Mario Testino Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/mario-testino/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 02 Feb 2018 18:03:06 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Versace ราชวงศ์แห่งวงการแฟชั่นที่มาพร้อมเรื่องธุรกิจ ครอบครัว ฆาตกรรม อิสระ เซ็กซ์ และเมดูซา https://thestandard.co/versace/ https://thestandard.co/versace/#respond Fri, 02 Feb 2018 18:03:06 +0000 https://thestandard.co/?p=67230

ในยุคที่อะไรๆ ก็ Vetements! Gucci! Balenciaga! Off-Whit […]

The post Versace ราชวงศ์แห่งวงการแฟชั่นที่มาพร้อมเรื่องธุรกิจ ครอบครัว ฆาตกรรม อิสระ เซ็กซ์ และเมดูซา appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในยุคที่อะไรๆ ก็ Vetements! Gucci! Balenciaga! Off-White! ไปหมด พร้อมสตรีทสไตล์ที่ต้องใส่รองเท้าสนีกเกอร์รูปทรงดั่งจะไปเหยียบดาวพุธ แบรนด์อย่าง Versace ก็มักถูกตีค่าว่ารุ่นป้า รุ่นแม่ แพง ฟู่ฟ่า และมาพร้อมราคาดาวน์บ้านได้ 3 หลัง แต่ในความเป็นจริงแล้วแบรนด์ Versace มีคุณค่าต่ออุตสาหกรรมแฟชั่นเป็นอย่างมาก (สามารถเติม ‘ก’ ได้อีก 3 ล้านตัวอักษร) เพราะมาพร้อมเรื่องราวการต่อสู้ มีจุดยืน ศิลปะ การตัดเย็บเสื้อผ้าที่สามารถใช้คำว่า ‘คุณภาพ’ ได้จริงๆ และเรื่องราวของธุรกิจครอบครัวที่มาพร้อมความสำเร็จและความเจ็บปวดขั้นสูงสุดที่มนุษย์คนหนึ่งสามารถพบเจอ

 

ซานโต, ดอนนาเทลลา และจานนี เวอร์ซาเช่

จานชาม Versace พร้อมโลโก้เมดูซา

 

ก่อรากสร้างฐาน

แบรนด์ Versace ก่อตั้งเมื่อปี 1978 ณ กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี โดย Giovanni Maria Versace หรือที่รู้จักกันว่า จานนี เวอร์ซาเช่ (Gianni Versace) ดีไซเนอร์หนุ่มผู้หลงใหลเรื่องเสื้อผ้าตั้งแต่เด็กและไปทำงานกับคุณแม่ ฟรานเชสกา เวอร์ซาเช่ (Francessca Versace) ผู้เป็นช่างตัดเย็บ ซึ่งในตอนนั้นจานนีก็จะชอบทำเสื้อผ้าให้น้องสาวของเขา ดอนนาเทลลา เวอร์ซาเช่ ใส่ เพราะเธอเป็นมิวส์ของเขามาโดยตลอด และพอจานนีอายุประมาณ 26 ปี เขาก็ได้ย้ายจากเมืองบ้านเกิด Reggio Calabria ทางตอนใต้อิตาลีไปมิลาน เพื่อเริ่มทำงานเป็นดีไซเนอร์ให้แบรนด์ต่างๆก่อนจะตัดสินใจเปิดแบรนด์ของตัวเอง

 

ตั้งแต่วันแรกของการก่อตั้ง จานนีได้ตัดสินใจให้ Versace เป็นธุรกิจภายในครอบครัวที่เขาเข้าไปดูแลได้ทุกกระเบียดนิ้ว จานนีจะเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ดูแลด้านดีไซน์ พี่ชาย ซานโต บริหารด้านการเงิน ส่วนน้องสาว ดอนนาเทลลา ก็เน้นด้านศิลป์ แบรนด์ดิ้ง และมาร์เก็ตติ้ง

 

สำหรับคอลเล็กชันของแบรนด์จะใช้ชื่อว่า Gianni Versace Donna และเสน่ห์ของเสื้อผ้า Versace ตลอด 40 ปี คือความสุดโต่งทั้งในเชิงลายปรินต์ ที่เน้นศิลปะสไตล์บาโรก, ทุกไอเท็มเหมือนมีเรื่องราวชีวิตที่ใครสวมใส่จะรู้สึกมีพลังเหมือนสวมเกราะกำบัง, และที่พลาดไม่ได้ก็คือโลโก้หัวเมดูซาของแบรนด์ ที่จานนีได้แรงบันดาลใจจากเทพนิยายกรีกผู้นี้ ที่สะท้อนความงาม พลัง อำนาจ ใครที่หลงรักจะไม่มีวันทิ้งเธอไป ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่เขาอยากให้คนรู้สึกกับเสื้อผ้าของ Versace แต่หากสังเกตดีๆ เวอร์ชันของเมดูซาที่แบรนด์ได้นำมาใช้คือก่อนที่จะกลายเป็นตัวร้าย เพราะยังมีผมอยู่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกองงู

 

อย่างหนึ่งที่เราสัมผัสได้จากเสื้อผ้า Versace คือ จานนีต้องการให้ทุกคน โดยเฉพาะผู้หญิงที่สวมใส่เสื้อผ้าของเขารู้สึกปลดปล่อย มีอิสระ มีพลัง เป็นตัวของตัวเอง และมีรูปทรงเสื้อผ้าที่เซ็กซี่เย้ายวน เล่นกับขอบเขตของกามตัณหาที่คุณไม่ต้องไปแคร์ความรู้สึกของคนอื่น แค่เพียงเรารู้สึกดีก็เพียงพอ

 

ในสังคมที่ผู้หญิงมักถูกกดขี่และตีค่าจากรูปลักษณ์ภายนอก เสื้อผ้าของ Versace กำลังบอกว่าสิทธิ์ของผู้หญิงที่จะโชว์เนื้อหนังก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะพวกเธอไม่ได้ไปทำร้ายใคร

 

ร้าน Versace ที่ประเทศญี่ปุ่น

ไลน์ต่างๆ ภายใต้แบรนด์ Versace

โรงแรม Palazzo Versace ที่ดูไบ

 

ขยายอาณาจักร ‘Versace’

ในทศวรรษ 80 และ 90 ความสำเร็จและชื่อเสียงของแบรนด์ Versace พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมการขยายธุรกิจในยุคสมัยที่เราได้เห็นแบรนด์ลักชัวรีอิตาเลียนหลายเจ้ากลายร่างเป็น ‘Mega Brand’ มีสินค้าหลายประเภทและเปิดร้านตามหัวเมืองใหญ่

 

ในปี 1981 น้ำหอมตัวแรก Gianni Versace for Women ก็ได้ผลิตออกมา พอปี 1982 Versace ก็มีหมวดสินค้าเครื่องประดับและของแต่งบ้าน มากไปกว่านั้น ต่อมาเราก็ยังได้เห็น Versace Jeans, เสื้อผ้าเด็ก Young Versace, ไลน์กูตูร์ Atelier Versace ที่ดาราใส่บนพรมแดงเป็นประจำ, นาฬิกา Versace Watch และไลน์แว่นตา Versace Eyewear ซึ่งพูดได้ว่าครอบคลุมเกือบทุกสัดส่วนของอุตสาหกรรมแฟชั่นและทำให้ Versace แตะยอดขายพันล้านในกลางยุค 90s

 

ในปี 1989 ทางจานนีได้สร้างไลน์เสื้อผ้าที่ 2 หรือที่เรียกว่า Diffusion Line ชื่อ Versus Versace เพื่อมอบให้เป็นของขวัญแด่น้องสาวดอนนาเทลลา ให้เธอดูแลและดีไซน์เองทั้งหมด ไลน์นี้กับคอนเซปต์ที่วัยรุ่นขึ้นและมีความขบถก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ถือได้ว่าถ้าคุณแม่ใส่ Versace คุณลูกก็อยากใส่ Versus Versace ซึ่งกับไลน์นี้ ดอนนาเทลลามองเห็นถึงความสำคัญที่อยากผลักดันดีไซเนอร์รุ่นใหม่เสมอและช่วยให้เป็นใบเบิกทางในการเป็นที่รู้จักในกระแสหลัก ทั้ง คริสโตเฟอร์ เคน (Christopher Kane), เจดับเบิลยู แอนเดอร์สัน (J.W. Anderson) และแอนโทนี แว็กคาเรลโล (Anthony Vaccarello) ที่เคยทำคอลเล็กชันให้ Versus Versace มาหมดแล้ว

 

ในปี 2000 Versace ก้าวไปอีกขั้นโดยได้เป็นแบรนด์ระดับลักชัวรีเจ้าแรกที่มีโรงแรมห้าดาวเป็นของตัวเองชื่อ ‘Palazzo Versace’ ทางฝั่ง Gold Coast ในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งประกอบไปด้วย 200 ห้องนอน 75 อพาร์ตเมนต์ให้ซื้อ บาร์และร้านอาหารที่ตกแต่งภายใต้สไตล์บาโรก สีทองอร่ามตามดีเอ็นเอของแบรนด์ ส่วนในปี 2015 ก็ได้เปิดอีกสาขาหนึ่งที่ดูไบและกำลังจะมีอีกหนึ่งสาขาที่เกาะมาเก๊า

 

แคมเปญ Spring/Summer 2005 โดย มาริโอ เทสติโน

Elizabeth Hurley, Jennifer Lopez และ Angelina Jolie

 

การเชื่อมโยงวัฒนธรรมป๊อป

หาก แอนดี้ วอร์ฮอล (Andy Warhol) คือศิลปินที่สร้างสะพานเชื่อมวงการศิลปะกับวัฒนธรรมป๊อป จานนี เวอร์ซาเช่ ก็คือคนที่ทำเช่นนั้นให้กับวงการแฟชั่น ซึ่งแม้เสื้อผ้า Versace จะมีความฟู่ฟ่า แต่ด้วยเสน่ห์และการวางตัวเป็นกันเองของจานนี เขาได้กลายเป็นเหมือนร็อกสตาร์ที่ศิลปิน นักร้อง และนักแสดงระดับแถวหน้าต่างเป็นแฟนคลับ หลงรัก และอยากสวมใส่เสื้อผ้าตลอดเวลา ซึ่งจานนีเองก็ไม่เคยกลัวที่จะสะท้อนความรักต่อวัฒนธรรมป๊อปผ่านผลงานของเขา เช่น การนำปกนิตยสาร Vogue และผลงานมาริลิน มอนโร (Marilyn Monroe) และเจมส์ ดีน (James Dean) ของแอนดี้ วอร์ฮอล มาปรินต์บนเดรสผ้าไหมในคอลเล็กชัน Spring/Summer 1991 ส่วน เอลตัน จอห์น (Elton John) ก็เป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของจานนีที่มาช่วยดีไซน์เสื้อผ้าคอสตูมคอนเสิร์ตเป็นประจำ

 

บนพรมแดง ชุดของ Versace ได้สร้างโมเมนต์ที่ต้องจารึกในประวัติศาสตร์วงการบันเทิงอยู่หลายครั้ง เริ่มจากชุดเดรสผ้าไหมสีดำประดับด้วยเข็มกลัดสีทองโอเวอร์ไซส์ ที่อลิซาเบธ เฮอร์ลีย์ (Elizabeth Hurley) ใส่ไปงานเปิดตัวหนัง Four Weddings and a Funeral ในปี 1994 ซึ่งชุดนี้กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งจนสื่อเรียกว่า ‘That Dress’ ส่วนอีกหนึ่งชุดก็คือชุดผ้าไหมชีฟองสีเขียวพิมพ์ลาย ที่เจนนิเฟอร์ โลเปซ (Jennifer Lopez) ใส่ไปงาน Grammy Awards ในปี 2000 ก็ช่วยสร้างชื่อให้เจนนิเฟอร์เป็นสไตล์ไอคอน และเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับดอนนาเทลลาให้เป็นที่ยอมรับหลังพี่ชายได้เสียชีวิต 3 ปีก่อน และเธอต้องมาสานต่อแบรนด์แทน

 

ในแคมเปญโฆษณาต่างๆ ของแบรนด์มักถ่ายโดยช่างภาพ Richard Avedon, Bruce Weber และ Steven Meisel นอกจากนี้เราได้เห็น Versace เลือกคนดังมาเป็นพรีเซนเตอร์อยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น Jon Bon Jovi, Halle Berry, Madonna และ Lady Gaga ที่คนหลังได้กลายเป็นเพื่อนสนิทของดอนนาเทลลา จนเธอแต่งเพลง Donatella ในอัลบั้มชุดที่ 3 Artpop (2013) เพื่อยกย่องดีไซเนอร์คนนี้

 

จานนี เวอร์ซาเช่ กับนางแบบซูเปอร์โมเดล

 

ซูเปอร์โมเดล

ก่อนที่โลกจะคลั่งไคล้ เคนดัลล์ เจนเนอร์ (Kendall Jenner) หรือนางฟ้า Victoria’s Secret หนึ่งในความสำเร็จของแบรนด์ Versace คือการปลุกปั้นกลุ่มนางแบบขึ้นแท่นเป็น ‘ซูเปอร์โมเดล’ ในตำนานที่ยังไม่มีใครเทียบชั้นได้ ไม่ว่าจะเป็น นาโอมิ แคมป์เบลล์ (Naomi Campbell), ลินดา อีวานเจลิสตา (Linda Evangelista), ซินดี ครอว์ฟอร์ด (Cindy Crawford), คลอเดีย ชิฟเฟอร์ (Claudia Schiffer), คาร์ลา บรูนี (Carla Bruni), เฮเลนา คริสเตนเซน (Helena Christensen) และคริสตี้ เทอร์ลิงตัน (Christy Turlington) นางแบบเหล่านี้แจ้งเกิดในยุค 90s ที่ Versace กำลังบูมสุดๆ กลายเป็นเซเลบข้ามคืน มีรายการทีวีของตัวเอง เปิดร้านอาหารชื่อ Fashion Café และเล่นมิวสิกวิดีโอมากมาย เช่น เพลง Freedom! ของ George Michael ซึ่งพอมาในปี 2017 สำหรับโชว์คอลเล็กชัน Spring/Summer 2018 ทางดอนนาเทลลาก็ได้ให้เหล่าซูเปอร์โมเดลมาเดินปิดท้ายโชว์เพื่อเป็นการยกย่องผลงานของจานนี ในวาระครบรอบเสียชีวิต 20 ปีจานนี ซึ่งโมเมนต์นี้ได้กลายเป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่สุดสำหรับวงการแฟชั่นปีที่แล้วก็ว่าได้

 

ข้างหน้าบ้านจานนีที่เขาโดนยิงเสียชีวิต

Sting, แอนนา วินทัวร์, คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ และเจ้าหญิงไดอานาที่งานศพจานนี

 

ความสูญเสียครั้งสำคัญ

วันที่ 15 กรกฎาคม ปี 1997 ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวันที่วงการแฟชั่นไม่อยากนึกถึงและนำพาความเจ็บปวดทุกครั้งที่ต้องย้อนกลับไป เพราะเป็นวันที่จานนีโดนลอบสังหารโดย แอนดรูว์ คูนานัน (Andrew Cunanan) ที่หน้าบ้านของเขาย่าน Ocean Drive ชายหาดไมอามี ซึ่งก่อนหน้านั้นแอนดรูว์ได้ฆาตกรรมผู้ชายอีก 4 คน ที่เป็นทั้งคู่รักหรือผู้ชายสูงวัยที่เขาเคยมีเพศสัมพันธ์ด้วยและเอาเงินไปใช้

 

การเสียชีวิตของจานนีกลายเป็นข่าวใหญ่ทั่วโลก และสร้างความเสียใจต่อคนวงการแฟชั่นจนถึงทุกวันนี้ งานศพของเขาที่มิลานมีคนร่วมไว้อาลัยมากกว่า 2,000 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเจ้าหญิงไดอานา ที่เดือนต่อมาท่านได้เสียชีวิตในอุบัติเหตุรถยนต์ที่กรุงปารีส

 

ในส่วนของธุรกิจ ดอนนาเทลลาได้มาสานต่อและเป็น Artistic Director ของแบรนด์ Versace และในพินัยกรรมของจานนีก็ได้กล่าวว่า อัลเลกรา เวอร์ซาเช่ (Allegra Versace) หลานสาวและลูกของดอนนาเทลลา จะได้หุ้นส่วน 50% ของบริษัทที่มูลค่าราว 500 ล้านเหรียญ เมื่อเธออายุครบ 18 ปี

 

ดอนนาเทลลาได้พูดในหลายบทสัมภาษณ์ว่า เธอไม่เคยคิดที่จะมาแทนพี่ชายของเธอและมาดูแล Versace เพราะรู้ว่ามันมาพร้อมการสูญเสียที่เลวร้ายที่สุด แต่เพราะศักดิ์ศรีของครอบครัว และเธอรู้ว่าพี่ชายอยากให้ชื่อ Versace อยู่ต่อไป เธอเลยต้องมาสานต่อธุรกิจ ดอนนาเทลลาเคยให้สัมภาษณ์กับ The New York Times ว่า “สำหรับฉันแล้ว ฉันไม่ได้สูญเสียพระราชาของวงการแฟชั่น แต่ฉันสูญเสียพี่ชายแท้ๆ ของฉัน”

 

ดอนนาเทลลา เวอร์ซาเช่

เหล่าซูเปอร์โมเดลที่โชว์ Spring/Summer 2018

 

Versace ยังคงฮอตไม่เลิก

ปี 2018 คือวาระครบรอบ 40 ปีของการก่อตั้งแบรนด์ Versace และดูเหมือนว่าบทบาทของแบรนด์จะไม่น้อยลง แค่เข้า 2 เดือนแรกของปีเราก็ได้เห็นอัลบั้ม 24K Magic ของบรูโน มาร์ส (Bruno Mars) ที่มีเพลงฮิตอย่าง Versace On The Floor ชนะอัลบั้มยอดเยี่ยมที่เวที Grammy Awards, นิตยสาร Vogue อังกฤษ เล่มมีนาคมได้ถ่ายปกกับสองสาวพี่น้องตระกูลฮาดิดในชุด Versace, ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่งาน Met Gala ทางดอนนาเทลลาก็จะเป็นหนึ่งในประธานของงาน ที่ปีนี้มาในธีมชื่อ ‘Heavenly Bodies: Fashion and the Catholic Imagination’

 

ส่วนตอนนี้ทางช่อง FX ก็มีซีรีส์แนวสอบสวนชื่อ ‘The Assassination of Gianni Versace: American Crime Story’ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การฆาตกรรมของจานนี ซึ่งถึงแม้ทางแบรนด์เองจะออกมาต่อต้านและไม่สนับสนุนการดัดแปลงของซีรีส์นี้ แต่กลับได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์ ท้ายที่สุดก็ยังทำให้แบรนด์คงอยู่ในกระแส โดยเฉพาะกับเด็กรุ่นใหม่ที่อาจไม่คุ้นเคยกับชื่อของแบรนด์ Versace มากนัก

 

ความเคารพนับถือ

มันคงวิเศษมากถ้าทุกวันนี้ จานนี เวอร์ซาเช่ ยังมีชีวิตอยู่ และได้สร้างแบรนด์ Versace ให้ถึงจุดหมายที่เขาตั้งเป้าไว้ตั้งแต่วันแรก แต่สิ่งที่จานนีได้สร้างไว้มากกว่าผลงานคือ เขาทำให้เห็นว่าธุรกิจแฟชั่นก็มีหัวใจ มีความรัก และเป็นสิ่งที่สวยงาม ซึ่งเราต้องรักษาและเทิดทูนมันไว้ มากกว่าการต้องแข่งขันกันตลอดเวลาจนภาพลักษณ์ของวงการกลายเป็นเหมือนละครตบตีหลังข่าว

 

สำหรับตัวดอนนาเทลลาเอง ถึงแม้เธอจะกลายเป็นที่ล้อเลียน หรือมองว่าไม่เก่งเท่าพี่ชาย แต่สิ่งที่เธอได้สร้างไว้กับแบรนด์ Versace ก็ถือว่าน่าเคารพนับถือและทำให้เห็นว่า ถึงแม้เทรนด์จะไปทางไหน เธอก็ขอยืนหยัดและอยู่บนเส้นทางของ Versace และทำให้คนรุ่นใหม่เข้าใจว่า ทำไมแบรนด์นี้มีความสำคัญต่อวัฒนธรรมของเราวันนี้และอีก 40 ปีข้างหน้า

 

There’s Only One Versace

 

 

อ้างอิง:

The post Versace ราชวงศ์แห่งวงการแฟชั่นที่มาพร้อมเรื่องธุรกิจ ครอบครัว ฆาตกรรม อิสระ เซ็กซ์ และเมดูซา appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/versace/feed/ 0
Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง https://thestandard.co/style-wrap-up-21-january-2018/ https://thestandard.co/style-wrap-up-21-january-2018/#respond Sat, 20 Jan 2018 17:01:25 +0000 https://thestandard.co/?p=63407

      Pet Shop Boys Goes Dior Homme ทำเท […]

The post Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

 

 

Pet Shop Boys Goes Dior Homme

ทำเท่อีกแล้วสำหรับแบรนด์ Dior Homme ภายใต้การดีไซน์ของ คริส แวน แอช (Kris Van Assche) ดีไซเนอร์ชาวเบลเยียมที่หลังจากเคยเชิญศิลปินอย่าง บอย จอร์จ (Boy George) และ โอลิเวอร์ ซิม (Oliver Sim) จากวง The xx มาขึ้นแคมเปญแล้ว ล่าสุดก็ถึงคราว Pet Shop Boys ศิลปินดูโอ้อิเล็กทรอนิกส์แห่งยุค 80 ที่มีเพลงฮิตอย่าง Always On My Mind และ Go West มาขึ้นแคมเปญซีซัน Summer 2018 ที่ถ่ายโดย เดวิด ซิมส์ (David Sims) และสไตล์โดย เมาริซิโอ นาร์ดิ (Mauricio Nardi) ส่วนตัววิดีโอแคมเปญก็ได้นำบทเพลงคลาสสิกอย่าง Heart จากปี 1981 ของคู่นี้มาใช้ประกอบอีกด้วย

 

 

Sweet & Ethereal: Sretsis Parlour

เป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่จะช่วยยกระดับแบรนด์ Sretsis ไม่ได้ให้มีแต่เสื้อผ้าแฟชั่น แต่ก้าวสู่แบรนด์ไลฟสไตล์อย่างเต็มตัวสำหรับคาเฟ่ Sretsis Parlour ที่ชั้น 2 ของห้างเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ซึ่ง คล้ายเดือน พิมพ์ดาว และมทินา สุขะหุต สามพี่น้องผู้ก่อตั้งแบรนด์ อยากถ่ายทอดจินตนาการและความแฟนตาซีอันเป็นดีเอ็นเอของ Sretsis ในรูปแบบคาเฟ่เปรียบเสมือนห้องรับรองในบ้านที่คู่เดตหรือแก๊งเพื่อนสาวสามารถมากินขนมเค้กต่างๆ จิบน้ำชายามบ่าย ฟังดนตรี หรือสัมผัสการตกแต่งร้านที่ได้ House of Hackney แบรนด์อินทีเรียร์ชื่อดังของประเทศอังกฤษมาช่วยดีไซน์ร่วมกัน ใครที่กำลังคิดหาสถานที่ไปวันวาเลนไทน์อีกไม่ถึงเดือนข้างหน้า Sretsis Parlour ก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ

 

 

Goodbye Kim Jones at Louis Vuitton

สร้างความเสียใจให้กับคนในแวดวงแฟชั่นอย่างมากมายหลังดีไซเนอร์ชาวอังกฤษ คิม โจนส์ (Kim Jones) ได้ตัดสินใจโบกมือลาออกจากแบรนด์ Louis Vuitton หลังที่เขาทำงานเป็น Artistic Director สินค้าเสื้อผ้าผู้ชายมาตั้งแต่ปี 2011 และอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคอลเล็กชันมากมาย ทั้งที่ทำกับศิลปิน Chapman Brothers และเมื่อปีที่แล้วกับคอลเล็กชัน LV x Supreme ที่กลายเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ทางแฟชั่น โดยคิมเป็นหนึ่งในดีไซเนอร์ที่มักเข้าใจการหาความพอตัวของการใช้ความคิดสร้างสรรค์ผสมกับเชิงพาณิชย์ ซึ่งก็ทำให้เสื้อผ้าที่เขาดีไซน์กลายเป็นชิ้นพระเอก มากกว่าชิ้นตัวประกอบในตู้เสื้อผ้าผู้ชาย

 

ก่อนหน้า Louis Vuitton คิมเคยทำงานที่ Alfred Dunhill หลังเรียนจบจากมหาวิทยาลัย Central Saints Martins โดยมีกระแสลือว่าเขาอาจย้ายไปทำงานที่ Burberry หรือ Versace เป็นที่ต่อไป

 

 

Elle Fanning Effect

กลายเป็นอีกหนึ่งมิวซ์คนสำคัญของวงการแฟชั่นที่มาจากฝั่งฮอลลีวูดสำหรับนักแสดงสาว Elle Fanning ที่กลับมาเป็นนางแบบให้กับแคมเปญล่าสุดของแบรนด์ Miu Miu ภายใต้การดีไซน์ของ Miuccia Prada โดยแคมเปญซีซัน Spring/Summer 2018 ยังคงได้ช่างภาพชาวอังกฤษ อลาสเดียร์ แม็กเลลเลน (Alasdair McLellan) มาถ่ายให้ ซึ่งยกกองไปถ่ายทำที่เขตปกครองยาวาไพ (Yavapai) ในรัฐแอริโซนา (Arizona) ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมนางแบบแห่งยุคอีกหลายคน ทั้ง แอดโวอา อาโบอาห์ (Adwoa Aboah), เอ็ดดี้ แคมป์เบลล์ (Edie Campbell) และริแอนน์ ฟาน รอมปาย (Rianne Van Rompaey)

 

 

Conde Nast Cut Ties with Bruce Weber and Mario Testino

ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศยังคงแพร่สะพัดเรื่อยๆ โดยเฉพาะในวงการแฟชั่นที่ล่าสุดบริษัทสื่อยักษ์ใหญ่ Condé Nast ผู้ผลิตนิตยสาร Vogue, Vanity Fair และ GQ ได้ประกาศหยุดทำงานกับสองช่างภาพดัง มาริโอ เทสติโน (Mario Testino) และ บรูซ เวเบอร์ (Bruce Weber) หลังหนังสือพิมพ์ The New York Times เปิดเผยเรื่องราวการล่วงละเมิดทางเพศของทั้งคู่กับนายแบบมากกว่า 10 คน ที่เริ่มมาตั้งแต่กลางยุค 90 แอนนา วินทัวร์ (Anna Wintour) บรรณาธิการนิตยสาร Vogue ได้ออกมากล่าวเสียใจกับเหตุการณ์เพราะช่างภาพทั้งสองเป็นเพื่อนของเธอ โดยเฉพาะ มาริโอ ที่ถ่ายปกของ Vogue อยู่เป็นประจำ เช่นล่าสุดเล่มเดือนกุมภาพันธ์ที่ เซเรน่า วิลเลียมส์ (Serena Williams) ขึ้นปกกับลูกสาววัยสามเดือน

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ที่

The post Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/style-wrap-up-21-january-2018/feed/ 0