Nadao Music Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/nadao-music/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 13 Sep 2021 16:43:48 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ชมคลิป: คู่หูคนมีไฟ มุมมองการทำงานเพลงของ JAYLERR และ ICE PARIS | POP Live Highlights https://thestandard.co/pop-live-highlights-jaylerr-ice-paris/ Mon, 13 Sep 2021 16:43:48 +0000 https://thestandard.co/?p=536217

หลังจากมีข่าวยุติบทบาทการเป็นศิลปินในค่าย Nadao Music ( […]

The post ชมคลิป: คู่หูคนมีไฟ มุมมองการทำงานเพลงของ JAYLERR และ ICE PARIS | POP Live Highlights appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากมีข่าวยุติบทบาทการเป็นศิลปินในค่าย Nadao Music (แต่ยังเป็นนักแสดงของ Nadao Bangkok อยู่) เพื่อเรียนรู้สไตล์การทำเพลงที่มากขึ้น ของ JAYLERR หรือ เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม

 

THE STANDARD POP ขอพาทุกคนย้อนกลับไปฟังจุดเริ่มต้นการเป็นศิลปินที่มาจากความหลงใหล การพัฒนาตัวเองในทุกๆ จังหวะของชีวิต และความผูกพันกับ ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต ในยูนิต ‘JICE’ JAYLERR x Ice Paris ที่สร้างผลงานและมอบความสุขให้กับแฟนๆ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ 

The post ชมคลิป: คู่หูคนมีไฟ มุมมองการทำงานเพลงของ JAYLERR และ ICE PARIS | POP Live Highlights appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจเจ กฤษณภูมิ ประกาศ ‘ยุติบทบาทการเป็นศิลปิน’ ในสังกัด นาดาว มิวสิค แต่จะยังคงเป็นนักแสดงภายใต้สังกัด นาดาว บางกอก ตามเดิม https://thestandard.co/kritsanapoom-pibulsonggram-ending-his-role-as-an-artist-at-nadao-music/ Mon, 13 Sep 2021 10:42:13 +0000 https://thestandard.co/?p=536145 Kritsanapoom Pibulsonggram

เย็นวันนี้ (13 กันยายน) บริษัท นาดาว มิวสิค จำกัด ได้ปร […]

The post เจเจ กฤษณภูมิ ประกาศ ‘ยุติบทบาทการเป็นศิลปิน’ ในสังกัด นาดาว มิวสิค แต่จะยังคงเป็นนักแสดงภายใต้สังกัด นาดาว บางกอก ตามเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kritsanapoom Pibulsonggram

เย็นวันนี้ (13 กันยายน) บริษัท นาดาว มิวสิค จำกัด ได้ประกาศยุติบทบาทการเป็นศิลปินภายใต้สังกัดของ เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม หรือ JAYLERR อย่างเป็นทางการ โดยเจเจจะยังคงเป็นนักแสดงภายใต้สังกัด นาดาว บางกอก ตามเดิม 

 

สำหรับเหตุผลการขอยุติบทบาทในครั้งนี้ เนื่องจากเจเจมีความต้องการที่อยากจะออกไปหาประสบการณ์ เรียนรู้การทำงานเพลงในสไตล์ที่สนใจและเหมาะกับตัวเองมากขึ้น เจเจจึงเข้าร่วมปรึกษากับทางค่ายและได้ข้อตกลงร่วมกันว่าเจเจจะยุติบทบาทการเป็นศิลปินภายใต้สังกัด

 

โดยกิจกรรมของยูนิต JAYLERR x Ice Paris ที่ทำงานร่วมกับ ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต ก็จะสิ้นสุดลงเช่นเดียวกัน แต่หากมีส่วนของงานเพลงที่ติดต่อเข้ามา (Music Marketing) เจเจจะยังคงร่วมงานกับนาดาว มิวสิคตามเดิม รวมถึงงานเพลงที่ได้รับไว้ก่อนหน้านี้ ทางนาวดาว บางกอก และนาดาว มิวสิค จะยังคงดูแลและประสานงานต่อจนสำเร็จเรียบร้อย

 

ด้านเจเจได้โพสต์ข้อความผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัวเกี่ยวกับการยุติบทบาทในฐานะศิลปินครั้งนี้ว่า “สวัสดีครับ หลายๆ คนน่าจะเห็นประกาศอย่างเป็นทางการจากทางนาดาวแล้ว ผมเลยอยากถือโอกาสนี้ในการขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่อยู่ในนาดาว มิวสิค ที่ให้การสนับสนุนและผลักดันผมมาตลอด ทั้งพี่ย้ง พี่โป พี่เบล สุพล พี่โฟร์ และพี่ๆ ในทีมนาดาว มิวสิค ถ้าที่ผ่านมาผมทำสิ่งเหล่านี้คนเดียว ผมไม่สามารถพัฒนามาเป็นผมอย่างทุกวันนี้ได้แน่นอน ขอบคุณพี่ๆ จากใจจริงครับ

 

“ขอบคุณ ไอซ์ ตั้งแต่วันแรกที่เราเริ่มต้นเส้นทางนี้ด้วยกัน ไอซ์ไม่เคยทิ้งผมไปไหน คอยให้กำลังใจ คอยให้คำปรึกษา คอยช่วยเหลือกันในทุกสถานการณ์ ตั้งแต่ทำ JAYLERR x Ice Paris จนถึงวันนี้ ผมก็ยังรู้สึกเหมือนเดิมว่าผมสนุกและรู้สึกปลอดภัยที่สุดเวลาอยู่บนเวทีกับไอซ์ ในวันที่ผมตัดสินใจว่าจะออกจากนาดาว มิวสิค ไอซ์ก็เข้าใจและเคารพในการตัดสินของผมอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง หวังว่าวันหนึ่ง เมื่อเราเติบโตขึ้น เก่งขึ้น เราจะได้อยู่บนเวทีร่วมกันอีกครับ

 

“สุดท้าย ขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่สนับสนุนผมตลอดตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นพาร์ตศิลปิน การตัดสินใจครั้งนี้ถือว่าเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตผม ถ้าถามว่าผมเสียดายช่วงเวลาที่ผ่านมาไหม ผมตอบได้เต็มปากเลยว่าผมไม่เสียดาย เพราะตลอดเวลาที่ได้ทำเพลงในนาดาว มิวสิค ผมทั้งสนุก ได้เรียนรู้ ได้ประสบการณ์ ได้ใช้เวลาดีๆ ไปกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคน หลังจากนี้ผมจะพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นกว่านี้ให้ได้ หวังว่าทุกคนจะเข้าใจในการตัดสินใจของผมครั้งนี้และซัพพอร์ตผมต่อไปครับ” 

 

Kritsanapoom Pibulsonggram

Kritsanapoom Pibulsonggram

 

อ้างอิง:

The post เจเจ กฤษณภูมิ ประกาศ ‘ยุติบทบาทการเป็นศิลปิน’ ในสังกัด นาดาว มิวสิค แต่จะยังคงเป็นนักแสดงภายใต้สังกัด นาดาว บางกอก ตามเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
IO เดียวที่ฉันชอบฟังคือ ‘I ไม่ O’ พกความหวงใส่กระเป๋า พาเหล่าคนแอบรักออกเดินทางไปพร้อมกับความน่ารักของ ‘บิวกิ้น’ https://thestandard.co/billkin-ixo-mv/ Fri, 10 Sep 2021 07:40:44 +0000 https://thestandard.co/?p=535231 Billkin

เคยแอบรักใครทั้งที่เคยเห็นเขาแค่ในทีวีบ้างไหม ถ้าใช่ เร […]

The post IO เดียวที่ฉันชอบฟังคือ ‘I ไม่ O’ พกความหวงใส่กระเป๋า พาเหล่าคนแอบรักออกเดินทางไปพร้อมกับความน่ารักของ ‘บิวกิ้น’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Billkin

เคยแอบรักใครทั้งที่เคยเห็นเขาแค่ในทีวีบ้างไหม ถ้าใช่ เราคือเพื่อนกัน!

 

บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล หนึ่งในนักร้องและนักแสดงงานรัดตัว (ที่หลายคนก็แอบหมั่นไส้ในความหวานจนน่าอิจฉา) ของ พ.ศ. นี้ ที่เพิ่งจบโปรเจกต์ Cross Over กับวง Cocktail ไปหมาดๆ ก็กลับมาปล่อยเพลงใหม่ให้เราฟังอีกครั้ง ในเพลง I ไม่ O เพลงที่เล่าถึงอาการแอบรักปนความหึงหวงแบบน่ารักๆ ตามแบบฉบับของบิ้วกิ้น และค่าย Nadao Music

 

“อยากซ่อนเธอเอาไว้ แต่มันต้องทำแบบไหน ตัวฉันเป็นใคร จะห้ามความรู้สึกเธอ”

 

เพลงนี้ได้ ปิง-จิระวัฒน์ ตันตรานนท์ มาแต่งเนื้อร้องที่ดูตัดพ้อ งอแง และท้อแท้ มาผสมผสานกับ แนวดนตรีแบบโซลที่มีกลิ่นอายของซิตี้ป๊อปฝั่งญี่ปุ่น ที่ได้ บี ETC. และ เมฆ Machina มาช่วยกันเสริมความสนุก ผสมน้ำเสียงขี้เล่น และเสน่ห์ที่เรียกได้ว่ายิ่งโตก็ยิ่งแพรวพราว ก็ทำให้เพลงนี้ดูสนุก สดใส และขี้เล่นมากยิ่งขึ้น

 

Billkin

 

มิวสิกวิดีโอได้ หลิน-รินรดา พรสมบัติเสถียร และ ตั้ง-ตะวันวาด วนวิทย์ หรือ TangBadVoice มาเป็น 2 ผู้กำกับ ที่ช่วยกันเล่าเรื่องการตกหลุมรักใครคนหนึ่งจากหน้าจอทีวี ก็เลยจินตนาการให้ตัวเองกลายเป็นพระเอกภาพยนตร์ 5 เรื่อง 5 คาแรกเตอร์ ทั้งหนังรัก หนังผจญภัย หนังคาวบอย ไปจนถึงมาเฟียฮ่องกง เพื่อออกเดินทางตามหานางเอกในฝัน 

 

คาแรกเตอร์แรกเราจะได้เห็นบิวกิ้นในภาพลักษณ์ของเด็กวัยรุ่นขี้เล่น กับบรรยากาศแบบยุค 80-90 ที่ตกหลุมรักดาราสาวผ่านทีวีจอตู้ ก่อนเขาจะหลับไป แล้วฝันว่าตัวเองกลายเป็นเด็กชายที่กำลังตั้งแคมป์ เพื่อออกเดินทางตามหานางเอกคนนั้น 

 

ซึ่งซีนของคาแรกเตอร์ที่ 2 นี้ น่าจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศของภาพยนตร์ Moonrise Kingdom (2012) ของผู้กำกับ Wes Anderson ทำให้เราเห็นบิวกิ้นกลายเป็นลูกเสือที่กำลังกางแผนที่ เก็บของ แล้วถือไม้พลอง ออกเดินทางตามหาไอต้าวความรัก 

 

Billkin

 

จากนั้นฝันก็ซ้อนฝัน บิวกิ้นคนเดิมแต่เปลี่ยนคาแรกเตอร์ กลายเป็นหนุ่มคาวบอยสุดเท่ที่ต้องกำจัดศัตรูหัวใจ “นายจะมาชอบผู้หญิงคนเดียวกับฉันไม่ได้ ปัง!” เป่ากระบอกปืนแบบเท่ๆ แล้วก็เปลี่ยนคาแรกเตอร์อีกครั้ง 

 

จากคาวบอยกลายเป็นหนุ่มฮ่องกงคนเหงา พร้อมกับบรรยากาศสไตล์หนังแบบหว่องกาไว ที่เหมือนกันทั้งท่านั่ง แสงไฟ แต่เปลี่ยนจากควันบุหรี่เป็นควันจากเครื่องอโรมา! และตรงกับเนื้อร้องท่อนที่ว่า 

 

“ทั้งรู้ความจริงใครๆ มากมาย ก็แอบชอบเธอ ฉันไม่ใช่คนเดียวที่มีแต่เธอในใจ แค่หึงหวงเธอไกลๆ ทำได้แค่ดู…” ทำให้คาแรกเตอร์นี้มีทั้งความเหงา น้อยใจ และความเศร้าผสมลงไปด้วย 

 

ก่อนที่ความฝันนี้จะจบลงบิ้วกิ้นในคาแรกเตอร์สุดท้าย ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากฉากหนังรักรอมคอม ก็เจอเธอคนนั้นจนได้ ก่อนที่เขาจะจับไมค์ร้องเพลง ‘I ไม่ O’ ที่เป็นเหมือนการสารภาพรักของเขากับเธอคนนั้น 

 

Billkin

 

นอกจากเนื้อหาที่น่าสนใจของมิวสิกวิดีโอแล้ว คอนเซปต์ของ ‘การตกหลุมรักคนในทีวี’ ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจมากๆ เพราะหลายคนอาจสงสัยว่าเราจะชื่นชอบคนที่เคยเห็นแค่ในทีวี ไม่เคยเจอตัวจริงได้อย่างไร 

 

แต่ความรู้สึกชื่นชอบคนในทีวีนี่แหละที่เป็นที่มาของการตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์ หรือ Key Opinion Leader หนึ่งในวิธีการทางการตลาดที่ได้ผลเสมอมาจนถึงตอนนี้ และที่สำคัญคือการสร้างวัฒนธรรม ‘แฟนคลับ’ ผู้สนับสนุนหลักและสร้างรายได้จำนวนมหาศาลให้กับวงการบันเทิง ที่พร้อมมอบความรักและแรงซัพพอร์ต เพื่อผลักดันศิลปินที่พวกเขา (แอบ) รัก ให้ไปอยู่ในจุดที่เปล่งประกายอยู่เสมอ

 

Billkin

 

“ก็มันแอบหลงตั้งแต่วันนั้น ทั้งโลกของฉันกลายเป็นของเธอไป ความสุขที่ฉันได้เฝ้ามองทุกวัน แม้ระหว่างเรายังไม่เคยได้ทักทาย” 

 

สำหรับคนทั่วไปอาจรู้สึกว่าเนื้อหาในท่อนแรกของเพลง I ไม่ O คือประโยคบอกรักทั่วไป แต่สำหรับกลุ่มแฟนคลับ โดยเฉพาะแฟนๆ ของบิวกิ้นแล้ว นี่คงเป็นความรู้สึกจริงๆ ที่เกิดขึ้นในทุกวัน และทุกๆ ครั้งที่ได้เห็นผลงานจากศิลปินของพวกเขา เพราะฉะนั้นความรู้สึกของแฟนๆ ก็คงเป็นความรู้สึกของคนแอบรักที่สดใสที่สุดแบบหนึ่ง

 

และถึงแม้ว่าเราจะเคยแอบรักใครในแบบของคนธรรมดา หรือในแบบของแฟนคลับหรือไม่ เพลง I ไม่ O ของ บิ้วกิ้น ก็พร้อมจะเป็นความสดใสให้กับคนแอบรักทุกคน

 

เป็น IO แบบเดียวที่พวกเราอยากกลับไปฟังซ้ำๆ โดยไม่ต้องจ้าง ไม่ต้องสร้าง Fake News!

 

รับชมมิวสิกวิดีโอได้ที่:

 

The post IO เดียวที่ฉันชอบฟังคือ ‘I ไม่ O’ พกความหวงใส่กระเป๋า พาเหล่าคนแอบรักออกเดินทางไปพร้อมกับความน่ารักของ ‘บิวกิ้น’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กาลเวลาอาจเปลี่ยนผัน แต่เพลง ‘เธอ’ ยังคงหายใจต่อไป แม้ว่าจะทำได้เพียงแค่ ‘กอดในใจ’ งาน Cross Over จาก บิวกิ้น และ Cocktail https://thestandard.co/cross-cover-project-billkin-cocktail/ Tue, 07 Sep 2021 05:27:18 +0000 https://thestandard.co/?p=533907 Cross Over

หากเสียงร้องที่อัดแน่นไปด้วยความคิดถึงและสายตาที่อ้อนวอ […]

The post กาลเวลาอาจเปลี่ยนผัน แต่เพลง ‘เธอ’ ยังคงหายใจต่อไป แม้ว่าจะทำได้เพียงแค่ ‘กอดในใจ’ งาน Cross Over จาก บิวกิ้น และ Cocktail appeared first on THE STANDARD.

]]>
Cross Over

หากเสียงร้องที่อัดแน่นไปด้วยความคิดถึงและสายตาที่อ้อนวอน ผสมผสานความเศร้าเข้ากันกับความโรแมนติกของ บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล ช่วยต่อลมหายใจให้ความทรงจำในเพลง ‘เธอ’

 

ดนตรีที่หนักแน่น ทรงพลัง เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง และความอบอุ่นที่ฝังลึกอยู่ในน้ำเสียงของนักร้องนำอย่าง โอม Cocktail ก็ช่วยทำให้ความคิดถึงในเพลงรักอย่าง ‘กอดในใจ’ เติบโตขึ้นไปอีกขั้น

 

ทั้งสองเพลงเป็นส่วนหนึ่งใน Cross Cover Project โปรเจกต์แลกเพลงกันร้องระหว่าง 7 ศิลปินจากค่าย Gene Lab และ Nadao Music ที่ก่อนหน้านี้ได้ปล่อยศิลปินออกมาแลกเพลงกันร้องจนสามารถสร้างความสนุกสนานไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคู่ของ JAYLERR x Ice Paris และ Tilly Birds หรือ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร กับวง Three Man Down ที่เศร้าสุด ปั่นสุด ‘ไม่ตรงปก’ จนยอดวิวทะลุกราฟ พุ่งขึ้นสูงถึง 2.6 ล้านวิวภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์

 

Cross Over

 

คราวนี้ถึงเวลาของคู่ บิวกิ้น และ Cocktail ที่หลายๆ คนให้ความสนใจและปักหมุดรอ ด้วยสไตล์ที่แตกต่างกันมากๆ จนคาดเดาไม่ได้ว่าพวกจะเอาเพลงอะไรมาแลกกันร้อง 

 

เริ่มต้นที่บิวกิ้นพาทุกคนกลับไปร่วมสำรวจความทรงจำในอดีต พร้อมกับตั้งคำถามสะเทือนใจว่า “เธอยังคิดถึงฉันไหม เมื่อสองเรานั้นยังคงห่างไกล เมื่อเวลาพาเราให้ไกลกัน” แม้ว่าจะเป็นเนื้อเพลงที่เคยได้ยินได้ฟังกันมาแล้วก่อนหน้านี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเวอร์ชันนี้แทรกซึมบาดลึกลงไปในใจจริงๆ

 

หลังจากที่เพลง ‘เธอ’ เวอร์ชันของบิวกิ้น สานต่อตำนานเพลงแห่งความคิดถึง ด้วยเสียงร้องนุ่มละมุนขยี้อารมณ์ชวนให้ตกอยู่ในภวังค์แห่งการโหยหาอดีต และสายตาอ้อนวอนจนหลายคนรู้สึกเหมือนกันว่านี่คือเพลงที่สามารถตอกย้ำความเศร้า ทำให้เนื้อเพลงที่คมคายและดีมากๆ อยู่แล้วสามารถไต่ระดับความเจ็บปวดให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนความทรงจำที่อัดอั้นอยู่ในใจล้นทะลักออกมา

 

นอกจากนั้นพาร์ตมิวสิกวิดีโอยังช่วยสร้างอารมณ์ให้เพลงด้วยโทนสีอุ่นๆ ของห้องที่ชวนให้รู้สึกถึงความหวัง และการหรี่แสงหลอดไฟตามจังหวะดนตรี ซึ่งเข้ากับเนื้อเพลงที่พูดถึงคนรักเมื่อต้องห่างไกลกัน ไม่อาจคาดเดาได้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น ทำได้เพียงแค่อ้อนวอนให้อีกฝ่ายจดจำความทรงจำดีๆ ในอดีต 

 

ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นองค์ประกอบเล็กๆ ที่ช่วยส่งเสริมให้เพลง ‘เธอ’ ในเวอร์ชันของบิวกิ้นออกมาสมบูรณ์ แต่ก็ไม่ลืมที่จะประทับลายเซ็นของตัวเองลงไปในบทเพลง

 

Cross Over

 

แม้ว่ากาลเวลาอาจทำให้ใจคนเราเปลี่ยนผันในวันต้องไกล แต่โปรเจกต์คัฟเวอร์เพลง ‘เธอ’ ในครั้งนี้ของบิวกิ้น ก็ทำให้ศิลปินเจ้าของเพลงอย่าง โอม Cocktail ถึงกลับต้องเอ่ยปากชมว่า 

 

“ที่เพลงยังคงมีชีวิตต่อไปได้ ก็เพราะการถูกตีความใหม่ไปเรื่อยๆ เพลงพอออกจากเราไปแล้วก็ไม่ใช่ของเราอีกต่อไป เพลงเหล่านั้นเป็นเพลงของทุกๆ คนครับ แล้วเพลง เธอ ของบิวกิ้น คือยอดเยี่ยมครับ” 

 

เรียกได้ว่าเพลง ‘เธอ’ ในเวอร์ชันของบิวกิ้น เปี่ยมล้นด้วยพลังแห่งความคิดถึง จนสามารถทำลายข้อจำกัดของเวลาได้จนหมดสิ้น เมื่อได้ฟังแล้วไม่มีทางที่ใจจะเปลี่ยนผันไปเป็นอีกดวงอย่างแน่นอน

 

Cross Over

 

ส่วนเสียงร้องที่อบอุ่นและดนตรีที่หนักแน่นตามแบบฉบับของวง Cocktail ที่เลือกเสนอออกมา ก็ทำให้ ‘กอดในใจ’ เป็นเพลงที่เติบโตขึ้นไปอีกขั้น ด้วยพลังแห่งความหวังที่ฝังลึกอยู่ในน้ำเสียงของนักร้องนำอย่างโอม เมื่อฟังแล้วให้อารมณ์คิดถึงแบบผู้ใหญ่ เป็นความเศร้าที่ ‘โหยหาแต่ไม่ฟูมฟาย’

 

นอกจากนั้นยังมีการใช้โทนสีอุ่นๆ สื่อสารภายในบทเพลงให้รู้สึกถึงความหวัง เช่นเดียวกันกับเพลง เธอ เวอร์ชันบิวกิ้น เรียกได้ว่าเลือกเพลงกันมาอย่างดี ทุกองค์ประกอบกลมกลืนเข้ากันอย่างลงตัว สอดประสานสร้างสไตล์ที่แม้จะแต

กต่างแต่ก็มีความสุดยอดกันไปคนละแบบ!

 

เรียกว่าถ้าบิวกิ้นเลือกตอกย้ำอารมณ์เพลงที่พูดถึงความทรงจำให้รู้สึกโหยหามากขึ้นกว่าเดิม Cocktail ก็เลือกตีความหมายแล้วสื่อสารออกมาใหม่ในแบบฉบับของตัวเองได้อย่างชัดเจน 

 

ถึงแม้โปรเจกต์ Cross Cover Project ระหว่างค่าย Gene Lab และ Nadao Music จะจบลงไปแล้ว แต่ผลงานที่ผ่านมาก็ทำให้เรารู้สึกว่า อยากเห็นการ ‘แลกกันร้อง’ ที่เต็มไปด้วยคุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และเอกลักษณ์ในแบบของแต่ละวงให้มากขึ้นกว่านี้จริงๆ 

 

ฟังเพลง เธอ เวอร์ชัน บิวกิ้น ได้ที่:

 

 

ฟังเพลง กอดในใจ เวอร์ชัน Cocktail ได้ที่:

 

The post กาลเวลาอาจเปลี่ยนผัน แต่เพลง ‘เธอ’ ยังคงหายใจต่อไป แม้ว่าจะทำได้เพียงแค่ ‘กอดในใจ’ งาน Cross Over จาก บิวกิ้น และ Cocktail appeared first on THE STANDARD.

]]>
Gene Lab จับมือสตรีมเมอร์สายฮา ATK Gamer มาร่วมพลัสความสนุกภายใต้โปรเจกต์ Gene Lab+ 8 ส.ค. นี้ https://thestandard.co/gene-lab-atk-gamer-project/ Sat, 07 Aug 2021 10:48:49 +0000 https://thestandard.co/?p=522771 Gene Lab

Gene Lab ค่ายเพลงที่เต็มไปด้วยวงดนตรีคลื่นลูกใหม่ของวงก […]

The post Gene Lab จับมือสตรีมเมอร์สายฮา ATK Gamer มาร่วมพลัสความสนุกภายใต้โปรเจกต์ Gene Lab+ 8 ส.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Gene Lab

Gene Lab ค่ายเพลงที่เต็มไปด้วยวงดนตรีคลื่นลูกใหม่ของวงการ เตรียมจับมือกับ ATK Gamer สตรีมเมอร์ที่มีลีลาการพากย์เกมมวยปล้ำสุดฮา มาร่วมพลัสความสนุกสนานเพื่อส่งมอบความสุขให้กับแฟนเพลง ภายใต้โปรเจกต์ Gene Lab+ โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 8 สิงหาคม เวลา 20.00 น. ทางเฟซบุ๊กเพจ ATK Gamer 

 

สำหรับรายชื่อศิลปินที่จะมาร่วมการแข่งขัน Artists Battle Royal เพื่อชิงเข็มขัดแชมเปียนส์ในครั้งนี้ประกอบด้วย Cocktail, Three Man Down, Tilly Birds, TaitosmitH, The Darkest Romance, ASIA7, Only Monday, Tiger Killer, TRYST, 20Hz และ Pang Pattanan

 

นอกจาก ATK Gamer แล้ว ทางค่ายยังมีแขกรับเชิญอีกหนึ่งรายชื่อที่จะมาร่วมพลัสความสนุกให้กับแฟนเพลง โดยทางค่ายได้ปล่อยคำใบ้ออกมาให้ทุกคนคาดเดากันแล้วคือ N_ D _ _ _ _ _ _ C ซึ่งแฟนคลับหลายคนต่างคาดเดากันว่าน่าจะเป็นชื่อของ Nadao Music อีกหนึ่งค่ายเพลงที่ทุกคนรู้จักเป็นอย่างดี ซึ่งเราคงต้องติดตามกันต่อไปว่ารายชื่อของแขกรับเชิญคนต่อไปจะมาร่วมพลัสความสนุกในโปรเจกต์ Gene Lab+ จะตรงกับที่ทุกคนคาดเดาหรือไม่

 

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของโปรเจกต์ Gene Lab+ ได้ที่นี่

 

อ้างอิง:

The post Gene Lab จับมือสตรีมเมอร์สายฮา ATK Gamer มาร่วมพลัสความสนุกภายใต้โปรเจกต์ Gene Lab+ 8 ส.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้งี้เป็นแฟนกันตั้งนานแล้ว ซิงเกิลคู่ครั้งแรกของ บิวกิ้น-พีพี ที่จัดเต็มด้วยโมเมนต์ชวนจิกหมอนไม่แพ้ซีรีส์ https://thestandard.co/bkpp-duet-singing/ Thu, 29 Apr 2021 09:26:55 +0000 https://thestandard.co/?p=481904 บิวกิ้น-พีพี

“ถ้ารู้อย่างนี้ น่าจะรักกันมาตั้งนาน นี่แหละคืออะไรที่ฉ […]

The post รู้งี้เป็นแฟนกันตั้งนานแล้ว ซิงเกิลคู่ครั้งแรกของ บิวกิ้น-พีพี ที่จัดเต็มด้วยโมเมนต์ชวนจิกหมอนไม่แพ้ซีรีส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บิวกิ้น-พีพี

“ถ้ารู้อย่างนี้ น่าจะรักกันมาตั้งนาน นี่แหละคืออะไรที่ฉันต้องการ ต้องการ ได้มีเธอนั้นใกล้ๆ เพิ่งรู้วันนี้ วันที่มีเธอในหัวใจ การมีใครให้เราได้รักมันดีเท่าไร รู้งี้เป็นแฟนกันตั้งนานแล้ว”

 

รู้งี้เป็นแฟนกันตั้งนานแล้ว (Safe Zone) นับว่าเป็นซิงเกิลคู่ครั้งแรกของ บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล และ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร สองนักแสดงนำจากซีรีส์ยอดฮิตอย่าง แปลรักฉันด้วยใจเธอ ที่เพิ่งจะปล่อยมิวสิกวิดีโอออกมาเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (29 เมษายน) ให้แฟนๆ ได้ชมเป็นการอุ่นเครื่อง ก่อนที่จะไปฟินกันแบบจัดเต็มใน แปลรักฉันด้วยใจเธอ Part 2 ที่เตรียมออกอากาศตอนแรกในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ ทาง LINE TV 

 

บิวกิ้น-พีพี

 

สำหรับผู้อยู่เบื้องหลังเพลงเพราะๆ ในครั้งนี้คือ แอ้ม-อัจฉริยา ดุลยไพบูลย์ นักแต่งเพลงแห่งยุคที่มารับหน้าที่แต่งเนื้อร้องและทำนอง พร้อมด้วย โฟร์-ประทีป สิริอิสสระนันท์ และเบล-สุพล พัวศิริรักษ์ มาดูแลในภาคดนตรี โดยมาพร้อมกับกลิ่นอายอาร์แอนด์บีอย่างเต็มเปี่ยม เพื่อให้แฟนๆ ได้ดื่มด่ำไปกับเสียงร้องเพราะๆ ของบิวกิ้นและพีพีกันแบบชัดๆ

 

ด้านเนื้อหาของเพลง แอ้มได้หยิบเรื่องราวความสัมพันธ์ของตัวละคร เต๋ และ โอ้เอ๋ว ที่เปลี่ยนสถานะจาก ‘เพื่อน’ มาเป็น ‘แฟน’ รวมถึงนำเนื้อหาจากการได้พูดคุยกับบิวกิ้นและพีพีผู้รับบทเป็นเต๋และโอ้เอ๋วมานำเสนอผ่านบนเพลง

 

 

ซึ่งดูเหมือนว่า รู้งี้เป็นแฟนกันตั้งนานแล้ว จะทำหน้าที่บอกเล่าความสัมพันธ์ของเต๋และโอ้เอ๋วออกมาอย่างชัดเจนจน ‘น่าอิจฉา’ ตั้งแต่ท่อนแรกของบิวกิ้นที่บอกว่า 

 

“โทษทีช่วงนี้ ไม่ค่อยมีเวลาให้คำว่าเหงา คำว่าว่างเปล่า ก็ไม่รู้สะกดยังไง บังเอิญช่วงนี้ มีบางคนให้ต้องคิดถึงไง ก็โปรดเข้าใจ คนมีความรักก็เป็นอย่างงี้”

 

บิวกิ้น-พีพี

 

ก่อนที่จะพีพีจะช่วยตอกย้ำ ‘ความหวาน’ ของความสัมพันธ์ในท่อนต่อมา 

 

“แค่บ่นคิดถึงก็ต้องมาเลยเหรอ แค่ชอบอะไรก็หาให้เลยเหรอ เกิดมาฉันก็ยังไม่เคยเจอคนที่รักฉันได้มากเท่าเธอ”

 

การแบ่งท่อนร้องระหว่างบิวกิ้นและพีพีที่ให้ความรู้สึกเหมือนพวกเขากำลังตอบโต้กันอยู่ นับว่าเป็นเสน่ห์ข้อหนึ่งที่โดดเด่นมากๆ ของเพลง และยังช่วยเสริมให้ผู้ฟังสามารถอินไปกับเรื่องราวของทั้งคู่ได้ลึกซึ้งขึ้นอีกด้วย  

 

ตอกย้ำความฟินกันต่อด้วยมิวสิกวิดีโอจาก ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ ผู้บริหารค่ายนาดาวบางกอกที่มานั่งแท่นกำกับด้วยตัวเอง โดยพาแฟนๆ ไปสำรวจชีวิตของเต๋และโอ้เอ๋วที่ย้ายมาใช้ชีวิตร่วมกันในหอพัก คอยเป็นความสุขให้กันและอยู่ข้างๆ กันในยามเศร้า โดยบิวกิ้นได้บอกเล่าความรู้สึกที่ได้ทำเพลงนี้ให้เราฟังว่า 

 

“ตอนเข้าห้องอัดรู้สึกเลยว่าเพลงนี้ค่อนข้างยากครับ อาจจะด้วยสไตล์เพลงที่เป็นแนวอาร์แอนด์บี แถมเป็นเพลงที่มีจังหวะเร็วที่สุดตั้งแต่ที่ผมเคยปล่อยเพลงออกมา และในเอ็มวีเพลงนี้มีท่าเต้นด้วยครับ จริงๆ เป็นท่าเต้นแบบน่ารัก เป็นท่าที่ง่ายๆ บอกเลยว่าการเต้นเป็นเรื่องใหม่ของผม แม้จะเคยผ่านการเวิร์กช็อป ซ้อมเต้นเป็นเฉพาะกิจมาบ้าง แต่ว่ายังไม่เคยเรียนเต้นที่เป็นการเรียนเต้นจริงจัง ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงที่มีท่าเต้นค่อนข้างเยอะ รู้สึกว่าเป็นสิ่งใหม่ที่ท้าทายดี”   

 

ด้านพีพีบอกเล่าบรรยากาศในระหว่างถ่ายทำมิวสิกวิดีโอให้เราฟังว่า 

 

“ในมิวสิกวิดีโอเพลงนี้เราต้องใส่ชุดนักศึกษา ช่วงต้นๆ ของเพลงมีฉากที่พีต้องผูกเน็กไทให้กิ้น จำได้ว่าแค่ซีนนี้ซีนเดียวถ่ายไปประมาณ 42 เทก ใช้เวลารวมๆ แล้ว 4 ชั่วโมง ด้วยความที่ซีนนั้นมีช่วงเวลาที่สั้นมาก พอพีผูกไทเสร็จก็เป็นจังหวะต่อเนื่องที่ต้องรีบเดินออกไปในวินาทีที่เนื้อเพลงในท่อนนั้นจบพอดี เพราะพี่ย้งอยากได้โมเมนต์ที่ใช่ที่สุด บอกเลยว่างานละเอียดมาก ซึ่งการได้ทำงานที่ลงดีเทลขนาดนี้ พอผลงานออกมาก็ทำให้เราภูมิใจและรู้สึกดีใจมากครับ”

 

ย้ำกันอีกครั้ง ซีรีส์ แปลรักฉันด้วยใจเธอ Part 2 ออกอากาศทุกวันพฤหัสบดี เวลา 20:00 น. เริ่มตอนแรกในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ ทาง LINE TV เท่านั้น 

 

บิวกิ้น-พีพี

 

รับชมมิวสิกวิดีโอได้ที่นี่

 

 

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

 

The post รู้งี้เป็นแฟนกันตั้งนานแล้ว ซิงเกิลคู่ครั้งแรกของ บิวกิ้น-พีพี ที่จัดเต็มด้วยโมเมนต์ชวนจิกหมอนไม่แพ้ซีรีส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>