NIO Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/nio/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 22 Aug 2024 11:31:57 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 หุ้น Tesla บวก 7 วันรวด หนุนราคาพุ่ง 70% ใน 3 เดือน หลังส่งมอบรถ 4.4 แสนคันใน Q2 https://thestandard.co/tsla-stockprices-up-70-percent/ Fri, 05 Jul 2024 09:36:28 +0000 https://thestandard.co/?p=954341 หุ้น Tesla

ช่วงวันพุธที่ผ่านมา (3 กรกฎาคม) ราคาหุ้น Tesla ปรับตัวข […]

The post หุ้น Tesla บวก 7 วันรวด หนุนราคาพุ่ง 70% ใน 3 เดือน หลังส่งมอบรถ 4.4 แสนคันใน Q2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น Tesla

ช่วงวันพุธที่ผ่านมา (3 กรกฎาคม) ราคาหุ้น Tesla ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องกว่า 7 วันติดต่อกัน คิดเป็นการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นราว 35% หลังประกาศยอดการส่งมอบรถยนต์ในไตรมาส 2 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

 

หากพิจารณาจากจุดต่ำสุดตั้งแต่เดือนเมษายน 2024 ราคาหุ้น Tesla ปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 70% มาอยู่ที่บริเวณ 246 ดอลลาร์ 

 

ตัวเลขการส่งมอบรถยนต์ในไตรมาส 2 ของ Tesla อยู่ที่ 443,956 คัน ขณะที่ยอดการผลิตรถยนต์อยู่ที่ 410,831 คัน ขณะที่ข้อมูลของ FactSet StreetAccount ซึ่งรวบรวมความเห็นนักวิเคราะห์ที่ประมาณการไว้ว่า Tesla จะส่งมอบรถยนต์ได้ 439,000 คัน

 

นักวิเคราะห์จาก Citigroup มองว่า การที่ราคาหุ้นตอบรับต่อยอดส่งมอบรถที่ทำได้ดีกว่าการคาดการณ์ของตลาด แต่ในช่วงหลังจากนี้ นักลงทุนจะเปลี่ยนมาดูที่อัตราการทำกำไรของรถยนต์ในไตรมาส 2 และแผนงานในอนาคตของ Tesla 

 

ในขณะที่คู่แข่งซึ่งเป็นบริษัทยานยนต์ไฟฟ้าจากจีนอย่าง ZEEKR และ NIO รายงานยอดการส่งมอบรถยนต์ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าเป็น 87,870 คัน และ 87,426 คัน ตามลำดับ

 

อย่างไรก็ตาม ยุโรปและสหรัฐฯ ต่างตั้งกำแพงภาษีสำหรับการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนเป็น 38% และ 100% ตามลำดับ เพื่อป้องกันการไหลเข้าของสินค้าจีนจนกระทบตลาดภายในประเทศ

 

นอกจากนี้ Tesla ยังประกาศยอดขายแบตเตอรี่รวม 9.4 กิกะวัตต์ชั่วโมง คิดเป็น 10% ของยอดขายแบตเตอรี่ทั่วโลกทั้งปี 2023 ซึ่งอยู่ที่ราว 100 กิกะวัตต์ชั่วโมง ตัวเลขดังกล่าวมีแนวโน้มจะสูงขึ้นจากปี 2023 ที่ขายได้ 15 กิกะวัตต์ชั่วโมง 

 

อ้างอิง:

The post หุ้น Tesla บวก 7 วันรวด หนุนราคาพุ่ง 70% ใน 3 เดือน หลังส่งมอบรถ 4.4 แสนคันใน Q2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ค่ายรถยนต์จีนตั้งเป้าบรรลุส่วนแบ่งตลาดโลก 33% ปี 2030 กูรูแนะค่ายรถยนต์รุ่นเก่าเร่งปรับตัว งัดนวัตกรรมขึ้นมาสู้ https://thestandard.co/chinese-automakers-global-market/ Fri, 28 Jun 2024 03:51:51 +0000 https://thestandard.co/?p=951120 ค่ายรถยนต์จีน

AlixPartners บริษัทที่ปรึกษาชื่อดัง เปิดเผยรายงานฉบับล่ […]

The post ค่ายรถยนต์จีนตั้งเป้าบรรลุส่วนแบ่งตลาดโลก 33% ปี 2030 กูรูแนะค่ายรถยนต์รุ่นเก่าเร่งปรับตัว งัดนวัตกรรมขึ้นมาสู้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ค่ายรถยนต์จีน

AlixPartners บริษัทที่ปรึกษาชื่อดัง เปิดเผยรายงานฉบับล่าสุดเกี่ยวกับตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์จีนที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (27 มิถุนายน) โดยพบว่า ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนน่าจะขยายตัวอย่างรวดเร็วในตลาดต่างประเทศ และสามารถขยายส่วนแบ่งตลาดแตะระดับ 33% ภายในปี 2030

 

การเติบโตส่วนใหญ่จากการคาดการณ์ส่วนแบ่งตลาด 21% ในปีนี้ คาดว่าจะเกิดขึ้นนอกประเทศจีน โดยยอดขายนอกประเทศจีนคาดว่าจะเติบโตจาก 3 ล้านในปีนี้เป็น 9 ล้านภายในปี 2030 คิดเป็นการเติบโตจาก 3% เป็น 13% ของส่วนแบ่งการตลาดภายในสิ้นทศวรรษนี้

 

การขยายตัวอย่างรวดเร็วของผู้ผลิตรถยนต์ในจีนเป็นข้อกังวลที่เพิ่มขึ้นสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลก เนื่องจากหลายคนกลัวว่ารถยนต์ที่ผลิตในจีนที่มีราคาถูกกว่าจะเข้ามาทุ่มตลาดจนส่งผลเสียต่อตลาดโดยรวม รวมถึงทำให้เกิดการตัดราคารถยนต์กันเอง โดยเฉพาะในหมู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

 

ทั้งนี้ AlixPartners คาดว่า แบรนด์ EV สัญชาติจีนจะสามารถเติบโตในทุกตลาดทั่วโลก ยกเว้นตลาดในญี่ปุ่นและอเมริกาเหนือ รวมถึงสหรัฐอเมริกา ซึ่งมาตรฐานความปลอดภัยของยานพาหนะมีความเข้มงวดมากขึ้น และมีการประกาศจัดเก็บอัตราภาษี 100% สำหรับ EV นำเข้าของจีน

 

Mark Wakefield ผู้นำระดับโลกด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ AlixPartners ชี้ว่า “จีนเป็นผู้พลิกโฉมอุตสาหกรรมรายใหม่ โดยสามารถผลิตยานพาหนะและนำจำหน่ายสู่ท้องตลาดได้เร็วกว่า ถูกกว่า มีครบทั้งเทคโนโลยีและการออกแบบขั้นสูง ตลอดจนกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น”

 

ทั้งนี้ ในอเมริกาเหนือ ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนได้รับการคาดการณ์ว่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดเพียง 3% เท่านั้น ขณะที่ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอเมริกาของรถยนต์จีนส่วนใหญ่อยู่ในเม็กซิโก โดยที่ 1 ใน 5 ของรถยนต์คาดว่าจะเป็นแบรนด์จีนภายในปี 2030 ขณะที่ในภูมิภาคหลักอื่นๆ ส่วนใหญ่ของโลก AlixPartners รายงานว่า ส่วนแบ่งตลาดของผู้ผลิตรถยนต์จีนคาดว่าจะเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยพื้นที่เหล่านั้นรวมถึงอเมริกากลางและอเมริกาใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา 

 

ขณะที่ EV สัญชาติจีนในตลาดจีนก็คาดว่าจะเติบโตสร้างส่วนแบ่งตลาดจาก 59% เป็น 72% โดยรายงานระบุว่า ผู้ผลิตรถยนต์รุ่นเก่า เช่น General Motors ได้สูญเสียจุดยืนที่สำคัญในจีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศของจีนและบริษัทต่างๆ เช่น BYD, Geely และ NIO

 

ในยุโรป Andrew Bergbaum ผู้นำร่วมระดับโลกด้านการปฏิบัติงานด้านยานยนต์และอุตสาหกรรมของ AlixPartners กล่าวว่า ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่วนแบ่งการตลาดของแบรนด์ยานยนต์จีนคาดว่าจะเพิ่มขึ้นสองเท่าจาก 6% เป็น 12% ภายในปี 2030 โดยค่ายรถยนต์จากจีนกำลังเติบโตขยายตัว เนื่องจากมีความได้เปรียบด้านต้นทุนจากการผลิตในท้องถิ่น 

 

ทั้งนี้ ผู้ผลิตรถยนต์ EV ของจีนสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่โดยใช้เวลาเพียงครึ่งหนึ่งที่ผู้ผลิตรถยนต์รุ่นเก่าใช้ เช่น ในขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์รุ่นเก่าใช้เวลาผลิต 40 เดือน ผู้ผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ของจีนใช้เวลาเพียง 20 เดือน โดยรวมถึงกระบวนการออกแบบและการทดสอบสมรรถนะเพื่อให้ตรงตามมาตรฐานอย่างเพียงพอ ขณะเดียวกันผู้ผลิตจีนยังมีความได้เปรียบด้านต้นทุนจากการผลิตในจีนถึง 35%

 

Wakefield กล่าวว่า สำหรับผู้ผลิตรถยนต์แบบดั้งเดิมที่จะแข่งขันกับผู้ผลิตรถยนต์จีน พวกเขาจำเป็นต้องคิดใหม่เกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาธุรกิจและนวัตกรรมความก้าวหน้าของการพัฒนายานพาหนะ

 

อ้างอิง: 

The post ค่ายรถยนต์จีนตั้งเป้าบรรลุส่วนแบ่งตลาดโลก 33% ปี 2030 กูรูแนะค่ายรถยนต์รุ่นเก่าเร่งปรับตัว งัดนวัตกรรมขึ้นมาสู้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตัดไฟแต่ต้นลม Nio ค่ายรถ EV จีน ปลดสตาร์ทอัพลง 10% ไปจนถึงลดตำแหน่งพนักงาน ก่อนสงครามราคาจะร้อนแรงขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า https://thestandard.co/nio-chinas-ev-maker-gives-tesla-a-run-for-its-money/ Mon, 06 Nov 2023 11:27:20 +0000 https://thestandard.co/?p=862975 Nio รถ EV

หลังจากที่แบรนด์รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นหลายแบรนด์กำลังเผชิ […]

The post ตัดไฟแต่ต้นลม Nio ค่ายรถ EV จีน ปลดสตาร์ทอัพลง 10% ไปจนถึงลดตำแหน่งพนักงาน ก่อนสงครามราคาจะร้อนแรงขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
Nio รถ EV

หลังจากที่แบรนด์รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นหลายแบรนด์กำลังเผชิญปัญหายอดขายตกต่ำในตลาดจีน เมื่อไม่นานมานี้ Toyota-GAC ประกาศเลิกจ้างพนักงานกว่า 1,000 คน ล่าสุด Nio ค่ายรถ EV จีน ประกาศปลดพนักงานที่เป็นสตาร์ทอัพในเซี่ยงไฮ้กว่า 10% โดย William Li ซีอีโอร่อนจดหมายถึงพนักงานว่า ท่ามกลางการแข่งขันสงครามราคา บวกกับภาวะเศรษฐกิจจีนที่ซบเซา เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่จำเป็นต้องทำ ก่อนที่ 2 ปีข้างหน้าสถานการณ์โดยรวมของทั้งอุตสาหกรรมจะแย่กว่านี้

 

สำนักข่าว South China Morning Post รายงานว่า William Li ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารระดับสูงของ Nio ระบุในจดหมายถึงพนักงานในบริษัทว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในตลาดจีนเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และอีก 2 ปีข้างหน้าจะเห็นการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงมากขึ้น ดังนั้น บริษัทจึงมีความจำเป็นต้องลดจำนวนพนักงานซึ่งเป็นสตาร์ทอัพ EV ลง 10% เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดรถยนต์ใหม่ทั้งหมด เพื่อมุ่งสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าภายในปี 2573 ด้วยสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 60% 

 

เขากล่าวว่า “การเลิกจ้างครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่มีความจำเป็น โดย Nio มีสตาร์ทอัพ EV ในเซี่ยงไฮ้ ประมาณ 7,000 คน” 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:  

 


 

ทั้งนี้ การเลิกจ้างพนักงานสตาร์ทอัพ EV สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริษัท ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงในตลาดภายในประเทศและรายได้ที่ขาดทุนต่อเนื่อง

 

รายงานข่าวยังระบุอีกว่า นอกจากบริษัทมีแผนที่จะลดต้นทุนด้วยการลดการใช้จ่ายในโครงการที่คาดว่าจะไม่ช่วยเพิ่มรายได้ทางการเงินในช่วง 3 ปีข้างหน้าแล้ว ยังปรับโครงสร้างครั้งใหญ่โดยการรวมแผนกและบทบาทที่ซ้ำซ้อนเพื่อปรับปรุงองค์กร รวมไปถึงลดตำแหน่งพนักงาน 

 

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาสงครามราคา EV ในจีนยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง ตั้งแต่สงครามหั่นราคาของ Tesla และการทำตลาดของคู่แข่งในจีนเองอย่าง XPENG บวกกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในจีน ล้วนมีผลต่อรายได้และค่าจ้างของพนักงานบริษัท และมีความเป็นไปได้ว่าผู้บริโภคชื่นชอบปลั๊กอินไฮบริดที่ราคาประหยัดกว่า จากข้อมูลยอดขายเพิ่มขึ้น 84.5% ของคู่แข่ง Li Auto และ BYD  

 

ยอดขายหลุดเป้า 

แม้ว่า Nio เพิ่งส่งมอบ EV ใหม่ที่ยึดส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 40% ในปีนี้ แต่ในไตรมาสที่ 2 Nio กลับขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 27.8% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จาก  8.77 พันล้านหยวน ลดลงเหลืออยู่ที่ 6.1 พันล้านหยวน ส่งผลให้โดยรวมแล้ว Nio ได้ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า 126,067 คันในช่วง 10 เดือน แต่ยังคงหลุดเป้าหมายการขายในปี 2566 ที่ 240,000 คัน

 

โดยหากเทียบคู่แข่ง XPENG และ Li Auto มีการส่งมอบรถยนต์ 101,445 คัน และ 284,647 คันตามลำดับในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา

 

สำหรับ NIO ถือเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ในเซี่ยงไฮ้ที่มีบทบาทสำคัญในการผลิต และพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศจีน ก่อตั้งในปี 2014 โดย William Li ที่เป็นทั้งประธานและเจ้าของบริษัท Bitauto และ NextEV หลังจากเริ่มดำเนินธุรกิจ บริษัทหลายแห่งก็ได้ร่วมลงทุน ตั้งแต่บริษัท เทนเซ็นต์ (Tencent), เทมาเส็ก(Temasek), ไป่ตู้ (Baidu), ซีคัวยา (Sequoia), เลอโนโว (Lenovo) และ ทีพีจี (TPG) และแจ้งเกิดรถสปอร์ต Nio รุ่นแรก ที่มีชื่อรุ่นว่านีโออีพี 9 (Nio EP9)   

 

นอกจากนี้ ในวงการเทคโนโลยี EV ซีอีโอ William Li เป็นที่รู้จักในนามเจ้าของบริษัทสตาร์ทอัพผลิตรถยนต์ไฟฟ้าดาวรุ่งอายุน้อย และเคยได้รับการขนานนามว่า Elon Musk แห่งประเทศจีนอีกด้วย

 

อ้างอิง: 

The post ตัดไฟแต่ต้นลม Nio ค่ายรถ EV จีน ปลดสตาร์ทอัพลง 10% ไปจนถึงลดตำแหน่งพนักงาน ก่อนสงครามราคาจะร้อนแรงขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธาน BYD ยังรั้ง Top 10 บุคคลที่ร่ำรวยและทรงอิทธิพลในจีน แม้ความมั่งคั่งวูบ 1.5 พันล้านดอลลาร์ในวันเดียว https://thestandard.co/byds-chairman-still-top-10-china/ Tue, 15 Aug 2023 06:55:24 +0000 https://thestandard.co/?p=829349

ประธาน BYD ไม่หวั่นแม้ขาดทุนจากราคาหุ้นไปแล้ว 1.5 พันล้ […]

The post ประธาน BYD ยังรั้ง Top 10 บุคคลที่ร่ำรวยและทรงอิทธิพลในจีน แม้ความมั่งคั่งวูบ 1.5 พันล้านดอลลาร์ในวันเดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>

ประธาน BYD ไม่หวั่นแม้ขาดทุนจากราคาหุ้นไปแล้ว 1.5 พันล้านดอลลาร์ในวันเดียว หลังนักลงทุนเทขายหุ้นเหตุกังวล Tesla จุดชนวนราคาอีกรอบ และยังกดดันไปถึงสองแบรนด์ใหญ่ XPENG, NIO แต่ไม่อาจสะเทือนตลาดรถยนต์ NEV จีน เมื่อเจ้าตลาดอย่าง ‘BYD’ ครองใจทั่วโลกจากยอดผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เข้าสู่คันที่ 5 ล้านสำเร็จเป็นรายแรก ทุบสถิติการผลิตรถ 2 ล้านคันในเวลา 9 เดือน กลายเป็นแบรนด์ทรงพลังแข็งแกร่งและสร้างแรงกดดันอุตสาหกรรมยานยนต์โลก

 

รายงานข่าวจาก Forbes ระบุว่า เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา นักลงทุนเทขายหุ้นบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าของจีนทั่วทั้งกระดาน เนื่องจากกังวลว่า Tesla จะจุดชนวนสงครามราคาอีกครั้ง ส่งผลให้มูลค่าพอร์ตของ Wang Chuanfu ประธานและ CEO ของ BYD ลดลงมากถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์ในวันเดียว ด้วยสัดส่วนการถือหุ้นส่วนตัว 17.6% ใน BYD และทำให้หุ้นของเขาร่วงลง 8.7% นอกจากนี้ คู่แข่งในประเทศของ BYD ก็ถูกกดดันขายอย่างหนักจากความกังวลนี้เช่นกัน โดยหุ้น XPENG ที่มีมหาเศรษฐีอย่าง He Xiaopeng เป็นเจ้าของ ราคาลดลง 3% และ NIO ของ William Li ก็ลดลง 3.2% เช่นกัน

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามูลค่าสุทธิของเขาจะลดลง แต่ปัจจุบัน Wang เป็นบุคคลที่ร่ำรวยถือว่าเป็นมหาเศรษฐีอันดับที่ 9 ของจีน ที่มีสินทรัพย์มูลค่า 1.82 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยส่วนหนึ่ง BYD ได้รับการสนับสนุนจาก Berkshire Hathaway ของ Warren Buffett ที่สร้างมหาเศรษฐีสองคนที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของ Wang ได้แก่ Lu Xiangyang ที่มีมูลค่าสุทธิ 1.26 หมื่นล้านดอลลาร์ และ Xia Zuoquan ที่มีมูลค่า 3.5 พันล้านดอลลาร์ 

 

Yale Zhang กรรมการผู้จัดการบริษัทที่ปรึกษา Automotive Foresight กล่าวว่า การลดราคาน่าจะเป็นวิธีที่ง่ายแต่ได้ผลสำหรับ Tesla ในการรักษาส่วนแบ่งตลาดในจีน และเพื่อทำกำไรที่มากขึ้นจากสงครามราคาเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ตามมาด้วยส่วนลดที่มากขึ้นในปีนี้ ทำให้รถยนต์รุ่น Model Y และรุ่น 3 ขายดีที่สุด หลังราคาขายปลีกน้อยกว่าราคาจำหน่ายในสหรัฐฯ ประมาณ 1 ใน 3

 

แต่เมื่อ Tesla ไม่อาจต้านทานผู้ผลิต EV ท้องถิ่นที่แข่งขันกันอย่างร้อนแรง ทำให้เห็นยอดขายรถยนต์ที่ผลิตในจีนลดลงช่วงไตรมาสที่ผ่านมา ขณะที่ BYD ยังเป็นผู้นำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น Dynasty และ Ocean 

 

ล่าสุดเพื่อรักษาตลาดและแบรนด์เจ้าตลาด ประธาน BYD ได้ประกาศว่า “พร้อมทำลายตำนานเก่าและสร้างแบรนด์ระดับโลกใหม่ ผมเชื่อว่าถึงเวลาแล้วสำหรับแบรนด์จีน” 

 

NEV จีนกำลังกลายเป็นพลังเขย่าวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก

 

สำหรับ BYD กำลังเป็นบริษัทผู้นำผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ชั้นนำของจีน และสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ประกาศเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่สามารถผลิตรถยนต์ขุมพลังพ่วงระบบไฟฟ้าครบ 5 ล้านคัน ซึ่งเป็นการรวมทั้ง Hybrid, PHEV, EV และ Hydrogen ไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งมีรุ่นยอดนิยมคือ Denza N7 และยังทุบสถิติการผลิตรถ 2 ล้านคันในเวลา 9 เดือน 

 

ทำให้ปัจจุบันจีนได้กลายเป็นประเทศที่มีอิทธิพลด้านการผลิตยานยนต์พลังงานใหม่อย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงเป็นเจ้าของเทคโนโลยีหลักๆ ที่สำคัญต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรม

 

Cui Dongshu เลขาธิการ China Passenger Car Association กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมารถยนต์นั่งพลังงานใหม่ของจีนมีสัดส่วนร้อยละ 63 ของส่วนแบ่งตลาดรถยนต์นั่งพลังงานใหม่ของโลก ท่ามกลางความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีระดับโลกที่ใช้พลังงานไฟฟ้า พลังงานสะอาด บวกกับความชาญฉลาด เครือข่าย การขับเคลื่อนนโยบาย NEV ของจีน โดยมี BYD เป็นเจ้าตลาด ที่กำลังกลายเป็นพลังที่แข็งแกร่งซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกไปแล้วในขณะนี้

 

อ้างอิง: 

The post ประธาน BYD ยังรั้ง Top 10 บุคคลที่ร่ำรวยและทรงอิทธิพลในจีน แม้ความมั่งคั่งวูบ 1.5 พันล้านดอลลาร์ในวันเดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
อะไรก็เกิดขึ้นได้ในสงคราม EV จีน หลัง ‘NIO’ ยอมหั่นราคา และพ่ายแพ้ให้กับเทคโนโลยี Battery Swap https://thestandard.co/nio-give-up-free-battery-swap/ Tue, 13 Jun 2023 10:48:39 +0000 https://thestandard.co/?p=802691 NIO

สงคราม EV จีนเป็นเหตุ! ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า NIO บริษัทที่ […]

The post อะไรก็เกิดขึ้นได้ในสงคราม EV จีน หลัง ‘NIO’ ยอมหั่นราคา และพ่ายแพ้ให้กับเทคโนโลยี Battery Swap appeared first on THE STANDARD.

]]>
NIO

สงคราม EV จีนเป็นเหตุ! ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า NIO บริษัทที่เคยประกาศว่าต้องการเติบโตและแข่งขันกับ Tesla และเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเพียงไม่กี่รายที่เดิมพันด้วยจุดแข็งด้านแบตเตอรี่ (Battery Swap) ล่าสุดซีอีโอยอมหั่นราคาทุกรุ่น และยุติการให้บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่ฟรี หลังยอดขายลดและกำลังขาดทุน

 

สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า NIO ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะลดราคารถยนต์ EV ทุกรุ่น และยุติบริการเปลี่ยนแบตเตอรี่ฟรีสำหรับผู้ซื้อรายใหม่ และบริษัทจะยุติให้บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่ฟรีแก่ผู้ซื้อที่วางเงินมัดจำ เนื่องจากขณะนี้กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากการสูญเสียรายได้และยอดขายที่ไม่เป็นไปตามเป้ามากนัก

 

โดย NIO จะลดราคารถยนต์ลง 30,000 หยวน (4,200 ดอลลาร์) สำหรับทุกรุ่น รวมถึงรถเอนกประสงค์รุ่น ES6 และ ES8 ที่ปรับปรุงใหม่ ซึ่งเท่ากับหั่นราคาลง 6-9% ซึ่งต้องยอมรับว่ารถยนต์ EV ตลาดจีนมีการแข่งขันสูง โดยปีนี้มีทั้ง BYD และ Volkswagen ที่เผชิญสงครามราคากับ Tesla เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด และพร้อมจะขยายอุตสาหกรรมยานยนต์ไปทั่วโลก

 

William Li ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ NIO ออกมาระบุถึงการปรับลดราคาครั้งนี้ว่า ยอมรับว่าบริษัทมีการพูดคุยภายในมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งได้รับคำแนะนำจากผู้ใช้บางรายให้ลดราคาและปรับนโยบายใหม่เกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนแบตเตอรี่

 

“มันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะออกมาบอก เราไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้” เขากล่าว

 

ที่ผ่านมา NIO ให้บริการแลกเปลี่ยนแบตเตอรี่ฟรี และเป็นหนึ่งในผู้ผลิต EV เพียงไม่กี่รายที่เดิมพันว่าการเปลี่ยนแบตเตอรี่เป็นทางเลือกด้านพลังงานหลักสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่คู่แข่งหลักอย่าง Tesla ปฏิเสธการเปลี่ยนแบตเตอรี่ เนื่องจากเต็มไปด้วยปัญหาและไม่เหมาะสำหรับการใช้งานในวงกว้าง

 

เทคโนโลยี Battery Swap ท้าทายอุตสาหกรรม EV

แม้ว่าเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา NIO ออกมาประกาศพร้อมท้าชน Tesla โดยวางแผนลงทุนสร้างสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery Swap Stations) จำนวน 1,000 แห่งในปี 2023 ซึ่งจะทำให้บริษัทมีสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ในจีนรวมทั้งสิ้น 2,300 แห่งภายในสิ้นปี ด้วยจุดเด่นแค่เปลี่ยนก็สามารถขับรถต่อไปได้เลย ต่างจากการนำรถมาเสียบปลั๊กชาร์จไฟเพิ่ม ซึ่งต้องใช้เวลามากกว่า แต่การจะทำให้สถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ขยายตัวได้อย่างรวดเร็วและไกลนั้น ต้องอาศัยการทำให้อุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่มีมาตรฐานทั้งระบบไปในคราวเดียวกันด้วย

 

ทำให้ล่าสุดเกิดคำถามจากบรรดานักลงทุนสำหรับการลงทุนสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ครั้งนี้ว่า เหตุใดบริษัทไม่สามารถทำกำไรได้เท่าที่ควร และกำลังขาดทุนสุทธิถึง 4.7 พันล้านหยวนในไตรมาสแรก เมื่อเทียบกับ 1.8 พันล้านหยวนในช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

อีกทั้งยอดขายของ NIO ลดลงในเดือนเมษายนและพฤษภาคมเนื่องจากสงครามราคาในจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้นและอุปสงค์โดยรวมลดลง ด้วยราคารถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่มีราคาสูงกว่า 300,000 หยวน แต่ NIO ก็ได้ส่งมอบรถยนต์ 43,854 คันในช่วง 5 เดือนแรก

 

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ยอดขายของ Tesla ในจีนมากกว่า NIO ถึง 5 เท่าในช่วงเวลาเดียวกัน ขณะที่ BYD ขายรถยนต์ได้ 923,343 คัน เนื่องจากมีทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริดในราคาต่ำกว่า 300,000 หยวน

 

นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์ว่าหุ้นของ NIO อาจจะลดลงเกือบ 20% ในปีนี้

 

อย่างไรก็ตาม NIO ถือเป็นบริษัทสตาร์ทอัพผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในจีนที่โดดเด่นด้านเทคโนโลยี ที่ยกให้เรื่องแบตเตอรี่เป็นจุดขายที่มีเอกลักษณ์ แต่ยังต้องแข่งขันอีกไกล และล่าสุดยังมีแผนลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพก่อตั้งใหม่ที่พัฒนานิวเคลียร์ฟิวชัน ซึ่งถือเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ในธุรกิจด้านพลังงานแห่งอนาคต โดยได้จดทะเบียนบริษัทด้วยทุนจำนวน 5 พันล้านหยวน และมีกลุ่มบริษัทพลังงานในมณฑลอันฮุยที่มีรัฐเป็นเจ้าของควบคุมอยู่ 50%

 

อ้างอิง: 

The post อะไรก็เกิดขึ้นได้ในสงคราม EV จีน หลัง ‘NIO’ ยอมหั่นราคา และพ่ายแพ้ให้กับเทคโนโลยี Battery Swap appeared first on THE STANDARD.

]]>