อยากได้กำไร แต่ก็อยากรักษ์โลก อยากได้พื้นที่ใช้สอย แต่ก […]
The post ถอดรหัส Bjarke Ingels สถาปนิกผู้ให้รูปทรงแก่อนาคต ด้วยปรัชญา ‘Yes is More’ และ ‘ความยั่งยืนที่สร้างสุข’ appeared first on THE STANDARD.
]]>
อยากได้กำไร แต่ก็อยากรักษ์โลก อยากได้พื้นที่ใช้สอย แต่ก็อยากได้พื้นที่สีเขียว
ในโลกธุรกิจและการสร้างสรรค์ เรามักเจอกับข้อจำกัดหรือความขัดแย้งที่ดูเหมือนเป็นทางตัน แต่ถ้าเราเปลี่ยนวิธีคิดจากเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นจะทำยังไงให้ได้ทั้งหมดล่ะ?
นี่คือสิ่งที่ Bjarke Ingels (บียาร์เก อินเกลส์) สถาปนิกชาวเดนมาร์ก และผู้ก่อตั้ง BIG (Bjarke Ingels Group) ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมและนวัตกรรมชั้นนำของโลกทำมาตลอด เขาเชื่อว่าสถาปัตยกรรมไม่ใช่แค่การสร้างสิ่งที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน แต่คือ ‘การให้รูปทรงแก่อนาคต’ และเป็นเครื่องมือสร้างทางออกใหม่ๆ ให้มนุษย์และธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน
‘Yes is More’ เปลี่ยนทุกความขัดแย้งให้เป็น ‘คำตอบ’
ในโลกของสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์น เรามักคุ้นเคยกับคำว่า ‘Less is More’ (น้อยแต่มาก) ที่เน้นความเรียบง่าย แต่ Bjarke มองต่างออกไป เขาใช้ปรัชญา ‘Yes is More’ เป็นหัวใจในการทำงาน
นี่ไม่ใช่แค่การพูดว่า “ใช่” กับทุกอย่าง แต่คือการเปิดรับความท้าทายและความขัดแย้งที่ดูเหมือนเข้ากันไม่ได้ แล้วหาวิธีทำให้มันเกิดขึ้นจริง
CopenHill คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด เมืองโคเปนเฮเกนจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าจากพลังงานขยะเพื่อจัดการขยะมหาศาลปีละ 4 แสนตัน และเปลี่ยนให้เป็นพลังงานสะอาดสำหรับบ้านเรือนหลายแสนหลัง ซึ่งปกติเป็นสิ่งที่คนไม่อยากเข้าใกล้
แทนที่จะซ่อนมันไว้ BIG กลับตอบ “Yes” ด้วยการออกแบบหลังคาลาดเอียงให้กลายเป็นลานสกี, ลู่วิ่ง, สวนสาธารณะ และหน้าผาจำลองที่สูงที่สุดในโลก ผลลัพธ์คือการเปลี่ยนโรงงานอุตสาหกรรมให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับชุมชน
แนวคิด Hedonistic Sustainability: เมื่อความยั่งยืนไม่จำเป็นต้องเสียสละ
อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญที่ทำให้เขาแตกต่างคือ Hedonistic Sustainability หรือ ‘ความยั่งยืนที่เต็มไปด้วยความสุข’
โดยปกติ เมื่อพูดถึงความยั่งยืน เรามักนึกถึงการเสียสละ เช่น ต้องประหยัดมากขึ้น หรือต้องอยู่แบบไม่สบายเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม แต่ Bjarke กลับมองว่า ‘ความยั่งยืนที่แท้จริงควรทำให้ชีวิตดีขึ้น สนุกขึ้น และน่าอยู่ขึ้น’ สิ่งที่ยั่งยืนควรเป็นสิ่งที่น่าอยู่และสนุก ไม่ใช่แค่รักษ์โลก แต่ต้องทำให้ชีวิตคนดีขึ้นด้วย
The Dryline (Big U) ในแมนฮัตตัน หลังเผชิญพายุเฮอริเคนแซนดี้ แทนที่จะสร้างแค่กำแพงกันน้ำธรรมดาๆ แต่ BIG ออกแบบแนวป้องกันน้ำท่วมความยาวกว่า 10 ไมล์ ให้กลายเป็นสวนสาธารณะ พื้นที่เดินเล่น,สนามกีฬา และศูนย์ชุมชนไปพร้อมกัน
เบื้องหลังความ ‘BIG’ วัฒนธรรมองค์กรที่สร้างนวัตกรรม
ผลงานที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้ไม่ได้มาจากคนเดียว แต่มาจากวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งของ BIG ซึ่งมีสำนักงานอยู่ทั่วโลก
BIG ไม่ได้เริ่มจากไอเดียเดียวแล้วพัฒนาต่อ ลองนึกภาพการทำ Design Sprint ที่ทีมจะระดมสมองและสร้างตัวเลือกจำนวนมหาศาลในช่วงแรก อาจสูงถึง 100 แบบ นี่ไม่ใช่การเสียเวลา แต่เป็นการ ‘สำรวจทุกความเป็นไปได้’ เพื่อให้แน่ใจว่าแบบที่เลือกเป็น ‘แบบที่ดีที่สุด’ จริงๆ
BIG พวกเขาชอบให้คนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นจนจบ สถาปนิกที่ออกแบบจะได้เรียนรู้ว่าไอเดียของเขาส่งผลต่อการก่อสร้างจริงอย่างไร เปรียบเหมือนเชฟที่ไม่เพียงแต่ออกแบบสูตรอาหาร แต่ยังต้องลงไปคุมหน้าเตาและจัดจานด้วยตัวเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผลลัพธ์สุดท้ายตรงกับวิสัยทัศน์ที่วางไว้
ออกแบบเพื่อให้ผู้คนได้ใช้ ไม่ใช่เพื่อสถาปนิกด้วยกัน ด้วยรากฐานแบบเดนมาร์กที่ให้ความสำคัญกับการเป็นเจ้าของร่วม (Collective Ownership) BIG จึงมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่า พวกเขาไม่ได้ออกแบบตึกสวยๆ ให้สถาปนิกด้วยกันดู แต่พวกเขาออกแบบเพื่อชาวเมือง
เรื่องราวของ Bjarke Ingels และ BIG ชี้ให้เห็นว่าสถาปัตยกรรมไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงสิ่งปลูกสร้าง แต่คือเครื่องมือในการสร้างอนาคต และความยั่งยืนไม่จำเป็นต้องน่าเบื่อหรือเป็นภาระ แต่สามารถเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตสนุกขึ้นและน่าอยู่ขึ้นได้จริง
เราสามารถออกแบบอนาคตได้จริง เพียงแค่กล้าที่จะพูดว่า “Yes” กับปัญหาที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ และหาวิธีสร้างสรรค์ทางออกที่ยั่งยืนและทำให้ผู้คนมีความสุขไปพร้อมกัน
The post ถอดรหัส Bjarke Ingels สถาปนิกผู้ให้รูปทรงแก่อนาคต ด้วยปรัชญา ‘Yes is More’ และ ‘ความยั่งยืนที่สร้างสุข’ appeared first on THE STANDARD.
]]>
Meta Platforms ประกาศปลดพนักงานประมาณ 600 ตำแหน่งภายในห […]
The post ‘ใหญ่เทอะทะ-แข่งกันเอง’ Meta ปลดพนักงาน AI 600 คน หวังลดขนาด-เสริมอำนาจ อเล็กซานเดอร์ หวัง appeared first on THE STANDARD.
]]>
Meta Platforms ประกาศปลดพนักงานประมาณ 600 ตำแหน่งภายในหน่วยงานปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือ Superintelligence Labs เมื่อวันพุธ (22 ต.ค.) ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการ ‘ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่’ เพื่อลดลำดับชั้นการบังคับบัญชาและเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในสมรภูมิ AI
โฆษกของ Meta ยืนยันกับ CNBC ว่าการลดตำแหน่งงานครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อพนักงานในหลายส่วน ทั้งหน่วยวิจัย AI พื้นฐาน (FAIR), ทีมโครงสร้างพื้นฐาน AI และตำแหน่งอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ โดยเป็นการดำเนินการตามบันทึกภายในจาก อเล็กซานเดอร์ หวัง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่าย AI คนใหม่
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่าการปลดพนักงานครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อ TBD Labs ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่และรวบรวมบุคลากร AI ระดับหัวกะทิที่บริษัททุ่มเงินดึงตัวมาร่วมงานเมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา การตัดสินใจดังกล่าวสะท้อนถึง ‘เดิมพันครั้งใหม่’ ของซีอีโออย่าง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ที่ให้ความสำคัญกับทีมงานใหม่มากกว่าพนักงานเดิม
แหล่งข่าวภายในระบุว่า หน่วยงาน AI ของ Meta ก่อนหน้านี้ถูกมองว่ามีขนาดใหญ่เทอะทะเกินไป และทีมต่างๆ มักจะแข่งขันกันเองเพื่อแย่งชิงทรัพยากร การปลดพนักงานครั้งนี้จึงเป็นความพยายามในการลดขนาดแผนกและเสริมอำนาจให้ อเล็กซานเดอร์ หวัง ในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ AI ของบริษัท
Meta ได้ยกเครื่องแนวทางด้าน AI อย่างจริงจังในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Google ได้ โดยทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์ไปกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการสรรหาบุคลากร ซึ่งรวมถึงการลงทุน 1.43 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 4.69 แสนล้านบาท) ใน Scale AI และการดึงตัว อเล็กซานเดอร์ หวัง เข้ามานำทัพ
ภายหลังการปรับลดครั้งนี้ จำนวนพนักงานใน Superintelligence Labs จะเหลืออยู่ต่ำกว่า 3,000 คน โดยพนักงานที่ได้รับผลกระทบส่วนหนึ่งได้รับแจ้งว่าวันทำงานสุดท้ายคือวันที่ 21 พฤศจิกายน และจะได้รับเงินชดเชย 16 สัปดาห์บวกกับอีกสองสัปดาห์สำหรับทุกปีที่ทำงาน
การปรับโครงสร้างนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ ซัคเคอร์เบิร์ก แสดงความไม่พอใจต่อความคืบหน้าด้าน AI ของบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่โมเดล Llama 4 ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนเมษายน ได้รับการตอบรับที่ไม่ดีนักจากนักพัฒนา
ขณะเดียวกัน Meta ยังคงเดินหน้าลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเมื่อวันอังคาร (21 ต.ค.) ที่ผ่านมา บริษัทได้ประกาศข้อตกลงมูลค่า 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 8.85 แสนล้านบาท) กับ Blue Owl Capital เพื่อเป็นเงินทุนในการสร้างศูนย์ข้อมูล Hyperion ขนาดใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะมีขนาดครอบคลุมพื้นที่ ‘ส่วนสำคัญของแมนฮัตตัน’ เลยทีเดียว
หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.78 บาท ณ วันที่ 22 ตุลาคม 2568
ภาพ : REUTERS/Gonzalo Fuentes/File Photo
อ้างอิง:
The post ‘ใหญ่เทอะทะ-แข่งกันเอง’ Meta ปลดพนักงาน AI 600 คน หวังลดขนาด-เสริมอำนาจ อเล็กซานเดอร์ หวัง appeared first on THE STANDARD.
]]>
“In New York, concrete jungle where dreams are made of… […]
The post NH Collection New York Madison Avenue โรงแรมท่ามกลางแสงสีแห่งนิวยอร์ก เดินไปแลนด์มาร์กได้ในไม่กี่นาที appeared first on THE STANDARD.
]]>
“In New York, concrete jungle where dreams are made of…” แค่เอ่ยถึง ‘นิวยอร์ก’ เพลง Empire State Of Mind สุดไอคอนิกของ JAY-Z และศิลปินสาวในตำนานอย่าง Alicia Keys ก็ดังขึ้นอัตโนมัติ พร้อมภาพของตึกระฟ้าชื่อเสียงก้องโลกอย่าง ‘Empire State’ ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยแสงสีแห่งความศิวิไลซ์ หนึ่งในทำเลทองที่เหล่านักท่องเที่ยวล้วนต้องมาเยือน ด้วยความเป็นศูนย์กลางของแลนด์มาร์กสำคัญ ทั้งแหล่งช้อปและร้านกิน ดื่ม แบบเนืองแน่น ถ้าคุณมีแพลนจะไปเที่ยวนิวยอร์กและกำลังมองหาที่พักท่ามกลางทุกสิ่งที่กล่าวมา เราอยากชวนให้ไปลองเช็กอินที่ NH Collection New York Madison Avenue โรงแรม 4 ดาวใจกลางย่านมิดทาวน์แมนฮัตตัน ที่จะทำให้คุณพูดได้เต็มปากเหมือนเราว่า “อะไรมันจะสะดวกขนาดนี้!”

ภาพ: NH Collection New York Madison Avenue
NH Collection เป็นแบรนด์โรงแรมระดับพรีเมียมภายใต้ Minor Hotels Europe & Americas ที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในเมืองสำคัญทั่วยุโรปและลาตินอเมริกา สำหรับที่นิวยอร์กนั้นที่ตั้งของโรงแรมอยู่บนถนน Madison Avenue และตัวอาคารที่เห็นก็มีอายุปาไป 101 ปีเรียบร้อย

ภาพ: NH Collection New York Madison Avenue
แต่หากไม่บอกก็คงไม่รู้ เพราะตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาในล็อบบี้นั้นสัมผัสได้แค่ความโมเดิร์นและสไตล์การตกแต่งที่เรียบหรู พร้อมกลิ่นอายความคลาสสิกของนิวยอร์ก



บริเวณล็อบบี้ของโรงแรมถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าแค่จุดเช็กอิน แต่เป็น ‘MAD Bar & Lounge’ บาร์และเลานจ์ในไวบ์ห้องนั่งเล่นสุดคลาสสิกที่ชวนให้รู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง เหมาะจะมานั่งจิบดริงก์เย็นๆ พบปะเพื่อน หรือจะนั่งทำงานคนเดียวก็เหมาะ



ที่นี่มีห้องพักทั้งหมด 288 ห้อง 15 ประเภท ที่เหมาะกับทั้ง Solo Traveler ไปจนถึงครอบครัวใหญ่ด้วยห้องระดับ Penthouse ส่วนทางเราพักเป็น Junior Suite ขนาด 31 ตารางเมตร ที่รองรับได้สูงสุด 3 คนแบบสบายๆ
เปิดประตูเข้าห้องมาจะเจอกับโซนห้องนั่งเล่นที่มีผนังเป็นแผนที่สถานีรถไฟในนิวยอร์ก พร้อมหน้าต่างเสิร์ฟวิวถนน Madison Avenue ยังไม่ทันจะหย่อนตัวลงนั่งก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เปิดมาเจอกับใบหน้ายิ้มแย้มของพนักงานที่เอ่ยต้อนรับอย่างอบอุ่นพลางเดินเข้ามาเสิร์ฟขนมและเครื่องดื่ม Complimentary เพิ่มน้ำตาลในเลือดหลังเดินทางมาเหนื่อยๆ



หันหลังกลับมาเจอห้องน้ำที่กว้างเหลือเฟือ มีโซนอ่างอาบน้ำและฝักบัว เมื่อเห็นว่ามี Double Sink ก็ยิ้มปริ่ม สายเดอะแบกอย่างเรา Sink หนึ่งมีไว้ใช้ อีก Sink หนึ่งมีไว้โชว์ และถูกเซ็ตอัพเป็นมุมจัดเก็บกองเครื่องสำอางและเครื่องประทินผิวเป็นที่เรียบร้อย

สำรวจ Amenities ต่อก็พบว่าผลิตภัณฑ์อาบน้ำและบำรุงผิวที่โรงแรมให้บริการเป็นของแบรนด์สกินแคร์คุณภาพพรีเมียมของนิวยอร์กอย่าง MALIN+GOETZ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความชุ่มชื้นสุดๆ


ส่วนใครก็ตามที่ต้องฟาดเครื่องหน้ายามเช้าก็หมดห่วงเรื่องเมกอัพเพี้ยนได้เลย เพราะกระจกมาพร้อมไฟขาวนวลสว่าง ไม่ต้องสะพรึงกับหน้าตัวเองตอนเจอแสงแดดเวลากลางวัน

ถัดจากห้องน้ำเลี้ยวมาเจอกับห้องนอนพร้อมเตียง King Size รวมถึงสมาร์ททีวี กระจกแต่งตัว มุมสำหรับชงชากาแฟ และตู้เสื้อผ้า อีกทั้งยังมีโต๊ะรีดผ้าให้บริการอีกด้วย



สำรวจห้องมาสักพักก็สัมผัสได้ว่าห้องที่นี่เก็บเสียงและเงียบสงบดีมาก แม้จะตั้งอยู่บนถนน Madison Avenue ที่ครึกครื้นก็ตาม แค่เอนตัวลงเตียงดูดวิญญาณแป๊บเดียวก็สลบไสลยันเช้า

ใครที่อยากไปวิ่งหรือเดินรับอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า จากที่พักเราสามารถเดินไปยัง Madison Square Park ได้แบบชิลๆ


เดินวนสวนจนฉ่ำใจเแล้วก็ต้องไม่ลืมแวะไปชิมคุกกี้เจ้าดังอย่าง Levain Bakery ที่อยู่ใกล้กับ Flatiron Building แม้การเดินเมื่อครู่จะเบิร์นได้ไม่ถึง 1 ใน 4 ของแคลอรีคุกกี้ก็ขอให้ลอง แล้วจะรู้ว่าคุกกี้นิวยอร์กมันทั้งใหญ่และอร่อยสาแก่ใจแค่ไหน


กลับถึงโรงแรมก็เป็น Perfect Timing สำหรับอาหารเช้าพอดี อาหารเช้าของที่นี่จะเสิร์ฟในห้องอาหารอิตาเลียน-เมดิเตอร์เรเนียนร่วมสมัยอย่าง Serafina ซึ่งอยู่ติดกับล็อบบี้ของโรงแรม


สไตล์อาหารเช้าของที่นี่จะเป็นแบบบุฟเฟต์ และมีไลน์เบเกอรีที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นเบเกิล, เบอร์เกอร์ไซส์พอดีคำ, โคลด์คัต, ชีส, มุมสลัดบาร์, ออมเล็ต, เบคอน ไส้กรอก และแฮมต่างๆ



ส่วนใครเป็นสายเฮลตี้ก็ยิ้มได้ เพราะที่นี่มีทั้งผลไม้สด, น้ำผลไม้สด, โยเกิร์ต และ Infused Water ให้บริการ



ใครที่เน้นกิน ดื่ม ช้อป และเช็กอินแลนด์มาร์กสำคัญแบบไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง NH Collection New York Madison Avenue คือคำตอบ และถ้าใครที่เป็นผู้ปกครองน้องหมาน้องแมวก็อุ่นใจได้ เพราะที่นี่เป็นโรงแรม Pet-Friendly อนุญาตให้พาน้องเข้าพักได้อีกด้วย
ภาพ: วริศรา ลิ้มอนันตระกูล, NH Collection New York Madison Avenue
Address: 22 East 38th Street, 10016, New York
Budget: เริ่มต้นที่ 650++ ดอลลาร์
Website: www.nh-collection.com/en/hotel/nh-collection-new-york-madison-avenue
Facebook: https://www.facebook.com/NHCollectionNewYorkMadisonAvenue
Instagram: https://www.instagram.com/nhcollectionmadisonavenue/
Map: https://maps.app.goo.gl/BnYffSeXDfxC26ej7
The post NH Collection New York Madison Avenue โรงแรมท่ามกลางแสงสีแห่งนิวยอร์ก เดินไปแลนด์มาร์กได้ในไม่กี่นาที appeared first on THE STANDARD.
]]>
‘จิมซาจุ่ย’ ของ ฮ่องกง เสียตำแหน่ง ‘ย่านค้าปลีกที่แพงสุ […]
The post ฮ่องกง เสียตำแหน่ง ‘ย่านช้อปปิ้งแพงสุดในโลก’ ให้แก่นิวยอร์ก หลังค่าเช่าที่ร่วงหนัก จากมาตรการคุมโควิดเข้มงวด appeared first on THE STANDARD.
]]>
‘จิมซาจุ่ย’ ของ ฮ่องกง เสียตำแหน่ง ‘ย่านค้าปลีกที่แพงสุดในโลก’ ให้ย่าน Upper Fifth Avenue ในแมนฮัตตัน สหรัฐอเมริกา หลังจากค่าเช่าลดลงถึง 41% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดการระบาด
จากการสำรวจประจำปีของ Cushman & Wakefield บริษัทอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ ระบุว่าย่าน Upper Fifth Avenue ในแมนฮัตตัน สหรัฐอเมริกา กลายเป็นถนนที่แพงที่สุดในโลกสำหรับการช้อปปิ้ง โดยย่านจิมซาจุ่ย (Tsim Sha Tsui) ของฮ่องกง ตกมาเป็นอันดับ 2 ตามมาด้วยย่าน Via Montenapoleone ในมิลานของอิตาลี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
ตามรายงานระบุว่า ค่าเช่ารายปีสำหรับร้านค้าในย่าน Upper Fifth Avenue เฉลี่ยอยู่ที่ 2,000 ดอลลาร์ต่อตารางฟุต เพิ่มขึ้น 14% จากระดับก่อนเกิดการระบาด ขณะที่ค่าเช่าในย่านจิมซาจุ่ยลดลง 41% เหลือ 1,436 ดอลลาร์ต่อตารางฟุตในช่วงเวลาเดียวกัน ส่วนค่าเช่าในย่าน Via Montenapoleone เพิ่มขึ้น 9% เป็น 1,380 ดอลลาร์ต่อตารางฟุต
ปัจจุบัน ฮ่องกงกำลังต่อสู้กับภาวะเศรษฐกิจถดถอย หลังจากประกาศใช้มาตรการควบคุมโควิดที่เข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และสั่งปิดพรมแดน ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงหนัก โดยผู้เดินทางเข้าฮ่องกงเหลือเพียง 250,000 คนในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ เทียบกับเกือบ 56 ล้านคนในปี 2019
ส่วน New Bond Street ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เลื่อนลง 1 อันดับมาอยู่ที่อันดับ 4 โดยมีค่าเช่าเฉลี่ยลดลง 11% ขณะที่ Avenue des Champs-Élysées ในกรุงปารีส ฝรั่งเศส มาอยู่อันดับที่ 5 หลังจากค่าเช่าลดลงเฉลี่ย 18%
เมื่อแบ่งเป็นภูมิภาค อเมริกานับว่าปรับตัวได้ดีที่สุด โดยค่าเช่าเฉลี่ยขณะนี้สูงกว่าระดับก่อนเกิดโรคระบาดราว 15% แล้ว ขณะที่เอเชียลดลงเฉลี่ย 17% เนื่องจากมาตรการปิดพรมแดน
ผลสำรวจดังกล่าว ซึ่งติดตามย่านค้าปลีกชั้นนำใน 92 เมือง และจัดลำดับย่านที่แพงที่สุดตามมูลค่าค่าเช่า
แม้ว่าปัจจุบัน ฮ่องกงจะยกเลิกมาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวดที่สุด ซึ่งรวมถึงการกักตัวในโรงแรมแล้ว แต่นักท่องเที่ยวยังคงต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดและการทดสอบหลายอย่าง
อ้างอิง:
The post ฮ่องกง เสียตำแหน่ง ‘ย่านช้อปปิ้งแพงสุดในโลก’ ให้แก่นิวยอร์ก หลังค่าเช่าที่ร่วงหนัก จากมาตรการคุมโควิดเข้มงวด appeared first on THE STANDARD.
]]>
ตอนนี้การ Work from Home หรือการทำงานที่บ้าน คงเป็นอะไร […]
The post Google ทุ่มเงิน 7 หมื่นล้านบาท เข้าซื้อตึกในแมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก เพื่อทำเป็น ‘ออฟฟิศ’ ท่ามกลางการทำงานแบบไฮบริด appeared first on THE STANDARD.
]]>
ตอนนี้การ Work from Home หรือการทำงานที่บ้าน คงเป็นอะไรที่หลายคนคุ้นชินกันไปแล้ว และเมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทเทคฯ ระดับโลกอย่าง Google ออกมาประกาศว่าจะให้พนักงานทำงานแบบไฮบริด หรืออนุญาตให้พนักงานทำงานที่ไหนก็ได้ โดยเลื่อนแผนที่จะให้พนักงานจำนวน 60% กลับมาทำงานที่ออฟฟิศออกไปเป็นเดือนมกราคม 2022
แต่ Google ก็ไม่ได้มีแผนจะให้พนักงานทำงานแบบไฮบริดตลอดไป เนื่องจากล่าสุด Google ได้เข้าซื้อพื้นที่สำหรับสร้างอาคารสำนักงานของ Google ที่ตั้งอยู่ในแมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก โดยมีพื้นที่กว้างราว 1.7 ล้านตารางฟุต ด้วยราคา 2.1 พันล้านดอลลาร์ (ราวๆ 7 หมื่นล้านบาท)
โดยสำนักข่าว The Wall Street Journal รายงานว่า ดีลนี้เป็นดีลการซื้ออาคารที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ เลยทีเดียว “รวมทั้ง Google ยังมีแผนลงทุนเพิ่มอีก 250 ล้านดอลลาร์ (ราวๆ 8.3 พันล้านบาท) ไปกับตึกนี้อีกด้วย” กล่าวโดย รูธ ปอราต ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Alphabet Inc. ซึ่งดีลการสร้างตึกนี้จะปิดดีลในไตรมาสแรกของปี 2022 และคาดว่าจะเปิดใช้ในกลางปี 2023
โดยการสร้างตึกในแมนฮัตตันของ Google นั้นจะถูกพัฒนาโดยบริษัท Oxford Properties Group ซึ่งจะมีการออกแบบโดยคำนึงถึงความยั่งยืน ตามเป้าหมายด้านสภาพอากาศของ Google ตึกนี้จะถูกออกแบบให้มีการชดเชยคาร์บอนถึง 100% และในส่วนของพื้นที่กลางแจ้งจะเชื่อมต่อกับย่านจัตุรัสฮัดสันที่อยู่ติดกับริมน้ำ
ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ Google จะตัดสินใจเข้าซื้ออาคารสำนักงานแมนฮัตตันนี้ Google ได้ทำการเช่าอาคารสำนักงานนี้สำหรับเป็นสถานที่ขนส่งสินค้าอยู่แล้ว นอกจากนั้น Google ยังมีร้านค้าที่ตั้งอยู่ในนิวยอร์กมาแล้วกว่า 20 ปี และมีพนักงานในนิวยอร์กทั้งหมดรวมแล้วกว่า 12,000 คน นับว่านิวยอร์กเป็นที่ตั้งของสำนักงาน Google ที่ใหญ่ที่สุด รองจากสำนักงานใหญ่ในรัฐแคลิฟอร์เนียเลยทีเดียว รวมทั้งยังมีแผนเพิ่มจำนวนพนักงานในนิวยอร์กเพิ่มเป็นมากกว่า 14,000 คนอีกด้วย
นอกจากนั้นรูธยังกล่าวเพิ่มอีกด้วยว่า “การที่ Google เลือกซื้อสำนักงานในย่านจัตุรัสฮัดสัน เนื่องจากเป็นย่านที่มีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติรวมตัวกัน ซึ่ง Google ยึดถือในความเท่าเทียมของเชื้อชาติ และมุ่งมั่นที่จะสร้างชุมชนแห่งความหลากหลายขึ้นอีกด้วย”
ทั้งนี้ Google ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันของพนักงานแบบเจอกันซึ่งหน้าว่า “การทำงานร่วมกันแบบพบปะเจอกันซึ่งหน้าจะช่วยสร้างชุมชนและความสัมพันธ์ระหว่างพนักงาน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวต่อไปได้ในอนาคต” รูธ กล่าว
แม้จะมีการระบาดใหญ่ทำให้หลายคนต้องทำงานจากที่บ้าน แต่บริษัทเทคโนโลยีต่างๆ กลับทำการขยายพื้นที่สำนักงานของพวกเขาออกไปอย่างต่อเนื่อง เช่น Facebook เพิ่งซื้อสำนักงานใหญ่ของบริษัทที่ไม่ได้ใช้งานในก่อนหน้านี้จาก REI ร้านค้าปลีกกลางแจ้งในเมืองเบลเลอวู รัฐวอชิงตัน และจากข้อมูลของ Bloomberg รายงานว่า Amazon เองก็ตั้งเป้าที่จะขยายธุรกิจในย่านฮัดสัน ยาร์ด ของนิวยอร์ก ในขณะที่ Apple ได้ออกมาประกาศแผนการขยายในเมืองต่างๆ ในสหรัฐฯ เช่นเดียวกัน
อ้างอิง:
The post Google ทุ่มเงิน 7 หมื่นล้านบาท เข้าซื้อตึกในแมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก เพื่อทำเป็น ‘ออฟฟิศ’ ท่ามกลางการทำงานแบบไฮบริด appeared first on THE STANDARD.
]]>
เป็นประจำทุกเดือนที่ House Samyan โรงภาพยนตร์ที่เปรียบเ […]
The post Manhattan ภาพยนตร์โรแมนติก-คอเมดี้ระดับตำนานของ วูดดี้ อัลเลน เตรียมเข้าโรงฉายที่ House Samyan appeared first on THE STANDARD.
]]>
เป็นประจำทุกเดือนที่ House Samyan โรงภาพยนตร์ที่เปรียบเสมือน ‘บ้าน’ ของคนรักหนัง จะหยิบภาพยนตร์สุดคลาสสิกมาเสิร์ฟให้เราได้ดื่มด่ำกันอีกครั้งในโปรเจกต์ House Classics
ในเดือนกรกฎาคมนี้ House Samyan ร่วมมือกับ AIS Play คัดเลือก Mantattan หนึ่งในภาพยนตร์โรแมนติก-คอเมดี้ระดับตำนานของผู้กำกับ วูดดี้ อัลเลน (Annie Hall, Midnight in Paris) ที่เคยกวาดรายได้ทั่วอเมริกาไปกว่า 39 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 1979 กลับมาให้เราได้รับชมกันอีกครั้ง 9 กรกฎาคมนี้
ภาพยนตร์ว่าด้วยเรื่องราวของ ไอแช็ค เดวิส (วูดดี้ อัลเลน) นักเขียนบทรายการโทรทัศน์ที่กำลังเผชิญกับมรสุมชีวิต ทั้งหย่ากับภรรยา ลาออกจากงานทั้งๆ ยังไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรต่อ นอกจากนี้ภรรยาเก่าก็กำลังเขียนนิยายที่แฉชีวิตรักของตนเองอีกด้วย
โดยเฉพาะเรื่องราวความรักของไอแช็คที่กำลังคบหากับ เทรซี (แมเรียล เฮมมิงเวย์) เด็กสาวอายุ 17 ปี แล้วยังไปมีใจให้กับ แมรี (ไดแอน คีตัน) หญิงสาวที่เขาคุยถูกคอ แต่ดันเป็นเมียน้อยเพื่อนสนิทของตนเอง
แต่ด้วยเรื่องราวอันยุ่งเหยิงที่ไอแช็คต้องพบเจอ ได้ทำให้เขามีแรงผลักในการทำตามความฝันของตัวเอง นั่นคือการเขียนนิยายที่พูดถึงมหานครนิวยอร์ก เมืองที่มองเห็นมันเป็นภาพสีขาวและดำ
Mantattan ถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์โรแมนติก-คอเมดี้ระดับตำนานที่อยู่ในความทรงจำของใครหลายคน นอกจากเนื้อเรื่องที่น่าติดตาม ยังโดดเด่นมากๆ ด้านงานภาพของ กอร์ดอน วิลลิส ผู้กำกับภาพที่ถ่ายทอดบรรยากาศของมหานครนิวยอร์กด้วยภาพขาวดำออกมาได้อย่างงดงาม
โดย วูดดี้ อัลเลน ได้ให้เหตุผลที่เขาขอให้ผู้กำกับภาพอย่างกอร์ดอนถ่ายทำเรื่องนี้ด้วยฟิล์มขาวดำเอาไว้ว่า
“ผมมักจะนึกภาพนิวยอร์กเป็นภาพขาวดำ เพราะความทรงจำแรกๆ ของเมืองนี้เกิดจากผมมองภาพถ่ายเก่าๆ ซึ่งทั้งหมดล้วนถูกถ่ายด้วยฟิล์มขาวดำ”
ด้วยองค์ประกอบที่ทั้งกินใจและสวยงาม สถาบันภาพยนตร์อเมริกัน หรือ AFI ได้จัดให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ติดอันดับที่ 46 ในการจัดอันดับ 100 หนังตลกยอดเยี่ยมในวาระครบรอบ 100 ปีของสถาบัน นอกจากนี้ในปี 2001 Mantattan ยังได้รับเลือกจากห้องสมุดสภาคองเกรสของสหรัฐอเมริกา ให้ได้รับการขึ้นทะเบียนอนุรักษ์ของทะเบียนภาพยนตร์แห่งชาติ
Mantattan ยังเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม รวมถึงการแสดงอันยอดเยี่ยมของ แมเรียล เฮมมิงเวย์ ก็ส่งให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมด้วยเช่นกัน
รวมถึงนักวิจารณ์จากเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Rotten Tomato ยังการันตีความดีงามของภาพยนตร์สุดคลาสสิกเรื่องนี้ด้วยคะแนนมะเขือเทศสดสูงถึง 95%
สามารถรับชมตัวอย่างภาพยนตร์ Mantattan ได้ทาง
พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
อ้างอิง:
The post Manhattan ภาพยนตร์โรแมนติก-คอเมดี้ระดับตำนานของ วูดดี้ อัลเลน เตรียมเข้าโรงฉายที่ House Samyan appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากที่ The Bar Awards Bangkok ในปีที่แล้วได้รับการต […]
The post เมื่อบาร์เทนเดอร์จากบาร์ดังทั่วเอเชียพากันบุกยึดบาร์ที่บางรักใน The Bar Awards 2018 appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากที่ The Bar Awards Bangkok ในปีที่แล้วได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจนต้องกลับมาอีกเป็นครั้งที่ 2 และมีกิจกรรมมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งโดยปกติแล้วตามบาร์ชั้นนำต่างๆ มักจะมีการเชื้อเชิญให้บาร์อื่นมา ‘เทกโอเวอร์’ บาร์ของพวกเขา หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ‘Guest Shift’
ซึ่งการที่มีบาร์เทนเดอร์รับเชิญเช่นนี้ นอกจากจะช่วยสร้างสีสันให้กับบาร์ซีนได้แล้ว ยังทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนรสชาติทั้งระหว่างบาร์เทนเดอร์กับนักดื่ม และระหว่างบาร์เทนเดอร์ด้วยกันเอง เพราะเป็นการผลักดันให้เกิดการพัฒนาความสามารถของบาร์เทนเดอร์ ทำให้วงการบาร์ไม่หยุดนิ่งแช่แข็ง (แบบศิลปะวัฒนธรรมในดินแดนสารขัณฑ์) อีกทั้งยังช่วยในการขยายตัวของ Drinking Culture ให้เข้าถึงเอเชียอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง ญี่ปุ่น ฯลฯ หรือแม้แต่ประเทศไทย
และแน่นอนที่สุดว่าเมื่อมี Guest Shift เกิดขึ้น นักสังสรรค์อย่างเราย่อมจะได้สัมผัสกับรสชาติจากฝีมือชงของบาร์เทนเดอร์มากฝีมือ ซึ่งสร้างสรรค์ผลงานของพวกเขามาให้เราได้ลิ้มรส และสำหรับบาร์เทนเดอร์รับเชิญที่จะมาในงาน The Bar Awards Bangkok 2018 ก็ล้วนเป็นบาร์เทนเดอร์ชั้นนำจาก 3 ประเทศในเอเชีย อันได้แก่ ฮ่องกง มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยไฮไลต์จะอยู่ในวันที่ 23 ก.พ. ซึ่งบาร์เทนเดอร์ชั้นนำจากทั้ง 3 ประเทศจะพากันไปบุกยึดบาร์ดังของไทยในย่านบางรัก ทำให้เราสามารถกระทำการ Bar Hopping ได้โดยไม่ต้องบินไปถึง 3 ประเทศ เพื่อที่จะจิบดริงก์ของพวกเขา แต่สามารถตามเก็บกันได้ภายในคืนเดียว!
เอาล่ะ จะมีบาร์ดังไหนบ้างก็จ้องกันเอาไว้ให้ดีๆ ว่าดริงก์ไหน ของบาร์ใดที่คุณอยากจะตามไปชิม ไม่อย่างนั้นอาจจะต้องจองตั๋วเครื่องบินเพื่อตามไปจิบ
บาร์ดังจากกัวลาลัมเปอร์

บาร์แห่งนี้ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติกับ เอดา โคลแมน (Ada Coleman) สตรีผู้อยู่เบื้องหลังคลาสสิกค็อกเทลสปิริตเหล้าล้วนแก้วที่มีชื่อว่า ‘Hanky Panky’ บาร์แห่งนี้คือสนามเด็กเล่นของ C.K. Kho บาร์เทนเดอร์ผู้มากประสบการณ์มากว่า 10 ปี ค็อกเทลของที่นี่เน้นดริงก์ที่ทวิสต์มาจากคลาสสิกค็อกเทลให้มีความร่วมสมัยด้วยวัตถุดิบท้องถิ่น ทำให้เข้าถึงคนที่อยู่ในเขตร้อนชื้น
Arrival: Ba Hao / 23 ก.พ. 2018 / 21.00 น.
Address: ซอยนานา แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

Speakeasy บาร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบาร์ในยุค Prohibition ในสหรัฐฯ บาร์แห่งนี้มีเมนูค็อกเทลถึง 100 ตัว ซึ่งมีทั้งคลาสสิกค็อกเทลและโมเดิร์นทวิสต์ให้นักดื่มได้เลือกลิ้มรส แต่กระนั้นก็มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเมนูอยู่ตลอดเวลา ทำให้แต่ละครั้งที่มาดื่มจะได้เปลี่ยนรสชาติอยู่เสมอๆ ทำให้ลูกค้าประจำดื่มได้ไม่รู้เบื่อ ส่วนลูกค้าขาจรก็ได้เจอกับเซอร์ไพรส์ที่คุ้มค่า
Arrival: The Bamboo Bar / 23 ก.พ. 2018 / 20.00 น
Address: โรงแรม Mandarin Oriental, Bangkok ซอยโอเรียนเต็ล

เพียงแค่ชื่อก็บอกอย่างชัดเจนว่าเครื่องดื่มของบาร์ที่ตั้งอยู่บนยอดสุดของโรมแรม Wolo Hotel จะต้องเป็นดริงก์ที่มีการผสมผสานระหว่างโลกตะวันออกและโลกลาตินที่แตกต่างกัน แต่ก็มีจุดร่วมด้านรสชาติเล็กๆ น้อยๆ ที่ท้ายที่สุดก็มาบรรจบลงในแก้วแก้วเดียว ซึ่งได้มาจากวัตถุดิบต่างๆ ที่ถูกนำมารังสรรค์ อย่างผลไม้ เครื่องเทศ ผัก และชา ไปจนถึงสปิริต
Arrival: Sorrento / 22 ก.พ. 2018 / 18.00 น.
Address: ซอยสาทร 10
บาร์ดังจากฮ่องกง

บาร์แห่งนี้เป็นแฟรนไชส์มาจาก Employees Only ที่นิวยอร์ก ซึ่งเป็นบาร์ Speakeasy ในตำนาน เน้นบรรยากาศการดื่มที่สนุกสนาน สร้างเสียงหัวเราะกันระหว่างบาร์เทนเดอร์และนักดื่ม เน้นค็อกเทลดื่มง่าย สบายๆ ที่รับรองได้ว่าคลายเครียดให้กับมนุษย์เงินเดือนหลังจากที่เหน็ดเหนื่อยกับการทำงาน ตามชื่อของบาร์ที่สร้างมาเพื่อเอาใจ ‘คนทำงานเท่านั้น’
Arrival: ABar / 22 ก.พ. 2018 / 20.00 น.
Address: โรงแรม Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park สุขุมวิทซอย 22
Arrival: Bunker / 23 ก.พ. 2018 / 20.00 น.
Address: ซอยศึกษาวิทยา ถนนสาทรใต้

ชื่ออาจจะแก่แต่บาร์ไม่แก่อย่างชื่อ คอนเซปต์ของบาร์แห่งนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ (Ernest Hemingway) เนื่องจากนักเขียนชื่อก้องโลกชาวอเมริกันคนนี้จริงจังกับค็อกเทลเสียเหลือเกิน ซึ่งเป็นสิ่งที่บาร์เทนเดอร์ทุกคนให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ค็อกเทลที่ถูกพัฒนาและคิดค้นตามคอนเซ็ปต์ของ The Old Man ซึ่งมักจะตั้งชื่อตามนิยายของเฮมิงเวย์ บาร์แห่งนี้นำโดย อากง ปราโบโว (Agung Prabowo) อดีตผู้จัดการบาร์ของ The Mandarin Oriental ที่ฮ่องกง
Arrival: #FindTheLockerRoom / 22 ก.พ. 2018 / 20.00 น.
Address: โครงการอารีน่า 10 ทองหล่อ
Arrival: Asia Today / 23 ก.พ. 2018 / 20.00 น.
Address: 35 ถนนไมตรีจิตต์ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
บาร์ดังจากสิงคโปร์ SG

ณ โรงแรม Regent Singapore คือที่สถิตของบาร์ Manhattan ที่เป็นทั้งชื่อของเมืองแมนฮัตตันและเครื่องดื่มสุดคลาสสิก ด้วยตัวบาร์ที่ตกแต่งแบบช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ที่นี่คือบาร์ Speakeasy อีกแห่งซึ่งมีถังไม้เรียงกันเป็นตับในห้องเซลลาร์ และสิ่งที่อยู่ในถังไม้เหล่านั้นคือสปิริต บิตเตอร์ ของดอง และวัตถุดิบต่างๆ ที่หมักบ่มอย่างดีสำหรับใช้ทำค็อกเทล สไตล์ดริงก์ของที่นี่จะมีทั้งดั้งเดิมและคราฟต์ค็อกเทลมากมายให้เลือก นอกเหนือจากแชมเปญและเบอร์เบินระดับพรีเมียม
Arrival: Backstage / 22 ก.พ. 2018 / 20.00 น.
Address:โรงแรม PlayHaus ทองหล่อ ซอยสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
Arrival: The 88 / 23 ก.พ. 2018 / 20.00 น.
Address: ถนนสุรวงศ์

บาร์เล็กๆ ที่ดำเนินการโดย วีเจย์ มูดาเลียร์ (Vijay Mudaliar) สมกับที่ชื่อ Native ที่นี่ใช้แต่สปิริตท้องถิ่นที่คัดสรรมาจากเฉพาะแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังใช้วัตถุดิบพื้นเมืองมากมาย ตามปรัชญา Sustainable Cocktail ที่ไม่ว่าจะเป็นผักหรือผลไม้ แต่ที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้นคือการนำแมลงมาเป็นส่วนหนึ่งของการดื่ม โดยดริงก์ที่เตะตากว่าใครเพื่อนคือ Antz ที่ใช้มดและโยเกิร์ตแช่แข็งด้วยไฮโดรเจนมาเป็นส่วนประกอบ เพิ่มเท็กซ์เจอร์ในการดื่มและรสชาติได้อย่างที่คาดไม่ถึง
Arrival: The Bamboo Bar / 22 ก.พ. 2018 / 20.00 น.
Address: โรงแรม Mandarin Oriental, Bangkok ซอยโอเรียนเต็ล
Arrival: Tep Bar / 23 ก.พ. 2018 / 20.00 น.
Address: ซอยนานา แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
Photo: The Courtesy of The Bar Awards
The post เมื่อบาร์เทนเดอร์จากบาร์ดังทั่วเอเชียพากันบุกยึดบาร์ที่บางรักใน The Bar Awards 2018 appeared first on THE STANDARD.
]]>The post เหตุระเบิด ‘แมนฮัตตัน’ เกิดอะไรขึ้นบ้าง appeared first on THE STANDARD.
]]>The post เหตุระเบิด ‘แมนฮัตตัน’ เกิดอะไรขึ้นบ้าง appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ลงมือก่อเหตุระเบิดบร […]
The post “ทรัมป์ นายล้มเหลวในการปกป้องประเทศ” มือระเบิดแมนฮัตตันโพสต์ข้อความนี้ก่อนลงมือ appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ลงมือก่อเหตุระเบิดบริเวณอุโมงค์ใต้ดินทางเชื่อมระหว่างสถานีรถบัสและสถานีรถไฟใต้ดินใกล้จัตุรัสไทม์สแควร์ เมื่อช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น และทราบว่าคนร้ายคือ นายอคาเยด อุลลาห์ (Akayed Ullah) ชายชาวบังกลาเทศ วัย 27 ปี ที่ย้ายมาอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ ตั้งแต่ต้นปี 2011

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าเขาโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวก่อนที่จะลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ โดยระบุว่า “ทรัมป์ นายล้มเหลวในการปกป้องประเทศ” ก่อนที่เขาจะถูกจับกุมตัวพร้อมระเบิดท่อที่เขาประดิษฐ์ขึ้นเองและใช้เป็นอาวุธในการก่อเหตุครั้งนี้ นายอคาเยดถูกตั้งข้อกล่าวหา 5 กระทงจากการลงมือก่อการร้ายและใช้อาวุธทำลายล้างในพื้นที่สาธารณะ จนเป็นเหตุให้ตัวเขารวมถึงผู้บริสุทธิ์ที่กำลังเดินเท้าอยู่ในละแวกนั้นได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 3 คน

ทางการเผยว่า นายอคาเยดได้รับแรงบันดาลใจมาจากอุดมการณ์และชุดความคิดของกลุ่มไอเอสที่เผยแพร่อยู่ในโลกออนไลน์ “ฉันทำเพื่อกลุ่มรัฐอิสลาม” โดยเขาชี้แจงว่า บางส่วนของคำแนะนำแนวทางปฏิบัติของกลุ่มก่อการร้ายระบุว่า “ให้ลงมือก่อเหตุในบ้านเกิดหรือพื้นที่ที่คุณอาศัยอยู่ หากคุณไม่สามารถเดินทางมาร่วมรบกับกลุ่มไอเอสได้” นอกจากนี้ ภายในหนังสือเดินทางของเขายังตรวจพบข้อความ “สหรัฐฯ จะย่อยยับอยู่ในกองไฟของความโกรธแค้นเดือดดาล”

ทั้งนี้ยังไม่มีการตรวจพบว่าเขาได้รับเงินสนับสนุนหรือคำแนะนำโดยตรงจากกลุ่มไอเอสหรือไม่ ทางด้านสถานเอกอัครราชทูตบังกลาเทศประจำกรุงวอชิงตัน เผยว่า “รัฐบาลบังกลาเทศจะดำเนินนโยบาย Zero Tolerance เพื่อต่อต้านการก่อการร้าย และขอประณามผู้ลงมือก่อเหตุ รวมถึงแนวคิดสุดโต่งที่เกิดขึ้นในที่ต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมาในมหานครนิวยอร์กด้วย”
Photo: AFP
อ้างอิง:
The post “ทรัมป์ นายล้มเหลวในการปกป้องประเทศ” มือระเบิดแมนฮัตตันโพสต์ข้อความนี้ก่อนลงมือ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถึงแม้ว่ากลุ่มไอเอสจะพ่ายแพ้ภายในฐานที่มั่นในภูมิภาคตะว […]
The post เผยแล้ว! ชายชาวบังกลาเทศ มือระเบิดเมืองแมนฮัตตันฝักใฝ่แนวคิดสุดโต่งของกลุ่มไอเอส appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถึงแม้ว่ากลุ่มไอเอสจะพ่ายแพ้ภายในฐานที่มั่นในภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ชุดความคิดและอุดมการณ์ต่างๆ ที่ถูกใช้เป็นโฆษณาชวนเชื่อและเผยแพร่ในโลกออนไลน์ยังคงทรงพลังและเชื้อเชิญให้ผู้สนับสนุนแนวคิดดังกล่าวปฏิบัติตามแนวทางของกลุ่มก่อการร้ายนี้อย่างไม่ยากเย็น
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจนิวยอร์กเผยข้อมูลของชายต้องสงสัยในคดีวางระเบิดบริเวณอุโมงค์ใต้ดินที่เชื่อมระหว่างสถานีรถบัสและรถไฟใต้ดินใกล้กับจัตุรัส Times Square เมื่อช่วงเช้าของวานนี้ตามเวลาท้องถิ่นว่า ผู้ลงมือก่อเหตุเป็นชายชาวบังกลาเทศ ชื่อนายอคาเยด อุลลาห์ (Akayed Ullah) วัย 27 ปี ที่อพยพย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่ภายในสหรัฐฯ พร้อมครอบครัวตั้งแต่ปี 2011 พร้อมตรวจพบระเบิดท่อที่เขาประดิษฐ์ขึ้นเองเป็นอุปกรณ์ในการลงมือก่อเหตุ เป็นเหตุให้ตัวเขาและผู้บริสุทธิ์อีก 3 คนได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดในครั้งนี้
Video shows interior footage of the explosion inside a 42nd Street subway station. Officials say four people were injured, including the suspect. pic.twitter.com/VqczJ34w9u
— Spectrum News NY1 (@NY1) December 11, 2017
นายอคาเยดรับสารภาพกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเป็นผู้นิยมแนวคิดสุดโต่งและได้รับแรงบันดาลใจมาจากการก่อการร้ายในช่วงเทศกาลคริสต์มาสของกลุ่มไอเอสทั่วทั้งทวีปยุโรป เขาจึงตัดสินใจเลือกมหานครนิวยอร์กเป็นสถานที่ลงมือก่อเหตุ เพราะเป็นจุดนัดพบสำคัญที่พลเมืองอเมริกันจะออกมาพบปะกันในช่วงเวลานี้มากที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ โดยเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า การลงมือก่อเหตุในครั้งนี้อาจจะเป็นการตอบโต้การใช้เครื่องบินรบโจมตีซีเรียและพื้นที่อื่นๆ ภายในภูมิภาคตะวันออกกลางของสหรัฐฯ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา รวมถึงการประกาศรับรองเยรูซาเลมให้เป็นเมืองหลวงของอิสราเอลของผู้นำสหรัฐฯ อีกด้วย

ด้านโฆษกประจำทำเนียบขาวสหรัฐฯ ระบุว่า เหตุก่อการร้ายดังกล่าวเป็นผลพวงมาจากมาตรการ ‘การย้ายถิ่นฐานแบบลูกโซ่ (Chain Migration)’ และมาตรการตรวจสอบคนเข้าเมืองที่หละหลวมและมีช่วงโหว่ เพราะแนวทางดังกล่าวจะยิ่งทำให้ผู้ก่อการร้ายสามารถแฝงตัวเข้ามาอาศัยอยู่ภายในสหรัฐฯ ได้เพิ่มมากขึ้น โดยทำเนียบขาวยังชี้ว่า หากสหรัฐฯ ยินยอมปฏิบัติตามแผนปฏิรูปการย้ายถิ่นฐานและยุติการดำเนินมาตรการดังกล่าว เหตุก่อการร้ายในทำนองนี้คงไม่เกิดขึ้น
โดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า “เป็นอีกครั้งที่มีเหตุสะเทือนขวัญเกิดขึ้นให้สภาคองเกรสของสหรัฐฯ จะต้องเร่งพิจารณาแผนปฏิรูปการย้ายถิ่นฐานมายังสหรัฐฯ โดยด่วน เพื่อปกป้องสวัสดิภาพของพลเมืองอเมริกันทุกคน” อีกทั้งยังเรียกร้องให้ผู้ลงมือก่อเหตุได้รับโทษสูงสุดตามกฎหมาย โดยรวมถึงการวิสามัญและประหารชีวิตได้ในกรณีที่เหมาะสมและเห็นสมควร
นับเป็นเหตุก่อการร้ายในรอบ 2 เดือนที่เกิดขึ้นในมหานครนิวยอร์กแห่งนี้ หลังจากเหตุคนร้ายขับรถบรรทุกพุ่งชนผู้คนเดินเท้าบริเวณริมแม่น้ำฮัดสัน ในช่วงฮัลโลวีนที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้น 8 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก
Photo: AFP
อ้างอิง:
The post เผยแล้ว! ชายชาวบังกลาเทศ มือระเบิดเมืองแมนฮัตตันฝักใฝ่แนวคิดสุดโต่งของกลุ่มไอเอส appeared first on THE STANDARD.
]]>
เช้าวันนี้ (11 ธ.ค.) เวลาประมาณ 7.30 น. ตามเวลาท […]
The post เกิดเหตุระเบิดป่วนเมืองแมนฮัตตัน ชายต้องสงสัยวัย 27 ปีถูกควบคุมตัว appeared first on THE STANDARD.
]]>
เช้าวันนี้ (11 ธ.ค.) เวลาประมาณ 7.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น สหรัฐฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจนิวยอร์กรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่สถานีรถบัส Port Authority Bus Terminal ใกล้กับจัตุรัสไทม์ สแควร์ ในเมืองแมนฮัตตัน ก่อนที่ชายต้องสงสัยวัย 27 ปีที่พกระเบิดติดตัวจะถูกควบคุมตัวได้ที่สถานีรถไฟใต้ดิน คาดผู้ลงมือก่อเหตุคิดก่อการร้ายและระเบิดพลีชีพแต่ถูกจับกุมได้เสียก่อน มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 2-3 ราย
อ้างอิง:
The post เกิดเหตุระเบิดป่วนเมืองแมนฮัตตัน ชายต้องสงสัยวัย 27 ปีถูกควบคุมตัว appeared first on THE STANDARD.
]]>