Naked Short Sell Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/naked-short-sell/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 23 Jan 2024 01:37:58 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ตลท. จ่อเพิ่มแผนสร้าง Trust เป็น KPI ใหม่ วัดผลการทำงานบอร์ด-ผู้บริหาร https://thestandard.co/set-plans-to-increase-trust-plans/ Tue, 23 Jan 2024 01:37:58 +0000 https://thestandard.co/?p=890828

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศแผนกลยุทธ์ ปี 2567-2569 เดินหน้าล […]

The post ตลท. จ่อเพิ่มแผนสร้าง Trust เป็น KPI ใหม่ วัดผลการทำงานบอร์ด-ผู้บริหาร appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศแผนกลยุทธ์ ปี 2567-2569 เดินหน้าลุยความเชื่อมั่นตลาดทุน จ่อนำ KPI ในการสร้าง Trust นำมาเป็น KPI ใหม่เพิ่มเติมเพื่อใช้วัดผลการทำงานของทั้งบอร์ด ผู้บริหาร และองค์กร ให้มีความชัดเจนขึ้น

 

ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า แผนหลักข้อหนึ่งที่สำคัญของแผนกลยุทธ์ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปี 2567-2569  คือการยกระดับความเชื่อมั่นตลาดทุน​ หรือ Trust ซึ่งมีผู้เสนอให้ความเห็นว่าควรมี KPI ในการวัดผลงานขององค์กรที่ชัดเจนในการกำกับดูแล บจ. และการซื้อขาย อีกทั้งมี Direct Line ในการทำงานไปถึงระดับคณะกรรมการ (บอร์ด) ถึงการประเมินผลงานและการ Action ต่างๆ โดยบอร์ดต้องมีส่วนร่วมรับทราบและรับผิดชอบในเรื่องนี้ ดังนั้นเตรียมจะมีการนำ KPI ในการสร้าง Trust นำมาเป็น KPI ใหม่เพิ่มเติมเพื่อใช้วัดผลการทำงานของทั้งบอร์ด ผู้บริหาร และองค์กร ให้มีความชัดเจนขึ้น โดยเตรียมนำเสนอแผนงานเรื่องดังกล่าวนี้เข้าบอร์ดให้พิจารณาในอนาคตด้วย

 

โดยที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้แต่งตั้งที่ปรึกษาเชี่ยวชาญจากต่างประเทศ คือ โอลิเวอร์ ไวแมน เพื่อมาศึกษาวิเคราะห์กระบวนการของระบบทำงาน รวมถึงเทคโนโลยีของตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึงความกังวลกับข้อสงสัยต่อธุรกรรมการทำ Naked Short Selling กับโปรแกรมเทรดดิ้ง High Frequency Trading (HFT) ที่มีผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย เบื้องต้นล่าสุดมีผลการศึกษาภายในที่น่าสนใจออกมาในหลายด้าน แต่ยังได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน ซึ่งจะช่วยให้ตลาดหุ้นสามารถรองรับการซื้อขาย ทั้งประเด็นป้องกันการเกิด Naked Short Selling รวมทั้งสนับสนุนโปรแกรมเทรดดิ้งที่มีความเหมาะสม โดยคาดว่าจะมีการออกหรือปรับปรุงเกณฑ์ให้มีความเหมาะสมแน่นอนในอนาคต 

 

ทั้งนี้ คาดว่าผลการศึกษาทั้งหมดจะออกมาในช่วงประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ หลังจากนั้นจะเปิดประชาพิจารณ์ (Public Hearing) เพื่อเปิดเผยข้อมูลของผลการศึกษาทั้งหมด รวมถึงทำแผนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องของตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งในระยะสั้น กลาง และยาว

 

พร้อมทั้งยืนยันว่า ที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบข้อมูลการทำ Short Selling ที่มีข้อสงสัยว่าเป็นการทำ Naked Short Selling จำนวน 4 กรณี ซึ่งตรวจสอบแล้วในทุกกรณีไม่พบการทำ Naked Short Selling เพราะผู้ที่ขายหุ้นมีหุ้นในพอร์ตก่อนขาย

 

ตลท. จับมือ ก.ล.ต. ศึกษาการใช้กลไก Auto Halt-Auction

 

ทั้งนี้ ยอมรับว่าตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ศึกษาเบื้องต้นร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการศึกษา เพื่อนำกลไกการห้ามซื้อขายหุ้นรายตัวแบบอัตโนมัติชั่วคราว หรือ Auto Halt (H) ในหุ้นที่พบว่าเข้าเงื่อนไขมีสภาพการซื้อขายทั้งปริมาณและราคาที่ผิดปกติ รวมทั้งศึกษาการนำกลไก Auction มาใช้เพิ่มเติมในอนาคตกับหุ้นที่มีความร้อนแรงมากๆ เนื่องจากระบบการซื้อขายใหม่ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่มีศักยภาพรองรับให้สามารถทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นในอนาคต

 

อย่างไรก็ดี หากตลาดหลักทรัพย์ฯ จะนำทั้ง 2 กลไกดังกล่าวออกมาใช้เป็นเกณฑ์ในการกำกับดูแลการซื้อขาย จะต้องมีการปรึกษาและศึกษา รวมทั้งเปิดเฮียริ่งร่วมกับผู้ที่มีความเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมทั้งหมด และเสนอกลับไปให้สำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณารับรอง เพื่อประกาศออกมาเป็นเกณฑ์​ของตลาดหลักทรัพย์ฯ 

 

“ทั้ง 2 กลไก ทั้ง Auto Halt กับ Auction มีโอกาสนำออกมาใช้เป็นเกณฑ์ในการกำกับดูแลการซื้อขาย แต่คนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องมีการปรับตัว อย่างการขึ้น Auto Halt มีหลักเกณฑ์เกิดจากอะไรได้บ้าง หรือการนำ Auction มาใช้แทนการ Matching จะเกิดได้ในกรณีไหนบ้าง และมีประเด็นผลกระทบตามมา เช่น DW จะโดนด้วยหรือไม่ คงต้องใช้เวลาในการศึกษาต่อว่าจะเริ่มทำได้เมื่อไร จึงจะมาอัปเดตข้อมูลความคืบหน้าอีกครั้ง”

 

หารือ ก.ล.ต. ให้ข้อมูลกรณี ‘ปั่นหุ้น’ ให้เร็วขึ้น

 

นอกจากนี้ ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างหารือกับสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อหามาตรการให้สามารถรายงานข้อมูลได้รวดเร็วขึ้นจากเดิม ในกรณีที่ตรวจพบการกระทำผิดจากพฤติกรรมการซื้อขายที่ไม่เป็นธรรม หรือเข้าข่ายการสร้างราคาหรือปั่นหุ้น ซึ่งปัจจุบันการเปิดข้อมูลมีความล่าช้ามาก ถือเป็นปัญหา เนื่องด้วยข้อจำกัดของกฎหมาย ทำให้ที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลออกมาได้ในระหว่างตรวจสอบ จนกว่าจะมีการตัดสินออกมา ทั้งนี้ เพื่อทำให้โบรกเกอร์และผู้ลงทุนสามารถมีข้อมูลใช้เฝ้าระวังผู้ลงทุนกลุ่มบุคคลที่เข้ามาซื้อขายที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม

 

พร้อมทั้งยังอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับ ก.ล.ต. และสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) เพื่อหาแนวทางป้องกันนักลงทุนกลุ่มที่มีพฤติกรรมการซื้อขายไม่เหมาะสมหรือปั่นหุ้น ให้ไม่สามารถเข้ามาเปิดบัญชีการซื้อขายให้เกิดการกระทำผิดซ้ำอีก รวมถึงให้โบรกเกอร์มีข้อมูลรายชื่อนักลงทุนกลุ่มดังกล่าวเพื่อเป็นการป้องปรามได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่จะเริ่มดำเนินการภายในปี 2567 

 

มี IPO ยื่นไฟลิ่ง 40 บริษัท มองปีนี้ Window เปิด 

 

ด้าน แมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า ภาพรวมตลาดการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ปี 2567 ล่าสุดมีบริษัทยื่นแบบแสดงข้อมูลการขออนุญาตซื้อขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) จำนวน 40 บริษัท แบ่งเป็น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 20 บริษัท และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) จำนวน 20 บริษัท รวมถึงยังมีบริษัทที่มีความสนใจเข้ามาจดทะเบียนซื้อในกระดาน LiVE Platform อีกจำนวน 3 บริษัท ซึ่งทั้งหมดแบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจ New Economy จำนวนประมาณ 11 บริษัท เช่น กลุ่มเมดิคอล ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และเชื้อเพลิงชีวภาพ

 

โดยกลุ่มที่ยื่นไฟลิ่งมากสุดคือกลุ่มธุรกิจบริการ รองลงมาคืออสังหาริมทรัพย์กับรับเหมาก่อสร้าง และอุตสาหกรรมการผลิต ขณะที่ยังมีบริษัทที่อยู่ระหว่างเตรียมพร้อมในการยื่นไฟลิ่งอีกประมาณ 80 บริษัท 

 

สำหรับกลุ่มบริษัทที่ยื่นไฟลิ่งแล้ว การตัดสินใจในการเข้าจดทะเบียนซื้อขายขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัย ดังนี้ 

 

  1. ความพร้อมของข้อมูลและการรออนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. 
  2. ความต้องการใช้เงินของบริษัท
  3. สภาวะภาพรวมของตลาดหุ้น

 

“เท่าที่คุยกับนักเศรษฐศาสตร์ เชื่อว่าสภาวะตลาดหุ้นในปีนี้ Window น่าจะเปิดเอื้ออำนวยมากกว่าปีที่แล้ว แต่ไม่ได้เปิดเอื้อตลอดทั้งปี 2567 ส่วนมูลค่ามาร์เก็ตแคปของทั้ง 40 บริษัทที่ยื่นไฟลิ่งแล้วอยู่ที่ Valuation เพราะตอนนี้ยังไม่สรุปออกมา”

 

ส่วน ปวีณา ศรีโพธิ์ทอง รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกำกับตลาด ตลท. กล่าวว่า ในกรณีที่ราคาหุ้นปรับลดลงหรือปรับตัวเพิ่มขึ้นผิดปกติอย่างรวดเร็ว ตลาดหลักทรัพย์ฯ มี Action ในทั้ง 2 กรณี โดยในกรณีที่ราคาหุ้นลดลงมากผิดปกติก็จะมีการติดตามให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ต้องชี้แจงข้อมูลเหตุผล เพื่อให้นักลงทุนได้ทราบถึงพัฒนาการที่สำคัญของบริษัท

The post ตลท. จ่อเพิ่มแผนสร้าง Trust เป็น KPI ใหม่ วัดผลการทำงานบอร์ด-ผู้บริหาร appeared first on THE STANDARD.

]]>
Short Selling สำคัญกับตลาดหุ้นอย่างไร แล้วหุ้นที่ถูกชอร์ตหนักจะร่วงลงแรงจริงหรือไม่ https://thestandard.co/how-important-is-short-selling/ Wed, 20 Dec 2023 09:53:22 +0000 https://thestandard.co/?p=879013

ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเกิดประเด็นเกี่ยวกับ Short Sell […]

The post Short Selling สำคัญกับตลาดหุ้นอย่างไร แล้วหุ้นที่ถูกชอร์ตหนักจะร่วงลงแรงจริงหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเกิดประเด็นเกี่ยวกับ Short Selling หรือการทำธุรกรรมขายชอร์ต จนทำให้นักลงทุนบางส่วนตั้งคำถามขึ้นมาว่า Short Selling เป็นตัวการทำให้หุ้นไทยร่วงแรงกว่าตลาดหุ้นอื่นจริงหรือไม่? และในความเป็นจริงแล้ว Short Selling เป็นเครื่องมือที่จำเป็นต่อตลาดหุ้นไทยหรือไม่?

 

สำหรับใครที่อาจยังไม่แน่ใจว่า Short Selling คืออะไร เหมือนหรือต่างอย่างไรกับการขายหุ้นโดยทั่วๆ ไป

 

จริงๆ แล้ว Short Selling เป็นเหมือนกับการซื้อและขายหุ้นปกติ เพียงแต่กลับด้านกัน โดยปกติเราจะซื้อหุ้นก่อนแล้วค่อยขายในราคาที่สูงเพื่อทำกำไร ส่วน Short Selling คือการขายหุ้นก่อนแล้วค่อยซื้อกลับในราคาที่ต่ำเพื่อทำกำไร แต่ก่อนที่จะทำ Short Selling ได้นั้น เราจะต้อง ‘ขอยืมหุ้น’ มาจากนักลงทุนคนอื่น เพื่อนำหุ้นนั้นไปขาย

 

เพราะฉะนั้นกระบวนการหลักของการทำ Short Selling จะประกอบไปด้วย

  1. ขอยืมหุ้นจากคนอื่น
  2. ขายหุ้นออกไปและได้เงินสดกลับมา แต่เงินนั้นต้องวางไว้เป็นหลักประกัน
  3. ซื้อหุ้นคืน
  4. นำหุ้นไปคืนเจ้าของที่แท้จริง

 

ผลลัพธ์จากการทำ Short Selling หากเราซื้อหุ้นคืนได้ในราคาต่ำกว่าราคาที่ขายออกไปก็จะได้กำไร แต่กลับกัน ถ้าซื้อคืนในราคาที่สูงกว่าราคาที่ขายออกไปก็จะขาดทุน

 

เมื่ออธิบายถึง Short Selling แล้วก็ขออธิบายเพิ่มเติมในส่วนของ Naked Short Selling ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึงกันในตลาดเช่นกัน

 

Naked Short ที่ว่านี้เป็นการขายหุ้นโดยตัดขั้นตอนของการยืมหุ้นออกไป เท่ากับว่านักลงทุนที่ทำ Naked Short แท้จริงแล้วไม่ได้มีหุ้นอยู่ในมือ และมีเพียงแค่วงเงินในการซื้อขายก่อนที่จะส่งคำสั่งขาย

 

การทำ Naked Short Selling เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสอบทั้งในส่วนของบริษัทหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พูดง่ายๆ คือบริษัทหลักทรัพย์จะต้องมีระบบดูแลไม่ให้ลูกค้าทำ Naked Short Selling และราคาที่ส่งเข้ามาก็ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ คือราคาไม่ต่ำกว่าราคาซื้อขายครั้งสุดท้าย (Zero Plus Tick Rule) และตลาดหลักทรัพย์ก็จะมีการตรวจสอบควบคู่ไปด้วย

 

เพื่อให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น ตลาดหลักทรัพย์จะตรวจสอบทุกรายการที่น่าสงสัย เช่น รายการที่ขายโดยไม่มียอดคงค้างของหุ้นมาก่อนหน้า กรณีนี้ตลาดหลักทรัพย์จะขอหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าลูกค้ามีหุ้นหรือเป็นการยืมหุ้นมาก่อนการขาย เช่น หลักฐานจากผู้ดูแลรับฝากสินทรัพย์ (Custodian) เพื่อยืนยันได้ว่าลูกค้ารายนั้นมีหุ้นหรือมีการยืมหุ้นก่อนที่จะทำ Short Selling

 

ทั้งนี้ เมื่อตลาดหลักทรัพย์มีการสอบถามขอหลักฐานในรายการที่น่าสงสัยนั้น บริษัทหลักทรัพย์ต้องส่งหลักฐานการมีหุ้นในครอบครองก่อนขายภายใน 15 วัน มิฉะนั้นจะสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นการ Naked Short Selling และตลาดหลักทรัพย์จะพิจารณาดำเนินการกับบริษัทหลักทรัพย์ต่อไป

 

เมื่อเราลองไปดูสถิติการทำ Naked Short Selling ในอดีตก็จะพบว่า ในปี 2017-2018 มีผู้ทำ Naked Short Selling มากถึง 5 ราย แต่หลังจากที่ตลาดหลักทรัพย์ได้ยกระดับการควบคุมให้เข้มงวดมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2018 พบว่ามีผู้กระทำผิดลดลงเหลือ 2 ราย ระหว่างปี 2019-2021 และตั้งแต่ปี 2022 จนถึงปัจจุบัน ยังไม่พบว่ามีผู้กระทำ Naked Short Selling

 

คำถามสำคัญที่ตามมาคือ เมื่อ Short Selling ทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นลดลง ทำไมฝ่ายกำกับถึงไม่ตัดสินใจแบนการทำ Short Selling แบบที่บางประเทศทำก่อนหน้านี้

 

แม้ว่าหลายครั้งจะมีการตั้งคำถามหรือโต้แย้งว่า Short Selling เป็นตัวการให้ตลาดหุ้นปรับลดลง แต่ในความเป็นจริงแล้ว Short Selling ก็เป็นผลดีต่อตลาดหุ้นเช่นกัน ประเด็นสำคัญคือ Short Selling เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ราคาหุ้นวิ่งเข้าสู่ราคาที่ควรจะเป็นตามปัจจัยพื้นฐาน และช่วยเพิ่มสภาพคล่องในตลาด

 

เช่น หากหุ้นมีราคาสูงเกินไป การทำ Short Selling จะเป็นแรงขายที่ช่วยทำให้ราคาหุ้นเข้าสู่ดุลยภาพที่สะท้อนปัจจัยพื้นฐานมากขึ้น

 

ด้วยประโยชน์ของ Short Selling ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ทั่วโลกจึงอนุญาตให้ทำ Short Selling ได้ แต่จะกำกับดูแลโดยมีการกำหนดเกณฑ์ที่เกี่ยวกับ Short Selling ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของราคา Short, การรายงานข้อมูล Short รวมถึงการตรวจสอบเพื่อให้การซื้อขายมีความโปร่งใสและเป็นธรรม

 

ทั้งนี้ จากสถิติ Short Selling ในตลาดหุ้นไทยช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (16 มิถุนายน – 15 ธันวาคม 2566) จะเห็นว่าหุ้นที่ถูกขายชอร์ตด้วยมูลค่าสูงเป็นลำดับต้นๆ ยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ โดยหุ้นที่ถูกขายชอร์ตมากที่สุดคือบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT คิดเป็นมูลค่า 2.39 หมื่นล้านบาท ถัดมาคือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS มูลค่า 1.57 หมื่นล้านบาท และบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL มูลค่า 1.50 หมื่นล้านบาท

 

ขณะที่ราคาหุ้นของ PTT ปรับตัวขึ้น 14.4% มาปิดที่ 35.75 บาท ส่วนราคาหุ้น BDMS และ CPALL ลดลง 10.4% และ 15.9% มาปิดที่ 25.75 บาท และ 54 บาท ตามลำดับ

 

จะเห็นว่าหุ้นที่ถูกขายชอร์ตในมูลค่าสูงไม่จำเป็นว่าราคาหุ้นจะต้องปรับตัวลดลงเสมอไป ปัจจุบันการทำ Short Selling ไม่ได้ถูกใช้ในลักษณะของการเก็งกำไรเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือที่นักลงทุนใช้ในการบริหารความเสี่ยงด้วยเช่นกัน

The post Short Selling สำคัญกับตลาดหุ้นอย่างไร แล้วหุ้นที่ถูกชอร์ตหนักจะร่วงลงแรงจริงหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก.ล.ต. ยันตลาดหุ้นไทยไร้ Short Selling เร่งนัด ตลท. และ ASCO ถกทบทวนแนวปฏิบัติคุมการซื้อ-ขายใหม่ให้มาตรฐานเดียวกัน คาดเริ่มใช้ต้นปี 67 https://thestandard.co/thai-stock-market-has-no-short-selling/ Wed, 20 Dec 2023 08:46:26 +0000 https://thestandard.co/?p=878971

เลขาธิการ ก.ล.ต. หารือตลาดหลักทรัพย์และสมาคมบริษัทหลักท […]

The post ก.ล.ต. ยันตลาดหุ้นไทยไร้ Short Selling เร่งนัด ตลท. และ ASCO ถกทบทวนแนวปฏิบัติคุมการซื้อ-ขายใหม่ให้มาตรฐานเดียวกัน คาดเริ่มใช้ต้นปี 67 appeared first on THE STANDARD.

]]>

เลขาธิการ ก.ล.ต. หารือตลาดหลักทรัพย์และสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย เร่งปรับปรุงทบทวนแนวปฏิบัติโบรกเกอร์ดูแล Short Selling ให้เข้ากับบริบทปัจจุบัน และตามข้อสังเกตของ ก.ล.ต. ป้องกันการกระทำที่ไม่ถูกต้อง

 

พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH ว่า กรณีที่มีการรายงานข่าวออกมาว่า ที่ประชุมร่วมกันของคณะทำงานระหว่างสำนักงาน ก.ล.ต., ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.), สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) วานนี้ (19 ธันวาคม) มีคัสโตเดียน (Custodian) แห่งหนึ่งยอมรับว่า มีลูกค้าที่ทำธุรกรรมการ Short Selling หุ้นโดยไม่ได้ใส่เครื่อง S ก่อนที่จะส่งคำสั่ง ทำให้ไม่ต้องรอให้มีออร์เดอร์โยน Bid นำหน้า โดยสามารถทำ Short Selling หุ้นได้เลย ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์นั้น

 

สำนักงาน ก.ล.ต. ขอยืนยันว่าในที่ประชุมดังกล่าวไม่มีการพูดถึงในประเด็นตามที่เกิดกระแสข่าวขึ้น และยืนยันว่าไม่พบธุรกรรมการ Short Selling หุ้นโดยไม่ได้ใส่เครื่อง S ก่อนที่จะส่งคำสั่ง ทั้งนี้ การประชุมที่เกิดขึ้นวานนี้ (19 ธันวาคม) ได้หารือร่วมกันในประเด็นการทบทวนแนวปฏิบัติสำหรับสมาชิกคือโบรกเกอร์ ในธุรกรรมขายชอร์ต (Short Selling) ให้เข้ากับบริบทปัจจุบัน และตามข้อสังเกตของ ก.ล.ต. ที่ให้ไปเพื่อทำให้มั่นใจยิ่งขึ้นว่าโบรกเกอร์มีแนวปฏิบัติที่มีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อป้องกันการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ร่วมกับการตรวจสอบของหน่วยงานกำกับต่อไป

 

“การประชุมเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม เป็นการหารือระหว่างสำนักงาน ก.ล.ต., ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ASCO ในเรื่องการทบทวนแนวปฏิบัติเพื่อดูแลการรับส่งคำสั่งซื้อ-ขายของลูกค้า รวมถึงดูแลการ Short Selling มีความรัดกุมเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ใช่การออกเกณฑ์ของ ก.ล.ต. แต่เป็นข้อตกลงของผู้ประกอบการ ซึ่งที่ผ่านมามีการประชุมกัน 2-3 ครั้งแล้ว โดยจะมีการประชุมอีกรอบในเดือนมกราคมปีหน้า หากได้ข้อสรุปก็นำมาเสนอขอความเห็นชอบต่อ ก.ล.ต. เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน คาดว่าแนวปฏิบัติที่ปรับปรุงใหม่น่าจะเริ่มใช้ได้ช่วงต้นปี 2567 นี้”

 

ก่อนหน้านี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยกระดับเกณฑ์คุม Short Selling การดำเนินการ รวมทั้งการปรับปรุงกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ แบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่ 

 

  1. การประสานความร่วมมือกับสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อตรวจสอบการทำ Short Selling ทั้งหมด โดยเฉพาะการตรวจสอบบัญชีที่เรียกว่า Omnibus Account หรือบัญชีรวมผู้ลงทุนหลายรายโดยไม่เปิดเผยชื่อผู้ลงทุน เพื่อตรวจสอบว่าผู้ลงทุนที่แท้จริง (End Beneficiary) เบื้องหลังบัญชีเหล่านี้เป็นใครบ้าง
  1. การส่งหนังสือเวียนไปยังบริษัทสมาชิก เช่น บริษัทหลักทรัพย์ และบริษัทที่ไม่ใช่สมาชิก รวมถึงคัสโตเดียนต่างประเทศ เพื่อขอให้ช่วยกันสอดส่องและดูแลให้การทำ Short Selling เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎเกณฑ์ พร้อมทั้งได้ปรับปรุงกฎเกณฑ์ โดยกำหนดให้บริษัทสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งหลักฐานยืนยันเกี่ยวกับการทำ Short Selling มาให้ภายใน 15 วัน หากไม่สามารถส่งหลักฐานมาได้ทันตามกำหนด จะสันนิษฐานไว้ก่อนว่าการทำ Short Selling ดังกล่าวเป็นการทำ Naked Short Selling 
  1. การทบทวนความเป็นธรรมระหว่างนักลงทุนที่ซื้อ-ขายผ่าน Program Trading และนักลงทุนที่ไม่ได้ใช้ Program Trading โดยเปรียบเทียบกับแนวปฏิบัติของตลาดต่างประเทศเพื่อพิจารณาความเหมาะสม รวมทั้งการนำข้อมูลการซื้อ-ขายของนักลงทุนแต่ละกลุ่มมาพิจารณาประกอบ
  1. การตั้งคณะทำงานพิเศษเพื่อช่วยตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะในเรื่องการตรวจสอบ Naked Short Selling คณะทำงานดังกล่าวจะประกอบด้วยตัวแทนจาก ก.ล.ต., ตัวแทนจากตลาดหลักทรัพย์ และผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการประสานกับตัวแทนจากตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ (KRX) และตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq เพื่อมาร่วมพิจารณาว่ากฎเกณฑ์ในปัจจุบันยังมีช่องว่างอะไรที่ต้องปรับปรุงและดำเนินการเพิ่มเติม

The post ก.ล.ต. ยันตลาดหุ้นไทยไร้ Short Selling เร่งนัด ตลท. และ ASCO ถกทบทวนแนวปฏิบัติคุมการซื้อ-ขายใหม่ให้มาตรฐานเดียวกัน คาดเริ่มใช้ต้นปี 67 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาดหลักทรัพย์ฯ แจงกรณีข่าวพบหลักฐานการทำ Naked Short Selling ไม่เป็นความจริง https://thestandard.co/set-denies-naked-short-selling-rumor/ Thu, 14 Dec 2023 09:18:01 +0000 https://thestandard.co/?p=876747

จากประเด็น ‘บจ.รายหนึ่งพบหลักฐานการทำ Naked Short Selli […]

The post ตลาดหลักทรัพย์ฯ แจงกรณีข่าวพบหลักฐานการทำ Naked Short Selling ไม่เป็นความจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากประเด็น ‘บจ.รายหนึ่งพบหลักฐานการทำ Naked Short Selling’ ตามที่ปรากฏข่าวจากสื่อรายหนึ่งในวันนี้ (14 ธันวาคม) โดยมีเนื้อหาระบุว่า “บจ.รายหนึ่งพบหลักฐานการทำ Naked Short Selling หลังปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น พบหุ้นของผู้ถือหุ้นรายหนึ่งหายไปรวม 20 ล้านหุ้น โดยไม่ได้ให้ยืมหุ้น” 

 

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว โดยขอแจ้งผลการตรวจสอบดังนี้ 

 

  1. จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่พบว่าเป็นธุรกรรม Naked Short Selling เนื่องจากผู้ขายมีหุ้นในครอบครองก่อนขายในจำนวนมากกว่าจำนวนที่ขาย โดยได้รับโอนมาก่อนส่งคำสั่งขาย ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้รับหลักฐานจากผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว
  2. เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 บริษัทจดทะเบียน (บจ.) รายดังกล่าวได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เรื่อง ‘แจ้งการมีผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่’ โดยมีการเปลี่ยนแปลงการถือครองหุ้นที่สอดคล้องกับธุรกรรมตามข้อ 1. 

 

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ตรวจสอบการทำธุรกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยได้เน้นย้ำมาตรฐานการกำกับดูแลการดำเนินงานของผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดทุน เพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ หากพบการกระทำผิดหรือเข้าข่ายฝ่าฝืนซึ่งไม่เป็นไปตามข้อบังคับ จะมีบทลงโทษทางวินัยต่อไป

 

หากผู้ลงทุนมีข้อสงสัย หรือพบการกระทำผิดเกณฑ์การซื้อขายหลักทรัพย์ สามารถแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ที่ SET Contact Center โทร. 0 2009 9999 หรือ [email protected]

The post ตลาดหลักทรัพย์ฯ แจงกรณีข่าวพบหลักฐานการทำ Naked Short Selling ไม่เป็นความจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลท. จ่อจ้างที่ปรึกษาต่างประเทศวิเคราะห์มาตรฐานระบบงาน ลุยสร้างความเชื่อมั่นผู้ที่เกี่ยวข้อง คาดรู้ผลการศึกษาเดือน ก.พ. 67 https://thestandard.co/set-plans-to-hire-foreign-consultants/ Wed, 13 Dec 2023 01:41:55 +0000 https://thestandard.co/?p=876210

ตลท. เผย มีนักลงทุนส่งข้อมูล 3 เคสให้ตรวจสอบ ยืนยันไร้ […]

The post ตลท. จ่อจ้างที่ปรึกษาต่างประเทศวิเคราะห์มาตรฐานระบบงาน ลุยสร้างความเชื่อมั่นผู้ที่เกี่ยวข้อง คาดรู้ผลการศึกษาเดือน ก.พ. 67 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตลท. เผย มีนักลงทุนส่งข้อมูล 3 เคสให้ตรวจสอบ ยืนยันไร้ Naked Short Selling พร้อมเล็งจ้างที่ปรึกษาต่างประเทศวิเคราะห์มาตรฐานระบบงาน ลุยสร้างความเชื่อมั่นเพิ่มกับผู้ที่เกี่ยวข้อง 

 

ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมาปรับลดลงเนื่องจากผลกระทบจากความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ลดลงจากผลกระทบต่างๆ รวมถึงภาวะเศรษฐกิจของไทย และความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นทั่วโลก โดย SET Index ถือเป็นดัชนีชี้นำถึงสภาวะเศรษฐกิจของไทย และความสามารถในการทำกำไรของ บจ. ในอนาคต 

 

ดังนั้น หากกำไรของ บจ. ยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน ขณะที่ภาคการส่งออกไทยหากยังไม่ฟื้นตัวดีขึ้นก็จะเป็นปัจจัยที่ยังกดดันดัชนีหุ้นไทย 

 

ส่วนประเด็นความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทย หลังเกิดปัญหาต่างๆ ที่กระทบความเชื่อมั่นในหลายกรณีเริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา และปัญหาที่เกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมปีนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการปรับวิธีการทำงาน รวมถึงการปรับกฎระเบียบต่างๆ ควบคู่ไปกับผู้ร่วมตลาดที่เกี่ยวข้อง

 

สำหรับความกังวลในประเด็นปัญหาการทำ Naked Short Selling กับ High Frequency Trading (HFT) โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าวข้างต้นมาโดยตลอด ซึ่งมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นและละเอียดโดยใช้มาตรฐานสากล ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแนวทางในการเพิ่มความมั่นใจโดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือเน้นการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มขึ้น ให้นักลงทุนและผู้เกี่ยวข้องได้เห็นข้อมูลที่มีการมอนิเตอร์และนำมาวิเคราะห์ โดยที่ผ่านมามีนักลงทุนส่งกรณีที่มีความสงสัยมาให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตรวจสอบอย่างละเอียดจำนวน 3 กรณี ซึ่งไม่พบว่ามีการทำ Naked Short Selling   

 

ขณะที่ปัจจุบันกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่ทำการซื้อ-ขายในตลาดหุ้นมีสัดส่วนการใช้ Program Trading ประมาณมากกว่า 80% ของธุรกรรมการซื้อ-ขาย ซึ่งต้องมีการแยกออกจาก High Frequency Trading (HFT) ที่มีความตั้งใจนำมาใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ ซึ่งปัจจุบันพบข้อมูลว่ามีปริมาณธุรกรรมเพียง 8-12% เท่านั้น ดังนั้น จึงไม่มีผลกระทบให้การซื้อ-ขายผิดปกติ 

 

จ่อจ้างที่ปรึกษาต่างประเทศตรวจสอบระบบการทำงาน

 

ส่วนที่สอง ตลท. เตรียมว่าจ้างแต่งตั้งที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเพื่อมาศึกษาวิเคราะห์กระบวนการของระบบทำงาน รวมถึงเทคโนโลยีของตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าเป็นไปตามมาตรฐานสากลและมีการทำงานอย่างเต็มที่แล้วหรือไม่ รวมถึงจะเชิญตลาดหลักทรัพย์ชั้นนำของโลกมาเป็นที่ปรึกษาให้ความเห็นเกี่ยวกับระบบการทำงานของ ตลท. ว่ามีการทำงานด้านใดที่ควรปรับปรุงในอนาคต โดยหลังเซ็นสัญญาว่าจ้างแต่งตั้งที่ปรึกษาคาดว่าจะเริ่มทำงานได้ในช่วงต้นปี 2567 และผลการศึกษาจะออกมาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 

 

“ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยืนยันว่า สิ่งที่เราทำอยู่ในปัจจุบันไม่ได้แตกต่างกับมาตรฐานสากล แต่เราต้องดึงผู้เชี่ยวชาญให้มาช่วยวิเคราะห์ มาช่วยให้ข้อมูลกับที่เกี่ยวข้องว่าสิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำมีความน่าเชื่อถืออย่างไรบ้าง”

 

ภากรกล่าวต่อว่า ในช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยถูกกระทบจากปัจจัยภายนอกค่อนข้างมาก เพราะไทยมีโครงสร้างเศรษฐกิจเป็น Open Economy ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก และพึ่งพิงทั้งการส่งออกและการท่องเที่ยวสูง โดยหากสถานการณ์ของโลกเริ่มคลี่คลายในทางที่ดีขึ้นในปี 2567 ประกอบกับมีปัจจัยของนโยบายภาครัฐที่จะออกมากระตุ้นเศรษฐกิจในปีหน้า รวมถึงความแข็งแกร่งของภาคธนาคารพาณิชย์ 

 

อีกทั้งไทยมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศประมาณ 2.40 แสนล้านดอลลาร์ และมีหนี้สาธารณะต่อ GDP สัดส่วน 62.5% ซึ่งไทยมีสถานการณ์เศรษฐกิจที่ดีกว่ามากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ หลังจากช่วงโควิด-19 ซึ่งมีโอกาสที่เศรษฐกิจจะกลับมาขยายตัวได้ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่ยังแข็งแกร่ง รวมถึงการระดมทุน IPO ในตลาดหุ้นไทยยังติด Top 10 ในเอเชีย และ Top 2 อาเซียน ดังนั้น จึงมองว่าธุรกิจจะไม่มีปัญหาในด้านแหล่งเงินลงทุน ซึ่งหากเศรษฐกิจกลับมาเจริญเติบโตดีขึ้น และ บจ. สามารถขยายกิจการได้ มีการจ้างงานในระบบที่เพิ่มขึ้น มีความเชื่อว่าเศรษฐกิจและดัชนีตลาดหุ้นไทยก็มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นเร็ว

 

ด้าน ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยในปี 2567 จะมีเครื่องจักรใหญ่ 3 ประเด็นที่จะเข้ามาขับเคลื่อนที่ต้องติดตาม คือ 

  1. การเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2567 ที่คาดว่าจะเริ่มมีเม็ดเงินเข้ามาในเดือนพฤษภาคมปีหน้า จากในปี 2566 ที่ถูกนำมาเบิกจ่ายไม่ทัน 
  2. ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่ใช่ชาวจีนกลับมาสัดส่วนประมาณ 80% ของช่วงก่อนโควิด-19 ระบาดแล้ว ขณะที่จีนฟื้นตัวกลับมาเพียง 40% ของช่วงก่อนโควิด-19 ระบาด โดยต้องจับตาดูข้อมูลต่อเนื่องในช่วงต้นปี 2567 
  3. แนวโน้มเงินเฟ้อที่เริ่มลดลงจะเป็นปัจจัยหนุนให้ บจ. มีต้นทุนในการดำเนินงานที่ลดลง

 

สำหรับปัจจัยเสี่ยง ให้ติดตามปัจจัยเกี่ยวกับดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เนื่องจากปัจจุบันนักลงทุนมีความคาดหวังสูงเกินไปหรือไม่ และคาดว่า Fed จะปรับลดดอกเบี้ยลงในการประชุมเดือนมีนาคมปีหน้า แม้ยังไม่เคยส่งสัญญาณว่าจะเริ่มลดดอกเบี้ยลง รวมทั้งประเด็นปัญหาด้านความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ว่าจะขยายวงความขัดแย้งหรือไม่ และสถานการณ์ราคาน้ำมันที่อาจขยับสูงขึ้นจากปัญหาสงคราม



“ภาพใหญ่มองว่าด้านปัจจัยพื้นฐานมีภาพที่ดูดีขึ้น แต่ยังมีความเสี่ยงในด้านนโยบายของ Fed กับราคาน้ำมัน”

 

สำหรับการมีกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund: Thai ESG) ที่เริ่มเปิดขายตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา ยังรอติดตามผลว่าจะสร้างความคึกคักกับตลาดหุ้นไทยได้มากหรือน้อยอย่างไร เพราะมีระยะเวลาในการขายที่ค่อนข้างสั้น แต่เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มวอลุ่มซื้อ-ขายได้บ้าง

 

ภาวะตลาดหุ้นไทยเดือน พ.ย. ร่วง 17.3%

 

สำหรับภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2566 SET Index ปิดที่ 1,380.18 จุด ปรับลดลง 0.1% จากเดือนก่อนหน้า โดยปรับลดลง 17.3% เมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อนหน้า โดยในเดือนพฤศจิกายน 2566 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มการเงิน กลุ่มการเกษตรและอาหาร และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค

 

ขณะที่ในเดือนพฤศจิกายน 2566 มูลค่าการซื้อ-ขายเฉลี่ยต่อวันใน SET และ mai อยู่ที่ 45,804 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 28.9% โดยมูลค่าการซื้อ-ขายเฉลี่ยต่อวันใน 11 เดือนแรกของปี 2566 อยู่ที่ 54,399 ล้านบาท ผู้ลงทุนต่างชาติขายสุทธิเป็นเดือนที่ 10 โดยในเดือนพฤศจิกายน 2566 ผู้ลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 21,132 ล้านบาท 

 

อย่างไรก็ดี ผู้ลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อ-ขายสูงสุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 19 ในเดือนพฤศจิกายน 2566 ขณะที่มี Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2566 อยู่ที่ระดับ 16.2 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 13.0 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 18.8 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 14.6 เท่า 

 

อัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2566 อยู่ที่ระดับ 3.25% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 3.43%

The post ตลท. จ่อจ้างที่ปรึกษาต่างประเทศวิเคราะห์มาตรฐานระบบงาน ลุยสร้างความเชื่อมั่นผู้ที่เกี่ยวข้อง คาดรู้ผลการศึกษาเดือน ก.พ. 67 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อานิสงส์ Bitcoin ฟื้น! หุ้น JTS พุ่งเฉียด 70% ร้อนแรงที่สุดในตลาดช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา จับตาปรากฏการณ์ Halving ในอีก 5 เดือน https://thestandard.co/jts-shares-surge-nearly-70-percent/ Tue, 28 Nov 2023 11:12:27 +0000 https://thestandard.co/?p=870913 หุ้น JTS

ตลาดหุ้นไทยช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาปกคลุมไปด้วยประเด […]

The post อานิสงส์ Bitcoin ฟื้น! หุ้น JTS พุ่งเฉียด 70% ร้อนแรงที่สุดในตลาดช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา จับตาปรากฏการณ์ Halving ในอีก 5 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น JTS

ตลาดหุ้นไทยช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาปกคลุมไปด้วยประเด็นร้อน โดยเฉพาะเรื่องของ Short Selling ที่กลายเป็นที่ถกเถียงกันในแวดวงตลาดทุนว่ามีนักลงทุนบางคนหรือบางกลุ่มสามารถทำ Naked Short Selling อยู่หรือไม่ ขณะที่มูลค่าการซื้อ-ขายในตลาดหุ้นไทยก็เบาบางลงอย่างต่อเนื่อง

 

อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนของดัชนี SET ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมายังเป็นบวกได้เล็กน้อย 0.37% มาปิดที่ระดับ 1,393.42 จุด (ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน) แต่ถ้าเทียบกับตลาดหุ้นหลายแห่งทั่วโลก ดัชนี SET ค่อนข้าง ‘อ่อนแอ’ กว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะหากเทียบกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นราว 10% ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปฟื้นตัวได้ 5-10% ส่วนตลาดหุ้นในเอเชีย เช่น จีน ฮ่องกง และเวียดนาม ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับตลาดหุ้นไทย 

 

ท่ามกลางบรรยากาศหุ้นไทยที่ดูค่อนข้างอ่อนแอ หุ้นรายตัวของไทยที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา คือ บมจ.จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น (JTS)​ เป็นหุ้นที่เพิ่มขึ้นสูงสุด 68.70% มาปิดที่ 55.25 บาท ส่วนหุ้นที่ปรับตัวขึ้นได้ร้อนแรงรองลงมาคือ บมจ.มาลีกรุ๊ป (MALEE) +39.31% และ บมจ.มีนาทรานสปอร์ต (MENA) +32.57%

 

สำหรับครั้งนี้ THE STANDARD WEALTH อยากโฟกัสไปที่หุ้นที่ร้อนแรงที่สุดของเดือนที่ผ่านมาอย่าง JTS ซึ่งน่าจะได้อานิสงส์จากการพุ่งขึ้นของราคา Bitcoin ราว 50% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่ามมา จากราว 25,000 ดอลลาร์​ มาแตะระดับ 38,000 ดอลลาร์ และพุ่งขึ้นมาประมาณ 100% จากปลายปี 2022

 

ณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า การปรับตัวขึ้นของหุ้นที่เชื่อมโยงกับ Bitcoin อย่าง JTS ในรอบนี้อาจต่างไปจากการวิ่งขึ้นในรอบก่อนหน้านี้ 

 

“ปัจจุบันนักลงทุนเริ่มเข้าใจมากขึ้นว่าหุ้นกลุ่มนี้เมื่อวิ่งขึ้นก็ขึ้นได้ดี แต่เมื่อลงก็ลงลึกเช่นกัน คนเริ่มเข้าใจว่าต้องดูธุรกิจหลักของหุ้นนั้นๆ ด้วย ไม่ใช่เพียงแค่ดูราคา Bitcoin รวมทั้งเข้าใจว่ากำไรทางบัญชีจาก Bitcoin หากบริษัทไม่ได้ขาย Bitcoin ที่ถืออยู่ออกมา สุดท้ายก็จะไม่ได้กำไรจริง โดยรวมแล้วนักลงทุนจึงไม่ได้ให้พรีเมียมต่อราคาหุ้นที่อิงกับ Bitcoin เท่ากับในอดีต” 

 

ด้วยสภาพตลาดปัจจุบันที่นักลงทุนรายย่อยน้อยลงก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พรีเมียมของหุ้นเหล่านี้ลดลง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในวันที่ราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นแรง ก็อาจเห็นแรงเก็งกำไรเข้ามาใน JTS เพราะปัจจุบันหุ้นที่อิงกับ Bitcoin เหลือตัวเลือกไม่มากนัก 

 

นอกจากนี้ JTS ยังมีประเด็นของการเกาะกระแสไปกับเทคโนโลยี ล่าสุดคือการประกาศลงนามความร่วมมือกับเคที คอร์ปอเรชั่น เพื่อร่วมกันวางแผนให้บริการ Generative AI 

 

ณัฐพลกล่าวต่อว่า หุ้นอีกตัวที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับ Bitcoin คือ บมจ.โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) ซึ่งรายงานผ่านผลประกอบการไตรมาส 3 ที่ผ่านมาว่า เข้าลงทุนใน Bitcoin คิดเป็นเงินลงทุนราว 2.6 พันล้านบาท ด้วยต้นทุนราคา Bitcoin ที่ประมาณ 26,000-27,000 ดอลลาร์ ทำให้บริษัทมีกำไรทางบัญชีแล้วประมาณ 1 พันล้านบาท 

 

ขณะที่ผลประกอบการของ JTS ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มีรายได้รวม 1.74 พันล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 3.9 ล้านบาท โดย ณ ไตรมาส 3 ที่ผ่านมา JTS มีเหรียญ Bitcoin อยู่ในมือจำนวน 206.63 เหรียญ Bitcoin

 

ล่าสุดราคาหุ้น JTS วันนี้ (28 พฤศจิกายน) ปิดที่ 58.25 บาท เพิ่มขึ้น 5.43% จากวันก่อนหน้า 

 

อีกหนึ่งประเด็นที่นักลงทุนกำลังติดตามกันต่อจากนี้คือ ปรากฏการณ์ Bitcoin Halving หรือการที่จำนวนของเหรียญ Bitcoin ที่จะได้จากการขุดจะลดลงครึ่งหนึ่ง จากปัจจุบันที่ 6.25 เหรียญ Bitcoin มาเหลือ 3.125 เหรียญ Bitcoin โดยปรากฏการณ์ดังกล่าวคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนเมษายน ปี 2024 

 

จากสถิติในอดีตที่ผ่านมา เกิดปรากฏการณ์ Bitcoin Halving มาแล้ว 3 ครั้ง และทุกครั้งที่ผ่านมาราคา Bitcoin สามารถปรับตัวขึ้นได้ทั้งหมดในช่วง 150 วันถัดมา โดย Halving ครั้งแรกในปี 2012 ราคาพุ่งขึ้นจาก 12.35 ดอลลาร์ เป็น 127 ดอลลาร์ ถัดมาในปี 2016 ราคาเพิ่มขึ้นจาก 650.53 ดอลลาร์ เป็น 758.81 ดอลลาร์ และเมื่อปี 2020 ราคาพุ่งขึ้นจาก 8,821.42 ดอลลาร์ เป็น 10,943 ดอลลาร์ 

 

อ้างอิง:

The post อานิสงส์ Bitcoin ฟื้น! หุ้น JTS พุ่งเฉียด 70% ร้อนแรงที่สุดในตลาดช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา จับตาปรากฏการณ์ Halving ในอีก 5 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก.ล.ต. ฟื้นความเชื่อมั่นตลาดทุน เรียก 38 โบรกเกอร์ถก ตรวจสอบ Naked Short Selling สั่งทบทวนแนวปฏิบัติคุมขายชอร์ต https://thestandard.co/sec-check-out-naked-short-selling/ Tue, 28 Nov 2023 03:31:51 +0000 https://thestandard.co/?p=870658

สำนักงาน ก.ล.ต. ประชุมกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย และผู […]

The post ก.ล.ต. ฟื้นความเชื่อมั่นตลาดทุน เรียก 38 โบรกเกอร์ถก ตรวจสอบ Naked Short Selling สั่งทบทวนแนวปฏิบัติคุมขายชอร์ต appeared first on THE STANDARD.

]]>

สำนักงาน ก.ล.ต. ประชุมกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย และผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแนวทางสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดทุนไทย ตรวจสอบ Naked Short Selling และกลไกกำกับขายชอร์ต การซื้อขายผ่าน Program Trading 

 

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นำโดย พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ และผู้บริหาร ประชุมร่วมกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) นำโดย พิเชษฐ สิทธิอำนวย นายกสมาคมฯ พร้อมด้วยกรรมการและสมาชิกสมาคม ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหาร ผู้แทนจากผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ จำนวน 38 แห่ง 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


 

โดยได้หารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อการดำเนินการในประเด็นที่อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดทุนไทย ทั้งการใช้ Program Trading การซื้อขายด้วยความเร็วสูง รวมทั้งแนวทางในการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมธุรกิจหลักทรัพย์ตามมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดทุนไทย โดยทุกภาคส่วนสามารถใช้ประโยชน์จากตลาดทุนได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม มีความเป็นธรรม โปร่งใส และเชื่อถือได้ 

 

ในที่ประชุมได้มีการหารือถึงสิ่งที่ ก.ล.ต. ได้ดำเนินการแล้ว และเรื่องที่อยู่ระหว่างการทบทวน เช่น การตรวจสอบธุรกรรม Naked Short Selling และกลไกในการกำกับธุรกรรมขายชอร์ต การซื้อขายผ่าน Program Trading เช่น การวางหลักประกัน การส่งมอบหลักทรัพย์ เพื่อให้ตลาดหลักทรัพย์มีเสถียรภาพ เป็นธรรม และไม่เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบของผู้ลงทุนแต่ละประเภท

 

พร้อมกันนี้ ก.ล.ต. ยังขอให้ ASCO ทบทวนแนวปฏิบัติสำหรับสมาชิกในธุรกรรมขายชอร์ตให้เข้ากับบริบทปัจจุบัน และสอดคล้องตามข้อสังเกตของ ก.ล.ต. เพื่อทำให้มั่นใจยิ่งขึ้นว่าบริษัทหลักทรัพย์มีแนวปฏิบัติที่มีมาตรฐานเดียวกัน อันจะเป็นการป้องกันการกระทำที่ไม่ถูกต้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร่วมกับการตรวจสอบของหน่วยงานกำกับต่อไป 

 

อีกทั้ง ก.ล.ต. ได้ขอให้ ASCO พิจารณาการกำหนดค่าธรรมเนียมการให้บริการซื้อขายในอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้ลงทุน สะท้อนการแข่งขันในเชิงคุณภาพ ซึ่งจะก่อให้เกิดความยั่งยืนกับอุตสาหกรรม

 

พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดทุนโดยรวม ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะอย่างรอบด้านจากบริษัทหลักทรัพย์ที่มีขนาดและลักษณะธุรกิจที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกับผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ซึ่งอยู่ในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) เดียวกันในตลาดทุน จึงเห็นว่าการหารือและแลกเปลี่ยนความเห็นเพื่อทำงานร่วมกันเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง ในการกำหนดทิศทางของตลาดทุนให้เป็นไปอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ก.ล.ต. จะนำทุกข้อเสนอแนะและข้อสังเกตไปกลั่นกรองและศึกษาต่อเพื่อกำหนดเป็นหลักเกณฑ์ต่อไป และคาดหวังว่าจะมีการร่วมหารือกันเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง

The post ก.ล.ต. ฟื้นความเชื่อมั่นตลาดทุน เรียก 38 โบรกเกอร์ถก ตรวจสอบ Naked Short Selling สั่งทบทวนแนวปฏิบัติคุมขายชอร์ต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ‘เศรษฐา’ ยอมรับ มี Naked Short Sell จี้ออกมาตรการคุม | Morning Wealth 27 พ.ย. 2566 https://thestandard.co/morning-wealth-27112023/ Mon, 27 Nov 2023 01:14:17 +0000 https://thestandard.co/?p=870090 Naked Short Sell

‘เศรษฐา’ นายกรัฐมนตรี ยอมรับพบข้อมูลมี Naked Short Sell […]

The post ชมคลิป: ‘เศรษฐา’ ยอมรับ มี Naked Short Sell จี้ออกมาตรการคุม | Morning Wealth 27 พ.ย. 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Naked Short Sell

‘เศรษฐา’ นายกรัฐมนตรี ยอมรับพบข้อมูลมี Naked Short Sell ในตลาดหุ้นไทย จี้ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ เร่งออกมาตรการปราบปราม หวังช่วยฟื้นความเชื่อมั่น รายละเอียดเป็นอย่างไร

แนวโน้มธุรกิจก่อสร้างปี 2024 เป็นอย่างไร มีความท้าทายอะไรที่ผู้ประกอบการต้องเจอ พูดคุยกับ กัญญารัตน์ กาญจนวิสุทธิ์, นักวิเคราะห์อาวุโส, ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC)

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: ‘เศรษฐา’ ยอมรับ มี Naked Short Sell จี้ออกมาตรการคุม | Morning Wealth 27 พ.ย. 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เศรษฐา’ รับพบข้อมูลมี Naked Short Sell ในตลาดหุ้นไทย จี้ ก.ล.ต.-ตลาดหลักทรัพย์ฯ เร่งออกมาตรการปราบ หวังฟื้นความเชื่อมั่น https://thestandard.co/srettha-naked-short-sell/ Mon, 27 Nov 2023 00:32:32 +0000 https://thestandard.co/?p=870058 เศรษฐา ทวีสิน

นายกรัฐมนตรีเร่งฟื้นความเชื่อมั่นตลาดหุ้นไทย หลังดัชนีฯ […]

The post ‘เศรษฐา’ รับพบข้อมูลมี Naked Short Sell ในตลาดหุ้นไทย จี้ ก.ล.ต.-ตลาดหลักทรัพย์ฯ เร่งออกมาตรการปราบ หวังฟื้นความเชื่อมั่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศรษฐา ทวีสิน

นายกรัฐมนตรีเร่งฟื้นความเชื่อมั่นตลาดหุ้นไทย หลังดัชนีฯ ร่วงต่อเนื่อง วอลุ่มซื้อ-ขายหด ชี้มีหลายปัจจัยลบกดดัน ยอมรับว่าพบ Naked Short Sell จี้ ก.ล.ต.-ตลาดหลักทรัพย์ฯ เร่งออกมาตรการปราบ แถมยังจับคนผิดคดี MORE-STARK ยังไม่ได้

 

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับ Nation TV ผ่านรายการ 3 บก. เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ว่า แนวนโยบายในการเรียกความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง รวมตลาดหุ้นไทยมีมูลค่าการซื้อ-ขายรวมที่ปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากมีปัจจัยกดดันหลายเรื่องที่มากระทบ โดยส่วนหนึ่งมองว่าสะท้อนภาพความเชื่อมั่นที่ลดลง ทั้งจากความกังวลในการทำ Naked Short Sell ที่จากการรายงานเข้าใจว่ามีการเกิดขึ้นจริงในตลาดหุ้นไทย

 

“รัฐบาลเราได้ Take Action ได้มีการพูดคุยกันตลอดเวลากับ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้วได้ฝากไปอย่างชัดเจนว่า ตรงนี้ต้องมีมาตรการชัดเจนลงไป เพราะมีหลายภาคส่วนบ่นมาเหลือเกินเรื่อง Naked Short Sell ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่ง แล้วก็เรื่องของการกระทำผิดกฎหมายที่ชัดเจน อย่างกรณีของหุ้น บมจ.มอร์ รีเทิร์น หรือ MORE กับ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น หรือ STARK ที่ยังหาคนทำผิดไม่ได้ ก็ส่งผลกระทบเหมือนกัน ฟากฝ่ายที่ดูแลด้านการกำกับลงโทษผู้กระทำผิดก็ต้องสร้างความมั่นใจให้ได้ด้วย ส่วนเรื่องของวิกฤตหรือไม่วิกฤต เรื่องของความมั่นใจก็มีผล พอ GDP ไตรมาส 3/66 เหลือ 1.5% ก็เป็นหน้าที่รัฐบาลต้องเข้ามาช่วยดึงความมั่นใจเพื่อให้ GDP สูงขึ้นมาให้ได้”

 

ด้านปัญหาของความเชื่อมั่นที่ลุกลามไปยังตลาดหุ้นกู้ที่มีปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ (Default) ของบริษัทเอกชนหลายแห่ง โดยแนวทางในการแก้ปัญหาในเรื่องนี้ต้องมีการร่วมพูดคุยกับสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องว่าต้องมีแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ (Debt Restructuring) ที่ชัดเจน รวมถึงได้มีการหารือกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล รวมทั้งร่วมกันทำงานในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

 

สำหรับภาวะตลาดหุ้นไทยปัจจุบัน ที่ดัชนีปรับตัวลดลงต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นประเทศเพื่อนบ้าน เพราะ GDP ไทยที่ขยายตัวในอัตราต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ส่งผลให้กระแสเงินลงทุน (Fund Flow) ไหลออกไปลงทุนในตลาดหุ้นประเทศอื่น ที่มีอัตราการขยายตัวของ GDP ที่มีความน่าสนใจกว่าประเทศไทย  

 

ส่วนกรณีที่ได้มอบหมายให้ กิตติรัตน์ ณ ระนอง ที่แต่งตั้งให้เป็นประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เข้ามาช่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนไทย ก็เป็นความหวังส่วนหนึ่งว่าจะสามารถช่วยเรียกความเชื่อมั่นของตลาดหุ้นไทยให้กลับมา ซึ่งฝ่ายที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน รวมถึงรัฐบาลคงต้องมีการทำงานร่วมกัน

 

ขณะที่มีรายงานข่าวจากตลาดทุนว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ประสานมายังสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) และตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เชิญให้โบรกเกอร์เข้าร่วมประชุมในวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นการทำ Short Sell เช่น การเรียกเก็บค่าคอมมิชชัน และการวางหลักประกัน

      

ทั้งนี้ ก.ล.ต. น่าจะต้องการกำชับให้โบรกเกอร์ปฏิบัติตามกฎกติกาอย่างเข้มงวด หลังจากนายกรัฐมนตรีแสดงความเป็นห่วงสถานการณ์การซื้อ-ขายในตลาดหุ้นไทย และนักลงทุนรายย่อยแสดงความไม่มั่นใจว่าการซื้อขายอาจเกิดความไม่เป็นธรรมจากโปรแกรมเทรดดิ้ง และการทำ Short Sell ที่สงสัยว่าจะเป็น Naked Short ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ในขณะนี้มีความซบเซาอย่างมาก

The post ‘เศรษฐา’ รับพบข้อมูลมี Naked Short Sell ในตลาดหุ้นไทย จี้ ก.ล.ต.-ตลาดหลักทรัพย์ฯ เร่งออกมาตรการปราบ หวังฟื้นความเชื่อมั่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
บล.บัวหลวง ปัดข่าวลือ หลังถูกโยงทำ Naked Short Sell ยันทำธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล https://thestandard.co/bualuang-denied-naked-short-sell/ Thu, 23 Nov 2023 08:58:02 +0000 https://thestandard.co/?p=868928

ตามที่มีสื่อนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการทำ Naked Short Sell โ […]

The post บล.บัวหลวง ปัดข่าวลือ หลังถูกโยงทำ Naked Short Sell ยันทำธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตามที่มีสื่อนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการทำ Naked Short Sell โดยเป็นรายงานข่าวที่ทำให้มีนัยว่าหมายถึงบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) นั้น บล.บัวหลวง ขอชี้แจงเพื่อให้มีความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้

 

  1. บล.บัวหลวง ไม่ได้รับคำสั่งซื้อ-ขายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรายการที่มีการกล่าวอ้างในข่าวดังกล่าวแต่อย่างใด โดยบริษัทเพียงรับรู้ข่าวสารการตั้งคำสั่งซื้อ-ขายหลักทรัพย์ดังกล่าวตามสื่อต่างๆ เท่านั้น
  2. บล.บัวหลวง มีการดำเนินการตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี และมีกระบวนการในการปฏิบัติงานเพื่อให้มั่นใจว่า การดำเนินงานของบริษัทเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของทางการอย่างเคร่งครัด

The post บล.บัวหลวง ปัดข่าวลือ หลังถูกโยงทำ Naked Short Sell ยันทำธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก.ล.ต. จี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุตัวตนลูกค้าเบื้องหลัง Custodian และ Program Trading พร้อมเข้าตรวจระบบจับ Naked Short https://thestandard.co/problems-of-naked-short-selling-in-the-market/ Mon, 20 Nov 2023 09:58:03 +0000 https://thestandard.co/?p=867746

ประเด็นต่อเนื่องจากกรณีการตั้งคำถามในหมู่นักลงทุนว่าการ […]

The post ก.ล.ต. จี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุตัวตนลูกค้าเบื้องหลัง Custodian และ Program Trading พร้อมเข้าตรวจระบบจับ Naked Short appeared first on THE STANDARD.

]]>

ประเด็นต่อเนื่องจากกรณีการตั้งคำถามในหมู่นักลงทุนว่าการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยในระยะหลังมีการทำ Naked Short Selling เกิดขึ้นหรือไม่นั้น ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เตรียมที่จะเข้าไปตรวจสอบ ‘ระบบการตรวจสอบ Naked Short Selling ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย’ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีความรัดกุมมากเพียงพอ

 

จอมขวัญ คงสกุล รองเลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า เพื่อให้มั่นใจว่าระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ใช้ในการตรวจสอบ Naked Short Selling มีประสิทธิภาพและรัดกุมเพียงพอ ก.ล.ต. จะเข้าไปตรวจสอบระบบดังกล่าวอีกครั้งในเร็วๆ นี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการและประสานไปยังตลาดหลักทรัพย์ฯ

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

นอกจากนี้ ก.ล.ต. ได้ทำหนังสือส่งไปยังตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งประกอบไปด้วย 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

 

1. ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีอำนาจในการพิจารณาและตัดสินใจปรับเกณฑ์เกี่ยวกับการทำ Short Selling

 

ในส่วนนี้รองเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าการทำ Short Selling ในด้านหนึ่งเป็นประโยชน์ต่อตลาด เช่น กระบวนการ Price Discovery หรือการที่ช่วยให้ราคาหุ้นสะท้อนมูลค่าที่แท้จริง เป็นต้น

 

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้ให้อำนาจกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ไว้แล้ว เพื่อพิจารณาและปรับกฎเกณฑ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้ทันที

 

“ปัจจุบันเกณฑ์เรื่องการชอร์ตของตลาดเป็นแบบ Zero Plus Tick Rules แต่หากตลาดหลักทรัพย์ฯ จะพิจารณาใช้ Up Tick Rules ก็สามารถทำได้เลย เพราะ ก.ล.ต. ให้อำนาจไว้แล้ว แต่ทั้งนี้ไม่ได้เป็นการสั่งว่าให้ปรับเกณฑ์มาใช้ Up Tick Rules เพียงแต่ตลาดมีอำนาจในการเลือกใช้ได้ และหากยังมีข้อจำกัดใดๆ ก็ขอให้แจ้งมาทาง ก.ล.ต. เพื่อจะได้พิจารณาแก้ไขข้อบังคับให้เหมาะสม”

 

2. การตรวจสอบผู้ลงทุนที่แท้จริงเบื้องหลังบัญชี Custodian ที่ใช้ Program Trading ในการส่งคำสั่งซื้อขาย

 

จอมขวัญเปิดเผยว่า การซื้อขายหลักทรัพย์ผ่าน Program Trading เป็นธุรกรรมที่ ก.ล.ต. มองว่ามีความเสี่ยงสูง เนื่องจากธุรกรรมที่เกิดขึ้นผ่าน Program Trading มักมีต้นทุนต่ำมาก และมักใช้วิธีการขายทำกำไรด้วยส่วนต่างของราคา (Spread) ที่แคบ และใช้การซื้อขายด้วยปริมาณ (Volume) มาก จึงมีโอกาสที่จะส่งผลกระทบกับราคาตลาดของหลักทรัพย์ค่อนข้างสูง ประกอบกับความกังวลของ ก.ล.ต. ต่อประเด็นการทำ naked Short Selling

 

สิ่งที่ ก.ล.ต. ต้องการให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Program Trading คือการตรวจสอบว่าลูกค้าตัวจริงเป็นใคร ในกรณีที่ทำธุรกรรมผ่านบัญชี Custodian ซึ่งจะช่วยประเมินได้ว่าลูกค้ารายนั้นๆ มีความเสี่ยงที่จะทำ Naked Short Selling หรือไม่

 

ขณะเดียวกันต้องการให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตรวจสอบว่าลูกค้าที่ใช้ Program Trading ในการส่งคำสั่งซื้อขาย แท้จริงแล้วเป็นนักลงทุนสถาบันหรือเป็นเพียงนักลงทุนบุคคล

 

“การที่โบรกเกอร์จะคิดค่าคอมมิชชันต่ำสำหรับลูกค้าสถาบันเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ แต่สำหรับ Program Trading ที่ไม่รู้ว่าเบื้องหลังเป็นลูกค้าสถาบันหรือเป็นเพียงมิสเตอร์ A เพราะฉะนั้นตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องดูแลให้เกิดความเป็นธรรม ไม่ใช่ว่ามิสเตอร์ A ซื้อขายผ่าน Program Trading จะถือเป็นสถาบันไปทั้งหมด”

The post ก.ล.ต. จี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุตัวตนลูกค้าเบื้องหลัง Custodian และ Program Trading พร้อมเข้าตรวจระบบจับ Naked Short appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยตัวเลขซื้อ-ขายผ่าน Program Trading เฉียด 40% ของมูลค่าทั้งวัน พร้อมแจงวิธีตรวจสอบ Naked Short Selling จาก Custodian https://thestandard.co/set-buying-and-selling-number/ Fri, 17 Nov 2023 08:59:36 +0000 https://thestandard.co/?p=866806

ก่อนหน้านี้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้เปิดเผยข้อมูลส […]

The post ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยตัวเลขซื้อ-ขายผ่าน Program Trading เฉียด 40% ของมูลค่าทั้งวัน พร้อมแจงวิธีตรวจสอบ Naked Short Selling จาก Custodian appeared first on THE STANDARD.

]]>

ก่อนหน้านี้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้เปิดเผยข้อมูลสถิติการซื้อ-ขายผ่านเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ (set.or.th) เช่น มูลค่าการซื้อ-ขายตามกลุ่มนักลงทุน 4 กลุ่ม, ข้อมูลการซื้อ-ขายผ่าน NVDR รวมทั้งข้อมูลธุรกรรมขายชอร์ต (Short Selling) เป็นต้น 

 

ล่าสุดตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เพิ่มข้อมูลการซื้อ-ขายในส่วนของ Program Trading เพื่อแสดงและเปรียบเทียบมูลค่าการซื้อ-ขายในตลาดแต่ละวันที่ดำเนินการผ่าน Program Trading และที่ไม่ใช่ Program Trading รวมทั้งจะมีการแสดงข้อมูลของหุ้นรายตัวบางส่วนที่ถูกซื้อ-ขายด้วย Program Trading และมีราคาเปลี่ยนแปลงเกิน 10% 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


 

ทั้งนี้ ภัทรวสี สุวรรณศร รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานบริหารการปฏิบัติการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า Program Trading ที่พูดถึงในที่นี้ หมายถึงการซื้อ-ขายผ่านชุดโปรแกรมที่เขียนคำสั่งไว้ล่วงหน้า และหากเข้าเงื่อนไขที่กำหนดไว้ โปรแกรมจะส่งคำสั่งซื้อ-ขายโดยอัตโนมัติ 

 

จากข้อมูลที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเผยเป็นวันแรกผ่านเว็บไซต์ คือข้อมูล ณ วันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จากมูลค่าการซื้อ-ขายทั้งหมด 4.43 หมื่นล้านบาท มาจากการซื้อ-ขายผ่าน Program Trading ราว 39% หรือราว 1.74 หมื่นล้านบาท และเป็นการซื้อสุทธิ 352 ล้านบาท 

 

ภัทรวสีกล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อมูลในส่วนของหุ้นรายตัวที่ไม่มีการแสดงในวันแรกนี้เป็นเพราะตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้กำหนดเงื่อนไข 3 ข้อถึงจะมีการแสดงให้เห็น ได้แก่

 

  1. หุ้นที่มีราคาเปลี่ยนแปลงขึ้น-ลงเกิน 10% 
  2. หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อ-ขายมากกว่า 50 ล้านบาท 
  3. หุ้นอยู่ใน SET และ mai 

 

ซึ่งหุ้นที่จะแสดงให้เห็นจะต้องเข้าเงื่อนไขทั้ง 3 ข้อ นอกเหนือจากการถูกซื้อ-ขายได้ Program Trading แล้ว 

 

อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะพิจารณาเพื่อปรับปรุงเงื่อนไขดังกล่าว หลังจากมีข้อสงสัยจากผู้สื่อข่าวว่า เงื่อนไขดังกล่าวอาจทำให้การเปิดเผยข้อมูลทำได้ไม่ละเอียดเพียงพอ 

 

ด้าน พิเชษฐ สิทธิอำนวย นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย เปิดเผยว่า การใช้ Program Trading ในตลาดหุ้นไทยมีมาอย่างยาวนานและมีหลากหลายรูปแบบ เช่น ใช้ส่งคำสั่งซื้อ-ขายหุ้นแบ่งเป็นไม้ย่อยๆ โดยอาจจะกำหนดจากช่วงเวลา เช่น ซื้อหรือขายทุกๆ ครึ่งชั่วโมง หรือกำหนดจากปริมาณการซื้อ-ขายในแต่ละวัน

 

ใช้ส่งคำสั่งตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น เส้นค่าเฉลี่ยราคาตัดกัน หรือใช้ในการทำธุรกรรมของเครื่องมือทางการเงินต่างๆ เช่น DW หรือ DR รวมถึงลักษณะที่เป็น High Frequency Trading (HFT) เป็นการใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยในเรื่องความเร็วและความถี่ในการส่งคำสั่ง

 

“ถามว่า Program Trading กระทบตลาดหรือไม่ ต้องบอกว่ากระทบต่อนักลงทุนบางกลุ่มที่ใช้กลยุทธ์เหมือนหรือคล้ายกับ Program Trading แต่จริงๆ แล้วเครื่องมือเหล่านี้มีในหลายตลาด ไม่ใช่แค่ตลาดหุ้นไทย ซึ่งก็ไม่ใช่ทุกตลาดจะซบเซาลง” 

 

เช่นเดียวกับ Short Selling เป็นกติกาทั่วไปที่มีในทุกตลาด และโดยปกติแล้วตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงาน ก.ล.ต. ดำเนินการตรวจสอบโบรกเกอร์ต่างๆ เป็นประจำอยู่แล้ว และเคยมีกรณีที่พบการกระทำผิดเกิดขึ้น พร้อมกับมีบทลงโทษไปแล้ว 

 

ส่วนประเด็นของ Naked Short Selling รองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานกฎหมาย และหัวหน้ากลุ่มงานเลขานุการองค์กรและกำกับองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้การยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่ามีการตรวจสอบอย่างรัดกุม โดยเฉพาะการตรวจเช็กข้อมูลการทำธุรกรรมขายชอร์ตทั้งหมด รวมทั้งลำดับของการทำธุรกรรมในแต่ละขั้นตอน (Time Stamp) 

 

“การทำ Short Selling จะมี Time Stamp ให้เห็นอยู่แล้วว่า ณ เวลาที่ส่งคำสั่งขายคุณมีหุ้นอยู่ในมือหรือไม่ และนักลงทุนมีหน้าที่จะต้องพิสูจน์ให้ได้” 

 

ส่วนประเด็นที่ว่า หากเป็นต่างชาติที่ฝากหุ้นไว้กับ Custodian หรือผู้รับฝากหลักทรัพย์ที่อยู่ต่างประเทศ จะตรวจสอบได้อย่างไร 

 

“โบรกเกอร์จะเป็นด่านแรกในการตรวจสอบว่ามีหุ้นตรงกับคำสั่งหรือไม่ หากลูกค้าทำ Naked Short โบรกเกอร์จะถูกลงโทษ” 

 

หาก Custodian ให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงจะตรวจสอบได้อย่างไร ในกรณีนี้รองรักษ์ชี้แจงว่า หากมีกรณีน่าสงสัย ตลาดหลักทรัพย์ฯ สามารถขอดู Time Stamp ของการทำธุรกรรมจากศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) เพื่อตรวจสอบได้ว่าข้อมูลที่ Custodian ให้มานั้นถูกต้องหรือไม่

The post ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยตัวเลขซื้อ-ขายผ่าน Program Trading เฉียด 40% ของมูลค่าทั้งวัน พร้อมแจงวิธีตรวจสอบ Naked Short Selling จาก Custodian appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประเด็นร้อนหุ้นไทย Naked Short Selling! ทำไมความสงสัยไม่คลี่คลาย และรายย่อยที่กำลังล่มสลาย? https://thestandard.co/wealth-in-depth-naked-short-selling/ Fri, 17 Nov 2023 06:44:38 +0000 https://thestandard.co/?p=866757

ตลาดหุ้นไทยชั่วโมงนี้ ไม่มีประเด็นไหนร้อนแรงไปกว่าเรื่อ […]

The post ประเด็นร้อนหุ้นไทย Naked Short Selling! ทำไมความสงสัยไม่คลี่คลาย และรายย่อยที่กำลังล่มสลาย? appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตลาดหุ้นไทยชั่วโมงนี้ ไม่มีประเด็นไหนร้อนแรงไปกว่าเรื่องของ ‘Short Selling’ หรือการขายชอร์ตหุ้น ซึ่งถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงในวงกว้าง ว่าเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ดัชนีหุ้นไทยย่ำแย่มากที่สุดในโลก 

 

จุดสำคัญจริงๆ ของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การทำ Short Selling ปกติ แต่เป็นสิ่งที่เรียกว่า ‘Naked Short Selling’ และเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับตลาดหุ้น ไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่ประเทศอย่างสหรัฐฯ ก็มีกฎที่ชื่อว่า Regulation SHO ที่คอยป้องกันไม่ให้เกิดการทำ Short Selling 

 

หรือล่าสุดเกาหลีใต้ก็ตัดสินใจแบนการทำ Short Selling ชั่วคราว เพื่อตรวจสอบธุรกรรม Naked Short Selling ที่ผิดกฎหมาย ซึ่งหน่วยงานกำกับของเกาหลีใต้ก็พบว่ามีการทำ Naked Short Selling จริงๆ ผ่านสองสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง HSBC และ BNP Paribas 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ข้อถกเถียงที่เกิดขึ้นนำมาซึ่งหลากหลายมุมมองของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายกำกับอย่างสำนักงาน ก.ล.ต. หรือตลาดหลักทรัพย์ฯ ฝ่ายนักลงทุน ทั้งรายใหญ่ รายย่อย หรือฝ่ายบริษัทหลักทรัพย์ ที่พยายามอธิบายและงัดข้อมูลมาตอบข้อสงสัยที่เกิดขึ้น

 

จากเรื่องราวทั้งหมด ผมคิดว่าบทสรุปสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันหาคำตอบคือ ตลาดหุ้นไทยในเวลานี้ กำลังดำเนินไปอย่างเป็นธรรมกับนักลงทุนทุกกลุ่ม (เท่าที่กฎเกณฑ์เขียนไว้ในปัจจุบัน) แล้วหรือไม่? และเราสามารถที่จะปรับปรุงกฎเกณฑ์และกระบวนการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมได้มากขึ้น 

 

ครั้งนี้ผมอยากพาทุกคนไปสำรวจมุมมองของผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่ม และสรุปสิ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้พัฒนาตลาดหุ้นไทย 

 

Short Selling และ Naked Short Selling

 

ก่อนอื่นผมอยากใช้พื้นที่ในการอธิบายคำว่า Short Selling และ Naked Short Selling สำหรับใครที่อาจยังไม่คุ้นเคยกับสองคำนี้มากนัก 

 

Short Selling คือการขายหุ้นโดยที่ตัวเองไม่ได้ถืออยู่ในมือแต่แรก แต่สามารถทำได้โดยการขอยืมหุ้นจากผู้อื่นมาเพื่อขาย ก่อนจะซื้อหุ้นดังกล่าวกลับไปคืนในอนาคต ถ้าหุ้นที่เรายืมมาขายมีราคาลดลง

 

โดยทั่วไปคนที่จะทำ Short Selling จะสามารถยืมหุ้นจากโบรกเกอร์ต่างๆ พร้อมเสียดอกเบี้ยค่ายืม ผ่านระบบที่เรียกว่า Stock Borrowing and Lending หรือ SBL ซึ่งโบรกเกอร์จะยืมหุ้นจากลูกค้าอีกฝ่ายหนึ่งมาให้ลูกค้าที่ต้องการจะขายชอร์ต 

 

ส่วน Naked Short Selling เป็นการขายชอร์ตโดยที่เราตัดกระบวนการ ‘ยืมหุ้น’ ออกไป เท่ากับว่าคนที่จะขายชอร์ตแบบ Naked สามารถทำได้โดยง่ายกว่า เพียงแค่มีวงเงินในบัญชีมากเพียงพอ

 

แล้วทำไม Naked Short Selling ถึงเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในหลายประเทศ นั่นก็เพราะผลกระทบในด้านลบต่อตลาด เช่น การบิดเบือนราคาหุ้น ด้วยการสร้าง ‘แรงขายเทียม’ และอาจทำให้ความผันผวนของราคาหุ้นสูงขึ้น หรือความเสี่ยงต่อตลาดโดยรวม หากท้ายที่สุดแล้วนักลงทุนที่ทำ Naked Short Selling ไม่สามารถที่จะหาหุ้นมาส่งมอบให้กับผู้ที่รับซื้อหุ้นจากการขายชอร์ต รวมถึงความเสี่ยงต่อบริษัทที่ตกเป็นเป้าของการทำ Naked Short Selling 

 

ทำไมนักลงทุนคิดว่า Short Selling คือสาเหตุที่ทำให้ SET แย่สุดในโลก 

 

ดัชนี SET ของหุ้นไทยในปี 2566 เรียกได้ว่าย่ำแย่ที่สุดในโลก หลังจากที่ร่วงลงมา 15-16% จากที่เคยอยู่เกือบ 1,700 จุด ลงมาเหลือประมาณ 1,400 จุด 

 

สิ่งที่น่าสังเกตในมุมมองของ อธิป กีรติพิชญ์ นักลงทุนเน้นคุณค่า มองว่าการเคลื่อนไหวของหุ้นไทยในบางวันค้านกับสิ่งที่ควรจะเป็นตามหลักเหตุผล เช่น “วันที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ลดลง ตลาดหุ้นเอเชีย ยุโรป สหรัฐฯ เขียวเป็นปีกแมลงทับ แต่หุ้นไทยกลับแดง​

 

“ตอนนี้มีการชอร์ตหุ้นบางตัวมากจนผิดปกติ หุ้นบางตัวถูกชอร์ตมากถึง 58.2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งวัน ทำให้เกิดสถานการณ์ที่ว่าหุ้นบางตัวงบออกมาแย่ ราคาร่วงเกิน 15% ขณะที่บางตัวงบออกมาดี ราคาร่วง 7% จนมีกระแสที่นักลงทุนจะนัดกันหยุดเทรด”​

 

ณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ มองว่า มูลค่า Short Selling แต่ละวันในตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ราว 5 พันล้านบาท แต่ปัญหาคือสภาพคล่องที่หายไปจากตลาดรายย่อย ไม่ว่าจะด้วยการไปลงทุนต่างประเทศหรือสภาวะของตลาด  

 

“พอวอลุ่มบางลงทำให้การชอร์ต ซึ่งปัจจุบันมูลค่าเฉลี่ยยังอยู่ที่เดิมราว 5 พันล้านบาท ส่งผลกระทบต่อตลาดมากขึ้น แต่มูลค่าการชอร์ตในช่วงนี้ยังคงต่ำกว่าช่วงพีคตอนโควิด ที่ตัวเลขสูงถึง 8 พันล้านบาท คิดเป็น 13-14% ของมูลค่าซื้อขายต่อวัน” 

 

หุ้นไทยย่ำแย่สุดในโลกเพราะกำไร บจ. แย่

 

พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร บอกว่าเหตุผลหลักที่ทำให้หุ้นไทยย่ำแย่กว่าประเทศอื่นๆ โดยรวม คือกำไรของบริษัทจดทะเบียนไทยที่แทบไม่เติบโตเลยตั้งแต่ปี 2556

 

“อีกประเด็นสำคัญคือ การคาดการณ์กำไรบริษัทตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้โตขึ้นเลย และในปีนี้หุ้นไทยก็ถูกปรับลดคาดการณ์กำไรของนักวิเคราะห์ลงมาประมาณ 10% 

 

“จริงๆ แล้ว Short Selling ไม่ใช่สาเหตุโดยตรงที่ทำให้หุ้นไทยปรับตัวลง เพราะการทำ Short Selling เป็นการขายแล้วซื้อคืน แต่ Net Selling เป็นการขายและออกไปจากตลาดเลย” 

 

ตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (Net Selling) ในหุ้นไทยไปเกือบ 8 แสนล้านบาท และจากการศึกษาที่ผ่านมาจะเห็นว่า เดือนใดที่ต่างชาติซื้อสุทธิค่อนข้างมาก หุ้นจะขึ้นได้ดี แต่เดือนใดที่กลายเป็นขายสุทธิ หุ้นไทยก็จะลง

 

ทำไมหลายคนปักใจเชื่อว่ามี Naked Short Selling 

 

ความเห็นจาก เฉลิมเดช ลีวงศ์เจริญ นายกสมาคม Thai VI ต่อสาเหตุที่ทำให้นักลงทุนหลายคนยังรู้สึกไม่เชื่อมั่น และยังเชื่อว่าอาจมีการทำ Naked Short Selling อยู่จริง เป็นเพราะคำยืนยันของฝ่ายกำกับที่บอกว่า ‘ไม่พบ’ Naked Short Selling แต่ในความเป็นจริงแล้วอาจมี เพียงแต่ตรวจไม่พบ 

 

“ผมมีเพื่อนส่วนหนึ่งที่ทำงานกับกองทุน ซึ่งให้ข้อมูลว่าโดยปกติแล้วเมื่อโบรกเกอร์สั่งขายหุ้น มักจะไม่มีการตรวจสอบกับ Custodian 

 

“สิ่งที่หลายคนสงสัยในตอนนี้คือ คนที่ทำ Naked Short Selling ในแต่ละวัน อาจสั่งขายหุ้นตั้งแต่ช่วง ATO กดราคาหุ้นลงไป 5-10% พอสิ้นวันก็รับหุ้นคืนเท่ากับที่ขายไป และรับกำไรส่วนต่างในแต่ละวัน โดยไม่ต้องมีหุ้นอยู่ในมือก่อน”​

 

แหล่งข่าวในแวดวง Proprietary Trader รายหนึ่งกล่าวว่า หนึ่งในข้อสังเกตที่ทำให้เชื่อว่ามี Naked Short Selling ในตลาด คือการที่หุ้นใหญ่บางตัวที่เคยมีปริมาณหุ้นในฝั่งขาย (Offer)​ ประมาณ 1-2 ล้านหุ้นต่อช่อง ตอนนี้กลับเพิ่มมา 4-5 เท่า 

 

“ประเด็นคือคุณเอาหุ้นจากไหนมาขายได้ขนาดนั้น”

 

แหล่งข่าวผู้บริหารของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ให้ข้อมูลว่า “ที่ผ่านมามีผู้ถือหุ้นใหญ่บางรายเข้าไปรับซื้อหุ้นของบริษัทตัวเองในช่วงที่กำลังร่วงลงมาแรง หลังจากนั้นจะสามารถตรวจสอบได้ว่าเขารับซื้อมากจากโบรกเกอร์รายใด และพยายามตรวจสอบว่าใครเป็นคนขายออกมา แต่สุดท้ายก็ไม่พบ จนกลายเป็นหนึ่งในข้อสงสัยว่ามันคือการทำ Naked Short Selling หรือไม่”

 

ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต. ร่วมยันหลายครั้ง ไม่พบ Naked Short Selling

 

ระหว่างที่นักลงทุนกำลังตั้งคำถามว่าจริงๆ แล้วมีใครที่กำลังทำ Naked Short Selling ในตลาดหุ้นไทยอยู่หรือไม่

 

แรงกดดันจากนักลงทุนในตลาด ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต. ต้องออกมาแถลงข่าว 2-3 ครั้ง ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา เพื่อยืนยันว่าไม่พบการกระทำที่เป็นความผิด ซึ่งก็คือการทำ Naked Short Selling เกิดขึ้นในปีนี้ จากการตรวจสอบธุรกรรมเป็นรายวันแบบเรียลไทม์ 

 

ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขอให้นักลงทุนมั่นใจว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีระบบการตรวจสอบในเรื่อง Short Sell ที่เข้มงวด เช่น ธุรกรรม SBL ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะสอบถามไปยังโบรกเกอร์ที่นักลงทุนยืมหุ้นเพื่อมาชอร์ต ว่ายืมถูกต้องหรือไม่ โดยให้ส่งเอกสารยืนยันก่อนที่จะมีการขายหุ้นออก เนื่องจากต้องการเห็นคำสั่งว่าเป็นการซื้อขายหุ้นปกติ หรือเป็นคำสั่งขายลักษณะการยืมหุ้นมาขายชอร์ต

 

พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) บอกว่า “การตรวจสอบธุรกรรม Naked Short Selling ทั้ง ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ด่านแรกตลาดหลักทรัพย์ฯ หากพบการ Short Selling ต้องตรวจสอบว่ามีหุ้นจริงหรือไม่ หรือผิดปกติหรือไม่ หากพบความผิดจะส่งมาให้ ก.ล.ต. ตรวจสอบแบบเชิงลึกต่อไป ในฐานะหน่วยกำกับมองว่า Naked Short Selling มีโอกาสจะเกิดขึ้น แต่หากเกิดต้องตรวจให้เจอ และสามารถเอาผิดลงโทษได้”

 

ส่วนกรณีที่นักลงทุนบางกลุ่มตั้งข้อสงสัยว่ามีนักลงทุนต่างชาติที่ทำ Naked Short Selling ในตลาดหุ้นไทย โดยอ้างว่าฝากหุ้นไว้ใน Custodian ต่างประเทศ ซึ่งไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. แต่ในความเป็นจริงไม่ได้มีการถือหุ้นอยู่จริง 

 

สำนักงาน ก.ล.ต. ยืนยันว่าสามารถดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าวได้อย่างแน่นอน โดยการร่วมมือทำงานกับหน่วยงานภายนอกอื่นๆ ที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการดำเนินงาน เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

 

ล่าสุด ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ประกาศว่าจะเปิดเผยข้อมูลการซื้อขายในแต่ละวันเพิ่มเติม คือการส่งคำสั่งซื้อขายหุ้นโดยใช้โปรแกรม (Program Trading) เพิ่มเติมจากข้อมูลที่เผยแพร่อยู่แล้ว คือการซื้อขายของนักลงทุนแต่ละกลุ่ม, ธุรกรรมขายชอร์ต (Short Selling) และใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย (NVDR: Non-Voting Depository Receipt)

 

Algo Trading และ HFT กับพฤติกรรมในตลาดที่เปลี่ยนไป 

 

ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา สัดส่วนการซื้อขายของนักลงทุนรายย่อย ซึ่งเคยเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนสูงสุดประมาณ 40% ของตลาด ลดลงมาเหลือประมาณ 30% ส่วนกลุ่มที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นคือ นักลงทุนต่างชาติ มาเป็นประมาณ 52% 

 

ตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงอีกอย่างหนึ่ง คือส่วนแบ่งตลาดของบริษัทหลักทรัพย์แต่ละแห่งในตลาด ซึ่งในอดีตแต่ละบริษัทจะมีส่วนแบ่งรายละไม่ถึง 10% แต่ล่าสุด บล.KKPS มีส่วนแบ่งกระโดดขึ้นมาเป็น 21% ตามมาด้วย บล.KGI และ บล.JPM รายละประมาณ 7-8% 

 

ทำให้นักลงทุนส่วนหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า ส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นของบางบริษัทหลักทรัพย์เป็นผลจาก Algo Trading และ HFT ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนรายย่อยไม่สามารถใช้กลยุทธ์แบบเดิมในการซื้อขายได้อีกต่อไป

 

ณัฐชาตกล่าวถึงประเด็นนี้ว่า Robot และ HFT เป็นหนึ่งในตัวการสำคัญที่ทำให้รายย่อยถูกขับไล่ออกไป เพราะในอดีตรายย่อยจะอาศัยการแกว่งของราคาหุ้นที่ค่อนข้างสูง แต่ HFT ทำให้กรอบการแกว่งแคบลงอย่างมาก และกระทบต่อการเก็งกำไร

 

“เมื่อก่อนหุ้นลงแรงไม่ได้แย่มาก ถ้าตามมาด้วยการเด้งของราคา แต่การลงแรงช่วงหลังไม่ได้เด้งแรงเท่ากับในอดีต ก่อนหน้านี้พอหุ้นลงแรงหลายคนชอบ เพราะมีโอกาสเลือกซื้อของถูก แต่ปัจจุบันต่างออกไป 

 

“นักลงทุนควรยึดกับพื้นฐานเป็นสำคัญ สุดท้ายถ้ากำไรดีขึ้น หุ้นจะไม่มีทางยืนอยู่ต่ำได้ตลอด และราคาจะปรับเข้าหาจุดสมดุล”

 

ส่วนกรณีที่นักลงทุนรายย่อยอาจลดสัดส่วนลงเรื่อยๆ ผู้ที่น่าจะกระทบคือโบรกเกอร์ที่มีสัดส่วนลูกค้ารายย่อยมาก แต่ในมุมของดัชนีหุ้นไทย ณัฐชาตเชื่อว่าจะไม่ถูกกระทบ เพราะท้ายที่สุดหากพื้นฐานหุ้นไทยดีขึ้น ตลาดสามารถอาศัยนักลงทุนกลุ่มใดก็ได้ที่มองเห็นราคาที่เหมาะสม

 

แหล่งข่าว Prop Trader อีกรายหนึ่งกล่าวว่า โดยปกติแล้ว Prop Trader ที่เน้นการเก็งกำไรระยะสั้นภายในวัน จะอาศัยการสังเกตพฤติกรรมการซื้อขายที่เกิดขึ้นในตลาด ผ่านการเฝ้าหน้าจอเทรดตลอดทั้งวัน 

 

“ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2564 เริ่มเห็นว่าพฤติกรรมในตลาดเปลี่ยนไป ถึงขนาดที่ทำให้ Prop Trader ประมาณ 20% ลาออกไป ส่วนตัวคิดว่าการทำ Short Selling ที่ทำโดย Robot ไม่ได้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นลง แต่ทำให้พฤติกรรมในตลาดเปลี่ยนไป​

 

“ก่อนหน้านี้เทรดเดอร์จะบ่นกันถึงการเข้ามาของ Robot เพราะทำให้เกมยากขึ้น แต่ทุกคนก็เข้าใจเพราะไม่ได้ผิดกติกาอะไร สิ่งที่เจอในตลาดช่วงที่ผ่านมา คือซื้อหุ้นแล้วเจอแรงขายใส่ตลอด ซึ่งถ้าเป็นแรงขายจาก Naked Short จริง จะยิ่งทำให้เสียเปรียบกว่าเดิมหลายเท่า”  

 

ข้อเรียกร้องจากนักลงทุนถึงฝ่ายกำกับ 

 

ธีระชาติ ก่อตระกูล ซีอีโอ และผู้ร่วมก่อตั้ง StockRadars มองว่า สิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ต้องเร่งทำคือ ‘ฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน’ ส่วนหนึ่งสามารถทำได้จากการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ข้อมูลการ Short Selling ของนักลงทุนแต่ละกลุ่ม หรือข้อมูลการซื้อขายของ Robot (ซึ่งล่าสุดตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็กำลังเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้มากขึ้น) 

 

ในฐานะนักลงทุน เฉลิมเดชเสนอว่า การตรวจสอบ Custodian ควรทำอย่างจริงจัง หรืออาจกำหนดให้นักลงทุนทุกคนที่ต้องการจะทำธุรกรรม Short Selling ต้องสามารถพิสูจน์ตัวเองให้ได้ก่อนว่ามีหุ้นที่ยืมมาก่อนจริง 

 

นอกจากนี้ การปรับโครงสร้างคณะกรรมการของตลาดหลักทรัพย์น่าจะเป็นสิ่งที่ดี โดยเฉพาะตัวแทนจากนักลงทุน และตัวแทนจากบริษัทจดทะเบียน ซึ่งเป็นสองกลุ่มหลักที่มีส่วนได้เสียในตลาด

 

แหล่งข่าว Prop Trader มองว่า ปัจจุบัน Robot อาจเรียกได้ว่าเป็นนักลงทุนอีกประเภท ตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจพิจารณาในการเพิ่มการรายงานข้อมูลการซื้อของนักลงทุนประเภทที่ 5 คือ Robot เพื่อให้นักลงทุนในตลาดได้รับข้อมูลที่มากขึ้น

The post ประเด็นร้อนหุ้นไทย Naked Short Selling! ทำไมความสงสัยไม่คลี่คลาย และรายย่อยที่กำลังล่มสลาย? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เริ่มวันนี้! ตลาดหลักทรัพย์ฯ ลุยเปิดข้อมูลรายวัน Program Trading เพิ่มเติมจากข้อมูล Short Selling-NVDR https://thestandard.co/set-program-trading/ Fri, 17 Nov 2023 01:56:45 +0000 https://thestandard.co/?p=866557

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขยับตัวเพิ่ม เดินหน้าเปิดข้อมูลรายวัน P […]

The post เริ่มวันนี้! ตลาดหลักทรัพย์ฯ ลุยเปิดข้อมูลรายวัน Program Trading เพิ่มเติมจากข้อมูล Short Selling-NVDR appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขยับตัวเพิ่ม เดินหน้าเปิดข้อมูลรายวัน Program Trading เพิ่มเติม เพื่อให้ตรงกับความต้องการนักลงทุน มีข้อมูลเพียงพอต่อการตัดสินใจลงทุนสอดคล้องสถานการณ์ มีผลตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป

 

รองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานกฎหมาย และหัวหน้ากลุ่มงานเลขานุการองค์กรและกำกับองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ เห็นความสำคัญในการเปิดเผยข้อมูลรายวันเพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน และมีการพัฒนาช่องทางการเผยแพร่ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และตรงกับความต้องการ มีข้อมูลเพียงพอต่อการตัดสินใจลงทุน สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงนำเสนอข้อมูลสำคัญที่ผู้ลงทุนให้ความสนใจ ประกอบด้วย

 

  1. ข้อมูลเดิมที่เผยแพร่อยู่แล้ว ได้แก่ ธุรกรรมขายชอร์ต (Short Selling) และใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย (Non-Voting Depository Receipt: NVDR)
  2. ข้อมูลที่จะเผยแพร่เพิ่มเติม คือการส่งคำสั่งซื้อขายหุ้นโดยใช้โปรแกรม (Program Trading) โดยผู้ลงทุนสามารถติดตามข้อมูลดังกล่าวได้ทางเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ เริ่มตั้งแต่ 17 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป

The post เริ่มวันนี้! ตลาดหลักทรัพย์ฯ ลุยเปิดข้อมูลรายวัน Program Trading เพิ่มเติมจากข้อมูล Short Selling-NVDR appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก.ล.ต. จับมือ ตลท. ยกระดับตรวจจับ Naked Short Sell ลุยสอบทุกธุรกรรมแบบเรียลไทม์ หากพบผิดพร้อมฟัน https://thestandard.co/sec-set-real-time-naked-short-sell/ Thu, 16 Nov 2023 02:05:43 +0000 https://thestandard.co/?p=866154 ก.ล.ต. จับมือ ตลท. ตรวจจับ Naked Short Sell

ก.ล.ต. และ ตลท. เรียกความเชื่อมั่น ยืนยันตลาดหุ้นไทยไม่ […]

The post ก.ล.ต. จับมือ ตลท. ยกระดับตรวจจับ Naked Short Sell ลุยสอบทุกธุรกรรมแบบเรียลไทม์ หากพบผิดพร้อมฟัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก.ล.ต. จับมือ ตลท. ตรวจจับ Naked Short Sell

ก.ล.ต. และ ตลท. เรียกความเชื่อมั่น ยืนยันตลาดหุ้นไทยไม่มี Naked Short Sell มีระบบตรวจสอบทุกธุรกรรม Short Sell หากพบผิดพร้อมฟัน พร้อมยกเพดานตรวจเข้มขึ้นกว่าเดิม

 

พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH ว่า จากกรณีที่มีนักลงทุนบางกลุ่มตั้งข้อสงสัยมีนักลงทุนต่างชาติมีการทำธุรกรรม Short Sell ในตลาดหุ้นไทย โดยอ้างว่ามีฝากหุ้นไว้ในคัสโตเดียน (Custodian) ต่างประเทศ ซึ่งไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. แต่ในความเป็นจริงไม่ได้มีการถือหุ้นอยู่จริง ซึ่งจะเข้าข่ายการทำ Naked Short Sell ซึ่งเป็นการกระทำผิดตามกฎหมาย จึงมีความกังวลว่า ก.ล.ต. ไม่สามารถเอื้อมเข้าไปตรวจสอบความผิดดังกล่าวได้

 

ทั้งนี้ สำนักงาน ก.ล.ต. ยืนยันและมีความมั่นใจว่ามีช่องทางสามารถดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าวได้อย่างแน่นอน โดยการร่วมมือทำงานกับหน่วยงานภายนอกอื่นๆ ที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการดำเนินงาน เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

 

“การตรวจสอบธุรกรรม Naked Short Sell ทั้ง ก.ล.ต. กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มีการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ด่านแรกหน้างานที่มีหน้าที่ตรวจสอบคือ ตลท. หากพบการ Short Sell ต้องตรวจสอบว่ามีหุ้นจริงหรือไม่ หรือมีว่าความผิดปกติของการซื้อขายก็ต้องตรวจสอบเช่นกัน หากพบความผิดจะส่งมาให้ ก.ล.ต. ตรวจสอบแบบเชิงลึกต่อไป ในฐานะหน่วยกำกับมองว่า Naked Short Sell มีโอกาสจะเกิดขึ้น แต่หากเกิดต้องตรวจให้เจอและสามารถเอาผิดลงโทษได้ ซึ่งคงไม่ถึงต้องยกเลิก Short Sell เพราะเป็นเรื่องของนโยบายที่ต้องศึกษา”

 

สำนักงาน ก.ล.ต. กับ ตลท. มีแผนงานที่จะทำร่วมกันในการยกระดับมาตรฐานการกำกับตรวจสอบให้รวดเร็วและมีความเข้มข้นเพิ่มมากขึ้น แม้จากเดิมที่มีระบบตรวจสอบเป็นมาตรฐานสากลอยู่แล้ว โดยที่ผ่านมามีการตรวจสอบทุกธุรกรรมของการ Short Sell เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง และจากการตรวจสอบยังไม่พบว่ามีการทำ Naked Short Sell ที่มีผลกระทบกดดันให้ตลาดหุ้นไทยเป็นขาลง

 

นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นการ Empower ให้กับนักลงทุนตามเจตนารมณ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. โดยปัจจุบันมีการเปิดข้อมูล Short Sell เป็นรายวันอยู่แล้ว อีกทั้ง ก.ล.ต. ได้ประสานกับ ตลท. เพื่อนำมาย่อยข้อมูลและเปิดเผยเพิ่มเติมเป็นสารสนเทศให้นักลงทุนได้รับทราบได้โดยง่าย

 

ส่วนข้อมูลการทำธุรกรรมการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (SBL) มีข้อมูลกระจายอยู่หลายแหล่งจำนวนมากที่มีการนำมาเปิดอยู่ โดย ก.ล.ต. มีแนวคิดจะมีการหารือประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมและพิจารณาเปิดเผยข้อมูลส่วนนี้ ซึ่งน่าจะเป็นข้อมูลรายสัปดาห์โดยส่วนนี้คาดว่าจะสามารถทำได้เร็ว

 

ตลท. ตรวจเข้ม Short Sell แบบเรียลไทม์

 

ด้าน ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ระบบการทำงานของ ตลท. ในการตรวจสอบ Short Sell ที่ทำผ่านโปรแกรมเทรด High Frequency Trading (HFT) ปัจจุบันมีการทำงานตรวจสอบทุกธุรกรรมเป็นรายวันและเป็นแบบเรียลไทม์ โดยที่ผ่านมาในปีนี้ยังไม่พบว่ามีการกระทำความผิด

 

ดังนั้นขอให้นักลงทุนมีความมั่นใจว่า ตลท. มีระบบการตรวจสอบในเรื่อง Short Sell ที่ขั้นตอนการดำเนินการในการตรวจสอบเข้มงวด เช่น ธุรกรรม SBL ตลท. จะมีการสอบถามไปยังโบรกเกอร์ที่นักลงทุนยืมหุ้นเพื่อมาชอร์ตว่าได้ยืมถูกต้องหรือไม่ โดยให้ส่งเอกสารยืนยันมาก่อนที่จะมีการขายหุ้นออก เนื่องจากต้องการเห็นคำสั่งว่าเป็นการซื้อขายหุ้นปกติ หรือเป็นคำสั่งขายลักษณะการยืมหุ้นมาขายชอร์ต

 

ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบการกระทำผิดกรณี Naked Short Sell เกิดขึ้นก็จะสามารถตรวจจับความผิดที่เกิดขึ้นได้ทันที แต่จะมีกระบวนการดำเนินการตรวจสอบซึ่งต้องใช้ระยะเวลานานกว่าที่จะสามารถลงโทษผู้กระทำความผิด โดย ตลท. จะเร่งผลักดันให้กระบวนการทำงานตรวจสอบมีความรวดเร็วมากขึ้น

 

อย่างไรก็ดี หากนักลงทุนพบข้อมูลของธุรกรรมผิดปกติ หรือต้องการสอบถามข้อมูล สามารถสอบถามได้ผ่านคอลเซ็นเตอร์ของ ตลท. รวมถึงส่งข้อมูลผ่านสื่อมวลชนได้

 

อีกทั้ง ตลท. จะมีการพิจารณาเปิดข้อมูลการทำ Short Sell ของนักลงทุนเป็นรายกลุ่มเช่นเดียวกับการเปิดเผยข้อมูลการซื้อขายสุทธิของนักลงทุนรายกลุ่ม รวมถึงมีการรวมข้อมูลที่สำคัญไว้เป็นศูนย์ เช่น ข้อมูล SBL, Short Sell, NDVR เพื่อให้นักลงทุนทั่วไปใช้ตรวจสอบข้อมูลได้สะดวกขึ้น

 

สำหรับกระแสข่าวที่มีนักลงทุนบางกลุ่มรวมตัวกันเพื่อหยุดเทรดในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ เพื่อประท้วงแสดงความไม่พอใจการทำงานของ ตลท. ทั้งนี้ ตลท. ยืนยันว่ามีความตระหนักในปัจจัยต่างๆ ที่นักลงทุนมีความกังวลเช่นกัน โดยขอให้นักลงทุนเชื่อมั่นในการทำงานของ ตลท. และ ก.ล.ต. ว่ามีนโยบายการทำงานร่วมกันที่ต้องการสร้างความเป็นธรรมเพื่อให้นักลงทุนไม่ถูกเอาเปรียบได้

 

แจงทำงานบนหลัก CG Policy

 

ส่วนกระแสข่าวเกี่ยวกับโครงสร้างของคณะกรรมการ (บอร์ด)  ตลท. เกี่ยวกับ Governance Structure ปัจจุบันองค์ประกอบของบอร์ดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ กำหนดไว้ให้มาจาก 2 กลุ่ม ดังนี้

 

  1. บุคคลที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. แต่งตั้งจำนวน 6 คน
  2. บุคคลที่มาจากการเลือกตั้งของสมาชิกจำนวน 4 คน ซึ่งแก้ไขให้ลดจาก 5 คน ตามกฎหมายกำหนดในปี 2562

 

โดยการทำงานของ ตลท. ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหลักทรัพย์ และนโยบายการกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณ (CG Policy) โดยบอร์ดผู้ใดมีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องที่พิจารณา (Conflict of Interest) จะต้องแจ้งการมีส่วนได้เสีย และไม่เข้าร่วมการพิจารณาในเรื่องนั้นๆ

 

ด้านการดำเนินงานของฝ่ายจัดการ ตลท. โดยการดำเนินงาน Day to Day ได้มีการวางแผน และเป็นหน้าที่ของฝ่ายจัดการตลาดหลักทรัพย์ที่จะต้องดำเนินกิจกรรมต่อไป ไม่ได้มีการถูกให้นโยบายเพิ่มเติมจากคณะกรรมการใดๆ ทั้งสิ้น

 

นอกจากนี้ได้ดำเนินการจัดโรดโชว์เพื่อให้ข้อมูลกับนักลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจในตลาดทุนไทย ปัจจุบันมีการทำโรดโชว์ใน 3 รูปแบบ ดังนี้

 

  1. Inbound Roadshow หรือ Thailand Focus ทุกเดือนสิงหาคม
  2. งาน Outbound ที่ไปออกร่วมกับโบรกเกอร์ เช่น ลอนดอน, นิวยอร์ก, สิงคโปร์ และฮ่องกง
  3. ปี 2567 มีแผนโรดโชว์ในตลาดใหม่ๆ เช่น ตะวันออกกลางและออสเตรเลีย

 

รองประธานชี้ โครงสร้างบอร์ด ตลท. เหมาะสมแล้ว

 

พิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง และรองประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลจะมีการปรับโครงสร้างบอร์ด ตลท. ว่าข่าวที่เกิดจะเป็นจริงหรือเปล่าต้องถามรัฐบาลว่าจะรื้อโครงสร้างบอร์ดหรือไม่

 

สำหรับสัดส่วนโครงสร้างบอร์ด ตลท.  ปัจจุบัน ส่วนตัวมีความเห็นว่ามีความเหมาะสมแล้ว ซึ่งเดิมก่อนหน้านี้เคยมีสัดส่วนของโบรกเกอร์ในบอร์ดตลาด 5 คน ซึ่งคนที่ 5 เดิมจะมาเป็นผู้เชี่ยวชาญ ก่อนลดมาเหลือ 4 คน เพราะมองว่าโบรกเกอร์เป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงของ ตลท. อีกทั้งเป็นผู้เชื่อมต่อโดยตรงกับตลาดหุ้น เพราะฉะนั้นจึงสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนได้ดีที่สุด เพราะอยู่ใกล้กับนักลงทุนทุกวัน”

 

“จริงๆ ไม่ได้ Mind ถ้าจะมีคนอื่นเข้ามาร่วมบอร์ดด้วย เพราะโดยปกติแล้วสัดส่วนของ ก.ล.ต. อีก 6 คน จะมีการสรรหาคนที่มีความเหมาะสมจากหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น นักกฎหมาย นักบัญชี กองทุน ซึ่งความคิดที่อยากจะลดสัดส่วนตรงนี้เป็นเพราะอะไรยังไม่รู้”

The post ก.ล.ต. จับมือ ตลท. ยกระดับตรวจจับ Naked Short Sell ลุยสอบทุกธุรกรรมแบบเรียลไทม์ หากพบผิดพร้อมฟัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘กิตติรัตน์’ เล็งตั้งกองทุน ESG Fund แสนล้าน ซื้อหุ้นไทย พร้อมถก ก.ล.ต.-ตลท. ยกระดับคุมเข้มจับผิด Naked Short Sell https://thestandard.co/kittiratt-aimed-esg-fund/ Tue, 14 Nov 2023 02:18:13 +0000 https://thestandard.co/?p=865376 กิตติรัตน์ ESG Fund

จากกรณีที่ช่วงบ่ายวานนี้ (13 พฤศจิกายน) เศรษฐา ทวีสิน น […]

The post ‘กิตติรัตน์’ เล็งตั้งกองทุน ESG Fund แสนล้าน ซื้อหุ้นไทย พร้อมถก ก.ล.ต.-ตลท. ยกระดับคุมเข้มจับผิด Naked Short Sell appeared first on THE STANDARD.

]]>
กิตติรัตน์ ESG Fund

จากกรณีที่ช่วงบ่ายวานนี้ (13 พฤศจิกายน) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มอบหมายให้ กิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือเรื่องสภาวะตลาดหุ้น หลังจากตลาดหุ้นไทยร่วงลงอย่างต่อเนื่อง ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล 

 

พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้สัมภาษณ์ THE STANDARD WEALTH ภายหลังการหารือร่วมกับ กิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี, ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และกระทรวงการคลัง ถึงสภาวะตลาดหุ้นที่ปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมาว่า ในที่ประชุมมีการหารือร่วมกันใน 3 เรื่องหลัก ดังนี้

 

เรื่องแรกคือ ประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ต้องการสื่อสารเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจต่างๆ ของรัฐบาล ทั้งที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ และเตรียมจะดำเนินการในอนาคต เพื่อช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในอนาคต ให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในตลาดทุนได้รับข้อมูล เนื่องจากเห็นว่าปัจจุบันการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวอ้างอิงจากข้อมูลจากเศรษฐกิจในอดีตมากจนเกินไป

 

นอกจากนี้ กิตติรัตน์ ณ ระนอง ยังเป็นประธานกรรมการ คณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย ที่รับผิดชอบดูแลในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งในวันนี้ (14 พฤศจิกายน) จะมีความชัดเจนของมาตรการออกมา เพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนได้อย่างเป็นรูปธรรม และเพื่อสร้างความมั่นใจว่านโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลสามารถช่วยสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2567 ได้

 

“ท่านประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี มองว่าการคุยในครั้งนี้ไม่ใช่การเรียกเข้ามาพบ แต่เป็นการหารือเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน เพราะในมุมของรัฐบาลก็ต้องการสื่อสารให้ความมั่นใจในเรื่องแผนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ กับภาคตลาดทุน เพื่อนำไปสื่อสารต่อให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้เกิดความมั่นใจด้วย”

 

เรื่องที่สอง ประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ได้ขอรับฟังความคิดเห็นจากกรณีที่มีความเชื่อว่า การทำ Short Sell กับโปรแกรมเทรดดิ้ง เป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นไทยให้ปรับลดลง ซึ่งกรณีนี้ ทั้งสำนักงาน ก.ล.ต. กับตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ชี้แจงข้อมูลโดยแยกเป็น 2 ประเด็น 

 

ประเด็นแรก ได้ชี้แจงว่าจากการตรวจสอบธุรกรรมการทำ Short Sell กับโปรแกรมเทรดดิ้ง พบว่าไม่ใช่ปัจจัยหลักที่กดดันให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง แต่เกิดจากเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ไหลออกจากตลาดหุ้นไทย รวมถึง Sentiment เชิงลบจากกรณีหุ้น บมจ.มอร์ รีเทิร์น หรือ MORE กับ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น หรือ STARK ที่เกิดขึ้นในปีนี้     

 

ส่วนประเด็นที่สอง ความกังวลในการทำ Naked Short Sell ซึ่งเป็นธุรกรรมที่ผิดกฎหมายนั้น จากการตรวจสอบที่เป็นมาตรฐาน ยืนยันได้ว่าไม่มีการทำธุรกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นในตลาดหุ้นไทยอย่างแน่นอน อีกทั้งสำนักงาน ก.ล.ต. กับตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบให้เข้มข้นขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง

 

เรื่องที่สาม ได้หารือร่วมกันถึงปัจจัยบวกในการสนับสนุนตลาดหุ้นไทย โดยในวันนี้ (14 พฤศจิกายน) กระทรวงการคลังจะมีการหารือร่วมกับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เกี่ยวกับมาตรการส่งเสริม รวมถึงรูปแบบของกองทุนที่จะมาสนับสนุนการออมในตลาดหุ้นในระยะยาว และมาตรการสนับสนุนการลดหย่อนทางภาษี ซึ่งหนึ่งในนั้นคือรูปแบบของกองทุน ESG

 

ด้าน กิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือ เรื่อง สภาวะตลาดหุ้น กับปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการ สำนักงาน ก.ล.ต. และกรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (13 พฤศจิกายน) ซึ่งผลการประชุมร่วมกันที่ออกมาไม่ได้มีมาตรการพิเศษที่จะหยุดความผันผวนของตลาดหุ้นไทยแต่อย่างใด

 

ขณะที่ในการหารือได้อธิบายกับผู้บริหารทั้งสามหน่วยงานและเห็นตรงกันว่า มาตรการต่างๆ ที่ ก.ล.ต. และ ตลท. ปฏิบัติอยู่นั้นดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะประเด็นที่มีข้อกังวลว่ามีการทำ Naked Short Sell ทุบหุ้นไทย ซึ่งยืนยันได้ว่าไม่มี 

 

อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต. และ ตลท. จะยกระดับมาตรการควบคุม Naked Short Sell ให้มีความเข้มงวดมากขึ้นอีก

 

ทั้งนี้ รัฐบาลพยายามเน้นให้ข้อมูลเพื่อสร้างความเชื่อมั่นถึงการพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโต โดยในวันนี้ (14 พฤศจิกายน) จะมีการแถลงมาตรการแก้หนี้ของภาคประชาชนครั้งใหญ่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งจะส่งผลต่อดีภาพรวมเศรษฐกิจให้เติบโตขึ้นได้มากกว่าที่เคยคาดการณ์กันไว้

 

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังจะหารือกับตลาดทุนไทยในวันนี้ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การจัดตั้ง ESG Fund เบื้องต้นจะมีลักษณะการลงทุนระยะยาวคล้ายกับ LTF แต่จะเข้าลงทุนในหุ้น ESG เชื่อว่าจะช่วยหนุนตลาดทุนในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ใช่การจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นกองทุนพยุงหุ้น โดยจะออกกองทุนประหยัดภาษีรูปแบบใหม่ โดยเน้นเรื่องของ ESG ลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก เบื้องต้นประเมินว่าจะมีมูลค่ากองทุนหลักแสนล้านบาท

The post ‘กิตติรัตน์’ เล็งตั้งกองทุน ESG Fund แสนล้าน ซื้อหุ้นไทย พร้อมถก ก.ล.ต.-ตลท. ยกระดับคุมเข้มจับผิด Naked Short Sell appeared first on THE STANDARD.

]]>