phuket Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/phuket/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 06 Apr 2026 10:36:33 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ทำไม ‘อินเดีย’ คือจิ๊กซอว์ตัวสำคัญ พลิกเกมท่องเที่ยวไทยยุคใหม่ ‘Healing is the New Luxury’ ในวันที่โลกที่ไม่แน่นอน https://thestandard.co/india-thailand-tourism-wellness/ Mon, 06 Apr 2026 09:36:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1195179 ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับบทบาทสำคัญของอินเดียในการพลิกเกมท่องเที่ยวไทยยุคใหม่ เน้น Wellness และ New Luxury

“ถ้าพูดถึงภาพรวมของ ตลาดนักท่องเที่ยวอินเดีย ต้องบอกว่า […]

The post ทำไม ‘อินเดีย’ คือจิ๊กซอว์ตัวสำคัญ พลิกเกมท่องเที่ยวไทยยุคใหม่ ‘Healing is the New Luxury’ ในวันที่โลกที่ไม่แน่นอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับบทบาทสำคัญของอินเดียในการพลิกเกมท่องเที่ยวไทยยุคใหม่ เน้น Wellness และ New Luxury

“ถ้าพูดถึงภาพรวมของ ตลาดนักท่องเที่ยวอินเดีย ต้องบอกว่า ไม่ใช่ตลาดใหม่เสียทีเดียว แต่นาที กำลังเป็นตลาดใหญ่ที่สำคัญ ที่มีแนวโน้มเติบโตได้อีกมหาศาล ซึ่งไทยเองก็ต้องเร่งคว้าโอกาสไว้”

 

ประเด็นสำคัญ

 

 
 

 
ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับบทบาทสำคัญของอินเดียในการพลิกเกมท่องเที่ยวไทยยุคใหม่ เน้น Wellness และ New Luxury 1
 

ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวเกริ่นนำก่อนให้สัมภาษณ์พิเศษกับ ‘THE STANDARD WEALTH’ ระหว่างเยี่ยมชม งาน South Asia Travel and Tourism Exchange (SATTE) 2026 งานส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยวใหญ่ ณ Yashobhoomi Convention Centre กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย

 

“ท่ามกลางความท้าทายหลายปัจจัย การเร่งมองหา ‘ตลาดใหม่’ ที่มีศักยภาพสูง จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่กลายเป็น ‘กลยุทธ์สำคัญ’ ของการท่องเที่ยวไทยในวันนี้” ภัทรอนงค์ กล่าว

 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เลือก ‘อินเดีย’ เป็นหนึ่งในคำตอบนั้น พร้อมยกทัพผู้ประกอบการไทยถึง 53 ราย บุกเวทีระดับนานาชาติที่งาน SATTE 2026 ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี มายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ โดย ปีนี้ชู ‘Wellness’ เจาะกลุ่ม ‘นักท่องเที่ยวคุณภาพ’ ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แคมเปญ ‘Unforgettable Experience : Healing is the New Luxury’ ที่มุ่งส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็น ’จุดหมายปลายทางแห่งการฟื้นฟูกายใจ’

 

นิยามการเที่ยวยุคใหม่ ไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย แต่คือการได้ ‘ฟื้นฟูและเยียวยา’ กายและใจ การแสวงหาความสมดุล ผ่านประสบการณ์ที่มีความหมาย

 

 
ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับบทบาทสำคัญของอินเดียในการพลิกเกมท่องเที่ยวไทยยุคใหม่ เน้น Wellness และ New Luxury 2
 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทำไมไทยแพ้เกมท่องเที่ยว จีน-เกาหลีใต้-รัสเซีย บินข้ามไทยไปเวียดนาม-ญี่ปุ่นแทน ทำไมไทยแพ้เกมท่องเที่ยว จีน-เกาหลีใต้-รัสเซีย บินข้ามไทยไปเวียดนาม-ญี่ปุ่นแทน
11 ก.ค. 2568 | 11:39
ถึงเวลาซ่อมเครื่องยนต์หลัก (ท่องเที่ยว) ‘เศรษฐกิจไทย’ การหายตัวไปของซิงซิงสะท้อนอะไร? ถึงเวลาซ่อมเครื่องยนต์หลัก (ท่องเที่ยว) ‘เศรษฐกิจไทย’ การหายตัวไปของซิงซิงสะท้อนอะไร?
16 ม.ค. 2568 | 9:09
ททท. รุกตลาดจีน ดึง Group Incentive Travel เตรียมจัดโครงการ ‘สวัสดี หนีห่าว’ ททท. รุกตลาดจีน ดึง Group Incentive Travel เตรียมจัดโครงการ ‘สวัสดี หนีห่าว’
18 พ.ค. 2568 | 15:29
Wellness ไทยโตแรง สร้างมูลค่าสูงล้านล้านต่อปี! แค่กระแสหรือโอกาสท่องเที่ยว Wellness ไทยโตแรง สร้างมูลค่าสูงล้านล้านต่อปี! แค่กระแสหรือโอกาสท่องเที่ยว
24 พ.ค. 2568 | 18:45

 

SATTE 2026 ไม่ใช่เพียงงานแสดงสินค้า แต่คือเวที B2B ระดับโลกที่สะท้อนพลังของตลาดอินเดียได้อย่างชัดเจน ด้วยจำนวนคูหากว่า 1,400 คูหา และผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 35,000 คน

 

ภาพที่ปรากฏจึงไม่ใช่แค่ความคึกคัก แต่คือสัญญาณของ ‘ตลาดขนาดใหญ่ที่ยังโตได้อีกมาก’

 

ในปีนี้ กลยุทธ์การทำตลาดของ ททท. ขยายกรอบกว้างขึ้นไปสู่กลุ่ม Leisure ครอบคลุมทั้งครอบครัว กลุ่มมิลเลนเนียล ผู้สูงวัยที่ยังกระปรี้กระเปร่า แอ็กทีฟ (Active Senior) และนักท่องเที่ยวหญิง ควบคู่ไปกับการเจาะกลุ่มศักยภาพที่มีกำลังซื้อสูง

 

ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับบทบาทสำคัญของอินเดียในการพลิกเกมท่องเที่ยวไทยยุคใหม่ เน้น Wellness และ New Luxury 3
 

ชาวอินเดียชื่นชอบจัดงานแต่งในไทย จ่ายหนัก 10-50 ล้านบาท ต่อคู่

 
 

ความน่าสนใจของกำลังซื้อชาวอินเดีย นอกจาก จะเป็น Health & Wellness, Incentive, Luxury, Golf และ Wedding & Celebrations ที่ไทยกำลังเจาะตลาด

 

ตลาด Wedding & Celebrations นั้นเติบโตมาก ซึ่ง ชาวอินเดียชื่นชอบเมืองไทย แต่ละปีมักบินไปจัดงาน ปิดโรงแรม เรียกได้ว่าขนกันไปทั้งครอบครัว ผลพลอยได้ที่ตามมาคืออุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องทั้งอาหาร อีเว้นต์ และภาคบริการ ก็มีรายได้ไม่น้อย และเดินทางมาได้ทุกช่วงซีซัน

 

ตามการรายงานที่ผ่านมา การจัดงานแต่งงาน ไทยสามารถ ‘ดึงดูดคู่แต่งงานชาวอินเดีย’ ได้ หากดูมูลค่าความคุ้มค่าของเงินที่จ่าย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เคยประเมินว่างบประมาณจัดงาน แต่งงานแบบอินเดียในไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 10-50 ล้านบาทต่อคู่ (ต่ำกว่าที่ใช้จัดในอินเดีย 2-3 เท่า) ทีเดียว

 

 
ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับบทบาทสำคัญของอินเดียในการพลิกเกมท่องเที่ยวไทยยุคใหม่ เน้น Wellness และ New Luxury 4

 

ในงานยังผนึกกำลังกับพันธมิตร บริษัทนำเที่ยวและสายการบิน ออกแบบแพ็กเกจเฉพาะกลุ่ม และจัดทำ ‘Special Promotion Scheme’ เพื่อกระตุ้นการเดินทางและยืดระยะเวลาพำนักให้ยาวนานขึ้น

 

เป้าหมายไม่ใช่ ‘เพิ่มจำนวน’ แต่คือการ ‘เพิ่มมูลค่า’ ในทุกการเดินทาง

 

ภายในพื้นที่ดังกล่าว ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์อย่างรอบด้าน ตั้งแต่การเจรจาธุรกิจ การนำเสนอสินค้าและบริการที่ได้รับรางวัล Thailand Tourism Awards ไปจนถึงกิจกรรมบำบัดผ่านประสาทสัมผัส เช่น น้ำมันนวดและสปาไทย

 

สะท้อนว่า รูปแบบการท่องเที่ยววันนี้กำลังจะเปลี่ยนไป ซึ่งตอกย้ำว่า “ความหรูหราในยุคใหม่ คือการได้ ‘เยียวยาตัวเอง’ ผ่านประสบการณ์ที่มีความหมาย และเป้าหมายคือไม่ใช่แค่การเพิ่ม ‘จำนวน’ แต่จะเน้น ‘คุณภาพ’ ของนักท่องเที่ยวอินเดีย” คู่ขนานกันไป

 

 
ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับบทบาทสำคัญของอินเดียในการพลิกเกมท่องเที่ยวไทยยุคใหม่ เน้น Wellness และ New Luxury 5
 

 

คูหาประเทศไทยยังเป็นพื้นที่เชื่อมต่อสำคัญระหว่างผู้ประกอบการอินเดียและผู้ประกอบการไทยทั้ง 53 ราย ซึ่งประกอบด้วยโรงแรมและที่พัก 21 ราย บริษัทนำเที่ยว 18 ราย แหล่งท่องเที่ยว 11 ราย และสายการบิน 3 แห่ง ได้แก่ ไทยแอร์เอเชีย ไทยเวียตเจ็ทแอร์ และไทยไลอ้อนแอร์

 

นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานเอกชนจากไทย อย่างสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย เข้าร่วมสร้างสีสันภายในงาน รวมถึงผู้ประกอบการท่องเที่ยวชาวอินเดีย

 

ต่างสะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่า ปีนี้ลูกค้าติดต่อเข้ามามากเป็นพิเศษ บางแหล่งท่องเที่ยวจำนวนโรงแรมไม่พอ ซึ่งเมื่อถามว่าชาวอินเดียชื่นชอบอะไรในไทย ก็แล้วแต่ความแตกต่างคัลเจอร์ชาวพื้นเมืองนั้นๆ เพราะอินเดียมีประชากรมาก หลากวัฒนธรรม

 

แต่โดยรวมชื่นชอบที่คนไทยมีมิตรไมตรี ยิ้มสวย ส่วนสถานที่ที่ชื่นชอบนอกจากจะเป็นทะเล ปัจจุบันชาวอินเดียก็ซื้อทริปแบบเที่ยวเหนือลงใต้ จากเชียงใหม่ ไปต่อที่ภูเก็ต กระบี่ หรือใต้ขึ้นเหนือ

 

‘All-Year Destination’ อ้าแขนรับนักท่องเที่ยวอินเดียตลอดทั้งปี

 

ด้วยแนวคิดที่ผสมผสาน Healing is the New Luxury นักท่องเที่ยวยุคใหม่ ที่เน้นเที่ยวแบบมีสตอรี่ เน้นประสบการณ์ แนวคิดดังกล่าวไม่ได้หยุดอยู่แค่การสื่อสาร จากนี้จะถูกต่อยอดไปสู่การนำเสนอ ‘ประสบการณ์’ ที่นักท่องเที่ยวอินเดียควรไปสัมผัส

 

ไม่ว่าจะเป็นย่านลิตเติ้ลอินเดีย ร้านอาหารมิชลินอย่าง Gaggan หรือเทศกาลสำคัญอย่างดิวาลีและโฮลี ที่สะท้อน ‘สายใยทางวัฒนธรรม’ ระหว่างสองประเทศเข้าด้วยกัน

 

 
ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับบทบาทสำคัญของอินเดียในการพลิกเกมท่องเที่ยวไทยยุคใหม่ เน้น Wellness และ New Luxury 6
 

ขณะเดียวกัน ยังเปิดมุมมองใหม่ของไทยผ่านแหล่ง ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และไลฟ์สไตล์ เช่น ย่านทรงวาด และ Em District สุขุมวิท ไปจนถึงจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพ

 

ทั้งศาสตร์อายุรเวท โปรแกรม Longevity และศูนย์ดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่

 

เมื่อผสานกับเทศกาลและอีเวนต์ตลอดทั้งปี จะยิ่งเป็นแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวอินเดียได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นสงกรานต์ ลอยกระทง ยี่เป็ง เทศกาลแห่ดาว MotoGP หรือวิจิตรเจ้าพระยา

 

รวมถึงเวทีระดับโลกอย่าง Tomorrowland 2026, Global Sustainable Tourism Conference 2026, InterPride Conference 2026, Global Wellness Summit 2026 และ IMF-World Bank Group Annual Meetings

 

 
ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับบทบาทสำคัญของอินเดียในการพลิกเกมท่องเที่ยวไทยยุคใหม่ เน้น Wellness และ New Luxury 7
 

ยอด นทท.อินเดียทุบนิวไฮ 2.49 ล้านคน เติบโตสูงถึง 16.8%

 

หากมองย้อนกลับไปก่อนโควิดในปี 2019 นักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าไทยราว 1.9 ล้านคน ก่อนจะฟื้นตัวและเพิ่มขึ้น 26% ในปี 2024 อยู่ที่ประมาณ 2.1 ล้านคน และในปี 2025 ทำสถิติสูงสุดที่ 2.49 ล้านคน เติบโต 16.8% สร้างรายได้เข้าประเทศเป็นอันดับ 3 กว่า 9.3 หมื่นล้านบาท

 

แรงหนุนสำคัญมาจากการเพิ่มเที่ยวบิน การยกเว้นวีซ่า และกำลังซื้อของชนชั้นกลางที่เติบโตต่อเนื่อง โดยในช่วงต้นปี 2026 (1 มกราคม- 23 กุมภาพันธ์) มีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าไทยแล้วกว่า 382,768 คน เพิ่มขึ้น 17%

 

แรงหนุนเศรษฐกิจอินเดียโต เพิ่มเที่ยวบิน วีซ่า และกำลังซื้อสูง

 

วันนี้ อินเดียจึงไม่ใช่แค่ตลาดใหญ่ แต่ยังเป็นตลาดที่กำลัง ‘ขยายตัว’ ไปยังเมืองรองอย่างปูเน่ อาห์เมดาบัด อัมริตสาร์ และลัคเนา

 

ขณะที่ Air Connectivity ระหว่างไทย-อินเดีย เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มีที่นั่งกว่า 3.8 ล้านที่นั่งต่อปี และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก 10%

 

ในอีกมิติหนึ่ง เศรษฐกิจอินเดียยังเติบโตท่ามกลางความผันผวนของโลก ประกอบกับโครงสร้างประชากรวัยทำงานจำนวนมาก ทำให้กำลังซื้อในอนาคตยังมีศักยภาพสูง

 

อินเดียคือ ‘ตลาดระยะยาว’ ที่ไทยไม่ควรมองข้าม ท่ามกลางวิกฤตตะวันออกกลาง

 

เมื่อสำรวจพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวอินเดียหลังโควิดก็เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ชาวอินเดียให้ความสำคัญกับ ‘ประสบการณ์ชีวิต’ มากขึ้น

 

นิยมเดินทางกับครอบครัว คู่รัก หรือกลุ่มเพื่อน และมองหาความหมายในการ เดินทางมากกว่าการสะสมทรัพย์สิน

 

ปัจจุบันมีผู้ถือพาสปอร์ตอินเดียราว 80-90 ล้านคน จากประชากรกว่า 1,400 ล้านคน และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เมื่อรัฐบาลสนับสนุนให้ประชาชนเข้า ถึงการเดินทางระหว่างประเทศได้ง่ายขึ้น

 

40% ‘กลับมาเที่ยวซ้ำ’ ไม่เที่ยวแค่กรุงเทพฯ-ภูเก็ต แต่มองหาเมืองใหม่ เชียงใหม่ เชียงราย

 

แม้จุดหมายปลายทางหลักยังคงเป็นกรุงเทพฯ ชลบุรี พัทยา ภูเก็ต และกระบี่ แต่แนวโน้มเริ่มเปลี่ยน เมื่อกลุ่ม ‘Repeat Visitors’ หันไปสำรวจเมืองใหม่อย่างเชียงใหม่ เชียงราย และกาญจนบุรี มากขึ้น

 

ปัจจุบันนักท่องเที่ยวอินเดียประมาณ 60% เป็น First Visit และ 40% เป็น Repeat Visitor ซึ่งสะท้อนโอกาสในการกระจายรายได้สู่เมืองรอง

 

 
ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับบทบาทสำคัญของอินเดียในการพลิกเกมท่องเที่ยวไทยยุคใหม่ เน้น Wellness และ New Luxury 8
 

 

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยเองก็เริ่มปรับตัว ไม่ว่าจะเป็นการมีเชฟชาวอินเดียในโรงแรม หรือการออกแบบบริการให้ตอบโจทย์วัฒนธรรม เพื่อสร้างความรู้สึก เหมือนอยู่บ้าน ดังนั้น รายละเอียดเล็ก ๆ คือกุญแจที่ทำให้ ‘นักท่องเที่ยวอยากกลับมาอีก’

 

ปัจจัยสำคัญอีกด้านคือ ‘ความเป็นมิตร’ ของคนไทย และแนวคิด Can-do Attitude ก็พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวไม่น้อย

 

งัดกลยุทธ์ ‘Market Balance’ เน้นมูลค่า มากกว่าปริมาณ กระจายรายได้สู่เมืองรอง

 

ในเชิงเศรษฐกิจ นักท่องเที่ยวอินเดียมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 38,000 บาทต่อทริป และพำนักเฉลี่ย 7 วัน ซึ่งสะท้อนศักยภาพในการสร้างรายได้

 

ภัทรอนงค์ กล่าวอีกว่า บทเรียนจากโควิดยังทำให้ไทยต้อง ‘กระจายความเสี่ยง’ ไม่พึ่งพาตลาดเดียวเหมือนอดีต เมื่อครั้งที่นักท่องเที่ยวจีนเคยมีสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 4 ของทั้งหมด

 

ดังนั้น กลยุทธ์ใหม่จึงเน้น ‘Market Balance’ ควบคู่กับการเพิ่มมูลค่า มากกว่าปริมาณ และการกระจายรายได้สู่เมืองรอง พร้อมบริหารฤดูกาลท่องเที่ยวให้เกิดความสมดุลตลอดทั้งปี

 

สำหรับอินเดียเอง มีจังหวะการเดินทางเฉพาะ เช่น เดือนธันวาคม และช่วงปิดภาคเรียนเดือนเมษายน-มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเดินทางออกต่างประเทศจำนวนมาก

 

การเข้าใจ ‘จังหวะ’ การเดินทาง คือหัวใจของการเจาะตลาดอินเดีย

 

ภัทรอนงค์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ปี 2569 ททท. ตั้งเป้ารายได้จากตลาดอินเดียที่ 97,860 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมตั้งเป้ารายได้ท่องเที่ยวรวม 3 ล้านล้านบาท และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 36.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11%

 

หากดูจากแผน ททท. ตลาดอินเดียยังเป็นหนึ่งใน ตลาดสำคัญที่ตั้งเป้า 2.5 ล้านคน ควบคู่กับนักท่องเที่ยวในประเทศ 210 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 4% ภายใต้กลยุทธ์ Amazing Thailand ยกกำลังสอง ที่เน้น ‘คิดเร็ว ทำเร็ว และขยายโอกาสเป็นสองเท่า’

 

ตลอดการเดินทางเพียงแค่เมืองหลวงกรุงนิวเดลี เห็นบรรยากาศชาวอินเดียจับจ่าย ใช้ชีวิต มีทั้งชุมชนย่านเก่า (Old Delhi) และโซนอินเดียยุคใหม่ (New Delhi)  เสียงแตรอันเป็นเอกลักษณ์ ผู้คนคึกคัก ซึ่งอินเดียนั้นกว้างใหญ่

 

 
ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับบทบาทสำคัญของอินเดียในการพลิกเกมท่องเที่ยวไทยยุคใหม่ เน้น Wellness และ New Luxury 9
 

ด้วยประเทศอินเดียเพราะเป็นตลาด ขนาดใหญ่ที่มีประชากรกว่า 1.4 พันล้านคน อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจ เติบโตสูงสุดในโลก อีกทั้งมีชนชั้นกลาง ที่กำลังซื้อสูงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ยังมีอีกหลายเมืองน่าค้นหา และไทยควรคว้าโอกาสใหม่

 

แม้ตัวเลข ณ วันนี้ ช่วงไตรมาส 1/69 (1 ม.ค.-1 มี.ค. 69) ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 9.31 ล้านคน ด้วยสถานการณ์ตะวันออกกลางอาจส่งผลกระทบไปบ้าง

 

ท้ายที่สุดแล้ว ในโลกที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การไม่พึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป

 

การเข้าใจ ‘จังหวะการเดินทาง’ และเลือก ‘ตลาดที่ใช่’ อาจเป็นคำตอบสำคัญ ของไทย ก็ว่าได้

 

สำหรับวันนี้…อินเดีย คือหนึ่งในคำตอบนั้น ที่ไทยกำลังเร่งต่อจิ๊กซอว์ให้สมบูรณ์ เพื่อผลักดันเครื่องยนต์เศรษฐกิจให้เติบโตตามเป้ายั่งยืน ระยะยาว

 

ภาพปก: ImagesofIndia / Shutterstock

The post ทำไม ‘อินเดีย’ คือจิ๊กซอว์ตัวสำคัญ พลิกเกมท่องเที่ยวไทยยุคใหม่ ‘Healing is the New Luxury’ ในวันที่โลกที่ไม่แน่นอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดีเดย์ 1 เม.ย. นี้ กรมพัฒน์ฯ ออกกฎใหม่จดทะเบียนบริษัทร่วมต่างชาติ บังคับผู้ถือหุ้นไทยทำหนังสือรับรองการลงทุนจริง สกัดขบวนการนอมินี https://thestandard.co/thai-nominee-company-registration-rules/ Tue, 24 Mar 2026 06:31:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1190624 ดีเดย์ 1 เม.ย. นี้ กรมพัฒน์ฯ ออกกฎใหม่จดทะเบียนบริษัทร่วมต่างชาติ บังคับผู้ถือหุ้นไทยทำหนังสือรับรองการลงทุนจริง สกัดขบวนการนอมินี

(24 มีนาคม) พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการ […]

The post ดีเดย์ 1 เม.ย. นี้ กรมพัฒน์ฯ ออกกฎใหม่จดทะเบียนบริษัทร่วมต่างชาติ บังคับผู้ถือหุ้นไทยทำหนังสือรับรองการลงทุนจริง สกัดขบวนการนอมินี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดีเดย์ 1 เม.ย. นี้ กรมพัฒน์ฯ ออกกฎใหม่จดทะเบียนบริษัทร่วมต่างชาติ บังคับผู้ถือหุ้นไทยทำหนังสือรับรองการลงทุนจริง สกัดขบวนการนอมินี

(24 มีนาคม) พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแนวทางการยกระดับการป้องกันมิให้ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) แก่คนต่างด้าวในการประกอบธุรกิจในประเทศไทย โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 กรมฯ ได้ออกคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ที่ 1/2569 เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจดทะเบียนที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น

 

มาตรการใหม่ล่าสุดนี้ กำหนดให้การแก้ไขเพิ่มเติมกรณีให้คนต่างด้าวเป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วน หรือเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามในบริษัทจำกัด หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการผู้ขอจดทะเบียน จะต้องมีหนังสือยืนยัน เพื่อรับรองว่าผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นชาวไทยทุกคนได้ร่วมลงทุนและชำระค่าลงทุนจริง รวมทั้งไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือร่วมประกอบธุรกิจกับคนต่างด้าวในลักษณะนอมินี

 

การออกคำสั่งเพิ่มเติมนี้ สืบเนื่องจากผลการบังคับใช้มาตรการเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งกำหนดให้กลุ่มเสี่ยง (นิติบุคคลที่มีต่างชาติถือหุ้นไม่ถึงร้อยละ 50 หรือมีกรรมการต่างชาติร่วมมีอำนาจ) ต้องส่งหลักฐานทางการเงิน (Bank Statement) ของผู้ถือหุ้นชาวไทย แม้มาตรการดังกล่าวจะช่วยให้การจดทะเบียนที่เข้าข่ายนอมินีลดลงถึงร้อยละ 65 แต่ในทางปฏิบัติพบว่ายังคงมีความพยายามหลีกเลี่ยงและอาศัยช่องว่างทางกฎหมายอยู่ กรมฯ จึงต้องออกคำสั่งเพิ่มเติมเพื่ออุดช่องโหว่ดังกล่าว

 

สำหรับข้อมูลบุคคลที่ลงนามยืนยันตามคำสั่งใหม่ หากกรมฯ ตรวจพบพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยง จะทำการส่งรายชื่อดังกล่าวไปยัง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณาดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกต่อไปทุกราย พร้อมกันนี้ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้กล่าวเตือนถึงบทลงโทษทางกฎหมายที่รุนแรง ดังนี้:

 

กรณีให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่: เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และ 267 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (แล้วแต่กรณี)

 

กรณีความผิดตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542: ตามมาตรา 36 มีโทษระวางจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 – 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

พูนพงษ์ ระบุว่า ปัญหานอมินีเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการแข่งขันทางธุรกิจและระบบเศรษฐกิจโดยรวมของไทย ปัจจุบันพบว่ามีบริษัทจำกัดที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 0.01 – 49.99 สูงถึง 118,016 ราย ซึ่งแม้จะมีบางส่วนที่ร่วมทุนกันจริง แต่ก็มีจำนวนมากที่ใช้คนไทยถือหุ้นแทนเพื่อคงสถานะนิติบุคคลไทย การออกคำสั่งใหม่จึงมุ่งเน้นสร้างความโปร่งใสและสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม เพื่อดึงดูดนักลงทุนที่แท้จริง

 

คำสั่งฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ในส่วนของช่วงรอยต่อก่อนกฎหมายบังคับใช้ หากกรมฯ ตรวจพบการขอจดทะเบียนธุรกิจที่ผิดปกติ หรือมีแนวโน้มเร่งดำเนินการเพื่อหลบเลี่ยงมาตรการใหม่ กรมฯ จะทำการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษรายบริษัท และดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะในพื้นที่ 5 จังหวัดเป้าหมายที่มีความสุ่มเสี่ยงสูง ได้แก่ ชลบุรี, เชียงใหม่, สุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต และกระบี่

The post ดีเดย์ 1 เม.ย. นี้ กรมพัฒน์ฯ ออกกฎใหม่จดทะเบียนบริษัทร่วมต่างชาติ บังคับผู้ถือหุ้นไทยทำหนังสือรับรองการลงทุนจริง สกัดขบวนการนอมินี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไป? ยุโรป-ตะวันออกกลาง ลดฮวบ 18% หากสงครามยืดเยื้อ เศรษฐกิจไทยเสี่ยงสาหัสแค่ไหน? https://thestandard.co/foreign-tourists-thailand-drop-war-impact/ Thu, 19 Mar 2026 01:40:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1188923 ภาพแสดงผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทย โดยเฉพาะจากยุโรปและตะวันออกกลางที่ลดลง

วิกฤตความขัดแย้งตะวันออกกลางเริ่มกระทบการท่องเที่ยวไทย […]

The post เปิดตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไป? ยุโรป-ตะวันออกกลาง ลดฮวบ 18% หากสงครามยืดเยื้อ เศรษฐกิจไทยเสี่ยงสาหัสแค่ไหน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแสดงผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทย โดยเฉพาะจากยุโรปและตะวันออกกลางที่ลดลง

วิกฤตความขัดแย้งตะวันออกกลางเริ่มกระทบการท่องเที่ยวไทย สะท้อนจากข้อมูลต้นเดือนมีนาคมพบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติในสัปดาห์แรกลดลงเหลือ 616,229 คน หายไปกว่า 60,000 คน จากสัปดาห์ก่อน

 

หลังมีการยกเลิกเที่ยวบินสะสม 292 เที่ยว มีส่วนทำให้ตลาดยุโรป-ตะวันออกกลางหายไปถึง 18% สะท้อนสัญญาณแรกว่าความขัดแย้งกำลังกดดันการเดินทางระหว่างประเทศอย่างเห็นได้ชัด

 

ปัจจัยหลักมาจากการหลีกเลี่ยงน่านฟ้าในพื้นที่เสี่ยง ส่งผลให้

 

  • สายการบินต้องเปลี่ยนเส้นทางบิน ดันต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นราว 25-45% ต่อเที่ยวบิน และทำให้ราคาตั๋วเครื่องบินพุ่ง 30-80%
  • โดยเฉพาะเส้นทางยุโรปที่พึ่งพาฮับตะวันออกกลาง ส่งผลให้ดีมานด์ชะลอตัวอย่างรวดเร็ว
  • บางตลาด ‘อิสราเอล’ หยุดเดินทางทันที

 

‘ภูเก็ต’ ยกเลิกการจองเพิ่มขึ้น

 

ผลกระทบยิ่งเริ่มชัดขึ้นในภาคใต้ โดยเฉพาะ “ภูเก็ต” ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม มีสัดส่วนความเสียหายธุรกิจโรงแรมสูงถึง 70.6% ของประเทศ และเริ่มเห็นการยกเลิกการจองเพิ่มขึ้น

 

ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หากสงครามยืดเยื้อเพียง 1-3 เดือน รายได้ท่องเที่ยวอาจ หายไป 9,000-20,000 ล้านบาท

 

แต่หากสงครามยืดเยื้อประมาณ 6 เดือน อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอาจ สูญเสียนักท่องเที่ยว 450,000 คน หรือคิดเป็นรายได้หายกว่า 29,250 ล้านบาท

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนผลกระทบจะลุกลามขึ้น ขอเสนอให้รัฐบาลจัดแคมเปญ ‘ไทยปลอดภัย’ ดึงตลาด อินเดีย-มาเลเซีย-อาเซียน เข้ามาแทน พร้อมลดภาษีผู้ประกอบการและเพิ่มเที่ยวบินตรงยุโรป

 

ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สรุปสถิติในปีที่ผ่านมา 2568 พบว่า ‘มาเลเซีย’ เป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมาไทยมากที่สุดที่ 4.5 ล้านคน

 

ตามมาด้วย ‘จีน’ 4.4 ล้านคน และ ‘อินเดีย’ 2.4 ล้านคน ดังนั้น ตลาดเหล่านี้อาจกลายเป็นแรงสำคัญที่จะช่วย ‘พยุงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย’ ในช่วงวิกฤตตะวันออกกลาง ที่ยังคงเผชิญแรงกดดันการเดินทางระหว่างประเทศ

 

ภาพแสดงผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทย โดยเฉพาะจากยุโรปและตะวันออกกลางที่ลดลง 1ภาพแสดงผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทย โดยเฉพาะจากยุโรปและตะวันออกกลางที่ลดลง 2ภาพแสดงผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทย โดยเฉพาะจากยุโรปและตะวันออกกลางที่ลดลง 3ภาพแสดงผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทย โดยเฉพาะจากยุโรปและตะวันออกกลางที่ลดลง 4

 

ภาพประกอบ: พรวลี จ้วงพุฒซา

The post เปิดตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไป? ยุโรป-ตะวันออกกลาง ลดฮวบ 18% หากสงครามยืดเยื้อ เศรษฐกิจไทยเสี่ยงสาหัสแค่ไหน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เวียตเจ็ทไทยแลนด์กางปีกรับปี’69 ตั้งเป้าผู้โดยสาร 9 ล้านคน ชู ‘โบอิ้ง 737-8’ เป็นหัวหอกใหม่ บินไกลถึงญี่ปุ่นแบบไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง https://thestandard.co/vietjet-thailand-boeing-japan-flights/ Wed, 18 Feb 2026 09:59:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1179734 ภาพเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 ของสายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ แสดงถึงการขยายเส้นทางบินและเป้าหมายผู้โดยสาร 9 ล้านคน

23 พฤศจิกายน 2568 คือวันที่ ‘สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ […]

The post เวียตเจ็ทไทยแลนด์กางปีกรับปี’69 ตั้งเป้าผู้โดยสาร 9 ล้านคน ชู ‘โบอิ้ง 737-8’ เป็นหัวหอกใหม่ บินไกลถึงญี่ปุ่นแบบไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 ของสายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ แสดงถึงการขยายเส้นทางบินและเป้าหมายผู้โดยสาร 9 ล้านคน

23 พฤศจิกายน 2568 คือวันที่ ‘สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์’ ได้รับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 ลำแรกอย่างเป็นทางการ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับฝูงบินประสิทธิภาพสูง ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การขยายฝูงบินรวม 50 ลำภายในปี 2571 โดยแผนดังกล่าวมีเป้าหมายรองรับการเติบโตของเครือข่ายเส้นทางบินทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ

 

ถัดมาประมาณ 1 เดือนหรือวันที่ 24 ธันวาคม 2568 เวียตเจ็ทไทยแลนด์ก็ได้นำ ‘เครื่องบินโบอิ้ง 737-8’ มาเริ่มให้บริการเป็นครั้งแรกบนเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ หลังจากนั้นจึงขยายสู่เส้นทางบินตรงภายในประเทศสู่ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี, กระบี่, เชียงราย, หาดใหญ่ และอุดรธานีตามลำดับ

 

วรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ให้เหตุผลว่า การเลือกเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ สะท้อนการวางตำแหน่งเส้นทางศักยภาพสูงของประเทศ ทั้งในมิติเมืองเศรษฐกิจ การลงทุน อุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) และการท่องเที่ยวระดับโลก

 

“เชียงใหม่ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของเอเชียและของโลก สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้หลายล้านคนต่อปี โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซันปลายปีและต้นปีจากทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ”

 

ที่น่าสนใจคือ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ยังได้กลับมาให้บริการในเส้นทางกรุงเทพฯ – นครศรีธรรมราช อีกครั้งหลังจากที่หยุดไปในช่วงโควิด โดยมองว่า เป็นจังหวัดที่มีการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ซึ่งนอกจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปไหว้พระแล้ว นครศรีธรรมราชยังมีกลุ่มผู้เดินทางจากภาครัฐและเอกชนที่เดินทางไปประชุมและสัมมนาด้วย

 

สำหรับเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 แบบใหม่นี้มีความจุ 189 ที่นั่ง ถือเป็นอากาศยานประสิทธิภาพสูงที่ผสานนวัตกรรมทางอากาศพลศาสตร์และเครื่องยนต์รุ่นใหม่ LEAP-1B ช่วยประหยัดพลังงาน อีกทั้งยังลดระดับเสียงรบกวนในชุมชนบริเวณรอบสนามบินได้มากถึง 50% ตามมาตรฐาน ICAO ตลอดจนสมรรถนะการบินได้ไกลถึง 6,570 กิโลเมตร เพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติการบิน ทำให้สามารถขยายการให้บริการไปยังจุดหมายปลายทางที่ไกลขึ้น

 

การบินได้ไกลขึ้นนี้เองทำให้นอกจากถูกนำไปใช้ในเส้นทางกรุงเทพฯ–ญาจาง แล้ว เข้าประจำการในเส้นทางบินใหม่ ๆ อาทิ เส้นทางกรุงเทพฯ–โตเกียว และกรุงเทพฯ–โอซาก้า ซึ่งเป็นการบินตรงโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา

 

รวมถึงวางแผนให้บริการในเส้นทางบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่จุดหมายยอดนิยมของนักเดินทางชาวไทยในประเทศเกาหลีใต้และประเทศจีนในช่วงต้นปี 2569

 

“ด้วยเส้นทางบินที่เพิ่มขึ้นทำให้เราคาดว่าปี 2569 จะมีผู้โดยสารทั้งสิ้น 9 ล้านคน เพิ่ม 1 ล้านคนจากปี 2568 โดยมีเครื่องบินรวมทั้งสิ้น 31 ลำในจำนวนนี้จะเป็นโบอิ้ง 737-8 จำนวน 9 ลำด้วยกัน” วรเนติ ระบุ

The post เวียตเจ็ทไทยแลนด์กางปีกรับปี’69 ตั้งเป้าผู้โดยสาร 9 ล้านคน ชู ‘โบอิ้ง 737-8’ เป็นหัวหอกใหม่ บินไกลถึงญี่ปุ่นแบบไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดแล้ว! YONA Beach Club บีชคลับลอยน้ำแห่งแรกของโลกกลางทะเลภูเก็ต https://thestandard.co/life/yona-beach-club-is-now-open/ Tue, 08 Aug 2023 09:44:35 +0000 https://thestandard.co/?p=827036 YONA Beach Club

ใครที่เคยวาดฝันทริปที่ได้ใช้ชีวิตกลางทะเล ล่องลอยไปตามม […]

The post เปิดแล้ว! YONA Beach Club บีชคลับลอยน้ำแห่งแรกของโลกกลางทะเลภูเก็ต appeared first on THE STANDARD.

]]>
YONA Beach Club

ใครที่เคยวาดฝันทริปที่ได้ใช้ชีวิตกลางทะเล ล่องลอยไปตามมหาสมุทร อิ่มเอมกับความงามของทะเลสีฟ้าในทุกๆ วัน ไม่ต้องบินไกลอีกต่อไป เพราะ YONA Beach Club บีชคลับลอยน้ำแห่งแรกของโลก ได้เปิดตัวแล้วในวันเลขสวยอย่างวันที่ 8 เดือน 8 บนน่านน้ำทะเลภูเก็ต 

 

 

ด้วยแนวคิดของความเป็นโอเอซิสกลางทะเล YONA ได้ออกแบบให้เรือขนาด 1,200 ตารางเมตรนี้เป็นพื้นที่แห่งการสังสรรค์และพักผ่อนโดยแท้จริง จะมองจากมุมไหนก็เป็นต้องสะดุดตากับสระว่ายน้ำอินฟินิตี้ขนาด 22 เมตรใจกลางลำ ที่มาพร้อมคาบานาส่วนตัว เตียงนอนเล่นที่เหมาะกับการนอนอาบแดด จิบค็อกเทลเย็นๆ พลางชมวิวพาโนรามาของมหาสมุทรแบบเพลินๆ

 

 

 

ในส่วนของอาหารที่เสิร์ฟบนเรือแห่งนี้ จะเป็นการผสมผสานระหว่างสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ญี่ปุ่น และเอเชียต้นตำรับ เพื่อให้ได้รสชาติสดใหม่ตามฤดูกาล ซึ่งดูหน้าตาผนวกกับทิวทัศน์รอบด้านแล้วก็ต้องบอกว่า Instagrammable ของจริง

 

 

สำหรับการเดินทางไปยัง YONA นั้นไม่ยาก แขกผู้เข้าพักสามารถใช้บริการเรือรับ-ส่งจากท่าจอดเรือรอยัล ภูเก็ต มารีน่า ไปยัง YONA ได้เลย หากใครที่อยากสัมผัสชีวิตความเป็นโอเอซิสกลางทะเลแบบนี้ หรืออยากจะเหมาลำจัดปาร์ตี้ส่วนตัว สามารถสำรองที่กับทาง YONA ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://yonabeach.com/ 

The post เปิดแล้ว! YONA Beach Club บีชคลับลอยน้ำแห่งแรกของโลกกลางทะเลภูเก็ต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: กลับมาเที่ยวภูเก็ตอีกครั้งในมุมมองที่หาได้ยาก https://thestandard.co/return-to-phuket-with-rare-view/ Thu, 08 Oct 2020 07:37:21 +0000 https://thestandard.co/?p=405305 Phuket ภูเก็ตมุมมองใหม่ กลับมาเที่ยวได้อีกครั้ง

หลังจากช่วงวิกฤตโควิด-19 อีกหนึ่งภาคส่วนที่ได้รับผลกระท […]

The post ชมคลิป: กลับมาเที่ยวภูเก็ตอีกครั้งในมุมมองที่หาได้ยาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Phuket ภูเก็ตมุมมองใหม่ กลับมาเที่ยวได้อีกครั้ง

หลังจากช่วงวิกฤตโควิด-19 อีกหนึ่งภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบคงหนีไม่พ้นการท่องเที่ยวและโรมแรม ซึ่งจังหวัดภูเก็ตเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่เป็นที่ชื่นชอบของชาวไทยและต่างประเทศ ในช่วงนี้ที่ปลอดนักท่องเที่ยวต่างชาติ การกลับมามองจังหวัดภูเก็ตอีกครั้งในมุมที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็น จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อย

 

ล่าสุด เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา เราได้มาร่วมทริปกับแคมเปญ Unseen Kamala presents Disaya Vacationist โปรเจกต์ที่จะมากระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในท้องถิ่น เราเช็กอินที่โรงแรม InterContinental Phuket Resort และทัวร์จังหวัดภูเก็ตแบบโลว์บัดเจ็ต ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจในช่วงหยุดยาวที่กำลังจะมาถึงนี้ สำหรับคนที่อยากวางแผนท่องเที่ยวในประเทศ 

The post ชมคลิป: กลับมาเที่ยวภูเก็ตอีกครั้งในมุมมองที่หาได้ยาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
พักสบายที่ U Zenmaya Phuket นอน 3 จ่าย 2 ลดราคาห้อง 35% แถมนอนฟรีอีก 1 คืน https://thestandard.co/u-zenmaya-phuket/ https://thestandard.co/u-zenmaya-phuket/#respond Mon, 27 Aug 2018 08:21:43 +0000 https://thestandard.co/?p=116479

โปรโมชันทุบหัวแตกที่มองอย่างไรก็เรียกว่าคุ้มกับ ‘นอน 3 […]

The post พักสบายที่ U Zenmaya Phuket นอน 3 จ่าย 2 ลดราคาห้อง 35% แถมนอนฟรีอีก 1 คืน appeared first on THE STANDARD.

]]>

โปรโมชันทุบหัวแตกที่มองอย่างไรก็เรียกว่าคุ้มกับ ‘นอน 3 จ่าย 2’ ของ U Zenmaya Phuket ทั้งลดทั้งแถม ห้องพักลด 35% จากราคาปกติ เริ่มต้นที่ 2,664 บาทต่อห้องต่อคืน และให้คุณพักคืนที่ 3 ฟรี เมื่อจองห้องพักต่อเนื่อง 3 คืนติด ราคานี้รวมอาหารเช้าแสนอร่อยและบริการรถรับ-ส่งไปยังศูนย์การค้าจังซีลอน

 

ยู เซนมายา ภูเก็ต (U Zenmaya Phuket) ตั้งอยู่บนเนินเขาของหาดกะหลิม ห้องพักทุกห้องได้รับการออกแบบในสไตล์ร่วมสมัยที่ผสานความโมเดิร์นเข้ากับกลิ่นอายของชิโน-โปรตุกีส สามารถดินเนอร์ใต้แสงดาว ณ ร้านอาหารริมชายทะเลเปิดโล่ง ชมวิวท้องทะเลอันดามันได้แบบพาโนรามา แหวกว่ายในสระกลางแจ้งแบบอินฟินิตี้ที่มีวิวทะเลแบบ 270 องศาให้ชมแบบหนำใจ ไหนจะห้องสมุด สปา ห้องออกกำลังกาย และเตียงนอนหนานุ่มแบบดูดวิญญาณอีก

 

นักพักผ่อนคนไหนสนใจโปรโมชันนี้สามารถเข้าไปจองและเข้าพักได้ที่ www.uzenmayaphuket.com ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ตุลาคม 2561 เท่านั้น

 

ภาพ: U Zenmaya Phuket

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post พักสบายที่ U Zenmaya Phuket นอน 3 จ่าย 2 ลดราคาห้อง 35% แถมนอนฟรีอีก 1 คืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/u-zenmaya-phuket/feed/ 0
Check-in: Phuket Marriott Resort and Spa, Nai Yang Beach โรงแรมที่คุณอยากจะไปพักผ่อน ปั่นจักรยาน และแต่งงาน! https://thestandard.co/lifestyle-travel-check-in-phuket-marriott-resort-and-spa-nai-yang-beach/ https://thestandard.co/lifestyle-travel-check-in-phuket-marriott-resort-and-spa-nai-yang-beach/#respond Fri, 28 Jul 2017 10:21:13 +0000 https://thestandard.co/?p=16906

     ถ้าจะบอกว่าภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทาง […]

The post Check-in: Phuket Marriott Resort and Spa, Nai Yang Beach โรงแรมที่คุณอยากจะไปพักผ่อน ปั่นจักรยาน และแต่งงาน! appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ถ้าจะบอกว่าภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่สุดของเมืองไทยก็คงจะไม่ผิดจากนี้เท่าใดนัก ค่าที่ว่าเป็นจังหวัดที่อุดมไปด้วยโรงแรมแทบจะทุกราคา และแม้จะไปแล้วไปอีก คนรักทะเลก็ไม่เคยรู้เบื่อแต่อย่างใด เพราะแค่เปลี่ยนหาดที่พัก บรรยากาศก็เปลี่ยนไปแล้ว หลายคนอาจจะเคยคุ้นกับหาดป่าตอง กะตะ กะรน ซึ่งเป็นหาดยอดนิยม แต่หากได้มาสัมผัสหาดในยางอันแสนสงบ ซึ่งมีรีสอร์ตที่พักอยู่เพียงไม่กี่แห่ง และมาเช็กอินพักผ่อนที่ Phuket Marriott Resort and Spa, Nai Yang Beach ซึ่งเพิ่งเปิดให้บริการครบปีไปได้ไม่นานจะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย และไม่แน่ว่าอาจทำให้รู้สึกอยากจะแต่งงาน!

 

 

The Mood

     บรรยากาศเป็นส่วนตัวด้วยตั้งอยู่เกือบปลายสุดหาดในยาง ซึ่งผู้คนไม่พลุกพล่าน ตัวรีสอร์ตเป็นอาคารสีเอิร์ธโทนกลมกลืนไปกับธรรมชาติ สิ่งที่โดดเด่นคือสระน้ำกว้างขวางในรูปแบบตัว U ซึ่งกินพื้นที่ทั่วทั้งรีสอร์ต ยิ่งทำให้รู้สึกผ่อนคลายเหมาะกับการมาฮอลิเดย์แบบสุดๆ เบื้องหน้าของโรงแรมและทุกห้องพักหันหน้าสู่ท้องทะเลอันดามัน การตกแต่งแบบร่วมสมัย มีการใช้นกพื้นถิ่นอย่างนกกรงหัวจุกมาเป็นกิมมิกในการตกแต่ง ซึ่งเราจะเห็นได้ทั่วไปในโรงแรมจนถึงห้องพัก ด้วยความที่โรงแรมแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องการจัดงานแต่งงาน ดังนั้นอย่าเพิ่งแปลกใจหากช่วงที่คุณมาพักจะบังเอิญได้เห็นซุ้มดอกไม้สวยงามสำหรับตกแต่งงานแต่งงานตั้งอยู่ หรือกระทั่งเจอเข้ากับงานแต่งงานริมชายหาดอันแสนจะโรแมนติก

 

 

The Room

     ห้องพักทั้งหมดมีจำนวน 188 ห้อง 11 ประเภท รวมทั้งวิลล่าขนาด 1 และ 2 ห้องนอน ซึ่งมีความพิเศษตรงที่นอกจากจะกว้างขวางแล้ว ยังมีทั้งศาลานั่งเล่น สวน และเก้าอี้ให้นอนเอกเขนกอาบแดดได้อย่างเป็นส่วนตัว ห้องมาตรฐานเริ่มต้นคือห้องประเภท Deluxe ขนาด 46 ตารางเมตร แต่ถ้าใครที่ชอบว่ายน้ำ เราแนะนำให้จองห้องพักประเภท Premium Pool Access ขนาด 54 ตารางเมตร ที่เพียงเปิดประตูห้องก็ก้าวลงสระนำ้ได้เลย เตียงนอนที่นี่นุ่ม รับประกันความดูดวิญญาณ

 

 

The Bites

     โรงแรมนี้มีห้องอาหารและบาร์หลักๆ อยู่ 3 ห้อง ไล่ตั้งแต่ห้องอาหาร The Andaman Kitchen ที่แขกทุกคนจะต้องมาเติมพลังรับประทานอาหารเช้ากันที่นี่ ซึ่งใครที่เคยพักในเครือโรงแรมแมริออท ย่อมรู้ดีว่าอาหารเช้าของเครือนี้เขามีให้เลือกละลานตา แถมยังคุณภาพดีมากเสียด้วย ที่สำคัญเพื่อให้เหมาะสมกับการเป็นโรงแรมเชนอินเตอร์ที่มีพิกัดอยู่ในถิ่นใต้ จึงมีอาหารเช้าจานเด่นซิกเนเจอร์อย่าง ออมเล็ตต์แกงปู ที่เราว่าแปลกดี และไม่เคยเห็นในไลน์อาหารเช้าของโรงแรมไหนมาก่อน หลังจากเสิร์ฟอาหารเช้าแล้ว The Andaman Kitchen ยังแปรสภาพเป็นห้องอาหาร All Day Dining ที่เสิร์ฟอาหารตลอดทั้งวันโดยเน้นเมนูอาหารไทย อาทิ ปลาทอดน้ำปลา กุ้งทอดซอสมะขาม แกงเผ็ดเป็ดย่าง ยำส้มโอ ฯลฯ​  

 

 

     ห้องอาหารหลักอีกแห่งคือ Big Fish Restaurant ตั้งอยู่ริมหาดในยาง มีทั้งส่วนที่เป็นอินดอร์และเอาต์ดอร์ให้ได้นั่งรับลมทะเล ที่นี่เสิร์ฟอาหารนานาชาติหลากหลายเมนู อย่างจานที่เราได้ชิมและติดอกติดใจก็คือ ทอดมันปู เนื้อแน่นสุดๆ เสิร์ฟพร้อมสลัดแตงกวาและซอสพริก กับ Duck Confit ขาเป็ดตุ๋นน้ำมันแบบฝรั่งเศส และ สปาเกตตีซีฟู้ดรสเข้มข้นที่เลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นจากทะเลแถวๆ นี้ และหลังจากอิ่มหนำกันดี จะไปหาเครื่องดื่มเย็นๆ จิบกันที่ Big Fish Bar ที่อยู่ตรงข้ามก็ได้

 

 

Don’t Miss

     สำหรับแขกที่ชื่นชอบการออกกำลังกายสายปั่น อย่าพลาดโปรแกรมปั่นจักรยานที่จะพาคุณตระเวนไปชมละแวกรอบๆ ลัดเลาะไปตามสวนผลไม้ที่มีตั้งแต่เงาะ มังคุด ทุเรียน เลยไปถึงอุทยานแห่งชาติสิรินาถที่แสนสงบเงียบและสวยงาม ระหว่างทางแวะกินน้ำมะพร้าวที่ร้านขายผลผลิตจากสวนของชาวสวน ซึ่งคุณอาจจะได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไปเป็นเสบียงก็ได้  

 

 

Our Favourites

  • ช่วงเวลาหลังบ่าย 4 ที่น้ำลด และช่วงเช้าตรู่ก่อนน้ำขึ้น เป็นช่วงเวลาดีที่จะเดินเล่นเพื่อไปสำรวจ ‘เกาะปลิง’ เกาะเล็กจิ๋วที่สามารถเดินข้ามไปได้เมื่อน้ำลง
  • บางครั้งโรงแรมก็จะจัดกิจกิจกรรมจำลองให้มีสตรีทฟู้ด ลวกก๋วยเตี๋ยว ผัดไทยกันข้างสระว่ายน้ำตรงหน้าหาด เราว่าบรรยากาศน่ารักดี
  • เวลาออกจากห้องแล้วกลับมาในตอนเย็น การคูลดาวน์บรรยากาศห้องพักของทางโรงแรมมักจะมีกิมมิกน่ารักๆ อย่างการจัดเตียงด้วยดอกไม้เป็นรูปหัวใจ และมีของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ที่ให้ทำให้หัวใจรู้สึกชุ่มชื่น
  • ขนมปังฟอกกาเซียรสต้มยำของ Big Fish Restaurant อร่อย!

 

 

Address: 92, 92/1 หาดในยาง ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83110

Budget: เริ่มต้นที่ 5,100++ บาทต่อคืน

Contact: 0 7662 5555

Website: www.marriott.com/hotels/travel/hktnb-phuket-marriott-resort-and-spa-nai-yang-beach

Map: 

The post Check-in: Phuket Marriott Resort and Spa, Nai Yang Beach โรงแรมที่คุณอยากจะไปพักผ่อน ปั่นจักรยาน และแต่งงาน! appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/lifestyle-travel-check-in-phuket-marriott-resort-and-spa-nai-yang-beach/feed/ 0
เช็กอิน Osha Phuket เปิบสำรับพื้นถิ่นและอาหารเพอรานากัน https://thestandard.co/lifestyle-restaurant-and-bars-osha-phuket/ https://thestandard.co/lifestyle-restaurant-and-bars-osha-phuket/#respond Fri, 28 Jul 2017 10:13:22 +0000 https://thestandard.co/?p=17053

     ชื่อเสียงเรียงนามของ Osha Thai Rest […]

The post เช็กอิน Osha Phuket เปิบสำรับพื้นถิ่นและอาหารเพอรานากัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ชื่อเสียงเรียงนามของ Osha Thai Restaurant (โอชา) นั้นขจรขจายไปทั่วในแง่ของร้านอาหารจานหรูที่นำเสนอเมนูอาหารไทยแท้ผ่านศาสตร์การปรุงแบบ Molecular แน่นอนว่ารสชาติที่เสิร์ฟยังคงความจัดจ้านถึงเครื่องฉบับไทยครบรส และกว่า 80% ของเมนูอาหารเป็นจานภาคกลางที่คุ้นลิ้นคนกรุงเทพฯ

     แต่สำหรับ โอชา สาขาภูเก็ต ที่ยึดพื้นที่ชั้น 1 ของโรงแรมออนออน บริเวณตัวเมืองเก่าเป็นทำเลที่ตั้ง จุดแข็งดังกล่าวกลับเป็นจุดอ่อนที่สร้างบาดแผลให้แบรนด์ เพราะเหล่านักชิมส่วนใหญ่ต่างเชื่อไปกว่าครึ่งแล้วว่าอาหารที่เสิร์ฟในขอบรั้วโอชา ภูเก็ต จะต้องเป็นเมนูเฉกเช่นร้านที่กรุงเทพฯ ไม่ใช่อาหารพื้นถิ่นภูเก็ตอย่างที่ใจถามหา

     THE STANDARD ขอบอกเลยว่าคุณคิดผิดแล้วล่ะ เพราะหลังจากที่เราได้เคาะประตูเยี่ยมเยือนถึงถิ่น เราพบว่าหากคุณกำลังมองหาร้านอาหารพื้นเมืองที่นำเสนอความแปลกใหม่ ‘โอชา ไทยเรสเตอรองต์ แอนด์ บาร์ เดอะเมมโมรี แอท ออนออน ภูเก็ต โอลด์ ทาวน์’ (Osha Thai Restaurant & Bar, The Memory at ONON Phuket Old Town) คือตัวเลือกอันดับต้นอย่างไม่ต้องสงสัย

 

 

The Vibe

     ลืมภาพแชนเดอเลียร์รูปชฎาขนาดใหญ่ วอลเปเปอร์จิตรกรรมร่วมสมัยที่เหลืองอร่ามด้วยทองคำ หรือการตกแต่งหรูหราวิจิตรราวกับนั่งรับประทานอยู่ในพระราชวังของสาขาบนถนนวิทยุไปได้เลย

     ด้วยคอนเซปต์แบบ Casual Dining ทั้งหมดจึงถูกแทนที่ด้วยโต๊ะหินอ่อนสว่างตา เก้าอี้โซฟาหรูหราแปรเปลี่ยนเป็นไม้โปร่งสีเข้ม แทรกแซมด้วยเครื่องเรือนสีสดมาประดับ ผนังร้าน 2 ใน 3 กรุกระจกใสตั้งแต่พื้นจรดเพดาน เปิดรับแสงอาทิตย์เสริมสร้างบรรยากาศให้น่าเอกเขนก บางส่วนเปิดเปลือยวัสดุอวดอิฐเสริมความเท่ ตามชั้นและจุดต่างๆ ของร้านมีของเก่าโบราณประดับวาง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของดั้งเดิมของภูเก็ต เพิ่มกลิ่นอายท้องถิ่นให้กรุ่นอบอวล

 

 

The Dish

     ยังคงรักษาคอนเซปต์ ‘The Best Authentic Thai with Molecular Twist’ หยิบศาสตร์การปรุงแบบวิทยาศาสตร์มาเข้าคู่กับวิธีดั้งเดิมเช่นเคย แต่เปลี่ยนจากอาหารไทยภาคกลางมาเป็นอาหารใต้สำรับภูเก็ต ซึ่งรวมถึงอาหารจานเพอรานากัน (Peranakan) ด้วย เพอรานากันเป็นรูปแบบวัฒนธรรมที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างชาวจีนกับชาวพื้นถิ่นเชื้อสายมลายู ซึ่งบางเมนูได้รับอิทธิพลมาจากชาวเพอรานากันในปีนัง สิงคโปร์ มาเลย์ เป็นอาทิ เรากล้าบอกเลยว่าหลายเมนูมีเสิร์ฟเฉพาะที่นี่ แต่ที่อื่นไม่มี

     จานเด่นควรลอง ได้แก่ หมี่หุ้นแกงปู (380 บาท) แกงกะทิปูหอมมันใส่เนื้อปูชิ้นอวบเบ้ง โรยหน้าด้วยน้ำกะทิซึ่งมาในรูปแบบของคาเวียร์ หม่ำคู่เส้นหมี่หุ้นลวกแกล้มผักสดดีนักแล ต่อด้วยจาน หมูฮ้อง (350 บาท) หมูสามชั้นนำไปซูวีด์ (sous vide) จนได้ที่แล้วนำมาเคี่ยวต่อกับซีอิ๊ว แนะนำให้สั่งพร้อมกับ น้ำพริกภูเก็ต (190 บาท) น้ำพริกสูตรเฉพาะที่นำเครื่องมาหยำกับกะปิโดยไม่ต้องผ่านการตำ และ กุ้งซัมบัล (650 บาท) จานเพอรานากันจากมลายูที่นำกุ้งไปผัดกับซอสซัมบัล ทำมาจากพริกและกะปิเป็นเครื่องปรุงหลัก แต่งหน้าด้วยฟองกะทิสีขาวสะอาดชวนแปลกตา รสชาติกลมกล่อมเค็มๆ หอมกะปิ มีรสเผ็ดคละคลุ้ง ยิ่งกินคู่กับ ข้าวอบมะพร้าวอ่อน (120 บาท) ข้าวกล้องหอมหุงด้วยน้ำมะพร้าวสด ยิ่งอร่อยปาก กินเพลิน

 

 

The Drink

     เครื่องดื่มอันเป็นลายเซ็นของแบรนด์โอชายังคงมีให้สั่งเช่นเคย เช่น โอชาชฎา (555 บาท) เป็นอาทิ แต่เราอยากให้คุณลอง โอชายานัด (355 บาท) เครื่องดื่มสูตรเฉพาะประจำร้านสาขาภูเก็ต ใช้เหล้าแม่โขงเป็นส่วนผสมหลักเช่นเคย แต่เพิ่มลิเคียวกลิ่นส้ม น้ำผึ้ง และน้ำสับปะรดลงไปด้วย เสิร์ฟมาในผลสับปะรดทั้งลูก รสชาติเปรี้ยวอมหวาน ดื่มง่าย มีกลิ่นหอมของน้ำผึ้งและผลไม้อบอวลเล็กๆ เหมาะกับอากาศเมืองภูเก็ต

 

Open: ทุกวัน เวลา 7.00-23.00 น.

Address: เลขที่ 19 ถนนพังงา ตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

Budget: 250-700 บาท

Contact: 0 7663 4420

Page: www.facebook.com/oshathaiatonon

Map:  

 

The post เช็กอิน Osha Phuket เปิบสำรับพื้นถิ่นและอาหารเพอรานากัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/lifestyle-restaurant-and-bars-osha-phuket/feed/ 0
บุกจิบค็อกเทล กินทาปาส และเสพความเนิบที่ ‘โรงกลั่นฉลองเบย์ รัม’ https://thestandard.co/lifestyle-travel-chalong-bay-rum-distillery-phuket/ https://thestandard.co/lifestyle-travel-chalong-bay-rum-distillery-phuket/#respond Sat, 08 Jul 2017 17:01:41 +0000 https://thestandard.co/?p=12466

     ในยามฤดูมรสุม ช่วงโลว์ซีซันที่หาดทร […]

The post บุกจิบค็อกเทล กินทาปาส และเสพความเนิบที่ ‘โรงกลั่นฉลองเบย์ รัม’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ในยามฤดูมรสุม ช่วงโลว์ซีซันที่หาดทรายขาว น้ำทะเลใสไม่ได้สวยดังใจนึก แสงแดดจัดๆ สำหรับบ่มผิวแทนก็เผยให้เห็นเป็นช่วงเวลา ครั้นจะเดินเล่นย่านเมืองเก่าก็แวะเวียนจนทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว หากใครกำลังเป็นอย่างที่เราว่า ขอให้คุณเตรียมปากกามาจดเอาไว้ให้ดีๆ เพราะเรามีจุดเช็กอินใหม่ในภูเก็ตที่รับรองว่าคุณต้องชอบและอยากเช็กอินตามเรา

     จากถนนสายชนบทเส้น 4021 เข้าซอยย่อยมาประมาณ 5 นาที ริมถนนป่าหลาย ซอย 2 คุณจะเห็นยอดใบอ้อยสีสดชูช่อระรั้วเป็นแนวยาว สุดสันกำแพงมีป้ายขนาดกะทัดรัดเผยว่าที่นี่คือสถานที่ตั้งของ โรงกลั่นฉลองเบย์ รัม (Chalong Bay Rum Distillery)

 

 

     สำหรับนักดื่ม ฉลองเบย์ รัม คงเป็นชื่อคุ้นหูราวกับเครื่องดื่มซอฟต์ดริงก์ เช่น โค้ก สไปรท์ หรือเป๊ปซี่ แต่สำหรับปุถุชนผู้ไม่เคยเหยียบย่างเข้าใกล้แอลกอฮอล์แม้แต่ปลายก้อย หรือเป็นนักดื่มสายหลักผู้มุ่งมั่นสนับสนุนแต่เหล้าแบรนด์ดัง ฉลองเบย์ รัม คงเป็นเหมือนเครื่องดื่มโลกใหม่ที่คุณสงสัยใครรู้และงุนงงว่าคืออะไร

 

 

     ฉลองเบย์ รัม เป็นเหล้ารัมสัญชาติไทยในจังหวัดภูเก็ตที่ตอนนี้กลายเป็นขวัญใจของนักดื่มหลายคนทั่วโลกไปแล้ว การันตีคุณภาพด้วยรางวัลเหรียญทอง ปี 2015 จาก San Francisco World Spirits Competition หนึ่งในงานประกวดเหล้านานาชาติที่ทรงอิทธิพลของโลก

     และจากความสำเร็จครั้งนั้น ฉลองเบย์ รัม จึงตัดสินใจเปิดบ้านให้ผู้สนใจเยี่ยมเยือน โดยเริ่มต้นด้วยการชมขั้นตอนการผลิตง่ายๆ ก่อนปรับปรุงพื้นที่บางส่วนให้กลายเป็นบาร์รัมเก๋ น่าเอกเขนก

     โปรแกรมพาชมโรงงานเปิดให้บริการทุกชั่วโมงตั้งแต่บ่าย 2 ถึง 6 โมงเย็น เจ้าหน้าที่จะพาคุณไปสำเร็จหลักสูตรวิชาเหล้ารัม 101 ผ่านบอร์ดอินโฟกราฟิกเท่ๆ ภายใน 15 นาที จากนั้นจึงพาไปยลวิธีการบรรจุ การกลั่น การกรอง รวมถึงเข้าคอร์สทำค็อกเทลสีสวยพอเป็นวิชาติดตัวไปชงอวดได้ไม่อายใคร

 

 

     จุดเด่นของฉลองเบย์ รัม อยู่ที่กรรมวิธีการผลิตโดยใช้น้ำอ้อยแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ใช้เทคนิคประยุกต์จากชาวฝรั่งเศสแถบทะเลแคริบเบียนในศตวรรษที่ 18 รสชาติที่ได้จึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีรสหวานละมุน นุ่มลึก อบอวลด้วยกลิ่นหอมผลไม้นิดๆ

     ปัจจุบันนอกจากรสดั้งเดิมซึ่งเป็นตัวชูโรงหลักแล้ว ยังเอาใจนักดื่มด้วยการออกกลิ่นใหม่เพิ่มถึง 3 รสชาติ ได้แก่ ใบโหระพา อบเชย และตะไคร้

     หากจบโปรแกรมแล้วยังไม่อยากกลับ หรือแค่อยากหาที่นั่งชิลล์เพลินๆ แนะนำให้ปักหลักยัง Chalong Bay Cocktail Bar & Boutique บาร์รัมบรรยากาศสบายแนวป่าเขตร้อน ซึ่งอยู่ในพื้นเดียวกัน

 

 

     สั่งค็อกเทลรสเยี่ยมอย่าง Mojito (160 บาท), Spicyrinha (220 บาท) หรือ Pina Colada (220 บาท) มาจิบคลายร้อน และทาปาสง่ายๆ สัก 2-3 อย่างมาแกล้มคู่ นั่งเอกเขนกพูดคุยกันเพลินๆ

     พลาดไม่ได้กับไอศกรีมฉลองเบย์ รัมเรซิน ซึ่งเราการันตีเลยว่าอร่อยมาก! เพราะขนาดคนไม่กินไอศกรีมรสรัมเรซินอย่างผู้เขียนยังอร่อยติดใจ กินไปถึง 2 สกู๊ปในเวลาอันรวดเร็ว

 

 

     นอกจากเหล้ารัมซึ่งเป็นสินค้าตัวเอก ที่นี่ยังมีสินค้าอื่นที่มีส่วนประกอบของอ้อยและรัมขายสำหรับติดไม้ติดมือกลับบ้าน อาทิ แยมผลไม้ชนิดต่างๆ ไซรัปผลไม้แบบโฮมเมด รวมถึงอุปกรณ์การชงค็อกเทลสำหรับปรุงค็อกเทลสูตรเด็ดที่บ้านได้ง่ายๆ

     หากได้เช็กอินภูเก็ตคราวหน้า ลองแวะเวียนมาจิบรัมแบบได้ความรู้ที่นี่กันได้

 

Open: จันทร์-เสาร์ เวลา 11.00-22.00 น.

Address: โรงกลั่นฉลองเบย์ 14/2 หมู่ 2 ซอยป่าหล่าย 2 ตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

Contact: 09 3575 1119

Website: www.chalongbayrum.com

Map:

The post บุกจิบค็อกเทล กินทาปาส และเสพความเนิบที่ ‘โรงกลั่นฉลองเบย์ รัม’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/lifestyle-travel-chalong-bay-rum-distillery-phuket/feed/ 0
Check-in: รีสอร์ตหรู Avista Hideaway Phuket Patong ที่มีจุดชมพระอาทิตย์ตกเลิศที่สุดในป่าตอง https://thestandard.co/lifestyle-travel-check-in-avista-hideaway-phuket-patong/ https://thestandard.co/lifestyle-travel-check-in-avista-hideaway-phuket-patong/#respond Sat, 01 Jul 2017 04:18:07 +0000 https://thestandard.co/?p=11264

     โรงแรมและรีสอร์ตหรูในภูเก็ตมีให้เลื […]

The post Check-in: รีสอร์ตหรู Avista Hideaway Phuket Patong ที่มีจุดชมพระอาทิตย์ตกเลิศที่สุดในป่าตอง appeared first on THE STANDARD.

]]>

     โรงแรมและรีสอร์ตหรูในภูเก็ตมีให้เลือกพักมากมายตั้งแต่ห้องราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักแสน บางแห่งพักแล้วก็แสนหงุดหงิดใจ ด้วยราคาและการบริการช่างไม่สอดคล้องกันเสียจริง บางแห่งสวยดีพร้อม แต่ราคาเอื้อมไม่ไหว ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่คุณเจอโรงแรมหรือรีสอร์ตที่ตรงจริต ดีพร้อมทั้งการบริการ งานดีไซน์ แถมราคาเป็นมิตร มีหรือที่จะไม่กลับไป ซึ่ง Avista Hideaway Phuket Patong, MGallery by Sofitel สามารถตอบโจทย์ได้ทุกเช็กลิสต์

 

 

The Mood

     กำแพงอิฐสีน้ำตาลอ่อนตั้งสูงตระหง่านแอบซ่อนโถงทางเดินใหญ่คล้ายทางเข้าวิหารสมัยโบราณ โดยมีจุดศูนย์กลางเป็นผลงานอินสตอลเลชันแนวอาว็องการ์ด (avant-garde) สีเงินเมทัลลิกอวดโฉมอยู่กลางลาน สะท้อนว่าที่นี่คือแดนสวรรค์สำหรับผู้มาพักผ่อน โดยมี ‘นางฟ้า’ หรือพนักงานต้อนรับคอยให้บริการ

 

 

     ออกแบบสไตล์ไทยร่วมสมัย เน้นความสูงโปร่งของตัวอาคารเป็นสำคัญ โดยมีสัญลักษณ์สามเหลี่ยมคล้ายชฎาไทยเป็นจุดเด่นของงานออกแบบ สามารถพบได้ตามกำแพงไปจนถึงโคมไฟชฎาในห้องน้ำ หรือส่วนโค้งเว้าบนผนังเหนือเตียงนอน ซึ่งอ้างอิงไปถึงวัฒนธรรมไทยหลายอย่าง อาทิ การพนมมือไหว้ ชฎาไทยสำหรับกษัตริย์ บ้านหลังคาจั่วแบบเรือนไทยสมัยก่อน เป็นต้น

 

 

The Room

     ห้องพักทั้ง 150 ห้องแบ่งออกเป็น 6 ประเภท นำเสนอประสบการณ์พักผ่อนที่ต่างกัน เช่น Buena Vista ห้องพักขนาด 55 ตารางเมตร เปรียบดังหมู่บ้านชาวไทยสมัยก่อน รูปแบบของอาคารจึงเป็นทรงไทยหันหน้าเข้าหากัน คั่นกลางด้วยสนามหญ้าและสวนหย่อมขนาดเล็กไว้ทำกิจกรรมกลางแจ้ง Family Vista เหมาะสำหรับครอบครัว หมู่บ้านชาวประมงริมแม่น้ำที่มี Riverside Pool เป็นดั่งแม่น้ำสายหลักหล่อเลี้ยงจิตใจผู้อยู่อาศัย Duplex Jacuzzi Suite มอบประสบการณ์ที่แตกต่างด้วยห้องพัก 2 ชั้น ครัวกลางแจ้ง ระเบียงนอกอาคารกว้างขวาง พร้อมฉากพระอาทิตย์ตกงดงามแบบส่วนตัว ฯลฯ

 

 

The Bites

     2 ห้องอาหาร 1 บาร์ เปิดให้บริการผู้เข้าพักทุกวัน มื้อเช้าและกลางวันมุ่งตรงมายัง Vista ห้องอาหารหลักแบบ all-day-dining เน้นเมนูนานาชาติทั้งไทย-ตะวันตก เรียกน้ำย่อยด้วยสลัดผักคุ้นลิ้นสักจาน แล้วตามด้วย Pan Seared Maple Salmon with Mango Salsa สเต๊กปลาแซลมอนชิ้นโตราสซอสเมเปิ้ล กินคู่ซัลซามะม่วงรสเปรี้ยวหวาน และกวางตุ้งฮ่องเต้ก้านอวบแน่น

 

 

     มื้อค่ำเลือกดื่มด่ำกับบรรยากาศและอาหารอร่อยที่ Sizzle ด้วยเมนู Australian Beef Tenderloin สเต๊กเนื้อวัวนำเข้าจากออสเตรเลีย เนื้อนุ่มฉ่ำซุปทุกอณู แกล้มด้วยมันบดรสเยี่ยม เจือกลิ่นและรสด้วยเห็ดทรัฟเฟิลราคาแพง

 

 

     หรือแค่สั่งค็อกเทลแก้วโปรดจาก Rendez-Vue บาร์น้ำชั้นดาดฟ้ามาจิบกินลมชมพระอาทิตย์ตกดินก็เพลินไปอีกแบบ

 

 

Don’t Miss

     สปาอายุรเวทขนานแท้ที่คิดค้นสูตรโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศอินเดีย แนะนำให้ทำ ‘Sleep Therapy’ ทรีตเมนต์บำบัดความเครียดสะสมอันเกิดขึ้นจากการงาน อาการเจ็ตแล็ก หรือปัญหาต่างๆ รุมเร้าที่เป็นสาเหตุให้พักผ่อนไม่เพียงพอ หลังจากผ่านคอร์สแล้ว คุณจะรู้สึกสดชื่น เบาสบาย ปราศจากความเหนื่อยล้า สามารถนอนหลับได้เต็มอิ่มและตื่นเต็มตาในเช้าวันใหม่

 

 

Our Favourites

     เมนูอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์ที่มีให้กินจนอิ่มไปถึงมื้อเที่ยง น้ำผลไม้คั้นสดมีให้เลือกมากกว่า 5 ชนิด โยเกิร์ตและเบเกอรีอร่อยมาก

     ใกล้ล็อบบี้เป็นลานระแนงไม้โล่งกว้าง หนึ่งจุดชมวิวพระอาทิตย์อัสดงแสนโรแมนติก มองเห็นทิวทัศน์ของหาดไตรตังและหาดป่าตองพร้อมๆ กัน

 

 

     ด้วยสถานที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง จึงให้ความรู้สึกปลีกวิเวก ไร้การติดต่อกับผู้คน ทว่าห่างจากสถานบันเทิงและหาดป่าตองเพียง 5 นาที

 

Address: 39/9 ถนนหมื่นเงิน หาดไตรตรัง ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต 83150

Budget: เริ่มต้นที่ 5,500 บาทต่อคืน

Contact: 0 7668  681

Website: www.hideaway.avistahotelsandresorts.com

Map:

The post Check-in: รีสอร์ตหรู Avista Hideaway Phuket Patong ที่มีจุดชมพระอาทิตย์ตกเลิศที่สุดในป่าตอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/lifestyle-travel-check-in-avista-hideaway-phuket-patong/feed/ 0
ทำไมยูเนสโกเลือก ภูเก็ต เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร พร้อม 7 พิกัดจานอร่อยพื้นบ้านสไตล์ชาวจีนฮกเกี้ยน https://thestandard.co/lifestyle-travel-unesco-good-food-in-phuket/ https://thestandard.co/lifestyle-travel-unesco-good-food-in-phuket/#respond Thu, 08 Jun 2017 10:19:33 +0000 https://thestandard.co/?p=4670

     อาหารพื้นเมืองภูเก็ตนั้นมีนับร […]

The post ทำไมยูเนสโกเลือก ภูเก็ต เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร พร้อม 7 พิกัดจานอร่อยพื้นบ้านสไตล์ชาวจีนฮกเกี้ยน appeared first on THE STANDARD.

]]>

     อาหารพื้นเมืองภูเก็ตนั้นมีนับร้อยรายการ ทั้งอาหารชื่อแปลกไม่คุ้นหูจนถึงเมนูคุ้นเคยอร่อยปาก ชาวภูเก็ตเป็นคนช่างกิน ช่างประกอบอาหาร รวมทั้งยังเป็นศูนย์รวมของคนหลายเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็นชาวเลดั้งเดิมซึ่งเป็นชาวมอร์แกน ชาวไทยแท้จากแผ่นดินใหญ่ รวมถึงชาวจีนอันไกลโพ้นโล้เรือสำเภาแสวงโชค

     เมื่อ ‘อาหาร คือ รากเหง้าแห่งอารยธรรม’ เป็นบ่อเกิดประเพณีและอัตลักษณ์ หนึ่งปีผ่านไปหลังได้รับประกาศให้เป็นหนึ่งในสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหารโดยยูเนสโก (Creative City of Gastronomy by Unesco) ภูเก็ตยามนี้จึงไม่ได้มีดีแค่หาดทรายสวย เกาะแก่งน่ายล แต่ยังฟุ้งหอมด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมที่คนรุ่นหลังสามารถสัมผัสได้ผ่านเมนูจานเด็ดทั่วเมือง

 

 

นิยาม ‘เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network)’

     เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ หรือ Creative Cities Network เป็นอีกหนึ่งโครงการของยูเนสโกที่ดำเนินงานควบคู่กับการประกาศแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ โดยเริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2547 เปิดรับคัดเลือกทุกๆ 4 ปี จากเมืองหรือมหานครที่ทางยูเนสโกคิดว่าเป็นแหล่งรวบรวมวิทยาการ มีพื้นฐานที่จะขับเคลื่อน ทั้งในส่วนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) แบ่งออกเป็น 7 ประเภท ได้แก่

     1. เมืองแห่งวรรณกรรม (City of Literature)

     2. เมืองแห่งภาพยนตร์ (City of Film)

     3. เมืองแห่งดนตรี (City of Music)

     4. เมืองแห่งหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (City of Crafts and Folk Arts)

     5. เมืองแห่งการออกแบบ (City of Design)

     6. เมืองแห่งศิลปะสื่อประชาสัมพันธ์ (City of Media art)

     7. เมืองแห่งวิทยาการอาหาร (City of Gastronomy)

     ปัจจุบันมีเมืองที่ได้รับประกาศเป็นเมืองสร้างสรรค์แล้วทั้งหมด 116 เมืองทั่วโลก เฉพาะด้านวิทยาการอาหารมีเพียง18 เมืองเท่านั้น

     และภูเก็ตเป็น 1 ใน 18 เมืองดังกล่าว

 

5 จุดเด่นที่ยูเนสโกเลือกภูเก็ตเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร

     เหตุผลที่องค์การยูเนสโกเลือกภูเก็ตให้เป็นหนึ่งในสมาชิกเครือข่ายสร้างสรรค์ มีอยู่หลายประการ แต่เราขอสรุปเป็นหัวข้อออกมา 5 ประเด็น ดังนี้

     1. ภูเก็ตมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะวัฒนธรรมอาหารที่เกิดจากพหุสังคม

     2. อาหารภูเก็ตเป็นองค์ประกอบสำคัญในทุกเทศกาล พิธีการ ความเชื่อ วิถีชีวิตในครอบครัว

     3. อาหารท้องถิ่นภูเก็ตหลายประเภทมีอัตลักษณ์ หารับประทานที่อื่นไม่ได้ มีสูตรลับเฉพาะที่ถ่ายทอดผ่านคนในครอบครัว และหลายเมนูเป็นวัตถุดิบที่มีเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต

     4. ความเข้มแข็งและความร่วมมือจากภาคเอกชน ภาครัฐ และสถาบันทางวิชาการในภูเก็ต ทำให้มีการสร้างสรรค์นวัตกรรมบนพื้นฐานวิทยาการด้านอาหารหลากหลายอย่าง เช่น การจำหน่ายอาหารท้องถิ่นแปรรูปเป็นของฝาก ของที่ระลึก ฯลฯ

     5. ชาวภูเก็ตมีน้ำใจ อัธยาศัยดีงาม (Thai Hospitality) ยินดีร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์กับเมืองอื่นๆ ในเครือข่าย ภายใต้คอนเซปต์ Good Food, Good Health, Good Spirit…in Phuket หรือ กินดี อยู่ดี มีจิตงาม…ที่ภูเก็ต

 

ชาวเกาะภูเก็ต x ชาวจีนฮกเกี้ยน = บาบ๋าภูเก็ต

     ความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะวัฒนธรรมการกินอันเกิดจากพหุสังคม คือหนึ่งในเหตุผลหลักที่ยูเนสโกมอบหมวกเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหารแก่ภูเก็ต ซึ่งมีภูมิหลังตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) จนถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ยามนั้นชาวจีนฮกเกี้ยนจากมณฑลฝูเจี้ยนอพยพลี้ภัยหนีตายจากภัยแล้งและความไม่สงบทางการเมือง หอบเสื่อผืนหมอนใบโล้สำเภามาตั้งรกรากที่มลายูและปีนัง

     บางส่วนเลือกมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในราชวงศ์จักรี ขึ้นมาค้าแรงงานเหมืองที่เกาะภูเก็ต ด้วยนิสัยคนจีนที่เป็นคนขยัน หนักเอาเบาสู้ จากเดิมที่ค้าแรงงานเพียงอย่างเดียว ก็ประกอบอาชีพค้าขายเสริม ซึ่งมักเปิดร้านอาหารดั้งเดิมของชนชาติตน นานวันเข้าวิถีชีวิตของชาวฮกเกี้ยนก็ผนวกเข้ากับวิถีชาวเกาะภูเก็ต กลมกลืนกลายเป็นหนึ่งเดียวในรุ่นลูก ก่อเกิดรูปแบบของวัฒนธรรมเพอรานากัน (Peranakan) ซึ่งเรามักคุ้นหูกันในนามของ ‘บาบ๋าภูเก็ต’

 

ปักหมุดกิน 7 อาหารพื้นบ้านสำรับจีนฮกเกี้ยน

     อาหารท้องถิ่นที่ชาวจีนฮกเกี้ยนนำมาเผยแพร่ในภูเก็ตมีหลายจาน เมนูเด่นต้องลองมีทั้งคาวและหวาน จะมีเมนูไหนบ้างไปดูกัน

  

 

านที่ 1 : หมี่หุ้นกระดูกหมู หรือ หมี่หุ้นป้าฉ่าง

     มีต้นกำเนิดมาจาก ‘ป้าฉ่าง’ ผู้คิดค้นสูตรคนแรก เปิดร้านอยู่ที่แถวโรงหนังเฉลิมตัน ปัจจุบันคือสี่แยกถนนเยาวราชตัดกับถนนดีบุก เส้นหมี่หุ้นหรือหมี่ขาวเส้นใหญ่แบบภูเก็ตนำมาผัดกับซีอิ๊วจนเข้าเนื้อ โรยด้วยใบกุยช่ายซอยและหอมเจียวทอด หม่ำคู่กับซุปกระดูกหมูร้อนๆ รสกลมกล่อม คนภูเก็ตนิยมรับประทานช่วงสายถึงบ่ายแก่ เป็นอาหารมื้อหลัก

     พิกัดความอร่อย: เมนูหมี่หุ้นกระดูกหมูมีให้เลือกชิมหลายร้าน แต่ที่อยากแนะนำคือ ‘ร้านหมี่หุ้นป้าฉ่างจี้ใจ-บางเหนียว’ ตั้งอยู่แถวโรงเรียนเทศบาลบ้านบางเหนียว ตรงข้ามศาลเจ้าผ้อต่อก๊ง เป็นเจ้าเก่าแก่มีชื่อในจังหวัดภูเก็ต ไปทีไรก็อร่อยทุกครา โดยเฉพาะรสน้ำซุปที่หวานหอมกลมกล่อมกำลังดี ทีเด็ดอยู่ที่เทคนิคการต้มน้ำซุป ซึ่งนิยมต้มหม้อกระดูกหมูและซุปออกจากกัน เนื้อกระดูกจึงเปื่อยพอดี ไม่ขาดความอร่อย อีกทั้งยังใส่อ้อยลงไปเพื่อเพิ่มความหอมหวาน เป็นความหวานซ่าๆ อบอวลอยู่ในปาก ยิ่งหม่ำคู่กับเส้นหมี่ผัดซีอิ๊ว อร่อย…

     Address: 82-84 ซ.ศักดิ์สิทธิ์ ถ.ภูเก็ต ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต

     Open: เปิดบริการทุกวัน เวลา 14.00-20.00 น.

     Map:

 

——————————————    

 

 

จานที่ 2 : โอต้าว

     อาหารจำพวกทอดกึ่งผัด มีลักษณะคล้ายหอยทอดผสมขนมผักกาด แต่เปลี่ยนจากหัวไชเท้าเป็นเผือกนึ่ง นำมาผัดรวมกับหอยนางรมตัวเล็ก ที่ชาวพื้นเมืองเรียกว่า หอยติบ และไข่ ปรุงรสซีอิ๊วขาว น้ำตาล พริก โรยด้วยกากหมู หอมเจียว เสิร์ฟพร้อมกับถั่วงอกสดและซอสพริกแก้เลี่ยน ชาวภูเก็ตนิยมรับประทานโอต้าวเป็นอาหารว่าง โดยมากนิยมรับประทานกันตอนบ่าย และตอนกลางคืนเป็นอาหารว่างมื้อดึก มีรสชาติจัดจ้าน สามารถปรุงรสเพิ่มเติมได้ตามใจผู้รับประทาน

     พิกัดความอร่อย: แนะนำร้านตรงศูนย์อาหารบางเหนียว อยู่ติดกับร้านหมี่หุ้นป้าฉ่างจี้ใจ-บางเหนียว ทีเด็ดของร้านนี้อยู่ที่กรรมวิธีการปรุงแบบดั้งเดิม ผัดด้วยกระทะเหล็กและเตาถ่าน รสชาติจัดจ้านถึงเครื่อง

     Address: 82-84 ซ.ศักดิ์สิทธิ์ ถ.ภูเก็ต ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต

     Open: เปิดบริการทุกวัน เวลา 18.00-23.00 น. (แต่บางวันช่วงบ่ายๆ ก็เปิดขายแล้ว)  

     Map:

 

——————————————    

 

    

จานที่ 3 : หมี่สะปำ หรือ ผัดหมี่ฮกเกี้ยน

     รู้จักกันแพร่หลายในนามหมี่สะปำ ผัดหมี่ฮกเกี้ยน หรือผัดหมี่ต้นโพธิ์ ตามชื่อร้านดังในจังหวัดภูเก็ต ลักษณะเป็นหมี่สีเหลืองนำมาผัดกับซีฟู้ด เช่น เนื้อปู, ปลา, หอยติบ, กุ้ง, ปลาหมึก และผักกวางตุ้ง บางเจ้าก็ใส่เนื้อหมูรวมด้วย เสิร์ฟพร้อมไข่ลวกสุกกำลังดี รสชาติกลมกล่อมออกเค็มเล็กน้อย หอมกลิ่นกระทะไหม้หน่อยๆ สามารถปรุงรสได้ตามชอบ

     พิกัดความอร่อย: ร้านที่มีชื่อในหมู่นักท่องเที่ยวคือ ‘หมี่ต้นโพธิ์’ แต่เราขอให้คุณลองร้านดั้งเดิมอีกร้านที่ชาวภูเก็ตหลายคนการันตีว่าอร่อยจริง และน่าเช็กอินเป็นที่สุด ‘หมี่โกลา’ เป็นร้านเก่าแก่ที่อยู่คู่ภูเก็ตมานาน ร้านมีขนาดเล็ก เป็นร้านเดียวในจังหวัดที่ยังคงผัดหมี่ด้วยเตาถ่าน และใส่หอยติบลงไปด้วย แต่ด้วยปัญหาสุขภาพของโกลา ทำให้ร้านเปิด-ปิดไม่เป็นเวลา ใครแวะไปกินต้องอาศัยโชค อาศัยดวงอยู่นิดหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่า สมราคาคุย

     Address: 73 ถ.กระ สี่แยกบางเหนียว ใกล้ร้านฮ้องข้าวต้มปลา ตรงข้ามซ.กระ 2

     Open: เปิดบริการเวลา14.30-19.00 น. (วันหยุดไม่แน่นอน เพราะปัญหาสุขภาพ)

     Map:

 

——————————————    

 

    

จานที่ 4 : โลบะ

      อาหารว่างของชาวภูเก็ต นิยมรับประทานระหว่างมื้อเช้ากับมื้อเที่ยง หรือมื้อบ่ายแก่หลังน้ำชา คำว่า ‘โล’ หมายถึง พะโล้ และ ‘บะ’ หมายถึง เนื้อสัตว์ เมื่อรวมกันจึงหมายถึง เนื้อต้มพะโล้ ผู้ปรุงจะนำเนื้อและเครื่องในหมูไปต้มพะโล้จนพอสุก หั่นพอดีคำแล้วนำไปทอดพอกรอบ ให้ผิวภายนอกเหลืองกรอบพอเคี้ยวกรุบกริบ แต่เนื้อสัมผัสด้านในยังคงความนิ่มและชุ่มฉ่ำของรสซุปไว้ เวลากินแนะให้จิ้มน้ำจิ้มสูตรเฉพาะ ส่วนใหญ่มักมีเต้าเจี้ยว น้ำมะขาม และกระเทียมสด

     พิกัดความอร่อย:  ‘ร้านโลบะแม่ย่านาง’ เปิดขายมานานกว่า 30 ปี ตกทอดมาแล้ว 3 รุ่น เป็นร้านเก่าแก่ที่ชาวภูเก็ตบอกว่าใกล้เคียงกับรสดั้งเดิมมากที่สุด โดยเฉพาะเกี้ยนทอด ซึ่งใช้สูตรโบราณยุคคุณย่าคุณยายยังสาว ที่ร้านยังมีหมี่หุ้นกระดูกหมูขายควบด้วย เสริมรสแก่โลบะดีนักแล

     Address: 143 ถ.กระบี่ ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต (ตรงข้ามศาลเจ้าแม่ย่านาง)

     Open: เปิดบริการทุกวัน เวลา 9.00-16.00 น. (หยุดทุกวันพระ)

     Map:

 

——————————————    

 

 

จานที่ 5 : ติ่มซำ

     โรตีแกง ขนมจีนแกงใต้ และติ่มซำ คือ 3 เมนู ที่คนภูเก็ตนิยมกินเป็นอาหารเช้า หากมีเวลามากพอ เราอยากให้คุณลองทุกเมนู แต่ถ้าเวลามีจำกัด แนะนำให้เลือกติ่มซำเป็นลำดับแรก คนจีนนิยมรับประทานเป็นอาหารว่างหรือเรียกน้ำย่อยยามบ่าย ยกเว้นในจังหวัดภูเก็ตและตรัง ที่นิยมรับประทานในมื้อเช้า มีทั้งเมนูนึ่ง ตุ๋น ทอด ฯลฯ เสิร์ฟมาในเข่งหรือจานเล็กๆ พอดีคำ

     พิกัดความอร่อย: มีติ่มซำ 2 เจ้าอร่อย ที่ชาวภูเก็ตแนะนำมา คือ ‘ร้านจ่วนเฮี้ยง’ ตั้งอยู่ตรงถนนพูนผล กับ ‘ร้านบุญรัตน์’ ซึ่งเก่าแก่พอกันแต่มีสาขามากกว่า แนะนำให้เช็กอิน ‘ติ่มซำบุญรัตน์ สาขา 3’ ริมถนนเจ้าฟ้า เนื่องจากอร่อยและปิดช้ากว่าใครเพื่อน สามารถนั่งไฟล์ตเช้ามากินได้ทันท่วงที ติ่มซำบุญรัตน์ เปิดบริการตั้งแต่ ค.ศ. 1917 ตกทอดสูตรมาแล้วถึง 4 รุ่น ทีเด็ดอยู่ที่รสชาติน้ำจิ้มเข้มข้นไม่เหมือนใคร ออกรสเผ็ดนิดหวานหน่อย หากินได้ที่นี่เท่านั้น จานติ่มซำมีให้เลือกมากกว่า 50 รายการ ทั้งของนึ่งและทอด เช่น ขนมจีบ, ฮะเก๋า, ก๋วยเตี๋ยวหลอด, เกี้ยนปูทอด ฯลฯ เมนูพิเศษวันเสาร์-อาทิตย์ เช่น หมั่นโถว แกงไก่ และบะกุดเต๋ เป็นต้น

     Address: 55/692-693 ถ.เจ้าฟ้า ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต

     Open: เปิดบริการทุกวัน เวลา 06.00-11.00 น.

     Map:

 

  ——————————————    

 

    

จานที่ 6 : โอ้วเอ๋ว 

     ของหวานแก้ร้อนของจังหวัดภูเก็ตที่สามารถหากินได้ทั่วไป เป็นวุ้นใสๆ ทำจากเมือกเมล็ดโอ้วเอ๋ว ผสมกับเมือกกล้วยน้ำว้า นิยมเสิร์ฟพร้อมน้ำแข็งปั่นละเอียด ใส่ถั่วแดงต้มสุก ราดด้วยน้ำเชื่อม น้ำแดง รสชาติหวานหอม มีสรรพคุณกินแก้ร้อนใน กระหายน้ำ เหมาะกับอากาศเมืองไทย

     พิกัดความอร่อย: ปัจจุบันมีร้านโอ้วเอ๋วมากมายหลายเจ้า ทั้งแบบประยุกต์ และดั้งเดิมแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ใครที่กินครั้งแรก แนะนำให้มุ่งตรงไปยัง ‘ร้านโอ้วเอ๋วแป๊ะหลี’ ในซอยสุ่นอุทิศ ขายมายาวนานกว่า 80 ปี สนนราคาเพียง 10-15 บาท ข้อควรระวังอย่างเดียวสำหรับร้านนี้คือ ของมีจำกัดและหมดเร็วมาก ต้องเสี่ยงดวงกันหน่อยล่ะ

     Address: ซ.สุ่นอุทิศ ต.ตลาดเหนือ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต

     Open: เปิดบริการทุกวัน เวลา 14.00-17.00 น.

     Map:

  ——————————————    

  

    

จานที่ 7 : ขนมพื้นเมืองภูเก็ต – พังเปี๊ยะ เต้าส้อ เก็ดหล่องเตี๋ยว ฯลฯ    

     ภูเก็ตมีขนมพื้นเมืองหลายชนิด ส่วนใหญ่แล้วมักเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและงานพิธีการ ชนิดแรกที่อยากแนะนำมีชื่อว่า ‘พังเปี๊ยะ’ หรือ ‘ขนมแด่มารดา’ ลักษณะเป็นขนมอบพอง คนโบราณนิยมรับประทานกับนมร้อน เป็นของหวานของมารดาหลังคลอด หรือนำมาใส่ไข่แล้วอบ กินเป็นอาหารเช้าก็อร่อย เมนูต่อไปเรียกว่า ‘เต้าส้อ’ เป็นขนมคล้ายขนมเปี๊ยะ แต่มีกรรมวิธีการผลิตที่ซับซ้อนกว่า ผิวสัมผัสของเต้าส้อจะกรอบแยกออกเป็นชั้นๆ ด้านในนุ่ม สอดใส่ถั่วหวาน ถั่วเค็ม ฯลฯ ชนิดสุดท้ายคือ ‘เก็ดหล่องเตี๋ยว’ คุ้นชินกันในชื่อ ‘ขนมไข่คนเฒ่า’ ทำจากแป้งข้าวเหนียวโม่สด ผสมกับน้ำตาลปี๊บ น้ำนมแมว น้ำ น้ำตาลแบะแซ รสชาติหอมหวาน เหมาะที่จะกินคู่กับน้ำชาร้อน

     พิกัดความอร่อย: ไม่มีที่ใดในภูเก็ตที่จะหาขนมพื้นเมืองได้อร่อยและมากเท่า ‘เค่งติ้น’ โรงขนมระดับตำนานอายุเกือบ 100 ปี ริมถนนภูเก็ต ที่ยังคงใช้กรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิม เน้นการทำมือแบบโบราณที่ต้องใช้คนมีประสบการณ์สูง ไม่มีสูตรตายตัว และใช้ความชำนาญเป็นตัวแปรหลัก ขนมทุกเมนูบรรจุในหีบห่อสวยงามตามสมัยนิยม มีประวัติร้านและความสำคัญของขนมอธิบายเสร็จสรรพ เหมาะกับการซื้อมากิน หรือซื้อเป็นของฝากก็เก๋

     Address: 342-344 ถ.ภูเก็ต อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต

     Open: เปิดบริการทุกวัน เวลา 14.00-17.00 น.

     Website: www.phuketbakery.com

     Map:

 

 

อ้างอิง:

The post ทำไมยูเนสโกเลือก ภูเก็ต เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร พร้อม 7 พิกัดจานอร่อยพื้นบ้านสไตล์ชาวจีนฮกเกี้ยน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/lifestyle-travel-unesco-good-food-in-phuket/feed/ 0