Masatada Ishii Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/masatada-ishii/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 26 Dec 2025 11:46:51 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ฟุตบอลทีมชาติไทย อำลาปี 2025 ด้วยความชอกช้ำ ก่อนนับ 1 ใหม่ (อีกครั้ง!) ในปี 2026 https://thestandard.co/thai-football-disappointment-2025/ Mon, 29 Dec 2025 05:30:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1158761 ฟุตบอลทีมชาติไทย อำลา ปี 2025 ด้วยความชอกช้ำ ก่อนนับ 1 ใหม่ อีกครั้ง ในปี 2026

ปี 2025 ของเหล่าแข้งลูกหนังทีมชาติไทย เริ่มต้นด้วยความห […]

The post ฟุตบอลทีมชาติไทย อำลาปี 2025 ด้วยความชอกช้ำ ก่อนนับ 1 ใหม่ (อีกครั้ง!) ในปี 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฟุตบอลทีมชาติไทย อำลา ปี 2025 ด้วยความชอกช้ำ ก่อนนับ 1 ใหม่ อีกครั้ง ในปี 2026

ปี 2025 ของเหล่าแข้งลูกหนังทีมชาติไทย เริ่มต้นด้วยความหวังครั้งใหม่ กับภารกิจล่าตั๋วเอเชียนคัพ 2027 หลังอกหักจากฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกในปี 2024 ทำให้ทุกอย่างถูกวางให้เป็นปีแห่งการนับหนึ่งใหม่ เพื่อกลับมาเดินบนเส้นทางที่เราเคยทำได้ดีอีกครั้ง

 

ภายใต้การคุมทีมของ มาซาทาดะ อิชิอิ ผู้มาพร้อมแนวคิด “Japan Way” และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคนักเตะเลือดใหม่ ทีมไทยถูกคาดหวังว่าจะได้เห็นทิศทาง การพัฒนา และผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในสนามแข่งขันระดับทวีป

 

แต่เพียงไม่กี่เดือนก่อนสิ้นปี…ทุกอย่างกลับตาลปัตร ปีนี้จบลงด้วยความผิดหวังซ้ำอีกครั้ง ตั้งแต่การปลดกุนซือ อิชิอิ ที่สะเทือนทั้งวงการ ไปจนถึงผลงานซีเกมส์ในบ้านที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ส่งผลให้ทัพช้างศึกทั้งโต๊ะใหญ่-โต๊ะเล็ก ต้องปิดฉากปีแบบช้ำใจไปพร้อมกัน

 

การเปลี่ยนถ่ายสายเลือดใหม่ ความหวังที่ยังไปไม่ถึงฝัน

 

ปีนี้ อิชิอิ เดินหน้าปรับทีมด้วยแนวคิดเปลี่ยนผ่านสู่ยุคนักเตะใหม่ ผสมผสานแท็กติกสมัยใหม่กับประสบการณ์ของตัวเก๋า ทว่าฟอร์มโดยรวมยังขึ้นๆ ลงๆ พร้อมเสียงวิจารณ์เรื่องไลน์อัปในบางเกม โดยเฉพาะการพลาดทั้ง อาเซียนคัพ 2024 ช่วงต้นปี 2025 และการเสียแชมป์ คิงส์คัพ 2025 ในบ้านตัวเอง

 

สถิติรวมตลอดการทำทีม 30 นัด ชนะ 16 เสมอ 6 แพ้ 8 (ชนะ 53%) ถือว่าไม่แย่ในมุมตัวเลข แต่กลับไม่ตอบโจทย์เป้าหมายที่สมาคมฯ ตั้งไว้ ทั้งการทะลุรอบ 3 ฟุตบอลโลก, การกลับมาครองความเหนือชั้นในอาเซียน และการลุ้นตั๋วเอเชียนคัพ 2027 ที่ต้องเหนื่อยถึงเกมสุดท้าย

 

การปลดอิชิอิแบบฟ้าผ่า คือจุดแตกหักที่สะเทือนวงการ

 

ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในช่วงเวลาช็อกแฟนบอลมากที่สุดของปี เมื่อสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ประกาศยุติสัญญา มาซาทาดะ อิชิอิ แบบกะทันหัน อ้างเหตุผลด้านแนวทางการทำทีมที่ไม่สอดคล้องกับการประเมินของฝ่ายเทคนิค ทั้งที่เจ้าตัวคุมทีมมาตั้งแต่ธันวาคม 2023 พร้อมสถิติ ชนะ 16 จาก 30 นัด (ชนะ 53%)

 

หลังการปลด อิชิอิออกมาโพสต์ระบายว่ารู้สึกไม่ได้รับความเคารพ และถูกเรียกประชุมอย่างไม่จริงใจ จุดชนวนเสียงวิจารณ์อย่างหนักไปยัง มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ ในฐานะนายกสมาคมฯ โดยเฉพาะประโยค “ทีมชาติไม่ใช่ห้องทดลอง” ซึ่งกลายเป็นวลีที่ถูกตั้งคำถามถึงวิสัยทัศน์ระยะยาว และการเดินหมากเชิงนโยบายของสมาคมฯ

 

ขณะที่แฟนบอลจำนวนไม่น้อยมองว่านี่คือการตัดสินใจที่รวดเร็วเกินไป เพราะตัวเลขผลงานของอิชิอิถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดี รั้งอัตราชนะอันดับ 2 ของทีมชาติในยุคหลังๆ พาทีมกลับเข้าสู่ ท็อป 100 ฟีฟ่าแรงกิ้ง อีกครั้ง และนัดล่าสุดก็เพิ่งบุกถล่มไชนีสไทเป 6-1 ทำให้ข้อสงสัยว่า “ทำไมต้องปลดตอนนี้?” ดังขึ้นไปอีก

 

ความล้มเหลวในซีเกมส์ 2025

 

เดือนธันวาคมคือจุดต่ำสุด เมื่อไทยเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 พร้อมตั้งเป้ากวาดทองจากฟุตบอล-ฟุตซอลชายหญิง แต่ผลลัพธ์กลับเป็นฝันร้ายในบ้านตัวเอง

 

  • ฟุตบอลหญิง: แพ้ฟิลิปปินส์รอบรองฯ ได้แค่ทองแดง
  • ฟุตซอลหญิง: เสียแชมป์ซีเกมส์ครั้งแรก ได้ทองแดง
  • ฟุตบอลชาย: ถูกเวียดนามแซงชนะ 3-2 ช่วงต่อเวลา ได้เงินปลอบใจ
  • ฟุตซอลชาย: แพ้อินโดฯ 1-6 จบด้วยเหรียญเงิน

 

และนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ไทยเจ้าภาพ แต่ไม่คว้าเหรียญทองฟุตบอลเลยสักรายการ ยิ่งตอกย้ำข้อกังขาเรื่องการบริหารทีมชาติในหลายระดับ

 

ภารกิจใหญ่ในปี 2026

 

อย่างไรก็ตาม แม้ในภาพรวมจะต้องปิดปี 2025 แบบเจ็บปวด แต่ทีมไทยยังได้ไปต่อในรอบคัดเลือกเอเชียนคัพ 2027 หลังชนะสิงคโปร์ 3-2 และถล่มศรีลังกา 4-0 ภายใต้การทำทีมโดย แอนโทนี ฮัดสัน ทำให้สถานการณ์คงหวังไว้เช่นเดิม

 

ตารางคะแนนปัจจุบัน

 

🇹🇭 ไทย : 12 คะแนน

 

🇹🇲 เติร์กเมนิสถาน : 12 คะแนน (เฮดทูเฮดดีกว่า / ไทยแพ้ 1-3 นัดแรก)

 

ดังนั้น เกมที่ต้องเจอเติร์กเมนิสถานในปี 2026 จะเป็นแมตช์ชี้เป็น-ชี้ตาย กับเงื่อนไขเดียว คือทีมไทยจำเป็นต้องชนะเพื่อแซงขึ้นจ่าฝูง และคว้าตั๋วไปเอเชียนคัพ 2027 ที่ซาอุฯ มิฉะนั้นไทยอาจพลาดรายการนี้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

 

ขณะที่ทีมชาติไทย U23 ต้องเก็บกระเป๋า สลัดความผิดหวังจากซีเกมส์ แล้วเดินหน้าต่อสู่ภารกิจใหม่ในศึกชิงแชมป์เอเชีย ช่วงต้นปี 2026 ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย

 

ท้ายที่สุด ปี 2025 อาจเป็นปีที่ทำให้แฟนบอลไทยต้องปวดใจไม่น้อยในแง่ผลลัพธ์ในสนามยังไม่ตอบโจทย์ ทิศทางของทีมชาติยังไม่ชัดเจน และความหวังหลายอย่างพังทลายลงตรงหน้า

 

แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยพัง คือ ศรัทธาของแฟนบอลไทย ที่ยังคงหยัดยืนข้างฟุตบอลไทยอยู่เสมอ

 

แม้ในวันที่ทีมและสมาคมฯ ยังคงหาทิศทาง แต่แฟนบอลต้องการเพียงอย่างเดียว

 

คือการทำงานที่มีความตั้งใจจริง มุ่งมั่น และมีเป้าหมายที่จับต้องได้

 

และเราเชื่อว่าในปี 2026 เราหวังเหลือเกินว่านี้คือเวลาที่ฟุตบอลไทยจะต้องหันหัวเรือกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้องอีกครั้ง เส้นทางที่ควรจะเป็นมานานแล้ว แม้ต้องเริ่มนับ 1 ใหม่ อีกครั้งก็ตาม!

The post ฟุตบอลทีมชาติไทย อำลาปี 2025 ด้วยความชอกช้ำ ก่อนนับ 1 ใหม่ (อีกครั้ง!) ในปี 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
บีจี ปทุม แต่งตั้ง อิชิอิ เป็นกุนซือคนใหม่อย่างเป็นทางการ https://thestandard.co/bgputd-appoints-ishii-head-coach/ Thu, 30 Oct 2025 05:33:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1137364 บีจี ปทุม แต่งตั้ง อิชิอิ เป็นกุนซือคนใหม่อย่างเป็นทางการ

สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ประกาศแต่งตั้ง มาซาทาดะ อิชิอิ […]

The post บีจี ปทุม แต่งตั้ง อิชิอิ เป็นกุนซือคนใหม่อย่างเป็นทางการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บีจี ปทุม แต่งตั้ง อิชิอิ เป็นกุนซือคนใหม่อย่างเป็นทางการ

สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ประกาศแต่งตั้ง มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือชาวญี่ปุ่น เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมอย่างเป็นทางการ

 

อิชิอิ วัย 57 ปี เป็นโค้ชมากประสบการณ์จากเวที เจลีก ญี่ปุ่น โดยเคยคุมทีม คาชิม่า แอนท์เลอร์ส และ โอมิยะ อาร์ดิจา พร้อมฝากผลงานสุดโดดเด่นด้วยการพา คาชิม่า คว้าแชมป์ เจลีก วายบีซี เลอแวง คัพ 2015, ตามด้วย แชมป์เจลีก และเอ็มเพอเรอร์ คัพ 2016 รวมถึงพาทีมคว้ารองแชมป์ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ 2016

 

อิชิอิ เริ่มต้นเส้นทางโค้ชในไทยครั้งแรกเมื่อปี 2019 กับ สมุทรปราการ ซิตี้ และพา ทีมเขี้ยวสมุทร จบอันดับ 6 ในไทยลีก 1 ฤดูกาลแรก ก่อนย้ายมาคุม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในเลกสองของฤดูกาล 2021/22 พร้อมสร้างประวัติศาสตร์พา “ปราสาทสายฟ้า” กวาด ทริปเปิลแชมป์ สองฤดูกาลติดต่อกัน (2021/22 และ 2022/23) ทั้ง ไทยลีก, ช้าง เอฟเอ คัพ และรีโว่ คัพ

 

ต่อมาในปี 2023 อิชิอิ ได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชุดใหญ่ นำทีมลงแข่งขัน เอเชียน คัพ 2023 ที่ประเทศกาตาร์ พร้อมพาทัพ “ช้างศึก” ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย และยังคุมทีมในรายการสำคัญต่อเนื่อง เช่น ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย, เอเอฟเอฟ แชมเปียนชิพ 2024, และ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 50 และ 51

The post บีจี ปทุม แต่งตั้ง อิชิอิ เป็นกุนซือคนใหม่อย่างเป็นทางการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมชาติไทย เริ่มนับ 1 กับ แอนโธนี ฮัตสัน ผู้มาพร้อมภารกิจฟื้นศรัทธาบอลไทย https://thestandard.co/hudson-starts-thai-football-mission/ Thu, 23 Oct 2025 12:10:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1134612 ทีมชาติไทย เริ่มนับ 1 กับ แอนโธนี ฮัตสัน ผู้มาพร้อมภารกิจฟื้นศรัทธา บอลไทย

หลังการแยกทางกับ มาซาทาดะ อิชิอิ ที่กำลังพาทีมชาติไทยทำ […]

The post ทีมชาติไทย เริ่มนับ 1 กับ แอนโธนี ฮัตสัน ผู้มาพร้อมภารกิจฟื้นศรัทธาบอลไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมชาติไทย เริ่มนับ 1 กับ แอนโธนี ฮัตสัน ผู้มาพร้อมภารกิจฟื้นศรัทธา บอลไทย

หลังการแยกทางกับ มาซาทาดะ อิชิอิ ที่กำลังพาทีมชาติไทยทำผลงานในศึก เอเชียนคัพ รอบคัดเลือก ได้อย่างร้อนแรง ยิงได้ 8 ประตู เสียเพียง 1 จาก 2 นัดหลังสุด

 

การประกาศปลดแบบสายฟ้าแลบด้วยเหตุผล ‘แนวทางไม่ตรงกัน’ แบบนี้…ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววงการลูกหนังไทย

 

และเพียงไม่กี่วันถัดมา (23 ตุลาคม) สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ก็เดินหน้าประกาศแต่งตั้ง แอนโธนี ฮัตสัน ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเทคนิค ขึ้นมารับตำแหน่ง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชุดใหญ่ อย่างกะทันหัน

 

กะทันหันถึงขั้นที่การเข้ามาทำหน้าที่ ‘โค้ชคนใหม่’ ของฮัตสัน ยังไม่มีการตกลงรายละเอียดของสัญญาอย่างชัดเจน ทั้งระยะเวลาและการลงนามอย่างเป็นทางการยังไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ

 

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกระเพื่อมในโลกโซเชียล แฟนบอลจำนวนไม่น้อยตั้งคำถามถึงวิธีการของสมาคมฯ ว่าไม่เพียงเป็นการไม่ให้เกียรติอิชิอิเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความไม่ต่อเนื่องในโครงสร้างระยะยาวของฟุตบอลไทย ที่เหมือนจะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง

 

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ฮัตสัน กุนซือชาวอังกฤษวัย 44 ปี ที่เพิ่งได้รับโอกาสขึ้นแถลงต่อหน้าสื่อมวลชนไทยเป็นครั้งแรก กลับเลือกจะไม่มองสถานการณ์นี้ในแง่ลบ เขาเดินขึ้นโต๊ะด้วยรอยยิ้ม และเปิดใจอย่างตรงไปตรงมาว่า

 

“ผมเข้าใจทุกเสียงของแฟนบอล เพราะเหตุการณ์นี้สะท้อนว่า ทุกคนรักฟุตบอลไทยจริงๆ”

 

และในวันนี้ ซึ่งถือเป็น Day 1 ของการเริ่มต้นบทใหม่ในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ ฮัตสันได้เปิดเผยแนวคิด แพสชัน และมุมมองต่อทุกคำถามที่แฟนบอลไทยอยากรู้

 

THE STANDARD SPORT ขอพาทุกคนไปสัมผัส ‘คำตอบ’ ของชายผู้เปลี่ยนบทบาทจากผู้อำนวยการเทคนิค มาสู่ข้างสนามในฐานะเฮดโค้ชทีมชาติไทยคนใหม่ เพื่อทำความรู้จักเขาให้ลึกขึ้น ก่อนที่เกมแรกของยุคแอนโธนี ฮัตสันจะเริ่มต้นขึ้นเดือนหน้า!

 

ทีมชาติไทย เริ่มนับ 1 กับ แอนโธนี ฮัตสัน ผู้มาพร้อมภารกิจฟื้นศรัทธา บอลไทย 1

 

เปิดพอร์ต แอนโธนี ฮัตสัน ผลงานระดับ ‘ทีมชาติ’ เป็นอย่างไรบ้าง?

 

แอนโธนี ฮัตสัน ถือเป็นหนึ่งในโค้ชสายโกลบอล ที่สั่งสมประสบการณ์ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติมาแล้วหลายประเทศ เขาเริ่มต้นเส้นทางกุนซือตั้งแต่อายุเพียง 27 ปี กับสโมสร Real Maryland Monarchs ในสหรัฐอเมริกา ก่อนจะก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติในเวลาไม่นาน

 

ในระดับ ทีมชาติชุดใหญ่ ฮัตสันผ่านการคุมทีมมาแล้วถึง 3 ชาติ พร้อมผลงานดังนี้

 

🇧🇭 ทีมชาติบาห์เรน (2013-2014)
คุมทีม 12 นัด ชนะ 3 เสมอ 6 แพ้ 3
อัตราชนะ 25.00%

 

🇳🇿 ทีมชาตินิวซีแลนด์ (2014-2017)
คุมทีม 27 นัด ชนะ 9 เสมอ 7 แพ้ 11
อัตราชนะ 33.33%
(เคยพานิวซีแลนด์เข้าเพลย์ออฟคัดบอลโลก 2018 พบเปรู)

 

🇺🇸 ทีมชาติสหรัฐอเมริกา (รักษาการ, 2023)
คุมทีม 5 นัด ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1
อัตราชนะ 40.00%

 

ฮัตสัน กับเรื่องของ Win Rate

 

หนึ่งประเด็นร้อนแรงที่แฟนบอลไทยพูดถึงอย่างหนัก คือเรื่องของอัตราชนะ (Win Rate) ตัวเลขที่สมาคมฟุตบอลฯ เคยหยิบยกขึ้นมาเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญในการประเมินผลงานของ มาซาทาดะ อิชิอิ

 

ในยุคของอิชิอิ ทีมชาติไทยมีสถิติ ชนะ 16 จาก 30 นัด หรือคิดเป็น อัตราชนะ 53% ก่อนถูกปลดกลางทาง ทั้งที่ผลงานในสนามยังดูมีทิศทางที่ดี

 

ขณะเดียวกัน หากมองไปที่ แอนโธนี ฮัตสัน ซึ่งมีประสบการณ์คุมทีมชาติ 3 ชาติ บาห์เรน, นิวซีแลนด์ และสหรัฐอเมริกา ตัวเลขทั้งหมด ยังไม่เคยแตะ 50% เลยด้วยซ้ำ

 

แต่เมื่อถูกถามถึงเรื่องนี้ ฮัตสันตอบอย่างใจเย็นและมีมุมมองที่น่าสนใจว่า “เรื่องอัตราชนะจะมองว่าถูกหรือผิดคงไม่ได้ เพราะแต่ละโค้ชมีแนวทางและปรัชญาแตกต่างกัน บางคนอาจเลือกอุ่นเครื่องกับทีมที่อันดับโลกต่ำกว่า เพื่อเพิ่มโอกาสชนะ ส่วนบางคนเลือกเจอกับทีมที่แข็งแกร่งกว่า เพื่อให้นักเตะได้เรียนรู้จากเกมนั้นๆ”

 

เขาอธิบายต่อว่า ตลอด 3 ปีครึ่งที่คุมทีมนิวซีแลนด์ เขาได้เล่นเกมในบ้านเพียง 2 นัดเท่านั้น ที่เหลือคือการออกไปเผชิญหน้ากับทีมที่มีแรงกิ้งสูงกว่าเกือบทั้งหมด เพราะเป้าหมายไม่ใช่การเก็บสถิติชนะ หากแต่เป็นการสร้างนักเตะที่พร้อมสู้กับทีมระดับโลก และได้เรียนรู้ให้มากที่สุด

 

ทีมชาติไทย เริ่มนับ 1 กับ แอนโธนี ฮัตสัน ผู้มาพร้อมภารกิจฟื้นศรัทธา บอลไทย 2

 

มุมมองต่อการทำงานของอิชิอิ, เขาจะสานต่อแนวทางเดิม หรือสร้าง ‘Hudson Way’ ขึ้นมาใหม่?

 

THE STANDARD SPORT ยิงคำถามตรงถึง แอนโธนี ฮัตสัน ว่าในฐานะที่ก่อนหน้านี้เขานั่งอยู่ในเก้าอี้ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเทคนิค และมีโอกาสเห็นการทำงานของ มาซาทาดะ อิชิอิ อย่างใกล้ชิด

 

เขามองแนวทางของกุนซือชาวญี่ปุ่นรายนี้อย่างไร และเมื่อถึงวันที่ต้องรับไม้ต่อ เขาจะสานต่อ หรือสร้างทางของตัวเองให้กับทีมชาติไทย?

 

ฮัตสันตอบด้วยน้ำเสียงให้เกียรติอย่างเต็มที่ต่อสิ่งที่อิชิอิได้วางไว้ พร้อมย้ำว่า การเข้ามาของเขาไม่ใช่การเปลี่ยนทุกอย่าง แต่คือการต่อยอดและพัฒนา

 

“ผมเคารพและนับถือโค้ชอิชิอิในสิ่งที่เขาทำมา และมันคงเป็นความผิดพลาดถ้าผมจะเปลี่ยนทุกอย่าง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในทีมในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าดูดีแล้ว ทุกคนก็กำลังอยู่ในจุดที่ดี

 

“หน้าที่ของผมอาจมีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างออกไป แต่สิ่งที่ผมจะทำคือค่อยๆ ถ่ายทอดแนวทางของตัวเองให้ทีมงานได้ซึมซับ และค่อยๆ พัฒนาทีมไปทีละระดับ เราจะพยายาม ‘วิวัฒนาการ’ มากกว่าจะ ‘ปฏิวัติ’ ทุกอย่าง”

 

มุมมองฟุตบอลไทย ผ่านสายตาของ ฮัตสัน

 

ฮัตสันมองว่า ประเทศไทยคือหนึ่งในประเทศที่ทำให้เขารู้สึกโชคดีที่ได้มาทำงาน “ผมโชคดีที่ได้ทำงานในหลายประเทศ แต่ต้องพูดถึงประเทศไทยเป็นพิเศษ เพราะนี่คือประเทศที่มีวัฒนธรรมและผู้คนที่ยอดเยี่ยม ทุกคนให้เกียรติกัน ยิ้มแย้ม และมีพาสชันในเกมฟุตบอล ผมรู้สึกได้ถึงพลังและศักยภาพที่ไปได้ไกลมาก”

 

ในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเทคนิคมาก่อน ฮัตสันบอกว่า หน้าที่ของเขาคือการมองภาพรวมทั้งหมดของฟุตบอลไทย ตั้งแต่ระดับเยาวชนจนถึงทีมชาติชุดใหญ่ เพื่อสร้างระบบที่ต่อเนื่องให้ทุกชุดเดินไปในทิศทางเดียวกัน

 

เขาย้ำว่า จุดสำคัญคือการสร้างวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของทีมชาติไทยให้ชัดเจน เพื่อให้นักเตะเติบโตตามเส้นทางที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะอยู่ในรุ่นอายุใด

 

“สิ่งที่เราทำอยู่ ไม่ใช่ ‘Hudson Way’ แต่คือการทำงานร่วมกันของโค้ชไทยที่มีประสบการณ์ เราคุยกัน วิเคราะห์กัน จนตกผลึกว่าอะไรคือจุดแข็งของนักเตะไทย และจะใช้สิ่งนั้นสร้างทีมชาติให้แข็งแกร่งที่สุด”

 

เขาทิ้งท้ายด้วยคำหวานผ่านความรู้สึกต่อวงการลูกหนังไทยว่า “ที่นี่แตกต่างจากหลายประเทศ เพราะทีมงานทุกคนทุ่มเทและรักฟุตบอลมาก ทุกคนทำงานหนักเพื่อให้ฟุตบอลไทยพัฒนา เหมือนกับแฟนบอลที่รักทีมชาติ ผมรู้สึกจริงๆ ว่าที่นี่พิเศษกว่าที่ไหนๆ”

 

ทีมชาติไทย เริ่มนับ 1 กับ แอนโธนี ฮัตสัน ผู้มาพร้อมภารกิจฟื้นศรัทธา บอลไทย 3

 

เป้าหมาย กับ สัญญา (เฉพาะกิจ)

 

เมื่อถูกถามเรื่องของสัญญา หรืออายุงาน ฮัตสัน ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า การเข้ามารับตำแหน่งครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทุกอย่างยังอยู่ระหว่างการพูดคุยและจัดการเอกสาร

 

“ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ผมได้รับทราบพร้อมๆ กับทุกคน (เรื่องปลดอิชิอิ และเข้ามารับตำแหน่ง) และตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพูดคุยเรื่องสัญญาและการเซ็นอย่างเป็นทางการ”

 

ฮัตสันเรียกภารกิจนี้ว่าเป็นเพียงสัญญาเฉพาะกิจที่มีเป้าหมายชัดเจน คือพาทีมชาติไทยคว้าชัยใน 2 นัดสำคัญกับ ศรีลังกา และ เติร์กเมนิสถาน เพื่อผ่านเข้ารอบไปเล่นรอบสุดท้ายของเอเชียนคัพ 2027

 

“ผมเคยอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มาแล้วทั้งกับบาห์เรนและสหรัฐฯ ที่ต้องชนะเพื่อเข้ารอบต่อไป ผมมั่นใจว่าเราทำได้ เพราะเรามีนักเตะที่มีศักยภาพสูง และถ้าเรามีทัศนคติที่ถูกต้อง เราจะคว้าผลลัพธ์ที่ต้องการแน่นอน”

 

นอกจากนี้ ฮัตสันยังยอมรับว่ายังเร็วเกินไปที่จะตอบชัดถึงรูปแบบการเล่นหรือรายละเอียดของทีมงานสต๊าฟโค้ชในตอนนี้ แม้จะมีไอเดียในใจอยู่บ้างแล้ว ส่วนทีมงาน จะพยายามเฟ้นหาคนที่เหมาะสมและดีที่สุดมาทำงานร่วมกัน

 

สำหรับรายการสำคัญอย่าง อาเซียนคัพ 2026 ฮัตสันพูดชัดเจนว่า มาตรฐานของทีมชาติไทยไม่ควรมีทางเลือกอื่นนอกจากการ ‘เป็นแชมป์’ แบบไม่มีข้อยกเว้น

 

ช้างศึก ‘ยุคฮัตสัน’ จะเรียกแข้งเก๋ากลับมาหรือไม่?

 

อีกหนึ่งคำถามที่แฟนบอลไทยอยากรู้คือ ในยุคของ แอนโธนี ฮัตสัน ทีมชาติไทยจะเดินตามแนวทางของ มาซาทาดะ อิชิอิ ที่เน้นผลักดันผู้เล่นรุ่นใหม่เต็มตัว หรือจะเปิดโอกาสให้นักเตะประสบการณ์สูงกลับมามีบทบาทในทีมอีกครั้ง?

 

ฮัตสันตอบอย่างชัดเจนว่า เขาเชื่อมั่นในศักยภาพของนักเตะเยาวชน แต่ก็ย้ำว่านักเตะรุ่นพี่ยังมีบทบาทและความสำคัญไม่แพ้กัน

 

“ผมเชื่อมั่นในตัวนักเตะเยาวชน ทุกคนที่มีความสามารถและทัศนคติที่ถูกต้องย่อมมีโอกาสลงเล่น แต่ฟุตบอลทีมชาติต้องการสมดุล นักเตะประสบการณ์สูงก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน”

 

เขาอธิบายว่า นอกจากฟอร์มการเล่นในสนามแล้ว สิ่งที่รุ่นพี่มอบให้คือ ‘มาตรฐาน’ และ ‘แบบอย่าง’ ทั้งในและนอกสนาม โดยเฉพาะเมื่อต้องออกไปเล่นเกมเยือนต่างแดน ซึ่งเต็มไปด้วยความท้าทายเรื่องสภาพแวดล้อมและการปรับตัว

 

“นักเตะอายุน้อยอาจเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลง แต่รุ่นพี่จะช่วยแนะนำและพยุงทีมให้ผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นได้ การมีพวกเขาอยู่ในทีมคือส่วนสำคัญของการรักษามาตรฐานและเป้าหมายที่เราตั้งไว้”

 

การรับมือกับแรงกดดัน และกระแสต่อต้านของแฟนบอล

 

หลังได้รับการแต่งตั้ง อีกสิ่งที่ ฮัตสันต้องเผชิญทั้งแรงกดดันมหาศาลและกระแสต่อต้านจากแฟนบอลไทยจำนวนมาก แต่เขากลับเลือกมองมันในเชิงบวกมากกว่ายกมาเป็นอุปสรรคทับตัวเอง

 

“ผมรับงานนี้เพราะผมรักประเทศไทยจริงๆ รักในวัฒนธรรมและผู้คน ไม่ได้พูดเพราะมีคนไทยอยู่เต็มห้อง แต่เพราะผมสัมผัสได้ว่าทุกคนมีแพชชั่นกับฟุตบอล ผมอยากให้ทีมชาติไทยเล่นอย่างภาคภูมิใจ เช่นเดียวกับแฟนบอลที่ภูมิใจในทีมของพวกเขา”

 

ขณะเดียวกันเขายอมรับว่าทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนหลายอย่างยังต้องหารือและปรับการทำงานร่วมกับฝ่ายเทคนิค แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ เขาแคร์แฟนบอลไทยและเข้าใจทุกเสียงวิจารณ์

 

“ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีเรื่องราวมากมาย แต่สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าทุกคนรักฟุตบอลไทย และอยากให้ฟุตบอลไทยมีผลงานดีเสมอ ไม่ว่าจะกระแส หรือปฏิกิริยาของแฟนบอล ผมเองก็เป็นคนที่แคร์แฟนบอล เช่นเดียวกับนายกสมาคมฯ ก็อยากแสดงให้เห็นว่าทุกคนแคร์ฟุตบอลไทยจริงๆ

 

“อีกสิ่งผมเคารพทุกคอมเมนต์ ที่แสดงเข้ามาจากแฟนบอล หวังว่าวันหนึ่งผมจะทำให้ได้ ในการพาทีมชาติไทยเข้ารอบเอเชียน คัพ ทำให้แฟนบอลทุกคนภูมิใจกับฟอร์มการเล่น และผลการแข่งขันที่ทีมชาติไทยแสดงออกมา”

 

ทีมชาติไทย เริ่มนับ 1 กับ แอนโธนี ฮัตสัน ผู้มาพร้อมภารกิจฟื้นศรัทธา บอลไทย 4

 

คำถามยอดฮิต! ทีมชาติไทยยังฝันไปบอลโลกได้หรือไม่?

 

เมื่อถูกถามถึงคำถามที่แฟนบอลไทย (อาจจะยัง) อยากได้ยินที่สุด ทีมชาติไทยยังมีโอกาสไปฟุตบอลโลกหรือไม่

 

ฮัตสันตอบด้วยความเชื่อมั่นว่า “ผมเชื่อว่าเราสามารถไปได้ แต่…สิ่งที่ต้องทำต่อคือการพัฒนาในทุกมิติ ทั้งเพิ่มจำนวนแมตช์แข่งขัน การสร้างระบบเยาวชน และการพัฒนาโค้ชในแต่ละระดับ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราก้าวใกล้ฟุตบอลโลกมากขึ้น”

 

ข้อความถึงแฟนบอลไทย

 

แอนโธนี ฮัตสัน ฝากข้อความถึงแฟนบอลไทย โดยเขาย้ำถึงความเข้าใจดีว่านี่คือช่วงเวลาที่ยาก ทั้งสำหรับทีมชาติไทยและคนที่รักทีมนี้

 

“ผมเข้าใจแฟนบอลทุกคนว่านี่คือช่วงเวลาที่ยาก แต่ผมขอเวลาในการพิสูจน์ตัวเองอย่างเต็มที่ ทั้งผม ทีมงานสตาฟฟ์ และนักเตะทุกคน เราจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อเอาชนะใจแฟนบอลไทย และสร้างความเชื่อมั่นกลับมาอีกครั้ง หวังว่าเมื่อเวลาผ่านไป ทุกคนจะเปิดใจ ยอมรับ และภูมิใจกับฟุตบอลไทยในแบบที่เราอยากให้เห็น”

 

สำหรับโปรแกรมต่อไปของทีมชาติไทยชุดใหญ่ จะกลับมาลงสนามในช่วง ฟีฟ่าเดย์ เดือนพฤศจิกายน 2568

  • นัดอุ่นเครื่องกับ ทีมชาติสิงคโปร์ (อันดับ 155 โลก) วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ที่สนามกีฬาธรรมศาสตร์ รังสิต เวลา 19.30 น.
  • ต่อด้วยการบุกเยือน ทีมชาติศรีลังกา (อันดับ 193 โลก) ในศึก เอเชียน คัพ 2027 รอบคัดเลือก

 

       

The post ทีมชาติไทย เริ่มนับ 1 กับ แอนโธนี ฮัตสัน ผู้มาพร้อมภารกิจฟื้นศรัทธาบอลไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิชิอิ โพสต์ขอบคุณแฟนชาวไทยพร้อมยืนยันสนับสนุนช้างศึกต่อไป https://thestandard.co/ishii-thanks-fans-confirms-support/ Thu, 23 Oct 2025 04:44:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1134473 อิชิอิ โพสต์ขอบคุณแฟนชาวไทยพร้อมยืนยันสนับสนุน ช้างศึกต่อไป

มาซาทาดะ อิชิอิ อดีตหัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย โพสต์ข้อความใ […]

The post อิชิอิ โพสต์ขอบคุณแฟนชาวไทยพร้อมยืนยันสนับสนุนช้างศึกต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิชิอิ โพสต์ขอบคุณแฟนชาวไทยพร้อมยืนยันสนับสนุน ช้างศึกต่อไป

มาซาทาดะ อิชิอิ อดีตหัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย โพสต์ข้อความใน Instagram ส่วนตัว ขอบคุณแฟนบอลชาวไทยที่ส่งข้อความมาให้กำลังใจ พร้อมยืนยันว่า จะ “เป็นกำลังใจและให้การสนับสนุนทีมชาติไทยต่อไป”

 

โดยอิชิอิ โพสต์ข้อความในภาษาญี่ปุ่น และ ภาษาอังกฤษ แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “ถึงทุกคนที่ส่งข้อความมาหาผม ขอบคุณมากสำหรับทุกข้อความและกำลังใจที่ส่งมาให้ในครั้งนี้ครับ

 

“ผมยังคงอยากทำงานในฐานะผู้จัดการทีมต่อไป และมีแผนจะทำงานในประเทศไทยหรือประเทศอื่นๆ ต่อจากนี้

 

“แม้ว่าผมจะไม่สามารถทำหน้าที่โค้ชทีมชาติไทยได้อีกแล้ว แต่ผมก็จะยังคงเป็นกำลังใจและให้การสนับสนุนทีมชาติไทยต่อไป เช่นเดียวกับทุกคนครับ”

 

ไอจี อิชิอิ

The post อิชิอิ โพสต์ขอบคุณแฟนชาวไทยพร้อมยืนยันสนับสนุนช้างศึกต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
Thailand Way ฟุตบอลทีมชาติไทย เริ่มต้นใหม่ (อีกแล้ว!) https://thestandard.co/thailand-way-football-reboot/ Wed, 22 Oct 2025 01:58:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1133651 COVER - Thailand Way Football Reboot

ดูเหมือนว่าความหวังของแฟนบอลไทย ที่อยากเห็นทีมชาติกลับม […]

The post Thailand Way ฟุตบอลทีมชาติไทย เริ่มต้นใหม่ (อีกแล้ว!) appeared first on THE STANDARD.

]]>
COVER - Thailand Way Football Reboot

ดูเหมือนว่าความหวังของแฟนบอลไทย ที่อยากเห็นทีมชาติกลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีอีกครั้ง…จะดับวูบลงอีกหน

 

เมื่อข่าวการแยกทางกับกุนซือชาวญี่ปุ่นอย่าง มาซาทาดะ อิชิอิ กลายเป็นประเด็นร้อนที่สะเทือนทั้งวงการ

 

ภายหลังสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ออกแถลงยุติสัญญากับอิชิอิ โดยให้เหตุผลว่า “แนวทางการทำงานและทิศทางของทีมไม่สอดคล้องกัน”

 

สำหรับอิชิอิ เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนธันวาคม 2023 คุมทีมไปแล้ว 30 นัด ชนะ 16 นัด อัตราชนะ 53% ผลงานโดยรวมถือว่าไม่น่าผิดหวัง พาทีมคว้าแชมป์คิงส์คัพ 1 สมัย, ทะลุรอบน็อกเอาต์เอเชียนคัพ และขยับอันดับฟีฟ่าจาก 113 ขึ้นมาอยู่ที่ 96 ของโลก พร้อมเริ่มวางทีมเลือดใหม่ในแบบที่เขาเชื่อ

 

แต่ยังไม่ทันได้สร้างสิ่งนั้นให้เต็มรูปแบบ เขาก็ต้องเก็บกระเป๋าออกจากตำแหน่งเสียก่อน

 

การปลดครั้งนี้จึงไม่ต่างจาก ‘ฟ้าผ่า’ กลางแคมป์ช้างศึก โดยเฉพาะในจังหวะที่ทีมกำลังลุ้นผ่านเข้ารอบคัดเลือกเอเชียนคัพ 2027 ซึ่งเหลือเพียงสองนัดสุดท้าย

 

สองเกมที่อาจชี้อนาคตของฟุตบอลไทยชุดใหญ่เลยก็ว่าได้…

 

Aftershock ความรู้สึกของอิชิอิ และกระแสวิพากษ์

 

หลังแถลงการณ์ของสมาคมฯ สิ่งที่ทำให้แฟนบอลไทยสะเทือนใจกว่าตัวข่าว คือโพสต์ระบายของ มาซาทาดะ อิชิอิ ผ่าน Instagram Story ส่วนตัวว่า “วันนี้ตอน 10 โมง ผมถูกสมาคมฟุตบอลไทยเรียกไป โดยบอกว่า มาทบทวนสองนัดที่เจอกับไต้หวัน

 

“หลังจากการพูดคุย ผมถูกบอกว่า “วันนี้จะทำการยกเลิกสัญญา” เหตุผลคือ อยากเปลี่ยนสตาฟฟ์ ของทุกชุดเยาวชน

 

“ผมยังไม่สามารถจัดการความรู้สึกได้ เลยตอบไปว่า ไว้คุยกันอีกครั้งหน้า และไม่ได้ลงนามเอกสารใดๆ แล้วตอนบ่าย…ก็มีประกาศปลดออกมา ดูเหมือนไม่ให้ความจริงใจซึ่งกันและกัน”

 

“และถึงทุกคนที่สนับสนุนทีมชาติไทยมาจนถึงตอนนี้, ขอบคุณมาก”

 

คำพูดของอิชิอิสะท้อนทั้งความผิดหวังส่วนตัว และคำถามที่ลอยอยู่ในใจของแฟนบอลหลายคน เหตุใดสมาคมฯ จึงเลือกปลดเขาในเวลานี้?

 

เสียงวิจารณ์จากแฟนบอลไทยตามมาอย่างหนัก หลายคนเห็นว่าการปลดครั้งนี้ ไร้เหตุผลชัดเจน

 

โดยเฉพาะเมื่ออิชิอิพาทีมไทยชนะไต้หวัน 2-0 และ 6-1 ในศึกคัดเลือกเอเชียนคัพ เพียงไม่กี่วันก่อนหน้า

 

ถ้าเหตุผล ‘การปลด’ คือการบอกว่า วินเรตต่ำ ต้องบอกว่า ข้อมูล ณ ปัจจุบัน อิชิอิ คือกุนซือที่ ไม่เคยมี Win Rate ต่ำกว่าท็อป 5 ในทุกทีมที่เคยคุมทั้งระดับ สโมสร และโดยเฉพาะทีมชาติไทย ที่ 53.33% (อันดับ 2 จาก 14 คน)

 

สถิติเหล่านี้บอกชัดว่า อิชิอิไม่ใช่โค้ชที่ล้มเหลวในเชิงตัวเลขเลย

 

แต่สุดท้าย เหตุผลที่สมาคมฯ ยืนยันคือคำสั้นๆ ที่แฟนบอลคุ้นเคยดี คือ “แนวทางไม่ตรงกัน” คำอธิบายที่กลับยิ่งเพิ่มความคลุมเครือให้กับการตัดสินใจครั้งนี้มากกว่าเดิม

 

CONTENT_1

 

คำถาม…ที่ไม่มีคำตอบ สรุปแล้วอิชิอิถูกปลดเพราะอะไร?

 

ก่อนหน้านี้ หลายเสียงชี้ไปที่แนวทาง ‘Japan Way’ หรือฟุตบอลสไตล์ญี่ปุ่นที่อิชิอิพยายามปลูกฝังให้ทีมชาติไทย ระบบที่เน้นวินัย แท็กติกละเอียด และการสร้างทีมอย่างเป็นขั้นตอน ซึ่งดูเหมือนจะยังไม่ให้ผลลัพธ์อย่างที่แฟนบอลคาดหวัง

 

แต่หากมองลึกลงไป ปัญหาอาจไม่ใช่ Japan Way เลยด้วยซ้ำ

 

เพราะความจริงคือ อิชิอิเข้ามารับช่วงต่อหลังจากทีมชาติไทยตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2026

 

เขาไม่ได้เริ่มสร้างทีมนี้จากศูนย์ แต่ต้องมาสานต่อจากระบบและนักเตะที่มีอยู่แล้ว (จากยุคมาโน่) ทั้งในแง่ขุมกำลัง, ขวัญกำลังใจ และรอยร้าวภายในทีม

 

ยิ่งไปกว่านั้น เกมอุ่นเครื่องที่ควรเป็น “ห้องทดลอง” สำหรับลองแท็กติกใหม่ๆ กลับถูกคาดหวังให้ชนะทุกนัด จนไม่มีพื้นที่สำหรับการลองผิดลองถูก

 

ขณะที่ระยะเวลาในการเก็บตัวก็สั้น นักเตะตัวหลักบางรายไม่สามารถร่วมทีมได้ครบ

 

ปัจจัยเหล่านี้ล้วนจำกัดโอกาสในการพัฒนาทีมตามแนวทางที่เขาวางไว้

 

ดังนั้น ปัญหาจริงอาจไม่ใช่แนวทางของอิชิอิ แต่คือ โครงสร้างฟุตบอลไทยที่ยังไม่เอื้อต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

 

เรายังคงขาดระบบสนับสนุนที่ครบวงจร กระจายทรัพยากรยังไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะในระดับเยาวชนและอะคาเดมี ซึ่งควรเป็นรากฐานสำคัญของทีมชาติ

 

Japan Way อาจเหมาะกับประเทศที่มีระบบแข็งแรงอยู่แล้ว แต่สำหรับไทย ที่ยังมีปัญหานักเตะฟอร์มไม่คงเส้นคงวา ลีกขาดเสถียรภาพ และไม่มีเวลาเตรียมทีมมากพอ

 

และที่ยิ่งน่าเสียดายเข้าไปใหญ่ เพราะการปลดอิชิอิในครั้งนี้ ไม่ได้แค่หมายถึงการเสียโค้ชที่มีผลงานดีระดับหนึ่ง แต่คือการเสียคนที่พยายามวางโปรเจกต์ระยะยาวให้กับทีมชาติไทย

 

อิชิอิเริ่มวางรากของระบบใหม่ ทั้งการสร้างทีมสายเลือดใหม่และปรับแนวทางฝึกซ้อมให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น

 

แต่ฟุตบอลไทยแบบ Thailand Way กลับยังติดกับดักเดิม คือการมองหาผลลัพธ์ระยะสั้นมากกว่าความยั่งยืนระยะยาว

 

จนสุดท้าย ความอดทนที่ควรจะเป็นพื้นฐานของการสร้างทีม…กลับกลายเป็นสิ่งที่เรามีให้น้อยเกินไปเสมอ

 

CONTENT_2

 

ใครคือตัวเต็งรับไม้ต่อคุมช้างศึก?

 

หลังการปลดโค้ชครั้งนี้ คำถามที่แฟนบอลทุกคนอยากรู้ก็คือ แล้วใครจะมารับไม้ต่อจาก มาซาทาดะ อิชิอิ?

 

แน่นอนว่า ชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้คือ แอนโธนี ฮัดสัน วัย 44 ปี โค้ชชาวอังกฤษผู้ผ่านประสบการณ์ในเวทีระดับโลกมาแล้ว ทั้งในฐานะโค้ชทีมชาติบาห์เรน, นิวซีแลนด์ และผู้ช่วยโค้ชทีมชาติสหรัฐอเมริกา

 

ก่อนหน้านี้เขายังเคยคุมทีม บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ในศึกไทยลีก จึงถือเป็นโค้ชที่รู้จักนักเตะไทยและเข้าใจบริบทของฟุตบอลเอเชียเป็นอย่างดี (แบบเดียวกับ อิชิอิ เลย)

 

ฮัดสันเพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของสมาคมฟุตบอลไทย เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 และด้วยตำแหน่งนี้เอง ทำให้หลายคนมองว่าเขาอาจเป็นตัวเลือกในบ้าน ที่พร้อมก้าวขึ้นมาคุมทีมชาติไทยแบบเต็มตัว

 

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหนึ่งชื่อที่น่าจับตาไม่แพ้กัน คือ ชิน แท ยง กุนซือชาวเกาหลีใต้ที่เคยพาทีมชาติอินโดนีเซียทะลุรอบ 3 ของศึกคัดเลือกฟุตบอลโลก 2026 พร้อมสร้างแรงกระเพื่อมด้วยการชนะ ซาอุดีอาระเบีย 2-0

 

แม้จะถูกปลดจากตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่เวลานี้เขายังคงว่างงาน และถูกพูดถึงในฐานะแคนดิเดตที่น่าสนใจ

 

ท้ายที่สุด เรากำลังจบปี 2025 ด้วยการ ‘เริ่มต้นใหม่’ อีกแล้ว!

 

จาก มิโลวาน ราเยวัช มาถึงอากิระ นิชิโนะ, มาโน่ โพลกิ้ง และล่าสุดอิชิอิ

 

รายชื่อโค้ชที่ถูกเปลี่ยนผ่านไปเรื่อยๆ ราวกับทีมกำลังพายเรือวนอยู่ในอ่างเดิม

 

คำถามจึงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะพาช้างศึกไปสู่จุดสูงสุด หรือทำให้เรากลับมานับหนึ่งใหม่อีกครั้ง?

 

หากโครงสร้างพื้นฐานยังเหมือนเดิม การลงทุนในเยาวชนยังขาดหาย และระบบสนับสนุนยังไม่เข้มแข็ง หรือในแง่ความอดทนกับการใช้เวลาวางโครงสร้างที่มีไม่มากพอ ต่อให้ได้โค้ชเก่งแค่ไหน ก็คงยากจะเปลี่ยนชะตาฟุตบอลไทยได้

 

เพราะฟุตบอลไทยไม่ต้องการเพียง ‘โค้ช’ ที่มารับงานเพื่อทำทีมชนะนัดต่อนัด แต่ต้องการคนที่มีความจริงใจ พร้อมปักเสา วางรากฐานใหม่ให้แข็งแรงและยั่งยืน

 

เพราะหากยังไม่เริ่มจากตรงนั้น เราก็จะยังคงมูฟออนเป็นวงกลม กลับมานับหนึ่งใหม่ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้

 

สุดท้าย ก็ได้แต่หวังว่า ใครก็ตามที่จะมารับไม้ต่อ จะสามารถจุดประกายความหวังให้ทีมชาติไทยอีกครั้ง

 

หรือไปได้ไกลกว่านั้นก็ยินดียิ่ง… 🙏

 

 

The post Thailand Way ฟุตบอลทีมชาติไทย เริ่มต้นใหม่ (อีกแล้ว!) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมชาติไทยอุ่นเครื่องชนะอัฟกานิสถาน 2-0 ก่อนลุยรอบคัดเลือกเอเชียนคัพ 2027 https://thestandard.co/thailand-beat-afghanistan-2-0-asian-cup-qualifiers-warm-up/ Sat, 22 Mar 2025 03:42:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1054942 ทีมชาติไทยชนะอัฟกานิสถาน 2-0 ในเกมอุ่นเครื่อง โดย พาตริก กุสตาฟสัน ทำสองประตู ก่อนลุยศึกคัดเลือกเอเชียนคัพ 2027 พบศรีลังกา

การแข่งขันฟุตบอลนัดอุ่นเครื่องทีมชาติไทยลงสนามพบอัฟกานิ […]

The post ทีมชาติไทยอุ่นเครื่องชนะอัฟกานิสถาน 2-0 ก่อนลุยรอบคัดเลือกเอเชียนคัพ 2027 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมชาติไทยชนะอัฟกานิสถาน 2-0 ในเกมอุ่นเครื่อง โดย พาตริก กุสตาฟสัน ทำสองประตู ก่อนลุยศึกคัดเลือกเอเชียนคัพ 2027 พบศรีลังกา

การแข่งขันฟุตบอลนัดอุ่นเครื่องทีมชาติไทยลงสนามพบอัฟกานิสถาน โดยเกมนี้ พาตริก กุสตาฟสัน ทำผลงานโดดเด่น ยิง 2 ประตู พาทัพช้างศึกเก็บชัยชนะไปได้ 2-0 ท่ามกลางผู้ชมในสนาม 10,219 คน

 

เกมนี้ มาซาทาดะ อิชิอิ เลือกส่งนักเตะชุดผสม ระหว่างตัวหลักจากศึกชิงแชมป์อาเซียน กับนักเตะที่กลับมาสู่ทีมชาติอีกครั้ง เพื่อลองระบบก่อนศึกสำคัญ แม้ทีมชาติไทยจะได้ผลสกอร์ที่ต้องการ แต่รูปแบบในภาพรวม โดยเฉพาะเกมบุก ที่ยังขาดความหลากหลายอยู่บ้าง ถือเป็นการบ้านชิ้นสำคัญของอิชิอิและทีมงาน ต้องกลับไปแก้ไขก่อนศึกเอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือก 

 

สำหรับเกมนัดต่อไปทีมชาติไทย จะลงแข่งขันเอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือก (นัดแรก) พบกับ ศรีลังกา ที่ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันอังคารที่ 26 มีนาคมนี้ เวลา 19.30 น. ถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐ ทีวี, TrueVisions NOW และ YouTube-BG Sports

 

ทีมชาติไทยชนะอัฟกานิสถาน 2-0 ในเกมอุ่นเครื่อง โดย พาตริก กุสตาฟสัน ทำสองประตู ก่อนลุยศึกคัดเลือกเอเชียนคัพ 2027 พบศรีลังกา ทีมชาติไทยชนะอัฟกานิสถาน 2-0 ในเกมอุ่นเครื่อง โดย พาตริก กุสตาฟสัน ทำสองประตู ก่อนลุยศึกคัดเลือกเอเชียนคัพ 2027 พบศรีลังกา ทีมชาติไทยชนะอัฟกานิสถาน 2-0 ในเกมอุ่นเครื่อง โดย พาตริก กุสตาฟสัน ทำสองประตู ก่อนลุยศึกคัดเลือกเอเชียนคัพ 2027 พบศรีลังกา ทีมชาติไทยชนะอัฟกานิสถาน 2-0 ในเกมอุ่นเครื่อง โดย พาตริก กุสตาฟสัน ทำสองประตู ก่อนลุยศึกคัดเลือกเอเชียนคัพ 2027 พบศรีลังกา

The post ทีมชาติไทยอุ่นเครื่องชนะอัฟกานิสถาน 2-0 ก่อนลุยรอบคัดเลือกเอเชียนคัพ 2027 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกมแห่งการทดลองของทีมชาติไทยก่อนลุยเอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือก https://thestandard.co/thailand-national-team-analysis-before-asian-cup-qualifiers/ Sat, 22 Mar 2025 02:50:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1054909 พาตริก กุสตาฟสัน ดาวยิง ทีมชาติไทย เจ้าของ 2 ประตูในเกมอุ่นเครื่องชนะอัฟกานิสถาน 2-0 ก่อนลุยศึกคัดเลือก เอเชียนคัพ 2027

หลังจบเกมนัดอุ่นเครื่องระหว่าง ทีมชาติไทย (อันดับ 97 ขอ […]

The post เกมแห่งการทดลองของทีมชาติไทยก่อนลุยเอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือก appeared first on THE STANDARD.

]]>
พาตริก กุสตาฟสัน ดาวยิง ทีมชาติไทย เจ้าของ 2 ประตูในเกมอุ่นเครื่องชนะอัฟกานิสถาน 2-0 ก่อนลุยศึกคัดเลือก เอเชียนคัพ 2027

หลังจบเกมนัดอุ่นเครื่องระหว่าง ทีมชาติไทย (อันดับ 97 ของโลก) พบอัฟกานิสถาน (อันดับ 156 ของโลก) โดยเกมนี้ พาตริก กุสตาฟสัน ทำผลงานโดดเด่น ยิง 2 ประตู พาทัพช้างศึกเก็บชัยชนะไปได้ 2-0

 

แม้ทีมชาติไทยจะสามารถเก็บชัยชนะได้ตามเป้าหมาย แต่หากมองให้ลึกกว่าเรื่องผลสกอร์ นี่คือเกมแห่งการทดลองที่แสดงให้เห็นถึงทั้งจุดแข็ง และจุดที่ต้องแก้ไขของทีมไทย ก่อนเข้าสู่ภารกิจใหญ่ในศึก เอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือก ที่ทัพช้างศึกต้องทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อคว้าตั๋วสู่รอบสุดท้ายไปซาอุดีอาระเบีย

 

แนวรุกไม่หลากหลาย ขาดไอเดียในการเข้าทำ

 

เกมนี้ มาซาทาดะ อิชิอิ จัดไลน์อัพแบบผสมผสาน นักเตะชุดเดิมจากศึกชิงแชมป์อาเซียน 2024 กับแข้งตัวหลักที่กลับมาติดทีมชาติอีกครั้ง แต่ปัญหาที่เห็นชัดคือ เกมรุกยังขาดมิติในการเข้าทำ

 

โดยเฉพาะในครึ่งแรก ทีมชาติไทยพยายามครองบอลและต่อบอลเพื่อเจาะแนวรับอัฟกานิสถาน แต่การเข้าทำยังดูขาดไอเดียและความสร้างสรรค์ จังหวะอันตรายในพื้นที่สุดท้ายน้อยเกินไป ประตูแรกของไทยก็มาจากความผิดพลาดของแนวรับคู่แข่ง มากกว่าจะเป็นการเข้าทำที่เฉียบขาด

 

นี่เป็นปัญหาสำคัญที่ต้องแก้ไข เพราะเมื่อถึงศึก เอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือก ทีมไทยอาจต้องเจอทีมที่เล่นเน้นรับลึกและรอเล่นจังหวะโต้กลับ หากยังไร้วิธีเจาะแนวรับที่เหนียวแน่น อาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญของทีมไทย นี่จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ อิชิอิและลูกทีมต้องรีบพัฒนาเกมรุกให้มีประสิทธิภาพและเฉียบคมกว่านี้

 

พาตริก-มิกเกลสัน ตัวเลือกที่ขาดไม่ได้

 

หนึ่งในจุดที่ชัดเจนจากเกมนี้คือ บทบาทของแข้งลูกครึ่งไทย-สวีเดนอย่าง พาตริก กุสตาฟสัน ซึ่งโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการทำ 2 ประตู แสดงให้เห็นถึง ความเฉียบคมในแบบที่ทีมชาติไทยต้องการในเวลานี้

 

หนึ่งในจุดที่เห็นได้ชัดจากเกมนี้คือ ฟอร์มที่ดีของ พาตริก กุสตาฟสัน แข้งลูกครึ่งไทย-สวีเดน ที่โชว์ความเฉียบคมในแบบที่ทีมชาติไทยต้องการอย่างยิ่งในเวลานี้ ด้วยการทำ 2 ประตูสำคัญ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไทยยังต้องการเสริมเรื่องความเฉียบขาด

 

เช่นเดียวกับ Nicholas Mickelson ที่มีบทบาทสำคัญทางริมเส้น แม้จะไม่มีจังหวะหวือหวาบ่อยครั้ง แต่เขาเติมเกมได้ดี ช่วยสร้างความสมดุลให้ทีมทั้งเกมรุกและเกมรับ ความนิ่งและการอ่านเกมของเขาทำให้เห็นว่า นี่คือตัวเลือกที่ทีมชาติไทยขาดไม่ได้

 

และอีกคนที่ทำได้ดีคือ อิรฟาน ดอเลาะ ที่ทำหน้าที่ช่วยทีมได้ดีในฝั่งซ้ายขณะที่การจับคู่กันของ ชินภัทร์ ลีเอาะ และ โจนาธาน เข็มดี ในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก ช่วยให้ทีมชาติไทยได้เห็นมิติใหม่ๆ ในเกมรับ 

 

เกมทดสอบระบบของ อิชิอิ

 

ภาพรวมเกมนี้อาจจะยังไม่สามารถบอกได้เต็มปากว่าทีมชาติไทยพร้อมเต็มร้อย สำหรับเอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือก แต่สิ่งสำคัญคือการได้เห็น มาซาทาดะ อิชิอิ ใช้โอกาสนี้ในการทดลองระบบและปรับจูนทีมอีกครั้ง

 

ในไลน์อัพปัจจุบัน ทีมชาติไทยยังมีจุดที่ต้องพัฒนา โดยเฉพาะ ความหลากหลายในเกมรุก ความแน่นอนในการครองบอล และการจัดการกับเกมที่มีความเข้มข้นสูง หากเป้าหมายคือการก้าวขึ้นไปเป็นหนึ่งในทีมชั้นนำของเอเชีย

 

เกมอุ่นเครื่องนัดนี้จึงเปรียบเสมือนบททดสอบเบื้องต้นกับทีมจากภูมิภาคเดียวกัน ซึ่งอาจให้อิชิอิได้เห็นแนวทางบางอย่างก่อนที่ไทยจะพบกับ เติร์กเมนิสถาน หนึ่งในคู่แข่งร่วมกลุ่มของรอบคัดเลือก เอเชียนคัพ 2027 ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญของทีมชาติไทย ที่ต้องคว้าแชมป์กลุ่มให้ได้ เพื่อการันตีตั๋วสู่รอบสุดท้ายที่ ซาอุดีอาระเบีย ในปี 2027

 

สำหรับเกมนัดต่อไปทีมชาติไทย จะลงแข่งขันเอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือก (นัดแรก) พบกับ ศรีลังกา ที่ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันอังคารที่ 25 มีนาคมนี้ เวลา 19.30 น. ถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐ ทีวี, TrueVisions NOW และ YouTube-BG Sports

The post เกมแห่งการทดลองของทีมชาติไทยก่อนลุยเอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือก appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิชิอิเผย คิดไปไกลถึงยิงจุดโทษแล้ว ด้านพีรดนย์เชื่อ ไทยแก้ตัวได้ https://thestandard.co/thai-football-ishii-peeradon-penalty-comeback/ Sat, 04 Jan 2025 06:49:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1027006 มาซาทาดะ อิชิอิ

มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย พร้อมด้วย พี […]

The post อิชิอิเผย คิดไปไกลถึงยิงจุดโทษแล้ว ด้านพีรดนย์เชื่อ ไทยแก้ตัวได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาซาทาดะ อิชิอิ

มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย พร้อมด้วย พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี กัปตันทีม ร่วมกันแถลงข่าวความพร้อมก่อนเกม ASEAN Mitsubishi Electric Cup 2024 รอบชิงชนะเลิศ นัดที่ 2 ระหว่างทีมชาติไทยกับทีมชาติเวียดนาม ณ ห้องแถลงข่าว สนามราชมังคลากีฬาสถาน

 

โดยหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชาวญี่ปุ่นกล่าวว่า “เกมแรกเราแพ้มาด้วยสกอร์ 1-2 เราไม่สามารถป้องกันผู้เล่นหมายเลข 12 (ราฟาเอลสัน) ของเขาได้ เราต้องพยายามแก้ไข

 

“แต่รายละเอียดในเกมแรก เราไม่ได้มีข้อผิดพลาดแบบเลวร้าย เราจะพยายามแก้ไขให้มันดีขึ้น เพื่อให้พร้อมที่สุดสำหรับเกมกับเวียดนามในวันพรุ่งนี้

 

“สำหรับอาการบาดเจ็บของ อัครพงศ์ พุ่มวิเศษ ตอนนี้รายละเอียดยังไม่ทราบแน่ชัด 

 

“อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นอัครพงศ์, พีรดนย์ หรือ วีระเทพ ป้อมพันธุ์ พวกเขาคือตัวหลักและแกนกลาง ทำให้เกมรัดกุม การบาดเจ็บของอัครพงศ์ส่งผลกระทบต่อทีมพอสมควร”

 

ด้านพีรดนย์กล่าวว่า “สภาพทีมตอนนี้เหลือแค่ฟื้นฟูร่างกาย ทำให้ร่างกายกลับมาพร้อมที่สุดสำหรับเกมวันพรุ่งนี้ ส่วนสภาพจิตใจ เราไม่ได้เศร้าหรือกดดัน เรายังมีอีกเกมที่เป็นโอกาสของเราในวันพรุ่งนี้ มารอดูกันว่าเราจะทำได้หรือไม่ได้ ขอบคุณแฟนบอลไทยที่ยังเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวพวกเราอยู่ ขอบคุณความเชื่อมั่น และเราจะพยายามทำเต็มที่เพื่อตอบแทนทุกคน

 

“จริงๆ หลังเกมกับเวียดนาม เราพูดคุยกันในห้องแต่งตัวไปบ้างแล้ว อยากให้ทุกคนมีความมั่นใจในวันพรุ่งนี้ในการแก้ตัวกับเวียดนาม ผมพูดกับทุกคนในทีมไปแล้วว่าจะทำอย่างไร เรารู้สึกอย่างไรก็ต้องบอกไปในวันพรุ่งนี้ เพื่อให้แฟนบอลที่เข้ามาเต็มสนามและทางบ้านเห็นว่าทุกคนมุ่งมั่นและมีใจความเป็นนักสู้ ก็ต้องทำให้ได้”

 

สำหรับทีมชาติไทยจะทำศึกชิงแชมป์อาเซียน 2024 รอบชิงชนะเลิศ นัดที่ 2 พบกับทีมชาติเวียดนาม ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 5 มกราคม 2568 เวลา 20.00 น. ถ่ายทอดสดทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32, AIS PLAY, True Sport 2 ช่อง 667 รวมถึงทาง YouTube ของ THAIRATH TV Originals, BG SPORTS และทาง Facebook ของ Thairath TV และนกพลัส 

 

The post อิชิอิเผย คิดไปไกลถึงยิงจุดโทษแล้ว ด้านพีรดนย์เชื่อ ไทยแก้ตัวได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมชาติไทยเดินขอบคุณแฟนๆ หลังจบเกมชนะฟิลิปปินส์ https://thestandard.co/thai-team-thanks-fans-philippines-win/ Tue, 31 Dec 2024 02:35:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1025890 ทีมชาติไทย

หลังจบเกมในวันนี้ (30 ธันวาคม) เราเห็นได้ทั้ง มาดามแป้ง […]

The post ทีมชาติไทยเดินขอบคุณแฟนๆ หลังจบเกมชนะฟิลิปปินส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมชาติไทย

หลังจบเกมในวันนี้ (30 ธันวาคม) เราเห็นได้ทั้ง มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ หัวหน้าโค้ช, มาซาทาดะ อิชิอิ และบรรดานักเตะ เดินของคุณแฟนๆ กันอย่างชื่นมื่น โดยทีมชาติไทยเอาชนะฟิลิปปินส์ 3-1 สกอร์รวมชนะ 4-3 ในเกมรอบรองชนะเลิศ ASEAN Mitsubishi Electric Cup 2024

 

รอยยิ้มในวันนี้ของบรรดานักเตะเป็นรอยยิ้มแห่งความสุขเช่นเดียวกับที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของแฟนๆ และหวังว่าทุกคนอยากจะเห็นรอยยิ้มแบบนี้อีกครั้งในวันที่ 5 มกราคมนี้ ซึ่งเป็นเกมเลกที่ 2 ในรอบชิงชนะเลิศ ระหว่างไทยกับเวียดนาม

 

ทีมชาติไทย ทีมชาติไทย ทีมชาติไทย

The post ทีมชาติไทยเดินขอบคุณแฟนๆ หลังจบเกมชนะฟิลิปปินส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทัพช้างศึกเร่งปรับตัวบนสนามหญ้าเทียมก่อนบุกดวลฟิลิปปินส์ ในอาเซียนคัพ 2024 รอบรองชนะเลิศ นัดแรก https://thestandard.co/changsuek-philippines-asean-cup-2024/ Thu, 26 Dec 2024 10:44:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1024207 ทัพช้างศึก อาเซียนคัพ 2024

มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือทีมชาติไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนนำทัพช้ […]

The post ทัพช้างศึกเร่งปรับตัวบนสนามหญ้าเทียมก่อนบุกดวลฟิลิปปินส์ ในอาเซียนคัพ 2024 รอบรองชนะเลิศ นัดแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทัพช้างศึก อาเซียนคัพ 2024

มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือทีมชาติไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนนำทัพช้างศึกสู้ศึกอาเซียนคัพ (ASEAN Mitsubishi Electric Cup 2024) รอบรองชนะเลิศ นัดแรก พบกับทีมชาติฟิลิปปินส์ 

 

โดยอิชิอิกล่าวว่า “การที่ทีมต้องมาเจอกับสถานการณ์การเล่นสนามหญ้าเทียม ซึ่งเราซ้อมสนามแข่งขันจริงมาแล้วเมื่อวานนี้รวมถึงวันนี้อีกหนึ่งครั้ง แน่นอนว่าทุกคนต้องพยายามทำให้ดีที่สุด

 

“เราต้องพยายามปรับจูนกับสภาพต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะต้องเจอสถานการณ์แบบใดก็แล้วแต่ เราต้องปรับตัวให้ได้กับทุกสภาพที่ต้องเจอ

 

“เกมที่ฟิลิปปินส์เล่นกับอินโดนีเซียเราไม่สามารถไปวิจารณ์อะไรได้ แต่จากที่ดูรายละเอียดการเล่นของฟิลิปปินส์มา พวกเขาแตกต่างจากก่อนหน้านี้ มีการแก้ไขปรับปรุงเกมรุกและเกมรับที่ดีขึ้นกว่าที่เคยเจอกับเรา จากการที่เราได้ลองซ้อมกับสนามหญ้าเทียมซึ่งเป็นสนามแข่งขันจริง ไม่ได้ทำให้แผนที่เตรียมมาต้องเปลี่ยนแปลงอะไร

 

ขณะที่ ทิตาธร อักษรศรี กล่าวว่า “เราเตรียมตัวมาในระดับหนึ่งแล้ว รวมถึงการได้มาสัมผัสสนามจริงทั้งการลงซ้อมเมื่อวานนี้และวันนี้ ทุกคนถือว่ามีความพร้อมที่ดีที่สุด และจะทำให้เต็มที่ที่สุดกับเกมในวันพรุ่งนี้

 

“จากที่ผมเคยมาเล่นสนามนี้ตอนซีเกมส์ 2019 ถือว่าช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่มันผ่านมานานหลายปีแล้ว ทุกอย่างคงต้องปรับพอสมควร เพราะเราไม่ได้ซ้อมสนามหญ้าเทียมมาเลย เพิ่งจะมาซ้อมได้ไม่กี่วัน แต่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ส่วนตัวคิดว่าพร้อมสำหรับเกมในวันพรุ่งนี้แล้ว”

 

สำหรับทีมชาติไทยจะลงสนามทำศึกชิงแชมป์อาเซียน 2024 รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ด้วยการออกไปเยือนฟิลิปปินส์ ที่สนามริซัล เมโมเรียล สเตเดียม ในวันที่ 27 ธันวาคมนี้ เวลา 20.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ถ่ายทอดสดทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32, AIS PLAY, ยูทูบ: BG SPORTS, Facebook: นกพลัส และ True Sport 2 ช่อง 667

The post ทัพช้างศึกเร่งปรับตัวบนสนามหญ้าเทียมก่อนบุกดวลฟิลิปปินส์ ในอาเซียนคัพ 2024 รอบรองชนะเลิศ นัดแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
14 โมเมนต์สำคัญวงการกีฬาไทยตลอดปี 2024 https://thestandard.co/top-14-thai-sports-moments-2024/ Wed, 25 Dec 2024 02:18:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1023494 14 โมเมนต์สำคัญวงการกีฬาไทยตลอดปี 2024

ปี 2024 นับเป็นอีกขวบปีที่มีเหตุการณ์เกี่ยวกับ ‘วงการกี […]

The post 14 โมเมนต์สำคัญวงการกีฬาไทยตลอดปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
14 โมเมนต์สำคัญวงการกีฬาไทยตลอดปี 2024

ปี 2024 นับเป็นอีกขวบปีที่มีเหตุการณ์เกี่ยวกับ ‘วงการกีฬาไทย’ เกิดขึ้นมากมายตั้งแต่ 

 

  • การคว้าเหรียญทองสมัยที่ 2 ของ เทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ในโอลิมปิกเกมส์ 2024
  • เหรียญเงินแรกของวงการแบดมินตันไทยจาก วิว-กุลวุฒิ วิทิตศานต์
  • ฟุตบอลไทยยุค มาซาทาดะ อิชิอิ อันดับโลกพุ่งมาจนต่ำกว่า 100
  • แวว-สายสุนีย์ จ๊ะนะ ทำให้เห็นว่าอายุเป็นเพียงตัวเลข หลังกวาด 3 เหรียญทองจากกีฬาฟันดาบ พาราลิมปิกเกมส์ 2024

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงบางส่วนของโมเมนต์สำคัญที่เกิดขึ้นในวงการกีฬาไทยตลอดปี 2024 

 

ส่วนเหตุการณ์สำคัญๆ ที่น่าสนใจ THE STANDARD SPORT มัดรวมเอาไว้ให้ทุกท่านแล้ว

 

1. มาดามแป้ง ประมุขบอลไทยคนใหม่ และการกอบกู้ศรัทธาบอลไทยของอิชิอิ

 

  1. มาดามแป้ง ประมุขบอลไทยคนใหม่ และการกอบกู้ศรัทธาบอลไทยของอิชิอิ

 

เปิดปี 2024 มีความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของวงการลูกหนังเมืองไทย (แต่เกิดขึ้นที่นอกสนาม) เมื่อ มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ อดีตผู้จัดการฟุตบอลชายทีมชาติไทย ได้รับคะแนนเสียงโหวต 68 คะแนน และกลายเป็นนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คนที่ 18 ของสมาคมฯ แทนที่ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่ก้าวลงจากตำแหน่งหลังหมดวาระนายกฯ บอลไทย

 

ขณะที่เรื่องในสนามของฟุตบอลไทยปีนี้ ถือเป็นปีที่แฟนบอลไทยได้กลับมาชมและเชียร์ฟุตบอลอย่างมีความสุขอีกครั้งภายใต้การทำทีมของ มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือชาวญี่ปุ่นวัย 57 ปี

 

แม้จะเปิดศักราช 2024 ด้วยการถูกญี่ปุ่นถลุงในเกมอุ่นเครื่องวันปีใหม่แบบขาดลอย 0-5 แต่นับจากนั้นอิชิอิจัดการปรับจูนทีมชาติไทยให้กลับมาโชว์ผลงานดีในศึกเอเชียนคัพ 2023 แบบไร้พ่ายในรอบแบ่งกลุ่ม (ชนะ 1 เสมอ 2) พร้อมรักษาคลีนชีต แม้จะไปจอดในรอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังพ่ายอุซเบกิสถาน 1-2 แต่ทัพช้างศึกในเวลานั้นได้สร้างความหวังให้แฟนบอลไทยยิ้มมุมปากกันไม่น้อย

 

ถัดมาในเกมคัดฟุตบอลโลก 2026 แม้จะเป็นอีกครั้งที่ทีมไทยต้องจอดรอบ 2 ของการแข่งขัน หลังจบอันดับ 3 ของกลุ่ม แต่หากจำกันได้ ทีมไทยของอิชิอินี่แหละที่บุกไปแบ่งแต้มเกาหลีใต้ 1-1 ได้อย่างสุดเซอร์ไพรส์ท่ามกลางเกมสุดกดดัน

 

นอกจากนั้นอิชิอิยังพาทีมไทยคว้าแชมป์คิงส์คัพได้ในรอบ 7 ปี ณ สนามติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา กับผลงานชนะฟิลิปปินส์ในรอบรองชนะเลิศ 3-1 และชนะซีเรียในรอบชิงชนะเลิศ 2-1

 

นับจากนั้นจนถึงวันนี้ที่ทีมไทยมีโปรแกรมแข่งขันฟุตบอลอาเซียนคัพ 2024 อิชิอิกับสมาคมฟุตบอลไทยฯ อยู่ระหว่างเตรียมทีมสำหรับทัวร์นาเมนต์สำคัญๆ ในอนาคต อย่างเช่น คัดเอเชียนคัพ 2027 ยาวไปจนถึงคัดฟุตบอลโลก 2030 

 

ทำให้ทีมไทยเวลานี้จึงเต็มไปด้วยผู้เล่นหน้าใหม่ผสมกับหน้าเก่าเป็นหลัก แม้ผลงานอุ่นเครื่องจะมีสะดุด หรือรูปแบบเกมที่ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจเท่าทีมชุดใหญ่ที่มียอดนักเตะของไทยเต็มทีม แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ได้เห็นการทำงานของทีมโค้ชและสมาคมฟุตบอลไทยฯ ที่มองการณ์ไกลแบบระยะยาว (แม้ยังมีบางจุดที่ควรต้องปรับ อย่างเช่น การเคลียร์โปรแกรมเกมลีกกับทีมชาติให้บาลานซ์กันอย่างที่ชาติอื่นเขาทำกัน)

 

ทั้งนี้ ผลงานของอิชิอิและทีมชาติไทยตลอดปี 2024 ที่นอกจากได้รับคำชมในภาพรวมแล้ว บนหน้าตารางอันดับ FIFA World Rankings ปัจจุบันทีมไทยรั้งที่ 97 ของโลก (อันดับ 15 ของเอเชีย และเบอร์ 1 ของอาเซียน!)

 

เทนนิส พาณิภัค นักกีฬาระดับประวัติศาสตร์ คว้าเหรียญทอง 2 สมัยติด!

 

  1. เทนนิส พาณิภัค นักกีฬาระดับประวัติศาสตร์ คว้าเหรียญทอง 2 สมัยติด!

 

เทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ลงแข่งขันโอลิมปิกเกมส์เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งเธอยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในหนนี้ ฝ่าด่านนักสู้ตามเส้นทางได้ทุกคนจนตะลุยไปถึงรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งเธอเผชิญหน้าคู่ปรับเก่าอย่าง กั๊วจิง จากจีน และเป็นอีกครั้งที่เธอแสดงให้โลกเห็นว่า ทำไมเธอถึงเป็นเบอร์ 1 ของรุ่น 49 กิโลกรัมมาอย่างยาวนาน ผลจบลงที่เทนนิสเตะชนะไป 2-1 ยก ป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ

 

เทนนิสกลายเป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่คว้า 2 เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ได้ 2 ครั้งติดต่อกัน และเป็นนักเทควันโดคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์ที่คว้าเหรียญรางวัลในโอลิมปิกเกมส์มากถึง 3 เหรียญ ด้วยการคว้า 2 เหรียญทอง และ 1 เหรียญทองแดง จากการลงแข่งโอลิมปิกเกมส์ 3 ครั้งหลังสุด

 

3. วิว กุลวุฒิ เหรียญแรกของแบดมินตันไทยในโอลิมปิกเกมส์

 

  1. วิว กุลวุฒิ เหรียญแรกของแบดมินตันไทยในโอลิมปิกเกมส์

 

วิว-กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันชายเดี่ยวดีกรีแชมป์โลก 2023 ตบเท้าเข้าสังเวียนโอลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024 แบบไร้ความคาดหวังและกดดัน เพราะนั่นคือโอลิมปิกแรกในชีวิตของเจ้าตัว

 

แต่แล้วกุลวุฒิก็สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ในรอบแบ่งกลุ่ม และมาพีคสุดๆ ในรอบ 8 คนสุดท้าย ที่สามารถปราบ สืออวี่ฉี นักหวดมือวางอันดับ 1 ของโลกจากจีน 2 เกมรวดแบบเซอร์ไพรส์แฟนกีฬา

 

ถึงจุดนั้นกุลวุฒิที่มาพร้อมความมุ่งมั่นและพลังใจที่เต็มเปี่ยม หักด่าน หลี่ซีเจีย ของมาเลเซีย ในรอบรองชนะเลิศแบบไม่ยาก แม้รอบชิงชนะเลิศกุลวุฒิไม่อาจต้านความแกร่งของ วิกเตอร์ แอ็กเซลเซน ได้ แต่กุลวุฒิในตอนนี้ได้ชื่อว่าเป็นนักแบดมินตันไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าเหรียญเงิน ซึ่งเป็นเหรียญโอลิมปิกเหรียญแรก (จากกีฬาแบดมินตัน) มาให้ประเทศไทยได้สำเร็จ

 

4. สายสุนีย์ 3 เหรียญทองประวัติศาสตร์ และทัพพาราไทยประสบความสำเร็จสุดๆ ในพาราลิมปิกเกมส์ 2024

 

  1. สายสุนีย์ 3 เหรียญทองประวัติศาสตร์ และทัพพาราไทยประสบความสำเร็จสุดๆ ในพาราลิมปิกเกมส์ 2024

 

แวว-สายสุนีย์ จ๊ะนะ ในวัย 50 ปี ตอนนี้กลายเป็นราชินีแห่งวีลแชร์ฟันดาบโดยสมบูรณ์ หลังกวาด 3 เหรียญทองจากการลงแข่งขันวีลแชร์ฟันดาบ 3 ประเภท (ฟอยล์ เซเบอร์ และเอเป้) ในระดับบุคคลหญิง ทำให้เธอกลายเป็นนักกีฬาคนแรกที่จารึกประวัติศาสตร์ดังกล่าวในพาราลิมปิกเกมส์ 2024 (และยังได้ 1 เหรียญทองแดงจากประเภททีมด้วย)

 

ขณะเดียวกันพาราลิมปิกเกมส์หนนี้ทัพนักกีฬาไทยทุบสถิติคว้าเหรียญรางวัลได้มากกว่าพาราลิมปิกเกมส์ครั้งก่อนๆ กับ 30 เหรียญรางวัล แบ่งเป็น 6 เหรียญทอง 11 เหรียญเงิน และ 13 เหรียญทองแดง

 

5. การคัมแบ็กที่สวยงามของทัพกีฬายกน้ำหนักไทย

 

  1. การคัมแบ็กที่สวยงามของทัพกีฬายกน้ำหนักไทย

 

อีกฟากฝั่งหนึ่งของทัพกีฬาไทยในโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ส่ง ฟ่าง-ธีรพงศ์ ศิลาชัย, ออย-สุรจนา คำเบ้า, เวฟ-วีรพล วิชุมา และส้ม-ดวงอักษร ใจดี ลงแข่งขันยกน้ำหนักแบบเงียบๆ

 

แต่พวกเขาสามารถกวาดเหรียญได้เพียบ กับผลงาน 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง และแม้ดวงอักษรจะไปไม่ถึงเหรียญรางวัล แต่ความมุ่งมั่นและตั้งใจของเธอ รวมถึงนักกีฬายกน้ำหนักทุกคน ก็สร้างความประทับใจให้แฟนกีฬาไทยที่คอยส่งแรงใจเชียร์เป็นอย่างมาก นับเป็นการคัมแบ็กที่สวยงามของทีมยกเหล็กไทย หลังถูกแบนเมื่อ 3 ปีก่อนที่โตเกียว 2020 จากกรณีพบสารต้องห้ามในร่างกายของนักกีฬา

 

6. เอสที วารีรยา นักสเกตบอร์ดสาววัย 12 ปี และทัพนักกีฬาร่วม 51 ชีวิต ทำผลงานได้น่าประทับใจในโอลิมปิกเกมส์ 2024

 

  1. เอสที วารีรยา นักสเกตบอร์ดสาววัย 12 ปี และทัพนักกีฬาร่วม 51 ชีวิต ทำผลงานได้น่าประทับใจในโอลิมปิกเกมส์ 2024

 

เอสที-วารีรยา สุขเกษม นักสเกตบอร์ด ประเภทสตรีทหญิง คือนักกีฬาที่อายุน้อยที่สุดของไทยด้วยวัยเพียง 12 ปี เธอได้ออกไปโลดแล่นโชว์ฝีมือบนสังเวียนเดียวกับนักสเกตบอร์ดชื่อดังมากมาย

 

ท้ายที่สุดวารีรยาจบอันดับ 17 จาก 22 คนในรอบสุดท้าย ไม่ผ่านเข้ารอบต่อไป แต่ผลงานครั้งนี้ทำให้ชื่อของเธอเป็นที่จดจำในหมู่แฟนกีฬาสเกตบอร์ดทั่วโลก จนมีแฟนกีฬาแห่มาขอลายเซ็นหลังจบการแข่งขัน

 

และไม่ใช่เพียงแค่วารีรยาหรือกลุ่มนักกีฬาไทยที่ได้เหรียญรางวัล แต่ในโอลิมปิกเกมส์หนนี้ นักกีฬารวม 51 คนพร้อมใจลงสนามไปแข่งขันกันอย่างสุดฝีมือ แม้จะไม่ได้เหรียญกลับมา แต่ทุกคนล้วนได้ใจจากแฟนกีฬาไทยอย่างแน่นอน 👏

 

7. ก้อง-สมเกียรติ จันทรา ยกระดับ...ก้าวเข้าสู่ MotoGP 2025

 

  1. ก้อง-สมเกียรติ จันทรา ยกระดับ…ก้าวเข้าสู่ MotoGP 2025

 

ก้อง-สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทยวัย 25 ปี สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญด้วยการเป็นนักขับไทยคนแรกที่กำลังจะได้ลงแข่งขันในระดับ MotoGP ฤดูกาล 2025 ร่วมกับ โยฮัน ซาร์โก นักขับรุ่นพี่ชาวฝรั่งเศส ภายใต้ทีมแอลซีอาร์ ฮอนด้า หลังเจ้าตัวมีชื่อเสียงในการแข่งรุ่น Moto2 มาหลายปี

 

นอกจากนั้นสมเกียรติยังตอกย้ำความยิ่งใหญ่ในชื่อเสียงของตัวเขาเอง ด้วยการจับมือเป็นพันธมิตรกับ Red Bull แบรนด์เครื่องดื่มระดับโลก ที่จะเข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์ของนักบิดหนุ่มไทยนับจากนี้

 

8. ‘มวยไทย’ ตอกย้ำความเป็นศาสตร์การต่อสู้ระดับโลก กับกระแสที่โด่งดังของ ONE Championship

 

  1. ‘มวยไทย’ ตอกย้ำความเป็นศาสตร์การต่อสู้ระดับโลก กับกระแสที่โด่งดังของ ONE Championship

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในสายกีฬาของไทย นอกจากฟุตบอลและวอลเลย์บอลแล้ว มวยไทยถือเป็นหนึ่งในกีฬาที่ได้รับความนิยมเป็นวงกว้างมากขึ้นในปีนี้ โดยเฉพาะรายการ ONE ลุมพินี ที่สร้างยอดคนดูทุกคืนวันศุกร์เป็นจำนวนมาก ไปจนถึงการประกบคู่มวยของเหล่านักชกระดับซูเปอร์สตาร์ หรือความเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ของนักมวยที่ถูกหยิบจับมาเป็นประเด็นตลอดเวลา

 

โดยเฉพาะไฟต์ระหว่าง ตะวันฉาย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต ป้องกันเข็มขัดกับ โจ ณัฐวุฒิ ในศึก ONE 167 ที่ได้รับการพูดถึงเป็นอย่างมากในแง่ของผลการตัดสิน ไปจนถึงรูปแบบการต่อสู้ที่ดุเดือดได้ใจแฟนมวย จนพาให้ใครหลายคนหันมาติดตามโปรแกรมมวยกับแบบสัปดาห์ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว

 

นอกจากนั้นยังมีเคสการตกตาชั่ง (ทำน้ำหนักไม่ผ่าน) ของ ‘ดิ ไอรอนแมน’ รถถัง จิตรเมืองนนท์ ซึ่งเกิดขึ้น 2 ครั้งติดกันในไฟต์กับ เดนิส พูริช และกับ จาค็อบ สมิธ ซึ่งครั้งล่าสุดทำให้เจ้าตัวต้องเสียเข็มขัดแชมป์มวยไทย รุ่นฟลายเวต ไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งก็เป็นประเด็นให้พูดถึงในโลกโซเชียลเป็นอย่างมาก

 

9. โปรแพตตี้และโปรจีน 2 สาวนักกอล์ฟไทยกับผลงานสุดปังในปี 2024

 

  1. โปรแพตตี้และโปรจีน 2 สาวนักกอล์ฟไทยกับผลงานสุดปังในปี 2024

 

ปี 2024 นับเป็นอีกหนึ่งปีที่นักกีฬากอล์ฟสาวไทยทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะ โปรแพตตี้-ปภังกร ธวัชธนกิจ วัย 25 ปี ที่ปัจจุบันทำผลงานติดอยู่อันดับ 26 ของโลก เธอคว้าแชมป์กอล์ฟ Honda LPGA Thailand 2024 ซึ่งถือเป็นนักกอล์ฟไทยคนที่ 2 ที่คว้าแชมป์รายการนี้ต่อจาก โปรเม-เอรียา จุฑานุกาล ที่ทำได้เมื่อปี 2021 

 

นอกจากนั้นยังควงคู่กับ เจค แน็ปป์ โปรชาวอเมริกัน คว้าแชมป์ Grant Thornton Invitational (รายการพิเศษประเภททีมชาย-หญิง) เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

 

ขณะเดียวกัน โปรจีน-อาฒยา ฐิติกุล ปีนี้ทำผลงานดีจนขยับมารั้งมือวางอันดับ 4 ของโลก ภายหลังประสบความสำเร็จคว้าแชมป์รายการกอล์ฟ Dow Championship (คู่กับ หยินรั่วหนิง) และแชมป์ CME Group Tour Championship รายการใหญ่ส่งท้ายปีของ LPGA Tour ที่ทำให้โปรจีนได้รับเงินรางวัลสูงถึง 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 137 ล้านบาท และนับเป็นแชมป์ที่ 4 ในการเล่น LPGA Tour ฤดูกาลที่ 3 ของเธอด้วย

 

10. บูม-กษิดิศ สำเร็จ นักเทนนิสชายไทยในรอบ 13 ปี พร้อมลุยศึกแกรนด์สแลม ‘Australian Open 2025’

 

  1. บูม-กษิดิศ สำเร็จ นักเทนนิสชายไทยในรอบ 13 ปี พร้อมลุยศึกแกรนด์สแลม ‘Australian Open 2025’

 

เป็นข่าวใหญ่และข่าวดีของวงการเทนนิสเมืองไทย เมื่อ บูม-กษิดิศ สำเร็จ นักเทนนิสไทยวัย 23 ปี มือวางอันดับ 413 ของโลก สามารถคว้าแชมป์จากทัวร์นาเมนต์ Australian Open Asia-Pacific Wildcard Play-off 2025 ที่เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน ประเทศจีน

 

พร้อมได้โควตา Wild Card ไปเล่นในรอบ Main Draw ของศึกแกรนด์สแลมอย่างรายการ Australian Open 2025 ในเดือนมกราคมปีหน้าทันที ซึ่งเป็นรายการแกรนด์สแลมครั้งแรกของกษิดิศ และนับเป็นนักเทนนิสชายในรอบ 13 ปีที่ได้ลงแข่งขันรายการแกรนด์สแลมต่อจาก ปิ๊ก-ดนัย อุดมโชค นักเทนนิสไทยคนล่าสุดที่ได้เล่นในรอบ Main Draw ใน Australian Open เมื่อปี 2012

 

11. คีริน ตันติเวทย์ ทำลายสถิติ Amazing Thailand Marathon Bangkok 2024

 

  1. คีริน ตันติเวทย์ ทำลายสถิติ Amazing Thailand Marathon Bangkok 2024

 

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าจะถูกกล่าวขานไปอีกนาน กับตำนานบทใหม่ของ คีริน ตันติเวทย์ นักวิ่งลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ที่โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมในการวิ่ง 10 กิโลเมตรของรายการ ‘วิ่งผ่าเมือง’ หรือ Amazing Thailand Marathon Bangkok 2024 หลังเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกด้วยเวลา 29.6 นาที หรือวิ่งเฉลี่ย Pace 2.55 ซึ่งเวลาดังกล่าวกลายเป็นสถิติใหม่ของประเทศไทยด้วย

 

12. ฟุตซอลไทยกับผลงานระดับโลก

 

  1. ฟุตซอลไทยกับผลงานระดับโลก

 

นับเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่ทำผลงานได้ตามเป้าหมาย สำหรับฟุตซอลทีมชาติไทยภายใต้การคุมทีมของ มิเกล โรดริโก กุนซือชาวสเปนวัย 54 ปี โดยเฉพาะในรายการใหญ่ๆ อย่างศึกฟุตซอลเอเชียนคัพ 2024 ซึ่งประเทศไทยรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ และไปไกลถึงการเป็นรองแชมป์ในทัวร์นาเมนต์นี้ 

 

ขณะเดียวกัน ปี 2024 ยังเป็นครั้งแรกที่เว็บไซต์ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA เริ่มมีการจัดอันดับโลกให้กับกีฬาฟุตซอลอย่างเป็นทางการครั้งแรก และทีมชาติไทย (ในเวลานั้น ณ วันที่ 6 พฤษภาคม 2024) รั้งอันดับ 9 ของโลกอย่างภาคภูมิ

 

ส่วนในรายการใหญ่แห่งปีอย่างฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2024 แม้จะไปจอดป้ายที่รอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่ในรายการนี้ทัพช้างศึกโต๊ะเล็กพยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และไฮไลต์สำคัญของทัวร์นี้คือการเอาชนะทีมอย่างโครเอเชีย 2-1 และ มูฮัมหมัด อุสมานมูซา สามารถยิงประตูใส่ทีมชาติบราซิลที่ได้ชื่อว่าเป็นเบอร์ 1 แห่งวงการฟุตซอล 

 

และในปีเดียวกันนี้ มูฮัมหมัด อุสมานมูซา ยังได้ตอกย้ำความเป็นเทพแห่งฟุตซอลไทย ด้วยการออกไปค้าแข้งกับจิมบี คาทาเกนา ทีมแชมป์ลีกของสเปนด้วย

 

13. เทคบอลไทยกวาดแชมป์ 4 จาก 5 ประเภท ในศึกชิงแชมป์โลก 2024

 

  1. เทคบอลไทยกวาดแชมป์ 4 จาก 5 ประเภท ในศึกชิงแชมป์โลก 2024

 

ในช่วงท้ายปีวงการกีฬาไทยมีเรื่องน่ายินดีจากอีกหนึ่งชนิดกีฬานั่นคือ เทคบอล (Teqball) กับศึกชิงแชมป์โลก 2024 ที่โฮจิมินห์ซิตี้ ประเทศเวียดนาม

 

โดยผลการแข่งขันแสดงให้เห็นถึงความเก่งกาจของนักกีฬาไทยต่อกีฬาชนิดนี้เป็นอย่างมาก หลังกวาดไป 4 แชมป์ จาก 5 รายการที่ลงแข่ง ได้แก่

 

  • หยก-จุฑาทิพย์ กันทะธง – แชมป์โลกประเภทหญิงเดี่ยว 
  • นิด-สุภาวดี วงศ์คำจันทร์ และ หยก-จุฑาทิพย์ กันทะธง – แชมป์โลกประเภทหญิงคู่
  • กอล์ฟ-สรศักดิ์ เทาสิริ และ ตุ้ม-จีรติ จันทร์เลียง – แชมป์โลกประเภทชายคู่
  • ต้น-พักตร์พงษ์ เดชเจริญ และ นิด-สุภาวดี วงศ์คำจันทร์ – แชมป์โลกประเภทคู่ผสม

 

14. สีสันฟุตบอล 7 สี ชญานนท์กับท่าดีใจในตำนาน

 

  1. สีสันฟุตบอล 7 สี ชญานนท์กับท่าดีใจในตำนาน 

 

ฟุตบอล 7 สี (ฟุตบอลแชมป์กีฬา 7HD แชมเปียน คัพ 2024) ปีนี้มีอะไรให้พูดถึงกันมากมาย นอกเหนือจากเกมนัดชิงชนะเลิศ ที่โรงเรียนภัทรบพิตรเอาชนะโรงเรียนราชวินิตบางแก้วไปได้ด้วยสกอร์ 7-1 ผงาดคว้าแชมป์สมัยแรกแล้ว

 

ท่าดีใจเก้อของ ชญานนท์ กะมุตะเสน จากโรงเรียนกีฬาจังหวัดหนองคาย ที่โชว์เลี้ยงบอลหลบคู่แข่ง 2 คน ก่อนยิงบอลตรงกรอบแบบค่อยๆ ไหลเข้าไป ขณะที่เจ้าตัวเลือกหันหลังมาแสดงท่าดีใจ เพราะมั่นใจว่าลูกยิงนั้นยังไงก็เป็นประตู แต่ทว่าคู่แข่งสามารถสกัดบอลออกจากเส้นได้ทัน ทำให้เจ้าตัวดีใจฟรีไปเลยกับจังหวะนั้น

 

และช็อตนี้ของชญานนท์ถูกเอาไปทำมีมเป็นสีสันบนโลกออนไลน์ไปจนถึงการทำเสื้อขาย (ที่มีการปันรายได้ให้ชญานนท์ด้วย) รวมถึงเพจ Premier League ที่ก็ยังหยิบมีมนี้ไปให้กำลังใจ ซึ่งมีการกดแชร์มากกว่า 20,000 แชร์

 

นอกจากมีมของชญานนท์แล้ว ที่ข้างสนามฟุตบอล 7 สียังมีสีสันสนุกๆ มากมาย เช่น ช็อตที่พิธีกรไปสัมภาษณ์ คริสเตียโน โรนัลโด (จริงๆ แล้วเป็นกองเชียร์ที่สวมหน้ากากผ้าคลุมรูปโรนัลโด) ก็เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ที่เรียกรอยยิ้มให้แฟนๆ เป็นอย่างมาก

 

The post 14 โมเมนต์สำคัญวงการกีฬาไทยตลอดปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิชิอิเผย ต้องการ 3 คะแนนและจะพักนักเตะไปพร้อมๆ กันในเกมกับกัมพูชา https://thestandard.co/masatada-ishii-3-points-cambodia/ Thu, 19 Dec 2024 12:10:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1021604

มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าโค้ชฟุตบอลชายทีมชาติไทย ยืนยันใน […]

The post อิชิอิเผย ต้องการ 3 คะแนนและจะพักนักเตะไปพร้อมๆ กันในเกมกับกัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>

มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าโค้ชฟุตบอลชายทีมชาติไทย ยืนยันในงานแถลงข่าวก่อนเกม โดยระบุว่า ต้องการพาทีมคว้าชัยในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ศึกชิงแชมป์อาเซียน 2024 (ASEAN Mitsubishi Electric Cup 2024) และต้องการพักนักเตะไปพร้อมๆ กันด้วย

 

โดยหัวหน้าโค้ชชาวญี่ปุ่นเปิดเผยเรื่องดังกล่าวในงานแถลงข่าวความพร้อมก่อนเกมที่รอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย ซึ่งไทยจะเปิดสนามราชมังคลากีฬาสถานต้อนรับการมาเยือนของกัมพูชาในวันพรุ่งนี้ (20 ธันวาคม)

 

อิชิอิกล่าวว่า “หากพูดถึงแท็กติกของเรา ยังไม่สามารถเผยได้ตอนนี้ เพราะสิ่งที่เราเคยทำมาในทีมชาติ นักเตะสามารถเล่นได้ตามแท็กติก เราจะเน้นเรื่องการเล่นร่วมกัน การต่อบอล และการเคลื่อนเกมรุกซึ่งกันและกัน ตรงนี้จะเป็นสิ่งที่เราจะประเมินในการเล่นมากกว่า

 

“เกมกับกัมพูชาผมมองถึงทั้งการพักผู้เล่นและต้องการ 3 แต้มด้วย เพื่อให้ทีมมีผลงานที่ดีที่สุด แต่ต้องดูสภาพร่างกายของนักเตะก่อน เพื่อไม่ให้ใครมีอาการบาดเจ็บและจะได้กลับสโมสรแบบสมบูรณ์ที่สุด แน่นอนว่าเราคิดถึงเป้าหมายในการเข้าชิงด้วยเช่นกัน

 

“ผมคิดว่าทีมในกลุ่ม B ทีมไหนที่ได้คะแนนเยอะที่สุดทีมนั้นก็แข็งแกร่งที่สุด ก็ต้องรอผลการแข่งขันออกมาก่อนแล้วค่อยมาว่ากัน”

 

ด้าน ธีรศักดิ์ เผยพิมาย กล่าวว่า “จากเกมที่ผ่านมาผมคิดว่าเราต้องเสริมเรื่องการเล่นร่วมกันและการเล่นเป็นทีมให้มากกว่านี้ เรื่องการลงสนามอยู่ที่โค้ชจะตัดสินใจ เพราะไม่ว่าจะลงตัวจริงหรือตัวสำรอง ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดทั้งในและนอกสนาม อยากเชิญชวนแฟนบอลทุกๆ คนเข้ามาเป็นกำลังใจให้พวกเราในเกมวันพรุ่งนี้ด้วยนะครับ”

 

สำหรับทีมชาติไทยจะทำศึกชิงแชมป์อาเซียน 2024 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม A นัดสุดท้าย พบกับทีมชาติกัมพูชา ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 20 ธันวาคม 2567 เวลา 20.00 น. ถ่ายทอดสดทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32, AIS PLAY และ YouTube: BG SPORTS

The post อิชิอิเผย ต้องการ 3 คะแนนและจะพักนักเตะไปพร้อมๆ กันในเกมกับกัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
พาตริก กุสตาฟส์สัน ความหวังใหม่ในฐานะ ‘กองหน้า’ ของทีมชาติไทย https://thestandard.co/patrik-gustavsson-new-hope-thai-striker/ Thu, 19 Dec 2024 06:36:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1021387 Patrik Gustavsson

ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของทีมชาติไทย ‘ยุคใหม่’ […]

The post พาตริก กุสตาฟส์สัน ความหวังใหม่ในฐานะ ‘กองหน้า’ ของทีมชาติไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Patrik Gustavsson

ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของทีมชาติไทย ‘ยุคใหม่’ ในมือของ มาซาทาดะ อิชิอิ สำหรับ พาตริก กุสตาฟส์สัน ลูกครึ่งไทย-สวีเดน วัย 23 ปี ที่ตอนนี้ลงสนามรับใช้ชาติไปแล้ว 4 นัด สามารถยิงประตูได้ทุกเกม (4 ประตู 2 แอสซิสต์) ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของพาตริก กับตำแหน่งศูนย์หน้าของไทย ในยามที่กำลังเปลี่ยนถ่ายสายเลือดใหม่เข้าสู่ทีม!

 

info team thai ball

 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

The post พาตริก กุสตาฟส์สัน ความหวังใหม่ในฐานะ ‘กองหน้า’ ของทีมชาติไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาดามแป้ง-อิชิอิ เกิดดราม่าอะไรขึ้นหลังเกมบอลไทย-มาเลเซีย https://thestandard.co/madam-pang-ishii-what-drama-happened/ Sun, 15 Dec 2024 02:46:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1019723 มาดามแป้ง อิชิอิ

ประเด็นใหญ่หลังเกมฟุตบอลชายทีมชาติไทยที่เอาชนะมาเลเซีย […]

The post มาดามแป้ง-อิชิอิ เกิดดราม่าอะไรขึ้นหลังเกมบอลไทย-มาเลเซีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาดามแป้ง อิชิอิ

ประเด็นใหญ่หลังเกมฟุตบอลชายทีมชาติไทยที่เอาชนะมาเลเซีย 1-0 ใน ASEAN Mitsubishi Electric Cup 2024 เมื่อคืนนี้ (14 ธันวาคม) นอกจากปัญหาการเล่นเกมรุกของทีมชาติไทยที่อาจจะยังไม่ได้ประตูชัยถ้าไม่ได้ส้มหล่นแล้ว ในช่วงหลังเกมยังมีประเด็นร้อนเพิ่มขึ้นมาอีกเรื่องด้วย

 

นั่นคือการที่ มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือทีมชาติไทยชาวญี่ปุ่น ตัดสินใจเดินเข้าห้องแต่งตัวไปก่อน ขณะที่กลุ่มนักเตะเดินออกไปขอบคุณแฟนบอลรอบๆ สนาม

 

โดยสาเหตุมาจากการที่อิชิอิไม่อยากให้นักเตะเสียเวลาพักผ่อนในช่วงเวลาหลังเกมมากจนเกินไป เนื่องจากต้องเดินทางไปสิงคโปร์ในวันรุ่งขึ้น (15 ธันวาคม) แต่ทางฝั่ง มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ อยากแสดงความขอบคุณต่อแฟนบอล จึงพานักเตะไปขอบคุณแฟนบอลรอบๆ สนาม

 

ในห้องแถลงข่าว อิชิอิพูดผ่าน ล่ามจ๋าย-เฉลิมชัย ชินเชิดพงศ์ ผู้ช่วยหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทย ว่า “ก่อนการแข่งขันได้ให้สัมภาษณ์แล้วว่ามีนักเตะแยกเป็น 2 ชุด คือชุดที่ 1 และชุดที่ 2 โดยกลุ่มที่ไม่ได้แข่งขันจะมีหน้าที่เข้าไปขอบคุณแฟนบอล แต่ก็จะใช้เวลาสั้นๆ เพราะว่าเราต้องกลับมาเตรียมทีมและพักผ่อนเพื่อทำการแข่งขันและเดินทางไปแข่งในแมตช์ต่อไป

 

“โดยโค้ชอิชิอิก็รู้สึกว่าไม่สามารถทำแบบนั้นได้ เลยแยกตัวมาที่ห้องแต่งตัว

 

“โค้ชอิชิอิมองว่าโดยหน้าที่แล้วเขาต้องพยายามทำให้สภาพทีมมีความพร้อมให้มากที่สุด วิธีคิดอาจจะไม่เหมือนคนอื่นๆ ก็เป็นไปได้ เพราะต้องการให้มีเวลาพักผ่อนให้มากที่สุด ยิ่งมีสถานการณ์ที่เราต้องเดินทางต่อไปก็ต้องพักผ่อน”

 

ล่ามจ๋ายยืนยันว่า ‘โค้ชก็ไม่ได้มีอะไร’ และแปลคำพูดของอิชิอิต่อไปว่า “เราสามารถชนะได้เพราะว่าแฟนบอลมาเชียร์เราเยอะ ก็ต้องขอขอบคุณแฟนบอลที่มาเชียร์ ถ้าไม่มีแฟนบอลเราก็ไม่สามารถเก็บชัยในนัดนี้ได้ ก็ขอบคุณแฟนบอลด้วย

 

“แล้วนัดหน้าก็ฝากเชิญชวนแฟนบอลมาเชียร์ให้มากๆ แบบนี้เช่นกัน”

 

การตอบคำถามของอิชิอิเป็นการตอบในมุมมองของโค้ช และเขาก็ออกตัวในคำตอบแล้วว่า “โดยหน้าที่แล้วเขาต้องพยายามทำให้สภาพทีมมีความพร้อมให้มากที่สุด”

 

ในเวลาไล่เลี่ยกับที่อิชิอิตอบคำถามในตอนนั้น ประเด็นดราม่าเรื่องอิชิอิเดินเข้าห้องแต่งตัวก็เริ่มลุกลามในโลกอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะในกลุ่มแฟนบอล จนกลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้างและทำให้แฟนบอลแบ่งออก 2 กลุ่มเช่นกัน

 

ในเวลาต่อมา มาดามแป้งได้ออกมาโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว ถึงการพยายามพานักเตะเดินขอบคุณแฟนบอลรอบสนาม โดยอธิบายในมุมของเธอว่า “จากใจแป้ง จริงๆ ประเด็นวันนี้ไม่ควรจะมีอะไรดราม่าเลย ตอนที่แป้งเข้ามารับตำแหน่งนายกสมาคมฯ ได้รับเกียรติฟังความคิดเห็นจากแฟนบอลไทยหลักๆ ทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ Cheerthai Power, Thailand Hardcore และ Ultras Thailand ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มก็ให้เกียรติสมาคมฯ แป้ง นักกีฬา และโค้ชทุกคน จะเห็นว่าทุกการแข่งขันผ่านมาอย่างราบรื่น เต็มไปด้วยพลังเชียร์และศรัทธา

 

“สำหรับแป้งแล้วคิดเสมอว่าศรัทธาของแฟนบอลคือสิ่งที่จะอยู่คู่กับฟุตบอลไทยไปตลอด นายกสมาคมฯ โค้ช หรือนักฟุตบอล ถ้ามีผลงานดีก็จะกลายเป็นประวัติศาสตร์ที่จารึกไว้ แต่มือที่จะประคับประคอง ส่งเสริมฟุตบอลไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟุตบอลทีมชาติไทยทุกชุดซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าของสมาคมฯ ก็คือแฟนบอลทีมชาติไทยหรือผู้เล่นคนที่ 12

 

“ดังนั้นถึงแม้รอบนี้จะไม่ใช่รอบรองฯ หรือรอบชิงฯ แต่การเดินออกไปขอบคุณแฟนบอล ซึ่งแฟนบอลก็ไม่ได้ใช้เวลามาก เพราะเขาทราบดีอยู่แล้วว่ายังไม่ถึงรอบชิงฯ แป้งถือว่าเป็นการให้เกียรติสูงสุด และถือเป็นเกียรติยศศักดิ์ศรีของนักเตะทีมชาติไทยเช่นกัน นักเตะหลายคนก็คิดเหมือนกับแป้ง

 

“ดังนั้นแป้งจึงคิดว่าไม่มีประเด็นอะไรที่จะเกิดกระแสที่ไม่ดีต่อใจแป้งหรือใจใครเลย แป้งยังยืนยันในความคิดของตัวเองว่าสิ่งที่แป้งทำตลอด 16 ปี ตั้งแต่เริ่มเป็นผู้จัดการฟุตบอลหญิง มาถึงฟุตบอลชาย การให้เกียรติแฟนบอลเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว แป้งเชื่อเสมอในศรัทธา การเคารพ และให้เกียรติซึ่งกันและกัน”

 

นี่จึงเป็นเหตุการณ์ที่มี 2 มุมมองที่คิดไม่ตรงกัน แต่ถึงอย่างนั้นต่างฝ่ายต่างมีเจตนาดีไม่ต่างกัน

 

ในมุมของอิชิอิก็ทำเพื่อนักเตะ และหวังให้นักเตะทำผลงานเพื่อแฟนบอล ส่วนในมุมของนายกสมาคมฯ ก็ต้องการขอบคุณและมอบความรู้สึกดีๆ ให้แฟนบอลเช่นกัน

The post มาดามแป้ง-อิชิอิ เกิดดราม่าอะไรขึ้นหลังเกมบอลไทย-มาเลเซีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิชิอิ ไม่เผยใครเล่นแทนเอกนิษฐ์-สุภโชค ด้านพีรดนย์ย้ำ เป้าหมายคือ 3 แต้ม https://thestandard.co/ichii-team-replacement-football-goal/ Fri, 13 Dec 2024 10:47:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1019337 มาซาทาดะ อิชิอิ

มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ยังไม่เปิดเผ […]

The post อิชิอิ ไม่เผยใครเล่นแทนเอกนิษฐ์-สุภโชค ด้านพีรดนย์ย้ำ เป้าหมายคือ 3 แต้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาซาทาดะ อิชิอิ

มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ยังไม่เปิดเผยว่าจะใช้ใครเล่นแทน เอกนิษฐ์ ปัญญา และ สุภโชค สารชาติ ที่มีอาการบาดเจ็บจนไม่สามารถลงสนามเล่นได้ในเกมนี้

 

วันนี้ (13 ธันวาคม) เวลา 16.30 น. ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ทีมชาติไทย นำโดยอิชิอิ พร้อมด้วย พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี กองกลางกัปตันทีมชาติไทย ร่วมกันแถลงข่าวความพร้อมก่อนเกม AFF Mitsubishi Electric Cup 2024 ในวันพรุ่งนี้ (14 ธันวาคม)

 

โดยหัวหน้าโค้ชชาวญี่ปุ่นกล่าวว่า “ทั้ง เอกนิษฐ์ ปัญญา และ สุภโชค สารชาติ เข้ามาร่วมทีมหลังสุด แต่ก่อนหน้านี้เราได้เตรียมทีมไว้เรียบร้อยแล้วในการเจอกับสถานการณ์ต่างๆ ถ้าถามว่าตอนนี้เราจะเลือกใครมาแทนทั้งสองคนยังไม่สามารถตอบได้ ผมมองว่าทุกคนสามารถทดแทนกันได้

 

“เกมที่เราเจอติมอร์-เลสเต เราวิเคราะห์เกมของเขามาก่อนหน้านี้ ซึ่งพอลงไปเล่นก็ไม่เป็นไปตามที่วิเคราะห์มา เช่นกันกับเกมที่จะเจอมาเลเซีย เราวิเคราะห์การเล่นของพวกเขามาเหมือนกัน แต่ตามความเป็นจริงเราต้องรอดูสถานการณ์จริงว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งหลังเกมทุกเกมผมจะมาประเมินความเข้าใจของนักเตะมากกว่าว่าในการลงไปเล่นสามารถเข้าใจแท็กติกมากแค่ไหน และสามารถต่อยอดการเล่นร่วมกันได้ดีขนาดไหน

 

“แต่ละประเทศยังมีการแข่งขันภายในประเทศอยู่ ซึ่งช่วงระหว่างมีการแข่งขันทัวร์นาเมนต์นี้ทำให้อาจจะเลือกนักเตะที่ดีที่สุดมาไม่ได้ เพราะฉะนั้นประเทศที่มี FIFA Rankings ดีกว่าอาจจะไม่ได้นักเตะที่ดีที่สุด ผมมองว่าผลการแข่งขันที่จะออกมาไม่เกี่ยวกับ FIFA Rankings เพราะอาจจะมีหลายปัจจัย ทั้งเวลาเตะที่อาจจะมีเวลาพักน้อย ทำให้มีผลกับการแข่งขันด้วย ซึ่งเราจะพยายามเตรียมทีมให้ดีที่สุด อาจจะไม่ได้นักเตะชุดที่ดีที่สุด แต่จะพยายามทำให้เต็มที่ในทัวร์นาเมนต์นี้”

 

ขณะที่ พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี กล่าวว่า “ส่วนตัวเกมแรกผมติดโทษแบน แต่เกมในวันพรุ่งนี้ผมสามารถกลับมาลงสนามได้ เราได้เตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดี ทุกคนได้เรียนรู้และทำความเข้าใจในแท็กติกกันมา เชื่อว่าเกมพรุ่งนี้เราจะเก็บสามแต้มได้ตามเป้าหมาย

 

“หากพูดถึงแพสชันผมมีเต็มร้อย ยิ่งหากเล่นในนามทีมชาติไทยยิ่งเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ การที่ผมเคยได้แชมป์มาแล้วมันเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว แต่ครั้งนี้ผมหวังที่จะป้องกันแชมป์ให้ได้ ซึ่งเพื่อนๆ ทุกคนที่เคยได้แชมป์แล้วอยากที่จะป้องกันและคว้าแชมป์ให้ได้ด้วยเช่นกัน ส่วนคนที่ยังไม่เคยได้ก็อยากที่จะได้เหมือนกัน ผมคิดว่าทั้งนักเตะและสตาฟฟ์โค้ชมีความคิดไปในทางเดียวกันคือการคว้าแชมป์ให้ได้

 

“อยากชวนแฟนบอลชาวไทยทุกคนเข้ามาเชียร์ทีมชาติไทยในรายการชิงแชมป์อาเซียนครั้งนี้ ผมในฐานะตัวแทนนักฟุตบอลอยากที่จะคว้าแชมป์ครั้งนี้ให้ได้”

 

โปรแกรมนัดต่อไปของทีมชาติไทย จะทำศึกชิงแชมป์อาเซียน 2024 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ นัดที่สอง พบกับมาเลเซีย ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ 14 ธันวาคม 2567 เวลา 20.00 น. ถ่ายทอดสดทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32, AIS PLAY และ YouTube: BG Sports

The post อิชิอิ ไม่เผยใครเล่นแทนเอกนิษฐ์-สุภโชค ด้านพีรดนย์ย้ำ เป้าหมายคือ 3 แต้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิชิอิ ชี้แจงสาเหตุซ้อมแบบปิดเพื่อกันข้อมูลรั่วไหล พร้อมเล่นเต็มที่เกมแรกในอาเซียนคัพ 2024 https://thestandard.co/ichi-asian-cup-2024-training-preparation/ Fri, 06 Dec 2024 03:26:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1016464 อิชิอิ

ก่อนการเดินทางทำศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2024 หรือ ASEA […]

The post อิชิอิ ชี้แจงสาเหตุซ้อมแบบปิดเพื่อกันข้อมูลรั่วไหล พร้อมเล่นเต็มที่เกมแรกในอาเซียนคัพ 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิชิอิ

ก่อนการเดินทางทำศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2024 หรือ ASEAN Mitsubishi Electric Cup 2024 นัดแรกที่จะพบกับติมอร์-เลสเต ในวันที่ 8 ธันวาคมนี้

 

มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า “ถึงแม้ว่าเราจะยังได้นักเตะมาไม่ครบ แต่ผู้เล่นที่เข้ามาใหม่เราพยายามปรับให้เข้าแท็กติกมากที่สุด ผมคิดว่าตอนนี้เราเตรียมความพร้อมได้ดี เราทราบมาก่อนหน้านี้แล้วว่าจะได้นักเตะไม่ครบในเกมเจอกับติมอร์-เลสเต แต่นักเตะทุกคนที่มาสามารถซ้อมได้ดีตามเป้าหมายที่เราตั้งเอาไว้

 

“ตอนที่เราไม่ได้ซ้อมแบบปิด เราเปิดให้สื่อเข้ามาชมมาถ่ายได้ประมาณ 15 นาที ซึ่งเป็นช่วงระหว่างวอร์มอัพเป็นส่วนใหญ่ แต่การซ้อมแบบปิดอาจทำให้เรามีการซ้อมที่ใส่ใจรายละเอียดมากขึ้น ผมคิดว่าไม่มีผลอะไรมากกับการซ้อมแบบปิดกับซ้อมแบบเปิด

 

“อยากจะฝากขอโทษแฟนบอลและผู้สนับสนุนที่เราซ้อมแบบปิด ด้วยเหตุผลที่เราต้องการชัยชนะ ไม่อยากให้ข้อมูลของเรารั่วไหลไปถึงคู่แข่ง อยากให้ทุกคนเข้าใจในเป้าหมายของเราที่ต้องการซ้อมแบบปิดในครั้งนี้ ซึ่งหลังจากจบแมตช์กับติมอร์-เลสเต เราจะมีการซ้อมแบบเปิดเพื่อให้สื่อเข้ามาถ่ายได้

 

“ด้วยระยะเวลาที่ไม่เพียงพอในการใส่แท็กติกใหม่ๆ เราเน้นในแท็กติกต่างๆ ที่เคยทำมาให้นักเตะหน้าใหม่เรียนรู้ให้มากที่สุด สิ่งที่ผมต้องการคืออยากให้นักเตะหน้าใหม่เข้าใจแท็กติกในการเล่น เพื่อทำให้เรามีตัวเลือกกับนักเตะที่เข้าใจแนวทางของทีมชาติเพิ่มมากขึ้น พวกเราจะทำงานเต็มที่เพื่อเก็บชัยชนะกลับมา”

 

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2024 รอบแบ่งกลุ่ม (กลุ่ม A) นัดแรก ทีมชาติไทยมีคิวพบกับทีมชาติติมอร์-เลสเต ที่ฮัง เดย์ สเตเดียม ในวันที่ 8

The post อิชิอิ ชี้แจงสาเหตุซ้อมแบบปิดเพื่อกันข้อมูลรั่วไหล พร้อมเล่นเต็มที่เกมแรกในอาเซียนคัพ 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุภโชค-มิคเกลสันนำทัพ! ทีมชาติไทยเปิดโผ 26 รายชื่อลุยศึกชิงแชมป์อาเซียน 2024 https://thestandard.co/thailand-asean-football-squad/ Tue, 26 Nov 2024 09:56:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1013027 ทีมชาติไทย

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือทีมชาติไทยป […]

The post สุภโชค-มิคเกลสันนำทัพ! ทีมชาติไทยเปิดโผ 26 รายชื่อลุยศึกชิงแชมป์อาเซียน 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมชาติไทย

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือทีมชาติไทยประกาศ 26 รายชื่อแข้งช้างศึก ชุดแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2024 ระหว่างวันที่ 8 ธันวาคม 2024 – 5 มกราคม 2025 โดยมีรายชื่อดังต่อไปนี้

 

ผู้รักษาประตู

 

  • กรกฎ พิพัฒน์นัดดา (ระยอง เอฟซี)
  • กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล (ราชบุรี เอฟซี)
  • ปฏิวัติ คำไหม (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)

 

กองหลัง

 

  • กฤษฎา นนทรัตน์ (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
  • เจมส์ เบอร์เรดฟอร์ด (อุทัยธานี เอฟซี)
  • โจนาธาน เข็มดี (ราชบุรี เอฟซี)
  • เฉลิมศักดิ์ อักขี (การท่าเรือ เอฟซี)
  • ทิตาธร อักษรศรี (อุทัยธานี เอฟซี)
  • นิโคลัส มิคเกลสัน (โอเดนเซ โบลด์คลับ)
  • พรรษา เหมวิบูลย์ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
  • ศุภนันท์ บุรีรัตน์ (การท่าเรือ เอฟซี)
  • ศฤงคาร พรหมสุภะ (สุโขทัย เอฟซี)
  • อภิสิทธิ์ โสรฎา (ราชบุรี เอฟซี)

 

กองกลาง

 

  • เบนจามิน เดวิส (อุทัยธานี เอฟซี)
  • พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี (การท่าเรือ เอฟซี)
  • วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ (การท่าเรือ เอฟซี)
  • วิลเลียม เวเดอร์เฌอ (อุทัยธานี เอฟซี)
  • วีระเทพ ป้อมพันธุ์ (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
  • สุภโชค สารชาติ (ฮอกไกโด คอนซาโดเล ซัปโปโร)
  • เสกสรรค์ ราตรี (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
  • อนันต์ ยอดสังวาลย์ (ลำพูน วอริเออร์)
  • อัครพงศ์ พุ่มวิเศษ (ลำพูน วอริเออร์)
  • เอกนิษฐ์ ปัญญา (อุราวะ เรด ไดมอนด์ส)

 

กองหน้า 

 

  • ธีรศักดิ์ เผยพิมาย (การท่าเรือ เอฟซี)
  • พาตริก กุสตาฟส์สัน (นารา คลับ)
  • ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

 

ทั้งนี้ ทีมชาติไทยมีโปรแกรมลุยศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2024 รอบแบ่งกลุ่ม (กลุ่ม A) ดังนี้

 

  • พบ ติมอร์ เลสเต 🇹🇱 วันที่ 8 ธันวาคม เวลา 20.00 น.
  • พบ มาเลเซีย 🇲🇾 วันที่ 14 ธันวาคม เวลา 20.00 น.
  • พบ สิงคโปร์ 🇸🇬 วันที่ 17 ธันวาคม เวลา 19.30 น.
  • พบ กัมพูชา 🇰🇭 วันที่ 20 ธันวาคม เวลา 20.00 น.

 

การแข่งขันทุกนัดถ่ายทอดสดทางไทยรัฐทีวี, AIS PLAY และ YouTube: BG SPORTS

The post สุภโชค-มิคเกลสันนำทัพ! ทีมชาติไทยเปิดโผ 26 รายชื่อลุยศึกชิงแชมป์อาเซียน 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
โปรแกรม ‘ทีมชาติไทย’ ในศึกชิงแชมป์อาเซียน 2024 (รอบแบ่งกลุ่ม) https://thestandard.co/thailand-aff-cup-2024-group-stage-fixture/ Tue, 26 Nov 2024 06:20:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1012819

อีกเพียงไม่กี่วันศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2024 (ASEAN M […]

The post โปรแกรม ‘ทีมชาติไทย’ ในศึกชิงแชมป์อาเซียน 2024 (รอบแบ่งกลุ่ม) appeared first on THE STANDARD.

]]>

อีกเพียงไม่กี่วันศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2024 (ASEAN Mitsubishi Electric Cup 2024) จะเริ่มเป็นฉากฟาดแข้งกันในห้วงวันที่ 8 ธันวาคม 2024 – 5 มกราคม 2025

 

และนี่คือโปรแกรม 4 นัดรอบแบ่งกลุ่ม (กลุ่ม A) ของทีมชาติไทยในรายการชิงแชมป์อาเซียน 2024

 

 

ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

The post โปรแกรม ‘ทีมชาติไทย’ ในศึกชิงแชมป์อาเซียน 2024 (รอบแบ่งกลุ่ม) appeared first on THE STANDARD.

]]>
อุ่นเครื่องเสมอ 2 นัด ไทยได้อะไรจากการลองสายเลือดใหม่? https://thestandard.co/thai-new-national-football-team/ Mon, 18 Nov 2024 07:15:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1009973 ทีมชาติไทย

อยากเห็นก็ได้เห็น…กับการผสมแข้งตัวหลัก (บางส่วน) กับดาว […]

The post อุ่นเครื่องเสมอ 2 นัด ไทยได้อะไรจากการลองสายเลือดใหม่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมชาติไทย

อยากเห็นก็ได้เห็น…กับการผสมแข้งตัวหลัก (บางส่วน) กับดาวรุ่งสายเลือดใหม่ของทีมชาติไทย

 

หากย้อนกลับไปหลังจบรายการคิงส์คัพ 2024 เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ถ้าลองอ่านตามคอมเมนต์ในเพจฟุตบอลต่างๆ เชื่อว่าแฟนบอลคงมีจินตนาการเกี่ยวกับทีมชาติไทยในเวอร์ชัน ‘สายเลือดใหม่’ กันอยู่บ้าง แบบที่ไม่ต้องพึ่งผู้เล่นแกนหลักอย่างที่เคยทำ โดยเฉพาะวันที่เราตกรอบคัดฟุตบอลโลกไปแล้ว

 

มาโปรแกรมฟีฟ่าเดย์ (พฤศจิกายน) มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือของทีมชาติไทยที่มองเห็นโอกาสและจังหวะต่างๆ ว่านี่คือโอกาสในการเรียกเทสต์นักเตะหน้าใหม่ในแคมป์ทีมชาติ ก่อนจัดการดำเนินตามแผนทันทีในเกมกับเลบานอน และ สปป.ลาว ส่วนหนึ่งเพื่อเตรียมทีมลุยศึกชิงแชมป์อาเซียน 2024 ในช่วงปลายปีนี้

 

ทว่าผลเสมอในเกมอุ่นเครื่องทั้ง 2 นัดที่ผ่านมา อาจสร้างความผิดหวังในแฟนบอลไทย แต่ในมุมกลับกัน ผลงานในสนามน่าจะเป็นคำตอบของหลายคำถาม โดยเฉพาะคำถามที่ว่า ทีมสายเลือดใหม่ชุดนี้พร้อมที่จะขึ้นมาทดแทนรุ่นพี่ได้หรือไม่

 

และเกมอุ่นเครื่อง 2 นัดนี้ บอกอะไรเราบ้าง? ในวันที่ผลลัพธ์และรูปเกมในสนามออกมาน่าผิดหวังแบบนี้

 

 

การเปลี่ยนถ่าย ‘สายเลือดใหม่’ ที่จำเป็นต้องทำตั้งแต่ตอนนี้

 

แนวคิดการเรียกผู้เล่นหน้าใหม่ติดทีมชาติไทย มีมาตั้งแต่ก่อนจบรายการคิงส์คัพที่สงขลา โดยแรงจูงใจสำคัญคือเพื่อ ‘เตรียมความพร้อม’ ให้กับทีมก่อนลงแข่งขันศึกชิงแชมป์อาเซียน 2024 ในวันที่ 8 ธันวาคม 2024 – 5 มกราคม 2025

 

นั่นเลยทำให้โปรแกรมฟีฟ่าเดย์ในมือของ มาซาทาดะ อิชิอิ ที่เหลือเพียง 2 นัดอย่างเป็นทางการ (รอบเดือนพฤศจิกายน) ก่อนเข้าร่วมทัวร์นาเมนต์ในเดือนธันวาคม เขาต้องใช้โอกาสนี้ในการเรียกผู้เล่นหน้าใหม่ที่มีโอกาสติดทีมไปชิงแชมป์อาเซียนเข้ามาสู่แคมป์หนนี้ เพื่อฝึกซ้อมและสร้างทีมให้มีความแข็งแกร่งมากที่สุด

 

ผลคืออิชิอิเรียกนักเตะหน้าใหม่ 5 คน ประกอบด้วย ศฤงคาร พรมสุภะ, ทิตาธร อักษรศรี, ชิษณุพงษ์ โชติ, เสกสรรค์ ราตรี และ พันธมิตร ประพันธ์ เข้ามาเป็นส่วนผสมกับทีมชาติชุดใหญ่ ที่คาดว่า (ส่วนใหญ่) จะถูกต่อยอดติดทีมไปป้องกันแชมป์อาเซียนด้วย

 

และหากถามว่า ทำไมทีมไทยถึงไม่เรียกนักเตะตัวหลักติดทีมเพื่อซ้อมใหญ่ก่อนไปอาเซียนคัพล่ะ?

 

คำตอบคือในห้วงเดือนธันวาคม “ทั่วโลกไม่มีโปรแกรมฟีฟ่าเดย์” บวกกับสโมสรในไทยยังมีโปรแกรมนัดตกค้างในไทยลีกร่วม 8 นัดในเวลาเดียวกับที่อาเซียนคัพฟาดแข้งกัน ซึ่งตรงนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับสโมสรด้วย

 

นั่นหมายความว่า มีโอกาสสูงที่บรรดาสโมสรชั้นนำจะไม่ปล่อยผู้เล่นแกนหลักเข้าร่วมทีมในช่วงเวลานั้น นั่นคือโจทย์เบื้องต้นที่สมาคมฯ และอิชิอิทราบกันมานานแล้ว

 

เลยเป็นเหตุผลให้อิชิอิจำเป็นต้องเรียกผู้เล่นที่สามารถต่อยอดไปถึงอาเซียนเข้าสู่ทีมหนนี้ ส่วนใครที่ไม่น่ามากับทีมได้เขาจึงไม่เรียกมา เพราะนี่คือโค้งสำคัญของทีมสตาฟฟ์โค้ชและนักเตะก่อนลุยอาเซียนคัพ

 

ทีมชาติไทย

 

ผลเสมอ 2 นัด (ในสนาม) บอกอะไร?

 

ก่อนเริ่มเกมอุ่นเครื่องเป็นเรื่องปกติที่แฟนบอลจะมองถึงผล ‘ชนะ’ ทั้ง 2 เกม หากดูจากอันดับโลกของทีมไทย (อันดับ 96) เหนือกว่าเลบานอน (อันดับ 115), สปป.ลาว (อันดับ 187)

 

แต่ในความจริงยังมี 2 ปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะทำให้ทีมไทยไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง คือ

  1. การรวมทีมนักเตะหน้าใหม่ค่อนข้างเยอะ
  2. เวลาฝึกซ้อมร่วมกันมีไม่ถึง 1 สัปดาห์

 

เรื่องนี้อิชิอิทราบดี และเขาพูดอยู่เสมอว่า นักเตะ 23 คนที่เรียกเข้าแคมป์ยังมีเวลาฝึกซ้อมด้วยกันน้อยมาก และสิ่งที่อิชิอิพูดก็ทำให้เห็นภาพในเกมเสมอเลบานอนแบบไร้สกอร์

 

ถัดจากนั้น 3 วันทีมไทยลงเล่นกับ สปป.ลาว ที่หนนี้ความคาดหวังจะเยอะเป็นพิเศษ จากชื่อชั้นที่ห่างกันมากโข แต่บทสรุปจบลงตรงที่ทำให้แฟนบอลผิดหวังตามเคย แถมรูปเกมดูหนักกว่าเกมกับเลบานอนเสียอีก เพราะเราทำได้เพียงเสมอ สปป.ลาว 1-1 ทั้งที่ควรทำได้ดีกว่านี้

 

เกมกับ สปป.ลาว อิชิอิตั้งโจทย์ว่านี่คือภาพจำลองของการลงเล่นอาเซียนคัพที่จะเตะในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า

 

อิชิอิวางแผนเกมรุกให้นักเตะครองเกมเล่นบุกแบบชัดเจน กับวิธีการที่เขามักจะทำคือเปิดวิดีโอเกมให้นักเตะทราบถึงแผน ป้อนโปรแกรมให้นักเตะคนต่อคนรู้ว่าพวกเขาควรเล่นอย่างไรในสนาม

 

ทว่านักเตะหลายคนเล่นตามบรีฟที่เน้นครองบอลบุกได้ก็จริง แต่พลังงานความดุดัน ความกระหายในการพังประตูเพื่อชัยชนะ มีให้แฟนบอลได้สัมผัสน้อยมากในเกมนี้ เมื่อเทียบกับฝั่ง สปป.ลาว ที่อาศัยพลังใจและพละกำลังวิ่งบีบกดดันทีมไทยได้ดีในแผงกลางถึงแผงหลัง

 

หลายจังหวะทีมไทยยังติดเล่นด้วยความย่ามใจ ประกอบกับการสื่อสารที่เต็มไปด้วยปัญหา เกมรุกขาดมิติขึ้นเกม หลายจังหวะเล่นเน้นเอาชัวร์คือ ‘ขึ้นเกมไม่ได้…ก็ส่งคืนหลัง’

 

นั่นทำให้เกมนี้กลายเป็นแมตช์ที่ดูแล้วน่าอึดอัดสำหรับแฟนๆ ไม่ใช่บอลของอิชิอิแบบที่เราเคยดู และคิดว่านักเตะหลายคนเล่นผิดฟอร์มไปเยอะเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพของแต่ละคนที่น่าจะทำได้ดีกว่านี้

 

 

เมื่อผลเป็นแบบนี้…สายเลือดใหม่เอาไงต่อ แล้วเป้าหมายอาเซียนคัพคืออะไร?

 

ตอนนี้อิชิอิคงทราบแล้วว่า เกมกับทีมในอาเซียนไม่ง่าย โดยเฉพาะกับทีมที่ต้องผสมผู้เล่นหน้าใหม่มาในชุดนี้ที่องค์ประกอบทีมยังขาดๆ เกินๆ นักเตะหลายคนไม่สามารถทำผลงานได้ตามที่อิชิอิคาดหวัง

 

ถึงตรงนี้หลายคนอาจตั้งคำถามว่า ทีมชาติไทยไม่มีนักเตะที่สามารถรวมตัวและทำผลงานได้ดีกว่านี้แล้วหรือ? (ในวันที่แข้งหลักติดภารกิจกับสโมสร)

 

คำคอบคือ นักเตะเหล่านี้ที่อิชิอิเรียกมา ส่วนใหญ่เขาเป็นคนไปนั่งดูเกมไทยลีกมากับตาตัวเอง และต้องให้ความเป็นธรรมว่านักเตะหลายคนที่ติดทีมมา ต่างทำผลงานได้ดีกับสโมสร เพียงแต่ในเกมระดับชาติมาตรฐานหลายคนยังห่างจากที่อิชิอิต้องการอยู่มากเท่านั้นเอง

 

ทีนี้จะเกิดคำถามต่อมาว่า ในวันที่ฟอร์มของหนุ่มๆ เป็นแบบนี้ อิชิอิและสมาคมฯ คาดหวังอะไรในอาเซียนคัพเดือนหน้า

 

คำตอบคือทั้งมาดามแป้งในฐานะนายกสมาคมฯ และอิชิอิ ‘มองถึงแชมป์’ ครับ

 

“จากสองเกมอุ่นเครื่องในเดือนนี้ เราเห็นอะไรหลายๆ อย่าง ว่าจะเราต้องฝึกซ้อมกันให้ได้มากกว่านี้ ต้องพยายามปรับปรุงแก้ไข เราต้องมองหาทางยกระดับขุมกำลัง แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าเรามีระยะเวลาอยู่เพียงเท่านี้ สำหรับอาเซียนคัพ เราอยากที่จะคว้าแชมป์มาครองให้ได้ครับ”

 

นี่คือคำพูดของอิชิอิกับเป้าหมายในอาเซียนคัพที่จะมาถึง

 

จากผลงานของนักเตะชุดอุ่นเครื่อง 2 เกมนี้ ค่อนข้างเป็นที่ประจักษ์ว่า อาจไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับโอกาสไปต่อกับทีมในศึกชิงแชมป์อาเซียน และเห็นได้ชัดว่าทีมอาจจะยังต้องการนักเตะมากประสบการณ์ นักเตะที่มีความสามารถเฉพาะตัวเข้ามาขับเคลื่อนเกมให้กับทีม

 

เพราะเกม 2 นัดที่เต็มไปด้วยดาวรุ่งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าระบบเกมอย่างเดียวยังทำให้ไทยเอาชนะทีมในอาเซียนไม่ได้ทุกทีม 

 

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า อิชิอิจะพานักเตะเบอร์เก๋าอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ (31 ปี), ธีราทร บุญมาทัน (34 ปี) และ ธีรศิลป์ แดงดา (36 ปี) กลับมาติดทีม เพราะเป็นไปได้ยากที่สโมสรต้นสังกัดจะปล่อยตัวมาติดทีมหนนี้

 

ทีมชาติไทย

 

ทั้งหมดนี้จึงเป็นโจทย์หินของอิชิอิและทีมงาน ต้องกลับไปทบทวนแผนการเล่นของทีม หากยังเลือกหนีบนักเตะส่วนใหญ่จากชุดเสมอ 2 เกมนี้ไปลุยอาเซียนคัพทั้งที่ยังมีฟอร์มแบบนี้ เขาควรจะแก้ที่ตรงไหน

 

และเป็นไปได้หรือไม่ที่เขาจะจับมือกับสมาคมฯ นำโดยมาดามแป้ง เข้าไปพูดคุย เข้าไปสู่ขอนักเตะฝีเท้าฉกาจ มากประสบการณ์ เพื่อมาเติมทีมสำหรับทัวร์นาเมนต์นี้ หากมองถึงแชมป์จริงๆ

 

แม้การเสมอ 2 เกมนี้จะแลกด้วยการถูกลบคะแนนบน FIFA Rankings ประมาณ 2-3 แต้ม

 

แต่ผลลัพธ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนชั้นดีว่า ไทยเราไม่ได้เป็นทีมที่มีคุณภาพดีขนาดนั้น โดยเฉพาะวันที่อยากก้าวข้ามอาเซียน เพื่อมองไประดับเอเชีย

 

ถ้าระบบการทำงานฟุตบอลไทยยังเป็นแบบนี้ เราพร้อมมองแบบนั้นจริงหรือ…?

The post อุ่นเครื่องเสมอ 2 นัด ไทยได้อะไรจากการลองสายเลือดใหม่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เควิน ดีรมรัมย์ ถอนตัวจากทีมชาติ เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บ ต้องพักฟื้น 1-2 สัปดาห์ https://thestandard.co/kevin-deeromram-withdraws-thailand/ Tue, 12 Nov 2024 03:16:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1007562 เควิน ดีรมรัมย์ ถอนตัวจากทีมชาติ เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บ ต้องพักฟื้น 1-2 สัปดาห์

วันนี้ (12 พฤศจิกายน) มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟ […]

The post เควิน ดีรมรัมย์ ถอนตัวจากทีมชาติ เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บ ต้องพักฟื้น 1-2 สัปดาห์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เควิน ดีรมรัมย์ ถอนตัวจากทีมชาติ เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บ ต้องพักฟื้น 1-2 สัปดาห์

วันนี้ (12 พฤศจิกายน) มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทย และ นพ.ภคภณ อิสรไกรศีล ในฐานะแพทย์ประจำทีม ตัดสินใจร่วมกันให้ เควิน ดีรมรัมย์ แบ็กซ้ายวัย 27 ปี ของการท่าเรือ เอฟซี ถอนตัวจากทัพช้างศึก หลังตรวจพบว่ามีอาการบาดเจ็บมาจากสโมสรฯ พร้อมเรียก วันชัย จารุนงคราญ แบ็กซ้ายจากทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เข้ามาเสริมทีม

 

สำหรับ เควิน ดีรมรัมย์ เดินทางมารายงานตัวกับทีมชาติไทยตามปกติเมื่อวานนี้ (11 พฤศจิกายน) ก่อนตรวจพบว่ามีอาการบาดเจ็บมาตั้งแต่สโมสรฯ ในเกมเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก 2 ที่พบกับเจ้อเจียง เอฟซี

 

โดยทีมแพทย์ประเมินอาการร่วมกับผลตรวจสแกนที่โรงพยาบาล พบว่ามีการเจ็บที่กล้ามเนื้อสะโพกและมีเลือดคั่ง ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น 1-2 สัปดาห์ และมีความเสี่ยงที่จะบาดเจ็บเพิ่มเติมรุนแรงมากขึ้น ก่อนที่ มาซาทาดะ อิชิอิ และ นพ.ภคภณ อิสรไกรศีล จะตัดสินใจร่วมกันให้ เควิน ดีรมรัมย์ ถอนตัวจากทีมชาติไทยชุดนี้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการบาดเจ็บรุนแรงมากขึ้น

 

ทั้งนี้ ทีมชาติไทยกำลังมีโปรแกรมอุ่นเครื่อง 2 เกม ประกอบด้วย

 

  • พบ เลบานอน วันที่ 14 พฤศจิกายน เวลา 19.30 น.
  • พบ สปป.ลาว วันที่ 17 พฤศจิกายน เวลา 19.30 น.

 

ทุกนัดแข่งขันที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และถ่ายทอดสดทางไทยรัฐทีวี, Facebook: FA Thailand, Facebook และ YouTube: Changsuek Official

The post เควิน ดีรมรัมย์ ถอนตัวจากทีมชาติ เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บ ต้องพักฟื้น 1-2 สัปดาห์ appeared first on THE STANDARD.

]]>