Michael Burry Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/michael-burry/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 12 May 2026 04:46:16 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Michael Burry เตือนนักลงทุน ลดพอร์ต ‘หุ้นเทค’ ชี้ฟองสบู่ AI ส่อซ้ำรอยวิกฤตดอตคอม https://thestandard.co/michael-burry-warns-investors-tech-bubble/ Tue, 12 May 2026 04:44:43 +0000 https://thestandard.co/michael-burry-warns-investors-tech-bubble/ ไมเคิล เบอร์รี นักลงทุนชื่อดัง

Michael Burry นักลงทุนชื่อดัง ออกมาเตือนให้นักลงทุนลดสั […]

The post Michael Burry เตือนนักลงทุน ลดพอร์ต ‘หุ้นเทค’ ชี้ฟองสบู่ AI ส่อซ้ำรอยวิกฤตดอตคอม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไมเคิล เบอร์รี นักลงทุนชื่อดัง

Michael Burry นักลงทุนชื่อดัง ออกมาเตือนให้นักลงทุนลดสัดส่วนการถือครองหุ้นเทคโนโลยีที่กำลังพุ่งสูงขึ้น โดยระบุว่าสภาวะตลาดในปัจจุบันได้มาถึงจุดที่อันตรายอย่างยิ่งในหน้าประวัติศาสตร์ ซึ่งทำให้นึกถึงฟองสบู่เก็งกำไรในอดีต

 

Burry ผู้สร้างชื่อจากการทำนายวิกฤตซับไพรม์ปี 2008 ได้กล่าวเตือนให้นักลงทุน ‘ละทิ้งความโลภ’ ในขณะที่ความตื่นเต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแรงซื้อตามโมเมนตัมกำลังดันมูลค่าหุ้นให้พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง

 

“วิธีที่ง่ายกว่าสำหรับคนส่วนใหญ่คือการลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้น โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยี สำหรับหุ้นตัวไหนที่กราฟพุ่งขึ้นแบบพาราโบลา (Parabolic) ควรลดสถานะลงเกือบทั้งหมด” Burry ระบุในโพสต์บน Substack เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

 

Burry ได้ออกมาเตือนหลายเดือนแล้วว่า การที่ตลาดหุ้นหมกมุ่นอยู่กับกระแส AI นั้น มีความคล้ายคลึงกับช่วงท้ายของยุคฟองสบู่ดอตคอมมากขึ้นเรื่อยๆ สัปดาห์ที่แล้ว เขาได้เปรียบเทียบทิศทางล่าสุดของดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ (SOX) กับช่วงขาขึ้นก่อนที่หุ้นเทคโนโลยีจะพังทลายในเดือนมีนาคม ปี 2000 โดยกล่าวว่า สภาพแวดล้อมในปัจจุบันให้ความรู้สึกเหมือน “ช่วงเดือนสุดท้ายของฟองสบู่ปี 1999-2000”

 

Burry กล่าวว่า เขายังคงรักษาสถานะ Short โดยใช้เลเวอเรจในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ เพื่อป้องกันความเสี่ยงกับหุ้นที่เขาถืออยู่ที่มองว่ามีราคาถูก ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่คล้ายคลึงกับที่เขาเคยใช้ในปี 2000

 

อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าการเดิมพันสวนทางกับตลาดขาขึ้นด้วยการทำ Short Selling โดยตรงนั้น เป็นเรื่องเสี่ยงและไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้นทุนของการทำกำไรขาลงมีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ

 

“การ Short ไม่ใช่คำตอบ และไม่ใช่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ควรทำ ตอนนี้การซื้อ Put Options โดยทั่วไปมีราคาแพง และการ Short หุ้นโดยตรงก็ยังคงสามารถสร้างความเจ็บปวดได้อย่างมหาศาล” Burry กล่าว

 

ความคิดเห็นดังกล่าวเป็นการเติมเชื้อไฟให้กับการถกเถียงที่กำลังก่อตัวขึ้นในวอลล์สตรีท ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้นจากกระแส AI นั้นได้หลุดลอยไปจากปัจจัยพื้นฐานแล้วหรือไม่ ดัชนีตลาดหุ้นหลักๆ ยังคงเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง เนื่องจากนักลงทุนต่างแห่เข้าไปลงทุนในผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์และบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่

 

“แนวคิดในตอนนี้คือการถือเงินสดให้มากขึ้น และเตรียมพร้อมที่จะนำมันกลับไปลงทุนเมื่อสถานการณ์มีความสมเหตุสมผลมากกว่านี้” เบอร์รี ระบุ

 

“ประวัติศาสตร์บอกเราว่า ต่อให้งานปาร์ตี้จะดำเนินต่อไปอีกหนึ่งสัปดาห์ หนึ่งเดือน สามเดือน หรือหนึ่งปี แต่จุดจบของมันคือราคาที่จะปรับตัวลดลงอย่างหนัก” Burry กล่าว

 

ภาพ: Astrid Stawiarz / Stringer / GettyImages

อ้างอิง:

 

The post Michael Burry เตือนนักลงทุน ลดพอร์ต ‘หุ้นเทค’ ชี้ฟองสบู่ AI ส่อซ้ำรอยวิกฤตดอตคอม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดพอร์ต Michael Burry นักลงทุนชื่อดังในหนังเรื่อง The Big Short https://thestandard.co/michael-burrys-portfolio/ Thu, 04 Sep 2025 03:57:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1115339 Michael Burry

หนึ่งในนักลงทุนที่มีชื่อเสียงและมักจะถูกพูดถึงมากที่สุด […]

The post เปิดพอร์ต Michael Burry นักลงทุนชื่อดังในหนังเรื่อง The Big Short appeared first on THE STANDARD.

]]>
Michael Burry

หนึ่งในนักลงทุนที่มีชื่อเสียงและมักจะถูกพูดถึงมากที่สุดคนหนึ่งในวงการการลงทุนคงหนีไม่พ้น Michael Burry นักลงทุนสายชอร์ต (Short) ที่บริหารเฮดจ์ฟันด์ Scion Asset Management และเคยทำเงินได้อย่างมากมายจากการคาดการณ์วิกฤต Subprime ในช่วงปี 2008 – 2009 ได้อย่างถูกต้อง จนถูกนำไปทำภาพยนตร์เรื่อง THE BIG SHORT

 

ไม่เพียงเท่านั้น Burry มักจะออกมาแสดงความเห็นต่อเหตุการณ์การลงทุนผ่านโซเชียลมีเดียของตัวเองอย่างต่อเนื่อง หลายครั้งก็สร้างความตื่นกลัวให้ตลาดแต่กลับไม่มีเหตุการณ์เหมือนกับที่เขาว่า และ Burry ก็ต้องเสียเงินจากการทำนายผิด ก็มีเช่นกัน 

 

แต่ถึงอย่างนั้นเอง Burry ก็นับได้ว่าเป็นนักลงทุนแนวเน้นคุณค่า อยู่เช่นกันเพราะเขาจะมุ่งเน้นซื้อสินทรัพย์ในราคาที่ถูกกว่ามูลค่า แล้วไปขายตอนที่ทุกคนกลับมาตระหนักในมูลค่าของสินทรัพย์นั้นๆ

 

ในบทความนี้ทางทีมงาน THE STANDARD WEALTH จะพาไปสำรวจพอร์ตการลงทุนของ Michael Burry (Scion Asset Management) ช่วงไตรมาส 2 ปี 2025 นี้ว่าเป็นเช่นไร

 

จากรายงาน 13F Filing ของ Scion Asset Management ของ Burry พบว่า กว่า 90.27% ของพอร์ตการลงทุนมูลค่า 578 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 19,000 ล้านบาท เป็น Call Option ทั้งหมด มีเพียงแค่ 10% ที่เป็นการถือหุ้นสามัญ 

 

โดยสินทรัพย์ที่ Burry นำเข้าพอร์ตและถือครองไว้เป็นอันดับ 1 ก็คือ United Health Group (UNH) Call Option ซึ่งเป็นบริษัทประกันชั้นนำของสหรัฐฯ ที่ราคาร่วงกว่า 50% นับจากต้นปี ตัวเดียวกับที่ Berkshire Hathaway ของ Warren Buffett เก็บเข้าพอร์ตเช่นกัน 

 

พอร์ตการลงทุนของ Burry จะค่อนข้างกระจุกตัว และแสดงถึงความมั่นใจในการลงทุนพอสมควรเพราะด้วยขนาดพอร์ต 19,000 ล้านบาท แต่สินทรัพย์กว่า 73.3% อยู่ใน Call Option เพียง 5 ตัวเท่านั้น ได้แก่ United Health Group (UNH) – Call option, Regeneron Pharmaceuticals (REGN) – Call option, Lululemon Athletica (LULU) – Call option,  Meta Platforms (META) – Call option, Estee Lauder (EL) – Call option

 

 

อ้างอิง:

The post เปิดพอร์ต Michael Burry นักลงทุนชื่อดังในหนังเรื่อง The Big Short appeared first on THE STANDARD.

]]>
Michael Burry เพิ่มน้ำหนักลงทุนในหุ้นเทคจีน เมินกระแสตลาดขาลง เตรียมทำกำไรจากวิกฤต https://thestandard.co/michael-burry-adds-to-china-tech-stock/ Fri, 16 Feb 2024 02:07:09 +0000 https://thestandard.co/?p=900583 Michael Burry

Michael Burry ผู้จัดการกองทุนการเงินที่โด่งดังและเป็นที […]

The post Michael Burry เพิ่มน้ำหนักลงทุนในหุ้นเทคจีน เมินกระแสตลาดขาลง เตรียมทำกำไรจากวิกฤต appeared first on THE STANDARD.

]]>
Michael Burry

Michael Burry ผู้จัดการกองทุนการเงินที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักจากภาพยนตร์เรื่อง The Big Short ซึ่งว่าด้วยเรื่องของ Burry ผู้หาโอกาสทำกำไรจากการก่อตัวของวิกฤตซับไพรม์ในปี 2008 เรียกเสียงฮือฮาในหมู่นักลงทุนและแฟนคลับอีกครั้ง หลังเจ้าตัวเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีของจีนอย่าง Alibaba และ JD.com สวนทางกระแสหุ้นของตลาด

 

ความเคลื่อนไหวข้างต้นส่งผลให้ปัจจุบัน Alibaba มีสัดส่วนในพอร์ตการลงทุนใหญ่ที่สุด หลังจากที่บริษัทการลงทุนของ Burry เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซ 50% ในช่วงสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม คิดเป็นมูลค่ารวมที่ 5.81 ล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกันก็เพิ่มน้ำหนักความน่าสนใจในการลงทุนไว้ที่ 5.79 ล้านดอลลาร์ หลังจากที่บริษัทเพิ่มตำแหน่งหุ้นอีก 75,000 หุ้น

 

จนถึงขณะนี้โครงสร้างทางเศรษฐกิจจีนยังคงเปราะบาง โดยนับตั้งแต่ต้นปีหุ้นของ  Alibaba ลดลง 5% เมื่อเทียบเป็นรายปี และ JD.com ร่วงลงเกือบ 20%

 

กระนั้นในฐานะนักลงทุนที่โด่งดังจากการทำกำไรในห้วงวิกฤต ความเคลื่อนไหวของ Burry จึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจแต่อย่างใด แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดเช่นกัน ท่ามกลางการแห่เทขายหุ้นจีนของบรรดานักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่นับตั้งแต่เริ่มต้นปี 2024 เป็นต้นไป โดยข้อมูลพบว่าบรรดากองทุนทั่วโลกต่างเทขายหุ้นจีนคิดเป็นมูลค่ารวม 1.45 หมื่นล้านหยวนในเดือนมกราคม ทำสถิติเทขายต่อเนื่องในเดือนที่ 6

 

อ้างอิง: 

The post Michael Burry เพิ่มน้ำหนักลงทุนในหุ้นเทคจีน เมินกระแสตลาดขาลง เตรียมทำกำไรจากวิกฤต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไมเคิล เบอร์รี ‘Big Short’ เดิมพันเงิน 1.6 พันล้านดอลลาร์กับการล่มสลายของตลาดหุ้นครั้งใหม่ ตลาดคริปโตจะรุ่งหรือร่วง? https://thestandard.co/michael-burry-bet-stock-market-crash/ Mon, 21 Aug 2023 01:13:30 +0000 https://thestandard.co/?p=831393 ไมเคิล เบอร์รี

ไมเคิล เบอร์รี นักลงทุนผู้มีชื่อเสียงจากการทำนายการล่มส […]

The post ไมเคิล เบอร์รี ‘Big Short’ เดิมพันเงิน 1.6 พันล้านดอลลาร์กับการล่มสลายของตลาดหุ้นครั้งใหม่ ตลาดคริปโตจะรุ่งหรือร่วง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไมเคิล เบอร์รี

ไมเคิล เบอร์รี นักลงทุนผู้มีชื่อเสียงจากการทำนายการล่มสลายครั้งยิ่งใหญ่ของตลาดที่อยู่อาศัยก่อนวิกฤตซับไพรม์ในปี 2008 ได้วางเดิมพันเงินลงทุนมากกว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์ว่าตลาดวอลล์สตรีทจะร่วงลงอย่างหนัก และเขาได้เปิดสถานะชอร์ตครั้งใหญ่ในดัชนี 2 ตัว ได้แก่ SPY และ QQQ สถานะชอร์ตเหล่านี้คิดเป็น 93% ของพอร์ตโฟลิโอทั้งหมดของเขาเลยทีเดียว

 

ไมเคิล เบอร์รี และการชอร์ตหุ้นครั้งใหญ่

 

จากรายงานที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ ไมเคิล เบอร์รี กำลังวางเดิมพันตลาดขาลงใน S&P 500 และ Nasdaq 100 โดยกองทุน Scion Asset Management ของเขาได้ซื้อสิทธิในการขายสินทรัพย์อ้างอิง หรือ Put Option มูลค่า 866 ล้านดอลลาร์ใน SPY ซึ่งเป็นกองทุนที่ติดตามดัชนี S&P 500 และวางเงินใน Put Option อีก 739 ล้านดอลลาร์ใน QQQ ซึ่งเป็นกองทุนที่ติดตามดัชนี Nasdaq 100 สถานะชอร์ตเหล่านี้คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 90% ของพอร์ตการลงทุนของเขา

 

เบอร์รีเป็นที่รู้จักหลังประสบความสำเร็จในการเดิมพันตลาดที่อยู่อาศัยก่อนวิกฤตซับไพรม์ในปี 2008-2009 เขาเป็นตัวละครหลักในหนังสือ The Big Short ของ ไมเคิล ลูวิส ที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ด้วย

 

นอกจากเขาจะคาดการณ์ถึงตลาดขาลงในหุ้นสหรัฐฯ แล้ว กองทุนของเขากำลังลดสถานะการลงทุนในหุ้นธนาคารหลายแห่ง เช่น หุ้นของ First Republic Bank (FRC), Huntington Bank (HBAN), PacWest (PACW) และ Western Alliance (WAL) แม้จะยังไม่แน่ชัดว่าการขายเหล่านี้เกิดขึ้นก่อนหรือหลัง JPMorgan Chase เข้าซื้อกิจการ First Republic Bank (FRC) ในเดือนพฤษภาคม และเบอร์รียังขายหุ้นจีนอย่าง JD.com (JD) และ Alibaba (BABA) ในไตรมาสที่ 2 ของปีอีกด้วย

 

การล่มสลายของตลาดหุ้นจะส่งผลต่อราคาบิทคอยน์อย่างไร?

 

แม้ว่าทิศทางความสัมพันธ์ (Correlation) ระหว่างหุ้นกับบิทคอยน์จะหลากหลายขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมตลาด แต่หากตลาดหุ้นร่วงลงอย่างหนักตามที่เบอร์รีคาดไว้ เหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อบิทคอยน์ (BTC) อย่างไม่ต้องสงสัย

 

ความเป็นไปได้ประการแรกคือ ราคา BTC อาจร่วงลงตามตลาดหุ้น เนื่องจากค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่าง BTC กับ S&P 500 มีแนวโน้มสูงขึ้นในระหว่างวันที่ 1-17 สิงหาคม โดยเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก -0.65 เป็น 0.47 ซึ่งค่าที่เป็นลบหมายถึงความสัมพันธ์ที่ตรงข้ามกัน ส่วนค่าที่เป็นบวกบ่งบอกถึงความสัมพันธ์ที่ไปในทิศทางเดียวกันนั่นเอง

 

ในทางตรงกันข้าม การที่เงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นอาจทำให้นักลงทุนมองหาสินทรัพย์ทางเลือก หรือสินทรัพย์ที่หลบภัย (Safe Haven) แบบใหม่ ซึ่ง BTC อาจได้รับประโยชน์จากเหตุการณ์นี้ก็ได้

 

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า ไมเคิล เบอร์รี จะไม่ได้ถูกเสมอไป เพราะในปี 2021 เขาได้เดิมพันขาลงในหุ้น Tesla โดยการซื้อ Put Option มูลค่า 530 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากมองว่ามูลค่าหุ้น Tesla สูงเกินจริง แต่ก็ได้ปิดสถานะในภายหลัง โดยยอมรับว่าเป็นการเทรดที่ผิด เพราะบริษัทเติบโตเร็วกว่าอัตราเงินเฟ้ออย่างมาก อย่างไรก็ตาม คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าการคาดการณ์ครั้งนี้ของเบอร์รีจะถูกต้องหรือไม่ และจะเกิดขึ้นเมื่อไร

 

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงและความผันผวนสูงมาก นักลงทุนจึงควรกระจายความเสี่ยง ศึกษาหาข้อมูล และวางแผนในการลงทุนด้วยความรอบคอบ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น

 

อ้างอิง:

The post ไมเคิล เบอร์รี ‘Big Short’ เดิมพันเงิน 1.6 พันล้านดอลลาร์กับการล่มสลายของตลาดหุ้นครั้งใหม่ ตลาดคริปโตจะรุ่งหรือร่วง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักลงทุนระดับโลกมุ่งสู่เอเชียเหนือ วอร์เรน บัฟเฟตต์ เลือกเดิมพันกับญี่ปุ่นเหนือไต้หวัน ไมเคิล เบอร์รี ตุนหุ้นจีน https://thestandard.co/buffett-burry-investments-2023/ Tue, 16 May 2023 09:00:15 +0000 https://thestandard.co/?p=791172

บรรยากาศการลงทุนในหุ้นทั่วโลกตั้งแต่ต้นปี 2023 ส่วนใหญ่ […]

The post นักลงทุนระดับโลกมุ่งสู่เอเชียเหนือ วอร์เรน บัฟเฟตต์ เลือกเดิมพันกับญี่ปุ่นเหนือไต้หวัน ไมเคิล เบอร์รี ตุนหุ้นจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>

บรรยากาศการลงทุนในหุ้นทั่วโลกตั้งแต่ต้นปี 2023 ส่วนใหญ่แล้วยังคงอยู่ในทิศทางของการฟื้นตัวจากปลายปีก่อน โดยอาจมีเพียงไม่กี่ตลาดในโลกที่เป็นภาพของการย่อตัวในปีนี้ หนึ่งในนั้นคือตลาดหุ้นไทยที่ยังติดลบอยู่ราว 7-8% 

 

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของเศรษฐกิจและตลาดหุ้นทั่วโลกยังไม่หมดไปในปีนี้ โดยเฉพาะความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) ในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้นักลงทุนระดับโลกต่างทยอยปรับพอร์ต เพื่อเลือกลงทุนในตลาดหรือหุ้นที่ยังมีแนวโน้มจะเติบโตได้ดี 

 

สำหรับ วอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนระดับตำนาน ยังคงมีการปรับพอร์ตลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสแรกที่ผ่านมา Berkshire Hathaway ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนภายใต้การนำของบัฟเฟตต์ ตัดสินใจขายหุ้นส่วนที่เหลือที่ถืออยู่ใน Taiwan Semiconductor Manufacturing Co., Ltd. (TSMC) ออกทั้งหมด หลังจากเมื่อปีก่อนได้ลดสัดส่วนการถือครองลงไป 86% ของจำนวนทั้งหมดที่ถืออยู่ก่อนหน้านี้

 

การขายหุ้น TSMC ออกมาของบัฟเฟตต์ ส่งผลให้ราคาหุ้น TSMC ปรับฐานลงมา ทั้งนี้ บัฟเฟตต์ให้เหตุผลในการลดสัดส่วนการลงทุนผ่านการประชุมประจำปีว่า เป็นเพราะความกังวลต่อความขัดแย้งระหว่างจีนกับไต้หวัน 

 

การขายหุ้น TSMC ของบัฟเฟตต์ สวนทางกับกองทุนอื่นบางส่วน เช่น กองทุน Coatue Management ของ ฟิลลิป แลฟฟอนต์ และกองทุน Tiger Global Management ของ เชส โคลแมน ซึ่งต่างได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้น TSMC ในช่วงไตรมาสแรก 

 

ทั้งนี้ บัฟเฟตต์ยังคงกล่าวชื่นชม TSMC ว่า เป็นบริษัทที่ยอดเยี่ยม และเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีการบริหารงานอย่างดี 

 

อย่างไรก็ตาม บัฟเฟตต์กล่าวว่า “ผมรู้สึกดีกับเงินลงทุนที่ลงทุนไปกับหุ้นญี่ปุ่นมากกว่าไต้หวัน ผมไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น แต่นั่นคือความจริง และผมได้ทบทวนการประเมินบนปัจจัยสำคัญต่างๆ ที่เรากำลังเผชิญอยู่” 

 

ด้านนักลงทุนชื่อดังอีกรายอย่าง ไมเคิล เบอร์รี ซึ่งเป็นตัวจริงของตัวละครในภาพยนตร์เรื่อง The Big Short ตัดสินใจเดิมพันกับหุ้นจีนครั้งใหญ่ โดยเฉพาะ JD.com และ Alibaba Group Holding

 

หุ้นทั้งสองตัวกลายเป็นหุ้นที่กองทุน Scion Asset Management ถือครองมากที่สุด คิดเป็น 20% ของพอร์ตการลงทุน โดยการลงทุนครั้งนี้ไม่ได้พิจารณาจากเฉพาะเรื่องการฟื้นตัวของธุรกิจ แต่ยังรวมถึงการอยู่รอดจากความเสี่ยงด้านความขัดแย้งระหว่างประเทศ

 

หลังจากที่เบอร์รีเริ่มเข้าซื้อ JD.com และ Alibaba ในเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา เขาได้เข้าซื้ออย่างต่อเนื่องในช่วงสองไตรมาสที่ผ่านมา ทำให้สัดส่วนการถือครองใน JD.com เพิ่มขึ้น 3 เท่า เป็น 250,000 หุ้น คิดเป็นมูลค่า 11 ล้านดอลลาร์ หรือราว 11% ของพอร์ต ขณะที่มูลค่าการลงทุนใน Alibaba เพิ่มขึ้น 2 เท่า เป็น 10 ล้านดอลลาร์ 

 

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นจีนโดยภาพรวมหลังการเปิดประเทศอย่างเต็มตัวค่อนข้างน่าผิดหวัง ดัชนี MSCI China ทำได้แค่ทรงตัวจากปีก่อน หลังจากที่เศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวช้าลง สะท้อนจากการใช้จ่ายและการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด 

 

ขณะที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุน Hedge Fund ที่ลงทุนในจีน ลดลงจาก 13.3% เป็น 10.5% ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา จากข้อมูลของ Goldman Sachs Group 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง:

The post นักลงทุนระดับโลกมุ่งสู่เอเชียเหนือ วอร์เรน บัฟเฟตต์ เลือกเดิมพันกับญี่ปุ่นเหนือไต้หวัน ไมเคิล เบอร์รี ตุนหุ้นจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ไมเคิล เบอร์รี’ นักลงทุนชื่อดัง มองสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอยแล้ว เตือนเงินเฟ้ออาจพุ่งขึ้นอีก https://thestandard.co/michael-burry-us-recession/ Tue, 03 Jan 2023 08:09:36 +0000 https://thestandard.co/?p=732281

‘ไมเคิล เบอร์รี’ นักลงทุนชื่อดัง และผู้จัดการกองทุนเฮดจ […]

The post ‘ไมเคิล เบอร์รี’ นักลงทุนชื่อดัง มองสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอยแล้ว เตือนเงินเฟ้ออาจพุ่งขึ้นอีก appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘ไมเคิล เบอร์รี’ นักลงทุนชื่อดัง และผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ มองว่าเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาเข้าสู่ภาวะถดถอยแล้ว และเงินเฟ้อสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะพุ่งขึ้นอีก หากรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ลดดอกเบี้ย

 

ไมเคิล เบอร์รี นักลงทุนชื่อดัง และผู้ก่อตั้งบริษัทจัดการหลักทรัพย์ Scion Asset Management กล่าวว่า แม้เงินเฟ้อของสหรัฐฯ ได้แตะจุดสุงสุดไปแล้ว แต่ไม่ใช่จุดสูงสุด (Peak) สุดท้ายในรอบนี้ โดยเราอาจเห็นดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ลดลง และอาจจะติดลบในไตรมาส 2 ของปีนี้

 

เบอร์รียังกล่าวใน Twitter เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (1 มกราคม) ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อยู่ในภาวะถดถอยแล้วในนิยามใดนิยามหนึ่ง ดังนั้น Fed จะลดอัตราดอกเบี้ย และรัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้ง เราจึงจะเผชิญกับการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้ออีกครั้ง

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed ได้กล่าวว่า Fed ยังไม่ใกล้ถึงจุดที่จะยุติมาตรการรับมือกับเงินเฟ้อ หลังจากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปสู่ระดับ 4.25-4.5%


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อ้างอิง:

The post ‘ไมเคิล เบอร์รี’ นักลงทุนชื่อดัง มองสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอยแล้ว เตือนเงินเฟ้ออาจพุ่งขึ้นอีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ไมเคิล เบอร์รี’ มอง ‘Proof of Reserve’ ไร้ความหมาย หลังการรายงานของ Binance ออกมา https://thestandard.co/michael-burry-proof-of-reserve/ Wed, 21 Dec 2022 05:44:10 +0000 https://thestandard.co/?p=726780

ไมเคิล เบอร์รี นักลงทุนชื่อดังผู้สร้างตำนานในช่วง ‘ซับไ […]

The post ‘ไมเคิล เบอร์รี’ มอง ‘Proof of Reserve’ ไร้ความหมาย หลังการรายงานของ Binance ออกมา appeared first on THE STANDARD.

]]>

ไมเคิล เบอร์รี นักลงทุนชื่อดังผู้สร้างตำนานในช่วง ‘ซับไพรม์’ ได้แสดงมุมมองผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว Cassandra B.C. (@michaeljburry) ว่าการตรวจสอบบัญชี ‘Proof of Reserve’ ในบริษัทด้านสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น ’ไร้ความหมาย’ 

 

โดยเบอร์รีทวีตว่า “ในปี 2005 ตอนผมเริ่มใช้เครื่องมือทางการเงินรูปแบบใหม่ใน ‘Credit Default Swap’ ตอนนั้นพวกนักตรวจสอบบัญชียังเรียนรู้กันใหม่อยู่เลย ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย และมันก็กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้กับ FTX, Binance และอื่นๆ ซึ่งการตรวจสอบบัญชีสำหรับกรณีนั้นไร้ความหมาย”

 

การทวีตนั้นเป็นการแสดงความเห็นต่อจากข่าวที่ทาง Mazars บริษัทตรวจสอบบัญชีสัญชาติฝรั่งเศส ที่ได้รับการจ้างโดย Binance และบริษัทคริปโตเคอร์เรนซีดังอีกหลายแห่ง เพื่อจัดทำรายงาน Proof of Reserve หรือ PoR ซึ่ง Mazars ได้ประกาศหยุดรับลูกค้าด้านคริปโตไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (16 ธันวาคม)

 

ซึ่งไอเดียการทำ Proof of Reserve นั้นมาจาก Binance ที่ต้องการออกมาเรียกความมั่นใจให้นักลงทุนในสินทรัพย์ที่ฝากกับทางบริษัท และยืนยันความโปร่งใส หลังเกิดประเด็น FTX ล้มละลายในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

 

แต่นักวิเคราะห์จำนวนมากต่างมองว่า Proof of Reserve นั้นไม่ชัดเจนเท่าใดนัก และอาจทำให้นักลงทุนเข้าใจเรื่องประเด็น ‘ความเสี่ยงและความโปร่งใส’ ผิดไปได้


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 อ้างอิง:

The post ‘ไมเคิล เบอร์รี’ มอง ‘Proof of Reserve’ ไร้ความหมาย หลังการรายงานของ Binance ออกมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไมเคิล เบอร์รี เตือนการล่มสลายครั้งประวัติศาสตร์กำลังจะเกิดขึ้น โดยมีต้นตอจากตลาดคริปโต https://thestandard.co/michael-burry-crypto-collapse/ Thu, 08 Sep 2022 01:16:09 +0000 https://thestandard.co/?p=677938 ไมเคิล เบอร์รี

ไมเคิล เบอร์รี ได้ออกมาคาดการณ์ว่าจะเกิดฟองสบู่ของราคาส […]

The post ไมเคิล เบอร์รี เตือนการล่มสลายครั้งประวัติศาสตร์กำลังจะเกิดขึ้น โดยมีต้นตอจากตลาดคริปโต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไมเคิล เบอร์รี

ไมเคิล เบอร์รี ได้ออกมาคาดการณ์ว่าจะเกิดฟองสบู่ของราคาสินทรัพย์อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว และเตือนว่าวิกฤตครั้งนี้จะแย่กว่าทุกครั้งที่เคยมีมา การคาดการณ์เกี่ยวกับวิกฤตเศรษฐกิจของเบอร์รีขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับตัวลงของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีอย่างต่อเนื่อง

 

วิกฤตครั้งนี้จะเทียบเท่าวิกฤตการเงินปี 2008

นับตั้งแต่ปีที่แล้วเบอร์รีได้ออกมาคาดการณ์ว่าจะเกิดฟองสบู่ของราคาสินทรัพย์อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเตือนว่าวิกฤตครั้งนี้จะแย่กว่าทุกครั้งที่เคยมีมา เขาบอกเป็นนัยในทวีตของเขาที่ถูกลบไปตั้งแต่ในสัปดาห์นี้ว่า การล่มสลายกำลังเกิดขึ้นแล้ว

 

เบอร์รีเป็นที่รู้จักหลังประสบความสำเร็จในการเดิมพันตลาดที่อยู่อาศัยก่อนวิกฤตซับไพรม์ในปี 2008-2009 เขาเป็นตัวละครหลักในหนังสือ The Big Short ของ ไมเคิล ลูวิส ที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ด้วย


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


เบอร์รีได้แชร์กราฟ S&P 500 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าดัชนีหุ้นร่วงลงประมาณ 18% จากจุดสูงสุดในเดือนธันวาคม ซึ่งเขาได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำกำลังดำเนินต่อไป และดัชนี S&P 500 อาจร่วงลงถึง 53% โดยดิ่งลงต่ำกว่า 1,900 จุดในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งเขาได้อิงจากจุดต่ำสุดของดัชนีอ้างอิงระหว่างช่วงเวลาที่ตลาดร่วงครั้งก่อน เขายังระบุอีกว่า การปรับตัวลงของตลาดในรอบนี้ยังไม่ถึงจุดต่ำสุด และเตือนให้นักลงทุนระมัดระวังการลงทุนตามกระแสและการเก็งกำไร เนื่องจากการล่มสลายครั้งประวัติศาสตร์กำลังจะเกิดขึ้น

 

คริปโตจะเป็นต้นตอวิกฤตครั้งนี้

การคาดการณ์เกี่ยวกับวิกฤตเศรษฐกิจของเบอร์รีขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับตัวลงของตลาดคริปโตอย่างต่อเนื่อง

 

ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ราคา Bitcoin ลดลงมากกว่า 17.9% ทางด้าน Ethereum แม้จะมีการอัปเกรดครั้งยิ่งใหญ่ แต่ราคา ETH ก็ลดลงเกือบ 7.3% ใน 1 เดือนที่ผ่านมา รวมถึงเหรียญอื่นๆ ในตลาดก็ดิ่งลงยกแผงเช่นกัน 

 

นอกจากเบอร์รีจะคาดการณ์ถึงตลาดคริปโตที่จะล่มสลายแล้ว เขายังเตือนถึงหุ้นมีม, SPACs และสินทรัพย์อื่นๆ ที่ขึ้น-ลงตามกระแสอีกด้วย 

 

การคาดการณ์ของเบอร์รีมักจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเสมอ แม้เขาจะประสบความสำเร็จจากการเดิมพันฟองสบู่ที่อยู่อาศัยในช่วงปี 2008 และการซื้อหุ้น GameStop ก่อนที่ราคาจะพุ่งสูงขึ้นในเดือนมกราคม ปี 2021 

 

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ถูกเสมอไป เพราะในปี 2021 เขาได้เดิมพันขาลงในหุ้น Tesla โดยการซื้อ Put Options มูลค่า 530 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากมองว่ามูลค่าหุ้น Tesla สูงเกินจริง แต่ก็ได้ปิดสถานะในภายหลัง โดยยอมรับว่าเป็นการเทรดที่ผิด เพราะบริษัทเติบโตเร็วกว่าอัตราเงินเฟ้ออย่างมาก อย่างไรก็ตาม คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าการคาดการณ์ครั้งนี้ของเบอร์รีจะถูกต้องหรือไม่ และจะเกิดขึ้นเมื่อไร

 

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงและความผันผวนสูงมาก นักลงทุนจึงควรกระจายความเสี่ยง ศึกษาหาข้อมูล และวางแผนในการลงทุนด้วยความรอบคอบ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post ไมเคิล เบอร์รี เตือนการล่มสลายครั้งประวัติศาสตร์กำลังจะเกิดขึ้น โดยมีต้นตอจากตลาดคริปโต appeared first on THE STANDARD.

]]>
Michael Burry นักลงทุนจาก Big Short มองว่า ตลาดยังไม่ถึงจุดต่ำสุด จนกว่าผู้คนจะอยู่ห่างจากหุ้นเทค คริปโต และ NFT https://thestandard.co/michael-burry-opinion-about-stock-market-investment/ Tue, 28 Jun 2022 09:10:52 +0000 https://thestandard.co/?p=647460 Michael Burry

Michael Burry ได้ออกมาคาดการณ์ตลาดขาลงอีกครั้ง เขากล่าว […]

The post Michael Burry นักลงทุนจาก Big Short มองว่า ตลาดยังไม่ถึงจุดต่ำสุด จนกว่าผู้คนจะอยู่ห่างจากหุ้นเทค คริปโต และ NFT appeared first on THE STANDARD.

]]>
Michael Burry

Michael Burry ได้ออกมาคาดการณ์ตลาดขาลงอีกครั้ง เขากล่าวว่า ภาวะตลาดขาลงจะสิ้นสุดก็ต่อเมื่อผู้คนเลิกเป็นเจ้าของหุ้นเทคโนโลยี คริปโตเคอร์เรนซี และ Non-Fungible Token (NFT) และยังคาดการณ์ว่า ปรากฏการณ์ ‘Bullwhip Effect’ กำลังจะเกิดขึ้นในภาคการค้าปลีก จนทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต้องเปลี่ยนทิศทางอัตราดอกเบี้ยและนโยบาย QT

 

ปรากฏการณ์ ‘Bullwhip Effect’ กำลังจะเกิดขึ้น

Michael Burry กล่าวใน Twitter เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (27 มิถุนายน) ว่า ปรากฏการณ์ Bullwhip Effect กำลังจะเกิดขึ้นในภาคการค้าปลีก จนทำให้ Fed ต้องเปลี่ยนทิศทางอัตราดอกเบี้ยและนโยบาย QT

 

Bullwhip Effect หรือปรากฏการณ์แส้ม้า คือความผันผวนของความต้องการซื้อในซัพพลายเชน ตั้งแต่ซัพพลายเออร์, บริษัทผลิต, ผู้ค้าส่ง, ผู้ค้าปลีก และลูกค้า ส่งผลให้เกิดปัญหาสินค้าขาดแคลนหรือล้นตลาด เพราะไม่สามารถรับรู้ความต้องการที่แท้จริงได้

 

เขายังคาดการณ์ว่า ภาวะเศรษฐกิจถดถอยของผู้บริโภคที่เกินกำลังจะเกิดขึ้นในช่วงคริสต์มาส การใช้จ่ายของผู้บริโภคจะตกต่ำ และผู้ค้าปลีกจะเต็มไปด้วยสินค้าคงคลังส่วนเกินในช่วงคริสต์มาสอีกด้วย

 

Michael Burry เป็นที่รู้จักหลังประสบความสำเร็จในการเดิมพันตลาดที่อยู่อาศัยก่อนวิกฤตซับไพรม์ในปี 2008-2009 เขาเป็นตัวละครหลักในหนังสือ The Big Short ของ Michael Lewis ที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ด้วย

 

ตลาดจะถึงจุดต่ำสุดเมื่อผู้คนเลิกสนใจหุ้นเทค คริปโต และ NFT

Michael Burry กล่าวว่า ภาวะตกต่ำของตลาดอาจสิ้นสุดลงก็ต่อเมื่อผู้คนเลิกถือครองหุ้นเทค คริปโต และ NFT

 

เขาเปิดเผยว่า การที่นักลงทุนเลิกให้ความสนใจอย่างกว้างขวางจะเป็นสัญญาณของจุดต่ำสุด เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่ผ่านมาในปี 2002 และ 1932

 

ก่อนหน้านี้ Michael Burry พุ่งเป้าไปที่ Bitcoin โดยเผยว่า สกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกได้เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับหุ้นเทคที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เขาต้องการจะสื่อว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์เสี่ยงที่มีทิศทางขาลงคล้ายคลึงกับดัชนีตลาดหุ้น เขายังเคยกล่าวว่า Bitcoin เป็น ‘ฟองสบู่เก็งกำไร’ โดยเปรียบเทียบการเติบโตของคริปโตกับดอทคอมและฟองสบู่ที่อยู่อาศัยว่า นี่อาจเป็นความผิดพลาดในการลงทุนอย่างมหันต์

 

การคาดการณ์ของ Michael Burry มักจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเสมอ แม้เขาจะประสบความสำเร็จจากการเดิมพันฟองสบู่ที่อยู่อาศัยในช่วงปี 2008 และการซื้อหุ้น GameStop ก่อนที่ราคาจะพุ่งสูงขึ้นในเดือนมกราคม ปี 2021 อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ถูกเสมอไป เพราะในปี 2021 เขาได้เดิมพันขาลงในหุ้น Tesla โดยการซื้อ Put Options มูลค่า 530 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากมองว่า มูลค่าหุ้น Tesla สูงเกินจริง แต่ก็ได้ปิดสถานะในภายหลัง โดยยอมรับว่า เป็นการเทรดที่ผิด เพราะบริษัทเติบโตเร็วกว่าอัตราเงินเฟ้ออย่างมาก แล้วคุณล่ะคิดว่าการคาดการณ์ของเขาเกี่ยวกับตลาดคริปโตถูกหรือไม่

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post Michael Burry นักลงทุนจาก Big Short มองว่า ตลาดยังไม่ถึงจุดต่ำสุด จนกว่าผู้คนจะอยู่ห่างจากหุ้นเทค คริปโต และ NFT appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ไมเคิล เบอร์รี ปะทะ แคธี วูด: 2 ทางลงทุน ARKK | Morning Wealth 18 สิงหาคม 2564 https://thestandard.co/morning-wealth-18082021-3/ Wed, 18 Aug 2021 06:00:34 +0000 https://thestandard.co/?p=526287 Michael Burry and Cathie Wood

ไมเคิล เบอร์รี นักลงทุนเจ้าพ่อ Big Short ได้ Short Sell […]

The post ชมคลิป: ไมเคิล เบอร์รี ปะทะ แคธี วูด: 2 ทางลงทุน ARKK | Morning Wealth 18 สิงหาคม 2564 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Michael Burry and Cathie Wood

ไมเคิล เบอร์รี นักลงทุนเจ้าพ่อ Big Short ได้ Short Sell ARK Innovation ETF ( ARKK) ที่บริหารจัดการโดยแคธี วูด หลังมองตลาดเป็นฟองสบู่ครั้งใหญ่

 

ในขณะที่ แคธี วูด ก็ได้ออกมาตอบโต้ว่า ไมเคิล เบอร์รี อาจไม่มีความเข้าใจพื้นฐานการลงทุนและการเติบโตของตลาดนวัตกรรม

 

ติดตามรายการ Morning Wealth ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00-08.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: ไมเคิล เบอร์รี ปะทะ แคธี วูด: 2 ทางลงทุน ARKK | Morning Wealth 18 สิงหาคม 2564 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘แคธี วูด’ ออกโรงโต้ ‘ไมเคิล เบอร์รี’ ไม่เข้าใจนวัตกรรม หลังนักลงทุนขาชอร์ตชื่อดังเปิดสถานะชอร์ตกองทุน ARK https://thestandard.co/cathie-wood-says-michael-burry-doesnt-understand-innovation-space-after-he-bets-against-ark-fund/ Wed, 18 Aug 2021 04:55:17 +0000 https://thestandard.co/?p=526284 Cathie Wood

แคธี วูด เจ้าแม่นักลงทุนเจ้าของบริษัทการลงทุนชั้นนำ ARK […]

The post ‘แคธี วูด’ ออกโรงโต้ ‘ไมเคิล เบอร์รี’ ไม่เข้าใจนวัตกรรม หลังนักลงทุนขาชอร์ตชื่อดังเปิดสถานะชอร์ตกองทุน ARK appeared first on THE STANDARD.

]]>
Cathie Wood

แคธี วูด เจ้าแม่นักลงทุนเจ้าของบริษัทการลงทุนชั้นนำ ARK Innovation ออกโรงโต้ ไมเคิล เบอร์รี นักลงทุนชั้นนำในตลาด ผ่านโซเชียลมีเดีย หลังเจ้าตัวออกมาวิพากษ์วิจารณ์แนวทางการลงทุนของวูดในเชิงไม่เห็นด้วย โดยวูดระบุชัดว่าแนวคิดของเบอร์รีมีขึ้นตามความเข้าใจของเจ้าตัวที่มีต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก ซึ่งส่วนตัวของวูดไม่เชื่อว่าเบอร์รีจะมีความเข้าใจในพื้นฐานที่ทำให้เกิดการลงทุนและการเติบโตในพื้นที่ของนวัตกรรม

 

ประเด็นการตอบโต้ในครั้งนี้สืบเนื่องจากกองทุน Scion Asset Management ของเบอร์รี ได้รายงานผลการดำเนินงานช่วงไตรมาส 2 ซึ่งพบว่า ได้ Short Sell ETF กองทุน ARK ที่บริหารโดยวูด

 

โดย Scion Asset Management ได้ซื้อ Put Options ในปริมาณกว่า 2.35 แสนหุ้นของ ARK Innovation ETF (ชื่อย่อ ARKK) คิดเป็นมูลค่าเกือบ 31 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากมองว่ากองทุน ARKK นั้นเป็นภาวะฟองสบู่ครั้งใหญ่

 

ทั้งนี้ เบอร์รีเป็นหนึ่งในนักลงทุนที่สร้างชื่อและกอบโกยกำไรจากช่วงวิกฤตซับไพรม์ ขณะที่วูดเป็นที่รู้จักจากการปั้น ARK Innovation ซึ่งเน้นการลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพ นวัตกรรม และสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งให้ผลตอบแทนเกือบ 150% ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันบริษัทมีสินทรัพย์ในการบริหารจัดการราว 2.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ตลาดให้ฉายาวูดว่าเป็น ‘ควีนแคธี’ ราชินีนักลงทุนในตลาดด้านนวัตกรรมแห่งอนาคต

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 

 

อ้างอิง:

The post ‘แคธี วูด’ ออกโรงโต้ ‘ไมเคิล เบอร์รี’ ไม่เข้าใจนวัตกรรม หลังนักลงทุนขาชอร์ตชื่อดังเปิดสถานะชอร์ตกองทุน ARK appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ไมเคิล เบอร์รี’ ขายชอร์ต ARKK และ Tesla เพิ่ม หลังมองตลาดเป็นฟองสบู่ครั้งใหญ่ https://thestandard.co/big-short-michael-burry-bets-against-flagship-cathie-wood-fund/ Tue, 17 Aug 2021 04:58:14 +0000 https://thestandard.co/?p=525863 Michael Burry

ไมเคิล เบอร์รี นักลงทุนชื่อดังที่เรื่องราวถูกนำไปสร้างภ […]

The post ‘ไมเคิล เบอร์รี’ ขายชอร์ต ARKK และ Tesla เพิ่ม หลังมองตลาดเป็นฟองสบู่ครั้งใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Michael Burry

ไมเคิล เบอร์รี นักลงทุนชื่อดังที่เรื่องราวถูกนำไปสร้างภาพยนต์เรื่อง The Big Short และเจ้าของกองทุน Scion Asset Management ได้รับความสนใจจากตลาดทุนอีกครั้ง หลังจากกองทุน Scion Asset Management รายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 และพบว่ากองทุนของเบอร์รีได้ Short Sell ETF กองทุน ARK ที่บริหารจัดการโดยแคธี วูด อีกทั้งยัง Short Sell หุ้น Tesla เพิ่มขึ้น 

 

โดย Scion Asset Management ของเบอร์รี ซื้อ Put Options ในปริมาณกว่า 2.35 แสนหุ้นของ ARK Innovation ETF (ชื่อย่อ ARKK) คิดเป็นมูลค่าเกือบ 31 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากมองว่ากองทุน ARKK นั้นเป็นภาวะฟองสบู่ครั้งใหญ่  


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


นอกจากนี้ เบอร์รียังได้ Short Sell หุ้น Tesla เพิ่มขึ้นจาก 8 แสนหุ้น เป็น 1.1 ล้านหุ้น หรือ Short มากขึ้นเกือบ 40% ในไตรมาสที่ผ่านมา โดยหุ้นส่วนใหญ่นั้นยังเป็นการ Short ผ่านการซื้อ Put Options หรือการซื้อสิทธิในการขายหุ้น Tesla ที่ตอนนี้มีมูลค่าเดิมพันรวมกว่า 730 ล้านดอลลลาร์ 

 

ทั้งนี้ ARKK เป็นกองทุนเรือธงของแคธี วูด ผู้บริหาร ARK Investment Management โดยในปี 2020 สามารถเรียกได้ว่า ARKK เป็นกองทุนที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และดึงดูดเงินมากกว่าพันล้านดอลลาร์ด้วยธีมการลงทุนที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธีมลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี 

 

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นปี 2021 ดูเหมือน ARKK เริ่มจะติดขัด นักลงทุนเริ่มกังวลเกี่ยวกับราคาหุ้นที่สูงเกินไป รวมถึงกังวลต่อเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่น่าจะปรับสูงขึ้น

 

โดยเบอร์รีเคยเตือนเรื่องราคาหุ้นที่แพงเกินไปท่ามกลางตลาดที่ยังไร้เสถียรภาพเมื่อเดือนที่แล้ว ขณะที่เมื่อเดือนมิถุนายน เบอร์รีเคยเตือนนักลงทุนรายย่อยในตลาดว่าอาจจะเพลี่ยงพล้ำจากการลงทุนครั้งใหญ่จากการลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี 

 

ส่วนความเคลื่อนไหวราคาล่าสุด ARKK ปรับลดลง 2.6% ท่ามกลางหุ้นเทคฯ ที่ปรับตัวลงเช่นกัน ขณะที่หุ้น Tesla ไหลลงมา 4.7% 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 

อ้างอิง:

The post ‘ไมเคิล เบอร์รี’ ขายชอร์ต ARKK และ Tesla เพิ่ม หลังมองตลาดเป็นฟองสบู่ครั้งใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: การค้าโลกส่อระอุ สหรัฐฯ ดึงพันธมิตรรุมจีน ไทยวางตัวอย่างไร | Morning Wealth 21 มิถุนายน 2564 https://thestandard.co/morning-wealth-21062021/ Mon, 21 Jun 2021 01:25:04 +0000 https://thestandard.co/?p=502671 การค้าโลกส่อระอุ สหรัฐฯ ดึงพันธมิตรรุมจีน ไทยวางตัวอย่างไร

การค้าโลกส่อระอุ สหรัฐฯ ดึงพันธมิตรรุมจีน ไทยวางตัวอย่า […]

The post ชมคลิป: การค้าโลกส่อระอุ สหรัฐฯ ดึงพันธมิตรรุมจีน ไทยวางตัวอย่างไร | Morning Wealth 21 มิถุนายน 2564 appeared first on THE STANDARD.

]]>
การค้าโลกส่อระอุ สหรัฐฯ ดึงพันธมิตรรุมจีน ไทยวางตัวอย่างไร
  • การค้าโลกส่อระอุ สหรัฐฯ ดึงพันธมิตรรุมจีน ไทยวางตัวอย่างไร
  • วิเคราะห์ประเด็นร้อน หากสงครามการค้ากลับมาระอุอีกครั้ง เมื่อ ‘สหรัฐฯ’ ดึงชาติพันธมิตรรุมกินโต๊ะจีน กระทบไทยแค่ไหน และไทยควรวางตัวอย่างไร กับ ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย
  • ไมเคิล เบอร์รี นักลงทุนชื่อดังจาก The Big Short ออกโรงเตือน ‘ภาวะฟองสบู่ครั้งใหญ่’ จากกระแสตลาดหุ้นและคริปโตเคอร์เรนซี รายละเอียดเป็นอย่างไร
  • กลวิธีเลี่ยงภาษีคนรวยสหรัฐฯ ที่รวยเท่านั้นถึงทำได้ เขาทำอย่างไร

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: การค้าโลกส่อระอุ สหรัฐฯ ดึงพันธมิตรรุมจีน ไทยวางตัวอย่างไร | Morning Wealth 21 มิถุนายน 2564 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไมเคิล เบอร์รี นักลงทุนชื่อดังจาก The Big Short ออกโรงเตือน ‘ภาวะฟองสบู่ครั้งใหญ่’ จากกระแสตลาดหุ้นและคริปโตเคอร์เรนซี https://thestandard.co/michael-burry-the-big-short-warns-the-greatest-speculative-bubble-of-all-time/ Sat, 19 Jun 2021 07:33:47 +0000 https://thestandard.co/?p=502439 Michael Burry

ไมเคิล เบอร์รี นักลงทุนชาวอเมริกันและผู้จัดการกองทุนบริ […]

The post ไมเคิล เบอร์รี นักลงทุนชื่อดังจาก The Big Short ออกโรงเตือน ‘ภาวะฟองสบู่ครั้งใหญ่’ จากกระแสตลาดหุ้นและคริปโตเคอร์เรนซี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Michael Burry

ไมเคิล เบอร์รี นักลงทุนชาวอเมริกันและผู้จัดการกองทุนบริหารความเสี่ยงชื่อดัง (เรื่องราวของเขาถูกนำไปถ่ายทอดในภาพยนตร์เรื่อง The Big Short นำแสดงโดย คริสเตียน เบล) ได้ออกมาทวีตข้อความบน Twitter ของเขา @michaeljburry เตือนถึงหายนะความเสี่ยงที่บรรดานักลงทุนจะต้องเผชิญจากภาวะฟองสบู่ และกระแสความนิยมแบบพุ่งพรวด (Hype) ที่เกิดขึ้นในคริปโตเคอร์เรนซีและเหรียญมีมต่างๆ

 

“การโฆษณาเกินจริงและการเก็งกำไรต่างๆ ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นก่อนที่จะเกิดภาวะฟองสบู่ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เราเคยเผชิญมา เมื่อไรก็ตามที่มูลค่าของคริปโตเคอร์เรนซีตกจากหลักหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่าของตลาดมีมตกมาจากหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ การสูญเสียของบรรดานักลงทุนทั้งหลายจะเทียบเท่ากับขนาดของทั้งประเทศ และประวัติศาสตร์ก็จะไม่เปลี่ยนแปลง” เบอร์รีทวีตข้อความก่อนจะลบทวีตนี้ออกไปในภายหลัง


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


การออกมาทวีตเตือนเหล่านักลงทุนในครั้งนี้ของเบอร์รีไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด เช่นเดียวกันกับท่าทีของการทวีตข้อความก่อนจะลบออกไปในภายหลัง ซึ่งเบอร์รีเคยออกมาเปิดเผยว่า สาเหตุที่เขาต้องทำเช่นนี้ ก็เนื่องมาจากการที่แอ็กเคานต์ Twitter ของเขาถูกจับตาโดย ก.ล.ต. สหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดนั่นเอง

 

นอกเหนือจากเบอร์รี ไม่นานมานี้ มาร์ค คิวบาน มหาเศรษฐีชาวอเมริกันและหนึ่งในนักลงทุนคริปโตเคอร์เรนซีรายแรกๆ ก็ได้ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากสินทรัพย์ดิจิทัลเช่นกัน หลังเขาได้รับความเสียหายจากการเข้าร่วมลงทุนโปรเจกต์โทเคน DeFi Titanium ที่ชื่อว่า ‘Iron Finance’ ก่อนที่โทเคนดังกล่าวจะมีมูลค่าลดลงจาก 60 ดอลลาร์สหรัฐเป็นศูนย์

 

“มันควรจะมีการตีตราและออกกกฎนิยามการควบคุมว่า Stable Coin คืออะไร และหลักประกันที่เป็นที่ยอมรับของมันคืออะไรกันแน่” คิวบานแสดงความเห็นในอีเมลที่เขาส่งตอบกลับมายังสำนักข่าว Bloomberg

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

อ้างอิง:

The post ไมเคิล เบอร์รี นักลงทุนชื่อดังจาก The Big Short ออกโรงเตือน ‘ภาวะฟองสบู่ครั้งใหญ่’ จากกระแสตลาดหุ้นและคริปโตเคอร์เรนซี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไมเคิล เบอร์รี ตัวจริงจากหนัง The Big Short จ่อฟันกำไร หลังราคาหุ้น Tesla ร่วงต่อเนื่อง https://thestandard.co/michael-burry-pay-attention-to-tesla-share-profit/ Wed, 19 May 2021 00:55:51 +0000 https://thestandard.co/?p=490538 Michael Burry

เมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา มีรายงานออกมาว่า Scion A […]

The post ไมเคิล เบอร์รี ตัวจริงจากหนัง The Big Short จ่อฟันกำไร หลังราคาหุ้น Tesla ร่วงต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Michael Burry

เมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา มีรายงานออกมาว่า Scion Asset Management ได้ถือสัญญา Put (สิทธิที่จะขายหุ้นก่อนถึงวันครบกำหนด ณ ราคาที่ทำสัญญาไว้) บนหุ้น Tesla ถึง 800,100 หุ้น โดย Scion มีเจ้าของและบริหารการลงทุนโดย ไมเคิล เบอร์รี นักลงทุนผู้สร้างชื่อเสียงจากการทำกำไรระดับพันล้านดอลลาร์ ด้วยการขายชอร์ตตราสารการเงินของสัญญาเงินกู้บ้าน (Mortgage Securities) ในช่วงวิกฤตการเงินเมื่อปี 2008 

 

ทั้งนี้ ราคาหุ้น Tesla เมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา ปิดที่ 883.09 ดอลลาร์ ซึ่งปรับขึ้นมาถึง 700% แต่ ณ สิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มูลค่าของหุ้น Tesla หายไปเกือบ 1 ใน 4 และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (17 พฤษภาคม) ราคาหุ้น Tesla ร่วงลงมาแล้วถึง 35% จากจุดสูงสุด

 

การมองสวนทางกับราคาหุ้น Tesla ของ ไมเคิล เบอร์รี ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เขาเคยทวีตข้อความผ่าน Twitter ที่ลบออกไปแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน ว่า บริษัทของเขาได้ขายชอร์ตหุ้น Tesla เอาไว้แล้ว และยังได้แนะนำให้ อีลอน มัสก์ ขายหุ้นเพิ่มทุนในช่วงที่หุ้นวิ่งขึ้นมาถึงระดับนี้ ซึ่งเป็นระดับที่เบอร์รีเรียกว่า ‘ไร้สาระ’

 

ช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา Tesla รายงานกำไรของบริษัทเป็นสถิติสูงสุดใหม่ ทั้งจากการปรับปรุงกระบวนการผลิต การขายรถยนต์ได้ท่ามกลางอุตสาหกรรมที่ขาดแคลนชิป หรือแม้แต่ทำกำไรจากบิตคอยน์ แต่กำไรที่ออกมานั้นยังคงต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์เอาไว้ ขณะที่ Tesla เองก็ไม่สามารถให้เป้าหมายที่แน่ชัดเกี่ยวกับตัวเลขรถยนต์ไฟฟ้าที่จะขายได้ในปีนี้ 

 

สตีฟ ซอสนิก หัวหน้านักกลยุทธ์ของ Interactive Brokers LLC กล่าวว่า ราคาหุ้น Tesla ลดลง 14% จากช่วงปิดไตรมาสแรก ดังนั้นสถานะ Put ของ Scion น่าจะมีกำไรแล้ว แต่เป็นการยากที่จะเดาว่าตัวเลขกำไรคือเท่าใด 

 

ทั้งนี้ จากรายงานการถือครองรายไตรมาสระบุว่า มูลค่าการถือครองสถานะ Put ดังกล่าวอยู่ที่ 534 ล้านดอลลาร์ โดยคำนวณจากการคูณกับราคาปิดของหุ้น Tesla ณ สิ้นไตรมาส 1 ที่ผ่านมา

The post ไมเคิล เบอร์รี ตัวจริงจากหนัง The Big Short จ่อฟันกำไร หลังราคาหุ้น Tesla ร่วงต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>