Origins Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/origins/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 26 Apr 2023 07:35:45 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Beauty List: รวมดาวเด่น 5 Sleeping Mask ใหม่แกะกล่อง สำหรับคนอยากมีผิวสวยเด้งหลังตื่นนอน https://thestandard.co/beauty-list-5-sleeping-mask/ Tue, 21 May 2019 14:14:26 +0000 https://thestandard.co/?p=251018

แต่ก่อน Sleeping Mask อาจมีหน้าที่เพียงเติมความชุ่มชื้น […]

The post Beauty List: รวมดาวเด่น 5 Sleeping Mask ใหม่แกะกล่อง สำหรับคนอยากมีผิวสวยเด้งหลังตื่นนอน appeared first on THE STANDARD.

]]>

แต่ก่อน Sleeping Mask อาจมีหน้าที่เพียงเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวระหว่างที่เรานอนหลับ ด้วยลักษณะเนื้อครีมและส่วนผสมที่มีความเข้มข้นมากกว่าไนต์ครีมทั่วไป เพื่อการบำรุงและเติมน้ำให้ผิวอย่างเร่งด่วน แต่เดี๋ยวนี้ Sleeping Mask รุ่นใหม่ๆ ได้พัฒนาสูตรที่เพิ่มประสิทธิภาพดีๆ เพื่อการบำรุงผิวได้หลากหลายและตอบโจทย์สภาพผิวของแต่ละคนมากขึ้น THE STANDARD สังเกตว่าปัจจุบันมีหลายแบรนด์ที่ผลิต Sleeping Mask ที่มาพร้อมคุณสมบัติและส่วนผสมเริ่ดๆ น่าใช้มากมาย เหล่านี้คือลิสต์ดาวเด่นของ Sleeping Mask ใหม่แกะกล่องที่น่าลองสุดในชั่วโมงนี้

 

 

1. Cica Sleeping Mask จาก Laneige (1,100 บาท)
We Say: สำหรับคนไทยอาจรู้จัก Sleeping Mask ครั้งแรกจากแบรนด์ Laneige ซึ่งเป็นแบรนด์ที่โกยยอดขาย Sleeping Mask (กระปุกสีน้ำเงิน) ได้อย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ ล่าสุดมีการพัฒนาสูตรที่น่าใช้เหมือนเดิม สิ่งที่เพิ่มเติมคือแยกมาเป็นสูตรสำหรับเน้นบำรุงผิวหน้าสำหรับคนที่มีปัญหาสิวและริ้วรอยจากสิวโดยเฉพาะ ทำให้ Cica Sleeping Mask กระปุกสีเขียวที่เพิ่งออกมาใหม่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดยส่วนผสมหลักที่เป็นนางเอกของ Sleeping Mask กระปุกสีเขียวนี้คือส่วนผสมของ Cica ที่ทำหน้าที่บำรุงผิวและช่วยลดเลือนริ้วรอยต่างๆ ตั้งแต่ชั้นเซลล์ผิวถึงผิวภายนอก และเนื้อมาสก์มีการเสริมความแข็งแรงให้ผิวด้วย Forest Yeast ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงผิวมากกว่า 111.9% เมื่อเทียบกับสารสกัดจาก Madecassoside


Note: ผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบทางผิวหนัง อ่อนโยนต่อผิว ไม่ก่อให้เกิดการแพ้และระคายเคืองด้วย Hypoallergenic Test สามารถใช้ได้แม้ผิวบอบบาง แพ้ง่าย วิธีใช้ ทาลงบนผิวหน้าโดยไม่ต้องล้างออก

 

 

2. Rose Deep Hydration Sleeping Mask จาก Fresh (2,050 บาท)
We Say: เพียงแค่เปิดฝากระปุกออกมา ก็รู้เลยว่านี่เป็นมิติใหม่ของ Sleeping Mask ที่ทำได้เหนือชั้นและน่าใช้สุดๆ กับการดีไซน์มาสก์ทรีตเมนต์สำหรับใช้ 2 ขั้นตอนในการดูแลผิวยามค่ำคืนของสาวๆ เราจะเห็นว่าในหนึ่งกระปุกมีครีมอยู่ 2 ส่วน ได้แก่ เนื้อครีมสีเหลืองอำพัน คือมาสก์เอสเซนส์เนื้อเจลที่จะใช้เป็นขั้นตอนแรก ผิวจะเย็นสบายและรู้สึกชุ่มชื้น ยิ่งเวลาใช้ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากน้ำกุหลาบบริสุทธิ์ไปด้วยยิ่งทำให้ฟินสุดๆ ไปเลย พอบำรุงด้วยเอสเซนส์เนื้อเจลเสร็จ ต่อไปก็ใช้ส่วนที่เป็นเนื้อผลิตภัณฑ์สีขาว ตัวนี้เท็กซ์เจอร์จะกึ่งครีมกึ่งเจล ทำหน้าที่ล็อกความชุ่มชื้นให้คงอยู่บนผิวตลอดคืน


Note: สารสกัดเด่นๆ คือน้ำกุหลาบบริสุทธิ์และสารสกัดดามัซก์โรส ซึ่งเป็นส่วนผสมน้องใหม่ของแบรนด์ Fresh พัฒนาจากดอกกุหลาบดามัซก์จากประเทศบัลแกเรีย มีคุณสมบัติบำรุงผิวให้เรียบเนียน เติมความชุ่มชื้น และเพิ่มความแข็งแรงให้ผิว วิธีใช้ ทาลงบนผิวหน้าโดยไม่ต้องล้างออก

 

 

3. Lotus Defense™ Instant Radiance Overnight Mask จาก Panpuri (2,450 บาท)

We Say: การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Sleeping Mask แบรนด์ไทยอย่างปัญญ์ปุริ ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เอาคุณภาพเข้าสู้กับแบรนด์นอกดังๆ ได้อย่างไม่เป็นรอง ด้วยสารสกัดจากดอกบัว (Sacred Lotus) ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และสารสกัดจากดอกแดนดิไลออน เข้าบำรุงให้ผิวชุ่มชื้นและนุ่มนวลยามตื่นนอน


Note: ไอเท็มนี้สามารถคว้ารางวัล Beauty Global Awards Finalist 2018 และรางวัล Beauty Awards Shortlisted 2018 มีส่วนผสมจากธรรมชาติและออร์แกนิก 96% วิธีใช้ ทาลงบนผิวหน้าโดยไม่ต้องล้างออก

 

 

4. Dr. Andrew Weil For Origins™ Mega-Bright Dark Spot Correcting Night Mask จาก Origins (3,100 บาท)
We Say: นี่คือมาสก์เนื้อเจลที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยจุดด่างดำ และปรับสีผิวให้สว่างกระจ่างใส บางคนรู้สึกได้ถึงผลลัพธ์ตั้งแต่คืนแรกที่ใช้ ตื่นมารู้สึกว่าผิวที่เคยคล้ำ กลับแลดูสว่างขึ้น สีผิวดูสม่ำเสมอเรียบเนียนขึ้น คุณสมบัติเด่นๆ ที่แบรนด์เคลมมาคือช่วยรับมือกับกระบวนการทำร้าย อันเป็นสาเหตุของความร่วงโรยผิว ด้วย Rosa Roxburghii และ White Peony Extract ตรงเข้าดูแลผิวที่ต้นเหตุแห่งความหมองคล้ำและจุดด่างดำ ด้วยการกระจายการรวมตัวของเมลานิน และช่วยปรับสีผิวให้สว่างขึ้น เพิ่มความกระจ่างใสของผิว คืนความชุ่มชื้น ผิวแลดูเปล่งปลั่ง


Note: ใช้ได้บ่อยเท่าที่ต้องการ

 

 

5. Dermask Water Jet Vital Hydra Sleeping Mask จาก DR.JART+ (850 บาท)

We Say: เชื่อว่าหลายคนเคยยกให้เซรั่มของ Dr.Jart+ เป็นไอเท็มลูกรักมาแล้ว พอมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไลน์ใหม่ๆ ออกมาเป็น Sleeping Mask ที่มาพร้อมจุดเด่นเรื่องการเติมความชุ่มชื้นให้ผิว จึงทำให้แฟนคลับเชื่อมั่นในคุณภาพจนกลายเป็นไอเท็มยอดนิยมอย่างรวดเร็ว คุณสมบัติที่ทำให้หลายคนชื่นชอบคือ ผลลัพธ์ของผิวฟูเด้งเมื่อตื่นนอนตอนเช้า

 

Note: ด้วยส่วนผสมที่อ่อนโยนต่อผิว จึงสามารถใช้ต่อเนื่องได้ทุกคืน ช่วยเติมความชุ่มชื่นให้ผิวฟูเด้งในขณะที่คุณหลับ ด้วยส่วนผสมที่อ่อนโยนต่อผิวจึงสามารถใช้ต่อเนื่องเป็นประจำ

 

 

ภาพ: Courtesy of Brands

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post Beauty List: รวมดาวเด่น 5 Sleeping Mask ใหม่แกะกล่อง สำหรับคนอยากมีผิวสวยเด้งหลังตื่นนอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
10 สเตปการดูแลผิวก่อนนอนของ แคทรีโอนา เกรย์ มิสยูนิเวิร์ส 2018 https://thestandard.co/catriona-gray-skin-care-routine-steps/ https://thestandard.co/catriona-gray-skin-care-routine-steps/#respond Tue, 18 Dec 2018 23:04:11 +0000 https://thestandard.co/?p=166866

ชื่อของ แคทรีโอนา เกรย์ กลายเป็นชื่อที่ถูกค้นมากที่สุดใ […]

The post 10 สเตปการดูแลผิวก่อนนอนของ แคทรีโอนา เกรย์ มิสยูนิเวิร์ส 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ชื่อของ แคทรีโอนา เกรย์ กลายเป็นชื่อที่ถูกค้นมากที่สุดในโซเชียลมีเดียทุกช่องทางชั่วข้ามคืน นอกจากประวัติส่วนตัวและแง่มุมชีวิตอื่นๆ ที่หลายคนอยากรู้เกี่ยวกับมิสยูนิเวิร์สคนล่าสุดแห่งปี 2018 นี้ เชื่อว่าเคล็ดลับความงามของเธอยังกลายเป็นเรื่องที่ผู้หญิงอยากรู้และอยากตามรอยเช่นกัน และนี่คือ 10 ขั้นตอนการดูแลผิวก่อนนอนของแคทรีโอนา เกรย์ ที่ถ้าใครอยากผิวสวยสุขภาพดีแบบเธอต้องลอง เพราะทำตามได้ง่าย ไม่ซับซ้อนเลย

 

 

ภาพ: Star Style Beauty, Instagram @catriona_grey, @dookiecucay

ภาพประกอบ: Pichamon W.

อ้างอิง:

  • https://youtu.be/91XKp-QEbQ8

The post 10 สเตปการดูแลผิวก่อนนอนของ แคทรีโอนา เกรย์ มิสยูนิเวิร์ส 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/catriona-gray-skin-care-routine-steps/feed/ 0
แชร์ 10 ขั้นตอนการบำรุงผิวให้สวยใสตามวิธีของสาวเกาหลี https://thestandard.co/10-step-korean-skin-care/ https://thestandard.co/10-step-korean-skin-care/#respond Fri, 09 Nov 2018 06:50:39 +0000 https://thestandard.co/?p=144314

แม้จะไม่ใช่ไอดอล ศิลปิน ดารา หรือนางแบบ แต่สังเกตไหมว่า […]

The post แชร์ 10 ขั้นตอนการบำรุงผิวให้สวยใสตามวิธีของสาวเกาหลี appeared first on THE STANDARD.

]]>

แม้จะไม่ใช่ไอดอล ศิลปิน ดารา หรือนางแบบ แต่สังเกตไหมว่าใบหน้าของสาวเกาหลีนั้นสวยใสไม่แพ้คนดังในวงการ นั่นเป็นเพราะสาวเกาหลีให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองเป็นอันดับหนึ่ง ต่อไปนี้คือ 10 ขั้นตอนการบำรุงผิวให้สวยใสตามวิธีของสาวเกาหลีที่ THE STANDARD รวบรวมมาฝาก จะลองทำตามดูก็ไม่เสียหาย เพราะถึงอย่างไรการใส่ใจดูแลตัวเองเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยแม้แต่วันเดียว

1. ใช้ออยล์ทำความสะอาดผิวหน้า

ผลิตภัณฑ์ที่สาวเกาหลีนิยมใช้ในการทำความสะอาดผิวหน้าคือผลิตภัณฑ์ประเภทออยล์ ไม่ว่าจะเป็นออยล์บาล์มหรือออยล์คลีนเซอร์ ข้อดีคือช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างหมดจด สิ่งสกปรกที่ตกค้างเมื่อถูกนวดด้วยออยล์จะทำให้หลุดออกมาง่ายขึ้น นอกจากนี้ออยล์ยังมีส่วนช่วยในการบำรุงผิวไปในตัว ผิวจึงไม่แห้งกร้านหลังการล้างหน้า

2. ใช้โฟมล้างหน้าอีกครั้งหลังการใช้ออยล์

เมื่อล้างหน้าด้วยออยล์เสร็จแล้วควรใช้โฟมล้างหน้าอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าผิวหน้าไม่มีสิ่งสกปรกและความมันใดๆ ตกค้างอยู่บนผิว โดยโฟมที่ใช้ก็จะไม่เหมือนกัน เพราะสภาพผิวต่างกัน บางคนมีปัญหารูขุมขนก็จะเลือกใช้โฟมที่ช่วยเรื่องกระชับรูขุมขน บางคนมีปัญหาผิวหมองคล้ำ ไม่สดใส ก็จะเลือกสูตรที่เพิ่มความขาวใส แต่หากผิวไม่มีปัญหาใดๆ ก็เลือกใช้สูตรที่มีสารสกัดจากธรรมชาติเป็นหลัก ระยะเวลาในการนวดโฟมบนผิวหน้าไม่ควรน้อยกว่า 15 วินาที และไม่ควรเกิน 2 นาที

3. สครับผิว

ถ้าเป็นสาวไทย ส่วนใหญ่อาจมองข้ามขั้นตอนการสครับผิวไป แต่สำหรับสาวเกาหลีนั้นให้ความสำคัญกับการสครับผิวมาก ซึ่งสครับที่นิยมใช้ เช่น Black Sugar ที่อุดมด้วยสารบำรุงเข้มข้นจากแร่ธาตุและวิตามินต่างๆ ช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้นและกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ บางสูตรเพิ่มการยกกระชับและช่วยเรื่องรูขุมขนด้วย

4. ใช้โทนเนอร์หลังล้างหน้าทุกครั้ง

สิ่งที่สาวเกาหลีขาดไม่ได้เลยคือการใช้โทนเนอร์หลังล้างหน้าทุกครั้ง วิธีการใช้โทนเนอร์ที่ถูกต้องคือควรเทโทนเนอร์ให้ชุ่มเต็มแผ่นสำลี ไม่ควรปล่อยส่วนขอบสำลีให้แห้ง เพราะขอบสำลีอาจสร้างการระคายเคืองและบาดผิวระหว่างเช็ด โดยควรวางสำลีลงบนผิวและเช็ดเบาๆ ไปตามแนวรูขุมขน

5. บำรุงผิวด้วยเอสเซนส์

หลังจากใช้โทนเนอร์ก็มาถึงขั้นตอนการบำรุงผิวด้วยเอสเซนส์ โดยเลือกสูตรที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเองเป็นหลัก ทำได้ง่ายๆ ด้วยการเทเอสเซนส์ลงบนฝ่ามือและกดฝ่ามือบนผิวหน้าเบาๆ จนเนื้อเอสเซนส์ซึมทั่วผิวหน้า

6. ทาเซรั่มบำรุงผิว

สังเกตว่าระดับความเข้มข้นของการใช้สกินแคร์แบบสาวเกาหลีนั้นจะเริ่มจากระดับเบาๆ ก่อน จากนั้นค่อยเพิ่มเท็กซ์เจอร์ที่เข้มข้นขึ้น การใช้เซรั่มบำรุงผิวหลังจากผ่านการเช็ดด้วยโทนเนอร์และเอสเซนส์แล้วจะช่วยให้ผิวได้รับสารบำรุงที่คงความชุ่มชื้นให้ผิวได้อย่างยอดเยี่ยม ผิวจะนุ่มชุ่มชื้นและอิ่มน้ำ

7. มาสก์ผิวหน้า

หลังทาครีมบำรุงเสร็จแล้ว สาวเกาหลีจะเริ่มทำการมาสก์หน้าทันที โดยส่วนใหญ่จะเลือกใช้แผ่นมาสก์ซึ่งเป็นที่นิยมมาก เนื่องจากใช้งานสะดวกและราคาไม่แพง การมาสก์หน้าจะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวในทันที ผิวของสาวเกาหลีจึงดูเปล่งปลั่งและใสแบบ Glass Skin เพราะผิวชุ่มชื้นจากภายในเปล่งประกายสู่ภายนอก

8. ทาอายครีม

แม้จะเป็นตอนกลางวันหรือกลางคืน สาวเกาหลีก็จะทาอายครีมหลังจากขั้นตอนมาสก์หน้าเสร็จเสมอ เมื่ออายุมากขึ้น ริ้วรอยต่างๆ จะตามมาอย่างรวดเร็ว การป้องกันริ้วรอยรอบดวงตาด้วยการทาอายครีมจึงเป็นขั้นตอนที่ห้ามลืมและต้องทำทุกวัน

9. ทามอยส์เจอไรเซอร์

การทามอยส์เจอไรเซอร์มีประโยชน์ต่อผิวอย่างมาก เพราะช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ผิวแข็งแรงและสุขภาพดี โดยควรเลือกมอยส์เจอไรเซอร์ให้ตรงกับสภาพผิวของตัวเอง และควรทาเป็นประจำทุกวัน

10. ทาครีมกันแดด

ปิดท้ายขั้นตอนการดูแลผิวแบบสาวเกาหลีด้วยการทาครีมกันแดด ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำทุกวันเช่นเดียวกัน ส่วนในเวลากลางคืนอาจตัดขั้นตอนการสครับผิวออกไป แล้วเปลี่ยนจากการทาครีมกันแดดมาเป็นการใช้โอเวอร์ไนต์มาสก์หรือสลีปปิ้งมาสก์ ซึ่งจะช่วยดูแลผิวตลอดทั้งคืน

 

Products

  1. Innisfree Green Tea Pure Cleansing Oil (720 บาท)
  2. Etude House Baking Powder BB Deep Cleansing Foam (350 บาท)
  3. Skinfood Black Sugar Wash Off Mask (สอบถามราคาได้ที่ร้าน)
  4. Laneige Fresh Calming Toner (1,050 บาท)
  5. Dr.Jart+ Water Fuse Hydro Dew Drop (1,570 บาท)
  6. Mamonde First Energy Serum (990 บาท)
  7. A’Pieu Icing Sweet Bar Sheet Mask (สอบถามราคาได้ที่ร้าน)
  8. Benefit Puff Off (1,320 บาท)
  9. Saturday Skin Waterfall Glacier Water Cream (1,260 บาท)
  10. Origins GinZing™ Hydrating Prettifying Finisher SPF 35 PA+++ (1,600 บาท)

 

ภาพ: Courtesy of Brand

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post แชร์ 10 ขั้นตอนการบำรุงผิวให้สวยใสตามวิธีของสาวเกาหลี appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/10-step-korean-skin-care/feed/ 0
แสงสีฟ้า ศัตรูความงามตัวฉกาจของคนยุคดิจิทัล https://thestandard.co/blue-light/ https://thestandard.co/blue-light/#respond Mon, 05 Nov 2018 05:40:47 +0000 https://thestandard.co/?p=141946

มีงานวิจัยพบว่า แสงสีฟ้าจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งโท […]

The post แสงสีฟ้า ศัตรูความงามตัวฉกาจของคนยุคดิจิทัล appeared first on THE STANDARD.

]]>

มีงานวิจัยพบว่า แสงสีฟ้าจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ ฯลฯ นั้นเกี่ยวพันไปถึงปัญหาผิวแก่ก่อนวัย และจุดด่างดำนั้นเริ่มทำให้หลายคนสงสัยว่า ภัยจากเจ้าแสงสีฟ้านี้ร้ายแรงพอๆ กับรังสียูวีหรือไม่

 

Blue Light หรือแสงสีฟ้า มีชื่อทางการเต็มๆ ว่า High Energy Visible Light (HEV) เป็นแสงรูปแบบหนึ่งที่อยู่รอบตัวเรา แสงนี้มีช่วงความยาวคลื่นที่มีพลังงานมากที่สุดเท่าที่ตาของเราสามารถมองเห็นได้ ทั้งยังมีความถี่สูงเป็นรองก็แต่รังสียูวี รังสีเอ็กซ์ และรังสีแกมมาเท่านั้น โดยส่งมาตามแสงแดดจากดวงอาทิตย์ และยังเป็นแสงที่ถูกปล่อยออกมาจากไฟ LEDs สร้างความสว่างตามหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ ซึ่งเราใช้เวลาจดจ้องวันละไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง

 

 

แสงนี้ได้รับการเปรียบเปรยจากวงการเครื่องสำอางว่าเป็นมลพิษใหม่แบบ Digital Pollution โดยการศึกษาล่าสุดของทีมวิจัยจาก Estee Lauder พบว่า ในเวลากลางคืน แสงสีฟ้าจะรบกวนวงจรนาฬิกาในร่างกายของเรา ทำให้ผิวทำงานผิดปกติไปจากที่ควรจะเป็น เนื่องจากทำให้เกิดการรับรู้ผิดไปว่าในขณะนั้นเป็นเวลากลางวัน จึงส่งผลกระทบต่อกระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติของผิว ซึ่งปกติเกิดขึ้นในเวลากลางคืน และความเสียหายสะสมนี้ส่งให้ผิวแลดูร่วงโรยก่อนวัยในที่สุด

 

นอกจากนี้การศึกษาในปี 2008 ของนักวิจัยญี่ปุ่นในหนูทดลองได้พบว่า แสงสีฟ้าไปขัดขวางการฟื้นตัวของปราการผิว ต่อมาในปี 2014 การศึกษาอีกชิ้นสรุปว่า แสงสีฟ้ากระตุ้นให้ผิวอักเสบและนำไปสู่การเกิดจุดด่างดำได้

 

ในทางตรงข้าม แสงสีฟ้าก็ใช่ว่าจะดูน่ากลัวขนาดนั้น เพราะการได้รับแสงสีฟ้าในเวลากลางวันในปริมาณที่เหมาะสม จะส่งผลดีต่อสุขภาพได้ เช่น ช่วยกระตุ้นระบบความจำ การรับรู้ของสมอง และให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าตื่นตัว แถมเลเซอร์ทรีตเมนต์แสงสีฟ้ายังช่วยแก้ปัญหาสิวได้ด้วย

 

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คุณอาจจะอดลังเลไม่ได้ว่า แล้วเราควรเริ่มกังวลหรือไม่เวลาไถหน้าจอดูฟีดอินสตาแกรมยามค่ำคืน

 

 

ลอเร็ตต้า ซิรัลโด้ (Loretta Ciraldo) แพทย์ผิวหนังชื่อดังจากไมอามีมีคำตอบ โดยเธอเป็นคนแรกๆ ที่ศึกษาเรื่องภัยร้ายของรังสียูวีเอที่มีต่อผิว ลอเร็ตต้าให้ความเห็นว่า แสงสีฟ้าจะเป็นอันตรายกับผิวก็ต่อเมื่อเราได้รับแสงนั้นมากเกินไป ยืนยันจากตลอดในช่วงปีนี้เธอสังเกตว่า สาวๆ ที่มาทำการรักษากับเธอนั้นเริ่มมีรูปแบบตำแหน่งการเกิดจุดด่างดำในจุดที่แปลกออกไป เพราะการทำงานและใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลทำให้ยากที่จะเลี่ยงการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ “ตำแหน่งจุดด่างดำดูผิดปกติจากแต่ก่อน ที่เราจะเห็นจุดด่างดำในช่วงหน้าแก้ม หน้าผาก กลางใบหน้า เพราะเป็นจุดที่แสงแดดตกกระทบ ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าฉันสังเกตเห็นจุดด่างดำปรากฏที่ช่วงข้างใบหน้าและใกล้กับใบหูมากขึ้น เรียกว่าเป็นจุดที่เราแนบโทรศัพท์เพื่อใช้งาน”  

 

เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ลอเร็ตต้านึกย้อนไปถึงการศึกษาเรื่องแสงสีฟ้าในปี 2014 ที่เธอเคยอ่าน “เรารู้ดีว่าเวลาอยู่กลางแจ้งข้างนอก แสงแดดเป็นศัตรูตัวฉกาจที่ทำร้ายผิว แต่ตอนนี้แม้เวลาอยู่ในที่ร่ม ด้วยไลฟ์สไตล์ที่พึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น ก็ต้องเริ่มระวังเรื่องแสงหน้าจอต่างๆ ที่ส่งผลเสียระยะยาวต่อผิวด้วย”

 

 

ในส่วนของผิวแก่ก่อนวัยนั้น ดร.บาร์บารา สตรัม (Barbara Sturm, MD) ศัลยแพทย์และครีเอเตอร์แบรนด์สกินแคร์ชื่อดังจากเยอรมนีกล่าวว่า ในแสงแดดนั้นจะประกอบด้วยแสงสีฟ้ากว่า 25-30% และช่วงความยาวคลื่นของแสงสีฟ้านั้นลงไปในผิวได้ลึกกว่ารังสียูวีเอและบีเสียอีก โดยจะลงไปทำลายชั้นผิวบริเวณที่มีคอลลาเจน อิลาสติน ส่งให้ผิวสูญเสียความกระชับยืดหยุ่นจนเกิดเป็นริ้วรอยได้ ดังนั้นในจุดนี้ หลักๆ จึงต้องพึ่งครีมบำรุงที่มีแอนติออกซิแดนต์สูง ช่วยปกป้องปราการผิว และใช้ครีมกันแดดเสมอ แม้ว่าครีมกันแดดทั่วไปส่วนใหญ่ยังไม่ได้พัฒนาให้ครอบคลุมการปกป้องผิวจากแสงสีฟ้าโดยเฉพาะ แต่ที่ยุโรปก็มีบางแบรนด์ที่เริ่มพัฒนากันแดดสูตรใหม่ๆ ออกมาแล้ว นอกจากนี้ลองปฏิบัติตามคำแนะนำเบื้องต้น เช่น เวลากลางคืนให้ลดการใช้อุปกรณ์หน้าจอดิจิทัลต่างๆ ลงบ้าง ปรับแสงหน้าจอให้ไม่จ้าเกิน รวมถึงลองหาหน้ากากที่ช่วยกรองแสงสีฟ้ามาติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสริมเข้าไป เชื่อว่าแค่นี้เพียงพอจะช่วยให้สาวยุคดิจิทัลอย่างเราปกป้องผิวเองได้อีกระดับหนึ่ง

 

 

ตัวช่วยยามราตรี

1. Advanced Night Repair Eye Supercharged Complex Synchronized Recovery จาก Estee Lauder (2,700 บาท)

อายครีมใหม่ ปกป้องผิวรอบดวงตาจากปัจจัยทำร้ายผิวอย่างมลภาวะและแสงสีฟ้า ที่เกิดจากรูปแบบการใช้ชีวิตยุคดิจิทัล

 

2.Anti-Pollution Drops จาก Dr. Barbara Sturm (5,950 บาท)

เซรั่มผสานพลังแอนติออกซิแดนต์ ช่วยเสริมปราการผิวให้แข็งแรง และปกป้องผิวจากมลภาวะและแสงสีฟ้า

 

3.Cilantro & Orange Extract Pollutant Defending Masque จาก Kiehl’s (1,250 บาท)

มาสก์ช่วยดีท็อกซ์ผิวจากมลภาวะ ผสานสารสกัดจากส้มและผักชี ช่วยต้านอนุมูลอิสระและปรับให้ผิวแข็งแรง

 

4.Antioxidant-Infused Sunscreen Mist with Vitamin C SPF 50 จาก Supergoop (510 บาท)

สเปรย์กันแดดเนื้อบางเบาผสานวิตามินซี เพื่อป้องกันผิวแก่ก่อนวัย และช่วยต้านอนุมูลอิสระ

 

5.C Antioxidant Glow Serum จาก Skin Design London (5,500 บาท)

เซรั่มผสานวิตามินซีเข้มข้น ดูแลผิวครอบคลุมทั้งเรื่องความกระจ่างใสและริ้วรอย พร้อมกระตุ้นให้ผิวต้านทานมลภาวะและแสงแดดได้ดีขึ้น

 

 

6.The Total Shield SPF50 PA++++ Anti-Pollution จาก EviDenS de Beauté (5,950 บาท)

ผลิตภัณฑ์กันแดดในเนื้อออยล์ผสมเจล เบาผิว ผสานสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยป้องกันผิวจากรังสียูวีเอ รังสียูวีบี รังสีอินฟาเรด และแสงสีฟ้าได้ครบ

 

7.Dr. Andrew Weil For Origins Mega-Mushroom Relief & Resilience Soothing Face Cream จาก Origins (3,600 บาท)

ครีมบำรุงรวมพลังสารสกัดจากเห็ดหลากสายพันธุ์ ช่วยต้านการอักเสบในผิวและปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ

 

8.Blanc Expert Double Ampoule Day & Night Solution จาก Lancome (4,300 บาท)

ทรีตเมนต์เข้มข้นช่วยให้ผิวพร้อมต้านมลภาวะ และปรับให้ผิวกระจ่างใส มี 2 สูตรสำหรับกลางวันและกลางคืนในขวดเดียว

 

9.Extra-Firming Nuit จาก Clarins (4,000 บาท)

ไนต์ครีมผสาน Anti-pollution Complex ช่วยชะลอความร่วงโรยผิว และช่วยฟื้นฟูผิวจากมลภาวะต่างๆ ทั้งความเครียด รังสียูวี และมลพิษ

 

10.Protective Facial Lotion SPF 30 จาก Aesop (2,250 บาท)

ผลิตภัณฑ์กันแดดเนื้อโลชันเบาสบาย ให้ผิวชุ่มชื่น ผสมสารแอนติออกซิแดนต์ ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีเอและบี

 

อ่านเรื่อง พิษร้ายของการเล่นมือถือก่อนนอน ได้ที่นี่

 

อ่านเรื่อง ดิจิทัล ดีท็อกซ์ กลับมานะ…สติ! ได้ที่นี่

 

ภาพ: Courtesy of Brands

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post แสงสีฟ้า ศัตรูความงามตัวฉกาจของคนยุคดิจิทัล appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/blue-light/feed/ 0
Tips & Tricks การเลือกคลีนซิ่งให้เหมาะกับสภาพผิว https://thestandard.co/cleansing-tips-tricks/ https://thestandard.co/cleansing-tips-tricks/#respond Mon, 20 Aug 2018 11:09:59 +0000 https://thestandard.co/?p=115006

อย่าคิดว่าการเลือกคลีนเซอร์ เราจะใช้อะไรก็ได้ไม่ต้องซีเ […]

The post Tips & Tricks การเลือกคลีนซิ่งให้เหมาะกับสภาพผิว appeared first on THE STANDARD.

]]>

อย่าคิดว่าการเลือกคลีนเซอร์ เราจะใช้อะไรก็ได้ไม่ต้องซีเรียสเพราะการทำความสะอาดผิวไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ด้วยเหตุนี้ THE STANDARD จึงได้รวบรวม Tips & Tricks ดีๆ มาฝาก เพื่อให้ทุกคนที่อยากมีผิวสะอาดสวยได้นำไปปรับใช้กับตัวเอง และควรซีเรียสกับการเลือกผลิตภัณฑ์ที่จะนำมาใช้กับผิวอย่างจริงจังมากขึ้น

 

เพราะผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย ผิวผสม และผิวมัน ต่างมีลักษณะผิวที่แตกต่างกันไป การเลือกใช้คลีนซิ่งจึงต้องต่างกัน ดังเช่นเคล็ดลับดีๆ เหล่านี้ที่นำมาฝากหนุ่มสาวผู้ที่อยากเริ่มต้นการเลือกคลีนซิ่งอย่างถูกต้อง

 

คลีนซิ่งครีม & คลีนซิ่งออยล์ แมตช์กับคนผิวแห้ง

Why: เพราะคนผิวแห้งจะมีลักษณะผิวที่ขาดความชุ่มชื่น หากใครผิวแห้งอยู่แล้วแต่ไม่ดูแลผิวเลยก็จะเจอกับสภาพผิวแห้งลอก แต่งหน้าก็ไม่ติด เป็นขุย เป็นคราบ ดูไม่เรียบเนียน หลังล้างหน้าเสร็จมักจะรู้สึกว่าผิวตึง นั่นไม่ใช่สิ่งที่บ่งบอกว่าสะอาด แต่หมายถึงสภาพผิวที่แห้งมาก หากปล่อยให้ผิวขาดความชุ่มชื่นต่อไป ผิวจะแห้งลอกเป็นขุย และกลายเป็นคนที่เสี่ยงต่อการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้เร็วขึ้น

 

How To: แนะนำให้คนผิวแห้งเลือกคลีนซิ่งเนื้อครีมหรือเนื้อออยล์ เพราะการคลีนซิ่งผิวที่เหมาะสมจะมอบความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดี และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง

 

Editor’s Pick

 

 

1. Laneige Perfect Pore Cleansing Oil ออยล์ล้างหน้าทำความสะอาด และล้างเมกอัพได้หมดจด (1,250 บาท)

 

 

2. Three Balancing Cleansing Oil ออยล์ทำความสะอาดผิวหน้าที่มียอดขายเป็นอันดับหนึ่งของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง มีกลิ่นหอมแนวอโรมา ใช้แล้วผ่อนคลาย (1,800 บาท)

 

สบู่ออร์แกนิก แมตช์กับคนผิวแพ้ง่าย

Why: เพราะคนผิวแพ้ง่าย เป็นผิวที่ไวต่อสิ่งกระตุ้น สังเกตง่ายๆ แค่อากาศเปลี่ยน อุณหภูมิรอบตัวเปลี่ยน หรือแพ้อาหาร ผิวก็พร้อมจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่สร้างปัญหากวนใจได้ตลอดเวลา ทั้งอาการคัน เกิดผื่นหรือรอยแดงบนผิวหน้าและลำตัว แม้พยายามเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มั่นใจว่าดีแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ผล นั่นเป็นเพราะคนผิวแพ้ง่ายมีโครงสร้างที่บอบบางกว่าผิวประเภทอื่นๆ เวลาเกิดปัญหาผื่นคัน ผิวจะฟื้นตัวได้ช้า

 

How To: หยุดคลีนซิ่งทุกสิ่งที่เคยใช้ แล้วเปลี่ยนมาใช้สบู่ล้างหน้าแทน แนะนำให้เลือกสบู่ออร์แกนิกที่มาจากธรรมชาติล้วนๆ เพื่อไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว เดี๋ยวนี้ในบ้านเรามีแบรนด์ออร์แกนิกทั้งไทยและต่างประเทศมากมาย ทำให้สะดวกต่อการเลือกใช้ สบู่ดีๆ เพียงก้อนเดียว อาจราคาสูงกว่าคลีนซิ่งโฟมธรรมดา แต่เชื่อเถอะว่าดีต่อผิวแพ้ง่ายที่สุดแล้ว อย่าลืมสังเกตสัญลักษณ์ Certified USDA Organic (สัญลักษณ์ที่แปลว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆ ผ่านการตรวจสอบจากองค์กรตรวจสอบผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกของสหรัฐอเมริกาที่มีมาตรฐานสูงและเข้มข้นที่สุดในโลก)

 

Editor’s Pick

 


3. Rawganic Soap สบู่ออร์แกนิกแบรนด์ไทยที่ผ่านการรับรองจาก USDA Organic ช่วยทำความสะอาดได้อย่างอ่อนโยน เหมาะกับผิวแพ้ง่าย (390 บาท)

 

คลีนซิ่งโฟม & คลีนซิ่งเจล แมตช์กับคนผิวผสม

Why: ลักษณะของคนผิวผสมคือบริเวณใบหน้าแต่ละส่วนจะมีการขับน้ำมันบนผิวออกมาต่างกัน บางจุดขับนำ้มันออกมามาก ทำให้ผิวบริเวณนั้นมีความมัน เช่น บริเวณทีโซนหรือตามจมูก เป็นต้น บางส่วนมีความแห้ง เช่น บริเวณข้างแก้ม หากไม่ดูแลดีๆ ผิวอาจแย่ถึงขั้นเปลี่ยนสภาพจากผิวผสมไปเป็นผิวแห้งหรือแพ้ง่ายได้ ดังนั้นไม่ใช่ว่าคนผิวผสมจะรอดที่สุด หากไม่ดูแลตั้งแต่การล้างหน้าและเลือกคลีนซิ่งที่เหมาะสม ผิวก็มีโอกาสแย่กว่าเดิมได้

 

How To: คนผิวผสมเหมาะกับการใช้คลีนซิ่งแบบเจลและโฟมมากที่สุด เพราะช่วยทำความสะอาดได้ดี และเหมาะกับสภาพผิว มีความอ่อนโยนที่พอดี ไม่มากไป ไม่น้อยไป อาจล้างหน้าด้วยโฟมหรือเจลหนึ่งรอบก่อน แล้วล้างซ้ำเฉพาะบริเวณที่มีความมันมากอีกครั้ง เช่น เน้นบริเวณทีโซนโดยเฉพาะ

 

Editor’s Pick

 

 

4. Origins Checks and Balances™ Frothy Face Wash โฟมล้างหน้าสูตรอ่อนโยนทำความสะอาดผิวได้เลิศ และช่วยปรับสมดุลผิวไปในตัว (1,000 บาท)

 

 

5. Saturday Skin Rise+Shine Purifying Cleanser โฟมที่รวมสารสกัดจากแอปเปิ้ลและพีช ช่วยทำความสะอาดผิวและผลัดเซลล์ผิว (970 บาท)

 

คลีนซิ่งสูตรออยล์ฟรี แมตช์กับคนผิวมัน

Why: คนผิวมันที่มีลักษณะของผิวที่ขับน้ำมันออกมามาก มักมีปัญหารูขุมขนกว้างและมักเป็นสิวง่าย โดยเฉพาะสิวหัวดำบริเวณจมูกหรือสิวเสี้ยน บางคนที่ผิวมันมากๆ จะทำให้หมักหมมสิ่งอุดตันบนผิวได้ง่าย ผลคือสิวที่เป็นอยู่แล้วจะอักเสบกว่าเดิมหากไม่ทำความสะอาดอย่างถูกต้อง

 

How To: ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าประเภทออยล์ฟรีเหมาะกับคนผิวมันมากที่สุด เพราะช่วยล้างความมันและสิ่งสกปรกตกค้างบนผิวได้ดี หลังล้างหน้าควรเช็ดด้วยโทนเนอร์สูตรกระชับรูขุมขนเพิ่มอีกรอบ เพื่อช่วยปรับผิวให้สมดุลและห่างไกลจากสิว

 

Editor’s Pick

 


6. Alpha-H Clear Skin Daily Face Wash ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ช่วยขจัดปัญหาสิวด้วยส่วนผสมของทีทรี ยูคาลิปตัส ไธม์ และกรดซาลิไซลิก สำหรับคนผิวมัน (1,150 บาท)

 

 

7. Bioderma Sebium H2O Purifying Cleansing Solution คลีนซิ่งทำความสะอาดผิวหน้าได้สะอาดหมดจด ไม่สร้างการระคายเคืองให้ผิว เหมาะกับคนผิวมันและผิวเป็นสิวง่าย (950 บาท)

 

ภาพ: Courtesy of Brands

ภาพประกอบ: Tanya S.

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post Tips & Tricks การเลือกคลีนซิ่งให้เหมาะกับสภาพผิว appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/cleansing-tips-tricks/feed/ 0
ชวนมาเคลียร์ปัญหา ทำไมทาครีมแล้วไม่เห็นผล? https://thestandard.co/how-cream-works/ https://thestandard.co/how-cream-works/#respond Fri, 25 May 2018 16:02:31 +0000 https://thestandard.co/?p=93453

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่นั่งหัวเสียอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งท […]

The post ชวนมาเคลียร์ปัญหา ทำไมทาครีมแล้วไม่เห็นผล? appeared first on THE STANDARD.

]]>

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่นั่งหัวเสียอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งทุกครั้งที่ส่องกระจก เพราะหงุดหงิดที่อุตส่าห์ทาครีมดังๆ ยี่ห้อดีๆ แต่กลับไม่เห็นผล แทนที่จะหัวเสียกับกระปุกครีมในมือ THE STANDARD ชวนมาเคลียร์ปัญหานี้ไปพร้อมกัน โดยถอยกลับไปที่จุดเริ่มต้น จะพบว่าต้นตอของปัญหานี้มันไม่ใช่ความผิดของสกินแคร์เลย แต่กลับเป็นตัวเราต่างหาก เนื่องจากถ้ามีการวิเคราะห์และรู้จักผิวของตัวเองแต่แรก ก็สามารถช่วยให้การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวถูกต้องและเห็นผลได้มากขึ้น นี่คือเทคนิควิเคราะห์แต่ละสภาพผิว เพื่อที่จะได้เลือกใช้สกินแคร์เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและน่าพอใจมากขึ้น

 

ผิวธรรมดา

จุดสังเกต: ผิวมีความเรียบเนียน สม่ำเสมอ รูขุมขนมีขนาดเล็ก บริเวณแก้มมักจะเป็นส่วนที่แห้งที่สุดบนใบหน้า แต่ไม่แห้งจนเกินไป ซึ่งบางครั้งคนผิวธรรมดาจะรู้สึกว่าผิวมีความมัน และรูขุมขนแลดูกว้างโดยเฉพาะบริเวณหน้าผาก จมูก และคาง แต่ความสมดุลระหว่างน้ำและน้ำมันในผิวมีความสมดุลที่พอดี ทำให้นี่เป็นชนิดผิวที่ง่ายต่อการดูแล รวมทั้งง่ายต่อการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวด้วย

 

การดูแลผิวธรรมดา
ควรทำความสะอาดผิวธรรมดาด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวแบบมีฟอง เช่น โฟม วิปโฟม สบู่ก้อนออร์แกนิกสำหรับทำความสะอาดผิวหน้า ส่วนขั้นตอนบำรุง ควรเลือกเติมความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยสกินแคร์เนื้อโลชันบางเบา หากเป็นครีมมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ต้องไม่ใช่เนื้อครีมที่เข้มข้นเกินไป ควรเลือกเนื้อผลิตภัณฑ์ที่ซึมเข้าผิวง่าย และใช้ครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน

 

วิธีอื่นๆ

เลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ ซี และอี เพื่อรักษาผิวให้มีความนุ่มนวลเรียบเนียน และอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือ การรักษาระดับความชุ่มชื้นในผิวและช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกายได้ด้วยวิธีง่ายๆ คือการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวันร่วมด้วย และหาเวลาสครับผิวเดือนละ 2 ครั้ง

 

Editor’s Picks  

 

 

1. Laneige Moist Cream Cleanser (850 บาท)

 

 

2. Fresh Lotus Youth Preserve Rescue & Recover Face Mask (2,700 บาท)

 

 

3. Philosophy Take A Deep Breath Oil-Free Oxygenating Gel Cream (1,490 บาท)

 

ผิวแห้ง

จุดสังเกต: คนผิวแห้งเมื่อล้างหน้าเสร็จจะรู้สึกตึงๆ ที่ผิว บางครั้งจะเห็นว่าผิวลอกเป็นขุยชัดเจน ใบหน้าดูแห้ง และเมื่อลองเอามือจับหรือสัมผัสใบหน้าดู จะรู้สึกว่าหยาบและไม่เรียบเนียน เนื่องจากผิวขาดความชุ่มชื้นอย่างมาก และเสี่ยงต่อการเป็นผิวแพ้ง่าย ข้อดีคือคนผิวแห้งจะมีรูขุมขนที่เล็กจนแทบจะมองไม่เห็น แต่ขณะเดียวกันก็มีข้อเสียที่ใหญ่หลวงคือเป็นผิวที่มักเกิดริ้วรอยได้ง่ายกว่าผิวประเภทอื่นๆ

 

การดูแลผิวแห้ง

ควรเพิ่มความใส่ใจเป็นพิเศษในการดูแลผิว โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ช่วยไม่ให้ผิวแห้งตึง ส่วนขั้นตอนการบำรุงควรบำรุงผิวอย่างดี โดยเริ่มจากน้ำมันบำรุงผิวหน้าเนื้อเบา แล้วค่อยตามด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เข้มข้นกว่าทาทับลงไป เลือกจากสูตรที่สามารถเติมความชุ่มชื้น เติมน้ำให้ผิวได้

 

วิธีอื่นๆ ควรปรับไลฟ์สไตล์เกี่ยวกับการกิน โดยเลือกกินอาหารดีมีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ เช่น ผัก ผลไม้ต่างๆ คนผิวแห้งที่อยู่ในห้องปรับอากาศเป็นเวลานานจะยิ่งทำให้ผิวแห้งเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นควรหาเครื่องทำความชื้นมาไว้ในบ้านหรือที่ทำงานก็สามารถช่วยได้ ที่สำคัญอย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอทุกวัน งดกาเฟอีนและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อีกหนึ่งสาเหตุของผิวขาดน้ำที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน

 

Editor’s Picks  

 

 

1. Clinique Moisture Surge Extended Replenishing Hydrator (1,900 บาท)

 

 

2. Tarte Travel Maracuja Oil (540 บาท)

 

 

3. Origins Checks and Balances™ Frothy Face Wash (1,000 บาท)

 

ผิวมัน
จุดสังเกต: มีความมันเงาบริเวณทีโซน (หน้าผาก จมูก และคาง) มีสาเหตุมาจากการที่ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป ทำให้รูขุมขนใหญ่และมองเห็นได้ชัดเจน คนผิวมันมักจะเป็นสิวอักเสบบ่อยๆ แต่ก็มีข้อดีตรงที่เกิดริ้วรอยยากกว่าคนผิวแห้ง

 

การดูแลผิวมัน

วิธีการดูแลผิวมัน เริ่มจากการล้างหน้าให้สะอาด 2 ครั้งต่อวัน เช้าและเย็น เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่นละอองที่เกาะติดอยู่บนผิวหน้า การล้างหน้าจะช่วยทำความสะอาดรูขุมขนไม่ให้เกิดการอุดตัน หลังล้างหน้านั้นคนผิวมันเหมาะกับโทนเนอร์ที่ใช้เช็ดผิวเพื่อปรับสมดุลผิวและกำจัดน้ำมันส่วนเกิน ส่วนมอยส์เจอร์ไรเซอร์ให้เล็งชนิดที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน เพื่อรักษาระดับความชุ่มชื้นของผิวเอาไว้ไม่ให้ผิวแห้งหรือมันเกินไป

 

วิธีอื่นๆ

รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และหมั่นดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ หากเป็นสิวอยู่ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แต้มสิวหรือยารักษาสิว ทารักษาควบคู่ไปกับการดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง จะช่วยให้การทาครีมเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น

 

Editor’s Picks

 

 

1. Mario Badescu Silver Powder (495 บาท)

 

 

2. Etude House AC Clean Up Toner (550 บาท)

 

 

3. Boscia Detoxifying Black Cleanser (1,360 บาท)

 

ผิวผสม

จุดสังเกต: มีความมันบริเวณทีโซน (หน้าผาก จมูก และคาง) แต่ข้างแก้มทั้งสองข้างจะค่อนข้างแห้ง หรือมีบางจุดที่ขาดความชุ่มชื้น บางคนอาจมีรูขุมขนกว้างบริเวณหน้าผาก จมูก และคาง

 

การดูแลผิวผสม

ผิวผสมจำเป็นต้องทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอโดยเลือกใช้สกินแคร์แยกส่วนกัน เช่น ผิวบริเวณที่มีความมันนั้นควรปรับสภาพผิวด้วยโทนเนอร์เป็นประจำ และบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อเข้มข้น ส่วนบริเวณที่ผิวแห้งนั้น คนผิวผสมเหมาะกับการเลือกใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของ AHA (Alpha Hydroxy Acids) เป็นส่วนประกอบซึ่งจะมีประโยชน์ต่อผิวผสม ทั้งช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิวด้วย

 

วิธีอื่นๆ

อย่าลืมทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน และสามารถมาสก์หน้าเดือนละ 2-3 ครั้ง ปัจจุบันมีมาสก์ที่ตอบโจทย์ผิวผสมที่เลือกมาสก์เฉพาะจุดได้

 

Editor’s Picks

 

 

1. Aesop In Two Minds Facial Cleanser (สอบถามราคาได้ที่เคาน์เตอร์)

 

 

2. Mamonde Floral Hydro Ampoule Toner (990 บาท)

 

 

3. Fresh Rose Deep Hydration Face Serum (2,000 บาท)

 

ผิวบอบบางแพ้ง่าย

จุดสังเกต: ผิวบอบบางแพ้ง่ายเกิดขึ้นได้ทั้งในผิวแห้งและผิวมัน จะมีลักษณะของผิวที่ระคายเคืองง่าย เวลาใช้เครื่องสำอางจะพบปัญหามากกว่าผิวประเภทอื่นๆ เพราะแพ้ง่ายและไวต่อสิ่งกระตุ้น ทำให้มองเห็นเป็นรอยแดง เป็นจ้ำๆ และมีอาการคัน

 

การดูแลผิวบอบบางแพ้ง่าย

ผิวแพ้ง่าย ไม่ว่าจะล้างหน้าหรือบำรุง สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ คือ ความอ่อนโยนของผลิตภัณฑ์ ต้องไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม พาราเบน และแอลกอฮอล์ ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ประเภทที่เสี่ยงต่อการระคายเคืองผิว ทางรอดเดียวคือมองหาผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าผลิตมาสำหรับผิวที่บอบบางแพ้ง่ายโดยเฉพาะ ซึ่งจะเข้าดูแลผิวได้ตรงสภาพผิว และปลอดภัยมากกว่า

 

วิธีอื่นๆ

เลือกใช้ครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่าย อาจมองหาแบรนด์ที่เป็น Vegan 100% หรือแบรนด์ออร์แกนิก ที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี เพื่อไม่ให้สร้างความระคายเคืองแก่ผิว ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกในตลาดในไทยเยอะขึ้นมาก เช่นร้าน All About You ที่รวมผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกจากทั่วโลกมารวมไว้ที่เดียว ทำให้ง่ายต่อการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับผิวทุกประเภท

 

Editor’s Picks

 

 

1. Dr Jart+ Cicapair Serum (1,910 บาท)

 

 

2. Eucerin Aquaporin Active Cream (680 บาท)

 

 

3. Clarins Extra-Comfort Toning Lotion (สอบถามราคาได้ที่เคาน์เตอร์)  

The post ชวนมาเคลียร์ปัญหา ทำไมทาครีมแล้วไม่เห็นผล? appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/how-cream-works/feed/ 0
Beauty List: รวมลิสต์สกินแคร์ชิ้นเด็ด มาสก์โสมตัวเริ่ด ที่คัดมาแล้วว่าควรค่าแก่การลงทุน https://thestandard.co/beauty-list-skincare/ https://thestandard.co/beauty-list-skincare/#respond Fri, 23 Mar 2018 12:02:52 +0000 https://thestandard.co/?p=79457

ตลอดเดือนที่ผ่านมา แบรนด์เครื่องสำอางและสกินแคร์ชื่อดัง […]

The post Beauty List: รวมลิสต์สกินแคร์ชิ้นเด็ด มาสก์โสมตัวเริ่ด ที่คัดมาแล้วว่าควรค่าแก่การลงทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตลอดเดือนที่ผ่านมา แบรนด์เครื่องสำอางและสกินแคร์ชื่อดัง Sulwhasoo, Estee Lauder, Dr.Cink, The Face Shop, The Body Shop และ Origins เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่กันอย่างคึกคัก จัดเต็มทั้งส่วนผสมยอดฮิตอย่างโสม รากไม้ ดอกไม้หายากในเทือกเขาหิมาลัย คุณค่าจากดอกเห็ดต่างๆ เพื่อการดูแลผิวของหนุ่มสาวยุคนี้ได้ครอบคลุมในทุกไลฟ์สไตล์ หากคุณกำลังมองหาสกินแคร์ที่ใช่ นี่อาจเป็นลิสต์ใหม่ๆ ที่ควรค่าแก่การลงทุนหิ้วกลับบ้าน

 

 

Sulwhasoo Snowise Brightening Exfoliating Mask (2,100 บาท)
ใครหลงรักกลิ่นหอมของสมุนไพร โดยเฉพาะแนวกลิ่นของโสม รับรองว่าจะต้องปลื้มกับมาสก์ตัวใหม่ล่าสุดของ Sulwhasoo ที่มาพร้อมเนื้อเจลเข้มข้นมาก ภายในอัดแน่นด้วยโสมขาวสดที่นำมาแปรสภาพเป็นส่วนผสมหลักในการบำรุงผิว ระหว่างที่ใช้แอปพลิเคเตอร์ทาลงบนผิวจะรู้สึกเย็นสบายและได้ฟินกับกลิ่นหอมของโสมขาวที่ทำหน้าที่เก็บกักชั้นเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้ยังคงอิ่มน้ำ เป็นอีกทางเลือกของคนที่อยากได้ผลลัพธ์ของผิวอิ่มน้ำและกระจ่างใสในเวลาเดียวกัน

 

 

We Say: ในคอลเล็กชันนี้มีอีกไอเท็มที่น่าลองคือ Sulwhasoo Snowise Brightening Cleansing Foam (1,300 บาท) จุดเด่นอยู่ที่ส่วนผสมที่เป็นดินเหนียวสีขาว เป็นสิ่งประทินผิวในอดีตของเหล่าราชนิกุลและชนชั้นขุนนางโบราณของเกาหลีที่ใช้ทำความสะอาดผิว นี่เป็นสูตรใหม่ที่ปรับให้มีค่า pH 5.0-6.0 เหมาะต่อการทำความสะอาดผิว โดยที่ผิวไม่ระคายเคือง

 

กลุ่มผลิตภัณฑ์ The Body Shop Roots of Strength
แบรนด์ที่เน้นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติในระดับแนวหน้าอย่าง The Body Shop ที่มักจะคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่สร้างความตื่นเต้นให้หนุ่มสาวคนรักผิวได้ปลาบปลื้มอยู่เสมอ ล่าสุดกลุ่มผลิตภัณฑ์ Roots of Strength ที่เปิดตัวรวดเดียว 3 ไอเท็ม​ก็เป็นอีกแบรนด์ที่เห็นความดีของโสม และเลือกใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติมาแมตช์เข้ากับศาสตร์ความงามของสมุนไพรจีนโบราณ โสมจากประเทศจีนถือเป็นส่วนผสมหลักที่โดดเด่นมาก โดยจะอยู่ใน Firming Essence Lotion (1,390 บาท) โลชั่นเติมความสดชื่นให้ผิวหลังการทำความสะอาด ท้ังยังหอมฟินกับกลิ่นหอม

Firming Serum (2,390 บาท) เซรั่มบำรุงผิวที่เมื่อใช้ต่อเนื่อง ผิวหน้าจะเฟิร์มได้รูปตามธรรมชาติ และ Firming Cream (1,890 บาท) ยกระดับความชุ่มชื้นให้เข้มข้นขึ้นอีก ใครผิวแห้งนี่เหมาะมาก เป็นครีมที่อัดแน่นด้วยสารบำรุงมากมาย ช่วยเรื่องเฟิร์มกระชับผิวหน้าไปในตัวด้วย

 

We Say: คนจีนนิยมใช้รากไม้หลายชนิดในการดูแลผิวมาหลายทศวรรษ รากไม้มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตตามศาสตร์ของจีน The Body Shop นำเอาศาสตร์นี้มาเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จนรวมเอารากไม้ โสมจากจีน ขิง และรัสคัส มาเป็นส่วนผสมในการบำรุงผิวหน้าให้กับคอลเล็กชันนี้ ใครชอบความเข้มข้นของสารสกัดดีๆ ตัวนี้น่าสนใจ

 

 

Origins Dr.Andrew Weil for Origins Mega-Mushroom Collection

เมื่อเห็นแพ็กเกจสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Origins หลายคนก็มั่นใจได้เลยในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่เต็มไปด้วยส่วนผสมที่มีประโยชน์ และยังเป็นแบรนด์แรกๆ ที่เข้าใจถึงคุณค่าของเห็ดและเอามาช่วยในการดูแลผิว ล่าสุดมีการพัฒนาสูตรที่ขายดีที่สุดของ Origins Dr.Andrew Weil for Origins Mega-Mushroom Collection เพื่อผลลัพธ์ที่ปังกว่าเดิม สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือเทคโนโลยีการหมักบ่มที่ผ่านการทดลองกว่า 20 แบบจนได้วิธีหมักที่ดีที่สุด และนำเอาส่วนผสมของเห็ด Coprinus Comatus มาเสริมการปกป้องผิว ซึ่งจะเข้าไปแท็กทีมกับส่วนผสมเดิมที่เด็ดๆ อย่างเห็ดหลินจือ ถั่งเช่า และเห็ดชากะ ใครเป็นสายรักสุขภาพผิว รักส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติ หากได้ลองสูตรใหม่ของ Origins ก็อาจจะตกหลุมรักอีกครั้ง

 

We Say: สิ่งที่ควรค่าแก่การลงทุน เราแนะนำ Skin Relief & Resilience Advanced Face Serum (3,900 บาท) เซรั่มบำรุงผิวหน้าที่จะทำหน้าที่ปลอบประโลมผิว เนื้อเซรั่มเบาสบาย เป็นบัดดี้คู่ผิวหน้าที่ควรมีเพื่อผลลัพธ์ของผิวสุขภาพดีใน 28 วัน

(*จากผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการของ Origins พบว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีได้ใน 28 วัน)

 

 

The Face Shop Yehwadam Hwansaenggo Serum (1,999 บาท)

หนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ในเครือ The Face Shop ที่เข้าไทยได้สักพักและได้รับความนิยมในคนรักผิวพอสมควร เพราะเป็นสกินแคร์ที่มีสารอาหารเข้มข้นสูง เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องจะเห็นความแตกต่างของผิวได้ชัดเจน สำหรับกลุ่ม Yehwadam ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ในไทยไม่นานนี้เป็นการรวมเอาคุณค่าของโสมชนิดต่างๆ มาบรรจุในผลิตภัณฑ์ ชิ้นเด็ดที่เราแนะนำคือคือ Yehwadam Hwansaenggo Serum เป็นเซรั่มเนื้อใสสีทองหรูหรา มีส่วนผสมของสมุนไพรเกาหลีที่หายากจำนวน 12 ชนิด เหมาะกับคนที่อยากได้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ ผิวหน้าดูใสขึ้น และยกกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ

 

We Say: สิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้เนื้อเซรั่มที่นุ่มและทาสบายผิวก็คือกลิ่นของสมุนไพรจำนวนมากที่รวมกันเป็นกลิ่นหอมเฉพาะ มีการผสานเข้ากับดอกไม้บางชนิด เมื่อกลิ่นโสมกับกลิ่นดอกไม้มารวมกันจึงกลายเป็นเซรั่มที่ทาแล้วหอมจนอยากทาอีกเรื่อยๆ

 

 

Dr.Cink Hydrating Serum (1,380 บาท)

เราตื่นเต้นไปแล้วตั้งแต่วันเปิดตัวเมื่อได้สัมผัสกับเซรั่มตัวดังของแบรนด์ Dr.Cink ที่เพิ่งแลนดิ้งเข้าไทยสดๆ ร้อนๆ หากใครยังไม่ทราบ นี่คือแบรนด์สกินแคร์แนวเวชสำอางชื่อดังของประเทศไต้หวัน ก่อตั้งโดย ลีฮัวเซ็ง ซึ่งผลิตภัณฑ์สกินแคร์และแผ่นมาสก์ของแบรนด์นี้โด่งดังเป็นที่เลื่องลือ โดยครองยอดขายในตลาดไต้หวันกว่าพันล้านบาท! และเซรั่มตัวดังที่ขอแนะนำคือ Dr.Cink Hydrating Serum เป็นเซรั่มล็อกความชุ่มชื้นให้ผิว หากใครเคยคิดว่าเซรั่มที่เคยใช้ซึมเร็วแล้ว เราอยากให้ได้ลองตัวนี้ เพราะซึมเร็วมากกว่าถึง 8 เท่า ผิวใครท่ีขาดการบำรุง ไม่สดชื่น อยากให้ลอง เพราะเซรั่มมีคุณสมบัติปลุกผิวให้สดชื่น มีกรดไฮยาลูรอนทั้งโมเลกุลเล็กและใหญ่ ทำหน้าที่เสริมการเก็บกักและล็อกความชุ่มชื้น

We Say: ลีฮัวเซ็ง ก่อตั้งแบรนด์ Dr.Cink ขึ้นมาหลังจากเธอผ่านการรักษาโรคมะเร็ง ทำให้ตระหนักว่าชีวิตคนเราควรเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพ ใช้ของที่ดี และเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ใครที่ไม่เคยใช้สกินแคร์แบรนด์นี้จึงมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ปลอดภัยแน่นอน มีการผลิตจากโรงงานที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน GMPC จากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา

 

 

Re-Nutriv Estee Lauder
มาปิดท้ายกันด้วยแบรนด์ในตำนานอย่าง Estee Lauder กันบ้าง กลุ่มผลิตภัณฑ์ Re-Nutriv Estee Lauder เป็นสกินแคร์สุดหรูหราระดับตำนานที่มีมาตั้งแต่ปี 1956 ซึ่งผู้ก่อตั้งอย่าง เอสเต ลอเดอร์ ถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในผู้หญิงที่เปลี่ยนทิศทางความงามของผู้หญิงในสมัยก่อน ซึ่งเราเชื่อว่าหลายคนอาจไม่เคยได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์และมักไม่เห็นตามสื่อโฆษณา ราวกับแบรนด์กำลังสื่อสารว่าหากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีเลิศแล้ว แม้ไม่ปรากฏอยู่ตามสื่อก็สามารถสร้างปรากฏการณ์แห่งความรักของผู้ใช้ที่มีต่อผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหนียวแน่น นั่นเป็นคำตอบว่าทำไมสกินแคร์กลุ่มนี้จึงเดินทางไกลมาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี ทั้งที่แทบไม่มีการโปรโมตเท่าแบรนด์ความงามอื่นๆ


ใครที่อยากทำความรู้จัก Estee Lauder เราขอแนะนำกลุ่ม Ultimate Lift Regenerating Youth ซึ่งมีทั้งพรีเซรัมที่เรียกว่า Floralixir™ Dew Regenerating Water ใช้ก่อนลงเซรั่ม และมี Ultimate Lift Regenerating Youth Serum (13,000 บาท)​ ที่มีส่วนผสมของดอกไม้หายากทั้ง Brasil Everlasting และ Himalayan Gentian ที่ออกดอกบนเทือกเขาหิมาลัย พัฒนาเป็นเซรั่มเข้มข้นที่ปกป้องผิวจากริ้วรอย สร้างความเรียบเนียน ให้ผิวกระชับ

 

 

We Say: เราชอบที่คุณยายเอสเตเข้าใจความรู้สึกลึกๆ ข้างในของผู้หญิงว่าทุกคนต่างก็ต้องการเพิ่มความหรูหราเล็กๆ น้อยๆ ให้กับชีวิต กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้แม้ราคาจะสูง แต่ก็อัดแน่นด้วยสารสกัดและคุณสมบัติที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะตัวที่ดูแลสาวๆ ทั่วโลกมาแล้วมาเป็นเวลานาน ซึ่งหากคุณอยากมอบประสบการณ์หรูหราเลอค่าให้กับผิวหน้าสักครั้ง กลุ่มผลิตภัณฑ์ Re-Nutriv Estee Lauder ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว

 

Photo: Courtesy of Brands

The post Beauty List: รวมลิสต์สกินแคร์ชิ้นเด็ด มาสก์โสมตัวเริ่ด ที่คัดมาแล้วว่าควรค่าแก่การลงทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/beauty-list-skincare/feed/ 0
ปักหมุด 5 ร้านเครื่องสำอางคุณภาพเริ่ด สำหรับสายออร์แกนิกโดยเฉพาะ https://thestandard.co/5-cosmetics-organic/ https://thestandard.co/5-cosmetics-organic/#respond Fri, 06 Oct 2017 08:44:04 +0000 https://thestandard.co/?p=32973

     เทรนด์ออร์แกนิกในวงการเครื่องสำอางก […]

The post ปักหมุด 5 ร้านเครื่องสำอางคุณภาพเริ่ด สำหรับสายออร์แกนิกโดยเฉพาะ appeared first on THE STANDARD.

]]>

     เทรนด์ออร์แกนิกในวงการเครื่องสำอางกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ THE STANDARD รวบรวมร้านเครื่องสำอางและสกินแคร์ที่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ดีๆ จากธรรมชาติ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับคนรักความออร์แกนิกได้ใช้เป็นแนวทางในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แต่งเติมความสวยอย่างปลอดภัย ทั้งยังมีส่วนช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมทางอ้อมจากการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มาจากแบรนด์ที่ใส่ใจรักษ์โลกอีกด้วย

 

 

Lush

     Lush สาขาแรกในประเทศไทยเปิดตัวเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2016 และในวันที่ 1 พฤศจิกายนที่กำลังจะถึงนี้ Lush จะเปิดสาขาที่ 2 ที่เมกาบางนา เชื่อว่าคนชอบออร์แกนิกคนไทยเริ่มจะรู้จักและคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในร้านนี้กันบ้างแล้ว ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็น Fresh Handmade Cosmetics โดดเด่นด้วยผลิตภัณฑ์ที่เป็นออร์แกนิก ทุกอย่างมีกลิ่นหอมที่แปลกใหม่ ไม่ซ้ำกับแบรนด์ใด

     ย้อนประวัติกันเล็กน้อยให้ทุกคนได้รู้จักต้นกำเนิดของ Lush อย่างถูกต้อง ร้าน Lush แรกเริ่มเดิมทีเป็นร้านเล็กๆ ที่ก่อตั้งขึ้นในแถบชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศอังกฤษ เมื่อปี ค.ศ. 1995 ปัจจุบันมีร้านกว่า 950 สาขาใน 50 ประเทศทั่วโลก แนวคิดของแบรนด์ Lush ใช้นโยบายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการต่อต้านการทดลองกับสัตว์ และใช้ส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติเท่านั้น ทำให้ Lush มีความโดดเด่นกว่าใครในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางชั้นนำของโลกที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเสมอมา ลูกค้าของ Lush สามารถสะสมกระปุกเปล่า ขวดเปล่า หรือตลับครีมเปล่า จำนวน 5 ชิ้น มาแลก Fresh Face Mask ฟรี 1 กระปุก ซึ่งเป็นนโยบายที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทกลายเป็นตำนานจนถึงทุกวันนี้

 

     We Recommend: Fresh Face Mask มาสก์หน้าที่ผสมสดใหม่ จากส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติล้วนๆ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และช่วยบำรุงผิวหน้าในแต่ละปัญหาได้อย่างตรงจุด, Bath Bomb สำหรับแช่ตัวในอ่างอาบน้ำให้หอมกรุ่น มีหลายกลิ่นให้เลือกตามความชอบ, ยาสีฟันเม็ด, แชมพูแบบก้อน, สบู่อาบน้ำเยลลี, โลชัน และหลายผลิตภัณฑ์ที่แปลกตาอื่นๆ อีกมากมาย

     Location: Lush สาขาประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์

 

 

Zuii Organic

     แบรนด์ Zuii Organic เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2558 นำเข้าโดยบริษัท ธราภา จำกัด แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ออร์แกนิก 100% จากออสเตรเลีย จุดเด่นของ Zuii Organic คือ เป็นเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของธรรมชาติล้วน คัดสรรมาจากพืชและกลีบดอกไม้ปลอดสารพิษ และเป็นแบรนด์ออร์แกนิกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ จากสถาบันมาตรฐานระดับโลกอย่าง NASAA (National Association for Sustainable Agriculture, Australia) และ BDIH & COSMOS (European Certifying Body)

 

 

     ปัจจุบันแบรนด์ Zuii Organic มีอายุยาวนานกว่า 30 ปี โรส บีซีย์ (Rose Beesey) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ เป็นคนหนึ่งที่ตระหนักถึงอันตรายของการใช้สารเคมีต่างๆ ในเครื่องสำอางทั่วไป เพราะผิวหนังของคนเราสามารถซึมซับสารต่างๆ ได้ 30-60% โดยเฉพาะในลิปสติกที่มีรายงานการวิจัยจากต่างประเทศระบุว่า ผู้หญิงโดยเฉลี่ยจะรับประทานลิปสติกไปประมาณ 3.5-4.5 กิโลกรัมในหนึ่งช่วงชีวิต นั่นหมายความว่า เรารับสารพิษเข้าร่างกายทุกวันผ่านการทาลิปสติก ด้วยเหตุนี้เธอจึงมุ่งมั่นพัฒนาเครื่องสำอางไร้สารพิษ เน้นความปลอดภัย และมีคุณสมบัติในการบำรุง ปกป้อง และฟื้นฟูสภาพผิว

 

     We Recommend:

  1. Zuii Organic Certified Organic Flora Volume Mascara มาสคาร่า มีส่วนผสมจาก Cera Alba เป็นแว็กซ์จากขี้ผึ้งธรรมชาติบริสุทธิ์ มีเชียร์บัตเตอร์ น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ และสารสกัดจากธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความหนาให้กับขนตาดูมีวอลุ่มได้อย่างสวยงามปลอดภัย
  2. Zuii Organic Certified Organic Flora Lipstick ลิปสติกออร์แกนิกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานออร์แกนิกเรียบร้อย เฉดสีนี้คือ Brown Sugar ใช้ทาได้หลายโอกาส อุดมด้วยน้ำมันโจโจ้บา และดอกทานตะวัน มีวิตามิน A, B1, B6 และวิตามิน E ที่ช่วยปกป้องและบำรุงริมฝีปาก
  3. Zuii Organic Certified Organic Duo Eyeshadow Palette สี Forest Moss อายแชโดว์ที่ได้แรงบันดาลใจจากป่าต้นมอส โดดเด่นด้วยสีเขียวเฉดสวย อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาติจากธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้เปลือกตาไม่แห้ง มาพร้อมเม็ดสีแน่น มีส่วนผสมของกุหลาบ ดอกมะลิ และคาโมมายล์

     Location: Zuii Organic มีจำหน่ายที่ชั้น 1 ดิ เอ็มควอเทียร์

 

 

Origins

     แบรนด์ Origins จากประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกช่วงปลายปี ค.ศ. 1980 โดย วิลเลียม พี. ลอเดอร์ (William P. Lauder) แบรนด์นี้ให้ความสำคัญเรื่องการค้นคว้าวิจัยพืชพรรณธรรมชาติ เฟ้นหาส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดของโลก โดยผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกๆ ที่เปิดตัวอย่างฮือฮาเมื่อปี ค.ศ. 1990 คือมาสก์ถ่าน Clear Improvement Mask ซึ่งกลายเป็นสินค้าขายดีจนถึงปัจจุบัน แบรนด์ Origins เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ตั้งใจบุกเบิกและเริ่มใช้มาตรการต่างๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดผลิตขึ้นจากส่วนผสมของธรรมชาติและมีการใช้พลังงานแบบยั่งยืนที่ผลิตจากกังหันลม เรียกได้ว่าทุกกระบวนการผลิตในแต่ละขั้นตอนล้วนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แม้แต่บรรจุภัณฑ์ก็ทำจากวัสดุรีไซเคิล และได้ร่วมกับองค์กรระดับโลกอย่าง Global ReLeaf ในการปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับโลกใบนี้ด้วย ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 จนถึงปัจจุบัน Origins สามารถปลูกต้นไม้ทั่วโลกได้กว่า 5 แสนต้นแล้ว

 

 

     We Recommend:

  1. Origins Active Charcoal Exfoliating Cleansing Powder ผงแบมบูชาร์โคลทำความสะอาดผิว และมีส่วนช่วยให้รูขุมขนกระชับและเล็กลงได้ภายใน 7 วัน ประกอบด้วยผงจากถ่านไม้ไผ่บริสุทธิ์ เมื่อใช้งานจะเปลี่ยนเป็นเนื้อครีมเข้มข้น และดูดซับสิ่งสกปรก เช่น ฝุ่นควัน สารพิษ และไขมันที่อุดตันผิวได้อย่างอ่อนโยน สะอาดสดชื่น
  2. Origins Mega-Mushroom Skin Relief Advanced Face Serum เซรั่มบำรุงผิว มีเนื้อเซรั่มที่บางเบา ใช้แล้วรู้สึกสบายผิว มีคุณสมบัติช่วยเสริมการปกป้องผิวจากมลภาวะภายนอกด้วยสูตรเฉพาะ ผสานผลังเห็ดหลินจือ เห็ดถั่งเช่า เห็ดชากา และพืชธรรมชาติสรรพคุณสูงอย่าง ซีบัคธอร์น ใครมีผิวบอบบางเหมาะกับเซรั่มขวดนี้มาก เพราะช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น

     Location: พบกับเคาน์เตอร์​ Origins ได้ตามแผนกเครื่องสำอางในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป

 

 

Neal’s Yard Remedies

     Neal’s Yard Remedies เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อ 4 ธันวาคม ค.ศ. 1981 ที่ละแวก นีลส์ยาร์ด (Neal’s Yard) มุมเล็กๆ ในย่านโคเวนต์การ์เดน (Covent Garden) ใจกลางกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นแบรนด์ที่เชื่อมั่นในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมจากภายในสู่ภายนอก ซึ่งกลายเป็นหัวใจสำคัญในการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ภายใต้แบรนด์ Neal’s Yard อันประกอบด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิว สุขภาพและความงาม โดยคัดเลือกใช้เฉพาะส่วนผสมที่ได้จากการเพาะปลูกแบบออร์แกนิกเท่านั้น เพื่อให้ลูกค้าทุกคนมั่นใจว่าได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่บริสุทธิ์ปลอดภัยและไร้สารเคมีจริงๆ

 

 

     นอกจากนี้แบรนด์ Neal’s Yard ยังถือเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามรายแรกในประเทศอังกฤษ ที่ได้รับการรับรองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก ทั้งยังได้รับรางวัลการันตีความสำเร็จอย่างมากมายทั้งในด้านการใช้ส่วนผสมแบบออร์แกนิกและการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันมีสาขามากถึง 50 สาขาทั่วประเทศอังกฤษ และมีสาขาในอีก 21ประเทศใน 5 ทวีป

 

 

     We Recommend: Rehydrating Rose กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่บำรุงผิวอย่างล้ำลึก ด้วยกลีบกุหลาบนับร้อยผสานกับสารสกัดจากพืชพรรณออร์แกนิกทรงประสิทธิภาพ พร้อมเปล่งประกายสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ

     Location: Neal’s Yard Remedies ตั้งอยู่ที่ชั้น M บิวตี้ฮอลล์ Yard Remedies Therapy Room ชั้น B1 (ฝั่ง South) สยามพารากอน

 

 

All About You

     ความเป็นมาของร้าน All About You จากคำบอกเล่าของ กฤษฎิ์พนธ์ เมฆภานุวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดร้าน All About You ประเทศไทย กล่าวว่า “ร้าน All About You เป็นบริษัทลูกของ บริษัท ยูเนียนเมดดิคอล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทยาที่ก่อตั้งมานานกว่า 30 ปีแล้ว พอมาถึงเจเนอเรชันของรุ่นลูก ก็เลยคิดว่าอยากต่อยอดมาทำผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับคอสเมติก ก็เลยมองว่าผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับคอสเมติกและสกินแคร์ที่เราจะทำน่าจะต้องเกี่ยวข้องกับสุขภาพอยู่ และเราก็คำนึงถึงความปลอดภัยเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ด้วย ประกอบกับเรื่องออร์แกนิกเทรนด์จากทั่วโลกก็กำลังได้รับความนิยมสูง ทั้งในญี่ปุ่น อเมริกา หรือยุโรป เขาก็ให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกกันเยอะ ผมเลยมองว่าน่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะนำความสนใจของเทรนด์นี้เข้ามาในเมืองไทย

 

 

     ตอนนี้ All About You อยู่ในไทยมา 3 ปีแล้ว โดยในร้าน All About You มีผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่นำเข้าทั้งจากสหรัฐอเมริกา, ฝรั่งเศส, บัลแกเรีย, อังกฤษ, เนเธอร์แลนด์ และเกาหลีใต้ แต่ตอนนี้เริ่มรับสินค้าของแบรนด์ไทยที่ผ่านเกณฑ์ของเรามาวางจำหน่ายในร้านด้วย เพราะแบรนด์ออร์แกนิกของคนไทยเองก็เริ่มมีจำนวนมากขึ้น ทั้งหมดเราก็ต้องคัดสรรอย่างดี และมั่นใจว่าเป็นสินค้าออร์แกนิกที่มีความปลอดภัยจริงๆ”

 

 

     We Recommend:  

  1. Mad Hippie Vitamin C Serum เป็นวิตามินซีเซรั่มจากสหรัฐอเมริกา เป็นตัวที่ขายดีที่สุดในร้าน เพราะใช้แล้วช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใส และลดโอกาสในการเกิดสิว ผิวหน้าจึงเนียนใสเป็นธรรมชาติ และส่วนประกอบทั้งหมดมาจากธรรมชาติ เป็นออร์แกนิกที่ปลอดภัยแน่นอน
  2. กลุ่มผลิตภัณฑ์แบรนด์ Oliv เป็นแบรนด์ออร์แกนิกจากประเทศฝรั่งเศส มีทั้งเซรั่ม อายเจลสำหรับทาใต้ตา ผลิตภัณฑ์สำหรับลดเลือนริ้วรอยต่างๆ จุดเด่นคือแบรนด์นี้ใช้ส่วนผสมที่สกัดจากใบมะกอก ช่วยเรื่องเพิ่มคอลลาเจน กระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวกระจ่างใสอิ่มเอิบขึ้น
  3. Alima Pure เป็นแบรนด์เมกอัพที่ผลิตมาจากแร่ธาตุต่างๆ เวลาแต่งหน้า จึงไม่ต้องกังวลว่าจะอุดตันผิว ล้างออกง่าย ช่วยลดการเกิดสิวได้ดี ในกลุ่มเมกอัพของแบรนด์นี้จะมีทั้งแป้งฝุ่น ลิปสติก ปัดแก้ม อายแชโดว์ มาสคาร่า ทั้งหมดใช้แล้วปลอดภัยแน่นอน

     Location: ร้าน All About You ในประเทศไทย มีสาขาดังนี้ ชั้น 1 เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, ชั้น 1 เซ็นทรัล ศาลายา, ชั้น 1 เกษรพลาซ่า, ชั้น 1 พาราไดซ์ พาร์ค, ชั้น M สยามดิสคัฟเวอรี่, และ Terminal 21

The post ปักหมุด 5 ร้านเครื่องสำอางคุณภาพเริ่ด สำหรับสายออร์แกนิกโดยเฉพาะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/5-cosmetics-organic/feed/ 0
ผิวสวยหน้าปัง! 5 สกินแคร์และมาสก์ที่น่าใช้ที่สุดในนาทีนี้ https://thestandard.co/lifestyle-beauty-5-skincare-and-mask/ https://thestandard.co/lifestyle-beauty-5-skincare-and-mask/#respond Fri, 09 Jun 2017 05:19:01 +0000 https://thestandard.co/?p=5121

       เรายังอยู่ในเดือนที่มีการรณร […]

The post ผิวสวยหน้าปัง! 5 สกินแคร์และมาสก์ที่น่าใช้ที่สุดในนาทีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

     เรายังอยู่ในเดือนที่มีการรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมโลกกันทั้งที สาวก
     บิวตี้อย่างเราคงต้องอินเทรนด์กันหน่อย จึงอยากชวนสาวๆ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อิงกับธรรมชาติ ทั้งสกินแคร์บำรุงผิวจาก Three, The Body Shop, Origins, Innisfree และ Lush แบรนด์ออร์แกนิกชื่อดังจากอังกฤษที่มาพร้อมมาสก์ตัวดังระดับเบสต์เซลเลอร์    

 

     1. Innisfree The Green Tea Seed Serum – 1,200 บาท

     เพิ่งฉลองยอดขายครบ 10 ล้านขวดทั่วโลกไปเมื่อเดือนที่แล้ว เดือนนี้ Innisfree ส่งแคมเปญ Eco-Hankie ต่อทันที ความดีงามของคอลเล็กชันนี้ นอกจากจะเปลี่ยนแพ็กเกจเป็นลวดลายลิมิเต็ดเอดิชัน ยังเพิ่มปริมาณเป็น 2 เท่า แต่จ่ายในราคาเดิม และคงคุณสมบัติของเซรั่มที่ช่วยเติมความชุ่มชื่นให้ผิวด้วยสารสกัดจากใบชาเขียวธรรมชาติ 100%    

 

     2. Origins Three Part Harmony™ Nourishing Cream For Renewal, Repair And Radiance – 3,600 บาท

     หากผิวเริ่มร่วงโรย อยากได้ครีมบำรุงที่เข้มข้นมาดูแลฟื้นฟูผิว บางทีครีมกระปุกนี้จาก Origins อาจช่วยได้ ด้วยคุณสมบัติของสารสกัดอันหลากหลาย ผสานประโยชน์จากวิตามินซี ทำให้ครีมบำรุงตัวนี้สามารถดูแลผิวที่มีปัญหาได้อย่างเข้มข้นและตรงจุด แถมยังฟีลกู้ดด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของพืชตระกูลซิตรัส บวกกับกลิ่นโรสไวเล็ตและจัสมิน  

 

     3. The Body Shop Vitamin E Moisture Cream Limited Edition – 820 บาท

      วิตามินอี มอยส์เจอร์ตัวเด่นของแบรนด์ เป็นสูตรล็อกความชุ่มชื้นยาวนานถึง 48 ชั่วโมง เนื้อครีมบางเบา ซึมเร็ว เมื่อใช้ต่อเนื่องทำให้ผิวของสาวๆ เนียนนุ่ม สดชื่น แลดูผิวสุขภาพดี มีส่วนผสมของวิตามินอี, ไฮยาลูรอนิกแอซิดธรรมชาติ 100% และน้ำมันจมูกข้าวสาสี ข้อดีเพิ่มเติมคือใช้ได้กับทุกสภาพผิว    

     

     4. Lush Mask of Magnaminty Face and Back Pack – 595 บาท

     สาวๆ Lushie* ห้ามพลาดกับมาสก์ตัวดังที่ประกอบด้วย fresh peppermint, peppermint oil, honey, aduki beans ซึ่งโดดเด่นเรื่องการลดอาการหน้ามัน และลดสาเหตุของการเกิดสิว สิ่งที่ได้เพิ่มหลังการมาสก์หน้าคือ ผิวหน้าเนียนนุ่มชุ่มชื่นด้วยน้ำผึ้ง มาสก์ไปสครับหน้าไปเบาๆ พร้อมสัมผัสกลิ่นหอมสดชื่นของกลิ่นเปปเปอร์มินต์ไปด้วย ฟินสุดๆ  

 

     5. Three Aroma Lotion U&R – 2,200 บาท

     โลชั่นขวดนี้เหมาะกับอากาศบ้านเราช่วงนี้ที่สุด เนื้อโลชั่นช่วยมอบความชุ่มชื้นแก่ผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดดและอากาศร้อนมาตลอดทั้งวัน มีคุณสมบัติช่วยปรับอุณหภูมิบนผิว ทำให้รู้สึกเย็นสบาย ขจัดปัญหารูขุมขนกว้าง อาการผิวบวม เหมาะมากกับคนที่มีปัญหาผิวแห้งที่พบได้บ่อยในช่วงอากาศร้อน

The post ผิวสวยหน้าปัง! 5 สกินแคร์และมาสก์ที่น่าใช้ที่สุดในนาทีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/lifestyle-beauty-5-skincare-and-mask/feed/ 0