Princess Diana – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 25 Nov 2025 10:52:14 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 Musée Grévin เปิดตัวหุ่นขี้ผึ้งเจ้าหญิงไดอานาในลุค Revenge Dress https://thestandard.co/grevin-diana-revenge-dress/ Tue, 25 Nov 2025 10:52:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1147467 Musée Grévin เปิดตัว หุ่นขี้ผึ้ง เจ้าหญิงไดอานา ในลุค Revenge Dress

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง […]

The post Musée Grévin เปิดตัวหุ่นขี้ผึ้งเจ้าหญิงไดอานาในลุค Revenge Dress appeared first on THE STANDARD.

]]>
Musée Grévin เปิดตัว หุ่นขี้ผึ้ง เจ้าหญิงไดอานา ในลุค Revenge Dress

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง Musée Grévin เผยโฉมหุ่นขี้ผึ้งเจ้าหญิงไดอานาในลุค Revenge Dress อันโด่งดัง ซึ่งเป็นลุคเดียวกับเมื่อครั้งที่เธอไปร่วมงานดินเนอร์การกุศลของ Vanity Fair ที่จัดขึ้น ณ Serpentine Galleries เมื่อปี 1994 ในชุดเดรสผ้าไหมตัวสั้นเปิดไหล่สีดำที่ได้รับการออกแบบโดย Christina Stambolian แมตชิ่งกับถุงน่องและรองเท้าส้นสูงสีเดียวกัน เธอเพิ่มความดรามาติกให้กับลุคด้วยโชกเกอร์สร้อยไข่มุกหลากหลายเส้นที่มาพร้อมกับไพลินทรงไข่ชิ้นใหญ่ล้อมกรอบด้วยเพชรหรูหรา

 

สิ่งที่ทำให้แฟชั่นลุคของเจ้าหญิงไดอานาในวันนั้นถูกตั้งสมญานามให้เป็นชุด ‘Revenge Dress’ ก็เป็นเพราะนั่นคือการปรากฏตัวครั้งแรกของเจ้าหญิงไดอานา หลังมีการบรอดแคสต์การสัมภาษณ์ของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ (ปัจจุบันขึ้นเป็นพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3) ที่พระองค์ยอมรับว่าทรงไม่ได้ซื่อตรงกับเจ้าหญิงไดอานาในชีวิตแต่งงานของพวกเขา ถึงแม้ว่าขณะนั้นทั้งสองจะประกาศแยกทางกันไป 2 ปีแล้ว แต่เจ้าหญิงไดอานาก็ต้องการแสดงให้เห็นถึงความสตรองของตัวเองด้วยเลือกใส่เดรสตัวนี้ หลังจากที่เป็นเจ้าของชุดดังกล่าวมาแล้ว 3 ปี แต่ไม่เคยกล้าใส่มันเพราะเกรงว่าชุดอาจดูแรงเกินไป

 

พิพิธภัณฑ์ Musée Grévin ยังยกย่องให้กับความสำคัญของโมเมนต์ Revenge Dress ด้วยการเปิดตัวหุ่นขี้ผึ้งเจ้าหญิงไดอานาในวันครบรอบ 30 ปีแห่งการสัมภาษณ์รายการ BBC1 Panorama เมื่อปี 1995 ที่เจ้าหญิงไดอานาออกมาเปิดเผยเบื้องหลังชีวิตการแต่งงานของเธอกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์อย่างหมดเปลือก ด้วยคำบอกเล่าที่กล่าวถึง Camilla Parker Bowles (ปัจจุบันเป็นสมเด็จพระราชินีคามิลลา) อย่าง “ก็นะ มี 3 คนในชีวิตแต่งงานของเรา มันก็เลยค่อนข้างจะอึดอัดคับแคบไปหน่อย”

 

แน่นอนว่าการสัมภาษณ์ของเธอสะเทือนต่อภาพลักษณ์ของราชวงศ์อังกฤษอย่างใหญ่หลวง และนำมาสู่การหย่าร้างกันในปี 1996 ในที่สุด แต่เพียง 1 ปีหลังจากนั้น เจ้าหญิงไดอานาก็ประสบอุบัติเหตุที่อุโมงค์ Pont de l’Alma ในกรุงปารีสจนเสียชีวิตในวัยเพียง 36 ปี

 

หุ่นขี้ผึ้งเจ้าหญิงไดอานาที่ปั้นขึ้นโดย Laurent Mallamaci จะจัดแสดงในโดมของพิพิธภัณฑ์พื้นที่เดียวกับที่มีการแสดงงานเกี่ยวกับแฟชั่น เคียงข้างหุ่นตัวอื่นๆ อย่าง Beyoncé, Marie Antoinette และ Jean Paul Gaultier

 

ภาพ: Aurore Marechal/Getty Images

อ้างอิง : https://people.com/princess-diana-revenge-dress-wax-figure-unveiled-paris-timing-says-all-11854415

The post Musée Grévin เปิดตัวหุ่นขี้ผึ้งเจ้าหญิงไดอานาในลุค Revenge Dress appeared first on THE STANDARD.

]]>
การประมูลสิ่งของของเจ้าหญิงไดอานาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกำลังจะเริ่มขึ้นปลายเดือนนี้ https://thestandard.co/dianas-biggest-auction-this-month/ Wed, 11 Jun 2025 07:20:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1083966

ที่ผ่านมาสิ่งของสำคัญต่างๆ ของเจ้าหญิงไดอานาได้รับการปร […]

The post การประมูลสิ่งของของเจ้าหญิงไดอานาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกำลังจะเริ่มขึ้นปลายเดือนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ที่ผ่านมาสิ่งของสำคัญต่างๆ ของเจ้าหญิงไดอานาได้รับการประมูลเปลี่ยนผ่านเข้าของไปอย่างนับครั้งไม่ถ้วน แต่สำหรับครั้งนี้จะนับว่าเป็นการประมูลสิ่งของของเจ้าหญิงผู้ล่วงลับที่น่าจับตามองที่สุดครั้งหนึ่ง เพราะมีตั้งแต่เสื้อผ้าหลากหลายแบบและสีสัน กระเป๋า และรองเท้า โดยตัวแทนการประมูลอย่าง Julien’s Auctions เผยว่า นี่คือการประมูลคอลเล็กชันแฟชั่นที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของเจ้าหญิงไดอานาแล้ว

 

การประมูล Princess Diana’s Style & A Royal Collection จะมีทั้งแบบสดและออนไลน์ จะจัดขึ้น ณ The Peninsula Beverly Hills ในวันที่ 26 มิถุนายนนี้ โดยของในคอลเล็กชันล้วนเป็นไอเท็มแฟชั่นที่เจ้าหญิงไดอานาเคยสวมใส่จริงมาก่อนทั้งสิ้น ซึ่งผู้อำนวยการและผู้ร่วมก่อตั้ง Julien’s Auctions พูดถึงการประมูลในครั้งนี้ว่า “นี่คือการประมูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเจ้าหญิงไดอานา เพราะเรามีไอเท็มจากชีวิตและเส้นทางอาชีพที่น่าทึ่งของเธอมากกว่า 100 ชิ้น และขอให้ระลึกเอาไว้เสมอด้วยว่า เจ้าหญิงไดอานาขายเดรสของตัวเองไปมากกว่า 70 ชุดตั้งแต่ปี 1997 เพื่อเรี่ยไรเงินสำหรับองค์กรการกุศลของเธอ”

 

ไอเท็มไฮไลต์จากคอลเล็กชันประมูลในครั้งนี้ก็คือเดรสผ้าไหม้ลายดอกไม้จากปี 1988 ที่ดีไซน์โดย Bellville Sassoon และได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘เดรสแห่งความห่วงใย’ เพราะเจ้าหญิงไดอานาสวมใส่เดรสตัวนี้ไปเยี่ยมโรงพยาบาลต่างๆ นับครั้งไม่ถ้วน โดยคาดการณ์ว่าชุดดังกล่าวน่าจะมีราคาประมูลสูงถึง 200,000-300,000 ดอลลาร์ หรือราวๆ 9.8 ล้านบาทเลยทีเดียว นอกจากนั้นยังมีชุดกาวน์ผ้าไหมลายปักจากปี 1986 ที่ Catherine Walker ตั้งใจดีไซน์ให้เจ้าหญิงไดอานาโดยเฉพาะ และชุดลายดอกไม้สีเหลืองจาก Bruce Oldfield ที่เธอใส่ไปร่วมงาน Royal Ascot ในปี 1987 ที่คาดว่าราคาประมูลน่าจะสูงไม่แพ้กัน

 

สำหรับไอเท็มอื่นๆ ก็มีทั้งกระเป๋า Dior ที่อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 แห่งฝรั่งเศสอย่าง Bernadette Chirac เป็นผู้มอบให้เจ้าหญิงไดอานาในปี 1995, ภาพสเกตช์ชุดแต่งงานของเจ้าหญิงไดอานา และผ้าทูลจากผ้าทูลตัวอย่างจากชุดแต่งงานของเธอและเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ (ปัจจุบันคือสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3) เมื่อปี 1981 ไปจนถึงหมวกผ้าพีชที่เธอใส่ในช่วงฮันนีมูน และยังมีไอเท็มจากสมาชิกราชวงศ์อังกฤษองค์อื่นๆ รวมไปถึงสิ่งของจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ด้วย

 

ภาพ: Aaron Chown / PA Images via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post การประมูลสิ่งของของเจ้าหญิงไดอานาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกำลังจะเริ่มขึ้นปลายเดือนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สัญญาว่าจ้างงานแรกของ เจ้าหญิงไดอานา ที่เธอโกหกเรื่องอายุ ถูกประมูลไปในราคากว่า 387,000 บาท https://thestandard.co/princess-diana-work-contract/ Fri, 03 May 2024 02:43:04 +0000 https://thestandard.co/?p=929428 สัญญาว่าจ้างงาน เจ้าหญิงไดอานา

สัญญาว่าจ้างงานที่เชื่อกันว่ามาจากการทำงานแรกในชีวิตของ […]

The post สัญญาว่าจ้างงานแรกของ เจ้าหญิงไดอานา ที่เธอโกหกเรื่องอายุ ถูกประมูลไปในราคากว่า 387,000 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
สัญญาว่าจ้างงาน เจ้าหญิงไดอานา

สัญญาว่าจ้างงานที่เชื่อกันว่ามาจากการทำงานแรกในชีวิตของ เจ้าหญิงไดอานา ถูกประมูลไปในราคา 10,500 ดอลลาร์ หรือราว 387,000 บาท ซึ่งสิ่งที่ทำให้สัญญาฉบับนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่งก็คือเรื่องราวเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่อยู่เบื้องหลังการสมัครงานครั้งแรกของเธอ

 

เจ้าหญิงไดอานา ในวัย 17 ปี สมัครงานเป็นพี่เลี้ยง และผู้ช่วยในสถานรับเลี้ยงเด็กที่บริษัทเอเจนซีพี่เลี้ยงนาม Solve Your Problem Ltd. เมื่อเดือนพฤษภาคม 1979 โดยในสัญญาว่าจ้างนั้นเธอได้ลงวันเกิดของตัวเองเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 1960 ทั้งที่ความจริงแล้วเธอเกิดปี 1961 จึงคาดเดาว่าเจ้าหญิงไดอานาอาจโกหกปีเกิดของตัวเองเพื่อให้อายุของเธอถึงเกณฑ์ 18 ปี ซึ่งทางองค์กรตัวแทนผู้ประมูลอย่าง Auctioneum Ltd. แห่งบริสตอล ได้พูดถึงสัญญาฉบับนี้ว่า

 

“มีคนบอกผู้ขายสัญญาฉบับนี้มาตลอดว่านี่คือการจงใจ ไดอานาตั้งใจทำให้ตัวเองมีอายุมากขึ้น เพื่อจะได้งานรวดเร็วขึ้น หรือไม่ก็ได้รับค่าจ้างที่มากกว่า”

 

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าสุดท้ายแล้วเจ้าหญิงไดอานาก็โดนจับได้ เพราะหลังวันเกิดของเธอนั้นปรากฏโน้ตลายมืออื่นที่เขียนด้วยปากกาสีน้ำเงินว่า “อายุเกือบ 18 ปี” ซึ่งนอกเหนือจากวันเกิดแล้ว สัญญาว่าจ้างงานของเจ้าหญิงไดอานายังเผยให้เห็นที่อยู่ในกรุงลอนดอน เบอร์โทรศัพท์ ศาสนา และวันที่ต้องการเริ่มงานที่เธอลงเอาไว้ว่า “เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้” โดยสำหรับด้านความสามารถนั้น เจ้าหญิงไดอานาเขียนว่า “ทำอาหารทั่วไป งานบ้าน รักสัตว์ และเป็นนักบัลเลต์”

 

ในสัญญาว่าจ้างนี้ยังมีลายมือที่น่าจะเป็นของผู้รับสมัครที่คอมเมนต์ถึงเจ้าหญิงไดอานาเอาไว้ด้วยว่า “สาวน้อยน่ารัก ส่งไปที่ไหนก็ได้” ซึ่งสัญญานี้นับเป็นหนึ่งในสิ่งของของเจ้าหญิงไดอานาขณะที่เธอยังเป็นสามัญชน โดยเธอได้ทำงานเป็นทั้งพี่เลี้ยง ผู้ช่วยของเหล่าคุณแม่ และคุณครูโรงเรียนเนิร์สเซอรี ก่อนที่จะได้แต่งงานกับเจ้าชายชาร์ลส์ (ปัจจุบันคือพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3) เมื่อเธอมีอายุได้เพียง 20 ปี

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ภาพ: Tom Stoddart / Getty Images

อ้างอิง:

The post สัญญาว่าจ้างงานแรกของ เจ้าหญิงไดอานา ที่เธอโกหกเรื่องอายุ ถูกประมูลไปในราคากว่า 387,000 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
7 สถิติราคาน่าสนใจจากชุดของเจ้าหญิงไดอานา https://thestandard.co/7-price-statistics-from-princess-dianas-dresses/ Sat, 23 Dec 2023 05:06:04 +0000 https://thestandard.co/?p=880148

จะเรียกว่าเป็นปีแห่งการทำลายสถิติราคาเสื้อผ้าของเจ้าหญิ […]

The post 7 สถิติราคาน่าสนใจจากชุดของเจ้าหญิงไดอานา appeared first on THE STANDARD.

]]>

จะเรียกว่าเป็นปีแห่งการทำลายสถิติราคาเสื้อผ้าของเจ้าหญิงไดอานาเลยก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่ต้นปีชุดเดรสของดีไซเนอร์ Victor Edelstein จากปี 1989 สามารถทำราคาได้สูงถึง 604,800 ดอลลาร์ หรือราวๆ 21.12 ล้านบาท พอเข้าสู่เดือนกันยายนเสื้อสเวตเตอร์สีแดงลายแกะขาวดำก็ทำราคาไปสูงถึง 1,143,000 ดอลลาร์ หรือราวๆ 39.88 ล้านบาท มากกว่าราคาประเมินถึง 14 เท่า และล่าสุดเมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ชุดเดรสของ Jacques Azagury ก็สร้างสถิติใหม่ด้วยราคา 1,148,080 ดอลลาร์ หรือราวๆ 40 ล้านบาท มากกว่าราคาประเมินถึง 11 เท่า แสดงให้เห็นว่าเจ้าหญิงไดอานายังคงมีมนตร์ขลัง แม้พระองค์จะสวรรคตไปกว่า 26 ปีแล้วก็ตาม 

 

การประมูลครั้งล่าสุดจัดขึ้นโดยบริษัท Julien ในลอสแอนเจลิส โดยชุดที่ถูกนำขึ้นประมูลเป็นชุดผ้ากำมะหยี่สีดำน้ำเงินปักรูปดาวเมทัลลิกที่ท่อนบน พร้อมด้วยกระโปรงออร์แกนซาสีน้ำเงินรอยัลบลู 2 ชั้นที่พระองค์สวมใส่ในปี 1985 เมื่อครั้งไปเยือนเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี และอีกครั้งในปี 1986 ที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา 

 

เจ้าหญิงไดอานาถือเป็นสัญลักษณ์ของเจ้าหญิงยุคใหม่ที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อการกุศลและอยู่นอกกรอบประเพณีเดิมๆ รวมทั้งการเป็นแฟชั่นไอคอนผ่านเสื้อผ้าเครื่องประดับที่สะท้อนบุคลิกเฉพาะตัวแต่ยังคงความคลาสสิกจนถึงปัจจุบัน ซึ่งชิ้นที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์เรื่องการทำราคาสูงลิ่วก็คือ เสื้อสเวตเตอร์สีแดงที่พระองค์สวมใส่เมื่อครั้งยังเป็น เลดี้ไดอานา สเปนเซอร์ ในปี 1981โดยลายของเสื้อเป็นรูปแกะสีขาวและมีเพียงตัวเดียวที่เป็นแกะสีดำของแบรนด์ Warm and Wonderful แฝงนัยความเป็นขบถในบุคลิกของพระองค์ จนครองสถิติเสื้อสเวตเตอร์ที่แพงที่สุดในโลกในปัจจุบัน 

 

การสะสมของที่ระลึกของคนดังทั้งในแวดวงภาพยนตร์ ดนตรี ราชวงศ์ หรือกีฬา สร้างผลตอบแทนมหาศาลจากหลายปัจจัย ทั้งวัฒนธรรมป๊อปที่ขับเคลื่อนความต้องการของผู้เสพ รวมถึงมีอุปทานจำกัด แต่ก็ขึ้นอยู่กับความหายาก สภาพของชิ้นนั้นๆ แหล่งที่มา ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมถึงความต้องการของตลาดในขณะนั้นด้วย ซึ่งเจ้าหญิงไดอานาเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมป๊อป ของใช้ต่างๆ ของพระองค์เหลืออยู่อย่างจำกัด จึงทำให้มีราคาสูง 

 

โดยภาพถ่ายพร้อมลายเซ็นของพระองค์มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 16.35% ต่อปีระหว่างปี 2000-2012 จาก 1,910 ดอลลาร์ เป็น 14,225 ดอลลาร์ และนี่คือ 7 ชุดของเจ้าหญิงไดอานาที่เคยทำสถิติราคาได้อย่างน่าสนใจ 

 

ชุดกำมะหยี่สีดำ-น้ำเงินปักรูปดาวจากปี 1985-1986 ราคาประมาณ 40 ล้านบาท

 

 

ย้อนกลับไปในปี 1985 เจ้าหญิงไดอานาสวมชุดกำมะหยี่สีดำและสีน้ำเงินระหว่างการเสด็จฯ เยือนอิตาลีในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่ฟลอเรนซ์ร่วมกับเจ้าชายชาร์ลส์ (พระอิสริยยศในสมัยนั้น) และอีกครั้งที่งาน Vancouver Symphony Orchestra ในปี 1986 ออกแบบโดย Jacques Azagury ดีไซเนอร์โมร็อกโก-อังกฤษ ก่อนจะนำขึ้นประมูล คาดว่าจะทำราคาได้ประมาณ 1 แสนดอลลาร์ แต่ขายไปในราคา 1.148 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่าราคาประเมินถึง 11 เท่า กลายเป็นชุดเดรสที่แพงที่สุดของเจ้าหญิงไดอานาที่เคยได้รับการประมูลมา

 

เสื้อสเวตเตอร์รูปแกะจากปี 1981 ราคาประมาณ 39.88 ล้านบาท 

 

 

เสื้อสเวตเตอร์สีแดงตัวนี้เป็นผลงานการออกแบบของ Sally Muir และ Joanna Osborne จากแบรนด์ Warm and Wonderful ความโดดเด่นอยู่ที่ลวดลายแกะสีขาว แต่มีเพียงตัวเดียวบนเสื้อเป็นแกะสีดำ สะท้อนถึงความหัวก้าวหน้าของเจ้าหญิงไดอานาตั้งแต่สมัยยังเป็นวัยรุ่น โดยเสื้อตัวนี้ได้รับความสนใจระดับชาติเมื่อครั้งที่ เลดี้ไดอานา สเปนเซอร์ ไปร่วมงานแข่งขันโปโลในปี 1981 ซึ่งเมื่อนำขึ้นประมูลในเดือนกันยายนที่ผ่านมา คาดว่าจะมีราคา 50-80,000 ดอลลาร์ แต่ราคากลับพุ่งขึ้นไปถึง 1,143,000 ดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าประมาณการที่สูงถึง 14 เท่า

 

ชุดกำมะหยี่สีม่วงจากปี 1989 ราคาประมาณ 21.12 ล้านบาท

 

 

ผลงานการออกแบบของ Victor Edelstein จากปี 1989 ถูกนำขึ้นประมูลในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำราคาไปได้สูงถึง 604,800 ดอลลาร์ หรือราวๆ 21.12 ล้านบาท ชุดนี้เป็นหนึ่งในชุดโปรดของเจ้าหญิงไดอานา โดยปรากฏในภาพถ่ายหลายภาพ ทั้งภาพถ่ายราชวงศ์ที่ถ่ายโดย Lord Snowdon พระสวามีของเจ้าหญิงมาร์กาเร็ตในปี 1991 และภาพถ่ายโดย Mario Testino ในนิตยสาร Vanity Fair ปี 1997 ซึ่งตีพิมพ์เพียงไม่กี่เดือนก่อนที่พระองค์จะเสียชีวิต

 

ชุดผ้าไหมของ Bruce Oldfield และชุดราตรีของ Catherine Walker ราคาประมาณ 19.95 ล้านบาท

 

 

ชุดผ้าไหมสีแดงของ Bruce Oldfield เป็นชุดที่เจ้าหญิงไดอานาใส่ไปร่วมงานรอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์ตลกเรื่อง Hot Shots! ในปี 1991 และมีภาพปาปารัซซีเป็นภาพเจ้าหญิงไดอานาขณะจับมือกับ Charlie Sheen นักแสดงนำของเรื่อง และอีกชุดเป็นของ Catherine Walker ที่พระองค์สวมใส่ไปในงานกาล่าดินเนอร์ที่โรงแรม Royal York ในโทรอนโต เมื่อปี 1991 

 

ชุดกำมะหยี่สีงาช้างคาดสีดำของ Catherine Walker ราคาประมาณ 17.13 ล้านบาท 

 

 

ชุดกำมะหยี่สั่งทำพิเศษ ผลงานของ Catherine Walker หนึ่งในดีไซเนอร์คนโปรดของเจ้าหญิงไดอานา โดยออกแบบเสื้อผ้าแบบ Made to Order ให้กับราชวงศ์อังกฤษมาตลอดเกือบสองทศวรรษ รวมถึงชุดเดรสสีดำของเจ้าหญิงไดอานาในงานฝังพระศพของพระองค์อีกด้วย

 

ชุดราตรีของ Murray Arbeid ปี 1985 ราคาประมาณ 13.3 ล้านบาท 

 

 

ชุดราตรีเจ้าหญิงไดอานาที่พระองค์สวมใส่สองครั้ง ครั้งแรกในปี 1985 ในงานวันเกิดอายุครบ 21 ปีของเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด และอีกครั้งในเดือนธันวาคมที่งาน Worshipful Company of Fanmakers Banquet 

 

ชุดกำมะหยี่ของ Victor Edelstein ปี 1985 ราคาประมาณ 11.2 ล้านบาท

 

 

เจ้าหญิงไดอานาสวมชุดกำมะหยี่ของ Victor Edelstein ในการเยือนทำเนียบขาวเมื่อปี 1985 ซึ่งในงานนั้นมีภาพจำคือ การเต้นรำร่วมกับพระเอก John Travolta ก่อนหน้านี้ชุดนี้เคยถูกประมูลเพื่อการกุศลขณะที่พระองค์ยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ และถูกนำขึ้นประมูลอีกครั้งในปี 2019 ด้วยราคา 321,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 11.2 ล้านบาท โดยองค์กร Historic Royal Palaces

 

อ้างอิง:

The post 7 สถิติราคาน่าสนใจจากชุดของเจ้าหญิงไดอานา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชุดเดรสของเจ้าหญิงไดอานาทุบสถิติใหม่ด้วยราคาประมูลกว่า 40.1 ล้านบาท สูงกว่าราคาประเมินถึง 11 เท่า https://thestandard.co/princess-diana-dress-sells-record-breaking-1-million-auction/ Wed, 20 Dec 2023 01:37:51 +0000 https://thestandard.co/?p=878713 เจ้าหญิงไดอานา

แม้จะจากโลกนี้ไปนานหลายปี แต่เจ้าหญิงไดอานาก็ยังคงเป็นท […]

The post ชุดเดรสของเจ้าหญิงไดอานาทุบสถิติใหม่ด้วยราคาประมูลกว่า 40.1 ล้านบาท สูงกว่าราคาประเมินถึง 11 เท่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหญิงไดอานา

แม้จะจากโลกนี้ไปนานหลายปี แต่เจ้าหญิงไดอานาก็ยังคงเป็นที่รักของปวงชน และเรื่องราวของเธอก็ได้รับความสนใจจากคนทั่วโลกมาโดยตลอด ซึ่งราคาการประมูลชุดเดรสที่เธอเคยสวมใส่ครั้งล่าสุดก็เป็นเครื่องพิสูจน์ความทรงอิทธิพลของเธอได้เป็นอย่างดี

 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา องค์กร Julien’s Auctions ประกาศว่า ชุดเดรสยาวสำหรับงานกลางคืนสไตล์บัลเลรินาเสริมไหล่โดดเด่นแบบที่นิยมกันในช่วงยุค 80 ออกแบบโดยดีไซเนอร์สัญชาติโมร็อกโก-อังกฤษ นาม Jacques Azagury ที่เจ้าหญิงไดอานาสวมใส่ไปยังกรุงฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ในปี 1985 และปรากฏตัวในเดรสชุดนี้อีกครั้งเมื่อไปร่วมงาน Vancouver Symphony Orchestra ในปี 1986 ได้รับการประมูลโดยบุคคลนิรนามไปในราคา 1,148,080 ดอลลาร์ หรือราว 40.1 ล้านบาท นับว่าเป็นมูลค่าที่สูงกว่าราคาประเมินถึง 11 เท่า นั่นคือ 100,000 ดอลลาร์

 

Julien’s Auctions พูดถึงเดรสชุดนี้ของเจ้าหญิงผู้ล่วงลับนี้ว่า “ชุดเดรสที่เสริมไหล่บนที่เสริมอีกทีหนึ่งมาพร้อมกับผ้ากำมะหยี่สีดำ เสริมแต่งด้วยการปักลายดาวจากด้ายเมทัลลิก ซึ่งสร้างขึ้นจากผ้าของ Jakob Schlaepfer พร้อมด้วยกระโปรงผ้าออร์แกนซาสองชั้นที่มาพร้อมกับสายคาดและมัดโบ กระโปรงบัลเลรินาเป็นดั่งสัญลักษณ์อันสมบูรณ์แบบที่แสดงให้เห็นถึงความรักที่เจ้าหญิงไดอานามีต่อการเต้น และการเป็นผู้อุปการะองค์กร English National Ballet”

 

ครั้งหนึ่งสื่อ People เคยประมูลเดรสบัลเลรินาตัวนี้ไปในราคา 26,450 ดอลลาร์ หรือราว 925,000 บาทจาก Christie’s ก่อนการเสียชีวิตของเจ้าหญิงเพียงไม่นาน ก่อนที่ People จะให้พระราชวังเคนซิงตันนำไปจัดแสดงในงาน Fashion Rules ชั่วคราวในปี 2013 ซึ่งราคาประมูลในครั้งนี้ได้ทำลายสถิติการประมูลชุดเดรสที่เจ้าหญิงไดอานาเคยสวมใส่ทั้งหมด โดยแชมป์สถิติเก่าคือเดรสกลางคืนสีม่วงที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ Victor Edelstein ที่ได้รับการประมูลไปในราคา 604,800 ดอลลาร์ หรือราว 21.1 ล้านบาทเมื่อช่วงต้นปีนี้

 

อ้างอิง:

 

The post ชุดเดรสของเจ้าหญิงไดอานาทุบสถิติใหม่ด้วยราคาประมูลกว่า 40.1 ล้านบาท สูงกว่าราคาประเมินถึง 11 เท่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
Elizabeth Debicki เผยว่าการสวมบทเจ้าหญิงไดอานาใน The Crown และเข้าฉากที่ต้องรับมือกับปาปารัซซี ทำให้เธอรู้สึกถูกรุกราน https://thestandard.co/elizabeth-debicki-invasive-the-crown/ Fri, 17 Nov 2023 04:26:39 +0000 https://thestandard.co/?p=866648

Elizabeth Debicki ผู้รับบทเจ้าหญิงไดอานาผู้ล่วงลับในซีร […]

The post Elizabeth Debicki เผยว่าการสวมบทเจ้าหญิงไดอานาใน The Crown และเข้าฉากที่ต้องรับมือกับปาปารัซซี ทำให้เธอรู้สึกถูกรุกราน appeared first on THE STANDARD.

]]>

Elizabeth Debicki ผู้รับบทเจ้าหญิงไดอานาผู้ล่วงลับในซีรีส์ The Crown เผยว่า การเข้าฉากที่เจ้าหญิงต้องรับมือกับเหล่าปาปารัซซี ทำให้เธอรู้สึกถูกรุกรานเป็นอย่างมาก แม้ว่าทั้งหมดจะเป็นเพียงการถ่ายทำ และปาปารัซซีก็คือเหล่าทีมงานนักแสดงเท่านั้น

 

Elizabeth Debicki พูดถึงการถ่ายทำฉากที่เจ้าหญิงไดอานาถูกปาปารัซซีไล่ตามถ่ายภาพอย่างเข้มข้นว่า “มันยากที่จะสร้างสถานการณ์นั้นขึ้นมาใหม่ มันทั้งหนักหนาและบ้าคลั่ง และเป็นการรุกรานกันมากเหลือเกิน ซึ่งมันก็มีความกดดันตรงนั้นด้วย ตอนที่ถ่ายทำฉันรู้สึกว่าตัวเองเกือบจะตอบสนองอย่างผิดปกติเวลาที่ถูกนักแสดงหลายคนผู้รับบทเป็นสื่อมาไล่ตาม เพราะฉันไม่สามารถไปไหนได้ และฉันจะต้องติดอยู่ในสถานการณ์นั้นเป็นนาที ก่อนที่จะรู้ตัวว่ามันเป็นเรื่องที่เกินจะทนจริงๆ

 

“การพยายามที่จะย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่โดยมีฝูงชนรายล้อมขนาดนั้น ฉันรู้สึกราวกับว่าติดกับ และมันเป็นประสบการณ์ที่ไม่น่ายินดีเลย ฉันว่ามันน่ากลัวที่ผู้คนมากมายมาตะโกนใส่และคาดหวังอะไรจากเรา แต่เราก็ถ่ายทำฉากนั้นไป เพราะเรารู้สึกว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากที่เราจะต้องเล่า”

 

Elizabeth Debicki กลับมาสวมบทเจ้าหญิงไดอานาอีกครั้งใน The Crown ซีซัน 6 ที่เพิ่งเริ่มฉายทาง Netflix ว่าด้วยเรื่องราวของราชวงศ์อังกฤษในช่วงปลายยุค 90 ไปจนถึงต้นยุค 2000 ซึ่งรวมไปถึงการตีแผ่ชีวิตของเจ้าหญิงไดอานาก่อนสิ้นพระชนม์ โดยเวลานั้นเจ้าหญิงต้องรับมือกับการคุกคามของเหล่าปาปารัซซีที่ตามติดชีวิตในทุกย่างก้าว จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดในโลก และสุดท้ายแล้วปาปารัซซีก็คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เจ้าหญิงไดอานาเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ และสิ้นพระชนม์อย่างกะทันหันอยู่ที่กรุงปารีส 

 

ภาพ: Netflix

อ้างอิง: 

The post Elizabeth Debicki เผยว่าการสวมบทเจ้าหญิงไดอานาใน The Crown และเข้าฉากที่ต้องรับมือกับปาปารัซซี ทำให้เธอรู้สึกถูกรุกราน appeared first on THE STANDARD.

]]>
คอลเล็กชันชุดกาวน์ช่วงท้ายชีวิตของเจ้าหญิงไดอานา ที่ดีไซน์โดย Jacques Azagury ถูกขายให้กับนักสะสมชาวอเมริกัน https://thestandard.co/diana-jacques-azagury-dresses-sold/ Wed, 15 Nov 2023 04:52:41 +0000 https://thestandard.co/?p=865842

คอลเล็กชันชุดราตรีสุดไอคอนิกที่เจ้าหญิงไดอานาผู้ล่วงลับ […]

The post คอลเล็กชันชุดกาวน์ช่วงท้ายชีวิตของเจ้าหญิงไดอานา ที่ดีไซน์โดย Jacques Azagury ถูกขายให้กับนักสะสมชาวอเมริกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

คอลเล็กชันชุดราตรีสุดไอคอนิกที่เจ้าหญิงไดอานาผู้ล่วงลับสวมใส่ในช่วงปีท้ายๆ ของชีวิต ที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ที่โลดแล่นในวงการแฟชั่นมานาน 40 ปีอย่าง Jacque Azagury ทั้ง 5 ชุด ถูกขายให้กับนักสะสมชาวอเมริกันนิรนามโดยไม่เปิดเผยตัวเลข

 

Jacque Azagury เผยเหตุผลที่ตัดสินใจขายคอลเล็กชันชุดราตรีของเจ้าหญิงไดอานาว่า

 

“ทั้งคอลเล็กชันนี้มีความหมายกับผมมาก และเหตุผลเดียวที่ผมขายมันทั้งหมด ก็เป็นเพราะว่าเมื่อ 5 สัปดาห์ที่แล้วผมเกษียณตัวเอง ผมอยากให้ผู้คนยังคงเอ็นจอยกับเดรสที่เต็มไปด้วยความไอคอนิกเหล่านี้ และผมมีหลักการที่จะให้ชุดเหล่านี้ได้อยู่ด้วยกันทั้งคอลเล็กชัน”

 

หนึ่งในนี้คือชุดกาวน์สีดำที่เจ้าหญิงไดอานาใส่ออกงานกาล่าการกุศล ในค่ำคืนเดียวกับที่การสัมภาษณ์ของเจ้าหญิงไดอานาในรายการ Panorama ออกอากาศเมื่อปี 1995 ซึ่งในรายการนั้นเจ้าหญิงไดอานาเปิดเผยถึงชีวิตแต่งงานอันขมขื่น และความสัมพันธ์กับราชวงศ์อังกฤษที่ไม่ค่อยสู้ดีนักอย่างหมดเปลือก รวมไปถึงชุดเดรสระยิบระยับสีดำอีกชุดที่เจ้าหญิงใส่ไปออกงานที่ Tate Gallery ณ กรุงลอนดอน และกลายเป็นชุดเดรสชุดสุดท้ายในชีวิตที่เจ้าหญิงไดอานาใส่เดินพรมแดง

 

นอกจากนั้นยังมีเดรสตัวสั้นเลยหัวเข่าสีฟ้าปักคริสตัลที่เจ้าหญิงไดอานาสวมใส่ไปชมการแสดง Swan Lake ณ Royal Hall ในปี 1977 ที่ Jacque Azagury เล่าว่าเจ้าหญิงไดอานาโปรดปรานชุดดังกล่าว จนเขาทำชุดเดิมในเวอร์ชันที่กระโปรงยาวขึ้นเป็นของขวัญวันเกิดครบรอบอายุ 36 ปีให้กับเจ้าหญิง ซึ่งเจ้าหญิงไดอานาก็เขียนโน้ตขอบคุณเขาเป็นการส่วนตัว และโน้ตนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของการประมูลในครั้งนี้ด้วย   

 

“หลังจากที่จบชีวิตการแต่งงาน เจ้าหญิงก็ได้ค้นพบตัวเองใหม่อีกครั้ง และกลายเป็นผู้หญิงที่งามสะพรั่ง ไม่ใช่ว่าแต่ก่อนเจ้าหญิงไดอานาไม่สวยนะ แต่เวลานั้นคือตอนที่ความเป็นตัวตนที่แท้จริงเริ่มปรากฏออกมา เจ้าหญิงมีครบทุกอย่าง ทั้งเรียวขาที่น่าอัศจรรย์ที่สุด เส้นผมที่สวยงาม และดวงตาสีฟ้าคู่นั้น” Jacque Azagury กล่าว

 

ภาพ: Dave Benett / Getty Images

อ้างอิง: 

The post คอลเล็กชันชุดกาวน์ช่วงท้ายชีวิตของเจ้าหญิงไดอานา ที่ดีไซน์โดย Jacques Azagury ถูกขายให้กับนักสะสมชาวอเมริกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทปเสียงไดอานาเผย พระเจ้าชาร์ลส์ผิดหวังที่ไม่ได้ ‘ลูกสาว’ ในวันที่เจ้าชายแฮร์รีประสูติ https://thestandard.co/charles-disappointed-at-boy-harry-born-diana-recordings/ Sat, 02 Sep 2023 09:22:23 +0000 https://thestandard.co/?p=836822

เทปบันทึกเสียงของไดอานา อดีตเจ้าหญิงแห่งเวลส์ ที่เพิ่งม […]

The post เทปเสียงไดอานาเผย พระเจ้าชาร์ลส์ผิดหวังที่ไม่ได้ ‘ลูกสาว’ ในวันที่เจ้าชายแฮร์รีประสูติ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เทปบันทึกเสียงของไดอานา อดีตเจ้าหญิงแห่งเวลส์ ที่เพิ่งมีการเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ ชี้ว่า พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงรู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้พระราชธิดาอย่างที่ประสงค์ ในวันที่ไดอานามีพระประสูติกาลเจ้าชายแฮร์รี

 

สำนักข่าว CNN รายงานว่า เจ้าหญิงผู้ล่วงลับทรงเคยบันทึกเทปเสียงเอาไว้มากมายในช่วงยุค 90 และแอบส่งมอบให้กับ แอนดรูว์ มอร์ตัน ผู้เขียนชีวประวัติของพระองค์ อย่างลับๆ ก่อนที่พระองค์จะจากไปจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะกำลังพยายามหนีการติดตามของช่างภาพปาปารัซซีในปี 1997 

 

โดยในช่วงที่ผ่านมา มอร์ตันได้เปิดเผยเทปเสียงบางช่วงบางตอนแก่สื่อเป็นครั้งแรก ก่อนที่จะมีการเปิดตัวสารคดีชีวิตของไดอานาในชื่อ Diana: The Rest of Her Story ในปี 2024

 

รายการ Good Morning America ของสถานีโทรทัศน์ ABC ได้รับสิทธิพิเศษในการฟังเทปเสียงดังกล่าว พร้อมเปิดเผยว่า พระเจ้าชาร์ลส์ทรงตรัสกับ เรน เคาน์เตสแห่งสเปนเซอร์ แม่เลี้ยงของไดอานาว่า พระองค์รู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้ ‘ลูกสาว’

 

“ในพิธีศีลจุ่มของแฮร์รี ชาร์ลส์บอกกับแม่ว่า ‘คุณก็รู้ว่าเราผิดหวังมาก เราคิดว่าจะเป็นเด็กผู้หญิง’” ถ้อยคำในเทปเสียงของไดอานาระบุ “ส่วนแม่ของฉันก็ตอบกลับไปว่า ‘พระองค์ควรตระหนักว่าตัวเองโชคดีแค่ไหนแล้วที่มีพระโอรสทรงปกติแข็งแรงดี’” 

 

ไดอานาเล่าต่อไปว่า หลังจากนั้นแม่เลี้ยงของพระองค์และพระสวามีก็แทบไม่ได้พูดจากันอีกเลย

 

มอร์ตันกล่าวในรายการ Good Morning America ว่า การที่เขาได้รับฟังเสียงของไดอานาโดยตรงจากเทปบันทึกเสียงความยาวรวม 7 ชั่วโมง รวมถึงมุมมองที่เธอมีต่อสถาบันกษัตริย์อังกฤษนั้น ‘เป็นเรื่องที่เจ็บปวด’

 

“เธอไม่เคยคิดแม้แต่วินาทีเดียวว่าคามิลลาจะกลายเป็นราชินี ดังนั้นเราจึงมีมุมมองที่แตกต่างกันมากเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่กำลังเปิดเผย” มอร์ตันกล่าว 

 

แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เขาจะปล่อยเสียงเพิ่มเติมมากกว่านี้หรือไม่นั้น มอร์ตันกล่าวว่า “คนทั่วโลกสนใจเรื่องนี้ แต่เรายังต้องดูกันต่อไป”

 

แฟ้มภาพ: Tim Graham Photo Library via Getty Images

อ้างอิง:

 

The post เทปเสียงไดอานาเผย พระเจ้าชาร์ลส์ผิดหวังที่ไม่ได้ ‘ลูกสาว’ ในวันที่เจ้าชายแฮร์รีประสูติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
26 ปีแห่งการจากไปของไดอานา กับความทรงจำที่ยังไม่เลือนหาย https://thestandard.co/princess-diana-26-years-legacy/ Thu, 31 Aug 2023 06:08:35 +0000 https://thestandard.co/?p=835978 princess-diana-legacy

ย้อนกลับไปเมื่อเวลา 01.00 น. หรือเช้ามืดของวันที่ 31 สิ […]

The post 26 ปีแห่งการจากไปของไดอานา กับความทรงจำที่ยังไม่เลือนหาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
princess-diana-legacy

ย้อนกลับไปเมื่อเวลา 01.00 น. หรือเช้ามืดของวันที่ 31 สิงหาคม 1997 ณ ปราสาทบัลมอรัล สกอตแลนด์ ที่ซึ่งสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และสมาชิกส่วนใหญ่ในราชวงศ์ประทับในช่วงฤดูร้อน มีเสียงโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังดังขึ้น โดยปลายสายคือสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ ณ กรุงปารีส ที่แจ้งข่าวร้ายว่า ไดอานา อดีตเจ้าหญิงแห่งเวลส์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะกำลังพยายามหนีการติดตามของช่างภาพปาปารัซซี

 

ภายหลังจากที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าชายชาร์ลส์ทรงทราบเรื่องแล้ว แต่ยังไม่ทันที่จะดำเนินการใดๆ โทรศัพท์จากสถานทูตฝรั่งเศสก็ดังขึ้นอีกครั้งในเวลาประมาณ 03.00 น. แจ้งว่าไดอานาเสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาล เป็นอันสิ้นสุดเรื่องราวของเจ้าหญิงผู้ได้รับความนิยมจากทั่วโลกในวัยเพียง 36 ปี

 

แม้ว่าเวลาจะผ่านไปถึง 26 ปีแล้วหลังการเสียชีวิตของไดอานา ชื่อของเธอยังได้รับการจดจำจากคนทั่วโลก ซึ่งบทบาทส่วนใหญ่ของเธออาจถูกมองว่าเป็นการสั่นคลอนสถาบันกษัตริย์อังกฤษ แต่แท้จริงแล้วไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเรื่องดังกล่าวมีผลต่อการพลิกโฉมสถาบันกษัตริย์อังกฤษเช่นกัน

 

เจ้าหญิงผู้ถูกเลือก

 

ในช่วงทศวรรษที่ 1970 เรื่องราวความรักของเจ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ ผู้เป็นรัชทายาทสืบราชบัลลังก์อังกฤษ เป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ ด้วยคู่สมรสของพระองค์ย่อมจะมีสถานะเป็นพระราชินีแห่งอังกฤษในอนาคต

 

เจ้าชายชาร์ลส์นั้นทรงผ่านคบหาดูใจกับหญิงสาวมาหลายคน ซึ่งยังไม่ปรากฏว่าจะทรงจริงจังกับใคร ทั้งนี้คาดกันว่าเหตุผลสำคัญมาจากการที่พระองค์ยังทรงรักและผูกพันอย่างยิ่งกับคามิลลา แชนด์ พระสหาย ซึ่งความรักดังกล่าวไม่อาจเป็นไปได้ ด้วยความแตกต่างทางฐานะของทั้งคู่ ประกอบกับมุมมองและทัศนคติของสังคมในขณะนั้น ที่มองว่าผู้ที่จะมาเป็นพระชายาและพระราชินีในอนาคตต้องมีคุณสมบัติเพียบพร้อมและคู่ควรกับเจ้าชาย

 

แม้ต่อมาคามิลลาจะสมรสกับแอนดรูว์ พาร์กเกอร์ โบลส์ ซึ่งหลายคนเชื่อว่าเป็นไปเพราะถูกกดดัน เพื่อให้เจ้าชายทรงเปลี่ยนพระทัยจากคามิลลา แต่สายสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังคงอยู่ ซึ่งทำให้เกิดภาวะอิหลักอิเหลื่อในความสัมพันธ์ แม้ชาร์ลส์ต้องการให้คามิลลาหย่าขาดจากแอนดรูว์ แต่คามิลลาไม่อาจหย่าขาดได้ในเวลานั้น และแม้ว่าจะหย่าได้ แต่ชาร์ลส์จะสมรสกับหญิงที่หย่าขาดจากสามีได้อย่างไร เพราะมีข้อห้ามมิให้กษัตริย์สมรสกับหญิงหม้ายที่สามียังมีชีวิตอยู่ อันเป็นไปตามธรรมเนียมของคริสตจักรอังกฤษ ซึ่งเป็นเหตุให้พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 ต้องสละราชสมบัติ เมื่อทรงยืนยันว่าจะสมรสกับวอลลิส ซิมป์สัน หญิงหม้ายชาวอเมริกันในปี 1936 ทำให้เกิดเป็นภาวะที่ต่างสับสนและไม่อาจเป็นจริงได้ ชาร์ลส์จึงต้องยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น

 

ในปี 1980 ปรากฏข่าวว่าเจ้าชายชาร์ลส์กำลังคบหากับไดอานา สเปนเซอร์ หญิงสาววัย 19 ปี ผู้เป็นน้องสาวของเลดี้ซาราห์ สเปนเซอร์ ซึ่งเคยคบหากับเจ้าชายในปี 1977 อันเป็นปีที่ไดอานาได้พบกับเจ้าชายเป็นครั้งแรก อีกทั้งยังปรากฏภาพของไดอานาขณะไปเยือนปราสาทบัลมอรัล อันแสดงถึงการผ่านบททดสอบการใช้ชีวิตกับราชวงศ์อังกฤษ ดังเช่นที่ปรากฏในซีรีส์ The Crown ซีซัน 4 ตอนที่ 2 ‘The Balmoral Test’

 

ไดอานานั้นสืบเชื้อสายจากตระกูลสเปนเซอร์ที่ได้รับการยอมรับนับถือว่าเป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่ของอังกฤษ โดยตระกูลของเธอสามารถนับย้อนไปได้ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 15 ซึ่งผู้มีชื่อเสียงจากตระกูลนี้คนหนึ่งคือ Duke of Marlborough, the Earldom of Spencer and Sunderland, and the Churchill barony ทำให้เธอยังมีศักดิ์เป็นญาติกับเซอร์ วินสตัน เชอร์ชิล อดีตนายกรัฐมนตรีผู้เป็นรัฐบุรุษของอังกฤษด้วย 

 

ด้วยภูมิหลังจากครอบครัวชนชั้นสูงและบุคลิกลักษณะอันโดดเด่นของไดอานา ประกอบกับการที่เจ้าชายชาร์ลส์มีอายุถึง 32 ปีแล้ว และกระแสสังคมที่กล่าวถึงความสัมพันธ์ของเจ้าชายกับไดอานาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดแรงกดดันจากราชสำนักในการที่เขาต้องสมรส ดังนั้น ไดอานา สเปนเซอร์ จึงเป็นผู้ที่เจ้าชายทรงเลือกให้เป็นเจ้าหญิงของพระองค์ โดยทรงขอเธอแต่งงานในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 1981

 

เจ้าหญิงในเทพนิยาย?

 

แม้ว่าการสมรสของเจ้าชายชาร์ลส์และไดอานา ณ มหาวิหารเซนต์พอล ในวันที่ 29 กรกฎาคม 1981 จะได้รับการขนานนามว่าเป็นดังการแต่งงานในเทพนิยาย (Fairytale Wedding) ซึ่งผู้คนทั่วอังกฤษและทั่วโลกต่างให้ความสนใจ แต่ก็ปรากฏเหตุการณ์หลายอย่างที่ดูเหมือนว่าชีวิตการสมรสของทั้งคู่จะไม่ราบรื่น ตั้งแต่การที่ไดอานาได้ยินเจ้าชายบอกคามิลลาทางโทรศัพท์ว่า “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันยังคงรักเธอเสมอ” (Whatever happens, I will always love you.) ซึ่งทำให้ไดอานาแทบใจสลาย หรือแม้แต่ก่อนพิธีสมรส ไดอานายังได้เจอกับสร้อยข้อมือที่ชาร์ลส์เตรียมไว้ให้คามิลลา ซึ่งสร้างความกังวลและเธอเองก็สับสนว่าควรจะสมรสกับชาร์ลส์หรือไม่ 

 

ภายหลังพิธีสมรสดังกล่าว ความสัมพันธ์ของเจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งเวลส์ก็ไม่ราบรื่นและมีปัญหาระหองระแหงเรื่อยมา อันเนื่องมาจากการสมรสที่เกิดจากการกดดันของหลายฝ่าย ความแตกต่างของทั้งคู่ ไม่ว่าจะเป็นช่วงอายุซึ่งห่างกันถึง 12 ปี รวมถึงสังคม ความสนใจ และทัศนคติต่างๆ

 

หากชม The Crown ซีซัน 5 จะพบกับการเน้นย้ำในหลายตอนว่า ราชวงศ์หรือสถาบันกษัตริย์อังกฤษนั้นเปรียบได้กับ ‘ระบบ’ (System) ที่เข้มงวดอย่างมาก ทุกคนต้องยอมรับและทำตามธรรมเนียมหรือแบบแผนที่เป็นมา อันสะท้อนถึงจุดยืนของสถาบันกษัตริย์อังกฤษที่มีแนวคิดอนุรักษนิยม การรักษาความลับ และความเป็นส่วนตัว การธำรงสถานะที่เป็นแบบอย่าง และเป็นสถาบันที่รักษาความดีงามที่สืบทอดกันมาของสังคม 

 

ดังนั้นหากมองในมุมของไดอานา การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์ที่เก่าแก่และมีระบบระเบียบ รวมถึงแบบแผนพิธีการความศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าว ย่อมเป็นความท้าทายของเธอในวัยเพียง 20 ปีที่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต ทั้งนี้ ด้วยปมปัญหาในวัยเด็กที่ครอบครัวของเธอต้องแตกแยก และเรื่องราวของคามิลลาที่เข้ามาร่วมอยู่ในความสัมพันธ์ ล้วนแต่ทำให้ไดอานามีอารมณ์แปรปรวน ตกอยู่ในภาวะวิตกกังวล มีความเครียดรุนแรง และยังเป็นโรคบูลิเมีย (Bulimia) หรือการรับประทานอาหารปริมาณมากและอาเจียนออกมา รวมถึงยังปรากฏหลักฐานว่าเธอยังมีความคิดที่จะฆ่าตัวตายด้วย

 

สงครามแห่งเวลส์

 

ชีวิตสมรสที่ไม่ราบรื่นของทั้งคู่ นอกจากจะนำมาซึ่งความทุกข์ใจของแต่ละฝ่ายแล้ว ยังพัฒนาต่อมาเป็นความขัดแย้งและการปะทะกันผ่านสื่อมวลชนของทั้งคู่ ที่เรียกขานกันว่า สงครามแห่งเวลส์ (War of Wales) 

 

มุมมองของสังคมอังกฤษในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20 นั้น ผู้คนเริ่มตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการดำรงคงอยู่ของสถาบันกษัตริย์อังกฤษ พร้อมๆ กันกับบทบาทของสื่อมวลชนที่มีมากขึ้นควบคู่กับโลกแห่งเทคโนโลยีที่พัฒนาก้าวหน้า ทำให้การตลาดของสื่อมวลชนเติบโตขึ้น ทั้งในรูปแบบของหนังสือพิมพ์ หนังสือ หรือรายการโทรทัศน์ ดังนั้นการแสวงหาเนื้อหาหรือการเล่นประเด็นต่างๆ จึงมีความสำคัญ และประเด็นเกี่ยวกับเจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งเวลส์ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

 

ไม่ว่าจะเป็นการตีพิมพ์หนังสือ ‘Diana: Her True Story-In Her Own Words’ โดยแอนดรูว์ มอร์ตัน ในปี 1992 ซึ่งแม้จะบอกว่าเป็นการสัมภาษณ์และเก็บข้อมูลจากคนใกล้ชิดของไดอานา แต่เชื่อว่าไดอานามีส่วนรู้เห็นในเรื่องดังกล่าว โดยมีเนื้อหาสำคัญคือการเปิดเผยเรื่องราวชีวิตของไดอานาที่ไม่ได้เป็นเทพนิยายแบบที่ทุกคนคิด ปัญหาทางจิตใจที่เธอต้องเผชิญ และกล่าวถึงความกดดันภายในระบบของราชวงศ์ หรือหนังสือ The Prince of Wales: A Biography โดยโจนาธาน ดิมเบิลบี ในปี 1994 ซึ่งชาร์ลส์ได้เล่าถึงปมปัญหาจากการเลี้ยงดูในวัยเด็ก และกล่าวถึงความสัมพันธ์ของไดอานากับชายอื่น ดังนั้นหนังสือทั้งสองเล่มนี้จึงส่งผลด้านลบต่อทั้งเจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งเวลส์ รวมถึงสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และสถาบันกษัตริย์อังกฤษด้วย

 

ความขัดแย้งครั้งสำคัญระหว่างไดอานากับชาร์ลส์และราชวงศ์อังกฤษคือการให้สัมภาษณ์รายการ Panorama ทาง BBC ในตอนที่มีชื่อว่าAn interview with H.R.H. the Princess of Wales’ ในปี 1995 โดยมีผู้รับชมกว่า 20 ล้านคน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่สมาชิกราชวงศ์ที่ยังคงสถานะอยู่ได้ออกมาเล่าถึงชีวิตส่วนตัวในราชวงศ์ 

 

ไดอานาได้เล่าเรื่องราวชีวิตสมรส อาการป่วย และมุมมองต่อเรื่องต่างๆ ในราชวงศ์ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับชาร์ลส์และคามิลลาที่ว่า “มีคนอยู่สามคนในความสัมพันธ์ของเราสองคน มันก็เลยจะอึดอัดอยู่บ้าง” (There were three of us in this marriage, so it was a bit crowded.) เธอยังกล่าวอีกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเธอเป็นเพราะเธอไม่ยอมแพ้และไม่ยอมอยู่เฉย ซึ่งเธอเลือกที่จะสู้จนวันสุดท้าย และหากเป็นไปได้ เธอเลือกจะเป็นราชินีในใจของผู้คน (a queen of people’s hearts) มากกว่า พร้อมกับยังทิ้งท้ายว่า เจ้าชายชาร์ลส์นั้นไม่เหมาะที่จะเป็นกษัตริย์ อันทำให้สถานการณ์ทุกอย่างเลวร้ายลง

 

ทั้งนี้ ปรากฏต่อมาในภายหลังว่าการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวนั้น มาร์ติน บาเชียร์ ผู้สื่อข่าวของ BBC ได้ใช้กลลวงในการปลอมแปลงเอกสารและสร้างเรื่องเท็จเพื่อให้เข้าถึงและสัมภาษณ์ไดอานา ทำให้เกิดเรื่องราวเลวร้ายดังกล่าวขึ้น ซึ่ง BBC ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษในปี 2021 ในขณะที่บาเชียร์ยังคงยืนยันว่า ถึงแม้ไม่มีการใช้กลลวงดังกล่าว เจ้าหญิงก็ประสงค์จะเปิดเผยถึงชีวิตอันยากลำบากของพระองค์ในราชวงศ์วินด์เซอร์อยู่ดี

 

การหย่าร้างกับความขัดแย้งที่สิ้นสุด?

 

แม้การประกาศแยกกันอยู่ในปี 1992 จะเป็นความพยายามที่จะประคับประคองความสัมพันธ์ของเจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งเวลส์ให้คงอยู่ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะแนวคิดและการรักษาภาพลักษณ์ของสถาบันกษัตริย์อังกฤษ ตลอดจนความเชื่อทางศาสนาว่าการหย่าร้างเป็นสิ่งที่ไม่ดี รวมถึงการหย่าร้างจะส่งผลกระทบต่อสถานะของเจ้าหญิงไดอานาในฐานะคู่สมรสและมารดาของกษัตริย์อังกฤษในอนาคต 

 

อย่างไรก็ตาม เวลาที่ผ่านไปนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน หากได้ชมซีรีส์ The Crown ซีซัน 5 ตอนที่ 8 ‘Gunpowder’ และตอนที่ 9 ‘Couple 31’ เราจะเห็นถึงความคิดที่เปลี่ยนแปลงไปของประชาชนที่มีต่อสิ่งต่างๆ เทียบเคียงกับการเติบโตของสื่อมวลชนและเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงการตั้งคำถามถึงคุณค่าและการคงอยู่ของสถาบันกษัตริย์อังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นจริงของคู่สมรสที่มักเกิดการหย่าร้างขึ้นอยู่เสมอ 

 

สุดท้ายแล้วหลังการสัมภาษณ์ของไดอานากับทาง BBC ในเดือนพฤศจิกายน 1995 ได้นำมาซึ่งความแตกสลายที่ยากเกินแก้ไขของทั้งคู่ และทำให้สถานะของสถาบันกษัตริย์อังกฤษต้องสั่นคลอนจากการตั้งคำถามของสังคมถึงบทบาทและวิถีที่เป็นไปของสถาบันกษัตริย์อังกฤษ ทำให้สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงตัดสินพระทัยว่า การหย่าขาดจากกันน่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการยุติความขัดแย้งและความทุกข์ทรมานตลอด 14 ปีแห่งการสมรสของทั้งคู่ รวมถึงยับยั้งผลกระทบร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นต่อสถาบันกษัตริย์อังกฤษ

 

การหย่าร้างของชาร์ลส์และไดอานามีผลในวันที่ 28 สิงหาคม 1996 หลังการเจรจาต่อรองเกี่ยวกับสิทธิต่างๆ ภายหลังการสมรส โดยทั้งคู่ยังมีสิทธิร่วมกันในการดูแลเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รี พระโอรส อีกทั้งไดอานาจะได้รับเงินสนับสนุนรายปี ทั้งยังมีสิทธิพำนักที่พระราชวังเคนซิงตันและมีสำนักงานส่วนตัวที่พระราชวังเซนต์เจมส์ ส่วนอิสริยยศนั้น ไดอานายังคงสถานะเป็นเจ้าหญิงแห่งเวลส์ (Diana, Princess of Wales) และถือเป็นสมาชิกราชวงศ์อยู่ แต่จะไม่มีสิทธิใช้คำนำหน้าว่า Her Royal Highness (HRH) อันแสดงถึงสถานะราชวงศ์ชั้นสูง และการมีสิทธิเข้าร่วมพระราชพิธี รวมถึงสิทธิพิเศษอื่นๆ ในฐานะราชวงศ์

 

แม้ว่าจะหย่าขาดกันและต่างมีอิสระที่จะใช้ชีวิต แต่เรื่องราวของไดอานาหรือที่ผู้คนนิยมเรียกว่า ‘เลดี้ได’ (Lady Di) ก็ยังคงได้รับความนิยมจากสังคมอยู่อย่างต่อเนื่อง ทุกความเคลื่อนไหวของเธอจะได้รับความสนใจและจะปรากฏเป็นพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์อยู่เสมอ ซึ่งหลายครั้งถูกมองว่าเป็นการกระทบถึงสถาบันกษัตริย์อังกฤษ และแสดงให้เห็นถึงมติมหาชนที่สนับสนุนเธออยู่ 

 

อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด

 

แต่เวลาแห่งชีวิตที่เป็นอิสระของไดอานานั้นช่างแสนสั้น เมื่อเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ไม่คาดคิดในวันที่ 31 สิงหาคม 1997 หรือเพียงปีเศษหลังจากการหย่าร้าง ซึ่งสร้างความตกใจและเศร้าโศกอย่างมากต่อผู้คนทั่วโลกในการจากไปของเจ้าหญิงผู้สร้างสีสันและมีบทบาทอย่างยิ่งคนหนึ่งแห่งยุคสมัย 

 

การเสียชีวิตของเธอยังนำมาซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางต่อสถาบันกษัตริย์อังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกที่ล่าช้าของราชวงศ์ต่อการจากไปของไดอานา รวมถึงข้อครหาด้วยทฤษฎีสมคบคิดที่หลายคนเชื่อว่าราชวงศ์อังกฤษนั้นมีส่วนรู้เห็นต่อการเสียชีวิตของไดอานา เพราะไดอานาโดดเด่นและเป็นที่นิยมมากกว่า และสถาบันกษัตริย์อังกฤษถูกสั่นคลอนจากการให้สัมภาษณ์หรือการเป็นข่าวของไดอานา

 

เนื่องด้วยการยึดมั่นในธรรมเนียมปฏิบัติของสถาบันกษัตริย์อังกฤษที่เป็นมา รวมถึงสถานะของไดอานาที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทำให้ไม่มีการออกแถลงการณ์หรือไม่มีการลดธงครึ่งเสาเพื่อไว้อาลัยที่พระราชวังบักกิงแฮม และสมาชิกส่วนใหญ่ของราชวงศ์ยังคงประทับที่ปราสาทบัลมอรัล สกอตแลนด์ ทำให้สถาบันกษัตริย์อังกฤษยิ่งถูกโจมตีและวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากถึงความเฉยเมยหรือการไม่สนใจต่อความโศกเศร้าที่ผู้คนทั่วโลกต่างมีต่อเจ้าหญิงไดอานา ซึ่งสร้างความโกรธและไม่พอใจอย่างยิ่งต่อราชวงศ์อังกฤษ จนอาจกล่าวได้ว่าช่วงสัปดาห์แรกภายหลังการเสียชีวิตของไดอานา เป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายและตกต่ำที่สุดช่วงหนึ่งสำหรับสถาบันกษัตริย์อังกฤษในยุคสมัยใหม่ 

 

อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตอีกด้านหนึ่งถึงเหตุผลที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ยังไม่เสด็จพระราชดำเนินกลับลอนดอน คือ การจากไปของไดอานานั้นยังเป็นความสูญเสียอย่างร้ายแรงสำหรับเจ้าชายทั้งสองซึ่งมีอายุเพียง 15 ปี และ 12 ปีเช่นกัน การที่แม่ของพวกเขาจากไปอย่างกะทันหันย่อมกระทบต่ออารมณ์ความรู้สึก ซึ่งเป็นหน้าที่ในฐานะสมเด็จย่าที่ต้องทรงดูแลให้หลานทั้งสองเข้มแข็งและผ่านพ้นช่วงเวลาที่เลวร้ายให้ได้

 

สุดท้ายแล้ว ท่ามกลางช่อดอกไม้จำนวนมหาศาลที่ผู้คนมากมายนำมาวางเพื่อไว้อาลัยต่อเจ้าหญิงผู้เป็นที่รักยิ่งหน้าพระราชวังบักกิงแฮม สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จพระราชดำเนินกลับมายังลอนดอน และทรงออกแถลงการณ์เสียพระทัยถึงการจากไปของเจ้าหญิงไดอานาในวันที่ 5 กันยายน ก่อนพิธีศพของไดอานาที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ เพื่อลดกระแสการต่อต้านราชวงศ์ที่เกิดขึ้น

 

แม้เวลาผ่านไปกว่า 20 ปีแล้ว การเสียชีวิตของไดอานายังคงถูกพูดถึงอีกครั้งหลังการออกหนังสือที่มีชื่อว่า ‘Spare’ ซึ่งว่าด้วยชีวิตการเป็นตัวสำรองของเจ้าชายแฮร์รี ดยุกแห่งซัสเซ็กซ์ โดยเรื่องราวเริ่มต้นตั้งแต่ที่เจ้าชายแฮร์รีทรงรู้ข่าวการจากไปอย่างกะทันหันของไดอานาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 1997 ซึ่งอุบัติเหตุพรากชีวิตแม่ของแฮร์รีในขณะที่เขามีอายุเพียง 12 ปีนั้น ยังคงเป็นรอยแผลที่กระทบต่อสภาพจิตใจของแฮร์รี หลายครั้งหลายตอนที่เขามักกล่าวว่าเขาเชื่อว่าแม่ยังไม่จากไป นอกจากนี้ เขายังได้ไปตามรอยเส้นทางในกรุงปารีสที่ไดอานาเสียชีวิตอีกด้วย 

 

จากสิ่งที่แฮร์รีเขียน การจากไปของไดอานาถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญและส่งผลกระทบต่อชีวิตของเขา หลายครั้งหลายหนตั้งแต่บทแรกถึงบทสุดท้าย เขามักกล่าวถึงแม่อยู่เสมอ และเปรียบเทียบชีวิตที่เขากับเมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์ต้องพบเจอ ไม่ว่าจะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนตัวจากสื่อมวลชน และความกลัวถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตของพวกเขาว่าเป็นเหมือนเหตุการณ์ที่ไดอานาต้องเผชิญเมื่อ 30 ปีก่อน แม้ในความเป็นจริงแล้วไดอานานั้นผ่านสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่าพวกเขามากนัก

 

ผู้พลิกโฉมสถาบันกษัตริย์อังกฤษ

 

ช่วงเวลาตั้งแต่ที่ไดอานาก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในราชวงศ์วินด์เซอร์ จนถึงการจากไปอย่างกะทันหันของเธอ อาจถูกมองได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่สั่นคลอนสถานะของสถาบันกษัตริย์อังกฤษมากที่สุดช่วงหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นข่าวอื้อฉาวบนหน้าหนังสือพิมพ์ในแต่ละวัน ความเศร้าจากชีวิตสมรสที่ล้มเหลวของรัชทายาทอังกฤษ ความทุกข์และลำบากใจของราชวงศ์จากเรื่องที่เกิดขึ้น รวมถึงปัญหาความกดดันที่เจ้าชายทั้งสองของครอบครัวเวลส์ต้องเผชิญ และสุดท้ายได้นำมาสู่โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น 

 

ดังที่กล่าวมาแล้ว การดำรงสถานะของสถาบันกษัตริย์อังกฤษนั้นค่อนข้างยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีที่ผ่านมา ประกอบกับสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 นั้นทรงมีช่วงชีวิตที่ยืนยาวนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1920 ก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้มุมมองหรือทัศนคติของพระองค์ต่อเรื่องต่างๆ นั้นโน้มเอียงไปในทางอนุรักษนิยม และบ่อยครั้งที่ไม่อาจก้าวทันต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคม

 

บทบาทของเจ้าหญิงไดอานาในการเข้าถึงจิตใจของผู้คนทั่วโลก ทั้งบุคลิกลักษณะและการวางตัวที่เป็นกันเอง ตลอดจนการอุทิศตนในกิจการสาธารณกุศลต่างๆ โดยเฉพาะภาพที่ไดอานาสัมผัสมือกับผู้ป่วยติดเชื้อ HIV โดยไม่ใส่ถุงมือนั้นทรงพลังอย่างมาก ซึ่งช่วยให้เกิดมุมมองใหม่ต่อผู้ป่วยดังกล่าว เป็นภาพที่ได้รับการจดจำ และปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นบทบาทที่ส่งผลให้ผู้คนเรียกร้องให้ราชวงศ์ต้องปฏิบัติด้วย

 

ดังที่ปรากฏอยู่เสมอใน The Crown ซีซัน 5 เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมตามช่วงเวลา ความคิดหรือมุมมองของคนยุคเก่าที่ต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัย เช่นเดียวกันกับสถาบันกษัตริย์อังกฤษ การเข้ามาของไดอานาย่อมสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น หลายเรื่องที่สถาบันกษัตริย์อังกฤษไม่เคยเจอและไม่เคยประสบ ไม่ว่าจะเป็นการให้สัมภาษณ์ หรือเรื่องราวต่างๆ ซึ่งสถาบันกษัตริย์อังกฤษไม่อาจต้านทานหรือยึดมั่นแต่เพียงอดีตที่ยิ่งใหญ่ หากทำได้แต่เพียงยอมรับและปรับตัวให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลง

 

ดังนั้นแล้วคงไม่เกินไปนักที่จะกล่าวว่า ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์นั้นมีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการพลิกโฉมหรือเปลี่ยนแปลงทัศนคติหรือมุมมองของราชวงศ์อังกฤษ และเป็นบทเรียนสำคัญให้สถาบันกษัตริย์อังกฤษได้เรียนรู้และปรับเปลี่ยนตัวเองให้อยู่รอดมาได้ดังเช่นปัจจุบัน

 

ภาพ: Tim Graham Photo Library via Getty Images

อ้างอิง:

The post 26 ปีแห่งการจากไปของไดอานา กับความทรงจำที่ยังไม่เลือนหาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เจ้าหญิงไดอานา สิ้นพระชนม์ โศกนาฏกรรมสะเทือนราชวงศ์อังกฤษ | 31 สิงหาคม 1997 | ON THIS DAY #2 https://thestandard.co/on-this-day-ep2/ Thu, 31 Aug 2023 00:00:29 +0000 https://thestandard.co/?p=835791

THE STANDARD พาทุกคนย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 19 […]

The post ชมคลิป: เจ้าหญิงไดอานา สิ้นพระชนม์ โศกนาฏกรรมสะเทือนราชวงศ์อังกฤษ | 31 สิงหาคม 1997 | ON THIS DAY #2 appeared first on THE STANDARD.

]]>

THE STANDARD พาทุกคนย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 1997 วันแห่งความทรงจำและฝันร้ายในหน้าประวัติศาสตร์ราชวงศ์อังกฤษ เมื่อเจ้าหญิงไดอานาประสบอุบัติเหตุรถชนรุนแรงจนสิ้นพระชนม์ ที่บริเวณอุโมงค์ทางลอดสะพานในกรุงปารีสของฝรั่งเศส ภายหลังถูกไล่ตามจากช่างภาพปาปารัซซี

 

โดยการสิ้นพระชนม์อย่างกะทันหัน ยังนำมาซึ่งคดีความและการฟ้องร้องสืบหาข้อเท็จจริงต่อเนื่องอีกหลายปี

The post ชมคลิป: เจ้าหญิงไดอานา สิ้นพระชนม์ โศกนาฏกรรมสะเทือนราชวงศ์อังกฤษ | 31 สิงหาคม 1997 | ON THIS DAY #2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
1 กรกฎาคม 1961 – วันเกิด ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ https://thestandard.co/onthisday01071961/ Sat, 01 Jul 2023 02:43:56 +0000 https://thestandard.co/?p=810161

ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ มีพระนามเดิมว่า ไดอานา ฟรานเซส […]

The post 1 กรกฎาคม 1961 – วันเกิด ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ มีพระนามเดิมว่า ไดอานา ฟรานเซส สกุลเดิม สเปนเซอร์ เกิดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 1961 โดยเป็นบุตรีคนที่ 3 ของ จอห์น สเปนเซอร์ ไวเคานต์อัลธอร์พ และ ฟรานเซส โรช และเป็นอดีตพระชายาพระองค์แรกของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร เมื่อครั้นดำรงพระราชอิสริยยศเป็นเจ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์

 

ไดอานาถือกำเนิดในตระกูลขุนนางที่สืบทอดเชื้อสายจากราชวงศ์อังกฤษในสมัยกลาง โดยในวัยเด็กเธอพักอาศัยที่คฤหาสน์พาร์กเฮาส์ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพระราชฐาน พระตำหนักซานดริงแฮม 

 

ขณะที่เธอได้เข้าศึกษาขั้นพื้นฐานในโรงเรียนที่ประเทศอังกฤษ และต่อมาได้เข้าศึกษาต่อช่วงสั้นๆ ที่โรงเรียนการเรือน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 

 

ขณะที่อายุได้ 14 ปี ไดอานาได้รับบรรดาศักดิ์เลดี้ เมื่อบิดาสืบทอดฐานันดรศักดิ์เอิร์ลแห่งสเปนเซอร์ โดยเธอเริ่มเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกเมื่อเป็นเข้าพิธีหมั้นหมายกับเจ้าชายชาร์ลส์ในปี 1981 ก่อนจะเข้าพระราชพิธีอภิเษกสมรสในวันที่ 29 กรกฎาคม 1981 และหลังจากนั้นไม่นานก็มีพระประสูติการเจ้าชายวิลเลียม พระโอรสพระองค์แรก และเจ้าชายแฮร์รี พระโอรสพระองค์ที่ 2 ในอีก 2 ปีถัดมา 

 

ในระหว่างที่ทรงดำรงพระอิสริยยศเจ้าหญิงแห่งเวลส์ พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินออกปฏิบัติพระกรณียกิจมากมายแทนสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 รวมทั้งเสด็จฯ เยือนต่างประเทศอยู่สม่ำเสมอ พระกรณียกิจที่สำคัญในบั้นปลายพระชนม์ชีพคือ การรณรงค์ต่อต้านการใช้ทุ่นระเบิด นอกจากนี้พระองค์ยังทรงดำรงตำแหน่งประธานโรงพยาบาลเด็ก Great Ormond Street และทรงเป็นองค์อุปถัมภ์โครงการและมูลนิธิอื่นๆ มากกว่าหลายร้อยแห่งจนถึงปี 1996

 

ภาพ: Bettmann / Contributor / Getty Images

The post 1 กรกฎาคม 1961 – วันเกิด ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สเวตเตอร์แกะดำ’ ของเจ้าหญิงไดอานา กำลังจะได้รับการประมูลผ่าน Sotheby’s เดือนสิงหาคมนี้ https://thestandard.co/princess-diana-original-sheep-sweater-auction-rare-sale/ Fri, 30 Jun 2023 07:27:52 +0000 https://thestandard.co/?p=809905 เจ้าหญิงไดอานา

สเวตเตอร์แกะดำ หนึ่งในไอเท็มสุดไอคอนิกที่เจ้าหญิงไดอานา […]

The post ‘สเวตเตอร์แกะดำ’ ของเจ้าหญิงไดอานา กำลังจะได้รับการประมูลผ่าน Sotheby’s เดือนสิงหาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหญิงไดอานา

สเวตเตอร์แกะดำ หนึ่งในไอเท็มสุดไอคอนิกที่เจ้าหญิงไดอานาผู้ล่วงลับเคยสวมใส่ กำลังจะได้รับการประมูลโดย Sotheby’s ในเดือนสิงหาคมนี้ หลังจากที่มีผู้พบเสื้อตัวนี้ที่ถูกเก็บไว้ในกล่องเก็บของนานกว่า 40 ปี

 

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Sotheby’s ประกาศถึงการประมูลสเวตเตอร์แกะดำที่เจ้าหญิงไดอานาในวัย 19 ปีเคยสวมใส่ไปร่วมชมการแข่งขันโปโลของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ในเดือนมิถุนายน ปี 1981 ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่ทั้งสองจะเข้าพิธีอภิเษกสมรสเพียง 1 เดือน โดยคาดการณ์กันว่าราคาประมูลน่าจะอยู่ที่ราวๆ 50,000-80,000 ดอลลาร์ หรือราว 1.7-2.8 ล้านบาท 

 

สำหรับสเวตเตอร์สีแดงที่เรียงรายด้วยแพตเทิร์นแกะสีขาว ที่มาพร้อมกับจุดเด่นแสนพิเศษคือ ‘แกะดำ’ ตัวหนึ่งบนเสื้อของเจ้าหญิงไดอานานั้น เป็นของแบรนด์นิตแวร์สัญชาติอังกฤษอย่าง Warm & Wonderful ออกแบบโดย 2 ดีไซเนอร์นาม Sally Muir และ Joanna Osborne ซึ่ง Joanna Osborne คนนี้เองที่เป็นผู้ค้นพบสเวตเตอร์แกะดำของเจ้าหญิงไดอานาที่ถูกเก็บไว้ในกล่องไวน์มาเป็นเวลาหลายสิบปี จนเธอเองก็ลืมไปแล้ว 

 

เธอเล่าว่า “ฉันกำลังหาแพตเทิร์นอยู่บนห้องใต้หลังคาในเดือนกุมภาพันธ์ แล้วฉันก็สังเกตเห็นกล่องไวน์อยู่ที่มุมห้อง และเจอจัมเปอร์สีแดงลายแกะที่ห่อเอาไว้ในผ้าคลุมเตียงคอตตอนอยู่ในนั้น มันถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างดีเลยละ จู่ๆ ฉันก็เกิดความคิดว่า ‘จะใช่เสื้อตัวนั้นหรือเปล่านะ’ ฉันดูที่ข้อมือเสื้อและเจอรอยเย็บ ฉันเรียก Sal และบอกว่า ‘ฉันว่าฉันเจอจัมเปอร์ตัวจริงของเจ้าหญิงไดอานา!’”

 

พวกเธอติดต่อไปหา Sotheby’s ทันที หลังจากที่เปรียบเทียบเสื้อกับรูปภาพของเจ้าหญิงไดอานา และมั่นใจได้ว่านี่คือสเวตเตอร์อันเลื่องชื่อของเจ้าหญิงผู้ล่วงลับ เพราะเสื้อที่ถักด้วยมือแต่ละตัวจะมีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งเหตุผลที่ทำให้สเวตเตอร์แกะดำได้กลับมาอยู่ในมือของดีไซเนอร์ เป็นเพราะเลขาของเจ้าหญิงไดอานาส่งเสื้อตัวนั้นกลับมาให้พวกเธอเพื่อซ่อมแซม หรือหาชุดดีไซน์เดียวกันมาแทนที่ หลังจากที่สเวตเตอร์แกะดำที่เจ้าหญิงไดอานาใส่ออกงานไปแล้วเกิดชำรุดขึ้นมา สุดท้ายแบรนด์ก็ได้ส่งสเวตเตอร์แกะดำตัวใหม่ไปให้เจ้าหญิงไดอานา ซึ่งเธอได้สวมใส่มันออกงานอีกครั้งในปี 1983 ส่วนตัวออริจินัลก็ถูกเก็บเอาไว้ จนผู้ออกแบบเสื้อได้ค้นพบมันในตอนนี้

 

ภาพ: Tim Graham Photo Library via Getty Images

อ้างอิง: 

The post ‘สเวตเตอร์แกะดำ’ ของเจ้าหญิงไดอานา กำลังจะได้รับการประมูลผ่าน Sotheby’s เดือนสิงหาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จาก ‘ผู้หญิงคนนั้น’ สู่ ‘ราชินีแห่งอังกฤษ’: ชีวิตที่ต้องฝ่าขวากหนามของควีนคามิลลา https://thestandard.co/queen-camilla-thorny-life/ Mon, 01 May 2023 07:45:31 +0000 https://thestandard.co/?p=783594 ควีนคามิลลา

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งอังกฤษ […]

The post จาก ‘ผู้หญิงคนนั้น’ สู่ ‘ราชินีแห่งอังกฤษ’: ชีวิตที่ต้องฝ่าขวากหนามของควีนคามิลลา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ควีนคามิลลา

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งอังกฤษในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่กำลังจะมาถึงนี้ถือเป็นข่าวใหญ่ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ โดยนอกจากจะเป็นพระราชพิธีที่ไม่ได้มีการจัดมานานเกือบ 70 ปีแล้ว เรื่องราวของสมาชิกราชวงศ์วินด์เซอร์ก็เป็นที่สนใจของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราวของพระราชินีคามิลลา ผู้ที่จะร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นพระราชินีแห่งราชบัลลังก์อังกฤษโดยสมบูรณ์

 

The Other Woman

ช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 ท่ามกลางกระแสข่าวความร้าวฉานในชีวิตคู่ของเจ้าชายชาร์ลส์กับไดอานา สเปนเซอร์ ไดอานาเคยกล่าวไว้ว่า “มีคน 3 คนอยู่ในชีวิตการแต่งงานของเรา” (There were three of us in this marriage.) ซึ่งคนที่ 3 ในความสัมพันธ์ดังกล่าวคือ ‘คามิลลา พาร์กเกอร์ โบลส์’ หรือผู้ที่ไดอานากล่าวถึงว่าเป็น “ผู้หญิงคนนั้น” (The Other Woman)

 

คามิลลา พาร์กเกอร์ โบลส์ หรือชื่อเดิม คามิลลา แชนด์ เกิดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 1947 (ก่อนพระเจ้าชาร์ลส์ 1 ปีเศษ) เธอนั้นมีช่วงชีวิตวัยเด็กที่อบอุ่นกับครอบครัวที่มีฐานะดี โดยได้เข้ารับการศึกษาที่ Queen’s Gate School ในกรุงลอนดอน ก่อนจะไปศึกษาต่อที่ Mon Fertile School ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเข้าศึกษาระดับมหาวิทยาลัยที่ The Institut Britannique ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

 

คามิลลานั้นพบกับเจ้าชายชาร์ลส์ครั้งแรกเมื่อปี 1971 ก่อนที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะค่อยๆ พัฒนาขึ้นจนเกิดเป็นความผูกพันอย่างลึกซึ้ง โดยทั้งคู่ต่างมีความเข้าอกเข้าใจและต่างมีส่วนเติมเต็มซึ่งกันและกัน อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานะของเจ้าชายชาร์ลส์ ในฐานะรัชทายาท ผู้จะสืบราชบัลลังก์อังกฤษในอนาคต ชีวิตคู่ของพระองค์นั้นถูกคาดหวังถึงเรื่องความเหมาะสมมากกว่าความรัก 

 

ด้วยสถานะรัชทายาท ทำให้ราชสำนักอังกฤษเข้ามามีส่วนสำคัญในการกำหนดชีวิตความรักของเจ้าชายชาร์ลส์ ซึ่งส่วนใหญ่เห็นว่าคามิลลานั้นไม่เหมาะสมกับเจ้าชาย ทั้งจากเรื่องราวความรักในอดีตของเธอ รวมถึงการขาดคุณสมบัติที่จะเป็นเจ้าหญิง จึงมีความพยายามในการกีดกันความรักของทั้งคู่ พร้อมกับเลือกหาผู้ที่เหมาะสมเป็นคู่ชีวิตของชาร์ลส์แทน ทำให้ความสัมพันธ์อย่างเปิดเผยของทั้งคู่ต้องยุติลง โดยชาร์ลส์ได้ออกเรือไปปฏิบัติหน้าที่ในฐานะราชนาวีอังกฤษ ส่วนคามิลลานั้นเข้าพิธีแต่งงานกับ แอนดรูว์ พาร์กเกอร์ โบลส์ ในปี 1973 ซึ่งบางคนกล่าวว่าการแต่งงานดังกล่าวมีขึ้นเพื่อปิดโอกาสไม่ให้เจ้าชายได้สมรสกับคามิลลา

 

ต่อมา ด้วยแรงผลักดันและการสนับสนุนจากราชสำนักซึ่งเห็นว่า ไดอานา สเปนเซอร์ เด็กสาวผู้มาจากครอบครัวเชื้อสายขุนนางที่มีความสนิทสนมกับราชวงศ์ ตลอดจนมีภาพลักษณ์ที่ดีนั้น เป็นผู้ที่เหมาะสมกับชาร์ลส์ ทำให้ทั้งคู่ได้พัฒนาความสัมพันธ์จนนำไปสู่การประกาศหมั้นและการจัดพิธีสมรสในปี 1981 อันถือเป็นข่าวใหญ่มากในเวลานั้น โดยมีการเทียบชีวิตของไดอานาว่าเป็นดั่งเจ้าหญิงในนวนิยาย ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วหลายฝ่ายระบุตรงกันว่าทั้งชาร์ลส์และไดอานานั้นมีอายุที่แตกต่างกันถึง 13 ปี ประกอบกับส่วนใหญ่แล้วทั้งคู่นั้นต่างไม่มีเรื่องที่สนใจเหมือนกันเลย เว้นแต่เพียงเรื่องดนตรีเท่านั้น 

 

อีกประเด็นที่สำคัญคือตัวตนของชาร์ลส์เอง ซึ่งเขาต้องแบกรับทั้งความคาดหวังและแรงกดดันที่ทุกฝ่ายต่างมีต่อชีวิตของเขานับแต่เขาเกิดมา ด้วยฐานะรัชทายาทที่วันหนึ่งจะขึ้นเป็นกษัตริย์อังกฤษ รวมถึงช่วงเวลาของวัยเยาว์ที่เขาไม่ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับครอบครัวมากนัก ปัจจัยเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผลต่อความรู้สึกนึกคิดและจิตใจของเขา

 

หลังจากนั้นไม่นาน ด้วยความแตกต่างดังที่กล่าวมาข้างต้น ชีวิตสมรสของทั้งคู่ก็ค่อยๆ ปรากฏปัญหาระหว่างกัน ไดอานาทั้งให้สัมภาษณ์และออกหนังสือเล่าเรื่องราวของตนเอง รวมถึงการออกหนังสือที่เหมือนเป็นการตอบโต้ของชาร์ลส์ ทำให้ปัญหายิ่งบานปลายมากยิ่งขึ้น และด้วยภาพลักษณ์และการปฏิบัติตนของไดอานาที่โดดเด่นและแตกต่างจากธรรมเนียมปฏิบัติที่เคร่งครัดของราชสำนัก จึงเกิดการเปรียบเทียบ ทำให้ปัญหาที่เดิมจำกัดแค่เพียงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ได้ขยายวงกว้าง และดูกลายเป็นปัญหาระหว่างราชสำนักอังกฤษกับไดอานาในที่สุด 

 

แม้ว่าคามิลลาจะแต่งงานไปก่อนแล้วก็ตาม แต่เชื่อกันว่าในช่วงเวลาที่เจ้าชายต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ นั้น คามิลลาเป็นผู้คอยอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจแก่เจ้าชายอยู่เสมอ ทำให้ทั้งภาพและเรื่องราวของชาร์ลส์กับคามิลลาซ้อนทับกับชีวิตสมรสของชาร์ลส์กับไดอานา อันนำมาซึ่งคำให้สัมภาษณ์ที่สร้างความสั่นสะเทือนไปทั้งโลกว่า “There were three of us in this marriage.”

 

ชีวิตคู่ที่สมหวัง (?) ในที่สุด

ชีวิตคู่ของเจ้าชายชาร์ลส์กับเจ้าหญิงไดอานาแห่งเวลส์นั้นปรากฏปัญหาระหองระแหงกันมาโดยตลอด จนนำไปสู่การแยกกันอยู่ตั้งแต่ปี 1992 และจบลงด้วยการหย่าร้างในปี 1996 อันเป็นการสิ้นสุดชีวิตคู่ของเจ้าชายและเจ้าหญิงในนิยายของใครหลายคน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาชีวิตคู่และเรื่องราวอื้อฉาวต่างๆ นั้นส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของชาร์ลส์และสถาบันกษัตริย์อังกฤษเป็นอย่างยิ่ง 

 

หลังการหย่าร้างกับไดอานา เจ้าชายชาร์ลส์มักปรากฏพระองค์กับคามิลลาอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งขณะนั้นคามิลลาเองได้หย่าร้างกับแอนดรูว์ พาร์กเกอร์ โบลส์แล้ว (1995) โดยชาร์ลส์ได้กล่าวว่าความสัมพันธ์ของเขากับคามิลลานั้นเป็นเสมือนสิ่งที่ถูกลิขิตมาแล้ว และไม่อาจแปรเปลี่ยนไปได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ (Non-negotiable) ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เกิดคำถามถึงสถานะของทั้งอยู่ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป โดยมีทั้งผู้ที่คาดว่าชาร์ลส์คงจะไม่สมรสอีกครั้ง ในขณะที่หลายคนคิดว่า แม้จะมีการสมรส แต่คามิลลาก็คงไม่อาจขึ้นเป็นพระราชินีได้  

 

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อไดอานาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนถึงแก่ชีวิตที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในปี 1997 อันนำมาซึ่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงทั้งต่อสถาบันกษัตริย์และครอบครัวของเธอ ทั้งการวิพากษ์วิจารณ์ราชสำนักในการนิ่งเฉยต่อข่าวการจากไปของไดอานา จนเกิดกระแสต่อต้านราชวงศ์ การโจมตีชาร์ลส์ต่อเรื่องในอดีต และความสูญเสียที่มีผลต่อจิตใจของเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รีซึ่งขณะนั้นยังอายุไม่ถึง 20 ปี

 

เรื่องราวระหว่างชาร์ลส์กับคามิลลานั้นยืดเยื้อยาวนานกว่า 10 ปี อันเป็นปัญหากระอักกระอ่วนใจสำหรับทั้งราชสำนัก รัฐบาล และประชาชน หรือที่เรียกกันว่า ‘The Camilla Problem’ โดยเฉพาะเรื่องสถานะหรือตำแหน่งแห่งที่ของคามิลลาว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งย่อมไม่ส่งผลดีสำหรับชาร์ลส์หากเขาต้องขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ ในขณะที่สถานะของเขากับคามิลลานั้นยังไม่ชัดเจน 

 

อย่างไรก็ตาม สถานะระหว่างชาร์ลส์กับคามิลลาค่อยๆ มีความชัดเจนมากขึ้น โดยทั้งคู่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี 2002 และภายหลังจากที่ได้ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ทั้งเรื่องความยุ่งยากจากข้อกำหนดของศาสนจักรอังกฤษ (The Church of England) และปัญหาสถานะทางกฎหมายของการแต่งงานดังกล่าว รวมถึงการได้รับอนุญาตจากสมเด็จพระราชินีนาถแล้ว จึงได้มีการประกาศข่าวการสมรสของทั้งคู่ในปี 2005

 

หากมองในมุมของคามิลลา ชีวิตของเธอต้องเผชิญกับแรงกดดันและการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง ทุกการกระทำของเธอต้องถูกจับจ้องและเป็นที่สนใจจากทั้งชาวอังกฤษและทั่วโลกเสมอ ซึ่งคามิลลาเคยให้สัมภาษณ์ว่า “ไม่มีใครหรอกที่อยากจะมีชีวิตที่เป็นที่สนใจอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่เราจะต้องหาทางที่จะอยู่กับมันให้ได้” และปฏิเสธไม่ได้ว่าความรักและความผูกพันระหว่างเธอกับชาร์ลส์นั้นลึกซึ้งมาก จนทำให้เธอนั้นมีความเข้มแข็งและอดทนในการฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ที่ทำร้ายและทำลายชีวิตของเธอมาได้

 

หากมองในอีกแง่หนึ่ง แม้สุดท้ายแล้วเธอจะสมหวังในชีวิตสมรสกับชาร์ลส์ แต่ก็ยากที่จะรู้ได้ว่าความสมหวังดังกล่าวนั้นเทียบได้กับเรื่องราวที่ผ่านมาที่ทำให้ชีวิตของเธอเต็มไปด้วยความวุ่นวายและเรื่องเศร้าหรือไม่ 

 

ชาร์ลส์-คามิลลา กับเงาสะท้อนที่ซ้อนทับของไดอานา

ความคิดเห็นต่อการสมรสของชาร์ลส์กับคามิลลาในปี 2005 อาจแบ่งได้เป็น 2 ฝ่าย กล่าวคือ ฝ่ายหนึ่งนั้นเห็นใจและรู้สึกเสียใจต่อความรักของพวกเขา ซึ่งควรจะแต่งงานกันและมีชีวิตคู่ที่สมหวังตั้งแต่เมื่อ 30 ปีก่อน โดยที่ไม่ควรต้องรอมาจนเกือบถึงครึ่งชีวิตของพวกเขา ในขณะที่บางส่วนนั้นยังคงรักและเทิดทูนไดอานา และไม่เคยให้อภัยแก่คามิลลา ด้วยยังจดจำเรื่องราวและบทบาทของคามิลลาที่ส่งผลให้ชีวิตสมรสของไดอานานั้นไม่ราบรื่นและประสบกับปัญหาต่างๆ 

 

ดังนั้นแม้ว่าคามิลลาจะสมรสกับชาร์ลส์ตามกฎหมาย ซึ่งทำให้เธอมีสิทธิในสถานะ ‘เจ้าหญิงแห่งเวลส์’ แต่เนื่องจากเรื่องราวในอดีตและการเปรียบเทียบกับไดอานาที่คนส่วนใหญ่ยังคงจดจำเธอในฐานะ ‘เจ้าหญิงแห่งเวลส์’ ทำให้คามิลลาเลือกที่จะใช้อิสริยยศเพียง ‘ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์’ (อันเป็นอีกตำแหน่งสำหรับรัชทายาทแห่งราชวงศ์อังกฤษที่จะครองตำแหน่งเป็นเจ้าชายแห่งเวลส์ ดยุกแห่งคอร์นวอลล์ และดยุกแห่งรอธเซย์) เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว

 

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือบทบาทของคามิลลากับเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รี โอรสทั้งสองของไดอานา ซึ่งเคยเป็นที่เข้าใจกันว่าเป็นไปด้วยความราบรื่นและมีความรักใคร่กันดีนั้น ความเข้าใจดังกล่าวต้องเปลี่ยนแปลงไปจากเรื่องเล่าในหนังสืออัตชีวประวัติของเจ้าชายแฮร์รีที่เพิ่งพิมพ์เผยแพร่เมื่อไม่นานมานี้

 

จากหนังสือเรื่อง Spare เจ้าชายแฮร์รีเขียนไว้ว่าทั้งเจ้าชายวิลเลียมและเขาได้ขอร้องไม่ให้พ่อสมรสกับคามิลลา เนื่องจากไม่เห็นถึงความจำเป็นในการสมรส ประกอบกับเขามักกล่าวถึงคามิลลาโดยแฝงไว้ซึ่งความไม่พอใจและไม่เคารพหลายครั้ง อันแสดงให้เห็นว่าความรักและความผูกพันที่เขามีต่อไดอานา แม่ของเขา ทำให้เขาไม่อาจยอมรับคามิลลาให้เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวได้ 

 

นอกจากนั้นแล้วเจ้าชายแฮร์รียังกล่าวหาพาดพิงด้วยว่าคามิลลานั้นได้จัดฉากวางแผนและเล่นในเกมนี้มาอย่างยาวนาน โดยมุ่งหวังถึงการสมรสและการสวมมงกุฎราชินี ซึ่งทอม พาร์กเกอร์ โบลส์ ลูกชายของคามิลลาได้ออกมาตอบโต้ว่า สิ่งที่แม่ของเขาทำไปนั้นเป็นเพียงการแต่งงานกับคนที่เธอรักเท่านั้น

 

พร้อมกันนี้สำนักพระราชวังอังกฤษได้มีแถลงการณ์ภายหลังการสมรสดังกล่าว โดยยืนยันว่าภายหลังจากการขึ้นครองราชย์ของชาร์ลส์แล้ว คามิลลาจะมีอิสริยยศเป็นเจ้าหญิงพระชายา (Princess Consort) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีสถานะต่ำกว่าสมเด็จพระราชินี (Queen Consort) ทั้งนี้คาดว่าเพื่อเป็นการลดกระแสการต่อต้านและการเปรียบเทียบกับไดอานา ผู้ที่หลายคนยังจดจำและคาดหวังให้เธอได้เป็นราชินีอังกฤษเคียงคู่กับชาร์ลส์ 

 

อาจกล่าวได้ว่าในทุกย่างก้าวของชาร์ลส์กับคามิลลานั้น เงาสะท้อนของไดอานายังคงปรากฏอยู่เสมอ 

 

ราชินีของอังกฤษต้องไม่เคยหย่าร้าง?

โดยพระราชสถานะกษัตริย์ในฐานะพระประมุขแห่งศาสนจักรอังกฤษ กษัตริย์อังกฤษจะต้องไม่สมรสกับหญิงหม้ายที่สามียังมีชีวิตอยู่ ดังนั้นหากเป็นหญิงที่เคยหย่าร้างหรือเคยผ่านการสมรสมาโดยที่สามีเก่ายังมีชีวิตอยู่ หญิงนั้นจะไม่ได้รับการยอมรับให้เป็นพระราชินี

 

เรื่องดังกล่าวนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งในสังคมอังกฤษ อันจะเห็นได้จากกรณีวิกฤตการสละราชสมบัติ (Abdication Crisis) ในปี 1936 เมื่อพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 ทรงยืนยันว่าจะสมรสกับ วอลลิส ซิมป์สัน หญิงหม้ายชาวอเมริกัน ผู้หย่ากับสามีมาแล้วครั้งหนึ่ง และกำลังจะหาหนทางหย่าอีกครั้งกับสามีคนที่สอง

 

การตัดสินพระทัยดังกล่าวถูกคัดค้านทัดทานทั้งจากราชสำนัก จากอาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี ผู้นำสูงสุดของศาสนจักรอังกฤษ และจากนายกรัฐมนตรีแห่งอังกฤษ เนื่องจากเป็นการขัดต่อราชประเพณีและการธำรงสถานะเป็นประมุขแห่งศาสนจักรอังกฤษ รวมทั้งยังมีข้อกังขาถึงความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งพระราชินีของวอลลิส ซิมป์สันด้วย

 

สุดท้ายแล้วพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดจำต้องทรงประกาศสละราชสมบัติด้วยวาทะอันลือลั่นว่า “…ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ที่ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกษัตริย์ดังที่ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะกระทำ โดยปราศจากความช่วยเหลือของสตรีที่ข้าพเจ้ารัก…”

 

แม้ต่อมาจะมีการกล่าวถึงเหตุในการสละราชสมบัติว่าเป็นผลจากการที่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดทรงตัดสินพระทัยที่จะเป็นตัวของตัวเอง และเลือกที่จะไม่ทำตามขนบธรรมเนียมของสถาบันกษัตริย์ ทำให้ทรงถูกกดดันจากราชวงศ์ในขณะนั้น แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการฝ่าฝืนข้อห้ามเรื่องการสมรสกับหญิงหม้ายที่สามียังมีชีวิตอยู่อันเป็นค่านิยมสำคัญในขณะนั้นก็เป็นเหตุผลประการหนึ่ง

 

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาธรรมเนียมความเชื่อดังกล่าวซึ่งดูจะไม่สอดคล้องกับหลักสิทธิเสรีภาพได้ถูกลดทอนความสำคัญลงไป อันเนื่องมาจากเหตุผลที่เปิดกว้างและความเปลี่ยนแปลงไปของโลก ทำให้ราชสำนักอังกฤษยอมรับเรื่องดังกล่าวมากขึ้น อันจะเห็นได้จากการสมรสครั้งที่ 2 ของเจ้าหญิงแอนน์ในปี 1992, การสมรสของชาร์ลส์กับคามิลลาในปี 2005 และล่าสุดคือการสมรสในปี 2018 ของเจ้าชายแฮร์รีกับ เมแกน มาร์เคิล ซึ่งเคยหย่าร้างกับสามีคนก่อนมาแล้ว

 

From Other Woman to the Queen

ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงมีพระราชดำรัสในวโรกาสทรงครองราชสมบัติครบ 70 ปีเมื่อปี 2022 โดยทรงกล่าวถึงดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ พระชายาในเจ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ รัชทายาทแห่งราชบัลลังก์อังกฤษว่า 

 

“…เมื่อเวลานั้นมาถึง ข้าพเจ้าปรารถนาให้คามิลลาได้รับการยอมรับในฐานะพระราชินี…” (…When the time comes, Camilla will be known as Queen Consort)

 

นอกจากนั้นแล้ว ด้วยสภาพการณ์ในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปสู่การยอมรับคามิลลามากยิ่งขึ้น ประกอบกับไม่มีข้อจำกัดด้านกฎหมายและความเชื่อทางศาสนาแล้ว ความในพระราชดำรัสดังกล่าวซึ่งแสดงให้เห็นว่าราชสำนักได้ยอมรับคามิลลาในฐานะพระราชินี จึงทำให้สิ่งที่สำนักพระราชวังอังกฤษได้เคยประกาศไว้เมื่อปี 2005 ว่าคามิลลาจะมีสถานะเป็นเพียงเจ้าหญิงพระชายาเท่านั้นต้องสิ้นผลไป และเส้นทางในการดำรงสถานะเป็นพระราชินีอังกฤษของคามิลลานั้นเริ่มมีความชัดเจนขึ้น  

 

เกร็ดที่น่ารู้เกี่ยวกับสถานะพระราชินี (Queen) ของสถาบันกษัตริย์อังกฤษนั้นคือ แม้ในประวัติศาสตร์อังกฤษจะมีพระราชินีมาโดยตลอด แต่สถานะของแต่ละพระองค์ก็มีความแตกต่างกัน โดยแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ ตำแหน่งสมเด็จพระราชินีนาถ (Queen Regnant) ซึ่งทรงเป็นผู้ที่มีสิทธิธรรมในการครองราชบัลลังก์ ทำให้ทรงมีพระราชอำนาจที่จะขึ้นครองราชย์โดยพระองค์เอง และมีสถานะเป็นกษัตริย์ผู้ปกครองและเป็นประมุขของประเทศ ดังเช่นสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย (1837-1901) และสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 (1952-2022)

 

ส่วนอีกตำแหน่งหนึ่งคือ สมเด็จพระราชินี (Queen Consort) ซึ่งเป็นเพียงพระมเหสีของกษัตริย์ และไม่มีพระราชอำนาจในการปกครอง โดยทั่วไปแล้วพระชายาหรือคู่สมรสของกษัตริย์อังกฤษมักจะได้รับการสถาปนาเป็นพระราชินีตำแหน่งนี้ ซึ่งจะได้รับการยกย่องและมีสถานะเคียงคู่กับกษัตริย์ เช่น สมเด็จพระราชินีแมรีในพระเจ้าจอร์จที่ 5 หรือสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธในพระเจ้าจอร์จที่ 6 พระมารดาในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ หรือที่เรียกว่า ‘The Queen Mother’ เป็นต้น

 

ภายหลังการสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2022 เมื่อพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ได้ทรงเอ่ยถึงคามิลลาในพระราชดำรัสแรกต่อสาธารณชนว่า “เพื่อระลึกถึงการอุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่ตลอด 17 ปีของการสมรส คามิลลาจึงมีสถานะเป็นพระราชินีของข้าพเจ้า” (In recognition of her own loyal public service since our marriage 17 years ago, she becomes my Queen Consort.) กรณีจึงเป็นที่ยุติเกี่ยวกับสถานะของคามิลลาในท้ายที่สุดว่าเธอได้รับการประกาศให้เป็นสมเด็จพระราชินี (Queen Consort) 

 

อย่างไรก็ตาม ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา สำนักพระราชวังอังกฤษได้ออกหมายกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระเจ้าชาร์ลส์ โดยมีการระบุอิสริยยศของคามิลลาเป็น ‘Queen Camilla’ จากเดิมที่ใช้คำว่า Queen Consort ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้ให้ความเห็นว่า แม้จะเปลี่ยนเป็นคำว่า Queen แต่สถานะของคามิลลายังคงเป็นเพียงสมเด็จพระราชินี (Queen Consort) หาได้เป็นสมเด็จพระราชินีนาถ (Queen Regnant) ที่จะมีพระราชอำนาจในการปกครองประเทศร่วมกับพระเจ้าชาร์ลส์แต่อย่างใด ทั้งนี้ สำหรับการสถาปนาหรือแต่งตั้งพระราชินีนั้นถือเป็นพระราชอำนาจโดยเฉพาะของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน โดยไม่ผูกพันกับการตัดสินพระทัยของกษัตริย์พระองค์ก่อน

 

นอกจากนั้นแล้วยังมีผู้ให้เหตุผลว่า การเรียกขานคามิลลาว่า Queen Consort ในช่วงแรกหลังการขึ้นครองราชย์ของพระเจ้าชาร์ลส์นั้น เพื่อให้แตกต่างจากการเอ่ยถึงสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ผู้ล่วงลับ (the Queen) เพราะหากเรียกว่า the Queen เหมือนกันแล้ว อาจทำให้เกิดความสับสนได้

 

สำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระเจ้าชาร์ลส์ในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ คามิลลาจะได้รับการยืนยันถึงสถานะของเธอจากการที่อยู่เคียงข้างชายผู้ที่เธอรักยิ่ง ผู้ซึ่งได้ผ่านพ้นเรื่องราวและฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ร่วมกันมายาวนานกว่า 50 ปี ในฐานะพระราชินีแห่งอังกฤษโดยสมบูรณ์ 

 

อ้างอิง:

The post จาก ‘ผู้หญิงคนนั้น’ สู่ ‘ราชินีแห่งอังกฤษ’: ชีวิตที่ต้องฝ่าขวากหนามของควีนคามิลลา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชุดเดรสสีม่วงสุดคลาสสิกของเจ้าหญิงไดอานา ได้รับการประมูลไปในราคากว่า 19 ล้านบาท https://thestandard.co/princess-diana-iconic-purple-auctioned/ Tue, 31 Jan 2023 07:33:15 +0000 https://thestandard.co/?p=744190 เจ้าหญิงไดอานา

ชุดเดรสผ้ากำมะหยี่สีม่วงที่เจ้าหญิงไดอานาเคยสวมใส่ในหลา […]

The post ชุดเดรสสีม่วงสุดคลาสสิกของเจ้าหญิงไดอานา ได้รับการประมูลไปในราคากว่า 19 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหญิงไดอานา

ชุดเดรสผ้ากำมะหยี่สีม่วงที่เจ้าหญิงไดอานาเคยสวมใส่ในหลายโอกาส ได้รับการประมูล ณ Sotheby ที่มหานครนิวยอร์กไปในราคา 604,800 ดอลลาร์ หรือราว 19 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่สูงกว่าการคาดการณ์กันไว้ก่อนประมูลถึง 5 เท่า โดยชุดดังกล่าวเป็นหนึ่งในคอลเล็กชัน 79 ชุดของเจ้าหญิงไดอานา ที่เคยถูกนำออกประมูลเพื่อการกุศลมาแล้วในปี 1997 และได้รับการประมูลโดยบุคคลนิรนามในราคา 24,150 ดอลลาร์ หรือราว 791,000 บาท

 

ชุดเดรสเกาะอกสีม่วงถูกรังสรรค์ขึ้นสำหรับเจ้าหญิงไดอานาโดยเฉพาะ โดยดีไซเนอร์คู่บุญอย่าง Victor Edelstein เมื่อปี 1989 ซึ่งชุดมีการจับเดรปอย่างซับซ้อนสวยงามที่กลางลำตัว ส่วนกระโปรงถูกออกแบบให้เป็นทรงดอกทิวลิปหวาน และยังมีกระดุมเพชรและไข่มุกประดับอยู่ที่ด้านหลัง เดรสตัวนี้กลายเป็นชุดที่เจ้าหญิงไดอานาสวมใส่ออกงานอยู่บ่อยครั้งตลอดช่วงยุค 90 อันเป็นช่วงเวลาเกือบ 10 ปีสุดท้ายในชีวิตของเธอ 

 

โมเมนต์ที่หลายคนจดจำได้ก็คือเมื่อครั้งที่เจ้าหญิงไดอานาเลือกใส่ชุดกาวน์สีม่วงสำหรับการเป็นแบบให้ภาพวาดพอร์เทรตของราชวงศ์โดยศิลปิน Lord Snowdon ในปี 1991 ก่อนที่ภาพของเธอจะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ Douglas Hardinge Anderson ในการสร้างภาพพอร์เทรตของเจ้าหญิงไดอานาอีกทีหนึ่ง โดยปัจจุบันภาพดังกล่าวถูกแขวนเอาไว้ที่โรงพยาบาล Royal Marsden Hospital ที่ซึ่งเจ้าหญิงไดอานาเคยดำรงตำแหน่งประธานอยู่ 8 ปี

 

เจ้าหญิงไดอานาสวมชุดนี้อีกครั้งสำหรับการถ่ายปกนิตยสาร Vanity Fair ในเดือนกรกฎาคมปี 1997 ซึ่งกลายเป็นภาพถ่ายอย่างเป็นทางการภาพสุดท้ายก่อนที่เธอจะเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุรถยนต์ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน

 

ภาพ: Tim Graham Photo Library via Getty Images 

อ้างอิง: 

The post ชุดเดรสสีม่วงสุดคลาสสิกของเจ้าหญิงไดอานา ได้รับการประมูลไปในราคากว่า 19 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าชายแฮร์รีเคยนั่งรถผ่านอุโมงค์ที่เจ้าหญิงไดอานาเสียชีวิต ด้วยความเร็วเท่ากับรถยนต์ของแม่ในวาระสุดท้าย https://thestandard.co/prince-harry-drove-same-tunnel-princess-diana-died/ Sun, 08 Jan 2023 03:40:57 +0000 https://thestandard.co/?p=734096 เจ้าชายแฮร์รี

อีกหนึ่งประเด็นจากหนังสือชีวประวัติของเจ้าชายแฮร์รีที่ใ […]

The post เจ้าชายแฮร์รีเคยนั่งรถผ่านอุโมงค์ที่เจ้าหญิงไดอานาเสียชีวิต ด้วยความเร็วเท่ากับรถยนต์ของแม่ในวาระสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าชายแฮร์รี

อีกหนึ่งประเด็นจากหนังสือชีวประวัติของเจ้าชายแฮร์รีที่ใช้ชื่อว่า SPARE ที่กำลังถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในขณะนี้แม้ว่าหนังสือจะยังไม่ได้วางขาย ก็คือการที่เจ้าชายแฮร์รีเผยว่าเขาเคยนั่งรถผ่านอุโมงค์ที่เจ้าหญิงไดอานาเสียชีวิต ด้วยความเร็วที่เท่ากับรถยนต์ของแม่ในวาระสุดท้าย

 

เจ้าชายแฮร์รีเล่าผ่านหนังสือ SPARE ว่าในปี 2007 เขาได้ไปร่วมงาน Rugby World Cup รอบรองชนะเลิศที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเจ้าชายแฮร์รีที่ขณะนั้นกำลังอยู่ในวัย 23 ปี ยังคงรู้สึกเจ็บปวดต่อการสูญเสียแม่และยังไม่พบหนทางที่จะยุติความรู้สึกนั้นได้ เมื่อทางองค์กร World Cup ให้คนขับรถมาบริการเจ้าชายแฮร์รีระหว่างที่เขาอยู่ในกรุงปารีส ในคืนแรกเขาจึงถามคนขับรถว่าอุโมงค์ที่แม่ของเขาเสียชีวิตนั้นอยู่ที่ไหน

 

เมื่อคนขับรถอ้ำอึ้ง เจ้าชายแฮร์รีจึงบอกเขาว่า “มันชื่อว่าอุโมงค์ปองต์เดอลัลมา ผมอยากให้เราขับผ่านตรงนั้นด้วยความเร็ว 65 ไมล์ต่อชั่วโมงเป๊ะๆ” 

 

เจ้าชายแฮร์รีขยายความว่านั่นคือความเร็วเท่ากับรถแม่ ตามการบันทึกของตำรวจตอนเกิดอุบัติเหตุ ไม่ใช่ 120 ไมล์ต่อชั่วโมงดังที่นักข่าวรายงาน

 

หลังจากนั้นคนขับรถจึงพาเขามุ่งหน้าสู่อุโมงค์ที่เจ้าหญิงไดอานาเกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนเสียชีวิตตั้งแต่ปี 1997 โดยขับผ่านกรุงปารีสที่จอแจไปจนถึงโรงแรม Ritz ที่ซึ่งแม่ของเขารับประทานอาหารเป็นมื้อสุดท้ายร่วมกับ Dodi Fayed แฟนของเธอ 

 

“เมื่อรถของเราเข้าไปในอุโมงค์แล้ว ผมเอนตัวไปข้างหน้า และมองไฟข้างทางที่ดูคล้ายกับสีส้มแบบสีน้ำ มองดูเสาคอนกรีตที่สั่นไหว ผมนั่งนับมันทีละต้น นับเสียงหัวใจเต้นของตัวเอง และในไม่กี่วินาทีเราก็ออกมาจากอุโมงค์อีกฝั่ง”

 

เจ้าชายแฮร์รีเคยจินตนาการว่าอุโมงค์ที่พรากชีวิตแม่ของเขาไปนั้นจะต้องอันตรายและเต็มไปด้วยทางคดเคี้ยว แต่เขากลับพบว่าแท้จริงแล้วอุโมงค์ดังกล่าวเป็นทางตรงสั้นๆ ที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการขับรถผ่าน เมื่อเจ้าชายแฮร์รีขอให้คนขับรถพาเขาผ่านอุโมงค์ซ้ำอีกรอบ เขาจึงได้แต่คิดกับตัวเองว่า ‘เธอตายแล้ว พระเจ้า เธอจากไปแล้วจริงๆ’

 

ภาพ: Tim Graham Photo Library via Getty Images

อ้างอิง:

The post เจ้าชายแฮร์รีเคยนั่งรถผ่านอุโมงค์ที่เจ้าหญิงไดอานาเสียชีวิต ด้วยความเร็วเท่ากับรถยนต์ของแม่ในวาระสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
HBO เตรียมเปิดตัวสารคดี ‘The Princess’ ในวันครบรอบ 25 ปีการเสียชีวิตของเจ้าหญิงไดอานา https://thestandard.co/princess-diana-documentary-hbo-release-date/ Wed, 20 Jul 2022 02:11:21 +0000 https://thestandard.co/?p=656154 เจ้าหญิงไดอานา

ชีวิตของเจ้าหญิงไดอานาได้รับการนำมาสร้างเป็นสารคดีอีกคร […]

The post HBO เตรียมเปิดตัวสารคดี ‘The Princess’ ในวันครบรอบ 25 ปีการเสียชีวิตของเจ้าหญิงไดอานา appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหญิงไดอานา

ชีวิตของเจ้าหญิงไดอานาได้รับการนำมาสร้างเป็นสารคดีอีกครั้ง โดยครั้งนี้เป็นผลงานภาพยนตร์สารคดีจาก HBO ที่เตรียมฉายรอบพรีเมียร์ในวันที่ 13 สิงหาคมนี้ ก่อนที่จะเปิดตัวในแพลตฟอร์ม HBO Max ในวันครบรอบ 25 ปีการเสียชีวิตของเจ้าหญิงไดอานา วันที่ 31 สิงหาคม 2022

 

มีการรายงานว่าผู้กำกับเจ้าของผลงานคุณภาพเรื่อง Black Sheep อย่าง Ed Perkins ที่ได้ใช้เพียงฟุตเทจจากข่าวโทรทัศน์และภาพวิดีโอสาธารณะอื่นๆ ในการเล่าเรื่องของหญิงสามัญชนที่กำลังอยู่ในวัยสาวสะพรั่ง ซึ่งได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวราชวงศ์อังกฤษ และกลายเป็น ‘เจ้าหญิงไดอาน่า’ ที่คนทั่วโลกรู้จัก อีกทั้งยังเป็นที่รักของผู้คนอีกมากมายตลอดการมีชีวิตอยู่ของเธอจนถึงนาทีนี้

 

โดยในสารคดี The Princess จะพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหญิงไดอานาและเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ที่เป็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์มานานกว่า 2 ทศวรรษ ตั้งแต่ที่คบหาดูใจจนได้แต่งงานกัน และให้กำเนิดทายาทอย่างเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รี ก่อนที่จะหย่าร้างกันในที่สุด 

 

ทีมงาน The Princess กล่าวว่าสารคดีเรื่องนี้จะพาผู้ชมไปพบกับชีวิตของเจ้าหญิงไดอานาที่เป็นจุดสนใจของสื่อทั่วโลกจนวันสุดท้ายในชีวิตของเธอ โดยหนังจะเล่าเรื่องราวกับว่ามันเกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน เพื่อให้คนดูได้สัมผัสกับความเป็นที่รักของเจ้าหญิงไดอานา ที่มาพร้อมกับการถูกสังคมภายนอกตัดสินในทุกย่างก้าวและทุกการแสดงออกในชีวิตของเธอ โดยในหนังสารคดีจะมีการแสดงให้เห็นถึงปฏิกิริยาของสังคมที่มีต่อเธอ ตั้งแต่ตอนที่เธอมีชีวิตอยู่ไปจนถึงตอนที่เจ้าหญิงไดอานาเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าด้วยอุบัติเหตุรถยนต์ เมื่อเธอถูกปาปารัซซีขับรถไล่ตามที่กรุงปารีส

 

The Princess ฉายครั้งแรกไปแล้วในงาน Sundance Film Festival และได้รับเสียงตอบรับไปในทางที่ดีจากสื่อหลายสำนัก ถึงแม้ว่าเรื่องราวของเจ้าหญิงไดอานาจะได้รับการตีแผ่เป็นภาพยนตร์และซีรีส์ชื่อดัง รวมไปถึงสารคดีอีกมากมายในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ก็ตาม

 

ภาพ: Tim Graham Photo Library via Getty Images

อ้างอิง:

The post HBO เตรียมเปิดตัวสารคดี ‘The Princess’ ในวันครบรอบ 25 ปีการเสียชีวิตของเจ้าหญิงไดอานา appeared first on THE STANDARD.

]]>
Netflix โต้กลับ จะไม่ชี้แจงว่า The Crown เป็นการแต่งเรื่องขึ้นมา เพราะเชื่อว่าผู้ชมแยกแยะออก https://thestandard.co/netflix-countered-would-not-clarify-that-the-crown-was-a-fabrication/ Mon, 07 Dec 2020 03:53:26 +0000 https://thestandard.co/?p=429188 Netflix โต้กลับ จะไม่ชี้แจงว่า The Crown เป็นการแต่งเรื่องขึ้นมา เพราะเชื่อว่าผู้ชมแยกแยะออก

เมื่อสัปดาห์ก่อน ทางรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมแห่งสหราชอาณ […]

The post Netflix โต้กลับ จะไม่ชี้แจงว่า The Crown เป็นการแต่งเรื่องขึ้นมา เพราะเชื่อว่าผู้ชมแยกแยะออก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Netflix โต้กลับ จะไม่ชี้แจงว่า The Crown เป็นการแต่งเรื่องขึ้นมา เพราะเชื่อว่าผู้ชมแยกแยะออก

เมื่อสัปดาห์ก่อน ทางรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมแห่งสหราชอาณาจักร โอลิเวอร์ ดาวเดน ได้ออกมาเรียกร้องผ่านหนังสือพิมพ์ Daily Mail อยากให้ Netflix ชี้แจงให้ชัดเจนว่าซีรีส์สุดฮิตอย่าง The Crown เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น โดยซีซันล่าสุดได้รับความนิยมอย่างมหาศาลและยังคงเป็นกระแสอยู่ โดยเฉพาะเรื่องราวเนื้อหาที่โฟกัสประเด็นต่างๆ ของเจ้าหญิงไดอานา

 

แต่ล่าสุดทางตัวแทนแพลตฟอร์มสตรีมมิงยักษ์ใหญ่ก็ได้ออกมาตอบโต้และเผยกับเว็บไซต์ Variety ว่า “เรานำเสนอ The Crown เป็นซีรีส์ดราม่ามาตลอด และมีความเชื่อมั่นว่าทางผู้ชมจะเข้าใจและแยกแยะออกว่าเนื้อหาเป็นการแต่งขึ้นมาใหม่ โดยอิงกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ซึ่งเพราะเหตุนี้ เราไม่มีนโยบายหรือเห็นถึงความสำคัญที่ต้องแจ้งผู้ชมก่อนทุกตอนเมื่อดูเรื่องนี้”

 

นอกเหนือจากนี้ทางเว็บไซต์ Variety ได้รายงานว่า ทาง โอลิเวอร์ ดาวเดน ได้เขียนจดหมายไปยัง Netflix ซึ่งทางค่ายก็ตอบกลับเช่นกัน แต่เนื้อหาไม่ได้เปิดเผยให้สาธารณชนได้รู้กัน

 

สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือ ทาง โอลิเวอร์ ดาวเดน และกระทรวงวัฒนธรรมแห่งสหราชอาณาจักรจะยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้หรือมีมาตรการอะไรเมื่อซีซัน 5 เริ่มฉายในปี 2022 หรือไม่ ซึ่งเนื้อหาของเจ้าหญิงไดอานาที่จะรับบทโดย Elizabeth Debicki จะเข้มข้นมากขึ้นและสะท้อนความสัมพันธ์ของเธอกับราชวงศ์วินด์เซอร์ พอมีการหย่าร้างจากเจ้าชายชาร์ลส์ที่ทำให้เธอโด่งดังมากยิ่งขึ้น และการรับมือของราชวงศ์หลังเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนในวันที่ 31 สิงหาคม 1997 ซึ่งก็เป็นประเด็นที่คนยังสนใจจนถึงทุกวันนี้และมีการสันนิษฐานต่างๆ นานา

 

ภาพ: Netflix

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post Netflix โต้กลับ จะไม่ชี้แจงว่า The Crown เป็นการแต่งเรื่องขึ้นมา เพราะเชื่อว่าผู้ชมแยกแยะออก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kristen Stewart เตรียมมารับบทเจ้าหญิงไดอานาในหนังชีวประวัติเรื่อง Spencer https://thestandard.co/kristen-stewart-princess-diana-pablo-larrain-spencer/ Thu, 18 Jun 2020 01:26:17 +0000 https://thestandard.co/?p=372930

กลายเป็นกระแสทันทีบนโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กในช่วงค่ำคืนที่ […]

The post Kristen Stewart เตรียมมารับบทเจ้าหญิงไดอานาในหนังชีวประวัติเรื่อง Spencer appeared first on THE STANDARD.

]]>

กลายเป็นกระแสทันทีบนโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา หลังจากเว็บไซต์ Deadline ได้รายงานว่านางเอกสาว Kristen Stewart จะมารับบทเจ้าหญิงไดอานาในเรื่อง Spencer ของผู้กำกับชาวชิลี Pablo Larraín ที่เคยอยู่เบื้องหลังหนังแนวชีวประวัติมาแล้วอย่าง Jackie ที่ทำให้ Natalie Portman ได้เข้าชิงออสการ์มาแล้วจากบทบาท Jackie Kennedy

 

“Kristen คือหนึ่งในนักแสดงที่มีฝีมือยอดเยี่ยมสำหรับยุคนี้ โดยการจะเล่นบทนี้ให้ดีคุณต้องมีเสน่ห์ ความลึกลับ ซึ่งเธอก็มีสิ่งนี้ เธอมีความเปราะบางและความเข้มแข็งที่เราต้องการเช่นกัน…มากไปกว่านั้น เท่าที่ผมสัมผัสได้คือการตีความของตัวบท และการสร้างตัวละครของเธอก็เป็นสิ่งที่สวยงาม ซึ่งผมคิดว่าเธอจะแสดงได้อย่างสง่าและมีความน่าสนใจ เธอเป็นผู้หญิงที่เปี่ยมไปด้วยพลัง” ผู้กำกับ Pablo Larraín กล่าว

 

Spencer จะไม่ใช่ภาพยนตร์แนวชีวประวัติที่จะเล่าเรื่องราวเจ้าหญิงไดอานาตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ แต่จะโฟกัสแค่สามวันในช่วงชีวิตเมื่อต้นยุค 90 ตอนที่เธอฉลองเทศกาลคริสต์มาสครั้งสุดท้ายที่ตำหนักซานดริงแฮมในฐานะภรรยาของเจ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ ก่อนจะเริ่มระหองระแหงและตัดสินหย่าร้างในเวลาต่อมา

 

ภาพยนตร์เรื่องนี้ตั้งเป้าจะเริ่มถ่ายทำช่วงต้นปี 2021 โดย CAA Media Finance จะเป็นคนดูแลลิขสิทธิ์การขายสำหรับตลาดอเมริกา และ FilmNation Entertainment ดูแลสำหรับตลาดต่างประเทศ โดยจะมีการเปิดตัวที่งานคานส์ ที่จะเริ่มวันที่ 22 มิถุนายนนี้ในรูปแบบ Virtual Market ให้นักลงทุนมาซื้อขายหนัง 

 

ตอนนี้สำหรับตัวละครอื่นๆ ยังไม่ได้มีการประกาศออกมา แต่ก็เชื่อได้ว่าสำหรับ Kristen แล้ว บทบาทเจ้าหญิงไดอานาจะเป็นหนึ่งตัวละครที่เธอได้รับความสนใจมากที่สุดตั้งแต่อยู่ในวงการมา หรือเทียบเท่ากับยุค Twilight      

 

แต่เพราะไดอานาเป็นหนึ่งในบุคคลที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ทางนักแสดงสาววัย 30 ปีก็ต้องพร้อมรับมือเรื่องกระแสวิจารณ์ (ที่ก็เกิดขึ้นแล้ว) ทั้งเรื่องความเหมาะสม สำเนียงอังกฤษ และการจะโดนเปรียบเทียบกับ Emma Corrin ที่จะมาแสดงบทเจ้าหญิงไดอานาเช่นกันในซีรีส์ The Crown ซีซัน 4

 

ภาพ: Axelle/Bauer-Griffin/FilmMagic & Gavin Kent/Mirrorpix/Getty Images 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post Kristen Stewart เตรียมมารับบทเจ้าหญิงไดอานาในหนังชีวประวัติเรื่อง Spencer appeared first on THE STANDARD.

]]>
1 กรกฎาคม 1961 – วันคล้ายวันพระราชสมภพ ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ขวัญใจผู้คนทั่วโลก https://thestandard.co/poponthisday01july1961/ Sun, 30 Jun 2019 23:00:37 +0000 https://thestandard.co/?p=265739 Princess Diana

หากพูดถึงสมาชิกของราชวงศ์อังกฤษที่ถูกกล่าวถึง หรือเป็นท […]

The post 1 กรกฎาคม 1961 – วันคล้ายวันพระราชสมภพ ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ขวัญใจผู้คนทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Princess Diana

หากพูดถึงสมาชิกของราชวงศ์อังกฤษที่ถูกกล่าวถึง หรือเป็นที่จับตาของสื่อและประชาชนทั่วโลกมากที่สุดในยุคปัจจุบัน ชื่อของ ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ คงต้องติดอันดับต้นๆ อย่างไม่อาจปฏิเสธ ด้วยเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของพระองค์ที่น่าสนใจ ไปจนถึงพระกรณียกิจมากมายที่สำคัญซึ่งทรงปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ดำรงฐานะเจ้าหญิง จนทำให้เป็นที่รักใคร่ของประชาชนมากมาย

 

เจ้าหญิงไดอานา ประสูติเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 1961 ในตระกูลขุนนาง ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์อังกฤษโบราณอย่างสกุลสเปนเซอร์ โดยเป็นบุตรคนที่ 3 ของ จอห์น สเปนเซอร์ ไวต์เคานต์อัลธอร์พ และเติบโตมาในคฤหาสน์พาร์กเฮาส์ ภายในตำหนักซานดริงแฮม ไดอานาเริ่มเป็นที่รู้จักในสายตาประชาชนจากการคบหากับเจ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารอังกฤษ หลังพบกันเมื่อฤดูร้อนปี 1980 ก่อนจะเข้าพิธีอภิเษกสมรสเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 1981 ณ มหาวิหารเซนต์พอล และทรงได้รับการสถาปนาเป็นเจ้าหญิงแห่งเวลส์ตอนพระชนมายุ 20 พรรษา ทั้งสองมีพระโอรสด้วยกัน 2 พระองค์ ได้แก่ เจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ และเจ้าชายแฮร์รี ดยุกแห่งซัสเซ็กซ์ ซึ่งอยู่ในฐานะรัชทายาทลำดับที่ 2 และ 3 แห่งราชบัลลังก์อังกฤษ 

 

ตลอดระยะเวลาที่ไดอานาดำรงฐานะเจ้าหญิงแห่งเวลส์ พระองค์ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจสำคัญมากมาย เช่น การรณรงค์ต่อต้านการใช้ทุ่นระเบิดในพื้นที่สงคราม ดำรงตำแหน่งประธานโรงพยาบาลเด็กเกรทออร์มอนด์สตรีท มีส่วนร่วมในการปลุกกระแสเรื่องการเฝ้าระวังโรคเอดส์ มะเร็ง และอาการป่วยทางจิต พร้อมทั้งยังเป็นองค์ประธานมูลนิธิอีกกว่า 100 โครงการ จนกระทั่งหย่าขาดกับเจ้าชายชาร์ลส์ ในปี 1996 หลังมีเหตุระหองระแหงกันมานานหลายปี 

 

เจ้าหญิงไดอานาสิ้นพระชนม์อย่างกะทันหันด้วยอุบัติเหตุรถยนต์เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 1997 ที่อุโมงค์ทางลอดใต้สะพานปองต์เดอลัลมา ในกรุงปารีส นับเป็นโศกนาฏกรรมที่ทั้งช็อกและสร้างความเศร้าสลดให้กับคนทั่วโลก โดยจนถึงบัดนี้แม้เหตุการณ์จะผ่านมาแล้วกว่า 20 ปี แต่เจ้าหญิงไดอานาก็ยังถือเป็นหนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลอย่างมากต่อโลกปัจจุบัน ด้วยคุณงามความดีที่ทรงปฏิบัติมายาวนานร่วมสองทศวรรษ จนทำให้พระองค์เป็นเจ้าหญิงขวัญใจของคนทั่วโลก

 

ภาพ: Getty Images 

The post 1 กรกฎาคม 1961 – วันคล้ายวันพระราชสมภพ ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ขวัญใจผู้คนทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบื้องหลังชุดแต่งงานเจ้าหญิงไดอานาที่ถูกจารึกในหน้าประวัติศาสตร์ https://thestandard.co/princess-diana-wedding-dress/ https://thestandard.co/princess-diana-wedding-dress/#respond Fri, 11 May 2018 03:16:16 +0000 https://thestandard.co/?p=89929

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 1981 มีผู้คนราว 750 ล้ […]

The post เบื้องหลังชุดแต่งงานเจ้าหญิงไดอานาที่ถูกจารึกในหน้าประวัติศาสตร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 1981 มีผู้คนราว 750 ล้านคนทั่วโลกรับชมการถ่ายทอดงานอภิเษกสมรสของเจ้าหญิงไดอานา Princess of Wales และเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ Prince of Wales จัดขึ้นที่โบสถ์เซนต์ปอลในลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งในตอนนั้นได้กลายเป็นงานแต่งงานที่มีสถิติคนดูมากสุดในประวัติศาสตร์ และภาพต่างๆ ของวันนั้นก็ยังตราตรึงใจหลายคน ที่กรอเทปวิดีโอเก่าๆ หรือค้นดูในยูทูบก็ยังประทับใจและเหมือนเป็นตอนจบของนิทานที่ ‘เจ้าหญิงกับเจ้าชายก็ครองรักกันอย่างมีความสุข’

 

ความประทับใจเหล่านี้กำลังจะกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง และมีการเปรียบเทียบกับพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เกิล ในเร็วๆ นี้ โดยเฉพาะเรื่องราวของชุดแต่งงานที่เป็นหัวใจสำคัญของงาน แต่ก่อนที่คาดเดาไปต่างๆ นานา THE STANDARD จึงได้ทำการรวบรวมเกร็ดเรื่องราวของชุดแต่งงานเจ้าหญิงไดอานาที่น่ารำลึกถึง

 

 

  • ดีไซเนอร์ผู้อยู่เบื้องหลังชุดแต่งงานของเจ้าหญิงไดอานาคือ David และ Elizabeth Emanuel ที่ทั้งคู่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยได้แค่ปีเดียว และเป็นดีไซเนอร์หน้าใหม่ที่ยังไม่ได้เป็นที่รู้จักกว้างขวางนัก ซึ่งต่างจากงานแต่งงานของเคท มิดเดิลตัน ที่เธอเลือกดีไซเนอร์ ซาราห์ เบอร์ตัน จากแบรนด์ Alexander McQueen

 

  • ด้วยความกดดันและอยากดูสมบูรณ์แบบ ไดอานาลดน้ำหนักและขนาดเอวจากไซส์ 26-27 นิ้ว ลงมาเป็น 23 นิ้ว ซึ่งทางดีไซเนอร์ต้องทำโครงชุดคอร์เซ็ตถึง 5 ไซส์ เพื่อดูว่าในวันจริงไดอานาจะลดเอวได้ขนาดไหน แถมตอนหลังดีไซเนอร์ต้องเย็บเข้าชุดอีกด้วย

 

  • ตัวชุดทำมาจากเนื้อผ้าไหมแพร Silk Taffeta ที่ทอโดยโรงงาน Stephen Walters ในมณฑลซัฟฟอล์กของประเทศอังกฤษ แต่เพราะผ้ายับง่าย เลยทำให้ชุดดูยู่ยี่ตอนไดอานาออกมาจากรถม้าแก้วหน้าโบสถ์เซนต์ปอล

 

  • ตัวชุดแต่งงานมีการประดับด้วยเลื่อมและปักมุก 10,000 เม็ด รวมทั้งการแซมผ้าลูกไม้ Carrickmacross Lace แบบเดียวกับชุดของราชินีแมรี เจ้าหญิงเยอรมนี ที่สมรสกับพระเจ้าจอร์จที่ 5 แห่งสหราชอาณาจักร

 

  • หางของชุดมีความยาว 25 ฟุต และทำให้ไดอานาใช้เวลาเดินจากด้านหลังโบสถ์เซนต์ปอลมาข้างหน้านานสามนาทีครึ่ง

 

  • ผ้าคลุมหน้ามีความยาว 153 หลา ทำจากผ้า Tulle มีเลื่อมปัก 20,000 ชิ้น และรั้งไว้ด้วยมงกุฎเพชรเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ของตระกูล Spencer

 

  • ด้วยความยาวของผ้าคลุมหน้าและหางชุด ทางดีไซเนอร์ต้องไปใช้พื้นที่ห้องว่างในพระราชวังบักกิงแฮม เพราะสตูดิโอขนาดใหญ่ไม่พอ

 

 

  • ไดอานาใส่รองเท้าทรงส้นเตี้ยที่ปักด้วยเลื่อม 542 ชิ้น และมุก 132 เม็ด โดยมีการสลักตัวอักษร C กับ D ด้วย ซึ่งย่อมาจาก Charles และ Diana

 

  • เพราะอากาศของประเทศอังกฤษแปรปรวนและฝนตกบ่อย ทางดีไซเนอร์ได้ออกแบบร่มที่ปักด้วยเลื่อมและมุกเหมือนชุดแต่งงานเอาไว้ด้วย

 

  • ไดอานาบังเอิญฉีดน้ำหอมกลิ่นโปรด Quelques Fleurs ของแบรนด์ Houbigant Parfum ที่สร้างคราบบนชุดแต่งงาน เธอจึงต้องคอยเอามือปิดไว้ตลอดงาน

 

  • ไดอานาตกเป็นเป้าหมายของสื่อและโดนคุกคามทุกฝีก้าว โดยเฉพาะข้อมูลชุดแต่งงาน ซึ่งเหล่าปาปารัซซีถึงขั้นไปคุ้ยขยะรอบๆ สตูดิโอของดีไซเนอร์เพื่อหาข้อมูล

 

  • เพื่อไม่ให้ข้อมูลอะไรรั่วไหล ทางดีไซเนอร์ต้องสั่งเนื้อผ้าหลากหลายประเภทเพื่อหลอกนักข่าว และตอนที่คุณแม่ไดอานา Frances Shand Kydd ไปดูฟิตติ้งชุด ทางดีไซเนอร์ก็ต้องวาดสเกตช์ให้ดูแต่ฉีกทิ้งทันทีที่ดูเสร็จ

 

  • ในพินัยกรรมของไดอานา เจ้าชายวิลเลียมกับเจ้าชายแฮร์รีจะได้เป็นเจ้าของชุดเมื่อเจ้าชายแฮร์รีอายุครบ 30 ปี

 

 

อ้างอิง:

The post เบื้องหลังชุดแต่งงานเจ้าหญิงไดอานาที่ถูกจารึกในหน้าประวัติศาสตร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/princess-diana-wedding-dress/feed/ 0