Motorsport Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/motorsport/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 02 Mar 2026 12:39:28 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 LEGO เปิดภาพแรกซีรีส์หมวกนักขับ F1 รุ่นใหม่ https://thestandard.co/lego-f1-driver-helmets-new/ Mon, 02 Mar 2026 12:29:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1183610 ภาพชุดตัวต่อ LEGO หมวกนักขับ F1 ของ ลูอิส แฮมิลตัน และ ชาร์ล เลอแคลร์

LEGO เผยภาพชุดหมวกนักขับ F1 แบบประกอบได้ ประเดิมด้วยรุ่ […]

The post LEGO เปิดภาพแรกซีรีส์หมวกนักขับ F1 รุ่นใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพชุดตัวต่อ LEGO หมวกนักขับ F1 ของ ลูอิส แฮมิลตัน และ ชาร์ล เลอแคลร์

LEGO เผยภาพชุดหมวกนักขับ F1 แบบประกอบได้ ประเดิมด้วยรุ่นของ ลูอิส แฮมิลตัน และ ชาร์ล เลอแคลร์ สองนักขับจาก Ferrari ที่ถ่ายทอดรายละเอียดกราฟิกประจำฤดูกาลล่าสุดออกมาอย่างประณีต

 

โดยแต่ละเซ็ตมาพร้อมมินิฟิกเกอร์นักขับ และฐานตั้งโชว์แบบต่อด้วยตัวต่อครบชุด เอาใจสายสะสมโดยเฉพาะ และมีกำหนดวางจำหน่ายวันที่ 1 พฤษภาคมนี้

 

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า LEGO อาจเตรียมเปิดตัวรุ่นของ แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน, เฟอร์นานโด อลอนโซ และตำนานนักขับอย่าง ไอร์ตัน เซนนา ตามมาในอนาคต แม้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ

 

 

ภาพชุดตัวต่อ LEGO หมวกนักขับ F1 ของ ลูอิส แฮมิลตัน และ ชาร์ล เลอแคลร์ 1ภาพชุดตัวต่อ LEGO หมวกนักขับ F1 ของ ลูอิส แฮมิลตัน และ ชาร์ล เลอแคลร์ 2ภาพชุดตัวต่อ LEGO หมวกนักขับ F1 ของ ลูอิส แฮมิลตัน และ ชาร์ล เลอแคลร์ 3ภาพชุดตัวต่อ LEGO หมวกนักขับ F1 ของ ลูอิส แฮมิลตัน และ ชาร์ล เลอแคลร์ 4ภาพชุดตัวต่อ LEGO หมวกนักขับ F1 ของ ลูอิส แฮมิลตัน และ ชาร์ล เลอแคลร์ 5ภาพชุดตัวต่อ LEGO หมวกนักขับ F1 ของ ลูอิส แฮมิลตัน และ ชาร์ล เลอแคลร์ 6

The post LEGO เปิดภาพแรกซีรีส์หมวกนักขับ F1 รุ่นใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตารางแข่งขัน F1 2026 ออสเตรเลียนกรังด์ปรีซ์ https://thestandard.co/f1-2026-australian-grand-prix-schedule/ Mon, 02 Mar 2026 01:30:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1183250 ตารางแข่งขันรถสูตรหนึ่ง F1 ฤดูกาล 2026 รายการออสเตรเลียนกรังด์ปรีซ์

ศึก F1 สัปดาห์นี้คือสนามเปิดฤดูกาล 2026 ที่แฟนความเร็วท […]

The post ตารางแข่งขัน F1 2026 ออสเตรเลียนกรังด์ปรีซ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตารางแข่งขันรถสูตรหนึ่ง F1 ฤดูกาล 2026 รายการออสเตรเลียนกรังด์ปรีซ์

ศึก F1 สัปดาห์นี้คือสนามเปิดฤดูกาล 2026 ที่แฟนความเร็วทั่วโลกรอคอย กับรายการ Australian Grand Prix ณ สนามอัลเบิร์ต พาร์ก เซอร์กิต เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

 

ติดตามการถ่ายทอดสดได้ทาง beIN SPORTS CONNECT

 

The post ตารางแข่งขัน F1 2026 ออสเตรเลียนกรังด์ปรีซ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลกระทบต่อ ‘โลกกีฬา’ ใต้เงาสงครามอิหร่าน https://thestandard.co/iran-war-sports-impact/ Sun, 01 Mar 2026 11:18:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1183197 ภาพจำลองสถานการณ์ผลกระทบของสงครามอิหร่านต่อการแข่งขันกีฬาระดับโลก เช่น ฟุตบอลโลก F1 และ MotoGP

จากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ทวีความตึงเครียดขึ้นในช่วงที […]

The post ผลกระทบต่อ ‘โลกกีฬา’ ใต้เงาสงครามอิหร่าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพจำลองสถานการณ์ผลกระทบของสงครามอิหร่านต่อการแข่งขันกีฬาระดับโลก เช่น ฟุตบอลโลก F1 และ MotoGP

จากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ทวีความตึงเครียดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ด้านการเมืองหรือความมั่นคงเท่านั้น

 

แต่ยังลุกลามเป็นวงกว้างถึงวงการกีฬา หลายรายการต้องประกาศเลื่อนการแข่งขัน ขณะที่อีกจำนวนไม่น้อยยังอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ด้านความปลอดภัย การเดินทาง และข้อจำกัดด้านน่านฟ้า

 

อีเวนต์กีฬาใดบ้างที่กำลังอยู่ในพื้นที่เสี่ยง และอาจได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้

 


 

ภาพจำลองสถานการณ์ผลกระทบของสงครามอิหร่านต่อการแข่งขันกีฬาระดับโลก เช่น ฟุตบอลโลก F1 และ MotoGP 1

 

FIFA World Cup 2026

 

แม้อิหร่านจะผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2026 ได้แล้ว แต่การต้องลงแข่งขันในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในสามเจ้าภาพ กลายเป็นประเด็นที่ต้องจับตา ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองที่อาจส่งผลต่อโปรแกรมแข่งขัน

 

ภาพจำลองสถานการณ์ผลกระทบของสงครามอิหร่านต่อการแข่งขันกีฬาระดับโลก เช่น ฟุตบอลโลก F1 และ MotoGP 2

 

AFC Champions League

 

การแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้าย (โซนตะวันตก) ที่กำหนดเตะวันที่ 2-4 มีนาคม ถูกเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด เนื่องจากปัญหาการเดินทางและความปลอดภัย

 

ภาพจำลองสถานการณ์ผลกระทบของสงครามอิหร่านต่อการแข่งขันกีฬาระดับโลก เช่น ฟุตบอลโลก F1 และ MotoGP 3

 

F1

 

สนามบาห์เรน และซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นเรซลำดับที่ 4 และ 5 ของฤดูกาล ในช่วงเมษายน ถูกจัดอยู่ในพื้นที่เสี่ยง โดย F1 กำลังประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

 

ภาพจำลองสถานการณ์ผลกระทบของสงครามอิหร่านต่อการแข่งขันกีฬาระดับโลก เช่น ฟุตบอลโลก F1 และ MotoGP 4

 

MotoGP

 

Qatar GP (10-12 เมษายน) เป็นสนามที่ถูกจับตามอง เนื่องจาก Lusail International Circuit อยู่ใกล้พื้นที่น่านฟ้าที่มีความตึงเครียด แม้ Dorna ยังไม่ประกาศยกเลิก แต่มีความเป็นไปได้ในการย้ายหรือสลับสนามหากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย

 

ภาพจำลองสถานการณ์ผลกระทบของสงครามอิหร่านต่อการแข่งขันกีฬาระดับโลก เช่น ฟุตบอลโลก F1 และ MotoGP 5

 

The Fanatics Flag Football Classic

 

อีเวนต์ใหญ่ของ Riyadh Season 2026 ที่ดึง Tom Brady มาโชว์ฝีมือ 21 มีนาคมนี้ อาจเผชิญแรงกดดันด้านความปลอดภัย และข้อจำกัดน่านฟ้ากลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักกีฬาจากสหรัฐฯ บางส่วนอาจลังเลในการเดินทาง

 

ภาพจำลองสถานการณ์ผลกระทบของสงครามอิหร่านต่อการแข่งขันกีฬาระดับโลก เช่น ฟุตบอลโลก F1 และ MotoGP 6

 

ผลกระทบต่อแฟนกีฬา

 

นอกจากการแข่งขันที่ได้รับผลกระทบ วิกฤตครั้งนี้ยังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อการเดินทางของนักกีฬา, ทีมงาน และแฟนกีฬาทั่วโลก รวมถึงแฟนชาวไทยที่ต้องใช้เส้นทางบินผ่านพื้นที่ขัดแย้งไปยังทวีปยุโรป ซึ่งทุกคนต้องเฝ้าระวังและคอยตรวจสอบเส้นทางการเดินทางในช่วงนี้อย่างใกล้ชิด

The post ผลกระทบต่อ ‘โลกกีฬา’ ใต้เงาสงครามอิหร่าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
F1 จับตาสถานการณ์ตะวันออกกลาง ก่อนเรซ บาห์เรน-ซาอุฯ จัดแข่งเมษายนนี้ https://thestandard.co/f1-middle-east-race-concerns/ Sun, 01 Mar 2026 02:31:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1182966 รถแข่ง Formula 1 พร้อมนักแข่ง Max Verstappen ในสนาม

Formula 1 ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าอยู่ระหว่างการติดตามสถาน […]

The post F1 จับตาสถานการณ์ตะวันออกกลาง ก่อนเรซ บาห์เรน-ซาอุฯ จัดแข่งเมษายนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รถแข่ง Formula 1 พร้อมนักแข่ง Max Verstappen ในสนาม

Formula 1 ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าอยู่ระหว่างการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง จากเหตุโจมตีตอบโต้ระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้หลายประเทศในภูมิภาคปิดน่านฟ้า และกระทบต่อเส้นทางการบินระหว่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

 

แม้สนามเปิดฤดูกาลที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 6-8 มีนาคม รวมถึงสนามต่อไปอย่างจีนและญี่ปุ่น จะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงโดยตรง แต่บาห์เรน (10-12 เมษายน) และซาอุดีอาระเบีย (17-19 เมษายน) ซึ่งเป็นเรซลำดับที่ 4 และ 5 ของฤดูกาล กลายเป็นสนามที่ถูกจับตามองจากการอยู่ในพื้นที่เสี่ยง

 

โดยมีรายงานว่าฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรน ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากสนามแข่งและสนามบินนานาชาติ ตกเป็นหนึ่งในเป้าหมายการโจมตีล่าสุด อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการแข่งขันที่บาห์เรนยืนยันว่าอยู่ระหว่างประสานงานใกล้ชิดกับ F1

 

ขณะเดียวกัน ผลกระทบเริ่มปรากฏชัดในด้านการเดินทาง เมื่อสนามบินสำคัญอย่างโดฮา (กาตาร์) และดูไบ (ยูเออี) ปิดทำการชั่วคราว ทำให้ทีมงาน F1 และแฟนกีฬาจำนวนมากจากยุโรปต้องปรับเส้นทางบินไปเมลเบิร์นผ่านเอเชียหรือสหรัฐฯ แทน

 

ส่งผลให้ราคาตั๋วเครื่องบินพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีรายงานว่าแต่ละทีมมีบุคลากรกว่า 100 คนต้องเดินทางไปออสเตรเลีย และขณะนี้มีเพียงประมาณ 1 ใน 4 ที่เดินทางถึงแล้ว ทำให้บางทีมอาจต้องตัดสินใจใช้เส้นทางบินอ้อมผ่านขั้วโลกเหนือ หรือข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกเพื่อเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง แม้จะต้องใช้เวลาเดินทางเพิ่มขึ้นกว่า 10 ชั่วโมงก็ตาม

 

ด้าน Pirelli ผู้ผลิตยางอย่างเป็นทางการของ F1 ได้ยกเลิกโปรแกรมการทดสอบยางที่บาห์เรนด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย พร้อมยืนยันว่าพนักงานทุกคนในพื้นที่ปลอดภัย และกำลังเร่งประสานงานเพื่อเดินทางกลับประเทศโดยเร็วที่สุด ขณะที่ผู้บริหารทีม FIA และฝ่ายจัดการแข่งขัน เตรียมหารือเพื่อปรับแผนการเดินทาง รวมถึงความเป็นไปได้ในการใช้เที่ยวบินเช่าเหมาลำ

 

แม้สถานการณ์ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ F1 ยืนยันว่าโปรแกรมการแข่งขันในออสเตรเลีย จีน และญี่ปุ่น ยังเดินหน้าตามกำหนด โดยจะประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนเข้าสู่ช่วงเรซในตะวันออกกลางเดือนเมษายนนี้

 

 

อ้างอิง:

The post F1 จับตาสถานการณ์ตะวันออกกลาง ก่อนเรซ บาห์เรน-ซาอุฯ จัดแข่งเมษายนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Pre-Season Test Recap ส่องฟอร์ม 11 ทีม วันทดสอบสนาม ก่อนเปิดศึก F1 2026 https://thestandard.co/f1-pre-season-test-recap-2026/ Sun, 01 Mar 2026 02:00:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1182837 รถแข่ง F1 ระหว่างการทดสอบ Pre-Season Test ที่สนามบาห์เรน ก่อนเปิดฤดูกาล 2026

ว่ากันว่า การทดสอบรถ F1 รอบที่ผ่านมา โดยเฉพาะสัปดาห์ที่ […]

The post Pre-Season Test Recap ส่องฟอร์ม 11 ทีม วันทดสอบสนาม ก่อนเปิดศึก F1 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
รถแข่ง F1 ระหว่างการทดสอบ Pre-Season Test ที่สนามบาห์เรน ก่อนเปิดฤดูกาล 2026

ว่ากันว่า การทดสอบรถ F1 รอบที่ผ่านมา โดยเฉพาะสัปดาห์ที่ 2 ที่บาห์เรน คือภาพสะท้อนที่ชัดที่สุดก่อนเปิดฤดูกาล 2026 ทั้งในแง่ความพร้อม สมรรถนะของรถ ไปจนถึงจุดอ่อนและปัญหาที่ยังต้องเร่งแก้ไข

 

แม้ตัวเลขเวลาต่อรอบจะยังตีความได้ไม่เต็มร้อย แต่แนวโน้มหลายอย่างเริ่มปรากฏให้เห็นว่า ใครอยู่ในจุดลุ้นแชมป์ ใครคือม้ามืด และใครที่ยังปรับจูนก่อนเปิดฤดูกาลที่เมลเบิร์น

 

เรามาดูกันว่า ภาพรวมของทั้ง 11 ทีมหลังจบ Pre-Season Test สัปดาห์ที่ 2 ที่บาห์เรน เป็นอย่างไรบ้างก่อนศึกเปิดฤดูกาลจะเริ่มต้นขึ้น

 

รถแข่ง F1 ระหว่างการทดสอบ Pre-Season Test ที่สนามบาห์เรน ก่อนเปิดฤดูกาล 2026 1รถแข่ง F1 ระหว่างการทดสอบ Pre-Season Test ที่สนามบาห์เรน ก่อนเปิดฤดูกาล 2026 2รถแข่ง F1 ระหว่างการทดสอบ Pre-Season Test ที่สนามบาห์เรน ก่อนเปิดฤดูกาล 2026 3รถแข่ง F1 ระหว่างการทดสอบ Pre-Season Test ที่สนามบาห์เรน ก่อนเปิดฤดูกาล 2026 4รถแข่ง F1 ระหว่างการทดสอบ Pre-Season Test ที่สนามบาห์เรน ก่อนเปิดฤดูกาล 2026 5รถแข่ง F1 ระหว่างการทดสอบ Pre-Season Test ที่สนามบาห์เรน ก่อนเปิดฤดูกาล 2026 6รถแข่ง F1 ระหว่างการทดสอบ Pre-Season Test ที่สนามบาห์เรน ก่อนเปิดฤดูกาล 2026 7รถแข่ง F1 ระหว่างการทดสอบ Pre-Season Test ที่สนามบาห์เรน ก่อนเปิดฤดูกาล 2026 8รถแข่ง F1 ระหว่างการทดสอบ Pre-Season Test ที่สนามบาห์เรน ก่อนเปิดฤดูกาล 2026 9รถแข่ง F1 ระหว่างการทดสอบ Pre-Season Test ที่สนามบาห์เรน ก่อนเปิดฤดูกาล 2026 10รถแข่ง F1 ระหว่างการทดสอบ Pre-Season Test ที่สนามบาห์เรน ก่อนเปิดฤดูกาล 2026 11

The post Pre-Season Test Recap ส่องฟอร์ม 11 ทีม วันทดสอบสนาม ก่อนเปิดศึก F1 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
New Season, New Rules กฎใหม่น่ารู้ก่อนเปิดฤดูกาล F1 2026 https://thestandard.co/f1-2026-new-rules/ Sat, 28 Feb 2026 02:46:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1182610 รถแข่ง Formula 1 กำลังวิ่งบนสนามแข่ง พร้อมภาพกราฟิกแสดงกฎใหม่ F1 ปี 2026

ฤดูกาล 2026 คือหนึ่งในปีที่ความเปลี่ยนแปลงถาโถมเข้าสู่โ […]

The post New Season, New Rules กฎใหม่น่ารู้ก่อนเปิดฤดูกาล F1 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
รถแข่ง Formula 1 กำลังวิ่งบนสนามแข่ง พร้อมภาพกราฟิกแสดงกฎใหม่ F1 ปี 2026

ฤดูกาล 2026 คือหนึ่งในปีที่ความเปลี่ยนแปลงถาโถมเข้าสู่โลกของ F1 มากที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องของ ‘กฎ’ ที่หลายฝ่ายมองว่าอาจเป็น Game Changer ของยุคใหม่

 

THE STANDARD SPORT ขอพาไปดู ‘กฎ F1 2026’ ว่ามีการเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง ก่อนที่ฤดูกาลใหม่จะเปิดฉากที่ศึก Australian Grand Prix วันที่ 6-7 มีนาคมนี้

 

รถขนาดเล็กลง

 

รถแข่ง Formula 1 กำลังวิ่งบนสนามแข่ง พร้อมภาพกราฟิกแสดงกฎใหม่ F1 ปี 2026 1

 

ความยาวฐานล้อจะลดลง 200 มม. เหลือ 3,400 มม. และความกว้างจะลดลง 100 มม. เหลือ 1,900 มม. นอกจากนี้ความกว้างของพื้นรถจะลดลง 150 มม.

 

น้ำหนักเบาลง

 

รถแข่ง Formula 1 กำลังวิ่งบนสนามแข่ง พร้อมภาพกราฟิกแสดงกฎใหม่ F1 ปี 2026 2

 

น้ำหนักขั้นต่ำของรถจะลดลง 30 กก. มาอยู่ที่ 768 กก. โดยแบ่งเป็นตัวรถ 722 กก. และยางประมาณ 46 กก.

 

Active Aerodynamics

 

รถแข่ง Formula 1 กำลังวิ่งบนสนามแข่ง พร้อมภาพกราฟิกแสดงกฎใหม่ F1 ปี 2026 3

 

มี 2 โหมด: Z-mode และ X-mode

 

Z-mode: โหมดมาตรฐานแบบ High-downforce ช่วยเพิ่มความเร็วขณะเข้าโค้ง

 

X-mode: โหมด Low-drag ปรับมุมปีกหน้า-หลังเพื่อทำความเร็วสูงสุดบนทางตรง

 

ปีกที่เปลี่ยนไป

 

รถแข่ง Formula 1 กำลังวิ่งบนสนามแข่ง พร้อมภาพกราฟิกแสดงกฎใหม่ F1 ปี 2026 4

 

ปีกหน้าจะแคบลง 100 มม. ส่วนปีกหลังจะไม่มีปีกคานล่าง (Lower Beam Wing) อีกต่อไป

 

ลด Ground Effect

 

รถแข่ง Formula 1 กำลังวิ่งบนสนามแข่ง พร้อมภาพกราฟิกแสดงกฎใหม่ F1 ปี 2026 5

 

รถจะใช้พื้นรถแบบ ‘แบนบางส่วน’ เพื่อลดปัญหาอาการ Porpoising/Bouncing โดยรวมแล้ว Downforce จะลดลงประมาณ 30% และแรงต้านจะลดลง 55%

 

สัดส่วนพลังงานแบบ 50/50

 

รถแข่ง Formula 1 กำลังวิ่งบนสนามแข่ง พร้อมภาพกราฟิกแสดงกฎใหม่ F1 ปี 2026 6

 

พลังงานจะถูกแบ่งครึ่งระหว่างเครื่องยนต์สันดาปภายในและพลังงานไฟฟ้า และจะใช้เชื้อเพลิงที่ยั่งยืนอย่างเต็มรูปแบบ

 

รถแข่ง Formula 1 กำลังวิ่งบนสนามแข่ง พร้อมภาพกราฟิกแสดงกฎใหม่ F1 ปี 2026 7

 

ระบบลดแรงต้านหรือ DRS ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2011 ได้ถูกยกเลิก และแทนที่ด้วย Manual Override Mode ที่จะให้พลังงานแบตเตอรี่เพิ่มเติมชั่วขณะแก่รถคันที่ตาม ซึ่งมีช่องว่างไม่เกิน 1 วินาที โดยรถที่จะแซงสามารถใช้ความเร็วสูงสุดได้ถึง 337 กม./ชม.

 

ขนาดยางที่แคบลง

 

รถแข่ง Formula 1 กำลังวิ่งบนสนามแข่ง พร้อมภาพกราฟิกแสดงกฎใหม่ F1 ปี 2026 8

 

  • หน้ายางแคบลง (หน้า -25 มม. / หลัง -30 มม.)
  • เส้นผ่านศูนย์กลางยางรวมลดลง (หน้า -15 มม. / หลัง -10 มม.)
  • Performance Gap กว้างขึ้น = กลยุทธ์มากขึ้น
  • เปลี่ยนดีไซน์กราฟิกข้างยางในรอบ 14 ปี
  • ล้อยังคงขนาด 18 นิ้วเหมือนเดิม

 

อัปเกรดความปลอดภัย

 

รถแข่ง Formula 1 กำลังวิ่งบนสนามแข่ง พร้อมภาพกราฟิกแสดงกฎใหม่ F1 ปี 2026 9

 

โครงสร้างรับแรงกระแทกด้านหน้าแบบ 2 ขั้นตอน

 

  • เสริมความแข็งแกร่งการชนด้านข้าง โดยเฉพาะบริเวณห้องคนขับและถังน้ำมัน
  • โครงสร้างป้องกันการพลิกคว่ำ เพิ่มความทนแรงจาก 16G เป็น 20G

The post New Season, New Rules กฎใหม่น่ารู้ก่อนเปิดฤดูกาล F1 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อเล็กซ์ อัลบอน เปิดตัวหมวกดีไซน์ใหม่ ก่อนลุย F1 2026 https://thestandard.co/alex-albon-f1-helmet-2026/ Fri, 27 Feb 2026 04:03:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1182274 อเล็กซ์ อัลบอน สวมหมวกกันน็อกดีไซน์ใหม่ สีขาวสุดคลาสสิก

อเล็กซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์ นักขับ F1 ชาวไทยจากทีม […]

The post อเล็กซ์ อัลบอน เปิดตัวหมวกดีไซน์ใหม่ ก่อนลุย F1 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อเล็กซ์ อัลบอน สวมหมวกกันน็อกดีไซน์ใหม่ สีขาวสุดคลาสสิก

อเล็กซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์ นักขับ F1 ชาวไทยจากทีม วิลเลียมส์ เผยโฉมหมวกกันน็อกใบใหม่สำหรับฤดูกาล 2026 โดยดีไซน์ใหม่นี้มาในโทนสีขาวสุดคลาสสิก

 

ลวดลายถูกลดทอนให้เรียบสะอาดตา เน้นความโมเดิร์นและความมินิมอลมากขึ้น สะท้อนภาพลักษณ์ที่เรียบง่าย-เฉียบคม และเข้ากันอย่างลงตัวกับ race suits ของอัลบอนเป็นอย่างมาก

 

อเล็กซ์ อัลบอน สวมหมวกกันน็อกดีไซน์ใหม่ สีขาวสุดคลาสสิก 1อเล็กซ์ อัลบอน สวมหมวกกันน็อกดีไซน์ใหม่ สีขาวสุดคลาสสิก 2อเล็กซ์ อัลบอน สวมหมวกกันน็อกดีไซน์ใหม่ สีขาวสุดคลาสสิก 3อเล็กซ์ อัลบอน สวมหมวกกันน็อกดีไซน์ใหม่ สีขาวสุดคลาสสิก 4อเล็กซ์ อัลบอน สวมหมวกกันน็อกดีไซน์ใหม่ สีขาวสุดคลาสสิก 5

The post อเล็กซ์ อัลบอน เปิดตัวหมวกดีไซน์ใหม่ ก่อนลุย F1 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
F1 x Disney เปิดตัวคอลเล็กชันพิเศษ ต้อนรับฤดูกาล 2026 https://thestandard.co/f1-disney-special-collection-2026/ Fri, 27 Feb 2026 02:40:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1182232 Mickey Mouse ในชุดนักแข่ง F1 ร่วมฉลองการเปิดตัวคอลเล็กชันพิเศษ F1 x Disney ต้อนรับฤดูกาล 2026

เป็นการสานต่อแคมเปญ ‘Fuel the Magic’ อย่างต่อเนื่อง ระห […]

The post F1 x Disney เปิดตัวคอลเล็กชันพิเศษ ต้อนรับฤดูกาล 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Mickey Mouse ในชุดนักแข่ง F1 ร่วมฉลองการเปิดตัวคอลเล็กชันพิเศษ F1 x Disney ต้อนรับฤดูกาล 2026

เป็นการสานต่อแคมเปญ ‘Fuel the Magic’ อย่างต่อเนื่อง ระหว่าง F1 และ The Walt Disney Company หลังเปิดตัวคอลเลกชันพิเศษต้อนรับฤดูกาล 2026 ที่ขนทัพไอเทมแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ชุดใหม่ออกมาเอาใจแฟนๆ

 

คอลเลกชันนี้ครอบคลุมทั้งเสื้อผ้าและแอ็กเซสซอรี โดยร่วมงานกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง Uniqlo และ Gentle Monster รวมถึงไอเท็มลิมิเต็ดจาก Disney Store ที่นำตัวละครชื่อดังมาปรับลุคใหม่ในธีมมอเตอร์สปอร์ต

 

สำหรับคอลเลกชันดังกล่าวเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงเปิดฤดูกาลที่ศึก Australian Grand Prix ระหว่างวันที่ 6-8 มีนาคมนี้

 

Mickey Mouse ในชุดนักแข่ง F1 ร่วมฉลองการเปิดตัวคอลเล็กชันพิเศษ F1 x Disney ต้อนรับฤดูกาล 2026 1Mickey Mouse ในชุดนักแข่ง F1 ร่วมฉลองการเปิดตัวคอลเล็กชันพิเศษ F1 x Disney ต้อนรับฤดูกาล 2026 2Mickey Mouse ในชุดนักแข่ง F1 ร่วมฉลองการเปิดตัวคอลเล็กชันพิเศษ F1 x Disney ต้อนรับฤดูกาล 2026 3Mickey Mouse ในชุดนักแข่ง F1 ร่วมฉลองการเปิดตัวคอลเล็กชันพิเศษ F1 x Disney ต้อนรับฤดูกาล 2026 4Mickey Mouse ในชุดนักแข่ง F1 ร่วมฉลองการเปิดตัวคอลเล็กชันพิเศษ F1 x Disney ต้อนรับฤดูกาล 2026 5Mickey Mouse ในชุดนักแข่ง F1 ร่วมฉลองการเปิดตัวคอลเล็กชันพิเศษ F1 x Disney ต้อนรับฤดูกาล 2026 6

 

ภาพ: mickeymouse – instagram

The post F1 x Disney เปิดตัวคอลเล็กชันพิเศษ ต้อนรับฤดูกาล 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
F1 Guide กติกาเบื้องต้นในการชม F1 ฉบับฤดูกาล 2026 https://thestandard.co/f1-rules-guide-2026/ Fri, 27 Feb 2026 01:31:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1182209 ภาพประกอบกติกาเบื้องต้นในการแข่งขัน F1 ฤดูกาล 2026

ก่อนที่ศึก F1 ฤดูกาล 2026 กำลังจะเปิดฉากขึ้นในสัปดาห์หน […]

The post F1 Guide กติกาเบื้องต้นในการชม F1 ฉบับฤดูกาล 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบกติกาเบื้องต้นในการแข่งขัน F1 ฤดูกาล 2026

ก่อนที่ศึก F1 ฤดูกาล 2026 กำลังจะเปิดฉากขึ้นในสัปดาห์หน้า ณ ออสเตรเลียนกรังด์ปรีซ์ 6-8 มีนาคมนี้

 

THE STANDARD SPORT ขอพาแฟนๆ มาทบทวนกติกาพื้นฐานและโครงสร้างการแข่งขัน F1 แบบเข้าใจง่าย ก่อนเปิดฤดูกาลอย่างเป็นทางการ เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกจังหวะสำคัญของเกมความเร็วระดับโลก

 

ภาพประกอบกติกาเบื้องต้นในการแข่งขัน F1 ฤดูกาล 2026 1ภาพประกอบกติกาเบื้องต้นในการแข่งขัน F1 ฤดูกาล 2026 2ภาพประกอบกติกาเบื้องต้นในการแข่งขัน F1 ฤดูกาล 2026 3ภาพประกอบกติกาเบื้องต้นในการแข่งขัน F1 ฤดูกาล 2026 4ภาพประกอบกติกาเบื้องต้นในการแข่งขัน F1 ฤดูกาล 2026 5ภาพประกอบกติกาเบื้องต้นในการแข่งขัน F1 ฤดูกาล 2026 6ภาพประกอบกติกาเบื้องต้นในการแข่งขัน F1 ฤดูกาล 2026 7ภาพประกอบกติกาเบื้องต้นในการแข่งขัน F1 ฤดูกาล 2026 8ภาพประกอบกติกาเบื้องต้นในการแข่งขัน F1 ฤดูกาล 2026 9ภาพประกอบกติกาเบื้องต้นในการแข่งขัน F1 ฤดูกาล 2026 10

The post F1 Guide กติกาเบื้องต้นในการชม F1 ฉบับฤดูกาล 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Silver Arrows Collection แฟชั่นไอเท็มเรียบหรู สุดคลาสสิก จาก adidas x Mercedes https://thestandard.co/adidas-mercedes-silver-arrows-collection/ Thu, 26 Feb 2026 14:24:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1182163 ภาพคอลเล็กชัน The Silver Arrows ของ adidas และ Mercedes ที่นำเสนอแฟชั่นไอเท็มสไตล์เรียบหรูและคลาสสิก

Mercedes-AMG Petronas F1 Team ร่วมกับ adidas เปิดตัวคอล […]

The post The Silver Arrows Collection แฟชั่นไอเท็มเรียบหรู สุดคลาสสิก จาก adidas x Mercedes appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพคอลเล็กชัน The Silver Arrows ของ adidas และ Mercedes ที่นำเสนอแฟชั่นไอเท็มสไตล์เรียบหรูและคลาสสิก

Mercedes-AMG Petronas F1 Team ร่วมกับ adidas เปิดตัวคอลเล็กชันสุดพิเศษ The Silver Arrows 2026 ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณและมรดกของทีม ‘ลูกศรสีเงิน’ ผ่านไลน์เสื้อผ้าและไลฟ์สไตล์ดีไซน์ร่วมสมัย

 

คอลเล็กชันนี้ผสาน DNA แห่งสมรรถนะเข้ากับความคลาสสิกเหนือกาลเวลาในแบบฉบับ Silver Arrows สะท้อนความยิ่งใหญ่ของ Mercedes ในโลกมอเตอร์สปอร์ต พร้อมยกระดับภาพลักษณ์จากสนามแข่งสู่สตรีทแฟชั่นที่เรียบหรู ทันสมัย และเต็มไปด้วยความสง่างาม

 

ภายในคอลเล็กชันนี้ประกอบด้วยเสื้อโปโล เสื้อยืด และเสื้อแจ็กเกตดีไซน์ใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเนื้อผ้าขั้นสูงจาก adidas เพื่อทั้งความสบายและประสิทธิภาพในการสวมใส่ นอกจากนี้ยังมีรองเท้าสนีกเกอร์ดีไซน์พิเศษ รวมถึงแอ็กเซสซอรีอย่างหมวกแก๊ป กระเป๋า และไอเท็มเสริมต่างๆ ที่ออกแบบให้ใส่ได้ทั้งในสนามแข่งและในชีวิตประจำวัน

 

ภาพคอลเล็กชัน The Silver Arrows ของ adidas และ Mercedes ที่นำเสนอแฟชั่นไอเท็มสไตล์เรียบหรูและคลาสสิก 1ภาพคอลเล็กชัน The Silver Arrows ของ adidas และ Mercedes ที่นำเสนอแฟชั่นไอเท็มสไตล์เรียบหรูและคลาสสิก 2ภาพคอลเล็กชัน The Silver Arrows ของ adidas และ Mercedes ที่นำเสนอแฟชั่นไอเท็มสไตล์เรียบหรูและคลาสสิก 3ภาพคอลเล็กชัน The Silver Arrows ของ adidas และ Mercedes ที่นำเสนอแฟชั่นไอเท็มสไตล์เรียบหรูและคลาสสิก 4ภาพคอลเล็กชัน The Silver Arrows ของ adidas และ Mercedes ที่นำเสนอแฟชั่นไอเท็มสไตล์เรียบหรูและคลาสสิก 5ภาพคอลเล็กชัน The Silver Arrows ของ adidas และ Mercedes ที่นำเสนอแฟชั่นไอเท็มสไตล์เรียบหรูและคลาสสิก 6

The post The Silver Arrows Collection แฟชั่นไอเท็มเรียบหรู สุดคลาสสิก จาก adidas x Mercedes appeared first on THE STANDARD.

]]>
Polo Ralph Lauren เผยโฉมคอลเลกชัน ‘Sporting Capsule’ ต้อนรับ F1 2026 https://thestandard.co/polo-ralph-lauren-sporting-capsule-f1-2026/ Thu, 26 Feb 2026 03:59:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1181891 ภาพเสื้อผ้าคอลเลกชัน ‘Sporting Capsule’ จาก Polo Ralph Lauren ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก F1

Polo Ralph Lauren ประกาศเปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ “Sporting […]

The post Polo Ralph Lauren เผยโฉมคอลเลกชัน ‘Sporting Capsule’ ต้อนรับ F1 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเสื้อผ้าคอลเลกชัน ‘Sporting Capsule’ จาก Polo Ralph Lauren ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก F1

Polo Ralph Lauren ประกาศเปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ “Sporting Capsule” ประจำปี 2026 อีกหนึ่งมรดกทางดีไซน์ที่หยิบเอาความคลั่งไคล้ในมอเตอร์สปอร์ตของ Ralph Lauren มาตีความใหม่ผ่านกลิ่นอายยุคทองของ F1 ในช่วงทศวรรษที่ 80 และ 90

 

คอลเล็กชันนี้ผสานสไตล์สปอร์ตเข้ากับงานเทเลอริ่งร่วมสมัยอย่างลงตัว โดดเด่นด้วยแจ็กเก็ตโทนแดงแรงบันดาลใจจาก Ferrari โลโก้ขนาดใหญ่สะดุดตา และกลิ่นอาย F1 ยุค 80s-90s พร้อมหยิบดีไซน์ไอคอนิกที่แฟนๆ คุ้นเคยกลับมาตีความใหม่อีกครั้ง ทั้งกราฟิก ‘Ralph’s Garage’ ที่เคยสร้างกระแสในปี 2017

 

ทั้งนี้ คอลเลกชัน Sporting Capsule มีกำหนดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 มีนาคม 2026 โดยแฟนๆ สามารถเลือกซื้อได้ผ่านทางเว็บไซต์ และที่ Polo Ralph Lauren Boutiques สาขาหลักทั่วโลก

 

ภาพเสื้อผ้าคอลเลกชัน ‘Sporting Capsule’ จาก Polo Ralph Lauren ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก F1 1ภาพเสื้อผ้าคอลเลกชัน ‘Sporting Capsule’ จาก Polo Ralph Lauren ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก F1 2ภาพเสื้อผ้าคอลเลกชัน ‘Sporting Capsule’ จาก Polo Ralph Lauren ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก F1 3ภาพเสื้อผ้าคอลเลกชัน ‘Sporting Capsule’ จาก Polo Ralph Lauren ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก F1 4ภาพเสื้อผ้าคอลเลกชัน ‘Sporting Capsule’ จาก Polo Ralph Lauren ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก F1 5ภาพเสื้อผ้าคอลเลกชัน ‘Sporting Capsule’ จาก Polo Ralph Lauren ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก F1 6ภาพเสื้อผ้าคอลเลกชัน ‘Sporting Capsule’ จาก Polo Ralph Lauren ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก F1 7ภาพเสื้อผ้าคอลเลกชัน ‘Sporting Capsule’ จาก Polo Ralph Lauren ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก F1 8ภาพเสื้อผ้าคอลเลกชัน ‘Sporting Capsule’ จาก Polo Ralph Lauren ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก F1 9ภาพเสื้อผ้าคอลเลกชัน ‘Sporting Capsule’ จาก Polo Ralph Lauren ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก F1 10

The post Polo Ralph Lauren เผยโฉมคอลเลกชัน ‘Sporting Capsule’ ต้อนรับ F1 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประเภทและรายละเอียดของยางรถแข่ง F1 2026 https://thestandard.co/f1-2026-racing-tyre-types-details/ Thu, 26 Feb 2026 01:39:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1181825 ภาพยางรถแข่ง F1 ปี 2026 ที่ได้รับการออกแบบใหม่ พร้อมรายละเอียดมิติที่เล็กลง และร่องยางที่ชัดเจนขึ้น

ในการแข่งขัน F1 ทุกรายละเอียดล้วนมีความหมาย ไม่ว่าจะเป็ […]

The post ประเภทและรายละเอียดของยางรถแข่ง F1 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพยางรถแข่ง F1 ปี 2026 ที่ได้รับการออกแบบใหม่ พร้อมรายละเอียดมิติที่เล็กลง และร่องยางที่ชัดเจนขึ้น

ในการแข่งขัน F1 ทุกรายละเอียดล้วนมีความหมาย ไม่ว่าจะเป็นแอโรไดนามิก น้ำหนักรถ ระบบพลังงาน หรือแม้แต่ ‘ล้อและยาง’ ที่เป็นจุดสัมผัสเดียวระหว่างรถกับพื้นแทร็ก เพราะเพียงไม่กี่มิลลิเมตรที่เปลี่ยนไป อาจส่งผลต่อความเร็ว การยึดเกาะ ไปจนถึงกลยุทธ์ทั้งเรซได้ทันที

 

สำหรับฤดูกาล 2026 ที่มาพร้อมกฎเทคนิคชุดใหม่ ยางก็ถูกปรับเปลี่ยนไปด้วยไม่น้อย ทั้งในเรื่องมิติที่เล็กลง ช่องว่างสมรรถนะระหว่างคอมพาวด์ที่ชัดขึ้น รวมถึงดีไซน์ใหม่รอบ 14 ปี ซึ่งทั้งหมดนี้อาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญของเกมบนสนาม

 

แล้วล้อและยาง F1 ปี 2026 เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง? มาดูกัน

 

ประเภทและรายละเอียดของยางรถแข่ง F1 2026

 

ภาพประกอบ: พรวลี จ้วงพุฒซา

 

อ้างอิง:

The post ประเภทและรายละเอียดของยางรถแข่ง F1 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
F1 2026 Line-up 11 ทีม 22 นักขับ ก่อนลุยฤดูกาลใหม่ https://thestandard.co/f1-2026-driver-lineup-2/ Tue, 24 Feb 2026 07:41:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1181308 ภาพรวมไลน์อัพนักขับ Formula 1 ฤดูกาล 2026 จำนวน 11 ทีม 22 คน เตรียมพร้อมก่อนเปิดฉากการแข่งขัน

ก่อนที่ศึก Formula 1 ฤดูกาล 2026 จะเปิดฉากอย่างเป็นทางก […]

The post F1 2026 Line-up 11 ทีม 22 นักขับ ก่อนลุยฤดูกาลใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรวมไลน์อัพนักขับ Formula 1 ฤดูกาล 2026 จำนวน 11 ทีม 22 คน เตรียมพร้อมก่อนเปิดฉากการแข่งขัน

ก่อนที่ศึก Formula 1 ฤดูกาล 2026 จะเปิดฉากอย่างเป็นทางการ เรามาเช็กไลน์อัพนักขับของแต่ละทีมกันอีกครั้ง ก่อนสนามแรกของฤดูกาลจะเปิดฉากความสนุกกันที่ สนามอัลเบิร์ต พาร์ค ใน Australian Grand Prix

 

แล้วทุกคนเลือกปักหมุดเชียร์ทีมไหนเป็นพิเศษ? อย่าลืมคอมเมนต์บอกกัน!

 

ภาพรวมไลน์อัพนักขับ Formula 1 ฤดูกาล 2026 จำนวน 11 ทีม 22 คน เตรียมพร้อมก่อนเปิดฉากการแข่งขัน 1ภาพรวมไลน์อัพนักขับ Formula 1 ฤดูกาล 2026 จำนวน 11 ทีม 22 คน เตรียมพร้อมก่อนเปิดฉากการแข่งขัน 2ภาพรวมไลน์อัพนักขับ Formula 1 ฤดูกาล 2026 จำนวน 11 ทีม 22 คน เตรียมพร้อมก่อนเปิดฉากการแข่งขัน 3ภาพรวมไลน์อัพนักขับ Formula 1 ฤดูกาล 2026 จำนวน 11 ทีม 22 คน เตรียมพร้อมก่อนเปิดฉากการแข่งขัน 4ภาพรวมไลน์อัพนักขับ Formula 1 ฤดูกาล 2026 จำนวน 11 ทีม 22 คน เตรียมพร้อมก่อนเปิดฉากการแข่งขัน 5ภาพรวมไลน์อัพนักขับ Formula 1 ฤดูกาล 2026 จำนวน 11 ทีม 22 คน เตรียมพร้อมก่อนเปิดฉากการแข่งขัน 6ภาพรวมไลน์อัพนักขับ Formula 1 ฤดูกาล 2026 จำนวน 11 ทีม 22 คน เตรียมพร้อมก่อนเปิดฉากการแข่งขัน 7ภาพรวมไลน์อัพนักขับ Formula 1 ฤดูกาล 2026 จำนวน 11 ทีม 22 คน เตรียมพร้อมก่อนเปิดฉากการแข่งขัน 8ภาพรวมไลน์อัพนักขับ Formula 1 ฤดูกาล 2026 จำนวน 11 ทีม 22 คน เตรียมพร้อมก่อนเปิดฉากการแข่งขัน 9ภาพรวมไลน์อัพนักขับ Formula 1 ฤดูกาล 2026 จำนวน 11 ทีม 22 คน เตรียมพร้อมก่อนเปิดฉากการแข่งขัน 10ภาพรวมไลน์อัพนักขับ Formula 1 ฤดูกาล 2026 จำนวน 11 ทีม 22 คน เตรียมพร้อมก่อนเปิดฉากการแข่งขัน 11

The post F1 2026 Line-up 11 ทีม 22 นักขับ ก่อนลุยฤดูกาลใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปหลังเทสรอบสุดท้าย F1 2026: ใครพร้อมสุดก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ https://thestandard.co/f1-2026-final-test-readiness/ Mon, 23 Feb 2026 09:00:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1180977 สรุปหลังเทสรอบสุดท้าย F1 2026: ใครพร้อมสุดก่อนเปิดฤดูกาลใหม่

เพียงแค่ 5 วัน หลังจากบาห์เรน ปรีซีซันเทสต์ ที่ ชาคีร์ […]

The post สรุปหลังเทสรอบสุดท้าย F1 2026: ใครพร้อมสุดก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปหลังเทสรอบสุดท้าย F1 2026: ใครพร้อมสุดก่อนเปิดฤดูกาลใหม่

เพียงแค่ 5 วัน หลังจากบาห์เรน ปรีซีซันเทสต์ ที่ ชาคีร์ อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ในวันแรก การปรีซีซัน เทสต์ รอบที่ 2 ที่ชาคีร์ ก็เปิดฉากขึ้นอย่างรวดเร็ว และนี่จะเป็นการเทสต์ครั้งสุดท้ายในศึก F1 ก่อนที่ ฤดูกาลใหม่จะเปิดฉากขึ้น

 

THE STANDARD SPORT ได้พูดถึง ‘ใครปัง’ และ ‘ใครพัง’ ในการเทสต์ครั้งแรกก่อนหน้านี้ และเช่นกันกับครั้งนี้ เราก็ได้เก็บประเด็นและบทสรุปมาฝากกันเหมือนเดิม

 

สำหรับใน ปรีซีซั่นเทสต์ บาห์เรน 2.0 ประจำฤดูกาลนี้ แม้จะเป็นการว่งทดสอบแต่ก็มาพอที่จะทำให้เราได้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ชนะ หรือ ผู้พ่ายแพ้, ใครเด่น หรือ ใครดับ ประจำช่วงปรีซีซันเทสต์ที่ผ่านมา

 

กลุ่มผู้ชนะ ซึ่งมีโอกาสจะกลายเป็นดาวเด่น ประจำยุคใหม่ในศึก F1 ที่มีการเปลี่ยนแปลงกฎมากมาย โดยบรรดาทีมเหล่านี้ ทั้งหมด เป็นทีมที่ทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเชกดาวน์ ต่อเนื่องมาจนถึงปรีซีซันส์เทสต์ทั้ง 2 สัปดาห์

 

เริ่มต้นกันที่ทีมที่ทำผลงานดีที่สุดในการทดสอบรถรอบนี้อย่าง เฟอร์รารี พวกเขาระเบิดฟอร์มได้ในวันสุดท้ายของการทำการทดสอบ

 

โดยเฟอร์รารี ทิ้งห่างคู่แข่งถึงเกือบ 0.879 วินาที จากการจำลองการวิ่งเหมือนการแข่งขันในรอบควอลิฟาย หลังจากนั้นทีมก็มาเน้นการเก็บระยะทางซึ่ง ชาร์ลส์ เลอแคลร์ วิ่งไปถึง 132 รอบในวันเดียว

 

นอกจากนี้ทัพม้าลำพอง ยังมีนวัตกรรมที่น่าสนใจอย่าง Beam Wing ขนาดเล็กและปีกหลังแบบกลับหัวมาทดสอบ ซึ่งดีไซน์ทั้ง 2 อย่าง ช่วยสร้างรากฐานที่ดีให้กับรถรุ่นใหม่ด้วย

 

นอกจากนี้ เฟรด วาสเซอร์ ยังแสดงให้แฟนๆ ทิโฟลี เห็นถึงกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยม โดยใช้แผน “Spec A” คือเริ่มด้วยรถแบบพื้นฐานแล้วค่อยอัปเกรดภายหลัง ซึ่งสวนทางกับคู่แข่งอย่าง แมคลาเรน แต่กลับทำผลงานได้ดีเกินคาด

 

ที่สำคัญ เฟอร์รารี ยังแสดงให้เห็นถึงการซ้อมที่ยอดเยี่ยมของนักขับอย่าง ลูอิส แฮมิลตัน จากการออกตัวที่รวดเร็วและยอดเยี่ยม เนื่องจากเครื่องยนต์ของพวกเขาถูกออกแบบมาให้เหมาะกับลำดับการปล่อยตัวแบบสั้น ซึ่งอาจเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในเรซแรกๆ

 

ข้ามฝั่งไปดูที่คู่แข่งสำคัญอย่าง เมอร์ซีเดส ทีมที่ถูกมองว่าเป็นตัวเต็งในสายตาของหลายคนในพิตเลน แม้จะไม่ได้เน้นทำเวลาด้วยน้ำมันน้อยเหมือน เฟอร์รารี แต่ความเร็วในการวิ่งอย่างต่อเนื่องนั้นเร็วกว่าทีมม้าลำพองอยู่หลายสิบวินาที

 

หลังการเทสต์ คิมี อันโตเนลลี ทำเวลาได้ 1 นาที 32.803 วินาที เร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 ในบรรดานักขับทั้ง 22 คนที่ลงทำการเทสต์ตลอด 3 วัน แต่นั่นอาจจะไม่ใช่ทั้งหมดที่ทีมแสดงออกมา

 

ข้อมูลระบุว่าเครื่องยนต์ของทีมซิลเวอร์แอร์โรว์ มีความได้เปรียบในทางตรงเหนือกว่าคู่แข่ง อย่างไรก็ตาม พวกเขายังเผชิญกับปัญหาด้านความทนทานของระบบกลไกอยู่บ้าง

 

ขณะที่ทีมอย่าง แมคลาเรน ก็ถูกคาดหมายว่าจะอยู่ในกลุ่ม “Big Four” แต่อาจจะยังไม่ใช่ทีมที่เร็วที่สุดในตอนนี้ เพราะพวกเขาเทสต์ทำความเร็วเป็นอันดับที่ 3 โดย ออสการ์ ปิอัสทรี ตั้งแต่วันที่ 2 โดยตามหลัง คิมี อยู่เพียง 0.058 วินาทีเท่านั้น

 

อย่างไรก็ตาม ทีมมะละกอพอใจกับความทนทานและการเก็บข้อมูลตามแผนที่วางไว้ โดย พวกเขายังมีแผนการอัปเกรดรถที่ชัดเจนตลอดฤดูกาล และคาดว่าสนามเมลเบิร์นซึ่งเป็นสนามแรกจะเข้าทางรถของพวกเขา

 

ถัดมาจะเป็นกลุ่มที่ทำผลงานได้กลางๆ มีข้อดีบ้าง มีข้อเสียบ้าง แต่ก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเกินหน่าเกินตาทีมอื่น แต่ก็ไม่ได้ย่ำแย่จนแผลใหญ่อะไร

 

และไม่น่าเชื่อว่า ในทีมกลุ่มนี้ จะมีชื่อของทั้ง ฮาส และ อัลพีน ที่อยู่ด้วย โดยเฉพาะทีมหลัง ที่ในสนามก่อนเรียกได้ว่าอนาคตไม่ค่อยสดใส แต่มาในสนามนี้ กลับทำผลงานได้อย่างน่าพอใจ

 

ทีมดังจากฝรั่งเศสมีสัญญาณที่ดีขึ้นอย่างมากหลังจากหยุดพัฒนาพรรครถปีที่แล้วเพื่อทุ่มทรัพยากรให้รถปี 2026 การใช้เครื่องยนต์เมอร์ซีเดส ช่วยให้พวกเขามีความเร็วทั้งในรอบเดียวและการวิ่งระยะยาวที่น่าประทับใจ

 

ต้องอย่าลืมว่า อัลพีน คือทีมบ๊วยของ F1 ในฤดูกาลที่ผ่านมา และพวกเขา คือหนึ่งในทีมที่มีทรัพยากรน้อยที่สุดในศึก F1 ด้วย

 

ถัดมาคือทีมฮาส ซึ่งมีช่วงพรีซีซันที่ราบรื่นที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยความทนทานของรถที่ยอดเยี่ยมและความเร็วในรอบเดียวที่โดดเด่น

 

พวกเขาทำสถิติ จำนวนรอบวิ่งได้มากเป็นอันดับ 3 ในการทดสอบสัปดาห์ที่สอง และเป็นทีมที่ใช้เครื่องยนต์ของเฟอร์รารี่ที่ทำระยะทางได้มากที่สุดด้วย ซึ่งนั่นทำน่าจะทำให้แฟนๆ ทีมจากอเมริกาทีมนี้พอใจได้

 

เรซซิงบูลล์ ถูกมองว่าเป็น “ม้ามืด” โดยเฉพาะการที่นักขับอย่าง อาร์วิด ลินด์บลาด ซึ่งสามารถลงวิ่งได้ถึง 165 รอบภายในวันเดียว ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของการทดสอบครั้งนี้

 

ถึงแม้จะไม่ได้มีเวลาที่ยอดเยี่ยม แต่ผลงานครั้งนี้ของทีมรองของเรดซิงบูลล์ ก็แสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องและทนทานในการออกแบบรถของพวกเขา

 

ขณะที่ แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน จากทีมอย่าง เรดบูลล์ เรซซิง แม้จะไม่ได้วิ่งมากเท่ากับ ลินด์บลาด แต่ก็สามารถทำเวลาเข้ามาเป็นอันดับที่ 5 ด้วยเวลา 1 นาที 33.109 วินาที ตามหลัง เลอแคลร์ อยู่ 1.117 วินาที ซึ่งก็ไม่ถือว่าไกลมากขนาดนั้น

 

อย่างไรก็ตาม ในการเทสต์ครั้งนี้ แม้ ไอแซ็ก ฮัดจาร์ จะพลาดการวิ่งในช่วงเช้าวันพุธ แต่โดยรวมทีมพบปัญหาเครื่องยนต์น้อยลงกว่าการทดสอบครั้งแรก และก็ถูกวางตำแหน่งให้เป็นหนึ่งในทีม Big Four เหมือนเดิม

 

ขณะที่ คาดิลแลค ก็นับเป็นทีมน้องใหม่ที่น่าประทับใจอีกครั้ง หลังจากทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนได้รับคำชมในสนามที่แล้วมากมายจากบรรดานักวิเคราะห์ มาในสนามนี้พวกเขาก็ยังคงทำได้น่าพอใจ

 

แม้จำนวนรอบในสัปดาห์ที่สองนี้ รอบวิ่งจะลดลงเหลือ 266 รอบ จาก 320 รอบในสัปดาห์แรก แต่ความเร็วของ วัลเตรี บอตตาส กับ เซร์คิโอ เปเรซ ก็แสดงให้เห็นว่าทีมไม่ได้รั้งท้าย

 

อันที่จริงแล้ว เวลาของทีมพวกเขาดีกว่าเกณฑ์ค่าเฉลี่ยของการทดสอบปีที่แล้วกว่า 2 วินาที ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่เหนือความคาดหมายสำหรับทีมที่เพิ่งได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมเมื่อปีที่แล้ว และอาจแซงหน้าทีมรุ่นพี่บางทีมได้ในการแข่งขันจริงด้วย

 

อีกทีมที่เรียกได้ว่าอยู่ในกลุ่มกลาง เพราะไม่มีอะไรโดดเด่น แต่ก็ไม่มีวิกฤต หรือความผิดพลาดใหญ่ๆ ได้แก่ทีมอย่าง อาวดี ที่เตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลแรกในฐานะทีมโรงงาน

 

พวกเขาแสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมจากการออกแบบที่ทำให้รถมีความทนทาน สามารถวื่งได้มากถึง 357 รอบ มากที่สุดเป็นอันดับ 7 ในบรรดาทีมต่างๆ และสลัดคราบทีมน่าผิดหวังที่บาร์เซโลนา ออกไปได้จนเกือบหมด

 

โดยทาง นิโก อูล์เคนแบร์ก ยืนยันว่า เขา รู้สึกว่าทีมได้ว่า “ก้าวหน้าไปอย่างมากจากบาร์เซโลนาจนถึงจุดที่เราอยู่ทุกวันนี้” แต่เสริมว่า “ยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมาก” ในอนาคต

 

ข้ามฝั่งมาดูกลุ่มท้ายแถวกันสักหน่อย โดยกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มทีมที่ต้องเจอกกับวิกฤตและความท้าทาย รวมถึงบางรายต้องเจอกับปัญหาที่คาดไม่ถึง

 

เริ่มกันที่ วิลเลียมส์ ที่เหมือนจะทำผลงานได้น่าประทับใจจากสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากแสดงออกถึงความทนทานจากการเก็บระยะวิ่งออกมาได้ ทำให้ในสัปดาห์นี้ แฟนๆ อยากจะเห็นพวกเขาแสดงออกถึงความเร็วกันบ้าง แต่นั่นกลับเป็นสิ่งที่น่าผิดหวัง

 

วิลเลียมส์ ลงมาทำการวิ่งแบบ Long Run แต่มันกลับถูกนิยามว่าเป็นอะไรที่ “น่าเบื่อและไร้แรงบันดาลใจ”

 

แม้ต่อมาพวกเขาจะพยายามทำความเร็วด้วยยางที่นิ่มกว่าคู่แข่ง แต่เวลาที่ได้ยังห่างไกลจากจุดที่ควรจะเป็น แม้จะคำนวณเรื่องปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปแล้วก็ตาม

 

นั่นหมายความว่า วิลเลียมส์ ยังมีโจทย์ใหญ่ ที่ต้องแก้ให้เสร็จอีกมาก ก่อนที่ฤดูกาลจะเปิดฉาก

 

และสำหรับตำแหน่งท้ายแถว ในการเทสต์สัปดาห์นี้ ก็ไม่ได้ต่างจากสัปดาห์ก่อนเลย เพราะท้ายแถวยังคงเป็น แอสตัน มาร์ติน ที่ต้องประสบกับปัญหามากมาย

 

พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากที่สุดเนื่องจากทำระยะทางได้น้อยที่สุด พวกเขาพบปัญหาด้านความทนทานอย่างหนัก โดยเฉพาะเครื่องยนต์ฮอนด้า และระบบแบตเตอรี่ ทำให้ แลนซ์ สโตลล์ วิ่งได้เพียง 6 รอบโดยไม่มีเวลาต่อรอบในวันสุดท้าย

 

ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ แอสตัน มาร์ติน ไม่มีโอกาสแก้ตัวในสนามทดสอบอีกแล้ว และต้องไปลุ้นกันต่อที่เมลเบิร์นเลย ซึ่งจากสถานการณ์ตอนนี้ รถ AMR26 ของพวกเขา เสี่ยงที่จะโดนคาดิลแลคกดดันตั้งแต่นัดเปิดสนามเลยก็ว่าได้

 

จากวันนี้ นับถอยหลังอีกเพียงแค่ไม่ถึง 2 สัปดาห์การแข่งขันสนามแรกของฤดูกาล 2026 จะจัดขึ้นที่ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 6-8 มีนาคมจะเปิดฉากขึ้น

 

ภาพของ ปรีซีซันเทสต์ อาจจะสะท้อนอะไรหลายๆ อย่างออกมาได้ก็จริง แต่ทุกอย่างจะตัดสินกันในอีก 14 วันข้างหน้า ซึ่งเป็นเวลาอีกไม่ถึง 2 สัปดาห์ ที่แฟนๆ น่าเริ่มจะนับถอยหลังกันแล้ว

 

อ้างอิง

The post สรุปหลังเทสรอบสุดท้าย F1 2026: ใครพร้อมสุดก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
SINGHA x TGR HAAS F1 TEAM เปิดตัวเป็นพาร์ทเนอร์ ลุยศึก F1 2026-2028 https://thestandard.co/singha-haas-f1-partnership-2026/ Sat, 21 Feb 2026 11:13:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1180624 ภาพคณะผู้บริหาร สิงห์ คอร์เปอเรชั่น และ TGR HAAS F1 TEAM พร้อมนักแข่ง F1 ร่วมแถลงข่าวความร่วมมือเป็นพาร์ทเนอร์ระยะยาว เตรียมลุยศึก F1 ปี 2026-2028

สิงห์ คอร์เปอเรชั่น เดินหน้าย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ไทยระดับโ […]

The post SINGHA x TGR HAAS F1 TEAM เปิดตัวเป็นพาร์ทเนอร์ ลุยศึก F1 2026-2028 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพคณะผู้บริหาร สิงห์ คอร์เปอเรชั่น และ TGR HAAS F1 TEAM พร้อมนักแข่ง F1 ร่วมแถลงข่าวความร่วมมือเป็นพาร์ทเนอร์ระยะยาว เตรียมลุยศึก F1 ปี 2026-2028

สิงห์ คอร์เปอเรชั่น เดินหน้าย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ไทยระดับโลกบนเวทีความเร็วสูงสุดของโลก ประกาศความร่วมมือกับ TGR HAAS F1 TEAM ต่อเนื่อง 3 ฤดูกาล เตรียมลุยศึกฟอร์มูลาวัน 2026 อย่างเป็นทางการ โดยมี อาโย โคมัตสึ Team Principal ของทีม พร้อมสองนักขับอย่าง Oliver Bearman และ Esteban Ocon บินตรงร่วมงานแถลงข่าวที่หอประชุมใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กรุงเทพฯ

 

โดย วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี เปิดเผยว่า ปี 2026 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของสิงห์ในวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก เพราะเป็นครั้งแรกที่แบรนด์ไทยมีบทบาทครบทั้ง F1, F2 และ F3 ในปีเดียว พร้อมเดินหน้าสนับสนุนนักขับไทย “เติ้น-ทัศนพล” (F2) และ “เจม-นันทวุฒิ” (F3) ควบคู่ไปกับการเป็น Official Beer Partner ของทีม F1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 17

 

ความร่วมมือครั้งนี้ โลโก้ “สิงห์” จะปรากฏบนรถแข่งรุ่นใหม่ VF-26 รวมถึงชุดแข่งและเครื่องแต่งกายของทีมตลอดฤดูกาล 2026 สานต่อเส้นทางบนเวที F1 ที่เคยร่วมงานกับทีมชั้นนำอย่าง Red Bull Racing, Ferrari, Alfa Romeo และ Sauber มาก่อนหน้านี้

 

ขณะเดียวกันการเดินทางมาไทยของทีมผู้บริหารและนักขับในครั้งนี้ ยังสะท้อนถึงความสำคัญของตลาดไทย โดยหลังงานเปิดตัว นักขับทั้งสองเตรียมถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาในประเทศไทยเพื่อเผยแพร่สู่สายตาแฟน F1 ทั่วโลก ตอกย้ำบทบาทของสิงห์ในฐานะผู้นำสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งระดับสากล

 

ภาพคณะผู้บริหาร สิงห์ คอร์เปอเรชั่น และ TGR HAAS F1 TEAM พร้อมนักแข่ง F1 ร่วมแถลงข่าวความร่วมมือเป็นพาร์ทเนอร์ระยะยาว เตรียมลุยศึก F1 ปี 2026-2028 1ภาพคณะผู้บริหาร สิงห์ คอร์เปอเรชั่น และ TGR HAAS F1 TEAM พร้อมนักแข่ง F1 ร่วมแถลงข่าวความร่วมมือเป็นพาร์ทเนอร์ระยะยาว เตรียมลุยศึก F1 ปี 2026-2028 2ภาพคณะผู้บริหาร สิงห์ คอร์เปอเรชั่น และ TGR HAAS F1 TEAM พร้อมนักแข่ง F1 ร่วมแถลงข่าวความร่วมมือเป็นพาร์ทเนอร์ระยะยาว เตรียมลุยศึก F1 ปี 2026-2028 3ภาพคณะผู้บริหาร สิงห์ คอร์เปอเรชั่น และ TGR HAAS F1 TEAM พร้อมนักแข่ง F1 ร่วมแถลงข่าวความร่วมมือเป็นพาร์ทเนอร์ระยะยาว เตรียมลุยศึก F1 ปี 2026-2028 4ภาพคณะผู้บริหาร สิงห์ คอร์เปอเรชั่น และ TGR HAAS F1 TEAM พร้อมนักแข่ง F1 ร่วมแถลงข่าวความร่วมมือเป็นพาร์ทเนอร์ระยะยาว เตรียมลุยศึก F1 ปี 2026-2028 5ภาพคณะผู้บริหาร สิงห์ คอร์เปอเรชั่น และ TGR HAAS F1 TEAM พร้อมนักแข่ง F1 ร่วมแถลงข่าวความร่วมมือเป็นพาร์ทเนอร์ระยะยาว เตรียมลุยศึก F1 ปี 2026-2028 6

The post SINGHA x TGR HAAS F1 TEAM เปิดตัวเป็นพาร์ทเนอร์ ลุยศึก F1 2026-2028 appeared first on THE STANDARD.

]]>
F1 2026 เปิดประสบการณ์ใหม่ ถ่ายทอดสดผ่านจอ Imax ทั่วสหรัฐฯ https://thestandard.co/f1-2026-imax-us-live/ Fri, 20 Feb 2026 06:15:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1180338 ภาพการแข่งขัน F1 ถ่ายทอดสดบนจอ Imax ขนาดยักษ์ แสดงถึงประสบการณ์รับชมที่สมจริงและยิ่งใหญ่

Formula 1 เตรียมยกระดับประสบการณ์การรับชมครั้งใหม่ เมื่ […]

The post F1 2026 เปิดประสบการณ์ใหม่ ถ่ายทอดสดผ่านจอ Imax ทั่วสหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพการแข่งขัน F1 ถ่ายทอดสดบนจอ Imax ขนาดยักษ์ แสดงถึงประสบการณ์รับชมที่สมจริงและยิ่งใหญ่

Formula 1 เตรียมยกระดับประสบการณ์การรับชมครั้งใหม่ เมื่อศึก F1 ฤดูกาล 2026 จะถูกถ่ายทอดสดผ่านโรงภาพยนตร์ Imax ในสหรัฐอเมริกา

 

นี่คือความร่วมมือระหว่าง Imax และ Apple TV ที่จะนำ 5 สนามไฮไลต์ของฤดูกาล ได้แก่ ไมอามี, โมนาโก, ซิลเวอร์สโตน, มอนซา และออสติน ถ่ายทอดสดสู่จอ Imax อย่างน้อย 50 แห่งทั่วประเทศ เปิดโอกาสให้แฟน F1 ได้สัมผัสบรรยากาศการแข่งขันบนจอยักษ์แบบสมจริงยิ่งขึ้น

 

โปรเจกต์นี้ถือเป็นการต่อยอดจากความสำเร็จของภาพยนตร์ F1: The Movie นำแสดงโดย แบรด พิตต์ ซึ่งถ่ายทำด้วยกล้องมาตรฐาน Imax และทำรายได้ทั่วโลกกว่า 654 ล้านดอลลาร์ โดยเกือบ 100 ล้านดอลลาร์มาจากรายได้ในโรง Imax เพียงอย่างเดียว

 

อ้างอิง:

The post F1 2026 เปิดประสบการณ์ใหม่ ถ่ายทอดสดผ่านจอ Imax ทั่วสหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรดบูลล์ เรซซิง, แมคลาเรน, แอสตัน มาร์ติน ทีมไหนปัง-ทีมไหนพัง หลัง F1 บาห์เรน-พรีซีซันเทสต์ 2026 https://thestandard.co/f1-bahrain-test-2026-teams/ Sun, 15 Feb 2026 07:33:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1178699 ภาพรวมการทดสอบพรีซีซัน F1 2026 ที่บาห์เรน พร้อมเปรียบเทียบฟอร์มทีม เรดบูลล์ แมคลาเรน และแอสตัน มาร์ติน

หลัง 3 วันในศึกพรีซีซันเทสต์ครั้งแรก ที่บาห์เรน อินเตอร […]

The post เรดบูลล์ เรซซิง, แมคลาเรน, แอสตัน มาร์ติน ทีมไหนปัง-ทีมไหนพัง หลัง F1 บาห์เรน-พรีซีซันเทสต์ 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรวมการทดสอบพรีซีซัน F1 2026 ที่บาห์เรน พร้อมเปรียบเทียบฟอร์มทีม เรดบูลล์ แมคลาเรน และแอสตัน มาร์ติน

หลัง 3 วันในศึกพรีซีซันเทสต์ครั้งแรก ที่บาห์เรน อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ในชาคีร์ ประเทศบาห์เรน ทำให้แฟนๆ ได้เห็นภาพรวมของฤดูกาล 2026 ที่กำลังจะเปิดฉากขึ้นอีกสักหน่อยหลังจากภาพแรกที่หลายคนได้เห็นก่อนหน้านี้ในศึกเชกดาวน์ที่ บาร์เซโลนา

 

สถานการณ์หลังจาก 3 วันที่ ชาคีร์ มีทั้ง ‘เหนือความคาดหมาย’, ‘สมความคาดหมาย’ และ ‘ไม่ถึงความคาดหมาย’ สำหรับแต่ละทีม

 

สำหรับสื่อหลายสำนักแล้ว สถานการณ์ในพิตเลนยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันและยังคงมองว่าไม่มีใครอยากยอมรับตำแหน่ง “ทีมเต็ง” ในตอนนี้

 

แต่หากจะต้องฟันธงแล้วล่ะก็ ต้องยอมรับว่า เรดบูลล์ เรซซิง มีข้อได้เปรียบและทำได้เหนือความคาดหมาย ทั้งที่ต้องใช้เพาเวอร์ยูนิตใหม่ที่ได้รับความร่วมมือกับฟอร์ด ในชื่อ ‘เรดบูลล์ ฟอร์ด เพาเวอร์เทรนส์’ หรือ ‘RBPT’

 

ยิ่งเมื่อการทดสอบรถในวันที่ 3 แต่ละทีมเน้นไปที่การเก็บจำนวนรอบที่สูงเพื่อทดสอบการปรับการตั้งค่ารถ รวมถึงเรียนรู้เกี่ยวกับหน่วยพลังงานและแชสซีใหม่ภายใต้กฎระเบียบปี 2026 ด้วยแล้ว

 

นั่นทำให้ทีมคู่แข่งอย่าง เมอร์ซีเดส และ เฟอร์รารี ต่างมองว่า เรดบูลล์ คือผู้นำที่แท้จริงในการทดสอบครั้งนี้ โดยเฉพาะในด้านเพาเวอร์ยูนิต ที่ดูเหมือนจะนำหน้าคู่แข่งอยู่ก้าวหนึ่ง หลังพวกเขาแสดงให้เห็นถึงความทนทานอย่างมาก โดยวิ่งไปได้ 120 รอบในวันสุดท้าย

 

ขณะที่ทาง ปิแอร์ วาเช ผู้อำนวยการเทคนิคของทีม เรดบูลล์ เรซซิง เปิดเผยว่าพอใจกับทิศทางการปรับตั้งค่ารถของทั้ง แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน และ ไอแซ็ค ฮัดจาร์ แต่ยังคงถ่อมตัวโดยระบุว่าทีมยังตามหลังทั้ง เมอร์ซีเดส, แมคลาเรน และ เฟอร์รารี อยู่ โดยเฉพาะในแง่ของความเร็วและความสมดุล

 

ขณะที่ทาง เมอร์ซีเดส ประมาณการว่า เรดบูลล์ จะเร็วขึ้นถึง 1 วินาทีบนทางตรง เนื่องจากการทำงานของระบบชาร์จไฟและการปล่อยพลังงานที่เหนือกว่า

 

แต่หากพูดถึงทีมที่ประสบความสำเร็จในแง่ของความเร็วแล้วล่ะก็ ดาวเงิน กับ ม้าลำพอง ถือว่าเป็นแถวหน้าของการทดสอบรถในครั้งนี้

 

เมอร์ซีเดส ครองตำแหน่งทำเวลาดีที่สุด ทั้งในอันดับ 1 และ 2 ของตารางเวลาที่ชาคีร์ โดย คิมี อันโตเนลลี ทำเวลามาเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 33.669 วินาที ในวันที่ 3 ของการทดสอบ

 

ส่วนจอร์จ รัสเซลล์ ก็ไม่น้อยหน้า ทำเวลาแตะ 1.33 นาทีได้เช่นกันในวันที่ 3 ที่ 1 นาที 33.918 วินาที นั่นหมายความว่า จอร์จ ตามหลัง คิมี เพียงแค่ 0.246 วินาทีเท่านั้น

 

และมีเพียงแค่ทีมซิลเวอร์แอร์โรว์ ทีมเดียวเท่านั้น ที่ทำเวลาแตะ 1.33 นาทีต่อรอบได้!

 

แต่ถึงอย่างนั้น ทีมเฟอร์รารี ก็ถือว่าไม่น่อยหน้า พวกเขาใช้รถ ‘Spec-A’ ในการทดสอบ โดย จอมเก๋าอย่าง เซอร์ลูอิส แฮมิลตัน ขับไปได้ถึง 150 รอบ ในการทดสอบรถวันสุดท้าย

 

แฮมิลตัน ทดสอบยาง Pirelli ตั้งแต่คอมพาวด์ C1 ถึง C3 และรู้สึกพอใจกับความคืบหน้าของรถ SF-26 แม้จะระบุว่ารถรุ่นนี้มีความซับซ้อนในการหาช่วงอุณหภูมิทำงานที่เหมาะสม โดยเฉพาะเรื่องยาง ก่อนหน้านี้ก็ตาม

 

แฮมิลตัน ทำเวลาได้ดีเป็นอันดับ 3 จากบรรดานักขับทั้งหมด ที่ 1 นาที 34.209 วินาที ส่วน ชาร์ลส์ เลอแคลร์ ก็ทำเวลามาเป็นที่ 4 ด้วยเวลาตามหลังมาติดๆ ที่ 1 นาที 34.273 วินาที ตามหลังท่านเซอร์แค่ 0.064 วินาทีเท่านั้น

 

โดย เลอแคลร์ เชื่อว่า แม้พวกเขาจะทำผลงานได้น่าประทับใจ แต่ทีมเมอร์ซีเดส ก็ยังไม่ได้แสดงความเร็วที่แท้จริงออกมา อย่างไรก็ตาม เฟอร์รารี ก็ได้รับคำชมเกี่ยวกับความแข็งแกร่งเป็นพิเศษในเรื่อง การออกตัว เนื่องจากเครื่องยนต์สามารถลดอาการ Turbo Lag ได้ดีกว่าทีมอื่น

 

แม้แต่ทาง อันเดรีย สเตลลา หัวหน้าทีมแมคลาเรน ทีมแชมป์โลกประเภททีมผู้ผลิต ก็ให้ยังให้ความเห็นว่า ในขณะนี้ เฟอร์รารี และ เมอร์ซีเดส คือทีมที่ดีที่สุด

 

ส่วนทีมที่ทำได้สมความคาดหมาย ก็คงหนีไม่พ้น 2 ทีมที่วิ่งทดสอบไปมากที่สุดที่ 422 รอบเท่ากันอย่าง แมคลาเรน กับ วิลเลียมส์

 

โดยทีมแชมป์โลก ทำผลงานได้น่าประทับใจในการทดสอบวันที่ 3 และทำให้นักขับของพวกเขาทั้ง 2 คน ทำเวลาตามหลัง เมอร์ซีเดส และ เฟอร์รารี เข้ามาในอันดับที่ 5 และ 6 ตามลำดับ

 

ขณะที่ วิลเลียมส์ หลังจากพลาดการวิ่งที่บาร์เซโลนาเนื่องจากปัญหาการผลิต พวกเขาก็สามารถกลับมาทำผลงานได้ดีในบาห์เรน

 

พวกเขาชดเชยเวลาที่เสียไปจากการอดวิ่งเชกดาวน์ ด้วยการทำระยะรวมมากที่สุดร่วมกับ แมคลาเรน ที่ 422 รอบ ซึ่งเทียบเท่ากับระยะทางการแข่งกรังด์ปรีซ์ ถึง 7 เรซครึ่ง

 

อย่างไรก็ตาม แม้จะวิ่งได้เยอะ แต่รถยังมีปัญหาเรื่องน้ำหนักเกิน และการควบคุมที่ค่อนข้างยาก นั่นเป็นสาเหตุทำให้พวกเขาทำเวลาได้ไม่ดีเท่าที่ควร โดย อเล็กซ์ อัลบอน ทำเวลาเป็นอันดับ 15 ที่ 1 นาที 36.793 วินาที ส่วน คาร์ลอส ไซนซ์ รั้งที่ 18 ด้วยเวลา 1 นาที 37.186 วินาที

 

แม้วิลเลียมส์ ยังมีจุดที่ต้องเร่งแก้ไข แต่อย่างน้อยพวกเขาก็นับว่าหมดห่วงเรื่องปัญหาความทนทาน และสามารถมุ่งเป้าหมายไปที่การทำเวลาให้ต่ำที่สุดก่อนการแข่งขันสนามแรกจะเริ่มต้นขึ้นได้แล้ว

 

อีกหนึ่งทีมที่สมความคาดหมาย คงต้องยกให้ คาดิลแลค ที่สร้างความประทับใจให้กับคนในพิตเลนด้วยการเตรียมตัวที่เป็นมืออาชีพ

 

แม้จะเริ่มต้นในศึก F1 จากศูนย์ แต่พวกเขาสามารถวิ่งได้ระยะทางรวมกว่า 1,700 กม. ซึ่งมากกว่าทีมเก่าแก่อย่าง อัลพีน, เมอร์ซีเดสและ แอสตัน มาร์ติน เสียอีก

 

แม้จะพบปัญหาบ้างเล็กน้อย เช่น ระบบคันเร่งในรถของ เซร์คิโอ เปเรซ และระบบหล่อเย็นในรถของ วัลต์เตรี บอตตาส ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติสำหรับทีมใหม่ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เกินกว่าจะแก้ไขได้ทันก่อนศึก F1 สนามแรก

 

มาถึงทีมที่น่าผิดหวัง จนหลายคนมองว่าอาจจะเป็น ‘วิกฤต’ เลยก็ว่าได้ นั่นคือแอสตัน มาร์ติน

 

แม้จะเป็นรถคันแรกของทีมที่ออกแบบโดย เอเดรียน นิวอี แต่ทีม แอสตัน มาร์ติน ยอมรับว่าพวกเขากำลัง ‘ตามหลังอย่างชัดเจน”’

 

นิวอี ออกมายอมรับว่าทีมเข้าทำการทดสอบในอุโมงค์ลมช้ากว่าคู่แข่งถึง 4 เดือน ทำให้มีเวลาเตรียมตัวน้อยมาก นั่นนำมาสู่สภาพที่ไม่พร้อมเท่าที่ควรในสนามทดสอบจริง

 

นอกจากนี้ตลอด 3 วันที่ทำการทดสอบที่ชาคีร์ พวกเขาทำระยะทางได้เพียง 202 รอบ ซึ่งน้อยที่สุดในบรรดาทุกทีม เนื่องจากพบปัญหาเล็กๆ น้อยๆ รบกวนตลอดการทดสอบ

ในวันสุดท้าย แลนซ์ สโตรลล์ ขับไปได้ 72 รอบ ซึ่งยังไม่ถึงครึ่งของจำนวนรอบที่ ออสการ์ ปิอัสทรี จากแมคลาเรน ทำได้ในวันเดียวกัน

 

ปัญหาของ แอสตัน มาร์ติน ไม่ใช่แค่เรื่องของการเริ่มต้นที่ช้ากว่าทุกทีมเท่านั้น แต่พวกเขายังต้องปรับตัวกับ เครื่องยนต์ใหม่จาก ฮอนดา, เชื่อเพลิงจาก อารัมโค รวมถึงการผลิตเกียร์และระบบช่วงล่างเองเป็นครั้งแรกด้วย

 

นี่จึงเป็นโจทย์ใหญ่มากเมื่อเทียบกับเวลาที่เหลืออีกแค่ราว 3-4 วัน ก่อนที่การทดสอบครั้งที่สองและครั้งสุดท้ายจะมีขึ้นที่สนามเดียวกันในบาห์เรน ระหว่างวันที่ 18-20 กุมภาพันธ์

 

โดยการทดสอบครั้งสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า แต่ละทีมจะเริ่มเน้นไปที่การรีดสมรรถนะ และการจำลองการแข่งจริง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสนามแรกที่ออสเตรเลีย

 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยเชื่อว่าอาจต้องรอจนถึงการแข่งขันผ่านไป 3-4 สนาม จึงจะเห็นภาพที่ชัดเจนว่าใครคือผู้นำที่แท้จริงในยุคกฎใหม่ของ F1 ที่ใกล้จะเปิดฉากเข้ามาทุกขณะ

 

อ้างอิง

The post เรดบูลล์ เรซซิง, แมคลาเรน, แอสตัน มาร์ติน ทีมไหนปัง-ทีมไหนพัง หลัง F1 บาห์เรน-พรีซีซันเทสต์ 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Kaiser มิชาเอล ชูมัคเกอร์ ตำนานจักรพรรดิแดงแห่ง F1 https://thestandard.co/michael-schumacher-f1-legend/ Sun, 15 Feb 2026 05:04:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1178616 มิชาเอล ชูมัคเกอร์ นักแข่งรถฟอร์มูลาวันระดับตำนาน ในชุดแข่งและหมวกกันน็อกของทีมเฟอร์รารี

ในปี 2020 ‘เอฟวัน’ ได้ทำการเปิดให้แฟนๆ ทั่วโลกโหวตในหัว […]

The post The Kaiser มิชาเอล ชูมัคเกอร์ ตำนานจักรพรรดิแดงแห่ง F1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
มิชาเอล ชูมัคเกอร์ นักแข่งรถฟอร์มูลาวันระดับตำนาน ในชุดแข่งและหมวกกันน็อกของทีมเฟอร์รารี

ในปี 2020 ‘เอฟวัน’ ได้ทำการเปิดให้แฟนๆ ทั่วโลกโหวตในหัวข้อ ‘ผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดในประวัติศาสตร์ของเอฟวัน’

 

ท่ามกลางชื่อของสุดยอดนักขับและบุคคลระดับตำนานมากมายถึง 32 คนที่ถูกคัดเลือกจากประวัติศาสต์การแข่งขันที่ยาวนานถึง 70 ปี โดยบรรดาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงในวงการ ปรากฏชื่อของ เอ็นโซ เฟอร์รารี, เซอร์ แฟรงค์ วิลเลียมส์, ไอร์ตัน เซนนา, นิกิ เลาดา, เอเดรียน นิวอี และเบอร์นี เอคเคิลสโตน และอีกมากมาย โดยวัดกันในการโหวตแบบทัวร์นาเมนต์ ผ่านเข้ามาเป็นรอบๆ

 

คนที่เป็นผู้ชนะในหัวข้อประวัติศาสตร์นี้คือ มิชาเอล ชูมัคเกอร์

 

ผู้สื่อข่าวผู้คร่ำหวอดในวงการอย่าง มาร์ค ฮิวจ์ส (คนละคนกับอดีตกองหน้าปีศาจแดงนะครับ!) วิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ทำให้ ’The Kaiser’ ตำนานแชมป์โลก 7 สมัยคนแรก (และยังไม่มีใครแซงไปได้) ชนะทุกคนไม่ได้อยู่แค่เพียงเรื่องของความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น

 

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่ ‘ชูมี’ ไม่เคยจำนนต่ออะไรทั้งนั้น

 

เขาจะเป็นผู้กำหนด ‘โชคชะตา’ ของตัวเองเสมอ

 

ชะตาระดับ ‘จักรพรรดิ์’ ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลกเอฟวัน

 

มิชาเอล ชูมัคเกอร์ นักแข่งรถฟอร์มูลาวันระดับตำนาน ในชุดแข่งและหมวกกันน็อกของทีมเฟอร์รารี 1

 

ความจริงอย่างแรกสำหรับคนที่คิดฝันอยากจะเป็นนักขับรถแข่งฟอร์มูลาวัน (F1) ที่ต้องถามตัวเองไม่ใช่แค่เรื่องของความรักหรือฝีไม้ลายมือในการขับขี่

 

แต่คือคำถามที่เจ็บและจุกว่าคุณมีเงินมากพอหรือเปล่าครับ?

 

เพราะการจะค่อยๆ ไต่เต้าในวงการนักแข่งจากระดับรถโกคาร์ตไปสู่ระดับอาชีพไล่ไปจาก F3, F2 และ F1 นั้นล้วนแต่ใช้เงินทุนมหาศาล และบนโลกใบนี้มีเพียงคนแค่ ‘หลักสิบ’ เท่านั้นที่จะสามารถไปสู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่นี้ได้

 

ดังนั้นถ้าครอบครัวไม่ได้มีเงินมากพอ การเป็นนักแข่งรถไม่ใช่สิ่งที่คุณจะฝันถึงได้

 

แต่มันก็ไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป เพราะบนโลกใบนี้ยังมีนักแข่งที่ไม่ได้เกิดในครอบครัวที่มั่งมีอะไร หากแต่เป็นครอบครัวของชนใช้แรงงาน (Working class) จริงๆ อย่าง มิชาเอล ชูมัคเกอร์อยู่ด้วย

 

ครอบครัวชูมัคเกอร์ ซึ่งบ้านอยู่ในเมืองเฮิร์ธ (Hurth) ประเทศเยอรมนีตะวันตก พ่อของเขาเคยเป็นช่างก่ออิฐก่อนที่จะมาเปิดสนามรถแข่งเล็กๆ ขณะที่แม่ของเขาเปิดโรงอาหารอยู่ ถ้าถามว่าพออยู่พอกินไหมก็เรียกว่าไม่ได้ลำบาก แต่ก็ไม่ได้ถึงกับพร้อมที่จะลงทุนกับอนาคตและความฝันของลูกชาย

 

เพียงแต่จากจุดเริ่มต้นที่พ่อซึ่งเก่งเรื่องการช่างลองดัดแปลงเอาเครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซค์เล็กๆ ติดเข้ากับรถถีบสี่ล้อคันเก่งของเขาที่ปกติจะถีบเล่นแถวบ้าน การขี่ครั้งแรกมันอาจจะไม่น่าประทับใจนักเพราะชูมีน้อยไปชนเข้ากับเสาไฟเต็มๆ! แต่มันก็เป็นเหมือนกริดสตาร์ทสำหรับความมหัศจรรย์ครั้งใหม่

 

มิชาเอลค่อยๆ เรียนรู้ทักษะการขับขี่อย่างรวดเร็ว และเริ่มลงแข่งขันก่อนจะคว้าแชมป์แรกในวัย 6 ขวบและเก่งขึ้นเรื่อยๆ จนคิดที่จะเข้าวงการนักแข่งอย่างจริงจัง แต่ปัญหาคือครอบครัวส่งเสียทางนี้ต่อไปไม่ไหวแล้วเพราะค่าใช้จ่ายในการแข่งขันสูงขึ้นเกินความสามารถ

 

โชคดีที่มีนักธุรกิจท้องถิ่นมองเห็นความสามารถและหยิบยื่นมือมาช่วยเหลือ ให้ทุนได้ก้าวเดินต่อไปในเส้นทางนี้

 

ปัญหาต่อมาในประเทศเยอรมนีตะวันตกเวลานั้นกฎหมายระบุว่าคนจะสอบใบขับขี่ได้ต้องอายุครบ 14 ปีก่อนเท่านั้น ซึ่งชูมีไม่อยากรอ

 

สิ่งที่เขาทำคือการไปสอบใบขับขี่ที่ลักเซมเบิร์ก ซึ่งอนุญาตให้ทำได้ตั้งแต่อายุ 12 ปีแทน (แต่ก็กลับมาสอบใบขับขี่ในเยอรมนีอีกรอบ) ก่อนจะสร้างชื่อเสียงในวงการด้วยการกวาดแชมป์ในระดับประเทศและทวีปยุโรปได้สำเร็จในปี 1987

 

มิชาเอล ชูมัคเกอร์ นักแข่งรถฟอร์มูลาวันระดับตำนาน ในชุดแข่งและหมวกกันน็อกของทีมเฟอร์รารี 2

 

ระหว่างนั้นชูมัคเกอร์ลาออกจากโรงเรียนเพื่อมาทำงานเป็นช่างซ่อมรถฝึกหัดไปด้วย ในระหว่างที่อดทนรอโอกาสที่จะได้เข้าสู่การเป็นนักแข่งอาชีพอย่างเต็มตัว ซึ่งก็ไม่ได้นานเกินรอเขาได้โอกาสจริงๆ และมาฉายแสงในปี 1990 ด้วยการคว้าแชมป์ระดับฟอร์มูลา 3 (F3)

 

รางวัลของผู้ชนะเล็กๆ ในวันนั้นคือการได้เซ็นสัญญาเข้าทีม Mercedes ซึ่งถึงแม้สัญญานั้นจะเริ่มจากการเป็นในฐานะนักขับรถสปอร์ตของทีมก่อนก็จริง แต่ในปีถัดมาโลกก็ได้เห็นการแจ้งเกิดที่สุดแสนพิเศษจากนักขับดาวรุ่งคนนี้

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าในระดับตำนานเลยครับ!

 

ในเดือนสิงหาคมปี 1991 ซึ่งเป็นช่วงกลางฤดูกาล ทีมรถแข่ง Jordan จำเป็นต้องหานักขับเพื่อมาทำหน้าที่แทน แบร์ทรองด์ การ์โชต์ ที่มีปัญหาในเรื่องคดีความกับคนขับรถแท็กซี่ในลอนดอนในรายการแข่งเบลเยียม กรังด์ปรีซ์ ที่สนามสปา ในเวลานั้นหัวหน้าทีม เอ็ดดี จอร์แดน มองตัวเลือกแรกไว้ที่ สเตฟาน โยฮันส์สัน ที่เหมาะสมที่สุด

 

แต่การเจรจาเป็นไปอย่างยากลำบากเพราะโยฮันส์สัน เรียกร้องค่าตอบแทน ทำให้ต้องมองหาตัวเลือกใหม่และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ชื่อของไอ้หนู มิชาเอล ชูมัคเกอร์ ถูกหยิบยกขึ้นมาด้วย แม้ว่าจะไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนและเป็นแค่นักขับในระดับรองของทีม Mercedes

 

จอร์แดน ติดต่อไปยังวิลลี เวเบอร์ หัวหน้าทีม ‘ศรเงิน’ (Silver Arrows) เพื่อสอบถามว่าจะขอซื้อตัวเด็กคนนี้มาร่วมทีมได้ไหม? แต่ก็อยากเช็กข้อมูลอีกสักหน่อยด้วยว่าชูมัคเกอร์มีประสบการณ์และความพร้อมแค่ไหน

 

“เด็กคนนี้เคยขับที่สปามาบ้างหรือเปล่า?”

 

ถ้าตอบตามเป็นจริงชูมีก็คงไม่ได้โอกาสนั้น (และ Mercedes ก็อาจจะอดรายได้ไปด้วย) ด้วยไหวพริบแกมโกงนิดหน่อยเวเบอร์ตอบไปว่า “เขาน่าจะขับมาเป็น 100 ครั้งแล้ว”

 

แต่ความจริงคือชูมัคเกอร์ไม่เคยลงสนามที่นี่มาก่อนเลย และเขาก็ไม่เคยขับรถระดับเอฟวันมาก่อนด้วย แต่เมื่อทุกฝ่ายหลวมตัวกันไปแล้วก็ต้องเดินหน้าต่อไป และชูมีก็ไม่กลัวที่จะเป็นคนขีดเส้นทางของโชคชะตาด้วยตัวเอง

 

ถึงจะไม่เคยขับรถแข่งที่ทรงพลังที่สุดมาก่อนแต่เขาควบคุมมันได้ดีเกินความคาดหมาย

 

และถึงจะไม่เคยขับที่สปาเลย แถมรุ่นพี่ในทีมที่ได้รับคำร้องขอให้พาเขานั่งรถสำรวจเส้นทางเพื่อทำความคุ้นเคยและความเข้าใจกับสนามก็ไม่ได้ทำตามคำขอด้วย แต่สิ่งที่ชูมีทำคือการปั่นจักรยานสองล้อแบบพับ (ล้อเล็กๆ) จากที่ทำการของ Mercedes ที่ถึงจะตั้งอยู่ไม่ไกลจากสนามในเบลเยียม แต่การจะปั่นด้วยสองล้อพับนั้นไกลและกินแรงอย่างมาก

 

แต่เขาก็ทำได้และได้ลองขี่สำรวจเส้นทางจนครบและพอใจ

 

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือการแจ้งเกิดอย่างร้อนแรง ชูมัคเกอร์เข้าที่ 7 ในรอบควอลิฟาย และมีลุ้นจะขึ้นโพเดียมด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายต้องยอมถอนตัวจากการแข่งขันเสียก่อนเพราะรถคลัตช์เสียทั้งๆ ที่เหลือแค่อีกนิดเดียวจะถึงเส้นชัย

 

สุดท้ายถึงจะต้องถอนตัวจากการแข่งแต่ฟอร์มการขับขี่ของเขาคือจุดเริ่มต้นของตำนาน ‘จักรพรรดิ์’ ผู้ยิ่งใหญ่ของเอฟวัน

 

ที่เวลานั้นใครหลายคนอาจจะยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกำลังจะกำเนิดขึ้น

 

(ก็เลยอยากปูพื้นให้สักหน่อยสำหรับคนที่อาจจะไม่ทันเรื่องราวของชูมี)

 

มิชาเอล ชูมัคเกอร์ นักแข่งรถฟอร์มูลาวันระดับตำนาน ในชุดแข่งและหมวกกันน็อกของทีมเฟอร์รารี 3

 

ชูมัคเกอร์ไม่ได้กลับไปแข่งให้กับทีม Jordan อีกครับ เพราะหลังจากสนามสปา เขาถูก Benetton กระชากตัวไปร่วมทีมแทน

 

แชมป์สนามแรกของเขามาในปี 1992 ซึ่งยังคงเป็นที่สนามสปา ซึ่งกลายเป็นสนามแห่งความทรงจำของเขา

 

ก่อนที่ชูมัคเกอร์จะก้าวทะยานขึ้นมาเป็นนักแข่งระดับหัวแถวของวงการอย่างรวดเร็ว และขึ้นเป็นแชมป์โลกสมัยแรกในปี 1994

 

เพียงแต่แชมป์โลกหนนั้นถูกมองว่ามี ‘มลทิน’ เพราะนอกจาก Benetton จะถูกตั้งข้อสงสัยในเรื่องของการทำผิดกฎ และที่สำคัญคือในสนามตัดสินแชมป์ที่แอเดอเลด ออสเตรเลีย ชูมัคเกอร์ถูกมองว่า ‘จงใจ’ ในการขับชนคู่แข่งโดยตรงอย่าง เดมอน ฮิลล์

 

อย่างไรก็ตาม ในปีถัดมา ชูมัคเกอร์พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งด้วยการคว้าแชมป์โลกฤดูกาล 1995 แบบสง่างาม

 

ก่อนที่เขาจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ด้วยการตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม Scuderia Ferrari ทีมระดับตำนานที่เหลือแต่ชื่อในเวลานั้น เพราะตกต่ำมาอย่างยาวนาน ทีมอยู่ในสภาพย่ำแย่ และไม่เคยได้แชมป์โลกอีกเลยนับจาก โจดี เชคเตอร์ คว้าแชมป์ได้ในปี 1979

 

พูดง่ายๆ คืออยู่กับแชมป์โลกดีๆ เปลี่ยนไปอยู่กับทีมฟอร์มไม่ดีแทนเสียอย่างนั้น!

 

แต่ในเบื้องหลังแล้ว แรงจูงใจ (นอกจากรายได้) คือคำมั่นสัญญาของ Ferrari ที่พร้อมจะสนับสนุนชูมัคเกอร์ทุกอย่างที่ร้องขอ สร้างทีมโดยมีเขาเป็นจุดศูนย์กลาง ซึ่งสำหรับนักขับชาวเยอรมันในเวลานั้นเป็นคำมั่นและความท้าทายที่น่าดึงดูดใจอย่างมาก

 

ฤดูกาล 1996 ชูมัคเกอร์ไม่สามารถป้องกันแชมป์โลกของเขาได้ก็จริงครับ แต่เขาคว้าแชมป์ได้ถึง 3 สนาม ทั้งๆที่รถ F310 ของ Ferrari ในเวลานั้นห่างไกลจากความเป็นม้าลำพองมาก ออกไปในทางม้านอนหาวมากกว่า แต่ชูมีสามารถขับ ‘รถกระป๋อง’ แบบนั้นเข้าเส้นชัยได้ถึง 3 สนาม

 

ในความเห็นของคนในวงการมองว่า 3 แชมป์ในฤดูกาลนั้นมาจากพรสวรรค์ของเขาล้วนๆ และเป็นความสำเร็จที่มหัศจรรย์ยิ่งกว่าการคว้าแชมป์โลกอีก 5 สมัยในเวลาต่อมาด้วยซ้ำ

 

แต่ถึงอย่างนั้นชูมัคเกอร์และ Ferrari ต้องใช้เวลาพอสมควรในการก่อร่างสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่ทั้งหมด จนเมื่อทุกอย่างพร้อมก็ไม่มีอะไรหยุดพวกเขาได้อีก

 

ตั้งแต่ฤดูกาล 2000-2004 ชูมัคเกอร์ควบม้าลำพองทะยานคว้าแชมป์โลกติดต่อกัน 5 สมัย ทำลายสถิติแชมป์โลกสูงสุดตลอดกาลที่ยืนยาวมากว่า 50 ปีของ ฮวน มานูเอล ฟานจิโอ ลงได้อย่างราบคาบ และทุบเกือบทุกสถิติของวงการในเวลานั้น

 

‘The Red Baron’ คือสมญาของแชมป์โลก 5 สมัยกับทีมเฟอร์รารี และรวมแชมป์โลกทั้งหมด 7 สมัยซึ่งยังยืนยงจนถึงปัจจุบัน มีเพียงลูอิส แฮมิลตัน คนเดียวเท่านั้นที่ขึ้นมาทาบชั้นได้

 

มิชาเอล ชูมัคเกอร์ นักแข่งรถฟอร์มูลาวันระดับตำนาน ในชุดแข่งและหมวกกันน็อกของทีมเฟอร์รารี 4

 

ใต้ความสำเร็จของชูมัคเกอร์ สิ่งที่ทำให้เขาเป็นดังจักรพรรดิ์ของวงการมีหลายเหตุผลซ่อนอยู่ด้วยกัน

 

อย่างแรกนี่คือนักขับที่ไม่เคยย่อท้อต่ออะไรเลย ไม่ว่าจะมีอุปสรรคอะไรก็พร้อมเผชิญหน้าทุกอย่าง ซึ่งจะเห็นได้จากช่วงก่อนจะได้เข้ามาเป็นนักแข่งรถอาชีพ ไปจนถึงวันที่ตัดสินใจขอย้ายไปอยู่กับ Ferrari

 

ชูมียังเป็นนักขับที่ได้รับการยกย่องในเรื่องของความเป็นมืออาชีพ การเตรียมความพร้อมทุกอย่างต้องอยู่ในระดับสูงสุดไม่ว่าจะทางร่างกาย (Physical) และจิตใจ (Mental) ที่เป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่างระหว่างเขากับคนอื่น

 

โดยเฉพาะในเวลาที่อยู่ในสนามแข่ง ที่นอกจากจะขับได้เนี้ยบสุดๆ ขับได้เก่งทุกสภาพสนาม โดยเฉพาะสนามเปียกวันฝนตก ถ้าเขาอยากเอาชนะใคร คนนั้นก็ยากที่จะรอดไปได้ เพราะชูมีจะใช้จิตวิทยาทำให้เห็นว่า ไม่มีวันที่คู่แข่งจะเอาชนะเขาได้ เป็น Winning mentality ที่หลายคนรู้จักในเวลานี้นั่นเอง

 

นอกจากนี้ เขายังเป็นคนที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ให้ความเห็นกับทีมงานในการปรับจูนรถแข่งให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งมีส่วนช่วยได้มาก

 

ชูมีอาจจะไม่ได้เป็นนักแข่งที่เป็นที่รักยิ่งของทุกคนด้วยบุคลิกและตัวตนที่ก็มีคนไม่ถูกใจบ้าง แต่ในอีกด้านสิ่งที่เขาเป็นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เขาคือหนึ่งในผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการ และเป็นหนึ่งในสุดยอดนักกีฬาของโลก

 

การประสบอุบัติเหตุในการเล่นสกีจนอาการสาหัสในปี 2013 ของเขาจึงเป็นเรื่องที่น่าเศร้าและน่าเสียดายที่สุดเรื่องหนึ่ง

 

เพราะหลังจากวันนั้นแม้เขาจะรอดชีวิตมาได้ แต่ก็ไม่มีใครเคยได้เห็นชูมีปรากฏตัวอีกเลย

 

ทั้งๆ ที่วันนี้โลกของเอฟวันกำลังทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง แต่คนที่แหลมคมที่สุดคนหนึ่งของโลกต้องพักรักษาตัวกับครอบครัวอย่างเงียบๆ

 

แต่ความเงียบสงบก็อาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วสำหรับชูมีและครอบครัวในวันนี้

 

ด้วยหวังว่าสักวัน เมื่อเขาพร้อม เราจะได้กลับมาพบกันอีกครั้งครับ

The post The Kaiser มิชาเอล ชูมัคเกอร์ ตำนานจักรพรรดิแดงแห่ง F1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชีวิต / รัก / นักกีฬา (5) Alex & Lily สาวดอกไม้ กับ นายนักซิ่ง https://thestandard.co/alex-albon-lily-muni-he-love/ Sat, 14 Feb 2026 02:12:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1178380 อเล็กซ์ อัลบอน และ ลิลี มูนี เหอ สองนักกีฬาชื่อดังกับเรื่องราวความรักของพวกเขา

“ผมคิดว่าเราต่างติดกับอีกคนแล้วในตอนนี้”   ภาพคู่จ […]

The post ชีวิต / รัก / นักกีฬา (5) Alex & Lily สาวดอกไม้ กับ นายนักซิ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อเล็กซ์ อัลบอน และ ลิลี มูนี เหอ สองนักกีฬาชื่อดังกับเรื่องราวความรักของพวกเขา

“ผมคิดว่าเราต่างติดกับอีกคนแล้วในตอนนี้”

 

ภาพคู่จากกล้องโพลารอยด์ไม่ได้คมชัดมากสักเท่าไรนัก แต่ไม่น่าแปลกใจที่เรามองเห็นความรักของคนทั้งสอง – อเล็กซ์ซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์ และ ‘ลิลี’ มูนี เหอ – ได้อย่างชัดเจน

 

และเท่านั้นเองที่มวลของความรักก็อบอวลไปทั้งโซเชียลมีเดีย คำอวยพรของผู้คนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนนักกีฬา หรือแฟนกีฬาของทั้งคู่นับจำนวนไม่หวาดไม่ไหวที่ส่งตรงหาพวกเขาด้วยยินดีต่อความรักครั้งนี้ที่สุขและสมหวัง

 

อาจมีบ้างที่ไม่ได้รู้จักหรือติดตามที่มองว่าข่าวความรักครั้งนี้มันเป็นเพียงแสงวูบวาบหวามไหว เป็นความรักแบบต้องขอมีคอนเทนต์ตามประสาของยุคสมัยใหม่ที่ต้องดูใช้ความพยายามมากเป็นพิเศษหรือเปล่า

 

คำตอบคือเปล่า

 

นี่ไม่ใช่ความรักที่ฉาบฉวย และไม่ใช่ความรักที่ปั้นแต่ง

 

ทุกอย่างสำหรับอเล็กซ์และลิลีคือเรื่องจริง ที่เรียบง่ายงดงามกำลังดี ในแบบของ ชีวิต / รัก / นักกีฬา

 

ที่เริ่มต้นจากการส่ง DM ของ…

 

อเล็กซ์ อัลบอน และ ลิลี มูนี เหอ สองนักกีฬาชื่อดังกับเรื่องราวความรักของพวกเขา 1

 

บิดเข็มนาฬิกาย้อนเวลากลับไปในปี 2019

 

เวลานั้น อเล็กซ์ อัลบอน ยังไม่ได้เป็นนักขับรถแข่งซูเปอร์สตาร์เหมือนในปัจจุบัน เช่นกันกับ มูนี เหอ ที่ยังเป็นแค่ดาวดวงใหม่ที่น่าจับตามองในวงการกอล์ฟ

 

ยังเป็น ‘มือใหม่’ ในโลกของกีฬาทั้งคู่

 

เพียงแต่ด้วยความแตกต่างของกีฬาแล้วทั้งสองมาพบกันได้อย่างไรกันนะ?

 

คำตอบแรกคือ ‘Drive to Survive’

 

ซีรีส์ดังของ Netflix เรื่องนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของทั้งสองได้อย่างเหลือเชื่อ เมื่อ มูนี อยู่ในช่วงฟอร์มการเล่นย่ำแย่และมีปัญหาในเรื่องของสภาพจิตใจค่อนข้างมาก ทำให้หลายคนเป็นกังวลกับสภาพของเธอ

 

ว่าแล้วด้วยความเป็นห่วงเพื่อนของเธอจึงแนะนำให้ลองไปดู ‘Drive to Survive’ เผื่อว่าจะสามารถช่วยสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับเธอได้

 

“เพื่อนของฉันพยายามโน้มน้าวให้ฉันลองดูสารคดี Drive to Survive บน Netflix พวกเขาบอกว่าฉันน่าจะชอบ มันจะช่วยให้ได้มองเห็นมุมมองอื่นๆ ของเกมกีฬาที่อยู่ใต้สถานการณ์กดดันมหาศาลเหมือนกัน”

 

เธอดูจบทั้งซีซันภายในวันเดียว แต่สิ่งที่เธอได้จากการดูกลับไม่ได้มีแค่เรื่องของแรงบันดาลใจ เพราะมันทำให้เธอได้เห็นนักขับคนหนึ่งเข้า ที่แม้จะยังไม่เป็นดาวดังอะไร แต่มันมีบางอย่างที่ทำให้เธอจดจำเขาได้ – อย่างน้อยก็ในฐานะนักกีฬาคนหนึ่ง

 

“โดยธรรมชาติแล้วฉันเป็นคนที่ชอบศึกษาดูกีฬาชนิดอื่นอยู่แล้ว ฉันเลยเริ่มตามเขา (อัลบอน) แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากกว่านั้น”

 

อเล็กซ์ อัลบอน และ ลิลี มูนี เหอ สองนักกีฬาชื่อดังกับเรื่องราวความรักของพวกเขา 2

 

ความน่ารักในเรื่องนี้คือคำตอบของมูนี กับอเล็กซ์ไม่ตรงกันทั้งหมดในจุดเริ่มต้น!

 

ในเส้นเรื่องเวอร์ชั่นของอเล็กซ์ เขาเคยให้สัมภาษณ์ถึงจุดเริ่มต้นของการปลูกต้นรักว่า “เรื่องมันกลายเป็นว่าเธอดู Drive to Survive แต่ผมยังไม่ได้อยู่ในซีรีส์ในเวลานั้น (อ้าว!)”

 

“เธอเข้าวงการกีฬานี้ในช่วงเวลาเดียวกับผมกำลังเริ่มสนใจในการตีกอล์ฟ ผมเริ่มเข้ากอล์ฟคลับครั้งแรกน่าจะปี 2019 ซึ่งมันน่าจะพอบอกได้แหละว่าความสนใจของเราสองคนทาบผ่านกันพอดี”

 

แต่ที่แน่ๆ ถ้าถามว่า ‘ใครเริ่มก่อน’ คำตอบน่าจะตรงกัน

 

“เขาส่งข้อความมาหาฉันก่อน” สาวลิลีบอก

 

“การพูดคุยมันเป็นไปอย่างไหลลื่น แต่เราก็เป็นแค่เพื่อนกันนานพอสมควร” เธออธิบายเพิ่มเติม ซึ่งก็ตรงกันที่อเล็กซ์บอกว่าทั้งสองได้พบกันผ่านโซเชียลมีเดีย เขาก็สนใจในสิ่งที่เธอทำและเธอก็สนใจในสิ่งที่เขาทำเหมือนกัน

 

จากการส่งข้อความก็ไปสู่การโทรหากัน

 

และก็ได้พบกันในที่สุดที่ลอสแองเจอลีส – ในสัปดาห์ที่อเล็กซ์มีแข่งที่เท็กซัสพอดี – ซึ่งกิจกรรมแรกๆ ที่ทั้งสองทำด้วยกันก็คือการตีกอล์ฟ

 

ที่แท่นทีออฟหลุมแรกในวันนั้น คือการเริ่มต้น ‘กีฬารัก’ ของทั้งสอง

 

สิ่งที่น่ารักสำหรับทั้งคู่คือการที่เธอและเขาไม่เคยเอาเรื่องของชื่อเสียง เกียรติยศ ความสำเร็จเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความรัก

 

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทั้งสองพบกันในวันที่ยังไม่ได้เป็น Someone ของโลกใบนี้

 

เธอและเขาพอใจที่จะเป็นแค่ ‘The One You Love’ ของกันและกัน

 

ดังนั้นต่อให้เติบโตบนเส้นทาง มีชื่อเสียง มีแฟนๆ มีเงินมีทองเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน มันก็ไม่สำคัญเท่ากับการที่ทั้งสองมีกันและกันอยู่เสมอ และเป็นเช่นนี้มาโดยตลอดโดยที่ไม่เคยหวั่นไหวและไหวหวั่นไปกับอุปสรรคนานา

 

โดยเฉพาะเรื่องของเวลาและระยะทาง

 

สำหรับบางคู่อยู่ใกล้กันแค่ปลายมือสัมผัสก็เหมือนไกลราวกับดาวคนละดวง

 

สำหรับคู่นี้จะไกลแค่ไหนทั้งสองอยู่ใกล้กันเสมอด้วยความรู้สึกและความเข้าใจ

 

มันมีช่วงเวลาที่ไม่ว่าเธอหรือเขาต่างเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ไม่ว่าจะยากหรือลำบากแค่ไหนจะมีอีกคนหนึ่งที่จับมืออีกคนไว้และเดินไปด้วยกันเสมอ

 

นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะความรักไม่ใช่กีฬาประเภทบุคคล แต่เป็นกีฬาประเภทคู่ที่ต้องทำงานกันเป็นทีม

 

“เราต่างเป็นนักกีฬาหมือนกันซึ่งมันดีมากอยู่แล้ว แต่เหนืออื่นใดคือเราต่างเข้าใจกันและกันและมีกันเสมอ เราเริ่มต้นจากการเป็นมือใหม่และเราผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมากด้วยกัน”

 

ปัญหาเดียวสำหรับมูนีคือเธอต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าที่จะเก็ตกับ ‘มุกตลกแบบผู้ดี’ ของคนรัก

 

“เขาเป็นคนที่ตลกมาก แต่ตอนแรกๆ ที่พบกัน มุกตลกแบบอังกฤษของเขามันแปลกๆ หน่อย ฉันต้องใช้เวลาสักพักนึงกว่าจะตามทัน”

 

อเล็กซ์ อัลบอน และ ลิลี มูนี เหอ สองนักกีฬาชื่อดังกับเรื่องราวความรักของพวกเขา 3

 

เวลาผ่านไป ความรักก็งอกเงยและงดงาม

 

เมื่อมีเวลาทั้งสองพร้อมที่จะเดินทางไปเพื่อเป็น ‘กองเชียร์หมายเลข 1’ ให้กันและกันในวันที่ฝ่ายนึงต้องลงแข่งและอีกฝ่ายว่าางพอดี

 

ดังนั้นเราจะได้เห็นภาพของอเล็กซ์ไปเป็นกำลังใจให้กับแม่สาวดอกไม้ของเขาในรายการกอล์ฟใหญ่ๆ เสมอ และในทางตรงกันข้ามลิลีก็มาอยู่ข้างแทร็กในวันที่คนรักต้องลงสนาม

 

ภาพที่ปรากฏทางสื่อ เป็นเรื่องง่ายที่ใครจะมองว่าเป็น ‘รักโปรโมต’

 

หรือมันอาจจะชวนให้รู้สึกว่า ‘คลั่งรัก’ กันเกินไปหรือเปล่า

 

แต่อย่างที่บอกว่าสำหรับทั้งสองแล้ว ภาพที่ปรากฏต่อสื่อไม่ใช่สิ่งที่เขาและเธอจะมาใส่ใจ ใครจะสนใจอะไรก็เรื่องของเขาไป เพราะคนที่ต้องใส่ใจกันจริงๆคือคนที่อยู่ข้างๆ เท่านั้น

 

และหลักการของความรักสำหรับทั้งสองหนักแน่นเช่นนั้นมาเสมอ

 

จนมาถึงวันที่ทั้งสองจะตัดสินใจจะใช้ชีวิตด้วยกันที่เหลือนับจากนี้ในฐานะ ‘คู่ชีวิต’ เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา

 

เอาเข้าจริงเล่ามานี่ เรื่องราวของทั้งสองไม่ได้ดูมีอะไรยากหรือสลับซับซ้อนอะไร

 

ก็แค่หนุ่มสาวสองคนที่ตกหลุมรักซึ่งกันและกัน ไม่ได้มีเรื่องราวอะไรหวือหวา ไม่มีจุดพลิกผัน ไม่มีดราม่าเหมือนในการแข่งขันกีฬาทั่วไป

 

แต่สำหรับกีฬาของความรัก คนที่มีรักหรือเคยมีรักจะรู้

 

การมีกันและกัน อยู่ในโลกของกันและกันได้อย่างพอดี มีระยะห่างที่เหมาะสม ที่สำคัญคือไม่หวั่นไหว นั้นยากยิ่งกว่าอะไรแล้ว

 

กว่า 6 ปีที่ทั้งอเล็กซ์และลิลีพิสูจน์ตัวเองผ่านการลงแข่งขันต่อเนื่อง ทำให้เห็นว่าเธอและเขาเข้ากันได้ดีและคู่ควรแก่การได้เหรียญรางวัลของชีวิตมากแค่ไหน

 

ได้เป็นอีกครึ่งของหัวใจให้กันและกัน

 

ความรักที่เหมือนความฝันเลยว่าไหม

The post ชีวิต / รัก / นักกีฬา (5) Alex & Lily สาวดอกไม้ กับ นายนักซิ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจม นันทวุฒิ ทำผลงานโดดเด่น ประเดิมทดสอบ F3 วันสุดท้าย ก่อนเปิดฤดูกาล https://thestandard.co/jem-nanthawut-f3-test-debut/ Fri, 13 Feb 2026 09:23:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1178272 เจม นันทวุฒิ นักขับชาวไทยกับรถแข่ง F3 ระหว่างการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาลที่สนามคาตาลุนญา เซอร์กิต ประเทศสเปน

เจม-นันทวุฒิ ภิรมย์ภักดี นักขับดาวรุ่งชาวไทยจากทีม DAMS […]

The post เจม นันทวุฒิ ทำผลงานโดดเด่น ประเดิมทดสอบ F3 วันสุดท้าย ก่อนเปิดฤดูกาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจม นันทวุฒิ นักขับชาวไทยกับรถแข่ง F3 ระหว่างการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาลที่สนามคาตาลุนญา เซอร์กิต ประเทศสเปน

เจม-นันทวุฒิ ภิรมย์ภักดี นักขับดาวรุ่งชาวไทยจากทีม DAMS Lucas Oil โชว์พัฒนาการต่อเนื่องในโปรแกรมทดสอบก่อนเปิดฤดูกาลศึก FIA Formula 3 Championship 2026 ที่สนามคาตาลุนญา เซอร์กิต ประเทศสเปน หลังทำเวลาต่อรอบดีที่สุดของตัวเองในวันสุดท้าย ไล่หลังผู้นำเพียง 0.813 วินาที

 

การทดสอบระหว่างวันที่ 10-12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นันทวุฒิลงขับรวม 213 รอบ (995 กิโลเมตร) เพื่อปรับจูนรถและทำความเข้าใจกับรถแข่ง F3 รุ่นใหม่ โดยวันแรกทำเวลา 1 นาที 29.519 วินาที ก่อนพัฒนาขึ้นในวันที่สองที่ 1 นาที 28.385 วินาที และในวันสุดท้ายกดเวลาเหลือ 1 นาที 28.343 วินาที ซึ่งเป็นเวลาที่ดีที่สุดของเจ้าตัว พร้อมจำลองสถานการณ์รอบควอลิฟายภายใต้การใช้ยางชุดเดิม

 

โดย นันทวุฒิ กล่าวหลังจบการทดสอบว่า ทีมพบเซตอัพที่ลงตัวและเข้าใจพฤติกรรมของยางมากขึ้น แม้ยังมีรายละเอียดที่ต้องพัฒนา แต่การลดช่องว่างจากกลุ่มผู้นำเหลือไม่ถึง 1 วินาที ถือเป็นสัญญาณบวกก่อนเปิดสนามแรก

 

สำหรับโปรแกรมถัดไป นันทวุฒิเตรียมลงแข่งขันสนามเปิดฤดูกาล FIA Formula 3 Championship 2026 ซึ่งเป็นซัพพอร์ตเรซของศึก Formula 1 ที่สนามอัลเบิร์ต พาร์ค เซอร์กิต นครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 6-8 มีนาคมนี้

The post เจม นันทวุฒิ ทำผลงานโดดเด่น ประเดิมทดสอบ F3 วันสุดท้าย ก่อนเปิดฤดูกาล appeared first on THE STANDARD.

]]>