Palestine Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/palestine/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 18 Mar 2026 04:31:26 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ใครคือ อาลี ลาริจานี ผู้นำโดยพฤตินัยของอิหร่านที่อิสราเอลอ้างว่า ‘สังหาร’ แล้ว https://thestandard.co/ali-larijani-iran-de-facto-leader/ Tue, 17 Mar 2026 12:36:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1188550 ภาพ อาลี ลาริจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติของอิหร่าน

อิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล อ […]

The post ใครคือ อาลี ลาริจานี ผู้นำโดยพฤตินัยของอิหร่านที่อิสราเอลอ้างว่า ‘สังหาร’ แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ อาลี ลาริจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติของอิหร่าน

อิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล อ้างว่า อาลี ลาริจานี (Ali Larijani) เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติของอิหร่าน ที่หลายฝ่ายเชื่อว่าเป็น ‘ผู้นำอิหร่านโดยพฤตินัย’ ถูกสังหารแล้วเมื่อคืนวานนี้ โดยถือเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญระดับสูงสุดของอิหร่านที่ถูกสังหารในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

 

ลาริจานีปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งสุดท้ายเมื่อวันศุกร์ (13 มีนาคม) ที่ผ่านมา โดยเข้าร่วมการชุมนุมวันอัลกุดส์เพื่อสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ในกรุงเตหะราน พร้อมกับประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน

 

ภายหลังการเปิดเผยของอิสราเอล สื่อของรัฐอิหร่านได้เผยแพร่บันทึกที่เขียนด้วยลายมือของลาริจานี ซึ่งมีเนื้อหารำลึกถึงลูกเรือชาวอิหร่าน 84 นาย ที่เสียชีวิตจากการที่เรือดำน้ำสหรัฐฯ โจมตีเรือรบอิหร่านในน่านน้ำสากล และคาดว่าจะมีการจัดพิธีศพในวันอังคารนี้ โดยยังไม่ชัดเจนว่า การเผยแพร่บันทึกดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่า ลาริจานียังมีชีวิตอยู่หรือไม่

 

ผู้นำและผู้วางแผนยุทธศาสตร์การรบของอิหร่าน

 

ลาริจานี วัย 67 ปี ซึ่งเคยเป็นที่ปรึกษาของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุด และมีความสัมพันธ์อันยาวนานกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ถูกมองว่า เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการกำหนดนโยบายและการปกครองประเทศของผู้นำอิหร่าน

 

เขามีบทบาทสำคัญในการปราบปรามการประท้วงใหญ่ของประชาชนทั่วอิหร่านในเดือนมกราคมที่ผ่านมา และกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านอำนาจผู้นำสูงสุดที่เกิดขึ้นภายหลังการเสียชีวิตของคาเมเนอี โดยท่ามกลางสงครามที่เกิดขึ้น เชื่อว่าลาริจานี คือผู้นำที่มีบทบาทสำคัญในการวางแผนยุทธศาสตร์การสู้รบ ซึ่งทำให้เขาตกเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่สำคัญของอิสราเอล

 

ที่ผ่านมา ลาริจานี ดำรงตำแหน่งสำคัญมากมาย เป็นทั้งผู้บัญชาการ IRGC ในช่วงสงครามกับอิรัก ช่วงทศวรรษ 1980 ก่อนที่จะเปลี่ยนมาสู่บทบาททางการเมือง

 

เขาเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถานีโทรทัศน์ของรัฐ หัวหน้าผู้เจรจาด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน และเป็นประธานรัฐสภาอิหร่าน เป็นเวลา 12 ปี จนถึงปี 2020 และมีอิทธิพลเคียงข้างผู้นำสูงสุดมากขึ้นเรื่อยๆ หลังได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาในปี 2004

 

ภายหลังจากความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลเมื่อปีที่แล้ว ลาริจานีกลับมามีบทบาทสำคัญในฐานะเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนมองว่า เขาเป็น ‘ผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุด’ ของอิหร่าน

 

ลาริจานีมาจากครอบครัวนักบวชที่มีอิทธิพลในสาธารณรัฐอิสลาม พี่ชายคนหนึ่งของเขา ซาดิก ลาริจานี เป็นอดีตประธานศาลสูงสุดคนที่ 6 ของอิหร่าน

 

เขายังเป็นนักวิชาการที่มีชื่อเสียง โดยเคยได้รับการฝึกฝนด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีชารีฟ และได้รับปริญญาเอกด้านปรัชญาจากมหาวิทยาลัยเตหะราน

 

อย่างไรก็ตาม ลาริจานี นั้นไม่ใช่นักบวช ทำให้ไม่สามารถดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้ โดยนักวิเคราะห์มองว่า แม้ลาริจานีจะดูเหมือนเป็นนักปฏิบัติมากกว่าผู้ที่ยึดมั่นในอุดมการณ์อย่างสุดโต่ง แต่เขาก็มุ่งมั่นที่จะรักษาไว้ซึ่งระบบการปกครองแบบสาธารณรัฐอิสลามของอิหร่าน

 

อ้างอิง :

The post ใครคือ อาลี ลาริจานี ผู้นำโดยพฤตินัยของอิหร่านที่อิสราเอลอ้างว่า ‘สังหาร’ แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มฮามาสเรียกร้องให้อิหร่านยุติการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวอาหรับ https://thestandard.co/hamas-iran-gulf-attacks/ Sun, 15 Mar 2026 03:29:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1187552 แฟ้มภาพกลุ่มฮามาสในประเด็นความขัดแย้งตะวันออกกลาง

กลุ่มฮามาสเรียกร้องให้อิหร่านยุติการโจมตีประเทศเพื่อนบ้ […]

The post กลุ่มฮามาสเรียกร้องให้อิหร่านยุติการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวอาหรับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แฟ้มภาพกลุ่มฮามาสในประเด็นความขัดแย้งตะวันออกกลาง

กลุ่มฮามาสเรียกร้องให้อิหร่านยุติการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวอาหรับ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงสนับสนุนสิทธิของอิหร่านในการป้องกันตนเองจากการรุกรานของสหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ฮามาสเน้นย้ำให้ทุกประเทศในภูมิภาคร่วมมือกัน เพื่อยุติความขัดแย้งและรักษาความสัมพันธ์ฉันพี่น้อง

 

แม้ทางการอิหร่านจะอ้างว่า เป้าหมายการโจมตีตอบโต้คือ ‘ฐานทัพอเมริกัน’ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่การโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมากลับสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน และทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 18 คนทั่วภูมิภาค ซึ่งแบ่งเป็นในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 6 คน, คูเวต 6 คน, โอมาน 2 คน, ซาอุดีอาระเบีย 2 คน และบาห์เรน 2 คน นอกจากนี้ ตุรกีและกาตาร์ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มฮามาสก็ถูกอิหร่านโจมตีเช่นกัน

 

ก่อนหน้านี้ ฮามาสได้ออกมาประณามการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล จนเป็นเหตุให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านในช่วงเวลานั้น รวมถึงบุคคลสำคัญของอิหร่านอีกหลายคนเสียชีวิต โดยชี้ว่า เป็น ‘อาชญากรรมที่ชั่วร้าย’

 

ที่ผ่านมาชาติอาหรับต่างๆ ได้เข้ามามีบทบาททั้งในการเป็นคนกลางเจรจาและการมอบความช่วยเหลือ ล่าสุด กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ให้คำมั่นที่จะมอบเงินสนับสนุนรวมกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับ Board of Peace ของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนความพยายามในการยุติความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์

 

ส่วนสถานการณ์ข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซาที่ผลักดันโดยสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 หลังจากสงครามที่ยืดเยื้อมา 2 ปีได้คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 72,000 ราย อย่างไรก็ตาม อิสราเอลและฮามาสต่างกล่าวหากันและกันว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงแทบจะรายวัน โดยกองกำลังอิสราเอลยังคงก่อเหตุยิงปืนใหญ่และใช้อาวุธปืน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขของกาซาระบุว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 649 รายนับตั้งแต่เริ่มการหยุดยิง

 

แฟ้มภาพ: Abdelhadi Ramahi / Reuters

 

อ้างอิง:

 

The post กลุ่มฮามาสเรียกร้องให้อิหร่านยุติการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวอาหรับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ เตรียมเปิดกงสุลสัญจรในเขตเวสต์แบงก์ครั้งแรก ทำไมทั่วโลกถึงมองว่า ‘ผิดกฎหมาย’ ? https://thestandard.co/us-west-bank-consulate/ Thu, 26 Feb 2026 04:15:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1181897 เจ้าหน้าที่กงสุลสหรัฐฯ ให้บริการในเขตเวสต์แบงก์ ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากประชาคมโลก

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาในอิสราเอลเผย เตรียมจัดตั้ […]

The post สหรัฐฯ เตรียมเปิดกงสุลสัญจรในเขตเวสต์แบงก์ครั้งแรก ทำไมทั่วโลกถึงมองว่า ‘ผิดกฎหมาย’ ? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่กงสุลสหรัฐฯ ให้บริการในเขตเวสต์แบงก์ ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากประชาคมโลก

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาในอิสราเอลเผย เตรียมจัดตั้งกงสุลชั่วคราว 1 วันใน Efrat นิคมชาวยิวทางเขตเวสต์แบงก์ ตอนใต้ของเยรูซาเล็ม เพื่อให้บริการทำหนังสือเดินทางในโครงการ Freedom 250 แต่ประชาคมโลกระบุว่า ‘ขัดกฎหมายระหว่างประเทศ

 

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แอคเคานต์สถานทูตสหรัฐฯ ในอิสราเอลโพสต์ข้อความบน X ว่า จะจัดมีกิจกรรมจัดตั้งกงสุลสัญจร 1 วัน เพื่อให้บริการทำพาสปอร์ตแก่ชาวอเมริกันในพื้นที่ Efrat, Ramallah, Beitar Illit, Haifa, Jerusalem, Netanya และ Beit Shemesh ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ โดยจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในภายหลัง

 

แม้สถานทูตระบุว่า บริการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Freedom 250 เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวอเมริกันเข้าถึงในทุกพื้นที่ แต่สื่อหลายสำนักชี้ว่า นี่เป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ จัดบริการกงสุลในนิคมอิสราเอลในเวสต์แบงก์อย่างเป็นทางการ และอาจขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ

 

ทั้งนี้ Efrat เป็นนิคมชาวยิวในเขตเวสต์แบงก์ โดยอิสราเอลยึดครองมาจากปาเลสไตน์ในสงครามปี 1967 ทำให้ประชาคมระหว่างประเทศมองว่า การกระทำดังกล่าวผิดกฎหมาย และขัดต่อสนธิสัญญาเจนีวา ขณะที่สหรัฐฯ ก็หลีกเลี่ยงเดินทางไปพื้นที่แห่งนี้เพื่อไม่ให้ถูกมองว่า กำลังให้ความชอบธรรมอิสราเอล

 

สำหรับท่าทีของแต่ละฝ่าย กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลยกย่องประกาศดังกล่าวว่าเป็นการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ เช่นดียวกับ กิเดโอน ซาร์ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศที่ระบุว่า เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญ

 

ยูลี เอเดลสไตน์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลยังระบุว่า เป็นก้าวสำคัญของสหรัฐฯ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ถือเป็นการเพิ่มความชอบธรรมของอิสราเอลในระดับนานาชาติ ต่อเขตยูเดียและสะมาเรีย (ชื่อเรียกเขตเวสต์แบงก์ตามพระคัมภีร์)

 

ขณะที่ ไมเคิล สฟาร์ด (Michael Sfard) ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และฝ่ายซ้ายอิสราเอลให้สัมภาษณ์กับ New York Times ว่า การนำบริการกงสุลไปตั้งในเขตเวสก์แบงก์ เท่ากับเป็นการ ‘ตราประทับรับรอง’ ดินแดนของสหรัฐฯ และไม่มีเหตุผลอื่นรองรับเลย

 

“บริการทั้งหมดของพวกเขาได้จากเยรูซาเล็ม ถ้าจะไปดูหนัง พวกเขาก็ไปเยรูซาเล็ม เรื่องนี้จึงไม่อาจตีความเป็นอย่างอื่นได้ นอกจากเป็นถ้อยแถลงทางการเมืองที่ให้ความชอบธรรมแก่นิคมในเวสต์แบงก์” สฟาร์ดอธิบาย โดยสื่อว่า ทุกสิ่งอำนวยความสะดวกของชาวอเมริกันอยู่ในเยรูซาเล็ม ไม่มีความจำเป็นต้องไปเขตเวสต์แบงก์

 

ขณะเดียวกัน ซาเวียร์ อาบู เอด อดีตโฆษกฝ่ายเจรจาขององค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะทำให้การผนวกดินแดนกลายเป็นเรื่องปกติ ถือเป็นการลบล้างจุดยืนในตลอด 5 เดือนที่กล่าวอ้างว่า ต่อต้านเรื่องดังกล่าว

 

ด้านฮามาสออกแถลงการณ์ว่า การตั้งกงสุลชั่วคราวบนเวสต์แบงก์เป็นแบบอย่างอันตราย และการยอมรับโดยพฤตินัยว่า สหรัฐฯ ให้ความชอบธรรมต่ออิสราเอลในการครอบครองดินแดนดังกล่าว

 

ส่วนคณะกรรมาธิการต่อต้านการตั้งถิ่นฐานและกำแพงของปาเลสไตน์ระบุว่า การเคลื่อนไหวนี้อาจละเมิดกฎหมาย และขัดต่อพันธกรณีของสหรัฐฯ ที่สนับสนุนแนวทางสองรัฐ (Two-State Solution)

 

อนึ่ง ไม่กี่วันที่ผ่านมา ไมค์ ฮัคเคบี เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอล ให้สัมภาษณ์กับ ทักเกอร์ คาร์ลสัน นักวิจารณ์สายอนุรักษนิยม ว่า คงไม่เป็นไร หากอิสราเอลเข้าครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของตะวันออกกลาง

 

ในตอนหนึ่งของการสัมภาษณ์ คาร์ลสันถามว่า อิสราเอลควรได้รับอนุญาตให้ยึดครองดินแดนไกลถึงแม่น้ำยูเฟรทีสในอิรักหรือไม่ ฮัคคาบีตอบว่า “ถ้าพวกเขาจะยึดทั้งหมดก็คงไม่เป็นไร” แต่ถ้าอิสราเอลไม่ได้ดินแดนทั้งหมดก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยขอแค่ดินแดนที่กำลังยึดครองตอนนี้ พร้อมทั้งยืนยันว่า เวสต์แบงก์คือสิทธิของอิสราเอลตามพระคัมภีร์

 

สหรัฐฯ เคยละเมิดข้อห้ามดังกล่าวหลายครั้ง เช่นในปี 2018 เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอลเดินทางเยือนเวสต์แบงก์ด้วยตนเอง ขณะที่ ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศในสมัยแรกของทรัมป์เคยกล่าวในปี 2019 ว่า การตั้งนิคมไม่ได้ผิดกฎหมายแต่อย่างใด

 

แฟ้มภาพ: Ammar Awad / Reuters

 

อ้างอิง:

 

 

The post สหรัฐฯ เตรียมเปิดกงสุลสัญจรในเขตเวสต์แบงก์ครั้งแรก ทำไมทั่วโลกถึงมองว่า ‘ผิดกฎหมาย’ ? appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอร์ดสันติภาพทรัมป์ลงขัน 7,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อฟื้นฟูฉนวนกาซา https://thestandard.co/trump-peace-board-gaza-funding/ Fri, 20 Feb 2026 03:58:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1180281 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงข่าวการระดมทุน 7,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อฟื้นฟูฉนวนกาซา

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศขณะร่วมปร […]

The post บอร์ดสันติภาพทรัมป์ลงขัน 7,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อฟื้นฟูฉนวนกาซา appeared first on THE STANDARD.

]]>
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงข่าวการระดมทุน 7,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อฟื้นฟูฉนวนกาซา

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศขณะร่วมประชุม ‘คณะกรรมการแห่งสันติภาพ’ (Board of Peace) ครั้งแรก ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวานนี้ (19 กุมภาพันธ์) ตามเวลาท้องถิ่นว่า สมาชิกบอร์ดสันติภาพ 9 ประเทศ ได้แก่ คาซัคสถาน, อาเซอร์ไบจาน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, โมร็อกโก, บาห์เรน, กาตาร์, ซาอุดีอาระเบีย, อุซเบกิสถาน และคูเวต ได้ร่วมกันลงขันเงินราว 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.4 แสนล้านบาท) เพื่อเป็น ‘แพ็กเกจช่วยเหลือ’ และฟื้นฟูฉนวนกาซาจากสงคราม

 

ขณะที่ทรัมป์ก็ประกาศสหรัฐอเมริกาจะสนับสนุนงบประมาณจำนวน 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่บอร์ดสันติภาพนี้ อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ชี้แจงชัดเจนว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ได้ยื่นขออนุมัติงบประมาณดังกล่าวต่อสภาคองเกรสอย่างเป็นทางการแล้วหรือไม่ ซึ่งตามระเบียบแล้วจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากสภา

 

ทางด้านองค์การสหประชาชาติ (UN) จะสมทบทุนอีก 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และฟีฟ่า (FIFA) จะระดมทุนอีก 75 ล้านดอลลาร์สำหรับโครงการด้านฟุตบอลในฉนวนกาซา โดยบอร์ดสันติภาพทรัมป์ตั้งเป้าหมายที่จะสร้างบ้าน 100,000 หลังในเมืองราฟาห์ (Rafah) พร้อมงบโครงสร้างพื้นฐาน 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะขยายให้ถึง 400,000 หลัง

 

การจัดตั้งกองกำลังชุดใหม่

 

แผนการด้านความมั่นคงของบอร์ดสันติภาพทรัมป์ เสนอให้จัดตั้ง ‘กองกำลังรักษาเสถียรภาพระหว่างประเทศ’ (ISF) ขึ้น พร้อมส่งกองกำลังนี้จำนวน 20,000 นาย เข้าไปประจำการในฉนวนกาซา โดยจะเริ่มที่เมืองราฟาห์ก่อนจะกระจายไปยังพื้นที่อื่นๆ อีก 5 พื้นที่

 

นอกจากนี้ยังเสนอให้สร้าง ‘กองกำลังตำรวจปาเลสไตน์ชุดใหม่’ ขึ้นมาตั้งแต่ต้น โดยต้องผ่านการคัดกรองอย่างเข้มงวด ซึ่งทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอลยืนกรานว่าจะไม่ใช้กองกำลังที่เกี่ยวข้องกับฮามาส หรือแม้แต่กองกำลังขององค์การบริหารปาเลสไตน์ (PA) จากเวสต์แบงก์เลย

 

พลเอก แจสเปอร์ เจฟเฟอร์ส ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาสันติภาพนานาชาติ (ISF) สำหรับฉนวนกาซา เปิดเผยว่า อินโดนีเซีย, โมร็อกโก, คาซัคสถาน, โคโซโว และแอลเบเนีย ได้ตกลงส่งกำลังทหารเข้าร่วมปฏิบัติการ ขณะที่อียิปต์และจอร์แดนตกลงที่จะช่วยฝึกอบรมกองกำลังตำรวจ โดยเจฟเฟอร์สยังยืนยันว่า อินโดนีเซียจะดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการของกองกำลัง ISF อีกด้วย

 

ท่าทีของชาติตะวันตก

 

พันธมิตรตะวันตกหลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร แคนาดา ฝรั่งเศส และเยอรมนี ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมบอร์ดสันติภาพ เนื่องจากกังวลว่าองค์กรนี้ถูกตั้งขึ้นมา เพื่อลดบทบาทหรือแทนที่ UN

 

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยืนยันว่าจะทำงานร่วมกับ UN อย่างใกล้ชิด โดยระบุว่า บอร์ดสันติภาพจะคอย ‘กำกับดูแล’ (looking over) ให้ UN ทำงานอย่างเหมาะสม และสัญญาว่าจะมอบเงินอุดหนุน เพื่อช่วยเหลือวิกฤตทางการเงินของ UN ด้วย

 

การปลดอาวุธกลุ่มฮามาส

 

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลที่ส่งรัฐมนตรีต่างประเทศเข้าร่วมการประชุมนัดแรกนี้แทนการเดินทางเข้าร่วมด้วยตนเองยืนยันชัดเจนว่า ‘จะไม่มีการฟื้นฟูกาซา หากพื้นที่ดังกล่าวยังไม่ปลอดทหาร’ แม้ทรัมป์จะแสดงความหวังว่า กลุ่มฮามาสจะยอมปลดอาวุธ แต่สถานการณ์จริงกลับไม่มีสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้เช่นนั้น โดยกลุ่มฮามาสดูเหมือนจะตั้งเงื่อนไขว่า อิสราเอลจะต้องถอนกำลังออกจากกาซาก่อน จึงจะพิจารณาเรื่องการปลดอาวุธในลำดับต่อไป

 

ด้าน นิโคไล มลาเดนอฟ ทูตพิเศษด้านตะวันออกกลาง เตือนว่า หากแผนเหล่านี้ไม่คืบหน้าอย่างรวดเร็ว กาซาจะยังคงถูกแบ่งแยก และถูกตัดขาดจากเวสต์แบงก์ ซึ่งจะทำให้การตั้งรัฐปาเลสไตน์อิสระในอนาคต ‘ยากที่จะเป็นไปได้’

 

ขณะที่ไทยก็ส่งผู้แทนเข้าร่วมสังเกตการณ์ในการประชุมนัดแรกนี้ด้วย แต่ยังไม่ตอบรับเข้าร่วมในฐานะประเทศสมาชิก

 

ภาพ: Kevin Lamarque / Reuters

 

อ้างอิง:

The post บอร์ดสันติภาพทรัมป์ลงขัน 7,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อฟื้นฟูฉนวนกาซา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฮามาสจี้บอร์ดสันติภาพทรัมป์ ต้องหยุดอิสราเอลไม่ให้สังหารประชาชนในฉนวนกาซา https://thestandard.co/hamas-urges-trump-peace-board-israel-gaza/ Wed, 18 Feb 2026 03:28:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1179588 อาคารบ้านเรือนเสียหายในฉนวนกาซา ท่ามกลางความขัดแย้งอิสราเอล-ฮามาส

กลุ่มฮามาสได้เรียกร้องให้คณะกรรมการสันติภาพ (Board of P […]

The post ฮามาสจี้บอร์ดสันติภาพทรัมป์ ต้องหยุดอิสราเอลไม่ให้สังหารประชาชนในฉนวนกาซา appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาคารบ้านเรือนเสียหายในฉนวนกาซา ท่ามกลางความขัดแย้งอิสราเอล-ฮามาส

กลุ่มฮามาสได้เรียกร้องให้คณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา บังคับให้อิสราเอลหยุดการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในกาซา ที่สหรัฐฯ เป็นคนกลางในการเจรจา เมื่อเดือนตุลาคม 2025 โดยระบุว่าสงครามและการปิดล้อมยังคงดำเนินอยู่ พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า บอร์ดสันติภาพนี้จะต้องหยุดอิสราเอลไม่ให้สังหารประชาชนในฉนวนกาซาอีก

 

ทางการปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาระบุว่า นับตั้งแต่เริ่มข้อตกลงหยุดยิง เมื่อ 10 ตุลาคม 2025 มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตกว่า 600 คน และบาดเจ็บอย่างน้อย 1,600 คน จากปฏิบัติการของกองกำลังอิสราเอล

 

อุปสรรคที่ยังไม่สิ้นสุด

 

อิสราเอลยังคงปิดกั้นการส่งความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์และขัดขวางไม่ให้ผู้ป่วยหนักนับพันคนออกไปรักษาตัวนอกฉนวนกาซา ทางด้าน สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกเลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ระบุว่าความช่วยเหลือจากอียิปต์ถูกอนุญาตให้เข้าพื้นที่ได้ไม่ถึง 60% และการประสานงานกับทางการอิสราเอลยังคงเผชิญอุปสรรคอย่างหนัก

 

ฮาเซ็ม กัสเซ็ม โฆษกกลุ่มฮามาสระบุในแถลงการณ์วิดีโอว่า ‘สงครามล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา’ ยังคงดำเนินอยู่ ทั้งการเข่นฆ่า การขับไล่ที่อยู่อาศัย การปิดล้อม และการปล่อยให้อดอยาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยังไม่หยุดลงแม้แต่วินาทีเดียว

 

กัสเซ็มยังเรียกร้องให้บอร์ดสันติภาพของทรัมป์อำนวยความสะดวกในการส่ง ‘คณะกรรมการเทคโนแครต’ (Committee of Technocrats) ซึ่งประกอบไปด้วยนักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญที่ถูกรับเลือกให้เข้ามาบริหารฉนวนกาซาที่ถูกทำลายจากสงครามและความขัดแย้ง เพื่อเริ่มกระบวนการฟื้นฟูดินแดนครั้งใหญ่และยุติความทุกข์ยากของประชาชนในกาซา

 

กัสเซ็มกล่าวเสริมว่า เราเรียกร้องให้ยกเลิกการปิดล้อมกึ่งถาวรและเปิดด่านชายแดนทั้งหมด ไม่ใช่แค่เปิดเพียงบางส่วนหรือในระดับต่ำสุด…พร้อมทั้งหยุดการละเมิดสิทธิต่อผู้ที่เดินทางข้ามพรมแดนโดยฝ่ายยึดครอง (อิสราเอล) ทั้งยังเตือนว่า อิสราเอลอาจใช้บอร์ดสันติภาพนี้เป็น ‘ฉากบังหน้า’ เพื่อทำสงครามต่อและขัดขวางการฟื้นฟูบูรณะฉนวนกาซา

 

สถานการณ์ความรุนแรง

 

แม้จะเริ่มต้นกระบวนการสันติภาพในเฟสแรกแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะยังคงมีรายงานการโจมตีด้วยปืนใหญ่และโดรนจากอิสราเอลในพื้นที่ต่างๆ ของฉนวนกาซา เช่น ย่านตุฟฟาห์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองกาซาซิตี, ข่าน ยูนิส เมืองใหญ่ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา และ นูเซรัต ซึ่งเป็นที่ตั้งของค่ายผู้อพยพขนาดใหญ่ในพื้นที่ตอนกลางของฉนวนกาซา รวมถึงการโจมตีชาวประมงและการรื้อถอนที่อยู่อาศัยของชาวปาเลสไตน์

 

บอร์ดสันติภาพนี้ที่มีทรัมป์นั่งเป็นประธานตลอดชีพ ถูกมองว่า กำลังขยายขอบเขตจากการดูและเรื่องกาซาไปสู่การแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศอื่นๆ ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลว่า ทรัมป์อาจต้องการสร้างองค์กรนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นคู่แข่งกับ UN

 

การประชุมอย่างเป็นทางการนัดแรกของบอร์ดสันติภาพที่ตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์นี้จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้ (19 กุมภาพันธ์) ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ท่ามกลางการรอคอยของชาวปาเลสไตน์ในดินแดนที่บอบช้ำจากสงคราม เพื่อให้ข้อตกลงสันติภาพระยะที่สองมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ

 

แฟ้มภาพ: Abdalhkem Abu Riash / Anadolu via Getty Images

อ้างอิง:

The post ฮามาสจี้บอร์ดสันติภาพทรัมป์ ต้องหยุดอิสราเอลไม่ให้สังหารประชาชนในฉนวนกาซา appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิสราเอลเริ่มจดทะเบียนที่ดินเวสต์แบงก์ เป็นทรัพย์สินของรัฐ การตัดสินใจนี้น่ากังวลอย่างไร https://thestandard.co/israel-registers-west-bank-land/ Mon, 16 Feb 2026 03:43:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1178809 ภาพแผนที่แสดงพื้นที่เวสต์แบงก์ พร้อมการทำเครื่องหมายแสดงขอบเขตและการจดทะเบียนที่ดินโดยอิสราเอล ซึ่งมีผลต่อสถานะของดินแดนและชาวปาเลสไตน์

คณะรัฐมนตรีอิสราเอลมีมติเมื่อวานนี้ (15 กุมภาพันธ์) โดย […]

The post อิสราเอลเริ่มจดทะเบียนที่ดินเวสต์แบงก์ เป็นทรัพย์สินของรัฐ การตัดสินใจนี้น่ากังวลอย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแผนที่แสดงพื้นที่เวสต์แบงก์ พร้อมการทำเครื่องหมายแสดงขอบเขตและการจดทะเบียนที่ดินโดยอิสราเอล ซึ่งมีผลต่อสถานะของดินแดนและชาวปาเลสไตน์

คณะรัฐมนตรีอิสราเอลมีมติเมื่อวานนี้ (15 กุมภาพันธ์) โดยได้อนุมัติให้เริ่มกระบวนการจดทะเบียนที่ดินในเขตเวสต์แบงก์ ให้กลายเป็น ‘ทรัพย์สินของรัฐ’ (State Property) ซึ่งถือเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1967 ที่มีการดำเนินมาตรการนี้

 

ข้อเสนอนี้ผลักดันโดยรัฐมนตรีขวาจัดอย่าง เบซาเลล สโมทริช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมกับ ยารีฟ เลวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ อิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยการจดทะเบียนนี้มีเป้าหมาย เพื่อกำหนดให้พื้นที่ขนาดใหญ่ในเวสต์แบงก์กลายเป็นทรัพย์สินของอิสราเอลอย่างถาวร

 

มุมมองและเหตุผลจากอิสราเอล

 

สโมทริชกล่าวว่านี่คือ การปฏิวัติการตั้งถิ่นฐาน เพื่อเสริมสร้างการยึดครองพื้นที่ทั้งหมดของอิสราเอล ขณะที่ คัตซ์อ้างว่า เป็นมาตรการความมั่นคงที่จำเป็นและเป็นการตอบโต้กระบวนการจดทะเบียนที่ดินที่ดำเนินการโดยทางการปาเลสไตน์ ส่วนกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลยังระบุว่า มาตรการนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดินที่มีอยู่ในขณะนี้

 

นอกจากนี้ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลยังมองว่า การจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์เป็น ‘ภัยคุกคามความมั่นคง’ และพรรคร่วมรัฐบาลของเขาก็มีฐานเสียงสนับสนุนจากกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานที่ต้องการให้ผนวกเวสต์แบงก์ให้เป็นของอิสราเอล

 

โดยมาตรการนี้มีส่วนสำคัญที่จะช่วยกระชับการควบคุมเวสต์แบงก์ให้แน่นหนาขึ้น อำนวยความสะดวกให้ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลซื้อที่ดินได้ง่ายขึ้น และขจัดข้อจำกัดทางกฎหมายในการขยายนิคมชาวยิวในเวสต์แบงก์

 

การตัดสินใจนี้น่ากังวลอย่างไร

 

ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ ความเสี่ยงที่ชาวปาเลสไตน์จะสูญเสียที่ดินจำนวนมหาศาล โดยกลุ่ม Peace Now ซึ่งเป็นองค์กรตรวจสอบการตั้งถิ่นฐานของชาวยิว ตือนว่ามาตรการนี้อาจนำไปสู่การแย่งชิงที่ดินจากชาวปาเลสไตน์ได้มากถึง ‘ครึ่งหนึ่ง’ ของพื้นที่เวสต์แบงก์

 

โดยการจดทะเบียนที่ดินจะเป็นการกำหนดสิทธิความเป็นเจ้าของอย่างถาวร แต่ปัญหาคือที่ดินส่วนใหญ่ของชาวปาเลสไตน์ ‘ไม่ได้’ มีการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเป็นกระบวนการที่ยาวนาน ซับซ้อน และที่สำคัญคืออิสราเอลได้ระงับกระบวนการจดทะเบียนนี้ไปตั้งแต่ปี 1967 ทำให้ชาวบ้านขาดเอกสารสิทธิ์ที่รัฐบาลอิสราเอลรับรอง

 

นักวิเคราะห์และทางการปาเลสไตน์มองว่า นี่ไม่ใช่แค่การจัดการบริหารที่ดิน แต่คือ ‘การผนวกดินแดนโดยพฤตินัย’ (De-facto Annexation)

 

การจดทะเบียนที่ดินให้เป็นทรัพย์สินของรัฐ เป็นการเปลี่ยนสถานะทางกฎหมายของ ‘ดินแดนที่ถูกยึดครอง’ (Occupied Territory) ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอิสราเอลอย่างถาวร ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า อิสราเอลกำลัง ซ่อนการผนวกดินแดนไว้ในรูปแบบของระบบงานของรัฐ (Bureaucratic Move) โดยทำให้ดูเหมือนเป็นเรื่องทางเทคนิค เพื่อขจัดอุปสรรคทางกฎหมายในการขยายถิ่นฐานชาวยิว

 

อีกทั้งการตัดสินใจดังกล่าว ยัง ‘ปิดกั้นโอกาส’ ในการตั้งรัฐปาเลสไตน์ โดยเวสต์แบงก์เป็นพื้นที่แกนหลักที่ชาวปาเลสไตน์ต้องการใช้สำหรับจัดตั้ง ‘รัฐเอกราช’ ในอนาคต การที่รัฐบาลอิสราเอลเร่งกระบวนการนี้ สะท้อนให้เห็นถึงเจตนาที่จะ ‘ขัดขวาง’ การเกิดขึ้นของรัฐปาเลสไตน์ ซึ่งเนทันยาฮูมองว่าเป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอล การผนวกที่ดินอย่างถาวรจะทำให้ ‘แนวทางสองรัฐ’ (Two-State Solution) เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ

 

นอกจากนี้ นานาชาติยังมองว่า การกระทำนี้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน โดยกฎหมายระหว่างประเทศระบุว่า ‘ผู้มีอำนาจยึดครอง’ (Occupying Power) ไม่สามารถยึดหรือตั้งถิ่นฐานในดินแดนที่ถูกยึดครองได้ ขณะที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เคยมีความเห็นในปี 2024 ว่า การยึดครองและการตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลนั้น ‘ผิดกฎหมายและควรยุติลง’

 

ปาเลสไตน์ระบุว่าการกระทำนี้เป็นการ ‘ยกระดับความรุนแรง’ ที่ทำให้ข้อตกลงที่เคยลงนามร่วมกันไปแล้ว ‘เป็นโมฆะ’ และกลุ่มฮามาสยังระบุว่า การตัดสินใจนี้ยังเป็นการขโมยดินแดนของชาวปาเลสไตน์ไปอย่างโจ่งแจ้งอีกด้วย หลายฝ่ายกังวลว่า มาตรการนี้อาจจะทำให้ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสคุกรุ่นขึ้นอีกครั้ง

 

อ้างอิง:

The post อิสราเอลเริ่มจดทะเบียนที่ดินเวสต์แบงก์ เป็นทรัพย์สินของรัฐ การตัดสินใจนี้น่ากังวลอย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
มนตร์ดำสะกดงบดุล Snow White เวอร์ชันคนแสดงทำ Disney เจ็บหนัก ‘ขาดทุน’ กว่า 5 พันล้านบาท https://thestandard.co/snow-white-live-action-disney-loss/ Sun, 15 Feb 2026 12:15:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1178748 ภาพโปสเตอร์หรือตัวอย่างภาพยนตร์ Snow White ฉบับคนแสดงของ Disney ที่เผชิญภาวะขาดทุนอย่างหนัก

รายงานจาก Forbes และ Fox Business เปิดเผยเบื้องหลังตัวเ […]

The post มนตร์ดำสะกดงบดุล Snow White เวอร์ชันคนแสดงทำ Disney เจ็บหนัก ‘ขาดทุน’ กว่า 5 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพโปสเตอร์หรือตัวอย่างภาพยนตร์ Snow White ฉบับคนแสดงของ Disney ที่เผชิญภาวะขาดทุนอย่างหนัก

รายงานจาก Forbes และ Fox Business เปิดเผยเบื้องหลังตัวเลขทางการเงินของภาพยนตร์เรื่อง Snow White ฉบับรีเมคปี 2025 ที่กลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ ‘เจ้าปัญหา’ ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Disney หลังจากมีการเปิดเผยเอกสารงบการเงินที่ระบุว่าโปรเจกต์นี้ใช้เงินทุนสร้างมหาศาลเกินงบประมาณที่ตั้งไว้ไปไกล

 

โดยปกติแล้ว ต้นทุนการสร้างภาพยนตร์ที่ผลิตในสหรัฐฯ มักถูกเก็บเป็น ‘ความลับ’ ที่สตูดิโอจะไม่ยอมเปิดเผยแยกเป็นรายเรื่อง ทว่าเนื่องจาก Snow White เลือกไปถ่ายทำในสหราชอาณาจักรเพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี Disney จึงต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบท้องถิ่นด้วยการจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมาเฉพาะกิจในชื่อ Hidden Heart Productions เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบการผลิตทั้งหมด

 

เอกสารระบุว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้งบสร้างสูงถึง 336.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.04 หมื่นล้านบาท) ซึ่งสูงกว่าทุนสร้างของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Rogue One (Rogue One A Star Wars Story) หรือภาพยนตร์ Marvel อย่าง Guardians of the Galaxy สาเหตุหลักที่ทำให้งบประมาณบานปลายเป็นผลมาจากอุบัติเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับกองถ่ายใน พินวูด สตูดิโออีกทั้งยังต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจากการถ่ายทำใหม่ในหลายส่วนที่เกิดขึ้นในภายหลัง

 

แม้รัฐบาลสหราชอาณาจักรจะช่วยคืนเงินภาษีให้ Disney เป็นจำนวน 64.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.02 พันล้านบาท) จนทำให้ค่าใช้จ่ายสุทธิลดลงมาอยู่ที่ 271.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8.44 พันล้านบาท) แต่ตัวเลขนี้ก็ยังสูงเกินกว่าที่รายได้จากโรงภาพยนตร์จะกอบกู้สถานการณ์ได้ โดย Snow White ทำรายได้รวมทั่วโลกได้เพียง 205.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.39 พันล้านบาท)

 

รายได้ดังกล่าวรั้งตำแหน่งภาพยนตร์ฉบับคนแสดงที่ทำเงินต่ำที่สุดเป็นอันดับ 5 ของ Disney ซึ่งหากพิจารณาบริบทเชิงลึกจะพบว่าสถานการณ์ย่ำแย่กว่าที่เห็น เพราะภาพยนตร์ที่อยู่อันดับต่ำกว่าล้วนมีเหตุผลเฉพาะ เช่น Mulan ที่ออกฉายในช่วงวิกฤตโรคระบาด หรือ 102 Dalmatians และ Christopher Robin ที่หากปรับตามอัตราเงินเฟ้อแล้วจะพบว่าทำเงินได้มากกว่า Snow White เสียด้วยซ้ำ

 

เมื่อพิจารณาตามกลไกธุรกิจที่โรงภาพยนตร์จะเก็บส่วนแบ่งรายได้ไว้ประมาณ 50% ตามการวิเคราะห์ของ สตีเฟน ฟอลโลวส์ (Stephen Follows) จะพบว่า Disney ได้รับเงินกลับมาจริงเพียง 102.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.20 พันล้านบาท) ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ขาดทุนเฉพาะในส่วนของโรงภาพยนตร์ไปถึง 168.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.24 พันล้านบาท)

 

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังไม่รวมรายได้จากยอดขายแผ่นหรือสินค้าที่ระลึก และยังไม่หักค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่สตูดิโอไม่ได้ระบุไว้ในงบการเงินนี้

 

นอกเหนือจากตัวเลขงบประมาณ Snow White ยังเผชิญดราม่ารอบด้าน ปีเตอร์ ดิงเคลจ (Peter Dinklage) ได้วิจารณ์ถึงความย้อนแย้งของ Disney ที่พยายามนำเสนอความก้าวหน้าผ่านการคัดเลือกนักแสดงนำอย่าง เรเชล เซกเลอร์ (Rachel Zegler) แต่กลับยังเลือกที่จะนำเรื่องราวที่เขามองว่า ‘ล้าหลังอย่างยิ่ง’ เกี่ยวกับคนแคระที่อาศัยอยู่ในถ้ำมาปัดฝุ่นทำใหม่

 

นอกจากนี้ เซกเลอร์ ยังวิจารณ์ภาพยนตร์ต้นฉบับปี 1937 ว่าล้าสมัยในแง่แนวคิดเรื่องบทบาทอำนาจของหญิง และเปรียบพฤติกรรมของเจ้าชายว่าเหมือน ‘พวกสะกดรอยตาม’ (Stalker) จนทำให้ เดวิด แฮนด์ (David Hand) ลูกชายของผู้สร้างภาพยนตร์ต้นฉบับออกมาบอกว่าบรรพบุรุษคงไม่สงบใต้หลุมศพ เพราะต้นฉบับถูกสร้างขึ้นมาด้วยรสนิยมที่ดี

 

อีกทั้งตัวอย่างภาพยนตร์ที่มีเหล่าคนแคระจากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์กราฟิกยังถูกวิจารณ์ว่าดู ‘น่าขนลุก’ (Creepy) จนยอดกดไม่ชอบใน YouTube พุ่งสูงกว่า 1 ล้านครั้ง

 

มรสุมดราม่ายังลุกลามไปยังโซเชียลมีเดีย เมื่อ เซกเลอร์ โพสต์ข้อความขอบคุณแฟนๆ ที่เข้าชมตัวอย่างภาพยนตร์ แต่กลับสอดแทรกประเด็นการเมืองทิ้งท้ายว่า ‘อย่าลืม ปลดปล่อยปาเลสไตน์ให้เป็นอิสระ’ (always remember, free palestine) เหตุการณ์นี้ทำให้ มาร์ค แพลตต์ (Marc Platt) ผู้อำนวยการสร้าง ถึงขั้นต้องบินไปนิวยอร์กเพื่อขอให้เธอลบโพสต์ดังกล่าว แต่เธอปฏิเสธและโพสต์นั้นยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

 

ต่อมาหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เซกเลอร์ ได้โพสต์ข้อความถึงกลุ่มผู้สนับสนุน โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ผ่านโซเชียลมีเดียด้วยถ้อยคำคำรุนแรงว่า “ขอให้ผู้สนับสนุนทรัมป์ ผู้ที่ลงคะแนนให้ทรัมป์ และตัวทรัมป์เองอย่าได้พบกับความสงบสุขเลย” (May Trump supporters and Trump voters and Trump himself never know peace) ซึ่งในครั้งนี้แพลตต์พยายามเข้าห้ามปรามให้เธอหยุดเพื่อผลประโยชน์ของโปรเจกต์ แต่ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว

 

ความล้มเหลวนี้สะท้อนผ่านงบการเงินไตรมาสแรกปี 2026 ของ Disney ที่รายได้ส่วนความบันเทิงลดลงถึง 35% เหลือเพียง 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.42 หมื่นล้านบาท)

 

แต่ถึงอย่างนั้น Disney ก็ยังไม่ลดงบสร้างภาพยนตร์ลง โดยได้รับแรงหนุนจากความสำเร็จของ Lilo & Stitch ที่ทำรายได้สูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.11 หมื่นล้านบาท) ซึ่งช่วยชดเชยการขาดทุนจาก Snow White ได้มากพอสมควร และพิสูจน์ให้เห็นว่าแนวทางรีเมคการ์ตูนคลาสสิกยังคงเป็นสูตรสำเร็จของสตูดิโอได้อยู่

 

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 31.08 บาท ณ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569

ภาพ : AaronP/Bauer-Griffin/GC Images

 

อ้างอิง:

The post มนตร์ดำสะกดงบดุล Snow White เวอร์ชันคนแสดงทำ Disney เจ็บหนัก ‘ขาดทุน’ กว่า 5 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์คัดค้านอิสราเอล หลังเตรียมผนวกรวมดินแดนเวสต์แบงก์ https://thestandard.co/trump-opposes-israel-west-bank-annexation/ Tue, 10 Feb 2026 03:44:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1176795 โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงจุดยืนคัดค้านการผนวกดินแดนเวสต์แบงก์ของอิสราเอล

ทำเนียบขาวเปิดเผยเมื่อวานนี้ (9 กุมภาพันธ์) ว่า โดนัลด์ […]

The post ทรัมป์คัดค้านอิสราเอล หลังเตรียมผนวกรวมดินแดนเวสต์แบงก์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงจุดยืนคัดค้านการผนวกดินแดนเวสต์แบงก์ของอิสราเอล

ทำเนียบขาวเปิดเผยเมื่อวานนี้ (9 กุมภาพันธ์) ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แสดงจุดยืน คัดค้านการผนวกดินแดนเวสต์แบงก์ของอิสราเอล โดยระบุว่า เวสต์แบงก์ที่มีเสถียรภาพจะช่วยรักษาความปลอดภัยให้อิสราเอล ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการสร้างสันติภาพในภูมิภาค

 

ท่าทีดังกล่าวของทรัมป์ มีขึ้นหลังจากที่คณะรัฐมนตรีความมั่นคงของอิสราเอลได้อนุมัติมาตรการใหม่เพียงฝ่ายเดียว เพื่อขยายอำนาจควบคุมเหนือดินแดนเวสต์แบงก์ ไม่ว่าจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้นิคมชาวยิวซื้อที่ดินได้ง่ายขึ้น ถือครองที่ดินได้สะดวกยิ่งขึ้น และยกเลิกข้อกำหนดใบอนุญาตการทำธุรกรรม

 

อีกทั้งยังมีการโอนอำนาจบริหาร ด้วยการยึดอำนาจการออกใบอนุญาตก่อสร้างในเมืองเฮบรอน (Hebron) จากทางการปาเลสไตน์มาเป็นของกองทัพอิสราเอล รวมทั้งเพิ่มการควบคุมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา เช่น Rachel’s Tomb และ Cave of the Patriarchs รวมถึงการเข้าควบคุมแหล่งโบราณคดีและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่เดิมอยู่ภายใต้การบริหารของปาเลสไตน์ตามข้อตกลงออสโล (Oslo Accords)

 

เบซาเลล สโมทริช รัฐมนตรีคลังฝ่ายขวาจัดของอิสราเอล ระบุอย่างชัดเจนว่า มาตรการเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อฝังรากลึกในทุกพื้นที่ของดินแดนอิสราเอล และฝังกลบแนวคิดเรื่องการตั้งรัฐปาเลสไตน์

 

ปฏิกิริยาจากนานาชาติ

 

การตัดสินใจของอิสราเอลก่อให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากทั่วโลก โดยกลุ่มประเทศมุสลิม 8 ประเทศ ได้แก่ อียิปต์, อินโดนีเซีย, จอร์แดน, ปากีสถาน, กาตาร์, ซาอุดีอาระเบีย, ตุรกี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ออกแถลงการณ์ร่วมประณามว่าเป็นการ ‘เร่งกระบวนการผนวกดินแดนอย่างผิดกฎหมาย’ และขับไล่ชาวปาเลสไตน์

 

ทางด้าน อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการ UN เตือนว่า การกระทำนี้บั่นทอนโอกาสในการเกิด ‘แนวทางสองรัฐ’ (Two-State Solution) และถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

 

ขณะที่หลายประเทศในยุโรป โดยเฉพาะสหราชอาณาจักรและสเปนต่างเรียกร้องให้อิสราเอลยกเลิกมาตรการดังกล่าวทันที โดยระบุว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้และขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ

 

นักวิจารณ์ระบุว่า มาตรการเหล่านี้ของอิสราเอลละเมิด ข้อตกลงออสโลและกฎหมายระหว่างประเทศ อีกทั้งยังอาจนำไปสู่ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค โดยบางส่วนมองว่า ยังเป็นการท้าทายจุดยืนของทรัมป์โดยตรงต่อประเด็นปัญหาในตะวันออกกลางอีกด้วย

 

แฟ้มภาพ: Chip Somodevilla / Getty Images

 

อ้างอิง:

The post ทรัมป์คัดค้านอิสราเอล หลังเตรียมผนวกรวมดินแดนเวสต์แบงก์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์เชิญ รัสเซีย-เบลารุส เข้าร่วม Board of Peace ด้านปูตินยังไม่ตอบรับ ชี้กำลังพิจารณา https://thestandard.co/trump-russia-belarus-board-of-peace/ Tue, 20 Jan 2026 03:27:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1167031 ทรัมป์เชิญ รัสเซีย-เบลารุส เข้าร่วม Board of Peace ด้านปูตินยังไม่ตอบรับ ชี้กำลังพิจารณา

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เชิญ วลาดิเมียร […]

The post ทรัมป์เชิญ รัสเซีย-เบลารุส เข้าร่วม Board of Peace ด้านปูตินยังไม่ตอบรับ ชี้กำลังพิจารณา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์เชิญ รัสเซีย-เบลารุส เข้าร่วม Board of Peace ด้านปูตินยังไม่ตอบรับ ชี้กำลังพิจารณา

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เชิญ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย และ อเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก ประธานาธิบดีเบลารุส เข้าร่วม คณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ชี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา

 

เมื่อวานนี้ (19 มกราคม) ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลินเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวในการแถลงข่าวประจำวันว่า ปูตินได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพ โดยรัสเซียกำลังอยู่ในขั้นตอนพิจารณา และหวังจะได้รับรายละเอียดเพิ่มเติมจากสหรัฐฯ หากแต่ไม่ได้ระบุว่า ปูตินมีแนวโน้มตอบรับหรือไม่

 

นอกจากนี้ พันธมิตรใกล้ชิดของรัสเซียอย่างเบลารุสยังยืนยันว่า ลูกาเชนโกก็ได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพเช่นกัน โดยกล่าวชื่นชมสหรัฐฯ ที่มองว่า เบลารุสสามารถรับผิดชอบภารกิจอันทรงเกียรติในการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืน

 

ทั้งนี้มีการมองว่า หากรัสเซียตอบรับการเข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพ ปูตินจะหวนกลับคืนสู่เวทีโลก หลังถูกคว่ำบาตรจากการรุกรานยูเครนนับตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา ซึ่งขณะนี้ ศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court: ICC) ออกหมายจับผู้นำรัสเซียในข้อหาอาชญากรรมสงคราม ส่งผลให้เขาไม่สามารถเดินไปหลายประเทศได้ ยกเว้นการเยือนประเทศพันธมิตรใกล้ชิด

 

ในอดีต รัสเซียมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศในตะวันออกกลาง ทั้งอิสราเอลและปาเลสไตน์ แต่ตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครนเป็นต้นมา ปูตินได้ถอยห่างความสัมพันธ์จากอิสราเอล และเลือกกระชับมิตรประเทศคู่อริอย่างอิหร่านมากขึ้น

 

ครั้งหนึ่ง ปูตินเคยวิจารณ์การใช้กำลังของอิสราเอล และเรียกร้องให้ยับยั้งชั่งใจ พร้อมย้ำว่า รัสเซียกำลังส่งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมให้ปาเลสไตน์ ขณะที่ไม่ได้ประกาศให้กลุ่มฮามาสเป็นองค์กรก่อการร้ายเหมือนสหรัฐฯ และชาติตะวันตก

 

ไม่แน่ชัดว่า สหรัฐฯ ส่งคำเชิญการเป็นสมาชิกบอร์ดสันติภาพถึงประเทศใดบ้าง แต่รายชื่อที่ปรากฏได้แก่ อิสราเอล, ตุรกี, อาร์เจนตินา, อียิปต์, ฮังการี, อินเดีย และไทย ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสออกมายอมรับว่า จะไม่เข้าร่วมความร่วมมือดังกล่าว

 

ภาพ: Nathan Howard / Reuters

 

อ้างอิง:

The post ทรัมป์เชิญ รัสเซีย-เบลารุส เข้าร่วม Board of Peace ด้านปูตินยังไม่ตอบรับ ชี้กำลังพิจารณา appeared first on THE STANDARD.

]]>
กต.เผย ทรัมป์เชิญไทยเข้าร่วมข้อริเริ่ม ตั้งคณะกรรมการสันติภาพ ยุติขัดแย้งกาซา https://thestandard.co/trump-thailand-peace-gaza-conflict/ Mon, 19 Jan 2026 06:54:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1166745 กต.เผย ทรัมป์เชิญ ไทยเข้าร่วมข้อริเริ่ม ตั้งคณะกรรมการสันติภาพ ยุติขัดแย้ง กาซา

กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยผ่านเว็บไซต์ในวันนี้ (19 มก […]

The post กต.เผย ทรัมป์เชิญไทยเข้าร่วมข้อริเริ่ม ตั้งคณะกรรมการสันติภาพ ยุติขัดแย้งกาซา appeared first on THE STANDARD.

]]>
กต.เผย ทรัมป์เชิญ ไทยเข้าร่วมข้อริเริ่ม ตั้งคณะกรรมการสันติภาพ ยุติขัดแย้ง กาซา

กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยผ่านเว็บไซต์ในวันนี้ (19 มกราคม) ว่า ประเทศไทยได้รับหนังสือเชิญจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เกี่ยวกับ แผนครอบคลุมเพื่อยุติความขัดแย้งในกาซา (Comprehensive Plan to End the Gaza Conflict) และข้อริเริ่มของสหรัฐฯ ในการจัดตั้งคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) และอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด

 

ในหลักการ ไทยยินดีกับข้อริเริ่มใด ๆ ที่จะช่วยสนับสนุนสันติภาพที่ยั่งยืนในตะวันออกกลางและความพยายามดำเนินการด้านมนุษยธรรม เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากของชาวปาเลสไตน์ และหวังว่าข้อริเริ่มจะเป็นไปตามเจตนารมณ์ของชาวปาเลสไตน์และได้รับการสนับสนุนโดยประเทศในภูมิภาค

 

ขณะที่ไทยยืนยันการสนับสนุนความพยายามที่ดำเนินการอยู่ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรลุแนวทางสองรัฐ ที่มีรัฐอิสราเอลและรัฐปาเลสไตน์อยู่เคียงคู่กันอย่างสันติและมีความมั่นคง บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและข้อมติสหประชาชาติที่เกี่ยวข้อง

 

ภาพ : REUTERS/Evelyn Hockstein/File Photo

The post กต.เผย ทรัมป์เชิญไทยเข้าร่วมข้อริเริ่ม ตั้งคณะกรรมการสันติภาพ ยุติขัดแย้งกาซา appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลทรัมป์ 2.0 เพิกถอนวีซ่าสหรัฐฯ กว่า 100,000 ฉบับ ใครตกเป็นเป้าหมายบ้าง https://thestandard.co/trump-2-0-revokes-100000-us-visas/ Tue, 13 Jan 2026 04:01:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1164466 รัฐบาลทรัมป์ 2.0 เพิกถอนวีซ่า สหรัฐฯ กว่า 100,000 ฉบับ ใครตกเป็นเป้าหมายบ้าง

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา แถลงเมื่อวานนี้ (12 มก […]

The post รัฐบาลทรัมป์ 2.0 เพิกถอนวีซ่าสหรัฐฯ กว่า 100,000 ฉบับ ใครตกเป็นเป้าหมายบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลทรัมป์ 2.0 เพิกถอนวีซ่า สหรัฐฯ กว่า 100,000 ฉบับ ใครตกเป็นเป้าหมายบ้าง

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา แถลงเมื่อวานนี้ (12 มกราคม) ว่า รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ 2.0 ได้เพิกถอนวีซ่าไปแล้วกว่า 100,000 ฉบับ นับตั้งแต่ทรัมป์กลับเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อต้นปี 2025 จนถึงขณะนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ก็ยังคงดำเนินนโยบายแข็งกร้าวต่อประเด็นการอพยพเข้าเมืองตามนโยบาย ‘America First’

 

กลุ่มเป้าหมายที่ถูก เพิกถอนวีซ่า มีใครบ้าง

 

เป้าหมายในการเพิกถอนวีซ่าครั้งนี้มีความครอบคลุมกว้างขวาง ทั้งผู้ที่มีประวัติอาชญากรรมและผู้ที่มีพฤติกรรมหรือทัศนคติที่รัฐบาลมองว่า ‘เป็นภัย’ โดยกลุ่มเป้าหมายหลักประกอบด้วย

 

ผู้ที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมและการละเมิดกฎหมาย ซึ่งเป็น ‘สาเหตุส่วนใหญ่’ ของการเพิกถอนวีซ่า โดยสาเหตุหลัก 4 ประการ ได้แก่ การอยู่เกินที่วีซ่ากำหนด (Overstays), การเมาแล้วขับ (Driving Under the Influence: DUI), การทำร้ายร่างกาย และการลักทรัพย์ ซึ่งยอดการเพิกถอนวีซ่าล่าสุดนี้ เพิ่มขึ้นถึง 150% เมื่อเทียบกับปี 2024 ในสมัยของรัฐบาลโจ ไบเดน โดยในกลุ่มผู้มีประวัติคดีเหล่านี้ มีนักศึกษาถูกเพิกถอนวีซ่าไปแล้ว 8,000 คน และมีแรงงานเฉพาะทางอีก 2,500 คน

 

นอกจากนี้ ยังมีนักกิจกรรมทางการเมืองและผู้ประท้วง โดยรัฐบาลสหรัฐฯ มุ่งเป้าไปยังผู้ที่มีประวัติการเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือผู้ที่ถูกมองว่า ‘เป็นศัตรูต่อสหรัฐฯ’ เช่น นักศึกษาที่ประท้วงสนับสนุนปาเลสไตน์ หรือแม้แต่การเขียนบทความโจมตีรัฐบาลลงหนังสือพิมพ์ของมหาวิทยาลัย

 

รวมถึงผู้ที่แสดงความเห็นเชิงลบบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีรายงานว่า สหรัฐฯ ได้เพิกถอนวีซ่าชาวต่างชาติที่โพสต์ข้อความแสดงความยินดี ต่อการลอบสังหาร ชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวฝ่ายอนุรักษนิยมชื่อดังในโลกออนไลน์

 

รัฐบาลสหรัฐฯ ยังได้จัดตั้ง ‘ศูนย์ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง’ (Continuous Vetting Center) เพื่อเฝ้าระวังและเพิกถอนวีซ่าผู้ที่ถูกมองว่าอาจ ‘เป็นภัยคุกคาม’ หรืออาจ ‘เป็นอันตราย’ ต่อพลเมืองอเมริกันอย่างรวดเร็ว

 

จำนวนการเพิกถอนวีซ่าที่มหาศาลนี้สะท้อนให้เห็นถึงขอบเขตที่กว้างอย่างมากในการจัดการกับปัญหาผู้อพยพของรัฐบาลทรัมป์ โดยรัฐบาลอ้างว่า ได้กำกับการเดินทางออกนอกประเทศ ‘โดยสมัครใจ’ และมีการเนรเทศไปแล้วกว่า 2.5 ล้านคน ซึ่งทรัมป์ถือเป็นว่า ‘ความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์’

 

อย่างไรก็ตาม การเนรเทศบางกรณีครอบคลุมถึง ‘ผู้อพยพที่ถือวีซ่าสหรัฐฯ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย’ ซึ่งทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ยังได้นำนโยบายที่เข้มงวดขึ้นมาปรับใช้ในการอนุมัติวีซ่า ทั้งการตรวจสอบโซเชียลมีเดียอย่างละเอียดและการขยายขอบเขตการคัดกรองบุคคลเพื่อเดินทางเข้าสหรัฐฯ อีกด้วย

 

กระทรวงการต่างประเทศโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ระบุว่า ‘เราจะเดินหน้าเนรเทศอันธพาลเหล่านี้ต่อไป เพื่อให้สหรัฐอเมริกาปลอดภัย’

 

แฟ้มภาพ: Hector Vivas – FIFA via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post รัฐบาลทรัมป์ 2.0 เพิกถอนวีซ่าสหรัฐฯ กว่า 100,000 ฉบับ ใครตกเป็นเป้าหมายบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหราชอาณาจักรจับกุม ‘เกรตา’ ฐานสนับสนุนองค์กรก่อการร้าย หลังถือป้ายประท้วงอิสราเอล https://thestandard.co/united-kingdom-arrested-greta-thunberg/ Wed, 24 Dec 2025 03:15:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1157645 สหราชอาณาจักรจับกุม ‘เกรตา’ ฐานสนับสนุนองค์กรก่อการร้าย หลังถือป้ายประท้วงอิสราเอล

สหราชอาณาจักรจับกุม เกรตา ธันเบิร์ก นักเคลื่อนไหวชาวสวี […]

The post สหราชอาณาจักรจับกุม ‘เกรตา’ ฐานสนับสนุนองค์กรก่อการร้าย หลังถือป้ายประท้วงอิสราเอล appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหราชอาณาจักรจับกุม ‘เกรตา’ ฐานสนับสนุนองค์กรก่อการร้าย หลังถือป้ายประท้วงอิสราเอล

สหราชอาณาจักรจับกุม เกรตา ธันเบิร์ก นักเคลื่อนไหวชาวสวีเดนระหว่างการชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์ ภายใต้กฎหมาย ‘ต่อต้านการก่อการร้าย’ หลังถือป้ายแสดงสัญลักษณ์สนับสนุนองค์กรที่รัฐบาลขึ้นบัญชีดำ

 

เมื่อคืนนี้ (23 ธันวาคม) ตำรวจนครบาลกรุงลอนดอนจับกุมเกรตาในการชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์กลางกรุงลอนดอน หลังถือป้ายข้อความประท้วงว่า “ฉันสนับสนุนผู้ต้องขังของ Palestine Action ฉันต่อต้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” หน้าบริษัท Aspen Insurance โดยให้เหตุผลว่า บริษัทดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับบริษัท Elbit Systems ที่สนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของอิสราเอล

 

รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุราว 7.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยพบว่า มีนักเคลื่อนไหวใช้ค้อนและพ่นสีแดงใส่หน้าอาคารในพื้นที่ ขณะที่ในระหว่างการจับกุม มีผู้ชายและผู้หญิง 2 คน ถูกจับกุมในข้อหาทำลายทรัพย์สิน หลังใช้ ‘กาว’ ติดกับร่างกายไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว

 

อย่างไรก็ตาม โฆษกตำรวจนครบาลกรุงลอนดอนชี้แจงว่า เกรตาถูกจับกุมตัวในข้อหาแสดงสิ่งของที่สนับสนุน Palestine Action ซึ่งเป็นองค์กรที่ถูกขึ้นบัญชีดำที่เข้าข่ายความผิดมาตรา 13 ของกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายสหราชอาณาจักรในปี 2000 ว่าด้วยการไม่ให้สวมใส่เสื้อผ้าหรือแสดงสัญลักษณ์ที่บ่งชี้ว่า สนับสนุนบุคคลหรือองค์กรก่อการร้าย

 

ในช่วงที่ผ่านมา เกรตาเคยแสดงจุดยืนสนับสนุนผู้ประท้วงสนับสนุนกลุ่ม Palestine Action ที่อดอาหาร ซึ่งขณะนี้ถูกคุมขังในระหว่างการรอพิจารณาคดีตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่า นักเคลื่อนไหวราว 3 รายยุติการอดอาหารแล้ว เนื่องจากสุขภาพย่ำแย่ลง

 

ก่อนหน้านี้ กระทรวงความมั่นคงภายในสหราชอาณาจักรเคยประกาศขึ้นบัญชีดำ Palestine Action ว่า เป็นองค์กรก่อการร้าย หลังกลุ่มนักเคลื่อนไหวบุกเข้าไปในฐานทัพอากาศ และทำลายเครื่องบิน Airbus A330 MRTT 2 ลำ ด้วยการสาดสีแดงเข้าไปในเครื่องยนต์

 

รัฐบาลสหราชอาณาจักรระบุว่า การชุมนุมดังกล่าวร้ายแรงเกินกว่าเป็นการประท้วงทั่วไป และก่อให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรงต่อความมั่นคงของชาติ ท่ามกลางข้อถกเถียงในสังคมว่า คดีของกลุ่ม Palestine Action มีความผิดฐานทำลายทรัพย์สินเท่านั้น

 

ภาพ: Prisoners for Palestine via REUTERS

 

อ้างอิง:

 

The post สหราชอาณาจักรจับกุม ‘เกรตา’ ฐานสนับสนุนองค์กรก่อการร้าย หลังถือป้ายประท้วงอิสราเอล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิดฉากประชุม G20 แม้ไร้เงาสหรัฐฯ ตอกย้ำปัญหาโลกเดือด-ความเท่าเทียม-สงคราม https://thestandard.co/g20-ends-climate-equality-war/ Mon, 24 Nov 2025 03:26:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1146621 ปิดฉากประชุม **G20** แม้ไร้เงา **สหรัฐฯ** ตอกย้ำปัญหา **โลกเดือด-ความเท่าเทียม-สงคราม**

ไซริล รามาโฟซา ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ ปิดฉากการประชุม G […]

The post ปิดฉากประชุม G20 แม้ไร้เงาสหรัฐฯ ตอกย้ำปัญหาโลกเดือด-ความเท่าเทียม-สงคราม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิดฉากประชุม **G20** แม้ไร้เงา **สหรัฐฯ** ตอกย้ำปัญหา **โลกเดือด-ความเท่าเทียม-สงคราม**

ไซริล รามาโฟซา ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ ปิดฉากการประชุม G20 ว่า เป็นความมุ่งมั่นครั้งใหม่ต่อการร่วมมือพหุภาคี แม้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คว่ำบาตรการประชุมครั้งนี้ ด้วยการไม่เดินทางหรือส่งผู้แทนมาเข้าร่วม โดยอ้างถึงปมละเมิดสิทธิมนุษยชนคนผิวขาว

 

การประชุม G20 ประจำปี 2025 จัดขึ้นที่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ ตั้งแต่วันที่ 22-23 ตุลาคม ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่การประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นในทวีปแอฟริกา โดยรามาโฟซากล่าวสุนทรพจน์ปิดท้ายว่า ทุกประเทศพบกันท่ามกลางความยากลำบาก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือกัน เพื่อมุ่งสู่การสร้างโลกที่ดีกว่า

 

แถลงการณ์ร่วมกันของ G20 คือ การเน้นย้ำประเด็นการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ความเท่าเทียมทางเพศ และสงครามความขัดแย้ง โดยระบุว่า “ทุกประเทศจะทำงานเพื่อสันติภาพอันยุติธรรม ครอบคลุม และยั่งยืน ทั้งในซูดาน คองโก ดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง ยูเครน ตลอดจนยุติความขัดแย้งและสงครามอื่นๆ ทั่วโลก”

 

อย่างไรก็ดี อีกหนึ่งไฮไลต์การประชุม G20 ครั้งนี้ อยู่ที่การคว่ำบาตรของสหรัฐฯ หลังทรัมป์ประกาศว่า เขาจะไม่เดินทางไปร่วม หรือส่งผู้แทนคนไหนไปในการประชุม เพื่อโต้ตอบกรณีรัฐบาลแอฟริกาใต้ละเมิดสิทธิมนุษยชนคนผิวขาว หรือกลุ่มแอฟริกันเนอร์ (Afrikaners) ซึ่งเป็นข้อโต้แย้งที่หลายฝ่ายมองว่า ไม่มีมูลความจริง

 

แม้รามาโฟซาจะกล่าวถึง สหรัฐฯ ในช่วงท้าย ในฐานะเจ้าภาพการประชุมปี 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นที่รัฐฟลอริดา แต่ทางทำเนียบขาววิจารณ์ว่า แอฟริกาใต้ ‘ไม่ส่งต่อ’ วาระการเป็นประธานให้กับสหรัฐฯ ด้วยการปฏิเสธข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่จะส่งเจ้าหน้าที่จากสถานทูต ‘ระดับรอง’ มาเข้าร่วมพิธี แทนที่จะเป็นระดับเอกอัครราชทูต

 

ขณะที่ โรนัลด์ ลาโมลา (Ronald Lamola) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศแอฟริกาใต้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ทางการได้ส่งมอบให้แล้ว ถือว่าทุกอย่างเป็นอันจบ และขึ้นอยู่กับสหรัฐฯ ถ้าผู้แทนอยากมา แอฟริกาใต้ก็พร้อมยินดีต้อนรับเสมอ

 

สำหรับท่าทีของผู้นำโลกคนอื่นๆ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิลกล่าวว่า G20 และ COP30 ทำให้เห็นว่า ความร่วมมือแบบพหุภาคียังคงอยู่ ขณะที่ ฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนีระบุว่า สหรัฐฯ มีเพียงบทบาทรองในการประชุมครั้ง เพราะโลกกำลังสร้างความเชื่อมโยงครั้งใหม่ และเปลี่ยนโครงสร้างความสัมพันธ์กันเอง

 

ภาพ: Gianluigi Guercia / Reuters

 

อ้างอิง:

The post ปิดฉากประชุม G20 แม้ไร้เงาสหรัฐฯ ตอกย้ำปัญหาโลกเดือด-ความเท่าเทียม-สงคราม appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มหนุนปาเลสไตน์ ประท้วงเดือดไล่ทรัมป์ ร่วมประชุมอาเซียนที่มาเลเซีย https://thestandard.co/trump-protest-asean-malaysia/ Fri, 24 Oct 2025 10:41:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1135009 กลุ่มหนุนปาเลสไตน์ ประท้วงเดือดไล่ ทรัมป์ ร่วมประชุม อาเซียน ที่ มาเลเซีย

กลุ่มผู้สนับสนุนชาวปาเลสไตน์ในมาเลเซียหลายร้อยคน ออกมาร […]

The post กลุ่มหนุนปาเลสไตน์ ประท้วงเดือดไล่ทรัมป์ ร่วมประชุมอาเซียนที่มาเลเซีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มหนุนปาเลสไตน์ ประท้วงเดือดไล่ ทรัมป์ ร่วมประชุม อาเซียน ที่ มาเลเซีย

กลุ่มผู้สนับสนุนชาวปาเลสไตน์ในมาเลเซียหลายร้อยคน ออกมาร่วมเดินขบวนประท้วงบนท้องถนนในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ช่วงบ่ายวันนี้ (24 ตุลาคม) เพื่อต่อต้านการเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

 

โดยทรัมป์คาดว่าจะเดินทางถึงมาเลเซียในเช้าวันอาทิตย์ (26 ตุลาคม) เพื่อเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนาม ‘คำประกาศระหว่างไทยและกัมพูชา เพื่อกำหนดแนวทางที่จะนำไปสู่สันติภาพ’ ที่มีกำหนดจัดขึ้นนอกรอบการประชุมอาเซียน

 

ขณะที่การชุมนุมครั้งนี้นำโดยพรรค Parti Islam Se-Malaysia (PAS) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดของมาเลเซีย และมีนักเคลื่อนไหวสนับสนุนปาเลสไตน์เข้าร่วมด้วย

 

โดยผู้ประท้วงส่วนใหญ่สวมชุดดำและถือธงปาเลสไตน์ และเดินขบวนไปยังสถานทูตสหรัฐฯ ซึ่งบางคนถือป้ายที่มีข้อความขับไล่ทรัมป์ พร้อมกับตะโกนว่า “จงออกไป โดนัลด์ ทรัมป์” และ “ปลดปล่อยปาเลสไตน์”

 

“เรามารวมตัวกันที่นี่…เพื่อบอก โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าคุณไม่เป็นที่ต้อนรับในมาเลเซีย”

 

“คุณไม่เพียงแต่เข้าข้างอิสราเอล แต่คุณยังส่งความช่วยเหลือทางทหารไปยังรัฐบาลอิสราเอลไซออนิสต์อีกด้วย” หนึ่งในผู้ประท้วงกล่าว

 

กลุ่มหนุนปาเลสไตน์ ประท้วงเดือดไล่ ทรัมป์ ร่วมประชุม อาเซียน ที่ มาเลเซีย 1 กลุ่มหนุนปาเลสไตน์ ประท้วงเดือดไล่ ทรัมป์ ร่วมประชุม อาเซียน ที่ มาเลเซีย 2 กลุ่มหนุนปาเลสไตน์ ประท้วงเดือดไล่ ทรัมป์ ร่วมประชุม อาเซียน ที่ มาเลเซีย 3 กลุ่มหนุนปาเลสไตน์ ประท้วงเดือดไล่ ทรัมป์ ร่วมประชุม อาเซียน ที่ มาเลเซีย 4

The post กลุ่มหนุนปาเลสไตน์ ประท้วงเดือดไล่ทรัมป์ ร่วมประชุมอาเซียนที่มาเลเซีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปเหตุการณ์สำคัญวันประวัติศาสตร์ จากฮามาสปล่อยตัวประกัน ถึงโต๊ะประชุมสันติภาพกาซาที่อียิปต์ https://thestandard.co/hamas-hostage-release-gaza-peace-talks/ Tue, 14 Oct 2025 08:43:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1130267 ปล่อยตัวประกัน ฮามาส สันติภาพกาซา

13 ตุลาคม 2025 ถือเป็น ‘วันประวัติศาสตร์’ สำหรับชาวอิสร […]

The post สรุปเหตุการณ์สำคัญวันประวัติศาสตร์ จากฮามาสปล่อยตัวประกัน ถึงโต๊ะประชุมสันติภาพกาซาที่อียิปต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปล่อยตัวประกัน ฮามาส สันติภาพกาซา

13 ตุลาคม 2025 ถือเป็น ‘วันประวัติศาสตร์’ สำหรับชาวอิสราเอลและชาวปาเลสไตน์ หลังทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในแผนสันติภาพเฟสแรกของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จนนำมาสู่การแลกเปลี่ยนตัวประกันและผู้ต้องขังชาวปาเลสไตน์ระหว่างกัน เพื่อปูทางไปสู่การยุติสงครามและสันติภาพที่ยั่งยืนในตะวันออกกลาง

 

ฮามาสปล่อยตัวประกันทั้งหมด

รถยนต์ของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ทยอยเข้ารับตัวประกันที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้ง 20 คนออกจากฉนวนกาซา หลังฮามาสเห็นพ้องปล่อยตัวประกันทั้งหมดตามแผนสันติภาพ ก่อนส่งตัวประกันให้กับกองกำลังอิสราเอล (IDF) เพื่อนำส่งให้กับครอบครัวและตรวจเช็กร่างกายต่อไป 

 

เบื้องต้น อิสราเอลคาดการณ์ว่า ยังมีตัวประกันทั้งหมด 48 คนที่ถูกกลุ่มฮามาสจับกุมตัวไว้ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2023 แต่มีเพียง 20 คนเท่านั้นที่ยังมีชีวิตอยู่ในขณะนี้ โดยร่างของตัวประกันอีก 28 คนจะถูกส่งคืนให้กับฝ่ายอิสราเอล ภายใน 72 ชั่วโมง หลังจากการประกาศหยุดยิงมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา 

 

ตัวประกันทั้งหมดกลับสู่อ้อมกอดของครอบครัวอีกครั้ง หลังถูกจับตัวไปยังฉนวนกาซานานกว่า 2 ปี ท่ามกลางความยินดีของผู้คนจำนวนมากทั่วอิสราเอล โดยเฉพาะที่จัตุรัสเมืองเทลอาวีฟ ฝูงชนจำนวนมากต่างส่งเสียงเชียร์ โบกธงและตะโกนขอบคุณทรัมป์ที่เขามีส่วนสำคัญในการผลักดันสันติภาพครั้งนี้

 

ผู้ต้องขังและผู้ถูกควบคุมตัวชาวปาเลสไตน์ได้รับการปล่อยตัว

 

ขณะที่อิสราเอลก็ได้ปล่อยตัวผู้ต้องขังชาวปาเลสไตน์ 250 คนที่ได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกระยะยาวในอิสราเอล โดยบางส่วนถูกส่งตัวกลับไปยังเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง ซึ่งได้รับการต้อนรับจากครอบครัวและเพื่อนฝูงจำนวนไม่น้อย 

 

จากรายงานของสมาคมผู้ต้องขังปาเลสไตน์ ระบุว่า นักโทษปาเลสไตน์อีกจำนวน 154 คนที่ถูกจำคุกระยะยาวในเรือนจำของอิสราเอลถูกเนรเทศไปยังประเทศอียิปต์ โดยทางการอิสราเอลได้ขอให้เนรเทศนักโทษที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดเกี่ยวกับ ‘การกระทำความรุนแรง’ ไปยังประเทศที่สามแทนที่จะให้กลับไปยังเวสต์แบงก์หรือฉนวนกาซา

 

นอกจากนี้ชาวปาเลสไตน์อีก 1,718 คน ที่ถูกควบคุมตัวในอิสราเอลโดยไม่มีการตั้งข้อหา ทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวและถูกส่งตัวกลับไปยังฉนวนกาซาด้วยรถบัส ตามแผนสันติภาพเฟสแรกที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกัน โดยมีประชาชนชาวปาเลสไตน์จำนวนมากมารอรับที่โรงพยาบาลนัสเซอร์ทางตอนใต้ของกาซา

 

ทรัมป์ในรัฐสภาอิสราเอล

 

ทรัมป์ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภา ‘คเนสเซต’ ของอิสราเอลนานกว่าหนึ่งชั่วโมง ในระหว่างการเยือนตะวันออกกลางว่า “ฝันร้ายที่ยาวนานและเจ็บปวดได้สิ้นสุดลงแล้ว” พร้อมกับเน้นย้ำว่า “นี่คือรุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์ของตะวันออกกลางยุคใหม่” 

 

ทรัมป์กล่าวชื่นชมความสำเร็จของข้อตกลงหยุดยิง พร้อมเตือนไม่ให้ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกลับมาทำสงครามอีก เนื่องจากสงครามครั้งใหม่จะ ‘ลดทอน’ มรดกของเนทันยาฮูที่ทิ้งไว้ให้กับสังคมอิสราเอล ทั้งยังเสริมว่า เขาจะถูกจดจำในฐานะผู้ที่นำมาซึ่งการสงบศึก มากกว่าผู้ทำสงคราม หากเขายังปล่อยให้สงครามยังคงดำเนินต่อไป

 

“อิสราเอล ด้วยความช่วยเหลือของพวกเรา ได้ชนะสิ่งที่กองกำลังทหารจะทำได้ทั้งหมดแล้ว พวกคุณชนะแล้ว…ตอนนี้ถึงเวลาที่จะเปลี่ยนชัยชนะเหล่านี้ที่ต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายในสนามรบให้กลายเป็นรางวัลสูงสุด นั่นคือสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง สำหรับทั่วทั้งตะวันออกกลาง”

 

เนทันยาฮูเคยถูกกล่าวหาว่า พยายามผลักดันให้สงครามในกาซาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเลื่อนและเบี่ยงเบนการพิจารณาคดีทุจริตของเขาและปัญหาการเมืองภายในประเทศ ซึ่งเนทันยาฮูได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว 

 

โดยทรัมป์แสดงความมั่นใจล่วงหน้าว่า ข้อตกลงหยุดยิงนี้จะดำเนินต่อไปและสงครามในกาซา ‘ได้สิ้นสุดลงแล้ว’ แม้แผนสันติภาพ 20 ประการของทรัมป์ที่ได้รับแรงสนับสนุนจากอียิปต์ กาตาร์ และตุรกี จะยังมีอีกหลายประเด็นสำคัญที่ยังไม่ได้ข้อสรุปก็ตาม 

 

ประชุมสันติภาพกาซาที่อียิปต์

ทรัมป์เดินทางต่อไปยังเมืองชาร์ม เอล-ชีค ประเทศอียิปต์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดว่าด้วยสันติภาพกาซา (Gaza Peace Summit) ซึ่งสหรัฐฯ และอียิปต์เป็นเจ้าภาพร่วมในครั้งนี้ โดยมีผู้นำโลกอีกหลายคนเข้าร่วม เช่น ผู้นำของกาตาร์ จอร์แดน องค์การบริหารปาเลสไตน์ ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักร

 

โดยผู้นำโลกร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนามในปฏิญญาว่าด้วยสันติภาพกาซา ซึ่งทรัมป์ ผู้นำของอียิปต์ กาตาร์ และตุรกีได้ร่วมลงนาม พร้อมทั้งหารือขั้นตอนต่อไปของแผนสันติภาพ ขณะที่เนทันยาฮูระบุว่า เขาก็ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมดังกล่าวเช่นเดียวกัน แต่ไม่ได้เข้าร่วม

 

ทรัมป์กล่าวว่า “ตอนนี้การฟื้นฟูกำลังจะเริ่มต้นขึ้น” และระบุว่า เจรจาในเฟสสองเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพกำลังดำเนินไป ขณะที่แผนการบริหารกาซาในอนาคตยังอยู่ระหว่างการพัฒนา โดยมีข้อเสนอให้คณะกรรมการเทคนิคที่ดูแลโดย ‘คณะกรรมการสันติภาพ’ (Board of Peace) ซึ่งทรัมป์จะรับหน้าที่เป็นประธาน จะถูกจัดตั้งขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อบริหารจัดการดินแดนนี้

 

โดยคณะกรรมการดังกล่าวจะส่งต่ออำนาจการปกครองให้กับฝ่ายปกครองปาเลสไตน์หลังมีการปฏิรูป อย่างไรก็ตาม ฝ่ายปกครองปาเลสไตน์ยังไม่ได้รับบทบาทสำคัญอย่างเป็นทางการในแผนสันติภาพของทรัมป์ แม้จะเห็นพ้องกับแนวทางปฏิรูปและได้รับการสนับสนุนจากบรรดาประเทศอาหรับ-มุสลิมหลายประเทศ

 

ประเด็นสำคัญที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ เช่น การปลดอาวุธฮามาส อนาคตของฮามาส การบริหารกาซาหลังสงคราม และขั้นตอนการถอนกำลังทหารของอิสราเอลออกจากฉนวนกาซาโดยสมบูรณ์ ที่ยังต้องเจรจาหารือต่อไปอย่างละเอียด

 

อย่างไรก็ตาม แผนสันติภาพนี้ก็ถือเป็น ‘ความหวัง’ ที่จะช่วยบรรเทาความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ปาเลสไตน์ที่ฝังรากลึกอยู่ในสังคมตะวันออกกลางมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ รวมถึงยุติสงครามอิสราเอล-ฮามาสระลอกล่าสุด ที่ปะทุขึ้นมานานกว่า 2 ปี

 

ภาพ: Reuters / Getty Images

อ้างอิง:

The post สรุปเหตุการณ์สำคัญวันประวัติศาสตร์ จากฮามาสปล่อยตัวประกัน ถึงโต๊ะประชุมสันติภาพกาซาที่อียิปต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันทั้งหมด แลกกับผู้ต้องหาชาวปาเลสไตน์ ตามแผนสันติภาพเฟสแรก https://thestandard.co/hamas-hostage-release-trump-peace-plan/ Mon, 13 Oct 2025 08:22:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1129926 กลุ่ม ฮามาส ปล่อยตัวประกันทั้งหมด แลกกับผู้ต้องหาชาวปาเลสไตน์ ตามแผนสันติภาพเฟสแรกของโดนัลด์ ทรัมป์

กลุ่มฮามาสเริ่มทยอยปล่อยตัวประกันทั้งหมด แลกเปลี่ยนกับผ […]

The post กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันทั้งหมด แลกกับผู้ต้องหาชาวปาเลสไตน์ ตามแผนสันติภาพเฟสแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่ม ฮามาส ปล่อยตัวประกันทั้งหมด แลกกับผู้ต้องหาชาวปาเลสไตน์ ตามแผนสันติภาพเฟสแรกของโดนัลด์ ทรัมป์

กลุ่มฮามาสเริ่มทยอยปล่อยตัวประกันทั้งหมด แลกเปลี่ยนกับผู้ต้องหาชาวปาเลสไตน์ที่ถูกคุมขังโดยทางการอิสราเอล ตามแผนสันติภาพเฟสแรกของโดนัลด์ ทรัมป์ โดยรถยนต์ของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) จะเป็นผู้รับตัวประกัน ก่อนจะส่งมอบให้หน่วยกองทัพป้องกันอิสราเอล (IDF) ที่ได้รับมอบหมายพิเศษ

 

หลังจากนั้นหน่วยนี้จะนำตัวประกันไปยังฐานทัพรีอิม (Re’im Military Base) ในตอนใต้ของอิสราเอล ขณะที่ครอบครัวของตัวประกันจะรอรับที่จุดนัดรับ หลังจากนั้นพวกเขาจะเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปยังโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาต่อไป ในกรณีที่ต้องการการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน การอพยพจะดำเนินการตรงไปยังโรงพยาบาลโดยไม่แวะพักที่จุดรับ

 

เบื้องต้น กองกำลัง IDF ยืนยันว่า ตัวประกันกลุ่มแรก 7 คนได้เดินทางออกจากฉนวนกาซาข้ามมายังพรมแดนด้านอธิปไตยของอิสราเอลแล้ว ขณะที่ทรัมป์เดินทางถึงสนามบินเบนกูเรียนในอิสราเอลแล้ว

 

ทางด้านอิสราเอลก็เตรียมพร้อมส่งผู้ต้องหาชาวปาเลสไตน์กลับไปยังฉนวนกาซา ท่ามกลางการเฝ้าติดตามสถานการณ์ของพลเมืองทั้งสองฝ่าย รวมถึงบรรดาผู้นำโลกที่เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสุดยอดว่าด้วยสันติภาพในกาซา (Gaza Peace Summit) ที่อียิปต์ในวันนี้

 

กลุ่ม ฮามาส ปล่อยตัวประกันทั้งหมด แลกกับผู้ต้องหาชาวปาเลสไตน์ ตามแผนสันติภาพเฟสแรกของโดนัลด์ ทรัมป์

 

อ้างอิง:

The post กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันทั้งหมด แลกกับผู้ต้องหาชาวปาเลสไตน์ ตามแผนสันติภาพเฟสแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชาวอิสราเอลรวมตัว รอฮามาสปล่อยตัวประกันทั้งหมด ตามข้อตกลงสันติภาพเฟสแรก https://thestandard.co/israelis-wait-hamas-hostage-release/ Mon, 13 Oct 2025 03:49:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1129727 ชาวอิสราเอลรวมตัว รอ ฮามาสปล่อยตัวประกันทั้งหมด ตาม ข้อตกลงสันติภาพเฟสแรก

ชาวอิสราเอลจำนวนไม่น้อยมารวมตัวกันในหลายเมืองสำคัญ โดยเ […]

The post ชาวอิสราเอลรวมตัว รอฮามาสปล่อยตัวประกันทั้งหมด ตามข้อตกลงสันติภาพเฟสแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชาวอิสราเอลรวมตัว รอ ฮามาสปล่อยตัวประกันทั้งหมด ตาม ข้อตกลงสันติภาพเฟสแรก

ชาวอิสราเอลจำนวนไม่น้อยมารวมตัวกันในหลายเมืองสำคัญ โดยเฉพาะที่เทลอาวีฟ เฝ้ารอฮามาสปล่อยตัวประกันทั้งหมดวันนี้ (13 ตุลาคม) ตามข้อตกลงสันติภาพเฟสแรกที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันเมื่อไม่กี่วันก่อน

 

ทางการอิสราเอลคาดการณ์ว่า ยังมีตัวประกัน 48 คนที่ยังถูกฮามาสจับกุมตัวไว้ตั้งแต่เหตุโจมตีเมื่อ 7 ตุลาคม 2023 แต่น่าจะมีเพียง 20 คนที่ยังมีชีวิตอยู่ พร้อมเปิดเผยว่า การส่งมอบตัวประกันจะดำเนินการตามขั้นตอนเดียวกับปฏิบัติการก่อนหน้านี้ที่เกิดขึ้นในปีนี้

 

โดยคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) จะเป็นผู้รับตัวประกัน ก่อนจะส่งมอบให้หน่วยกองทัพป้องกันอิสราเอล (IDF) ที่ได้รับมอบหมายพิเศษ หลังจากนั้นหน่วยนี้จะนำตัวประกันไปยังฐานทัพรีอิม (Re’im Military Base) ในตอนใต้ของอิสราเอล ขณะที่ครอบครัวของตัวประกันจะรอรับที่จุดนัดรับ หลังจากนั้นพวกเขาจะเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปยังโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาต่อไป ในกรณีที่ต้องการการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน การอพยพจะดำเนินการตรงไปยังโรงพยาบาลโดยไม่แวะพักที่จุดรับ

 

ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริการ่วมเฝ้าติดตามสถานการณ์การปล่อยตัวประกันอย่างใกล้ชิด พร้อมเดินทางเข้าร่วมการประชุมสุดยอดว่าด้วยสันติภาพในกาซา (Gaza Peace Summit) ที่อียิปต์ในวันนี้ ซึ่งคาดว่า จะมีผู้นำโลกเข้าร่วมด้วย เช่น อับดุล ฟัตตาห์ อัล-ซีซี ประธานาธิบดีอียิปต์ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร รวมถึงอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ และมาห์มูด อับบาส ประธานาธิบดีปาเลสไตน์

 

ภาพ: Chris McGrath / Getty Images

 

อ้างอิง:

The post ชาวอิสราเอลรวมตัว รอฮามาสปล่อยตัวประกันทั้งหมด ตามข้อตกลงสันติภาพเฟสแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชาวอิสราเอล-ปาเลสไตน์ ฉลองครั้งใหญ่ หลังสองฝ่ายเห็นพ้องหยุดยิง ดันแผนสันติภาพ https://thestandard.co/israel-palestine-ceasefire-peace-celebration/ Fri, 10 Oct 2025 05:33:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1128933 ข้อตกลงหยุดยิง อิสราเอล-ปาเลสไตน์

ประชาชนชาวอิสราเอลและปาเลสไตน์ต่างออกมาร่วมกันแสดงความย […]

The post ชาวอิสราเอล-ปาเลสไตน์ ฉลองครั้งใหญ่ หลังสองฝ่ายเห็นพ้องหยุดยิง ดันแผนสันติภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ข้อตกลงหยุดยิง อิสราเอล-ปาเลสไตน์

ประชาชนชาวอิสราเอลและปาเลสไตน์ต่างออกมาร่วมกันแสดงความยินดี และฉลองครั้งใหญ่ มีเสียงเพลงและเสียงกู่ร้องตะโกนด้วยความดีใจ หลังจากผู้นำอิสราเอล และกลุ่มฮามาสลงนามในแผนสันติภาพของโดนัลด์ ทรัมป์ในเฟสแรก เห็นพ้องตกลงหยุดยิง พร้อมปูทางไปสู่การแลกเปลี่ยนตัวประกันและผู้ต้องขังระหว่างกัน โดยทรัมป์คาดว่า ตัวประกันทั้งหมดจะได้รับการปล่อยตัวในช่วงต้นสัปดาห์หน้า 

 

นอกจากนี้ กองกำลังอิสราเอลจะถอนกำลังบางส่วนออกจากกาซา และถอนทัพไปยังแนวเส้นที่ได้ตกลงกันไว้ รวมถึงการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจะหลั่งไหลเข้าสู่กาซามากยิ่งขึ้นในแต่ละวัน นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในความพยายามยุติสงครามอิสราเอล-ฮามาส 

 

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ยังถือได้ว่า เป็นเพียงการหยุดยิง ไม่ใช่ข้อตกลงสันติภาพ อีกทั้งยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องเจรจาหารือกันเพิ่มเติม โดยเฉพาะประเด็นสำคัญอย่างการปลดอาวุธกลุ่มฮามาส

 

 

อ้างอิง:

The post ชาวอิสราเอล-ปาเลสไตน์ ฉลองครั้งใหญ่ หลังสองฝ่ายเห็นพ้องหยุดยิง ดันแผนสันติภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครบรอบ 2 ปี สงครามอิสราเอล-ฮามาส เสียหายขนาดไหน https://thestandard.co/2-years-since-israel-hamas-war/ Tue, 07 Oct 2025 15:11:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1127844

ภาพรวมความเสียหาย ครบรอบ 2 ปี สงครามอิสราเอล-ฮามาส นับต […]

The post ครบรอบ 2 ปี สงครามอิสราเอล-ฮามาส เสียหายขนาดไหน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ภาพรวมความเสียหาย ครบรอบ 2 ปี สงครามอิสราเอล-ฮามาส นับตั้งแต่กลุ่มฮามาสเปิดฉากโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ทำให้อิสราเอลเปิดปฏิบัติการทหารโต้กลับในฉนวนกาซา เป็นเหตุให้ยอดผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซาพุ่งสูงกว่า 67,000 คนแล้ว บาดเจ็บอย่างน้อย 169,000 คน ขณะที่มีผู้เสียชีวิตชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติในช่วงวันที่ 7 ตุลาคม 2023-29 กันยายน 2025 อย่างน้อย 1,665 คน

 

ฮามาสได้จับตัวประกัน 251 คนไปยังฉนวนกาซานับตั้งแต่สงครามเปิดฉากขึ้น ต่อมาบางส่วนทยอยได้รับการปล่อยตัว โดยคาดการณ์ว่า ขณะนี้ยังมีตัวประกัน 48 คนที่ถูกกลุ่มฮามาสจับกุมตัวไว้ แต่มีเพียง 20 คนที่น่าจะยังมีชีวิตอยู่ และจากการตรวจสอบล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า ยังมีตัวประกันคนไทยที่เสียชีวิตแล้ว 2 คน ที่ทางการอิสราเอลยังไม่พบร่างในฉนวนกาซาขณะนี้

 

ความรุนแรงของสงครามทำให้ชาวปาเลสไตน์ราว 1.9 ล้านคนจากทั้งหมด 2.1 ล้านคนในฉนวนกาซา กลายเป็นคนพลัดถิ่นภายในดินแดนของตนเอง (IDPs) โดยขณะนี้หลายพื้นที่กำลังประสบกับภาวะหิวโหย ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 459 คน อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐานเกือบทั้งหมดในฉนวนกาซาถูกทำลายและได้รับความเสียหายอย่างหนัก คาดว่าต้องใช้งบประมาณมูลค่ามหาศาลในการซ่อมแซมและฟื้นฟู ท่ามกลางความหวังของผู้คนจำนวนมากทั่วโลกที่ต้องการให้สงครามและความขัดแย้งครั้งนี้ยุติลงโดยเร็ว

 

 

อัปเดตและเผยแพร่ล่าสุด: 7 ตุลาคม 2025

 

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย

อ้างอิง:

The post ครบรอบ 2 ปี สงครามอิสราเอล-ฮามาส เสียหายขนาดไหน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์ขู่ล้างบางฮามาส หากยังดึงดันจะอยู่ในอำนาจ ควบคุมฉนวนกาซาต่อไป https://thestandard.co/trump-threat-hamas-gaza/ Mon, 06 Oct 2025 04:02:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1126919 ทรัมป์ ฮามาส กาซา

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาประกาศว่า กลุ่มฮ […]

The post ทรัมป์ขู่ล้างบางฮามาส หากยังดึงดันจะอยู่ในอำนาจ ควบคุมฉนวนกาซาต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์ ฮามาส กาซา

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาประกาศว่า กลุ่มฮามาสจะต้องเผชิญกับ ‘การทำลายล้างสมบูรณ์’ (Complete Obliteration) หากกลุ่มฮามาสยังคงยืนกรานที่จะอยู่ในอำนาจและควบคุมฉนวนกาซาต่อไป

 

ท่าทีดังกล่าวของทรัมป์มีขึ้น ท่ามกลางความพยายามผลักดันแผนหยุดยิงที่เขานำเสนอ โดยทรัมป์หวังว่า ข้อเสนอหยุดยิงนี้จะกลายเป็นความจริง และเขากำลังทำงานอย่างหนักเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

 


 

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทรัมป์เปิดเผยว่า กลุ่มฮามาสได้ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อข้อเสนอ 20 ข้อของเขา โดยเรียกความคืบหน้าดังกล่าวว่าเป็น ‘วันสำคัญ’ และ ‘ไม่เคยมีมาก่อน’ พร้อมระบุว่า เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลสนับสนุนแผนการดังกล่าวของทรัมป์ และสั่งปรับลดปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซา เพื่อเตรียมพร้อมเดินตามแผนการในระยะแรกแล้ว

 

ทรัมป์กล่าวว่าหากฮามาสยืนยัน ข้อตกลงหยุดยิงจะมีผล ‘ทันที’ และการแลกเปลี่ยนตัวประกันและนักโทษจะเริ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังสร้างเงื่อนไขสำหรับการถอนกำลังในระยะต่อไป เพื่อปูทางไปสู่การยุติปัญหาอย่างยั่งยืน

 

ผู้แทนของทั้งฝ่ายจะกลับมาหารือกันทางอ้อมในประเด็นที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ที่อียิปต์ในวันนี้ โดยทรัมป์ได้เร่งให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในความพยายามยุติสงครามกาซา ดำเนินการอย่างรวดเร็ว พร้อมคาดการณ์ว่า ระยะแรกของแผนการสันติภาพอาจเสร็จสิ้นภายในสัปดาห์นี้

 

ภาพ: Alex Wong / Getty Images

อ้างอิง:

The post ทรัมป์ขู่ล้างบางฮามาส หากยังดึงดันจะอยู่ในอำนาจ ควบคุมฉนวนกาซาต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>