POP MART Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/pop-mart/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 30 Mar 2026 05:26:12 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Pop Mart x FIFA เปิดตัวคอลเลกชัน Labubu ลุยสนามบอลโลก 2026 https://thestandard.co/pop-mart-fifa-labubu-world-cup-2026/ Mon, 30 Mar 2026 05:26:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1192655 ตุ๊กตา Labubu ในชุดนักฟุตบอลจากคอลเลกชัน Pop Mart x FIFA ต้อนรับฟุตบอลโลก 2026

Pop Mart จับมือ FIFA เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ “THE MONSTERS […]

The post Pop Mart x FIFA เปิดตัวคอลเลกชัน Labubu ลุยสนามบอลโลก 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตุ๊กตา Labubu ในชุดนักฟุตบอลจากคอลเลกชัน Pop Mart x FIFA ต้อนรับฟุตบอลโลก 2026

Pop Mart จับมือ FIFA เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ “THE MONSTERS × FIFA Series” ต้อนรับศึกฟุตบอลโลก 2026 นำโดย Labubu ในธีมลูกหนังที่กำลังเป็นกระแสทั่วโลก

 

คอลเลกชันนี้ประกอบด้วยสินค้าไฮไลต์อย่าง vinyl plush doll, blind box พวงกุญแจ, และแม่เหล็กเปิดขวดดีไซน์พิเศษ โดยทั้งหมดถูกออกแบบให้มีกลิ่นอายฟุตบอล

 

สินค้าจะเริ่มวางจำหน่ายออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของ Pop Mart วันที่ 3 เมษายน เวลา 09.00 น. (ตามเวลาเมืองไทย) ก่อนวางขายหน้าร้านในวันเดียวกัน โดยราคาหน้าเว็บไซต์ไทยอยู่ที่ประมาณ 3,190 บาท

 

ตุ๊กตา Labubu ในชุดนักฟุตบอลจากคอลเลกชัน Pop Mart x FIFA ต้อนรับฟุตบอลโลก 2026 1ตุ๊กตา Labubu ในชุดนักฟุตบอลจากคอลเลกชัน Pop Mart x FIFA ต้อนรับฟุตบอลโลก 2026 2ตุ๊กตา Labubu ในชุดนักฟุตบอลจากคอลเลกชัน Pop Mart x FIFA ต้อนรับฟุตบอลโลก 2026 3ตุ๊กตา Labubu ในชุดนักฟุตบอลจากคอลเลกชัน Pop Mart x FIFA ต้อนรับฟุตบอลโลก 2026 4ตุ๊กตา Labubu ในชุดนักฟุตบอลจากคอลเลกชัน Pop Mart x FIFA ต้อนรับฟุตบอลโลก 2026 5ตุ๊กตา Labubu ในชุดนักฟุตบอลจากคอลเลกชัน Pop Mart x FIFA ต้อนรับฟุตบอลโลก 2026 6ตุ๊กตา Labubu ในชุดนักฟุตบอลจากคอลเลกชัน Pop Mart x FIFA ต้อนรับฟุตบอลโลก 2026 7

 

The post Pop Mart x FIFA เปิดตัวคอลเลกชัน Labubu ลุยสนามบอลโลก 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Pop Mart ปักหมุดลอนดอน ตั้งสำนักงานใหญ่ เร่งกระจายสาขาใหม่ทั่วยุโรปอีก 27 แห่ง ปีหน้า https://thestandard.co/pop-mart-europe-expansion/ Sat, 31 Jan 2026 07:24:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1171794 โลโก้ Pop Mart และภาพสาขาในยุโรป สื่อถึงการขยายธุรกิจและตั้งสำนักงานใหญ่ที่ลอนดอน

Pop Mart International Group Ltd. กำลังเตรียมจัดตั้งสำน […]

The post Pop Mart ปักหมุดลอนดอน ตั้งสำนักงานใหญ่ เร่งกระจายสาขาใหม่ทั่วยุโรปอีก 27 แห่ง ปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้ Pop Mart และภาพสาขาในยุโรป สื่อถึงการขยายธุรกิจและตั้งสำนักงานใหญ่ที่ลอนดอน

Pop Mart International Group Ltd. กำลังเตรียมจัดตั้งสำนักงานใหญ่ในกรุงลอนดอนเพื่อการดำเนินงานในยุโรป โดยบริษัทผู้ผลิตของเล่นสัญชาติจีนรายนี้มุ่งแสวงหาการเติบโตในตลาดแห่งใหม่ หลังประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายในสหรัฐฯ

 

รัฐบาลอังกฤษแถลงว่า ปีหน้า Pop Mart จะเปิดร้านใหม่ 27 แห่งในยุโรป โดยตั้งร้านในสหราชอาณาจักรสูงถึง 7 แห่ง และสร้างงานกว่า 150 ตำแหน่ง

 

การประกาศดังกล่าวมีขึ้นระหว่างที่ Keir Starmer นายกรัฐมนตรีอังกฤษเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่สุดเป็นอันดับสองของโลก

 

การตั้งสำนักงานที่กรุงลอนดอนของ Pop Mart ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของบริษัทในตลาดยุโรป ซึ่งยังคงมีส่วนแบ่งตลาดต่ำกว่า 4.3% ของรายได้บริษัทในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 เมื่อเทียบกับสหรัฐฯ ที่มีสัดส่วนสูงถึง 16.3% ในช่วงเดียวกัน

 

Pop Mart ดำเนินวิธีสรรหาศิลปินทั่วทวีปยุโรปเพื่อออกแบบงานให้เข้ากับท้องถิ่น ผ่านการโพสต์รับสมัครบนแพลตฟอร์ม Instagram ตามบัญชีของบริษัทในแต่ละประเทศ ทั้ง สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และอิตาลี

 

“เราปรับการออกแบบให้เข้ากับท้องถิ่นในแต่ละประเทศ เพื่อเสริมสร้างการจดจำแบรนด์ในหมู่ผู้บริโภคทั่วโลกที่มีภูมิหลังทางวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป” Wang Ning ซีอีโอของบริษัทกล่าวในงานแถลงผลประกอบการเมื่อเดือนสิงหาคม 2025

 

ทั้งนี้ Pop Mart มีหน้าร้านค้าปลีก 18 แห่งในยุโรป ณ กลางปี 2025 และได้เปิดสาขาใหม่เพิ่มอีกอย่างน้อย 8 สาขาทั่วทวีป ในเมืองต่างๆ เช่น โคเปนเฮเกน โรม

 

ยอดขายที่สูงขึ้นนอกประเทศจีน เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเติบโตของบริษัท อย่างไรก็ตาม สัญญาณของความต้องการที่ชะลอตัวลงได้สร้างความกังวลต่อความยั่งยืนของแฟรนไชส์ ว่า Pop Mart จะสามารถเข็นผลิตภัณฑ์อื่นได้สำเร็จเทียบเท่า Labubu อีกหรือไม่

 

หุ้นของ Pop Mart ร่วงลงแล้วกว่า 30% นับจากราคาสูงสุดในเดือนสิงหาคม 2025

 

อ้างอิง:

The post Pop Mart ปักหมุดลอนดอน ตั้งสำนักงานใหญ่ เร่งกระจายสาขาใหม่ทั่วยุโรปอีก 27 แห่ง ปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
Chao Play หัวหอกยุทธศาสตร์เปลี่ยน ‘ของเล่น’ ให้เป็น ‘อาวุธเศรษฐกิจ’ ที่จีนใช้ยึดครองโลก https://thestandard.co/the_secret_sauce/what-is-chao-play-made-in-china-evolution/ Wed, 24 Dec 2025 11:00:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1157614 what-is-chao-play-made-in-china-evolution

สิ่งที่เห็นจนชินตาเวลาไปเดินห้างสรรพสินค้าช่วงนี้ คงหนี […]

The post Chao Play หัวหอกยุทธศาสตร์เปลี่ยน ‘ของเล่น’ ให้เป็น ‘อาวุธเศรษฐกิจ’ ที่จีนใช้ยึดครองโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
what-is-chao-play-made-in-china-evolution

สิ่งที่เห็นจนชินตาเวลาไปเดินห้างสรรพสินค้าช่วงนี้ คงหนีไม่พ้นภาพวัยรุ่นยืนต่อคิวยาวเหยียดหน้าร้าน Pop Mart หรือ Miniso ทุกคนต่างลุ้นกับกล่องเล็กๆ ในมือที่ข้างในมีตุ๊กตาซ่อนอยู่ หรือบางคนก็ห้อยตุ๊กตาตัวโปรดอย่าง Labubu ไว้ที่กระเป๋าอย่างภูมิใจ แม้แต่ทิม คุก ซีอีโอของ Apple ยังต้องบินไปดูงานนี้ด้วยตัวเองที่เซี่ยงไฮ้ 

 

นี่คือคือผลลัพธ์ของการปฏิวัติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่เรียกว่า ‘Made in China 2.0’ โดยมีสิ่งที่เรียกว่า ‘Chao Play’ เป็นอาวุธสำคัญ

จีนกำลังประกาศให้โลกรู้ว่า ยุคสมัยของการเป็นโรงงานโลกที่เน้นผลิตของราคาถูกได้จบลงแล้ว และพวกเขากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ใช้ ‘การผลิต + ดีไซน์ + วัฒนธรรม’ รวมกันเพื่อยึดครองตลาดโลก

 

Chao Play คืออะไร?

 

ภายใต้ร่มใหญ่ของการเปลี่ยนแปลงนี้ สินค้าที่จับต้องได้ชัดเจนที่สุดคือ ‘Chao Play’ (潮玩) แปลตรงตัวว่าของเล่นเทรนด์ ซึ่งไม่ใช่ตุ๊กตาสำหรับเด็กเล่นทั่วไป แต่คือ Art Toys และของสะสมที่ผสานดีไซน์ ศิลปะ และวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่าทางใจและทางตลาดมหาศาล

 

หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือการเปลี่ยน Mindset ในการทำธุรกิจไปอย่างสิ้นเชิง

 

  • จากขายของถูก สู่การขายสินค้าที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม: ในอดีตสินค้าจีนสู้ด้วยราคา แต่ในยุค Chao Play พวกเขาหยิบจับวัฒนธรรมดั้งเดิมมาใส่บริบทใหม่ที่เรียกว่า Guo Chao (กั๋วฉาว) หรือกระแสจีนร่วมสมัย ทำให้สินค้าชิ้นเดิมมีมูลค่าสูงขึ้นและกลายเป็นของสะสมที่คนยอมจ่ายแพงเพื่อครอบครอง

 

  • จากการเป็น OEM สู่การเป็นเจ้าของแบรนด์และ IP เอง: จีนหันมาสร้างทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของตัวเอง ตัวเลขส่งออกของเล่นและของสะสม สร้างรายได้กว่า 2.6 แสนล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 มากกว่าการส่งออกทุเรียนราชาผลไม้ไทยถึง 2 เท่า และมากกว่างบกระทรวงวัฒนธรรมของเราถึง 10 เท่า

 

  • จากการทำซ้ำ สู่การสร้างสรรค์: ภาพจำเรื่องของก๊อปเกรดเอถูกลบไปด้วยนวัตกรรมด้านดีไซน์ จีนใช้ AI และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการออกแบบ ทำให้สินค้า Chao Play มีความสดใหม่ ทันสมัย และตอบโจทย์รสนิยมคนรุ่นใหม่ทั่วโลกได้อย่างแม่นยำ

 

จีนทำได้อย่างไร? กรณีศึกษา Pop Mart, Kayou 

 

เมื่อพูดถึงความสำเร็จของ Chao Play ชื่อที่ต้องพูดถึงคือ Pop Mart ที่สร้างปรากฏการณ์ทำกำไรพุ่งสูงเกือบ 400% และมีรายได้จากต่างประเทศโตระเบิดถึง 834% หรือแบรนด์อย่าง Kayou (คา-โหยว) ที่เปลี่ยนกระดาษการ์ดใบเล็กๆ ให้มีมูลค่าหลักพันบาท ผ่านการจับมือกับคาแรกเตอร์ดังจากทั่วโลก สร้างของสะสมที่มีมูลค่าทางใจให้กับทุกเพศทุกวัย

 

แต่คำถามที่น่าสนใจกว่าตัวเลขคือ ทำไมของเล่นดาถึงกลายเป็นขุมทรัพย์มหาศาลได้? คำตอบไม่ได้อยู่ที่แค่ความน่ารัก แต่อยู่ที่ระบบนิเวศเบื้องหลัง 3 เรื่องที่พวกเขาคิดมาอย่างครบวงจร

 

1. การตลาดกระตุ้นความรู้สึก (Emotion Economy): จีนเข้าใจดีว่าคนรุ่นใหม่เน้นซื้อ ‘ความรู้สึก’ โมเดลกล่องสุ่ม (Blind Box) ถูกออกแบบมาเพื่อขายความตื่นเต้นในวินาทีที่แกะกล่อง มากกว่านั้นแบรนด์อย่าง Pop Mart ยังปั้นให้ Labubu กลายเป็น Social Currency หรือเครื่องมือทางสังคม ที่คนใช้ห้อยกระเป๋าเพื่อบอกรสนิยมและตัวตน ทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้โลก

 

2. ความเร็วการผลิตที่ไม่มีใครตามทัน: โรงงานจีนในเมืองอี้อูใช้ AI และ Big Data เข้ามาปฏิวัติการผลิต พวกเขาสามารถวิเคราะห์เทรนด์และออกแบบสินค้าใหม่โดยลดเวลาจาก 15 วัน เหลือเพียง 3 วัน ความเร็วระดับนรกแตกนี้ทำให้สินค้าจีนมีความสดใหม่และเกาะกระแสโลกได้ทันท่วงทีเสมอ

 

3. การขนส่งระดับโลกด้วยเครือข่าย Cainiao: จุดแข็งที่สุดของจีนคือเครือข่ายโลจิสติกส์ยักษ์ใหญ่อย่าง Cainiao (ไฉ่-เหนียว) ของ Alibaba ที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่ช่วยให้ร้านค้าเล็กๆ หรือแบรนด์อย่าง Pop Mart สามารถส่งของถึงมือลูกค้าทั่วโลกได้ในเวลาแค่ 72 ชั่วโมง พร้อมต้นทุนที่ถูกกว่าคู่แข่ง 30-50% นี่คือแต้มต่อสำคัญที่ทำให้แบรนด์จีนตีตลาดโลกแตกกระจุย 

 

4 บทเรียนของไทย ปรับตัวสู้ Chao Play

 

พอมองย้อนกลับมาที่บ้านเรา ประเทศไทยมีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่แข็งแรงไม่แพ้ใคร ทั้งยักษ์ นาค ตำนานพื้นบ้าน หรืออาหารที่ดังไปทั่วโลก แต่สิ่งที่เรายังขาดคือกระบวนการปั้นของเหล่านี้ให้มีมูลค่าแบบที่จีนทำ 

 

1. เลิกรับจ้าง แล้วสร้าง ‘Thai Blind Box’: ไทยต้องก้าวข้ามการเป็นแค่โรงงานรับจ้างผลิต (OEM) แล้วหันมาปั้น IP ของตัวเอง เช่น การนำ ‘ยักษ์’ หรือ ‘นาค’ ซึ่งเป็นตำนานพื้นบ้านไทยมาใส่ดีไซน์ที่ทันสมัย จนกลายเป็น ‘Thai Blind Box’ ที่วัยรุ่นอยากสะสม ไม่ใช่แค่ของที่ระลึกเชยๆ ที่วางขายตามสถานที่ท่องเที่ยว

 

2. ใช้ Tech เร่งสปีดให้ทันโลก: ในยุคที่เทรนด์เปลี่ยนทุกวัน งานฝีมืออย่างเดียวอาจไม่ทันกิน ผู้ประกอบการไทยต้องกล้านำ AI หรือ 3D Printing มาใช้เพื่อย่นระยะเวลาการออกแบบและผลิตให้สั้นลง เพื่อให้สินค้ามีความสดใหม่และเกาะกระแสโลกได้ทันท่วงทีแบบที่โรงงานจีนทำได้

 

3. ดึง Supply Chain โลก ปั้นไทยเป็น ‘Regional Hub’: อย่ามองแค่การขายในประเทศ แต่ต้องมองไทยเป็นฐานการผลิตและกระจายสินค้าของอาเซียน เราควรดึงดูดแบรนด์ระดับโลกอย่าง Pop Mart ให้มาตั้งฐานหรือ Regional Hub ในไทย เพื่อดูดซับองค์ความรู้และเทคโนโลยี (Supply Chain) เข้ามาพัฒนาอุตสาหกรรมในบ้านเรา

 

4. รัฐต้องหนุนด้วย ‘Cultural Venture’: ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นแบบ One Man Show ไม่ได้ ภาครัฐและเอกชนต้องจับมือกันสร้าง ‘Thai Pop Culture Hub’ หรือพื้นที่โชว์ของเหมือนที่เกาหลีหรือจีนมี รวมถึงการตั้งกองทุน Cultural Venture เพื่อสนับสนุนเงินทุนให้ศิลปินและสตาร์ทอัพตัวเล็กๆ มีโอกาสได้ปล่อยของและเติบโตในตลาดโลก

 

โจทย์ใหญ่ของไทยในวันนี้จึงไม่ใช่คำถามว่า “เราจะผลิตของเล่นแข่งกับเขาได้ไหม” แต่คือคำถามที่ว่า “เราพร้อมหรือยังที่จะหยิบเรื่องราวความภูมิใจของเรามาเล่าใหม่ ให้คนทั้งโลกอยากฟังและยอมควักกระเป๋าจ่าย” เหมือนที่จีนทำสำเร็จมาแล้ว

The post Chao Play หัวหอกยุทธศาสตร์เปลี่ยน ‘ของเล่น’ ให้เป็น ‘อาวุธเศรษฐกิจ’ ที่จีนใช้ยึดครองโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
มังกรไร้พรมแดน: จากโรงงานโลก สู่อู่วัฒนธรรม Soft Power https://thestandard.co/borderless-dragon-soft-power/ Thu, 20 Nov 2025 07:59:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1145469 Based on the Khaosod/Thairath spacing rule as specified (adding a space before proper nouns that follow a verb), no changes are needed in this headline. Heres why: 1. **มังกรไร้พรมแดน**: ไร้ (without/lacking) is a verb, but พรมแดน (border) is a common noun, not a proper noun. 2. **จากโรงงานโลก**: โลก (world) could be considered a proper noun in some contexts (the Earth), but it follows โรงงาน (factory), which is a noun, not a verb. 3. **สู่อู่วัฒนธรรม Soft Power**: Soft Power is a proper noun (a specific concept), but it follows วัฒนธรรม (culture), which is a noun, not a verb. Since there are no instances of a proper noun directly following a verb, the headline remains unchanged. **Original Headline (already follows the rule as specified):** มังกรไร้พรมแดน: จากโรงงานโลก สู่อู่วัฒนธรรม Soft Power

จีนผงาดขึ้นมาเป็นมหาอำนาจที่มีอิทธิพลทั้งในการเมืองระหว […]

The post มังกรไร้พรมแดน: จากโรงงานโลก สู่อู่วัฒนธรรม Soft Power appeared first on THE STANDARD.

]]>
Based on the Khaosod/Thairath spacing rule as specified (adding a space before proper nouns that follow a verb), no changes are needed in this headline. Heres why: 1. **มังกรไร้พรมแดน**: ไร้ (without/lacking) is a verb, but พรมแดน (border) is a common noun, not a proper noun. 2. **จากโรงงานโลก**: โลก (world) could be considered a proper noun in some contexts (the Earth), but it follows โรงงาน (factory), which is a noun, not a verb. 3. **สู่อู่วัฒนธรรม Soft Power**: Soft Power is a proper noun (a specific concept), but it follows วัฒนธรรม (culture), which is a noun, not a verb. Since there are no instances of a proper noun directly following a verb, the headline remains unchanged. **Original Headline (already follows the rule as specified):** มังกรไร้พรมแดน: จากโรงงานโลก สู่อู่วัฒนธรรม Soft Power

จีนผงาดขึ้นมาเป็นมหาอำนาจที่มีอิทธิพลทั้งในการเมืองระหว่างประเทศและเศรษฐกิจของโลก แต่ไม่ใช่ด้วย Hard Power เท่านั้น แต่จีนกำลังสร้างอนาคตผ่าน ‘Soft Power’ ผ่านเรื่องเล่าและเรื่องราวต่างๆ แบบจีน แต่มีคำถามว่าจีนทำได้อย่างไร ในเมื่อจีนเคยถูกปรามาสว่าเป็นเพียง ‘โรงงานผลิตสินค้าของโลก’

 

คำตอบคือ ศิลปะวัฒนธรรมที่สร้างอัตลักษณ์แบบจีน ซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาจากอดีตกาล ซึ่งบทความนี้จะพาทำความเข้าใจอัตลักษณ์แบบจีนที่ทำให้จีนกลายมาเป็นโรงงานผลิตวัฒนธรรมของโลก

 

รากเหง้าและความต่อเนื่อง: ปักกิ่ง เมืองแห่งอดีตสู่อนาคต

 

หากจะหาตัวอย่างที่แสดงให้เห็นการผสานอดีตเข้ากับปัจจุบันได้อย่างลงตัว ปักกิ่ง คือภาพสะท้อนที่ชัดที่สุด เมืองหลวงของจีนแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,000 ปี เคยเป็นศูนย์กลางการปกครองของหลายราชวงศ์ และยังคงเป็นศูนย์กลางการบริหารประเทศในปัจจุบัน แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ ปักกิ่งไม่ได้ถูกตรึงไว้ด้วยอดีตเพียงอย่างเดียว เมืองนี้ถูกออกแบบให้ ‘เติบโตไปข้างหน้า’ โดยไม่ละทิ้งรากฐานของตัวเอง

 

หนึ่งในสัญลักษณ์ของการผสานอดีตกับอนาคต คือ หูท่ง (胡同) ตรอกซอยเก่าแก่ที่รายล้อมปักกิ่งชั้นใน แต่ละซอยเต็มไปด้วยบ้านเรือนโบราณที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้คน ปัจจุบันรัฐบาลปักกิ่งไม่ได้เลือกจะรื้อถอนหูท่งเหล่านี้เพื่อสร้างตึกสูงทันสมัย แต่กลับเลือกที่จะบูรณะและเติมความมีชีวิตชีวาใหม่ๆ ให้กับพื้นที่ ตรอกเก่าหลายแห่งถูกปรับเป็นแหล่งรวมร้านกาแฟ ศูนย์ศิลปะ และสตูดิโอออกแบบ เกิดเป็น Creative Hub ที่เชื่อมคนรุ่นใหม่เข้ากับรากเหง้าของตนเอง

 

อีกหนึ่งพื้นที่ที่สะท้อนแนวคิดนี้อย่างชัดเจนคือ ร้านหนังสือในปักกิ่ง ที่ถูกเปลี่ยนบทบาทจากพื้นที่ขายหนังสือธรรมดา กลายเป็น Cultural Space ที่ผสมผสานงานดีไซน์ร่วมสมัยเข้ากับบรรยากาศดั้งเดิม ร้านหนังสือเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงชั้นวางหนังสือ แต่ยังมีพื้นที่จัดกิจกรรมเสวนา นิทรรศการ และการแสดงศิลปวัฒนธรรม ทำให้ “ร้านหนังสือ” ไม่ได้เป็นเพียงที่ซื้อของ แต่เป็นสถานที่ที่ผู้คนเข้าไปสัมผัสประสบการณ์ทางวัฒนธรรมร่วมกัน

 

และหากพูดถึงการพลิกโฉมประวัติศาสตร์ให้อยู่ในรูปแบบสินค้าร่วมสมัย คอลเล็กชันลิปสติกของกู้กง (พระราชวังต้องห้าม) คงเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าจดจำที่สุด เปิดตัวในปี 2018 คอลเล็กชันนี้ใช้ลวดลายและสัญลักษณ์จากเครื่องใช้ในราชสำนักหมิงและชิงมาตีความใหม่ กลายเป็นลิปสติกดีไซน์หรูหราที่คนรุ่นใหม่หลงรัก ผลลัพธ์คือขายหมดกว่า 100,000 แท่งในเวลาเพียง 4 วัน ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่แค่ความสำเร็จทางการตลาด แต่คือการพิสูจน์ว่าประวัติศาสตร์สามารถกลายเป็น สินค้าที่จับต้องได้ และสร้างไวรัลในโลกดิจิทัล ได้เช่นเดียวกัน

 

ประสบการณ์คือหัวใจ: การตลาดวัฒนธรรมจากเสฉวน

 

การพัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงปักกิ่ง มณฑลเสฉวนเป็นอีกตัวอย่างที่น่าสนใจ รัฐบาลท้องถิ่นลงทุนสร้างเขตอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่รวมทั้งศิลปะ บันเทิง และอาหารเข้าด้วยกัน ผลลัพธ์ที่กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์จีนคือ เค้กรูปหมีแพนด้าและหน้ากากงิ้ว ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของการผสมผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับประสบการณ์การบริโภคร่วมสมัย

 

ผู้บริโภคจีนรุ่นใหม่ไม่ได้เลือกซื้อเค้กเพราะ “รสชาติ” อย่างเดียวอีกต่อไป แต่พวกเขาซื้อเพราะอยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ที่แตกต่าง เค้กหน้ากากงิ้วจึงไม่ใช่แค่ของหวาน แต่เป็นเรื่องเล่าและความทรงจำ ที่แชร์ต่อได้ในโซเชียลมีเดีย กระแส FOMO (Fear of Missing Out) ทำให้ผู้บริโภครุ่นใหม่ไม่อยากพลาดการมีส่วนร่วมในสิ่งที่กำลังเป็นกระแส นี่คือกุญแจสำคัญที่ทำให้สินค้าธรรมดากลายเป็นไวรัลและสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างมหาศาล

 

วัฒนธรรมร่วมสมัยจีนกับตลาดโลก: Pop Mart และ LABUBU

 

จากอาหารมาสู่อุตสาหกรรมที่ดูเหมือนจะเล็ก แต่กลับสร้างอิทธิพลระดับโลกได้จริง นั่นคือ 潮玩 (Chao Wan หรือ Designer Toy) โดยมีแบรนด์จีนอย่าง Pop Mart เป็นผู้เล่นหลักที่ส่งออกคาแรกเตอร์อย่าง LABUBU ไปทั่วโลก

 

ในประเทศไทย กระแสของเล่นจีนได้รับการตอบรับอย่างดี เหตุผลหลักมาจากหลายปัจจัย หนึ่งคือกระแสสะสมของเล่นดีไซน์ใหม่ที่กำลังเติบโตทั่วโลก โดยเฉพาะสินค้าที่ผลิตแบบ Limited Edition ที่กระตุ้นความต้องการของนักสะสม สองคือการที่คนไทยเริ่มคุ้นเคยกับวัฒนธรรมจีนผ่านสื่อบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ ภาพยนตร์ หรือแอนิเมชัน สามคือการออกแบบของเล่นจีนที่ผสมผสานความเป็นเอเชียกับความเป็นสากล ทำให้ดูแปลกใหม่และเข้าถึงง่าย และสี่คือ จีนเป็นฐานการผลิตของเล่นรายใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนและขยายตลาดได้อย่างรวดเร็ว

 

สิ่งที่ทำให้ Pop Mart แตกต่างคือ การเล่าเรื่องผ่านตัวละคร แต่ละคาแรกเตอร์ไม่ได้เป็นเพียงตุ๊กตาน่ารัก แต่มีเรื่องราวและอัตลักษณ์เฉพาะตัว สิ่งนี้ทำให้ผู้บริโภคไม่เพียง “ซื้อของ” แต่ยัง “ซื้อเรื่องราว” ที่สะท้อนความเป็นตัวตนของพวกเขาเอง และเมื่อเรื่องราวเหล่านี้ถูกแชร์ออกไปในสื่อสังคมออนไลน์ มันก็ยิ่งสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์ได้อย่างเหนียวแน่น

 

China Chic และการสร้าง Brand China

 

ความสำเร็จของ Pop Mart และ LABUBU ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวของของเล่นดีไซน์ แต่ยังสะท้อนถึงปรากฏการณ์ทางสังคมที่เรียกว่า China Chic (国潮 หรือ 国朝) ซึ่งหมายถึงกระแสการบริโภคที่ผสมผสานความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมจีนเข้ากับแฟชั่นและรสนิยมร่วมสมัย กระแสนี้เริ่มชัดเจนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อคนรุ่นใหม่หันกลับมาสนใจสินค้าที่มี “ความเป็นจีน” แต่ถูกออกแบบให้ทันสมัยและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน

 

China Chic ไม่ได้จำกัดอยู่แค่แฟชั่นเสื้อผ้า แต่ขยายไปสู่เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ และแม้แต่ของเล่น ตัวอย่างเช่น การออกแบบชุดกีฬาที่ใช้ลวดลายโบราณ การสร้างลิปสติกที่ได้แรงบันดาลใจจากกู้กง หรือการทำ Pop Mart ที่ใช้สัญลักษณ์เอเชียผสานกับความน่ารักสากล ล้วนทำให้สินค้าจีนถูกมองว่า “เท่” และ “ร่วมสมัย” มากกว่าจะเป็นเพียงสินค้าราคาถูกที่ผลิตเพื่อการส่งออก

 

นี่คือการสร้าง Brand China ขึ้นมาใหม่ ทำให้สินค้า Made in China ไม่ได้ถูกจำกัดความหมายว่า “ของถูก” อีกต่อไป แต่เป็นแบรนด์ที่สะท้อนอัตลักษณ์และความคิดสร้างสรรค์แบบจีน ซึ่งได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและตลาดโลก China Chic จึงเป็น Soft Power เชิงวัฒนธรรมที่จับต้องได้ และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง “การบริโภคแบบจีน” ที่มีอัตลักษณ์ของตนเองอย่างแท้จริง

 

เทคโนโลยีและบันเทิงดิจิทัล: Wukong ก้าวกระโดดสู่ AAA Game ผลลัพธ์สำคัญเชื่อมวัฒนธรรมและเทคโนโลยี ภายใต้ความพยายามของจีนในยุทธศาสตร์ Made in China 2025 สู่ AI Vision 2030

 

หากพูดถึง Soft Power จีนที่ก้าวไปไกลเกินกว่าตลาดในประเทศ ไม่มีกรณีไหนน่าจับตามองเท่า Black Myth: Wukong เกมสัญชาติจีนที่สร้างปรากฏการณ์ระดับโลก เกมนี้พัฒนาโดยสตูดิโอจีน และเป็นเกมระดับ AAA เกมแรกที่ดัดแปลงจากวรรณกรรมคลาสสิกอย่างไซอิ๋ว (西游记) เรื่องราวของซุนหงอคงที่ทั้งชาวจีนและชาวเอเชียต่างคุ้นเคย

 

ทันทีที่เปิดตัว เกมมียอดผู้เล่นทะลุ 1 ล้านคนบน Steam ภายในเวลาเพียงชั่วโมงเดียว นี่ไม่ใช่แค่ความสำเร็จเชิงธุรกิจ แต่เป็นการประกาศให้โลกเห็นว่า จีนสามารถสร้างเกมคุณภาพสูงระดับโลกได้ และยังใช้เกมเป็นเครื่องมือเผยแพร่วัฒนธรรมของตัวเองได้อย่างมีพลัง

 

Wukong คือ หนึ่งในผลผลิต Soft Power จีนที่ทรงพลังในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่เพียงนำเสนอเรื่องเล่าแบบจีนในรูปแบบที่ร่วมสมัย แต่ยังตอบโจทย์ความต้องการของผู้เล่นทั่วโลกที่แสวงหาคอนเทนต์ใหม่ๆ ที่แตกต่างจากเกมฝั่งตะวันตก เกมนี้พิสูจน์ว่า การเล่าเรื่องแบบจีน สามารถก้าวข้ามพรมแดนวัฒนธรรมและสื่อสารกับผู้เล่นนานาชาติได้อย่างลึกซึ้ง

 

และถ้าวิเคราะห์ต่อเนื่องจากข้างต้น สามารถกล่าวได้ว่า หาก China Chic และ Brand China เป็นการสร้างพลังเชิงวัฒนธรรมและการบริโภคภายในประเทศ ความสำเร็จด้านเทคโนโลยีอย่างเกม Wukong ก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะความสามารถของนักพัฒนา แต่ยังเป็นผลจากยุทธศาสตร์ระดับชาติของจีนที่วางรากฐานไว้ชัดเจน นั่นคือ Made in China 2025 และ AI Vision 2030

 

โครงการ Made in China 2025 ถูกประกาศในปี 2015 เพื่อลดการพึ่งพาต่างชาติและเปลี่ยนจากภาพจำที่คนทั่วโลกมองจีนว่า เป็นโรงงานโลก แหล่งผลิตสินค้าถูกอย่างเดียว มาเป็นผู้ผลิตนวัตกรรม และ AI Vision 2030 ที่ประกาศในปี 2017 หลังจาก Made in China 2015 เพียง 2 ปี ก็ยิ่งสะท้อนถึงความพยายามของจีนในเรื่องนี้ และยิ่งทำให้จีนมีทิศทางชัดเจนว่าจะเป็น ผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ของโลกภายในปี 2030

 

ดังนั้น ความสำเร็จอย่าง Wukong หรือการเติบโตของอุตสาหกรรมเกมและเทคโนโลยีบันเทิงของจีน จึงสะท้อนว่าเบื้องหลัง Soft Power เชิงวัฒนธรรม มี ยุทธศาสตร์ชาติด้านเทคโนโลยี คอยหนุนหลังอยู่ และเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ใหญ่ที่จีนกำลังขับเคลื่อนไปสู่การเป็นผู้นำเศรษฐกิจนวัตกรรมของโลก

 

วัฒนธรรมเชื่อมโลก: จากสายไหมโบราณสู่สายไหมศตวรรษที่ 21

 

หากเรามองภาพของ “มังกรไร้พรมแดน” ในเชิงนโยบายระดับโลก โครงการ หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative) หรือ BRI คือหนึ่งในเครื่องมือที่จีนใช้สร้างความเชื่อมโยงอย่างเป็นรูปธรรม โครงการนี้ริเริ่มในปี 2013 โดยประธานาธิบดีสีจิ้นผิง และระบุว่าเป็น เส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 เพื่อต่อยอดมาจากเส้นทางสายไหมโบราณที่รุ่งเรืองที่สุดในสมัยราชวงศ์ถัง โดยมีเมืองซีอานเป็นศูนย์กลางการค้าและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม

 

ผู้เขียนเองเคยใช้ชีวิตที่ซีอานในช่วงที่จีนลุย BRI อย่างหนัก และได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเมืองนี้อย่างชัดเจน ซีอานไม่เพียงถูกบูรณะให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ แต่ยังได้รับการผลักดันให้เป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจในโครงการ BRI เพื่อเชื่อมโยงจีนตะวันตกเฉียงเหนือกับโลกภายนอกอีกครั้ง เส้นทางสายไหมที่เคยเป็นช่องทางค้าขายสินค้าจีนโบราณ วันนี้กลายเป็นช่องทางการค้า การลงทุน และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระดับนานาชาติ

 

เมื่อครบรอบ 10 ปี BRI จีนได้เผยแพร่ “สมุดปกขาว” เพื่อสื่อสารกับโลกถึงผลลัพธ์ของโครงการ โดยชูประเด็นว่า “ริเริ่มโดยจีน แต่เป็นของทั้งโลก” ภายในสิบปีหลังการก่อตั้ง BRI จีนลงนามความร่วมมือ BRI มากกว่า 200 ฉบับ กับกว่า 150 ประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศกว่า 30 องค์กร แม้ว่าจีนจะถูกสหรัฐฯ และชาติตะวันตกบางประเทศวิจารณ์ว่า BRI ได้ก่อให้เกิดกับดักหนี้กับประเทศที่ร่วมมือด้วย แต่จีนก็ตอบโต้ด้วยข้อมูลว่า ภายใน 10 ปี หลังก่อตั้ง การค้าสะสมระหว่างจีนกับประเทศที่เข้าร่วม BRI สูงเกิน 19 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตเฉลี่ยปีละ 6.4% และอ้างอิงการคาดการณ์ของธนาคารโลก ว่า BRI จะช่วยให้ประชากร 7.6 ล้านคนหลุดพ้นจากความยากจนขั้นรุนแรง และอีก 32 ล้านคนพ้นจากความยากจนปานกลางภายในปี 2573

 

จาก BRI สู่ GCI: Global Civilization Initiative (GCI)

 

หาก BRI เป็นโครงการที่เน้นการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน Global Civilization Initiative (GCI) ที่สีจิ้นผิงเสนอในปี 2023 คือการขยายแนวคิดนั้นไปสู่ระดับอารยธรรมและวัฒนธรรมโลก GCI เกิดขึ้นต่อเนื่องจาก Global Development Initiative (GDI) ในปี 2021 และ Global Security Initiative (GSI) ในปี 2022 ทำให้ทั้งสามข้อริเริ่มถูกนำเสนอเป็น “สินค้าสาธารณะระดับโลก” ที่จีนบอกว่าพร้อมแบ่งปันให้กับมนุษยชาติ

 

แกนกลางของ GCI คือการสร้าง “ประชาคมโลกที่มีอนาคตร่วมกัน” โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนและการเรียนรู้ร่วมกันของอารยธรรม ไม่ใช่การแบ่งแยกหรือการเผชิญหน้า ในจดหมายแสดงความยินดีต่อการประชุม Global Civilizations Dialogue Ministerial Meeting ที่จัดขึ้นที่ปักกิ่งในเดือนกรกฎาคม 2024 สีจิ้นผิงกล่าวชัดว่า “ในโลกที่การเปลี่ยนแปลงและความปั่นป่วนสอดประสานกัน มนุษยชาติต้องก้าวข้ามความแปลกแยกด้วยการแลกเปลี่ยน และก้าวข้ามความขัดแย้งด้วยการเรียนรู้ร่วมกัน”

 

ในปีเดียวกัน องค์การสหประชาชาติยังได้ประกาศให้วันที่ 10 มิถุนายนเป็น วันสากลแห่งการเสวนาระหว่างอารยธรรม (International Day for Dialogue among Civilizations) ตามข้อเสนอของจีนและการสนับสนุนร่วมจากกว่า 80 ประเทศ การยกระดับแนวคิดนี้ขึ้นสู่เวที UN ไม่เพียงตอกย้ำบทบาทของจีนในฐานะผู้ผลักดันการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม แต่ยังแสดงให้เห็นความพยายามที่จะทำให้ “วัฒนธรรม” เป็นเครื่องมือเชื่อมโลกในระดับที่กว้างกว่าเศรษฐกิจ

 

หาก BRI เป็นโครงการที่ปูทางเดินทางเศรษฐกิจและการค้า GCI ก็คือโครงการที่ปูทางเดินทางวัฒนธรรมและการเสวนา มันแสดงให้เห็นว่า จีนกำลังพยายามใช้ทั้ง “โครงสร้างพื้นฐาน” และ “โครงสร้างทางอารยธรรม” เพื่อสร้างเครือข่ายโลกที่ไม่ได้จำกัดแค่การพัฒนา แต่ยังรวมถึงความเข้าใจและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

 

สูตรสำเร็จมังกรจีน Heritage + Innovation + Globalization

 

เมื่อพิจารณาทุกกรณีศึกษาที่กล่าวมา เราจะพบสูตรสำเร็จที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของจีน ซึ่งสามารถสรุปได้เป็นสามแกนหลักที่ทำงานควบคู่กันอย่างเป็นระบบ
ประการแรกคือ Heritage หรือมรดกทางวัฒนธรรม จีนมีรากฐานประวัติศาสตร์และสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งและหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหูท่ง งิ้ว กู้กง หรือวรรณกรรมคลาสสิกอย่างไซอิ๋ว สิ่งเหล่านี้กลายเป็นวัตถุดิบทางวัฒนธรรมที่ไม่มีใครสามารถลอกเลียนแบบได้ และถูกนำมาสร้างคุณค่าใหม่ในโลกยุคปัจจุบัน

 

ถัดมาคือ Innovation หรือนวัตกรรม ความสำเร็จของจีนไม่ได้หยุดเพียงการอนุรักษ์ แต่คือการตีความมรดกเก่าให้สอดคล้องกับยุคสมัย ตัวอย่างชัดเจนคือร้านหนังสือที่ถูกเปลี่ยนเป็น Cultural Space ที่มีชีวิตชีวา ลิปสติกที่ออกแบบจากลวดลายโบราณจนกลายเป็นสินค้าวัฒนธรรมร่วมสมัย หรือเกม Wukong ที่พลิกจากวรรณกรรมจีนสู่สื่ออินเตอร์แอคทีฟระดับโลก สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นการ “ฟื้นชีวิตใหม่” ให้กับอดีต

 

สุดท้ายคือ Globalization หรือโลกาภิวัตน์ ซึ่งในอดีตมักถูกมองว่าเป็นแนวคิดที่อเมริกาเป็นผู้ผลักดัน แต่ปัจจุบันจีนกลับหยิบโลกาภิวัตน์มาใช้เป็นข้อถกเถียงกับอเมริกา โดยอ้างว่าจีนต่างหากที่กำลังเป็นผู้เชื่อมโยงองค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี และประสบการณ์กับโลกอย่างแท้จริง ผ่านโครงการ BRI และ GCI ที่ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานจนถึงการแลกเปลี่ยนทางอารยธรรม ขณะเดียวกันในระดับวัฒนธรรมร่วมสมัย จีนยังใช้การตลาดดิจิทัล การออกแบบสากล และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพื่อเข้าถึงและเชื่อมโยงกับผู้บริโภคทั่วโลก

 

ดังนั้น การพัฒนาวัฒนธรรมของจีนในปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงการเก็บรักษามรดกเก่า แต่คือการผสานอดีตเข้ากับนวัตกรรมใหม่ และใช้โลกาภิวัตน์เป็นเวทีในการขยายอิทธิพลทางวัฒนธรรมออกไปสู่ระดับสากลอย่างมั่นคง

 

กล่าวโดยสรุป “มังกรไร้พรมแดน” คือสัญลักษณ์ของจีนในศตวรรษที่ 21 ซึ่งไม่ได้หมายถึงพรมแดนทางภูมิศาสตร์ที่ขยายออกไป แต่หมายถึงวัฒนธรรมจีนที่กำลังไร้พรมแดน สามารถเดินทางจากตรอกหูท่งสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล จากพิพิธภัณฑ์พระราชวังต้องห้ามสู่โต๊ะเครื่องแป้งของคนรุ่นใหม่ จากเค้กงิ้วและแพนด้าสู่โลกโซเชียล และจากวรรณกรรมไซอิ๋วสู่เกม AAA ที่คนทั้งโลกพร้อมจะเล่น

 

เบื้องหลังความสำเร็จนี้คืออัตลักษณ์ด้านวัฒนธรรมที่ผสมผสาน อดีตกับอนาคต และใช้ประสบการณ์เป็นสะพานเชื่อม ทำให้ผู้คนไม่เพียงบริโภคสินค้า แต่ยังรู้สึกว่าได้ “สัมผัส” และ “เป็นส่วนหนึ่ง” ของวัฒนธรรมจีนด้วย

 

แต่ความท้าทายใหญ่ของจีน ซึ่งก็คือคำถามที่ทั่วโลกต่างจับจ้อง นั่นคือ Soft Power จีน ผ่านการขยายวัฒนธรรมในยุคดิจิทัลเช่นนี้ จะไปได้ไกลเพียงไหน จะสามารถครอบคลุมทั่วโลกได้เหมือนกับวัฒนธรรมบันเทิงเกาหลีใต้และญี่ปุ่นที่ทำสำเร็จหรือไม่ ซึ่งคิดว่า ยังคงต้องติดตามเส้นทางมังกรไร้พรมแดนของจีนต่อไปอย่างใกล้ชิด

 

ภาพ: ProStockStudio via ShutterStock

The post มังกรไร้พรมแดน: จากโรงงานโลก สู่อู่วัฒนธรรม Soft Power appeared first on THE STANDARD.

]]>
Pop Mart ยินดีราคามือสอง ‘ลาบูบู้’ เริ่มแผ่ว เชื่อโมเดลเก็งกำไรไม่ยั่งยืน https://thestandard.co/pop-mart-labubu-resale-price-drop/ Sat, 27 Sep 2025 06:48:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1123714

ก่อนหน้านี้ ลาบูบู้ (Labubu) หนึ่งใน Art Toy สุดฮิตจาก […]

The post Pop Mart ยินดีราคามือสอง ‘ลาบูบู้’ เริ่มแผ่ว เชื่อโมเดลเก็งกำไรไม่ยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ก่อนหน้านี้ ลาบูบู้ (Labubu) หนึ่งใน Art Toy สุดฮิตจาก Pop Mart สร้างกระแสไปทั่วโลก จนทำให้ราคาซื้อขายในตลาดมือสองของบางรุ่นพุ่งสูง จากข้อมูลของ Nomura พบว่ากล่องสุ่มรุ่นพิเศษรุ่นหนึ่งมีราคาขายต่อสูงกว่าราคาหน้าร้านถึง 2,000%

 

ล่าสุด เริ่มมีสัญญาณว่าตลาดมือสองของ Art Toy เหล่านี้กำลังสูญเสียแรงส่ง พ่อค้าคนกลางกำลังเทขาย แต่ Pop Mart บริษัทสัญชาติจีนที่อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์นี้ กล่าวว่าการลดลงของราคามือสองเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการ

 

“ผลิตภัณฑ์ของเราสร้างขึ้นสำหรับผู้คนที่เชื่อมโยงกับศิลปะและความสุขที่มันนำมาให้อย่างแท้จริง และเราดีใจที่ได้เห็นความหลงใหลนั้น การทำให้ศิลปะนี้เข้าถึงได้คือหัวใจสำคัญสำหรับเรา” Pop Mart ระบุผ่านอีเมลที่ส่งถึง CNBC

 

“หากการซื้อมีวัตถุประสงค์เพื่อทำกำไรเพียงอย่างเดียว โมเดลนี้จะล่มสลายในที่สุด” บริษัทกล่าวเสริม

 

แอชลีย์ ดูดาเรน็อก ผู้ก่อตั้งบริษัทวิจัยในจีน ChoZan กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ Pop Mart ปล่อยให้ราคาขายต่อพุ่งสูงขึ้นเพื่อกระตุ้นความต้องการ แต่ตอนนี้กำลังเปลี่ยนไปสู่โมเดลที่มั่นคงและยั่งยืนมากขึ้น

 

“ตลาดมือสองของ Labubu ช่วยเพิ่มความนิยมของของเล่นได้อย่างมีนัยสำคัญ” ดูดาเรน็อกกล่าว “ในขณะเดียวกัน มันก็ไม่ดีต่ออนาคตในระยะยาว เพราะมันทำให้ลูกค้าตัวจริงของคุณ ลูกค้าระยะยาวของคุณ รู้สึกแปลกแยก และ Pop Mart ก็ไม่ต้องการที่จะเป็นแค่กระแสชั่วครั้งชั่วคราว”

 

ราคาขายต่อของลาบูบู้เริ่มลดลงหลังจากที่ Pop Mart เร่งกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการ บริษัทบอกกับ CNBC หลังจากมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับพ่อค้าคนกลาง

 

ตอนนี้ Pop Mart ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในปักกิ่ง ผลิต Art Toy ประมาณ 30 ล้านตัวต่อเดือน ซึ่งสูงกว่าระดับการผลิตของปีที่แล้วถึง 10 เท่า

 

“ผมคิดว่าพ่อค้าคนกลางกำลังระบายสต็อกสินค้าออกมาเพราะพวกเขากลัวว่าถ้าสต็อกไว้มากเกินไป” ห่าว ฮง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการลงทุนของ Lotus Asset Management กล่าว

 

ด้าน เจฟฟ์ จาง นักวิเคราะห์หุ้นของ Morningstar มองว่าตลาดรองเป็นมาตรวัดสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ร้อนแรงที่สุดของ Pop Mart เมื่ออุปสงค์มีมากกว่าอุปทาน ตลาดมือสองจะกลายเป็นสถานที่สำหรับการทำธุรกรรม และเป็นมาตรวัดที่สำคัญว่าความสนใจกำลังมุ่งไปทางไหน

 

ทั้งนี้ ราคาหุ้นของ Pop Mart ร่วงลง 16% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา แต่ยังคงเพิ่มขึ้นมากกว่า 200% นับตั้งแต่ต้นปี

 

Pop Mart ตระหนักดีว่าความนิยมในตัวละครใดตัวละครหนึ่งมีอายุขัยที่จำกัด และบริษัทไม่ได้ทำกำไรจากตลาดมือสองโดยตรง นักวิเคราะห์จาก Morningstar ชี้ว่าบริษัทจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากกระแสความนิยมในขณะที่มันยังคงอยู่

 

กลยุทธ์ของ Pop Mart ในการก้าวข้ามฟองสบู่จึงมุ่งเน้นไปที่การสร้าง ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ที่แข็งแกร่งและยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในการสร้างแอนิเมชันของตัวเอง เพื่อสร้างบุคลิกและเรื่องราวเบื้องหลังให้กับตัวละครต่างๆ ให้มีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น

 

การร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Uniqlo, Disney และ Coca-Cola รวมถึงการเปิดสวนสนุกของตนเอง รวมทั้งการขยายรูปแบบผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายขึ้น นอกเหนือจากโมเดลกล่องสุ่มที่เคยสร้างความสำเร็จ แต่ก็เผชิญกับความกังวลด้านกฎระเบียบในจีน

 

บททดสอบที่แท้จริงสำหรับ Pop Mart ในวันนี้ จึงไม่ใช่การรักษาความร้อนแรงของลาบูบู้ให้นานที่สุด แต่คือการพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถสร้างกระแสครั้งใหม่ได้สำเร็จหรือไม่

 

อ้างอิง:

The post Pop Mart ยินดีราคามือสอง ‘ลาบูบู้’ เริ่มแผ่ว เชื่อโมเดลเก็งกำไรไม่ยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Joella แห่ง RuPaul’s Drag Race แต่งตัวเป็น Labubu ไปงาน Emmy Awards 2025 https://thestandard.co/joella-labubu-emmy-2025/ Mon, 15 Sep 2025 03:55:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1119312 Joella Labubu Emmy Awards 2025

Joella หนึ่งในแดร็กควีนผู้เข้าแข่งขันรายการ RuPaul’s Dr […]

The post Joella แห่ง RuPaul’s Drag Race แต่งตัวเป็น Labubu ไปงาน Emmy Awards 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Joella Labubu Emmy Awards 2025

Joella หนึ่งในแดร็กควีนผู้เข้าแข่งขันรายการ RuPaul’s Drag Race ซีซั่น 17 ร่วมงานประกาศรางวัล Emmy Awards ครั้งที่ 77 เป็นครั้งแรก ด้วยการแต่งตัวเป็น Labubu 

 

โดยชุดนี้ Joella แดร็กควีนเชื้อสายเอเชียได้ประกอบขนเฟอร์ขึ้นมาใหม่ทั้งตัว สวมทับด้วยชุดกี่เพ้าสีแดงทองและหมวกสาน และกระเป๋าหิ้วที่ทำเป็นรูปกล่องอาหารจีนสำหรับกลับบ้าน พร้อมกับแต่งหน้าแบบตาโตและฟันแบบปีศาจของตุ๊กตาจาก POP MART 

 

สำหรับรายการ RuPaul’s Drag Race ซีซั่น 17 ได้เข้าชิงรางวัลใหญ่ด้วยกันสองสาขา ทั้ง Outstanding Competition Program และ Outstanding Host โดย RuPaul Charles แต่ก็แพ้ให้กับรายการแข่งขันหาผู้ทรยศในเกมเพื่อชิงรางวัล The Traitors โดย Alan Cumming จากช่อง Peacock

 

ในปี 2025 นี้ Labubu & The Monsters ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของป๊อปคัลเจอร์และแฟชั่นประจำปี และกลายเป็นสินค้าที่ขายที่สุดของร้านขายของเล่นและอาร์ตทอย ซึ่งในปี 2024 สามารถทำรายได้มากถึง 1.78 พันล้านดอลลาร์ และนอกจากนี้หลายแบรนด์ก็ได้ร่วมงานกับ Kasing Lung ผู้ออกแบบจากฮ่องกงในการทำตุ๊กตาเวอร์ชันพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น Moynat จนถึงรุ่นพิเศษ sacai x SEVENTEEN ที่ถูกประมูลไปกว่าหมื่นดอลลาร์

 

ภาพ: Gilbert Flores/Variety via Getty Images

The post Joella แห่ง RuPaul’s Drag Race แต่งตัวเป็น Labubu ไปงาน Emmy Awards 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP MART AT CENTRAL PARK ที่มาพร้อมเอ็กซ์คลูซีฟป๊อปอัพสโตร์ https://thestandard.co/pop-mart-at-central-park/ Sun, 07 Sep 2025 09:00:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1116477

POP MART เปิดตัวสาขาใหม่อย่างเป็นทางการ ณ ชั้น 2 ห้าง C […]

The post POP MART AT CENTRAL PARK ที่มาพร้อมเอ็กซ์คลูซีฟป๊อปอัพสโตร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

POP MART เปิดตัวสาขาใหม่อย่างเป็นทางการ ณ ชั้น 2 ห้าง Central Park โดยไฮไลต์พิเศษของงานนี้คือการดึงเอ็กซ์คลูซีฟป๊อปอัพระดับโลก อย่าง THE MONSTER WACKY MART POP-UP STORE มาจัดครั้งแรกอย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทย ที่อัดแน่นไปด้วยคอลเลกชันพิเศษจากคาแรคเตอร์ขวัญใจแฟน ๆ อย่าง LABUBU มาจำหน่ายเฉพาะที่เอ็กซ์คลูซีฟป๊อปอัป ณ The Sky Hall ชั้น 1 เท่านั้น โดยมี จิมมี่-จิตรพล โพธิวิหค และ ซี-ทวินันท์ อนุกูลประเสริฐ จากซีรีส์ทำนายทายทัก My Magic Prophecy มาร่วมสร้างเซอร์ไพรซ์

 

สำหรับ POP MART ที่ Central Park มาในโทนสีชมพูพาสเทล ออกแบบพิเศษสำหรับช็อปนี้โดยเฉพาะ บนพื้นที่กว่า 317 ตารางเมตร ที่ถูกเนรมิตให้เต็มไปด้วยสีสัน ความสนุก และจุดเช็กอินที่แฟน ๆ POP MART ไม่ควรพลาด อย่าง Big Figure SKULLPANDA ขนาดสูงกว่า 2 เมตร ที่ตั้งโดดเด่นเป็นแลนด์มาร์กให้ได้เก็บภาพ พร้อมด้วย Wall Mega ดีไซน์ใหม่ และโซน Pop Bean ที่ช่วยเสริมบรรยากาศความสดใสให้กับสโตร์แห่งนี้ รวมไปถึงไอเท็ม POP MART สุดฮิตมากมายก็รวบรวมมาไว้ให้แฟน ๆ ได้สัมผัสและเป็นเจ้าของอย่างจุใจ

 

 

ภาพ: POP MART

The post POP MART AT CENTRAL PARK ที่มาพร้อมเอ็กซ์คลูซีฟป๊อปอัพสโตร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Labubu จากของเล่นกล่องสุ่มสู่เครื่องจักรทำเงินระดับโลก แต่คำถามคือจะเป็นได้อีกนานแค่ไหน? https://thestandard.co/labubu-blind-box-money-machine/ Sun, 31 Aug 2025 07:42:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1113660 Labubu

มานนา หวัง เอเจนต์ประกันในฮ่องกง เคยส่งของขวัญหรูๆ ให้ก […]

The post Labubu จากของเล่นกล่องสุ่มสู่เครื่องจักรทำเงินระดับโลก แต่คำถามคือจะเป็นได้อีกนานแค่ไหน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
Labubu

มานนา หวัง เอเจนต์ประกันในฮ่องกง เคยส่งของขวัญหรูๆ ให้กับลูกค้าระดับท็อปมาแล้วมากมาย ตั้งแต่ผ้าพันคอ Gucci ไปจนถึงนาฬิกา Coach แต่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา Labubu ได้กลายเป็นของขวัญที่เธอเลือกใช้ จนกระทั่งสินค้าขาดตลาดอย่างหนัก ทำให้เธอต้องยอมจ่ายเงินวันละ 500 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 2,066 บาท) เพื่อจ้างนักศึกษาให้ไปตามล่าหาตุ๊กตาที่ว่านี้มาให้ได้

 

“นั่นคือราคาที่ฉันเต็มใจจ่าย” หวังกล่าว “ทุกครั้งที่ลูกค้าได้รับ Labubu กล่องสุ่มรุ่นล่าสุด ฉันจะได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างดีใจจากพวกเขาหรือลูกๆ ของพวกเขา ทุกคนตื่นเต้นมาก เพราะใครๆ ก็อยากได้แต่หาซื้อไม่ได้” คำพูดของเธอคือภาพสะท้อนปรากฏการณ์ความคลั่งไคล้ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก

 

Labubu ได้กลายสภาพจากของเล่นตุ๊กตาธรรมดาๆ ไปสู่ตลาดซื้อขายระดับโลก และสำหรับบางคน นี่คือสินทรัพย์เพื่อ ‘การลงทุน’ ที่ร้อนแรง นักสะสมตั้งแต่ในสหรัฐฯ ไปจนถึงจีน ซึ่งเป็นบ้านเกิดของบริษัท Pop Mart ต่างเดิมพันว่าตุ๊กตาฟันแหลมตัวนี้จะมีมูลค่าพุ่งสูงขึ้นในตลาดขายต่อ หลังจากที่มีรุ่นหายากพิเศษถูกประมูลไปในราคาสูงถึง 1.5 แสนดอลลาร์ (ประมาณ 4.84 ล้านบาท) ในกรุงปักกิ่ง

 

กระแสความนิยมนี้ได้ก่อให้เกิดระบบนิเวศทางธุรกิจขนาดใหญ่ที่เติบโตขึ้นรอบๆ ตัว Labubu ตั้งแต่เสื้อผ้าที่ออกแบบมาเพื่อตุ๊กตาโดยเฉพาะ, เหรียญมีม ไปจนถึงบริการแปลกใหม่อย่างการให้เช่าตุ๊กตาเป็นรายวัน หรือแม้กระทั่งการรับจ้างต่อคิวซื้อสินค้าคอลเลกชันใหม่

 

ปัจจัยสำคัญที่จุดกระแสให้ Labubu โด่งดังไปทั่วโลกคือบรรจุภัณฑ์แบบกล่องสุ่ม (Blind Box) ที่กระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำ, การปรากฏตัวในโซเชียลมีเดียของคนดังระดับโลกอย่าง แบรด พิตต์ และลิซ่า Blackpink และการที่ Pop Mart เลือกที่จะขายสินค้าผ่านร้านของตัวเองเท่านั้น ซึ่งผลักดันให้นักสะสมต้องหันไปพึ่งพาตลาดขายต่อเมื่อสินค้าหมดสต็อก

 

ความคลั่งไคล้นี้ได้ส่งผลให้ทรัพย์สินของ หวังหนิง ผู้ก่อตั้งและซีอีโอวัยเพียง 30 กว่าปีของ Pop Mart พุ่งสูงขึ้นไปอยู่ที่ 2.62 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 8.46 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นถึง 243% ในปีนี้เพียงปีเดียว ทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับ 3 ของโลกที่อายุต่ำกว่า 40 ปี และทำให้บริษัทที่เคยมีหน้าร้านเพียงแห่งเดียวเมื่อ 10 ปีก่อน มีมูลค่าตลาดสูงถึง 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.78 ล้านล้านบาท)

 

แต่คำถามสำคัญที่ตามมาก็คือ Pop Mart จะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นยักษ์ใหญ่ด้านทรัพย์สินทางปัญญาอย่าง Walt Disney ได้หรือไม่ หรือนี่จะเป็นเพียงกระแส ‘ฟองสบู่’ ที่เกิดขึ้นชั่วข้ามคืนแล้วก็หายไป นักวิเคราะห์บางส่วนมองเห็นภาพซ้อนของปรากฏการณ์ Beanie Babies ในยุค 90s ที่เคยมีราคาพุ่งสูงก่อนที่ตลาดจะล่มสลายลงอย่างรวดเร็ว

 

คริสตอฟ สแปนเจอร์ส ศาสตราจารย์ด้านการเงินผู้ศึกษาตลาดของสะสม กล่าวว่า “มีความเป็นไปได้สูงที่ Labubu จะเดินตามรอย Beanie Babies แต่อาจจะเร็วกว่าด้วยซ้ำเพราะพลังของอินเทอร์เน็ต” เขามองว่าจะมีตุ๊กตาเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นที่จะยังคงมีมูลค่าในระยะยาว แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมีค่าเหลือเพียงศูนย์ในตลาดขายต่อ

 

จุดอ่อนที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการขาดความลึกในเชิง ‘เรื่องราว’ ซึ่งแตกต่างจากแฟรนไชส์อย่าง Pokémon ที่มีทั้งภาพยนตร์, การ์ตูน และเกม คอยเติมเชื้อไฟให้กระแสคงอยู่ตลอดเวลา เจมมา เดล ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมนักลงทุนกล่าวว่า “การจะต่อยอด Labubu ให้ไปถึงจุดนั้นได้ถือเป็นความท้าทายอย่างมาก”

 

ถึงแม้จะมีคำเตือนออกมา แต่ก็ต้องยอมรับว่า Labubu มีคุณสมบัติที่แตกต่างจากของเล่นในอดีต ด้วยพลังของโซเชียลมีเดีย, กลยุทธ์กล่องสุ่ม และการเข้าถึงคนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ทำให้กระแสยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง 

 

บน eBay มีผู้ค้นหา Labubu มากกว่า 450 ครั้งต่อชั่วโมงในเดือนพฤษภาคม ข้อมูลจาก StockX แพลตฟอร์มขายต่อชื่อดังระบุว่ายอดขายสินค้า Pop Mart ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 พุ่งสูงขึ้นถึง 748% เมื่อเทียบกับทั้งปี 2024

 

อย่างไรก็ตาม เริ่มมีสัญญาณเตือนปรากฏขึ้นบ้างแล้ว เมื่อมีรายงานว่าราคาขายต่อของ Labubu ในแพลตฟอร์มของจีนเริ่มลดลงถึง 50% ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมิถุนายน หลังจากที่ Pop Mart ได้เพิ่มปริมาณสินค้าในช่องทางจำหน่ายของตนเอง ซึ่งบ่งชี้ว่ากระแสความนิยมนี้อาจมีความเปราะบางและอ่อนไหวต่อปริมาณสินค้าในตลาด

 

ด้าน Pop Mart เองได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาเรื่องการจงใจสร้างสินค้าให้ขาดตลาด โดยโฆษกของบริษัทกล่าวว่าได้เพิ่มกำลังการผลิตขึ้นถึง 10 เท่าแล้ว และไม่ต้องการให้สินค้าของบริษัทถูกนำไปปั่นราคาเพื่อเก็งกำไร แต่ต้องการให้ผู้บริโภคสามารถซื้อได้โดยตรงจากบริษัทมากกว่า

 

โจเซฟ เปียโนฟอร์เต้ ผู้จัดประมูล Labubu บน eBay Live ซึ่งเคยทำยอดขายได้หลายร้อยกล่องในแต่ละสัปดาห์ ก็ยังคงไม่แน่ใจในอนาคตระยะยาวของ Labubu ในฐานะสินทรัพย์เพื่อการลงทุน 

 

“ท้ายที่สุดแล้ว นี่คือเรื่องของคอมมูนิตี้และความสนุก ผมไม่คิดว่าผู้คนจะมองไปไกลถึง 20 หรือ 50 ปีข้างหน้าว่า Labubu ตัวนี้จะมีราคาเป็นพันดอลลาร์ พวกเขาแค่สนุกกับกระแสที่เกิดขึ้นในตอนนี้เท่านั้น”

 

อย่างไรก็ตามปรากฏการณ์ Labubu คือเครื่องจักรทำเงินที่สมบูรณ์แบบสำหรับยุคสมัยนี้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่อนาคตของตุ๊กตาฟันแหลมตัวนี้ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามใหญ่ หากปราศจากเรื่องราวที่มาคอยหล่อเลี้ยง ก็ยังคงต้องรอดูกันต่อไปว่า Labubu จะสามารถก้าวขึ้นไปเป็นไอคอนที่อยู่เหนือกาลเวลา หรือจะเป็นเพียงอีกหนึ่งของเล่นในตำนานที่ถูกลืมเลือนไปเหมือนกับ Beanie Babies


หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.28 บาท ณ วันที่ 29 สิงหาคม 2568 


ภาพ: Christian Vierig / Getty Images

อ้างอิง:

The post Labubu จากของเล่นกล่องสุ่มสู่เครื่องจักรทำเงินระดับโลก แต่คำถามคือจะเป็นได้อีกนานแค่ไหน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP MART มีสิทธิ์เห็นรายได้แตะ 4 พันล้านดอลลาร์ปีนี้ หลังกำไรสูงขึ้นเกือบ 400% https://thestandard.co/pop-mart-profit-almost-400-percent/ Sat, 23 Aug 2025 02:08:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1110244

ไอเท็มตุ๊กตาและของเล่นจาก POP MART ยังคงมีกระแสมาแรงไปท […]

The post POP MART มีสิทธิ์เห็นรายได้แตะ 4 พันล้านดอลลาร์ปีนี้ หลังกำไรสูงขึ้นเกือบ 400% appeared first on THE STANDARD.

]]>

ไอเท็มตุ๊กตาและของเล่นจาก POP MART ยังคงมีกระแสมาแรงไปทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตัวการ์ตูนคาแรกเตอร์ Labubu ที่ได้รับความนิยมท่วมท้น จนกลายเป็นโปรดักต์ที่ถูกขายต่อในราคาเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ ความสำเร็จนี้ส่งผลให้ธุรกิจบริษัท POP MART เติบโตขึ้นในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และผู้บริหารบริษัทก็เผยด้วยว่าเขากำลังจะมีรายได้ถึง 4 พันล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 1.3 แสนล้านบาทภายในปีนี้

 

จากการรายงานผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของ POP MART พบว่าบริษัทมีกำไรสูงขึ้นเกือบ 400% ซึ่งเป็นผลพวงจากการที่โปรดักต์ของบริษัทกำลังเป็นที่ต้องการอย่างสูงของเหล่าลูกค้าทั่วโลก และทาง Wang Ning ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร POP MART ก็ออกมาคอนเฟิร์มเรื่องรายได้มหาศาลที่พวกเขาได้รับ โดยเผยว่าบริษัทกำลังมุ่งสู่เส้นทางที่จะมีรายได้ถึง 2.78 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2025 ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ เขาเผยด้วยว่า การจะทำรายได้ให้ถึง 4 พันล้านดอลลาร์ภายในปีนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก

 

POP MART รายงานว่า สิ่งที่ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากก็คือโมเดล ‘กล่องสุ่ม’ ที่ลูกค้าไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าจะได้รับตุ๊กตาตัวใดจากคอลเลกชันที่พวกเขาซื้อ ซึ่งกลยุทธ์ทางการตลาดนี้มอบประสบการณ์ทั้งความลุ้นและความตื่นเต้นให้ลูกค้าได้เป็นอย่างดี และ Wang Ning ก็เชื่อมั่นในการเติบโตของธุรกิจ POP MART ที่ต่างประเทศด้วย

 

การที่โปรดักต์อย่าง Labubu กลายเป็นที่ต้องการของลูกค้าอย่างล้นหลาม แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งการสร้างแบรนด์ของ POP MART รวมไปถึงตลาดสินค้าของสะสมที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้ โดยการเติบโตของ POP MART สะท้อนให้เห็นว่า บริษัทเจาะตลาดด้วยกลยุทธ์การสร้างคัลเจอร์ความตื่นเต้นของลูกค้าได้สำเร็จลุล่วง จนสามารถคาดการณ์และตั้งเป้าถึงรายได้จำนวนมหาศาลได้เช่นนี้

 

ภาพ: Lalalalisa_m / Instagram

 

อ้างอิง:

The post POP MART มีสิทธิ์เห็นรายได้แตะ 4 พันล้านดอลลาร์ปีนี้ หลังกำไรสูงขึ้นเกือบ 400% appeared first on THE STANDARD.

]]>
Pop Mart เผยกำไร 6 เดือนแรกโต 400% แตะ 2.3 หมื่นล้านบาท ส่วนราคาหุ้นพุ่ง 15 เท่า ในเวลาเพียง 1 ปีครึ่ง https://thestandard.co/popmart-profit-stock-surge/ Wed, 20 Aug 2025 04:42:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1109203 Pop Mart รายงานกำไรพุ่ง 400% หุ้นขึ้น 15 เท่าใน 18 เดือน

Pop Mart International Group ผู้ผลิตอาร์ตทอย (Art Toy) […]

The post Pop Mart เผยกำไร 6 เดือนแรกโต 400% แตะ 2.3 หมื่นล้านบาท ส่วนราคาหุ้นพุ่ง 15 เท่า ในเวลาเพียง 1 ปีครึ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Pop Mart รายงานกำไรพุ่ง 400% หุ้นขึ้น 15 เท่าใน 18 เดือน

Pop Mart International Group ผู้ผลิตอาร์ตทอย (Art Toy) เจ้าของคาแร็กเตอร์ ‘Labubu’ ที่สร้างปรากฏการณ์ฟีเวอร์ไปทั่วโลก ได้รายงานผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2025 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 396.5% แตะระดับ 4.57 พันล้านหยวน หรือราว 2.3 หมื่นล้านบาท สูงกว่าที่บริษัทคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

 

สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรก สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2025 Pop Mart มีรายได้รวม 1.388 หมื่นล้านหยวน หรือราว 7 หมื่นล้านบาท เติบโต 204.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิทะยานขึ้นเกือบ 4 เท่าตัว ส่วนสำคัญมาจากความสำเร็จของคาแรกเตอร์ Labubu ตุ๊กตาฟันแหลม หูใหญ่ ซึ่งกลายเป็นของสะสมยอดฮิตของคนดังระดับโลกอย่าง Rihanna และลิซ่า BLACKPINK จนจุดกระแสความต้องการไปทั่วโลก

 

ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนชัดในตัวเลขการเติบโตในต่างประเทศ โดยภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมจีน) กลายเป็นตลาดต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุด มีรายได้เติบโต 257.8% ขณะที่ทวีปอเมริกาเติบโตอย่างร้อนแรงกว่า 1,000%

 

ราคาหุ้นพุ่ง 15 เท่า ในเวลา 1 ปีครึ่ง

 

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ราคาหุ้น Pop Mart ยังอยู่ที่ราว 20 หยวน ก่อนจะพุ่งขึ้นต่อเนื่องราว 15 เท่าตัว มาทำสถิติสูงสุดใหม่ที่กว่า 300 หยวนเป็นครั้งแรก ในวันนี้ (20 สิงหาคม) 

 

อย่างไรก็ตาม เจฟฟ์ จาง นักวิเคราะห์หุ้นจาก Morningstar ได้ให้ความเห็นว่า “ในมุมมองของเรา หุ้นน่าจะยังคงมีราคาสูงเกินไป เนื่องจากนักลงทุนกำลังมองข้ามความเสี่ยงทางธุรกิจที่สูงในระยะยาว” 

 

จางกล่าวต่อว่า “เราคิดว่าความยั่งยืนของความนิยมสำหรับ IP (ทรัพย์สินทางปัญญา) หลักของ Pop Mart ยังคงไม่แน่นอน ไม่มีอะไรรับประกันว่าผู้บริโภคจะยังคงชื่นชอบพวกเขาต่อไปในอีก 5-10 ปีข้างหน้า เพราะความชอบของพวกเขาอาจเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก”

 

นอกจากความเสี่ยงเรื่องความนิยมที่อาจเป็นเพียงกระแสชั่วคราวแล้ว Pop Mart ยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ (Regulatory Risk) ภายในประเทศจีน หลังจากที่เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สื่อของรัฐบาลจีนได้ออกมาเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลธุรกิจกล่องสุ่ม (Blind Box) ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจหลักของบริษัท ให้มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะการจำหน่ายให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี

 

Pop Mart ยืนยันในแถลงการณ์ว่า ทรัพย์สินทางปัญญาคือหัวใจหลักของธุรกิจ และจะยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจไปทั่วโลกต่อไป 

 

อ้างอิง:

The post Pop Mart เผยกำไร 6 เดือนแรกโต 400% แตะ 2.3 หมื่นล้านบาท ส่วนราคาหุ้นพุ่ง 15 เท่า ในเวลาเพียง 1 ปีครึ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNIQLO จับมือ POP MART เปิดตัวคอลเล็กชันเสื้อยืด UT ในชื่อ The Monsters https://thestandard.co/uniqlo-pop-mart-the-monsters/ Wed, 13 Aug 2025 07:35:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1106577 UNIQLO POP MART

UNIQLO ประกาศร่วมงานกับ POP MART ในการเปิดตัวคอลเลกชันเ […]

The post UNIQLO จับมือ POP MART เปิดตัวคอลเล็กชันเสื้อยืด UT ในชื่อ The Monsters appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNIQLO POP MART

UNIQLO ประกาศร่วมงานกับ POP MART ในการเปิดตัวคอลเลกชันเสื้อยืดไลน์ UT ในชื่อ The Monsters หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดตัวบางไอเทมจากคอลเลกชันดังกล่าวไปแล้ว

 

คอลเลกชัน The Monsters เป็นการนำเสนอไอเทมแฟชั่นลายกราฟิกแห่งจักรวาลของตัวการ์ตูนคาแรกเตอร์ The Monsters เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับตัวละครเหล่านี้ ที่ครีเอตโดยศิลปินชื่อดังจากฮ่องกง Kasing Lung และยังนับเป็นอีกหนึ่งหนทางให้เหล่าแฟนๆ ได้เข้าถึงตัวการ์ตูนเหล่านี้ด้วย โดย The Monsters เป็นกลุ่มตัวการ์ตูนเอลฟ์ที่ผู้สร้างได้รับแรงบันดาลใจจากนิทานเล่าขานของนอร์ดิก ซึ่งก็มีทั้งตัวละคร Zimomo, Tycoco, Mokoko, Spooly, Pato รวมไปถึงคาแรกเตอร์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดอย่าง Labubu

 

ตัวละครเหล่านี้ปรากฏอยู่บนไอเทมต่างๆ ของ UNIQLO UT ในคอลเลกชัน The Monsters ทั้งในรูปแบบภาพวาดสเกตช์ด้วยมือ คอลลาจ และตัวอักษรต่างๆ ที่ล้วนเป็นฝีมือการวาดและงานดีไซน์ของ Kasing Lung อันเต็มไปด้วยเสน่ห์ความสนุกซนและจิตวิญญาณอันน่าพิศวงของตัวละคร โดยมีทั้งไอเทมเสื้อยืดและสเวตเตอร์ในโทนสีต่างๆ อย่างสีขาว สีดำ สีเทา และสีชมพู

 

คอลเลกชัน The Monsters มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ โดยจะเริ่มต้นจากการวางขายที่แฟล็กชิปสโตร์ของ UNIQLO ในญี่ปุ่นและเอเชียก่อนเป็นอันดับแรกก่อนที่จะเปิดตัวพร้อมกันทั่วโลกในเวลาถัดมา

ภาพ: Uniqlo

อ้างอิง: https://hypebeast.com/2025/8/uniqlo-ut-pop-mart-the-monsters-labubu-zimomo-collaboration-collection-release-info

The post UNIQLO จับมือ POP MART เปิดตัวคอลเล็กชันเสื้อยืด UT ในชื่อ The Monsters appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดวันแรก POP MART Global Landmark Store ไอคอนสยาม นักสะสมแห่ล่าของสะสมเอ็กซ์คลูซีฟเต็มพื้นที่ https://thestandard.co/pop-mart-global-landmark-store-2/ Sun, 10 Aug 2025 11:52:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1105987 POP MART Global Landmark Store สาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก บนชั้น 7 ไอคอนสยาม

วันนี้ (10 สิงหาคม) วันแรกของการเปิด POP MART Global La […]

The post เปิดวันแรก POP MART Global Landmark Store ไอคอนสยาม นักสะสมแห่ล่าของสะสมเอ็กซ์คลูซีฟเต็มพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP MART Global Landmark Store สาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก บนชั้น 7 ไอคอนสยาม

วันนี้ (10 สิงหาคม) วันแรกของการเปิด POP MART Global Landmark Store สาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก บนชั้น 7 ไอคอนสยาม เต็มไปด้วยบรรยากาศคึกคัก นักสะสมอาร์ตทอยและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางมาเข้าคิวรอซื้อสินค้ารุ่นพิเศษ Landmark Limited ที่มีจำหน่ายเฉพาะสาขานี้ รวมถึงสินค้า Thailand Limited ที่มีเฉพาะในประเทศไทย พร้อมด้วยคาแรคเตอร์อื่นๆ อีกมากมาย โดยลูกค้าให้ความสนใจอย่างล้นหลามตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นต้นมา

 

The post เปิดวันแรก POP MART Global Landmark Store ไอคอนสยาม นักสะสมแห่ล่าของสะสมเอ็กซ์คลูซีฟเต็มพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สายจุ่มเตรียมตัวให้พร้อม! POP MART Global Landmark Store ใหญ่สุดในโลก มาแน่ 8 ส.ค. นี้ ที่ ICONSIAM [Advertorial] https://thestandard.co/pop-mart-global-landmark-store/ Thu, 07 Aug 2025 09:33:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1104762 POP MART Global Landmark Store

ประกาศก้องให้แฟน POP MART ทั่วโลกได้ประจักษ์ ว่าประเทศไ […]

The post สายจุ่มเตรียมตัวให้พร้อม! POP MART Global Landmark Store ใหญ่สุดในโลก มาแน่ 8 ส.ค. นี้ ที่ ICONSIAM [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP MART Global Landmark Store

ประกาศก้องให้แฟน POP MART ทั่วโลกได้ประจักษ์ ว่าประเทศไทยกำลังจะเปิดตัว POP MART Global Landmark Store ที่ใหญ่ที่สุดในโลก! ภายใต้คอนเซปต์ ‘THE GRAND UNBOXING’ บนพื้นที่กว่า 760 ตารางเมตร ณ ชั้น 7 ไอคอนสยาม 8 สิงหาคมนี้ พร้อมเปิดขาย Figure Thailand Landmark Store Limited จาก 3 คาแรกเตอร์ตัวตึง Crybaby, LABUBU และ Molly ที่มีจำหน่ายที่นี่ ที่เดียวเท่านั้น!

 

 

สร้างปรากการณ์ต่อเนื่องไม่หยุดสำหรับ POP MART THAILAND ที่ปีนี้เปิดตัวสาขาใหม่เสิร์ฟความสุขให้สายจุ่มทั่วประเทศ แต่สำหรับ POP MART Global Landmark Store แห่งใหม่ล่าสุดในประเทศไทย ที่กำลังจะเปิดประตูดินแดนสุดแฟนตาซีวันที่ 8 สิงหาคมนี้ จะสร้างประวัติศาสตร์ความภาคภูมิใจครั้งสำคัญให้กับคนไทย เพราะนี่คือ ‘สาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก’ และเป็นสาขาที่วิวสวยที่สุดในโลกเพราะตั้งอยู่บนชั้นบนสุดของไอคอนสยาม โลเคชั่นที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘The Crown of River’ ภายใต้บรรยากาศริมโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยที่สุด

 

 

เตรียมครอบครอง Figure Thailand Landmark Store Limited! 

 

การเปิดตัวครั้งนี้อาจทำให้สายจุ่มชาวไทยใจสะเทือนเพราะจะมาพร้อมการเปิดตัว Figure Thailand Landmark Store Limited จาก 3 คาแรกเตอร์ดัง ได้แก่ ‘CRYBABY Tuk Tuk Figure Thailand Landmark Store Limited’ ซิ่งไปกับ Crybaby ชุดไทยสุดคิวท์ ที่มาพร้อมรถตุ๊กตุ๊กความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยหนึ่งเดียวในโลก 

 

 

‘LABUBU Figure Thailand Landmark Store Limited’ มอนสเตอร์แสนซนจะพาแฟนๆ ไปทริปพักร้อนสุดหรรษาซิ่งเรือหางยาวสุดคลาสสิก

 

 

และ ‘MOLLY Figure Thailand Landmark Store Limited’ ลิมิเต็ดที่ออกแบบเพื่อประเทศไทยโดยเฉพาะกับ MOLLY ชุดไทยประยุกต์สุดอ่อนช้อยพร้อมเครื่องหัวรัดเกล้าสุดประณีตปลายยอดประดับด้วยลูกนกเพิ่งฟักจากไข่ สื่อถึงการเริ่มต้นใหม่และความหวัง 

 

ดีไซน์ในครั้งนี้ Kenny Wong ได้แรงบันดาลใจจากผลงานฉลองครบรอบ 11 ปี  โดยเลือกใช้พื้นผิวแบบงานประติมากรรม จากปี 2017 ที่โดดเด่นทั้งเท็กซ์เจอร์และรายละเอียด ให้กลิ่นอายวินเทจหรูหราแบบงานศิลป์ และยังเป็นการรำลึกถึงที่การออกเดินทางเพื่อพบกับความฝัน ถือเป็นอีกผลงานทรงคุณค่าที่ควรค่าแก่การเป็นเจ้าของ

 

นอกจากฟิกเกอร์สุดลิมิเต็ด ยังมี POP BEAN CRYBABY Baby Born Series Set Thailand Limited ความจิ๋วแต่น่ารักที่ถ่ายทอดดีไซน์ CRYBABY ในแบบสุดคลาสสิกที่เต็มไปด้วยอารมณ์ และครั้งนี้มาในสีสันโทนพิเศษ

 

บอกไว้ก่อน! ลิมิเต็ดทั้งหมดที่บอกไปมีจำหน่ายที่ POP MART Global Landmark Store ชั้น 7 ไอคอนสยามเท่านั้น ไม่มีขายหน้าเว็บไซต์ หมดแล้วอดเลยนะ 

 

Unbox คอนเซปต์งานดีไซน์ที่หลอมรวม ‘ศิลปะวัฒนธรรมไทย x ความทันสมัย x ความแฟนตาซี 

 

Global Landmark Store สาขานี้ยังเป็นแห่งแรกที่ยึดหลักแนวคิดการออกแบบอินทีเรียดีไซน์จากความเป็นไทย ผสานศิลปะวัฒนธรรมไทย ความทันสมัย และความแฟนตาซี โดยดึงเอาความโดดเด่นของ ‘Water Culture’ วัฒนธรรมแห่งสายน้ำ ‘Traditional Thai Architecture’ สถาปัตยกรรมไทย และ ‘Inclusiveness’ วัฒนธรรมโอบกอดความแตกต่างและหลากหลายของคนไทยมาหลอมรวมไว้ด้วยกัน ภายใต้แนวคิด ‘Light up Passion and Bring Joy’ 

 

โดยทีมงานผู้ออกแบบซึ่งเป็นทีมเดียวกับที่ออกแบบ Flagship Store ที่เซี่ยงไฮ้ นำแรงบันดาลใจจากสายน้ำที่บ่งบอกถึงความผูกพันและวิถีชีวิตผู้คนริมเจ้าพระยาหลายชั่วอายุ มาผสานเข้ากับพฤติกรรมของแฟน POP MART ทั่วโลก เชื่อมโยงผ่านการออกแบบพื้นที่ในแต่ละโซนอย่างมีความหมาย

 

 

โดดเด่นตั้งแต่การออกแบบโซนเทอเรสด้วยฟาซาดขนาดใหญ่ ในสไตล์เรียบหรูและกึ่งโปร่งแสง สื่อถึงการแบ่งโลกจริงกับโลกแฟนตาซีภายในร้าน สามารถนั่งบนเก้าอี้โทนสีม่วง สลับเหลือง ที่จัดวางให้ลูกค้าได้มองวิวโค้งน้ำเจ้าพระยาพร้อมกับ Unbox กล่องสุ่ม

 

ไฮไลต์สำคัญของโซนนี้คือ Molly: Thailand Landmark Store Limited Big Figure ขนาดสูงกว่า 4 เมตร ตั้งตระหง่านต้อนรับแฟนๆ โดย Kenny Wong ศิลปินชาวฮ่องกงผู้ออกแบบ Molly ได้นำแรงบันดาลใจจากประสบการณ์การท่องเที่ยวเมืองไทยออกแบบให้ Molly ชุดไทยจักรีพร้อมขี่ช้างที่เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย 

 

 

WINDOW TO THE FANTASY: หน้าต่างสู่โลกแฟนตาซีเหนือจินตนาการ

 

แฟน POP MART ตัวจริงย่อมเข้าใจดีว่าเหล่าคาแรกเตอร์ตัวโปรดเป็นมากกว่าของสะสม POP MART จึงไม่ใช่แค่ช้อปขายคาแรกเตอร์แต่คือหน้าต่างที่จะพาพวกเขาเข้าสู่โลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์ 

 

 

ด้วยแนวคิดนี้ จึงหยิบเอาแรงบันดาลใจจากกล่องตุ๊กตาไขลานสุดคลาสสิกมาออกแบบให้เป็นประตูทางเข้าสุดอลังการหรือ ‘Window to the Fantasy’ ที่สูงจรดเพดานชั้นสอง ตกแต่งด้วยท็อปคาแรกเตอร์ตามจุดต่างๆ ของทางเข้า ราวกับเชื้อเชิญให้ทุกคนให้มาสัมผัสโลกเหนือจินตนาการที่ซ่อนอยู่ภายใน โดยมีCRYBABY ขี่ช้าง Secret Item ที่ตกแต่งในตำแหน่งกึ่งกลางบนสุดซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญ สะท้อนความภูมิใจของศิลปินไทย 

 

 

ดีเทลต่างๆ ก็ซ่อนความสนุกให้เราเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกแฟนตาซี ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งที่ใช้วัสดุเสมือนจริงทุกรายละเอียด คิ้วบัวสไตล์วินเทจที่ออกแบบพิเศษ ไขลานขนาดยักษ์ ไปจนถึงม่านลูกปัดอันอ่อนช้อย โดยดีไซน์ดังกล่าวนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการจัดแสดงภาพวาดแบบคลาสสิกในพิพิธภัณฑ์ศิลปะ 

 

Let’s SET SAIL: ล่องเรือสู่สายน้ำแห่งความเซอร์ไพรส์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด 

 

POP MART Global Landmark Store แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ชั้น โดยชั้น 1 ชาวป็อปจะเริ่มออกเดินทางด้วยการ SET SAIL หรือล่องเรือเข้าไปยังอุโมงค์แรกที่ดีไซน์เส้นสายโค้ง วงกลม พาทุกคนดำดิ่งเข้าไปในโลกแฟนตาซีผ่านเส้นสายของแม่น้ำที่เต็มไปด้วยความสดใสของสีสันล้อไปกับนิสัยของคนไทยที่มีความสนุกสนาน ไปสู่สเปซที่ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวอย่างอิสระ โปร่งใส และเต็มไปด้วยความกลมกลืนของแสงเงา ได้แรงบันดาลใจจาก สายน้ำเจ้าพระยา ที่เปรียบเหมือนความอ่อนโยนแต่ทรงพลัง และวัฒนธรรมไทยที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย ทว่ากลมกลืน 

 

 

โดยใช้รูปแบบ “Closed-loop circulation” ที่ไม่มีจุดสิ้นสุดและเอื้อต่อการสำรวจทุกมุมของร้านได้โดยไม่ย้อนกลับ ไม่ว่าจะเป็น พื้น เฟอร์นิเจอร์ ชั้นวางสินค้า เลือกใช้วัสดุที่เชื่อมกันเป็นผืนเดียว โดยมีการขึ้นรูปวัสดุจากประเทศจีนและนำมาประกอบในไทย แต่ละชิ้นส่วนจึงมีความพิเศษและหลากหลาย ช่วยเพิ่มมิติและความประณีตให้กับพื้นที่ รวมถึงเชื่อมโยงฟังก์ชันการใช้งานอย่างลงตัว เสริมด้วยบันไดวนและแชนเดอเลียร์ ที่ยังคงใช้เส้นสายเป็นตัวนำสายตาที่โดดเด่น

 

 

โซนหลักของชั้น 1 ประกอบด้วย MEGA Zone ขนาดใหญ่ พร้อมจัดวาง MOLLY BIG FIGURE ในรูปแบบประติมากรรม รวมถึง THE MONSTERS BIG FIGURE สุดฮิต สำหรับเป็นจุดเช็คอิน และถ่ายรูป โดยในชั้นนี้ยังเป็นโซนที่ให้ทุกคนได้เพลิดเพลินกับการเลือกกล่องสุ่มจากคาแรคเตอร์สุดฮิต และ Pop bean ได้อย่างสนุกสนาน

 

RUBIK’S CUBE: คอมพลีทความสนุกในโลกแห่งเกม

 

ก้าวพ้นบันไดวนชาวป็อปจะรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในใจกลาง RUBIK’S CUBE ไซส์ยักษ์ ที่ผู้ออกแบบตั้งใจออกแบบรูปทรงสี่เหลี่ยมเรขาคณิต แบบลูกบาศก์รูบิกให้เหมือนหลุดเข้าไปในโลกของเกม โดยได้แรงบันดาลใจการออกแบบจากสถาปัตยกรรมไทยที่ถูกลดทอนลง และจัดวางเรียงต่อกันอย่างเป็นระเบียบ สร้างความน่าสนใจและความมีชีวิตชีวาให้กับพื้นที่ เน้นใช้โทนสีโดปามีนสดใส ช่วยเติมเต็มบรรยากาศแห่งความสนุก

 

 

บริเวณชั้น 2 ถูกจัดให้เป็นโซนสำหรับสายยกเซ็ตเก็บรวบทุกตัวไม่เน้นจุ่มแต่เน้นครบ! ประหนึ่งเหมือนกำลังเล่นเกมที่ต้องพิชิต ใครขาดคอลเลกชั่นไหนของคาแรกเตอร์ใด มาสาขานี้รับรองไม่ผิดหวัง 

 

FAIRYTALE: พักผ่อนในโลกแห่งเทพนิยาย

 

โซนที่เซอร์ไพรส์สุดๆ ทำเอาใจแทบหยุดเต้นยิ่งกว่าลุ้นกล่องสุ่มไหนๆ คือ ‘POP MART CAFÉ’ แห่งแรกของโลก (Outside China) ที่ตั้งอยู่ในร้าน POP MART

 

 

POP MART CAFÉ ออกแบบมาเพื่อให้แฟน POP MART และคาแรกเตอร์สุดเลิฟได้ใช้เวลาร่วมกัน หยิบเอาแรงบันดาลใจจากโลกแห่งเทพนิยายโดยมี Molly คาแรกเตอร์ตัวเอ้ของแบรนด์เป็นเจ้าบ้านรอต้อนรับชาวป็อปทุกคนให้ได้มาอิ่มอร่อยกับเมนูที่ทาง POP MART และ GREYHOUND CAFÉ ออกแบบและคิดค้นร่วมกัน โดยรังสรรค์ตามเรื่องราวของคาแรกเตอร์ของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่ม ขนมหวานและอาหาร

 

คาดว่า POP MART CAFÉ จะเปิดให้บริการปลายเดือนสิงหาคม ใครอยากมาใกล้ชิดกับคาแรกเตอร์สุดเลิฟแนะนำให้ติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook: POP MART Thailand กันไว้ได้เลย

 

 

เรื่องเซอร์ไพรส์ยังไม่หมด ที่นี่มีโซน VIP สำหรับโอกาสพิเศษ ที่ออกแบบให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายและสะดวกสบาย สร้าง Magical Moment ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาด้วยกลิ่น ‘Cotton Berry’ ที่ได้แรงบันดาลใจจาก LABUBU Macaron นอกจากนั้นยังจัดวางแบบ ‘Enclosure Setting’ เพิ่มความเป็นส่วนตัวและหรูหรา ด้วยโทนสี soft luxury และผนังตกแต่งแนวคลาสสิก

 

เตรียมทรัพย์ให้พร้อม วอร์มร่างให้ไว เพื่อเตรียมไป POP MART Global Landmark Store แห่งแรกในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป แต่ติดตตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่ Facebook: POP MART Thailand แล้วเราจะได้เป็นคนไทยกลุ่มแรกที่ได้เป็นเจ้าของทุกคอลเลกชั่นลิมิเต็ดของสาขานี้ และได้ยืดอกภูมิใจที่ได้มาเยือน POP MART Global Landmark Store ใหญ่สุดในโลกแล้ว!

The post สายจุ่มเตรียมตัวให้พร้อม! POP MART Global Landmark Store ใหญ่สุดในโลก มาแน่ 8 ส.ค. นี้ ที่ ICONSIAM [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
พาส่อง POP MART ICONSIAM สาขาใหม่และใหญ่ที่สุดในโลก แถมมีโซนคาเฟ่ด้วย https://thestandard.co/life/pop-mart-iconsiam-world-largest-store/ Wed, 06 Aug 2025 08:37:48 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1104384 POP MART ICONSIAM สาขาใหญ่สุดในโลก พร้อมโซนคาเฟ่สุดแฟนตาซี

แฟนๆ อาร์ตทอยเตรียมพุ่งตัวไปชมสโตร์แห่งใหม่ล่าสุดของ PO […]

The post พาส่อง POP MART ICONSIAM สาขาใหม่และใหญ่ที่สุดในโลก แถมมีโซนคาเฟ่ด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP MART ICONSIAM สาขาใหญ่สุดในโลก พร้อมโซนคาเฟ่สุดแฟนตาซี

แฟนๆ อาร์ตทอยเตรียมพุ่งตัวไปชมสโตร์แห่งใหม่ล่าสุดของ POP MART ประเทศไทย ที่กำลังจะเปิดให้บริการในวันที่ 8 สิงหาคมนี้กัน! เพราะ POP MART ICONSIAM จะเป็นถึง Global Landmark Store ที่นี่จึงมาพร้อมขนาดสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทว่าสิ่งที่พิเศษกว่านั้นคือสาขานี้มาพร้อมโซนคาเฟ่ให้ทุกคนไปนั่งกินขนมจิบน้ำกับอาร์ตทอยตัวโปรดได้ด้วย วันนี้เราจึงมีภาพตัวอย่างมาให้ชมกันก่อนสโตร์เปิดให้บริการจริง 

 

POP MART ICONSIAM สาขาใหญ่สุดในโลก พร้อมโซนคาเฟ่สุดแฟนตาซี POP MART ICONSIAM สาขาใหญ่สุดในโลก พร้อมโซนคาเฟ่สุดแฟนตาซี

 

หลายคนน่าจะรู้กันแล้วว่า POP MART สาขาใหม่ของประเทศไทยจะตั้งอยู่ที่ไอคอนสยาม โดยเปิดอยู่บนชั้น 7 และมีพื้นที่ทั้งหมด 2 ชั้น โดยทีมผู้ออกแบบเป็นทีมเดียวกันกับสาขา Flagship Store ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน พวกเขาหยิบเอกลักษณ์ความเป็นไทยมาใช้เป็นแรงบันดาลใจ ผสมผสานกับสีสันและความแฟนตาซีที่จะทำให้ทุกคนตื่นเต้น เช่น ลายเส้นโค้งพริ้วไหวที่สื่อถึงสายน้ำ หรือแพตเทิร์นรูปทรงเรขาคณิตที่ได้แรงบันดาลใจมาจากวัดวาอาราม

 

ส่วนด้านนอกร้านมาในธีมกล่องตุ๊กตาไขลาน มีคาแรกเตอร์อย่าง CRYBABY, Molly และ SKULLPANDA อยู่ข้างหน้า เมื่อทุกคนเดินผ่านทางเข้าเล็กๆ ก็จะรู้สึกตื่นตากับพื้นที่กว้างใหญ่ด้านในที่เต็มไปด้วยคาแรกเตอร์และอาร์ตทอยไซส์ยักษ์รอให้ทุกคนไปถ่ายรูปตามจุดต่างๆ

 

POP MART ICONSIAM สาขาใหญ่สุดในโลก พร้อมโซนคาเฟ่สุดแฟนตาซี POP MART ICONSIAM สาขาใหญ่สุดในโลก พร้อมโซนคาเฟ่สุดแฟนตาซี

 

ส่วนกล่องสุ่มที่ทุกคนตามหา เราว่าที่นี่มีของครบและเยอะมาก อีกทั้งยังมีสินค้าพิเศษจำหน่ายเฉพาะประเทศไทยด้วย โดยทุกคนเดินเลือกซื้อได้ทั้งชั้น 1 ที่เน้นอาร์ตทอยตัวฮิตและสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟ ส่วนชั้น 2 จะมีคาแรกเตอร์ดังๆ หรือตัวใหม่ๆ ที่อาจยังไม่เคยเห็นในประเทศไทย

 

 

นอกจากนี้ ชั้น 2 ยังเป็นโซนของ POP MART CAFÉ แห่งแรกของโลกที่อยู่นอกประเทศจีนด้วย ทุกคนสามารถชิมขนมและเครื่องดื่มเมนูพิเศษที่ POP MART ทำร่วมกับ GREYHOUND CAFÉ ได้ โดยเมนูราคาเริ่มต้นประมาณ 150-390 บาท

 

ส่วนวิธีจองคิวจะใช้การกดบัตรคิวหน้าร้าน ทว่าช่วงแรกๆ คาเฟ่จะยังไม่เปิดให้บริการ ทุกคนรอติดตามผ่าน POP MART Thailand ได้เลยว่าคาเฟ่จะเปิดให้บริการเมื่อไหร่

 

The post พาส่อง POP MART ICONSIAM สาขาใหม่และใหญ่ที่สุดในโลก แถมมีโซนคาเฟ่ด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Labubu’ พารวย! ส่ง Pop Mart คาดการณ์กำไรพุ่ง 350% จากตุ๊กตาฟันหยักที่สร้างปรากฏการณ์คลั่งไคล้ทั่วโลก https://thestandard.co/labubu-popmart-boom/ Wed, 16 Jul 2025 08:52:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1097038 labubu-popmart-boom

Pop Mart International Group Ltd. บริษัทของเล่นยักษ์ใหญ […]

The post ‘Labubu’ พารวย! ส่ง Pop Mart คาดการณ์กำไรพุ่ง 350% จากตุ๊กตาฟันหยักที่สร้างปรากฏการณ์คลั่งไคล้ทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
labubu-popmart-boom

Pop Mart International Group Ltd. บริษัทของเล่นยักษ์ใหญ่จากจีน ได้ออกมาคาดการณ์ผลประกอบการที่คาดว่ารายได้ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้จะเพิ่มอย่างน้อย 200% และกำไรจะพุ่งขึ้นไปอีกถึง 350% เป็นอย่างต่ำ ปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือ Labubu ตุ๊กตาขนนุ่มหูแหลมและมีฟันหยักเป็นเอกลักษณ์ ที่กำลังสร้างกระแสคลั่งไคล้ไปทั่วโลก

 

เมื่อวันอังคารที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่านอกจากการที่แบรนด์เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับโลกมากขึ้นแล้ว การปรับต้นทุนให้เหมาะสมและการควบคุมค่าใช้จ่ายก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยหนุนผลกำไรให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด 

 

ความสำเร็จนี้ได้เปลี่ยน Pop Mart ให้กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดมากกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท) และทำให้ราคาหุ้นที่จดทะเบียนในฮ่องกงพุ่งขึ้นถึง 588% ในช่วงปีที่ผ่านมา

 



ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

สิ่งที่เริ่มต้นจากความคลั่งไคล้ในหมู่คนหนุ่มสาวชาวจีน ได้ระเบิดกลายเป็นกระแสไปทั่วโลก โดยมีคนดังอย่าง Rihanna และ Lisa จากวง BLACKPINK ช่วยจุดกระแสให้ร้อนแรงยิ่งขึ้น แฟนๆ ยอมต่อคิวนานหลายชั่วโมงเพื่อให้ได้ของสะสมชิ้นนี้มาครอบครอง จนร้านค้าหลายแห่งทั่วโลกต้องหยุดขายชั่วคราวเพราะสินค้าหมดสต๊อก

 

สิ่งนี้สร้างกระแส ‘ของมันต้องมี’ ที่ส่งผลให้เกิดตลาดขายต่อที่เฟื่องฟู ซึ่งตุ๊กตาที่ปกติขายในราคาประมาณ 10 ดอลลาร์ (ราว 325 บาท) สามารถนำไปขายต่อได้ในราคาสูงถึงหลายร้อยดอลลาร์ และเมื่อเดือนที่แล้ว ตุ๊กตา Labubu ขนาดเท่าคนจริงก็ถูกประมูลไปในราคาสูงถึง 150,000 ดอลลาร์ (ราว 4.875 ล้านบาท) ในกรุงปักกิ่ง

 

ความสำเร็จของ Pop Mart ส่วนหนึ่งมาจากกลยุทธ์การขายของเล่นในรูปแบบ ‘กล่องสุ่ม’ (blind boxes) ซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ซ่อนของเล่นไว้ข้างในจนกว่าจะถูกเปิดออก แม้ว่ากลยุทธ์นี้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าส่งเสริมพฤติกรรมที่คล้ายการพนันและการซื้อแบบห้ามใจไม่ได้

 

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่ได้ช่วยให้ Pop Mart กลายเป็นผู้ค้าปลีกรายใหญ่ที่มีตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติและร้านค้ามากกว่า 2,000 แห่งทั่วโลก นอกจากนี้ การร่วมมือกับแบรนด์ดังอย่าง Coca-Cola และแฟรนไชส์มังงะ One Piece ก็ช่วยเสริมโปรไฟล์ของ Labubu ให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล

 

Vinci Zhang นักวิเคราะห์อาวุโสจากบริษัทวิจัย M Science กล่าวว่า “ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้จากบริษัทของเล่นอื่นๆ เลย” โดย M Science ประเมินว่ายอดขาย Labubu ในสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นถึง 5,000% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมองว่า Pop Mart ยังมีศักยภาพอีกมหาศาลในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันมีร้านค้าอยู่เพียง 40 แห่ง เทียบกับในจีนที่มีอยู่ราว 400 แห่ง

 

อย่างไรก็ตาม ความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นก็ได้สร้างปัญหาใหญ่ตามมา นั่นคือการระบาดของสินค้าลอกเลียนแบบ หรือที่มักเรียกกันว่าตุ๊กตา Lafufu ซึ่งทางการจีนกำลังเร่งปราบปรามตลาดมืดอย่างหนัก โดยในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สามารถยึดของปลอมได้มากกว่า 46,000 ชิ้น

 

หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.50 บาท ณ วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 

 

อ้างอิง:

The post ‘Labubu’ พารวย! ส่ง Pop Mart คาดการณ์กำไรพุ่ง 350% จากตุ๊กตาฟันหยักที่สร้างปรากฏการณ์คลั่งไคล้ทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Labubu บุกวงการฟุตบอล เทรนด์ใหม่ที่นักเตะกำลังหลงรัก https://thestandard.co/labubu-invades-the-world-of-football-a-new-trend/ Mon, 07 Jul 2025 05:20:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1093669 Labubu

เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีสำหรับ “ลาบูบู้” ( […]

The post Labubu บุกวงการฟุตบอล เทรนด์ใหม่ที่นักเตะกำลังหลงรัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Labubu

เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีสำหรับ “ลาบูบู้” (Labubu) ตุ๊กตาตัวจิ๋วหน้าทะเล้น หูยาว จากค่าย POP MART ที่กลายเป็นของสะสมสุดฮอตในหมู่วัยรุ่นและสายแฟชั่นทั่วโลก

 

โดยล่าสุดความนิยมของ Labubu ไม่ได้หยุดแค่ในกลุ่มนักสะสม แต่ยังลามเข้าสู่วงการฟุตบอล

 

เมื่อเหล่านักเตะดังอย่าง พอล ป็อกบา, เดเล อัลลี, มาร์คัส ตูราม, เอเมอริก ลาปอร์ต ต่างพากันโพสต์ภาพคู่กับเจ้าตุ๊กตาตัวนี้ลงอินสตาแกรม

 

บางคนถึงขั้นพก Labubu ติดตัวไปแข่ง Club World Cup และกลายเป็นพร็อพคู่ใจในทุกสตอรี

 

กระแสนี้ฮิตเป็นพิเศษในหมู่นักเตะสายฝรั่งเศส ก่อนจะขยายออกไปถึงเพื่อนร่วมทีมและลีกต่างๆ จนตอนนี้ Labubu ไม่ได้เป็นแค่ของสะสม แต่กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความเท่ ที่โดนใจของเหล่านักเตะระดับโลก

The post Labubu บุกวงการฟุตบอล เทรนด์ใหม่ที่นักเตะกำลังหลงรัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Labubu อาจเข้าสู่วงการความงาม และแบรนด์ที่แฟนๆ อยากให้คอลแลบด้วยที่สุดคือ Fenty Beauty https://thestandard.co/labubu-pop-mart-beauty-fashion-collab-limited-edition/ Wed, 02 Jul 2025 03:45:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1091739 Labubu

Labubu ตุ๊กตาอาร์ตทอยกำลังมองหาความท้าทายใหม่ๆ ในวงการบ […]

The post Labubu อาจเข้าสู่วงการความงาม และแบรนด์ที่แฟนๆ อยากให้คอลแลบด้วยที่สุดคือ Fenty Beauty appeared first on THE STANDARD.

]]>
Labubu

Labubu ตุ๊กตาอาร์ตทอยกำลังมองหาความท้าทายใหม่ๆ ในวงการบิวตี้ หลังยอดขายพุ่ง 500% ในปี 2024 ปฏิเสธไม่ได้ว่าปรากฏการณ์ Labubu ตุ๊กตาสะสมขนฟูจากค่าย Pop Mart ที่กำลังฮิตไปทั่วโลก อาจจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมในวงการความงามเป็นลำดับต่อไป หลังจากประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นในการคอลแลบกับแบรนด์ต่างๆ ตั้งแต่ Sacai ไปจนถึง Coca-Cola

 

ตัวเลขที่น่าตกใจเผยให้เห็นถึงความนิยมที่ก้าวกระโดด Pop Mart รายงานยอดขายเพิ่มขึ้น 500% เมื่อเทียบปี 2024 กับ 2023 โดย Emily Brough หัวหน้าแผนกไลเซนซิ่งของ Pop Mart ในอเมริกาเผยว่าสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด ขณะที่ข้อมูลจาก Spate ชี้ว่า Labubu มีการค้นหาใน Google เฉลี่ยสัปดาห์ละ 430,000 ครั้งในสหรัฐฯ และมียอดวิวใน TikTok สัปดาห์ละประมาณ 180 ล้านครั้ง

แม้ว่า Labubu จะยังไม่ได้ร่วมมือกับแบรนด์บิวตี้อย่างเป็นทางการ แต่สัญญาณต่างๆ ชี้ว่าการคอลแลบดังกล่าวอาจเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ ในงาน Tony Awards after party ที่ MoMA เมื่อเดือนที่แล้ว แบรนด์บิวตี้ TirTir ได้จัดวางตู้คีบตุ๊กตา Labubu ให้แขกมาลุ้นคีบเพื่อรับตุ๊กตากันอย่างสนุกสนานด้วย ส่วนกระแสในโซเชียลมีเดียก็สะท้อนถึงความสนใจนี้ โดยผู้ใช้ TikTok แข่งกันแต่งตัว Labubu ด้วยเสื้อผ้า Alo Yoga เลียนแบบ และออกแบบเล็บติดปลอมขนาดจิ๋วให้ตุ๊กตา ขณะที่คนดังระดับโลกอย่าง Rihanna ก็ห้อยพวงกุญแจ Labubu สีชมพูเข้ากับกระเป๋าสะพายของเธอ

 

นักสร้างคอนเทนต์ Bretman Rock แสดงความเห็นต่อกระแสนี้ว่า “มันคงเจ๋งมากเลยล่ะ ถ้าได้เห็น Fenty Beauty คอลแลบกับ Labubu ตุ๊กตาจะได้ถือลิปกลอสแทนที่จะเป็นขวดโซดาเหมือนในคอลแลบ Coca-Cola” นอกจากนี้ยังมีไอเดียจาก Maia Ervin ผู้อำนวยการการตลาดจาก United Talent Agency มองว่า Labubu เหมาะกับแบรนด์ที่เน้นความสร้างสรรค์และเอกลักษณ์ โดยเฉพาะ Fenty ที่อาจทำเครื่องสำอางขนาดจิ๋วหรือสติ๊กเกอร์สะสมต่างๆ ที่เข้าเซตกัน 

 

ทั้งนี้ Emily Brough เองก็มีการยืนยันด้วยว่า Pop Mart กำลังสำรวจความเป็นไปได้ในการร่วมมือกับแบรนด์บิวตี้หลายแห่ง โดยมองว่าวงการความงามเป็นส่วนขยายธุรกิจที่มีความเป็นไปได้

 


อ้างอิง:

The post Labubu อาจเข้าสู่วงการความงาม และแบรนด์ที่แฟนๆ อยากให้คอลแลบด้วยที่สุดคือ Fenty Beauty appeared first on THE STANDARD.

]]>
จาก 550 สู่ 13,000 บาท! ถอดรหัส ‘สงคราม LABUBU’ จากปรากฏการณ์ปั่นราคาเขย่าโลก สู่เกมการเงินที่ร้อนแรงจนรัฐบาลจีนต้องเข้าแทรกแซง https://thestandard.co/explainer-the-labubu-war-and-price-speculation-phenomenon/ Mon, 30 Jun 2025 00:59:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1090822 LABUBU

“ตั้งรับ V3 ไม่อั้น 100 Box +12,000” ข้อความบนโพสต์ในกล […]

The post จาก 550 สู่ 13,000 บาท! ถอดรหัส ‘สงคราม LABUBU’ จากปรากฏการณ์ปั่นราคาเขย่าโลก สู่เกมการเงินที่ร้อนแรงจนรัฐบาลจีนต้องเข้าแทรกแซง appeared first on THE STANDARD.

]]>
LABUBU

“ตั้งรับ V3 ไม่อั้น 100 Box +12,000” ข้อความบนโพสต์ในกลุ่มซื้อขายของเล่นหนึ่งที่หากอ่านผ่านๆ ก็เหมือนไม่มีอะไร แต่หากรู้ว่านี่หมายความว่าอะไรจะเข้าใจทันทีถึง ‘ปรากฏการณ์’ ที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง

 

ปรากฏการณ์จากของเล่นที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองไปสู่ Pop Culture ที่กำลังเขย่าหัวใจคนทั้งโลกอย่างรุนแรง

 

เรากำลังพูดถึง ‘LABUBU’ เจ้าสัตว์ประหลาดตัวน้อยที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงที่ผ่านมา ไม่ใช่เฉพาะในโลกตะวันออกที่เปิดประตูหัวใจต้อนรับ The Monster ตัวนี้มานานมากแล้ว แต่รวมถึงโลกตะวันตกที่กำลังคลั่งไคล้จนนำไปสู่ความต้องการมากมายมหาศาล

 

และแม้แต่ในประเทศต้นกำเนิดอย่างจีนเอง ความร้อนแรงของปรากฏการณ์นี้กำลังเขย่าแผ่นดินมังกรอย่างชนิดที่ไม่เคยมีของเล่นไหนทำได้มาก่อน จนรัฐบาลจีนเตรียมเข้าควบคุม เพราะหวั่นว่าอาจจะส่งผลต่อเยาวชน

 

เพื่อให้เข้าใจเรื่องราวนี้มากขึ้น มาลำดับปรากฏการณ์สัตว์ประหลาดฟันแหลมบุกโลกนี้ไปด้วยกัน

 

 

LABUBU บูรพาไม่แพ้

“เนื่องจากความต้องการจากคนที่รัก LABUBU ของพวกเรามีเพิ่มสูงขึ้น เราได้เห็นจำนวนลูกค้าที่มาต่อแถวยาวในวันที่มีการรีสต็อกของจนล้นจากหน้าร้านไปถึง Roboshops” แถลงการณ์จาก POP MART

 

“เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกของทุกคน เราขอระงับการจำหน่ายของเล่น THE MONSTERS ทั้งในร้านค้าและที่ Roboshops ไปจนกว่าจะมีการแจ้งให้ทราบเพิ่มเติม”

 

ข้อความในแถลงการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายแย่งชิงกันเพื่อซื้อ LABUBU ในร้าน POP MART ทั้ง 16 สาขาและหน้าตู้กดอัตโนมัติ Roboshops จนถึงขั้นมีการใช้กำลังกัน ทำให้ต้องมีการระงับการจำหน่ายที่หน้าร้านเป็นการชั่วคราว แม้จะยังมีการจำหน่ายทางออนไลน์เป็นปกติ

 

ความคลั่งไคล้ที่เกิดขึ้นนี้เป็นปรากฏการณ์ที่ยากจะจินตนาการว่าประเทศทางตะวันตกอย่างอังกฤษ ไปจนถึงสหรัฐอเมริกาจะมีความต้องการของเล่นพวงกุญแจตุ๊กตานุ่มนิ่ม (Plush toys) อย่าง LABUBU ถึงขนาดนี้ 

 

ต้นธารของเรื่องนั้นเกิดจากกระแสความนิยมอย่างต่อเนื่องของ LABUBU ซึ่งเริ่มมีชื่อเสียงมาตั้งแต่ 1-2 ปีที่แล้วและกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก แต่ปรากฏการณ์นี้ถูกขยายคลื่นความถี่ให้แรงขึ้นไปอีกเมื่อศิลปินระดับโลก Dua Lipa, Rihanna รวมถึงเจ้าแม่ของวงการอย่าง Lisa Blackpink ต่างห้อย LABUBU คอลเล็กชันใหม่ที่คนในวงการเรียกกันว่า ‘Version 3’ (V3) ในช่วงที่ผ่านมา

 

สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือความต้องการ LABUBU ที่พุ่งทะยานเหมือนติดจรวดที่ไม่ได้เกิดความคลั่งไคล้แค่ในอังกฤษ แต่ไปจนถึงหน้าร้านค้าของ POP MART ที่ปารีส หรือลอสแอนเจลิส ต่างก็แน่นขนัดไม่แพ้กัน แม้ว่าจะเป็นของเล่นที่ไม่ได้ผลิตจำนวนจำกัด (Limited edition) แต่ไม่ว่าจะรีสต็อกเติมของสักกี่ครั้งก็ไม่เคยเพียงพอต่อความต้องการของคนที่อยากได้เสียที

 

 

“LABUBU เป็นเหมือนภาษาสากล” เจสัน ยู (Jason Yu) จากสำนักวิจัยการตลาดในจีน Kantar Worldpanel วิเคราะห์ถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น

 

เพราะ LABUBU ไม่ได้เป็นตัวละครที่ออกแบบมาให้แค่ดูน่ารัก แต่มีมากกว่านั้น “พวกเราไม่ได้ต้องการของที่น่ารักอย่างเดียว แต่เราต้องการสิ่งที่ดูมีความ ‘ขบถ’ เล็กๆ ในตัวด้วย”

 

เจ้าสัตว์ประหลาดตัวแสบเลยนำมาซึ่งเรื่องวุ่นๆ ตามมา

 

รีเซลฉ่ำ

ความต้องการทะยานฟ้าของ LABUBU ทำให้เกิดปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ในตลาดรีเซลที่ทำให้สนนราคาสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ

 

สำหรับสนนราคาของ LABUBU ในประเทศไทย – ซึ่งมีข่าวว่าเป็นประเทศที่ได้รับการรีสต็อกของมากที่สุด – ปกติแล้วอยู่ที่กล่องละ 550 บาท และหากซื้อเหมายกบ็อกซ์ 6 กล่อง (ซึ่งมีโอกาสได้ลุ้นตัวลับหรือตัว Secret เพิ่มขึ้น) จะอยู่ที่บ็อกซ์ละ 3,300 บาท แต่เพราะความต้องการที่สูงทะยานฟ้าทำให้สนนราคาพุ่งไปหลายเท่าตัว

 

ในช่วงที่พีคที่สุดในวงการซื้อขายนั้นสามารถทำกำไรได้มากถึงกล่องละ 12,000-13,000 บาทเลยทีเดียว ซึ่งเป็นสนนราคาที่น่าตกใจมาก และทำให้เกิดปรากฏการณ์การแย่งชิงสิทธิ์เพื่อซื้อ LABUBU กันอย่างดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นการต่อคิวหน้าร้าน การกดคิวออนไลน์เพื่อไปรับของหน้าร้าน หรือการสั่งซื้อออนไลน์

 

โดยที่มีทั้งผู้ซื้อชาวไทยที่พร้อมรับซื้อในราคาสูงจนน่าตกใจเป็นจำนวนมาก ไปจนถึงผู้รับซื้อชาวต่างชาติที่มาดักรอ ‘ดีล’ ตรงกับคนที่หิ้วกล่อง LABUBU ออกมาจากร้าน ซึ่งแน่นอนว่า ‘พ่อค้าคนกลาง’ เหล่านี้ย่อมบวกทำกำไรเพิ่มขึ้นไปอีก

 

เป็นที่สังเกตว่าคนที่มาต่อแถวในแต่ละวัน – ซึ่งไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าจะมีของเข้ามาเติมหรือไม่ – หรือแม้แต่การกดคิวออนไลน์ กดสั่งของผ่านร้านค้าออนไลน์ที่หมดในชั่วพริบตา ที่มีการพูดกันว่าบรรดา ‘รีเซลเลอร์’ มือโปรทั้งจ้างคนต่อคิว (บ้างได้สมญา ‘แก๊งน้ำไม่อาบ’) และใช้ ‘บอต’ ในการแย่งกดคิว ที่แม้จะต้องลงทุนจำนวนไม่น้อยแต่ก็การันตีรายได้จำนวนมหาศาลที่คุ้มค่ามากพอ

 

 

อย่างไรก็ดี ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาราคารับซื้อลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางกระแสข่าวว่าขณะนี้นายทุนจากต่างประเทศไม่รับของจากประเทศไทยแล้วเพราะปริมาณของเริ่มมีเพียงพอต่อความต้องการ แต่ก็ยังต้องจับตามองว่าราคาในตลาดจะปรับตัวขึ้นอีกหรือไม่

 

กลุ่มที่น่าสงสารที่สุดคือแฟนคลับ LABUBU ตัวจริงที่เข้าไม่ถึงสิ่งที่รัก

 

แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำใจ รอวันที่กระแสจะซาอย่างเดียว

 

กำเนิด LABUBU

 

ถึงแม้ว่า LABUBU จะมีชื่อเสียงโด่งดังในระดับโลก แต่ไม่แปลกที่จะมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้รู้จักมากไปกว่าชื่อ

 

จริงๆ แล้ว LABUBU ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นของเล่น และไม่ได้เป็นผู้ชายด้วย

 

LABUBU เป็นผลงานจากจินตนาการของ Kasing Lung ศิลปินชาวฮ่องกงที่เติบโตในประเทศเนเธอร์แลนด์ (ปัจจุบันปักหลักสร้างสรรค์ผลงานอยู่ในประเทศเบลเยียม) ซึ่งช่วงชีวิตที่เติบโตในยุโรปทำให้มีความคุ้นเคยกับเทพนิยายและตำนานพื้นบ้านของยุโรปเป็นอย่างดี

 

เมื่อเริ่มต้นอาชีพในการเป็นนักวาดภาพประกอบ Kasing จึงเริ่มต้นออกแบบตัวละครในซีรีส์ THE MONSTERS เหล่าสัตว์ประหลาดตัวน้อยน่ารักหลากหลายตน ซึ่งประกอบไปด้วย LABUBU, Zimomo, Tycoco, Spooky และ Pato โดยทั้งหมดนี้ปรากฏในหนังสือภาพสำหรับเด็กอย่าง My Little Planet และ Lizzy Wil Dansen

 

สำหรับ LABUBU โดยลักษณะแล้วเป็นสัตว์ประหลาดน้อยที่ดูคล้ายเอลฟ์ เพราะมีปลายหูที่แหลม ดวงตากลมโต แต่มีขนปุยนุ่มนิ่มน่ากอด และมีรอยยิ้มเป็นเอกลักษณ์เพราะจะยิ้มแบบมีฟันซี่ๆ โผล่ออกมาด้วย (ในทางตรงกันข้ามกับ Toothless แห่ง How to Train Your Dragon) ซึ่งแม้จะดูมีความแสบสันต์ซุกซน แต่ลึกๆ แล้ว LABUBU มีจิตใจดีงาม ชอบช่วยเหลือผู้อื่น

 

ที่สำคัญคือเธอเป็นสาวน้อย! (ถึงได้น่ารักไงเล่า)

 

Kasing ได้นำผลงานของเขามาทำของเล่นร่วมกับ How2work มาก่อนในชุด The Monsters ซึ่งแม้ในช่วงเวลานั้นจะไม่ได้ประสบความสำเร็จแต่ก็มีกลุ่มแฟนคลับจำนวนหนึ่ง ก่อนที่ชีวิตของเขาและ LABUBU จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อ POP MART มองเห็นศักยภาพของตัวละครจึงเซ็นสัญญาแบบเอ็กซ์คลูซีฟ เป็นผู้ผลิตของเล่นของ THE MONSTERS แต่เพียงผู้เดียวในปี 2019

 

โดยที่พวกเขาเองก็อาจไม่คิดว่า LABUBU จะกลายเป็นปรากฏการณ์ขนาดนี้

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต / THE STANDARD 

 

POP MART ผู้ยิ่งใหญ่

 

จากจุดเริ่มต้นในปี 2010 Wang Ning ได้พา POP MART เดินทางมาไกลจนสุดขอบฟ้า

 

โดยล่าสุดตามรายงานจาก Financial Times ระบุว่ามูลค่าของ POP MART สูงเกินกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.31 ล้านล้านบาท) ไปแล้ว กลายเป็นบริษัทของเล่นอันดับหนึ่งของโลกแบบไร้คู่แข่ง เพราะสูงกว่าการรวมเอามูลค่าของยักษ์ใหญ่อย่าง Hasbro และ Mattel มารวมกันเสียอีก

 

สำหรับ Wang Ning ตามการจัดอันดับโดย Bloomberg เป็นบุคคลที่ร่ำรวยเป็นอันดับที่ 12 ของจีน โดยมีมูลค่าทรัพย์สินส่วนตัวรวม 2.1 หมื่นล้านเหรียญ (6.88 แสนล้านบาท) ซึ่งเป็นผลจากกระแสความนิยมของสินค้า POP MART ที่หลังจากแจ้งเกิดก็ไม่เคยหยุดยั้งที่จะพัฒนาของเล่นใหม่เพื่อดึงดูดใจแฟนๆ ซึ่งไม่ได้โฟกัสเพียงแค่กล่องสุ่ม (Blind box) เท่านั้น แต่รวมถึงการผลิตสินค้าคอลเล็กชันพิเศษ ไปจนถึงหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญคือการทำของเล่นแบบตุ๊กตา Plush toy กลายเป็นพวงกุญแจห้อยกระเป๋าทั้งสาวๆ หนุ่มๆ กันเต็มไปหมด

 

โดยที่เรื่องนี้ในมุมนักวิเคราะห์ยังมองว่าเป็น ‘ลิปสติกเอฟเฟกต์’ (Lipstick Effect) ที่ผู้บริโภคยามปกติแล้วจะซื้อสินค้าในกลุ่มลักชัวรีในช่วงที่เศรษฐกิจดี แต่เมื่อเศรษฐกิจถดถอย ก็จะลดการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยลง หันมาซื้อของที่มีราคาถูกกว่า แต่ให้คุณค่าทางใจได้ไม่ต่างกัน

 

ของเล่นจาก POP MART ยังมีส่วนสำคัญในเรื่อง ‘เศรษฐศาสตร์แห่งอารมณ์’ (Emotional Economy) ซึ่งสะท้อนถึงกลุ่มผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ที่มองหาความสุขและความผ่อนคลายจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เพื่อหลบหนีจากชีวิตความเป็นจริงที่แสนเหนื่อยล้า

 

LABUBU สำหรับหลายคนจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ของเล่นหรือตุ๊กตา แต่เป็นเพื่อนของพวกเขาด้วย

 

และนั่นมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการเติบโตของ POP MART ซึ่งเฉพาะในปี 2024 พวกเขาทำรายได้จากซีรีส์ THE MONSTERS อย่างเดียวถึง 3 พันล้านหยวน (1.35 หมื่นล้านบาท) เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 726.6 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แน่นอนว่านี่เป็นซีรีส์ที่ทำรายได้สูงที่สุดของบริษัทด้วย

 

 

ปักกิ่งจับตา LABUBU 

 

แต่ความร้อนแรงของ LABUBU และ POP MART อาจจะไม่ถูกใจทางการจีนเท่าไรนัก

 

โดยหลังจากที่มี ‘แอ็กชัน’ แรกจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของจีนด้วยการปรามไม่ให้ธนาคารใช้สินค้าของ LABUBU เพื่อดึงดูดใจให้คนมาฝากเงินฝากกับธนาคารโดยยืนยันว่าไม่ใช่ ‘ทางออกที่ดีในระยะยาว’

 

เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังธนาคาร Ping An ออกแคมเปญการตลาดที่จะมอบ LABUBU ให้แก่คนที่ฝากเงินจำนวน 50,000 หยวน (2.28 แสนบาท) โดยไม่ถอนเป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งทางการแสดงความกังวล

 

ขณะที่ทางด้านหนังสือพิมพ์ เหรินหมินรื่อเป้า หรือ People’s Daily ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ที่เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลและพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ออกมาราดน้ำเย็นเพื่อดับกองไฟที่ร้อนแรงของ LABUBU และ POP MART

 

โดยบทความในหนังสือพิมพ์กล่าวโจมตีแนวทางการทำธุรกิจแบบกล่องสุ่ม ที่ทำให้ลูกค้าไม่อาจทราบได้ว่าจะได้สินค้าอะไรในนั้น ซึ่งอาจจะเป็นตัวที่ชอบหรือไม่ชอบก็ได้ และหากคาดหวังว่าจะได้ ‘ตัวลับ’ โอกาสที่จะได้ก็น้อยกว่า 2 เปอร์เซ็นต์

 

“ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็น ‘กับดักทางธุรกิจ’ ที่ออกแบบมาเพื่อผลตอบแทนที่ไม่อาจคาดเดาได้เพื่อทำให้เกิดแรงจูงใจที่จะซื้อซ้ำ” โดยที่ในบทความของเหรินหมินรื่อเป้า ยังได้แสดงความกังวลต่อกลุ่มเยาวชนที่อาจไม่ได้พัฒนาทักษะความยับยั้งชั่งใจที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสภาพจิตใจในระยะยาวได้ พร้อมเรียกร้องให้มีการปกป้องเยาวชนจากกลยุทธ์การตลาดของบริษัทเหล่านี้

 

แม้ว่าในบทความของเหรินหมินรื่อเป้าจะไม่มีการระบุชื่อบริษัทใด แต่ผู้อ่านของหนังสือพิมพ์ที่มียอดพิมพ์วันละ 3 ล้านฉบับก็รู้ได้ทันทีว่าหมายถึง POP MART อย่างแน่นอน

 

สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือหุ้นของ POP MART ที่กำลังทะยานฟ้าได้ถูกสอยร่วงลงมากลางอากาศ โดยตามรายงานจาก Bloomberg หุ้นของ POP MART ตกลงมา 3.6 เปอร์เซ็นต์ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเมื่อวันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน ทำให้มูลค่าของบริษัทหายไป 3.93 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.28 แสนล้านบาท) ในวันเดียว

 

อย่างไรก็ดีผลกระทบในระยะยาวของเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องจับตามองว่าจะมีมาตรการจากรัฐบาลจีนในเรื่องของกล่องสุ่มอันเป็นหัวใจในธุรกิจของ POP MART หรือไม่ 

 

แต่สิ่งที่พอจะบอกได้คือ LABUBU ได้กลายเป็นขวัญใจระดับโลกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน คนก็พร้อมที่จะตามล่ามาครอบครองให้ได้อยู่ดี

 

ไม่ว่าจะเพราะรักหรือเพราะมองเป็นวัตถุทำเงินก็ตาม


ภาพ: Chen Yusheng / VCG via Getty Images

อ้างอิง:

The post จาก 550 สู่ 13,000 บาท! ถอดรหัส ‘สงคราม LABUBU’ จากปรากฏการณ์ปั่นราคาเขย่าโลก สู่เกมการเงินที่ร้อนแรงจนรัฐบาลจีนต้องเข้าแทรกแซง appeared first on THE STANDARD.

]]>
LABUBU ยังฮิต แต่เจอฤทธิ์สื่อจีนวิจารณ์ ‘กล่องสุ่ม’ ทำหุ้น POP MART ร่วง 8.8% มูลค่าหาย 1.28 แสนล้านบาท! https://thestandard.co/popmart-stock-falls/ Tue, 24 Jun 2025 07:35:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1088481 popmart-stock-falls

Pop Mart International Group ผู้ผลิตของเล่นที่มีมูลค่าม […]

The post LABUBU ยังฮิต แต่เจอฤทธิ์สื่อจีนวิจารณ์ ‘กล่องสุ่ม’ ทำหุ้น POP MART ร่วง 8.8% มูลค่าหาย 1.28 แสนล้านบาท! appeared first on THE STANDARD.

]]>
popmart-stock-falls

Pop Mart International Group ผู้ผลิตของเล่นที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก กำลังสูญเสียเสน่ห์บางส่วนลงอย่างรวดเร็ว หลังจากสื่อที่เป็นกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนออกมาวิพากษ์วิจารณ์โมเดลธุรกิจของบริษัท และเตือนถึงการเสพติดของสะสมยอดนิยมที่กำลังแพร่หลาย 

 

โดยหุ้นของ POP MART ร่วงลง 3.6% สู่ระดับ 239.60 ดอลลาร์ฮ่องกงในวันศุกร์ (20 มิ.ย.) ที่ฮ่องกง และลดลงรวม 8.8% ภายใน 2 วัน ทำให้ ‘มูลค่าตลาด’ หายไปถึง 3.93 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.28 แสนล้านบาท)

 

หัวใจสำคัญของโมเดลธุรกิจ POP MART คือการจำหน่าย ‘กล่องสุ่ม’ (Blind Boxes) และ ‘การ์ดสุ่ม’ (Blind Cards) ซึ่งซ่อนเนื้อหาไว้ภายในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดผนึกอย่างมิดชิด 

 

กลยุทธ์นี้กระตุ้นให้นักสะสมเกิดการซื้อซ้ำบ่อยครั้ง เพื่อให้ได้มาซึ่งของเล่นหรือการ์ดที่หายากและเป็นที่ต้องการมากที่สุด ซึ่งโอกาสในการค้นพบของหายากเหล่านี้ถูกคำนวณไว้ที่น้อยกว่า 2% 

 

หนังสือพิมพ์ People’s Daily ของจีนกล่าวว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้คือ ‘กับดักทางธุรกิจ’ ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ความไม่แน่นอนของรางวัลที่จะได้รับ เป็นเครื่องมือกระตุ้นจิตใจให้ผู้บริโภคเสพติดการซื้อและกลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง 

 

โดยเตือนว่าผู้เยาว์มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ เนื่องจากความสามารถในการควบคุมตนเองและวุฒิภาวะทางจิตวิทยายังอยู่ในช่วงกำลังพัฒนา พร้อมเรียกร้องให้มี ‘กฎระเบียบ’ ที่เข้มงวดขึ้นเพื่อปกป้องพวกเขาจากกลยุทธ์เหล่านี้

 

แม้ People’s Daily จะไม่ได้ระบุชื่อ POP MART โดยตรง แต่บริษัทนี้ก็ถูกมองว่าเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากกระแส ‘กล่องสุ่ม’ ที่ร้อนแรง โดยความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของบริษัทคือตุ๊กตา LABUBU ซึ่งกุมหัวใจและกระเป๋าเงินของนักสะสมจากจีนไปจนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง และภูมิภาคอื่นๆ 

 

ความสำเร็จในระดับสากลนี้ทำให้ POP MART เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดในตลาดหุ้นฮ่องกงในปีนี้ และนักลงทุนก็คาดหวังว่าโมเมนตัมการเติบโตจะยังคงดำเนินต่อไป

 

ก่อนหน้านี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว UBS คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้วของบริษัทอาจเติบโตด้วยอัตราเฉลี่ยทบต้นต่อปี 35% ในอีก 2 ปีข้างหน้า และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจาก 216 ดอลลาร์ฮ่องกง เป็น 329 ดอลลาร์ฮ่องกง 

 

เหตุผลสำคัญได้แก่ ความนิยมของตุ๊กตา LABUBU ที่ยังคงแรง การมีตัวละครใหม่ๆ พร้อมออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง และความต้องการพวงกุญแจตุ๊กตาแฟชั่นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเปิดตลาดใหม่ให้กับบริษัท

 

ทางด้าน JPMorganChase เริ่มติดตามและวิเคราะห์บริษัทในเดือนพฤษภาคม โดยให้คะแนนการลงทุนเป็น Overweight (เพิ่มน้ำหนักการลงทุน) และมองว่าความนิยมที่ยาวนานของ LABUBU มีความคล้ายคลึงกับปรากฏการณ์ Hello Kitty ของ Sanrio อย่างมาก

 

หุ้นของ POP MART พุ่งขึ้นเกือบ 160% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยรายได้ในประเทศและต่างประเทศพุ่งสูงขึ้น 100% และ 480% ตามลำดับ เมื่อเทียบเป็นรายปีในไตรมาสแรก แม้จะมีการร่วงลงของหุ้นในช่วง 2 วันที่ผ่านมา 

 

แต่ ‘มูลค่าตลาด’ ของบริษัทยังคงอยู่ที่ 4.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่ามูลค่ารวมของ Sanrio, Hasbro ผู้ผลิต Transformers และ Mattel ผู้ผลิต Barbie เสียอีก 

 

อย่างไรก็ตาม กระแสความคลั่งไคล้บางส่วนอาจกำลังจางหายไป เมื่อราคาขายต่อของ LABUBU 3.0 ร่วงลงอย่างรวดเร็ว จากที่เคยทำราคาได้เกือบ 3,000 หยวน บนแพลตฟอร์มมือสอง ตุ๊กตาเอลฟ์ฟันซี่ตัวนี้ก็สูญเสียเสน่ห์ของความหายากไป หลังจากที่บริษัทนำกลับมาสต็อกใหม่และวางจำหน่ายทางออนไลน์

 

การวิพากษ์วิจารณ์ของ People’s Daily ซึ่งมีอิทธิพลอย่างสูงและสะท้อนแนวคิดของผู้วางนโยบายจีน กำลังส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังอุตสาหกรรม ‘กล่องสุ่ม’ โดยรวม ว่าอาจเผชิญกับ ‘กฎระเบียบ’ ที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งเป็นความท้าทายที่สำคัญสำหรับ POP MART และโมเดลธุรกิจของบริษัทในอนาคต


ภาพ: Katerina Elagina / Shutterstock

 

อ้างอิง:

The post LABUBU ยังฮิต แต่เจอฤทธิ์สื่อจีนวิจารณ์ ‘กล่องสุ่ม’ ทำหุ้น POP MART ร่วง 8.8% มูลค่าหาย 1.28 แสนล้านบาท! appeared first on THE STANDARD.

]]>
ของมันต้องมี จนหวิดมีมวย! LABUBU ทำ POP MART UK ปวดหัว สั่งหยุดขายชั่วคราว ผู้เชี่ยวชาญเตือน ‘ยิ่งขาด ยิ่งอยากได้’ https://thestandard.co/labubu-pop-mart-uk-temporarily-stops-sales/ Sat, 24 May 2025 06:46:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1077962 LABUBU POP MART

กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ เมื่อ POP MART ผู้ผลิตต […]

The post ของมันต้องมี จนหวิดมีมวย! LABUBU ทำ POP MART UK ปวดหัว สั่งหยุดขายชั่วคราว ผู้เชี่ยวชาญเตือน ‘ยิ่งขาด ยิ่งอยากได้’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
LABUBU POP MART

กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ เมื่อ POP MART ผู้ผลิตตุ๊กตา LABUBU สุดไวรัล ได้ตัดสินใจ ‘ระงับการจำหน่าย’ ของเล่นยอดฮิตนี้จากร้านค้าทุกสาขาในสหราชอาณาจักร หลังมีรายงานว่าเกิดเหตุลูกค้า ‘ทะเลาะวิวาท’ แย่งชิงกันจนเกิดความวุ่นวายในร้านอย่างต่อเนื่อง

 

POP MART ได้แจ้งกับ BBC ว่า การระงับการขายชั่วคราวในร้านค้าทั้ง 16 สาขาของบริษัทจนถึงเดือนมิถุนายนนี้ มีเป้าหมายเพื่อ ‘ป้องกันปัญหาด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้น’ เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นระหว่างการซื้อสินค้า

 

ตุ๊กตา LABUBU ซึ่งเป็นคาแรกเตอร์สัตว์ประหลาดสุดแปลกที่สร้างสรรค์โดยศิลปินชาวฮ่องกง Kasing Lung และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายผ่านความร่วมมือกับ POP MART ได้กลายเป็นของเล่นไวรัล และ กระแสบน TikTok อย่างรวดเร็ว หลังจากที่คนดังอย่าง Rihanna และ Dua Lipa นำมาสวมใส่ 

 

นี่เองทำให้ LABUBU กลายเป็นแฟชั่นแอ็กเซสซอรีที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ราคาในสหราชอาณาจักรอยู่ระหว่าง 13.50-50 ปอนด์ แต่สำหรับ ‘รุ่นหายาก’ สามารถนำไปขายต่อได้ราคาสูงถึงหลายร้อยปอนด์บนแพลตฟอร์มเช่น Vinted และ eBay

 

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของ POP MART สร้างความไม่พอใจให้กับแฟนๆ บนโซเชียลมีเดียอย่างมาก โดยมีผู้แสดงความคิดเห็นบน Instagram ของ POP MART ว่า เป็นความผิดของบริษัทเองที่ ‘มีสินค้าน้อยเกินไป’ ทำให้เกิดกระแสฮิตแบบนี้ 

 

ส่วนแฟนๆ กลุ่มหนึ่งก็โกรธพ่อค้าคนกลาง โดยแสดงความคิดเห็นว่า “มีคนเอาไปขายต่อตัวละ 100 ปอนด์ ซึ่งแพงเกินไป ทำไมพวกเขาซื้อได้แต่คนอื่นซื้อไม่ได้!” และ “เสียใจมากที่พ่อค้าคนกลางมาทำลายความสนุก”

 

Victoria Calvert หนึ่งในแฟน LABUBU เล่าถึงเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เธอเห็นที่ร้านใน Stratford กรุงลอนดอนว่า เธอพบลูกค้าที่มาต่อคิวตั้งแต่ตี 3 และบางคนตั้งแคมป์ค้างคืน “เมื่อฉันไปถึง มีฝูงชนจำนวนมากวนเวียนอยู่รอบร้าน และมีบรรยากาศที่ไม่ดีอย่างยิ่ง” เธอกล่าว 

 

“ผู้คนต่างตะโกนว่า LABUBU หมดแล้ว และฉันยังเห็นการ ‘ทะเลาะกับพนักงาน’ ด้วย” เธอบอกว่าเธอรู้สึก ‘ไม่ปลอดภัย’ และตัดสินใจออกจากร้าน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่แย่มากและน่ากลัวจริงๆ

 

POP MART ชี้แจงกับ BBC ว่า แม้จะไม่มีพนักงานได้รับบาดเจ็บ แต่บริษัทเลือกที่จะดำเนินการแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันปัญหาด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นและกล่าวว่าจะพยายามสร้าง ‘ระบบที่เป็นธรรมยิ่งขึ้น’ สำหรับการกลับมาจำหน่ายสินค้าในเดือนมิถุนายน

 

Susannah Streeter ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดกล่าวว่า การที่ POP MART ‘จำกัดสต็อก’ และจำหน่ายตุ๊กตาในรูปแบบ ‘กล่องสุ่ม’ ทำให้เกิดความคลั่งไคล้ในหมู่แฟนๆ “แต่ฝูงชนจำนวนมากที่รวมตัวกันในวันวางขายกลายเป็น ‘ปัญหาน่าปวดหัว’ ในการจัดการ” เธอกล่าว

 

และเตือนว่าการระงับการขายนี้อาจ ‘ยิ่งกระตุ้นความต้องการ’ ให้เพิ่มสูงขึ้น และผลักดันให้แฟนๆ หันไปหาซื้อทางออนไลน์มากขึ้น (ซึ่งสินค้ามักจะหมดในไม่กี่วินาที) หรือไปหาซื้อใน ‘ตลาดขายต่อ’ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเจอของปลอมสูง 

 

Sarah Johnson ผู้ก่อตั้ง Flourish Retail มองว่าการระงับการขายเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์โดยแบรนด์ของสะสมมักใช้ ‘ความหายาก’ เป็น ‘เครื่องมืออันทรงพลัง’


ภาพ: Enjoy The Life / Shutterstock

อ้างอิง:

The post ของมันต้องมี จนหวิดมีมวย! LABUBU ทำ POP MART UK ปวดหัว สั่งหยุดขายชั่วคราว ผู้เชี่ยวชาญเตือน ‘ยิ่งขาด ยิ่งอยากได้’ appeared first on THE STANDARD.

]]>