Mexico Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/mexico/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 18 Mar 2026 05:06:30 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 YouTube จับมือ FIFA เป็นแพลตฟอร์มหลักคอนเทนต์ฟุตบอลโลก 2026 https://thestandard.co/youtube-fifa-world-cup-2026/ Wed, 18 Mar 2026 05:06:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1188660 ภาพโลโก้ YouTube และ FIFA ประกาศความร่วมมือเป็นแพลตฟอร์มหลักคอนเทนต์ ฟุตบอลโลก 2026

YouTube ประกาศความร่วมมือกับ FIFA อย่างเป็นทางการ เพื่อ […]

The post YouTube จับมือ FIFA เป็นแพลตฟอร์มหลักคอนเทนต์ฟุตบอลโลก 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพโลโก้ YouTube และ FIFA ประกาศความร่วมมือเป็นแพลตฟอร์มหลักคอนเทนต์ ฟุตบอลโลก 2026

YouTube ประกาศความร่วมมือกับ FIFA อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็น Preferred Platform สำหรับการแข่งขัน FIFA World Cup 2026 โดยความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายในการเพิ่มช่องทางให้แฟนบอลทั่วโลกเข้าถึงคอนเทนต์เกี่ยวกับฟุตบอลโลกได้มากขึ้นผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล

 

คำว่า Preferred Platform หมายถึงการที่ YouTube กลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มหลักที่ FIFA เลือกใช้ในการเผยแพร่คอนเทนต์เกี่ยวกับฟุตบอลโลก ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอ ไฮไลต์ เรื่องราวเบื้องหลัง รวมถึงคอนเทนต์จากพันธมิตรสื่อและครีเอเตอร์ ซึ่งจะถูกรวบรวมไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ทำให้แฟนบอลสามารถติดตามการแข่งขันได้หลากหลายมุมมองมากขึ้น

 

โดย YouTube ยืนยันว่าภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ แฟนบอลจะได้รับประสบการณ์ใหม่ของฟุตบอลโลก ตั้งแต่การรับชมผ่านหน้าจอในบ้านไปจนถึงการติดตามระหว่างเดินทาง โดยคอนเทนต์จากพันธมิตรสื่อและครีเอเตอร์จะถูกนำเสนอควบคู่กันบน YouTube ในทุกพื้นที่ที่แพลตฟอร์มให้บริการ

 

นอกจากนี้ FIFA ยังเตรียมนำคอนเทนต์จากคลังดิจิทัลขององค์กร มาเผยแพร่บนช่อง YouTube อย่างเป็นทางการของ FIFA ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันในอดีตแบบเต็มเกม รวมถึงโมเมนต์สำคัญในประวัติศาสตร์ฟุตบอล เพื่อให้แฟนบอลได้ย้อนดูช่วงเวลาระดับตำนานของกีฬาชนิดนี้

 

อีกหนึ่งความพิเศษคือ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่พันธมิตรสื่อสามารถสตรีมช่วง 10 นาทีแรกของทุกแมตช์บน YouTube เพื่อให้แฟนบอลได้สัมผัสบรรยากาศตั้งแต่วินาทีแรกของการแข่งขัน นอกจากนี้ยังสามารถสตรีมการแข่งขันเต็มเกมบางนัดบนแพลตฟอร์มได้อีกด้วย

 

ความร่วมมือครั้งนี้ยังเปิดพื้นที่ให้ครีเอเตอร์บน YouTube จากทั่วโลกได้เข้าถึงการแข่งขันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่องราวของนักเตะ การวิเคราะห์แท็กติก หรือคอนเทนต์เบื้องหลังการแข่งขัน เพื่อสร้างมุมมองใหม่ของฟุตบอลโลกให้แฟนบอลรุ่นใหม่

 

ทั้งนี้ การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 จะจัดขึ้นร่วมกันในสามประเทศ ได้แก่ Canada, Mexico และ United States ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคมนี้

 

The post YouTube จับมือ FIFA เป็นแพลตฟอร์มหลักคอนเทนต์ฟุตบอลโลก 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์เปิดฉากสอบสวนทางการค้า เตรียมใช้มาตรา 301 ต่อ 16 เขตเศรษฐกิจ ‘ไทย’ โดนด้วย https://thestandard.co/trump-section-301-trade-thailand/ Thu, 12 Mar 2026 02:45:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1186658 ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงข่าวเกี่ยวกับการสอบสวนทางการค้า มาตรา 301 ซึ่งส่งผลกระทบต่อไทย

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (11 มีนาคม) ตามเวลาท้องถิ่น รัฐบาล […]

The post ทรัมป์เปิดฉากสอบสวนทางการค้า เตรียมใช้มาตรา 301 ต่อ 16 เขตเศรษฐกิจ ‘ไทย’ โดนด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงข่าวเกี่ยวกับการสอบสวนทางการค้า มาตรา 301 ซึ่งส่งผลกระทบต่อไทย

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (11 มีนาคม) ตามเวลาท้องถิ่น รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเริ่มการไต่สวนทางการค้าครั้งใหม่ต่อจีน เม็กซิโก สหภาพยุโรป ไทย และระบบเศรษฐกิจอื่นๆ รวม 16 แห่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำ ‘มาตรา 301’ มาใช้แทนที่มาตรการภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ซึ่งเพิ่งถูกศาลฎีกาตัดสินว่าเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย

 

มาตรา 301 คืออะไร?

 

ทั้งนี้ มาตรา 301 ในกฎหมายการค้าปี 1974 เป็นการใช้เครื่องมือภาษี เพื่อมุ่งตอบโต้การค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยขอบเขตของภาษีนี้มีรูปแบบเจาะจงรายประเทศ (Country-specific)

 

โดยการหยิบไพ่มาตรา 301 มาพิจารณาถือเป็นแนวโน้มที่น่าจับตา สำหรับประเทศที่เสี่ยงถูกเก็บภาษี เนื่องจาก มาตรา 301 ไม่ได้กำหนดเพดานหรืออัตราภาษีสูงสุดที่อาจจะจัดเก็บได้ ‘ตายตัว’

 

โดยเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) แถลงต่อผู้สื่อข่าวว่า การไต่สวนดังกล่าวจะดำเนินการภายใต้มาตรา 301 แห่งกฎหมายการค้าปี 1974 และยังมีแนวโน้มที่จะขยายขอบเขตไปยังประเทศอื่นๆ เพิ่มเติม เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจสหรัฐฯ ในการจัดเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้านำเข้าจากประเทศที่ถูกตรวจพบว่ามีพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม

 

การบังคับใช้ภาษีตามมาตรา 301 อาจนำมาใช้ทดแทนมาตรการภาษีแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ส่วนใหญ่ที่ทรัมป์ประกาศใช้กับประเทศต่างๆ ทั่วโลกเมื่อปีที่ผ่านมาโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส

 

ส่องเงื่อนไขประเทศใดเตรียมโดนมาตรา 301

 

โดยเกรียร์ระบุว่า นโยบายการค้าของประธานาธิบดียังคงยึดหลักการเดิม คือการปกป้องตำแหน่งงานของชาวอเมริกันและสร้างความมั่นใจว่าคู่ค้ามีการค้าขายที่ยุติธรรม

 

เกรียร์ยังเปิดเผยว่า การไต่สวนตามมาตรา 301 จะครอบคลุมถึงการกระทำ นโยบาย และแนวทางปฏิบัติของบางระบบเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับ ‘ภาวะกำลังการผลิตล้นเกินเชิงโครงสร้าง’ (Structural Excess Capacity) ในภาคการผลิต โดยฝ่ายสหรัฐฯ มองว่าคู่ค้าหลักหลายรายมีกำลังการผลิตที่ไม่สอดคล้องกับกลไกตลาด ทั้งในแง่ของอุปสงค์ภายในประเทศและอุปสงค์โลก ซึ่งนำไปสู่การได้เปรียบดุลการค้าที่สูงและต่อเนื่องเป็นเวลานาน

 

เปิด 16 เขตเศรษฐกิจที่ถูกสอบสวนครั้งนี้ USTR แย้มอาจมีประเทศอื่น

 

จากเอกสารของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ลงวันที่ 11 มีนาคม 2026 สหรัฐฯ ได้ประกาศเริ่มการสอบสวนทางการค้าตามมาตรา 301 (Section 301) เกี่ยวกับปัญหาภาวะกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง (Structural Excess Capacity) ในภาคการผลิต โดยมีกลุ่มเป้าหมายรวมทั้งสิ้น 16 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ ดังนี้

 

  • จีน (China)
  • สหภาพยุโรป (European Union)
  • สิงคโปร์ (Singapore)
  • สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland)
  • นอร์เวย์ (Norway)
  • อินโดนีเซีย (Indonesia)
  • มาเลเซีย (Malaysia)
  • กัมพูชา (Cambodia)
  • ไทย (Thailand)
  • เกาหลีใต้ (Korea)
  • เวียดนาม (Vietnam)
  • ไต้หวัน (Taiwan)
  • บังกลาเทศ (Bangladesh)
  • เม็กซิโก (Mexico)
  • ญี่ปุ่น (Japan)
  • อินเดีย (India)

 

ทั้งนี้ เกรียร์คาดการณ์ว่าอาจมีการไต่สวนตามมาตรา 301 รายประเทศเพิ่มเติม หรืออาจมีการใช้เครื่องมือและมาตรการตรวจสอบอื่นๆ ในอนาคต

 

โดยตามกระบวนการของมาตรา 301 สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ จะเปิดรับฟังความคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรและจัดการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Hearing) รวมถึงหารือกับประเทศคู่ค้าที่อยู่ภายใต้การไต่สวน หลังจากนั้น USTR จะสรุปผลการวิเคราะห์และเสนอมาตรการตอบโต้หากจำเป็น ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบของภาษีศุลกากร ค่าธรรมเนียมบริการ หรือมาตรการอื่นๆ

 

การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นหลังจากศาลฎีกามีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ด้วยมติ 6 ต่อ 3 เสียง ว่าทรัมป์ไม่มีอำนาจในการเรียกเก็บภาษีภายใต้กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) ตามที่กล่าวอ้าง อย่างไรก็ตาม ภายหลังคำตัดสินเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อเรียกเก็บภาษีทั่วโลก (Global Tariff) อัตรา 10% ใหม่ภายใต้มาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้า ซึ่งมาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 150 วัน

 

ทางด้าน สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยคาดการณ์ว่าภายในเดือนสิงหาคมนี้ อัตราภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ จะกลับไปอยู่ในระดับเดิมก่อนที่ศาลฎีกาจะมีคำวินิจฉัย เนื่องจาก USTR และกระทรวงพาณิชย์จะเสร็จสิ้นการศึกษาข้อมูลทางการค้าที่รองรับการใช้อำนาจจัดเก็บภาษีเพิ่มเติม พร้อมย้ำว่าอำนาจตามกฎหมายเหล่านี้มีความเข้มแข็งและผ่านการโต้แย้งทางกฎหมายมาแล้วกว่า 4,000 ครั้ง แม้จะมีขั้นตอนที่ช้ากว่าแต่มีความมั่นคงและยั่งยืนกว่า

 

อ้างอิง:

The post ทรัมป์เปิดฉากสอบสวนทางการค้า เตรียมใช้มาตรา 301 ต่อ 16 เขตเศรษฐกิจ ‘ไทย’ โดนด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับสัญญาณความขัดแย้งครั้งใหม่? ทรัมป์เล็ง ‘คิวบา’ เป็นรายถัดไปจากอิหร่าน ชี้อีกไม่นานประเทศจะล่มสลาย https://thestandard.co/trump-cuba-iran-collapse-conflict/ Sat, 07 Mar 2026 06:55:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1185366 โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวถึงสถานการณ์วิกฤตของคิวบาที่ใกล้ล่มสลาย

จับตามองสัญญาณความขัดแย้งใหม่ต่อจากอิหร่าน หลัง โดนัลด์ […]

The post จับสัญญาณความขัดแย้งครั้งใหม่? ทรัมป์เล็ง ‘คิวบา’ เป็นรายถัดไปจากอิหร่าน ชี้อีกไม่นานประเทศจะล่มสลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวถึงสถานการณ์วิกฤตของคิวบาที่ใกล้ล่มสลาย

จับตามองสัญญาณความขัดแย้งใหม่ต่อจากอิหร่าน หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกากล่าวถึง ‘คิวบา’ ชี้กำลังจะล่มสลายเร็วๆ นี้ เตรียมส่ง มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ไปทำข้อตกลง แหล่งข่าววงในชี้ หนทางเดียวคือการเปลี่ยนแปลงระบอบคอมมิวนิสต์ในคิวบา

 

เมื่อวานนี้ (7 มีนาคม) ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ เดนา แบช (Dana Bash) ผู้สื่อข่าวการเมืองจาก CNN ถึงอิหร่านและความสำเร็จของสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารงานในสมัยที่สองของตน แต่ปรากฏว่าในช่วงหนึ่ง ทรัมป์กลับเปลี่ยนประเด็นกะทันหัน โดยกล่าวว่า คิวบากำลังจะล่มสลายในไม่ช้า และรัฐบาลฮาวานาอยากทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ มาก

 

“อย่างไรก็ตาม คิวบาก็กำลังจะล่มเร็วๆ นี้ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกันโดยตรง แต่คิวบาก็กำลังจะล่มเช่นกัน พวกเขาอยากทำข้อตกลงมาก” ทรัมป์กล่าว

 

ผู้นำสหรัฐฯ ระบุต่อว่า แม้สหรัฐฯ จะให้ความสำคัญกับประเด็นอิหร่านเป็นอันดับแรก แต่รู้ดีว่า รัฐบาลคิวบาอยากทำข้อตกลงมาก ซึ่งเขาจะมอบหมายให้รูบิโอไปจัดการเจรจา แล้วรอดูว่า ผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร โดยเชื่อว่า สหรัฐฯ ยังมีเวลาอีกมาก

 

“ผมเฝ้าดูเรื่องนี้มา 50 ปีแล้ว และตอนนี้มันก็เหมือนตกมาอยู่ในมือผม…แต่ไม่ว่าจะอย่างไร มันก็ตกมาอยู่ในมือเรา และเรากำลังทำได้ดีมาก” ทรัมป์ย้ำ

 

ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตจาก BBC ว่า หลังจากคิวบาเผชิญเหตุไฟดับนานกว่า 24 ชั่วโมง ทรัมป์ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า คิวบาจะเป็นวาระถัดไปของสหรัฐฯ โดยระบุว่า การเปลี่ยนแปลงการปกครองบนเกาะแห่งนี้เป็นเพียงเรื่องของ ‘เวลา’ เท่านั้น

 

สัญญาณดังกล่าวเกิดขึ้นหลังทรัมป์เข้าพบนักเตะฟุตบอลของทีม Inter Miami CF โดยได้กล่าวกับ ฮอร์เก มาส (Jorge Mas) เจ้าของสโมสรฟุตบอลเชื้อสายอเมริกัน-คิวบาว่า ในอีกไม่ช้า พวกเขาจะได้เฉลิมฉลองกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคิวบา โดยย้ำว่า รัฐบาลฮาวานาต้องการทำข้อตกลงมากๆ ชนิดที่ไม่มีใครคาดถึง

 

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวว่า รูบิโอทำงานได้ดีมาก และสนใจเจรจาเรื่องคิวบาเป็นพิเศษ เพียงแต่รอให้จัดการประเด็นอิหร่านให้เสร็จสิ้นก่อน แม้จะยอมรับว่า สหรัฐฯ อาจทำทุกอย่างพร้อมกันได้ แต่ถ้าทำเร็วมากเกินไป เรื่องไม่ดีจะเกิดขึ้นกับคิวบา

 

ขณะที่ Axios รายงานข้อมูลวงในจากแหล่งข่าว 3 รายว่า รูบิโอกำลังหารือลับกับ ราอูล กีเยร์โม โรดริเกซ คาสโตร (Raúl Guillermo Rodríguez Castro) หลานชายของ ราอูล คาสโตร ผู้นำของคิวบา โดยระบุว่า นี่ไม่ใช่การเจรจา แต่เป็นการหารือเกี่ยวกับอนาคตของคิวบาว่าจะเป็นอย่างไรต่อ

 

รายงานระบุว่า รูบิโอมองราอูลและเครือข่ายเป็นตัวแทนชาวคิวบารุ่นใหม่ที่สนับสนุนทุนนิยม และเชื่อว่า ระบอบคอมมิวนิสต์ล้มเหลวแล้ว ขณะที่เห็นประโยชน์ในการปรับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ

 

“จุดยืนของรัฐบาลสหรัฐฯ คือระบอบการปกครองนี้ต้องจบลง แต่หน้าตาของมันจะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งยังไม่ได้ตัดสินใจ รูบิโอยังพูดคุยกับหลานของเขาอยู่” แหล่งข่าวรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับ Axios

 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า ทรัมป์อาจตัดสินใจไม่เปลี่ยนระบอบคิวบาเบ็ดเสร็จ แต่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่บางคนยังอยู่ในอำนาจเหมือนกับกรณีเวเนซุเอลา โดยแนวคิดดังกล่าวมาจากบทเรียนของการล้มพรรคบาธ (Ba’ath Party) หลังสหรัฐฯ เปิดฉากรุกรานอิรักในปี 2003 ซึ่งก่อให้เกิดความวุ่นวายที่ตามมาอย่างรุนแรง เช่น การก่อกำเนิดของกลุ่มรัฐอิสลามอิรักและเลแวนต์ (Islamic State of Iraq and the Levan: ISIL)

 

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า รูบิโอจะเป็นกุญแจสำคัญในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับคิวบา เนื่องจากรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ มีเชื้อสายคิวบา โดยครอบครัวของเขาเป็นผู้อพยพที่หนีลัทธิคอมมิวนิสต์มาอยู่ในสหรัฐฯ

 

รูบิโอมีจุดยืนต้านระบอบคาสโตร โดยครั้งหนึ่งเคยกล่าวว่า สหรัฐฯ จะไม่ยกเลิกคว่ำบาตรคิวบา จนกว่าจะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง

 

มอง ‘คิวบา’ วิกฤตขนาดไหน จนอาจต้องเปลี่ยนระบอบ?

 

อนึ่ง คิวบาอยู่ในจุดวิกฤตครั้งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ 67 ปี และความล้มเหลวของรัฐบาลในการบริหารประเทศ หลังเผชิญปัญหาต่างๆ ที่อาจนำไปสู่การเป็นรัฐล้มเหลว (Failed State) ไม่ว่าจะเป็นโครงข่ายไฟฟ้ากำลังล้มเหลว, โรงพยาบาลจำกัดการผ่าตัด, อาหารและเชื้อเพลิงขาดแคลน, การท่องเที่ยวหดตัว และขยะจำนวนมากไม่ได้รับการเก็บตามท้องถนน

 

นอกจากนี้ วิกฤตดังกล่าวยิ่งรุนแรงขึ้น หลังทรัมป์สั่งปฏิบัติการลักพาตัว นิโกลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลาในวันที่ 3 มกราคม ทำให้ผู้จัดหาน้ำมันราคาถูกให้คิวบาหายไปต่อหน้าต่อตา ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ ยังขู่คว่ำบาตรเม็กซิโกที่จัดหาน้ำมันให้คิวบาอีกราย

 

ภาพวิกฤตดังกล่าวตอกย้ำด้วยบทความพิเศษจาก CNN หลังมีคนขับรถสามล้อปั่นเดินมากระซิบ แพทริก ออปมันน์ (Patrick Oppmann) ผู้สื่อข่าวที่ประจำการในกรุงฮาวานา โดยขอให้ชาวอเมริกันหรือทรัมป์เข้ามา ถึงเวลาที่ระบอบคิวบาจะต้องจบลงสักที ซึ่งคำพูดนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรงมาก โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ผู้นำสหรัฐฯ กำลังข่มขู่คิวบาในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนตั้งแต่ยุคสงครามเย็น

 

“พวกเราทนไม่ไหวแล้ว ผู้คนเลี้ยงครอบครัวไม่ได้” คนขับรถสามล้อปั่นย้ำ

 

ออปมันน์ย้ำว่า ขณะนี้ คิวบาดูโดดเดี่ยวและถูกทอดทิ้งมากที่สุด นับตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต โดยเฉพาะไฟฟ้าดับยืดเยื้อเป็นเวลาหลายวัน หรือหากไฟฟ้ากลับมาเพียงช่วงเวลาใดช่วงหนึ่ง ประชาชนต้องรีบตื่นมาทำอาหารหรือรีดผ้าในเวลานั้นทันที

 

นอกจากนี้ ยังมีการขายน้ำมันหนึ่งถังในตลาดมืดถึง 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.1 หมื่นบาท) ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่ารายได้ทั้งปีของประชาชนส่วนใหญ่ ขณะที่ผู้คนบางส่วนคุ้ยขยะหาอาหารจนเป็นภาพที่คุ้นชินตา

 

ปัจจุบัน รัฐบาลคิวบาระบุว่า ไม่มีน้ำมันเชื้อเพลิง Jet A-1 ให้บริการที่สนามบินนานาชาติทั้ง 9 แห่ง ขณะที่สายการบิน Air France ประกาศระงับเที่ยวบินปารีส-ฮาวานาตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคมเป็นต้นไป หลังจากวิธีการแวะเติมน้ำมันที่บาฮามาสอาจทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น เช่นเดียวกับ สายการบิน Air Canada และ Air Transat ซึ่งหมายความว่า รายได้หลักของคิวบาจากการท่องเที่ยวกำลังเป็นศูนย์

 

ภาพ: Norlys Perez / Reuters

 

อ้างอิง:

 

The post จับสัญญาณความขัดแย้งครั้งใหม่? ทรัมป์เล็ง ‘คิวบา’ เป็นรายถัดไปจากอิหร่าน ชี้อีกไม่นานประเทศจะล่มสลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับสัญญาณความขัดแย้งครั้งใหม่? ทรัมป์เล็ง ‘คิวบา’ เป็นรายถัดไปจากอิหร่าน ชี้อีกไม่นานประเทศจะล่มสลาย https://thestandard.co/trump-cuba-next-target-collapse/ Sat, 07 Mar 2026 06:37:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1185346

จับตามองสัญญาณความขัดแย้งใหม่ต่อจากอิหร่าน หลัง โดนัลด์ […]

The post จับสัญญาณความขัดแย้งครั้งใหม่? ทรัมป์เล็ง ‘คิวบา’ เป็นรายถัดไปจากอิหร่าน ชี้อีกไม่นานประเทศจะล่มสลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>

จับตามองสัญญาณความขัดแย้งใหม่ต่อจากอิหร่าน หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกากล่าวถึง ‘คิวบา’ ชี้กำลังจะล่มสลายเร็วๆ นี้ เตรียมส่ง มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ไปทำข้อตกลง แหล่งข่าววงในชี้ หนทางเดียวคือการเปลี่ยนแปลงระบอบคอมมิวนิสต์ในคิวบา

 

เมื่อวานนี้ (7 มีนาคม) ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ เดนา แบช (Dana Bash) ผู้สื่อข่าวการเมืองจาก CNN ถึงอิหร่านและความสำเร็จของสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารงานในสมัยที่สองของตน แต่ปรากฏว่าในช่วงหนึ่ง ทรัมป์กลับเปลี่ยนประเด็นกะทันหัน โดยกล่าวว่า คิวบากำลังจะล่มสลายในไม่ช้า และรัฐบาลฮาวานาอยากทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ มาก

 

“อย่างไรก็ตาม คิวบาก็กำลังจะล่มเร็วๆ นี้ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกันโดยตรง แต่คิวบาก็กำลังจะล่มเช่นกัน พวกเขาอยากทำข้อตกลงมาก” ทรัมป์กล่าว

 

ผู้นำสหรัฐฯ ระบุต่อว่า แม้สหรัฐฯ จะให้ความสำคัญกับประเด็นอิหร่านเป็นอันดับแรก แต่รู้ดีว่า รัฐบาลคิวบาอยากทำข้อตกลงมาก ซึ่งเขาจะมอบหมายให้รูบิโอไปจัดการเจรจา แล้วรอดูว่า ผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร โดยเชื่อว่า สหรัฐฯ ยังมีเวลาอีกมาก

 

“ผมเฝ้าดูเรื่องนี้มา 50 ปีแล้ว และตอนนี้มันก็เหมือนตกมาอยู่ในมือผม…แต่ไม่ว่าจะอย่างไร มันก็ตกมาอยู่ในมือเรา และเรากำลังทำได้ดีมาก” ทรัมป์ย้ำ

 

ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตจาก BBC ว่า หลังจากคิวบาเผชิญเหตุไฟดับนานกว่า 24 ชั่วโมง ทรัมป์ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า คิวบาจะเป็นวาระถัดไปของสหรัฐฯ โดยระบุว่า การเปลี่ยนแปลงการปกครองบนเกาะแห่งนี้เป็นเพียงเรื่องของ ‘เวลา’ เท่านั้น

 

สัญญาณดังกล่าวเกิดขึ้นหลังทรัมป์เข้าพบนักเตะฟุตบอลของทีม Inter Miami CF โดยได้กล่าวกับ ฮอร์เก มาส (Jorge Mas) เจ้าของสโมสรฟุตบอลเชื้อสายอเมริกัน-คิวบาว่า ในอีกไม่ช้า พวกเขาจะได้เฉลิมฉลองกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคิวบา โดยย้ำว่า รัฐบาลฮาวานาต้องการทำข้อตกลงมากๆ ชนิดที่ไม่มีใครคาดถึง

 

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวว่า รูบิโอทำงานได้ดีมาก และสนใจเจรจาเรื่องคิวบาเป็นพิเศษ เพียงแต่รอให้จัดการประเด็นอิหร่านให้เสร็จสิ้นก่อน แม้จะยอมรับว่า สหรัฐฯ อาจทำทุกอย่างพร้อมกันได้ แต่ถ้าทำเร็วมากเกินไป เรื่องไม่ดีจะเกิดขึ้นกับคิวบา

 

ขณะที่ Axios รายงานข้อมูลวงในจากแหล่งข่าว 3 รายว่า รูบิโอกำลังหารือลับกับ ราอูล กีเยร์โม โรดริเกซ คาสโตร (Raúl Guillermo Rodríguez Castro) หลานชายของ ราอูล คาสโตร ผู้นำของคิวบา โดยระบุว่า นี่ไม่ใช่การเจรจา แต่เป็นการหารือเกี่ยวกับอนาคตของคิวบาว่าจะเป็นอย่างไรต่อ

 

รายงานระบุว่า รูบิโอมองราอูลและเครือข่ายเป็นตัวแทนชาวคิวบารุ่นใหม่ที่สนับสนุนทุนนิยม และเชื่อว่า ระบอบคอมมิวนิสต์ล้มเหลวแล้ว ขณะที่เห็นประโยชน์ในการปรับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ

 

“จุดยืนของรัฐบาลสหรัฐฯ คือระบอบการปกครองนี้ต้องจบลง แต่หน้าตาของมันจะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งยังไม่ได้ตัดสินใจ รูบิโอยังพูดคุยกับหลานของเขาอยู่” แหล่งข่าวรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับ Axios

 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า ทรัมป์อาจตัดสินใจไม่เปลี่ยนระบอบคิวบาเบ็ดเสร็จ แต่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่บางคนยังอยู่ในอำนาจเหมือนกับกรณีเวเนซุเอลา โดยแนวคิดดังกล่าวมาจากบทเรียนของการล้มพรรคบาธ (Ba’ath Party) หลังสหรัฐฯ เปิดฉากรุกรานอิรักในปี 2003 ซึ่งก่อให้เกิดความวุ่นวายที่ตามมาอย่างรุนแรง เช่น การก่อกำเนิดของกลุ่มรัฐอิสลามอิรักและเลแวนต์ (Islamic State of Iraq and the Levan: ISIL)

 

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า รูบิโอจะเป็นกุญแจสำคัญในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับคิวบา เนื่องจากรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ มีเชื้อสายคิวบา โดยครอบครัวของเขาเป็นผู้อพยพที่หนีลัทธิคอมมิวนิสต์มาอยู่ในสหรัฐฯ

 

รูบิโอมีจุดยืนต้านระบอบคาสโตร โดยครั้งหนึ่งเคยกล่าวว่า สหรัฐฯ จะไม่ยกเลิกคว่ำบาตรคิวบา จนกว่าจะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง

 

มอง ‘คิวบา’ วิกฤตขนาดไหน จนอาจต้องเปลี่ยนระบอบ?

 

อนึ่ง คิวบาอยู่ในจุดวิกฤตครั้งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ 67 ปี และความล้มเหลวของรัฐบาลในการบริหารประเทศ หลังเผชิญปัญหาต่างๆ ที่อาจนำไปสู่การเป็นรัฐล้มเหลว (Failed State) ไม่ว่าจะเป็นโครงข่ายไฟฟ้ากำลังล้มเหลว, โรงพยาบาลจำกัดการผ่าตัด, อาหารและเชื้อเพลิงขาดแคลน, การท่องเที่ยวหดตัว และขยะจำนวนมากไม่ได้รับการเก็บตามท้องถนน

 

นอกจากนี้ วิกฤตดังกล่าวยิ่งรุนแรงขึ้น หลังทรัมป์สั่งปฏิบัติการลักพาตัว นิโกลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลาในวันที่ 3 มกราคม ทำให้ผู้จัดหาน้ำมันราคาถูกให้คิวบาหายไปต่อหน้าต่อตา ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ ยังขู่คว่ำบาตรเม็กซิโกที่จัดหาน้ำมันให้คิวบาอีกราย

 

ภาพวิกฤตดังกล่าวตอกย้ำด้วยบทความพิเศษจาก CNN หลังมีคนขับรถสามล้อปั่นเดินมากระซิบ แพทริก ออปมันน์ (Patrick Oppmann) ผู้สื่อข่าวที่ประจำการในกรุงฮาวานา โดยขอให้ชาวอเมริกันหรือทรัมป์เข้ามา ถึงเวลาที่ระบอบคิวบาจะต้องจบลงสักที ซึ่งคำพูดนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรงมาก โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ผู้นำสหรัฐฯ กำลังข่มขู่คิวบาในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนตั้งแต่ยุคสงครามเย็น

 

“พวกเราทนไม่ไหวแล้ว ผู้คนเลี้ยงครอบครัวไม่ได้” คนขับรถสามล้อปั่นย้ำ

 

ออปมันน์ย้ำว่า ขณะนี้ คิวบาดูโดดเดี่ยวและถูกทอดทิ้งมากที่สุด นับตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต โดยเฉพาะไฟฟ้าดับยืดเยื้อเป็นเวลาหลายวัน หรือหากไฟฟ้ากลับมาเพียงช่วงเวลาใดช่วงหนึ่ง ประชาชนต้องรีบตื่นมาทำอาหารหรือรีดผ้าในเวลานั้นทันที

 

นอกจากนี้ ยังมีการขายน้ำมันหนึ่งถังในตลาดมืดถึง 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.1 หมื่นบาท) ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่ารายได้ทั้งปีของประชาชนส่วนใหญ่ ขณะที่ผู้คนบางส่วนคุ้ยขยะหาอาหารจนเป็นภาพที่คุ้นชินตา

 

ปัจจุบัน รัฐบาลคิวบาระบุว่า ไม่มีน้ำมันเชื้อเพลิง Jet A-1 ให้บริการที่สนามบินนานาชาติทั้ง 9 แห่ง ขณะที่สายการบิน Air France ประกาศระงับเที่ยวบินปารีส-ฮาวานาตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคมเป็นต้นไป หลังจากวิธีการแวะเติมน้ำมันที่บาฮามาสอาจทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น เช่นเดียวกับ สายการบิน Air Canada และ Air Transat ซึ่งหมายความว่า รายได้หลักของคิวบาจากการท่องเที่ยวกำลังเป็นศูนย์

 

 

ภาพ: Norlys Perez / Reuters

 

อ้างอิง:

 

The post จับสัญญาณความขัดแย้งครั้งใหม่? ทรัมป์เล็ง ‘คิวบา’ เป็นรายถัดไปจากอิหร่าน ชี้อีกไม่นานประเทศจะล่มสลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เม็กซิโกเสียหายหนัก! หลัง El Mencho พ่อค้ายารายใหญ่ถูกสังหาร ทหารเสียชีวิตแล้ว 25 คน https://thestandard.co/mexico-el-mencho-25-soldiers-killed/ Tue, 24 Feb 2026 05:22:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1181220 เหตุการณ์ความรุนแรงใน เม็กซิโก หลัง เอล เมนโช พ่อค้ายาถูกสังหาร

หลายพื้นที่ของเม็กซิโกได้รับความเสียหายอย่างหนัก หลัง เ […]

The post เม็กซิโกเสียหายหนัก! หลัง El Mencho พ่อค้ายารายใหญ่ถูกสังหาร ทหารเสียชีวิตแล้ว 25 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เหตุการณ์ความรุนแรงใน เม็กซิโก หลัง เอล เมนโช พ่อค้ายาถูกสังหาร

หลายพื้นที่ของเม็กซิโกได้รับความเสียหายอย่างหนัก หลัง เนเมซิโอ โอเซเกรา เซร์บันเตส หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘เอล เมนโช’ (El Mencho) พ่อค้ายารายใหญ่ หัวหน้าแก๊ง CJNG ในรัฐฆาลิสโกถูกสังหารจากเหตุปะทะกับกองทัพเม็กซิโกที่ได้รับความช่วยเหลือจากทางการสหรัฐอเมริกา ทำให้สมาชิกของแก๊ง CJNG ก่อเหตุความรุนแรงขึ้น เพื่อแก้แค้นให้กับหัวหน้าของพวกเขา

 

โอมาร์ การ์เซีย ฮาร์ฟุช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคง เปิดเผยว่า สมาชิกกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ (National Guard) 25 คน เสียชีวิตจากการปะทะกับแก๊งค้ายาเสพติดที่รัฐฆาลิสโก และมีผู้ต้องสงสัยเสียชีวิตอีก กว่า 30 คนในรัฐดังกล่าว และรัฐใกล้เคียงอย่างรัฐมิโชอากัน

 

ด้านเคลาเดีย ไชน์บัม ประธานาธิบดีเม็กซิโกยืนยันว่า สถานการณ์ปัจจุบันกลับสู่ความสงบแล้ว พร้อมเน้นย้ำถึงการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน โดยทางการได้รื้อถอนสิ่งกีดขวางและด่านสกัดกั้นกว่า 250 แห่งที่แก๊งค้ายาตั้งขึ้นในราว 20 รัฐออกทั้งหมด ขณะที่กระทรวงกลาโหมได้ส่งกองกำลังความมั่นคงเพิ่มเติมอีก 2,500 คนเข้าไปสมทบในพื้นที่รัฐฆาลิสโกแล้ว

 

เหตุการณ์ความรุนแรงใน เม็กซิโก หลัง เอล เมนโช พ่อค้ายาถูกสังหาร 1เหตุการณ์ความรุนแรงใน เม็กซิโก หลัง เอล เมนโช พ่อค้ายาถูกสังหาร 2เหตุการณ์ความรุนแรงใน เม็กซิโก หลัง เอล เมนโช พ่อค้ายาถูกสังหาร 3เหตุการณ์ความรุนแรงใน เม็กซิโก หลัง เอล เมนโช พ่อค้ายาถูกสังหาร 4เหตุการณ์ความรุนแรงใน เม็กซิโก หลัง เอล เมนโช พ่อค้ายาถูกสังหาร 5

 

อ้างอิง:

The post เม็กซิโกเสียหายหนัก! หลัง El Mencho พ่อค้ายารายใหญ่ถูกสังหาร ทหารเสียชีวิตแล้ว 25 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประมวลเหตุการณ์ ‘เม็กซิโกเดือด’ สังหารราชายาเสพติด จุดชนวนแก๊งค้ายาคลั่งเผาเมืองทั่วประเทศ https://thestandard.co/el-mencho-killed-mexico-violence/ Mon, 23 Feb 2026 10:14:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1181015 ภาพเหตุการณ์ความรุนแรงในเม็กซิโก หลังการสังหารราชายาเสพติด 'เอล เมนโช' ทำให้แก๊งค้ายาคลั่งเผาเมืองทั่วประเทศ

การก่อเหตุรุนแรงและจุดไฟเผาทำลายอาคาร ห้างสรรพสินค้า ร้ […]

The post ประมวลเหตุการณ์ ‘เม็กซิโกเดือด’ สังหารราชายาเสพติด จุดชนวนแก๊งค้ายาคลั่งเผาเมืองทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเหตุการณ์ความรุนแรงในเม็กซิโก หลังการสังหารราชายาเสพติด 'เอล เมนโช' ทำให้แก๊งค้ายาคลั่งเผาเมืองทั่วประเทศ

การก่อเหตุรุนแรงและจุดไฟเผาทำลายอาคาร ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าและรถยนต์ที่ปะทุขึ้นในหลายรัฐของเม็กซิโก โดยฝีมือสมาชิกแก๊งค้ายาเสพติด เป็นการตอบโต้การกระทำของทางการ หลังจากที่วานนี้ (22 กุมภาพันธ์) กองทัพเม็กซิโกภายใต้ความร่วมมือด้านข่าวกรองจากสหรัฐฯ ได้ทำการสังหาร เนเมซิโอ รูเบน โอเซเกรา เซร์บันเตส (Nemesio Rubén Oseguera Cervantes) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘เอล เมนโช (El Mencho)’ ผู้นำแก๊งค้ายาเสพติด ‘ฮาลิสโก นิว เจเนอเรชั่น คาร์เทล (Jalisco New Generation Cartel)’ หนึ่งในเครือข่ายค้ายาเสพติดและองค์กรอาชญากรรมที่ทรงอิทธิพลและเติบโตเร็วที่สุดในเม็กซิโก

 

ล่าสุดสถานการณ์ยังทวีความรุนแรง จนทำให้โรงเรียนในหลายรัฐของเม็กซิโกถูกสั่งปิด และทำให้รัฐบาลเม็กซิโกและรัฐบาลของประเทศต่างๆ ต้องประกาศเตือนประชาชนให้อยู่แต่ในบ้าน

 

ที่มาที่ไปของเหตุการณ์นี้คืออะไร เอล เมนโช และแก๊งค้ายาเสพติดของเขา มีความสำคัญอย่างไร และหลังจากนี้จะเกิดเหตุอะไรขึ้นอีก นี่คือสิ่งที่เรารู้จนถึงตอนนี้

 

เกิดอะไรขึ้น?

 

เอล เมนโช อายุ 59 ปี ถูกสังหารระหว่างการยิงปะทะในรัฐฮาลิสโก รัฐบ้านเกิดของเขา ขณะที่กองทัพเม็กซิโกพยายามบุกเข้าจับกุมตัว

 

โดย ‘ข้อมูลเพิ่มเติม’ จากทางการสหรัฐฯ ระบุว่า ผลจากการบุก ยังทำให้สมาชิกแก๊ง 4 คนเสียชีวิตในการปะทะ และอีก 2 คนเสียชีวิตระหว่างส่งตัวไปยังเม็กซิโกซิตี้

 

นอกจากนี้ ยังมีผู้ถูกจับกุมอีก 2 คน และทางการได้ยึดรถหุ้มเกราะ เครื่องยิงจรวด และอาวุธอื่นๆ ขณะที่ทหารเม็กซิโก 3 นายได้รับบาดเจ็บและถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาแล้ว

 

หลังการเสียชีวิตของเอล เมนโช สมาชิกแก๊งเขาของตอบโต้ในทันทีด้วยการก่อความรุนแรงทั่วประเทศ ทั้งปิดกั้นถนนและจุดไฟเผาอาคาร บ้านเรือนและรถยนต์ในรัฐต่างๆ เกือบสิบรัฐสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนที่ต้องพากันหลบอยู่ภายในบ้าน

 

ทั้งนี้ ทางการเม็กซิโก ได้สั่งกองกำลังรักษาความมั่นคงเตรียมความพร้อมรับมือเหตุการณ์ไม่สงบทั่วประเทศ เช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัวเตมาลา ที่สั่งเสริมกำลังทหารรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดนที่ติดกับเม็กซิโกทันที

 

ในเมืองกัวดาลาฮารา เมืองใหญ่อันดับ 2 ของเม็กซิโกและเมืองเอกของรัฐฮาลิสโก พบว่าทางการได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ปิดล้อมเกือบทั่วเมือง ขณะที่มีการระงับให้บริการขนส่งสาธารณะ และโรงเรียนทั่วเมืองประกาศยกเลิกการเรียนการสอนในวันนี้ โดยสนามบินภายในเมืองยังเปิดให้บริการแต่มีเจ้าหน้าที่จำกัด

 

ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เตือนชาวอเมริกันในรัฐฮาลิสโก และอีกหลายรัฐใกล้เคียง ให้หลบอยู่ในที่ปลอดภัย

 

ขณะที่แคนาดาออกคำเตือนการเดินทางสำหรับบางพื้นที่ และเตือนพลเมืองของตนในเม็กซิโกให้หลบอยู่ในที่ปลอดภัย โดยอ้างว่า “มีเหตุยิงปะทะกับกองกำลังความมั่นคงและเหตุระเบิด เกิดขึ้นทั้งในรัฐฮาลิสโก เกร์เรโร และมิโชอากัน

 

โดยที่เมืองปวยร์โตวัลลาร์ตา (Puerto Vallarta) ในรัฐฮาลิสโก ซึ่งเป็นอีกจุดที่สถานการณ์ยังไม่สงบ พบว่าสายการบิน Air Canada ได้ประกาศระงับเที่ยวบินไปยังเมืองแห่งนี้ และแนะนำลูกค้าไม่ให้เดินทางไปยังสนามบิน

 

ขจณะที่สายการบิน United Airlines และ American Airlines ก็ประกาศยกเลิกเที่ยวบินไปยังปวยร์โตวัลลาร์ตาและกัวดาลาฮาราเช่นกัน

 

ด้าน เคลาเดีย ไชน์บัม ประธานาธิบดีหญิงของเม็กซิโก เรียกร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบ ขณะที่ทางการประกาศเมื่อคืนวานนี้ว่า ได้ทำการเคลียร์ซากรถยนต์และสิ่งกีดขวางที่ปิดกั้นถนนโดยฝีมือของแก๊งค้ายาเสพติด มากกว่า 250 จุดใน 20 รัฐแล้ว

 

ทางด้านทำเนียบขาว ได้แถลงยืนยันว่าสหรัฐฯ ให้การสนับสนุนด้านข่าวกรองแก่ปฏิบัติการบุกจับกุมเอล เมนโช และชื่นชมกองทัพเม็กซิโกที่สามารถจัดการ ชายผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในอาชญากรที่ทั้งสองประเทศต้องการตัวมากที่สุดได้

 

โดยไมค์ วีกิล (Mike Vigil) อดีตหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการระหว่างประเทศของ DEA มองว่า เม็กซิโกได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังรัฐบาลทรัมป์ ว่ากำลังทำการต่อสู้กับแก๊งค้ายาเสพติดที่ทรงอิทธิพลที่สุดด้วยความดุดันและมีประสิทธิภาพ โดยเขาชี้ว่า “ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากกองทัพเม็กซิโก และต้องยกความดีความชอบทั้งหมดให้แก่เม็กซิโก”

 

ขณะที่เม็กซิโกคาดหวังว่า การสังหารเอล เมนโช ซึ่งเป็นหนึ่งในพ่อค้ายาเฟนทานิลรายใหญ่ที่สุดของโลก จะช่วยลดแรงกดดันจากรัฐบาลทรัมป์ ที่ต้องการให้เม็กซิโกดำเนินการเพิ่มเติมต่อแก๊งค้ายาเสพติด และอาจทำให้รัฐบาลเม็กซิโกได้เปรียบมากขึ้นในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ หลังจากที่ทรัมป์ เคยขู่จะมาตรการภาษีหรือปฏิบัติการทางทหารฝ่ายเดียว หากเม็กซิโกไม่แสดงผลลัพธ์ในการต่อสู้กับแก๊งค้ายาเสพติดให้เห็น

 

เอล เมนโช คือใคร?

 

การสังหาร เอล เมนโช ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาที่สหรัฐฯ ต้องการตัวมากที่สุด และเสนอรางวัล 15 ล้านดอลลาร์ สำหรับข้อมูลที่นำไปสู่การจับกุมตัวเขา ถือเป็นการโจมตีหัวใจสำคัญของแก๊งค้ายาเสพติดในเม็กซิโกครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่กรณีการจับกุมฮัวควิน ‘เอล ชาโป’ กุซมาน อดีตราชายาเสพติดชื่อดัง ซึ่งเป็นผู้นำแก๊งซินาโลอา (Sinaloa Cartel) เมื่อสิบปีก่อน

 

 

เอล เมนโช อายุ 59 ปี มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่รัฐมิโชอากัน (Michoacan) ทางตะวันตกของเม็กซิโก โดยประวัติของเขาที่เกี่ยวข้องกับแก๊งค้ายาเสพติดต้องย้อนกลับไปอย่างน้อย 3 ทศวรรษ

 

ในปี 1994 เขาเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาค้าเฮโรอีนในสหรัฐฯ และถูกจำคุกเป็นเวลา 3 ปี หลังจากกลับมายังเม็กซิโก เขาก็ไต่เต้าขึ้นมาอย่างรวดเร็วในวงการค้ายาเสพติดของเม็กซิโก

 

ในปี 2009 เขาได้ก่อตั้งฮาลิสโก นิว เจเนอเรชั่น คาร์เทล ซึ่งกลายเป็นแก๊งค้ายาเสพติดที่เติบโตและขยายอิทธิพลรวดเร็วที่สุดในเม็กซิโก โดยมีชื่อเสียงด้านการลักลอบส่งยาเสพติด ทั้ง เฟนทานิล เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) และโคเคน ไปยังสหรัฐฯ ตลอดจนลักลอบนำผู้อพยพเข้าสู่สหรัฐฯ และยังมีบทบาทในการก่อเหตุโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐบาลเม็กซิโกที่ต่อต้านอย่างอุกอาจ โดยใช้กลยุทธ์ที่รุนแรงและแปลกใหม่ เช่น การใช้โดรนและระเบิดที่ประดิษฐ์เอง

 

หนึ่งในกรณีการโจมตีอย่างอุกอาจ รวมถึงการยิงเฮลิคอปเตอร์ทหารตกในรัฐฮาลิสโกในปี 2015 และความพยายามลอบสังหารผู้บัญชาการตำรวจกรุงเม็กซิโก ซิตี้ แต่ไม่สำเร็จ

 

ขณะที่แก๊งของเขายังขยายสมาชิกอย่างต่อเนื่อง โดยใช้วิธีใหม่ๆ ทางออนไลน์ในการเข้าถึงและสรรหาสมาชิกที่มีศักยภาพ

 

จะเกิดอะไรหลังจากนี้?

 

จากข้อมูลของสำนักงานปราบปรามยาเสพติดแห่งสหรัฐอเมริกา (DEA) พบว่า ฮาลิสโก คาร์เทลมีอิทธิพลอยู่ในอย่างน้อย 21 รัฐจากทั้งหมด 32 รัฐของเม็กซิโก และเคลื่อนไหวอยู่เกือบทุกรัฐในสหรัฐฯ อีกทั้งยังมีกิจกรรมผิดกฎหมายอื่นๆ ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นองค์กรระดับโลก ซึ่งการสังหารเอล เมนโช อาจส่งผลกระทบต่อเครือข่ายค้ายาเสพติดมากกว่าแค่ในเม็กซิโก

 

วีกิลชี้ว่า “เอล เมนโช นั้นควบคุมทุกอย่าง ราวกับผู้นำเผด็จการของประเทศหนึ่ง”

 

หลังจากนี้ คาดว่าการเติบโตและการขยายตัวอย่างรวดเร็วของฮาลิสโก คาร์เทล อาจชะลอตัวและอ่อนแอลง โดยเฉพาะหากเทียบกับแก๊งคู่แข่งอย่างซินาโลอา คาร์เทล

 

เดวิด ซอเซโดนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคง มองว่า หากญาติของเอล เมนโช เข้าควบคุมแก๊ง ความรุนแรงที่เห็นวานนี้ อาจดำเนินต่อไป และหากกลุ่มอื่นขึ้นมามีอำนาจ พวกเขาอาจเต็มใจที่จะเริ่มต้นใหม่และดำเนินกิจการค้ายาเสพติดต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดหลังจากนี้ คือฮาลิสโก คาร์เทล อาจหันมาใช้ความรุนแรงแบบไม่เลือกเป้าหมายโดยอาจตัดสินใจเปิดฉากโจมตี ‘ก่อการร้ายยาเสพติด (Narcoterrorism)’ ด้วยการสร้างสถานการณ์คล้ายกับที่โคลอมเบียเคยประสบในทศวรรษ 1990 ซึ่งเป็นการก่อการร้ายโดยแก๊งค้ายาเสพติดที่โจมตีรัฐบาลอย่างเต็มรูปแบบ ทั้ง คาร์บอมบ์ ลอบสังหาร และโจมตีเครื่องบิน

 

ภาพ : @morelifediares via Instagram/Youtube/via REUTERS

อ้างอิง :

The post ประมวลเหตุการณ์ ‘เม็กซิโกเดือด’ สังหารราชายาเสพติด จุดชนวนแก๊งค้ายาคลั่งเผาเมืองทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Maison Margiela เห็นยอดขายเพิ่มขึ้น 8.4% ในปี 2025 https://thestandard.co/maison-margiela-sales-growth-2025/ Sun, 22 Feb 2026 02:26:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1180666 ภาพโลโก้ Maison Margiela แบรนด์แฟชั่นหรูที่ยอดขายเติบโตในปี 2025

OTB บริษัทลักชัวรีสัญชาติอิตาลีผู้เป็นเจ้าของแบรนด์ Mai […]

The post Maison Margiela เห็นยอดขายเพิ่มขึ้น 8.4% ในปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพโลโก้ Maison Margiela แบรนด์แฟชั่นหรูที่ยอดขายเติบโตในปี 2025

OTB บริษัทลักชัวรีสัญชาติอิตาลีผู้เป็นเจ้าของแบรนด์ Maison Margiela, Jil Sander, Diesel, Marni และ Viktor&Rolf รายงานผลประกอบการในปี 2025 โดยบริษัทมีรายได้ทั้งหมด 1.7 พันล้านยูโร ลดลง 4.8% ในขณะที่มียอดขายสุทธิ 1.6 พันล้านยูโร ลดลง 5% จากปีก่อนหน้า และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายทั้งหมด 273.3 ล้านยูโร นับว่าเทียบเท่ากับกำไร 15.1% จากยอดขายสุทธิ

 

Ubaldo Minelli ประธานแห่ง OTB เผยถึงความพึงพอใจต่อรายได้ในปี 2025 ที่นับว่าเป็นปีที่ท้าทายสำหรับอุตสาหกรรมแฟชั่นลักชัวรีที่สุดปีหนึ่งว่า “2025 น่าจะถูกจารึกว่าเป็นหนึ่งในปีที่ซับซ้อนที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมแฟชั่นที่สุดแล้ว ผลที่ออกมาจึงทำให้ผมภูมิใจในความไม่ย่อท้อของบริษัท OTB เป็นอย่างมาก”

 

สำหรับแบรนด์ในเครือ OTB ที่สามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างน่าประทับใจแห่งปี 2025 ก็คือ Maison Margiela ซึ่ง Ubaldo Minelli เปิดเผยข้อมูลว่า “Maison Margiela เป็นแบรนด์ที่ทำผลงานออกมาได้อย่างโดดเด่นกว่าใคร และปิดท้ายปีด้วยรายได้ที่เติบโตอย่างเห็นได้ชัดด้วยยอดขายที่สูงขึ้น 8% นับเป็นการตอกย้ำแนวโน้มการพัฒนาที่มั่นคงของแบรนด์ ในขณะที่ Diesel ก็มีรายได้อันเป็นที่น่าพึงพอใจด้วยเช่นกันด้วยยอดกำไรสูงสุดในรอบ 10 ปี”

 

Ubaldo Minelli เผยด้วยว่า OTB ยังคงทำรายได้จากญี่ปุ่นได้อย่างเสถียร ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจภายในประเทศจะดูค่อนข้างซบเซาก็ตาม โดยบริษัทมีรายได้จากญี่ปุ่นเป็นจำนวนมากกว่า 27% ของรายได้จากต่างประเทศทั้งหมด นอกจากนั้นรายได้บริษัทในอเมริกาเหนือก็ส่งสัญญาณของการเติบโต อีกทั้งในเม็กซิโกและตะวันออกกลางก็แสดงผลประกอบการด้านบวกเป็นครั้งแรก

 

ภาพ: Maison Margiela

 

อ้างอิง: https://th.fashionnetwork.com/news/Otb-posts-4-8-revenue-drop-in-2025-as-maison-margiela-grows-8-4-,1808105.html

The post Maison Margiela เห็นยอดขายเพิ่มขึ้น 8.4% ในปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
การปรับตัวครั้งใหม่ของคลื่นทุนจีนในการบุกโลก https://thestandard.co/china-capital-global-strategy/ Thu, 19 Feb 2026 10:00:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1180087 ภาพแผนที่โลกพร้อมสัญลักษณ์เงินหยวน สะท้อนการปรับตัวของทุนจีนในการบุกตลาดโลก

บริษัทจีนกำลังปรับตัวอย่างไรในโลกที่กำแพงภาษีสูงขึ้นเรื […]

The post การปรับตัวครั้งใหม่ของคลื่นทุนจีนในการบุกโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแผนที่โลกพร้อมสัญลักษณ์เงินหยวน สะท้อนการปรับตัวของทุนจีนในการบุกตลาดโลก

บริษัทจีนกำลังปรับตัวอย่างไรในโลกที่กำแพงภาษีสูงขึ้นเรื่อยๆ ช่วงที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสฟังคำแนะนำของ ศ.เหอฟาน นักวิชาการชื่อดังจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยช่างไห่เจียวทง ต่อผู้ประกอบการจีนในการบุกตลาดโลก ทำให้เข้าใจทิศทางการปรับตัวของคลื่นทุนจีนมากขึ้น

 

ตอนนี้คำที่แพร่หลายในวงการธุรกิจจีนคือ “ชูไห่” ซึ่งแปลว่าออกทะเล มักแปลภาษาอังกฤษว่า Go Global ซึ่งความหมายต่างจากการออกมาของจีนก่อนหน้าที่เดิมมักโฟกัสที่ตลาดตะวันตก เช่น สหรัฐฯ และยุโรป แต่ตอนนี้ยุทธศาสตร์การบุกต่างประเทศของบริษัทจีนคือการบุกตลาดประเทศกำลังพัฒนา ได้แก่ การออกไปตั้งโรงงานและขยายตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง ละตินอเมริกา และแอฟริกา

 

เหตุผลดูเรียบง่าย ถ้าบริษัทจีนขายเข้าตลาดสหรัฐฯ ไม่ได้เพราะภาษีสูง งั้นก็ไปผลิตที่ต่างประเทศเสียเลย แต่โลกความจริงมักซับซ้อนกว่าที่คิด สิ่งที่จีนกำลังเผชิญคือ ประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายก็เริ่มมีกระแสต่อต้านสินค้าจีนและทุนจีน ไม่ต่างจากกระแสต่อต้านจีนในโลกตะวันตก เพราะความได้เปรียบเรื่องต้นทุนและสเกลของบริษัทจีน ทำให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นแข่งขันไม่ได้

 

จึงไม่ใช่เพียงแค่สหรัฐฯ แต่ทั้งโลกกำลังตั้งกำแพงต่อสินค้า Made in China และ Made by China ตัวอย่างเช่นในเดือนธันวาคม รัฐสภาเม็กซิโกผ่านกฎหมายเตรียมเก็บภาษีสินค้าเอเชียหลายประเภท 5–50% ครอบคลุมรถยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ สิ่งทอ พลาสติก และเหล็ก โดยหลายรายการตั้งภาษีไว้สูงถึง 35%

 

ความท้าทายของจีนจึงไม่ใช่เพียงว่าจีนจะมีปัญหาทางการค้ากับประเทศตะวันตกเท่านั้น แต่จีนจะมีความขัดแย้งกับ “ประเทศกำลังพัฒนา” มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย จากข้อมูล WTO ชี้ชัดว่า การสอบสวน Anti-dumping และ Anti-subsidy ต่อสินค้าจีนพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจากที่ปี 2023 อยู่ที่ประมาณ 50 คดี แต่พอมาในปี 2024 เพิ่มเป็น 198 คดี ในนั้น 117 คดีมาจากประเทศกำลังพัฒนา เช่น อินเดีย บราซิล เม็กซิโก เวียดนาม และปากีสถาน

 

ท่ามกลางบริบทเหล่านี้ ศ.เหอฟาน ได้อธิบายแนวทางการปรับตัวของบริษัทจีน เริ่มจากกลยุทธ์การส่งออกสินค้าไปตลาดโลกนั้น จีนต้องปรับตัวมาเน้นการส่งออกสินค้าส่วนกลางของซัพพลายเชน กล่าวคือเน้นส่งออกวัตถุดิบและชิ้นส่วน มากกว่าจะส่งออกสินค้าตอนปลายของซัพพลายเชนที่ประกอบและบรรจุภัณฑ์เป็นสินค้าสำเร็จแล้ว

 

ส่วนการไปลงทุนในต่างประเทศยิ่งน่าสนใจ เพราะ ศ.เหอฟาน เสนอกลยุทธ์ใหม่ให้กับบริษัทจีน เป็นสามขั้น

 

ขั้นแรก เน้นการเข้าพาร์ทเนอร์กับธุรกิจท้องถิ่น โดยยอมเป็นหุ้นส่วนน้อย (เพื่อหลีกเลี่ยงเกณฑ์เรื่อง Transshipment และการกีดกันของสหรัฐฯ และประเทศต่างๆ ต่อ Made by China ด้วย)

 

ขั้นสอง คือ หลังจากที่พาร์ทเนอร์กัน ก็ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและเทคโนโลยีของบริษัทท้องถิ่น รวมทั้งช่วยบริษัทท้องถิ่นในการส่งออกและทำตลาดในสหรัฐฯ และยุโรป เพราะสุดท้ายแล้ว ตลาดสหรัฐฯ และยุโรปก็ยังเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดของโลก

 

ขั้นสาม คือ เมื่อสินค้าจากประเทศกำลังพัฒนาเหล่านี้เข้าแทนที่สินค้าจากจีนในตลาดสหรัฐฯ และยุโรป สินค้าจากจีนเอง ก็สามารถส่งออกมาแทนที่สินค้าจากประเทศกำลังพัฒนาเหล่านี้ในตลาดท้องถิ่นแทน ทำให้เกิดการปรับซัพพลายเชนโลกครั้งใหญ่โดยบริษัทจีน

 

แนวคิดใหม่นี้ทำให้ผมเองต้องนั่งคิดอยู่สามตลบ เพราะแปลว่า โลกาภิวัตน์ไม่ได้ตาย แต่กำลังเปลี่ยนรูปแบบขนานใหญ่ จากเดิมที่สหรัฐฯ ซื้อของถูกจากจีน มากลายเป็น สหรัฐฯ ซื้อของถูกจากที่อื่นยกเว้นจีน (แต่ด้วยการร่วมผลิตของบริษัทจีนที่จะแทรกซึมอยู่ทั่วโลก) ส่วนสินค้าจีนก็จะเข้าแทนที่สินค้าท้องถื่นในตลาดประเทศกำลังพัฒนาแทน

 

แนวคิดนี้ยังมาจากข้อเท็จจริงที่ว่า ต่อให้จีนยึดตลาดประเทศกำลังพัฒนาได้หมด ก็ยังทดแทนกำลังซื้อของตลาดสหรัฐฯ ไม่ได้อยู่ดี แถมจะถูกบีบออกจากตลาดประเทศกำลังพัฒนาด้วยเพราะผู้เล่นในท้องถิ่นคงไม่มีใครยอมให้จีนกินเรียบ ดังนั้น แนวคิดก่อนหน้านี้ว่าจีนจะบุกตลาดประเทศกำลังพัฒนาเพื่อทดแทนตลาดตะวันตกที่เสียไป จึงมีแต่จะเป็นทางตันสองชั้น คือถูกกระแสต่อต้านจากตลาดตะวันตก ลามมาสู่กระแสต่อต้านในตลาดประเทศกำลังพัฒนาด้วย

 

จีนจึงต้องหันมาใช้ตำราวิทยายุทธ์แทรกลมปราณ จาก “ขายของให้เขา” มาเป็น “ร่วมและช่วยเขาส่งออก” และแทนที่จะเข้าไป “แย่งตลาด” ในประเทศกำลังพัฒนา แต่ต้องไปช่วยพัฒนาเศรษฐกิจด้วย บริษัทจีนที่ไปต่างประเทศ ต้องไม่ใช่เพื่อหาเงินจากตลาดนั้นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องช่วยประเทศนั้น “หาเงินจากโลก” ร่วมกับจีนด้วย

 

หากทำได้อย่างนี้จริง ผลลัพธ์คือโมเดลสามฝ่ายชนะ (Triple Win) คือผู้บริโภคตะวันตกยังได้สินค้าราคาถูก ประเทศกำลังพัฒนาได้โอกาสส่งออก และบริษัทจีนได้จัดโครงสร้าง supply chain โลกใหม่

 

ตัวอย่างเคสจริงที่มักถูกยกมาคือ บริษัท Chery ของจีนที่ไปตั้งสายการผลิตในสเปน สิ่งที่ Chery ทำ ไม่เหมือนบริษัทจีนรุ่นก่อน โดย Chery ตัดสินใจร่วมทุนกับบริษัทท้องถิ่น ใช้แบรนด์ Ebro ของสเปน ผลิตสำหรับขายในยุโรป และ Chery ยอมถือหุ้นเพียง 40%

 

ทั้งหมดนี้สะท้อนกระแสการเริ่มปรับตัวใหม่ของคลื่นทุนจีน แต่ทั้งหมดนี้ย่อมขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละประเทศและความสามารถในการเจรจาการค้าและธุรกิจกับจีนอย่างมีชั้นเชิงด้วย หากเราเข้าใจภาพการเปลี่ยนแปลงและความเป็นไปได้นี้ ย่อมจะทำให้เราสามารถตั้งต้นในการเจรจาการค้าและความร่วมมือทางธุรกิจกับจีนได้อย่างสมประโยชน์มากขึ้น เพราะการร่วมมือกันในโมเดลใหม่นี้จะเป็นประโยชน์ในระยะยาวต่อบริษัทจีนเองมากกว่าด้วย และจะเป็นโมเดลใหม่ที่เปลี่ยนจากมองทุนจีนเป็น competition มาใช้จีนร่วม co-creation เพื่อยกระดับภาคการผลิตท้องถื่นและบุกตลาดโลกร่วมกัน

 

ภาพ Sabura via ShutterStock

The post การปรับตัวครั้งใหม่ของคลื่นทุนจีนในการบุกโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Versace เปิดตัวแคมเปญ An Embodied Community สำหรับคอลเล็กชัน Spring/Summer 2026 https://thestandard.co/versace-embodied-community-spring-summer-2026/ Wed, 04 Feb 2026 06:54:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1173609 ภาพแคมเปญ An Embodied Community ของ Versace ถ่ายโดย Steven Meisel สำหรับคอลเล็กชัน Spring/Summer 2026

Versace เปิดตัวแคมเปญ An Embodied Community สำหรับคอลเล […]

The post Versace เปิดตัวแคมเปญ An Embodied Community สำหรับคอลเล็กชัน Spring/Summer 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแคมเปญ An Embodied Community ของ Versace ถ่ายโดย Steven Meisel สำหรับคอลเล็กชัน Spring/Summer 2026

Versace เปิดตัวแคมเปญ An Embodied Community สำหรับคอลเล็กชัน Spring/Summer 2026 ที่ถ่ายทอดและนำเสนอประเด็นเรื่องเพศวิถี ทัศนคติ และประสบการณ์จริงที่ทุกคนสัมผัสร่วมกัน โดยแคมเปญนี้อยู่ภายใต้การดูแลของอดีตครีเอทีฟไดเรกเตอร์อย่าง Dario Vitale

 

แคมเปญนี้ Versace ใช้ช่างภาพถึง 3 คนด้วยกัน นั่นคือ Tania Franc Klein, Frank Lebon และ Steven Meisel พวกเขาหล่อหลอมแนวทางการเล่าเรื่องที่เป็นเหมือนเส้นคู่ขนานมาบรรจบกันเป็นหนึ่งเดียว และสร้างโลกที่วัฒนธรรมหลอมรวมกันกับท้องถนน ที่ซึ่งความงดงามตามแบบฉบับของอิตาลีได้พบกับความท้าทาย ในขณะที่ความสูงส่งและความสกปรกต่างดำรงอยู่โดยไม่มีชนชั้นมาขวางกั้น

 

โดยเลือกทั้งศิลปิน นักกีฬา นักออกแบบท่าเต้น นักเขียน และนักแสดง มาขึ้นแคมเปญร่วมกับเหล่า Street Cast ทั้ง Drake Carr, Lexee Smith, Selena Forrest, Chu Wong และอีกมากมาย ซึ่งทุกคนก็ถ่ายทอดพลังงานที่แตกต่างและสร้างสีสันที่สดใหม่ให้กับแคมเปญนี้ด้วย

 

ช่างภาพแต่ละคนตีความและถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของตัวเองสำหรับแคมเปญนี้โดยเฉพาะ โดย Tania Franco Klein เชิดชูความเป็นภาพยนตร์อย่างเข้มข้นด้วยการทลายเส้นแบ่งระหว่างสีสันจัดจ้านและเสน่ห์อันมืดหม่นของเม็กซิโก บ้านเกิดของเธอออกมาอย่างล้ำลึก ทางด้าน Frank Lebon เน้นการบอกเล่าถึงวัฒนธรรมใต้ดิน ความฉับพลันและความเร่งด่วนบนท้องถนนออกมาอย่างดิบๆ และสดใหม่ ส่วน Steven Meisel ที่ทำงานร่วมกับ Versace มานาน ก็ถ่ายทอดความงดงามและเย้ายวนอย่างไร้กาลเวลา ที่ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบตามเคย

 

ภาพ: Steven Meisel for Versace

อ้างอิง: https://www.designscene.net/2026/02/versace-reveals-the-spring-summer-2026-campaign.html

The post Versace เปิดตัวแคมเปญ An Embodied Community สำหรับคอลเล็กชัน Spring/Summer 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธานาธิบดีเม็กซิโกติดต่อผู้นำเกาหลีใต้เพื่อให้เพิ่มรอบคอนเสิร์ต BTS ในแถบละตินอเมริกา https://thestandard.co/mexican-president-asks-korea-bts-concerts/ Tue, 27 Jan 2026 04:02:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1169903 ภาพวง BTS กำลังแสดงคอนเสิร์ตต่อหน้าแฟนเพลงจำนวนมาก

Claudia Sheinbaum ประธานาธิบดีประเทศเม็กซิโกเปิดเผยเมื่ […]

The post ประธานาธิบดีเม็กซิโกติดต่อผู้นำเกาหลีใต้เพื่อให้เพิ่มรอบคอนเสิร์ต BTS ในแถบละตินอเมริกา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพวง BTS กำลังแสดงคอนเสิร์ตต่อหน้าแฟนเพลงจำนวนมาก

Claudia Sheinbaum ประธานาธิบดีประเทศเม็กซิโกเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (26 มกราคม) ว่าเธอส่งจดหมายทางการทูตไปยังประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ Lee Jae Myung เพื่อขอให้วง BTS จัดคอนเสิร์ตเพิ่มรอบในฝั่งประเทศละตินอเมริกา หลังจากคอนเสิร์ตในประเทศเม็กซิโกประกาศ Sold out ในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง

 

“BTS มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในหมู่วัยรุ่นชาวเม็กซิกัน โดยคอนเสิร์ตกำลังจะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ และมีผู้คนรุ่นใหม่มากมายที่ต้องการจะซื้อบัตรคอนเสิร์ต แต่สเตเดียมของเรามีที่พอสำหรับ 150,000 คนเท่านั้น” ประธานาธิบดีหญิงกล่าวในงานแถลงข่าวช่วงเช้าตามปกติของเธอ

 

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเธอได้รับข้อร้องเรียนมากมายเกี่ยวกับการขายต่อบัตรคอนเสิร์ต การโก่งราคา ซึ่งเธอก็ติดต่อไปยังผู้จัดว่าจะสามารถเพิ่มรอบได้หรือไม่ แต่ผู้จัดกล่าวว่าไม่มีวันว่างสำหรับการจัดคอนเสิร์ตเพิ่มแล้ว เธอจึงเลือกติดต่อผู้นำเกาหลีใต้แทน

 

ขณะเดียวกัน สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคของเม็กซิโกก็ต้องเข้ามาตรวจสอบประเด็นเรื่องการขายต่อบัตรคอนเสิร์ตในราคาที่สูงเกินเหตุ โดยพวกเขาจะลงโทษการกระทำผิดกฎหมายของ Ticketmaster ที่ขาดความโปร่งใสในการให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภค ส่วนแพลตฟอร์มรีเซลอย่าง StubHub และ Viagogo ก็จะถูกลงโทษที่มีส่วนร่วมในพฤติกรรมที่นับว่าเป็นการเอาเปรียบและไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคอีกด้วย

 

ภาพ: Getty Images

 

อ้างอิง:

  • 8vo

The post ประธานาธิบดีเม็กซิโกติดต่อผู้นำเกาหลีใต้เพื่อให้เพิ่มรอบคอนเสิร์ต BTS ในแถบละตินอเมริกา appeared first on THE STANDARD.

]]>
คาร์นีย์ประกาศ แคนาดาต้องเป็น ‘แสงนำทาง’ ให้โลกที่หลงทิศ ย้ำชาติรุ่งเรืองได้ด้วยตนเอง ไม่ใช่เพราะสหรัฐฯ https://thestandard.co/carney-canada-self-reliance/ Fri, 23 Jan 2026 03:13:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1168409 ภาพ มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดากล่าวสุนทรพจน์

มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดาประกาศชัด แคนาดาต้องเป […]

The post คาร์นีย์ประกาศ แคนาดาต้องเป็น ‘แสงนำทาง’ ให้โลกที่หลงทิศ ย้ำชาติรุ่งเรืองได้ด้วยตนเอง ไม่ใช่เพราะสหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดากล่าวสุนทรพจน์

มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดาประกาศชัด แคนาดาต้องเป็น ‘แสงสว่างนำทาง’ ให้โลกที่กำลังหลงทิศ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลกอย่างรุนแรง ชี้เอกภาพของชาติคือหัวใจสำคัญ โดยย้ำว่า แคนาดารุ่งเรืองเพราะชาวแคนาดาเอง ไม่ใช่เพราะสหรัฐอเมริกา

 

เมื่อคืนนี้ (23 มกราคม) คาร์นีย์กล่าวสุนทรพจน์ ณ La Citadelle ป้อมทหารเก่าแก่ในนครควิเบกที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานจากสหรัฐฯ ในศตวรรษที่ 19 โดยย้ำว่า แคนาดาอาจแก้ปัญหาทั้งหมดของโลกไม่ได้ แต่สามารถทำให้เห็นได้ว่า โลกยังมีหนทางอื่นที่เส้นทางประวัติศาสตร์ไม่จำเป็นต้องทำให้ถูกบิดเบี้ยว ไปสู่ระบอบเผด็จการและการกีดกัน แต่นั่นคือความก้าวหน้าและความยุติธรรม

 

“แคนาดาต้องเป็นแสงสว่างนำทางให้กับโลกที่กำลังสับสนไร้ทิศทาง”

 

“ในช่วงเวลาที่ลัทธิประชานิยมและกระแสชาตินิยมทางชาติพันธุ์กำลังเพิ่มสูงขึ้น แคนาดาสามารถแสดงให้เห็นว่า ความหลากหลายคือพลัง ไม่ใช่ความอ่อนแอ

 

“ในช่วงเวลาที่ประชาธิปไตยกำลังถดถอย เราสามารถแสดงให้เห็นว่า สิทธิย่อมได้รับการคุ้มครอง และเสรีภาพที่เท่าเทียมยังคงยืนยงได้” ผู้นำแคนาดาระบุว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว แคนาดายังสามารถ ‘เปิดกว้าง’ และ ‘สร้างความมั่นคง’ ไปพร้อมกัน โดยต้องยึดมั่นในหลักการสำคัญ

 

นอกจากนี้ คาร์นีย์ยังตอบโต้ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ หลังกล่าวปราศรัยบนเวที World Economic Forum 2026 ที่เมืองดาวอสว่า แคนาดาอยู่ได้เพราะสหรัฐฯ แต่ไม่ได้รู้สึกขอบคุณอเมริกาเลย

 

“แคนาดาและสหรัฐฯ ได้สร้างความร่วมมืออันโดดเด่น ทั้งเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมก็จริง แต่แคนาดาไม่ได้อยู่ได้เพราะสหรัฐอเมริกา แคนาดารุ่งเรืองได้เพราะเราเป็นชาวแคนาดา” คาร์นีย์กล่าว

 

“ชาวแคนาดาเชื่อในคุณค่าของชาวแคนาดาทุกคน เชื่อในศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของกันและกันที่จะทำให้ประเทศอันยิ่งใหญ่นี้ดียิ่งขึ้นไปอีก แม้จะมีความแตกต่างกัน แต่บรรพบุรุษของเราต่างเชื่อมั่นในกันและกัน รวมถึงเชื่อมั่นในพวกเรา

 

“มีช่วงเวลายาวนานในประวัติศาสตร์ที่คุณค่าเหล่านี้สามารถเติบโตงอกงามได้โดยไม่ถูกท้าทาย แต่ยุคสมัยของเราไม่ใช่หนึ่งในนั้น คุณค่าเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการต่อสู้เพื่อปกป้อง และนั่นคือสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ และชาวแคนาดาก็พร้อมจะเดินไปด้วยกัน”

 

ก่อนหน้านี้ คาร์นีย์ได้รับคำชมจากสุนทรพจน์บนเวทีดาวอสอย่าง ‘Carney Doctrine’ ว่าด้วยระเบียบเก่าที่กำลังล่มสลาย และการผงาดของมหาอำนาจที่ใช้เศรษฐกิจเป็นเครื่องมือกดดันประเทศอื่น หรือ

 

ทั้งนี้ เคลาเดีย ไชน์บัม ปาร์โด ประธานาธิบดีเม็กซิโกเอ่ยชมว่า ผู้นำแคนาดากล่าวได้สอดคล้องกับยุคสมัยปัจจุบัน แต่ก็มีความกังวลว่า ท่าทีดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับแคนาดา ซึ่งขณะนี้ ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าใหม่ได้ และกำลังเจรจาทบทวน USMCA (United States-Mexico-Canada Agreement) หรือความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือฉบับปรับปรุง

 

ภาพ: Mathieu Belanger / Reuters

อ้างอิง:

The post คาร์นีย์ประกาศ แคนาดาต้องเป็น ‘แสงนำทาง’ ให้โลกที่หลงทิศ ย้ำชาติรุ่งเรืองได้ด้วยตนเอง ไม่ใช่เพราะสหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบื้องลึก 10 อุตสาหกรรมเสี่ยงถดถอย เตือนโลกแข่งเดือด ผู้ส่งออกไทยเสี่ยงโต้คลื่นแรง China Influx และ Geo-economics https://thestandard.co/thai-industries-recession-china-influx/ Thu, 22 Jan 2026 12:14:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1168286 ภาพกราฟิกแสดงถึงภาวะเศรษฐกิจไทยและอุตสาหกรรมที่เผชิญความเสี่ยงจากการแข่งขันโลก แรงกดดันจากจีน และ Geo-economics

อุตสาหกรรมไทย ปี 2569 ไม่ง่าย! เผยมีแนวโน้มทรงตัวจากฐาน […]

The post เบื้องลึก 10 อุตสาหกรรมเสี่ยงถดถอย เตือนโลกแข่งเดือด ผู้ส่งออกไทยเสี่ยงโต้คลื่นแรง China Influx และ Geo-economics appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดงถึงภาวะเศรษฐกิจไทยและอุตสาหกรรมที่เผชิญความเสี่ยงจากการแข่งขันโลก แรงกดดันจากจีน และ Geo-economics

อุตสาหกรรมไทย ปี 2569 ไม่ง่าย! เผยมีแนวโน้มทรงตัวจากฐานต่ำ ส.อ.ท. เตือนภาคผลิต 10 อุตสาหกรรมเสี่ยงหดตัว จากซัพพลายเชนเปราะบาง ขณะที่ผู้ส่งออกทางเรือชี้ไทยเผชิญแรงกดดัน Geo-economics และ China Influx สินค้าจีนทะลักภาษีสหรัฐฯ ฉุดส่งออกโตต่ำ 2-4%

 

ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผลการสำรวจแนวโน้มอุตสาหกรรมในปี 2569 พบว่า จากกลุ่มอุตสาหกรรมภายใต้ ส.อ.ท. ทั้งหมด 48 กลุ่ม มี 23 กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าแนวโน้มจะยังคงทรงตัว ขณะที่ 15 กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าแนวโน้มจะขยายตัวดีขึ้น และอีก 10 กลุ่มอุตสาหกรรมคาดว่าจะมีแนวโน้มหดตัวลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ได้แก่

 

1. ยาง

2. เฟอร์นิเจอร์

3. เซรามิก

4. แก้วและกระจก

5. เครื่องนุ่งห่ม

6. เครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ

7. โรงกลั่น/ปิโตรเคมี

8. แกรนิตและหินอ่อน

9. ผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์

10. อะลูมิเนียม

 

 

สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมในระดับภูมิภาค พบว่า มีเพียงอุตสาหกรรมใน ‘ภาคเหนือ‘ ที่คาดว่าจะมีแนวโน้มทรงตัว ขณะที่อุตสาหกรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ คาดว่าจะมีแนวโน้ม ’หดตัวลง‘ เช่นกัน เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

 

สะท้อนถึงความกังวลต่อปัจจัยทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะยังมีความผันผวนและมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งในและต่างประเทศ ดังนั้นต้องเร่ง

 

  • การฟื้นตัวของกำลังซื้อและการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว
  • การเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐที่เป็นไปตามเป้าหมายและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
  • มาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เอื้อต่อการเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ (Local Content)
  • เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์ (Robotics) มาปรับใช้ในกระบวนการผลิต
  • การลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนในโรงงานอุตสาหกรรม

 

ส่วนปัจจัยสนับสนุนจากต่างประเทศ ได้แก่ ความต้องการสินค้าในบางประเทศคู่ค้าที่ปรับตัวดีขึ้น การบรรลุความตกลงการค้าเสรี (FTA) ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้า การย้ายฐานการผลิตส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมเป้าหมายในประเทศ การยอมรับในแบรนด์สินค้าไทย ช่วยขยายตลาดสู่ระดับโลก รวมถึงกระแสความต้องการสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่ต้องได้รับการส่งเสริมจากนโยบายรัฐ

 

ขณะเดียวกัน ปัจจัยน่าห่วงภายในประเทศ ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ ระดับหนี้ภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ต้นทุนการผลิตที่ทรงตัวในระดับสูง ปัญหาสินค้านำเข้าราคาถูกที่เข้ามาทุ่มตลาด การเชื่อมโยง Supply Chain กับ FDI ยังมีข้อจำกัด

 

ความเสี่ยงจากความล่าช้างบประมาณปี 2570 ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมและกดทับขีดความสามารถในการแข่งขันภาคธุรกิจ

 

สำหรับปัจจัยที่น่ากังวลจากต่างประเทศ ประกอบด้วย ผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี (NTM/NTB) การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดประเทศคู่ค้าของไทย ความเสี่ยงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และสถานการณ์ความไม่แน่นอนบริเวณชายแดน

 

“โดยเฉพาะค่าเงินบาทที่แข็งค่าและความผันผวนสูงซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ภาคการส่งออก ตลอดจนการบังคับใช้มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการจะต้องเร่งปรับตัวรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจในปีนี้”

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ทั้งนี้ จากผลสำรวจจะเห็นว่าแนวโน้มกลุ่มอุตสาหกรรมส่วนใหญ่คาดว่าจะมีแนวโน้มทรงตัวจากฐานต่ำในปีที่ผ่านมา ซึ่งเศรษฐกิจปี 2569 ก็คาดว่าภาคอุตสาหกรรมไทยยังต้องฝ่าแรงกดดันรอบด้านหรืออาจได้รับผลกระทบที่รุนแรงมากขึ้น

 

คาดส่งออกปี 2569 โตแบบชะลอตัว 2-4%

 

ด้านธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า คาดการณ์ส่งออกปี 2569 มีโอกาสเติบโต ‘แบบชะลอตัว’ ที่ 2-4% แม้จะมีอุปสรรคทั้งภายในและภายนอก

 

โดยเฉพาะสภาพตลาดที่ค่อนข้าง ‘ตึงตัว’ จากมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา และตัวเลขส่งออกปีที่ผ่านมาขยายตัวในอัตราที่สูง แต่บางอุตสาหกรรมที่ยังมีมุมเป็นบวกอยู่

 

ดังนั้นยังต้องเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงและความผันผวนที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยในปี 2569

 

  • ความต่อเนื่องของนโยบายการเมือง
  • ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อาทิ ค่าแรงขั้นต่ำและเงื่อนไขด้านสวัสดิการแรงงาน
  • รายได้เงินบาทที่หายไปจากค่าเงินบาทแข็งค่า และทิศทางต้นทุนพลังงานจากสถานการณ์ด้านการเมืองระหว่างประเทศ
  • การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศอาจไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อซัพพลายเชนและมูลค่าเพิ่มแก่เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
  • ปัญหาความแออัดภายในท่าเรือแหลมฉบัง และความหนาแน่นในพื้นที่คลังสินค้าสุวรรณภูมิ

 

เศรษฐกิจโลกแข่งขันรุนแรง จับตา 4 ปัจจัย

 

  • ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่คลี่คลาย ซ้ำเติมด้วยปัญหา Geo-economic ทำให้เพิ่มความรุนแรงมากขึ้น

 

2. US Reciprocal Tariff เริ่มส่งผลกระทบทั่วโลกรวมถึงไทย โดยมีผลต่อความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ รวมถึงการเจรจาเงื่อนไข Transshipment ที่ยังไม่ชัดเจนในหลายประเทศ รวมถึงมาตรการตอบโต้ทางภาษีของประเทศอื่นที่ทยอยบังคับใช้ อาทิ เม็กซิโก

 

3. สินค้าจากจีนมีโอกาสทะลักเข้ามาไทยมากขึ้น (China Influx) ทั้งในรูปแบบของการเข้ามาลงทุนโดยตรง และการส่งออกมาขายหรือส่งผ่านไปยังประเทศที่ 3

 

4. ค่าเงินบาทยังคงแข็งค่าต่อเนื่องในปี 2026 ซึ่งจะกระทบต่อผู้ส่งออก โดยเฉพาะกำไรที่ลดลงและการต่อรองราคาของผู้ซื้อ

 

ภาพ: John Lund, Samuel Corum / Getty images

The post เบื้องลึก 10 อุตสาหกรรมเสี่ยงถดถอย เตือนโลกแข่งเดือด ผู้ส่งออกไทยเสี่ยงโต้คลื่นแรง China Influx และ Geo-economics appeared first on THE STANDARD.

]]>
Euphoria ซีซัน 3 เผยตัวอย่างแรก ก่อนฉายจริง 13 เมษายนนี้ทาง HBO Max https://thestandard.co/euphoria-season-3-first-trailer/ Thu, 15 Jan 2026 05:07:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1165531 Euphoria ซีซัน 3 เผยตัวอย่างแรก ก่อนฉายจริง 13 เมษายนนี้ทาง HBO Max

ในที่สุดแฟนซีรีส์ที่รอคอยกันมาเนิ่นนานหลายปีก็ได้รับชมต […]

The post Euphoria ซีซัน 3 เผยตัวอย่างแรก ก่อนฉายจริง 13 เมษายนนี้ทาง HBO Max appeared first on THE STANDARD.

]]>
Euphoria ซีซัน 3 เผยตัวอย่างแรก ก่อนฉายจริง 13 เมษายนนี้ทาง HBO Max

ในที่สุดแฟนซีรีส์ที่รอคอยกันมาเนิ่นนานหลายปีก็ได้รับชมตัวอย่างแรกของ Euphoria ซีซัน 3 กันแล้ว ก่อนที่ซีรีส์จะเริ่มฉายผ่าน HBO Max ในวันที่ 13 เมษายนนี้

 

Euphoria ซีซัน 3 เป็นเรื่องราวที่ทิ้งห่างจากซีซันที่แล้ว 5 ปี โดยตัวละครหลักทั้งหมดเติบโตขึ้นและเข้าสู่วัยผู้ใหญ่กันแล้ว หลังจากที่ซีซัน 2 ทิ้งท้ายด้วยละครเวทีสุดอื้อฉาวของ Lexi (รับบทโดย Maude Apatow) ที่สร้างขึ้นจากชีวิตจริงของคนรอบตัวเธอ และ Rue (รับบทโดย Zendaya) ที่ใช้ชีวิตอย่างใสสะอาดโดยปราศจากยาเสพติด แต่ในซีซันใหม่นี้ดูเหมือนว่าเธอจะได้เข้าไปพัวพันกับวงการค้ายาเสพติดอย่างเต็มตัว และยังมีหนี้เก่าก้อนใหญ่ที่ต้องใช้อีกด้วย

 

จากตัวอย่างของ Euphoria ซีซัน 3 เผยให้เห็น Rue ที่ไปใช้ชีวิตอยู่ในเม็กซิโก ส่วน Cassie กับ Nate (รับบบทโดย Sydney Sweeney กับ Jacob Elordi) ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันที่ชนบทโดยที่ฝ่ายชายทำงานอย่างหนักในขณะที่ฝ่ายหญิงติดการทำคอนเทนต์วาบหวิวลงโซเชียลมีเดีย โดยในตัวอย่างยังแย้มให้เห็นงานแต่งงานของทั้งสองที่ผู้สร้างอย่าง Sam Levinson ให้คำมั่นว่าจะเป็น ‘ค่ำคืนที่ลืมไม่ลง’ อีกด้วย นอกจากนั้นเรายังได้เห็นนักแสดงหน้าเดิมที่แฟนๆ คิดถึงในตัวอย่างแรกของซีรีส์ซีซันใหม่ซึ่งก็นับว่าน่าติดตามเป็นอย่างมาก

 

Euphoria ซีซัน 3 กลับมาพร้อมกับนักแสดงชุดเดิมทั้ง Zendaya, Sydney Sweeney, Jacob Elordi, Hunter Schafer, Alexa Demie, Maude Apatow, Dominic Fike, Chloe Cherry, Eric Dane และ Colman Domingo ในขณะที่ Barbie Ferreira, Storm Reid และ Javon Walton ไม่ได้กลับมาแสดงซีรีส์เรื่องนี้ ส่วน Angus Cloud ผู้รับบทเป็น Fezco ตัวละครสำคัญของเรื่องนั้นเสียชีวิตไปในเดือนกรกฎาคม 2023 ในวัยเพียง 25 ปี

 

ภาพ: HBO M

 

อ้างอิง: https://variety.com/2026/tv/news/euphoria-season-3-trailer-zendaya-sydney-sweeney-1236396160/

The post Euphoria ซีซัน 3 เผยตัวอย่างแรก ก่อนฉายจริง 13 เมษายนนี้ทาง HBO Max appeared first on THE STANDARD.

]]>
จากลาตินอเมริกาถึงตะวันออกกลาง! ‘ทรัมป์’ ขู่ทั่วโลก หลังเหตุจับกุมผู้นำเวเนซูเอลา https://thestandard.co/trump-threatens-world-venezuela-arrest/ Tue, 06 Jan 2026 12:30:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1161993 จากลาตินอเมริกาถึงตะวันออกกลาง ‘ทรัมป์’ ขู่ทั่วโลก หลังเหตุจับกุมผู้นำเวเนซูเอลา

สรุปท่าทีสำคัญของทรัมป์และรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อรัฐบาลประเทศอ […]

The post จากลาตินอเมริกาถึงตะวันออกกลาง! ‘ทรัมป์’ ขู่ทั่วโลก หลังเหตุจับกุมผู้นำเวเนซูเอลา appeared first on THE STANDARD.

]]>
จากลาตินอเมริกาถึงตะวันออกกลาง ‘ทรัมป์’ ขู่ทั่วโลก หลังเหตุจับกุมผู้นำเวเนซูเอลา

สรุปท่าทีสำคัญของทรัมป์และรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อรัฐบาลประเทศอื่น หลังเกิดเหตุกุมตัว นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา และภรรยา เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงปฏิกิริยาตอบกลับจากรัฐบาลประเทศต่างๆ

 

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังเหตุการณ์กุมตัว นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา และภรรยา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีและสมาชิกรัฐบาลสหรัฐฯ คนอื่นๆ ได้ออกคำเตือนไปยังรัฐบาลหลายประเทศ รวมถึงโคลอมเบีย คิวบา เม็กซิโก อิหร่าน และกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก

 

โดยทรัมป์อ้างว่า “ภารกิจของเราคือการทำให้แน่ใจว่า ประเทศรอบข้างมีความมั่นคง และประสบความสำเร็จ และเป็นประเทศที่สามารถนำน้ำมันออกมาใช้ได้อย่างเสรี และทำให้ความยิ่งใหญ่ของอเมริกาในซีกโลกตะวันตกจะไม่ถูกตั้งคำถามอีกต่อไป”

 

กรีนแลนด์

 

ทรัมป์ย้ำว่าสหรัฐฯ ต้องการเกาะขนาดใหญ่ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนืออย่าง ‘กรีนแลนด์’ ในมุมมองด้านความมั่นคงแห่งชาติ

 

“เราต้องการกรีนแลนด์… ตอนนี้มันเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญมาก กรีนแลนด์เต็มไปด้วยเรือของรัสเซียและจีน” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบิน Air Force One “เราต้องการกรีนแลนด์ในแง่ของความมั่นคงแห่งชาติ และเดนมาร์กคงไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้”

 

ด้าน Jens Frederik Nielsen นายกรัฐมนตรี กรีนแลนด์ ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ความเห็นล่าสุดของทรัมป์เมื่อวันจันทร์ว่า “วาทกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในขณะนี้จากสหรัฐฯ เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง การที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พูดถึงการ ‘ต้องการกรีนแลนด์’ และโยงเราเข้ากับเวเนซุเอลาและการแทรกแซงทางทหารนั้น ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องผิด แต่ยังเป็นการไม่ให้เกียรติกันด้วย”

 

“ประเทศของเราไม่ใช่วัตถุในวาทกรรมของมหาอำนาจ เราคือประชาชน คือประเทศ และคือประชาธิปไตย” Nielsen กล่าวเสริม

 

“เราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องกังวลว่า การยึดครองประเทศจะเกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน” Nielsen กล่าวในงานแถลงข่าว ตามรายงานของรอยเตอร์ “คุณจะเปรียบเทียบกรีนแลนด์กับเวเนซุเอลาไม่ได้ เราเป็นประเทศประชาธิปไตย”

 

ทรัมป์ระบุซ้ำๆ ว่า เขาต้องการผนวกรวมกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นเกาะที่อุดมไปด้วยทรัพยากรขนาด 2.16 ล้านตารางกิโลเมตร โดยอ้างว่าดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์กแห่งนี้มีความจำเป็นต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ แม้ว่าเขาจะเคยอ้างถึงเหตุผลด้าน ‘ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ’ ด้วยก็ตาม

 

โดยทั้งกรีนแลนด์และเดนมาร์ก ซึ่งเป็นพันธมิตรนาโต (NATO) ของสหรัฐฯ ต่างคัดค้านแนวคิดนี้อย่างแข็งขัน

 

โคลอมเบีย

 

เมื่อวันอาทิตย์ ทรัมป์ใช้ถ้อยคำรุนแรงต่อประธานาธิบดี กุสตาโว เปโตร (Gustavo Petro) ของโคลอมเบีย โดยระบุว่าเป็น “คนป่วยที่ชอบผลิตโคเคนขายให้สหรัฐฯ และเขาคงจะทำแบบนั้นได้อีกไม่นาน”

 

เมื่อนักข่าวถามจี้ว่าความเห็นดังกล่าวหมายความว่าจะมี ‘ปฏิบัติการ’ ในโคลอมเบียในอนาคตหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ผมว่าก็ฟังดูเข้าท่านะ” (Sounds good to me)

 

ด้านเปโตรปกป้องผลงานของรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติดผ่านโพสต์ความยาวเกือบ 700 คำบน X โดยยกย่องสิ่งที่เรียกว่า ‘การยึดโคเคนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก’

 

พร้อมกล่าวเสริมว่า “ผมไม่ได้เป็นผู้นำเถื่อน และผมไม่ได้เป็นพ่อค้ายา สินทรัพย์เดียวที่ผมมีคือบ้านของครอบครัวที่ผมยังคงผ่อนจ่ายด้วยเงินเดือนของผมเอง”

 

เปโตรกล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้มีการทิ้งระเบิดแบบเจาะจงเป้าหมายต่อกลุ่มติดอาวุธที่เชื่อมโยงกับยาเสพติด โดยยังคงยึดถือหลักกฎหมายมนุษยธรรม

 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ระบุว่า การผลิตโคเคนในโคลอมเบียได้พุ่งสูงทำลายสถิติ

 

ทั้งนี้ เปโตร ซึ่งเป็นอดีตสมาชิกกลุ่มกองโจร M19 กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า เขาจะต่อสู้เพื่อปกป้องโคลอมเบียด้วยตนเอง

 

“ผมเคยสาบานว่าจะไม่แตะต้องอาวุธอีก… แต่เพื่อมาตุภูมิ ผมจะจับอาวุธขึ้นสู้อีกครั้ง” เขากล่าว

 

เปโตรเคยสร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลทรัมป์ จนถูกยกเลิกวีซ่าสหรัฐฯ ในเดือนกันยายน หลังจากที่เขาเรียกร้องให้ทหารสหรัฐฯ ขัดขืนคำสั่ง

 

คิวบา

 

ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า การแทรกแซงทางทหารในคิวบา ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของเวเนซุเอลานั้นไม่จำเป็น เพราะคิวบา “พร้อมจะล่มสลายแล้ว”

 

“ผมไม่คิดว่าเราต้องลงมือทำอะไร” ทรัมป์กล่าว “ดูเหมือนว่ามันกำลังจะพังทลายลงเอง”

 

“ผมไม่รู้ว่าพวกเขาจะยื้อไปได้นานแค่ไหน แต่ตอนนี้คิวบาไม่มีรายได้แล้ว พวกเขาได้รายได้ทั้งหมดมาจากเวเนซุเอลา จากน้ำมันเวเนซุเอลา”

 

แต่นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ เรียกรัฐบาลคิวบาว่าเป็น ปัญหาใหญ่”

 

“ผมจะไม่บอกคุณว่าก้าวต่อไปและนโยบายของเราจะเป็นอย่างไรในตอนนี้ แต่ผมคิดว่าคงไม่ใช่ความลับอะไรที่เราไม่ใช่แฟนคลับของระบอบการปกครองคิวบา” รูบิโอกล่าว

 

โดยในการชุมนุมเมื่อวันเสาร์หน้าสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงฮาวานา Miguel Díaz-Canel ประธานาธิบดีคิวบา ให้คำมั่นว่าจะไม่ปล่อยให้พันธมิตรคิวบา-เวเนซุเอลาล่มสลายโดยไม่ต่อสู้

 

“เพื่อเวเนซุเอลา และแน่นอนเพื่อคิวบา เรายินดีสละแม้กระทั่งชีวิตของตนเอง แม้ในราคาที่สูงลิ่ว” Díaz-Canel ประกาศ

 

เม็กซิโก

 

ทรัมป์มักกล่าวหาเม็กซิโกอยู่บ่อยครั้งว่า ทำหน้าที่ไม่เพียงพอในการกวาดล้างแก๊งค้ายาเสพติด

 

โดยเมื่อวันอาทิตย์ ทรัมป์กล่าวว่า ยาเสพติดกำลัง ‘ทะลัก’ ผ่านเม็กซิโก และ ‘เราจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่าง’

 

เพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาของทรัมป์ที่ว่าเม็กซิโกยังทำไม่ดีพอในการต่อสู้กับแก๊งค้ายาเสพติด Claudia Sheinbaum ประธานาธิบดีเม็กซิโกกล่าวว่า “เม็กซิโกร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา รวมถึงด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้เฟนทานิลและยาเสพติดอื่นๆ ไปถึงประชากร โดยเฉพาะเยาวชน”

 

“เราไม่ต้องการให้เฟนทานิลหรือยาเสพติดใดๆ เข้าใกล้เยาวชนคนไหน ไม่ว่าจะในสหรัฐอเมริกา ในเม็กซิโก หรือที่ใดก็ตามในโลก”

 

Sheinbaum ปฏิเสธแนวคิดเรื่องการใช้กำลังทหารของสหรัฐฯ บนแผ่นดินเม็กซิโกอีกครั้ง โดยกล่าวว่า ม่คิดว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาเรื่องการบุกรุกเม็กซิโกอย่างจริงจัง

 

อิหร่าน

 

ทรัมป์ยังย้ำคำเตือนไปยังอิหร่าน ซึ่งการประท้วงต่อต้านรัฐบาลได้เข้าสู่สัปดาห์ที่สองแล้ว

 

“หากพวกเขาเริ่มฆ่าประชาชนเหมือนที่เคยทำในอดีต ผมคิดว่าพวกเขาจะถูกสหรัฐฯ จัดการอย่างหนัก” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอาทิตย์

 

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์กล่าวว่าหากอิหร่าน “สังหารผู้ประท้วงอย่างสันติ ซึ่งเป็นธรรมเนียมของพวกเขา สหรัฐอเมริกาจะเข้าไปช่วยกู้สถานการณ์ เราเตรียมพร้อมเต็มอัตราศึกและพร้อมลุยทันที”

 

เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ทรัมป์เตือนอิหร่านไม่ให้พยายามฟื้นฟูโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ หลังจากพบกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล

 

ทรัมป์กล่าวว่า “ผมได้ยินมาว่าอิหร่านพยายามจะเสริมสร้างกำลังขึ้นมาใหม่ และถ้าเป็นอย่างนั้น เราก็ต้องจัดการทำลายให้ราบคาบ”

 

ด้าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า “จะไม่ยอมจำนนต่อศัตรู และผู้ก่อจลาจลควรถูกจัดการให้รู้ที่ต่ำที่สูง”

 

ภาพ: Viktor Tanasiichuk/Shutterstock

 

อ้างอิง:

 

The post จากลาตินอเมริกาถึงตะวันออกกลาง! ‘ทรัมป์’ ขู่ทั่วโลก หลังเหตุจับกุมผู้นำเวเนซูเอลา appeared first on THE STANDARD.

]]>
เม็กซิโกกลายเป็นผู้ชนะแบบไม่คาดคิด หลังยอดส่งออกไปสหรัฐฯ พุ่งสูงหลังทรัมป์ขึ้นภาษีทั่วโลก จากการเข้าไปแทนที่สินค้าจีน https://thestandard.co/mexico-exports-us-trump-tariffs/ Sun, 28 Dec 2025 06:24:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1159418 เม็กซิโกกลายเป็นผู้ชนะแบบไม่คาดคิด หลังยอดส่งออกไปสหรัฐฯ พุ่งสูงหลังทรัมป์ขึ้นภาษีทั่วโลก จากการเข้าไปแทนที่สินค้าจีน

เมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เริ่มมาตรการขึ้ […]

The post เม็กซิโกกลายเป็นผู้ชนะแบบไม่คาดคิด หลังยอดส่งออกไปสหรัฐฯ พุ่งสูงหลังทรัมป์ขึ้นภาษีทั่วโลก จากการเข้าไปแทนที่สินค้าจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เม็กซิโกกลายเป็นผู้ชนะแบบไม่คาดคิด หลังยอดส่งออกไปสหรัฐฯ พุ่งสูงหลังทรัมป์ขึ้นภาษีทั่วโลก จากการเข้าไปแทนที่สินค้าจีน

เมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เริ่มมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รัฐและนักเศรษฐศาสตร์ต่างกังวลว่าเศรษฐกิจของเม็กซิโกซึ่งพึ่งพาการส่งออกเป็นหลักจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่ายอดการส่งออกของเม็กซิโกไปยังสหรัฐฯ กลับเติบโตขึ้น

 

สาเหตุเป็นเพราะอัตราภาษีสุดท้ายของเม็กซิโกนั้นต่ำกว่าประเทศส่วนใหญ่ ความแตกต่างนี้จึงช่วยให้สินค้าส่งออกของเม็กซิโกสามารถเข้าไปเติมเต็มช่องว่างทางการตลาดที่เกิดจากสินค้าจีนซึ่งถูกเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่า

 

อย่างไรก็ตาม เม็กซิโกยังคงเผชิญกับอัตราภาษีที่สูงที่สุดในรอบหลายสิบปีสำหรับหลายอุตสาหกรรม ได้แก่ ภาษี 25% สำหรับชิ้นส่วนยานยนต์ที่ไม่ใช่ของสหรัฐฯ, ภาษี 50% สำหรับอะลูมิเนียมและเหล็ก และภาษี 25% สำหรับสินค้าส่งออกที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด USMCA เนื่องจากสหรัฐฯ มองว่าเม็กซิโกยังทำไม่เพียงพอในการสกัดกั้นการไหลของยาเสพติด

 

แต่คู่แข่งรวมถึงจีนต้องเจอกับภาษีที่หนักกว่า ข้อมูลจาก Penn Wharton Budget Model ระบุว่าอัตราภาษีที่แท้จริงของเม็กซิโกอยู่ที่ 4.7% เทียบกับ 37.1% ของจีน ในขณะที่อัตราเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 10%

 

ผู้ผลิตที่ต้องการหาฐานการผลิตเพื่อส่งสินค้าเข้าสหรัฐฯ กล่าวว่า เม็กซิโกยังคงมีข้อได้เปรียบดั้งเดิมที่มีมาก่อนกำแพงภาษี นั่นคือความใกล้ชิดกับสหรัฐฯ อุตสาหกรรมการผลิตที่มีต้นทุนต่ำ และข้อตกลงการค้าเสรีที่แม้จะมีความตึงเครียดอยู่บ้างแต่ก็ยังคงมีผลบังคับใช้

 

ข้อมูลจากรัฐบาลเม็กซิโกระบุว่า แม้จะมีการเก็บภาษีสูงในกลุ่มยานยนต์ เหล็ก และอะลูมิเนียมที่จะส่งไปอเมริกา แต่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมของเม็กซิโกไปยังสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกือบ 9% ในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤศจิกายน เมื่อเทียบกับช่วง 11 เดือนแรกของปี 2024 แม้การส่งออกกลุ่มยานยนต์ไปยังสหรัฐฯ จะลดลงเกือบ 6% ในช่วงเวลาดังกล่าว แต่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมอื่นๆ กลับพุ่งสูงขึ้นถึง 17%

 

ปริมาณการค้าสินค้าระหว่างสหรัฐฯ และเม็กซิโกกำลังมุ่งสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เกือบ 9 แสนล้านดอลลาร์ในปีนี้

 

Kathryn Exum หัวหน้าฝ่ายวิจัยพันธบัตรรัฐบาลที่ Gramercy Funds Management ซึ่งบริหารสินทรัพย์ตลาดเกิดใหม่กว่า 7 พันล้านดอลลาร์ กล่าวว่า ธนาคารกลางเม็กซิโกคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 0.3% ในปี 2025 ซึ่งถือว่าเติบโตน้อยแต่ก็ยังห่างไกลจากการหดตัว 1% ที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

 

กรณีของบริษัท The Nearshore Co. เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าเม็กซิโกรอดพ้นจากสงครามการค้าของทรัมป์ได้อย่างไร บริษัทนี้ช่วยผู้ผลิตต่างชาติผลิตสินค้าเพื่อส่งไปสหรัฐฯ ผ่านเครือข่ายโรงงาน 18 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ตามแนวชายแดน

 

Jorge Gonzalez Henrichsen ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของบริษัท กล่าวว่าช่วงต้นปีแผนการลงทุนด้านการผลิตจำนวนมากถูกชะลอไว้ จนกว่าบริษัทต่างๆ จะมีความชัดเจนเรื่องระดับภาษีสำหรับเม็กซิโกและประเทศอื่นๆ จนกระทั่งวันที่ 2 เมษายน หรือที่ทรัมป์เรียกว่า ‘วันปลดปล่อย’ (Liberation Day) มาถึง

 

ในวันนั้น ประธานาธิบดียืนอยู่หน้าทำเนียบขาวพร้อมป้ายแสดงอัตราภาษีใหม่สำหรับเกือบทุกประเทศ แต่ ‘ยกเว้นเม็กซิโก’

 

Gonzalez Henrichsen กล่าวว่าเขาได้รับสายโทรศัพท์อย่างล้นหลามทันทีจากผู้ที่ต้องการกลับมาเริ่มโครงการผลิตในเม็กซิโกอีกครั้งหลังจากที่หยุดชั่วคราวเพราะความกังวลเรื่องภาษี ลูกค้าของเขาสรุปได้ว่าเม็กซิโกอยู่ในสถานะที่ดีกว่าคู่ค้าอื่นๆ ของสหรัฐฯ มาก รวมถึงคู่แข่งในเอเชีย

 

“จริงๆ แล้ว มันคือวันแห่งการปลดปล่อยสำหรับพวกเราด้วย” Gonzalez Henrichsen กล่าว

 

เม็กซิโกยังก้าวข้ามความกังวลเกี่ยวกับข้อตกลงสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA) ที่อาจกลายเป็น ‘ข้อตกลงซอมบี้’ (ข้อตกลงที่ยังมีอยู่แต่ถูกลดทอนความสำคัญด้วยการเก็บภาษีฝ่ายเดียว) ปัจจุบัน สินค้าส่งออกเกือบ 85% ของเม็กซิโกยังคงปลอดภาษีภายใต้ USMCA

 

ประธานาธิบดีคลอเดีย เชนบอม ของเม็กซิโกทำงานอย่างหนักเพื่อเจรจากับทรัมป์และรับมือกับการใช้การค้าเป็นเครื่องต่อรองในประเด็นที่ไม่ใช่เศรษฐกิจ เธอเข้มงวดการปราบปรามยาเสพติดชายแดน ส่งตัวหัวหน้าแก๊งค้ายาที่สหรัฐฯ ต้องการตัว และเก็บภาษี 50% กับรถยนต์และสินค้าจีน เพื่อลดแรงกดดันจากคำขู่เรื่องภาษีที่รุนแรงกว่าของสหรัฐฯ

 

“เม็กซิโกเข้าหาความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ในทางที่สร้างสรรค์มาก” Exum จาก Gramercy กล่าว

 

Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าวว่าเม็กซิโกสามารถช่วงชิงส่วนแบ่งได้ประมาณ 25% ของการลดดุลการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน การเปลี่ยนแปลงนี้แสดงให้เห็นถึง ‘บทบาทสำคัญที่เม็กซิโกมีต่อความพยายามสร้างความยืดหยุ่นในห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐฯ’

 

เม็กซิโกแซงหน้าจีนขึ้นเป็นผู้จัดหาสินค้าต่างประเทศรายใหญ่ที่สุดให้แก่สหรัฐฯ ในปี 2023 และกลายเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดด้วย เนื่องจากการบูรณาการการผลิตในภูมิภาคที่ลึกซึ้ง และมีแรงงานวัยหนุ่มสาวจำนวนมากที่มีต้นทุนต่ำ

 

ปัจจัยอื่นๆ ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้เม็กซิโก ความใกล้ชิดกับตลาดสหรัฐฯ ช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้า เช่น รถยนต์ Luis de la Calle ซึ่งเคยอยู่ในทีมเจรจาข้อตกลง NAFTA ของเม็กซิโกกล่าวว่า “ระดับการบูรณาการนั้นสูงมากจนต้นทุนของการยกเลิก USMCA จะมหาศาล”

 

Antonio Ortiz-Mena ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ AOM Advisors กล่าวว่าหลายบริษัทคาดว่าความไม่แน่นอนของการค้าโลกจะยืดเยื้อ แต่เม็กซิโกและแคนาดามีแนวโน้มที่จะมีอัตราภาษีเฉลี่ยต่ำกว่าส่วนที่เหลือของโลกต่อไป ซึ่งช่วยลดความไม่แน่นอนในขณะที่ข้อตกลง USMCA จะมีการทบทวนในปี 2026

 

การส่งออกอุปกรณ์ประมวลผลข้อมูลของเม็กซิโกเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในปีนี้ โดยได้แรงหนุนจากการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (Data Centers) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในสหรัฐฯ Gonzalez Henrichsen จาก The Nearshore Co. ยกตัวอย่างลูกค้าสหรัฐฯ รายหนึ่งที่เริ่มผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าสำหรับศูนย์ข้อมูลในเม็กซิโกเมื่อปี 2019 ด้วยโรงงาน 1 แห่งและพนักงาน 18 คน ปัจจุบันมีโรงงาน 4 แห่งและพนักงาน 600 คน และคาดว่าจะจ้างเพิ่มอีก 1,000 คนในปีหน้า

 

“เรายังไม่เห็นลูกค้าของเราปิดกิจการและย้ายกลับไปสหรัฐฯ เลย” Ortiz-Mena กล่าวทิ้งท้าย

 

ภาพ: David Wall/Getty Images

อ้างอิง:

The post เม็กซิโกกลายเป็นผู้ชนะแบบไม่คาดคิด หลังยอดส่งออกไปสหรัฐฯ พุ่งสูงหลังทรัมป์ขึ้นภาษีทั่วโลก จากการเข้าไปแทนที่สินค้าจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เม็กซิโกสั่งอายัดบัญชี ‘ราอูล’ ประธานมิสยูนิเวิร์ส ระหว่างสอบสวนมีเอี่ยวขบวนการอาชญากรรม https://thestandard.co/mexico-miss-universe-organized-crime-probe/ Sun, 07 Dec 2025 05:24:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1151999 เม็กซิโกสั่งอายัดบัญชี ‘ราอูล’ ประธานมิสยูนิเวิร์ส ระหว่างสอบสวนมีเอี่ยวขบวนการอาชญากรรม

สำนักงานปราบปรามการฟอกเงินของเม็กซิโกอายัดบัญชีธนาคาร ‘ […]

The post เม็กซิโกสั่งอายัดบัญชี ‘ราอูล’ ประธานมิสยูนิเวิร์ส ระหว่างสอบสวนมีเอี่ยวขบวนการอาชญากรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เม็กซิโกสั่งอายัดบัญชี ‘ราอูล’ ประธานมิสยูนิเวิร์ส ระหว่างสอบสวนมีเอี่ยวขบวนการอาชญากรรม

สำนักงานปราบปรามการฟอกเงินของเม็กซิโกอายัดบัญชีธนาคาร ‘ราอูล โรชา คันตู’ ประธานและเจ้าของร่วมองค์กรมิสยูนิเวิร์ส นักธุรกิจชาวเม็กซิกันในเม็กซิโก ระหว่างสอบสวนคดีอาชญากรรม ค้ายาเสพติด เชื้อเพลิง และค้าอาวุธ

 

วันที่ 6 ธ.ค. รายงานข่าว AP ระบุว่า หน่วยข่าวกรองทางการเงินของประเทศ (The country’s Financial Intelligence Unit) ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลการปราบปรามการฟอกเงิน ได้อายัดบัญชีธนาคารของราอูล โรชา คันตู นักธุรกิจชาวเม็กซิกันในเม็กซิโก

 

การดำเนินคดียิ่งตอกย้ำข้อถกเถียงที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ขององค์กรมิสยูนิเวิร์ส เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังศาลในประเทศไทยได้ออกหมายจับเจ้าของร่วมชาวไทยขององค์กรมิสยูนิเวิร์ส ในคดีฉ้อโกง และการประกวดมิสเม็กซิโก ฟาติมา บอช ผู้ชนะในปีนี้ ก็ถูกกล่าวหาว่าทุจริต

 

ทั้งนี้ องค์กรมิสยูนิเวิร์สไม่ได้ตอบกลับความเห็นเกี่ยวกับข้อกล่าวหาต่อราอูล ในทันที
อย่างไรก็ตาม อัยการรัฐบาลกลางของเม็กซิโกกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ราอูล โรชา คันตู อยู่ระหว่างการสอบสวนหลังถูกกล่าวหาในข้อหาก่ออาชญากรรม รวมถึงการค้ายาเสพติดและอาวุธ และการขโมยน้ำมันเชื้อเพลิง

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

 

เมื่อเดือนที่แล้ว ผู้พิพากษารัฐบาลกลางได้ออกหมายจับ 13 หมายสำหรับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ รวมถึงนักธุรกิจชาวเม็กซิกันผู้นี้ ซึ่งบริษัท Legacy Holding Group USA ของเขาถือหุ้นมิสยูนิเวิร์ส 50% ส่วนอีก 50% ขององค์กรนั้น เป็นของ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

 

ราอูล โรชา คันตู ยังเป็นเจ้าของร่วมของคาสิโนรอยัลในเมืองมอนเตร์เรย์ ทางตอนเหนือของเม็กซิโก เมื่อถูกกลุ่มมือปืนบุกเข้าไป ราดน้ำมันเบนซิน และจุดไฟเผาในปี 2554 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 52 คน

 

ภาพ: Hector Vivas / Getty images

อ้างอิง: https://apnews.com/article/mexico-miss-universe-organized-crime-probe-68da9ec3acfb656446b901df2306f152

The post เม็กซิโกสั่งอายัดบัญชี ‘ราอูล’ ประธานมิสยูนิเวิร์ส ระหว่างสอบสวนมีเอี่ยวขบวนการอาชญากรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Fatima Bosch จากประเทศเม็กซิโก คว้ามงกุฎจักรวาล Miss Universe 2025 https://thestandard.co/fatima-bosch-miss-universe-2025/ Fri, 21 Nov 2025 04:28:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1145737 Fatima Bosch จากประเทศ **เม็กซิโก** คว้ามงกุฎจักรวาล Miss Universe 2025

Fatima Bosch สาวงามจากประเทศเม็กซิโก คว้ารางวัลชนะเลิศ […]

The post Fatima Bosch จากประเทศเม็กซิโก คว้ามงกุฎจักรวาล Miss Universe 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Fatima Bosch จากประเทศ **เม็กซิโก** คว้ามงกุฎจักรวาล Miss Universe 2025

Fatima Bosch สาวงามจากประเทศเม็กซิโก คว้ารางวัลชนะเลิศ Miss Universe 2025 และกลายเป็นผู้ครอบครองมงกุฎจักรวาลในการประกวดครั้งที่ 74 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2025 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี

 

สำหรับ Fatima Bosch จากประเทศเม็กซิโก มาพร้อมความตั้งใจที่จะส่งเสริมความเป็นตัวเอง โดยไม่โฟกัสไปกับเรื่อง Beauty Standard ซึ่งเธอสามารถตอบคำถามในรอบ 5 คนสุดท้ายได้อย่างชนะใจคณะกรรมการ และคว้ามงกุฎแห่งจักรวาลไปครองได้สำเร็จ

 

ในด้านของ วีนา ปวีนา ตัวแทนสายสะพายจากประเทศไทย ก็ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสุดความสามารถพร้อมผลงานที่น่าประจักษ์ และได้รับตำแหน่ง รองอันดับหนึ่ง Miss Universe 2025

 

ภาพ: AIS Play

The post Fatima Bosch จากประเทศเม็กซิโก คว้ามงกุฎจักรวาล Miss Universe 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่ม Gen Z เดินขบวนประท้วงใหญ่ในเม็กซิโก ต่อต้านรัฐบาล-ปัญหาอาชญากรรม https://thestandard.co/gen-z-mexico-protest-crime/ Sun, 16 Nov 2025 08:01:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1143913 กลุ่ม Gen Z เดินขบวนประท้วงใหญ่ใน เม็กซิโก ต่อต้านรัฐบาล-ปัญหาอาชญากรรม

ผู้ประท้วงหลายพันคนโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน Gen Z เดินขบวนปร […]

The post กลุ่ม Gen Z เดินขบวนประท้วงใหญ่ในเม็กซิโก ต่อต้านรัฐบาล-ปัญหาอาชญากรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่ม Gen Z เดินขบวนประท้วงใหญ่ใน เม็กซิโก ต่อต้านรัฐบาล-ปัญหาอาชญากรรม

ผู้ประท้วงหลายพันคนโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน Gen Z เดินขบวนประท้วงใหญ่ในกรุงเม็กซิโกซิตี้และหลายเมืองสำคัญ เพื่อต่อต้านรัฐบาลของประธานาธิบดี เคลาเดีย ไชน์บัม และปัญหาอาชญากรรมรุนแรง

 

การชุมนุมครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มพลเมืองและนักเคลื่อนไหวที่ประท้วงการสังหารบุคคลสำคัญหลายกรณี ซึ่งรวมถึงการลอบสังหาร การ์ลอส แมนโซ นายกเทศมนตรีเมืองอูรูอาปัน เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ โดยแมนโซเป็นผู้ที่เรียกร้องให้มีการดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับกลุ่มอาชญากรรมค้ายาเสพติด (Cartels) ในเม็กซิโก

 

ผู้ประท้วงได้ชูป้ายที่มีข้อความว่า ‘เราทุกคนคือคาร์ลอส แมนโซ’ โดยแมนโซถูกยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ขณะเข้าร่วมเทศกาลวันแห่งความตาย เขาเป็นที่รู้จักจากการพูดอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับความรุนแรงของกลุ่มอาชญากรรมและเรียกร้องให้มีการดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับสมาชิกกลุ่มค้ายาติดอาวุธ

 

ประธานาธิบดีไชน์บัมดำเนินการต่อต้านกลุ่มอาชญากรรม แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่เห็นด้วยกับการเรียกร้องให้เปิดสงครามยาเสพติดเต็มรูปแบบอีกครั้ง เนื่องจากความพยายามก่อนหน้านี้โดยผู้นำคนก่อนๆ มักจบลงด้วยการนองเลือด

 

ไชน์บัมยังคงมีคะแนนความนิยมสูงกว่าร้อยละ 70 ในปีแรกของการดำรงตำแหน่ง และมีความคืบหน้าในการปราบปรามการลักลอบค้าสารเฟนทานิล ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญสำหรับโดนัลด์ ทรัมป์ แต่เธอถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ล้มเหลวในการยุติความรุนแรง ที่ครอบคลุมประเทศ และกำลังเผชิญกับการเป็นปรปักษ์ที่เพิ่มขึ้นจากประเทศเพื่อนบ้าน

 

เมื่อต้นพฤศจิกายนนี้ รัฐสภาของเปรูได้ลงมติให้ประกาศว่า ไชน์บัมเป็น บุคคลที่ไม่พึงปรารถนา (Persona Non Grata) หรือไม่เป็นที่ต้อนรับในประเทศเปรู การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่เปรูตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับเม็กซิโก เนื่องจากรัฐบาลเม็กซิโกให้สิทธิลี้ภัยแก่ อดีตนายกรัฐมนตรีเปรู ซึ่งกำลังเผชิญข้อกล่าวหาคดีพยายามก่อรัฐประหารในปี 2022

 

ภาพ: Toya Sarno Jordan / Reuters

 

กลุ่ม Gen Z เดินขบวนประท้วงใหญ่ในเม็กซิโก ต่อต้านรัฐบาล-ปัญหาอาชญากรรม 1

ภาพ: Luis Cortes / Reuters

 

กลุ่ม Gen Z เดินขบวนประท้วงใหญ่ในเม็กซิโก ต่อต้านรัฐบาล-ปัญหาอาชญากรรม 2

ภาพ: Luis Cortes / Reuters

 

กลุ่ม Gen Z เดินขบวนประท้วงใหญ่ในเม็กซิโก ต่อต้านรัฐบาล-ปัญหาอาชญากรรม 3

ภาพ: Jose Luis Gonzalez / Reuters

 

กลุ่ม Gen Z เดินขบวนประท้วงใหญ่ใน เม็กซิโก ต่อต้านรัฐบาล-ปัญหาอาชญากรรม 4

ภาพ: Luis Cortes / Reuters

 

อ้างอิง:

The post กลุ่ม Gen Z เดินขบวนประท้วงใหญ่ในเม็กซิโก ต่อต้านรัฐบาล-ปัญหาอาชญากรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซิ้งสนั่นเม็กซิโก! Thai Festival ฉลองสัมพันธ์ครบ 50 ปี คนร่วมงานนับหมื่น https://thestandard.co/thai-festival-mexico-grand-success/ Fri, 15 Aug 2025 10:28:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1107809

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเม็กซิโก จัดงาน ‘Thai Festival’ […]

The post เซิ้งสนั่นเม็กซิโก! Thai Festival ฉลองสัมพันธ์ครบ 50 ปี คนร่วมงานนับหมื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเม็กซิโก จัดงาน ‘Thai Festival’ ณ ศูนย์ศิลปะแห่งชาติเม็กซิโก เมื่อวันที่ 9-10 สิงหาคมที่ผ่านมา ดึงดูดผู้เข้าร่วมงานตลอด 2 วันทะลุหมื่นคน สร้างปรากฏการณ์เทศกาลไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจัดในเม็กซิโก พร้อมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เม็กซิโกอย่างยิ่งใหญ่

 

ไฮไลต์บนเวทีเริ่มจากศิลปินหมอลำร่วมสมัย ‘Molam Idol’ ขนเพลงจังหวะเร้าใจเสิร์ฟชาวเม็กซิโกให้เซิ้งกันต่อเนื่องกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนส่งต่อความสนุกให้กับศิลปิน T-Pop ‘JRBubblegum’ ที่มีแฟนคลับมาร่วมร้องและเต้นจนแน่นพื้นที่การแสดง นอกจากโชว์บนเวทีแล้ว ผู้ชมยังได้ร่วมกิจกรรมแบบมีส่วนร่วมเต็มที่ ทั้งการประกวด T-Pop Cover Dance ครั้งแรกในเม็กซิโก เวิร์กช็อปวาดและระบายสีหน้ากากมวยปล้ำ Lucha Libre ด้วยลายไทย การแข่งขันทำส้มตำ และการแสดงมวยไทยจากนักชกชาวเม็กซิโกร่วมร้อยชีวิต

 

อีกหนึ่งสีสันของงานคือ การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะโดยศิลปินสตรีทอาร์ตชาวไทย ‘TRK’ ที่ผสมผสานลวดลายและสัญลักษณ์จากทั้งไทยและเม็กซิโกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว สะท้อนสายสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศผ่านศิลปะร่วมสมัย

 

ภายในงานยังมีบูธกว่า 20 บูธ จากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และชุมชนไทยในเม็กซิโก เช่น บูธส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยโดย ททท. บูธ Thai Select ของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ และซุ้มจำหน่ายอาหาร-หัตถกรรมไทย ซึ่งทุกบูธได้รับความสนใจจนแน่นขนัดตลอด 2 วัน

 

งานครั้งนี้ตอกย้ำพลัง Soft Power ไทยที่กำลังมาแรงในเม็กซิโก และสะท้อนว่ากระแสความนิยมในวัฒนธรรมไทยสามารถสร้างอิมแพ็กต์ได้อย่างชัดเจน แม้สองประเทศจะอยู่ห่างกันครึ่งโลก แต่เม็กซิโกก็เป็นอีกหนึ่งตลาดสำคัญของไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคต

 

ตลอดเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตฯ จัดกิจกรรมส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์อย่างต่อเนื่องในหลายมิติ และงานนี้ถือเป็นกิจกรรมใหญ่ที่สุดแห่งปี ที่รวบรวมทุกแขนงที่สถานทูตฯ เคยนำเสนอไว้ มาบรรจบกันอย่างครบถ้วนในงานเดียว สร้างความประทับใจและเสียงเรียกร้องให้สถานเอกอัครราชทูตฯ จัดงานนี้ขึ้นอีก

 

Thai Festival เม็กซิโก Thai Festival เม็กซิโก Thai Festival เม็กซิโก Thai Festival เม็กซิโก Thai Festival เม็กซิโก Thai Festival เม็กซิโก Thai Festival เม็กซิโก Thai Festival เม็กซิโก Thai Festival เม็กซิโก

 

ภาพ: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเม็กซิโก

 

อ้างอิง: 

  • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเม็กซิโก

The post เซิ้งสนั่นเม็กซิโก! Thai Festival ฉลองสัมพันธ์ครบ 50 ปี คนร่วมงานนับหมื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์สั่งเก็บภาษี 30% สินค้าจาก ‘ยุโรป-เม็กซิโก’ ดีเดย์ 1 ส.ค. นี้ ฟาก ‘สหภาพยุโรป’ ขู่ตอบโต้ https://thestandard.co/trump-import-tariff-eu-mexico/ Sun, 13 Jul 2025 05:13:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1095881 โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามนโยบายขึ้นภาษีในทำเนียบขาว

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขยายสงครามการค้าครั้ง […]

The post ทรัมป์สั่งเก็บภาษี 30% สินค้าจาก ‘ยุโรป-เม็กซิโก’ ดีเดย์ 1 ส.ค. นี้ ฟาก ‘สหภาพยุโรป’ ขู่ตอบโต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามนโยบายขึ้นภาษีในทำเนียบขาว

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขยายสงครามการค้าครั้งใหม่ โดยประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (12 กรกฎาคม) ว่า สหรัฐฯ จะบังคับใช้ กำแพงภาษีในอัตรา 30% ต่อสินค้านำเข้าจาก สหภาพยุโรป (EU) และเม็กซิโก โดยจะมีผลบังคับใช้พร้อมกันในวันที่ 1 สิงหาคมนี้

 

ทรัมป์ได้เปิดเผยอัตราภาษีใหม่นี้ผ่านจดหมายที่ส่งตรงถึง เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และคลอเดีย เชนบาม ประธานาธิบดีเม็กซิโก ซึ่งเขาได้นำจดหมายดังกล่าวมาโพสต์บน Truth Social แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของตนเอง

 

ในจดหมายถึงผู้นำเม็กซิโก ทรัมป์ระบุว่า “เม็กซิโกได้ช่วยผมในการรักษาความปลอดภัยชายแดน แต่สิ่งที่เม็กซิโกทำนั้นยังไม่เพียงพอ”

 

สำหรับสหภาพยุโรป ทรัมป์ระบุในจดหมายว่า สหรัฐฯ จะไม่เก็บภาษีดังกล่าว หากกลุ่มประเทศสมาชิกทั้ง 27 ชาติ “หรือบริษัทภายใน EU ตัดสินใจที่จะสร้างหรือผลิตสินค้าภายในสหรัฐฯ” 

 

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุอีกว่าหาก EU หรือเม็กซิโกตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีที่สูงขึ้น “ไม่ว่าคุณจะเลือกขึ้นภาษีเป็นตัวเลขเท่าใด ตัวเลขนั้นจะถูกบวกเพิ่มเข้าไปในอัตรา 30% ที่เราเรียกเก็บ”

 

การประกาศครั้งนี้สร้างความผิดหวังให้กับ EU อย่างยิ่ง เนื่องจากก่อนหน้านี้ EU พยายามเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเป็นอย่างน้อย เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นเป้าหมายของมาตรการกำแพงภาษีวงกว้างจากทรัมป์

 

ผลกระทบวงกว้างต่อ 1 ใน 3 ของสินค้านำเข้าสหรัฐฯ

สหภาพยุโรปและเม็กซิโกถือเป็นคู่ค้าที่สำคัญอย่างยิ่งของสหรัฐฯ โดยข้อมูลจากสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ระบุว่า ในปี 2565 สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าจาก EU คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 5.53 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่การนำเข้าจากเม็กซิโกมีมูลค่าประมาณ 4.548 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งหมายความว่าคู่ค้าทั้งสองกลุ่มนี้ คิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 3 ของการนำเข้าทั้งหมดของสหรัฐฯ

 

เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ทันทีว่า “การเก็บภาษี 30% ต่อสินค้าส่งออกของ EU จะเป็นการทำลายห่วงโซ่อุปทานข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกที่จำเป็น ซึ่งจะส่งผลเสียต่อธุรกิจ ผู้บริโภค และผู้ป่วยทั้งสองฝั่ง” 

 

อย่างไรก็ตาม เธอย้ำว่า EU ยังคงพร้อมที่จะทำงานต่อไปเพื่อบรรลุข้อตกลงภายในวันที่ 1 สิงหาคม แต่ในขณะเดียวกัน “เราจะดำเนินทุกขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของ EU ซึ่งรวมถึงการใช้มาตรการตอบโต้ที่สมส่วนหากจำเป็น”

 

ด้านรัฐบาลเม็กซิโกออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ ระบุว่าคณะผู้แทนได้เข้าพบเจ้าหน้าที่การค้าของสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (11 กรกฎาคม) เพื่อจัดตั้งคณะทำงานถาวรสำหรับหารือประเด็นสำคัญต่างๆ และได้รับแจ้งในที่ประชุมว่าจะมีการบังคับใช้ภาษีใหม่ในวันที่ 1 สิงหาคม “เราได้แจ้งในที่ประชุมว่านี่เป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมและเราไม่เห็นด้วย” แถลงการณ์ระบุ 

 

การส่งจดหมายเจาะจงรายประเทศ/กลุ่มประเทศในครั้งนี้ ซึ่งมีรายงานว่าทรัมป์ได้ส่งจดหมายลักษณะคล้ายกันไปยังคู่ค้าอีก 23 รายในสัปดาห์นี้ รวมถึง แคนาดา ญี่ปุ่น และบราซิล โดยกำหนดอัตราภาษีตั้งแต่ 20% ถึง 50% จึงเป็นแนวทางใหม่ที่ดูเหมือนจะเน้นการเจรจาเป็นรายกรณีมากขึ้น

 

สถานการณ์ล่าสุดตอกย้ำว่าทรัมป์กำลังเดินหน้าใช้นโยบายภาษีอย่างเต็มกำลัง โดยก่อนหน้านี้ในวันพฤหัสบดี (10 กรกฎาคม) เขาได้ให้สัมภาษณ์กับ NBC News ว่ามีแผนจะปรับขึ้นอัตราภาษีพื้นฐานทั่วโลก (Global Baseline Rate) ให้สูงถึง 20% สำหรับประเทศที่ยังไม่มีข้อตกลง ทำให้เส้นตายวันที่ 1 สิงหาคมนี้ กลายเป็นวันที่ทั่วโลกต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดถึงทิศทางของสงครามการค้าครั้งใหม่

 

อ้างอิง:

The post ทรัมป์สั่งเก็บภาษี 30% สินค้าจาก ‘ยุโรป-เม็กซิโก’ ดีเดย์ 1 ส.ค. นี้ ฟาก ‘สหภาพยุโรป’ ขู่ตอบโต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>