PTT Station Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ptt-station/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 21 Jul 2026 06:51:22 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 OR ทลายกำแพงอคติ ‘Gen Z ไม่สู้งาน’ ผ่านแคมเปญ ‘ทุกความพยายาม…มีค่าเสมอ’ [Advertorial] https://thestandard.co/or-gen-z-bias-campaign/ Tue, 21 Jul 2026 07:30:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1232711 ภาพแคมเปญ OR ทลายอคติ Gen Z ไม่สู้งาน ด้วยแนวคิด ‘ทุกความพยายาม…มีค่าเสมอ’

“ไม่อดทน ไม่สู้งาน เรียกร้องสูง เปลี่ยนงานบ่อย” กลายเป็ […]

The post OR ทลายกำแพงอคติ ‘Gen Z ไม่สู้งาน’ ผ่านแคมเปญ ‘ทุกความพยายาม…มีค่าเสมอ’ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแคมเปญ OR ทลายอคติ Gen Z ไม่สู้งาน ด้วยแนวคิด ‘ทุกความพยายาม…มีค่าเสมอ’

“ไม่อดทน ไม่สู้งาน เรียกร้องสูง เปลี่ยนงานบ่อย” กลายเป็นป้ายที่คนทำงานรุ่นก่อนแปะให้กับคน Gen Z

 

หลายคนมีอคติว่าคนรุ่นนี้ขาดความอดทน พร้อมยื่นใบลาออกหลังจากทำงานได้เพียงไม่กี่เดือน ซ้ำยังมีเงื่อนไขและข้อเรียกร้องที่ชัดเจนเกินไป จนถูกมองว่าขาดความทะเยอทะยาน

 

ภาพแคมเปญ OR ทลายอคติ Gen Z ไม่สู้งาน ด้วยแนวคิด ‘ทุกความพยายาม…มีค่าเสมอ’ 1

 

ยิ่งไปกว่านั้น หัวหน้างานจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่า Gen Z ขาดทักษะทางสังคมแม้ในโลกออนไลน์พวกเขาจะมีความมั่นใจก็ตาม และยังให้ความสำคัญกับความสุขส่วนตัวมากจนกระทบต่อระเบียบวินัย ไปจนถึงมีปัญหาในการบริหารจัดการอารมณ์เมื่อต้องรับมือกับความกดดันในโลกการทำงาน

 

แต่ผลสำรวจจาก Deloitte Gen Z and Millennial Survey (Thailand Perspective) พาเปิดมุมมองอีกด้านพบว่า Gen Z ไทยกว่า 96% มองว่าการทำงานที่มี “เป้าหมายและคุณค่า” มีความสำคัญมากกว่าตัวเลขเงินเดือนเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันพวกเขาต้องเผชิญความเครียดเรื่องค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น 37% และกว่า 36% ก็มีความกังวลเรื่องการว่างงาน

 

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า Gen Z ไม่ใช่เจเนอเรชันที่ละเลยความจริงตรงหน้า ตรงกันข้าม พวกเขาคือกลุ่มคนที่ทุ่มเทและจริงจังอย่างมาก เพียงแต่นิยามความสำเร็จและวิธีการเดินทางไปสู่เป้าหมายของพวกเขานั้นต่างไปจากคนรุ่นก่อน

 

และนั่นเองที่ทำให้พวกเขาถูกตัดสินก่อนจะได้พิสูจน์ตัวเอง

 

ภาพแคมเปญ OR ทลายอคติ Gen Z ไม่สู้งาน ด้วยแนวคิด ‘ทุกความพยายาม…มีค่าเสมอ’ 2

 

คำถามสำคัญที่ตามมาคือ ในเมื่อ Gen Z กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังแรงงานกลุ่มใหญ่ที่สุดกลุ่มหนึ่งของประเทศ และไม่ว่าองค์กรใดก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องร่วมงานกับคนเจนนี้

 

แล้วองค์กรต่างๆ ควรจะวางบทบาทและจุดยืนของตัวเองไว้ตรงไหนในสมการความต่างนี้?

 

ภาพแคมเปญ OR ทลายอคติ Gen Z ไม่สู้งาน ด้วยแนวคิด ‘ทุกความพยายาม…มีค่าเสมอ’ 3

 

OR เลือกจะ ‘ไม่ตัดสิน’ แต่เลือก ‘เคียงข้าง’

 

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ในฐานะองค์กรที่เชื่อมั่นในศักยภาพของมนุษย์ มองเห็นถึงความทุ่มเทอย่างหนักของ Gen Z ที่ต้องพิสูจน์ตัวเองท่ามกลางความกดดันรอบด้าน จึงตั้งใจส่งต่อเรื่องราวที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและเป็นแรงผลักดันให้คนรุ่นใหม่ที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนประเทศ มีพลังใจที่จะเดินหน้าต่อไป

 

เพราะถึงแม้วันนี้จะ “ยังทำไม่ได้ แต่ถ้าพยายาม ก็ได้นี่!”

 

ภาพแคมเปญ OR ทลายอคติ Gen Z ไม่สู้งาน ด้วยแนวคิด ‘ทุกความพยายาม…มีค่าเสมอ’ 4

 

OR เลือกเคียงข้างคนรุ่นใหม่ผ่านแคมเปญการสื่อสารและภาพยนตร์โฆษณาชุดล่าสุดภายใต้แนวคิด “ทุกความพยายาม…มีค่าเสมอ”

 

ตอกย้ำความเชื่อมั่นในพลังและศักยภาพของ Gen Z ที่กำลังก้าวสู่โลกการทำงานท่ามกลางความคาดหวังที่แตกต่าง ขณะที่คนรุ่นก่อนเน้นผลงานที่เข้มข้น คนรุ่นใหม่ก็พยายามบาลานซ์หน้าที่และความเป็นตัวเองให้ดีที่สุด ซึ่งหลายครั้งสังคมอาจมองไม่เห็น OR จึงอยากให้ PTT Station เป็นพื้นที่เปิดโอกาสให้ทุกคนที่มีใจมุ่งมั่นได้เต็มที่กับทุกบททดสอบอย่างไม่ย่อท้อ

 

ชีวิตมันไม่ง่าย ไม่แปลว่าเราทำไม่ได้

 

ภาพยนตร์โฆษณาชิ้นนี้ เล่าเรื่องของเด็กจบใหม่ที่กำลังเริ่มต้นชีวิตการทำงานเป็นครั้งแรก เธอไม่เพียงต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ แต่ยังต้องเผชิญกับกำแพงอคติจาก ‘หัวหน้าเจนลึก’ ที่ตัดสินเธอตั้งแต่วันแรก ไหนจะความกดดันจากงานและความซวยรายวันที่เข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว

 

ทุกอุปสรรคและความโดดเดี่ยวสะสมจนไฟในตัวเริ่มมอดดับ จนเธอต้องหันกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ที่ไม่สำเร็จ เป็นเพราะฉันไม่เก่งพอหรือเปล่า”

 

ภาพแคมเปญ OR ทลายอคติ Gen Z ไม่สู้งาน ด้วยแนวคิด ‘ทุกความพยายาม…มีค่าเสมอ’ 5

 

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นที่ PTT Station เมื่อเธอได้พบกับคุณลุงวัยเกษียณ ที่กำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะ ‘พนักงานทดลองงาน’ เป็นวันแรกเหมือนกับเธอ

 

แม้จะยังไม่เชี่ยวชาญ แต่ความตั้งใจและใส่ใจในหน้าที่ของคุณลุง จุดประกายให้เธอฉุกคิดได้ว่า “ถึงจะยังทำไม่ได้ แต่เราพยายามได้นี่” 

 

ภาพแคมเปญ OR ทลายอคติ Gen Z ไม่สู้งาน ด้วยแนวคิด ‘ทุกความพยายาม…มีค่าเสมอ’ 6

 

พลังใจที่ถูกปลุกขึ้นใหม่ ทำให้เธอกลับไปทำงานด้วยความมั่นใจ เรียนรู้อย่างมุ่งมั่น จนสามารถทะลายกำแพงอคติได้สำเร็จ และพิสูจน์ให้เห็นว่า Gen Z มีศักยภาพและพร้อมเติบโตอย่างมีคุณภาพกว่าที่ใครคิด หากได้รับโอกาสและเวลาในการพิสูจน์ตัวเอง

 

ภาพแคมเปญ OR ทลายอคติ Gen Z ไม่สู้งาน ด้วยแนวคิด ‘ทุกความพยายาม…มีค่าเสมอ’ 7

 

เล่าเรื่อง Gen Z โดยผู้กำกับที่เข้าใจ Gen Z

 

สิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์โฆษณาชิ้นนี้กำลังถูกพูดถึง เพราะ OR เลือกจับมือกับ แจ็ค-วรรธนพงศ์ วงศ์วรรณ ผู้เขียนบทและผู้กำกับซีรีส์ชื่อดังอย่าง ‘สาธุ’ ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ติดอันดับยอดรับชมสูงสุดบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลก

 

การเลือกผู้กำกับที่มีฐานผู้ชมและมีความเข้าใจวิธีคิดของ Gen Z อย่างลึกซึ้ง ทำให้การส่งสารเรื่อง ‘การไม่ตัดสินกัน’ ถูกสื่อสารอย่างจริงใจ ผ่านภาษาและมุมมองของคนที่กำลังฟังอยู่จริงๆ

 

ด้วยสไตล์การเล่าเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์ ที่มักจะหยิบประเด็นดราม่าใกล้ตัวมาสอดแทรกอารมณ์ขันได้อย่างกลมกล่อม ทำให้ประเด็นที่ตึงเครียดอย่างเรื่องการตัดสินคนต่างเจน ถูกเล่าผ่านสถานการณ์ที่เข้าใจง่าย น่าติดตาม และไม่รู้สึกเหมือนถูกสั่งสอน

 

ภาพแคมเปญ OR ทลายอคติ Gen Z ไม่สู้งาน ด้วยแนวคิด ‘ทุกความพยายาม…มีค่าเสมอ’ 8

 

‘ทุกความพยายาม…มีค่าเสมอ’

 

ถือได้ว่าเป็นอีกแคมเปญที่ประสบความสำเร็จของ OR ทั้งในแง่ของการส่งสารให้กำลังใจและเป็นแรงผลักดันไปถึงกลุ่ม Gen Z หรือการชวนให้คนรุ่นเก๋าในที่ทำงานเปลี่ยนมุมมองการทำงานของ Gen Z ใหม่

 

หรือถ้ามองในแง่ของการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่เคียงข้างคนไทยในทุกช่วงชีวิต แคมเปญนี้ตอบโจทย์แนวคิดของ PTT Station ที่ต้องการขยับสถานะให้เป็นได้มากกว่าจุดเติมน้ำมัน ให้กลายเป็นพื้นที่ที่เข้าใจ เชื่อมโยงและโอบรับคนทุกกลุ่ม ทุกเจเนอเรชัน ไม่ว่าจะเป็นเด็กจบใหม่ที่กำลังสู้ชีวิต คนรุ่นใหม่ที่กำลังสร้างตัว พนักงานไรเดอร์ที่ขับรถส่งของท่ามกลางสายฝน หรือแม้กระทั่งพนักงานวัยเกษียณที่กำลังเริ่มต้นเรียนรู้งานใหม่

 

OR พร้อมเคียงข้างบนเส้นทางสู่ความสำเร็จที่อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าไม่หยุดพยายาม ทุกเป้าหมายก็ไปถึงได้ เพราะ “ทุกความพยายาม…มีค่าเสมอ”

 

รับชมภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ได้ทาง Youtube และ Facebook OR Official

Youtube OR Official:  https://youtu.be/_3iYEbBl8oc?si=rsEuzZCaldr0wQ1A   

Facebook OR Official: https://www.facebook.com/share/v/19EXJ1N6b2/

 

The post OR ทลายกำแพงอคติ ‘Gen Z ไม่สู้งาน’ ผ่านแคมเปญ ‘ทุกความพยายาม…มีค่าเสมอ’ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิยามใหม่ของ ‘ที่สุดของน้ำมัน’ PTT Station เปิดตัว Super PowerX 99 น้ำมันพรีเมียมค่าออกเทนมากกว่า 99 สูงสุดในไทย #สุดทุกจังหวะ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/ptt-super-powerx-99-premium-oil/ Wed, 24 Jun 2026 11:31:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1222217 PTT Station เปิดตัว Super PowerX 99 น้ำมันพรีเมียมค่าออกเทน 99+ สูงสุดในไทย

สำหรับรถยนต์ยุคใหม่ ความแรงไม่ใช่คำตอบเดียว เพราะเชื้อเ […]

The post นิยามใหม่ของ ‘ที่สุดของน้ำมัน’ PTT Station เปิดตัว Super PowerX 99 น้ำมันพรีเมียมค่าออกเทนมากกว่า 99 สูงสุดในไทย #สุดทุกจังหวะ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
PTT Station เปิดตัว Super PowerX 99 น้ำมันพรีเมียมค่าออกเทน 99+ สูงสุดในไทย

สำหรับรถยนต์ยุคใหม่ ความแรงไม่ใช่คำตอบเดียว เพราะเชื้อเพลิงส่งผลทั้งต่อการเผาไหม้ การตอบสนอง และความสะอาดของระบบในระยะยาว การเลือกน้ำมันพรีเมียมจึงไม่ควรดูแค่ค่าออกเทน แต่ต้องพิจารณาความสามารถในการดูแลและดึงสมรรถนะเครื่องยนต์ให้ครบทุกมิติ

 

นั่นทำให้ความโดดเด่นของการเปิดตัว ‘Super PowerX99’ โดย PTT Station อยู่ที่การยกระดับมาตรฐานพรีเมียมแก๊สโซฮอล์ด้วยค่าออกเทนที่มากกว่า 99 ซึ่งนับว่าสูงสุดในประเทศไทย การก้าวข้ามขีดจำกัดครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพรอบด้าน ทั้งการตอบสนองที่ฉับไว ความนุ่มนวลในการขับขี่ และการรักษาความสะอาดของเครื่องยนต์เพื่อรองรับนวัตกรรมยานยนต์รุ่นใหม่

 

PTT Station เปิดตัว Super PowerX 99 น้ำมันพรีเมียมค่าออกเทน 99+ สูงสุดในไทย 1

 

การขยับตัวของ PTT Station ในครั้งนี้จึงถือเป็นการเปลี่ยนทิศทางการแข่งขันในตลาดน้ำมันพรีเมียม จากเดิมที่เน้นเพียงตัวเลขค่าออกเทน ไปสู่การพัฒนาเชื้อเพลิงที่ส่งเสริมสมรรถนะสูงสุดควบคู่ไปกับการดูแลรักษาเครื่องยนต์ที่ทันสมัยอย่างแท้จริง

 

ค่าออกเทนที่มากที่สุด ตัวเลข 99 สำคัญอย่างไรกับรถที่ขับอยู่ทุกวัน?

 

ตัวเลข 95, 97 หรือ 99 ที่เราเห็นตามตู้จ่ายน้ำมัน แท้จริงแล้วไม่ใช่ตัวชี้วัดความเร็วที่เพิ่มขึ้นในทันที เพราะมันคือระดับความสามารถของเชื้อเพลิงในการต้านทานการชิงจุดระเบิดผิดจังหวะ หรืออาการที่คนรักรถรู้จักกันในชื่อ Knocking

 

เมื่อรถต้องรับภาระหนัก เช่น การเร่งแซงหรือบรรทุกสัมภาระ การจุดระเบิดที่แม่นยำคือหัวใจสำคัญในการปลดปล่อยพลังเครื่องยนต์ ค่าออกเทนสูงจึงเป็นเกราะคุ้มกันสมรรถนะ โดยเฉพาะในรถยนต์พรีเมียมและเทคโนโลยีเครื่องยนต์ยุคใหม่

 

 

การที่ Super PowerX99 เลือกพัฒนาบนฐานของค่าออกเทนที่มากกว่า 99 จึงเป็นการวางรากฐานให้เครื่องยนต์สามารถรีดสมรรถนะออกมาได้อย่างสุดกำลัง ไม่ว่าจะเป็นแรงม้า แรงบิด หรือการตอบสนองที่ฉับไวในยามที่ผู้ขับขี่ต้องการเรียกพลังสำหรับผู้ใช้รถทั่วไป ประโยชน์จากค่าออกเทนสูงคือความมั่นใจยามเร่งแซง เครื่องยนต์ทำงานไหลลื่นและนุ่มนวล สอดรับกับวิศวกรรมของรถอย่างลงตัว

 

PTT Station เปิดตัว Super PowerX 99 น้ำมันพรีเมียมค่าออกเทน 99+ สูงสุดในไทย 3

 

ที่สุดของน้ำมันพรีเมียม ต้องทำให้ “แรง” และ “สมูท” ไปพร้อมกันได้อย่างไร?

 

ความโดดเด่นของ Super PowerX99 จาก PTT Station เกิดจากการผสานนวัตกรรม PowerX Booster เข้ากับสาร New Friction Modifier สูตรพิเศษ เพื่อปลดล็อกขีดความสามารถของเครื่องยนต์ให้ทำงานได้อย่างเต็มกำลัง

 

สิ่งนี้จะมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าเพียงความเร็วแรงทั่วไป ด้วยการมอบความทรงพลังที่มาพร้อมความนุ่มนวลและต่อเนื่อง เพื่อการตอบสนองที่แม่นยำในทุกจังหวะการควบคุม มอบความไหลลื่นในการขับขี่ที่สัมผัสได้จริงสำหรับผู้ใช้รถทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการสัญจรในเมืองหรือการเดินทางไกลที่ต้องการความสุนทรีย์สูงสุด

 

ทำไมที่สุดของความสะอาดของระบบเชื้อเพลิงจึงเป็นเรื่องหลักของคนรักรถ?

 

เบื้องหลังสมรรถนะการขับขี่ที่ดีคือความสะอาดของระบบเชื้อเพลิง เนื่องจากคราบเขม่าจากการใช้งานอาจทำให้หัวฉีดจ่ายน้ำมันไม่แม่นยำ ส่งผลกระทบต่อการเผาไหม้และการตอบสนองของเครื่องยนต์ น้ำมันพรีเมียมจึงถูกออกแบบมาเพื่อดูแลเครื่องยนต์จากภายในและรักษาประสิทธิภาพในระยะยาว

 

 

Super PowerX99 มีการเติมสารพรีเมียมระดับโลกเข้มข้นถึง 4 เท่า เพื่อทำความสะอาดหัวฉีดและลดการอุดตัน ช่วยให้การพ่นละอองน้ำมันละเอียดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้เครื่องยนต์ตอบสนองได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งถือเป็นการดูแลรถที่ให้ผลลัพธ์ยั่งยืนกว่าเพียงแค่ความรู้สึกแรงในช่วงแรกของการเติม

 

ความสะอาดของระบบเชื้อเพลิงคือปัจจัยหลักที่ช่วยรักษาประสิทธิภาพให้คงอยู่เสมอ โดยการพ่นละอองน้ำมันที่ละเอียดจะช่วยให้การเผาไหม้สมบูรณ์และส่งผลให้เครื่องยนต์ตอบสนองได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งในระยะยาว เปรียบได้กับค่าออกเทนที่เป็นการปลดปล่อยพลังและความไหลลื่นที่เป็นการส่งผ่านสมรรถนะ ซึ่งความสะอาดจะเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้คุณสมบัติเหล่านั้นทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

 

น้ำมันพรีเมียมสำหรับรถยุคใหม่ต้องมีที่สุดของมาตรฐานอย่างไร?

 

ปัจจุบันเครื่องยนต์ถูกพัฒนาให้ซับซ้อนและมีมาตรฐานสูงขึ้น ทั้งด้านสมรรถนะ การใช้พลังงาน และสิ่งแวดล้อม การเลือกน้ำมันพรีเมียมสำหรับรถรุ่นใหม่จึงต้องพิจารณามากกว่าแค่ความแรง แต่ต้องช่วยให้ระบบเผาไหม้ทำงานได้แม่นยำและรักษาความสะอาดของเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

 

Super PowerX99 พัฒนาสูตรสารเติมแต่งตามมาตรฐาน Euro 6 เพื่อรองรับเทคโนโลยียานยนต์รุ่นใหม่ที่เน้นสมรรถนะ ประสิทธิภาพพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในยุคที่ระบบเผาไหม้ซับซ้อนขึ้น การเลือกน้ำมันจึงต้องพิจารณาความสอดคล้องกับเครื่องยนต์ ทั้งด้านการตอบสนองและความสะอาดของระบบเชื้อเพลิง Super PowerX99 จึงเป็นเชื้อเพลิงคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์การใช้งานรถยนต์ยุคใหม่ในทุกวัน ทั้งความแรง ความนุ่มนวล และการปกป้องเครื่องยนต์ในระยะยาว

 

Mercedes-Benz กับการเป็น Official Partner กับ Super PowerX99

 

ตัวเลขและเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอสำหรับการพิสูจน์สมรรถนะน้ำมัน เพราะประสบการณ์จริงต้องทดสอบบนถนนเพื่อให้เครื่องยนต์แสดงศักยภาพสูงสุด Super PowerX99 จึงได้ร่วมกับ Mercedes-Benz Thailand ในฐานะ Official Partner นำน้ำมันไปพิสูจน์ในสนามจริง เพื่อยืนยันว่าความเร็วแรงระดับ “ที่สุด”

 

 

โดย PTT Station ผนึกกำลัง Mercedes-Benz Thailand จัดกิจกรรม “The Ultimate Power Experience” เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ณ สนามพีระฯ เซอร์กิต พิสูจน์สมรรถนะ Super PowerX99 ผ่านรถยนต์ Mercedes-AMG เพื่อดึงศักยภาพสูงสุดทั้งการเร่งความเร็วและการควบคุม การทดสอบในสนามจริงสะท้อนความแม่นยำและการตอบสนองของเชื้อเพลิงที่เหนือกว่า เพื่อตอกย้ำว่า Super PowerX99 รองรับเทคโนโลยียานยนต์ชั้นสูงและเติมเต็มประสิทธิภาพเครื่องยนต์รุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

 

การทดสอบในสนามจริงสะท้อนความแม่นยำและการตอบสนองที่ฉับไวของเชื้อเพลิงเมื่อเครื่องยนต์ทำงานหนัก ซึ่งเป็นรายละเอียดเชิงลึกที่สัมผัสได้จริง ความร่วมมือระหว่าง PTT Station และ Mercedes-Benz Thailand จึงตอกย้ำว่า Super PowerX 99 ไม่เพียงให้ความแรง แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นในการรองรับเทคโนโลยีชั้นสูงและเติมเต็มประสิทธิภาพเครื่องยนต์รุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกมิติ

 

Super PowerX 99 ที่สุดของน้ำมันพรีเมียม

 

คำถามที่น่าสนใจคือ น้ำมันพรีเมียมหนึ่งถังสามารถยกระดับประสบการณ์การขับขี่ได้มากน้อยเพียงใด?

 

Super PowerX 99 จาก PTT Station ได้รับการพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “ที่สุดของน้ำมัน” ด้วยค่าออกเทนมากกว่า 99 สูงสุดในไทย เพื่อมอบทั้งการตอบสนองที่ฉับไวสำหรับรถสมรรถนะสูง ความลื่นไหลในการขับขี่สำหรับรถใช้งานทั่วไป ตลอดจนช่วยดูแลเครื่องยนต์ผ่านประสิทธิภาพการเผาไหม้ที่ดียิ่งขึ้น

 

 

ท้ายที่สุดแล้ว นิยามของ “ที่สุดของน้ำมัน” อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นพละกำลังที่ตอบสนองได้ดังใจ สุนทรียภาพของการขับขี่ หรือความมั่นใจในการดูแลรถยนต์ให้คงสมรรถนะได้ยาวนาน แต่จุดเริ่มต้นของประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ อาจเริ่มต้นจากการเลือกเชื้อเพลิงคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะและการดูแลเครื่องยนต์ไปพร้อมกัน

 

 

The post นิยามใหม่ของ ‘ที่สุดของน้ำมัน’ PTT Station เปิดตัว Super PowerX 99 น้ำมันพรีเมียมค่าออกเทนมากกว่า 99 สูงสุดในไทย #สุดทุกจังหวะ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
“โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี” เปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวัน เป็นการสร้างโอกาสให้คนมากมายโดยไม่รู้ตัว https://thestandard.co/life/or-creates-opportunities-daily-life/ Fri, 19 Jun 2026 10:14:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1220554 ภาพประกอบแนวคิด โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี ซึ่งประกอบด้วย ชุมชนดี สิ่งแวดล้อมดี และเติบโตดี

ลองนึกถึงการใช้ชีวิตในวันธรรมดาของคนคนหนึ่ง ตื่นเช้าขับ […]

The post “โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี” เปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวัน เป็นการสร้างโอกาสให้คนมากมายโดยไม่รู้ตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแนวคิด โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี ซึ่งประกอบด้วย ชุมชนดี สิ่งแวดล้อมดี และเติบโตดี

ลองนึกถึงการใช้ชีวิตในวันธรรมดาของคนคนหนึ่ง ตื่นเช้าขับรถไป PTT Station เพราะน้ำมันใกล้หมด จากนั้นก็ตรงเข้า Café Amazon เพื่อซื้อกาแฟ ระหว่างรอก็หยิบขนมถุงเล็กจากชั้นวางขึ้นมาดู ถึงยี่ห้อไม่คุ้น แต่ดูน่าลอง จ่ายเงิน รับขนม รับกาแฟ ขับรถต่อ

 

 
 

แม้ทั้งหมดจะเกิดขึ้นภายในเวลาไม่เกินสิบห้านาที ดูเป็นวันธรรมดาที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่เบื้องหลังสิบห้านาทีนั้น เขากำลังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโอกาสให้กับคนอีกมากมาย โดยไม่รู้ตัว

 

โอกาสที่ทำงานอยู่ทุกวัน แม้ไม่มีใครสังเกต

 

กาแฟหอมกรุ่นในถ้วยของเขา แท้จริงแล้วเป็นกาแฟจากเมล็ดที่เกษตรกรในเชียงรายปลูกภายใต้โครงการพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืนของ โออาร์ ซึ่งหมายความว่าเกษตรกรคนนั้นจะขายกาแฟได้ในราคาที่เป็นธรรม มีรายได้ที่คาดเดาได้ และมีเหตุผลให้อยู่กับบ้าน พัฒนาชุมชน แทนที่จะเข้าเมือง บาริสต้าที่ยื่นถ้วยให้อาจเป็นหนึ่งในพนักงานของ Café Amazon for Chance กว่า 500 สาขาทั่วประเทศ ที่เปิดโอกาสให้กลุ่มคนที่ตลาดแรงงานทั่วไปมองผ่าน ทั้งผู้พิการ ผู้สูงอายุ ทหารผ่านศึกและครอบครัว รวมไปถึงเยาวชนที่ขาดโอกาส ขนมถุงเล็กที่เขาหยิบขึ้นมาโดยไม่ได้คิดอะไร คือสินค้าจาก โครงการไทยเด็ด ที่เปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการชุมชนกว่า 500 ราย ได้วางสินค้ากว่า 1,300 รายการใน PTT Station และ Café Amazon กว่า 4,600 สาขา และเงินที่จ่ายไปก็วนกลับสู่ชุมชนต้นทางโดยตรง

 

ภาพประกอบแนวคิด โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี ซึ่งประกอบด้วย ชุมชนดี สิ่งแวดล้อมดี และเติบโตดี 1

 

ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้น โออาร์ เรียกรวมกันว่า “ชุมชนดี” หนึ่งในสามมิติหลักของแนวคิด “โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี” ที่ตั้งเป้ายกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้กับผู้คนใน 17,000 ชุมชน หรือมากกว่า 12 ล้านชีวิตทั่วประเทศไทยภายในปี 2573 โดยมุ่งสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือชั่วคราว แต่คือการสร้างระบบที่ทำให้ชุมชนยืนได้ด้วยตัวเอง

 

ภาพประกอบแนวคิด โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี ซึ่งประกอบด้วย ชุมชนดี สิ่งแวดล้อมดี และเติบโตดี 2

 

แต่ชุมชนจะแข็งแรงได้จริง ก็ต่อเมื่อโลกรอบข้างไม่เสื่อมลงทุกวัน และคนในชุมชนนั้นมีโอกาสเติบโตได้พร้อมกัน นั่นคือเหตุผลที่ “โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี” ไม่ได้หยุดแค่ชุมชนดี แต่ยังครอบคลุมมิติ “สิ่งแวดล้อมดี” และ “เติบโตดี” ในแบบที่เชื่อมโยงกัน ไม่ใช่สามเรื่องแยกกัน

 

ภาพประกอบแนวคิด โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี ซึ่งประกอบด้วย ชุมชนดี สิ่งแวดล้อมดี และเติบโตดี 3

 

เมื่อสิ่งแวดล้อมดี ชุมชนก็อยู่ได้นานขึ้น

 

เพื่อนร่วมงานของเขาที่เพิ่งเปลี่ยนมาใช้รถ EV สามารถขับรถกลับบ้านโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมดกลางทาง เพราะ โออาร์ ติดตั้ง EV Station PluZ กระจายอยู่ครบทั้ง 77 จังหวัด กว่า 1,350 แห่ง เหนือหลังคาบ้านเขามีเครื่องบินบินผ่านบนท้องฟ้าตลอดวัน บางเที่ยวบินนั้นบินด้วย SAF น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนที่ โออาร์ จำหน่ายให้สายการบินพาณิชย์หลายแห่ง ผู้โดยสารถึงที่หมายโดยไม่รู้ตัวว่าเครื่องบินปล่อยคาร์บอนออกไปน้อยลงกว่าปกติ เช่นเดียวกับที่เขาไม่รู้ว่าใต้ถนนสายสระบุรี–ขอนแก่นที่ขับผ่านตลอดวัน มีท่อส่งน้ำมัน TPN (Thai Pipeline Network) ช่วยลำเลียงเชื้อเพลิงแทนรถบรรทุกอีกนับร้อยคัน ถนนเลยไม่ต้องอัดแน่นด้วยรถขนาดใหญ่ และในอากาศก็มีฝุ่นมลพิษเจือปนลดลง โออาร์ วางเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้มากกว่า 1ใน 3 เทียบกับปี 2565 ภายในปี 2573 และมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2593

 

ภาพประกอบแนวคิด โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี ซึ่งประกอบด้วย ชุมชนดี สิ่งแวดล้อมดี และเติบโตดี 4

ภาพประกอบแนวคิด โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี ซึ่งประกอบด้วย ชุมชนดี สิ่งแวดล้อมดี และเติบโตดี 5

 

เมื่อคนเติบโตได้ ชุมชนก็เติบโตไปด้วย

 

การที่ผู้ประกอบการ SME และวิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ ได้เข้ามาใน OR Ecosystem ที่มีลูกค้าผ่านเข้าออกกว่า 4 ล้านคนต่อวัน สิ่งที่ผู้ประกอบการต่าง ๆ ได้ไม่ใช่แค่ชั้นวาง แต่คือการเข้าถึงตลาดระดับประเทศโดยไม่ต้องแบกต้นทุนสร้างแบรนด์ด้วยตัวเอง และอีกคนในครอบครัวที่ทั้งชีวิตไม่เคยมีบัญชีธนาคาร กำลังเข้าถึงสินเชื่อในระบบเป็นครั้งแรกผ่าน CLICX Virtual Bank ที่ใช้เครือข่าย PTT Station และ Café Amazon เป็นตัวเชื่อมระหว่างโลก Physical กับ Digital โดย โออาร์ ตั้งเป้าสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กระจายถึงคู่ค้า ผู้ประกอบการ ชุมชน และพนักงาน รวมกว่า 1 ล้านราย ภายในปี 2573 เพราะ “เติบโตดี” ไม่ได้วัดจากตัวเลขของบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่วัดจากจำนวนคนที่ก้าวไปข้างหน้าได้พร้อมกัน

 

ภาพประกอบแนวคิด โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี ซึ่งประกอบด้วย ชุมชนดี สิ่งแวดล้อมดี และเติบโตดี 6

 

ชายคนนั้นกลับถึงบ้าน วางกุญแจ และไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับวันนี้เป็นพิเศษ เช่นเดียวกับคนรอบตัวเขาจำนวนมากที่กำลังใช้ชีวิตในแบบตัวเอง คนที่แวะชาร์จรถระหว่างทางกลับบ้าน คนที่รอดูว่าขนมที่ทำจะมีคนซื้อไหม คนที่เพิ่งได้รับการอนุมัติสินเชื่อเป็นครั้งแรกในชีวิต และเกษตรกรบนดอยที่ดูแลต้นกาแฟของตัวเองทุกวัน ทุกคนต่างใช้ชีวิตไปตามปกติ โดยไม่รู้ว่าตัวเองกำลังส่งต่อคุณค่าให้คนอีกมากมาย และนั่นคือสิ่งที่ โออาร์ ออกแบบมาภายใต้แนวคิด “โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี” ความยั่งยืนที่เกิดขึ้นเองผ่านการใช้ชีวิตธรรมดาในทุกวัน

The post “โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี” เปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวัน เป็นการสร้างโอกาสให้คนมากมายโดยไม่รู้ตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
blueplus+ เปลี่ยนค่าใช้จ่ายให้เป็นความคุ้มค่า สมัครแล้วรับทันที 100 bluepoints 1-31 พ.ค.69 [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/blueplus-app-rewards/ Mon, 11 May 2026 07:00:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1205240 ภาพหน้าจอแสดงแอปพลิเคชัน blueplus+ พร้อมรายละเอียดการสะสมและใช้ bluepoint เพื่อแลกส่วนลดและสิทธิพิเศษ

รายจ่ายประจำวันเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการเติมน้ำมันที่ PTT […]

The post blueplus+ เปลี่ยนค่าใช้จ่ายให้เป็นความคุ้มค่า สมัครแล้วรับทันที 100 bluepoints 1-31 พ.ค.69 [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพหน้าจอแสดงแอปพลิเคชัน blueplus+ พร้อมรายละเอียดการสะสมและใช้ bluepoint เพื่อแลกส่วนลดและสิทธิพิเศษ

รายจ่ายประจำวันเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการเติมน้ำมันที่ PTT Station ซื้อเครื่องดื่มและขนมที่ Café Amazon ดูแลรถที่ศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto จะดีกว่ามั้ยถ้าเราสามารถเปลี่ยนเป็นให้ค่าใช้จ่ายเดิม ๆ กลับคืนมาผ่านส่วนลด หรือสิทธิพิเศษที่ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น

 

blueplus+ จึงเป็นหนึ่งในแอปพลิเคชันที่ควรมีติดเครื่องไว้ เพราะนี่คือแอปพลิเคชันที่รวมความคุ้มจากแบรนด์ในเครือ OR และสิทธิพิเศษหลากหลายไว้ในที่เดียว ตั้งแต่การเดินทาง กาแฟ การดูแลรถ ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ในแต่ละวัน

 

ทำไมคุณถึงควรมี “blueplus+”

 

ยุคนี้ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าค่าครองชีพสูงขึ้น รายจ่ายประจำวันมากมายล้วนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ blueplus+ จึงชวนให้ทุกคนมาเปลี่ยนความจำเป็นในชีวิตให้สามารถช่วยสะสมสิทธิประโยชน์ให้กับเรามากขึ้น สามารถสะสมกลายเป็นการประหยัดที่เห็นผลได้จริง

 

นอกจากเราจะตอบโจทย์ของการประหยัดแล้ว ยังเป็นการหาเครื่องมือที่ทำให้รายจ่ายเดิมทำงานได้มากขึ้น ทั้งรวมส่วนลด คูปอง และสิทธิพิเศษไว้ในที่เดียว เป็นตัวช่วยที่ทำให้การใช้จ่ายประจำวันคุ้มค่าเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่จ่าย

 

blueplus+ แอปเดียวที่รวมความคุ้มของ OR Ecosystem

 

จุดเด่นของ blueplus+ คือการเป็นแอปที่รวมแบรนด์ในเครือ OR ไว้ในที่เดียว ทำให้ผู้ใช้สามารถสะสม ใช้สิทธิ์ แลกส่วนลด และมองหาความคุ้มจากบริการที่อยู่ใกล้ชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น โดยทั้งหมดถูกเชื่อมเข้ามาอยู่ในแอปเดียว ช่วยให้การใช้จ่ายประจำวันคุ้มขึ้นได้ในหลายจังหวะชีวิต ไม่ว่าจะเป็น

 

  • การเติมน้ำมันที่ PTT Station
  • แวะซื้อเครื่องดื่มและขนมที่ Café Amazon
  • ดูแลรถด้วย PTT Lubricants ที่ FIT Auto
  • ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ EV Station PluZ
  • สั่ง ก๊าซหุงต้ม ปตท.
  • ซื้อสินค้าจาก Jiffy และfound & found

 

blueplus+ รวมสิทธิประโยชน์ที่สามารถตรวจสอบ bluepoint สิทธิพิเศษ คูปอง หรือส่วนลดที่เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ได้ง่ายขึ้น สำหรับผู้ใช้บริการในเครือ OR ประจำ blueplus+ ช่วยเปลี่ยนรายจ่าย เช่น การเติมน้ำมันหรือซื้อกาแฟให้เป็น bluepoint ส่วนลด หรือสิทธิพิเศษอีกมากมาย

 

ภาพหน้าจอแสดงแอปพลิเคชัน blueplus+ พร้อมรายละเอียดการสะสมและใช้ bluepoint เพื่อแลกส่วนลดและสิทธิพิเศษ 1

 

สิทธิประโยชน์ในแอป blueplus+ ใช้อย่างไรให้คุ้มขึ้น

 

อยากใช้แต้ม blueplus+ ให้คุ้มค่าต้องทำอย่างไร? เริ่มจาก “blue point” ที่สามารถนำไปแลกแทนเงินสดหรือแลกสิทธิพิเศษได้ ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดค่าน้ำมัน กาแฟ หรือบริการต่าง ๆ ในเครือ OR ทำให้ทุกการใช้จ่ายไม่จบแค่การจ่ายเงิน แต่ยังมี bluepoint ที่นำกลับมาใช้ต่อได้

 

อีกหนึ่งสิทธิประโยชน์สำคัญคือ คูปองส่วนลด จากร้านค้าแบรนด์ดัง ครอบคลุมหลายไลฟ์สไตล์ ทั้งกิน เที่ยว ชอป และบริการต่าง ๆ ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อคูปองที่เหมาะกับการใช้ชีวิตของตัวเอง เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในแต่ละวันได้ง่ายขึ้น

 

สำหรับคนที่ต้องการความสะดวกในการจ่ายเงิน แอปยังมี blueplus+ wallet ที่ช่วยให้สแกนจ่ายได้ง่าย สะสม blue point ได้อัตโนมัติ และมีโอกาสรับเงินคืนตามโปรโมชันที่กำหนด เท่ากับว่าทุกครั้งที่จ่าย ก็มีโอกาสได้ความคุ้มกลับมาเพิ่ม

 

นอกจากนี้ blueplus+ ยังมีระบบ ระดับสมาชิก ที่ยิ่งใช้งานและสะสมมากขึ้น ก็ยิ่งมีโอกาสอัปเกรดระดับสมาชิกเพื่อรับสิทธิพิเศษและส่วนลดที่มากขึ้น เช่น ระดับแพลทตินัม เหมาะสำหรับคนที่ใช้บริการในเครือ OR เป็นประจำ และต้องการสะสมความคุ้มในระยะยาว

 

สมัครแอป blueplus+ เดือนพฤษภาคมนี้ รับความคุ้มตั้งแต่ครั้งแรก

 

สำหรับคนที่ยังไม่มีแอป blueplus+ หรือมีแอปแล้วแต่ยังไม่เคยล็อกอินเข้าใช้งาน ในช่วงวันที่ 1-31 พ.ค. 69 คือจังหวะที่เหมาะเพราะเมื่อสมัครแอป blueplus+ หรือเข้าสู่ระบบครั้งแรก จะได้รับ 100 blue points = ส่วนลด 20 บาทเลย ทันที

 

ภาพหน้าจอแสดงแอปพลิเคชัน blueplus+ พร้อมรายละเอียดการสะสมและใช้ bluepoint เพื่อแลกส่วนลดและสิทธิพิเศษ 2

 

โดย 100 blue points สามารถใช้เป็นส่วนลดได้ถึง 20 บาท ที่ PTT Station, Café Amazon และร้านค้าในเครือ OR เท่ากับว่าเริ่มใช้งานครั้งแรกก็ได้รับความคุ้มกลับมาใช้ได้จริง ไม่ว่าจะนำไปช่วยประหยัดค่าน้ำมัน กาแฟ หรือการใช้จ่ายในร้านค้าเครือ OR

 

  • สำหรับสมาชิกใหม่ ที่สมัครแอป blueplus+ และล็อกอินเข้าใช้งานแอป blueplus+ ครั้งแรก
  • สำหรับสมาชิกปัจจุบัน ที่ล็อกอินเข้าใช้งานแอป blueplus+ ครั้งแรก
  • โดยสิทธิ์ทั้งหมดมีจำนวนจำกัด 120,000 สิทธิ์ ตลอดระยะเวลาแคมเปญ

 

อีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้แอป blueplus+ คือ การส่งคูปองส่วนลดให้เพื่อน ทำให้ความคุ้มไม่ได้หยุดอยู่แค่การใช้เอง แต่สามารถส่งต่อให้คนใกล้ตัวได้ด้วย เช่น เมื่อเจอคูปองร้านที่เพื่อนน่าจะใช้ หรือส่วนลดที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรอบตัว ก็สามารถส่งต่อความคุ้มได้ง่ายขึ้น

 

แคมเปญนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้ใช้เห็นภาพ blueplus+ ชัดขึ้น ตั้งแต่การรับ blue point ไปใช้เป็นส่วนลด ไปจนถึงการเลือกคูปองและส่งต่อสิทธิประโยชน์ให้คนอื่น สำหรับใครที่อยากบริหารค่าใช้จ่ายประจำวันให้คุ้มขึ้น การมี blueplus+ ติดเครื่องไว้คือทางเลือกที่เริ่มต้นได้ง่ายในเดือนพฤษภาคมนี้

 

ค่าใช้จ่ายประจำวันอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ทุกการใช้จ่ายสามารถคุ้มขึ้นได้ผ่าน bluepoint ส่วนลด คูปอง และสิทธิพิเศษที่ใช้ได้จริง blueplus+ เหมาะกับคนที่ใช้ชีวิตตามปกติ เติมน้ำมัน ซื้อกาแฟ ดูแลรถ แต่ต้องการให้รายจ่ายเหล่านั้นกลับมาเป็นประโยชน์มากขึ้น

 

โหลดแอป blueplus+ เลยที่ App Store, Google Play และ App Gallery เพื่อเริ่มสะสม bluepoint ใช้สิทธิ์แลกส่วนลด และพลัสความคุ้มให้ชีวิตประจำวันได้แล้ววันนี้

 

The post blueplus+ เปลี่ยนค่าใช้จ่ายให้เป็นความคุ้มค่า สมัครแล้วรับทันที 100 bluepoints 1-31 พ.ค.69 [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
สส.ปกรณ์ชี้น้ำมันพุ่ง 6 บาท ซ้ำเติมคนแม่ฮ่องสอนเหตุต้นทุนขนส่งสูง แนะรัฐบาลหยุดบริหารไร้ทิศทาง ปล่อยประชาชนรับกรรม https://thestandard.co/mae-hong-son-fuel-price-hike/ Thu, 26 Mar 2026 04:33:12 +0000 https://thestandard.co/mae-hong-son-fuel-price-hike/ ภาพประกอบกราฟิกแสดงราคาน้ำมันพุ่ง 6 บาท ซ้ำเติมคนแม่ฮ่องสอน ซึ่งได้รับผลกระทบจากต้นทุนขนส่งสูง และข้อเรียกร้องให้รัฐบาลมีทิศทางการบริหารที่ชัดเจน

วันนี้ (26 มีนาคม) ปกรณ์ จีนาคำ สส.แม่ฮ่องสอน พรรคกล้าธ […]

The post สส.ปกรณ์ชี้น้ำมันพุ่ง 6 บาท ซ้ำเติมคนแม่ฮ่องสอนเหตุต้นทุนขนส่งสูง แนะรัฐบาลหยุดบริหารไร้ทิศทาง ปล่อยประชาชนรับกรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบกราฟิกแสดงราคาน้ำมันพุ่ง 6 บาท ซ้ำเติมคนแม่ฮ่องสอน ซึ่งได้รับผลกระทบจากต้นทุนขนส่งสูง และข้อเรียกร้องให้รัฐบาลมีทิศทางการบริหารที่ชัดเจน

วันนี้ (26 มีนาคม) ปกรณ์ จีนาคำ สส.แม่ฮ่องสอน พรรคกล้าธรรม กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบปรับลดอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 6 บาทต่อลิตรในวันเดียวว่า เป็นสถานการณ์ที่สร้างภาระหนักให้กับประชาชน โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน ราคาหน้าปั๊ม PTT Station อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นกว่าราคาขายปลีกที่ประกาศ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และพื้นที่อื่น ๆ เนื่องจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพื้นที่ห่างไกลจากโรงกลั่นน้ำมัน และเส้นทางคมนาคมคดเคี้ยว ทำให้ค่าขนส่งสูง

 

ปกรณ์ระบุว่า ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจดีว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของรัฐบาลไทย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ประชาชนไม่เข้าใจและยากจะยอมรับได้ คือ แนวทางการบริหารจัดการวิกฤตน้ำมันของรัฐบาลที่ขาดความชัดเจน และมีลักษณะย้อนแย้ง เปลี่ยนไปมา จนทำให้เกิดความสับสนและความไม่มั่นใจในทิศทางนโยบาย

 

“ผมเชื่อว่าทุกคนเข้าใจสถานการณ์โลก แต่สิ่งที่พวกเราไม่เข้าใจ คือ การบริหารของรัฐบาลที่ไม่ชัดเจน ไม่มีทิศทางที่แน่นอน ทำให้ประชาชนต้องมารับภาระอย่างเต็มที่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ นอกจากค่าครองชีพของประชาชนที่จะปรับตัวสูงขึ้นแล้ว ยังจะกระทบต่อภาคแรงงานในโรงงานต่างๆ เช่น ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ก็เริ่มมีการหารือกันถึงการปรับลดแรงงาน เพื่อช่วยลดต้นทุนในการผลิตแล้ว” ปกรณ์กล่าว

 

ปกรณ์ยังเน้นย้ำว่า ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ รัฐบาลควรมีบทบาทสำคัญเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร และแรงงาน ต้องเผชิญกับต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นเพียงลำพัง โดยการปรับขึ้นราคาน้ำมันในลักษณะก้าวกระโดดเช่นนี้ จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคการขนส่ง ภาคการผลิต รวมไปถึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนพลังงาน ซึ่งสุดท้ายแล้วผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือประชาชน

 

“พรรคกล้าธรรม ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งทบทวนมาตรการรับมือปัญหาน้ำมันอย่างจริงจัง และมีแผนที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องดิ้นรนและเดือดร้อนไปมากกว่านี้ ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องหยุดแนวทางการบริหารที่ไม่แน่นอน และหันมาแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด ‘พอแล้ว พอแล้ว’ กับภาระที่ประชาชนต้องแบกรับจากรัฐบาลที่ไร้ประสิทธิภาพในช่วงวิกฤตเช่นนี้” ปกรณ์กล่าว

The post สส.ปกรณ์ชี้น้ำมันพุ่ง 6 บาท ซ้ำเติมคนแม่ฮ่องสอนเหตุต้นทุนขนส่งสูง แนะรัฐบาลหยุดบริหารไร้ทิศทาง ปล่อยประชาชนรับกรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
หอบแกลลอนเรียงคิวตุนน้ำมัน รับมือภาวะสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ https://thestandard.co/fuel-hoarding-middle-east-war/ Mon, 16 Mar 2026 09:31:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1188196 ภาพประชาชนนำแกลลอนและถังสำรองน้ำมันมาต่อคิวรอเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันในจังหวัดปทุมธานี

วันนี้ (16 มีนาคม) ภาพบรรยากาศบริเวณสถานีบริการน้ำมันใน […]

The post หอบแกลลอนเรียงคิวตุนน้ำมัน รับมือภาวะสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประชาชนนำแกลลอนและถังสำรองน้ำมันมาต่อคิวรอเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันในจังหวัดปทุมธานี

วันนี้ (16 มีนาคม) ภาพบรรยากาศบริเวณสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบจากวิกฤตความตื่นตระหนกด้านพลังงานอย่างชัดเจน เมื่อทีมช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์และพบว่า ประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร ได้นำแกลลอนและถังสำรองน้ำมันมาต่อคิวรอรับบริการอย่างต่อเนื่อง บางรายถึงขั้นเดินทางมารอตั้งแต่ก่อนสถานีบริการเปิดทำการ เพื่อหวังซื้อน้ำมันตุนไว้ใช้สำหรับงานในภาคการเกษตร

 

ปรากฏการณ์ดังกล่าว เกิดจากความวิตกกังวลของประชาชนต่อวิกฤตความมั่นคงทางพลังงาน อันเป็นผลพวงมาจากสถานการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ ประกอบกับความกังวลเรื่องการสิ้นสุดระยะเวลาของมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซล ทำให้ประชาชนและเกษตรกรเกรงว่าปริมาณน้ำมันจะไม่เพียงพอต่อการใช้งานและอาจมีราคาพุ่งสูงขึ้นในระยะเวลาอันใกล้

 

เพื่อเป็นการรับมือกับพฤติกรรมการกักตุนที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน สถานีบริการน้ำมันหลายแห่งได้เริ่มบังคับใช้มาตรการจำกัดการจำหน่ายอย่างเข้มงวด อาทิ การจำกัดโควตาเติมน้ำมันใส่รถยนต์สูงสุดไม่เกิน 500 บาทต่อคัน และจำกัดการเติมใส่แกลลอนไม่เกิน 300 บาท

 

ขณะที่สถานีบริการรายใหญ่บางแห่ง เช่น PTT Station และบางจาก ได้ยกระดับมาตรการ ด้วยการประกาศ งดให้บริการเติมน้ำมันลงในแกลลอนหรือภาชนะบรรจุทุกชนิดชั่วคราว โดยอนุญาตให้เติมน้ำมันผ่านหัวจ่ายเข้าสู่ถังน้ำมันของยานพาหนะโดยตรงเท่านั้น

 

ภาพประชาชนนำแกลลอนและถังสำรองน้ำมันมาต่อคิวรอเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันในจังหวัดปทุมธานี 1ภาพประชาชนนำแกลลอนและถังสำรองน้ำมันมาต่อคิวรอเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันในจังหวัดปทุมธานี 2ภาพประชาชนนำแกลลอนและถังสำรองน้ำมันมาต่อคิวรอเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันในจังหวัดปทุมธานี 3ภาพประชาชนนำแกลลอนและถังสำรองน้ำมันมาต่อคิวรอเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันในจังหวัดปทุมธานี 4ภาพประชาชนนำแกลลอนและถังสำรองน้ำมันมาต่อคิวรอเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันในจังหวัดปทุมธานี 5ภาพประชาชนนำแกลลอนและถังสำรองน้ำมันมาต่อคิวรอเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันในจังหวัดปทุมธานี 6ภาพประชาชนนำแกลลอนและถังสำรองน้ำมันมาต่อคิวรอเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันในจังหวัดปทุมธานี 7ภาพประชาชนนำแกลลอนและถังสำรองน้ำมันมาต่อคิวรอเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันในจังหวัดปทุมธานี 8ภาพประชาชนนำแกลลอนและถังสำรองน้ำมันมาต่อคิวรอเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันในจังหวัดปทุมธานี 9ภาพประชาชนนำแกลลอนและถังสำรองน้ำมันมาต่อคิวรอเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันในจังหวัดปทุมธานี 10

The post หอบแกลลอนเรียงคิวตุนน้ำมัน รับมือภาวะสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบื้องลึกแผน CENTEL จับมือ OR ปั้น ‘Budget Hotel’ ทุ่ม 700 ล้านบาท ในเฟสแรก 6 แห่ง ธุรกิจที่มีมาร์จินสูงกว่า รร.หรู เน้นเปิดในปั๊ม ปตท. เล็งต่อยอดทำแฟรนไชส์ทั่วประเทศ https://thestandard.co/centel-or-ptt-budget-hotel/ Wed, 18 Feb 2026 08:51:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1179719 กันย์ ศรีสมพงษ์ ผู้บริหาร CENTEL ให้สัมภาษณ์แผนร่วมทุน OR พัฒนา Budget Hotel

หลังจากที่ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรื […]

The post เบื้องลึกแผน CENTEL จับมือ OR ปั้น ‘Budget Hotel’ ทุ่ม 700 ล้านบาท ในเฟสแรก 6 แห่ง ธุรกิจที่มีมาร์จินสูงกว่า รร.หรู เน้นเปิดในปั๊ม ปตท. เล็งต่อยอดทำแฟรนไชส์ทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กันย์ ศรีสมพงษ์ ผู้บริหาร CENTEL ให้สัมภาษณ์แผนร่วมทุน OR พัฒนา Budget Hotel

หลังจากที่ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถึงการร่วมทุนกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เพื่อรุกธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel)

 

ล่าสุด THE STANDARD WEALTH ได้สัมภาษณ์พิเศษ กันย์ ศรีสมพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน และรองประธานฝ่ายการเงินและบริหาร ของ CENTEL เพื่อเจาะลึกถึงยุทธศาสตร์และรายละเอียดของความร่วมมือในครั้งนี้

 

กันย์ เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในระยะแรก หรือ เฟส 1 จะเริ่มต้นด้วยการพัฒนาโรงแรมจำนวน 6 แห่ง โดยกระจายตัวอยู่ในทำเลสำคัญทั้ง กรุงเทพฯ, ภูเก็ต, ชลบุรี, หาดใหญ่ และกาญจนบุรี ซึ่งเน้นกลุ่มเมืองท่องเที่ยวเป็นหลัก

 

สำหรับกลยุทธ์ด้านทำเลที่ตั้ง แม้จะไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่ในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ทั้งหมด แต่ในเฟสแรกนี้ จากจำนวน 6 แห่ง จะมีถึง 5 แห่งที่ตั้งอยู่ภายในสถานีบริการน้ำมัน และมีเพียง 1 แห่งที่อยู่นอกพื้นที่ปั๊ม โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือนักเดินทางที่ใช้รถยนต์ รวมถึงทำเลที่ตั้งที่อยู่ใกล้สนามบินเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มหนึ่ง

 

เปิดไทม์ไลน์ลงทุน 700 ล้านบาท คาดเริ่มทยอยเปิดครึ่งหลังปี 70

 

สำหรับกรอบเวลาการดำเนินงาน คาดว่าโรงแรมในเฟสแรกจะทยอยเปิดให้บริการในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2027 ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2028

 

สำหรับการลงทุนในโครงการนี้ CENTEL ถือหุ้นในสัดส่วน 51% โดยแจ้งวงเงินลงทุนในส่วนของบริษัทฯ ไว้ไม่เกิน 360 ล้านบาท เมื่อคำนวณมูลค่าการลงทุนรวมของทั้งโครงการ (Total Investment) สำหรับ 6 แห่งแรก จะอยู่ที่ประมาณ 700 ล้านบาท

 

ทำไมต้อง ‘Budget Hotel’ ชูจุดเด่น Cost Control ดันมาร์จินพุ่ง

 

เมื่อถามถึงเหตุผลที่ CENTEL ตัดสินใจกระโดดลงมาเล่นในตลาด Budget Segment กันย์อธิบายว่า นี่เป็นเซกเมนต์ที่มีความน่าสนใจสูง เนื่องจากมีอัตราการทำกำไร (Profit Margin) ที่ค่อนข้างดี โดยหัวใจสำคัญคือการควบคุมต้นทุน (Cost Control) ทั้งค่าก่อสร้างและค่าบริหารจัดการที่ไม่สูงมากนัก

 

โดยขนาดของโรงแรมแต่ละแห่งจะมีจำนวนห้องพักประมาณ 70-80 ห้อง

 

กันย์ ยังประเมินว่า ธุรกิจใหม่นี้มีแนวโน้มทำอัตรากำไร (Margin) ได้ดีกว่าพอร์ตโฟลิโอปัจจุบันของ CENTEL ซึ่งหากดูตัวเลข 9 เดือนแรกของปี 2568 ที่ผ่านมาที่มี EBITDA Margin ของบริษัทเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 35% แต่สำหรับโปรเจกต์ Budget Hotel นี้ คาดว่าจะทำตัวเลขได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยดังกล่าวของบริษัทฯ

 

กันย์ ศรีสมพงษ์ ผู้บริหาร CENTEL ให้สัมภาษณ์แผนร่วมทุน OR พัฒนา Budget Hotel 1

ภาพ : กันย์ ศรีสมพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน และรองประธานฝ่ายการเงินและบริหาร ของ CENTEL

 

เคาะราคาคืนละ 800-1,300 บาท หวัง Occupancy 70-80%

 

ในแง่ของประมาณการรายได้ บริษัทตั้งเป้าอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ไว้ที่ระดับ 70-80% โดยโครงสร้างราคาห้องพักจะแบ่งตามโลเคชัน หากเป็นต่างจังหวัดจะเริ่มต้นที่ประมาณ 800 บาทต่อคืน และราคาเฉลี่ยสูงสุดอาจอยู่ที่ราว 1,200-1,300 บาทต่อคืน

 

หวัง Synergy กับ OR ใช้ Ecosystem ในปั๊ม ลดต้นทุน-มีบริการครบ

 

กันย์ อธิบายต่อว่า ความได้เปรียบสำคัญของดีลนี้คือการใช้ Ecosystem ของ OR ให้เกิดประโยชน์สูงสุด กันย์ระบุว่า การตั้งโรงแรมใน PTT Station ทำให้ CENTEL ไม่ต้องลงทุนสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานเพิ่ม เพราะภายในปั๊มมีทั้งร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร และร้านกาแฟรองรับ Traffic ของผู้ใช้อยู่แล้ว ซึ่งถือเป็น Pain Point ที่ได้รับการแก้ไขเมื่อมีพาร์ตเนอร์ที่แข็งแกร่ง

 

โรดแมประยะยาว เล็งปั้น ‘แฟรนไชส์’ ปูพรมทั่วประเทศ สำหรับแผนระยะยาว กันย์มองว่าจำนวนโรงแรมจะขยายตัวไปถึงระดับหลายสิบแห่งในอนาคต เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ

 

โดยโมเดลการขยายธุรกิจในอนาคตอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่การลงทุนเอง (Own Investment) แต่อาจมีการใช้ระบบ ‘แฟรนไชส์’ เข้ามาเสริม เพื่อให้สามารถขยายสาขาได้รวดเร็วและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทั้งในรูปแบบที่ตั้งอยู่ในปั๊มและนอกปั๊ม

 

“ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการใช้เวลาเจรจาร่วมกันมานานนับปี และเป็นก้าวสำคัญของ CENTEL ในการแตกไลน์ธุรกิจสู่ตลาด Mass Market ที่เน้นความคล่องตัวและทำ EBITDA Margin สูง เพื่อรองรับเทรนด์นักเดินทางรุ่นใหม่ที่หันมานิยมที่พักราคาประหยัดและเน้นความสะดวกสบายมากขึ้น” กันย์กล่าว

The post เบื้องลึกแผน CENTEL จับมือ OR ปั้น ‘Budget Hotel’ ทุ่ม 700 ล้านบาท ในเฟสแรก 6 แห่ง ธุรกิจที่มีมาร์จินสูงกว่า รร.หรู เน้นเปิดในปั๊ม ปตท. เล็งต่อยอดทำแฟรนไชส์ทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
OR ปรับพอร์ตสู่อนาคต ดัน Mobility–Non-Oil–Digital Ecosystem เติบโตไปพร้อมกัน [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/or-mobility-non-oil-digital-ecosystem/ Tue, 23 Dec 2025 03:00:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1152889

แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงาน นโยบายการค […]

The post OR ปรับพอร์ตสู่อนาคต ดัน Mobility–Non-Oil–Digital Ecosystem เติบโตไปพร้อมกัน [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงาน นโยบายการค้า และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)(OR) ยังคงแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน

 

การเติบโตของ OR ไม่ได้เกิดจากโชคช่วย แต่เกิดจากยุทธศาสตร์ที่ต่อเนื่อง ทั้งการปรับโครงสร้างธุรกิจ การกระจายรายได้ และการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย

 

สร้างรายได้จากน้ำมัน พร้อมวางเกมยาวสู่พลังงานสะอาด

 

แรงขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่ม Mobility ที่สะท้อนวิสัยทัศน์ระยะยาวของ OR คือ การปูรากฐานสู่ Future Fuel & Seamless Mobility โมเดลที่รวมพลังงานแห่งอนาคตในทุกรูปแบบ

 

OR โชว์ผลประกอบการแข็งแกร่ง 9 เดือนแรก

 

ปัจจุบัน OR ขยายเครือข่าย EV Station PluZ กว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ ถือเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานสำคัญรองรับการเติบโตของตลาด EV ในอีกหลายปีข้างหน้า

 

PTT Station: แพลตฟอร์มยุทธศาสตร์ที่ผลักดัน Non-Oil เติบโตต่อเนื่อง

 

สำหรับการเติบโตของธุรกิจ Non-Oil ในกลุ่ม Lifestyle มาจากบทบาทของ PTT Station ในฐานะ ‘แพลตฟอร์มยุทธศาสตร์’ ที่ OR ใช้ขยาย Ecosystem ค้าปลีกอย่างครบวงจร ภายในสถานีบริการเดียวสามารถเชื่อมพฤติกรรมผู้บริโภคเข้ากับร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร-เครื่องดื่ม และธุรกิจค้าปลีกหลากหลายรูปแบบได้อย่างลงตัว

 

ปัจจุบัน OR มีเครือข่ายธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ครอบคลุมแบรนด์หลักอย่าง Café Amazon, Pearly Tea และ Pacamara Coffee Roasters ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ เช่น 7-Eleven และ จิฟฟี่ รวมถึงธุรกิจร้านค้าสุขภาพและความงาม found & found ที่เปิดให้บริการแล้ว 12 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด พร้อมแผนขยายต่อเนื่องเพื่อยกระดับประสบการณ์ครบวงจรให้กับผู้บริโภค

 

หนึ่งในเสาหลักของการเติบโตคือ Café Amazon ร้านกาแฟที่มีเครือข่ายใหญ่ที่สุดของประเทศจำนวนกว่า 4,600 สาขา สะท้อนศักยภาพที่ช่วยเพิ่มสัดส่วนกำไร Non-Oil และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

 

OR โชว์ผลประกอบการแข็งแกร่ง 9 เดือนแรก

 

ใช้เทคโนโลยีสร้าง Ecosystem เชื่อมบริการทั้งหมดเข้าหาลูกค้า

 

อีกหนึ่งเสาหลักที่ OR เดินเกมอย่างจริงจังคือการต่อยอดแพลตฟอร์ม blueplus+ แอปพลิเคชันที่ถูกออกแบบให้เป็นศูนย์กลาง Ecosystem ของ OR ตั้งแต่ Loyalty, Payment, Mobility ไปจนถึง Lifestyle

 

ไม่ว่าจะเป็นระบบ Café Amazon Rewards การตรวจสอบราคาน้ำมันแบบเรียลไทม์ การค้นหาสถานีบริการ และ blueplus+ wallet ช่วยให้ OR สามารถเข้าถึงข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าได้ลึกซึ้งมากขึ้น และปูทางสู่การบริการแบบ Personalization

 

OR โชว์ผลประกอบการแข็งแกร่ง 9 เดือนแรก

 

เดินหน้า Net Zero และคว้ารางวัล ESG ต่อยอดความเชื่อมั่นของนักลงทุน

 

OR ยังสะท้อนความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนอย่างเด่นชัด การคว้ารางวัล Highly Commended Sustainability Awards จาก SET Awards 2025 และรางวัล Climate Action Excellence คือหลักฐานว่า OR ขับเคลื่อน ESG แบบลงมือทำจริง

 

ตั้งแต่การลดคาร์บอน การปลูกป่าชดเชย ไปจนถึงโครงการ Café Amazon for Chance และการยกระดับการกำกับดูแลกิจการ

 

OR โชว์ผลประกอบการแข็งแกร่ง 9 เดือนแรก

 

เมื่อมองภาพรวม จะเห็นชัดว่า OR เติบโตท่ามกลางความผันผวนได้จากสองปัจจัยหลัก ได้แก่ การบริหารต้นทุนอย่างเป็นระบบ และ ยุทธศาสตร์กระจายรายได้สู่ Non-Oil ทำให้โครงสร้างธุรกิจยืดหยุ่นต่อแรงกระแทกจากราคาพลังงานโลกมากขึ้น

 

ด้วยโมเมนตัมที่ดีต่อเนื่อง OR พร้อมปูพื้นฐานสำหรับการเติบโตเชิงยุทธศาสตร์ในปีถัดไป

 

#OR #โออาร์

The post OR ปรับพอร์ตสู่อนาคต ดัน Mobility–Non-Oil–Digital Ecosystem เติบโตไปพร้อมกัน [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ดีเซล ดีจริง’ แคมเปญสะท้อนเสียงในหัว ‘เดอะแบก’ ชาวไทย จนกลายเป็นไวรัลทั่วโซเชียล [Advertorial] https://thestandard.co/diesel-deejing-campaign-thai-viral-social/ Tue, 09 Dec 2025 04:00:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1152513 ‘ดีเซล ดีจริง’ แคมเปญสะท้อนเสียงในหัว ‘เดอะแบก’ ชาวไทย จนกลายเป็นไวรัลทั่วโซเชียล [Advertorial]

เบื้องหลังความไวรัลของแคมเปญ ‘ดีเซล ดีจริง’ จากไอเดียสุ […]

The post ‘ดีเซล ดีจริง’ แคมเปญสะท้อนเสียงในหัว ‘เดอะแบก’ ชาวไทย จนกลายเป็นไวรัลทั่วโซเชียล [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ดีเซล ดีจริง’ แคมเปญสะท้อนเสียงในหัว ‘เดอะแบก’ ชาวไทย จนกลายเป็นไวรัลทั่วโซเชียล [Advertorial]

เบื้องหลังความไวรัลของแคมเปญ ‘ดีเซล ดีจริง’ จากไอเดียสุดครีเอทที่ พีทีที สเตชั่น ลุกขึ้นมาสะท้อนพลังของ ‘เดอะแบก’ ตอกย้ำความแรง ประหยัด หมดช้า พร้อมเป็นพลังให้คนไทยทุกคนไม่หยุดแบกไปด้วยกันบนทุกเส้นทางของชีวิต ดันกลายมาเป็นไวรัลทั่วโซเชียลชั่วข้ามคืนหลังเปิดตัวบิลบอร์ดโฆษณาสุดเรียล ‘รถแบกหิน’ ได้อย่างไร?

 

ว่าด้วยเรื่องของ ‘Cultural Insight’ เมื่อคนไทยทุกคนต้องแบกอะไรสักอย่างในชีวิต



หลังจากภาพ ‘รถแบกหิน’ ที่สื่อถึงพลังความอึดและความมั่นใจในคุณภาพของน้ำมันดีเซลจาก พีทีที สเตชั่น อย่างตรงไปตรงมาและเข้าใจง่ายปรากฎสู้สายตา ‘เดอะแบก’ ทั่วกรุง ชาวโซเชียลต่างก็หยิบเอาคำว่า ‘เดอะแบก’ มาตีความในชีวิตตัวเองทั้งแบบจริงจังและจิกกัดขำๆ ตั้งแต่ แบกงาน แบกชีวิต แบกใจ ไปจนถึง แบกเพื่อนร่วมทีม จนกลายเป็นมีมและไวรัลทั่วโซเชียล

 

คีย์สำคัญ คือความกล้าที่จะกรอบการโฆษณาผลิตภัณฑ์แบบดิมๆ ยกระดับการรับรู้ให้กลายเป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ด้วยการหยิบเอา ‘Cultural Insight’ ในยุคที่คนไทยต่างต้อง ‘แบก’ บางสิ่งในชีวิต ไม่ว่าจะเป็น งาน ความฝัน หรือภาระที่ต้องรับผิดชอบ จึงเข้าถึงหัวใจคนไทยได้แทบจะทันที่ที่เห็น และถูกตีความคำว่า ‘เดอะแบก’ ต่อจนกลายเป็นไวรัลทั่วโซเชียล

 

เมื่อ ‘เดอะแบก’ คือสัญลักษณ์ของพลังที่เคยไม่ยอมแพ้ แม้แบรนด์จะเริ่มต้นทำแคมเปญเพื่อเล่าถึงจุดแข็งของน้ำมันดีเซลคุณภาพสูง แต่พอไปตรงกับชีวิตและเสียงในหัวของ ‘เดอะแบก จึงกลายเป็นบทสนทนาที่ทั้ง ‘Real’ ทั้ง ‘Relatable’ ได้ไม่ยาก

 

สะท้อนภาพของแบรนด์ในฐานะ ‘เพื่อนร่วมทาง’ ที่พร้อมพิสูจน์ด้วยผลไม่งานไม่ใช่คำพูด

 

แคมเปญนี้ไม่เพียงทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้แคมเปญไวรัลเข้าถึงใจเดอะแบก ที่เป็นมากกว่า ‘ภาพจำ’ ของผลิตภัณฑ์ แต่สะท้อนบทบาทของแบรนด์ในฐานะ ‘เพื่อนร่วมทาง’ ที่คอยเติมพลังและอยู่เคียงข้างคนจริง แม้เส้นทางจะเต็มไปด้วยอุปสรรคและความเหนื่อยล้า แต่ก็ยังมีกำลังใจเล็กๆ จากแบรนด์ยกย่องความอึดและความพยายามของเดอะแบกอยู่เสมอ

 

นี่จึงเป็นมากกว่าแค่การโปรโมตผลิตภัณฑ์ แต่ยังสามารถสร้างวัฒนธรรมการพูดถึงที่โยงเข้ากับคุณค่าแบรนด์อย่างแนบเนียน สะท้อนให้เห็นว่า น้ำมันดีเซลของพีทีที สเตชั่น คือพลังขับเคลื่อนของคนที่พร้อม ‘แบก’ ทุกความตั้งใจของทุกคนให้ไปถึงเป้าหมาย พร้อมเป็นพลังให้ทุก ‘เดอะแบก’ ก้าวต่อไปได้อย่างมั่นใจทุกเส้นทาง

 

‘ดีเซล ดีจริง’ ไม่ได้แค่พูด แต่พิสูจน์ได้จริง


แน่นอนว่า เบื้องหลังความไวรัล ไม่ได้มีแต่ความครีเอทีฟ แต่คือ คุณภาพในน้ำมันดีเซล เกรดพรีเมียมและเกรดมาตรฐานของจริง

 

  • แรงจริง ด้วยค่ามีเทนสูงถึงขีดสุดที่เครื่องยนต์ต้องการ
  • ประหยัดจริง เพราะเพิ่มสารเพิ่มพลังเครื่องยนต์มากกว่าเดิมถึง 1.5 เท่า
  • หมดช้าจริง วิ่งได้ไกลกว่าเดิมถึง 35 กิโลเมตรต่อถัง (ผลการทดสอบโดยสถาบันยานยนต์)
  • และทำความสะอาดหัวฉีดดีตั้งแต่ครั้งแรกที่เติม เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

 

พีทีที สเตชั่น รับแบก รับจบ!

 

และนี่คือบทสรุปความเรียลของแคมเปญที่พิสูจน์ว่าพลังการสื่อสารที่มาจากอินไซน์ที่จริงใจ สามารถเชื่อมโยงทั้งผู้บริโภคและแบรนด์เข้าด้วยกันอย่างทรงพลัง

จากความเรียลของภาพ ‘รถแบกหิน’ กลางเมือง สะท้อนกลับไปยังความเรียลของ ‘พีทีที สเตชั่น’ ได้อย่างลงตัว จากพลังความอึดและความมั่นใจในคุณภาพของน้ำมันดีเซลที่พิสูจน์ได้จริงในทุกเส้นทาง

 

ของดีไม่ต้องพูดเยอะ แค่ทำให้เห็นจริง ‘พีทีที สเตชั่น’ ตัวแทนความมุ่งมั่นที่แบกทั้งคุณภาพและความคุ้มค่าไว้ในทุกหยดของน้ำมันดีเซล

The post ‘ดีเซล ดีจริง’ แคมเปญสะท้อนเสียงในหัว ‘เดอะแบก’ ชาวไทย จนกลายเป็นไวรัลทั่วโซเชียล [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
OR ขอทบทวนธุรกิจในกัมพูชาใหม่! หลังเจอกระแสต้านสินค้าไทย – ดีลเลอร์แห่ขอย้ายค่าย ทำยอดขายหาย 60% https://thestandard.co/or-cambodia-business-boycott/ Tue, 02 Dec 2025 10:16:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1150694 OR ทบทวนธุรกิจใน กัมพูชา

ตลอดช่วงที่ผ่านมา OR เดินหน้ายุทธศาสตร์นำธุรกิจหลักในไท […]

The post OR ขอทบทวนธุรกิจในกัมพูชาใหม่! หลังเจอกระแสต้านสินค้าไทย – ดีลเลอร์แห่ขอย้ายค่าย ทำยอดขายหาย 60% appeared first on THE STANDARD.

]]>
OR ทบทวนธุรกิจใน กัมพูชา

ตลอดช่วงที่ผ่านมา OR เดินหน้ายุทธศาสตร์นำธุรกิจหลักในไทยออกขยายสู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะกัมพูชา ซึ่งวางเป้าหมายให้เป็นบ้านหลังที่สอง ของการลงทุนระยะยาว และได้ลงทุนเปิดสถานีบริการน้ำมัน PTT Station และร้านกาแฟ Café Amazon จนสามารถก้าวขึ้นเป็นแบรนด์อันดับ 2 รองจากผู้เล่นท้องถิ่น

 

แต่เมื่อเกิดสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงการปิดด่านบางจุด ได้ส่งผลต่อกระแสความรู้สึกของผู้บริโภคกัมพูชาบางส่วน จนเกิดการต่อต้านสินค้าจากไทยเป็นวงกว้าง สถานการณ์ดังกล่าวกระทบธุรกิจของ OR โดยตรง และทำให้ยอดขายในตลาดกัมพูชาหดตัวลงราว 50–60% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าสัดส่วนดังกล่าวคิดเป็นเพียง 2–3% ของกำไรทั้งบริษัท แต่ถือเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนในการลงทุนระยะยาว

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาทบทวนแผนการลงทุนในกัมพูชาใหม่ทั้งหมด เนื่องจากยังไม่สามารถประเมินได้ว่าสถานการณ์ความตึงเครียดดังกล่าวจะยุติลงเมื่อใด และมีความเป็นไปได้ว่าหากปัญหาบานปลายจนกระทบความคุ้มค่าทางธุรกิจ อาจต้องพิจารณายุติการดำเนินงานบางส่วนหรือทั้งหมด ในตลาดกัมพูชา โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือนธันวาคมนี้ หรืออย่างช้าไม่เกินมกราคม 2569

 

ทั้งนี้ ผลกระทบยังสะเทือนมายังดีลเลอร์สถานีบริการน้ำมันในกัมพูชา จากเดิมที่ OR มีสถานีราว 200 แห่ง แต่หลังเกิดกระแสต่อต้าน ทำให้ดีลเลอร์จำนวน 40–50 รายย้ายไปใช้แบรนด์อื่น ตามข้อกำหนดสัญญา ส่งผลให้จำนวนสถานีบริการของ OR ลดลงเหลือราว 150 แห่ง ขณะที่ร้านกาแฟ Café Amazon ลดลงเหลือประมาณ 150 สาขา จากเดิม 231 สาขาในปี 2567 ทำให้โครงข่ายธุรกิจในประเทศต้องหันมาเน้นบริหารต้นทุนและรักษาสาขาที่ทำกำไรเป็นหลัก

 

ขณะเดียวกัน OR ยังเผชิญความท้าทายจากตลาดเวียดนาม หลังจากบริษัทได้ยุติการดำเนินธุรกิจร้าน Café Amazon ในเวียดนามอย่างเป็นทางการ หลังบอร์ดมีมติให้บริษัทลูกในสิงคโปร์ PTTOR International Holdings (SG HoldCo) ทำการเลิกบริษัท ORC Coffee Passion Group Joint Stock Company (ORCG) ซึ่ง OR ถือหุ้น 60% และกลุ่มเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป (CRG) ถือหุ้น 40%

 

ม.ล. ปีกทอง อธิบายว่า ตลาดกาแฟเวียดนามมีการแข่งขันรุนแรง โดยเฉพาะแบรนด์ท้องถิ่นที่มีฐานลูกค้าเหนียวแน่น รวมถึงต้นทุนแฝงของการทำธุรกิจในเวียดนามสูงมาก ทำให้การดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย บริษัทจึงเลือกปรับกลยุทธ์

 

“กรณีดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นความล้มเหลว แต่เป็นการจัดสรรทรัพยากรให้สอดคล้องกับโอกาสที่คุ้มค่ามากกว่า โดยในระยะถัดไป OR จะกลับมาโฟกัสตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง ได้แก่ ไทยและลาว พร้อมเตรียมปูทางขยายธุรกิจไปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างรอบคอบมากขึ้น”

 

ในฝั่งธุรกิจสถานีบริการน้ำมันในไทย OR ยังคงเดินหน้าขยายเครือข่าย PTT Station ต่อเนื่อง แม้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เริ่มเติบโตอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่ปี 2566 ทำให้จำนวนหัวชาร์จทั่วประเทศเพิ่มจากระดับหลักพันเป็นกว่า 2,000 หัวชาร์จในปี 2567 และมีอัตราเปิดให้บริการเฉลี่ย 4-5 ชั่วโมงต่อหัวชาร์จต่อวัน ซึ่งสะท้อนการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

 

ปัจจุบัน OR มีหัวชาร์จรวม 3,300 หัว ทั้งในสถานีบริการน้ำมัน สถานี LPG สถานี NGV รวมถึงพื้นที่เชิงพาณิชย์ เช่น ศูนย์การค้า โรงแรม โรงพยาบาล และอาคารสำนักงาน โดยอัตราการใช้งานเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 6 ชั่วโมงต่อวัน และบริษัทประเมินว่าอีก 2-3 ปีข้างหน้าอัตราการใช้งานเฉลี่ยจะเข้าสู่จุดสมดุลที่ 4-5 ชั่วโมงต่อหัวต่อวัน

 

OR เชื่อว่า EV จะไม่เข้ามาทดแทนธุรกิจน้ำมัน แต่จะเป็นตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างธุรกิจพลังงาน ที่เปิดโอกาสใหม่ให้สถานีบริการ สามารถเพิ่มบริการเสริมเพื่อจับตลาดผู้ใช้รถ EV ได้กว้างขึ้น และปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาแอปพลิเคชัน EV Station PluZ ให้เป็นแพลตฟอร์มครบวงจรที่รวมการ ‘จอง-ชาร์จ-จ่าย-สะสมแต้ม’ ในช่องทางเดียวเพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้งานและสร้าง Loyalty Program ของผู้ใช้รถไฟฟ้า

 

อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้คนไทยหันมาซื้อรถ EV คือความประหยัด ขณะที่ภาครัฐและผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานต้องร่วมกันสร้างความมั่นใจด้านการชาร์จพลังงานให้เพียงพอ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทยที่กำหนดให้ 30% ของรถยนต์ที่ผลิตในปี 2030 เป็นรถไฟฟ้า

 

อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกิจจะเผชิญความท้าทายหลายด้าน แต่ OR ยังมองเห็นโอกาสการเติบโตในธุรกิจพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีความได้เปรียบด้านสาธารณูปโภคและเครือข่ายคมนาคมที่พร้อมต่อการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จ อีกทั้งยังมีแผนนำความสำเร็จจากตลาดไทยต่อยอดสู่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา ลาว และกัมพูชาในอนาคต เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย

 

ม. ล. ปีกทอง ทิ้งท้ายว่า ในภาพรวม การทบทวนกลยุทธ์ของ OR ในช่วงนี้จะสะท้อนถึงความจำเป็นของธุรกิจพลังงานยุคเปลี่ยนผ่าน ที่ต้องปรับตัวต่อภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันท้องถิ่น และพฤติกรรมผู้บริโภค ขณะเดียวกันต้องเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานรองรับ EV เพื่อก้าวสู่ยุคพลังงานสะอาดอย่างมั่นคงในทศวรรษข้างหน้า

The post OR ขอทบทวนธุรกิจในกัมพูชาใหม่! หลังเจอกระแสต้านสินค้าไทย – ดีลเลอร์แห่ขอย้ายค่าย ทำยอดขายหาย 60% appeared first on THE STANDARD.

]]>
OR กำไรไตรมาส 3 พุ่ง 17% เฉพาะร้าน Café Amazon ขายได้ 109 ล้านแก้ว https://thestandard.co/cafe-amazon-sells-109m-cups/ Sat, 08 Nov 2025 05:59:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1140977 OR กำไรไตรมาส 3 พุ่ง 17% เฉพาะร้าน Café Amazon ขายได้ 109 ล้านแก้ว

OR กำไรไตรมาส 3 พุ่ง 17% รายได้ลดตามราคาน้ำมันแต่บริหาร […]

The post OR กำไรไตรมาส 3 พุ่ง 17% เฉพาะร้าน Café Amazon ขายได้ 109 ล้านแก้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
OR กำไรไตรมาส 3 พุ่ง 17% เฉพาะร้าน Café Amazon ขายได้ 109 ล้านแก้ว

OR กำไรไตรมาส 3 พุ่ง 17% รายได้ลดตามราคาน้ำมันแต่บริหารต้นทุนได้ดี ดันกำไร 9 เดือนโตเกือบเท่าตัว

 

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 ว่ามีรายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 153,600 ล้านบาท ลดลง 8.1% จากไตรมาสก่อนหน้า ตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลง และมีกำไรสุทธิ 2,614 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 17.1% สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนและการปรับโครงสร้างธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ

 

สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2568 OR มีรายได้รวม 503,188 ล้านบาท ลดลง 6.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่สามารถทำกำไรสุทธิได้ถึง 9,226 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 98.4% หรือเกือบเท่าตัวจากปีก่อนหน้า โดยมี EBITDA รวม 15,914 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.5% ในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้ง Mobility, Lifestyle และ Global

 

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าวว่า การเติบโตในไตรมาส 3 มาจาก กลุ่มธุรกิจ Mobility เป็นหลัก โดยเฉพาะกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่เพิ่มขึ้นจากผลิตภัณฑ์ดีเซลและเบนซิน สะท้อนถึงการบริหารต้นทุนและราคาขายที่มีประสิทธิภาพ

 

ด้าน กลุ่มธุรกิจ Global แม้รายได้ลดลง 9.2% จากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง แต่ปริมาณจำหน่ายยังปรับเพิ่ม โดยเฉพาะในตลาดฟิลิปปินส์ ส่วน กลุ่ม Lifestyle เติบโต 5.2% จากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่ได้ขยายสาขาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะร้าน Café Amazon ที่มียอดจำหน่ายไตรมาสนี้รวม 109 ล้านแก้ว เพิ่มขึ้นทั้งจากไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

ทิศทางต่อจากนี้ OR ตั้งเป้าเสริมความแข็งแกร่งให้ทุกกลุ่มธุรกิจในไตรมาส 4 ปี 2568 โดยเฉพาะในช่วงที่ภาคท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนความต้องการใช้พลังงานและการบริโภคเพิ่มขึ้น

 

โดยในกลุ่ม Mobility บริษัทเตรียมเดินหน้าขยายสถานีบริการน้ำมัน PTT Station และสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า EV Station PluZ ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการแล้วกว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

 

รวมถึงกลุ่ม Lifestyle ปัจจุบัน OR มีเครือข่ายร้านค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่มกว่า 4,729 สาขา อาทิ Café Amazon, Pearly Tea และ Pacamara Coffee Roasters โดยเฉพาะ Café Amazon มีถึง 4,613 สาขา ทั้งในและต่างประเทศ

 

ส่วนธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ เช่น ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven และจิฟฟี่ รวมกว่า 2,347 สาขา ขณะที่ธุรกิจสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม found & found ปัจจุบันมี 12 สาขา และตั้งเป้าขยายเพิ่มเป็น 50 สาขาภายในปี 2569 เพื่อสร้างระบบนิเวศธุรกิจที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคครบวงจร

 

อย่างไรก็ตาม แม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา แต่ธุรกิจใน สปป.ลาว ยังคงเติบโตได้ดี โดยเฉพาะในส่วนของสถานีบริการที่มีกำไรขั้นต้นสูงขึ้น ขณะเดียวกัน OR ยังคงติดตามความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลก โดยเฉพาะมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนและภาวะตลาด

The post OR กำไรไตรมาส 3 พุ่ง 17% เฉพาะร้าน Café Amazon ขายได้ 109 ล้านแก้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจาะเบื้องหลัง ‘Mobile Lab’ ห้องแล็บเคลื่อนที่จาก OR ที่ตรวจคุณภาพน้ำมัน PTT Station ให้มั่นใจได้ในทุกลิตร [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/ptt-mobile-lab/ Mon, 07 Jul 2025 07:15:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1092975 Mobile Lab

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า กว่าน้ำมันจาก PTT Station จะถึงมื […]

The post เจาะเบื้องหลัง ‘Mobile Lab’ ห้องแล็บเคลื่อนที่จาก OR ที่ตรวจคุณภาพน้ำมัน PTT Station ให้มั่นใจได้ในทุกลิตร [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Mobile Lab

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า กว่าน้ำมันจาก PTT Station จะถึงมือผู้บริโภค ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบที่เข้มข้น และกลไกสำคัญของกระบวนการนี้ก็คือ ‘Mobile Lab’ หรือห้องแล็บเคลื่อนที่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำมันโดยเฉพาะ

 

Mobile Lab คือ รถตรวจสอบคุณภาพน้ำมันเชิงรุกที่บรรทุกห้องแล็บขนาดย่อมไว้ภายใน มีทีมผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือวิเคราะห์ระดับสากล โดยมีภารกิจหลักในการสุ่มตรวจคุณภาพน้ำมันจากสถานีบริการ PTT Station กว่า 2,300 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้ง 6 เขตบริการ เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำมันทุกหยดที่ถึงมือผู้บริโภคยังคงคุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้

 

Mobile Lab รถตรวจสอบคุณภาพน้ำมัน

Mobile Lab รถตรวจสอบคุณภาพน้ำมัน

 

จุดมุ่งหมายของ Mobile Lab ไม่ได้เป็นเพียงการตรวจสอบคุณภาพเชิงเทคนิคเท่านั้น แต่คือการเสริมสร้าง ‘ความเชื่อมั่น’ ให้กับผู้บริโภค ว่าในทุกลิตรที่เติมจากหัวจ่าย PTT Station ล้วนผ่านการควบคุมมาตรฐานระดับสากล ทั้งในเชิงกระบวนการ บุคลากร และเทคโนโลยีตรวจสอบที่เชื่อถือได้

 

ครอบคลุมทั่วประเทศ ตรวจครบทุกหัวจ่าย

 

หนึ่งในจุดแข็งของ Mobile Lab คือความ ‘ครอบคลุม’ ที่ไม่ได้แค่ตรวจเฉพาะบางจุดหรือบางสถานี แต่ตรวจแบบเจาะลึกถึง ‘ทุกหัวจ่าย’ ในทุกสถานีบริการ PTT Station ทั่วประเทศ โดยมีการวางแผนเข้าตรวจสอบอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งต่อสถานี พร้อมสุ่มตรวจแบบไม่แจ้งล่วงหน้า

 

กระบวนการเริ่มต้นด้วยการจอดรถ Mobile Lab ในจุดที่ไม่รบกวนลูกค้า นำตัวอย่างน้ำมันจากแต่ละหัวจ่ายทุกชนิดในสถานีบริการ แล้วนำตัวอย่างเข้าสู่การวิเคราะห์ทันทีบนรถแล็บเคลื่อนที่

 

กระบวนการนำตัวอย่างน้ำมันจากหัวจ่ายสู่การตรวจสอบ

กระบวนการนำตัวอย่างน้ำมันจากหัวจ่ายสู่การตรวจสอบ

 

ทีมงานเฉพาะทาง เครื่องมือระดับสากล

 

ความแม่นยำในการวิเคราะห์ เกิดจากการผสานระหว่างเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ

 

เจ้าหน้าที่ Mobile Lab ทุกคนได้รับการทดสอบสมรรถนะอย่างสม่ำเสมอ ทั้งจากภายในองค์กร ผ่านการทดสอบภายในแบบ Blind Sample Test ทุก ๆ 3 เดือน ซึ่งเป็นการสุ่มทดสอบคุณภาพน้ำมัน เพื่อประเมินความแม่นยำ และเปรียบเทียบผลการทดสอบ โดย ASTM International ซึ่งเป็นองค์กรกำหนดมาตรฐานด้านการทดสอบวิเคราะห์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยส่งตัวอย่างมาให้วิเคราะห์โดยไม่แจ้งชนิดเป็นตัวอย่างที่ไม่แจ้งผลทดสอบ ให้ทดสอบและส่งผลไปประเมินความสามารถเพื่อประกันความถูกต้องของการตรวจสอบ

 

ทั้งหมดนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ Mobile Lab มีความพร้อมและความแม่นยำสูงในการตรวจสอบคุณภาพน้ำมันในทุกสถานการณ์

 

กระบวนการนำตัวอย่างน้ำมันจากหัวจ่ายสู่การตรวจสอบ

 

สำหรับอุปกรณ์ตรวจสอบที่ติดตั้งอยู่บนรถ Mobile Lab ครอบคลุม 4 เครื่องมือหลัก ตั้งแต่

  • เครื่องกลั่นน้ำมันขนาดเล็ก เพื่อตรวจสอบการปนเปื้อนของน้ำมัน น้ำมันเบนซินต้องมีจุดเดือดสุดท้ายไม่เกิน 210 องศาเซลเซียส หากสูงกว่านี้อาจมีสารปนเปื้อนและน้ำมันดีเซลต้องไม่เกิน 357 องศาเซลเซียส หากสูงกว่านี้ก็อาจมีการปนเปื้อนเช่นกัน
  • เครื่องวิเคราะห์จุดวาบไฟ เพื่อตรวจสอบว่าน้ำมันดีเซลว่ามีการปนเปื้อนหรือไม่ ซึ่งน้ำมันดีเซลต้องมีจุดวาบไฟไม่ต่ำกว่า 52 องศาเซลเซียส หากต่ำกว่านี้อาจมีน้ำมันเบาผสมอยู่ ซึ่งทำให้เครื่องยนต์สะดุดได้
  • เครื่องวิเคราะห์ค่า Ethanol และ ปริมาณ Fatty Acid Methyl Ester (FAME) ว่าเป็นไปตามเกณฑ์หรือไม่ คลื่นแสงส่องไปในน้ำมันโดยจะมีการดูดกลืนพลังงานในแต่ละช่วง แล้ววิเคราะห์หาคุณสมบัติของน้ำมัน ทั้งเบนซิน และ ดีเซล

อย่างน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ จะตรวจดูปริมาณเอทานอลที่ผสมอยู่
– E20 ต้องมีเอทานอลอยู่ที่ประมาณ 19-20%
– E85 ต้องมีประมาณ 75-78%
– แก๊สโซฮอล์ 91 หรือ 95 ต้องมีเอทานอลประมาณ 9-10%
และน้ำมันดีเซลจะตรวจวัดค่าของ Fatty Acid Methyl Ester (FAME) ซึ่งเป็นส่วนผสมของไบโอดีเซล เช่น น้ำมันดีเซล B5 จะมี FAME ที่ 5-7% 

  • เครื่องตรวจปริมาณซัลเฟอร์ ค่ากำมะถันตามมาตรฐาน EURO 5 เพื่อควบคุมมลพิษ อยู่ที่ไม่เกิน 10 ppm

 

เครื่องมือทุกชิ้นได้รับการปรับจูน (Calibration) และทวนสอบ (Verification) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผลตรวจแม่นยำในทุกเวลา

 

กระบวนการนำตัวอย่างน้ำมันจากหัวจ่ายสู่การตรวจสอบ

กระบวนการนำตัวอย่างน้ำมันจากหัวจ่ายสู่การตรวจสอบ

 

ผลตรวจ Real-Time พร้อมระบบรับรองที่โปร่งใส

 

หลังจากการวิเคราะห์เสร็จสิ้น ผลตรวจทั้งหมดจะถูกบันทึกเข้าสู่ระบบ Mobile Lab Smart App แบบเรียลไทม์ทันที โดยจะรายงานไปยังสถานีบริการและผู้เกี่ยวข้องพร้อมกัน เพื่อความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้

 

หากผลการทดสอบผ่านเกณฑ์:

  • ผู้จัดการสถานีจะได้รับหนังสือรับรองพร้อมลายมือชื่อผู้ทดสอบ
  • ตู้จ่ายน้ำมันทุกหัวจะติดสติกเกอร์ยืนยันการตรวจสอบ

 

เจ้าหน้าที่ติดสติกเกอร์ยืนยันการตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่ติดสติกเกอร์ยืนยันการตรวจสอบ

 

แต่หากน้ำมันไม่ผ่านมาตรฐาน:

  • ทีม Mobile Lab จะแจ้งสถานีให้ ‘หยุดจำหน่าย’ น้ำมันชนิดนั้นทันที
  • รายงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไข
  • เข้าตรวจซ้ำภายหลัง เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำมันที่จำหน่ายกลับมามีคุณภาพตามเกณฑ์อีกครั้ง

 

ตรวจต่อเนื่องทุกเดือน มาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ

 

ความสม่ำเสมอของคุณภาพไม่ได้มาจากการสุ่มตรวจเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากระบบควบคุมคุณภาพภายในของ Mobile Lab ที่เข้มข้นและต่อเนื่อง

  • ทุกเดือนจะมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำมันในแต่ละพื้นที่
  • ต้องทำรายงานประจำเดือน และผลตรวจในทุกเขตต้องใกล้เคียงกัน เพื่อคงมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
  • เครื่องมือจะมีการบำรุงรักษา ปรับจูน และสอบเทียบอย่างละเอียด หากพบความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยก็จะดำเนินการทันที

 

มั่นใจน้ำมันดีจริง เพราะตรวจสอบได้จริง

 

OR team

 

ในวันที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพและความโปร่งใสในทุกสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน Mobile Lab จาก OR จึงทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญที่ตรวจสอบได้จริง วิเคราะห์ได้จริง และรายงานผลได้แบบเรียลไทม์ เพื่อยืนยันว่า ทุกลิตรที่เติมจาก PTT Station ผ่านการควบคุมคุณภาพอย่างรอบด้าน มั่นใจ เชื่อใจ ไว้ใจ Mobile Lab

The post เจาะเบื้องหลัง ‘Mobile Lab’ ห้องแล็บเคลื่อนที่จาก OR ที่ตรวจคุณภาพน้ำมัน PTT Station ให้มั่นใจได้ในทุกลิตร [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
PTT Station ที่เป็นมากกว่าเพียงปั๊มน้ำมัน: พบ 4 สถานี 4 ภาค ‘ฮีโร่ชุมชน’ และแนวคิดการพัฒนาเพื่อส่วนรวม [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/ptt-station-community-hero/ Thu, 26 Dec 2024 08:00:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1023793 PTT Station

สถานีบริการน้ำมัน หรือที่เรียกกันติดปากว่า ‘ปั๊มน้ำมัน’ […]

The post PTT Station ที่เป็นมากกว่าเพียงปั๊มน้ำมัน: พบ 4 สถานี 4 ภาค ‘ฮีโร่ชุมชน’ และแนวคิดการพัฒนาเพื่อส่วนรวม [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
PTT Station

สถานีบริการน้ำมัน หรือที่เรียกกันติดปากว่า ‘ปั๊มน้ำมัน’ คงจะเป็นเพียงสถานที่ที่รถยนต์จะได้เติมเชื้อเพลิงให้สามารถไปถึงที่หมายที่ตั้งใจและทำภารกิจในแต่ละวันให้เสร็จสมบูรณ์

 

เวลาผ่านไป สถานีบริการน้ำมันอย่าง PTT Station ได้พัฒนามากจนเป็นทั้งจุดแวะพัก จุดผ่อนคลาย และจุดประสงค์อื่นที่ไม่ใช่การเติมน้ำมันรถยนต์เท่านั้น แต่สามารถไปถึงจุดที่ร่วมพัฒนาดีลเลอร์จนไปถึงจุด ‘การสร้างสถานีที่เป็นฮีโร่ของชุมชน’ ได้

 

วันนี้ THE STANDARD จะพาไปรู้จัก 4 ฮีโร่ชุมชนจาก 4 ภาคของ PTT Station ที่จะเจาะลึกรูปแบบและแนวคิดของการพัฒนาสถานีบริการน้ำมันให้เป็นศูนย์กลางของชุมชน

 

PTT Station หมอสุขุม แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

 

เริ่มต้นที่ดินแดนล้านนาที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศเดินทางไปเยือนกับจังหวัดเชียงใหม่ ที่แห่งนี้ยังมี PTT Station หมอสุขุม แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นแลนด์มาร์กที่เก่าแก่และอยู่คู่คนเชียงใหม่มานับสิบปีของดีลเลอร์ ‘สุขุมเซอร์วิส’

 

PTT Station

PTT Station หมอสุขุม แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

 

‘บริการด้วยใจ ห่วงใยลูกค้า สร้างคุณค่าด้วยรอยยิ้ม’ เป็นคำขวัญที่ไม่ผิดเสียเท่าไร เพราะ PTT Station หมอสุขุม แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับสมญานามว่า ‘ปั๊มที่ไหว้สวยที่สุด’ และได้รับเสียงชื่นชมจากการมีจิตบริการ ช่วยเหลือลูกค้าที่มากกว่าการเติมน้ำมันเวลาลูกค้าต้องการความช่วยเหลือ 

 

หมอสุขุม-สุขุม รังคสิริ เจ้าของสถานี ให้ความสำคัญกับการบริการที่เป็นกุญแจความสำเร็จหลัก สิ่งเล็กๆ นี้ทำให้เกิดความประทับใจต่อลูกค้าถึงขั้นที่ขับมาจากอีกอำเภอเพื่อมาใช้บริการที่สถานีนี้ กลายเป็นขวัญใจของชุมชน

 

บริการด้วยใจ ห่วงใยลูกค้า สร้างคุณค่าด้วยรอยยิ้ม

 

เมื่อกล่าวถึงเรื่องของชุมชน สถานีหมอสุขุม แม่ริม ยังเป็นแหล่งสร้างงาน อาชีพ และเสริมความรู้ให้กับพนักงานที่สถานี โดยอุดมการณ์คือ ‘พนักงานมีความสุขในการทำงานและเห็นคุณค่าของงานที่ทำ’

 

 

นอกจากการสร้างงานให้ชุมชนแล้ว ยังส่งเสริมสวัสดิการให้พนักงาน พร้อมทั้งค่าล่วงเวลา, หอพักพนักงาน, ทุนการศึกษาเรียนดีสำหรับลูกพนักงาน, ค่ารักษาพยาบาล, ค่า Commission หรือการช่วยเหลือเวลาพนักงานเดือดร้อน จึงทำให้พนักงานหลายคนมีอายุงานนาน หรืออยู่ตั้งแต่ PTT Station สาขาที่ทำงานประจำเปิดจนถึงปัจจุบัน จนทำให้พนักงานหลายคนมีอายุงานที่นานมาก นอกจากนี้ในระดับผู้จัดการยังมีการประชุมออนไลน์เหมือน Book Club ที่ให้ทุกคนอ่านหนังสือมาแบ่งปันความรู้ให้กันและกัน เพื่อเสริมสร้างความรู้ร่วมกัน

 

Book Club ทุกสัปดาห์

 

ภายในสถานียังมีการเสริมร้านค้ามากมาย เพื่อให้สถานีแห่งนี้เป็นจุดพักผ่อนของชุมชน ทั้งร้านอาหารเบอร์ใหญ่อย่าง KFC, Burger King, Swensen,s, S&P และ Cafe Amazon ร้านอาหารขึ้นชื่ออย่าง ก๋วยเตี๋ยวคำหวาน, มนต์ นมสด และมายเวียดนาม รวมถึงการเปิดจุดร้านของฝาก สลากกินแบ่งรัฐบาล หรือร้านที่มีกิจกรรมให้ทำ จนกลายเป็นสถานีบริการที่เป็นมากกว่าการเติมน้ำมันของชุมชน

 

PTT Station

Cafe Amazon สาขาหมอสุขุม แม่ริม

 

PTT Station เจริญไชยบริการ จังหวัดสุรินทร์

 

ถัดลงมาที่บริเวณจังหวัดสุรินทร์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ยังมีสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่งที่การันตีด้วยรางวัลระดับ Diamond จากโครงการประกวดสถานีบริการ PTT Station ทั่วประเทศ ซึ่งก็คือ PTT Station เจริญไชยบริการ จังหวัดสุรินทร์

 

PTT Station เจริญไชยบริการ จังหวัดสุรินทร์

 

ปัจจุบันสถานีนี้ตกมาอยู่ภายใต้การบริหารรุ่นที่ 3 ของ หจก.เจริญไชยบริการ ศศลักษณ์ ธรรมพิทักษ์พงษ์ PTT Station เจริญไชยบริการ จังหวัดสุรินทร์ มีทำเลที่เป็นจุดแข็ง ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองสุรินทร์ นอกจากการเติมน้ำมันแล้ว ยังเป็นสถานที่แวะพักรถและแวะพักผ่อน โดยมีร้านฮีโร่อย่าง Cafe Amazon ที่เป็นรูปแบบ Gable House แห่งแรกในสุรินทร์ที่มีถึงสองชั้น รวมถึงการรวมบริการอื่นๆ อย่างเช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านส่งพัสดุ ร้านขายยา และร้านซักผ้า กลายเป็นสถานีที่ตอบโจทย์คนในชุมชนและผู้ที่สัญจรมายังจังหวัดสุรินทร์

 

PTT Station

Cafe Amazon ที่เป็นรูปแบบ Gable House

 

การบริหารพนักงาน 550 คนนั้นไม่ง่าย หจก.เจริญไชยบริการ จึงกำหนด CRC Standard เพื่อกำหนดคุณภาพพนักงาน คือ

 

  • มีใจรักบริการ
  • เปิดกว้างในการทำงาน 
  • ยึดหลัก CSC BEST 
    • B – Believe: มีความเชื่อมั่นในองค์กร 
    • E – Expand: มีความคิดที่เปิดกว้าง 
    • S – Service: มีใจรักบริการ 
    • T – Teamwork: ทำงานด้วยกันเป็นทีม 

 

ในทุกๆ สองสัปดาห์จะมี Team Building เพื่อพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและนำมาปรับแก้ไขให้ถูกจุด รวมถึงยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานสถานีบริการแต่ละสาขาของ หจก.เจริญไชยบริการ รวมถึงการจัดคอร์สอบรม เช่น การรับมือกับลูกค้า การบริการลูกค้า ภาวะความเป็นผู้นำ และมีการตรวจคุณภาพการบริการทุกเดือน เพื่อให้มั่นใจถึงคุณภาพที่ส่งต่อไปถึงมือลูกค้า

 

Team Building

 

การเป็นฮีโร่ชุมชนสำหรับ PTT Station เจริญไชยบริการ จังหวัดสุรินทร์ คือการสร้างงานให้คนในพื้นที่และชุมชน การจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะมีชีวิตที่ดีหลังเกษียณ นอกจากการสนับสนุนทุนการศึกษาลูกพนักงานแล้ว ยังมี ‘ทุนช้างเผือก’ แก่เด็กเรียนดีที่ได้เกรด 3.5 ขึ้นไป ซึ่ง หจก.เจริญไชยบริการ ทำมาตลอด 20 ปี เพราะให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษาเป็นอย่างมาก

 

มอบทุนการศึกษา

 

มากกว่านั้นยังจัดกิจกรรมสร้างสีสันและความสุขทุกช่วงเทศกาล ช่วยเหลือสังคมอยู่เสมอ เช่น การบริจาคอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาล บริจาคสิ่งของให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย และโครงการแยก แลก ยิ้ม ที่จะมีทีมงานลงสำรวจพื้นที่ถามถึงสิ่งของที่ขาดแคลนเพื่อนำไปบริจาค รวมถึงจัดตลาดปันสุขที่ให้เกษตรกรเท่านั้นมาขายโดยไม่เก็บค่าพื้นที่ 

 

PTT Station

ตลาดปันสุข

 

หรือการสนับสนุนร้านขายน้ำเต้าหู้รถเข็น ซึ่งแต่เดิมขายอยู่ด้านหน้าสถานีบริการ เจ้าของช่วยสนับสนุนธุรกิจเล็กๆ นี้ด้วยการเข้าไปพัฒนาสูตรจนขายดีและให้เข้ามาขายด้านใน จนปัจจุบันกลายเป็นของดีเมืองสุรินทร์ ทั้งหมดนี้เป็นธุรกิจเพื่อชุมชนและส่วนรวม จนผู้ใช้บริการจึงตั้งชื่อให้ว่า ‘เจริญไชยใจดี’

 

PTT Station หจ.ลุงเท่ง (ชะอำ) ปิโตรเลียม จังหวัดเพชรบุรี

 

ชะอำเป็นสถานที่ของชายหาดและทะเล แน่นอนว่าย่อมเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนหลั่งไหลเข้ามา และจะสังเกตเห็น PTT Station หนึ่งที่มีรูปปั้นหนังตะลุงตัวละคร ‘ลุงเท่ง’ อยู่ด้านหน้าคอยต้อนรับลูกค้า กลายเป็นสถานที่อันน่าจดจำของผู้ที่สัญจรผ่านถนนเพชรเกษม ซึ่งถือว่าเป็น ‘ประตูสู่ภาคใต้’ ไปพบกับ PTT Station หจ.ลุงเท่ง (ชะอำ) ปิโตรเลียม หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘ปั๊มลุงเท่ง’

 

PTT Station หจ.ลุงเท่ง (ชะอำ) ปิโตรเลียม จังหวัดเพชรบุรี

 

‘ปั๊มลุงเท่ง’ หรือ PTT Station หจ.ลุงเท่ง (ชะอำ) ปิโตรเลียม ตั้งอยู่ทั้งสองฝั่งถนน คอยบริการลูกค้า ปั๊มลุงเท่งดำเนินกิจการมามากกว่า 30 ปี โดย เฉลิมเกียรติ เป็นศิริ สร้างออกมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกมิติ ตั้งแต่การบริการน้ำมัน, ร้าน Cafe Amazon ที่เปิด 24 ชั่วโมง, ร้านสะดวกซื้อ, ร้านอาหารปักษ์ใต้ที่ทำโดยคนใต้แท้ๆ และร้านขายของฝากที่ทั้งสองฝั่งจะมีสินค้าที่แตกต่างกันและแต่ละร้านจะมีสินค้าไม่ซ้ำกัน โดยเป็นความตั้งใจเพื่อกระจายรายได้ให้แก่ทุกร้านค้าในชุมชน

 

เฉลิมเกียรติ เป็นศิริ

 

สิ่งต่างๆ ในสถานีเป็นความตั้งใจของเฉลิมเกียรติที่ต้องการให้ปั๊มลุงเท่งเป็นที่พักคน พักรถ และเป็นเพื่อนร่วมเดินทาง 24 ชั่วโมง เพื่อขับเคลื่อนเดินไปกับลูกค้าที่เดินทาง

 

วิสัยทัศน์ของ เฉลิมเกียรติ เป็นศิริ คือให้ความสำคัญกับเรื่องการบริการ พนักงานจะยึดถือค่านิยมทำงานอย่างเป็นระบบและใส่ใจงานบริการลูกค้า เช่น ทักทายลูกค้าเมื่อรถขับเข้ามาเติมน้ำมัน ขอโทษทุกครั้งหากทำผิด กล่าวเดินทางปลอดภัยหลังจากเติมน้ำมันเสร็จ หรือเข้าช่วยเหลือหากเกิดปัญหา โดยให้บริการที่เปรียบลูกค้าเป็นเหมือนญาติมิตร เฉลิมเกียรติจะลงมือทำให้พนักงานดูก่อน โดยถือคติที่ว่า ‘เจ้าของจะต้องทำได้มากกว่าลูกน้อง’

 

 

การพัฒนาบริการจะมีการประชุมกับผู้จัดการสาขาทุก 15 วัน เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาการบริการให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งสนับสนุนให้เรียนรู้จากคู่แข่ง เช่น การให้พนักงานไปศึกษาการบริการจากสถานีอื่น เพื่อนำสิ่งที่ดีมาปรับใช้และพัฒนาจุดบกพร่องให้ดียิ่งขึ้น โดยมีแนวคิดสำคัญคือ ‘การมีคู่แข่งทำให้เราต้องขยันขึ้นกว่าเดิม’ ซึ่งนำไปสู่การบริการที่ลูกค้าชื่นชม 

 

 

ปั๊มลุงเท่งยังส่งเสริมชุมชนในพื้นที่ โดยการจัดตลาดในสถานีบริการ ให้เกษตรกรวางขายสินค้าฟรี โดยเน้นสินค้าปลอดสารพิษ เพิ่มมูลค่าสินค้าและรายได้ให้กับชุมชน เปิดโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้าได้ทดลองขายสินค้า 1 เดือนฟรี พร้อมให้คำแนะนำในการพัฒนาการขายและสนับสนุนคนในพื้นที่ให้มีรายได้ยั่งยืน เช่น พนักงานทุกคนในปั๊มเป็นคนท้องถิ่น ได้รับค่าแรงสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ และมีแรงจูงใจเพิ่มเติมจากทิป ตัวอย่างความสำเร็จ อาทิ ‘ปั๊มลุงเท่งโมจินมสด’ ที่เติบโตจนกลายเป็นอาชีพหลัก ปั๊มลุงเท่งจึงเป็นตัวอย่างของธุรกิจที่ไม่เพียงสร้างการบริการที่ดี แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งและยั่งยืน

 

PTT Station

 

PTT Station หจก.ละงูปิโตรเลียม จังหวัดสตูล

 

ในปี 2527 ณ อำเภอละงู จังหวัดสตูล จุดเล็กๆ บนแผนที่ ซึ่งเต็มไปด้วยธรรมชาติอันงดงามและเป็นเส้นทางเชื่อมต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้ถือกำเนิดสถานีบริการน้ำมันแห่งแรกในพื้นที่ หรือ PTT Station หจก.ละงูปิโตรเลียม จังหวัดสตูล จากความตั้งใจในการให้บริการพลังงานที่มีคุณภาพแก่คนในชุมชนและนักเดินทาง

 

PTT Station หจก.ละงูปิโตรเลียม จังหวัดสตูล

 

PTT Station หจก.ละงูปิโตรเลียม จังหวัดสตูล ในปัจจุบันภายใต้การดูแลของ นพคุณ และ โสชญา เลียงประสิทธิ์ ทายาทรุ่นที่ 2 ที่ยังคงสานต่อเจตนารมณ์ของครอบครัว พร้อมเติมเต็มความฝันให้สถานีบริการน้ำมันแห่งนี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่มากกว่าการเติมเชื้อเพลิง

 

 

PTT Station หจก.ละงูปิโตรเลียม จังหวัดสตูล ในปัจจุบันไม่เพียงเป็นสถานีบริการน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดและครบวงจรที่สุดในอำเภอละงูเท่านั้น แต่ยังเป็น ‘พื้นที่แห่งการพบปะและพักผ่อน’ สำหรับคนในชุมชนและนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมา

 

พื้นที่ภายในสถานีได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven, ร้านกาแฟยอดนิยมอย่าง Cafe Amazon ไปจนถึงร้านอาหารและร้านค้าชุมชนที่รวบรวมเอกลักษณ์ท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นร้านขายสินค้ามาเลเซีย ร้านลูกชิ้น หรือร้านข้าวเหนียวเนื้อ ทุกสิ่งสะท้อนถึงความอบอุ่นและเสน่ห์ของชุมชนที่นี่

 

 

สิ่งที่ทำให้ PTT Station แห่งนี้แตกต่างคือ การให้บริการด้วยหัวใจของทีมงานทุกคน พนักงานที่นี่ล้วนเป็นคนในพื้นที่ ได้รับการดูแลอย่างดีทั้งในด้านค่าตอบแทนและสวัสดิการ เช่น ค่าคอมมิชชัน ทิป ประกันสังคม หรือแม้กระทั่งการดูแลพิเศษในวันสำคัญ เช่น การแจกอั่งเปาวันตรุษจีน หรือการรับประทานอาหารร่วมกันในวันฮารีรายอ

 

PTT Station หจก.ละงูปิโตรเลียม จังหวัดสตูล ยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเหลือและส่งเสริมชุมชนอย่างต่อเนื่องผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น สนับสนุนงานขององค์การบริหารส่วนตำบล ให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนในวิทยาลัยการอาชีพ สนับสนุนกิจกรรมการแข่งขันกีฬาฟุตบอลภายในจังหวัด และหนึ่งในโครงการที่น่าประทับใจที่สุดคือ โครงการจัดการขยะรีไซเคิล ที่นำรายได้จากการขายขยะกลับคืนสู่ชุมชน เช่น การซื้ออุปกรณ์กีฬาให้โรงเรียน หรือการนำเงินไปซื้อรถเข็นบริจาคให้โรงพยาบาลในพื้นที่

 

 

PTT Station พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสถานีบริการน้ำมันสามารถเป็นได้มากกว่าที่พักเติมน้ำมันทั่วไปด้วยการเป็น ‘ฮีโร่ของชุมชน’ ผ่านการพัฒนาและสนับสนุนสังคมในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการเสริมสร้างงาน การส่งเสริมการศึกษา การช่วยเหลือชุมชน หรือการเป็นศูนย์กลางให้ทุกคนได้มาพักผ่อนและใช้เวลาร่วมกัน สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นแรงขับเคลื่อนที่สร้างคุณค่าให้กับทั้งผู้ใช้บริการและชุมชนรอบข้าง

The post PTT Station ที่เป็นมากกว่าเพียงปั๊มน้ำมัน: พบ 4 สถานี 4 ภาค ‘ฮีโร่ชุมชน’ และแนวคิดการพัฒนาเพื่อส่วนรวม [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
เติมเต็มทุกการขับขี่ด้วยน้ำมันเกรดพรีเมียม Super Power พร้อมโปรโมชันพิเศษจาก พีทีที สเตชั่น [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/ptt-station-super-power-2/ Wed, 25 Dec 2024 08:00:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1023262

การเลือกเติมน้ำมันเป็นหนึ่งในสิ่งที่ผู้ขับขี่รถยนต์มักใ […]

The post เติมเต็มทุกการขับขี่ด้วยน้ำมันเกรดพรีเมียม Super Power พร้อมโปรโมชันพิเศษจาก พีทีที สเตชั่น [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

การเลือกเติมน้ำมันเป็นหนึ่งในสิ่งที่ผู้ขับขี่รถยนต์มักให้ความสำคัญ เพราะน้ำมันที่ดีจะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานของรถยนต์

 

พีทีที สเตชั่น คัดสรรน้ำมันคุณภาพสูงที่มีมาตรฐาน โดยเฉพาะน้ำมันเกรดพรีเมียม Super Power ทั้ง Super Power Diesel และ Super Power Gasohol 95 ที่ให้อัตราเร่งที่เร็วขึ้น เครื่องยนต์สะอาด และประหยัดน้ำมันกว่าสูตรเดิม 

 

ทำไมต้องเลือกเติมน้ำมันพรีเมียมจากพีทีที สเตชั่น?

 

น้ำมัน Super Power Diesel และ Super Power Gasohol 95 ของพีทีที สเตชั่น เป็นน้ำมันเกรดพรีเมียมที่ผ่านการพัฒนาและทดสอบอย่างพิถีพิถัน ทั้งในเรื่องการเพิ่มพลังการขับขี่และการประหยัดน้ำมัน 

 

  • Super Power Diesel น้ำมันเกรดพรีเมียมที่เหมาะสำหรับรถยนต์ดีเซลที่ต้องการพลังขับเคลื่อนสูง พร้อมช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์
  • Super Power Gasohol 95 น้ำมันเกรดพรีเมียมที่ช่วยให้อัตราเร่งดีขึ้น เครื่องยนต์สะอาด และลดความฝืดในเครื่องยนต์ 

 

โปรโมชันพิเศษ! รับฟรี หมวก GODJI Limited Edition

 

เพียงเติมน้ำมันเกรดพรีเมียม Super Power Diesel หรือ Super Power Gasohol 95 ครบทุก 1,200 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับฟรี! หมวก GODJI Limited Edition จำนวน 1 ใบทันที 

 

 

รายละเอียดโปรโมชัน

 

  • น้ำมันที่ร่วมรายการ: น้ำมันเกรดพรีเมียม Super Power Diesel และ Super Power Gasohol 95
  • ระยะเวลาโปรโมชัน: ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2567 – 25 มกราคม 2568
  • วิธีการรับสิทธิ์: เติมน้ำมันเกรดพรีเมียม Super Power Diesel หรือ Super Power Gasohol 95 ครบทุก 1,200 บาทต่อใบเสร็จ
  • สถานีที่เข้าร่วมรายการ: พีทีที สเตชั่น ทุกสาขาทั่วประเทศที่จำหน่ายน้ำมันเกรดพรีเมียม Super Power Diesel และ Super Power Gasohol 95

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ลิงก์

The post เติมเต็มทุกการขับขี่ด้วยน้ำมันเกรดพรีเมียม Super Power พร้อมโปรโมชันพิเศษจาก พีทีที สเตชั่น [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมื่อของเด็ดทั่วไทยก็ Cool ไม่แพ้ใคร พบภาพยนตร์โฆษณาสุดครีเอทีฟ ‘ดั้นด้นทั่วไทยเพราะไทยเด็ด’ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/ptt-station-thai-travel/ Fri, 21 Jun 2024 05:23:39 +0000 https://thestandard.co/?p=947397 PTT Station

ห้ามพลาดทุกประการทั้งปวง! เมื่อไทยเด็ดดั้นด้นไปดึงและดั […]

The post เมื่อของเด็ดทั่วไทยก็ Cool ไม่แพ้ใคร พบภาพยนตร์โฆษณาสุดครีเอทีฟ ‘ดั้นด้นทั่วไทยเพราะไทยเด็ด’ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
PTT Station

ห้ามพลาดทุกประการทั้งปวง! เมื่อไทยเด็ดดั้นด้นไปดึงและดันของเด็ดดวงทั่วไทยดีๆ มาให้ดูกันแล้วกับภาพยนตร์โฆษณาน่ารักใจฟูแบบไม่ไหวแล้วอย่าง ‘ดั้นด้นไปเพราะไทยเด็ด’ ที่กำลังไวรัลไปให้ดุ๊กดิ๊กกันทั่วทุกแพลตฟอร์ม

 

Road Trip หาของดีและเด็ดทั่วไทย

 

ไม่ว่าจะใครก็อยากได้ ‘ของเด็ด’ ดีๆ มาประดับหรือลองกินลองใช้กันสักครา อย่างการเดินทางของแก๊งเพื่อน 4 ตัวละครที่ดั้นด้นไป 4 ภาคของไทยบน Road Trip เพื่อหาของเด็ดดวงโดดเด่น ซึ่งระหว่างทางมีแต่ความน่ารัก เจ๋ง ฮา และ Proud ไปกับความเจ๋งของเด็ดในไทย ของดีของเด็ดทุกวันนี้ อยู่ที่นี่ประเทศไทยไม่ไกลตัวเลย 

 

 

ของเด็ดไทย ทำแบบไหนก็ Cool

 

ไม่ใช่แค่ของดีๆ เด็ดดวงเท่านั้น ภาพยนตร์โฆษณา ‘ดั้นด้นไปเพราะไทยเด็ด’ ยังมาในธีมของโมเดิร์นฟิล์มที่ใช้เทคนิคการ Grading ของงานให้สดใส และจับคู่กันอย่างโดดเด่น ทั้งหมดถูกใส่แทบจะทุก Elements ของภาพยนตร์โฆษณาเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น Road Trip สไตล์ฉิ่งฉาบทัวร์ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายจากผ้าไทยท้องถิ่น ให้เป็นไอเท็มแฟชั่นเก๋ๆ หรือเพลงสไตล์ไทยวินเทจที่สร้างสีสันให้กับภาพยนตร์โฆษณา รวมถึงเทคนิคการถ่ายตัดต่อที่ชูความเด็ดที่ไปดั้นด้นดึงมาจากทั่วประเทศไทย ให้รู้ว่าไทยเด็ดด้วยความครีเอทีฟขั้นสุด ใครดูก็เผลอยิ้มตามกันไปทุกคน

 

PTT Station

 

ไม่ว่าจะของเด็ดจากไหนของไทย ทั้งหมดได้ดั้นด้นไปดึงมารวมไว้ที่ ‘ร้านไทยเด็ด’ แค่มองหาสัญลักษณ์นิ้วโป้งทุกครั้งที่คุณแวะเข้า PTT Station เตรียมพบกับไอเท็มเด็ดจากทั่วไทยไปประดับไว้ให้เด็ดดวงเด่นเกินใครกันได้เลย!

 

 

เรียกได้ว่าภาพจำของสินค้าไทยจากไทยเด็ดนั้นเปลี่ยนไปจากเดิม มีความโมเดิร์นและมีสไตล์มากขึ้น ทั้งสินค้าของดี ของท้องถิ่น กลายเป็นสินค้าที่น่าซื้อ อีกทั้งยังเข้าถึงง่าย และหลังจากนี้สินค้าในร้านไทยเด็ดจะกลายเป็นสินค้าอยู่ในกระแสในอนาคต

 

ติดตามรับชมเรื่องราวการเดินทางสนุกๆ ในครั้งนี้ได้ที่

 

The post เมื่อของเด็ดทั่วไทยก็ Cool ไม่แพ้ใคร พบภาพยนตร์โฆษณาสุดครีเอทีฟ ‘ดั้นด้นทั่วไทยเพราะไทยเด็ด’ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
กัมพูชา บ้านหลังที่ 2 ของ OR! นอกจากปั๊ม PTT Station และร้านกาแฟ Cafe Amazon แล้วยังเตรียมนำร้าน ‘โอ้กะจู๋’ เข้ามาเปิดตลาดครั้งแรก https://thestandard.co/or-cambodia-ptt-station-cafe-amazon-and-ohkajhu/ Fri, 24 Nov 2023 05:50:17 +0000 https://thestandard.co/?p=869262 OR กัมพูชา

ยุทธศาสตร์ OR คือนำธุรกิจที่มีอยู่ในไทยไปขยายยังต่างประ […]

The post กัมพูชา บ้านหลังที่ 2 ของ OR! นอกจากปั๊ม PTT Station และร้านกาแฟ Cafe Amazon แล้วยังเตรียมนำร้าน ‘โอ้กะจู๋’ เข้ามาเปิดตลาดครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
OR กัมพูชา

ยุทธศาสตร์ OR คือนำธุรกิจที่มีอยู่ในไทยไปขยายยังต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศกัมพูชา ที่วางกลยุทธ์ไว้ให้เป็นบ้านหลังที่สอง โฟกัสการลงทุนเปิดสถานีบริการน้ำมัน PTT Station และร้านกาแฟ Cafe Amazon ที่ได้รับการตอบรับจากคอกาแฟ จนกลายเป็นแบรนด์อันดับ 2 รองจากแบรนด์ในท้องถิ่น

 

“เราให้ความสำคัญกับการลงทุน Infrastructural ในกัมพูชา เพราะเป็นประเทศที่มีศักยภาพ ทั้งจำนวนประชากรและเศรษฐกิจที่ขยายตัว 5-6% ในปีนี้ และยังมีวัฒนธรรมคล้ายๆ กับผู้บริโภคในไทย ที่สำคัญเป็นประเทศที่ไม่มีโรงกลั่นน้ำมันในประเทศ นำเข้า 100% ทำให้เราเห็นโอกาสขยายการเติบโต” ดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าว

 

ณัฐพงศ์ แก้วตระกูลพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปตท. (กัมพูชา) จำกัด (PTTCL) กล่าวเสริมว่า การลงทุนในกัมพูชานั้นจะเริ่มตั้งแต่กลุ่มธุรกิจ Mobility ปัจจุบันมีการจำหน่ายน้ำมันผ่านสถานีบริการ PTT Station และธุรกิจหล่อลื่น PTT Lubricants รวมถึงได้ร่วมลงทุนในบริษัทร่วมค้า เพื่อให้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่สนามบินในกรุงพนมเปญ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2567

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทให้ความสำคัญในการบริหารต้นทุน ฝ่ายจัดซื้อรู้จุดอ่อนและจุดแข็งของการบริหารสต๊อกน้ำมันตามเทรนด์ตลาดทั้งช่วงราคาน้ำมันขึ้นและลง

 

พร้อมกับมองหาโอกาสในการเติบโตในธุรกิจพลังงานอื่นๆ เช่น Battery Swapping และสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV Station รวมถึงการศึกษาตลาดเพื่อนำแบรนด์ Lifestyle อย่างร้านโอ้กะจู๋ เข้ามาทำตลาดในกัมพูชาในรูปแบบร้าน Stand Alone แต่ก็ต้องพิจารณาหลายอย่าง ทั้งพื้นที่ปลูกผักและซัพพลายเออร์

 

อีกหนึ่งจิ๊กซอว์ตัวสำคัญในการทำตลาดกัมพูชาคือร้าน Cafe Amazon ปัจจุบันมี 231 สาขา ในปี 2567 เตรียมเปิดอีก 20 สาขา ทั้งในพื้นที่สถานีบริการน้ำมันและในพื้นที่ทราฟฟิกสูง โมเดลร้านและเมนูเครื่องดื่มคล้ายกับร้านในประเทศไทยทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากกลุ่มผู้บริโภคกัมพูชาเป็นอย่างดี

 

เห็นได้จากบางสาขาขายได้ 900-1,000 แก้วต่อวัน โดยเมนูที่ขายดีสุดคือ Black Coffee และชาเขียวปั่น ปัจจุบัน Cafe Amazon มีส่วนแบ่งการตลาด 44% ในกัมพูชา ทั้งนี้ ในปี 2567 คาดว่ารายได้ Cafe Amazon ในกัมพูชาจะเติบโตมากกว่า 20%

 

ส่วนการทำตลาด Cafe Amazon ในประเทศ สปป.ลาว, ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ก็กำลังเร่งขยายเพื่อรองรับตลาดกาแฟที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นต่อเนื่อง แต่ความท้าทายในแต่ละประเทศค่อนข้างแตกต่างกัน ทั้งคู่แข่งและต้นทุน รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคและกำลังซื้อ

 

ถึงกระนั้นสิ่งที่ OR ได้เปรียบคือการทำตลาดสร้างการรับรู้แบรนด์ ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ประกอบกับการเลือกพื้นที่เปิดร้านให้สอดรับกับกลุ่มเป้าหมายและปรับตัวตามเทรนด์ผู้บริโภคให้ได้อย่างรวดเร็ว

 

โดยการขยายธุรกิจทั้งหมดเป็นการลงทุนในระยะ 5 ปี (ปี 2567-2571) ด้วยงบลงทุนที่ 8,000 ล้านบาท หรือประมาณ 12% มีเป้าหมายสร้างการเติบโตทั้งในแง่ของรายได้และกำไร

 

ทั้งนี้ หากเจาะลึกลงมาถึงธุรกิจ OR ในกัมพูชามีสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ทั้งหมด 169 แห่ง ส่วนกลุ่มธุรกิจ Lifestyle นั้น Cafe Amazon มี 231 สาขา ร้านสะดวกซื้อ Jiffy และร้านสะดวกซัก Otteri Wash & Dry ทั้งหมด 63 สาขา ส่วนใหญ่แล้วเป็นการขยายร่วมกันกับพันธมิตรและแฟรนไชส์

 

ทั้งหมดสอดคล้องกับเป้าหมาย OR 2030 และวิสัยทัศน์ OR ‘Empowering All toward Inclusive Growth’ เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโต อย่างไรก็ตาม แนวทางการลงทุนของ OR ยังต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจโลก

The post กัมพูชา บ้านหลังที่ 2 ของ OR! นอกจากปั๊ม PTT Station และร้านกาแฟ Cafe Amazon แล้วยังเตรียมนำร้าน ‘โอ้กะจู๋’ เข้ามาเปิดตลาดครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ไทยพาณิชย์-โออาร์’ ร่วมกันเปลี่ยน พีทีที สเตชั่น เป็นสถานีรักษ์โลกทั่วประเทศ ด้วย ‘สินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป’ https://thestandard.co/scb-or-ptt-station-solar-rooftop/ Wed, 02 Aug 2023 09:57:30 +0000 https://thestandard.co/?p=824639 สินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป

ธนาคารไทยพาณิชย์ เดินหน้าส่งมอบความยั่งยืนสู่กลุ่มผู้ปร […]

The post ‘ไทยพาณิชย์-โออาร์’ ร่วมกันเปลี่ยน พีทีที สเตชั่น เป็นสถานีรักษ์โลกทั่วประเทศ ด้วย ‘สินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป

ธนาคารไทยพาณิชย์ เดินหน้าส่งมอบความยั่งยืนสู่กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ด้วยโซลูชันเพื่อธุรกิจรักษ์โลก (SCB SME Green Finance) จับมือ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ (OR) นำร่องโครงการสินเชื่อโซลาร์รูฟท็อปให้แก่ผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมันพีทีที สเตชั่น (PTT Station) วงเงินสูงสุด 100% ของเงินลงทุน ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 10 ปี รวมปลอดเงินต้น 1 ปี และอัตราดอกเบี้ยปีแรกคงที่ 3.99% ต่อปี ทั้งยังตอกย้ำยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน Net Zero ที่สอดคล้องกันกับโออาร์ ตั้งเป้า พีทีที สเตชั่น 200 สาขาแรกให้เป็นสถานีรักษ์โลกด้วยสินเชื่อโซลาร์รูฟท็อปภายในสิ้นปี 2566 

 

พิกุล ศรีมหันต์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีของไทย โดยเฉพาะในประเด็นการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากกระบวนการผลิต ซึ่งในระยะข้างหน้า หากธุรกิจเอสเอ็มอีไม่รีบปรับตัวในเรื่องดังกล่าว โอกาสในการรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันจะยิ่งลดน้อยถอยลง 

 

การพาเอสเอ็มอีก้าวข้ามความท้าทายนั้น เป็นความจำเป็นที่ธนาคารและธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีความเข้าใจการปรับปรุงกระบวนการทำงานไปสู่ Net Zero ต้องร่วมมือกันพาเอสเอ็มอีเปลี่ยนมาใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นวิธีการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ธนาคารจึงจัดเตรียมโซลูชันเพื่อธุรกิจรักษ์โลก (SCB SME Green Finance) ซึ่งเป็นวงเงินสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจและสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการลงทุนใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการจัดการต้นทุนให้แก่เอสเอ็มอีในอุตสาหกรรมต่างๆ สอดคล้องกับพันธกิจหลักของธนาคารในการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2030 และจากการให้สินเชื่อและการลงทุนภายในปี 2050

 

“เราเห็นความต้องการในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ในกลุ่มธุรกิจผู้ประกอบการสถานีน้ำมันพีทีที สเตชั่น ประกอบกับโออาร์ มีเป้าหมายสนับสนุนให้ผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมันติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ธนาคารจึงนำร่อง SCB SME Green Finance ด้วยสินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป ให้แก่ผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการพีทีที สเตชั่น นำสินเชื่อดังกล่าวไปติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป เพื่อประหยัดพลังงานและลดคาร์บอนฯ และมีส่วนช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่ประเทศ 

 

โดยให้วงเงินสินเชื่อตั้งแต่ 2-5 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ซึ่งผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการพีทีที สเตชั่น แห่งแรกที่ใช้สินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป คือ พีทีที สเตชั่น จังหวัดชลบุรี ภายใต้การบริหารของบริษัท เลิศประเสริฐ ออยล์ จำกัด ทั้งนี้ ธนาคารคาดว่า จะมีผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น จำนวน 200 แห่ง สมัครใช้สินเชื่อโซลาร์รูฟท็อปภายในสิ้นปี 2566” พิกุลกล่าว

 

พิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ กล่าวว่า การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภายในสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น นั้นเป็นหนึ่งในโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม ที่ผลักดันให้ พีทีที สเตชั่น เป็น ‘สถานีที่เติมเต็มทุกความสุข’ ที่เติบโตไปพร้อมกับผู้คน สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และสอดคล้องกับแนวคิด SDG ตามแบบฉบับของโออาร์ ในเรื่อง G-Green โอกาสเพื่อสังคมสะอาด 

 

โออาร์ มีความมุ่งมั่นที่จะให้ พีทีที สเตชั่น ทั่วประเทศจำนวนกว่า 2,000 แห่ง ทั้งที่อยู่ภายใต้การบริหารงานของโออาร์ และผู้แทนจำหน่ายจำนวนกว่า 1,600 แห่ง ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพื่อเป็นผู้นำสถานีบริการที่มีการใช้พลังงานสะอาด ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการประหยัดต้นทุนให้ธุรกิจด้วย ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของโออาร์ ที่ต้องการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดจากโซลาร์รูฟท็อปให้ครบ 18 เมกะวัตต์ในปี 2573 ลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการดำเนินธุรกิจ เพื่อมุ่งสู่การบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon-Neutrality) ภายในปี 2573 และบรรลุการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon) ภายในปี 2593 ดังนั้น การที่ได้ธนาคารไทยพาณิชย์เข้ามาร่วมมอบโซลูชันทางการเงินให้แก่ผู้แทนจำหน่ายสถานีในครั้งนี้ จะมีส่วนสำคัญให้พีทีที สเตชั่น เป็นผู้นำสถานีบริการที่มีการใช้พลังงานสะอาด และผลักดันให้โออาร์ประสบความสำเร็จในเป้าหมายที่วางไว้

 

กรสินี ไวว่อง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เลิศประเสริฐ ออยล์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทเป็นผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการพีทีที สเตชั่น จำนวน 2 แห่ง สาขาหนองใหญ่ และสาขาหนองใหญ่-วังจันทร์ NY344 Station จังหวัดชลบุรี ซึ่งทำเลที่ตั้งของสถานีน้ำมันอยู่ในพื้นที่ชุมชน ใกล้โรงงาน นิคมอุตสาหกรรม มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก และภาคตะวันออกนั้นเป็นประตูสู่การท่องเที่ยว ดังนั้น ปริมาณการใช้ไฟฟ้าภายในสถานีฯ น้ำมันจึงอยู่ในอัตราที่สูง บริษัทจึงมีความตั้งใจจะบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประจวบกับทางโออาร์มีโครงการสนับสนุนให้สถานีบริการน้ำมันดีลเลอร์ใช้โซลาร์รูฟ เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับสถานี และธนาคารไทยพาณิชย์นำเสนอสินเชื่อโซลาร์รูฟ ที่ให้เงื่อนไขพิเศษ สร้างความยืดหยุ่นให้กับการบริหารจัดการสภาพคล่องให้แก่บริษัทเป็นอย่างมาก บริษัทจึงใช้บริการสินเชื่อดังกล่าวเพื่อติดตั้งแผงโซลาร์รูฟภายในสถานีฯ น้ำมัน ซึ่งช่วยให้บริษัทประหยัดต้นทุนค่าไฟได้มากกว่า 20% นอกจากนี้ บริษัทฯ มีความภาคภูมิใจที่มีส่วนช่วยลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้กับประเทศ

 

ทั้งนี้ สินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป เป็นส่วนหนึ่งของโซลูชันเพื่อธุรกิจรักษ์โลก (SCB SME Green Finance) โดยให้วงเงินสูงสุด 100% ของเงินลงทุน ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 10 ปี (รวมระยะเวลาปลอดเงินต้น 1 ปี) ด้วยอัตราดอกเบี้ยปีแรกคงที่ 3.99% ต่อปี ผู้ประกอบการที่สนใจสมัครสินเชื่อ สามารถติดต่อยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566

The post ‘ไทยพาณิชย์-โออาร์’ ร่วมกันเปลี่ยน พีทีที สเตชั่น เป็นสถานีรักษ์โลกทั่วประเทศ ด้วย ‘สินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘พีทีที สเตชั่น’ ตอกย้ำความแรงระดับโลกผ่านผู้เชี่ยวชาญและนักแข่งระดับเวิลด์คลาสใน ‘Super Power’ น้ำมันเกรดพรีเมียม สูตรที่ดีที่สุดจาก พีทีที สเตชั่น [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/ptt-station-super-power/ Thu, 18 May 2023 10:30:17 +0000 https://thestandard.co/?p=792339 พีทีที สเตชั่น

ตลอด 40 ปีที่ ‘พีทีที สเตชั่น’ (PTT Station) เติบโตเคีย […]

The post ‘พีทีที สเตชั่น’ ตอกย้ำความแรงระดับโลกผ่านผู้เชี่ยวชาญและนักแข่งระดับเวิลด์คลาสใน ‘Super Power’ น้ำมันเกรดพรีเมียม สูตรที่ดีที่สุดจาก พีทีที สเตชั่น [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
พีทีที สเตชั่น

ตลอด 40 ปีที่ ‘พีทีที สเตชั่น’ (PTT Station) เติบโตเคียงข้างทุกการเดินทางของคนไทย ไม่เคยหยุดพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ใช้รถ โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพ ‘น้ำมัน’ อย่างต่อเนื่อง

 

ปี 2566 พีทีที สเตชั่น เปิดตัว ‘Super Power’ น้ำมันเชื้อเพลิงเกรดพรีเมียมที่ดีที่สุด มาพร้อมคุณสมบัติพิเศษ เพิ่มสาร ‘ซูเปอร์ บูสเตอร์’ (Super Booster) ช่วยให้เครื่องยนต์เผาไหม้อย่างสมบูรณ์แบบ บูสต์อัตราเร่งได้ถึงขีดสุด และยังเพิ่มสารชะล้างทำความสะอาดหัวฉีดสูตรพิเศษ เพื่อคืนประสิทธิภาพให้เครื่องยนต์ 100% ลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ช่วยให้ขับขี่ไปได้ไกลกว่า โดยมี 2 สูตร คือ Super Power Gasohol 95 และ Super Power Diesel B7  

 

พีทีที สเตชั่น

 

เสียงสะท้อนของผู้ขับขี่หลังทดลอง Super Power ไม่ว่าจะเป็นนักขับที่ชอบความเร็วและแรง นักเดินทางที่ชอบเดินทางไกล หรือผู้ขับขี่ที่มองหาน้ำมันที่เพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่พร้อมดูแลเครื่องยนต์ให้สะอาดเหมือนใหม่ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า Super Power แรงจนสัมผัสได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เติม และด้วยประสิทธิภาพที่ช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง จึงทำความแรงสูงสุดในระยะทางที่ไกลกว่า ประหยัดน้ำมันมากขึ้น จึงคุ้มค่ากว่าเมื่อเทียบกับน้ำมันกลุ่มพรีเมียมในท้องตลาด  

 

เพื่อตอกย้ำความมั่นใจในประสิทธิภาพของ Super Power น้ำมันพรีเมียมเกรดที่ดีที่สุดของ พีทีที สเตชั่น จึงส่งแคมเปญ The Super Power of World Class แรงระดับโลก ครั้งแรกของวงการน้ำมันในประเทศไทยที่เชิญผู้เชี่ยวชาญตัวจริงและนักแข่งระดับโลกมาร่วมการันตีประสิทธิภาพ 

 

พีทีที สเตชั่น

 

Mr. Matthias Lang, Vice President, Business Management Fuel & Lubricant Solutions Asia Pacific จากบริษัท BASF หนึ่งในบริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำของโลก กล่าวว่า “ในฐานะผู้ให้บริการโซลูชันชั้นนำด้วยเทคโนโลยีของเยอรมนี มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพอย่างไม่หยุดยั้ง โดย BASF มุ่งมั่นพัฒนาสารเพิ่มความแรงเชื้อเพลิง KEROPUR® สำหรับน้ำมันเบนซินที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อยกระดับสารเพิ่มความแรงของน้ำมันเชื้อเพลิงไปขึ้นไปอีกขั้น ไม่เพียงแต่เพิ่มประสิทธิภาพความเร็วและแรงให้กับเครื่องยนต์ แต่จะช่วยเรื่องความสะอาดของหัวฉีดเครื่องยนต์ GDI ในน้ำมันเบนซินอีกด้วย เมื่อเทียบกับน้ำมันเบนซิน 95 มาตรฐานสูตรเดิม (XtraForce) แล้ว Super Power เพิ่มสารเติมแต่งมากถึง 4 เท่า มีส่วนช่วยในการเพิ่มอัตราเร่ง ความแรง และความสะอาด ฉะนั้นจึงสามารถบอกได้ว่าสารเติมแต่งที่ผลิตโดยบริษัทระดับโลกนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ขับขี่ได้อย่างเต็มสมรรถนะ เพียงค่าออกเทนในน้ำมันที่มีปริมาณสูงจึงอาจจะไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในเรื่องคุณภาพเสมอไป

 

พีทีที สเตชั่น

Mr. Matthias Lang

 

“OR และ BASF ร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันมาตั้งแต่ปี 2013 ไม่ว่าจะเป็น Blue Innovation และ XtraForce สู่ Super Power น้ำมันเกรดพรีเมียม ผมอยากให้ทุกคนมั่นใจว่า Super Power จะสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับคุณได้อย่างแน่นอน”   

 

พีทีที สเตชั่น

Mr. Yusuke Shiotsu

 

แคมเปญ The Super Power of World Class ยังได้นักแข่งเจ้าของแชมป์ Super GT (Fuji Speedway) ปี 2022 (สนาม 2) Mr. Yusuke Shiotsu มาร่วมทดสอบความเร็วและแรงของน้ำมัน Super Power พร้อมการันตีว่า “ให้ความรู้สึกเร่งได้แรง เร็ว เหมือนขับขี่ในสนามแข่ง นี่คือน้ำมันที่ตอบโจทย์คนชอบความเร็วและแรง” 

 

พีทีที สเตชั่น

 


อย่าเพิ่งเชื่อถ้าคุณยังไม่ได้พิสูจน์ความเร็วและแรงของ Super Power ด้วยตัวเองที่ พีทีที สเตชั่น ทั่วประเทศ 

 

พิเศษ! กับกิจกรรมเติมเต็มความแรง เพียงเติมน้ำมันเกรดพรีเมียม Super Power Diesel B7 หรือ Super Power Gasohol 95 ครบ 1,200 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ (จำกัด 1 กล่องต่อใบเสร็จ) รับฟรี! เครื่องดื่มช็อกโกแลตปรุงสำเร็จชนิดผง Café Amazon จำนวน 1 กล่อง คละรสชาติ (จำกัดแจก 1 กล่องต่อใบเสร็จ) ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน – 4 กรกฎาคม 2566 (หรือจนกว่าสินค้าจะหมด) 

 

และอีกหนึ่งกิจกรรม ‘แรงรักษ์โลก’ Super Power Diesel B7 รับคะแนนสะสมบลูการ์ด 5 เท่า ไม่มีขั้นต่ำ รับวันสิ่งแวดล้อมโลก ตั้งแต่วันที่ 1-5 มิถุนายน 2566 ‘เติมเต็มความแรง เติมเต็มเพื่อสิ่งแวดล้อม’

The post ‘พีทีที สเตชั่น’ ตอกย้ำความแรงระดับโลกผ่านผู้เชี่ยวชาญและนักแข่งระดับเวิลด์คลาสใน ‘Super Power’ น้ำมันเกรดพรีเมียม สูตรที่ดีที่สุดจาก พีทีที สเตชั่น [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘OR’ ประกาศแผนปีนี้ทุ่มงบกว่า 3 หมื่นล้านบาท ลุยขยายธุรกิจทุกกลุ่ม พร้อมตั้งเป้าขึ้นเป็นผู้นำ EV Ecosystem https://thestandard.co/or-plan-ev-ecosystem/ Tue, 21 Feb 2023 11:30:07 +0000 https://thestandard.co/?p=753575

‘OR’ เปิดแผนธุรกิจปีนี้อัดงบลงทุน 3.12 หมื่นล้านบาท ปูพ […]

The post ‘OR’ ประกาศแผนปีนี้ทุ่มงบกว่า 3 หมื่นล้านบาท ลุยขยายธุรกิจทุกกลุ่ม พร้อมตั้งเป้าขึ้นเป็นผู้นำ EV Ecosystem appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘OR’ เปิดแผนธุรกิจปีนี้อัดงบลงทุน 3.12 หมื่นล้านบาท ปูพรมขยายธุรกิจหลัก 4 กลุ่ม Lifestyle-Mobility-Global-OR Innovation พร้อมเน้นความร่วมมือในธุรกิจ EV ของกลุ่ม ปตท. รวมถึงลงทุนใน Green Energy ตั้งเป้าขึ้นเป็นผู้นำ EV Ecosystem

 

ดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก หรือ OR เปิดเผยว่า สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2566 บริษัทได้เตรียมงบลงทุนจำนวน 31,197 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการขยายและสร้างความแข็งแกร่งของ Business Value Chain ของกลุ่มธุรกิจ Lifestyle ซึ่งจัดสรรงบประมาณจำนวน 14,193 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 45% ของงบลงทุน สำหรับขยายสาขาร้าน Café Amazon และร้าน Texas Chicken รวมไปถึงการแสวงหาพันธมิตรและการลงทุนใหม่ๆ โดยนอกจากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) แล้ว OR ยังให้ความสำคัญในกลุ่มธุรกิจด้าน Health & Wellness และ Tourism

 

สำหรับกลุ่มธุรกิจ Mobility จัดสรรงบลงทุนจำนวนประมาณ 6,799 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 22% ของงบลงทุน เพื่อขยายธุรกิจรักษาความเป็นผู้นำใน Mobility Ecosystem ทั้งในแง่การขยายสาขา PTT Station และ EV Station PluZ รวมถึงการผลักดันให้เกิดความร่วมมือในธุรกิจ EV ของกลุ่ม ปตท. อย่างเป็นระบบ รวมไปถึงการลงทุนใน Green Energy เพื่อเตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของแหล่งพลังงาน ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะต้องการพลังงานชนิดใดสำหรับการเดินทาง เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานเป็นไปอย่างราบรื่น 

 

ทั้งนี้ในปี 2565 บริษัทยังคงรักษาความเป็นผู้นำในตลาด โดยมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 43.2% และได้ติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้า EV Station PluZ แล้วจำนวนทั้งสิ้น 302 แห่ง หรือ 909 หัวชาร์จ และได้ร่วมกับพันธมิตรที่หลากหลายในการขยายเครือข่าย EV Station PluZ ให้ผู้บริโภคสามารถเข้าใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นําในระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) 

 

สำหรับกลุ่มธุรกิจ Global ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 4,954 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 16% ของงบลงทุนยังคงมุ่งขยายการลงทุนในการเปิด PTT Station และ Café Amazon ผ่านบริษัทในเครือในต่างประเทศ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในประเทศที่ OR ได้เข้าไปดำเนินการแล้ว พร้อมแสวงหาโอกาสในการลงทุนในประเทศใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ

 

ส่วนกลุ่มธุรกิจ OR Innovation ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 5,251 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 17% ของงบลงทุน มุ่งแสวงหาธุรกิจใหม่เพื่อต่อยอดธุรกิจในปัจจุบัน โดยกำหนดหลักเกณฑ์ด้านสังคม สิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างนวัตกรรมในแบบฉบับของ OR เพื่อเป็นต้นแบบขององค์กรสมัยใหม่ และทำให้ OR เติบโตไปพร้อมกับผู้คนและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีการลงทุนในนวัตกรรมเพื่อพัฒนาโมเดลทางธุรกิจใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

The post ‘OR’ ประกาศแผนปีนี้ทุ่มงบกว่า 3 หมื่นล้านบาท ลุยขยายธุรกิจทุกกลุ่ม พร้อมตั้งเป้าขึ้นเป็นผู้นำ EV Ecosystem appeared first on THE STANDARD.

]]>