Osaka Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/osaka/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 07 Jul 2026 05:24:34 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 โปรแกรม VNL 2026 ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย สัปดาห์ที่ 3 https://thestandard.co/vnl-thailand-women-volleyball-week-3/ Tue, 07 Jul 2026 05:24:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1227643 ภาพอินโฟกราฟิกโปรแกรมการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงไทยในศึก VNL 2026 สัปดาห์ที่ 3

📌🏐 เชียร์วอลเลย์บอลสาวไทยกันต่อในศึก VNL 2026 สัปดาห์ที […]

The post โปรแกรม VNL 2026 ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย สัปดาห์ที่ 3 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิกโปรแกรมการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงไทยในศึก VNL 2026 สัปดาห์ที่ 3

📌🏐 เชียร์วอลเลย์บอลสาวไทยกันต่อในศึก VNL 2026 สัปดาห์ที่ 3 ที่โอซากา ประเทศญี่ปุ่น

 

สนามนี้ถือเป็นช่วงชี้ชะตาสำคัญของทีมไทยในการลุ้นอยู่รอดบนเวที VNL หลังผ่านสองสัปดาห์แรกที่ต้องเจอกับทั้งเกมหนักและสถานการณ์กดดัน

 

ทุกแต้มหลังจากนี้มีความหมายต่ออันดับและโอกาสรอด มาดูกันว่า ทีมตบสาวไทยจะต้องเจอกับใครบ้างในรอบเก็บคะแนนสนามสุดท้ายก่อนเข้าสู่ไฟนอลส์

 


 

ภาพอินโฟกราฟิกโปรแกรมการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงไทยในศึก VNL 2026 สัปดาห์ที่ 3 1

The post โปรแกรม VNL 2026 ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย สัปดาห์ที่ 3 appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิกฤตเงียบญี่ปุ่น! นักท่องเที่ยวทะลักจาก 8 สู่ 42 ล้านคน แต่โครงสร้างเมืองเริ่มตามไม่ทัน https://thestandard.co/japan-tourism-crisis-infrastructure-strain/ Sun, 10 May 2026 09:00:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1205691 ภาพปัญหาคอขวดและการจราจรติดขัดในเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น สะท้อนถึงความท้าทายของภาคการท่องเที่ยว

ปัญหาคอขวดในเกียวโตและหลายเมืองใหญ่ในญี่ปุ่น กำลังสะท้อ […]

The post วิกฤตเงียบญี่ปุ่น! นักท่องเที่ยวทะลักจาก 8 สู่ 42 ล้านคน แต่โครงสร้างเมืองเริ่มตามไม่ทัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพปัญหาคอขวดและการจราจรติดขัดในเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น สะท้อนถึงความท้าทายของภาคการท่องเที่ยว

ปัญหาคอขวดในเกียวโตและหลายเมืองใหญ่ในญี่ปุ่น กำลังสะท้อนความท้าทายเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวญี่ปุ่น

 

 
 

เมื่อประเทศต้องเผชิญโจทย์สำคัญในการออกแบบ นโยบายการพัฒนาเมืองและระบบภาษี เพื่อรับมือกับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่พุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

 

‘โอเวอร์ทัวริซึม’ ที่ยังแก้ไม่ตก

 

การถกเถียงเรื่อง “โอเวอร์ทัวริซึม” หรือภาวะท่องเที่ยวล้นเกินในญี่ปุ่นเวลานี้ ยังคงให้น้ำหนักกับประเด็นมารยาทนักท่องเที่ยว แม้จะเป็นเรื่องสำคัญ และบางกรณีจำเป็นต้องมีกฎระเบียบที่เข้มงวด แต่การหลั่งไหลของนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ

 

หากเป็นผลลัพธ์โดยตรงจากนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวที่รัฐบาลญี่ปุ่นผลักดันมาตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ดังนั้น เมื่อความสำเร็จเกิดจากนโยบาย การแก้ปัญหาก็จำเป็นต้องอาศัย ‘การบริหารนโยบาย’ เช่นกัน

 

โดยเมื่อเร็วๆนี้ แผนด้านการท่องเที่ยวฉบับใหม่ของรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการอนุมัติเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นจากราว 8.61 ล้านคนในปี 2010 เพิ่มขึ้นเป็น 42.68 ล้านคนในปี 2025

 

ขณะที่รายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติพุ่งจาก 1.1 ล้านล้านเยน หรือราว 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 9.5 ล้านล้านเยน

 

รัฐบาลญี่ปุ่นประเมินว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้กลายเป็น อุตสาหกรรมส่งออกที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากอุตสาหกรรมยานยนต์

 

พร้อมคงเป้าหมายปี 2030 ไว้ที่นักท่องเที่ยว 60 ล้านคน และตั้งเป้าเม็ดเงินใช้จ่าย 15 ล้านล้านเยน แต่ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่า ปัญหาความแออัด พฤติกรรมรบกวน และความไม่พอใจของประชาชน กำลังคุกคามแรงสนับสนุนจากสาธารณชน ต่อการเติบโตของภาคท่องเที่ยวในระยะยาว

 

แม้การวิเคราะห์ปัญหาจะถือว่า “ตรงจุด” แต่ข้อเสนอเชิงนโยบายกลับยังอ่อนแรงเกินไป

 

หนึ่งในเป้าหมายใหม่ที่พยายามแก้ไขของรัฐบาลญี่ปุ่นให้ความเห็นชอบแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวขั้นพื้นฐาน โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนพื้นที่ที่มี มาตรการรองรับภาวะท่องเที่ยวล้นเมือง (overtourism) ให้ครบ 100 แห่งภายในปี 2030

 

เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริม การท่องเที่ยวกับคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งเพิ่มจาก 47 แห่ง ในปี 2025

 

อย่างไรก็ตาม เกณฑ์วัดผลยังเป็นเพียงเชิงกระบวนการ กล่าวคือ พื้นที่จะถูกนับรวมก็ต่อเมื่อมีเวทีรับฟังประชาชนและมีแผนรับมือปัญหาความแออัดหรือมารยาทนักท่องเที่ยว

 

แม้แนวทางดังกล่าวอาจมีประโยชน์ในระดับหนึ่ง แต่ ไม่ได้ช่วยให้ประชาชนขึ้นรถโดยสาร ไม่ช่วยสถานีรถไฟระบาย ไม่ลดต้นทุนทัศนศึกษาของนักเรียนที่เดินทางมาเกียวโต ได้ง่ายขึ้น และ รายได้จากการท่องเที่ยวถูกนำกลับมาใช้แก้ปัญหาที่การท่องเที่ยวเกิดขึ้นจริง

 

ทว่าแผนดังกล่าวยังให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาญี่ปุ่นซ้ำ โดยเชื่อว่าคนกลุ่มนี้เข้าใจวัฒนธรรมญี่ปุ่นมากกว่า และมีแนวโน้มเดินทางออกนอกเมืองท่องเที่ยวหลักมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นจริงบางส่วน แต่การคัดเลือก ‘กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย’ ไม่ใช่กลไกแก้ปัญหาความแออัดเสียทีเดียว

 

นักท่องเที่ยวที่เคยมาญี่ปุ่นหลายครั้งอาจรู้สึกคุ้นเคยกับประเทศมากขึ้น แต่ความคุ้นเคยไม่ได้หมายถึง ‘การเข้าถึงที่ง่ายขึ้น’ ไม่ได้ทำให้ตารางรถโดยสารในภูมิภาคอ่านง่ายขึ้น หรือทำให้ระบบขนส่งช่วงสุดท้ายมีประสิทธิภาพขึ้น

 

แม้แต่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเอง ก็ยังคงกระจุกตัวอยู่ในโตเกียว เกียวโต และจุดหมายปลายทางยอดนิยมเช่นเดิม

 

สิ่งที่ญี่ปุ่นต้องการ จึงไม่ใช่เพียงการรณรงค์เชิงสัญลักษณ์ แต่คือ ‘แรงจูงใจทางเศรษฐกิจ’ ที่ชัดเจนกว่านี้

 

กรณีของปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) ถือเป็นอีกตัวอย่างสำคัญ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ผู้ใหญ่ที่มีทะเบียนบ้านในเมืองฮิเมจิจะเสียค่าเข้าชมเพียง 1,000 เยน ขณะที่ผู้ที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ต้องจ่าย 2,500 เยน นี่ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติต่อชาวต่างชาติ แต่เป็นการแยกระหว่าง ‘ผู้อยู่อาศัย’ กับ ‘ผู้มาเยือน’

 

เพราะในความเป็นจริง คนท้องถิ่นได้ช่วยแบกรับต้นทุนของสถานที่ผ่านระบบภาษีท้องถิ่นอยู่แล้ว ขณะที่นักท่องเที่ยวสร้างต้นทุนเพิ่มเติม ทั้งค่าบำรุงรักษา ค่าแรงพนักงาน บริการหลายภาษา และการจัดการฝูงชน

 

แนวคิดเดียวกันนี้ควรถูกขยายไปสู่นโยบายในวงกว้าง เพราะเมื่อผู้ใช้งานสร้างต้นทุนแตกต่างกัน นโยบายก็ไม่ควรปฏิบัติต่อทุกคนเสมือนเป็น ‘ลูกค้ากลุ่มเดียวกัน’

 

ปัญหาเชิงระบบ “ช้อปปิ้งปลอดภาษี”

 

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือระบบ “ช้อปปิ้งปลอดภาษี” ของญี่ปุ่น ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2026 ญี่ปุ่นจะเปลี่ยนไปใช้ระบบคืนภาษีรูปแบบใหม่ โดยนักท่องเที่ยวต้องจ่ายราคาสินค้ารวมภาษีก่อน และจะได้รับเงินคืนหลังศุลกากรยืนยันว่าสินค้าถูกนำออกนอกประเทศจริง ซึ่งช่วยลดการทุจริตได้

 

แต่ทว่ายังไม่ได้ตอบคำถามสำคัญกว่าเดิมว่า เหตุใดรัฐบาลยังต้องอุดหนุนการจับจ่ายของนักท่องเที่ยว ในพื้นที่ที่กำลังเผชิญความแออัดอยู่แล้ว

 

แม้ในแผนพื้นฐานเองจะยอมรับว่าคุณภาพชีวิตของประชาชน คือเงื่อนไขสำคัญของการเติบโตด้านการท่องเที่ยว แต่ในอีกด้านกลับยังใช้มาตรการปลอดภาษีเป็นกลไกกระตุ้นการบริโภคต่อไป

 

ในความเป็นจริง มีนักท่องเที่ยวจำนวนน้อยมากที่ตัดสินใจ บินมาญี่ปุ่นเพียงเพราะเครื่องสำอางราคาถูกลง 10% การอุดหนุนการช้อปปิ้งในวงกว้างจึงอาจเป็นนโยบายที่ ‘ผิดเป้า’ และยิ่งซ้ำเติมความแออัดในย่านค้าปลีกยอดนิยมอย่าง ชิบูย่า โดทงโบริ หรือใจกลางเกียวโต

 

แนะออกแบบระบบคืนภาษีใหม่ เพิ่มแรงจูงใจซื้อสินค้าท้องถิ่น

 

ข้อเสนอที่เหมาะสมกว่า คือ การจำกัดและออกแบบระบบคืนภาษีใหม่ โดยควรรักษาหรือเพิ่มแรงจูงใจให้กับสินค้าหัตถกรรมท้องถิ่น ผู้ผลิตในภูมิภาค หรือสินค้าที่ซื้อนอกเส้นทางท่องเที่ยวหลักอย่างโตเกียว-เกียวโต-โอซาก้า-ภูเขาฟูจิ รวมถึงสินค้าที่จัดส่งตรงไปต่างประเทศ ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายใหม่ได้จริง มากกว่าการสนับสนุนกระเป๋าเดินทางอีกใบที่เต็มไปด้วยเครื่องสำอางลดราคา

 

ภาคโรงแรมเองก็จำเป็นต้องมี ‘การแบ่งกลุ่มลูกค้า’ เช่นกัน ญี่ปุ่นต้องการอุตสาหกรรมที่พักที่สร้างกำไรได้มากขึ้น หลังจากราคาห้องพักในหลายพื้นที่ต่ำกว่าความเป็นจริงมานาน

 

แต่หากโรงแรมทุกแห่งต่างแข่งขันแย่งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูง การเดินทางเพื่อธุรกิจภายในประเทศและทัศนศึกษาของนักเรียนก็จะกลายเป็นผู้รับผลกระทบโดยตรง

 

โรงแรมธุรกิจอาจไม่หรูหรา แต่ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจญี่ปุ่น ทั้งสำหรับพนักงานขาย วิศวกร ข้าราชการ พนักงานบริษัทขนาดเล็ก และนักเรียน ที่จำเป็นต้องเดินทางทั่วประเทศโดยไม่ให้ทุกทริปกลายเป็น ‘ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย’

 

ข้อมูลจากโตเกียวโชโกะ ระบุว่า ราคาห้องพักเฉลี่ยของโรงแรมธุรกิจและโรงแรมในเมืองที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพิ่มขึ้น 12.6% ในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2025 มาอยู่ที่ 16,679 เยนต่อคืน

 

ขณะที่สถานีโทรทัศน์ MBS รายงานว่า จำนวนนักเรียนที่เดินทางทัศนศึกษามายังเกียวโตลดลงจาก 810,000 คนในปี 2023 เหลือ 750,000 คนในปี 2024 เนื่องจากค่าที่พักและค่ารถโดยสารที่เพิ่มสูงขึ้น

 

การปรับขึ้นภาษีที่พักของเมืองเกียวโตจึงถูกมองว่าเป็นสัญญาณเชิงบวก ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 เมืองเกียวโตได้เพิ่มเพดานภาษีที่พักสูงสุดเป็น 10,000 เยนต่อคนต่อคืน สำหรับห้องพักราคาตั้งแต่ 100,000 เยนขึ้นไป

 

ขณะที่ห้องพักระดับล่างยังเสียภาษีในอัตราต่ำ และยังยกเว้นภาษีให้กับการทัศนศึกษาของโรงเรียนและผู้ดูแลที่เข้าเกณฑ์

 

ญี่ปุ่นควรต่อยอดแนวคิดนี้ โดยสนับสนุนโรงแรมธุรกิจราคาประหยัด ที่รักษาสัดส่วนห้องพักในระดับราคาที่กำหนด ให้สามารถออกใบกำกับภาษีที่นำไปใช้ขอ เครดิตภาษีการบริโภคคืนได้สำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจภายในประเทศ รวมถึงสนับสนุนส่วนลดสำหรับทัศนศึกษาหรือการเดินทางกลุ่มที่จำเป็นผ่านรัฐบาลท้องถิ่นหรือบริษัททัวร์

 

เป้าหมายไม่ใช่การควบคุมราคาห้องพักทั้งหมด แต่เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ประกอบการ ‘ชาวญี่ปุ่น’ ซึ่งเป็นฟันเฟืองที่ทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไป จะไม่ถูกผลักออกจากตลาดเพราะแรงซื้อจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

 

ควรมี ‘ระบบติดตามความแออัด’ และเร่งแก้ปัญหานักท่องเที่ยวทิ้งกระเป๋าเดินทาง

 

อีกหนึ่งปัญหาที่ญี่ปุ่นมี “คำตอบอยู่แล้ว” แต่ยังไม่สามารถผลักดันให้เป็นมาตรฐาน คือเรื่องสัมภาระของนักท่องเที่ยว

 

แม้เครือข่ายขนส่งสัมภาระของญี่ปุ่นจะได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่การประชาสัมพันธ์บริการดังกล่าวกลับช้าเกินไป หลังนักท่องเที่ยวเดินทางถึงสถานีแล้ว

 

แผนพื้นฐานฉบับใหม่ยอมรับตรงกันว่า กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ของนักท่องเที่ยวกำลังสร้างความแออัดและมลภาวะทางเสียงบนรถไฟและรถโดยสาร แม้รัฐบาลเสนอแนวคิด ‘ท่องเที่ยวแบบไม่ถือกระเป๋า’ แต่การรณรงค์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ

 

ญี่ปุ่นควรนำรายได้จากภาษีนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศมาอุดหนุนบริการส่งสัมภาระจากสนามบินไปยังโรงแรมสำหรับการใช้งานครั้งแรก พร้อมผลักดันให้สายการบิน เว็บไซต์ Visit Japan ป้ายสนามบิน อีเมลยืนยันการจอง และแอปพลิเคชันท่องเที่ยวต่าง ๆ นำเสนอบริการดังกล่าวตั้งแต่ก่อนเดินทางมาถึง โดยสื่อสารอย่างเรียบง่ายว่า ไปถึงโรงแรมได้โดยไม่ต้องลากกระเป๋า และไม่มีค่าใช้จ่าย

 

ท้ายที่สุด ญี่ปุ่นจำเป็นต้องมี ‘ระบบติดตามความแออัด’ อย่างต่อเนื่อง สำหรับสถานีรถไฟ สถานีขนส่ง และจุดเชื่อมต่อสนามบิน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่แรงกดดันจากการท่องเที่ยวปรากฏขึ้นก่อนจะลุกลามไปยังวัด โรงแรม หรือย่านช้อปปิ้ง และสถานีเกียวโตควรถูกใช้เป็นหนึ่ง ในพื้นที่ทดสอบนโยบายประเทศ

 

ภาพ: Shutterstock yoshi0511

 

อ้างอิง

The post วิกฤตเงียบญี่ปุ่น! นักท่องเที่ยวทะลักจาก 8 สู่ 42 ล้านคน แต่โครงสร้างเมืองเริ่มตามไม่ทัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจโอซาก้าบุกค้นบริษัทก่อสร้าง รับงานไฟฟ้า ‘ศาลาไทย’ Expo 2025 โดยไม่มีใบอนุญาต https://thestandard.co/osaka-raid-thailand-pavilion-expo-2025/ Fri, 13 Mar 2026 12:10:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1187217 ศาลาไทย ในงาน Osaka-Kansai Expo 2025

ตำรวจจังหวัดโอซาก้าได้เข้าตรวจค้นสถานที่ 8 แห่งที่เกี่ย […]

The post ตำรวจโอซาก้าบุกค้นบริษัทก่อสร้าง รับงานไฟฟ้า ‘ศาลาไทย’ Expo 2025 โดยไม่มีใบอนุญาต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลาไทย ในงาน Osaka-Kansai Expo 2025

ตำรวจจังหวัดโอซาก้าได้เข้าตรวจค้นสถานที่ 8 แห่งที่เกี่ยวข้องกับบริษัทก่อสร้าง DIO ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองทากาซากิ จังหวัดกุนมะ เนื่องจากต้องสงสัยว่า บริษัทดังกล่าวละเมิดกฎหมายธุรกิจก่อสร้าง จากข้อกล่าวหาที่ว่าบริษัทได้รับงานก่อสร้าง ‘ศาลาไทย’ ซึ่งเป็นศาลาจัดแสดงของต่างประเทศในงาน Osaka-Kansai Expo 2025 โดยไม่มีใบอนุญาต

 

เจ้าหน้าที่สืบสวนของญี่ปุ่นระบุว่า บริษัทดังกล่าวตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่า รับงานติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับศาลาไทยในมูลค่าประมาณ 44 ล้านเยน (ราว 9 ล้านบาท) เมื่อเดือนตุลาคม 2024 โดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่จำเป็นจากรัฐบาลระดับประเทศและระดับจังหวัดภายใต้กฎหมายธุรกิจก่อสร้าง

 

การตรวจค้นได้ดำเนินการเมื่อวานนี้ (12 มีนาคม) โดยมีรายงานว่า ตำรวจได้ยึดของกลางไปประมาณ 110 รายการ ซึ่งรวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและคอมพิวเตอร์จากบ้านและสำนักงานของพนักงานบริษัท หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนรายละเอียดของวิธีการทำสัญญาต่อไป

 

ข้อมูลจากหน่วยงานจังหวัดระบุว่า เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว มีผู้รับเหมารายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างศาลาไทยได้ติดต่อหน่วยงานรัฐ เพื่อร้องเรียนเรื่องการไม่ได้รับชำระค่าก่อสร้าง ในระหว่างการสอบสวน จึงเกิดข้อสงสัยว่าบริษัท DIO ได้รับงานโดยไม่มีใบอนุญาต และในเดือนกันยายน บริษัทก็ถูกสั่งพักการดำเนินธุรกิจเป็นเวลา 30 วัน

 

นอกจากนี้ในงาน Osaka-Kansai Expo ประธานบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งในโอซาก้าและผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ เคยถูกส่งตัวให้อัยการและถูกสืบสวนในลักษณะเดียวกันเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว โทษฐานรับงานก่อสร้าง ‘ศาลาแองโกลา’ (Angola Pavilion) โดยไม่มีใบอนุญาต และได้รับคำสั่งให้ชำระค่าปรับเป็นเงิน 300,000 เยน (ราว 6 หมื่นบาท)

 

แฟ้มภาพ: Thailand Pavilion World Expo 2025

 

อ้างอิง:

The post ตำรวจโอซาก้าบุกค้นบริษัทก่อสร้าง รับงานไฟฟ้า ‘ศาลาไทย’ Expo 2025 โดยไม่มีใบอนุญาต appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Kamikaze Gamble ฮิบิกิ โยชิดะ ชายหนุ่มผู้ฉีกกฎมาราธอน ด้วยความกล้า-บ้าบิ่น https://thestandard.co/hibiki-yoshida-kamikaze-marathon-gamble/ Wed, 25 Feb 2026 06:38:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1181572 ฮิบิกิ โยชิดะ นักวิ่งมาราธอนชาวญี่ปุ่น สวมเทปพาวเวอร์เทปบนร่างกายขณะวิ่ง

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา วงการวิ่งทั่วโลกต้องหันมามองเหตุการ […]

The post The Kamikaze Gamble ฮิบิกิ โยชิดะ ชายหนุ่มผู้ฉีกกฎมาราธอน ด้วยความกล้า-บ้าบิ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฮิบิกิ โยชิดะ นักวิ่งมาราธอนชาวญี่ปุ่น สวมเทปพาวเวอร์เทปบนร่างกายขณะวิ่ง

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา วงการวิ่งทั่วโลกต้องหันมามองเหตุการณ์หนึ่งที่โอซาก้า เมื่อ ฮิบิกิ โยชิดะ (Hibiki Yoshida) เลือกฉีกตำรามาราธอนแบบดั้งเดิม ด้วยการ “เดิมพัน” กับเพซระดับโลกในแบบฉบับที่ไม่มีใครอยากทำตาม

 

การตัดสินใจเสี่ยงของเขาไม่เพียงแค่เรียกเสียงฮือฮาในหมู่แฟนๆ แต่ยังทำให้ Osaka Marathon ปีนี้กลายเป็น “ทอล์กออฟเดอะทาวน์” ที่สั่นสะเทือนวงการวิ่งทั่วโลก จากความกล้าบ้าบิ่นที่ทั้งน่าทึ่ง อึ้ง และน่าหวาดเสียวในเวลาเดียวกัน

 

โยชิดะในวัย 23 ปี ไม่ใช่นักวิ่งโนเนม เขาคือซูเปอร์สตาร์จากเวที Hakone Ekiden อันศักดิ์สิทธิ์ของญี่ปุ่น แจ้งเกิดจากมหาวิทยาลัย Soka ด้วยสไตล์การวิ่งดุดัน บ้าบิ่น และความสามารถด้านการวิ่งขึ้นเขาที่โดดเด่น พูดง่ายๆ เขาคือเด็กหนุ่มใจถึงที่แฟนๆ นักวิ่งญี่ปุ่นรู้จักดี

 

ก่อนลงมาราธอนเต็มตัวครั้งแรกที่โอซาก้า เขาประกาศชัดเจนว่าเป้าหมายคือทำลายสถิติประเทศญี่ปุ่นของ สึงุรุ โอซาโกะ (ที่ทำไว้ 2:04:55 ชั่วโมง จากบาเลนเซียมาราธอน 2025)

 

คำพูดแบบนี้ในสนามมาราธอนถือว่าห้าวหาญอย่างยิ่ง เพราะนักวิ่งส่วนใหญ่มักเปิดตัวอีเวนต์แรกด้วยความระมัดระวัง เน้นวิ่งให้จบ หรือทำเวลาอย่างปลอดภัย แต่โยชิดะเลือกจะเล่นใหญ่ตั้งแต่วินาทีแรก

 

เพราะเมื่อเสียงสัญญาณการแข่งเริ่มขึ้น เขาก็ทำตามคำพูดทันที หลังผ่านไปเพียงกิโลเมตรที่ 7.8 เขาวิ่งแซงเพซเมกเกอร์และฉีกตัวออกจากกลุ่มนำ วิ่งเดี่ยวแบบไม่มีใครบังลม ชนิดที่ผ่าน 10 กิโลเมตรในเวลา 29:33 นาที และผ่านครึ่งทางที่ 1:01:54 ชั่วโมง ซึ่งเร็วระดับท้าทายสถิติโลกในช่วงนั้น

 

นี่คือจุดที่สื่อและแฟนวิ่งทั่วโลกตั้งชื่อให้ว่า “The Kamikaze Gamble” หรือการเดิมพันแบบพลีชีพที่ไม่มีแผนสำรอง

 

ในทางทฤษฎีมาราธอน การเปิดครึ่งแรกด้วยความเร็วระดับนั้นโดยไม่มีคนช่วยบังลม (Drafting) คือความเสี่ยงมหาศาล ที่ร่างกายจะสะสมความล้าและเผาผลาญพลังงานเร็วกว่าปกติ เสมือนการยืมแรงจากอนาคตมาใช้ก่อนเวลา และแน่นอนว่า… อนาคตก็มักกลับมาคิดดอกเบี้ยแบบโหดหินเสมอ

 

ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างเขายังหยิบขวดน้ำพลาดถึง 4 จาก 5 ครั้งแรก ทำให้ร่างกายขาดน้ำและพลังงาน ซึ่งส่งผลรุนแรงในช่วงท้ายการแข่งขัน

 

หลังผ่านกิโลเมตรที่ 35 สิ่งที่หลายคนคาดไว้ก็เกิดขึ้น เพซของเขาร่วงหนักจากผู้นำลงมาเรื่อยๆ จนเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 34 ด้วยเวลา 2:09:35 ชั่วโมง

 

หลังการวิ่งสุดระห่ำนี้ เจ้าตัวยอมรับภายหลังว่าช่วง 7 กิโลเมตรสุดท้ายความทรงจำแทบเลือนหาย เขาฝืนวิ่งด้วยสัญชาตญาณล้วนๆ และจำแทบไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเข้าเส้นชัยอย่างไร ก่อนจะทรุดลงหลังเข้าเส้นชัย และถูกนำตัวส่งเต็นท์พยาบาลด้วยรถเข็น

 

ขณะที่ผลการแข่งวันนั้นนักวิ่งญี่ปุ่นที่ทำเวลาดีที่สุดคือ Kiyoto Hirabayashi ที่วิ่งจบอันดับ 5 ด้วยเวลา 2:06:14 แต่เวลานั้น…ภาพที่โลกและแฟนๆ ชาวญี่ปุ่นจดจำ (เรียกว่า ขโมยซีน) กลับเป็นเด็กหนุ่มวัย 23 ปีที่กล้าเอาอาชีพและร่างกายไปเดิมพันกับการวิ่งแบบนั้น

 

ส่วนอีกภาพที่สร้างความสงสัยไม่แพ้กันคือ จุดดำๆ ที่ติดอยู่บนทั่วร่างกายของเขา แท้จริงคือแผ่น Power Tape ที่โยชิดะอธิบายว่าเขาใช้เพื่อลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อใบหน้าและช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น เพราะในการวิ่งระยะไกล หากใบหน้าเกร็ง ร่างกายจะเกร็งตามและสิ้นเปลืองพลังงาน ดังนั้น เขาจึงต้องการให้ช่วง 25 กิโลเมตรแรกผ่อนคลายที่สุด

 

ทว่าต่อให้ใบหน้าจะดูนิ่งเฉยแค่ไหน แต่พละกำลังที่ถูกรีดออกมาจนหมดก๊อก ก็ไม่อาจต้านทานกฎเกณฑ์ของธรรมชาติได้อยู่ดี

 

อย่างไรก็ตาม การวิ่งแบบบ้าบิ่นของโยชิดะในครั้งนี้ ถือเป็นการตัดสินใจของนักกีฬาระดับอาชีพที่มีทีมงานโค้ช แพทย์ และระบบสนับสนุนดูแลอย่างใกล้ชิด เขาคือคนที่ฝึกซ้อมมานับพันกิโลเมตร และเข้าใจความเสี่ยงของตัวเองในระดับหนึ่ง นี่คือการทดลองขีดจำกัดของนักกีฬาชั้นนำ ไม่ใช่การวิ่งเล่นโดยไร้การเตรียมตัว

 

ในอีกมุมหนึ่ง สำหรับนักวิ่งทั่วไป นี่คือบทเรียนสำคัญว่า “การประเมินร่างกายและวางแผนตามศักยภาพของตัวเอง” คือสิ่งจำเป็นที่สุด ในการวิ่งมาราธอนที่ต้องอาศัยการจัดการพลังงานตลอดระยะทางอันยาวไกล

 

การเร่งเพซเกินขีดความสามารถของร่างกายจนเข้าสู่ภาวะวิกฤต ถึงขั้นความทรงจำขาดหาย ไม่ได้เป็นภาพโรแมนติกของความกล้าแต่อย่างใด ตรงกันข้าม..มันคือสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างจริงจัง เพราะในชีวิตจริง ไม่ได้มีทีมแพทย์หรือสตาฟฟ์คอยดูแลทุกครั้งที่เราล้มลง

 

ความกล้าของโยชิดะจึงควรถูกมองทั้งในฐานะแรงบันดาลใจ และในฐานะเครื่องเตือนใจว่า การท้าทายขีดจำกัดเป็นสิ่งงดงาม แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจร่างกายตัวเองเสมอ

 

ฮิบิกิ โยชิดะ นักวิ่งมาราธอนชาวญี่ปุ่น สวมเทปพาวเวอร์เทปบนร่างกายขณะวิ่ง 2ฮิบิกิ โยชิดะ นักวิ่งมาราธอนชาวญี่ปุ่น สวมเทปพาวเวอร์เทปบนร่างกายขณะวิ่ง 3ฮิบิกิ โยชิดะ นักวิ่งมาราธอนชาวญี่ปุ่น สวมเทปพาวเวอร์เทปบนร่างกายขณะวิ่ง 4

 

อ้างอิง:

 

The post The Kamikaze Gamble ฮิบิกิ โยชิดะ ชายหนุ่มผู้ฉีกกฎมาราธอน ด้วยความกล้า-บ้าบิ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เวียตเจ็ทไทยแลนด์กางปีกรับปี’69 ตั้งเป้าผู้โดยสาร 9 ล้านคน ชู ‘โบอิ้ง 737-8’ เป็นหัวหอกใหม่ บินไกลถึงญี่ปุ่นแบบไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง https://thestandard.co/vietjet-thailand-boeing-japan-flights/ Wed, 18 Feb 2026 09:59:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1179734 ภาพเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 ของสายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ แสดงถึงการขยายเส้นทางบินและเป้าหมายผู้โดยสาร 9 ล้านคน

23 พฤศจิกายน 2568 คือวันที่ ‘สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ […]

The post เวียตเจ็ทไทยแลนด์กางปีกรับปี’69 ตั้งเป้าผู้โดยสาร 9 ล้านคน ชู ‘โบอิ้ง 737-8’ เป็นหัวหอกใหม่ บินไกลถึงญี่ปุ่นแบบไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 ของสายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ แสดงถึงการขยายเส้นทางบินและเป้าหมายผู้โดยสาร 9 ล้านคน

23 พฤศจิกายน 2568 คือวันที่ ‘สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์’ ได้รับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 ลำแรกอย่างเป็นทางการ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับฝูงบินประสิทธิภาพสูง ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การขยายฝูงบินรวม 50 ลำภายในปี 2571 โดยแผนดังกล่าวมีเป้าหมายรองรับการเติบโตของเครือข่ายเส้นทางบินทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ

 

ถัดมาประมาณ 1 เดือนหรือวันที่ 24 ธันวาคม 2568 เวียตเจ็ทไทยแลนด์ก็ได้นำ ‘เครื่องบินโบอิ้ง 737-8’ มาเริ่มให้บริการเป็นครั้งแรกบนเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ หลังจากนั้นจึงขยายสู่เส้นทางบินตรงภายในประเทศสู่ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี, กระบี่, เชียงราย, หาดใหญ่ และอุดรธานีตามลำดับ

 

วรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ให้เหตุผลว่า การเลือกเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ สะท้อนการวางตำแหน่งเส้นทางศักยภาพสูงของประเทศ ทั้งในมิติเมืองเศรษฐกิจ การลงทุน อุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) และการท่องเที่ยวระดับโลก

 

“เชียงใหม่ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของเอเชียและของโลก สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้หลายล้านคนต่อปี โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซันปลายปีและต้นปีจากทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ”

 

ที่น่าสนใจคือ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ยังได้กลับมาให้บริการในเส้นทางกรุงเทพฯ – นครศรีธรรมราช อีกครั้งหลังจากที่หยุดไปในช่วงโควิด โดยมองว่า เป็นจังหวัดที่มีการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ซึ่งนอกจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปไหว้พระแล้ว นครศรีธรรมราชยังมีกลุ่มผู้เดินทางจากภาครัฐและเอกชนที่เดินทางไปประชุมและสัมมนาด้วย

 

สำหรับเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 แบบใหม่นี้มีความจุ 189 ที่นั่ง ถือเป็นอากาศยานประสิทธิภาพสูงที่ผสานนวัตกรรมทางอากาศพลศาสตร์และเครื่องยนต์รุ่นใหม่ LEAP-1B ช่วยประหยัดพลังงาน อีกทั้งยังลดระดับเสียงรบกวนในชุมชนบริเวณรอบสนามบินได้มากถึง 50% ตามมาตรฐาน ICAO ตลอดจนสมรรถนะการบินได้ไกลถึง 6,570 กิโลเมตร เพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติการบิน ทำให้สามารถขยายการให้บริการไปยังจุดหมายปลายทางที่ไกลขึ้น

 

การบินได้ไกลขึ้นนี้เองทำให้นอกจากถูกนำไปใช้ในเส้นทางกรุงเทพฯ–ญาจาง แล้ว เข้าประจำการในเส้นทางบินใหม่ ๆ อาทิ เส้นทางกรุงเทพฯ–โตเกียว และกรุงเทพฯ–โอซาก้า ซึ่งเป็นการบินตรงโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา

 

รวมถึงวางแผนให้บริการในเส้นทางบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่จุดหมายยอดนิยมของนักเดินทางชาวไทยในประเทศเกาหลีใต้และประเทศจีนในช่วงต้นปี 2569

 

“ด้วยเส้นทางบินที่เพิ่มขึ้นทำให้เราคาดว่าปี 2569 จะมีผู้โดยสารทั้งสิ้น 9 ล้านคน เพิ่ม 1 ล้านคนจากปี 2568 โดยมีเครื่องบินรวมทั้งสิ้น 31 ลำในจำนวนนี้จะเป็นโบอิ้ง 737-8 จำนวน 9 ลำด้วยกัน” วรเนติ ระบุ

The post เวียตเจ็ทไทยแลนด์กางปีกรับปี’69 ตั้งเป้าผู้โดยสาร 9 ล้านคน ชู ‘โบอิ้ง 737-8’ เป็นหัวหอกใหม่ บินไกลถึงญี่ปุ่นแบบไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทรนด์ท่องเที่ยว 2568 ชี้คนไทยแห่เที่ยวเมืองรองจีน ‘ฉงชิ่ง’ พุ่งแรงสุด เซี่ยงไฮ้-โตเกียว ยังครองปลายทางยอดฮิต https://thestandard.co/thai-travel-chongqing-surges-2025/ Sat, 06 Dec 2025 04:32:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1151801 เทรนด์ท่องเที่ยว 2568 ชี้คนไทยแห่เที่ยวเมืองรองจีน ‘ฉงชิ่ง’ พุ่งแรงสุด เซี่ยงไฮ้-โตเกียว ยังครองปลายทางยอดฮิต

Trip.com Group เผย คนไทยแห่เที่ยว ‘เมืองรองจีน’ เพิ่มขึ […]

The post เทรนด์ท่องเที่ยว 2568 ชี้คนไทยแห่เที่ยวเมืองรองจีน ‘ฉงชิ่ง’ พุ่งแรงสุด เซี่ยงไฮ้-โตเกียว ยังครองปลายทางยอดฮิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทรนด์ท่องเที่ยว 2568 ชี้คนไทยแห่เที่ยวเมืองรองจีน ‘ฉงชิ่ง’ พุ่งแรงสุด เซี่ยงไฮ้-โตเกียว ยังครองปลายทางยอดฮิต

Trip.com Group เผย คนไทยแห่เที่ยว ‘เมืองรองจีน’ เพิ่มขึ้นพุ่ง 828% โดยฉงชิ่งขึ้นแท่นจุดหมายมาแรงสุด ปี 2568 เซี่ยงไฮ้-ฮ่องกง-โตเกียว ยังติดลมบน ปลายทางยอดฮิต

 

Trip.com Group เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยข้อมูลชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของนักท่องเที่ยวไทย ที่หันมาสนใจท่องเที่ยวไปยังเมืองรองของจีนมากขึ้น พร้อมปรับสไตล์การท่องเที่ยวจากการท่องเที่ยวแบบเข้าชมสถานที่ ไปเป็นการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์แทน

 

จากข้อมูลของ Trip.Best ในปี 2568 พบว่า ‘ฉงชิ่ง’ กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่เติบโตเร็วที่สุดในหมู่นักท่องเที่ยวไทย โดยยอดการเข้าชมบน Trip.Best เพิ่มขึ้นถึง 395% เมื่อเทียบกับปีก่อน และยอดจองพุ่งสูงถึง 828%

 

เมืองบนภูเขาแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารรสจัดคล้ายอาหารไทย พร้อมสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ จึงกลายเป็นปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทยที่กำลังมองหาประสบการณ์อย่างแท้จริง นอกเหนือจากจุดหมายปลายทางแบบดั้งเดิม

 

สรุปเทรนด์นักท่องเที่ยวไทยปี 2568

เอ็ดมันด์ ออง ผู้อำนวยการอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผู้จัดการทั่วไป Trip.com ประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่า “นักท่องเที่ยวไทยกำลังให้คำนิยามใหม่สำหรับการท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการเที่ยวชมสถานที่แบบเดิม ๆ มาสู่การดื่มด่ำและมีส่วนร่วมกับวัฒนธรรมมากขึ้น”

 

“ข้อมูลจาก Trip.Best พบว่า ผู้ใช้งานชาวไทยใช้เวลาเฉลี่ย 6 วัน ในการค้นคว้าข้อมูลก่อนตัดสินใจจองการเดินทาง สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการประสบการณ์ที่วางแผนมาอย่างดี เมื่อเทียบกับผู้ใช้งานจากประเทศอื่น ๆ” เอ็ดมันด์ กล่าว

 

เซี่ยงไฮ้-ฮ่องกง-โตเกียว ยังติดลมบน ปลายทางยอดฮิตปี 2568

 

  • เสน่ห์ของจีนที่เข้มข้นขึ้น: เซี่ยงไฮ้ครองอันดับ 1 จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวไทย ด้วยการเติบโต 334% YoY ตามด้วยฮ่องกง (เติบโต 52%) โตเกียว (เติบโต 71%) และโอซาก้า (เติบโต 132%)
  • ประสบการณ์สำคัญกว่าการชมสถานที่: การค้นหา “กิจกรรม” เติบโต 808% YoY โดย “สถานที่หลบร้อน (Cool Escape Attractions)” พุ่งสูงถึง 1,941%
  • การท่องเที่ยวในประเทศเติบโตต่อเนื่อง: การท่องเที่ยวภายในประเทศของไทยเติบโต 25% YoY โดยมีกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต เป็นเมืองยอดนิยม

 

อิทธิพลของ KOL มีผลต่อการตัดสินใจเที่ยวคนไทย

สอดคล้องกับระบบนิเวศดิจิทัลของไทยที่ผู้บริโภคกว่า 95% ค้นหาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ผ่านคำแนะนำของอินฟลูเอนเซอร์ โดยจากข้อมูล Trip.Best พบว่า

  • 47% ของผู้ใช้งานแบบครอบครัวเลือกติดตามอินฟลูเอนเซอร์ท่องเที่ยวที่แชร์ประสบการณ์จริง
  • 45% ของนักท่องเที่ยวที่สำรวจในปี 2568 ค้นหาไอเดียทริปล่าสุดจากโพสต์โซเชียลมีเดียของ KOL ไทย เพิ่มขึ้นจาก 28% ในปี 2567
  • ยอดสั่งซื้อโดยตรงผ่านรหัสโปรโมชั่นของ KOL เพิ่มขึ้นสูงถึง 120%

 

ภาพ: Jackyenjoyphotography / Getty images

The post เทรนด์ท่องเที่ยว 2568 ชี้คนไทยแห่เที่ยวเมืองรองจีน ‘ฉงชิ่ง’ พุ่งแรงสุด เซี่ยงไฮ้-โตเกียว ยังครองปลายทางยอดฮิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
โค้งสุดท้ายของ Expo 2025 Osaka, Kansai วันนี้ – 13 ตุลาคม เท่านั้น https://thestandard.co/life/expo-2025-osaka-final-month/ Wed, 03 Sep 2025 02:03:20 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1114862 expo-2025-osaka-final-month

เหลือเวลาเพียงแค่เดือนนี้กับ Expo 2025 Osaka, Kansai ก็ […]

The post โค้งสุดท้ายของ Expo 2025 Osaka, Kansai วันนี้ – 13 ตุลาคม เท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
expo-2025-osaka-final-month

เหลือเวลาเพียงแค่เดือนนี้กับ Expo 2025 Osaka, Kansai ก็จะจบลงอย่างเป็นทางการ งานมหกรรมทางวัฒนธรรมและนวัตกรรมระดับโลกที่เปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกมาโชว์วิสัยทัศน์ โชว์ความก้าวหน้ารวมถึงระดมเทคโนโลยีจากทั่วโลกมาช่วยกันแก้ไขปัญหาสำคัญที่มนุษยชาติเผชิญอยู่ในระดับโลก โดยครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 เมษายน ถึง 13 ตุลาคม 2025 บนเกาะ Yumeshima เกาะเทียมในโอซาก้าที่ถูกสร้างขึ้นใหม่

 

Expo 2025 ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 37 นับตั้งแต่การจัดงานครั้งแรกคือ The Great Exhibition ในลอนดอน ปี 1851 โดยมีธีมหลักเป็น ‘Designing Future Society for Our Lives’ หรือ ‘การออกแบบสังคมในอนาคต เพื่อชีวิตที่ดีร่วมกัน’ พร้อมกับธีมย่อยอีก 3 หัวข้อ ได้แก่ Saving Lives (การปกป้องชีวิต), Empowering Lives (การส่งเสริมศักยภาพของชีวิต) และ Connecting Lives (การเชื่อมโยงชีวิต) โดยทั้งหมดถูกนำเสนอผ่านคอนเซปต์ ‘People’s Living Lab’ มุ่งเน้นการนำเสนอภาพสังคมอนาคตผ่านการลงมือปฏิบัติจริง 

 

สำหรับกิจกรรมภายในงานมีหลายรูปแบบตั้งแต่ Pavilions หรือศาลาที่องค์กรระหว่างประเทศและประเทศต่างๆ นำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมของตน, Thematic Projects โครงการภายใต้ 8 ธีมหลัก เช่น ‘Quest of Life’ และ ‘Totality of Life’ ซึ่งนำโดยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา, Team Expo 2025 โครงการที่เปิดโอกาสให้ผู้คนจากหลากหลายภาคส่วน มาร่วมกันสร้างสรรค์สังคมแห่งอนาคตที่ยั่งยืน และสุดท้าย Theme Weeks สัปดาห์พิเศษที่จัดขึ้นเพื่อเน้นประเด็นสำคัญระดับโลก 8 หัวข้อ กระตุ้นการพูดคุยและหาทางแก้ไขร่วมกัน

 

ภาพ: Osaka Expo 2025

The post โค้งสุดท้ายของ Expo 2025 Osaka, Kansai วันนี้ – 13 ตุลาคม เท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
4 HOURS LIFE in Osaka ตะลุยกิน เที่ยว ช็อป ในโอซาก้า https://thestandard.co/life/osaka-halfday-trip/ Tue, 01 Jul 2025 09:25:28 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1091509 osaka-halfday-trip

ช่วงนี้ใครๆ ก็แวะเวียนไปเที่ยวโอซาก้ากันเสียหมด เพราะหม […]

The post 4 HOURS LIFE in Osaka ตะลุยกิน เที่ยว ช็อป ในโอซาก้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
osaka-halfday-trip

ช่วงนี้ใครๆ ก็แวะเวียนไปเที่ยวโอซาก้ากันเสียหมด เพราะหมายไปงาน Expo 2025 Osaka, Kansai มหกรรมทางวัฒนธรรมและนวัตกรรมระดับโลกที่จัดขึ้นทุกๆ 5 ปี แถมค่าเงินเยนยังถูก เหมาะแก่การช็อปปิ้ง ซึ่งโอซาก้าก็มีแบรนด์เท่ๆ ให้ช็อปเยอะมาก แต่แวะไปโอซาก้าทั้งที จะให้เดินเที่ยว กินแต่ร้านเดิมๆ คงไม่ใช่ เราเลยหยิบเอาลิสต์ร้านเด็ด ของอร่อย และย่านน่าเดินในโอซาก้ามาฝาก เผื่อเป็นทางเลือกให้คุณเที่ยวโอซาก้าสนุกขึ้น

 

มาดูกันซิว่า 4 Hours in Osaka มีที่ไหนน่าไปบ้าง

 


 

Hakugintei

 

Hakugintei

 

ร้านแกงกะหรี่ที่ฮอตในสุดยามนี้ นักชิมชาติไหนๆ ก็บอกว่า ‘อร่อยมาก!’ เพราะแค่ข้าวกับซอสก็อร่อยแล้ว ร้านนี้เป็นร้านเล็กๆ ขนาด 10-12 ที่นั่ง เปิดขายแค่มื้อกลางวันเฉพาะวันธรรมดาเท่านั้น และคิวยาวแบบสุดๆ ข้าวกะหรี่เป็นแบบเข้มข้น หอมเครื่องเทศและรสชาติเผ็ดร้อน ใครมากินแนะนำให้สั่งแบบจัดเต็ม ใส่ไปเลยทั้งชีส ผักโขม หมูทอดทงกัตสึ และกุ้งทอด เพราะสั่งได้ครั้งเดียว ที่สำคัญมาเร็วหน่อยสัก 10.30 จะได้รอไม่นาน ไม่กี่คิวก็ได้กินแล้ว

 

Location: Awajimachi Dori

Open: จันทร์ – พฤหัสบดี เวลา 11.45 – 15.00 น.

Map: https://maps.app.goo.gl/ZKDLax8TxiNTLW1PA 

 


 

Orange Street

 

Orange Street

 

อิ่มแล้วก็ต้องเดินเล่นกันซะหน่อย Orange Street ย่านช้อปปิ้งของคนเก๋ในโอซาก้า ย่านนี้เป็นถนนเล็กๆ ความยาวเพียง 800 เมตร อยู่ตรงข้ามกับ America-mura สามารถเดินเชื่อมกันได้ มีทั้งร้านเสื้อผ้าแฮนด์เมด คาเฟ่ดีไซน์เก๋ และของแต่งบ้านสไตล์วินเทจ ไปจนถึงแฟชั่นสตรีตแวร์ แนะนำว่าอย่าเดินแค่ถนนเส้นหลัก เพราะร้านดีๆ เท่ๆ นั้นอยู่ตามซอยต่างๆ เต็มไปหมด

 

Location: Minamihorie

Open: ทุกวัน

Map: https://maps.app.goo.gl/3E7xA8KdwMN84pGt9 

 


 

Naniwa Menjiro

 

Naniwa Menjiro

 

ร้านราเมนชื่อดังอันดับ 1 ใน Tabelog ที่ได้รางวัล Bib Gourmand จากมิชลิน ร้านนี้เด่นด้วยราเมนซุปใสที่ทำจากซุปไก่และหอยเชลล์เข้มข้น เข้ากันได้ดีกับเส้นราเมน หมูชาชูชิ้นโตมีกลิ่นหอมควันตัดเลี่ยน และเติมความสดชื่นเล็กๆ ด้วยผิวส้มยูซุ ตัวร้านหายากนิดหนึ่ง เพราะตั้งอยู่ในสถานี Kintetsu Osaka Namba ต้องจ่ายเงินเข้ามาในสถานีแล้วเท่านั้น แต่สามารถขอคืนกับเจ้าหน้าที่ได้ ใครเป็นสายราเมนน้ำใสต้องมาลอง

 

Location: ชั้น B2 Gochiba Namba

Open: จันทร์ – พฤหัสบดี เวลา 11.45 – 15.00 น.

Map:  https://maps.app.goo.gl/su8ebwSDeWmdsYTL7 

 


 

Tonkatsu Daiki

 

Tonkatsu Daiki

 

ร้านหมูทอดชื่อดังในย่าน Nagahoribashi ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องอาหารจานเด็ด ร้านนี้ได้ Michelin Bib Gourmand อยู่หลายปี หมูทอดที่นี่มีให้เลือกหลายส่วน ทั้งสันนอก สันใน เนื้อติดซี่โครง แถมยังสามารถเลือกขนาดเนื้อและเติมข้าวกับซุปได้ไม่อั้น สิ่งที่เราชอบในร้านนี้คือเนื้อหมูที่หั่นหนากำลังพอดี แป้งกรอบและเบา เสิร์ฟพร้อมซอสให้เลือก 3 ชนิด เกลือ ซอสหวาน และมัสตาร์ด จิ้มกินได้เลยตามชอบ

 

Location: Shinsaibashi

Open: จันทร์ – เสาร์ เวลา 11.00 – 14.15 น. และ 17.30 – 21.15

Map:  https://maps.app.goo.gl/f8L8hA6LRswYu4fc9 

 


 

teamLab Botanical Garden

 

teamLab Botanical Garden

 

โอซาก้าก็มี teamLab แถมยังเป็นเวอร์ชันกลางแจ้งในสวนพฤกษศาสตร์ ที่เปิดให้ชมเฉพาะช่วงกลางคืนเท่านั้น นิทรรศการ Immersive Art ใช้แสง สี และเทคโนโลยีอินเตอร์แอ็กทีฟมาผสานเข้ากับธรรมชาติของสวนกว่า 240,000 ตารางเมตร รับรองว่าใครมาก็ต้องสนุก เพราะมีอะไรให้เล่นเต็มไปหมด นิทรรศการมีประมาณ 7-8 โซน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงถึงเดินทั่ว อย่าลืมเตรียมเมมมาเยอะๆ นะ เพราะถ่ายรูปสนุกมาก!

 

Location: Nagai Botanical Garden

Open: อังคาร – อาทิตย์ เวลา 19.45 – 21.30 น. (เวลาปรับเปลี่ยนตามฤดูกาล)

Map:  https://g.co/kgs/R49ZXEF 

 


 

Katsuo-ji

 

Katsuo-ji

 

ใครเป็นสายมูต้องมาที่นี่ วัด Katsuo-ji หรือที่คนไทยชอบเรียกว่าวัดดารุมะ เพราะรายล้อมด้วยตุ๊กตาดารุมะนับพัน โด่งดังเรื่องโชคลาภและความสำเร็จ คนญี่ปุ่นชอบมาขอพร เมื่อสมหวังแล้วก็ต้องกลับมาแก้บนด้วยการเติมดวงตาให้ตุ๊กตาดารุมะ ทำให้วัดนี้มีตุ๊กตาดารุมะเยอะมากเป็นพันๆ ตัว หลังจากเที่ยววัดนี้เราแนะนำให้นั่งแท็กซี่ต่อไปลงยัง Minoo Waterfall ซึ่งห่างจากวัดเพียง 10 นาที ปกติใครจะมาน้ำตกนี้ต้องเดินเข้ามาประมาณ 2 กิโลเมตร แต่ถ้ามารูทนี้เดินเพียงไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น

 

Location: เนินเขาในเมือง Minoh

Open: จันทร์ – อาทิตย์ เวลา 8.00 – 17.00 น.

Map:  https://g.co/kgs/JZmsfhy 

 


 

Minoo Park

 

Minoo Park

 

ใครว่าโอซาก้ามีแต่เมือง เราแนะนำให้แวะไปยังสวนป่ามิโนะ อยู่ห่างจากตัวเมืองแค่ราว 40 นาที ที่นี่มีเส้นทางเดินป่าร่มรื่นระยะทางประมาณ 2.7 กิโลเมตร เดินง่ายมาก เหมาะกับทุกวัย คนญี่ปุ่นนิยมแวะมาช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ใบเมเปิลสีแดงเหลืองเรียงรายตลอดสองข้างทาง มาแล้ว อย่าลืมลอง ‘มันลิงทอด’ ของขึ้นชื่อที่หากินได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น

The post 4 HOURS LIFE in Osaka ตะลุยกิน เที่ยว ช็อป ในโอซาก้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
Women’s Pavilion World Expo 2025 พลังแห่งความต่อเนื่อง https://thestandard.co/womens-pavilion-world-expo-2025/ Fri, 23 May 2025 02:29:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1077404 สถาปัตยกรรม Women’s Pavilion 2025 ที่โอซาก้า

‘Women’s Pavilion’ เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 […]

The post Women’s Pavilion World Expo 2025 พลังแห่งความต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สถาปัตยกรรม Women’s Pavilion 2025 ที่โอซาก้า

‘Women’s Pavilion’ เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา ภายในงาน World Expo 2025 ที่เมืองโอซาก้า ใต้แนวคิด ‘อยู่ร่วมกัน ออกแบบร่วมกัน เพื่ออนาคต’ การจัดแสดงครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองของหอจัดแสดงผู้หญิงหลังจากเปิดตัวครั้งแรกที่ Dubai Expo 2020 เมื่อนำโครงสร้างอะคริลิกสีขาวกลับมารีไซเคิลใหม่ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงการสืบทอดบทบาทผู้หญิงทั่วโลก แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการร่วมมือและวิวัฒนาการที่ไม่หยุดนิ่งในศตวรรษที่ 21

 

เชื่อมธรรมชาติ สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่น

 

เมื่อก้าวเข้าสู่ Women’s Pavilion ผู้เยี่ยมชมจะได้พบกับสวนสีเขียวแทรกกลางทางเดิน อิงแบบทาวน์เฮาส์เกียวโต ออกแบบโดย Yuko Nagayama หัวหน้าสถาปนิกผู้มุ่งใช้วัสดุรีไซเคิล สื่อถึงการสืบสานพลังหญิงอย่างชาญฉลาด แสงธรรมชาติอบอุ่นราวกับ ‘แม่ธรณี’ดูแลชีวิต สร้างบรรยากาศโปร่งสบาย เชื้อเชิญให้หยุดนิ่งและชื่นชมความงาม

 

อินเตอร์แอ็กทีฟ-เรื่องเล่าผ่าน Es Devlin

ภายในอาคารจัดแสดง นิทรรศการของ Es Devlin ศิลปินหญิงชื่อดัง นำเสนอผ่านกระจกโต้ตอบและระบบเสียงส่วนบุคคล ผู้ชมเพียงบอกชื่อ ก็จะถูกพาเข้าสู่เรื่องราวลึกซึ้งของผู้หญิงแต่ละคน จากแรงบันดาลใจและอุปสรรค สู่ชัยชนะแบบ ‘First-Person Narrative’ ทุกประสบการณ์ถูกถ่ายทอดอย่างละเมียดละไม สร้างความเชื่อมโยงและพลังบวกที่ขับเคลื่อนสู่ความเท่าเทียมทางเพศและการเสริมพลังของผู้หญิง

 

สอดรับเป้าหมาย SDG 5

Women’s Pavilion สะท้อนเจตนารมณ์ของ UN SDG Goal 5 (Gender Equality & Women Empowerment) อย่างชัดเจน การมีส่วนร่วมของนักออกแบบและผู้หญิงจากหลากหลายสาขา ถือเป็น “catalyst” ท้าทายให้สังคมไทยและโลกหันมาเห็นคุณค่าและศักยภาพของผู้หญิงทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ ผู้นำชุมชน หรือศิลปิน ต่างมีบทบาทสร้างแรงสั่นสะเทือนเชิงบวกต่อการเปลี่ยนแปลง

 

พิธีเปิดที่ปลุกพลังใจ 

 

พิธีเปิดใน Expo Hall ออกแบบให้ผู้ชมรับรู้ถึง ‘ความต่อเนื่อง’ ผ่านสุนทรพจน์ของตัวแทนรัฐบาลญี่ปุ่น ตัวแทน Dubai Expo ตัวแทน Cartier และอดีตนายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น ที่เล่าถึงคุณยายทวดผู้ต่อสู้จนทำให้นิวซีแลนด์เป็นประเทศแรกที่ให้สิทธิ “ลงคะแนนเสียงแก่ผู้หญิง” เมื่อวันที่ 18 กันยายน 1893 เปิดประตูสู่สิทธิทางการเมืองของผู้หญิงทั่วโลก

 

ท้ายสุด นักแสดงหญิง ชาย และเยาวชน จำนวนหลายสิบคน ร่วมขับร้องและรำไปกับจังหวะกลองโบราณญี่ปุ่น แสดงพลังแห่งความหลากหลายเมื่อรวมตัวกัน กลายเป็น ‘ภาพแทน’ ของความร่วมมือและศักยภาพอันไร้ขอบเขตของผู้คนทุกเพศ ทุกวัย ที่รวมพลังกันเพื่อมวลมนุษยชาติ

 

พันธมิตรภาครัฐ-เอกชน ขับเคลื่อนความก้าวหน้า

ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่นและ Cartier ในการจัดสร้าง Women’s Pavilion ณ โอซาก้า สะท้อนว่าการขับเคลื่อนคุณค่าของความก้าวหน้าและความเท่าเทียมทางเพศ จำเป็นต้องอาศัยพลังร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อผลักดันสังคมให้เดินหน้าไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

 

Women’s Pavilion เป็นส่วนหนึ่งของงาน World Expo 2025 ณ เมืองโอซาก้า จัดแสดงจนถึงวันที่ 13 ตุลาคม 2025 เปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้าชมตลอด 6 เดือนเต็ม

 

The post Women’s Pavilion World Expo 2025 พลังแห่งความต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
World Expo 2025 ที่โอซาก้า ส่องไฮไลต์พาวิเลียนที่ผู้ชมต้องไม่พลาด https://thestandard.co/world-expo-2025-osaka/ Thu, 15 May 2025 05:20:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1074517

World Expo 2025 จัดขึ้นบนเกาะยูเมะชิมะ เมืองโอซาก้า ประ […]

The post World Expo 2025 ที่โอซาก้า ส่องไฮไลต์พาวิเลียนที่ผู้ชมต้องไม่พลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>

World Expo 2025 จัดขึ้นบนเกาะยูเมะชิมะ เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน ถึง 13 ตุลาคม 2025 ภายใต้ธีม ‘Designing Future Society for Our Lives’ เป็นเวทีระดับโลกที่รวบรวมนวัตกรรม เทคโนโลยี และแนวคิดสร้างสรรค์เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน โดยมีประเทศและองค์กรเข้าร่วมกว่า 160 แห่ง โดยมีพาวิลเลียนเด่นจากนานาประเทศ ได้แก่

 

🇨🇳 จีน: สะท้อนปรัชญาแห่งความกลมกลืน

พาวิลเลียนของจีนออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากม้วนกระดาษไผ่และม้วนพู่กันจีนโบราณ ภายใต้ธีม ‘Building a Community of Life For Man And Nature: Future Society of Green Development’ เน้นการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ

 

🇺🇸 สหรัฐอเมริกา: นวัตกรรมและจินตนาการ

พาวิลเลียนสหรัฐอเมริกาแสดงถึงนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ของอเมริกา ประกอบด้วยอาคารสามเหลี่ยมสองหลังที่มีผนังไม้ และลูกบาศก์ที่แขวนอยู่ตรงกลาง ภายในมีนิทรรศการที่เน้นเทคโนโลยี การสำรวจอวกาศ การศึกษา วัฒนธรรม และผู้ประกอบการ

 

🇩🇪เยอรมนี: เศรษฐกิจหมุนเวียนและความยั่งยืน

พาวิลเลียนเยอรมนีเน้นแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและความยั่งยืน โดยนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดแสดงเกี่ยวกับการรีไซเคิลและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

 

🇫🇷 ฝรั่งเศส: เมื่อธรรมชาติ ผสานเทคโนโลยีเพื่อชีวิต

พาวิลเลียนฝรั่งเศส ภายใต้แนวคิด ‘Time for Resilience’ ผสมผสานศิลปะและเทคโนโลยีในอาคารที่ใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ตัวอาคารจำลองรูปแบบของพืชพรรณที่กำลังเติบโต เพื่อสื่อถึงการงอกงามของความคิดสร้างสรรค์และแนวทางรับมือกับภาวะโลกร้อน ผ่านการจัดแสดงเชิงโต้ตอบที่เชื้อเชิญให้ผู้ชมมีบทบาทร่วม

 

🇸🇦 ซาอุดีอาระเบีย: สู่อนาคตกลางทะเลทราย

ประเทศที่เต็มไปด้วยความล้ำหน้าอย่างรวดเร็ว ซาอุดีอาระเบียเผยภาพวิสัยทัศน์ Saudi Vision 2030 ผ่านพาวิลเลียนขนาดใหญ่ที่ออกแบบในรูปแบบคล้ายภูเขาทะเลทราย มีทั้งการฉายภาพ 3D เสมือนจริง เมืองอัจฉริยะอย่าง NEOM และพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะไฮโดรเจนเขียว กลายเป็นหนึ่งในพาวิลเลียนที่ผู้ชมรอคิวนานที่สุดในแต่ละวัน

 

🇯🇵 ญี่ปุ่น: เจ้าภาพผู้บอกเล่าอดีตสู่อนาคต

พาวิลเลียนญี่ปุ่นในฐานะเจ้าภาพ ไม่ทำให้ผิดหวังกับแนวคิด ‘Harmonious Coexistence’ ที่ผสานเทคโนโลยีสุดล้ำและจิตวิญญาณแบบเซน ภายในมีการจัดแสดง AI, หุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุ และการออกแบบเมืองอัจฉริยะ (Smart City) พร้อมประสบการณ์แบบอินเตอร์แอ็กทีฟให้ผู้เข้าชมได้ ‘ออกแบบอนาคตของตัวเอง’ ร่วมกับเทคโนโลยี

 

🇹🇭 ไทย: ‘ภูมิพิมาน’ พื้นที่แห่งภูมิปัญญาและพลังบวก

พาวิลเลียนไทย ภายใต้ชื่อ ‘ภูมิพิมาน’ ใช้แนวคิด ‘พลังแห่งความสุข สู่อนาคตที่ยั่งยืน’ ตัวอาคารออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากลายไทยและสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ผสานความเป็นไทยกับเทคโนโลยี โดยนำเสนอหัวข้อสำคัญอย่าง การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ, การเกษตรอัจฉริยะ, และ Soft Power ผ่านเทคโนโลยีมัลติมีเดียและการแสดงศิลปวัฒนธรรมสด

 

Grand Ring: สัญลักษณ์แห่งความสามัคคี

โครงสร้างไม้ขนาดใหญ่ที่ออกแบบโดยสถาปนิก Sou Fujimoto มีความยาวรอบวง 2 กิโลเมตร และสูง 20 เมตร ได้รับการบันทึกใน Guinness World Records ว่าเป็นโครงสร้างไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในมี Skywalk ให้ผู้เข้าชมเดินชมวิว 360 องศา รอบพื้นที่จัดงาน

 

Forest of Tranquility: ป่ากลางเมือง

พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางงาน Expo 2025 เป็นสถานที่ให้ผู้เข้าชมได้พักผ่อนและสัมผัสกับธรรมชาติท่ามกลางความวุ่นวายของเมือง

 

ข้อมูลเพิ่มเติม:

ระยะเวลาจัดงาน: 13 เมษายน – 13 ตุลาคม 2025

สถานที่: เกาะยูเมะชิมะ เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น

เว็บไซต์ทางการ: expo2025.or.jp/en

 

The post World Expo 2025 ที่โอซาก้า ส่องไฮไลต์พาวิเลียนที่ผู้ชมต้องไม่พลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Under the Midnight Rainbow’ การแสดงน้ำพุสุดอลังการแห่ง World Expo 2025 Osaka https://thestandard.co/under-the-midnight-rainbow-world-expo-2025-osaka/ Wed, 14 May 2025 13:46:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1074382 World Expo 2025 Osaka

งาน World Expo 2025 ที่จัดขึ้นบนเกาะยูเมะชิมะ เมืองโอซา […]

The post ‘Under the Midnight Rainbow’ การแสดงน้ำพุสุดอลังการแห่ง World Expo 2025 Osaka appeared first on THE STANDARD.

]]>
World Expo 2025 Osaka

งาน World Expo 2025 ที่จัดขึ้นบนเกาะยูเมะชิมะ เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น เปิดม่านต้อนรับผู้เข้าชมจากทั่วโลกด้วยการแสดงน้ำพุสุดตระการตา ‘Under the Midnight Rainbow’ ซึ่งถือเป็นไฮไลต์สำคัญของงานในปีนี้ การแสดงดังกล่าวจัดขึ้นที่ Water Plaza พื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 8,800 ตารางเมตร โดยมีน้ำพุกว่า 300 หัวที่เต้นรำประสานกับแสง สี เสียง และเลเซอร์ สร้างประสบการณ์เหนือจินตนาการให้กับผู้ชมทุกค่ำคืน 

 

‘Under the Midnight Rainbow’ เป็นการแสดงที่ถ่ายทอดเรื่องราวของเด็กหญิงนามว่า ‘อาโอะ’ ที่ได้พบกับสิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์ในค่ำคืนที่สายรุ้งปรากฏบนท้องฟ้ายามค่ำคืน การแสดงนี้ได้รับการกำกับโดย นาโอกิ ทานากะ ผู้กำกับจากพิธีเปิดพาราลิมปิกโตเกียว 2020 และมี โยโกะ คันโนะ นักประพันธ์ชื่อดังเป็นผู้แต่งเพลงประกอบ

 

นอกจากการแสดงหลักแล้ว ยังมีการแสดงในช่วงกลางวัน ได้แก่ ‘A Symphony of Air and Water’ ซึ่งเป็นการแสดงน้ำพุที่เคลื่อนไหวตามจังหวะดนตรีเปียโนเบาๆ และ ‘A Synchronization of Air and Water’ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมมีส่วนร่วมในการควบคุมน้ำพุผ่านการเคลื่อนไหวของร่างกาย 

 

สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ที่ผสมผสานเทคโนโลยีและศิลปะอย่างลงตัว การแสดงน้ำพุเหล่านี้ถือเป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดในงาน World Expo 2025 Osaka ซึ่งจะจัดขึ้นจนถึงวันที่ 13 ตุลาคม 2025

 

The post ‘Under the Midnight Rainbow’ การแสดงน้ำพุสุดอลังการแห่ง World Expo 2025 Osaka appeared first on THE STANDARD.

]]>
#WorldExpo2025 โอซาก้าเนรมิต ‘เกาะขยะ’ สู่อนาคตสีเขียว รีไซเคิล-แยกขยะตลอดงาน https://thestandard.co/world-expo-2025-osaka-green-island/ Wed, 14 May 2025 05:41:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1074127 world-expo-2025-osaka-green-island

World Expo 2025 ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ไม่ได้เป็นเพีย […]

The post #WorldExpo2025 โอซาก้าเนรมิต ‘เกาะขยะ’ สู่อนาคตสีเขียว รีไซเคิล-แยกขยะตลอดงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
world-expo-2025-osaka-green-island

World Expo 2025 ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงนวัตกรรมระดับโลก แต่ยังเป็นภาพสะท้อนถึงการเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นโอกาส โดยใช้ ‘เกาะยูเมะชิมะ’ ที่สร้างขึ้นจากขยะถมทะเลเป็นเวทีหลัก พร้อมโชว์ระบบแยกขยะและจัดการของเสียในระดับสูงสุดตลอดงาน

 

เมื่อพูดถึงงาน World Expo หลายคนอาจนึกถึงพาวิลเลียนสุดล้ำจากนานาชาติ แต่ปี 2025 ที่โอซาก้ากลับโดดเด่นด้วยแนวคิด ‘Designing Future Society for Our Lives’ ที่ตีความออกมาเป็นการลงมือจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในแง่ของ การแยกขยะ การรีไซเคิล และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ไฮไลต์หนึ่งของงานคือ ระบบจัดการขยะอัจฉริยะ ที่นำเทคโนโลยี AI และ IoT มาใช้ในการคัดแยกวัสดุทันทีที่ผู้เข้าร่วมงานทิ้งขยะลงถัง แยกตั้งแต่พลาสติก โลหะ อินทรีย์ จนถึงขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้สามารถนำกลับไปรีไซเคิลหรือกำจัดได้อย่างถูกวิธี

 

พื้นที่จัดงานกว่า 155 เฮกตาร์ตั้งอยู่บน ‘เกาะยูเมะชิมะ’ เกาะเทียมที่สร้างขึ้นจากการถมขยะในอดีต ถูกเปลี่ยนโฉมให้เป็นสัญลักษณ์แห่งการเปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสีเขียว พื้นที่บางส่วนของเกาะยังคงมีการติดตั้งนิทรรศการถาวรเพื่อแสดงให้เห็นถึงกระบวนการสร้างเกาะจากขยะ และวิธีที่ญี่ปุ่นใช้เพื่อควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 

แม้จะมีข้อกังวลจากบางฝ่ายเกี่ยวกับความปลอดภัยของการใช้เกาะขยะในการจัดงานขนาดใหญ่เช่นนี้ แต่ทีมผู้จัดยืนยันว่ามีมาตรการควบคุมสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด และยังถือเป็นโอกาสในการสื่อสารเรื่อง เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ให้ประชาชนทั่วโลกได้เห็นของจริง

 

นอกจากนี้ ยังมีแผนจะลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้นจากผู้เข้าร่วมงานกว่า 28 ล้านคนตลอดช่วง 6 เดือน ด้วยแนวทาง ‘Zero Waste’ ที่รวมถึงการให้ผู้ขายอาหารในงานใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลายได้ รวมถึงการตั้งศูนย์เรียนรู้เรื่องการแยกขยะในพื้นที่ต่างๆ

 

World Expo 2025 ที่ยูเมะชิมะ จึงไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงเทคโนโลยี แต่คือลมหายใจใหม่ของโลกสีเขียวที่เริ่มจาก ‘ขยะ’ จนกลายเป็นความหวังใหม่ของอนาคต

 

เกาะขยะ เกาะขยะ เกาะขยะ เกาะขยะ เกาะขยะ เกาะขยะ เกาะขยะ

The post #WorldExpo2025 โอซาก้าเนรมิต ‘เกาะขยะ’ สู่อนาคตสีเขียว รีไซเคิล-แยกขยะตลอดงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อลังการระดับโลก ‘Grand Ring’ โครงสร้างไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่งาน #WorldExpo2025 https://thestandard.co/grand-ring-world-expo-2025-osaka/ Wed, 14 May 2025 04:57:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1074074 grand-ring-world-expo-2025-osaka

เมื่อโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากความขัดแย้งและการเปลี่ยน […]

The post อลังการระดับโลก ‘Grand Ring’ โครงสร้างไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่งาน #WorldExpo2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
grand-ring-world-expo-2025-osaka

เมื่อโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากความขัดแย้งและการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ งาน World Expo 2025 ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น กลับเสนอภาพอนาคตที่เต็มไปด้วยความหวังผ่าน ‘Grand Ring’ โครงสร้างไม้ทรงวงแหวนขนาดยักษ์ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความหลากหลาย

 

วงแหวนไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

Grand Ring เป็นผลงานการออกแบบของสถาปนิกชื่อดัง Sou Fujimoto โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก 675 เมตร ความสูงสูงสุด 20 เมตร และพื้นที่รวมกว่า 61,000 ตารางเมตร โครงสร้างนี้ได้รับการรับรองจาก Guinness World Records ว่าเป็นโครงสร้างไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก 

 

โครงสร้างนี้ใช้ไม้กว่า 27,000 ลูกบาศก์เมตร โดยประมาณ 70% มาจากไม้ท้องถิ่นของญี่ปุ่น เช่น ไม้สนซีดาร์และไซเปรส ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการใช้วัสดุที่ยั่งยืนและสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น 

 

สะพานเชื่อมโลกและอนาคต

 

นอกจากความยิ่งใหญ่ทางกายภาพ Grand Ring ยังเป็นสัญลักษณ์ของแนวคิด ‘Unity in Diversity’ หรือเอกภาพท่ามกลางความหลากหลาย ซึ่งเป็นหัวใจของงาน Expo 2025 โครงสร้างนี้ล้อมรอบพื้นที่จัดแสดงหลักบนเกาะ Yumeshima และเชื่อมโยงพาวิลเลียนจากกว่า 160 ประเทศเข้าด้วยกัน 

 

บนหลังคาของ Grand Ring มีทางเดิน ‘Skywalk’ ความยาว 2,025 เมตร หรือกว่า 2 กิโลเมตร ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมสามารถเดินชมทัศนียภาพของงานจากมุมสูง และสัมผัสประสบการณ์ที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติและเทคโนโลยี 

 

มรดกทางสถาปัตยกรรมและความยั่งยืน

 

แม้ว่า Grand Ring จะถูกออกแบบให้เป็นโครงสร้างชั่วคราวสำหรับงาน Expo 2025 แต่มีการเสนอให้รักษาส่วนหนึ่งของโครงสร้างนี้ไว้เป็นมรดกทางสถาปัตยกรรม ผู้ว่าการจังหวัดโอซาก้าได้เสนอให้เก็บรักษาส่วนทางใต้ของวงแหวนความยาว 600 เมตร เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือและความยั่งยืนในอนาคต 

 

Grand Ring ไม่เพียงเป็นโครงสร้างที่ยิ่งใหญ่ทางวิศวกรรม แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความหวังและความร่วมมือของมนุษยชาติ ในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและเป็นหนึ่งเดียวในโลกที่เต็มไปด้วยความท้าทาย 

 

โครงสร้างนี้เตือนใจเราว่าความหลากหลายสามารถรวมกันเป็นหนึ่งเดียวได้ หากเรามีวิสัยทัศน์และความตั้งใจร่วมกัน

 

อลังการระดับโลก ‘Grand Ring’ อลังการระดับโลก ‘Grand Ring’ อลังการระดับโลก ‘Grand Ring’ อลังการระดับโลก ‘Grand Ring’ อลังการระดับโลก ‘Grand Ring’ อลังการระดับโลก ‘Grand Ring’ อลังการระดับโลก ‘Grand Ring’ อลังการระดับโลก ‘Grand Ring’ อลังการระดับโลก ‘Grand Ring’ อลังการระดับโลก ‘Grand Ring’ อลังการระดับโลก ‘Grand Ring’ อลังการระดับโลก ‘Grand Ring’

The post อลังการระดับโลก ‘Grand Ring’ โครงสร้างไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่งาน #WorldExpo2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘MYAKU-MYAKU’ ปรากฏการณ์มาสคอตสุดแหวกของญี่ปุ่น สู่ของที่ระลึกสุดฮิตในงาน World Expo 2025 Osaka https://thestandard.co/myaku-myaku-world-expo-2025-osaka/ Tue, 13 May 2025 00:10:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1073486 myaku-myaku-world-expo-2025-osaka

เมื่อญี่ปุ่นจัด World Expo ทั้งที มาสคอตต้องไม่ธรรมดา แ […]

The post ‘MYAKU-MYAKU’ ปรากฏการณ์มาสคอตสุดแหวกของญี่ปุ่น สู่ของที่ระลึกสุดฮิตในงาน World Expo 2025 Osaka appeared first on THE STANDARD.

]]>
myaku-myaku-world-expo-2025-osaka

เมื่อญี่ปุ่นจัด World Expo ทั้งที มาสคอตต้องไม่ธรรมดา และ MYAKU-MYAKU ก็ทำเกินกว่านั้น THE STANDARD บุกมาเยือนงานนี้ พร้อมเก็บภาพมาฝาก

 

ด้วยรูปร่างสีฟ้าคล้ายมนุษย์ ผสานกับหัวสีแดงทรงวงแหวนที่เต็มไปด้วยดวงตา MYAKU-MYAKU กลายเป็นไวรัลทันทีที่เปิดตัว มาสคอตที่ดูหลุดจากโลกไซไฟนี้เป็นผลงานของดีไซเนอร์ โคเฮ ยามาชิตะ ผู้ชนะจากผลงานที่ส่งเข้าประกวดกว่า 1,800 ชิ้น

 

ชื่อ MYAKU-MYAKU มาจากเสียงของชีพจร สื่อถึงชีวิต การไหลเวียน และการเชื่อมต่อ ซึ่งเป็นธีมหลักของงาน Expo ครั้งนี้ ตัวละครยังถูกออกแบบให้เปลี่ยนรูปร่างได้ มีบุคลิกเป็นมิตร สนุกสนาน และเต็มไปด้วยจินตนาการ

 

ความนิยมพุ่งทะยานจนสินค้าที่ระลึกของ MYAKU-MYAKU ขายเกลี้ยงทุกล็อต ทั้งตุ๊กตา พวงกุญแจ สติกเกอร์ และสินค้าคอลแลบ กลายเป็นของหายากในเวลาไม่กี่วัน หลังเปิดตัว

 

ความต้องการพุ่งสูงจนเกิดปรากฏการณ์รีเซล สินค้าหลายชิ้นถูกโก่งราคาขายต่อในตลาดออนไลน์ บางรุ่นมีราคาทะลุหลายเท่าตัว ล่าสุดยังมีการเปิด Pop-up Store ที่สถานี JR Osaka เพื่อรองรับความนิยมที่ยังไม่มีทีท่าจะลดลง

 

จากมาสคอตเฉพาะกิจ สู่สัญลักษณ์ใหม่ของวัฒนธรรมป๊อปญี่ปุ่น MYAKU-MYAKU พิสูจน์แล้วว่า ญี่ปุ่นทำถึงจริงๆ

 

MYAKU-MYAKU MYAKU-MYAKU MYAKU-MYAKU MYAKU-MYAKU MYAKU-MYAKU MYAKU-MYAKU MYAKU-MYAKU MYAKU-MYAKU MYAKU-MYAKU MYAKU-MYAKU MYAKU-MYAKU MYAKU-MYAKU MYAKU-MYAKU MYAKU-MYAKU MYAKU-MYAKU MYAKU-MYAKU

The post ‘MYAKU-MYAKU’ ปรากฏการณ์มาสคอตสุดแหวกของญี่ปุ่น สู่ของที่ระลึกสุดฮิตในงาน World Expo 2025 Osaka appeared first on THE STANDARD.

]]>
13 Pavilions น่าสนใจใน Expo 2025 Osaka, Kansai https://thestandard.co/life/expo-2025-osaka-pavilions/ Thu, 10 Apr 2025 14:13:24 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1063166 expo-2025-osaka-pavilions

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วกับงาน World Expo ครั้งที่ 37 ของโลก […]

The post 13 Pavilions น่าสนใจใน Expo 2025 Osaka, Kansai appeared first on THE STANDARD.

]]>
expo-2025-osaka-pavilions

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วกับงาน World Expo ครั้งที่ 37 ของโลก ‘Expo 2025 Osaka, Kansai Japan’ ที่ได้เจ้าภาพจัดงานเป็นจังหวัดโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น และพื้นที่แถบคันไซ มาในธีม ‘Designing Future Society for Our Lives’ หรือ ‘การออกแบบสังคมในอนาคต เพื่อชีวิตที่ดีร่วมกัน’ พร้อมกับธีมย่อยอีก 3 หัวข้อ ได้แก่ Saving Lives (การปกป้องชีวิต), Empowering Lives (การส่งเสริมศักยภาพของชีวิต) และ Connecting Lives (การเชื่อมโยงชีวิต) โดยทั้งหมดถูกนำเสนอผ่านคอนเซปต์ ‘People’s Living Lab’ มุ่งเน้นการนำเสนอภาพสังคมอนาคตผ่านการลงมือปฏิบัติจริง

 

ทว่าก่อนงาน Expo 2025 Osaka, Kansai Japan จะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เราอยากพาคุณไปวอร์มอัพ สำรวจ Pavilion หรือศาลาจัดแสดงนิทรรศการจากประเทศต่างๆ ว่าแต่ละชาติสวยงามและน่าสนใจขนาดไหน โดย Pavilion ต่างๆ จะตั้งอยู่ภายใน Grand Ring โครงสร้างไม้ขนาดใหญ่ที่ออกแบบโดย Sou Fujimoto ซึ่งได้โครงสร้างไม้แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นมาเป็นแบบอย่าง

Expo 2025 Osaka, Kansai จะจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 13 เมษายน – 13 ตุลาคม 2025 ณ เกาะ Yumeshima ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดการซื้อบัตรประเภทต่างๆ ได้ที่ www.expo2025.or.jp/en

 


 

Japan Pavilion

 

Japan Pavilion

© Ministry of Economy, Trade and Industry

 

เปิดตัวด้วยพาวิลเลียนแรกจากประเทศเจ้าภาพ ญี่ปุ่น ที่ได้บริษัท Nikken Sekkei จากโตเกียว เป็นผู้นำในการออกแบบสถาปัตยกรรม และได้ Oki Sato สถาปนิกจากสตูดิโอ nendo มารับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการฝ่ายผลิต (General Producer) นำเสนอภายใต้แนวคิด ‘Between Lives’ โดยมีเนื้อหาเอกเป็นการผลิตพลังงานก๊าซชีวภาพโดยใช้ขยะอาหารจากงาน Expo และเทคโนโลยีรีไซเคิลคาร์บอนล้ำสมัยของญี่ปุ่น เพื่อสร้างวงจรแบบวนซ้ำ และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เยี่ยมชมรับเอาพฤติกรรมที่ยั่งยืนเพื่อสังคมที่ยั่งยืน

 

Japan Pavilion จะเป็นศาลาทรงวงกลมอันสง่างาม สร้างสรรค์จากแผ่นไม้ระแนงที่สามารถหมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่ ทีมงานผู้ออกแบบได้กล่าวถึงแนวคิดเบื้องหลังว่า ศาลานี้เป็นสัญลักษณ์แห่ง ‘วัฏจักรแห่งชีวิต’ และเป็นการสำรวจ ‘สุนทรียภาพแห่งการไหลเวียน’ อันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น

 

https://2025-japan-pavilion.go.jp/en

 


 

Hungary Pavilion

 

Hungary Pavilion

 

ศาลาฮังการีสร้างสะพานเชื่อมโยงอดีตและอนาคตผ่านรากฐานแห่งขนบธรรมเนียม แนวคิดหลักของนิทรรศการในศาลาจึงเป็นการนำเสนอแก่นแท้ของวัฒนธรรม นั่นคือ ‘ดนตรีพื้นบ้าน’ โดย Hungary Pavilion จะมีภูมิทัศน์คล้ายคลึงกับทุ่งหญ้าฮังการี โครงสร้างป่าไม้อันเป็นเอกลักษณ์ ส่วนโดมไม้ทำหน้าที่เป็นที่ตั้งของโรงละคร มอบประสบการณ์หลายประสาทสัมผัสให้กับผู้เข้าชม

 

นอกเหนือจากนิทรรศการ ตัวศาลายังทำหน้าที่เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนทางธุรกิจและวัฒนธรรม โดยชั้นสองจะใช้สำหรับการประชุมและสร้างเครือข่าย รวมถึง Bistro, Wine Bar และร้านขายของที่ระลึก

 

https://expo2025.hu/en

 


 

Bahrain Pavilion

 

Bahrain Pavilion

©Lina Ghotmeh – Architecture

 

ท้องทะเลมิได้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์อันสวยงามของหมู่เกาะบาห์เรน แต่ยังเป็นสายใยถักทอให้บาห์เรนก้าวข้ามจากท่าเรือการค้าสู่ศูนย์กลางทางการเงินและการท่องเที่ยวที่โดดเด่นแห่งอ่าวอาหรับ Bahrain Pavilion จึงนำเสนอเรื่องราวของบาห์เรนผ่านนิทรรศการ ‘Al Bahrain’ ซึ่งหมายถึง ทะเลสองแห่งของบาห์เรน ผืนน้ำเค็มที่โอบล้อมเกาะน้อยใหญ่ และสายน้ำจืดที่ไหลรินอยู่ใต้ผืนน้ำตื้น

 

ศาลาบาห์เรนถูกออกแบบโดย Lina Ghotmeh สถาปนิกชาวเลบานอน นำเสนอโครงสร้างไม้แบบแตกแขนงที่ตกแต่งด้วยอะลูมิเนียม จำลองมาจากเรือดาว (dhow) แบบดั้งเดิมของบาห์เรน ซึ่งเป็นเรือที่ใช้ในการค้าสินค้าหนักตามแนวชายฝั่งของอาระเบียตะวันออกและแอฟริกาตะวันออก โดยอาคารจะตั้งหันหน้าไปทางทะเลเพื่อเฉลิมฉลองและสดุดีแก่วิถีริมทะเลของชาวบาห์เรน

 


 

Czechia Pavilion

 

Czechia Pavilion

 

พาวิเลียนของสาธารณรัฐเช็ก มาในธีม ‘Talent and Creativity for Life’ หรือ ‘พรสวรรค์และความคิดสร้างสรรค์เพื่อชีวิต’ ได้รับการออกแบบโดย Apropos Architects โดยผสานเทคนิคการสร้างยุคใหม่และดั้งเดิม รูปทรงที่บิดเป็นเกลียวสร้างขึ้นจากไม้ และห่อหุ้มด้วยผนังกระจก สื่อถึงประวัติศาสตร์การทำแก้วของประเทศ

 

ตัวนิทรรศการจะมาในรูปแบบของ Interactive นำเสนอสาธารณรัฐเช็กในฐานะประเทศแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่มีอิทธิพลต่อระดับโลก โครงสร้างคดเคี้ยวจะพาผู้ชมเดินชมนิทรรศการจากพื้นดินสู่ชั้นบนสุด เพื่อกระตุ้นให้ผู้เข้าชมเคลื่อนไหวและเน้นย้ำถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย

 

https://expo2025czechia.com/en

 


 

Kuwait Pavilion

 

Kuwait Pavilion

 

หลังคาโค้งยาวคล้ายปีกนก ทำหน้าที่เป็นทางเข้า ‘Visionary Lighthouse’ ได้น่าจะประทับใจ พาวิลเลียนของประเทศคูเวต ที่ออกแบบโดย LAVA (Laboratory for Visionary Architecture) สื่อถึง ‘ประเทศที่มีชื่อเสียงด้าน hospitality’ ภายในศาลา ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสประสบการณ์นิทรรศการแบบอิมเมอร์ซีฟที่กล่าวถึงเรื่องราวของคูเวตตั้งแต่อดีตไปจนถึงอนาคต เฉลิมฉลองจิตวิญญาณของผู้คน เทิดทูนผู้มีวิสัยทัศน์ และจุดประกายแรงบันดาลใจให้กับอนาคต

 

www.kuwaitexpo2025.com/en

 


 

Switzerland Pavilion

 

Switzerland Pavilion

 

แกนหลักของพาวิลเลียนสวิตเซอร์แลนด์ คือ ‘ชีวิต’ ‘โลก’ และ ‘Augmented Human’ (หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์) Manuel Herz Architekten บริษัทสถาปนิกจึงออกแบบอาคารภายใต้แนวคิด ‘a building that is embedded in nature’ หรือ ‘อาคารที่ผสานรวมกับธรรมชาติ โดยมีเป้าหมายแสดงให้เห็นว่าโลกธรรมชาติและโลกที่มนุษย์สร้างขึ้นสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างไร

 

ศาลาแห่งนี้จะประกอบด้วยโครงสร้างทรงกลมน้ำหนักเบาที่ล้อมรอบด้วยพืชพรรณและหุ้มด้วยพลาสติกคล้ายแผ่นฟอยล์ วัสดุหุ้มนี้จะถูกนำไปใช้ใหม่เป็นเฟอร์นิเจอร์หลังจบงาน ในขณะที่โครงสร้างเหล็กแบบแยกส่วนก็จะถูกนำกลับมาใช้ใหม่เช่นกัน

พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการจะอยู่บริเวณชั้นล่างทั้งหมด ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีทางสัญจรในแนวดิ่ง และช่วยให้สตูดิโอสามารถบรรลุเป้าหมายในการสร้าง The Smallest Ecological Footprint ซึ่งเป็นร่องรอยทางนิเวศน์ที่เล็กที่สุดเมื่อเทียบกับศาลาสวิสครั้งก่อนๆ

 

https://vitality.swiss/en

 


 

Netherlands Pavilion

 

Netherlands Pavilion

 

‘ผืนแผ่นดินเดียวกัน’ คือแนวคิดหลักของประเทศเนเธอร์แลนด์ในงาน Expo 2025 ศาลาเนเธอร์แลนด์จึงมุ่งหวังเป็นพื้นที่เปิดกว้างให้ผู้คนได้พบปะ เรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่กัน เป็นสถานที่ที่เราสามารถรวมพลังเพื่อสร้างสังคมที่แข็งแรงและมีความสุข ส่งมอบเมสเสจแห่งความหวังสู่อนาคตที่ยั่งยืน การออกแบบศาลาเนเธอร์แลนด์จึงนำเสนอ ‘ดวงอาทิตย์ที่สร้างโดยมนุษย์’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของรุ่งอรุณใหม่ – อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือและพลังงานสะอาด ไร้ขีดจำกัด และเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ซึ่งทั้งหมดดูแลและรับผิดชอบงานโดยสตูดิโอสถาปัตยกรรมดัตช์ RAU Architects

 


 

Saudi Arabia Pavilion

 

Saudi Arabia Pavilion

 

ศาลาซาอุดีอาระเบีย ออกแบบโดย Foster + Partners ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมของหมู่บ้านดั้งเดิมในราชอาณาจักร ด้านในแบ่งเป็นกลุ่มอาคารทรงเหลี่ยมหลายหลัง มีลานด้านหน้าปลูกต้นไม้ เสริมด้วยการติดตั้งระบบภาพและเสียงที่พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือกับสตูดิโอออกแบบ 59 Productions และ Squint/Opera

 

ผู้เข้าชมจะได้เพลิดเพลินไปกับการเดินทางสำรวจซาอุดีอาระเบียทีละเล็กทีละน้อยตั้งแต่รากฐานวัฒนธรรมอันแข็งแกร่งไปจนถึงแผนการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

 

https://ksaexpo2025.sa

 


 

Thailand Pavilion

 

Thailand Pavilion

 

‘ภูมิพิมาน ดินแดนแห่งภูมิคุ้มกัน’ คือชื่อธีมของศาลาไทยในงาน Expo 2025 นำเสนอภาพของประเทศไทยในฐานะดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ ที่หล่อเลี้ยงผู้คนให้มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง พร้อมเชื่อมต่อชาวโลกด้วยภูมิปัญญา วิถีชีวิต และทรัพยากรที่ยั่งยืน

 

ออกแบบโดย A49 ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด ‘รอยยิ้ม’ ตัวศาลาออกแบบให้กลมกลืนทั้งสุนทรียะและอัตลักษณ์ไทย โดยนำองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมไทยโบราณ เช่น จอมแห หลังคาแบบไทย ลายจักสาน และการย่อมุมไม้ มาใช้สื่อสาร

นิทรรศการภายในจะสะท้อนความสามารถของไทยในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ที่พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโลกอย่างยั่งยืน ผ่านพลังแห่ง ‘ภูมิ’ ที่เป็นมากกว่าความหมายของแผ่นดิน แต่คือภูมิปัญญาและความแข็งแรงที่เราแบ่งปันได้

 

https://thailandpavilionworldexpo2025.com

 


 

Italy Pavilion

 

Italy Pavilion

 

นำเสนอแนวคิด ‘ศิลปะฟื้นชีวิต’ (Art regenerates Life) ผ่านงานออกแบบร่วมสมัยโดย Mario Cucinella Architects ตีความ ‘นครในอุดมคติ’ ในมุมมองใหม่ พื้นที่ของศาลาแบ่งออกเป็นสามส่วน ได้แก่ โรงละคร, เมืองในอุดมคติ และสวนอิตาลี

 

โดยแต่ละศาลา นำเสนอศิลปะในความหมายกว้าง ตั้งแต่งานหัตถศิลป์ แฟชั่น ดีไซน์ ไปจนถึงวิศวกรรม นวัตกรรม และงานวิจัย เพื่อแสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีล้ำสมัยสามารถอยู่ร่วมกับรากฐานของวัฒนธรรมได้อย่างกลมกลืน

 

www.italyexpo2025osaka.it

 


 

Germany Pavilion

 

Germany Pavilion

 

แนวคิดหลักของศาลาเยอรมนีคือ ‘เศรษฐกิจหมุนเวียน’ และใช้ชื่อว่า ‘Wa! Germany’ คำว่า ‘Wa’ ในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายสามประการ คือ วงกลม, ความสามัคคี และว้าว

 

ศาลาเยอรมนี ถูกออกแบบให้เป็นนิทรรศการมีชีวิต ว่าด้วยการก่อสร้างอย่างยั่งยืนและหมุนเวียน โดยผสาน สถาปัตยกรรม ภูมิทัศน์ และการจัดแสดง เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน พร้อมนำเสนอแนวทางสู่ อนาคตแบบหมุนเวียน ผ่านประสบการณ์ที่แปลกใหม่และไม่เหมือนใครสำหรับผู้เข้าชม

 


 

Singapore Pavilion

 

Singapore Pavilion

 

ศาลาสิงคโปร์มีชื่อว่า The Dream Sphere จะมีลักษณะเป็นทรงกลมสีแดงคล้ายเกล็ด ซึ่งออกแบบโดยสตูดิโอสถาปนิกสิงคโปร์ DP Architects

 

ภายในทรงกลมที่ไม่มีหน้าต่างนี้ จะมีการจัดแสดงสื่อผสมหลากหลายรูปแบบโดยศิลปินชาวสิงคโปร์ โดยเน้นเรื่องอาหาร วัฒนธรรม และศิลปะ เพื่อสื่อถึงจิตวิญญาณของประเทศและส่งเสริมการท่องเที่ยว

 

https://expo2025singapore.sg

 


 

France Pavilion

 

France Pavilion

 

ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นตำนานด้ายแดงกล่าวถึงการผูกพันสองชีวิตด้วยด้ายวิเศษที่มองไม่เห็นและแข็งแกร่ง เชื่อมโยงอยู่ที่นิ้วก้อยของแต่ละคน แนวคิดหลักของศาลาฝรั่งเศสคือบทเพลงแห่งความรัก และก็มาพร้อม ‘ด้ายแดง’ ของตนเอง

 

ฝรั่งเศสต้องการนำเสนอมุมมองใหม่ต่ออนาคต อนาคตที่นำทางด้วยความรักในหลากหลายรูปแบบ เช่น รักตนเอง, รักผู้อื่น และรักธรรมชาติ ตั้งแต่ทางเข้าม่านด้ายแดงหน้าที่ค่อยๆ เปิดเผยบรรยากาศด้านในคล้ายกับม่านบนเวทีแสดงละครที่กำลังเปิดรับผู้ชม ขณะเดียวกันด้านข้างเปรียบเสมือนม่านละครที่จะยังคงปิดสนิท และจะมีสวนที่ค่อยๆ เผยตัวออกมาในช่วงท้ายของการเยี่ยมชมจากนิทรรศการ

 

www.franceosaka2025.fr

 

 

ภาพ: Courtesy of Brand

The post 13 Pavilions น่าสนใจใน Expo 2025 Osaka, Kansai appeared first on THE STANDARD.

]]>
นับถอยหลัง Expo 2025 Osaka, Kansai มหกรรมรวมพลังมนุษยชาติที่จัดขึ้นทุก 5 ปี https://thestandard.co/life/expo2025-osaka-countdown/ Wed, 02 Apr 2025 12:50:57 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1059901 expo2025-osaka-countdown

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว กับ Expo 2025 Osaka, Kansai มหกรรมท […]

The post นับถอยหลัง Expo 2025 Osaka, Kansai มหกรรมรวมพลังมนุษยชาติที่จัดขึ้นทุก 5 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
expo2025-osaka-countdown

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว กับ Expo 2025 Osaka, Kansai มหกรรมทางวัฒนธรรมและนวัตกรรมระดับโลกที่เปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกมาโชว์วิสัยทัศน์ โชว์ความก้าวหน้ารวมถึงระดมเทคโนโลยีจากทั่วโลกมาช่วยกันแก้ไขปัญหาสำคัญที่มนุษยชาติเผชิญอยู่ในระดับโลก ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 13 เมษายน – 13 ตุลาคม 2025 บนเกาะ Yumeshima เกาะเทียมในโอซาก้าที่ถูกสร้างขึ้นใหม่

 

 

 

Expo 2025 ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 37 นับตั้งแต่การจัดงานครั้งแรกคือ The Great Exhibition ในลอนดอน ปี 1851 โดยมีธีมหลักเป็น ‘Designing Future Society for Our Lives’ หรือ ‘การออกแบบสังคมในอนาคต เพื่อชีวิตที่ดีร่วมกัน’ พร้อมกับธีมย่อยอีก 3 หัวข้อ ได้แก่ Saving Lives (การปกป้องชีวิต), Empowering Lives (การส่งเสริมศักยภาพของชีวิต) และ Connecting Lives (การเชื่อมโยงชีวิต) โดยทั้งหมดถูกนำเสนอผ่านคอนเซปต์ ‘People’s Living Lab’ มุ่งเน้นการนำเสนอภาพสังคมอนาคตผ่านการลงมือปฏิบัติจริง 

 

สำหรับกิจกรรมภายในงานมีหลายรูปแบบตั้งแต่ Pavilions หรือศาลาที่องค์กรระหว่างประเทศและประเทศต่างๆ จะนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมของตน, Thematic Projects โครงการภายใต้ 8 ธีมหลัก เช่น ‘Quest of Life’ และ ‘Totality of Life’ ซึ่งนำโดยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา, Team Expo 2025 โครงการที่เปิดโอกาสให้ผู้คนจากหลากหลายภาคส่วน มาร่วมกันสร้างสรรค์สังคมแห่งอนาคตที่ยั่งยืน และสุดท้าย Theme Weeks สัปดาห์พิเศษที่จัดขึ้นเพื่อเน้นประเด็นสำคัญระดับโลก 8 หัวข้อ กระตุ้นการพูดคุยและหาทางแก้ไขร่วมกัน

 

Expo 2025 Osaka, Kansai  จะจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 13 เมษายน – 13 ตุลาคม 2025 ณ เกาะ Yumeshima ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดการซื้อบัตรประเภทต่างๆ ได้ที่ www.expo2025.or.jp/en

 

ภาพ: Osaka Expo 2025

The post นับถอยหลัง Expo 2025 Osaka, Kansai มหกรรมรวมพลังมนุษยชาติที่จัดขึ้นทุก 5 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kith ขยายอาณาจักร เปิดแฟลกชิปสโตร์ใหม่ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น https://thestandard.co/kith-osaka-flagship-store-japan-exclusive-collection/ Sun, 23 Mar 2025 03:09:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1055208 ภายในแฟลกชิปสโตร์ Kith โอซาก้า ตกแต่งด้วยหินทราเวอร์ทีน พื้นหินอ่อน และไม้ Rosewood พร้อมคอลเล็กชันเอ็กซ์คลูซีฟ

Kith แบรนด์แฟชั่นและมัลติแบรนด์สโตร์ชื่อดังสัญชาติอเมริ […]

The post Kith ขยายอาณาจักร เปิดแฟลกชิปสโตร์ใหม่ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภายในแฟลกชิปสโตร์ Kith โอซาก้า ตกแต่งด้วยหินทราเวอร์ทีน พื้นหินอ่อน และไม้ Rosewood พร้อมคอลเล็กชันเอ็กซ์คลูซีฟ

Kith แบรนด์แฟชั่นและมัลติแบรนด์สโตร์ชื่อดังสัญชาติอเมริกัน ได้ทำการเผยโฉมแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ที่ตั้งอยู่ในโอซาก้า โดยนับเป็นร้านที่ 2 แล้วที่ทางแบรนด์เปิดในประเทศญี่ปุ่น 

 

แฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ของ Kith เปิดให้บริการสำหรับเหล่านักช็อปแล้ววันนี้ โดยมีสินค้าให้เลือกตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับ และรองเท้า สำหรับทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก ภายในร้านถูกสร้างขึ้นอย่างสวยงาม ด้วยห้องที่ใช้หินทราเวอร์ทีนขนาดยักษ์เป็นแมตทีเรียลหลัก ผสมผสานเข้ากับพื้นหินอ่อน, ผนัง Venetian Plaster, เพดานไม้ Rosewood และหน้าต่างที่มีความสูงตั้งแต่พื้นจรดเพดาน

 

ร้านแห่งใหม่ Kith ยังได้นำเสนอโปรดักต์เอ็กซ์คลูซีฟที่มีขายเฉพาะในแฟลกชิปสโตร์แห่งนี้ กับแคปซูลคอลเล็กชันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโอซาก้าที่มาพร้อมกับเหล่าไอเท็มลิมิเต็ดเอดิชัน ทั้งสเว็ตเชิร์ต, หมวกเบสบอล และเสื้อยืดลายโลโก้ อย่างแจ็กเก็ตปักลายเสือรุ่น Kith Osaka Tiger Souvenir Reversible Jacket และโปรดักต์เอ็กซ์คลูซีฟที่มาจากการจับมือร่วมงานกันระหว่าง Kith, New Era และ Kaikado เพื่อยกย่องความรักที่คนญี่ปุ่นมีต่อกีฬาเบสบอล

 

นอกจากนั้น Kith ยังร่วมงานกับ New Balance ในการปล่อยสนีกเกอร์รุ่นลิมิเต็ดเพื่อฉลองการเปิดร้านที่โอซาก้ากับรุ่น Made in USA 992 และ Made in UK 991v2 ที่ได้รับการอัปเดตโทนสี และในร้านยังมีส่วนของ Kith Kids และ Kith Treats Osaka ที่วางขายน้ำผลไม้ปั่นและไอศกรีม โดย Kith ที่โอซาก้าเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 11.00 นาฬิกา จนถึง 21.00 นาฬิกา

 

ภาพ: Kith

อ้างอิง

The post Kith ขยายอาณาจักร เปิดแฟลกชิปสโตร์ใหม่ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรงแรมโอซาก้า ‘ลังเลขึ้นราคา’ แม้กำลังจะมี World Expo หวั่นลูกค้าญี่ปุ่นหนี เปิดช่องโรงแรมหรูต่างชาติโกยกำไร https://thestandard.co/osaka-hotel-prices/ Sun, 02 Mar 2025 11:28:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1047723 osaka-hotel-prices

เมื่อก่อนหากไปเที่ยวแดนปลาดิบ การหาที่พักราคาสบายกระเป๋ […]

The post โรงแรมโอซาก้า ‘ลังเลขึ้นราคา’ แม้กำลังจะมี World Expo หวั่นลูกค้าญี่ปุ่นหนี เปิดช่องโรงแรมหรูต่างชาติโกยกำไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
osaka-hotel-prices

เมื่อก่อนหากไปเที่ยวแดนปลาดิบ การหาที่พักราคาสบายกระเป๋ากว่าโตเกียวแล้วล่ะก็ ‘โอซาก้า’ นี่แหละคือคำตอบ!แต่ความถูกที่ว่านี้อาจเป็นเพียงภาพลวงตาเพราะเมื่อ World Expo 2025 Osaka Kansai มาเยือน บวกกับการเปิดตัวของ ‘วิมานคาสิโน’ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ราคาห้องพักในโอซาก้า มีแนวโน้มพุ่งสวนทางกับภาพจำเดิมๆ ที่เคยมีมา

 

ข้อมูลจาก STR บริษัทลูกของ CoStar Group บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา เผยว่า ราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) ในจังหวัดโอซาก้า ปี 2024 อยู่ที่ 128 ดอลลาร์สหรัฐ ขยับขึ้นเพียง 0.4% เมื่อเทียบกับปี 2019 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด

 

แม้ว่าต้นทุนการดำเนินงานจะ ‘สูงขึ้น’ ไม่ว่าจะเป็นค่าสาธารณูปโภคและค่าแรง แต่เมื่อวัดเป็นเงินเยน ราคา ADR ในเดือนธันวาคม 2024 อยู่ที่ 22,622 เยน สูงกว่าเดือนธันวาคม 2019 ถึง 66% ทว่า เมื่อแปลงเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ ราคา ADR กลับแทบไม่กระเตื้องสาเหตุหลักเป็นเพราะค่าเงินเยนอ่อนค่าลง ประมาณ 30% เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน

 

ในทางกลับกัน ราคา ADR โรงแรมในโตเกียว เมื่อวัดเป็นเงินเยน ในเดือนธันวาคม 2024 อยู่ที่ 34,692 เยนและเมื่อวัดเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ ราคา ADR ในปี 2024 พุ่งขึ้น 11.4% เมื่อเทียบกับปี 2019 อยู่ที่ 194 ดอลลาร์สหรัฐ

 

หากถามว่า อะไรคือเบื้องหลังราคาห้องพักในโอซาก้าที่ยังคงต่ำปัจจัยสำคัญประการหนึ่ง คือการที่โอซาก้ามีโรงแรมในเครือต่างชาติน้อยกว่าโตเกียว เชนโรงแรมระดับโลกเหล่านี้มักจะปรับราคาตามกลไกตลาด โดยจับตาดูค่าที่พักในเมืองอื่นๆ ทั่วโลก

 

เชนโรงแรมต่างชาติที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก จะกำหนดราคาในญี่ปุ่น โดยพิจารณาจากมุมมองของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่มองว่าราคาห้องพักในโรงแรมของตน เมื่อเทียบเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐแล้ว ‘สมเหตุสมผล’ หรือไม่ เมื่อเทียบกับราคาโรงแรมในเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์กและลอนดอน ที่แพงกว่าญี่ปุ่นมาก 

 

แม้ว่าเชนโรงแรมที่ดำเนินงานในญี่ปุ่นจะปรับราคาขึ้นบ้าง แต่ก็ยังคงดูคุ้มค่าในสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติ ในทางกลับกัน การตั้งราคาต่ำเกินไป อาจบั่นทอนคุณค่าของแบรนด์โรงแรมได้

 

แต่สำหรับผู้ประกอบการโรงแรมญี่ปุ่นจำนวนมาก พวกเขากลับลังเลที่จะปรับราคาห้องพักขึ้นมากนัก เนื่องจากกังวลว่าจะไล่แขกให้ออกไปจากโรงแรม

 

ถึงโรงแรมนานาชาติจะเริ่มทยอยเข้ามาเปิดตลาดในโอซาก้ามากขึ้น แต่ผู้บริหารจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์สิงคโปร์รายหนึ่ง ที่พัฒนาโรงแรมในญี่ปุ่น กล่าวว่า “โตเกียวมีแบรนด์โรงแรมต่างชาติครบแทบทุกแบรนด์แล้ว แต่โอซาก้ายังขาดแบรนด์เหล่านี้อยู่มาก”

 

อีกปัจจัยหนึ่งที่น่าสนใจ คือโอซาก้าดึงดูดนักท่องเที่ยวจากเกาหลีใต้ จีน และไต้หวันจำนวนมากซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ อาจไม่ได้รับประโยชน์จากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นมากนัก ข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น ระบุว่า สัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติ เมื่อเทียบกับจำนวนการพักค้างคืนทั้งหมด ในจังหวัดโอซาก้าและโตเกียวใกล้เคียงกัน อยู่ที่ 45% และ 53% ตามลำดับ ในเดือนพฤศจิกายน 2024

 

อย่างไรก็ตาม สัดส่วนนักท่องเที่ยวจากเกาหลีใต้ จีน และไต้หวัน เมื่อเทียบกับนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด (ในสถานประกอบการที่พักที่มีพนักงาน 10 คนขึ้นไป) กลับแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด โดยในโอซาก้าอยู่ที่ 49% ในขณะที่โตเกียวอยู่ที่ 29%

 

ค่าเงินของประเทศในเอเชียตะวันออกอื่นๆ ปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยน แต่น้อยกว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้นแม้ ”โอซาก้ามีนักท่องเที่ยวเอเชียมากกว่าโตเกียว ดังนั้นโรงแรมจำนวนมากจึงไม่ได้ปรับราคาตาม (การเปลี่ยนแปลงของราคา) ในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ” Shiori Sakurai ผู้จัดการจาก STR กล่าว

 

เมื่อมหกรรม Expo ใกล้เข้ามาทุกที ผู้ประกอบการโรงแรมในโอซาก้า มีช่องว่างในการปรับราคาขึ้นอีกมากแต่พวกเขากลับลังเลโรงแรมแห่งหนึ่งในเกียวโต ภายใต้เครือโรงแรมญี่ปุ่นตรึงราคาไว้ในระดับที่ไม่สูงมากนัก ในช่วงฤดูท่องเที่ยวฤดูร้อนของญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว 

 

“เมื่อพิจารณาว่าสถานการณ์ไม่คาดฝันอย่างการระบาดของโควิดอาจหวนกลับมาอีกครั้ง เราจึงต้องระมัดระวังที่จะไม่ตั้งราคาที่ลูกค้าชาวญี่ปุ่นจ่ายไม่ไหวที่จะมาพักกับเรา” ผู้จัดการฝ่ายกำหนดราคาของโรงแรมดังกล่าวกล่าว

 

ในโอซาก้าที่อยู่ใกล้เคียงกัน อุตสาหกรรมโรงแรมก็กังวลเช่นกันว่า การปรับราคาห้องพักขึ้น จะทำให้ลูกค้าประจำชาวญี่ปุ่น ‘ตีจาก’ 

 

“ผู้ประกอบการโรงแรมท้องถิ่นในโอซาก้า จำเป็นต้องพิจารณากลยุทธ์การกำหนดราคา ที่แยกลูกค้าชาวญี่ปุ่นออกจากนักท่องเที่ยวต่างชาติจากยุโรป สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย ซึ่งพร้อมจ่ายและสัมผัสได้ถึงข้อดีของค่าเงินเยนที่อ่อนค่า” Sakurai จาก STR กล่าวทิ้งท้าย

 

อ้างอิง:

The post โรงแรมโอซาก้า ‘ลังเลขึ้นราคา’ แม้กำลังจะมี World Expo หวั่นลูกค้าญี่ปุ่นหนี เปิดช่องโรงแรมหรูต่างชาติโกยกำไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
LVMH ประกาศนำ 5 แบรนด์ในเครือเป็นส่วนหนึ่งของ Osaka-Kansai World Expo 2025 https://thestandard.co/lvmh-expo-2025/ Mon, 10 Feb 2025 11:57:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1040450 lvmh-expo-2025

LVMH ประกาศว่า ทางบริษัทและแบรนด์ใหญ่ในเครือทั้งหมด 5 แ […]

The post LVMH ประกาศนำ 5 แบรนด์ในเครือเป็นส่วนหนึ่งของ Osaka-Kansai World Expo 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
lvmh-expo-2025

LVMH ประกาศว่า ทางบริษัทและแบรนด์ใหญ่ในเครือทั้งหมด 5 แบรนด์ จะมีส่วนร่วมในงาน Osaka-Kansai World Expo 2025 ที่จะจัดขึ้น ณ อ่าวโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน – 13 ตุลาคมนี้ โดย LVMH เป็นสปอนเซอร์ร่วมกับบริษัทประกันภัย AXA Group, บริษัทผู้ผลิตเครื่องสำอาง Ninapharm และบริษัทผู้ผลิตไวน์ Vins d’Alsace สัญชาติฝรั่งเศส

 

ประเทศฝรั่งเศสจะจัดแสดง French Pavilion ในธีม A Hymn to Love ชื่อเดียวกันกับเพลงของ Édith Piaf ที่ Céline Dion ร้องในพิธีเปิดปารีสโอลิมปิก 2024 โดยอาคารของฝรั่งเศสสำหรับงาน Osaka-Kansai World Expo 2025 กินพื้นที่ทั้งหมด 5,400 ตารางเมตร และได้รับการออกแบบโดยบริษัทสถาปัตยกรรม Coldefy & Associês Architectes Urbanistes และ CRA-Carlo Ratti Associati ออกมาเป็นอาคารที่มาพร้อมกับผนังลูกคลื่นที่ชวนให้นึกถึงผ้าม่านบนเวที และยังมีสวนบนชั้นดาดฟ้าที่ทางผู้จัดเผยว่าเป็นการสื่อถึงความรักที่มีต่อตนเองและผู้อื่น รวมถึงความรักต่อธรรมชาติ

 

Bernard Arnault ผู้ก่อตั้ง LVMH Group เผยว่า การจับมือเป็นพาร์ตเนอร์ชิปกับ French Pavilion เป็นการตอกย้ำความปรารถนาของบริษัทในเรื่องของการถักทอ ‘ศิลปะแห่งงานฝีมือในฝัน’ ซึ่งแบรนด์ในเครือบริษัทอย่าง Louis Vuitton, Dior, Celine, Chaumet และ Moët Hennessy จะร่วมจัดโชว์เคสทั้งแบบชั่วคราวและแบบถาวรตลอดทั้ง 184 วันแห่งการจัดงาน โดย Louis Vuitton และ Dior จะมีโชว์เคส 2 พื้นที่ตรงใจกลางนิทรรศการแบบถาวร เพื่อต้อนรับแขกที่มาเข้าชมเกือบ 3 ล้านคน

 

ในงานนี้ Louis Vuitton จะเน้นการแสดงผลงานงานฝีมือ ผ่านการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์การทำงานของแบรนด์ด้วยนิทรรศการที่จับมือร่วมงานกับสถาปนิกชาวญี่ปุ่น Shohei Shigematsu แห่ง OMA และยังมีห้องที่จะทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกเหมือนกับอยู่ในความฝันด้วยวิดีโออินสตอลเลชันจากศิลปินชาวญี่ปุ่น Daito Manabe ส่วนนิทรรศการของ Dior ที่ดีไซน์โดย Nathalie Crinière จะเป็นการยกย่องเชิดชูความรักในงานฝีมือของแบรนด์ รวมไปถึงความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้งที่ Dior มีต่อประเทศญี่ปุ่น และยังจัดแสดงงานต่างๆ อย่างผลงานที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่น Tokujin Yoshioka และช่างภาพ Yuriko Takagi ซึ่ง Dior กำลังจะจัดแฟชั่นโชว์ที่กรุงเกียวโตเป็นครั้งแรกในคอลเล็กชัน Pre-Fall 2025 ในวันที่ 15 เมษายนนี้

 

ภาพ: LVMH

 

อ้างอิง: 

The post LVMH ประกาศนำ 5 แบรนด์ในเครือเป็นส่วนหนึ่งของ Osaka-Kansai World Expo 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Where to go in 2025 รวมจุดหมายปลายทางน่าไป ปี 2025 https://thestandard.co/life/where-to-go-2025-guide/ Thu, 16 Jan 2025 06:14:35 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1031067 จุดหมายปลายทางน่าเที่ยว 2025

ผ่านปีใหม่มาได้สองสัปดาห์ มีใครวางแผนเที่ยวแล้วบ้าง? ถ้ […]

The post Where to go in 2025 รวมจุดหมายปลายทางน่าไป ปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุดหมายปลายทางน่าเที่ยว 2025

ผ่านปีใหม่มาได้สองสัปดาห์ มีใครวางแผนเที่ยวแล้วบ้าง? ถ้ายังไม่รู้จะไปไหน แนะนำให้เริ่มต้นที่ เช็กปฏิทินวันหยุด-วันควรลา ปี 2568 ในเว็บไซต์ของเรา แล้วค่อยเลือกจุดหมายปลายทางที่เหมาะ ในปี 2024 เราคัดเลือกจุดหมายปลายทางน่าไปให้คุณหลายแห่ง ซึ่งมีทั้งสถานที่ยอดนิยม จุดหมายปลายทางใกล้บ้าน รวมไปถึงทริปเปิดดินแดนใหม่ที่ไม่เคยอนุญาตให้นักท่องเที่ยวสัมผัสมาก่อน ทว่าปีนี้กิจกรรมเก่าบางอย่างยังคงอยู่แต่โลเคชันเปลี่ยนไป เช่น การล่าแสงเหนือ ที่เปลี่ยนจากขับรถรอบเกาะไอซ์แลนด์มาเป็นทริปนั่งเรือริมฝั่งนอร์เวย์ ส่วนบ้านเราก็มีสถานที่เด่นๆ ไม่น้อยหน้า ‘สมุย’ กำลังจะฮอตกว่าที่เคย เพราะซีรีส์ดังเรื่อง The White Lotus Season 3 ออกฉายแล้ว 

 

ก่อนกดจองตั๋วเครื่องบินเพื่อเริ่มการเดินทางครั้งใหม่ เราอยากให้คุณแวะดูลิสต์นี้ว่ามีจุดหมายปลายทางไหนน่าไปบ้าง เผื่อจะได้ไม่พลาดอีเวนต์ใหญ่หรือเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในปี 2025

 

 

Bergen, Norway

 

ปีที่แล้วใครพลาดแสงเหนือ ปีนี้คุณยังมีโอกาสให้แก้ตัว เพราะยังอยู่ในช่วงเวลาที่แสงเหนือเจอง่ายและเข้มข้นที่สุดในรอบหลายปี ผลพวงจากปรากฏการณ์ ‘Solar Maximum’ วนกลับมาเกิดขึ้นอีกครั้งทุก 11 ปี ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์ และเห็นแสงเหนือแจ่มชัดกว่าปีไหนๆ ทว่าปีนี้จุดหมายปลายทางที่เราแนะนำไม่ใช่ไอซ์แลนด์แต่เป็นนอร์เวย์ ประเทศเมืองสวยในแถบสแกนดิเนเวียที่เต็มไปด้วยพื้นที่ธรรมชาติ 

 

What to do: อันที่จริงนอร์เวย์ขึ้นชื่อเรื่องการดูแสงเหนืออยู่แล้ว แต่ไหนๆ จะไปทั้งทีต้องพิเศษกว่าใครเพื่อน เราแนะนำให้ซื้อทัวร์ของ ‘Hurtigruten’ ซึ่งเป็นทัวร์เรือเก่าแก่ของนอร์เวย์ ในเส้นทาง ‘Bergen-Kirkenes-Bergen’ ล่องเรือดูแสงเหนือไปเรื่อยตามชายฝั่งของนอร์เวย์ พร้อมนักดาราศาสตร์ เป็นเวลา 12 วันเต็ม รวมทั้งสิ้น 34 พอร์ต เป็นการดูแสงเหนือกลางทะเลที่ไม่มีสิ่งใดรบกวน ไม่ว่าจะเป็นสภาวะแสงจากเมืองหรือมลภาวะทางอากาศ แถมยังมีผู้บรรยายให้ความรู้อีก นอกจากนี้ทางทัวร์ยังการันตีด้วยว่า ถ้าไปด้วยกันแล้วไม่เจอแสงเหนือ ยอมให้คุณฟรีอีกทัวร์เพื่อมาแก้ตัวไปเลย! ใครที่อยากได้ประสบการณ์ดูแสงเหนือที่ไม่เหมือนใคร แนะนำ!

 

 

Osaka, Japan 

 

คนไทยไปญี่ปุ่นบ่อยมาก และโอซาก้าก็เป็นเดสติเนชันที่เราคุ้นเคย โอซาก้าเปรียบได้ดั่งเมืองหลวงของภูมิภาคคันไซ อยู่ห่างจากโตเกียวเพียง 3 ชั่วโมงด้วยรถไฟหัวกระสุน และยังสามารถเดินทางไปเที่ยวเมืองใกล้เคียงได้ง่าย เช่น เกียวโต นารา โกเบ ฯลฯ ในปีนี้ไม่เพียงแต่อาหารจานอร่อยและแหล่งท่องเที่ยวที่รอคอยนักเดินทางไปเยือน แต่โอซาก้ากำลังมีงานใหญ่ ‘Expo 2025’ จะจัดขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายนถึงตุลาคม ณ สถานที่ต่างๆ ทั่วเมือง งานนี้ผู้จัดงานคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 28 ล้านคน โดยหวังชมนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น AI แท็กซี่บินได้ หุ่นยนต์ ฯลฯ

 

What to do: มาโอซาก้าแน่นอนว่าต้องกิน! ช่วงเวลาที่เดินเล่นยังย่านโดทงโบริ คุณสามารถหาของกินอร่อยได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นทาโกะยากิ, ราเมนน้ำใสสไตล์จีน, โอโคโนมิยากิ หรือของทองยอดนิยมอย่างคุชิคัตสึ นอกจากนี้อย่าลืมแวะไปเดินเล่นที่ ‘teamLab Botanical Garden’ ที่เนรมิตสวนสวยอย่าง Nagai Botanical Garden ให้กลายเป็นที่จัดแสดงศิลปะยามค่ำคืน สวยงามมาก  

 

 

Sumba, Indonesia

 

นักเดินทางหลายคนบินไปบาหลีเพื่อหลบหนีความวุ่นวายหวังพักกายใจ ณ Wellness Retreat สักแห่ง แต่เชื่อเราเถอะว่าบาหลียังไม่ใช่ที่สุด ถ้าคุณยังรู้สึกว่าบาหลีนั้นวุ่นวายไป และจิตวิญญาณแห่งความสงบค่อยๆ เลือนหาย เราแนะนำให้คุณปักหมุดไปยัง Sumba เกาะทางทิศตะวันออกของอินโดนีเซีย ซึ่งอยู่ห่างจากบาหลีเพียง 50 นาทีโดยเครื่องบิน แต่ให้ความรู้สึกแตกต่างราวอยู่กับอยู่คนละโลก ธรรมชาติที่นี่ยังคงสมบูรณ์ ปราศจากฝูงชน ม้าป่ายังคงเดินเตร็ดเตร่ให้เห็น ฝูงควายมีมากกว่ารถยนต์ ภูมิประเทศที่มีทั้งสระน้ำธรรมชาติ หาดทรายที่มีแต่ต้นมะพร้าว และเนินแห้งแล้งราวกับทุ่งหญ้าสะวันนาในแอฟริกา

 

What to do: เตรียมอุปกรณ์ดำน้ำและเซิร์ฟบอร์ดให้พร้อมและลากกระเป๋ามาเช็กอินที่ ‘NIHI Sumba’ รีสอร์ตสวยใกล้กับอุทยานแห่งชาติโคโมโด ที่ให้ความสำคัญกับธรรมชาติ และเชื่อว่าความสมบูรณ์ของร่างกายที่แท้จริงมาจากการเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับพลังธรรมชาติ การันตีคุณภาพด้วยอันดับ 10 โรงแรมดีที่สุดในโลกจากเวที World’s 50 Best Hotels นอกจากกิจกรรมเอาต์ดอร์อย่างการเล่นเซิร์ฟ ดำน้ำ หรือการเดินป่า ที่นี่ยังมีโปรแกรมดูแลสุขภาพแบบองค์รวมภายใต้ชื่อ ‘Wild Wellness’ ที่มีไฮไลต์เด่นเป็นกิจกรรมบำบัดพร้อมม้า ธรรมชาติ และการสานสัมพันธ์กับผู้คนท้องถิ่น

 

จุดหมายปลายทางน่าเที่ยว 2025

 

Chiayi, Taiwan

 

นี่อาจถึงเวลาที่คุณจะหวนคืนสู่ไต้หวันอีกครั้ง เพราะทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ Alishan Forest Railway ที่พานักเดินทางขึ้นรถไฟจากสถานที่ Chiayi สู่อุทยานแห่งชาติอาลีซานกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง หลังจากปิดให้บริการนานถึง 15 ปีเต็ม เนื่องจากพายุพัดจนเส้นทางได้รับความเสียหาย อุทยานแห่งอาลีซานถือเป็นหนึ่งในอุทยานที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมากในไต้หวัน ที่นี่มีสายพันธุ์สนโบราณหายาก 3 ใน 5 สายพันธุ์ และยังเป็นสถานที่ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นจุดดูพระอาทิตย์สวยที่สุดในไต้หวันด้วย

 

What to do: แน่นอนว่าทริปนี้ต้องไม่พลาดนั่งรถไฟสายประวัติศาสตร์ Alishan Forest Railway ที่กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง รถไฟโบราณพาคุณเข้าอุโมงค์ป่าสน ลัดเลาะไปตามเขา ผ่านเขตป่าถึง 4 รูปแบบ ก่อนไปจบยังสถานีอาลีซาน รถไฟสายนี้เปิดให้จองล่วงหน้าแค่ 14 วันเท่านั้น นอกจากอุทยานแห่งชาติอาลีซาน เมือง Chiayi ยังมีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านฮิโนกิ, พิพิธภัณฑ์กระเบื้องเก่าไต้หวัน, วัดเฉิงหวง ฯลฯ

 

 

Priorat, Spain

 

ช่วงหลังสเปนได้รับความนิยมในหมู่นักเดินทางไทยมาก และเมืองที่เราอยากแนะนำในคราวนี้คือ Priorat ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของบาร์เซโลนา ภูมิภาคนี้กำลังได้รับความสนใจจากผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์และนักดื่มไวน์ เนื่องจากสภาพดิน ฟ้า อากาศ รวมถึงกรรมวิธีดั้งเดิม ทำให้ไวน์จากเมืองนี้มีรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ และที่สำคัญยังไม่ค่อยรู้จัก และมีแนวโน้มกลายเป็นสวรรค์ของนักดื่มไวน์ในภายภาคหน้า คนรักไวน์สายลึกจึงหมายตาไวเนอรีหลายแห่งใน Priorat และอยากมาปักหมุดสักครั้งก่อนผู้คนจะเริ่มหลั่งไหลเข้ามา

 

What to do: มาที่นี่ย่อมต้องปักหมุดยังไวเนอรีดังประจำถิ่น เช่น Perinet และ Clos de l’Obac โรงกลั่นไวน์แดงมีชื่อระดับโลก ขณะที่ Clos Mogador และ Cellers de Scala Dei ก็ได้นำแนวทางการผลิตไวน์แบบยั่งยืนมาใช้ เลือกไวเนอรีที่ชอบแล้วลองวางแผนฮอปปิ้งไร่และเทสต์ไวน์ได้ตลอดวัน เห็นเป็นภูมิภาคเล็กขนาดนี้ แต่ที่นี่ก็มีร้านอาหารระดับดาวมิชลินให้ลิ้มลองอย่าง Brots และ Quatre Molins และยังมีโรงแรมหรูท่ามกลางไร่องุ่น Gran Hotel Mas d’en Bruno และ Terra Dominicata – Hotel & Winery ไว้ให้บริการ บอกเลยว่าแค่บรรยากาศและวิวก็ปังมาก

 

จุดหมายปลายทางน่าเที่ยว 2025

 

 

Greenland

 

กรีนแลนด์มีภูเขาน้ำแข็งขนาดยักษ์ ทุ่งทุนดราที่ทอดยาวหลายไมล์ และแสงเหนืออันตระการตา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีเสน่ห์ไม่แพ้ไอซ์แลนด์ เพียงแต่จะมีสักกี่คนที่ได้มาสัมผัสความมหัศจรรย์นี้ และส่วนใหญ่ล้วนเดินทางโดยเรือสำราญและจอดเทียบท่าเพียงไม่กี่ชั่วโมง ในปี 2025 การเดินทางมากรีนแลนด์จะง่ายขึ้น หลัง Nuuk เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดในกรีนแลนด์ ประกาศเปิดสนามบินนานาชาติแห่งแรก โดยให้บริการเที่ยวบินจากโคเปนเฮเกนสัปดาห์ละ 5 เที่ยว คาดว่าจะมีสนามบินเพิ่มอีก 2 แห่งภายในปี 2026 ซึ่งทำให้การเที่ยวกรีนแลนด์ง่ายขึ้นและสะดวกขึ้น

 

What to do: เดินเล่นถ่ายรูปบ้านน่ารักๆ ในเขตเมืองหลวง แวะทักทายเหล่าวาฬ แมวน้ำ และหมีขาว ผ่านการล่องเรือชมฟยอร์ดน้ำแข็งและธารน้ำแข็ง ต่อด้วยการนั่ง Dogsled หรือสุนัขลากเลื่อนที่พาคุณชมภูมิประเทศอันขาวโพลนในอีกมุมมอง ส่วนสายไฮกิ้งห้ามพลาดกับเส้นทางเทรลที่เมือง Ilulissat ที่ได้ชื่อว่าเป็น The World Heritage Trail ด้วย

 

 

Penang, Malaysia 

 

ปีนังถือเป็นจุดหมายปลายทางแรกๆ ของนักท่องเที่ยวไทยทุกยุคทุกสมัย เพราะสถานที่ท่องเที่ยวสวย ไปมาง่าย ราคาถูก จะนั่งรถตู้ก็ได้ รถไฟก็ดี ยิ่งกดตั๋วเครื่องบินยามโปรโมชันยิ่งถูกไปใหญ่ ตั้งแต่หลังการแพร่ระบาดใหญ่ เราเชื่อว่าหลายคนยังไม่ได้แวะไปเช็กอินปีนังอีกครั้ง นี่อาจถึงเวลาอันดีที่คุณจะแวะไปอัปเดตเมืองอีกสักรอบ หลังจากที่ปีที่แล้วการรถไฟแห่งประเทศไทยลงนามร่วมมือกับการรถไฟมาเลเซียเตรียมนำรถไฟสาย ‘กรุงเทพอภิวัฒน์-ปาดังเบซาร์-บัตเตอร์เวิร์ธ’ กลับมาอีกครั้ง ซึ่งนั่นหมายความว่า เราสามารถนั่งรถไฟชิลๆ รวดเดียวจนถึงเมืองบัตเตอร์เวิร์ธ โดยไม่จำเป็นต้องแวะซื้อตั๋วเปลี่ยนขบวนให้มากความ 

 

What to do: George Town เป็นเมืองหลวงของรัฐปีนังที่เต็มไปด้วยอาคารสวยๆ สไตล์ชิโน-โปรตุกีสทั่วทั้งเมือง ตามตรอกซอกซอยแทรกด้วยภาพกราฟฟิตี้สวยๆ ให้เห็นเต็มไปหมด หยิบแผนที่ที่เขียนว่า ‘Street Art’ จากนั้นก็หาจักรยานปั่นหรือเดินตามล่าถ่ายภาพกราฟฟิตี้กันเลย ระหว่างทางอย่าลืมแวะ Pinang Peranakan Mansion อดีตแมนชันหลังโตของกะปิตันจุงเก็งกวี่ หัวหน้าชุมชนจีนและเศรษฐีใหญ่ประจำเมือง ซึ่งถูกแปรเปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเรื่องราวชาวเปอรานากันด้วย

 

 

Rome, Italy

 

ปี 2025 เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลอง Jubilee ของนครรัฐวาติกัน และสมเด็จพระสันตะปาปาจะทรงเปิดประตูศักดิ์สิทธิ์ 5 แห่งที่โบสถ์ต่างๆ รวมถึงมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความรอดพ้นสำหรับชาวคาทอลิก นอกจากกิจกรรมทางศาสนาแล้ว ปีนี้เป็นปีที่โครงสร้างพื้นฐานในโรมหลายโครงการกำลังจะเสร็จสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการบูรณะน้ำพุทั้ง 3 แห่งใน Piazza Navona, การปรับปรุงพื้นที่สีเขียวรอบนครรัฐวาติกัน และ Mausoleum of Hadrian หรือที่รู้จักกันในชื่อ Castel Sant’Angelo หรือแม้แต่รถไฟใต้ดินสถานีประวัติศาสตร์อย่าง Porta Metronia และ Fori Imperiali-Colosseo ที่ทำหน้าที่เป็นพิพิธภัณฑ์โบราณคดีไปในตัว นักท่องเที่ยวสามารถชมโบราณสถานผ่านผนังกระจกในขณะที่รอรถไฟ ปีนี้จึงไม่ได้เป็นปีทองของนักแสวงบุญเท่านั้น แต่ยังเป็นปีที่โรมเฉิดฉายทั้งด้านศาสนา วัฒนธรรม และเทคโนโลยี

 

What to do: นอกจากมีฐานะเป็นเมืองหลวงของอิตาลีและมีขนาดใหญ่ที่สุดแล้ว เมืองนี้ยังเป็นศูนย์รวมของศิลปะและสถาปัตยกรรมที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่กว่า 2,700 ปี มาที่นี่ต้องไม่พลาดกับ ‘โคลอสเซียม’ สนามกีฬาการต่อสู้กลางแจ้งของเหล่ากลาดิเอเตอร์ที่ต่อสู้เพื่อแลกอิสรภาพและเกียรติยศ, เดินเล่นดูร่องรอยความเจริญรุ่งเรืองของกรุงโรม ณ จัตุรัสโรมัน ศูนย์รวมความรุ่งเรืองทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การเมือง และศาสนา และถ้าคุณมาในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง การเยี่ยมชม ‘มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์’ แห่งนครรัฐวาติกัน เป็นสิ่งที่ควรค่าอย่างยิ่ง เพราะจะมีอีเวนต์พิเศษให้นักท่องเที่ยวเข้าร่วมด้วย

 

จุดหมายปลายทางน่าเที่ยว 2025

 

Samui, Thailand

 

The White Lotus ซีรีส์เรื่องดังจาก HBO มาปักหมุดถ่ายทำซีซัน 3 ในประเทศไทย และหลายฉากก็ใช้โลเคชันบนเกาะสมุย ไม่ว่าจะเป็นที่ Four Seasons Resort Koh Samui, Anantara Bophut Koh Samui Resort หรือแม้แต่บีชบาร์ไวบ์ดีอย่าง CoCo Tam’s ส่งให้ปีนี้ไปจนถึงปีหน้า สมุยจะเนื้อหอมมากในหมู่นักท่องเที่ยว สมุยเป็นเกาะใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย ตั้งอยู่ในอ่าวไทยตอนกลางในขอบเขตการดูแลของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องหาดทรายสวย น้ำทะเลใส และเงียบสงบ แม้ปัจจุบันจะมีแหล่งบันเทิงเปิดให้บริการมากขึ้น แต่สมุยก็ยังเป็นแหล่งพักกายพักใจ และมี Wellness Sanctuary เปิดให้บริการมากเป็นอันดับต้นๆ ของไทย

 

What to do: เช็กอินสองโรงแรมดังตามรอยซีรีส์ The White Lotus Season 3 ณ Anantara Bophut Koh Samui Resort และ Four Seasons Resort Koh Samui ก่อนออกไปนั่งชิลยัง CoCo Tam’s สถานที่แฮงเอาต์ยอดนิยมของเหล่านักแสดงระหว่างการถ่ายทำ วันว่างที่ฟ้าใสอากาศดีก็กระโดดขึ้นเรือไปเที่ยวเกาะเล็กใกล้สมุย ทั้งเกาะพะงัน เกาะนางยวน หรือเกาะอื่นๆ ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง

 

 

La Dolce Vita Orient Express

 

ผู้ที่ชื่นชอบรถไฟต่างรอคอยการเปิดตัวของ ‘La Dolce Vita Orient Express’ รถไฟหรูขบวนล่าสุดจากบ้าน Accor ที่กำลังเปิดตัวภายในปีนี้ เก๋ทั้งงานดีไซน์และจุดหมายปลายทางที่มีให้เลือกมากถึง 8 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางยอดนิยมอย่างเวนิสและทัสคานี ไปจนถึงพื้นที่ทางใต้ของอิตาลีที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก เช่น อับรุซโซและบาซิลิกาตา (เส้นทาง Eternal Stones of Matera) รวมถึงเส้นทางจากซิซิลีไปโรมและกลับ 

 

What to do: แนะนำให้เลือกเส้นทางใหม่ สำรวจเมืองถ้ำโบราณของ Matera พร้อมกับจัดมื้ออาหารกลางวันในถ้ำ หรือพาสำรวจเห็ดทรัฟเฟิลใน Monferrato พร้อมชิมไวน์ที่ไร่องุ่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO

 

 

Black Sea Coast, Turkey

 

หากคุณคิดถึงเสน่ห์ของอิสตันบูล คิดถึงบรรยากาศชิลๆ ของท้องน้ำในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แต่ไม่อยากเบียดเสียดผู้คนมหาศาล ลองปักหมุดยังแถบคาราเดนิซ หรือ Black Sea Coast แนวชายฝั่งทะเลดำ ซึ่งอยู่ทางเหนือของตุรกี ที่มอบความงามของธรรมชาติและประวัติศาสตร์ไม่แพ้อิสตันบูล แต่สภาพอากาศเย็นกว่า สบายกว่าในฤดูร้อน ไม่หนาวจัดในฤดูหนาว แถมยังมีกิจกรรมทางน้ำเจ๋งๆ ชวนอะดรีนาลีนหลั่ง และนักท่องเที่ยวน้อยกว่าอิสตันบูลมาก

 

What to do: แปลงร่างเป็นนักประวัติศาสตร์สำรวจถนนโบราณในซาฟรานโบลู เมืองเก่าแก่สำคัญทางการค้าระหว่างตะวันออกและตะวันตก ทั้งยังมีอิทธิพลต่อความเป็นอยู่ของชุมชนเมืองทั่วจักรวรรดิออตโตมัน ส่วนใครที่ชอบชายหาดมุ่งไปที่อะมาสรา เมืองท่าติดทะเลดำที่มีกลิ่นอายของยุคโรมันปนความโรแมนติกแบบอิตาลี 

 

นอกจากนี้ห้ามพลาดกับ Sumela Monastery อารามเก่าแก่ที่สุดในโลกที่เพิ่งเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมไม่นาน ตั้งอยู่บนผาสูง ด้านในมีภาพเฟรสโก มรดกตกทอดจากชาวกรีกในศตวรรษที่ 4

 

ภาพ: Getty Image, Shutterstock, Courtesy of Brands

The post Where to go in 2025 รวมจุดหมายปลายทางน่าไป ปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>