MCM Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/mcm/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 04 Jul 2025 03:17:49 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 MCM x BUTTERBEAR คอลเล็กชันพิเศษที่มีขายในประเทศไทยเท่านั้น https://thestandard.co/mcm-x-butterbear/ Fri, 04 Jul 2025 03:17:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1092745

MCM ได้จับมือกับ Butterbear ร่วมออกคอลเล็กชันพิเศษ “MCM […]

The post MCM x BUTTERBEAR คอลเล็กชันพิเศษที่มีขายในประเทศไทยเท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>

MCM ได้จับมือกับ Butterbear ร่วมออกคอลเล็กชันพิเศษ “MCM × Butterbear” Thailand Limited Edition ภายใต้แนวความคิด “Global Brand with Local Soul” โดยได้นำเสนอการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างเอกลักษณ์ลวดลายวิเซโต้โมโนแกรม (Visetos Monogram) ซิกเนเจอร์ของ MCM กับความน่ารักของคาแรกเตอร์ น้องเนย จาก Butterbear ซึ่งมีไอเทมเด่นเป็นกระเป๋า Toni Top Zip Shopper สีน้ำตาลที่มาใน 2 ไซซ์ ได้แก่ ไซซ์มินิ (Mini) และไซซ์เล็ก (Small) เหมาะไปเติมเต็มลุคได้ในหลากหลายโอกาส รวมถึงเสื้อยืดพิมพ์ลวดลายคาแรกเตอร์ MCM x Butterbear ไอเทมยูนิเซ็กส์ที่มาในโทนสีขาวและสีดำบนเนื้อผ้าที่สวมใส่สบาย สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ได้ทั้งกับกระโปรงหรือกางเกง 

 

คอลเล็กชัน “MCM × Butterbear” Thailand Limited Edition จะจัดจำหน่ายเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น โดยภายในงานเปิด ณ ICONSIAM ก็มี เบ็คกี้-รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง และแจ๊คกี้-จักริน กังวานเกียรติชัย มาร่วมด้วย

 

 

ภาพ: MCM

The post MCM x BUTTERBEAR คอลเล็กชันพิเศษที่มีขายในประเทศไทยเท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
MCM x TANGIBLE CAFE โปรเจกต์พิเศษที่ไม่ใช่แค่การแต่งร้านใหม่ แต่มีเมนูพิเศษด้วย https://thestandard.co/life/mcm-x-tangible-cafe/ Thu, 24 Aug 2023 08:52:36 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=833349 MCM x TANGIBLE

สายแฟที่ชอบคาเฟ่ฮอปปิ้งพลาดไม่ได้แล้วนะ   ถ้าใครเค […]

The post MCM x TANGIBLE CAFE โปรเจกต์พิเศษที่ไม่ใช่แค่การแต่งร้านใหม่ แต่มีเมนูพิเศษด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
MCM x TANGIBLE

สายแฟที่ชอบคาเฟ่ฮอปปิ้งพลาดไม่ได้แล้วนะ

 

ถ้าใครเคยไปร้าน TANGIBLE จะรู้กันดีว่าร้านนี้มักจะตกแต่งร้านใหม่ตลอดเวลา แต่ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ร้านสร้างความแปลกใจให้กับสายคาเฟ่ฮอปปิ้งไม่น้อย เพราะครั้งนี้ร้านได้เปลี่ยนคาเฟ่ให้ดูคูลแบบ MCM แบรนด์เครื่องหนังที่วัยรุ่นฮิตกันสุดๆ

 

โดยคอนเซปต์การร่วมมือกันในครั้งนี้คือ MCM Maxi Cafe เอาลาย Maxi Monogram ยอดฮิตมาอยู่ในส่วนประกอบต่างๆ ของร้าน และยังมีจุดถ่ายรูปหลายๆ จุดของร้านที่เกิดขึ้นภายใต้คอนเซปต์นี้ 

 

 

และสิ่งที่พลาดไม่ได้เลยคือเมนูพิเศษที่มีเครื่องดื่ม 2 ชนิด ได้แก่ MCM Hazelnut Mocha (185 บาท) กาแฟมอคค่าที่มีความละมุน ดื่มง่าย และมีความหอมฟองนมวานิลลาเฮเซลนัท แต่ถ้าใครไม่ชอบดื่มกาแฟ แนะนำ MCM Vanilla Tonic (185 บาท) เป็นเมนูสำหรับคนชอบความสดชื่น มีกลิ่นหอมวานิลลาและเลมอนโทนิก 

 

นอกจากเครื่องดื่มแล้วยังมีขนมอีก 2 ชนิด คือ MCM Diamond Cake (220 บาท) มูสช็อกโกแลตทรงไดมอนด์ที่ข้างในเป็นไส้ราสป์เบอร์รี และ Cognac Caramel Log (185 บาท) ครัวซองต์ทรงกลมไส้คาราเมล 

 

 

ใครที่อยากมาถ่ายรูปพร้อมกับชิมเมนูพิเศษก็มาได้ตั้งแต่วันนี้ – 2 ตุลาคม 2566

 

MCM x TANGIBLE CAFE 

Open: เปิดทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น.

Address: เจริญกรุง 82

Facebook: Tangible

Budget: 185-220 บาท

Map:

 

 

 

ภาพ: MCM

The post MCM x TANGIBLE CAFE โปรเจกต์พิเศษที่ไม่ใช่แค่การแต่งร้านใหม่ แต่มีเมนูพิเศษด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สัมภาษณ์ Kim Sung Joo หญิงแกร่งผู้โดนตัดขาดด้านทรัพย์สินจากตระกูลดังของเกาหลีใต้ ก่อนสามารถเข้าซื้อแบรนด์ MCM ด้วยตัวเอง https://thestandard.co/kim-sung-joo-mcm/ Tue, 12 Jul 2022 10:34:52 +0000 https://thestandard.co/?p=653118 Kim Sung Joo

หากต้องสิสต์รายชื่อผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในแวดวงแฟช […]

The post สัมภาษณ์ Kim Sung Joo หญิงแกร่งผู้โดนตัดขาดด้านทรัพย์สินจากตระกูลดังของเกาหลีใต้ ก่อนสามารถเข้าซื้อแบรนด์ MCM ด้วยตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kim Sung Joo

หากต้องสิสต์รายชื่อผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในแวดวงแฟชั่น ชื่อของ Kim Sung Joo ก็ต้องติดอยู่ในอันดับต้นๆ ร่วมกับ Anna Wintour, Miuccia Prada, Stella McCartney และ Diane Von Furstenberg ฯลฯ เพราะเธอคือผู้หญิงเอเชียคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถซื้อกิจการแบรนด์ลักชัวรีอย่าง MCM มาได้เมื่อปี 2005 โดยทุกวันนี้ Kim Sung Joo ยังคงดำรงตำแหน่ง Chief Visionary Officer ของ MCM พร้อมผลักดันให้เป็นหนึ่งในแบรนด์หมวด ‘New School Luxury’ ที่ประสบความสำเร็จสูงสุด และใกล้จะแตะยอดขายหลักพันล้านดอลลาร์ต่อปีกับ 700 จุดขาย และ 200 ร้านค้าทั่วโลก

 

ล่าสุด THE STANDARD POP มีโอกาสสัมภาษณ์ Kim Sung Joo ที่กรุงเทพฯ หลังเธอเดินทางมาร่วมงานของ MCM และเป็นหนึ่งในสปีกเกอร์หลักของงาน Global Summit of Women ที่มีผู้หญิงกว่า 600 คน จาก 70 ประเทศมารวมตัวกัน โดย Kim Sung Joo ได้พูดคุยกับเราทั้งเรื่องธุรกิจ สิ่งที่เธอเรียนรู้จากสถานการณ์โควิด ประเด็นเรื่องความยั่งยืน การช่วยเหลือสังคม อนาคตของ MCM และย้อนกลับไปตั้งแต่โมเมนต์ที่เธอตัดสินใจปฏิเสธการแต่งงานแบบคลุมถุงชนจากพ่อแม่และโดนตัดขาดด้านการเงินทันที แม้จะมาจากหนึ่งในตระกูลระดับพันล้านของเกาหลีใต้ที่พ่อเป็นคนก่อตั้งอย่างบริษัท Daesung Group 

 

Kim Sung Joo

Kim Sung Joo, Billie Eilish และ LL Cool J

 

ย้อนกลับไปตั้งแต่ต้น เส้นทางในวงการแฟชั่นของคุณเริ่มได้อย่างไร

 

ถือว่าเป็นเรื่องที่ส่วนตัวมาก เพราะถึงแม้ฉันจะมาจากครอบครัวที่พ่อ (Kim Soo Keon) ก่อตั้งหนึ่งในบริษัทพลังงานที่ยิ่งใหญ่สุดในเกาหลีใต้ (Daesung Group) แต่เหมือนในหลายสังคมทั่วโลก บทบาทของผู้หญิงมักจะถูกด้อยค่า และคนที่จะมาสานต่อธุรกิจพันล้านก็ต้องเป็นผู้ชาย ซึ่งฉันในฐานะลูกคนเล็กในครอบครัวที่มีพี่น้อง 6 คน ก็คิดว่าวงการแฟชั่นน่าจะเป็นอะไรที่ง่ายที่สุด เพื่อที่จะได้ทำอะไรเป็นของตัวเอง และฉันเองก็มีแพสชันสำหรับวงการนี้อยู่แล้วด้วย แต่มันไม่ง่ายเหมือนที่คิด

 

หลังจากที่ฉันกลับมาจากการเรียนปริญญาตรี สาขาสังคมวิทยา ที่อเมริกา ฉันปฏิเสธการแต่งงานแบบคลุมถุงชนจากพ่อแม่ ซึ่งพ่อก็ตัดขาดด้านการเงินกับฉันทันที ฉันจึงกลับไปอเมริกาและหางานทำเองเพื่อให้อยู่รอดที่ห้าง Bloomingdale’s นิวยอร์ก ซึ่งตอนนั้นโด่งดังมาก ฉันได้อยู่แผนก Planning พร้อมทำงานกับซีอีโอ Marvin Traub ซึ่งการได้ทำงานที่ Bloomingdale’s ในฐานะชาวต่างชาติ ถือว่าเป็นเหมือนการเข้าค่ายฝึกซ้อมของวงการแฟชั่นที่โหดมาก

 

ต่อมาในปี 1990 ฉันตัดสินใจกลับเกาหลีใต้และก่อตั้งบริษัท Sung Joo International ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตลาดเอเชียเริ่มเปิด และหลายแบรนด์แฟชั่นยักษ์ใหญ่ก็สนใจมาลงทุนในประเทศอย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น โดยมีหลายแบรนด์ติดต่อมาหาฉันเพื่อให้เป็นตัวแทนจัดจำหน่าย ตอนนั้นฉันเริ่มด้วย Gucci เป็นแบรนด์แรก ก่อนที่จะขยายมาดูแลแบรนด์ Sonia Rykiel, Yves Saint Laurent และ Marks & Spencer ช่วงที่บูมสุดๆ

 

Kim Sung Joo

ร้าน MCM ที่ Beverly Hills 

 

อะไรทำให้คุณตัดสินใจซื้อ MCM เมื่อปี 2005

 

ประมาณปี 1992 ทาง MCM ติดต่อให้ฉันเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายสินค้าเหมือนกัน แต่ฉันมองว่าการที่แบรนด์ลักชัวรีจากประเทศเยอรมนีอย่าง MCM จะมาบุกตลาดในตอนนั้นน่าจะยากมาก เพราะคุณต้องต่อสู้กับตลาดของปลอม ตอนนั้นฉันจึงเสนอขอเป็น Licensee คนแรกๆ ของ MCM และขอซื้อชื่อแบรนด์มาผลิตสินค้าเองที่เกาหลีใต้ เพราะราคาจะถูกลง แต่คุณภาพสินค้ายังพรีเมียมอยู่ และเราจะต่อสู้กับตลาดของก๊อบปี้ได้ ซึ่งเขาก็ยอม

 

แต่เหตุผลที่ต่อมาฉันได้มีโอกาสซื้อแบรนด์ MCM เพราะประมาณปี 1997 ช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง ทางเจ้าของ MCM ที่เป็นชาวเยอรมันเริ่มมีปัญหาเหมือนกัน แม้แบรนด์กำลังอยู่ในจุดพีคและทำยอดขายสูงว่า Louis Vuitton ในอเมริกา ญี่ปุ่น และฮ่องกง ซึ่งตอนนั้นทางเจ้าของ MCM พยายามหลีกเลี่ยงภาษี (Tax Fraud) และรัฐบาลเยอรมนีเคร่งเครียดเรื่องนี้และลงโทษหนักมาก เจ้าของเลยขาย MCM ไปให้อีกคนที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่คนคนนั้นไม่มีประสบการณ์ด้านการบริหารแบรนด์ลักชัวรีเลย ทำให้ยอดตกลงเรื่อยๆ ฉันจึงไปเคาะประตูและบอกว่าแทนที่เขาจะฆ่ากิจการ MCM ไปทั้งหมด ขายมาให้ฉันเถอะ และฉันจะดูแลให้เอง ซึ่งเขาก็ยอม และถือว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ผู้หญิงชาวเอเชียสามารถซื้อแบรนด์ลักชัวรีของยุโรปมาดูแลเองได้แบบ 100%

 

Kim Sung Joo

Kim Sung Joo กับ Claudia Schiffer

 

17 ปีต่อมา กิจการของ MCM เป็นอย่างไรบ้าง?

 

ฉันตั้งใจที่จะสร้างทีมที่เป็นระดับ Global จริงๆ โดยตอนนี้เรามีพนักงานกว่า 1,500 คน จาก 40 สัญชาติ ใน 43 ประเทศ กับ 700 จุดขาย และ 200 ร้านของเราเอง ซึ่งเป็นอะไรที่ท้าทายมากและตื่นเต้นตลอดเวลา หากย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของ MCM เมื่อปี 1976 ต้องบอกว่าหลายคนคิดว่าประเทศเยอรมนีคงผลิตได้แค่รถลักชัวรีอย่างเดียว ไม่น่ามีแบรนด์แฟชั่นลักชัวรีได้ เพราะตอนนั้นแบรนด์แฟชั่นระดับนั้นมีแค่จากปารีส มิลาน และต่อมาที่นิวยอร์กเท่านั้น ซึ่งมาวันนี้ฉันคิดว่า MCM ได้ก้าวมาเป็นหนึ่งในผู้นำในหมวดของ ‘New Luxury’ ของวงการแฟชั่น นอกเหนือจากรากฐานที่เมืองมิวนิก เราก็เปิดสำนักงานที่เบอร์ลิน เมืองหลวงของเยอรมนี เพราะเป็นจุดศูนย์กลางใหม่ของวัฒนธรรม ดนตรี และศิลปะ รวมถึงเปิดสำนักงานที่โซล บ้านเกิดของฉันด้วย ซึ่ง K-Pop หรือ K-Beauty กำลังฮอตมากตอนนี้ และต่อไปลอสแอนเจลิสน่าจะเป็นที่ต่อไปที่เราจะไปเปิดออฟฟิศใหญ่ ซึ่งไม่ใช่เพราะเรื่องฮอลลีวูด แต่เพราะเป็นเมืองสำคัญด้านเทคโนโลยี โดยลูกค้ากว่า 65% ของ MCM คือจากกลุ่ม Millennial และ Gen Z ซึ่งคนกลุ่มนี้อยู่กับเทคโนโลยีตลอดเวลา

 

คุณเดินทางมากรุงเทพฯ ครั้งนี้เพราะเหตุผลอะไร?

 

อย่างที่ฉันบอกไปก่อนหน้านี้ ฉันเป็นผู้หญิงที่เคยถูกด้อยค่ามาก่อน แม้แต่ภายในครอบครัวของตัวเอง มาวันนี้ฉันอยากเป็นตัวอย่างให้คนได้เห็นถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่สามารถสร้างเส้นทางของตัวเองและสร้างประวัติศาสตร์ โดยสามารถเป็นเจ้าของหนึ่งในแบรนด์ลักชัวรีที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก

 

แต่ ‘เงิน’ หรือ ‘การมีอำนาจ’ ไม่ได้สำคัญสำหรับฉันไปมากกว่าการมี ‘พันธกิจ’ (Mission) และจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยเหลือสังคม และทำให้เห็นว่าพลังของผู้หญิงไม่ควรถูกทิ้งไป โดยฉันมากรุงเทพฯ ครั้งนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของงาน Global Summit of Women ที่จะมีผู้หญิงกว่า 600 คน จาก 70 ประเทศ มารวมตัวกัน ซึ่งฉันตื่นเต้นที่จะได้มาสอนคอร์สหนึ่ง และช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจสำหรับผู้หญิง (Economic Empowerment) บวกกับให้แง่คิดการเป็นผู้นำในยุคสมัยนี้ที่ผู้หญิงยังคงเจอความท้าทายมากมาย

 

Kim Sung Joo

Kim Sung Joo ที่งาน The Lady Garden Gala in aid of Silent No More Gynaecological Cancer Fund and Cancer Research ที่ลอนดอน

 

พูดได้ว่าคุณเป็นนักธุรกิจหญิงที่อยากช่วยเหลือผู้หญิงในสังคม?

 

ฉันมองว่ามันเป็นหน้าที่ของเราซึ่งเป็นนักธุรกิจที่ต้องช่วยเหลือสังคมด้วย ฉันมีองค์กรการกุศลของตัวเองชื่อ Sungjoo Foundation โดย 10% ของกำไรสุทธิ (Net Profit) ของ MCM เราบริจาคให้แก่องค์กร NGO มาแล้ว 50-60 องค์กร เพื่อช่วยเหลือผู้หญิงและเด็ก ซึ่งไม่ใช่แค่ในเกาหลีใต้ แต่รวมถึงเกาหลีเหนือด้วย เพราะเป้าหมายสุดท้ายในชีวิตของฉันก่อนจะเกษียณคือ การสร้างโรงพยาบาลและโรงเรียนหลายๆ แห่งสำหรับผู้ลี้ภัยจากเกาหลีเหนือ ซึ่งหลายคนถึงขั้นเสียชีวิตและไม่เคยได้รับการรักษาพยาบาลแบบถูกต้องมาทั้งชีวิต ฉันอยากจะช่วยตรงนี้ เหมือนที่เคยช่วยเหลือสังคมตอนเป็นประธานของสภากาชาดเกาหลีใต้เมื่อปี 2015-2017

 

Kim Sung Joo

ช่างผลิตกระเป๋าของ MCM

 

อีกหนึ่งประเด็นที่หลายแบรนด์ลักชัวรีต้องโฟกัสคือเรื่อง Sustainability ทาง MCM ให้ความสำคัญมากน้อยเพียงใด?

 

เรื่องความยั่งยืนเป็นอีกหนึ่งแพสชันของฉันเหมือนกัน ต้องยอมรับว่าวงการแฟชั่นส่งผลกระทบต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาลจากการทำลายและเผาสินค้า ฉันบอกทีม MCM แล้วว่า ถ้าเราไม่สามารถแก้ตรงนี้ได้ ฉันอยากปิดแบรนด์ไปเลยดีกว่า ซึ่งตอนนี้เราเปลี่ยนรูปแบบการผลิตสินค้าหลายอย่าง เช่น เปลี่ยนการใช้วัสดุ PVC เป็นหนัง PU แทน ถึงแม้จะทำให้กำไรเราลดน้อยลง หรือเลือกใช้วัสดุที่ย่อยได้มากขึ้น มีการใช้หนังรูปแบบใหม่ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้พวก Recycled Nylon และมีการทำ Upcycling นำเศษวัสดุต่างๆ ที่เหลือใช้มาสร้างสรรค์สินค้าอื่นๆ แทนที่จะต้องโยนทิ้งไป

 

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมากับสถานการณ์โควิด ทางคุณและแบรนด์ MCM ได้เรียนรู้อะไรบ้าง?

 

เราได้เรียนรู้ว่าการเป็น Survivor ถือว่าสำคัญมาก (หัวเราะ) โดยฉันขอยกอเมริกาเป็นตัวอย่างสำคัญ เพราะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีทั้งเรื่องการชุมนุม เหตุการณ์จลาจล หรือมีเหตุไฟป่าที่แคลิฟอร์เนีย แต่สิ่งที่เราเห็นคือรายได้กลับมากขึ้น 2 เท่า จากปีละ 100 ล้านดอลลาร์ เป็น 200 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทีมงานทุกคนพยายามมองบวก และฉันเองก็พยายามให้กำลังใจในทุกทางที่จะทำได้

 

นอกเหนือจากนั้น ช่วงสถานการณ์โควิดเราเรียนรู้ถึงบทบาทสำคัญของเทคโนโลยี ซึ่งเราต่อยอดและเสริมทัพให้แพลตฟอร์ม Omni-Channel ที่เราได้สร้างไว้สักพักใหญ่ เพื่อให้แข็งแกร่งขึ้นและสามารถเข้าหาลูกค้าได้ง่ายขึ้น

 

หรือที่ร้านค้าของ MCM เอง พนักงานของเราก็ไม่ยอมแพ้ เริ่มทำแฟชั่นโชว์ของตัวเองแบบสนุกๆ ในร้าน เพื่อดึงให้ลูกค้าเข้ามาในร้าน ซึ่งหลายครั้งก็ไม่ใช่แค่อยากจะขายของ แต่พวกเขาอยากให้กำลังใจคนอื่นๆ ด้วย

 

 

Kim Sung Joo ที่แฟชั่นโชว์ของ MCM ที่ลอนดอน

 

ในอนาคต MCM กำลังโฟกัสด้านอะไร

 

ตอนนี้ทีมของเราในนิวยอร์กที่ดูแลด้านดิจิทัลกำลังโฟกัสด้านการทำ Mobile Commerce และ Social Commerce เพื่อทำให้ประสบการณ์การขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ง่ายขึ้น

 

นอกจากนี้ เพราะสถานการณ์โลกตอนนี้ยังมีความไม่แน่นอน ทั้งเรื่องโควิดที่ยังไม่จบลง สถานการณ์เงินเฟ้อ และสงครามรัสเซีย-ยูเครน สิ่งที่เราต้องฉลาดมากขึ้นคือการใช้พื้นที่ร้านให้คุ้มค่ามากที่สุด เพราะค่าเช่าแต่ละที่ก็ยังแพงมหาศาลอยู่ โดยต่อไป MCM จะเริ่มนำรูปแบบ HRH หรือ Hybrid Retail Hub มาใช้กับร้าน ซึ่งเราจะนำลูกเล่นของเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น

 

ต่อมาเราอยากเป็นผู้นำของตลาด New School Luxury โดยมาพร้อมแอตติจูดที่เปิดกว้างมากขึ้นในการสร้างสรรค์สินค้าแบบไม่จำกัดเรื่องเพศหรือใช้แต่บริบทเดิมๆ เพราะในยุคนี้ผู้หญิงทุกคนไม่ได้อยากใส่รองเท้าส้นสูงอย่างเดียว หรือผู้ชายก็ชอบใส่กางเกงสีชมพู ใส่เสื้อผ้าลายดอกไม้ สนใจเรื่องสกินแคร์ และแต่งหน้าด้วย แถมฉันอยากนำคอนเซปต์ของ ‘Ageless’ มาเล่นด้วย เพราะแม้ฉันจะวัย 60+ แล้ว แต่ฉันอยากให้ MCM มีสินค้าที่เข้าถึงทุกวัย

 

แต่ไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะในปีหน้าฉันอยากให้ MCM ก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง และเป็นแบรนด์แรกที่เล่นกับคอนเซปต์ Metaverse Smart Luxury แม้สังคม Metaverse จะเป็นอะไรที่ใหม่มากสำหรับเรา แต่เราอยากจะบุกอย่างจริงจังและเป็นผู้นำในด้านนี้

 

The post สัมภาษณ์ Kim Sung Joo หญิงแกร่งผู้โดนตัดขาดด้านทรัพย์สินจากตระกูลดังของเกาหลีใต้ ก่อนสามารถเข้าซื้อแบรนด์ MCM ด้วยตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
MCM เปิดตัว MCM Ultra Fragrance เป็นน้ำหอมวีแกน 100% เอาใจกลุ่ม Gen Z และ Millennial https://thestandard.co/mcm-ultra-fragrance/ Tue, 05 Jul 2022 04:00:36 +0000 https://thestandard.co/?p=650196 MCM Ultra Fragrance

แบรนด์แฟชั่นหรูสัญชาติเยอรมันอย่าง MCM เปิดตัวน้ำหอมกลิ […]

The post MCM เปิดตัว MCM Ultra Fragrance เป็นน้ำหอมวีแกน 100% เอาใจกลุ่ม Gen Z และ Millennial appeared first on THE STANDARD.

]]>
MCM Ultra Fragrance

แบรนด์แฟชั่นหรูสัญชาติเยอรมันอย่าง MCM เปิดตัวน้ำหอมกลิ่นที่ 2 ที่ทำร่วมกับ Inter Parfums Inc. โดยตั้งชื่อน้ำหอมกลิ่นใหม่ว่า MCM Ultra ที่มาพร้อมกับกลิ่นที่ผสมผสานระหว่างดอกไม้และพืชพรรณต่างๆ ที่น่าสนใจคือเป็นน้ำหอมสายวีแกนด้วย โดยน้ำหอมรุ่นนี้จะเปิดตัวบนเว็บไซต์ของแบรนด์ MCM รวมถึงร้านบูติกของ MCM ด้วยเช่นกัน และจะเริ่มวางจำหน่ายทั่วโลก รวมถึงในร้านผู้ค้าปลีกของแบรนด์ที่เป็นพาร์ตเนอร์กันในสหรัฐอเมริกา รวมถึง Macy’s และ Saks Fifth Avenue กำหนดวางจำหน่ายคือเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ 

 

ใครที่แอบสงสัยว่าแนวกลิ่นของน้ำหอม MCM Ultra จะเป็นอย่างไร ทางแบรนด์เปิดเผยว่า กลิ่นจะมีความลูกผสมระหว่างลูกเกด พริกไทยสีชมพู ถั่วตองก้า ไม้ซีดาร์ และดอกซ่อนกลิ่น ผู้ที่อยู่เบื้องหลังกลิ่นหอมกลิ่นใหม่นี้คือนักปรุงน้ำหอมชื่อดังอย่าง Frank Voelkl โดยเขาบอกว่าพยายามที่จะสร้างกลิ่นของความสมดุลที่ละเอียดอ่อนระหว่างองค์ประกอบดอกไม้และองค์ประกอบพืชพรรณต่างๆ เข้าด้วยกัน 

 

ทางด้าน Baerbel Bureick ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ Inter Parfums กล่าวถึงน้ำหอม MCM Ultra ว่าเป็นน้ำหอมที่มีความหรูหราและมีเสน่ห์ที่ต่างออกไป มันจะเป็นน้ำหอมที่สามารถเข้าถึงกลุ่ม Gen Z และกลุ่ม Millennial ได้ สำหรับน้ำหอมวีแกน MCM Ultra นี้จะมาในรูปแบบขวดตามแบบกระเป๋าเป้ MCM อันเลื่องชื่อของเบอร์ลินโกลด์ มีการตั้งราคาไว้ที่ 75 ดอลลาร์สหรัฐ ขนาด 30 ml, 90 ดอลลาร์สหรัฐ ขนาด 50 ml และ 115 ดอลลาร์สหรัฐ ขนาด 100 ml โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถทำยอดขายระหว่าง 40-50 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงปีแรกที่วางสู่ท้องตลาด  

 

ส่วนการร่วมมือกับ Inter Parfums Inc. นั้น ทาง MCM มีการร่วมมือกันตั้งแต่ปี 2019 โดยลงนามในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ของแบรนด์เป็นเวลา 10 ปี กับ Inter Parfums Inc. และหลังจากนั้นได้เปิดตัวน้ำหอม MCM Eau de Parfum เป็นครั้งแรกในปี 2021 ตอนนั้นแบรนด์ได้รับรางวัล The Packaging of the Year Award จาก The Fragrance Foundation Awards ด้วย 

 

MCM Ultra Fragrance

 

ภาพ: @mcmworldwide / Instagram

อ้างอิง:

The post MCM เปิดตัว MCM Ultra Fragrance เป็นน้ำหอมวีแกน 100% เอาใจกลุ่ม Gen Z และ Millennial appeared first on THE STANDARD.

]]>
MCM ออกรองเท้าแตะร่วมกับ Crocs ที่มีกระเป๋าคาดเอวใบจิ๋วติดมาด้วย https://thestandard.co/mcm-mini-fanny-pack-crocs-classic-clog/ Fri, 01 Jul 2022 02:46:49 +0000 https://thestandard.co/?p=648783 MCM

ในปี 2022 นี้รองเท้าแตะอย่าง Crocs ยังคงขยันร่วมงานกับแ […]

The post MCM ออกรองเท้าแตะร่วมกับ Crocs ที่มีกระเป๋าคาดเอวใบจิ๋วติดมาด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
MCM

ในปี 2022 นี้รองเท้าแตะอย่าง Crocs ยังคงขยันร่วมงานกับแบรนด์แฟชั่นบ่อยขึ้น เพราะล่าสุดถึงคิวของ MCM แบรนด์แฟชั่นจากเยอรมนีออกรองเท้าแตะรุ่นคลาสสิกที่ผสมตัวตนของแบรนด์ลงไปด้วย

 

การร่วมงานครั้งนี้ MCM ได้ปล่อยออกมาเป็นรองเท้า Crocs เจาะรู 2 ดีไซน์ด้วยกัน แบบแรกจะเป็นรองเท้าสีดำดีเทลสายรัดไนลอน ที่มาพร้อมกับกระเป๋าคาดเอวลาย Visetos ใบจิ๋วสีคอนยักแบบเดียวกับของจริงติดอยู่ด้านหน้าของรองเท้า และตัวหมุด Jibbitz ทอง 24K สำหรับประดับรองเท้าติดมาด้วย จำหน่ายในราคาคู่ละ 13,100 บาท

 

ส่วนอีกดีไซน์จะเป็นรองเท้า Crocs คลาสสิกสีเหลืองนีออนและดำ ที่มาพร้อมกับโซ่เงินปั๊มลาย MCM ด้านหน้าเหมือนปลอกคอสุนัข และตัวรองเท้าจะประดับหมุด Jibbitz หัวสุนัข Bulldog สีเดียวกับรองเท้า และหมุดสีเงินโลโก้ของแบรนด์ จำหน่ายในราคาถูกลงมาที่คู่ละ 11,100 บาท

 

นอกจาก MCM แล้ว Crocs ยังเดินหน้าร่วมงานกับแบรนด์แฟชั่นและคนดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์จากอังกฤษอย่าง Christopher Kane และ Balenciaga ที่กลายเป็นสินค้าไวรัลมากมาย ทั้งรองเท้าส้นสูง รองเท้าแพลตฟอร์ม รองเท้าบู๊ตกันน้ำ และกระเป๋าโท้ตเจาะรูที่ได้แรงบันดาลใจมากจากรองเท้า ไปจนถึงการร่วมงานกับศิลปินดัง ทั้งแบรนด์ Drew ของ Justin Bieber, Post Malone, Bad Bunny, Saweetie และ SZA

 

ภาพ: MCM

อ้างอิง:

The post MCM ออกรองเท้าแตะร่วมกับ Crocs ที่มีกระเป๋าคาดเอวใบจิ๋วติดมาด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
MCM จับ แต้ว ณฐพร และ Milli มาเจอกันครั้งแรกในโปรเจกต์ ‘Taew x Milli On Stage! Let’s Enjoy Our Show’ https://thestandard.co/mcm-taew-x-milli-on-stage-lets-enjoy-our-show/ Wed, 31 Mar 2021 02:39:00 +0000 https://thestandard.co/?p=471002 MCM จับ แต้ว ณฐพร และ Milli มาเจอกันครั้งแรกในโปรเจกต์ ‘Taew x Milli On Stage! Let’s Enjoy Our Show’

MCM (Modern Creation München) แบรนด์กระเป๋าและสินค้าแฟช […]

The post MCM จับ แต้ว ณฐพร และ Milli มาเจอกันครั้งแรกในโปรเจกต์ ‘Taew x Milli On Stage! Let’s Enjoy Our Show’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
MCM จับ แต้ว ณฐพร และ Milli มาเจอกันครั้งแรกในโปรเจกต์ ‘Taew x Milli On Stage! Let’s Enjoy Our Show’

MCM (Modern Creation München) แบรนด์กระเป๋าและสินค้าแฟชั่นจากเยอรมนี จับ แต้ว ณฐพร และแรปเปอร์สาวอย่าง Milli มาเจอกันครั้งแรกในโปรเจกต์พิเศษล่าสุดของแบรนด์ พร้อมกับเต้นเพลง สุดปัง ด้วยกัน

 

ในโปรเจกต์ที่มีชื่อว่า ‘Taew x Milli On Stage! Let’s Enjoy Our Show’ ทางแบรนด์ได้ปล่อยคลิปวิดีโอความยาวประมาณ 36 วินาที โดยทั้งคู่ออกมาเต้นท่อนหนึ่งของเพลงไวรัลแห่งปี 2020 อย่าง ‘สุดปัง’ พร้อมกับสินค้าคอลเล็กชัน Spring/Summer 2021 ของแบรนด์ 

 

 

 
 
 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

A post shared by MILLI (@phuckitol)

 

 

 

 
 
 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

A post shared by Natapohn T. (@taewaew_natapohn)

 

 

ซึ่งสินค้าที่แบรนด์นำเสนอมีตั้งแต่กระเป๋าลาย Visetos สุดคลาสสิกของแบรนด์อย่างรุ่น Millie Crossbody ที่สามารถคาดเอวและสะพายข้างได้ และ Essential Multi Pochette ที่มาพร้อมกระเป๋าใบเล็ก 3 ใบรวมด้วยกัน 3 ไซส์ ทั้งกระเป๋าใบใหญ่ กระเป๋าใบเล็กซ้อนด้านหน้า และกระเป๋าใส่เหรียญบริเวณสายสะพาย นอกจากนั้นยังมีเสื้อผ้าสไตล์สปอร์ต ไม่ว่าจะเป็นสปอร์ตบรา และเสื้อแขนยาวเอวลอยที่มีโลโก้ MCM บริเวณด้านหน้า เข้าคู่กับกางเกง Trackpants ของแบรนด์

 

ส่วนเพลง ‘สุดปัง’ ถือว่าเป็นซิงเกิลที่สองที่ประสบความสำเร็จไม่แพ้เพลง ‘พักก่อน’ ที่เป็นเพลงเปิดตัวเพลงแรกของของ Milli แรปเปอร์วัย 18 ปี ภายใต้ค่ายเพลงฮิปฮอปมาแรงอย่าง YUPP! ซึ่ง Milli ถือว่าเป็นแรปเปอร์หญิงคนเดียวของค่าย และเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว เธอได้ปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ออกมา จนปัจจุบันมียอดวิวสูงถึง 37 ล้านวิวบน YouTube และยอดวิวรวมของแฮชแท็กชาเลนจ์ #สุดปัง รวมกว่า 3,700 ครั้งล้านบน TikTok 

 

ภาพ: MCM

The post MCM จับ แต้ว ณฐพร และ Milli มาเจอกันครั้งแรกในโปรเจกต์ ‘Taew x Milli On Stage! Let’s Enjoy Our Show’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก คิมซองจู นักธุรกิจหญิงในสังคมปิตาธิปไตยเกาหลี ที่โดนอัปเปหิจากตระกูลดัง ก่อนพาแบรนด์ MCM ตีตลาดโลก https://thestandard.co/kim-sung-joo/ Sun, 21 Feb 2021 10:19:43 +0000 https://thestandard.co/?p=457020 รู้จัก คิมซองจู นักธุรกิจหญิงในสังคมปิตาธิปไตยเกาหลี ที่โดนอัปเปหิจากตระกูลดัง ก่อนพาแบรนด์ MCM ตีตลาดโลก

“ต่อไปนี้เธอไม่ใช่ลูกฉัน!” ประโยคนี้อาจเหมือนบทซีรีส์ดร […]

The post รู้จัก คิมซองจู นักธุรกิจหญิงในสังคมปิตาธิปไตยเกาหลี ที่โดนอัปเปหิจากตระกูลดัง ก่อนพาแบรนด์ MCM ตีตลาดโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก คิมซองจู นักธุรกิจหญิงในสังคมปิตาธิปไตยเกาหลี ที่โดนอัปเปหิจากตระกูลดัง ก่อนพาแบรนด์ MCM ตีตลาดโลก

“ต่อไปนี้เธอไม่ใช่ลูกฉัน!” ประโยคนี้อาจเหมือนบทซีรีส์ดราม่าเกาหลีมากกว่าเรื่องจริง แต่นี่คือประโยคที่คิมซูกึน-พ่อของคิมซองจู พูดกับเธอทางโทรศัพท์ทางไกลข้ามประเทศ เหตุเกิดจากการที่ลูกสาวแชบอลตระกูลใหญ่อย่างเธอปฏิเสธการคลุมถุงชนที่พ่อแม่จัดหาให้ หนำซ้ำเธอยังเลือกแต่งงานกับแฟนต่างชาติที่คบหากันไม่นาน เมื่อเป็นเช่นนี้ ตระกูลใหญ่เช่นอาณาจักร ‘แดซองกรุ๊ป’ ย่อมยอมรับไม่ได้ คิมซองจูในวัยปลาย 20 จึงถูกตัดขาดจากตระกูล สถานะ ‘เจ้าหญิงแชบอล’​ หายวับไปกับตา และตอนนั้นเธอเหลือเงินในบัญชีประมาณ 50,000 บาทเท่านั้น 

 

ทั้งหมดในย่อหน้าด้านบน คือเหตุการณ์ต้นยุค 80 ที่เกาหลีใต้ยังถูกครอบงำด้วยแนวคิดปิตาธิปไตย และผู้หญิงส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการยอมรับให้รับช่วงต่อธุรกิจครอบครัว

 

ปี 1985 คิมถูกตัดขาดจากทางบ้าน หุ้นของอาณาจักร ‘แดซองกรุ๊ป’ ที่ทำธุรกิจด้านพลังงานก็ไม่มีการแบ่งมาให้เธอสักหุ้น เธอมีเงินเหลือติดบัญชี 5 หมื่นกว่าบาทเท่านั้น แต่สิ่งที่คิมมีคือวุฒิการศึกษาจาก LSE รวมถึงความรู้จากฮาร์วาร์ด พร้อมความเชื่อมั่นในศักยภาพของผู้หญิง แม้จะไม่มีใบบุญพ่อให้พึ่งพา แต่เธอจะพาตัวเองฉายแสงให้ได้

 

ด้วยความที่ตอนนั้นคิมอยู่ที่อเมริกาพอดี เธอจึงตัดสินใจเริ่มต้นอาชีพแรกที่กรุงนิวยอร์ก โดยการสมัครทำงานด้านแฟชั่นที่ห้าง Bloomingdale’s แม้ตลอดชีวิตจะไม่เคยศึกษาด้านแฟชั่นมาก่อน แต่ความมุ่งมั่นตั้งใจและความฉลาดด้านธุรกิจที่ฉายออกมา (ส่วนหนึ่งอาจถูกบ่มเพาะจากครอบครัว) ทำให้ มาร์วิน ทรอบ (Marvin Traub) รับเธอเข้าทำงาน ณ ห้างแห่งนี้ (ต่อมาทรอบกลายเป็นประธานของห้าง) ที่นี่เองที่คิมได้เรียนรู้เกี่ยวกับแบรนด์แฟชั่นหรูจากต่างประเทศ ได้ลับคมฝีมือด้านการตลาด การขาย และการปรับแบรนด์ให้เข้ากับตลาดโลคัล จนเธอมีเขี้ยวเล็บและพร้อมฉายแสงแล้ว

 

ภาพจากงาน Vogue Salon - Der Berliner Salon AW 18/19

ภาพจากงาน Vogue Salon – Der Berliner Salon AW 18/19 

เครดิตภาพ: Andreas Rentz/Getty Images for Der Berliner Salon

 

ปี 1988 เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพจัดแข่งโอลิมปิก ขณะเดียวกันเศรษฐกิจเกาหลีก็เริ่มเฟื่องฟูและผู้คนมีกำลังซื้อมากขึ้น แบรนด์แฟชั่นหรูหลายแบรนด์จึงเริ่มหันมาสนใจตลาดเกาหลี ในช่วงนี้เองที่คิมตัดสินใจบินกลับประเทศบ้านเกิด เธอก่อตั้งบริษัทของตนเอง ชื่อ Sungjoo Group ในปี 1990 และมีโอกาสได้ร่วมงานกับแบรนด์หรูระดับโลกอย่าง Gucci ซึ่งตัดสินเลือกร่วมงานกับเธอเพราะมองว่า 1. เธอคือลูกสาวแชบอลที่น่าจะมีสายสัมพันธ์ทางธุรกิจอันดีกับคนดังมากหน้าหลายตา 2. เธอเคยทำงานด้านแฟชั่นกับห้าง Bloomingdale’s มาก่อน และ 3. เธอดูเป็นคนเก่งและชาญฉลาด ซึ่งคิมเคยเล่าย้อนถึงเหตุการณ์ช่วงนี้ว่า ข้อสองและสามนั้นเป็นจริง แต่ข้อหนึ่งนั้น เป็นสิ่งที่คนอื่นคิดเอาเอง เพราะเรื่องจริงคือครอบครัวตัดญาติขาดมิตรกับเธอแล้ว

 

ภาพเปิดช็อป MCM Boutique Opening ที่ The Plaza Retail Collection ในนิวยอร์กปี 2008 

ภาพเปิดช็อป MCM Boutique Opening ที่ The Plaza Retail Collection ในนิวยอร์กปี 2008 

เครดิตภาพ: Mike Coppola/WireImage

 

ในต้นยุค 1990 Sungjoo Group ของคิมถือเป็นทัพหน้าในการนำพาแบรนด์แฟชั่นหรูต่างประเทศมาบุกตลาดเกาหลีใต้ รวมถึงขยายไปยังตลาดเอเชียอื่นๆ เช่น จีนและฮ่องกง แบรนด์ที่ไว้วางใจร่วมงานกับ Sungjoo Group มีตั้งแต่ Mark & Spencer, Sonia Rykiel, Yves Saint Laurent รวมถึง Gucci ครั้นในปี 1992 แบรนด์เยอรมันอย่าง MCM ได้ปรึกษาคิมเรื่องการบุกตลาดเอเชีย ด้วยภาพลักษณ์ของ MCM ในยุคนั้นที่ยังไม่ดูหรูพอในตลาดแฟชั่นโลก คิมจึงให้คำปรึกษาอย่างตรงไปตรงมาว่าตลาดเอเชียคงเป็นเรื่องยากสำหรับ MCM “ทำไมเราไม่เป็นพันธมิตรกันล่ะ” คิมยื่นข้อเสนอ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งระหว่าง Sungjoo Group กับ MCM 

 

การสร้างเนื้อสร้างตัวของคิมและ Sungjoo Group ในตลาดเกาหลีใต้นั้นใช่ว่าจะปูพรมด้วยกลีบกุหลาบตลอดเส้นทาง โดยหลังจากขาขึ้นในต้นยุค 90 ที่พาแบรนด์แฟชั่นหรูบุกเบิกตลาดเอเชียจนได้รับการยอมรับ แต่พอเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ‘ต้มยำกุ้ง’ ในปี 1997 Sungjoo Group ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากอัตราแลกเปลี่ยน บริษัทของคิมสูญเงิน 30 ล้านดอลลาร์ภายในข้ามคืน แต่เลือดนักสู้ในตัวคิมนั้นเข้มข้นขั้นสุด เนื่องจากไม่กี่ปีก่อน Sungjoo Group ในฐานะผู้นำเข้าแบรนด์ Gucci ในตลาดเกาหลี ได้สร้างช็อป Gucci ให้ยิ่งใหญ่และมียอดขายสูง คิมจึงเจรจาให้ทาง Gucci มาซื้อช็อปกลับไป ซึ่งผลการเจรจาหนนั้น Gucci ยอมจ่ายเงินให้ Sungjoo Group จำนวน 27 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคิมได้ใช้เงินจำนวนนั้นในการตั้งต้นธุรกิจใหม่ แม้สภาพเศรษฐกิจสังคมของเอเชียหลังวิกฤตต้มยำกุ้งจะไม่ค่อยเป็นใจนักก็ตาม

 

ภาพจากโชว์ MCM x Christopher Raeburn SS17 

เครดิตภาพ: Ian Gavan/Getty Images for Christopher Raeburn

 

หลังวิกฤตต้มยำกุ้ง คิมหันมาโฟกัสกับแบรนด์ MCM มากขึ้น ก่อนที่ต่อมาในปี 2005 จะตัดสินใจเข้าซื้อกิจการ MCM อย่างเป็นทางการ และเริ่มใช้คนดังในแถบเอเชียให้มาโปรโมตแบรนด์มากขึ้น สินค้าเด่นของ MCM คือ กระเป๋าเป้สะพายหลัง ซึ่งคิมใช้ทักษะธุรกิจอันเฉียบคมของเธอในการสร้างกระเป๋าเป้ MCM ให้กลายเป็น The Must Item ที่คนดังฝั่งเอเชียเลือกใช้ ตั้งแต่ดารานักแสดงและไอดอลเกาหลี ดารานักแสดงจีนและคนดังฝั่งฮ่องกง ไปจนถึงผู้มีชื่อเสียงฝั่งญี่ปุ่น นอกจากนี้ในปี 2011 เธอยังสร้างช็อป MCM ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ฮ่องกง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในช็อปที่เป็นหมุดหมายของนักช้อปทั่วเอเชีย

 

ภาพจากงาน MCM Rodeo Drive Store Grand Opening Event

เครดิตภาพ: Vivien Killilea/Getty Images for MCM  

 

ปัจจุบัน แบรนด์ MCM ที่นักธุรกิจเกาหลีอย่างคิมดูแลอยู่นั้น ขยายช็อป MCM ไปมากกว่า 400 สาขา ใน 15 ประเทศทั่วโลก และตั้งเป้าทำยอดขายให้ได้ปีละ 2 พันล้านดอลลาร์ (เป้าหมายก่อนโควิด-19 ระบาด) ยอดขายส่วนใหญ่มาจากตลาดเอเชีย 70% และอีก 30% มาจากตลาดยุโรป ตะวันออกกลาง และอเมริกา

 

ด้วยผลงานการทำธุรกิจที่โดดเด่น ทำให้คิมได้รับคัดเลือกให้เป็นต้นแบบนักธุรกิจหญิงจากหลากหลายองค์กร เช่น ปี 1997 ได้รับเลือกจาก World Economic Forum ให้เป็น Global Leader of Tomorrow, ปี 2009 ได้รับรางวัล Ethics in Business จาก EU, ปี 2012 ได้รับเลือกให้อยู่ในลิสต์ Top 50 นักธุรกิจหญิงเอเชีย จาก Forbes รวมถึงได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน Asia’s 25 Hottest CEO จากนิตยสาร Fortune ในปีเดียวกันด้วย

 

อย่างไรก็ดี ใช่ว่าชีวิตของคิมจะไม่เจอกับข้อวิพากษ์จากสังคมเลย ความที่เธอเคยรับบทบาทเป็นประธานร่วมในคณะทำงานของอดีตประธานาธิบดีพัคกึนฮเย อีกทั้งคิมยังสนิทกับชเวซุนซิล ซึ่งเป็นคนของพัคกึนฮเยที่โดนข้อหาทุจริต ทำให้มีข้อครหาว่าทาง Sungjoo Group อาจจะได้ประโยชน์ทางธุรกิจจากสายสัมพันธ์กับฝ่ายการเมืองในยุคอดีตประธานาธิบดีพัค คณะกรรมาธิการแฟร์เทรดของเกาหลีใต้จึงทำการตรวจสอบเรื่องนี้ ก่อนจะเปิดเผยว่าเป็นแค่ความเข้าใจผิด 

 

เครดิตภาพ: Amy Sussman/Getty Images for Marie Claire

 

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าคดีทุจริตของอดีตประธานาธิบดีพัคนั้นเป็นคดีดังที่ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของนักธุรกิจใหญ่ในเกาหลีใต้จำนวนมาก ซึ่งรวมถึงชื่อเสียงของ ‘คิมซองจู’ ที่ต้องมัวหมองลงด้วย หลัง Sungjoo Group ถูกตรวจสอบ เธอจึงหลีกเลี่ยงการออกสื่อนับจากนั้น

 

ปัจจุบัน คิมอายุ 65 ปี ตำแหน่งปัจจุบันคือ ประธาน และ Chief Visionary Officer ของ Sungjoo Group รวมถึงกุมบังเหียนดูแล MCM ในตลาดทั่วโลกด้วย แม้ในช่วงหลังอาณาจักร MCM จะไม่โดดเด่นเท่าแต่ก่อน ทั้งยังเจอผลกระทบจากโควิด-19 ระบาด แถมตัวเธอยังเจอวิกฤตชื่อเสียงมัวหมอง ทว่าอย่าเพิ่งประมาทเขี้ยวเล็บของผู้หญิงคนนี้ไปเสียล่ะ

 

เพราะวิกฤตต่างๆ ที่เธอเจอมาตลอดชีวิต มันฉายชัดมากว่า เธอแกร่งและเก่งในการอยู่รอด

 

มาจับตาดูกันว่า นักธุรกิจหญิงที่เคยแหกกฎตระกูลแชบอลอย่างเธอ จะพลิกเกมและพา Sungjoo Group กลับมาฉายแสงอีกครั้งได้เมื่อไรกัน

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

อ้างอิง:

The post รู้จัก คิมซองจู นักธุรกิจหญิงในสังคมปิตาธิปไตยเกาหลี ที่โดนอัปเปหิจากตระกูลดัง ก่อนพาแบรนด์ MCM ตีตลาดโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง https://thestandard.co/style-wrap-up-24-march-2019/ https://thestandard.co/style-wrap-up-24-march-2019/#respond Fri, 22 Mar 2019 17:01:56 +0000 https://thestandard.co/?p=227597 Style Wrap-Up

    Welcome to Phuket, Hermès ดูเหมือนว่าจังห […]

The post Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Style Wrap-Up

 

Style Wrap-Up Style Wrap-Up

 

Welcome to Phuket, Hermès

ดูเหมือนว่าจังหวัดภูเก็ตกำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งจุดศูนย์กลางของแบรนด์ระดับลักชัวรี เพราะล่าสุด Hermès ได้ไปเปิดร้านแรกที่เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า ด้วยขนาด 172 ตารางเมตร ซึ่งออกแบบโดยบริษัท RDAI ภายใต้การควบคุมของ เดนิส มองแตล ผู้อยู่เบื้องหลังการดีไซน์ร้าน Hermès ทั่วโลก และยังเคยดีไซน์ร้านค้าในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์, โรงแรม Al Shaqab ในเมืองโดฮา, คอนโดฯ สุดหรู Eighty Seven Park ติดหาดไมอามี และพิพิธภัณฑ์ Museo de Arte de Lima ในเมืองลิมา ประเทศเปรู อีกด้วย

 

ทันทีที่แขกผู้มาเยือนก้าวเข้าสู่ร้านจะพบกับโลโก้ Ex-Libris อันเป็นเอกลักษณ์ของ Hermès และได้สัมผัสกับการตกแต่งที่อบอุ่นด้วยโคมไฟ Grecques Light ที่ออกแบบขึ้นเพื่อเป็นเอกลักษณ์ของร้าน Hermès ตั้งแต่ปี 1925 โดยภายในร้านตกแต่งด้วยพื้นและฉากกั้นที่ทำจากไม้ไผ่ซึ่งเป็นวัสดุพื้นถิ่น ทั้งยังมีผนังไม้เชอร์รีวูดสีคอนยักที่นุ่มนวล ดูงดงามยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการผสมผสานวัฒนธรรมของไทยเข้ากับสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

 

Style Wrap-Up

 

Louis Vuitton Says No Michael Jackson

เพราะกระแสสารคดี Leaving Neverland ที่รุนแรงอย่างต่อเนื่อง แบรนด์ Louis Vuitton ได้ประกาศผ่านเว็บไซต์ WWD ว่าจะไม่มีการผลิตและขายไอเท็มจากคอลเล็กชัน Fall/Winter 2019 ที่ดีไซเนอร์ เวอร์จิล อาเบลาะห์ มีการใช้ลวดลายหรือสัญลักษณ์ของ ไมเคิล แจ็คสัน ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจหลักของคอลเล็กชันนี้ เช่น เสื้อยืดพิมพ์ลายรองเท้า Moonwalker, ลายธงประเทศชาติต่างๆ แบบเพลง We Are The World และไอเท็มที่นำตัวละครจากหนัง The Wiz ที่ไมเคิลแสดงมาทำเป็นลวดลาย

 

Style Wrap-Up

Style Wrap-Up

 

MCM Cafe Returns

กลับมาอีกครั้งสำหรับ MCM Cafe ของแบรนด์ MCM ที่เปิดตัวครั้งแรกของโลกเมื่อปี 2560 และประสบความสำเร็จจนประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชียต้องไปทำตาม โดยปีนี้มาในคอนเซปต์ Classic Visetos ที่ทางแบรนด์ได้ร่วมมือกับคาเฟ่ Coffeelism Stand รังสรรค์ 3 เมนูพิเศษทั้ง Fizzy Limericano (โทนิก + มะนาว + เอสเปรสโซ 1 ช็อต), Black Berlin (โกโก้ + คาราเมล + นม) และ Munich Cognac (โกโก้ + เอสเปรสโซ 1 ช็อต + นม) โดยผู้สนใจสามารถไปลองได้แล้ววันนี้ที่ชั้น M ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ จนถึงต้นเดือนเมษายนนี้

 

Style Wrap-Up

 

Givenchy Goes Pitti

แบรนด์ Givenchy ภายใต้การดูแลของดีไซเนอร์สาวคนเก่ง แคลร์ เวต เคลเลอร์ จะนำผลงานคอลเล็กชันผู้ชาย Spring/Summer 2020 ไปโชว์ที่งาน Pitti Uomo ในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ ที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี โดยถือว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญสำหรับสินค้าผู้ชาย หลังเมื่อช่วงต้นปีได้ปล่อยลุคบุ๊กแรกของคอลเล็กชันผู้ชายซึ่งแยกจากของผู้หญิง

 

นอกเหนือจากนั้นทางผู้จัดงาน Pitti Uomo ก็ได้ออกมาประกาศว่าในปีนี้จะมีการจัดนิทรรศการพิเศษชื่อ 1989-2019: Thirty Years of Men’s Fashion ที่จะรวบรวมผลงานของดีไซเนอร์และแบรนด์ที่เคยมาโชว์ในงานนี้ เช่น Raf Simons, Vivienne Westwood, Martin Margiela ฯลฯ

 

Style Wrap-Up

 

Sretsis’ Thai Roots

แม้แบรนด์ Sretsis ของสามพี่น้อง คล้ายเดือน พิมพ์ดาว และมทินา สุขะหุต จะไปได้สวยในตลาดต่างประเทศและมีจุดขายทั่วโลก แต่ทางแบรนด์ก็ไม่ลืมตัวตนและรากฐานความเป็นไทย โดยล่าสุดเพิ่งเปิดตัวแคปซูลคอลเล็กชันพิเศษ ‘สวัสดีปีใหม่’ ที่ได้ไอเดียนำชุดไทยมาปรับใหม่ให้ดูร่วมสมัยและใส่ได้ทุกวัน กับ 3 สไตล์ซึ่งได้จากแรงบันดาลใจแห่งความสง่างามและพระราชนิยมอันมีเอกลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 รวมถึงพระราชปณิธานในการอนุรักษ์และส่งเสริมผ้าไหมไทยของพระองค์

 

Cover Photo: Courtesy of Sretsis

Proofreader: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/style-wrap-up-24-march-2019/feed/ 0
Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง https://thestandard.co/style-wrap-up-27-january-2019/ https://thestandard.co/style-wrap-up-27-january-2019/#respond Sat, 26 Jan 2019 17:01:58 +0000 https://thestandard.co/?p=185447

    Jacquemus Menswear II สำหรับคอลเล็กชันผู้ […]

The post Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

 

Jacquemus Menswear II

สำหรับคอลเล็กชันผู้ชายครั้งที่ 2 ของแบรนด์ Jacquemus ซีซัน Fall/Winter 2019 ทางดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง ซิมง ปอร์ต ฌักมูส มองหาแรงบันดาลใจจากเมืองมงต์เปลลิเยร์ ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส พร้อมนำอิริยาบถเสื้อผ้าดั้งเดิมของคนงานฝรั่งเศส (Traditional Workwear) อย่างเช่น ชุดเกษตรกรและชุดคนทำงานในร้านเบเกอรีมาตีความใหม่ โดยซิมงกล่าวว่า เขาเองก็มาจากครอบครัวที่ทำเกษตรกรด้วย เลยคุ้นเคยกับการทำเสื้อผ้าทรงนี้ และไม่ได้เชื่อมโยงกับปัญหาประท้วงใดๆ ในฝรั่งเศสที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้

 

 

Marimekko Natural Codes

คอลเล็กชัน Pre-Spring 2019 ของ Marimekko แบรนด์ขวัญใจหลายๆ คนจากประเทศฟินแลนด์ เลือกสำรวจธีมของพลังแห่งธรรมชาติภายใต้มุมมองของแสงและเงา โดยผสมผสานสีสันลวดลายสุดคลาสสิกที่เราคุ้นเคยตั้งแต่ปี 1950-1970 เข้ากับลายพิมพ์ใหม่ๆ ซึ่งสีเด่นที่เลือกใช้ในฤดูกาลนี้มีทั้ง สีเขียว สีชมพูอ่อน และสีเหลืองเข้ม รวมไปถึงสีดำและขาวแบบกราฟิกที่ช่วยเติมความรู้สึกสงบ โดยเสื้อผ้าทั้งหมดก็ยังเดินตามปรัชญาของ อาร์มิ ราเทีย ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Marimekko ที่เคยกล่าวว่า “ที่จริงแล้วฉันไม่ได้ขายเสื้อผ้า แต่ฉันนำเสนอวิถีแห่งการใช้ชีวิต Marimekko คืองานออกแบบ ไม่ใช่แฟชั่น ฉันขายไอเดียให้คนออกแบบชีวิตมากกว่าขายชุดเดรสให้คนแค่นำไปใส่”

 

 

Hedi is Always Hedi

Celine จัดรันเวย์คอลเล็กชันผู้ชายเดี่ยวครั้งแรก พร้อมปิดฤดูกาลปารีสแฟชั่นวีก Fall/Winter 2019 เสื้อผ้าผู้ชายอย่างเป็นทางการ โดย เอดี สลีมาน ดีไซเนอร์ผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์ยังคงไม่หนีคอนเซปต์เสื้อผ้าที่แฝงด้วยเรื่องราวความอิสระของเยาวชนยุควัฒนธรรมย่อย Mod ในอังกฤษช่วงปลาย 50s ที่เขาใช้มาตลอดตั้งแต่สมัยดีไซน์ที่ Dior Homme และต่อมา Saint Laurent โดยไอเท็มมีทั้งสูทเข้ารูปสีดำ โค้ตลายม้าลาย โค้ตลายเสือดาว แจ็กเก็ตหนัง แจ็กเก็ตผ้าทวีต และรองเท้าบู๊ต ส่วนแอ็กเซสซอรีก็เน้นที่แว่นตากันแดดขอบเงินหรือทองในรูปทรงต่างๆ

 

 

MCM New Season

ก่อนที่ เดิร์ก ชอนเบอร์เกอร์ จะเข้ามาเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่ของแบรนด์ MCM ในคอลเล็กชัน Spring/Summer 2020 ที่จะเปิดตัวกลางปี แบรนด์เครื่องหนังจากประเทศเยอรมนีก็ยังปล่อยโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ อาทิ แคมเปญโฆษณาฤดู Spring/Summer 2019 ที่ใช้ชื่อว่า ‘Luft’ ซึ่งหมายถึงอากาศในภาษาเยอรมัน โดยคอนเซปต์มองถึงอิสระในการเคลื่อนไหว พร้อมได้ศิลปินสาวที่กำลังเทรนด์ดิ้งอย่าง Peggy Gou มาเป็นพรีเซนเตอร์คู่ Tolia Titaev นักสเกตชื่อดัง ซึ่งทีมผู้อยู่เบื้องหลังแคมเปญนี้ก็คือนิตยสาร 032c ของประเทศเยอรมนี นำทัพโดย Maria และ Joerg ผู้ก่อตั้งที่กำลังมีบทบาทเป็นอย่างมากในวงการแฟชั่นช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

 

 

Balmain New Horizons

Balmain เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ลักชัวรีที่กำลังปรับตัวและสร้างสรรค์โปรเจกต์ใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ ภายใต้ซีอีโอคนล่าสุด Massimo Piombini ซึ่งนอกเหนือจากโลโก้ใหม่และการจัดรันเวย์คอลเล็กชันกูตูร์ครั้งแรกในปารีสเมื่อไม่กี่วันก่อน ล่าสุดทางแบรนด์ก็ได้เปิดตัวแอปพลิเคชันของตัวเองบน iOS เพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้กับฐานลูกค้าและแฟนคลับที่เรียกว่า Balmain Army ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ อาทิ ดูไลฟ์สตรีมของแฟชั่นโชว์ต่างๆ ต่อไป และสามารถทัวร์แฟลกชิปสโตร์ใหม่ในปารีสแบบอินเตอร์แอ็กทีฟ เป็นต้น นอกเหนือจากนั้น ทางแบรนด์ยังมีการติดโปสเตอร์รอบกรุงปารีส ซึ่งคนสามารถใช้แอปฯ และสแกนเพื่อได้คอนเทนต์แบบ AR ได้อีกด้วย

 

Cover Photo: Celine Fall/Winter 2019

Proofreader: พรนภัส ชำนาญค้า

The post Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/style-wrap-up-27-january-2019/feed/ 0
ชีวิต สุนัข และสังคมออนไลน์ของ Eddie Kang อาร์ทิสต์ดาวรุ่งจากเกาหลีใต้ ผู้อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์ใหม่ของแบรนด์ MCM https://thestandard.co/mcm-x-eddie-kang/ https://thestandard.co/mcm-x-eddie-kang/#respond Fri, 09 Feb 2018 11:36:52 +0000 https://thestandard.co/?p=68886

  การเชื่อมโยงร่วมทำโปรเจกต์พิเศษระหว่างโลกศิลปะกั […]

The post ชีวิต สุนัข และสังคมออนไลน์ของ Eddie Kang อาร์ทิสต์ดาวรุ่งจากเกาหลีใต้ ผู้อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์ใหม่ของแบรนด์ MCM appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

การเชื่อมโยงร่วมทำโปรเจกต์พิเศษระหว่างโลกศิลปะกับวงการแฟชั่นยังคงเป็นสิ่งที่เราเห็นได้เห็นอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นงาน Miami Biennale ที่ไมอามี หรือการร่วมมือของแบรนด์ลักชัวรีระดับโลก เช่น Louis Vuitton กับเจฟฟ์ คูนส์ ในโปรเจกต์ Masters หรือราฟ ซิมงส์ กับสเตอร์ลิง รูบี สำหรับร้าน Calvin Klein ซึ่งการร่วมงานเหล่านี้ ทางแบรนด์จะนำไปใช้ต่อยอดภาพลักษณ์ให้ดูมีมิติมากขึ้น ส่วนตัวศิลปินเองก็จะเห็นผลงานเป็นที่รู้จักในกระแสหลักอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในยุค Visual Era ของอินสตาแกรมที่คนติดกันงอมแงม

 

ล่าสุดแบรนด์กระเป๋าสัญชาติเยอรมัน MCM ที่ก่อตั้งมา 42 ปี เพิ่งจับมือกับศิลปินดาวรุ่งจากเกาหลีใต้ วัย 35 ปี เอ็ดดี้ คัง ที่โดดเด่นเรื่องลวดลายสไตล์ Animamix มาร่วมสร้างสรรค์แคปซูลคอลเล็กชัน MCM x Eddie Kang พร้อมจัดนิทรรศการแสดงผลงานที่สยามพารากอนจนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้

 

ก่อนที่งานใหญ่จะเริ่ม THE STANDARD มีโอกาสได้พูดคุยและสัมภาษณ์ศิลปินหนุ่มคนนี้อย่างเป็นกันเอง ทั้งเรื่องราวชีวิต แรงบันดาลใจ มุมมองต่อโลกศิลปะ โลกออนไลน์ และการมาทำโปรเจกต์กับ MCM ที่ไม่ใช่แค่การโยนไฟล์ผลงานให้แบรนด์ไปสกรีนบนไอเท็มแล้วจบ แต่มีเรื่องมีราวที่น่าประทับใจในความทรงจำ

 

เอ็ดดี้ คัง เกิดและเติบโตที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ในครอบครัวที่คุณแม่เป็นศิลปินแนวแอ็บสแตรกต์ ซึ่งตัวเอ็ดดี้ก็ชอบไปใช้ชีวิตอยู่ที่สตูดิโอของคุณแม่ พร้อมวาดรูปเล่นบนกระดาษสไตล์ Doodle แบบขีดเส้นขยุกขยิก พอเข้าชั้นมัธยม เอ็ดดี้ก็พัฒนาตัวเองและเริ่มวาดภาพตัวละคร เช่น หุ่นยนต์และแมงกะพรุนที่กลายเป็นรากฐานของงานของเขาในทุกวันนี้ หลังจากนั้นเขาได้เข้าศึกษาปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัย Rhode Island School of Design สาขาแอนิเมชันศิลปะและภาพยนตร์ และได้เจอหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญของเขา นั่นก็คือผู้กำกับภาพยนตร์แอนิเมชันระดับตำนาน ฮายาโอะ มิยาซากิ ผู้อยู่เบื้องหลังหนังเรื่อง Spirited Away และก่อตั้ง Studio Ghibli

 

ผลงานของเอ็ดดี้

 

พอเรียนจบ เอ็ดดี้เริ่มทำงานเป็นอาร์ทิสต์เต็มตัว ทั้งจัดนิทรรศการผลงานตามเมืองต่างๆ ทั่วโลกทั้งเวนิสและโตเกียว บวกกับยังรับงานสายคอมเมอร์เชียลที่ไปร่วมงานกับสินค้าเชิงพาณิชย์ เช่น การไปจัดสรรพื้นที่ในห้างสรรพสินค้ากับเหล่าผลงานตัวละครของเขา

 

ในปี 2016 เขาก็ได้จัดนิทรรศการ Big City Life Loveless ณ แกลเลอรี Sandra Gering Inc. ในมหานครนิวยอร์ก จนไปเข้าตาหนึ่งในทีมงานของ MCM และทางแบรนด์ได้ติดต่อผ่านเอเจนซีของเขาให้มาร่วมงานด้วย

 

ตลอด 1 ปีกว่าที่เอ็ดดี้และ MCM ได้พัฒนาสินค้าด้วยกันก่อนจะผลิตและวางขาย ความท้าทายอยู่ตรงที่ต้องหาความสมดุลและจุดตรงกลางที่ลวดลายโลโก้ของแบรนด์ และผลงานของเอ็ดดี้ดูลงตัว ซึ่งเอ็ดดี้ก็ต้องขอให้ทางแบรนด์ส่งตัวอย่างสินค้ากระเป๋า พร้อมวัสดุหนังสีน้ำตาลสุดคลาสสิกของแบรนด์ชื่อ Visetos ให้มาลองศึกษาและทดลองอยู่เรื่อยๆ

 

ในคอลเล็กชัน MCM x Eddie Kang ก็มีหมวดสินค้าแอ็กเซสซอรีเป็นหลัก พร้อมกับมี Loveless ตัวละครสุนัขเป็นสัญลักษณ์เด่น ซึ่งตัวละครนี้มีความสำคัญมากต่อชีวิตเอ็ดดี้ เพราะในชีวิตจริงเขาเคยรับเลี้ยงสุนัขในปี 2003 ที่ชื่อ Loveless เหมือนกัน ซึ่งเจ้า Loveless เคยโดนทำร้ายและทอดทิ้งจากเจ้าของเก่ามาก่อน เอ็ดดี้เองยังเข้าใจว่าเจ้า Loveless จะอยู่ไม่ได้นาน เพราะมีโรครุมเร้า แต่ตอนหลังมันก็อยู่กับเอ็ดดี้ยาวนานถึง 4 ปี

 

คอลเล็กชัน MCM x Eddie Kang พร้อมตัวละครสุนัข Loveless

 

ทุกวันนี้เอ็ดดี้ยังคงปักหลักและมีสตูดิโออยู่ที่กรุงโซล โดยโปรเจกต์ในฝันของเขาคือการได้ทำผลงานศิลปะในที่สาธารณะ (Public Art) ที่คนสามารถไปสัมผัสจับต้องได้มากกว่าแค่ยืนชมและมีป้ายว่า Do Not Touch แขวนอยู่

 

พอถามเรื่องการต้องปรับตัวของอาร์ทิสต์ในยุคโซเชียลมีเดีย ซึ่งเปลี่ยนภูมิทัศน์วงการศิลปะไม่ใช่น้อย เอ็ดดี้ก็กล่าวว่าเขาเติบโตและเริ่มทำงานในช่วง Pre-Instagram แต่ทุกวันนี้ก็ต้องหัดใช้อินสตาแกรมให้มากขึ้นและให้ถูกวิธี โดยเฉพาะในยุคที่หนึ่งภาพสามารถถูกกระจายอย่างรวดเร็วแค่เพียงอัปโหลดขึ้นไป แต่เขาขอยังเน้นลงภาพผลงานตัวเองเป็นหลักมากไปกว่าพยายามสร้างตัวเองให้เป็นที่รู้จัก ส่วนในยุคที่เด็กศิลปะหันมาใช้คอมพิวเตอร์ในการรังสรรค์ผลงานมากขึ้น ในฐานะที่เอ็ดดี้เองก็เป็นครูสอนศิลปะด้วย เขาก็ยังเชื่อในคุณภาพและความรู้สึกที่ได้สัมผัสการทาสีจริงๆ

 

4 ชั่วโมงต่อมาเราก็ได้พบเอ็ดดี้อีกครั้งที่งานเปิดตัวคอลเล็กชันอย่างเป็นทางการ พร้อมดาราและเซเลบมากมาย แต่ก็ไม่เท่า นัมจูฮยอก นักแสดงและนายแบบชาวเกาหลีจากค่าย YG Entertainment ที่การปรากฏตัวเกือบทำห้างสยามพารากอนแตก ซึ่งเอ็ดดี้เองก็ทึ่งกับเหตุการณ์นี้ และบอกว่าไม่เคยเห็นอีเวนต์ที่เกี่ยวข้องกับงานตัวเองดูบ้าคลั่งขนาดนี้

 

หลังจากนี้คอลเล็กชัน MCM x Eddie Kang จะเริ่มวางขายทั่วโลก หลังจากเปิดตัวที่เกาหลีใต้เมื่อสัปดาห์ก่อนเป็นแห่งแรก ก่อนจะมาเปิดที่ประเทศไทยเป็นแห่งที่สอง ส่วนเดือนหน้าเอ็ดดี้ก็จะไปงานเปิดที่เยอรมนี ประเทศบ้านเกิดของแบรนด์ ซึ่งก็ต้องรอดูผลการตอบรับของตลาดอื่น และดูว่าคอลเล็กชันที่ 2 จะเกิดขึ้นไหม

 

นัมจูฮยอก ที่งานเปิดตัวคอลเล็กชัน MCM x Eddie Kang

The post ชีวิต สุนัข และสังคมออนไลน์ของ Eddie Kang อาร์ทิสต์ดาวรุ่งจากเกาหลีใต้ ผู้อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์ใหม่ของแบรนด์ MCM appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/mcm-x-eddie-kang/feed/ 0
Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง https://thestandard.co/style-wrap-up-19-november-2017/ https://thestandard.co/style-wrap-up-19-november-2017/#respond Sat, 18 Nov 2017 17:00:58 +0000 https://thestandard.co/?p=45674

    Pirelli Calendar: Walker x Enninful &nbsp […]

The post Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

 

Pirelli Calendar: Walker x Enninful

     ดูเหมือนจะเป็นอีกหนึ่งปีทองสำหรับ เอ็ดเวิร์ด เอ็นนินฟูล บรรณาธิการบริหารนิตยสาร British Vogue ที่ไม่เพียงเล่มแรกภายใต้การควบคุมของเขาจะฮิตติดลมบนไปแล้ว แต่ล่าสุดยังมาเป็นสไตลิสต์ปฏิทินประจำปี 2018 ของ Pirelli ที่ได้ช่างภาพ ทิม วอล์กเกอร์ มาแชะภาพให้ คอนเซปต์ของปีนี้เป็นการดัดแปลงนิยายเรื่อง Alice in Wonderland โดยใช้นักแสดง นายแบบ และนางแบบผิวสีทั้งหมด เช่น พี ดิดดี, ลูพิตา นยองโก, นาโอมิ แคมป์เบลล์ และรูพอล ในบท The Queen of Hearts

     สำหรับปฎิทินของ Pirelli มีการผลิตให้กับลูกค้าแบรนด์ยางรถยนต์อิตาลีนี้ตั้งแต่ปี 1964 โดยในยุคแรกๆ จะเน้นรูปผู้หญิงเซ็กซี่และหวือหวา ก่อนเริ่มมาปรับเปลี่ยนให้มีความแฟชั่นขึ้น เช่น ในปี 2016 ที่แอนนี่ เลโบวิตซ์ ถ่ายผู้หญิงหลากหลายวงการที่ประสบความสำเร็จ ส่วนปีที่แล้วของช่างภาพ ปีเตอร์ ลินด์เบิร์ก ก็เลือกนักแสดงอย่างนิโคล คิดแมน มาถ่ายแบบนิ่งๆ ไร้การโฟโต้ช็อป

     *ชมคลิปการถ่ายทำปฏิทินได้ที่นี่

 

 

Rag & Bone Goes Star Wars

     เป็นการจับมือระหว่างโลกแฟชั่นกับโลกเซลลูลอยด์ที่เราไม่นึกมาก่อน สำหรับแบรนด์นิวยอร์กอย่าง Rag & Bone โดยดีไซเนอร์ มาร์คัส เวย์นไรท์ และหนังแฟรนไชส์อวกาศอันดับหนึ่งอย่าง Star Wars ของจอร์จ ลูคัส ที่ได้มาทำแคปซูลคอลเล็กชันด้วยกัน ซึ่งจะวางขายวันที่ 13 ธันวาคมนี้ โดยนำไอเท็มไอคอนิกของ Rag & Bone มาตีความใหม่ด้วยรายละเอียดและเรื่องราวของภาพยนตร์มหากาพย์สุดยิ่งใหญ่ ตั้งแต่การเล่นกับสีสันที่คอนทราสต์และรายละเอียดปลีกย่อยที่ซ่อนอยู่

     ไม่ใช่แค่แคปซูลคอลเล็กชันเท่านั้น แต่ Rag & Bone ยังเข้าร่วมสนับสนุนโครงการ Force 4 Fashion โครงการเพื่อการกุศลของลูคัสฟิล์มและดิสนีย์ที่ Rag & Bone จะร่วมสมทบทุนแก่มูลนิธิ Starlight Children’s Foundation เพื่อเป็นการสานต่ออุดมการณ์เพื่อสังคมของลูคัสฟิล์มในการส่งเสริมให้แฟนภาพยนตร์ใช้พลังที่ตนเองมีในการสร้างความเปลี่ยนแปลงในชุมชนที่ตนเองอาศัยอยู่

 

Photo: www.vogue.com

 

Meryl Streep, Vogue Cover Girl

     กลายเป็นหนึ่งในวิดีโอยอดฮิตประจำสัปดาห์ไปแล้ว สำหรับการสัมภาษณ์ระหว่างแอนนา วินทัวร์ บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร Vogue และเมอรีล สตรีป นักแสดงระดับตำนานที่มาขึ้นปก Vogue ฉบับเดือนธันวาคม ซึ่งได้ช่างภาพ แอนนี่ เลโบวิตซ์ มาถ่ายให้ โดยในบทสัมภาษณ์ระหว่างแอนนากับเมอรีลที่เปิดตัววิดีโอด้วยการล้อเลียนฉากจากหนังเรื่อง The Devil Wears Prada (2006) มีการพูดคุยเรื่องทัศนคติชีวิต สิทธิของผู้หญิง หนังเรื่องใหม่ The Post ของผู้กำกับ สตีเวน สปีลเบิร์ก ที่เมอรีลเล่นกับทอม แฮงส์​ (อีกหนึ่งภาพยนตร์ตัวเต็งออสการ์ปีหน้า) และคดีล่วงละเมิดทางเพศที่กำลังแพร่หลายในวงการฮอลลีวูด ณ ตอนนี้

     *ชมวิดีโอสัมภาษณ์ได้ที่นี่

 

 

Check In: MCM Pop-Up Store

     สาวกแบรนด์เครื่องหนังสัญชาติเยอรมัน MCM หรือชื่อเต็ม Modern Creation München ที่ก่อตั้งเมื่อปี 1976 ที่มิวนิค ต้องหาเวลาไปแวะช้อปป๊อปอัพสโตร์ขนาด 113 ตารางเมตร ณ ชั้น M สยามพารากอน ที่เปิดยาวถึง 9 เดือน โดยมีการรวบรวมสินค้าแอ็กเซสซอรีตั้งแต่กระเป๋าถือ กระเป๋าสะพาย จนถึงพวงกุญแจช้างแบบลิมิเต็ดเอดิชัน รุ่น ‘Thailand Exclusive Elephant Charm’ ที่มีแค่ 80 ตัวเท่านั้น โดยในป๊อปอัพสโตร์แห่งนี้ยังมีโซนเวิร์กช็อปให้ customize สินค้ากันอีกด้วย

 

 

Mr P by Mr Porter

     ขยายธุรกิจอยู่เรื่อยๆ สำหรับบริษัท Yoox Net-A-Porter Group ที่ล่าสุดเว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์ของสุภาพบุรุษ Mr Porter เปิดตัวแบรนด์อินเฮาส์ของตัวเองที่ชื่อ ‘Mr P’ ซึ่งเน้นไอเท็มจำเป็นสำหรับตู้เสื้อผ้าผู้ชายที่แฝงด้วยความคลาสสิก เนี้ยบ และทำมาจากเนื้อผ้าที่ดีเทียบเท่ากับแบรนด์ในฐานราคาเท่ากัน เช่น A.P.C. เป็นต้น Mr P เปิดขายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และสามารถส่งมาที่ไทยได้ด้วย (แต่อาจใช้ลดหย่อนภาษีช้อปช่วยชาติไม่ได้)

The post Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/style-wrap-up-19-november-2017/feed/ 0
รู้จัก ‘Craig & Karl’ ศิลปินดูโอที่ทำงานห่างกันข้ามทวีป พร้อมสัมผัสงานชิ้นใหม่สุดพิเศษของพวกเขา [Advertorial] https://thestandard.co/nespresso-variations-confetto-craig-karl/ https://thestandard.co/nespresso-variations-confetto-craig-karl/#respond Mon, 06 Nov 2017 03:00:47 +0000 https://thestandard.co/?p=38660

     “ความสัมพันธ์ของเราสองคนมันง่ายมาก […]

The post รู้จัก ‘Craig & Karl’ ศิลปินดูโอที่ทำงานห่างกันข้ามทวีป พร้อมสัมผัสงานชิ้นใหม่สุดพิเศษของพวกเขา [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>

     “ความสัมพันธ์ของเราสองคนมันง่ายมาก เพียงแค่เราต่างต้องเด็ดขาดและใจกล้ามากพอในการทำงาน เพื่อจะได้ต่างเป็นดวงตาอีกดวงให้กันและกัน เพื่อสร้างความแตกต่างใหม่ให้กับโลก”

     ฟังดูอาจเป็นถ้อยความที่คู่รักสักคู่หนึ่งพูดถึงกันและกัน แต่เปล่าเลย มันไม่ใช่แบบที่คุณคิด นี่เป็นข้อความจาก เคร็ก เรดแมน (Craig Redman) หนึ่งชายหนุ่มสู่เพื่อนชายอีกคนนามว่า คาร์ล ไมเออร์ (Karl Maier) สองศิลปินที่มีผลงานศิลปะอันโดดเด่นร่วมกันในนาม ‘Craig & Karl’ ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นและวิธีการทำงานร่วมกันที่น่าเหลือเชื่อ ผลงานศิลปะของพวกเขากำลังจะเดินทางถึงมือคุณในรูปแบบใหม่ที่จับมือร่วมกับ Nespresso ผลิตคอลเล็กชันสุดพิเศษออกมาที่คอดีไซน์ไม่ควรพลาดด้วยประการใดทั้งนั้น!

     คุณอาจจะนึกไม่ถึงว่า Craig & Karl นั้นเป็นสองนักออกแบบชื่อดังที่รู้จักกันมาร่วม 18 ปี จากเพื่อนซี้ที่จับคู่กันทำโปรเจกต์ร่วมกันเสมอสมัยพวกเขายังเรียนอยู่ที่ Queensland College of Art ในประเทศออสเตรเลีย อันเป็นบ้านเกิดของเขาทั้งคู่ จนจับผลัดจับผลูมาจนทำธุรกิจร่วมกัน ด้วยเหตุผลของความหลงใหลในงานศิลปะที่คล้ายคลึงกัน ความเข้าคู่กันได้อย่างดีโดยเฉพาะในยุคที่งานศิลปะแบบเวกเตอร์ (Vector) จุดประกายให้อิลลัสเตรเตอร์ได้แจ้งเกิดในยุคหนึ่งนั้นต่างไปโดนใจพวกเขาทั้งคู่จนได้ริเริ่มผลิตผลงานของตัวเองออกมา

 

 

     งานออกแบบของพวกเขานั้นโดดเด่นที่การฝังตัวงานลงไปในรูปทรงง่ายๆ เลือกใช้สีที่หลากหลาย ก่อนจะเจือปนความตลกร้ายเข้าไปด้วย หากใครเป็นแฟนงานของพวกเขาก็จะจดจำสไตล์ของงานได้จากการที่ Craig & Karl หยิบยกเอาภาพนิ่ง ภูมิทัศน์ หรืออะไรต่อมิอะไรรอบตัวมาบิดเบือนและดัดแปลงให้เป็นงานศิลปะได้ทั้งหมด และพวกเขาก็ยังตอกย้ำความเป็นศิลปินในยุคใหม่ที่เชื่อว่าการทำงานนั้นไร้พรมแดน เหตุก็เพราะเคร็กนั้นนั่งทำงานอยู่ที่เมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนคาร์ลนั้นนั่งทำงานอยู่ที่เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ ห่างกันตั้งเกือบ 6,000 กิโลเมตร! ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เคร็กย้ายไปทำงานที่นิวยอร์กก็เพราะเขาเป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่ได้รับ Green Card Lottery!

     ด้วยความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ Craig & Karl ได้จัดนิทรรศการส่วนตัวของพวกเขาขึ้นมาแล้วในหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นที่ Musée de la Publicité ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส, Onassis Cultural Centre ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ และ Museum of the Moving Image ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา รวมถึงยังเคยร่วมทำโปรเจกต์พิเศษกับแบรนด์ดังๆ อย่าง Louis Vuitton, MCM, Nike, Apple, Kate Spade, Kiehl’s และ Chanel หรือสื่อสิ่งพิมพ์อย่าง British Vogue, The Washington Post และ The New York Times มาแล้ว

 

เดวิด โบวี่ ศิลปินชื่อก้องโลกในงานศิลปะของ Craig & Karl ที่ทำให้กับนิตยสาร British Vouge และการออกแบบปก The Washington Post (ขวา) / Photo: Agent Pekka

 

     และครั้งนี้ Craig & Karl จับมือกับแบรนด์กาแฟระดับโลกอย่าง Nespresso ร่วมกันออกแบบแคปซูลคอลเล็กชันสุดพิเศษในชื่อว่า ‘Variations Confetto’ โดย Nespresso นั้นรังสรรค์รสชาติและดีไซน์ใหม่โดยเฉพาะสำหรับเทศกาลแห่งความสุขที่ใกล้จะมาถึงนี้ ซึ่งหยิบยกเอาความโดดเด่นและเอกลักษณ์ทางการออกแบบของ Craig & Karl เข้ามาผสมผสานกับแรงบันดาลใจจากความคุ้นเคยในวัยเด็ก ลวดลายและสีสันที่ให้ความรู้สึกถึงความเรียบง่าย ความสุข และขนมลูกกวาดแบบดั้งเดิมเพื่อให้กลายมาเป็นสิ่งที่เราไม่อยากให้คอกาแฟและคนรักการดีไซน์พลาดความพิเศษอันมีจำนวนจำกัดเหล่านี้

     “เราใส่ใจอย่างยิ่งว่าการออกแบบจะต้องใส่ความทันสมัยและสามารถเข้ากับปัจจุบันได้ เราได้รับรู้ว่าลวดลายคลาสสิกคือสิ่งที่ทำให้เราเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น และอีกสิ่งหนึ่งที่เราให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือลวดลายที่มีชีวิตชีวา และที่สำคัญ เราชอบมากที่ได้ใส่ลายเส้นลงไปในดีไซน์ของแคปซูลรูปโดมของ Nespresso เพื่อถอดความรู้สึกของขนมหวานได้อย่างชัดเจน” เคร็กและคาร์ลกล่าวถึงคอลเล็กชันสุดพิเศษนี้

 

 

     คอลเล็กชัน Variations Confetto นั้นประกอบไปด้วยกาแฟแคปซูล 3 รสชาติใหม่ โดยในแต่ละรสชาติจะมีพื้นฐานมาจากการผสมผสานกาแฟ Nespresso Livanto อันประกอบด้วยกาแฟอาราบิก้าล้วนที่ปลูกในอเมริกาใต้และอเมริกากลางเข้ากับกลิ่นและรสชาติใหม่ๆ ที่น่าค้นหาทั้ง ‘Snowball’ เอสเพรสโซแสนอร่อยที่ให้ความหวานของมะพร้าวและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของวานิลลา มาในแคปซูลสีฟ้า-เหลือง-ขาว สบายตาราวกับปุยหิมะ ‘Orangette’ รสหวานขมของเปลือกส้มและช็อกโกแลต แต่งเติมความมีชีวิตชีวาในแคปซูลสีส้ม-ชมพู-ขาว และ ‘Liquorice’ รสชาติกาแฟที่ผสานระหว่างเครื่องเทศและชะเอมได้อย่างลงตัวในแคปซูลสีดำ-ฟ้า-ขาว เท่ละมุนอย่างมีระดับ นอกจากกาแฟแคปซูล 3 รสใหม่แล้ว คอลเล็กชันนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมรสชาติต่างๆ ให้คุณได้หยิบจับเป็นเจ้าของอีกด้วย ทั้งชุดถ้วยเอสเพรสโซ ถ้วยลุงโก และแก้วพกพาสำหรับเดินทาง ในดีไซน์ที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์ความสนุกสนานของ Craig & Karl

     คุณสามารถหยิบจับหางานดีไซน์ฉูดฉาดและน่าหลงใหลเหล่านี้ที่ Nespresso จับมือกับ Craig & Karl ได้ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ที่ Nespresso Boutique ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โซน Jewel หรือทาง www.nespresso.com  และเฟซบุ๊ก www.facebook.com/Nespresso.TH

 

อ้างอิง:

The post รู้จัก ‘Craig & Karl’ ศิลปินดูโอที่ทำงานห่างกันข้ามทวีป พร้อมสัมผัสงานชิ้นใหม่สุดพิเศษของพวกเขา [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/nespresso-variations-confetto-craig-karl/feed/ 0