Patrick Mahomes Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/patrick-mahomes/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 30 Jan 2026 11:04:30 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ซูเปอร์ โบว์ล ครั้งที่ 60 คู่ชิงที่ผิดฝาผิดตัวที่สุดตลอดกาล https://thestandard.co/super-bowl-60-underdog-finalists/ Fri, 30 Jan 2026 11:04:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1171580 ภาพกราฟิกการแข่งขัน ซูเปอร์ โบว์ล ครั้งที่ 60 ที่สองทีมม้านอกสายตา นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ และ ซีแอตเทิ่ล ซีฮอว์คส โคจรมาพบกัน

คำจำกัดความสำหรับ ซูเปอร์ โบว์ล ครั้งที่ 60 คงต้องบอกว่ […]

The post ซูเปอร์ โบว์ล ครั้งที่ 60 คู่ชิงที่ผิดฝาผิดตัวที่สุดตลอดกาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกการแข่งขัน ซูเปอร์ โบว์ล ครั้งที่ 60 ที่สองทีมม้านอกสายตา นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ และ ซีแอตเทิ่ล ซีฮอว์คส โคจรมาพบกัน

คำจำกัดความสำหรับ ซูเปอร์ โบว์ล ครั้งที่ 60 คงต้องบอกว่าเป็นคู่ชิง ผิดฝาผิดตัวที่สุดตลอดกาล

 

ถ้าเดือนกันยายน 2025 มีใครบอกคุณว่า คู่ชิงจะกลายเป็น นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ พบ ซีแอตเทิ่ล ซีฮอว์คส

 

คุณก็ต้องมองว่า คนนั้นไม่บ้าก็เพี้ยน หรือไม่ก็คงดู NFL ไม่เป็น

 

มีเป็นสิบทีมที่ทั้งผู้เชี่ยวชาญหรือ ลาสเวกัส ต่างมองก่อนเปิดซีซั่นว่าจะคว้าแชมป์

 

ฟิลาเดลเฟีย อีเกิ้ลส์, บัฟฟาโล่ บิลล์ส, บัลติมอร์ เรฟเว่นส์ +700

 

แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ +800

 

ดีทรอยท์ ไลอ้อนส์, กรีนเบย์ แพคเกอร์ส +1200

 

วอชิงตัน คอมมานเดอร์ส +1800

 

ซินซินเนติ เบงกอลส์, แอลเอ แรมส์, ซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้นายเนอร์ส +2000

 

คุณต้องกวาดตามองลงไป กลุ่มล่างโน่นแหละ ถึงค่อยเห็นชื่อ เพเทรียตส์ (+8000) กับ ซีฮอว์คส (+6000)

 

ซูเปอร์ โบว์ล สมัยก่อน อาจมีประเภท ซินเดอเรลล่า อย่าง เซงต์ลุยส์ แรมส์(+15000) เมื่อ ฤดูกาล 1999 แต่คู่ชนพวกเขาคือ เทนเนสซี่ ไททั่นส์(+3000) ก็ยังอยู่กลุ่มตัวเต็งด้านบน

 

ไม่เคยมีคู่ชิงแบบม้านอกสายตาทั้งคู่

 

มันมีเหตุผลที่พวกเขาจะถูกมองข้าม

 

ในเมื่อ เพเทรียตส์ เพิ่งเปลี่ยน เฮดโค้ช รายสามในรอบสามปีมาเป็น ไมค์ วเรเบ้ล

 

ควอร์เตอร์แบ็ค ชื่อ เดร้ก เมย์ ก็ยังละอ่อนซะเหลือเกิน เพิ่งหัดตั้งไข่ เพียงฤดูกาลที่สอง

 

ซีฮอว์คส ก็คล้ายกัน โค้ช ไมค์ แม็คโดนัลด์ คุมทีมปีที่สอง แล้วตัดสินใจ ล้างบางเกมบุกตัวเอง โละตัวสำคัญออกไปเกือบหมด รวมทั้งปลด ไรอัน กรับบ์ โค้ชเกมบุกด้วย

 

แต่งตั้ง คลินท์ คูบิแอ็ค เข้าแทน เขาเปลี่ยนงาน หนห้าในรอบห้า ปี ชื่อเสียงไม่ค่อยเป็นที่ประจักษ์

 

ควอร์เตอร์แบ็กคนใหม่ แซม ดาร์โนลด์ อาจเพิ่ง แจ้งเกิดรอบสอง กับ มินนิโซต้า ไวกิ้งส์ ยังโดนตราหน้าว่าเป็น ของปลอมทำเหมือนหรือเปล่า?

 

จากควอร์เตอร์แบ็ก ดราฟต์ อันดับ 3 ปี 2018 กลับต้องพเนจร รวมห้าทีมในอาชีพ

 

ท้ายสุด สองทีมเหลือเชื่อ ดันได้มาเจอกัน หน้าเส้นชัย

 

หลายคนคงทราบกันแล้วว่า นี่เป็นรีแมตช์ ซูเปอร์ โบว์ล ครั้ง 49 หรือเมื่อ 11 ปีก่อน

 

ตอนนั้น ทอม เบรดี้ ปาสองทัชดาวน์ พา เพเทรียตส์ คัมแบ็ก จากตามหลัง 14-24 ในควอร์เตอร์สุดท้าย ปล้นชัยชนะ ซีฮอว์คส แชมป์เก่า ต่อหน้าต่อตา แฟนทั้งโลก

 

มัลคอล์ม บัตเลอร์ ลงดาบสุดท้ายด้วยการ โฉบอินเทอร์เซปต์ จาก ริคาร์โด้ ล็อคเก็ตต์ ปีกคู่แข่ง เส้น 1 หน้าเอนด์โซนตัวเอง ก่อนหมดเวลาเพียง 20 วินาที

 

เพเทรียตส์ จึงเข้าป้าย ราวปาฏิหาริย์ 28-24

 

ถ้า บัตเลอร์ อินเทอร์เซ็ปต์ ลูกดังกล่าว ไม่สำเร็จ ซีฮอว์คส ยังเหลือโอกาสให้แก้ตัว อีกถึงสองดาวน์

 

แน่นอน ทุกคนต่างเชื่อว่า มาร์ชอว์น ลินช์ รันนิ่งแบ็ก ทรงพลังจะเป็นคนได้ถือบอลกระทุ้งสกอร์

 

ซีฮอว์คส ผู้ปราชัย อย่างบอบช้ำ อาจรักษาระดับทีมชั้นนำแต่ไม่เคยกลับเข้าสู่เวทีสูงสุดของวงการ อีกเลย

 

ปี 2024 ครบรอบทศวรรษจากที่เคยถล่ม เดนเวอร์ บรองโก้ส์ กระจุย 43-8 ใน ซูเปอร์ โบว์ล ครั้ง 48

 

ฝ่ายบริหาร ตัดสินใจ เชิญ พีท คาร์โรลล์ ออกจากตำแหน่ง เฮดโค้ช ให้ขึ้นไปรับงานที่ปรึกษาอาวุโส เพื่อถนอมน้ำใจ

 

แม็คโดนัลด์ โค้ชทีมรับจาก บัลติมอร์ เรฟเว่นส์ เข้ามาสานต่อ โดยไม่เคยมีประสบการณ์ คุมทีมที่ไหน

 

เขา กับ ดาร์โนลด์ พาทีมไหลลื่นเกินคาด

 

สถิติ 14-3 ยึดอันดับหนึ่งของ NFC โดยมีเกมบุก ระดับท็อปทรี, เกมป้องกันอันดับหนึ่ง และทีมพิเศษ ทีเด็ดสร้างเพลย์สำคัญ หลายครั้ง

 

นี่คือ การเข้า ซูเปอร์ โบว์ล สมัยสี่ ของ ซีฮอว์คส และลุ้นการครองแชมป์ หนที่สอง

 

ส่วน เพเทรียตส์ หลังจากแชมป์ ครั้งนั้น ยังอาศัย เบรดี้ จอมทัพระดับตำนาน ครองลีก อีกพักใหญ่ เข้าชิงซูเปอร์ โบว์ล อีกสามสมัย ได้สองแชมป์

 

กระทั่ง เขาออกไปจากทีม เมื่อต้นปี 2020

 

ขณะนั้น โลกเกิดความวุ่นวาย จากโควิด แม้ซีซั่นจะเดินหน้า เช่นเดียวกับ เพเทรียตส์ ท่ามกลางเสียงปรามาสว่า คงต้องตกต่ำไปอีกยาวนาน

 

เบลิเช็ค ขาดจอมทัพคู่ใจ พยายามลองผิดลองถูก กับ แคม นิวตั้น, ไบรอัน ฮอยเออร์

 

ดราฟต์ เอา แม็ก โจนส์ มาตั้งแต่อันดับ 15 ปี 2021 สลับใช้ เบลี่ย์ แซปปี้ อีกคน

 

ท้ายสุดก็ยังล้มเหลว และ เบลิเช็ค ก็ต้องออกจากงาน เหมือนการปิดฉากสุดท้ายของ มหาอำนาจที่เคยยึด หัวแถวลีก ยาวนานสองทศวรรษ

 

พ้นจาก เบรดี้ พวกเขามีปัญญา ชนะมากกว่าแพ้ ซีซั่นเดียว

 

เจร็อด เมโย่ หนึ่งในลูกหม้อตั้งแต่สมัยเป็นผู้เล่น และโค้ชทีมรับ ถูกดันขึ้นคุมทีมแทน

 

พวกเขาตัดสินใจ เปลี่ยนควอร์เตอร์แบ็คใหม่ด้วย แยกทาง โจนส์ อย่างรวดเร็ว

 

หันไปคว้า เมย์ จาก ม.นอร์ธ แคโรไลน่า แล้วโยนลงน้ำ ทันที ผลงานจึงเหลวเป๋ว แทบไม่เห็นแววคนที่เลือกสูงถึงอันดับสาม

 

ทีมลงเอยเท่าเดิม แค่ 4-13 เมโย่ โดนปลดทั้งๆ เพิ่งทำงานเพียงหนึ่งฤดูกาล

 

การมาของ วเรเบ้ล อดีตกองกลางชุดสามแชมป์ ยุค 2000 พ่วงด้วย จอช แม็คแดเนี่ยล อดีตโค้ชเกมบุกคู่บุญ เบรดี้

 

ช่วยกันหันหัวเรือ เมย์ กลับฝั่ง อย่างไม่ธรรมดา

 

ฤดูกาลนี้ เมย์ ปาเข้าเป้า 72% กลายเป็นสถิติใหม่ของ เพเทรียตส์ ลบที่ เบรดี้ เคยทำเอาไว้ 68.9% เมื่อซีซั่น 2007

 

เท่านั้นไม่พอ เขายังขว้าง 4,394 หลา 31 ทัชดาวน์ เสียเพียง 8 อินเทอร์เซ็ปต์ และวิ่งเอง 103 หลา สี่สกอร์

 

ขึ้นมาเป็น หนึ่งในตัวเต็งเอ็มวีพี หรือ ผู้เล่นทรงคุณค่า ลีก พร้อมช่วย เพเทรียตส์ ครองอันดับสอง AFC จากผลงาน 14-3

 

เมย์ หลุดมาเข้าชิง ซูเปอร์ โบว์ล ในฐานะควอร์เตอร์แบ็คละอ่อนสุดลำดับสองตลอดกาล (23 ปี 162 วัน) เป็นรองแค่ แดน มาริโน่ ตำนานดอลฟินส์ (23 ปี 127 วัน)

 

เขายังเป็น ควอร์เตอร์แบ็คปีสอง รายสี่ ในรอบ 7 ปี ที่นำทัพ เข้าชิงชนะเลิศ ต่อจาก แพทริก มาโฮมส์ (2018, ได้แชมป์), โจ เบอร์โรว์ (2021, แพ้) และ บร็อก เพอร์ดี้ (2023, แพ้)

 

ประวัติศาสตร์ รอเขียนขึ้นใหม่ ถ้า เมย์ ยังคงมีปาฏิหารย์ ไม่หยุด ช่วยเพเทรียตส์ คว้าชัย 9 กุมภาพันธ์ นี้

 

วเรเบ้ล ก็จะกลายเป็น คนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ คว้า ซูเปอร์ โบว์ล ทั้งในฐานะ โค้ช กับ ผู้เล่น ให้กับทีมเดียว

 

ทั้ง ทอม ฟลอร์ส, ไมค์ ดิตก้า, โทนี่ ดังจี้ และ ดั้ก พีเดอร์สัน อาจได้แชมป์ ซูเปอร์โบว์ล แต่ก็ เป็นผู้เล่นให้ทีมนึง และมาโค้ช อีกทีมนึง

 

“ผมไม่รู้จะอธิบายยังไงดี มันเป็นความภูมิใจ ที่ได้ทำงานกับ พวกเขาเหล่านี้ และองค์กรนี้”วเรเบ้ล หนึ่งในเต็งโค้ช ยอดเยี่ยม กล่าว

 

“ผมไม่ใช่คนชนะ แต่จะเป็นผู้เล่นที่ชนะเกม และผมจะทำทุกอย่าง รวมทั้งสตาฟของเรา เพื่อเตรียมให้พวกเขาพร้อมกับเกมมากสุด”

 

ไม่มี ทีมไหน ประสบการณ์ ซูเปอร์ โบว์ล โชกโชนไปกว่า เพเทรียตส์ นี่จะเป็นสมัย 12 ของ แฟรนไชส์ โดยได้แชมป์มาทั้งสิ้น 6 ครั้ง มากสุดเท่ากับ พิตต์สเบิร์ก สตีลเลอร์ส

 

อย่างไรก็ตาม เพเทรียตส์ ผ่านเพลย์ออฟ มาในสภาพเกมบุก ตุปัดตุเป๋ เฉลี่ยแค่ 18 คะแนน ต่อเกม แย่สุดของ ทีม ซูเปอร์ โบว์ล ตั้งแต่ แรมส์ (เฉลี่ย 15 คะแนน) เมื่อ 1979

 

อาศัย มีเกมป้องกันเหนียวมาก เสียเพียง 26 แต้มจากสามเกม หรือ 8.7 คะแนน ต่อเกม

 

ทีมเดียวที่เข้าชิง โดยแข่งเพลย์ออฟสามเกม แล้ว เสียแต้มน้อยกว่า ก็คือ เรฟเว่นส์ ปี 2000 โดนไปแค่ 16 แต้ม

 

คนอเมริกันเก่าแก่ มักบอกกันว่า เกมบุกเอาไว้ขายตั๋ว แต่ เกมป้องกันเอาไว้เป็นแชมป์

 

แม้ เพเทรียตส์ กับ ซีฮอว์คส อาจไม่มี เกมบุก ระดับเอาไว้ขายตั๋ว แต่ท้ายสุด ไม่ว่า เกมป้องกันฝ่ายไหน ทำให้ทีมกลายเป็นแชมป์ เรื่องราวของพวกเขาก็คงยังน่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะควอร์เตอร์แบ็คละอ่อน อย่าง เมย์ หรือ ควอร์เตอร์แบ็คพเนจร อย่าง ดาร์โนลด์

 

เกร็ดน่าสนใจปิดท้าย

 

ซูเปอร์ โบว์ล ครั้ง 60 จะเป็น หนที่สาม ที่ เฮดโค้ช คู่ชิงชื่อเดียวกัน และทั้งหมด ต่างชื่อ ไมค์

 

ครั้งที่ 32 ไมค์ เชเนแฮน คุมทีม เดนเวอร์ บรองโก้ส์ สยบ ไมค์ โฮล์มเกร็น โค้ช กรีน เบย์ แพคเกอร์ส

 

ครั้งที่ 45 ไมค์ แม็คคาร์ธี่ คุมทีม แพคเกอร์ส สยบ ไมค์ ทอมลิ่น โค้ช พิตต์สเบิร์ก สตีลเลอร์ส

 

ไมค์ แม็คโดนัลด์ ปะทะ ไมค์ วเรเบ้ล ผลจะออกมายังไง?

The post ซูเปอร์ โบว์ล ครั้งที่ 60 คู่ชิงที่ผิดฝาผิดตัวที่สุดตลอดกาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ใครจะคว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 59 ? https://thestandard.co/super-bowl-59-eagles-chiefs-preview/ Sun, 09 Feb 2025 03:00:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1039836 แพทริก มาโฮมส์ และ เจเลน เฮิร์ตส์ คู่ชิงซูเปอร์โบวล์ครั้งที่ 59

ซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 59 หรือซูเปอร์โบวล์ 2025 จะเปิดฉา […]

The post ใครจะคว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 59 ? appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทริก มาโฮมส์ และ เจเลน เฮิร์ตส์ คู่ชิงซูเปอร์โบวล์ครั้งที่ 59

ซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 59 หรือซูเปอร์โบวล์ 2025 จะเปิดฉากขึ้นในอีกไม่ถึง 24 ชั่วโมงข้างหน้าแล้ว

 

โดยในปีนี้เป็นการชิงชัยกันระหว่าง ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ แชมป์สาย NFC พบกับ แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ แชมป์เก่า และแชมป์ 2 สมัยซ้อน จากสาย AFC ซึ่งพยายามจะกลายเป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์ได้ 3 สมัยติดต่อกันเป็นทีมแรกในศึก NFL

 

แล้ว เจเลน เฮิร์ตส์ หยุดยั้งชีฟส์ได้หรือไม่ หรือจะเป็น แพทริก มาโฮมส์ ที่ได้ชูถ้วยแชมป์เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน?

 

รู้กันพรุ่งนี้ (10 กุมภาพันธ์) เวลา 06.30 น. ติดตามการถ่ายทอดสดได้ทาง TrueVisions หรือสมัคร NFL Game Pass ผ่าน DAZN ในราคา 35 บาทเท่านั้น

The post ใครจะคว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 59 ? appeared first on THE STANDARD.

]]>
adidas เปิดตัวเสื้อทีม Texas Tech ที่มีโลโก้ ‘Mahomes’ บนอก https://thestandard.co/adidas-texas-tech-mahomes/ Wed, 16 Oct 2024 06:25:52 +0000 https://thestandard.co/?p=996468

Patrick Mahomes จอมทัพดาวดังในศึกอเมริกันฟุตบอล NFL แห่ […]

The post adidas เปิดตัวเสื้อทีม Texas Tech ที่มีโลโก้ ‘Mahomes’ บนอก appeared first on THE STANDARD.

]]>

Patrick Mahomes จอมทัพดาวดังในศึกอเมริกันฟุตบอล NFL แห่ง Kansas City Chiefs ซึ่งเป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัย Texas Tech และเสื้อตัวล่าสุดของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็มีโลโก้ของเขาอยู่บนอกด้านซ้ายด้วย

 

adidas ในฐานะแบรนด์พาร์ตเนอร์ของทั้ง Mahomes และมหาวิทยาลัย Texas Tech เปิดตัวชุดแข่งที่มีชื่อว่า ‘Mahomes Strategy’ โดยชุดดังกล่าวมีโลโก้ ‘Gladiator’ อันเป็นเอกลักษณ์ของจอมทัพ Chiefs ซึ่งเป็นรูปตัว P กับ M อยู่บนอกเสื้อตัวนี้

 

Mahomes เปิดเผยว่า “การได้เห็นโลโก้ของตัวเองบนชุดของ Texas Tech ถือเป็นความสำเร็จนอกสนามที่มีความหมายมากที่สุดครั้งหนึ่งในอาชีพของผม”

 

“ผมอยากขอบคุณครอบครัว adidas ที่มอบโอกาสพิเศษนี้ให้กับผม” Mahomes กล่าว

 

ก่อนคว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ 3 สมัย จอมทัพวัย 29 ปีรายนี้เป็นควอเตอร์แบ็กให้ทีมมหาวิทยาลัยอย่าง Texas Tech Red Raiders มาก่อน และถูก Kansas City Chiefs ดราฟต์ในรอบแรก อันดับที่ 10 ของปี 2017 ก่อนก้าวขึ้นมาเป็นจอมทัพแนวหน้าของศึก NFL ในปัจจุบัน

 

 

ภาพ: adidas

อ้างอิง:

The post adidas เปิดตัวเสื้อทีม Texas Tech ที่มีโลโก้ ‘Mahomes’ บนอก appeared first on THE STANDARD.

]]>
คู่หูควอเตอร์แบ็ก-ปีกใน คู่ไหนอยู่ในใจคุณ https://thestandard.co/quarter-back-favourites/ Wed, 14 Feb 2024 12:37:37 +0000 https://thestandard.co/?p=899912 แพทริก มาโฮมส์ กับ ทราวิส เคลซี

แพทริก มาโฮมส์ กับ ทราวิส เคลซี เป็นคู่หูควอเตอร์แบ็ก-ป […]

The post คู่หูควอเตอร์แบ็ก-ปีกใน คู่ไหนอยู่ในใจคุณ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทริก มาโฮมส์ กับ ทราวิส เคลซี

แพทริก มาโฮมส์ กับ ทราวิส เคลซี เป็นคู่หูควอเตอร์แบ็ก-ปีกในที่ Dominate ในศึก NFL ปัจจุบันอย่างมาก โดยปัจจุบันพวกเขาทำทัชดาวน์ไปแล้ว 16 ครั้งใน Postseason มากที่สุดในคู่หูควอเตอร์แบ็กกับปีกใน

 

แต่ยังมีอีกหนึ่งคู่หูควอเตอร์แบ็ก-ปีกในที่พวกเขาต้องก้าวข้ามไปให้ได้คือคู่ของ ทอม เบรดี กับ ร็อบ กรอนคาวสกี ที่จับคู่กันคว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ไปแล้ว 4 สมัย มากที่สุดในคู่หูทั้งหมด

 

แน่นอนว่าหากเถียงกันว่าคู่หูควอเตอร์แบ็ก-ปีกในคู่ไหนโหดกว่ากัน คงเถียงกันไม่จบ แต่สำหรับคุณแล้ว ชอบคู่ไหนมากกว่ากัน

 

แพทริก มาโฮมส์ กับ ทราวิส เคลซี

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post คู่หูควอเตอร์แบ็ก-ปีกใน คู่ไหนอยู่ในใจคุณ appeared first on THE STANDARD.

]]>
KEY SUCCESS: Calm Through the Storm https://thestandard.co/patrick-mahomes-calm-through-the-storm/ Wed, 14 Feb 2024 03:30:28 +0000 https://thestandard.co/?p=899501

เพลย์สุดท้ายในซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 58 ขณะที่เหลือเวลา […]

The post KEY SUCCESS: Calm Through the Storm appeared first on THE STANDARD.

]]>

เพลย์สุดท้ายในซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 58 ขณะที่เหลือเวลา 13 วินาที แพทริก มาโฮมส์ เรียกแผนท่ามกลางสกอร์ที่ตามหลังอยู่ 19-22

 

เวลา 13 วินาที กับคะแนนเพียง 3 แต้ม เป็นตัวคั่นกลางระหว่างเขากับการสร้าง Dynasty ที่ยิ่งใหญ่ ด้วยการคว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์สมัยที่ 3 ของตัวเอง และเป็นทีมแรกที่จะป้องกันแชมป์ได้สำเร็จในรอบ 20 ปี 

 

เขาสั่งเพื่อนร่วมทีมเป็นรหัสที่รู้กันในทีมว่า “บลันเอฟทางฝั่งขวา ทอมกับเจอร์รีทางขวา สีเหลือง” เมื่อทุกคนกระจายกันเข้าตำแหน่งแล้ว เขาตะโกนโค้ดลับอีกครั้งว่า “ส้ม ส้ม ส้ม ส้ม” ก่อนที่บอลจะสแนปขึ้นมา

 

เมื่อบอลเข้ามือจอมทัพวัย 28 ปี เขาวิ่งออกทางฝั่งขวามือของตัวเอง ก่อนปาให้กับ มีโคล ฮาร์ดแมน รับทัชดาวน์ กลายเป็นเพลย์ที่ทำให้แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ เป็นแชมป์ พวกเขาเอาชนะซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนเนอร์ส ได้สำเร็จในช่วงต่อเวลา 25-22

 

13 วินาที สำหรับคนทั่วไปนั้นไม่ใช่ระยะเวลาที่มากมายเลย แต่สำหรับมาโฮมส์นั่นคือเวลาที่มีมากเกินพอที่จะทำให้เขาพลิกสถานการณ์ สร้างเพลย์สำคัญ และพาทีมคว้าแชมป์ได้

 

ในเพลย์ที่ตัดสินฤดูกาล ‘Do or Die’ มาโฮมส์ตัดสินใจด้วยความสงบและเด็ดขาด เขากล่าวหลังจากคว้าแชมป์ได้สำเร็จว่า “เราเตรียมการสำหรับช่วงเวลานั้นมาแล้ว

 

“ครั้งเดียวที่ผมรู้สึกประหม่าเล็กน้อยอาจจะเป็นการเล่นดาวน์ที่ 4 (บริเวณกลางสนามก่อนหน้านั้น)

 

“เราแค่ต้องทำทุกอย่างอย่างใจเย็น ทำตามที่ซ้อมกันมา”

 

ความใจเย็นและมองสถานการณ์อย่างสงบของมาโฮมส์เปลี่ยนแปลงช่วงเวลาเพียง 13 วินาทีให้ยาวนานพอที่จะสร้างเพลย์ที่จะเอาชนะเกมนี้ แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่เรียนรู้กันง่ายๆ มันมาจากปราบการณ์และการเรียนรู้จากสิ่งต่างๆ รอบตัว

 

“เขาทำเรื่องยากให้ดูง่าย” แอนดี้ รีด หัวหน้าโค้ชของแคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ กล่าวหลังเกมที่อัลลิเจียนต์สเตเดียม

 

“เขาเล่นในระดับสูงที่สุดในโลก และมีควอเตอร์แบ็กเพียงแค่ 32 คนเท่านั้นที่ได้รับสิทธิ์นี้ แต่เขาคือคนพิเศษที่สุด

 

“ผมได้เห็น ทอม เบรดี้ มอบกุญแจให้กับเขา ซึ่งมันเจ๋งมาก ทอมบอกว่า ‘นับจากนี้นี่คือลีกของนายแล้วเพื่อน’ 

 

“แพทริกเป็นคนถ่อมตัว เขาชอบแข่งขัน เยือกเย็น เขาเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ยอดเยี่ยม เป็นเรื่องดีที่คนอายุน้อยจะได้เห็นเขาเป็นแบบอย่าง”

 

ในสถานการณ์ที่เลวร้ายหรือยากลำบาก การตัดสินใจเป็นสิ่งที่สำคัญมาก หากตัดสินใจด้วยความไม่รอบคอบ ไม่ถี่ถ้วน และขาดความสงบ สถานการณ์ที่วิกฤตอาจจะกลายเป็นวิบัติก็ได้

 

แต่การตัดสินใจที่เยือกเย็นและสงบโดยคิดอย่างรอบคอบและลงมือทำอย่างใจเย็น อาจช่วยให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้ และบางครั้งนอกจากรอดพ้นจากวิกฤตได้แล้ว มันยังอาจจะพลิกเป็นโอกาส จนไปสู่ความสำเร็จได้เลย

 

 

The post KEY SUCCESS: Calm Through the Storm appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ผมพร้อมจะแสดงให้โลกเห็นว่าผมมีความสามารถแค่ไหน” ย้อนอ่านจดหมายแนะนำตัวของ แพทริก มาโฮมส์ https://thestandard.co/mahomes-introductory-letter/ Tue, 13 Feb 2024 06:58:58 +0000 https://thestandard.co/?p=899106

‘Magic Mahomes’ แพทริก มาโฮมส์ พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นอี […]

The post “ผมพร้อมจะแสดงให้โลกเห็นว่าผมมีความสามารถแค่ไหน” ย้อนอ่านจดหมายแนะนำตัวของ แพทริก มาโฮมส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘Magic Mahomes’ แพทริก มาโฮมส์ พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นอีกครั้งว่าเขาคือสุดยอดควอเตอร์แบ็กแห่งยุคสมัยใหม่ตัวจริง หลังจากที่มีส่วนสำคัญในการช่วยพลิกเกมจนทำให้แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ ปาดหน้าซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนเนอร์ส ได้ในช่วงของการต่อเวลาพิเศษ

 

ในเกมที่สุดสูสีที่อัลลีเจียนต์สเตเดียมในลาสเวกัส ควอเตอร์แบ็กวัย 28 ปี ไม่ได้ทำเพียงแค่การขว้างบอลอย่างแม่นยำในเพลย์สำคัญ แต่ยังแสดงความครบเครื่องในแบบที่บร็อก เพอร์ดี คู่ปรับอีกฟากของสนามได้แต่อิจฉา เพราะมาโฮมส์ทั้งแข็งแรง รวดเร็ว และชาญฉลาดในการวิ่งทำระยะขึ้นมาด้วยตัวเอง

 

การวิ่งของมาโฮมส์ในช่วงควอเตอร์ที่ 4 และในช่วงของการต่อเวลาพิเศษคือหนึ่งในจุดเปลี่ยนของเกมเลยก็ว่าได้

 

ชัยชนะในเกมวันอาทิตย์ที่ผ่านมาทำให้ควอเตอร์แบ็กอัจฉริยะกลายเป็นอีกหนึ่งคนที่คว้าแหวนซูเปอร์โบวล์มาครองได้เป็นวงที่ 3 ก่อนอายุจะครบ 30 ปี โดยที่เจ้าตัวให้คำมั่นว่าจะมีอีกหลายวงที่จะตามมาในอนาคต ซึ่งแน่นอนว่าเป้าหมายอยู่ที่การไปให้ถึงจุดเดียวกับทอม เบรดี ตำนานตลอดกาลผู้ครอบครองแหวนซูเปอร์โบวล์ถึง 7 วง หรือไปให้ไกลยิ่งกว่า

 

แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น อยากชวนให้กลับมาย้อนอ่านจดหมายฉบับหนึ่งที่เขาเขียนแนะนำตัวเองในการดราฟต์ตัวผู้เล่นเมื่อ 7 ปีที่แล้ว

 

จดหมายที่จะทำให้เรามองเห็นภาพตัวตนของเขาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะในปัจจุบันหรือในอดีตก็ตาม

 

 

จดหมายฉบับดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ทาง The Players’ Tribune เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2017 ในระหว่างที่มาโฮมส์ซึ่งอยู่กับทีมเท็กซัสเทค ฟุตบอล กำลังรอคอยโอกาสในการจะถูกดราฟต์เข้าทีม

 

โดยมีเนื้อความดังนี้

 

ถึงโค้ชใน NFL และผู้จัดการทีมทุกท่าน

 

เป็นเวลาหลายเดือนแล้วที่ผมได้พยายามตอบคำถามของทุกท่านถึงด้านที่ดีที่สุดในความสามารถของผมผ่านเทปที่บันทึกการเล่นของผม การบรรยายจังหวะการเล่น การลงรายละเอียดถึงกระบวนการตัดสินใจของผม ไปจนถึงเวลาที่ผมเข้านอนและสิ่งที่ผมรับประทานเป็นอาหารเช้าในทุกวัน

 

คุณคงได้เห็นผมวิ่ง กระโดด ยกน้ำหนัก และการขว้างที่ไกลที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ คุณคงประหลาดใจว่าผมจะสามารถปรับเข้ากับความเร็วของเกมในระดับโปรและปรับเข้ากับความซับซ้อนของเกมบุกในระดับ NFL ได้หรือไม่

 

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่สำคัญทั้งสิ้น และโดยส่วนใหญ่แล้วสิ่งเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับการเล่นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เพียงแต่มันไม่ใช่การเล่นฟุตบอลจริงๆ สิ่งเหล่านี้ไม่เหมือนกับการลงเล่นในเกมจริงๆ หรือการกอดกับเพื่อนร่วมทีมของผมเลย

 

ฟุตบอลนั้นเราเล่นกันใต้แสงไฟ เผชิญกับสิ่งต่างๆ ต่อหน้าคนกว่า 60,000 คน มันทำให้เราเกิดการตื่นตัวไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม ไปจนถึงความมุ่งมั่นที่จะพาทีมกลับมาให้ได้ในสถานการณ์ที่เหมือนเรากำลังจะแพ้แน่นอนอยู่แล้วในควอเตอร์ที่ 4

 

มันคือการทำทุกสิ่งทุกอย่างที่เราสามารถจะทำได้เพื่อจะไปให้ถึงเรดโซน (พื้นที่ระยะ 20 หลาก่อนถึงเอนด์โซน) บางครั้งเราเสียท่าในการเล่นไปแล้ว นั่นทำให้เราต้องเล่นอย่างสร้างสรรค์

 

 

ผมไม่ใช่คนที่สมบูรณ์แบบหรอก แต่ในอเมริกันฟุตบอลไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบเสมอไปอยู่แล้ว มันไม่มีทางที่ทุกสิ่งจะเป็นไปอย่างที่ใจเราต้องการ ผมรู้ว่าผมคงไม่สามารถจะให้คำตอบที่สมบูรณ์แบบต่อทุกคำถามจากพวกคุณ ในเทปวิดีโอคุณจะได้เห็นการเล่นที่ผิดพลาดของผม และผมก็พลาดการขว้างบอลมา 2-3 ครั้งในวันโปรเดย์ (วันที่ให้นักอเมริกันฟุตบอลในระดับมหาวิทยาลัยได้ลงแข่งโชว์ลีลาในการแข่งจริงๆ)

 

แต่ผมก็หวังว่าพวกคุณจะสังเกตเห็นว่าทุกคำตอบที่ผมตอบไปคือความเห็นใจ และในเวลาที่ผมทำพลาดในสนามผมจะเป็นคนที่รับผิดชอบต่อตัวเองเสมอ ผมหวังว่าคุณจะสังเกตเห็นได้ว่าผมทำอะไรได้มากกว่าแค่การขว้างบอลได้ไกล ผมไม่อยากให้คุณคิดว่าผมมีแค่แขนใหญ่ๆ เท่านั้น ผมเป็นผู้เล่น และผมก็พร้อมจะทำหน้าที่ในฐานะควอเตอร์แบ็กของพวกคุณ

 

สิ่งเดียวที่ผมคิดในใจคือการทำอย่างไรก็ได้เพื่อช่วยให้ทีมชนะ ผมคิดถึงการเล่นในลีก (NFL) มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ และตอนนี้เราก็ใกล้จะถึงวันดราฟต์ตัวของ NFL แล้ว

 

ผมพร้อมที่จะแสดงให้โลกได้เห็นแล้วว่าผมมีความสามารถแค่ไหน

 

ผมเติบโตมาโดยการดูพ่อของผม (แพท มาโฮมส์ นักเบสบอลอาชีพระดับ MLB) ลงแข่งเจอกับผู้เล่นที่เก่งที่สุดในโลกในฐานะพิชเชอร์ตัวหลักของลีก ผมดูเขาเล่นมา 11 ปี ผมคือคนรู้ว่าพ่อต้องทุ่มเทแค่ไหนในแต่ละวัน และผมต้องทำแค่ไหนถ้าคิดอยากจะประสบความสำเร็จใน NFL

 

ผมได้เห็นสายตาที่แน่วแน่ของพ่อก่อนลงแข่งทุกเกม ผมรู้ว่าพ่อใช้เวลาแค่ไหนในการพยายามฝึกและพยายามหาทางเอาชนะคู่แข่ง เขาทุ่มเททุกอย่างในทุกวันเพื่อทำให้ดีขึ้นไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม และถ้าเขาได้เห็นผู้บรรยายพูดถึงสถิติของเขาในทางลบทางโทรทัศน์ เขาจะไม่ยอมปล่อยให้มันมีผลต่อการเล่นของเขาเด็ดขาด สิ่งเดียวที่เขาจะเอาคำพูดเหล่านี้มาใช้คือใช้เป็นแรงกระตุ้นตัวเอง

 

ในตอนนี้ผมเองก็กระตุ้นตัวเองในแบบเดียวกับพ่อ ผมเคยได้ยินพวกนักวิเคราะห์ตั้งข้อสงสัยถึงสิ่งที่ผมสามารถจะทำได้ ผมจะทำแบบนั้นได้ไหมแบบนี้ได้ไหม ผมจะมีวินัยพอที่จะเป็นควอเตอร์แบ็กใน NFL ได้ไหม

 

ไม่ว่าคำวิจารณ์เหล่านั้นอยากจะเล่นงานผมแค่ไหน ผมรู้ว่าผมสามารถจัดการทุกอย่างได้ด้วยความตั้งใจ ผมไม่ใช่ควอเตอร์แบ็กที่อยู่ในกรอบ ผู้คนที่พูดแบบนั้นแปลว่าพวกเขาไม่เคยดูการเล่นของผมจริงๆ ผมรู้ว่าผมขว้างรูปแบบไหนก็ได้ โดยเฉพาะในเวลาที่ทีมของผมต้องการการเล่นที่พลิกเกมได้

 

 

3 ปีที่ผมอยู่กับเท็กซัสเทค ผมได้เรียนรู้มากมายในการนำเกมรุก หนึ่งในเรื่องสำคัญมากๆ คือการที่ต้องได้รับการยอมรับในห้องแต่งตัวของผม ผู้นำคือคนที่จะต้องเป็นแบบอย่างแก่ทุกคน ผมไม่ได้คาดหวังว่าผมจะเข้าทีมมาแล้วรู้ทุกอย่างตั้งแต่วันแรกในแคมป์เก็บตัวเลย แต่ผมพร้อมที่จะเริ่มต้นทุกอย่างตามกระบวนการ ถึงตอนนี้ผมคิดว่าคุณคงได้รู้แล้วว่าผมเป็นผู้เล่นแบบไหน และสิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือผมอยากจะเป็นผู้เล่นแบบไหนในทีม

 

ผมหวังอย่างยิ่งว่าสิ่งสำคัญที่คุณจะสังเกตเห็นได้จากสถิติการเล่นของผมในระดับมหาวิทยาลัยคือผมทำได้ดีขึ้นในทุกด้านในทุกฤดูกาลที่ผ่านไป นี่คือสิ่งที่ผมภูมิใจมาก ผมจะไม่ทำนายอนาคตของผมหรอก แต่ผมอยากบอกให้คุณมั่นใจได้ว่ามีสิ่งหนึ่งที่ผมรู้จักดี นั่นก็คือวิธีที่จะทำทุกอย่างให้ดีขึ้น

 

และผมรู้ว่าถ้าผมอยากจะเข้าทีมและสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ทันที ผมต้องมีความคิดก่อนว่าผมจะต้องพยายามทำทุกอย่างให้ดีขึ้นในทุกวัน ในการซ้อมทุกครั้ง ในการรับบอลทุกครั้ง และผมตั้งใจที่จะทำแบบนั้นให้ได้ด้วย

 

ผมจะไม่เป็นเด็กขี้แยที่โวยวายในระหว่างทางเหล่านั้น ผมจะไม่เสียสมาธิไม่ว่าจะเป็นเรื่องในหรือนอกสนาม

 

ผมจะใช้เวลาที่มีในการเล่นตามตำราแผน (Playbook) ให้ดีที่สุด ผมจะไม่ยอมหยุดจนกว่าผมจะทำทุกอย่างได้ถูกต้อง แม้กระทั่งในรายละเอียดเรื่องเล็กๆ

 

ผมอาจจะทำผิดพลาดบ้างระหว่างทาง และผมคงไม่ชนะทุกนัดที่ลงเล่น ผมคงไม่มีวันจะปิดฉากชีวิตการเล่นด้วยสถิติการขว้างบอลที่สมบูรณ์แบบโดยที่ไม่โดนตัดบอลเลยหรอก แต่ผมจะพยายามอย่างหนักเหมือนทุกคน

 

ผมพร้อมที่จะเริ่มต้นเส้นทางสู่การเป็นแชมเปียน และเหนือกว่าสิ่งอื่นใดบนโลกใบนี้ ผมพร้อมแล้วที่จะสวมชุดและลงสนาม ยิ่งเราไปถึงจุดนั้นได้เร็วเท่าไรก็ยิ่งดี

 

ตอนนี้ผมจะรอจนกว่าคุณจะได้เห็นผมอยู่ในฮัดเดิลกับทีม

 

 

หลังจดหมายฉบับนี้ แพทริก มาโฮมส์ ได้ถูกดราฟต์เข้าทีมแคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ ในอันดับที่ 10

 

และที่เหลือนับจากนี้คือประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของ NFL

 

อ้างอิง:

The post “ผมพร้อมจะแสดงให้โลกเห็นว่าผมมีความสามารถแค่ไหน” ย้อนอ่านจดหมายแนะนำตัวของ แพทริก มาโฮมส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทริก มาโฮมส์ ป้องกันแชมป์ซูเปอร์โบวล์สำเร็จในรอบเกือบ 20 ปี https://thestandard.co/mahomes-20-years-defend-super-bowl/ Mon, 12 Feb 2024 06:15:32 +0000 https://thestandard.co/?p=898770

แพทริก มาโฮมส์ กลายเป็นควอเตอร์แบ็กคนแรกที่พาทีมป้องกัน […]

The post แพทริก มาโฮมส์ ป้องกันแชมป์ซูเปอร์โบวล์สำเร็จในรอบเกือบ 20 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

แพทริก มาโฮมส์ กลายเป็นควอเตอร์แบ็กคนแรกที่พาทีมป้องกันแชมป์สำเร็จ นับตั้งแต่ ทอม เบรดี ที่พานิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ ป้องกันแชมป์ได้ในซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 39 ปี 2005

 

โดยนี่เป็นความสำเร็จที่วงการ ‘คนชนคน’ ไม่เห็นมาเกือบ 20 ปี 

 

นอกจากนี้ มาโฮมส์ยังทำให้ชีฟส์กลายเป็นทีมที่ 8 ในประวัติศาสตร์ที่ป้องกันแชมป์ซูเปอร์โบวล์สำเร็จ ต่อจากกรีนเบย์ แพ็กเกอร์ส, ไมอามี ดอลฟินส์, พิตต์สเบิร์ก สตีลเลอร์ส, ซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนเนอร์ส, ดัลลัส คาวบอยส์, เดนเวอร์ บรองโกส์ และนิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์

 

 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

The post แพทริก มาโฮมส์ ป้องกันแชมป์ซูเปอร์โบวล์สำเร็จในรอบเกือบ 20 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักกีฬาชื่อดังร่วมลงขันซื้อหุ้น 24% ของทีมอัลพีน ฟอร์มูลาวัน https://thestandard.co/athletes-take-over-alpine-f1-team/ Wed, 18 Oct 2023 05:11:19 +0000 https://thestandard.co/?p=855939 Rory McIlroy

วานนี้ (17 ตุลาคม) สำนักข่าว BBC รายงานว่า นักกีฬาชื่อด […]

The post นักกีฬาชื่อดังร่วมลงขันซื้อหุ้น 24% ของทีมอัลพีน ฟอร์มูลาวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Rory McIlroy

วานนี้ (17 ตุลาคม) สำนักข่าว BBC รายงานว่า นักกีฬาชื่อดังร่วมลงขันเทกโอเวอร์หุ้น 24% ของทีมอัลพีน ฟอร์มูลาวัน

 

รอรี แม็คอิลรอย นักกอล์ฟชื่อดัง, แอนโทนี โจชัว นักมวย รวมไปถึง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ นักฟุตบอลของลิเวอร์พูล และ แพทริก มาโฮมส์ กับ ทราวิส เคลซี คู่หูควอเตอร์แบ็ก-ปีกในจากทีมแคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ ในศึกอเมริกันฟุตบอล NFL เป็นบรรดานักกีฬาที่เข้าร่วมในโปรเจกต์นี้

 

นักกีฬาทั้งหมดที่ว่ามาได้เข้าร่วมลงทุนกับกลุ่มทุนโอโทร แคปิตัล ซึ่งเข้าซื้อหุ้น 24% ของทีมอัลพีนด้วยเงินมูลค่าราว 200 ล้านยูโร หรือราว 7,700 ล้านบาท

 

โดยโอโทร แคปิตัล เข้ามาลงทุนในการแข่งขันรถสูตรหนึ่งตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ร่วมกับเรดเบิร์ด แคปิตัล และ 2 เจ้าของสโมสรเร็กซ์แฮมอย่าง ไรอัน เรย์โนลด์ส และ ร็อบ แม็กเอลเฮนนีย์

 

โดยทางอัลพีนคาดหวังว่านักกีฬาชื่อดังระดับโลกเหล่านี้จะทำให้ทีมเอฟวันจากฝรั่งเศสทีมนี้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และขยายฐานแฟนไปสู่แฟนๆ ในกีฬาชนิดอื่นด้วย

 

ด้านแม็คอิลรอย นักกอล์ฟชาวไอร์แลนด์เหนือหมายเลข 2 ของโลก กล่าวในแถลงการณ์ว่า “ความหลงใหลในการเป็นที่สุดในสนามกอล์ฟทำให้ผมชื่นชมการทำแบบเดียวกันในฟอร์มูลาวันด้วย

 

“การเป็นพันธมิตรกับโอโทร แคปิตัล เพื่อลงทุนในอัลพีน เอฟวัน ถือเป็นการลงทุนที่น่าตื่นเต้น ที่รวบรวมความรักในกีฬา การแข่งขัน และการขับเคลื่อนอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อเป็นที่สุดในวงการ”

 

ขณะที่ แอนโทนี โจชัว กล่าวว่า “โอกาสที่จะลงทุนร่วมกับโอโทร แคปิตัล ในทีมอัลพีนเป็นโอกาสที่ผมไม่สามารถเพิกเฉยได้

 

“มรดกของทีมผสมผสานกับการเติบโตในระดับโลกของฟอร์มูลาวัน ในฐานะกีฬาและแบรนด์ ทำให้สิ่งนี้กลายเป็นข้อเสนอที่จริงจังมาก”

 

โดยทีมอัลพีนซึ่งจบอันดับ 4 ในการจัดอันดับตารางคะแนนประเภททีมผู้ผลิตเมื่อปีที่แล้ว มีผลงานที่น่าผิดหวังในฤดูกาลนี้ หลังมารั้งอันดับที่ 6 จากบรรดาทีมผู้สร้างทั้งหมด 10 ทีม โดยเหลือการแข่งขันอีกเพียงแค่ 5 สนามเท่านั้นในปีนี้

 

อ้างอิง:

The post นักกีฬาชื่อดังร่วมลงขันซื้อหุ้น 24% ของทีมอัลพีน ฟอร์มูลาวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 57 เป็นซูเปอร์โบวล์ซึ่งมีเรื่องราวมากมาย https://thestandard.co/opinion-super-bowl-lvii/ Sat, 11 Feb 2023 02:25:05 +0000 https://thestandard.co/?p=748835

เช้าตรู่วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ NFL เดินทางมาจนถึ […]

The post ซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 57 เป็นซูเปอร์โบวล์ซึ่งมีเรื่องราวมากมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>

เช้าตรู่วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ NFL เดินทางมาจนถึงศึกสั่งลาซีซัน เพื่อหาแชมป์กันในซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 57

 

แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ ตัวแทนจาก AFC พบกับฟิลาเดลเฟีย อีเกิ้ลส์ ตัวแทนจาก NFC

 

เวทีประลองจัดขึ้นที่สเตทฟาร์มสเตเดียม ในเมืองเกลนเดล รัฐแอริโซนา

 

นี่คือคู่ชิงที่หายากทีเดียว เนื่องจากทั้งสองทีมต่างมีผลงาน 14-3 เป็นทีมอันดับหนึ่งคอนเฟอเรนซ์ตัวเอง

 

 

ที่ว่าหายากเพราะตั้งแต่ NFL รวมลีกกันเมื่อปี 1970 นี่เป็นเพียงครั้งที่หกซึ่งทีมสถิติดีสุดของแต่ละคอนเฟอเรนซ์หลุดเข้ามาเจอกันในซูเปอร์โบวล์

 

ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อปี 2014 ซีแอตเทิ่ลไล่ต้อนเดนเวอร์ 43-8 ในศึกของสองทีมชนะฤดูกาลปกติ 13 เกม

 

น่าแปลกตรงที่สองทีมเก่งสุดมาเจอกัน ผลกลับไม่สูสี ทั้งห้าคู่ก่อนหน้ามีผลต่างสกอร์เฉลี่ย 21 คะแนน

 

สูสีสุดคือวอชิงตันปราบบัฟฟาโล่ 37-24 เมื่อปี 1992

 

อีกสามคู่ ซานฟรานซิสโกถล่มไมอามี่ 38-16 ปี 1984, ดัลลัสชนะเดนเวอร์ 27-10 ปี 1978 และโอ๊คแลนด์ต้อนมินนิโซต้า 32-14 ปี 1977

 

นับจากการเข้ารอบแบบวางอันดับปี 1975 นี่คือครั้งที่ 15 เท่านั้น ซึ่งทีมวางอันดับหนึ่งเข้ามาเจอกัน

 

ล่าสุดก็ตั้งแต่ปี 2018 ตอนที่อีเกิ้ลส์ได้แชมป์แรกสยบนิวอิงแลนด์ 41-33

 

นี่ยังเป็นเพียงหนสามที่คู่ชิงซูเปอร์โบวล์ชนะอย่างน้อย 14 เกม ฤดูกาลปกติเจอกัน โดยแคนซัส ซิตี้ กับฟิลาเดลเฟียต้องแข่งถึง 17 นัดจึงทำได้

 

ขณะที่แอตแลนต้ากับเดนเวอร์แข่งกันเพียง 16 เกมเมื่อซีซัน 1998 (ซีซันนั้นมินนิโซต้าสถิติดีสุดลีก 15-1) กับไมอามี่และซานฟรานซิสโก ซีซัน 1984

 

ชีฟส์กับอีเกิ้ลส์เข้ามาในแบบเหนือชั้นมาก พวกเขาไม่เคยตามหลังคู่แข่งในทุกนาทีของเกมเพลย์ออฟ

 

เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกแค่สามคู่ก่อนหน้า เพเทรียตส์เจออีเกิ้ลส์ (2005), บิลล์สเจอเร้ดสกินส์ (1992) และแพคเกอร์สเจอชีฟส์ (1967)

 

ลางร้ายของ แพทริก มาโฮมส์?

 

มาโฮมส์ ควอเตอร์แบ็กชีฟส์ ยังเพิ่งได้รับข่าวร้ายก่อนแข่ง

 

ช้าก่อน ไม่ใช่เรื่องอาการบาดเจ็บที่บริเวณข้อเท้า แต่เป็นเรื่องที่เขาได้รางวัล MVP หรือผู้เล่นทรงคุณค่าในฤดูกาลปกติ

 

เนื่องจากตั้งแต่โลกรู้จักกระแสของ Y2K กลับไม่เคยมีใครที่ได้ MVP แล้วมาเป็นแชมป์ในซีซันเดียวกัน

 

คนสุดท้ายก็คือ เคิร์ต วอร์เนอร์ จอมทัพแรมส์ เมื่อปี 1999

 

หรือว่านี่คืออาถรรพ์ของวอร์เนอร์

 

“ผมก็ได้ยินมาแหละ มันตลกดีที่โดนเรียกว่าอาถรรพ์” วอร์เนอร์กล่าว “เพราะคุณคงรู้อยู่แล้วว่ามันเริ่มจากใคร? เริ่มจากที่ผมนี่แหละ ผมเป็นคนสุดท้ายที่ทำได้ สองปีต่อมาผมก็ได้ MVP อีก แล้วเข้าซูเปอร์โบวล์ด้วย ผลคือแพ้”

 

เขาบอกว่าสถิติ 0-9 ของ MVP เป็นข้อพิสูจน์ว่าฟุตบอลคือการแข่งของทีม ผู้เล่นเพียงคนเดียวไม่สามารถแบกทีมจนได้แชมป์ เพราะแบบนี้เขาจึงมองว่าอีเกิ้ลส์มีโอกาสจะกลายเป็นแชมป์

 

“ตั้งแต่ด้านบนจนล่าง ตัวผู้เล่นพวกเขาเก่งกว่า มันอาจไม่การันตีอะไรได้ เพราะมันขึ้นกับว่าใครที่จะเล่นดีกว่ากันตลอด 60 นาที แต่ผมก็เอนไปทางอีเกิ้ลส์ เพราะพวกเขาเอาชนะคุณได้หลายทาง มีผู้เล่นหลายคนที่เอาชนะคุณได้”

 

มาโฮมส์ยังมีแนวโน้มไม่เป็นใจอีกอย่างก็คือ การขว้างได้ระยะมากสุดของลีกช่วงฤดูกาลปกติ (5,250 หลา) แบบทิ้งขาด จัสติน เฮอร์เบิร์ต อันดับสอง 511 หลาทีเดียว

 

มีคนเดียวหลุดเข้ามาซูเปอร์โบวล์โดยขว้างได้ระยะฤดูกาลปกติมากกว่ามาโฮมส์ ก็คือ เพย์ตั้น แมนนิ่ง (5,477 หลา) เมื่อซีซัน 2013 ปรากฏว่าบรองโก้ส์ของเขาพ่ายซีฮอว์คสในซูเปอร์โบวล์ยับ 8-43

 

นั่นคือหนึ่งในหกครั้งที่ควอเตอร์แบ็กขว้างระยะมากสุดลีก หลุดเข้ามาซูเปอร์โบวล์ 

 

ผลคือพวกเขาประสบความปราชัยทั้งหมด ทอม เบรดี้ ซีซัน 2017, เบรดี้ ซีซัน 2007, ริช แกนน่อน ซีซัน 2002, วอร์เนอร์ ซีซัน 2001 และ แดน มาริโน่ ซีซัน 1984

 

หัวอกคนเป็นแม่

 

ดอนน่า เคลซี่ จะเป็นคุณแม่คนแรกที่เห็นลูกชายสองคนต้องห้ำหั่นกันเองในซูเปอร์โบวล์

 

เจสัน เคลซี่ เล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์ให้ฟิลาเดลเฟีย ส่วน แทรวิส เคลซี่ เป็นปีกในของแคนซัส ซิตี้

 

 

ทั้งสองคนต่างมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ทีมตัวเองมาจนถึงจุดนี้

 

เคลซี่คนพี่คือหนึ่งในผู้เล่นอีเกิ้ลส์ ซึ่งต้องคอยปกป้องควอเตอร์แบ็ก เจเลน เฮิร์ตส ส่วนคนน้องก็คือเป้าโปรดของ แพทริก มาโฮมส์ สุดยอดควอเตอร์แบ็กชีฟส์ (รับมา 21 ครั้ง 3 ทัชดาวน์ ในรอบเพลย์ออฟ 2022)

 

มีแฟนๆ เกิน 1.5 แสนราย พยายามเรียกร้องให้เธอเป็นคนลงมาเสี่ยงเหรียญก่อนแข่ง แต่เธอประกาศผ่านทางโซเชียลมีเดีย ขอบคุณความหวังดี บอกว่า NFL ได้เลือกบุคคลที่เหมาะสมกว่าไปแล้ว

 

“ฉันซาบซึ้งใจมากที่มีแฟนๆ จำนวนมากอยากให้ลงไปโยนเหรียญก่อนแข่งซูเปอร์โบวล์ปีนี้ แต่มันจะไม่เกิดขึ้น คุณก็คงรู้ว่าทหารมีความสำคัญกว่าฉัน”

 

 

“มีคนมากมายที่สละเลือด เหงื่อ และน้ำตา เพื่อสหรัฐอเมริกา! ฉันมันแค่พนักงานธนาคาร นั่งบนเก้าอี้นุ่มๆ มาเกือบตลอดอาชีพ NFL จะเลือกผู้ที่ได้ทุนมาจาก แพท ทิลล์แม่น”

 

ทิลล์แม่นคือใคร?

 

เขาคืออดีตเซฟตี้ฝีมือเยี่ยมของอาริโซน่า คาร์ดินัลส์ โดยจบการศึกษาจากแอริโซนาสเตท

 

เมื่อหมดสัญญา ทิลล์แม่นกลับสละโอกาสจะได้เงินเป็นร้อยล้านบาท สมัครเข้ากองทัพสหรัฐฯ หลังเกิดเหตุการณ์ 9/11 

 

น่าเศร้าที่เขากลับโดนกระสุนฝ่ายเดียวกันจนเสียชีวิตในอัฟกานิสถานปี 2004

 

มีการตั้งมูลนิธิ แพท ทิลล์แม่น ขึ้นมา ซึ่งในซูเปอร์โบวล์ครั้งนี้มาจัดขึ้นที่รัฐที่ทิลล์แม่นสร้างชื่อ

 

ตัวแทนของมูลนิธิสี่คนซึ่งจะมาเป็นคนโยนเหรียญก็คือ เฟเบอร์ช่า ฟลินท์, รอเบิร์ต แฮม, เฮจุง พาร์ค และ เดฟ ปรากาศ

 

ประเพณีการโยนเหรียญ

 

ทีมเยือนจะได้เป็นฝ่ายลงมาเป็นคนเสี่ยงว่าจะเอาหัวหรือว่าก้อย

 

ทาง NFC คือเจ้าบ้านปีนี้ หลังจากปีก่อนเป็นทีมเยือน โดย NFL จะให้สลับกันทุกซูเปอร์โบวล์

 

ดังนั้นกัปตันของแคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ ก็จะเป็นผู้เลือกหัว-ก้อยเอง

 

ประกอบด้วย มาโฮมส์, เคลซี่, เจอริก แม็คคินน่อน, นิก โบลตั้น, คริส โจนส์ และ ทอมมี่ ทาวน์เซนด์

 

แม้แต่เรื่องเสี่ยงเหรียญซูเปอร์โบวล์ก็มีเรื่องราว

 

ที่ผ่านมา 56 ครั้ง ออกหัว 27 ครั้ง ออกก้อย 29 ครั้ง

 

โดย 56 ซูเปอร์โบวล์ที่ผ่านมา ทีมที่เสี่ยงเหรียญถูกกลายเป็นแชมป์แค่ 25 ครั้ง หรือ 44.6%

 

ทีมสุดท้ายที่เสี่ยงเหรียญชนะแล้วชนะเกม เกิดตั้งแต่ปี 2014 ตอนนั้นซีแอตเทิ่ลไล่ถล่มเดนเวอร์ 43-8

 

นับจากนั้นมา แปดปีติดแล้วที่ทีมเสี่ยงเหรียญชนะดันแพ้เกม

 

แอนดี้ หรีด เฮดโค้ชอีเกิ้ลส์ ลงเผชิญหน้ากับอดีตทีมเก่าซึ่งเคยพาเข้าชิง NFC ถึงห้าสมัยกับหนึ่งซูเปอร์โบวล์

 

เคยมีเพียง แดน รีฟส์ อีกคนเดียว ได้ปะทะกับทีมเก่า ซึ่งเข้าซูเปอร์โบวล์มาด้วยกัน

 

หรีดเข็นอีเกิ้ลส์หลุดเข้าชิงปี 2005 แต่พลาดท่าพ่ายเบรดี้และเพเทรียตส์หวุดหวิด 21-24

 

ท้ายสุดทีมไล่เขาออกหลังจบฤดูกาล 2012

 

หรีดกลับมาสร้างทีมแคนซัส ซิตี้ ให้กลายเป็นทีมหัวแถว และนี่คือซูเปอร์โบวล์หนสี่ในฐานะเฮดโค้ชของเขาแล้ว

 

 

หรีดได้แต่หวังว่าโชคชะตาจะต้องดีกว่ารีฟส์ ซึ่งเคยพาเดนเวอร์เข้าชิงปี 1987 1988 และ 1990 ผลคือแพ้ทั้งหมด

 

รีฟส์ออกไปได้งานคุมฟอลค่อนส์ หลุดเข้ามาเจอบรองโก้ส์ทีมเก่าปี 1999 แล้วก็ปราชัยอย่างไม่มีลุ้น 19-34

 

เคยมีอีกสองโค้ชปะทะทีมเก่าตัวเองในซูเปอร์โบวล์แล้วประสบชัยชนะ

 

จอน กรูเด้น นำแทมป้า เบย์ ต้อนเร้ดเดอร์ส ปี 2003 และ วี้บ อูว์แบ้งค์ โค้ชเจ๊ตส์ พลิกล็อกใส่โคลท์ส ปี 1967

 

อีเกิ้ลส์จะเป็นแฟรนไชส์ที่หกซึ่งเข้าซูเปอร์โบวล์มาด้วยโค้ชถึงสี่ราย นิก ซิเรียอานนี่ เป็นคนล่าสุด ต่อจาก ดั้ก พีเดอร์สัน, หรีด และ ดิ้ก เวอร์มีล

 

เร้ดเดอร์ส, นายเนอร์ส, โคลท์ส และแรมส์ ก็เคยเข้ามาด้วยโค้ชรวมสี่คน ส่วนบรองโก้ส์มากสุด โค้ชห้าคน

 

ยังมีประเด็นอื่นๆ มากมาย ทั้งเป็นครั้งแรกที่ควอเตอร์แบ็กผิวดำเจอกันเอง และเป็นสองควอเตอร์แบ็กซึ่งอายุรวมกันน้อยสุดในประวัติศาสตร์ 51 ปี 337 วัน

 

 

มาโฮมส์กับเฮิร์ตสยังเจออาการบาดเจ็บรบกวน ดังนั้นการมีช่วงเวลาพักฟื้นสองสัปดาห์ ช่วยได้มากเหมือนกัน

 

มาโฮมส์ขว้างสองทัชดาวน์ในศึกชิง AFC กับเบงกอลส์ แม้จะเจ็บหน้าแข้งไม่น้อย ส่วนเฮิร์ตสยังต้องเคาะสนิมจากที่เคยปวดไหล่จนไม่ได้แข่งท้ายฤดูกาลปกติไปร่วมครึ่งเดือน

 

หรือจะเรื่องฮาล์ฟไทม์โชว์ ซึ่งปีนี้เป็นการกลับมาอีกครั้งของ ริฮานนา หลังจากห่างเหินเวทีนาน 7 ปี

 

 

เธอบอกว่าตั้งใจมากเพราะมีเวลาขึ้นมาแสดงเพียง 13 นาที ต้องทำให้ออกมาดีที่สุด จนทำให้เรื่องวันเกิดตัวเองในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ หรือเทศกาลวาเลนไทน์ไม่อยู่ในความคิดเลย

 

NFL เคยเชิญริฮานนามาโชว์ปี 2019 ทีหนึ่งแล้ว แต่เธอปฏิเสธเพราะเรื่องที่เกิดกับ โคลิน เคเปอร์นิก แต่ตอนนี้พิจารณาดูแล้ว เวลากับสภาพแวดล้อมดูเหมาะสม

 

สำหรับศิลปินที่จะขึ้นร้องเพลงชาติคือ คริส สเตเปิลตัน นักร้องคันทรี และ เบบี้เฟซ ตำนานอาร์แอนด์บี จะร้อง America The Beautiful

 

เราติดตามความสนุกของซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 57 กันได้ครับ การแข่งขันจะเริ่มต้นเวลา 06.30 น.

 

จะได้รู้กันว่าชีฟส์จะคว้าลอมบาร์ดี โทรฟี ไปครองเป็นสมัยที่สาม หรือว่าอีเกิ้ลส์จะได้ไปครองเป็นสมัยที่สอง

 


 

เกร็ดน่าสนใจสำหรับซูเปอร์โบวล์

 

  • มีอีกถึง 12 ทีมที่ไม่เคยได้แชมป์ซูเปอร์โบวล์ ประกอบด้วย บราวน์ส, ไลอ้อนส์, แจกัวร์ส, เท็กแซนส์, ชาร์จเจอร์ส, ไททั่นส์, คาร์ดินัลส์, แพนเธอร์ส, ฟอลค่อนส์, เบงกอลส์, บิลล์ส และ ไวกิ้งส์ โดยในกลุ่มนี้ บราวน์ส, ไลอ้อนส์, แจกัวร์ส และ เท็กแซนส์ ไม่เคยแม้แต่หลุดเข้ามาชิง

 

  • มีควอเตอร์แบ็กตัวจริงเพียงสองรายซึ่งได้แชมป์ซูเปอร์โบวล์กับสองทีม นั่นก็คือ เพย์ตั้น แมนนิ่ง กับ ทอม เบรดี้

 

  • เคยมีผู้เล่นเพียงคนเดียวซึ่งได้ตำแหน่ง MVP หรือผู้เล่นทรงคุณค่าของเกม ทั้งที่อยู่กับฝ่ายแพ้ เขามีชื่อว่า ชัก ฮาวลี่ย์ ทั้งๆ ที่ดัลลัส คาวบอยส์ ของเขา พ่ายบัลติมอร์ โคลท์ส เมื่อซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 5

 

  • เคยมีการต่อเวลาเกิดขึ้นครั้งเดียวเมื่อซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 51 ฟอลค่อนส์ทิ้งห่าง 28-3 แต่กลับปล่อยให้เพเทรียตส์ไล่ตีเสมอในเวลาปกติ ก่อนต้องเจ็บช้ำมาจนทุกวันนี้

 

  • จากที่แข่งขันกันมา 54 ครั้ง ไม่เคยมีทีมเจ้าบ้านได้แข่งซูเปอร์โบวล์ในสนามของตัวเอง แทมป้า เบย์ บัคคาเนียร์ส คือทีมแรกที่ทำได้เมื่อครั้งที่ 55 แถมยังเป็นผู้ชนะอีกต่างหาก ด้วยการไล่ต้อนชีฟส์ 31-9 พร้อมทำให้ ทอม เบรดี้ กลายเป็นควอเตอร์แบ็กที่แก่สุดซึ่งคว้าแชมป์ด้วยวัย 43 ปี และ บรูซ แอเรี่ยนส์ โค้ชของเขา เป็นโค้ชที่แก่สุดที่ได้แชมป์ด้วยวัย 68 ปี

    ซีซันล่าสุด แอลเอ แรมส์ ก็ครองแชมป์ในสนามของตัวเองเช่นกัน

 

  • เพเทรียตส์เข้าชิงซูเปอร์โบวล์มากสุด 11 สมัย เหนือกว่าสตีลเลอร์ส, คาวบอยส์ กับบรองโก้ส์ ถึงสามครั้ง

 

  • เพเทรียตส์เป็นแชมป์มากสุดหกหน เท่ากับสตีลเลอร์ส

 

  • เพเทรียตส์ยังแพ้ในซูเปอร์โบวล์มากสุดถึงห้าครั้ง เท่ากับบรองโก้ส์

 

  • สาเหตุที่เกมซูเปอร์โบวล์ใช้เป็นตัวเลขโรมันก็เกิดจากไอเดียของ ลามาร์ ฮันท์ เจ้าของทีมชีฟส์เช่นเคย โดยมีการริเริ่มใช้เมื่อครั้งที่ 5 (V) เขามองว่าเกมชิงแชมป์จะแข่งกันในปีที่ต่อจากฤดูกาลปกติ เพื่อป้องกันความสับสนจึงควรหาอะไรที่เพิ่มความแตกต่าง จากนั้นตัวเลข I ถึง IV จึงเอาไปเพิ่มในซูเปอร์โบวล์สี่ครั้งก่อนหน้า

    ภายหลังมีเพียงซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 50 ซึ่งใช้เลขอารบิก ไม่ได้ใช้ L เพราะฝ่ายการตลาดของลีกมองว่ามันออกแบบมาแล้วทำให้สวยได้ยาก

 

  • รางวัลของซูเปอร์โบวล์มีชื่อเรียกกันว่า วินซ์ ลอมบาร์ดี โทรฟี เพื่อให้เกียรติกับตำนานเฮดโค้ชกรีน เบย์ แพคเกอร์ส เมื่อยุค 1960

    ส่วนรูปทรงถ้วยแชมป์ที่ใช้กันมาจนทุกวันนี้ทำจากเงินสเตอร์ลิง ทาง พีท โรแซลล์ คอมมิชชันเนอร์ลีกสมัยนั้นได้ติดต่อบริษัท Tiffany & Co. ให้ช่วยออกแบบ

    ออสก้า รีดเนอร์ หัวหน้าฝ่ายออกแบบของบริษัท เป็นชาวสวิตเซอร์แลนด์ ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับฟุตบอลแต่อย่างใด เขาไปยังร้านขายของเล่น FAO Schwarz ซื้อลูกฟุตบอลมาลูกหนึ่งวางลงบนโต๊ะกินข้าว

    เช้ารุ่งขึ้นรีดเนอร์หยิบกล่องคอร์นเฟลกส์มาเทลงถ้วย ลงมือตักกินไป นั่งมองฟุตบอลลูกดังกล่าวไป

    กระทั่งเขาอิ่มก็หยิบกรรไกรมาตัดกล่องคอร์นเฟลกส์เปล่าๆ ทันที ทำให้มันเป็นฐานรองโทรฟี มีลูกฟุตบอลวางอยู่ด้านบนได้

 

  • ซูเปอร์โบวล์ครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มกราคม 1967 ในเมโมเรียลโคลิเซียม เมืองลอสแอนเจลิส เป็นการพบกันระหว่างกรีน เบย์ แพคเกอร์ส ตัวแทนของ NFL ปะทะแคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ ตัวแทนของ AFL ซึ่งถือเป็นลีกคู่แข่ง ผลคือแพคเกอร์สชนะขาดลอย 35-10 มีคนดูวันนั้น 61,946 ราย

The post ซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 57 เป็นซูเปอร์โบวล์ซึ่งมีเรื่องราวมากมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซูเปอร์โบวล์ครั้งที่ 55 มาโฮมส์ VS เบรดี สงครามแห่งยุคสมัย https://thestandard.co/super-bowl-55th-tom-brady-and-patrick-mahomes/ Fri, 05 Feb 2021 14:07:30 +0000 https://thestandard.co/?p=451454 ซูเปอร์โบวล์

เช้าวันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ตามเวลาประเทศไทย ศึกอเม […]

The post ซูเปอร์โบวล์ครั้งที่ 55 มาโฮมส์ VS เบรดี สงครามแห่งยุคสมัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซูเปอร์โบวล์

เช้าวันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ตามเวลาประเทศไทย ศึกอเมริกันฟุตบอล NFL จะเป็นการแข่งขันซูเปอร์โบวล์ครั้งที่ 55 โดยเป็นการพบกันระหว่างแชมป์เก่า แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ นำทีมโดย แพทริก มาโฮมส์ ยอดควอเตอร์แบ็กวัย 25 ปี กับ ทอม เบรดี เจ้าของแชมป์ซูเปอร์โบวล์ 6 สมัย ที่นำทีมแทมปา เบย์ บัคคาเนียร์ส เข้าชิงซูเปอร์โบวล์เป็นครั้งแรกในฐานะเจ้าบ้าน 

 

แม้ว่าทั้งคู่จะอายุห่างกันถึง 18 ปี แต่หลายฝ่ายมองว่าสิ่งที่มาโฮมส์กำลังทำคล้ายกับเบรดีเมื่อหลายปีก่อน ในการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการด้วยความสำเร็จในวัยเยาว์ 

 

ศึกครั้งนี้ระหว่างทั้งสองจึงเปรียบเสมือนการบ่งบอกว่า ยุคสมัยของเบรดีกำลังจะเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ของมาโฮมส์หรือไม่ 

 

ด้วยการที่มาโฮมส์มีโอกาสที่จะก้าวขึ้นมาเป็นทีมที่ป้องกันแชมป์ซูเปอร์โบวล์ได้เป็นทีมแรกนับตั้งแต่ซูเปอร์โบวล์ครั้งที่ 39 ที่เบรดีทำไว้กับนิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์

 

หรือจะเป็นการกลับมาคว้าแชมป์อีกครั้งกับทีมใหม่ตั้งแต่ฤดูกาลแรกของเบรดี 

 

คุณคิดว่าใครจะเป็นผู้คว้าชัยในวันจันทร์ที่จะถึงนี้  

 

 

ซูเปอร์โบวล์

 

อ่านบทวิเคราะห์ และเส้นทางของทั้ง 2 ได้ในบทความ 

 

 

ภาพประกอบ: พรวลี จ้วงพุฒซา

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ซูเปอร์โบวล์ครั้งที่ 55 มาโฮมส์ VS เบรดี สงครามแห่งยุคสมัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 55 ศึกระหว่าง เบรดี กับ มาโฮมส์ ผู้ท้าชิงบัลลังก์ระดับตำนาน https://thestandard.co/super-bowl-55th-between-tom-brady-and-patrick-mahomes/ Wed, 03 Feb 2021 06:37:55 +0000 https://thestandard.co/?p=450366

แพทริก มาโฮมส์ เพิ่งอายุแค่ 6 ขวบ สมัย นิวอิงแลนด์ เพเท […]

The post ซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 55 ศึกระหว่าง เบรดี กับ มาโฮมส์ ผู้ท้าชิงบัลลังก์ระดับตำนาน appeared first on THE STANDARD.

]]>

แพทริก มาโฮมส์ เพิ่งอายุแค่ 6 ขวบ สมัย นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ พลิกล็อกเชือด เซนต์หลุยส์ แรมส์ 20-17 คว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ ครั้ง 36

 

จากนั้นเขายังได้เห็น ทอม เบรดี นำทัพ เพเทรียตส์ เข้าแข่งบนเวทีใหญ่สุดของลีกอีกหลายต่อหลายครั้ง

 

ไม่น่าแปลกใจ ถ้าจะเห็นมาโฮมส์กล่าวติดตลก ราวกับเบรดีแข่งซูเปอร์โบวล์มาชั่วกัปชั่วกัลป์

 

“การได้เตรียมสู้กับหนึ่งในผู้ยิ่งใหญ่ ถ้าไม่ใช่ควอร์เตอร์แบ็กเก่งสุดตลอดกาลก็ใกล้เคียงในซูเปอร์โบวล์ ครั้ง 150 ของเขา ถือเป็นประสบการณ์สุดยอดสำหรับผม”

 

มาโฮมส์ อายุเพิ่ง 25 ปี เตรียมปะทะกับ เบรดี ซึ่งแก่กว่า 18 ปี ที่ เรย์มอนด์ เจมส์ สเตเดียม บ้านของบัคคาเนียร์ส

        

“ได้ลงไปและมีโอกาสป้องกันตำแหน่งแชมป์กับคู่แข่งระดับสุดยอด ผมถือว่าเป็นเรื่องพิเศษ และผมตื่นเต้นกับโอกาสแบบนี้”

           

เขาเพิ่งเป็นตัวจริงฤดูกาลที่สาม กลับได้แหวน ซูเปอร์โบวล์ มาสวมแล้ววงหนึ่ง หลังจาก ชีฟส์ แซงช็อก ซาน ฟรานซิสโก โฟร์ตี้ ไนน์เนอร์ส เมื่อซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 54 

 

 

มาโฮมส์เคยแข่งกับเบรดีตลอดอาชีพสี่เกม ผลัดกันชนะฝ่ายละสอง

 

แต่พวกเขายังไม่เคยเจอกันในเกมใหญ่ระดับนี้ โดยมีควอร์เตอร์แบ็กน้อยรายมากสู้กับเบรดีในซูเปอร์โบวล์แล้วเอาชนะได้

 

นับดูดีๆ ก็แค่สองคน นั่นคือ อีลาย แมนนิง ควอร์เตอร์แบ็ก นิวยอร์ก ไจแอนท์ส ซึ่งเล่นงานเบรดีถึงสองหน และ นิก โฟลส์ ทำได้ตอนเล่นให้ ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์

 

ส่วนควอร์เตอร์แบ็กที่ตกเป็นเหยื่อเบรดีในซูเปอร์โบวล์มีมากกว่า

 

รวมแล้วหกคน เริ่มตั้งแต่ เคิร์ต วอร์เนอร์ ของแรมส์, เจ็ค เดลโลห์ม ของ แคโรไลนา แพนเธอร์ส, โดโนแวน แม็คแน็บบ์ ของ อีเกิลส์, รัสเซลล์ วิลสัน ของ ซีแอตเทิล ซีฮอว์กส, แมตต์ ไรอัน ของ แอตแลนตา ฟอลคอนส์ และล่าสุด เจเร็ด กอฟฟ์ ของ แอลเอ แรมส์

           

ชื่อเสียงในบั้นปลายของมาโฮมส์ อาจจะขึ้นกับผลแข่งเช้าวันจันทร์นี้ตามเวลาไทย

        

นี่คือ NFL ในเวอร์ชัน ไมเคิล จอร์แดน ปะทะ เลอบรอน เจมส์ ก็ว่าได้

        

เบรดีได้รับการยกย่องว่าเป็น GOAT (Greatest of All Time) โดยมาโฮมส์ก็อาจเป็นควอร์เตอร์แบ็กอีกเพียงรายเดียวจะยกสถานะตัวเองขึ้นไปทัดเทียมกัน

        

เขาอายุยังน้อย และเริ่มต้นอาชีพได้ยอดเยี่ยมสุดตั้งแต่ คารีม อับดุล-จาบ์บาร์ แต่ไม่ว่ามาโฮมส์จะประสบความสำเร็จอีกแค่ไหน ต่อให้คว้าแชมป์ห้าปีซ้อน เขาก็คงยากจะเป็น GOAT คนต่อไป

 

ซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 55 ศึกระหว่าง เบรดี กับ มาโฮมส์ ผู้ท้าชิงบัลลังก์ระดับตำนาน

        

ถ้าเกิดปราชัย เท่ากับเขาจะแพ้เบรดี ทั้งเกมชิงแชมป์เอเอฟซี ต่อด้วยซูเปอร์โบวล์ พร้อมทำให้เบรดีกวาดแชมป์เจ็ดสมัย มันยากมากถ้าหวังทาบรัศมี

        

ควอร์เตอร์แบ็กที่แข่งซูเปอร์โบว์มากสุดลำดับสองรองจาก เบรดี (10) ก็คือ จอห์น เอลเวย์ ห้าสมัย

        

เบรดีแข่งชิงแชมป์คอนเฟอร์เรนซ์ รวม 14 ครั้ง โจ มอนทานา ขวัญใจวัยเด็กของเขายังเคยแข่งเพียง 7 หน และชัยชนะเพลย์ออฟ 33 ครั้ง ทิ้งห่างอันดับสองอย่างมอนทานา (16) เป็นเท่าตัว

        

ถ้าชนะซูเปอร์โบวล์อีกหน เบรดีก็จะได้แชมป์มากกว่ามอนทานารวมกับเอลเวย์ซะอีก

 

        

เขายิ่งใหญ่ราวกับ แกรนด์ แคนยอน แค่รูปถ่ายใบเดียว ไม่สามารถบรรยายความอลังการออกมาได้หมด

 

ในทางกลับกัน เกิดมาโฮมส์และชีฟส์คว้าชัย จะถือเป็นรางวัลที่หายากยิ่ง ปราบเบรดีในซูเปอร์โบวล์ พร้อมทั้งลดช่องว่างจำนวนแชมป์ของสองคน เหลือแค่แหวนสี่วง

        

ชีฟส์ยังจะกลายเป็นแชมป์ซูเปอร์โบวล์สองปีซ้อน นับจากเพเทรียตส์ เมื่อ 2003-2004 ไม่เคยมีช่วงเวลาการป้องกันแชมป์ไม่ได้นานขนาดนี้ของ NFL

           

เท่านั้นไม่พอ มาโฮมส์อาจเข้าไปหลอนในความคิดเบรดีให้มีช่วงปลายอาชีพอย่างไม่เป็นสุขก็เป็นได้ ถ้าวัดจากที่เบรดีเคยอวยพรส่งแมนนิงในวันรีไทร์เมื่อปีก่อน

        

เบรดีทวีตถึงแมนนิงว่า “ขอแสดงความยินดีกับการรีไทร์ของคุณ มีอาชีพที่สุดยอดมากเลย อีลาย! แต่ก็ไม่โกหกนะ ผมไม่อยากให้คุณได้แชมป์ซูเปอร์โบวล์สักหน”

           

แมนนิงเพิ่งให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Forbes เมื่อไม่นานมานี้ว่า สูตรเอาชนะเบรดีในซูเปอร์โบวล์ ไม่มีอะไรซับซ้อนหรอก

        

“คุณก็แค่ต้องมี ไมเคิล สเตรแฮน, จัสติน ทัก, โอซี ยูเมนโยรา และ เจสัน ปิแอร์-พอล ในตำแหน่งดีเฟนซีฟไลน์อะไรแบบนั้น ไล่แซ็กเป็นกระบุง มันก็จะไม่มีปัญหาใดๆ เลย”

        

ชีฟส์ไม่มีผู้เล่นชื่อชั้นดังกล่าวในเกมป้องกันสำหรับซูเปอร์โบวล์ในครั้งนี้ แต่แมนนิงพูดได้ตรงประเด็นทีเดียว

        

ไจแอนท์สสยบเบรดีสองหน เพราะทำให้เพเทรียตส์มีแค่ 14 แต้มหนหนึ่ง และ 17 แต้มอีกหนหนึ่ง

        

แต่การยื้อให้เบรดีทำแต้มน้อยก็ยังไม่ใช่สูตรสำเร็จซะทีเดียว

 

        

ในเมื่อเบรดีกับเพเทรียตส์เคยมีเพียง 13 คะแนน ตอนเจอแรมส์เมื่อซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 53 กลับเอาชนะ 10 แต้มมาแล้ว

        

เพเทรียตส์เคยสกอร์ 33 เมื่อซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 52 ใส่อีเกิลส์และโฟลส์ แต่ก็ยังแพ้ 8 คะแนน

           

แอนดี้ รีด เฮดโค้ช ชีฟส์ เคยลิ้มรสความพ่ายแพ้เบรดีในซูเปอร์โบวล์มาก่อน ตอนนั้นเพเทรียตส์เล่นงานเขาสมัยคุมอีเกิลส์ 24-21 เมื่อซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 39

        

สมัยนั้นอีเกิลส์ไล่อยู่ 10 แต้ม ในควอร์เตอร์สี่ แต่บุกกินเวลาเพื่อทำทัชดาวน์มากเกินไป ทำให้ไม่เหลือพอจะคัมแบ็ก

           

หนนี้ รีดได้มาโฮมส์เป็นศิษย์เอก มีหวังล้างตาเหมือนกัน เขาเรียกเพลย์บุกช่วยชีฟส์เล่นงานเบรดีกับบัคส์ เมื่อสัปดาห์ 12 ของฤดูกาลนี้มาแล้ว

        

ชีฟส์ทิ้งห่างก่อน 17 แต้ม ต้นควอร์เตอร์สี่ และยังนำ 27-24 ช่วงท้ายเกม

        

พวกเขาลงมาบุกเจอดาวน์ที่สาม-7 ต้องเปลี่ยนให้สำเร็จ เพื่อไม่ให้บอลกลับไปอยู่ในมือเบรดี

        

ปรากฏว่ารีดกล้าได้กล้าเสีย เรียกเพลย์ขว้าง, มาโฮมส์ไม่ทำให้ผิดหวัง ปาระยะ 8 หลาเข้ามือ ทายหรีก ฮิลล์

           

สื่อถามเขาว่า ทำไมถึงเสี่ยงจะขว้างอินคอมพลีตแล้วเวลาหยุด หรืออาจโดนอินเทอร์เซปต์ดาวน์ที่สาม ทำไมไม่เลือกแผนวิ่ง เซฟกว่า

        

รีดตอบ “ผมเรียนรู้มานานแล้ว ต้องไม่ให้บอลกลับไปอยู่กับเบรดี”

           

มาโฮมส์ฟอร์มดีทีเดียว ตลอดสี่เกมที่เจอเบรดี ขว้าง 1392 หลา หรือเกือบ 350 หลาต่อเกม ได้ 12 ทัชดาวน์ เสียแค่ 3 อินเทอร์เซปต์ โดยยังปาเข้าเป้ากว่า 65% เรตติ้ง อยู่ที่ 111

           

ฟากของเบรดีเวลาเจอมาโฮมส์ ขว้าง 1202 หลา หกทัชดาวน์ ห้าอินเทอร์เซปต์ คอมพลีต 63% และเรตติ้งเพียง 82

        

มาโฮมส์เพิ่งเปิดเผยเรื่องที่หลายคนยังไม่ทราบว่า หลังจากที่เขาแพ้เมื่อเกมชิงแชมป์ AFC ต้นปี 2019 ต่อเบรดีและเพเทรียตส์แบบต่อเวลา 31-37

        

เบรดีกลับยังแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ เดินเข้ามาหาเขาซึ่งเพิ่งเป็นควอร์เตอร์แบ็กตัวจริงฤดูกาลแรก เพื่อให้กำลังใจ

 

        

“มันสำคัญ เพราะแสดงให้ผมเห็นว่าสิ่งที่ทำมามันถูกต้องแล้ว ด้วยความที่ยังเป็นควอร์เตอร์แบ็กหนุ่มของลีก มาทำงานแต่เช้า และพยายามทุ่มเทเวลาไปกับการเตรียมพร้อม เขามาบอกว่านับถือสิ่งที่ผมกำลังทำ และสิ่งที่ผมทำลงไปบนสนามแข่ง รวมทั้งอุปนิสัยความเป็นตัวผม มันเหมือนเครื่องช่วยตอกย้ำว่า ผมยิ่งต้องทำงาน และต้องเก่งขึ้นอีก เพื่อเข้าซูเปอร์โบวล์”

        

มาโฮมส์ทำได้ในเวลาอันรวดเร็ว และยังอาจเจริญรอยตามเบรดีสมัยหนุ่ม ด้วยการป้องกันตำแหน่งสำเร็จ

        

“เขาจะทิ้งทุกอย่างที่มีบนสนามแข่งในทุกเพลย์ที่ลงไป เขาไม่แคร์ว่ามันต้องทำอย่างไร ไม่แคร์ว่าต้องปาระดับ 400 หลา หรือถ้าต้องปาแค่ 100 หลาก็ได้ เขาอยากชนะ ผมคิดว่าผมก็มีจิตใจเช่นเดียวกัน ผมอยากชนะไม่ว่ามันจะอย่างไรหรือเกิดอะไรขึ้น”

           

ด้วยความที่ดูเบรดีแข่งมาตลอด มาโฮมส์จึงนับถือควอร์เตอร์แบ็กรุ่นพี่อย่างมาก

        

“วิธีที่เขาอ่านเกมป้องกันได้ออกตั้งแต่ก่อนสแน็ป ผมนับถือจริงๆ ผมกำลังพยายามไปให้ถึงระดับนั้น หรือวิธีที่เขาแค่ขยับตัวอยู่ในพ็อกเก็ต ขยับเท้าไม่กี่ก้าว รักษาความเยือกเย็น แล้วยังปาเข้าเป้า ไม่ว่าจะมีใครมาป้วนเปี้ยนรอบตัว คือสิ่งที่ผมจะยังพยายามทำให้ได้ อาชีพในภายภาคหน้าของผมจะต้องพยายามดูเทปที่เขาแข่งให้มากสุด เพราะเขาทำแต่สิ่งที่ถูกต้อง คุณบอกได้จากตำแหน่งแชมป์ซูเปอร์โบวล์ที่เขาได้มา และแหวนที่อยู่บนนิ้ว”

 

        

นี่อาจไม่ใช่หนสุดท้ายที่มาโฮมส์จะได้ดวลกับเบรดีก็ได้ เพราะเบรดีพูดมาตลอดว่าต้องการแข่งไปกระทั่งอายุ 45 ปี ซึ่งหมายถึงยังเหลือเวลาอีกราวสองฤดูกาล

        

ล่าสุดเขากลับบอกว่าอยากแข่งเลยไปกว่านั้นอีก “มันเป็นกีฬาที่ใช้พละกำลัง จากมุมมองของผมในเรื่องนี้ก็คือ คุณไม่มีทางรู้ว่าโมเมนต์ตรงนั้นมันจะมาเมื่อไร เพราะเป็นกีฬาที่ต้องมีการปะทะ ต้องฝึกซ้อมกันมากมาย และผมต้องทุ่มเทเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เพื่อทำมัน”

           

จากคนที่อยู่ในระบบเกมบุกแบบดึ๋งดั๋งเกือบตลอดสองทศวรรษกับนิวอิงแลนด์ หลายคนยังตั้งคำถามว่า เมื่อต้องมาเจอสไตล์บุกแบบกล้าได้กล้าเสียของโค้ช บรูซ แอเรียนส์ จะไปได้สักกี่น้ำ

        

คำตอบของเบรดีออกมาเป็นระยะขว้าง 5,493 หลาในฤดูกาลนี้ รวมเพลย์ออฟมากสุดอันดับสี่ในอาชีพ โดยระยะ 4,633 หลาฤดูกาลปกติ ก็มากสุดอันดับห้าในอาชีพ

        

เขายังขว้างทำระยะอย่างน้อย 20 หลา สำเร็จ 34 หน มากสุดของลีกในฤดูกาลนี้ และมากสุดในอาชีพอีกต่างหาก

 

“ผมคิดว่า เมื่อมันถึงเวลาผมก็น่าจะรู้เอง แต่ไม่รู้ว่ามันจะมาตอนไหน ผมเข้าใจดีว่าผมทุ่มทุกอย่างที่มีเพื่อเกมนี้ คุณใส่ลงไปอย่างมาก และเมื่อไรที่รู้สึกทำต่ออีกไม่ไหว ผมไม่อยากทุ่มเทกับทีมเหมือนแบบที่ทีมต้องการจากตัวผมล่ะก็ มันก็คงเป็นเวลาที่ผมต้องเดินจากไป

 

ผมยังอยากแข่งให้นานสุดเท่าที่ทำได้ การจะทำแบบนั้น ผมก็ต้องดูแลร่างกายตัวเองอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับเวลาที่อยู่บนสนามแข่ง ถ้ายังอยากแข่งกีฬาชนิดนี้ให้นานๆ คุณต้องลงทุนลงแรงไปกับร่างกายตัวเองเหมือนที่คุณทำกับอย่างอื่น ผมเรียนรู้มากมายตั้งแต่สมัยยังหนุ่มแล้วว่า ผมจะยังสามารถรักษาร่างกายตัวเองเอาไว้ให้แข็งแรงด้วยการกินตามหลักโภชนาการให้ดีสุด ผมยังคิดว่าทำได้ดีขึ้นกว่านั้นด้วย”

 

           

เบรดีสร้างอาชีพมาอย่างน่าทึ่ง นับจากตอนอยู่มัธยมที่ซานมาเตโอในแคลิฟอร์เนีย มาเป็นแค่ควอร์เตอร์แบ็ก มือ 7 ของมิชิแกน จนได้แข่งซูเปอร์โบวล์หนแรกที่นิวออร์ลีนส์ เมื่อได้ตำแหน่งตัวจริงจาก ดรูว์ เบลดโซ ควอร์เตอร์แบ็กรุ่นพี่ แต่เขายังคงยกระดับมาตรฐานฝีมือตัวเองไม่หยุด ด้วยเหตุนี้ เขาจึงกล้าเปิดใจว่าอยากแข่งไปจนเลยอายุเป้าหมายที่เคยวางเอาไว้ ด้วยความช่วยเหลือจากเทรนเนอร์คู่ใจ อเล็กซ์ เกอร์เรโร ซึ่งย้ายมาอยู่แทมปาเพื่อดูแลเขาโดยตรง

 

ดร.ทอม เฮาส์ โค้ชควอร์เตอร์แบ็กส่วนตัวเบรดี ซึ่งอยู่ด้วยกันมา 9 ปี บอกว่า “ผมไม่ยังไม่เห็นแววที่พลังแขนเขาจะลดลง”

        

เฮาส์เก็บข้อมูลท่าขว้างเบรดีและพลังการปาลูกอยู่ตลอด เทียบกับ โนแลน ไรอัน ตำนานเบสบอล ซึ่งเขาก็เคยทำงานด้วย

 

“เขายังขว้างลูกได้ไปจนถึงปลายๆ อายุ 40 โดยหลักพื้นฐานก็คือ ไม่มีเหตุผลอะไรที่ในวัย 45 แล้วคุณจะทำอย่างที่เคยทำเมื่ออายุ 25 ไม่ได้ ขอแค่คุณพร้อมเสียสละอย่างเต็มเหนี่ยว และเบรดีก็พร้อมจะเสียสละเช่นนั้น”

                       

ครอบครัวก็มีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจว่าเบรดีจะแข่งต่อนานแค่ไหน

 

เขาแต่งงานกับ จิเซล บุนเชน มีลูกด้วยกันสองคน คือ เบนนี่ (11 ปี) และ วีวี่ (8) ส่วนลูกชายคนโต แจ็ค (13) อยู่กับบริดเจ็ต มอยนาแฮน แม่ของเขาที่นิวยอร์ก และเพิ่งตามมาดูพ่อแข่งชิงแชมป์ NFC ที่แลมโบ ฟิลด์ด้วย

 

เบรดีรู้ดีว่าครอบครัวเสียสละมากแค่ไหน ระหว่างที่เขายังคงแข่งต่อเนื่อง แม้แต่สัปดาห์นี้ ครอบครัวยังให้เขามีสมาธิอยู่กับตัวเอง 12 วันเลย

           

เบรดีเซ็นสัญญาสองปี 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.55 พันล้านบาท) กับบัคคาเนียร์ส แต่ดูเหมือนเขาจะสนุกกับตัวเองและคึกคักกับการเรียนรู้แผนบุกแบบใหม่ สนุกกับสิ่งแวดล้อมใหม่ โค้ชใหม่ และเพื่อนร่วมทีมใหม่ ได้อยู่ติดชายหาด ดูพระอาทิตย์ตกอย่างงดงามยามเย็น แต่เบรดีก็ยังรำลึกถึงช่วงเวลาที่เคยอยู่กับเพเทรียตส์ รวมทั้งโค้ช บิล เบลิชิก

 

“ผมสนิทกับเขามาก รู้สึกขอบคุณกับสิ่งที่เขามีความหมายในชีวิตผมด้วยฐานะโค้ช เขาคือทุกอย่างที่คุณจะขอได้ในฐานะผู้เล่น ผมรักเวลาของผมที่นั่น ผมมีสองทศวรรษที่วิเศษกับที่นั่น เส้นทางฟุตบอลทำให้ผมย้ายเมือง แต่ผมไม่มีทางประสบความสำเร็จในอาชีพ ถ้าปราศจากการสนับสนุนจากเขา และการสอนของเขาถือเป็นโค้ชและครูที่ดีมากสำหรับผม ในชีวิตผมมีครูมากมาย แต่เขาอยู่ระดับท็อป”

 

 

หนก่อนตอนผมเขียนลง THE STANDARD ยังเพิ่งพลิกปูมหลังว่าทำไมเบรดีจึงได้ออกจากนิวอิงแลนด์ เล่าย้อนไปตั้งแต่ สมัยตุลาคม ปี 2017 หลังเพิ่งได้แชมป์สมัยที่ 5 ไม่นาน แล้วโค้ชเบลิชิกเป็นคนเสนอเทรดเบรดีให้ ซาน ฟรานซิสโก โฟร์ตี้ ไนน์เนอร์ส ไม่ใช่ จิมมี่ การ็อปโปโล ควอร์เตอร์แบ็กสำรอง แต่พอดี โรเบิร์ต แครฟต์ เจ้าของทีมนิวอิงแลนด์ เข้ามาขัดขวางยุติเรื่องดังกล่าวทันที

 

เบรดียังนำทัพคว้าแชมป์มาอีกสมัยก็จริง แต่นั่นคือน้ำผึ้งหยดแรกซึ่งทำให้เขากลับมาซูเปอร์โบวล์หนที่ 10 ในชุดแข่งของบัคคาเนียร์ส ไม่ใช่เพเทรียตส์เหมือนอย่างเคย

 

ตอนนั้นลาสเวกัสให้น้ำหนักการย้ายทีมของควอร์เตอร์แบ็กระดับตำนานไม่น้อย ชูบัคคาเนียร์สว่าเป็นเต็ง 5 ในการคว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ ต่อจาก แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์, บัลติมอร์ เรฟเวนส์, โฟร์ตี้ ไนน์เนอร์ส, นิวออร์ลีนส์ เซนต์ส

 

ท้ายสุดแล้ว แม้แต่สถิติเจ้าบ้านไม่เคยได้แข่งซูเปอร์โบวล์มาถึง 54 ปี ก็โดนเบรดีทำลายลงอีกด้วย

 

สังเวียนซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 55 ก็คือ เรย์มอนด์ เจมส์ สเตเดียม ในแทมปา รัฐฟลอริดา บ้านของบัคคาเนียร์ส

 

 

ที่นั่นเคยเป็นสนามแข่งซูเปอร์โบวล์มาสองหน เริ่มจากครั้งที่ 35 ซึ่งบัลติมอร์ เรฟเวนส์ ไล่ต้อน นิวยอร์ก ไจแอนท์ส ล่าสุดก็ครั้งที่ 43 ซึ่งพิตต์สเบิร์ก สตีลเลอร์ส เชือด อริโซน่า คาร์ดินัลส์ ลงไปได้

 

น่าเสียดาย เพราะสถานการณ์ไวรัสจะทำให้คนดูเข้าไปในสนามได้เพียง 25,000 ราย น้อยสุดของประวัติศาสตร์ซูเปอร์โบวล์

 

โดย 7,500 คนในนั้นจะเป็นบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งได้รับการฉีดวัคซีนมาแล้ว ได้รับตั๋วฟรีจาก NFL จึงเท่ากับจะมีเพียงตั๋ว 17,500 ใบที่มีการซื้อขายกัน

 

ลีกยังบอกว่าบุคลากรทางการแพทย์ส่วนใหญ่จะมาจากแทมปาและส่วนกลางของรัฐฟลอริดา ที่เหลือก็เลือกจากชุมชนของทุกทีมใน NFL

           

เช้าวันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ เวลา 06.30 น. ประเทศไทย เรามาร่วมกันลุ้นว่าระหว่าง GOAT อย่างเบรดี กับเบบี้ GOAT แบบมาโฮมส์ ใครจะเป็นฝ่ายได้ชื่นชมลอมบาร์ดี โทรฟี

 

ภาพประกอบ: กริน วสุรัฐกร

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post ซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 55 ศึกระหว่าง เบรดี กับ มาโฮมส์ ผู้ท้าชิงบัลลังก์ระดับตำนาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทริค มาโฮมส์ ต่อสัญญา 10 ปี กับ แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ พร้อมรับเงิน 503 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำสถิติค่าจ้างแพงสุดในวงการกีฬาอเมริกัน https://thestandard.co/patrick-mahomes-chiefs-contract-extension/ Tue, 07 Jul 2020 09:06:03 +0000 https://thestandard.co/?p=378030

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ แชมป์ซู […]

The post แพทริค มาโฮมส์ ต่อสัญญา 10 ปี กับ แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ พร้อมรับเงิน 503 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำสถิติค่าจ้างแพงสุดในวงการกีฬาอเมริกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ แชมป์ซูเปอร์โบวล์สมัยล่าสุดได้จับแพทริค มาโฮมส์ ควอเตอร์แบ็กอนาคตไกลวัย 24 ปีต่อสัญญาฉบับใหม่ เป็นระยะเวลา 10 ปี พร้อมรับค่าเหนื่อยสูงถึง 503 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาน 15,000 ล้านบาท ซึ่งทางเอเจนต์ของมาโฮมส์ระบุว่า เป็นสัญญาที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการกีฬาอเมริกัน  

 

“อาณาจักรชีฟส์ พวกคุณอยู่กับผมมาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ปีรุกกี้” มาโฮมส์โพสต์ข้อความลงทวิตเตอร์ หลังมีรายงานถึงการต่อสัญญากับทีมต้นสังกัดไปอีก 10 ปี 

 

“คุณช่วยผมเอาชนะปัญหาต่างๆ จนกลายเป็นแชมป์ซูเปอร์โบวล์ และเราจะอยู่ด้วยกันไปอีกนาน เราจะสร้างประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของทีมร่วมกัน” 

 

มาโฮมส์ถือเป็นควอเตอร์แบ็กที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของ NFL ในยุคปัจจุบัน ด้วยการคว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าของศึกอเมริกันฟุตบอล NFL ในปี 2018 คว้ารางวัล MVP ในศึกซูเปอร์โบลว์ที่เขาพาทีมคว้าแชมป์ปีที่ผ่านมา โดยหลังจากที่เขาต่อสัญญาออกไป เขาจะอยู่ร่วมกับทีมไปถึงปี 2031 ซึ่งเขาจะมีอายุประมาน 35 ปีในปีที่หมดสัญญา 

 

สำหรับสัญญาฉบับนี้ ตามรายงานระบุว่ามาโฮมส์ จะกลายเป็นผู้เล่นที่มีสัญญามูลค่าสูงสุดในประวัติศาสตร์ของทีมกีฬาในสหรัฐอเมริกา โดย อดัม เชเฟอร์ ผู้สื่อข่าวกีฬาชื่อดังของอเมริกันเกมส์รายงานว่า สัญญาของมาโฮมส์ตลอด 10 ปีมีมูลค่า 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ บวกกับข้อตกลงเพิ่มเติมอีก 141.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่รวมถึงสัญญาการันตีหากเกิดอาการบาดเจ็บ และห้ามเทรดตัวนักกีฬา ส่วนสัญญาที่มีมูลค่าสูงสุดรองลงมาเป็นไมค์ เทราต์ นักเบสบอลอาชีพที่เซ็นสัญญา 12 ปี มูลค่า 426.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post แพทริค มาโฮมส์ ต่อสัญญา 10 ปี กับ แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ พร้อมรับเงิน 503 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำสถิติค่าจ้างแพงสุดในวงการกีฬาอเมริกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘แพทริก มาโฮมส์’ กัปตันอเมริกาคนใหม่ ผู้มีโอกาสไปได้ไกลกว่า ‘ทอม เบรดี’ https://thestandard.co/patrick-mahomes-new-caption-america/ Mon, 03 Feb 2020 11:37:58 +0000 https://thestandard.co/?p=327103

สถานการณ์ของพวกเขากำลังลำบาก ทีมเป็นฝ่ายตามหลังอยู่ถึง […]

The post ‘แพทริก มาโฮมส์’ กัปตันอเมริกาคนใหม่ ผู้มีโอกาสไปได้ไกลกว่า ‘ทอม เบรดี’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

สถานการณ์ของพวกเขากำลังลำบาก ทีมเป็นฝ่ายตามหลังอยู่ถึง 10 แต้ม ขณะที่เหลือเวลาอีกแค่ 8 นาที

 

อะไรที่เคยทำได้วันนี้ แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ ไม่สามารถจะทำได้ เพราะเกมรุกของพวกเขาถูกซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้ ไนน์เนอร์ส สะกดเอาไว้จนอยู่หมัด

 

ดูเหมือนการรอคอย 25 ปีของ ‘โฟร์ตี้ ไนน์เนอร์ส’ กำลังจะจบลง ขณะที่ชาวแคนซัส ซิตี้ ในมลรัฐมิสซูรี (ไม่ใช่ เกรทเทอร์ แคนซัส ที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวถึงหลังจบเกม) ดูจะแอบทำใจที่การรอคอย 50 ปีของพวกเขาจะจบลงด้วยความผิดหวังอีกครั้ง

 

แต่แล้วในดาวน์ที่ 3 ที่ระยะ 15 หลาในแดนของตัวเอง แพทริก มาโฮมส์ ก็จุดประกายความหวังให้ทุกคนด้วยการขว้างบอลระยะ 44 หลาให้ ไทรีก ฮิลล์ ได้สำเร็จ ก่อนที่เขาจะขว้างบอลจากเส้นหนึ่งหลา – จุดเดียวกับที่ควอเตอร์แบ็กวัย 24 ปีวิ่งเข้าไปทำทัชดาวน์ในช่วงต้นเกม – ให้กับทราวิส เคลซี

 

สองการเล่นนี้ทำให้ชีฟส์ไล่ตามไนน์เนอร์สมาเป็น 20-17 โดยเหลือเวลาอีก 6 นาที 

 

และนี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 54 ที่เพิ่งจบลงไปเมื่อเช้านี้ (3 กุมภาพันธ์) ครับ

 

 

ย้อนหลังกลับไปในช่วงก่อนที่ซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 54 (Super Bowl LIV) จะเริ่มขึ้น มีการพูดถึงหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าสนใจในการแข่งขันครั้งนี้

 

เรื่องการรอคอยที่ยาวนานระหว่างซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้ ไนน์เนอร์ส ที่ไม่ได้ครองแชมป์ซูเปอร์โบวล์มายาวนานถึง 25 ปี และแคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ ที่รอคอยมายาวนานยิ่งกว่าถึงครึ่งศตวรรษหรือ 50 ปี ก็เป็นหนึ่งในสีสันที่มีการพูดถึงมากที่สุด (และทำให้ตั๋วเข้าชมซูเปอร์โบ​วล์ปีนี้ราคาทะลุ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐไปแล้ว)

 

การเผชิญหน้ากันระหว่างไนน์เนอร์ส (หรือสมญาเท่ๆ ประสากีฬาบ้านเราคือ ‘คนตื่นทอง’ ซึ่งได้ยินแล้วก็คิดถึงยุคทองของในยุค 90 ไม่ได้) ที่มีเกมรับที่แข็งแกร่งที่สุด กับเกมรุกที่ดุดันเกรี้ยวกราดที่สุดของชีฟส์ (นี่ก็สมญาเท่ ‘หัวหน้าเผ่า’) ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่อง

 

แน่นอนครับว่าการเปรียบเทียบกันระหว่างสองควอเตอร์แบ็ก ซึ่งเป็นผู้เล่นตำแหน่งสำคัญที่เป็นเหมือน ‘พระเอก’ ของทีมย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นทำให้มีการวัดกันระหว่าง จิมมี่ การอปโปโล หอบังคับการของไนน์เนอร์ส และแพทริก มาโฮมส์ ผู้บังคับบัญชาของชีฟส์

 

ว่ากันว่านี่คือสองควอเตอร์แบ็กที่มีโอกาสจะก้าวขึ้นมาแทนที่ควอเตอร์แบ็กอมตะอย่าง ทอม เบรดี ที่ดูเหมือนว่าช่วงเวลาของเขา (และนิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ จะจบลง)

 

ถ้าไม่ใช่การอปโปโลที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น ‘มือรอง’ ของเบรดีอยู่ 3 ปีครึ่งในทีมแพทริออตส์ ก่อนจะเทรดมาอยู่ที่ซานฟรานซิสโกเมื่อปี 2017 ก็ต้องเป็นมาโฮมส์ ไอ้หนูมหัศจรรย์ที่สร้างปรากฏการณ์ด้วยการคว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าหรือรางวัล MvP มาครองได้เมื่อปีที่แล้ว ทั้งๆ ที่เป็นปีแรกที่เขาเพิ่งจะได้เป็นตัวจริงของทีม ด้วยผลงานมหัศจรรย์ขว้างระยะเกิน 5,000 หลา กับอีก 50 ทัชดาวน์ตลอดฤดูกาล

 

แต่ดูเหมือนสิ่งที่เราได้เห็นที่ฮาร์ดร็อก สเตเดียม ในเมืองไมอามี มลรัฐฟลอริดา จะชัดเจนนะครับว่ามาโฮมส์คือคนที่ดีกว่าจริงสมกับคำทำนาย

 

คำทำนายนั้นมีการพูดกันไว้ในวงการคนชนคนครับว่ามาโฮมส์คืออนาคตของ NFL หรืออาจจะรวมถึงปัจจุบันด้วยก็ได้เหมือนกัน

 

เพราะสิ่งที่คนในวงการอเมริกันฟุตบอลได้เห็นจากเด็กหนุ่มคนนี้ไม่มีคำใดจะอธิบายได้ดีกว่าคำว่า ‘มหัศจรรย์’ และมีความเป็นไปได้ที่เราอาจจะได้เห็นเขาไปได้ไกลยิ่งกว่าเบรดีในเส้นทางนี้ด้วยซ้ำไปครับ

 

นอกเหนือจากการขว้างบอลที่มหัศจรรย์ มาโฮมส์ยังวิ่งเองได้อย่างยอดเยี่ยม!

 

มาโฮมส์เก่งอย่างไร?

 

ในบทควอเตอร์แบ็กนั้น แน่นอนว่าหัวใจสำคัญคือการขว้างบอลที่ต้องแม่นยำ สายตาที่ต้องคมเหมือนเหยี่ยวในการมองหาเพื่อน เช่นกันกับการตัดสินใจในเสี้ยววินาที เพราะถ้าเลือกผิด นั่นอาจหมายถึงหายนะของทีมได้

 

โดยเฉพาะการขว้างบอลนั้น ควอเตอร์แบ็กทุกคนจะถูกสอนมาคล้ายๆ กันตามตำรา คือแขนต้องตั้ง 90 องศา ยกศอกขึ้นและขว้างเหนือไหล่ และอื่นๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มาโฮมส์ทำได้ตามตำราครับ แต่สิ่งที่ทำให้เขาพิเศษกว่าคนอื่นคือการที่เขาทำได้มากกว่านั้นมากมาย 

 

เขาคือควอเตอร์แบ็กคนแรกที่นำการขว้างแบบไม่มอง หรือ No-look pass มาใช้ ใช้มือข้างที่ไม่ถนัดขว้างบอลได้ด้วยในยามจำเป็น ขว้างเหนือหัว ขว้างข้างๆ ขว้างต่ำๆ กระโดดถอยหลังขว้างบอล

 

พูดง่ายๆ คือเขาทำอะไรก็ได้ และที่สำคัญลีลานั้นไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพลดลงไป เพราะความแม่นยำในการขว้างของเขายังอยู่ที่ 66% 

 

หากถูกบีบให้ขว้างไม่ได้ มาโฮมส์ก็มีร่างกายที่แข็งแกร่งพอที่จะวิ่งแหวกเข้าไปทำทัชดาวน์ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งในเกมซูเปอร์โบวล์ครั้งนี้เราก็ได้เห็นกันแล้วในดาวน์แรก ซึ่งความจริงแล้วเขามีมากกว่าสองทางเลือกเสมอในการเล่น บางครั้งมีถึง 3-4 ทางเลือก

 

มีการพูดกันครับว่าสิ่งที่เด็กหนุ่มคนนี้ทำได้นั้นคือสิ่งเดียวกับที่ สตีเฟน เคอร์รี เคยทำได้กับบาสเกตบอล NBA มาก่อน

 

ในเกมบาสเกตบอล ปกติแล้วการยิง 3 คะแนนนั้นผู้เล่นจะถูกสอนว่าจะต้องยืนใกล้เส้นให้มากที่สุด แต่ ‘สเตฟ’ ทำลายกฎดังกล่าวด้วยการยิงจากระยะไหนก็ได้ (ไม่นับวิธีการปล่อยบอลที่น่าทึ่ง) และนั่นกลายเป็นจุดเปลี่ยนของ NBA ที่ทำให้ปัจจุบันการชู้ต 3 คะแนนนั้นเกิดขึ้นตรงไหนก็ได้

 

จากการเล่นแบบเป๊ะๆ ของเบรดีผู้เคร่งครัด NFL กำลังจะเข้าสู่ยุคของมาโฮมส์ ควอเตอร์แบ็กที่ครบเครื่องต้มยำและเปี่ยมด้วยพรสวรรค์มากที่สุด และมีความเป็นไปได้ที่เด็กในยุคถัดไปจะมองเขาเป็นต้นแบบ เป็นโปรโตไทป์ของควอเตอร์แบ็กยุคใหม่

 

นอกสนามเอง มาโฮมส์ยังถูกคาดการณ์ว่าเขาจะกลายเป็นควอเตอร์แบ็กที่มีรายได้งามที่สุด โดยอาจจะได้เทียบเท่ากับผู้เล่น NBA เป็นนักอเมริกันฟุตบอลคนแรกที่มีรายได้ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

 

ที่สำคัญคือเขาอาจจะกลายเป็นขวัญใจเบอร์หนึ่งของประเทศยิ่งกว่า ทอม เบรดี, เลอบรอน เจมส์ หรือเซเรนา วิลเลียมส์ ในฐานะ New Face of US Sports

 

เรียกว่าในปีที่โลกกำลังเข้าสู่ทศวรรษใหม่ NFL และวงการกีฬาสหรัฐฯ เองก็เข้ายุคใหม่กับซูเปอร์ฮีโร่คนใหม่พอดี

 

มาโฮมส์ฉลองชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตกับแฟนสาว

 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ‘แพทริก มาโฮมส์’ กัปตันอเมริกาคนใหม่ ผู้มีโอกาสไปได้ไกลกว่า ‘ทอม เบรดี’ appeared first on THE STANDARD.

]]>