SCBAM Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/scbam/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 09 Mar 2026 03:01:57 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 SCBAM-KAsset ยืนยันไม่มีลงทุนในกองทุน Private Credit ของ BlackRock ที่สั่งระงับถอนเงิน https://thestandard.co/scbam-kasset-blackrock-private-credit/ Mon, 09 Mar 2026 02:56:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1185612 ภาพประกอบข่าว บลจ.ไทยพาณิชย์ และ บลจ.กสิกรไทย ยืนยันไม่ได้ลงทุนในกองทุน Private Credit ของ BlackRock ที่สั่งระงับการถอน

จากกรณีความเคลื่อนไหวในตลาดการเงินโลกที่สร้างความกังวลใ […]

The post SCBAM-KAsset ยืนยันไม่มีลงทุนในกองทุน Private Credit ของ BlackRock ที่สั่งระงับถอนเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบข่าว บลจ.ไทยพาณิชย์ และ บลจ.กสิกรไทย ยืนยันไม่ได้ลงทุนในกองทุน Private Credit ของ BlackRock ที่สั่งระงับการถอน

จากกรณีความเคลื่อนไหวในตลาดการเงินโลกที่สร้างความกังวลให้กับนักลงทุน เมื่อ BlackRock บริษัทจัดการลงทุนระดับโลก เริ่มดำเนินการจำกัดและระงับการถอนเงินในกองทุนสินเชื่อส่วนบุคคล (Private Credit) ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่า 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากเผชิญกับคำขอไถ่ถอนหน่วยลงทุนที่มากเกินรับไหวนั้น

 

ล่าสุด นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส Chief Investment Officer (CIO) สายการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ (SCBAM) ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนไทย โดยยืนยันอย่างชัดเจนว่า ทาง SCBAM ไม่ได้มีการลงทุนในกองทุน Private Credit ของ BlackRock แต่อย่างใด

 

“เราไม่มีการลงทุนใน Private Credit ของ BlackRock ดังนั้นจึงสามารถบอกได้เลยว่า SCBAM ไม่ได้ลงทุนตรงนี้และไม่มีผลกระทบใดๆ” นันท์มนัสกล่าว

 

นอกจากนี้ เมื่อประเมินถึงผลกระทบในภาพรวมของอุตสาหกรรมกองทุนรวมในประเทศไทย นันท์มนัสให้มุมมองเพิ่มเติมว่า เท่าที่ได้รับทราบข้อมูลในปัจจุบัน เบื้องยังไม่พบหรือได้ยินว่ามีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แห่งใดในไทยที่เข้าไปลงทุน หรือมีการเสนอขายกองทุน Private Credit ของ BlackRock ให้กับนักลงทุนในประเทศไทย

 

นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส Chief Investment Officer (CIO) สายการลงทุน บลจ. ไทยพาณิชย์

 

“ประเด็นปัญหาสภาพคล่องและการจำกัดการไถ่ถอนของกองทุน Private Credit ภายใต้การบริหารของ BlackRock ในครั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันยืนยันได้ว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับพอร์ตการลงทุนของ SCBAM อย่างแน่นอน”

 

ด้านวจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย (KAsset) ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH เพื่อชี้แจงและสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน โดยยืนยันอย่างชัดเจนว่า บลจ.กสิกรไทย ไม่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าว เนื่องจากไม่ได้มีการเข้าไปลงทุนในกองทุน Private Credit ตัวที่เป็นข่าวของ BlackRock แต่อย่างใด

 

วจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย

 

“เราไม่ได้ลงทุนในตัวที่เป็นข่าว Private Credit ตัวนั้นที่เป็นของ BlackRock เราไม่ได้ลงทุนตัวนั้นนะครับ จึงไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับเรา” วจนะกล่าว

The post SCBAM-KAsset ยืนยันไม่มีลงทุนในกองทุน Private Credit ของ BlackRock ที่สั่งระงับถอนเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
SCBAM มองหุ้นไทยลุ้นแตะ 1,570 หวังปรับเพิ่ม EPS หากรัฐบาลมีเสถียรภาพ นโยบายฟื้นเศรษฐกิจโต 3% https://thestandard.co/scbam-thai-stocks-outlook/ Tue, 24 Feb 2026 12:27:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1181419 ภาพกราฟิกแสดงตัวเลขคาดการณ์หุ้นไทยปี 2569 ที่ 1,570 จุด พร้อมระบุการกระจายซื้อหุ้นของต่างชาติ

บลจ.ไทยพาณิชย์ คาดหุ้นไทยวิ่งแตะ 1,570 จุด หากรัฐบาลมีเ […]

The post SCBAM มองหุ้นไทยลุ้นแตะ 1,570 หวังปรับเพิ่ม EPS หากรัฐบาลมีเสถียรภาพ นโยบายฟื้นเศรษฐกิจโต 3% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดงตัวเลขคาดการณ์หุ้นไทยปี 2569 ที่ 1,570 จุด พร้อมระบุการกระจายซื้อหุ้นของต่างชาติ

บลจ.ไทยพาณิชย์ คาดหุ้นไทยวิ่งแตะ 1,570 จุด หากรัฐบาลมีเสถียรภาพและ GDP กลับมาโต 3%

 

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2569) นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) มองว่า ผลการเลือกตั้งซึ่งพรรคภูมิใจไทย นำโดยอนุทิน ชาญวีรกูล ชนะการเลือกตั้งแลนด์สไลด์ ทำให้ภาพความหวังในตลาดหุ้นไทยกลับมาอีกครั้ง สะท้อนผ่านดัชนี SET ที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากภาวะ Post Election Rally ซึ่งหุ้นไทยจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 1 เดือนหลังเลือกตั้ง ทำให้ดัชนี SET ปรับขึ้นทะลุ 1,470 จุดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นกรอบเป้าหมายที่ SCBAM ประเมินไว้ในกรณีฐาน ด้านอัตราการเติบโต ของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) คาดว่าจะเติบโตไม่สูงนัก

 

ในกรณีดีที่สุด (Best case) หากการจัดตั้งรัฐบาลมีเสถียรภาพ ดำเนินนโยบายที่ดึงดูดนักลงทุน หรือมีการออกนโยบายที่จับต้องได้จริง ซึ่งสามารถฟื้นเศรษฐกิจให้กลับมาโตที่ระดับศักยภาพ 3% จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทย ผลักดันให้ดัชนี SET มีโอกาสปรับขึ้นไปถึง 1,570 จุด ประกอบกับปัจจัย ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 1/2569 ที่หากออกมาดี อาจมีการปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียน (EPS) และปรับ P/E เป็น 16 เท่า

 

ปัจจุบันตลาดหุ้นไทยขับเคลื่อนด้วยกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) โดย YTD มีเงินไหลเข้าสะสมประมาณ 50,000 ล้านบาท คิดเป็น 0.4% ของมูลค่าตลาด ใกล้เคียงกับปี 2565 ซึ่งตลาดหุ้นไทยเป็น safe haven ทำให้มีกระแสเงินทุนไหล เข้าประมาณ 200,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1% ของมูลค่าตลาด และมี P/E ที่ 16.1 เท่า

 

สำหรับแนวทางการจัดพอร์ตการลงทุนปี 2569 SCBAM แนะนำการลงทุนในหุ้น, ทองคำ ส่วนตราสารหนี้ให้น้ำหนักลดลงที่ Neutral สำหรับหุ้นไทยปรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น slightly overweight จากเดิมที่ระดับ Neutral ทั้งนี้ต้องจับตามองการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ ของรัฐบาลว่าจะทำได้ตามนโยบายหาเสียงหรือไม่ โดยหุ้นกลุ่มที่น่าสนใจ ยังเป็นกลุ่มธนาคาร และก่อสร้างที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์ จากนโยบายเศรษฐกิจ ของรัฐบาล

 

อย่างไรก็ตามภาพรวมการลงทุนยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ภาระหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง และระดับมูลค่าตลาดทุนที่ตึงตัว ซึ่งอาจสร้างความผันผวนต่อทิศทางตลาดในระยะต่อไป ภายใต้บริบทนี้ SCBAM มอง 3 ธีมการลงทุนสำคัญต่อจากนี้

 

ด้าน ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในปี 2569 โดยมองว่า หุ้นไทยมีความหวังมากขึ้น โดยตลาดจะเติบโตเชิงปริมาณมากขึ้น จากภาวะเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้น คาดว่ากระแสเงินทุนจะเปลี่ยนทิศทางจากหุ้นมูลค่าไปยังหุ้นเติบโต สะท้อนจากราคาหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, AI ที่ปรับดีขึ้นอย่างชัดเจน

 

ทั้งนี้หากมีการปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียน (EPS) ประกอบกับองค์ประกอบเชิงมหภาคอื่นๆ เช่น รัฐบาลมีเสถียรภาพ ดำเนินงานสอดคล้องกับองค์กรอิสระ ทำให้ภาพความเชื่อมั่นเป็นบวกมากขึ้น อาจมีโอกาสเห็นหุ้นไทย Turn around ฟื้นตัวหลังจากภาวะตกต่ำในปีนี้

 

อย่างไรก็ตามในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ผลตอบแทนของ SET 100 ปรับเพิ่มเป็นสองเท่าของดัชนี SET สะท้อนว่าอานิสงส์จาก Post Election Rally ทำให้นักลงทุนกระจายการซื้อหุ้นทั้งดัชนี ไม่ได้กระจุกตัวอยู่ที่หุ้นขนาดใหญ่ เริ่มเห็นไดนามิกของตลาดที่ปรับดีขึ้น

 

สำหรับปัจจัยความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีการค้ารอบใหม่ของสหรัฐฯ หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ถูกศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินว่าใช้อำนาจเกินขอบเขต กฎหมายพระราชบัญญัติอำนาจ ทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) ส่งผลให้มาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ถูกยกเลิก

 

ณรงค์ศักดิ์ มองว่า ไม่ได้มี immediate impact ที่เป็นนัยสำคัญต่อตลาดหุ้นไทย เนื่องจากทั่วโลกได้รับผลกระทบจากอัตราภาษีเดียวกัน ส่วนผลกระทบต่อธุรกิจจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความสามารถในการส่งผ่านต้นทุน

 

แม้ว่า ‘ทรัมป์’ จะพยายามใช้กฎหมายอื่นมาเป็นเครื่องมือ แต่ต้องได้รับการเห็นชอบจากสภาคองเกรส ซึ่งต้องผ่านกลไกรัฐสภา ทำให้มีโอกาสบังคับใช้กฎหมายต่างๆ ยากขึ้น จากเดิมที่ประธานาธิบดีมีอำนาจลงนามผ่านกฎหมายเอง

 

3 ธีมลงทุนรับมือ ‘ระเบียบโลกใหม่’

 

  • AI Dominance เทคโนโลยี AI

 

ที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยห่วงโซ่มูลค่า ขยายจากเซมิคอนดักเตอร์สู่คลาวด์ โครงสร้าง พื้นฐานดิจิทัล และซอฟต์แวร์ ขณะที่อุปทานชิปยังตึงตัวและการลงทุน ของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ ช่วยหนุนการเติบโตของระบบนิเวศ AI

 

  • Asia & Japan Catch-up ตลาดเอเชียและญี่ปุ่นมีศักยภาพโดดเด่นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ นโยบายกระตุ้นอุปสงค์กำไรบริษัทที่เติบโต และระดับมูลค่าหุ้นที่ยังน่าสนใจ รวมถึงแรงหนุนจากเงินทุนไหลเข้าในช่วงดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่า
  • De-Dollarization

 

แนวโน้มลดการพึ่งพาเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ช่วยหนุนบทบาทของทองคำและ สินทรัพย์ดิจิทัล โดยธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มการถือครองทองคำต่อเนื่อง ขณะที่สินทรัพย์ดิจิทัลได้รับความสนใจมากขึ้น สะท้อนความจำเป็น ของการจัดพอร์ตลงทุนที่ยืดหยุ่น เพื่อรับมือความไม่แน่นอน ของระบบเศรษฐกิจและการเงินโลกยุคใหม่

The post SCBAM มองหุ้นไทยลุ้นแตะ 1,570 หวังปรับเพิ่ม EPS หากรัฐบาลมีเสถียรภาพ นโยบายฟื้นเศรษฐกิจโต 3% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำความรู้จัก Royalty สินทรัพย์ทางเลือกรับมือตลาดผันผวน เน้นลงทุน 3 อุตสาหกรรมความเสี่ยงต่ำ https://thestandard.co/royalty-investment-low-risk-sectors/ Mon, 22 Sep 2025 06:54:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1121387 Royalty สินทรัพย์ทางเลือกเพื่อการลงทุนความเสี่ยงต่ำ เน้น 3 Sector หลัก

ท่ามกลางสภาวะตลาดการลงทุนที่มีความผันผวนและคาดการณ์ทิศท […]

The post ทำความรู้จัก Royalty สินทรัพย์ทางเลือกรับมือตลาดผันผวน เน้นลงทุน 3 อุตสาหกรรมความเสี่ยงต่ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Royalty สินทรัพย์ทางเลือกเพื่อการลงทุนความเสี่ยงต่ำ เน้น 3 Sector หลัก

ท่ามกลางสภาวะตลาดการลงทุนที่มีความผันผวนและคาดการณ์ทิศทางได้ยาก การจัดพอร์ตกระจายความเสี่ยงการลงทุนจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่นักลงทุนต้องเตรียมพร้อมรับมือ Royalty เป็นสินทรัพย์นอกตลาดที่มีความผันผวนต่ำที่จะเข้ามาช่วยบริหารพอร์ตลงทุน

 

ภูดินันท์ ฉัยากร Principal ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุน บลจ. ไทยพาณิชย์ (SCBAM) ให้สัมภาษณ์ในรายการ Morning Wealth ระบุว่า ภายใต้การสภาวะการลงทุนในตลาดโลกที่มีความผันผวน แนะนำให้นักลงทุนควรปรับพอร์ตโดยรวมเพื่อลดระดับความเสี่ยงลง และทำ Asset Allocation โดยเพิ่มสินทรัพย์ที่ไม่มีความผันผวนตามสภาวะตลาดเข้าไปในพอร์ต

 

โดยสินทรัพย์ที่ถูกแนะนำคือ Royalty (รอยัลตี้) ซึ่งเป็นสินทรัพย์นอกตลาด (Non-Market Assets) ที่โดดเด่นในเรื่องของความสามารถในการสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ แถมยังมีโอกาสที่รายได้จะเติบโตเพิ่มขึ้นด้วย

 

Royalty คืออะไร และทำไมจึงน่าสนใจในช่วงตลาดผันผวน

 

รอยัลตี้ คือ สิทธิในการรับรู้รายได้จากสินทรัพย์อ้างอิง โดยเป็นสัญญาที่ผู้ลงทุนจะได้รับประโยชน์จากส่วนแบ่งของรายได้ (Revenue Share) ที่สินทรัพย์หรือสินค้านั้นสร้างยอดขาย สินทรัพย์ประเภทนี้ถือว่าไม่ใช่ของใหม่ เนื่องจากนักลงทุนสถาบันทั่วโลกมีการลงทุนอยู่แล้ว และมีมูลค่าตลาดโดยรวมสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ตัวอย่างของสินทรัพย์ Royalty ได้แก่ ลิขสิทธิ์เพลง และ สิทธิบัตรยา (Intellectual Property หรือ IP)

 

จุดเด่นสำคัญของสินทรัพย์ Royalty มีดังนี้

 

  1. ความผันผวนต่ำ รายได้ของรอยัลตี้ไม่ได้รับผลกระทบหรือผันผวนไปตามสภาวะเศรษฐกิจหรือสภาวะการลงทุนใด ๆ ยกตัวอย่างเช่น การซื้อขายยาหรือการรักษาพยาบาลยังคงเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมชาติไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ เช่นเดียวกับการดูหนัง ดูซีรีส์ หรือฟังเพลงที่ยังคงเกิดขึ้นทุกวัน
  2. รับส่วนแบ่งจากยอดขายเท่านั้น ผลตอบแทนที่ได้รับกลับมามีความน่าสนใจสูงมาก เพราะผู้ลงทุนรับส่วนแบ่งของรายได้จากยอดขาย (By Gross Revenue) โดยตรง โดยไม่ต้องหักกลบกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) หรือค่าใช้จ่ายในการลงทุน (CAPEX) ซึ่งแตกต่างจากการลงทุนในหุ้นที่ต้องร่วมรับรู้ทั้งรายได้และรายจ่ายก่อนจะเหลือเป็นกำไร
  3. มีโอกาสรับผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Upside) หากยอดขายของสินทรัพย์ (เช่น เพลงติดฮิตทั่วโลก หรือ ยาขายดีกว่าที่คาดการณ์ไว้) เพิ่มขึ้นจากที่ประเมินไว้ ผู้ลงทุนก็จะได้รับรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งไม่จำกัดเหมือนการลงทุนในตราสารหนี้ที่รับผลตอบแทนแบบ Fixed Coupon
  4. การลงทุนในรอยัลตีมีระยะยาว โดยสัญญาอาจยาวกว่า 5 หรือ 10 ปีขึ้นไป ในกรณีของลิขสิทธิ์เพลง สัญญาอาจสูงถึง 50-70 ปี หรืออาจยาวเกือบ 100 ปี นับจากเจ้าของลิขสิทธิ์เสียชีวิตไปแล้ว 70 ปี

 

ส่วนเหตุผลที่เจ้าของสิทธิ์ตัดสินใจขายนั้น เนื่องมาจากความแตกต่างในความถนัดหรือความเชี่ยวชาญ เช่น บริษัทวิจัย, มหาวิทยาลัยที่อาจไม่เก่งเรื่องธุรกิจ หรือศิลปินที่ต้องการเงินก้อนทันทีเพื่อใช้ชีวิต แทนที่จะรอเก็บรายได้จากยอดสตรีม ซึ่งถือเป็นลักษณะที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ (Win-Win)

 

เปิดโอกาสใหม่ กองทุน SCB Royalties Opportunities

 

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าถึงสินทรัพย์นี้ SCBAM ได้นำเสนอกองทุน “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Royalties Opportunities” ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเสนอขาย IPO

 

เปิดลักษณะและข้อกำหนดของกองทุน

 

  • กองทุนนี้เป็น Complex Fund ซึ่งนักลงทุนที่จะสามารถลงทุนได้จะต้องเป็น นักลงทุนรายใหญ่พิเศษ (Ultra High Net Worth – UHNW) เท่านั้น โดยในเกณฑ์ของไทย ลูกค้า UHNW จะต้องมี Net Worth ประมาณ 70 ล้านบาทขึ้นไป
  •  เป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่มีการเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายบุคคลประเภท UHNW สามารถเข้ามาร่วมลงทุนในสินทรัพย์นี้ได้
  •  กองทุนหลักบริหารจัดการโดย Partners Group ซึ่งเป็นผู้นำในการลงทุนในสินทรัพย์ Royalties
  •  เป็นกองทุนเปิดที่ไม่มีกำหนดอายุโครงการ และกระจายการลงทุนในหลากหลาย Sector โดยมีสภาพคล่องที่สูงกว่า Private Asset อื่นๆ โดยสามารถซื้อได้ทุกเดือน และขายคืนได้ทุกไตรมาส

 

เจาะพอร์ตโฟลิโอ Royalty และการคาดการณ์ผลตอบแทน

 

กองทุนนี้มีการคาดหวังที่จะลงทุนใน 3 Sector หลัก

 

  1. ผลิตภัณฑ์ยา (Pharma) จะเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของพอร์ต เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีการซื้อขายสิทธิรายได้อยู่แล้วในต่างประเทศ

 

  1. ลิขสิทธิ์เพลงและสื่อ (Music/Media) รวมถึงเพลงจากซีรีส์ Friends หรือภาพยนตร์ของ Warner Brothers

 

  1. พลังงาน/ก๊าซธรรมชาติ ในสหรัฐฯ เป็นสิทธิในการเก็บเกี่ยวรายได้จากการขายก๊าซธรรมชาติ

 

นอกจากนี้ กองทุนยังเปิดโอกาสในการลงทุนใน Sector ใหม่ๆ เช่น ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดกีฬา (American Football, Basketball) หรือ Branding/Character สินค้าแฟชั่น

 

รู้จักความเสี่ยงและการบริหารจัดการของ Royalty

 

ความเสี่ยงหลักของการลงทุนในรอยัลตีคือ ความเสี่ยงด้านการประเมินมูลค่า (Valuation) เนื่องจากเป็นการคาดหวังรายได้ในระยะยาว หากยอดขายไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ เช่น เทรนด์การเปลี่ยนแปลง หรือราคาสินค้าโภคภัณฑ์ผันผวน ก็อาจส่งผลกระทบได้

 

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงดังกล่าวสามารถจัดการได้ด้วยการวิเคราะห์การลงทุนอย่างเข้มงวดและติดตามอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังมีกลไกในการจัดการในมุมของสัญญา (Royalties Contract) เช่น หากยอดขายไม่เป็นไปตามเป้า อาจมีการปรับเพิ่มส่วนแบ่งการรับรายได้ (Sharing) ให้สูงขึ้น เช่น จาก 10% เป็น 20-30% ในปีถัดมา เพื่อให้ส่วนแบ่งรายได้ปรับเข้ามาชดเชยและคืนทุนได้เร็วขึ้น โดยทั่วไป ผู้จัดการกองทุนหลักมองระยะเวลาคืนทุน (Pay Period หรือ Break-even point) อยู่ที่ประมาณ 8-10 ปี หลังจากนั้นคือ เป็นกำไรล้วนๆ

 

ดังนั้นการลงทุนใน Royalty จึงเหมาะกับนักลงทุนที่มองหาการลงทุนระยะยาว เพื่อยกระดับพอร์ตให้มีความเสถียรภาพมากขึ้น และมีผันผวนต่ำลง พร้อมกับโอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดีกว่า Private Credit หากยอดขายเติบโตสูงขึ้น

 

ภาพ: Drozd Irina/Shutterstock

The post ทำความรู้จัก Royalty สินทรัพย์ทางเลือกรับมือตลาดผันผวน เน้นลงทุน 3 อุตสาหกรรมความเสี่ยงต่ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ‘Tech vs. Tariff’ ปรับกลยุทธ์ลงทุน เมื่อกำแพงภาษีท้าทายอนาคตหุ้น Big Tech | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-30042025-2/ Wed, 30 Apr 2025 04:51:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1069756 morning-wealth-30042025-2

‘Tech vs. Tariff’ ปรับกลยุทธ์ลงทุน เมื่อกำแพงภาษีท้าทาย […]

The post ชมคลิป: ‘Tech vs. Tariff’ ปรับกลยุทธ์ลงทุน เมื่อกำแพงภาษีท้าทายอนาคตหุ้น Big Tech | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
morning-wealth-30042025-2

‘Tech vs. Tariff’ ปรับกลยุทธ์ลงทุน เมื่อกำแพงภาษีท้าทายอนาคตหุ้น Big Tech พูดคุยกับ วิจักขณ์ ณ เชียงใหม่ Director, ผู้บริหารฝ่ายการลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศ บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM)

 

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดอ่านหนังสือชี้ชวนและศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: ‘Tech vs. Tariff’ ปรับกลยุทธ์ลงทุน เมื่อกำแพงภาษีท้าทายอนาคตหุ้น Big Tech | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: มองลึกตลาดสหรัฐฯ 2Q25 วางแผนรับมือเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-18042025-2/ Fri, 18 Apr 2025 05:20:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1065654

มองลึกตลาดสหรัฐฯ ไตรมาสที่ 2 ของปี 2025 วางแผนรับมือกับ […]

The post ชมคลิป: มองลึกตลาดสหรัฐฯ 2Q25 วางแผนรับมือเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

มองลึกตลาดสหรัฐฯ ไตรมาสที่ 2 ของปี 2025 วางแผนรับมือกับปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงอนาคตเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง พูดคุยกับ ภคสุนาท จิตมั่นชัยธรรม Executive Director, กลุ่มจัดสรรสินทรัพย์และกองทุนต่างประเทศ บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM)

 

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดอ่านหนังสือชี้ชวนและศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: มองลึกตลาดสหรัฐฯ 2Q25 วางแผนรับมือเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: จับทิศทางลงทุนเมื่อเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่ง และ Fed ไม่คิดหั่นดอกเบี้ยปีนี้ | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-17022025-2/ Mon, 17 Feb 2025 05:17:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1042717

จับทิศทางลงทุนเมื่อเงินเฟ้อพุ่ง และ Fed ไม่คิดหั่นดอกเบ […]

The post ชมคลิป: จับทิศทางลงทุนเมื่อเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่ง และ Fed ไม่คิดหั่นดอกเบี้ยปีนี้ | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

จับทิศทางลงทุนเมื่อเงินเฟ้อพุ่ง และ Fed ไม่คิดหั่นดอกเบี้ยปีนี้ พูดคุยกับ ภคสุนาท จิตมั่นชัยธรรม Executive Director กลุ่มจัดสรรสินทรัพย์และกองทุนต่างประเทศ บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM)

 

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดอ่านหนังสือชี้ชวน และศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: จับทิศทางลงทุนเมื่อเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่ง และ Fed ไม่คิดหั่นดอกเบี้ยปีนี้ | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: รมว.พลังงาน สั่งเบรกซื้อไฟฟ้าล็อตใหญ่ ลุยสอบความถูกต้อง | Morning Wealth 27 ธ.ค. 2567 https://thestandard.co/morning-wealth-27122024/ Fri, 27 Dec 2024 03:29:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1024384

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าก […]

The post ชมคลิป: รมว.พลังงาน สั่งเบรกซื้อไฟฟ้าล็อตใหญ่ ลุยสอบความถูกต้อง | Morning Wealth 27 ธ.ค. 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>
  • พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สั่งเบรกการซื้อไฟฟ้าหมุนเวียนล็อตใหญ่กว่า 3,600 เมกะวัตต์ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ด้านสภาองค์กรผู้บริโภค (สภาผู้บริโภค) ชี้ อาจสร้างภาระค่าไฟฟ้าสูงถึง 6.5 หมื่นล้านบาท รายละเอียดเป็นอย่างไร
  • ถอดบทเรียนตลาดหุ้นปี 2024 และเตรียมสร้างกลยุทธ์รับมือการลงทุนปี 2025 พูดคุยกับ ภคสุนาท จิตมั่นชัยธรรม Executive Director, กลุ่มจัดสรรสินทรัพย์และกองทุนต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM)

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: รมว.พลังงาน สั่งเบรกซื้อไฟฟ้าล็อตใหญ่ ลุยสอบความถูกต้อง | Morning Wealth 27 ธ.ค. 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: จับเทรนด์ 2025: โอกาสลงทุนที่ซ่อนอยู่ในความท้าทายของตลาด | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-13122024-2/ Fri, 13 Dec 2024 05:19:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1019178 ลงทุน 2025

จับเทรนด์ 2025: โอกาสลงทุนที่ซ่อนอยู่ในความท้าทายของตลา […]

The post ชมคลิป: จับเทรนด์ 2025: โอกาสลงทุนที่ซ่อนอยู่ในความท้าทายของตลาด | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลงทุน 2025
  • จับเทรนด์ 2025: โอกาสลงทุนที่ซ่อนอยู่ในความท้าทายของตลาด พูดคุยกับ วิจักขณ์ ณ เชียงใหม่ Director, ผู้บริหารฝ่ายการลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM)
  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดอ่านหนังสือชี้ชวน และศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: จับเทรนด์ 2025: โอกาสลงทุนที่ซ่อนอยู่ในความท้าทายของตลาด | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปี 2025 ในยุคทรัมป์ 2.0 จะไปต่อได้ไกลแค่ไหน https://thestandard.co/us-stocks-trump-2025-outlook/ Mon, 25 Nov 2024 09:41:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1012574 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ

สิทธา เซ่งไพเราะ Associate Director, ผู้บริหารฝ่ายกลยุท […]

The post เจาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปี 2025 ในยุคทรัมป์ 2.0 จะไปต่อได้ไกลแค่ไหน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ

สิทธา เซ่งไพเราะ Associate Director, ผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Morning Wealth ว่ายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังทราบผลการเลือกตั้งว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้ง ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่

 

ทั้งนี้ หลังทราบผลการเลือกตั้งดังกล่าวส่งผลให้หุ้นของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ของสหรัฐฯ หลายแห่งปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง โดยเฉพาะหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กในหลายอุตสาหกรรม จากก่อนหน้านี้ที่ราคาหุ้นกลุ่มนี้มักไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหวมากนัก ซึ่งภายหลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีโอกาสที่หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กมีโอกาสที่จะกลับมาให้ผลตอบแทนที่ Outperform

 

‘ทรัมป์’ ครองเสียงข้างมาก 2 สภา เป็นบวกกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ

 

เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังว่าการที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกทั้งพรรครีพับลิกันสามารถครองเสียงได้ทั้งสภาบนและสภาล่าง ส่งผลให้มีโอกาสที่จะสามารถผ่านกฎหมายได้ค่อนข้างง่าย ทั้งกฎหมายในการปรับลดภาษี รวมทั้งกฎหมายในการลดหย่อนกฎระเบียบต่างๆ ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้เศรษฐกิจและธุรกิจในสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้วระดับหนึ่ง แต่ก็ประเมินว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคง Upside หรือมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่องในระยะข้างหน้า

 

ยอมรับหุ้นสหรัฐฯ มูลค่าแพง P/E พุ่งแตะ 30 เท่า

 

สิทธากล่าวต่อว่า อัตราส่วนราคาตลาดต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในปัจจุบันแม้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับประมาณ 20-30 เท่า โดยยอมรับว่าเป็นระดับที่ทำให้มูลค่าของตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ในระดับที่แพง ซึ่งสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะมีมูลค่าที่ค่อนข้างตึงตัว ดังนั้นด้วยมูลค่าหุ้นที่แพงดังกล่าวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ อาจเป็นปัจจัยถ่วงให้ Upside ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงนี้อาจมีแนวโน้มลดลง

 

ขณะที่ปัจจัยสนับสนุนต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในระยะข้างหน้ามีน้ำหนักมากเพียงพอที่จะส่งผลบวกให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ สามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ต่อ แต่อาจเห็นอัตราการปรับตัวเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในปี 2025 ที่จะมี Upside ลดลงจากปีนี้ เนื่องจากหากดูตัวเลขของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดย S&P 500 ในช่วงต้นปีถึงปัจจุบันมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 25% จึงมองว่าทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในปี 2025 ยังมี Upside แต่จะเริ่มเห็นการปรับเพิ่มขึ้นที่ค่อนข้างตึงตัวหรือปรับตัวบวกเพิ่มขึ้นชะลอตัวจากปี 2024

 

3 ปัจจัยหลักดันหุ้นสหรัฐฯ ปีหน้าบวกต่อ

 

สำหรับปัจจัยบวกสนับสนุนที่มองว่าจะทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นมี 3 ข้อ ดังนี้

 

  1. แนวโน้มของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เห็นการขยายตัวที่ดีได้ต่อเนื่อง แต่อาจเห็นอัตราการขยายตัวที่อาจชะลอตัวลงไปบ้าง ขณะที่ผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่ได้ โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ จะเป็นปัจจัยที่สร้างความคาดหวังให้กับนักลงทุน หากสามารถดำเนินนโยบายในช่วงที่หาเสียงไว้ได้จริง เชื่อว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจภายในของสหรัฐฯ ให้ขยายตัวได้ดี

 

  1. แนวโน้มนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ที่ยังผ่อนคลาย โดยประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีโอกาสที่จะลดดอกเบี้ยอีก 1-2 ครั้งภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 แม้ว่าจะเริ่มมีความกังวลว่าการเข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของ โดนัลด์ ทรัมป์ จะส่งผลกระทบให้อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นจากหลายนโยบายที่เคยประกาศไว้ในช่วงหาเสียง

 

ทั้งนี้ มองว่าผลกระทบจากนโยบายของ โดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นคาดว่าจะยังไม่เกิดขึ้นโดยเร็ว ซึ่งประเมินว่าจะเห็นผลกระทบอย่างเร็วที่สุดคือในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 โดยปัจจุบันยังคงเห็นแนวโน้มเงินเฟ้อที่มีการชะลอตัวหรืออยู่ในระดับทรงตัว โดยเฉพาะราคาบ้าน รวมถึงราคาค่าเช่าที่ยังอยู่ในลักษณะทรงตัวหรือชะลอตัว

 

  1. แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/25 ของบริษัทจดทะเบียนใน S&P 500 พบว่าตัวเลขผลประกอบการของหลายอุตสาหกรรมที่รายงานออกมาดีเกินคาด อีกทั้งเป็นการตอกย้ำว่าเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มจากเดิมในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาที่การเติบโตที่โดดเด่นมักจะกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มหุ้น 7 นางฟ้า (The Magnificent Seven) ซึ่งอยู่ในกลุ่มบิ๊กเทค

 

แต่ปัจจุบันเริ่มเห็นแนวโน้มการเติบโตที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะในปี 2025 ที่คาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ในแต่ละอุตสาหกรรมจะมีการเติบโตในระดับที่ใกล้เคียงกันประมาณ 8-15% จากปีนี้ที่จะเห็นการเติบโตของกำไรในหุ้นกลุ่มบิ๊กเทคเป็นหลัก ซึ่งคาดว่ากำไรจะมีการเติบโตประมาณ 30-40%

 

โดยประมาณว่าทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในปี 2025 ยังมีโอกาสที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ตามการเติบโตของทิศทางภาพรวมกำไรของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ที่ยังมีโอกาสเติบโตได้อยู่ โดยเริ่มเห็นแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่กระจายตัวในหลากหลายอุตสาหกรรมมากขึ้น จากเดิมที่จะมีการเติบโตกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มหุ้น 7 นางฟ้า

 

“ด้วยสามเหตุผลจึงคิดว่าน่าจะมีน้ำหนักมากเพียงพอหรือมีน้ำหนักมากกว่าทำให้ภาพระยะสั้นของตลาดสหรัฐฯ ในช่วง 1 ปีข้างหน้ายังมีทิศทางที่จะเห็นการ Sideway Up ได้ แต่ระหว่างทางอาจจะมีความผันผวนเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน”

 

เจาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังน่าลงทุนหรือไม่

 

สำหรับข้อแนะนำการลงทุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ กับนักลงทุนทั่วไป สำหรับการลงทุนในกองทุนเปิดแนะนำให้รอจังหวะราคาหุ้นย่อตัวเป็นจังหวะในการเข้าซื้อ

 

ส่วนผู้ที่ต้องการซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษีในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ลงทุนเพื่อใช้ลดหย่อนภาษีอยู่แล้ว สามารถใช้กลยุทธ์การลงทุนในรูปแบบ Dollar-Cost Averaging (DCA) โดยซื้อสะสมแบบทุกเดือนหรือซื้อสะสมแบบทุกไตรมาสได้

 

เนื่องจากหากดูข้อมูลสถิติย้อนหลัง 20 ปีของตลาดหุ้นสหรัฐฯ พบว่าหากลงทุนในรูปแบบ DCA ในระยะเวลา 3 ปีขึ้นไป มีโอกาสที่จะสร้างผลตอบแทนชนะตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยสามารถให้ผลตอบแทนเฉลี่ยได้ราว 8% ต่อปี และยังมีโอกาสที่จะให้ผลตอบแทนเป็นบวกสูงถึง 80%

The post เจาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปี 2025 ในยุคทรัมป์ 2.0 จะไปต่อได้ไกลแค่ไหน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: หุ้นสหรัฐฯ ‘แพงขึ้น’ ความท้าทายที่น่าลุยหรือสัญญาณเตือนให้ถอย | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-25112024-2/ Mon, 25 Nov 2024 05:15:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1012428

หุ้นสหรัฐฯ แพงขึ้น ความท้าทายที่น่าลุยหรือสัญญาณเตือนให […]

The post ชมคลิป: หุ้นสหรัฐฯ ‘แพงขึ้น’ ความท้าทายที่น่าลุยหรือสัญญาณเตือนให้ถอย | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

หุ้นสหรัฐฯ แพงขึ้น ความท้าทายที่น่าลุยหรือสัญญาณเตือนให้ถอย พูดคุยกับ สิทธา เซ่งไพเราะ Associate Director, ผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM)

 

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดอ่านหนังสือชี้ชวน และศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: หุ้นสหรัฐฯ ‘แพงขึ้น’ ความท้าทายที่น่าลุยหรือสัญญาณเตือนให้ถอย | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ธุรกิจเก่าหายไป ธุรกิจใหม่กำลังมา แม้ยอดปิดกิจการสูงแตะแสนล้านบาท | Morning Wealth 30 ต.ค. 2567 https://thestandard.co/morning-wealth-30102024/ Wed, 30 Oct 2024 06:07:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1001710

ธุรกิจใหม่กำลังจะมา! เปิดชื่อ 3 ธุรกิจใหม่สุดฮอตของไทยใ […]

The post ชมคลิป: ธุรกิจเก่าหายไป ธุรกิจใหม่กำลังมา แม้ยอดปิดกิจการสูงแตะแสนล้านบาท | Morning Wealth 30 ต.ค. 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>
  • ธุรกิจใหม่กำลังจะมา! เปิดชื่อ 3 ธุรกิจใหม่สุดฮอตของไทยในปี 2567 แม้ยอดปิดกิจการ 9 เดือนยังสูงถึง 1.16 แสนล้านบาท รายละเอียดเป็นอย่างไร
  • เปิดสไตล์ทางเลือกลงทุน ‘กองทุนลดหย่อนภาษี’ ที่ไม่ควรพลาด พูดคุยกับ ภูดินันท์ สัจยากร Director, ผู้บริหารฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM)

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: ธุรกิจเก่าหายไป ธุรกิจใหม่กำลังมา แม้ยอดปิดกิจการสูงแตะแสนล้านบาท | Morning Wealth 30 ต.ค. 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: จังหวะลงทุนหุ้น Domestic Play กับเศรษฐกิจไทยที่ (เริ่ม) ฟื้นฟู | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-11102024-2/ Fri, 11 Oct 2024 05:14:35 +0000 https://thestandard.co/?p=994739

จังหวะลงทุนหุ้น Domestic Play กับเศรษฐกิจไทยที่ (เริ่ม) […]

The post ชมคลิป: จังหวะลงทุนหุ้น Domestic Play กับเศรษฐกิจไทยที่ (เริ่ม) ฟื้นฟู | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

จังหวะลงทุนหุ้น Domestic Play กับเศรษฐกิจไทยที่ (เริ่ม) ฟื้นฟู พูดคุยกับ ภคสุนาท จิตมั่นชัยธรรม Executive Director, กลุ่มจัดสรรสินทรัพย์และกองทุนต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดอ่านหนังสือชี้ชวนและศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: จังหวะลงทุนหุ้น Domestic Play กับเศรษฐกิจไทยที่ (เริ่ม) ฟื้นฟู | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: อดีต กนง. เตือน หากรัฐบาลแทรกแซงบอร์ด ธปท. จ่อเกิดผลเสียรุนแรง | Morning Wealth 11 ต.ค. 2567 https://thestandard.co/morning-wealth-11102024/ Fri, 11 Oct 2024 02:36:29 +0000 https://thestandard.co/?p=994658

ธปท. จ่อเกิดผลเสียรุนแรง หากคนที่ส่งมาฟังรัฐบาลทุกเรื่อ […]

The post ชมคลิป: อดีต กนง. เตือน หากรัฐบาลแทรกแซงบอร์ด ธปท. จ่อเกิดผลเสียรุนแรง | Morning Wealth 11 ต.ค. 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>
  • ธปท. จ่อเกิดผลเสียรุนแรง หากคนที่ส่งมาฟังรัฐบาลทุกเรื่อง ย้ำนโยบายการเงินต้องเป็นอิสระ รายละเอียดเป็นอย่างไร
  • จังหวะลงทุนหุ้น Domestic Play กับเศรษฐกิจไทยที่ (เริ่ม) ฟื้นฟู พูดคุยกับ ภคสุนาท จิตมั่นชัยธรรม Executive Director, กลุ่มจัดสรรสินทรัพย์และกองทุนต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM)

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: อดีต กนง. เตือน หากรัฐบาลแทรกแซงบอร์ด ธปท. จ่อเกิดผลเสียรุนแรง | Morning Wealth 11 ต.ค. 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: Fed ประกาศลดดอกเบี้ยครั้งนี้ กำลังบอกอะไรกับเศรษฐกิจและตลาดลงทุน? | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-20092024-2/ Fri, 20 Sep 2024 05:12:55 +0000 https://thestandard.co/?p=985831

Fed ประกาศลดดอกเบี้ยครั้งนี้ กำลังบอกอะไร? พูดคุยกับ วิ […]

The post ชมคลิป: Fed ประกาศลดดอกเบี้ยครั้งนี้ กำลังบอกอะไรกับเศรษฐกิจและตลาดลงทุน? | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

Fed ประกาศลดดอกเบี้ยครั้งนี้ กำลังบอกอะไร? พูดคุยกับ วิจักขณ์ ณ เชียงใหม่ Director, ผู้บริหารฝ่ายการลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM)

 

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดอ่านหนังสือชี้ชวนและศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: Fed ประกาศลดดอกเบี้ยครั้งนี้ กำลังบอกอะไรกับเศรษฐกิจและตลาดลงทุน? | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตาเลือกตั้งสหรัฐฯ ป่วนทำหุ้นกลุ่ม ‘ชิป’ ผันผวนระยะสั้น ผวานโยบายจำกัดส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงไปจีน https://thestandard.co/chip-stocks-fluctuate-in-the-short-term/ Fri, 26 Jul 2024 14:20:40 +0000 https://thestandard.co/?p=963621

SCBAM ประเมินหุ้นกลุ่มชิปปรับฐาน เป็น Healthy Correctio […]

The post จับตาเลือกตั้งสหรัฐฯ ป่วนทำหุ้นกลุ่ม ‘ชิป’ ผันผวนระยะสั้น ผวานโยบายจำกัดส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงไปจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>

SCBAM ประเมินหุ้นกลุ่มชิปปรับฐาน เป็น Healthy Correction ชี้ ปัจจัยพื้นฐานยังดีต่อเนื่องรับอานิสงส์บิ๊กเทค เร่งซื้อชิปพัฒนา AI สู้กับคู่แข่ง

 

สิทธา เซ่งไพเราะ Associate Director, ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Morning Wealth เกี่ยวกับสถานการณ์การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยประเมินว่ากรณีที่พรรคเดโมแครตมีการเปลี่ยนตัวผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จาก โจ ไบเดน มาเป็น คามาลา แฮร์ริส ถือว่ามีความสำคัญ เพราะก่อนหน้านี้คนส่วนใหญ่มองว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จากรีพับลิกัน มีโอกาสจะชนะการเลือกตั้งมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งที่เป็นโจ ไบเดน

 

จึงส่งผลให้การแข่งขันการเลือกตั้งประธานาธิบดีในครั้งนี้มีความสูสีมากขึ้น รวมทั้งทำให้มีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าจะสร้างความผันผวนกดดันต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ในระยะสั้น

 

ทั้งนี้ วิเคราะห์ว่า ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี ท่าทีในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่มีต่อจีน ก็จะยังมีความเข้มงวดหรือแข็งกร้าวต่อไป แต่อาจปรับเปลี่ยนวิธีการไป

 

ดังนั้น ปัจจัยนี้จะเป็นประเด็นที่กระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในหุ้นกลุ่มชิป เนื่องจากสหรัฐฯ จะยังมีนโยบายควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีชั้นสูงจากสหรัฐฯ ที่เข้มงวดไปยังจีน ซึ่งเชื่อว่าน่าจะยังคงดำเนินนโยบายดังกล่าวต่อไป

 

สำหรับภาพการลงทุนในระยะกลาง SCBAM มีมุมมองว่าควรพิจารณาข้อมูลของผลประกอบการ รวมถึงทิศทางการเติบโตของกลุ่มชิปในระยะต่อไปเป็นหลักมากกว่า โดยในช่วงที่ผ่านมาผลประกอบการของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังสามารถเติบโตได้ดี และปรับตัวในเชิงของธุรกิจได้ดี โดยทั้ง ASML กับ NVIDIA ที่ปรับตัวรวมถึงปรับโปรดักต์เพื่อให้สามารถส่งออกสินค้าไปยังจีนได้เช่นเดิม

 

“ปัจจัยการเมืองของสหรัฐฯ จะมากดดันบรรยากาศการลงทุนหุ้นในกลุ่มชิปบ้างในระยะสั้น แต่ภาพระยะกลางและระยะยาวควรดูที่การเติบโตของกลุ่มชิปและการปรับตัวของธุรกิจ”

 

ผลประกอบการ 2Q24 กลุ่ม ‘ชิปต้นน้ำ’ ดีกว่าคาด

 

ขณะที่ผลประกอบการของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีใน 2Q24 ที่ทยอยออกมาซึ่งเติบโตดีนั้น ถือเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มนี้ แต่ยังมีความกังวลต่อปัจจัยลบอื่นๆ ที่อาจมากดดันให้ราคาหุ้น ประกอบกับราคาหุ้นกลุ่มเทคในช่วงที่ผ่านมามีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง ดังนั้นข้อมูลข่าวเชิงลบจะมีน้ำหนักต่อหุ้นกลุ่มนี้มากกว่าข่าวเชิงบวก

 

โดยข้อมูลของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ออกมาสะท้อนถึงพื้นฐานภาพระยะกลางในอนาคตที่ยังดี ซึ่งจากข้อมูลของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปต้นน้ำ ทั้ง ASML, NVIDIA และ SK HYNIX ต่างก็รายงานผลประกอบการ 2Q24 ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาด

 

ขณะที่ TSMC มีการปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายในปี 2024 เพิ่มขึ้นด้วย โดยซีอีโอของ TSMC ยังมาออกให้ข้อมูลว่า ดีมานด์ของลูกค้ายังมีจำนวนมากกว่าซัพพลายของบริษัทที่มีอยู่ ดังนั้นบริษัทมีแผนจะเพิ่มซัพพลายให้ทันตามความต้องการ อีกทั้งยังประเมินว่า จุดที่ดีมานด์และซัพพลายจะเข้าสู่ภาวะสมดุลคือปี 2025

 

ขณะที่ SK HYNIX ให้ข้อมูลว่า มียอดจองชิปล่วงหน้าสำหรับใช้ใน AI เต็มยาวตลอดทั้งปี 2024 แล้ว พร้อมทั้งประเมินว่าภาพดังกล่าวจะยังมีความแข็งแกร่งต่อเนื่องสอดคล้องกับภาพของ AI ที่ยังแข็งแกร่งต่อเนื่องในระยะต่อไปด้วย

 

บิ๊กเทคเร่งซื้อ ‘ชิป’ แข่งพัฒนา AI

 

นอกจากนี้ ยังมีดีมานด์ชิปต้นน้ำจากกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่มีความต้องการซื้อชิปเพิ่มขึ้น เพื่อนำไปใช้ในการแข่งขันประมวลผลเพื่อพัฒนาโมเดลให้มีความฉลาดมากยิ่งขึ้น เช่น Google, Meta, Amazon และ Microsoft

 

โดย Google ที่ประกาศผลประกอบการใน 2Q24 ออกมาแล้ว ซึ่งข้อมูลที่ออกมาบ่งชี้ชัดเจนว่า Google ยังใช้งบลงทุนในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ อีกทั้งซีอีโอของ Google ระบุว่า บริษัทมีความจำเป็นต้องลงทุนใน AI อย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่าการ Over Investment ยังดีกว่าการ Under Investment ดังนั้นบริษัทจะยังคงมีการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาโมเดลให้ฉลาดยิ่งขึ้น

 

ข้อมูลเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณว่ากลุ่มบริษัทเทคเทคโนโลยีขนาดใหญ่จะยังมีการลงทุนซื้อชิปเพื่อนำมาพัฒนาโมเดล AI เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ดียิ่งขึ้นต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 3-4/24

 

อีกทั้ง Goldman Sachs ยังคาดการณ์ว่า ในปี 2024 บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่จะมีการเพิ่มงบลงทุนในปีนี้ที่เกี่ยวข้องกับ AI, Cloud, Infrastructure อีกประมาณ 40-50% เมื่อเปรียบเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่าจะยังเห็นเม็ดเงินลงทุนที่ต่อเนื่องมาเพื่อซื้อสินค้ากลุ่มชิปต้นน้ำ เพื่อนำมาประมวลผลของ AI เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลดีกับหุ้นกลุ่มชิปในกลุ่มต้นน้ำ

 

มองหุ้นกลุ่ม ‘ชิป’ ปรับฐานเป็นภาวะ Healthy Correction

 

สำหรับราคาหุ้นกลุ่มชิปที่ปรับตัวลดลงในช่วงนี้ มองว่าเป็นภาวะ Healthy Correction เพราะหากดูจากปัจจัยพื้นฐานที่กล่าวมาข้างต้น ยังมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี อีกทั้งโดยธรรมาชาติของหุ้นกลุ่มชิปมักมีการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นที่มีความผันผวน หลังจากช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง ดังนั้นการปรับฐานลงในระดับ 10 % มีโอกาสเกิดขึ้นได้

 

นอกจากนี้ รอบขาขึ้นของหุ้นกลุ่มชิปในรอบนี้เกิดขึ้นกินระยะเวลามาถึงประมาณ 1 ปี ซึ่งระหว่างรอบขาขึ้นดังกล่าวเกิดการพักฐานขึ้นจำนวน 7 ครั้ง ซึ่งอยู่ในช่วงการติดลบประมาณ 8-17%

 

ทั้งนี้ แนะนำนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้สูง ให้รอจังหวะราคาเริ่มนิ่ง และทยอยซื้อสะสมได้ในกลุ่มชิป

 

โดยปัจจุบัน SCBAM มีกองทุน SCBSEMI ที่มีการลงทุนในหุ้นกลุ่มดังกล่าว ซึ่งนักลงทุนหากต้องการลงทุนจะต้องรับความเสี่ยงที่สูงขึ้นจากความผันผวนของราคา เพื่อรับโอกาสในการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มนี้ได้ในอนาคต

 

ส่วนนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้ต่ำกว่า แนะนำให้ลงทุนในกองทุน SCBDIGI หรือ SCBROBOA ที่กระจายสินทรัพย์การลงทุนออกมาเพิ่มเติมนอกเหนือจากกลุ่มชิป ซึ่งจะยังเป็นการลงทุนที่เกี่ยวข้องในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับกระแส AI ทั้งผู้ผลิตและผู้พัฒนาหรือนำไปใช้งานด้วย โดยแนะนำสัดส่วนการลงทุนในระดับ 5-10% ของพอร์ต

The post จับตาเลือกตั้งสหรัฐฯ ป่วนทำหุ้นกลุ่ม ‘ชิป’ ผันผวนระยะสั้น ผวานโยบายจำกัดส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงไปจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: กลุ่มหุ้นชิปพักฐาน ใช่โอกาสลงทุนหรือยัง? | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-26072024-2/ Fri, 26 Jul 2024 07:07:15 +0000 https://thestandard.co/?p=963241 กลุ่มหุ้นชิป

มุมมองต่อสถานการณ์ Tech War สหรัฐฯ กับจีนเป็นอย่างไร คว […]

The post ชมคลิป: กลุ่มหุ้นชิปพักฐาน ใช่โอกาสลงทุนหรือยัง? | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มหุ้นชิป

มุมมองต่อสถานการณ์ Tech War สหรัฐฯ กับจีนเป็นอย่างไร ควรกังวลมากน้อยแค่ไหนต่อการลงทุน และจังหวะที่หุ้นกลุ่มชิปพักฐาน จะใช่โอกาสลงทุนหรือยัง พูดคุยกับ สิทธา เซ่งไพเราะ Associate Director, ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM)

 

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดอ่านหนังสือชี้ชวนและศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: กลุ่มหุ้นชิปพักฐาน ใช่โอกาสลงทุนหรือยัง? | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ยอดปฏิเสธ ‘สินเชื่อ’ พุ่งไม่หยุด ฉุดยอดขายรถยนต์ มิ.ย. ร่วง 26% | Morning Wealth 26 ก.ค. 2567 https://thestandard.co/morning-wealth-26072024/ Fri, 26 Jul 2024 03:17:06 +0000 https://thestandard.co/?p=963083 ยอดขายรถยนต์

ทนพิษเศรษฐกิจไม่ไหว! ยอดขายรถยนต์ร่วงอีก 26% จากช่วงเดี […]

The post ชมคลิป: ยอดปฏิเสธ ‘สินเชื่อ’ พุ่งไม่หยุด ฉุดยอดขายรถยนต์ มิ.ย. ร่วง 26% | Morning Wealth 26 ก.ค. 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยอดขายรถยนต์

ทนพิษเศรษฐกิจไม่ไหว! ยอดขายรถยนต์ร่วงอีก 26% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส.อ.ท. ประกาศหั่นเป้ายอดผลิตรถยนต์ปีนี้จาก 1.9 ล้านคัน เหลือ 1.7 ล้านคัน รายละเอียดเป็นอย่างไร

 

‘หุ้นกลุ่มชิป’ พักฐาน ใช่โอกาสลงทุนหรือยัง? พูดคุยกับ สิทธา เซ่งไพเราะ Associate Director, ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM)

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: ยอดปฏิเสธ ‘สินเชื่อ’ พุ่งไม่หยุด ฉุดยอดขายรถยนต์ มิ.ย. ร่วง 26% | Morning Wealth 26 ก.ค. 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จักการลงทุนแบบ ‘Quant’ กับการลงทุนเชิงปริมาณปี 2567 https://thestandard.co/quantitative-investment-2024/ Wed, 17 Jul 2024 07:55:08 +0000 https://thestandard.co/?p=959131

การลงทุนเชิงปริมาณ (Quantitative Investment) หรือที่เรี […]

The post รู้จักการลงทุนแบบ ‘Quant’ กับการลงทุนเชิงปริมาณปี 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>

การลงทุนเชิงปริมาณ (Quantitative Investment) หรือที่เรียกว่า ‘การลงทุนควอนต์’ เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทศวรรษที่ผ่านมา จากการเป็นกลยุทธ์เฉพาะกลุ่มจนกลายเป็นแนวทางการลงทุนที่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยใช้โมเดลทางคณิตศาสตร์ การวิเคราะห์สถิติ และพลังการประมวลผลในการระบุโอกาสการซื้อขายที่มีกำไรและจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปี 2567 การลงทุนเชิงปริมาณยังคงก้าวหน้าต่อไป พร้อมด้วยความก้าวหน้าทางปัญญาประดิษฐ์ การวิเคราะห์ข้อมูล และเทคโนโลยีทางการเงิน และพัฒนาไปคู่กัน

 

พื้นฐานของการลงทุนเชิงปริมาณ

 

กลยุทธ์การลงทุนเชิงปริมาณจะอาศัยข้อมูลที่วัดค่าได้ เช่น อัตราการจ่ายเงินปันผลของบริษัท การเติบโตของกำไร หรือค่าดัชนีเศรษฐกิจระดับมหภาค เพื่อให้โมเดลทางคณิตศาสตร์มาคำนวณหาโอกาสในการลงทุน ซึ่งแตกต่างจากแนวทางการลงทุนแบบดั้งเดิมที่อาจพึ่งพาปัจจัยเชิงคุณภาพและสัญชาตญาณของมนุษย์ โดยการลงทุนควอนต์ (Quantitative Analysis: Quant) จะมุ่งเน้นไปที่ (1) การวิเคราะห์ข้อมูล การพิจารณาข้อมูลด้วยการใช้ชุดข้อมูลขนาดใหญ่ รวมถึงตัวชี้วัดทางการเงิน แนวโน้มตลาด และแหล่งข้อมูลทางเลือกอื่นๆ เช่น อุณหภูมิโลก ปริมาณการใช้กำลังไฟฟ้าของพื้นที่ต่างๆ (2) การซื้อขายตามอัลกอริทึม การใช้อัลกอริทึมเพื่อตัดสินใจส่งคำสั่งซื้อขายตามกฎที่กำหนดจากการตั้งไว้ล่วงหน้า (3) การจัดการความเสี่ยง ใช้โมเดลประเมินความเสี่ยงของพอร์ตลงทุน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตการลงทุน

 

ความก้าวหน้าที่สำคัญในปี 2567

 

อันดับแรกคือ ความก้าวหน้าทางปัญญาประดิษฐ์ อัลกอริทึมการเรียนรู้ของเครื่องจักรมีความซับซ้อนมากขึ้น จึงช่วยให้กองทุนควอนต์สามารถระบุรูปแบบและความสัมพันธ์ที่ในปัจจุบันอาจมีความซับซ้อนเกินกว่าที่มนุษย์จะสังเกตพบเองได้โดยง่าย ซึ่งความก้าวหน้าเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์และปรับปรุงกระบวนการตัดสินใจ ถัดมาคือ การผสานข้อมูลขนาดใหญ่ การผสมผสานแหล่งข้อมูลทางเลือก เช่น Social Media หรือ News Sentiment ที่นำ Natural Language Processing มาใช้เพื่อวิเคราะห์ข้อความต่างๆ ว่าให้ผลกระทบในเชิงบวกหรือลบ

 

ผลงานการลงทุนเชิงปริมาณในปี 2567 

 

กลยุทธ์การลงทุนเชิงปริมาณได้แสดงประสิทธิภาพที่แข็งแกร่งในปี 2567 โดยได้แรงหนุนจากความก้าวหน้าเหล่านี้ และสภาพแวดล้อมของตลาดที่เอื้ออำนวย โดยมีไฮไลต์สำคัญบางประการ คือ 

 

  1. ประสิทธิภาพในตลาดที่ผันผวน โดยกองทุนควอนต์ได้แสดงความยืดหยุ่นในการนำทางตลาดที่ผันผวน มีความสามารถในการปรับตัวอย่างรวดเร็วต่อสภาพที่เปลี่ยนแปลง และใช้ประโยชน์จากโอกาสระยะสั้น ทำให้เกิดผลตอบแทนที่สูงกว่า เมื่อเทียบกับกองทุนแบบดั้งเดิม

 

  1. ประโยชน์ของการกระจายการลงทุน ด้วยการใช้กลยุทธ์ที่หลากหลายในชั้นสินทรัพย์และตลาดต่างๆ กองทุนควอนต์สามารถบรรลุผลตอบแทนที่ปรับความเสี่ยงได้ดีกว่า การกระจายการลงทุนนี้ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันการตกต่ำของตลาดได้เป็นอย่างดี

 

  1. การจัดการความเสี่ยง โมเดลความเสี่ยงที่ซับซ้อนช่วยให้มองความเสี่ยงของสินทรัพย์ต่างๆ ได้รอบด้านอย่างรัดกุม ทำให้ลดความเสี่ยงของการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้พอร์ตลงทุนทนต่อสภาพความผันผวนของตลาดได้ดีขึ้นมาก

 

  1. นวัตกรรมในการพัฒนากลยุทธ์ การสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องในการพัฒนากลยุทธ์ ทำให้กองทุนควอนต์ก้าวล้ำหน้าได้ด้วยกลยุทธ์ใหม่ๆ เช่น การใช้ข้อมูล Social Media หรือกระแสแง่บวก-ลบจากข่าวสารรายวันเข้ามาใช้ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสใหม่ๆ สำหรับการสร้างกำไร

 

บทสรุปและมุมมองในอนาคต

 

แม้ว่าการลงทุนเชิงปริมาณจะแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่โดดเด่นและสอดคล้องกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่ยังมีความท้าทายที่ต้องคำนึงถึง เช่น การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของตลาด เช่น การออกกฎ Uptick Rule เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อควบคุมปริมาณ ‘การขายชอร์ต’ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกลยุทธ์การลงทุนบางประเภท นอกจากนี้ หากในอนาคตพบว่ากลยุทธ์เชิงอัลกอริทึมมีบทบาทมากขึ้นในตลาด หรือมีประเด็นด้านจริยธรรมเพิ่มเติม อาจมีการออกกฎระเบียบใหม่ที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของนักลงทุนเชิงปริมาณ ดังนั้น การเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง การประเมินความเสี่ยง และการออกแบบกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่น จึงเป็นสิ่งสำคัญ

 

ผลการดำเนินงานของกองทุนควอนต์ของ SCBAM ในปี 2567

 

ในครึ่งปีแรกของปี 2567 กองทุน Machine Learning ของ SCBAM ที่ลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศแสดงผลการดำเนินงานที่น่าประทับใจ โดยสามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าดัชนีอ้างอิง 2 กองทุน คือ กองทุน SCBMLCA (กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Machine Learning China All Share) เน้นลงทุนในหุ้นจีน (กองทุนได้รับมอร์นิ่งสตาร์ 4 ดาว ประเภท Thailand Fund China Equity, ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567) และกองทุน SCBGML (กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Global Machine Learning Equity) ที่ลงทุนในหลักทรัพย์ทั่วโลก (กองทุนได้รับมอร์นิ่งสตาร์ 4 ดาว ประเภท Thailand Fund Global Equity, ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567) 

 

สำหรับนักลงทุนที่สนใจลงทุนควรพิจารณาปัจจัยความเสี่ยงและความเหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุนของตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนเชิงปริมาณยังคงเป็นพื้นที่ที่น่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยโอกาสสำหรับนักลงทุนที่พร้อมรับความเสี่ยงและเข้าใจในเทคโนโลยี ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงิน และคาดว่าจะได้เห็นวิวัฒนาการและโอกาสใหม่ๆ ในวงการการลงทุนเชิงปริมาณในปีต่อๆ ไป

 


 

หมายเหตุ: 

 

ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ.ไทยพาณิชย์ โทร. 0 2777 7777 หรือเว็บไซต์ www.scbam.com

The post รู้จักการลงทุนแบบ ‘Quant’ กับการลงทุนเชิงปริมาณปี 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>
SCBAM คาด กำไรบริษัทในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งปี 2024 จะเติบโต 19% ได้แรงหนุนหุ้นเทคโตต่อเนื่อง https://thestandard.co/scbam-us-stock-market-grow-19-percent/ Fri, 12 Jul 2024 09:14:28 +0000 https://thestandard.co/?p=956966

SCBAM เผย กำไรกลุ่ม S&P 500 คาดจะโต 9% เป็นการเติบโ […]

The post SCBAM คาด กำไรบริษัทในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งปี 2024 จะเติบโต 19% ได้แรงหนุนหุ้นเทคโตต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>

SCBAM เผย กำไรกลุ่ม S&P 500 คาดจะโต 9% เป็นการเติบโตสูงสุดในรอบประมาณ 3 ปี โดยได้แรงหนุนจากหุ้นเทคขนาดใหญ่ที่จะนำตลาดให้เป็นบวก ประเมินว่ากำไรของหุ้นกลุ่มเทคไตรมาส 2/24 มีโอกาสจะโตถึง 17%

 

ภคสุนาท จิตมั่นชัยธรรม Executive Director ฝ่ายการลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศ กลุ่มจัดสรรสินทรัพย์และกองทุนต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Morning Wealth ว่า ในช่วงสัปดาห์นี้ บริษัทจดทะเบียน (บจ.) สหรัฐฯ จะเริ่มทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/24 โดยจะมีกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่อย่างกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่เริ่มทยอยประกาศผลประกอบการตั้งแต่วันนี้ (12 กรกฎาคม) เช่น JPMorgan Chase Bank, Wells Fargo Bank และ Citigroup

 

ขณะที่การเติบโตของกำไรในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ของสหรัฐฯ คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตที่ไม่สูงมาก อยู่ที่ระดับประมาณ 5% แต่หากเกิดภาพดังกล่าวในกลุ่มธนาคารพาณิชย์มองว่ายังไม่น่ากังวลในภาพรวมของตลาดหุ้นสหรัฐฯ

 

กำไรกลุ่ม S&P 500 2Q24 โต 9% สูงสุดในรอบ 3 ปี

 

สำหรับภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 2/24 ประเมินว่าหุ้นกลุ่ม S&P 500 จะมีการเติบโตขึ้นประมาณ 9% ซึ่งถือเป็นการเติบโตสูงสุดในรอบประมาณ 3 ปี

 

เนื่องจากมีหุ้นกลุ่มหลักคือกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี (Tech) ขนาดใหญ่ที่จะนำตลาดให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยประเมินว่ากำไรของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในไตรมาส 2/24 มีโอกาสจะเติบโตถึงประมาณ 17% ซึ่งหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่คาดว่าจะเริ่มทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/24 ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ ทั้ง Google, Microsoft และ Tesla

 

นอกจากนี้หากดูข้อมูลการเติบโตในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ปัจจัยหลักมาจากการขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น Amazon, Google, Meta และ NVIDIA โดยหุ้นกลุ่มดังกล่าวคาดว่ากำไรในไตรมาส 2/24 จะเติบโตในระดับมากกว่า 30% ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับสภาพตลาดรวม

 

คาดกำไร บจ.สหรัฐฯ ทั้งปี 2024 โต 19%

 

ส่วนกำไรทั้งปี 2024 ประเมินว่ากำไรของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจะยังเป็นกลุ่มหุ้นที่ผลักดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่ากำไรทั้งปี 2024 จะเติบโตได้ในระดับประมาณ 19% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน

 

ดังนั้นในช่วงไตรมาส 3/24 มุมมองภาพในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจะยังเป็นหุ้นกลุ่มที่นำตลาดให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยยังมีมุมมองเชิงบวกจากปัจจัยในช่วงต้นปี 2024 ถึงปัจจุบัน ซึ่งมีหุ้นบางตัวปรับตัวเพิ่มขึ้นในระดับ 100% เพราะสามารถสร้างการเติบโตของกำไรที่เกิดขึ้นได้จริง

 

Fed จะเริ่มลดดอกเบี้ยเดือนกันยายนนี้ 

 

อีกส่วนสำคัญคือความคาดหวังที่นักลงทุนหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับลดดอกเบี้ยหลังจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ลดลง ซึ่งมีโอกาสสูงถึง 90% ที่ Fed จะเริ่มลดดอกเบี้ยในการประชุมช่วงเดือนกันยายนปีนี้ และมีโอกาสที่จะเห็นการปรับลดดอกเบี้ยลงอีกครั้งในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐฯ

 

ส่วนกรณีที่มีการตั้งคำถามว่าราคาหุ้นเทคโนโลยีที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาเข้าสู่ภาวะฟองสบู่แล้วหรือไม่ หากเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับในอดีตที่เกิดภาวะฟองสบู่ของหุ้นเทคโนโลยีในปี 2000 รวมถึงหลังโควิดที่ราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลดลงค่อนข้างแรง

 

ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ ในระยะยาว มีความคาดหวังต่อ EPS ในกลุ่มหุ้นไทยขนาดใหญ่ ถือว่ายังอยู่ในระดับต่ำกว่าที่เกิดสถานการณ์เทคบับเบิลในปี 2000 และหลังโควิด

 

โดย PE ของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ 10 ตัวในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังซื้อขายอยู่ที่ระดับ PE เฉลี่ยที่ 28 เท่า ซึ่งแม้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของค่าตลาดหุ้นโดยรวม แต่หุ้นกลุ่มนี้ก็ยังสามารถทำการเติบโตของกำไรได้ตามที่ตลาดคาดหวังไว้เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงที่มีสถานการณ์เทคบับเบิลในปี 2000 ที่ราคาหุ้นซื้อ-ขายบนค่า PE ที่สูงถึงระดับมากกว่า 40 เท่า

 

ขณะที่ในช่วงไตรมาส 3/24 ยังมีมุมบวกกับภาพการลงทุนในตลาดหุ้นของสหรัฐฯ โดยแนะนำการลงทุนในตลาดหุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เพราะมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของกำไรที่สนับสนุน โดยกำไรของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ มีการเติบโตตั้งแต่ช่วงหลังของปี 2023

 

ขณะที่แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ มีการปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ดังนั้นในระยะ 1 ปีข้างหน้าจากนี้มีโอกาสที่ Fed จะปรับลดดอกเบี้ยได้รวม 6 ครั้ง หรือประมาณ 1% ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อราคาหุ้นให้มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้

 

อย่างไรก็ดี ในช่วงไตรมาส 3/24 มีปัจจัยที่น่ากังวลและต้องติดตามคือประเด็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ โดยจากผลสำรวจของโพลส่วนใหญ่ที่ออกมาคาดว่า โดนัลด์ ทรัมป์ น่าจะชนะการเลือกตั้งในรอบนี้ จึงมีโอกาสเกิดนโยบายเศรษฐกิจที่ตลาดเคยกังวลก่อนหน้านี้ว่าจะมีการเปิดสงครามทางการค้า (Trade War) กับจีนคล้ายกับช่วงปี 2019 ขึ้น

The post SCBAM คาด กำไรบริษัทในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งปี 2024 จะเติบโต 19% ได้แรงหนุนหุ้นเทคโตต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทียบฟอร์ม ‘จีน-อินเดีย’ 2 ยักษ์เศรษฐกิจของเอเชีย SCBAM ชี้ GDP อินเดียโตโดดเด่น เหมาะลงทุนระยะยาว พร้อมแนะเกาะติดความเสี่ยงภาคอสังหา https://thestandard.co/scbam-india-gdp-growth-analysis/ Wed, 26 Jun 2024 09:09:58 +0000 https://thestandard.co/?p=950059 SCBAM GDP

บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) แนะลงทุนระยะยาวในตลาดหุ้นอินเดีย […]

The post เทียบฟอร์ม ‘จีน-อินเดีย’ 2 ยักษ์เศรษฐกิจของเอเชีย SCBAM ชี้ GDP อินเดียโตโดดเด่น เหมาะลงทุนระยะยาว พร้อมแนะเกาะติดความเสี่ยงภาคอสังหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
SCBAM GDP

บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) แนะลงทุนระยะยาวในตลาดหุ้นอินเดีย รับอานิสงส์ GDP โตแกร่ง 3 ปี เฉลี่ย 8% ส่วนปีนี้คาดโต 7% ขณะที่นโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจมาสู่ภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น เพิ่มแต้มต่อระยะยาว พร้อมประเมินตลาดหุ้นจีนยังเหมาะลงทุนระยะสั้น เพราะความเสี่ยงภาคอสังหาริมทรัพย์อาจลากยาว กดดันตลาดหุ้นถึงปีหน้า

 

วิไล ชยางคเสน Director, ฝ่ายจัดสรรสินทรัพย์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Morning Wealth ว่า จีนและอินเดียเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของเอเชีย ซึ่งก็มีความสนใจในการลงทุนแตกต่างกันไป อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในมุมของภาพรวมเศรษฐกิจพบว่า เศรษฐกิจอินเดียมีข้อได้เปรียบมากกว่าเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจจีน

 

วิไลกล่าวว่า เศรษฐกิจจีนในปัจจุบันเป็น Divergence Economy หรือเศรษฐกิจที่มีการเติบโตต่างกันระหว่างเศรษฐกิจภายในประเทศและเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่องกับต่างประเทศ โดยกลุ่มธุรกิจที่โตได้ดีคือธุรกิจส่งออก และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคการผลิตภายในประเทศ ขณะที่กลุ่มธุรกิจที่อาจติดลบคือกลุ่มอสังหา เนื่องจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง และราคาขายบ้านก็ปรับลดลงต่อเนื่องเช่นกัน

 

โดยรวมแล้วเป้าหมาย GDP ของจีนที่ระดับ 5% อาจเป็นไปได้ยาก

 

 

สำหรับอินเดียนั้น เศรษฐกิจเติบโตโดดเด่นสุดในเอเชีย โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจอินเดียโตเฉลี่ย 8% ส่วนปีนี้ก็คาดการณ์ว่า GDP น่าจะเติบโต 7% จากการลงทุนและการบริโภคในประเทศ ซึ่งการเติบโตของเศรษฐกิจที่โดดเด่นนี้ถือเป็นปัจจัยบวกหลักที่ทำให้การลงทุนในอินเดียน่าสนใจ

 

นอกจากเศรษฐกิจเติบโตโดดเด่น อินเดียยังมีการเลือกตั้งที่แล้วเสร็จไปแล้วและประกาศผลไปเมื่อเดือนมิถุนายน ซึ่งแม้จะเป็นรัฐบาลผสม แต่ตลาดก็คาดว่านโยบายจะต่อเนื่อง และจะมีการปฏิรูปเศรษฐกิจต่อเนื่องตามแผน ซึ่งจะมาสู่ Fund Flow ที่ไหลเข้าสู่หุ้นอินเดีย

 

ทั้งนี้ตามสถิติในอดีต หลังการเลือกตั้ง Fund Flow และตลาดหุ้น จะเป็นบวก

 

SCBAM GDP

 

หุ้นอินเดีย เหมาะลงทุนยาว

 

ในส่วนของการลงทุนนั้น วิไลกล่าวว่า หุ้นจีนในระยะสั้น มี Short-term Catalyst โดยในเดือนหน้าที่จะมีการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน หรือ Politburo ซึ่งโดยปกติจะมีการประกาศนโยบายใหม่มาพยุงภาคส่วนที่อ่อนแอ ตลาดจึงคาดหวังว่าจะมีมาตรการกระตุ้นภาคอสังหา แต่ต้องมีขนาดที่ใหญ่พอที่จะกระตุ้นให้นักลงทุนเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น

 

“หุ้นจีน แม้จะเทรดระยะสั้นได้ จากข่าวดีมาตรการต่างๆ แต่ปีนี้จะเป็นปีของการเลือกตั้งสหรัฐอเมริกา ก็จะเป็นปัจจัยที่ต้องจับตามองสำหรับหุ้นจีน เพราะถ้า โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ ความรุนแรงของสงครามการค้าอาจเพิ่มขึ้น และทำให้ภาพที่มองไประยะยาวในอีก 6 เดือน หรือถึงปีหน้า หุ้นจีนจะยังคงถูกปัจจัยกดดัน” วิไลกล่าว

 

สำหรับหุ้นอินเดีย มองเป็นการลงทุนระยะยาว ถ้าตลาดย่อตัวหรือปรับฐานก็เข้าซื้อเรื่อยๆ แม้จะมีคนบอกว่าแพง แต่สิ่งที่กำลังแบ็กอัพ Trade Premium ก็คือการเติบโตที่โดดเด่นกว่าตลาดอื่นในภูมิภาค รวมถึงนโยบายปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจให้มาเป็นเศรษฐกิจที่เป็นอุตสาหกรรมหรือภาคการผลิตมากขึ้น เป็นธีมระยะยาวที่ถือลงทุนได้

The post เทียบฟอร์ม ‘จีน-อินเดีย’ 2 ยักษ์เศรษฐกิจของเอเชีย SCBAM ชี้ GDP อินเดียโตโดดเด่น เหมาะลงทุนระยะยาว พร้อมแนะเกาะติดความเสี่ยงภาคอสังหา appeared first on THE STANDARD.

]]>