Robert Lewandowski Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/robert-lewandowski/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 14 Sep 2023 13:02:15 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 5 ดาวซัลโว จาก 5 ลีกใหญ่ของยุโรป https://thestandard.co/top-scorer-from-5-european-leagues/ Mon, 20 Mar 2023 07:27:50 +0000 https://thestandard.co/?p=765602 5 ดาวซัลโว จาก 5 ลีกใหญ่ของยุโรป

นอกเหนือจากการขับเคี่ยวแชมป์ลีกที่เข้มข้นในช่วงโค้งสุดท […]

The post 5 ดาวซัลโว จาก 5 ลีกใหญ่ของยุโรป appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 ดาวซัลโว จาก 5 ลีกใหญ่ของยุโรป

นอกเหนือจากการขับเคี่ยวแชมป์ลีกที่เข้มข้นในช่วงโค้งสุดท้ายแบบนี้ เรื่องของผู้นำ ‘ดาวซัลโว’ ของแต่ละลีกเป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ตั้งแต่ความร้อนแรงของ เออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์ ที่ยิงแบบถล่มทลายในทุกๆ นัด ไปจนถึง วิคเตอร์ โอซิมเฮน ที่ขอแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในฐานะดาวยิงสูงสุดแห่งเวทีกัลโช เซเรีย อา อิตาลี ในฤดูกาลนี้

 

THE STANDARD รวบรวมข้อมูล 5 ดาวซัลโว จาก 5 ลีกยักษ์ใหญ่ของยุโรปมาให้ชมกันว่าดาวซัลโวของแต่ละลีกเป็นใครกันบ้าง และแต่ละคนซัดกันไปเท่าไรในเกมลีกฤดูกาลนี้

 

หมายเหตุ: ตัวเลขสกอร์ดังกล่าวเป็นจำนวนประตูที่ทำได้เฉพาะเกมลีกเท่านั้น ไม่นับรวมกับรายการอื่นๆ

 

5 ดาวซัลโว จาก 5 ลีกใหญ่ของยุโรป

 

ภาพประกอบ: เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

The post 5 ดาวซัลโว จาก 5 ลีกใหญ่ของยุโรป appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอลโลก 2022: เลวาน vs. เมสซี! พรีวิวฟุตบอลโลกแบบจัดเต็มกับกูรู ‘บอ.บู๋’ I The Champion https://thestandard.co/worldcup2022-the-champion-30112022/ Wed, 30 Nov 2022 10:18:15 +0000 https://thestandard.co/?p=718068 พรีวิว ฟุตบอลโลก

The Champion วันนี้พาย้อนดูบทสรุปของกลุ่ม A-B ตั้งแต่ 4 […]

The post บอลโลก 2022: เลวาน vs. เมสซี! พรีวิวฟุตบอลโลกแบบจัดเต็มกับกูรู ‘บอ.บู๋’ I The Champion appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรีวิว ฟุตบอลโลก

The Champion วันนี้พาย้อนดูบทสรุปของกลุ่ม A-B ตั้งแต่ 4 ทีมที่เข้ารอบไปมีทีมไหนบ้าง ไปจนถึงประเด็น, สถิติในสนามมีอะไรให้น่าขยายความต่อบ้าง และตบท้ายด้วยพรีวิว 4 แมตช์คืนนี้ หนึ่งในนั้นคือเกมที่แฟนบอลต่างให้ความสนใจระหว่างโปแลนด์ดวลกับอาร์เจนตินา นอกจากจะมี 3 แต้มสำคัญเป็นเดินพันแล้ว แฟนบอลยังจะได้เห็นการดวลกันของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี vs. ลิโอเนล เมสซี

 


 

 


 

ร่วมพูดคุยและเจาะลึกกันแบบเข้มข้นกับ เมธา พันธุ์วราทร คอลัมนิสต์ THE STANDARD และเจ้าของเพจ Sockr และ บอ.บู๋-บูรณิจฉ์ รัตนวิเชียร นักเขียนข่าวกีฬา และคอลัมนิสต์ในเครือสยามสปอร์ต

 

พบกันในรายการพิเศษ The Champion ดำเนินรายการโดย ดิษยุตม์ ธนบุญชัย บรรณาธิการข่าวกีฬา สำนักข่าว THE STANDARD วันนี้ 30 พฤศจิกายน เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD

The post บอลโลก 2022: เลวาน vs. เมสซี! พรีวิวฟุตบอลโลกแบบจัดเต็มกับกูรู ‘บอ.บู๋’ I The Champion appeared first on THE STANDARD.

]]>
10 ซูเปอร์สตาร์ที่อย่าได้คลาดสายตา ในฟุตบอลโลก 2022 https://thestandard.co/worldcup2022-17112022-2/ Thu, 17 Nov 2022 10:10:06 +0000 https://thestandard.co/?p=710989

ในฟุตบอลโลก 2022 ครั้งนี้จะมีนักฟุตบอลจำนวน 832 คน จาก […]

The post 10 ซูเปอร์สตาร์ที่อย่าได้คลาดสายตา ในฟุตบอลโลก 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในฟุตบอลโลก 2022 ครั้งนี้จะมีนักฟุตบอลจำนวน 832 คน จาก 32 ชาติ เข้าร่วมการชิงชัยความเป็นหนึ่งของโลกลูกหนัง

 

จากจำนวนนักเตะ 832 คนนี้ มีนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์อยู่ 10 คนที่เราอยากให้จับตามองเป็นพิเศษสำหรับฟุตบอลโลกครั้งนี้ ที่น่าจะเป็นแสงสว่างในการแข่งขันฟุตบอลโลกกลางทะเลทราย

 

ไม่ต้องพูดเยอะ ไปดูกันเลยว่ามีใครบ้าง! 🙂

 


 

  • เกาะติดการแข่งขันบอลโลก 2022’ รายงานสดการแข่งขัน โปรแกรม พร้อมกับเรื่องราวที่น่าสนใจในศึกฟุตบอลโลก ที่ thestandard.co/worldcup2022

 


 

 

เนย์มาร์ (บราซิล)

จริงอยู่ที่ ‘ลา เซเลเซา’ ชุดนี้จะมีขุมกำลังแนวรุกที่จัดจ้านอย่างมากด้วยนักเตะอย่าง วินิซิอุส จูเนียร์, โรดริโก, แอนโทนี, ราฟินญา, ริชาร์ลิสัน แต่คนที่ถือเป็น ‘พระเอก’ ตัวจริงคือเจ้าชายลูกหนังของชาวบราซิลอย่างเนย์มาร์อยู่ดี

 

เนย์มาร์ คือนักฟุตบอลในคำทำนายที่จะพาบราซิลกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งหลังสิ้นสุดยุคของ ‘อิล เฟโนเมโน’ โรนัลโด นาซาริโอ แต่คำทำนายนั้นไม่เป็นจริงในปี 2014 ที่เขาโชคร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัสในระหว่างการแข่งขัน และในปี 2018 ที่ฟอร์มการเล่นตกต่ำและมีปัญหาเรื่องทัศนคติการเล่น

 

ครั้งนี้เนย์มาร์ในวัย 30 ปีกลับมาอยู่ในช่วงที่ฟอร์มการเล่นดีอีกครั้ง นอกจากฝีเท้าจัดจ้าน ยังมีความเป็นผู้นำที่เด่นชัดขึ้นด้วย และการที่เจ้าตัวบอกว่าไม่รู้จะมีโอกาสเล่นฟุตบอลโลกอีกไหม หมายถึงครั้งนี้จะเป็นฟุตบอลโลกที่เขาทุ่มสุดตัวอย่างแน่นอน

 

อ่านต่อ: Team Profile: ฟุตบอลทีมชาติบราซิล (Brazil national football team)

 


 

 

คาริม เบนเซมา (ฝรั่งเศส)

เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์คนล่าสุด เบนเซมาห่างหายจากฟุตบอลโลกมานานเพราะเพิ่งกลับมาติดทีมชาติฝรั่งเศสอีกครั้งในศึกยูโร 2020 เมื่อปีที่ผ่านมา แต่เมื่อกลับมาแล้วก็สามารถเป็นที่พึ่งพาของทีมได้ โดยเฉพาะการประสานงานร่วมกับ คีเลียน เอ็มบัปเป นักเตะที่เป็นความหวังสูงสุดของทีม

 

แต่ในยามที่เอ็มบัปเปดูมีปัญหาเรื่องของทัศนคติในการเล่นกับสโมสร ฝีเท้าและประสบการณ์ที่บ่มเพาะมาถึงขีดสุดของเบนเซมา ทำให้เขาจะเป็นคนที่ ‘เลส์ เบลอส์’ ฝากความหวังได้ เพราะอาจจะไม่มีฟุตบอลโลกครั้งต่อไปสำหรับตัวเขาอีกแล้ว สตาร์ในวัย 34 ปีจะงัดทุกอย่างออกมาอย่างไม่ต้องสงสัย

 

อ่านต่อ: Team Profile: ฟุตบอลทีมชาติฝรั่งเศส (France national football team)

 


 

 

แฮร์รี เคน (อังกฤษ)

ทีม ‘สิงโตคำราม’ ทำผลงานได้ดีเกินความคาดหมายใน 2 รายการระดับเมเจอร์ล่าสุดอย่างฟุตบอลโลก 2018 ที่เข้าถึงรอบรองชนะเลิศ และฟุตบอลยูโร 2020 ที่ไปถึงรอบชิงชนะเลิศ และได้ชิงในบ้านด้วย แต่พลาดท่าพ่ายอิตาลีไปแบบเจ็บปวด

 

คนสำคัญของอังกฤษคือ แฮร์รี เคน ศูนย์หน้ากัปตันทีมที่เป็นนักเตะระดับเวิลด์คลาสจริงๆ คนเดียวในทีมที่สามารถสร้างความแตกต่างได้ และแม้จะมีคนทัดทานว่าสภาพร่างกายของดาวยิงวัย 30 ปีตอนนี้อาจจะไม่สดมากนักเพราะกรำศึกหนักมาตลอด แต่ฟอร์มในพรีเมียร์ลีกช่วงหลังดูเหมือนกัปตันสิงโตจะกลับมาเข้าฝักยิงคมกริบอีกครั้ง

 

นี่อาจจะเป็นฟุตบอลโลกที่เคนฉายแสงเต็มๆ

 

อ่านต่อ: Team Profile: ฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ (England National Football Team)

 


 

 

เควิน เดอ บรอยน์ (เบลเยียม) 

ผู้นำรุ่นปัจจุบันแห่ง Golden Generation ของเบลเยียม ที่แม้เพื่อนๆ จะโรยราลงมามากตามวัย แต่ฟอร์มการเล่นของ เควิน เดอ บรอยน์ ไต่ระดับมาถึงจุดพีคของชีวิต และพีคต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 แล้ว

 

‘ร่างทอง’ ของเดอ บรอยน์ สามารถเสกได้ทุกอย่างในสนาม และชวนให้คิดถึงเทพนิยายของ ซีเนดีน ซีดาน ที่แบกทีมชาติฝรั่งเศสในปี 2006 จนถึงรอบชิงชนะเลิศ ก่อนความฝันจะพังทลายลงหลังจากที่โดน มาร์โก มาเตรัซซี กองหลังอิตาลีปั่นหัวจนตบะแตก

 

เราจะได้เห็นร่างทองของ KDB ไหมในฟุตบอลโลกครั้งนี้ น่าติดตามมากๆ

 

อ่านต่อ: Team Profile: ฟุตบอลทีมชาติเบลเยียม (Belgium national football team)

 


 

 

คริสเตียโน โรนัลโด (โปรตุเกส)

ถึงสภาพของ ‘CR7’ จะยับเยินแค่ไหนในเวลานี้ ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้เราละสายตาไปจากสุดยอดนักเตะตลอดอย่างโรนัลโดได้เด็ดขาด

 

ในวัย 37 ปี สภาพร่างกายที่แข็งแกร่งเหมือนเทพเจ้าของเขาอาจจะดูโรยราลงไปบ้าง และฟอร์มการเล่นก็ย่ำแย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่การเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกสที่องค์ประกอบทุกอย่างถูกสร้างมาเพื่อตอบสนองเขา มันแตกต่างจากการอยู่ในทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาก

 

สิ่งเดียวที่โรนัลโดจะต้องทำเร็วที่สุดคือการเคลียร์ใจกับทีมไม่ให้เหลืออะไรติดค้างในใจกันก่อนลงสนาม ถ้าทำได้เราอาจจะได้เห็นเขาสร้างสถิติอะไรสักอย่างในฟุตบอลโลกหนนี้ก็ได้

 

อ่านต่อ: Team Profile: ฟุตบอลทีมชาติโปรตุเกส (Portugal national football team)

 


 

 

ซนฮึงมิน (เกาหลีใต้)

นักฟุตบอลจากเอเชียคนเดียวที่ได้รับการยกย่องว่าไปถึงระดับโลกในตอนนี้ ซึ่งแม้อาตี๋ซนจะโชคร้ายได้รับบาดเจ็บหนักที่บริเวณกระดูกเบ้าตาจนต้องเข้ารับการผ่าตัด แต่ฝีมือหมอเกาหลี (เดี๊ยว!) ทำให้ไม่มีปัญหาที่จะกลับมาลงสนามได้ทันเวลา

 

ซนเองก็อยู่ในวัยพีคของชีวิตเช่นกันกับตัวเลข 30 ขวบ และเขาคือความหวังสูงสุดไม่ใช่เฉพาะแค่เกาหลีใต้ แต่อาจรวมถึงทั้งเอเชียที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า ‘บูรพาไม่แพ้’ เป็นอย่างไร

 

อ่านต่อ: Team Profile: ฟุตบอลทีมชาติเกาหลีใต้ (South Korea national football team)

 


 

 

เปดรี (สเปน)

ในฟุตบอลยูโร 2020 เปดรีคือความมหัศจรรย์ที่ไม่มีใครคาดคิด กองกลางเด็กน้อยวัยกระเตาะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในแดนกลางของทีมชาติสเปน และยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นสตาร์รุ่นใหม่ที่ชวนให้คิดถึงรุ่นพี่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ หรือ อันเดรส อิเนียสตา ขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาดใจ

 

ฟุตบอลโลกครั้งนี้เปดรีในวัย 19 ปี (ย้ำ 19 ปี!) ไม่ได้เป็นแค่ความหวังของทีมชาติสเปน แต่เป็นความหวังของวงการฟุตบอลที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าอายุเป็นแค่ตัวเลขเท่านั้น หากเก่งพอก็คือเก่งพอ

 

อ่านต่อ: Team Profile: ฟุตบอลทีมชาติสเปน (Spain national football team)

 


 

 

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี (โปแลนด์)

หนึ่งในกลุ่มของนักเตะระดับ ‘ซูเปอร์แมน’ ของโลก ฟอร์มของเลวานดอฟสกีในช่วง 2 ปีมานี้อาจจะไม่พีคเหมือนช่วงก่อนหน้านี้นัก แต่ไม่ได้หมายความว่า ‘พลัง’ ของเขาจะลดลงไปแต่อย่างใด

 

กองหน้าตัวเป้าที่สมบูรณ์แบบที่สุดคนหนึ่งเท่าที่โลกเคยมีมายังคงแข็งแกร่ง หาตำแหน่งเยี่ยม และการจบสกอร์คมกริบในระดับที่อย่าได้ปล่อยให้อยู่คนเดียวโล่งๆ ในกรอบเขตโทษทีเดียว

 

โป้ง หาย แน่นอน

 

อ่านต่อ: Team Profile: ฟุตบอลทีมชาติโปแลนด์ (Poland national football team)

 


 

 

ซาดิโอ มาเน (เซเนกัล)

ความหวังของชาวเซเนกัลและความภูมิใจของชาวแอฟริกา ซาดิโอ มาเน พาทีมชาติคว้าแชมป์แอฟริกาคัพออฟเนชันส์ได้เมื่อต้นปี เอาชนะ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ เพื่อนร่วมทีมลิเวอร์พูล (ในขณะนั้น) คว้าสิทธิ์มาแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้สำเร็จ

 

ปัญหาคือมาเนเกิดบาดเจ็บที่กระดูกหน้าแข้งในช่วงก่อนฟุตบอลโลกจะเริ่มแค่ไม่ถึง 2 สัปดาห์ ซึ่งเดิมถูกคาดหมายว่าอาจจะกลับมาไม่ไหว แต่สุดท้ายก็ได้รับการเรียกตัวติดทีมชาติเซเนกัลมาด้วย ด้วยหวังว่าอาจจะกลับมาได้สักนัด

 

การลงสนามของมาเนในฟุตบอลโลกครั้งนี้จะเป็นโมเมนต์ที่น่าจดจำอย่างแน่นอน

 

อ่านต่อ: Team Profile: ฟุตบอลทีมชาติเซเนกัล (Senegal national football team)

 


 

 

ลิโอเนล เมสซี (อาร์เจนตินา)

The Last Dance สำหรับราชาลูกหนังโลกผู้ไม่เคยไปถึงจุดสูงสุดของโลกลูกหนังอย่างแท้จริง ในวัย 34 ปี เมสซียืนยันว่านี่คือฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของเขา และโชคดีสำหรับพวกเราทุกคนที่ดูเหมือนเมสซีย้อนเวลากลับมาอยู่ในช่วงที่สภาพร่างกายและฟอร์มการเล่นเข้าขั้นมหัศจรรย์อีกครั้ง

 

แชมป์โคปาอเมริกาเมื่อปีที่แล้ว และแชมป์ฟินาลิสซิมา (อเมริกาใต้ vs. ยุโรป) บ่งบอกว่าอาร์เจนตินายุคนี้มีความแข็งแกร่งมากพอที่จะประสบความสำเร็จได้ ทีมชุดนี้ยังได้รับการสร้างขึ้นมาเพื่อส่งเมสซีให้ไปถึงความฝันให้ได้สักครั้ง

 

สำหรับเมสซีเองตอนนี้ทุกอย่างถูกขัดเกลามาถึงขีดสุดแล้ว เหมือนยอดยุทธ์ที่ไม่ต้องตวัดกระบี่ก็ทำให้ใบไม้ขาดได้ และเราจะได้เห็นสิ่งนี้แน่นอนในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ซึ่งคนจำนวนมากอยากเห็นความฝันของเขาเป็นจริงสักครั้ง

 

อ่านต่อ: Team Profile: ฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินา (Argentina national football team)

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

The post 10 ซูเปอร์สตาร์ที่อย่าได้คลาดสายตา ในฟุตบอลโลก 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไม่พลิก! คาริม เบนเซมา ผงาดคว้าบัลลงดอร์สมัยแรกอย่างยิ่งใหญ่ https://thestandard.co/benzema-ballondor-2022/ Tue, 18 Oct 2022 00:22:47 +0000 https://thestandard.co/?p=696608

ประกาศรางวัลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับรางวัลลูกบอลทองคำห […]

The post ไม่พลิก! คาริม เบนเซมา ผงาดคว้าบัลลงดอร์สมัยแรกอย่างยิ่งใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ประกาศรางวัลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับรางวัลลูกบอลทองคำหรือบัลลงดอร์ จัดโดยนิตยสาร ‘ฟรองซ์ ฟุตบอล’ (France Football) ของฝรั่งเศส โดยปีนี้รางวัลดังกล่าวตกเป็นของ คาริม เบนเซมา กองหน้าวัย 34 ปีของเรอัล มาดริด ที่สร้างผลงานอย่างยอดเยี่ยมตลอดปีที่ผ่านมา

 

ส่วนรางวัลอื่นๆ ที่มอบในรายการเดียวกัน มีดังนี้

 

  • รางวัลบัลลงดอร์ของฝ่ายหญิง เป็นของ อเลเซีย ปูเตยาส นักเตะสาววัย 28 ปี จากบาร์เซโลนา ซึ่งเธอได้รับรางวัลลูกบอลทองคำมาครองเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน

 

  • รางวัลยาชิน โทรฟี (ผู้รักษาประตูแห่งปี) เป็นของ ติโบต์ กูร์ตัวส์ ผู้รักษาประตูจากเรอัล มาดริด

 

  • รางวัลโกปา โทรฟี (ดาวรุ่งแห่งปี) เป็นของ กาบี กองกลางวัย 17 ปี จากบาร์เซโลนา

 

  • รางวัลแกร์ด มุลเลอร์ โทรฟี (กองหน้ายอดเยี่ยม) เป็นของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี กองหน้าวัย 34 ปี จากบาร์เซโลนา

 

  • สโมสรยอดเยี่ยมแห่งปี 2022 ตกเป็นของทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้

The post ไม่พลิก! คาริม เบนเซมา ผงาดคว้าบัลลงดอร์สมัยแรกอย่างยิ่งใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บาเยิร์นคว้า เดอ ลิกต์ จากยูเวนตุส 77 ล้านยูโร สวนทาง เลวานดอฟสกี ที่ซบอกบาร์ซาทางการ https://thestandard.co/matthijs-de-ligt-join-bayern-munich/ Wed, 20 Jul 2022 08:22:04 +0000 https://thestandard.co/?p=656398 มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์

บาเยิร์น มิวนิก สโมสรฟุตบอลอันดับ 1 ของบุนเดสลีกา เยอรม […]

The post บาเยิร์นคว้า เดอ ลิกต์ จากยูเวนตุส 77 ล้านยูโร สวนทาง เลวานดอฟสกี ที่ซบอกบาร์ซาทางการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์

บาเยิร์น มิวนิก สโมสรฟุตบอลอันดับ 1 ของบุนเดสลีกา เยอรมนี ประกาศคว้าตัว มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์ ปราการหลังอนาคตไกลทีมชาติเนเธอร์แลนด์มาจากยูเวนตุส ด้วยค่าตัว 77 ล้านยูโร หลังเปิดทางให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี สุดยอดหัวหอกย้ายร่วมทีมบาร์เซโลนาสมความตั้งใจในราคา 50 ล้านยูโร

 

โดยหลังจากที่ต้องยอมปล่อยกองหน้าวัย 34 ปีให้กับทีมดังแห่งสเปน ตามความต้องการของเลวานดอฟสกีที่ยืนกรานไม่ต้องการเล่นให้กับบาเยิร์นอีกต่อไป ในราคา 50 ล้านยูโร ซึ่งหัวหอกทีมชาติโปแลนด์ได้เดินทางไปร่วมทัพนักเตะบาร์ซาที่อยู่ระหว่างการทัวร์ในสหรัฐอเมริกาเรียบร้อย ทางด้านบาเยิร์นไม่รอช้า เปิดตัวนักเตะใหม่เช่นกันในรายของเดอ ลิกต์ กองหลังวัย 22 ปี

 

“ผมมีความสุขอย่างยิ่งที่ได้ย้ายมาร่วมทีมสโมสรที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้” เดอ ลิกต์กล่าว

 

“เอฟซี บาเยิร์น คือหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของวงการฟุตบอลเยอรมนี และเป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดในยุโรปและในโลก

 

“ผมรู้สึกประทับใจกับการจัดการด้านกีฬาที่จริงจังจากที่ได้คุยกับโค้ชและบอร์ดบริหารมาตั้งแต่แรก และทำให้ผมมั่นใจ เหนืออื่นใดคือนี่คือสโมสรที่มีเป้าหมายยิ่งใหญ่ ผมภูมิใจอย่างยิ่งที่ตอนนี้ผมได้เป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของบาเยิร์น”

 

เดอ ลิกต์ ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นเป้าหมายของเชลซี ที่ต้องการตัวมาเสริมแนวรับเช่นกัน และต้องเบนเป้าไปร่วมล่า ฌูลส์ กุนเด กองหลังทีมชาติฝรั่งเศสของเซบียากับบาร์เซโลนาแทน มีค่าตัวในการย้ายทีมที่ 77 ล้านยูโร แต่ยังไม่แซงหน้าสถิติค่าตัว 80 ล้านยูโรของ ลูกัส แอร์กน็องเดซ ที่ย้ายมาจากแอตเลติโก มาดริดด้วยค่าตัว 80 ล้านยูโรเมื่อปี 2019

 

นอกจากปราการหลังรายนี้แล้ว บาเยิร์นได้คว้าตัว ซาดิโอ มาเน กองหน้าระดับเวิลด์คลาสมาจากลิเวอร์พูล รวมถึง 2 นักเตะจากอาแจ็กซ์ อย่าง ไรอัน กราเวนเบิร์ช กองกลาง และ นูส์แซร์ มาซราอูย แบ็กขวาที่ย้ายมาก่อนหน้านี้

 

อ้างอิง:

The post บาเยิร์นคว้า เดอ ลิกต์ จากยูเวนตุส 77 ล้านยูโร สวนทาง เลวานดอฟสกี ที่ซบอกบาร์ซาทางการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เหตุผลที่การคว้าตัว เลวานดอฟสกี สำคัญต่อบาร์เซโลนาในเรื่องการตลาด ไม่น้อยกว่าความสำเร็จในสนาม https://thestandard.co/reasons-to-grab-robert-lewandowski/ Mon, 18 Jul 2022 12:55:30 +0000 https://thestandard.co/?p=655468 Robert Lewandowski

ในขณะที่แฟนบอลบาร์เซโลนิสตากำลังมีความสุขกับการที่ทีมสา […]

The post เหตุผลที่การคว้าตัว เลวานดอฟสกี สำคัญต่อบาร์เซโลนาในเรื่องการตลาด ไม่น้อยกว่าความสำเร็จในสนาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Robert Lewandowski

ในขณะที่แฟนบอลบาร์เซโลนิสตากำลังมีความสุขกับการที่ทีมสามารถคว้าตัว โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี สุดยอดศูนย์หน้าของโลกในเวลานี้มาร่วมทีมได้สำเร็จ โจน ลาปอร์ตา และเหล่าผู้บริหารของสโมสรเองก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเช่นเดียวกัน

 

เพราะถึงการทุ่มเงิน 60 ล้านยูโรสำหรับกองหน้าที่กำลังจะมีอายุครบ 34 ปีสำหรับทีมที่ประสบปัญหาทางการเงินแสนสาหัสอย่างบาร์ซา ซึ่งก็ไม่ได้ขาดแคลนแนวรุกเลยแม้แต่น้อย จะดูเป็นเรื่องที่ดูไม่ได้สมเหตุสมผลมากนัก

 

แต่สำหรับบาร์ซาแล้ว ราคาที่พวกเขาจ่ายไปสำหรับเลวานดอฟสกีไม่ได้เพียงเพื่อความสำเร็จในสนามเท่านั้น การคว้าตัวกองหน้ารายนี้มีความหมายมากกว่านั้น

 

 Robert Lewandowski

เลวานดอฟสกี กอดลา ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ ในการซ้อมครั้งสุดท้ายกับบาเยิร์น มิวนิก

 

ฮีโร่ที่คัมป์นูต้องการ

เลวานดอฟสกีอาจจะมีอายุใกล้ 34 ปีแล้ว ซึ่งในความเข้าใจของแฟนฟุตบอลทั่วไป มันคือวัยที่นักฟุตบอลโรยราจนใกล้ถึงขีดสุด แต่ด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬาและเทคโนโลยีในปัจจุบัน นักฟุตบอลระดับซูเปอร์สตาร์จำนวนมากที่ยืดอายุการใช้งานของร่างกายออกไปได้อีกหลายปี


คริสเตียโน โรนัลโด และ คาริม เบนเซมา คือตัวอย่างของกองหน้าที่อายุมากแล้วแต่ยังรักษาสภาพร่างกายเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม และยิ่งมากประสบการณ์ก็ยิ่งเล่นได้เหนือชั้นขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเลวานดอฟสกีก็ไม่ได้แตกต่างกับยอดศูนย์หน้าอีกสองคนเลย ผลงานช่วงหลายปีที่ผ่านมาคือเครื่องการันตีได้เป็นอย่างดี

 

สิ่งสำคัญที่ดาวยิงทีมชาติโปแลนด์มีให้กับบาร์ซาที่คาดหวังได้มากกว่าจำนวนประตูคือ การเป็น ‘เบอร์หนึ่ง’ ในทีมสายเลือดใหม่ ที่แม้จะมีสตาร์มากมายในทีม แต่ไม่มีใครที่จะสามารถทดแทนการจากไปของ ลิโอเนล เมสซี นักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาลของสโมสรได้

 

ด้วยฝีเท้า ด้วยบารมี และด้วยไฟที่ยังมีอยู่เต็มเปี่ยม เลวานดอฟสกีจะเป็นผู้นำของทีมชุดของ ชาบี เอร์นานเดซ ได้อย่างแน่นอน ในระหว่างที่รอให้ อันซู ฟาติ กองหน้าดาวรุ่งของทีมเติบโตและก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่อย่างมั่นคง รวมถึง เฟร์ราน ตอร์เรส ที่ชาบีจัดไว้เป็นอนาคตของบาร์ซา

 

 Robert Lewandowski           

Posterboy ที่ฝ่ายการตลาดยิ่งต้องการ

อย่างที่บอกว่าบาร์ซาอาจจะมีสตาร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ปิแอร์ เอเมอริก โอบาเมยอง, อุสมาน เดมเบเล ที่เปลี่ยนใจต่อสัญญากับทีม, เซร์คิโอ บุสเกตส์ กับ เคราร์ด ปิเก้ ตัวเก๋า หรือสายเลือดใหม่อย่างฟาติ, เปดรี และกาบี ที่เป็นเพชรเม็ดงามของวงการลูกหนังอย่างแน่นอน

 

แต่ไม่มีใครที่จะเป็นซูเปอร์สตาร์ในแบบเดียวกับที่เมสซีเคยเป็น

 

สิ่งนี้คือสิ่งที่เลวานดอฟสกีสามารถมอบให้แก่บาร์ซาได้ทันที เพราะสุดยอดกองหน้าผู้นี้จะจุดกระแสความคลั่งไคล้ในตัวของแฟนๆ ที่แอบเฉาหลังการอำลาทีมของเมสซี ซึ่งสามารถรอดูข่าวยอดขายเสื้อแข่งที่สกรีนชื่อของดาวยิงโปแลนด์ได้ในเร็วๆ นี้

 

มากกว่านั้นคือการเป็น Endorser ชั้นเยี่ยม ซึ่งส่วนตัวของเลวานดอฟสกีก็ร่วมงานกับแบรนด์มากมาย ตั้งแต่ Gillette ไปจนถึง EA Sports ดังนั้นอานิสงส์ของเขาจะส่งถึงบาร์ซาด้วยอย่างแน่นอน และจะช่วยทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์ของบาร์ซาดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (ไม่นับลาลีกา ที่ได้อานิสงส์ไปด้วยเพราะจะทำให้เกม ‘เอลกลาซิโก’ กลับมาเดือดอีกครั้ง)

 

ดังนั้นแม้จะเป็นการเซ็นสัญญาที่ดูไม่สมเหตุสมผลหากคิดถึงเรื่องค่าตัวเทียบกับวัยของนักเตะ แต่อย่างน้อย 2-3 ปีต่อจากนี้ เลวานดอฟสกีจะมีส่วนช่วยบาร์ซาไม่เพียงแค่ในเรื่องของความสำเร็จในสนาม แต่ยังเป็นเรื่องนอกสนาม ทั้งการทำการตลาด การขายสินค้า ไปจนถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์

 

จริงอยู่ที่การลงทุนใดๆ ย่อมมีความเสี่ยง แต่ลาปอร์ตาและบาร์ซาเชื่อว่านี่คือการลงทุนที่น่าจะได้ผลตอบแทนที่ดี มากกว่าแค่ 60 ล้านยูโรที่จะเสียไปอย่างแน่นอน

 

ส่วนจะจริงแค่ไหน ให้เวลาหาคำตอบให้พวกเราแล้วกัน 🙂

 

อ้างอิง:

The post เหตุผลที่การคว้าตัว เลวานดอฟสกี สำคัญต่อบาร์เซโลนาในเรื่องการตลาด ไม่น้อยกว่าความสำเร็จในสนาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
บาร์เซโลนาบรรลุข้อตกลง คว้าตัวเลวานดอฟสกี 50 ล้านยูโร พร้อมเปิดตัวราฟินญาเรียบร้อย https://thestandard.co/barcelona-bought-robert-lewandowski/ Sat, 16 Jul 2022 02:38:18 +0000 https://thestandard.co/?p=654542 Robert Lewandowski

บาร์เซโลนาบรรลุข้อตกลงในการคว้าตัว โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี […]

The post บาร์เซโลนาบรรลุข้อตกลง คว้าตัวเลวานดอฟสกี 50 ล้านยูโร พร้อมเปิดตัวราฟินญาเรียบร้อย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Robert Lewandowski

บาร์เซโลนาบรรลุข้อตกลงในการคว้าตัว โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี กองหน้าหมายเลขหนึ่งของโลกจากทีมบาเยิร์น มิวนิก ด้วยค่าตัว 50 ล้านยูโร ตามการรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศ ขณะเดียวกันได้เปิดตัว ราฟินญา ปีกขวาทีมชาติบราซิล ที่คัมป์นู เป็นที่เรียบร้อย

 

การย้ายทีมของเลวานดอฟสกีเป็นหนึ่งในการย้ายทีมที่ถูกจับตามองมากที่สุดในช่วงปิดฤดูกาลนี้ ซึ่งหลังจากที่เรื่องยืดเยื้อมานาน ในที่สุดบาร์เซโลนากับบาเยิร์นก็สามารถตกลงเรื่องค่าตัวกันได้ โดย Sky Sports ระบุว่า ค่าตัวในการย้ายทีมอยู่ที่ 50 ล้านยูโร ซึ่งหลังจากนี้กองหน้าวัย 34 ปี จะเดินทางไปยังประเทศสเปนในวันนี้ เพื่อตรวจร่างกายก่อนที่จะเซ็นสัญญาระยะเวลา 3 ปี พร้อมออปชันในการขยายระยะเวลาอีก 1 ปี ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการต่อไป

 

ขณะเดียวกันบาร์ซาได้เปิดตัวราฟินญา ปีกทีมชาติบราซิล ต่อหน้าแฟนๆ ที่คัมป์นู เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังย้ายทีมด้วยค่าตัว 55 ล้านปอนด์ โดยสตาร์วัย 25 ปีที่อดทนเฝ้ารอจนได้มาเล่นกับทีมในความฝันกล่าวว่า “ผมฝันมาตั้งแต่เด็กที่จะได้มาอยู่ที่นี่ ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด”

 

อ้างอิง:

The post บาร์เซโลนาบรรลุข้อตกลง คว้าตัวเลวานดอฟสกี 50 ล้านยูโร พร้อมเปิดตัวราฟินญาเรียบร้อย appeared first on THE STANDARD.

]]>
บาร์เซโลนากับการเคลื่อนไหวครั้งแรกเพื่อล่าตัว โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ด้วยค่าตัว 35 ล้านยูโร https://thestandard.co/barcelona-movement-for-robert-lewandowski/ Fri, 24 Jun 2022 08:50:31 +0000 https://thestandard.co/?p=646022 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี

อีกหนึ่งการโยกย้ายที่ถูกจับตามองมากที่สุดสำหรับตลาดการซ […]

The post บาร์เซโลนากับการเคลื่อนไหวครั้งแรกเพื่อล่าตัว โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ด้วยค่าตัว 35 ล้านยูโร appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี

อีกหนึ่งการโยกย้ายที่ถูกจับตามองมากที่สุดสำหรับตลาดการซื้อขายผู้เล่นในช่วงปิดฤดูกาลนี้คือข่าวการย้ายทีมของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี หนึ่งในกองหน้าที่เก่งที่สุดในโลก ที่ต้องการย้ายไปร่วมทีมบาร์เซโลนา และล่าสุดทีมดังแคว้นคาตาลันได้เริ่มต้นการทาบทามตัวอย่างเป็นทางการด้วยข้อเสนอแรกที่ 35 ล้านยูโร

 

ตามรายงานข่าวจากต่างประเทศมีการเปิดเผยว่า บาร์เซโลนาได้ทำการยื่นข้อเสนอเพื่อขอซื้อศูนย์หน้าทีมชาติโปแลนด์วัย 34 ปี อย่างเป็นทางการครั้งแรกที่ 35 ล้านยูโร และจะมีการจ่ายตามเงื่อนไขอีก 5 ล้านยูโรด้วยกัน เพียงแต่คาดว่าบาเยิร์น มิวนิกจะปฏิเสธข้อเสนอครั้งนี้ก่อน

 

โดยแม้ว่าจะได้ตัว ซาดิโอ มาเน มาจากลิเวอร์พูลแล้ว แต่บาเยิร์น มิวนิกยังยืนกรานต่อสาธารณะว่า เลวานดอฟสกียังมีสัญญากับสโมสรอีก 1 ปีด้วยกัน โดย ฮาซาน ซาลิฮามิดซิช บอร์ดด้านกีฬาของบาเยิร์นให้สัมภาษณ์ต่อ Sky Germany ว่าถึงจะพร้อมเปิดกว้างสำหรับการย้ายทีมหากมีข้อเสนอที่เหมาะสม แต่ยังมั่นใจเต็มร้อยว่ากองหน้าตัวเก่งจะอยู่กับทีมต่อไปแน่นอน

 

อย่างไรก็ดี เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีรายงานว่าซาลิฮามิดซิช รวมถึง โอลิเวอร์ คาห์น CEO ของบาเยิร์นได้พบกับ ปินี ซาฮาวี เอเจนต์ส่วนตัวของเลวานดอฟสกี โดยทั้งการเจรจาพูดคุยระหว่างทั้งสองฝ่ายเป็นไปด้วยดี ซึ่งโทนเสียงของฝ่ายแชมป์บุนเดสลีกานั้นอ่อนลงกว่าในช่วงเดือนที่แล้ว ที่มีการประกาศกร้าวตอบโต้กับดาวยิงชาวโปแลนด์ที่บอกชัดว่าไม่ต้องการเล่นในแคว้นบาวาเรียอีกต่อไป

 

สำหรับบาร์เซโลนา ที่ผ่านมาประสบปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรง เป็นหนี้สินถึงกว่า 1.3 พันล้านยูโร แต่ตั้งเป้าในการได้ตัวเลวานดอฟสกีมาเป็นฮีโร่สำหรับการกอบกู้สโมสรอีกครั้ง ซึ่งดาวยิงบาเยิร์นต้องการจะย้ายออกจากถิ่นอลิอันซ์ อารีนาเช่นกัน หลังเกิดความไม่พอใจกับฝ่ายบริหารของสโมสร

 

โดยบาร์ซาหวังว่าจะได้เลวานดอฟสกีมาในราคาที่ไม่สูงมากกว่า 50 ล้านยูโร ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นราคาที่บาเยิร์นพอใจเช่นกัน แม้จะหมายถึงการสูญเสียดาวยิงหมายเลขหนึ่งของสโมสรก็ตาม เพียงแต่การเจรจามีความล่าช้า เนื่องจากบาร์ซาจำเป็นต้องจัดการเรื่องหนี้สินของสโมสรและการปลดล็อกทางการเงิน เนื่องจากกฎการเงินของลาลีกาเป็นข้อจำกัดในการเซ็นสัญญากับนักฟุตบอลใหม่ที่แม้จะได้ตัวฟรีมาแต่ก็ไม่สามารถลงทะเบียนได้ เช่น อันเดรียส คริสเตนเซน และ แฟรงค์ เคสซี

 

แต่จากการที่บาร์ซาได้รับฉันทามติจากสมาชิกสโมสร ที่ได้ลงคะแนนรับรองแผนการฝ่าวิกฤตทางการเงินด้วยการขายสิทธิประโยชน์จากค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดและการขายหุ้นบริษัทที่ดูแลด้านลิขสิทธิ์และสินค้าของสโมสร (BLM) ที่คาดว่าจะทำเงินกลับมาได้มากกว่า 700 ล้านยูโร ทำให้สามารถเคลื่อนไหวในตลาดนักเตะได้อีกครั้ง

 

นอกจากรายของเลวานดอฟสกีแล้ว บาร์ซายังต้องการนักเตะอีกหลายราย โดยเฉพาะในแนวรับที่มีข่าวกับ ฌูลส์ กุนเด ปราการหลังดาวรุ่งอนาคตไกลของเซบียา รวมถึงอีก 2 นักเตะเชลซีอย่าง มาร์กอส อลอนโซ และ เซซาร์ อัซปิลิกวยตา ที่มีโอกาสจะย้ายตามคริสเตนเซนมาอยู่ในคัมป์นูด้วย เพียงแต่เป้าหมายหลักยังคงอยู่ที่เลวานดอฟสกีก่อน

 

ทีมที่จับตามองสถานการณ์ในเวลานี้คือปารีส แซงต์ แชร์กแมง ซึ่งมีข่าวว่าอาจจะมีการขายเนย์มาร์ออกจากทีมในช่วงปิดฤดูกาลนี้ และเชลซี ซึ่งตกลงจะปล่อย โรเมลู ลูกากู กองหน้าทีมชาติเบลเยียมกลับให้อินเตอร์ มิลานแบบยืมตัว

 

หลังจากนี้หากบาเยิร์นปฏิเสธข้อเสนอนี้ เชื่อว่าบาร์ซาจะยื่นข้อเสนอกลับมาใหม่อีกครั้ง และเชื่อว่าทั้งสองฝ่ายน่าจะสามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ โดยเลวานดอฟสกีพร้อมที่จะตอบตกลงเพื่อจะไปอยู่ในสเปนอยู่แล้ว

 

อ้างอิง:

The post บาร์เซโลนากับการเคลื่อนไหวครั้งแรกเพื่อล่าตัว โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ด้วยค่าตัว 35 ล้านยูโร appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุดแตกหักระหว่าง เลวานดอฟสกี-บาเยิร์น มิวนิก และสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป https://thestandard.co/robert-lewandowski-bayern-munich-conflict/ Tue, 31 May 2022 05:13:59 +0000 https://thestandard.co/?p=635921 Robert Lewandowski

“เรื่องของผมกับบาเยิร์นถึงจุดจบแล้ว ผมจินตนาการไม่ออกว่ […]

The post จุดแตกหักระหว่าง เลวานดอฟสกี-บาเยิร์น มิวนิก และสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
Robert Lewandowski

“เรื่องของผมกับบาเยิร์นถึงจุดจบแล้ว ผมจินตนาการไม่ออกว่าเราจะร่วมงานกันต่อได้อย่างไร” คำประกาศของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี กลายเป็นประเด็นข่าวใหญ่ของวงการฟุตบอลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ที่แฟนลูกหนังทั่วโลกต่างจับตา

 

อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ไม่ถึงกับเป็นสิ่งที่เกินความคาดหมาย และอย่างน้อยก็มีสัญญาณบ่งบอกล่วงหน้ามาพักใหญ่แล้วสำหรับอนาคตของกองหน้า ‘หมายเลข 9’ ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งมีรายงานข่าวว่าได้มีการเจรจากับบาร์เซโลนา และบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นด้วยวาจากันเป็นที่เรียบร้อยในสัญญาระยะเวลา 3 ปีด้วยกัน

 

“ผมหวังว่าพวกเขาจะไม่ขัดขวางผม (จากการย้ายทีม) เพียงเพราะพวกเขาสามารถทำได้ การย้ายทีมของผมคือทางออกที่ดีที่สุดแล้วสำหรับทุกคน”

 

เพียงแต่หากมองย้อนกลับไปแล้ว การออกมาประกาศแตกหักของดาวยิงชาวโปแลนด์กับต้นสังกัดที่ทำให้เขากลายเป็นกองหน้าที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของยุคสมัย เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอยู่ไม่น้อย เพราะตลอดมาความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายเป็นไปด้วยดีตลอด

 

ย้อนกลับไปในเดือนตุลาคม ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายยังดีอยู่ โดยเฉพาะกับ โอลิเวอร์ คาห์น อดีตผู้รักษาประตูระดับตำนานที่ปัจจุบันนั่งแท่นบริหารเป็นซีอีโอของสโมสร โดยมีการอัดคลิปที่เลวานดอฟสกีโชว์ความแม่นในการเตะบอลไปยังหน้าต่างห้องทำงานของซีอีโอสโมสร

 

คลิปนั้นจบลงที่คาห์นก็โชว์สกิลความหนึบด้วยการรับบอลเอาไว้ด้วยรอยยิ้ม

 

หรือแม้กระทั่งในเดือนที่แล้ว The Athletic เผยว่าทางด้านเลวานดอฟสกียังคงเปิดกว้างสำหรับการเจรจาเรื่องสัญญาฉบับใหม่กับบาเยิร์นอยู่

 

แล้วอะไรคือปัญหา?

 

ปัญหานั้นเกิดจากความลังเลของบาเยิร์น – ซึ่งปัจจุบันอยู่ใต้การบริหารของคาห์น และผู้อำนวยการสโมสรอย่าง ฮาซาน ซาลิฮามิดซิช อดีตนักเตะสารพัดประโยชน์ที่เป็นเพื่อนร่วมทีมกัน – ที่ไม่เปิดการเจรจากับเลวานดอฟสกีอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

 

สาเหตุนั้นมาจากด้วยวัย 33 ปีของ ‘เลวานดี’ ที่ถือว่าค่อนข้างสูงแล้ว แม้ว่าปัจจุบันจะยังรักษาสภาพร่างกายเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งกองหน้าชาวโปแลนด์ต้องการสัญญาระยะยาว แต่บาเยิร์นไม่ต้องการที่จะลงทุนอนาคตกับนักเตะที่อายุมาก

 

และมากกว่านั้นคือการที่เริ่มมีกระแสข่าวว่าบาเยิร์นกำลังคิดถึงการที่จะดึงกองหน้าอายุน้อยอนาคตไกลอย่าง เออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์ มาจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในระหว่างฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งกลายเป็นชนวนความไม่พอใจของเลวานดอฟสกี

 

เรื่องนี้ ปินี ซาฮาวี ซูเปอร์เอเจนต์ที่ดูแลสุดยอดดาวยิง ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับ Bild สื่อกีฬาชื่อดังของเยอรมนีเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า “บาเยิร์นได้สูญเสียไม่ใช่แค่ในฐานะนักเตะ แต่ในฐานะเพื่อนคนหนึ่งด้วย”

 

สำหรับบาเยิร์น พวกเขามองว่าซาฮาวีอาจเป็นสาเหตุของรอยร้าว เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สโมสรอันดับ 1 ของเยอรมนีตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เพราะเมื่อปีกลายพวกเขาก็สูญเสีย ดาวิด อลาบา ปราการหลังชาวออสเตรียที่เป็นเสาหลักของทีมไปในแบบเดียวกัน โดยสุดท้ายหลังการเจรจาสัญญาล้มเหลวก็ย้ายไปเรอัล มาดริดแบบไม่มีค่าตัว

 

ความลำบากสำหรับทีมจากแคว้นบาวาเรียคือ การที่พวกเขาแทบไม่เหลือโอกาสในการกล่อมให้เลวานดอฟสกีกลับมามีใจอีกครั้ง และการบังคับฝืนใจโดยไม่ยอมให้ย้ายทีมนั้นอาจไม่เป็นผลดีต่อใครเลยอย่างที่กล่าวไว้

 

สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือความยากลำบากในการหาใครมาทดแทน เพราะนับตั้งแต่ดึงตัวมาจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เลวานดอฟสกีคือสุดยอดดาวยิงที่แบกทีมเอาไว้ในแนวรุก ในแต่ละฤดูกาลสตาร์ชาวโปแลนด์ทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะในช่วง 7 ฤดูกาลหลังสุดที่ยิงได้มากกว่า 40 ประตูโดยตลอด

 

การจะหากองหน้าที่มาทดแทนในระดับนี้แทบเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อฮาลันด์เลือกย้ายไปแมนเชสเตอร์ ซิตี้แล้ว ตัวเลือกกองหน้าในระดับเดียวกันที่พอจะทดแทนได้มีเพียงแค่ แฮร์รี เคน เท่านั้น แต่โอกาสได้ตัวเป็นไปได้ยาก เนื่องจากเวลานี้กัปตันทีมชาติอังกฤษกลับมามีความสุขในการเล่นให้กับท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ภายใต้ อันโตนิโอ คอนเต อีกครั้ง และด้วยวัยแล้ว การทุ่มเงินมหาศาลเพื่อแลกกับนักเตะที่อายุใกล้ 30 ปี เป็นเรื่องที่ไม่มีทางเกิดขึ้นกับบาเยิร์นเด็ดขาด

 

คนที่พอจะมีโอกาสคือ ซาดิโอ มาเน กองหน้าวัย 30 ปีจากลิเวอร์พูล เพียงแต่สตาร์ชาวเซเนกัลเองไม่ใช่กองหน้าในสไตล์เดียวกัน นอกนั้นอาจจะมีกองหน้าในบุนเดสลีกาอย่าง พาทริก ชิก ที่เพิ่งต่อสัญญาใหม่กับไบเออร์ เลเวอร์คูเซน หรือ คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู กองหน้าจากแอร์เบ ไลป์ซิก แต่ดูแล้วไม่ใช่คนจะทดแทนได้อยู่ดี

 

อย่างไรก็ดี สำหรับเลวานดอสฟกีแล้วอนาคตของเขาก็ยังไม่ถือว่าแน่นอนนัก เพราะบาร์เซโลนายังประสบปัญหาทางการเงินอย่างแสนสาหัสในเวลานี้ โดยมีรายงานข่าวว่าพวกเขาไม่สามารถลงทะเบียนนักเตะใหม่อย่าง แฟรงค์ เคสซี และ อันเดรียส คริสเตนเซน ที่ได้ตัวมาแบบฟรีๆ จากเอซี มิลาน และเชลซี

 

นั่นหมายถึงโอกาสที่พวกเขาจะคว้าตัวเลวานดอฟสกีที่ต้องจ่ายเงินค่าตัวและค่าเหนื่อยด้วย เป็นโจทย์ยากที่ โจน ลาปอร์ตา ต้องพยายามบริหารจัดการ

 

เพียงแต่หากสมมติการย้ายทีมไปบาร์เซโลนาล้มเหลวจริง นั่นไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีทีมอื่นที่สนใจสุดยอดกองหน้ารายนี้อีก โดยเฉพาะหากได้ตัวในสนนราคาที่ถือว่าถูก เมื่อเทียบกับผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับที่อย่างน้อยการันตี 30-40 ประตูต่อฤดูกาล

 

ยกตัวอย่างเช่นทีมจากพรีเมียร์ลีกอย่างเชลซี ที่อาจปล่อย โรเมลู ลูกากู กลับไปให้อินเตอร์ มิลาน หากได้เลวานดอฟสกีมาเป็นนักเตะใหม่เปิดหัวยุคเจ้าของใหม่ ทอดด์ โบห์ลี ที่เพิ่งได้สโมสรมาครอบครองอย่างเป็นทางการก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี

 

ยกเว้นแต่บาเยิร์น มิวนิกจะปรับท่าทีให้อ่อนลง และพยายามกลับมาง้อเลวานดอฟสกีอย่างจริงใจอีกครั้ง

 

แต่โอกาสที่ทั้งสองฝ่ายจะกลับมาจับมือกันอีกครั้งดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่แทบเป็นไปไม่ได้ในเวลานี้ แม้ว่าในเกมฟุตบอลเราจะไม่สามารถพูดว่า ‘ไม่’ ได้ไม่ว่าจะกับเรื่องใดก็ตาม

 

อ้างอิง:

The post จุดแตกหักระหว่าง เลวานดอฟสกี-บาเยิร์น มิวนิก และสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘โรนัลโด-เลวานดอฟสกี’ โล่ง หลังโปรตุเกส-โปแลนด์คว้าชัยศึกเพลย์ออฟ ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกทั้งคู่ https://thestandard.co/portugal-and-poland-qualified-for-world-cup-finals/ Wed, 30 Mar 2022 01:06:41 +0000 https://thestandard.co/?p=611977 โรนัลโด-เลวานดอฟสกี

คริสเตียโน โรนัลโด และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี โล่งใจ หลัง […]

The post ‘โรนัลโด-เลวานดอฟสกี’ โล่ง หลังโปรตุเกส-โปแลนด์คว้าชัยศึกเพลย์ออฟ ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกทั้งคู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรนัลโด-เลวานดอฟสกี

คริสเตียโน โรนัลโด และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี โล่งใจ หลังจากที่ทั้งทีมชาติโปรตุเกสและโปแลนด์คว้าชัยชนะในรอบเพลย์ออฟ และสามารถผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ประเทศกาตาร์ได้สำเร็จ

 

ศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนยุโรป เกมเพลย์ออฟ เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (29 มีนาคม) มีการลงสนามทั้งสิ้น 2 คู่ด้วยกัน เนื่องจากอีกสายที่เหลือถูกเลื่อนการแข่งขันออกไปก่อน เนื่องจากมีทีมชาติยูเครนที่อยู่ในภาวะสงครามรวมอยู่ด้วย โดยเกมเพลย์ออฟนี้หากใครชนะจะได้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกทันที

 

คู่ที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ เกมระหว่างทีมชาติโปรตุเกสที่นำมาโดย คริสเตียโน โรนัลโด ซูเปอร์สตาร์วัย 37 ปี ซึ่งต้องรับมือมาซิโดเนียเหนือ ทีมจอมพลิกล็อกที่เขี่ยแชมป์ยูโร 2020 อย่างอิตาลี ร่วงตกรอบมาได้ แต่ปรากฏว่าเกมนี้โปรตุเกสเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ บรูโน แฟร์นันด์ส ที่เป็นฮีโร่ทำคนเดียว 2 ประตูในชัยชนะ 2-0 ของทีม ทำให้สามารถผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกได้สำเร็จ

 

ส่วนอีกคู่น่าติดตามเช่นกัน เมื่อโปแลนด์ที่นำมาโดย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี กองหน้าที่เก่งที่สุดในโลกเวลานี้ จะต้องพบกับสวีเดนที่นำมาโดย ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ซึ่งขอกลับมาช่วยทีมชาติอีกครั้ง ด้วยหวังโอกาสจะเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ให้ได้ แต่ความหวังของกองหน้าวัย 41 ปีต้องจบลง เมื่อโปแลนด์ทำได้ดีกว่า และเอาชนะได้ 2-0 จากประตูของเลวานดอฟสกีและ ปิโอเตอร์ ซีลีนสกี 

 

อ้างอิง:

The post ‘โรนัลโด-เลวานดอฟสกี’ โล่ง หลังโปรตุเกส-โปแลนด์คว้าชัยศึกเพลย์ออฟ ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกทั้งคู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่อง ‘ใครโหวตใคร’ ในรางวัล Best FIFA Men’s Player of the Year https://thestandard.co/best-fifa-mens-player-of-the-year/ Tue, 18 Jan 2022 06:10:41 +0000 https://thestandard.co/?p=583671 Best FIFA Men’s Player of the Year

ทราบผลกันไปแล้วว่า โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี หัวหอกพระกาฬโปแ […]

The post ส่อง ‘ใครโหวตใคร’ ในรางวัล Best FIFA Men’s Player of the Year appeared first on THE STANDARD.

]]>
Best FIFA Men’s Player of the Year

ทราบผลกันไปแล้วว่า โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี หัวหอกพระกาฬโปแลนด์ของทีมบาเยิร์น มิวนิก ได้รางวัลนักฟุตบอลชายยอดเยี่ยมแห่งปี FIFA The Best 

 

แต่ซูเปอร์สตาร์คนอื่นๆ จะมีใครโหวตให้ใครกันบ้าง THE STANDARD ชวนมาแอบส่องกัน 👀

 

 

ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

The post ส่อง ‘ใครโหวตใคร’ ในรางวัล Best FIFA Men’s Player of the Year appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลวานดอฟสกี ควงคู่ ปูเตยาส คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี ‘FIFA The Best’ https://thestandard.co/robert-lewandowski-and-alexia-putellas-received-fifa-the-best/ Tue, 18 Jan 2022 02:04:44 +0000 https://thestandard.co/?p=583613 เลวานดอฟสกี ควงคู่ ปูเตยาส

อาจจะผิดหวังในรางวัลบัลลงดอร์ แต่สำหรับรางวัล FIFA Best […]

The post เลวานดอฟสกี ควงคู่ ปูเตยาส คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี ‘FIFA The Best’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลวานดอฟสกี ควงคู่ ปูเตยาส

อาจจะผิดหวังในรางวัลบัลลงดอร์ แต่สำหรับรางวัล FIFA Best Awards 2022 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ยังคงได้รับเลือกให้เป็นนักฟุตบอลชายยอดเยี่ยมเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ขณะที่รางวัลนักเตะหญิงเป็นของ อเลเซีย ปูเตยาส สาวสเปนที่คว้ารางวัลบัลลงดอร์ไปก่อนหน้านี้

 

ในการประกาศรางวัล FIFA Best Awards ที่จัดเป็นประจำทุกปีโดยสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ผลปรากฏว่าเลวานดอฟสกี สุดยอดหัวหอกทีมชาติโปแลนด์ของสโมสรบาเยิร์น มิวนิก ซึ่งทำผลงานสุดยอดยิงไปตลอดทั้งปีถึง 69 ประตู ได้รับเลือกให้เป็นนักฟุตบอลชายยอดเยี่ยมแห่งปี โดยเอาชนะ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์​ และ ลิโอเนล เมสซี ได้ ขณะที่รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมฝ่ายหญิงตกเป็นของปูเตยาส กองกลางจากทีมบาร์เซโลนา ซึ่งได้รางวัลนี้เพิ่มหลังได้บัลลงดอร์ไปก่อนแล้ว โดยเอาชนะ แซม เคอร์ จากทีมเชลซี และเพื่อนร่วมทีม เจนนิเฟอร์ เอร์โมโซ 

 

สรุปรางวัล FIFA Best Awards 2022 

  • นักฟุตบอลชายแห่งปี: โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี (โปแลนด์, บาเยิร์น มิวนิก)
  • นักฟุตบอลหญิงแห่งปี: อเลเซีย ปูเตยาส (สเปน, บาร์เซโลนา)
  • ผู้รักษาประตูชายยอดเยี่ยม: เอดูอาร์ เมนดี้ (เซเนกัล, เชลซี)
  • ผู้รักษาประตูหญิงยอดเยี่ยม: คริสเตียน เอนด์เลร์ (ชิลี, ปารีส แซงต์ แชร์กแมง)
  • ปุสกัส อวอร์ด (ประตูยอดเยี่ยม): เอริก ลาเมลา จากลูกยิง ‘ราโบนา’ (ลูกไขว้) ในเกมสเปอร์สพบอาร์เซนอล
  • โค้ชยอดเยี่ยมชาย: โธมัส ทูเคิล (เชลซี)
  • โค้ชยอดเยี่ยมหญิง: เอ็มมา เฮย์ส (เชลซี)
  • FIFA Fair Play Award: ทีมชาติเดนมาร์กและทีมแพทย์ที่ช่วยชีวิต คริสเตียน อีริกเซน ที่เกิดหัวใจวายในศึกฟุตบอลยูโร 2020 
  • FIFA Fan Award: แฟนบอลเดนมาร์กและฟินแลนด์ในศึกฟุตบอลยูโร 2020

 

FIFPro ทีมยอดเยี่ยมแห่งปีชาย ระบบ 3-3-4: จานลุยจิ ดอนนารุมมา, รูเบน ดิอาส, เลโอนาร์โด โบนุชชี, ดาวิด อลาบา, เอ็นโกโล ก็องเต, จอร์จินโญ, เควิน เดอ บรอยน์, ลิโอเนล เมสซี, เออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี, คริสเตียโน โรนัลโด

 

FIFPro ทีมยอดเยี่ยมแห่งปีหญิง ระบบ 4-3-3: คริสเตียน เอนด์เลร์, ลูซี บรอนซ์, วองดี เรอนาร์, มิลลี ไบรท์, มักดาเลน เอริกส์สัน, เอสเตฟาเนีย บานินี, คาร์ลี ลอยด์, บาร์บารา โบนันเซีย, วิเวียน มีเดมา, มาร์ตา, อเล็กซ์ มอร์แกน

 

อ้างอิง:

The post เลวานดอฟสกี ควงคู่ ปูเตยาส คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี ‘FIFA The Best’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมสซียกย่องเลวานดอฟสกี ควรได้บัลลงดอร์เมื่อปีที่แล้ว เผยผลโหวตห่างกันแค่ 33 คะแนน https://thestandard.co/alexia-putellas-and-lionel-messi-named-2021-ballon-dor-winners/ Tue, 30 Nov 2021 01:09:05 +0000 https://thestandard.co/?p=565787 ลิโอเนล เมสซี

ลิโอเนล เมสซี ผู้คว้ารางวัลลูกฟุตบอลทองคำสมัยที่ 7 ไปคร […]

The post เมสซียกย่องเลวานดอฟสกี ควรได้บัลลงดอร์เมื่อปีที่แล้ว เผยผลโหวตห่างกันแค่ 33 คะแนน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลิโอเนล เมสซี

ลิโอเนล เมสซี ผู้คว้ารางวัลลูกฟุตบอลทองคำสมัยที่ 7 ไปครอง กล่าวยกย่องคู่แข่งอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ว่าสมควรที่จะได้เป็นผู้ชนะเมื่อปีกลาย ขณะที่ผลการโหวตในปีนี้ที่มีการเปิดเผยออกมา ปรากฏว่าทั้งสองมีคะแนนห่างกันเพียงแค่ 33 คะแนนเท่านั้น

 

ในพิธีการมอบรางวัลลูกฟุตบอลทองคำ หรือ ‘บัลลงดอร์’ ประจำปี 2021 โดยนิตยสารฟรองซ์ ฟุตบอล (France Football) เป็นผู้จัด ซึ่งเป็นการกลับมามอบรางวัลอีกครั้งหลังจากที่พักไปหนึ่งปีจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิดที่รุนแรงเมื่อปีกลาย ผลปรากฏว่าเมสซีได้เป็นผู้ชนะในประเภทรางวัลฝ่ายชาย จากผลงานการพาทีมชาติอาร์เจนตินาคว้าแชมป์ฟุตบอลโคปาอเมริกาได้ และยังเล่นได้ยอดเยี่ยมกับบาร์เซโลนา โดยพาทีมลุ้นแชมป์ลาลีกาถึงโค้งสุดท้าย และได้รางวัล ‘เอล ปิชีชี’ หรือรางวัลดาวซัลโวไปครอง

 

เมสซีซึ่งกลายเป็นนักฟุตบอลคนแรกที่คว้าบัลลงดอร์ 7 สมัย ทิ้งห่าง คริสเตียโน โรนัลโด คู่แข่งไป 2 สมัย กล่าวหลังรับรางวัลว่า “การได้กลับมาที่นี่อีกครั้งเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ เมื่อสองปีก่อนผมคิดว่านี่คงเป็นครั้งสุดท้ายสำหรับผมแล้ว แต่การได้แชมป์โคปาอเมริกาคือจุดสำคัญ

 

“มันเป็นปีที่พิเศษสำหรับผมในการคว้าแชมป์โคปาอเมริการ่วมกับรางวัลนี้ การได้แชมป์ในสนามมาราคานามีความหมายอย่างมาก และผมมีความสุขมากที่ได้ฉลองร่วมกับชาวอาร์เจนตินา

 

“ผมไม่รู้ว่านี่คือปีที่ดีที่สุดในชีวิตของผมหรือเปล่า เพราะผมก็ผ่านชีวิตการเล่นมายาวนาน แต่นี่จะเป็นปีที่พิเศษในการได้แชมป์กับอาร์เจนตินาหลังช่วงเวลาที่หนักหนาสาหัสและเสียงวิจารณ์ที่ผ่านมา”

 

เมสซียังได้กล่าวยกย่องเลวานดอฟสกีว่าเป็นผู้ที่สมควรได้รับรางวัลบัลลงดอร์เช่นกันในปีที่แล้ว แต่โชคร้ายที่ไม่มีการประกาศรางวัล “ผมอยากขอพูดถึงโรเบิร์ต (เลวานดอฟสกี) สักหน่อย การได้แข่งขันกับเขาเป็นเรื่องที่ผมภูมิใจ ผมคิดว่าฟรองซ์ ฟุตบอล ควรจะมอบรางวัลบัลลงดอร์ในปี 2020 ให้คุณนะโรเบิร์ต คุณสมควรได้รับมัน”

 

ขณะที่ผลการโหวตที่มีการเปิดเผยออกมาปรากฏว่า เมสซีได้คะแนนโหวต 613 คะแนน ขณะที่เลวานดอฟสกีตามหลังมาติดๆ 580 คะแนน ส่วนอันดับ 3 คือ จอร์จินโญ ได้ 460 คะแนน โดยการโหวตนั้นมาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นผู้สื่อข่าวจากทั่วโลก

 

สำหรับรางวัลบัลลงดอร์ฝ่ายหญิงเป็นของ อเล็กเซีย ปูเตยาส นักเตะสาวจากทีมบาร์เซโลนาหญิงที่คว้าแชมป์ 3 รายการ และเพิ่งได้รางวัลนักฟุตบอลหญิงยอดเยี่ยมของ UEFA เมื่อไม่นานนี้ โดยเอาชนะ เจนนิเฟอร์ เฮอร์โมโซ เพื่อนร่วมทีม, แซม เคอร์ จากเชลซี และ วิเวียน มีเดมา ดาวซัลโวทีมอาร์เซนอล และทำให้เป็นนักเตะสาวคนที่ 3 ที่ได้รางวัลนี้ต่อจาก อาดา เฮเกอร์เบิร์ก และ เมแกน ราปิโน 

 

ปูเตยาสกล่าวหลังรับรางวัลว่า “ฉันรู้สึกตื้นตันอย่างมาก นี่เป็นช่วงเวลาที่พิเศษอย่างแท้จริง ฉันอยากเริ่มด้วยการขอบคุณเพื่อนร่วมทีมทุกคน โดยเฉพาะเพื่อนในทีมบาร์เซโลนา สำหรับฉันมันคือความสำเร็จของทั้งทีม”

 

นักเตะบาร์เซโลนาอีกคนที่ได้รางวัลคือ เปดรี เจ้าหนูมหัศจรรย์ที่คว้ารางวัล ‘โกปา โทรฟี’ ที่จะมอบให้แก่ดาวรุ่งที่อายุต่ำกว่า 21 ปี ขณะที่ จานลุยจิ ดอนนารุมมา ยอดนายทวารชาวอิตาลีคว้ารางวัลยาชิน โทรฟี ที่จะมอบให้แก่ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม และเชลซีได้รับรางวัลทีมยอดเยี่ยมไปครอง

 

อ้างอิง:

The post เมสซียกย่องเลวานดอฟสกี ควรได้บัลลงดอร์เมื่อปีที่แล้ว เผยผลโหวตห่างกันแค่ 33 คะแนน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลวานดอฟสกีพร้อมอำลาบาเยิร์น หาความท้าทายใหม่? https://thestandard.co/robert-lewandowski-set-for-one-last-bayern-munich/ Fri, 20 Aug 2021 03:05:06 +0000 https://thestandard.co/?p=527125 Robert Lewandowski

วงการฟุตบอลเยอรมนีสั่นสะเทือนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา […]

The post เลวานดอฟสกีพร้อมอำลาบาเยิร์น หาความท้าทายใหม่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
Robert Lewandowski

วงการฟุตบอลเยอรมนีสั่นสะเทือนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เมื่อมีข่าวว่า โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ศูนย์หน้าหมายเลขหนึ่งของทีมบาเยิร์น มิวนิก ต้องการที่จะย้ายทีมเพื่อค้นหาความท้าทายครั้งสุดท้ายในชีวิตการเล่น

 

เรื่องนี้สร้างความประหลาดใจให้แก่คนจำนวนมาก เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่เคยมีสัญญาณใดๆ ว่าดาวยิงชาวโปแลนด์ที่เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และเป็นเจ้าของรางวัล The Best FIFA World Player ในปี 2020 จะมีข่าวการย้ายทีมมาก่อน

 

เลวานดอฟสกีต้องการที่จะย้ายทีมจริงหรือเป็นแค่ข่าวลือ? และหากจะไป เขาจะไปที่ไหนได้บ้าง?

 

  • กระแสข่าวการย้ายทีมของเลวานดอฟสกีเริ่มสะพัดในสื่อหลักของยุโรปในช่วงวันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา หนึ่งในนั้นคือ Sky Sports ที่ได้รับข่าวว่า เลวานดอฟสกีที่เพิ่งอายุครบ 33 ปีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ต้องการที่จะย้ายออกจากบาเยิร์น เพื่อหาความท้าทายใหม่ในลีกระดับท็อปของยุโรป ก่อนอายุจะครบ 35 ปี
  • เลวานดอฟสกีไม่ได้มีปัญหาอะไรกับบาเยิร์นทั้งสิ้น ยังคงมีความสุขดีในถิ่นอลิอันซ์ อารีนา เพียงแค่คิดว่าถึงเวลาที่จะออกเดินทางต่อแล้ว หลังจากที่ย้ายจากดอร์ทมุนด์มาอยู่กับบาเยิร์นในปี 2014 แบบไม่มีค่าตัว และกลายเป็นหนึ่งในการเซ็นสัญญาที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร
  • เลวานดอฟสกีทำไป 297 ประตู จากการลงเล่น 331 นัดให้บาเยิร์น พาทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกา 7 สมัยติดต่อกัน รวมถึงยูฟ่าแชมเปียนส์​ลีกในปี 2020 ด้วย
  • อย่างไรก็ดี ท่าทีของบาเยิร์นที่ปฏิเสธการย้ายทีมทันที พร้อมตั้งค่าตัวไว้ที่ 150 ล้านยูโร ทำให้ไม่มีสโมสรใดพร้อมสู้ค่าตัวสำหรับกองหน้าวัย 33 ปี ทำให้เลวานดอฟสกีเองก็รู้สึก ‘ผิดหวัง’ อยู่เช่นเดียวกัน
  • ดาวยิงชาวโปแลนด์ยังมีสัญญากับบาเยิร์นจนถึงปี 2023 หรืออีก 2 ปีด้วยกัน ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงตลาดนักฟุตบอลในเวลานี้แล้ว โอกาสจะย้ายทีมมีไม่มาก เนื่องจากทุกทีมใหญ่ปรับทัพเสริมทีมกันเรียบร้อยแล้ว และค่าตัวที่ตั้งไว้สูงเกินไปทำให้การย้ายทีมแทบเป็นไปไม่ได้
  • สถานการณ์นี้ทำให้เลวานดอฟสกีพร้อมที่จะอยู่กับสโมสรต่อไปก่อน เนื่องจากต้องการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันไว้
  • The Times รายงานว่ามีโอกาสที่เขาจะอยู่กับทีมต่อไปอีก 1 ปี เพื่อที่บาเยิร์นจะได้มีเวลาสำหรับการเจรจาหากองหน้าตัวตายตัวแทน ซึ่งรายที่ถูกคาดหมายไว้คือ เออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์
  • ฮาลันด์ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเลวานดอฟสกี คือ ถึงอยากย้ายแต่ก็ยังย้ายไม่ได้ แต่เมื่อถึงฤดูกาลหน้าจะมีเงื่อนไขที่สามารถย้ายทีมได้ด้วยค่าตัวแค่ 65 ล้านยูโร ซึ่งจะทำให้เขาได้รับการติดต่อจากทุกสโมสรชั้นนำของยุโรปแน่นอน รวมถึงบาเยิร์นที่เริ่มให้ความสนใจอย่างจริงจัง
  • แต่หากบาเยิร์นไม่สามารถหาตัวแทนของเลวานดอฟสกีได้ในปีหน้า ก็มีโอกาสที่จะบีบให้กองหน้าที่จะอายุครบ 34 ปีเมื่อถึงเวลานั้น อยู่กับทีมต่อไปจนครบสัญญา
  • อย่างไรก็ดี เชื่อว่าถ้าบาเยิร์นจะรั้งไว้อีกปี ทางด้าน ปินี ซาฮาวี เอเจนต์ฟุตบอลคนดังที่ดูแลเลวานดอฟสกีอยู่ จะต่อต้านกับการกระทำดังกล่าวแน่นอน เพราะดาวยิงโปแลนด์ต้องการที่จะย้ายออกไปหาความท้าทายสุดท้ายในชีวิตก่อนจะอายุ 35 ปี
  • ซาฮาวีกับบาเยิร์นยังมีความขัดแย้งกันมาตั้งแต่การเจรจาต่อรองสัญญาใหม่ให้ ดาวิด อลาบา ปราการหลังชาวออสเตรีย ที่เป็นลูกค้าอีกราย ซึ่งสุดท้ายตกลงกันไม่ได้ทั้งที่อยู่กับสโมสรมายาวนานถึง 13 ปี ก่อนที่อลาบาจะย้ายไปเรอัล มาดริดแบบไม่มีค่าตัวหลังหมดสัญญา
  • สำหรับทีมที่เลวานดอฟสกีจะย้ายไปนั้น มีการเชื่อมโยงกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และลิเวอร์พูล โดยเฉพาะทีมหลังที่ เจอร์เกน คล็อปป์ เคยเอ่ยปากชมว่า “นี่คือนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดที่ผมเคยร่วมงานด้วย” เพียงแต่โดยแนวทางแล้ว อดีตแชมป์พรีเมียร์ลีก 2019/20 จะเน้นการสร้างทีมด้วยนักเตะอายุน้อยมากกว่านักเตะประสบการณ์สูง
  • สองทีมที่มีโอกาสและเหมาะสมมากกว่าคือ เรอัล มาดริด และบาร์เซโลนา ที่ต้องการนักฟุตบอลระดับโลกมาเสริมทัพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากค่าตัวไม่แพงนัก เนื่องจากสถานะทางการเงินของทั้งสองสโมสรลำบากมากทั้งคู่
  • ยูเวนตุสเองก็มีโอกาสที่จะสนใจเช่นกัน เนื่องจากดูทิศทางแล้ว คริสเตียโน โรนัลโด น่าจะต้องการที่จะย้ายออกจากทีมหลังจบฤดูกาลนี้ ซึ่งเลวานดอฟสกีจะเป็นการทดแทนได้พอดี
  • อีกทีมคือ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่ไม่มีข้อจำกัดใดๆ และสถานการณ์การเจรจาสัญญากับ คีลิยัน เอ็มบัปเป ยังไม่คืบหน้า ซึ่งหากกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสจะย้ายออกไปหลังหมดสัญญา ก็มีโอกาสที่เลวานดอฟสกี หรือโรนัลโด จะถูกดึงตัวมาทดแทน เพราะเป็นผู้เล่นระดับเดียวกัน
  • ที่สำคัญคือ สภาพร่างกายของเลวานดอฟสกียังยอดเยี่ยม เพราะเป็นนักกีฬาที่ดูแลรักษาร่างกายตัวเองอย่างดีเยี่ยมไม่แพ้โรนัลโด ดังนั้น อายุการใช้งานจึงน่าจะเหลืออีกหลายปี

 

ทั้งนี้ จึงได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่าเลวานดอฟสกีต้องการย้ายออกจากบาเยิร์นจริง เพียงแต่สโมสรยังไม่พร้อมจะปล่อยตัวออกไปในเวลานี้

 

แต่นั่นหมายถึงฤดูกาลนี้อาจจะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของสุดยอดดาวยิงที่ครบเครื่องที่สุดรายนี้กับบาเยิร์น ซึ่งอาจเป็นเรื่องดี เพราะหมายถึงจะได้มีโอกาสอำลากันอย่างเป็นทางการกับแฟนๆ ทุกคน ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ดีงามของบาเยิร์นก่อนเกมในบ้านนัดสุดท้ายของฤดูกาล และเป็นการปิดฉากตำนานที่สง่างามอย่างที่ควรจะเป็น

 

อ้างอิง:

The post เลวานดอฟสกีพร้อมอำลาบาเยิร์น หาความท้าทายใหม่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 ซูเปอร์ฮีโร่ลูกหนังในศึกยูโร 2020 https://thestandard.co/top-5-football-players-euro-2020/ Thu, 10 Jun 2021 09:00:47 +0000 https://thestandard.co/?p=498650 ยูโร 2020

ขึ้นชื่อว่าฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปหรือยูโรแล้ว นอกจ […]

The post 5 ซูเปอร์ฮีโร่ลูกหนังในศึกยูโร 2020 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยูโร 2020

ขึ้นชื่อว่าฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปหรือยูโรแล้ว นอกจากการติดตามเชียร์ทีมโปรด อีกหนึ่งความสนุกของแฟนฟุตบอลคือการจับตาเหล่าสุดยอดนักเตะระดับชั้นนำของโลกที่จะมาสามัคคีชุมนุมกันในรายการนี้

 

ฟุตบอลยูโร 2020 ก็เช่นกัน ที่เราจะได้ติดตามสุดยอดนักเตะที่เข้าขั้น ‘ซูเปอร์ฮีโร่ลูกหนัง’ ที่จะมาวาดลวดลายกันให้ดูแบบเต็มที่ไม่มีกั๊ก เพราะนี่คือเวทีสำหรับการปล่อยของอย่างแท้จริง

 

ท่ามกลางนักฟุตบอลที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้มากกว่า 500 คน THE STANDARD ขออนุญาตเลือกมา 5 คนที่คิดว่านี่แหละคือที่สุดของที่สุดตัวจริง

 

มีใครกันบ้าง มาดูกันเลย!

 

หรือแฟนๆ THE STANDARD คิดว่ามีใครที่เด็ดกว่านี้แล้วตกหล่นไป ลองบอกกันมาได้นะ 🙂

 

 

 

นี่คือสุดยอดนักฟุตบอลที่น่าจะเก่งที่สุดในโลกเวลานี้ โดยมีรางวัลบัลลงดอร์ปีล่าสุดเป็นเครื่องการันตี ซึ่งผลงานกับบาเยิร์น มิวนิก ในบุนเดสลีกาประจำฤดูกาล 2020/21 ก็ยังร้อนแรงไม่เลิก สามารถทำลายสถิติตลอดกาลของ แกร์ด มุลเลอร์ ที่ยืนยงมายาวนานถึง 49 ปีลงได้ โดยทำไป 41 ประตูในฤดูกาลเดียว จากการลงสนามเพียงแค่ 29 นัด!

 

เลวานดอฟสกี หรือเลวี (Lewy) เป็นกองหน้าในสไตล์ครบเครื่องต้มยำน้ำข้น ที่นอกจากจะมีสัญชาตญาณในการทำประตูที่สูงส่งแล้ว สามารถทำประตูได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะจากเท้าขวา เท้าซ้าย ลูกโหม่ง ที่ขอให้อยู่ในระยะทำการในกรอบ 18 หลา เชื่อขนมกินได้ว่ามีลุ้น

 

ทั้งนี้ แม้ว่าทีมชาติโปแลนด์จะไม่ได้เป็นทีมตัวเก็งเต็งหนึ่งอะไรกับเขาด้วยขุมกำลังนั้นเป็นรอง แต่ใครจะไปรู้ว่าหากเลวานดอฟสกีเกิดเข้าฝักขึ้นมาจริงๆ บางทีเราอาจจะได้เห็น ‘เทพนิยายโปล’ ในยูโรหนนี้ก็เป็นไปได้เหมือนกัน

 

 

เลวานดอฟสกีอาจจะเป็นนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในเวลานี้ แต่หากถามถึงคนที่จะเป็น ‘ราชา’ ของโลกลูกหนังคนต่อไปเมื่อสิ้นสุดยุคของ ลิโอเนล เมสซี และ คริสเตียโน โรนัลโด อย่างเป็นทางการ ย่อมหนีไม่พ้น คีเลียน เอ็มบัปเป้ หัวหอกนินจาเต่าคนนี้

 

เอ็มบัปเป้เคยพิสูจน์ความมหัศจรรย์ของตัวเองในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียมาแล้ว ด้วยการเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่พาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ได้ ซึ่งหลังจากนั้นแม้ว่าเขาจะยังไม่สามารถประกาศศักดาแบบชนิดที่ทุกคนต้องยอมหมอบราบคาบ แต่ก็ได้รับการยอมรับในฐานะสุดยอดศูนย์หน้าเบอร์ต้นๆ ของโลก

 

ความเร็วเหมือนรถแข่ง F1 และเทคนิคการเลี้ยงบอลที่เหมือนการเข้าโค้งของ ลูอิส แฮมิลตัน คือสิ่งที่ยังหาใครหยุดเอ็มบัปเป้ได้ยาก และหากฝรั่งเศสจะครองเจ้ายุโรปต่อในรายการครั้งนี้หลังจากที่เคยผิดหวังในยูโร 2016 ที่บ้านเกิดแล้ว ดาวยิงจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง คือคนที่จะช่วยพวกเขาไปให้ถึงจุดนั้น

           

 

 

หากจะมองหากองกลางที่คู่ควรกับคำว่าเก่งที่สุดในโลก ย่อมหนีไม่พ้นยอดมิดฟิลด์ทีมชาติเบลเยียมคนนี้แน่นอน

 

ด้วยผลงานการเล่นที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วมากมายในระดับสโมสร และด้วยวัย 29 ปี เรียกได้ว่าเดอ บรอยน์ กำลังมาถึงจุดพีกที่สุดของชีวิตการเล่นแล้ว การเล่นนั้นเต็มไปด้วยความสง่างามและเหนือชั้น เหมือนมือกระบี่ที่สำเร็จวิชาชั้นสูงที่แค่ตวัดกระบี่เพลงดาบเดี่ยวก็ปลิดชีพคู่ต่อกรได้ทันที

 

ความยอดเยี่ยมของเดอ บรอยน์ อยู่ที่การเปิดบอลที่แม่นยำอย่างน่าเหลือเชื่อ โดยเฉพาะการเปิดครอสบอลไม่ว่าจะบอลเรียดหรือบอลโด่ง ที่มักจะมีวิถีบอลที่เหนือจินตนาการคนทั่วไปมาก ซึ่งไม่ได้มีแค่เท้าขวาที่มหัศจรรย์ แต่ยังมี ‘วิชัน’ ในการอ่านสถานการณ์รอบข้างได้อย่างรวดเร็ว และทำให้ตัดสินใจเลือกเล่นได้ถูกต้อง

 

อย่างไรก็ดี ด้วยวัยถึงจุดพีกแล้ว นี่อาจเป็นโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับเพลย์เมกเกอร์มาดนิ่งที่จะพาเบลเยียมยุค Golden Generation ไปถึงฝั่งฝัน เพราะหากไม่ใช่ครั้งนี้ก็ไม่รู้จะมีครั้งไหนอีกแล้ว แต่ปัญหาคืออาการบาดเจ็บที่ใบหน้าจากเกมนัดชิงยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกที่อาจจะรบกวนฟอร์มได้

 

 

ถึงผลงานของสโมสรท็อตแนม ฮอตสเปอร์ จะไม่ดีนัก แต่ผลงานส่วนตัวของ แฮร์รี เคน ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมา ถือว่ายอดเยี่ยมและน่าประทับใจอย่างมาก เพราะไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่จะสามารถคว้าทั้งตำแหน่งดาวซัลโวและผู้ที่ทำแอสซิสต์สูงสุดได้ในฤดูกาลเดียวกัน

 

สิ่งนี้เกิดขึ้นได้จากแนวคิดของ โชเซ มูรินโญ อดีตผู้จัดการทีมสเปอร์ส ที่มองเห็นความสามารถในการสร้างสรรค์เกมในตัวของเคนที่น่าจะทำได้ดีกว่าแค่การรอโอกาสในการทำประตูเฉยๆ ซึ่ง The Special One มองไม่ผิด เพราะกองหน้าวัย 27 ผู้นี้ทำได้จริงๆ โดยนอกจากสถิติการยิงประตูจะไม่ตกแล้ว ยังเพิ่มส่วนของการทำเกมได้ด้วย ทำให้หาตัวจับได้ยากมาก

 

ในรอบคัดเลือกที่ผ่านมา เคนทำไป 12 ประตู ไม่มีใครจะยิงได้มากเท่านี้อีกแล้วแม้แต่ คริสเตียโน โรนัลโด เองก็ตาม เคนจึงเป็นความหวังสูงสุดของทีมชาติอังกฤษที่อยากจะคว้าแชมป์ยูโรครั้งแรกให้ได้

 

 

ซูเปอร์แมนตัวจริงของวงการฟุตบอล ที่แม้อายุจะล่วงมาถึง 36 ปี แต่ฝีเท้าของ คริสเตียโน​ โรนัลโด ก็แทบไม่ตกไปจากมาตรฐานเดิมเลย และนั่นทำให้เขายังคงเป็น ‘เบอร์หนึ่ง’ ในทีมชาติโปรตุเกส แม้ว่าปัจจุบันผลผลิตนักเตะรุ่นใหม่ของทีมจะเก่งกาจเข้าขั้นระดับโลกกันหลายคน ไม่ว่าจะเป็น บรูโน แฟร์นันด์ส, ​รูเบน ดิอาส หรือ แบร์นาโด ซิลวา

 

ย้อนกลับไปในฟุตบอลยูโรครั้งที่แล้ว โรนัลโดทำผลงานได้อย่างสุดยอด เป็นเดอะ แบกพาทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้ และถึงจะโชคร้ายที่ได้รับบาดเจ็บที่เข่าตั้งแต่ต้นเกมนัดชิงชนะเลิศกับฝรั่งเศส แต่ด้วยหัวใจไม่ยอมแพ้ ถึงเล่นเองไม่ได้ ก็มาช่วยตะโกนสั่งการ กระตุ้น และปลุกเร้าลูกทีม จนสร้างปาฏิหาริย์คว้าแชมป์มาครองได้อย่างเหลือเชื่อ

 

แต่เพราะไม่ได้เล่นเองในนัดชิงชนะเลิศ และเพราะขุมกำลังของทีมที่เพียบพร้อมไม่แพ้ทีมไหน นี่เป็นโอกาสอีกครั้งที่โรนัลโดจะได้แก้ตัวพาโปรตุเกสคว้าแชมป์ให้ได้ด้วยตัวเองจริงๆ

 

ภาพประกอบ: กริน วสุรัฐกร

The post 5 ซูเปอร์ฮีโร่ลูกหนังในศึกยูโร 2020 appeared first on THE STANDARD.

]]>
41 ประตูในฤดูกาลเดียว! เมื่อ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ทำลายสถิติตลอดกาลของ ‘แดร์ บอมเบอร์’ ผู้ยิ่งใหญ่ https://thestandard.co/robert-lewandowski-41-goals-in-1-season/ Sun, 23 May 2021 07:06:45 +0000 https://thestandard.co/?p=492024 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี

ในวงการฟุตบอลเยอรมันมีตำนานบทหนึ่งที่ไม่เคยถูกทดสอบหรือ […]

The post 41 ประตูในฤดูกาลเดียว! เมื่อ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ทำลายสถิติตลอดกาลของ ‘แดร์ บอมเบอร์’ ผู้ยิ่งใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี

ในวงการฟุตบอลเยอรมันมีตำนานบทหนึ่งที่ไม่เคยถูกทดสอบหรือท้าทายไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหน 

 

ตำนานดังกล่าวคือตำนานดาวซัลโวตลอดกาลของ ‘แดร์ บอมเบอร์’ (Der Bomber) หรือไอ้ลูกระเบิด สมญาของ แกร์ด มุลเลอร์ สุดยอดศูนย์หน้าของทีมชาติเยอรมนีและทีมบาเยิร์น มิวนิก ที่ทำ 40 ประตูในศึกบุนเดสลีกาฤดูกาลเดียว

 

สถิติดังกล่าวของมุลเลอร์ อยู่ยั้งยืนยงมาตั้งแต่ฤดูกาล 1971-72 ซึ่งเป็นช่วงที่บาเยิร์น มิวนิกครองความยิ่งใหญ่ในวงการฟุตบอล ไม่เพียงแค่ในประเทศแต่รวมถึงในระดับทวีปด้วย และไม่เคยมีใครที่จะทำผลงานในระดับนี้มาก่อน เพราะเป็นเรื่องยากมากที่จะทำได้ เนื่องจากฟุตบอลบุนเดสลีกานั้นในแต่ละฤดูกาลจะมีเกมให้ลงเล่นแค่ 34 นัด

 

นั่นหมายถึงหากอยากจะทำลายสถิติของมุลเลอร์ จะต้องยิงเฉลี่ยให้ได้ถึง 1.17 ประตูต่อนัด ดังนั้นไม่ว่ายุคสมัยจะผ่านไปสักเท่าไร จะเกิดศูนย์หน้าระดับตำนานรุ่นหลังอีกกี่คน สถิติดังกล่าวก็ยังคงอยู่ตลอดมา โดยคนที่ทำได้ใกล้เคียงที่สุดมีเพียงแค่ 2 คนคือ ดีเตอร์ มุลเลอร์ (1977) และเลวานดอฟสกีเองที่ทำคนละ 34 ประตู

 

จนกระทั่งเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา (22 พฤษภาคม) สถิติที่อยู่ยืนยาวมากว่า 49 ปีก็ได้ถูกทำลายลงจนได้จากยอดศูนย์หน้าแห่งยุคปัจจุบัน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ที่ทำประตูที่ 41 ได้ในเกมสุดท้ายของฤดูกาลที่บาเยิร์น ถล่มเอาก์สบวร์กขาดลอย 5-2 แม้ว่าจะต้องลุ้นระทึกสุดๆ ก็ตาม

 

ก่อนเกมนี้เลวานดอฟสกีเพิ่งจะทำประตูที่ 40 เมื่อสัปดาห์ที่แล้วและได้สร้างความประทับใจให้แก่ทุกคน เมื่อกองหน้าทีมชาติโปแลนด์โชว์เสื้อที่มีภาพของมุลเลอร์และข้อความด้านในว่า ‘4EVER GERD’ หรือ เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ตำนานผู้ยิ่งใหญ่รุ่นก่อน ซึ่งปัจจุบันมุลเลอร์ป่วยเป็นโรคความจำเสื่อมอย่างหนัก

 

มาถึงเกมนี้กองหน้าทีมชาติโปแลนด์พยายามที่จะทำลายสถิติทันทีตั้งแต่ต้นเกม แต่ไม่ว่าจะพยายามมากแค่ไหนก็พลาดโอกาสไปทั้งหมด ตรงข้ามกับเพื่อนร่วมทีมที่เล่นกันได้อย่างเฉียบคมยิงเป็นตุง โดยที่แฟนๆ เองก็ลุ้นหนักไปด้วยว่าจะทำได้ไหม

 

เวลาในเกมผ่านไปเรื่อยๆ จนทุกคนแทบท้อ แต่ในที่สุดความพยายามก็มาประสบความสำเร็จเอาในนาทีสุดท้ายพอดีเมื่อ ลีรอย ซาเน ยิงจากนอกกรอบเขตโทษให้ ราฟาล กิคีวิคซ์ นายทวารเอาก์สบวร์กต้องปัดออกมา และบอลมาเข้าทางกองหน้าเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์คนล่าสุดที่ปฏิกริยาว่องไว เก็บบอลได้และเลี้ยงหนีผู้รักษาประตูก่อนจะส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายโล่งๆ

 

นั่นคือวินาทีแห่งประวัติศาสตร์ สถิติการทำประตูสูงสุดในฤดูกาลเดียวได้มีการเปลี่ยนแปลงในที่สุด เป็น 41 ประตูของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี

 

โดยสิ่งที่เหลือเชื่อมากกว่าคือเขาทำได้ 41 ประตูจากการลงสนามเพียงแค่ 29 นัดเท่านั้น เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ช่วงเดือนที่แล้ว ขณะที่มุลเลอร์ทำได้ 40 ประตูจากการลงเล่นเต็มฤดูกาล 34 นัด 

 

“ผมไม่รู้จะพูดอย่างไร ผมพยายามทำประตูตลอดทั้ง 90 นาที ผมทำทุกอย่างแล้ว และมันก็ดันมาเกิดในนาทีที่ 90 ผมมีความสุขมาก” เลวานดอฟสกีให้สัมภาษณ์หลังเกมจบลง

 

“ผมเห็น ลีรอย (ซาเน) ยิง และผมก็คาดเดาเฉยๆ ปกติแล้วผมชอบยิงประตูเร็วแต่ผมรู้ว่าสถานการณ์แบบนี้มันจะมาถึงแน่ ผมอยากขอบคุณเพื่อนๆ ด้วยสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาทำ”

 

นี่จึงเป็นฉากจบที่สวยงามสำหรับบาเยิร์นในฤดูกาลนี้ ที่สามารถคว้าแชมป์บุนเดสลีกา 10 สมัยติดต่อกัน ในวันที่เป็นการอำลาของโค้ชอย่าง ฮันซี ฟลิก ที่จะไปคุมทีมชาติเยอรมนีต่อจาก โยอาคิม เลิฟ หลังศึกฟุตบอลยูโร 2020 และนักเตะที่รับใช้สโมสรมาอย่างยาวนานอย่าง เฌอโรม บัวเต็ง, ฆาบี มาร์ติเนซ และดาวิด อลาบา และแฟนบอลอีก 250 คนที่ได้กลับเข้ามาในสนาม

 


ทุกคนได้มีเวลาที่พิเศษร่วมกัน รวมถึง #LewanGO41ski ที่สร้างสถิติตลอดกาล

 

“อย่าหยุดฝัน” เลวานดอฟสกีโพสต์ข้อความฝากถึงทุกคนไว้เป็นการส่งท้ายฤดูกาลนี้


พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ

อ้างอิง:

The post 41 ประตูในฤดูกาลเดียว! เมื่อ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ทำลายสถิติตลอดกาลของ ‘แดร์ บอมเบอร์’ ผู้ยิ่งใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี จากคนที่ถูกมองข้าม สู่การเป็น ‘The Best’ ของวงการฟุตบอล https://thestandard.co/robert-lewandowski/ Fri, 18 Dec 2020 07:41:55 +0000 https://thestandard.co/?p=432998 Robert Lewandowski

ครั้งหนึ่งเราเคยเกือบสูญเสียยอดนักเตะที่ชื่อว่า โรเบิร์ […]

The post โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี จากคนที่ถูกมองข้าม สู่การเป็น ‘The Best’ ของวงการฟุตบอล appeared first on THE STANDARD.

]]>
Robert Lewandowski

ครั้งหนึ่งเราเคยเกือบสูญเสียยอดนักเตะที่ชื่อว่า โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ไปตั้งแต่ยังไม่มีโอกาสได้แจ้งเกิดในโลกของฟุตบอลด้วยซ้ำ

 

เรื่องราวนั้นเกิดขึ้นเมื่อ 15 ปีที่แล้ว เมื่อเจ้าหนูโรเบิร์ตในวัย 17 ปี ซึ่งเพิ่งสูญเสีญคริสตอฟ คุณพ่อที่รักซึ่งเป็นแชมป์ยูโดระดับเยาวชนของยุโรปไปอย่างไม่ทันคาดคิด

 

ความจริงแล้วในช่วงนั้นเลวานดอฟสกีน้อยเพิ่งจะได้ย้ายจากเดลตา วอร์ซอว์ สโมสรเล็กๆ ในระดับดิวิชันที่ 4 ของโปแลนด์เพื่อมาอยู่กับลีเกีย วอร์ซอว์ สโมสรชื่อดังระดับต้นๆ ของประเทศได้ไม่นาน และความจริงมันก็ควรจะเป็นย่างก้าวที่สวยงาม

 

แต่อาการบาดเจ็บที่เข่าทำให้การพัฒนาของเขาในทีมสะดุด และนำไปสู่การตัดสินใจของสโมสรที่จะปล่อยตัวเขาออกจากทีม เพราะในเวลานั้นลีเกียมีศูนย์หน้าที่ดีกว่าแล้ว

 

ในวันที่ได้รับข่าวร้ายเลวานดอฟสกีช็อกและทำอะไรไม่ถูก ลำพังแค่ความเศร้าจากการสูญเสียคุณพ่อก็เลวร้ายมากพอแล้ว แต่การถูกปฏิเสธจากสโมสรทำให้ชีวิตของเด็ก 17 ปีคนหนึ่งถึงกับจมอยู่ในความมืดมนอนธการ

 

มืดในขนาดที่คุณแม่อิโวนาขับรถกลับบ้าน และทำอาหารปลอบใจให้ แต่เลวานดอฟสกีน้อยทานอะไรไม่ลงทั้งนั้น

 

แต่ชีวิตคนเราไม่ได้มีทางไปแค่ทางเดียว และดูเหมือนโชคชะตาจะไม่ได้ตั้งใจกลั่นแกล้งเขาเสียทีเดียว เพียงแค่อยากทดสอบจิตใจเท่านั้น

 

ในช่วงที่กำลังท้อแท้นั้น จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นสายจากสโมสรซนิกซ์ ปรุสซ์คอฟ สโมสรในระดับดิวิชัน 3 ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการซื้อผู้เล่นมาปั้นและขายทำกำไรนิดๆ หน่อยๆ 

 

สำหรับโรเบิร์ต นาทีนี้ต่อให้เป็นทีมในระดับดิวิชัน 3 ก็ดีกว่าไม่มีทีมใดสนใจเขาเลย และคิดขั้นต่ำที่สุดอย่างน้อยมันก็เป็นการก้าวหน้าจากระดับดิวิชัน 4 ขึ้นมาตั้งหนึ่งขั้น

 

ว่าแล้วเขาก็ตกปากรับคำที่จะย้ายมาร่วมทีมด้วย โดยซนิกซ์รีบดำเนินการขอซื้อตัวอย่างเป็นทางการจากลีเกียด้วยค่าตัวเพียงแค่ 1,000 ปอนด์ (ราว 40,000 บาท) เท่านั้น!

 

สำหรับซนิกซ์ เลวานดอฟสกีเป็นเหมือนลูกสนิชสีทองที่พวกเขาจับได้โดยบังเอิญ

 

สำหรับไอ้หนูที่หัวใจแตกสลาย ซนิกซ์คือบ้านหลังใหม่ของเขา

 

ถึงแม้จะได้รับค่าตอบแทนน้อยนิดเพียงแค่สัปดาห์ละ 230 ปอนด์ ซึ่งมีผู้เล่นบางคนในทีมที่ได้มากกว่าเขาถึง 3 เท่า แต่เลวานดอฟสกีไม่ได้สนใจตรงนั้น เขาพยายามอย่างเต็มที่ในการพิสูจน์ตัวเอง และผลลัพธ์ของความพยายามก็ทำให้เขากลายเป็นดาวเด่นของทีมในเวลาอันรวดเร็ว

 

ในฤดูกาลแรกเขาทำไป 15 ประตู และมีส่วนช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นไปสู่ดิวิชัน 2 และในปีถัดมาเขาก็ยิ่งระเบิดผลงานร้อนแรงขึ้นไปอีกโดยทำไป 21 ประตู ซึ่งโค้ชอย่าง ยาเซ็ก เกรมบ็อกกี ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งในฤดูกาลนั้นมองเห็นแววในตัวของศูนย์หน้าคนนี้

 

“เลวานดอฟสกี คือนักเตะที่มีพรสวรรค์อันยิ่งใหญ่ เขามีทุกอย่างในตัว ทั้งความทุ่มเท เทคนิค หรือความเร็ว” เกรมบ็อกกีกล่าว

 

“ลีเกียทำพลาดมหันต์ พวกเขาคิดว่าโรเบิร์ตน่าจะเป็นนักเตะที่ดี แต่พวกเขาคิดว่าพวกเขามีกองหน้าที่ดีกว่าในมือ ส่วนผมคุมซ้อมเขาแค่สองเดือนก็รู้แล้วว่าเขาเป็นนักเตะระดับทีมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครในทีมลีเกียมองเห็นเลย”

 

ผลงานดังกล่าวทำให้สโมสรในระดับลีกสูงสุดของโปแลนด์สนใจในตัวของเลวานดอฟสกีอย่างมาก รวมถึงลีเกีย สโมสรเก่าที่เคยมองข้ามเขามาก่อน และเป็นเรื่องตลกร้ายที่พวกเขาตัดสินใจพลาดอีกครั้งเมื่อหันไปเลือกเซ็นสัญญา มิเกล อาร์รัวบาร์เรนา ของเตเรนิเฟ จากสเปนแทน

 

อาร์รัวบาร์เรนา ไม่เคยทำประตูให้กับลีเกียได้แม้แต่ประตูเดียว ในขณะที่เลวานดอฟสกี ที่ย้ายไปอยู่กับเลช พอซนาน ทีมคู่ปรับของลีเกียด้วยค่าตัว 300,000 ปอนด์ (เท่ากับสโมสรเก่าได้กำไร 290,000 ปอนด์!) ก็พิสูจน์ตัวเองต่อไปเรื่อยๆ

 

จากกองหน้าร่างผอมบางที่ต้องไปเล่นในตำแหน่งปีกซ้ายหรือปีกขวา เลวานดอฟสกีค่อยๆ แทรกตัวเข้ามาในทีม ชิงตำแหน่งจาก เฮอร์มาน เรนกิโฟ กองหน้าชาวเปรูได้สำเร็จ และในฤดูกาลแรกของลีกสูงสุดเขาทำได้ 18 ประตู ช่วยให้เลช พอซนาน คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของโปแลนด์ได้!

 

ผลงานดังกล่าวทำให้เขาถูก ลีโอ บีนฮักเกอร์ เรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่ และแค่นัดแรกก็ทำประตูได้ทันทีในเกมกับซานมารีโน

 

ชีวิตของเลวานดอฟสกียังเหมือนนิยายดีๆ เรื่องหนึ่ง เมื่อเขาเริ่มอิ่มตัวกับการเล่นในประเทศ ความท้าทายในต่างแดนจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพียงแต่สิ่งที่น่าเหลือเชื่อคือ เขาเคยเกือบจะได้ย้ายมาเล่นให้กับแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส อดีตแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อปี 1995 ที่จมอยู่ในระดับลีกรองของอังกฤษ

 

แต่เขาก็ไม่ได้เดินทางไปยังเมืองผู้ดีแต่อย่างใด! เพราะดันเกิดเหตุภูเขาไฟในไอซ์แลนด์ระเบิดเสียก่อน ทำให้การเดินทางทั่วยุโรปต้องหยุดชะงักในเวลานั้น

 

Robert Lewandowski

การย้ายมาอยู่กับดอร์ทมุนด์ คือก้าวสำคัญที่สุดในชีวิตที่เหมือนฟ้าลิขิต เพราะการย้ายทีมเกิดขึ้นได้เป็นเพราะภูเขาไฟในไอซ์แลนด์ระเบิด!

 

สุดท้ายเป็นโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่คว้าตัวเขาไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 4.5 ล้านปอนด์ในปี 2010

 

ชีวิตในบุนเดสลีกาของเขาก็ไม่ต่างอะไรจากที่เลช พอซนาน เมื่อเลวานดอฟสกีต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อเอาชนะใจนายใหญ่อย่าง เจอร์เกน คล็อปป์ ให้ได้

 

เวลานั้นคล็อปป์มั่นใจในตัวของ ลูคัส บาร์ริออส ศูนย์หน้าชาวปารากวัยมากกว่าเพียงแต่ความพยายามและความสามารถของเลวานดอฟสกีสามารถเอาชนะหัวใจของเจ้านายได้สำเร็จ และแน่นอนรวมถึงแฟนๆ Yellow Wall ด้วย

 

ช่วงเวลาที่ดอร์ทมุนด์นี่เองที่เลวานดอฟสกีได้รับการเจียระไนจนเปล่งประกายถึงขีดสุด โดยคล็อปป์ช่วยปั้นจนกลายเป็นหนึ่งในศูนย์หน้าที่น่าจับตามองมากที่สุดของยุโรป

 

ผลงานแจ้งเกิดเต็มตัวของเขาบนเวทีโลก คือการเหมาทำคนเดียว 4 ประตูในเกมกับเรอัล มาดริด ในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์​ลีก รอบรองชนะเลิศในฤดูกาล 2012-13 ก่อนที่เขาจะรู้ว่าชีวิตยังไปต่อได้อีก และตัดสินใจอำลาดอร์ทมุนด์เพื่อไปอยู่กับบาเยิร์น มิวนิก หลังจบฤดูกาลต่อมา แม้ว่าจะเป็นการตัดสินใจที่ทำร้ายความรู้สึกของคล็อปป์และแฟนบอลก็ตาม

 

จากจุดนั้นเลวานดอฟสกีไม่เคยหยุดพัฒนาจนถึงทุกวันนี้ ทุกปีศูนย์หน้ารายนี้เก่งขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งอายุมากการเล่นก็ยิ่งแหลมคม และทำให้เขาค่อยๆ ก้าวขึ้นมาสู่ระดับของ ‘ยอดมนุษย์ลูกหนัง’ เทียบเท่ากับ ลิโอเนล เมสซี และคริสเตียโน โรนัลโด

 

โดยเฉพาะในฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งเมสซีและโรนัลโดเริ่มมีสัญญาณของความเสื่อมถอยอย่างชัดเจน ตรงข้ามกับเลวานดอฟสกีที่ยิ่งเปล่งประกายเจิดจ้า โดยเฉพาะกับบาเยิร์น มิวนิก ที่ทำไปถึง 55 ประตูจากการเล่นแค่ 47 นัด พาทีมพิชิต 3 แชมป์ในฤดูกาลเดียวทั้งบุนเดสลีกา, เดเอฟเบ โพคาล และสำคัญที่สุดคือยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก

 

“ผู้เล่นอย่างเลวานดอฟสกี มีสิ่งเดียวที่เขาคิดถึงคือเรื่องของความสำเร็จ” เกรมบ็อกกี นายเก่ากล่าวสรุปถึงตัวตนของยอดศูนย์หน้า

 

อย่างไรก็ดีเมื่อคิดถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวแล้ว กว่าจะมาถึงจุดที่ได้รับรางวัล The Best ของ FIFA ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีวันทำได้

 

“นานมาแล้ว ผมจำได้ว่าผมเคยอยากได้รางวัลแบบนี้ และตอนนี้ผมได้รับรางวัลมาครองในที่สุด ดังนั้นเรื่องนี้จึงมีความหมายอย่างมากว่า ไม่ว่าคุณจะมาจากที่ไหนก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดมันอยู่ที่ว่าเราพยายามมากแค่ไหน”

 

ใช่แล้ว – มันอยู่ที่เราพยายามมากแค่ไหน!

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี จากคนที่ถูกมองข้าม สู่การเป็น ‘The Best’ ของวงการฟุตบอล appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ควง ลูซี บรอนซ์ คว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี FIFA https://thestandard.co/robert-lewandowski-and-lucy-bronze-received-fifa-trophy/ Fri, 18 Dec 2020 00:33:50 +0000 https://thestandard.co/?p=432789 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ควง ลูซี บรอนซ์ คว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี FIFA

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี และลูซี บรอนซ์ คว้ารางวัลนักฟุตบอล […]

The post โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ควง ลูซี บรอนซ์ คว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี FIFA appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ควง ลูซี บรอนซ์ คว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี FIFA

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี และลูซี บรอนซ์ คว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีในงานประกาศรางวัล The Best ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA เมื่อคืนที่ผ่านมา

 

จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทำให้ในปีนี้พิธีการประกาศรางวัลจัดขึ้นแบบเสมือนจริงแทน ณ นครซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยรางวัลสำคัญที่ทุกคนจับตามองคือรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี โดยในปีนี้ประเภทชายตกเป็นของเลวานดอฟสกี ดาวยิงทีมชาติโปแลนด์ของสโมสรบาเยิร์น มิวนิก ตามความคาดหมาย หลังจากที่ทำผลงานสุดยอดยิงไป 55 ประตูจาก 47 นัด พา ‘เสือใต้’ คว้า 3 แชมป์อย่างยิ่งใหญ่ ทำให้ได้รับการโหวตเหนือ คริสเตียโน โรนัลโด และลิโอเนล เมสซี

 

“ถ้าคุณได้รางวัลนี้และแชร์รางวัลร่วมกับเมสซีและโรนัลโด สำหรับผมมันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อและมีความหมายมาก” เลวานดอฟสกีกล่าว

 

“นานมาแล้ว ผมจำได้ว่าผมเคยอยากได้รางวัลแบบนี้ และตอนนี้ผมได้รับรางวัลมาครองในที่สุด ดังนั้นเรื่องนี้จึงมีความหมายอย่างมาก ไม่ว่าคุณจะมาจากที่ไหนก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดมันอยู่ที่ว่าเราพยายามมากแค่ไหน”

 

ขณะที่ในประเภทหญิง ลูซี บรอนซ์ แบ็กขวาทีมชาติอังกฤษของทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้รับรางวัลไปครองจากการโหวตของกัปตันทีมชาติ โค้ช สื่อมวลชน 200 คน และแฟนๆ ที่ได้รับการคัดเลือก โดยสตาร์ขวัญใจชาวเมืองผู้ดีที่เป็นนักฟุตบอลหญิงอังกฤษคนแรกที่ได้รางวัลของ FIFA กล่าวหลังได้รับรางวัลว่า “ฉันจะจดจำช่วงเวลานี้ไปตลอดชีวิต

 

“ฉันไม่คิดว่าจะมีคำพูดใดมาอธิบายความรู้สึกในเวลานี้ได้ แต่ในปี 2020 มันได้ให้บทเรียนกับเราในการที่จะชื่นชมกับสิ่งที่เรามีและไม่มองไกลจนเกินไป

 

“(การได้รางวัลเป็นคนแรก) เป็นสิ่งที่ฉันภูมิใจเสมอ ไม่มีหนทางใดที่จะเป็นต้นแบบให้แก่ใครสักคนได้ดีกว่าสิ่งนี้ ดังนั้นในการได้เป็นคนแรกและการประสบความสำเร็จในระดับนี้แสดงให้เห็นว่าผู้คนในอังกฤษ เด็กสาวตัวเล็กๆ กองหลังทุกคนได้เห็นว่าทุกสิ่งมันเป็นไปได้”

 

สำหรับรางวัลโค้ชยอดเยี่ยมแห่งปีประเภทชายตกเป็นของ เจอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลที่ได้รางวัลเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน หลังพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้สำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ โดยเอาชนะ ฮันซี ฟลิก ตัวเต็งประจำปีที่พาบาเยิร์น มิวนิก คว้า 3 แชมป์มาครองได้ในฤดูกาลที่ผ่านมา และมาร์เซโล บิเอลซา กุนซือที่พาทีมเล็กๆ อย่างลีดส์ ยูไนเต็ด ให้กลายเป็นสโมสรฟุตบอลต้นแบบขวัญใจคนทั้งโลก ขณะที่ในประเภทหญิงรางวัลตกเป็นของ ซารินา วีกแมน โค้ชชาวอังกฤษที่ทำผลงานพาทีมชาติเนเธอร์แลนด์ไม่แพ้ใครเลยในรอบคัดเลือกยูโร 2022 

 

“ผมช็อกอยู่” คล็อปป์กล่าว “มีหลายคนที่ผมอยากจะกล่าวคำขอบคุณ และส่วนใหญ่คือสตาฟฟ์โค้ชของผม ถ้าผมรู้ว่าผมจะได้รับรางวัล ผมคงอยากให้ทีมงานทุกคนมาอยู่กับผมที่นี่ด้วย สิ่งที่เราทำในปีที่ผ่านมามันเกิดขึ้นได้เพราะพวกเขา

 

“เราไม่ได้ฝันมา 30 ปี แต่เราเริ่มฝันในตอนนี้มา 2-3 ปีแล้ว มันเป็นสิ่งที่พิเศษ และเราทุกคนต่างมีปีที่พิเศษ แม้มันจะไม่ใช่ในทางที่ดีนัก แต่สำหรับแฟนๆ ลิเวอร์พูล อย่างน้อยเราก็ได้มีอะไรให้จดจำบ้างในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ผมไม่รู้ว่าผมควรจะรู้สึกอย่างไร มันตื้นตันอย่างยิ่ง”

 

ส่วนรางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมตกเป็นของ มานูเอล นอยเออร์ สุดยอดนายทวารจากบาเยิร์น มิวนิก ที่เสียไปแค่ 31 ประตูจาก 33 นัดในบุนเดสลีกา ส่วนผู้รักษาประตูหญิงยอดเยี่ยมรางวัลตกเป็นของ ซาราห์ บูฮัดดี จากทีมโอลิมปิก ลียง

 

รางวัลที่เหลือ ได้แก่ ปุสกัส อวอร์ด หรือประตูยอดเยี่ยมแห่งปีตกเป็นของ ซนฮึงมิน จากลูกที่ลากเดี่ยวจากแดนตัวเองไปยิงประตูเบิร์นลีย์เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งได้จากการโหวตของแฟนๆ, รางวัล FIFA Fair Play Award ตกเป็นของ มัตเตีย อักนีส นักเตะชาวอิตาลี วัย 17 ปี ของทีมออสเปดาเล็ตติ ลีกสมัครเล่นที่เห็นคู่แข่งล้มลงและหมดสติจึงรีบเข้าให้การช่วยเหลือทันทีโดยไม่ลังเล และสามารถช่วยชีวิตคู่แข่งเอาไว้ได้ และรางวัล FIFA Fan Award เป็นของ มาริวัลโด ฟรานซิสโก ดา ซิลวา ชาวบราซิล ที่แม้จะไม่มีเงินในการเดินทาง แต่ก็เดินเท้ากว่า 12 ชั่วโมงผ่านเมือง 3 เมืองเพื่อดูทีมรักลงแข่งขัน

 

ทีมยอดเยี่ยมแห่งปี FIFA FIFPro

 

ทีมชาย

ผู้รักษาประตู: อลิสซง เบ็คเกอร์ (ลิเวอร์พูล)

กองหลัง: เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (ลิเวอร์พูล), เซร์คิโอ รามอส (เรอัล มาดริด), เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค (ลิเวอร์พูล), อัลฟอนโซ เดวีส์ (บาเยิร์น มิวนิก)

กองกลาง: ติอาโก อัลกันตารา,​ โจชัว คิมมิช (บาเยิร์น มิวนิค), เควิน เดอ บรอยน์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

กองหน้า: คริสเตียโน โรนัลโด (ยูเวนตุส), โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี (บาเยิร์น มิวนิก), ลิโอเนล เมสซี (บาร์เซโลนา)

 

ทีมหญิง

ผู้รักษาประตู: คริสเตียน เอนด์เลอร์ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง)

กองหลัง: มิลลี ไบรท์ (เชลซี), ลูซี บรอนซ์ (โอลิมปิก ลียง/แมนฯ ซิตี้), วองดี เรอนาร์ด (โอลิมปิก ลียง)

กองกลาง: บาร์บารา โบนันซี (ยูเวนตุส), เวโรนิกา โบเกต (ยูทม่าห์ รอยัลส์/เอซี มิลาน), เดลฟีน กาสการิโน (โอลิมปิก ลียง)

กองหน้า: เพอร์นิลล์ ฮาร์เดอร์ (โวล์ฟสบวร์ก/เชลซี), โทบิน ฮีธ (พอร์ตแลนด์ ธอร์นส์/แมนฯ ยูไนเต็ด), วีเวียน มีเดมา (อาร์เซนอล) และเมแกน ราปิโน (โอแอล เรน)

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ควง ลูซี บรอนซ์ คว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี FIFA appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลวานดอฟสกีลุ้นรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยม ‘The Best 2020’ วันนี้ https://thestandard.co/best-fifa-football-awards-2020-who-is-in-the-running/ Thu, 17 Dec 2020 09:20:05 +0000 https://thestandard.co/?p=432627 Robert Lewandowski

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี สุดยอดศูนย์หน้าทีมชาติโปแลนด์ ลุ้น […]

The post เลวานดอฟสกีลุ้นรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยม ‘The Best 2020’ วันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Robert Lewandowski

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี สุดยอดศูนย์หน้าทีมชาติโปแลนด์ ลุ้นคว้ารางวัลเกียรติยศยิ่งใหญ่ ‘The Best’ ที่จัดขึ้นโดยสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA ที่จะมีการประกาศในวันนี้

 

การประกาศรางวัล The Best ประจำปีนี้จัดขึ้น​ที่นครซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นรางวัลเกียรติยศใหญ่รางวัลเดียวประจำปีนี้ เนื่องจากรางวัลลูกฟุตบอลทองคำหรือ ‘บัลลงดอร์’ ประกาศยกเลิกการมอบรางวัลเนื่องจากเป็นปีที่มีโรคระบาด 

 

ไฮไลต์ของการประกาศรางวัลอยู่ที่รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในประเภทชาย โดยผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล 3 คนสุดท้าย ได้แก่ คริสเตียโน โรนัลโด, ลิโอเนล เมสซี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ซึ่งดาวยิงจากทีมบาเยิร์น มิวนิกเป็นตัวเต็งประจำปีนี้จากผลงานที่โดดเด่นพาสโมสรคว้า 3 แชมป์ในฤดูกาลที่แล้ว และทำไปถึง 55 ประตูจาก 47 นัด

 

ขณะที่รางวัลนักฟุตบอลหญิงยอดเยี่ยมในปีนี้ผู้ได้รับการเสนอชื่อมี ลูซี บรอนซ์ แบ็กขวาทีมชาติอังกฤษของทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้, เพอร์นิลล์ ฮาร์เดอร์ กองหน้าทีมชาติเดนมาร์กของทีมเชลซี และ วองดี เรอนาร์ กัปตันทีมจอมแกร่งของโอลิมปิกลียงที่พาทีมคว้าแชมป์ลีก 14 สมัยติดต่อกัน และคว้ายูฟ่าแชมเปียนส์ลีกหญิงเป็นสมัยที่ 7 ในฤดูกาลที่ผ่านมา

 

รางวัลอื่นๆ ยังมีโค้ชยอดเยี่ยม ที่ผู้มีโอกาสคือ เจอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ที่พาทีมคว้าแชมป์ลีกสมัยแรกในรอบ 30 ปี และเป็นเจ้าของรางวัลเมื่อปีที่แล้ว, ฮันซี ฟลิก โค้ชผู้พาบาเยิร์น มิวนิก คว้า 3 แชมป์ และ มาร์เซโล บิเอลซา ยอดกุนซือชาวอาร์เจนตินาผู้ที่พาลีดส์​ ยูไนเต็ด เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี ด้วยสไตล์การเล่นที่ยอดเยี่ยมได้รับการชื่นชมจากโลกฟุตบอล นอกจากนี้ยังมีรางวัลโค้ชหญิงยอดเยี่ยม, ผู้รักษาประตูชายและหญิงยอดเยี่ยม และรางวัล ‘ปุสกัส อวอร์ด’ หรือประตูยอดเยี่ยมแห่งปี ที่เปิดให้แฟนๆ โหวตเลือกประตูสุดสวยในดวงใจ

 

สำหรับพิธีการประกาศผลรางวัลจะเริ่มในเวลา 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 01.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ​โดยมีการถ่ายทอดสดให้ชมทาง FIFA.com 

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post เลวานดอฟสกีลุ้นรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยม ‘The Best 2020’ วันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดสถิติการถล่มประตูของ ‘โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี’ ในฤดูกาล 2019/20 https://thestandard.co/robert-lewandowski-goal-records/ Mon, 01 Jun 2020 04:55:52 +0000 https://thestandard.co/?p=368670

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ยังฮอตไม่หยุด ทำคนเดียวอีก 2 ประตู […]

The post เปิดสถิติการถล่มประตูของ ‘โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี’ ในฤดูกาล 2019/20 appeared first on THE STANDARD.

]]>

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ยังฮอตไม่หยุด ทำคนเดียวอีก 2 ประตูช่วยให้บาเยิร์น มิวนิก ถล่มฟอร์ทูนา ดุสเซลดอร์ฟ 5-0 นอกจากหัวหอกชาวโปแลนด์จะทำให้ ‘เสือใต้’ หนีห่างรองจ่าฝูง 10 คะแนนแล้ว ยังทำสถิติยิงประตูสูงสุดในฤดูกาลเดียว 43 ประตูเทียบเท่ากับในฤดูกาล 2016-17 ที่ทำไป 43 ประตูจากการเล่น 47 นัดด้วย

 

 

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย

The post เปิดสถิติการถล่มประตูของ ‘โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี’ ในฤดูกาล 2019/20 appeared first on THE STANDARD.

]]>