Reebok Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/reebok/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 29 Jun 2026 04:46:24 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 CELINE MEN’S SPRING/SUMMER 2027แฟชั่นโชว์ฝั่งผู้ชายครั้งแรกของ Michael Rider https://thestandard.co/celine-men-spring-summer-2027/ Mon, 29 Jun 2026 04:46:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1224490 ภาพนายแบบในชุดจากคอลเล็กชัน CELINE MEN’S SPRING/SUMMER 2027

อีกหนึ่งโชว์ใหญ่ปิด Paris Men’s Fashion Week ซีซั่น Spr […]

The post CELINE MEN’S SPRING/SUMMER 2027แฟชั่นโชว์ฝั่งผู้ชายครั้งแรกของ Michael Rider appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพนายแบบในชุดจากคอลเล็กชัน CELINE MEN’S SPRING/SUMMER 2027

อีกหนึ่งโชว์ใหญ่ปิด Paris Men’s Fashion Week ซีซั่น Spring/Summer 2027 ที่หลายคนรอคอยท่ามกลางคลื่นความร้อน คือ CELINE ซึ่งเป็นแฟชั่นโชว์ฝั่งผู้ชายครั้งแรกของ Michael Rider ครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนปัจจุบันที่ยิ่งนับวันเรายิ่งเห็นวิสัยทัศน์และทิศทางเสื้อผ้าชัดเจนมากขึ้น

ดูภาพข่าว ▼ 

ก้าวใหม่ของแบรนด์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่พรีเซนเทชัน Fall/Winter 2026 ซีซั่น ก่อนได้รับการตอบรับดีอย่างมาก กับเพียงแค่การนำเสนอเสื้อผ้าแบบไม่ใช้นายแบบ มีเพียงการจัดวางบนพื้นและไม้แขวน กับเสื้อผ้าที่โดดเด่นเรื่องสไตลิ่งล้วนๆ จนตอนนี้คาแร็กเตอร์ (และลูกค้า) ของผู้ชาย CELINE เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น มากพอที่จะจัดโชว์ของตัวเอง

 

ในโชว์โน้ตของ Michael Rider ไม่ได้มีการบรรยายถึงเทคนิคหรือแรงบันดาลใจใดๆ แต่มีเพียงประโยคสะท้อนกระแสสำนึก (Stream of consciousness) ของเขา ที่จับใจความได้ว่าเสื้อผ้าควรมาจากสัญชาตญาณและความรู้สึก รู้สึกอย่างไรให้แต่งแบบนั้น เก็บเล็กผสมน้อยจากเสื้อผ้าที่เราใส่จริงๆ มีความสุขกับเสียงเพลง และสไตลิ่งแบบฟรีสไตล์ไร้สูตรตายตัว

 

เลยออกมาเป็นเสื้อผ้าที่ทุกชิ้นและทุกลุคมีเรื่องราวของตัวเอง เสื้อกั๊กไหมพรมของคุณตาทับเสื้อเชิ้ต ผสมเครื่องประดับลูกปัดไม้ กางเกงสีกากีที่มีบ็อกเซอร์โผล่ออกมา เสื้อไหมพรมคาดโอบิสีม่วง แต่ก็มีดีเทลสายรัดลูกปัดที่แขนเสื้อ รองเท้าสนีกเกอร์ที่ทำกับ Reebok และอีกมากมาย เหมือนเราได้เจอเพื่อนที่ออกเดินทาง และดูเปลี่ยนไปจากเรื่องราวและความทรงจำที่เขาได้เจอเมื่อตอนซัมเมอร์ที่ผ่านมา

 

ภาพ: CELINE

 

 

ภาพนายแบบในชุดจากคอลเล็กชัน CELINE MEN’S SPRING/SUMMER 2027 1ภาพนายแบบในชุดจากคอลเล็กชัน CELINE MEN’S SPRING/SUMMER 2027 2ภาพนายแบบในชุดจากคอลเล็กชัน CELINE MEN’S SPRING/SUMMER 2027 3ภาพนายแบบในชุดจากคอลเล็กชัน CELINE MEN’S SPRING/SUMMER 2027 4ภาพนายแบบในชุดจากคอลเล็กชัน CELINE MEN’S SPRING/SUMMER 2027 5ภาพนายแบบในชุดจากคอลเล็กชัน CELINE MEN’S SPRING/SUMMER 2027 6ภาพนายแบบในชุดจากคอลเล็กชัน CELINE MEN’S SPRING/SUMMER 2027 7ภาพนายแบบในชุดจากคอลเล็กชัน CELINE MEN’S SPRING/SUMMER 2027 8ภาพนายแบบในชุดจากคอลเล็กชัน CELINE MEN’S SPRING/SUMMER 2027 9ภาพนายแบบในชุดจากคอลเล็กชัน CELINE MEN’S SPRING/SUMMER 2027 10

The post CELINE MEN’S SPRING/SUMMER 2027แฟชั่นโชว์ฝั่งผู้ชายครั้งแรกของ Michael Rider appeared first on THE STANDARD.

]]>
Memory lane ‘สมัยนั้น’ กลิ่นความทรงจำ แฟนกีฬายุค 90 https://thestandard.co/90s-sports-fan-memories/ Sun, 12 Apr 2026 02:25:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1197249 ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ

“ม้วนภาพอะไรนะ”   ระหว่างที่กำลังรื้อห้องเพื่อเก็บ […]

The post Memory lane ‘สมัยนั้น’ กลิ่นความทรงจำ แฟนกีฬายุค 90 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ

“ม้วนภาพอะไรนะ”

 

ระหว่างที่กำลังรื้อห้องเพื่อเก็บกวาด ผมแอบสงสัยกับตัวเองว่าสิ่งที่อยู่ในม้วนภาพนี้มันคืออะไร และยิ่งไปกว่านั้นคือไปสั่งซื้อมาตั้งแต่เมื่อไร (เพื่อจะหาคำตอบและคำอธิบายทางบ้านได้)

 

ยืนคิดไปก็ไม่มีประโยชน์ ผมตัดสินใจจะเปิดกลักมันออกมา ก่อนจะพบกับคำตอบที่ไม่ได้คาดคิด

 

มันคือภาพโปสเตอร์ขนาดใหญ่ น่าจะในไซส์ A2 และในนั้นไม่ได้เป็นภาพวาด ภาพเขียน หรือภาพวาบหวิวจากไหน แต่เป็นภาพของปีกร่างระหงในชุดเสื้อฟุตบอล Reebok สีแดง

 

ใต้ภาพมีชื่อที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครกำกับไว้ “STEVE McMANAMAN”

 

สรุปแล้วมันคือภาพโปสเตอร์ฟุตบอลที่น่าจะไปสั่งซื้อมาจากสักกลุ่มเพื่อหวังว่าจะมาติดในห้องนอน แต่ก็เอาไปเก็บไว้ในหลืบมุมของห้องนานจนลืม

 

แต่ความมหัศจรรย์คือ โปสเตอร์ภาพนี้ภาพเดียวทำให้ความทรงจำมากมายของชีวิตการเป็นแฟนกีฬาในช่วงเวลานั้น – ในความหมายของผมคือยุค 90 – ผุดขึ้นมาทันที

 

มาลองไล่ความทรงจำ ‘สมัยนั้น’ ไปด้วยกันสักหน่อยไหมครับ เอาเท่าที่จำได้ก็ได้

 

ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ 1

 

‘สมัยนั้น’ การติดตามฟุตบอลและเกมกีฬาอื่นๆ มีความแตกต่างจากยุคสมัยนี้ในแบบคนละโลกและคนละเรื่องเลยครับ

 

อย่าถามหาแอปพลิเคชันแบบ LiveScore หรือโซเชียลมีเดียอย่าง X (Twitter) หรือกลุ่ม Line ที่จะมีเพื่อนสักคนคอยคาบข่าวเอามาฝากกันทุกเช้าเลย

 

กว่าที่คนจะรู้จักและเข้าใจอินเทอร์เน็ตจริงๆ ก็แทบจะเป็นช่วงปลายๆ ของยุค 90s แล้ว

 

ช่องทางหลักในการติดตามข่าวสารถูกจำกัดเอาไว้เพียงแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้นเองครับ

 

โทรทัศน์คืออย่างแรก

 

ตามด้วยวิทยุ

 

และสื่อสิ่งพิมพ์อย่างหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และหนังสือเล่มหรือพ็อกเกตบุ๊ก

 

แต่ถึงจะมีน้อย แต่ก็เป็นความน้อยที่มีความสุขอย่างมาก

 

โดยส่วนตัวหลักๆ แล้วช่องทางที่สำคัญและเป็นต้นธารสำหรับคนรักกีฬาหลายต่อหลายคนคือหนังสือ โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่เข้าถึงได้ง่ายและเร็วที่สุด

 

ในหนังสือพิมพ์ทุกหัว (สำนักข่าว) จะมีเซกชันข่าวกีฬาแยกเอาไว้อย่างชัดเจน และมีจำนวนหน้าที่ไม่น้อยเลย โดยเฉพาะเบอร์ต้นของตลาดอย่างไทยรัฐและเดลินิวส์ที่หน้ากีฬามีเรื่องราวให้อ่านมากมาย ทั้งรายงานข่าวกีฬาประจำวัน ไปจนถึงคอลัมน์จากนักเขียน (ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือนักหนังสือพิมพ์) ฝีมือฉมังเดชทั้งหลาย

 

แต่ถ้าเป็นคนที่รักกีฬาแบบลึกขึ้นไปอีกขั้นก็ยังมีหนังสือพิมพ์กีฬาโดยเฉพาะอย่างสยามกีฬา (ซึ่งในวงการเรียกกันว่าเล่มใหญ่)

 

และเล่มที่เป็น ‘รักแรก’ ของแฟนฟุตบอลหลายๆ คนอย่าง สยามกีฬา สตาร์ซ็อคเก้อร์ (ที่จะเรียกกันว่าเล่มเล็ก)

 

ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ 2

 

สมัยนั้นสตาร์ซ็อคเกอร์รายวันคือแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุดสำหรับแฟนฟุตบอลทุกคน เพราะจะมีทั้งข่าวสารที่เจาะลึก ผลการแข่งขันที่ละเอียด และที่สำคัญที่สุดคือเหล่าคอลัมน์จากคอลัมนิสต์ระดับมืออาชีพที่จะมาร่ายเรื่องราวให้ได้อ่านกันในแต่ละวัน (และอ่านวนไปทั้งวัน ส่วนใหญ่เล่มเดียววนได้รอบห้องด้วย)

 

พี่ๆ ในวันนั้นหลายๆคน ก็กลายมาเป็นครูบาอาจารย์ เป็น ‘เสาหลัก’ ของวงการฟุตบอลและวงการกีฬาในเวลานี้

 

คอลัมนิสต์ในสตาร์ซ็อคเกอร์จะแบ่งออกเป็นหลายสายครับ สายหลักแน่นอนย่อมต้องเป็นฟุตบอลอังกฤษ ที่จะเกาะติดแวดวงของลูกหนังเมืองผู้ดีมาฝากกัน เช่น แจ็คกี้, บอบู๋, ซัมเมอร์ฮิลล์, ลิตเติ้ลโจ, ตังกุย, ยักษ์ดอยแดง นอกจากนี้ก็จะมีสายเฉพาะของลีกแต่ละประเทศอีก เช่น ก.ป้อหล่วน, ช่อคูน, นพนันท์, ป๋ายาว, มาเฟียรี่, โมนาลิซ่า และอีกมากมาย ไปจนถึงนักเขียนสายเรื่องนอกกระแสอย่าง ศาธนันท์ และคอลัมน์ฮิตตอบคำถามแฟนๆ ของบิ๊กจ๊ะ (ซึ่งรับช่วงต่อจาก ย.โย่ง ผู้จากไปก่อนเวลาอันควร)

 

งานเขียนเหล่านี้แม้จะเหมือนงานเขียนรายวันธรรมดา แต่เมื่อคิดย้อนกลับไปในความทรงจำแล้วนับว่าเป็นงานเขียนที่เลอค่า เพราะมันไม่ได้มอบแค่ข้อมูลหรือข่าวสาร แต่มันคือสิ่งที่ทำให้อรรถรสในการติดตามกีฬาสนุกขึ้น

 

เป็นความสุนทรีย์ (เขาเรียกกันว่า Aesthetic ใช่ไหม?) ของคนในยุคสมัยนั้น และปลูกฝังนิสัยการรักการอ่านให้หลายคน – รวมถึงตัวผมเอง – มาจนถึงวันนี้

 

 

ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ 3

 

ผมมีหนึ่งคอลัมน์ที่ชอบติดตามเป็นพิเศษและเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจส่วนตัวเพราะเป็นของที่ใหม่มากในยุคสมัยนั้นคือ ‘ตามรอยหงส์แดง’ โดยไทซอน หรืออาภากร โยมา ผู้เชี่ยวชาญด้านอเมริกันเกมส์ในปัจจุบัน (และเป็นอีกหนึ่งคอลัมนิสต์ขาประจำของ The Standard Sport ด้วย)

 

ตามรอยหงส์แดง น่าจะเป็นคอลัมน์ที่เกิดในช่วงปลายยุค 90 แล้ว โดยจะเป็นเนื้อหาที่แปลกแหวกแนวสำหรับสมัยนั้นคือการรวบรวมข่าวกอสซิปย้ายทีม หรือที่เรียกกันว่า Transfer rumour news ที่เกี่ยวกับลิเวอร์พูลมาฝากแฟนๆเป็นประจำในทุกสัปดาห์

 

เพราะปกติแล้วข่าวทำนองนี้ถึงจะมีลงในแต่ละวัน ซึ่งฝ่ายข่าวของหนังสือพิมพ์จะได้รับแหล่งข่าวจากต่างประเทศ ตั้งแต่ระบบเทเล็กซ์ (Telex เครื่องพิมพ์ข่าวที่ถูกส่งมาจากสำนักข่าวต่างประเทศอีกที) จนถึงยุคของอินเตอร์เน็ตเริ่มเข้ามาก็ตามเว็บไซต์ของสำนักข่าวต่างๆ และหนังสือพิมพ์จากต่างประเทศที่จะมีผู้สื่อข่าวที่ถูกส่งไปประจำการอยู่ที่อังกฤษคอยส่งหนังสือพิมพ์จากที่โน่นมาให้อีกทอดหนึ่ง

 

ในยุคสมัยนั้นเท่านี้ก็ถือว่าเร็วแล้ว แต่มันไม่ได้มีใครมาคอยอัพเดตให้ต่อเนื่องยิบๆจนถึง ‘Here We Go’ ดังนั้นหลายครั้งข่าวอาจจะออกไม่กี่วันแล้วก็ได้เห็นภาพชูเสื้อเซ็นสัญญาย้ายทีมเลย

 

ครั้งนึงที่จำได้แม่นคือเรื่องของสตีฟ แม็คมานามาน ที่เกือบจะย้ายไปบาร์เซโลนา แต่สุดท้ายการเจรจาล่มก็เป็นข่าวใหญ่โต หรืออีกครั้งที่จำได้เป็นการส่วนตัวคือไปเที่ยวต่างจังหวัดกับที่บ้านมาแล้วเดินไปซื้อหนังสือพิมพ์ที่ร้านในซอยแล้วได้เห็น ริโอ เฟอร์ดินานด์ ยืนชูเสื้อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เฉยเลย

 

คอลัมน์อย่างตามรอยหงส์แดงที่เก็บรวบรวมข่าวซุบซิบในวงการ (ซึ่งขณะนั้นก็ไม่ได้จอแจเหมือนทุกวันนี้) จึงเป็นคอลัมน์ที่สนุกมาก ในการติดตามข่าวสาร ได้เห็นชื่อนักฟุตบอลแปลกๆ ใหม่ๆ (เช่น เวการ์ด เฮกเกม ที่ต่อมาย้ายร่วมทีมลิเวอร์พูลจริงๆ) ก็ช่วยแต่งเติมจินตนาการได้สนุก

 

บางทีเอาชื่อนักบอลเหล่านี้ไปหาต่อในเกม Championship Manager (หรือ CM) ซึ่งก็เริ่มเป็นที่นิยมในช่วงกลางยุค 90 ด้วย

 

ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ 4

 

แต่หนังสือพิมพ์ไม่ได้เป็นแค่แหล่งเดียวครับ ยังมีนิตยสารอีกมากมาย ซึ่งไม่ได้สงวนแค่นิตยสารฟุตบอลอย่างสตาร์ซ็อคเก้อร์รายสัปดาห์ เพราะยังมีนิตยสารอะไรต่อมิอะไรให้อ่านอีกเยอะ

 

แฟนบอลลิเวอร์พูลก็มีนิตยสารของทีมตัวเอง แฟนแมนฯ ยูไนเต็ดก็มีนิตยสารของทีมตัวเอง แม้แต่แฟนนิวคาสเซิลซึ่งเป็นอีกทีมดังในสมัยนั้นก็เหมือนจะมีนิตยสารของแฟนทีมตัวเองด้วย (ของอาร์เซนอลไม่แน่ใจว่ามีไหม)

 

ยังมีบรรดานิตยสารฉบับพิเศษที่ออกวางเป็นรายเฉพาะกิจ เช่น Extra ฟุตบอลโลก, Extra ยูโร ไปจนถึงฉบับรวมนักฟุตบอลดาวดังอย่าง Extra โรแบร์โต้ บักโจ้

 

เรื่องราวในสิ่งพิมพ์เหล่านี้สร้างจินตนาการในหัวของเราครับ

 

ที่เหลือคือการหาโอกาสในการดูของจริงให้ได้ ซึ่งในยุคนั้นเราไม่ได้มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลครบทุกถ้วยทุกลีกทุกนัดแบบในสมัยนี้ โอกาสที่เราจะได้ดูฟุตบอลยากกว่ามากๆ

 

แต่อย่างน้อยในทุกสัปดาห์จะมีรายการยอดฮิตตลอดกาลของคนสมัยนั้นอย่าง ‘เจาะสนาม’ ที่มีไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลอังกฤษมาให้ชมทางช่อง 7 แม้ว่ามันจะดีเลย์สักหน่อยแต่ก็เป็นความสุขที่สุดที่หาได้แล้วในวันเวลานั้น

 

เรียกว่าบ่ายๆ วันเสาร์นี่แทบจะต้องจองโทรทัศน์กันเลยทีเดียว

 

นอกเหนือจากนั้นคือการติดตามการถ่ายทอดสด หรือถ่ายทอดบันทึกการแข่งขัน ซึ่งก็แล้วแต่ว่าจะมีให้ดูคู่ไหน แต่อย่างน้อยช่วงกลางสัปดาห์และสุดสัปดาห์จะมีให้ชมกันพอสมควร ไม่มากแต่อย่างน้อยก็ได้ดูกันแบบฟรีๆ ซึ่งก็ไม่ได้มีแต่ฟุตบอลอังกฤษ แต่ยังมีฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน รวมถึงกัลโช เซเรีย อา อิตาลีให้ได้ดูด้วย

 

ก่อนที่จะเข้าสู่ยุคสมัยที่ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดตกอยู่กับบริการ Pay TV หรือบริการบอกรับสมาชิก ที่ถ้าใครอยากดูแบบครบๆก็ต้องจ่ายให้กับ IBC (ที่ต่อมาคือ UBC และ True Visions ในปัจจุบัน) ซึ่งค่าสมาชิกรายเดือนก็ไม่ใช่น้อย

 

อีกรูปแบบคือการติดตามข่าวทางรายการข่าวกีฬาของสถานีโทรทัศน์ต่างๆ และที่ตามมาคือสถานีวิทยุกีฬา ซึ่งสยามกีฬาริเริ่มทำในยุคนั้น โดยมีรายงานข่าวฟุตบอล ข่าวกีฬา ฯลฯ

 

และไฮไลต์ของยุคนั้นคือการรายงานการแข่งขันฟุตบอลแบบสดๆ ในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งนอกจากคู่หลักที่บรรยายในช่วงเวลานั้นๆ แล้ว ก็จะมีการตัดเข้าช่วงการรายงานสกอร์แบบสดๆ ตามที่ได้รับรายงานล่าสุดเข้ามาด้วย

 

มันจะเป็นช่วงที่แฟนบอลลุ้นกันจัดๆเลยว่าคู่ของทีมที่เชียร์ (หรือแช่ง) อยู่เป็นอย่างไร

 

คนรายงานที่สร้างชื่อในเวลานั้นน่าจะเป็น ‘คุณฉุย’ สมศักดิ์ สงวนทรัพย์ ที่แฟนฟุตบอลคุ้นชื่อเป็นอย่างดีอยู่แล้ว

 

ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ 5

 

เห็นยุคนี้คนเล่นเสื้อบอลวินเทจกันมากมาย แต่สมัยนั้นใครมีเสื้อฟุตบอลของแท้ถือว่าเท่สุดๆ เพราะแพงมหาแพง (เมื่อคิดกับค่าเงินในเวลานั้น) ซึ่งการจะได้มาก็ต้องไปหาที่ร้านสตาร์ซ็อคเกอร์ ที่มีหลายสาขาในกรุงเทพฯ

 

ในร้านนอกจากจะมีเสื้อฟุตบอลของแท้โชว์ตัวบนราวให้น้ำลายไหลแล้ว ยังมีสินค้าอีกมากมายหลายอย่างที่น่าซื้อหามาเป็นเจ้าของไปเสียหมดทุกอย่าง (แต่ก็ซื้อไม่ไหวสักอย่างเพราะยังเป็นเด็กค่าขนมน้อยนิด) ซึ่งก็เป็นของที่ส่งตรงมาจากต่างประเทศทั้งนั้น

 

แต่ทีเด็ดคือวิดีโอเทปฟุตบอล ที่มีทั้งแมตช์การแข่งขัน ไปจนถึงไฮไลต์การทำประตู หรือสารคดีต่างๆ ซึ่งถูกอัดเอาไว้ในม้วนวิดีโอ VHS

 

ถ้าจำไม่ผิดวีดีโอเหล่านี้จะซื้อก็ได้ หรือถ้าไม่อยากซื้อก็เช่าได้เหมือนร้านวีดีโอในสมัยนั้น เมื่อถึงกำหนดก็เอามาคืน

 

จำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยซ้อนมอเตอร์ไซค์ของป๊าไปพันทิพย์ ประตูน้ำ เพื่อเช่าไฮไลต์การทำประตูของ แมตธิว เลอ ทิสซิเอร์ นักเตะผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์สูงที่สุดของวงการฟุตบอลอังกฤษในยุค 90 เพราะอยากเห็นประตูแห่งฤดูกาล 1994 ที่ยิงใส่แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ว่าของจริงเป็นอย่างไร เพราะเคยเห็นแต่ภาพวาดที่อธิบายว่าเลี้ยงเลาะเลื้อยแบบไหน

 

ได้ดูแล้วก็มีความสุขสมใจ

 

รวมๆ ก็ประมาณนี้ครับ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นยุคสมัยที่ไม่ได้มองหาทุกอย่างได้ง่ายเหมือนเวลานี้

 

แต่เพราะมันต้องใช้ความพยายาม ความอดทน และความตั้งใจอย่างมากในการจะได้มา ในการจะอ่านหนังสือพิมพ์ทั้งเล่มวนไปเพราะไม่ได้มีข่าวไหลตามฟีดโซเชียลมีเดียแบบทุกวันนี้ ไม่มี AI มาคอยหาคำตอบให้ แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่ดีในแบบของคนยุคนั้น – ยุคก่อนอินเตอร์เน็ต Yahoo Google และโซเชียลมีเดีย

 

ที่อยากจะหยิบมาเล่าเป็นการอำลาซีรีส์ ‘Sport Retro’ ซึ่งเขียนยาวกันมาเกือบปีจนถึงตอนนี้เป็นตอนที่ 40 พอดี

 

40 ตอนที่ผ่านมาเราได้ย้อนเวลามาด้วยกันเยอะมากครับ ทั้งคนตัวเล็กผู้ยิ่งใหญ่ ทั้งเรื่องราวเหตุการณ์ ทั้งตำนานในหัวใจ

 

หวังว่าจะทำให้มีความสุขกันบ้าง

 

ส่วนหลังจากนี้จะมีซีรีส์อะไรต่อนั้น รอติดตามกันนะครับ 🙂

 

The post Memory lane ‘สมัยนั้น’ กลิ่นความทรงจำ แฟนกีฬายุค 90 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Reebok เปิดตัว ปิแอร์ แกสลีย์ นักแข่ง F1 เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ https://thestandard.co/reebok-pierre-gasley-f1-ambassador/ Tue, 23 Sep 2025 10:37:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1121818 Reebok เปิดตัว ปิแอร์ แกสลีย์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์

Reebok แบรนด์กีฬาระดับโลกจากอังกฤษ ประกาศแต่งตั้ง ปิแอร […]

The post Reebok เปิดตัว ปิแอร์ แกสลีย์ นักแข่ง F1 เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Reebok เปิดตัว ปิแอร์ แกสลีย์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์

Reebok แบรนด์กีฬาระดับโลกจากอังกฤษ ประกาศแต่งตั้ง ปิแอร์ แกสลีย์ นักขับฟอร์มูลาวันชาวฝรั่งเศส เป็น แบรนด์แอมบาสเดอร์อย่างเป็นทางการ สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์รองเท้าและชุดกีฬาประสิทธิภาพสูง

 

แกสลีย์ นอกจากจะเป็นนักแข่ง F1 แล้ว ยังเป็นนักกีฬามากความสามารถที่สนใจการออกกำลังกายหลากหลายรูปแบบ ทั้งฟิตเนส ฟุตบอล วิ่ง และกอล์ฟ 

 

การเข้าร่วมกับ Reebok ครั้งนี้จึงสะท้อนปรัชญาของแบรนด์ที่ว่า “Sport is Everything”

 

การร่วมงานกับ แกสลีย์ ยังตอกย้ำภาพลักษณ์ของ Reebok ที่ต้องการเชื่อมโยงกับนักกีฬารุ่นใหม่ผู้มีความมุ่งมั่นและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย สอดคล้องกับแนวคิดที่ว่า กีฬาไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

 

Reebok เปิดตัว ปิแอร์ แกสลีย์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์

 

ภาพ: reebok / Instagram

The post Reebok เปิดตัว ปิแอร์ แกสลีย์ นักแข่ง F1 เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Reebok จับมือ Kodak เปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ ผสานความคลาสสิกกับยุคสมัยใหม่ https://thestandard.co/reebok-kodak-collection-90s/ Tue, 23 Sep 2025 10:00:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1121912 reebok-kodak-collection-90s

Reebok แบรนด์กีฬาชื่อดังระดับโลก จับมือกับ Kodak แบรนด์ […]

The post Reebok จับมือ Kodak เปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ ผสานความคลาสสิกกับยุคสมัยใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
reebok-kodak-collection-90s

Reebok แบรนด์กีฬาชื่อดังระดับโลก จับมือกับ Kodak แบรนด์อเมริกันในตำนาน เปิดตัวคอลเลกชันแคปซูล Reebok x Kodak ที่สะท้อนมรดกทางวัฒนธรรมและความงามของ “ความไม่สมบูรณ์แบบ” 

 

คอลเลกชันนี้นำรองเท้าระดับไอคอนอย่าง Classic Nylon และ Club C 85 มาตีความใหม่ในสไตล์ Kodak พร้อมเสื้อผ้าและแอ็กเซสซอรีครบชุด

 

คาร์เมน ฮาร์ดอเวย์ ผู้อำนวยการ Reebok Classics และ Energy Collaborations กล่าวว่า “กระแสฟิล์มกำลังกลับมาอีกครั้งในกลุ่ม Gen Z ที่หันไปหาแรงบันดาลใจจากยุค 90s Kodak กำลังถูกค้นพบใหม่โดยคนรุ่นนี้ และเมื่อผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจไร้ขีดจำกัด”

 

คอลเลกชันนี้จะเริ่มวางจำหน่ายทั่วโลกวันที่ 30 กันยายน 2025 เวลา 10.00 น. (ET) ผ่านเว็บไซต์ Reebok.com และร้านค้าที่ร่วมรายการ

 

Reebok และ Kodak Reebok และ Kodak Reebok และ Kodak Reebok และ Kodak Reebok และ Kodak Reebok และ Kodak Reebok และ Kodak Reebok และ Kodak

 

 

The post Reebok จับมือ Kodak เปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ ผสานความคลาสสิกกับยุคสมัยใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Reebok x Botter เปิดตัวคอลเล็กชันร่วมกันออกมาแล้ว https://thestandard.co/reebok-x-botter/ Fri, 26 Apr 2024 02:57:58 +0000 https://thestandard.co/?p=926881 Reebok x Botter

Reebok กับ Botter เคยจัดแสดงตัวอย่างการคอลแลบกันของพวกเ […]

The post Reebok x Botter เปิดตัวคอลเล็กชันร่วมกันออกมาแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Reebok x Botter

Reebok กับ Botter เคยจัดแสดงตัวอย่างการคอลแลบกันของพวกเขาในงานปารีสแฟชั่นวีคเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และล่าสุดพวกเขาก็ได้เปิดตัวคอลเล็กชันดังกล่าวออกมาเรียบร้อยแล้ว

 

โดยการคอลแลบกันครั้งนี้เป็นคอลเล็กชันประจำ Spring/Summer 2024 โดยใช้คอนเซปต์ในการแสดงความเคารพต่อวัฒนธรรมที่แตกต่างและความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งมีชีวิตและจิตวิญญาณ, โลก, แผ่นดิน และแหล่งน้ำต่างๆ

 

โดยไฮไลต์ของคอลเล็กชันนี้คือรองเท้าแฟชั่นลำลองกึ่งรองเท้าฟุตซอล ซึ่งเน้นแนวคิดการเฉลิมฉลองด้วยสีสันอันโดดเด่น รวมไปถึงพลังงานและจิตวิญญาณของการแต่งกายในแถบแคริบเบียน

 

คอลเล็กชัน Reebok x Botter Spring/Summer 2024 วางจำหน่ายแล้วที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Reebok

 

Reebok x Botter Reebok x Botter Reebok x Botter Reebok x Botter

 

ภาพ: Reebok on IG

อ้างอิง:

The post Reebok x Botter เปิดตัวคอลเล็กชันร่วมกันออกมาแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาณาจักรธุรกิจของอดีตนักฟุตบอลสตาร์ชื่อดัง ‘เดวิด เบ็คแฮม’ ปังไม่ไหว! สร้างรายได้-กำไรปี 2023 เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า https://thestandard.co/david-beckhams-business-empire/ Sat, 30 Dec 2023 09:39:59 +0000 https://thestandard.co/?p=882840 David Beckham

อาณาจักรธุรกิจ ‘เดวิด เบ็คแฮม’ อดีตนักฟุตบอลสตาร์ชื่อดั […]

The post อาณาจักรธุรกิจของอดีตนักฟุตบอลสตาร์ชื่อดัง ‘เดวิด เบ็คแฮม’ ปังไม่ไหว! สร้างรายได้-กำไรปี 2023 เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
David Beckham

อาณาจักรธุรกิจ ‘เดวิด เบ็คแฮม’ อดีตนักฟุตบอลสตาร์ชื่อดังทีมชาติอังกฤษ เติบโตไม่หยุด คาดจะสามารถสร้างรายได้และกำไรในปี 2023 เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า 

 

ทั้งนี้ DRJB Holdings ซึ่งเป็นบริษัทที่รวมรายได้ของ เดวิด เบ็คแฮม เผยภาพรวมของบริษัทในเครือในปี 2022 มีรายได้ 72.6 ล้านปอนด์ หรือราวๆ 3.2 พันล้านบาท โดยปี 2023 ประเมินว่าจะสามารถเติบโตขึ้นกว่า 2 เท่า 

 

ส่วนใหญ่แล้วการเติบโตมาจากการบริหารงานภายใต้บริษัท Beckham Brand Holdings ซึ่งมีหน้าที่บริหารงานของดีลการเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาให้กับแบรนด์สินค้าดังต่างๆ และรายได้อีกส่วนหนึ่งยังมาจากการร่วมมือกับ Netflix ในรูปแบบของซีรีส์สารคดี 4 ตอนที่เจาะลึกชีวิตของ เดวิด เบ็คแฮม ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี เห็นได้จากการใช้เวลาเพียง 6 สัปดาห์ ก็ถูกจัดอยู่ใน 10 อันดับแรกของ Netflix ทั่วโลก และได้อันดับหนึ่งใน 59 ประเทศ

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ที่สำคัญในปีที่ผ่านมา บริษัท Authentic Brands Group เจ้าของแบรนด์รองเท้ากีฬา Reebok ได้เข้ามาซื้อหุ้นบริษัท DB Ventures บริษัทในเครือ ในสัดส่วน 55% ด้วยมูลค่าราว 8,900 ล้านบาท 

 

ขณะที่รายได้จากธุรกิจแฟชั่นและความงามภายใต้แบรนด์ Victoria Beckham ในปี 2022 มีรายได้เพิ่มขึ้น 44% หรือคิดเป็น 58.8 ล้านปอนด์ หรือราวๆ 2.6 พันล้านบาท เรียกได้ว่าเป็นการเติบโตที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หากนับตั้งแต่แบรนด์สินค้าแฟชั่นเปิดตัวในปี 2008 โดยส่วนใหญ่มาจากกลยุทธ์การเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการตลาดอย่างหนัก

 

สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจของ เดวิด เบ็คแฮม ถูกประเมินมูลค่าเต็มไว้สูงถึงราว 16,000 ล้านบาท ด้วยภาพลักษณ์และความมีชื่อเสียง จากผู้ติดตามใน Facebook ที่มีมากกว่า 50 ล้านคน ซึ่งถือเป็นอันดับ 5 ถ้าเทียบกับนักกีฬาทั่วโลก ซึ่งทำให้แบรนด์ต่างๆ ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด 

 

อย่างไรก็ตาม ตามบัญชีที่ยื่นต่อ Companies House เดวิด เบ็คแฮม ยังได้จ่ายเงินปันผล 827,499 ปอนด์ หรือราวๆ 36 ล้านบาท ในปี 2022 ที่ผ่านมา

 

อ้างอิง:

The post อาณาจักรธุรกิจของอดีตนักฟุตบอลสตาร์ชื่อดัง ‘เดวิด เบ็คแฮม’ ปังไม่ไหว! สร้างรายได้-กำไรปี 2023 เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไปต่อไม่มีหยุด Cardi B ออกคอลเล็กชันเสื้อผ้าและรองเท้าร่วมกับ Reebok เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน https://thestandard.co/cardi-b-reebok-2nd-collection/ Wed, 29 Dec 2021 11:34:41 +0000 https://thestandard.co/?p=577512 Cardi B

Cardi B ออกคอลเล็กชันเสื้อผ้าและรองเท้าร่วมกับ Reebok เ […]

The post ไปต่อไม่มีหยุด Cardi B ออกคอลเล็กชันเสื้อผ้าและรองเท้าร่วมกับ Reebok เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Cardi B

Cardi B ออกคอลเล็กชันเสื้อผ้าและรองเท้าร่วมกับ Reebok เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกันในปีนี้ หลังเพิ่งเปิดตัวคอลเล็กชันแรกไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้เธอได้ตั้งชื่อคอลเล็กชันว่า ‘Let Me Be…In My World Nighttime’ และได้แรงบันดาลใจมาจากแสงสีของมหานครนิวยอร์ก บ้านเกิดของเธอ 

 

โดยสินค้าในคอลเล็กชันที่แรปเปอร์สาวทำออกมาขายให้กับแฟนๆ ชาว Bardi Gang และผู้ที่ชื่นชอบในสินค้าของ Reebok มีทั้งเซ็ตชุดออกกำลังกายแบบแนบเนื้อ ที่ประกอบไปด้วยเสื้อแขนยาวครอปท็อปและเลกกิ้งเข้าคู่สีเทา เสื้อแจ็กเก็ตและกางเกงวอร์มสีเขียวดำ รวมทั้งเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวและสีเทา ซึ่งหมวดของเสื้อผ้าจะมีไซส์ให้เลือกตั้งแต่ 2XS ไปจนถึงใหญ่สุดคือ 4X

 

 

 
 
 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

A post shared by Cardi B (@iamcardib)

 

 

และไฮไลต์ก็คือรองเท้ารุ่น Classic Leather ซึ่งพิเศษตรงดีเทลบริเวณพื้นรองเท้าที่ Cardi B กับแบรนด์ร่วมออกแบบ มาในโทนสีเมทัลลิกแวววาวสะท้อนแสงไฟยามค่ำคืน ทั้งสีเงิน ดำ เขียว ฟ้า และทอง จำหน่ายในราคาคู่ละ 110 ดอลลาร์สหรัฐ และครั้งนี้จะมีไซส์เด็กเพิ่มมาด้วย เริ่มวางขายทางออนไลน์ในช่วงเช้าของวันที่ 29 ธันวาคมนี้ ตามเวลานิวยอร์ก

 

Cardi B กล่าวว่า “ช่วงเวลาราตรี ณ บ้านเกิดของฉันอย่างนิวยอร์ก เป็นประสบการณ์ที่ทั้งสวยงามและตราตรึง และฉันดีใจที่ได้เห็นมันออกมาเป็นคอลเล็กชันล่าสุดนี้ ซึ่งมันใส่ง่ายมาก ทั้งเดินบนถนนและไปคลับ แต่ก็ยังรู้สึกสบาย มั่นใจ และโดดเด่น ฉันเชื่อว่าคุณจะรู้สึกเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุดเมื่อคุณใส่เสื้อผ้าของฉันค่ะ”

 

เฉพาะในเดือนธันวาคมนี้เราได้เห็น Cardi B กระโดดมาทำธุรกิจและโปรเจกต์นอกเหนือจากผลงานเพลง ทั้งการออกแบรนด์วิปครีมวอดก้าชื่อ Whipshots รวมไปถึงการเปิดตัวแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า Centerfold ร่วมกับนิตยสาร Playboy ที่เธอรับหน้าที่เป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์เอง ส่วนผลงานเพลงอัลบั้มชุดใหม่เราคงได้เห็นเธอกลับมาแรปอีกครั้งภายในปี 2022 

 

ภาพ: Reebok

อ้างอิง:

The post ไปต่อไม่มีหยุด Cardi B ออกคอลเล็กชันเสื้อผ้าและรองเท้าร่วมกับ Reebok เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบกเอาไว้ก็เจ็บปวด! Adidas ประกาศขาย Reebok อย่างเป็นทางการ คาดมีมูลค่าอยู่ที่ 3.6-5.4 หมื่นล้านบาท https://thestandard.co/adidas-announces-official-reebok-sale/ Wed, 17 Feb 2021 12:10:29 +0000 https://thestandard.co/?p=455693 แบกเอาไว้ก็เจ็บปวด! Adidas ประกาศขาย Reebok อย่างเป็นทางการ คาดมีมูลค่าอยู่ที่ 3.6-5.4 หมื่นล้านบาท

ย้อนกลับไป 15 ปีก่อน Adidas แบรนด์เสื้อผ้ากีฬายักษ์ใหญ่ […]

The post แบกเอาไว้ก็เจ็บปวด! Adidas ประกาศขาย Reebok อย่างเป็นทางการ คาดมีมูลค่าอยู่ที่ 3.6-5.4 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบกเอาไว้ก็เจ็บปวด! Adidas ประกาศขาย Reebok อย่างเป็นทางการ คาดมีมูลค่าอยู่ที่ 3.6-5.4 หมื่นล้านบาท

ย้อนกลับไป 15 ปีก่อน Adidas แบรนด์เสื้อผ้ากีฬายักษ์ใหญ่จากเยอรมนีตัดสินใจเข้าซื้อ Reebok แบรนด์เสื้อผ้าฟิตเนสของสหรัฐฯ ด้วยมูลค่า 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีเป้าหมายเพื่อเข้ามาช่วยแข่งกับ Nike ซึ่งเป็นบริษัทเพื่อนร่วมชาติ 

 

แต่กลายเป็นว่าแทนที่จะเข้ามาช่วยเสริม กลับกลายเป็นภาระที่ต้องแบกรับ ในที่สุด Adidas จึงได้ตัดสินใจประกาศขาย Reebok อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว หลังปลายปีที่แล้วมีรายงานว่า Adidas กำลังทบทวนเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับแบรนด์กีฬาจากแดนลุงแซมอยู่ ซึ่งมีทางเป็นไปได้ว่าจะขาย

 

“Reebok และ Adidas จะสามารถตระหนักถึงศักยภาพในการเติบโตของพวกเขาได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อได้แยกเป็นอิสระออกจากกัน” Kasper Rorsted ซีอีโอของ Adidas กล่าว โดยหากย้อนกลับไปตั้งแต่เขาเข้ามารับตำแหน่งในปี 2016 ซีอีโอคนใหม่นี้ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขประสิทธิภาพที่ซบเซามานานของ Reebok

 

แม้จะพยายามหลายทาง ทั้งปิดร้านที่มีประสิทธิภาพต่ำ หรือกระทั่งปล่อยให้ความตกลงด้านลิขสิทธิ์บางอย่างหมดอายุไป แต่ผลงานของ Reebok ก็ไม่ดีขึ้นเลย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แบรนด์มีผลการดำเนินงานที่ต่ำและสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดไป

 

มองลึกเข้าไปในปี 2010 Reebok เคยคิดเป็นสัดส่วนรายได้ 18% ของ Adidas แต่ตอนนี้ลดลงเหลือ 7% เท่านั้น ยิ่งการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้แบรนด์ต้องปิดร้าน ขณะเดียวกัน Reebok เองก็ล้มเหลวในการใช้ประโยชน์จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับเสื้อผ้ากีฬา ทำให้ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมายอดขาย Reebok ลดลง 7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่ Adidas ที่ลดลง 2% เท่านั้น

 

CNBC รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวจากวงการธนาคารประเมินว่า ดีลดังกล่าวอาจจะมีมูลค่าประมาณ 1 พันล้านยูโร หรือ 3.6 หมื่นล้านบาท ขณะที่ Bloomberg ประเมินว่า ดีลอาจอยู่ระกว่าง 1-1.5 พันล้านยูโร หรือ 3.6-5.4 หมื่นล้านบาท 

 

นักวิเคราะห์ประเมินว่า ผู้ซื้อที่มีศักยภาพอาจรวมถึง VF Corp (VFC) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Vans และ The North Face ที่เพิ่งซื้อแบรนด์สตรีทแวร์ Supreme ในราคา 2.1 พันล้านดอลลาร์ หรืออาจจะเป็น Anta International Group Holdings ของจีน ก็เป็นไปได้เช่นกัน

 

ภาพ: Budrul Chukrut / Getty Images

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

อ้างอิง:

The post แบกเอาไว้ก็เจ็บปวด! Adidas ประกาศขาย Reebok อย่างเป็นทางการ คาดมีมูลค่าอยู่ที่ 3.6-5.4 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Adidas เล็งขายแบรนด์ Reebok เผยเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจ หวังฟื้นตัวหลังยอดขาย Reebok วูบ https://thestandard.co/adidas-considers-selling-off-its-reebok-brand/ Tue, 15 Dec 2020 07:35:54 +0000 https://thestandard.co/?p=431660 Adidas

Adidas ผู้ผลิตเสื้อผ้า รองเท้า และอุปกรณ์กีฬายักษ์ใหญ่ช […]

The post Adidas เล็งขายแบรนด์ Reebok เผยเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจ หวังฟื้นตัวหลังยอดขาย Reebok วูบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Adidas

Adidas ผู้ผลิตเสื้อผ้า รองเท้า และอุปกรณ์กีฬายักษ์ใหญ่ชั้นนำของเยอรมนี เปิดเผยว่า กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะขยายแบรนด์ในเครืออย่าง Reebok ดีหรือไม่ โดยขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใจที่แน่ชัด แต่ทาง Adidas จะประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งในเดือนมีนาคมปีหน้า

 

สถานีโทรทัศน์ BBC ของอังกฤษ รายงานว่า แม้ Adidas จะยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาตัดสินใจขาย แต่ก็มีเอกชนหลายแห่งแสดงความสนใจที่จะรับช่วง Reebok ต่อจาก Adidas แล้ว ซึ่งรวมถึง Permira เจ้าของบริษัทผลิตรองเท้าชื่อดังอย่าง Dr. Martens และ VF Corp เจ้าของแบรด์ Timberland

 

ความเป็นไปได้ที่จะขายครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งแผนกลยุทธ์การพัฒนาของ Adidas ในช่วง 5 ปีข้างหน้า และมีขึ้นหลังจากที่ยอดขายของ Reebok ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาปรับตัวลดลงถึง 7% ซึ่งมากกว่าธุรกิจในส่วนอื่นๆ ของ Adidas โดยทางผู้บริหารมองว่า ยอดขายที่ปรับตัวลดลงเป็นผลมาจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอเมริกาเหนือ ที่เป็นไปได้ช้ากว่าภูมิภาคยุโรป

 

ขณะเดียวกัน แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีแผนฟื้นตัวสำหรับ Reebok ที่ทาง Adidas เคยนำมาใช้เพื่อผลักดัน Reebok ในปี 2006 จะช่วยให้ยอดขายและผลกำไรของ Reebok ทยอยเพิ่มขึ้นจนมาอยู่ที่ 4% หรือ 1,700 ล้านยูโรในปี 2019 แต่สัดส่วนของรายได้ของ Reebok เป็นเพียง 7% ของยอดขายทั้งหมดของ Adidas ในปี 2019

 

ทั้งนี้ Adidas ซื้อกิจการของ Reebok ในปี 2006 ด้วยราคา 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยนับตั้งแต่ที่ Adidas เข้าเทคโอเวอร์ ความนิยมของ Reebok ก็ค่อยๆ ลดฮวบอย่างมาก

 

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ Adidas ได้ชิงสปอนเซอร์หลักในการแข่งขันบาสเกตบอล NBA ไปจาก Reebok ส่งผลให้แบรนด์ Reebok ค่อยๆ จืดจางลงไปในตลาดสหรัฐฯ โดยเมื่อปีที่แล้ว Reebok ถึงกับหั่นคาดการณ์มูลค่าตลาดของบริษัทลงเกือบครึ่ง

 

สำหรับสำนักงานใหญ่ของ Reebok อยู่ที่เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ แต่รากฐานดั้งเดิมของ Reebok อยู่ในเมืองโบลตันของอังกฤษ และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว หลังจากเป็นแบรนด์แรกที่บุกเบิกการผลิตรองเท้ากีฬาสำหรับผู้หญิงในช่วงที่กระแสฟิตเนสและแอโรบิกกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนั้น

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง:

 

The post Adidas เล็งขายแบรนด์ Reebok เผยเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจ หวังฟื้นตัวหลังยอดขาย Reebok วูบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: Adidas เล็งขายแบรนด์ Reebok | HIGHLIGHT 15 ธันวาคม 2563 https://thestandard.co/morning-wealth-15122020-6/ Tue, 15 Dec 2020 04:57:51 +0000 https://thestandard.co/?p=431592

Adidas ผู้ผลิตเสื้อผ้ารองเท้า และอุปกรณ์กีฬาAdidas ผู้ผ […]

The post ชมคลิป: Adidas เล็งขายแบรนด์ Reebok | HIGHLIGHT 15 ธันวาคม 2563 appeared first on THE STANDARD.

]]>
  • Adidas ผู้ผลิตเสื้อผ้ารองเท้า และอุปกรณ์กีฬาAdidas ผู้ผลิตเสื้อผ้ารองเท้า และอุปกรณ์กีฬาชั้นนำของเยอรมนี เปิดเผยว่ากำลังพิจารณาจะขายแบรนด์ในเครืออย่าง Reebok ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ หลังยอดขาย Reebok วูบ โดยขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใจที่แน่ชัด ซึ่งจะประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งในเดือนมีนาคมปีหน้า

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: Adidas เล็งขายแบรนด์ Reebok | HIGHLIGHT 15 ธันวาคม 2563 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซีอีโอ CrossFit ประกาศลาออกแล้ว หลังทวีตข้อความ ‘FLOYD-19’ จน Reebok และยิมทั่วโลกประกาศตัดความสัมพันธ์ https://thestandard.co/ceo-announced-resignation-after-tweet-floyd-19/ Wed, 10 Jun 2020 06:24:12 +0000 https://thestandard.co/?p=370799

เกร็ก กลาสแมน ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัทและรูปแบบการออกก […]

The post ซีอีโอ CrossFit ประกาศลาออกแล้ว หลังทวีตข้อความ ‘FLOYD-19’ จน Reebok และยิมทั่วโลกประกาศตัดความสัมพันธ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เกร็ก กลาสแมน ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัทและรูปแบบการออกกำลังกายที่เรียกว่า CrossFit ประกาศก้าวลงจากตำแหน่งแล้ว หลังเขาทวีตข้อความ ‘FLOYD-19’ จนเกิดกระแสต่อต้าน นำไปสู่การที่ Reebok แบรนด์กีฬาชื่อดัง และยิมต่างๆ กว่า 1,200 ยิมจากทั่วโลก ตัดสินใจตัดความสัมพันธ์กับบริษัท CrossFit 

 

กลาสแมนประกาศเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า เขาจะก้าวลงจากตำแหน่งผู้บริหาร หนึ่งวันหลังจากที่บริษัทของเขาถูกกระแสวิจารณ์อย่างหนัก จากการที่กลาสแมนทวีตข้อความเกี่ยวกับทั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการเสียชีวิตของ จอร์จ ฟลอยด์ ภายใต้ข้อความเดียวกันว่า ‘FLOYD-19’ จากการรีพลายข้อความที่ว่า ‘การเหยียดสีผิวคือปัญหาสาธารณสุขอย่างหนึ่ง’ 

 

นอกจากนี้ยังมีบทสนทนาของเขากับเจ้าของยิม CrossFit เกี่ยวกับการเหยียดสีผิวผ่านการประชุมใน Zoom ซึ่งภายหลังได้หลุดมาสู่สื่อมวลชนว่า 

 

“เราไม่แสดงความเสียใจกับ จอร์จ ฟลอยด์ ผมไม่คิดว่าเราหรือเจ้าหน้าที่ของเราทำ” กลาสแมนกล่าวผ่าน Zoom ในคลิปที่ทาง The New York Times ได้รับและนำมาเผยแพร่ 

 

“คุณบอกผมได้ไหมว่า ทำไมเราถึงต้องแสดงความเสียใจให้กับเขา? หรือมันเป็นเพียงเพราะสิ่งที่คนขาวต้องทำ? ผมเข้าใจแรงกดดันนั้น แต่มอบเหตุผลอื่นให้กับผมหน่อย” 

 

ตำแหน่งของกลาสแมนจะถูกทดแทนโดย เดฟ คาสโตร อีกหนึ่งผู้บริหารในองค์กร CrossFit โดยเขาได้โพสต์ข้อความก่อนลงจากตำแหน่งว่า “ผมสร้างปัญหาให้กับชุมชน CrossFit และทำร้ายสมาชิกหลายคนโดยไม่ได้ตั้งใจ” 

 

สำหรับ CrossFit คือหนึ่งในแบรนด์ฟิตเนสที่โด่งดังที่สุด โดยตอนนี้มีรายงายว่า ในสหรัฐอเมริกามียิมพันธมิตรกว่า 6,000 ยิม ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2000 โดย CrossFit ได้ออกแบบรูปแบบการออกกำลังกายที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งและความฟิตในรูปแบบที่คล้ายกับการฝึกทหาร 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง: 

The post ซีอีโอ CrossFit ประกาศลาออกแล้ว หลังทวีตข้อความ ‘FLOYD-19’ จน Reebok และยิมทั่วโลกประกาศตัดความสัมพันธ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Reebok และยิมจากทั่วโลก ประกาศตัดสัมพันธ์กับ CrossFit หลังซีอีโอทวีตข้อความว่า ‘FLOYD-19’ https://thestandard.co/greg-glassman-brands-cut-ties-over-crossfit-ceos-george-floyd-tweet/ Tue, 09 Jun 2020 04:43:22 +0000 https://thestandard.co/?p=370500

ฟิตเนสแบรนด์ แบรนด์กีฬา เช่น Reebok และยิมต่างๆ จากทั่ว […]

The post Reebok และยิมจากทั่วโลก ประกาศตัดสัมพันธ์กับ CrossFit หลังซีอีโอทวีตข้อความว่า ‘FLOYD-19’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ฟิตเนสแบรนด์ แบรนด์กีฬา เช่น Reebok และยิมต่างๆ จากทั่วโลก 227 ยิมทั่วโลก ซึ่งรวมถึง Training Ground ในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ได้ประกาศตัดความสัมพันธ์กับ CrossFit บริษัทผู้ก่อตั้งรูปแบบการออกกำลังกาย CrossFit 

 

หลังจาก เกร็ก กลาสแมน ซีอีโอของบริษัท ได้ทวีตตอบทวิตเตอร์ Health Metrics and Evaluation ของมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ที่โพสต์ข้อความ ‘การเหยียดสีผิวคือปัญหาสาธารณสุข’ ว่า ‘FLOYD-19’ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการเล่นตลกกับชื่อของผู้เสียชีวิตคือ จอร์จ ฟลอยด์

 

นอกจากนี้สื่อต่างประเทศยังรายงานอีกว่า กลาสแมนได้ตอบอีเมลเพื่อนร่วมงานว่า ‘มีอาการประสาทหลอน’ จากการตั้งคำถามว่า ทำไม CrossFit ถึงตัดสินใจไม่กล่าวอะไรถึงการเสียชีวิตของ จอร์จ ฟลอยด์ จากการกระทำเกินกว่าเหตุของตำรวจในมินนีแอโปลิส 

 

หลังจากที่กลาสแมนได้ทวีตข้อความดังกล่าว สื่อต่างประเทศรายงานว่า ยิม 227 แห่งทั่วโลก รวมถึง Training Ground ในซอยสุขุมวิท 69 กรุงเทพมหานคร ได้ออกมาประกาศระงับความสัมพันธ์กับบริษัท CrossFit จนกว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงในสำนักงานใหญ่ 

 

ซึ่งทาง Training Ground ในไทยได้เผยว่า ทางยิมจะเลิกใช้ชื่อ CrossFit ทั้งหมดภายในยิมและในการทำคอนเทนต์ต่างๆ ของยิมในโลกออนไลน์ พร้อมกับประกาศจุดยืนชัดเจนในการต่อต้านการเหยียดสีผิว รวมถึงได้เรียกร้องให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในฝ่ายบริหารของบริษัท CrossFit ซึ่งหากไม่มีความเปลี่ยนแปลงก็จะขอยกเลิกทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับ CrossFit อย่างถาวร 

 

นอกจากนี้แบรนด์กีฬาชื่อดังอย่าง Reebok ได้ออกแถลงการณ์ตัดความสัมพันธ์กับ CrossFit เช่นเดียวกัน 

 

“เมื่อไม่นานมานี้เราได้พูดคุยเจรจาเกี่ยวกับสัญญาข้อตกลงกันใหม่ แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราได้ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับสำนักงานใหญ่ของ CrossFit” Reebok กล่าวผ่านแถลงการณ์ของบริษัท 

 

ภายหลังกลาสแมนได้ออกมาขอโทษ และกล่าวว่า CrossFit จะไม่ยืนหยัดคู่กับการเหยียดสีผิว และเผยว่า เขาได้พยายามที่จะแสดงจุดยืนเกี่ยวกับมาตรการล็อกดาวน์ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 

 

“ผมในฐานะตัวแทนของ CrossFit สำนักงานใหญ่ และชุมชนของ CrossFit จะไม่ยืนหยัดคู่กับการเหยียดสีผิว ผมได้ทำผิดไปจากคำพูดที่ผมเลือกใช้เมื่อวานนี้ ผมรู้สึกเศร้าสลดและเสียใจจากความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นเพราะคำพูดดังกล่าว มันเป็นข้อผิดพลาด ไม่ใช่การเหยียดสีผิว แต่คือข้อผิดพลาด

 

“ฟลอยด์คือฮีโร่ในชุมชนคนผิวดำ และไม่ใช่เพียงแค่เหยื่อ ผมควรที่จะใส่ใจกับเรื่องนี้มากกว่านี้ และการที่ผมไม่ใส่ใจ ผมก็ต้องขอโทษด้วย 

 

“ผมพยายามที่จะแสดงจุดยืนต่อ Health Metrics and Evaluation ของมหาวิทยาลัยวอชิงตัน จากมาตรการของพวกเขาที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจและชีวิตของผู้คนในช่วงล็อกดาวน์ และตอนที่ผมเห็นพวกเขาประกาศรูปแบบการแก้ปัญหาวิกฤตการเหยียดสีผิวของพวกเขา ผมก็โมโหมากและเสียการควบคุมอารมณ์ ซึ่งการตัดสินใจใช้ชื่อ จอร์จ ฟลอยด์ ในรูปแบบนั้น ถือเป็นอะไรที่ผิด” 

 

สำหรับบริษัท CrossFit คือผู้ก่อตั้งรูปแบบการออกกำลังกาย CrossFit โดย เกร็ก กลาสแมน ซึ่งเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์รูปแบบและชื่อ โดยยิมจากทั่วโลกที่สนใจนำรูปแบบนี้มาใช้ ต้องจ่ายเงินให้กับบริษัท CrossFit เพื่อขออนุญาตใช้ทั้งชื่อและรูปแบบได้

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง: 

The post Reebok และยิมจากทั่วโลก ประกาศตัดสัมพันธ์กับ CrossFit หลังซีอีโอทวีตข้อความว่า ‘FLOYD-19’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนักหนาสาหัส! H&M, Adidas และ Reebok ประกาศปิดสาขาในยุโรปและอเมริกา หนีโควิด-19 https://thestandard.co/hm-adidas-reebok-closes-all-stores-covid-19/ Wed, 18 Mar 2020 05:53:54 +0000 https://thestandard.co/?p=343106

ยักษ์ใหญ่ในวงการเสื้อผ้าและกีฬา ทั้ง H&M, Adidas แล […]

The post หนักหนาสาหัส! H&M, Adidas และ Reebok ประกาศปิดสาขาในยุโรปและอเมริกา หนีโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ยักษ์ใหญ่ในวงการเสื้อผ้าและกีฬา ทั้ง H&M, Adidas และ Reebok ต่างออกมาประกาศปิดสาขาตัวเองที่ตั้งอยู่ในยุโรป และสหรัฐอเมริกา รวมแล้วนับพันสาขา เพื่อหนีวิกฤตโควิด-19 ที่กำลังระบาดอย่างหนักในซีกโลกตะวันตก

 

H&M เชนฟาสต์แฟชั่นรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ได้ออกมาประกาศปิดร้านชั่วคราว 460 สาขาในเยอรมนี ซึ่งเป็นตลาดขายอันดับ 1 และอีก 590 สาขาในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมียอดขายตลาดใหญ่อันดับ 2 นอกจากนี้ยังจะปิดในแคนาดาด้วย โดยในกลุ่มอเมริกาเหนือจะปิดตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม ถึง 2 เมษายนนี้

 

H&M ยืนยันว่า การปิดเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์พนักงานทุกคนจะยังได้รับค่าจ้างเป็นปกติ สำหรับลูกค้ายังสามารถสั่งซื้อสินค้าในช่องทางออนไลน์ได้อยู่ โดยในแถลงการณ์ของ H&M ซึ่งมีร้านค้ามากกว่า 5,000 แห่งใน 74 ประเทศ ได้ระบุว่า “สิ่งสำคัญที่สุดในช่วงเวลานี้คือการรักษาสุขภาพและความปลอดภัยให้กับทั้งพนักงานและลูกค้า”

 

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา H&M ได้ปิดสาขาในอิตาลี โปแลนด์ สเปน สาธารณรัฐเช็ก บัลแกเรีย เบลเยียม ฝรั่งเศส ออสเตรีย ลักเซมเบิร์ก บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา สโลวีเนีย คาซัคสถาน และบางแห่งในกรีซด้วย ส่วนในจีนร้านส่วนใหญ่เริ่มกลับมาเปิดทำการอีกครั้งแล้ว

 

ขณะเดียวกัน Adidas ผู้ผลิตชุดกีฬาสัญชาติเยอรมัน ได้ออกมาประกาศปิดร้าน Adidas และ Reebok ในยุโรป อเมริกา และแคนาดา ตามรอยคู่แข่ง Nike และ Under Armour ที่ประกาศปิดไปก่อนหน้านี้ 

 

ตามแถลงการณ์ ร้านในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาจะปิดทำการในวันที่ 17-29 มีนาคม ส่วนยุโรปจะปิด 18-29 มีนาคม โดยเมื่อสัปดาห์ก่อน Adidas ออกมาประเมินว่า ยอดขายช่วงไตรมาสแรกในประเทศจีนจะลดลง 1 พันล้านยูโร หรือ 3.56 หมื่นล้านบาท ส่วนในภาพรวมคาดว่าจะลดลงประมาณ 10% ด้านญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ คาดว่ายอดขายจะลดลง 100 ยูโร หรือราว 3.56 พันล้านบาท 

 

ทั้งนี้ นอกจากยักษ์ใหญ่ในวงการเสื้อผ้าและกีฬาแล้ว IKEA เชนเฟอร์นิเจอร์ยักษ์สัญชาติสวีเดนได้ประกาศปิดร้านค้าทั้งหมด 53 แห่งในเยอรมนี โดยลูกค้าสามารถซื้อสินค้าได้ที่ช่องทางออนไลน์

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

 

The post หนักหนาสาหัส! H&M, Adidas และ Reebok ประกาศปิดสาขาในยุโรปและอเมริกา หนีโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Fit Items: รวมรองเท้าวิ่งที่ตอบโจทย์สถานการณ์ต่างๆ https://thestandard.co/fit-items-running-shoes/ Wed, 31 Jul 2019 11:32:27 +0000 https://thestandard.co/?p=275178 running shoes

เพราะรองเท้าวิ่งที่ดีไม่ใช่แค่รองเท้าวิ่งราคาแพงที่สุด […]

The post Fit Items: รวมรองเท้าวิ่งที่ตอบโจทย์สถานการณ์ต่างๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
running shoes

เพราะรองเท้าวิ่งที่ดีไม่ใช่แค่รองเท้าวิ่งราคาแพงที่สุด แต่ต้องเป็นรองเท้าวิ่งที่เหมาะกับผู้สวมใส่มากที่สุดต่างหาก ลองสำรวจตัวเองดูว่าคุณเป็นนักวิ่งสไตล์ไหน และคู่ไหนที่จะตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้มากที่สุด 

 

running shoes

 

ซ้อมวิ่ง / วิ่งแข่ง: Nike Zoom Pegasus Turbo 2 

 

ปีนี้รองเท้าวิ่งตระกูล Zoom หนึ่งในตระกูลสำคัญของ Nike มาในโทนสีเขียวนีออน ซึ่งเป็นสีพิเศษที่ทาง Nike พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ เพราะเป็นสีเขียวที่สายตามนุษย์สามารถมองเห็นได้ไวที่สุด เรียกได้ว่าสีเขียวแทบจะเป็นเทรนด์สีรองเท้าวิ่งปีนี้เลยก็ว่าได้ ส่วนรุ่นที่เราหยิบมานำเสนอ ได้แก่ Nike Zoom Pegasus Turbo 2 ซึ่งพัฒนาขึ้นจากรุ่นที่แล้วเล็กน้อย เช่น ปรับเปลี่ยนหน้าผ้าให้บางขึ้นด้วยตัวอัปเปอร์ที่ใช้ผ้าโปร่งแสง ช่วยเรื่องการระบายอากาศ ทำให้มีน้ำหนักเบา แต่เสริมความแข็งแรงด้วยซับในซ้อนเข้าไปอีกชั้น ตัด Flywire ที่ร้อยเชือกไนลอนจากพื้นรองเท้าไปยังรูร้อยเชือกออก แล้วเปลี่ยนมาใช้รูร้อยที่ขนานกันสองแถวแทน ทำให้เราสามารถผูกเชือกได้หลากหลายขึ้น โดยที่ยังไม่ทิ้งเรื่องความกระชับ แน่นอนว่ารุ่นนี้ยังคงใช้โฟมสองชั้น เริ่มจากพื้นชั้นกลางที่ใช้โฟม Nike Zoom X ช่วยรับแรงกระแทกและเพิ่มแรงส่งกลับ ในขณะที่โฟม React ช่วยเพิ่มความนุ่มเด้ง ทิ้งท้ายด้วยพื้นรองเท้าที่บริเวณหน้าเท้าและส้นเท้าที่ทำจากยาง ทำให้เกาะถนนได้ดี ทั้งยังทนทานอีกด้วย 

 

What We Think: หลังจากลองใส่พบว่า คู่นี้ยังคงเป็นรองเท้าติดเทอร์โบที่ใส่วิ่งเร็วก็สนุก ใส่วิ่งช้าก็ไม่ติด ด้วยน้ำหนักตัวที่เบา มีแรงส่งดี ไม่นุ่มเกินไปจนยวบ ทำให้หยิบมาใส่ได้บ่อยๆ นอกจากนี้เรายังชอบดีไซน์บริเวณหุ้มข้อที่เบนออก ทำให้ใส่สบาย ไม่ปวดเอ็นร้อยหวาย ติดอยู่เรื่องเดียวที่ราคาอาจจะแรงไปสักหน่อยสำหรับนักวิ่งเริ่มต้น    

 

ราคา 6,400 บาท 

 

running shoes

 

วิ่งนุ่มๆ ซัพพอร์ตเยอะๆ: Mizuno Wave Rider 22 

 

นับเป็นรองเท้าวิ่งเบอร์แรกๆ หลังบริษัท Mizuno บินเข้ามาลงทุนในไทยเอง รองเท้ารุ่นนี้เน้นแรงซัพพอร์ตระดับดีเยี่ยม รองรับแรงกระแทกด้วย Cloudwave เพิ่มความนุ่ม พื้นรองเท้าชั้นกลางใช้เทคโนโลยี U4icX และ U4ic ที่มีน้ำหนักเบา แต่มอบแรงเด้งได้ดี ส่วนด้านบนรองเท้าทำจากโครงตาข่ายช่วยเรื่องการระบายอากาศ ไม่ร้อนหรืออับเท้าเวลาใส่วิ่งไปนานๆ 

 

What We Think: สำหรับคนที่มองหารองเท้าที่มีแรงซัพพอร์ตสูง น่าจะชื่นชอบรุ่นนี้ เพราะใส่แล้วนุ่ม ลงนิ่ม ไม่กระด้าง แต่ก็ต้องแลกมากับน้ำหนักตัวที่ค่อนข้างสูง รวมถึงความเทอะทะของพื้นรองเท้าที่คนติดรองเท้าพื้นแบนบางไม่ชอบแน่ๆ  

 

ราคา 4,100 บาท 

 

running shoes

 

วิ่งด้วย เวตด้วย: Adidas AlphaBounce x Parley 

 

ปีนี้ Adidas รุกหนักเรื่องการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ทำขึ้นจากขยะพลาสติก โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการสร้างสรรค์รองเท้าและเสื้อผ้า เพื่อลดปริมาณขยะในท้องทะเล อย่างรองเท้าวิ่งคู่นี้ที่ร่วมมือกับองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม Parley ในการนำขยะพลาสติกมาบดให้เป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นใช้ความร้อนรีดให้เป็นเส้น ก่อนนำไปหลอมใหม่และปั่นให้เป็นเส้นใย มีลักษณะคล้ายใยผ้า เพื่อนำมาประกอบทำส่วนอัปเปอร์ ในขณะที่จุดเด่นของรองเท้าวิ่งตระกูล AlphaBounce อยู่ที่การเป็นรองเท้าอเนกประสงค์ เพราะใส่วิ่งก็ได้ ใส่ออกกำลังกายเบาๆ ก็ดี หรือจะใส่เที่ยวก็ไม่ผิด หน้าเท้าถูกออกแบบให้กว้างเพื่อรองรับการเคลื่อนไหวหลายทิศทาง และมีเทคโนโลยี Bounce+ ช่วยดูดซับแรงกระแทก เปลี่ยนเป็นแรงเด้งให้ส่งกลับคล้ายสปริง มีดีไซน์ที่ล็อกบริเวณข้อเท้า ทำให้ใส่กระชับขึ้น และเพิ่มความมั่นคงให้กับบริเวณส้นเท้า    

 

What We Think: คนที่ไม่ค่อยคุ้นกับการใส่รองเท้าวิ่งหุ้มข้อต่ำๆ อย่างนี้อาจไม่ค่อยถนัดกับการล็อกบริเวณข้อเท้า ในขณะที่กลางรองเท้าโอบรัดกระชับเท้าก็จริง แต่อาจต้องใช้ความพยายามมากหน่อยเวลาสวมรองเท้าเข้าไป โดยรวมแล้วเป็นรองเท้าวิ่งที่เหมาะกับการใส่ออกกำลังกายในยิม เช่น ยกเวต เพราะพื้นรองเท้าแบน มีความมั่นคงขณะยก สลับกับการวิ่งบนลู่เพื่อสุขภาพมากกว่าใส่วิ่งระยะไกลอย่างฟูลมาราธอน   

 

ราคา 3,800 บาท 

 

running shoes

 

วิ่งทุกวัน: Reebok Forever Floatride Energy  

 

รองเท้าคู่นี้ได้รับคำชมหนาหูในฐานะรองเท้าประสิทธิภาพดีที่มาในราคาไม่สูงนัก ซึ่งความตั้งใจของ Reebok ไม่ได้วางรุ่นนี้ให้เป็นรองเท้าวิ่งสำหรับนักวิ่งเริ่มต้นเท่านั้น แต่เป็นรองเท้าสำหรับผู้ที่วิ่งมาสักพักแล้ว และอยากยกระดับการวิ่งให้ดีขึ้นทั้งเรื่องระยะทางและความเร็ว สามารถหยิบมาใส่ได้ทุกวัน เน้นใส่ง่าย ใส่สบาย พื้นรองเท้าทำมาจากยางที่มีความทนทาน ชั้นกลางใช้โฟม Floatride Energy Foam ที่ช่วยรองรับแรงกระแทก มีน้ำหนักเบากว่าโฟม EVA มีความนุ่มและการตอบสนองระดับที่กำลังดี ไม่มากหรือไม่น้อยไป  

 

What We Think: แม้คุณสมบัติหรือวัสดุที่ใช้อาจไม่หวือหวาเหมือนแบรนด์อื่นๆ แต่หลังจากที่ลองใส่ กลับกลายเป็นว่าเราชื่นชอบฟีลลิ่งขณะวิ่งเอามากๆ เพราะให้มาแบบพอดี ไม่เด้งจนเกินไป มีความกระด้างเล็กน้อย ใส่ซ้อมวิ่งไหลๆ 5-10 กิโลเมตรได้สบายๆ นับเป็นรองเท้าวิ่งที่ใส่ง่ายเอามากๆ แถมราคาตอนนี้ถ้าเจอโปรโมชันดีๆ ยังไม่ถึง 2,500 บาทเลยด้วยซ้ำ     

 

ราคา ลดเหลือ 2,495 บาท 

 

หมายเหตุ: บทความชิ้นนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน 

 

ภาพ: Courtesy of brands

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post Fit Items: รวมรองเท้าวิ่งที่ตอบโจทย์สถานการณ์ต่างๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวมไอเท็มฉลอง ‘Pride Month’ ที่คุณควรมีเก็บไว้ https://thestandard.co/pride-month-items/ Sat, 01 Jun 2019 09:46:49 +0000 https://thestandard.co/?p=257261 Pride Month

    ล้างภาพจำของถุงอิเกียสีน้ำเงินเหลืองไปได้ […]

The post รวมไอเท็มฉลอง ‘Pride Month’ ที่คุณควรมีเก็บไว้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Pride Month

 

Pride Month

 

ล้างภาพจำของถุงอิเกียสีน้ำเงินเหลืองไปได้เลย เพราะล่าสุด แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชื่อดังจากสวีเดนได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เป็นการแปลงสีถุงช้อปปิ้งที่คุ้นเคยให้กลายเป็นสีรุ้ง เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง Pride Month และแน่นอนว่า มันแสบตาสะใจมาก ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมาวางขายในเมืองไทยหรือเปล่า

 

Pride Month

 

แบรนด์เสื้อผ้าอเมริกัน American Eagle ก็มีคอลเล็กชันไพรด์ในปีนี้เช่นกัน โดยที่สะดุดตาเรามากคือ เสื้อยืดธรรมดาๆ พร้อมสกรีนคำว่า ‘Empowerd By Love’ ที่น่ารักทั้งความหมายและการดีไซน์ตัวอักษรที่เรียบง่ายแต่โก้เก๋อยู่ในที

 

Pride Month

 

ฟากแบรนด์รองเท้าก็เอาสีรุ้งมาแต่งเติมความสนุกให้กับผลิตภัณฑ์ของพวกเขาอย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น Converse หรือ Reebok ที่พร้อมนำเสนอการใช้เส้นสายเป็นสีรุ้งให้เหมาะสมกับทรงรองเท้า สวมใส่ง่าย ใส่กับอะไรก็เข้ากัน!

 

Pride Month

 

นอกจากนั้นแบรนด์อย่าง Nike และ Adidas เองก็เพิ่งจะปล่อยคอลเล็กชันไพรด์ของพวกเขาออกมาเมื่อวานนี้ (1 มิถุนายน) โดยยังคงเน้นความสดใสของสีรุ้งอยู่เช่นกัน ดัดแปลงลงไปในรองเท้าหลากหลายรุ่น รวมถึงไอเท็มอื่นๆ อย่างรองเท้าแตะ ถุงเท้า หรือกางเกงกีฬาด้วย

 

Pride Month

 

ส่วนใครที่มี Apple Watch อยู่บนข้อมือ อย่าลืมอัปเดต WatchOS 5.2.1 ใหม่ด้วยนะ เพราะว่าเขามีหน้าปัดสีรุ้ง เพื่อเฉลิมฉลอง Pride Month ด้วย

 

Pride Month

 

นับเป็นไอเท็มที่เราอยากมีไว้ติดบ้านมากที่สุด กับหมอนรองคอเจ้ายูนิคอร์นจาก Another Story มัลติแบรนด์สโตร์ที่วางขายหมอนรองคอรูปสายรุ้ง ซึ่งสามารถเปลี่ยนให้กลายเป็นหัวยูนิคอร์นได้เมื่อรูดซิปออก น่ารักมาก! ที่สำคัญในช่วง Pride Month นี้ ร้าน Another Story ยังมีไอเท็มแบบนี้อีกเพียบ!

 

Pride Month

 

ฟาก H&M เองก็ปล่อยคอลเล็กชันชื่อสวยออกมาอย่าง ‘Stay True Stay You’ ที่มีเสื้อผ้า เครื่องประดับ และไอเท็มมากมาย ซึ่งที่น่าสนใจมากๆ ก็อย่างเจ้าหมวกขาวที่มีสายรุ้งน่ารักปะอยู่ หรืออย่างกระเป๋าคาดเอวที่ตัวสายเป็นสีรุ้ง ทั้งยังมีข้อความที่เป็นชื่อคอลเล็กชันอยู่บนสายซิปอีกด้วย

 

Pride Month

 

ส่วน Rastaclat แบรนด์สายรัดข้อมือเองก็ไม่ยอมน้อยหน้า ปล่อยคอลเล็กชันไพรด์ออกมาเช่นกัน ด้วยการย้อมสายข้อมือเป็นสีรุ้งเรียบๆ น่าซื้อหามาไว้บนข้อมือสักอัน!

 

ภาพ: Courtesy of brands

The post รวมไอเท็มฉลอง ‘Pride Month’ ที่คุณควรมีเก็บไว้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง https://thestandard.co/style-wrap-up-3-february-2019/ https://thestandard.co/style-wrap-up-3-february-2019/#respond Sat, 02 Feb 2019 17:01:54 +0000 https://thestandard.co/?p=189694

    https://www.youtube.com/watch?v=34Ew3vloy […]

The post Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

 

https://www.youtube.com/watch?v=34Ew3vloyAQ&feature=youtu.be

 

Hermès Elegance

สำหรับคอลเล็กชัน Fall/Winter 2019 แบรนด์ Hermès ภายใต้การดูแลของครีเอทีฟไดเรกเตอร์เสื้อผ้าผู้ชายอย่าง เวโรนีก นิชาเนียน ที่เธอทำงานกับแบรนด์มาตั้งแต่ปี 1988 ได้ไปจัดโชว์ ณ ตึก Mobilier National สถานที่เก็บเฟอร์นิเจอร์ของภาครัฐในปารีส โดยในคอลเล็กชันนี้ เสื้อผ้ายังคงเน้นความเรียบง่ายและเรียบหรูตามฉบับ Hermès ผู้ชายร่วมสมัยที่ไม่ได้อยากวิ่งตามเทรนด์ และดูพยายามเกินไป แต่กลับดูภูมิฐาน คลาสสิก และมีมิติ ซึ่งไอเท็มที่ยังโดดเด่นที่สุดก็คงหนีไม่พ้นสินค้าเครื่องหนังที่แบรนด์เชี่ยวชาญ อาทิ กระเป๋าที่มาในทรงกระเป๋าคลัตช์ผู้ชาย กระเป๋าทำงาน และที่จะทำให้ทุกสายตาต้องมองคือ กระเป๋าทรง Haut À Courroies ที่คล้ายกับทรง Birkin

 

 

Valentino Haute Couture Prevails

กลายเป็นหนึ่งในดีไซเนอร์ที่ได้รับยกย่องสูงสุดในหลายปีที่ผ่านมา สำหรับ ปิแอร์เปาโล ปิกชิโอลี ดีไซเนอร์ชาวอิตาเลียนแห่งแบรนด์ Valentino ซึ่งล่าสุด เพิ่งนำเสนอผลงานคอลเล็กชันกูตูร์ Spring/Summer 2019 ที่ปารีส ซึ่งยังคงเรื่องราว รูปทรง เทคนิคงานฝีมือ และความสง่างามของงานเสื้อผ้ากูตูร์ระดับเทพในยุคดั้งเดิม ส่วนอีกหนึ่งไฮไลต์ก็คือ การเลือกนางแบบผิวสีถึง 48 คน จากทั้งหมด 65 คน เพื่อมาเดินในโชว์นี้ อาทิ นาโอมิ แคมป์เบลล์ ในชุดฟินาเล่ปิดท้าย ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง และการที่วงการแฟชั่นควรก้าวหน้าเรื่อง Diversity แบบจริงจัง มากไปกว่าแค่เป็นเทรนด์

 

 

Inspired By: Michael Jackson

ดีไซเนอร์เวอร์จิล อาเบลาะห์ เสนอผลงานคอลเล็กชันที่ 2 ของ Louis Vuitton ในฐานะอาร์ทิสติกไดเรกเตอร์กลุ่มเสื้อผ้าผู้ชายที่ปารีสสำหรับซีซัน Fall/Winter 2019 โดยได้แรงบันดาลใจจากราชาเพลงป๊อป ไมเคิล แจ็คสัน ในเชิงตัวตนความเป็นมนุษย์ของเขามากกว่าชุดคอสตูมที่ใส่บนเวที ส่วนฉากของรันเวย์ก็ได้คอนเซปต์จากมิวสิกวิดีโอเพลง Billie Jean พร้อมได้นักร้อง เดฟ ไฮเนส แห่ง Blood Orange มาดูแลด้านดนตรี

 

นอกเหนือจากนั้น LVMH เจ้าของ Louis Vuitton เพิ่งประกาศว่า รายได้ในปี 2018 สร้างสถิติใหม่ด้วยยอดขายสูงถึง 5.34 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเติบโต 10% จากปีก่อน โดยกลุ่มสินค้าที่ยังทำยอดขายได้ดีสุดก็คือ แฟชั่นและเครื่องหนัง ซึ่ง Louis Vuitton ก็ยังคงเป็นแบรนด์เบอร์หนึ่งในเครือ

 

 

Victoria Beckham Meets Reebok

วิกตอเรีย เบคแฮม เปิดตัวคอลเล็กชันใหม่ที่ทำร่วมกับแบรนด์กีฬา Reebok ซึ่งได้ผสมผสานความเรียบนิ่งและสง่างามในฉบับของแบรนด์เข้ากับความเป็นสตรีทแวร์ โดยวิกตอเรียได้ไปศึกษางานอาร์ไคฟ์เก่าๆ ของ Reebok ที่สำนักงานใหญ่ ณ เมืองบอสตัน โดยหลายชิ้นเป็นแนว Unisex และไม่ได้จำเป็นต้องใส่แค่ออกกำลัง แต่สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมตช์เข้ากับชุดประจำวันได้

 

 

Introducing Vogue Business

เพื่อเป็นการหารายได้รูปแบบใหม่ๆ ทางสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Condé Nast ตัดสินใจเปิดบริการ Vogue Business รูปแบบ B2B (Business-to-Business) เพื่อให้บริษัทต่างๆ ซื้อข้อมูลเกี่ยวกับแฟชั่น เทคโนโลยี บิวตี้ ข้อมูลด้านการผลิตเสื้อผ้า และการวิเคราะห์เทรนด์ต่างๆ เป็นต้น โดยสำหรับโปรเจกต์ Vogue Business จะได้ ลอเรน อินดวิก มาเป็นหัวหน้าดูแล พร้อมทำงานจากออฟฟิศของ Condé Nast International ที่ลอนดอน กับทีมที่จะฟอร์มขึ้นมาใหม่ และแยกออกจากนิตยสารเล่มอื่นๆ ในเครือ ซึ่งก็ต้องจับตาดูดีๆ ว่าต่อไปโปรเจกต์นี้จะประสบผลสำเร็จมากน้อยเพียงใดสำหรับ Condé Nast ที่กำลังเจอปัญหาขาดทุนติดต่อกันหลายปี และต้องปรับโครงสร้างบริษัทใหม่อยู่ตลอด

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/style-wrap-up-3-february-2019/feed/ 0
Come Back of the Year ปีแห่งการกลับมาที่ยิ่งใหญ่ของวงการกีฬาในปี 2018 https://thestandard.co/sport-come-back-of-the-year-2018/ https://thestandard.co/sport-come-back-of-the-year-2018/#respond Thu, 20 Dec 2018 12:22:38 +0000 https://thestandard.co/?p=168038

ปี 2018 สำหรับวงการกีฬามีมหกรรมใหญ่เกิดขึ้นมากมาย ตั้งแ […]

The post Come Back of the Year ปีแห่งการกลับมาที่ยิ่งใหญ่ของวงการกีฬาในปี 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปี 2018 สำหรับวงการกีฬามีมหกรรมใหญ่เกิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่ศึกฟุตบอลโลก 2018 รวมถึงเอเชียนเกมส์ที่อินโดนีเซีย แต่หากจะหาข้อสรุปสำหรับปี 2018 เรามองว่าเป็นปีแห่งการกลับมาที่ยิ่งใหญ่ของนักกีฬาระดับตำนานทั้งหลายในวงการ

 

การยืนระยะในตำแหน่งสูงสุดหลังคว้ารางวัลแห่งความสำเร็จถือเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับนักกีฬาทุกคน แต่สิ่งที่ยากกว่านั้นคือการที่คุณพลาดตกจากตำแหน่งผู้นำไปสู่จุดต่ำสุดของอาชีพ และสามารถกลับมาได้อีกครั้งเพื่อทวงคืนพื้นที่สูงสุดบนโพเดียม นั่นคือการก้าวข้ามความยากลำบากที่หลายคนมองว่าเป็นไปไม่ได้

 

ในปี 2018 ที่ผ่านมา มีหลายเหตุการณ์ซึ่งทำให้วงการกีฬาสั่นสะเทือนและต้องหันกลับมามองสิ่งที่เป็นไปได้ใหม่อีกครั้ง

 

 

ไทเกอร์ วูดส์ กับการหวนคืนสู่บัลลังก์แชมป์ของพญาเสือ

วันที่ 24 กันยายน ข่าวหน้าหนึ่งหรือโฮมเพจของสื่อกีฬาทุกฉบับต่างร่วมกันเฉลิมฉลองการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ ไทเกอร์ วูดส์ ที่สามารถก้าวกลับขึ้นมาคว้าแชมป์ทัวร์แชมเปียนส์ชิปรายการสุดท้ายของฤดูกาล 2018 ซึ่งนับเป็นการปลดล็อกแชมป์พีจีเอทัวร์ครั้งแรกในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่รายการบริดจ์สโตน อินวิเตชันแนล เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2013

 

ย้อนไปเมื่อปี 2017 วูดส์ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บที่หลังอย่างหนัก ซึ่งหลังจากการผ่าตัดหลังครั้งที่ 3 เขาต้องพบเจอกับความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันจากความเจ็บปวดที่หลัง และต้องใช้ยาหลายชนิดในการรักษา  

 

สุดท้ายวูดส์ก้าวสู่จุดต่ำสุดของอาชีพนักกอล์ฟ เมื่อภาพที่ปรากฏต่อหน้าสื่อมวลชนทั่วโลกคือภาพของเขาขณะสวมกุญแจมือในสภาพมึนเมา พร้อมกับถูกตั้งข้อหา DUI หรือขับขี่รถยนต์ภายใต้ฤทธิ์ของสุราหรือสารเสพติด  

 

ซึ่งหลังจากนั้นแม้จะมีการเปิดเผยว่าอาการมึนเมาของวูดส์นั้นเกิดจากฤทธิ์ยา แต่หลายคนก็ตัดใจ หมดความศรัทธาและความเชื่อว่าพญาเสือจะกลับมาคำรามในเวทีกอล์ฟระดับโลกได้อีกครั้ง จนในวันนั้นเขาได้รับฉายาว่า ‘ไมค์ ไทสัน แห่งวงการกอล์ฟ’ ไปแล้ว

 

 

แต่สุดท้ายด้วยความพยายามฟื้นตัวอย่างหนักของวูดส์ บวกกับการผ่าตัดหลังครั้งที่ 4 เขาก็สามารถกลับมาเล่นกอล์ฟได้อีกครั้ง และสามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 1,876 วัน

 

วันที่วูดส์ลงสนามและคว้าแชมป์พร้อมกับการให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตา น่าจะเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจที่สุดครั้งหนึ่งของวงการกีฬาในฐานะการคัมแบ็กที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของวงการกอล์ฟ

 

 

 

3 ใน 4 บิ๊กโฟร์คัมแบ็กมือหนึ่งของโลกแห่งวงการเทนนิส

สำหรับวงการเทนนิส ในช่วงหลายปีผ่านมาเรามักจะเห็นนักกีฬาหน้าเดิมๆ ที่สามารถคว้าแชมป์ระดับแกรนด์สแลม ตั้งแต่โรเจอร์ เฟเดอเรอร์, ราฟาเอล นาดาล และโนวัค ยอโควิช จนกลายเป็นภาพคุ้นชินของแฟนๆ เทนนิส

 

แต่ในปีนี้เป็นปีที่นักเทนนิสทั้ง 3 คนสามารถก้าวกลับขึ้นสู่ตำแหน่งมือหนึ่งของโลกได้ครบ โดยผลัดกันคว้าแชมป์แกรนด์สแลมคนละรายการ (เฟเดเรอร์ – ออสเตรเลียน โอเพ่น, นาดาล – เฟรนช์ โอเพ่น, ยอโควิช วิมเบิลดันและยูเอส โอเพ่น)

 

ซึ่งปี 2018 ต้องยกให้เป็นการคัมแบ็กของยอโควิชที่สามารถพิชิตแกรนด์สแลม 2 รายการติดต่อกันในช่วงท้ายปี และสามารถกลับมาทวงตำแหน่งมือหนึ่งของโลกได้สำเร็จ

 

แชมป์แกรนด์สแลม 14 รายการเหมือนไทเกอร์ วูดส์ เจ้าของแชมป์ 14 เมเจอร์​ ต้องพบกับปัญหาที่นักกีฬาหลายคนพบเจอในช่วงเวลาที่พวกเขาโลดแล่นอยู่ในการแข่งขันระดับสูง นั่นคือปัญหาอาการบาดเจ็บจากความทุ่มเทเพื่อแลกมาซึ่งความสำเร็จในเส้นทางที่พวกเขาเลือก

 

 

“หมดยุคของโนวัคแล้วใช่ไหมครับ” โพสต์หนึ่งของ Pantip แหล่งศูนย์รวมการแลกเปลี่ยนคำถามและกระแสสังคมได้ดังกระหึ่มขึ้นในวันที่ยอโควิชเริ่มต้นดำดิ่งสู่ขาลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

“เทนนิสคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตผม จนกระทั่ง สเตฟาน (ลูกชาย) เกิด ตอนนี้ทุกอย่างตรงกันข้ามแล้ว ผมมีลูกชาย ภรรยา และครอบครัว และผมรู้สึกดีใจมากที่ได้เป็นพ่อ” ยอโควิชให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2017 ในช่วงที่เขายังไม่สามารถหาทางกลับมาได้

 

“ผมอยู่ในจุดที่พยายามที่จะเป็นสามี พ่อ และนักเทนนิสที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ นั่นคือความท้าทาย แต่ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ทุกคนพยายามจะเป็นในสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ ในกรณีของผมก็เช่นกัน

 

“ผมให้เกียรติมุมมองของทุกคนนะ ผมจะรับเฉพาะมุมมองที่เป็นบวก และผมจะไม่มองย้อนกลับไปหาเรื่องราวที่ไม่มีเหตุผล ผมรู้ว่าผมคือใคร มาจากที่ไหน เป้าหมายที่ผมจะไป และที่สำคัญคือจุดที่ผมยืนอยู่ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกทางเดินและวิธีการใช้ชีวิตของตัวเอง

 

“ผมยังคงจะเล่นเทนนิสต่อไปอีกนานด้วยแพสชันและความรักเหมือนที่ผมเคยมีในวันแรกที่ผมหยิบไม้เทนนิสขึ้นมา”

 

เวลาผ่านไปพร้อมกับอันดับที่ตกต่ำลงเรื่อยๆ จนช่วงต้นปี 2018 ยอโควิชตกลงไปอยู่ในอันดับที่ 22 ของโลก ซึ่งเป็นอันดับต่ำที่สุดในรอบ 12 ปีของการเล่นเทนนิสของเขา

 

 

หลังจากการเรียกเอา อังเดร อากัสซี และราเด็ค สเตปาเน็ค ตำนานกับอดีตนักหวดรุ่นพี่มารับหน้าที่โค้ชเพื่อกอบกู้สถานการณ์ก็ไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับคืนมาได้ บวกกับอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่ข้อศอก สุดท้ายยอโควิชก็ตัดสินใจติดต่อไปหา มาเรียน วัจดา อดีตเทรนเนอร์ที่เคยร่วมงานกันมาเนิ่นนานกลับมาช่วยดูแลการฝึกซ้อมอีกรอบ และนั่นคือการตัดสินใจครั้งสำคัญที่ช่วยให้เขายูเทิร์นจากขาลงกลับมาในเส้นทางที่เขาต้องการได้อีกครั้ง

 

หลังจากร่วมงานกันพร้อมกับการหายจากอาการบาดเจ็บที่ข้อศอก ยอโควิชก็สามารถผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายของเฟรนช์ โอเพ่น 2018 ได้สำเร็จ ก่อนที่จะคว้าแชมป์วิมเบิลดันด้วยการเอาชนะ ราฟาเอล นาดาล และตอกย้ำการกลับมาด้วยการคว้าแชมป์แกรนด์สแลมสุดท้ายของปีอย่างยูเอส โอเพ่น แสดงให้ทั้งโลกเห็นว่านี่คือการกลับมาอย่างเป็นทางการของยอโควิชในปี 2018

 

“6 เดือนที่ผ่านมาคือการผจญภัยทั้งหมดของผม โดยเฉพาะทางด้านจิตวิทยา สิ่งที่ผมผ่านมา การเริ่มต้นใหม่ของผม และการค้นหาสมการที่จะทำให้ผมหวนคืนสู่ความสำเร็จ

 

“ผมเจอมันแล้ว และผมจะพยายามรักษามันให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้”

 

 

อาร์เซนอล อูไน เอเมอรี กับการหวนคืนสู่ผู้ท้าชิงบัลลังก์แห่งฟุตบอลอังกฤษ

ข้ามจากกีฬาประเภทเดี่ยวสู่ประเภททีมในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2018 ที่เริ่มต้นด้วยการขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดระหว่างทีมหัวตารางเช่นเคย แต่ในปีนี้มีอีกทีมที่ดูจะสามารถก้าวกลับขึ้นมาท้าทายตำแหน่งหัวตารางได้อย่างเมามัน นั่นคืออาร์เซนอล

 

 

สโมสรเก่าแก่แห่งนี้ได้ผ่านความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ คือการเปลี่ยนผู้จัดการทีมครั้งแรกในรอบ 22 ปี ยุติบทบาทของ อาร์เซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมชาวฝรั่งเศสที่ปิดฉากการร่วมงานกับสโมสรแห่งนี้ พร้อมกับเปิดทางให้กับ อูไน เอเมอรี ผู้จัดการทีมชาติสเปนมารับไม้ต่อ

 

 

ความเปลี่ยนแปลงถือเป็นความเสี่ยงสำหรับสโมสรที่สามารถรักษามาตรฐานในอันดับท็อป 4 มาได้ตลอดหลายฤดูกาล พร้อมการันตีสิทธิ์ไปร่วมแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกมาตลอด แต่เมื่อฟอร์มช่วงฤดูกาลหลังๆ เริ่มไม่เข้าเป้า และสไตล์การเล่นของกุนซือที่เคยพาทีมสู่ความยิ่งใหญ่ไม่ตอบโจทย์ ความเปลี่ยนแปลงก็ดูเหมือนจะเป็นทางออกเดียวที่เหมาะสมในเวลานี้

 

และเอเมอรีก็ทำได้เหนือความคาดหมาย แม้สื่อหลายสำนักจะมองว่าเอเมอรีต้องมาสานต่อสโมสรที่อยู่ภายใต้การคุมทีมของผู้จัดการทีมคนเดียวมาเป็นเวลากว่า 20 ปีจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนหลายสิ่ง และต้องผ่านตลาดซื้อขายนักเตะหลายครั้งจึงจะสามารถจูนเครื่องปืนใหญ่ให้เป็นไปในรูปแบบที่เขาต้องการและเริ่มต้นการไล่ล่าแชมป์ได้

 

 

แต่เอเมอรีก็ออกสตาร์ทกับสโมสรได้อย่างดีเยี่ยม โดยหากนับเพียงแค่ 8 เกมแรก อาร์เซนอลออกสตาร์ทด้วยคะแนนเยอะที่สุดนับตั้งแต่ฤดูกาล 2011-12 ที่ 20 แต้ม แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในอันดับที่ 1 เหมือนฤดูกาล 2013-14 ที่มี 19 แต้ม แต่เห็นได้ชัดว่าในการแข่งขันที่สูงและเข้มข้นขึ้น เอเมอรีกับการเข้ามาจูนเครื่องอาร์เซนอลใหม่สามารถทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม

 

ลูคัส ตอร์เรย์รา นักเตะใหม่ของอาร์เซนอลในฤดูกาลนี้คือหนึ่งในหัวใจสำคัญของความเปลี่ยนแปลง โดย ฟิล เนวิลล์ ได้กล่าวชื่นชมการวางตัวผู้เล่นในแดนกลางของเอเมอรีผ่านรายการ Premier League Today โดยยอมรับว่านอกจากการจับคู่ระหว่าง กรานิต ชากา และลูคัส ตอร์เรย์รา ในแดนกลางแล้ว นักเตะทั้งสองยังสามารถรักษาระเบียบวินัยในการยึดตำแหน่งที่ได้รับมอบหมายและป้องกันแดนหลังได้อย่างดีเยี่ยม สามารถดักเกมรุกจากคู่แข่ง และปรุงเกมรุกให้กับทีมได้อย่างดีเยี่ยม

 

แต่จุดเริ่มต้นที่ดีนี้ยังคงต้องรอความท้าทายที่อาร์เซนอลมักประสบปัญหาคือช่วงบ็อกซิ่งเดย์ ซึ่งจะตามาด้วยปัญหานักเตะหลักบาดเจ็บ พร้อมกับตารางแข่งขันที่อัดแน่นในช่วงปีใหม่ ซึ่งหากเอเมอรีสามารถผ่านช่วงเวลานั้นไปได้และสามารถรักษาฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวา อนาคตของอาร์เซนอลหลังความเปลี่ยนแปลงก็ดูสดใสไม่น้อยเลยทีเดียว

 

 

บอสตัน เรดซ็อกซ์ คว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 4 กับการบริหารของ เฟนเวย์ สปอร์ต กรุ๊ป ที่นำพาความยิ่งใหญ่กลับสู่ทีมในสังกัด

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2018 เป็นการกลับมาครั้งใหญ่ของทีมจากบอสตัน เมื่อทีมบอสตัน เรดซ็อกซ์ เอาชนะลอสแอนเจลิส ด็อดเจอร์ส ไป 5-1 เกม ปิดซีรีส์โดยคว้าแชมป์เวิลด์ซีรีส์ไปครองเป็นสมัยที่ 9 และเป็นการคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 4 นับตั้งแต่ปี 2002

 

ตัดภาพกลับมาที่ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ปี 2017/18 ลิเวอร์พูลคว้ารองแชมป์จากการพ่ายให้กับเรอัล มาดริด เมื่อช่วงกลางปี 2018 ที่ผ่านมา

 

โดยสิ่งหนึ่งที่สองทีมนี้มีเหมือนกันคือการบริหารจัดการที่มาจากบริษัท เฟนเวย์ สปอร์ต กรุ๊ป บริษัทสัญชาติอเมริกันที่เข้ามาบริหารสโมสรลิเวอร์พูลตั้งแต่ปี 2010 และบอสตัน เรดซ็อกซ์ ตั้งแต่ปี 2002

 

สิ่งหนึ่งที่เฟนเวย์ใช้เป็นผู้นำความเปลี่ยนแปลงสู่สโมสรกีฬาชั้นนำที่มีประวัติศาสตร์ความยิ่งใหญ่ทั้งสองทีมคือการเลือกใช้คนแบบ Right Man for the Right Job สำหรับบอสตัน เรดซ็อกซ์ คือการเลือกใช้ผู้จัดการทั่วไป (GM) ที่มีชื่อว่า อเล็กซ์ โครา เข้ามาบริหารทีม

 

 

อเล็กซ์ โครา อดีตนักเบสบอลของบอสตัน เรดซ็อกซ์ ปี 2005-2008 เป็นผู้ที่ได้รับตำแหน่ง โดย แดนนี่ บักซ์บอม หนึ่งในนักกีฬาเบสบอลที่เติบโตมาพร้อมกับโครา ยอมรับว่าโคราคือคนที่ไม่เคยมีปัญหากับใครและเข้าได้กับทุกคน

 

แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านกีฬาเบสบอลเป็นพิเศษ บวกกับการใส่ใจในทุกรายละเอียดของสถิติสำหรับการแข่งขันที่เขาออกแบบและปรับเปลี่ยนทุกเกมที่ลงสนาม ​และการบริหารงานที่โคราใช้คำว่าต้องการให้ทุกคนในทีมสามารถพูดคุยกับเขาได้ทุกเรื่อง ส่งให้การบริหารทีมครั้งแรกของเขาก้าวสู่แชมป์สมัยที่ 9 ได้สำเร็จ

 

 

ขณะที่กับสโมสรลิเวอร์พูล สโมสรที่มีประวัติศาสตร์แห่งความสำเร็จในเกาะอังกฤษ ทั้งแชมป์ลีกสูงสุด 18 สมัย และแชมป์ยุโรปอีก 5 สมัย ก็ได้ก้าวขึ้นมาท้าชิงตำแหน่งแชมป์ยุโรปอีกครั้งเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา

 

แม้ว่าสุดท้ายลูกทีมของ เจอร์เกน คลอปป์ จะไม่สามารถคว้าแชมป์สมัยที่ 6 ให้กับสโมสรได้ แต่ด้วยสไตล์การเล่น ผลงานในเวทียุโรป และการบริหารจัดการของเฟนเวย์ที่ยอมทุ่มเงินถึง 170 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 7,650 ล้านบาท เสริมทัพในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะที่ผ่านมา ทำให้ลิเวอร์พูลเริ่มต้นพบกับสิ่งที่เรียกว่า Liverpool Way อีกครั้ง

 

โดยในปีนี้ THE STANDARD ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษแบบตัวต่อตัวกับ ปีเตอร์ มัวร์ ซีอีโอคนใหม่ของสโมสร ซึ่งเข้ามารับตำแหน่งพร้อมกับประสบการณ์ในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ไม่ห่างไกลจากกีฬา เช่น อุปกรณ์กีฬากับ Reebok และอีสปอร์ตกับ EA Games ก่อนจะมาร่วมงานกับสโมสรบ้านเกิดที่ลิเวอร์พูล

 

 

ซึ่งมัวร์ก็ได้ยืนยันกับ THE STANDARD ว่านอกจากจะช่วยบริหารสโมสรให้ทีมสามารถเดินหน้าสู่ความสำเร็จในสนามได้แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สโมสรอยากสัญญาคือการกลับมาเล่นต่อหน้าแฟนบอลไทยอีกครั้งในอนาคต

 

นอกจากเรื่องราวการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของนักกีฬาแต่ละคนแล้ว ในปีนี้ยังมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นมากมายเหมือนกับการแข่งขันทุกปีที่มีผู้สร้างสถิติใหม่ในวงการ โดยเฉพาะ เอเลียด คิปโชเก ยอดนักวิ่งมาราธอน วัย 33 ปี ที่สร้างสถิติมาราธอนใหม่ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ด้วยเวลา 2.01.39 ชั่วโมง พามนุษย์เข้าใกล้การทำลายกำแพงกั้นของการวิ่งระยะมาราธอนได้ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง

 

ไม่ใช่เพียงแค่ระยะทางและเวลาที่คิปโชเกได้ทำลาย แต่เป็นความคิดและมุมมองต่อความสำเร็จที่คิปโชเกได้มอบให้จากประโยคที่เขาพูดต่อหน้านักเรียนที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดว่า

 

“คนที่มีวินัยในตัวเองเท่านั้นจะมีอิสระในชีวิต ถ้าคุณไม่มีวินัย คุณจะเป็นทาสของอารมณ์ ทาสของแพสชัน”

 

 

ฝั่งนักกีฬาไทยอย่าง อเล็กซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์ ก็สร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นนักขับเอฟวันของทีมสคูเดเรีย โตโร รอสโซ่ ในฤดูกาล 2019 ที่จะมาถึง ซึ่งหนุ่มลูกครึ่งไทย วัย 22 ปี จะได้กลายเป็นนักขับเอฟวันชาวไทยคนที่ 2 ต่อจากพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช

 

เช่นเดียวกับ โปรเม-เอรียา จุฑานุกาล ที่ทำผลงาน LPGA Sweep ด้วยการเป็นนักกอล์ฟคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าทุกรางวัลของกอล์ฟ LPGA ภายในฤดูกาลเดียว และสร้างความภาคภูมิใจไม่ใช่แค่เฉพาะประเทศไทย แต่สำหรับวงการกอล์ฟหญิงในระดับเอเชียอีกด้วย

 

 

ฟุตบอลทีมชาติไทยกับการรอคอยการคัมแบ็ก

สำหรับฟุตบอลทีมชาติไทยกับการไล่ล่าแชมป์ซูซูกิคัพ ครั้งที่ 3 นั้น สุดท้ายช้างศึกไทยต้องฝันค้าง เมื่อรอบรองชนะเลิศนัดที่ 2 ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน หลังจากที่เสมอกับมาเลเซียที่บูกิต จาลิล 0-0 ปรากฏว่ามาเลเซียสามารถบุกมาเสมอด้วยผลสกอร์ 2-2 ส่งไทยตกรอบรองชนะเลิศ ก่อนที่จะเป็นเวียดนามที่เดินหน้าสู่แชมป์อาเซียนเป็นสมัยที่ 2 ในรอบ 10 ปีด้วยการเอาชนะมาเลเซียในรอบชิงทั้ง 2 นัดด้วยสกอร์รวม 3-2

 

 

ผลงานของทีมชาติไทยพร้อมกับฟอร์มการเล่นที่เน้นเกมรับ ทดสอบแท็กติก พร้อมกับการใช้นักเตะหน้าใหม่ลงสนามสู้ศึกซูซูกิคัพ ส่งผลให้แฟนบอลชาวไทยแตกออกเป็นหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายที่โหยหาการคัมแบ็กของ ซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยที่เคยพาไทยกลับมาผงาดคว้าแชมป์ด้วยสไตล์การเล่นแบบต่อบอลสั้น เน้นเกมรุกแบบติ๊กต๊อกจนเป็นที่กล่าวขานในระดับอาเซียน

 

 

ขณะที่อีกฝั่งยังคงเฝ้าคอยว่าจากการทดลองแท็กติกกับนักเตะที่ดันตัวเองขึ้นมาติดทีมชาติไทยได้จะสามารถประสานงานกับ 3 นักเตะไทยอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา และธีราทร บุญมาทัน ที่จะกลับมาช่วยสู้ศึกฟุตบอลเอเชียนคัพ 2019 ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ดีขนาดไหนกับรายการที่ไทยห่างเหินมาเป็นเวลากว่า 12 ปี

 

 

ซึ่งการแข่งขันเอเชียนคัพครั้งนี้คาดว่าน่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวเซอร์เบีย จะได้โชว์ศักยภาพผ่านขุมกำลังชุดใหญ่ของช้างศึก ซึ่งหากผลงานไม่เข้าตาแฟนบอล รายการนี้ก็อาจเป็นครั้งสุดท้ายของเขาในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทย

 

นอกจากนี้ปี 2018 ยังเป็นปีที่ THE STANDARD ได้เดินทางไปร่วมทำข่าวมหกรรมกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างศึกฟุตบอลโลก 2018 ถึงประเทศรัสเซียเป็นระยะเวลา 34 วัน ซึ่งตลอดเส้นทางการทำงานของพวกเราได้พบทั้งความประทับใจ บรรยากาศสนุกสนาน และที่สำคัญที่สุดคือประสบการณ์ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตเราได้เดินทางไปร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกถึงประเทศเจ้าภาพ

 

 

ขณะที่มหกรรมกีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับโลกครั้งแรกในประเทศไทย โมโตจีพี 2018 ที่ THE STANDARD ได้มีโอกาสลงพื้นที่ และพบว่าจังหวัดบุรีรัมย์สามารถทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านและตัวแทนประเทศไทยในการต้อนรับนักแข่ง ทีมงาน และแฟนกีฬาจากทั่วโลกได้อย่างดีเยี่ยม จนเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทางสมาคมทีมแข่งจักรยานยนต์นานาชาติ (IRTA) โหวตให้ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2018 เป็นสนามแข่งขันที่ดีที่สุดประจำปีด้วยรางวัลโมโตจีพี กรังด์ปรีซ์ ออฟ เดอะ เยียร์ ทั้งที่เพิ่งเป็นการจัดการแข่งขันในปีแรก พร้อมสถิติสนามที่มียอดผู้เข้าชมสูงที่สุดตลอดทั้งฤดูกาลที่ 220,000 คน จากการแข่งขันทั้งหมด 19 สนามในปีนี้

 

และในอีก 2 ปีที่เหลือก็น่าสนใจว่าทางจังหวัดบุรีรัมย์ที่นำเอาความคิดสร้างสรรค์บวกความเป็นท้องถิ่นอย่างรถอีแต๋นมาใช้รับส่งแฟนกีฬาภายในงานจะมีเทคนิคในการยกระดับประสบการณ์รับชมมอเตอร์สปอร์ตไปในทิศทางใด

 

 

ปี 2018 ได้สอนอะไรให้กับเราหลายอย่างจากความสำเร็จต่างๆ แน่นอนว่าในปีนี้วิทยาศาสตร์การกีฬามีส่วนสำคัญที่ช่วยให้นักกีฬาหลายคนทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในช่วงอายุเดียวกับนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จในอดีต

 

แต่เครื่องมือ อุปกรณ์ และงานวิจัยต่างๆ จะไม่มีความหมาย ถ้าพวกเขาเหล่านี้ไม่ตัดสินใจที่จะใช้มันสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่

 

สิ่งหนึ่งที่ทุกเรื่องราวแห่งการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในวงการกีฬามีเหมือนกันคือจิตใจที่พร้อมจะเริ่มต้นใหม่

 

พวกเขาเรียนรู้จากบทเรียนที่ผ่านมาและยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ขอความช่วยเหลือเมื่อถึงคราวจำเป็น รับฟังแต่เสียงที่จะช่วยส่งเสริม ตั้งหน้าตั้งตาเริ่มต้นใหม่เพื่อเป้าหมายที่พวกเขาต้องการ และผลักดันขีดจำกัดของคำว่าเป็นไปไม่ได้  

 

สำหรับทุกคนที่ติดตามเรื่องราวทั้งหมดมาจนถึงบรรทัดสุดท้ายของปีนี้ ก็ขอให้ปี 2019 เป็นปีแห่งการเริ่มต้นใหม่ที่งดงาม

 

ขอให้คุณมีหัวใจของพญาเสือไทเกอร์ วูดส์ ที่พร้อมจะกลับมาจากจุดต่ำสุดของชีวิต มีแพสชันแรงกล้าที่เอาชนะอาการบาดเจ็บและกลับมาทำในสิ่งที่ตัวเองรักเหมือนโนวัค ยอโควิช และมีวินัยในการเดินหน้าสร้างสถิติโลกเหมือนเอเลียด คิปโชเก

 

ขอให้คุณมีหัวใจที่พร้อมจะเริ่มต้นใหม่ได้ทุกเมื่อ

 

เหมือนกับที่คิปโชเกได้มอบคำแนะนำในการเริ่มต้นหนทางสู่ความสำเร็จให้แก่นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในสัมมนาอ็อกซ์ฟอร์ดยูเนียนไว้ว่า  

 

“ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเริ่มต้นปลูกต้นไม้คือ 25 ปีก่อน และช่วงเวลาที่ดีที่สุดรองลงมาคือการเริ่มต้นวันนี้”

 

สุขสันต์วันปีใหม่ครับ

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post Come Back of the Year ปีแห่งการกลับมาที่ยิ่งใหญ่ของวงการกีฬาในปี 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/sport-come-back-of-the-year-2018/feed/ 0