Sheikh Hasina Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/sheikh-hasina/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 18 Feb 2026 05:28:18 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 รู้จัก ‘ทาริก ราห์มาน’ นายกฯ บังกลาเทศคนใหม่ ผู้ชนะเลือกตั้ง หลังลี้ภัยนาน 17 ปี https://thestandard.co/tarique-rahman-bangladesh-pm/ Wed, 18 Feb 2026 05:28:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1179649 ภาพ ทาริก ราห์มาน นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของบังกลาเทศ ผู้ชนะเลือกตั้งหลังลี้ภัย 17 ปี

ทาริก ราห์มาน (Tarique Rahman) ผู้นำพรรคชาตินิยมบังกลาเ […]

The post รู้จัก ‘ทาริก ราห์มาน’ นายกฯ บังกลาเทศคนใหม่ ผู้ชนะเลือกตั้ง หลังลี้ภัยนาน 17 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ ทาริก ราห์มาน นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของบังกลาเทศ ผู้ชนะเลือกตั้งหลังลี้ภัย 17 ปี

ทาริก ราห์มาน (Tarique Rahman) ผู้นำพรรคชาตินิยมบังกลาเทศ (BNP) วัย 60 ปี สาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของบังกลาเทศอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ หลังจากพรรค BNP คว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก นับตั้งแต่การลุกฮือของนักศึกษาในปี 2024 ที่ขับไล่อดีตผู้นำเผด็จการอย่าง ชีค ฮาสินา ออกจากอำนาจ

 

พรรค BNP ของเขาชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้น โดยกวาดที่นั่งไปได้อย่างน้อย 212 ที่นั่งจากทั้งหมด 299 เขตเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นเสียงข้างมากเกิน 2 ใน 3 ในสภา ขณะที่พรรคอวามีลีก (Awami League) ของอดีตนายกฯ ฮาสินา ถูกสั่งห้ามเข้าร่วมการเลือกตั้งครั้งนี้

 

ทาริก ราห์มาน คือใคร

 

ราห์มาน เป็นผู้นำตระกูล Zia ซึ่งทรงอิทธิพลอย่างมากในบังกลาเทศ ทั้งพ่อและแม่ของเขาต่างเคยดำรงตำแหน่งอดีตผู้นำบังกลาเทศ โดย เซียอุร ราห์มาน ผู้เป็นพ่อ เคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 6 ของบังกลาเทศ อีกทั้งยังเป็นวีรบุรุษสงครามในศึกประกาศอิสรภาพจากปากีสถาน ในปี 1971 และเป็นผู้ก่อตั้ง พรรค BNP ในปี 1978

 

ขณะที่ คาเลดา เซีย ผู้เป็นแม่ เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของบังกลาเทศ และเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่สองของโลกมุสลิม ต่อจาก เบนาซีร์ บุตโต นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของปากีสถาน

 

ราห์มานเพิ่งเดินทางกลับบังกลาเทศ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2025 หลังลี้ภัยทางการเมืองในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักรนานถึง 17 ปี ก่อนที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำพรรค BNP อย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2026 หลังการเสียชีวิตของคาเลดา เซีย

 

เส้นทางการเมืองของเขาไม่ได้ราบรื่นมากนัก เขาเคยถูกกล่าวหาเรื่องการทุจริต การใช้เส้นสาย (Nepotism) และการเล่นพรรคเล่นพวกจากคู่แข่งทางการเมือง ซึ่งเขาปฏิเสธและต่อมาได้รับการล้างมลทินจากทุกข้อกล่าวหา

 

วาระการปฏิรูปบังกลาเทศ: ความคาดหวังและความท้าทาย

 

รัฐบาลชุดใหม่มีหน้าที่สำคัญในการนำ ‘กฎบัตรแห่งชาติเดือนกรกฎาคม’ (July National Charter) ไปปฏิบัติ ซึ่งประกอบด้วยการปฏิรูปกว่า 80 รายการ โดยกฎบัตรนี้ผ่านการลงประชามติ ซึ่งจัดขึ้นพร้อมกับการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเสียงสนับสนุนกว่า 60%

 

ในเนื้อหาการปฏิรูปนั้น มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ซึ่งรวมถึงการกำหนดวาระการดำรงตำแหน่ง การใช้ระบบรัฐสภาสองสภา (Two-Chamber Parliament) และการจำกัดอำนาจพรรครัฐบาลในการแก้ไขกฎหมายฝ่ายเดียว

 

ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นกำลังหลักในการลุกฮือเมื่อปี 2024 คาดหวังความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ และต้องการเห็นนักการเมืองหน้าใหม่ๆ ในสภาที่มีความรู้ความสามารถ

 

นักวิเคราะห์มองว่า ความท้าทายที่แท้จริงคือ ราห์มานจะสามารถก้าวข้ามบทบาท ‘ผู้นำพรรค’ ไปสู่การเป็น ‘ผู้นำประเทศ’ และยุติวงจรการแก้แค้นทางการเมืองที่ฝังรากลึกในบังกลาเทศได้หรือไม่

 

โดยพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง มีตัวแทนระดับสูงจากต่างประเทศเข้าร่วม รวมถึงรัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถานและประธานรัฐสภาอินเดีย แสดงให้เห็นถึงความสนใจจากนานาชาติต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

 

การขึ้นสู่อำนาจของราห์มาน จึงถือเป็น ‘จุดเปลี่ยนสำคัญ’ หลังช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายและการปกครองโดยรัฐบาลชั่วคราวเป็นเวลานานถึง 18 เดือน โดยมีโจทย์ใหญ่คือ การปฏิรูปประเทศตามความต้องการของประชาชนชาวบังกลาเทศ

 

แฟ้มภาพ: Elke Scholiers / Getty Images

 

อ้างอิง:

The post รู้จัก ‘ทาริก ราห์มาน’ นายกฯ บังกลาเทศคนใหม่ ผู้ชนะเลือกตั้ง หลังลี้ภัยนาน 17 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลเลือกตั้งบังกลาเทศ พรรคฝ่ายค้าน BNP จ่อคว้าชัยถล่มทลาย ให้คำมั่นกวาดล้างคอร์รัปชันครั้งใหญ่ https://thestandard.co/bangladesh-bnp-election-win-corruption/ Fri, 13 Feb 2026 03:53:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1178079 ประชาชนชาวบังกลาเทศ ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง

พรรคชาตินิยมบังกลาเทศ หรือพรรค BNP (Bangladesh National […]

The post ผลเลือกตั้งบังกลาเทศ พรรคฝ่ายค้าน BNP จ่อคว้าชัยถล่มทลาย ให้คำมั่นกวาดล้างคอร์รัปชันครั้งใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชาชนชาวบังกลาเทศ ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง

พรรคชาตินิยมบังกลาเทศ หรือพรรค BNP (Bangladesh Nationalist Party) อดีตพรรคฝ่ายค้านหลักของบังกลาเทศ ประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปที่จัดขึ้นวานนี้ (12 กุมภาพันธ์) หลังผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการบ่งชี้ว่าพรรคอาจชนะอย่างถล่มทลาย

 

รายงานล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. จากสื่อท้องถิ่นหลายสำนักชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่าพรรค BNP สามารถคว้าชัยชนะและครองที่นั่ง สส. เสียงข้างมาก โดย Jamuna TV ระบุว่าพรรค BNP ชนะเลือกตั้งด้วยจำนวน สส. มากถึง 211 ที่นั่ง ซึ่งจะส่งผลให้ครองเสียงข้างมากกว่า 2 ใน 3 ของสภาผู้แทนราษฎรที่มีทั้งหมด 300 ที่นั่ง ในขณะที่พรรคคู่แข่ง คือพรรคจามาอัต-อี-อิสลามี (Jamaat-e-Islami) ได้ สส. ราว 70 ที่นั่ง

 

การเลือกตั้งของบังกลาเทศครั้งนี้เป็นที่จับตามองจากทั่วโลก เนื่องจากจัดขึ้นเป็นครั้งแรกภายหลังเกิดเหตุการณ์ประท้วงใหญ่ในปี 2024 ที่นำโดยกลุ่มนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ หรือกลุ่ม Gen Z ซึ่งส่งผลให้เกิดการโค่นล้มนายกรัฐมนตรีชีค ฮาสินา ผู้นำเผด็จการหญิงที่ครองอำนาจยาวนานกว่า 15 ปี จนต้องลี้ภัยไปยังอินเดีย ขณะที่พรรค Awami League ของฮาสินา ถูกห้ามไม่ให้ลงสมัครเลือกตั้งในครั้งนี้

 

ทั้งนี้ หากพรรค BNP คว้าชัยชนะ อาจจะส่งผลให้ทาริก ราห์มาน (Tarique Rahman) ผู้นำพรรควัย 60 ปี ซึ่งบิดาและมารดาเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ได้กลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของบังกลาเทศ โดยถือเป็นการกลับมามีบทบาททางการเมืองครั้งสำคัญ หลังจากที่เขาต้องลี้ภัยไปยังลอนดอนนานถึง 17 ปี ตั้งแต่ปี 2008 เนื่องจากเผชิญแรงกดดันจากการถูกสอบสวนในหลายคดีอาญา ในยุครัฐบาลของฮาสินา โดยเขาเพิ่งเดินทางกลับบังกลาเทศเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ก่อนการเสียชีวิตของมารดาเพียงไม่กี่วัน

 

ทั้งนี้ นโยบายสำคัญที่ราห์มาน ให้คำมั่นที่จะเร่งดำเนินการหากได้รับตำแหน่ง มีทั้งการฟื้นฟูกฎหมายและความสงบเรียบร้อย การสร้างโครงสร้างพื้นฐานและระบบดูแลสุขภาพประชาชนขึ้นใหม่

 

นอกจากนี้เขายังประกาศคำสัญญาในการปราบปรามการทุจริตครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับพรรคการเมืองที่เคยแปดเปื้อนด้วยการทุจริตในอดีต โดยราห์มานยืนยันว่า จะใช้แนวทางจากบนลงล่าง และไม่ยอมประนีประนอมกับการทุจริต เพื่อนำมาซึ่งยุคใหม่ของการเมืองที่ขาวสะอาดในบังกลาเทศ

 

สำหรับการเลือกตั้งของบังกลาเทศครั้งนี้ เบื้องต้นสื่อท้องถิ่นรายงานว่ามีประชาชนออกมาใช้สิทธิมากกว่า 60% ของผู้มีสิทธิลงคะแนนทั้งหมด ซึ่งมากกว่าในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อปี 2024 ที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิ 42%

 

ทางด้านอดีตนายกรัฐมนตรีฮาสินา ที่อยู่ระหว่างลี้ภัยในอินเดีย ออกแถลงการณ์ภายหลังปิดหีบเลือกตั้งวานนี้ โดยประณามการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าเป็นเพียง ‘เรื่องตลกที่วางแผนมาอย่างดี’ เพราะจัดขึ้นโดยปราศจากพรรค Awami League ของเธอ และไม่มีการมีส่วนร่วมของผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างแท้จริง ซึ่งเธอกล่าวว่าผู้สนับสนุนพรรค Awami League ปฏิเสธกระบวนการเลือกตั้งครั้งนี้

 

“เราเรียกร้องให้ยกเลิกการเลือกตั้งที่ปราศจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผิดกฎหมาย และขัดต่อรัฐธรรมนูญนี้ ยกเลิกการระงับกิจกรรมของพรรค Awami League และคืนสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งให้แก่ประชาชนผ่านการจัดการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรม และครอบคลุม ภายใต้รัฐบาลรักษาการที่เป็นกลาง” เธอกล่าว

 

ภาพ : REUTERS/Mohammad Ponir Hossain

 

อ้างอิง :

The post ผลเลือกตั้งบังกลาเทศ พรรคฝ่ายค้าน BNP จ่อคว้าชัยถล่มทลาย ให้คำมั่นกวาดล้างคอร์รัปชันครั้งใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชาชนบังกลาเทศแห่ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรก หลังการประท้วง Gen Z โค่นผู้นำเผด็จการ https://thestandard.co/bangladesh-election-gen-z-revolution/ Thu, 12 Feb 2026 04:20:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1177679 ภาพประชาชน บังกลาเทศ ต่อแถวใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรก หลังการประท้วงของ Gen Z โค่นผู้นำเผด็จการ

ประชาชนบังกลาเทศพากันออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งทั่วไ […]

The post ประชาชนบังกลาเทศแห่ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรก หลังการประท้วง Gen Z โค่นผู้นำเผด็จการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประชาชน บังกลาเทศ ต่อแถวใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรก หลังการประท้วงของ Gen Z โค่นผู้นำเผด็จการ

ประชาชนบังกลาเทศพากันออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งทั่วไปที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดการประท้วงที่นำโดยกลุ่มนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ หรือกลุ่ม Gen Z ในปี 2024 ที่ส่งผลให้เกิดการโค่นล้มนายกรัฐมนตรีชีค ฮาสินา ผู้นำเผด็จการที่ครองอำนาจยาวนานกว่า 15 ปี จนต้องลี้ภัยไปยังอินเดีย

 

การเลือกตั้งครั้งนี้ นับเป็นการกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยอีกครั้ง ท่ามกลางความหวังของชาวบังกลาเทศ โดยนอกจากการเลือกตั้งรัฐบาลใหม่แล้ว ยังมีการลงคะแนนประชามติพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย

 

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการชิงชัยระหว่าง 2 พรรคการเมืองที่นำโดยพรรคชาตินิยมบังกลาเทศ (BNP) และพรรคจามาอัต อี อิสลามี (Jamaat‑e‑Islami) พรรคการเมืองอิสลามที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยพรรค Awami League ของฮาซินา ถูกห้ามไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนชี้ว่า พรรค BNP ได้รับความนิยมมากกว่า

 

เบื้องต้นพบว่ามีชาวบังกลาเทศลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งเกือบ 128 ล้านคน โดยบรรยากาศการลงคะแนนในกรุงธากา พบว่ามีประชาชนออกมาต่อแถวรอใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งกันอย่างคึกคักหลังจากเปิดหีบตั้งแต่เวลา 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น

 

ผู้ใช้สิทธิหลายคนเผยว่า “รู้สึกตื่นเต้นหลังจากที่รอคอยการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งอย่างเสรีมาถึง 17 ปี” ขณะที่ผลสำรวจชี้ว่าปัญหาการทุจริตและภาวะเงินเฟ้อเป็นประเด็นสำคัญที่สุดในการตัดสินใจลงคะแนน

 

มูฮัมหมัด ยูนุส ผู้ชนะรางวัลโนเบลและผู้นำรัฐบาลรักษาการที่จัดตั้งขึ้นหลังการโค่นล้มฮาสินา กล่าวก่อนหน้านี้ว่า “การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือกตั้งตามปกติ”

 

“การตื่นตัวของประชาชนที่เราได้เห็นต่อความโกรธ ความไม่เท่าเทียม ความขาดแคลน และความอยุติธรรมที่สะสมมานาน ได้รับการแสดงออกทางรัฐธรรมนูญในการเลือกตั้งครั้งนี้”

 

โดยการเลือกตั้งที่ผ่านมา ถูกคว่ำบาตรจากฝ่ายค้านท่ามกลางข้อครหาถึงความไม่โปร่งใสและมีการข่มขู่คุกคาม

 

ขณะที่การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.มากกว่า 2,000 คน รวมถึงผู้สมัครอิสระจำนวนมาก เพื่อชิงเก้าอี้ สส. 300 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร และมีพรรคการเมืองเข้าร่วมแข่งขันอย่างน้อย 50 พรรค ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของประเทศ

 

โดยทหารกว่า 100,000 นายจากกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ จะให้ความช่วยเหลือตำรวจเกือบ 200,000 นายในการรักษาความสงบเรียบร้อย

 

หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศจะปิดหีบในเวลา 16.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนจะเริ่มการนับคะแนนหลังจากนั้นไม่นาน โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งประเมินว่า น่าจะทราบแนวโน้มผลการเลือกตั้งเบื้องต้นช่วงประมาณเที่ยงคืน ส่วนผลการเลือกตั้งที่ชัดเจนอาจจะทราบในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ (13 กุมภาพันธ์)

 

ภาพประชาชน บังกลาเทศ ต่อแถวใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรก หลังการประท้วงของ Gen Z โค่นผู้นำเผด็จการ 1ภาพประชาชน บังกลาเทศ ต่อแถวใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรก หลังการประท้วงของ Gen Z โค่นผู้นำเผด็จการ 2ภาพประชาชน บังกลาเทศ ต่อแถวใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรก หลังการประท้วงของ Gen Z โค่นผู้นำเผด็จการ 3ภาพประชาชน บังกลาเทศ ต่อแถวใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรก หลังการประท้วงของ Gen Z โค่นผู้นำเผด็จการ 4ภาพประชาชน บังกลาเทศ ต่อแถวใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรก หลังการประท้วงของ Gen Z โค่นผู้นำเผด็จการ 5ภาพประชาชน บังกลาเทศ ต่อแถวใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรก หลังการประท้วงของ Gen Z โค่นผู้นำเผด็จการ 6ภาพประชาชน บังกลาเทศ ต่อแถวใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรก หลังการประท้วงของ Gen Z โค่นผู้นำเผด็จการ 7

 

อ้างอิง :

 

The post ประชาชนบังกลาเทศแห่ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรก หลังการประท้วง Gen Z โค่นผู้นำเผด็จการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บังกลาเทศตัดสินประหารชีวิต ชีค ฮาซินา ชี้ก่อความผิดฐาน ‘อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ’ https://thestandard.co/bangladesh-sheikh-hasina-death-sentence/ Mon, 17 Nov 2025 09:51:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1144185 บังกลาเทศตัดสินประหารชีวิต ชีค ฮาซินา ชี้ก่อความผิดฐาน ‘อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ’

บังกลาเทศตัดสินประหารชีวิต ชีค ฮาซินา (Sheikh Hasina) อ […]

The post บังกลาเทศตัดสินประหารชีวิต ชีค ฮาซินา ชี้ก่อความผิดฐาน ‘อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บังกลาเทศตัดสินประหารชีวิต ชีค ฮาซินา ชี้ก่อความผิดฐาน ‘อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ’

บังกลาเทศตัดสินประหารชีวิต ชีค ฮาซินา (Sheikh Hasina) อดีตนายกรัฐมนตรีหญิง ชี้ก่อความผิดฐาน ‘อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ’ (Crime Against Humanity) จากปมปราบปรามการประท้วงของนักศึกษาที่ออกมาต่อต้าน

 

การพิจารณาคดีครั้งนี้เกิดขึ้นวันนี้ (17 ตุลาคม) ที่ศาลอาญาระหว่างประเทศบังกลาเทศ (International Crimes Tribunal: ICT) โดยเป็นกระบวนการลับและใช้เวลายาวนานหลายชั่วโมง ประกอบด้วยคณะตุลาการ 3 คน ซึ่งผลการตัดสินออกมาว่า ฮาซินาต้องโทษประหารชีวิต และมีความผิดฐานอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ประกอบด้วยความผิด 3 กระทง ได้แก่ การสั่งให้โดรน เฮลิคอปเตอร์ และอาวุธสังหารผู้ประท้วง 12 คน, การปลุกปั่นต่อต้านผู้ประท้วง และการล้มเหลวในการป้องกันการทารุณและลงโทษผู้กระทำผิด

 

ศาลให้เหตุผลว่า ฮาซินาต้องรับผิดชอบต่อการยุยงปลุกปั่นต่อการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมหลายร้อยครึ่ง พร้อมทั้งยังออกคำสั่งให้กำจัดนักศึกษาที่ออกมาประท้วงอย่างเป็น ‘ระบบ’ ซึ่งมีหลักฐานประกอบการพิจารณาคดี ได้แก่ เอกสาร 14 เล่ม มีจำนวนหน้าทั้งสิ้น 1 หมื่นหน้า, รายงานทั้งในและนอกประเทศ, บันทึกทางการแพทย์, แฟ้มชันสูตรพลิกศพ, ตารางการบิน ภาพจากสื่อ และพยานมากกว่า 80 ชีวิต

 

แม้คำตัดสินครั้งนี้ถือเป็นก้าวใหม่ของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในบังกลาเทศ แต่ฮาซินาที่กำลังลี้ภัยในอินเดียระบุกับ NDTV ว่า เธอไม่สนใจข้อมูลปลอม พร้อมขอให้กลุ่มผู้สนับสนุนอย่ากังวลกับเหตุการณ์ครั้งนี้

 

“ปล่อยให้พวกเขาตัดสินไปเถอะ ฉันไม่สนใจหรอก พระเจ้าให้ชีวิตฉันมา พระเจ้าจะเป็นผู้พรากมันไป แต่ฉันจะยังทำงานเพื่อประชาชนของประเทศฉันต่อไป ฉันสูญเสียทั้งพ่อแม่ พี่น้อง และพวกเขายังเผาบ้านของฉันด้วย” อดีตผู้นำกล่าว

 

ขณะที่ ซาจิบ วาเซด (Sajeeb Wazed) บุตรชายฮาซินา และที่ปรึกษารัฐบาล ออกแถลงการณ์กับคำตัดสินในครั้งนี้ว่า เขารู้ดีที่แม่ของตนจะถูกตัดสินประหารชีวิต แต่เธอจะปลอดภัยในอินเดีย ซึ่งได้รับการคุ้มกันเป็นอย่างดี

 

แฟ้มภาพ: Sk Hasan Ali / Shutterstock

 

อ้างอิง:

The post บังกลาเทศตัดสินประหารชีวิต ชีค ฮาซินา ชี้ก่อความผิดฐาน ‘อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชีค ฮาสินา จาก ‘ไอคอนประชาธิปไตย’ สู่ ‘ผู้นำเผด็จการ’ ที่ชาวบังกลาเทศขับไล่ https://thestandard.co/sheikh-hasina-from-democracy-icon-to-dictator/ Wed, 07 Aug 2024 04:24:04 +0000 https://thestandard.co/?p=968224

ชีค ฮาสินา นายกรัฐมนตรีหญิงแห่งบังกลาเทศที่ดำรงตำแหน่งย […]

The post ชีค ฮาสินา จาก ‘ไอคอนประชาธิปไตย’ สู่ ‘ผู้นำเผด็จการ’ ที่ชาวบังกลาเทศขับไล่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ชีค ฮาสินา นายกรัฐมนตรีหญิงแห่งบังกลาเทศที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ ลาออกจากตำแหน่งและขึ้นเครื่องบินลี้ภัยออกนอกประเทศไปยังอินเดียอย่างกะทันหันเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม สิ้นสุดการครองอำนาจยาวนานรวม 20 ปี ท่ามกลางการประท้วงโค่นล้มรัฐบาลที่ทวีความรุนแรง คร่าชีวิตประชาชนไปเกือบ 300 คน ในขณะที่ผู้ประท้วงหลายพันคนบุกเข้าไปภายในบ้านพักของเธอในกรุงธากา

 

การลี้ภัยของฮาสินาเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ประท้วงใหญ่ นำโดยกลุ่มนักศึกษาที่ปะทุขึ้นตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีชนวนเหตุจากความไม่พอใจต่อระบบโควตาตำแหน่งงานในรัฐบาลที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งสถานการณ์ประท้วงลุกลามเป็นความรุนแรง และเกิดการปะทะระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับกองกำลังรักษาความมั่นคง

 

วิกฤตต่างๆ ที่พาเธอมาถึงจุดสิ้นสุดของอำนาจเกิดขึ้นเพราะอะไร จากนักการเมืองหญิงที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับการยกย่องเป็น ‘ไอคอนประชาธิปไตย’ ของชาวบังกลาเทศ แต่มาวันนี้ถูกประณามว่าเป็น ‘เผด็จการ’ ที่ผู้คนต่างเกลียดชัง

 

เส้นทางสู่อำนาจ

 

ฮาสินาเกิดในครอบครัวมุสลิมในเบงกอลตะวันออกในปี 1947 โดยมีบิดาคือ ชีค มูจิบูร์ เราะห์มาน (Sheikh Mujibur Rahman) อดีตประธานาธิบดีคนแรกของบังกลาเทศ ผู้ได้รับการยกย่องเป็น ‘บิดาแห่งชาติ (Father of the Nation)’ จากการนำประเทศประกาศเอกราชจากปากีสถานในปี 1971

 

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นบุตรสาวของอดีตผู้นำ แต่ชีวิตในเส้นทางการเมืองของฮาสินา อาจเรียกได้ว่าถูกขับเคลื่อนด้วยโศกนาฏกรรม โดยในปี 1975 ขณะที่เธออายุได้ 28 ปี บิดามารดาของเธอและพี่น้องอีก 3 คน รวมถึงคนรับใช้ในบ้านรวมทั้งหมด 18 ชีวิต ถูกกองกำลังทหารบุกเข้าไปในบ้าน และลงมือสังหารระหว่างการก่อรัฐประหาร ซึ่งเธอและน้องสาวรอดชีวิตเนื่องจากอยู่ที่เยอรมนี

 

นักวิเคราะห์มองว่าโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเธอ ผลักดันให้ฮาสินาเดินเข้าสู่เส้นทางการเมือง

 

หลังการรัฐประหาร เธอต้องลี้ภัยในอินเดียก่อนจะกลับสู่บังกลาเทศในปี 1981 และกลายเป็นผู้นำพรรคการเมืองของบิดา คือพรรค Awami League หรือพรรคสันนิบาตมุสลิมอวามี

 

บทบาททางการเมืองของเธอ เริ่มด้วยการจับมือกับพรรคการเมืองอื่นๆ เพื่อจัดการประท้วงสนับสนุนประชาธิปไตยในช่วงที่ประเทศถูกปกครองโดย พล.อ. ฮุสเซน มูฮัมหมัด เออร์ชาด (Hussain Muhammed Ershad) การลุกฮือของประชาชนส่งผลให้ฮาสินากลายเป็นที่รู้จักในระดับประเทศอย่างรวดเร็ว และถูกขนานนามเป็นสัญลักษณ์แห่งประชาธิปไตยของประเทศ ณ เวลานั้น

 

อย่างไรก็ตาม เส้นทางการเมืองของเธอไม่ได้ราบรื่น โดยผลจากการเคลื่อนไหวต่อต้านการปกครองของกองทัพ ทำให้เธอถูกกักตัวในบ้านพักหลายครั้งในช่วงทศวรรษ 1980

 

แต่ท้ายที่สุดในการประท้วงใหญ่ปี 1990 พล.อ. เออร์ชาดยอมลงจากอำนาจ และพรรคของเธอกลายเป็นพรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุด กระทั่งในการเลือกตั้งทั่วไปในปี 1996 พรรคของเธอสามารถเอาชนะ และทำให้เธอได้ครองเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเป็นครั้งแรก แม้ว่าต่อมาจะพ่ายแพ้ให้กับพรรค BNP ในการเลือกตั้งปี 2001 แต่ท้ายที่สุดก็กลับมาชนะ และขึ้นสู่อำนาจได้อีกครั้งหลังการเลือกตั้งในปี 2009 และครองอำนาจยาวนานถึงปัจจุบัน

 

ผู้รอดชีวิตทางการเมือง

 

ฮาสินายังถือเป็นผู้รอดชีวิตทางการเมืองที่แท้จริง โดยหลังกลับมาเป็นผู้นำฝ่ายค้านในปี 2001 บรรยากาศการเมืองในบังกลาเทศก็เต็มไปด้วยเหตุการณ์ความรุนแรงและความไม่สงบ

 

โดยในปี 2004 เธอเผชิญความพยายามลอบสังหารด้วยระเบิดมือ ซึ่งส่งผลให้การได้ยินมีปัญหา

 

ขณะที่ในปี 2007 ภายหลังการสิ้นสุดรัฐบาลพรรค BNP เกิดการประท้วงใหญ่ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 40 คน ส่งผลให้มีการตั้งรัฐบาลรักษาการโดยผู้บัญชาการกองทัพเข้ากุมอำนาจ และประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อรับมือสถานการณ์

 

ในช่วงนั้นฮาสินาเดินทางไปหาบุตรชายและบุตรสาวที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ ก่อนจะเดินทางไปยังสหราชอาณาจักร แต่รัฐบาลรักษาการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพสั่งห้ามเธอกลับเข้าประเทศ และมีความพยายามออกหมายจับและตั้งข้อหาในคดีต่างๆ รวมถึงคดีฆาตกรรม เพื่อบีบบังคับให้เธอลี้ภัยอยู่นอกประเทศ

 

แต่ฮาสินาประกาศต่อสู้และยืนยันว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดไม่เป็นความจริง ก่อนที่หมายจับและคำสั่งห้ามเข้าประเทศจะถูกยกเลิกไปในที่สุด ทำให้เธอสามารถเดินทางกลับบังกลาเทศได้หลังผ่านไป 51 วัน

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นเธอยังคงถูกจับกุมและดำเนินคดี รวมถึงกักตัวในบ้านพักหลายครั้ง ก่อนจะมีการจัดเลือกตั้งอีกครั้งในปลายปี 2008 และพรรคของเธอสามารถเอาชนะ ทำให้เธอได้กลับคืนสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นสมัยที่ 2

 

ความสำเร็จในการบริหารประเทศ

 

หลังกลับมาครองอำนาจสมัยที่ 2 ฮาสินามุ่งความสนใจในการบริหารประเทศไปที่เศรษฐกิจ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เคยมีมาก่อนในบังกลาเทศ เช่น โครงข่ายไฟฟ้าที่แข็งแกร่งซึ่งเข้าถึงหมู่บ้านห่างไกล ตลอดจนโครงการขนาดใหญ่ เช่น ทางหลวง ทางรถไฟ และท่าเรือ ในขณะที่อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องนุ่งห่มของบังกลาเทศขยายตัวเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และมีการส่งออกไปยังตลาดทั่วโลก ทั้งในยุโรป อเมริกาเหนือ และเอเชีย

 

บังกลาเทศภายใต้การนำของฮาสินา ฉายภาพความแตกต่างด้านการพัฒนาที่ชัดเจน จากประเทศมุสลิมซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดแห่งหนึ่งของโลก กลับมามีการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างน่าเชื่อถือ และกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจเร็วที่สุดในภูมิภาค แซงหน้าเพื่อนบ้านยักษ์ใหญ่อย่างอินเดีย

 

รายได้ต่อหัวของประชากรบังกลาเทศเพิ่มขึ้น 3 เท่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ขณะที่ธนาคารโลกประมาณการว่า มีประชาชนบังกลาเทศมากกว่า 25 ล้านคนหลุดพ้นจากความยากจนในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา

 

ขณะที่ฮาสินายังมุ่งเน้นการยกระดับชีวิตของผู้หญิงบังกลาเทศ โดยเปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้รับการศึกษาเท่าเทียมกับผู้ชาย และมีผู้หญิงที่เข้าสู่แรงงานเพิ่มมากขึ้น

 

ในเวทีระหว่างประเทศ ฮาสินายังขยายความสัมพันธ์กับประเทศที่ทรงอำนาจทั้งอินเดียและจีน แม้จะยังมีท่าทีตึงเครียดกับสหรัฐฯ และประเทศตะวันตกอื่นๆ ที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพสื่อในบังกลาเทศ

 

ประเด็นนี้กลายเป็นที่จับจ้องจากผู้คนในประเทศ โดยนักวิจารณ์กล่าวหาว่ารัฐบาลของเธอใช้เครื่องมือที่รุนแรงเพื่อปิดปากผู้เห็นต่าง ลดเสรีภาพสื่อ และจำกัดการเคลื่อนไหวของภาคประชาสังคม ซึ่งกลุ่มสิทธิมนุษยชนยังอ้างว่ามีการบังคับให้ผู้วิพากษ์วิจารณ์เธอหายสาบสูญ แต่รัฐบาลของเธอปฏิเสธ

 

อย่างไรก็ตาม พรรคของฮาสินาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งต่อเนื่องถึง 4 สมัย ท่ามกลางข้อครหาเรื่องการทุจริตอย่างกว้างขวาง โดยในการเลือกตั้งล่าสุดเป็นสมัยที่ 4 เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรที่ติดตามสังเกตการณ์ ระบุว่าการจัดเลือกตั้งนั้นเป็นไปอย่างไร้ความน่าเชื่อถือ ไม่เสรี และไม่ยุติธรรม

 

ชนวนวิกฤตประท้วง

 

นักวิเคราะห์ชี้ว่า การที่รัฐบาลของฮาสินาใช้วิธีการที่เข้มงวดและรุนแรงในการจำกัดสิทธิเสรีภาพ และการประท้วงต่อต้านของประชาชน ส่งผลให้บรรยากาศในบังกลาเทศตลอดหลายปีมานี้ตึงเครียดมากขึ้นอย่างชัดเจน

 

การเคลื่อนไหวที่นำโดยนักศึกษา เกิดขึ้นในขณะที่บังกลาเทศกำลังประสบกับภาวะเศรษฐกิจผันผวนอันเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา

 

โดยหนี้ต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าตั้งแต่ปี 2016 ขณะที่ตัวเลขการส่งออกและทุนสำรองระหว่างประเทศลดลงเรื่อยๆ เช่นเดียวกับการจ้างงานที่ลดลง สวนทางกับค่าครองชีพและภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูง โดยก่อนการเลือกตั้งในช่วงเดือนมกราคม เริ่มปรากฏการแสดงความไม่พอใจของบรรดาแรงงานต่อการบริหารของรัฐบาล

 

วิกฤตประท้วงที่เกิดขึ้นล่าสุด ปะทุขึ้นจากประเด็นความไม่เป็นธรรมในการจัดสรรโควตาตำแหน่งข้าราชการพลเรือน ซึ่งการชุมนุมลุกลามกลายเป็นการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลในวงกว้างขึ้น แต่ฮาสินาเลือกใช้กำลังตำรวจปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงอย่างรุนแรง จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 300 คน และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังจับกุมผู้ประท้วงหลายร้อยคนและตั้งข้อหาอาญาที่ร้ายแรง

 

ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้เธอลาออกที่เพิ่มมากขึ้น ฮาสินายังคงแสดงท่าทีท้าทาย ทั้งประณามผู้ยุยงปลุกปั่นการประท้วงว่าเป็น ‘ผู้ก่อการร้าย’ และเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนเธอช่วยกันปราบปรามผู้ก่อการร้ายเหล่านี้

 

ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า การตัดสินใจของฮาสินาที่เลือกใช้กำลังต่อผู้ประท้วงรอบนี้เกินกว่าเหตุ ตลอดจนความโกรธแค้นของประชาชนที่สะสมยาวนาน ส่งผลให้ปัญหาลุกลามนำไปสู่จุดแตกหัก

 

“ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา มีการประท้วงมากมายในช่วงที่พรรค Awami League ครองอำนาจ แต่ไม่มีการประท้วงใหญ่ครั้งใดที่ยาวนานและรุนแรงเท่าครั้งนี้” ไมเคิล คูเกลแมน (Michael Kugelman) ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียใต้แห่งศูนย์วิลสัน (South Asia Institute at the Wilson Center) กล่าว

 

นาโอมิ ฮอสเซน ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านบังกลาเทศจากมหาวิทยาลัย SOAS ในลอนดอน กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับฮาสินาตอนนี้คือ “จุดจบของระบอบการปกครองที่นำมาซึ่งการพัฒนามากมาย แต่กลับกลายเป็นความเผด็จการที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่ได้เห็นจากการสังหารหมู่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา”

 

เธอกล่าวว่า ตอนนี้ความหวังของชาวบังกลาเทศคือกองทัพจะทำให้เกิดสันติภาพได้ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็มีประชาชนแสดงความกังวลว่า เหตุการณ์อาจกลับมารุนแรงและเลวร้ายลง “หากกองทัพไม่สามารถทำให้ผู้คนสงบลงและคลี่คลายปัญหาได้” ซึ่งเธอมองว่าอาจต้องใช้เวลาสักพักก่อนที่บังกลาเทศหลุดพ้น หรือบรรเทาปัญหาความไม่สงบในบ้านเมืองนี้ลงได้

 

ภาพ: STR / AFP

อ้างอิง:

The post ชีค ฮาสินา จาก ‘ไอคอนประชาธิปไตย’ สู่ ‘ผู้นำเผด็จการ’ ที่ชาวบังกลาเทศขับไล่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุญญากาศทางการเมืองในบังกลาเทศ จะเกิดอะไรเมื่อนายกฯ ลาออก-หนีออกนอกประเทศ https://thestandard.co/political-vacuum-in-bangladesh/ Tue, 06 Aug 2024 10:41:30 +0000 https://thestandard.co/?p=967909 สุญญากาศทางการเมือง

ชีค ฮาสินา นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ วัย 76 ปี ประกาศลาออกจ […]

The post สุญญากาศทางการเมืองในบังกลาเทศ จะเกิดอะไรเมื่อนายกฯ ลาออก-หนีออกนอกประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุญญากาศทางการเมือง

ชีค ฮาสินา นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ วัย 76 ปี ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังไม่อาจต้านทานกระแสประท้วงของประชาชนที่นำไปสู่เหตุจลาจลครั้งใหญ่ของประเทศ สิ้นสุดการครองอำนาจกว่า 2 ทศวรรษของผู้นำหญิงรายนี้ โดยมีรายงานว่าเธอได้เดินทางออกจากประเทศไปอินเดียแล้ววานนี้ (5 สิงหาคม) ขณะสื่ออินเดียอย่าง Times Now รายงานเพิ่มเติมว่าเธออาจเดินทางต่อไปยังกรุงลอนดอนของอังกฤษ

 

หลังข่าวดังกล่าว ประชาชนจำนวนมากได้ออกมาเฉลิมฉลองกันบนท้องถนน ขณะที่บางส่วนบุกเข้าไปยังทำเนียบนายกรัฐมนตรี โดยมีรายงานว่าเกิดการปล้นและทำลายทรัพย์สินบางส่วนในพื้นที่ดังกล่าว ส่วนภาพจากโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นกลุ่มผู้ประท้วงขนเฟอร์นิเจอร์ออกจากที่พักของฮาสินาด้วย

 

บรรยากาศในกรุงธากาของบังกลาเทศวานนี้มีรายงานว่าสถานีตำรวจและอาคารราชการหลายแห่งถูกโจมตีและเผาทำลาย ขณะผู้ประท้วงบางส่วนพยายามจะรื้อถอนรูปปั้นของ ชีค มูจิบูร์ เราะห์มาน อดีตประธานาธิบดีผู้เป็นบิดาของฮาสินา โดยรัฐบาลได้ส่งเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจประจำการในหลายพื้นที่ทั่วเมืองหลวงเพื่อดูแลสถานการณ์ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก แต่ตัวเลขไม่แน่ชัด โดยสำนักข่าว AFP รายงานว่า วานนี้มีผู้เสียชีวิต 66 คน ขณะที่สื่อท้องถิ่นอย่าง Dhaka Tribune รายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 135 คน

  • จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้

 

การลาออกของฮาสินาทำให้บังกลาเทศเผชิญกับภาวะสุญญากาศทางการเมือง ซึ่งโดยปกตินั้นจะเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างสองพรรคใหญ่อย่างพรรครัฐบาลสันนิบาตอวามี และพรรคฝ่ายค้านชาตินิยมบังกลาเทศ (Bangladesh Nationalist) โดยบังกลาเทศเป็นประเทศที่เผชิญกับการรัฐประหารหลายครั้ง ซึ่งครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2007

 

เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ฮาสินาประกาศลาออก ประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด ชาฮาบุดดิน ของบังกลาเทศ ได้สั่งปล่อยตัวอดีตนายกรัฐมนตรีคาเลดา เซีย จากเรือนจำ ตลอดจนนักศึกษาทั้งหมดที่ถูกควบคุมตัวระหว่างการประท้วง

 

ประธานาธิบดีชาฮาบุดดินกล่าวว่า เขาได้เปิดการประชุมร่วมกับผู้บัญชาการทหาร ตลอดจนตัวแทนทางการเมือง โดยระบุว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลรักษาการชั่วคราว และจะมีการจัดการเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุด พร้อมประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวทั่วประเทศเพื่อให้ภาคธุรกิจกลับมาเปิดทำการได้อีกครั้ง

 

เทพาปรียา ภัทชารยา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Centre for Policy Dialogue แห่งกรุงธากา เปิดเผยกับสำนักข่าว BBC ว่าแม้ภาพของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีทั้งความยินดีของประชาชนที่ออกไปเฉลิมฉลองกันตามท้องถนน แต่ก็เกิดการโจมตีชนกลุ่มน้อยชาวฮินดูเพิ่มมากขึ้นด้วย ถือเป็นความท้าทายสำหรับรัฐบาลใหม่

 

“ผู้ประท้วงบางกลุ่มมองว่าอินเดียสนับสนุนรัฐบาลฮาสินาเต็มกำลัง พวกเขาไม่ได้แยกแยะระหว่างประเทศอินเดียกับชาวฮินดูที่อาศัยอยู่ในบังกลาเทศ จนนำไปสู่การทำลายศาสนสถานและโจมตีทำร้ายผู้คน

 

“ตอนนี้เกิดสุญญากาศทางการเมือง ขาดผู้บังคับใช้กฎหมายและรักษาความสงบเรียบร้อย รัฐบาลใหม่จะต้องเร่งปกป้องชนกลุ่มน้อยทางศาสนา”

 

หากย้อนไปดูบทสัมภาษณ์ของพันธมิตรฮาสินาในอดีตจะเห็นว่าพวกเขาพูดไปในทิศทางเดียวกันว่า เธอจะไม่หวนคืนสู่แวดวงการเมืองบังกลาเทศ หลังจากที่ครองอำนาจมากว่า 20 ปี โดย ซาจีบ วาเซ็ด จอย ลูกชายของเธอ เปิดเผยกับรายการ Newshour ของ BBC ว่า “คุณแม่อายุ 70 ปี​​ปลายๆ เธอผิดหวังมากที่ตนเองทำงานหนักมากตลอด แต่คนกลุ่มน้อยกลับลุกขึ้นมาต่อต้านเธอ ผมคิดว่าเธอคงพอแล้ว”

 

ภาพ: Toby Melville / Reuters

อ้างอิง:

The post สุญญากาศทางการเมืองในบังกลาเทศ จะเกิดอะไรเมื่อนายกฯ ลาออก-หนีออกนอกประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บังกลาเทศระอุ ประชาชนประท้วงรัฐบาล หวังนายกฯ ลาออก เสียชีวิตแล้ว 90 คน https://thestandard.co/bangladesh-people-protest-against-government/ Mon, 05 Aug 2024 04:30:59 +0000 https://thestandard.co/?p=967321

วิกฤตการเมืองบังกลาเทศยังคงร้อนระอุ ประชาชนจำนวนไม่น้อย […]

The post บังกลาเทศระอุ ประชาชนประท้วงรัฐบาล หวังนายกฯ ลาออก เสียชีวิตแล้ว 90 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วิกฤตการเมืองบังกลาเทศยังคงร้อนระอุ ประชาชนจำนวนไม่น้อยออกมาชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล พร้อมเรียกร้องให้ ชีค ฮาสินา นายกรัฐมนตรีหญิงของบังกลาเทศ ลาออกจากตำแหน่ง หลังครองเก้าอี้ผู้นำประเทศมาอย่างยาวนาน โดยชาวบังกลาเทศบางส่วนรู้สึกไม่พอใจกับผลงานของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะประเด็นด้านความเป็นธรรมในสังคม

 

เหตุประท้วงเริ่มต้นจากการเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิรูประบบโควตาที่จัดสรรตำแหน่งงานของรัฐให้กับลูกหลานของทหารผ่านศึกเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันเหตุประท้วงได้ขยายตัวมากยิ่งขึ้น สถานการณ์บานปลายกลายเป็นเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 90 คน ในจำนวนนี้เป็นตำรวจอย่างน้อย 13 คน ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่เดือนกรกฎาคมสูงกว่า 280 คนแล้ว

 

ทางด้าน โวลเกอร์ เติร์ก หัวหน้าฝ่ายสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรง พร้อมแสดงความกังวลถึงความเสี่ยงที่เหตุปะทะกันอาจนำไปสู่การเสียชีวิตของผู้คนอีกจำนวนมาก โดยเติร์กยังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งฟื้นฟูการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเต็มรูปแบบ และหันหน้ามาเจรจากันอย่างสันติวิธี

 

ภาพ: Zabed Hasnain Chowdhury / NurPhoto via Getty Images

 

ภาพ: Zabed Hasnain Chowdhury / NurPhoto via Getty Images

 

ภาพ: Rehman Asad / NurPhoto via Getty Images

 

ภาพ: Zabed Hasnain Chowdhury / NurPhoto via Getty Images

 

ภาพ: Zabed Hasnain Chowdhury / NurPhoto via Getty Images

 

ภาพ: Sazzad Hossain / SOPA Images / LightRocket via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post บังกลาเทศระอุ ประชาชนประท้วงรัฐบาล หวังนายกฯ ลาออก เสียชีวิตแล้ว 90 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศรษฐาเปิดทำเนียบฯ ต้อนรับนายกฯ บังกลาเทศ ร่วมลงนามส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทุกมิติ https://thestandard.co/srettha-welcomes-the-prime-minister-of-bangladesh/ Fri, 26 Apr 2024 07:32:26 +0000 https://thestandard.co/?p=927091

วันนี้ (26 เมษายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน นายกร […]

The post เศรษฐาเปิดทำเนียบฯ ต้อนรับนายกฯ บังกลาเทศ ร่วมลงนามส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทุกมิติ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 เมษายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้การต้อนรับ เชค ฮาซีนา นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ ซึ่งเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล ระหว่างวันที่ 24-29 เมษายน 2567

 

โดยเศรษฐานำ เชค ฮาซีนา ร่วมตรวจแถวกองทหารเกียรติยศผสมที่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนหารือเต็มคณะ และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงร่วมกันจำนวน 5 ฉบับ ดังนี้

 

  1. หนังสือประกาศเจตนารมณ์เริ่มการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรีไทย-บังกลาเทศ
  2. ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางราชการระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ
  3. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านพลังงาน
  4. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว
  5. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือและความช่วยเหลือทางศุลกากร

 

จากนั้นนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ฝ่ายแถลงข่าวร่วมกัน โดยเศรษฐากล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศและคณะ ในการเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรก ประเทศไทยและบังกลาเทศต่างมีมิตรภาพอันยาวนานร่วมกันนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 (ค.ศ. 1972) รวมทั้งมีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกัน

 

การเยือนครั้งนี้จึงตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นผ่านการค้าทวิภาคีมูลค่า 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการลงทุน ความร่วมมือด้านการพัฒนาและการท่องเที่ยว ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้หารือร่วมกันในประเด็นสำคัญ พร้อมย้ำความมุ่งมั่นที่จะสานต่อความร่วมมือเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ

 

เศรษฐายังกล่าวยินดีที่ไทยและบังกลาเทศให้คำมั่นที่จะทำงานร่วมกันเพื่อนำไปสู่การบรรลุความตกลงการค้าเสรี FTA ไทย-บังกลาเทศ ซึ่งหนังสือประกาศเจตนารมณ์ที่ลงนามในวันนี้จะช่วยเร่งกระบวนการเจรจาได้ ขณะเดียวกันทั้งสองฝ่ายยังมุ่งหวังที่จะยกระดับความร่วมมือ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมฮาลาลและการแปรรูปอาหาร การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ การส่งเสริมการศึกษาแบบบูรณาการ การทำงานเพื่อการพัฒนาบุคลากรร่วมกัน

 

เศรษฐากล่าวอีกว่า ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมความร่วมมือภายใต้กรอบความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (BIMSTEC) ในปลายปีนี้ และบังกลาเทศจะเป็นประธานคนต่อไป ซึ่งไทยได้ชื่นชมบทบาทของบังกลาเทศในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวโรฮิงญาผู้พลัดถิ่นนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 (ค.ศ. 2017) และพร้อมสนับสนุนความพยายามของบังกลาเทศเพื่อบรรลุแนวทางแก้ไขอย่างยั่งยืน

 

ด้าน เชค ฮาซีนา ได้กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีของไทยที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น บังกลาเทศยินดีกับความร่วมมือเพื่อเพิ่มมูลค่าทางการค้าระหว่างกัน และหวังว่าตัวเลขจะเพิ่มขึ้นในอนาคต ในการนี้นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศได้ขอให้ฝ่ายไทยพิจารณาอำนวยความสะดวกการลงทุนสำหรับภาคเอกชนบังกลาเทศ ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศกล่าวเชิญนายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนบังกลาเทศเช่นกัน

 

The post เศรษฐาเปิดทำเนียบฯ ต้อนรับนายกฯ บังกลาเทศ ร่วมลงนามส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทุกมิติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บังกลาเทศเปิดใช้รถไฟใต้ดินสายแรกของประเทศในกรุงธากา หวังช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัด https://thestandard.co/bangladesh-opens-first-subway-line/ Thu, 29 Dec 2022 02:33:24 +0000 https://thestandard.co/?p=730317

วานนี้ (28 ธันวาคม) ชีค ฮาซีนา นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ ได […]

The post บังกลาเทศเปิดใช้รถไฟใต้ดินสายแรกของประเทศในกรุงธากา หวังช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัด appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (28 ธันวาคม) ชีค ฮาซีนา นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ ได้ทำพิธีเปิดใช้งานระบบรถไฟใต้ดินสายแรกของกรุงธากา และสายแรกของประเทศ ท่ามกลางความหวังว่าจะช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดภายในเมืองที่มีประชากรกว่า 22 ล้านคน และเป็นหนึ่งในเมืองที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดในโลก

 

ที่ผ่านมาประชาชนจำนวนมากในกรุงธากาต้องเผชิญความยากลำบากจากปัญหารถติดขัดอย่างหนักในแต่ละวัน โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งรีบ ขณะที่นายกรัฐมนตรีฮาซีนาระบุว่า รถไฟใต้ดินสายแรกนี้เป็น ‘ความภาคภูมิใจ’ ของประเทศ

 

สำหรับรถไฟใต้ดินสายแรกของธากาใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 6 ปี โดยส่วนใหญ่ได้รับทุนสนับสนุนจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหุ้นส่วนการพัฒนารายใหญ่ของบังกลาเทศ

 

ขณะที่รถไฟใต้ดินสายใหม่นี้คาดว่าจะขนส่งผู้คนได้ประมาณ 60,000 คนต่อชั่วโมง ซึ่งในช่วงแรกจะให้บริการเป็นระยะทางทั้งสิ้น 12 กิโลเมตร จากสถานี Uttara ไปยัง Agargaon โดยไม่หยุดที่สถานีใดๆ ก่อนจะขยายการให้บริการในภายหลัง

 

ทั้งนี้ รัฐบาลบังกลาเทศวางแผนสร้างรถไฟใต้ดิน 6 สาย และมีจำนวนสถานีมากกว่า 100 สถานี ซึ่งนายกรัฐมนตรีฮาซีนาคาดหวังว่าจะสามารถช่วยขจัดปัญหาการจราจรติดขัด ซึ่งระยะเวลาในการทำงานที่เสียไปคาดว่าส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อเศรษฐกิจของกรุงธากาคิดเป็นมูลค่าราว 3 พันล้านดอลลาร์ต่อปี 

 

ภาพ: Sazzad Hossain/SOPA Images/LightRocket via Getty Images

 

อ้างอิง:

 

The post บังกลาเทศเปิดใช้รถไฟใต้ดินสายแรกของประเทศในกรุงธากา หวังช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัด appeared first on THE STANDARD.

]]>