RICI Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/rici/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 24 Oct 2023 07:42:46 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 RICA ไฟน์ไดนิ่งไวบ์สบายที่เสิร์ฟความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน https://thestandard.co/life/rica-bangkok/ Mon, 24 Jul 2023 00:30:35 +0000 https://thestandard.co/?p=821122

หากคุณเคยแวะเวียนไป RICI และ RICO’S ที่กลางวันเป็นคาเฟ่ […]

The post RICA ไฟน์ไดนิ่งไวบ์สบายที่เสิร์ฟความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน appeared first on THE STANDARD.

]]>

หากคุณเคยแวะเวียนไป RICI และ RICO’S ที่กลางวันเป็นคาเฟ่แต่ตกดึกเป็นร้านชิลแล้ว ก็ควรจะต้องแวะขึ้นไปยกระดับต่อมรับรสกันที่ RICA ร้านที่นิยามตัวเองว่าเป็นบูติกอัปสเกลไดนิ่งที่ตั้งอยู่บนชั้น 2 เพื่อให้ครบเครือ  

 

 

The Vibe

 

หากคุณยังไม่เคยแวะมาร้านใดร้านหนึ่งในเครือนี้ ก็คงจะไม่รู้เลยว่าในซอยสุขุมวิท 26 มีร้านลับแบบนี้อยู่ด้วย จากชั้นล่างที่เป็นคาเฟ่ เมื่อขึ้นไปยังชั้นบนก็สัมผัสได้ถึงไวบ์ที่แตกต่าง ด้วยห้องอาหารที่มีโต๊ะขาวนวล บนโต๊ะถูกเรียงรายอย่างเป็นระเบียบสวยงามด้วยแก้ว จาน แจกันดอกไม้ โคมไฟสีทอง ทุกอย่างถูกตกแต่งอย่างเรียบหรู แต่ในขณะเดียวกันก็ยังให้ความรู้สึกโฮมมี่เบาๆ ไม่ทางการจนเกินไป  

 

 

The Taste

 

สไตล์อาหารของที่นี่จะเน้นเป็นยุโรป-เอเชียฟิวชัน นำเสนอผ่านคอร์สเมนูต่างๆ ทั้ง 4-Courses Tasting Menu, 5-Courses Journey Menu และ 8-Courses Experience Menu ซึ่งวันนี้เราเลือกเป็น 8 คอร์ส และถือโอกาสลองรายการอื่นๆ ที่เสิร์ฟในแต่ละคอร์สด้วย

 

 

เริ่มกันที่ Welcome Drink ที่วันนี้เสิร์ฟเป็นม็อกเทลแอปเปิ้ล ให้ความสดชื่นได้ดี ก่อนจะตามมาด้วย Welcome Break ที่เสิร์ฟเป็นขนมปังฟอกกาเซียและฮันนี่บัลซามิก ซึ่งต้องขอติดดาวให้กับจานนี้จริงๆ เพราะรสชาติทำออกมาได้เซอร์ไพรส์มาก ตัวขนมปังมีความกรอบนอกนุ่มใน สอดแทรกมะกอกดำและแครนเบอร์รีที่กินเปล่าๆ ก็อร่อยแล้ว แต่พอราดซอสที่ให้มาด้วยรู้ตัวอีกทีก็คือหมดชิ้นในไม่กี่นาที  

 

 

เรียกน้ำย่อยกันต่อด้วย Amuse Bouche ที่เสิร์ฟเป็นชูครีมไส้ครีมทรัฟเฟิล แซลมอนรมควันและครีมชีส ท็อปด้วยอิคุระ รสชาติละมุนครีมมี่สุดๆ เรียกว่าถูกใจสายทรัฟเฟิลแน่นอน 

 

 

ต่อด้วย Cold Starter 3 จานที่วันนี้ล้วนมีวัตถุดิบหลักเป็นอะโวคาโดและส้มโอ เริ่มที่ Gillardeau Oyster Avocado Ceviche รสเปรี้ยวจากส้มโอและความหวานจากองุ่นทำให้คำนี้ไม่คาวแต่อย่างใด เพิ่มเท็กซ์เจอร์เคี้ยวสนุกกับคริสปี้ควินัว และกัวคาโมเล ซึ่งในตัวกัวคาโมเลจะมีข้าวโพดหวานออร์แกนิกคลุกเคล้ามาด้วย ทำให้รสชาติหวานกลมกล่อมยิ่งขึ้น กินเพลิน 

 

 

Salmon Tartare Crostini เป็นอีกจานที่มีเท็กซ์เจอร์ให้เคี้ยวสนุกอีกเช่นกัน รสชาติเข้ากันอย่างลงตัวกับแซลมอนที่ท็อปมาด้านบน

 

 

Hot Starter วันนี้เสิร์ฟเป็น Hokkaido Scallop & Black Truffle หอยเชลล์ฮอกไกโดท็อปด้วยทรัฟเฟิลดำราดด้วยล็อบสเตอร์บิสก์รสเข้มข้น ตักกินกับถั่วแระญี่ปุ่นยิ่งมันปาก ตามมาด้วยอีกจานที่น่าสนใจอย่าง Pan-Seared Duck Breast เสิร์ฟกับแครอตพิวเร ตัวเป็ดย่างมาได้นุ่มกำลังดี เข้ากันดีกับซอสแครนเบอร์รีหวานๆ ชวนให้นึกถึงเป็ดพะโล้ในเวอร์ชันไฟน์ไดนิ่ง   

 

 

เติมพื้นที่ในกระเพาะอีกนิดก่อนจะเข้าสู่เมนคอร์สกับ Black Truffle Lobster Ravioli ที่สายชีสน่าจะปลื้มด้วยตัวพาสต้าสดสอดไส้หางกุ้งล็อบสเตอร์ ครีมชีสฟิลาเดลเฟีย และมาสคาร์โปเนชีส ราดด้วยซุปไก่ใส (Chicken Consommé) 

 

 

เดินทางเข้าสู่จานหลักในค่ำคืนนี้ที่มีวัตถุดิบหลักเป็นแซลมอน ปลาฮามาจิ และแกะ เริ่มกันที่ Salmon & Pickled Salad เนื้อแซลมอนมีความแน่นนุ่ม เสิร์ฟพร้อมกับสลัดผักดองและซอสบัลซามิกฮันนี่มัสตาร์ด รสชาติเบาๆ กินได้เรื่อยๆ เหมาะจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับใครที่ชอบรสชาติที่ไม่ปรุงแต่งเยอะ  

 

 

ยกระดับความเข้มข้นของรสชาติขึ้นมากับ Pan-Seared Yellowtail Hamachi ปลาฮามาจิแพนเซียร์เสิร์ฟกับข้าวดอกกะหล่ำหวานกรุบกรอบ เข้ากันดีกับดอกกะหล่ำพิวเร และซอสมะเขือเทศ Bloody Mary 

 

 

มาถึง Roasted Spring Lamb Loin หมักสมุนไพรจากฝรั่งเศส เสิร์ฟกับมันฝรั่ง โรสแมรี มะเขือเทศ และเรดไวน์เบบี้แครอต ตัวแกะจะไม่ได้มีกลิ่นแรงมาก แต่ถ้าใครชอบความ ‘แกะตะโกน’ แนะนำให้ราดกับซอสที่เสิร์ฟมาด้วย  

 

 

หลังจากอิ่มเอมกับอาหารไปแล้วก็ต้องล้างปากด้วยของหวาน เริ่มกันที่ Passion Mango ที่แค่เห็นก็สดชื่นแล้ว ความเปรี้ยวของ Passion Fruit Curd ตัดรสหวานของ Vanilla Ganache Montee และบิสกิตคาเคานิบส์ได้ดี ที่เห็นชิ้นสี่เหลี่ยมนั้นคือมาร์ชเมลโลมะนาว กินกับมะม่วงซอร์เบตยิ่งสดชื่น 

 

ส่วนจานข้างๆ ก็ยังคงอยู่ในหมวดที่ให้ความสดชื่นกับ Citrus Semifreddo ซึ่งคำว่า Semifreddo นั้นเป็นคำภาษาอิตาลีที่มีความหมายว่า ‘ครึ่งเย็น’ สื่อถึงขนมแช่แข็งที่คล้ายคลึงกับไอศกรีม ซึ่งจานนี้จะเป็นมูสเลมอนที่นำไปแช่แข็งนั่นเอง กินกับผลไม้ก็สดชื่น หรือถ้าจะเพิ่มรสหวานหน่อยแนะนำให้ปาดเลมอนบัตเตอร์สกอตและเมอแรงก์ไปด้วย

 

 

มาถึงของจานของหวานที่เรายกให้เป็นเดอะเบสต์ของคืนนี้ Chocolate Parfait ที่น่าจะถูกใจสายช็อกโกแลตไม่น้อยกับไวต์ช็อกโกแลตพาร์เฟต์ ไอศกรีมช็อกโกแลตท็อปด้วยช็อกโกแลตตูเลบางกรอบ ด้านล่างยังมีบราวนี่และช็อกโกแลตครัมเบิลให้ตักกินด้วย 

 

 

ปิดท้ายค่ำคืนกับความหวานจับใจอันเป็นเอกลักษณ์ของ Petite Froid ที่เสิร์ฟเป็น Farewell Passion Caramel Bonbon ช็อกโกแลตไส้คาราเมลเสาวรส และ Petit Raspberry Droplet เยลลี่ราสป์เบอร์รีเคลือบน้ำตาลบนบิสกิต ถ้าใครที่สู้ความหวานไหวก็ลุยแบบเต็มปากเต็มคำได้สบายๆ 

 

 

Good For

 

ถ้าใครที่มองหาสถานที่สำหรับการเฉลิมฉลองในวาระโอกาสพิเศษต่างๆ ด้วยคอร์สอาหารที่อิ่มกำลังดีไม่แน่นมาก ที่นี่ถือเป็นอีกหน่ึงตัวเลือกที่ดี แนะนำให้จองก่อนเพราะที่นี่ไม่รับ Walk-in 

 

ภาพ: ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์

 


 

RICA

 

Open: เปิดบริการทุกวัน เวลา 18.00-22.30 น. 

Address: ชั้น 2, 59/13 ซอยสุขุมวิท 26 

Budget: 8-Courses 3,600++ บาท  

Tel: 0 2258 5538

Instagram: https://www.instagram.com/ricabangkok/

The post RICA ไฟน์ไดนิ่งไวบ์สบายที่เสิร์ฟความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
RICI ร้านนั่งชิลในบรรยากาศที่อบอุ่น แถมอาหารอร่อยด้วย https://thestandard.co/life/rici-chilling-in-a-warm-atmosphere/ Thu, 13 Jul 2023 02:25:59 +0000 https://thestandard.co/?p=816228 RICI

ใครเคยมา Rico’s ตอนกลางวันแล้ว ห้ามพลาด RICI ตอนกลางคืน […]

The post RICI ร้านนั่งชิลในบรรยากาศที่อบอุ่น แถมอาหารอร่อยด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
RICI

ใครเคยมา Rico’s ตอนกลางวันแล้ว ห้ามพลาด RICI ตอนกลางคืน

 

ดูเหมือนว่าเทรนด์การเปิดร้านแบบที่ตอนกลางวันเป็นคาเฟ่ ตอนกลางคืนเป็นบาร์ กำลังได้รับความนิยมมากๆ เช่นเดียวกันกับร้าน Rico’s คาเฟ่สุดฮอตที่สาย Cafe Hopping ต้องไป ตอนนี้เขาเปิดบาร์แล้วชื่อ RICI แต่ความพิเศษคือเปิดแค่วันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์เท่านั้น

 

 

The Vibe

ใครที่เคยไป Rico’s สาขาสุขุมวิท 26 น่าจะพอนึกบรรยากาศออกว่าภายในร้านจะดูเรียบๆ สบายๆ ค่อนข้างปลอดโปร่ง แต่พอมาเป็น RICI ช่วงตอนเย็น ทางร้านได้เติมไฟสลัวๆ ทำให้บรรยากาศภายในร้านดูอบอุ่นมากขึ้น

 

 

The Taste

อันที่จริงในเครือของ Rico’s ยังมีร้าน Rica ที่เป็นไฟน์ไดนิ่ง ทำเรามั่นใจได้ว่า RICI อยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่ละเมนูของทางร้านจะมาในแนวที่กินง่าย เป็นมื้อหลักก็ได้ หรือจะกินเล่นคู่กับเครื่องดื่มก็ดี และที่นี่ยังมีขนมหวานให้ลองอีกด้วย

 

วันนี้เราอยากจะแนะนำเมนูที่มา RICI แล้วคุณต้องลอง อาจจะหนักไปทางทรัฟเฟิลนิดหนึ่ง สำหรับใครที่รักทรัฟเฟิลคุณพลาดไม่ได้

 

 

เริ่มที่ของกินเล่นก่อน Crispy Japanese Sweet Potatoes (ราคา 220 บาท) มันหวานญี่ปุ่นกินกับซอสทรัฟเฟิลทาร์ทาร์ เหมาะกับใครที่อยากหาของกินเล่นกรอบๆ ไว้เคี้ยว

 

ต่อมาสำหรับใครที่ชอบกินอะไรที่กรอบนอกนุ่มในและไม่อิ่มจนเกินไป ต้องลอง Black Truffle Arancini (ราคา 160 บาท) ข้างในเป็นรีซอตโตผัดกับชีส จากนั้นปั้นเป็นก้อนแล้วนำไปทอด กินคู่กับใบโอบะและทรัฟเฟิลครีมซอส บอกเลยมีหลายรสชาติมากๆ ในหนึ่งคำ

 

 

หากใครที่มาแล้วยังไม่ได้กินอาหารเย็นไม่ควรพลาดเมนูนี้ Baked Chicken and Mushroom (ราคา 390 บาท) เป็นเส้นพาสต้าแบบฟูซิลลี่กับครีมซอสทรัฟเฟิล ซึ่งทางร้านจะนำไปอบ ทำให้จานนี้มีรสชาติเข้มข้น หอมทรัฟเฟิล และมีกลิ่นหอมจากการอบ

 

 

แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบทรัฟเฟิล เราแนะนำให้ลองสั่ง House-Made Marinated Chicken (ราคา 300 บาท) ไก่ที่นี่ย่างมาแบบชุ่มฉ่ำ ตัวเนื้อไก่ก็ถูกปรุงรสมาแล้ว แต่ที่พลาดไม่ได้เลยคือข้าวโพดหวานที่วางรองข้างใต้ไก่ หวานจริงๆ กินเพลินมากๆ

 

 

นอกจากของคาวแล้วก็ยังมีของหวานแบบ Mignardises (ราคาชิ้นละ 70-80 บาท) ที่เป็นคำเล็กๆ ให้เลือกหลายอย่าง

 

 

ส่วนใครที่อยากชิมของหวานแบบจัดเต็มต้องลอง Strawberry Parfait (ราคา 250 บาท) เป็นเมนูที่มีความเป็นสตรอว์เบอร์รีแบบสุดๆ เพราะมีทั้งเยลลี่ มูส และซอร์เบต ที่เป็นกลิ่นสตรอว์เบอร์รี ซึ่งข้างใต้จะเป็นครัมเบิลและข้างบนเป็นไวต์ช็อกโกแลต เวลาตักกินอยากให้ผ่านในทุกๆ ชั้น เพราะจะได้รสชาติและสัมผัสที่หลายหลายมากๆ

 

 

สุดท้ายค็อกเทลสองแก้วที่ทางร้านแนะนำให้ลองชิมจะออกไปในโทนสดชื่น มีความเป็นผลไม้อยู่มาก

 

แก้วแรกคือ Southern Punch (ราคา 320 บาท) ส่วนผสมหลักเป็น Chalong Bay Rum ทำให้แก้วนี้ชื่อ Southern ตามด้วยส้ม มะนาว และเสาวรส แก้วนี้มีความหวานสดชื่น แต่อาจจะแรงนิดหนึ่ง

 

แก้วที่สองเป็น Fruit of the Loom (ราคา 320 บาท) แก้วนี้ไปในโทนดื่มง่ายเลย เบสเป็นจินและผลไม้หลายชนิด ปิดท้ายด้วยโซดา เราแอบคิดว่าแก้วนี้รสชาติคล้ายปีโป้ ใครมีโอกาสได้ไปที่ร้านต้องทดลองดูว่าเหมือนจริงไหม

 

 

Good for

ที่นี่เป็นร้านนั่งชิลตอนเย็นในบรรยากาศที่อบอุ่น สบายๆ เราว่าเหมาะกับการไปนั่งเมาท์กับเพื่อนกลุ่มเล็กๆ สัก 3-4 คน แต่บรรยากาศแสงไฟแบบนี้ก็เหมาะกับพาคนรักไปเดตได้เช่นกัน

 

ใครที่สนใจอยากจะไปร้านอยู่ในซอยสุขุมวิท 26 ที่เดียวกันกับ Rico’s เลย แต่ถ้าใครอยากลองไฟน์ไดนิ่งก็ไปที่ Rica ได้นะ

 

 

RICI by Rico’s

Open: เปิดเฉพาะวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 19.00-00.00 น.

Address: สุขุมวิท 26

Budget: 300-800 บาท

Facebook: Rico’s Sukhumvit

Map:

 

The post RICI ร้านนั่งชิลในบรรยากาศที่อบอุ่น แถมอาหารอร่อยด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>