Michelin Guide Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/michelin-guide/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 26 Mar 2026 09:02:40 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 MICHELIN Guide Thailand ปล่อยลิสต์ 10 ร้านใหม่ ซึ่งบางร้านอาจได้รางวัลในปีนี้ https://thestandard.co/life/michelin-guide-thailand-new-restaurants/ Thu, 26 Mar 2026 09:02:40 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1191640 ภาพบรรยากาศยามค่ำคืนของร้านอาหารสตรีทฟู้ดในเยาวราช กรุงเทพฯ

หลังงานประกาศ ‘MICHELIN Guide Hong Kong – Macau’ […]

The post MICHELIN Guide Thailand ปล่อยลิสต์ 10 ร้านใหม่ ซึ่งบางร้านอาจได้รางวัลในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศยามค่ำคืนของร้านอาหารสตรีทฟู้ดในเยาวราช กรุงเทพฯ

หลังงานประกาศ ‘MICHELIN Guide Hong Kong – Macau’ ปี 2026 จบลงไปไม่นาน ทางมิชลินไกด์ก็ปล่อยรายชื่อ 10 ร้านอาหารใหม่ในไทยที่จะเข้ามาอยู่ในลิสต์ MICHELIN Guide Thailand ปี 2026 ออกมาเรียกน้ำย่อย โดยมีร้านโอมากาเสะสไตล์คัปโปะโดยเชฟไทย ร้านพาสตาโดยเชฟอิตาเลียนที่กลับเข้าสู่ลิสต์อีกครั้ง ไปจนถึงร้านสตรีทฟู้ดระดับตำนานอย่างขนมเบื้องกว่า 50 ปี

 

10 ร้านใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในลิสต์ล่าสุด ได้แก่

 

  • La Dotta (กรุงเทพฯ)
  • กำกิ๋นสุก (กรุงเทพฯ)
  • เป็ดตุ๋นเจ้าท่า (กรุงเทพฯ)
  • ขนมเบื้องแม่ประภา สาขาพระนคร (กรุงเทพฯ)
  • แม่ทุมผัดไทยเข่ง (กรุงเทพฯ)
  • เจ๊ง้อ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ (กรุงเทพฯ)
  • Fillets (กรุงเทพฯ)
  • Gaggan at Louis Vuitton (กรุงเทพฯ)
  • ครัวเจ๊เมียด (ชลบุรี)
  • สมภพข้าวต้มปลา (ชลบุรี)

 

ความน่าสนใจของลิสต์นี้อยู่ที่ความหลากหลาย ตั้งแต่ร้านไฟน์ไดนิ่งที่ขับเคลื่อนด้วยเชฟระดับนานาชาติ ไปจนถึงร้านอาหารท้องถิ่นที่สืบทอดสูตรกันมาหลายรุ่น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ‘มาตรฐานของความอร่อย’ ในสายตาของมิชลิน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า ‘ร้านไหนอร่อย’ แต่คือ ‘ร้านไหนจะไปต่อ’ และมีโอกาสก้าวขึ้นสู่เวทีรางวัลในปีนี้

 

และ 10 ร้านนี้ เป็นเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น เพราะ MICHELIN Guild จะทยอย อัปเดตรายชื่อร้านใหม่ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชันเป็นประจำในช่วงปลายเดือน พร้อมสัญลักษณ์ ‘New’ ก่อนจะนำไปรวมประกาศอีกครั้งในงานใหญ่ช่วงปลายปี ซึ่งทำให้ลิสต์นี้กลายเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับคนที่อยากตามเทรนด์ร้านอาหาร หรือมองหาร้านใหม่ๆ ไว้ไปลองก่อนใคร

 

ภาพ: Shutterstock

 

The post MICHELIN Guide Thailand ปล่อยลิสต์ 10 ร้านใหม่ ซึ่งบางร้านอาจได้รางวัลในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุป ‘MICHELIN Guide Hong Kong & Macau 2026’ มี 2 ดาวใหม่ และ 278 ร้านน่าจับตา https://thestandard.co/life/michelin-guide-hong-kong-macau-2026/ Fri, 20 Mar 2026 03:59:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1189439 ภาพสรุปผล ‘MICHELIN Guide Hong Kong & Macau 2026’ ที่มี 2 ดาวใหม่ และ 278 ร้านอาหารน่าจับตา

เพิ่งจบกันไปสดๆ ร้อนๆ กับงานประกาศผล The MICHELIN Guide […]

The post สรุป ‘MICHELIN Guide Hong Kong & Macau 2026’ มี 2 ดาวใหม่ และ 278 ร้านน่าจับตา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพสรุปผล ‘MICHELIN Guide Hong Kong & Macau 2026’ ที่มี 2 ดาวใหม่ และ 278 ร้านอาหารน่าจับตา

เพิ่งจบกันไปสดๆ ร้อนๆ กับงานประกาศผล The MICHELIN Guide Hong Kong & Macau 2026’ ที่ครั้งนี้จัดขึ้นที่ Grand Lisboa Palace Resort เขตบริหารพิเศษมาเก๊า และยังถือเป็นปีที่ 18 ของมิชลินไกด์ในสองเมืองสำคัญของเอเชีย รวมถึงยังตรงกับการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของ ‘ดาวมิชลิน’ ด้วย

 

ภาพรวมปีนี้มีร้านอาหารระดับดาวมิชลินรวม 98 แห่ง จากทั้งหมด 278 ร้าน ที่ได้รับการคัดเลือก แบ่งเป็นฮ่องกง 77 ร้าน และมาเก๊า 21 ร้าน โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการมีร้านในฮ่องกง 2 แห่งที่ขยับขึ้นสู่ 2 ดาว ได้แก่ Cristal Room by Anne-Sophie Pic และ L’Atelier de Joel Robuchon

 

ขณะเดียวกัน ร้านระดับ 3 ดาว อย่าง Amber, Caprice, T’ang Court และ Forum ยังคงรักษามาตรฐานได้อย่างแข็งแรง เช่นเดียวกับ 8½ Otto e Mezzo Bombana และ Sushi Shikon ที่ยังคงเป็นหมุดหมายสำคัญของไฟน์ไดนิ่งในฮ่องกง

 

ส่วนกลุ่ม 2 ดาวยังคงเต็มไปด้วยร้านที่ ‘ควรค่าแก่การเดินทาง’ ไม่ว่าจะเป็น Lung King Heen, L’Envol, Octavium หรือ Ying Jee Club ซึ่งสะท้อนความหลากหลายของซีนอาหารฮ่องกงได้อย่างชัดเจน คือมีตั้งแต่ Cantonese แบบดั้งเดิม ไปจนถึง Contemporary European ที่ตีความใหม่อย่างมีชั้นเชิง

 

ส่วนร้านระดับ 1 ดาวยังคงเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจที่สุดของเมือง ด้วยความหลากหลายที่เปิดกว้างมากขึ้น ทั้งร้านอย่าง Mono, Andō, Estro ไปจนถึงร้านญี่ปุ่นอย่าง Sushi Wadatsumi ที่ช่วยเติมสีสันให้ Dining Scene ของฮ่องกงมีมิติและพลังมากขึ้นในทุกปี

 

สิ่งที่น่าจับตาในปีนี้ไม่ใช่แค่จำนวนดาว แต่คือ ‘จังหวะ’ ของวงการ ทั้งการกลับมาของร้านเดิม การเปิดตัวของร้านใหม่ และอิทธิพลของวัตถุดิบและรสชาติจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่เริ่มชัดขึ้น ขณะเดียวกัน แนวคิดเรื่อง Sustainability และการส่งต่อความรู้ก็ถูกยกขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งแกนสำคัญ ผ่านการคงอยู่ของ MICHELIN Green Star และการเปิดตัวรางวัล Mentor Chef Award เป็นครั้งแรกในภูมิภาคนี้

 

และทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ทำให้ MICHELIN Guide ปี 2026 ไม่ได้เป็นแค่ลิสต์ร้านอาหาร แต่เป็นภาพสะท้อนของวงการที่ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และทำให้ฮ่องกงและมาเก๊า ก็ยังคงเป็นหนึ่งในเมืองอาหารที่น่าจับตามองที่สุดของโลก

 

ภาพ: พลอยจันทร์ สุขคง, Michelin Guide

The post สรุป ‘MICHELIN Guide Hong Kong & Macau 2026’ มี 2 ดาวใหม่ และ 278 ร้านน่าจับตา appeared first on THE STANDARD.

]]>
8 ร้านใหม่ Bib Gourmand จาก MICHELIN Guide Hong Kong & Macau 2026 https://thestandard.co/life/8-new-bib-gourmand-michelin-hong-kong-macau-2026/ Fri, 13 Mar 2026 10:03:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1187165 ภาพร้านอาหารใหม่ Bib Gourmand จาก MICHELIN Guide Hong Kong & Macau 2026

ช่วงนี้สายกินดื่มต้องมุ่งหน้าสู่ฮ่องกง-มาเก๊าเป็นพิเศษ […]

The post 8 ร้านใหม่ Bib Gourmand จาก MICHELIN Guide Hong Kong & Macau 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพร้านอาหารใหม่ Bib Gourmand จาก MICHELIN Guide Hong Kong & Macau 2026

ช่วงนี้สายกินดื่มต้องมุ่งหน้าสู่ฮ่องกง-มาเก๊าเป็นพิเศษ เพราะนอกจากเวที Asia’s 50 Best Restaurants 2026 ที่ประกาศในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ ยังมีอีกหนึ่งรางวัลสำคัญคนวงการอาหารกับ ‘MICHELIN Guide Hong Kong & Macau 2026’ ที่กำลังประกาศรายชื่อร้านอาหารทั้งหมดในวันที่ 19 มีนาคม 2026 เช่นกัน

 

เมื่อวานนี้ (12 มี.ค.) ทางไกด์ได้เผยลิสต์ร้านที่ติด ‘Bib Gourmand’ ประจำปีนี้ โดยมอบให้แก่ร้านอาหารที่โดดเด่นด้านคุณภาพและความคุ้มค่า ซึ่งปีนี้มีทั้งหมด 83 ร้าน แบ่งเป็นฮ่องกง 70 ร้าน และมาเก๊า 13 ร้าน โดยมีร้านใหม่เข้าลิสต์ทั้งหมด 8 ร้าน ซึ่งมีทั้งอาหารกวางตุ้งและแต้จิ๋วแบบดั้งเดิม พิซซ่าสไตล์เนเปิลส์ ไปจนถึงอาหารโปรตุเกสและไทย

 

และนี่คือ 8 ร้านใหม่ที่ได้ ‘Bib Gourmand’ ใน MICHELIN Guide Hong Kong & Macau 2026

 

1. Dragons’ Den, Hong Kong

 

ร้านอาหารกวางตุ้งบรรยากาศย้อนยุคที่ซ่อนตัวอยู่ในห้างบริเวณเชิงเขา Lion Rock เน้นเมนูอาหารคลาสสิกที่หากินได้ยาก เช่น baked egg omelette with fish tripe เมนูขึ้นชื่อคือ นกพิราบ dry-age 5 วัน ที่นำไปรมควันไม้แพร์แล้วทอดกรอบ

 

2. Lai’s Kitchen, Hong Kong

 

ร้านในเครือ Flower Drum ที่ได้แรงบันดาลใจจาก dai pai dong หรือร้านอาหารริมทางแบบดั้งเดิมของฮ่องกง ช่วงกลางวันเน้นเมนูเรียบง่ายอย่างข้าวและเส้น ส่วนมื้อเย็นมีอาหารกวางตุ้งและ ข้าวอบหม้อดิน เมนูแนะนำคือ ข้าวอบหม้อดิน 3 สมบัติ

 

3. Ho Ho Chak, Hong Kong

 

ร้านอาหารแต้จิ๋ว (Chiu Chow) ที่บริหารโดยพี่น้องสามคนซึ่งทำธุรกิจค้าส่งซีฟู้ดและผลไม้ด้วย จึงมีวัตถุดิบสดคุณภาพดีอย่างสม่ำเสมอ เมนูเด่นคือ หมูสับนึ่งปูทะเลไข่ปูเข้มข้น และไข่เจียวหัวไชโป๊กับหมูสับที่ทอดจนด้านนอกกรอบแต่ด้านในนุ่ม

 

ภาพร้านอาหารใหม่ Bib Gourmand จาก MICHELIN Guide Hong Kong & Macau 2026 1

 

4. Fiata Pizza, Hong Kong

 

ร้านพิซซ่าสไตล์เนเปิ้ลที่ทำสดตามสั่งโดยเชฟจากอิตาลีตอนใต้ ใช้วัตถุดิบส่งตรงจากอิตาลี จุดเด่นคือแป้งพิซซ่าขอบกรอบฟู ตรงกลางนุ่มชุ่มฉ่ำ เมนูแนะนำคือ Provola e Pepe Pizza ที่รวมชีสมอซซาเรลล่ารมควัน มะเขือเทศ และพริกไทย

 

5. Siaw, Hong Kong

 

‘เสี่ยว’ ในภาษาอีสาน แปลว่า ‘เพื่อนรัก’ ที่นี่เป็นร้านอาหารไทยบรรยากาศสนุกที่เต็มไปด้วยสีสัน และเพลง T-Pop เน้นเสิร์ฟจานไทยแบบคอมฟอร์ตฟู้ด เช่น ผัดกะเพราไข่ดาว, ผัดไทย, ก๋วยเตี๋ยวเรือ ไปจนถึงอาหารสตรีทฟู้ดอย่างหมูสเต๊ะ และขนมครก

 

6. Uncle Quek, Hong Kong

 

ร้านอาหารโดยเชฟ Barry Quek ที่รวมเมนูหลากเชื้อชาติในอาเซียนไว้ในแห่งเดียว โดยได้แรงบันดาลใจจากความทรงจำวัยเด็ก เมนูเด่นคือ Lobster Laksa ที่น้ำซุปเข้มข้นจากกุ้งและกะทิ และไก่ทอดคลุกซีเรียลที่ได้แรงบันดาลใจจากเมนูกุ้งสิงคโปร์

 

7. A Lorcha, Macau

 

ร้านอาหารโปรตุเกสยอดนิยมใกล้ Barra Temple ในมาเก๊า บรรยากาศสบายๆ และเป็นที่ชื่นชอบของทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว เมนูที่ควรลองคือ Salted Cod Fritter หรือทอดมันปลาคอดเค็ม รวมถึง Pork and Clams แบบแคว้น Alentejo และข้าวซีฟู้ด

 

8. Nok Song, Macau

 

ร้านอาหารไทยฟิวชันในมาเก๊าที่ตกแต่งด้วยโถงโค้งแบบโบสถ์โกธิค เสิร์ฟอาหารไทยฟิวชันที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพจากทั่วโลก เช่น ยำกุ้งดิบ Obsiblue จากนิวแคลิโดเนีย และแกงเผ็ดหัวปาล์มกับคอหมูไอเบอริโกจากสเปน

 

ภาพ: Shutterstock

The post 8 ร้านใหม่ Bib Gourmand จาก MICHELIN Guide Hong Kong & Macau 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Omakase Test: พิสูจน์เคมีคู่เดตให้รู้เรื่องใน 2 ชั่วโมง ด้วยโอมากาเสะ https://thestandard.co/life/omakase-date-chemistry-test/ Wed, 25 Feb 2026 03:44:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1181497 ภาพประกอบร้านโอมากาเสะทั้ง 5 แห่งที่แนะนำในบทความ เพื่อพิสูจน์เคมีคู่เดต

หลายคนบอกว่าอยากรู้จักใครให้ลองไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกั […]

The post Omakase Test: พิสูจน์เคมีคู่เดตให้รู้เรื่องใน 2 ชั่วโมง ด้วยโอมากาเสะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบร้านโอมากาเสะทั้ง 5 แห่งที่แนะนำในบทความ เพื่อพิสูจน์เคมีคู่เดต

หลายคนบอกว่าอยากรู้จักใครให้ลองไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกัน แต่ในทุกวันนี้โลกของความสัมพันธ์ที่หมุนไวขึ้นทุกวัน เราอาจไม่ต้องรอถึงทริปยาวๆ เพราะแค่การนั่งสบตากันหน้าบาร์ไม้ฮิโนกิสัก 2 ชั่วโมง ในบรรยากาศที่ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างประณีตอย่าง ‘โอมากาเสะ’ ก็อาจทำหน้าที่เป็นเครื่องตรวจวัดเคมีและความเข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ

 

สำหรับเราแล้ว โอมากาเสะจึงไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติ แต่มันคือการสร้างพื้นที่จำลองของความสัมพันธ์ ภายใต้แสงไฟนวลตาและช่วงเวลาของมื้ออาหารที่เชฟเป็นผู้กำหนด เราจะได้เห็นตัวตนของอีกฝ่ายผ่านรายละเอียดเล็กๆ ตั้งแต่ความใส่ใจเรื่องสิ่งที่เราทานไม่ได้ก่อนเริ่มจองโต๊ะ ไปจนถึงวิธีที่เขารับมือกับความเงียบในพื้นที่ที่หลบสายตากันไม่ได้

 

และยังรวมถึงวิธีที่เขาปฏิบัติต่อคนรอบข้างในช่วงที่ต้องรอคำถัดไป เพราะในความสัมพันธ์ที่ดีไม่ควรทำให้ใครต้องเดา และต้องไม่ทำให้ใครรู้สึกตัวเล็กลง แม้ในมื้ออาหารที่หรูหราที่สุดก็ตาม หากจบคอร์สแล้วบทสนทนายังลื่นไหลจนลืมมองนาฬิกา คุณอาจกำลังพบความสัมพันธ์ที่รสชาติกลมกล่อม ยิ่งกว่าอูนิคำสุดท้ายที่เพิ่งทานหมดไป

 

LIFE เลยคัด 5 ร้านโอมากาเสะที่แตกต่างทั้งบรรยากาศและเรื่องราว มาให้คุณเลือกใช้เป็นพื้นที่เช็กเคมีในเดตถัดไป

 

ภาพประกอบร้านโอมากาเสะทั้ง 5 แห่งที่แนะนำในบทความ เพื่อพิสูจน์เคมีคู่เดต 1

 

Sushi Masato

 

หนึ่งในตำนานโอมากาเสะของกรุงเทพฯ ที่ได้รับมิชลินสตาร์ และถูกพูดถึงในฐานะร้านซูชิระดับแถวหน้าของวงการมาอย่างยาวนาน โดยเชฟมาซาโตะ ชิมิสุ ผู้ยึดมั่นในศาสตร์ซูชิสไตล์ Edomae สไตล์เก่าดั้งเดิมอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่การบ่มปลา การปรับอุณหภูมิข้าว ไปจนถึงจังหวะการเสิร์ฟที่คำนวณมาอย่างแม่นยำ

 

วัตถุดิบส่วนใหญ่ส่งตรงจากตลาดปลาในญี่ปุ่นตามฤดูกาล คอร์สโอมากาเสะจึงถูกจัดเรียงลำดับรสชาติอย่างละเอียด ทุกคำเน้นความสมดุลระหว่างปลาและข้าวในแบบที่เรียบง่าย และกลายเป็นหมุดหมายของคนที่อยากสัมผัสโอมากาเสะแบบจริงจังในไทย

 

บรรยากาศของร้านค่อนข้างเงียบ มีความเป็นส่วนตัวสูง เคาน์เตอร์ขนาดเล็กทำให้ทุกที่นั่งใกล้ชิดกับเชฟและทุกขั้นตอนของการรังสรรค์อาหาร เป็นร้านที่ไม่เน้นความหวือหวา เน้นความนิ่ง ความแม่นยำ และความตั้งใจในทุกองค์ประกอบ

 

เหมาะกับเดตที่อยากได้ประสบการณ์โอมากาเสะระดับตำนาน และบทสนทนาที่จริงจังในพื้นที่ที่สงบและโฟกัสกับสิ่งตรงหน้า

 

Address: ซอยสุขุมวิท 31 (ซอยสวัสดี 1)

Open: เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ มื้อกลางวันเวลา 12.00 น. / มื้อค่ำเวลา 17.00 น. / 19.30 น.

Contact: Sushi Masato

Budget: เริ่มต้น 4,000++ บาทต่อคน

 

ภาพประกอบร้านโอมากาเสะทั้ง 5 แห่งที่แนะนำในบทความ เพื่อพิสูจน์เคมีคู่เดต 2

 

Umi

 

อีกหนึ่งในร้านโอมากาเสะที่อยู่คู่กรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน และมีฐานลูกค้าประจำชัดเจน ซึ่งเป็นร้านที่หลายคนรู้จักในฐานะจุดเริ่มต้นของการทำความรู้จักโอมากาเสะของไทย

 

เชฟเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล โดยเน้นความสดและความสมดุลของรสชาติในทุกคำ คอร์สถูกจัดเรียงอย่างเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนเกินไป แต่ยังคงความละเมียดในแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ทำให้เป็นร้านที่ทั้งมือใหม่และคนที่คุ้นเคยกับโอมากาเสะอยู่แล้วสามารถนั่งทานได้อย่างสบายใจ

 

ด้วยบรรยากาศของร้านให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเองมากกว่าความเคร่งขรึม ตัวเคาน์เตอร์ไม่ใหญ่ ทำให้เกิดบทสนทนาได้ง่าย และไม่กดดันจนเกินไปสำหรับเดตแรก

 

ก็เหมาะกับคู่เดตที่อยากเช็กเคมีในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย แต่ยังได้มาตรฐานโอมากาเสะที่ไว้ใจได้

 

Address: มี 2 สาขา ที่ Gaysorn Village และ Velaa Sindhorn Village

Open: เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 12.00-14.00 น. / 17.30-19.30 น.

Contact: Umi

Budget: เริ่มต้น 3,800++ บาทต่อคน

 

ภาพประกอบร้านโอมากาเสะทั้ง 5 แห่งที่แนะนำในบทความ เพื่อพิสูจน์เคมีคู่เดต 3

 

Sushi Ichizu

 

เชฟเลือกใช้วัตถุดิบในสไตล์โอมากาเสะญี่ปุ่นแท้แบบ Edomae สไตล์เก่าดั้งเดิม โดยเสิร์ฟคอร์สซูชิที่เปลี่ยนตามฤดูกาลและเลือกวัตถุดิบระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่น เช่น Uni จากฮอกไกโดหรือปลาทูน่าคัดพิเศษ และมีตัวเลือกทั้ง Nigiri Course, Mini Omakase และ Full Omakase ที่ระดับสูงกว่าเดิม

 

บรรยากาศของร้านออกแบบให้รู้สึกเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง ด้วยสไตล์ญี่ปุ่นแบบมินิมอลและเคาน์เตอร์ที่ไม่ใหญ่ ทำให้เป็นหนึ่งในร้านโอมากาเสะที่ได้รับคำชมว่ามีทั้งคุณภาพวัตถุดิบและการบริการที่ดี ซึ่งต้องจองล่วงหน้าเสมอเพราะจำนวนที่นั่งมีจำกัด

 

เหมาะกับเดตที่อยากได้ประสบการณ์พิเศษของโอมากาเสะที่สงบและละเมียดละไมแบบญี่ปุ่นแท้

 

Address: ซอยเพชรบุรี 38/1 (ท้ายซอยสุขุมวิท 39)

Open: เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ มื้อกลางวันเวลา 12.00 น. / 13.00 น. / มื้อค่ำเวลา 17.30 น. / 19.30 น. / 20.00 น.

Contact: Sushi Ichizu

Budget: เริ่มต้น 2,500++ บาทต่อคน

 

ภาพประกอบร้านโอมากาเสะทั้ง 5 แห่งที่แนะนำในบทความ เพื่อพิสูจน์เคมีคู่เดต 4

 

Sushi Saryu

 

โอมากาเสะระดับพรีเมียมที่ได้รับการแนะนำใน Michelin Guide ของกรุงเทพฯ เชฟ Seiji Sudo จะรังสรรค์ คอร์สโอมากาเสะประมาณ 15 คำ พร้อมวัตถุดิบส่งตรงจากตลาดปลาโทโยสุในโตเกียว

 

บรรยากาศของร้านออกแบบให้รู้สึกเป็นส่วนตัวและมินิมอล ด้วยเคาน์เตอร์ไม้ฮิโนกิที่เชฟทำอาหารตรงหน้าแขก ทำให้ทุกคำสัมผัสได้ทั้งรสชาติและความตั้งใจของผู้เสิร์ฟ โดยมีที่นั่งจำกัดเพียง 6-8 คนต่อรอบเท่านั้น ดังนั้นการจองล่วงหน้าจึงสำคัญมาก

 

Address: ชั้น G, Kronos Building Sathorn

Open: เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 18.00-22:00 น.

Contact: Sushi Saryu

Budget: เริ่มต้น 8,000++ บาทต่อคน

 

ภาพประกอบร้านโอมากาเสะทั้ง 5 แห่งที่แนะนำในบทความ เพื่อพิสูจน์เคมีคู่เดต 5

 

Sushi Zo

 

ร้านโอมากาเสะที่โดดเด่นในแนวคิด Ittaikan หรือการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างอาหารทะเลและข้าวซูชิ ให้ทั้งสององค์ประกอบกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว ที่ก่อตั้งโดยเชฟ เคอิโซ เซกิ ชาวโอซาก้า นำเสนอซูชิแบบเอโดะมาเอะจากโตเกียว ก่อนเดินทางไปเปิดสาขาแรกที่ลอสแอนเจลิส และได้รับการการันตีด้วย มิชลินสตาร์ 2 ดวง จากลอสแอนเจลิส ปี 2009 และนิวยอร์ก ปี 2016

 

โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ของซูชิแบบเอโดะมาเอะไว้อย่างชัดเจน ทั้งในลำดับคอร์ส รสชาติ และจังหวะของมื้ออาหาร เหมาะกับเดตที่อยากสัมผัสโอมากาเสะแบบจริงจัง

 

ในบรรยากาศที่เน้นรายละเอียดและความตั้งใจในทุกคำ

 

Address: ชั้น G, Athenee Tower

Open: เปิดทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 12:00 น. / 17:30 น. / 19.30 น.

Contact: Sushi Zo

Budget: เริ่มต้น 7,000++ บาทต่อคน

 

ภาพ: Courtesy of the restaurant

The post Omakase Test: พิสูจน์เคมีคู่เดตให้รู้เรื่องใน 2 ชั่วโมง ด้วยโอมากาเสะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พูดคุยกับเชฟ Wilfrid Hocquet จาก Margo สู่ Felix ร้านอาหารสาย Smoked & Grill ที่กำลังเปิดตัว https://thestandard.co/life/wilfrid-hocquet-margo-felix-restaurant/ Thu, 29 Jan 2026 01:00:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1170815 ภาพเชฟ Wilfrid Hocquet อธิบายแนวคิดอาหาร Smoked & Grill สำหรับร้าน Felix

ท่ามกลางวัฒนธรรมการกินที่กำลังคึกคักในประเทศไทย Wilfrid […]

The post พูดคุยกับเชฟ Wilfrid Hocquet จาก Margo สู่ Felix ร้านอาหารสาย Smoked & Grill ที่กำลังเปิดตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเชฟ Wilfrid Hocquet อธิบายแนวคิดอาหาร Smoked & Grill สำหรับร้าน Felix

ท่ามกลางวัฒนธรรมการกินที่กำลังคึกคักในประเทศไทย Wilfrid Hocquet คือเชฟที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงเวลานี้ เขาคือผู้ที่พา Blue by Alain Ducasse คว้ามิชลินสตาร์ดวงแรกได้ภายในปีแรกที่เปิดร้าน และยังพา Margo BKK บิสโทรฝรั่งเศสที่เขาเป็นผู้ก่อตั้งและเชฟเจ้าของร้าน คว้ารางวัล MICHELIN Guide Opening of the Year ได้สำเร็จ แต่การเดินทางยังไม่จบแค่นั้น เขากำลังเตรียมก้าวต่อไปกับ Felix ร้านอาหารสาย Smoked & Grill แห่งใหม่ในซอยสมคิด ย่านชิดลม ที่ขับเคลื่อนด้วยกลิ่นหอมของควัน เตาย่างและเปลวไฟ แม้ทั้งสองร้านจะต่างสไตล์ แต่เชื่อมโยงกันบนตัวตนที่ชัดเจนของเชฟคนเดียวกัน

 

“การเปิดร้านอาหารก็อย่างที่เขาพูดกันเลยครับ มันเหมือนผู้หญิงคลอดลูก” เชฟ Wilfrid Hocquet เล่าย้อนถึงวันแรกของ Margo อย่างอารมณ์ดี ขณะนี้ที่นี่อายุได้ 7 เดือนเศษแล้ว “มันเป็นงานที่ต้องทุ่มเทพลังอย่างมาก มีเรื่องให้จัดการมากมาย วันแรกย่อมเข้มข้นเสมอและเต็มไปด้วยอารมณ์สารพัด” แต่เมื่อ Margo ได้รับการยอมรับจาก Michelin Guide ในช่วงต้นปี ก็นับเป็นข่าวดีที่ช่วยยืนยันวิสัยทัศน์ของเขาและพาร์ตเนอร์ต่อร้านบิสโทรฝรั่งเศสในย่านนี้ ที่ใส่ใจตั้งแต่การคิดคอนเซปต์อาหาร ไวน์ บรรยากาศ การตกแต่ง ไปจนถึงองค์ประกอบเล็กที่สุดบนโต๊ะอย่างจานชามและแก้ว

 

ภาพเชฟ Wilfrid Hocquet อธิบายแนวคิดอาหาร Smoked & Grill สำหรับร้าน Felix 1

 

“ผมคงเล่าสรุปถึง Margo ในวันเดียวไม่ได้หรอก” เขามองว่ามันเป็นการเดินทางอันยาวนาน ที่เกิดจากการสั่งสมแรงบันดาลใจและความคิดจากการพบปะเรียนรู้สิ่งที่ลูกค้าชื่นชอบ ประสบการณ์จากการทำงานให้คนอื่นในฐานะพนักงานกว่า 13 ปี ทั้งกับ Alain Ducasse นาน 8 ปี และการเดินทางไปทั่วโลก การได้เปิดร้านอาหารของตัวเองอย่าง Margo ถือเป็นการเดินทางที่เขารู้สึกขอบคุณที่สุด

 

“ช่วงปี 2013 ผมอยู่ประเทศไทยนาน 3 ปี ก่อนจะไปฝรั่งเศสและกลับมาไทยอีกครั้งในปี 2018 ถึงวันนี้ก็อีก 8 ปีแล้ว บวกลบก็คือผมอยู่ประเทศไทยเป็นสิบปีเลยครับ ผมรู้สึกว่าตอนนี้ผมมีความเข้าใจสิ่งที่คนไทยชอบมากขึ้น Margo เองมีลูกค้าไทยประมาณ 90–95% เราพยายามนำเสนอให้สอดคล้องกับสิ่งที่พวกเขากำลังมองหา สิ่งที่ทำในวันนี้เกิดจากประสบการณ์ที่ผมสะสมมาตลอดหลายปีในประเทศไทย เราพยายามทำให้ลูกค้ามีความสุขอยู่เสมอ ขณะเดียวกันก็ได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ ทุกวัน ซึ่งช่วยให้เราปรับเปลี่ยนและทำอะไรที่แตกต่าง รวมถึงทำในสิ่งที่คาดหวังว่าจะทำให้คนรักเราด้วย”

 

ภาพเชฟ Wilfrid Hocquet อธิบายแนวคิดอาหาร Smoked & Grill สำหรับร้าน Felix 2

 

“ผมคิดว่าผมต่อสู้กับตัวเองมาตลอดเลยครับ ในการจะเป็นคนที่มินิมอลมากๆ ตั้งใจทำทุกอย่างให้เรียบง่ายที่สุด ผมอยากให้ลูกค้าสามารถเข้าใจจานอาหารได้ทันที รู้ว่าพวกเขากำลังกินอะไรตั้งแต่แรกเห็น แต่ระหว่างทางผมรู้สึกว่า ต้องประนีประนอมกับกระบวนการคิดของตัวเอง เพราะบางครั้งลูกค้ายังไม่เข้าใจทิศทางที่เราพยายามจะสื่อ ลูกค้าบางส่วนรู้สึกว่าอาหารที่มีของน้อยในจานหมายถึงเราทำงานน้อยลงและมองว่าไม่คุ้มค่า ทั้งที่ในความจริง การทำอาหารให้ดูเรียบง่ายและมีองค์ประกอบน้อยต้องใช้ความพยายามมากกว่าเสียอีก

 

ภาพเชฟ Wilfrid Hocquet อธิบายแนวคิดอาหาร Smoked & Grill สำหรับร้าน Felix 3

 

ที่ Blue by Alain Ducasse ผมเคยทำอาหารไฟน์ไดนิ่งในแบบที่ผมรักมากในเชิงสุนทรียะ เราได้รับ Michelin Star และการยอมรับมากมาย แต่สำหรับ Margo ผมเลือกที่จะผ่อนคลายลง ทำให้ทุกอย่างเข้าถึงได้มากขึ้น ทั้งสไตล์ ราคาและวัตถุดิบ โดยโฟกัสที่ลูกค้ามากกว่าอีโก้ของเชฟ แม้ผมจะยังทำอาหารคลาสสิกแต่ก็ปรับเล็กน้อย เช่น บีฟทาร์ทาร์ ที่ยังคงรสชาติแบบฝรั่งเศส แต่มีการนำเสนอที่สนุกขึ้น ผมต้องยอมเปลี่ยนสไตล์ของตัวเองบ้าง แต่ทั้งหมดนี้คือวิสัยทัศน์ตั้งแต่ต้น และวันนี้ผลลัพธ์ก็พิสูจน์แล้วว่าเราเลือกทิศทางที่ถูกต้อง”

 

 

ภาพเชฟ Wilfrid Hocquet อธิบายแนวคิดอาหาร Smoked & Grill สำหรับร้าน Felix 4

 

แม้วันนี้ Margo จะอยู่ในช่วงที่น่าพอใจ แต่เชฟ Wilfrid ก็ย้ำว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เขามองว่าเป็นความสำเร็จถาวร “ตอนนี้เรามีความสุขมาก ร้านประสบความสำเร็จแทบทุกวัน” เขาเล่าว่าหกเดือนแรกยอดเยี่ยมมาก ร้านเติบโตขึ้นทุกเดือน แต่ขณะเดียวกัน เขาก็ไม่เคยคิดว่าสิ่งนี้จะคงอยู่ตลอดไป เพราะร้านอาหารคือธุรกิจบริการ และ “บริการคือสิ่งที่เราต้องเริ่มใหม่ทุกวัน” ไม่มีวันที่จะพูดได้ว่าเสร็จสมบูรณ์แล้ว เมื่อใดที่เริ่มคิดเช่นนั้น คุณภาพก็จะเริ่มถดถอย แม้จะมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ครัว ทำให้บางวันรับลูกค้าได้แค่ 100 ที่นั่ง ซึ่งเป็นจุดสูงสุดสำหรับร้านรูปแบบนี้ และลูกค้าจำนวนไม่น้อยจะตั้งใจกลับมาทานเมนูเดิมที่คุ้นเคยจนทำให้เปลี่ยนเมนูได้ไม่บ่อยนัก แต่สำหรับเชฟ Wilfrid แล้ว Margo ยังมีพื้นที่ให้พัฒนาอีกมากและเป็นการเดินทางที่สามารถขัดเกลา ปรับปรุงและทำให้ดีขึ้นได้ทุกวัน

 

ภาพเชฟ Wilfrid Hocquet อธิบายแนวคิดอาหาร Smoked & Grill สำหรับร้าน Felix 5

 

“สำหรับผม ความสำเร็จของ Margo มาจากความอยากรู้อยากเห็นต่อสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลก ผมเดินทางเยอะ ทำงานในหลายที่ และติดตามดูผ่านโซเชียลมีเดียว่าใครกำลังทำอะไรอยู่ที่ไหน ผมคิดว่าข้อเสนอของเรา ทั้งราคา ความคุ้มค่า บรรยากาศ และความเป็นร้านที่ผ่อนคลายล้วนตอบโจทย์ลูกค้าในยุคนี้

 

คุณไม่จำเป็นต้องแต่งตัวเป็นทางการ ไม่ต้องรีบ จะนั่งหนึ่งชั่วโมงหรือหลายชั่วโมงก็ได้ จะใช้จ่ายเท่าไรก็ขึ้นอยู่กับคุณ ความยืดหยุ่นแบบนี้คือสิ่งที่คนต้องการตั้งแต่ปี 2025 ซึ่งเป็นในช่วงที่เราเปิดและยังคงเป็นเช่นนั้นในวันนี้

 

ในขณะที่ไฟน์ไดนิ่งแบบดั้งเดิมเริ่มยากขึ้น เพราะมีแต่เทสติ้งเมนูและตัวเลือกที่จำกัด เชฟเป็นคนตัดสินใจทุกอย่างและแทบไม่มี à la carte (การสั่งอาหารเป็นจานตามใจชอบ) เลย โดยเฉพาะประเทศไทยที่อากาศร้อน ลูกค้ายิ่งต้องการความยืดหยุ่นมากขึ้น ผมไม่ได้บอกว่าสิ่งที่เราทำคือคำตอบที่ถูกต้องนะครับ แต่สิ่งที่เราพยายามคือการทำให้ร้านเข้าถึงได้ อยู่ใกล้ชิดกับลูกค้า ทีมเราเป็นคนไทยทั้งหมด เพื่อให้ Margo เป็นร้านที่เข้ามาแล้วรู้สึกสบายใจและอยากกลับมา”

 

ภาพเชฟ Wilfrid Hocquet อธิบายแนวคิดอาหาร Smoked & Grill สำหรับร้าน Felix 6

 

เมื่อพูดถึง Felix ร้านน้องใหม่สายย่างและรมควันที่เชฟ Wilfrid กำลังปลุกปั้น เขาริเริ่มจากเมนูพื้นฐานอย่างบาร์บีคิวที่ร้อนระอุทั้งบนเตาย่างและเตาไม้ นำมาต่อยอดแนวคิดไปสู่ทิศทางของ “อาหารรมควันที่แท้จริง” โดยยังยึดมาตรฐานระดับเดียวกับ Margo ในแง่ของ “ข้อเสนอที่คุ้มค่าเงินของลูกค้า” แนวคิดของ Felix คือการนำรูปแบบการย่างแบบอเมริกันมาผสานกับเทคนิคฝรั่งเศส วัตถุดิบท้องถิ่น และมุมมองต่ออาหารสไตล์โมเดิร์น โดยไม่ทำให้อาหารหนักแบบอเมริกันเกินไป แต่คงความรู้สึกสบายๆ ผ่านองค์ประกอบที่ให้ความอบอุ่นบนโต๊ะ ทั้งช้อนส้อม ผ้าคลุมโต๊ะ กระดาษ จานเนื้อหนา ของใช้รูปทรงกลม ขณะเดียวกันก็เสิร์ฟบรรยากาศกลิ่นรมควัน เป็นความเซ็กซี่ที่เข้าถึงง่าย และยังมีห้องต่างๆ ทั้งห้องไวน์ขนาดใหญ่ ห้องหลัก รวมทั้งระเบียงพร้อมสระว่ายน้ำให้ทุกคนได้ปล่อยใจและใช้เวลาดีๆ

 

ภาพเชฟ Wilfrid Hocquet อธิบายแนวคิดอาหาร Smoked & Grill สำหรับร้าน Felix 7

 

ส่วนตัวเขาได้เห็นงานออกแบบที่ยอดเยี่ยมฝีมือสถาปนิกและดีไซเนอร์ไทยอยู่เสมอ แต่ก็มักพบว่าบางร้านสวยมากแต่อาหารไม่ส่งเสริมกัน หรือบางครั้งอาหารดีแต่พื้นที่ไม่สอดคล้อง เขาคิดว่าร้านอาหารที่ดีคือผลลัพธ์ของการผสมผสานรายละเอียดทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างเหมาะสม เหมือนหนังที่นักแสดง เรื่องราวและองค์ประกอบต่างๆ ต้องไปทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่แค่อาหาร แต่ไวบ์ การบริการ ดนตรีและประสบการณ์ทั้งหมดต้องทำงานร่วมกัน เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกดีและอยากกลับมาอีกครั้ง

 

“เมนูไก่ที่ Margo ได้รับความนิยมมาก เราใช้ไก่ไทยและปรุงด้วยไวน์ แต่ที่ Felix ผมอยากทำไปอีกทางเลย ผมตั้งใจทำไก่รมควันแค่วันละประมาณ 20 ที่เท่านั้น แบบว่าหมดแล้วก็หมดเลยนะ ส่วนเมนูแนะนำ ผมอยากเริ่มด้วยแซลมอนรมควันร้อน เป็นแซลมอนที่เราดองและรมควันเอง ลูกค้าเลือกได้ว่าจะกินแบบเย็นหรือร้อน แต่ผมคิดว่าแบบร้อนน่าสนใจมาก เป็นจานสำหรับแชร์ เสิร์ฟกับวาฟเฟิลและครีมฮอร์สแรดิชให้อุ่นกินช่วงต้นมื้อ ที่ Margo แซลมอนรมควันของเราก็ได้รับความนิยมมากครับ เพราะเสิร์ฟเป็นชิ้นหนา อิ่มและคุ้มค่า ไม่ใช่บางๆ แบบ Carpaccio (เมนู Appetizer ที่มักแล่เนื้อหรือปลาเป็นแผ่นบาง) ที่ Felix ทุกอย่างจะขับเคลื่อนไปในทิศทางของกลิ่นควัน ทั้งรมควันร้อนและเย็น”

 

ภาพเชฟ Wilfrid Hocquet อธิบายแนวคิดอาหาร Smoked & Grill สำหรับร้าน Felix 8

 

เมื่อมองลึกถึงสิ่งที่ทำมาทั้งหมด เขาสรุปตัวเองว่าไม่ใช่คนไล่ตามเทรนด์ “ผมไม่แน่ใจว่าเทรนด์เป็นสิ่งที่ดีเสมอไป” ด้วยอินสตาแกรมและโซเชียลมีเดียทุกวันนี้ทำให้ทุกอย่างเป็นเทรนด์ได้ แต่สำหรับเชฟ Wilfrid เทคนิคหรือกระแสเป็นแค่สิ่งที่เข้ามาแล้วจากไป อย่างเช่น วิธีทำปลาที่เคยฮิตในช่วงหนึ่งหรือกระแสการหมักที่กำลังมาแรงในตอนนี้ ซึ่งบางคนทำได้ดีมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกร้านจำเป็นต้องเดินตามเส้นทางเดียวกัน

 

“ทุกคนควรมีอัตลักษณ์ของตัวเอง” และการยืนหยัดในสิ่งนั้นต้องอาศัยความมั่นใจ หากไม่เชื่อในตัวเอง เราก็อาจจะพยายามทำตามทุกความคิดเห็นของคนอื่น ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากทำ

 

“สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผมคือการทำในสิ่งที่ผมเชื่อ และมอบสิ่งนั้นให้กับลูกค้า รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการได้บอกตัวเองว่า ผมจะทำอาหารต่อไปในแบบของผม ไม่พยายามเป็นเหมือนใคร แต่เชื่อมั่นและเดินต่อไปในเส้นทางของตัวเอง”

 

Margo

 

Address: 52 ซอย นราธิวาสราชนครินทร์ 10 เขตสาทร กรุงเทพมหานคร

Open: ทุกวัน 17 00-00. 00 น.

Contact: 082 982 9259 หรือจองโต๊ะ https://www.tablecheck.com

Budget: ประมาณ 1,500 – 2,000+ บาท/คน

 

 

The post พูดคุยกับเชฟ Wilfrid Hocquet จาก Margo สู่ Felix ร้านอาหารสาย Smoked & Grill ที่กำลังเปิดตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เยาวราชคึกคัก นักท่องเที่ยวแน่นรับต้นปี ไกด์เผยเทรนด์ฮิต ‘นั่งตุ๊กตุ๊ก-ตะลุยมิชลิน’ https://thestandard.co/yaowarat-tourists-tuktuk-michelin/ Sat, 17 Jan 2026 02:47:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1166198 เยาวราชคึกคัก นักท่องเที่ยวแน่นรับต้นปี ไกด์เผยเทรนด์ฮิต ‘นั่งตุ๊กตุ๊ก-ตะลุย มิชลิน’

วานนี้ (16 มกราคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำ […]

The post เยาวราชคึกคัก นักท่องเที่ยวแน่นรับต้นปี ไกด์เผยเทรนด์ฮิต ‘นั่งตุ๊กตุ๊ก-ตะลุยมิชลิน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เยาวราชคึกคัก นักท่องเที่ยวแน่นรับต้นปี ไกด์เผยเทรนด์ฮิต ‘นั่งตุ๊กตุ๊ก-ตะลุย มิชลิน’

วานนี้ (16 มกราคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการท่องเที่ยวบริเวณถนนเยาวราชในช่วงเย็นถึงค่ำ พบนักท่องเที่ยวจำนวนมากสัญจรพื้นที่ดังกล่าวจนเต็มทางเท้าเพื่อรอคิวรับประทานอาหารร้านชื่อดัง ส่งผลให้สภาพการจราจรโดยรอบมีความหนาแน่น

 

จากการสอบถามมัคคุเทศก์รายหนึ่งในพื้นที่ได้ให้ข้อมูลถึงพฤติกรรมการท่องเที่ยวในปีนี้ว่า เส้นทางเยาวราชยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวหลากหลายสัญชาติ โดยเฉพาะรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง คือการพานักท่องเที่ยวต่างชาตินั่งรถตุ๊กตุ๊กชมทัศนียภาพรอบเกาะรัตนโกสินทร์และเข้าสู่เยาวราช เพื่อตามรอยรับประทานอาหารในร้านที่ได้รับรางวัลมิชลิน ไกด์ (Michelin Guide) ซึ่งถือเป็นจุดขายหลักที่สร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและรสชาติอาหารให้กับชาวต่างชาติ

 

มัคคุเทศก์รายเดิมยังระบุเพิ่มเติมว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวในปีนี้มีสัญญาณบวกที่ชัดเจน โดยนับตั้งแต่เข้าสู่ช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นต้นมา ปริมาณนักท่องเที่ยวมีความหนาแน่นอย่างต่อเนื่อง

 

เยาวราชคึกคัก นักท่องเที่ยวแน่นรับต้นปี ไกด์เผยเทรนด์ฮิต ‘นั่งตุ๊กตุ๊ก-ตะลุย มิชลิน’ 1เยาวราชคึกคัก นักท่องเที่ยวแน่นรับต้นปี ไกด์เผยเทรนด์ฮิต ‘นั่งตุ๊กตุ๊ก-ตะลุย มิชลิน’ 2เยาวราชคึกคัก นักท่องเที่ยวแน่นรับต้นปี ไกด์เผยเทรนด์ฮิต ‘นั่งตุ๊กตุ๊ก-ตะลุย มิชลิน’ 3เยาวราชคึกคัก นักท่องเที่ยวแน่นรับต้นปี ไกด์เผยเทรนด์ฮิต ‘นั่งตุ๊กตุ๊ก-ตะลุย มิชลิน’ 4เยาวราชคึกคัก นักท่องเที่ยวแน่นรับต้นปี ไกด์เผยเทรนด์ฮิต ‘นั่งตุ๊กตุ๊ก-ตะลุย มิชลิน’ 5เยาวราชคึกคัก นักท่องเที่ยวแน่นรับต้นปี ไกด์เผยเทรนด์ฮิต ‘นั่งตุ๊กตุ๊ก-ตะลุย มิชลิน’ 6เยาวราชคึกคัก นักท่องเที่ยวแน่นรับต้นปี ไกด์เผยเทรนด์ฮิต ‘นั่งตุ๊กตุ๊ก-ตะลุย มิชลิน’ 7เยาวราชคึกคัก นักท่องเที่ยวแน่นรับต้นปี ไกด์เผยเทรนด์ฮิต ‘นั่งตุ๊กตุ๊ก-ตะลุย มิชลิน’ 8เยาวราชคึกคัก นักท่องเที่ยวแน่นรับต้นปี ไกด์เผยเทรนด์ฮิต ‘นั่งตุ๊กตุ๊ก-ตะลุย มิชลิน’ 9เยาวราชคึกคัก นักท่องเที่ยวแน่นรับต้นปี ไกด์เผยเทรนด์ฮิต ‘นั่งตุ๊กตุ๊ก-ตะลุย มิชลิน’ 10เยาวราชคึกคัก นักท่องเที่ยวแน่นรับต้นปี ไกด์เผยเทรนด์ฮิต ‘นั่งตุ๊กตุ๊ก-ตะลุย มิชลิน’ 11เยาวราชคึกคัก นักท่องเที่ยวแน่นรับต้นปี ไกด์เผยเทรนด์ฮิต ‘นั่งตุ๊กตุ๊ก-ตะลุย มิชลิน’ 12เยาวราชคึกคัก นักท่องเที่ยวแน่นรับต้นปี ไกด์เผยเทรนด์ฮิต ‘นั่งตุ๊กตุ๊ก-ตะลุย มิชลิน’ 14เยาวราชคึกคัก นักท่องเที่ยวแน่นรับต้นปี ไกด์เผยเทรนด์ฮิต ‘นั่งตุ๊กตุ๊ก-ตะลุย มิชลิน’ 15

The post เยาวราชคึกคัก นักท่องเที่ยวแน่นรับต้นปี ไกด์เผยเทรนด์ฮิต ‘นั่งตุ๊กตุ๊ก-ตะลุยมิชลิน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Curated Life by THE STANDARD LIFE X UOB Privilege Banking: Define your finest taste นิยามไลฟ์สไตล์และรสชาติอาหารที่เป็นคุณผ่านดาว MICHELIN https://thestandard.co/life/define-your-finest-taste/ Thu, 18 Dec 2025 04:00:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1155609 The Curated Life by THE STANDARD LIFE X UOB Privilege Banking: Define your finest taste นิยามไลฟ์สไตล์และรสชาติอาหารที่เป็นคุณผ่านดาว MICHELIN

เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี 2025 อย่างเป็นทางการ ช่วงเวลาน […]

The post The Curated Life by THE STANDARD LIFE X UOB Privilege Banking: Define your finest taste นิยามไลฟ์สไตล์และรสชาติอาหารที่เป็นคุณผ่านดาว MICHELIN appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Curated Life by THE STANDARD LIFE X UOB Privilege Banking: Define your finest taste นิยามไลฟ์สไตล์และรสชาติอาหารที่เป็นคุณผ่านดาว MICHELIN

เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี 2025 อย่างเป็นทางการ ช่วงเวลานี้มีความสำคัญทั้งในแง่ของการเฉลิมฉลองอย่างอบอุ่นท่ามกลางเพื่อนฝูง ครอบครัว หรือกับคนรัก และยังเป็นช่วงที่น่าตื่นเต้นของเหล่า Foodie ที่รอคอยการประกาศรายชื่อร้านอาหารที่ได้รับดาวมิชลิน ประจำปี 2026

 

ไฮไลต์ที่โดดเด่นในงานย่อมหนีไม่พ้นการที่ร้านอาหารสัญชาติเยอรมนีอย่าง Sühring สามารถคว้าดาวดวงที่ 3 มาครองได้สำเร็จจนกลายเป็นร้านอาหารเยอรมันไฟน์ไดนิ่งแห่งแรกในเอเชียที่คว้าดาว 3 ดวงมาครอบครองได้ ทั้งยังขึ้นแท่นร้านอาหารระดับดาว MICHELIN 3 ดาวเคียงข้าง Sorn

 

ขณะที่ร้านอาหารอินเดียไฟน์ไดนิ่งอย่าง INDDEE ก็ได้รับการประกาศดาวเพิ่มเป็น 2 ดาวในปีนี้ ส่วนร้านอาหารมากมายที่เคยอยู่ในโผร้านอาหารแนะนำจากลิสต์ MICHELIN Selected มาก่อน อาทิ Juksunchae, Sushi Saito, นุสรา, Bo.lan และ GAGGAN ปีนี้ก็ได้รับการเลื่อนขั้นกลายเป็นร้านติดดาวระดับ 1 ดาว MICHELIN กันอย่างคึกคัก (ใครสนใจอยากอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมแบบเต็มๆ สามารถตามอ่านได้ผ่านลิงก์นี้ https://thestandard.co/life/michelin-guide-thailand-2026/)

 

เมื่อรายชื่อร้านอาหารยอดเยี่ยมถูกเปิดเผย Foodie ไทยสายล่าดาว ไม่มากก็น้อยคงเริ่มเล็งกันไว้แล้วว่าจะไปตามรอยความอร่อยกันที่ร้านใด เพื่อให้เทศกาลแห่งความสุขที่มาพร้อมกับบรรยากาศดีๆ เช่นนี้ ถูกเติมเต็มจนกลายเป็นโมเมนต์ ที่น่าจดจำ

 

The Curated Life by THE STANDARD LIFE X UOB Privilege Banking: Define your finest taste นิยามไลฟ์สไตล์และรสชาติอาหารที่เป็นคุณผ่านดาว MICHELIN 1

 

มากกว่าดาว MICHELIN คือการได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษผ่านรสชาติอาหารที่ยากจะลืมเลือน

 

ดาว MICHELIN (ดาวมิชลิน) ได้กลายมาเป็นมาตรวัดสำคัญที่ช่วยให้หลายๆ คนสามารถ ‘ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น’ ในการเลือกร้านอาหาร นอกเหนือไปจากการติดตามอ่านรีวิวในโลกโซเชียลมีเดีย

 

The Curated Life by THE STANDARD LIFE X UOB Privilege Banking: Define your finest taste นิยามไลฟ์สไตล์และรสชาติอาหารที่เป็นคุณผ่านดาว MICHELIN 2

 

ในอีกมิติหนึ่ง ดาวมิชลิน ไม่ได้เป็นเพียงการการันตีรสชาติ ความอร่อย ของอาหาร แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ความบากบั่นมุ่งมั่นใส่ใจของเชฟ และพนักงานของร้านอาหารแห่งนั้นที่พยายามอย่างหนักในการยกระดับรสมือ บรรยากาศร้าน การให้บริการ หรือแม้กระทั่งการส่งต่อรากเหง้าด้านวัฒนธรรมผ่านวัตถุดิบ วิธีการปรุงรส แล้วถ่ายทอดออกมาเป็น ประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการทานอาหารให้กับผู้บริโภคหรือลูกค้า

 

เมื่อเร็วๆ นี้ EY บริษัทผู้ให้บริการและคำปรึกษาด้านธุรกิจก็เพิ่งออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจในรายงาน Beyond the MICHELIN Stars (2025) เช่นกัน โดยพบว่า MICHELIN Guide กลายเป็น ‘อีกหนึ่งในปัจจัยสำคัญ’ ที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างน่าอัศจรรย์

 

The Curated Life by THE STANDARD LIFE X UOB Privilege Banking: Define your finest taste นิยามไลฟ์สไตล์และรสชาติอาหารที่เป็นคุณผ่านดาว MICHELIN 3

 

โดยกว่า 76% ของกลุ่มนักท่องเที่ยวตัวอย่างระบุว่า พวกเขาพร้อมจะยืดเวลาอยู่ต่อในจุดหมายปลายทางเพียงเพื่อได้ ‘เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การทานอาหาร’ ที่ร้านซึ่งได้รับการรับรองหรือแนะนำโดย MICHELIN Guide

 

ขณะที่อีกกว่า 80% บอกว่า พวกเขายินดีที่จะจ่ายเพิ่มจากเดิม หากแลกมาซึ่งการได้รับหรือได้สัมผัสประสบการณ์การทานอาหารที่ถูกแนะนำในลิสต์รายชื่อ MICHELIN Guide

 

ไม่ใช่แค่ Chef’s Table หรือ Fine Dining เท่านั้น แต่ร้านอาหารริมข้างทาง Street Food ร้านเก่าแก่ Local ที่เชื่อมั่นในการส่งต่อสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ทุกร้านก็สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน MICHELIN Guide ได้อย่างเท่าเทียม

 

The Curated Life by THE STANDARD LIFE X UOB Privilege Banking: Define your finest taste นิยามไลฟ์สไตล์และรสชาติอาหารที่เป็นคุณผ่านดาว MICHELIN 4

 

ยกระดับประสบการณ์มื้อพิเศษที่น่าจดจำกับ Privilege ที่คุณควรได้รับ

 

เพราะเชื่อมั่นในการเติมเต็มไลฟ์สไตล์และแพชชันที่แตกต่างกันของทุกคน UOB ในฐานะที่เป็น Exclusive Bank Partner เพียงหนึ่งเดียวของ MICHELIN Guide ประเทศไทย อย่างต่อเนื่องมาถึง 8 ปี และมีโปรโมชันจากร้านอาหารระดับดาวมิชลินมากถึงกว่า 70 ร้าน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.uob.co.th/personal/promotions/credit-cards/michelin-campaign-mpw787-1225/michelin-campaign-mpw787-1225.page

 

สำหรับร้านที่ได้รับรางวัล MICHELIN Guide ประจำปี 2026 อย่าง Sühring, Sorn, Chef’s Table by lebua, Mezzaluna by lebua และ R-Haan ก็มีสิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบี ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดสูงสุด 15%, รับเมนูฟรี หรือ แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 20% (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/665679278921695/posts/1279536824202601)

 

 

นอกเหนือจากนี้ UOB ยังต่อยอดโปรโมชัน ไปสู่แคมเปญระดับ Signature อย่าง UOB Friday Surprise MICHELIN Guide โดยทุกวันศุกร์สิ้นเดือน UOB จะเปิดให้ลูกค้าบัตรเครดิตทานอาหารที่ร้าน แล้วจ่ายเพียง 50% โดยใช้คะแนนสะสมเท่ายอดใช้จ่ายสุทธิ แลกรับเครดิตเงินคืน 50-70%* (ตามประเภทบัตรเครดิต) ไปจนถึง UOB MICHELIN Star Hunt และ UOB Point Parade ที่มอบสิทธิพิเศษแก่ผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบี ในการรับประทานอาหารในร้านระดับดาวมิชลิน การถือบัตรเครดิตยูโอบี จึงช่วยเติมเต็มไลฟ์สไตล์ และสร้างประสบการณ์ ที่น่าจดจำในทุกมิติของชีวิตได้อย่างแท้จริง

 

The Curated Life by THE STANDARD LIFE X UOB Privilege Banking: Define your finest taste นิยามไลฟ์สไตล์และรสชาติอาหารที่เป็นคุณผ่านดาว MICHELIN 6

 

หมายเหตุ: ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนเต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

 

บทความนี้ได้รับการสนับสนุนโดย ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)

The post The Curated Life by THE STANDARD LIFE X UOB Privilege Banking: Define your finest taste นิยามไลฟ์สไตล์และรสชาติอาหารที่เป็นคุณผ่านดาว MICHELIN appeared first on THE STANDARD.

]]>
8 เรื่องน่าตื่นเต้นจากงานประกาศรางวัล ‘MICHELIN Guide Thailand 2026’ https://thestandard.co/life/michelin-guide-thailand-2026-2/ Fri, 28 Nov 2025 08:46:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1149107

ในงานประกาศผลรางวัลมิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ซึ่งเกิดขึ้นไป […]

The post 8 เรื่องน่าตื่นเต้นจากงานประกาศรางวัล ‘MICHELIN Guide Thailand 2026’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในงานประกาศผลรางวัลมิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ซึ่งเกิดขึ้นไปเมื่อวาน ปีนี้มีเรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับวงการอาหารเกิดขึ้นมากมายอีกแล้ว ทั้งรางวัลใหม่ที่เพิ่มเข้ามาเป็นครั้งแรก ร้านอาหารที่ได้ดาวเพิ่ม หรือรางวัลพิเศษที่มอบให้เชฟผู้ผลักดันวงการอาหารประเทศไทยและเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่

 

เราจึงขอสรุป 8 เรื่องที่น่าสนใจและอยากให้ทุกคนที่รักการกินดื่มได้รู้มาอัปเดตกันในโพสต์นี้ ส่วนจะมีเรื่องอะไรบ้างมาดูกันเลยดีกว่า

 

 

Sühring ร้านอาหารเยอรมันไฟน์ไดนิ่งแห่งแรกในเอเชียที่คว้า 3 ดาวมิชลิน

 

เรื่องที่น่าตื่นเต้นยินดีที่สุดในงานปีนี้เห็นจะเป็นการที่ร้าน Sühring คว้ารางวัล 3 ดาวมาครองได้สำเร็จ ทำให้ Sühring กลายเป็นร้านอาหารเยอรมันไฟน์ไดนิ่งแห่งแรกในเอเชียที่คว้าดาว 3 ดวงมาครอง ทั้งหมดเป็นเพราะฝีมือของเชฟฝาแฝด โธมัสและแมทธิอัส ซูห์ริง (Thomas & Mathias Sühring) ผู้เข้ามาบุกเบิกวงการอาหารไฟน์ไดนิ่งในประเทศไทย และช่วยยกระดับวงการอาหารไฟน์ไดนิ่งให้น่าตื่นเต้นขึ้นกว่าเดิม

 

โดย Sühring มีชื่ออยู่ในคู่มือมิชลิน ไกด์ ฉบับประเทศไทย มาตั้งแต่ปีแรกของการเปิดตัว (พ.ศ. 2561) ด้วยการคว้ารางวัล 1 ดาวมิชลิน หลังจากนั้นได้รับการเลื่อนระดับเป็นร้าน 2 ดาวมิชลินในปีต่อมาทันที ก่อนจะสามารถรักษามาตรฐานเอาไว้ได้ตลอด 7 ปี จนได้เลื่อนขั้นเป็นร้านอาหาร 3 ดาวในที่สุด

 

 

เปิดตัวรางวัลใหม่ MENTOR CHEF AWARD

 

งานประกาศรางวัล MICHELIN Giude Thailand 2026 มีรางวัลใหม่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งก็คือ ‘Mentor Chef Award’ เป็นรางวัลที่มอบให้เชฟผู้ผลักดันคนรุ่นใหม่ สร้างแรงบันดาลใจให้เชฟรุ่นต่อๆ ไป รวมถึงมีอิทธิพลในการช่วยผลักดันวงการอาหารให้ก้าวไปข้างหน้า

 

โดยผู้คว้ารางวัลคนแรกคือ เชฟเดวิด ทอมป์สัน (David Thompson) จากร้าน Aksorn และ Chop Chop Cook Shop ได้พูดถึงรางวัลนี้บนเวทีว่า

 

“ทั้งเชฟรุ่นใหม่ที่ผมมีโอกาสทำงานด้วยและเด็กที่ผมสอนเป็นคนเก่งมาก ผมอยากบอกว่าผมโชคดีที่มีโอกาส ไม่สิ น่ารำคาญต่างหาก ที่ได้ทำงานกับเชฟรุ่นใหม่ที่ไม่รู้ประสาเหล่านี้ ทว่าต่อมาพวกเขากลายเป็นเชฟที่ยอดเยี่ยม และผมยังโชคดีที่ได้ทำงานกับหลายๆ คนที่มอบอะไรให้ผมได้มากกว่าที่ผมมอบให้พวกเขาเสียอีก ขอบคุณครับ”

 

 

INDDEE ร้านอาหารอินเดียไฟน์ไดนิ่งได้รับดาวเพิ่มเป็น 2 ดาว

 

หลังจากคว้าดาวมิชลินดวงแรกมาได้สำเร็จตั้งแต่การเปิดร้านปีแรก และรักษารางวัลไว้ได้ต่อเนื่องในปีถัดมา ทว่าในงานประกาศรางวัล MICHELIN Guide 2026 ทำเอาเชฟเกือบใจหาย เพราะไม่ได้ยินชื่อร้านตัวเองขึ้นไปรับรางวัลเหมือนปีอื่นๆ

 

ซึ่งนั่นก็เพราะ INDDEE ได้รับการขยับขึ้นมาเป็นร้านอาหาร 2 ดาวมิชลิน ด้วยการเสิร์ฟอาหารอินเดียจากหลายภูมิภาค รวมถึงผสมกลิ่นอายญี่ปุ่นและความทันสมัยที่น่าสนใจ แต่เข้าถึงง่าย

 

 

GOAT ร้านใหม่ที่ได้รางวัลดาวเขียว

 

ร้านอาหารกลิ่นอายผสมผสานระหว่างไทย-จีน-ฝรั่ง นำโดยเชฟแทน – ภากร โกสิยพงษ์ นอกจากเมนูอาหารที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล GOAT ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนด้วย เช่น การใช้วัตถุดิบจากเกษตรกรท้องถิ่น การสนับสนุนให้ชาวประมงจับปลาด้วยวิธียั่งยืน หรือการปลูกผักและสมุนไพรเพื่อใช้เองในร้าน

 

 

เชฟมอนด์ จากร้าน Royd ได้รางวัล Young Chef Award 2026

 

รางวัลนี้มอบให้เชฟรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพโดดเด่นตลอดระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา และผู้ที่คว้ารางวัลในปีนี้ก็คือ เชฟมอนด์-สุวิจักขณ์ กังแฮ เชฟรุ่นใหม่ไฟแรงผู้เป็นเจ้าของร้าน Royd (หรอย) ในจังหวัดภูเก็ตซึ่งมีชื่ออยู่ในลิสต์ร้านอาหารแนะนำโดย MICHELIN Selected

 

โดยหลังจากเชฟมอนด์เก็บประสบการณ์การทำอาหารในครัวต่างๆ เขาตัดสินใจกลับมาเปิดร้านอาหารในจังหวัดบ้านเกิดเพื่อนำเสนอรสชาติอาหารใต้ให้เป็นที่รู้จัก รวมถึงสนับสนุนชุมชนด้วยการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น

 

 

Juksunchae ร้านอาหารเกาหลีไฟน์ไดนิ่งแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้ MICHELIN Star

 

Juksunchae (จุกซุนแช) เป็นร้านอาหารเกาหลีไฟน์ไดนิ่งแห่งแรกๆ ในประเทศไทย โดยเสิร์ฟอาหารเกาหลีร่วมสมัยสไตล์โอมากาเสะ ที่ผ่านมาร้านมีชื่อในลิสต์ร้านแนะนำจาก MICHELIN Selected ก่อนในปีนี้จะได้รางวัลมิชลิน 1 ดาว และกลายเป็นร้านอาหารเกาหลีไฟน์ไดนิ่งแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รางวัล 1 ดาวมิชลิน

 

 

หลายร้านได้เลื่อนขั้น และคว้าดาวมิชลินอีกครั้ง

 

นอกจาก Juksunchae ที่ได้โปรโมตจาก MICHELIN Selected ก็ยังมีอีกหลายร้านที่ได้เลื่อนขั้นจากร้านแนะนำเป็นร้านติดดาวเช่นกัน ได้แก่

 

  • Sushi Saito
  • นุสรา
  • Bo.lan
  • GAGGAN

 

 

Anne-Sophie Pic at Le Normandie ได้รับดาวเพิ่มเป็น 2 ดวง

 

อีกหนึ่งร้านที่ได้ดาวเพิ่มในปีนี้คือ Anne-Sophie Pic at Le Normandie ที่เพิ่งเปิดตัวเพียงไม่กี่เดือนก็ได้เลื่อนขั้นเป็นร้านอาหาร 2 ดาวมิชลินแล้ว อาจด้วยความโดดเด่นในการเสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัย รวมถึงยกเมนูเด็ดของ เชฟแอน-โซฟี พิค มานำเสนอผ่านฝีมือเชฟหญิงชาวญี่ปุ่นอย่าง ทามากิ โคบายาชิ (Tamaki Kobayashi) ทำให้ที่นี่ได้รับการยอมรับจากผู้ตัดสินรางวัลมิชลิน

The post 8 เรื่องน่าตื่นเต้นจากงานประกาศรางวัล ‘MICHELIN Guide Thailand 2026’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปผลรางวัล MICHELIN Guide Thailand 2026 https://thestandard.co/life/michelin-guide-thailand-2026/ Thu, 27 Nov 2025 07:43:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1148456 สรุปผลรางวัล MICHELIN Guide Thailand 2026

ผลรางวัลดาวมิชลินประจำปี 2026 ได้ประกาศจบลงเป็นที่เรียบ […]

The post สรุปผลรางวัล MICHELIN Guide Thailand 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปผลรางวัล MICHELIN Guide Thailand 2026

ผลรางวัลดาวมิชลินประจำปี 2026 ได้ประกาศจบลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราจึงมีผลสรุปรางวัลทั้งหมดจากเวที MICHELIN Guide Ceremony Thailand มาอัปเดตให้ทราบกัน เพราะผลรางวัลในปีนี้นับว่าน่าติดตาม เนื่องจากวงการอาหารมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายจนเป็นกระแสตลอดทั้งปี

 

ถ้าใครอยากรู้ว่าในปีหน้าจะมีร้านไหนน่าตามไปชิม มีร้านไหนได้ดาวมิชลินเป็นครั้งแรก หรือร้านโปรดของเพื่อนๆ จะได้รางวัลกี่ดาวกันบ้าง มาดูกันเลยดีกว่า

 

⭐⭐⭐ 3 ดาวมิชลิน

  • Sühring *PROMOTE
  • Sorn

 

⭐⭐ 2 ดาวมิชลิน

  • INDDEE *PROMOTE
  • R-HAAN
  • Chef’s Table
  • Gaa
  • Côte by Mauro Colagreco
  • Mezzaluna
  • Anne-Sophie Pic at Le Normandie
  • Baan Tepa

 

⭐ 1 ดาวมิชลิน

  • Aksorn
  • Avant
  • Coda
  • Gaggan *PROMOTE
  • เจ๊ไฝ
  • IGNIV
  • Mia
  • Maison Dunand
  • Saneh Jaan
  • Bo.lan *NEW
  • Aulis
  • Samrub Samrub Thai
  • Signature
  • สวนทิพย์
  • Etcha *NEW
  • Chim by Siam Wisdom
  • Blue by Alain Ducasse
  • POTONG
  • Sushi Saito *PROMOTE
  • GOAT
  • Haoma
  • Juksunchae *PROMOTE
  • PRU
  • AKKEE
  • 80/20
  • Cannubi by Umberto Bombana *NEW
  • Resonance
  • Nahm
  • Nawa
  • Elements, Inspired by Ciel Bleu
  • Wana Yook
  • Le Du
  • Nusara *PROMOTE

 

🍀 MICHELIN Green Star

  • Baan Tepa
  • Haoma
  • Jampa
  • PRU
  • GOAT *NEW

 

🍽 Special Awards 2026

 

MICHELIN Guide Service Award

  • อาร์เซน บราเฮจ (Arsen Brahaj) ผู้จัดการร้าน Aulis จังหวัดพังงา

 

Young Chef Award

  • สุวิจักขณ์ กังแฮ จากร้านอาหาร Royd จังหวัดภูเก็ต

 

MICHELIN Opening of the Year

  • วิลฟริด อ็อกเก (Wilfrid Hocquet) จากร้านอาหาร Margo

 

Mentor Chef Award

  • เดวิด ทอมป์สัน (David Thompson) จากร้านอาหาร Aksorn และ Chop Chop Cook Shop

The post สรุปผลรางวัล MICHELIN Guide Thailand 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
พาชิม ‘Cheung Hing Kee’ เสี่ยวหลงเปามิชลินจากฮ่องกง https://thestandard.co/life/cheung-hing-kee/ Wed, 26 Nov 2025 05:34:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1147831 พาชิม ‘Cheung Hing Kee’ เสี่ยวหลงเปามิชลินจากฮ่องกง

ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้เสี่ยวหลงเปาทอดต้องมาลอง ‘Cheung […]

The post พาชิม ‘Cheung Hing Kee’ เสี่ยวหลงเปามิชลินจากฮ่องกง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พาชิม ‘Cheung Hing Kee’ เสี่ยวหลงเปามิชลินจากฮ่องกง

ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้เสี่ยวหลงเปาทอดต้องมาลอง ‘Cheung Hing Kee (เชิง เฮ่ง เก)’ ร้านดังแท้ๆ จากฮ่องกง ที่ติดอันดับ Bib Gourmand จาก MICHELIN Guide 3 ปีซ้อน ตอนนี้มาเปิดสาขาในไทยที่เซ็นทรัลชิดลม

 

พาชิม ‘Cheung Hing Kee’ เสี่ยวหลงเปามิชลินจากฮ่องกง 1พาชิม ‘Cheung Hing Kee’ เสี่ยวหลงเปามิชลินจากฮ่องกง 2พาชิม ‘Cheung Hing Kee’ เสี่ยวหลงเปามิชลินจากฮ่องกง 3

 

แน่นอนว่ามาที่นี่ก็ต้องสั่ง ‘เชิงเจียนเปาเซ็ตคอมโบ (300 บาท)’ ที่รวมเสี่ยวหลงเปาลูกใหญ่ 3 ไส้ ไว้ในจานเดียว ครบทั้งไส้หมู, ทรัฟเฟิล และหมาล่า แป้งกรอบ กัดแล้วฉ่ำน้ำซุปมาก กินตอนร้อนๆ ฟินสุดๆ

 

นอกจากนี้ที่ร้านยังมีเมนูอื่นๆ ที่ก็อร่อยไม่แพ้กัน เช่น ‘บะหมี่แกงกะหรี่เนื้อน่องลาย (280 บาท)’ เนื้อเปื่อยนุ่มจนละลายในปาก, ‘ข้าวราดซอสไข่ปูหม้อดิน (380 บาท)’ ข้าวอบในหม้อดินคลุกให้เข้ากันกับซอสมันปูและข้าวทอด กินแล้วได้เทกซ์เจอร์กรอบๆ เคี้ยวเพลิน หอมกลิ่นซอสมันปูมาก, เต้าหู้ไข่เยี่ยวม้า (140 บาท) หอมซอสซีอิ๊วรสเข้มข้น ตัดกับเต้าหู้ขาวนุ่มๆ เข้ากันลงตัวพอดี

 

พาชิม ‘Cheung Hing Kee’ เสี่ยวหลงเปามิชลินจากฮ่องกง 4พาชิม ‘Cheung Hing Kee’ เสี่ยวหลงเปามิชลินจากฮ่องกง 5พาชิม ‘Cheung Hing Kee’ เสี่ยวหลงเปามิชลินจากฮ่องกง 6พาชิม ‘Cheung Hing Kee’ เสี่ยวหลงเปามิชลินจากฮ่องกง 7พาชิม ‘Cheung Hing Kee’ เสี่ยวหลงเปามิชลินจากฮ่องกง 8

 

Cheung Hing Kee เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. ร้านอยู่ชั้น 1 โซน Public Market ที่ Central Chidlom สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Cheung Hing Kee Thailand

The post พาชิม ‘Cheung Hing Kee’ เสี่ยวหลงเปามิชลินจากฮ่องกง appeared first on THE STANDARD.

]]>
HOW DO YOU LIVE? ชีวิตกลมกล่อมของ เชฟแพม ในบ้านที่ครอบครัวและความฝันเติบโตไปพร้อมกัน https://thestandard.co/life/how-do-you-live-chef-pam/ Mon, 03 Nov 2025 02:00:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1138894 HOW DO YOU LIVE? ชีวิตกลมกล่อมของ **เชฟแพม** ในบ้านที่ครอบครัวและความฝันเติบโตไปพร้อมกัน

ถ้าหันหลังให้ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา ด้านหน้าคือร้านอาหาร […]

The post HOW DO YOU LIVE? ชีวิตกลมกล่อมของ เชฟแพม ในบ้านที่ครอบครัวและความฝันเติบโตไปพร้อมกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
HOW DO YOU LIVE? ชีวิตกลมกล่อมของ **เชฟแพม** ในบ้านที่ครอบครัวและความฝันเติบโตไปพร้อมกัน

ถ้าหันหลังให้ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา ด้านหน้าคือร้านอาหาร Anya’s Place ที่เปิดบริการมากว่า 15 ปี ถัดเข้าไปคือร้าน Tora Izayaka ร้านกินดื่มที่ซ่อนตัวอยู่ด้านใน และด้านข้างคือร้าน SMOKED ร้านเนื้อรมควันสไตล์เท็กซัส ทั้งหมดแทบมองไม่ออกเลยว่าด้านในสุดอดีตเคยเป็นที่ตั้งโรงงานขนาดใหญ่ที่ถูกปรับปรุงเป็นที่อยู่อาศัย ทั้งหมดคืออาณาจักรครอบครัวของต่อ-บุญปิติ สุนทรญาณกิจ และเชฟแพม-พิชญา อุทาธรรม เชฟหญิงแถวหน้าระดับโลก

 

เรารู้จักเชฟแพมในฐานะเชฟหญิงที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2025 (The World’s Best Female Chef 2025) ซึ่งถือเป็นเชฟเอเชียคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้ หรือในฐานะเจ้าของร้านอาหาร Potong ร้านไฟน์ไดน์นิงที่ได้รับรางวัลมิชลินไกด์ และบางคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตาเชฟแพมจากรายการ Top Chef Thailand และรายการ The Restaurant War Thailand ซึ่งทั้งหมดไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ผู้หญิงคนหนึ่งได้รับรางวัลการเป็นเชฟแถวหน้า เพราะชีวิตของเชฟแพมถูกหล่อหลอมด้วยอาหารมาตั้งแต่เด็ก

 

เชฟแพมเกิดและเติบโตมาในคอนโดมิเนียมใจกลางสุขุมวิท ก่อนที่จะย้ายมาอยู่บ้านที่ตั้งอยู่ข้างๆ ตั้งแต่เด็กทุกคนในครอบครัวจะขลุกตัวกันอยู่ในห้องครัวเพื่อดูแม่ทำอาหารแทนการนั่งเล่นในห้องรับแขก รวมถึงการมีเชื้อสายจีนที่ให้ความสำคัญกับการกิน ทำให้เป็นจุดตั้งต้นในความคุ้นเคยกับอาหาร จนวันหนึ่งเมื่อเชฟแพมเรียนชั้นปี 2 คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เธอตัดสินใจเดินไปบอกพ่อแม่ว่าจะเอาจริงเอาจังในด้านนี้ และทุกคนก็สนับสนุน แต่เธอเลือกที่จะเรียนในมหาวิทยาลัยและแบ่งเวลาเสาร์-อาทิตย์เพื่อเรียนทำอาหาร จนเรียนจบเธอจึงได้ไปศึกษาต่อพร้อมฝึกงานที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และได้กลับมาเปิด Chef’s Table ที่เมืองไทย

 

เชฟแพมได้ตัดสินใจสร้างครอบครัวกับต่อ บุญปิติ โดยได้ทำการรีโนเวตชั้นดาดฟ้าของอาคารโรงงานครอบครัวสามีเป็นที่อยู่อาศัย พร้อมกับมีลูกสาวอันเป็นที่รักด้วยกัน

 

เมื่อเปิดเข้าไปภายในบ้านที่ต่อเติมเราจะพบกับห้องโถงขนาดกว้างจรดระเบียงที่ภายในมุมด้วยหลังคาสูง มุมซ้ายมือต้อนรับผู้มาเยือนด้วยชุดกลองขนาดเล็กที่พ่อใช้เล่นกับลูกสาว ถัดเข้าไปเป็นมุมโทรทัศน์และของเล่นเด็กที่เรียงรายอย่างแน่นขนัด

 

HOW DO YOU LIVE? ชีวิตกลมกล่อมของ **เชฟแพม** ในบ้านที่ครอบครัวและความฝันเติบโตไปพร้อมกัน 1

 

จุดที่เด่นที่สุดของโถงนี้คือโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ที่รองรับได้กว่า 10 ที่นั่ง ทอดยาวไปตามตัวอาคาร โดยเชฟแพมตั้งใจให้เป็นจุดศูนย์กลางของบ้าน ให้ทุกคนได้นั่งเล่น ชวนเพื่อนมาสังสรรค์ รวมถึงใช้เป็นที่รับประทานอาหารของครอบครัว

 

HOW DO YOU LIVE? ชีวิตกลมกล่อมของ **เชฟแพม** ในบ้านที่ครอบครัวและความฝันเติบโตไปพร้อมกัน 2

 

ด้านในสุดของบ้านคือครัว ที่แม้ไม่ได้ใหญ่โตมากนักแต่รองรับการทำอาหารมื้อดึก มื้อวันหยุด หรือใช้เป็นที่ทดสอบอาหารของเชฟแพม มีทั้งเตาอบอัจฉริยะ และเครื่องปรุงต่างๆ ที่ติดป้ายไว้อย่างเป็นระเบียบ และเลยออกไปคือระเบียงขนาดใหญ่ที่มีโซฟาและเก้าอี้ม้าโยกไว้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ

 

HOW DO YOU LIVE? ชีวิตกลมกล่อมของ **เชฟแพม** ในบ้านที่ครอบครัวและความฝันเติบโตไปพร้อมกัน 3 HOW DO YOU LIVE? ชีวิตกลมกล่อมของ **เชฟแพม** ในบ้านที่ครอบครัวและความฝันเติบโตไปพร้อมกัน 4

 

เหนือศีรษะคือชั้นลอยของบ้านที่แต่เดิมออกแบบไว้เป็นห้องสำหรับดูโทรทัศน์ ปูพรมและบุเสียงโดยรอบ แต่ปัจจุบันใช้เก็บหนังสือการ์ตูนซึ่งเป็นของสะสมของสามี และเป็นที่คลี่กระเป๋าเดินทางเมื่อเชฟแพมต้องเดินทางไปต่างประเทศ

 

ที่อยู่ในขนาดกะทัดรัดของทั้ง 3 คน เป็นส่วนหนึ่งของอาคารโรงงานใหญ่ที่อีกฟากเป็นที่อยู่ของครอบครัวญาติผู้เป็นสามี โดยแต่ละบ้านจะมีทางขึ้น-ลงของตัวเอง แต่ก็ยังมีพื้นที่ส่วนกลางของชั้นล่างที่ทำให้ทุกคนได้มาเจอกัน โดยเฉพาะห้องตีกอล์ฟที่ทุกคนมักใช้เวลาว่างในการพัตต์กอล์ฟพร้อมคุยงานไปด้วย

 

ชั้นล่างสุดของอาคารมีทั้งครัวกลางสำหรับเตรียมอาหารเพื่อส่งไปยังสาขาต่างๆ ห้องแช่แข็งที่เป็นเหมือนตู้เย็นขนาดใหญ่ใช้สำหรับถนอมอาหาร มีความเย็นตั้งแต่ 5 ถึง -20 องศาเซลเซียส รวมถึงห้องรมควันสำหรับเนื้อร้าน SMOKED

 

HOW DO YOU LIVE? ชีวิตกลมกล่อมของ **เชฟแพม** ในบ้านที่ครอบครัวและความฝันเติบโตไปพร้อมกัน 5 HOW DO YOU LIVE? ชีวิตกลมกล่อมของ **เชฟแพม** ในบ้านที่ครอบครัวและความฝันเติบโตไปพร้อมกัน 6

 

ดูเหมือนบ้านของเชฟแพมจะรวมองค์ประกอบของคนคนหนึ่งเอาไว้ในพื้นที่เดียวกัน ทั้งชีวิตครอบครัว การทำงานร่วมกันกับคนรัก การทำอาหารซึ่งถือเป็นความฝันและอาชีพ และที่อยู่อาศัย สำหรับบางคนพื้นที่ทับซ้อนอาจต้องสวมหลายบทบาทที่สับสน แต่สำหรับเชฟแพมแล้วเธอสามารถเรียกรวมทั้งหมดได้ว่าความสุข โดยเธอเองก็ไม่รู้คำตอบเหมือนกันว่าอะไรที่ทำให้เธอทำได้ บางทีคำตอบอาจเพราะว่าทั้งหมดคือสิ่งที่เธอรัก

 

รับชมบ้านที่รวมทั้งงาน ความรัก และแพสชันของเชฟแพม ได้ในรายการ HOW DO YOU LIVE? ทาง YouTube ของ THE STANDARD LIFE คลิกชมได้ที่: https://www.youtube.com/watch?v=E6GerdGrPD8

 

The post HOW DO YOU LIVE? ชีวิตกลมกล่อมของ เชฟแพม ในบ้านที่ครอบครัวและความฝันเติบโตไปพร้อมกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
จากดาวถึงกุญแจ อ่านการเปลี่ยนผ่านของ Michelin Guide สู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์และ Gen-Z https://thestandard.co/life/michelin-guide-uob-global-partner-lifestyle/ Thu, 16 Oct 2025 07:47:13 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1131403 michelin-guide-uob-global-partner-lifestyle

ท่ามกลางโลกที่อาหารไม่ได้จบลงแค่ในจาน และการเดินทาง ไม่ […]

The post จากดาวถึงกุญแจ อ่านการเปลี่ยนผ่านของ Michelin Guide สู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์และ Gen-Z appeared first on THE STANDARD.

]]>
michelin-guide-uob-global-partner-lifestyle

ท่ามกลางโลกที่อาหารไม่ได้จบลงแค่ในจาน และการเดินทาง ไม่ได้เริ่มต้นเพียงจากแผนที่ วันนี้มิชลินไกด์ กำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ของแบรนด์ที่เชื่อมโยงวัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ และเศรษฐกิจเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านความร่วมมือระดับโลกกับธนาคาร UOB ที่มองเห็นคุณค่าเดียวกันในการสร้างประสบการณ์ที่เงินก็ซื้อไม่ได้

 

ครั้งนี้นอกจาก THE STANDARD LIFE จะมีโอกาสได้บินไปร่วมงาน Media Day  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานประกาศรายชื่อโรงแรมที่พักทั่วโลกอย่าง ‘กุญแจมิชลิน’ หรือ MICHELIN Key ณ Paris Decorative Arts Museum แล้ว เรายังมีโอกาสได้พูดคุยกับ Gwendal Poullennec ผู้ดำรงตำแหน่ง International Director ของ MICHELIN Guide เรื่องการปรับตัว กลยุทธ์ และอนาคตของมิชลินไกด์ ที่ทำให้เราเข้าใจทิศทางแบรนด์ได้ดียิ่งขึ้น 

 

รวมถึงการได้พูดคุยกับ Jacquelyn Tan ตำแหน่ง Managing Director and Head of Group Personal Financial Services ธนาคารยูโอบี และ วีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล Deputy CEO และผู้บริหารสาย Wholesale Banking ธนาคารยูโอบี ถึงการร่วมมือกันในครั้งนี้ ที่ทางธนาคารได้กลายมาเป็น Global Partner ที่ไม่ได้อยากแค่ยกระดับคุณภาพชีวิตและไลฟ์สไตล์ของผู้คน  แต่ยังอยากเชื่อมโยงประเทศในอาเซียนให้เข้าสู่ตลาดสากลอีกด้วย 

 

เมื่อมิชลินกลายมาเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์

 

จากเดิมที่ มิชลินไกด์ เคยเป็นเพียงคู่มือสำหรับนักเดินทางและคนรักอาหาร แต่ทุกวันนี้ได้กลายมาเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งครอบคลุมทั้งเรื่องการกินและการท่องเที่ยว ที่อาจจะมีมิติอื่นๆ ร่วมด้วยในอนาคต  

 

“สำหรับผมการเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ หมายถึงการเป็นสื่อก่อนเป็นอย่างแรก การเป็นสื่อหมายถึงการมีผู้ฟังหรือผู้ชม การสื่อสารกับผู้คนด้วยเสียง (voice) และอัตลักษณ์ (identity) ที่ชัดเจน ซึ่งนั่นคือสิ่งที่มิชลินไกด์ทำมาตลอด เราคัดสรร (curate) ทั้งร้านอาหารและโรงแรม พร้อมสื่อสารผ่านเนื้อหาบทบรรณาธิการ (editorial content) และกิจกรรมจริง (physical events) เพื่อสร้างการเชื่อมต่อกับผู้ชม

 

และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการทำให้แบรนด์มีประโยชน์กับชีวิตประจำวันของผู้คน ทำให้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตพวกเขา แล้วทำไมถึงเรียกว่าเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์?


เพราะผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าการคัดสรรร้านอาหาร และโรงแรมนั้นเกี่ยวข้องกับ วัฒนธรรมโดยตรง ทั้งวัฒนธรรมด้านอาหารและการบริการ

 

เราไม่ได้มองหาแบรนด์ดัง หรือจัดอันดับตามเกณฑ์การท่องเที่ยวแบบทั่วไป

แต่เรามองหาสถานที่ที่มอบประสบการณ์แท้จริง เข้าถึงรากลึกในวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของประเทศนั้นๆ เพราะเมื่อคุณรวม การบริการเข้ากับอาหารมันคือศิลปะแห่งการใช้ชีวิต (art de vivre) อย่างแท้จริง” Gwendal อธิบายให้ฟังถึงเหตุผลของการเป็นมากกว่าคู่มือ 

 

Gwendal Poullennec

Gwendal Poullennec

 

ดาวและกุญแจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

 

เบื้องหลังดาวหรือกุญแจมิชลินไม่ได้มีเพียงรสชาติหรือที่พัก แต่ยังมีพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระดับประเทศ

 

จากจุดเริ่มต้นในปี 1900 ที่บริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์แห่งนี้จัดทำคู่มือเพื่อกระตุ้นให้คนออกเดินทางมากขึ้น มาจนถึงทศวรรษ 1920 ที่ดาวมิชลินเกิดขึ้น กลายเป็นเครื่องมือทางวัฒนธรรมที่สร้างอิทธิพลมหาศาลในวงการอาหารทั่วโลก

 

วันนี้ มิชลินไกด์กำลังขยายบทบาทอีกครั้ง จากการเป็นผู้ประเมินคุณภาพอาหารและที่พัก สู่การเป็นผู้สร้างคุณค่าให้กับเมือง ประเทศและผู้คน

 

เมื่อเราพบว่าตัวเลขจากการศึกษาของ EY ในปี 2025 ชี้ชัดว่า 74% ของนักท่องเที่ยวถือว่าการมีร้านมิชลินเป็นเหตุผลสำคัญในการเลือกเมือง และ 80% ยินดีจ่ายเงินเพิ่มเพื่อสัมผัสประสบการณ์ระดับนี้ พูดง่ายๆ ว่ามิชลินอยากให้คนเดินทางมากขึ้น และลิ้มลองอาหารใหม่ๆ มากขึ้น เพื่อเชื่อในพลังของมิชลินไกด์

 

งาน Media Day

งาน Media Day

 

จากหนังสือในรถสู่แอปในมือ

 

การเปลี่ยนผ่านของมิชลินชัดเจนขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จากช่วงต้นศตวรรษที่ 21 ที่ครอบคลุมแค่ 20 เมืองซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในยุโรป วันนี้มิชลินขยายไปเกือบ 70 เมืองทั่ว 4 ทวีป

 

เว็บไซต์และแอปของมิชลินวันนี้ไม่ได้เป็นแค่ฐานข้อมูลร้านอาหาร แต่กลายเป็นระบบดิจิทัลที่เชื่อมโยงผู้ใช้กับโลกของการกินและการเดินทางอย่างลื่นไหล หลังมีผู้ใช้แอปที่แอ็คทีฟกว่า 3.5 ล้านคน และผู้ติดตามโซเชียลมีเดีย 7 ล้านคน เข้าถึงได้มากกว่า 25 ภาษา

 

ที่น่าสนใจคือ 60% ของนักท่องเที่ยวสากลที่อายุต่ำกว่า 34 ปี ต่างใช้มิชลินในการตัดสินใจเลือกร้าน ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามิชลินไม่ได้เป็นแค่แบรนด์สำหรับคนรุ่นเก่าอีกต่อไป

 

ล่าสุดมิชลินยังปรับตัวให้เข้ากับคนรุ่นใหม่ยิ่งขึ้น เข้าถึงป๊อบคัลเจอร์มากขึ้น ( พวกเขากำลังจะมีซีรีส์อาหารที่ทำร่วมกับ Apple TV ซึ่งจะออนแอร์เร็วๆ นี้) Gwendal ได้เสริมเรื่องคนรุ่นใหม่กับมิชลินว่า  

 

“จริงๆ แล้ว คนรุ่นใหม่นี้เชื่อมโยงและมีส่วนร่วมกับมิชลินไกด์อยู่มากแล้วครับ


จากข้อมูลที่ผมแชร์ไปเมื่อวานนี้ ไม่เพียงแต่ Gen Z จะรู้จักแบรนด์มิชลิน แต่พวกเขายังใช้มิชลินเป็นมาตรฐานอ้างอิงในชีวิตจริงด้วย พวกเขาใช้บริการและใช้ข้อมูลของเรา เพราะพวกเขารู้จักสัญลักษณ์ต่างๆ ทั้งดาว (Stars), กุญแจ (Keys) และ บิบกูร์มองด์ (Bib Gourmand)

 

ส่วนเรื่องโซเชียลมีเดีย ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง วันนี้มิชลินไกด์ก็อยู่ในโลกโซเชียลเหมือนกัน


และได้สร้างบทสนทนามากมายในหลายแพลตฟอร์มบางครั้งบทสนทนาเริ่มจากคำถามอย่าง ‘คุณเห็นด้วยกับการให้ดาวของมิชลินไหม?’ ‘ร้านนี้ควรอยู่ในไกด์หรือเปล่า?’ หรือแม้แต่รูปเซลฟี่กับเชฟระดับดาวมิชลิน ซึ่งพูดได้ว่ามิชลินกลายเป็นส่วนหนึ่งของการสนทนาในทุกที่ แม้จะไม่ได้เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มของเราเองก็ตาม”

 

งานวันประกาศรางวัล Michelin Key 2025

งานวันประกาศรางวัล Michelin Key 2025

 

หนึ่งดาว หนึ่งกุญแจ เปลี่ยนได้ทั้งเมือง 

 

มิชลินไกด์ ไม่ได้เป็นแค่การจัดอันดับร้านอาหารหรือโรงแรมอีกต่อไป แต่มันคือเครื่องมือทางเศรษฐกิจที่สร้างผลกระทบจริง หลังผลการศึกษาของ EY เปิดเผยตัวเลขที่น่าสนใจ ดังนี้ 

 

การสร้างผลกระทบต่อร้านอาหาร

  • 82% ของเชฟรายงานว่ายอดขายเพิ่มขึ้นหลังได้ดาว
  • 60% ต้องรับพนักงานใหม่เพื่อรองรับลูกค้า
  • 58% บอกว่าขวัญกำลังใจของทีมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

ผลกระทบต่อการท่องเที่ยว:

76% ของนักท่องเที่ยวยอมขยายวันพักออกไปเพื่อกินที่ร้านมิชลิน

 

งานวันประกาศรางวัล Michelin Key 2025

งานวันประกาศรางวัล Michelin Key 2025

 

ยกตัวอย่างประเทศที่ชัดเจนในเรื่องนี้คือ ญี่ปุ่น เมื่อญี่ปุ่นใช้มิชลินไกด์เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์ของอาหารญี่ปุ่นสู่เวทีโลก โดยเฉพาะหลังจากที่มิชลินเข้าสู่ญี่ปุ่นในปี 2007 จนทำให้กรุงโตเกียวกลายเป็นเมืองที่มีร้านมิชลินมากที่สุดในโลก

 

“จากข้อมูลที่เรามี ผู้บริโภคในอาเซียนเป็นกลุ่มที่มีความอยากรู้อยากเห็น เชื่อมโยงถึงกัน และแสวงหาประสบการณ์ที่มีคุณค่าจริง ๆ นอกจากหมวดร้านอาหารแล้ว หมวดท่องเที่ยว และช็อปปิ้งระหว่างประเทศ ถือเป็นประเภทการใช้จ่ายหลักของลูกค้ากลุ่มนี้

 

เราพบว่าอัตราการใช้จ่ายข้ามพรมแดนเติบโตเป็นเลขสองหลักต่อปี และในกลุ่มนักเดินทางระดับพรีเมียม การเติบโตสูงกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ต่อปี แนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของผู้บริโภคอาเซียนที่มองหาประสบการณ์เหนือระดับ” กล่าวโดย Jacquelyn Tan, Managing Director and Head of Group Personal Financial Services ธนาคาร UOB

 

Jacquelyn Tan, Managing Director and Head of Group Personal Financial Services ธนาคาร UOB

Jacquelyn Tan, Managing Director and Head of Group Personal Financial Services ธนาคาร UOB

 

ในขณะที่เมืองไทยเอง ตั้งแต่มิชลินเข้ามา ได้ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารและการท่องเที่ยวให้เติบโตแบบก้าวกระโดด และไม่ใช่แค่ร้านไฟน์ไดนิ่งเท่านั้นที่ได้รับความสนใจ แต่ยังรวมถึงร้านอาหารท้องถิ่นและสตรีทฟู้ด ที่ได้กลายเป็นซอฟท์พาวเวอร์สำคัญของประเทศ

 

“ความร่วมมือกับมิชลินที่เราเริ่มต้นตั้งแต่แปดปีก่อนจากด้านการรับประทานอาหาร ทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่าอะไรที่ตอบโจทย์ลูกค้า
ตอนนี้เราตื่นเต้นที่ได้ยกระดับไปอีกขั้น เพราะจากร้านอาหารไปสู่การผสมผสานกับการบริการด้านที่พัก ซึ่งเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกันโดยธรรมชาติ


“ตอนนี้มีโรงแรมในประเทศไทยราว 62 แห่ง ที่ได้รับกุญแชมิชลิน ซึ่งไม่ใช่แค่สำหรับลูกค้าคนไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักท่องเที่ยวจากอาเซียน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ที่ชื่นชอบการเดินทางมาสัมผัสวัฒนธรรมไทย


ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นโอกาสที่น่าตื่นเต้นมากในการเชื่อมโยงประสบการณ์การกินระดับมิชลินกับการเข้าพักในโรงแรมมิชลินคีย์ในประเทศไทย
นอกจากสร้างรายได้ให้กับการท่องเที่ยวแล้ว ยังช่วยสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นด้วย” วีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ร่วม (Deputy CEO) และผู้บริหารสาย Wholesale Banking, ธนาคารยูโอบี (UOB) เล่าให้ฟัง 

 

จากความสำเร็จที่เกิดขึ้น จะเห็นได้ว่า ปัจจุบันมิชลินไกด์ไม่ได้เป็นเพียงคู่มือสำหรับนักเดินทาง หรือคนรักอาหารเท่านั้น แต่ได้กลายมาเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ ที่ต้องการสื่อสารและเชื่อมโยงกับผู้คนผ่านเรื่องราว รสชาติ และสถานที่ พวกเขาอยู่ในโลกออนไลน์​ พวกเขาอยู่บนหน้าจอทีวี และไม่แน่ว่าในอนาคต เราอาจจะได้เห็นมิชลินไกด์ปรากฏอยู่ในสาขาอื่นๆ ของโลกไลฟ์สไตล์อีกก็เป็นได้ …Please stay tuned 

 

ภาพ:  Michelin Guide

 


 

อ่านบทความเกี่ยวข้องได้ที่ 

The post จากดาวถึงกุญแจ อ่านการเปลี่ยนผ่านของ Michelin Guide สู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์และ Gen-Z appeared first on THE STANDARD.

]]>
Cheung Hing Kee ซาลาเปาทอดดังจากฮ่องกง เตรียมเปิดในไทย ที่เซ็นทรัล ชิดลม https://thestandard.co/life/cheung-hing-kee-branch-thailand/ Fri, 10 Oct 2025 07:44:47 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1129004 Cheung Hing Kee

หมดเหตุผลแวะไปฮ่องกงอีกข้อ   Cheung Hing Kee ร้านซ […]

The post Cheung Hing Kee ซาลาเปาทอดดังจากฮ่องกง เตรียมเปิดในไทย ที่เซ็นทรัล ชิดลม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Cheung Hing Kee

หมดเหตุผลแวะไปฮ่องกงอีกข้อ

 

Cheung Hing Kee ร้านซาลาเปาทอดชื่อดังจากฮ่องกง เจ้าของรางวัล Bib Gourmand จาก Michelin Guide เตรียมเปิดสาขาแรกในประเทศไทยที่ เซ็นทรัล ชิดลม เร็วๆ นี้ โดยข่าวนี้มาจากการแอบเปิดเพจเงียบๆ ของร้านในไทย และการขึ้นป้ายโฆษณาร้านซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 

 

ร้าน Cheung Hing Kee Shanghai Pan-Fried Buns (祥興記上海生煎包) เปิดครั้งแรกในปี 2012 ที่ย่าน Tsuen Wan (荃灣) ในฮ่องกง ก่อนจะได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจากคนท้องถิ่น และต่อมาขยายสาขามายัง Tsim Sha Tsui ซึ่งกลายเป็นสาขาหลักและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวต่างถิ่น จุดเด่นของร้านคือซาลาเปาทอดแป้งบางกรอบ ด้านในชุ่มฉ่ำด้วยน้ำซุปหอมละมุนที่ต้องระวังตอนกัด เพราะอาจพุ่งออกมาได้หากไม่ระวัง 

 

ในทุกๆ เช้าหน้าร้านจะมีคิวของทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจมาลิ้มลองความอร่อยที่เรียบง่ายแต่คราฟต์ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การหมักหมู ไปจนถึงการทอดแป้งให้กรอบสมบูรณ์แบบ ซึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่ขายดี ได้แก่ ไส้หมู ไส้กุ้ง และไส้ทรัฟเฟิล

 

แม้ตอนนี้จะยังไม่มีการคอนเฟิร์มวันเปิดอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าน่าจะเป็นกลางเดือนพฤศจิกายนนี้! (ข้อมูลจากสายข่าวที่เราแอบไปสืบถามมา! แต่ข่าวการมาถึงของ Cheung Hing Kee ก็สร้างความตื่นเต้นให้กับเหล่านักชิมไม่น้อย เพราะนี่คือหนึ่งในร้านสตรีตฟู้ดระดับตำนานที่ผสมผสานความกรอบ นุ่ม และชุ่มฉ่ำ 

 

ใครเป็นแฟนซาลาเปาเสี่ยวหลงเปาทอด เตรียมปักหมุดรอได้เลยที่เซ็นทรัล ชิดลม 

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Chueng Hing Kee Thailand 

 

ภาพ: Shutterstock

The post Cheung Hing Kee ซาลาเปาทอดดังจากฮ่องกง เตรียมเปิดในไทย ที่เซ็นทรัล ชิดลม appeared first on THE STANDARD.

]]>
มิชลินเตรียมประกาศ ‘MICHELIN Key’ พร้อมกันทั่วโลก ลุ้นโรงแรมไทยได้กุญแจ 8 ต.ค. นี้ https://thestandard.co/life/michelin-key-global-announcement-thailand-2025/ Thu, 17 Jul 2025 06:36:55 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1097308 ประกาศรางวัล MICHELIN Key โรงแรมทั่วโลก พร้อมลุ้นรายชื่อโรงแรมไทย 8 ตุลาคม 2025 ที่กรุงปารีส

อีกหนึ่งเวทีสำคัญของคนโรงแรมที่จะมาร่วมลุ้นรางวัลจาก MI […]

The post มิชลินเตรียมประกาศ ‘MICHELIN Key’ พร้อมกันทั่วโลก ลุ้นโรงแรมไทยได้กุญแจ 8 ต.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประกาศรางวัล MICHELIN Key โรงแรมทั่วโลก พร้อมลุ้นรายชื่อโรงแรมไทย 8 ตุลาคม 2025 ที่กรุงปารีส

อีกหนึ่งเวทีสำคัญของคนโรงแรมที่จะมาร่วมลุ้นรางวัลจาก MICHELIN Guide หลังเมื่อปีที่แล้วทางมิชลินเริ่มประกาศ ‘MICHELIN KEY’ มอบรางวัลกุญแจ 1-3 ดอก เพื่อเป็นสัญลักษณ์แก่โรงแรมที่นำเสนอประสบการณ์เข้าพักที่น่าทึ่งที่สุด มาปีนี้ยังคงสานต่อเจตนารมณ์เดิม ทว่ายิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ด้วยการประกาศผลรางวัลพร้อมกันทั่วโลก ในวันที่ 8 ตุลาคม 2568 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

 

ผู้ตรวจสอบมิชลินจะใช้เข้าพักยังโรงแรมโดยไม่เปิดเผยตัวตน และพิจารณาโดยหลักเกณฑ์ 5 ข้อ ได้แก่

 

  1. เป็นจุดหมายปลายทางในตัวเอง
  2. เป็นเลิศด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบตกแต่งภายใน
  3. คุณภาพและความสม่ำเสมอในการให้บริการ รวมถึงความสะดวกสบายและการบำรุงรักษาที่ดี
  4. ราคาต้องมีความเหมาะสมกับคุณภาพและประสบการณ์ที่ได้รับ
  5. มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สะท้อนถึงคุณลักษณะดั้งเดิม

 

ความหมายของกุญแจแต่ละดอกคือ

 

  • กุญแจ 3 ดอก (Three Key) หมายถึงประสบการณ์การเข้าพักที่เหนือชั้นและน่าจดจำมาก
  • กุญแจ 2 ดอก (Two Key) หมายถึงประสบการณ์การเข้าพักอันยอดเยี่ยม
  • กุญแจ 1 ดอก (One Key) หมายถึงประสบการณ์การเข้าพักสุดพิเศษ

 

สำหรับปีนี้ มีรางวัลใหม่อีก 4 รางวัล ได้แก่

 

  1. MICHELIN Architecture & Design Award: ยกย่องโรงแรมที่มีสถาปัตยกรรมและการออกแบบอันน่าจดจำ
  2. MICHELIN Wellness Award: มอบให้แก่โรงแรมที่พักที่นำเสนอโปรแกรมด้านสุขภาพแบบองค์รวมทันสมัย
  3. MICHELIN Local Gateway Award: ยกย่องโรงแรมที่มอบประสบการณ์การเชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมได้อย่างลึกซึ้ง
  4. MICHELIN Opening of the Year: รางวัลสำหรับโรงแรมเปิดใหม่และสามารถสร้างอิทธิพลอันโดดเด่นต่ออุตสาหกรรมโรงแรมและการบริการได้ภายในปีแรกของการดำเนินงาน

 

สำหรับ MICHELIN Key ลิสต์แรกของประเทศไทย ประจำปี 2024 ประกอบด้วย Three Key 8 แห่ง, Two Key 19 แห่ง, และ One Key 31 แห่ง รวมทั้งหมด 58 แห่งจากกว่า 100 แห่งในเล่ม ซึ่งมีตั้งแต่ที่พักแบบบูติกน่ารักไปจนถึงประสบการณ์การเข้าพักที่หรูหราราวกับบ้านขุนนางเก่า

 

ส่วนปีนี้จะมีที่ไหนได้จำนวนกุญแจกี่ดอกบ้างนั้น ร่วมลุ้นได้วันที่ 8 ตุลาคมนี้ พร้อมกันทั่วโลก

 

ภาพ: Getty Images

The post มิชลินเตรียมประกาศ ‘MICHELIN Key’ พร้อมกันทั่วโลก ลุ้นโรงแรมไทยได้กุญแจ 8 ต.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Sorn ศรณ์’ เป็นร้านอาหารไทยแห่งแรกของโลกที่คว้าดาวมิชลิน 3 ดวง https://thestandard.co/life/sorn-thai-restaurant-3-michelin-stars/ Thu, 28 Nov 2024 08:54:11 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1013891

‘Sorn ศรณ์’ ร้านอาหารไทยของ เชฟไอซ์-ศุภักษร จงศิริ สร้า […]

The post ‘Sorn ศรณ์’ เป็นร้านอาหารไทยแห่งแรกของโลกที่คว้าดาวมิชลิน 3 ดวง appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘Sorn ศรณ์’ ร้านอาหารไทยของ เชฟไอซ์-ศุภักษร จงศิริ สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ด้วยการเป็นร้านอาหารไทยแห่งแรกของโลกที่คว้ารางวัลดาวมิชลิน 3 ดวง ในการประกาศรางวัล MICHELIN Guide Ceremony Thailand 2025

 

“ย้อนกลับไป 7 ปีก่อน ตอนนั้นยังไม่มีใครเชื่อในตัวพวกเราหรือสิ่งที่เราทำ เพราะพวกเราเลือกเดินบนเส้นทางใหม่ที่ยังไม่มีใครเดินมาก่อน แต่ก็มีคนกลุ่มหนึ่งที่เชื่อในตัวพวกเรา ผมขอบคุณคนเหล่านั้น รวมถึงทีมร้านอาหารที่อยู่ในงานนี้ด้วย และสำคัญที่สุด ครอบครัวของผมที่บอกให้ผมเชื่อในตัวเอง” เชฟไอซ์กล่าวบนเวที 

 

ก่อนตอบคำถามสื่อถึงการได้รับรางวัลใหญ่ที่สร้างประวัติศาสตร์ให้วงการอาหารอีกว่า

 

“ผมพยายามผลักดันอาหารไทยให้ก้าวไปข้างหน้าทุกปี คนทำอาชีพเชฟไม่ควรอยู่ที่เดิม พวกเราควรทำอาหารที่ดี ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ผมยังขาดประสบการณ์บางด้านอยู่บ้าง สิ่งที่เราต้องทำคือถามคนกินว่าเขาคิดอย่างไร ยอมรับความคิดเห็นนั้น และนำมาพัฒนาให้ร้านอาหารของคุณดีขึ้น

 

“สำหรับผมอาหารคือความรัก ถ้าย้อนนึกถึงความรู้สึกแรกที่คุณทำอาหาร ผมเชื่อว่าทุกคนเริ่มทำอาหารครั้งแรกไม่ใช่เพื่อเงินทอง เพื่อชื่อเสียง แต่เพื่อคนที่เรารัก ความรู้สึกแรกจึงสำคัญ คุณต้องจำความรู้สึกนั้นไว้และลงมือทำอาหารด้วยความรู้สึกนั้น ไม่ใช่ทำอาหารอย่างที่คนอื่นต้องการ ถ้าคุณทำแบบนั้น คุณไม่มีทางเป็นออริจินัลได้ คุณต้องรักตัวเอง รักอาหารที่ตัวเองทำ ซื่อสัตย์กับสิ่งที่คุณทำ” เชฟไอซ์กล่าว

 

เราขอแสดงความยินดีอย่างที่สุดที่ร้านอาหาร Sorn ศรณ์ ได้รับรางวัลมิชลิน 3 ดาว เพราะนั่นทำให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยเชฟไอซ์บอกอีกว่า เขาและทีมจะผลักดันอาหารไทย รวมถึงเกษตรกรไทยและวัตถุดิบท้องถิ่นในประเทศไทยต่อไปอีกเรื่อยๆ เพื่อทำให้นักชิมทั่วโลกรู้จักอาหารไทย 

 

เพราะฉะนั้น พวกเรามาให้กำลังใจเชฟและทีมร้านอาหารทุกคนพร้อมกัน เพื่อให้พวกเขามีกำลังใจในการรังสรรค์อาหาร และทำให้อาหารไทยกลายเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องอยากเดินทางมาชิม

The post ‘Sorn ศรณ์’ เป็นร้านอาหารไทยแห่งแรกของโลกที่คว้าดาวมิชลิน 3 ดวง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปผลดาวมิชลิน มีร้านไหนยังติดดาวบ้างใน MICHELIN Guide 2025 https://thestandard.co/life/michelin-guide-ceremony-thailand-2025/ Thu, 28 Nov 2024 06:01:32 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1013792 MICHELIN Guide 2025

ตลอดปีที่ผ่านมา เราเชื่อว่าทุกคนออกไปตามชิมร้านอร่อยมาก […]

The post สรุปผลดาวมิชลิน มีร้านไหนยังติดดาวบ้างใน MICHELIN Guide 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
MICHELIN Guide 2025

ตลอดปีที่ผ่านมา เราเชื่อว่าทุกคนออกไปตามชิมร้านอร่อยมากมายจนนับไม่ถ้วน ทั้งร้านที่ได้รับการแนะนำจาก MICHELIN Guide หรือร้านเปิดใหม่ที่น่าลอง แล้วหากทุกคนต้องเลือกสัก 1 ร้านที่ประทับใจที่สุด เพื่อนๆ จะเลือกร้านไหนกัน? และคิดว่าร้านนั้นจะมีชื่ออยู่บนลิสต์ MICHELIN Guide 2025 หรือเปล่า?

 

วันนี้เราจึง #สรุปผลรางวัล จากเวที MICHELIN Guide Ceremony Thailand 2025 มาให้เพื่อนนักชิมทุกคน ส่วนจะมีร้านไหนที่ยังคงได้ดาวประดับ ร้านไหนจะได้เดบิวต์บนลิสต์เป็นครั้งแรก รวมถึงรางวัลพิเศษอื่นๆ ที่น่าสนใจด้วย เอาเป็นว่าเราไม่ขอรอช้า มาเริ่มกันเลยดีกว่า

 

⭐⭐⭐ 3 ดาวมิชลิน

– Sorn

 

⭐⭐ 2 ดาวมิชลิน

– Côte by Mauro Colagreco *New

R-HAAN

– Gaa

– Chef’s Table

– Baan Tepa

– Mezzaluna

– Sühring

 

⭐ 1 ดาวมิชลิน

– Chim by Siam Wisdom

– Signature

– Saneh Jaan

– Le Normandie

– Coda *New

– Aksorn

– Resonance

– สวนทิพย์

– Maison Dunand

– Aulis *New

– เจ๊ไฝ

– IGNIV

– 80/20

– Nahm

– GOAT *New

– PRU

– Wana Yook

– Blue by Alain Ducasse

– Haoma

– AKKEE *New

– Nawa

– Samrub Samrub Thai

– Mia

– Le Du

– Avant *New

– Elements, Inspired by Ciel Bleu

– INDDEE

– POTONG

 

🍀 MICHELIN Green Star

  • PRU
  • Jampa
  • Haoma
  • Baan Tepa *New

 

🍽 Special Awards 2024

 

MICHELIN Guide Service Award

  • ยุพา สุขเกษม จากร้านอาหาร Baan Tepa

 

Young Chef Award

  • เชฟอู๋-สิทธิกร จันทป จากร้านอาหาร AKKEE

 

MICHELIN Opening of the Year 

  • Dimitrios Moudios จากร้านอาหาร ōre

 

Sommelier Award

  • ฐานสิทธิ์ วาสินนท์ จากห้องอาหาร Côte by Mauro Colagreco

 

 

The post สรุปผลดาวมิชลิน มีร้านไหนยังติดดาวบ้างใน MICHELIN Guide 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจาะนวัตกรรมขับเคลื่อนเพื่อค้นหาการใช้ชีวิตที่ดีกว่า และโลกที่ดีขึ้นของ ‘Michelin’ ภายใต้แคมเปญ ‘On the Road and Beyond’ https://thestandard.co/michelin-on-the-road-and-beyond/ Tue, 22 Oct 2024 02:05:10 +0000 https://thestandard.co/?p=998724

‘มิชลิน’ เป็นที่รู้จักดีในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมยางรถยนต […]

The post เจาะนวัตกรรมขับเคลื่อนเพื่อค้นหาการใช้ชีวิตที่ดีกว่า และโลกที่ดีขึ้นของ ‘Michelin’ ภายใต้แคมเปญ ‘On the Road and Beyond’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘มิชลิน’ เป็นที่รู้จักดีในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมยางรถยนต์ ที่สร้างสรรค์นวัตกรรมยางภายใต้แนวคิด ‘Performance Made To Last’ (PMTL) หรือนวัตกรรมยางยั่งยืน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ให้สมรรถนะดีเยี่ยมยาวนาน ปลอดภัย มั่นใจตั้งแต่วันแรกที่ใช้จนถึงวันที่เปลี่ยนยางรอบถัดไป ลดขยะจากการเปลี่ยนยางบ่อยเกินความจำเป็น

 

สำหรับมิชลิน ‘นวัตกรรม’ หลอมรวมเป็นอัตลักษณ์ที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์มาตลอด 135 ปี การันตีจากการได้รับยกย่องให้เป็น Top 100 Global Innovators 2024 บริษัทนวัตกรรมระดับโลก 100 อันดับแรกประจำปี 2024 โดยการจัดอันดับของ Clarivate ผู้นำระดับโลกในการให้บริการข้อมูลเชิงลึกและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อส่งเสริมให้การพัฒนานวัตกรรมเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

 

เพื่อตอกย้ำความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรมที่ว่านี้ มิชลินจึงปล่อยแบรนด์แคมเปญ ‘Motion for Life’ ภายใต้แนวคิด ‘มิชลินคิดค้นนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนโลกให้ดียิ่งขึ้น’ เมื่อปี 2020 และยังขยายขอบเขตนวัตกรรมที่เกี่ยวกับยางและนอกเหนือจากยางเพื่อสร้างโลกที่ดีกว่า นำไปสู่แคมเปญใหม่ของปี 2024 ในชื่อ ‘On the Road and Beyond’ สะท้อนให้เห็นว่า มิชลินเป็นแบรนด์ที่คิดค้นนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่องด้านธุรกิจยางและนอกเหนือไปกว่านั้น เพื่อมอบประสบการณ์การสัญจรที่ดีต่อคุณและเป็นมิตรที่ดีต่อโลก

 

THE STANDARD ขอพาชมนวัตกรรมของมิชลินที่จะขับเคลื่อนชีวิตที่ดีกว่า และโลกที่ดีขึ้นได้จริง

 

 

“นวัตกรรมจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมีประโยชน์กับทุกคน”

 

มิชลินทุ่มงบลงทุนกว่า 1.2 พันล้านยูโรในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพราะการสร้างนวัตกรรมเป็นหนึ่งในแกนหลักของแบรนด์ตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนเพื่อทำวิจัยเรื่องการนำยางหมดอายุกลับมารีไซเคิลใหม่ การใช้วัสดุในการผลิตยางที่ยั่งยืนมากขึ้น และยังเป็นผู้คิดค้นและพัฒนาระบบจำลองยางเสมือนจริงที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 

 

กว่า 135 ปี มิชลินมุ่งพัฒนาและขยายขอบเขตนวัตกรรมความเป็นไปได้นอกเหนือจากยาง เช่น ธุรกิจด้านวัสดุไฮเทค, การพิมพ์โลหะ 3 มิติ, พลังงานไฮโดรเจน นวัตกรรมทางการแพทย์ เช่น สายเข็มขัดขาเทียม ช่วยให้เคลื่อนไหวได้ยืดหยุ่นมากขึ้น ไปจนถึงนวัตกรรมระบบใบเรือที่ยืด-หดได้ และพองลมอัตโนมัติ ช่วยลดคาร์บอนการขนส่งทางเรือ ภายใต้โครงการ WISAMO (Wing Sail Mobility) หรือการสัญจรที่ขับเคลื่อนด้วยใบเรือ รวมไปถึงธุรกิจที่เกี่ยวกับการสร้างประสบการณ์อย่าง ‘มิชลิน ไกด์’ และ ‘Tablet Hotels’

 

พาชมนวัตกรรมของมิชลินที่จะขับเคลื่อนชีวิตที่ดีกว่า และโลกที่ดีขึ้นได้จริง

 

 

สำรวจโลกใหม่ด้วยยางไร้อากาศ

 

อีกหนึ่งตัวอย่างการพัฒนานวัตกรรมไร้ขีดจำกัดของมิชลินที่กำลังจะพามนุษยชาติออกเดินทางไปค้นพบดินแดนใหม่ผ่านนวัตกรรมยางไร้อากาศ ล้อต้นแบบที่ใช้ในการสำรวจอวกาศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Artemis ของ NASA โดยมิชลินได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีม Moon RACER

 

ถือเป็นก้าวสำคัญอีกครั้ง เพราะที่ผ่านมามิชลินร่วมมือในฐานะผู้จัดหายางเพียงรายเดียวสำหรับกระสวยอวกาศ และร่วมเดินทางไปกับภารกิจ 135 ครั้ง ระหว่างปี 1981-2011

 

ไม่หยุดเพียงเท่านี้ มิชลินตั้งเป้าที่จะนำนวัตกรรมมาพัฒนาล้อให้กับยานสำรวจดวงจันทร์ ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี ทั้งโซลูชันยางไร้ลม MICHELIN UPTIS และ MICHELIN TWEEL ไปจนถึงวัสดุไฮเทคระดับสูง เพื่อช่วยให้การสำรวจโลกใหม่สะดวกและปลอดภัยยิ่งกว่า

 

 

นวัตกรรม ‘On Road’ รองรับนวัตกรรมยางเพื่อรถยนต์ไฟฟ้า

 

ยางมิชลินทุกเส้นคิดค้นและพัฒนาให้สามารถใช้งานกับรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะไม่ใช่ยางอะไรก็ได้ที่จะตอบโจทย์ความท้าทายของรถยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากแรงบิดที่สูงและน้ำหนักแบตเตอรี่ของรถยนต์ไฟฟ้าส่งผลให้ยางสึกเร็ว จึงต้องการยางล้อที่มีคุณสมบัติพิเศษ นอกจากต้องมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน มีความนุ่มและเงียบขณะขับขี่ ขณะเดียวกันต้องช่วยเพิ่มระยะทางต่อการชาร์จแบต

 

ปี 1899 มิชลินพัฒนายางล้อสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของโลกที่ใช้ชื่อว่า ‘La Jamais Contente’ ซึ่งวิ่งได้เร็วกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต่อมาในปี 1946 ปฏิวัติวงการยางเรเดียล MICHELIN X คิดค้นยางเรเดียลรุ่นแรกที่มีความแข็งแรงทนทานเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า และในปี 1992 ก็ได้พัฒนายาง MICHELIN ENERGY โดยนำซิลิกามาเป็นส่วนผสมในเนื้อยาง ช่วยยืดอายุการใช้งานและประหยัดพลังงานมากขึ้น 

 

พร้อมด้วยเทคโนโลยี MICHELIN Acoustic ช่วยลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารที่เกิดจากยางล้อ และเทคโนโลยี MaxTouch ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่หน้าสัมผัสระหว่างยางกับพื้นผิวถนน ช่วยกระจายแรงกดที่หน้ายางให้สม่ำเสมอ ผสานเข้ากับเนื้อยางสูตรพิเศษเอกสิทธิ์เฉพาะมิชลิน เพื่อให้ได้ยางรถยนต์ที่รองรับความท้าทายทุกข้อจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้า

 

ทั้งหมดนี้สร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด ‘Performance Made To Last’ (PMTL) หรือนวัตกรรมยางยั่งยืน ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ให้สมรรถนะดีเยี่ยมยาวนาน ปลอดภัย มั่นใจตั้งแต่วันแรกที่ใช้จนถึงวันที่เปลี่ยนยางรอบถัดไป ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนยางบ่อยเกินความจำเป็น

 

 

‘มิชลิน ไกด์’ ประสบการณ์การเดินทางสุดพิเศษ

 

ขอยกให้เป็นนวัตกรรมที่ปลุกให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวในหลายประเทศคึกคัก นับตั้งแต่วันที่สองพี่น้องมิชลินตัดสินใจทำหนังสือสีแดงเล่มเล็กชื่อว่า ‘กีดรูฌ’ หรือที่คนทั่วโลกรู้จักในนาม ‘มิชลิน ไกด์’ ออกมา เพื่อให้คนออกเดินทางบนเส้นทางใหม่ๆ จวบจนวันนี้เข้าสู่ปีที่ 124 มิชลิน ไกด์ กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่กระตุ้นให้ผู้คนอยากออกเดินทางมากขึ้น และเป็นคู่มือการเดินทางที่นักชิมไว้วางใจ และพร้อมจะออกเดินทางไปค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ ผ่านเมนูอาหารที่มีอยู่ทุกเมืองสำคัญทั่วโลกกว่า 5,644 เมืองใน 47 ประเทศ โดยประเทศไทยเป็นประเทศที่ 5 ในเอเชีย 

 

 

การเดินทางครั้งใหม่ภายใต้แนวคิด ‘On the Road and Beyond’ ที่จะทำให้คุณเข้าใจถึงแก่นแท้ของมิชลินในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลงประสบการณ์การสัญจรที่ดีต่อคุณและเป็นมิตรต่อโลก ที่ไม่เพียงเติบโตอย่างต่อเนื่องในธุรกิจยาง แต่ยังสร้างนวัตกรรมในด้านใหม่ๆ ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม

 

นอกจากนี้ มิชลินยังมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้า โดยพัฒนาโซลูชันอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เพื่อสนับสนุนกลุ่มยานพาหนะมืออาชีพ และส่งเสริมการค้นพบร้านอาหารและโรงแรมระดับสุดยอด ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย รวมถึงบริการการเดินทางที่ทันสมัย

 

มาร่วมสัมผัสความเหนือระดับไปกับมิชลิน

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.michelin.co.th/why-michelin/innovation

The post เจาะนวัตกรรมขับเคลื่อนเพื่อค้นหาการใช้ชีวิตที่ดีกว่า และโลกที่ดีขึ้นของ ‘Michelin’ ภายใต้แคมเปญ ‘On the Road and Beyond’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
MICHELIN Key ลิสต์แรกของไทยประกาศแล้ว พร้อมที่พัก 58 แห่งที่ได้รางวัล https://thestandard.co/life/michelin-key-hotels-thailand-2567/ Wed, 25 Sep 2024 07:18:58 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=987804

หลังจาก MICHELIN Guide ทยอยประกาศเปิดตัว ‘MICHELIN Key’ […]

The post MICHELIN Key ลิสต์แรกของไทยประกาศแล้ว พร้อมที่พัก 58 แห่งที่ได้รางวัล appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจาก MICHELIN Guide ทยอยประกาศเปิดตัว ‘MICHELIN Key’ โปรแกรมการคัดสรรโรงแรมและที่พักจำนวนกว่า 5,000 แห่งจาก 120 ประเทศ ซึ่งมีโมเดลคล้ายกับ MICHELIN Star ที่มอบดาวให้แก่ร้านอาหารที่มีความเป็นเลิศ ตอนนี้ MICHELIN Key ลิสต์แรกของประเทศไทยประกาศออกมาแล้ว พร้อมที่พัก 58 แห่งที่ได้รางวัล

 

MICHELIN Key จะให้รางวัลเป็นกุญแจตั้งแต่ 1-3 ดอก โดยจะมอบรางวัลตราสัญลักษณ์ให้แก่โรงแรมหรือที่พักที่ผ่านหลักเกณฑ์ 5 ข้อ ซึ่งพิจารณาโดยผู้ตรวจสอบพิเศษจาก MICHELIN ที่เข้าพักโดยไม่เปิดเผยตัวตน

 

โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าว ได้แก่

 

  1. เป็นจุดหมายปลายทางในตัวเอง
  2. เป็นเลิศด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบตกแต่งภายใน
  3. คุณภาพและความสม่ำเสมอในการให้บริการ รวมถึงความสะดวกสบายและการบำรุงรักษาที่ดี
  4. ราคาต้องมีความเหมาะสมกับคุณภาพและประสบการณ์ที่ได้รับ
  5. มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สะท้อนถึงคุณลักษณะดั้งเดิม

 

ความหมายของกุญแจแต่ละดอกคือ

 

กุญแจ 3 ดอก (Three Key) หมายถึงประสบการณ์การเข้าพักที่เหนือชั้นและน่าจดจำมาก

กุญแจ 2 ดอก (Two Key) หมายถึงประสบการณ์การเข้าพักอันยอดเยี่ยม

กุญแจ 1 ดอก (One Key ) หมายถึงประสบการณ์การเข้าพักสุดพิเศษ

 

สำหรับ MICHELIN Key ลิสต์แรกของประเทศไทย ประจำปี 2024 ประกอบด้วย Three Key 8 แห่ง, Two Key 19 แห่ง, และ One Key 31 แห่ง รวมทั้งหมด 58 แห่งจากกว่า 100 แห่งในเล่ม ซึ่งมีตั้งแต่ที่พักแบบบูติกน่ารักไปจนถึงประสบการณ์การเข้าพักที่หรูหราราวกับบ้านขุนนางเก่า

 

Samujana Villas

 

ลิสต์ที่พักในไทยที่ได้กุญแจ 3 ดอก 🗝🗝🗝 ทั้งหมด 8 แห่ง ได้แก่

 

กรุงเทพฯ: Mandarin Oriental, Bangkok

กรุงเทพฯ: The Siam

เชียงใหม่: Four Seasons Resort Chiang Mai

ตราด: Soneva Kiri

สุราษฎร์ธานี: Samujana Villas, Koh Samui

กระบี่: Phulay Bay, A Ritz-Carlton Reserve

ภูเก็ต: Amanpuri

ภูเก็ต: Keemala

 

ลิสต์ที่พักในไทยที่ได้กุญแจ 2 ดอก 🗝🗝 ทั้งหมด 19 แห่ง ได้แก่

 

กรุงเทพฯ: Capella Bangkok

กรุงเทพฯ: Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River

กรุงเทพฯ: Park Hyatt Bangkok

กรุงเทพฯ: Rosewood Bangkok

กรุงเทพฯ: The Okura Prestige Bangkok

กรุงเทพฯ: The Peninsula Bangkok

กรุงเทพฯ: The Sukhothai Bangkok

เชียงใหม่: Rachamankha

เชียงราย: Anantara Golden Triangle Elephant Camp & Resort

สุราษฎร์ธานี: Banyan Tree Samui

สุราษฎร์ธานี: Napasai, A Belmond Hotel, Koh Samui

สุราษฎร์ธานี: SALA Samui Choengmon Beach

สุราษฎร์ธานี: Six Senses Samui

พังงา: The Sarojin Khao Lak Resort

พังงา: Six Senses Koh Yao Noi

กระบี่: Banyan Tree Krabi

กระบี่: Pimalai Resort & Spa

ภูเก็ต: InterContinental Phuket Resort

ภูเก็ต: Rosewood Phuket

 

สามารถดูลิสต์ฉบับได้ที่: https://guide.michelin.com/th/th/article/travel/all-the-key-hotels-thailand-michelin-guide 

 

ภาพ: Courtesy of Hotels

The post MICHELIN Key ลิสต์แรกของไทยประกาศแล้ว พร้อมที่พัก 58 แห่งที่ได้รางวัล appeared first on THE STANDARD.

]]>
No Name Noodle ติดมิชลิน ไกด์ กลายเป็นร้านราเมนแรกในประเทศไทยที่มิชลินแนะนำ https://thestandard.co/life/no-name-noodle-michelin-guide/ Wed, 25 Sep 2024 06:28:33 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=987775 No Name Noodle

คนรักราเมนไม่มีใครไม่รู้จัก ‘No Name Noodle’ ร้านราเมนท […]

The post No Name Noodle ติดมิชลิน ไกด์ กลายเป็นร้านราเมนแรกในประเทศไทยที่มิชลินแนะนำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
No Name Noodle

คนรักราเมนไม่มีใครไม่รู้จัก ‘No Name Noodle’ ร้านราเมนที่จุดกระแสคราฟต์ราเมนในประเทศไทยให้ป๊อปปูลาร์จนกลายเป็นร้านจองยาก (มาก) อยู่ช่วงหนึ่ง ด้วยฝีมือของเชฟชิน อิโนะอุเอะ กับเมนูเปิดตัวอย่าง Shio Soba ราเมนซุปเกลือ และ Kombusui Tsuke Soba ราเมนจุ่มน้ำซุปโชยุ 4 ชนิด

 

ซึ่งความคราฟต์ของราเมนสไตล์เชฟชินก็อยู่ตรงที่การใช้วัตถุดิบกว่า 30 ชนิดสร้างรสชาติอูมามิ และการทำเส้นราเมนที่เรียงตัวสวยชามต่อชามด้วยแป้งชนิดพิเศษ No Name Noodle ในช่วงแรกจึงรับลูกค้าต่อรอบได้ไม่เกิน 10 ที่นั่งเท่านั้น เนื่องจากวัตถุดิบที่มีจำกัด

 

ถึงแม้ร้านจะโด่งดังจนกลายเป็นร้านราเมนอันดับ 1 ในใจของหลายๆ คน จนไม่มีวันไหนที่เคาน์เตอร์ว่าง ทว่าเชฟชินและทีมก็ไม่หยุดพัฒนาราเมนให้อร่อยขึ้น ใหม่ขึ้น และน่าสนุกขึ้นด้วย ทำให้ทุกครั้งที่ร้านเปิดตัวเมนูพิเศษ แฟนๆ จึงอยากจองที่นั่งกลับไปกินอีกซ้ำๆ

 

จนกระทั่งวันนี้มีข่าวดีที่จะทำให้วงการราเมนในประเทศไทยสนุกขึ้นแน่นอน เนื่องจาก No Name Noodle ได้รับการแนะนำโดย MICHELIN Guide 2024 ว่าเป็นร้านที่ควรค่าแก่การไปลอง และนั่นก็ทำให้ No Name Noodle กลายเป็นร้านราเมนแรกในประเทศไทยที่มีชื่ออยู่ในลิสต์ MICHELIN Guide ประเทศไทยอีกด้วย

 

ถ้าใครยังไม่เคยชิม No Name Noodle ร้านเปิดให้จองที่นั่งทุกวันอาทิตย์ เวลา 09.00 น. สำหรับชิมราเมนในวันอังคาร-อาทิตย์ของสัปดาห์ที่กำลังมาถึง โดยแบ่งเป็น 4 รอบ ตั้งแต่เวลา 11.00-14.15 น. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ No Name Noodle BKK

 

The post No Name Noodle ติดมิชลิน ไกด์ กลายเป็นร้านราเมนแรกในประเทศไทยที่มิชลินแนะนำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘รสิก’ ร้านอาหารมิชลินจากเชียงใหม่ มาเปิดป๊อปอัพที่กรุงเทพฯ 2 วัน 29-30 พ.ค. นี้เท่านั้น https://thestandard.co/life/rasik-local-kitchen-bangkok/ Thu, 23 May 2024 08:03:29 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=936762 รสิก กรุงเทพฯ

นี่คือร้านที่หากเราได้ไปเชียงใหม่จะไม่พลาดเด็ดขาด แต่ก่ […]

The post ‘รสิก’ ร้านอาหารมิชลินจากเชียงใหม่ มาเปิดป๊อปอัพที่กรุงเทพฯ 2 วัน 29-30 พ.ค. นี้เท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
รสิก กรุงเทพฯ

นี่คือร้านที่หากเราได้ไปเชียงใหม่จะไม่พลาดเด็ดขาด แต่ก่อนจะได้ลางานแล้วบินไปถึงที่นั่น ‘รสิก (Rasik Local Kitchen)’ ร้านอาหารไทยทวิสต์แนวเชฟส์เทเบิลในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีรางวัลมิชลิน ไกด์ ประดับอยู่ในร้านด้วย ก็เตรียมลงมาเปิดป๊อปอัพให้ชิมถึงกรุงเทพฯ ทว่าเพียง 2 คืนเท่านั้น

 

ถ้าใครไม่อยากพลาดชิมฝีมือของเชฟหวายและทีมรสิก เราอยากให้รีบจองที่นั่ง เพราะเชฟและทีมลงมาเสิร์ฟมื้อพิเศษเพียง 2 วันเท่านั้น ในวันที่ 29-30 พฤษภาคมนี้ ที่ครัวของ SIWILAI CITY CLUB บนชั้น 5 ของ Central Embassy โดยจะเปิดรับวันละ 2 รอบ รอบละ 30 ที่นั่ง และเสิร์ฟอาหารทั้งหมด 7 คอร์ส ซึ่งจะเน้นการปรุงด้วยเตาถ่าน

 

เมนูที่น่าสนใจ อาทิ หอยโนราห์, หมึกโวยวาย, ลิ้นวัวย่างและแจ่วมะเขือเทศอีเป๋อ และไอศกรีมครีมชีสปลาแห้ง โดยคอร์สนี้ราคา 2,590 บาทต่อคน เริ่มเสิร์ฟเวลา 18.00-20.00 น. และ 20.30-22.00 น.

 

สอบถามเพิ่มเติมหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SIWILAI CITY CLUB

The post ‘รสิก’ ร้านอาหารมิชลินจากเชียงใหม่ มาเปิดป๊อปอัพที่กรุงเทพฯ 2 วัน 29-30 พ.ค. นี้เท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>