PCR – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 15 Dec 2022 02:52:09 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 จีนเผย เป็นไปไม่ได้ที่จะตรวจสอบจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดไม่แสดงอาการ หลังผ่อนคลายมาตรการ-เลิกบังคับตรวจ PCR https://thestandard.co/china-no-symptom-covid-check/ Thu, 15 Dec 2022 02:52:09 +0000 https://thestandard.co/?p=723954 จีน

คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน ได้ปรับลดข้อมูลในการรายง […]

The post จีนเผย เป็นไปไม่ได้ที่จะตรวจสอบจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดไม่แสดงอาการ หลังผ่อนคลายมาตรการ-เลิกบังคับตรวจ PCR appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีน

คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน ได้ปรับลดข้อมูลในการรายงานผู้ติดเชื้อโควิดประจำวันผ่านเว็บไซต์ โดยไม่แสดงจำนวนผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ ซึ่งถือเป็นการปรับแนวทางหลังอัตราการตรวจเชื้อแบบ PCR ทั่วประเทศ ลดลงอย่างรวดเร็ว จากการที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิดครั้งใหญ่ ท่ามกลางสถานการณ์ระบาดที่ยังรุนแรงและมีผู้ติดเชื้อรายวันสูงเป็นประวัติการณ์

 

ประกาศของคณะกรรมการที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์วานนี้ (14 ธันวาคม) ระบุว่า ได้หยุดเผยแพร่ตัวเลขประจำวันของผู้ติดเชื้อโควิดที่ตรวจไม่พบอาการ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว มีสัดส่วนคิดเป็นส่วนใหญ่ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ พร้อมทั้งชี้ว่า “เป็นไปไม่ได้ที่จะทราบจำนวนผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการอย่างถูกต้อง” ซึ่งข้อมูลที่ยังคงรายงาน คือผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยัน ที่ตรวจพบในสถานที่ตรวจเชื้อสาธารณะ

 

ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น ถือเป็นความท้าทายสำหรับรัฐบาลปักกิ่ง ที่ผ่อนคลายนโยบาย ‘โควิดเป็นศูนย์’ หรือ ‘Zero-COVID’ โดยไม่มีการบังคับตรวจเชื้อหมู่แบบ PCR และอนุญาตให้ผู้ติดเชื้อที่มีอาการไม่รุนแรงสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปกักตัวที่โรงพยาบาลสนาม ซึ่งส่งผลให้การตรวจวัดจำนวนผู้ติดเชื้อที่แท้จริงทำได้ยากลำบากมากขึ้น

 

ขณะที่บรรยากาศในกรุงปักกิ่ง พบว่ามีประชาชนบางส่วนไปต่อแถวที่คลินิกหลายแห่ง และตามร้านขายยา พบว่ายารักษาไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่เริ่มหายากขึ้น เช่นเดียวกับชุดตรวจเชื้อแบบรวดเร็วหรือ ATK ที่เริ่มประสบปัญหาขาดแคลน จนทำให้ประชาชนที่มีอาการไม่สามารถยืนยันได้ว่าตนเองติดเชื้อหรือไม่

 

ทั้งนี้ ความพยายามผลักดันให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิดก็ประสบปัญหาเช่นกัน โดยที่ศูนย์ฉีดวัคซีน 2 แห่งในกรุงปักกิ่ง พบว่าบรรยากาศเมื่อวันอังคาร (13 ธันวาคม) ที่ผ่านมา ไร้ผู้คนเดินทางไปฉีดวัคซีน และมีเพียงบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งส่งผลให้เกิดความหวาดวิตกมากขึ้นต่อการแพร่ระบาดครั้งใหญ่อีกระลอก

 

อย่างไรก็ตาม ไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการบริหารด้านโครงการภาวะฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวในการแถลงต่อสื่อวานนี้ว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงนี้ ไม่ได้เกิดจากการผ่อนคลายมาตรการป้องกันอย่างกะทันหัน และชี้ว่าเชื้อโควิดมีการแพร่ระบาด ‘อย่างเข้มข้น’ ในจีน เป็นเวลานานก่อนที่จะมีการผ่อนคลายและยกเลิกมาตรการป้องกันต่างๆ

 

ขณะที่เขาเน้นย้ำว่าความท้าทายของจีนในการควบคุมการระบาด คือการทำให้ประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนในจำนวนที่เพียงพอ และเตือนว่าระดับการฉีดวัคซีนในหมู่ประชากรจีนยังถือว่าค่อนข้างต่ำ

 

นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตต่อตัวเลขผู้ติดเชื้อที่จัดทำโดยรัฐบาลจีน ซึ่งไม่ได้รับการตรวจสอบโดยอิสระ และทำให้เกิดข้อสงสัยว่า พรรคคอมมิวนิสต์พยายามที่จะลดจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตให้เหลือน้อยที่สุดหรือไม่

 

ภาพ: Yuxuan Zhang / AFP / AFPTV

อ้างอิง:

The post จีนเผย เป็นไปไม่ได้ที่จะตรวจสอบจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดไม่แสดงอาการ หลังผ่อนคลายมาตรการ-เลิกบังคับตรวจ PCR appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำความรู้จัก ‘โอไมครอน เวอร์ชันล่องหน’ ระบาดแล้วในหลายประเทศ ยากตรวจพบแม้ใช้ PCR https://thestandard.co/invisible-coronavirus-omicron-introduction/ Thu, 09 Dec 2021 06:42:43 +0000 https://thestandard.co/?p=569421 โอไมครอน เวอร์ชันล่องหน

นักวิทยาศาสตร์ในแอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย และแคนาดา รายงานก […]

The post ทำความรู้จัก ‘โอไมครอน เวอร์ชันล่องหน’ ระบาดแล้วในหลายประเทศ ยากตรวจพบแม้ใช้ PCR appeared first on THE STANDARD.

]]>
โอไมครอน เวอร์ชันล่องหน
  • นักวิทยาศาสตร์ในแอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย และแคนาดา รายงานการค้นพบสายพันธุ์ย่อยของเชื้อโควิดโอไมครอน ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นสายพันธุ์เวอร์ชัน ‘ล่องหน’ เนื่องจากมีความแตกต่างทางพันธุกรรม ทำให้การตรวจหาเชื้อนั้นยากขึ้น แม้จะใช้ชุดตรวจแบบ PCR 

 

  • จากข้อมูลพบว่าทั้ง 3 ประเทศ พบผู้ติดเชื้อโควิดโอไมครอนสายพันธุ์ล่องหนแล้วหลายราย โดยนักวิจัยเรียกโอไมครอนสายพันธุ์ย่อยที่พบนี้อย่างเป็นทางการว่า BA.2 ส่วนสายพันธุ์ดั้งเดิมจะเรียกว่า BA.1 ซึ่งเป็นชื่อสำหรับเรียกสายพันธุ์ย่อยของโควิดโอไมครอน B.1.1.529 

 

  • โอไมครอนสายพันธุ์ BA.2  มีการกลายพันธุ์จำนวนมากแบบเดียวกับสายพันธุ์ดั้งเดิม แต่มีความแตกต่างหลักๆ คือขาดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมในยีนหนาม (Spike Gene) ที่เรียกว่า S gene dropout หรือการตรวจไม่พบยีนหนาม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญช่วยให้ตรวจพบโอไมครอนสายพันธุ์ดั้งเดิม

 

  • โดยปกติแล้วการใช้ชุดตรวจ PCR ตรวจเชื้อโควิดส่วนใหญ่ จะพุ่งเป้าไปที่ยีน 3 ตัว โดยยีนหนามเป็นหนึ่งในนั้น แต่สำหรับเชื้อโอไมครอนสายพันธุ์ดั้งเดิมนั้น ชุดตรวจ PCR ที่มีอยู่จะตรวจไม่พบ ทำให้กลายเป็นลักษณะเด่นที่ช่วยแยกได้ว่าเชื้อโควิดที่พบเป็นสายพันธุ์โอไมครอนหรือไม่

 

  • ซึ่งโอไมครอนสายพันธุ์ BA.2 นั้นขาดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมตรงนี้ ทำให้การตรวจพบยากขึ้นกว่าเดิม (แต่ยังตรวจเจอว่าเป็นการติดโควิด) และต้องใช้การวิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรม จึงเป็นที่มาของการเรียกว่าเป็นสายพันธุ์ล่องหน 

 

  • ศ.ฟรองซัวส์ บัลลูซ์ ผู้อำนวยการสถาบันพันธุศาสตร์ มหาวิทยาลัยคอลเลจ ลอนดอน เปิดเผยต่อหนังสือพิมพ์ The Guardian ว่า ในจำนวนตัวอย่างข้อมูลพันธุกรรมของโควิดโอไมครอนที่ถูกส่งไปยังฐานข้อมูลพันธุกรรมไวรัสระดับโลกอย่าง GISAID นั้น 6% เป็นโอไมครอนสายพันธุ์ BA.2

 

  • ขณะที่นักวิจัยหลายคนบอกว่ายังเร็วไปที่จะรู้ได้ว่าโอไมครอนสายพันธุ์ BA.2 นั้นจะแพร่ระบาดในลักษณะเดียวกับโอไมครอนสายพันธุ์ดั้งเดิมหรือไม่ ซึ่ง ศ.บัลลูซ์ ระบุว่าโอไมครอนสายพันธุ์ดั้งเดิมและสายพันธุ์ BA.2 นั้นค่อนข้างแตกต่างกันในด้านพันธุกรรม และอาจมีพฤติกรรมการระบาดที่แตกต่างกันด้วย

 

  • อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญที่นักวิจัยยังสงสัยคือ โอไมครอนสายพันธุ์ล่องหนนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งความแตกต่างทางพันธุกรรมของมันนั้นชัดเจน และหากมีการแพร่ระบาดที่รวดเร็วเหมือนโอไมครอนสายพันธุ์ดั้งเดิม ก็อาจจะเรียกได้ว่าเป็นไวรัสในกลุ่มสายพันธุ์ที่น่ากังวลอีกตัว 

 

  • นักวิจัยบางคนมองว่าการที่มีโอไมครอน 2 สายพันธุ์ระบาดติดต่อกันอย่างรวดเร็วนั้นค่อนข้างน่าเป็นกังวล และหน่วยงานสาธารณสุขของประเทศต่างๆ ควรเพิ่มการเฝ้าระวังอันตรายจากโอไมครอนสายพันธุ์ย่อยนี้ ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าจะรุนแรงมากน้อยแค่ไหน

 

  • สำหรับข้อมูลการค้นพบโอไมครอนสายพันธุ์ BA.2 มีรายงานขึ้นในระหว่างที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดโอไมครอนในหลายประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในสหราชอาณาจักรพบผู้ติดเชื้อโควิดโอไมครอนเพิ่มจาก 101 คน เป็น 437 คนในวันเดียว

 

ภาพ: Photo by James D. Morgan/Getty Images

อ้างอิง:

The post ทำความรู้จัก ‘โอไมครอน เวอร์ชันล่องหน’ ระบาดแล้วในหลายประเทศ ยากตรวจพบแม้ใช้ PCR appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยูนิลีเวอร์ปรับซัพพลายเชน ดันพลาสติก PCR เล็งปล่อยแพ็กไซส์เล็กรับสังคมสูงวัยและการบริโภคชะลอตัว https://thestandard.co/unilever-pcr/ Thu, 30 May 2019 08:48:53 +0000 https://thestandard.co/?p=256046

โรเบิร์ต แคนเดลิโน ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทยูนิล […]

The post ยูนิลีเวอร์ปรับซัพพลายเชน ดันพลาสติก PCR เล็งปล่อยแพ็กไซส์เล็กรับสังคมสูงวัยและการบริโภคชะลอตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>

โรเบิร์ต แคนเดลิโน ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ในประเทศไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ เมียนมา ลาว และกัมพูชา ให้ข้อมูลว่าปัจจุบันยูนิลีเวอร์มีผลประกอบการที่สูงถึง 5.1 หมื่นล้านยูโร มีสินค้าในมือ 400 แบรนด์ กระจายใน 190 ประเทศทั่วโลก ซึ่งสินค้าของยูนิลีเวอร์เข้าถึงประชากรได้ถึง 2.5 พันล้านคน มีศูนย์วิจัยและพัฒนา 6 แห่ง และโรงงาน 32 แห่งในอาเซียน ด้วยพนักงานทั้งหมดกว่า 1.7 แสนคนทั่วโลก

 

แผนธุรกิจสำหรับตลาดประเทศไทยซึ่งถือเป็นตลาดที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของยูนิลีเวอร์ โดย 99% ของประชากรไทยซื้อสินค้ายูนิลีเวอร์ซ้ำมากกว่า 2 ครั้งต่อเดือน ใช้สินค้าในชีวิตประจำวัน 3 ครั้งต่อวัน และสินค้าของยูนิลีเวอร์ถึง 2 ใน 3 ของพอร์ตโฟลิโอเป็นแบรนด์เจ้าตลาดในประเทศไทย โดยช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาธุรกิจขยายตัวอย่างมาก ทั้งสินค้าภายในบ้าน สินค้าเพื่อความงามและสุขภาพ รวมทั้งอาหารและไอศกรีมด้วย ยูนิลีเวอร์จึงเลือกประเทศไทยเป็นตลาดแรกของโลกในการออกสินค้าใหม่ๆ หลายตัว

 

สำหรับธุรกิจอาหาร ยูนิลีเวอร์ตั้งเป้าในการลดการใช้เกลือ เนื่องจากผู้บริโภคใส่ใจเรื่องสุขภาพมากยิ่งขึ้น และประเด็นเรื่องโซเดียมก็เป็นเรื่องใหญ่ที่สินค้ากลุ่ม FMCG ให้ความสำคัญในขณะนี้ เช่นเดียวกับการลดปริมาณน้ำตาลและแคลอรีในอาหารลงด้วย นอกจากนี้จะเพิ่มสัดส่วนของสินค้ากลุ่มที่ใช้สารสกัดและส่วนผสมจากธรรมชาติมากยิ่งขึ้น โดยมีแผนเปิดตัวแบรนด์ Love Beauty and Planet และ Seventh Generation ภายในปี 2562

 

สิ่งที่น่าสนใจคือยูนิลีเวอร์จะปรับการบริหารจัดการเรื่องห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ครั้งสำคัญ โดยจะเน้นการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นพลาสติกรีไซเคิล (Post Consumer Recycled – PCR) กับสินค้าของยูนิลีเวอร์ โดยได้เริ่มจากแบรนด์คอมฟอร์ทและซันไลต์ก่อน สำนักข่าว THE STANDARD สอบถามโรเบิร์ตว่ามีแผนที่จะใช้พลาสติกลดลงหรือไม่ ทางผู้บริหารของยูนิลีเวอร์ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวชัดเจน เพียงแต่ให้ข้อมูลว่าอยู่ระหว่างปรับปรุงการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานให้ดีขึ้น โดยโรงงานที่เป็นซัพพลายเออร์จะต้องผลิต PCR ให้กับยูนิลีเวอร์ได้ ซึ่งวัสดุดังกล่าวไม่เพียงแต่จะช่วยเรื่องการใช้ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม แต่ยังมีคุณภาพที่ดีขึ้นด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างพัฒนาแผนการผลิตกับบรรดาซัพพลายเออร์

 

ส่วนการปรับตัวทางธุรกิจเพื่อสอดรับกับสังคมผู้สูงอายุของประเทศไทยและระดับของหนี้ครัวเรือนที่สูง ซึ่งส่งผลต่อระดับรายได้และการบริโภคภายในประเทศ โรเบิร์ตกล่าวว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญที่ยูนิลีเวอร์นำมาใช้ในการวางแผนธุรกิจ โดยในอนาคตจะพบกับสินค้ากลุ่มที่มีราคาถูกขึ้น ซื้อได้ง่ายขึ้น รวมทั้งการปรับขนาดบรรจุภัณฑ์ให้เล็กลง หรือจำนวนสินค้าต่อแพ็กที่ลดลง เพื่อทำให้ราคาต่อหน่วยถูกลงสำหรับแนวโน้มการบริโภคที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยด้วย

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ยูนิลีเวอร์ปรับซัพพลายเชน ดันพลาสติก PCR เล็งปล่อยแพ็กไซส์เล็กรับสังคมสูงวัยและการบริโภคชะลอตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>