Sam Bankman-Fried Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/sam-bankman-fried/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 29 Mar 2024 09:20:49 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 จากราชาคริปโตสู่นักฉ้อโกง ‘แซม แบงก์แมน-ฟรีด’ ถูกตัดสินจำคุก 25 ปี และจ่ายค่าปรับ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ https://thestandard.co/king-to-convict-bankman-fried/ Fri, 29 Mar 2024 09:20:49 +0000 https://thestandard.co/?p=917113 แซม แบงก์แมน-ฟรีด

แซม แบงก์แมน-ฟรีด ผู้ก่อตั้ง FTX อดีตเว็บเทรดคริปโตชั้น […]

The post จากราชาคริปโตสู่นักฉ้อโกง ‘แซม แบงก์แมน-ฟรีด’ ถูกตัดสินจำคุก 25 ปี และจ่ายค่าปรับ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แซม แบงก์แมน-ฟรีด

แซม แบงก์แมน-ฟรีด ผู้ก่อตั้ง FTX อดีตเว็บเทรดคริปโตชั้นนำอันดับ 2 ของโลก ถูกศาลตัดสินจำคุก 25 ปีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (28 มีนาคม) ฐานฉ้อโกงทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ โดยแซมพยายามฉ้อโกงลูกค้าและนักลงทุนจากเว็บเทรด FTX ของเขาคิดเป็นมูลค่ามากถึง 8 พันล้านดอลลาร์ 

 

ผู้พิพากษาเขตของสหรัฐฯ Lewis Kaplan และคณะลูกขุนได้ตัดสินว่า แซม แบงก์แมน-ฟรีด ฉ้อโกงและสมรู้ร่วมคิด 7 กระทง จากการล่มสลายของ FTX ในปี 2022 โดยมีความผิดฐานขโมยเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากลูกค้าของเขา ก่อนหน้าแซมอาจถูกจำคุกถึง 100 ปี แต่ทนายของเขาแย้งว่าโทษจำคุกดังกล่าวนั้นรุนแรง และโทษจำคุก 5 ปีน่าจะเหมาะสมกว่า อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแซมก็ถูกตัดสินจำคุก 20 ปี แต่ต่อมาได้รับการแก้ไขเป็น 25 ปี

 

นิโคลัส รูส ผู้ช่วยอัยการกล่าวว่า แบงก์แมน-ฟรีดเป็นผู้นำการสมรู้ร่วมคิดในการโกงเงินของลูกค้าเพื่อนำไปลงทุน บริจาคเงินทางการเมืองให้กับทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน และเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของเขา รวมถึงการชำระคืนเงินกู้ของ Alameda Research อีกด้วย แม้แซมจะยืนยันว่าเงินของลูกค้าหลายพันล้านดอลลาร์ที่สูญเสียไปนั้นเป็นผลมาจาก ‘วิกฤตสภาพคล่อง’ และ ‘การจัดการที่ผิดพลาด’ ไม่ใช่การฉ้อโกงก็ตาม แต่นี่ไม่ใช่วิกฤตสภาพคล่อง แต่เป็นการขโมยเงินของลูกค้ามูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และเป็นการสูญเสียที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนและอุตสาหกรรมอย่างมาก

 

เดเมียน วิลเลียมส์ อัยการสหรัฐฯ เขตทางใต้ของนิวยอร์ก กล่าวในแถลงการณ์เมื่อเดือนพฤศจิกายน ภายหลังพิพากษาลงโทษของแบงก์แมน-ฟรีดว่า แซมได้กระทำการฉ้อโกงทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อเมริกา โดยมีโปรเจกต์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่ออกแบบมาเพื่อทำให้เขาเป็นราชาแห่งคริปโต ในขณะที่อุตสาหกรรมคริปโตอาจเป็นเรื่องใหม่ แต่การฉ้อโกงประเภทนี้มีมายาวนาน

 

แซม แบงก์แมน-ฟรีด เคยได้รับฉายาว่าเป็น ‘ราชาคริปโต’ และเป็นเด็กมหัศจรรย์ที่เปลี่ยนแปลงโลกแห่งการเงิน ซึ่งเขาใช้เวลาไม่ถึง 3 ปีก็สร้างอาณาจักรมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ แม้แต่นิตยสาร Forbes และ Fortune ก็เคยคาดว่าเขาจะกลายมาเป็น วอร์เรน บัฟเฟตต์ คนต่อไป บริษัท FTX ของเขาได้กลายเป็นเว็บเทรดสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งในเดือนพฤศจิกายนปี 2022 เขาต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปเมื่อ FTX ล้มละลาย ส่งผลให้บัญชีของผู้ใช้หลายล้านรายถูกระงับ และไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ และเงินทุนของลูกค้ามูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์หายไป

 

อ้างอิง:

The post จากราชาคริปโตสู่นักฉ้อโกง ‘แซม แบงก์แมน-ฟรีด’ ถูกตัดสินจำคุก 25 ปี และจ่ายค่าปรับ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จัดกลุ่มสรุปผลงาน Winner และ Loser ในฐานะผู้นำบริษัทเทคโนโลยีแห่งปี 2023 https://thestandard.co/tech-leaders-biggest-winners-losers-2023/ Thu, 04 Jan 2024 10:12:17 +0000 https://thestandard.co/?p=884329 บริษัทเทคโนโลยี

มีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นกับแวดวงธุรกิจเทคโนโลยีในปี 20 […]

The post จัดกลุ่มสรุปผลงาน Winner และ Loser ในฐานะผู้นำบริษัทเทคโนโลยีแห่งปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
บริษัทเทคโนโลยี

มีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นกับแวดวงธุรกิจเทคโนโลยีในปี 2023 โดยเฉพาะกับตำแหน่งผู้นำองค์กรที่บางคนสามารถรับมือกับโอกาสที่เข้ามาและความท้าทายที่เกิดขึ้นได้ดี ในขณะที่บางคนก็ไม่เป็นเช่นนั้น

 

Business Insider ได้รวบรวมเรื่องราวและผลงานที่เกิดขึ้นของปีที่ผ่านมากับการเป็น ‘ผู้นำ’ ของบริษัทเทคโนโลยี เพื่อแบ่งกลุ่มว่าใครเป็นผู้ชนะและใครเป็นผู้แพ้ในการบริหารงานของพวกเขา

 

Elon Musk: ผู้แพ้

 

ปีนี้เป็นปีที่ค่อนข้างหนักหน่วงสำหรับ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) โดยเหตุการณ์สำคัญๆ ที่ทำให้เขาตกเป็นเป้าของการวิพากษ์วิจารณ์คือ โพสต์ของเขาใน X (Twitter) เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ระบุว่า “คุณได้พูดความจริงที่ถูกต้องแล้ว” ซึ่งเป็นการตอบกลับโพสต์ก่อนหน้าที่กล่าวว่า ชาวยิวมีแนวความคิดต่อต้านคนผิวขาว ทำให้ อีลอน มัสก์ ถูกวิจารณ์ในทางลบหนักมาก และเป็นผลให้บริษัทใหญ่หลายราย อย่างเช่น Apple, Walt Disney, IBM และอื่นๆ เลือกที่จะถอนตัวจากการทำโฆษณาในแพลตฟอร์ม

 

ต่อมาในเดือนเดียวกัน เขายังได้ซ้ำเติมกับปัญหาที่เกิดขึ้นให้แย่ลง โดยการระบุต่อว่า ณ งานสัมมนา Dealbook Summit กับบริษัทที่ถอนโฆษณาว่า “ไปตายเสีย” 

 

สำหรับ X บริษัทที่เขาเข้าซื้อเมื่อครั้งยังเป็น Twitter เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2022 ด้วยเงินจำนวน 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก็มีมูลค่าเหลือเพียง 1 ใน 3 ของเงินจำนวนนั้นในปัจจุบันจากการประเมินโดยบริษัทจัดการสินทรัพย์ระดับโลก Fidelity 

 

แต่เรื่องที่น่าเศร้าเสียยิ่งกว่าก็คือ เขาเองก็ยังไม่สามารถเกลี้ยกล่อมให้ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก มาขึ้นสังเวียนมวยกับเขาได้สำเร็จ

 

 

 

Sam Altman: ผู้ชนะ

 

ถึงแม้จะมีมติเอกฉันท์จากบอร์ดบริหารชุดเดิมเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนให้ แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ต้องออกจากตำแหน่งซีอีโอของ OpenAI แต่ทว่าการกระทำนั้นก็อยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ เพราะแรงกดดันจากพนักงานเกินกว่า 500 คนที่ขู่จะลาออกหากซีอีโอคนเดิมไม่กลับมาดำรงตำแหน่งอย่างที่เคยเป็น

 

การตัดสินใจของพนักงานกลุ่มดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลที่เขามีต่อบริษัท จนสามารถกลับมาอยู่จุดเดิมได้อย่าง ‘ผู้ชนะ’

 

 

 

Satya Nadella: ผู้ชนะ

 

การจับมือร่วมงานระหว่าง Microsoft กับ OpenAI ดำเนินไปได้ด้วยดีและเริ่มแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับ Microsoft โดยเฉพาะกับตัว Copilot ที่เป็นแชตบอตซึ่งใช้โมเดลภาษา GPT-4 ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ใช้งาน

 

นอกจากนี้ Microsoft ยังได้ที่นั่งในบอร์ดบริหารของ OpenAI แบบประเภท Non-Voting Board ที่แม้จะไม่มีสิทธิ์ในการออกเสียง แต่ก็สามารถรับรู้ความเคลื่อนไหวของบริษัทได้ก่อนใคร

 

Sam Bankman-Fried (SBF): ผู้แพ้

 

สำหรับคนคนนี้ วีรกรรมที่เขาสร้างไว้กับโลกคริปโตเคอร์เรนซีนั้นนับเป็นการฉ้อโกงที่มีมูลค่าความเสียหายมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเงิน ทำให้ในตอนนี้ผลของการกระทำด้วยฝีมือของตัว แซม แบงก์แมน ฟรายด์ (Sam Bankman-Fried) หรือ SBF เองย้อนกลับมาเล่นงานเขาแล้ว

 

เขาปิดปี 2023 ด้วยการถูกตัดสินจำคุกกว่า 115 ปี โดยส่วนหนึ่งมาจากการถูกโบ้ยความผิดจากปากอดีตแฟนสาวของเขาเอง และในสถานะล่าสุด Business Insider รายงานว่า แซม แบงก์แมน ฟรายด์ จำต้องใช้ปลากระป๋องเพื่อแลกกับการตัดผมภายในเรือนจำ

 

 

Mark Zuckerberg: ผู้ชนะ

 

แม้ว่าเขาจะไม่มีโอกาสขึ้นชกกับ อีลอน มัสก์ แต่ทักษะการต่อสู้ของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ก็พัฒนาขึ้นหลังจากที่เขาได้รับการฝึกจากนักสู้ MMA

 

ในเชิงของธุรกิจ การเปิดตัว Threads ก็ได้รับความนิยมค่อนข้างดีในช่วงแรกที่แอปพลิเคชันสามารถดึงดูดผู้ใช้งานจำนวน 100 ล้านรายเข้ามาสู่แพลตฟอร์มได้ในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ 

 

อย่างไรก็ตาม ปี 2023 ก็ไม่ได้สมบูรณ์มากเท่าไรสำหรับ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เพราะในส่วนของเมตาเวิร์สก็ยังเป็นขาธุรกิจที่สูญเสียเงินจำนวนมาก เขายังต้องเจอกับแรงกดดันจากพนักงานที่เห็นต่างกับนโยบายของบริษัท และการฟ้องร้องว่าแพลตฟอร์ม Facebook และ Instagram ทำร้ายจิตใจของเยาวชน

 

หากแต่ถ้าจะเทียบกับปีก่อนๆ ปี 2023 ก็ถือว่าเป็นการเดินทางที่มีอุปสรรคค่อนข้างน้อยแล้วสำหรับ Meta

 

Emmett Shear: ผู้แพ้

 

อีกหนึ่งบุคคลที่เป็นผู้แพ้สำหรับการเป็นผู้นำบริษัทเทคในปีนี้คือ เอ็มเมตต์ เชียร์ (Emmett Shear) เพราะเขาใช้เวลาในการดำรงตำแหน่งซีอีโอของ OpenAI ได้นานเพียงแค่ 55 ชั่วโมง กับอีก 32 นาที ก่อนที่ แซม อัลต์แมน จะกลับคืนสู่ตำแหน่งตามเดิม

 

ช่วงเวลาอันแสนสั้นนี้ทำให้ Business Insider ถึงกับทำข่าว 5 เหตุการณ์ที่อยู่ได้นานกว่าการดำรงตำแหน่งของ เอ็มเมตต์ เชียร์ โดยหนึ่งในนั้นก็คือการต่อคิวซื้อ iPhone ตัวแรกเมื่อปี 2007 ซึ่งมีชายคนหนึ่งเข้าแถวรอถึง 110 ชั่วโมง

 

Mira Murati: ผู้ชนะ

 

โดยทั่วไปแล้วบุคคลที่โดนแต่งตั้งและถูกปลดจากตำแหน่งซีอีโอย้อนกลับลงมาสู่ตำแหน่งเดิมภายในเวลา 3 วัน อาจจะไม่สามารถถูกพูดถึงได้เต็มปากว่าคือ ‘ผู้ชนะ’ แต่ปี 2023 ไม่ใช่ช่วงเวลาธรรมดาของ มิรา มูราติ (Mira Murati)

 

ก่อนหน้าที่เธอจะถูกแต่งตั้งให้เป็นซีอีโอของ OpenAI เพราะการจากไปของ แซม อัลต์แมน เธอเป็นซีทีโอ หรือ Chief Technology Officer ของบริษัทที่ประสบความสำเร็จและกลายเป็นที่รู้จักในแวดวงปัญญาประดิษฐ์ (AI) จนทำให้บิ๊กเทคอย่าง Google และ Meta ต้องวิ่งเต้น

 

นอกจากนี้มิรายังเป็นส่วนสำคัญที่ประคับประคอง OpenAI ในช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายและเป็นส่วนหนึ่งของการนำ แซม อัลต์แมน กลับมา

 

Evan Spiegel: ผู้แพ้

 

กระแสดราม่าที่เกิดขึ้นกับ X กลายเป็นสิ่งที่บดบังความยากลำบากของ Snap บริษัทแม่ของ Snapchat 

 

ครั้งหนึ่ง อีวาน สปีเกล (Evan Spiegel) เคยเป็นหนึ่งในเศรษฐีที่มีอายุน้อยที่สุดในโลก แต่ปี 2023 รายได้จากโฆษณาของบริษัทลดต่ำลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ถึงแม้ว่าแอปพลิเคชันจะได้รับความนิยมจากกลุ่มวัยรุ่น และด้วยความที่ตัวแอปก็ได้กระโดดเข้ามาเล่นกับเทคโนโลยี AI ผ่านฟีเจอร์ My AI ตั้งแต่เดือนเมษายนแล้ว

 

แต่สำหรับปีนี้ อีวาน สปีเกล ก็ตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ใหม่ ด้วยการผลักดันให้พนักงานของพวกเขาทำงานหนักมากขึ้นอีก

 

Jensen Huang: ผู้ชนะ

 

ซีอีโอของ NVIDIA คนนี้มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นในปี 2023 ถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเม็ดเงินที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างมหาศาลนี้มีต้นตอมาจากราคาหุ้นที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ เพราะอุตสาหกรรม AI ที่เฟื่องฟูทั้งในภาคธุรกิจและสาธารณะ

 

ชิปจาก NVIDIA เป็นสินค้าที่วงการเทคโนโลยีต้องการมากที่สุดในเวลานี้ โดยบริษัทจำนวนมากเข้าคิวรอซื้อชิป NVIDIA H100 ที่มีความสำคัญต่อการใช้ฝึกโมเดล AI อย่างมาก

 

ด้วยความต้องการในตลาดที่มีมากในระดับนี้ เจนเซน หวง (Jensen Huang) กลายมาเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลของวงการไปแล้ว

 

 

Masayoshi Son: ผู้แพ้

 

ในปี 2019 ผู้ก่อตั้ง SoftBank คนนี้ได้เดิมพันลงทุนกับ WeWork สตาร์ทอัพที่ครั้งหนึ่งเคยมาแรงที่สุด ก่อนที่วิกฤตการณ์โควิดจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ เนื่องจากไม่มีผู้เช่าพื้นที่ จนในที่สุด WeWork ก็จำต้องยอมยื่นล้มละลาย ถึงแม้ SoftBank จะพยายามช่วยอัดเงินจำนวน 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐแล้วก็ตาม

 

อย่างไรก็ดี การล้มของ WeWork ก็ไม่สามารถหยุด มาซาโยชิ ซัน (Masayoshi Son) ให้ไม่ก้าวเข้าไปสู่เทรนด์ใหญ่อันต่อไปได้ เพราะล่าสุดเขาโยกเงินกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อนำไปลงทุนใน AI โดยเขามีแผนที่จะร่วมลงทุนเพื่อสนับสนุนการสร้างอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ทำงานด้วยปัญญาประดิษฐ์ โดยหัวเรือของโปรเจกต์คือ แซม อัลต์แมน และ โจนี ไอฟ์ (Jony Ive) ที่กำลังอยู่ในช่วงหารือ แต่ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ยังไม่มีความชัดเจน

 

อาจจะเป็นไปได้ว่า มาซาโยชิ ซัน คงมีดวงมากกว่านี้กับการลงทุนใหม่ใน AI ของเขาในปี 2024

 

 

ภาพประกอบ: พรวลี จ้วงพุฒซา

อ้างอิง:

The post จัดกลุ่มสรุปผลงาน Winner และ Loser ในฐานะผู้นำบริษัทเทคโนโลยีแห่งปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Justin Sun ออกโรงปกป้องเครือข่าย Tron หลังจากถูกกล่าวหาว่าบล็อกเชนเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มก่อการร้าย https://thestandard.co/justin-sun-defends-tron/ Wed, 29 Nov 2023 09:54:20 +0000 https://thestandard.co/?p=871447 Justin Sun Tron

ผู้ก่อตั้งเครือข่ายบล็อกเชน Tron (TRX) อย่าง Justin Sun […]

The post Justin Sun ออกโรงปกป้องเครือข่าย Tron หลังจากถูกกล่าวหาว่าบล็อกเชนเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มก่อการร้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Justin Sun Tron

ผู้ก่อตั้งเครือข่ายบล็อกเชน Tron (TRX) อย่าง Justin Sun ได้โพสต์เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า โครงสร้างการกระจายอำนาจของบล็อกเชน Tron ในเรื่องค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่ถูกและโปรโตคอลที่ใช้งานง่าย ถือเป็นจุดเด่นของเครือข่ายบล็อกเชน Tron ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับ Bitcoin และ Ethereum แม้ว่าจะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดมากขึ้นก็ตาม

 

เครือข่าย Tron ได้รับความสนใจ เหตุทำธุรกรรมได้รวดเร็วและคุ้มค่า

 

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา Reuters รายงานว่า บล็อกเชน Tron ได้รับความสนใจจากกลุ่มก่อการร้าย เนื่องจากความสามารถในการทำธุรกรรมที่รวดเร็วและคุ้มค่า ซึ่งเห็นได้จากกระเป๋าเงิน Tron ที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ปี 2021

 

การทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยระหว่างเดือนกรกฎาคมปี 2021- ตุลาคมปี 2023 สำนักงานสนับสนุนทางการเงินเพื่อต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติของอิสราเอล (NBCTF) ได้ยึดกระเป๋าเงินของเครือข่าย Tron จำนวนทั้งหมด 143 ใบ และในปีนี้มีการยึดกระเป๋าเงินทั้งสิ้น 87 ใบ เนื่องจากคาดว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการก่อการร้าย

 

นอกจากนี้ กระเป๋าเงินจำนวน 39 ใบ คาดว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ของเลบานอน อีก 26 ใบ เป็นของกลุ่มญิฮาดอิสลามของปาเลสไตน์ และกระเป๋าเงินอีกราวๆ 56 ใบ มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มฮามาส ซึ่งกระเป๋าเงินทั้งหมดเหล่านี้ได้ถูกอายัดไปแล้ว

 

Justin Sun ไม่ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเครือข่าย Tron ถูกนำไปใช้ในการสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย แต่เขาชี้ว่าเครือข่ายบล็อกเชนมีจุดเด่นในเรื่องค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่ถูกและโปรโตคอลที่ใช้งานง่าย ทำให้สามารถอำนวยความสะดวกและนำไปใช้ได้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพร่หลายในตะวันออกกลางและเอเชียกลาง 

 

Justin Sun ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เขามุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับการสนับสนุนทางการเงินแก่กลุ่มก่อการร้าย แต่สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็นเรื่องการรักษาการกระจายอำนาจ (Decentralized) และรับประกันความปลอดภัยของทรัพย์สินของทุกคน รวมทั้งการทำธุรกรรมที่รวดเร็ว ราคาไม่แพง และเชื่อถือได้ เช่นเดียวกับที่เคยเป็นมา

 

นักวิเคราะห์รายหนึ่งมองว่า Justin Sun อาจเป็น Sam Bankman-Fried คนต่อไป

 

ช่องยูทูบคริปโตชื่อดังอย่าง Discover Crypto ออกมาแสดงความกังวลอนาคตของเว็บเทรดคริปโต HTX หรือที่รู้จักกันว่า Huobi ซึ่งอยู่ภายใต้คำแนะนำของ Justin Sun โดยมองว่า Justin Sun อาจเป็น Sam Bankman-Fried (SBF) อดีตผู้ก่อตั้ง FTX รายต่อไป เนื่องจากมีข้อกล่าวหามากมายที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง และยูทูเบอร์ชื่อดังมองว่าการล่มสลายใกล้จะเกิดขึ้นเช่นเดียวกับกรณีของ FTX 

 

เครือข่าย Tron ยังถูกกล่าวหาว่าปลอมแปลงไฟล์ส่วนบุคคลและที่อยู่อีเมลของบริษัทเพื่อปกปิดข้อมูลบางอย่าง นอกจากนี้ยูทูเบอร์จากช่อง Discover Crypto ยังเผยอีกว่า Justin Sun ถูกหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ ยื่นฟ้องในข้อหาฉ้อโกงและละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์ในปีนี้ผ่านการปั่นราคาคริปโต แม้ว่าจะไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจริงหรือไม่

 

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงและความผันผวนสูงมาก นักลงทุนจึงควรกระจายความเสี่ยง ศึกษาหาข้อมูล และวางแผนในการลงทุนด้วยความรอบคอบ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น 

 

อ้างอิง:

The post Justin Sun ออกโรงปกป้องเครือข่าย Tron หลังจากถูกกล่าวหาว่าบล็อกเชนเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มก่อการร้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เจ้าของ FTX จ่อโดนคุก 110 ปี ปิดฉาก ‘ราชาคริปโต’ | GLOBAL FOCUS #46 https://thestandard.co/global-focus-ep46/ Sat, 11 Nov 2023 01:10:46 +0000 https://thestandard.co/?p=864586

‘ราชานักต้มตุ๋น’ คงเป็นนิยามตรงตัวที่สุดสำหรับการอธิบาย […]

The post ชมคลิป: เจ้าของ FTX จ่อโดนคุก 110 ปี ปิดฉาก ‘ราชาคริปโต’ | GLOBAL FOCUS #46 appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘ราชานักต้มตุ๋น’ คงเป็นนิยามตรงตัวที่สุดสำหรับการอธิบายเรื่องราวของ แซม แบงก์แมน ฟรีด อดีตอภิมหาเศรษฐีคริปโตเคอร์เรนซีและผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม FTX ซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้บริการซื้อ-ขายสกุลเงินดิจิทัลรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก

 

ย้อนกลับไปในวันที่ชีวิตรุ่งเรืองถึงขีดสุด ใครๆ ต่างก็เรียกเขาว่าเป็น ‘ราชาคริปโต’ ผู้ปั้นแพลตฟอร์มเทรดสกุลเงินดิจิทัลจนประสบความสำเร็จ ก่อนที่ตัวเขาจะขึ้นแท่นเป็นเศรษฐีหมื่นล้านตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 30 ปี แต่เรื่องราวกลับกลายเป็นว่า จู่ๆ อาณาจักรแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซีของแบงก์แมน ฟรีด ถูกแฉว่ามีงบดุลเข้าขั้นวิกฤต ก่อนที่ FTX จะยื่นล้มละลายในอีกไม่กี่วันต่อมา ลากให้เกิดหายนะทั้งวงการคริปโต พร้อมกับเบื้องหลังที่ผุดขึ้นมาว่า ราชาเจ้าของอาณาจักรเป็นผู้ที่ฉ้อโกงหลักทรัพย์ลูกค้าเสียเอง อีกทั้งยังเป็นการฉ้อโกงทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อเมริกัน

The post ชมคลิป: เจ้าของ FTX จ่อโดนคุก 110 ปี ปิดฉาก ‘ราชาคริปโต’ | GLOBAL FOCUS #46 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สื่อนอกเผย Sam Bankman-Fried อดีตมหาเศรษฐีวงการคริปโต มีสิทธิ์เจอโทษจำคุกฐานฉ้อโกงสูงกว่า 100 ปี https://thestandard.co/sbf-a-prison-sentence-can-be-100-years/ Mon, 06 Nov 2023 05:49:22 +0000 https://thestandard.co/?p=862857 Sam Bankman-Fried

สถานีโทรทัศน์ข่าว CNBC รายงานว่า คณะลูกขุนสหรัฐอเมริกาท […]

The post สื่อนอกเผย Sam Bankman-Fried อดีตมหาเศรษฐีวงการคริปโต มีสิทธิ์เจอโทษจำคุกฐานฉ้อโกงสูงกว่า 100 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sam Bankman-Fried

สถานีโทรทัศน์ข่าว CNBC รายงานว่า คณะลูกขุนสหรัฐอเมริกาทั้ง 12 คน ตัดสินให้ Sam Bankman-Fried หรือ SBF อดีตซีอีโอและผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มซื้อขายเงินคริปโตเคอร์เรนซี FTX มีความผิดในข้อหาทางอาญาทั้ง 7 ข้อหาที่เจ้าตัวถูกยื่นฟ้องจากการโกงเงินลูกค้า อย่างไรก็ตาม คำถามที่ว่า SBF จะยังคงอยู่ในคุกได้นานแค่ไหน เป็นสิ่งที่ผู้พิพากษาจะต้องใช้เวลา 2-3 เดือนข้างหน้าเพื่อพิจารณา

 

หากพิจารณาบทลงโทษตามความผิดของ SBF ที่ถูกตัดสินไป เจ้าตัวจะมีโอกาสรับโทษจำคุกมากกว่า 100 ปี โดย Lewis Kaplan ผู้พิพากษาวัย 78 ปี ได้กำหนดวันรับฟังการลงโทษในวันที่ 28 มีนาคมปีหน้า ซึ่งหลายฝ่ายมองว่ามีความเป็นไปได้ที่โทษจำคุกของ SBF จะปรับลดให้เหลือหลายสิบปีแทน

 

คดีความดังกล่าวถือเป็นการกระทำผิดทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตของอดีมหาเศรษฐีที่รุ่งเรืองในชั่วพริบตาและตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว โดย SBF วัย 31 ปี เคยมั่งคั่งระดับ 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9 แสนล้านบาท) 

 

รายงานระบุว่า หลังจากดำเนินการพิจารณาคดียาวนาน 1 เดือน ทางคณะลูกขุนทั้ง 12 คนของศาลรัฐบาลกลางในแมนฮัตตันลงความเห็นตัดสินใจให้ SBF มีความผิดทุกกรณีจากข้อกล่าวหาทั้งหมด 7 กระทง ขณะที่ทางอัยการกล่าวหาว่า SBF โกงเงิน 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากลูกค้า FTX เพราะความโลภล้วนๆ ซึ่งเจ้าตัวได้ปฏิเสธว่าตนเองไม่ได้กระทำผิดใน 2 ข้อกล่าวหาคือ เรื่องการโกงเงินและเรื่องการสมรู้ร่วมคิด 

 

ขณะนี้หลายฝ่ายต่างจับตาไปที่ความเคลื่อนไหวของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ว่าจะมีการยื่นฟ้องในอีกข้อหาที่ต่างจากเดิมในช่วงเดือนมีนาคมปีหน้าหรือไม่ โดยรัฐบาลมีเวลาจนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ในการแจ้งให้ศาลทราบว่ามีแผนจะดำเนินการต่อไปหรือไม่ ซึ่งหาก SBF ถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อกล่าวหาเพิ่มเติมเหล่านี้ เจ้าตัวก็ย่อมอาจได้รับโทษจำคุกเพิ่มเติมอีกหลายสิบปีจากจำนวนที่กำลังมีการพิจารณาอยู่ในปัจจุบัน 

 

อ้างอิง: 

The post สื่อนอกเผย Sam Bankman-Fried อดีตมหาเศรษฐีวงการคริปโต มีสิทธิ์เจอโทษจำคุกฐานฉ้อโกงสูงกว่า 100 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปประเด็นสำคัญจากการพิจารณาคดีฉ้อโกงล่าสุดของ ‘แซม แบงก์แมน ฟรายด์’ อดีตซีอีโอ FTX https://thestandard.co/trial-sam-bankman-fried-ftx/ Sat, 14 Oct 2023 02:46:04 +0000 https://thestandard.co/?p=854517 Sam Bankman-Fried อดีตซีอีโอ FTX

การพิจารณาคดีฉ้อโกงของ แซม แบงก์แมน ฟรายด์ (SBF) ผู้ร่ว […]

The post สรุปประเด็นสำคัญจากการพิจารณาคดีฉ้อโกงล่าสุดของ ‘แซม แบงก์แมน ฟรายด์’ อดีตซีอีโอ FTX appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sam Bankman-Fried อดีตซีอีโอ FTX

การพิจารณาคดีฉ้อโกงของ แซม แบงก์แมน ฟรายด์ (SBF) ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตซีอีโอของ FTX กำลังดำเนินต่อไป และ แคโรไลน์ เอลลิสัน อดีตผู้บริหาร Alameda Research ได้ให้การหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการล้มละลายของ FTX ซึ่งวันนี้ THE STANDARD WEALTH ได้รวบรวมประเด็นสำคัญจากคำให้การล่าสุดที่ผ่านมา

 

SBF เตรียมทวีตไว้ล่วงหน้าก่อนที่ Alameda จะล้มละลายในปี 2022

 

หนึ่งในหลักฐานจากการพิจารณาคดีฉ้อโกงล่าสุดเผยให้เห็นว่า แซม แบงก์แมน ฟรายด์ (SBF) อดีตซีอีโอ FTX เว็บเทรดคริปโตชั้นนำของโลกที่หยุดดำเนินการไปเมื่อปีที่แล้ว ได้ร่างทวีตเกี่ยวกับการล้มละลายของ Alameda Research และ FTX สองเดือนก่อนที่ FTX จะประสบวิกฤตสภาพคล่อง

 

จากทวีตที่ร่างไว้ แซม แบงก์แมน ฟรายด์ เผยว่า Alameda Research เป็นหนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา และเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่ที่สุด แต่มันจะประสบความสำเร็จอีกครั้ง เขายังเผยเพิ่มเติมว่า Alameda เป็นชิ้นส่วนเดียวที่คอยสนับสนุนระบบนิเวศ และเป็นผู้ซื้อเมื่อไม่มีใครพร้อมที่จะซื้อ ท่ามกลางตลาดที่ดุเดือดและผันผวน และราคากำลังร่วงลงอย่างรุนแรง แซมยังกล่าวอีกว่า Alameda เป็นแหล่งสภาพคล่องขนาดใหญ่ระดับโลกอีกด้วย

 

FTX เผยถึงแผนขาย BTC จำนวนมหาศาล

 

จากคำให้การล่าสุดของ แซม แบงก์แมน ฟรายด์ ยังแสดงให้เห็นว่า เขาอาจมีส่วนสร้างความปั่นป่วนในตลาดคริปโตในช่วงปีที่ผ่านมา แคโรไลน์ เอลลิสัน อดีตซีอีโอของบริษัทในเครือ Alameda Research บอกกับศาลว่า SBF ขอให้เธอขายบิทคอยน์ (BTC) ต่อไป หากราคาสปอตทะลุ 20,000 ดอลลาร์ ซึ่งการดำเนินการนี้ใช้เงินทุนของลูกค้า FTX ซึ่งบริษัทไม่มีสิทธิที่จะกระทำเช่นนี้

 

SBF สร้างบัญชีปลอมที่มีรูปหญิงขายบริการชาวไทยหลายบัญชี

 

แคโรไลน์ เอลลิสัน ยังให้การว่า ในปี 2021 ทางการจีนอายัดสกุลเงินดิจิทัลมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ในเว็บเทรดคริปโต Huobi (ปัจจุบันคือ HTX) และ OKX ซึ่งบัญชีการซื้อ-ขายเหล่านั้นถูกล็อกจากการสืบสวนการฟอกเงินในคู่สัญญาของ Alameda

 

FTX พยายามยกเลิกการอายัดทรัพย์สินดังกล่าว SBF และทีมผู้บริหารของ Alameda จึงพยายามจ้างทนายความในประเทศจีนเพื่อประสานงานกับรัฐบาลเป็นครั้งแรก แต่กลยุทธ์ดังกล่าวไร้ผล ทำให้ SBF พยายามใช้บัญชีปลอมหลายบัญชีที่มีรูปหญิงขายบริการชาวไทย เพื่อปลดล็อกเงินที่ถูกอายัดไว้ ก่อนที่สุดท้ายจะหันไปติดสินบนเจ้าหน้าที่จีนด้วยเงิน 100 ล้านดอลลาร์

 

ย้อนเหตุการณ์การล้มละลายของ FTX

 

เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2022 มีรายงานว่า สินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการของ Alameda Research มากกว่า 80% เป็นโทเคน FTT ของ FTX เว็บเทรด สิ่งนี้ทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับมูลค่าเหรียญที่ถูกเสกขึ้นมาจากอากาศ เนื่องจาก Alameda Research ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ FTX ได้ถือครองเหรียญ FTT มากเกินไป และมีการบันทึกบัญชีให้มีมูลค่าสูงเกินจริง 

 

นอกจากนี้ การที่ Binance เทขายเหรียญ FTT ยังส่งผลให้ราคาเหรียญ FTX ดิ่งลงทันทีกว่า 10% นักลงทุนแห่ถอนเงินออกจากแพลตฟอร์มจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาสภาพคล่องจนต้องหยุดการถอนเงินและประกาศล้มละลายในที่สุด การล้มละลายของ FTX และ Alameda Research ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อบริษัทคริปโตหลายแห่ง และทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนแย่ลงเป็นอย่างมาก 

 

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงและความผันผวนสูงมาก นักลงทุนจึงควรกระจายความเสี่ยง ศึกษาหาข้อมูล และวางแผนในการลงทุนด้วยความรอบคอบ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น 

 

อ้างอิง:

The post สรุปประเด็นสำคัญจากการพิจารณาคดีฉ้อโกงล่าสุดของ ‘แซม แบงก์แมน ฟรายด์’ อดีตซีอีโอ FTX appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปเหตุการณ์ แซม แบงก์แมน ฟรายด์ อดีตซีอีโอ FTX ถูกส่งเข้าคุกในข้อหาปลอมแปลงพยาน https://thestandard.co/ftx-sam-bankman-custody-explained/ Sat, 12 Aug 2023 11:39:21 +0000 https://thestandard.co/?p=828690

แซม แบงก์แมน ฟรายด์ หรือ SBF อดีตซีอีโอและผู้ก่อตั้ง FT […]

The post สรุปเหตุการณ์ แซม แบงก์แมน ฟรายด์ อดีตซีอีโอ FTX ถูกส่งเข้าคุกในข้อหาปลอมแปลงพยาน appeared first on THE STANDARD.

]]>

แซม แบงก์แมน ฟรายด์ หรือ SBF อดีตซีอีโอและผู้ก่อตั้ง FTX ซึ่งเคยเป็นเว็บเทรดคริปโตอันดับ 2 ของโลก ได้ถูกส่งตัวเข้าคุก เนื่องจากผู้พิพากษาสหรัฐอเมริกา เพิกถอนการประกันตัวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (11 สิงหาคม) ในข้อหาพยายามปลอมแปลงพยาน โดยคาดว่าแซมจะถูกจำคุกอย่างน้อย 2 เดือน ก่อนการพิจารณาคดีอีกครั้ง

 

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2022 เว็บเทรดคริปโต FTX ซึ่งขณะนั้นเป็นเว็บเทรดที่มีปริมาณการซื้อขายอันดับ 2 ของโลก ได้เจอกับปัญหาสภาพคล่อง นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับมูลค่าเหรียญ FTT ที่ถูกเสกขึ้นมาจากอากาศ รวมถึงหนี้สินของบริษัทที่ไม่ได้มีการระบุที่มาอย่างชัดเจน และการลิสต์เหรียญที่มีสภาพคล่องต่ำอีกมากมาย ทำให้เหรียญเจอกับแรงเทขายอย่างรุนแรง และตามมาด้วยการแห่ถอนเงินออกจากแพลตฟอร์ม

 

ท้ายที่สุดแล้ว FTX ได้ประกาศหยุดการถอนเงิน และประกาศล้มละลายในเวลาต่อมาไม่นาน หลังจากนั้นเขาได้ถูกจับกุมในเดือนธันวาคม 2022 ข้อหาขโมยเงินลูกค้า FTX หลายพันล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปหนุน Alameda Research บริษัทลูกของ FTX ในช่วงที่เจอกับปัญหาสภาพคล่อง แซมถูกคุมขังในแคลิฟอร์เนียที่บ้านพ่อแม่ของเขา โดยมีวงเงินประกันมูลค่า 250 ล้านดอลลาร์

 

ลูอิส แคปแลน ผู้พิพากษาสหรัฐฯ ตัดสินใจให้จำคุก แซม แบงก์แมน ฟรายด์ วัย 31 ปี ก่อนการพิจารณาคดีฉ้อโกงในวันที่ 2 ตุลาคม โดยเมื่อเดือนที่แล้ว The New York Times รายงานว่า SBF พยายามข่มขู่พยานคนสำคัญคนหนึ่งในการต่อสู้ทางกฎหมายกับทางการสหรัฐฯ นั่นก็คือ แคโรไลน์ เอลลิสัน อดีตผู้บริหาร Alameda Research ทำให้อัยการร้องขอให้ควบคุมตัว SBF โดยอ้างว่าเขาไม่สามารถไว้วางใจได้ในขณะที่อาศัยอยู่ที่บ้านพ่อแม่ของเขา แม้ว่าทนายความของเขาจะปฏิเสธข้อกล่าวหานี้

 

ผู้พิพากษา ลูอิส แคปแลน ได้สั่งให้มีการจำคุก เนื่องจากได้ข้อสรุปว่าจำเลยพยายามยุ่งเกี่ยวกับพยานอย่างน้อยสองครั้ง อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า SBF จะถูกส่งตัวไปยังคุกในเมือง Putnam รัฐนิวยอร์ก ซึ่งสามารถเข้าถึงการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ หรือจะถูกส่งตัวไปที่ศูนย์กักกันเมโทรโพลิตันของบรูกลิน ซึ่งจำกัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสำหรับนักโทษ

 

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงและความผันผวนสูงมาก นักลงทุนจึงควรกระจายความเสี่ยง ศึกษาหาข้อมูล และวางแผนในการลงทุนด้วยความรอบคอบ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น

 

อ้างอิง:

The post สรุปเหตุการณ์ แซม แบงก์แมน ฟรายด์ อดีตซีอีโอ FTX ถูกส่งเข้าคุกในข้อหาปลอมแปลงพยาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไมเคิล ลูวิส จ่อเปิดตัวหนังสือเกี่ยวกับการล่มสลายของ FTX และ แซม แบงก์แมน ฟรายด์ ในชื่อ Going Infinite ต้นเดือนตุลาคมนี้ https://thestandard.co/michael-lewis-going-infinite/ Mon, 22 May 2023 01:46:21 +0000 https://thestandard.co/?p=793447 ไมเคิล ลูวิส

ไมเคิล ลูวิส ผู้เขียนหนังสือการเงินชื่อดังอย่าง Big Sho […]

The post ไมเคิล ลูวิส จ่อเปิดตัวหนังสือเกี่ยวกับการล่มสลายของ FTX และ แซม แบงก์แมน ฟรายด์ ในชื่อ Going Infinite ต้นเดือนตุลาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไมเคิล ลูวิส

ไมเคิล ลูวิส ผู้เขียนหนังสือการเงินชื่อดังอย่าง Big Short ใกล้จะเขียนหนังสือ Going Infinite ที่เกี่ยวกับ แซม แบงก์แมน ฟรายด์ และการล่มสลายของ FTX เสร็จในเร็วๆ นี้

 

ไมเคิล ลูวิส ผู้เขียนหนังสือขายดีจนถูกนำไปทำภาพยนต์อย่าง The Big Short กับหนังสือ Money Ball ได้ออกมาเปิดเผยว่าใกล้จะเขียนหนังสือ Going Infinite ที่เกี่ยวข้องกับ แซม แบงก์แมน ฟรายด์ และการล่มสลายของ FTX อดีตแพลตฟอร์มเทรดคริปโตชั้นนำของโลกเสร็จในเร็วๆ นี้

 

โดยลูวิสได้ตั้งชื่อหนังสือดังกล่าวว่า Going Infinite: The Rise and Fall of a New Tycoon ซึ่งจุดเริ่มต้นของการเขียนเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2021 หลังจากที่เพื่อนของลูวิสแนะนำให้เขารู้จักกับแซม

 

ทั้งนี้ ในงานสัมมนา Bitcoin 2023 ที่ไมอามี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (19 พฤษภาคม) ลูวิสยังไม่ได้เปิดเผยวันเปิดขายหนังสือออกมาแต่อย่างใด หากแต่เกริ่นว่าจะมาในช่วงการพิจารณาคดีของแซม ซึ่งจะเกิดขึ้นประมาณเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

 

ซึ่งหากไปค้นหาหนังสือ Going Infinite ในเว็บไซต์ Amazon.com จะพบข้อมูลที่ตรงกันว่าหนังสือดังกล่าวคาดว่าจะเปิดตัวในวันที่ 3 ตุลาคมนี้นั่นเอง

 

และก่อนหน้านี้ลูวิสได้เคยเปิดเผยว่า หนังสือดังกล่าวใกล้ที่จะเขียนเสร็จในช่วงก่อนที่ FTX จะล้มละลายไม่นาน ทำให้ในภายหลังนั้นผู้เขียนต้องมีการปรับมุมมองของเรื่องใหม่ทั้งหมดเลยทีเดียว

 

ซึ่งลูวิสกล่าวในงานสัมมนาว่า หนังสือเล่มนี้จะถูกเขียนไปในแนวการเล่าเรื่องแบบนิยาย และสำหรับผู้ที่ไม่รู้จักคริปโตหรือไม่รู้จักแซม ก็อาจจะคิดไปเลยด้วยซ้ำว่าเรื่องราวที่ถูกเขียนนั้นเป็นเรื่องแต่งหรือเปล่าเลยทีเดียว

 

ลูวิสได้กล่าวปิดท้ายในงานว่า เขามีการถือ Bitcoin ในปริมาณหนึ่งที่ไม่สามารถถอนได้อยู่บนแพลตฟอร์ม FTX เช่นเดียวกับนักลงทุนรายอื่นๆ

 

ซึ่งรายละเอียดของหนังสือเล่มนี้จะมีการเปิดเผยข้อมูลตั้งแต่คนรอบตัวของแซม ไปจนถึงพนักงาน รัฐบาลทั้งในสหรัฐฯ และบาฮามาส เหมือนดังเช่นที่ลูวิสเคยเขียนรายละเอียดต่างๆ ตอนหนังสือ The Big Short ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าในระหว่างการเขียนหนังสือเล่มนี้ (Going Infinite) ทางแซมได้ให้อนุญาตให้ลูวิสตามติดชีวิตของเขาในมุมต่างๆ อย่างเต็มที่เป็นเวลากว่า 2 ปี แม้กระทั่งถึงตอนที่แซมถูกจับกุมตัวเลยทีเดียว

 

อ้างอิง: 

The post ไมเคิล ลูวิส จ่อเปิดตัวหนังสือเกี่ยวกับการล่มสลายของ FTX และ แซม แบงก์แมน ฟรายด์ ในชื่อ Going Infinite ต้นเดือนตุลาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตา! FTX อาจกลับมาเปิดตัวอีกครั้ง หลังสามารถจัดหาสภาพคล่องกลับมาได้กว่า 2 แสนล้านบาท https://thestandard.co/ftx-7-3-billion-comeback/ Fri, 14 Apr 2023 05:49:47 +0000 https://thestandard.co/?p=776820

FTX แพลตฟอร์มเทรดคริปโตที่ล้มละลายไปในช่วงเดือนพฤศจิกาย […]

The post จับตา! FTX อาจกลับมาเปิดตัวอีกครั้ง หลังสามารถจัดหาสภาพคล่องกลับมาได้กว่า 2 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

FTX แพลตฟอร์มเทรดคริปโตที่ล้มละลายไปในช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2022 มีลุ้นกลับมาให้บริการใหม่อีกครั้ง หลังสามารถบริหารจัดการจนจัดหาสภาพคล่องทั้งในรูปเงินสดและคริปโตมาได้กว่า 7.3 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นมากว่า 800 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาท นับตั้งแต่ต้นปี

 

โดยทาง Andy Dietderich ทนายความของบริษัท FTX เปิดเผยว่า ทางบริษัทกำลังเปลี่ยนแปลงระบบภายในที่มีปัญหาภายในแพลตฟอร์มใหม่ทั้งหมดในช่วงไตรมาสสองที่กำลังจะมาถึงของปีนี้ ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างที่ทางแพลตฟอร์มได้กำลังรวบรวมทีมงานและหากลยุทธ์มาเพื่อจัดการปัญหาภายใน

 

อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษานามว่า Dorsey ก็ได้ตั้งคำถามต่อประเด็นการกลับมาเปิดใหม่อีกครั้งของ FTX ในระหว่างที่พิจารณาคดีครั้งล่าสุด

 

ซึ่ง Andy ก็รับทราบถึงประเด็นว่าหากทาง FTX กลับมาเปิด ใครจะเป็นผู้สนับสนุนทางด้านเงินทุนต่อไป ระหว่างเงินทุนจากลูกหนี้ของแพลตฟอร์มหรือจะเป็นนักลงทุนรายใหม่ที่จะเข้ามาสนับสนุน

 

นอกจากนี้ Sam Bankman-Fried ผู้ก่อตั้งและอดีตผู้บริหารของ FTX แพลตฟอร์มเทรดคริปโตก็โดนจับกุมตัวไปตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม ปี 2023 ไปเป็นที่เรียบร้อย

 

ทั้งนี้ แพลตฟอร์ม FTX ซึ่งได้ประกาศล้มละลายไปในช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2022 เคยเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มเทรดคริปโตชั้นนำของโลก


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


อ้างอิง:

The post จับตา! FTX อาจกลับมาเปิดตัวอีกครั้ง หลังสามารถจัดหาสภาพคล่องกลับมาได้กว่า 2 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เผยอดีตซีอีโอ FTX ควักเงิน 40 ล้านดอลลาร์ติดสินบนเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 1 รายในจีน https://thestandard.co/morning-wealth-29032023-3/ Wed, 29 Mar 2023 06:00:07 +0000 https://thestandard.co/?p=770166 FTX ติด สินบน

ยังคงมีเรื่องราวอื้อฉาวให้แฉออกมาอย่างต่อเนื่องสำหรับ แ […]

The post ชมคลิป: เผยอดีตซีอีโอ FTX ควักเงิน 40 ล้านดอลลาร์ติดสินบนเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 1 รายในจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
FTX ติด สินบน

ยังคงมีเรื่องราวอื้อฉาวให้แฉออกมาอย่างต่อเนื่องสำหรับ แซม แบงก์แมน ฟรายด์ (Sam Bankman-Fried) อดีตผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง FTX แพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซี โดยล่าสุดอัยการรัฐในสหรัฐฯ ได้ตั้งข้อหาใหม่ระบุในคำฟ้องยื่นต่อศาลยุติธรรม คือการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนเพื่อเข้าถึงบัญชีการซื้อขายของ Alameda Research เป็นมูลค่ากว่า 40 ล้านดอลลาร์

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: เผยอดีตซีอีโอ FTX ควักเงิน 40 ล้านดอลลาร์ติดสินบนเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 1 รายในจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฉาวต่อ! อัยการเผย แซม แบงก์แมน ฟรายด์ ‘ซีอีโอ FTX’ ควักเงิน 40 ล้านดอลลาร์ ติดสินบนเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 1 รายในจีน https://thestandard.co/ftx-ceo-bribery/ Wed, 29 Mar 2023 03:50:40 +0000 https://thestandard.co/?p=770087 Sam Bankman-Fried

ยังคงมีเรื่องราวอื้อฉาวให้แฉออกมาอย่างต่อเนื่องสำหรับ แ […]

The post ฉาวต่อ! อัยการเผย แซม แบงก์แมน ฟรายด์ ‘ซีอีโอ FTX’ ควักเงิน 40 ล้านดอลลาร์ ติดสินบนเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 1 รายในจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sam Bankman-Fried

ยังคงมีเรื่องราวอื้อฉาวให้แฉออกมาอย่างต่อเนื่องสำหรับ แซม แบงก์แมน ฟรายด์ (Sam Bankman-Fried) อดีตผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง FTX แพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งครั้งหนึ่งเคยใหญ่เทียบเท่าเจ้าตลาดอย่าง Binance โดยล่าสุดทางอัยการรัฐในสหรัฐฯ ได้ตั้งข้อหาใหม่ ระบุในคำฟ้องใหม่ที่ยื่นต่อศาลยุติธรรม

 

สำหรับข้อกล่าวหาใหม่ของ Sam Bankman-Fried อดีตผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง FTX คือการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนเพื่อเข้าถึงบัญชีการซื้อขายของ Alameda Research ซึ่งมีสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ โดยเงินสินบนคิดเป็นมูลค่ากว่า 40 ล้านดอลลาร์

 

กระนั้น รายงานยังระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2021

 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ กล่าวว่า Bankman-Fried และผู้เกี่ยวข้องคนอื่นๆ กำลังพยายามหาทางในหลายวิธีที่จะให้มีการยกเลิกการอายัดบัญชีหรือวิธีอื่นๆ เพื่อที่จะเข้าถึงคริปโตเคอร์เรนซีในบัญชีที่ถือครองอีกครั้ง

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นข้อหาล่าสุดที่ Bankman-Fried กำลังเผชิญอยู่ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าอาจมีกรณีอื่นๆ เกิดขึ้นเมื่อระยะเวลาเข้าใกล้วันพิจารณาคดีตามคำสั่งศาลในเดือนตุลาคม ซึ่งก่อนหน้านี้ทนายความของ Bankman-Fried แนะนำว่าพวกเขาอาจขอยื้อเวลาให้ศาลพิจารณาเลื่อนวันพิจารณาคดีนี้ออกไป


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


ภาพ: Michael M. Santiago / Getty Images

อ้างอิง:

The post ฉาวต่อ! อัยการเผย แซม แบงก์แมน ฟรายด์ ‘ซีอีโอ FTX’ ควักเงิน 40 ล้านดอลลาร์ ติดสินบนเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 1 รายในจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ สืบสวนการล้มของ 3 แบงก์ ตั้งข้อสงสัย ‘ฟอกเงิน-ใช้อินไซด์ขายหุ้น’ ขณะที่ผู้บริหาร SVB ชิงขายหุ้นก่อนเฉียด 3 พันล้านบาท https://thestandard.co/usa-probes-3-banks-collapses/ Wed, 15 Mar 2023 05:04:52 +0000 https://thestandard.co/?p=763191

อัยการสหรัฐอเมริกาอยู่ระหว่างการสืบสวนกระบวนการทำงานของ […]

The post สหรัฐฯ สืบสวนการล้มของ 3 แบงก์ ตั้งข้อสงสัย ‘ฟอกเงิน-ใช้อินไซด์ขายหุ้น’ ขณะที่ผู้บริหาร SVB ชิงขายหุ้นก่อนเฉียด 3 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

อัยการสหรัฐอเมริกาอยู่ระหว่างการสืบสวนกระบวนการทำงานของ Signature Bank กับลูกค้าในกลุ่มคริปโตเคอร์เรนซี ก่อนที่หน่วยงานกำกับจะเข้ามาควบคุมการปล่อยกู้ของบริษัทในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา 

 

ฝ่ายสืบสวนของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ในวอชิงตันและแมนฮัตตันตั้งข้อสงสัยว่า ดำเนินการดีเพียงพอหรือไม่สำหรับการตรวจสอบในเรื่องของการฟอกเงินของลูกค้าต่างๆ เช่น การกลั่นกรองบุคคลที่มาเปิดบัญชี และสอดส่องธุรกรรมที่มีสัญญาณว่าอาจจะเป็นเรื่องของอาชญากรรม ขณะที่ ก.ล.ต. สหรัฐฯ อยู่ระหว่างการตรวจสอบเช่นกัน 

 

อย่างไรก็ตาม ธนาคารและพนักงานของธนาคารยังไม่ได้ถูกตั้งข้อหาว่ากระทำความผิดใดๆ และการสืบสวนอาจจบลงโดยที่ไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ ตามมาอีกก็เป็นได้ ทั้งนี้หน่วยงานกำกับได้เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่าพวกเขาหมดความเชื่อถือในทีมบริหาร หลังจากที่ธนาคารไม่สามารถให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือและสอดคล้องกันได้ 

 

ด้าน Michael Driscoll ผู้ช่วยผู้อำนวยการของ FBI สาขานิวยอร์ก กล่าวว่า “FBI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงมุ่งมั่นที่จะทำให้ตลาดคริปโตเป็นตลาดที่ปราศจากการทำผิดกฎหมาย เช่นเดียวกับตลาดการเงินอื่นๆ” 

 

ล่าสุดธนาคารทั้ง 3 แห่งที่ต้องปิดตัวลง ได้แก่ Silvergate Capital, Silicon Valley Bank และ Signature Bank กำลังเผชิญกับการสืบสวนสอบสวนโดยหน่วยงานยุติธรรมของสหรัฐฯ 

 

โดย Silvergate Capital อยู่ระหว่างการสืบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทำธุรกรรมกับ Sam Bankman-Fried ผู้ก่อตั้ง FTX และ Alameda Research ขณะที่อัยการและ ก.ล.ต. สหรัฐฯ กำลังตรวจสอบว่าการล้มละลายของ SVB เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้นโดยผิดกฎการซื้อขายหรือไม่

 

ขณะที่ผู้บริหารของ Signature Bank กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า ทีมบริหารตั้งใจที่จะลดการปล่อยเงินกู้มากถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ที่ปล่อยให้กับลูกค้าในกลุ่มสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งจำนวนดังกล่าวคิดเป็นกว่า 1 ใน 5 ของฐานเงินฝาก แต่ล่าสุดบริษัทยังคงเก็บบางส่วนในจำนวนนี้เอาไว้ 

 

ขณะที่ซีอีโอของ SVB อย่าง Greg Becker ขายหุ้นของบริษัทออกไปเกือบ 30 ล้านหุ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดคำถามตามมาว่าเป็นการใช้ข้อมูลภายในเพื่อซื้อขายหุ้นหรือไม่ (Insider Trading) 

 

โดยรายงานระบุว่า Becker ขายหุ้นคิดเป็นมูลค่า 3.6 ล้านดอลลาร์ หรือราว 124 ล้านบาท เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพียงแค่ไม่กี่วันก่อนที่ธนาคารจะเปิดเผยผลขาดทุนจำนวนมากจนนำไปสู่การร่วงลงอย่างหนักและต้องปิดตัวลงในที่สุด และในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา Becker ขายหุ้นออกไปคิดเป็นมูลค่ารวม 29.5 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1 พันล้านบาท อิงจากข้อมูลของ Smart Insider โดยขายหุ้นที่ราคาระหว่าง 287-598 ดอลลาร์ต่อหุ้น 

 

นอกจากนี้ Michelle Draper ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด (CMO), Daniel Beck ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (CFO) และ Philip Cox ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ยังได้ขายหุ้นออกมาคิดเป็นมูลค่าหลายล้านดอลลาร์นับแต่ปี 2021 

 

รวมทั้งหมดแล้วผู้บริหารของ SVB และผู้อำนวยการของบริษัท ขายหุ้นรับเงินสดไปรวม 84 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.89 พันล้านบาท ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อ้างอิง:

The post สหรัฐฯ สืบสวนการล้มของ 3 แบงก์ ตั้งข้อสงสัย ‘ฟอกเงิน-ใช้อินไซด์ขายหุ้น’ ขณะที่ผู้บริหาร SVB ชิงขายหุ้นก่อนเฉียด 3 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัยการสหรัฐฯ เตรียมเข้ายึดทรัพย์สินมูลค่าเกือบ ‘700 ล้านดอลลาร์’ ของ แซม แบงก์แมน-ฟรายด์ หากศาลตัดสินว่าผิดฐานฉ้อโกง https://thestandard.co/bankman-fried-assets-of-almost-700-million/ Sat, 21 Jan 2023 06:18:02 +0000 https://thestandard.co/?p=740211 FTX

อัยการสหรัฐฯ เตรียมเข้ายึดทรัพย์สินคิดเป็นมูลค่ารวมเกือ […]

The post อัยการสหรัฐฯ เตรียมเข้ายึดทรัพย์สินมูลค่าเกือบ ‘700 ล้านดอลลาร์’ ของ แซม แบงก์แมน-ฟรายด์ หากศาลตัดสินว่าผิดฐานฉ้อโกง appeared first on THE STANDARD.

]]>
FTX

อัยการสหรัฐฯ เตรียมเข้ายึดทรัพย์สินคิดเป็นมูลค่ารวมเกือบ 700 ล้านดอลลาร์ ของ แซม แบงก์แมน-ฟรายด์ อดีตซีอีโอและผู้ก่อตั้งของ FTX กระดานแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซีที่ล้มละลายไปเมื่อไม่นานมานี้ หากศาลมีคำตัดสินให้เขามีความผิดฐานฉ้อโกง

 

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า เดเมียน วิลเลียมส์ อัยการสหรัฐฯ ประจำเขตเทศบาลตอนใต้ของนครนิวยอร์ก ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอยึดทรัพย์สินของแบงก์แมน-ฟรายด์ จำนวน 10 รายการ ซึ่งประกอบด้วย เงินสด หุ้นและคริปโต ไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 มกราคม)

 

ทั้งนี้ ทรัพย์สินส่วนตัวของแบงก์แมน-ฟรายด์ ที่มีมูลค่าสูงสุดที่คาดว่าจะถูกยึดในรอบนี้คือหุ้นของ Robinhood เเพลตฟอร์มเทรดหุ้นออนไลน์รายใหญ่ ที่เขาถือครองอยู่ราว 55 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าราว 526 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอัยการสหรัฐฯ กล่าวหาว่าแบงก์แมน-ฟรายด์ ใช้เงินที่ฉ้อโกงมาจากลูกค้าซื้อมาในช่วงเดือนพฤษภาคมของปีก่อน นอกจากนี้ยังมีเงินเกือบ 50 ล้านดอลลาร์ที่ถูกเก็บไว้ในธนาคาร Moonstone และอีกมากกว่า 6 ล้านดอลลาร์ในธนาคาร Silvergate รวมถึงคริปโตที่อยู่ในบัญชีของ Binance จำนวน 3 บัญชีที่คาดว่าจะถูกยึด

 

ปัจจุบัน แบงก์แมน-ฟรายด์ ในวัย 30 ปี อยู่ระหว่างการประกันตัวเพื่อต่อสู้คดี และยังคงปฏิเสธว่าเขาไม่ได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาทั้ง 8 ข้อของอัยการ ซึ่งรวมถึงการฉ้อโกงและการละเมิดกฎหมายการเงิน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง:

The post อัยการสหรัฐฯ เตรียมเข้ายึดทรัพย์สินมูลค่าเกือบ ‘700 ล้านดอลลาร์’ ของ แซม แบงก์แมน-ฟรายด์ หากศาลตัดสินว่าผิดฐานฉ้อโกง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สาวกคริปโตเฮ! ราคาบิทคอยน์ฟื้นจนชดเชยความสูญเสียทั้งหมดตั้งแต่ FTX ล่ม https://thestandard.co/cryptocurrency-bitcoin-price-regain/ Wed, 18 Jan 2023 02:58:21 +0000 https://thestandard.co/?p=738716

สถานการณ์ของแวดวงสกุลเงินดิจิทัลฉายแววสดใส ท่ามกลางรายง […]

The post สาวกคริปโตเฮ! ราคาบิทคอยน์ฟื้นจนชดเชยความสูญเสียทั้งหมดตั้งแต่ FTX ล่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>

สถานการณ์ของแวดวงสกุลเงินดิจิทัลฉายแววสดใส ท่ามกลางรายงานว่าราคาของ บิทคอยน์ (Bitcoin) สกุลเงินที่ใหญ่ที่สุดของคริปโตเคอร์เรนซีตามมูลค่าตลาด สามารถฟื้นกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 21,000 ดอลลาร์ในช่วงสองวันที่ผ่านมา ทำให้ราคากลับมาสูงกว่าราคาเดิมในช่วงที่แพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนคริปโต FTX ของ Sam Bankman-Fried ล้มละลาย 

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา ราคาของบิทคอยน์ได้ทรงตัวเหนือระดับ 21,000 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าสถิติเดิมที่เคยทำไว้เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนปีที่แล้วที่ 20,283 ดอลลาร์

 

ข้อมูลจาก CoinMarketCap รายงานว่า ราคาของบิทคอยน์มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 22% ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ราคาของบิทคอยน์ลดลงในสัดส่วนเดียวกันในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งวัน ระหว่างวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2022 เนื่องจากนักลงทุนพยายามที่จะประเมินผลกระทบของการล่มสลายของ FTX ที่อาจเกิดขึ้น ส่งผลให้ราคาบิทคอยน์ลดลงต่ำกว่า 16,000 ดอลลาร์หลายครั้งในสัปดาห์ต่อๆ มา 

 

แม้จะมีสัญญาณฟื้นตัวในทางบวก แต่บรรดานักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งก็ออกโรงเตือนว่า ยังไม่อาจวางใจได้ เพราะบิทคอยน์ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงและความผันผวนสูง 

 

ขณะเดียวกัน ล่าสุดมีรายงานจากทีมนักวิจัยของ Starkiller Capital ซึ่งเป็นกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่มุ่งเน้นตลาดคริปโต ออกมายอมรับว่าสิ่งที่นักวิเคราะห์หลายสำนักเคยวิพากษ์วิจารณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นการที่เงินคริปโตเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่แทบไม่มีมูลค่าที่แท้จริง เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังนั้นล้มเหลวในการพิสูจน์ความมีประโยชน์ และตลาดสำหรับสกุลเงินดิจิทัลนั้นสร้างขึ้นและกลายเป็นกระแสได้จากโฆษณาเพียงเล็กน้อยเป็นเรื่องจริงทั้งหมด 

 

Leigh Drogen, Corey Hoffstein, และ Kevin Otte ทีมนักวิจัยผู้จัดทำรายงานในครั้งนี้อธิบายว่า โดยพื้นฐานแล้วการซื้อขายคริปโตนั้นเป็น ‘เงินร้อน’ ที่ตีกลับจากสินทรัพย์ดิจิทัลหนึ่งไปยังอีกสินทรัพย์หนึ่ง โดยได้รับแรงหนุนจาก Story ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเกี่ยวกับนวัตกรรมและมูลค่าในอนาคตที่อาจเกิดขึ้น

 

รายงานระบุว่า ในช่วงเวลาหนึ่ง Story ที่โดดเด่นไม่กี่เรื่องที่ผลักดันเงินดิจิทัลเข้าสู่พื้นที่คริปโต ก่อนจะได้รับการขยายให้ใหญ่โตด้วยแรงผลักดันจากแรงซื้อมหาศาลจากผู้ลงทุน

 

ทั้งนี้ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น รายงานอธิบายว่า สกุลเงินดั้งเดิมเช่นดอลลาร์ก็ขาดมูลค่าที่แท้จริงเช่นกัน แต่ได้รับการสนับสนุนจากศรัทธาและเครดิตอย่างเต็มที่จากสถาบันที่ออกสกุลเงิน เช่น รัฐบาลสหรัฐฯ แต่สำหรับสกุลเงินคริปโตทั้งหลายจะได้รับการสนับสนุนโดยเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบกระจายศูนย์ และปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน

 

สำหรับใครที่ยังนึกภาพไม่ออก ให้ลองนึกถึงกรณีเงินคริปโตอย่าง Dogecoin ที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว หลัง อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้ง Tesla ออกมาพูดถึงสกุลเงินดังกล่าวในทวิตเตอร์ 

 

ทีมนักวิจัยกล่าวว่า อุตสาหกรรมน้องใหม่อย่างคริปโตยังคงอยู่ในช่วงที่น่าอึดอัดใจ ท่ามกลางความหวาดระแวงของคนส่วนใหญ่ที่คอยตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับโอกาสทั้งหมดของคริปโต

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับสาวกคริปโตยังคงเชื่อมั่นว่า มูลค่าที่ลดลงของคริปโตในช่วงกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา เป็นการปรับตัวเพื่อกำจัดผู้เล่นที่ไม่ดีออกไป 

 

ขณะที่ทีมนักวิจัยยังคงมีความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมคริปโต แม้ว่าจะจัดทำรายงานที่แสดงให้เห็นภาพลักษณ์ทางลบของคริปโต โดยเชื่อมั่นว่าท้ายที่สุดแล้วการพัฒนาปรับปรุงทางด้านเทคโนโลยีจะทำให้คริปโตกลับมายืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งในฐานะสกุลเงินของโลกอนาคตอย่างแท้จริงอีกครั้ง ภายใต้ระบบอัลกอริทึมที่แม่นยำและโปร่งใส โดยที่ไม่มีการตัดสินใจของมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อ้างอิง:

The post สาวกคริปโตเฮ! ราคาบิทคอยน์ฟื้นจนชดเชยความสูญเสียทั้งหมดตั้งแต่ FTX ล่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
แซม แบงก์แมน ฟรายด์ ลงนามเอกสารส่งผู้ร้ายข้ามแดนแล้ว คาดขึ้นศาลสหรัฐฯ ทันที https://thestandard.co/ftx-founder-bankman-fried-consents/ Thu, 22 Dec 2022 04:21:29 +0000 https://thestandard.co/?p=727270 FTX

ความคืบหน้ากรณีแพลตฟอร์ม FTX ล่าสุด แซม แบงก์แมน ฟรายด์ […]

The post แซม แบงก์แมน ฟรายด์ ลงนามเอกสารส่งผู้ร้ายข้ามแดนแล้ว คาดขึ้นศาลสหรัฐฯ ทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
FTX

ความคืบหน้ากรณีแพลตฟอร์ม FTX ล่าสุด แซม แบงก์แมน ฟรายด์ ผู้ก่อตั้งและอดีตซีอีโอของบริษัท ได้ยินยอมลงนามในเอกสารการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนในบาฮามาส และเตรียมเดินทางกลับสู่สหรัฐฯ ด้วยความสมัครใจ คาดว่าจะสามารถส่งตัวแบงก์แมน-ฟรายด์ กลับสู่สหรัฐฯ ได้เร็วที่สุดภายในวันพุธที่ 21 ธันวาคม (ตามเวลาสหรัฐฯ) 

 

สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า แซม แบงก์แมน-ฟรายด์ กล่าวยืนยันเสียงหนักแน่นขณะยืนอยู่ในคอกพยานว่า ต้องการใช้สิทธิของตนเองให้มีการดำเนินการส่งตัวกลับไปพิจารณาดำเนินคดีในสหรัฐฯ 

 

ก่อนหน้านี้รักษาการผู้บัญชาการกรมราชทัณฑ์ของบาฮามาสระบุว่า แซม แบงก์แมน-ฟรายด์ จะเดินทางกลับไปยังสหรัฐฯ โดยเครื่องบินของรัฐบาลกลาง หลังรับฟังการพิจารณาคดีในศาลครั้งที่ 3 ในสัปดาห์นี้

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ด้านสื่อท้องถิ่นรายงานอ้างอิงเจ้าหน้าที่วงในระบุว่า พนักงาน FBI และเจ้าหน้าที่จากแผนก Marshals Service ของสหรัฐฯ ซึ่งจัดการเรื่องคุมตัวผู้ร้ายข้ามแดนได้เดินทางถึงกรุงแนสซอ เมืองหลวงของบาฮามาส เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

 

ทั้งนี้ อดีตซีอีโอของ FTX รายนี้ ถูกตั้งข้อหาทั้งหมด 8 ข้อหา รวมถึงการฉ้อโกงผ่านระบบคอมพิวเตอร์, การฉ้อโกงผ่านการซื้อ-ขายหลักทรัพย์ และการฟอกเงิน โดยเกี่ยวกับการล้มละลายของ FTX ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเทรดคริปโต เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา 

 

ขณะที่สำนักงานอัยการสหรัฐฯ ทางตอนใต้ของนิวยอร์ก กล่าวหาว่า แซม แบงก์แมน-ฟรายด์ ได้ใช้ทรัพย์สินมูลค่ารวม 8 พันล้านดอลลาร์ของลูกค้า ไปกับการซื้ออสังหาริมทรัพย์และโครงการฟุ่มเฟือยต่างๆ อาทิ สิทธิในการตั้งชื่อสนามกีฬา และการบริจาคเงินหลายล้านดอลลาร์ให้กับนักการเมือง

 

แซม แบงก์แมน-ฟรายด์ ถูกตั้งข้อกล่าวหาโดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางและหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินจากการกระทำผิดที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) ถือเป็นกรณีฉ้อโกงครั้งใหญ่ที่สุดและไร้ยางอายที่สุดที่เกิดขึ้นล่าสุด

 

แม้จะมีรายงานว่า การพิจารณาคดีในสหรัฐฯ จะทำให้เจ้าตัวมีโอกาสประกันตัว แต่คาดว่า แซม แบงก์แมน-ฟรายด์ ต้องเผชิญกับกระบวนการพิจารณาคดีที่ยืดเยื้อ 

 

ภาพ: Tom Williams / CQ-Roll Call, Getty Images

อ้างอิง:

The post แซม แบงก์แมน ฟรายด์ ลงนามเอกสารส่งผู้ร้ายข้ามแดนแล้ว คาดขึ้นศาลสหรัฐฯ ทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
หายนะจากการล่มสลายของ FTX อาจเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมคริปโตใน 3 มิติ https://thestandard.co/ftx-crypto-in-3-ways/ Thu, 22 Dec 2022 04:10:22 +0000 https://thestandard.co/?p=727266

การล่มสลายของ FTX อดีตเว็บเทรดคริปโตเคอร์เรนซีอันดับ 2 […]

The post หายนะจากการล่มสลายของ FTX อาจเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมคริปโตใน 3 มิติ appeared first on THE STANDARD.

]]>

การล่มสลายของ FTX อดีตเว็บเทรดคริปโตเคอร์เรนซีอันดับ 2 ของโลกมูลค่า 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ได้ทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาด และถือเป็นเหตุการณ์ที่แย่ที่สุดในอุตสาหกรรมคริปโตปีนี้ นับตั้งแต่การล่มสลายของ Terra เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้อาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมคริปโต ซึ่งเป็นผลดีต่อตลาดในระยะยาวได้

 

1. กฎระเบียบการกำกับดูแลจะชัดเจนมากขึ้น

Sam Bankman-Fried อดีตซีอีโอ FTX ถูกจับกุมในบาฮามาสเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เขาถูกตั้งข้อหาโดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ในข้อหาฉ้อโกงหลักทรัพย์ และฟอกเงิน เขายังใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ของลูกค้าเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวอีกด้วย การฉ้อโกงของแซม แบงก์แมน-ฟรายด์ ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญในวงการคริปโตที่จะต้องเรียนรู้ต่อไป

 

การประกาศล้มละลายของ FTX ทำให้นักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันได้รับความเสียหายจำนวนมาก ย้อนกลับไปตั้งแต่การล่มสลายของระบบนิเวศ Terra และเหรียญ LUNA ไปจนถึงการยื่นล้มละลายของ Celsius และ Three Arrows นี่สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมคริปโตยังมีช่องว่างด้านกฎระเบียบมากมาย เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งทางรัฐบาลสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และสหราชอาณาจักรกำลังดำเนินการในประเด็นนี้


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


ทางด้าน Kevin de Patoul ซีอีโอของ Keyrock แสดงความเห็นในประเด็นนี้ว่า “เรากำลังพัฒนาไปสู่โลกที่มีทั้งการรวมศูนย์และการกระจายอำนาจ ซึ่งเมื่อมีการรวมศูนย์ เราจำเป็นต้องมีการกำกับดูแลที่เหมาะสม และเราไม่สามารถมีการรวมศูนย์แต่ขาดการกำกับดูแลเช่นกรณี FTX ได้

 

2. ตลาดจะเงียบเหงาไปอีกระยะหนึ่ง

ตลาดคริปโตเริ่มซื้อขายในสภาวะตลาดหมีมาตั้งแต่ต้นปี 2022 แต่ความเชื่อมั่นในตลาดแย่ลงมาเรื่อยๆ หลังจากเหตุการณ์ช็อกวงการอย่างการล่มสลายของ Terra ตามมาด้วยเว็บเทรด FTX  

 

แม้แต่ Binance ซึ่งปัจจุบันเป็นเว็บเทรดคริปโตอันดับ 1 ของโลกจากปริมาณการซื้อขาย ก็ยังถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใสในทุนสำรอง และบริษัทมีเงินทุนไหลออกหลายพันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

ความไม่แน่นอนและความหวาดกลัวที่เกิดขึ้น ทำให้นักลงทุนย้ายเงินออกไปยังที่ที่พวกเขาคิดว่าปลอดภัย เห็นได้จากปริมาณการซื้อขายและยอดเงินคงเหลือในบัญชีคริปโตที่ลดลง 

 

ผู้เชี่ยวชาญมองว่าตลาดจะซื้อขายอย่างเงียบเหงาต่อไป จนกว่าจะมีมาตรการกำกับดูแลที่ชัดเจนมากขึ้น และสุดท้ายเว็บเทรดและบริษัทที่มีความโปร่งใสจะสามารถอยู่รอดในฤดูหนาวคริปโตรอบนี้ได้

 

3. การเปลี่ยนผ่านไปสู่นวัตกรรมใหม่ๆ

ข่าวร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพียงการกวาดล้างบริษัทที่ไม่ดีออกจากอุตสาหกรรมเท่านั้น และสุดท้ายสินทรัพย์ดิจิทัลจะผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้

 

อุตสาหกรรมคริปโตจะเปลี่ยนผ่านจากการเก็งกำไรไปเป็นนวัตกรรมที่มีการใช้งานมากขึ้น เช่น Web 3 ปัจจุบันเราอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น และยังต้องมีการพัฒนาอีกมาก ตอนนี้เราสามารถเปรียบ Web 3 เหมือนกับอินเทอร์เน็ตในช่วงต้นยุค 90 รวมถึง Metaverse ที่อาจมีการเชื่อมต่อกับโลกเสมือนจริงได้มากขึ้น และ Non-Fungible Token (NFT) ที่อาจไม่ได้กระจุกแค่วงการเกมเท่านั้น 

 

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงและความผันผวนสูงมาก นักลงทุนจึงควรกระจายความเสี่ยง ศึกษาหาข้อมูล และวางแผนในการลงทุนด้วยความรอบคอบ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น

 

อ้างอิง:

The post หายนะจากการล่มสลายของ FTX อาจเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมคริปโตใน 3 มิติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คืบหน้าล่าสุดกรณี FTX ศาลเลื่อนพิจารณาคดีตามคำขอของทนาย แซม แบงก์แมน ฟรายด์ https://thestandard.co/ftx-extradition-sam-bankman/ Tue, 20 Dec 2022 03:38:14 +0000 https://thestandard.co/?p=726011

สื่อท้องถิ่นในบาฮามาสรายงานว่า แซม แบงก์แมน ฟรายด์ (Sam […]

The post คืบหน้าล่าสุดกรณี FTX ศาลเลื่อนพิจารณาคดีตามคำขอของทนาย แซม แบงก์แมน ฟรายด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

สื่อท้องถิ่นในบาฮามาสรายงานว่า แซม แบงก์แมน ฟรายด์ (Sam Bankman-Fried: SBF) อดีตซีอีโอและผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซี FTX ถูกส่งตัวกลับเข้าเรือนจำหลังจากที่ขึ้นศาลเพียงไม่นาน เนื่องจากทางคณะผู้พิพากษาได้ตัดบทและเลื่อนการตัดสินพิจารณาคดี ท่ามกลางความคาดหวังว่า แบงก์แมน ฟรายด์ จะถอนคำร้องโต้แย้งการส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนไปยังสหรัฐฯ

 

รายงานระบุว่า การเลื่อนการพิจารณาคดีดังกล่าวเป็นไปตามคำร้องขอของทนายความ แซม แบงก์แมน ฟรายด์ โดยอ้างเหตุผลว่า เจ้าตัวไม่ได้รับการปรึกษาอย่างเหมาะสมเกี่ยวกับการดำเนินงานดังกล่าว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


กระนั้นความยินยอมถอนคำร้องเรื่องส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนของ SBF จะเป็นการทำให้เจ้าตัวต้องกลับไปขึ้นศาลในสหรัฐฯ เพื่อต่อสู้ทางกฎหมายกับสารพัดข้อกล่าวหาทั้งทางแพ่งและทางอาญา ไม่ว่าจะเป็นการฉ้อโกงออนไลน์และการฟอกเงิน โดยเฉพาะการขโมยเงินฝากของลูกค้า FTX มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในการชำระค่าใช้จ่ายและหนี้สิน และลงทุนสำหรับการป้องกันความเสี่ยงคริปโตของเขา กองทุน Alameda Research

 

การปรากฏตัวในศาลครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากทนายความของ SBF กล่าวในตอนแรกว่าพวกเขาวางแผนที่จะต่อสู้กับการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งทางศาลบาฮามาสมีกำหนดการพิจารณาคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดนอีกครั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งหากเป็นไปตามที่รายงาน กำหนดการส่งตัวไปยังสหรัฐฯ ของ SBF ย่อมเกิดได้เร็วขึ้น

 

ทั้งนี้ ทางการบาฮามาสได้ดำเนินการจับกุมตัว SBF ตามคำร้องขอของรัฐบาลสหรัฐฯ โดยทางอัยการสหรัฐฯ กล่าวหาว่าเขามีบทบาทสำคัญในการล่มสลายอย่างรวดเร็วของ FTX และซ่อนปัญหาจากสาธารณชนและนักลงทุน ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ หรือ ก.ล.ต. สหรัฐฯ กล่าวว่า SBF ใช้เงินของนักลงทุนอย่างผิดกฎหมายเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ในนามของเขาและครอบครัว

 

หากศาลสหรัฐฯ ตัดสินว่าเจ้าตัวมีความผิดจริงตามข้อกล่าวหา อดีตซีอีโอ FTX วัย 30 ปีรายนี้อาจต้องใช้ชีวิตที่เหลือในเรือนจำเพื่อชดใช้ความผิดทั้งหมด

 

หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า การถอนคำร้องดังกล่าวเพื่อกลับมาพิจารณาคดีที่สหรัฐฯ จะเปิดทางให้ทนายความของ SBF สามารถยื่นคำขอให้เจ้าตัวได้รับการประกันตัวได้ หลังคำพิพากษาในบาฮามาสปฏิเสธคำร้องขอประกันตัวของ SBF เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพราะมีความเสี่ยงที่จะหลบหนี

 

การล่มสลายของ SBF มีขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากที่แพลตฟอร์ม FTX ยื่นขอความคุ้มครองการล้มละลายเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน โดย เดเมียน วิลเลียมส์ อัยการสูงสุดของรัฐบาลกลางในแมนฮัตตัน กล่าวถึงการล่มสลายของ FTX ว่าเป็นหนึ่งใน ‘การฉ้อโกงทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา’ พร้อมเรียกร้องให้ผู้ที่รู้เรื่องการกระทำผิดที่ FTX หรือ Alameda ให้ความร่วมมือด้วยการให้ข้อมูลหรือหลักฐานกับทางการสหรัฐฯ

 

อ้างอิง:

The post คืบหน้าล่าสุดกรณี FTX ศาลเลื่อนพิจารณาคดีตามคำขอของทนาย แซม แบงก์แมน ฟรายด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: แฉกลโกง FTX อัยการสหรัฐฯ ซัด Sam Bankman-Fried จงใจโกง | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-19122022-3/ Mon, 19 Dec 2022 06:29:15 +0000 https://thestandard.co/?p=725583

ทีมอัยการสหรัฐฯ เปิดเผยเอกสารที่แฉว่า Sam Bankman-Fried […]

The post ชมคลิป: แฉกลโกง FTX อัยการสหรัฐฯ ซัด Sam Bankman-Fried จงใจโกง | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
  • ทีมอัยการสหรัฐฯ เปิดเผยเอกสารที่แฉว่า Sam Bankman-Fried อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) และผู้ก่อตั้ง FTX ไม่เพียงกระทำการฉ้อโกงเท่านั้น แต่วางแผน ‘ตั้งแต่เริ่มต้น’ ติดตามรายละเอียดได้ในไฮไลต์นี้

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: แฉกลโกง FTX อัยการสหรัฐฯ ซัด Sam Bankman-Fried จงใจโกง | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัยการสหรัฐฯ แฉ ‘กลโกง FTX’ กว่า 8,000 ล้านดอลลาร์ ด้าน แซม แบงก์แมน ฟรายด์ อดีตซีอีโอยังปัดรับข้อกล่าวหา https://thestandard.co/prosecutors-ftx-fraud/ Mon, 19 Dec 2022 03:38:29 +0000 https://thestandard.co/?p=725504

สถานีโทรทัศน์ CNBC รายงานเปิดเผยเอกสารของทางอัยการกลางส […]

The post อัยการสหรัฐฯ แฉ ‘กลโกง FTX’ กว่า 8,000 ล้านดอลลาร์ ด้าน แซม แบงก์แมน ฟรายด์ อดีตซีอีโอยังปัดรับข้อกล่าวหา appeared first on THE STANDARD.

]]>

สถานีโทรทัศน์ CNBC รายงานเปิดเผยเอกสารของทางอัยการกลางสหรัฐฯ ซึ่งออกมาแจกแจงกลโกงของ แซม แบงก์แมน ฟรายด์ (Sam Bankman-Fried: SBF) อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) และผู้ก่อตั้ง FTX แพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซีที่โฆษณาว่าเป็นช่องทางที่ปลอดภัยในการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล 

 

รายงานระบุว่าจนถึงขณะนี้ SBF ยังคงปิดปากเงียบ ไม่ยอมรับในข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้น เพียงแต่เน้นย้ำว่าตนเองเสียใจและขอโทษต่อเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น โดยไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเจ้าตัวขอโทษเรื่องอะไร และจนถึงขณะนี้ SBF ยังคงยืนกรานปฏิเสธอย่างแข็งขันว่าไม่ได้กระทำการฉ้อโกง


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


อย่างไรก็ตาม เพียงแค่หนึ่งวันหลังจากที่ SBF ถูกจับกุมตัวที่บ้านพักในบาฮามาส ทางทีมอัยการสหรัฐฯ ก็เปิดเผยเอกสารที่แฉว่า SBF ไม่เพียงกระทำการฉ้อโกงเท่านั้น แต่ยังทำการวางแผน ‘ตั้งแต่เริ่มต้น’

 

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการควบคุมการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ตลาดฟิวเจอร์ส (CFTC) ร่วมกับอัยการรัฐบาลกลางจากสำนักงานอัยการสหรัฐฯ ในเขตทางตอนใต้ของนิวยอร์ก กล่าวว่าจากหลักฐานทั้งหมดที่มี SBF เป็นหัวใจสำคัญของ ‘การฉ้อฉลทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อเมริกา’

 

รายงานระบุว่า แบงก์แมน ฟรายด์ ก่อตั้งกองทุนป้องกันความเสี่ยงคริปโต Alameda Research ในเดือนพฤศจิกายน 2017 โดยเจ้าตัวจับมือร่วมกับ แกรี หวัง เพื่อนร่วมรุ่นจาก MIT เช่าพื้นที่สำนักงานในเบิร์กลีย์ แคลิฟอร์เนีย ซึ่งโดยพื้นฐานแล้ว Alameda Research เป็นร้านเก็งกำไร ซื้อ Bitcoin ในราคาที่ต่ำกว่าจากการแลกเปลี่ยนหนึ่งและขายในราคาที่สูงขึ้นในอีกที่หนึ่ง ความแตกต่างของราคาในเกาหลีใต้กับส่วนอื่นๆ ของโลก ทำให้ SBF และหวังทำกำไรมหาศาลจากสิ่งที่เรียกว่า ‘The Kimchi Swap’

 

ต่อมาในเดือนเมษายน 2019 SBF และหวังพร้อมด้วย U.C. Nishad Singh บัณฑิตจาก Berkeley ได้ร่วมกันก่อตั้ง FTX.com ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลระหว่างประเทศที่นำเสนอคุณสมบัติการซื้อขายที่เป็นนวัตกรรมใหม่แก่ลูกค้า พร้อมคำมั่นรับรองว่า FTX แพลตฟอร์มที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้

 

หน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาลกลางที่ CFTC กล่าวว่า เพียงหนึ่งเดือนหลังจากก่อตั้ง FTX.com ซีอีโออย่าง SBF ก็ใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินของลูกค้า โดยเฉพาะเงินฝากคริปโตเคอร์เรนซีส่วนบุคคลของลูกค้า เพื่อเก็งกำไรใน Alameda ของตนเอง 

 

ทั้งนี้ในการทำธุรกิจ ผู้บริหารสามารถนำทรัพย์สินของลูกค้าไปบริหารเพื่อทำกำไรได้ เรียกว่า ‘Rehypothecation’ เป็นคำที่ใช้เมื่อธุรกิจใช้ทรัพย์สินของลูกค้าอย่างถูกกฎหมายเพื่อเก็งกำไรและลงทุน ซึ่งต้องได้รับความยินยอมจากลูกค้า แต่ SBF ไม่ได้รับอนุญาตจากลูกค้าให้นำเงินไปใช้ และเงื่อนไขของการใช้งานของ FTX ก็ระบุห้ามอย่างชัดเจน ไม่ให้เจ้าตัว หรือ Alameda ใช้เงินของลูกค้าเพื่ออะไรก็ตาม เว้นแต่ลูกค้าจะอนุญาต

 

CFTC อ้างอิงรายงานปี 2019 พบว่า ตั้งแต่ก่อตั้ง FTX มีเงินของลูกค้าจำนวนมากไหลเข้าตลาดฟิวเจอร์สเกิน 100 ล้านดอลลาร์ทุกวัน โดย CFTC ระบุว่า การใช้เงินของลูกค้าสำหรับการเดิมพันของ Alameda ถือเป็นการฉ้อโกง

 

CFTC รายงานว่า ปัญหาของบริษัท Alameda Research ปะทุขึ้นในราวเดือนมิถุนายน 2022 หลังจากที่บริษัทไม่สามารถปฏิบัติตาม Margin Call และภาระผูกพันด้านเงินกู้ได้ ท่ามกลางราคาคริปโตที่ร่วงลงอย่างหนัก ประกอบกับการล่มสลายของ Terra, Celsius และ Three Arrows Capital จนราคาสินทรัพย์คริปโตร่วงระนาวและและทำให้เกิดการชำระบัญชีจำนวนมาก   

 

ในช่วงเวลาดังกล่าว แบงก์แมน ฟรายด์ บอกให้ผู้บริหาร FTX ปรับโครงสร้างสินทรัพย์และหนี้สินของ Alameda ซึ่งอาจมากกว่า 8,000 ล้านดอลลาร์ ตามที่ FTX รายงานไว้เบื้องต้น ถือเป็นการกระทำที่แสดงเจตนาปกปิดการฉ้อโกง 

 

สื่อในสหรัฐฯ รายงานว่า นอกจากคดีทางแพ่งแล้ว แบงก์แมน ฟรายด์ ต้องเผชิญกับข้อหาฉ้อโกงทางอาญาเช่นกัน นับเป็นการล่มสลายอย่างรวดเร็วของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้กอบกู้วงการคริปโต 

 

ขณะนี้ SBF กำลังมุ่งหน้าไปยังศาล Bahamian เพื่อมอบตัวและเข้าสู่กระบวนการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนเพื่อเข้าร่วมการพิจารณาคดีในสหรัฐฯ ต่อไป โดยทางการสหรัฐฯ 3 แห่ง คือ อัยการสหรัฐฯ จาก Southern District of New York (SDNY) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) และ CFTC ได้ตั้งข้อหาอดีตซีอีโอของ FTX ในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงิน หลังจากการจับกุม แบงก์แมน ฟรายด์ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา 

 

วันเดียวกัน ทาง Delphi Digital ข้อมูลเชิงลึกของบริษัทกี่ยวกับคริปโต เปิดเผยพบภาวะเงินไหลออกในปริมาณมหาศาลจาก Binance แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซีที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีการไหลออกสุทธิมากกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงวันที่ 13-14 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่ง Delphi Digital คาดว่า กระแสการถอนเงินจำนวนมากอาจเกิดจากการล่มสลายของแพลตฟอร์ม FTX จนฉุดให้ระดับความน่าเชื่อถือต่อแพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซีอื่นๆ ในวงการลดต่ำลง 

 

ขณะที่ทาง Changpeng Zhao (CZ) ซีอีโอของ Binance ยืนยันว่าสินทรัพย์ทั้งหมดในการแลกเปลี่ยนนั้นได้รับการสำรองแบบหนึ่งต่อหนึ่ง ดังนั้น ลูกค้าของ Binance สามารถถอนสินทรัพย์ที่มีบน Binance ได้ 100% โดยที่ทาง Binance ไม่ได้มีผลกระทบแต่อย่างใด 

 

อ้างอิง:

The post อัยการสหรัฐฯ แฉ ‘กลโกง FTX’ กว่า 8,000 ล้านดอลลาร์ ด้าน แซม แบงก์แมน ฟรายด์ อดีตซีอีโอยังปัดรับข้อกล่าวหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลสหรัฐฯ ตั้ง 8 ข้อหาอาญาอดีตผู้ก่อตั้ง FTX ด้าน SEC สั่งฟ้องฐานฉ้อโกงนักลงทุน https://thestandard.co/ftx-sec-8-charges/ Wed, 14 Dec 2022 03:22:30 +0000 https://thestandard.co/?p=723205 FTX

สถานีโทรทัศน์ CNN รายงานว่า ศาลแขวงใต้ของรัฐนิวยอร์กในส […]

The post ศาลสหรัฐฯ ตั้ง 8 ข้อหาอาญาอดีตผู้ก่อตั้ง FTX ด้าน SEC สั่งฟ้องฐานฉ้อโกงนักลงทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
FTX

สถานีโทรทัศน์ CNN รายงานว่า ศาลแขวงใต้ของรัฐนิวยอร์กในสหรัฐฯ ได้ตั้งข้อหาทางอาญารวม 8 ข้อหาต่อ แซม แบงก์แมน ฟรายด์ (Sam Bankman-Fried หรือ SBF) ผู้ก่อตั้งและอดีตซีอีโอแพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปเตอร์เคอร์เรนซี FTX หลังทางการสามารถจับกุมตัว Bankman-Fried ได้ที่บ้านของเจ้าตัวในบาฮามาสเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (12 ธันวาคม) 

 

ทั้งนี้ ทางอัยการสูงสุดของบาฮามาสออกแถลงการณ์ระบุว่า การจับกุมตัว SBF เกิดขึ้นหลังจากทางการสหรัฐฯ แจ้งว่าได้ยื่นฟ้อง SBF ในคดีอาญา โดยขณะนี้หน่วยงานสหรัฐฯ และบาฮามาสกำลังตรวจสอบว่า SBF มีส่วนเกี่ยวข้องกับการล้มละลายของ FTX หรือไม่

 

ด้าน เดเมียน วิลเลียมส์ อัยการประจำศาลแขวงใต้ของรัฐนิวยอร์กในสหรัฐฯ กล่าวว่า การจับกุมตัว SBF เป็นไปตามคำร้องขอของรัฐบาลสหรัฐฯ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


รายงานระบุว่า ทางอัยการในเขตทางตอนใต้ของนิวยอร์กได้เปิดคำฟ้องเมื่อวันอังคาร โดยตั้งข้อหา SBF ด้วยการฉ้อโกง และข้อหาสมรู้ร่วมคิดหลายกระทง รวมถึงการสมรู้ร่วมคิดในการฉ้อโกงนักลงทุน ผู้ให้กู้ และสหรัฐฯ กระทำการฉ้อโกงสินค้าโภคภัณฑ์ หลักทรัพย์ และการฟอกเงิน และละเมิดกฎหมายการเงิน

 

นอกจากนี้ทางอัยการยังกล่าวหาว่า SBF สมรู้ร่วมคิดกับผู้อื่นในแผนการมากมาย รวมถึงการใช้เงินฝากของลูกค้าใน FTX ในทางที่ผิด ซึ่งใช้เพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายของ Alameda อีกทั้ง SBF ยังถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงผู้ให้กู้แก่ Alameda โดยให้ข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของกองทุนเฮดจ์ฟันด์

 

ขณะเดียวกันนอกจากการตั้งข้อหาจากศาลแล้ว ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ SEC ยังได้สั่งฟ้อง SBF ฐานฉ้อโกงนักลงทุนอีกด้วย 

 

ทั้งนี้ เอกสารคำร้องของ SEC ที่ยื่นต่อศาลระบุว่า SBF สามารถระดมทุนได้มากกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์จากบรรดานักลงทุนในคริปโต นับตั้งแต่ปี 2019 จากแพลตฟอร์ม FTX ด้วยการโฆษณาว่าเป็นช่องทางที่ปลอดภัยในการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล ก่อนถ่ายโอนเงินลงทุนของลูกค้าไปยังกองทุนส่วนตัวของตัวเองอย่าง Alameda Research LLC โดยมิได้แจ้งให้ลูกค้าทราบ 

 

ยิ่งไปกว่านั้น SBF ยังผสมเงินทุนต่างๆ ของลูกค้าในกองทุนดังกล่าวและนำไปลงทุนส่วนตัว รวมทั้งซื้ออสังหาริมทรัพย์ราคาแพง และบริจาคให้นักการเมือง โดยไม่มีการเปิดเผยต่อลูกค้าและนักลงทุนใน FTX แต่อย่างใด ดังนั้นจึงเข้าข่ายฉ้อโกง 

 

แถลงการณ์ของ แกรี เจนส์เลอร์ ประธาน SEC สหรัฐฯ ระบุว่า SBF ก่อร่างสร้างบริษัทด้วยพื้นฐานของการหลอกลวง โดยการโกหกนักลงทุนว่าการลงทุนในคริปโตเป็นการสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยที่ปลอดภัย 

 

นอกจากนี้ ทางคณะกรรมาธิการการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดฟิวเจอร์ส (The Commodity Futures Trading Commission) ยังตั้งข้อหาอดีตซีอีโอ FTX วัย 30 ปีรายนี้อีกหนึ่งกระทงต่างหาก ควบคู่ไปกับข้อหาของทาง SEC

 

รายงานระบุว่า ท่าทีความเคลื่อนไหวทั้งหมดของทางการสหรัฐฯ เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า SBF อาจจะต้องเผชิญข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีกหลายกระทง โดย SEC เปิดเผยว่าขณะนี้มีการสอบสวนอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับ ‘การละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์อื่นๆ’ และในหน่วยงานและบุคคลอื่นๆ

 

คดีความทั้งหมดของ SBF มีขึ้นหลังจากที่ทาง FTX ได้ยื่นเรื่องต่อศาลสหรัฐฯ ตามมาตรา 11 เพื่อขอการพิทักษ์ทรัพย์จากภาวะล้มละลายเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ไม่นานหลังจากที่ทาง Binance บริษัทซื้อขายคริปโตรายใหญ่ที่สุดของโลก ประกาศยกเลิกข้อตกลงซื้อกิจการ FTX ซึ่งการล้มละลายดังกล่าวส่งผลให้ทั้ง FTX และ SBF เผชิญกับการสอบสวนจากทั้งหน่วยงานของสหรัฐฯ และบาฮามาส ซึ่งเป็นประเทศที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ FTX

 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานระบุว่าทางการสหรัฐฯ ได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบ FTX มานานหลายเดือนแล้วก่อนที่บริษัทจะล้มละลาย โดยการตรวจสอบมุ่งเน้นไปยังประเด็นที่ว่า FTX ดำเนินการตามข้อกฎหมาย Bank Secrecy Act ของสหรัฐฯ หรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมานั้นทางการสหรัฐฯ ใช้กฎหมายดังกล่าวเพื่อกำหนดให้สถาบันการเงินใช้มาตรการป้องกันการฟอกเงินและการระดมเงินเพื่อการก่อการร้าย และเพื่อตรวจสอบแพลตฟอร์มคริปโตที่กล่าวอ้างอย่างผิดๆ ว่าไม่ได้ให้บริการแก่ลูกค้าในสหรัฐฯ

 

วันเดียวกัน หลังจากมีรายงานการตั้งข้อหาดังกล่าว ทางจอห์น เรย์ ผู้บริหารคนใหม่ของ FTX ได้ออกมาแสดงความเห็นต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า แนวทางการจัดการที่ไม่ดีและผู้นำที่ไม่มีประสบการณ์นำไปสู่การล้มละลายของ FTX 

 

“การล่มสลายของกลุ่ม FTX ดูเหมือนจะมีสาเหตุมาจากการกระจุกตัวของการควบคุมในมือของกลุ่มบุคคลกลุ่มเล็กๆ ที่ไม่มีประสบการณ์และไม่มีความรู้ความสามารถ” เรย์กล่าว และเพิ่มเติมว่า แทบไม่มีความแตกต่างระหว่างการดำเนินงานของ FTX และ Alameda Research ซึ่งเป็นบริษัทการค้าคริปโตของ SBF ซึ่งยังคงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับแพลตฟอร์ม FTX

 

เรย์ยังกล่าวต่อคณะกรรมการบริการทางการเงินของสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหรัฐฯ (US House of Representatives Financial Services Committee) ว่าภายในบริษัทไม่มีการเก็บบันทึกหรือระบบการควบคุมภายในใดๆ เลย แถมยังต้องตกใจอย่างมากเมื่อรู้ว่าองค์การมูลค่ามหาศาลอย่าง FTX ใช้ QuickBooks ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่มุ่งสู่ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง สำหรับการบัญชีและการอนุมัติใบแจ้งหนี้ผ่านข้อความ Slack 

 

ขณะเดียวกันเรย์ยอมรับว่าไม่เชื่อในรายงานงบการเงินที่ตรวจสอบแล้วก่อนหน้า เนื่องจากบริษัทสูญเสียเงินของลูกค้าไปถึง 8 พันล้านดอลลาร์ ดังนั้นจึงไม่อาจวางใจในกระดาษที่ยืนยันเพียงแค่แผ่นเดียวกัน จึงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบ ซึ่งอาจต้องใช้เวลายาวนานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน เพื่อรักษาทรัพย์สินทั้งหมด และยอมรับว่ากระบวนการทั้งหมดอาจใช้เวลายาวนาน 

 

อ้างอิง:

The post ศาลสหรัฐฯ ตั้ง 8 ข้อหาอาญาอดีตผู้ก่อตั้ง FTX ด้าน SEC สั่งฟ้องฐานฉ้อโกงนักลงทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>