Pierce Brosnan – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 21 Nov 2025 06:51:04 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 Pierce Brosnan พูดถึงโอกาสในการกลับมาแสดงภาพยนตร์ James Bond ในบทบาทอื่น https://thestandard.co/brosnan-on-james-bond-return/ Fri, 21 Nov 2025 06:51:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1145815 Pierce Brosnan พูดถึงโอกาสในการกลับมาแสดงภาพยนตร์ James Bond ในบทบาทอื่น

Pierce Brosnan นักแสดงเจ้าของบทสายลับ 007 ก่อนหน้าเวอร์ […]

The post Pierce Brosnan พูดถึงโอกาสในการกลับมาแสดงภาพยนตร์ James Bond ในบทบาทอื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Pierce Brosnan พูดถึงโอกาสในการกลับมาแสดงภาพยนตร์ James Bond ในบทบาทอื่น

Pierce Brosnan นักแสดงเจ้าของบทสายลับ 007 ก่อนหน้าเวอร์ชันของ Daniel Craig เผยว่าเขาเปิดโอกาสในการกลับสู่อาณาจักร James Bond อีกครั้ง แต่ไม่ใช่ในบทบาทเดิมอย่างแน่นอน

 

โดยเขาให้สัมภาษณ์ผ่าน British GQ ถึงประเด็นนี้ว่า “แน่นอน ผู้คนถามผมเกี่ยวกับเรื่อง Bond ว่า ‘คุณจะแสดงมันอีกไหม?’ หรืออะไรแบบนั้น ซึ่งบทนั้นมันคืองานสำหรับผู้ชายคนอื่นนะ แต่ถ้าถามถึงความเป็นไปได้เรื่องการทำงานสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้อีก ผมว่าน่าสนุก เพราะฉะนั้นมันก็คงน่าตื่นเต้นที่ได้เห็นว่าอะไรจะเกิดขึ้นข้างหน้า ผมคิดว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว และทุกอย่างแตกสลาย ผมก็เลยจะแค่ผ่อนคลายและสนุกไปกับทุกๆ อย่าง”

 

ทางนิตยสารถาม Pierce Brosnan อีกว่า ถ้าเขาได้รับข้อเสนอให้แสดงเป็นสายลับที่เกษียณแล้ว เขาจะรับงานนั้นไหม เขาตอบว่า “บางครั้งคุณก็ให้ความบันเทิงกับมัน และบางครั้งคุณก็แค่ข้ามผ่านมันไป”

 

Pierce Brosnan เคยแสดงเป็น James Bond ในภาพยนตร์ทั้งหมด 4 เรื่องในช่วงระหว่างปี 1995-2002 และปัจจุบันในวัย 72 ปี เขายังมีผลงานล่าสุดอย่างซีรีส์ The Thursday Murder Club กับ Netflix และกำลังถ่ายทำซีรีส์ MobLand ของ Paramount+ ซีซัน 2 ซึ่ง Pierce Brosnan ก็รู้สึกเพลิดเพลินกับการทำงานติดต่อกันในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา และเขาก็สนุกไปกับกระบวนการการแสดงและการสร้างคาแรกเตอร์เป็นอย่างมาก

 

“ผมมีความตั้งใจและสติสัมปชัญญะเต็มที่ในการก้าวต่อไปข้างหน้า เพราะผมมาถึงวัยเท่านี้แล้วและผมก็โอบรับมัน ผมไม่อยากกระโดดลงจากเครื่องบิน กระโดดขึ้นรถบัส หรือกระโดดลงจากรถบัสหรอกนะ”

 

ภาพ: Keith Hamshere/Getty Images

 

อ้างอิง:

The post Pierce Brosnan พูดถึงโอกาสในการกลับมาแสดงภาพยนตร์ James Bond ในบทบาทอื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
THE MISFITS ปฏิบัติการปล้นข้ามโลกของ ไมค์ พิรัชต์ และ เพียร์ซ บรอสแนน ที่อิ่มพอประมาณแต่ยังไม่ถึงใจ https://thestandard.co/the-misfits/ Fri, 12 Nov 2021 04:49:41 +0000 https://thestandard.co/?p=558983 THE MISFITS

ในช่วงที่หลายคนกำลังตื่นเต้นกับ ‘คนไทย’ ที่มีผลงานไปไกล […]

The post THE MISFITS ปฏิบัติการปล้นข้ามโลกของ ไมค์ พิรัชต์ และ เพียร์ซ บรอสแนน ที่อิ่มพอประมาณแต่ยังไม่ถึงใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
THE MISFITS

ในช่วงที่หลายคนกำลังตื่นเต้นกับ ‘คนไทย’ ที่มีผลงานไปไกลระดับโลก ไมค์-พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล คืออีกหนึ่งนักแสดงชาวไทยที่ใช้ชื่อ Mike Angelo บุกตลาดผลงานระดับฮอลลีวูด ร่วมกับนักแสดงชั้นนำอย่าง เพียร์ซ บรอสแนน ในภาพยนตร์แอ็กชัน The Misfits 

 

The Misfits กำกับโดย เรนนี ฮาร์ลิน ผู้กำกับที่ฝากผลงานสายแอ็กชันสุดเดือดแห่งยุค 90 อย่าง Die Hard 2 (1990) และ Cliffhanger (1993) มาเล่าเรื่องของกลุ่มจารชนที่รวมตัวกันด้วยอุดมการณ์เพื่อปล้นคนชั่ว แล้วนำเงินไปแจกจ่ายให้ผู้ที่ขาดแคลน ในครั้งนี้พวกเขาต้องเริ่มภารกิจปล้นพลิกโลกอีกครั้ง ด้วยการขโมยทองคำจากคุกที่มีระบบความปลอดภัยสูงที่สุดในโลก เพื่อหยุดยั้งท่อน้ำเลี้ยงของกลุ่มก่อการร้ายทั่วโลก

THE MISFITS

 

เพียร์ซ บรอสแนน สลัดคราบอดีตสายลับ 007 มาสวมบทเป็น ริชาร์ด เพซ อาชญากรอัจฉริยะที่คุกที่ดีที่สุดก็ขังเขาไว้ไม่อยู่ ร่วมกับ ไมค์ ที่รับบทเป็น วิค มือระเบิดและโจรสายแฮ็กสุดเนิร์ด (แต่เท่!) ผู้เข้าถึงทุกระบบคอมพิวเตอร์

 

เพื่อนร่วมทีมยังไม่หมด ภาพยนตร์ยังได้ นิก แคนนอน จาก Men in Black 2 (2002) มารับบท ริงโก้ โจรร้อยหน้า นักปลอมตัวมือหนึ่งของเรื่อง, เจมี่ ชุง จาก Sucker Punch (2011) ในบท ไวโอเลต สาวพราวเสน่ห์สายบู๊, เฮอร์ไมโอนี่ คอร์ฟีลด์ ในบท โฮป และ เรมี จาเบอร์ ในบท ปริ๊น ในฐานะสมาชิกของแก๊ง Misfits ที่ต้องต่อกรกับตัวร้ายอย่าง ทิม รอท หรือ อะบอมิเนชัน จาก The Incredible Hulk (2008)

 

THE MISFITS

 

ถึงแม้ The Misfits จะเล่าเนื้อหาที่จริงๆ ก็ไม่ได้แปลกใหม่อะไรสำหรับภาพยนตร์แนวนี้ แต่หนังก็ยังพอน่าสนใจในการใส่ลูกเล่นเรียกความสะใจให้กับคอหนังแอ็กชันได้ แต่ก็อีกนั่นแหละ แม้จะพอเรียกความ ‘สะใจ’ ได้ แต่ก็ยัง ‘ไม่ถึงใจ’ เท่าที่ควรอยู่ดี 

 

ปัญหาอีกหนึ่งอย่างคือการใส่ฉากเด็ดทั้งหมดของหนังไว้ในตัวอย่างภาพยนตร์ ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าแบไต๋ให้กับคนดูมากเกินไป จนทำให้ไม่รู้สึกเซอร์ไพรส์กับความบ้าระห่ำที่เกิดขึ้นเท่าที่ควร

 

แต่สิ่งที่พอจะช่วยพยุงหนังเอาไว้ได้ ต้องยกให้การแสดงที่เป็นธรรมชาติของนักแสดงทุกคน รวมถึงการได้เห็นฝีมือการแสดงที่พริ้วไหวของไมค์ ที่แม้ว่าตัวละคร วิค จะไม่ได้โดดเด่นเท่าไร แต่ก็เป็นตัวละครที่คอยรับส่งมุกตลกร้ายด้วยท่าทางขี้เล่นอยู่เสมอ อย่างฉากจุดระเบิดในตัวอย่าง ก็เป็นอีกฉากเด่นที่ไมค์ได้ออกลวดลายการเต้น และแผ่เสน่ห์อันแพรวพราวออกมาได้อย่างเต็มที่ จนกลายเป็นอีกหนึ่งสีสันของเรื่อง

 

รวมถึงโลเคชันที่ เรนนี ฮาร์ลิน ยกกองออกไปถ่ายทำถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ประกอบไปด้วย 4 สถานที่หลัก อย่าง Conrad Abu Dhabi Etihad Tower หนึ่งใน 5 หอคอยอันเป็นสัญลักษณ์ในเมืองอาบูดาบี, The Louver Abu Dhabi พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรอาหรับ, Atlantis The Palm อาณาจักรแอตแลนติสบนดินที่มีอะควาเรียมขนาดใหญ่สุดตระการตา

 

และทะเลทรายดูไบ หนึ่งในโลเคชันที่ไมค์ออกปากว่าเป็นโลเคชันสุดหิน ที่โหดทั้งการแสดงและการถ่ายทำ เพราะทั้งต้องนั่งอูฐและขับรถไล่ล่าอยู่กลางทะเลทรายที่กว้างใหญ่และร้อนระอุ ทั้งหมดมีส่วนเสริมเพิ่มความตื่นเต้นที่ได้เห็นฉากแอ็กชันในพื้นที่ใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี

 

ทำให้ตลอดระยะเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที ของ The Misfits เป็นช่วงเวลาเหมาะสำหรับคนที่ต้องการความบันเทิงเพื่อพักสมองกับเนื้อหาที่ไม่ต้องเข้มข้น ไม่คาดคั้นเดาตอนจบ แต่ปล่อยใจไปกับตัวละครและฉากใหม่ๆ ไม่ต้องแบกความคิดหรืออารมณ์ออกมาจากโรงมากมาย ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับหย่อนใจในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์เหมือนกัน

 

สามารถชมตัวอย่าง The Misfits พยัคฆ์ทรชนปล้นข้ามโลก ได้ที่

 

https://www.youtube.com/watch?v=uIjCiU6ee8Q 

The post THE MISFITS ปฏิบัติการปล้นข้ามโลกของ ไมค์ พิรัชต์ และ เพียร์ซ บรอสแนน ที่อิ่มพอประมาณแต่ยังไม่ถึงใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Pierce Brosnan คิดว่า Tom Hardy หรือไม่ก็ Idris Elba เหมาะสมที่จะได้รับบท James Bond คนต่อไป https://thestandard.co/pierce-brosnan-thinks-tom-hardy-idris-elba-should-play-bond/ Wed, 30 Jun 2021 04:49:12 +0000 https://thestandard.co/?p=506572 Pierce Brosnan

ภาพยนตร์เรื่องราวของสายลับมาดเนี้ยบอย่าง เจมส์ บอนด์ นั […]

The post Pierce Brosnan คิดว่า Tom Hardy หรือไม่ก็ Idris Elba เหมาะสมที่จะได้รับบท James Bond คนต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
Pierce Brosnan

ภาพยนตร์เรื่องราวของสายลับมาดเนี้ยบอย่าง เจมส์ บอนด์ นั้นถูกสร้างมาแล้วหลายต่อหลายภาค และหากใครยังจำเวอร์ชันที่ เพียร์ซ บรอส​แนน พระเอกแห่งยุค 90 แสดงเอาไว้ตั้งแต่ปี 1995-2002 ก็คงจะรู้ว่าเขาทำให้ เจมส์ บอนด์ กลายเป็นตัวละครสายลับหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์และยากที่จะเลียนแบบ 

 

ล่าสุดเพียร์ซได้พูดคุยกับ People และถึงแม้ว่าเขาจะตอบว่ามันเป็นเรื่องที่น่าเบื่อหน่ายเมื่อต้องถูกถามอีกครั้งว่าเขาคิดว่าใครเหมาะสมที่จะมารับบท เจมส์ บอนด์ คนต่อไป แต่เพียร์ซก็ได้ให้คำตอบว่านักแสดงหนุ่ม ทอม ฮาร์ดี และ อิดริส เอลบา คือคนที่เขาคิดว่าเหมาะสมที่สุด

 

“ผมนึกถึง อิดริส เอลบา นะ เขามีลักษณะที่ดูน่าเกรงขามและยังมีชื่อเสียงที่ค่อนข้างแข็งแรง เขาคงจะทำออกมาได้อย่างมหัศจรรย์มาก นอกจากนั้นยังมี ทอม ฮาร์ดี อีกคน ที่ฝีมือเก่งกาจ เขารวดเร็วและแข็งแรงมาก ทั้งสองคนเล่นได้ทั้งคู่”

 

เพียร์ซได้กล่าวต่ออีกว่าเขาคิดว่า แดเนียล เครก ผู้ที่รับบท เจมส์ บอนด์ ในมหากาพย์ภาพยนตร์ James Bond ครั้งแรกเมื่อปี 2006 จนถึงเรื่องล่าสุดอย่าง No Time to Die ที่ถูกเลื่อนฉายมาหลายครั้ง ก็ได้ตีความบทสายลับหนุ่มออกมาอย่างมีเอกลักษณ์และสร้างภาพจำได้อย่างเหลือเชื่อ และตอนนี้นักแสดงคนอื่นที่จะแสดงเป็น เจมส์ บอนด์ คนต่อไปก็สามารถตีความบทและพาภาพยนตร์ไปในทิศทางใหม่ที่แตกต่างออกไปได้อีกมากมาย 

 

ภาพ: Getty Images
พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ

อ้างอิง:

The post Pierce Brosnan คิดว่า Tom Hardy หรือไม่ก็ Idris Elba เหมาะสมที่จะได้รับบท James Bond คนต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฮไลต์สำคัญของงาน Golden Globes 2020 ที่ต้องติดตามกันในปีนี้ https://thestandard.co/golden-globes-2020/ Thu, 02 Jan 2020 12:00:38 +0000 https://thestandard.co/?p=317057 Golden Globes 2020

อีกไม่กี่ชั่วโมง เทศกาลแจกรางวัลเวทีแรกของแวดวงภาพยนตร์ […]

The post ไฮไลต์สำคัญของงาน Golden Globes 2020 ที่ต้องติดตามกันในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Golden Globes 2020

อีกไม่กี่ชั่วโมง เทศกาลแจกรางวัลเวทีแรกของแวดวงภาพยนตร์ฮอลลีวูดก็จะเริ่มขึ้น ตามประเพณีก็ต้องประเดิมด้วยงาน Golden Globes หรือลูกโลกทองคำ ซึ่งปีนี้ครบรอบ 77 ปี และมีหลายไฮไลต์ที่ต้องลุ้นดูกันว่าจะออกมาอย่างไร พร้อมจะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยเดาทิศทางของงานใหญ่ที่สุดอย่างเวทีออสการ์ที่จะช่วงจัดปลายเดือนหน้าได้หรือไม่

 

ใครจะชนะ ใครจะแพ้ ใครจะใส่ชุดอะไรมาบนพรมแดง ติดตามการรายงานทั้งหมดได้ทุกช่องทางของ THE STANDARD POP พรุ่งนี้เช้า (6 มกราคม 2020) ห้ามพลาดกับโปรเจกต์เวที Grammy Awards และแน่นอน Oscars เร็วๆ นี้! 

 

Golden Globes 2020

 

ภาพประกอบ: เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

The post ไฮไลต์สำคัญของงาน Golden Globes 2020 ที่ต้องติดตามกันในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หรือยุคทองของเซเลบริตี้เชฟจะมาถึงจุดจบ? https://thestandard.co/celebrity-chef/ https://thestandard.co/celebrity-chef/#respond Tue, 11 Sep 2018 17:01:01 +0000 https://thestandard.co/?p=116859

เมื่อตอนที่ร้านอาหาร Savelberg ของ เฮงค์ ซาเวลเบิร์ก (H […]

The post หรือยุคทองของเซเลบริตี้เชฟจะมาถึงจุดจบ? appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อตอนที่ร้านอาหาร Savelberg ของ เฮงค์ ซาเวลเบิร์ก (Henk Savelberg) เชฟชื่อดังชาวฮอลแลนด์มาเปิดที่โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ปี 2014 ฉันตั้งคำถามว่า ‘เหตุใดเขาจึงตัดสินใจปิดกิจการร้านอาหาร 1 ดาวมิชลินสตาร์ที่บ้านเกิดแล้วย้ายทุกอย่างมาเริ่มใหม่ที่กรุงเทพฯ’

 

เฮงค์ ซาเวลเบิร์ก หาใช่เชฟเอ็กซ์แพตต่างชาติที่ย้ายสำมะโนครัวมาอยู่มาทำงานในไทยเท่านั้น เขาขึ้นชื่อว่าเป็นเฮดเชฟชาวดัตช์เพียงคนเดียวที่พาร้านอาหารทั้ง 5 แห่งไปคว้าดาวมิชลินมาได้สำเร็จตั้งแต่ปี 1997 จากประสบการณ์กว่า 20 ปี และยังเป็นผู้ก่อตั้งสมาคมอาหารและการครัวที่รู้จักในแวดวงอาหารของเนเธอร์แลนด์อย่าง เลส์ปาตรอง กูซินีเยร์ส (Les Patrons Cuisiniers) แต่เขาย้ายทุกอย่างนับตั้งแต่ถ้วยชามช้อนส้อมในร้านมาปักหลักตั้งต้นใหม่ในกรุงเทพฯ เพราะอะไร?

 

“เม็ดเงินอยู่ในเอเชีย” เฮงค์ในวัย 65 ปีตอบกับฉันตรงๆ เมื่อตอนเปิดร้าน

 

เขาอาจคิดไม่ผิด เพราะ Savelberg ในกรุงเทพฯ ได้กลายเป็นอีกหนึ่งแห่งที่เชฟมือฉมังผู้นี้พาไปคว้าอีก 1 ดาวมิชลินได้สำเร็จจากการจัดทำคู่มือมิชลินไกด์ กรุงเทพฯ ปี 2018 ส่งผลให้ร้านกลายเป็นหนึ่งจุดหมายปลายทางของนักชิมทั่วโลก (อีกครั้ง)

 

แลร์รี คิงและภรรยา กับโธมัส เคลเลอร์ที่งานเปิดร้าน Bouchon ในปี 2009

 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2009 เหล่าชาวกรุงฝั่งลอสแอนเจลิสฮือฮากับการเปิดตัวของร้าน Bouchon ของเชฟโธมัส เคลเลอร์ (Thomas Keller) ในเบเวอร์ลี ฮิลส์ ที่มีดาวดังอย่าง เพียร์ซ บรอสแนน (Pierce Brosnan) ไปจน เจย์ เลโน (Jay Leno) ไปร่วมงาน และได้รับเกียรติจากนายกเทศมนตรีไปตัดริบบิ้น ถึงขนาดเว็บไซต์ Eater ของ LA เปรยว่าเป็นร้านที่จองโต๊ะยากมหาหิน และปาปารัซซียังสามารถดักเก็บภาพคนดังที่ทยอยเดินเข้าออกจากร้านได้ทุกวัน แต่ทุกวันนี้ Bouchon กลับร้างว่างเปล่า ร้านเพิ่งปิดตัวไปเมื่อเดือนธันวาคมปลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาสัญญาเช่าที่ ซึ่งแถลงการของเชฟโธมัส เคลเลอร์ระบุว่า “ด้วยหลายๆ ปัจจัยทำให้ร้านอาหารไม่สามารถทำกำไรได้อีกต่อไป”

 

แต่ปัญหาของเขาในฐานะเจ้าของร้านอาหารถึง 7 ดาวมิชลิน (Per Se 3 ดาว, The French Laundry 3 ดาว และ Bouchon 1 ดาว) กลับไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเหล่าเชฟและคนในวงการอาหาร เพราะช่วงปีที่ผ่านๆ มา เราได้เห็นการปิดตัวร้านอาหารมากมาย โดยเฉพาะของเหล่าเซเลบริตี้เชฟระดับท็อป บางปัญหาอยู่ที่ค่าเช่าที่ที่ดีดตัวสูงขึ้น ธุรกิจที่โตเร็วเกินไป จนพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของเหล่าคนกินที่หันไปหารสบ้านๆ ที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งเชฟขึ้นชื่อในครัวกันมากขึ้น

 

จะว่าไปก็ไม่ต่างจากศิลปะแขนงอื่นที่รสนิยมและความชอบของคนนั้นเปลี่ยนไปตามเวลา

 

กอร์ดอน แรมซีย์ที่งานเปิดร้าน Maze ในปี 2009

 

ร้านอาหารของเชฟระดับยูนิคอร์นที่ปิดตัวไปแล้วมีตั้งแต่ Emeril’s Orlando ของเชฟเอเมอริล ลากาส (Emeril Lagasse) ในออร์แลนโด ฟลอริดาที่ปิดตัวหลังเปิดบริการมาถึง 19 ปี ขณะที่ Maze ของกอร์ดอน แรมซีย์ (Gordon Ramsay) ในลอนดอนกำลังปิดตัวลงในเดือนมกราคม 2019 หลังจากเปิดมา 14 ปี โดยก่อนหน้านั้นมีรายงานว่าเขาขาดทุนถึง 3.8 ล้านปอนด์ โดยร้านจะกลับมาพร้อมกับคอนเซปต์ใหม่ เช่นเดียวกับ Bread Street Kitchen & Bar ในฮ่องกงที่หนังสือพิมพ์ South China Morning รายงานว่า เตรียมปิดตัวและปรับโฉมใหม่ในเดือนสิงหาคมปี 2019 ส่วน DBGB ของแดเนียล บูลูด (Daniel Boulud) ในนิวยอร์กที่เปิดมา 8 ปีก็กำลังปิดตัวลงเช่นกัน The New York Times รายงานว่า โฆษกของเชฟแดเนียล บูลูดเผยว่า การปิดตัวของร้านที่โลเวอร์อีสต์ไซด์นั้นเนื่องจาก “พื้นที่บริเวณละแวกเติบโตไม่ทันเท่าที่คาดการณ์ไว้”

 

นอกเหนือจากเชฟระดับแถวหน้าข้างต้นและเชฟมือฉมัง เช่น เฮงค์ ซาเวลเบิร์ก แล้ว เชฟชื่อก้องโลกอย่าง เจมี โอลิเวอร์ (Jamie Oliver) เองก็ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ต่างกัน โดยหลังจากควักเงินในกระเป๋าถึง 3 ล้านปอนด์เพื่อยื้อธุรกิจ บริษัทก็ประกาศเตรียมยุบ Jamie’s Italian ถึง 12 สาขา จาก 37 ร้านทั่วสหราชอาณาจักรภายในปี 2018 เว็บไซต์ของ The Guardian ยังรายงานอีกว่า เมื่อดูจากเอกสารแล้ว เชนร้าน Jamie’s Italian นั้นมีหนี้สินถึง 71.5 ล้านปอนด์ (หรือราวๆ 3 พันล้านบาท) ทั้งยังมีลูกจ้างที่ไม่ได้รับค่าจ้างอีกด้วย แต่ทางโฆษกของเจมีเผยว่า เงินจำนวนนั้นถือเป็นเรื่องปกติในแง่ธุรกิจ และลูกจ้างทุกคนได้รับค่าตอบแทน ทั้งยังเผยว่าเขากำลังเปิดอีก 10 สาขาใหม่ “และกำลังมองหาช่องทางใหม่ๆ ในต่างแดน”

 

นั่นอาจเป็นเหตุผลหลักเดียวกับเฮงค์ ที่เขาตัดสินใจผุด Jamie’s Italian ขึ้นที่กรุงเทพฯ บ้านเราเมื่อปี 2017 นี่เอง

 

Jamie’s Italian เสิร์ฟอาหารอิตาเลียนกินง่ายตามสไตล์เจมี โอลิเวอร์

 

ถึงกระนั้นก็เป็นเรื่องยากที่ดาราดังในวงการอาหารจะรักษามาตรฐานของตนเมื่อมีร้านอาหารจำนวนมหาศาลในมือ เพราะเมื่อถึงจุดหนึ่งอาจว่าจ้างเชฟผิดคน หรือตัวเชฟเจ้าของแบรนด์ไม่มีเวลาไปช่วยสอนงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแขกที่ไปจ่ายเงินเพื่อได้สัมผัสความเป็นเชฟสุดฮอตคนดังแบบตัวเป็นๆ แล้วพวกเขาไม่ได้รับสิ่งนั้น ทั้งโอกาสก็ยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ เมื่ออาณาจักรอาหารของพ่อครัวชื่อก้องขยายไปรอบโลก ทำให้แขกที่ไปเริ่มลดลง

 

“การได้เห็นเชฟที่พวกเขาจองคิวนับเดือนมาเพื่อลิ้มลองฝีมืออยู่ในครัวมอบความอุ่นใจให้กับแขกที่มา ดังนั้นผมจะโพสต์รูปลงโซเชียลมีเดียว่าเดินทางอยู่ก็ต่อเมื่อผมกลับมาแล้วเท่านั้น” เชฟชาวดัตช์ โอโนะ ค็อกไมเยอร์ (Onno Kokmeijer) แห่งห้องอาหาร Ciel Bleu ร้านอาหาร 2 ดาวมิชลินในอัมสเตอร์ดัมเผยกับฉันเมื่อตอนเยือนกรุงเทพฯ

 

กาย เฟียรี กับรายการ Guy’s Grocery Games ช่อง Food Network

 

สำหรับดาวดังบนจอแก้วก็ไม่ต่างกันนัก แม้รายการโทรทัศน์จะสร้างชื่อให้กับเชฟมากมาย ครั้นอาจไม่ช่วยเสมอไปเมื่อมาถึงแง่ธุรกิจ ทอม โคลิกกิโอ (Tom Colicchio) ดาวดังจากรายการ Top Chef เพิ่งประกาศเลิกกิจการร้าน Craftbar ของเขาหลังจากเปิดมาถึง 15 ปี เนื่องจากเจ้าที่ขอขึ้นค่าเช่า 50 เปอร์เซ็นต์

เมื่อเดือนมกราคมปี 2018

 

ร้าน Bar Americain ในย่านมิดทาวน์ในนิวยอร์กของ บ็อบบี เฟลย์ (Bobby Flay) ดาราดังประจำช่อง Food Network เองก็เพิ่งประกาศปิดตัวหลังจากเปิดในปี 2005 ส่วนเพื่อนร่วมช่องอย่าง กาย เฟียรี (Guy Fieri) ก็โดนหางเลขไม่แพ้กันกับร้าน Guy’s American Kitchen & Bar ที่เปิดไปเมื่อปี 2012 ที่ไทม์สแควร์ และประกาศปิดในเดือนมกราคมเช่นกัน CNN รายงานว่า เพราะร้านถูกจวกยับจากบรรดานักวิจารณ์ ใน The New York Observer นักวิจารณ์ถึงกับเรียกอาหารของเขาว่า “ห่วยแตก” และ “ต่ำช้า” และ The New York Times ได้หยิบยกชื่อเมนูชวนฉงนจากร้าน อาทิ ‘Donkey Sauce’ ที่นักวิจารณ์อาหาร พีท เวลส์ (Pete Wells) ตั้งคำถามไว้ว่า “ส่วนไหนของลาที่เราควรจะนึกถึงกันแน่?” บทความนี้ถือเป็นหนึ่งในบทวิจารณ์อาหารที่เสียดแทงที่สุดที่เคยตีพิมพ์ใน The New York Times

 

บ็อบบี เฟลย์ ดาราดังประจำช่อง Food Network

 

ยุคหนึ่งเหล่าเชฟต่างตบเท้าพกเม็ดเงินไปลงทุนในดินแดนแสงสีที่ไม่เคยหยุดนิ่งอย่างลาสเวกัส และแม้ร้านขึ้นชื่อเหล่านั้นจะยังดำเนินกิจการ แต่ทิศทางของกระแสความต้องการด้านอาหารอาจค่อยๆ เปลี่ยนไป ตอนที่โรงแรม Cospololitan เปิดตัวในปี 2010 มีร้านอาหารฝีมือเชฟดังจากวอชิงตันด้วยกัน 3 ร้าน แต่ไม่เท่านั้น ทางโรงแรมยังเพิ่งเพิ่มร้านสไตล์ฟู้ดคอร์ตแบบอัพสเกลเข้าไปอีก 6 ร้าน อันได้แก่ร้านโดนัทและไก่ทอดเผ็ดสไตล์แนชวิลล์ ด้วยเหตุผลที่ว่า “แขกที่มาพักมองหาอาหารฟาสต์ฟู้ดที่กินได้เร็วในราคาระดับกลางเพิ่มขึ้น” และอาจเป็นเพราะร้านอาหารที่พึ่งเชฟชื่อก้องอาจไม่ได้ทำกำไรให้กับโรงแรมดังคาด ทั้งยังต้องควักเงินจ่ายค่าลิขสิทธิ์และค่าตัวเชฟมือดีในครัวจนอาจไม่เหลือกำไรด้วยซ้ำ

 

เมื่อเดือนพฤษภาคม Norwegian Bliss เรือเดินสมุทรลำใหม่เอี่ยมของเครือ Norwegian Cruise Line Holdings Ltd. ออกแล่นสู่มหาสมุทรโดยไม่เหลียวหลังรอร้านอาหารของเซเลบริตี้เชฟ แทนที่ด้วยร้านอาหารแบบบาร์บีคิวสโมกเฮาส์ ซึ่งนักวิจารณ์และเหล่าผู้รีวิวชมเปาะเป็นเสียงเดียวกันว่า ทำได้ดีในฐานะที่เป็นสโมกเฮาส์บนเรือ ซึ่งต้องระมัดระวังเรื่องการใช้ไฟอย่างมาก โดยก่อนหน้านั้นนิตยสาร Latitudes รายงานว่า บริษัทได้สวมคอนเวิร์สแยกทางหลังหมดสัญญากับ เจฟฟรีย์ ซาคาเรียน (Geoffrey Zakarian) เชฟกระทะเหล็กที่ร้าน Georgie ของเขาในเบเวอร์ลี ฮิลส์เองเพิ่งปิดตัวไปเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2018

 

แอนโทนี บัวร์เดนในยุครุ่งเรืองของ Les Halles

 

รวมถึงผู้ชนะเชฟกระทะเหล็กอย่าง โฮเซ การ์เซส (Jose Garces) ซึ่งเครือร้านของเขาเพิ่งยื่นล้มละลายไปในเดือนพฤษภาคม โดยในชั้นศาลนั้นโฮเซเผยว่า เขาขอยืมเงินจำนวน 5.5 ล้านเหรียญ (180 ล้านบาท) เพื่อใช้เปิดร้าน Amanda ในแบตเตอรี่ปาร์คซิตี้ในนิวยอร์ก “เราอยากมีส่วนแบ่งในตลาดนิวยอร์ก แต่ทุกอย่างเป็นความเสี่ยงได้ทั้งนั้น” เขาเผย เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด เมื่อไม่ทำกำไรบวกกับค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่สูงลิ่วจนทำให้บริษัททั้งเครือติดลบ โฮเซระบุอีกว่า เขาได้รวมบริษัทเข้ากับเครือกาแฟ PJ’s Coffee of New Orleans และเปิดเชนร้านเม็กซิกันแทงกาเรียภายใต้ชื่อ Buena Onda ที่เน้นกินดื่มแบบเร็วแทน

 

ความคาดหวังจากการลงทุนมหาศาลในย่านที่ค่าครองชีพสูงลิ่วเพื่อผลกำไรที่สูงตามไปด้วยนั้นเสี่ยงมาก และสิ่งนี้เองกระมังที่ทำให้ร้าน Bouchon ของโธมัส เคลเลอร์ต้องปิดฉากลง จากเอกสารที่ยื่นให้กับทางการ ร้านของเขาในเบเวอร์ลี ฮิลส์มี 2 ชั้น และมีพื้นที่กว้างถึง 12,000 ตารางฟุตทุกชั้น มีทั้งส่วนไวน์บาร์และเฉลียงด้านนอก จึงไม่น่าแปลกใจที่ค่าเช่าสูงชวนตาโตถึง 106,000 เหรียญ (เฉียด 3 ล้าน 5 แสนบาท) ต่อเดือน

 

Les Halles ที่ว่างเปล่า เหลือเพียงคำอำลาแด่เชฟผู้ล่วงลับ

 

ฟิลิปเป ลาโฮนี (Philippe Lajaunie) หุ้นส่วนหลักของร้าน Les Halles บนถนนจอห์น สตรีท ในนิวยอร์ก ร้านที่กลายเป็นตำนานจากเชฟแอนโทนี บัวร์เดน (Anthony Bourdain) ผู้เคยเป็นเอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟ เผยกับ Bloomberg ว่า แม้จะพึ่งใบบุญจากชื่อเสียงของเชฟดังค้ำฟ้ามากเพียงใด ก็ไม่สามารถต้านกระแสการกินดื่มที่เปลี่ยนไป รวมถึงคดีความต่างๆ ได้ โดยเมื่อปี 2015 รายได้ตลอดปีของร้านหดอยู่ที่ 5 ล้านเหรียญ (ราวๆ 163 ล้านบาท) จากพฤติกรรมของคนที่หันมาดื่มยามบ่ายแก่ๆ และคนรุ่นใหม่ที่เริ่มรับประทานอาหารตอน 5 ทุ่ม และใน 3 เดือนแรกของปี 2017 ร้านสูญเสียเงินถึง 80,000 เหรียญ (2 ล้าน 6 แสนบาท) จากยอดขายทั้งหมด 387,000 เหรียญ (12 ล้าน 6 แสนบาท) ส่งผลให้ต้องปิดร้านอันลือชื่อลงในปี 2017

 

คำที่ว่า ‘เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว’ คงเป็นจริง เพราะกระแส #MeToo ยังส่งผลมาถึงวงการอาหาร ทั้ง จอห์น เบช (John Besh) ที่ลดบทบาทลงจากเครือร้านของเขา รวมถึง มาริโอ บาทาลี (Mario Batali) ที่หลังจากถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศ กลุ่มบริษัท Las Vegas Sands Corp. ก็ปิดร้านอาหารของเขาถึง 4 ร้านในเวกัสและสิงคโปร์ในปี 2017

 

ถึงแม้รายการแข่งขันทำอาหารในไทยนั้นยังคงเฟื่องฟู แต่ตัวเลขจาก Nielsen ประมาณการดิ่งลงอย่างต่อเนื่องของยอดผู้ชมช่อง Food Network ซีซันนี้ในสหรัฐฯ ว่าอยู่ที่ 4.7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับยอดผู้ชมรายการต่างๆ ของเคเบิลทีวีที่ลดลง และปีนี้เองช่อง ABC ยังยกเลิกรายการ The Chew ของไมเคิล ไซมอน (Michael Symon) และมาริโอ บาทาลีอีกด้วย

 

ดาเนียล ดีเลนีย์ กับเนื้อบริสเกตที่ไปได้สวย

 

ขณะที่ประกายเด่นของดาราโทรทัศน์ค่อยๆ ริบหรี่ลง เชฟจากนิวยอร์ก แอนดริว คาร์เมลลินี (Andrew Carmellini) กลับโดดเด่นแซงหน้าเชนร้านแบรนด์ดังจากร้านอาหารที่สร้างชื่อยิ่งกว่าตัวของเขาเอง ร้าน The Dutch, Bar Primi และ Locanda Verde เป็นที่รู้จักในหมู่นักกินเสียจนคุณอาจไม่รู้และไม่แคร์ด้วยซ้ำว่า ‘ใคร’ เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ต่างจากเพื่อนคนครัวอย่าง ทอม โคลิกกิโอ หรือ มาริโอ บาทาลี ที่สร้างชื่อเสียงจากการปรากฏตัวทางจอแก้วก่อนเปิดร้านอาหาร แอนดริวสามารถผลักดันให้ร้านของเขาเป็นร้านโปรดในใจเหล่านักกินในตลาดมหาหินของนิวยอร์กได้ท่ามกลางร้านพ่วงชื่อเชฟดังระดับโลก การันตีด้วยร้าน Locanda Verde ที่เข้าชิงรางวัล James Beard Award ในฐานะร้านอาหารหน้าใหม่ยอดเยี่ยมในปี 2010 และไม่ใช่เพราะเป็นร้านหรูไฟน์ไดนิ่งราคาแพง แต่จากการเสิร์ฟอาหารอิตาเลียนง่ายๆ ในบรรยากาศสบายๆ เข้าใจง่าย

 

ถ้ามองในแง่ของเสน่ห์จับกล้องหรือการขายแบรนด์ความเป็นตัวเอง ชื่อของแอนดริวคงไม่ติดฝุ่นถ้าเทียบกับเชฟระดับเซเลบอย่างเจมี โอลิเวอร์, กอร์ดอน แรมซีย์ หรือเดวิด ชาง (David Chang) แต่ตัวร้านกลับสร้างชื่อด้วยตัวเองได้ดีกว่าใคร หรือเรียกง่ายๆ ว่าเขาทำในสิ่งที่เชฟในนิวยอร์กเคยทำและประสบความสำเร็จในยุคก่อนหน้า ก่อนที่เชฟจะผันตัวประหนึ่งร็อกสตาร์

 

 

ข้ามไปอีกฝั่งในบรูกลิน คนบ้าอาหารอย่าง แดเนียล ดีเลนีย์ (Daniel Delaney) จับทิศทางที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปของการกินอาหารได้อย่างน่าจับตามอง หลังจากถ่ายทำเรื่องราวของอาหารริมทางกับกลุ่มเพื่อนด้วยเครื่องมือก๊อกแก๊กที่หาได้ เขาก็ติดใจในรสชาติของบาร์บีคิวเนื้อบริสเกต (เสือร้องไห้) จนกลับมาสร้างเครื่องรมควันเล็กๆ ตรงระเบียงบ้านของเขาในบรูกลิน และทำบาร์บีคิวบริสเกตสไตล์เท็กซัส จนเกิดเป็น Brisketlab ป๊อปอัพที่มีผู้ตามมาชิมจากทั่วประเทศจำนวนมาก จนตั้งร้านเล็กๆ ในวิลเลียมส์เบิร์กและขายบริสเกตได้เป็นพันๆ ปอนด์ ตัวของแดเนียลระบุว่า เขายังต้องพัฒนาฝีมืออีกไกล แต่ พีท เวลส์ จาก The New York Times ให้ไฟเขียว และเรียกหนุ่มบริสเกตว่า “เป็นชายที่คลั่งการปิ้งบาร์บีคิวที่สุดในนิวยอร์ก”

 

‘เชฟ’ อย่างแดเนียล ดีลานีย์ รวมถึงเหล่าบรรดาฟู้ดทรักนี่เองที่เปิดฝาครอบจานอาหารแบบดั้งเดิมให้แทนที่ด้วยความสร้างสรรค์ที่ไม่จำต้องมีกรอบเกณฑ์ ทั้งการปรุงอาหารสไตล์บ้านๆ ริมทาง แบบดิบๆ ที่พวกเขาหยิบมาปรุงแต่งอย่างไม่มีเก้อเขิน พวกเขาสร้างบรรทัดฐานแนวใหม่ให้กับวงการอาหารที่ผู้คนหันมาหลงรัก

 

แม้ชื่อเสียงของเชฟจะดังเสียดฟ้าแค่ไหน แต่เรื่องราวความน่าประทับใจที่ทำให้กลายมาเป็น ‘ร้านอาหาร’ ได้สักร้านกลับสามารถขายตัวเองและสร้างมูลค่าได้ไม่น้อย

 

ท้ายสุดธุรกิจอาหารที่ห้อยนามสกุลด้วยชื่อคนดังอาจเป็นสูตรความสำเร็จของร้านในอดีตที่ต้องปัดฝุ่น และอาจกลายเป็นดาบสองคมไปเสียแล้วก็ได้

 

อ่านเรื่องบทเรียนชีวิตที่อยู่นอกชั้นเรียนผ่านมุมมองของ แอนโทนี บัวร์เดน ได้ที่นี่

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post หรือยุคทองของเซเลบริตี้เชฟจะมาถึงจุดจบ? appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/celebrity-chef/feed/ 0
50+ ยังฮอต นักแสดงชายฮอลลีวูดที่ ‘เวลา’ ทำอะไรพวกเขาไม่ได้! https://thestandard.co/hollywood-actors-over-50-who-still-keep-getting-better-with-age/ https://thestandard.co/hollywood-actors-over-50-who-still-keep-getting-better-with-age/#respond Fri, 08 Dec 2017 08:52:56 +0000 https://thestandard.co/?p=53834

    วงการฮอลลีวูดทุกวันนี้มีดาราเดินเข้าออกกั […]

The post 50+ ยังฮอต นักแสดงชายฮอลลีวูดที่ ‘เวลา’ ทำอะไรพวกเขาไม่ได้! appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

 

วงการฮอลลีวูดทุกวันนี้มีดาราเดินเข้าออกกันมากมาย นักแสดงรุ่นใหม่ต่างแสดงพลังฟาดฟันกันทั้งบทบาทในจอจนไปถึงงานพรมแดง แต่จะมีรุ่นเก๋าสักกี่คนที่ทานทนต่อเด็กรุ่นใหม่พวกนี้ได้ ถ้าไม่ใช่เหล่านักแสดงชายสุดฮอตตลอดกาลต่อไปนี้ ทั้งหน้าตาที่ทรงเสน่ห์ ประกอบกับความสามารถและบทบาทที่ผ่านมา พวกเขายังเป็นที่รักและไม่เคยลืมของแฟนๆ


วันนี้ THE STANDARD จึงขอนำเอาผลงานและคาแรกเตอร์ของ 5 นักแสดงที่ถึงตอนนี้อายุ 50+ แล้ว แต่ยังคงฮอตต่อเนื่อง ทั้งยังฮอตได้มากกว่าเดิมอย่างไม่เสื่อมคลาย

 


George Clooney (Age: 56)

ยังจำได้ไหมว่านักแสดงรุ่นเก๋าอย่าง จอร์จ คลูนีย์ เคยรับบทเป็นแบทแมนในภาพยนตร์ Batman & Robin (1997) และเขายังคงเป็นแบทแมนในใจเราเสมอมา ด้วยเสียงทุ้มที่สุขุมนุ่มลึก การวางมาดเก๊กๆ จนเป็นคาแรกเตอร์ที่น่าจดจำ จนมาถึงหนังดังอีกเรื่องที่มีคาแรกเตอร์เท่แถมฉลาดใน Ocean’s Eleven (2001) หัวหน้าแก๊งอาชญากรรมอันโด่งดังกับความอัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบได้ แต่เมื่อไรที่เขาหลุดออกจากบทบาทการแสดง จอร์จจะกลายเป็นผู้ชายสูงวัยใจอบอุ่นที่มีรอยยิ้มกินใจมอบให้เราเสมอ


ก่อนหน้านี้จอร์จเคยประกาศว่าจะไม่แต่งงานอีก หลังจากหย่ากับภรรยาเก่า ทาเลีย บัลแซม จากนั้นเขาก็เดตกับผู้หญิงมามากมายในวงการ ใครๆ ก็อยากได้เป็นสามี แต่สุดท้ายชายผู้ที่ไม่เชื่อในความรักก็ได้ตกลงปลงใจกับทนายสาวพราวเสน่ห์ อามาล อลามุดดิน อยากรู้เลยว่าทนายสาวชาวอังกฤษคนนี้ใช้อะไรว่าความให้จอร์จกลับใจมาเชื่อในความรักและยอมแต่งงานอีกครั้ง


ลักกี้อินเลิฟไปแล้ว เรื่องการทำงานเพื่อสังคมก็เป็นที่รู้กันดีว่าจอร์จมีส่วนสำคัญกับองค์กรสิทธิมนุษยชน Not on Our Watch ที่ร่วมกับเพื่อนในวงการสร้างขึ้น ทั้งยังมีส่วนร่วมในการจัดงาน Hope for Haiti Now เพื่อหาเงินบริจาคให้ผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เฮติในปี 2010, เป็นผู้ส่งสารแห่งสันติภาพให้กับสหประชาชาติระหว่างปี 2008-2014 นอกจากนี้ยังร่วมบริจาคเงินและลงแรงไปกับองค์กรการกุศลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น The Running Heart Foundation, ONE Campaign, United Way


ในช่วงหลัง จอร์จหันมาทำงานเบื้องหลังเป็นส่วนใหญ่ ทั้งงานผู้กำกับ ผู้อำนวยการสร้าง รวมถึงธุรกิจเหล้าเตกีลา Casamigos ที่มีข่าวว่าเขาขายให้กับบริษัท Diageo ไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาในราคาสูงถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

 

 

Keanu Reeves (Age: 53)

คีอานู รีฟส์ มาพร้อมหน้าตาที่หล่อเหลาและยังมีจิตใจที่หล่อสะอาดมากเช่นกัน ในโลกของความเป็นจริง เขาคือผู้ชายน่าสงสารที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคมาตลอด ทั้งเรื่องพ่อที่ติดคุกเพราะค้ายา น้องสาวที่ป่วยเป็นลูคีเมีย รวมถึงแฟนสาวที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ แต่เขายังเลือกที่จะเดินหน้าต่อด้วยวิถีชีวิตที่เรียบง่ายเหมือนคนธรรมดาทั่วไป ขึ้นซับเวย์ ใช้ชีวิตในอพาร์ตเมนต์ ไม่ใช่บ้านหลังใหญ่โต ทั้งยังช่วยเหลือองค์กรการกุศลด้านโรคมะเร็ง ศูนย์วิจัย และโรงพยาบาลหลายแห่ง

 

คีอานู รีฟส์ เริ่มต้นงานแสดงโดยเป็นตัวประกอบในหลายๆ เรื่อง เพราะพ่อเลี้ยงของเขาทำงานในแวดวงโทรทัศน์ ก่อนจะมีผลงานภาพยนตร์ครั้งแรกในปี 1986 เรื่อง Youngblood และมีผลงานภาพยนตร์อื่นๆ ตามมาอย่างเรื่อง Point Break (1991), My Own Private Idaho (1991) จนมาถึงหนังที่ทำให้ทั้งโลกรู้จักเขาก็เรื่อง Speed (1994) ที่รับบทคู่กับซานดร้า บูลล็อก และที่กลายเป็นภาพจำตลอดกาลจากการรับบทในภาพยนตร์ภาคต่อ The Matrix

 

หลากหลายบทบาทในการแสดง เขาคงสไตล์ความขรึม นิ่งเงียบ น้อยครั้งที่เราจะได้เห็นบทบาทสนุกสนานร่าเริง แต่นี่กลับเป็นเสน่ห์อีกอย่างที่ทำให้เขาดูลึกลับและน่าค้นหา คีอานู รีฟส์ ไม่ได้ชอบที่จะออกสื่อหรือสร้างกระแสบ่อยๆ แต่ทุกครั้งที่เขาได้แสดงตัวต่อสื่อ ทุกสายตาก็จะจับจ้องและต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวว่าเขาคือนักแสดงฮอลลีวูดที่นิสัยดีที่สุดคนหนึ่ง และยังดูดีเหมือนเดิม

 

 

Richard Gere (Age: 68)

แทบไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าในปีนี้นักแสดงชาวอเมริกันอย่าง ริชาร์ด เกียร์ จะมีอายุ 68 ปีแล้ว เพราะเขายังคงมาพร้อมรอยยิ้มตาหยีที่ทำให้แฟนหลายๆ คนต้องใจละลาย


บทบาทของริชาร์ดที่ดูมีเสน่ห์และเป็นภาพจำสุดๆ เห็นจะเป็นเรื่อง Pretty Woman (1990) ที่เคยทำเอาสาวๆ หลายคนต่างระทวยไปตามๆ กัน ด้วยบทบาทของเศรษฐีหนุ่ม ‘เอ็ดเวิร์ด ลูอิส’ ความสุภาพ อ่อนหวาน และจริงใจของเขาในเรื่องถอดแบบมาจากผู้ชายพิมพ์นิยมที่ส่งให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์คลาสสิกตลอดกาล ส่วนผลงานภาพจำอีกเรื่องหนึ่งก็คือหนังเพลง Chicago (2002) ซึ่งเป็นทางถนัดของริชาร์ด เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยเล่นละครเวทีจนได้รับรางวัลมามากมาย


เวลานี้ในโลกของความเป็นจริง ริชาร์ดก็ยังคงอบอุ่นและเป็นผู้ใหญ่ใจดี นอกจากงานในวงการบันเทิง เขายังทำงานเพื่อสังคม อย่างเช่น การก่อตั้ง Tibet House องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในการช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรมทิเบต ทั้งยังเป็นผู้สนับสนุน Survival International องค์กรในการช่วยเหลือคนพื้นถิ่นในดินแดนต่างๆ เพื่อให้ได้รับสิทธิอันเท่าเทียม ทั้งที่ลุ่มน้ำแอมะซอน แอฟริกาตะวันออก อาร์เจนตินา และอื่นๆ


นอกจากนี้ริชาร์ดยังนับถือศาสนาพุทธมาตั้งแต่อายุ 20 กว่าๆ ทั้งยังสนใจในนิกายเซนและศึกษาอย่างลึกซึ้ง ในปี 1978 เขาเดินทางไปเนปาลเพื่อพบกับพระทิเบตและลามะจำนวนมาก ทั้งยังได้พบกับทะไลลามะองค์ที่ 14 ที่อินเดีย ซึ่งทำให้เขาศึกษาลงลึกในเรื่องพุทธศาสนาแบบทิเบต (นิกายวัชรยาน) และกลายเป็นผู้สนับสนุนองค์กรต่างๆ เพื่อพุทธศาสนาและชาวทิเบต

 

 

Brad Pitt (Age: 53)

ใครจะรู้ว่า แบรด พิตต์ ผู้ชายหล่อคูลคนนี้จะเคยรับจ้างขับรถลีมูซีนและเป็นมาสคอตหน้าร้านไก่ทอดก่อนที่จะได้เข้ามาเดินบนเส้นทางฮอลลีวูด แบรดเป็นดาราฮอลลีวูดที่รักภาพยนตร์มาตั้งแต่เด็ก เขาเลือกเข้าเรียนด้านโฆษณาที่มหาวิทยาลัยมิสซูรี แต่ในช่วงสองสัปดาห์ก่อนเรียนจบ เขากลับตัดสินใจย้ายไปลอสแอนเจลิสเพื่อตามหาความฝัน

และหลังจากปรากฏตัวบทจอภาพยนตร์ครั้งแรกในบทบาทคาวบอยหนุ่มจากเรื่อง Thelma & Louise (1991) ของผู้กำกับ ริดลีย์ สก็อต ทั้งโลกก็ได้ทำความรู้จักแบรดอย่างเป็นทางการ โดยในยุค 90s จะเรียกว่าเป็นยุคทองของเขาก็ไม่ผิด แบรดเริ่มไต่บันไดความดังขึ้นมาเรื่อยๆ จากหนังเรื่องแรกไปสู่ Interview with the Vampire (1994) ที่ประกบคู่กับทอม ครูซ Legends of the Fall (1994), Seven (1995) และ Fight Club (1999) ที่ทำให้เขาขึ้นแท่นเป็นนักแสดงอันดับต้นๆ ของวงการ แบรดทุ่มแรงทุ่มกายทำทุกอย่างเพื่อให้บทบาทที่เขาแสดงออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ว่าจะล้มลุกคลุกคลานแค่ไหนก็ไม่เคยหวั่น

 

จนถึงทุกวันนี้ ฟ้าฝนหรือบทบาทไหนก็ไม่ได้ทำให้เขาฮอตน้อยลงไปเลย แถมนับวันยังดูดีและมีเสน่ห์เพิ่มขึ้นด้วยสไตล์การแต่งตัวที่ดูกระชากวัยนิดๆ ติดเทรนด์หน่อยๆ เปลี่ยนลุคไปได้ตลอดเวลา ตั้งแต่ลุคผมสั้นคลีนๆ มาเป็นไว้หนวดเครา จนถึงลุคเซอร์ผมยาว จึงทำให้ได้รับตำแหน่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ของแบรนด์แฟชั่น ไม่ว่าจะ Chanel หรือ Tag Heuer เรียกได้ว่าหล่ออมตะเสียจริงๆ

 

ส่วนในชีวิตจริง ด้วยรูปร่างหน้าตา คาแรกเตอร์ที่ชัด เขาจึงครองใจดาราสาวตัวท็อปหลายคนในวงการฮอลลีวูด ไม่ว่าจะเป็นกวินเน็ธ พัลโทรว์, เจนนิเฟอร์ อนิสตัน หรือแม้แต่แอนเจลินา โจลี ภรรยาคนสำคัญในชีวิตที่ถึงแม้จะหย่าร้างกันไปแล้ว แต่แฟนๆ ทั่วโลกต่างหวังว่าจะได้ยินข่าวดีจากทั้งคู่อีกครั้ง

 

 

Pierce Brosnan (Age: 64)

ในยุค 90s ใครๆ ก็ต้องรู้จัก เพียร์ซ บรอสแนน ในฐานะเจมส์ บอนด์ เพราะเขาคือหนึ่งในนักแสดงที่ได้รับเลือกให้เล่นเป็นสายลับเจ้าเสน่ห์ โดย อัลเบิร์ต อาร์. บรอกโคลี ผู้กำกับ เคยบอกกับเพียร์ซตอนที่เจอกันครั้งแรกว่า เขาควรได้รับบทนี้ เพราะมีสรีระที่ถูกต้องทุกอย่างกับการเป็นเจมส์ บอนด์ และนั่นทำให้เขาได้รับเลือกให้เป็นสายลับบอนด์ถึง 4 ภาค (GoldenEye ปี 1995, Tomorrow Never Dies ปี 1997, The World is Not Enough ปี 1999 และ Die Another Day ปี 2002) แต่หลังจากที่หมดยุคเจมส์ บอนด์ เพียร์ซก็ไม่ได้แซ่บน้อยลงเลย เขาเลือกรับงานที่อยู่ในขั้วตรงข้ามและแสดงให้เห็นเสน่ห์อีกมุมของเขาอย่างหนัง Mamma Mia! (2008), The Ghost Writer (2010), A Long Way Down (2014) รวมถึง Mamma Mia! Here We Go Again ที่จะเข้าฉายปีหน้าในวาระครบรอบ 10 ปีหนัง Mamma Mia!  


นอกจากผลงานบนจอภาพยนตร์และในงานพรมแดงทุกครั้ง เพียร์ซยังคงคาแรกเตอร์เท่และสุขุมอยู่ตลอด ส่วนงานเพื่อสังคม เพียร์ซทำงานเพื่อส่วนรวมหลากหลายจนได้รับตำแหน่งทูตของ UNICEF Ireland ตั้งแต่ปี 2001 และในปี 2003 นักแสดงเชื้อสายไอริชก็ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Officer of the Most Excellent Order of the British Empire จากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เนื่องจากผลงานที่เขาทำให้กับวงการภาพยนตร์อังกฤษ


เพียร์ซเป็นคนที่มีฝีมือในการวาดภาพด้วย เขาใช้การวาดภาพเพื่อบำบัดจิตใจและหารายได้ในการสนับสนุนองค์กรการกุศลต่างๆ ในปี 2007 เขายังได้บริจาคเงิน 100,000 เหรียญสหรัฐ เพื่อสร้างสนามเด็กเล่นบนเกาะคาไว ฮาวาย ซึ่งนับเป็นบ้านหลังที่สองของเขานอกจากที่ลอสแอนเจลิส


ถึงแม้จะเป็นคุณพ่อของลูกๆ 5 คน หลาน 3 คน แต่ด้วยสไตล์สุดเท่ ดวงตาสีฟ้าที่มีเสน่ห์ เพียร์ซ บรอสแนน ยังคงเป็นผู้ชายที่ดูดีอยู่เสมอ ไม่ว่าจะพ่วงมาด้วยอายุหลักไหนก็ตาม

 

PHOTO: ShutterStock / www.imdb.com

The post 50+ ยังฮอต นักแสดงชายฮอลลีวูดที่ ‘เวลา’ ทำอะไรพวกเขาไม่ได้! appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/hollywood-actors-over-50-who-still-keep-getting-better-with-age/feed/ 0