Shehbaz Sharif Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/shehbaz-sharif/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 16 Apr 2026 05:44:50 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ประมวลไทม์ไลน์ 3 วันทรัมป์ปิดกั้นฮอร์มุซ เกิดอะไรขึ้นบ้าง โอกาสเจรจาหยุดยิงยังมีอยู่หรือไม่? https://thestandard.co/trump-hormuz-blockade-iran-peace-talks/ Thu, 16 Apr 2026 05:44:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1198323 ภาพประกอบแสดงสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวเปอร์เซีย จากกรณี โดนัลด์ ทรัมป์ ปิดกั้นเส้นทางการเดินเรือ.

สถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซียยังคงตึงเครียดหนัก หลังจากที่ปร […]

The post ประมวลไทม์ไลน์ 3 วันทรัมป์ปิดกั้นฮอร์มุซ เกิดอะไรขึ้นบ้าง โอกาสเจรจาหยุดยิงยังมีอยู่หรือไม่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแสดงสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวเปอร์เซีย จากกรณี โดนัลด์ ทรัมป์ ปิดกั้นเส้นทางการเดินเรือ.

สถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซียยังคงตึงเครียดหนัก หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้มาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ โดยจำกัดการเดินเรือเข้าออกท่าเรืออิหร่าน และปิดกั้นตลอดแนวชายฝั่ง ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา

 

ประเด็นสำคัญ

 

 
 

การบังคับใช้มาตรการนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ และอิหร่าน ล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงภายหลังการเจรจาสันติภาพครั้งแรกที่กรุงอิสลามาบัด เมื่อวันเสาร์ (11 เมษายน) ที่ผ่านมา

 

โดยในช่วง 3 วันของการบังคับใช้มาตรการปิดช่องแคบนี้ ทรัมป์ แสดงท่าทีแข็งกร้าวเพื่อกดดันอิหร่าน ในขณะเดียวกันก็พยายามฉายภาพแห่งความหวัง ว่าการเจรจาสันติภาพรอบใหม่อาจเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ และล่าสุดยังเผยว่า จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร หลังจีนตกลง “ไม่ส่งอาวุธให้อิหร่าน”

 

ท่าทีของทรัมป์และอิหร่านตลอด 3 วันที่ผ่านมาเป็นเช่นไร และยังมีโอกาสหรือไม่ที่ทั้งสองฝ่ายจะหันกลับมาหาทางออกผ่านโต๊ะเจรจา

 

และนี่คือสรุปไทม์ไลน์ของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

 

13 เมษายน

 

  • กองทัพสหรัฐฯ ประกาศว่าได้เริ่มต้นการปิดล้อมท่าเรือทั้งหมดของอิหร่านตั้งแต่เวลา 10.00 น. ของวันจันทร์ (13 เมษายน) ตามเวลาท้องถิ่นในกรุงวอชิงตัน ดีซี. หรือราว 21.00 น. ตามเวลาไทย หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อกดดันอิหร่านหลังการเจรจาสันติภาพจบลงด้วยความล้มเหลว ซึ่งทรัมป์ประกาศว่าเขา “ไม่สนใจว่าอิหร่านจะกลับมาเจรจากับสหรัฐฯ อีกหรือไม่”

 

  • ทรัมป์ โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า กองกำลังสหรัฐฯ จะสกัดกั้นเรือทุกลำในน่านน้ำสากลด้วย ที่จ่ายค่าธรรมเนียมให้กับอิหร่าน “ไม่มีใครที่จ่ายค่าธรรมเนียมอย่างผิดกฎหมายจะได้รับอนุญาตให้เดินทางอย่างปลอดภัยในทะเลหลวง”

 

  • ขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ จะหยุดเรือทุกลำจากทุกชาติที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากเรือเหล่านั้นไปหรือมาจากท่าเรืออิหร่าน ส่วนเรือที่ไปหรือมาจากท่าเรือที่ไม่ใช่ของอิหร่านจะไม่ถูกขัดขวาง

 

  • ทั้งนี้ มาตรการปิดฮอร์มุซของทรัมป์ ซึ่งเป็นการยกระดับความขัดแย้งครั้งล่าสุด ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลทันที และสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดเอเชียท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานทั่วโลกเป็นเวลานาน

 

  • ขณะที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน แสดงท่าทีตอบโต้สหรัฐฯ โดยเตือนว่าเรือรบสหรัฐฯ ที่เข้าใกล้ช่องแคบจะถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวและจะถูกจัดการอย่างรุนแรงและเด็ดขาด พร้อมทั้งยืนยันว่ากองทัพอิหร่านยังควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างสมบูรณ์ และชี้ว่าศัตรูจะถูกดักจับอยู่ใน ‘วังวนมรณะ’ หากดำเนินการผิดพลาด

 

  • ชาห์ราม อิรานี ผู้บัญชาการกองทัพเรืออิหร่าน เรียกคำขู่ของทรัมป์ว่า “ไร้สาระและเป็นเรื่องตลก” โดยสถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่านยังรายงานว่า “กองทัพอิหร่านกำลังเฝ้าติดตามและควบคุมการเคลื่อนไหวทั้งหมดของกองทัพอเมริกันผู้รุกรานในภูมิภาค”

 

  • อับบาส อะรอกชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า “อิหร่านกำลังเผชิญกับลัทธิสุดโต่ง การเปลี่ยนเป้าหมาย และการปิดล้อม” และเตือนว่า “ความปรารถนาดีจะนำมาซึ่งความปรารถนาดี ความเป็นศัตรูจะนำมาซึ่งความเป็นศัตรู”

 

  • ด้านโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ซึ่งเป็นผู้นำคณะในการเจรจาสันติภาพ กล่าวว่า “ประเทศของเขาจะไม่ยอมจำนนต่อการปิดล้อมช่องแคบของทรัมป์” และยืนยันว่า “ถ้าพวกเขาสู้ เราก็จะสู้ และถ้าพวกเขาใช้เหตุผล เราก็จะใช้เหตุผล”

 

  • กาลิบาฟ ยังโพสต์ภาพแผนที่ราคาน้ำมันเบนซินในปั๊มน้ำมันบริเวณกรุงวอชิงตัน ดีซี. พร้อมข้อความว่า “สนุกกับราคาน้ำมันปัจจุบันไปก่อน กับสิ่งที่เรียกว่า ‘การปิดล้อม’ อีกไม่นานคุณก็จะคิดถึงราคาน้ำมัน 4-5 ดอลลาร์”

 

  • ด้านโมห์เซน เรซาอี สมาชิกสภาผู้ทรงคุณวุฒิของอิหร่าน เตือนว่าแผนการของสหรัฐฯ นั้น “ต้องล้มเหลว” และกล่าวว่า “เตหะรานมีอำนาจต่อรองที่ยังไม่ได้ใช้ในการตอบโต้”

 

14 เมษายน

 

  • ทรัมป์ กล่าวว่าอิหร่านยังมีโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามได้ แม้ว่าสหรัฐฯ จะปิดล้อมท่าเรืออิหร่านอยู่ก็ตาม

 

  • เขาอ้างว่า ตัวแทนของอิหร่านได้ติดต่อมาเพื่อแสวงหาข้อตกลงสันติภาพหลังจากที่การเจรจาในปากีสถานสิ้นสุดลงโดยไม่มีความคืบหน้า และอ้าง “พวกเขา (อิหร่าน) อยากทำข้อตกลงมากๆ”

 

  • เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถานในฐานะตัวกลางเจรจา มองว่าการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน “ยังคงอยู่” โดยความพยายามในการบรรลุข้อตกลงยังคงดำเนินต่อไปแม้การเจรจาสันติภาพครั้งแรกจะล้มเหลว

 

  • ในวันเดียวกัน สำนักข่าว AP รายงานว่า ปากีสถานเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจารอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่กรุงอิสลามาบัดในช่วงสัปดาห์นี้

 

  • โดยโมฮัมเหม็ด บิน อับดุลราห์มาน บิน จัสซิม อัล ธานี รัฐมนตรีต่างประเทศของกาตาร์ เรียกร้องให้อิหร่านและสหรัฐฯ กลับมามีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ในความพยายามเจรจาไกล่เกลี่ย

 

  • ทางด้านโฆษกขององค์การสหประชาชาติ (UN) เตือนว่า “ไม่มีทางออกทางการทหาร” สำหรับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน พร้อมทั้งเตือนว่า “ความไม่มั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซกำลังทำให้ความเปราะบางทางเศรษฐกิจโลกแย่ลง” ขณะที่มีรายงานว่าเรือประมาณ 20,000 ลำติดอยู่กลางทะเล และห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงปุ๋ย กำลังได้รับผลกระทบ

 

  • อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังคงแสดงท่าทีแข็งกร้าวในการบังคับใช้มาตรการปิดล้อมฮอร์มุซ ด้วยการส่งคำเตือนไปยังอิหร่าน ว่า “กองทัพสหรัฐฯ จะทำลายเรือโจมตีเร็วของอิหร่านทุกลำ ที่เข้าใกล้เรือรบสหรัฐฯ ที่กำลังดำเนินการปิดล้อมทางทะเล”

 

  • ทางด้านรัฐบาลอิหร่านได้ประณามการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐฯ ว่า ‘ผิดกฎหมาย’ และเป็นการ ‘ปล้นทางทะเล’ พร้อมเตือนว่า การโจมตีท่าเรือของอิหร่านอาจทำให้การขนส่งทางเรือทั่วอ่าวเปอร์เซียตกอยู่ในความเสี่ยง

 

  • โดยโฆษก IRGC เตือนว่า “อิหร่านยังมีศักยภาพที่ยังไม่ได้ใช้” และอาจใช้กลยุทธ์ใหม่ในการตอบโต้ หากความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น

 

  • ขณะที่ประชาชนอิหร่านหลายพันคน ออกมาชุมนุมประท้วงในกรุงเตหะรานเพื่อต่อต้านการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐฯ ซึ่งมุ่งเป้าไปที่การปิดกั้นการส่งออกสินค้าและน้ำมันของอิหร่าน

 

  • ในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ก็มีประชาชนออกมาชุมนุมประท้วง ต่อต้านการทำสงครามกับอิหร่านและการขายอาวุธให้อิสราเอล โดยตำรวจสามารถจับกุมผู้ประท้วงได้ราว 90 คนในข้อหาปิดกั้นการจราจรระหว่างการชุมนุมที่ย่านแมนฮัตตัน

 

  • สำหรับท่าทีของอิสราเอลที่ยังคงเดินหน้าโจมตีกวาดล้างกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนอย่างรุนแรง ถูกจับตามองว่า เป็นอีกประเด็นที่มีส่วนสำคัญต่อผลการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

 

  • โดยสหราชอาณาจักรเรียกร้องให้รวมเลบานอนเข้าไว้ในกรอบการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กว้างขึ้น

 

  • ขณะที่เอกอัครราชทูตประจำสหรัฐฯ ของอิสราเอลและเลบานอน ได้จัดการเจรจากันที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยมีมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพ ซึ่งบรรยากาศการเจรจาเป็นไปด้วยดี แม้อิสราเอลปฏิเสธที่จะเจรจาเรื่องการหยุดยิงจนกว่ารัฐบาลเลบานอนจะปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

 

  • โดยเอกอัครราชทูตเลบานอนได้เรียกร้องให้มีการหยุดยิง และการอนุญาตให้ผู้พลัดถิ่นกลับบ้าน รวมทั้งมีมาตรการบรรเทาวิกฤตด้านมนุษยธรรมในเลบานอน

 

  • ส่วนเอกอัครราชทูตอิสราเอล เน้นย้ำในประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกัน คือการให้รัฐบาลเลบานอนขับไล่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ออกจากเลบานอน

 

15 เมษายน

 

  • พลเรือเอกแบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศผ่าน X ว่า “การปิดล้อมท่าเรืออิหร่านได้ดำเนินการอย่างสมบูรณ์แล้ว” และกองทัพสหรัฐฯ ยังคงรักษาความเหนือกว่าทางทะเลในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งยืนยันว่า “ไม่มีเรือลำใดผ่านเข้ามาในเขตปิดล้อมท่าเรือและชายฝั่งอิหร่าน หลังจากที่สหรัฐฯ บังคับใช้มาตรการในช่วง 24 ชั่วโมงแรก”

 

  • “ประมาณ 90% ของเศรษฐกิจอิหร่านขับเคลื่อนด้วยการค้าทางทะเลระหว่างประเทศ ภายในเวลาไม่ถึง 36 ชั่วโมงนับตั้งแต่การปิดล้อมเริ่มขึ้น กองกำลังสหรัฐฯ ได้หยุดการค้าทางเศรษฐกิจที่เข้าและออกจากอิหร่านทางทะเลได้อย่างสมบูรณ์แล้ว” เขาระบุ

 

  • สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังเผยกับผู้สื่อข่าวว่า “สหรัฐฯ จะสกัดกั้นเรือบรรทุกน้ำมันจีนที่บรรทุกน้ำมันอิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซ”

 

  • ขณะที่กองทัพอิหร่านเตือนว่า จะดำเนินการตอบโต้ด้วยการปิดกั้นการค้าและการขนส่งผ่านทะเลแดง รวมถึงในอ่าวเปอร์เซียและทะเลโอมาน หากสหรัฐฯ ยังเดินหน้าปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรืออิหร่าน

 

  • ทรัมป์ ยังเผยว่า เขาได้เขียนจดหมายถึงประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ขออย่าจัดหาอาวุธให้กับอิหร่าน ก่อนจะโพสต์ผ่าน Truth Social ยืนยันว่า “จีนตกลงที่จะไม่ส่งอาวุธให้อิหร่าน” และสหรัฐฯ จะ “เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร”

 

  • “จีนมีความสุขมากที่ผมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร ผมทำเพื่อพวกเขาด้วย และเพื่อโลกด้วย สถานการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก พวกเขาตกลงที่จะไม่ส่งอาวุธให้อิหร่าน” ทรัมป์ กล่าว

 

  • โดยเขายังมีแผนเดินทางไปเยือนจีนในช่วงเดือนหน้าเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกับสี จิ้นผิง ซึ่งถูกเลื่อนออกไปจากกำหนดการเดินในปลายเดือนมีนาคมเนื่องจากเกิดสงคราม

 

  • อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทรัมป์จะโพสต์ข้อความดังกล่าว แต่กองทัพสหรัฐฯ ก็ยังคงจำกัดการเดินเรือเข้าออกท่าเรืออิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

 

  • เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ ให้ข้อมูลกับหนังสือพิมพ์ The Independent ว่า “การปิดล้อมยังมีผลบังคับใช้อย่างเต็มที่และได้ผลดี ดังที่กองบัญชาการกลางรายงานเมื่อวานนี้ ไม่มีเรือลำใดสามารถผ่านการปิดล้อมไปได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเรือที่เดินทางเข้าและออกจากท่าเรือของอิหร่าน

 

  • นอกจากนี้ Washington Post ยังรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า สหรัฐฯ กำลังจะส่งทหารเพิ่มอีก 4,200 นายไปยังตะวันออกกลางในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งจะเข้าร่วมกับกำลังพลประมาณ 50,000 นายที่ประจำการอยู่ในพื้นที่แล้ว

 

  • คาโรลีน ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวถึงการเพิ่มกำลังทหารดังกล่าวว่า ทรัมป์ “ได้เตรียมทางเลือกทุกอย่างไว้แล้วอย่างชาญฉลาด ในกรณีที่อิหร่านไม่ยอมละทิ้งความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์และทำข้อตกลงที่สหรัฐฯ ยอมรับได้”

 

  • อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโอกาสที่จะเกิดการเจรจาสันติภาพรอบใหม่หรือไม่นั้น ทรัมป์ ได้ให้สัมภาษณ์ New York Post ว่า การเจรจาเพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน “อาจกลับมาเริ่มต้นอีกครั้ง” ที่กรุงอิสลามาบัด ของปากีสถาน ในอีก 2 วันข้างหน้า หรือในวันศุกร์ (17 เมษายน)

 

  • ท่าทีของทรัมป์ มีขึ้นก่อนที่การหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะหมดอายุลงในวันที่ 22 เมษายน

 

  • ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าคณะผู้แทนจากปากีสถาน นำโดย อาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของปากีสถาน ได้เดินทางไปเยือนกรุงเตหะราน พร้อมสารฉบับใหม่จากวอชิงตัน โดยมีเป้าหมายเพื่อหารือเกี่ยวกับการเริ่มต้นการเจรจารอบที่ 2

 

  • ในขณะที่นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ก็ได้เริ่มต้นภารกิจการเยือนทางการทูตเป็นเวลา 4 วัน ในซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และตุรกี โดยถือเป็นความพยายามดำเนินการทางการทูตอย่างเข้มข้นล่าสุด ก่อนการเจรจาสันติภาพครั้งใหม่ที่อาจเกิดขึ้น

 

  • อย่างไรก็ตาม หนึ่งในประเด็นท้าทายสำหรับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน คือเรื่องการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ซึ่งมีรายงานว่า สหรัฐฯ ต้องการให้อิหร่านหยุดการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็นเวลา 20 ปี ในขณะที่อิหร่านเสนอที่ 5 ปี

 

  • โดยกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านประกาศว่า สิทธิของประเทศในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมนั้น “ไม่อาจโต้แย้งได้” แม้ว่าระดับการเสริมสมรรถนะนั้น “สามารถเจรจาต่อรองได้” และเผยว่าการเจรจากับสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไปหลังจากที่การเจรจาครั้งแรกล้มเหลว

 

  • นอกจากนี้ มีรายงานว่าโฆษกรัฐบาลอิหร่านได้ให้สัมภาษณ์สื่อรัสเซีย เรียกร้องค่าชดเชยสำหรับความเสียหายที่เกิดจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยประเมินความเสียหายทางตรงและทางอ้อมประมาณ 2.7 แสนล้านดอลลาร์

 

  • พร้อมกันนี้ยังเสนอแนวคิดเรื่องการชดเชยความเสียหายผ่านการเก็บค่าธรรมเนียมในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะรวมถึงภาษีสำหรับเรือที่แล่นผ่านช่องแคบด้วย ขณะที่ทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติชี้ว่า 5 ประเทศในอ่าวเปอร์เซียก็ต้องจ่ายค่าชดเชยด้วย โดยอ้างว่าดินแดนของประเทศเหล่านั้นถูกใช้เป็นฐานโจมตีอิหร่าน

 

ภาพ : REUTERS/Dado Ruvic/Illustration

 

อ้างอิง:

 

The post ประมวลไทม์ไลน์ 3 วันทรัมป์ปิดกั้นฮอร์มุซ เกิดอะไรขึ้นบ้าง โอกาสเจรจาหยุดยิงยังมีอยู่หรือไม่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุป 21 ชั่วโมง เจรจาสันติภาพ สหรัฐฯ – อิหร่าน ทำไมจึงล้มเหลวบรรลุดีลหยุดยิง? https://thestandard.co/us-iran-talks-fail-ceasefire/ Sun, 12 Apr 2026 04:34:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1197336 ผู้แทนเจรจา สหรัฐฯ และ อิหร่าน ในการหารือสันติภาพที่ล้มเหลว

การเจรจาสันติภาพครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร […]

The post สรุป 21 ชั่วโมง เจรจาสันติภาพ สหรัฐฯ – อิหร่าน ทำไมจึงล้มเหลวบรรลุดีลหยุดยิง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้แทนเจรจา สหรัฐฯ และ อิหร่าน ในการหารือสันติภาพที่ล้มเหลว

การเจรจาสันติภาพครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กรุงอิสลามาบัด ของปากีสถาน ปิดฉากลงภายหลังกระบวนการเจรจามาราธอน ตลอดทั้งวันกว่า 21 ชั่วโมง

 

 
 

ผลการเจรจาที่ออกมา ทั้งสองฝ่ายยังคง ‘ล้มเหลว’ ที่จะบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งทั่วโลกตั้งความหวังว่าจะเป็นหนทางเพื่อยุติสงครามที่กำลังก่อผลกระทบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะวิกฤตด้านพลังงาน

 

อะไรทำให้การเจรจาไม่ประสบผลสำเร็จ และโอกาสในการยุติสงครามยังมีอยู่หรือไม่ นี่คือรายละเอียดทั้งหมดที่เราทราบจนถึงตอนนี้

 

เกิดอะไรขึ้นในช่วง 21 ชั่วโมง?

 

  • การเจรจาในกรุงอิสลามาบัดครั้งนี้ เป็นการพบปะโดยตรงระหว่างผู้แทนของสหรัฐฯ และอิหร่านครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ และเป็นการหารือระดับสูงสุดนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 1979

 

  • ผลลัพธ์ของการเจรจาอาจกำหนดชะตากรรมของข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่มีอายุ 2 สัปดาห์ และโอกาสในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ใช้ขนส่งน้ำมันประมาณ 20% ของโลก หลังจากที่ถูกอิหร่านปิดกั้นมาตั้งแต่เริ่มสงคราม จนทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงและก่อผลกระทบไปทั่วโลกรวมถึงไทย

 

  • คณะผู้แทนฝ่ายอิหร่านจำนวน 71 คน เรียกตนเองว่า ‘มินาบ 168 (Minab 168)’ ที่สื่อถึงกลุ่มเด็กนักเรียนหญิงและครู 168 คน ที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ใส่โรงเรียนประถมในเมืองมินาบ ในวันแรกของสงคราม

 

  • ในจำนวนคณะผู้แทนอิหร่าน มี 14 คน ที่ได้เข้าร่วมการเจรจา นำโดยโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน พร้อมด้วย อับบาส อะรอกชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน นอกจากนี้ยังมีเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำปากีสถาน, สมาชิกสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด, ผู้ว่าการธนาคารกลาง, และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอิหร่าน

 

  • ผู้แทนอิหร่านยืนยันว่าการเข้าร่วมเจรจาครั้งนี้ จะเป็นไปด้วย “ความไม่ไว้วางใจอย่างสิ้นเชิง” ต่อสหรัฐฯ และเตือนว่าอิสราเอล ซึ่งยังคงโจมตีเลบานอน อาจเป็นฝ่ายที่ทำให้การเจรจาล้มเหลว

 

  • ทางด้านผู้แทนเจรจาฝ่ายสหรัฐฯ นำโดย เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ, พร้อมด้วย จาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษเพื่อภารกิจสันติภาพ

 

  • ก่อนการเจรจาโดยตรงระหว่างทั้งสองฝ่ายจะเริ่มต้นขึ้นวานนี้ (11 เมษายน) ทางคณะผู้แทนของอิหร่านและสหรัฐฯ ได้เข้าหารือกับเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ที่บ้านพัก แต่ไม่มีการเปิดเผยเนื้อหาในการพูดคุย

 

  • จากนั้น ในช่วงเวลาเกือบ 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 20.00 น. ตามเวลาไทย Al Jazeera รายงานว่า การเจรจาโดยตรงระหว่างผู้แทนอิหร่านและสหรัฐฯ ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ

 

  • สำหรับประเด็นหลักในการเจรจา ไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าครอบคลุมถึงเรื่องการคว่ำบาตร การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ การเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ และการหยุดยิงในเลบานอน

 

  • ประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านเปิดช่องแคบอีกครั้ง ขณะที่อิหร่านต้องการให้สหรัฐฯ ยอมรับอำนาจเหนือช่องแคบ

 

  • ส่วนประเด็นโครงการนิวเคลียร์ อิหร่านต้องการให้สหรัฐฯ ยอมรับสิทธิ์ในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ซึ่งที่ผ่านมาสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อเรียกร้องนี้ และทรัมป์ยืนยันว่า “จะไม่มีการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม”

 

  • นอกจากนี้ อิหร่านยังต้องการให้สหรัฐฯ ถอนกำลังรบออกจากภูมิภาค ยุติสงครามในทุกแนวรบ และให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่มีการรุกรานอีก

 

  • การเจรจารอบแรกดำเนินไปราว 2 ชั่วโมงก่อนจะมีการพักทานอาหารค่ำ หลังจากนั้นจึงมีการเจรจาต่อ ซึ่งกินเวลายาวนาน

 

  • เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน โพสต์บน X ระหว่างเจรจาว่า “การเจรจาอย่างเข้มข้นที่เริ่มต้นตั้งแต่เช้าวันเสาร์ด้วยความพยายามและการไกล่เกลี่ยอย่างเอื้อเฟื้อของปากีสถานได้ดำเนินต่อไปโดยไม่หยุดชะงักจนถึงขณะนี้ และมีการแลกเปลี่ยนข้อความและจดหมายจำนวนมากระหว่างทั้งสองฝ่าย”

 

  • เขาชี้ว่า ความสำเร็จในการเจรจานั้น “ขึ้นอยู่กับความสุจริตใจของฝ่ายตรงข้าม” ตลอดจน “การงดเว้นจากข้อเรียกร้องที่มากเกินไป และคำขอที่ผิดกฎหมาย และการยอมรับสิทธิและผลประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายของอิหร่าน”

 

  • ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวถึงการเจรจาที่เกิดขึ้นว่าเป็นไปอย่าง “ลึกซึ้งมาก” แต่มั่นใจว่า “สหรัฐฯ ได้รับชัยชนะในสงครามแล้ว ไม่ว่าผลการเจรจาจะเป็นอย่างไรก็ตาม”

 

  • กระทั่งในเวลา 04.37 น. ของวันนี้ (12 เมษายน) ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 06.37 น. ของวันนี้ตามเวลาไทย ทางสำนักข่าว Fars ของทางการอิหร่านได้รายงานว่า การเจรจาซึ่งหน้าระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ได้สิ้นสุดแล้ว โดย “ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อความเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งมีทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมด้วย”

 

การเจรจาล้มเหลว เพราะอะไร?

 

  • หลังสิ้นสุดการเจรจา Fars รายงานโดยอ้างว่า “การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน จะขยายเวลาออกไปอีกเป็นวันที่สอง โดยจะดำเนินต่อในวันนี้” แต่ทางผู้แทนฝ่ายสหรัฐฯ ไม่มีการยืนยัน ว่าจะมีการเจรจาวันที่สองเกิดขึ้นหรือไม่

 

  • ขณะที่ เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้แถลงต่อสื่อมวลชนหลังเจรจา โดยขอบคุณนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารสูงสุดของปากีสถาน และชื่นชมว่าเป็น “เจ้าภาพที่ยอดเยี่ยม” พร้อมเผยว่า ตลอดระยะเวลา 21 ชั่วโมง ของความพยายามในการเจรจา สหรัฐฯ ได้มีการหารืออย่างเป็นสาระสำคัญกับอิหร่านหลายครั้ง

 

  • อย่างไรก็ตาม เขาชี้ว่า “ข่าวร้ายก็คือ สหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้” และเผยว่าจะเดินทางกลับโดยไร้ความคืบหน้าเรื่องข้อตกลงหยุดยิง

 

  • “ผมคิดว่านั่นเป็นข่าวร้ายสำหรับอิหร่านมากกว่าข่าวร้ายสำหรับสหรัฐอเมริกาเสียอีก ดังนั้น เราจึงต้องกลับไปที่สหรัฐอเมริกาโดยที่ยังไม่ได้บรรลุข้อตกลง เราได้ชี้แจงอย่างชัดเจนแล้วว่าขอบเขตที่เรายอมรับได้คืออะไร อะไรที่เรายินดีจะประนีประนอม และอะไรที่เราไม่ยอมประนีประนอม และเราได้ชี้แจงอย่างชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว แต่พวกเขากลับเลือกที่จะไม่ยอมรับเงื่อนไขของเรา” แวนซ์ กล่าว

 

  • เมื่อถูกถามถึงสิ่งที่อิหร่านปฏิเสธ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่าเขาจะไม่ลงรายละเอียด แต่สหรัฐฯ กำลังต้องการการยืนยันว่าอิหร่านจะไม่แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ในระยะยาว

 

  • “ข้อเท็จจริงง่ายๆ ก็คือ เราต้องการเห็นคำมั่นสัญญาที่ชัดเจนว่าพวกเขาจะไม่แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ และพวกเขาจะไม่แสวงหาเครื่องมือที่จะทำให้พวกเขาสามารถสร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้อย่างรวดเร็ว นั่นคือเป้าหมายหลักของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนั่นคือสิ่งที่เราพยายามบรรลุผ่านการเจรจาเหล่านี้” เขากล่าว

 

  • แวนซ์ ยังยืนยันว่า สหรัฐฯ ค่อนข้างยืดหยุ่น และประนีประนอม และยืนยันว่าได้เจรจาด้วยความสุจริตใจและพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้ข้อตกลง

 

  • ขณะที่แวนซ์ เผยว่าระหว่างเจรจา ทางคณะผู้แทนของสหรัฐฯ ยังได้ติดต่อพูดคุยกับประธานาธิบดีทรัมป์อย่างต่อเนื่อง โดยอาจจะมากถึง 6-12 ครั้ง ในช่วง 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา

 

  • เขายังเผยว่า คณะผู้แทนสหรัฐฯ จะเดินทางออกจากปากีสถานพร้อมกับยื่นข้อเสนอสุดท้ายและดีที่สุดแก่อิหร่าน และจะรอดูว่าอิหร่านจะยอมรับหรือไม่

 

  • โดยล่าสุด แวนซ์ได้เดินทางออกจากปากีสถานด้วยเครื่องบิน Air Force Two และมุ่งหน้ากลับสหรัฐฯ แล้ว ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าจะไม่มีการเจรจากับอิหร่านต่อในวันนี้

 

  • ทางด้านบาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านได้ให้สัมภาษณ์กับสื่ออิหร่านหลังจากที่แวนซ์ แถลง โดยกล่าวว่าอิหร่านและสหรัฐฯ “ได้บรรลุข้อตกลงในหลายประเด็น” และมี “ความเห็นที่แตกต่างกันในประเด็นสำคัญสองถึงสามประเด็น”

 

  • “การเจรจาเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากสงครามที่ถูกบังคับดำเนินมา 40 วัน และเกิดขึ้นในบรรยากาศของความไม่ไว้วางใจและความสงสัย เป็นเรื่องปกติที่เราไม่ควรคาดหวังตั้งแต่แรกว่าจะบรรลุข้อตกลงได้ภายในครั้งเดียว” เขากล่าวและชี้ว่า “ไม่มีใครคาดหวังเช่นนั้นเช่นกัน”

 

  • ขณะที่ Fars รายงานข้อมูลจากแหล่งข่าวใกล้ชิดกับคณะผู้แทนอิหร่านว่า “สหรัฐฯ เรียกร้องทุกอย่างที่พวกเขาไม่สามารถได้รับในระหว่างสงครามผ่านการเจรจา”

 

  • แหล่งข่าวเผยว่า “อิหร่านไม่ยอมรับเงื่อนไขที่ทะเยอทะยานของอเมริกาเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติภาพ และประเด็นอื่นๆ อีกหลายประเด็น”

 

  • Fars ยังรายงานว่า เส้นทางสู่ข้อตกลงหยุดยิงนั้น ขึ้นอยู่กับการที่สหรัฐฯ เปลี่ยนแปลง “ข้อเรียกร้องที่ไม่สมเหตุสมผล” และช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งในหลายประเด็นขัดแย้งที่ต้องได้รับการแก้ไข

 

  • นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสองฝ่ายกำลังทำงานเพื่อหาจุดร่วม และ “ผู้ไกล่เกลี่ยอย่างปากีสถานกำลังพยายามแก้ไขความแตกต่างและทำให้ความคิดเห็นใกล้เคียงกันมากขึ้น”

 

  • ซึ่งทีมเจรจาของทั้งสองฝ่ายได้ถอยกลับไปปรึกษาหารือกับทีมผู้เชี่ยวชาญของตนเกี่ยวกับร่างข้อความเจรจา โดย Fars รายงานว่า การเจรจาจะกลับมาดำเนินต่อเมื่อร่างข้อความเหล่านั้นเสร็จสมบูรณ์แล้ว

 

  • ด้าน อิสฮัก ดาร์ รองนายกรัฐมนตรีปากีสถาน ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยกล่าวว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ “ทั้งสองฝ่ายจะต้องรักษาคำมั่นสัญญาเรื่องการหยุดยิงต่อไป”

 

  • “เราหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะยังคงมีจิตใจที่มุ่งมั่นเพื่อบรรลุสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองที่ยั่งยืนสำหรับภูมิภาคทั้งหมดและที่อื่นๆ” เขากล่าว และยืนยันว่าปากีสถานจะยังคง “มีบทบาทในการอำนวยความสะดวกในการมีส่วนร่วมและการเจรจาระหว่าง อิหร่านและสหรัฐฯ ในอนาคต”

 

ภาพ : REUTERS/Asim Hafeez

 

อ้างอิง:

 

The post สรุป 21 ชั่วโมง เจรจาสันติภาพ สหรัฐฯ – อิหร่าน ทำไมจึงล้มเหลวบรรลุดีลหยุดยิง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมเจรจาอิหร่าน-สหรัฐฯ เดินทางไปปากีสถาน จับตาเจรจาสันติภาพ จะสำเร็จหรือคว้าน้ำเหลว? https://thestandard.co/iran-us-peace-talks-pakistan/ Sat, 11 Apr 2026 04:11:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1197012 ภาพคณะผู้แทนเจรจา อิหร่านและ สหรัฐฯ ในการประชุมสันติภาพที่ กรุงอิสลามาบัด ปากีสถาน

คณะผู้แทนเจรจาของอิหร่าน เดินทางถึงกรุงอิสลามาบัดของปาก […]

The post ทีมเจรจาอิหร่าน-สหรัฐฯ เดินทางไปปากีสถาน จับตาเจรจาสันติภาพ จะสำเร็จหรือคว้าน้ำเหลว? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพคณะผู้แทนเจรจา อิหร่านและ สหรัฐฯ ในการประชุมสันติภาพที่ กรุงอิสลามาบัด ปากีสถาน

คณะผู้แทนเจรจาของอิหร่าน เดินทางถึงกรุงอิสลามาบัดของปากีสถานแล้ว เพื่อเตรียมเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพที่มีกำหนดเปิดฉากขึ้นในเช้าวันนี้ (11 เมษายน) ตามเวลาท้องถิ่น โดยทางการปากีสถานได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยทั่วเมือง พร้อมทั้งปิดกั้นพื้นที่สีแดงอันเป็นที่ตั้งของอาคารรัฐบาล สถานทูต และโรงแรมเซเรนา ซึ่งเป็นสถานที่จัดการเจรจาและที่พักของคณะผู้แทน

 

ทีมเจรจาของอิหร่านนั้นมีจำนวนกว่า 70 คน นำโดยโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน และอับบาส อะรอกชี รัฐมนตรีต่างประเทศ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการเมือง พร้อมด้วยสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่สนับสนุน

 

ส่วนทีมเจรจาของสหรัฐฯ นำโดย เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ, มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ พร้อมด้วยทูตพิเศษเพื่อภารกิจสันติภาพ คือ จาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสตีฟ วิทคอฟฟ์ ตลอดจนพลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM)

 

อิหร่านพร้อมบรรลุดีล แต่สหรัฐฯ ต้องให้ ‘ข้อตกลงที่แท้จริง’

 

แผนเจรจาสันติภาพครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ และอิหร่าน ตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงก่อนถึงกำหนดเส้นตายที่ทรัมป์ขู่ว่าจะทำลายอารยธรรมของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนอย่างโรงไฟฟ้าและสะพาน

 

โดยวาระการเจรจาของเตหะราน รวมถึงข้อเรียกร้องที่สำคัญ อาทิ การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านทั้งทางตรงและทางอ้อม และการยอมรับอำนาจของอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอิหร่านตั้งเป้าที่จะเก็บค่าธรรมเนียมการผ่านแดนและควบคุมการเข้าออก ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงอำนาจครั้งใหญ่เหนือเส้นทางขนส่งทางทะเลในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย

 

ด้านประธานรัฐสภาอิหร่านให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังเดินทางถึงกรุงอิสลามาบัดว่า “รัฐบาลอิหร่านมีเจตนาที่ดีต่อการเจรจา แต่ไม่ไว้วางใจสหรัฐฯ” และ “อิหร่านพร้อมที่จะบรรลุข้อตกลงหากสหรัฐฯ เสนอสิ่งที่เขาเรียกว่า ‘ข้อตกลงที่แท้จริง’ และให้สิทธิแก่อิหร่าน”

 

ทางด้านทรัมป์ ไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ ต่อข้อเรียกร้องของอิหร่าน แต่ได้โพสต์ในโซเชียลมีเดียก่อนหน้านี้ว่า “เหตุผลเดียวที่ชาวอิหร่านยังมีชีวิตอยู่ก็เพื่อเจรจาข้อตกลง”

 

“ดูเหมือนว่าชาวอิหร่านจะไม่รู้ตัวว่าพวกเขาไม่มีไพ่เด็ดอะไร นอกจากการข่มขู่โลกในระยะสั้นโดยใช้เส้นทางน้ำระหว่างประเทศ เหตุผลเดียวที่พวกเขายังอยู่รอดมาได้ทุกวันนี้ก็คือเพื่อการเจรจา!” ทรัมป์ ระบุ

 

ขณะที่เจ.ดี. แวนซ์ กล่าวก่อนเดินทางไปยังปากีสถานว่า “เขาคาดหวังผลลัพธ์การเจรจาที่ดี” แต่เสริมว่า “ถ้าพวกเขา (อิหร่าน) กำลังจะพยายามเล่นงานเรา พวกเขาก็จะพบว่า ทีมเจรจาของเราไม่พร้อมรับฟังเท่าไหร่”

 

นักวิเคราะห์อิหร่านหวั่นอิสราเอลทำลายโอกาสหยุดยิง

 

เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถานในฐานะตัวกลางไกล่เกลี่ยและเจ้าภาพจัดการเจรจา แถลงต่อประชาชนวานนี้ (10 เมษายน) โดยชี้แจงถึงความสำคัญของการเจรจาสันติภาพครั้งนี้ว่า “การหยุดยิงถาวรเป็นขั้นตอนต่อไปที่ยากลำบาก ซึ่งก็คือการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนผ่านการเจรจา” และย้ำว่า “นี่คือช่วงเวลาชี้ชะตา”

 

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์โซห์เรห์ คาราซมี (Zohreh Kharazmi)จากคณะศึกษาศาสตร์โลก มหาวิทยาลัยเตหะราน ให้สัมภาษณ์ Al Jazeera ว่า “บรรยากาศในหมู่ชาวอิหร่านทั่วไปขณะนี้ เต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจอย่างมากต่อสหรัฐฯ” และ “ไม่คิดว่าสหรัฐฯ และพันธมิตร จะน่าเชื่อถือสำหรับการเจรจาใดๆ”

 

สำหรับเงื่อนไขการเจรจาของอิหร่านที่ระบุว่า อิสราเอลต้องหยุดการโจมตีเลบานอนนั้น คาราซมีกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “มันขึ้นอยู่กับสหรัฐฯ เป็นอย่างมากที่จะมีอำนาจต่อรองหรือแรงกดดันต่ออิสราเอล” และเตือนว่า “อิสราเอลมีแนวโน้มที่จะทำลายโอกาสใดๆ ก็ตามสำหรับการหยุดยิงในภูมิภาค”

 

ทั้งนี้ อิสราเอลยังคงดำเนินการโจมตีทั่วพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอนอย่างต่อเนื่อง โดยการโจมตีอาคารรัฐบาลในเมืองนาบาติเยห์ วานนี้ ทำให้สมาชิกกองกำลังความมั่นคงของเลบานอนเสียชีวิต 13 นาย

 

โดยประธานรัฐสภาอิหร่านยังเตือนความไม่แน่นอนของการเจรจาจากท่าทีของอิสราเอล และชี้ว่า “การหยุดยิงในเลบานอนจะต้องเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ”

 

อย่างไรก็ตาม ทางการอิสราเอลและเลบานอน เปิดเผยว่า เอกอัครราชทูตอิสราเอล และเอกอัครราชทูตเลบานอนประจำสหรัฐฯ จะมีการเจรจากันที่กรุงวอชิงตัน ดีซี. ในวันอังคารนี้ (14 เมษายน)

 

โดยทำเนียบประธานาธิบดีเลบานอนระบุว่า ทั้งสองฝ่ายได้โทรศัพท์พูดคุยกันเมื่อวันศุกร์ และตกลงที่จะหารือเกี่ยวกับการประกาศหยุดยิงและกำหนดวันเริ่มต้นการเจรจาทวิภาคีภายใต้การไกล่เกลี่ยของสหรัฐฯ แต่สถานทูตอิสราเอลในกรุงวอชิงตัน ดีซี. ระบุว่า “การเจรจาครั้งนี้จะเป็นการเริ่มต้นการเจรจาสันติภาพอย่างเป็นทางการ” และ “อิสราเอลปฏิเสธที่จะหารือเรื่องการหยุดยิงกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์” ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านสนับสนุน

 

ภาพ : Pakistan’s Ministry of Foreign Affairs/Handout via REUTERS

 

อ้างอิง:

 

The post ทีมเจรจาอิหร่าน-สหรัฐฯ เดินทางไปปากีสถาน จับตาเจรจาสันติภาพ จะสำเร็จหรือคว้าน้ำเหลว? appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ตัวกลางหย่าศึกสหรัฐฯ-อิหร่าน https://thestandard.co/shehbaz-sharif-pakistan-mediator-us-iran-ceasefire/ Thu, 09 Apr 2026 09:50:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1196344

เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน นับว่า มีบทบาทสำคัญอ […]

The post รู้จัก เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ตัวกลางหย่าศึกสหรัฐฯ-อิหร่าน appeared first on THE STANDARD.

]]>

เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน นับว่า มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเป็น ‘ตัวกลางประสานรอยร้าว’ ระหว่างคู่ขัดแย้งอย่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านในช่วงที่ทั้งสองประเทศไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกันโดยตรง โดยปากีสถานเป็นผู้รวบรวมข้อเสนอและกรอบเวลาในการลดความรุนแรงส่งให้ทั้งสองฝ่าย จนนำไปสู่การประกาศหยุดยิง (Ceasefire) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา

 

ผู้นำปากีสถานได้รับความไว้วางใจจากทั้งสองฝ่าย เนื่องจากปากีสถานมีความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์กับสหรัฐฯ และมีพรมแดนติดกับอิหร่าน อีกทั้งยังใกล้ชิดกับมหาอำนาจอื่นอย่างจีนอีกด้วย แม้ข้อตกลงหยุดยิงจะดูมีความเปราะบางอย่างมาก แต่ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นนี้ก็ได้รับการยกย่องว่า เป็นชัยชนะทางการทูตครั้งใหญ่ที่สุดของปากีสถานในรอบหลายปี

 

เชห์บาซ ชารีฟ จะเป็นเจ้าภาพการประชุมสันติภาพที่อิสลามาบัด โดยเชิญผู้แทนระดับสูงของทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านมาหารือกัน ซึ่งมีกำหนดการจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 10 เมษายนนี้ เพื่อหาข้อตกลงที่ยั่งยืนต่อไป

 


 

เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ผู้เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง สหรัฐฯ-อิหร่าน 1

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

 

อ้างอิง:

The post รู้จัก เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ตัวกลางหย่าศึกสหรัฐฯ-อิหร่าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Dealmaker: เจาะเบื้องหลังเกมการทูต ปากีสถานยุติสงคราม ‘สหรัฐฯ-อิหร่าน’ ได้อย่างไร https://thestandard.co/pakistan-us-iran-peace-deal/ Thu, 09 Apr 2026 09:02:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1196326 ภาพการเจรจาทางการทูต โดยมีผู้นำ ปากีสถาน เป็นตัวกลางยุติความขัดแย้ง สหรัฐฯ-อิหร่าน

ตัวเต็งรางวัลโนเบลสันติภาพปี 2026   ผู้ยุติสงครามโ […]

The post The Dealmaker: เจาะเบื้องหลังเกมการทูต ปากีสถานยุติสงคราม ‘สหรัฐฯ-อิหร่าน’ ได้อย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพการเจรจาทางการทูต โดยมีผู้นำ ปากีสถาน เป็นตัวกลางยุติความขัดแย้ง สหรัฐฯ-อิหร่าน

ตัวเต็งรางวัลโนเบลสันติภาพปี 2026

 

ผู้ยุติสงครามโลกครั้งที่ 3

 

และ The Dealmaker

 

 
 

เหล่านี้คือข้อความที่ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียต่างยกย่องบทบาทของ ‘ปากีสถาน’ ในฐานะตัวกลางเจรจายุติความขัดแย้งครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ หลังสามารถผลักดันให้เกิดการหยุดยิง 2 สัปดาห์ในสงครามสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล-อิหร่านได้สำเร็จ

 

กระแสการยกย่องดังกล่าวสะท้อนบทบาทเชิงรุกของปากีสถานที่ค่อยๆ ขยับจาก ‘ผู้เล่นชายขอบ’ สู่ ‘ตัวกลางของโลก’ โดยอาศัยทั้งสายสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์กับสหรัฐฯ และความใกล้ชิดเชิงประวัติศาสตร์กับอิหร่าน เปิดช่องทางการสื่อสารที่แทบไม่หลงเหลืออยู่ในห้วงวิกฤต

 

เหนือสิ่งอื่นใด เบื้องหลังภาพของ ‘The Dealmaker’ คือการทำงานแบบหลังบ้านที่เข้มข้น ตั้งแต่สายสัมพันธ์ส่วนตัว การเจรจาหลายช่องทาง ตลอดจนการเร่งเครื่องในช่วงชั่วโมงสุดท้าย ก่อนการปะทะจะยกระดับไปอีกขั้น

 

ปากีสถานก้าวขึ้นมาเป็นตัวกลางยุติความขัดแย้งครั้งนี้ได้อย่างไร ใครคือคีย์แมนสำคัญ และบทบาทของประเทศแห่งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป THE STANDARD ชวนเจาะลึกเบื้องหลังเกมการทูตปิดดีลหยุดยิงครั้งสำคัญของโลก

 

จับมือทรัมป์-แน่นแฟ้นอิหร่าน: สูตร (ไม่) ลับการทูตปากีสถาน

 

New York Times ระบุว่า ปากีสถานก้าวขึ้นมาเป็น ‘กาวใจ’ ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านได้ เพราะมีต้นทุนสำคัญ คือ การสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทรัมป์เป็นเวลาหลายเดือน และความแน่นแฟ้นกับอิหร่านที่มีเป็นทุนเดิม จนสามารถกลายเป็นศูนย์กลางของการยุติความขัดแย้งครั้งสำคัญของโลกได้

 

ต้องย้อนกลับไปเล่าก่อนว่า ตั้งแต่ทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ปากีสถานพยายามสร้างความใกล้ชิดแบบเป็นพิเศษ ทั้งการทำข้อตกลงด้านคริปโต แร่หายาก การเข้าร่วมบอร์ดสันติภาพ ไปจนถึงเสนอชื่อทรัมป์เข้าชิงรางวัลโนเบลสันติภาพ และขอบคุณสหรัฐฯ ที่ช่วยมาไกล่เกลี่ยปมขัดแย้งอินเดียในปี 2025

 

(หมายเหตุ: อินเดียปฏิเสธว่า การยุติความขัดแย้งมาจากกลไกทวิภาคี ไม่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ โดยสิ้นเชิง)

 

ชื่อของคีย์แมนคนสำคัญไม่ใช่ใครที่ไหนไกล แต่คือ จอมพล ซาเยด อาซิม มูเนียร์ (Syed Asim Munir) ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งกองทัพปากีสถาน ผู้ชายที่ทรัมป์ยกย่องนับสิบครั้งว่า เป็นจอมพลคนโปรด นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ บุคคลสำคัญ และมนุษย์ยอดเยี่ยม

 

ไม่แน่ชัดว่า มูเนียร์เป็นคนโปรดของทรัมป์ได้อย่างไร แต่นักวิเคราะห์และแหล่งข่าวใกล้ชิดชี้ตรงกันว่า จอมพลรายนี้เข้าขากับ เจ.ดี.แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ดี ขณะที่เข้าใจบุคลิกและตัวตนของทรัมป์อย่างชัดเจน

 

“เขามีความฉลาดทางอารมณ์สูง… และแน่นอนว่ามีความสามารถในการไกล่เกลี่ย” หลิน หมินหวัง รองผู้อำนวยการศูนย์เอเชียใต้ศึกษาแห่งมหาวิทยาลัย Fudan University ระบุ พร้อมย้ำว่า ในการทำงานกับทรัมป์ ความสัมพันธ์ส่วนตัวมีบทบาทสำคัญมาก เพราะผู้นำสหรัฐฯ คนนี้ให้คุณค่ากับ ‘มิตรภาพส่วนตัว’

 

ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับปากีสถานโดดเด่นเป็นทุนเดิม โดย ฟาติมา เรซา (Fatima Reza) ผู้เขียนบทความวิจัย Pakistan-Iran Relations in the Evolving International Environment อธิบายว่า ทั้ง 2 ประเทศมีสัมพันธ์อันดีต่อกันในเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศาสนา แม้จะเผชิญข้อจำกัดบางอย่างตามบริบทระหว่างประเทศ เช่น ช่วงเหตุการณ์ 9/11 ปากีสถานเป็นพันธมิตรรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ จอร์จ ดับเบิลยู บุช ปราบปรามกลุ่มแกนแห่งความชั่วร้าย (Axis of Evil) ซึ่งมีอิหร่านอยู่ด้วย

 

อย่างไรก็ดี ก่อนการปฏิวัติอิสลามในปี 1979 อิหร่านเคยให้การสนับสนุนปากีสถานในสงครามระหว่างอินเดีย 2 ครั้ง ขณะที่พระเจ้าชาห์ก็เคยตรัสว่า ความอยู่ดีมีสุขของปากีสถานเป็นวาระสำคัญในนโยบายต่างประเทศของพระองค์

 

ขณะที่ทั้ง 2 ประเทศมีความเชื่อมโยงทางภูมิศาสตร์และชาติพันธุ์ โดยมีพรมแดนติดกันระหว่างจังหวัดบาลูจิสถานในปากีสถาน กับจังหวัดซิสถาน-บาลูเชสถานของอิหร่าน ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของ ‘ชาวบาลูจ’ ที่กระจายตัวอยู่ทั้งสองฝั่งชายแดน

 

นอกจากนี้ อาซีมา ชีมา ผู้อำนวยการผู้ก่อตั้ง Verso Consulting บริษัทวิจัยในอิสลามาบัดยังอธิบายเพิ่มเติมว่า ในสภาวะที่สหรัฐฯ และอิหร่านไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการนับ 4 ทศวรรษ ปากีสถานคือตัวแทนดูแลผลประโยชน์ของอิหร่านในสหรัฐฯ มานานมาก เช่นเดียวกับบทบาทของสวิตเซอร์แลนด์ที่ทำธุรกรรมให้สหรัฐฯ ในเตหะราน

 

ปากีสถานเป็นตัวกลางในความขัดแย้งครั้งนี้อย่างไร?

 

ปากีสถานมีบทบาทโดดเด่นจากการเป็นตัวกลางในเวทีโลกเป็นทุนเดิม เช่น การเป็นกาวใจให้กับสหรัฐฯ และจีนในช่วงสงครามเย็นจนนำไปสู่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการในปี 1979 หรือการเป็นตัวกลางข้อตกลงเจนีวาปี 1988 ที่ทำให้สหภาพโซเวียตถอนกำลังออกจากอัฟกานิสถาน

 

ขณะที่ล่าสุด ปากีสถานยังช่วยอำนวยความสะดวกในการติดต่อระหว่างตาลีบันอัฟกานิสถานกับสหรัฐฯ ซึ่งนำไปสู่การเจรจาที่โดฮา รวมถึงข้อตกลงปี 2020 ที่ปูทางสู่การถอนทหารของ NATO ในอัฟกานิสถาน

 

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ปากีสถานต้องเข้ามามีบทบาทคือภูมิศาสตร์ เนื่องจากมีพรมแดนติดกับอิหร่านโดยตรง โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่า ปากีสถานมี ‘แรงจูงใจเร่งด่วน’ ที่ต้องการเห็นสงครามยุติ เพราะความขัดแย้งลุกลามอาจดึงประเทศอื่นเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบีย หลังลงนามข้อตกลงความร่วมมือด้านกลาโหมร่วมกับปากีสถานเมื่อปี 2025

 

ขณะที่ความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจยังบีบคั้นปากีสถาน เพราะประเทศพึ่งพาน้ำมันและก๊าซจากตะวันออกกลางเป็นหลัก ส่วนพลเมืองที่ไปทำงานในประเทศอาหรับยังสร้างรายได้มหาศาล คิดเป็นปริมาณใกล้เคียงรายได้จากการส่งออกทั้งหมด

 

รายงานพิเศษของ Al Jazeera ระบุว่า ปากีสถานเริ่มใช้ช่องทางการทูตทันที หลังสงครามอิหร่านเปิดฉากขึ้นจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ส่วนใหญ่ดำเนินการจากหลังบ้านท่ามกลางสถานการณ์คุกรุ่นในประเทศ ทั้งการประท้วงของประชาชนในกรุงการาจี สงครามกับกลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถาน และวิกฤตราคาน้ำมัน

 

วิธีการเดินเกมของปากีสถาน คือ รักษาสมดุลกับทุกฝ่ายอย่างละเอียดอ่อน โดยเฉพาะ 2 เพื่อนบ้านอย่างซาอุดีอาระเบียผ่านข้อตกลงป้องกันร่วม และอิหร่านผ่านวิธีการประณามการโจมตีของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นจุดสำคัญทำให้เตหะรานไว้วางใจบทบาทของปากีสถาน

 

นอกจากนี้ ในช่วงสงครามทวีความรุนแรงจากการที่อิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติของอิหร่านอย่าง South Pars ปากีสถานยังจับมือซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และอียิปต์เพื่อหากลไกเจรจา 4 ฝ่าย

 

แม้ตอนแรก สหรัฐฯ และอิหร่านปฏิเสธการเจรจา แต่ในความเป็นจริง ปากีสถานทำหน้าที่เป็นตัวกลางส่งข้อเสนอ 15 ประการของสหรัฐฯ ให้อิหร่าน และประสานส่งข้อเสนอโต้กลับ 10 ข้อของเตหะรานให้สหรัฐฯ

 

New York Times ระบุว่า เซห์บาฟ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน และ อิสฮาค ดาร์ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศปากีสถาน คือคีย์แมนสำคัญที่ทำหน้าที่ส่งข้อความให้รัฐบาลสหรัฐฯ และอิหร่านหลายสัปดาห์ ขณะที่มูเนียร์มุ่งเน้นหารือกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เป็นหลัก

 

รายงานระบุว่า มูเนียร์หารือเรื่องอิหร่านกับทรัมป์มาเกือบปีแล้ว จนผู้นำสหรัฐฯ กล่าวชมจอมพลบนมื้ออาหารกลางวันในการพบปะที่ทำเนียบขาวปี 2025 ว่า “รู้จักอิหร่านดีมาก ดีกว่าคนส่วนใหญ่เสียอีก”

 

นอกจากนี้ Al Jazeera ยังระบุว่า ชารีฟและมูเนียร์เดินทางไปพบมกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมานที่ซาอุดีอาระเบียเพื่อแสดงการสนับสนุน แต่เรียกร้องให้ลดความตึงเครียด

 

ขณะที่ในช่วงเวลา 10 ชั่วโมงสุดท้าย หลังทรัมป์ขู่ทำลายอารยธรรมอิหร่านตลอด 47 ปี มูเนียร์ติดต่อทั้งสองฝ่ายอย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งเครื่องเดินหน้าทางการทูตอย่างหนัก ขณะที่ New York Times รายงานว่า จีนเข้ามาแทรกแซงให้อิหร่านยอมรับข้อเสนอในวินาทีสุดท้าย

 

จับตามองปากีสถาน กับบทบาทเจรจาปิดดีลสงครามใหญ่

 

บทวิเคราะห์จาก Al Jazeera มองว่า แม้ข้อตกลงหยุดยิงยังไม่ใช่สันติภาพ และมีประเด็นขัดแย้งสำคัญ หลังอิสราเอลและสหรัฐฯ ชี้ตรงกันว่า เลบานอนไม่รวมอยู่ในข้อตกลง แต่นักวิเคราะห์มองว่า นี่คือจุดเปลี่ยนของปากีสถานไปอย่างสิ้นเชิง พร้อมย้ำว่า นี่คือผลงานจากการประสานงานของทั้งระบบ ไม่ใช่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเพียงเท่านั้น

 

ไมเคิล คูเกลแมน สมาชิกอาวุโสฝ่ายเอเชียใต้จาก Atlantic Council ระบุกับ New York Times ว่า ข้อตกลงสันติภาพคือผลแดงชิ้นโบแดงคือปากีสถาน หลังต้องต่อสู้กับภาพลักษณ์ย่ำแย่ในระดับโลกมานาน เพราะนานาประเทศไม่เคยมองว่า ประเทศนี้จะมีอิทธิพลในระดับภูมิภาคหรือแม้กระทั่งระดับโลกได้เลย โดยเฉพาะกับบทบาทเล่นเกม 2 หน้าในวงการทูต เช่น สนับสนุนสหรัฐฯ ในสงครามอัฟกานิสถาน ขณะที่ยังหนุนตาลีบันในเวลาเดียวกัน

 

ด้าน พิศาล มาณวพัฒน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ในรายการ Decoding the World ว่า จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ปากีสถานโดดเด่นขึ้นมาในฐานะ ‘พระเอก’ หรือตัวกลางสำคัญที่สุดในการเจรจาหยุดยิง โดยใช้ข้อได้เปรียบจากความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและผลประโยชน์ที่มีร่วมกับทั้งสหรัฐฯ อิหร่าน และซาอุดีอาระเบียมาสร้างอำนาจต่อรอง จนทำให้ทั้งคู่ยอมรับให้ปากีสถานเป็นคนกลางในการพูดคุย

 

พิศาลมองว่า ผลงานที่โดดเด่นนี้ยังเป็นการบดบังรัศมีของประเทศอื่นๆ ที่อยากเป็นกาวใจ รวมถึงกลบบทบาทของอินเดียในเวทีโลกไปโดยปริยาย หรือแม้แต่จีนที่มีการเสนอข้อตกลง 5 ข้อออกมาก่อนหน้านี้ เพราะผู้ที่ทำให้เกิดการหยุดยิงได้จริงก็ยังคงเป็นปากีสถาน

 

อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐฯ ยังวิเคราะห์ว่า บทบาทปากีสถานส่งผลกระทบอย่างมากต่อภูมิรัฐศาสตร์โลกในมิติความมั่นคงทางทหาร โดยเฉพาะการลงนามสนธิสัญญาด้านการป้องกันประเทศภายใต้ ‘ร่มนิวเคลียร์’ ร่วมกับซาอุดีอาระเบียที่มีคล้ายคลึงกับ NATO คือ ปากีสถานจะเข้ามาช่วยเหลือ หากมีใครโจมตีหรือทำลายซาอุดีอาระเบีย

 

อย่างไรก็ดี มาเรีย ราชิด (Maria Rashid) นักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจาก University of Wolverhampton เคยกล่าวเตือนบทบาทของปากีสถานในเวทีโลกตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2025 กับ Al Jazeera ว่า ต้องระมัดระวังในการสรุปสถานการณ์ในระยะยาว เพราะลึกๆ แล้ว ปากีสถานยังต้องการเสถียรภาพภายในประเทศ ขณะที่ความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างกองทัพปากีสถานกับสหรัฐฯ ไม่ใช่เรื่องใหม่ อีกทั้งยังกระทบกับระบอบประชาธิปไตยภายในประเทศ

 

ปัจจุบัน ฝ่ายค้านและองค์กรสิทธิมนุษยชนกล่าวหารัฐบาลปากีสถานว่า จำกัดเสรีภาพ กดดันสื่อและใช้ความรุนแรงทางการเมือง ขณะที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ 27 ยังเป็นประเด็นถกเถียง เพราะปากีสถานกำลังให้อำนาจอย่างกว้างขวางแก่มูเนียร์ และลดบทบาทการตรวจสอบของฝ่ายตุลาการ

 

ส่วนประเด็นที่ยังคงหลงลืมไม่ได้ คือ การปราบปรามพรรคเตห์รีก-เอ-อินซาฟ (Pakistan Tehreek-e-Insaf) ของ อิมราน ข่าน อดีตนายกฯ ที่ถูกคุมขังตั้งแต่ปี 2023 โดยราชิดระบุว่า ความสำเร็จด้านนโยบายต่างประเทศกำลังกลบฝังปัญหาภายในประเทศอย่างสิ้นเชิง

 

แฟ้มภาพ: Government of Pakistan

 

อ้างอิง:

 

The post The Dealmaker: เจาะเบื้องหลังเกมการทูต ปากีสถานยุติสงคราม ‘สหรัฐฯ-อิหร่าน’ ได้อย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์ยืนยัน เลบานอนไม่ได้รวมอยู่ในข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน https://thestandard.co/trump-lebanon-ceasefire-us-iran/ Thu, 09 Apr 2026 03:33:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1196081 โดนัลด์ ทรัมป์ ขณะแถลงข่าวประเด็นเลบานอนไม่ได้รวมในข้อตกลงหยุดยิง สหรัฐฯ-อิหร่าน

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และทำเนียบขาวยื […]

The post ทรัมป์ยืนยัน เลบานอนไม่ได้รวมอยู่ในข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โดนัลด์ ทรัมป์ ขณะแถลงข่าวประเด็นเลบานอนไม่ได้รวมในข้อตกลงหยุดยิง สหรัฐฯ-อิหร่าน

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และทำเนียบขาวยืนยันว่า เลบานอนไม่ได้รวมอยู่ในข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยทรัมป์ระบุว่าสงครามในเลบานอนเป็น ‘การปะทะที่แยกออกไปต่างหาก’ เนื่องจากมีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เข้ามาเกี่ยวข้อง

 

ในขณะที่ เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถานซึ่งเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ย และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านยืนยันตรงกันว่าข้อตกลงหยุดยิงนี้ ‘ครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาค’ รวมถึงพื้นที่ในเลบานอนด้วย ซึ่งขณะนี้ทีมตัวกลางเจรจากำลังใช้ความพยายามอย่างสูงในการรักษาข้อตกลงหยุดยิงให้ยังคงดำเนินต่อไปได้

 

อิสราเอลยกระดับการโจมตีเลบานอน

 

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยืนยันว่าการโจมตีเลบานอนจะดำเนินต่อไป หลังจากนั้น อิสราเอลได้เปิดฉากการโจมตีทางอากาศกว่า 100 ครั้ง ซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของความขัดแย้งนี้ การโจมตีพุ่งเป้าไปที่พื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น ศูนย์การแพทย์ และมัสยิด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 254 ราย บาดเจ็บกว่า 1,160 ราย และเป็นการซ้ำเติมวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่มีประชาชนต้องพลัดถิ่นฐานแล้วกว่า 1.2 ล้านคน

 

ท่าทีและการขู่ตอบโต้จากอิหร่านและพันธมิตร

 

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเตือนว่า อิหร่านจะตอบโต้อิสราเอลและ ‘อาจถอนตัว’ ออกจากข้อตกลงหยุดยิง หากอิสราเอลยังคงละเมิดข้อตกลงด้วยการโจมตีเลบานอน นอกจากนี้สื่อของอิหร่านยังมีรายงานเบื้องต้นว่า อาจมีการระงับการเดินเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อเป็นการตอบโต้ แม้ว่าทางการอิหร่านจะยังไม่ได้ออกมายืนยันเรื่องนี้ก็ตาม

 

ทางด้าน นาวาฟ ซาลาม นายกรัฐมนตรีเลบานอนได้เรียกร้องให้ประชาคมโลกเข้ามาแทรกแซงเพื่อยุติการรุกราน ขณะที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ประณามการโจมตีของอิสราเอลว่าเป็น ‘อาชญากรรมสงคราม’ และเป็นการพยายามแก้แค้นพลเรือน พร้อมทั้งยืนยันสิทธิอันชอบธรรมในการต่อต้านการรุกรานครั้งนี้

 

แม้ทั้งอิสราเอล-เลบานอนจะเคยบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 แต่อิสราเอลยังคงโจมตีเลบานอนรายวันมาอย่างต่อเนื่องกว่า 15 เดือน โดยสงครามเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในช่วงต้นเดือนมีนาคม หลังจากที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดโจมตีอิสราเอล เพื่อตอบโต้การละเมิดข้อตกลงของอิสราเอลและการสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนก่อนของอิหร่าน

 

แฟ้มภาพ: Elizabeth Frantz / Reuters

 

อ้างอิง:

 

The post ทรัมป์ยืนยัน เลบานอนไม่ได้รวมอยู่ในข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดีลสันติภาพเสี่ยงล่ม อิหร่านชี้เจรจาสหรัฐฯ ‘ไม่สมเหตุสมผล’ หากอิสราเอลยังถล่มเลบานอน https://thestandard.co/iran-us-israel-peace-deal-risk/ Thu, 09 Apr 2026 02:28:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1196035 ภาพผู้แทน อิหร่าน เจรจา สหรัฐฯ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดจาก อิสราเอล โจมตี เลบานอน

อิหร่านส่งสัญญาณเตือนว่า ข้อตกลงหยุดยิงอาจล่ม หากอิสราเ […]

The post ดีลสันติภาพเสี่ยงล่ม อิหร่านชี้เจรจาสหรัฐฯ ‘ไม่สมเหตุสมผล’ หากอิสราเอลยังถล่มเลบานอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้แทน อิหร่าน เจรจา สหรัฐฯ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดจาก อิสราเอล โจมตี เลบานอน

อิหร่านส่งสัญญาณเตือนว่า ข้อตกลงหยุดยิงอาจล่ม หากอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีเลบานอน ชี้ไม่สมเหตุสมผลที่จะเดินหน้าเจรจาสันติภาพกับสหรัฐอเมริกา ขณะที่ เบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอลระบุว่า พร้อมลั่นไกและเดินกลับเข้าสู่สงครามได้ทุกเมื่อ

 

เมื่อคืนนี้ (8 เมษายน) โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านระบุว่า อิสราเอลละเมิดเงื่อนไขหลายประการในข้อตกลงหยุดยิงด้วยการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ขณะที่สหรัฐฯ ก็ยืนกรานให้อิหร่านยุติโครงการนิวเคลียร์ โดยชี้ว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ การหยุดยิงหรือการเจรจาแบบทวิภาคีเป็นสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง

 

“ความไม่ไว้วางใจทางประวัติศาสตร์ของอิหร่านต่อสหรัฐฯ อย่างลึกซึ้ง เกิดจากการละเมิดพันธกรณีซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกรูปแบบ น่าเสียดายที่สถานการณ์นี้กำลังเกิดขึ้นอีกครั้ง” กาลีบาฟโพสต์ข้อความบน X

 

ประธานรัฐสภาอิหร่านระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยเรียกข้อเสนอของอิหร่านว่าเป็น เนื้อหาพื้นฐานที่สามารถใช้เจรจาได้ และเป็นกรอบหลักของการพูดคุยครั้งนี้ แต่ข้อตกลง 3 จาก 10 ข้อถูกละเมิด ได้แก่

 

  • การไม่หยุดยิงเลบานอน เพราะข้อเสนอกำหนดให้มีการหยุดยิงในทุกพื้นที่ ซึ่งรวมถึงเลบานอนและภูมิภาคอื่นๆ
  • การรุกล้ำน่านฟ้าอิหร่านด้วยโดรนในเมืองลาร์ จังหวัดฟาร์ส
  • การปฏิเสธสิทธิอิหร่านในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม

 

สหรัฐฯ และอิสราเอลคิดเห็นอย่างไร?

 

เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และหัวหน้าการเจรจาข้อตกลงสันติภาพกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่บูดาเปสต์ว่า อิหร่านเข้าใจผิดที่คิดว่า ข้อตกลงหยุดยิงรวมถึงเลบานอน โดยยืนยันว่า การเจรจายุติสงครามครอบคลุมแค่สหรัฐฯ, อิสราเอล, อิหร่าน และชาติอาหรับเท่านั้น

 

“เท่าที่ผมเข้าใจ ฝ่ายอิสราเอลเสนอที่จะยอมละระดับการโจมตีลงในเลบานอน เพราะพวกเขาต้องการให้แน่ใจว่า การเจรจาของเราจะประสบความสำเร็จ” แวนซ์กล่าว ถือเป็นข้อมูลที่ขัดแย้งกับ เชห์บาฟ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ตัวกลางเจรจาสันติภาพ

 

ขณะที่ทรัมป์ระบุว่า อิหร่านตกลงยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ซึ่งสามารถนำไปใช้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้ โดยทำเนียบขาวระบุว่า เตหะรานส่งสัญญาณจะส่งมอบคลังยูเรเนียมที่มีอยู่

 

“สหรัฐฯ จะร่วมกับอิหร่านเพื่อขุดและกำจัด ‘ฝุ่นนิวเคลียร์’ ที่ถูกฝังลึกทั้งหมด” ทรัมป์โพสต์บน Truth Social พร้อมย้ำว่า มีข้อตกลงและจดหมายจำนวนมากที่ถูกเผยแพร่โดยคนนอก ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยเขาจะดำเนินการตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องหลังจากนี้

 

ขณะที่มีรายงานจาก The Times of Israel ว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งระบุว่า แผน 10 ข้อที่อิหร่านเผยแพร่ต่อสาธารณะ ไม่ใช่ชุดเงื่อนไขเดียวกันกับที่ทำเนียบขาวตกลง ซึ่งใช้เป็นกรอบสำหรับการหยุดสงครามและการเจรจาในอนาคต

 

“เอกสารที่สื่อกำลังรายงานกันอยู่ ไม่ใช่กรอบการเจรจาที่ใช้งานจริง” เจ้าหน้าที่ระดับสูงรายนี้กล่าวแบบไม่เปิดเผยชื่อ โดยย้ำว่า จะไม่เปิดเผยรายละเอียดการเจรจาในที่สาธารณะเพื่อเคารพกระบวนการ พร้อมปฏิเสธให้รายละเอียดเพิ่มเติม

 

นอกจากนี้ เนทันยาฮูยืนยันว่า การหยุดยิงกับอิหร่านไม่รวมถึงเลบานอน โดยสั่งเดินหน้าถล่มฮิซบอลเลาะห์ต่อไป และอ้างว่า เป็นการทำลายโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มก่อการร้าย พร้อมยืนยันว่า อิสราเอลพร้อมกลับเข้าสู่สงครามทุกเมื่อ

 

ปัจจุบัน กองทัพอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่พื้นที่ย่านการค้าและที่พักอาศัยหนาแน่นใจกลางกรุงเบรุตโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยรายและบาดเจ็บมากกว่า 1,000 คน โดยเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่มีการประกาศข้อตกลงหยุดยิงในสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน

 

ทั้งนี้ หน่วยป้องกันพลเรือนของเลบานอนระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 254 ราย และบาดเจ็บ 1,165 ราย จากการโจมตีครั้งล่าสุด

 

ภาพ: Majid-Asgaripour / Reuters

 

อ้างอิง:

 

The post ดีลสันติภาพเสี่ยงล่ม อิหร่านชี้เจรจาสหรัฐฯ ‘ไม่สมเหตุสมผล’ หากอิสราเอลยังถล่มเลบานอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดรายละเอียดข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ – อิหร่าน และขั้นตอนเจรจาหลังจากนี้ จะเกิดอะไรขึ้น? https://thestandard.co/us-iran-ceasefire-negotiations-deal/ Wed, 08 Apr 2026 04:14:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1195741 ภาพไดคัต โดนัลด์ ทรัมป์ และผู้นำอิหร่าน หันหน้าชนกัน โดยมีฉากหลังเป็นธงชาติสหรัฐฯ และอิหร่าน

ไม่ถึง 1.30 ชั่วโมงก่อนถึงกำหนดเส้นตายการโจมตีโครงสร้าง […]

The post เปิดรายละเอียดข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ – อิหร่าน และขั้นตอนเจรจาหลังจากนี้ จะเกิดอะไรขึ้น? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพไดคัต โดนัลด์ ทรัมป์ และผู้นำอิหร่าน หันหน้าชนกัน โดยมีฉากหลังเป็นธงชาติสหรัฐฯ และอิหร่าน

ไม่ถึง 1.30 ชั่วโมงก่อนถึงกำหนดเส้นตายการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนอย่างโรงไฟฟ้าและสะพานทั่วอิหร่าน ทรัมป์ได้ประกาศแถลงการณ์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าสหรัฐฯ ตกลงที่จะหยุดยิงและระงับแผนโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ภายใต้เงื่อนไขสำคัญคืออิหร่านตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ภายหลังการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถาน และผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน ในฐานะตัวกลางไกล่เกลี่ย

 

 
 

“จากการสนทนากับนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ และจอมพลอาซิม มูนีร์ แห่งปากีสถาน พวกเขาร้องขอให้ผมระงับกำลังทำลายล้างที่จะส่งไปยังอิหร่านในคืนนี้ และภายใต้เงื่อนไขที่สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านตกลงที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ ทันที และปลอดภัย ผมจึงตกลงที่จะระงับการทิ้งระเบิดและการโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์”

 

ท่าทีของทรัมป์มีขึ้น หลังจากที่เขาประกาศคำขู่อย่างแข็งกร้าว ว่า “สามารถกำจัดอิหร่านได้ในคืนเดียว” หากอิหร่านล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซก่อนเส้นตาย และเตือนว่า “อารยธรรมทั้งหมดของอิหร่านจะล่มสลาย” ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่มต้นการโจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะคาร์ก ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่าน

 

ในขณะที่อิหร่านโต้กลับด้วยการตัดช่องทางติดต่อสื่อสารกับสหรัฐฯ และเดินหน้าโจมตีตอบโต้ไปยังประเทศอ่าว พร้อมประกาศว่าการโจมตีตอบโต้สหรัฐฯ และพันธมิตรจะขยายออกไปนอกภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียหากสหรัฐฯ ข้ามเส้นแดงในการโจมตีเป้าหมายพลเรือน

 

คาโรลีน ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ยกย่องข้อตกลงหยุดยิงที่เกิดขึ้นว่า “เป็นชัยชนะของสหรัฐฯ” และอ้างว่าทรัมป์และกองทัพสหรัฐฯ “เป็นผู้ทำให้เกิดขึ้น”

 

ขณะที่ทรัมป์ระบุเหตุผลที่ตกลงหยุดยิง เพราะสหรัฐฯ ได้บรรลุเป้าหมายทางทหารทั้งหมดเกินกว่าที่ต้องการแล้ว และกำลังคืบหน้าไปมากกับข้อตกลงขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับสันติภาพระยะยาวกับอิหร่าน และสันติภาพในตะวันออกกลาง

 

เขายังเผยว่า อิหร่านได้ยื่นข้อเสนอ 10 ข้อ ซึ่งเป็น “พื้นฐานที่ใช้ได้” สำหรับการเจรจา โดยเขาคาดหวังว่าข้อตกลงจะ “สรุปและเสร็จสมบูรณ์” ภายในช่วงเวลา 2 สัปดาห์

 

เบื้องหลังการตกลงหยุดยิงที่เกิดขึ้น มีรายละเอียดที่สำคัญและการเดินเกมการทูตของปากีสถานที่แข่งขันกับเวลา เพื่อยับยั้งการขยายตัวของสงครามที่กำลังส่งผลกระทบรุนแรงไปทั่วโลก

 

และนี่คือรายละเอียดทั้งหมดที่เรารู้จนถึงตอนนี้

 

การทูต 11 ชั่วโมงก่อนเส้นตาย

 

สถานการณ์ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงก่อนถึงเส้นตายที่กำหนดไว้ในเวลา 20.00 น. ตามเวลาของกรุงวอชิงตัน ดีซี. หรือราว 07.00 น. ตามเวลาไทย เป็นไปอย่างตึงเครียด ขณะที่ปากีสถานได้ใช้ความพยายามทางการทูตอย่างเต็มที่และแข่งกับเวลาเพื่อยับยั้งการขยายตัวของสงคราม

 

โดยตลอดช่วง 11 ชั่วโมงก่อนเส้นตาย รัฐบาลปากีสถานพยายามเรียกร้องไปยังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ตกลงหยุดยิงชั่วคราวกับอิหร่านและเลื่อนกำหนดเส้นตายออกไปอีก 2 สัปดาห์ พร้อมทั้งเรียกร้องไปยังรัฐบาลเตหะราน ให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซในช่วงเวลาเดียวกัน

 

“ความพยายามทางการทูตเพื่อยุติสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ในตะวันออกกลางอย่างสันติกำลังคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง แข็งแกร่ง และทรงพลัง โดยมีศักยภาพที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในอนาคตอันใกล้ เพื่อให้การเจรจาทางการทูตดำเนินไปได้ตามขั้นตอน ผมขอร้องประธานาธิบดีทรัมป์อย่างจริงใจให้ขยายเวลาออกไปอีกสองสัปดาห์” นายกรัฐมนตรีชารีฟ โพสต์ข้อความบน X พร้อมทั้งเรียกร้องให้อิหร่าน “เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มที่ในช่วง 2 สัปดาห์เดียวกัน เพื่อแสดงถึงท่าทีที่ดี”

 

“เรายังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่กำลังสู้รบหยุดยิงในทุกพื้นที่เป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อให้การเจรจาทางการทูตสามารถยุติสงครามได้อย่างเด็ดขาด เพื่อประโยชน์ของสันติภาพและความมั่นคงในระยะยาวในภูมิภาค”

 

ข้อความของชารีฟ ไปถึงทรัมป์ ในไม่กี่ชั่วโมงก่อนสิ้นสุดกำหนดเส้นตาย ขณะที่ Al Jazeera อ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวในรัฐบาลปากีสถานว่า “ผู้ต่อต้านภายในของทุกฝ่ายพยายามที่จะบ่อนทำลายความพยายามในการลดความตึงเครียด และจนถึงช่วงเช้าตรู่ ความเป็นไปได้ที่จะบรรลุข้อตกลงยังคงมีอยู่”

 

“เรากำลังเผชิญกับความตึงเครียดที่อันตราย แต่ความเป็นไปได้ของการเจรจาทางการทูตยังไม่สามารถตัดทิ้งได้จนถึงนาทีสุดท้าย”

 

อิหร่านยืนยันหยุดยิง-เปิดฮอร์มุซ

 

หลังจากที่ทรัมป์ประกาศตกลงหยุดยิงไม่นาน ทางด้าน อับบาส อะรอกชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ก็โพสต์ข้อความยืนยันว่า “อิหร่านได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯ ในเบื้องต้นแล้ว”

 

อะรอกชี แสดงความขอบคุณปากีสถานสำหรับความพยายามทางการทูตจนถึงนาทีสุดท้ายเพื่อให้สหรัฐฯ ระงับการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน และระบุว่า “หากการโจมตีอิหร่านยุติลง กองกำลังติดอาวุธอันทรงพลังของอิหร่านจะยุติปฏิบัติการป้องกันตนเอง” และยืนยันว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะปลอดภัยเป็นเวลา 2 สัปดาห์หากมีการประสานงานกับกองทัพอิหร่าน

 

“เป็นเวลา 2 สัปดาห์ การผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยจะเป็นไปได้โดยการประสานงานกับกองกำลังติดอาวุธของอิหร่านและโดยคำนึงถึงข้อจำกัดทางเทคนิค”

 

ทางด้านนายกรัฐมนตรีปากีสถานยังเผยว่า สหรัฐฯ และอิหร่านตกลงที่จะหยุดยิงทันทีในทุกแห่ง รวมถึงเลบานอนและที่อื่นๆ”

 

ขณะที่ล่าสุด โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้สั่งการให้หน่วยทหารทั้งหมดหยุดยิงแล้ว ตามคำแถลงที่อ่านออกอากาศทางช่องข่าว IRIB ของรัฐบาลอิหร่าน

 

“นี่ไม่ใช่จุดจบของสงคราม แต่ทุกเหล่าทัพควรปฏิบัติตามคำสั่งของผู้นำสูงสุดและหยุดยิง” คำแถลงระบุ

 

10 เงื่อนไขตกลงหยุดยิงมีอะไรบ้าง?

 

เบื้องต้นยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดข้อเสนอทั้ง 10 ข้อของอิหร่านอย่างเป็นทางการ แต่รายงานจากสื่อบางสำนักระบุว่าข้อเสนอทั้ง 10 ข้อประกอบด้วย

 

1.สหรัฐฯ ให้คำมั่นว่าจะไม่มีการรุกรานอิหร่านเพิ่มเติม

 

2.การคงไว้ซึ่งการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน

 

3.การยอมรับสิทธิในการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมของอิหร่าน

 

4.การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรหลักทั้งหมดต่ออิหร่าน

 

5.การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางอ้อมทั้งหมดต่ออิหร่าน

 

6.การยกเลิกมติทั้งหมดของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ต่อต้านอิหร่าน

 

7.การยุติมติทั้งหมดของคณะกรรมการบริหารทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ที่ต่อต้านอิหร่าน

 

8.การจ่ายชดเชยค่าเสียหายให้แก่อิหร่านสำหรับความสูญเสียในสงคราม

 

9.การถอนกำลังรบของสหรัฐฯ ออกจากภูมิภาค

 

10.การยุติสงครามในทุกแนวรบ รวมถึงต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน

 

ด้านสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านได้ออกแถลงการณ์ว่าข้อตกลงหยุดยิงนี้ ถือเป็น “ชัยชนะเหนือสหรัฐฯ” และอ้างว่าทรัมป์ยอมรับเงื่อนไขของอิหร่านในการยุติการสู้รบ

 

แถลงการณ์ระบุว่า ข้อเสนอ 10 ข้อดังกล่าว คือการเรียกร้องให้อิหร่านมีอำนาจเหนือและควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะทำให้อิหร่านมี “สถานะทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่เหมือนใคร”

 

ทั้งนี้ สภาฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า แม้อิหร่านจะตกลงที่จะเจรจากับสหรัฐฯ ในขั้นต่อไป แต่การเจรจาก็จะเป็นไป “ด้วยความไม่ไว้วางใจฝ่ายอเมริกันอย่างสิ้นเชิง” พร้อมทั้งระบุว่า “อิหร่านจะจัดสรรเวลา 2 สัปดาห์สำหรับการเจรจาเหล่านี้ และระยะเวลาดังกล่าวสามารถขยายได้โดยความเห็นชอบของทั้งสองฝ่าย”

 

แถลงการณ์ยังยืนยันว่า “อิหร่านพร้อมที่จะตอบโต้ด้วยกำลังทั้งหมดที่มีในทันที หากฝ่ายศัตรูทำผิดพลาดจากข้อตกลงแม้เพียงเล็กน้อย”

 

จีนกดดันอิหร่านรับข้อตกลงหยุดยิง?

 

ทรัมป์กล่าวว่า เขาเชื่อว่าจีนกดดันอิหร่านให้ตอบรับข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ ซึ่งสอดคล้องกับรายงานจากหลายสำนักข่าวก่อนหน้านี้ ที่ระบุว่า จีนสนับสนุนให้เตหะรานบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วหลายพันคนทั้งในอิหร่านและเลบานอน และยังปิดกั้นเส้นทางการขนส่งน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ

 

การประกาศหยุดยิงเกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่รัสเซียและจีนใช้สิทธิวีโต (Veto) ขัดขวางมติในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่มุ่งเป้าไปที่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยอ้างว่ามติดังกล่าวมีอคติต่ออิหร่าน

 

ฟู่ คอง เอกอัครราชทูตจีนประจำสหประชาชาติ กล่าวว่าร่างมติดังกล่าว “ล้มเหลวในการชี้สาเหตุที่แท้จริงและภาพรวมทั้งหมดของความขัดแย้ง” และอาจเสี่ยงต่อการให้ “ฉากบังหน้าทางกฎหมาย” สำหรับการใช้กำลังทหาร สหราชอาณาจักรกล่าวว่าการใช้สิทธิวีโต้มติดังกล่าวเป็นเรื่องที่ “น่าเสียใจอย่างยิ่ง”

 

อิสราเอลมีท่าทีอย่างไร?

 

สำนักงานของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ระบุว่า อิสราเอลตกลงที่จะ “ระงับการโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยมีเงื่อนไขว่าอิหร่านต้องเปิดช่องแคบและหยุดการโจมตีสหรัฐฯ อิสราเอล และประเทศต่างๆ ในภูมิภาคโดยทันที”

 

อย่างไรก็ตาม อิสราเอลย้ำว่า “การหยุดยิง 2 สัปดาห์นี้ไม่รวมถึงเลบานอน”

 

นอกจากนี้ยังยืนยันว่า “อิสราเอลสนับสนุนความพยายามของสหรัฐฯ ในการทำให้มั่นใจว่า อิหร่านจะไม่เป็นภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ และการก่อการร้ายอีกต่อไป”

 

จะเกิดอะไรหลังจากนี้?

 

ปากีสถานได้เชิญ คณะผู้แทนของสหรัฐฯ และอิหร่าน ไปยังกรุงอิสลามาบัดในวันศุกร์ (10 เมษายน) เพื่อเจรจาต่อรองเพิ่มเติมเพื่อหาข้อตกลงขั้นสุดท้ายในการยุติความขัดแย้งทั้งหมด

 

ขณะที่รัฐบาลเตหะรานย้ำว่า “การเจรจาจะอยู่บนพื้นฐานของกรอบข้อเสนอทั้ง 10 ข้อ”

 

อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าการหยุดยิงจะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบเมื่อใด

 

โดยสื่ออิสราเอลรายงานว่า การหยุดยิงจะเริ่มขึ้นเมื่ออิหร่านเปิดช่องแคบอีกครั้ง และอิสราเอลคาดว่า การโจมตีของอิหร่านจะยังคงดำเนินต่อไปในช่วงเวลานั้น

 

ซึ่งหลังจากการประกาศของทรัมป์นานกว่า 1 ชั่วโมง กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่ายังคงมีขีปนาวุธที่ถูกยิงมาจากอิหร่าน และได้ยินเสียงระเบิดจากขีปนาวุธที่ถูกสกัดกั้นเหนือกรุงเทลอาวีฟ

 

ในขณะที่ประเทศในอ่าวเปอร์เซีย รวมทั้ง คูเวต บาห์เรน ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก็ได้ออกประกาศเตือนภัยและเปิดใช้งานระบบป้องกันภัยทางอากาศในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

 

อ้างอิง:

 

The post เปิดรายละเอียดข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ – อิหร่าน และขั้นตอนเจรจาหลังจากนี้ จะเกิดอะไรขึ้น? appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ-อิหร่านตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ ระงับการโจมตี เปิดช่องแคบฮอร์มุซ https://thestandard.co/us-iran-ceasefire-hormuz-strait/ Wed, 08 Apr 2026 02:02:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1195690 ภาพประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ แถลงการณ์ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศว่า สหรัฐฯ […]

The post สหรัฐฯ-อิหร่านตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ ระงับการโจมตี เปิดช่องแคบฮอร์มุซ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ แถลงการณ์ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศว่า สหรัฐฯ กับอิหร่านได้ตกลงที่จะหยุดยิงเป็นเวลาสองสัปดาห์ โดยมีเงื่อนไขว่าอิหร่านต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่สำคัญอีกครั้ง ขณะที่เซเยด อับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันว่า ในช่วงสองสัปดาห์นี้ กองทัพของอิหร่านจะประสานงานเพื่อให้เรือแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย

 

ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นราว 1 ชั่วโมงก่อนถึงเส้นตายที่ทรัมป์ขีดไว้ในเวลา 20.00 น.ของคืนวันที่ 7 เมษายนตามเวลาวอชิงตันที่ทรัมป์ขู่ว่าจะโจมตีสะพานและโครงสร้างพลังงานของอิหร่านให้ราบคาบ หากอิหร่านไม่ทำข้อตกลงที่น่าพอใจ นอกจากนี้ทรัมป์ยังโพสต์เตือนตามมาอีกด้วยว่า อารยธรรมอิหร่านอาจสูญสิ้นและระบอบปกครองอิหร่านจะล่มสลาย

 

ด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ระงับการโจมตีภายในอิหร่านแล้ว โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ รายงานว่า นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านไปแล้วกว่า 13,000 แห่ง

 

ขณะที่ คาโรลีน ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว เปิดเผยกับ CNN ว่า ฝ่ายบริหารของทรัมป์กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเจรจาแบบพบปะโดยตรงระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่านในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยทั้งสองฝ่ายกำลังทำงานร่วมกันเพื่อหาข้อตกลงระยะยาวเพื่อยุติสงครามระหว่างวอชิงตันและเตหะราน

 

“มีการหารือเกี่ยวกับการเจรจาแบบพบปะโดยตรง แต่ยังไม่มีอะไรเป็นที่สิ้นสุดจนกว่าประธานาธิบดีหรือทำเนียบขาวจะประกาศอย่างเป็นทางการ” ลีวิตต์ กล่าว พร้อมเสริมว่า การประชุมน่าจะเกิดขึ้นที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน โดยมีผู้ไกล่เกลี่ยจากปากีสถานเข้าร่วมด้วย

 

แหล่งข่าวเผยว่า ผู้แทนเจรจาของฝ่ายสหรัฐฯ น่าจะประกอบด้วย สตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษของทรัมป์, จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ และเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี

 

ขณะที่เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ซึ่งเป็นผู้เสนอแผนหยุดยิงต่อสหรัฐฯ ได้ออกมาแสดงความยินดีที่สหรัฐฯ และอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกันได้ พร้อมเผยรายละเอียดข้อตกลงว่า ครอบคลุมการหยุดยิงในทุกที่ รวมถึงเลบานอนและที่อื่นๆ โดยมีผลบังคับใช้ทันที

 

ด้านอิหร่านระบุว่า อิหร่านเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะครั้งใหญ่ และบีบให้สหรัฐฯ ยอมรับแผน 10 ข้อของตนได้ โดยสื่อทางการอิหร่านรายงานอ้างแถลงการณ์ของสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านว่า ส่วนหนึ่งของแผนดังกล่าวคือ สหรัฐฯ ได้ตกลงในหลักการที่จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดต่ออิหร่าน และจะถอนกำลังรบของสหรัฐฯ ออกจากฐานทัพทั้งหมดในภูมิภาค

 

นอกจากนี้ อิหร่านอ้างว่า สหรัฐฯ ได้ตกลงที่จะยอมรับการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ของอิหร่าน และรับรองการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอย่างต่อเนื่องของอิหร่าน โดยที่การผ่านช่องแคบอย่างมีระเบียบจะดำเนินการผ่านการประสานงานกับกองทัพของอิหร่าน

 

ภาพ: REUTERS / Kevin Lamarque

 

อ้างอิง:

 

The post สหรัฐฯ-อิหร่านตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ ระงับการโจมตี เปิดช่องแคบฮอร์มุซ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทียบหมัดต่อหมัด ปากีสถาน vs อัฟกานิสถาน ใครมีศักยภาพการรบมากกว่ากัน? https://thestandard.co/pakistan-afghanistan-military-strength/ Fri, 27 Feb 2026 09:36:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1182459 ภาพแสดงการเปรียบเทียบศักยภาพทางทหารระหว่าง ปากีสถาน และ อัฟกานิสถาน

เปิดฉากอย่างเป็นทางการสำหรับความขัดแย้งปากีสถาน-อัฟกานิ […]

The post เทียบหมัดต่อหมัด ปากีสถาน vs อัฟกานิสถาน ใครมีศักยภาพการรบมากกว่ากัน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแสดงการเปรียบเทียบศักยภาพทางทหารระหว่าง ปากีสถาน และ อัฟกานิสถาน

เปิดฉากอย่างเป็นทางการสำหรับความขัดแย้งปากีสถาน-อัฟกานิสถาน หลังในเช้าวันนี้ (27 กุมภาพันธ์) ควาจา อาซิฟ (Khawaja Asif) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมปากีสถานประกาศว่า ประเทศกำลังทำสงครามอย่างเปิดเผยกับอัฟกานิสถาน โดยกล่าวหาว่า ตาลีบันเป็นแหล่งรวมกลุ่มก่อการร้ายที่ส่งออกไปทั่วโลก และลิดรอนสิทธิมนุษยชนของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิง

 

เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถานกล่าวว่า กองทัพมีขีดความสามารถรับมือกับสถานการณ์ โดยจะไม่มีการผ่อนปรนใดๆ เพื่อการปกป้องมาตุภูมิ และการกระทำรุกรานจากอัฟกานิสถานจะได้รับการตอบโต้ที่เหมาะสม ขณะที่โฆษกรัฐบาลตาลีบันระบุผ่าน BBC ว่า จะตอบโต้หากอัฟกานิสถานถูกโจมตี แต่จะไม่เป็นฝ่ายเริ่มใช้กำลังก่อน

 

อนึ่ง นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญทางการทหารให้สัมภาษณ์กับ BBC Urdu ว่า มีความเป็นไปได้น้อยที่กลุ่มตาลีบันจะปฏิบัติการทำสงครามตามปกติ (Conventional War) เพราะศักยภาพทางการทหารที่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

 

กล่าวคือ กองทัพปากีสถานมีความแข็งแกร่งติดอันดับที่ 15 ของโลก และครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่ฝ่ายตาลีบันไม่มีทรัพยากรทางทหารในระดับทัดเทียม และยังเผชิญข้อจำกัดทางเศรษฐกิจภายในประเทศ

 

ขณะที่รายงานจาก International Institute for Strategic Studies ที่สรุปโดย Reuters ได้ชี้ให้เห็นว่า ปากีสถานมีศักยภาพในการรบอย่างเต็มกำลัง ทั้งมีกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัยมากกว่า ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากจีน อีกทั้งยังมีอาวุธนิวเคลียร์ที่สามารถใช้เป็นแต้มต่อ หากความขัดแย้งบานปลายได้

 

อย่างไรก็ดี จุดแข็งของตาลีบันที่ลืมไม่ได้ คือ ประสบการณ์ยาวนานในการทำสงครามกองโจร โดยผู้เชี่ยวชาญระบุผ่าน BBC ว่า หลายครั้งตาลีบันรบกับปากีสถานด้วยการใช้ยุทธวิธีกองโจร คือ โจมตีฉับพลัน และวางระเบิดแสวงเครื่องริมถนน

 


 

เทียบหมัดต่อหมัด ปากีสถาน vs อัฟกานิสถาน ใครมีศักยภาพการรบมากกว่ากัน?

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

 

อ้างอิง:

The post เทียบหมัดต่อหมัด ปากีสถาน vs อัฟกานิสถาน ใครมีศักยภาพการรบมากกว่ากัน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปากีสถานเดือด โจมตีข้ามพรมแดนถล่มกรุงคาบูล-หลายเมืองใหญ่อัฟกานิสถาน ตอบโต้กลุ่มตาลีบัน https://thestandard.co/pakistan-afghanistan-taliban-attack-kabul/ Fri, 27 Feb 2026 04:13:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1182280 เจ้าหน้าที่ความมั่นคงปากีสถานปฏิบัติการโจมตีตอบโต้กลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถาน

รัฐบาลปากีสถานยืนยันว่า ได้ปฏิบัติการโจมตีข้ามพรมแดนต่อ […]

The post ปากีสถานเดือด โจมตีข้ามพรมแดนถล่มกรุงคาบูล-หลายเมืองใหญ่อัฟกานิสถาน ตอบโต้กลุ่มตาลีบัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ความมั่นคงปากีสถานปฏิบัติการโจมตีตอบโต้กลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถาน

รัฐบาลปากีสถานยืนยันว่า ได้ปฏิบัติการโจมตีข้ามพรมแดนต่อเป้าหมายในหลายเมืองใหญ่ของอัฟกานิสถาน รวมถึงกรุงคาบูล และเมืองกันดาฮาร์ เมื่อคืนที่ผ่านมา (26 กุมภาพันธ์) ซึ่งเบื้องต้น ทั้งสองฝ่ายรายงานว่าเกิดความสูญเสียอย่างหนัก แต่มีตัวเลขที่แตกต่างกันอย่างมาก โดยปากีสถานอ้างว่า กองทัพของตนสามารถสังหารนักรบตาลีบัน อัฟกานิสถานได้ 133 คน และบาดเจ็บอีกหลายร้อยคน และทำลายฐานที่มั่นและอุปกรณ์ทางทหารของอัฟกานิสถานหลายแห่ง ขณะที่รัฐบาลตาลีบันอ้างว่า มีทหารเสียชีวิตเพียง 8 นาย และบาดเจ็บ 11 นาย

 

การโจมตีดังกล่าว เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์สู้รบข้ามพรมแดนระหว่างกองทัพปากีสถานและกองกำลังตาลีบัน อัฟกานิสถาน ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จากข้อพิพาทยืดเยื้อ ที่ปากีสถานกล่าวหารัฐบาลตาลีบัน อัฟกานิสถานว่า ให้ที่พักพิงแก่กลุ่มตาลีบัน ปากีสถาน (Tehreek-e-Taliban Pakistan : TTP)

 

โดยเมื่อเดือนตุลาคมปี 2025 ที่ผ่านมา กองกำลังทั้งสองฝ่ายเกิดการปะทะและโจมตีตอบโต้กันไปมาหลายครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายคน ก่อนที่กาตาร์ ตุรกีและซาอุดีอาระเบีย จะเข้ามาเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยและสามาถบรรลุข้อตกลงหยุดยิง

 

ขณะที่ชนวนการปะทะกันครั้งล่าสุดนี้ เกิดขึ้นหลังปากีสถานเปิดฉากโจมตีทางอากาศข้ามพรมแดน โจมตีค่ายของกลุ่มติดอาวุธ TTP และกลุ่มรัฐอิสลามในอัฟกานิสถานตะวันออกเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มตาลีบัน อัฟกานิสถานปฏิเสธว่าไม่ได้อนุญาตให้กลุ่มติดอาวุธใดๆ ปฏิบัติการจากดินแดนของตน และเตือนว่าจะตอบโต้ ก่อนที่กลุ่มตาลีบันจะเปิดฉากโจมตีฐานที่มั่นทางทหารของปากีสถานเมื่อช่วงเช้าวานนี้ เพื่อเป็นการตอบโต้

 

Reuters อ้างแหล่งข่าวด้านความมั่นคงในปากีสถาน ระบุว่า การโจมตีของปากีสถานในครั้งนี้ มีทั้งการโจมตีทางอากาศและภาคพื้นดิน โดยพุ่งเป้าไปยังฐานที่มั่น กองบัญชาการ และคลังกระสุนของกลุ่มตาลีบันในหลายพื้นที่ตามแนวชายแดน

 

ด้าน เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน โพสต์ข้อความผ่าน X ประกาศกร้าวว่า “ทั้งประเทศจะยืนหยัดเคียงข้างกองทัพปากีสถาน” และยืนยันว่า “ประชาชนและกองทัพปากีสถาน พร้อมเสมอที่จะปกป้องความมั่นคง อธิปไตย และบูรณภาพดินแดนของประเทศ”

 

“จะไม่มีการประนีประนอมในการปกป้องมาตุภูมิอันเป็นที่รัก และการรุกรานทุกครั้งจะได้รับการตอบโต้ที่เหมาะสม” เขากล่าว

 

ขณะที่ควาจา อาสิฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของปากีสถาน โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า “ขณะนี้เป็น ‘สงครามเปิด’ ระหว่างปากีสถานและรัฐบาลตาลีบันของอัฟกานิสถาน”

 

ภาพ : Pakistani security forces/Handout via REUTERS

 

อ้างอิง :

 

The post ปากีสถานเดือด โจมตีข้ามพรมแดนถล่มกรุงคาบูล-หลายเมืองใหญ่อัฟกานิสถาน ตอบโต้กลุ่มตาลีบัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจปากีสถานยุติภารกิจจับกุม อิมรอน ข่าน ชั่วคราว หลังปะทะเดือดกับกลุ่มผู้สนับสนุน https://thestandard.co/pakistani-police-stop-arrest-imran-khans/ Thu, 16 Mar 2023 02:28:15 +0000 https://thestandard.co/?p=763671 ตำรวจปากีสถาน

เจ้าหน้าที่ตำรวจปากีสถานยอมถอนกำลังและยุติภารกิจการจับก […]

The post ตำรวจปากีสถานยุติภารกิจจับกุม อิมรอน ข่าน ชั่วคราว หลังปะทะเดือดกับกลุ่มผู้สนับสนุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจปากีสถาน

เจ้าหน้าที่ตำรวจปากีสถานยอมถอนกำลังและยุติภารกิจการจับกุม อิมรอน ข่าน อดีตนายกรัฐมนตรีปากีสถาน และผู้นำพรรคฝ่ายค้านคนสำคัญชั่วคราว หลังเกิดเหตุปะทะเดือดกับบรรดากลุ่มผู้สนับสนุนพรรค PTI ของข่าน บริเวณหน้าบ้านพักของเขาในเมืองลาฮอร์ เมื่อวานที่ผ่านมา (15 มีนาคม)

 

โดยข่านถูกปลดออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีปากีสถาน เมื่อเดือนเมษายน 2022 หลังจากที่ถูกกล่าวหาว่า เขาจำหน่ายของขวัญของรัฐขณะที่เขายังดำรงตำแหน่ง ก่อนที่จะขัดคำสั่งศาล ปฏิเสธที่จะเดินทางเข้าพบศาลในกรุงอิสลามาบัด จนนำไปสู่การออกหมายจับกุมตัว 

 

ข่านชี้แจงถึงสาเหตุที่ไม่เดินทางไปพบศาลว่า เป็นเพราะเหตุผลด้านความปลอดภัย เนื่องจากอดีตผู้นำวัย 70 ปีรายนี้ ถูกลอบสังหารอยู่บ่อยครั้ง ทั้งยังระบุว่า ความพยายามในการจับกุมตัวเขานั้นเกี่ยวพันกับแรงจูงใจทางการเมือง รัฐบาลชุดปัจจุบันพยายามกีดกันเขาและลดบทบาทพรรค PTI ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง โดยข่านเน้นย้ำว่า “ไม่ว่าผมจะติดคุกหรือไม่ก็ตาม พวกเขาไม่สามารถหยุดพรรคของผมที่จะได้รับชัยชนะได้”

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจระดมยิงแก๊สน้ำตา และพยายามสลายกลุ่มผู้ชุมนุมที่สนับสนุนข่านตลอดทั้งคืนที่ผ่านมานี้ แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ และยอมถอนกำลังออกจากพื้นที่ดังกล่าวในท้ายที่สุด

 

เอมีร์ มีร์ ผู้แทนระดับสูงจากกระทรวงข้อมูลข่าวสารในรัฐปัญจาบเผยว่า ภารกิจการจับกุมตัว อิมรอน ข่าน ตามคำสั่งศาลได้รับสัญญาณให้ยุติภารกิจชั่วคราวจนถึงวันนี้ (16 มีนาคม) เพื่อให้การแข่งขันคริกเก็ตรายการใหญ่ในพื้นที่ดังกล่าวดำเนินต่อไปได้ เนื่องจากการปะทะกันของเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มผู้สนับสนุนข่าน ทำให้การจราจรติดขัดอย่างมาก พร้อมทั้งคาดว่า ภารกิจจับกุมข่านอาจเริ่มขึ้นอีกครั้ง ภายหลังการแข่งขันคริกเก็ตรอบชิงชนะเลิศของปากีสถานซูเปอร์ลีก (PSL) ในวันที่ 19 มีนาคมนี้

 

โดยคริกเก็ตถือเป็นกีฬายอดนิยมของปากีสถาน ซึ่งปากีสถานเคยไม่ได้รับสิทธิให้จัดการแข่งขันคริกเก็ตระหว่างประเทศนานถึง 6 ปี เนื่องจากมีมือปืนโจมตีนักกีฬาคริกเก็ตทีมชาติศรีลังกา เมื่อปี 2009 และใช้ระยะเวลานานหลายปีกว่าที่จะได้รับสิทธิให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันคริกเก็ตนานาชาติได้อีกครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจปากีสถานระบุว่า เราไม่สามารถเสี่ยงหรือเดิมพันต่อความมั่นคงปลอดภัยของนักกีฬาคริกเก็ตใน PSL ได้

 

ด้านผู้แทนรัฐบาลปากีสถานภายใต้การนำของ เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถานคนปัจจุบันระบุว่า ภารกิจการจับกุมตัวข่านไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นแต่อย่างใด อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ปฏิบัติภารกิจตามคำสั่งของศาล พร้อมทั้งชี้ว่า ข่านพยายามใช้กลุ่มผู้สนับสนุนเป็นกำแพงมนุษย์ ปกป้องตนเองและหลบเลี่ยงการจับกุม เพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

ภาพ: Arif Ali / AFP

 

อ้างอิง:

The post ตำรวจปากีสถานยุติภารกิจจับกุม อิมรอน ข่าน ชั่วคราว หลังปะทะเดือดกับกลุ่มผู้สนับสนุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดมัสยิดในปากีสถานสูงกว่า 60 รายแล้ว ทางการคาดเป็นเหตุพลีชีพ https://thestandard.co/pakistan-suicide-bomb/ Tue, 31 Jan 2023 01:13:31 +0000 https://thestandard.co/?p=743898 เหตุระเบิดมัสยิด

จำนวนยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดที่มัสยิดแห่งหนึ่งในเม […]

The post ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดมัสยิดในปากีสถานสูงกว่า 60 รายแล้ว ทางการคาดเป็นเหตุพลีชีพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เหตุระเบิดมัสยิด

จำนวนยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดที่มัสยิดแห่งหนึ่งในเมืองเปศวาร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน เมื่อวานนี้ (30 มกราคม) ตามเวลาท้องถิ่น สูงกว่า 60 รายแล้ว และได้รับบาดเจ็บอีกนับร้อยราย ทางการคาดเหตุระเบิดดังกล่าวเป็นเหตุพลีชีพฆ่าตัวตาย 

 

ด้าน เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ชี้ว่า เหตุระเบิดครั้งนี้เป็นฝีมือของกลุ่มก่อการร้ายที่ต้องการจะสร้างบรรยากาศของความหวาดกลัวให้แก่บรรดาผู้ที่ทำหน้าที่ปกป้องปากีสถาน เบื้องต้นยังไม่มีกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มใดอ้างว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในครั้งนี้ แต่ทางการปากีสถานเชื่อว่าอาจมีความกี่ยวข้องกับกลุ่มตาลีบันที่อยู่ในประเทศแห่งนี้

 

โดยชารีฟได้เดินทางไปยังเมืองเปศวาร์โดยเร็ว เพื่อสำรวจสภาพความเสียหายและพบปะกับบรรดาสมาชิกครอบครัวของผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ 

 

ขณะที่ อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ได้กล่าวประณามเหตุระเบิดดังกล่าว พร้อมระบุว่า สิ่งนี้เป็นการกระทำที่น่าชิงชัง เพราะผู้ลงมือก่อเหตุเลือกโจมตีใส่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมความเชื่อและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมปากีสถาน

 

ภาพ: Abdul Majeed / AFP

อ้างอิง:

The post ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดมัสยิดในปากีสถานสูงกว่า 60 รายแล้ว ทางการคาดเป็นเหตุพลีชีพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ปากีสถานหวังประเทศร่ำรวยจ่ายเงินชดเชยความเสียหายจากโลกรวน หลังเหตุน้ำท่วมใหญ่ทำบ้านเมืองเสียหายหนัก https://thestandard.co/pakistan-global-warming-compensation/ Tue, 08 Nov 2022 04:55:23 +0000 https://thestandard.co/?p=705714 เชห์บาซ ชารีฟ

วานนี้ (7 พฤศจิกายน) เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน […]

The post นายกฯ ปากีสถานหวังประเทศร่ำรวยจ่ายเงินชดเชยความเสียหายจากโลกรวน หลังเหตุน้ำท่วมใหญ่ทำบ้านเมืองเสียหายหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชห์บาซ ชารีฟ

วานนี้ (7 พฤศจิกายน) เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน กล่าวในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 27 หรือ COP27 ว่าปากีสถานต้องการความช่วยเหลือด้านการบรรเทาหนี้ รวมถึงหวังที่จะได้รับเงินชดเชยความเสียหายที่เกิดจากภาวะโลกรวน แม้สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่เคยทำให้พื้นที่กว่า 1 ใน 3 ของประเทศจมหายใต้บาดาลเริ่มฟื้นตัวขึ้นแล้ว แต่ก็ทิ้งความเสียหายไว้ถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ชารีฟกล่าวว่า หนี้สาธารณะที่ทะยานขึ้นนั้นเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของชาติ และ “ประชาชนหลายล้านคนเตรียมก้าวเข้าสู่ฤดูหนาวโดยไม่มีที่พักพิงหรืออุปกรณ์ยังชีพ ขณะผู้หญิงและเด็กพยายามขอความช่วยเหลือจากเราให้ช่วยปกป้องความต้องการขั้นพื้นฐาน”

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

สำหรับการประชุม COP27 ในปีนี้ ปากีสถานและบรรดาประเทศกำลังพัฒนาที่มีความเปราะบางต่อสภาพภูมิอากาศ ได้ร่วมกันเรียกร้องให้ที่ประชุมเห็นพ้องจัดตั้งกองทุนเงินชดเชยความสูญเสียและความเสียหายที่เกิดจากภาวะโลกรวน (Loss and Damage) เพื่อช่วยประเทศยากจนที่ต้องเผชิญกับภัยพิบัติอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่นักเคลื่อนไหวและองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมบางส่วนมองว่า ประเทศร่ำรวยมีหน้าที่จ่ายเงินชดเชยเหล่านี้ เนื่องจากเป็นชาติที่มีอัตราการปล่อยคาร์บอนสูงจนทำให้เกิดโลกร้อนในปัจจุบัน

 

“เราได้ระดมทรัพยากรทุกอย่างที่มีอยู่เพื่อช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับคนทั้งชาติ แต่ก็ยังไม่พอ” ชารีฟกล่าว โดยเหตุน้ำท่วมใหญ่ได้ทำให้สะพานหลายร้อยแห่งทั่วประเทศพังพินาศ ขณะพื้นที่เกษตรกรรมทางตอนใต้ของปากีสถานก็ได้รับความเสียหายหนัก

 

ในโอกาสนี้ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ได้เรียกร้องให้สถาบันการเงินระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารโลก ตลอดจนผู้นำโลกที่เตรียมเข้าร่วมการประชุมสุดยอด G20 ที่อินโดนีเซีย ให้ปฏิรูปนโยบายที่กำกับดูแลการบรรเทาหนี้ รวมถึงมอบความช่วยเหลือในรูปแบบเงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรน (Concessional Loan) เพื่อช่วยเหลือประเทศที่มีรายได้ปานกลางอย่างปากีสถาน ให้มีโอกาสได้นำเงินไปใช้ซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานในประเทศอีกครั้ง แทนที่จะต้องทนทุกข์ว่าต้องเร่งหาเงินไปชำระหนี้

 

อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินชดเชยความเสียหายจากโลกรวนนั้นยังมีอุปสรรค เพราะตอนนี้นานาประเทศยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่าสิ่งใดบ้างที่ควรนับเป็น ‘ความสูญเสียและความเสียหาย’ ที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติด้านสภาพอากาศ เนื่องจากการกำหนดขอบเขตของความเสียหายนั้นทำได้ยาก รวมถึงยังมีกระแสคัดค้านจากประเทศร่ำรวยบางชาติ เช่น สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ซึ่งต้องรอดูกันต่อไปว่าการประชุม COP27 ในปีนี้จะสามารถบรรลุข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมได้หรือไม่

 

ปัจจุบันมีรัฐบาลเพียงไม่กี่ประเทศที่ให้คำมั่นสัญญาว่าจะจ่ายเงินชดเชยความเสียหายจากสภาพอากาศ ซึ่งได้แก่ เดนมาร์ก สกอตแลนด์ รวมถึงภูมิภาควอลโลเนีย (Wallonia) ของเบลเยียม ซึ่งถึงแม้ยอดเงินจะมีจำนวนไม่มากนัก แต่ก็ถือเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่มีความก้าวหน้ามากขึ้นกว่าที่เคย

 

ภาพ: Michael M. Santiago / Getty Images

อ้างอิง:

The post นายกฯ ปากีสถานหวังประเทศร่ำรวยจ่ายเงินชดเชยความเสียหายจากโลกรวน หลังเหตุน้ำท่วมใหญ่ทำบ้านเมืองเสียหายหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิมรอน ข่าน กล่าวหานายกฯ-รัฐมนตรีมหาดไทยปากีสถาน เกี่ยวข้องในแผนลอบสังหาร https://thestandard.co/imran-khan-pm-pakistan/ Sat, 05 Nov 2022 03:35:29 +0000 https://thestandard.co/?p=704696

อิมรอน ข่าน อดีตนายกรัฐมนตรีปากีสถานวัย 70 ปี ให้สัมภาษ […]

The post อิมรอน ข่าน กล่าวหานายกฯ-รัฐมนตรีมหาดไทยปากีสถาน เกี่ยวข้องในแผนลอบสังหาร appeared first on THE STANDARD.

]]>

อิมรอน ข่าน อดีตนายกรัฐมนตรีปากีสถานวัย 70 ปี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนวานนี้ (4 พฤศจิกายน) โดยกล่าวหาว่า เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน มีส่วนเกี่ยวข้องในแผนลอบสังหารเขา หลังจากที่เขาถูกมือปืนพยายามลอบสังหารระหว่างการร่วมชุมนุมประท้วงที่เมืองวาซีราบัด (Wazirabad) ทางตะวันออก แต่กระสุนปืนถูกเข้าที่เท้า ขณะที่มีผู้ถูกยิงเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บกว่า 10 ราย

 

ข่านนั่งรถเข็นให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวระหว่างที่พักฟื้นในโรงพยาบาล โดยอ้างว่านอกจากนายกรัฐมนตรีชารีฟ ยังมีรัฐมนตรีมหาดไทย รานา ซานาอุลลาห์ และผู้บัญชาการอาวุโสของกองทัพ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในแผนลอบสังหารดังกล่าวด้วย และยืนยันว่าทั้ง 3 คนนั้นตั้งใจที่จะสังหารเขา และมีมือปืน 2 คน ที่เกี่ยวข้องในแผนการนี้

 

ทางด้านพรรค PTI ของข่าน เรียกร้องให้มีการประท้วงทั่วประเทศหลังการละหมาดในวันศุกร์ เพื่อต่อต้านการลอบสังหารที่เกิดขึ้น ขณะที่ประธานาธิบดีอารีฟ อัลวี ซึ่งเป็นสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งพรรค PTI ประณามสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็น ‘ความพยายามลอบสังหารอันชั่วร้าย’

 

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลปากีสถานได้ปฏิเสธความเกี่ยวข้อง และชี้สาเหตุที่มือปืนพยายามลอบสังหารอดีตนายกรัฐมนตรีข่าน ว่าเป็นการจุดชนวนโดยกลุ่มลัทธิสุดโต่งทางศาสนา

 

ขณะที่หน่วยงานด้านสื่อของกองทัพปากีสถานระบุว่า ข้อกล่าวหาของข่านนั้นไร้มูลความจริงและเป็นการกล่าวหาโดยไม่รับผิดชอบ

 

“รัฐบาลปากีสถานได้รับการร้องขอให้สอบสวนเรื่องนี้ และเริ่มดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่รับผิดชอบในการหมิ่นประมาทและกล่าวหาด้วยความเท็จต่อรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลโดยปราศจากหลักฐานใดๆ” หน่วยงาน Inter Services Public Relations (ISPR) ซึ่งดูแลด้านสื่อและประชาสัมพันธ์ของกองทัพปากีสถานระบุในแถลงการณ์

 

ด้านซานาอุลลาห์ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาของข่าน และเผยว่ารัฐบาลได้สั่งการให้ดำเนินการสอบสวนเรื่องการลอบสังหารอย่างอิสระ ขณะที่นายกรัฐมนตรีชารีฟ ได้ประณามการกระทำของมือปืนและสั่งการให้เร่งดำเนินการสอบสวน

 

ภาพ: ARIF ALI / AFP

อ้างอิง:

The post อิมรอน ข่าน กล่าวหานายกฯ-รัฐมนตรีมหาดไทยปากีสถาน เกี่ยวข้องในแผนลอบสังหาร appeared first on THE STANDARD.

]]>