สำหรับมือใหม่แนะนำให้เริ่มจากความเข้มข้นต่ำ เช่น 0.25% หรือ 0.5% และใช้ในปริมาณเล็กน้อยเพียง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อให้ผิวได้ปรับตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

 

ข้อควรระวังในการใช้เรตินอล

 

  • หลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับกรดผลัดเซลล์ผิวอย่าง AHAs, BHAs หรือการสครับผิวในวันเดียวกัน
  • ถ้าใช้วิตามินซีควรแยกเป็น วิตามินซีในตอนเช้า และเรตินอลในตอนกลางคืนเพื่อป้องกันการระคายเคือง
  • หากมีผิวบอบบางหรือยังไม่แน่ใจ แนะนำปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนเริ่มใช้

 

Obagi Medical Retinol 0.5 (2,700 บาท/28 กรัม)

 

Obagi Medical Retinol 0.5 (2,700 บาท/28 กรัม) 

 

ครีมเรตินอลจากแบรนด์เวชสำอางหรูจากอเมริกาที่ได้รับการแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังด้วยคอนเซปต์ Medical-grade Skincare Solutions ช่วยลดเลือนริ้วรอยทั้งร่องลึกและร่องตื้น และยังกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิว 

 

ขี้เกียจบำรุงก่อนนอน 

 

เหนื่อยมาทั้งวัน พอตกดึกก็อยากทิ้งตัวลงเตียง เราเข้าใจความรู้สึกนี้ดี แต่ความจริงแล้ว ช่วงเวลาที่คุณหลับคือ ‘โอกาสทอง’ ของผิว เพราะระบบในร่างกายจะกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติ ทั้งการฟื้นฟูเซลล์ใหม่และการซ่อมแซมความเสียหายจากสารพันสิ่งที่เผชิญมาตลอดวัน

 

ลองฮึบสักนิด ให้เวลากับการบำรุงผิวก่อนนอนด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ แล้วคุณจะรู้สึกแฮปปี้ทุกเช้าเมื่อตื่นขึ้นมาเจอกับผิวที่ดูสดใส อิ่มเอิบ เปล่งปลั่งกว่าที่เคย

 

Caudalie Premier Cru The Cream (4,570 บาท/50 มล.)

 

Caudalie Premier Cru The Cream (4,570 บาท/50 มล.)

 

มอยส์เจอไรเซอร์ต้านริ้วรอยสูตรใหม่ที่ผสานสิทธิบัตร Caudalie x Harvard Longevity ช่วยปรับผิวอิ่มฟูอย่างเห็นได้ชัด จัดการกับริ้วรอย จุดด่างดำ และความยืดหยุ่นผิว สามารถใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน 

 

อยู่บ้านเลยไม่ทากันแดด

 

หลายคนมักคิดว่าอยู่แต่ในบ้าน ไม่เจอแดด จึงไม่จำเป็นต้องทาครีมกันแดด แต่ที่จริงแล้วรังสี UVA สามารถเล็ดลอดผ่านกระจกและเข้าถึงผิวเราได้ในทุกที่ที่มีแสงแดดเข้าถึง 

 

นอกจากนี้ใครที่ใช้ชีวิตติดจอเป็นประจำ การทาครีมกันแดดยิ่งสำคัญ เพราะแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นตัวการกระตุ้นอนุมูลอิสระ ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพผิวในระยะยาวได้เช่นกัน

 

Shiseido Perfect Sun Protector SPF50+ PA++++ (1,750 บาท/50 มล.)

 

Shiseido Perfect Sun Protector SPF50+ PA++++ (1,750 บาท/50 มล.)

 

กันแดดในตำนานที่ผสานเทคโนโลยีใหม่ SynchroShieldRepair™ เพิ่มประสิทธิภาพการปกป้องผิวอีกขั้นเมื่อสัมผัสความร้อน แสงแดด น้ำ และเหงื่อ ปกป้องผิวจากรังสี UVA/UVB ฝุ่นละอองขนาดเล็ก รวมถึงแสงสีฟ้า 

 

ล้างหน้าแบบรีบๆ

 

ความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งวันอาจทำให้คุณล้างหน้าอย่างเร่งรีบจนมองไม่เห็นสิ่งสกปรกที่ติดค้างบนผิว ไม่ว่าจะเป็นคราบเมกอัพ ครีมกันแดด ฝุ่น และมลภาวะที่เผชิญมาระหว่างวัน ซึ่งการล้างหน้าที่ไม่สะอาดอาจทำให้เกิดสิวอุดตัน ผิวหมองคล้ำ และริ้วรอยก่อนวัยได้ 

 

แนะนำให้ล้างหน้าสองขั้นตอน (Double Cleanse) เริ่มต้นด้วยการใช้คลีนซิ่งชนิดที่ละลายเมกอัพและครีมกันแดดได้ดี เช่น บาล์มหรือออยล์ จากนั้นตามด้วยคลีนซิ่งเนื้อเบาอย่างเจลหรือโฟม เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่หลงเหลืออยู่

 

Allies of Skin Vitamin C & Omegas Cleansing Balm (1,950 บาท/100 มล.)

 

Allies of Skin Vitamin C & Omegas Cleansing Balm (1,950 บาท/100 มล.)

 

คลีนซิ่งบาล์มที่เหมาะสำหรับทุกสภาพผิวแม้ผิวแพ้ง่าย ให้ทั้งการทำความสะอาดพร้อมบำรุงให้ผิวชุ่มชื้นด้วยวิตามินซี อี และส่วนผสมจากน้ำมัน 8 ชนิด 

 

ไม่ผลัดเซลล์ผิว


โดยธรรมชาติแล้ว ผิวของเราจะผลัดเซลล์เก่าที่ตายแล้วทุกๆ 28 วันในช่วงวัย 20-30 ปี แต่เมื่ออายุมากขึ้น เจอมลภาวะ และการดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม กลไกนี้จะช้าลง ทำให้เซลล์ที่ตายแล้วสะสมบนผิวเกิดเป็นปัญหาผิวหมองคล้ำ หยาบกร้าน และรูขุมขนอุดตันได้ง่ายขึ้น 

 

การช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญที่ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ 

 

แนะนำให้เลือกสูตรของผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่เหมาะกับสภาพผิว อย่าง AHAs เช่น กรดไกลโคลิก สำหรับผิวธรรมดาถึงผิวมัน หรือ PHAs ซึ่งเป็นกรดที่อ่อนโยนกว่า เหมาะกับผิวบอบบางหรือผิวแพ้ง่าย 

 

ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แนะนำให้เริ่มต้นใช้ด้วยเปอร์เซ็นต์ความเข้มข้นต่ำ ใช้ทีละน้อย หรือปรึกษาแพทย์ผิวหนังหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มใช้

 

KraveBeauty Kale-Lalu-Yaha Gentle AHA Exfoliator (1,100 บาท/200 มล.)

 

KraveBeauty Kale-Lalu-Yaha Gentle AHA Exfoliator (1,100 บาท/200 มล.)

 

ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวสูตรอ่อนโยนด้วยส่วนผสมจากกรดไกลโคลิก 5.25% กรดไฮยาลูรอนิก และผักเคลที่อุดมไปด้วยวิตามิน ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน ลดเลือนเม็ดสี เผยผิวสุขภาพดีและเปล่งปลั่ง

 

หมายเหตุ:

 

ผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล ควรทดสอบผลิตภัณฑ์ก่อนใช้งาน และหากมีอาการแพ้หรือระคายเคือง ควรหยุดใช้และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

 

อ้างอิง: 

The post กินดี นอนดี ชีวิตแฮปปี้ แต่ทำไมผิวยังดูโทรมหมอง? appeared first on THE STANDARD.

]]>