สำนักข่าว CNN รายงานถึงศักยภาพทางการทหารที่ยังหลงเหลืออ […]
The post ข่าวกรองสหรัฐฯ ชี้อาวุธอิหร่านยังเหลือเพียบ สงครามอาจไม่จบใน 2-3 สัปดาห์ สวนทางทำเนียบขาว appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำนักข่าว CNN รายงานถึงศักยภาพทางการทหารที่ยังหลงเหลืออยู่ของอิหร่าน โดยอ้างถึงการประเมินของหน่วยข่าวกรองสหรัฐอเมริกาว่า อิหร่านยังคงมีเครื่องยิงขีปนาวุธที่ใช้งานได้ประมาณครึ่งหนึ่ง (50%) และมีโดรนโจมตีแบบพลีชีพเหลืออยู่อีกหลายพันลำ นอกจากนี้ ขีปนาวุธร่อนป้องกันชายฝั่งส่วนใหญ่ยังคงไม่ถูกทำลาย ซึ่งถือเป็นอาวุธสำคัญที่อิหร่านสามารถใช้คุกคามการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซได้
แม้กองทัพเรือหลักของอิหร่านจะถูกทำลายไปมากแล้ว แต่กองกำลังทางเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ยังคงเหลือศักยภาพประมาณครึ่งหนึ่ง ซึ่งครอบคลุมถึงเรือขนาดเล็กและเรือไร้คนขับบนผิวน้ำอีกหลายร้อยถึงหลายพันลำ
การที่อิหร่านซ่อนเครื่องยิงขีปนาวุธไว้ในเครือข่ายอุโมงค์และถ้ำใต้ดิน รวมถึงความสำเร็จในการใช้ฐานยิงแบบเคลื่อนที่ ทำให้การติดตามและทำลายเป้าหมายเป็นไปได้อย่างยากลำบาก ทางอิสราเอลประเมินตัวเลขเครื่องยิงขีปนาวุธที่พร้อมใช้งานไว้ที่ประมาณ 20-25% เนื่องจากไม่ได้นับรวมเครื่องยิงที่ถูกฝังหรือซ่อนอยู่ใต้ดิน ในปัจจุบัน สหรัฐฯ และอิสราเอลจึงต้องพยายามมุ่งเป้าโจมตีไปที่ทางเข้าอุโมงค์และอุปกรณ์เครื่องจักรหนักที่ใช้ในการขุดเจาะเข้าถึงพื้นที่เหล่านั้น
นอกจากนี้ยังมี ‘ความขัดแย้งกัน’ ของข้อมูลระหว่างหน่วยข่าวกรองและรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างมากระหว่างการประเมินของหน่วยข่าวกรองกับท่าทีสาธารณะของรัฐบาลสหรัฐฯ โดยโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี และเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวแถลงว่า ขีดความสามารถของอิหร่าน ‘ถูกทำลายย่อยยับ’ พร้อมระบุว่า จำนวนการยิงถล่มจากอิหร่านลดลงถึง 90% และโรงงานผลิตอาวุธ 2 ใน 3 ถูกทำลาย
ทรัมป์ยังประเมินด้วยว่า จะสามารถยุติปฏิบัติการได้ภายใน 2-3 สัปดาห์ ซึ่งแหล่งข่าวจากหน่วยข่าวกรองระบุว่า เป็นเป้าหมายที่ ‘ไม่สมจริงและเป็นไปไม่ได้’ เมื่อพิจารณาจากสรรพาวุธที่อิหร่านยังคงเหลืออยู่บนกระดาน
ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านไปแล้วกว่า 12,300 แห่ง สามารถทำลายเรือรบของอิหร่านไปแล้วกว่า 155 ลำ และประสบความสำเร็จในการสังหารผู้นำระดับสูงของอิหร่าน เช่น อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดคนก่อน และ อาลี ลาริจานี หัวหน้าสภาความมั่นคงแห่งชาติ รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคน อย่างไรก็ตาม อิหร่านก็ยังสามารถยืนระยะในการทำสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอล มาได้ถึง 5 สัปดาห์ในขณะนี้
แฟ้มภาพ: West Asia News Agency Handout via Reuters
อ้างอิง:
The post ข่าวกรองสหรัฐฯ ชี้อาวุธอิหร่านยังเหลือเพียบ สงครามอาจไม่จบใน 2-3 สัปดาห์ สวนทางทำเนียบขาว appeared first on THE STANDARD.
]]>
กรณีที่อิหร่านยิงขีปนาวุธพิสัยไกล 2 ลูก ไปยังฐานสนับสนุ […]
The post อะไรคือศักยภาพที่แท้จริงของขีปนาวุธอิหร่าน หลังโจมตีฐานทัพดีเอโก การ์เซีย ไกล 4,000 กม. โจมตีถึงสหรัฐฯ หรือไม่? appeared first on THE STANDARD.
]]>
กรณีที่อิหร่านยิงขีปนาวุธพิสัยไกล 2 ลูก ไปยังฐานสนับสนุนทางทะเลดิเอโก การ์เซีย (Naval Support Facility Diego Garcia) ซึ่งเป็นฐานทัพร่วมระหว่างกองทัพสหรัฐฯ และกองทัพสหราชอาณาจักร ที่ตั้งอยู่บนเกาะปะการังดิเอโก การ์เซีย (Diego Garcia) ในมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากชายฝั่งอิหร่านเป็นระยะทางเกือบ 4,000 กิโลเมตร เมื่อวันศุกร์ (20 มีนาคม) ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดคำถามสำคัญ เกี่ยวกับ ‘ศักยภาพที่แท้จริง’ ของขีปนาวุธที่อิหร่านมี เนื่องจากก่อนหน้านี้อิหร่านจำกัดระยะทำการของโครงการขีปนาวุธไว้เพียง 2,000 กิโลเมตร
จากรายงานโดยแหล่งข่าวทางการของสหราชอาณาจักร พบว่าขีปนาวุธทั้ง 2 ลูก ของอิหร่าน โจมตีไม่โดนเป้าหมายบนเกาะดิเอโก การ์เซีย โดยลูกหนึ่งล้มเหลวระหว่างการบิน อีกลูกหนึ่งมีรายงานว่าถูกสกัดกั้นไว้ได้ แต่ถึงแม้จะไม่เกิดความเสียหาย เหตุการณ์นี้ก็ยังมีความสำคัญอย่างยิ่ง
นักวิเคราะห์ด้านการทหารบางคนตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมา สหรัฐฯ และนานาชาติอาจประเมินศักยภาพด้านขีปนาวุธของอิหร่านต่ำเกินไป
บางคนชี้ว่า การยิงขีปนาวุธดังกล่าว เป็นการแสดงแสนยานุภาพที่แท้จริงของกองทัพอิหร่าน ซึ่งแม้จะยังไม่แน่ชัดว่า สามารถเป็น ‘จุดเปลี่ยนสำคัญ’ ในสงครามครั้งนี้ได้หรือไม่ แต่ที่ชัดเจนคืออิหร่านกำลังส่งข้อความไปยังศัตรูอย่างสหรัฐฯ และอิสราเอลรวมถึงพันธมิตรว่า “ตนยังมีไพ่ในมือที่จะเล่นได้” แม้สงครามจะดำเนินมานานกว่า 3 สัปดาห์แล้วก็ตาม
พลตรี แรน โกชาฟ (Ran Kochav) อดีตผู้บัญชาการป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพอิสราเอล วิเคราะห์ว่า มีความเป็นไปได้ที่ขีปนาวุธที่อิหร่านใช้โจมตีไปยังเกาะดิเอโก การ์เซีย จะเป็นขีปนาวุธรุ่น R-27 สมัยสหภาพโซเวียตที่ได้รับการดัดแปลง
โดยขีปนาวุธ R-27 นั้น สหภาพโซเวียตใช้ยิงจากเรือดำน้ำเป็นหลัก และอาจมีขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ แต่อิหร่านอาจดัดแปลงให้ยิงจากฐานบนบกได้
เอเตียน มาร์คูซ (Etienne Marcuz) นักวิจัยจากมูลนิธิวิจัยยุทธศาสตร์แห่งฝรั่งเศส โพสต์ในโซเชียลมีเดียว่า “การยิงขีปนาวุธครั้งนี้ เป็นพัฒนาการที่น่าจับตามอง”
ในการประเมินก่อนหน้านี้ คาดว่าขีปนาวุธพิสัยกลาง (Medium-Range Ballistic Missile : MRBM) ของอิหร่านมีพิสัยทำการประมาณ 3,000 กิโลเมตร
ศูนย์วิจัย CSIS ประเมินว่า ขีปนาวุธพิสัยกลาง 2 รุ่นของอิหร่าน คือคอร์รัมชาห์ร (Khorramshahr) และ เซจจิล (Sejjil) มีพิสัยทำการ 2,000 กิโลเมตร โดยขีปนาวุธคอร์รัมชาห์ร-4 นั้นยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา
มาร์คูซกล่าวว่า การที่สามารถยิงขีปนาวุธโจมตีไปถึงเกาะดิเอโก การ์เซีย ที่อยู่ห่างไกลได้นั้น อาจเป็นเพราะหัวรบของขีปนาวุธคอร์รัมชาห์ร-4 ที่มีน้ำหนักเบา
“ยิ่งน้ำหนักบรรทุกเบาเท่าไหร่ ขีปนาวุธก็ยิ่งเดินทางได้ไกลขึ้นเท่านั้น” เขากล่าว
อาลี วาเอซ (Ali Vaez) จากกลุ่มวิเคราะห์วิกฤตการณ์ระหว่างประเทศ (International Crisis Group) เห็นด้วยกับมุมมองนี้ โดยชี้ว่า “อิหร่านสามารถเพิ่มพิสัยทำการของขีปนาวุธบางชนิดได้ โดยขึ้นอยู่กับน้ำหนักของหัวรบ”
ขณะที่ทอม ชาร์ป (Tom Sharpe) จาก RUSI (Royal United Services Institute) สถาบันคลังสมองด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคงที่เก่าแก่ที่สุดในโลกของอังกฤษ เชื่อว่า “อิหร่านนั้นมีขีปนาวุธที่มีพิสัยทำการไกลเช่นนี้มาโดยตลอด” แม้จะไม่เคยมีการยอมรับอย่างเป็นทางการก็ตาม
เขากล่าวว่า การยิงขีปนาวุธครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า “กองทัพอิหร่านยังคงสามารถ เคลื่อนย้ายแท่นยิงขีปนาวุธเคลื่อนที่ไปมายังจุดต่างๆ ได้โดยไม่ถูกตรวจจับ”
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งให้ความเห็นว่า จรวด ‘ซิมอร์ก (Simorgh)’ ซึ่งเป็นจรวดส่งดาวเทียมแบบสองขั้นตอนแบบใช้แล้วทิ้งของอิหร่าน อาจเป็นคำตอบสำคัญในการขยายพิสัยการโจมตีของขีปนาวุธอิหร่าน
จัสติน บรองก์ (Justin Bronk) นักวิจัยอาวุโสของ RUSI เชื่อว่าจรวดซิมอร์ก อาจให้พิสัยทำการของขีปนาวุธอิหร่านไปได้ไกลกว่าเดิม โดยอาจแลกมาด้วย ‘ความแม่นยำที่ลดลง’
ด้านพลตรีโกชาฟ ให้ความเห็นในทางเดียวกัน ว่าการปล่อยขีปนาวุธของอิหร่านไปยังเป้าหมายที่อยู่ห่างไปเกือบ 4,000 กิโลเมตร น่าจะเกี่ยวข้องกับการใช้จรวดส่งดาวเทียมแบบสองขั้นตอนของอิหร่าน
เขาตั้งข้อสังเกตว่า อิหร่านได้พัฒนาเทคโนโลยีการปล่อยแบบสองขั้นตอนมาหลายปีแล้ว เพื่อพยายามส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศ
โดยทั้งอิสราเอลและสหรัฐฯ ต่างเตือนว่า การทดสอบดาวเทียมของอิหร่านอาจมีองค์ประกอบที่ใช้ได้ 2 ทาง นำไปสู่การพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ทั้งแบบธรรมดาและแบบบรรจุหัวรบนิวเคลียร์ แม้ว่าอิหร่านจะปฏิเสธความเป็นไปได้ดังกล่าวมาตลอด แต่การโจมตีฐานทัพดิเอโก การ์เซีย ในทางหนึ่งอาจเป็นการเปิดเผยโครงการลับที่อิหร่านดำเนินการมาหลายปีเพื่อจุดประสงค์ดังกล่าวโดยเฉพาะ
ที่ผ่านมา ประเทศในยุโรปพยายามอย่างเต็มที่ที่จะไม่เข้าไปพัวพันกับสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน แม้ว่ากำลังพิจารณาว่าจะช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซหรือไม่ แต่ก็ยืนยันว่า การจะทำเช่นนั้นได้ก็ต่อเมื่อมีการตกลงหยุดยิง และควรได้รับอำนาจจากองค์การสหประชาชาติด้วย
อย่างไรก็ตาม การที่ขีปนาวุธอิหร่าน สามารถโจมตีเป้าหมายได้ไกลเกือบ 4,000 กิโลเมตร ส่งผลให้สหภาพยุโรป (EU) ต้องหันมาให้ความสนใจอย่างกะทันหัน เนื่องจากขอบเขตการโจมตีของอิหร่าน จะขยายครอบคลุมเมืองหลวงทั่วยุโรป รวมทั้ง เบอร์ลิน ปารีส โรม และลอนดอน
“นี่เป็นมิติใหม่ของสงครามอิหร่านสำหรับเรา พูดตามตรง ระบบป้องกันภัยทางอากาศของเราตอนนี้ค่อนข้างอ่อนแอ” เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ EU คนหนึ่งให้สัมภาษณ์กับ Radio Free Europe
โดยนับตั้งแต่เกิดสงครามยูเครนในปี 2022 ชาติยุโรปได้ส่งความช่วยเหลือทางทหารให้แก่รัฐบาลเคียฟไปแล้วกว่า 70 พันล้านยูโร พร้อมทั้งสนับสนุนระบบป้องกันภัยทางอากาศให้แก่ยูเครน
แต่ในกลุ่มประเทศยุโรปเอง ยังคงมีช่องว่างด้านการป้องกันภัยทางอากาศอยู่มาก หากต้องเผชิญกับสถานการณ์โจมตีจริง และแม้ว่าบางชาติจะมีเทคโนโลยีคุณภาพสูง เช่น ระบบขีปนาวุธ Patriots, SAMP/T และ IRIS-T แต่กระทรวงกลาโหมของหลายชาติยุโรป ก็ยอมรับอย่างเปิดเผยว่า ยัง ‘ขาดแคลน’ ขีปนาวุธสกัดกั้นอยู่มาก
ปัจจุบัน ยุโรปยังคงพึ่งพาสหรัฐฯ อย่างมากในเรื่องการป้องกันการโจมตีจากระยะไกล ซึ่งนี่คือจุดที่อาจทำให้ยุโรปกลายเป็นเป้าโจมตีจากอิหร่านด้วยเช่นกัน
สำหรับสิ่งที่หลายฝ่ายสงสัย คือ จากศักยภาพขีปนาวุธของอิหร่าน มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่อิหร่านจะโจมตีไปไกลถึงแผ่นดินสหรัฐฯ
โดยในการโจมตีสหรัฐฯ ได้นั้น อิหร่านจำเป็นต้องขยายพิสัยทำการของขีปนาวุธให้ได้ไกลถึง 10,000 กิโลเมตร
หนทางที่อาจเป็นไปได้ คือหากอิหร่านสามารถพัฒนาการใช้จรวดส่งดาวเทียมแบบสองขั้นตอน ในการปล่อยขีปนาวุธขึ้นสู่อวกาศได้อย่างเชี่ยวชาญ โดยจรวดจะบรรทุกขีปนาวุธทะลุชั้นบรรยากาศขึ้นไปในวงโคจรนอกชั้นบรรยากาศ ก่อนที่จะกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้การขยายพิสัยทำการของขีปนาวุธอิหร่าน ไปเป็นขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ไม่ใช่เรื่องยาก ประกอบกับเมื่อเทคโนโลยีหลายขั้นตอนได้รับการพัฒนาแล้ว
ก่อนหน้านี้ หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ เคยเผยแพร่รายงานผลการประเมินภัยคุกคามทั่วโลกในปี 2024 เตือนว่า การพัฒนาจรวดส่งดาวเทียมของอิหร่านนั้น “จะทำให้อิหร่านใช้ระยะเวลาในการพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีปสั้นลง”
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์หลายคน มองว่าประเด็นสำคัญสำหรับอิหร่าน ไม่ได้อยู่ที่การโจมตีให้โดนเป้าหมายที่อยู่ไกลออกไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกำลังเป็นการส่งสัญญาณ ที่แสดงให้เห็นว่า อิหร่านสามารถโจมตีได้ในระยะไกล และเป็นความพยายามฟื้นฟูภาพลักษณ์ในศักยภาพของกองทัพ ที่สั่นคลอนอย่างหนักจากการถูกโจมตีโดยอิสราเอลและสหรัฐฯ
“นี่คือการแสดงแสนยานุภาพ เป็นสัญญาณทางการเมืองที่แสดงให้เห็นว่าอิหร่านยังคงมีขีดความสามารถ ‘ลับ’ อยู่อย่างน้อยก็ต่อสาธารณชน แต่ความสำคัญทางทหารที่แท้จริงนั้นมีจำกัด” มาร์คุซกล่าว
วาเอซ ชี้ว่าการโจมตีระยะไกลของอิหร่าน “ไม่ใช่แค่เรื่องของประโยชน์ในสนามรบ แต่เป็นเรื่องของการส่งสารเชิงกลยุทธ์ เป็นการส่งสัญญาณไปยังสหรัฐฯ และอิสราเอลว่า การประเมินความมุ่งมั่นและศักยภาพของอิหร่านผิดพลาด อาจเป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรง”
แดนนี่ ซิทริโนวิช นักวิเคราะห์ชาวอิสราเอลจากสถาบันเพื่อการศึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ (INSS) มองว่า การยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพดิเอโก การ์เซีย ยังสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างอำนาจของอิหร่าน ภายหลังการลอบสังหารผู้นำระดับสูงหลายคน
เขาเรียกความเคลื่อนไหวนี้ว่า “ผลลัพธ์โดยตรง จากการเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจในเตหะราน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำนาจที่เพิ่มขึ้นของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และผลพวงจากการสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดในวันแรกของสงคราม”
“แม้ว่าคาเมเนอีจะมีอุดมการณ์ต่อต้านตะวันตกอย่างรุนแรง แต่เขาก็ใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการใช้ศักยภาพของอิหร่าน ซึ่งความยับยั้งชั่งใจนั้นไม่ได้รับการรับประกันอีกต่อไปแล้วในตอนนี้” ซิทริโนวิช กล่าว
อ้างอิง:
The post อะไรคือศักยภาพที่แท้จริงของขีปนาวุธอิหร่าน หลังโจมตีฐานทัพดีเอโก การ์เซีย ไกล 4,000 กม. โจมตีถึงสหรัฐฯ หรือไม่? appeared first on THE STANDARD.
]]>
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน T […]
The post ทรัมป์เผย กำลังพิจารณาลดระดับปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน หลังใกล้บรรลุ 5 เป้าหมาย appeared first on THE STANDARD.
]]>
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ระบุว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาที่จะลดระดับปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน หลังใกล้บรรลุ 5 เป้าหมายสำคัญ ได้แก่
1.ลดขีดความสามารถด้านขีปนาวุธ
2.ทำลายฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
3.กำจัดกองทัพเรือ กองทัพอากาศ และอาวุธต่อต้านอากาศยานของอิหร่าน
4.ไม่ยอมให้อิหร่านเข้าใกล้ขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ และอยู่ในสถานะที่สหรัฐฯ สามารถตอบโต้สถานการณ์ดังกล่าวได้อย่างรวดเร็วและทรงพลัง หากเกิดขึ้น
5.ปกป้องพันธมิตรในตะวันออกกลางในระดับสูงสุด รวมถึงอิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน คูเวต และประเทศอื่น ๆ
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว ยืนยันว่าสหรัฐฯ ได้โจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วง และเมื่อถูกถามว่าอิสราเอลจะพร้อมยุติสงครามในอิหร่านเมื่อสหรัฐฯ พร้อมหรือไม่ ทรัมป์กล่าวว่า “ผมคิดว่าอย่างนั้น”
เขายืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลนั้นดีมาก โดยต้องการสิ่งต่างๆ ที่คล้ายกัน และทั้งสองประเทศ ‘ต้องการชัยชนะ’
ส่วนความเป็นไปได้ที่จะมีการทำข้อตกลงหยุดยิงหรือไม่นั้น ทรัมป์กล่าวว่า เขา “ไม่ต้องการหยุดยิง”
“คุณไม่สามารถหยุดยิงได้เมื่อคุณกำลังทำลายล้างอีกฝ่ายอย่างแท้จริง”
ส่วนกรณีของช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์ ชี้ว่าจะต้องได้รับการดูแลและควบคุมโดยประเทศต่างๆ ที่ใช้ช่องแคบ ซึ่งหากได้รับการร้องขอ สหรัฐฯ ก็พร้อมจะช่วยเหลือประเทศเหล่านี้ในการดูแลช่องแคบฮอร์มุซ
“ช่องแคบฮอร์มุซจะต้องได้รับการดูแลและควบคุมตามความจำเป็นโดยประเทศอื่น ๆ ที่ใช้ช่องแคบนี้ สหรัฐอเมริกาไม่ได้ใช้! หากได้รับการร้องขอ เราจะช่วยเหลือประเทศเหล่านี้ในความพยายามเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ แต่ไม่น่าจะจำเป็นอีกต่อไปเมื่อภัยคุกคามจากอิหร่านหมดไปแล้ว”
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ยังได้โพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์พันธมิตร NATO ที่ขาดการสนับสนุนสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ในขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดอยู่ และความขัดแย้งยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง
“ประเทศนาโตเป็นพวกขี้ขลาด และเราจะจดจำไว้!” เขากล่าว และชี้ว่าประเทศ NATO ไม่ต้องการเข้าร่วมการสู้รบกับอิหร่าน แต่ยังคงบ่นเรื่องราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
สำหรับผลกระทบจากสงครามที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูง ล่าสุดทาง
ด้านกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อน้ำมันอิหร่านที่ถูกบรรทุกขึ้นเรือก่อนเวลา 00.01 น. วานนี้ (20 มีนาคม)
ภายใต้คำสั่งดังกล่าว อนุมัติให้นานาชาติสามารถซื้อน้ำมันอิหร่านบางส่วนเหล่านี้ได้ และยกเว้นผู้ซื้อจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยับยั้งราคาน้ำมันที่พุ่งสูง
สำหรับสถานการณ์สู้รบล่าสุด มีรายงานจาก Wall Street Journal อ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ หลายคนว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธพิสัยกลาง 2 ลูกใส่ฐานทัพดิเอโกการ์เซีย (Diego Garcia) ซึ่งเป็นฐานทัพร่วมสหรัฐฯ-สหราชอาณาจักรในมหาสมุทรอินเดีย ที่อยู่ห่างจากอิหร่านประมาณ 4,000 กิโลเมตร แต่ไม่โดนเป้าหมาย
โดยขีปนาวุธ 1 ลูก ล้มเหลวระหว่างการบิน ขณะที่เรือรบสหรัฐฯ ยิงขีปนาวุธสกัดกั้นใส่ขีปนาวุธอีกลูกหนึ่ง แม้ว่าจะยังไม่สามารถระบุได้ว่าการสกัดกั้นนั้นประสบความสำเร็จหรือไม่ และไม่มีรายงานแน่ชัดว่า อิหร่านทำการยิงขีปนาวุธโจมตีใส่ฐานทัพดังกล่าวในช่วงไหน
ทั้งนี้ การโจมตีดังกล่าว ถือเป็นการใช้งานขีปนาวุธพิสัยกลาง (IRBM) ครั้งแรกของอิหร่าน และเป็นการพยายามขยายขอบเขตปฏิบัติการสู้รบให้ไกลกว่าตะวันออกกลางและคุกคามผลประโยชน์ของสหรัฐฯ
นอกจากนี้ ยังเป็นการบ่งชี้ว่าขีปนาวุธของอิหร่านมีพิสัยทำการไกลกว่าที่รัฐบาลเตหะรานเคยยอมรับไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งอับบาส อะรอกชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า อิหร่านจงใจจำกัดพิสัยทำการของขีปนาวุธของตนเองไว้ที่ระยะ 2,000 กิโลเมตร
ภาพ : REUTERS/Kevin Lamarque
อ้างอิง:
The post ทรัมป์เผย กำลังพิจารณาลดระดับปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน หลังใกล้บรรลุ 5 เป้าหมาย appeared first on THE STANDARD.
]]>
สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ส่อแววลุกลามไ […]
The post อิหร่านเดือด กล่าวหาอิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซสำคัญ ก่อนยิงขีปนาวุธตอบโต้ใส่แหล่งผลิตน้ำมัน-ก๊าซประเทศอ่าว appeared first on THE STANDARD.
]]>
สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ส่อแววลุกลามไปสู่สงครามพลังงาน หลังจากที่วานนี้ (18 มีนาคม) เกิดเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติเซาท์พาร์ส (South Pars) ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่อิหร่านและกาตาร์แบ่งใช้ร่วมกัน รวมถึงมีการโจมตีโรงงานผลิตก๊าซธรรมชาติบนชายฝั่งเมืองอัสซาลูเยห์ ในจังหวัดบูเชห์ร ของอิหร่านด้วย
โดยอิหร่านกล่าวหาอิสราเอล ว่าเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีดังกล่าว และประกาศจะตอบโต้อย่างรุนแรง พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมายโจมตีแหล่งอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซในประเทศอ่าวเปอร์เซีย ก่อนจะดำเนินการโจมตีทั้งในกาตาร์ ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
โดยที่กาตาร์ มีรายงานการยิงขีปนาวุธโจมตีนิคมอุตสาหกรรมราสลาฟฟาน (Ras Laffan) แหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ผลิตก๊าซ LNG ได้ประมาณ 20% ของปริมาณการผลิตทั่วโลก ซึ่งผลการโจมตีก่อให้เกิดไฟไหม้อย่างรุนแรง โดยบริษัทน้ำมัน QatarEnergy รายงานว่าเกิดความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่ล่าสุดทางการสามารถควบคุมเพลิงส่วนใหญ่ได้แล้ว
ที่ซาอุดีอาระเบีย มีรายงานการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันอย่างน้อย 2 แห่ง ในกรุงริยาด โดยทางการซาอุฯ สามารถสกัดและทำลายขีปนาวุธได้ 4 ลูก และนอกจากนี้ยังพบความพยายามโจมตีด้วยโดรนใส่โรงงานก๊าซทางตะวันออกของประเทศ
ส่วนที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก็มีรายงานการสกัดกั้นขีปนาวุธที่พยายามโจมตีโรงงานก๊าซฮับชาน (Habshan) และแหล่งน้ำมันบาบ (Bab) จนทำให้ต้องระงับการดำเนินการในโรงงานชั่วคราว
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ ประณามอิสราเอลสำหรับการโจมตีโรงงานก๊าซในเซาท์พาร์ส ว่าเป็นการกระทำที่ ‘อันตรายและไร้ความรับผิดชอบ’ และประณามอิหร่านสำหรับการตอบโต้ที่ “ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง” ก่อนจะสั่งขับนักการทูตอาวุโสของอิหร่าน 2 คนออกจากประเทศ
ขณะที่เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน อัล ซาอุด รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย เตือนว่า อิหร่านต้อง “ทบทวนการตัดสินใจที่ผิดพลาด” และเน้นย้ำว่าการโจมตีตอบโต้เช่นนี้ จะไม่นำมาซึ่งผลประโยชน์ใดๆ แก่เตหะราน ซึ่งซาอุฯ สงวนสิทธิ์ที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านหากจำเป็น
ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประณามการกระทำของอิหร่านว่าเป็น “การโจมตีของผู้ก่อการร้าย” ซึ่งถือเป็น “การยกระดับความรุนแรงที่อันตรายและการละเมิดหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ”
ทางด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) เตือนว่ากองทัพอิหร่านจะทำลายอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซของประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย หากแหล่งอุตสาหกรรมพลังงานของตนถูกโจมตีอีกครั้ง
แถลงการณ์ของ IRGC ที่เผยแพร่โดยสื่ออิหร่านระบุว่า “เราขอเตือนท่านอีกครั้งว่าท่านได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่ในการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของสาธารณรัฐอิสลาม ซึ่งเรากำลังดำเนินการตอบโต้”
“หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของท่านและพันธมิตรของท่านจะไม่หยุดจนกว่าจะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง และการตอบโต้ของเราจะรุนแรงกว่าการโจมตีในคืนนี้มาก”
แฟ้มภาพ : REUTERS/Stringer/File Photo
อ้างอิง:
The post อิหร่านเดือด กล่าวหาอิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซสำคัญ ก่อนยิงขีปนาวุธตอบโต้ใส่แหล่งผลิตน้ำมัน-ก๊าซประเทศอ่าว appeared first on THE STANDARD.
]]>
สื่อทางการอิหร่าน รายงานยืนยันการเสียชีวิตของ อาลี ลาริ […]
The post อิหร่าน ยืนยัน อิสราเอล สังหาร อาลี ลาริจานี ผู้นำฝ่ายความมั่นคง พร้อมลูกชาย ประกาศแก้แค้น ตอบโต้ขั้นเด็ดขาด appeared first on THE STANDARD.
]]>
สื่อทางการอิหร่าน รายงานยืนยันการเสียชีวิตของ อาลี ลาริจานี (Ali Larijani)เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติของ อิหร่าน และโกลามเรซา โซเลมานี (Gholamreza Soleimani) ผู้นำกองกำลังบาซิจ จากการถูกโจมตีทางอากาศโดยกองทัพอิสราเอล
โดยสำนักข่าว Fars รายงานว่า ลาริจานี ถูกสังหารที่บ้านของลูกสาวในเมืองปาร์ดิส ขณะที่สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด (SNSC) ของอิหร่าน เปิดเผยว่า ลาริจานี เสียชีวิตพร้อมกับลูกชายและผู้ช่วยคนหนึ่งของเขา พร้อมด้วยบอดี้การ์ดจำนวนหนึ่ง
พลเอก อามีร์ ฮาตามี ผู้บัญชาการกองทัพอิหร่าน ประกาศว่าจะตอบโต้อย่างเด็ดขาดต่อการสังหารลาริจานี และยืนยันว่าการเสียชีวิตของลาริจานีและผู้พลีชีพคนอื่นๆ จะได้รับการแก้แค้น
“ในเวลาและสถานที่ที่เหมาะสม จะมีการตอบโต้ที่เด็ดขาด เป็นการป้องปราม และเป็นการแสดงความเสียใจต่ออเมริกาที่เป็นอาชญากรและระบอบไซออนิสต์ที่กระหายเลือด” ฮาตามีกล่าวในแถลงการณ์
ทั้งนี้ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ประกาศว่าได้ยิงขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายทางทหารและความมั่นคงมากกว่า 100 แห่ง ทางตอนกลางของอิสราเอล รวมถึงกรุงเทลอาวีฟ เพื่อตอบโต้การสังหารลาริจานี และผู้นำกองกำลังบาซิจ โดยขีปนาวุธที่ถูกใช้ล้วนเป็นขีปนาวุธพิสัยกลาง ได้แก่ ขีปนาวุธ Khorramshahr 4, Qadr, Emad และ Khybershakan ขณะที่ IRGC ยืนยันว่าสามารถโจมตีถูกเป้าหมาย เนื่องจากระบบป้องกันการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลนั้น ‘ล่มสลาย’ ลงแล้ว
เบื้องต้น มีรายงานว่าผลจากการโจมตีอิสราเอลระลอกล่าสุด ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 คน ขณะที่ยังคงมีเสียงระเบิดดังขึ้นในหลายพื้นที่ของอิสราเอลจากการโจมตีของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง
ด้านอับบาส อะรอกชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์ Al Jazeera ว่าการลอบสังหารลาริจานี จะ ‘ไม่เปลี่ยนแปลงอะไร’ และจะ ‘ไม่สั่นคลอนต่อระบบการปกครองของอิหร่าน’ เนื่องจากแม้แต่การสังหารบุคคลที่มีบทบาทสำคัญที่สุดอย่างผู้นำสูงสุด ก็ไม่ได้ส่งผลให้ระบบการปกครองของอิหร่านสั่นคลอนแต่อย่างใด เนื่องจากอิหร่านนั้นมีโครงสร้างทางการเมืองที่แข็งแกร่ง
“ผมไม่รู้ว่าทำไมชาวอเมริกันและชาวอิสราเอลยังไม่เข้าใจประเด็นนี้ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านมีโครงสร้างทางการเมืองที่แข็งแกร่ง พร้อมด้วยสถาบันทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมที่มั่นคง การมีอยู่หรือไม่มีอยู่ของบุคคลเพียงคนเดียวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างนี้” เขากล่าว
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายกำลังจับตามองว่าบุคคลใดจะมารับตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงอิหร่านแทนที่ลาริจานี ซึ่งมีบทบาทสำคัญและถูกมองว่าเป็นผู้นำโดยพฤตินัยและผู้กำหนดยุทธศาสตร์ในการสู้รบกับสหรัฐฯ และอิสราเอล
ด้าน เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอส่งข้อความถึงประชาชนชาวอิหร่าน ท่ามกลางผู้บัญชาการทหารที่ล้อมรอบ โดยกล่าวว่า “ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เราได้กำจัดหัวหน้าผู้ก่อการร้ายสองคน หัวหน้าผู้ก่อการร้ายระดับสูงของระบอบเผด็จการนี้”
“เครื่องบินของเรากำลังโจมตีผู้ก่อการร้ายบนพื้นดิน ในสี่แยก ในจัตุรัสเมือง นี่คือสิ่งที่ตั้งใจไว้เพื่อให้ประชาชนผู้กล้าหาญของอิหร่านได้เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งไฟ ดังนั้นจงเฉลิมฉลองและสุขสันต์วันนาวรูซ (วันปีใหม่ของชาวเปอร์เซีย) เรากำลังเฝ้ามองจากเบื้องบน”
ตริตา ปาร์ซี (Trita Parsi) นักวิเคราะห์จากสถาบันควินซี (Quincy Institute) มองว่า ลาริจานี นั้นมีบทบาท ‘สำคัญอย่างมาก’ ในฐานะเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยเขา อาจไม่ใช่ผู้ตัดสินใจโดยตรง แต่เป็นผู้สร้างฉันทามติหลักภายในระบบการปกครองของอิหร่าน
ปาร์ซีเสริมว่า ผู้นำอิหร่านได้แต่งตั้งผู้มาแทนที่ในตำแหน่งสำคัญทั้งหมดแล้วตั้งแต่สงคราม 12 วันเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว เนื่องจากตระหนักดีว่าอิสราเอลจะพยายามทำให้ระบอบการปกครองล่มสลายด้วยการโจมตีแบบเด็ดหัวผู้นำเช่นนี้
เขาเชื่อว่าการสังหารลาริจานีครั้งนี้ จะไม่ส่งผลต่อความสามารถของรัฐบาลอิหร่านในการเดินหน้าทำสงครามต่อไป แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ผลกระทบต่อ ‘ทางออกของทรัมป์’ ในสงครามนี้ หรือความท้าทายในการหาบุคคลที่สามารถเจรจาและหาทางออกร่วมกับเขาได้
แฟ้มภาพ : REUTERS/Omar Sanadiki/File Photo
อ้างอิง:
The post อิหร่าน ยืนยัน อิสราเอล สังหาร อาลี ลาริจานี ผู้นำฝ่ายความมั่นคง พร้อมลูกชาย ประกาศแก้แค้น ตอบโต้ขั้นเด็ดขาด appeared first on THE STANDARD.
]]>
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้ปิดน่านฟ้าของประเทศเป็นกา […]
The post UAE ปิดน่านฟ้าชั่วคราว หลังเผชิญการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่าน ขณะที่มีเหตุโดรนโจมตีแหล่งก๊าซ-เขตอุตสาหกรรมน้ำมัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้ปิดน่านฟ้าของประเทศเป็นการชั่วคราวเมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้ (17 มีนาคม)หลังเผชิญภัยคุกคามจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่าน ก่อนที่จะมีการเปิดน่านฟ้าในอีกราว 2 ชั่วโมงถัดมา ภายหลังสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ
สำนักข่าว WAM ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รายงานว่าการปิดน่านฟ้าดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 03.14 น. ที่ผ่านมา โดยสำนักงานการบินพลเรือนของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (GCAA) ระบุว่า เป็นการปิดน่านฟ้าชั่วคราวและบางส่วน ภายใต้ ‘มาตรการป้องกันพิเศษ’ เพื่อความปลอดภัยของเที่ยวบินและลูกเรือ ซึ่งการตัดสินใจเกิดขึ้นหลังจากประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและการปฏิบัติงานอย่างครอบคลุม และประสานงานกับหน่วยงานระดับชาติและระดับนานาชาติที่เกี่ยวข้อง
กระทรวงกลาโหมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เปิดเผยว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศ ได้ตอบโต้ภัยคุกคามจากขีปนาวุธและโดรนที่มาจากอิหร่าน
และมีเสียงดังเกิดขึ้นจากการที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศ สกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนดังกล่าว
การปิดน่านฟ้าชั่วคราวดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากที่วานนี้ สนามบินนานาชาติในนครดูไบ เผชิญการโจมตีด้วยโดรนจนทำให้เกิดไฟไหม้ถังเชื้อเพลิง และต้องระงับให้บริการเที่ยวบินเป็นเวลาหลายชั่วโมง
ซึ่งล่าสุดสายการบิน Emirates หนึ่งในสายการบินแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้กลับมาให้บริการเที่ยวบินแล้ว แต่ลดตารางบินลง เช่นเดียวกับสายการบิน Etihad Airways ที่ให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์โดยลดตารางบินลง หลังการประเมินด้านความปลอดภัยและความมั่นคงอย่างครอบคลุม
นอกจากนี้ มีรายงานจากทางการกรุงอาบูดาบีว่า เกิดเหตุโดรนโจมตีแหล่งก๊าซชาห์ ภายในเมือง จนทำให้เกิดไฟไหม้ ซึ่งล่าสุดสามารถควบคุมสถานการณ์และดับไฟได้แล้ว โดยทางการสั่งระงับการดำเนินงานของแหล่งก๊าซเป็นการชั่วคราวและกำลังประเมินความเสียหายจากการโจมตีที่เกิดขึ้น
ขณะเดียวกันที่เมืองฟูไจราห์ ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ก็มีรายงานเหตุโจมตีด้วยโดรนในพื้นที่เขตอุตสาหกรรมน้ำมัน ซึ่งเบื้องต้นไม่พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีที่เกิดขึ้น
ภาพ: REUTERS/Stringer
อ้างอิง:
The post UAE ปิดน่านฟ้าชั่วคราว หลังเผชิญการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่าน ขณะที่มีเหตุโดรนโจมตีแหล่งก๊าซ-เขตอุตสาหกรรมน้ำมัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (14 มีนาคม) เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธประมาณ 10 ล […]
The post เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ 10 ลูกไปยังทะเลตะวันออก ตอบโต้การซ้อมรบสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (14 มีนาคม) เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธประมาณ 10 ลูกไปยังทะเลตะวันออก จากพื้นที่ใกล้กรุงเปียงยาง เพื่อแสดงพลังตอบโต้การซ้อมรบทางทหารร่วมกันระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกา
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯ และเกาหลีใต้กำลังจัดการซ้อมรบประจำปีช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเกาหลีเหนือมักมองว่าเป็นการซ้อมรบเพื่อรุกรานประเทศตน อีกทั้งยังเกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯ มีกระแสข่าวว่า กำลังเคลื่อนระบบป้องกันขีปนาวุธ (Terminal High-Altitude Area Defense: THAAD) จากประเทศเกาหลีใต้ไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อรับมือกับสงครามที่สหรัฐฯ กำลังติดพันอยู่ในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเกาหลีใต้ยืนยันว่า เรื่องนี้จะไม่กระทบต่อขีดความสามารถในการป้องกันประเทศจากเกาหลีเหนือแต่อย่างใด
คิม โยจอง น้องสาวของคิมจองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ได้ออกมาวิจารณ์การซ้อมรบดังกล่าวว่า เป็นการบั่นทอนเสถียรภาพในภูมิภาค ท่ามกลางสถานการณ์ความมั่นคงโลกที่กำลังสั่นคลอน และเตือนว่าอาจนำไปสู่ ‘ผลลัพธ์ที่เลวร้าย’
เกาหลีเหนือได้ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอล พร้อมทั้งแสดงการ ‘สนับสนุนอิหร่าน’
เกาหลีเหนือยังให้ความสำคัญกับ ‘รัสเซีย’ เป็นอันดับแรก โดยมีการส่งทหารและยุทโธปกรณ์ไปสนับสนุนในสงครามยูเครน เพื่อแลกกับความช่วยเหลือและเทคโนโลยีทางการทหาร
ในขณะเดียวกันก็ยังคง ‘ปฏิเสธ’ การเจรจาทางการทูตกับสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ มาตั้งแต่ปี 2019 และเดินหน้าทดสอบขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง เพราะเกาหลีเหนือเชื่อว่า โครงการนิวเคลียร์เป็นเพียงหลักประกันเดียวที่จะช่วยให้เกาหลีเหนือสามารถต่อกรกับมหาอำนาจตะวันตกได้
แฟ้มภาพ: KCNA via Reuters
อ้างอิง:
The post เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ 10 ลูกไปยังทะเลตะวันออก ตอบโต้การซ้อมรบสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่านล่วงเลยมาเกือบ 2 […]
The post โดรนอิหร่านโจมตีเพื่อนบ้านต่อเนื่อง ด้าน UNSC ลงมติประณาม จี้ยุติสู้รบทันที appeared first on THE STANDARD.
]]>
สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่านล่วงเลยมาเกือบ 2 สัปดาห์เต็ม อิหร่านได้ระดมยิงขีปนาวุธและส่งโดรนเข้าใส่เป้าหมายในหลายประเทศรอบอ่าวอาหรับ รวมถึงเมืองต่างๆ ของอิสราเอล และฐานทัพทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง
กองทัพซาอุดีอาระเบียเผยว่า ต้องสกัดกั้นโดรนและขีปนาวุธจำนวนมากที่มุ่งเป้าไปยังฐานทัพอากาศ Prince Sultan และแหล่งน้ำมัน Shaybah ซึ่งดูแลโดยบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่อย่าง Aramco
ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้รับผลกระทบในเขตพลเรือน โดยมีโดรนตกและถูกสกัดกั้นในพื้นที่พักอาศัยและจุดสำคัญทางเศรษฐกิจหลายแห่ง เช่น อาคารหรูย่าน Dubai Creek Harbour, โรงแรม Fairmont the Palm, บริเวณใกล้สนามบินนานาชาติดูไบ (DXB) และสนามบินเก่าของอาบูดาบี ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้และมีผู้บาดเจ็บหลายราย ทางการยูเออีได้ประณามการกระทำของอิหร่านที่จงใจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนแล้ว
ทางด้านบาห์เรนก็มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายสิบคนจากการโจมตีด้วยโดรนในเขตพื้นที่อยู่อาศัย โดยกองกำลัง IRGC ของอิหร่านยังอ้างว่า ได้โจมตีฐานทัพเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ ในบาห์เรนอีกด้วย ส่วนคูเวตและกาตาร์ก็พบรายงาน การโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่านเช่นเดียวกัน ซึ่งกองทัพกาตาร์สามารถสกัดกั้นการโจมตีด้วยขีปนาวุธที่มุ่งเป้ามายังกรุงโดฮาได้สำเร็จ
ท่ามกลางความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีเรือสินค้าและเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ถูกโจมตีด้วยอาวุธไม่ทราบชนิด จนเกิดเพลิงไหม้ในพื้นที่บริเวณดังกล่าว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นถึง 20% สร้างความกังวลต่อการชะงักงันของอุปทานน้ำมันโลก
กองทัพสหรัฐฯ รายงานว่า ได้ทำลายเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่านจำนวน 16 ลำในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว เพื่อป้องกันการปิดล้อมน่านน้ำโดยสมบูรณ์
ล่าสุด คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ได้รับรองร่างมติประณามการโจมตีของอิหร่านต่อกลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซียและจอร์แดน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลอิหร่านยุติการโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน และยุติการสู้รบทันที
สมาชิก 13 จาก 15 ประเทศของ UNSC ลงคะแนนเห็นชอบต่อร่างมติดังกล่าว โดยจีนและรัสเซียเลือกที่จะงดออกเสียงและไม่ใช้สิทธิ Veto โดยร่างมตินี้ได้รับการสนับสนุนหลักจากคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) และมีรัฐสมาชิกสหประชาชาติอื่นๆ อีกถึง 135 ประเทศร่วมเสนอชื่อสนับสนุน โดยไม่มีประเทศใดลงคะแนนเสียงคัดค้านร่างข้อมตินี้
แฟ้มภาพ: Amr Alfiky / File Photo via Reuters
อ้างอิง:
The post โดรนอิหร่านโจมตีเพื่อนบ้านต่อเนื่อง ด้าน UNSC ลงมติประณาม จี้ยุติสู้รบทันที appeared first on THE STANDARD.
]]>
จากเหตุการณ์ที่อิหร่านยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีประเทศพ […]
The post สรุปเหตุอิหร่านโจมตีสนามบินดูไบ-อาบูดาบี เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 11 ราย appeared first on THE STANDARD.
]]>
จากเหตุการณ์ที่อิหร่านยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ รอบอ่าวอาหรับเมื่อวานนี้ (28 กุมภาพันธ์) เพื่อโต้กลับปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลนั้น ปรากฏว่ามีท่าอากาศยานนานาชาติซายิด ในกรุงอาบูดาบี และท่าอากาศยานนานาชาติดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้รับความเสียหาย มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 11 คน
เจ้าหน้าที่ของอาบูดาบียืนยันว่า ทางการสามารถสกัดโดรนที่พยายามโจมตีสนามบินนานาชาติซายิด ไว้ได้ แต่มีเศษซากบางส่วนตกหล่นจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 7 คน
ขณะที่ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ ซึ่งเป็นสนามบินที่มีผู้โดยสารมากที่สุดในโลก ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์โจมตีด้วยเช่นกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ 4 คนได้รับบาดเจ็บ
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เที่ยวบินหลายพันเที่ยวถูกระงับทั้งขาเข้าและขาออก ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์เที่ยวบินหยุดชะงักครั้งรุนแรงที่สุด นับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19
ส่วนในวันนี้ (1 มีนาคม) การโจมตีตอบโต้จากอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป มีรายงานว่าเสียงระเบิดดังกึกก้องในกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ รวมถึงนครดูไบของ UAE และกรุงมานามาของบาห์เรน
ทั้งนี้อิหร่านได้ใช้ขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ ในหลายประเทศในตะวันออกกลาง หลังอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ถูกสังหารระหว่างการโจมตีทางอากาศร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่เริ่มขึ้นเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา
ด้าน กาตาร์ บาห์เรน จอร์แดน และคูเวต ซึ่งล้วนเป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐฯ รายงานว่า พวกเขาสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธที่ยิงเข้ามาได้เป็นส่วนใหญ่ แต่เศษซากที่ตกลงมาก็ทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยในดูไบ เศษซากจากการสกัดขีปนาวุธทำให้เกิดไฟไหม้ที่ท่าเทียบเรือในท่าเรือน้ำลึกเจเบล อาลี ซึ่งเป็นท่าเรือที่มีการจราจรหนาแน่นเป็นอันดับ 9 ของโลก
ขณะที่ปาล์ม จูไมราห์ หมู่เกาะเทียมสุดหรูของดูไบ โรงแรมแฟร์มอนต์ เดอะ ปาล์ม ระดับห้าดาว ถูกโจมตีด้วยระเบิดใหญ่ โดยวิดีโอที่เผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ เผยให้เห็นเปลวไฟที่ลุกโชนและควันดำพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า นอกจากนี้ โรงแรม เบิร์จ อัล อาหรับ อันโด่งดังก็ได้รับความเสียหายด้วยเล็กน้อย
ภาพ: REUTERS/Raghed Waked TPX IMAGES OF THE DAY
อ้างอิง:
The post สรุปเหตุอิหร่านโจมตีสนามบินดูไบ-อาบูดาบี เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 11 ราย appeared first on THE STANDARD.
]]>
ญี่ปุ่นวางแผนติดตั้งขีปนาวุธบนเกาะบริเวณโอกินาวา ที่ห่า […]
The post ญี่ปุ่นเตรียมติดตั้ง ‘ขีปนาวุธ’ บนเกาะใกล้ไต้หวันภายในปี 2031 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ญี่ปุ่นวางแผนติดตั้งขีปนาวุธบนเกาะบริเวณโอกินาวา ที่ห่างจากไต้หวันเพียง 110 กิโลเมตร ภายใน 5 ปีข้างหน้า นับเป็นแผนรับมือทางความมั่นคงอย่างเป็นรูปธรรม หลังจากเคยเสนอแนวคิดนี้ตั้งแต่ปี 2022 ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีน
วันนี้ (25 กุมภาพันธ์) ชินจิโร โคอิซูมิ (Shinjiro Koizumi) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ญี่ปุ่นวางแผนติดตั้งระบบขีปนาวุธพื้นสู่อากาศพิสัยกลางบนเกาะโยนากูนิ (Yonaguni) ภายในเดือนมีนาคม ปี 2031 หรืออีก 5 ปีข้างหน้า โดยย้ำว่า การติดตั้งนั้นขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของสิ่งอำนวยความสะดวก
“เราวางแผนไว้สำหรับงบประมาณปี 2030” โคอิซูมิกล่าวกับผู้สื่อข่าว โดยให้รายละเอียดเป็นรูปธรรมครั้งแรก นับตั้งแต่มีการเสนอแผนในปี 2022 ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีนกับญี่ปุ่นปมไต้หวันจากคำพูดของ ซานาเอะ ทาคาอิจิ ในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ระบบขีปนาวุธดังกล่าวมีขีดความสามารถสกัดกั้นเครื่องบินและขีปนาวุธที่เข้ามาในประเทศได้ โดยมีระยะทำการ 50 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 360 องศา และติดตามเป้าหมายพร้อมกันได้ถึง 100 เป้าหมาย รวมถึงยังทำการโจมตีสูงสุดได้ถึง 12 เป้าหมายภายในครั้งเดียว
ขณะที่เกาะโยนากูนิตั้งอยู่ในจังหวัดโอกินาวา หรือพื้นที่ทางตอนใต้สุดของประเทศ อยู่ห่างจากไต้หวัน 110 กิโลเมตร นับว่า มีพื้นที่ใกล้เคียงญี่ปุ่นอย่างมาก จนเมื่อมองจากเกาะในวันที่ท้องฟ้าสดใส จะสามารถเห็นชายฝั่งของไต้หวันได้ ทำให้ประชาชนบนเกาะเกิดความกังวลว่า โยนากูนิอาจเป็นพื้นที่แนวหน้า หากเกิดการเผชิญหน้าทางการทหาร
นอกจากนี้ กองกำลังป้องกันตนเอง (Self-Defense Forces: SDF) ยังตั้งฐานทัพบนเกาะแห่งนี้ หลังประชาชนลงประชามติเห็นชอบในปี 2015 ด้วยคะแนน 632 ต่อ 445 คะแนน โดยปัจจุบัน มีเจ้าหน้าที่ประจำการ 160 นาย ทำหน้าที่เฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของกองทัพเรือจีนตลอด 24 ชั่วโมง
ก่อนหน้านี้ จีนและญี่ปุ่นเผชิญข้อพิพาทกรณีเรือจีนรุกล้ำน่านน้ำญี่ปุ่นรอบหมู่เกาะเซ็งกากุ (ภาษาญี่ปุ่น) หรือเตียวหยู (ในภาษาจีน) ซึ่งอยู่ห่างจากโยนากูนิ 150 กิโลเมตร
ปัจจุบัน ทางการจีนยังไม่ออกมาตอบโต้ท่าทีของทางการญี่ปุ่น ขณะที่เมื่อวานนี้ (24 กุมภาพันธ์) มีรายงานว่า กระทรวงพาณิชย์จีนสั่งจำกัด-แบนสินค้าพลเรือนที่สามารถแปรรูปเป็นอาวุธยุทธโธปกรณ์ราว 40 แห่ง
ภาพ: HOTAKA_N / Shutterstock
อ้างอิง:
The post ญี่ปุ่นเตรียมติดตั้ง ‘ขีปนาวุธ’ บนเกาะใกล้ไต้หวันภายในปี 2031 appeared first on THE STANDARD.
]]>
เจ้าหน้าที่ยูเครนเปิดเผยว่า รัสเซียได้ยิงมิสไซล์ลูกหนึ่ […]
The post รัสเซียยิงมิสไซล์ตกกลางตลาดในยูเครน ดับ 17 คน appeared first on THE STANDARD.
]]>
เจ้าหน้าที่ยูเครนเปิดเผยว่า รัสเซียได้ยิงมิสไซล์ลูกหนึ่งตกลงมากลางตลาดที่มีคนพลุกพล่านในเมืองคอสเตียนตีนิฟกา (Kostiantynivka) แคว้นโดเนตสก์ เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (6 กันยายน) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 คนด้วยกัน และมีเหยื่อที่เป็นเด็กด้วย 1 คน ขณะยอดผู้บาดเจ็บอยู่ที่ 32 คน นับเป็นหนึ่งในเหตุโจมตีที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในรอบหลายเดือนมานี้
แม้ก่อนหน้านี้เราจะได้เห็นกรณีที่มิสไซล์ของรัสเซียตกลงมาในเขตที่อยู่อาศัยของพลเรือนอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็แทบไม่มีครั้งใดที่จำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจะพุ่งสูงเช่นนี้ โดยครั้งที่สร้างความเสียหายรุนแรงล่าสุดคือเมื่อเดือนเมษายน หลังรัสเซียโจมตีอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเมืองอูมาน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 23 คนด้วยกัน และอีกครั้งหนึ่งคือเหตุโจมตีในเมืองดนีโปรเมื่อเดือนมกราคม ซึ่งมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 40 คน
สำหรับเมืองคอสเตียนตีนิฟกานั้นมีจุดภูมิศาสตร์ตั้งอยู่ใกล้กับเขตแนวหน้าของสมรภูมิรบเมืองบัคมุต และมักมีทหารเข้าไปประจำการอยู่เนืองแน่น
ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ได้เปิดเผยภาพฟุตเทจของเหตุการณ์รุนแรงดังกล่าว ซึ่งเผยให้เห็นประชาชนที่เดินอยู่ตามปกติบนถนนในตลาด ก่อนที่จะมีมิสไซล์ตกลงมาและระเบิดรุนแรงจนกระจกในอาคารใกล้เคียงแตกเป็นเสี่ยงๆ เกิดเพลิงลุกไหม้ในบริเวณดังกล่าว ขณะที่ผู้คนวิ่งหนีตายกันอลหม่าน
นอกจากนี้ยังมีคลิปวิดีโออีกหลายตัวที่ถูกปล่อยออกมา เผยให้เห็นภาพที่น่าสลดใจ ทั้งคราบเลือดที่เปื้อนกระจายอยู่บริเวณร้านขายยา รถยนต์ที่เกิดไฟลุกไหม้ อาคารหลายหลังพังเสียหาย รวมถึงภาพของเจ้าหน้าที่ที่หามศพผู้เสียชีวิตออกไป
นายกรัฐมนตรียูเครน เดนิส ชไมฮาล (Denys Shmyhal) เปิดเผยผ่านทาง Telegram ว่า “กองทหารรัสเซียเป็นผู้ก่อการร้าย ซึ่งเราจะไม่ให้อภัย และพวกเขาจะไม่มีทางได้อยู่อย่างสงบสุขแน่”
ด้านเซเลนสกีได้โพสต์ข้อความลงบนแพลตฟอร์ม X หรือชื่อเก่าคือ Twitter ว่า “หากมีใครสักคนบนโลกนี้ที่พยายามจะประนีประนอมกับรัสเซีย แปลว่าเขาหลับหูหลับตาไม่สนใจความจริงตรงหน้า นี่คือความเลวร้ายอย่างแท้จริง”
ภาพ: Andriy Reznikov / Suspilne Ukraine / JSC “UA:PBC” / Global Images Ukraine via Getty Images
อ้างอิง:
The post รัสเซียยิงมิสไซล์ตกกลางตลาดในยูเครน ดับ 17 คน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ล้ำหน้าไปอีกขั้น! กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศความสำเร็จใ […]
The post รัสเซียทดสอบอาวุธนำวิถีความเร็วเหนือเสียงสำเร็จ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ล้ำหน้าไปอีกขั้น! กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศความสำเร็จในการทดสอบหนึ่งในขีปนาวุธแบบใหม่ที่มีอานุภาพไร้คู่ต่อกร โดยสามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์และเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือเสียง หรือระดับ ‘ไฮเปอร์โซนิก’ ได้
แถลงการณ์จากกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า ระบบอาวุธปล่อยนำวิถีจากอากาศสู่พื้นผิวชื่อว่า ‘Kinzhal’ ถูกทดสอบยิงจากเครื่องบินขับไล่แบบ MiG-31 ในระหว่างการซ้อมรบ โดยสามารถทำลายเป้าหมายได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ
กระทรวงกลาโหมระบุว่า นักบินรัสเซียได้รับการฝึกฝนให้ออกบินทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อทดสอบขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกรุ่นนี้ในทุกสภาพภูมิอากาศ
“อาวุธปล่อยนำวิถี Kinzhal เป็นยุทโธปกรณ์ที่ไร้เทียมทาน ด้วยเทคโนโลยีไฮเปอร์โซนิกที่มีความล้ำหน้า หากติดตั้งกับเครื่องบินรบ MiG-31 จะทำให้มันทำงานได้อย่างทรงประสิทธิภาพ” กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุ
อย่างไรก็ตาม เจมส์ แมตทิส รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกาเชื่อว่า รัสเซียยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะพัฒนาเทคโนโลยีอาวุธดังกล่าวจนสามารถใช้งานได้จริง
“ผมคิดว่าศักยภาพของกองทัพรัสเซียยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ระบบขีปนาวุธที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินพูดถึงยังต้องใช้เวลาพัฒนาอีกนานหลายปี ผมไม่เห็นว่าอาวุธเหล่านี้กำลังเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจทางทหารแต่อย่างใด และมันจะไม่ส่งผลให้เราตัดสินใจเปลี่ยนจุดยืนในการเข้ายับยั้งด้วย” นายใหญ่แห่งเพนตากอนกล่าวต่อผู้สื่อข่าวระหว่างออกเดินทางเยือนโอมานเมื่อวานนี้ (11 มี.ค.)
อ้างอิง:
The post รัสเซียทดสอบอาวุธนำวิถีความเร็วเหนือเสียงสำเร็จ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียเปิดเผยว่า รัส […]
The post รัสเซียเผยกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ใหม่ โจมตีทุกเป้าหมายได้ทั่วโลกด้วยความเร็วเหนือเสียง appeared first on THE STANDARD.
]]>
ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียเปิดเผยว่า รัสเซียกำลังพัฒนาอาวุธทรงอานุภาพใหม่ที่ไร้คู่ต่อกร ทั้งขีปนาวุธที่สามารถบรรจุและนำส่งหัวรบนิวเคลียร์สู่เป้าหมายด้วยความเร็วระดับไฮเปอร์โซนิก และจรวดร่อนนำวิถีที่มีพิสัยทำการไม่จำกัด ชนิดที่ทำให้ระบบโล่ป้องกันขีปนาวุธขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ไร้ซึ่งความหมาย

ในระหว่างแถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภา ประมุขแห่งทำเนียบเครมลินได้แสดงภาวะผู้นำที่เข้มแข็งก่อนถึงศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีรัสเซียที่จะจัดขึ้นในกลางเดือนนี้ โดยเขาเตือนว่าขีปนาวุธใหม่ที่รัสเซียกำลังพัฒนาอยู่นี้มีพิสัยการโจมตีที่ไม่จำกัด ดังนั้นจึงสามารถล็อกเป้าทำลายเป้าหมายได้ทุกที่ทั่วโลก อีกทั้งสามารถหลบเลี่ยงระบบป้องกันภัยทางอากาศของศัตรูได้อีกด้วย
“รัสเซียยังคงมีแสนยานุภาพด้านอาวุธนิวเคลียร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แต่ไม่มีใครฟังเรา เพราะฉะนั้นจงฟังเราได้แล้ว” ปูตินกล่าวขณะสาธิตวิธีการทำงานและแนววิถีจำลองของขีปนาวุธในวิดีโอที่เปิดให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงชมในรัฐสภา
“ผมอยากจะส่งสาส์นถึงประเทศที่พยายามแข่งขันด้านอาวุธกับเราตลอด 15 ปีที่ผ่านมา เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบเหนือรัสเซีย และใช้มาตรการคว่ำบาตรอย่างผิดกฎหมายเพื่อปิดกั้นการพัฒนาประเทศของเรา ผมขอบอกว่า คุณไม่อาจปิดล้อมรัสเซียได้
“ด้วยพิสัยการโจมตีที่ไม่จำกัดของจรวดร่อนนำวิถีแบบใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์นี้ ทำให้มันสามารถใช้ในหลายยุทธวิธีที่จำเป็น” ปูตินกล่าวเสริม พร้อมกับเผยว่าจรวดร่อนใหม่นี้ยังไม่ได้ตั้งชื่อ แต่จะมอบหมายให้กระทรวงกลาโหมเปิดให้ประชาชนทั่วประเทศส่งชื่อเข้าประกวด
ส่วนอาวุธทรงอานุภาพที่อยู่ในระหว่างพัฒนาอีกหนึ่งโครงการก็คือ ขีปนาวุธ Avangard ซึ่งสามารถเคลื่อนที่ในอากาศได้ราวกับอุกกาบาตด้วยความเร็ว 20 เท่าของความเร็วเสียง หรือไฮเปอร์โซนิก
นอกจากนี้รัสเซียยังอยู่ในระหว่างทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปชื่อ Sarmat ที่สามารถเคลื่อนที่ข้ามขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ เพื่อไปทำลายเป้าหมายได้ทุกที่ทั่วโลก โดยสามารถบรรจุหัวรบนิวเคลียร์ได้มากกว่าขีปนาวุธ Satan ในยุคสมัยสหภาพโซเวียตอีกด้วย
อ้างอิง:
The post รัสเซียเผยกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ใหม่ โจมตีทุกเป้าหมายได้ทั่วโลกด้วยความเร็วเหนือเสียง appeared first on THE STANDARD.
]]>
เมื่อช่วงเช้าของวันเสาร์ สัญญาณเตือนภัยจากขีปนาวุธบนเกา […]
The post สัญญาณเตือนขีปนาวุธบนเกาะฮาวายผิดพลาด ทำพลเมืองตื่นตระหนกทั่วทั้งเกาะ appeared first on THE STANDARD.
]]>
เมื่อช่วงเช้าของวันเสาร์ สัญญาณเตือนภัยจากขีปนาวุธบนเกาะฮาวาย ของสหรัฐฯ ดังขึ้น ทำให้พลเมืองและนักท่องเที่ยวบนเกาะต่างตื่นตระหนก ก่อนที่ทางการจะประกาศภายหลังว่า เป็นเพียงข้อผิดพลาดทางเทคนิคเท่านั้น
ผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หลายรายได้รับข้อความเตือนภัยดังกล่าว สถานีวิทยุและโทรทัศน์ทั่วทั้งเกาะก็ประกาศว่า ‘ขีปนาวุธกำลังพุ่งตรงมาที่ฮาวาย หาที่หลบภัยโดยด่วน นี่ไม่ใช่การซ้อมรบ’ ความวุ่นวายจึงเกิดขึ้น
เดวิด ไอก์ (David Ige) ผู้ว่าการรัฐฮาวายออกมาขอโทษพลเมืองและนักท่องเที่ยวทุกคนพร้อมเผยว่า สัญญาณเตือนดังกล่าวเกิดจากพนักงานคนหนึ่งกดปุ่มผิด ซึ่งทางรัฐบาลกลางสหรัฐฯ จะสอบสวนกรณีนี้อย่างเข้มงวด เนื่องจากกระทบต่อความมั่นคงของประเทศโดยตรงและอาจจะลุกลามไปสู่การทำสงครามนิวเคลียร์ในที่สุดหากเรื่องราวบานปลายออกไป
NO missile threat to Hawaii.
— Hawaii EMA (@Hawaii_EMA) 13 มกราคม 2561
ระบบสัญญาณเตือนขีปนาวุธนี้ถูกปรับปรุงและติดตั้งบนเกาะฮาวาย หลังจากที่ระยะหลังเกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการเดินหน้าทดสอบขีปนาวุธนิวเคลียร์ โดยเฉพาะขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ที่มีระยะพิสัยครอบคลุมรัฐฮาวายและพื้นที่อื่นๆ ของสหรัฐฯ ซึ่งเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทางการสหรัฐฯ ได้ทดสอบสัญญาณเตือนขีปนาวุธเป็นครั้งแรกของฮาวาย นับตั้งแต่สงครามเย็นสิ้นสุดลง ก่อนที่จะเกิดข้อผิดพลาดครั้งใหญ่นี้ขึ้น
อ้างอิง:
The post สัญญาณเตือนขีปนาวุธบนเกาะฮาวายผิดพลาด ทำพลเมืองตื่นตระหนกทั่วทั้งเกาะ appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำนักข่าวท้องถิ่นของญี่ปุ่นเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลญี […]
The post ญี่ปุ่นตรวจพบคลื่นวิทยุปริศนา คาดเกาหลีเหนืออาจเตรียมทดสอบขีปนาวุธครั้งใหม่ appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำนักข่าวท้องถิ่นของญี่ปุ่นเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังอยู่ในภาวะเฝ้าระวังด้านความมั่นคงของประเทศ ภายหลังจากที่มีการตรวจพบความผิดปกติของคลื่นวิทยุ ที่บ่งชี้ว่า เกาหลีเหนืออาจจะกำลังเตรียมการเดินหน้าพัฒนาและทดสอบขีปนาวุธครั้งใหม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ส่งผลให้ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และชาติพันธมิตรอย่างสหรัฐฯ เฝ้าจับตาความเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนืออย่างใกล้ชิด พร้อมแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ระหว่างกัน

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบผ่านภาพถ่ายทางดาวเทียม ยังตรวจไม่พบว่าเป็นขีปนาวุธชนิดใด และคลื่นวิทยุที่เกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นจากการเตรียมการทดสอบขีปนาวุธครั้งใหม่จริงหรือไม่ หรืออาจเป็นเพียงการซ้อมรบในช่วงฤดูหนาวของกองทัพโสมแดงเท่านั้น

โดยเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์ครั้งล่าสุดเมื่อ 15 กันยายนที่ผ่านมา การเก็บตัวเงียบของเกาหลีเหนือในระยะนี้จึงสร้างความระแวงสงสัยให้แก่ประชาคมโลกโดยเฉพาะประเทศคู่ขัดแย้งอย่างสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรบนคาบสมุทรนี้เป็นอย่างมาก อีกทั้งการประกาศให้เกาหลีเหนือกลับมาอยู่ในแบล็กลิสต์ประเทศที่สนับสนุนการก่อการร้ายที่สหรัฐฯ ต้องจับตามองเป็นพิเศษ อาจจะยิ่งทำให้สถานการณ์ความตึงเครียดยิ่งร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง

Photo: AFP
อ้างอิง:
The post ญี่ปุ่นตรวจพบคลื่นวิทยุปริศนา คาดเกาหลีเหนืออาจเตรียมทดสอบขีปนาวุธครั้งใหม่ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ประธานาธิบดีอิหร่านประกาศผ่านโทรทัศ […]
The post ปธน. อิหร่านเดินหน้าแผนสร้างขีปนาวุธต่อ เผยไม่ละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศ หลังทรัมป์ขู่เลิกสนับสนุนข้อตกลงนิวเคลียร์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ประธานาธิบดีอิหร่านประกาศผ่านโทรทัศน์ว่าจะไม่ยุติแผนสร้างขีปนาวุธเพื่อป้องกันประเทศ ทั้งยังย้ำว่าไม่ละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศ
แถลงการณ์ของฮัสซัน รูฮานี มีขึ้นหลังจากสภาผู้แทนฯ สหรัฐอเมริกาลงมติคว่ำบาตรโครงการขีปนาวุธอิหร่านอีกครั้ง โดยไม่ให้กระทบต่อข้อตกลงอาวุธนิวเคลียร์ที่นานาชาติลงนาม
“เราสร้าง กำลังสร้าง และจะสร้างขีปนาวุธต่อไป และมันไม่ได้ละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศ” รูฮานีกล่าว พร้อมวิจารณ์ท่าทีของสหรัฐอเมริกาด้วยว่า “ไม่สนใจต่อการเจรจาและข้อตกลงที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติอนุมัติในอดีต แล้วยังมาหวังให้ประเทศอื่นเจรจาด้วยอีกหรือ
“เพราะพฤติกรรมแบบนี้ อเมริกาควรเลิกคิดไปได้เลยว่าจะมีการเจรจาหรือหาข้อตกลงกับประเทศอื่นๆ ได้” ประธานาธิบดีรายนี้เสริมโดยไม่ออกชื่อประเทศหนึ่งในเอเชียตะวันออก ซึ่งคาดว่าน่าจะสื่อถึงเกาหลีเหนือ
นอกจากนี้ รูฮานีได้พบปะกับ ยูกิยะ อามาโนะ ผู้อำนวยการใหญ่ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ของสหประชาชาติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลอิหร่านอีก 2 ราย
การพบปะระหว่างสองฝ่ายนี้มีขึ้นหลังวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ปฏิเสธที่จะรับรองการปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยสภาครองเกรสมีเวลาน้อยกว่า 60 วันในการตัดสินใจว่าจะแก้ไขมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัฐบาลอิหร่าน ซึ่งจะถูกยกเลิกหลังมีข้อตกลงหรือไม่
IAEA ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า “ผู้อำนวยการอามาโนะได้กำชับว่า พันธกรณีต่างๆ ในเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ที่อิหร่านรับปากไว้ยังคงปฏิบัติอยู่” พร้อมย้ำถึงความสำคัญในการทำให้อิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเต็มที่เพื่อความยั่งยืนของแผนปฏิบัติการเบ็ดเสร็จร่วมที่มีขึ้นเมื่อปี 2015
ขณะเดียวกัน ผู้นำสูงสุดของอิหร่านอย่าง อยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี กล่าวว่า รัฐบาลอิหร่านจะยังคงปฏิบัติตามข้อตกลงตราบใดที่ประเทศอื่นทำ แต่จะ ‘ฉีกข้อตกลงทิ้ง’ หากสหรัฐฯ ถอนตัว อย่างที่ทรัมป์ได้ออกมาขู่ไว้
นิกกี เฮลีย์ ทูตสหรัฐอเมริกาประจำสหประชาชาติ พยายามกดดันให้ IAEA เข้าถึงข้อมูลของกองทัพอิหร่านเพื่อหาข้อมูลยืนยันว่าอิหร่านไม่ได้ปฏิบัติละเมิดข้อห้ามใดๆ อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว IRNA ของอิหร่านชี้แจงว่าผู้อำนวยการ IAEA ไม่ได้ถามถึงประเด็นนี้
Photo: STR/AFP
อ้างอิง:
The post ปธน. อิหร่านเดินหน้าแผนสร้างขีปนาวุธต่อ เผยไม่ละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศ หลังทรัมป์ขู่เลิกสนับสนุนข้อตกลงนิวเคลียร์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ครั้งแรกที่ได้ยินเกี่ยวกับโครงการดี […]
The post เบื้องหลัง Colors of Siam แฟชั่นสุดพิเศษเพื่อเฉลิมฉลอง 100 ปีธงชาติไทย appeared first on THE STANDARD.
]]>
ครั้งแรกที่ได้ยินเกี่ยวกับโครงการดีๆ ที่สยามเซ็นเตอร์ร่วมกับเหล่าดีไซเนอร์ไทยมาร่วมกันออกแบบเครื่องแต่งกายเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีธงชาติไทย เรายังอาจนึกภาพตามไม่ออกเท่าไร แต่พอเปิดนิทรรศการแฟชั่นเป็นที่เรียบร้อย เราพบว่านี่คือความคิดสร้างสรรค์ชั้นยอดที่ทำให้เห็นว่าดีไซเนอร์ไทยคิดต่อยอดผลงานออกมาได้อย่างน่าชื่นชม

Photo: พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธ์
Siam Center Idea Avenue Presents Colors of Siam คือนิทรรศการที่รวมผลงานออกแบบแฟชั่นจาก 20 แบรนด์ไทยชื่อดัง ออกแบบผลงาน 20 ชุดที่ได้แรงบันดาลใจจากธงชาติไทยในวาระครบรอบ 100 ปีที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ พระราชทานธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทย
THE STANDARD ได้ไปพูดคุยกับเหล่าดีไซเนอร์ถึงประสบการณ์ ความรู้สึก รวมถึงกระบวนการคิดคอนเซปต์จนรังสรรค์ออกมาเป็นไอเท็มเด็ดที่มีความสวยงาม

Theatre
ศิริชัย ทหรานนท์ (ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์)
“เป็นเกียรติมากที่สยามเซ็นเตอร์เลือก Theatre เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ได้ออกแบบชุดสำหรับโครงการนี้ โดยปกติ Theatre ทำเสื้อผ้าสำเร็จรูปอยู่แล้ว เราเลยหยิบสปอร์ตลุคจากแฟชั่นโชว์มาเพิ่มเติมสีสันเข้าไปด้วยงานคราฟต์ที่เราถนัด เพื่อบ่งบอกถึงซิกเนเจอร์ของแบรนด์เรา
“เรื่องราวอันดับแรกของชุดคือสีที่ได้มาเป็นสีขาว น้ำเงิน แดง เราเลยคิดต่อว่าจะทำยังไงให้สีเหล่านี้อยู่ในองค์ประกอบและดีไซน์ที่คิดเอาไว้ เราเลยคิดถึงผ้าที่มีความโปร่ง เพราะอยากให้แจ็กเก็ตตัวนี้สวมใส่ได้จริง และจัดวางปริมาณของสีให้ลงตัว ตกแต่งด้วยริบบิ้นสีน้ำเงินกับสีแดงเล่นเลเยอร์กันให้พลิ้วไหวเปรียบเสมือนธงชาติ เพิ่มความเป็นเฟมินีนและ Elegant Chic ของเราเข้าไปด้วยดีเทลลูกปัดสีขาว สร้างมิติให้กับลวดลายที่ออกแบบมามากยิ่งขึ้น มันจึงออกมาลงตัว เพราะสีเหล่านี้ไม่ได้เป็นสีที่ยากเกินไปสำหรับการทำงาน มันแทบจะเป็นแม่สีด้วยซ้ำ และเราเองก็ไม่ได้อยากทำชุดที่เป็นแฟนซี เพราะอยากให้มันสวมใส่ได้จริง”

Good Mixer
ชัยชน สวันตรัจน์ (ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์)
“Colors of Siam ทำให้นึกถึงความรักความผูกพันที่ทำให้เกิดเป็นเราขึ้นมาทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นภายนอกหรือภายใน เราเลยออกแบบชุดโดยคิดถึงโทนสีของธงชาติ และคิดเพิ่มว่าเราจะเอามาทำยังไงให้เป็นเสื้อผ้าได้โดยไม่ขัดเขิน ทั้งยังแสดงออกถึงความเป็นชาติไทยได้ดีที่สุด ตัวชุดของเราเล่าถึงเรื่องราวความเป็นตัวอังษรว่า Love สื่อตรงๆ ไปเลยกับความรักของเราที่มีต่อชาติ เราเป็นไทยตั้งแต่เกิด ทุกสิ่งทุกอย่างที่มันซึมซับมาตั้งแต่เด็ก เราก็ยังมีความเป็นไทยอยู่เต็มเปี่ยม สิ่งสำคัญคือการออกแบบเสื้อผ้าผู้ชายที่ดูใส่ได้จริง ไม่เยอะจนเกินไป อยากให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด”

Senada
สิรินดา ปรีชาวิทยากุล (ดีไซเนอร์)
“เราบอกตรงๆ ว่าไม่ได้รู้ลึกเกี่ยวกับธงชาติไทย หรือ Colors of Siam มากนัก เพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะดีไซน์จึงเข้าไปค้นคว้าเพิ่มเติม และได้พบว่าก่อนจะเป็นธงชาติไทย จริงๆ เป็นธงราชนาวี ซึ่งเป็นช่วงคาบเกี่ยวสมัย ร.5 – ร.6 เราก็เลยนำช่วงเวลานั้นมาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบชุดครั้งนี้ แล้วมองถึงเครื่องแต่งกายของสมัยนั้นที่ ร.6 โปรดเกล้าฯ ให้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทย ช่วงนั้นเป็นการแต่งกายแบบ Gatsby ดีเทลชุดจึงออกมาเป็นเลื่อมและมุก แล้วเพิ่มดีเทลแขนที่เป็นหมูแฮมแบบที่นิยมกันในสมัย ร.5 แต่จริงๆ เรามีหลากหลายไอเดียมากกว่าจะคัดกรองมาถึงชุดนี้ คือตอนไปรีเสิร์ชข้อมูลมามันทำให้เรารู้ถึงเรื่องความหมายของสีธงชาติ ทำให้เรารู้ว่าไม่มีประเทศไหนที่จะใช้ธงสื่อถึงพระมหากษัตย์ ซึ่งมันเป็นเสน่ห์ที่แสดงถึงความเป็นไทยของเรา และเป็นข้อเตือนใจที่ว่าแผ่นดินของเรานับถือและเคารพอะไร”

Kloset
ณัฏฐ์ มั่งคั่ง (ดีไซเนอร์)
“ตอนแรกเริ่มเราอยากจะลบภาพหลายๆ อย่างที่คนจดจำเกี่ยวกับธงชาติไทย เราจึงเลือกทำกระเป๋า เพราะไม่อยากทำของที่มันดูสำคัญมากจนไม่กล้าจะหยิบขึ้นมาใช้ เราเลยคิดว่ากระเป๋ามันง่ายที่จะใช้ในชีวิตประจำวัน คอนเซปต์ของเราคิดว่าประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เพราะฉะนั้นเราจึงดีไซน์ถุงที่ใส่เมล็ดพันธ์ุและต่อยอดความเป็นผู้หญิงด้วยการเพิ่มดีเทลพวกดอกไม้เข้าไปให้น่ารักและน่าใช้มากยิ่งขึ้น
“พูดถึงธงชาติ ตั้งแต่เด็กเราจะเป็นการท่องจำว่าสีนี้หมายถึงอะไร แต่เมื่อเราโตขึ้น ได้เรียนรู้ผ่านสถานการณ์ที่เกี่ยวกับชาติ ศาสนา และพระมหากษัตย์ มันเลยทำให้เราเข้าใจอย่างแท้จริงว่าเราเองก็มีส่วนร่วมในสถานการณ์ต่างๆ ของชาติ และการที่ไทยดีไซเนอร์ได้ร่วมออกแบบครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นเกียรติมากๆ”

Tube Gallery
ศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์ (ดีไซเนอร์)
“โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน กับการเอาธงชาติไทยมาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในเชิงแฟชั่น มันเป็นการถ่ายทอดความภาคภูมิใจในความเป็นไทยผ่านสิ่งที่เราถนัด เราจึงตั้งใจที่จะทำมากๆ ต้องทำให้ดีที่สุด และธงชาติที่นำมาเป็นคอนเซปต์หลักก็เป็นสิ่งที่เราใช้ร่วมกัน ทั้งความคิด ความเคารพของทุกคนในประเทศชาติ มันก็เลยต้องใส่ใจในการดีไซน์
“เราใช้เวลาออกแบบประมาณ 1 เดือน ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านสีธงชาติที่เป็นเอกลักษณ์บนโครงสร้างของเสื้อผ้าผู้หญิงที่มีความคลาสสิก เป็นการบอกถึงความคลาสสิกของธงชาติไทย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนไทย และคนไทยก็ยังให้ความนับถือธงชาติยิ่งกว่าชาติอื่นชาติใด สังเกตจากการที่เราต้องเคารพธงชาติทุก 8 โมงเช้าและ 6 โมงเย็น และทุกคนต้องหยุดยืนเมื่อได้ยินเสียงเพลงชาติ มันเป็นความคลาสสิกที่อยู่คู่คนไทยมานาน ถ้าจะให้พูดว่าเป็นความมหัศจรรย์ก็ว่าได้ นี่แหละคือความโดดเด่นของธงชาติไทยและเพลงชาติไทย”

Missile
ปกรณ์ วงษ์กิตติไกรวัล (ดีไซเนอร์)
“เราดีใจมากที่ได้ร่วมโครงการนี้ เพราะว่า 100 ปีมีครั้งเดียว ผ่านแล้วผ่านเลย เราเลยรวมทีมกันคุยว่าจะทำอะไรดี และหมวกก็เป็นไอเท็มที่เรากำลังจะทำออกมาใหม่ เราเลยหยิบมาผสมกับเครื่องประดับ จากนั้นเราทำรีเสิร์ชด้วยการซูมเข้าไปในเนื้อผ้าของธง เราจะเห็นว่ามันเป็นการทอคล้องกันไปเรื่อยๆ เป็นเหมือนกับสร้อยข้อมือที่คล้องๆ กันมาจนเป็นเส้น มันเหมือนกันความสามัคคีของทุกคนที่รวมตัวกัน จับมือกันเพื่อสร้างความเข้มแข็ง เราจึงมีอยู่กันมาได้ถึงทุกวันนี้ จริงๆ แล้วพอเราเห็นธงชาติตั้งแต่เด็กๆ มันคือการซึมซับเข้ามาโดยไม่ต้องพยายามทำความเข้าใจ มันเป็นความรู้สึกจริงๆ ของเรา รู้สึกอย่างไรเราก็ทำออกไปอย่างนั้น”

Iconic
อัครวุฒิฎ์ พันธุมวานิช (ดีไซน์ไดเรกเตอร์)
“จากที่เราทำแค่เสื้อผ้าแฟชั่น พอมาร่วมออกแบบกับ Colors of Siam มันรู้สึกถึงความแตกต่าง ทำให้เราภูมิใจไปกับมัน เพราะฉะนั้นตอนเราออกแบบจึงอยากให้ยิ่งใหญ่อลังการสมกับการครบรอบ 100 ปีของธงชาติไทย เราจึงตีโจทย์และหาว่าจะทำอย่างไรให้ธงชาติออกมามีความเฟมินีนได้อย่างลงตัวกับคาแรกเตอร์ของแบรนด์ เราเลยใช้ดอกพุดซ้อนที่มีความหมายในเชิงบวก ทั้งการให้กำลังใจ ความรักชาติ เราจึงทำการสเกตช์ดอกพุดซ้อนและทอลายยกดอกพุดซ้อนขึ้นมาเพื่อเพิ่มมิติแทนการพิมพ์ผ้าปกติ จากนั้นจึงนำมาปักลงชุดราตรีโดยมีดีเทลของสไบเฉลียงมาเล่น เพื่อให้รู้สึกถึงความพลิ้วไหวของธงชาติ ติดพู่เพื่อเพิ่มความหมายถึงชัยชนะและความยิ่งใหญ่
“การที่สยามเซ็นเตอร์ได้จัดโครงการดีๆ แบบนี้มันเป็นช่วงจังหวะที่ดี เพราะเราอยู่ในช่วงเวลาของการสูญเสีย ครั้งนี้มันจึงเหมือนการปลุกกำลังใจทั้งคนไทยเอง หรือนักท่องเที่ยวด้วยว่าเรายังมีอีกหลายอย่างในชาติที่ยังเป็นกำลังใจให้เราในการนำชาติเดินหน้าต่อไป”

Irada
ชนาภา ตรีรัตนชาติ (ดีไซเนอร์)
“การที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการนี้ บอกเลยว่าในฐานะคนไทยคนหนึ่งและเป็นหนึ่งในไทยดีไซเนอร์ด้วยก็รู้สึกเป็นเกียรติมาก เพราะว่าเราได้อยู่ในวาระที่ธงชาติหรือธงไตรรงค์ครบ 100 ปี ตอนที่ได้ยินคอนเซปต์ Colors of Siam ครั้งแรก ในหัวก็นึกขึ้นมา 3 สีเลยนั่นคือ ขาว น้ำเงิน และแดง สิ่งที่เราคิดอย่างแรก แน่นอนคือ 3 สี ต่อมาเรานึกถึงเรื่องของเชปที่เป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า เลยนำโครงสร้างนี้มาทำเป็นเสื้อโอเวอร์ไซส์ หยอดด้วยสีที่เราตัดทอนมาเรียบเรียงใหม่ให้ออกมาเป็นแพตเทิร์นที่เราเห็นอยู่บนตัวเสื้อ และเราอยากให้ชุดมีความพลิ้วไหว ดูสง่างาม ยิ่งใหญ่เหมือนธงไตรรงค์ นี่ก็เป็นอีกความภูมิใจ เพราะเราเป็นแค่เสียงเล็กๆ เสียงหนึ่ง พอเราได้ทำอะไรที่แสดงถึงความรักชาติจึงเป็นความภูมิใจอันสูงสุดของคนทำเสื้อผ้า”
The post เบื้องหลัง Colors of Siam แฟชั่นสุดพิเศษเพื่อเฉลิมฉลอง 100 ปีธงชาติไทย appeared first on THE STANDARD.
]]>The post เสียงไซเรนดังก้อง เมื่อเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธครั้งที่ 15 ของปี appeared first on THE STANDARD.
]]>The post เสียงไซเรนดังก้อง เมื่อเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธครั้งที่ 15 ของปี appeared first on THE STANDARD.
]]>
วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเ […]
The post ปูตินยันคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ “ไม่มีประโยชน์” นานาชาติเสียงแตกปมมาตรการตอบโต้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ออกมาเตือนถึงความอันตรายของวิกฤตเกาหลีเหนือที่อาจนำไปสู่ภัยพิบัติระดับโลก จนนำมาสู่การเสียชีวิตมากมาย พร้อมย้ำว่ามาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม “ไม่มีประโยชน์”
ภายในวันสุดท้ายของงานประชุม BRICS ที่ประเทศจีน ประธานาธิบดีแดนหมีขาวกล่าวถึงทางแก้ปัญหานี้ว่า “ไม่มีทางอื่น… นอกเหนือไปจากการเจรจาอย่างสันติ”
ผู้นำรัสเซียยังประณามท่าทียั่วยุของเกาหลีเหนือด้วย แต่แสดงความคิดเห็นว่า การเสนอมาตรการคว่ำบาตรให้หนักขึ้นตามแนวทางสหรัฐอเมริกาไม่มีความหมายและไม่สร้างผลลัพธ์ใดๆ

Photo: www.kcna.kp
“เราจดจำได้ดีถึงสิ่งที่เกิดขึ้นต่ออิรักและซัดดัม ฮุสเซน ลูกๆ ของเขาถูกฆ่าทิ้ง ประเทศทั้งประเทศถูกทำลายย่อยยับ และซัดดัม ฮุสเซน ก็ถูกฆ่า เราต่างรู้ดีว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร และประชาชนเกาหลีเหนือเองก็จดจำถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอิรักได้เช่นกัน” ปูตินกล่าวพร้อมย้อนถึงสถานการณ์ในลิเบียเมื่อ 5 ปีก่อน
“พวกเขายอมจะกินหญ้าเสียดีกว่ายอมยุติโครงการนิวเคลียร์ ตราบใดก็ตามที่พวกเขายังไม่รู้สึกปลอดภัย”
ปูตินระบุต่อไปถึงมุมมองทางมนุษยธรรมว่า ประชาชนหลายล้านคนในประเทศเองก็ต้องแบกรับความทรมานจากการคว่ำบาตรเช่นกัน
ขณะเดียวกัน ฮันแทซอง ทูตเกาหลีเหนือประจำสหประชาชาติ ณ กรุงเจนีวา ระบุว่า มาตรการป้องกันตนเองของประเทศในช่วงที่ผ่านมา ถือเป็นของขวัญที่จ่าหน้าซองถึงสหรัฐอเมริกา
“สหรัฐอเมริกาจะได้รับของขวัญจากประเทศของเราต่อไปเรื่อยๆ หากยังประพฤติตัวยั่วยุและพยายามกดดันต่อไปอย่างลมๆ แล้งๆ” ทูตโสมแดงเผย

Photo: KENA BETANCUR/AFP
นานาชาติเสียงแตก
สหประชาชาติเดินหน้ามาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเกาหลีเหนือมาต่อเนื่องเรื่อยๆ นับตั้งแต่ปี 2006 และเป็นแนวทางที่ถูกปฏิบัติมาตลอด จนเมื่อวานนี้ วาซิลี เนเบนเซีย ทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติจวกข้อเสนอคว่ำบาตรที่เสนอโดยสหรัฐฯ ว่า “ชิงสุกก่อนห่ามเกินไปนิด”
การพิจารณามาตรการดังกล่าวจะมีขึ้นในวันที่ 11 กันยายนนี้ ผ่านการประชุมของตัวแทนชาติสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคง โดย 5 ประเทศสมาชิกถาวรมีสิทธิในการยับยั้ง ซึ่งหนึ่งในกลุ่มดังกล่าวรวมถึงรัสเซียและจีนด้วย
ข้อมูลจากเกาหลีใต้ระบุว่า ประเทศที่เกาหลีเหนือร่วมค้าขายด้วยมากที่สุดคือจีน โดยถือครองตลาดถึง 92 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม หวังอี้ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศจีนย้ำว่า จะมีส่วนรวมในการประชุมคณะมนตรีฯ อย่างมีความรับผิดชอบและปฏิบัติตัวอย่างสร้างสรรค์
เช่นเดียวกันที่ฝ่าย คังคยองฮวา รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ ที่ออกมาเผยหลังการเจรจากับหวังอี้ว่า รัฐบาลจีนมีท่าทีสนับสนุนการคว่ำบาตรเพิ่มเติม
แต่ฝ่ายของ ชินโซ อาเบะ ผู้นำญี่ปุ่น และ อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีที่เปิดการเจรจาผ่านโทรศัพท์เมื่อวานนี้ พร้อมตกลงใจว่าการคว่ำบาตรต้องยุติลง
ฝ่ายตัวแทนเกาหลีเหนือเองย้ำว่า มาตรการคว่ำบาตรไม่มีทางเป็นผล และเกาหลีเหนือจะไม่มีทางเอาเรื่องการทดลองนิวเคลียร์ขึ้นโต๊ะเจรจาอย่างแน่นอน

Photo: JUNG Yeon-Je/AFP
นิวเคลียร์ที่สั่นสะเทือนความมั่นคงโลก
ปลายสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หญิงสูงวัยนาม รีชุนฮี ผู้ประกาศข่าวชาวเกาหลีที่ถูกจดจำจากการสวมชุดฮันบกสีชมพูและท่าทีการอ่านข่าวที่สั่นอารมณ์ ออกมาเปิดเผยพร้อมยกย่องความสำเร็จล่าสุดของประเทศในการยิงอาวุธนิวเคลียร์เป็นครั้งที่ 6
นิวเคลียร์ที่ถูกยิงเป็นชนิดระเบิดไฮโดรเจนที่มีความรุนแรงและรัศมีการทำลายล้างสูงกว่าปกติ อันเนื่องมาจากการใช้ปฏิกิริยาฟิชชันมาร่วม โดยอาวุธชิ้นล่าสุดได้สร้างแรงสั่นสะเทือนระดับแมกนิจูด 6.3 สูงสุดในบันทึกการยิงของเกาหลีเหนือ
การติดตามกิจกรรมอาวุธนิวเคลียร์โดยเกาหลีใต้และนอร์เวย์คาดการณ์ว่า เทียบเท่าระเบิดทีเอนทีประมาณ 50-120 ตัน ขณะที่นิวเคลียร์ที่ถูกยิงลงฮิโรชิมะมีรัศมีเทียบเท่าทีเอนที 15 กิโลตัน
ภายหลังเกาหลีใต้ตอบโต้ด้วยการเปิดฉากฝึกซ้อมรบทางทหารด้วยกระสุนจริง พร้อมทั้งให้เครื่องบินรบขึ้นและมีการยิงทดสอบขีปนาวุธด้วย

Photo: www.kcna.kp
Cover Photo: WU HONG/POOL/AFP
อ้างอิง:
The post ปูตินยันคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ “ไม่มีประโยชน์” นานาชาติเสียงแตกปมมาตรการตอบโต้ appeared first on THE STANDARD.
]]>The post เกาหลีเหนือ จะเป็น ‘รัฐนิวเคลียร์’ โดยสมบูรณ์? appeared first on THE STANDARD.
]]>The post เกาหลีเหนือ จะเป็น ‘รัฐนิวเคลียร์’ โดยสมบูรณ์? appeared first on THE STANDARD.
]]>