Red Sea (ทะเลแดง) Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/red-sea-ทะเลแดง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 31 Jul 2026 07:02:34 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 ช่องแคบบับเอลมันเดบ จุดคอขวด 12% การค้าโลกเสี่ยงชะงัก กระทบราคาทองคำ https://thestandard.co/bab-el-mandeb-strait-trade-risk/ Fri, 31 Jul 2026 07:02:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1236778 แผนที่แนวคิดแสดงช่องแคบบับเอลมันเดบและเส้นทางการค้าโลก

จับตา ‘บับเอลมันเดบ’ จุดเสี่ยงใหม่ของการค้าโลก ฮั่วเซ่ง […]

The post ช่องแคบบับเอลมันเดบ จุดคอขวด 12% การค้าโลกเสี่ยงชะงัก กระทบราคาทองคำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แผนที่แนวคิดแสดงช่องแคบบับเอลมันเดบและเส้นทางการค้าโลก

จับตา ‘บับเอลมันเดบ’ จุดเสี่ยงใหม่ของการค้าโลก ฮั่วเซ่งเฮงระบุ หากเส้นทางเดินเรือหยุดชะงัก หนุนเงินเฟ้อขยายตัวและทิศทางดอกเบี้ยเตรียมรับแรงกดดัน ทองโลกอาจสะดุด

 

 
 

หลังจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้ทั่วโลกจับตาช่องแคบฮอร์มุซในฐานะเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญ ล่าสุด ความสนใจของตลาดเริ่มหันมายัง ‘ช่องแคบบับเอลมันเดบ’ มากขึ้น หลังเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงเผชิญความเสี่ยงจากการโจมตีของกลุ่มฮูตี จนเกิดความกังวลว่าหากการเดินเรือผ่านช่องแคบแห่งนี้หยุดชะงัก ผลกระทบอาจลุกลามไปไกลกว่าตลาดพลังงาน และกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลกในวงกว้าง

 

ความตึงเครียดในทะเลแดงอาจดันเงินเฟ้อและกดดันให้เฟดคงดอกเบี้ยระดับสูง

 

ฮั่วเซ่งเฮง ประเมินว่า หากสถานการณ์ในทะเลแดงยืดเยื้อ ความเสี่ยงดังกล่าวอาจผลักดันราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่งให้สูงขึ้น ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และอาจทำให้ธนาคารกลางหลายแห่งรวมถึงธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต้องดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวังมากขึ้น

 

สำหรับตลาดทองคำความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อราคาทองคำอาจไม่ได้มีแต่ปัจจัยบวกเพียงด้านเดียว เพราะหากราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นจนกระทบอัตราเงินเฟ้อ จะส่งผลให้เฟดต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) และสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และอาจเป็นปัจจัยกดดันการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ

 

ฮั่วเซ่งเฮง มองว่าประเด็นสำคัญที่นักลงทุนควรติดตามไม่ใช่เพียงความเสี่ยงที่ช่องแคบบับเอลมันเดบจะถูกปิดหรือไม่ แต่เป็นระยะเวลาที่สถานการณ์จะยืดเยื้อ เนื่องจากยิ่งความตึงเครียดยืดเยื้อเท่าใด ต้นทุนการขนส่ง ราคาพลังงาน และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะมีแนวโน้มเพิ่มมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

 

ในระยะสั้น ความไม่แน่นอนดังกล่าวอาจช่วยหนุนความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อส่งผลให้เฟดชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย หรือคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงต่อไป ก็อาจเป็นปัจจัยที่จำกัดการปรับขึ้นของราคาทองคำในระยะถัดไป

 

ราคาทองคำโลกมีแนวรับสำคัญที่ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 63,800 บาทต่อบาททองคำ

 

ด้านภาพทางเทคนิคราคาทองคำโลกเริ่มฟื้นตัวหลังตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับการปรับตัวขึ้นของราคาพลังงาน และได้ตอบรับแนวโน้มที่เฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงไปพอสมควรแล้ว อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวในรอบนี้อาจยังเป็นเพียงการฟื้นตัวทางเทคนิค หลังราคาลงทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณ 63,800 บาทต่อบาททองคำ) โดยประเมินว่าแนวต้านสำคัญยังอยู่ที่บริเวณ 4,200 – 4,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือประมาณ 65,000 – 65,800 บาทต่อบาททองคำ

 

ฮั่วเซ่งเฮง ประเมินว่านักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ในทะเลแดงควบคู่กับทิศทางราคาน้ำมัน Bond Yield ค่าเงินดอลลาร์ และท่าทีของเฟดอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดว่า ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์จะสามารถผลักดันราคาทองคำได้มากเพียงใด หรือจะถูกหักล้างด้วยแรงกดดันจากเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง

 

สำหรับความเคลื่อนไหวราคาทองคำในประเทศไทยวันนี้ (31 ก.ค.) ราคาทองคำแท่ง รับซื้อที่ 64,300 บาทต่อบาททองคำ และขายออกที่ 64,500 บาทต่อบาททองคำ ส่วนทางคำรูปพรรณ รับซื้อที่ 63,020 บาทต่อบาททองคำ และขายออกที่ 65,300 บาทต่อบาททองคำ

 

รู้จัก ‘ช่องแคบบับเอลมันเดบ’ เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าสำคัญคิดเป็น 12% ของการค้าโลก

 

ทั้งนี้ ช่องแคบบับเอลมันเดบ (Bab el-Mandeb Strait) เป็นเส้นทางเชื่อมมหาสมุทรอินเดีย ทะเลแดง และคลองสุเอซ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดคอขวดทางทะเลที่สำคัญที่สุดของโลก ปัจจุบันสินค้าประมาณ 12% ของการค้าโลก และราวหนึ่งในสี่ของการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทั่วโลกต้องอาศัยเส้นทางนี้ ขณะที่น้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากตะวันออกกลางจำนวนมากก็ใช้เส้นทางเดียวกันในการส่งออกไปยังยุโรปและบางส่วนของเอเชีย

 

หากการเดินเรือผ่านช่องแคบแห่งนี้ถูกจำกัดหรือหยุดชะงักลงเรือสินค้าจำนวนมากอาจต้องเปลี่ยนเส้นทาง ไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮปแทน ส่งผลให้ระยะเวลาเดินเรือยาวนานขึ้น รวมถึงต้นทุนเชื้อเพลิง ค่าระวางเรือ และค่าเบี้ยประกันภัยทางทะเลจะปรับตัวสูงขึ้นตามด้วย ขณะเดียวกัน ความล่าช้าในการขนส่งอาจส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบและสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อทั่วโลก

 

บทเรียนที่สะท้อนผลกระทบดังกล่าวได้ชัดเจน คือเหตุการณ์ที่เรือ Ever Given เกยตื้นขวางคลองสุเอซในปี 2564 แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะใช้เวลาเพียง 6 วัน ในการแก้ไขสถานการณ์ แต่กลับทำให้ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกหยุดชะงักและต้นทุนการขนส่งปรับตัวสูงขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าการหยุดชะงักของเส้นทางเดินเรือสำคัญเพียงแห่งเดียว ก็สามารถสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้างได้

 

ภาพ: istanblue78 / Shutterstock

The post ช่องแคบบับเอลมันเดบ จุดคอขวด 12% การค้าโลกเสี่ยงชะงัก กระทบราคาทองคำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซาอุฯ – กลุ่มฮูตี โจมตีตอบโต้ ยกระดับความขัดแย้งทะเลแดง https://thestandard.co/saudi-houthi-red-sea-conflict/ Sat, 25 Jul 2026 08:02:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1235028 ภาพเรือรบหรือเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดง ท่ามกลางความขัดแย้งในภูมิภาค

ซาอุดีอาระเบีย และกลุ่มฮูตี ในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุน […]

The post ซาอุฯ – กลุ่มฮูตี โจมตีตอบโต้ ยกระดับความขัดแย้งทะเลแดง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเรือรบหรือเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดง ท่ามกลางความขัดแย้งในภูมิภาค

ซาอุดีอาระเบีย และกลุ่มฮูตี ในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ยกระดับความขัดแย้งของสงครามในตะวันออกกลาง ด้วยการโจมตีตอบโต้กันอย่างรุนแรง ขณะที่สหรัฐฯ ทำการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งในช่องแคบฮอร์มุซ ที่พยายามฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรและปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน

 

 
 

โดยซาอุฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่หลายเป้าหมายในเมืองโฮไดดาห์ ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญติดทะเลแดงที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮูตี และเกาะกามารัน ที่อยู่ใกล้เคียงวานนี้ (24 กรกฎาคม) หลังจากกลุ่มฮูตี ประกาศปิดล้อมทางทะเลและโจมตีเรือบรรทุกสินค้าของซาอุดีอาระเบีย

 

สถานีโทรทัศน์อัลมาซิราห์ ซึ่งเป็นเครือข่ายของกลุ่มฮูตี รายงานว่าการโจมตีของซาอุฯ มุ่งเป้าไปที่สิ่งอำนวยความสะดวกของหน่วยงานโทรคมนาคม ซึ่งเบื้องต้นมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตี 1 คน แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่ามีผู้เสียชีวิตหรือไม่

 

กระทรวงต่างประเทศของกลุ่มฮูตี ชี้ว่าการโจมตีของซาอุฯ เป็นการยกระดับความขัดแย้งและส่งสัญญาณว่าจะตอบโต้ ก่อนที่จะเกิดการโจมตีด้วยขีปนาวุธใส่เมืองญีซาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของซาอุฯ ในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ซึ่งกลุ่มฮูตีอ้างความรับผิดชอบ

 

โดยผลการโจมตีทำให้เกิดไฟไหม้และอาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหาย ขณะที่ทางการซาอุฯ ได้ออกประกาศเตือนภัยฉุกเฉินในเมืองดังกล่าวแล้ว

 

ด้านพลตรี ตูร์กี อัล-มาลิกี โฆษกกองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุฯ กล่าวโทษกลุ่มฮูตีว่าเป็นต้นเหตุการบานปลายของสถานการณ์ โดยประณามการกระทำของกลุ่มฮูตีที่โจมตีเรือขนส่งสินค้าของซาอุฯ ในทะเลแดงว่า “ขี้ขลาดและไร้ความรับผิดชอบ” และยืนยันว่า หากกลุ่มฮูตียังคง “กระทำการที่เป็นปรปักษ์ต่อไป จะมีการตอบโต้โดยไม่ลังเล”

 

สหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในฮอร์มุซ ฝ่าฝืนปิดล้อมอิหร่าน

 

ขณะเดียวกันในช่องแคบฮอร์มุซ กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่าได้ทำการยิงโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งที่อยู่ในอ่าวโอมานจนใช้งานไม่ได้ หลังจากที่เรือลำนี้พยายามหลบเลี่ยงการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของอิหร่านหลังจากที่สหรัฐฯ กลับมาบังคับใช้มาตรการอีกครั้งเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โดยเรือที่ถูกสหรัฐฯ โจมตี ถือเป็นเรือพาณิชย์ลำที่สอง

 

“เราทำให้เรือบรรทุกน้ำมันลำนั้นใช้งานไม่ได้ หลังจากที่ลูกเรือพยายามฝ่าฝืนการปิดล้อมอย่างน้อยสี่ครั้งก่อนหน้านี้” นาวาเอก ทิม ฮอว์กินส์ โฆษกของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) กล่าว และชี้แจงว่าลูกเรือได้รับการเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ไม่ปฏิบัติตาม และกองทัพสหรัฐฯ ได้ทำให้เรือลำนั้นใช้งานไม่ได้หลังจากยิงเข้าไปในห้องเครื่องยนต์ และเรือลำดังกล่าวไม่สามารถแล่นไปยังอิหร่านได้อีกต่อไป

 

ทั้งนี้ สหรัฐฯ และอิหร่านได้โจมตีตอบโต้กันมาเกือบสองสัปดาห์แล้ว โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อิหร่านเปิดเผยว่า ได้ทำการโจมตีด้วยโดรนใส่ฐานทัพและเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ ทั่วตะวันออกกลาง เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านเป็นคืนที่ 13 ติดต่อกัน

 

แฟ้มภาพ : REUTERS/Stringer

 

อ้างอิง:

 

The post ซาอุฯ – กลุ่มฮูตี โจมตีตอบโต้ ยกระดับความขัดแย้งทะเลแดง appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตา ‘ทะเลแดง’ สมรภูมิพลังงานโลก หากสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านระลอกใหม่ https://thestandard.co/iran-houthi-red-sea-energy-crisis/ Fri, 17 Jul 2026 08:35:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1231909 ภาพนักรบฮูตีพร้อมอาวุธในเยเมน

Reuters เปิดเผยรายงาน Exclusive ว่า อิหร่านขอให้กลุ่มฮู […]

The post จับตา ‘ทะเลแดง’ สมรภูมิพลังงานโลก หากสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านระลอกใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพนักรบฮูตีพร้อมอาวุธในเยเมน

Reuters เปิดเผยรายงาน Exclusive ว่า อิหร่านขอให้กลุ่มฮูตีในเยเมนเตรียมปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านทะเลแดง หากสหรัฐอเมริกาโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าของเตหะรานตามคำขู่ของ​ โดนัลด์ ทรัมป์

 

 
มีการคาดการณ์ว่า หากช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับเอลมันเดบ ถูกปิดพร้อมกัน โลกอาจเผชิญวิกฤตอุปทานพลังงานรุนแรงขึ้น เพราะเส้นทางสำคัญในการส่งออกน้ำมันและก๊าซสำคัญของตะวันออกกลางจะหยุดชะงักในเวลาเดียวกัน

 

อิหร่านวางแผนอย่างไร หากถูกโจมตีใหญ่อีกระลอก

 

วันนี้ (17 กรกฎาคม) Reuters เปิดเผยรายงานพิเศษ โดยอ้างแหล่งข่าว 3 ราย ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน 2 ราย และแหล่งข่าวในภูมิภาคอีก 1 รายว่า อิหร่านได้แจ้งฮูตีให้เตรียมพร้อมปิดเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง หากสหรัฐฯ โจมตีโรงไฟฟ้าหรือโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน

 

แหล่งข่าว 3 รายระบุตรงกันว่า กลุ่มฮูตีเพิ่งได้รับแจ้งคำขอจากเตหะรานเมื่อไม่นานมานี้ แต่ไม่ได้เปิดเผยหรือให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า พวกเขาจะสื่อสารกันด้วยวิธีใด หรือเกิดขึ้นในช่วงใด โดยเฉพาะในช่วงที่ทรัมป์ขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านในช่วงต้นสัปดาห์นี้

 

ทั้งนี้ ในรายงานระบุว่า กลุ่มฮูตีเตรียมโจมตีการเดินเรือเป็นที่เรียบร้อย โดยส่งขีปนาวุธและโดรนไปประจำการใกล้ ‘ช่องแคบบับเอลมันเดบ’ (Bab el-Mandeb) บริเวณพื้นที่สูงของเยเมนที่มองเห็นเมืองโฮเดดาห์ (Hodeidah) และอ่าวเอเดน (Gulf of Aden)

 

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฮูตีรายหนึ่งขู่ว่า หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น ช่องแคบบับเอลมันเดบและช่องแคบฮอร์มุซ อาจถูกปิดพร้อมกันภายใต้ความร่วมมือของอิหร่านและเยเมน ทำให้มีการประเมินสถานการณ์เลวร้ายที่สุด คือ ราคาน้ำมันพุ่งสูงถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งจะสร้างแรงกระแทกครั้งใหญ่ต่อตลาดโลก

 

ปัจจุบัน ฮูตีกำลังอยู่ในโหมด ‘รอคำสั่ง’ ให้เริ่มปฏิบัติการ โดยแหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่จากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ที่ประจำการอยู่ในเยเมน จะมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจว่า จะเริ่มปิดช่องแคบบับเอลมันเดบเมื่อใด

 

อนึ่ง คำขู่ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ความตึงเครียดในภูมิภาคกลับมาปะทุอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ กลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ IRGC ออกแถลงการณ์เตือนว่า อิหร่านอาจโจมตีเส้นทางส่งออกอื่น ที่เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ และพันธมิตร

 

“การส่งออกพลังงานของภูมิภาคจะต้องเป็นของทุกฝ่าย หรือไม่ก็จะไม่มีใครได้ประโยชน์เลย” IRGC ให้สัมภาษณ์กับสื่อภายใน

 

สถานการณ์ปัจจุบัน

 

ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) เปิดเผยว่า เรือสินค้าลำหนึ่งในทะเลแดงส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ หลังถูกโจมตีบริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองท่าอัลฮุดัยดะห์ (Al Hudaydah) ประเทศเยเมน

 

“เรือสินค้าลำหนึ่งได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ โดยแจ้งว่ากำลังถูกโจมตีจากผู้ก่อเหตุที่ยังไม่ทราบฝ่าย” UKMTO ระบุบน X ว่า ทางการกำลังตรวจสอบเหตุการณ์ และแนะนำให้เรือทุกลำเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

 

ก่อนหน้านี้ กลุ่มฮูตีก็เพิ่มแรงกดดันในสงครามอิหร่าน ด้วยการกล่าวหาว่า ซาอุดีอาระเบียละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่ดำเนินมานาน 4 ปี หลังเปิดฉากโจมตีสนามบินในกรุงซานา ประเทศเยเมน ทำให้ฮูตียิงขีปนาวุธตอบโต้ซาอุดีอาระเบีย

 

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเตือนว่า ไม่ควรมองฮูตีเป็นเพียงกองกำลังตัวแทนของอิหร่านโดยตรง เนื่องจากกลุ่มยังมีผลประโยชน์และเป้าหมายทางการเมืองภายในเยเมนของตนเอง

 

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษายุทธศาสตร์ (IISS) ประเมินว่า ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับฮูตีมีลักษณะเป็น ‘หุ้นส่วน’ มากกว่าความสัมพันธ์แบบสั่งการโดยตรง

 

แต่ความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะใช้ฮูตีในภูมิภาคกดดันเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง ยังคงสร้างความกังวลต่อประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน บริษัทเดินเรือ และตลาดพลังงานโลกอยู่

 

ช่องแคบบับเอลมันเดบคืออะไร ทำไมสำคัญในเส้นทางพลังงานโลก

 

หากฮูตีปิดเส้นทางเดินเรือจริง จุดที่ทั่วโลกจับตาต่อจากช่องแคบฮอร์มุซ คงหนีไม่พ้นช่องแคบบับเอลมันเดบ ประตูสู่ทะเลแดงหรือหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก

 

ช่องแคบบับเอลมันเดบตั้งอยู่ระหว่างเยเมน จิบูตี และเอริเทรียในทวีปแอฟริกา โดยเป็นจุดเชื่อมระหว่างทะเลแดงกับอ่าวเอเดน ก่อนออกสู่ทะเลอาหรับและมหาสมุทรอินเดีย นับเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือสำคัญที่เชื่อมเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรปเข้าด้วยกัน

 

ความสำคัญของบับเอลมันเดบ คือ การเป็นทางผ่านของเรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซจากอ่าวเปอร์เซีย ก่อนเดินทางต่อผ่านทะเลแดงและคลองสุเอซไปยังตลาดยุโรป ขณะที่ช่องแคบดังกล่าวยังเป็นประตูสู่เส้นทางทะเลแดง-คลองสุเอซ ซึ่งรองรับการค้าโลกราว 12-15% และการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ระหว่างเอเชียกับยุโรปประมาณ 30%

 

ช่องแคบบับเอลมันเดบเริ่มทวีความสำคัญยิ่งขึ้น หลังช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ทำให้ชาติอื่นๆ ใช้เส้นทางนี้ทดแทน เช่น ซาอุดีอาระเบียเพิ่มการส่งน้ำมันผ่านท่อ East-West Pipeline ซึ่งเชื่อมแหล่งผลิตน้ำมันของประเทศและท่าเรือยันบูบนชายฝั่งทะเลแดง โดยน้ำมันเหล่านี้จะถูกขนส่งต่อผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบไปยังตลาดเอเชีย โดยเฉพาะจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น

 

ปัจจุบัน ข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ระบุว่า ปริมาณน้ำมันดิบและคอนเดนเสทที่ขนส่งผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบ เพิ่มจากวันละ 3.7 ล้านบาร์เรลในไตรมาสแรกของปี 2025 เป็นวันละ 5.4 ล้านบาร์เรลในช่วงเดียวกันของปี 2026 ขณะที่การขนส่งก๊าซฟอสซิลเหลว (LNG) ซึ่งเคยหยุดชะงักในไตรมาส 2 ของปี 2025 กลับมาอยู่ที่วันละ 2.9 พันล้านลูกบาศก์ฟุตในไตรมาสแรกของปี 2026

 

น่าสนใจว่าในช่วงที่ผ่านมา อิหร่านมักขู่ว่า จะใช้บับเอลมันเดบเป็นอีกหนึ่งตัวแปรกดดันตลาดพลังงานโลก เช่น โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน เคยตั้งคำถามเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า น้ำมัน LNG ข้าวสาลี ข้าว และปุ๋ยของโลกกี่เปอร์เซ็นต์ ที่ต้องขนส่งผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบ และประเทศหรือบริษัทใดใช้เส้นทางนี้มากที่สุด

 

อย่างไรก็ตาม ยูจีน โกลซ์ (Eugene Gholz) นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนอเทรอดาม มองว่า อิหร่านไม่มีศักยภาพทางทหารในพื้นที่โดยตรง จึงต้องใช้อิทธิพลผ่านกลุ่มพันธมิตรอย่างฮูตี

 

ส่วน โนอัม เรย์แดน (Noam Raydan) นักวิจัยอาวุโสจาก The Washington Institute for Near East Policy ให้สัมภาษณ์กับ TIME ว่า หากบับเอลมันเดบถูกปิด จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดพลังงานโลก เพราะเส้นทางนี้ขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปและเชื้อเพลิง ก๊าซ LNG และ LPG ธัญพืช เหล็ก ไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภคในตู้คอนเทนเนอร์ เช่น เสื้อผ้า ของเล่น และสินค้าอื่น ๆ

 

ขณะที่เส้นทางสำรอง คือ ‘แหลมกู๊ดโฮป’ ทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา ซึ่งใช้เวลานานขึ้นและมีต้นทุนสูงขึ้นอย่างมาก

 

ทะเลแดงยังไม่แน่นอนมาจนถึงปัจจุบัน

 

อนึ่ง Suaidglobal ระบุว่า สถานการณ์ในทะเลแดงไม่แน่นอนนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2023 หลังกลุ่มฮูตีโจมตีเรือพาณิชย์ในทะเลแดงและอ่าวเอเดนด้วยขีปนาวุธ โดรน และทุ่นระเบิดทางทะเล แม้กองกำลังผสมที่นำโดยกองทัพสหรัฐฯ จะเปิดปฏิบัติการ Prosperity Guardian และโจมตีเป้าหมายของฮูตี แต่สถานการณ์ยังคงยืดเยื้อต่อเนื่องมาถึงปี 2026

 

รายงานระบุว่า การโจมตีเกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรงมากพอที่จะทำให้บริษัทเดินเรือส่วนใหญ่ไม่สามารถทำประกันภัยในอัตราปกติ ผลที่ตามมาคือ บริษัทเดินเรือรายใหญ่ของโลกจำนวนมากเปลี่ยนเส้นทางเรือไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮปแทน ซึ่งเพิ่มระยะทางประมาณ 3,000-3,500 ไมล์ทะเล หรือคิดเป็นเวลาเดินทางอีกประมาณ 10-14 วัน

 

ขณะที่แนวโน้มในปัจจุบันชี้ว่า สถานการณ์ไม่น่าจะยุติลงในเร็วๆ นี้ ซึ่งหลายฝ่ายในอุตสาหกรรมคาดว่า ความรุนแรงอาจดำเนินต่อไปถึงปี 2027

 

แฟ้มภาพปี 2024: Houthi Military Media / Reuters

 

อ้างอิง:

The post จับตา ‘ทะเลแดง’ สมรภูมิพลังงานโลก หากสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านระลอกใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส.อ.ท.หวั่นสงครามลามปิด ‘ทะเลแดง’ 8 อุตสาหกรรมทรุด จี้รัฐรีเซ็ตบัตรสวัสดิการเจาะกลุ่มเปราะบางจริง https://thestandard.co/fti-red-sea-impact-welfare/ Tue, 09 Jun 2026 13:22:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1216480 ภาพทะเลแดงและแผนที่ภูมิภาคตะวันออกกลาง

ส.อ.ท.เผยตะวันออกกลางยังปะทุ ลามปิด ‘ทะเลแดง’ เขย่าต้นท […]

The post ส.อ.ท.หวั่นสงครามลามปิด ‘ทะเลแดง’ 8 อุตสาหกรรมทรุด จี้รัฐรีเซ็ตบัตรสวัสดิการเจาะกลุ่มเปราะบางจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพทะเลแดงและแผนที่ภูมิภาคตะวันออกกลาง

ส.อ.ท.เผยตะวันออกกลางยังปะทุ ลามปิด ‘ทะเลแดง’ เขย่าต้นทุนไทย 8 อุตสาหกรรมเสี่ยงกระทบหนักอีกระลอก พร้อมจับตาสหรัฐฯรีดภาษี 301 ซ้ำเติมเศรษฐกิจและ SMEs 

 

 
 

พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางมีแนวโน้มยืดเยื้อหลังจากการเจรจาสันติภาพยังไม่ได้ข้อสรุป สร้างความกังวลต่อภาคอุตสาหกรรมไทยในหลายด้าน 

 

โดยเฉพาะต้นทุนพลังงาน ต้นทุนการขนส่ง ราคาวัตถุดิบสำคัญ และความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพรวมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทยในปีนี้

 

ทั้งนี้ หากสถานการณ์ตะวันออกกลางบานปลายไปถึงการปิดเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง จะทำให้การขนส่งสินค้าระหว่างเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลางมีต้นทุนสูงขึ้น ระยะเวลาขนส่งยาวนานขึ้น และอาจกระทบต่อการส่งมอบสินค้า 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

WEALTH IN DEPTH: เกิดอะไรขึ้นที่ทะเลแดง เหตุโจมตีเรือบรรทุกสินค้าของกลุ่มกบฏฮูตีเขย่าซัพพลายเชนโลก และกำลังสะเทือนถึงไทย? WEALTH IN DEPTH: เกิดอะไรขึ้นที่ทะเลแดง เหตุโจมตีเรือบรรทุกสินค้าของกลุ่มกบฏฮูตีเขย่าซัพพลายเชนโลก และกำลังสะเทือนถึงไทย?
20 ธ.ค. 2566 | 18:51
จากทะเลแดงถึง ‘ฮอร์มุซ’ เส้นทางนี้อยู่ตรงไหน สำคัญ (กับไทย) อย่างไร? เมื่อสงคราม ‘อิหร่าน-อิสราเอล’ ป่วนการค้าโลกอีกระลอก จากทะเลแดงถึง ‘ฮอร์มุซ’ เส้นทางนี้อยู่ตรงไหน สำคัญ (กับไทย) อย่างไร? เมื่อสงคราม ‘อิหร่าน-อิสราเอล’ ป่วนการค้าโลกอีกระลอก
18 เม.ย. 2567 | 10:50
สมรภูมิทะเลแดงป่วนค้าโลก! จับตาราคาน้ำมัน สินค้าเกษตร และอาหาร หลังต้นทุนขนส่งพุ่ง 4 เท่า สมรภูมิทะเลแดงป่วนค้าโลก! จับตาราคาน้ำมัน สินค้าเกษตร และอาหาร หลังต้นทุนขนส่งพุ่ง 4 เท่า
22 ม.ค. 2567 | 18:11

 

 

8 อุตสาหกรรมเสี่ยงกระทบหนักอีกระลอก

 

โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่พึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าและมีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ เช่น อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์และชิ้นส่วน อาหารแปรรูป ปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ ปุ๋ย และบรรจุภัณฑ์

 

“อาจกดดันให้ราคาน้ำมันกลับขึ้นไปอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้อีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง และราคาสินค้าในประเทศโดยตรง ทำให้อัตราเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น”

 

โดยคาดว่าในเดือนนี้อาจเพิ่มขึ้นเกิน 3% จากแรงกดดันด้านราคาพลังงานและราคาสินค้าที่ปรับราคาสูงขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบสต๊อกใหม่ ซึ่งท้ายที่สุดจะส่งผลกระทบทั้งต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค

 

สิ่งที่น่ากังวลในขณะนี้คือ ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะวิกฤตพลังงานเท่านั้น แต่จะซ้อนทับกับปัญหาอื่นที่ภาคอุตสาหกรรมไทยเผชิญอยู่แล้ว 

 

ทั้งกำลังซื้อในประเทศที่ยังเปราะบาง และการแข่งขันจากสินค้านำเข้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ที่มีความสามารถในการรับแรงกระแทกจำกัด 

 

เตือนผู้ประกอบการรับมือสหรัฐฯรีดภาษี 301

 

ขณะที่ล่าสุดไทยยังมีความเสี่ยงเพิ่มในเรื่องความไม่แน่นอนจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ หลังสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) เสนอเก็บภาษีไทยภายใต้มาตรการ 301 ในอัตรา 12.5% ซึ่งอาจกระทบต่อการส่งออกของไทยในระยะต่อไป ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด 

 

โดยสิ่งสำคัญคือการเตรียมความพร้อมและสร้างภูมิคุ้มกันทางธุรกิจ ผ่านการวางแผนบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า การรักษาสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียนให้เพียงพอ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Energy Efficiency) 

 

ทั้งการปรับปรุงเครื่องจักร การบริหารจัดการพลังงานในโรงงาน และการใช้พลังงานทดแทน เช่น โซลาร์เซลล์ เพื่อลดภาระต้นทุนและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน 

 

รวมถึงควรมีการกระจายแหล่งนำเข้าและห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) โดยจัดหาแหล่งวัตถุดิบสำรองเพิ่มเติม โดยเฉพาะวัตถุดิบสำคัญที่มีความเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะขาดแคลนและความผันผวนของราคาในช่วงนี้

 

แนะรัฐ ‘รีเซ็ต’ บัตรสวัสดิการ 

 

พิมพ์ใจ กล่าวอีกว่า กรณีที่รัฐบาล โดยอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและกระทรวงการคลัง มีนโยบายทบทวนหลักเกณฑ์การพิจารณาสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 

 

โดยเฉพาะกรณีการนำข้อมูลการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาของบุตรมาเป็นหนึ่งในเงื่อนไขการพิจารณาว่าถือเป็นแนวทางที่เหมาะสม เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจและโครงสร้างครอบครัวไทยในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น

 

ส.อ.ท. เห็นด้วยกับหลักการที่รัฐบาลต้องการ ให้สวัสดิการภาครัฐไปถึงประชาชน ที่มีความเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง 

 

“แต่ขณะเดียวกัน การกำหนดหลักเกณฑ์ควรสะท้อนข้อเท็จจริงของครัวเรือน เพราะการที่บุตรใช้สิทธิลดหย่อนภาษี อาจไม่ได้หมายความว่าผู้สูงอายุทุกคนได้รับการดูแลอย่างเพียงพอ จึงควรมีระบบตรวจสอบที่ละเอียดและเป็นธรรม เพื่อไม่ให้กลุ่มเปราะบางตกหล่นจากระบบ”

 

พิมพ์ใจ กล่าวว่า การปรับปรุงฐานข้อมูลผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะทรัพยากรภาครัฐมีจำกัด การช่วยเหลือจึงต้องมีความแม่นยำ (Targeted Welfare) สามารถแยกกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือจริงออกจากผู้ที่ไม่ได้อยู่ในภาวะจำเป็น เพื่อให้เม็ดเงินงบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุด และช่วยลดภาระทางการคลังในระยะยาว

 

อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท. เสนอว่าการพัฒนาระบบสวัสดิการควรเดินหน้าควบคู่กับการเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เช่น ข้อมูลรายได้ อาชีพ ภาระค่าใช้จ่าย ภาวะพึ่งพิง และสภาพความเป็นอยู่จริงของครัวเรือน เพื่อให้การประเมินสิทธิมีความรอบด้านมากกว่าการใช้ตัวชี้วัดเพียงด้านใดด้านหนึ่ง

 

นอกจากนี้ ภาคอุตสาหกรรมเห็นว่า นอกจากมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพแล้ว ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการยกระดับประชาชนจาก ‘ผู้รับสวัสดิการ’ ไปสู่ ‘ผู้มีรายได้ที่มั่นคง’

 

ผ่านมาตรการพัฒนาทักษะแรงงาน (Reskill และ Upskill) การสร้างอาชีพใหม่ และการเชื่อมโยงแรงงานเข้าสู่ภาคการผลิตและบริการที่ยังมีความต้องการกำลังคน

 

เป้าหมายระยะยาวของประเทศไม่ควรเป็นเพียงการเพิ่มจำนวนผู้ได้รับสวัสดิการ แต่ควรเป็นการเพิ่มจำนวนประชาชนที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ มีงาน มีรายได้ 

 

ภาพ: Shutterstock / Emre Akkoyun

The post ส.อ.ท.หวั่นสงครามลามปิด ‘ทะเลแดง’ 8 อุตสาหกรรมทรุด จี้รัฐรีเซ็ตบัตรสวัสดิการเจาะกลุ่มเปราะบางจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทะเลแดง-ช่องแคบบับเอลมันเดบ เป้าหมายถัดไปจากฮอร์มุซ? ทำไมโลกต้องกังวลฮูตีเข้าร่วมสงครามอิหร่าน https://thestandard.co/houthi-war-red-sea-oil/ Sun, 29 Mar 2026 03:45:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1192419 ภาพกองกำลังฮูตีกำลังเตรียมยิงขีปนาวุธ

กลุ่มฮูตีเข้าร่วมสงครามสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล-อิหร่านอย่ […]

The post ทะเลแดง-ช่องแคบบับเอลมันเดบ เป้าหมายถัดไปจากฮอร์มุซ? ทำไมโลกต้องกังวลฮูตีเข้าร่วมสงครามอิหร่าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกองกำลังฮูตีกำลังเตรียมยิงขีปนาวุธ

กลุ่มฮูตีเข้าร่วมสงครามสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล-อิหร่านอย่างเต็มตัว หลังเปิดฉากยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล พร้อมย้ำว่าจะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อไปจนกว่าการรุกรานจะยุติลง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การขยายตัวของสงครามอาจสร้างผลกระทบขนาดใหญ่ต่อการเดินเรือและราคาน้ำมันโลก โดยเฉพาะในทะเลแดงและช่องแคบบับอัลมันเดบ

 

 
 

กองกำลังฮูตีเข้าร่วมสงครามได้อย่างไร

 

เมื่อวานนี้ (28 มีนาคม) ยาห์ยา ซารี โฆษกฝ่ายทหารของกลุ่มฮูตี ออกแถลงการณ์ว่า กองกำลังพร้อม ‘แทรกแซงทางทหารโดยตรง’ หากมีประเทศอื่นเข้าร่วมโจมตีร่วมกับสหรัฐฯ–อิสราเอล หรือมีการใช้ทะเลแดงเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน

 

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา กลุ่มยืนยันว่าได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลจำนวนหนึ่งไปยังเป้าหมายทางทหารของอิสราเอล และจะดำเนินการโจมตีต่อไปจนกว่าการรุกรานของฝ่ายตรงข้ามจะยุติลง โดยสื่อถึงการยกระดับปฏิบัติการของอิสราเอลต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

 

นอกจากนี้ กองกำลังฮูตียังโจมตีอิสราเอลเป็นครั้งที่สองภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง ขณะที่อิสราเอลระบุว่าสามารถยิงสกัดขีปนาวุธจากเยเมนได้ 2 ลูก

 
 

กลุ่มฮูตีคือใคร ทำไมโลกต้องกังวลการเข้าร่วมสงคราม

 

ฮูตีเป็นกลุ่มการเมืองและการทหารของเยเมน ก่อตัวขึ้นในพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศช่วงต้นทศวรรษ 2000 โดยตั้งชื่อตามผู้ก่อตั้งคือ ฮุสเซน อัล-ฮูตี และมีรากฐานจากนิกายไซดียะห์ในศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์

 

ในช่วงแรก กลุ่มวางตัวเป็นขบวนการภาคประชาชนที่ต่อต้านการทุจริตและอิทธิพลจากต่างชาติ ก่อนจะเติบโตอย่างรวดเร็วจากสงครามกลางเมืองเยเมนในปี 2014 โดยเผชิญหน้ากับรัฐบาลที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

 

กลุ่มฮูตีเป็นพันธมิตรของอิหร่าน และนิยามตนเองว่าเป็นส่วนหนึ่งของ ‘แกนแห่งการต่อต้าน’ (Axis of Resistance) เช่นเดียวกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน และกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา

 

รายงานของ The Wall Street Journal วิเคราะห์ว่า การยิงขีปนาวุธครั้งนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของฮูตี จากบทบาทผู้เล่นในระดับท้องถิ่นสู่การเป็นตัวแสดงสำคัญในภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง ซึ่งอาจมีบทบาทในการขยายวงสงครามและเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก

 

ต้องอธิบายก่อนว่า ฮูตีควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนเหนือของเยเมน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น และอยู่ใกล้กับช่องแคบบับอัลมันเดบ บริเวณตอนใต้ของทะเลแดง ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเส้นทางขนส่งพลังงานและการค้าระหว่างประเทศ

 

นั่นหมายความว่า หากสงครามลุกลามยิ่งขึ้น ทะเลแดงและช่องแคบบับอัลมันเดบอาจกลายเป็นเป้าหมายถัดไปจากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมผลกระทบทางเศรษฐกิจและจุดชนวนความขัดแย้งระหว่างซาอุดีอาระเบียกับเยเมนอีกครั้ง เหมือนในช่วง 7 ปีก่อน

 

ฟาเรอา อัล-มุสลิมี นักวิจัยจากสถาบัน Chatham House ให้สัมภาษณ์กับ The Guardian ว่า การเข้าร่วมของฮูตีถือเป็นการยกระดับสถานการณ์ที่น่ากังวล โดยเฉพาะผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ในทะเลแดงและช่องแคบบับอัลมันเดบ รวมถึงความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจและการทหารในภูมิภาคอ่าวอาหรับ

 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ให้ความเห็นกับ The Wall Street Journal ว่า การโจมตีครั้งนี้สะท้อน ‘การเดินเกมอย่างระมัดระวัง’ เพราะแม้ฮูตีจะถูกอิหร่านกดดันให้ยกระดับสถานการณ์ แต่ก็พยายามหลีกเลี่ยงการยั่วยุให้สหรัฐฯ และอิสราเอลตอบโต้ในวงกว้าง โดยการยิงขีปนาวุธเพียงลูกเดียวถูกมองว่าเป็นการกระทำเชิงสัญลักษณ์ เพื่อย้ำภาพลักษณ์ในฐานะผู้ปกป้องชาวปาเลสไตน์

 
 

ฮูตีเข้าร่วมสงคราม ตลาดน้ำมันโลกเสี่ยงผันผวนมากขึ้น

 

ก่อนหน้านี้ ซาอุดีอาระเบียพยายามลดการพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซ โดยเปลี่ยนไปใช้เส้นทางส่งออกน้ำมันดิบผ่านท่าเรือยานบูบนชายฝั่งทะเลแดง ซึ่งเป็นจุดส่งออกหลักไปยังเอเชีย

 

เช่น Saudi Aramco บริษัทน้ำมันของซาอุดีอาระเบียรายใหญ่ที่สุดของโลก ก็ใช้เส้นทางดังกล่าว โดยส่งน้ำมันผ่านท่อไปยังท่าเรือยานบูแทน

 

The Wall Street Journal ระบุว่า หากฮูตีกลับมาโจมตีเรือในทะเลแดงอีกครั้ง ตลาดน้ำมันโลกอาจเผชิญความปั่นป่วนรุนแรงขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำมันจำนวนมากอาจหายไปจากอุปทาน และผลักดันให้ราคาสูงขึ้น

 

นักวิเคราะห์ชี้ว่า แม้การเปลี่ยนเส้นทางของซาอุดีอาระเบียจะไม่สามารถชดเชยปริมาณน้ำมันที่ไม่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ทั้งหมด แต่ก็ช่วยชะลอการปรับขึ้นของราคาน้ำมันได้บางส่วน

 

ทั้งนี้ นาวีน ดาส (Naveen Das) นักวิเคราะห์น้ำมันอาวุโสจาก Kpler ระบุว่า หากเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียถูกโจมตีในทะเลแดง ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเป็นสัญญาณว่า เส้นทางทางเลือกทั้งหมดกำลังถูกคุกคาม และโลกไม่มีทางออกในการขนส่งน้ำมัน

 

ขณะที่ เดวิด อ็อกลีย์ (David Oxley) จาก Capital Economics วิเคราะห์ว่า หากความรุนแรงกลับมาในทะเลแดง และทำให้อุปทานน้ำมันในตะวันออกกลางทั้งหมดถูกกักไว้ ราคาน้ำมันดิบ Brent อาจพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 130-150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ประมาณ 4,600-5,800 บาท) จากระดับปัจจุบันราว 100 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,200 บาท)

 

ปัจจุบัน UK Maritime Trade Operations เตือนว่า ระดับภัยคุกคามในทะเลแดงยังอยู่ในระดับสูง โดยระบุว่า ฮูตียังคงมีทั้งศักยภาพและเจตนาในการโจมตีเรือในภูมิภาค ขณะที่ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวจากอิสราเอลเปิดเผยกับ CNN ในช่วงต้นเดือนมีนาคมว่า กลุ่มติดอาวุธอาจเปิดฉากโจมตีต่ออิสราเอลเพิ่มเติม

 

ภาพ: Houthi Military Media / Reuters

 

อ้างอิง:

 

The post ทะเลแดง-ช่องแคบบับเอลมันเดบ เป้าหมายถัดไปจากฮอร์มุซ? ทำไมโลกต้องกังวลฮูตีเข้าร่วมสงครามอิหร่าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
จากทะเลแดงถึง ‘ฮอร์มุซ’ เส้นทางนี้อยู่ตรงไหน สำคัญ (กับไทย) อย่างไร? เมื่อสงคราม ‘อิหร่าน-อิสราเอล’ ป่วนการค้าโลกอีกระลอก https://thestandard.co/from-the-red-sea-to-hormuz/ Thu, 18 Apr 2024 03:50:36 +0000 https://thestandard.co/?p=923980

ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่ปะทุขึ้นอี […]

The post จากทะเลแดงถึง ‘ฮอร์มุซ’ เส้นทางนี้อยู่ตรงไหน สำคัญ (กับไทย) อย่างไร? เมื่อสงคราม ‘อิหร่าน-อิสราเอล’ ป่วนการค้าโลกอีกระลอก appeared first on THE STANDARD.

]]>

ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่ปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่ออิหร่านและอิสราเอลตอบโต้กันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงน้ำมันปรับตัวสูงทันที ทั่วโลกจับตาราคาสินทรัพย์ ทองคำ และอาจลามไปถึงการควบคุมเงินเฟ้อทั่วโลกยากขึ้น ตลอดจนอาจเป็นไปได้ว่าธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (Fed) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ช้าลง

 

บรรดานักวิเคราะห์ต่างกังวลว่าการค้าโลกอาจเกิดการหยุดชะงักอีกระลอก หลังอิหร่านขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อตอบโต้อิสราเอล

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

โดยน้ำมันราว 1 ใน 5 ของการบริโภคทั้งหมดทั่วโลกมีการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซในทุกๆ วัน บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล Vortexa เปิดเผยว่า น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติเหลว และผลิตภัณฑ์น้ำมัน ถูกลำเลียงผ่านช่องแคบฮอร์มุซเฉลี่ย 20.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงปลายปีที่ผ่านมา

 

ชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ความตึงเครียดในพื้นที่ตะวันออกกลาง แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจหลักๆ ในสองเส้นทางการค้าโลกสำคัญ คือ การขนส่งสินค้าในทะเลแดง (Red Sea) ที่เกิดขึ้นปลายปีที่แล้ว และราคาน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

 

กรณีล่าสุดที่น่ากังวลนั้น หากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซจะกระทบราคาน้ำมันโลก และภาวะการส่งออกสินค้าไทยแน่นอน เพราะช่องแคบฮอร์มุซอยู่ระหว่างอิหร่านและโอมาน ซึ่งน้ำมันดิบร้อยละ 40 ของตะวันออกกลางต้องขนส่งผ่านช่องแคบนี้โดยเฉลี่ย 50 ลำต่อวัน หากสถานการณ์ไม่สู้ดีอาจทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกขึ้นไปอยู่ที่ 120-150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

 

“สรท. ยืนยันว่าสถานการณ์ ณ วานนี้ (17 เมษายน) ซึ่งดูจากมอนิเตอร์เรดาร์ ผู้ส่งออกของไทยยังมีการขนส่งผ่านเส้นทางนี้เป็นปกติ”

 

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้เตรียมพร้อมรับมือ 3 แนวทาง หากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซจริง ได้แก่

 

  1. ระหว่างนี้ต้องหาตลาดใหม่ เอกชนเองก็ควรเร่งหาตลาดระยะใกล้เข้ามาชดเชยตลาดที่มีความเสี่ยงและอาจหายไปในอนาคตได้ ไม่ว่าจะเป็นอาเซียน จีน และอินเดีย ให้เข้ามามีส่วนแบ่งจากตลาดตะวันออกกลางที่มีสัดส่วนการส่งออก 5%  

 

  1. ประสานงานกับปลายทาง เพื่อวางแผนการส่งมอบสินค้า

 

  1. ขอให้ผู้ส่งออกไทยเตรียมเงินสดสำรอง เพราะตลอดทั้งปีคงไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์สงครามอะไรขึ้นอีก

 

บทเรียนวิกฤตทะเลแดง

 

ทั้งนี้ หากดู Scenario ทั้งสองฝ่าย คาดว่าตอนนี้ยังเจรจาได้แม้จะต้องรอดูการทูต แต่ตอนนี้ทั่วโลกเริ่มได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่กำลังไต่ไปอยู่ในระดับสูงแล้ว ทางที่ผู้ส่งออกต้องเตรียมตัวให้ดีคือ ปรับตัวให้ไว และบริหารต้นทุนการผลิตล่วงหน้า เพราะหากเกิดกรณีเลวร้ายอาจส่งผลกระทบตลอดทั้งปี

 

ชัยชาญระบุอีกว่า แม้ว่าวิกฤตทะเลแดงคลี่คลาย และค่าระวางเรือกลับมาสู่ระดับปกติ ไม่ต้องอ้อมผ่านแหลมกู๊ดโฮป แต่การขู่ปิดช่องแคบต่างๆ ในเวลานี้ต้องยอมรับว่าน่าเป็นห่วงมาก เพราะจะเกิดความสับสนอลหม่าน 

 

โดยความต่างของสองเส้นทางนี้คือ ช่องแคบฮอร์มุซจะขนส่งสินค้าพลังงานเป็นหลัก แต่ทะเลแดงขนส่งสินค้าอาหาร โภคภัณฑ์ทุกอย่าง แต่ไม่ว่าจะอย่างไรล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

 

“ปีนี้ภูมิรัฐศาสตร์จะเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด”

 

ช่องแคบฮอร์มุซอยู่ตรงไหน สำคัญอย่างไร?

 

ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) เป็นช่องแคบที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ ตั้งอยู่ระหว่างอ่าวโอมานทางตะวันออกเฉียงใต้กับอ่าวเปอร์เซียทางตะวันตกเฉียงใต้ ทางตอนเหนือเป็นประเทศอิหร่าน ทางตอนใต้เป็นสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และแหลมมุซันดัม (Musandam) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประเทศโอมาน

 

“ช่องแคบฮอร์มุซเป็นทางออกมหาสมุทรทางเดียวของบริเวณส่วนใหญ่ของประเทศที่ส่งออกปิโตรเลียมในอ่าวเปอร์เซีย”

 

จากข้อมูลขององค์การว่าด้วยข้อมูลด้านพลังงานแห่งสหรัฐฯ ระบุว่า โดยเฉลี่ยในแต่ละวันจะมีเรือบรรทุกน้ำมัน 15 ลำที่บรรทุกน้ำมันราว 16.5-17 ล้านบาร์เรล ที่เดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซ 

 

ทำให้เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในโลก เพราะการขนส่งน้ำมันจากช่องแคบคิดเป็น 40% ของการขนส่งทางเรือทั้งหมดที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และคิดเป็น 20% ของการขนส่งน้ำมันทั่วโลกที่ต้องผ่านเส้นทางนี้

 

หากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซจริงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันโลก ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อิหร่านขู่ ในช่วงปี 2019 อิหร่านก็เคยขู่ว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ มาแล้ว

 

ไทยจับตาสงครามตะวันออกกลาง ท่ามกลางหนี้กองทุนน้ำมันฯ 

 

แม้ว่าอิหร่านจะยังไม่ได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซในขณะนี้ แต่ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก น้ำมันดิบเบรนท์ ที่ส่งมอบเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 90.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และแม้ไทยโดยกระทรวงพลังงานยืนยันยังไม่ได้รับผลกระทบ ทว่าเร็วๆ นี้จะมีผลต่อการหารือต่ออายุมาตรการตรึงน้ำมันดีเซลต่อไปได้หรือไม่

 

ท่ามกลางสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 14 เมษายน 2024 ที่ติดลบทะลุ 103,620 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบรวม 56,407 ล้านบาท และบัญชีก๊าซหุงต้ม (LPG) ติดลบรวม 47,213 ล้านบาท  

 

สงครามที่เกิดขึ้นอาจกดดันราคาพลังงาน ซึ่งไม่อาจนิ่งนอนใจได้

 

อ้างอิง:  

The post จากทะเลแดงถึง ‘ฮอร์มุซ’ เส้นทางนี้อยู่ตรงไหน สำคัญ (กับไทย) อย่างไร? เมื่อสงคราม ‘อิหร่าน-อิสราเอล’ ป่วนการค้าโลกอีกระลอก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: วิกฤตทะเลแดงบานปลาย สัญญาณอันตรายต่อเงินเฟ้อทั้งโลก | Morning Wealth 7 ก.พ. 256 https://thestandard.co/morning-wealth-07022024/ Wed, 07 Feb 2024 00:45:09 +0000 https://thestandard.co/?p=896866

OECD เตือน ปัญหาบริเวณทะเลแดงจะส่งผลต่อเงินเฟ้อโลกที่จะ […]

The post ชมคลิป: วิกฤตทะเลแดงบานปลาย สัญญาณอันตรายต่อเงินเฟ้อทั้งโลก | Morning Wealth 7 ก.พ. 256 appeared first on THE STANDARD.

]]>
  • OECD เตือน ปัญหาบริเวณทะเลแดงจะส่งผลต่อเงินเฟ้อโลกที่จะสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ฟากสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยยอมรับ ปีนี้วิกฤตทะเลแดงกระทบส่งออกรุนแรง หลังค่าระวางเรือพุ่ง 5 เท่า รายละเอียดเป็นอย่างไร
  • เจาะตลาดหุ้นจีนคืนชีพจริงหรือแค่ฟื้นชั่วคราว และประเมินผลการประชุม กนง. พูดคุยกับ มทินา วัชรวราทร CFA ผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บลจ.กสิกรไทย

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: วิกฤตทะเลแดงบานปลาย สัญญาณอันตรายต่อเงินเฟ้อทั้งโลก | Morning Wealth 7 ก.พ. 256 appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิกฤตทะเลแดงกำลังบานปลาย สัญญาณอันตรายต่อเงินเฟ้อทั้งโลก https://thestandard.co/red-sea-crisis-signalling-world-inflation/ Tue, 06 Feb 2024 09:06:58 +0000 https://thestandard.co/?p=896642 วิกฤตทะเลแดง

จากนี้ต้องจับตาวิกฤตทะเลแดงอย่างใกล้ชิด หลังจากที่องค์ก […]

The post วิกฤตทะเลแดงกำลังบานปลาย สัญญาณอันตรายต่อเงินเฟ้อทั้งโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิกฤตทะเลแดง

จากนี้ต้องจับตาวิกฤตทะเลแดงอย่างใกล้ชิด หลังจากที่องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ออกมาเตือนว่าปัญหาทะเลแดงจะส่งผลต่อเงินเฟ้อโลกที่จะสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ประเทศไทยเองก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าวิกฤตนี้ได้ ล่าสุดสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ยอมรับปีนี้วิกฤตทะเลแดงกระทบส่งออกรุนแรง หลังค่าระวางเรือพุ่ง 5 เท่า นำมาสู่มุมมองต่อภาคการส่งออกปีนี้ว่าจะเติบโตเพียง 1-2%

 

OECD ระบุว่า อัตราค่าระวางทางทะเลที่เพิ่มขึ้น 100% เมื่อไม่นานมานี้อาจทำให้ราคานำเข้าใน 38 ประเทศสมาชิกเพิ่มขึ้นเกือบ 5% หากลากยาวไปอีกจะเพิ่มขึ้นในอัตรา 0.4% ต่อราคาโดยรวมที่เพิ่มขึ้นหลังจากผ่านไป 1 ปี  

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:  

 


 

โดยหลังจากปลายปีที่ผ่านมาบรรดาบริษัทขนส่งรายใหญ่เริ่มเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือโดยเลี่ยงใช้คลองสุเอซของอียิปต์ ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าระหว่างยุโรปและเอเชีย ต้องอ้อมไกลไปถึงแหลมกู๊ดโฮปรอบๆ ชายฝั่งตอนใต้ของแอฟริกา ทำให้เวลาการเดินทางเพิ่มขึ้นระหว่าง 30-50% ส่งผลต่อจำนวนเรือขนส่งในตลาดโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

แคลร์ ลอมบาร์เดลลี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ OECD กล่าวว่า วิกฤตครั้งนี้ถือเป็นความเสี่ยงต่ออัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ไม่ใช่กรณีพื้นฐานของกลุ่มก็ตาม

 

“ทะเลแดงจึงเป็นสิ่งที่ควรจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะสะท้อนชัดแล้วว่าค่าระวางเรือเพิ่มขึ้น หากบานปลายโลกจะเข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อ ส่งผลต่อราคาสินค้า กระทบค่าครองชีพ แม้ ณ เวลานี้เราไม่คาดคิดว่าจะถึงขั้นนั้นก็ตาม” ลอมบาร์เดลลีกล่าว

 

นอกจากนี้ วิกฤตทะเลแดงยังส่งผลให้ตลาดน้ำมันทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไป โดยประเทศผู้นำเข้ากำลังมองหาเชื้อเพลิงพื้นที่ในท้องถิ่นมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงและลดความเสี่ยง เช่น อินเดีย และเกาหลีใต้ ที่ต้องกระจายความเสี่ยงขนส่งน้ำมันและยอมแลกมาในราคาที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีผลต่อโรงกลั่นน้ำมันที่ต้องการรักษาความยืดหยุ่นท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

 

พลังงานเกาะติดราคาน้ำมันตลาดโลก

 

ด้านวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า สนพ. ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 ภูมิภาคตะวันออกกลางต้องเกาะติดวิกฤตทะเลแดงอย่างใกล้ชิด เพราะเริ่มส่งผลให้ตลาดกังวลถึงผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป เนื่องจากบริษัทรายใหญ่ ได้แก่ BP, MSC และ Maersk ปรับเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งน้ำมันผ่านทะเลแดงไปเป็นเส้นทางผ่านแหลมกู๊ดโฮป ซึ่งจะใช้เวลานานมากขึ้นกว่า 10 วัน ทำให้ค่าขนส่งเรือบรรทุกน้ำมันดิบ Suezmax พุ่งสูงขึ้น 29%

 

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวลดลง สาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น

 

  • ราคาน้ำมันดิบปรับลดสู่ระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน เนื่องจากนักลงทุนกังวลอุปสงค์พลังงานที่ซบเซาในสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งนักลงทุนคาดว่าการปรับลดกำลังการผลิต 2.2 ล้านบาร์เรลต่อวันจนถึงไตรมาสแรกของปี 2567 ของกลุ่ม OPEC+ อาจไม่เพียงพอ เมื่อเทียบกับอุปสงค์ความต้องการใช้น้ำมันดิบโลกที่ยังคงอ่อนแอ
  • สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ชี้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ อยู่ที่ระดับกว่า 13 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งใกล้แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
  • สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) ชี้ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ลดลงร้อยละ 0.5 และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ปรับลดลงร้อยละ 3.0 เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสะท้อนถึงภาวะเงินฝืดที่รุนแรงขึ้น และความไม่มั่นใจในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน 

 

ผู้ส่งสินค้าทางเรือยอมรับวิกฤตทะเลแดงรุนแรง ค่าระวางพุ่ง 4-5 เท่า

 

วันนี้ (6 กุมภาพันธ์) ชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วิกฤตทะเลแดงส่งผลกระทบรุนแรงต่อการส่งออกของไทยในปีนี้ ส่งผลให้ สรท. วางเป้าหมายผลักดันการส่งออกของไทยในปีนี้ให้เติบโต 1-2%

 

“ยอมรับว่าทะเลแดงส่งผลกระทบชัดเจนซึ่งอยู่เหนือการควบคุม โดยปริมาณเรือสินค้าลดลงจากวันละ 100-120 ลำ เหลือราว 50 ลำ หากวิกฤตยืดเยื้อและขยายวงออกไปจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนผู้ส่งออก เพราะขณะนี้ค่าระวางเรือปรับเพิ่มขึ้นไป 4-5 เท่า แต่ยังคงไม่สูงเท่าช่วงเกิดวิกฤตโควิด”  

 

ทั้งนี้ สรท. เผยถึงปัจจัยเฝ้าระวังที่อาจส่งผลกระทบ ดังนี้

 

  • การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าเล็กน้อย โดยค่าเงินบาทเคลื่อนตัวอยู่ในกรอบ 34-35 บาท  
  • อัตราดอกเบี้ยนโยบายหลายประเทศยังคงทรงตัวระดับสูง ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงดอกเบี้ยนโยบายต่อ คาดว่าจะมีการปรับในช่วงเดือนพฤษภาคม ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศต่างๆ ทั่วโลกยังคงทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง ประกอบกับสถานการณ์ทะเลแดงอาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมัน ซึ่งจะส่งผลให้สินค้าอุปโภคและบริโภคปรับสูงขึ้น นำไปสู่เงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้น 
  • ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อการค้าและเศรษฐกิจโดยรวม 
  • ต้นทุนภาคการผลิตที่ยังมีความไม่แน่นอน เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าแรงขั้นต่ำ และค่าระวางเรือเส้นทางยุโรป-ตะวันออกกลาง-สหรัฐฯ เริ่มปรับตัวสูงขึ้น 

 

ภาพ: Suriyapong Thongsawang / Getty Images 

อ้างอิง: 

The post วิกฤตทะเลแดงกำลังบานปลาย สัญญาณอันตรายต่อเงินเฟ้อทั้งโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
สื่อนอกจับตา สมรภูมิทะเลแดงสั่นคลอนบทบาทจีนในฐานะ ‘ผู้ส่งออกสันติภาพโลก’ https://thestandard.co/red-sea-china-response-analysis/ Tue, 30 Jan 2024 11:42:45 +0000 https://thestandard.co/?p=893997

ใครจะคาดคิดว่าก้าวเข้าสู่ปี 2024 ได้เพียงไม่ถึงเดือน โล […]

The post สื่อนอกจับตา สมรภูมิทะเลแดงสั่นคลอนบทบาทจีนในฐานะ ‘ผู้ส่งออกสันติภาพโลก’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ใครจะคาดคิดว่าก้าวเข้าสู่ปี 2024 ได้เพียงไม่ถึงเดือน โลกก็ได้เห็นสมรภูมิรบแบบดั้งเดิมที่เดือดขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ตะวันออกกลาง ซึ่งนอกจากภาพการสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2023 แล้ว ก็ยังมีสมรภูมิย่อยเกิดขึ้นในอีกหลายจุด รวมถึงสถานการณ์ในทะเลแดงที่ยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย หลังกลุ่มฮูตีกระหน่ำยิงมิสไซล์และส่งโดรนโจมตีเข้าใส่เรือสินค้าของนานาชาติแทบจะรายวัน

 

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้สื่อใหญ่หลายหัวเริ่มจับตาบทบาทของมหาอำนาจภายนอกอย่างจีน เพราะหากเราถอยกลับไปดูภาพรวมในปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าจีนมีบทบาทเด่นในการเล่นบทกาวใจคลี่คลายความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้เป็นผลบวกต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของจีนในฐานะมหาอำนาจผู้แสวงหาสันติภาพและความมั่นคงของโลก ทั้งเรื่องความคืบหน้าในการคืนดีกันระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอิหร่าน รวมถึงความเคลื่อนไหวทางการทูตของจีนในความพยายามที่จะฟื้นคืนกระบวนการสันติภาพระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ 

 

เวลานี้จึงเกิดคำถามที่ดังขึ้นอีกครั้งว่า ในวันที่ตะวันออกกลางเดือด-ทะเลแดงลุกเป็นไฟ จีนจะเข้ามามีบทบาทในการสลายวงความขัดแย้งหรือไม่ อย่างไร

 

ทะเลแดงเดือดพล่าน ทำไมจีนยังนิ่ง?

 

ก่อนจะไปถึงจีน THE STANDARD ขอปูพื้นให้อ่านกันสักนิดว่า ทะเลแดงถือเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทั้งในด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ เพราะเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการส่งสินค้า น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติเหลว ระหว่างเอเชียและยุโรป โดย 12% ของการค้าโลกต้องผ่านเส้นทางนี้ คิดเป็นมูลค่ารวมราว 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี การที่กลุ่มฮูตีโจมตีเรือสินค้าจึงเขย่าการค้าโลก และทำให้เกิดกระแสความวิตกกังวลด้วยว่าความขัดแย้งในภูมิภาคจะขยายวงกว้างกว่าเดิม ซ้ำเติมสงครามระหว่างกลุ่มฮามาสและอิสราเอลที่กินเวลาล่วงเลยมาเกือบ 4 เดือน 

 

ตอนนี้ฮูตีไม่ได้โจมตีแค่เรือสินค้าของอิสราเอลเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเรือของชาติอื่นๆ ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามด้วย ทำให้เรือจากหลายบริษัทจำต้องเลี่ยงเส้นทางไม่ให้ตัวเองถูกลูกหลง อาทิ เรือ COSCO ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางเรือขนาดใหญ่ของจีนก็ต้องเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือที่ต้องอ้อมไกลกว่าเดิม ค่าใช้จ่ายต่างๆ จึงแพงขึ้นด้วย 

 

เมื่อสถานการณ์ดูมีทีท่าว่าจะไม่ได้การเสียแล้ว ชาติมหาอำนาจใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาจึงได้ตั้งปฏิบัติการนานาชาติเพื่อปกป้องเส้นทางเดินเรือภายใต้ชื่อ Operation Prosperity Guardian ซึ่งเป็นกองเรือจากกว่า 20 ประเทศแนวร่วมที่อยากให้การค้าและการเดินทางเป็นไปอย่างสงบสุข

 

แต่ในรายชื่อนั้นไม่ได้มีจีนรวมอยู่ด้วย โดยสิ่งที่จีนทำมีเพียงออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ยุติการโจมตีเรือสินค้า พร้อมแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ยกระดับความรุนแรงมากขึ้น

 

ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนบางกลุ่มมองว่า รีแอ็กชันของจีนที่ดูถ้อยทีถ้อยอาศัยและระมัดระวังนี้เป็นแนวทางปกติที่จีนใช้รับมือต่อวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางอยู่แล้ว และคาดว่าจีนไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงด้วย เว้นแต่ว่าการโจมตีจะไปกระทบต่อผลประโยชน์ทางการค้าของตนเองเข้าอย่างรุนแรง

 

อย่างไรก็ตาม มีข้อควรคำนึงด้วยว่า สินค้าส่งออกของจีนไปยังยุโรปส่วนใหญ่ต้องผ่านทางทะเลแดง ในขณะที่น้ำมันและแร่ธาตุหลายสิบล้านตันก็ถูกลำเลียงผ่านทะเลแดงก่อนจะถึงท่าเรือของจีน ทีนี้ ถ้าเราลองสมมติฉากทัศน์ขึ้นมาเล่นๆ ว่า เกิดเรือ (ที่ไม่ใช่ของจีน) ได้รับผลกระทบจากการโจมตีของฮูตี จนต้องอ้อมเส้นทางเดินเรือไปไกล และทำให้มูลค่าการนำเข้า-ส่งออกสินค้าของจีนถีบตัวสูงขึ้นด้วย กรณีจีนจะแก้ปัญหาอย่างไร

 

เดวิด อาราเซ (David Arase) ศาสตราจารย์สาขาการเมืองระหว่างประเทศประจำศูนย์ฮอปกินส์-หนานจิงเพื่อจีนและอเมริกันศึกษา (Hopkins-Nanjing Centre for Chinese and American Studies) ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ South China Morning Post ว่า เขามองว่าจีนก็คงเลือกที่จะยอมแบกต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ดีกว่ายอมไปจับมือกับสหรัฐฯ 

 

ที่สำคัญคือในตอนนี้เรือเดินสมุทรของจีนยังไม่ได้ถูกกลุ่มฮูตีโจมตีเหมือนชาติอื่นๆ ด้วย ด้วยเหตุนี้ จีนจึงไม่มีความมุ่งมาดปรารถนาที่จะสร้างหลักประกันเสถียรภาพในทะเลแดง หรือปกป้องสิทธิในการเดินเรือระหว่างประเทศ และไม่กระตือรือร้นที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ 

 

บทบาทผู้ส่งออกสันติภาพที่สั่นคลอน

 

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าท่าทีของจีนในวันนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของการเป็นผู้นำโลกและผู้สร้างสันติภาพนั้น ‘อ่อน’ ลงไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในสายตาของโลกตะวันตก

 

โอริ เซลา (Ori Sela) รองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเทลอาวีฟ แสดงความคิดเห็นว่า ในขณะที่จีนพูดย้ำอยู่เสมอว่าตนเองพร้อมที่จะรักษาสันติภาพและเสถียรภาพ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว จนถึงขณะนี้ดูเหมือนว่าจีนจะ ‘มีความสามารถเพียงเล็กน้อย’ ในการทำสิ่งนั้นไม่ว่าจะเป็นในแง่ของอำนาจทางทหารหรือการทูต

 

ด้านสำนักข่าว CNN ได้สอบถามความคิดเห็นไปยัง มอร์เดชัย ชาซิซา (Mordechai Chaziza) อาจารย์อาวุโสแห่งวิทยาลัยวิชาการแอชเคลอน (Ashkelon Academic College) ในอิสราเอล ซึ่งเชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับตะวันออกกลางโดยเฉพาะ เขากล่าวว่า ท่าทีของจีนที่เป็นไปอย่างระมัดระวังหรือดูลังเล เป็นเหมือนเงาดำที่มาบดบังภาพของความทะเยอทะยานที่จะก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจโลกที่มีความรับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสีจิ้นผิงได้กล่าวไว้เมื่อช่วงไม่กี่ปีก่อนว่าจะสนับสนุนบทบาทจีนในการส่งเสริมสันติภาพและความสงบในตะวันออกกลาง

 

สหรัฐฯ ขอจีนช่วยกดดันอิหร่านอีกทาง

 

ท่ามกลางสมรภูมิอันดุเดือด สหรัฐฯ พยายามเรียกร้องให้จีนไปช่วยกดดันอิหร่านอีกทางหนึ่ง เพราะอิหร่านเป็นผู้เล่นสำคัญในวงความขัดแย้งตะวันออกกลาง ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังการฝึกฝน ให้เงินทุน และให้อาวุธกับกลุ่มฮูตี

 

ในระหว่างการหารือของ หวังอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน และ เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ที่เปิดฉากขึ้นในประเทศไทยเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซัลลิแวนได้เรียกร้องให้จีนใช้อำนาจในการเจรจากับอิหร่านเพื่อหยุดยั้งการโจมตีที่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน

 

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (26 มกราคม) โดยอ้างแหล่งข่าววงในว่า ในการประชุมระหว่างจีนและอิหร่านที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ เจ้าหน้าที่จีนได้เรียกร้องให้ฝ่ายอิหร่านช่วยควบคุมฮูตีอยู่หลายครั้ง อีกทั้งยังกล่าวด้วยว่าถ้าคุมไม่ได้ก็เสี่ยงที่จะทำให้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างอิหร่านและจีนเกิดผลกระทบตามมา

 

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความขัดแย้งที่ดูไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ บทบาทของจีนในตะวันออกกลางจึงเป็น ‘เกมยาว’ ที่เราต้องจับตาดูกันต่อไปว่าจีนจะขยับหมากไปในทิศทางใด ในช่วงเวลาที่สถานการณ์โลกหมิ่นเหม่พลิกผันได้ตลอดเวลา

 

อ้างอิง:

The post สื่อนอกจับตา สมรภูมิทะเลแดงสั่นคลอนบทบาทจีนในฐานะ ‘ผู้ส่งออกสันติภาพโลก’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: วิกฤต ‘ทะเลแดง’ เขย่าซัพพลายเชนยานยนต์ไทย | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-30012024-3/ Tue, 30 Jan 2024 07:00:59 +0000 https://thestandard.co/?p=893787

ความขัดแย้งบริเวณทะเลแดงเริ่มขยายวงกระทบไปยังสินค้าเกษต […]

The post ชมคลิป: วิกฤต ‘ทะเลแดง’ เขย่าซัพพลายเชนยานยนต์ไทย | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

ความขัดแย้งบริเวณทะเลแดงเริ่มขยายวงกระทบไปยังสินค้าเกษตรและอาหาร รวมถึงการขยับขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องและซัพพลายเชน อันเนื่องมาจากการขนส่งทางเรือทั่วโลกหยุดชะงัก กำลังกระทบภาคส่งออกรถยนต์ของไทยเช่นกัน

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: วิกฤต ‘ทะเลแดง’ เขย่าซัพพลายเชนยานยนต์ไทย | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
WTO เตรียมหั่นคาดการณ์การค้าโลก จากเดิมมองโต 3.3% ผลกระทบ ‘ทะเลแดง’ ตึงเครียดเพิ่ม https://thestandard.co/wto-decrease-world-trade-expectation/ Tue, 30 Jan 2024 01:31:34 +0000 https://thestandard.co/?p=893638 WTO

Ralph Ossa หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ขององค์การการค้าโลก หรื […]

The post WTO เตรียมหั่นคาดการณ์การค้าโลก จากเดิมมองโต 3.3% ผลกระทบ ‘ทะเลแดง’ ตึงเครียดเพิ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
WTO

Ralph Ossa หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ขององค์การการค้าโลก หรือ WTO เปิดเผยว่า ทางองค์การมีแนวโน้มที่จะปรับลดประมาณการการเติบโตของการค้าสินค้าในปี 2023 และ 2024 เนื่องจากเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันมีความคึกคักน้อยลง รวมถึงมีความเสี่ยงจากการได้รับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกรณีความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทำให้การขนส่งสินค้าผ่านคลองสุเอซมีโอกาสที่จะหยุดชะงักได้

 

ทั้งนี้ WTO จะมีการปรับตัวเลขแนวโน้มทิศทางการค้าทุกๆ 2 เดือน

 

ก่อนหน้านี้ในเดือนตุลาคม WTO คาดการณ์ไว้ว่าการเติบโตของการค้าสินค้าจะอยู่ที่ 0.8% ในปี 2023 และ 3.3% ในปี 2024 ทว่าเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน WTO เชื่อว่าการเติบโตในปีนี้จะถูกคุกคามจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความตึงเครียดที่ส่งผลกระทบต่อคลองสุเอซ เนื่องจากการโจมตีเรือในทะเลแดงโดยกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในเยเมน

 

Ossa หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ WTO กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (29 มกราคม) ว่าประมาณการการเติบโตประจำปีในปัจจุบันค่อนข้าง ‘มองโลกในแง่ดีเกินไป’ ก่อนชี้ว่า ไตรมาสล่าสุดการค้าสินค้าลดลง 1.4% เมื่อเทียบเป็นรายปีในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2023 แม้ว่าไตรมาสที่ 4 จะดูแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อยก็ตาม โดยการเติบโตในปีที่ผ่านมาดูเหมือนว่าจะน้อยกว่า 0.8% เนื่องจากยุโรปทำได้แย่กว่าที่คาดไว้ และการฟื้นตัวของจีนหลังโควิดก็ไม่แข็งแกร่งเท่าที่จินตนาการไว้

 

รายงานระบุว่า การค้าสินค้าทั่วโลกเติบโตขึ้นทุกปีในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ยกเว้นปี 2020 ที่มีวิกฤตการระบาดของโควิด-19

 

สำหรับปี 2024 Ossa กล่าวว่าองค์การระหว่างประเทศจำนวนหนึ่งได้ปรับลดการคาดการณ์การเติบโตของ GDP ลง ซึ่งก็มีแนวโน้มว่าจะส่งผลกระทบต่อการคาดการณ์การค้าของ WTO อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้วการค้าสินค้าในปีนี้น่าจะยังแข็งแกร่งกว่าปี 2023

 

นอกจากนี้ Ossa ยังเน้นย้ำถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการค้าบริการ ซึ่งเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบเป็นรายปีในช่วงครึ่งแรกของปี 2023 เนื่องจากมีบริการจัดส่งทางดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างมาก กระนั้นค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากกรณีขัดแย้งในคลองสุเอซอาจทำให้ผู้บริโภคต้องจ่ายสินค้าในราคาแพงขึ้นเพราะต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น

 

ขณะเดียวกัน หากว่าสถานการณ์ในคลองสุเอซยืดเยื้อออกไป ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะในภูมิภาคยุโรป แต่ข่าวดีก็คือว่าตัวเลขเงินเฟ้อที่ปรับขึ้นจะไม่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงเหมือนปีก่อนหน้า

 

ภาพ: IgorSPb / iStock / Getty Images Plus

อ้างอิง:

The post WTO เตรียมหั่นคาดการณ์การค้าโลก จากเดิมมองโต 3.3% ผลกระทบ ‘ทะเลแดง’ ตึงเครียดเพิ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ห่วงวิกฤต ‘ทะเลแดง’ เขย่าส่งออกซัพพลายเชนยานยนต์ไทย https://thestandard.co/red-sea-crisis-effect-thai-supply-chain/ Tue, 30 Jan 2024 01:23:02 +0000 https://thestandard.co/?p=893634 ทะเลแดง

ส.อ.ท. ตั้งเป้าผลิตรถยนต์ปี 2567 ที่ 1,900,000 ล้านคัน […]

The post ห่วงวิกฤต ‘ทะเลแดง’ เขย่าส่งออกซัพพลายเชนยานยนต์ไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทะเลแดง

ส.อ.ท. ตั้งเป้าผลิตรถยนต์ปี 2567 ที่ 1,900,000 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.17% จับตาปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตทะเลแดง ฉุดส่งออกอุตสาหกรรมยานยนต์และห่วงโซ่ซัพพลายเชน

 

สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ประมาณการผลิตรถยนต์รวมทุกประเภทปี 2567 อยู่ที่ 1,900,000 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ซึ่งผลิตอยู่ที่ 1,841,663 คัน เพิ่มขึ้น 3.17%

 

แยกเป็นการผลิตเพื่อการส่งออกที่ 1,150,000 คัน ลดลงจากปี 2566 มียอดผลิตเพื่อส่งออกที่ 1,156,035 คัน หรือ 0.52% การผลิตเพื่อการจำหน่ายในประเทศ 750,000 คัน เทียบกับปี 2566 การผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศอยู่ที่ 685,628 คัน เพิ่มขึ้น 9.39%

 

จับตา ‘ความเสี่ยง’ กระเทือนภาคการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์

 

อย่างไรก็ตาม ปี 2567 ต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และการเมืองโลก โดยเฉพาะตลาดภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งขณะนี้ต้องเกาะติดวิกฤตทะเลแดง ซึ่งไทยเองก็ส่งออกรถยนต์ตลาดตะวันออกกลาง 19-20% ล้วนผ่านเส้นทางทะเลแดงที่เป็นเส้นทางขนส่งซัพพลายเชนรถยนต์ตลาดเอเชีย-ยุโรป บวกกับภาวะการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ถดถอยและชะลอตัว ต่างมีผลต่อการส่งออกทั้งสิ้น

 

อีกทั้งต้องจับตาภาวะเงินเฟ้อที่อาจสูงขึ้น การแข่งขันที่รุนแรงในสินค้าประเภทเดียวกัน และคู่แข่งเกิดขึ้นในภูมิภาคมากขึ้น รวมไปถึงนโยบายของประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นอุปสรรคต่อการส่งออก ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นภาษีสรรพสามิตในรถยนต์บางประเภทของ สปป.ลาว

 

ขณะที่ตลาดในประเทศขณะนี้ยอมรับว่า “ห่วงปัญหาหนี้ครัวเรือน หนี้สาธารณะ ค่าครองชีพ และอัตราดอกเบี้ยทั้ง 4 ตัวที่ยังคงสูง ส่งผลกระทบทำให้กำลังซื้อของประชาชนลดลง ยังคงเห็นการยึดรถต่อเนื่อง อีกทั้งยอดขายอสังหาริมทรัพย์ อุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งมีซัพพลายเชนหลายอุตสาหกรรมชะลอตัวลง ส่งผลต่อการจ้างงาน ทำให้รายได้คนงานก่อสร้างและโรงงานลดลง จึงคาดหวังว่าการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 ที่น่าจะเบิกได้ในเดือนพฤษภาคมนี้จะกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่หากล่าช้าก็จะกระทบได้เช่นกัน

 

“เช่นจะเห็นได้ว่าช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา รถกระบะผลิตลดลงถึง 41.30% จากการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อรถกระบะ เพราะหนี้ครัวเรือนสูงถึง 90.6% ของ GDP นี่คือสิ่งที่ต้องจับตาในปีนี้”

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวก ไทยยังคงมีจุดแข็งเป็นฐานการผลิตยานยนต์ โดยเฉพาะรถกระบะ และการขาดแคลนชิ้นส่วนเช่นชิปที่คลี่คลายลง การลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในไทยที่จะส่งผลให้ปีนี้มีการส่งออกเพิ่มขึ้น รวมไปถึงการที่จีนเปิดประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้การค้าโลกและการท่องเที่ยวเติบโต บวกกับคำสั่งซื้อสินค้าจากประเทศคู่ค้าอย่างสหรัฐฯ, ยุโรป, จีน รวมถึงตลาดที่มีศักยภาพ เช่น กลุ่มอ่าวอาหรับ (GCC) และอัตราดอกเบี้ยอาจอยู่ในช่วงขาลง ทำให้เศรษฐกิจโลกดีขึ้น

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

อย่างไรก็ตาม เป้าการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศปี 2567 ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น ยังคงคาดหวังจากการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติเข้ามาไทย ทำให้เกิดการเชื่อมโยงซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมยานยนต์ ความต้องการสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นทั่วโลก จากกฎระเบียบและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เริ่มมีการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) มากขึ้น

 

ปี 2566 ส่งออก 1,117,539 คัน สูงสุดในรอบ 5 ปี

 

ส่วนยอดจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนธันวาคม 2566 ผลิตรถยนต์ 133,621 คัน ลดลงร้อยละ 15.75 ขาย 68,326 คัน ลดลงร้อยละ 17.48 ส่งออก 90,305 คัน ลดลงร้อยละ 19.09 ขายรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) 8,753 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 239.92 ปี 2566 ส่งออก 1,117,539 คัน สูงสุดในรอบ 5 ปี

 

ส่วนตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สรุปยอดจดทะเบียนปัจจุบันอยู่ที่ 75,690 คัน ทำให้ผลิตรถยนต์นั่งลดลง 16.24% แต่การผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกปี 2566 กลับเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 11.44% ตามยอดการส่งออกที่เพิ่มขึ้น 11.30% และสูงกว่าส่งออกปี 2562 ก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 และลดลงจากเดือนพฤศจิกายน 2566 ที่ 18.19% 

 

จับตาค่าระวางเรือ พ่นพิษราคาสินค้าและเงินเฟ้อ

 

เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยในงานเสวนา ‘ความท้าทายใหม่ของภาคธุรกิจไทยปี 2024 โดย The Better Future Forward 2024’ ว่าปี 2567 เศรษฐกิจไทยยังคงมีความท้าทายเช่นเดียวกับปี 2566 แต่จะมีความเข้มข้นมากขึ้นในแง่ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์โลก

 

โดยเฉพาะจากกรณีการสู้รบของอิสราเอล-ฮามาสที่ขยายวงกว้าง หลังมีการโจมตีเรือเดินสินค้าในทะเลแดงจนกระทบต่อการขนส่งที่ต้องอ้อมไปยังแหลมกู๊ดโฮปที่ใช้เวลาเพิ่มขึ้นถึง 2 สัปดาห์ ส่งผลให้ค่าระวางเรือสินค้าปรับขึ้นอย่างมาก จึงนับเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยในทุกมิติ

 

“หากค่าระวางเรือขึ้นต่อเนื่อง ที่สุดจะกระทบต่อราคาสินค้าและเงินเฟ้อจะกลับมา และถ้าโจมตีไปยังบ่อน้ำมันต่างๆ เกิดระเบิด อาจจะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งกลับมาอีก ถือเป็นความเสี่ยงที่มาก เพราะเป็นสงครามในทุกมิติเศรษฐกิจ ไทยเองพึ่งพาส่งออกคิดเป็น 60% ของจีดีพี แม้ว่าการส่งออกปี 2566 ไทยติดลบ 1% แต่ปี 2567 คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) คาดว่าจะโตได้ 2-3% แต่นั่นหมายถึงสงครามต้องไม่บานปลายจนกระทบส่งออก เพราะทะเลแดงเป็นเส้นทางสำคัญส่งสินค้าไปยังเอเชียและประเทศตะวันตก”

The post ห่วงวิกฤต ‘ทะเลแดง’ เขย่าส่งออกซัพพลายเชนยานยนต์ไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีนกดดันอิหร่านยับยั้งฮูตีโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง เตือนกระทบสัมพันธ์ทางการค้า https://thestandard.co/china-pressures-iran-to-restrain-houthis/ Fri, 26 Jan 2024 03:46:39 +0000 https://thestandard.co/?p=892380

สำนักข่าว Reuters เผยแพร่รายงานพิเศษ อ้างอิงข้อมูลจากแห […]

The post จีนกดดันอิหร่านยับยั้งฮูตีโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง เตือนกระทบสัมพันธ์ทางการค้า appeared first on THE STANDARD.

]]>

สำนักข่าว Reuters เผยแพร่รายงานพิเศษ อ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข่าวชาวอิหร่านและนักการทูต ว่าทางการจีนได้ขอให้อิหร่านช่วยควบคุมหรือจำกัดกลุ่มฮูตีจากการโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง โดยเตือนว่าอาจเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างจีนกับอิหร่าน

 

“โดยพื้นฐานแล้ว หากผลประโยชน์ของเราได้รับความเสียหายในทางใดทางหนึ่ง มันจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจของเรากับเตหะราน ดังนั้นจงบอกกลุ่มฮูตีให้แสดงความยับยั้งชั่งใจ” ส่วนหนึ่งของข้อความจากจีนที่ได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่อิหร่าน ซึ่งไม่เปิดเผยตัวตน

 

การหารือเกี่ยวกับการโจมตีเรือในทะเลแดงและการค้าระหว่างจีนและอิหร่านเกิดขึ้นในการประชุมหลายครั้งเมื่อไม่นานนี้ ทั้งในกรุงปักกิ่งและกรุงเตหะราน

 

ขณะที่เจ้าหน้าที่จีนไม่ได้ระบุชัดเจนว่าความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีนและอิหร่านจะกระทบอย่างไร หากผลประโยชน์ของจีนได้รับความเสียหายจากการโจมตีเรือของกลุ่มฮูตี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

 

คู่ค้ารายใหญ่ของอิหร่าน

 

ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน โดยเฉพาะน้ำมันดิบ ซึ่งบริษัทกลั่นน้ำมันของจีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันดิบที่อิหร่านส่งออกในปีที่แล้วมากกว่า 90% เนื่องจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ทำให้ลูกค้ารายอื่นๆ หายไป โดยบริษัทจีนก็ได้กำไรจากส่วนลดจำนวนมาก

 

อย่างไรก็ตาม น้ำมันดิบจากอิหร่านคิดเป็นเพียง 10% ของน้ำมันดิบที่จีนนำเข้า โดยจีนยังมีซัพพลายเออร์อีกหลายรายที่อาจช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันได้

 

แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่อิหร่านยังระบุว่า รัฐบาลปักกิ่งแสดงความชัดเจนว่าจะ ‘ผิดหวังอย่างมาก’ กับเตหะราน หากเรือลำใดๆ ก็ตามที่เชื่อมโยงกับจีนถูกโจมตี หรือผลประโยชน์ของประเทศได้รับผลกระทบในทางใดทางหนึ่ง

 

พันธมิตรตะวันออกกลาง

 

แต่ในขณะที่จีนมีความสำคัญต่ออิหร่าน อิหร่านเองก็มีพันธมิตรที่ต้องสนับสนุน ทั้งในฉนวนกาซา เลบานอน ซีเรีย และอิรัก รวมถึงกลุ่มฮูตีในเยเมน ตลอดจนพันธมิตรระดับภูมิภาค ซึ่งการจัดลำดับความสำคัญของพันธมิตรเหล่านี้ก็มีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจของอิหร่านในประเด็นต่างๆ รวมถึงกรณีการโจมตีเรือของฮูตีในทะเลแดง

 

ทั้งนี้ Reuters ได้สอบถามไปทางกระทรวงการต่างประเทศจีนเกี่ยวกับกรณีการประชุมระหว่างจีนกับอิหร่านในประเด็นดังกล่าว และได้รับคำตอบว่า “จีนเป็นมิตรแท้กับประเทศในตะวันออกกลาง และมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค”

 

“เราสนับสนุนประเทศในตะวันออกกลางในการเสริมสร้างความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์ของพวกเขา รวมทั้งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงในภูมิภาค”

 

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านไม่แสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ ส่วนทางโฆษกของกลุ่มฮูตีก็ยืนยันว่าจนถึงตอนนี้อิหร่านยังไม่ได้ส่งข้อความหรือคำเตือนใดๆ จากจีนเกี่ยวกับการยับยั้งหรือจำกัดการโจมตีเรือในทะเลแดง

 

“พวกเขาจะไม่แจ้งให้เราทราบถึงคำขอดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออิหร่านระบุจุดยืนในการสนับสนุนเยเมน โดยประณามการโจมตีของสหรัฐอเมริกาและอังกฤษต่อเยเมน และถือว่าจุดยืนของเยเมนนั้นมีเกียรติและมีความรับผิดชอบ”

 

ภาพ: Houthi Movement via Getty Images

อ้างอิง:

The post จีนกดดันอิหร่านยับยั้งฮูตีโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง เตือนกระทบสัมพันธ์ทางการค้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ-อังกฤษ ส่งเครื่องบินรบถล่มกบฏฮูตีอีกระลอก ทำลายขีปนาวุธและคลังใต้ดิน https://thestandard.co/usa-uk-attack-houthi-again/ Tue, 23 Jan 2024 02:59:57 +0000 https://thestandard.co/?p=890885

กองทัพสหรัฐฯ และกองทัพอังกฤษ ร่วมปฏิบัติการโจมตีทางอากา […]

The post สหรัฐฯ-อังกฤษ ส่งเครื่องบินรบถล่มกบฏฮูตีอีกระลอก ทำลายขีปนาวุธและคลังใต้ดิน appeared first on THE STANDARD.

]]>

กองทัพสหรัฐฯ และกองทัพอังกฤษ ร่วมปฏิบัติการโจมตีทางอากาศระลอกล่าสุด ต่อเป้าหมายของกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน วานนี้ (22 มกราคม) โดยเป็นการปฏิบัติการร่วมครั้งที่ 2 เพื่อตอบโต้การกระทำของกลุ่มฮูตีที่โจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง ขณะที่สหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีกลุ่มฮูตีแล้ว 8 ครั้งในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

 

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมระบุว่าการโจมตีวานนี้ มีการกำหนดเป้าหมายทั้งหมด 8 จุด รวมถึงคลังใต้ดินและขีปนาวุธ ตลอดจนระบบเฝ้าระวังของกลุ่มฮูตี 

 

โดยสหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินรบจากเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Eisenhower ส่วนกองทัพอังกฤษ ส่งเครื่องบินขับไล่ Typhoon 4 ลำ ร่วมในปฏิบัติการ

 

“เครื่องบินของเราใช้ระเบิดนำวิถี Paveway IV ที่มีความแม่นยำ เพื่อโจมตีหลายเป้าหมายในฐานทัพ 2 แห่งใกล้กับสนามบินในกรุงซานา โดยตำแหน่งเหล่านี้ถูกใช้เพื่อโจมตีการขนส่งระหว่างประเทศในทะเลแดงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่อาจทนได้อีกต่อไป” กระทรวงกลาโหมอังกฤษระบุ

 

ขณะที่ 6 ประเทศ รวมถึงออสเตรเลีย บาห์เรน แคนาดา และเนเธอร์แลนด์ ได้ลงนามสนับสนุนปฏิบัติการในแถลงการณ์ร่วมดังกล่าว

 

การโจมตีดังกล่าวมีขึ้นภายหลังกลุ่มฮูตีโจมตีเรือบรรทุกสินค้าของกองทัพสหรัฐฯ ในอ่าวเอเดน ซึ่งสหรัฐฯ และอังกฤษยืนยันเหตุผลในการปฏิบัติการโจมตีเพื่อปกป้องการไหลเวียนของการค้าเสรี เนื่องจากเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงถือเป็นหนึ่งในเส้นทางที่มีความสำคัญต่อการค้าโลก

 

ทั้งนี้ กลุ่มฮูตี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ทำการโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงไปแล้วมากกว่า 30 ครั้ง นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว โดยอ้างเหตุผลเพื่อสนับสนุนชาวปาเลสไตน์และตอบโต้อิสราเอลที่ทำสงครามในฉนวนกาซา

 

ภาพ: UK MOD / Handout via REUTERS

อ้างอิง:

The post สหรัฐฯ-อังกฤษ ส่งเครื่องบินรบถล่มกบฏฮูตีอีกระลอก ทำลายขีปนาวุธและคลังใต้ดิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: วิกฤต ‘ทะเลแดง’ ฉุดส่งออกไทย | Morning Wealth 23 ม.ค. 2567 https://thestandard.co/morning-wealth-23012024/ Tue, 23 Jan 2024 02:26:08 +0000 https://thestandard.co/?p=890862

จับตาวิกฤต ‘ทะเลแดง’ ส่อป่วนการค้าโลก หวั่นวิกฤตบานปลาย […]

The post ชมคลิป: วิกฤต ‘ทะเลแดง’ ฉุดส่งออกไทย | Morning Wealth 23 ม.ค. 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>

จับตาวิกฤต ‘ทะเลแดง’ ส่อป่วนการค้าโลก หวั่นวิกฤตบานปลายซ้ำเติมส่งออกไทย รายละเอียดเป็นอย่างไร

 

วิเคราะห์ ‘หุ้นไทย’ ที่ร่วงหนัก แรงขายหุ้นกลุ่มแบงก์เกิดจากปัจจัยใด พูดคุยกับ สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: วิกฤต ‘ทะเลแดง’ ฉุดส่งออกไทย | Morning Wealth 23 ม.ค. 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมรภูมิทะเลแดงป่วนค้าโลก! จับตาราคาน้ำมัน สินค้าเกษตร และอาหาร หลังต้นทุนขนส่งพุ่ง 4 เท่า https://thestandard.co/red-sea-attacks-disrupt-food-trade-and-risk-higher-grocery-prices/ Mon, 22 Jan 2024 11:11:03 +0000 https://thestandard.co/?p=890720

สถานการณ์ความขัดแย้งวุ่นวายที่เกิดขึ้นในทะเลแดง (Red Se […]

The post สมรภูมิทะเลแดงป่วนค้าโลก! จับตาราคาน้ำมัน สินค้าเกษตร และอาหาร หลังต้นทุนขนส่งพุ่ง 4 เท่า appeared first on THE STANDARD.

]]>

สถานการณ์ความขัดแย้งวุ่นวายที่เกิดขึ้นในทะเลแดง (Red Sea) ยังคงไม่มีท่าทีจะยุติลงง่ายๆ เริ่มกระทบไปยังสินค้าเกษตรและอาหาร ซึ่งซีอีโอ Maersk เรือยักษ์ใหญ่ ยอมรับว่า การขนส่งทางเรือทั่วโลกอาจชะงักไปอีกไม่ต่ำกว่า 2-3 เดือน 

 

ล่าสุดวันนี้ (22 มกราคม) กลายเป็นอีกหนึ่งสัปดาห์สำคัญสำหรับตลาดน้ำมันดิบ ถึงผลกระทบซัพพลายและราคาน้ำมันที่ต้องเตรียมความพร้อมจากฝีมือของกลุ่มกบฏฮูตีที่โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อตอบโต้กรณีอิสราเอลโจมตีฉนวนกาซา หลังจากที่สัปดาห์ที่ผ่านมาบรรดาเจ้าของเรือหลายลำ โดยเฉพาะเส้นทางเอเชีย-ยุโรปที่ขนสินค้าเกษตรและอาหารเลือกที่จะเลี่ยงทะเลแดง เพราะในขณะนี้เริ่มได้รับผลกระทบวงกว้าง 

 

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาบรรดาสายเดินเรือสินค้าเกษตรและอาหารเปลี่ยนแผนไปใช้เส้นทางอ้อมทะเลแดง ซึ่งแน่นอนว่าการขนส่งที่นานขึ้นมีความเสี่ยงที่จะทำให้อาหารเน่าเสียง่าย ไม่สามารถขายได้ ส่งผลให้ผู้ส่งออกอุตสาหกรรมอาหารต่างต้องประเมินความเสี่ยงอย่างเข้มงวด 

 

ไม่ว่าจะเป็นผู้ส่งออกชาวอิตาลีที่กังวลว่ากีวี ผลไม้ และกาแฟ จะเน่าเสีย รวมไปถึงผู้ให้บริการขนส่งสัตว์ที่มุ่งหน้าไปยังตะวันออกกลางต่างเปลี่ยนเส้นทาง จึงคาดการณ์ว่า การนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารเส้นทางเอเชีย-สหภาพยุโรปได้รับความเสียหายไปแล้วเกือบ 7 หมื่นล้านยูโร โดยมีไทยรวมอยู่ด้วย 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:  


 

 

คาดการณ์ผลกระทบการค้าสินค้านำเข้าและส่งออกเส้นทางเอเชีย-ยุโรปจากวิกฤตทะเลแดง

(หน่วย: พันล้านยูโร)

 

นิติน อากราวัล กรรมการผู้จัดการของ Euro Fruits ซึ่งเป็นผู้ส่งออกองุ่นรายใหญ่ของอินเดีย กล่าวว่า ปกติแล้วบริษัทจัดส่งองุ่นสดไปยังยุโรปผ่านทางทะเลแดง แต่ต้องปรับใช้เส้นทางอื่นซึ่งในเวลานาน ส่งผลให้ต้นทุนค่าขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น 4 เท่า ใช้เวลานานขึ้น 2 เท่า

 

นอกจากนี้ผู้ส่งออกชาวอิตาลี ซึ่งส่งออกผลิตผลทางการเกษตรไปยังเอเชียมูลค่าประมาณ 4.4 พันล้านดอลลาร์ กังวลว่า การเดินทางไปทั่วแอฟริกาจะส่งผลเสียต่อความสดและเพิ่มต้นทุนสำหรับผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล กีวี และส้ม รวมถึงการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังปลายทางยุโรป เช่น เนื้อหมู ผลิตภัณฑ์นม และไวน์ เป็นต้น ขณะเดียวกันการนำเข้าชา เครื่องเทศ และสัตว์ปีก ต่างล่าช้าออกไปและล้วนได้รับผลกระทบทั้งหมด

 

วิกฤตเริ่มขยายวงกว้าง

 

CELCAA ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ค้าอาหารเกษตร ระบุว่า เรือที่บรรทุกเมล็ดพืชประมาณ 1.6 ล้านตัน รวมไปถึง Mercanta ผู้นำเข้ากาแฟในสหราชอาณาจักร ได้ระงับการขนส่งสินค้าในแอฟริกาตะวันออก เช่น ยูกันดาและเวียดนาม เป็นประเทศหลักที่นำเข้ากาแฟยุโรป มุ่งหน้าไปยังคลองสุเอซ ต่างก็เปลี่ยนเส้นทางไปยังเส้นทางอื่นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยข่าวกรองเคปเลอร์ระบุว่า ส่วนใหญ่จะเป็นพืชผลที่ส่งไปยังจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

ทั้งนี้ วินเซนต์ เคลิร์ก ซีอีโอของ Maersk ระบุว่า การโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงอาจกินเวลาอย่างน้อย 2-3 เดือน

 

ห่วงโลกรับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

 

นอกจากนี้ผู้บริหารธนาคารหลายรายยังแสดงความกังวลว่า วิกฤตการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และอาจนำไปสู่ความล่าช้าในการลดอัตราดอกเบี้ย หรือแม้กระทั่งเพิ่มอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้น

 

ซึ่งบริษัทขนส่งได้เพิ่มราคาเป็น 3 เท่าในการคิดค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์จากเอเชียไปยังยุโรป ส่วนหนึ่งเพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการเดินเรือทั่วแอฟริกาสำหรับเจ้าของเรือที่ยังคงใช้ทะเลแดง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าของเรือบรรทุกน้ำมัน ต้องเผชิญกับเบี้ยประกันที่เพิ่มขึ้น

 

ผู้ค้าปลีกอย่าง IKEA เตือนว่า การหลีกเลี่ยงคลองสุเอซอาจทำให้สินค้าล่าช้าออกไปอีก และขณะนี้โรงงานรถยนต์บางแห่งในยุโรปต้องระงับการดำเนินงานชั่วคราวขณะรอชิ้นส่วนประกอบจากเอเชีย

 

อย่างไรก็ตาม JPMorgan ประเมินว่า หากเหตุการณ์ยืดเยื้อ ราคาสินค้าและการบริโภคทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นอีก 0.7% ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้  

 

จับตาสถานการณ์ตลาดน้ำมันโลก 

 

รายงานระบุว่า วันนี้ (22 มกราคม) บรรดาผู้ขนส่งน้ำมันจำนวนมากยอมตัดใจ เมินสัญญาเช่าเรือเดิม และเร่งหาเช่าเรือบรรทุกน้ำมันเพื่อขนส่งน้ำมันดิบและเชื้อเพลิงอื่นๆ สำหรับเส้นทางที่จะหลีกเลี่ยงเขตอันตรายอย่างทะเลแดง ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น จนเสี่ยงที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อกลับมาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง 

 

โดยการขนส่งสินค้าทางเรือแทบทั้งหมดจะเป็นการทำสัญญาระยะยาวล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน 

 

อเล็กซานเดอร์ เซเวอรีส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Euronav ซึ่งเป็นเจ้าของเรือบรรทุกน้ำมันมากกว่า 5 หมื่นล้านบาร์เรล ระบุว่า เจ้าของเรือจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ต่างก็หาทางเลี่ยงทะเลแดง หลังสถานการณ์ดังกล่าวจากที่ดูเหมือนจะสามารถยุติลงได้ภายในระยะเวลาอันสั้น กลับมีแนวโน้มลากยาวกินเวลาร่วมหลายเดือน 

 

ขณะนี้มีรายงานว่า มีการจ้างเรือบรรทุกน้ำมันเพื่อขนส่งสินค้าเชื้อเพลิงให้แล่นไปยังเอเชียแทนยุโรป ทำให้มีต้นทุนขนส่งที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็มีการจองเรือขนส่งน้ำมันดิบของอิรักหลายลำโดยใช้เรือบรรทุกน้ำมัน ซึ่งจะเดินทางอ้อมหลายพันกิโลเมตรไปทางฝั่งแอฟริกา

 

อานิสงส์เจ้าของเรือบรรทุกน้ำมัน 

 

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นแต่ ทอร์ม เจ้าของเรือบรรทุกน้ำมันชาว เดนมาร์ก กล่าวว่า การเดินทางไปยังเอเชียมากขึ้นเพื่อขนส่งเชื้อเพลิงกลั่น ช่วยผลักดันรายได้ของเรือบรรทุกน้ำมันจาก 35,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน เป็น 60,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อวันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

ขณะที่เรือ Suezmax ซึ่งสามารถแล่นเต็มลำคลองที่เชื่อมระหว่างเอเชียและยุโรป มีราคาเพิ่มขึ้นประมาณ 50% หรือเกือบ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน

 

นอกจากนี้แม้ว่าปริมาณน้ำมันดิบที่ไหลจากอ่าวเปอร์เซียไปยังยุโรปจะพบได้น้อยกว่าที่ไหลเข้าสู่เอเชีย แต่แนวโน้มเส้นทางการขนส่งดังกล่าวยังคงเผยให้เห็นทัศนคติของเจ้าของเรือที่มีต่อการขนส่งผ่านทะเลแดง โดยเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งตกเป็นเป้าโจมตีของกลุ่มฮูตีหลายครั้ง ได้เปลี่ยนเส้นทางไปแล้วส่วนใหญ่ก่อนการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร 

 

ค่าระวางเรือเอเชีย-ยุโรปพุ่ง 4 เท่า

 

เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการไทยเกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิด เพราะการขนส่งสินค้าของไทยได้รับผลกระทบแล้ว โดยเฉพาะสินค้าที่ขนส่งระหว่างทวีปเอเชียและยุโรป 

  

ซึ่งเผชิญอัตราค่าระวางเรือและค่าเบี้ยประกันความเสี่ยงปรับตัวเพิ่มขึ้น 3,000-5,000 ดอลลาร์ เทียบอัตราเดิมสูงขึ้นถึง 4 เท่า และการเดินทางที่ล่าช้าออกไปอย่างน้อย 14 วัน 

 

โดยสินค้าไทยที่ส่งออกไปยุโรป ได้แก่ กลุ่มคอมพิวเตอร์ รถยนต์ อัญมณี จักรยานยนต์ ไก่แปรรูป และเครื่องจักรกลเกษตร ส่วนสินค้านำเข้าจากยุโรป ได้แก่ ยาและเวชภัณฑ์ เครื่องจักรไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ แผงวงจร รวมทั้งเครื่องมือวิทยาศาสตร์และการแพทย์ ล้วนได้รับผลกระทบจากค่าโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้น  

 

ขณะที่ SCB EIC ประเมินว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง จากผลของนโยบายการเงินตึงตัวต่อเนื่องและตลาดแรงงานอ่อนแอลง อีกทั้งยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนรอบด้าน โดยในปีนี้จะมีการเลือกตั้งใหญ่กว่า 60 ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจรวมสูงกว่า 60% ของโลก 

 

“การค้าและห่วงโซ่อุปทานโลกเผชิญความเสี่ยงใหม่จากการโจมตีเรือขนส่งสินค้าในบริเวณทะเลแดงและปัญหาน้ำแล้งในคลองปานามา ก่อให้เกิดความแออัดในการขนส่งทางเรือหรือต้องปรับเส้นทางเดินเรือ ทำให้ระยะเวลาการเดินทางและต้นทุนขนส่งสูงขึ้น” 

 

อ้างอิง: 

The post สมรภูมิทะเลแดงป่วนค้าโลก! จับตาราคาน้ำมัน สินค้าเกษตร และอาหาร หลังต้นทุนขนส่งพุ่ง 4 เท่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: พิษวิกฤตทะเลแดง จับตาราคา ‘เชื้อเพลิงเติมเรือ-น้ำมันโลก’ พุ่ง | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-22012024-3/ Mon, 22 Jan 2024 06:01:43 +0000 https://thestandard.co/?p=890539

วิกฤตทะเลแดงกำลังพ่นพิษ กดดันอุปสงค์และราคาเชื้อเพลิงเต […]

The post ชมคลิป: พิษวิกฤตทะเลแดง จับตาราคา ‘เชื้อเพลิงเติมเรือ-น้ำมันโลก’ พุ่ง | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

วิกฤตทะเลแดงกำลังพ่นพิษ กดดันอุปสงค์และราคาเชื้อเพลิงเติมเรือในแอฟริกาพุ่ง นอกจากนี้ยังส่งผลต่อซัพพลายเชน และราคาพลังงานในตลาดโลก

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: พิษวิกฤตทะเลแดง จับตาราคา ‘เชื้อเพลิงเติมเรือ-น้ำมันโลก’ พุ่ง | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาดค้าน้ำมันกำลังปั่นป่วนหนักจากสงครามในทะเลแดง ค่าขนส่งพุ่งขึ้นเกือบเท่าตัว https://thestandard.co/oil-market-rocked-red-sea-war/ Sun, 21 Jan 2024 07:59:50 +0000 https://thestandard.co/?p=890306 ตลาดค้าน้ำมัน ปั่นป่วน

ตลาดค้าขายน้ำมันกำลังประสบปัญหาการขนส่งในเส้นทางที่ต้อง […]

The post ตลาดค้าน้ำมันกำลังปั่นป่วนหนักจากสงครามในทะเลแดง ค่าขนส่งพุ่งขึ้นเกือบเท่าตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาดค้าน้ำมัน ปั่นป่วน

ตลาดค้าขายน้ำมันกำลังประสบปัญหาการขนส่งในเส้นทางที่ต้องแล่นผ่านทะเลแดงเป็นเวลาติดต่อกันหลายสัปดาห์ ซึ่งเป็นบริเวณที่กองกำลังฮูตีดักโจมตีเรือขนส่งสินค้าเพื่อตอบโต้อิสราเอล โดยฮูตีประกาศให้การสนับสนุนกลุ่มฮามาสซึ่งกำลังทำสงครามกับอิสราเอลตั้งแต่ปีก่อน

 

เส้นทางการขนส่งผ่านทะเลโดยปกติแล้วจะถูกใช้งานคิดเป็นสัดส่วนราว 12% ของการขนส่งทางทะเลทั่วโลก ซึ่งหลายบริษัทได้ขอให้บริษัทขนส่งหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว

 

Alexander Saverys ซีอีโอของ Euronav NV บริษัทขนส่งน้ำมัน เปิดเผยว่า “มีบริษัทมากขึ้นเรื่อยๆ ที่พยายามหลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าว จากเรื่องราวที่ดูเหมือนจะจบลงภายในไม่กี่สัปดาห์ กลายเป็นว่าผลกระทบกำลังลากยาวไปอีกหลายเดือน”

 

ปัจจุบันเรือบรรทุกน้ำมันถูกว่าจ้างให้เปลี่ยนเส้นทางจากยุโรปไปเอเชียแทน ส่งผลให้รายได้ค่าขนส่งกำลังพุ่งขึ้น แม้กระทั่งการขนส่งน้ำมันดิบจากอิรักก็ต้องเดินทางอ้อมหลายพันไมล์ไปทางแอฟริกา

 

TORM บริษัทขนส่งน้ำมันสัญชาติเดนมาร์ก ระบุว่า บริษัทได้ปรับเพิ่มค่าขนส่งสำหรับเส้นทางเอเชียอย่างเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ได้เพิ่มค่าขนส่งจาก 35,000 ดอลลาร์ต่อวัน เป็น 60,000 ดอลลาร์ต่อวัน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

ขณะที่เรือขนส่งขนาดมาตรฐาน (Aframax) ซึ่งสามารถบรรทุกน้ำมันได้ราว 700,000 บาร์เรล มีค่าขนส่งเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เป็น 80,000 ดอลลาร์ต่อวัน

 

ส่วนเรือในกลุ่ม Suezmax ซึ่งสามารถแล่นผ่านคลองสุเอซที่เชื่อมระหว่างเอเชียและยุโรป มีค่าขนส่งเพิ่มขึ้นราว 50% เป็นเกือบ 70,000 ดอลลาร์ต่อวัน

 

อ้างอิง:

The post ตลาดค้าน้ำมันกำลังปั่นป่วนหนักจากสงครามในทะเลแดง ค่าขนส่งพุ่งขึ้นเกือบเท่าตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปีมังกรไฟไม่ใช่ปีมังกรทอง: ครึ่งเดือนแรกปีใหม่! สงครามเดินหน้าไม่มีวันหยุด https://thestandard.co/the-year-of-the-fire-dragon/ Sat, 20 Jan 2024 05:50:44 +0000 https://thestandard.co/?p=890030

ถ้าค่าใช้จ่ายสงครามวัดด้วยเพียงสถิติตัวเลขแล้ว เราทั้งห […]

The post ปีมังกรไฟไม่ใช่ปีมังกรทอง: ครึ่งเดือนแรกปีใหม่! สงครามเดินหน้าไม่มีวันหยุด appeared first on THE STANDARD.

]]>

ถ้าค่าใช้จ่ายสงครามวัดด้วยเพียงสถิติตัวเลขแล้ว เราทั้งหลายก็คงแสดงออกแบบยักไหล่รับทราบด้วยความไม่สนใจ แต่ในความเป็นจริง ค่าใช้จ่ายนี้ไม่ได้ถูกวัดด้วยเส้นกราฟ ค่าใช้จ่ายสงครามในเชิงคุณภาพที่วัดไม่ได้คือความรู้สึกเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากการเสียชีวิตของคนคนหนึ่ง และเพิ่มเป็นหลายเท่าทวีคูณด้วยเครือข่ายของคนคนนั้นในความสัมพันธ์ของเขากับครอบครัว และผลที่เกิดขึ้นในระยะยาวคือความรู้สึกหดหู่ตลอดชีวิต

John Keegan

นักประวัติศาสตร์สงครามชาวอังกฤษ

 

 

สำหรับสังคมไทยแล้ว วันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2024 เป็นวันเด็ก ดังนั้นหลายครอบครัวจึงตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมพาลูกๆ ไปงานวันเด็ก เป็นวันเดียวในรอบปีที่เด็กๆ จะได้ชมและสัมผัสกับอาวุธยุทโธปกรณ์จริงจากเหล่าทัพต่างๆ ที่นำมาแสดง แต่ในอีกมุมหนึ่งของโลก เด็กๆ ในยูเครนหรือในกาซา ไม่ได้มาเดินชมอาวุธอย่างสนุกสนานเหมือนที่กรุงเทพฯ แต่พวกเขาตกเป็น ‘เหยื่อสงคราม’ ที่ต้องรับผลจากการโจมตีที่เกิดขึ้น พวกเขา ‘สัมผัสอาวุธ’ ด้วยความเป็นจริงของสงครามคือ ‘เจ็บจริง-ตายจริง’… ค่าใช้จ่ายสงครามต้องจ่ายด้วยราคาที่เป็น ‘ชีวิตมนุษย์’ เสมอ ดังเช่นที่ จอห์น คีแกน (John Keegan) กล่าวไว้ในข้างต้น (ข้อความจากหนังสือเรื่อง War and Our World, 1999)

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่สนใจข่าวต่างประเทศแล้ว วันที่ 13 เป็นวันอีกวันหนึ่งที่นักสังเกตการณ์ระหว่างประเทศต้องติดตามข่าวอย่างใจจดใจจ่อ…วันนี้เป็นวันที่ 99 ของสงครามกาซา การโจมตีทางอากาศอย่างหนักของอิสราเอลยังคงดำเนินต่อไป ด้วยความเชื่อแบบสุดโต่งว่าปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลจะสามารถกวาดล้าง ‘นักรบกองโจร’ ของกลุ่มฮามาสให้สิ้นซากได้จริง ทั้งที่นักการทหารทุกคนตระหนักดีว่าการทำลายขบวนการติดอาวุธให้สิ้นสภาพไปนั้น และการใช้อำนาจทางทหารในแบบที่อิสราเอลทำ ไม่น่าจะเป็นคำตอบที่เป็นไปได้จริง มีแต่จะยิ่งทำให้เกิดผลในทางลบ และพาอิสราเอลเข้าไปติด ‘กับดัก’ สงครามก่อความไม่สงบ เช่นที่เห็นมาแล้วในหลายกรณี

 

ในอีกด้านหนึ่งของโลก วันที่ 13 เป็นวันที่ 689 ของสงครามยูเครน การโจมตีของรัสเซียยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การรบที่เกิดในสงครามทั้งสองไม่มีแนวโน้มถึงการสิ้นสุดลงแต่อย่างใด แม้กองทัพรัสเซียจะประสบความสูญเสียอย่างหนักในสนามรบที่ยูเครน กองทัพรัสเซียในช่วงปัจจุบันต้องระดมพลใหม่ประมาณ 1,000 คน/วัน (หรืออาจจะมากกว่านั้นนิดหน่อย) ซึ่งก็คือภาพสะท้อนถึงความสูญเสียทางทหาร แต่การสูญเสียเช่นนี้ไม่ใช่ปัจจัยที่จะทำให้สงครามยุติได้แต่อย่างใด รัสเซียสามารถพึ่งพาความช่วยเหลือทางทหารจากเกาหลีเหนือและอิหร่าน ประกอบกับในปี 2023 กองทัพยูเครนไม่ประสบความสำเร็จในการเปิดการรุกกลับมากเท่าใดนัก ไม่เหมือนความสำเร็จในช่วงปลายปี 2022 สภาวะเช่นนี้ทำให้สงครามมีสภาวะของการ ‘ถูกตรึงอยู่กับที่’ ซึ่งก็เท่ากับการตอกย้ำว่าอนาคตของ ‘สันติภาพยูเครน’ ยังอยู่ห่างไกล และสงครามจะยังคงดำเนินต่อไปในปีที่ 3

 

มรดกสงครามและสงครามใหม่

 

การรบอย่างรุนแรงที่เกิดในยูเครนและในกาซาบ่งชี้ถึงสภาวะสงครามใหญ่ของโลกใน 2 สมรภูมิ อันเป็นมรดกสำคัญของสถานการณ์ความมั่นคงในปี 2023 ที่ส่งผ่านสู่ปี 2024 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งมักจะทำให้เกิดคำถามตามมาเสมอว่าสงคราม 2 ชุดนี้จะคลี่คลายไปอย่างไรในปีใหม่นี้

 

ขณะเดียวกัน ในวันที่ 13 นี้ ปัญหาที่ทะเลแดงเริ่มทำท่าขยายตัว พร้อมกับการโจมตีทางอากาศครั้งที่ 2 ของสหรัฐฯ ต่อเป้าหมายของกลุ่มฮูตีในเยเมน การโจมตีดังกล่าวเกิดในช่วงเช้าของวันเสาร์นี้ด้วย สภาวะเช่นนี้เป็นสัญญาณเชิงลบว่าโอกาสที่ปัญหาเสถียรภาพของเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง และปัญหาความรุนแรงที่เกิดในพื้นที่ดังกล่าว ย่อมจะทำให้ปัญหาสงครามในกาซามีความซับซ้อนมากขึ้นด้วย

 

ในวันที่ 13 เช่นเดียวกัน การเลือกตั้งทั่วไปเกิดขึ้นในไต้หวัน ซึ่งมีผลอย่างมากกับความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบ และอาจส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพของการเมืองและความมั่นคงในเอเชียด้วย เพราะถ้าพรรคที่มีทิศทาง ‘สวนกระแสจีน’ ในแบบที่สนับสนุนประชาธิปไตยเสรีนิยม ให้คุณค่าในเรื่องของเสรีภาพ และยังดำรงความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับชาติฝ่ายตะวันตก เป็นฝ่ายชนะในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของไต้หวันแล้ว คาดเดาได้ทันทีเลยว่ารัฐบาลจีนย่อมไม่พอใจผลทางการเมืองในลักษณะเช่นนี้ แต่ปัญหาคือจีนจะมีบทบาทในการเดิน ‘เกมไต้หวัน’ สู้กับรัฐบาลที่นิยมประชาธิปไตยบนเกาะเล็กๆ แห่งนี้อย่างไร อีกทั้งจะสู้อย่างไรกับประชาชนไต้หวันที่นิยม ‘เสรีภาพ’ มากกว่าถวิลหา ‘อำนาจนิยมจีน’ ในแบบของปักกิ่ง

 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่ทวีความเข้มข้นมากขึ้นเหล่านี้เกิดในช่วงครึ่งแรกของเดือนมกราคมเท่านั้นเอง หรือว่าสัญญาณความตึงเครียดเหล่านี้กำลังชี้ให้เห็นว่าปี 2024 น่าจะไม่ใช่ปี ‘มังกรทอง’ อย่างแน่นอน แต่ทำท่าจะเป็นปี ‘มังกรไฟ’ ที่มังกรเริ่มพ่นไฟตั้งแต่ต้นปีทันที

 

สงครามคู่ขนาน

 

ปัญหาทะเลแดง

 

สถานการณ์การรบจากทะเลแดงถึงผลของการเลือกตั้งไต้หวันนั้นคาดได้เลยว่าจะมีผลกระทบกับการเมืองระหว่างประเทศในระดับโลกและในระดับภูมิภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และถือเป็นสถานการณ์เริ่มต้นของปีใหม่ 2024 ที่ต้องติดตามอย่างเห็นได้ชัด

 

อย่างไรก็ตาม ในบริบทของปัญหาความมั่นคงในทะเลแดงนั้นคาดเดาได้ไม่ยากว่าหลังจากการถูกโจมตีแล้ว กลุ่มฮูตีจะเปิดการเคลื่อนไหวใหญ่ด้วยการชุมนุมต่อต้านอเมริกันด้วยการระดมมวลชนจำนวนมาก พร้อมกับตะโกนว่า ‘อเมริกาจงพินาศ อิสราเอลจงพินาศ’ (หรือในภาษาอังกฤษคือ ‘Death to America, Death to Israel’) ไม่ใช่อะไรที่เกินความคาดหมายแต่อย่างใด

 

เช่นเดียวกับที่เราคาดเดาได้ไม่ยากตั้งแต่ต้นว่าจากการเปิดการโจมตีเรือขนส่งพาณิชย์ในทะเลแดงของกลุ่มฮูตีนั้นเป็นดังการ ‘ยั่วให้โกรธ’ และจะเสมือนเป็นการบังคับให้สหรัฐฯ ต้องดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อเป้าหมายทางบกของกลุ่มอย่างแน่นอน เพราะการตรวจจับและระบุพิกัดจุดยิงจรวด และจุดปล่อยโดรนโจมตีนั้น ไม่ใช่เรื่องยากที่จะติดตามแต่อย่างใด

 

ในที่สุดการโจมตีทางอากาศระลอกแรกของกองกำลังอังกฤษ-อเมริกัน ก็เกิดขึ้นในวันที่ 12 มกราคม ว่าที่จริงแล้วหลายฝ่ายก็คาดคะเนว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น เพราะการโจมตีเรือสินค้าพลเรือนในทะเลแดงเริ่มหนักขึ้น และไม่ใช่เพียงการโจมตีด้วยโดรนเท่านั้น หากแต่ยังยกระดับการโจมตีด้วย ‘ขีปนาวุธระยะใกล้’ ดังปรากฏในรายงานของวันศุกร์ช่วงบ่ายที่ผ่านมาว่า เรือสินค้าที่มีพิกัดห่างจากเอเดน 90 ไมล์ทะเลทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธแบบนี้ จรวดตกห่างจากเรือในระยะเพียง 400-500 เมตรเท่านั้น แต่โชคดีที่เรือไม่เสียหาย และไม่มีผู้บาดเจ็บเสียชีวิตในกรณีนี้

 

แล้วการโจมตีทางอากาศระลอก 2 ก็เริ่มขึ้นอีกในเช้าวันเสาร์… รายงานสถานการณ์ในทะเลแดงของสื่อระหว่างประเทศดูจะทำให้เสาร์ที่ 13 เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ต้องคอยตามข่าว เพราะในด้านหนึ่งปัญหาความมั่นคงในทะเลแดงจะถูกผูกโยงเข้ากับปัญหาสงครามกาซาหรือไม่ และปัญหาทะเลแดงจะเป็นปัจจัยต่อการขยายบทบาทของอิหร่านในความขัดแย้งนี้เพียงใด ในอีกด้านหนึ่ง ปัญหานี้จะทำให้สงครามกลางเมืองในเยเมนที่สงบมา 9 ปีแล้ว จะถูกปลุกคืนชีพขึ้นมาใหม่อีกหรือไม่?

 

ปัญหาไต้หวัน

 

ในอีกฟากฝั่งของโลก เช้าของวันเสาร์ที่ 13 นี้ สื่อต่างประเทศทุกช่องเตรียมรายงานถึงการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นในไต้หวัน การเลือกตั้งครั้งนี้ทำให้บ่ายวันเสาร์เป็นเวลาที่ต้องเริ่มติดตามเรื่องไต้หวัน แม้จะไม่มี ‘Exit Polls’ ให้เห็น เพราะกฎหมายไต้หวันไม่อนุญาตให้ทำ

 

ในบริบทของการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ของรัฐมหาอำนาจใหญ่ การเลือกตั้งไต้หวันครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของชาวไต้หวันเท่านั้นแล้ว หากแต่เป็นหนึ่งใน ‘การเลือกตั้งของการเมืองโลก’ ชุดแรกสำหรับปี 2024 ด้วย เนื่องจากผลการเลือกตั้งจะมีนัยสำคัญที่ไม่ใช่เพียงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับจีนเท่านั้น หากยังจะส่งผลอย่างมากต่อปัญหาความมั่นคงในช่องแคบไต้หวันและการเมืองโลก เพราะ ‘พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า’ (DPP) ซึ่งเป็นรัฐบาลมาแล้ว 2 สมัยนั้นเป็นพรรคที่รัฐบาลปักกิ่งตราหน้าว่าเป็น ‘พรรคกบฏแบ่งแยกดินแดน’ และผู้นำอย่างไล่ชิงเต๋อถูกปักกิ่งเรียกว่าเป็น ‘ตัวยุ่ง’ เพราะมีท่าทีในแบบ ‘ไม่ประนีประนอม’ ต่อการใช้อำนาจของจีน

 

ในช่วงบ่ายแก่ๆ ของวันเสาร์ที่ 13 รายงานของสื่อเริ่มส่งสัญญาณว่า ‘พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า’ นำด้วยคะแนนเสียงราวร้อยละ 40 และพอตกเย็นสื่อเริ่มรายงานถึงชัยชนะของพรรคนี้ และเป็นชัยชนะที่พรรคสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เป็นเทอมที่ 3 ต่อเนื่องอย่างไม่น่าเชื่อ ส่วน ‘พรรคก๊กมินตั๋ง’ (KMT) มาเป็นลำดับที่ 2 และ ‘พรรคประชาชนไต้หวัน’ (TPP) มาเป็นลำดับที่ 3 ซึ่งการเป็นรัฐบาลในรอบที่ 3 ของพรรครัฐบาลในครั้งนี้ย่อมทำให้ปักกิ่งจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อไต้หวันมากขึ้นในอนาคต และผลการเลือกตั้งทำให้เกิดคำถามทันทีว่า ปัญหา ‘วิกฤตการณ์ช่องแคบไต้หวัน’ ดังที่เราเคยเห็นมาแล้วในตอนกลางปี 2022 เมื่อประธานรัฐสภาอเมริกัน ‘แนนซี เพโลซี’ (Nancy Pelosi) เดินทางไปไต้หวัน อันนำไปสู่วิกฤตใหญ่ด้วยการปิดล้อมทางทหารของจีน

 

ถ้าเช่นนั้นแล้วชัยชนะในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งที่ 3 ของพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าจะนำไปสู่วิกฤตเช่นนั้นอีกหรือไม่ คำถามนี้อาจจะตอบไม่ได้ทันที เพราะกว่ารัฐบาลใหม่จะสาบานตัวและรับมอบอำนาจจากรัฐบาลเดิมคงเป็นในช่วงเดือนพฤษภาคม กำหนดเวลาเช่นนี้จึงทำให้หลายฝ่ายรอดูการประกาศทิศทางนโยบาย โดยเฉพาะนโยบายต่อจีนและต่อสหรัฐฯ ในอนาคต แต่ก็คาดได้ไม่ยากว่าจีนไม่พึงพอใจต่อชัยชนะของปีกประชาธิปไตยในการเมืองไต้หวันอย่างแน่นอน

 

อย่างน้อยเราคงต้องยอมรับว่าชัยชนะของพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของไต้หวันนั้น สะท้อนถึงชัยชนะของอารมณ์ความรู้สึกของชาวไต้หวันอย่างมาก ที่ไม่ตอบรับกับข้อเสนอในการ ‘รวมชาติ’ ตามที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงเสนอ ชาวไต้หวันส่วนนี้เห็นถึงความสำคัญของประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ หรือในอีกมุมหนึ่ง พวกเขาไม่ต้องการเดินไปสู่การเป็น ‘ฮ่องกงที่ 2’ ที่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของจีน ไม่ใช่ฮ่องกงตามคำสัญญาของจีนที่จะเป็น ‘หนึ่งประเทศ สองระบบ’ อีกทั้งการกระชับมาตรการด้านความมั่นคงในการควบคุมฮ่องกง ไม่ว่าจะเป็นการออกกฎหมายความมั่นคง การจับกุมนักเคลื่อนไหวฝ่ายประชาธิปไตยในฮ่องกง อันนำไปสู่การลี้ภัยของนักเคลื่อนไหวเหล่านั้น ก็ยิ่งเป็นคำตอบในตัวเองว่า สำหรับจีนแล้ว มีทิศทางเดียวคือ ‘หนึ่งประเทศ หนึ่งระบบ’ ภายใต้อำนาจการควบคุมของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง และพรรคคอมมิวนิสต์จีน

 

กระแสประชาธิปไตยไต้หวัน

 

ปฏิบัติการควบคุมฮ่องกงด้วย ‘กฎเหล็ก’ ของจีนนั้น ไม่เป็นภาพที่ชวนให้ชาวไต้หวันมาอยู่ร่วมกับจีนแต่อย่างใด และยิ่งทำให้คนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญคุณค่าของประชาธิปไตยและเสรีภาพ กลับยิ่งมองจีนด้วยความรู้สึกด้านลบ ดังจะเห็นถึงการจับมือในการสร้างความสัมพันธ์ของกลุ่ม ‘พันธมิตรชานม’ (Milk Tea Alliance) ซึ่งประกอบด้วยคนรุ่นใหม่ใน 4 ส่วน คือ ฮ่องกง ไต้หวัน ไทย และเมียนมา นอกจากจะมีทิศทางในการต่อสู้กับ ‘กระแสชาตินิยมจีน’ ในโลกออนไลน์แล้ว พวกเขามีจุดยืนชัดเจนในการต่อต้านระบอบอำนาจนิยม และสนับสนุนประชาธิปไตย ต่อมากลุ่มได้ขยายการเชื่อมต่อไปยังคนรุ่นใหม่ในฟิลิปปินส์ อินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย เบลารุส และอิหร่าน (เดิมกลุ่มนี้เชื่อมต่อใน 3 ส่วนหลัก คือ ฮ่องกง ไต้หวัน ไทย และเอา ‘ชานม’ เป็นสัญลักษณ์ เพราะเป็นเครื่องดื่มที่พบเห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวันของคนใน 3 สังคมนี้)

 

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะเห็นภาพสะท้อนของการต่อสู้ในประเด็นนี้ ผ่านคำกล่าวของไล่ชิงเต๋อ ประธานาธิบดีคนใหม่ของใหม่ที่ว่า ผลการเลือกตั้งนี้คือ ‘ชัยชนะของประชาคมประชาธิปไตย’ ทั่วโลก และการลงเสียงของชาวไต้หวันประสบความสำเร็จในการขัดขวางการแทรกแซงจาก ‘ภายนอก’ (น่าจะหมายถึงการแทรกแซงของจีน)… แน่นอนว่า คำกล่าวเช่นนี้เป็นสิ่งที่เสียดแทงใจผู้นำจีนแผ่นดินใหญ่อย่างยิ่ง และเท่ากับสะท้อนว่าจีน ‘แพ้เลือกตั้ง’ ที่ไต้หวัน เนื่องจากพรรคที่จีนอยากให้ชนะนั้นแพ้ทั้ง 2 พรรค ซึ่งน่าสนใจว่ารัฐบาลปักกิ่งจะ ‘เดินเกม’ อย่างไรกับรัฐบาลใหม่ของไต้หวันที่ยิ่งนานวันยิ่งมีทิศทางนิยมประชาธิปไตยมากขึ้นอย่างชัดเจน

 

การเลือกตั้งที่ไต้หวันยังยืนยันถึงความแตกต่างที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ในการเมืองไต้หวันยังคงมีการเลือกตั้งที่ให้สิทธิและเสรีภาพแก่ประชาชนในการเลือกผู้นำ แต่สิ่งนี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้เลยในจีน เนื่องจากประชาธิปไตยและเสรีภาพเป็น ‘ความแปลกแยก’ สำหรับผู้นำจีน ขณะเดียวกัน การเลือกตั้งในแบบของ ‘ประชาธิปไตยเสรีนิยม’ ในฮ่องกง ก็กลายเป็น ‘สินค้าต้องห้าม’ เพราะผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนมองว่าอุดมการณ์การเมืองดังกล่าวเป็น ‘ผลผลิตตะวันตก’ ที่จีนจะต้องปรับให้เป็น ‘การเลือกตั้งแบบจีน’ กล่าวคือ คนมีเสรีภาพในการเลือกผู้นำ แต่ผู้นำที่นำมาเสนอนั้นพรรคเป็นคนเลือก หรือที่เรียกกันว่า ‘ประชาธิปไตยแบบพรรคคอมมิวนิสต์’ คือเลือกคนที่พรรคกำหนด โดยไม่จำเป็นต้องมีการแข่งขันทางการเมืองในแบบของ ‘ประชาธิปไตยตะวันตก’

 

ความต่างของอุดมการณ์และการให้คุณค่าทางการเมืองระหว่างจีนกับฝ่ายประชาธิปไตยในฮ่องกงเป็นสิ่งที่เห็นชัดเจนมาแล้ว และปัญหาดังกล่าวกลับมาตอกย้ำอีกครั้งด้วยการเลือกตั้งที่ไต้หวัน อีกทั้งนัยสำคัญของความต่างเช่นนี้ทำให้ปัญหาไต้หวันกลายเป็นปัญหาในการเมืองโลกไปโดยปริยาย ฉะนั้นการตอบโต้ด้วยมาตรการทางการเมืองชุดแรกหลังชัยชนะของพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าคือ การให้ประเทศ ‘นาอูรู’ ในหมู่เกาะแปซิฟิกใต้ประกาศย้ายข้างทางการทูต ด้วยการมาอยู่กับจีน และประกาศ ‘นโยบายจีนเดียว’ อันเป็นถึงยุทธศาสตร์ของการ ‘โดดเดี่ยวทางการทูต’ ต่อไต้หวัน ด้วยการทำให้ประเทศต่างๆ ‘ทิ้งไทเป-ซบปักกิ่ง’ ในทางการทูต หรือโดยนัยคือหันมายอมรับจีนที่ปักกิ่งเท่านั้น 

 

เพียงครึ่งเดือนเท่านั้น!

 

ในวันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม ซึ่งเป็นวาระครบรอบ ‘100 วัน’ ของสงครามกาซา ไม่น่าเชื่อเลยว่าการสู้รบในกาซาจะยาวนานมากกว่าที่หลายฝ่ายคาด ยิ่งระยะเวลาของสงครามทอดยาวออกไปเท่าใด ปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลก็ยิ่งสร้างความเสียหายต่อชีวิตของผู้คนในกาซามากขึ้นเท่านั้น และโอกาสของสันติภาพในกาซาดูจะยังเลือนรางอย่างมาก เท่าๆ กับอนาคตของบรรดาตัวประกันดูจะไม่สดใสเท่าใดนัก (รวมทั้งตัวประกันที่เป็นแรงงานชายไทยด้วย) ผู้นำอิสราเอลยังเชื่อมั่นว่าปฏิบัติการทางทหารจะเป็นเครื่องมือของการยุติสงคราม และสามารถทำลายนักรบกองโจรของกลุ่มฮามาสได้หมด

 

ขณะเดียวกัน สงครามกาซาที่ยืดยาวออกไปย่อมเป็นช่องทางให้เกิดการเชื่อมต่อกับปัญหาในทะเลแดงได้ง่ายขึ้น จนทำให้หลายฝ่ายเริ่มกังวลมากขึ้นกับสถานการณ์ที่กำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดูจะมีความเปราะบางมากขึ้น และคาดเดาได้ยากขึ้นด้วย เพราะการโจมตีเริ่มขยายวง ดังจะเห็นได้ว่าล่าสุดนั้นอิหร่านเปิดการโจมตีเป้าหมายในอิรัก ซีเรีย และปากีสถาน… พื้นที่ความขัดแย้งขยายจริงๆ แล้ว

 

วันอาทิตย์ที่ 14 เป็นวันที่ 690 ของสงครามยูเครน อีกไม่นานจะถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ของปีนี้ สงครามยูเครนจะครบ 2 ปีเต็ม และเดินสู่ปีที่ 3… สงครามยังไม่มีแนวโน้มที่จะยุติได้จริง รัสเซียกระชับระบบพันธมิตรทางทหารกับเกาหลีเหนือและอิหร่าน ทำให้กองทัพรัสเซียได้รับความสนับสนุนทั้งกระสุนและยุทโธปกรณ์ ขณะเดียวกัน ผู้นำยูเครนเดินทางเข้าร่วมการประชุม ‘เวทีเศรษฐกิจโลก’ (World Economic Forum) ที่ดาวอส เพื่อแสวงหาความสนับสนุนจากฝ่ายตะวันตก อันเป็นภาพสะท้อนว่าคู่สงครามทั้ง 2 ฝ่ายยังมีศักยภาพในการทำสงครามต่อไปในปีที่ 3 และสงครามยูเครนกำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบของสนามรบในอนาคต และชวนให้นักการทหารต้องเริ่มคิดถึงสงครามสมัยใหม่จากบทเรียนของสงครามยูเครนมากขึ้น

 

ขณะที่ปัญหาความมั่นคงทั้งในทะเลแดงและทะเลไต้หวัน ดูจะเริ่ม ‘ร้อน’ มากขึ้น พร้อมๆ กับสงครามในยูเครนและในกาซาที่เดินหน้าต่อไป และยังไม่เห็นการสิ้นสุดของการรบ ในอีกมุมหนึ่งของโลก สถานการณ์สงครามกลางเมืองในเมียนมา ‘ร้อน’ ไม่หยุด และทวีความเข้มข้นมากขึ้นนับตั้งแต่การรุกใหญ่ของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ปฏิบัติการเช่นนี้ ทำให้กองทัพรัฐบาลเมียนมาเป็นฝ่ายถอยร่นในหลายพื้นที่ แต่ก็ไม่ชัดเจนว่า รัฐบาลจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้หรือไม่ หรือกองกำลังของฝ่ายต่อต้านจะเอาชนะศึกครั้งนี้ได้จริง แต่ในอีกด้านสงครามจะทำให้เกิด ‘วิกฤตมนุษยธรรม’ อย่างแน่นอน 

 

อย่างไรก็ตาม เราคงต้องไม่ลืมว่าสถานการณ์ต่างๆ เหล่านี้ เกิดในช่วงแค่ครึ่งเดือนแรกของปีใหม่เท่านั้นเอง ระยะเวลาของปีนี้ยังทอดยาวไปอีกหลายเดือนข้างหน้า…

 

มังกรไฟ!

 

ทั้งหมดนี้บอกแก่เราอย่างเดียวว่าปี 2024 ไม่ใช่ ‘ปีมังกรทอง’ แต่เป็น ‘ปีมังกรไฟ’ ที่รัฐบาลไทยจะต้องคิดและใส่ใจกับประเด็นปัญหาในเวทีระหว่างประเทศมากขึ้น จะพาประเทศไทยหนีออกไปจาก ‘จอเรดาร์’ ของการเมืองโลกในแบบรัฐบาลชุดก่อนไม่ได้… ถึงเวลาจริงๆ แล้วที่รัฐบาลกรุงเทพฯ ต้องคิดเรื่องนี้ด้วยความใคร่ครวญมากขึ้น เพื่อเตรียมประเทศเผชิญกับความผันผวนของการเมืองโลกที่คาดเดาไม่ได้ในอนาคต

 

บางทีไฟจาก ‘มังกร 2024’ อาจจะร้อนมากกว่าที่เราคิดด้วย!

แฟ้มภาพ: Tomas Ragina / Shutterstock

The post ปีมังกรไฟไม่ใช่ปีมังกรทอง: ครึ่งเดือนแรกปีใหม่! สงครามเดินหน้าไม่มีวันหยุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ โจมตีทางอากาศ ถล่มขีปนาวุธกลุ่มกบฏฮูตีที่ใช้โจมตีเรือในทะเลแดง https://thestandard.co/us-destroys-houthis-missiles/ Sat, 20 Jan 2024 02:25:07 +0000 https://thestandard.co/?p=889937

กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ (United States Central C […]

The post สหรัฐฯ โจมตีทางอากาศ ถล่มขีปนาวุธกลุ่มกบฏฮูตีที่ใช้โจมตีเรือในทะเลแดง appeared first on THE STANDARD.

]]>

กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ (United States Central Command: USCENTCOM) ปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายของกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนอีกระลอก โดยครั้งนี้เป็นการโจมตีไปยังเครื่องยิงขีปนาวุธ 3 เครื่อง ที่กลุ่มฮูตีทำการเล็งเป้าและเตรียมโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง

 

“กองทัพสหรัฐฯ ทำการตรวจสอบขีปนาวุธดังกล่าวในพื้นที่ควบคุมของกลุ่มฮูตีในเยเมน และพิจารณาว่าสิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อเรือพาณิชย์และเรือรบสหรัฐฯ ในภูมิภาค โดยกองทัพสหรัฐฯ ได้ทำการโจมตีและทำลายขีปนาวุธดังกล่าวเพื่อป้องกันตัว” USCENTCOM ระบุในแถลงการณ์ที่โพสต์ผ่าน X

 

การโจมตีกลุ่มฮูตีมีขึ้นต่อเนื่องหลายครั้งในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในทะเลแดง จากการที่กลุ่มฮูตีทำการโจมตีเรือพาณิชย์ที่เดินทางผ่านน่านน้ำในทะเลแดง เพื่อตอบโต้การทำสงครามของอิสราเอลในฉนวนกาซา ซึ่งส่งผลกระทบต่อการค้าทั่วโลก

 

ขณะที่ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ยังได้บรรจุชื่อกลุ่มฮูตีในบัญชีรายชื่อกลุ่มก่อการร้ายอีกครั้ง หลังจากถอนออกไปเมื่อต้นปี 2021 ภายหลังการเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีโจ ไบเดน

 

โดยไบเดนได้แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (18 มกราคม) โดยยืนยันว่าการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายของกลุ่มฮูตีจะดำเนินต่อไป แม้จะยอมรับว่าอาจไม่สามารถหยุดยั้งการโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงได้

 

ภาพ: US Central Command via X / Handout via REUTERS

อ้างอิง:

The post สหรัฐฯ โจมตีทางอากาศ ถล่มขีปนาวุธกลุ่มกบฏฮูตีที่ใช้โจมตีเรือในทะเลแดง appeared first on THE STANDARD.

]]>